11 ตวั อย่างการเขยี นสาระสําคญั เรื่อง วยั รุ่น วยั รุ่น ลกั ษณะจําเพาะ ลกั ษณะประกอบ – – เป็นวยั ที่ตอ้ งการการดูแลอยา่ ง – ใกลช้ ิด เพราะยงั มีความตา้ นทานโรค ต่าํ –มีอตั ราการเจริญเติบโตสูงกวา่ ช่วงวยั ใด ๆ – น้าํ หนกั ตวั เป็นผลรวมของการ – เจริญเติบโตของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ในวยั ทารกนิยมใชน้ า้ํ หนักตัวตามเกณฑ์ – อายุ เป็นดชั นีบ่งช้ีถึงภาวะโภชนาการวา่ มีน้าํ หนกั เหมาะสมกบั อายหุ รือไม่ การ ขาดอาหาร เจบ็ ป่ วยและภาวะโภชนาการ เกินในทารกจะส่งผลใหน้ ้าํ หนกั เปล่ียนแปลงไดง้ ่าย – โดยทวั่ ไปส่วนสูงของทารกเมื่ออายุ 1 ปี ควรสูงประมาณ 1.5 เท่าของส่วนสูง เมื่อแรกเกิด สาระสําคญั วยั ทารก เป็นวยั ที่มีอตั ราการเจริญเติบโตสูงกวา่ ช่วงวยั ใด ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ใน 4 เดือนแรกหลงั คลอด และยงั เป็นวยั ที่ตอ้ งการการดูแลอยา่ งใกลช้ ิด เพราะยงั มีความตา้ นทาน โรคต่าํ จึงเป็นวยั ท่ีเสี่ยงต่อการเจบ็ ป่ วยไดง้ ่าย
12 ข้นั ท่ี 2 กาํ หนดภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมี ผลการเรียนรู้ตามทก่ี าํ หนดไว้อย่างแท้จริง เมื่อครูกาํ หนดผลลพั ธ์ปลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนแลว้ ก่อนที่จะดาํ เนินการข้นั ต่อไป ขอใหค้ รูตอบคาํ ถามสาํ คญั ต่อไปน้ี นกั เรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลกั ษณะใด จึงทาํ ใหค้ รูทราบวา่ นกั เรียนบรรลุผลลพั ธ์ ปลายทางตามที่กาํ หนดไวแ้ ลว้ ครูมีหลกั ฐานหรือใชว้ ิธีการใดท่ีสามารถระบุไดว้ า่ นกั เรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตามผลลพั ธ์ ปลายทางที่กาํ หนดไว้ การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามหลกั การของ Backward Design เนน้ ใหค้ รูรวบรวมหลกั ฐานการ วดั และประเมินผลการเรียนรู้ท่ีจาํ เป็นและมีหลกั ฐานเพยี งพอท่ีจะกล่าวไดว้ า่ การจดั การเรียนรู้ทาํ ใหน้ กั เรียน เกิดผลสมั ฤทธ์ิแลว้ ไม่ใช่เรียนแค่ใหจ้ บตามหลกั สูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูกาํ หนดไว้ เท่าน้นั วธิ ีการของ Backward Design ตอ้ งการกระตุน้ ใหค้ รูคิดล่วงหนา้ วา่ ครูควรจะกาํ หนดและรวบรวมหลกั ฐานเชิงประจกั ษอ์ ะไรบา้ งก่อนที่จะออกแบบหน่วยการเรียนรู้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หลกั ฐานดงั กล่าวควรจะเป็นหลกั ฐานที่สามารถใชเ้ ป็นขอ้ มูลยอ้ นกลบั ท่ีมีประโยชนส์ าํ หรับ นกั เรียนและครูไดเ้ ป็นอยา่ งดี นอกจากน้ีครูควรใชว้ ธิ ีการวดั และประเมินแบบต่อเนื่องอยา่ งไม่เป็นทางการและ เป็นทางการ ตลอดระยะเวลาท่ีครูจดั กิจกรรมการเรียนรู้ใหแ้ ก่นกั เรียน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวคิดท่ีตอ้ งการใหค้ รู ทาํ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกวา่ สอนไปวดั ผลไป จึงกล่าวไดว้ า่ ข้นั น้ี ครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนกั เรียน โดยพิจารณาจากผลงาน หรือชิ้นงานท่ีเป็นหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ นกั เรียนเกิดผลลพั ธ์ปลายทางตามเกณฑท์ ่ีกาํ หนดไว้ แลว้ และเกณฑท์ ่ีใชป้ ระเมินควรเป็นเกณฑค์ ุณภาพในรูปของมิติคุณภาพ (Rubrics) อยา่ งไรกต็ าม ครูอาจจะมี หลกั ฐานหรือใชว้ ิธีการอ่ืน ๆ เช่น การทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน การสมั ภาษณ์ การศึกษาคน้ ควา้ การฝึก ปฏิบตั ิขณะเรียนรู้ประกอบดว้ ยกไ็ ด้ การกาํ หนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมผี ล การเรียนรู้ตามผลลพั ธ์ปลายทางทก่ี าํ หนดไว้แล้ว หลงั จากท่ีครูไดก้ าํ หนดผลลพั ธป์ ลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนแลว้ ครูควรกาํ หนดภาระ งานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ซ่ึงเป็นหลกั ฐานที่แสดงวา่ นกั เรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลพั ธ์ปลายทางที่ กาํ หนดไวแ้ ลว้ ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมท่ีกาํ หนดใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ เพื่อใหบ้ รรลุตามจุดประสงคก์ าร เรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี /มาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาํ หนดไว้ ลกั ษณะสาํ คญั ของงานจะตอ้ งเป็นงานท่ีสอดคลอ้ งกบั ชีวติ จริงในชีวติ ประจาํ วนั เป็นเหตุการณ์จริงมากกวา่ กิจกรรมท่ีจาํ ลองข้ึนเพอ่ื ใชใ้ นการทดสอบ ซ่ึงเรียกวา่ งาน
13 ที่ปฏิบตั ิเป็นงานที่มีความหมายต่อนกั เรียน (Meaningful Task) นอกจากน้ีงานและกิจกรรมจะตอ้ งมีขอบเขตท่ี ชดั เจน สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี /มาตรฐานการเรียนรู้ท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียน ท้งั น้ีเม่ือไดภ้ าระงานครบถว้ นตามท่ีตอ้ งการแลว้ ครูจะตอ้ งนึกถึงวธิ ีการและเครื่องมือท่ีจะใชว้ ดั และ ประเมินผลการเรียนรู้ของนกั เรียนซ่ึงมีอยมู่ ากมายหลายประเภท ครูจะตอ้ งเลือกใหเ้ หมาะสมกบั ภาระงานที่ นกั เรียนปฏิบตั ิ ตวั อยา่ งแสดงภาระงาน/ชิ้นงาน แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ใน แต่ละวยั (ต่อ) จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรม ภาระงาน/ การวดั และประเมนิ ผล สื่อการเรียนรู้ การเรียนรู้ 1. การ การเรียนรู้ ชิ้นงาน วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ –ใบงานที่ 2 เจริญเติบโตและ คาํ ถามกิจกรรม 1. อธิบายลกั ษณะการ พฒั นาการของ • ซกั ถาม • ผลการ 1. การซกั ถาม • แบบ • ผา่ นเกณฑ์ การตอบคาํ ถาม เจริญเติบโตทาง มนุษยแ์ ต่ละวยั ความรู้ สาํ รวจขอ้ มูล ความรู้ควบคู่ ร่างกายและพฒั นาการ (ต่อ) เกี่ยวกบั น้าํ หนกั 2. การทาํ งาน ประเมินผล เฉลี่ยระดบั พฒั นาทกั ษะ ของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ 1.4 วยั รุ่น ลกั ษณะ ส่วนสูง และ กระบวนการคิด และวยั สูงอายอุ ยา่ ง 1.5 วยั ผใู้ หญ่ เจริญเติบโต ส่วนสูง กลุ่ม การนาํ เสนอ คุณภาพ 4 –ใบกิจกรรมท่ี4 ถูกตอ้ งได้ (K) 1.6 วยั สูงอายุ ทางร่างกาย การสาํ รวจขอ้ มลู 2.เขา้ ร่วมปฏิบตั ิ และ 3. การปฏิบตั ิ ขอ้ มลู /การ ข้ึนไป น้าํ หนกั และ กิจกรรมการเรียนรู้ใน พฒั นาการ ส่วนสูง เร่ืองลกั ษณะการ ของวยั รุ่น กิจกรรม อภิปราย/การ เปรียบเทียบกบั เจริญเติบโตทาง และวยั สูง อา เกณฑอ์ า้ งอิงการ ร่างกายและพฒั นาการ ยู วเิ คราะห์และ แสดงความ เจริญเติบโต ของ ของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ กรมอนามยั และวยั สูงอายดุ ว้ ย อภิปราย คิดเห็น/การ กระทรวง ความสนใจใฝ่ รู้ (A) สาธารณสุข 3. สื่อสารเพอ่ื อธิบาย กิจกรรม สร้างแผนท่ี – ใบกิจกรรมที่ 5 เกี่ยวกบั ลกั ษณะการ การสาํ รวจขอ้ มูล เจริญเติบโตทาง 4. การเขียน ความคิด การเปลี่ยน ร่างกายและพฒั นาการ โครงสร้าง ของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ สรุปความรู้ • แบบ ร่างกายผสู้ ูงอายุ และวยั สูงอายใุ หผ้ อู้ ื่น ประเมิน เขา้ ใจได้ (P) คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ • แบบ ประเมิน ทกั ษะ/ กระบวนการ
14 ความเขา้ ใจที่คงทนจะเกิดข้ึนได้ นกั เรียนจะตอ้ งมีความสามารถ 6 ประการ ไดแ้ ก่ 1. การอธิบาย ชี้แจง เป็นความสามารถท่ีนกั เรียนแสดงออกโดยการอธิบายหรือช้ีแจงในสิ่งท่ีเรียนรู้ได้ อยา่ งถูกตอ้ ง สอดคลอ้ ง มีเหตุมีผล และเป็นระบบ 2. การแปลความและตคี วาม เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการแปลความและตีความได้ อยา่ งมีความหมาย ตรงประเดน็ กระจ่างชดั และทะลุปรุโปร่ง 3. การประยุกต์ ดดั แปลง และนําการไปใช้ เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการนาํ ส่ิงที่ได้ เรียนรู้ไปสู่การปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และคล่องแคล่ว 4. การมีมุมมองทหี่ ลากหลาย เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการมีมุมมองท่ีน่าเชื่อถือ เป็นไปได้ มีความลึกซ้ึง แจ่มชดั และแปลกใหม่ 5. การให้ความสําคญั ใส่ใจในความรู้สึกของผู้อนื่ เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการมี ความละเอียดรอบคอบ เปิ ดเผย รับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น ระมดั ระวงั ที่จะไม่ใหเ้ กิดความกระทบกระเทือน ต่อผอู้ ื่น 6. การรู้จักตนเอง เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการมีความตระหนกั รู้ สามารถ ประมวลผลขอ้ มลู จากแหล่งที่หลากหลาย ปรับตวั ได้ รู้จกั ใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาด นอกจากน้ีหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดก้ าํ หนดสมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษาตามหลกั สูตรไว้ 5 ประการ ดงั น้ี 1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถของนกั เรียนในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ความ เขา้ ใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเอง เพอื่ แลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสารและประสบการณ์ อนั จะเป็นประโยชน์ ต่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจาต่อรองเพอ่ื ประนีประนอม การเลือกท่ีจะรับและไม่รับขอ้ มูล ข่าวสารดว้ ยหลกั เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคาํ นึงถึง ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสงั คม 2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถของนกั เรียนในการคิดวิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การคิดเชิงคุณธรรม และการคิดอยา่ งเป็นระบบเพือ่ นาํ ไปสู่การ สร้างองคค์ วามรู้หรือสารสนเทศ เพอ่ื การตดั สินใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถของนกั เรียนในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ เผชิญไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรม และขอ้ มูลสารสนเทศ เขา้ ใจ ความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงั คม ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ นการป้ องกนั และ แกไ้ ขปัญหา และมีการตดั สินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคาํ นึงถึงผลกระทบท่ีเกิดข้ึนต่อตนเอง สงั คม และ ส่ิงแวดลอ้ ม 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะกระบวนการและทกั ษะในการดาํ เนินชีวติ เป็นความสามารถของ ผเู้ รียนในดา้ นการนาํ กระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาํ เนินชีวิตประจาํ วนั การทาํ งาน และการอยรู่ ่วมกนั ใน สงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสมั พนั ธอ์ นั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การและหาทางออกที่เหมาะสมดา้ นความ
15 ขดั แยง้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล การปรับตวั ใหท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม การสืบเสาะหาความรู้ และการรู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรมท่ีไม่พงึ ประสงคซ์ ่ึงจะส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถของนกั เรียนในการเลือกใชเ้ ทคโนโลยดี า้ น ต่าง ๆ ท้งั ดา้ นวตั ถุ แนวคิด และวธิ ีการในการพฒั นาตนเองและสงั คมดา้ นการเรียนรู้ การส่ือสาร การทาํ งาน การแกป้ ัญหา และการอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมและมีคุณธรรม นอกจากสมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษาตามหลกั สูตรที่กล่าวแลว้ ขา้ งตน้ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดก้ าํ หนดคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องนกั เรียน เพ่ือใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก โดยมี คุณลกั ษณะท่ีสาํ คญั อยา่ งนอ้ ย 8 ประการ ดงั น้ี 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซ่ือสัตย์สุจริต 3. มีวนิ ัย 4. ใฝ่ เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพยี ง 6. มุ่งม่ันในการทาํ งาน 7. รักความเป็ นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ นอกจากน้ีสถานศึกษาสามารถกาํ หนดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคเ์ พ่มิ เติมใหส้ อดคลอ้ งตามบริบท และจุดเนน้ ของตน ดงั น้นั การกาํ หนดภาระงานใหผ้ เู้ รียนปฏิบตั ิ รวมท้งั การเลือกวธิ ีการและเคร่ืองมือ ประเมินผลการเรียนรู้น้นั ครูควรคาํ นึงถึงความสามารถของนกั เรียน 5 ประการ ตามแนวคิดของ Backward Design สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษาตามหลกั สูตรที่ ไดก้ ล่าวไวข้ า้ งตน้ เพื่อใหภ้ าระงาน วธิ ีการ และเคร่ืองมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ครอบคลุมส่ิงท่ีสะทอ้ น ผลลพั ธ์ปลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนอยา่ งแทจ้ ริง นอกจากน้ีการออกแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward design ในข้นั ที่ 2 น้ี ครูจะตอ้ งคาํ นึงถึง ภาระงาน วธิ ีการ เคร่ืองวดั และประเมินผลการเรียนรู้ท่ีมีความเที่ยงตรง เช่ือถือได้ มีประสิทธิภาพ ตรงกบั สภาพจริง มีความยดื หยนุ่ และใหค้ วามสบายใจแก่นกั เรียนเป็นสาํ คญั ข้นั ท่ี 3 วางแผนการจดั การเรียนรู้ เมื่อครูมีความรู้ความเขา้ ใจท่ีชดั เจนเก่ียวกบั การกาํ หนดผลลพั ธป์ ลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียน รวมท้งั กาํ หนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็นหลกั ฐานที่แสดงวา่ นกั เรียนเกิดการ เรียนรู้ตามท่ีกาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริงแลว้ ข้นั ต่อไปครูควรนึกถึงกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่จะจดั ใหแ้ ก่นกั เรียน การท่ีครูจะนึกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะจดั ใหน้ กั เรียนไดน้ ้นั ครูควรตอบคาํ ถามสาํ คญั ต่อไปน้ี
16 ถา้ ครูตอ้ งการจะจดั การเรียนรู้ใหน้ กั เรียนเกิดความรู้เก่ียวกบั ขอ้ เทจ็ จริง ความคิดรวบยอด หลกั การ และทกั ษะกระบวนการต่าง ๆ ท่ีจาํ เป็นสาํ หรับนกั เรียน ซ่ึงจะทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดผลลพั ธ์ปลายทางตามท่ีกาํ หนด ไว้ รวมท้งั เกิดเป็นความเขา้ ใจที่คงทนต่อไปน้นั ครูสามารถจะใชว้ ิธีการง่าย ๆ อะไรบา้ ง กิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยเป็นสื่อนาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความรู้และทกั ษะที่จาํ เป็นมีอะไรบา้ ง ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมและดีที่สุด ซ่ึงจะทาํ ใหน้ กั เรียนบรรลุตามมาตรฐานของหลกั สูตร มีอะไรบา้ ง กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่กาํ หนดไวค้ วรจดั กิจกรรมใดก่อน และควรจดั กิจกรรม ใดภายหลงั – กิจกรรมต่าง ๆ ออกแบบไวเ้ พอ่ื ตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของนกั เรียนหรือไม่ เพราะ เหตุใด การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือใหน้ กั เรียนเกิดผลลพั ธ์ปลายทางตามแนวคิดของ Backward Design น้นั วกิ กินส์และแมกไทไดเ้ สนอแนะใหค้ รูเขียนแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ นวคิดของ WHERETO (ไปที่ ไหน) ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี W แทน กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีจดั ใหน้ ้นั จะตอ้ งช่วยใหน้ กั เรียนรู้วา่ หน่วยการเรียนรู้น้ีจะดาํ เนินไปใน ทิศทางใด (Where) และสิ่งที่คาดหวงั คืออะไร (What) มีอะไรบา้ งช่วยใหค้ รูทราบวา่ นกั เรียนมีความรู้พ้นื ฐาน และความสนใจอะไรบา้ ง (Where) H แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรดึงดูดความสนใจนกั เรียนทุกคน (Hook) ทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความ สนใจในสิ่งท่ีจะเรียนรู้ (Hold) และใชส้ ิ่งที่นกั เรียนสนใจเป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรส่งเสริมและจดั ให้ (Equip) นกั เรียนไดม้ ีประสบการณ์ (Experience) ในแนวคิดหลกั /ความคิดรวบยอด และสาํ รวจ รวมท้งั วินิจฉยั (Explore) ในประเดน็ ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ R แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดค้ ิดทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise) ความ เขา้ ใจในความรู้และงานที่ปฏิบตั ิ E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดป้ ระเมิน (Evaluate) ผลงานและสิ่งที่ เก่ียวขอ้ งกบั การเรียนรู้ T แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรออกแบบ (Tailored) สาํ หรับนกั เรียนเป็นรายบุคคลเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ ง กบั ความตอ้ งการ ความสนใจ และความสามารถท่ีแตกต่างกนั ของนกั เรียน O แทน การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ใหเ้ ป็นระบบ (Organized) ตามลาํ ดบั การเรียนรู้ของนกั เรียน และกระตุน้ ใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างองคค์ วามรู้ต้งั แต่เร่ิมแรกและตลอดไป ท้งั น้ีเพ่ือการเรียนรู้ท่ีมี ประสิทธิผล อยา่ งไรกต็ าม มีขอ้ สงั เกตวา่ การวางแผนการจดั การเรียนรู้ที่มีการกาํ หนดวธิ ีการจดั การเรียนรู้ การ ลาํ ดบั บทเรียน รวมท้งั สื่อและแหล่งการเรียนรู้ท่ีเฉพาะเจาะจงน้นั จะประสบผลสาํ เร็จไดก้ ต็ อ่ เม่ือครูไดม้ ีการ
17 กาํ หนดผลลพั ธป์ ลายทาง หลกั ฐาน และวธิ ีการวดั และประเมินผลท่ีแสดงวา่ นกั เรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่ กาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริงแลว้ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้เป็นเพียงสื่อที่จะนาํ ไปสู่เป้ าหมายความสาํ เร็จที่ตอ้ งการ เท่าน้นั ดว้ ยเหตุน้ีถา้ ครูมีเป้ าหมายที่ชดั เจนกจ็ ะช่วยทาํ ใหก้ ารวางแผนการจดั การเรียนรู้และการจดั กิจกรรมการ เรียนรู้สามารถทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดผลสมั ฤทธ์ิตามท่ีกาํ หนดไวไ้ ด้ โดยสรุปจึงกล่าวไดว้ า่ ข้นั น้ีเป็นการคน้ หาสื่อการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ สอดคลอ้ งเหมาะสมกบั นกั เรียน กิจกรรมท่ีกาํ หนดข้ึนควรเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมใหน้ กั เรียนสามารถสร้าง และสรุปเป็นความคิดรวบยอดและหลกั การท่ีสาํ คญั ของสาระท่ีเรียนรู้ ก่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจที่คงทน รวมท้งั ความรู้สึกและค่านิยมท่ีดีไปพร้อม ๆ กบั ทกั ษะความชาํ นาญ
18 กรอบแนวคดิ ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้เพอ่ื เน้นสู่ผลลพั ธ์ปลายทาง (Backward Design Template) หน่วยการเรียนรู้ท.ี่ .......................................... ข้นั ท่ี 1 ผลลพั ธ์ปลายทางทตี่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน (Design Results) ตวั ชี้วดั ช้ันปี ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทกี่ ระตุ้นให้นักเรียนเกดิ ความเข้าใจที่ • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียน คงทน จะเข้าใจวา่ ... 1. – 2. – ความรู้ของนักเรียนทน่ี ําไปสู่ความเข้าใจทคี่ งทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทนี่ ําไปสู่ความเข้าใจท่ี • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะ คงทน รู้วา่ ... • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนควรมี ทักษะและสามารถท่ีจะ... 1. 1. 2. 2. ข้นั ท่ี 2 หลกั ฐานในการประเมนิ เพอ่ื แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามทกี่ าํ หนด (Assessment Evidence) 1. ภาระงานทน่ี ักเรียนต้องปฏบิ ตั ิ – – 2. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้ • วธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ – – – – 3. ส่ิงทม่ี ุ่งประเมิน – – ข้นั ที่ 3 การวางแผนการจดั การเรียนรู้ – –
19 รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายช่ัวโมงจากการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคดิ ของ Backward Design Backward Design เขียนโดยใชร้ ูปแบบของแผนการจดั การเรียนรู้แบบเรียงหวั ขอ้ ซ่ึงมีรายละเอียด ดงั น้ี • ชื่อแผน... (ระบุช่ือและลาํ ดบั ท่ีของแผนการจดั การเรียนรู้) • สาระท่ี... (ระบุสาระที่ใชจ้ ดั การเรียนรู้) • ช้นั ... (ระบุช้นั ที่จดั การเรียนรู้) • หน่วยการเรียนรู้ท่ี... (ระบุช่ือและลาํ ดบั ที่ของหน่วยการเรียนรู้) • เวลา... (ระบุระยะเวลาท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ต่อ 1 แผน) • สาระสาํ คญั ... (เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทศั นข์ องหวั เร่ืองที่จะจดั การเรียนรู้) • ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี ... (ระบุตวั ช้ีวดั ช้นั ปี ที่ใชเ้ ป็นเป้ าหมายของแผนการจดั การเรียนรู้) • จุดประสงคก์ ารเรียนรู้... กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษา ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ซ่ึง ประกอบดว้ ย – ดา้ นความรู้ความคิด (Knowledge: K) – ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Affective: A) – ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Performance: P) • การวดั และประเมินผลการเรียนรู้... (ระบุวิธีการและเครื่องมือวดั และประเมินผลท่ีสอดคลอ้ ง กบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ท้งั 3 ดา้ น) • สาระการเรียนรู้... (ระบุสาระและเน้ือหาที่ใชจ้ ดั การเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหวั เร่ืองกไ็ ด)้ • กระบวนการจดั การเรียนรู้... (กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั ธรรมชาติของกลุ่มสาระและการ บรู ณาการขา้ มสาระ) • กิจกรรมเสนอแนะ... (ระบุรายละเอียดของกิจกรรมท่ีนกั เรียนควรปฏิบตั ิเพม่ิ เติม) • แนวทางบรู ณาการ... (เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอื่นท่ีบูรณาการร่วมกนั ) • สื่อ/แหล่งเรียนรู้... (ระบุส่ือ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้) • บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้...(ระบุรายละเอียดของผลการจดั การเรียนรู้ตามแผนท่ีกาํ หนดไว้ อาจ นาํ เสนอขอ้ เด่นและขอ้ ดอ้ ยใหเ้ ป็นขอ้ มูลที่สามารถใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการทาํ วจิ ยั ในช้นั เรียนได)้ ในส่วนของการเขียนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้น้นั ใหค้ รูท่ีเขียนแผนฯ นาํ ข้นั ตอนหลกั ของเทคนิค วิธีการของการจดั การเรียนรู้ที่เนน้ นกั เรียนเป็นสาํ คญั เช่น การเรียนแบบแกป้ ัญหา การศึกษาเป็นรายบุคคล การ อภิปรายกลุ่มยอ่ ย/กลุ่มใหญ่ การฝึกปฏิบตั ิการ การสืบคน้ ขอ้ มูล ฯลฯ มาเขียนในข้นั สอน โดยใหค้ าํ นึงถึง ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้
20 การใชแ้ นวคิดของการออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design จะช่วยใหค้ รูมี ความมน่ั ใจในการจดั การเรียนรู้และใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ของ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั (วพ.) ในการจดั การเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพต่อไป 4. เทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้–การวดั และประเมนิ ผลกล่มุ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 (2) และ (3) ไดร้ ะบุแนวทางการจดั การเรียนรู้ โดยเนน้ การฝึกทกั ษะกระบวนการคิด การฝึกทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ท่ี หลากหลาย การฝึกปฏิบตั ิจริง และการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้เพอ่ื การป้ องกนั และแกป้ ัญหา ดงั น้นั เพ่อื ใหก้ าร จดั การเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั นโยบายดงั กล่าวน้ี การจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ในคู่มือครู แผนการจดั การ เรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษาชุดน้ี จึงยดึ แนวทางการจดั การเรียนรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาํ คญั เนน้ การเรียนรู้จาก การปฏิบตั ิจริง และเนน้ การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ีผสมผสานเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กบั หวั ขอ้ เร่ือง หรือประเดน็ ที่สอดคลอ้ งกบั ชีวติ จริง เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเกิดการพฒั นาในองคร์ วม เป็นธรรมชาติ สอดคลอ้ งกบั สภาพและปัญหาท่ีเกิดในวิถีชีวิตของผเู้ รียน แนวทางการจดั การเรียนรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาํ คญั ไดเ้ ปล่ียนแปลงบทบาทของครูจากการเป็นผชู้ ้ีนาํ หรือถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผชู้ ่วยเหลือ อาํ นวยความสะดวก และส่งเสริมสนบั สนุนนกั เรียนโดยใชว้ ธิ ีการต่าง ๆ อยา่ งหลากหลายรูปแบบ เพ่ือใหน้ กั เรียนเกิดการสร้างสรรคค์ วามรู้และนาํ ความรู้ไปใชอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ คู่มอื ครู แผนการจัดการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษาชุดน้ีจึงไดน้ าํ เสนอทฤษฎีและเทคนิควิธีการเรียนการ สอนต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็ นฐาน (Brain-Based Learning–BBL) ท่ีเป็นวิธีการจดั การเรียนรู้ที่อิง ผลการวจิ ยั ทางประสาทวิทยา ซ่ึงไดเ้ สนอแนะไวว้ า่ ตามธรรมชาติน้นั สมองเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งไร โดยไดก้ ล่าวถึง โครงสร้างที่แทจ้ ริงของสมองและการทาํ งานของสมองมนุษยท์ ี่มีการแปรเปล่ียนไปตามข้นั ของการพฒั นา ซ่ึง สามารถนาํ มาใชเ้ ป็นกรอบแนวคิดของการสร้างสรรคก์ ารจดั การเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็ นฐาน (Problem-Based Learning–PBL) เป็นวิธีการจดั การเรียนรู้ท่ี ใชป้ ัญหาที่เกิดข้ึนเป็นจุดเร่ิมตน้ และเป็นตวั กระตุน้ ใหเ้ กิดกระบวนการเรียนรู้ โดยใหน้ กั เรียนร่วมกนั แกป้ ัญหา ภายใตก้ ารแนะนาํ ของครู ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ต้งั คาํ ถามและช่วยกนั คน้ หาคาํ ตอบ โดยใชอ้ าจใชค้ วามรู้เดิมมา แกป้ ัญหา หรือศึกษาคน้ ควา้ เพิ่มเติมสาํ หรับการแกป้ ัญหา นาํ ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการคน้ ควา้ มาสรุปเป็นขอ้ มูลใน การแกป้ ัญหา แลว้ ช่วยกนั ประเมินการแกป้ ัญหาเพือ่ ใชใ้ นการแกป้ ัญหาคร้ังต่อไปสาํ หรับข้นั ตอนการจดั การ เรียนรู้
21 การจดั การเรียนรู้แบบพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เป็นการพฒั นาองคร์ วมของนกั เรียน ท้งั สมองดา้ นซา้ ยและสมองดา้ นขวา บนพ้ืนฐานความสามารถและสติปัญญาท่ีแตกต่างกนั ของแต่ละบุคคล มุ่ง หมายจะใหน้ กั เรียนสามารถแกป้ ัญหาหรือสร้างสรรคส์ ่ิงต่าง ๆ ภายใตค้ วามหลากหลายของวฒั นธรรมหรือ สภาพแวดลอ้ ม การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมอื (Cooperative Learning) เป็นการจดั สถานการณ์และบรรยากาศให้ นกั เรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกนั ฝึกใหน้ กั เรียนที่มีลกั ษณะแตกต่างกนั ท้งั สติปัญญาและความถนดั ร่วมกนั ทาํ งาน เป็นกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาคน้ ควา้ การจดั การเรียนรู้แบบใช้หมวกความคดิ 6 ใบ (Six Thinking Hats) ใหน้ กั เรียนฝึ กต้งั คาํ ถามและตอบ คาํ ถามท่ีใชค้ วามคิดในลกั ษณะต่าง ๆ โดยสามารถอธิบายเหตุผลประกอบ หรือวิเคราะห์วจิ ารณ์ได้ การจัดการเรียนรู้โดยการสืบสวนสอบสวน (Inquiry Process) เป็นการฝึ กใหน้ กั เรียนคน้ หาความรู้ดว้ ย ตนเอง เพ่ืออธิบายสิ่งต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบ มีหลกั เกณฑ์ โดยนกั เรียนจะตอ้ งใชค้ วามสามารถของตนเอง คิดคน้ สืบเสาะ แกป้ ัญหา หรือคิดประดิษฐส์ ่ิงใหม่ดว้ ยตนเอง การจดั การเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นการฝึกใหน้ กั เรียนเรียนรู้จากการ แกป้ ัญหาที่เกิดข้ึน โดยการทาํ ความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา ดาํ เนินการแกป้ ัญหา และตรวจสอบหรือ มองยอ้ นกลบั การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) ซ่ึงเป็นวธิ ีการจดั การเรียนรู้รูปแบบหน่ึงที่ส่งเสริมให้ นกั เรียนเรียนรู้ดว้ ยตนเองจากการลงมือปฏิบตั ิ โดยใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้หรือคน้ ควา้ หาคาํ ตอบในสิ่ง ท่ีนกั เรียนอยากรู้หรือสงสยั ดว้ ยวิธีการต่าง ๆ อยา่ งหลากหลาย การจดั การเรียนรู้ทเ่ี น้นการปฏบิ ตั ิ (Active Learning) ใหน้ กั เรียนไดท้ ดลองทาํ ดว้ ยตนเอง เพอื่ จะได้ เรียนรู้ข้นั ตอนของงาน รู้จกั วธิ ีแกป้ ัญหาในการทาํ งาน การจัดการเรียนรู้แบบสร้างผังความคดิ (Concept Mapping) เป็นการสอนดว้ ยวิธีการจดั กลุ่มความคิด รวบยอด เพอ่ื ใหเ้ ห็นความสมั พนั ธก์ นั ระหวา่ งความคิดหลกั และความคิดรองลงไป โดยนาํ เสนอเป็นภาพหรือ เป็ นผงั การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experience Learning) เป็นการจดั กิจกรรมหรือจดั ประสบการณ์ ใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบตั ิ แลว้ กระตุน้ ใหน้ กั เรียนพฒั นาทกั ษะใหม่ ๆ เจตคติใหม่ ๆ หรือวธิ ีการคิดใหม่ ๆ การจัดการเรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing) เป็นการจดั กิจกรรมที่ใหน้ กั เรียนไดแ้ สดง บทบาทในสถานการณ์ที่สมมุติข้ึน โดยอาจกาํ หนดใหแ้ สดงบทบาทสมมุติที่เป็นพฤติกรรมของบุคคลอื่น หรือ แสดงพฤติกรรมในบทบาทของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ
22 การจัดการเรียนรู้จากเกมจําลองสถานการณ์ (Simulation Gaming) เป็นเทคนิคการจดั การเรียนรู้ท่ี คลา้ ยกบั การแสดงบทบาทสมมุติ แต่เป็นการใหเ้ ล่นเกมจาํ ลองสถานการณ์ โดยครูนาํ สถานการณ์จริงมาจาํ ลอง ไวใ้ นหอ้ งเรียน โดยการกาํ หนดกฎ กติกา เงื่อนไขสาํ หรับเกมน้นั ๆ แลว้ ใหน้ กั เรียนไปเล่นเกมหรือกิจกรรมใน สถานการณ์จาํ ลองน้นั การจัดการศึกษาแบบนีโอฮิวแมนนิสต์ (Neo-humanist) เป็นการจดั การศึกษาเพอื่ เนน้ เป้ าหมายให้ นกั เรียนบรรลุเป้ าหมายใน 2 มิติ คือ มิติทางดา้ นจิตใจ ใหร้ ู้จกั ตนเองและสงั คม และมิติทางดา้ นสติปัญญา โดย การจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการ 2 มิติเขา้ ดว้ ยกนั การจัดการเรียนรู้ตามแนวคดิ สรรคนิยม (Constructionvism) เป็นการจดั การเรียนรู้ท่ีมีนกั เรียนเป็น ศูนยก์ ลาง ซ่ึงนกั เรียนจะตอ้ งสร้างกระบวนการเรียนรู้จากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงท่ีพบเห็นกบั สิ่งที่มีอยเู่ ดิม ดว้ ยตนเอง และจะตอ้ งใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดเวลา ใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกคิด ฝึ ก วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ คิดสร้างองคค์ วามรู้ ฝึกสงั เกต ฝึกถาม–ตอบ ฝึกสื่อสาร ฝึ กการเช่ือมโยง บูรณาการ ฝึ กบนั ทึก ฝึกนาํ เสนอ ฝึกวิเคราะห์วจิ ารณ์ และลงมือปฏิบตั ิจริง การจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกจิ กรรมทเี่ น้นไปสู่ผลลพั ธ์ปลายทาง (Backward Design) เป็น กระบวนการออกแบบจดั การเรียนรู้โดยเริ่มตน้ จากการเลือกมาตรฐานที่ตอ้ งการจะเรียนรู้แลว้ ออกแบบการ ประเมินผล เพอ่ื เช่ือมโยงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการประเมินผลกบั มาตรฐานการเรียนรู้น้นั เพอ่ื สะทอ้ นใหเ้ ห็น วา่ นกั เรียนสามารถแสดงออกไดต้ ามมาตรฐาน โดยใชค้ าํ ถามหลากหลายเพ่อื กระตุน้ การเรียนรู้น้นั หลงั จากน้นั จึงตดั สินใจเลือกสร้างส่ิงท่ีเป็นโอกาสท่ีจะทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความสาํ เร็จในการเรียนรู้ตามมาตรฐานและใช้ ขอ้ มูลจากการประเมินผลเป็นขอ้ มลู ยอ้ นกลบั หากนกั เรียนไม่สามารถบรรลุตามมาตรฐาน อาจสอนซ้าํ โดยการ คิดออกแบบการเรียนการสอนใหม่ ฯลฯ
5. ตารางวเิ คราะห์ความสอดคล้องของหน่วย กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึก สาระการเรียนรู้ช้ันเรียน มาตรฐาน มาตรฐานกลุ่มฯ ความสอดคล้อ กล่มุ ฯ พ 2.1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1: เรียนรู้ตวั เรา พ 1.1 มาตรฐานกลุ่มฯ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2: ชีวติ และ 123 4 พ 3.1 12 ครอบครัว 12 3 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3: ใส่ ใจสุขภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4: ชีวติ ปลอดภยั หน่วยการเรียนรู้ที่ 5: เพมิ่ พูนทกั ษะ การเคลอ่ื นไหว
23 ยการเรียนรู้กบั สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั ช้ันปี กษาและพลศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 องกบั สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ชี้วดั ช้ันปี มาตรฐานกล่มุ ฯ มาตรฐานกลุ่มฯ มาตรฐาน พ 3.2 พ 4.1 กลุ่มฯ พ 5.1 1 2 3 4 5 1 2 34 5 6 7 1 2 3
24 6. โครงสร้างการแบ่งเวลารายช่ัวโมงและขอบข่ายสาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา 10 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวติ และครอบครัว 10 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ใส่ใจสุขภาพ 12 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ชีวติ ปลอดภยั 12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพ่มิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหว 32 4 – สอบกลางภาค/ปลายภาค 80 รวมท้งั สิ้น
25 ตอนท่ี 2 แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
26 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1เรียนรู้ตัวเรา 10 ช่ัวโมง ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ความรู้ 1. การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั 2. อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น 3. วยั รุ่นกบั สื่อโฆษณา ทักษะ/กระบวนการ เรียนรู้ตวั เรา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ 1. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพอ่ื อธิบาย ลกั ษณะของ ประสงค์ พฒั นาการและการแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ 1. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวินยั ในการศึกษา 2. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพอ่ื อธิบายถึงลกั ษณะการ และปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะของ เจริญเติบโตและลกั ษณะพฒั นาการของวยั ทารก พฒั นาการและการแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ วยั เดก็ วยั รุ่นวยั ผใู้ หญ่ และวยั ผสู้ ูงอายุ 2. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษา 3. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพอ่ื อธิบาย ความหมาย และปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะการ ความสาํ คญั อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คม เจริญเติบโตและลกั ษณะพฒั นาการของวยั ทารก วยั ท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น เดก็ วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ 4. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพอ่ื อธิบาย ความหมาย 3. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้ และมีระเบียบวินยั ในการศึกษา ความสาํ คญั อิทธิพลของส่ือโฆษณาท่ีมีต่อผลการ และปฏิบัติกิจกรรมการเรี ยนรู้เก่ียวกับความหมาย เจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น ความสําคญั อิทธิพล และความคาดหวงั ของสังคมที่มี 5. ความสามารถในการนาํ ความรู้ไปใชใ้ น ต่อการ เปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น ชีวิตประจาํ วนั 4. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษา 6. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยใี นการศึกษา และปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมาย คน้ ควา้ ความสาํ คญั อิทธิพลของส่ือโฆษณาที่มีต่อผลการ เจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น 5. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของการเจริญเติบโต และ พฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั อิทธิพลและความ คาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น และวยั รุ่นกบั สื่อโฆษณา ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. ลกั ษณะการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแตล่ ะวยั 2. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการวเิ คราะห์ แปลผล และเปรียบเทียบเกณฑก์ ารเจริญเติบโต 3. ศึกษาความรู้เกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั ทารก วยั เดก็ วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ 4. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการสร้างแผนที่ความคิดและการเขยี นบรรยายความรู้สึก 5. การปฏิบตั ิกิจกรรมการประเมินความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา การประเมินความเขา้ ใจเก่ียวกบั การแบง่ หน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สิน การศึกษาคน้ ควา้ และอภิปราย สรุป การจดั ทาํ สมุดภาพแสดงพฒั นาการของวยั ทารก การเขียน แผนท่ีความคิดเปรียบเทียบระหวา่ งวยั 6. ศึกษา1ความหมาย ความสาํ คญั เก่ียวกบั ความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น ความรู้เก่ียวกบั ความหมาย ความสาํ คญั และอิทธิพลของส่ือ โฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น 7. การปฏิบตั ิกิจกรรมจดั ทาํ สมุดภาพ/เหตุการณ์ที่เก่ียวขอ้ งกบั พฤติกรรมของวยั รุ่นในสงั คมไทยปัจจุบนั การปฏิบตั ิกิจกรรมการวิเคราะห์ขอ้ ความในส่ือโฆษณา
27 กรอบแนวคดิ ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้เพอื่ เน้นสู่ผลลพั ธ์ปลายทาง (Backward Design Template) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1: เรียนรู้ตวั เรา ข้ันตอนที่ 1 ผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี ้องการให้เกดิ ขึน้ กบั นักเรียน (Design Results) ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี 1. เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาแต่ละช่วงของชีวิต (พ 1.1 ม. 3/1) 2. วิเคราะห์อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น (พ 1.1 ม. 3/2 ) 3. วิเคราะห์ส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น (พ 1.1 ม. 3/3 ) ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ท่ีกระตุ้นให้นักเรียนเกดิ ความเข้าใจท่ีคงทน • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะเข้าใจวา่ … – นกั เรียนตอบไดไ้ หมวา่ มีปัจจยั ใดบา้ งที่ส่งผลให้ เพศหญิงเขา้ สู่ช่วงวยั รุ่นรวดเร็วกวา่ เพศชาย 1. การศึกษาทาํ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเจริญเติบโต และพฒั นาการในแต่ละช่วงวยั ของชีวิตเป็นส่ิงที่ – นกั เรียนตอบไดไ้ หมวา่ พฒั นาการทางอารมณ์มี ความสาํ คญั ต่อทารกอยา่ งไร จะช่วยใหม้ ีความเขา้ ใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดข้ึน อนั จะส่งผลใหส้ ามารถดาํ รงชีวติ ตามช่วง – ปัจจุบนั ส่ือโฆษณามีอิทธิพลต่อการใชช้ ีวิตของวยั รุ่น อยา่ งไร วยั ไดอ้ ยา่ งมีความสุข – ลกั ษณะการเจริญเติบโตของร่างกายทางดา้ นส่วนสูง 2. พฒั นาการจะเป็นไปอยา่ งต่อเน่ือง เริ่มต้งั แต่ ระหวา่ งเพศหญิงกบั เพศชายมีลกั ษณะสาํ คญั แตกต่าง ปฏิสนธิในครรภม์ ารดา จะมีการเปล่ียนแปลง กนั อยา่ งไรบา้ ง ไปสู่วยั ทารก วยั เดก็ วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั – การเจริญเติบโตทางร่างกายของวยั รุ่นเพศชายและเพศ สูงอายุ ตามลาํ ดบั 3. หากแบ่งช่วงวยั ของมนุษยน์ บั ต้งั แต่คลอด สามารถ หญิงมีลกั ษณะแตกต่างกนั อยา่ งไรบา้ ง แบ่งออกเป็น 5 ช่วงวยั ประกอบดว้ ย วยั ทารก – เหตุใดจึงมีคาํ กล่าวท่ีวา่ “วยั รุ่นเป็นวยั พายบุ ุแคม” วยั เดก็ ซ่ึงแบ่งออกได้ 2 ระยะ ไดแ้ ก่ เดก็ วยั ก่อนเรียน – นกั เรียนคิดวา่ ปัจจยั ภายในเร่ืองใดบา้ งที่มีอิทธิพล และเดก็ วยั เรียน วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ 4. วยั ทารก หมายถึง เดก็ ที่มีอายตุ ้งั แต่แรกเกิด ต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่นมากที่สุด จนถึง 12 เดือน หรือ 1 ปี เป็นวยั ที่มีอตั ราการ และเพราะเหตุใด เจริญเติบโตสูงกวา่ ช่วงวยั ใด ๆ โดยเฉพาะอยา่ ง – สาเหตุสาํ คญั ใดที่ส่งผลเสียทางดา้ นสุขภาพจิตของ ยง่ิ ใน 4 เดือนแรกหลงั คลอด และยงั เป็นวยั ท่ี วยั รุ่นไดม้ ากท่ีสุด ตอ้ งการการดูแลอยา่ งใกลช้ ิด เพราะยงั มีความ – ปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนกบั วยั รุ่นส่วนใหญ่มกั เกิดมา ตา้ นทานโรคต่าํ จึงเป็นวยั ท่ีเสี่ยงต่อการเจบ็ ป่ วยได้ จากสาเหตุใด ง่าย – ระบบต่อมไร้ท่อมีความเกี่ยวขอ้ งกบั ภาวะการเจริญ- 5. วยั เดก็ หมายถึง เดก็ ที่มีอายอุ ยใู่ นช่วง 1–12 ปี เติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่นอยา่ งไร แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ระยะ ไดแ้ ก่ เดก็ วัยก่อน – หากต่อมเพศของวยั รุ่นชายและวยั รุ่นหญิงเกิดความ ผดิ ปกติจะเกิดผลเสียอยา่ งไร
28 เรียน หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 1–5 ปี เดก็ วยั น้ีจะสามารถเคล่ือนไหวร่างกายได้ คล่องแคล่วข้ึน มีการปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สิ่งแวดลอ้ ม เรียนรู้พฤติกรรมทางสงั คม ในวยั น้ีเดก็ ชายควรได้ ใกลช้ ิดกบั พอ่ และเดก็ หญิงควรไดใ้ กลช้ ิดกบั แม่ เพ่อื จะไดเ้ ลียนแบบบทบาททางเพศที่เหมาะสมกบั เพศของตน การขาดตวั อยา่ งท่ีดีจะทาํ ใหเ้ ดก็ มี พฤติกรรมเบ่ียงเบนทางเพศในอนาคตได้ และ เดก็ วยั เรียน หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 6–12 ปี เป็นวยั ที่เริ่มเขา้ เรียนในโรงเรียน และออกไปสู่สงั คม ภายนอกบา้ นที่มากข้ึน ไดแ้ ก่ สงั คมในโรงเรียนที่มี ระเบียบกฎเกณฑม์ ากข้ึน เดก็ จึงตอ้ งมีการปรับตวั และ พฒั นาตนเองเพือ่ ใหอ้ ยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและ มีความสุข 6.วัยรุ่น หมายถึง บุคคลที่อยรู่ ะหวา่ งช่วงอายตุ ้งั แต่ 13–18 ปี ซ่ึงเป็นวยั ที่มีการเปล่ียนแปลงจากวยั เดก็ กา้ วยา่ งเขา้ สู่วยั ผใู้ หญ่ เป็นช่วงวยั ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ สาํ คญั ใน 2 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ องคป์ ระกอบที่เป็น โครงสร้างทางร่างกาย (จากโครงสร้างร่างกายเด็ก พฒั นามาสู่โครงสร้างร่างกายในวยั ผใู้ หญ่) และ องคป์ ระกอบที่เป็นโครงสร้างทางดา้ นสภาพจิตใจ (เปลี่ยนจากสภาพจิตใจเดก็ พฒั นามาสู่ความเป็นผใู้ หญ่ ข้ึน) ความเปลี่ยนแปลงดงั กล่าวมกั ทาํ ใหว้ ยั รุ่นเกิด ปัญหาในการปรับตวั เขา้ กบั สงั คม ตลอดจนสิ่งแวดลอ้ ม ต่าง ๆ ที่อยรู่ อบตวั ซ่ึงหากวยั รุ่นไดร้ ับความรู้ตลอดจน คาํ แนะนาํ ท่ีดีและมีความเหมาะสม จะช่วยใหว้ ยั รุ่น ดาํ เนินชีวติ และพฒั นาไปสู่ความเป็นผใู้ หญท่ ี่เป็นกาํ ลงั ท่ี มีคุณภาพของสงั คมและประเทศชาติในอนาคตต่อไป 7.วยั ผ้ใู หญ่ หมายถึง บุคคลที่มีช่วงอายปุ ระมาณ 19–60 ปี และจากการที่ช่วงชีวิตของวยั ผใู้ หญ่ยาวนาน ประมาณถึง 40 ปี จึงมีการแบ่งวยั ผใู้ หญอ่ อกไดเ้ ป็น 2 ช่วงวยั ยอ่ ย ประกอบดว้ ย วัยผ้ใู หญ่ตอนต้น หมายถึง บุคคลท่ีมีช่วงอายปุ ระมาณ 19–45 ปี ซ่ึง ถือวา่ เป็นช่วงชีวิตท่ีมีการปรับตวั ตามสภาพสงั คมและ แบบแผนใหม่ ๆ ของชีวิต โดยทว่ั ไปถือวา่ เป็นวยั ท่ี พร้อมจะมีครอบครัว จึงเรียกช่วงวยั น้ีไดอ้ ีกอยา่ งหน่ึง วา่ เป็นช่วงวยั เจริญพนั ธุ์ และวัยกลางคน หมายถึง
29 บุคคลท่ีมีช่วงอายปุ ระมาณ 45–60 ปี เป็นช่วงชีวิตท่ี สภาพร่างกายและจิตใจมีการเปล่ียนแปลงไปในสภาพท่ี เสื่อมประสิทธิภาพลง ซ่ึงอาจเห็นไดอ้ ยา่ งชดั เจนหรือ ค่อยเป็นคอ่ ยไป ท้งั น้ีกข็ ้นึ อยกู่ บั ปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมา เกี่ยวขอ้ ง 8. วยั สูงอายุ หรือ วยั ชรา หมายถึง ช่วงชีวติ ของ บุคคลท่ีมีอายตุ ้งั แต่ 60 ปี ข้ึนไป จากความหมาย ขา้ งตน้ ผทู้ ่ีมีช่วงอายดุ งั กล่าวไม่วา่ เพศชายหรือ เพศหญิง ถือวา่ เป็นผทู้ ่ีเขา้ สู่ช่วงวยั สูงอายุ องคก์ ารอนามยั โลกไดแ้ บ่งวยั สูงอายอุ อกเป็น 3 ช่วง ประกอบดว้ ยช่วงอายรุ ะหวา่ ง 60–74 ปี เรียกวา่ ผ้สู ูงอายุ (ช่วงอายรุ ะหวา่ ง 75–90 ปี เรียกวา่ คนชรา และอายตุ ้งั แต่ 90 ปี ข้ึนไป เรียกวา่ คนชรามาก 9. ความคาดหวงั ของสังคมท่ีมีต่อวยั รุ่น หมายถึง ความตอ้ งการของสงั คมท่ีมีต่อวยั รุ่นใหก้ ระทาํ ส่ิงใด ส่ิงหน่ึงตามความปรารถนาและความตอ้ งการของ สงั คมโดยใชค้ วามคาดหวงั ของสงั คมเป็นแนวทาง กาํ หนดพฤติกรรมของวยั รุ่นในลกั ษณะที่สงั คมให้ การยอมรับวา่ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม 10. การเปล่ียนแปลงทางดา้ นพฤติกรรมของวยั รุ่น พบวา่ ส่วนหน่ึงเป็นผลมาจากอิทธิพลของครอบครัว สภาพแวดลอ้ มในสงั คม เพือ่ น วฒั นธรรม และ ส่ือสารมวลชน 11. สงั คมในปัจจุบนั มีความคาดหวงั ต่อการ เปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นในทางท่ีดีโดยคาดหวงั ใน เร่ืองต่าง ๆ เช่น ความสามารถในการคิดและตดั สินใจ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง การมีพฤติกรรมทางเพศท่ีเหมาะสม ความรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คมส่วนรวม มี ศีลธรรมและจริยธรรมประจาํ ใจ มีความสามารถใน การสร้างสมั พนั ธภาพท่ีลึกซ้ึงและถาวรกบั ผอู้ ื่น และมี สมั พนั ธภาพที่ดีกบั พอ่ แม่และมีความกตญั ญกู ตเวที 12. สื่อโฆษณา หมายถึง เครื่องมือทางการตลาดที่ผู้ ประกอบธุรกิจใชเ้ พื่อการประชาสมั พนั ธ์เสนอขาย สินคา้ หรือใหบ้ ริการต่อผบู้ ริโภค
30 13. ปัจจุบนั สื่อโฆษณามีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต และพฒั นาการของวยั รุ่น โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ สื่อ โฆษณาทางอินเทอร์เน็ต เพราะมีความรวดเร็ว สามารถเขา้ ถึงไดง้ ่ายผา่ นการใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือ ความรู้ของนักเรียนทน่ี ําไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนท่ีจะนําไปสู่ความเข้าใจที่ • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะรู้วา่ … 1. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ วยั ทารก วยั เด็ก วยั เดก็ ก่อน คงทน • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้ นกั เรียนควรมีทักษะและ เรียน เดก็ วยั เรียน วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ วยั ผใู้ หญ่ตอนตน้ วยั กลางคน วยั สูงอายุ พฒั นาการ การเจริญเติบโต สามารถท่ีจะ… วยั พายบุ ุแคม อิทธิพลทางสงั คมที่มีต่อวยั รุ่น ความ 1. อธิบายความหมาย ความสาํ คญั ลกั ษณะการ คาดหวงั ความคาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อวยั รุ่น สื่อ โฆษณา เจริญเติบโตทางร่างกาย และพฒั นาการของวยั รุ่น 2.วยั ทารก หมายถึง เดก็ ที่มีอายตุ ้งั แตแ่ รกเกิดจนถึง 2. อธิบายปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและ 12 เดือน หรือ 1 ปี 3.วัยเดก็ หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 1–12 ปี พฒั นาการของวยั รุ่น 4. เดก็ วัยก่อนเรียน หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 3. อธิบายความหมาย ความสาํ คญั อิทธิพลและความ 1–5 ปี 5. เดก็ วัยเรียน หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 6–12 ปี คาดหวงั ของสงั คมท่ีมีตอ่ การเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น 6. วยั รุ่น หมายถึง บุคคลท่ีอยรู่ ะหวา่ งช่วงอายตุ ้งั แต่ 4. อธิบายความหมาย ความสาํ คญั อิทธิพลของส่ือ 13–18 ปี ซ่ึงเป็นวยั ท่ีมีการเปล่ียนแปลงจากวยั เดก็ กา้ วยา่ งเขา้ สู่วยั ผใู้ หญ่ โฆษณาที่มีต่อผลการเจริญเติบโตและพฒั นาการของ 7. วัยผ้ใู หญ่ หมายถึง บุคคลที่มีช่วงอายปุ ระมาณ วยั รุ่น 19–60 ปี 5. ร่วมฝึก/หรือปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยตนเองและเป็นหมู่ 8. วัยผ้ใู หญ่ตอนต้น หมายถึง บุคคลท่ีมีช่วงอายุ คณะเกี่ยวกบั การเรียนรู้ในเรื่อง การเจริญเติบโตและ ประมาณ 19–45 ปี ซ่ึงถือวา่ เป็นช่วงชีวติ ท่ีมีการ พฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั อิทธิพลและความ ปรับตวั ตามสภาพสงั คมและแบบแผนใหม่ ๆ ของ คาดหวงั ของสงั คมที่มีตอ่ การเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น ชีวิต โดยทวั่ ไปถือวา่ เป็นวยั ท่ีพร้อมจะมีครอบครัว และวยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณา จึงเรียกช่วงวยั น้ีไดอ้ ีกอยา่ งหน่ึงวา่ เป็น ช่วงวัย เจริญพนั ธ์ุ 9. วยั กลางคน หมายถึง บุคคลท่ีมีช่วงอายปุ ระมาณ 45–60 ปี เป็นช่วงชีวิตท่ีสภาพร่างกายและจิตใจมี การเปลี่ยนแปลงไปในสภาพท่ีเส่ือมประสิทธิภาพ ลง
31 10. วัยสูงอายุ หรือ วยั ชรา หมายถึง ช่วงชีวิตของ บุคคลที่มีอายตุ ้งั แต่ 60 ปี ข้ึนไป องคก์ ารอนามยั โลก ไดแ้ บ่งวยั สูงอายอุ อกเป็น 3 ช่วง ประกอบดว้ ยช่วง อายรุ ะหวา่ ง 60–74 ปี เรียกวา่ ผ้สู ูงอายุ ช่วงอายุ ระหวา่ ง 75–90 ปี เรียกวา่ คนชรา และอายตุ ้งั แต่ 90 ปี ข้ึนไป เรียกวา่ คนชรามาก 11. พัฒนาการ คือ การเปล่ียนแปลงไปในทางการ เพิม่ ความสามารถ หรือคุณภาพในการทาํ หนา้ ที่ ท่ีสลบั ซบั ซอ้ นข้ึนของร่างกาย โดยการเปล่ียนแปลง จะเกิดข้ึนอยา่ งมีระเบียบแบบแผนแสดงถึง ความกา้ วหนา้ ตามลาํ ดบั 12. การเจริญเติบโต คือ การเปล่ียนแปลงไปในทางท่ี เพิม่ ขนาดหรือจาํ นวนมากข้ึนของร่างกาย ซ่ึง สามารถวดั ได้ 13. วัยพายบุ ุแคม เป็นคาํ ท่ีมกั ใชเ้ รียกวยั รุ่นเพราะเป็น ช่วงวยั ท่ีมีอารมณ์รุนแรงและเปลี่ยนแปลงไดง้ ่าย 14. อิทธิพลทางสังคม หมายถึง การกระทาํ โดยคนหน่ึง คนเพ่ือท่ี จะเปลี่ ยนแป ลงพฤติกรรมหรื อความคิ ด หรือความรู้สึกของคนอ่ืน ซ่ึงอิทธิพลทางสงั คมน้ีจะ แสดงออกมาไดห้ ลายลกั ษณะแต่ท่ีนิยมกล่าวถึงมีอยู่ ถึง 4 ลกั ษณะ คือ การชักจูงใจ การคลอ้ ยตาม การ ยอมทาํ ตาม และการเชื่อฟัง 15. ความคาดหวงั หมายถึง ความตอ้ งการของบุคคลที่ มีต่อคนอื่นใหก้ ระทาํ สิ่งใดสิ่งหน่ึงที่ตนปรารถนา โดยใชค้ วามคาดหวงั เป็นแนวทางกาํ หนดพฤติกรรม ต่อบุคคลท่ีตนคาดหวงั ในลกั ษณะท่ีตนคิดวา่ ถกู ตอ้ ง 16. ความคาดหวงั ของสังคมท่ีมีต่อวัยรุ่น หมายถึง ความ ตอ้ งการของสงั คมที่มีต่อวยั รุ่นใหก้ ระทาํ สิ่งใดสิ่ง หน่ึงตามความปรารถนาและความตอ้ งการของ สงั คม โดยใชค้ วามคาดหวงั ของสงั คมเป็นแนวทาง กาํ หนดพฤติกรรมของวยั รุ่นในลกั ษณะที่สงั คมให้ การยอมรับวา่ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม 17. ส่ือโฆษณา หมายถึง เคร่ืองมือทางการตลาดท่ีผู้ ประกอบธุรกิจใชเ้ พอื่ การประชาสมั พนั ธ์เสนอขาย สินคา้ หรือใหบ้ ริการต่อผบู้ ริโภค
32 ข้ันท่ี 2 หลกั ฐานในการประเมนิ เพอ่ื แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามที่กาํ หนด (Assessment Evidence) 1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ – ศึกษาความหมาย ความสาํ คญั ลกั ษณะการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการวิเคราะห์ แปลผล และเปรียบเทียบเกณฑก์ ารเจริญเติบโต – ศึกษาความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะพฒั นาการและการแบ่งช่วงวยั ชีวติ ของมนุษย์ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการสร้างแผนท่ีความคิดและการเขียนบรรยายความรู้สึก – การปฏิบตั ิกิจกรรมการประเมินความเขา้ ใจ เก่ียวกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา – การประเมินความเขา้ ใจเก่ียวกบั การแบ่งหน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สิน – การศึกษาคน้ ควา้ และอภิปรายสรุป – การจดั ทาํ สมุดภาพแสดงพฒั นาการของวยั ทารก – การเขียนแผนที่ความคิดเปรียบเทียบระหวา่ งวยั – ศึกษาความหมาย ความสาํ คญั เก่ียวกบั ความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น – ศึกษาความรู้เกี่ยวกบั ความหมาย ความสาํ คญั และอิทธิพลของส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและ พฒั นาการของวยั รุ่น – การปฏิบตั ิกิจกรรมจดั ทาํ สมุดภาพ/เหตุการณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั พฤติกรรมของวยั รุ่นในสงั คมไทยปัจจุบนั – การปฏิบตั ิกิจกรรมการวิเคราะห์ขอ้ ความในสื่อโฆษณา 2. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้ • วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ – การสนทนาซกั ถามโดยครู – แบบบนั ทึกการสนทนา – การวดั และประเมินผลดา้ นความรู้ – แบบทดสอบก่อนเรียน – แบบทดสอบหลงั เรียน – แบบทดสอบประจาํ หน่วย – การวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม – แบบวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ อนั พึงประสงค์ 3. สิ่งทม่ี ุ่งประเมนิ – ความหมายในการอธิบาย ช้ีแจง แปลความ และตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้ การมีมุมมองที่ หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั ใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ื่น และการรู้จกั ตนเอง – ความสามารถในการพฒั นาสมรรถภาพท่ีใหค้ วามสาํ คญั ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ สงั คม และจิตวญิ ญาณ – ความสามารถในการวางแผนปฏิบตั ิ แสดงความคิดวิเคราะห์ เพือ่ พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ ทศั นคติ และทกั ษะที่จะช่วยส่งเสริมการปฏิบตั ิเก่ียวกบั สมรรถภาพทางกาย
33 ข้นั ที่ 3 การวางแผนการจัดการเรียนรู้ • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตัวเรา (10 ชั่วโมง) – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1: การปฐมนิเทศและการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2: การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั (ต่อ) – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3: อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมที่มีต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4: อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น (ต่อ) – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5: วยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณา
34 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การปฐมนิเทศและการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ในแต่ละวยั สาระการเรียนรู้ท่ี 1: การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสําคญั การจดั การเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับช้ัน มธั ยมศึกษา มุ่งเน้นให้นกั เรียนรู้จกั ที่จะสาํ รวจความถนดั และความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพฒั นา บุคลิกภาพส่วนตน มีทกั ษะในการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแกป้ ัญหา มีทกั ษะในการ ดาํ เนินชีวติ มีทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีเพอ่ื เป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้ มีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม มีความ สมดุลท้งั ดา้ นความรู้ ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจในความเป็ นไทย ตลอดจนใชเ้ ป็ นพ้ืนฐานใน การประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ ซ่ึงการที่จะพฒั นานกั เรียนไปสู่ระดบั ดงั กล่าวไดน้ ้นั นกั เรียนควรมี ความรู้พ้ืนฐานท่ีเกี่ยวกบั วิธีการในการจดั การเรียนการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ตลอดจน แหล่งสนบั สนุนการเรียนรู้ ขอ้ ตกลงอื่น ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งท่ีจะส่งเสริมใหบ้ รรลุถึงเป้ าหมายตามที่กาํ หนดไว้ หน่วยการเรียนรู้ เรียนรู้ตวั เรา การศึกษาทาํ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของ วยั รุ่น ลกั ษณะการเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั จะช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจ และตระหนกั ในความสาํ คญั ต่อเร่ืองดงั กล่าว ซ่ึงจะนาํ ไปสู่การจดั การและพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนเอง และบุคคลอ่ืนท่ีเก่ียวขอ้ งไดเ้ ป็นอยา่ งดี 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี • เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาแต่ละช่วงของ ชีวิต (พ 1.1 ม. 3/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกบั ขอ้ ตกลงและแนวทางในการศึกษาวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษาได้ (K) 2. อธิบายลกั ษณะของพฒั นาการและการแบ่งช่วงวยั ของมนุษยอ์ ยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 3. อธิบายลกั ษณะการเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของวยั ทารกและวยั เดก็ อยา่ งถูกตอ้ ง ได้ (K) 4. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องลกั ษณะของพฒั นาการและการแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ ดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ (A) 5. ระบุแหล่งความรู้ที่สนบั สนุนการศึกษาในวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาท้งั ในทอ้ งถ่ินและชุมชนได้ (P) 6. ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มลู ประกอบการเรียนรู้ได้ (P)
35 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ทดสอบความรู้พ้ืนฐานในหน่วยการ • แบบทดสอบก่อนเรียน – เรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ ตวั เรา*/** • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั ขอ้ ตกลงใน • แบบประเมินผลการนาํ เสนอ • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั การศึกษาและความรู้เก่ียวกบั ขอ้ มลู /การอภิปราย/การสร้าง คุณภาพ 4 ข้ึนไป ลกั ษณะของพฒั นาการและการแบ่ง แผนท่ีความคิด* ช่วงวยั ของมนุษย์ • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • ใบความรู้ที่ 1 สาระและมาตรฐาน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป – ปฏิบตั ิกิจกรรมการประเมินความ การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เข้าใจ เกี่ยวกับสาระและมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา* การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา • ใบงานท่ี 1สาระ มาตรฐาน และ หน่วยการเรียนรู้ การวดั และ ประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สิน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและ พลศึกษา* • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการ • ใบความรู้ท่ี 2 การจดั แบ่งหน่วย • ข้ึนอยกู่ บั ดุลยพนิ ิจของครู ปฏิบตั ิกิจกรรม การเรียนรู้ การวดั และ – การประเมินความเข้าใจ ประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สิน เกี่ยวกบั การจัดแบ่งหน่วยการ ผลการเรียนในกลุ่มสาระการ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล เรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา* และเกณฑ์การตดั สินผลการ เรียนในกล่มุ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุ • ข้ึนอยกู่ บั ดุลยพินิจของครู ปฏิบตั ิกิจกรรมการศึกษาค้นคว้าและ ในใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะ อภิปรายสรุป รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู */**ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู หรือในสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
36 • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออกของ • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 นกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล ข้ึนไป • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออกของ นกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ • การปฐมนิเทศ 1. การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์แต่ละวยั 1.1 ลกั ษณะพฒั นาการโดยทวั่ ไปของมนุษย์ 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ (1. วยั ทารก และ 2. วยั เดก็ ) 6. แนวทางบูรณาการ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญ- เติบโตและพฒั นาการของมนุษยแ์ ต่ละวยั ภาษาต่างประเทศ พดู คุย แสดงความคิดเห็น และเขียนสรุปความเขา้ ใจในรูปแบบแผนที่ ความคิด ภาษาไทย สืบคน้ คน้ ควา้ สาํ รวจ และรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การเจริญเติบโต และพฒั นาการของของมนุษยแ์ ต่ละวยั วทิ ยาศาสตร์ การคาํ นวณ วิเคราะห์ และเปรียบเทียบขอ้ มลู เก่ียวกบั อายุ น้าํ หนกั ส่วนสูง คณิตศาสตร์
37 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1: การปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียนวชิ าสุขศึกษา และหัวข้อท่ี 1.1 ลกั ษณะพฒั นาการ โดยทว่ั ไปของมนุษย์ ข้นั เตรียมก่อนนําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาทาํ ความรู้จกั กนั จากน้นั ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การศึกษาในวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา เพือ่ เป็นการสาํ รวจและปรับเปล่ียนทศั นคติของ นกั เรียนท่ีมีต่อวิชาดงั กล่าว 2. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 6–8 คน ร่วมกนั ศึกษาใบความรู้ที่ครูแจกให้ ประกอบดว้ ย ใบความรู้ท่ี 1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ ใบความรู้ที่ 2 การจดั แบ่งหน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล ตลอดจนเกณฑก์ ารตดั สินผล การเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3. นกั เรียนร่วมกนั สรุปผลที่ไดร้ ับจากการศึกษาใบความรู้ลงในใบงานที่ 1 เรื่อง สาระ มาตรฐาน และหน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สินกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา โดยครูอธิบายใหค้ วามรู้เพม่ิ เติม ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูนาํ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา แจกใหน้ กั เรียนทุกคน เพ่ือทดสอบ ความรู้ความเขา้ ใจพ้ืนฐาน โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด 2. ครูเฉลยคาํ ตอบใหน้ กั เรียนทราบและสุ่มนกั เรียนประมาณ 3–4 คน ออกมาแสดงความรู้สึกที่ไดร้ ับ จากการทาํ แบบทดสอบ ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษยใ์ นแต่ละวยั โดยอธิบายเก่ียวกบั ลกั ษณะพฒั นาการโดยทวั่ ไปของมนุษย์ แลว้ เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพมิ่ เติม 2. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรม ศึกษาค้นคว้าและอภิปรายสรุป จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ในเวลาที่ครูกาํ หนด 3. นกั เรียนส่งตวั แทนกลุ่มออกมารายงานผลการปฏิบตั ิกิจกรรมท่ีหนา้ ช้นั เรียนโดยครูอธิบายและ ใหค้ วามรู้ที่ถกู ตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบเพิม่ เติม 4. ครูให้ความรู้เสริมอาเซียนเพมิ่ เติมเกย่ี วกบั การทีก่ ระทรวงศึกษาธิการได้จดั ทําโครงการการเรียนรู้ สู่ประชาคมอาเซียนเพอ่ื เตรียมความพร้อมของเดก็ ไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้แก่ โครงการพฒั นาสู่ประชาคมอาเซียน (Spirit of ASEAN) โดยให้โรงเรียนในสังกดั จดั ต้งั ศูนย์ การเรียนรู้อาเซียนขนึ้ เป็ นโรงเรียนแม่แบบเร่ิมต้น 68 โรง และขยายไปยงั โรงเรียนเครือข่ายอกี มากกว่า 500 โรง เพอ่ื ให้นักเรียนได้เรียนรู้เกย่ี วกบั ประเทศเพอื่ นบ้านในกลุ่มอาเซียนมากขึน้
38 ช่ัวโมงท่ี 2: หัวข้อที่ 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ 1. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ โดยใชภ้ าพแสดงลกั ษณะการแบ่งช่วงวยั ชีวติ ของ มนุษยป์ ระกอบคาํ อธิบาย ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 2. ครูเล่าเรื่องน่ารู้เกย่ี วกบั การมพี ฒั นาการทางภาษาล่าช้าหรือภาวะพูดช้าในเด็ก เพอ่ื เสริมความรู้ ให้แก่นักเรียนนอกเหนือจากความรู้ในบทเรียนและบอกแหล่งความรู้เพม่ิ เตมิ กระตุ้นการเรียนรู้ นอกชั่วโมงเรียน เพอื่ ให้นักเรียนมกี ารเรียนรู้ท่ีกว้างขวางขึน้ (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 1 เฟรมที่ 43) 3. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาเรื่อง วยั ทารกและวยั เดก็ จากหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แลว้ สรุปความรู้โดยสร้างเป็นแผนที่ความคิด ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทน ออกมารายงานผลการสร้างแผนที่ความคิดจากการปฏิบตั ิ กิจกรรมท่ีหนา้ ช้นั เรียน โดยครูอธิบายและใหค้ วามรู้ท่ีถูกตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบเพิ่มเติม ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • ครูให้นักเรียนร่วมกนั เล่นเกมปริศนาอกั ษรไขว้เกย่ี วกบั ความรู้เรื่องการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการ ของมนุษย์ในวยั ทารกและวยั เด็ก (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3 แผนที่ 1 เฟรมที่ 45–46) ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทึก ความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมจัดทาํ สมดุ ภาพแสดงพฒั นาการของวัยทารก จากใบกิจกรรม ท่ีครูแจกใหห้ รือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 1 นอกเวลาเรียน โดยนาํ เสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 3. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมบูรณาการอาเซียนโดยให้ศึกษาค้นคว้าเกย่ี วกบั สถติ อิ ตั ราการ เสียชีวติ ของประชากรอาเซียนในวยั ทารก โดยนํามาจัดเรียงลาํ ดบั จากสถติ ทิ ม่ี ากท่สี ุดไปน้อยทีส่ ุด จดั ทําเป็ นรายงาน (ศึกษาค้นคว้าได้จากรายงานสถิตปิ ระจาํ ปี ขององค์การอนามยั โลกหรือเวบ็ ไซต์ ท่ีเกยี่ วข้องต่าง ๆ) 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อท่ี 1. การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ในแต่ละวยั หัวข้อย่อยที่ 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ เร่ืองที่ 3. วยั รุ่น และ 4. วยั ผู้ใหญ่ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อมกบั จดคาํ ถามที่สงสัยมาพูดคุย ร่วมกนั เพอื่ หาคําตอบในการเรียนคร้ังต่อไป
39 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรทบทวนความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะพฒั นาการโดยทว่ั ไปของมนุษยแ์ ละการแบ่งช่วง วยั ของมนุษย์ นอกเหนือจากบทเรียนเพ่มิ เติม ในช่วงเวลาการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา 2. ภาพแสดงลกั ษณะการแบ่งช่วงวยั ชีวติ ของ มนุษย์ 3. ใบความรู้ท่ี 1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 4. ใบความรู้ท่ี 2 การจดั แบ่งหน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล ตลอดจนเกณฑก์ าร ตดั สินผลการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 5. ใบงานที่ 1 สาระ มาตรฐาน หน่วยการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และเกณฑก์ ารตดั สิน กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ใบกิจกรรมเร่ือง ศึกษาค้นคว้าและอภิปรายสรุป 7. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
40 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ในแต่ละวยั (ต่อ) สาระการเรียนรู้ท่ี 1: การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสําคญั การเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของคนเราในแต่ละช่วงวยั มีความแตกต่างกนั การศึกษาใน เร่ืองดงั กล่าว จะช่วยให้ผูท้ ี่ศึกษามีความเขา้ ใจในเรื่องที่เกี่ยวขอ้ งกบั ลกั ษณะที่สําคญั ของวยั น้ัน ๆ ตลอดจน แนวทางในการนําความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ซ่ึงช่วงวยั ของมนุษยน์ ับต้งั แต่คลอด สามารถแบ่ง ออกเป็น 6 ช่วงวยั ประกอบดว้ ย วยั ทารก วยั เดก็ (วยั ก่อนเรียน) วยั เดก็ (วยั เรียน) วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี • เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คมและสติปัญญาแต่ละช่วงของ ชีวติ (พ 1.1 ม. 3/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะการเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องลกั ษณะการเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของ วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายดุ ว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ (A) 3. สื่อสารเพือ่ อธิบายเกี่ยวกบั ลกั ษณะการเจริญเติบโตทางร่างกายและพฒั นาการของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายใุ หผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ลกั ษณะการเจริญเติบโต ทางร่างกายและพฒั นาการของ การอภิปราย/การสร้างแผนท่ี ข้ึนไป วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ ความคิด*
41 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ข้ึนอยกู่ บั ดุลยพินิจของครู • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป ปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – จัดทาํ สมดุ ภาพแสดงพัฒนาการ พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ของวยั ทารก ม. 3* – สาํ รวจข้อมลู นา้ํ หนักและส่วนสูง เปรียบเทียบกบั เกณฑ์อ้างอิงการ เจริ ญเติบโตของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข – การสาํ รวจข้อมลู การเปลี่ยน โครงสร้างร่ างกายผ้สู ูงอายุ • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน ปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – เขียนแผนที่ความคิดเปรียบเทียบ พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ระหว่างวยั ม. 3* – ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นา ทักษะกระบวนการคิด *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมินผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู
42 5. สาระการเรียนรู้ 1. การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ในแต่ละวยั (ต่อ) 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ (3. วยั รุ่น 4. วยั ผใู้ หญ่ 5. วยั สูงอาย)ุ 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ ศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง ขอ้ มลู ของผสู้ ูงอายใุ นชุมชน ภาษาต่างประเทศ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั วยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ ภาษาไทย พดู คุย แสดงความคิดเห็น และเขียนสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การ สาํ รวจขอ้ มูลการเปล่ียนโครงสร้างร่างกายผสู้ ูงอายุ วทิ ยาศาสตร์ สืบคน้ คน้ ควา้ และวเิ คราะห์เปรียบเทียบเก่ียวกบั การสาํ รวจขอ้ มลู น้าํ หนกั และส่วนสูงเปรียบเทียบกบั เกณฑอ์ า้ งอิงการเจริญเติบโตของ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 3: หัวข้อท่ี 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ (ต่อ) ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา ร่วมกนั เพอ่ื ทบทวนความรู้ 2. ครูสุ่มนกั เรียน 3–4 คน ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมการจัดทาํ สมดุ ภาพแสดง พฒั นาการของวยั ทารก ตามท่ีไดม้ อบหมายในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาในหัวข้อท่ี 1. การเจริญเตบิ โตและ พฒั นาการของมนุษย์ในแต่ละวยั หัวข้อย่อยที่ 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ เรื่องที่ 3. วยั รุ่น และ 4. วยั ผู้ใหญ่ และคาํ ถามที่สงสัยจากการศึกษาเนือ้ หาจาก หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 1 มาล่วงหน้า ตามท่ีได้รับมอบหมายงานในการเรียนคร้ัง ที่ผ่านมา โดยนักเรียนท้ังช้ันเรียนร่วมกนั หาคาํ ตอบของคาํ ถามทส่ี งสัยร่วมกนั 2. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาเรื่องวยั รุ่น และวยั ผใู้ หญ่ จากหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 และสรุปเป็นแผนท่ีความคิด 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทน ออกมารายงานผลการศึกษาและสร้างแผนท่ีความคิด ที่หนา้ ช้นั เรียน โดยครูอธิบายและใหค้ วามรู้ท่ีถูกตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบเพิ่มเติม
43 ช่ัวโมงท่ี 4: หัวข้อที่ 1.2 การแบ่งช่วงวยั ของมนุษย์ (ต่อ) 4. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาเร่ือง วยั สูงอายุ จากหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา และพลศึกษา ม. 3 และสรุปเป็นแผนท่ีความคิด 5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทน ออกมารายงานผลการศึกษาและสร้างแผนท่ีความคิด ท่ีหนา้ ช้นั เรียน โดยครูอธิบายและใหค้ วามรู้ท่ีถูกตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบเพม่ิ เติม 6. ครูเล่าเรื่องน่ารู้เกยี่ วกบั ความหมายและสถานการณ์การเข้าสู่สังคมผ้สู ูงอายุของประเทศไทย เพอ่ื เสริมความรู้ให้แก่นักเรียนนอกเหนือจากความรู้ในบทเรียน ดงั นี้ – ปัจจุบนั แนวโนม้ ของประชากรไทยกาํ ลงั มุ่งสู่สงั คมผสู้ ูงอายุ เน่ืองจากความเจริญกา้ วหนา้ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข เป็นผลทาํ ใหอ้ ตั ราการเสียชีวิตลดต่าํ ลงตลอดจนการมีบุตรนอ้ ย กส็ ่งผลทาํ ใหส้ ดั ส่วนของวยั สูงอายมุ ีมากกวา่ ทุกวยั ซ่ึงท้งั น้ีองคก์ ารสหประชาชาติ ให้ ความหมาย โดยสรุปวา่ การกา้ วเขา้ สู่สงั คมผสู้ ูงอายุ คือ การมีประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไป รวมท้งั เพศชายและเพศหญิงมากกวา่ 10% ของประชากรท้งั ประเทศ หรือมีประชากรอายุ ต้งั แต่ 65 ปี เกิน 7% ของประชากรท้งั ประเทศ (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 2 เฟรมที่ 72) 7. ครูให้ความรู้เสริมอาเซียนเพมิ่ เติมเกย่ี วกบั การพจิ ารณาเปรียบเทยี บสัดส่วนจํานวนของ ผู้สูงอายุต่อประชากรทุกกล่มุ อายใุ นแต่ละประเทศอาเซียน ซึ่งจะพบว่า ประเทศไทยมจี ํานวน สัดส่วนของประชากรวยั สูงอายุต่อวยั อน่ื ๆ มากที่สุดในกล่มุ ประเทศอาเซียนด้วยกนั 8. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม เขียนแผนที่ความคิดเปรียบเทียบระหว่างวัย จากใบกิจกรรมที่ครูแจก ให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ในเวลาที่ครูกาํ หนด เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั เฉลยผลการทาํ กิจกรรม ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ 1. นักเรียนปฏิบตั กิ จิ กรรม เกมเลอื กกิจกรรมตามวยั (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 2 เฟรมท่ี 73) 2. นกั เรียนร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมการตอบคาํ ถามความรู้ควบคู่พฒั นาทักษะกระบวนการคิดตามท่ี ครูเตรียมมา ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • ครูสุ่มนกั เรียน 2–3 คน ออกมานาํ เสนอผลการตอบคาํ ถามหนา้ ช้นั เรียน เพอ่ื ตรวจสอบและ ประเมินความรู้ ความเขา้ ใจในบทเรียน โดยครูเฉลยคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบหากคน ใดตอบไม่ถกู ตอ้ งใหแ้ กไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
44 ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทึก ความรู้โดยสงั เขปในสมุดบนั ทึก 2. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสํารวจข้อมูลน้ําหนักและส่ วนสูงเปรี ยบเทียบกับเกณฑ์ อ้างอิงการ เจริ ญเติบโตของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขและกิจกรรมการสํารวจข้อมูลการ เปล่ียนแปลงโครงสร้ างร่ างกายผู้สูงอายุ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงเวลาการจัดกิจกรรมลด เวลาเรียนเพมิ่ เวลารู้ ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนดและจดั ทาํ เป็นรายงานโดยสงั เขป 2. นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมบูรณาการอาเซียนโดยให้ศึกษาอตั ราส่วนของประชากรในวัยสูงอายุ ของแต่ละประเทศในกล่มุ อาเซียนต่อสัดส่วนประชากรของประเทศน้ัน ๆ วเิ คราะห์และ เปรียบเทียบจัดลาํ ดับตามอตั ราร้อยละจากมากท่ีสุดไปหาน้อยท่สี ุด จดั ทําเป็ นรายงาน (ศึกษา ค้นคว้าได้จากรายงานประจําปี ของสํานักงานสถิตแิ ห่งชาติ หรือจาก The World Almanac and Book of Facts หรือจากเวบ็ ไซต์อนื่ ๆ) 3. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อที่ 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมทม่ี ตี ่อการ เปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น หัวข้อย่อยที่ 2.1 ความหมายและความสําคญั และ 2.2 อทิ ธิพลของ สังคมที่มตี ่อการเปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อมกบั จดคาํ ถามทสี่ งสัยมาพูดคุยร่วมกนั เพอื่ หาคาํ ตอบใน การเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรทบทวนความรู้เก่ียวกบั การเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น วยั ผใู้ หญ่ และวยั สูงอายุ นอกเหนือจากบทเรียนเพ่ิมเติม ในช่วงเวลาการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรมเรื่อง จัดทาํ สมดุ ภาพแสดงพฒั นาการของวยั ทารก 2. ใบกิจกรรมเรื่อง เขียนแผนท่ีความคิดเปรียบเทียบระหวา่ งวยั 3. ใบกิจกรรมเร่ือง ทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด 4. ใบกิจกรรมเร่ือง สาํ รวจข้อมลู นา้ํ หนักและส่วนสูงเปรียบเทียบกบั เกณฑ์อ้างอิงการ เจริญเติบโตของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข 5. ใบกิจกรรมเรื่อง สาํ รวจข้อมลู การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายผ้สู ูงอายุ 6. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
45 8. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
46 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมท่มี ีต่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น สาระการเรียนรู้ที่ 1: การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา เวลา 2 ช่ัวโมง 1. สาระสําคญั ความคาดหวงั ของสังคมที่มีต่อวัยรุ่น หมายถึง ความตอ้ งการของสงั คมท่ีมีต่อวยั รุ่นใหก้ ระทาํ ส่ิง ใดสิ่งหน่ึงตามความปรารถนาและความตอ้ งการของสังคมโดยใชค้ วามคาดหวงั ของสังคมเป็ นแนวทาง กาํ หนดพฤติกรรมของวยั รุ่นในลกั ษณะที่สงั คมใหก้ ารยอมรับวา่ ถูกตอ้ งและเหมาะสม การเปล่ียนแปลงทางดา้ นพฤติกรรมของวยั รุ่นพบวา่ ส่วนหน่ึงเป็ นผลมาจากอิทธิพลของครอบครัว สภาพแวดลอ้ มในชุมชน เพ่ือน วฒั นธรรม และสื่อสารมวลชน 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี • วิเคราะห์อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น (พ 1.1 ม. 3/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของอิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลี่ยนแปลง ของวยั รุ่นอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่อง อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลง ของวยั รุ่นดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ (A) 3. สื่อสารเพ่ืออธิบายเกี่ยวกบั อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั –ความหมายและความสาํ คญั ของ การอภิปราย/การสร้างแผนท่ี คุณภาพ 4 ข้ึนไป อิทธิพลและความคาดหวงั ของ ความคิด* สงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของ วยั รุ่น
47 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ตามดุลยพนิ ิจของครู –อิทธิพลของสงั คมท่ีมีต่อการ เปล่ียนแปลงของวยั รุ่น • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมความ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า คิดเห็นและอภิปราย พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง 4 ประสงค*์ ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมินผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมทมี่ ตี ่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น 2.1 ความหมายและความสาํ คญั 2.2 อิทธิพลของสงั คมที่มีต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น 6. แนวทางบูรณาการ ศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง ความคาดหวงั ของสงั คมตอ่ การเปลี่ยนแปลง ของวยั รุ่น สงั คมศึกษาฯ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งกบั อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น ภาษาต่างประเทศ พดู คุย แสดงความคิดเห็น และเขียนสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั อิทธิพล และความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น ภาษาไทย
48 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 5: หัวข้อท่ี 2.1 ความหมายและความสําคญั และหัวข้อท่ี 2.2 อทิ ธิพลของสังคมทม่ี ตี ่อการ เปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา ร่วมกนั เพ่ือทบทวนความรู้ 2. ครูสุ่มนกั เรียน 3–4 คน ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมสาํ รวจข้อมลู นา้ํ หนักและ ส่วนสูงเปรียบเทียบกบั เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุขและ กิจกรรมการสาํ รวจข้อมลู การเปล่ียนแปลงโครงสร้างร่างกายผ้สู ูงอายุ ตามที่ไดม้ อบหมายใน การเรียนคร้ังที่ผา่ นมา 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั วิจารณ์และสรุปผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ตลอดจนแนวทางในการนาํ ความรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาในหัวข้อท่ี 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมทีม่ ตี ่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น ข้อย่อยที่ 2.1 ความหมายและความสําคญั และ หัวข้อย่อยท่ี 2.2 อทิ ธิพลของสังคมที่มีต่อการเปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น และคาํ ถามที่สงสัยจาก การศึกษาเนือ้ หาจาก หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า ตามที่ได้รับมอบหมายงานในการเรียนคร้ังท่ผี ่านมา โดยนักเรียนท้ังช้ันเรียนร่วมกนั หาคาํ ตอบ ของคาํ ถามทสี่ งสัยร่วมกนั 2. ครูใหค้ วามรู้เรื่อง ความหมายและความสาํ คญั ตลอดจนอิทธิพลของสงั คมที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น 3. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั อิทธิพลของสงั คมที่มีต่อการเปล่ียนแปลงของ วยั รุ่นตามความเขา้ ใจ 4. ครูเล่าเรื่องน่ารู้เกยี่ วกบั การใช้โซเชียลเน็ตเวริ ์กของวยั รุ่นไทยในปัจจุบนั ทม่ี ผี ลต่อการ เจริญเตบิ โตและพฒั นาการตามวยั เพอื่ เสริมความรู้ให้แก่นักเรียนนอกเหนือจากความรู้ใน บทเรียน ดงั นี้ – ในปัจจุบนั เป็นยคุ แห่งเทคโนโลยี การเขา้ ถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเรื่องท่ีง่ายดายสาํ หรับผใู้ ช้ ทุกเพศทุกวยั แต่ในแง่ของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั ท่ีกาํ ลงั เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะในวยั รุ่น ซ่ึงเป็นวยั ท่ียงั ขาดวฒุ ิภาวะ ถือเป็นดาบสองคมอยา่ งมาก หากวยั รุ่น เหล่าน้ีเขา้ ถึงขอ้ มลู ท่ีล่อแหลม สุ่มเสี่ยงต่ออนั ตราย จะมีผลต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมการ แสดงออก ซ่ึงส่งผลเสียต่อสุขภาพและการดาํ เนินชีวติ ดงั น้นั พอ่ แม่และครูอาจารยค์ ือผทู้ ี่จะ คอยแนะนาํ และดูแลการเขา้ ถึงเทคโนโลยเี หล่าน้นั ของลูกหลาน ใหอ้ ยใู่ นขอบเขตท่ี เหมาะสมไดด้ ีที่สุด(ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 3 เฟรมที่ 92)
49 5. ให้นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมคาํ ถาม–คาํ ตอบตรวจสอบความเข้าใจ (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการ เรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 3 เฟรมท่ี 93) 6. ให้นกั เรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมเกมเลอื กตอบส่ือสารมวลชนสุ่มเสี่ยงต่อวยั รุ่น(ดูรายละเอยี ดได้จาก สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 3 เฟรมท่ี 94) ช่ัวโมงที่ 6: หัวข้อที่ 2.2 อทิ ธิพลของสังคมท่ีมตี ่อการเปลย่ี นแปลงของวัยรุ่น (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • นกั เรียนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมความคิดเห็นและอภิปราย ตามหวั ขอ้ ท่ีกาํ หนด กลุ่มที่ 1 อิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น กลุ่มท่ี 2 อิทธิพลของสภาพแวดลอ้ มในชุมชนท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น กลุ่มท่ี 3 อิทธิพลของเพ่ือนท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น กลุ่มที่ 4 อิทธิพลของวฒั นธรรมท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น กลุ่มท่ี 5 อิทธิพลของส่ือที่มีตอ่ การเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • ใหแ้ ต่ละกลุ่มผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเพ่มิ เติม ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมสาํ รวจทัศนคติของบุคคลต่าง ๆ ใน ชุมชนที่มีความคาดหวงั ต่อการเปล่ียนแปลงของวัยรุ่นนอกเวลาเรียน โดยนาํ ผลการสาํ รวจมา นาํ เสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 3. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อท่ี 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อการ เปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น หัวข้อย่อยที่ 2.3 ความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อการเปลี่ยนแปลงของ วยั รุ่น จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อมกบั จด คาํ ถามท่สี งสัยมาพดู คุยร่วมกนั เพอื่ หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรศึกษาทบทวนความรู้ในเร่ือง ความหมายและความสาํ คญั ตลอดจนอิทธิพลของสงั คมท่ี มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นอีกคร้ัง และควรคน้ ควา้ หาความรู้เกี่ยวกบั เรื่องดงั กล่าวในดา้ น ต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งจากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ
50 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพแสดงการแสดงออกหรือการปฏิบตั ิกิจกรรมของวยั รุ่น 2. ใบกิจกรรมเร่ือง การระดมความคิดเห็นและอภิปราย 3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 4. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 5. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
51 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 อทิ ธิพลและและความคาดหวงั ของสังคมทม่ี ีต่อการเปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น(ต่อ) สาระการเรียนรู้ที่ 1: การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสําคญั ความคาดหวังของสังคมท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น หมายถึง ความตอ้ งการของสงั คมที่มีต่อวยั วยั รุ่นให้กระทาํ ส่ิงใดสิ่งหน่ึงตามความปรารถนาและความตอ้ งการของสังคม โดยใชค้ วามคาดหวงั ของ สงั คมเป็นแนวทางกาํ หนดพฤติกรรมของวยั รุ่นในลกั ษณะท่ีสงั คมใหก้ ารยอมรับวา่ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ความคาดหวงั ของสงั คมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นที่สาํ คญั ไดแ้ ก่ ความสามารถในการคิดและตดั สินใจ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง การมีพฤติกรรมทางเพศท่ีเหมาะสม ความรับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คมส่วนรวม มีศีลธรรมและ จริยธรรมประจาํ ใจ มีความสามารถในการสร้างสมั พนั ธภาพท่ีลึกซ้ึงและถาวรกบั ผอู้ ื่น และมีสมั พนั ธภาพท่ีดีกบั พอ่ แมแ่ ละมีความกตญั ญูกตเวที 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี • วิเคราะห์อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น (พ 1.1 ม. 3/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของอิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลง ของวยั รุ่นอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องอิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลี่ยนแปลง ของวยั รุ่นดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ (A) 3. สื่อสารเพ่ืออธิบายเกี่ยวกบั อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่นให้ ผอู้ ่ืนเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั ความ • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คาดหวงั ของสงั คมที่มีต่อการ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ความคิด* คุณภาพ 4 ข้ึนไป เปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น
52 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ตามดุลยพนิ ิจของครู • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน ปฏิบตั ิกิจกรรมสาํ รวจทัศนคติ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า ของบคุ คลต่าง ๆ ในชุมชนที่มี พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ความคาดหวงั ต่อการเปล่ียนแปลง ม. 3* ของวยั รุ่น *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ 4 ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน 4 ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมต่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น (ต่อ) 2.3 ความคาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ ศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง ทศั นคติของบุคคลต่าง ๆ ในชุมชนที่มีความ คาดหวงั ต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น ภาษาต่างประเทศ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งกบั อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น ภาษาไทย พดู คุยแสดงความคิดเห็นและเขียนสรุปความเขา้ ใจเก่ียวกบั การ สาํ รวจขอ้ มูลทศั นคติของบุคคลต่าง ๆ ในชุมชนที่มีความ คาดหวงั ต่อการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่น วทิ ยาศาสตร์ สืบคน้ คน้ ควา้ และวิเคราะห์เปรียบเทียบเกี่ยวกบั การสาํ รวจขอ้ มลู ทศั นคติของบุคคลต่าง ๆ ในชุมชนที่มีความคาดหวงั ต่อการ เปล่ียนแปลงของวยั รุ่น
53 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 7: หัวข้อท่ี 2.3 ความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน • ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมาร่วมกนั เพือ่ ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปล่ียนกนั ส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลการสาํ รวจทัศนคติของบุคคล ต่าง ๆ ในชุมชนท่ีมีความคาดหวงั ต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นตามที่ไดร้ ับมอบหมายใน การเรียนคร้ังที่ผา่ นมาหนา้ ช้นั เรียน 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาในหัวข้อที่ 2. อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมทมี่ ตี ่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น ข้อย่อยที่ 2.3 ความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อการ เปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น และคาํ ถามท่ีสงสัยจากการศึกษาเนือ้ หาจาก หนังสือเรียน รายวชิ า พนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า ตามที่ได้รับมอบหมายงานในการเรียนคร้ังที่ ผ่านมา โดยนักเรียนท้งั ช้ันเรียนร่วมกนั หาคาํ ตอบของคาํ ถามที่สงสัยร่วมกนั 3. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 6 กลุ่ม จบั สลากเพอื่ เลือกอภิปรายเก่ียวกบั ความคาดหวงั ของสงั คม ท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่น ในประเด็นต่อไปน้ี – ความสามารถในการคิดและตดั สินใจไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งของวยั รุ่น – การมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมของวยั รุ่น – ความรับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คมส่วนรวมของวยั รุ่น (ดูรายละเอียดไดจ้ ากหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3) 4. ครูให้ความรู้เสริมอาเซียนเพม่ิ เตมิ เร่ือง พฤตกิ รรมทางเพศท่ีเช่ือมโยงกบั การมพี ฤตกิ รรมทาง เพศทเี่ หมาะสมซ่ึงจัดเป็ นหน่ึงในความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อการเปลย่ี นแปลงของวยั รุ่น โดยจากผลการสํารวจทมี่ ชี ื่อว่า “Face of Global Sex Report 2012” โดยบริษทั ถุงยางอนามยั ชื่อดงั แห่งหน่ึงพบว่า ประเทศมาเลเซียเป็ นหน่ึงในประเทศที่มพี ฤตกิ รรมทางเพศที่ปลอดภยั ท่สี ุดในกล่มุ ประเทศอาเซียนและในโลก โดยตดิ อนั ดับท่ี 13 จากการทําแบบสํารวจใน 37 ประเทศ ท้ังนีอ้ ายุเฉลยี่ ของการมเี พศสัมพนั ธ์คร้ังแรกของคนมาเลเซียจะอยู่ท่ี 23 ปี 5. ครูให้ความรู้เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั ความคาดหวงั ของสังคมที่มตี ่อการเปลย่ี นแปลงของวยั รุ่นอกี ด้าน หนึ่งที่สําคญั ในสังคมปัจจุบนั คอื การดําเนินชีวติ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง รู้จกั ความพอดี พออยู่ พอกนิ ไม่ใช้ชีวติ ฟ้ ุงเฟ้ อตามค่านิยมสมัยใหม่ (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการ เรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 4 เฟรมท่ี 109)
54 ช่ัวโมงท่ี 8: หัวข้อท่ี 2.3 ความคาดหวงั ของสังคมทม่ี ตี ่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • ใหต้ วั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่ม ออกมารายงานผลการอภิปราย โดยครูคอยใหค้ วามรู้และขอ้ เสนอแนะ เพมิ่ เติม ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ระบุความคาดหวงั ของสงั คมท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นและแนวทาง ในการปฏิบตั ิเพอ่ื ใหบ้ รรลุตามความคาดหวงั ดงั กล่าว ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทึก ความรู้โดยสงั เขปในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมจัดทาํ สมดุ ภาพหรือเหตกุ ารณ์ท่ีเก่ียวข้องกับพฤติกรรม ของวัยรุ่นในสังคมไทยปัจจุบัน จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ า พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3โดยนาํ มาเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 3. มอบหมายใหน้ กั เรียนเตรียมขอ้ ความในส่ือโฆษณาจากสื่อต่าง ๆ เช่น ส่ือโทรทศั น์ วิทยุ อินเทอร์เนต็ หนงั สือพมิ พ์ มาคนละ 2 ขอ้ ความ เพ่อื นาํ ปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังต่อไป 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อที่ 3. วยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณา หัวข้อย่อยท่ี 3.1 ความหมาย และประเภทของส่ือโฆษณา 3.2 ความสําคญั ของส่ือโฆษณาทีม่ อี ทิ ธิพลต่อการเจริญเตบิ โตและ พฒั นาการของวยั รุ่น และ 3.3 อทิ ธิพลของส่ือโฆษณาที่มผี ลต่อการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการ ของวยั รุ่น จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อม กบั จดคาํ ถามที่สงสัยมาพดู คุยร่วมกนั เพอื่ หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรศึกษา ทบทวนความรู้ในเรื่อง อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมต่อการ เปล่ียนแปลงของวยั รุ่นอีกคร้ัง และควรคน้ ควา้ หาความรู้เก่ียวกบั เรื่องดงั กล่าวจากแหล่งการ เรียนรู้อื่น ๆ เพ่ิมเติม เพ่อื ความรู้และความเขา้ ใจมากยงิ่ ข้ึน 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ข่าวหรือภาพท่ีแสดงตวั อยา่ งพฤติกรรมของวยั รุ่นในสงั คม 2. ใบกิจกรรมท่ี 8 เร่ือง สาํ รวจทัศนคติของบุคคลต่าง ๆ ในชุมชนท่ีมีความคาดหวังต่อการ เปล่ียนแปลงของวยั รุ่น 3. ใบกิจกรรมท่ี 9 เร่ือง จัดทาํ สมดุ ภาพหรือเหตกุ ารณ์ท่ีเก่ียวกบั พฤติกรรมของวัยรุ่นใน สังคมไทยปัจจุบัน 4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
55 5. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
56 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 วยั รุ่นกบั สื่อโฆษณา เวลา 2 ช่ัวโมง สาระการเรียนรู้ที่ 1: การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา 1. สาระสําคญั สื่อโฆษณา หมายถึง เครื่องมือทางการตลาดท่ีผูป้ ระกอบธุรกิจใช้เพื่อการประชาสัมพนั ธ์เสนอขาย สินคา้ หรือใหบ้ ริการต่อผบู้ ริโภค ปัจจุบนั ส่ือโฆษณามีบทบาทต่อวยั รุ่นไทย โดยเฉพาะส่ือประเภทอิเลก็ ทรอนิกส์ที่มีความทนั สมยั ไดถ้ ูก นาํ มาใชป้ ระชาสัมพนั ธ์เผยแพร่สินคา้ โดยเฉพาะการส่ือสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตท่ีทาํ ให้เกิดการแลกเปล่ียน ทางดา้ นทศั นคติระหวา่ งบุคคลจนอาจนาํ ไปสู่การเปล่ียนแปลงทางค่านิยมและพฤติกรรมท่ีเหมาะสมและอาจไม่ เหมาะสมได้ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี • วเิ คราะห์ส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น (พ 1.1 ม. 3/3) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสาํ คญั และอิทธิพลของสื่อโฆษณาท่ีมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและ พฒั นาการของวยั รุ่นอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในเร่ืองวยั รุ่นกบั สื่อโฆษณาดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ (A) 3. สื่อสารเพือ่ อธิบายเก่ียวกบั ความหมาย ความสาํ คญั และอิทธิพลของส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลตอ่ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่นอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 – ความหมายและประเภทของ การอภิปราย/ การสร้างแผนที่ ข้ึนไป ส่ือโฆษณา ความคิด* – ความสาํ คญั ของส่ือโฆษณาท่ีมี อิทธิพลต่อการเจริญเติบโต และพฒั นาการของวยั รุ่น
57 – อิทธิพลของสื่อโฆษณาท่ีมีผล ต่อการเจริญเติบโตและ พฒั นาการของวยั รุ่น • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน • ตามดุลยพนิ ิจของครู • ตามดุลยพนิ ิจของครู ปฏิบตั ิกิจกรรมจัดทาํ สมดุ ภาพ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา • ร้อยละ 80 ข้ึนไป เหตกุ ารณ์ท่ีเก่ียวข้องกบั พฤติกรรม พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ของวยั รุ่นในสังคมไทยปัจจุบนั ม. 3* • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน ปฏิบตั ิกิจกรรมวิเคราะห์ข้อความ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา ในส่ือโฆษณา พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* • ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน ปฏิบตั ิกิจกรรมทบทวนความรู้ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา ควบคู่การพฒั นาทักษะ พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา กระบวนการคิด ม. 3* • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการ • ร้อยละ 80 ข้ึนไป การทดสอบประจาํ หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา** เรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา • แบบทดสอบประจาํ หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรา*** *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู **ดรู ายละเอียดในส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั ***ดูรายละเอียดในแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ประสงค*์ ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู
58 5. สาระการเรียนรู้ 3. วยั รุ่นกบั สื่อโฆษณา 3.1 ความหมายและประเภทของส่ือโฆษณา 3.2 ความสาํ คญั ของสื่อโฆษณาท่ีมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น 3.3 อิทธิพลของส่ือโฆษณาท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ ศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง ส่ือโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั วยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณา ภาษาต่างประเทศ พดู คุย แสดงความคิดเห็น และเขียนสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การ สาํ รวจขอ้ มูลสื่อโฆษณากบั ค่านิยมดา้ นพฤติกรรมสุขภาพของวยั รุ่น ภาษาไทย การจดั ทาํ สมุดภาพรวบรวมขอ้ มลู ขอ้ ความสื่อ โฆษณา ศิลปะ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 9: หัวข้อที่ 3.1 ความหมายและประเภทของสื่อโฆษณา และหัวข้อที่ 3.2 ความสําคญั ของสื่อ โฆษณาที่มอี ทิ ธิพลต่อการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวยั รุ่น ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา ร่วมกนั เพ่ือทบทวนความรู้ 2. ครูสุ่มนกั เรียน 3–4 คน ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมจัดทาํ สมดุ ภาพเหตกุ ารณ์ที่ เก่ียวข้องกบั พฤติกรรมของวัยรุ่นในสังคมไทยปัจจุบนั ตามที่ไดม้ อบหมายในการเรียนคร้ังท่ี ผา่ นมา ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาในหัวข้อที่ 3. วยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณา หัวข้อ ย่อยที่ 3.1 ความหมายและประเภทของส่ือโฆษณา 3.2 ความสําคญั ของส่ือโฆษณาที่มอี ทิ ธิพล ต่อการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวยั รุ่น และ 3.3 อทิ ธิพลของส่ือโฆษณาทีม่ ผี ลต่อการ เจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวยั รุ่น และคาํ ถามท่สี งสัยจากการศึกษาเนือ้ หาจากหนังสือ- เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า ตามทไ่ี ด้รับมอบหมายงานใน การเรียนคร้ังท่ีผ่านมา โดยนักเรียนท้ังช้ันเรียนร่วมกนั หาคาํ ตอบของคาํ ถามทสี่ งสัยร่วมกนั 2. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพ/อ่านขอ้ ความโฆษณาท่ีครูเตรียมมา แลว้ ใหร้ ่วมกนั แสดงความคิดเห็นใน ประเดน็ เกี่ยวกบั ความหมาย ประเภท และความสาํ คญั ของส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการ เจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น ตามความเขา้ ใจ (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 5 เฟรมที่ 112–113)
59 3. ครูอธิบายและใหค้ วามรู้จากประเดน็ ดงั กล่าวเพิม่ เติม พร้อมท้งั เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถาม ในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพมิ่ เติม ชั่วโมงที่ 10: หัวข้อที่ 3.3 อทิ ธิพลของส่ือโฆษณาที่มผี ลต่อการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวัยรุ่น 4. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาเร่ือง อิทธิพลของส่ือโฆษณาท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตและ พฒั นาการของวยั รุ่น จากหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แลว้ สรุป ความเขา้ ใจโดยสร้างเป็นแผนที่ความคิด 5. แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมารายงานผลการสร้างแผนท่ีความคิด โดยครูคอยใหค้ วามรู้และ ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม 6. ครูให้ความรู้เสริมเพมิ่ เตมิ โดยแนะนําให้นักเรียนมวี จิ ารณญาณ รู้จักคดิ รู้จักไตร่ตรอง ในการ รับสารจากสื่อโฆษณาต่าง ๆ ไม่หลงเช่ือหรือทําตามกระแสจนเกนิ ไป เพราะปัจจุบันเป็ นยุค แห่งเทคโนโลยที กี่ ้าวหน้าทนั สมยั สิ่งของเคร่ืองใช้อาํ นวยความสะดวกต่าง ๆ มอี อกมานําเสนอ ในสื่อโฆษณาล่อตาล่อใจมากมาย แต่นักเรียนมหี น้าทเี่ รียนหนังสือ ยงั ไม่มรี ายได้ ต้องขอเงนิ จากพ่อแม่ จึงควรใช้จ่ายอย่างประหยดั เพอื่ ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ โดยท้ังนีก้ ารยดึ ถือ ปฏิบตั ติ ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจะช่วยให้นักเรียนรู้จักความพอดแี ละดําเนินชีวติ ในช่วงวยั นีไ้ ด้อย่างมคี วามสุข (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 5 เฟรมท่ี 132) ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมวิเคราะห์ข้อความในสื่อโฆษณา จากใบ กิจกรรมท่ีครูแจกใหห้ รือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดย ใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ 1. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนผลดั เปลี่ยนออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมวิเคราะห์ข้อความใน ส่ือโฆษณา ท่ีหนา้ ช้นั เรียน 2. ใหน้ กั เรียนร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด เพ่ือ ตรวจสอบและประเมินความรู้ ความเขา้ ใจในบทเรียน 3. ครูแจกแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา ใหน้ กั เรียนทุกคนไดท้ าํ การทดสอบเม่ือเรียนจบหน่วยการเรียนรู้น้ี โดยใชเ้ วลาตามท่ีครูกาํ หนด เสร็จแลว้ ใหค้ รูและ นกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาํ ตอบท่ีถูกตอ้ งของแบบทดสอบทีละขอ้ ร่วมกนั ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 505
Pages: