พระสุตตันตปฎก มชั ฌิมนิกาย มลู ปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 401แลว ตอ งเขาไปอาศยั อยตู ามราวปา ฯลฯ เธอเหลานัน้ มผี ักดองเปนภกั ษาบาง มขี าวฟา งเปนภักษาบาง มลี ูกเดอื ยเปน ภักษาบาง มีกากขาวเปนภกั ษาบา ง มีสาหรา ยเปน ภักษาบาง มีรําเปนภักษาบาง มขี า วตงั เปนภักษาบางมีกาํ ยานเปน ภักษาบาง มีหญา เปน ภักษาบา ง มีโคมัยเปนภกั ษาบา งมเี งาไมแ ละผลไมใ นปาเปนอาหาร บริโภคผลไมห ลน เยียวยาอัตภาพอยูในราวปานนั้ คร้ันถึงเดอื นทา ยฤดูคมิ หนั ต เปน เวลาที่สนิ้ หญาและน้ํา เธอเหลา นัน้ ก็มรี า งกายซูบผอม เมือ่ มีรา งกายซบู ผอม กําลงั เร่ียวแรงก็หมดไป เมอ่ื กาํ ลังเรี่ยวแรงหมดไป เจโตวิมุตติก็เส่อื ม เม่ือเจโตวมิ ุตติเสอ่ื มแลว พวกเธอก็กลับหนั เขา สปู ญ จกามคุณของมารอนั เปน โลกามิสนัน้ อกี เมอื่เขา ไปแลว ลมื ตวั บริโภคปญจกามคณุ กม็ ัวเมา เมอ่ื มัวเมา กป็ ระมาทเมอ่ื ประมาท กถ็ ูกมารทําเอาไดต ามชอบใจในปญจกามคณุ น้นั เม่อื เปน เชนน้ีแมสมณพราหมณพ วกท่ีสองน้ัน กไ็ มห ลุดพน อํานาจของมารไปได ถากระไรเราจะตองอาศยั อยูใ กล ๆ ปญจกามคณุ ของมารอันเปนโลกามิสนั้น ครัน้ อาศัยอยูในทนี่ ัน้ แลว ก็ไมเขาไปหาปญ จกามคณุ ของมารอันเปน โลกามสิ เมอื่ ไมลมื ตวั บริโภคปญจกามคณุ กจ็ ะไมมัวเมา เมื่อไมมัวเมา กจ็ ะไมป ระมาทเมอ่ื ไมประมาท กจ็ ะไมถ กู มารทาํ เอาไดตามชอบใจในปญ จกามคุณนัน้ คร้ันคิดดังนี้แลว สมณพราหมณเ หลานนั้ กอ็ าศัยอยใู กล ๆ ปญ จกามคณุ ของมารอนั เปนโลกามิสนัน้ คร้ันอาศยั อยูใ นท่ีนั้นแลว ก็ไมเ ขา ไปหาปญ จกามคณุ ของมารอนัเปน โลกามิส เมือ่ ไมลืมตวั บริโภคปญจกามคุณ ก็ไมม ัวเมา เมือ่ ไมม วั เมา ก็ไมประมาท เม่อื ไมป ระมาท กไ็ มถ กู มารทาํ เอาไดต ามใจชอบในปญ จกามคณุ นน้ั .แตว าสมณพราหมณเ หลา น้ันมีความเห็นอยา งน้ีวา โลกเทยี่ ง โลกไมเ ท่ียงโลกมีทีส่ ุด โลกไมม ีท่ีสุด ชพี ก็อนั น้นั สรีระก็อันนัน้ ชีพอยา งหน่ึง สรรี ะอยางหนง่ึ สัตวตายแลว เกิด สัตวตายแลว ไมเกดิ สัตวตายแลวเกดิ ก็มี ไมเ กิด
พระสตุ ตนั ตปฎ ก มัชฌิมนกิ าย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 402กม็ ี สัตวตายแลว เกดิ ก็มิใช ไมเ กิดกม็ ิใช เม่อื เปนเชน นี้ สมณพราหมณพวกทสี่ ามนั้น กไ็ มห ลุดพนอาํ นาจของมารไปได อยา กระน้นั เลยเราตอ งอาศยัอยใู นที่ซ่งึ มารและบริวารของมารไปไมถงึ ครัน้ อาศยั อยใู นทนี่ ้นั แลว กไ็ มเขา ไปหาปญ จกามคณุ ของมารอนั เปน โลกามสิ นนั้ จะไมลืมตัวบรโิ ภคปญ จ-กามคุณ เมอ่ื ไมเขา ไปหา ไมล ืมตวั บรโิ ภคปญ จกามคณุ ก็จะไมม วั เมา เม่ือไมม ัวเมา ก็จะไมประมาท เม่ือไมป ระมาท กจ็ ะไมถ กู มารทาํ เอาไดตามชอบใจในปญ จกามคุณนน้ั ครนั้ คดิ ดังนี้แลว สมณพราหมณเหลานั้น ก็อาศัยอยูใ นท่ีซง่ึ มารและบริวารของมารไปไมถ ึง เม่ืออาศยั อยูใ นทนี่ ัน้ แลว กไ็ มเ ขา ไปหาปญจกามคุณของมารอันเปนโลกามสิ นั้น ไมล มื ตัวบริโภคปญจกามคุณ กไ็ มมัวเมา เม่ือไมมัวเมา ก็ไมประมาท เมอื่ ไมป ระมาท กไ็ มถกู มารทําเอาไดตามชอบใจในปญจกามคณุ นนั้ เมือ่ เปน เชนน้ี สมณพราหมณพวกท่ีสนี่ น้ัก็หลุดพน อาํ นาจของมารไปได. ดกู อ นภิกษทุ งั้ หลาย เรากลา วสมณพราหมณพวกท่สี น่ี ี้วา เปรยี บเหมือนฝงู เน้อื ฝูงทส่ี ี่นัน้ . มารและบรวิ ารของมารไปไมถ งึ [๓๑๑] ดกู อนภกิ ษุทัง้ หลาย กท็ ีซ่ ่ึงมารและบริวารของมารไปไมถึงเปน อยางไร. ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลาย ภิกษใุ นธรรมวนิ ัยนี้ สงัดจากกาม สงดั จากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มปี ติและสุขเกดิ แตวเิ วกอยูดูกอนภกิ ษทุ ัง้ หลายน้ีเรากลาววา ภิกษไุ ดทํามารใหต าบอด คือทาํ ลายจักษุของมารใหไมเห็นรองรอยถึงความไมเหน็ ของมารผูม ีบาปธรรม. ดูกอนภกิ ษุท้ังหลาย ยังอีกขอ หน่งึ คือ ภกิ ษบุ รรลุทตุ ิยฌาน มคี วามผองใสแหง จติ ภายใน เปนธรรมเอกผุดข้ึน เพราะวิตกวิจารสงบไป ไมมีวิตกไมม ีวจิ าร มีปตแิ ละสุขเกดิ แตสมาธิอยู ดกู อนภิกษทุ ั้งหลาย นีเ้ รากลาววา
พระสุตตันตปฎก มัชฌมิ นกิ าย มูลปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 403ภิกษุไดทาํ มารใหต าบอด คอื ทาํ ลายจักษขุ องมารใหไมเ หน็ รอ งรอย ถึงความไมเหน็ ของมารผมู บี าปธรรม. ดกู อ นภกิ ษุทงั้ หลาย ยงั อกี ขอ หนง่ึ คือ ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสมั ปชญั ญะเสวยสขุ ดว ยนามกาย เพราะปติสิน้ ไป บรรลุตตยิ ฌาณท่พี ระอรยิ ะทัง้ หลายสรรเสรญิ วา ผูไดฌ านนีเ้ ปน ผูมอี ุเบกขา มสี ตอิ ยูเ ปนสขุ ดกู อนภกิ ษุทัง้ หลายนีเ้ รากลาววา ภกิ ษไุ ดท าํ มารใหต าบอด คอื ทาํ ลายจกั ษุของมารใหไมเ หน็รองรอยถึงความไมเ หน็ ของมารผูมีบาปธรรม. ดูกอ นภกิ ษุทั้งหลาย ยังอีกขอหนึ่ง คอื ภิกษุบรรลจุ ตุตถฌาน ไมม ีทุกข ไมม สี ุข เพราะละสุขละทุกขและดับโสมนสั โทมนสั กอ น ๆ ได มีอเุ บกขาเปนเหตใุ หสตบิ รสิ ทุ ธิ์อยู ดกู อนภกิ ษทุ งั้ หลาย นี้เรากลาววา ภกิ ษไุ ดท าํ มารใหตาบอด คือทาํ ลายจกั ษขุ องมารใหไ มเห็นรอ งรอย ถงึ ความไมเ หน็ ของมารผูมบี าปธรรม. ดูกอ นภกิ ษทุ ัง้ หลาย ยังอีกขอ หนงึ่ คือ ภกิ ษุไดบรรลุอากาสานญั -จายตนฌานซึง่ มบี ริกรรมวา อากาศหาทีส่ ุดมิไดอยู เพราะเพกิ รปู สญั ญาเสียทง้ั สิ้น เพราะปฏิฆสญั ญาไมต ัง้ อยู เพราะไมม ีมนสิการนานตั ตสญั ญาอยูดกู อ นภกิ ษทุ ั้งหลาย นเ้ี รากลา ววา ภกิ ษุไดทํามารใหตาบอด คือทาํ ลายจกั ษุของมารใหไมเ หน็ รองรอยถงึ ความไมเ หน็ ของมารผูมีบาปธรรม. ดูกอนภกิ ษทุ งั้ หลาย ยังมอี กี ขอหน่งึ คือ ภิกษุลว งอากาสานัญจาย-ตนฌานโดยประการทง้ั ปวงเสียแลว ไดบรรลุวิญญาณญั จายตนญาน ซ่งึ มีบริกรรมวา วิญญาณหาทีส่ ุดมิไดอยู ดูกอ นภิกษทุ ้ังหลาย น้ีเรากลาววา ภกิ ษุไดท ํามารใหต าบอด คือ ทําลายจกั ษุของมารใหไมเห็นรอ งรอย ถงึ ความไมเหน็ รอ งรอย ถงึ ความไมเ หน็ ของมารผูมบี าปธรรม.
พระสุตตันตปฎ ก มชั ฌิมนิกาย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 404 ดูกอนภกิ ษุทั้งหลาย ยังอกี ขอ หนงึ่ คอื ภิกษุลว งวญิ ญาณัญจายตนฌานโดยประการท้ังปวงเสยี แลว ไดบ รรลอุ ากิญจัญญายตนฌาน ซ่งึ มบี รกิ รรมวาอะไร ๆ ไมมอี ยู ดกู อนภกิ ษุท้งั หลาย นเี้ รากลาววา ภิกษไุ ดทาํ มารใหตาบอดคอื ทาํ ลายจกั ษุของมารใหไมเห็นรอ งรอย ถงึ ความไมเ ห็นของมารผูมีบาปธรรม. ดกู อนภิกษทุ ัง้ หลาย ยังมอี ีกขอ หนงึ่ คือ ภกิ ษลุ ว งอกญิ จัญญายตน-ฌานโดยประการท้ังปวงเสียแลว ไดบ รรลเุ นวสญั ญานาสญั ญายตนฌานอยูดูกอนภิกษทุ ง้ั หลาย นี้เรากลาววา ภกิ ษุไดทํามารใหตาบอด คอื ทาํ ลายจกั ษุของมารใหไ มเ ห็นรอ งรอย ถงึ ความไมเ ห็นของมารผมู ีบาปธรรม. ดกู อนภิกษทุ ั้งหลาย ยงั อีกขอ หน่ึง คอื ภิกษลุ วงเนวสัญญานาสัญญาย-ตนฌานโดยประการท้ังปวงเสียแลว ไดบ รรลุสญั ญาเวทยติ นิโรธอยู กแ็ ละเพราะเหน็ ดวยปญ ญา เธอยอมมีอาสวะสิ้นไป ดูกอนภิกษุทัง้ หลาย นีเ้ รากลา ววาภิกษไุ ดท าํ มารใหต าบอด คือทาํ ลายจกั ษุของมารใหไมเ ห็นรอ งรอย ถึงความไมเ หน็ ของมารผูม ีบาปธรรม เปน ผูข ามพน ตัณหาอันขอ งอยูในอารมณตา ง ๆในโลกเสยี ได. พระผูมพี ระภาคเจาตรัสพระพุทธพจนน จี้ บลงแลว ภิกษเุ หลานนั้ มีความยินดชี ื่นชมภาษติ ของพระผมู ีพระภาคเจา ดังนแี้ ล. จบ นวิ าปสตู รท่ี ๕
พระสุตตันตปฎ ก มชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 405 อรรถกถานวิ าปสูตร นิวาปสูตรเร่มิ ตน วา ขา พเจา ไดฟ งมาแลวอยางนี:้ - พึงทราบวินิจฉยั ในนวิ าปสตู รน้ัน ดงั ตอไปน้ี ผูใ ดยอ มปลกู พืชคือหญา ไวในปาเพือ่ ตองการจะจบั เนอ้ื ดว ยต้ังใจวา เราจะจับพวกเนอ้ื ท่มี ากินหญานไ้ี ดสะดวก ผนู ้นั ชือ่ วา เนวาปกะ. บทวา นิวาป ไดแ ก พืชท่ีพึงปลกู .บทวา นิวุตฺต ไดแก ปลูก. บทวา มิคชาตา ไดแ ก ชมุ เนอ้ื . บทวาอนุปขชชฺ แปลวา ไมเขา ไปเบยี ดเบียน. บทวา มุจฺฉติ า ไดแก สยบดว ยอํานาจตัณหา อธบิ ายวา หย่ังเขา ไปสูหทยั ดวยตณั หาแลว ใหถงึ อาการสยบ.บทวา มท อาปชฺชิสฺสนฺติ ไดแก จกั ถงึ ความมวั เมาดว ยอาํ นาจมานะ.บทวา ปมาท ไดแกภาวะ คอื ความเปนผมู สี ติหลงลมื . บทวา ยถากาม-กรณียา ภวสิ ฺสนฺติ ความวา เราปรารถนาโดยประการใด จกั ตองกระทําโดยประการนั้น. บทวา อิมสมฺ ึ นิวาเป ไดแก ในท่ีเปน ท่เี พาะปลูกนี.้ไดย นิ วา ขึน้ ชอื่ วา หญา ทเ่ี พาะปลูกไวน ้ี มคี วามงอกงามในฤดแู ลงก็ม.ี ฤดูแลงยอ มมีโดยประการใด ๆ หญา นนั้ ยอมเปนกลุมทึบอันเดยี วกนั เหมอื นหญา ละมานและเหมอื นกลุมเมฆโดยประการน้นั ๆ. พวกพรานไถในทีส่ าํ ราญดว ยนํ้าแหง หนงึ่แลวปลกู หญาน้ัน ก้ันรว้ั ประกอบประตรู กั ษาไว. ครั้นเมอื่ ใดในเวลาแลงจัดหญาทกุ ชนิดยอมขาว นํ้าเพียงชมุ ล้นิ ก็หาไดยาก ในเวลานัน้ เนื้อทัง้ หลายพากนั กินหญาขาวและใบไมเ กา ๆ เท่ียวไปอยางหวาดกลวั อยู ดมกล่ินหญา ที่เพาะปลกู ไว ไมคาํ นงึ ถึงการฆา และการจบั เปนตน ขา มรว้ั เขา ไป. จริงอยูหญา ที่เพาะปลูกไวยอมเปน ทีร่ ัก ทีช่ อบใจอยางยิ่งของพวกเนอื้ เหลา น้ัน. เจา ของหญาเหน็ พวกเน้ือเหลา น้ัน ทําเปนเหมอื นเผลอไป ๒-๓ วนั เปด ประตูไวใน
พระสุตตนั ตปฎ ก มัชฌิมนิกาย มูลปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 406ภายในที่เพาะปลูก แมบ อนํา้ ก็มีในที่น้ัน ๆ พวกเนื้อเขา ไปทางประตูทีเ่ ปด ไวกินและด่ืมเทา นั้นก็หลีกไป. ในวันรงุ ข้นึ ก็ไมมีใครทําอะไร ๆ เพราะฉะนั้นจึงกระดกิ หูกนิ ดื่มแลวไมร ีบไป. วนั รุงขนึ้ ไมมีใครทําอะไร กิน ดมื่ ตามพอใจเขาไปนอนยงั สุมทุมพมุ ไม. พวกพรานรวู าเนื้อเผลอ กป็ ด ประตูลอ มไวท ุบตีต้ังแตชายปา ไป. เนอ้ื เหลา นนั้ ถกู เจา ของหญา กระทาํ ไดต ามชอบใจในปา หญาน้ันดวยประการฉะนี้. บทวา ตตฺร ภกิ ขฺ เว ไดแ ก ดูกอ นภิกษทุ ัง้ หลาย ในหมเู นื้อเหลาน้ัน. บทวา ปฐมา มิคชาตา ไดแ กข้ึนชื่อวาหมเู นื้อท่ีหน่ึงและทส่ี องยอมไมม.ี ก็พระผมู พี ระภาคเจา ทรงกําหนดตามลําดับหมเู นื้อทีม่ าถงึ แสดงระบุชือ่ วา เนอ้ื ทีห่ นึง่ ท่สี อง ท่สี าม ทส่ี ี่. บทวา อทิ ธฺ านภุ าวา ไดแกเพราะจะตองกระทาํ ตามประสงค. จริงอยู ความเปนผูเ ชีย่ วชาญน่นั แล ทานประสงคเ อาวาฤทธ์ิ และวาอํานาจในที่น้ี. บทวา ภยโภคา ไดแก จากการบรโิ ภคดวยความกลัว. บทวา พลวิริย ไดแก วาโยธาตทุ ีพ่ ดั ไปมา อธบิ ายวาวาโยธาตุ น้ันหายไป. บทวา อปุ นิสสฺ าย อาสย กปเฺ ปยยฺ าม ความวาเม่อื พวกเนื้อนอนกนิ ในภายในก็ดี มาแตภายนอกเคยี้ วกนิ กด็ ี ยอมมีแตความกลวั เทา นน้ั เน้ือเหลา น้ันคิดวา กพ็ วกเราอาศัยท่เี พาะปลูกโนน จึงอยอู าศยัณ ท่ีแหง หน่ึง. บทวา อปุ นิสสฺ าย อาสย กปฺปยึสุ ความวา ขึน้ ชอื่ วาพวกพรานยอมไมม ีความพลั้งเผลอทุก ๆ เวลา พวกเนือ้ อาศัยที่เพาะปลูก (ไรผกั หญา) ดว ยต้ังใจวา พวกเรานอนในสมุ ทุมพุมไม และเชงิ ร้ัวในที่นน้ั ๆ เม่ือพรานเหลา นั้นหลกี ไปลางหนา หรือไปกนิ อาหาร จึงเขา ไปสทู เ่ี พาะปลกูพอกิน ด่ืมเสร็จแลวก็เขา ไปสทู ่ีอยขู องตน แลวอาศัยอยูในทร่ี กชัฏมพี ุมไมแ ละเชิงร่ัวเปน ตน . บทวา ภฺุชึสุ ไดแ ก รเู วลาทพี่ วกพรานพลงั้ เผลอโดยนัยดงั กลาวแลว ตะลตี ะลานเขาไปกิน. บทวา เกฏภิโน ไดแ ก เกราฏกิ ศาสตร
พระสุตตนั ตปฎ ก มัชฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 407ท่ศี ึกษามา. บทวา อิทฺธมิ นตฺ า แปลวา เหมือนผูมีฤทธ.์ิ บทวา ปรชนาไดแ ก ยักษ ยกั ษเ หลานี้ไมใ ชเ นอ้ื . บทวา อาคตึ วา คตึ วา ไดแ กพวกเราไมรูความคิดของพรานเหลา นน้ั ดังนีว้ า พวกเนื้อเหลานย้ี อมมาทางที่ช่อื นี้ ไปในทโี่ นน . บทวา ทณฺฑวาครุ าหิ ไดแ ก ขาย คอื ทอ นไมแ ละไมคอน. บทวา สมนฺตาสปปฺ เทสมนุปริวาเรสุ ความวา คนปลกู ฝกมีมายามาก คิดวา เนอ้ื เหลา นี้ จักไมไปไกล จักนอนอยใู นท่ีไกลน ี่แหละ จงึลอ มถนิ่ ที่ของตนคือโอกาสที่ใหญรอบไรผ กั บทวา อทฺทสาสุ ความวา ลอมอยา งนีแ้ ลว ก็เขยา ขา ยโดยรอบจอ งดู. บทวา ยตฺถ เต ไดแ ก พวกพรานเหลา นั้นไดไปจับในท่ใี ด ไดเ ห็นทนี่ น้ั . บทวา ยนฺนนู มย ยตฺถ อคติความวา ไดยนิ วา พรานเหลา น้นั คดิ อยางนว้ี า พวกเนือ้ ทน่ี อนกินอยูภ ายในกด็ ี มาจากภายนอกกินอยูกด็ ี อยใู นท่ีใกลกินอยูก็ดี ยอมมีความกลัวทง้ั น้ันจรงิ อยู แมเนือ้ เหลา นั้นถูกลอมจับดวยขาย เพราะฉะนั้น เนื้อเหลา นัน้ จงึ คดิดังนว้ี า ถากระไร เราจะพึงนอนในทีท่ พี่ วกทําไรแ ละคนของพวกทาํ ไรไมไปไมอยู บทวา อเฺ ฆฏเฏสสฺ นตฺ ิ ไดแ ก เบยี ดเนอ้ื อนื่ ๆ ที่อยูไกลแตท่ีนน้ั ๆ. บทวา เต ฆฏฏติ า อเฺ ไดแก เนอื้ ที่ถกู เบยี ดเหลาน้นั ก็จะถูกเบยี ดตัวอื่น ๆ ที่อยไู กลกวานน้ั . บทวา เอว อมิ นิวาป นิวตุ ฺตสพพฺ โส มิคชาตา ริ จฺ ิสสฺ นตฺ ิ ไดแ ก ชมุ เน้ือหมเู นอ้ื ทง้ั หมดจกั ละท้ิงไรผักทพี่ วกเราปลูกไว. บทวา อชฺฌุเปกเฺ ขยยฺ าม ไดแ ก พงึ ขวนขวายจับเน้อื เหลา น้นั . กเ็ มื่อเน้อื ทั้งหลายพากนั มาดว ยอาการอยา งไรกต็ าม พวกเราก็จะไดลกู เนอื้ บาง เนอื้ แกบาง เนอื้ กาํ ลงั นอ ยบา ง เน้ือพลัดฝูงบา ง เมอ่ื ไมม ายอ มไมไดอ ะไร ๆ. บทวา อชฌฺ เุ ปกฺขสึ ุ โข ภิกขฺ เว ไดแ ก คิดอยา งน้ีแลว จงึ ไดขวนขวาย.
พระสุตตันตปฎ ก มชั ฌิมนกิ าย มลู ปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 408 ในคาํ วา อมุ นิวาป นวิ ุตฺต มารสสฺ อมนู ิ จ โลกามิสานิ น้ีคําวา นิวาปะกด็ ี คําวา โลกามสิ านิกด็ ี เปนชอื่ ของกามคุณ ๕ ทเ่ี ปนเหยอื่ของวฏั ฏะ. ก็มารมไิ ดเ ท่ียวหวานกามคุณเหมอื นพชื แตแ ผอ าํ นาจคลมุ ผทู ย่ี ินดีในกามคุณ. ฉะน้นั กามคณุ จงึ ช่อื วา เปน เหยือ่ ลอ ของมาร. เพราะเหตนุ ้นัทา นจงึ กลาววา อมุ นิวาป นวิ ุตตฺ มารสสฺ ดังน.ี้ บทวา น ปรมิ ุจฺจสึ ุมารสสฺ อทิ ฺธานุภาวา ไดแ ก เปนผตู กอยูในอํานาจของมาร ถกู มารกระทําไดตามชอบใจ. น้เี ปน การเปรียบเทยี บดวยการบรรพชาพรอ มดวยบุตรและภรรยา.ช่อื วา เจโตวิมุตติ ในคาํ วา เจโตวิมตุ ติ ปรหิ ายิ นัน้ ไดแก อัธยาศัยทเ่ี กิดขนึ้ วา พวกเราจักอยใู นปา อธิบายวา อธั ยาศัยนั้นเส่ือมแลว . ขอ วาตถปู เม อห ภิกฺขเว อิเม ทุติเย นี้เปนการเปรยี บเทยี บดว ยการบรรพชาประกอบดว ยธรรมของพราหมณ. จริงอยู พราหมณท ง้ั หลายประพฤติโกมารพรหมจรรย ๔๘ ป คดิ วาจกั สืบประเพณี เพราะกลวั วัฏฏะขาด แสวงหาทรพั ยไดภรรยา ครองเรือน เมื่อเกดิ บุตรคนหนึ่ง คิดวา เรามีบตุ รแลว วฏั ฏะไมข าดแลว สืบประเพณีแลว จงึ ออกบวชอีกหรอื มเี มียตามเดิม. บทวา เอวหิ เต ภิกขฺ เว ตตยิ า สมณพฺรหมฺ ณา น ปริมจุ ฺจสึ ุ ความวา สมณ-พราหมณแ มเหลานั้นไมพน จากฤทธิ์ และอํานาจของมารเหมือนกอน ไดเปนผถู ูกมารกระทําตามชอบใจ. ถามวา ก็สมณพราหมณเหลา น้ันทําอยางไร.ตอบวา สมณพราหมณเหลา น้นั ไปยงั บานนิคมและราชธานี ใหส รา งอาศรมอยใู นอารามและสวนนั้น ๆ ใหเ ดก็ ในตระกูลท้ังหลายศกึ ษาศลิ ปะมีประการตางๆเชน ศลิ ปะชาง มา และรถเปน ตน . ดังนัน้ สมณพราหมณเหลา นัน้ ถูกขา ยคอื ทฏิ ฐขิ องมารผมู ีบาปรวบรดั ถกู มารกระทําไดต ามชอบใจ เหมอื นฝูงเนอื้ทส่ี ามท่ถี ูกลอ มดวยตาขา ย.
พระสุตตนั ตปฎก มชั ฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 409 ขอ วา ตถปู เม อห ภิกขฺ เว อิเม จตุตเฺ ถ นี้ เปนเครื่องนํามาเปรียบเทยี บศาสนาน.้ี บทวา อนธฺ มกาสิ มาร ความวา ไมทาํ ลายนยั นตาของมารแตจ ติ ของภิกษผุ เู ขาฌานซ่งึ เปนบาทของวิปส สนา ยอมอาศัยอารมณน้ีเปน ไปฉะน้นั มารจงึ ไมสามารถจะเหน็ ได ดวยเหตนุ ้ันทานจงึ กลาววา อนฺธมกาสิมาร ดังน.ี้ บทวา อปท วธติ วฺ า มารจกฺขุ ความวา โดยปรยิ ายนี้เองเธอจงึ ฆาโดยประการท่จี กั ษุของมารไมมีทางหมดหนทาง ไมมีท่ีพง่ึ ปราศจากอารมณ. บทวา อทสสฺ น ตโต ปาปมโต ไดแ ก โดยปริยายนน้ั เอง มารผมู ีบาปจงึ มองไมเหน็ . จรงิ อยู มารนั้นไมส ามารถจะมองเห็นรา ง คือญาณของภกิ ษุผูเ ขาฌานซ่งึ เปน บาทของวปิ สสนาน้นั ดวยมังสจกั ษขุ องตนได. บทวา ปฺาย จสสฺ ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ ความวา เพราะเหน็อริยสจั ๔ ดวยมรรคปญ ญา อาสวะ ๔ จึงสน้ิ ไป. บทวา ตณิ ฺโณ โลเกวิสตฺตกิ ไดแก ถงึ การนบั อยางน้ีวา วิสตตฺ กิ า เพราะขอ งอยูและซา นไปในโลก. อีกอยา งหนง่ึ บทวา วิสตฺติกา ความวา ท่ชี ่ือวา วสิ ตตฺ กิ าเพราะอรรถวาอะไร ชอ่ื วา วสิ ตฺตกิ า เพราะอรรถวา ซานไป แผไ ป ขยายไปไพบูลย กวา งขวาง ปราศจากความสามารถ นาํ ส่ิงทีเ่ ปน พิษมา มวี าทะเปน พษิ มีรากเปนพิษ มีผลเปนพษิ มเี คร่อื งบริโภคเปน พษิ ก็หรือวาตณั หานัน้ กวา งขวาง ในรปู เสียง กลนิ่ รส และโผฏฐพั พะ เพราะฉะนนั้จงึ ชื่อวา วิสตตฺ ิกา. ผูข าม ขา มออก ขามขน้ึ ซึ่งตัณหา ซึ่งนบั วาวสิ ตฺติกา ดว ยประการฉะน้ี. เพราะเหตนุ นั้ ทา นจึงกลา ววา ติณโฺ ณโลเก วสิ ตฺติก ดังน้ี. จบอรรถกถานิวาปสูตรที่ ๕
พระสตุ ตันตปฎ ก มัชฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 410 ๖. ปาสราสสิ ตู ร [๓๑๒] ขา พเจาไดฟงมาอยา งนี:้ - สมยั หนึ่ง พระผมู พี ระภาคเจา ประทับ อยูทพ่ี ระวหิ ารเชตวัน อารามของทานอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรงุ สาวตั ถี คร้ังน้ันเปนเวลาเชา พระผูมพี ระ-ภาคเจา ทรงนุงสบงถอื บาตรจวี ร เสด็จเขา ไปยังกรุงสาวตั ถีเพ่อื บณิ ฑบาต. ครง้ัน้ัน ภกิ ษหุ ลายรปู เขา ไปหาทานพระอานนทก ลา ววา ทานอานนท พวกขาพเจาไดฟ งธรรมกี ถา เฉพาะพระพักตรพ ระผูมพี ระภาคเจาเปน เวลานานมาแลว ขอใหพวกขาพเจา ไดฟง ธรรมีกถาเฉพาะพระพกั ตรพระผูม พี ระภาคเจาเถิด. ทา นพระอานนทก ลา ววา ถา เชนนนั้ ขอพวกทานจงไปสูอาศรมของพราหมณชื่อรัมมกะ จงึ จะไดฟ ง ธรรมีกถาเฉพาะพระพกั ตรพระผมู พี ระภาคเจา.ภกิ ษเุ หลานนั้ ไดร ับคาํ ทานพระอานนทแ ลว. ครงั้ นน้ั พระผูมีพระภาคเจา เสดจ็ เขาไปบณิ ฑบาตท่กี รุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาตในเวลาปญจฉาภตั นแ้ี ลว ตรสั เรียกทา นพระอานนทม าตรัสวาอานนทเ ราจะไปพักผอนกลางวนั ทีป่ ราสาทแหง มิคารมารดา (นางวสิ าขา) ท่ีบุพพาราม. ทา นพระอานนทไดท ลู รับพระดาํ รสั แลว. พระผมู พี ระภาคเจากับทา นพระอานนทไดเสด็จไปพกั ผอนกลางวันที่ปราสาทแหงมิคารมารดาท่ีบพุ -พาราม เวลาเย็นเสดจ็ ออกจากทพ่ี ักผอ นแลวตรสั เรยี กทานพระอานนทมาตรสัวา อานนท เรามาไปสรงนาํ้ ท่ที า บพุ พโกฏฐกะ๑ ทานพระอานนทไดทลู รบัพระดาํ รสั แลว พระผมู ีพระภาคเจา กับทา นพระอานนทไดเสด็จไปสรงน้าํ ทีท่ าบพุ พโกฏฐกะ. สรงเสร็จแลวจงึ กลับขน้ึ มาทรงจวี รผืนเดยี วประทบั ยนื ผงึ่ พระองคอย.ู ทานพระอานนทก ราบทลู วา พระเจาขา อาศรมของพราหมณช ่อื รัมมกะอยู๑. ทา อาบนา้ํ ต้งั อยดู านปราจนี มหี าดทราบขาวสะอาดเปนที่อาบน้ํา ๔ ท่ี สาํ หรับกษตั ริย ชาวเมอื ง พวกภกิ ษุ และพระพุทธเจา ไมอาบรวมกนั .
พระสตุ ตนั ตปฎ ก มชั ฌิมนิกาย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 433ทศิ ตะวนั ออก ทรงพักผอนกลางวันในปพุ พาราม. กลางคืนประทับอยใู นปพุ พาราม รงุ ข้ึนเสด็จเท่ยี วบิณฑบาตยังเมอื งสาวตั ถี ทางประตดู านทศิตะวนั ออก แลวเสด็จออกทางประตดู านทศิ ใต ทรงพักผอ นกลางวันในพระ-เชตวัน. เพราะเหตุไร. เพราะจะทรงอนเุ คราะหแ ก ๒ ตระกลู . จรงิ อยู ธรรมดาวา คนใดคนหน่งึ ผูตง้ั อยใู นความเปนมนุษย เหมือนทานอนาถปณ ฑิกเศรษฐีและหญิงคนอนื่ ผูต้งั อยูในความเปนมาตคุ าม เหมือนนางวิสาขามหาอุบาสิกาท่ีจะทําบรจิ าคทรพั ยอุทิศพระตถาคตยอมไมมี เพราะฉะนนั้ พระผมู ีพระภาคเจาจงึ ทรงใชฐ านะ ๒ เหลา น้ัน ในวันเดียวกัน เพราะอนุเคราะหแ กต ระกลู น้ัน.กใ็ นวนั นั้น พระองคป ระทับอยูในพระเชตวนั . เพราะฉะนัน้ เถระจึงคิดวา วันนี้พระผมู พี ระภาคเจา เสดจ็ เท่ียวบิณฑบาตในเมืองสาวัตถี ในเวลาเยน็ จกั เสดจ็ไปยังซมุ ประตูดา นทศิ ตะวันออก เพ่ือจะทรงสรงสนานพระองค เมอื่ เปนเชน นี้เราจึงทูลวอนพระผมู ีพระภาคเจาผปู ระทับยนื สรงสนานพระองคแลว ไปยึดอาศรมของรัมมกพราหมณ เม่ือเปน เชน น้ี ภิกษเุ หลานจ้ี งึ จักไดฟ ง ธรรมีกถาเฉพาะพระพักตรพระผูมีพระภาคเจา ดงั น้แี ลว จึงไดกลาวกะภกิ ษุเหลาน้นัอยา งนี.้ บทวา มคิ ารมาตปุ าสาโท ไดแ ก ปราสาท ของนางวสิ าขาอุบาสิกา.จริงอยู นางวิสาขาน้ัน ทา นเรียกวา มิคารมาตา เพราะมคิ ารเศรษฐี สถาปนาไวในฐานเปนมารดา. บทวา ปฏสิ ลลฺ านา วฏุ โิ ต ความวา เขาวา ในปราสาทนน้ั ไดมหี อ งอนั ทรงศิรสิ าํ หรบั พระผูมีพระภาคเจา ตรงกลางหอ งอนัทรงศิรสิ ําหรับพระมหาสาวกทัง้ ๒. พระเถระเปดทวาร กวาดภายในหอ งนาํ ซากมาลาออก จดั เตยี งและตงั่ แลว ไดถ วายสญั ญาแดพระศาสดา. พระศาสดาเสดจ็ เขาสหู องอันทรงศริ ิ มสี ติสมั ปชัญญะทรงบรรทมสีหไสยาสนโ ดยประปรศั วเบอ้ื งขวา ทรงระงบั ความกระวนกระวาย ลุกข้นึ ประทับ นง่ั เขา ผลสมาบัติ
พระสตุ ตนั ตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 434ออกจากผลสมาบัติในเวลาเย็น. ทา นหมายเอาคาํ น้ันจึงกลา ววา ปฏิสลฺลานาวุฏ โิ ต. บทวา ปริสิฺจิตุ ความวา กผู ใู ดขัดสตี ัวดว ยผงดนิ เปนตน หรือขัดสีดว ยหนิ ขดั เปน ตน จงึ อาบ ผูนั้น ทานเรียกวา ยอ มอาบ. ผใู ดไมก ระทําอยางนน้ั . อาบตามปกตนิ ั่นเอง ผูนนั้ ทา นเรยี กวา ยอ มรด. ข้ึนชอื่ วานํ้าอันเจือดว ยธุลีท่จี ะพงึ นาํ ไปเชนนนั้ ไมต ดิ อยใู นพระสรรี ะแมข องพระตถาคต แตเพ่ือจะถอื ตามฤดกู าล พระผูมีพระภาคเจายอมลงสรงนํ้าอยา งเดยี ว. ดวยเหตุนน้ัทานจึงกลา ววา คตฺตานิ ปริสิจฺ ติ ุ ทรงรดพระกาย. บทวา ปุพพฺ โกฏ โกแปลวา ซมุ ประตูดานทิศตะวนั ออก. เลาวา ในกรงุ สาวตั ถี บางคราววิหารก็ใหญ บางคราวกเ็ ลก็ . ครง้ัน้นั แล วิหารนั้น ครง้ั พระผูมีพระภาคเจาทรงพระนามวา วิปสสี มีขนาดโยชน๑ ครั้งพระสิขีพทุ ธเจา ขนาด ๓ คาวตุ ครง้ั พระเวสสภพู ุทธเจา ขนาดก่งึ โยชนคร้งั พระกกสุ นั ธพทุ ธเจา ขนาด ๑ คาวุต ครง้ั พระโกนาคมนพทุ ธเจาขนาดคร่งึคาวตุ ครงั้ พระกสั สปพุทธเจา ขนาด ๒๐ อุสภะ. ครง้ั พระผมู พี ระภาคเจาของเราทัง้ หลาย มขี นาด ๘ กรีส. แมน ครนนั้ บางครง้ั ก็อยทู ศิ ตะวนั ออกของวหิ ารน้นั บางครง้ั ก็ทศิ ใต บางครั้งกท็ ศิ ตะวันตก บางครัง้ ก็ทิศเหนอื . ก็ในพระคนั ธกุฎเี ชตวนั วิหาร สถานท่ีประดษิ ฐเ ทา พระแทนสเี่ ทาแนน สนทิ . จรงิ อยูข้ึนชอื่ วา เจตียสถานอันติดแนน ๔ แหง คือ สถานทีต่ ้งั มหาโพธบิ ัลลังก ๑สถานท่ปี ระกาศพระธรรมจกั รในปาอสิ ปิ ตนะ ๑ สถานทเี่ ปนท่ปี ระดษิ ฐานบนั ไดครั้งเสดจ็ ลงจากเทวโลก ณ สงั กสั สนคร ๑ สถานท่ีตัง้ พระแทน (ปรนิ ิพพาน)๑. ก็ซุมประตดู านหนาน้เี ปน ซมุ ประตดู า นทศิ ตะวันออก ครัง้ พระวหิ าร ๒๐อสุภของพระกัสสปทศพล. แมบ ดั นว้ี ิหารน้นั กย็ งั ปรากฏวา ซุม ประตดู านหนาอยนู ั้นเอง. ครง้ั พระกสั สปทศพล แมน ้าํ อจีรวดี ไหลลอมนคร ถึงซุมประตูดา นหนา ถกู นาํ้ เซาะทาํ ใหเกดิ สระนา้ํ ใหญม ีทาเรยี บลกึ ไปตามลาํ ดบั . ณ ท่ีน้นั
พระสุตตนั ตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 435มที า น้าํ นาร่ืนรมย มที รายเสมือนแผนเงินหลน เกล่อื นแยกกนั เปนสว น ๆอยางนค้ี อื ทา นา้ํ สําหรับพระราชาทา ๑ สาํ หรบั ชาวพระนครทา ๑ สําหรบัภิกษสุ งฆท า ๑ สาํ หรบั พระพุทธเจาท้ังหลายทา ๑. ดังน้นั พระผูมีพระภาคเจากับทา นพระอานนท จึงเสด็จเขา ไปยังทซี่ ุม ประตูดา นหนาอันนี้ต้ังอยู เพือ่สรงสนาน พระองค. ครัง้ นั้นทา นพระอานนทน อ มผา สรงนาํ้ เขา ไปถวาย.พระผมู พี ระภาคเจา ทรงเปลือ้ งผา แดง ๒ ชัน้ ทรงนงุ ผาอาบน้าํ . พระเถระรับจวี รผนื ใหญก บั ผา ๒ ชัน้ ไวใ นมอื ของตน. พระผมู พี ระภาคเจาเสดจ็ ลงสรงนํา้ . ฝูงปลาและเตาในนํา้ กม็ ีสีเหมอื นทองไปหมด พรอมกับท่พี ระองคเสดจ็ ลงสรงนํา้ . กาลน้ันไดเ ปน เหมือนเวลาเอาทะนานยนตรดสายน้ําทอง และเหมือนเวลาแผแผนทอง. ครั้งเม่อื พระผมู ีพระภาคเจา ทรงแสดงธรรมเนียมการสรงนา้ํ ทรงสรงน้ําเสดจ็ ขน้ึ แลว พระเถระก็นอ มผาผืนแดง ๒ ช้ันถวาย.พระผมู พี ระภาคเจาทรงนุงผานัน้ ทรงคาดประคดเอวเสมอื นสายฟา ทรงจับจวี รผนื ใหญท ชี่ ายทง้ั สองรวบชายนอ มเขา มาทําใหเ ปน เหมือนกลีบปทมุ ประทับยนื อยู. ดว ยเหตุนน้ั ทานจงกลา ววา พระผูมพี ระภาคเจา ทรงสรงพระองคท ่ีซุมประตดู า นหนา เสด็จขนึ้ ประทับยนื มจี วี รผนื เดียว. ก็พระสรีระของพระผูมีพระภาคเจาผูประทับยนื อยางนี้ รงุ โรจนเหมือนสระที่เตม็ ไปดว ยดอกบัว เเละอบุ ลกําลงั แยม เหมอื นตนปารฉิ ัตตกะท่มี ีดอกบานสะพร่งั และเหมอื นทอ งฟาท่ีระยิบระยับไปดว ยดาวและพยับแดด เหมอื นจะเรียกรองเอามิ่งขวัญ แลกลมุลกั ษณะอนั ประเสริฐ ๓๒ ของพระองค ซึ่งงดงามแวดลอมดวยพระรศั มีวาหนึง่ไพโรจนอยางย่งิ เหมอื นดวงจันทร ๓๒ ดวง ดวงอาทติ ย ๓๒ ดวงทร่ี อยวางไวเหมือนพระเจา จักพรรดิ ๓๒ องค เทวราช ๓๒ องค และมหาพรหม ๓๒ องคทีส่ ถติ อยตู ามลาํ ดบั . น้ชี ือ่ วาวรรณภมู ิ พึงทราบกําลงั ของพระธรรมกถึกในฐานะเหน็ ปานน้วี า พระธรรมกถกึ ผสู ามารถควรจะนําเน้อื ความอปุ มาและเหตุ
พระสตุ ตันตปฎก มชั ฌิมนิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 436มากลา วสรรเสริญพระสรรี ะและพระคณุ ของพระพุทธเจา ท้ังหลายในฐานะเห็นปานน้ี ดวยจณุ ณิยบท หรือ คาถาท้งั หลายใหบรบิ รู ณ. บทวา คตตฺ านิ ปุพฺพาปยมาโน ความวา รอความเปน ปกติกระทําใหพระกายหมดน้าํ อธิบายวา ทาํ ใหแหง. จรงิ อยู เม่ือพระผมู ีพระ-ภาคเจา ม.ี พระวรกายชุมดวยนาํ้ ทรงหมจวี รก็เกดิ เปน ดอก. เครอ่ื งบริขารกเ็ สีย.แตน า้ํ ท่ีเจอื ธลุ ยี อมไมติดในพระสรรี ะของพระพทุ ธเจาท้ังหลาย นํา้ กก็ ลงิ้ กลับไปเหมอื นหยาดน้าํ ที่ใสบนใบบัว. แมเ ม่ือเปน เชนน้นั เพราะความเคารพในสกิ ขา พระผูมีพระภาคเจาจงึ ทรงจบั จีวรผืนใหญท ง้ั สองมุม ดวยทรงพระดาํ ริวา น่ี ชือ่ วาธรรมเนียมของบรรพชิตประทับยนื ปด พระกายเบอ้ื งหนา . ขณะนนั้พระเถระคิดวา พระผูม พี ระภาคเจาทรงหม จวี รใหญ จักกลบั พระองคลาํ บากตง้ั แตเรม่ิ เสดจ็ สูม ิคารมาตปุ ราสาท ชอื่ วา เปลยี่ นพุทธประสงคย อมหนัก เหมือนเหยยี ดมอื จับราชสีห ทเ่ี ที่ยวตวั เดยี ว เหมือนจับงวงชา งตกมันและเหมอื นจบัคออสูรพษิ ท่ีกําลงั แผแมเบยี้ จงึ พรรณนาคุณอาศรมของรัมมกพราหมณ ทลูวอนพระผมู ีพระภาคเจาเพ่ือเสด็จไป ณ ทีน่ ั้น. พระเถระไดกระทาํ อยางนั้น.เพราะเหตุนน้ั ทานจงึ กลา ววา อถโข อายสฺมา อานนโฺ ท ฯเปฯ อนกุ มฺปอปุ าทาย ดังน.้ี บรรดาบทเหลานั้น บทวา อนุกมปฺ อปุ าทาย ไดแ กอาศัยความอนเุ คราะหภกิ ษุ ๕๐๐ รปู ผไู ปสอู าศรมน้ันดวยตง้ั ใจจกั ฟง ธรรมีกถาเฉพาะพระพกั ตรข องพระผูมีพระภาคเจา อธบิ ายวา กระทาํ ความกรณุ าในภิกษุทัง้ หลาย. บทวา ธมฺมิยา กถาย ความวา นงั่ ประชุมกนั ชมพระบารมี ๑๐ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ และมหาภเิ นษกรมณ. บทวา อาคยมาโน ไดแ กชะเงอ ดู อธิบายวา ไมผลุนพลันเสดจ็ เขาไปดวยถอื พระองคว า เราเปนพระพุทธเจา ประทบั ยืนอยูจนกวา เขาจะพูดกนั จบ บทวา อคฺคฬ อาโกเฏสิไดแ ก เคาะประตู. บทวา วิวรึสุ ความวา ทนั ใดนน้ั นั่นเอง ภกิ ษุทัง้ หลายกม็ า
พระสตุ ตนั ตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 437เปด ประตู. เพราะนงั่ คอยเงี่ยหูฟง อยูแลว. บทวา ปฺตเฺ ต อาสเน ความวาไดย ินวา คร้ังพุทธกาล ภิกษถุ ึงอยูร ปู เดยี วในทีใ่ ด ๆ ก็จัดพทุ ธอาสนไ วในที่น้ันๆ ท้ังน้ัน. เพราะเหตใุ ด. เขาวา พระผูมีพระภาคเจา ทรงใสพ ระทยั ถึงภกิ ษุที่เรยี นกรรมฐานในสาํ นักของพระองคแลว อยูใ นท่ผี าสกุ วา ภกิ ษรุ ูปโนน รับกรรมฐานในสาํ นักของเราไปแลว สามารถทาํ คุณวิเศษใหบงั เกดิ ขึน้ หรือไมหนอ.ลําดบั นน้ั ทรงเห็นภกิ ษนุ ้นั ละเลยกรรมฐาน กําลังตรกึ อกศุ ลวติ ก แตน ัน้ กท็ รงพระดําริวา อยา งไรเลา อกศุ ลวติ กทง้ั หลายจงึ ครอบงาํ กุลบุตรผูน้ีซงึ่ เรยี นกรรมฐานในสาํ นกั ของศาสดาเชน เรา ใหจมลงในวฏั ฏทุกข ซึง่ ติดตามไปรไู มได จงึ ทรงแสดงพระองคใ นท่นี ัน้ นั่นแหละ เพ่อื อนเุ คราะหกุลบุตรนนั้ ทรงโอวาทกลุ บตุ รนน้ั แลว เสดจ็ เหาะกลบั ไปที่ประทับของพระองค. ลําดับน้นั ภกิ ษุทั้งหลายไดร ับโอวาทอยา งนนั้ จึงคดิ วา พระศาสดาทรงทราบใจของพวกเราจึงเสดจ็ มาแสดงพระองคประทบั ยนื อยูใกล ๆ พวกเรา ในขณะนน้ั ช่ือวา การแสวงหาอาสนะเปนภาระดวยกราบทูลวา พระเจา ขา โปรดประทบั นั่งในท่ีนี้โปรดประทบั น่งั ที่นี้ จงึ จดั อาสนะไวอย.ู ภกิ ษุใดมตี ่งั ภกิ ษนุ ัน้ กจ็ ดั ตั่ง ภิกษใุ ดไมมี ภกิ ษุน้ันกจ็ ดั เตียง หรือแผน กระดาน ไมหนิ หรอื กองทราย. เมื่อไมไดกด็ ึงเอาใบไมเ กา ๆ มาลาดตั้งเปน กองไวใ นทน่ี น้ั . แตใ นเร่อื งนม้ี ีอาสนะท่ีจดัไวตามปกติทั้งนั้น. ทา นหมายเอาอาสนะน้ัน จงึ กลาววา ปฺ ตฺเต อาสเนนสิ ีทิ ดังนี้. บทวา กายนุตฺถ ความวา ทา นทง้ั หลายนั่งประชมุ กนั ดวยเรอื่ งอะไรหนอ. บาลีวา กายเนตถฺ ดงั นี้ ก็ม.ี แมบ าลีนนั้ ก็มเี นือ้ ความวา พวกเธอนง่ัประชมุ กันในทีน่ ้ีดว ยเรือ่ งอะไรหนอ. บาลวี า กายโนตฺถ ไดแ ก เรอ่ื งอนื่ อยางหนงึ่เนื้อความอยา งขอนีเ้ หมอื นกัน. บทวา อนตฺ รากถา ไดแ ก เรอ่ื งอื่นอยางหน่ึงระหวางการใสใจการเรยี น การสอบถามกรรมฐานเปนตน. บทวา วปิ ฺปกตา
พระสตุ ตนั ตปฎก มชั ฌิมนิกาย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 438ไดแก ยงั ไมจบ คือยังไมถ ึงท่ีสดุ เพราะการมาของเราเปน ปจจัย. บทวาอถ ภควา อนุปฺปตโฺ ต ความวา คร้งั น้ัน คอื กาลนน้ั พระผูมพี ระภาคเจาเสดจ็ มา. บทวา ธมฺมี กถา วา ไดแก หรือธรรมีกถาท่อี ิงกถาวัตถุ ๑๐.ก็ในคาํ วา อริโย วา ตุณฺหีภาโว นี้ ทัง้ ทุตยิ ฌาน ทั้งมลู กรรมฐาน พึงทราบวา อรยิ ดษุ ณีภาพ เพราะฉะน้ัน ภกิ ษนุ ง่ั เขา ฌานน้นั ก็ดี นง่ั กาํ หนดมลู กรรมฐานเปนอารมณกด็ ี พงึ ทราบวา น่ังโดยอริยดุษณภี าพ. คําวา เทวฺ มาภกิ ฺขเว ปริเยสนา มอี นุสนธิเปน อันเดยี วกนั . ภิกษเุ หลานั้นไดกระทําใหเปน ภาระของพระเถระดวยตงั้ ใจจักฟงธรรมีกถาเฉพาะพระพักตร. พระเถระไดกระทาํ ท่ีไปอาศรมของภิกษเุ หลานนั้ . ภิกษุเหลา นัน้ น่งั ในทีน่ นั้ มใิ ชสนทนากันดว ยเรื่องดริ จั ฉานกถา หากนง่ั สนทนากันดว ยเรอ่ื งธรรมะ. ครั้งน้ัน พระ-ผูมีพระภาคเจา ทรงเริม่ เทศนาน้ี เพอื่ แสดงวา การแสวงหาของพวกเธอนี้ ชอื่ วาอริยปรเิ ยสนา. บรรดาบทเหลา นัน้ ในบทวา กตมา จ ภิกขฺ เว อนรยิ ปริเยสนานี้ ความวา บรุ ษุ ผฉู ลาดในหนทาง เม่ือแสดงทางอุบายทค่ี วรเวน กอ น จึงกลา ววา จงละทางซา ย ถือเอาทางขวา ฉนั ใด พระผมู พี ระภาคเจาก็ฉันน้ัน เพราะความทท่ี รงเปนผูฉลาดเทศนา จงึ ทรงบอกการแสวงหาอันมใิ ชอริยะท่ีพงึ ละเวนเสียกอน ตอนหลงั จึงทรงแยกลําดับอทุ เทสกอ นวา เราจักบอกการแสวงหานอกน้ี ดังน้ีแลว จึงตรสั อยางนี.้ บทวา ชาติธมโฺ ม แปลวา มีการเกิดเปน สภาวะ. บทวา ชราธมฺโม แปลวา มีความแกเปน สภาวะ. บทวา พฺยาธิธมโฺ ม แปลวา มคี วามเจบ็ ไขเ ปน สภาวะ. บทวา มรณธมโฺ ม แปลวา มคี วามตายเปนสภาวะ. บทวา โสกธมฺโม แปลวา มีความโศกเปนสภาวะ.
พระสุตตันตปฎก มชั ฌมิ นกิ าย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 439 บทวา สงกฺ ิเลสธมฺโม แปลวา มีความเศรา หมองเปนสภาวะ. บทวาปตุ ฺตภรยิ ไดแก บตุ รและภรรยา. ในบททงั้ ปวงกน็ ัยน.้ี กใ็ นคําวา ชาตรู-ปรชฏ น้ี ชาตรูป ไดแก ทอง. รชฏ ไดแก มาสกโลหะเปนตน อยา งใดอยา งหน่ึงที่เขาสมมตกิ นั . ดว ยบทวา ชาติธมฺมา เหเต ภิกฺขเว อุปธโยทรงแสดงวา กามคณุ ๕ เหลา นน้ั ช่อื อุปธิ อุปธทิ ้ังหมดนน้ั มีความเกิดเปนธรรม. ทองและเงนิ ทานไมถอื เอาใน พยฺ าธิธมมฺ วาร เปน ตน เพราะทองและเงินนนั้ ไมม ีพยาธมิ โี รคศรี ษะเปนตน ไมม มี รณะกลาวคอื จุติเหมือนสัตวท้งั หลาย ไมเกดิ ความโศก แตย อ มเศราหมองดวยสังกเิ ลสมชี ราเปน ตน เพราะฉะนั้น ทา นจงึ ถอื เอาในสงั กิเลสสิกธรรมวาระ ทงั้ ถอื เอาในชาตธิ รรมวาระดว ย เพราะมีฤดเู ปน สมุฏฐาน ทั้งถอื เอาในชราธรรมวาระดวย เพราะสนิมจบัจงึ ครา่ํ ครา . บทวา อย ภกิ ขฺ เว อรยิ ปรเิ ยสนา ความวา ดกู อ นภิกษุท้งั หลาย การแสวงหานี้ พึงทราบวา การแสวงหาของพระอรยิ ะ เพราะไมมีโทษในตัวเองบาง เพราะพระอรยิ ะพงึ แสวงหาบา ง. ถามวา เพราะเหตุไร จึงเรมิ่ คําวา อห ป สทุ ภกิ ขเว. แกวา เพ่ือแสดงการเสดจ็ ออกมหาภเิ นษกรมณต ้งั แตเดมิ . ไดย นิ วา พระองคมีพระดาํ ริอยางน้วี า ภิกษุทง้ั หลาย แมเรากเ็ สาะแสวงส่งิ ท่ไี มใชอริยะมาแตกอน เราน้ันละการแสวงหาอนั ไมใ ชอ รยิ ะน้นั แลว แสวงหาส่ิงท่เี ปน อริยะจงึ บรรลุสพั พัญุตญาณแมพระปญจวัคคยี ก็แสวงหาสิง่ ที่ไมใ ชอ รยิ ะพวกเธอกล็ ะสง่ิ ทีไ่ มใชอรยิ ะนน้ั แสวงหาส่ิงทีเ่ ปน อริยะ บรรลุขีณาสวภูมิ แมพ วกทาน กด็ ําเนินตามทางเราและของพระปญจวัคคยี การแสวงหาอนั เปน อรยิ ะจงึ จัดเปนการแสวงหาของพวกทานเพราะฉะนนั้ เพือ่ จะทรงแสดงการออกมหาภเิ นษกรมณข องพระองคต ง้ั แตเดิมมา. บรรดาบทเหลา นนั้ บทวา ทหโรว สมาโน แปลวา กาํ ลังรนุ หนมุ .บทวา สุสกุ าฬเกโส ไดแก ผมดาํ สนิท อธิบายวามีผมสดี ังดอกอญั ชัน.
พระสุตตนั ตปฎ ก มัชฌมิ นกิ าย มูลปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 440บทวา ภทเฺ รน แปลวา งาม. บทวา ปเมน วยสา ไดแ กต ้ังอยูโ ดยปฐมวยับรรดาวยั ท้ัง ๓. บทวา อกามกาน ไดแ กเ มอ่ื ไมป รารถนา. บทวา อกาม-กาน น้เี ปน ฉัฏฐีวิภัตติ ลงในอรรถแหง อนาทร. ชอ่ื วา อัสสมุ ุขาเพราะมีนาํ้ เนตรนองพระพักตรแ หงพระมารดาและบดิ า ผูมพี ระพกั ตรน องดวยน้าํ พระเนตร อธบิ ายวา ผูม พี ระพกั ตรช ุม ดว ยน้ําพระเนตร. บทวา รทุ นฺตานไดแก รอ งไหค รํา่ ครวญอย.ู บทวา กกึ สุ ล คเวสี ไดแ กแสวงหากศุ ลอะไร.บทวา อนตุ ตฺ ร สนฺติวรปท ความวา แสวงหาบทอนั ประเสรฐิ กลา วคือความสงบอันสงู สดุ ไดแ กพ ระนิพพาน. บทวา อาฬาโร ในคําวา เยนอาฬาโร น้เี ปน ชอ่ื ของดาบสน้ัน. ไดย ินวา ดาบสน้นั ชอ่ื วา ทฆี ปง คละ.ดวยเหตุนั้นเขาจึงมนี ามวา อาฬาระ. บทวา กาลาโม เปน โคตร. บทวาวหิ ารตายสมฺ า แปลวา ขอทานผูมีอายุเชญิ อยกู อ น. บทวา ยตถฺ วิฺปู รุ โิ สไดแ ก บุรุษผูเปน บัณฑติ ในธรรมใด. บทวา สก อาจรยิ ก ไดแก ลัทธิ-อาจารยของตน. บทวา อปุ สมฺปชฺช วหิ เรยยฺ ไดแก พึงเขา ถึงอยู ดวยเหตุเทา นเี้ ปน อันเขาไดทําโอกาสแลว . บทวา ต ธมมฺ ไดแกแ บบแผนลทั ธขิ องเขาเหลาน้นั . บทวา ปรยิ าปณุ ึ ไดแ ก พอไดฟงเรยี นเอา. บทวา โอฏ-ปหตมตฺเตน ความวา ดว ยเหตเุ พยี งหุบปาก เพ่อื รบั คําที่เขากลาว อธบิ ายวา เพยี งเจรจาปราศรยั กลบั ไปกลบั มา. บทวา ลปตลาปนมตฺเตน ไดแ กดวยเหตุเพยี งถือเอาถอยคาํ ที่เขาบน เพอ. บทวา าณวาท ไดว าทะวาเราจะรูช ดั . บทวา เถรวาท ไดแ ก วาทะวามั่นคง. คาํ นี้หมายความวา ขาพเจาเปน ผูมั่นคงในขอ น.้ี บทวา อหเฺ จว อฺเ จ ความวา ไมใ ชแตเราจะกลา วเพยี งคนเดยี วเทานั้น แมค นอนื่ เปนอันมากก็กลา วอยา งน้ี. บทวา เกวลสทฺธามตฺตเกน ความวา ดวยเหตเุ พียงศรัทธา อันบริสทุ ธ์เิ ทา น้นั มใิ ชกระทําใหแจง ดว ยปญ ญา. ไดยินวา พระโพธสิ ตั ว เรียนธรรมดวยวาจาเทาน้นั
พระสุตตันตปฎก มัชฌิมนกิ าย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 441ไดร วู า ทา นกาลามะไดเ พยี งปริยตั ิ ดว ยวาจาเพียงอยา งเดยี วในธรรมนี้กห็ าไมทานยังไดสมาบตั ิ ๗ อยางแนนอน ดว ยเหตุนนั้ ทา นจึงมีความคดิ อยางน้ี. บทวาอากิ ฺจฺายตน ปเวเทสิ ความวา ไดใหเรารสู มาบัติ ๗ อันมีอากิญ-จัญญายตนสมาบัติเปน ทส่ี ุด. บทวา สทธฺ า ไดแ ก ศรัทธาเพ่ือใหเ กิดสมาบัติ๗ เหลานี.้ แมใ นความเพียรเปน ตนกน็ ัยน้ีเหมอื นกนั . บทวา ปทเหยยฺ ไดแ กพ ึงการทําความพยายาม. บทวา น จิรสฺเสว ต ธมฺม สย อภิ ฺ าสจฉฺ ิกตวฺ า อุปสมปฺ ชชฺ วิหาสึ ไดแกนยั วาพระโพธิสตั วท รงบาํ เพญ็ ความเพยี รทาํ สมาบัติ ๗ ใหเกดิ ขึ้นเพียงเวลา ๒-๓ วนั เทา นัน้ เหมอื นคล่ีมา นทอง๗ ชัน้ เพราะฉะนนั้ จงึ กลาวอยางนน้ั . บทวา ลาภา โน อาวุโส ความวา ไดย ินวา ทา นกาลามะน้ีเปน คนไมร ษิ ยา เพราะฉะนนั้ ทา นคิดวา ผูน เ้ี พิ่งมาทาํ อะไรทําธรรมนี้ใหบงั เกดิไดด ังนี้แลว ก็ไมรษิ ยา กลบั เล่ือมใส เม่ือจะประกาศความเลือ่ มใสจึงกลา วอยางน้ี. บทวา อุโภ วสนตฺ า อมิ คณ ปริหราม ความวา ทา นกลาววาคณะนีเ้ ปนคณะใหญ เราสองคนมาชว ยกันบรหิ ารเถดิ แลว ไดใหส ญั ญาแกค ณะทานกลา ววา แมเ รากไ็ ดส มาบัติ ๗ พระมหาบุรุษกไ็ ดส มาบตั ิ ๗ เหมอื นกนัคนจํานวนเทา นีเ้ รยี นบริกรรมในสํานกั ของพระมหาบรุ ษุ จํานวนเทา นเี้ รียนในสํานกั ของเรา ดังนแ้ี ลว ไดแบงใหคร้ังหน่งึ . บทวา อุฬาราย แปลวา สงู สดุ .บทวา ปชู าย ไดแก เขาวา ท้งั หญิงทงั้ ชายท่ีเปนอปุ ฏฐากของทา นกาลามะถอื ของหอมและดอกไมเ ปนตนมา. ทานกาลามะบอกวา ทานท้ังหลายจงไปบชู าพระมหาบรุ ุษเถดิ . คนเหลานั้นบูชาพระมหาบุรุษแลว บชู าทานกาลามะดวยของทเ่ี หลือ. คนทัง้ หลายนําเตียงตั่งเปน ตน ทม่ี คี ามากมาใหเ เมของเหลาน้ันแกพระ-มหาบรุ ษุ ถามีเหลือ ตนเองจึงรบั . ในทท่ี ไ่ี ปดวยกัน ทา นกาลามะสั่งใหจดัเสนาสนะะอยา งดแี กพ ระโพธิสัตว ตนเองรับสวนที่เหลือ. ในคาํ วา นายธมโฺ มนิพพฺ ิทาย เปน ตน ความวา ธรรมคอื สมาบตั ิ ๗ น้ี ไมเ ปน ไปเพ่อื
พระสุตตนั ตปฎ ก มชั ฌิมนิกาย มลู ปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 442เบ่ือหนายในวัฏฏะ ไมเปน ไปเพอ่ื คลายกําหนดั ไมเ ปน ไปเพ่อื ดบั ราคะเปนตน ไมเปน ไปเพ่อื ความสงบ ไมเ ปน ไปเพื่อรูย่งิ ธรรมทคี่ วรรูยิ่งไมเ ปนไปเพือ่ ตรสั รสู จั จะ ๔ ไมเ ปนไปเพื่อทําใหแ จงพระนพิ พาน. บทวายาวเทว อากิจฺ ฺ ายตนปู ปตตฺ ยิ า ความวา เปนไปเพียงเกิดในอากิญ-จัญญายตนภพ ซึง่ มีอายปุ ระมาณ ๖๐,๐๐๐ กปั ป ไมส ูงไปกวาน้ัน ธรรมนี้เปน ธรรมเวียนมาอีก ทั้งใหถงึ ฐานะอนั ใด ฐานะอนั นน้ั ก็ไมพน จากชาตชิ รา-มรณะไปไดเลย ถกู ลอ มไวดว ยบว งมฤตยูทัง้ น้นั . กแ็ ลบุรุษผหู วิ โหยไดโภชนะทนี่ า พอใจ บรโิ ภคอิม่ หนาํ สาํ ราญแลว ทิง้ ดวยอาํ นาจนา้ํ ดบี าง เสลดบาง โดยหลงลืมเสยี บาง ไมเ กิดความรูวา เราจักบริโภคขาวกอ นเดยี วกันอกี เปรยี บฉนั ใดตั้งแตน ั้นมา พระมหาสัตว กเ็ ปรียบฉันนัน้ เหมือนกนั แมทําสมาบัติ ๗ ใหบงั เกิดดวยอตุ สาหะอยา งมาก เห็นโทษตา งโดยการเวียนมาอกี เปนตนนี้ ในสมาบตั เิ หลานนั้ มิไดเ กดิ จิตคดิ วา เราจกั คํานึง หรอื จกั เขา จกั ตงั้ จักออกหรอื จักพิจารณาธรรมนอี้ กี . บทวา อนลงฺกริตวฺ า ไดแก ไมพงึ พอใจบอ ย ๆ วา จะพออะไรดวยส่งิ น้ี จะพอใจอะไรดวยสงิ่ น.ี้ บทวา นพิ พฺ ชิ ฺชเเปลวา ระอา. บทวา อปกฺกมึ แปลวาไดไปแลว . บทวา น โข ราโมอมิ ธมมฺ ความวา พระโพธิสตั วเ รยี นธรรมแมใ นทนี่ ้ี รูท ัว่ แลว วา ธรรมคอื สมาบตั ิ ๘ นี้ เปนธรรมอนั อทุ ทกดาบสรามบตุ รต้งั ไวเพียงเรียนดว ยวาจาเทา นนั้ แตท ี่แท อุททกดาบสฐานบุตร ผูนี้เปน ผไู ดส มาบตั ิ ๘ ดวยเหตนุ ั้นพระโพธสิ ัตว จงึ คดิ อยา งนวี้ า น โข ราโม ฯเปฯ ชาน ปสสฺ วหิ าสิ.คาํ ทเี่ หลอื ในขอนพี้ งึ ทราบโดยนยั ทก่ี ลาวแลว ในวาระตนนน่ั แล. เขตใหญอธิบายวากองทรายใหญ ชอ่ื วา อุรุเวลา ในคําวา เยน อุรุเวลา เสนา-นคิ โม น.้ี อีกนัยหน่ึง ทรายทานเรยี กวา อุรุ เขตแดนเรียกวา เวลา.พึงทราบในคําน้ีอยา งนี้วา ทรายทเ่ี ขานาํ มา เหตุลวงขอบเขตชื่อวา อุรเุ วลา.
พระสุตตนั ตปฎก มชั ฌิมนกิ าย มูลปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 443 ดงั ไดส ดับมา ในอดตี กาล ครงั้ พระพุทธเจายังไมอบุ ัติ กลุ บตุ รประมาณ๑๐,๐๐๐ บวชเปน ดาบส อยูใ นประเทศนั้น วันหนึ่งประชมุ กัน ตั้งกตกิ ากนัไวว า ขึ้นชอื่ วา กายกรรมและวจีกรรมปรากฏแกช นทง้ั หลายเหลา อ่ืน สวนมโนกรรมไมปรากฏ เพราะฉะนั้น ผูใ ด ตรึกกามวิตก พยาบาทวติ ก หรอืวหิ ิงสาวติ ก คนอนื่ ทีจ่ ะเตอื นผืนนัน้ ไมมี ผูน น้ั จงเตือนตนดว ยตนเอง จงเอาภาชนะใสท รายใหเ ตม็ มาเกลี่ยไวในทน่ี ี้ อันนเ้ี ปนการลงโทษผนื นี.้ ตง้ั แตน้ันมาผใู ดตรึกวติ กเชนน้ัน ผูนนั้ ก็ตอ งเอาภาชนะใสท รายมาเกล่ยี ลงในทีน่ ้นั กองทรายใหญเ กิดข้นึ โดยลาํ ดบั ในท่ีนั้นดว ยประการฉะนี้ ตอแตนัน้ คนท่ีเกดิ มาในภายหลังจงึ ลอมกองทรายใหญน ัน้ ไวท าํ เปน เจดียสถาน ทานหมายเอากองทรายใหญน้นัจึงกลาววา อุรเุ วลาติ ฯเปฯ อตโฺ ถ ทฏ พฺโพ. บทวา เสนานคิ โม แปลวา นคิ มของเสนา. เลา วา เหลาชนครง้ัปฐมกปั ไดม กี ารพักกองทพั อยูในทีน่ ้ัน เพราะฉะน้นั ทนี่ ้นั เขาจึงเรยี กวาเสนานคิ ม กม็ .ี ปาฐะวา เสนานิคาโม ก็มี. อธิบายวา บดิ าของนางสชุ าดาช่ือวา เสนานิ บานของนายเสนานนี ้นั . บทวา ตทวสรึ แปลวา รวมลงในทีน่ นั้ . บทวา รมฺมณีย ภูมิภาค ไดแก ภมู ภิ าคทนี่ า รน่ื รมย ทงี่ ดงามดว ยดอกไมน าํ้ และบก มปี ระการตา ง ๆ ทบ่ี านสะพรั่ง. บทวา ปาสาทิก วนสณฑฺ ความวา ไดเห็นไพรสณฑท่ีใหเ กดิ ความเลื่อมใสเชนกับกาํ หางนกยงู . บทวานทิจฺ สนทฺ นฺตึ ความวา ไดเ หน็ แมน าํ้ เนรญั ชรา มนี ํ้าใสสเี ขยี วเยน็ เชนกับกองแกว มณีกําลงั ไหลเอื่อย. บทวา เสตก ไดแกสะอาดปราศจากเปอ กตม.บทวา สุปติตฺถ ไดแ กประกอบดวยทา อนั ดที ่ีลมุ ลกึ โดยลําดบั . บทวา รมฺ-มณีย ไดแก มีทวิ ทศั นน า ร่ืนรมย มที รายท่ีเกล่ยี ไวเสมือนแผนเงิน มปี ลาและเตา มาก. บทวา สมนฺตา จ โคจรคาม ความวา ไดเ ห็นโคจรคามทหี่ าภกิ ษาไดง าย สําหรับบรรพชิตผมู าถงึ แลวสมบูรณไปดว ยคมนาคมในทีไ่ ม
พระสตุ ตนั ตปฎ ก มชั ฌิมนิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 444ไกลโดยรอบประเทศน้นั . บทวา อล วต แปลวา สามารถหนอ บทวาตตฺเถว นสิ ที ึ ทา นกลา วหมายเอาประทับน่งั ณ โพธบิ ลั ลงั ก. จรงิ อยูบทวา ตตฺเถว ในพระสตู รกอ นทา นประสงคเ อาสถานทที่ รงบําเพญ็ ทกุ กร-กิรยิ า สว นในพระสตู รน้ี ทา นประสงคเอาโพธบิ ลั ลังก ดวยเหตนุ น้ั ทา นจึงกลาววา ตตเฺ ถว นสิ ที ึ ดังนี.้ บทวา อลมิท ปธานาย ความวา ประ-ทบั นงั่ ทรงดาํ รอิ ยางนวี้ า ท่ีนสี้ ามารถทาํ ความเพียรได. บทวา อชฺฌคมึไดแกบรรลคุ ือไดเ ฉพาะแลว. บทวา าณฺจ ปน เม ทสฺสน ความวาก็แลพระสัพพญั ุตญาณ ท่สี ามารถเหน็ ธรรมท้ังปวง เกดิ ขึน้ แกเรา. บทวาอกปุ ปฺ า เม วมิ ุตฺติ ความวา วมิ ุตติอันประกอบดวยพระอรหตั ผลของเราชื่อวา อกุปปะ เพราะไมกําเริบและเพราะมอี กุปปธรรมเปนอารมณ วิมุตตนิ น้ัไมกําเริบดวยราคะเปน ตน เพราะเหตนุ น้ั จึงชื่อวาอกุปปะ แมเพราะไมกําเริบ เปน อกปุ ปธรรมที่มีพระนพิ พานเปน อารมณ เพราะเหตุนัน้ จึงชอ่ื วาอกุปปะ แมเพราะมอี กุปปธรรมเปนอารมณ. บทวา อยมนตฺ ิมา ชาติแปลวา นี้เปน ชาตสิ ุดทายท้งั หมด. ดวยบทวา นตถฺ ิทานิ ปนุ พภฺ โวทา นแสดงวา แมปจจเวกขณญาณก็เกิดขนึ้ แกเราอยา งนีว้ า บัดนี้ เราไมม ีปฏิสนธิอกี . บทวา อธคิ โต แปลวา แทงตลอดแลว . บทวา ธมฺโม ไดแกธ รรมคอื สจั จะ ๔. คําวา คมฺภีโร น้ี เปน คําปฏเิ สธความตน้ื . บทวาททุ ทฺ โส ไดแกช อ่ื วาเห็นยาก พึงเหน็ ไดโ ดยลําบาก ไมอาจเหน็ ไดโ ดยงา ยเพราะเปน ธรรมอันลึก ชือ่ วา รตู ามไดย าก รไู ดโดยลําบาก ไมอ าจรูไ ดโดยงายเพราะเปน ธรรมท่ีเห็นไดยาก. บทวา สนโฺ ต ไดแ กด ับ. บทวา ปณโี ต ไดแ กไมเ รา รอน. คาํ ทงั้ สองนี้ ทา นกลาวหมายเอาโลกตุ ตรธรรมเทา น้นั . บทวาอตกฺกาวจโร ไดแก เปน ธรรมท่ไี มพงึ สอดสอ งหยั่งลงดวยความตรกึ คอืพจิ ารณาดวยญาณเทานั้น.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก มัชฌิมนกิ าย มูลปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 445 บทวา นปิ ุโณ แปลวา ละเอยี ด. บทวา ปณฑฺ ิตเวทนโี ย ไดแกอนั เหลาบัณฑติ ผปู ฏบิ ตั ิสัมมาปฏบิ ัตพิ ึงร.ู บทวา อาลยรามา ความวา สัตวท้งั หลายยอ มของกามคณุ ๕ เพราะฉะน้นั กามคุณ ๕ น้ัน เรยี กวา อาลยั . สัตวท้ังหลายยอมขอ งตณั หาวปิ ริต ๑๐๘เพราะฉะน้ัน จงึ เรยี กวา อาลัย. สัตวท้ังหลายชือ่ วา อาลยรามา เพราะยนิ ดีดว ยกามคณุ อนั เปนทีอ่ าลยั นั้น. ชอื่ วา อาลยรตา เพราะยินดใี นกามคุณอนั เปนที่อาลยั . ชื่อวา อาลยสมฺมุทิตา เพราะยนิ ดดี วยดใี นกามคุณอนั เปน ทอ่ี าลัย.เหมือนอยางวา พระราชาเสด็จเขาไปยงั พระราชอุทยานทส่ี มบรู ณดว ยตน ไมอันเตม็ ไปดว ยดอกและผลเปนตนท่ตี กแตงไวเปนอยางดี ทรงยนิ ดดี ว ยสมบตั นิ น้ั ๆ.ยอมทรงบนั เทิงร่นื เรงิ เบิกบานไมเ บือ่ แมเ ยน็ แลวก็ไมป รารถนาจะออกไปฉันใดสตั วทง้ั หลายยอมยนิ ดีดว ยอาลยั คอื กามและอาลยั คือตัณหาเหลา นกี้ ฉ็ นั น้ันยอมเบกิ บานไมเ บื่ออยใู นสงั สารวัฏ. ดวยเหตุน้นั พระผมู พี ระภาคเจา เมอื่จะทรงแสดงอาลัย ๒ อยา งแกส ัตวเหลา นนั้ ใหเหมอื นอทุ ยานภูมิ จึงตรัสคํามอี าทิวา อาลยรามา ดังน้.ี บทวา ยทิท เปนนิบาต. หมายเอาฐานะแหง อาลัยนนั้ พึงเหน็ เนอ้ื ความอยา งนีว้ า ย อิท หมายเอาปฏิจจสมปุ บาทพงึ เหน็ เนื้อความอยา งนวี้ า โย อย ดังนี.้ บทวา อิทปปฺ จฺจยตาปฏจิ จฺ -สมุปฺปาโท ความวา ปจ จัยแหง ธรรมเหลานชี้ ่อื วา อทิ ปฺปจฺจยา. อทิ ปฺ-ปจฺจยา น่นั แล ช่อื วา อิทปปฺ จฺจยตา อิทปฺปจฺจยตา นั้นดว ย ปฏจิ จ-สมปุ บาทดวย เพราะฉะนัน้ จงึ ชอ่ื วา อทิ ัปปจจยตาปฏจิ จสมุปบาท. คําวาอทิ ปฺปจฺจยตาปฏจิ จฺ สมุปปาโท นี้เปนชื่อของปจจัยมสี งั ขารเปน ตน. บทวาสพพฺ สงขฺ ารสมโถ เปนตน ทกุ บทเปนไวพจนของพระนพิ พาน ทงั้ นน้ั .ก็เพราะเหตทุ ีค่ วามดิน้ รนแหงสงั ขารทงั้ หมด อาศยั พระนพิ พานนั้น ยอ มสงบระงบั ฉะน้นั นพิ พานนนั้ ทา นจงึ เรียกวา สพพฺ สงฺขารสมโถ เปน ทส่ี งบสังขาร
พระสุตตนั ตปฎก มชั ฌิมนกิ าย มลู ปณณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 446ทง้ั ปวง. อนง่ึ เพราะอปุ ธทิ ั้งหมดอาศัยพระนพิ พานนั้น ยอมสละคืน ตณั หาทง้ั ปวงยอ มสิน้ ไป ราคะคือกเิ ลสทัง้ ปวงยอมคลายไป ทกุ ขท ั้งปวงยอมดับไป.ฉะน้ัน นิพพานน้ันทานจงึ เรยี กวา สพฺพูปธปิ ฏนิ ิสฺสคฺโค สละคืนอปุ ธิท้ังปวงตณฺหกขฺ โย เปน ทส่ี ิ้นตัณหา วิราโค ธรรมเปนท่ีสาํ รอกกเิ ลส. นโิ รโธ ความดบั . ก็ตณั หาทา นเรยี กวานะเพราะรอยรัดเยบ็ ภพกับภพ หรือกรรมกบั ผล. ชอื่ วานิพพานเพราะออกจากตัณหา คือ วานะน้ัน.บทวา โสมมสฺส กิลมโถ ความวาช่ือวา การแสดงธรรมแกผูไมรเู ปนความลําบากแกเ รา ความลาํ บากอนั ใดพงึมีแกเ รา ความลาํ บากอันนน้ั พึงเปนความเบยี ดเบียนแกเรา. ทา นอธบิ ายวา พึงเปน ความลําบากกายและเปนการเบยี ดเบียนกาย ดังนี้. แตท ้ัง ๒ อยา งนนั้ไมม ใี นจติ ของพระพทุ ธเจา ท้ังหลาย. บทวา อปส สฺ ุ เปนนบิ าตลงในอรรถวาเพม่ิ พนู . พระเถระนน้ั ยอมแสดงวา มิไดม คี าํ น้นั เทา น้ัน แมคาถาเหลานน้ั กป็ รากฏแลว . บทวา มแปลวา แกเรา. บทวา อนจฉฺ รยิ า เปน อนุอจฉฺ รยิ า เปนอศั จรรยเลก็นอย. บทวา ปฏภิ สุ ไดแก เปนทางเดินของญาณกลา วคอื ปฏิภาณ คือถึงความเปน ขอ ทจ่ี ะพึงปริวิตก. บทวา กจิ เฺ ฉน ไดแ ก ไมใ ชเปนทุกขาปฏทิ า. จรงิ อยู มรรค ๔ยอมเปน สุขาปฏปิ ทาสาํ หรบั พระพุทธเจา ทั้งหลายเทยี ว. คาํ น้ที า นกลาวหมายเอาอาคมนยี ปฏปิ ทา แหงพระองคผ ูยงั มีราคะยงั มีโทสะและยังมีโมหะอยูท ีเดยี วในกาลทรงบาํ เพ็ญพระบารมี ทรงตัดศีรษะอันประดับแลว ตกแตง แลว นําเลือดในลาํ พระศอออกควักนยั นต าอันหยอดยาตาดีแลว ใหทานวตั ถอุ ยา งอื่นมอี ยางน้ีเปนตน คือบตุ รผูเปน ประทีปแหง ตระกูลวงศ ภรยิ าผูม จี รรยานา พอใจแกย าจกผูมาแลวมาเลา และถงึ ความตดั ถูกทําลายเปนตนในอตั ตภาพทั้งหลายเชน กับขนั ติวาทีดาบส. ห อักษรในคาํ วา หล น้ีเปน เพยี งนบิ าต ความวา อยา เลย.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก มชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 447บทวา ปกาสติ ุ แปลวา เพ่ือแสดง คอื อยา จําแนก อยา แสดงสอนธรรมทเี่ ราบรรลุแลว โดยยากอยางน้ีเลย อธบิ ายวา ธรรมท่ีเราแสดงแลว จะมีประโยชนอ ะไร. บทวา ราคโทสปเรเตหิ ไดแก ผอู ันราคะและโทสะถูกตอ งแลว หรอื อนั ราคะและโทสะครอบงําแลว . บทวา ปฏิโสตคามึไดแกสัจจธรรม ๔ ท่ีไปแลว อยางนว้ี า อนจิ ฺจ ทกุ ขฺ อนตตฺ า อสภุ (ไมเที่ยง เปนทุกข เปน อนตั ตา ไมง าม) อนั ทวนกระแสแหงธรรมมีความเที่ยงเปน ตน. บทวา ราครตา ไดแ กผยู นิ ดีแลวดวยกามราคะ ภวราคะและทฏิ ฐิราคะ. บทวา น ทกขฺ นตฺ ิ ความวา ยอ มไมเ ห็นโดยสภาวะน้ีวา ไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ไมงาม ดังน.ี้ ใครแล จกั อาจเพ่ือทาํ บคุ คลผไู มเ ห็นเหลานั้นใหถือเอาอยา งนี้ได. บทวา ตโมกฺขนเฺ ธนอาวุตา ความวา ผูอันกองอวิชชาทวมทับแลว. บทวา อปโฺ ปสฺสุกกฺตาย ไดแกเ พอ่ื ไมม ีความขวนขวาย อธบิ ายวา เพื่อไมป ระสงคจะเทศนา. ถามวา ก็เพราะเหตไุ ร จติ ของพระองคจ ึงนอ มไปอยา งนว้ี า เรานพ้ี นแลวจักทําผอู ่ืนใหพ น ขามแลว กจ็ กั ทําผูอ ืน่ ใหขา มมใิ ชหรือ พระองคตัง้ความปรารถนาไววา เราผูมเี พศที่ไมมีใครรจู ัก กระทาํ ให แจง ธรรมในโลกนี้ยงั จะตอ งการอะไร เรา บรรลสุ ัพพญั ตุ ญาณแลว จักทําโลก พรอ มท้งั เทวโลกใหขามดังนี้แลวบําเพ็ญบารมีทง้ั หลาย กบ็ รรลสุ พั พญั ตุ ญาณ. ตอบวาขอน้เี ปนความจริง จิตของพระองคนอ มไปอยางนด้ี ว ยอานุภาพแหงปจจเวกขณญาณ กพ็ ระองคบรรลสุ ัพพัุุตญาณ พจิ ารณาถงึ ความทส่ี ัตวยังยดึ กิเลส และความท่ีธรรมเปน สภาพลึกซงึ่ จงึ ปรากฏวา สัตวย งั ยึดกเิ ลสและธรรมเปนสภาพลกึ ซงึ่ โดยอาการทง้ั ปวง เมอื่ เปน อยา งนน้ั ก็ทรงพระดาํ ริ
พระสุตตันตปฎก มชั ฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 448วา สัตวเหลา น้ันเพียบไปดวยกิเลสเศรา หมองเหลือเกนิ กาํ หนัดเพราะราคะโกรธเพราะโทสะ หลงเพราะโมหะ เหมือนนา้ํ เตา เต็มดว ยน้ําขา ว เหมอื นตุม เตม็ ดว ยเปรียง เหมือนผาเกาชุม ดวยมนั ขน และเหมือนมอื เปอ นยาหยอดตา สัตวทงั้ หลายเหลาน้นั จักตรสั รไู ดอ ยางไรเลา จงึ ทรงนอ มจติ ไปอยางน้นัแมดว ยอานภุ าพแหง การพจิ ารณาถึงการยึดกิเลส ก็ธรรมนพ้ี ึงทราบวาลึกเหมือนลําน้ําทร่ี องแผนดิน เหน็ ไดย าก เหมือนเมลด็ พนั ธผุ กั กาดทเี่ อาภูเขามาวางปด รูตามไดแสนยากเหมอื นปลายแหง ขนทรายทแี่ บง ออกเปน๗ สว น ชื่อวา ทานทีเ่ ราพยายามเพ่ือแทงตลอดธรรมนีไ้ มใ หแ ลว ไมมี ชือ่ วาศีลที่เราไมไ ดร ักษาแลว ก็ไมม ี. ช่ือวาบารมไี ร ๆ ทีเ่ รามไิ ดบ าํ เพญ็ ก็ไมมีเมื่อเรานน้ั กาํ จัดกาํ ลงั ของมารทเ่ี หมอื นไรอุตสาหะ แผน ดนิ กไ็ มไหว เมือ่ระลึกถงึ ปพุ เพนิวาสญาณ ในปฐมยาม กไ็ มไหว เม่อื ชาํ ระทิพยจกั ษใุ นมัชฌมิ ยามก็ไมไ หว แตเมอ่ื แทงตลอดปฏจิ จสมปุ บาท ในปจ ฉิมยาม หมนื่ โลกธาตุจึงไหว ดังนั้น ผูท่มี ีญาณกลา แมเชน เรายงั แทงตลอดธรรมน้ีไดโดยยากทเี ดียวโลกิยมหาชนจกั แทงตลอดธรรมนัน้ ไดอ ยา งไร พงึ ทราบวา ทรงนอมจติ ไปอยา งนี้ แมดว ยอานภุ าพแหง การพิจารณาความลกึ ซง้ึ แหง พระธรรมดวยประการดงั นี.้ อน่ึง เมอื่ สหมั บดพี รหมทูลอาราธนา พระองคก ็ทรงนอมจิตไปอยางนี้เพราะมพี ทุ ธประสงคจะทรงแสดงธรรม. จริงอยู พระผูม พี ระภาคเจาทรงทราบวา เมื่อเรานอมจติ ไปเพ่อื ความเปนผมู ีความขวนขวายนอ ย ทา วมหาพรหมก็จักอาราธนาเราแสดงธรรม. ดว ยวา สตั วเ หลาน้ีเคารพพรหม สตั วเหลานั้นสําคัญอยวู า พระศาสดาไมประสงคจ ะทรงแสดงธรรม แตท าวมหาพรหมอาราธนาใหเ ราแสดงธรรม ทา นผูเจริญท้ังหลาย ธรรมนี้สงบประณีตหนอจักต้งั ใจฟงดว ยดี อาศยั เหตนุ ี้พึงทราบวา พระองคน อมจิตไปเพ่ือความเปนผขู วนขวายนอยมไิ ดน อมไปเพ่อื แสดงธรรม.
พระสตุ ตันตปฎ ก มชั ฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 449 บทวา สหมปฺ ติสฺส ความวา ไดย นิ วา ทา วสหัมบดีพรหมนน้ัครั้งศาสนาพระผูมีพระภาคเจา พระนามวา กสั สป เปนพระเถระช่อื สหกะ ทําปฐมฌานใหบงั เกดิ แลว ไปเกิดเปน พรหมอายกุ ปั หน่ึงในภูมิแหงปฐมฌาน. ชนทั้งหลายยอ มหมายถึงทาวมหาพรหมน้นั วา สหัมบดีพรหมในคํานั้น. ทา นหมายเอาสหัมบดพี รหมนน้ั จึงกลา ววา พรฺ หฺมุโน สหมปฺ ติสสฺ . บทวา นสฺสติวต โภ ความวา ไดยนิ วา สหัมบดพี รหมนัน้ เปลงเสยี งนอี้ อกโดยท่พี รหมในหมื่นโลกธาตุ ไดย ินแลว ประชมุ กันทงั้ หมด. บทวา ยตรฺ หิ นาม แปลวาในโลกใด. บทวา ปุรโต ปาตรุ โหสิ ปรากฏพรอ มกบั พรหมพนั หน่ึงน้นั .บทวา อปปฺ รชกขฺ ชาติกา ไดแ ก ธลุ ี คอื ราคะโทสะและโมหะในนัยนต าอันสาํ เร็จดว ยปญ ญามปี ระมาณเลก็ นอยของสัตวเ หลานี้ มสี ภาวะอยา งน้ี เพราะฉะนน้ั สัตวเ หลา นี้ จึงชอ่ื วา อปปฺ รชกชฺ าตกิ า มีธลุ ี คอื กเิ ลสในนัยนตานอย.บทวา อสสฺ วนตา แปลวา เพราะไมไ ดสดับ. ดวยบทวา ภวสิ ฺสนฺติ ทานแสดงวา สตั วทัง้ หลายผูกระทําบุญโดยบุญกริ ยิ าวัตถุ ๑๐ ในพระพุทธเจา องคกอ น ๆ หวงั การแสดงธรรมประหนง่ึ ดอกปทุมที่แกต องแสงอาทติ ย ควรจะหยั่งลงในอริยภมู เิ ม่ือจบคาถา ๔ บท ไมใ ชคนเดียว ไมใชสองคน แตหลายแสน ทจ่ี ักตรสั รธู รรม. บทวา ปาตรุ โหสิ แปลวา ปรากฏ. บทวา สมเลหิ จินฺติโตไดแก ทีพ่ วกศาสดาท้งั ๖ ผูมมี ลทินคดิ . จรงิ อยู ศาสดาเหลา นน้ั เกดิ ข้ึนกอน พากนั แสดงธรรมคอื มิจฉาทฏิ ฐทิ ีม่ ีมลทนิ เหมือนลาดหนามไว และเหมอื นราดยาพษิ ไวทวั่ ชมพทู วปี . บทวา อปาปเุ รต ไดแกเปด ประตูอมตะนัน้ .บทวา อมตสสฺ ทฺวาร ไดแกอริยมรรคอันเปนประตูอมตนพิ พาน. บทวาสุณนตฺ ุ ธมฺม วมิ เลนานพุ ุทฺธ ความวา ทลู วอนวา ขา แตพระผมู พี ระ-ภาคเจา กอ นอ่นื ขอสตั วเ หลา นี้จงสดับธรรมคอื อรยิ สัจจ ๔ ทพี่ ระสมั มา-
พระสตุ ตันตปฎก มชั ฌมิ นิกาย มลู ปณ ณาสก เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 450สัมพทุ ธเจา ผูไมมมี ลทิน เพราะไมม ีมลทินมีราคะเปนตน ตรัสรูแลว. บทวาเสเล ยถา ปพพฺ ตมทุ ธฺ นฏิ โิ ต ความวา อปุ มาเหมือนบคุ คลผูยืนอยูบนภูเขาอนั เปน แทงทบึ ลว นศลิ า ไมจ ําเปน ทจ่ี ะตอ งชเู หยียดคอ เพอ่ื จะดูคนทีย่ ืนอยบู นยอดภเู ขา ทเ่ี ปนเทง ทบึ ลวนศลิ า. บทวา ตถปู ม เทยี บอยา งนน้ั หรืออปุ มาดว ยภูเขาหนิ .กค็ วามยอในขอ นี้มีดงั น้ี บรุ ุษผูมจี กั ษุยนื อยูบ นยอดเขาหินพงึ เห็นหมูชนไดโดยรอบฉันใด ดูกอนสุเมธผูม ีปญ ญาดี พระผมู ีพระภาคเจาผมู ีสมันตจักษุดวยสพั พญั ุตญาณ แมพ ระองค โปรดข้ึนปราสาทธรรมคอื ปญญาไมเ ศรา โศกดวยพระองคเอง โปรดใครค รวญพิจารณาตรวจตราหมูช นผรู ะงมดว ยความโศกและถูกชาตชิ ราครอบงํา ก็ฉนั นน้ั . ในขอ นี้มอี ธบิ ายวา เหมอื นอยางวา ชนท้งั หลายทํานามากรอบเชงิ เขา ปลกู กะทอมไวท ี่เขตคันนา ในทีน่ ้ัน กลางคนืตามไฟไว ก็ความมืดมดิ ทปี่ ระกอบดวยองค ๔ พงึ มี เมือ่ เปนดังนัน้ บรุ ษุ ผูมีจกั ษุ ยนื บนยอดเขาน้นั มองดูพน้ื ดนิ ไรนากไ็ มปรากฏ เขตคันนากไ็ มปรากฏกะทอ มก็ไมป รากฏ ผูคนท่ีนอนอยใู นที่นน้ั ก็ไมปรากฏ ปรากฏก็แตเพยี งแสงไฟที่กระทอมเทาน้นั ฉันใด เมอื่ พระตถาคตขึน้ ธรรมปราสาทตรวจดูหมูสัตว หมูสตั วผไู มไดทํากรรมดแี มจะนง่ั อยใู กลพ ระชาณุเบื้องขวาในวหิ ารเดยี วกัน ก็ไมปรากฏแกพ ระพทุ ธจักษุ เหมอื นยิงธนู ในเวลากลางคนื สว นเวไนยบคุ คลผูกระทาํ กรรมดแี มจะอยูใ นท่ไี กล กม็ าปรากฏแกพ ระองคเ ปรียบเหมือนไฟ และเหมือนหมิ วันตบรรพตฉันน้ัน. สมดงั คาถาประพนั ธทท่ี านกลาวไววาทูเร สนโฺ ต ปกาเสนตฺ ิ หมิ วนโฺ ตว ปพพฺ โตอสนเฺ ตตถฺ น ทิสฺสนตฺ ิ รตตฺ ึ ขติ ฺตา ยถา สรา.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 571
Pages: