Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนสุขะ ม.3เทอม1-ผสาน

แผนสุขะ ม.3เทอม1-ผสาน

Published by suphanat.sbb, 2021-04-08 02:44:32

Description: แผนสุขะ ม.3เทอม1-ผสาน

Search

Read the Text Version

210 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรศึกษาเร่ือง การจดั กิจกรรมนนั ทนาการเพ่ือชุมชน เพิม่ เติมนอกเวลาเรียน หรือในช่วง เวลาการจดั กิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทศั นแ์ สดงแหล่งนนั ทนาการหรือแสดงตวั อยา่ งกิจกรรมนนั ทนาการเพ่ือชุมชน 2. สนามหญา้ /ลานอเนกประสงค/์ โรงฝึกพลศึกษา 3. ใบกิจกรรมเรื่อง ระดมความคิดสรุปความเข้าใจในรูปแบบแผนท่ีความคิด 4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 5. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม.3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 211 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวิต ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลอื่ นไหว 1. สาระสําคญั กีฬา เป็ นกิจกรรมท่ีมีประโยชน์ต่อเราเป็ นอย่างมาก เพราะกีฬาช่วยสร้างเสริมให้มีร่างกายท่ีแข็งแรง สมบูรณ์ มีรูปร่างหรือสดั ส่วนที่ดีและเหมาะสม นอกจากน้นั กีฬายงั ช่วยใหบ้ ุคคลมีบุคลิกภาพท่ีดี มีความมน่ั ใจใน ตนเอง รู้จกั ปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั ทีมหรือสงั คมไดอ้ ยา่ งดีเยย่ี ม มีความรับผดิ ชอบต่อบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง พลอง นอกจากจะเป็ นอาวุธชนิดหน่ึงที่ใช้ป้ องกนั ตวั และทาํ อนั ตรายคู่ต่อสู้หรือข้าศึกศตั รูในสมยั โบราณแลว้ ปัจจุบนั พลองไดพ้ ฒั นามาเป็ นกีฬาไทยท่ีจดั ใหม้ ีการแข่งขนั และการจดั การเรียนการสอนในระบบ การศึกษา พลองมีตน้ กาํ เนิดที่แทจ้ ริงไม่ทราบไดช้ ดั ว่าเกิดข้ึนในสมยั ใดและใครเป็ นผูร้ ิเริ่ม ท้งั น้ีเพราะครูบา อาจารยใ์ นสมยั น้นั ไดแ้ ต่ถ่ายทอดวชิ าความรู้ โดยเนน้ ท่ีการปฏิบตั ิใหแ้ ก่ลูกศิษยเ์ พียงอยา่ งเดียว การจดั การเรียนรู้เกี่ยวกบั พลองในระบบการศึกษามีความเก่ียวขอ้ งกบั การสอนวิชากระบี่กระบอง ในหลกั สูตรการศึกษา โดยกีฬาพลองไดม้ ีการถ่ายทอดความรู้จนอาจสรุปไดว้ า่ กีฬาพลองและกีฬากระบี่ กระบองมีพฒั นาการควบคู่กนั 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวธิ ีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีท่ีเหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

212 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายถึงประวตั ิความเป็นมา ประโยชน์และคุณค่าของการเล่นกีฬาพลองอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้การเล่นกีฬาพลองร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวินยั (A) 3. ส่ือสารเพื่ออธิบายถึงประวตั ิความเป็นมา ประโยชนแ์ ละคุณค่าของการเล่นกีฬาพลองใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจ ได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป – ประวตั ิความเป็นมาของ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ • ตามดุลยพินิจของครู กีฬาพลอง ความคิด* – ประโยชนแ์ ละคุณค่าของการ เล่นกีฬาพลอง • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – สาํ รวจแหล่งกิจกรรมนันทนาการเ พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อชุมชน ม. 3* – เขียนแผนที่ความคิดสรุปความ เข้าใจ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

213 • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ 3.1 กีฬาพลอง – ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาพลอง – ประโยชนแ์ ละคุณค่าของการเล่นกีฬาพลอง 6. แนวทางบูรณาการ พดู คุยเกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาพลองซ่ึงเป็นกีฬาด้งั เดิม ของไทย สงั คมศึกษาฯ  พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนสรุปความเขา้ ใจ และอ่านเรื่องที่ เก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมาและคุณค่าของกีฬาพลอง ภาษาไทย  ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพแสดงลกั ษณะการเล่นและการแต่งกายผู้ เล่นกีฬาพลอง และอุปกรณ์การเล่นกีฬาพลอง การงานอาชีพฯ  7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 57: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพ่ือนอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใชท้ ่าทาง และรูปแบบจากประสบการณ์ในการเรียนรู้ท่ีผา่ นมา โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ ดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด 2. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คน ออกมานําเสนอผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมสํารวจแหล่งกจิ กรรม นันทนาการเพอ่ื ชุมชน ตามท่ีได้รับมอบหมายในการเรียนคร้ังทีผ่ ่านมา ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นา คุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่ 3.1 กฬี าพลอง เรื่องประวตั คิ วามเป็ นมา ประโยชน์และคุณค่าของการ เล่นกฬี าพลอง ตามทไี่ ด้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ผี ่านมาหน้าช้ันเรียน 2. ครูใชค้ าํ ถามนาํ เกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาและคุณค่าของการเล่นกีฬาพลองใหน้ กั เรียนตอบ ตามความรู้และความเขา้ ใจตามที่ศึกษามาล่วงหนา้

214 3. ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาพลอง ประโยชนแ์ ละคุณค่าของ การเล่นกีฬาพลอง ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยใชภ้ าพท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กีฬาพลองประกอบ 4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเด็นที่สงสยั และสนใจเพิ่มเติม 5. ครูเล่าเร่ืองน่ารู้เกย่ี วกบั ลกั ษณะของง้าว ด้งั และเขน ซ่ึงเป็ นอาวุธท่ีใช้ในการต่อสู้ในกฬี ากระบ่ี กระบอง เพอ่ื เสริมความรู้ให้แก่นักเรียนเพมิ่ เตมิ จากบทเรียน ดังนี้ – นอกจากพลองแล้ว ในกฬี ากระบก่ี ระบองยงั มอี าวุธอกี หลายชนิด เช่น ง้าว ด้งั เขน เป็ นต้น – ง้าว เป็ นอาวุธยาวคล้ายดาบต่อด้ามยาว มีหลายรูปทรงและหลายประเภท ตาม รูปแบบการใช้งาน โดยมากใช้เหวย่ี งเข้าต่อสู้ และมขี ีดความสามารถในการต่อสู้บน หลงั ช้าง – ด้งั เป็ นอปุ กรณ์ทใ่ี ช้คู่กบั อาวุธคล่องตวั เช่น ดาบ มลี กั ษณะเป็ นทรงกระบอกผ่าครึ่ง ทาํ จากไม้ไผ่หรือสานจากหวายที่ทําให้เหนียว เสร็จแล้วนํามาผูกประกบเข้ากบั ท่อน แขนด้านนอก เปรียบได้กบั การสวมเกราะแขนนั่นเอง – เขน เป็ นเครื่องกาํ บงั ขนาดใหญ่ มลี กั ษณะเป็ นส่ีเหลยี่ มผนื ผ้า ทําจากไม้แผ่นหนา หรือขึน้ โครงด้วยโลหะ โดยมากมกั อยู่แถวหน้าของกระบวนทพั ในสมยั โบราณ เพอื่ ป้ องกนั กระสุนปื นไฟและธนูในวถิ ีราบ (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 28 เฟรมที่ 591-592) ชั่วโมงท่ี 58: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6–8 คน แต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมเขียนแผนที่ความคิด สรุปความเข้าใจ แสดงประวตั ิความเป็นมาของกีฬาพลอง ประโยชน์ และคุณค่าของ การเล่นกีฬาพลอง จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา และพลศึกษา ม. 3ในเวลาตามที่ครูกาํ หนด ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • แต่ละกลุ่มผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมเขียนแผนท่ีความคิดสรุปความ เข้าใจ จนครบทุกกลุ่ม โดยครูใหค้ วามรู้เพ่ิมเติม ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพ่อื นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ที่เหมาะสม โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก

215 4. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมจัดทําสมุดภาพกฬี าพลอง จากใบกจิ กรรมท่ีครูแจกให้หรือ จากแบบฝึ กทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แสดงลกั ษณะการเล่นและการแต่ง กายผ้เู ล่นกฬี าพลอง และอุปกรณ์การเล่นกฬี าพลอง โดยนํามาเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนอื้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.1 กฬี าพลอง เร่ืองการบริหารร่างกายฯ ระเบียบประเพณฯี การใช้และการเกบ็ รักษาอุปกรณ์ และ กติกาการแข่งขนั ฯ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้ว นํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นักเรียนควรศึกษาค้นคว้าความรู้เพม่ิ เติมเรื่องกฬี าประจาํ ชาตขิ องแต่ละประเทศในกล่มุ อาเซียน (ตวั อย่างเช่น ประเทศเมยี นมามกี ฬี าประจํา ชาติ คอื ชินลง เป็ นกฬี าทเี่ ล่นคล้ายตะกร้อ แต่เล่น เป็ นวงกลม แบ่งผู้เล่นเป็ นทีม ทมี ละ 6 คน โดยจะเน้นการเล่นท่าท่ีสวยงามมากกว่าการแข่งขัน เอาชนะกนั ) 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทศั นแ์ สดงการเล่นกีฬาพลอง 2. สนามหญา้ /ลานอเนกประสงค/์ โรงฝึกพลศึกษา 3. อุปกรณ์การเล่นกีฬาพลอง 4. ใบกิจกรรมเร่ือง สาํ รวจแหล่งกิจกรรมนันทนาการเพื่อชุมชน 5. ใบกิจกรรมเรื่อง เขียนแผนที่ความคิดสรุปความเข้าใจ 6. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั

10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 216 (ครูผสู้ อน) 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 29 217 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ที่ 3: การเคลอื่ นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ช่ัวโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว 1. สาระสําคญั การเล่นกีฬาพลองตอ้ งใชก้ าํ ลงั มากจึงจาํ เป็ นตอ้ งบริหารร่างกายใหแ้ ขง็ แรง โดยมีท่าการบริหารร่างกาย ประกอบดว้ ยท่าบริหารแขน ท่าบริหารขอ้ มือ ท่าบริหารลาํ ตวั ท่าบริหารเทา้ และขาดว้ ยการกระโดด และท่า บริหารดว้ ยพลอง นอกจากน้ีเพ่ือให้มีความปลอดภยั ในการเล่นกีฬาพลองผเู้ ล่นตอ้ งมีความเขา้ ใจถึงหลกั ใน การป้ องกนั และดูแลการบาดเจบ็ จากการเล่นกีฬาพลอง ระเบียบประเพณีเก่ียวกบั การเล่นกีฬาพลอง การใช้ และเกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง และกติกาการแข่งขนั พลองที่ควรทราบ 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเน่ืองเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวิธีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองท่ีเกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะและแสดงท่าการบริหารร่างกายที่จาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬาพลองอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K, P) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ท่าการบริหารร่างกายท่ีจาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬาพลองร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวนิ ยั (A)

218 3. สื่อสารเพอื่ อธิบายถึงท่าการบริหารร่างกายท่ีจาํ เป็นสาํ หรับการเลน่ กีฬาพลอง ระเบียบประเพณี เกี่ยวกบั การเล่นกีฬาพลอง การใชแ้ ละเกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง และกติกาการแข่งขนั พลองท่ีควร ทราบให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป – ท่าการบริหารร่างกายท่ี การอภิปราย/การสร้างแผนที่ • ตามดุลยพินิจของครู จาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬา ความคิด* พลอง – ระเบียบประเพณีเกี่ยวกบั การ เล่นกีฬาพลอง – การใชแ้ ละเกบ็ รักษาอุปกรณ์ พลอง – กติกาการแข่งขนั กีฬาพลองที่ ควรทราบ • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา – จัดทาํ สมดุ ภาพกีฬาพลอง พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา – ช่วยกนั สรุปความรู้และอภิปราย ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ประสงค*์ ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

219 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.1 กีฬาพลอง – การบริหารร่างกายเพือ่ ใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมีประสิทธิภาพ – ระเบียบประเพณีเกี่ยวกบั การเล่นกีฬาพลอง – การใชแ้ ละการเกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง – กติกาการแข่งขนั กีฬาพลองที่ควรทราบ 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ  พดู คุยเก่ียวกบั การเล่นกีฬาพลองซ่ึงเป็นกีฬาด้งั เดิมของไทย พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนสรุปความเขา้ ใจ และอ่านเร่ืองที่ ภาษาไทย  เก่ียวกบั การเล่นการบริหารร่างกายเพื่อใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมี ประสิทธิภาพ ระเบียบประเพณีเก่ียวกบั การเล่นพลอง การใชแ้ ละการ การงานอาชีพฯ  เกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง กติกาการแข่งขนั กีฬาพลองที่ควรทราบ ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพแสดงรูปแบบของการบริหารร่างกาย เพอ่ื ใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมีประสิทธิภาพ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 59: หัวข้อท่ี 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รออกมานาํ เพ่ือนอบอุน่ ร่างกาย (warm-up) โดยใชท้ ่าทางและรูปแบบจาก ประสบการณ์ในการเรียนรู้ท่ีผา่ นมา โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ ดูแลอยา่ งใกลช้ ิด 2. นักเรียนอาสาสมคั รออกมานําเสนอผลปฏิบัตกิ จิ กรรม จดั ทําสมุดภาพกฬี าพลอง ตามท่ีได้รับ มอบหมายในการเรียนคร้ังท่ีผ่านมา โดยให้เพอื่ น ๆ ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นต่อการปฏิบัติ กจิ กรรมดังกล่าว 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ผลการศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนคร้ังที่ผา่ น มาเพอ่ื ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นา คุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยท่ี 3.1 กฬี าพลอง เร่ืองการบริหารร่างกายฯ ระเบียบประเพณฯี การใช้ และการเกบ็ รักษาอปุ กรณ์ และกตกิ าการแข่งขนั ฯ ตามท่ีได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่าน มาหน้าช้ันเรียน

220 2. ครูใหค้ วามรู้เรื่อง การบริหารร่างกายเพือ่ ใหเ้ ล่นกีฬาพลองอยา่ งมีประสิทธิภาพ ประกอบภาพ ดงั รายละเอียดจากหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยครูสาธิต ท่ากายบริหาร ท่าที่ 1–5 ตามลาํ ดบั และใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิตามอยา่ งพร้อมเพรียงกนั 3. ใหน้ กั เรียนสรุปความรู้เร่ือง ระเบียบประเพณีเก่ียวกบั การเล่นกีฬาพลอง เป็นแผนท่ีความคิด โดยใชข้ อ้ มลู จากหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แลว้ แลกเปล่ียนกนั แสดงความคิดเห็นกบั เพอ่ื น ๆ ในช้นั เรียน ชั่วโมงท่ี 60: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ 1. ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมช่วยกนั สรุปความรู้และอภิปราย ตามท่ี กลุ่มไดร้ ับมอบหมาย จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุข ศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ดงั น้ี กลุ่มท่ี 1 เรื่อง การบริหารร่างกายเพ่ือให้การเล่นกีฬาพลองอย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มท่ี 2 เรื่อง การป้ องกันและดูแลการบาดเจบ็ จากการเล่นพลอง กลุ่มที่ 3 เรื่อง ระเบียบประเพณีเก่ียวกบั การเล่นพลอง การใช้และการเกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง กลุ่มที่ 4 เรื่อง กติกาการแข่งขนั กีฬาพลองที่ควรทราบ โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด 2. แตล่ ะกลุ่มผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เสนอผลการศึกษาใหค้ รูและเพ่อื น ๆ ฟัง โดยครูคอย ใหค้ วามรู้ที่ถูกตอ้ งและคาํ แนะนาํ เพม่ิ เติม ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ แล้วร่วมกนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมคาํ ถาม–คาํ ตอบตรวจสอบความเข้าใจ โดย ครูต้งั คาํ ถาม แล้วให้แต่ละกลุ่มช่วยกนั ตอบคาํ ถาม (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 29 เฟรมท่ี 617) 2. ครูเฉลยคาํ ตอบของคาํ ถามให้นักเรียนทราบ ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพ่อื นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ท่ีเหมาะสม โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาและฝึ กปฏิบัตทิ ักษะในการเล่นกฬี าพลอง–ทกั ษะการรําอยู่กบั ท่ี 1. การถวายบังคม และ 2. การขึน้ พรหม จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า แล้วนํามาพูดคุยในการเรียนคร้ังต่อไป

221 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนฝึกปฏิบตั ิ การบริหารร่างกายเพ่ือให้การเล่นกีฬาพลองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงเวลาการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด เพอ่ื เพ่ิมทกั ษะ ความชาํ นาญ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือส่ือวดี ิทศั นแ์ สดงการบริหารร่างกายเพอ่ื ใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมีประสิทธิภาพ 2. สนามหญา้ หรือลานอเนกประสงค์ หรือโรงฝึ กพลศึกษา 3. อุปกรณ์การเล่นกีฬาพลอง 4. ใบกิจกรรมเรื่อง จัดทาํ สมดุ ภาพกีฬาพลอง 5. ใบกิจกรรมเรื่อง ช่วยกันสรุปความรู้และอภิปราย 6. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 222 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ช่ัวโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคลอื่ นไหว 1. สาระสําคญั การเล่นกีฬาพลองนอกจะมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การบริหารร่างกายเพอ่ื ใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมี ประสิทธิภาพ การป้ องกนั และดูแลการบาดเจบ็ จากการเล่นพลอง ระเบียบประเพณีเกี่ยวกบั การเล่นพลอง การใช้ และการเกบ็ รักษาอุปกรณ์พลอง และกติกาการแข่งขนั กีฬาพลองท่ีควรทราบเป็นเบ้ืองตน้ แลว้ การเล่นกีฬาพลอง ใหด้ ีผเู้ ล่นจะตอ้ งมีทกั ษะในการเล่น ซ่ึงประกอบดว้ ย ทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนง่ั ทกั ษะการ ข้ึนพรหมยนื ทกั ษะการรําพลอง ทกั ษะการตีและการต่อสู้ป้ องกนั ตวั 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคท่ีเหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดท่ีไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวิธีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีท่ีเหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

223 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะท่าทางและแสดงทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนง่ั และ ทกั ษะการข้ึน พรหมยนื ทกั ษะท่าคุมรําอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K,P) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในทกั ษะเบ้ืองตน้ ท่ีจาํ เป็นสาํ หรับการเลน่ กีฬาพลองร่วมกบั ผอู้ ่ืน ดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวนิ ยั (A) 3. สื่อสารเพือ่ อธิบายทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนงั่ และทกั ษะการข้ึนพรหมยนื และ ทกั ษะท่าคุมรําใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั ทกั ษะ • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป การถวายบงั คม ทกั ษะการ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ ข้ึนพรหมนง่ั ทกั ษะการ ความคิด* ข้ึนพรหมยนื ทกั ษะท่าคุมรํา *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

224 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.1 กีฬาพลอง – ทกั ษะการรําอยกู่ บั ที่ 1. การถวายบงั คม 2. การข้ึนพรหม 2.1 การข้ึนพรหมนงั่ 2.2 การข้ึนพรหมยนื 2.3 ท่าคุมราํ 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ  พดู คุยเกี่ยวกบั กีฬาพลองซ่ึงเป็นกีฬาด้งั เดิมของไทย พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนสรุปความเขา้ ใจ เร่ืองทกั ษะการถวาย ภาษาไทย  บงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนง่ั ทกั ษะการข้ึนพรหมยนื และทกั ษะท่า คุมรํา การงานอาชีพฯ  ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพแสดงข้นั ตอนของทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนง่ั ทกั ษะการข้ึนพรหมยนื และทกั ษะท่าคุมราํ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 61: หัวข้อท่ี 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รออกมานาํ เพ่ือนอบอุน่ ร่างกาย (warm-up) โดยใชท้ ่าทางและรูปแบบจาก ท่าการบริหารร่างกายเพ่ือใหก้ ารเล่นกีฬาพลองอยา่ งมีประสิทธิภาพ ที่ศึกษาผา่ นมา โดยครู คอยใหค้ าํ แนะนาํ ดูแลอยา่ งใกลช้ ิด 2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ผลการศึกษาในเร่ืองทกั ษะเบ้ืองตน้ ตามที่มอบหมาย และสนทนาถึงการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา เพือ่ ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาและฝึ กปฏิบัตทิ ักษะในการเล่นกฬี า พลอง–ทกั ษะการรําอย่กู บั ที่ 1. การถวายบงั คม และ 2. การขนึ้ พรหมตามที่ได้รับมอบหมายจาก การเรียนคร้ังที่ผ่านมาหน้าช้ันเรียน 2. ครูอธิบายใหค้ วามรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบตั ิทกั ษะการถวายบงั คมใหน้ กั เรียนดูและให้ นกั เรียนฝึกปฏิบตั ิตาม 3. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพิ่มเติม

225 ชั่วโมงท่ี 62: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) 4. ครูอธิบายใหค้ วามรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบตั ิทกั ษะการข้ึนพรหมนงั่ ทกั ษะการข้ึนพรหมยนื ทกั ษะทา่ คุมราํ ใหน้ กั เรียนดูและใหน้ กั เรียนฝึกปฏิบตั ิตาม 5. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพ่มิ เติม ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ 1. ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพอ่ื นผลดั เปล่ียนกนั ฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหม ทกั ษะการข้ึนพรหมยนื ทกั ษะท่าคุมราํ ตามลาํ ดบั ในเวลาตามที่ครูกาํ หนด โดยครูคอยให้ คาํ แนะนาํ และดูแลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด 2. ครูสุ่มนกั เรียนออกมา 3–4 คู่ ออกมาแสดงทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนงั่ ทกั ษะ การข้ึนพรหมยนื และทกั ษะท่าคุมรํา โดยครูและเพ่อื นนกั เรียนร่วมกนั วิจารณ์และใหค้ าํ แนะนาํ ในจุดที่ควรปรับปรุงแกไ้ ข ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • นกั เรียนจดบนั ทึกผลการปฏิบตั ิกิจกรรม และฝึกทบทวนทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึน พรหมนงั่ ทกั ษะการข้ึนพรหมยนื และทกั ษะท่าคุมรํา ร่วมกบั เพื่อนเพ่ิมเติมจนเกิดความชาํ นาญ ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพอื่ นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ที่เหมาะสม โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6–8 คน แต่ละกล่มุ ร่วมกนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมวางแผนฝึ ก ปฏิบัติทกั ษะกฬี าพลอง จากใบกจิ กรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยนาํ ผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรมมานําเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาและฝึ กปฏิบัตทิ ักษะในการเล่นกฬี าพลอง–ทกั ษะการรําแบบ เคลอ่ื น ท่ารําพลอง (ไม้รําท่ี 1–6) จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า แล้วนํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรไปฝึกทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนง่ั และทกั ษะการข้ึนพรหมยนื นอกเวลาเรียนหรือในช่วงลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ตามที่สถานศึกษากาํ หนด เพื่อทบทวนทกั ษะการ ปฏิบตั ิใหเ้ กิดความชาํ นาญ

226 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทศั นแ์ สดงทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนงั่ ทกั ษะการข้ึน พรหมยนื ทกั ษะท่าคุมราํ 2. สนามหญา้ หรือลานอเนกประสงค์ หรือโรงฝึ กพลศึกษา 3. อุปกรณ์การเล่น กีฬาพลอง 4. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 5. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 227 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอื่ นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพม่ิ พูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว 1. สาระสําคญั นอกจากน้ีทกั ษะการถวายบงั คม ทกั ษะการข้ึนพรหมนงั่ และทกั ษะการข้ึนพรหมยนื ดงั ท่ีกล่าว มาแลว้ ยงั มีทกั ษะเบ้ืองตน้ ที่จาํ เป็นสาํ หรับการเล่นพลอง โดยเฉพาะทกั ษะการราํ ไมร้ าํ ที่ใชท้ กั ษะในการเล่น พลอง โดยมีท่าไมร้ าํ จาํ นวน 12 ท่าไมร้ าํ ประกอบดว้ ยไมร้ ําที่ 1 ทิ้งหลงั วาดหนา้ ไมร้ ําที่ 2 พกั ศอก ไมร้ าํ ท่ี 3 แนบกาย ไมร้ ําที่ 4 ต่อขอ้ จากท่าคุมราํ ไมร้ าํ ท่ี 5 ส่องกลอ้ ง ไมร้ ําที่ 6 ปกหนา้ ปกหลงั ไมร้ าํ ที่ 7 เสือลากหาง ไมร้ ําที่ 8 ไต่ราวบน ไมร้ ําที่ 9 ขดั หลงั ไมร้ าํ ที่ 10 ไต่ราวล่าง ไมร้ าํ ที่ 11 ลด–ล่อ และไมร้ ําที่ 12 เดินราํ พิชิต ศึก ซ่ึงแต่ละทกั ษะมีรายละเอียดที่แตกต่างกนั ออกไป ผเู้ ล่นจึงควรจะศึกษาทาํ ความเขา้ ใจใหถ้ กู ตอ้ งและ ฝึกฝนปฏิบตั ิจนคล่องแคล่ว เพื่อพฒั นาการเล่นของตนเองและเพื่อความปลอดภยั ของท้งั ตนเองและผรู้ ่วม เล่นคนอ่ืน ๆ ดว้ ย 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเน่ืองเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดท่ีไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวิธีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาท่ีเลือกและตดั สินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

228 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะท่าทางและแนวทางการปฏิบตั ิทกั ษะเบ้ืองตน้ ที่จาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในทกั ษะเบ้ืองตน้ ท่ีจาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬาพลองร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวนิ ยั (A) 3. แสดงทกั ษะท่าไมร้ ําท้งั 12 ท่า สาํ หรับการเล่นกระบ่ีกระบองอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั ทกั ษะ • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป เบ้ืองตน้ ที่จาํ เป็นสาํ หรับการ การอภิปราย/การสร้างแผนท่ี • ตามดุลยพนิ ิจของครู เล่นกระบี่กระบอง เกี่ยวกบั ความคิด* ทกั ษะในท่าไมร้ ําที่ 1–6 • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผนฝึ ก ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า ปฏิบัติทักษะกีฬาพลอง พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

229 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.1 กีฬาพลอง – ทกั ษะการราํ พลอง ไมร้ าํ ที่ 1–6 6. แนวทางบูรณาการ พดู คุยเกี่ยวกบั การเล่นกีฬาพลองในภมู ิภาคต่าง ๆ ของ ประเทศไทย สงั คมศึกษาฯ  พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนสรุปความเขา้ ใจ และอ่านเรื่องท่ี เก่ียวกบั การเล่นกีฬาพลองและการฝึกทกั ษะเบ้ืองตน้ ของทกั ษะการราํ ภาษาไทย  พลองไมร้ ํา 12 ท่า ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพแสดงข้นั ตอนของทกั ษะการรําพลอง การงานอาชีพฯ  ไมร้ าํ 12 ทา่ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 63: หัวข้อท่ี 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รออกมานาํ เพอื่ นอบอุน่ ร่างกาย (warm-up) โดยใชท้ ่าทางและรูปแบบจาก ประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ผ่านมา โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ ดูแลอยา่ งใกลช้ ิด 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปลยี่ นกนั ออกมานําเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม วางแผนฝึ กปฏิบัติ ทกั ษะกฬี าพลอง เกย่ี วกบั ทักษะการถวายบังคม ทักษะการขนึ้ พรหมนั่ง และทักษะการขนึ้ พรหมยนื ตามที่ได้รับมอบหมายในการเรียนคร้ังที่ผ่านมา โดยครูให้คาํ แนะนําเพม่ิ เติม 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ผลการศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียน คร้ังที่ผา่ นมา เพอ่ื ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาและฝึ กปฏิบตั ทิ ักษะในการเล่นกฬี าพลอง– ทกั ษะการรําแบบเคลอ่ื น ท่ารําพลอง (ไม้รําที่ 1–6) ตามท่ีได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังทผ่ี ่าน มาหน้าช้ันเรียน 2. ครูอธิบายใหค้ วามรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบตั ิทกั ษะการราํ ไมพ้ ลองไมร้ าํ ที่ 1–6 ให้ นกั เรียนดูตามลาํ ดบั และใหน้ กั เรียนฝึกปฏิบตั ิตาม โดยเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามใน ประเด็นท่ีสงสยั และสนใจเพ่ิมเติม

230 ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพือ่ นผลดั เปลี่ยนกนั ฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการรําไมร้ าํ ที่ 1 ถึงไมร้ ําท่ี 6 ตามลาํ ดบั ในเวลาตามท่ีครูกาํ หนด โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ และดูแลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด ช่ัวโมงที่ 64: หัวข้อท่ี 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • ครูใหน้ กั เรียนออกมาทดสอบการปฏิบตั ิทกั ษะในการถวายบงั คม การข้ึนพรหมนง่ั การข้ึนพรหม ยนื ทกั ษะท่าคุมรํา และทกั ษะการราํ ไมร้ าํ ที่ 1 ถึงไมร้ าํ ที่ 6 ที่ไดศ้ ึกษาผา่ นมาเป็นรายบุคคล เรียง ตามลาํ ดบั ชื่อ และครูคอยดแู ลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด พร้อมท้งั แสดงความคิดเห็นต่อการทดสอบ การปฏิบตั ิของนกั เรียนแต่ละคนและใหค้ วามรู้และคาํ แนะนาํ เพิม่ เติม ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพือ่ นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ที่เหมาะสม โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 6–8 คน แต่ละกล่มุ ร่วมกนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมวางแผนฝึ ก ปฏิบตั ิทักษะกฬี าพลอง จากใบกจิ กรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยนําผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรมมานําเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาและฝึ กปฏบิ ัตทิ ักษะในการเล่นกฬี าพลอง–ทกั ษะการตแี ละการ ต่อสู้ป้ องกนั ตวั (ไม้ตที ี่ 1–3) จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า แล้วนํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรใชเ้ วลาวา่ งหรือในช่วงเวลาการจัดกจิ กรรมลดเวลาเรียนเพมิ่ เวลารู้ในการฝึกหดั ทกั ษะเบ้ืองตน้ กีฬาพลองตามที่ไดศ้ ึกษาผา่ นมา โดยเฉพาะทกั ษะที่ยงั ขาดความมน่ั ใจหรือยงั ไม่ คล่องแคล่ว 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวดี ิทศั นแ์ สดงทกั ษะการรําไมพ้ ลองไมร้ ําที่ 1–6 2. สนามหญา้ หรือลานอเนกประสงค์ หรือโรงฝึ กพลศึกษา 3. อุปกรณ์การเล่นกีฬาพลอง 4. ใบกิจกรรมเรื่อง วางแผนฝึ กปฏิบตั ิทักษะกีฬาพลอง 5. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั

231 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 32 232 กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคลอื่ นไหว 1. สาระสําคญั การฝึกทกั ษะเบ้ืองตน้ ที่จาํ เป็นสาํ หรับการเล่นกีฬาพลองดงั ที่กล่าวไปแลว้ น้นั แต่ละทกั ษะลว้ น แลว้ แต่มีประโยชนต์ ่อการเล่นกีฬาดงั กล่าวในระดบั ที่สูงข้ึนไป นกั เรียนจึงควรไดเ้ รียนรู้ทกั ษะเหลา่ น้ี จนเกิดความชาํ นาญ แลว้ จึงปรับเปล่ียนระดบั การเล่นใหส้ ูงข้ึนไป จนถึงทกั ษะการตีและการต่อสู้ป้ องกนั ตวั ซ่ึงทกั ษะท้งั หลายท้งั ปวงจะนาํ ไปสู่การจดั ใหม้ ีการแข่งขนั กีฬาพลองเป็นลาํ ดบั ต่อมา ท้งั น้ีเพื่อความถูกตอ้ ง แม่นยาํ ของท่าทางและความปลอดภยั ของตวั ผเู้ ล่น 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคท่ีเหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวธิ ีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาท่ีเลือกและตดั สินใจเลือกวธิ ีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

233 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะท่าทางและแนวทางการปฏิบตั ิทกั ษะการตีและการต่อสู้ป้ องกนั ตวั สาํ หรับการเล่น กีฬาพลองอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ในทกั ษะการตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ตวั สาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง ร่วมกบั ผอู้ ื่นดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวนิ ยั (A) 3. แสดงทกั ษะการตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ตวั สาํ หรับการเล่นกีฬาพลองอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P) 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั ทกั ษะ • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป การตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ตวั การอภิปราย/การสร้างแผนท่ี • ตามดุลยพนิ ิจของครู สาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง ความคิด* • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – วางแผนฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬา พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา พลอง ม. 3* – ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นา ทักษะกระบวนการคิด *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน 4 ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

234 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.1 กีฬาพลอง – ทกั ษะการตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ตวั (ไมต้ ีท่ี 1–3) – ทกั ษะการกลบั หวั สนามไมร้ ํา – ทกั ษะการเดินแปลง – มารยาทในการเล่นและการชมกีฬาพลอง 6. แนวทางบูรณาการ พดู คุยเกี่ยวกบั การจดั การแขง่ ขนั กีฬาพลองในภมู ิภาคต่าง ๆ ของ ประเทศไทย สงั คมศึกษาฯ  พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนสรุปความเขา้ ใจ และอ่านเรื่องท่ี เกี่ยวกบั การเล่นกีฬาพลองและการฝึกทกั ษะการตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ภาษาไทย  ตวั สาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพแสดงข้นั ตอนของทกั ษะการตีและการ การงานอาชีพฯ  ต่อสูป้ ้ องกนั ตวั สาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 65: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รออกมานาํ เพ่อื นอบอุน่ ร่างกาย (warm-up) โดยใชท้ ่าทางและรูปแบบจาก ประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ผา่ นมา โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ ดูแลอยา่ งใกลช้ ิด 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปลยี่ นกนั ออกมานําเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม วางแผนฝึ กปฏิบัติ ทักษะกฬี าพลอง เกยี่ วกบั ทักษะการรําไม้รําที่ 1–6 ตามท่ีได้รับมอบหมายในการเรียนคร้ังท่ีผ่าน มา โดยครูให้คาํ แนะนําเพมิ่ เติม 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ผลการศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียน คร้ังท่ีผา่ นมา เพื่อทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาและฝึ กปฏิบัตทิ ักษะในการเล่นกฬี าพลอง– –ทกั ษะการตแี ละการต่อสู้ป้ องกนั ตวั (ไม้ตที ่ี 1–3) ตามที่ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่าน มาหน้าช้ันเรียน 2. ครูอธิบายใหค้ วามรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบตั ิทกั ษะการตีและการต่อสูป้ ้ องกนั ตวั สาํ หรับการเล่นกีฬาพลอง ไมต้ ีที่ถึงไมต้ ีที่ 3 ทกั ษะการกลบั หวั สนามไมร้ าํ ทกั ษะการเดินแปลง

235 ใหน้ กั เรียนดูตามลาํ ดบั และใหน้ กั เรียนฝึ กปฏิบตั ิตาม โดยเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามใน ประเด็นท่ีสงสยั และสนใจเพิ่มเติม ชั่วโมงท่ี 66: หัวข้อที่ 3.1 กฬี าพลอง (ต่อ) 3. ครูอธิบายใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั มารยาทในการเล่นและการชมกีฬาพลอง โดยเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียน สอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพ่มิ เติม ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • ครูใหน้ กั เรียนที่ยงั ไม่ไดร้ ับการทดสอบปฏิบตั ิทกั ษะการถวายบงั คม การข้ึนพรหม และทกั ษะ การรําพลองไมร้ าํ ท่ี 1 ถึงไมร้ าํ ที่ 6 ออกมาทาํ การทดสอบเพ่ิมเติม จากน้นั ทดสอบทกั ษะการ ตีและการต่อสู้ป้ องกนั ตวั ไมต้ ีที่ 1 ถึงไมต้ ีที่ 3 สาํ หรับการเล่นกีฬาพลองทีละคนเรียงตามลาํ ดบั ช่ือต่อจากคร้ังท่ีแลว้ โดยครูคอยดูแลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด พร้อมท้งั แสดงความคิดเห็นต่อการ ทดสอบปฏิบตั ิของนกั เรียนแต่ละคนและใหค้ วามรู้และคาํ แนะนาํ เพมิ่ เติม ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคูการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด จากใบกิจกรรมที่ ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐานสุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แลว้ มานาํ เสนอใน การเรียนคร้ังต่อไป ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพ่อื นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ท่ีเหมาะสม โดยครูคอยใหค้ าํ แนะนาํ 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6–8 คน แต่ละกล่มุ ร่วมกนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมวางแผนฝึ ก ปฏิบัติทกั ษะกฬี าพลอง จากใบกจิ กรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยนําผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรมมานําเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เร่ืองประวตั ิ ประโยชน์ การบริหารร่างกายเพอ่ื ให้เล่นกฬี าว่ายนํา้ อย่างมี ประสิทธิภาพ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้ว นํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป

236 8. กจิ กรรมเสนอแนะ 1. นกั เรียนควรหมนั่ ศึกษาทบทวนและฝึกทกั ษะเกี่ยวกบั กีฬาพลองเพ่มิ เติม ตลอดจนหา โอกาสเขา้ ร่วมในกิจกรรมการเล่นกีฬาพลองในบทบาทต่าง ๆ ตามโอกาสและความเหมาะสม 2. นกั เรียนควรฝึกทกั ษะการเล่นกีฬาพลองเพื่อใชใ้ นการออกกาํ ลงั กายในเวลาวา่ งและยงั เป็นการ อนุรักษก์ ีฬาไทย โดยปฏิบตั ิตามความเหมาะสมและคาํ นึงถึงความปลอดภยั ทุกคร้ัง 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สนามหญา้ หรือลานอเนกประสงคห์ รือโรงฝึกพลศึกษา 2. อุปกรณ์การเล่นกีฬาพลอง 3. ใบกิจกรรมเร่ือง วางแผนฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬาพลอง 4. ใบกิจกรรมเร่ือง ทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด 5 หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 33 237 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอื่ นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เพม่ิ พูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว 1. สาระสําคญั กีฬาวา่ ยน้าํ เป็นกีฬาที่มีประวตั ิความเป็นมายาวนานและยงั คงเป็นกีฬาท่ีไดร้ ับความนิยมอยา่ ง แพร่หลายในปัจจุบนั และถือวา่ เป็นกีฬาสากลอีกกีฬาหน่ึง โดยจะเห็นไดจ้ ากการจดั การแข่งขนั กีฬาใน รายการสาํ คญั ๆ ของโลกมีการบรรจุรายการการแข่งขนั กีฬาวา่ ยน้าํ เอาไวด้ ว้ ย กีฬาวา่ ยน้าํ นอกจากเป็นกีฬาท่ีถือวา่ เป็นทกั ษะสาํ หรับช่วยชีวติ ของคนเราไดแ้ ลว้ การวา่ ยน้าํ เป็น การออกกาํ ลงั กายในทุก ๆ ส่วนของร่างกายและเกิดการบาดเจบ็ จากการเล่นกีฬานอ้ ยกวา่ เนื่องจากในขณะ วา่ ยน้าํ จะมีน้าํ เป็นตวั ช่วยพยงุ ร่างกาย ทาํ ใหล้ ดแรงกระแทกในขณะออกกาํ ลงั กาย ซ่ึงการวา่ ยน้าํ จะช่วยให้ ระบบต่าง ๆ กลา้ มเน้ือทุกส่วนในร่างกายไดอ้ อกกาํ ลงั และช่วยทาํ ใหม้ ีรูปร่างดีอีกดว้ ย 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคท่ีเหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเน่ืองเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดท่ีไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวธิ ีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาท่ีเลือกและตดั สินใจเลือกวธิ ีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

238 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายประวตั ิความเป็นมาและประโยชนข์ องกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. อธิบายและแสดงท่าการบริหารร่างกายเพอ่ื ใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K, P) 3. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั กีฬาวา่ ยน้าํ ร่วมกบั ผอู้ ื่นดว้ ยความสนใจใฝ่ เรียนรู้ (A) 4. สื่อสารเพ่ืออธิบายประวตั ิความเป็นมา ประโยชน์ และท่าการบริหารร่างกายเพ่อื ใหก้ ารเล่นกีฬา วา่ ย น้าํ มีประสิทธิภาพใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยคุณภาพระดบั 4 • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / ข้ึนไป – ประวตั ิความเป็นมาของ การอภิปราย/การสร้างแผนท่ี • ตามดุลยพินิจของครู กีฬาวา่ ยน้าํ ความคิด – ประโยชนข์ องกีฬาวา่ ยน้าํ – การบริหารร่างกาย เพ่อื ให้ การเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มี ประสิทธิภาพ • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – วางแผนฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬา พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา พลอง ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

239 • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน 4 ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.2 กีฬาวา่ ยน้าํ – ประวตั ิกีฬาวา่ ยน้าํ – ประโยชนข์ องกีฬาวา่ ยน้าํ – การบริหารร่างกายเพอื่ ใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ 6. แนวทางบูรณาการ พดู คุยเกี่ยวกบั ความนิยมในการเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ ของคนใน ภมู ิภาคต่าง ๆ สงั คมศึกษาฯ  ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเล่นกีฬาวา่ ย ภาษาต่างประเทศ  น้าํ ภาษาไทย  พดู คุยแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมาและประโยชน์ การงานอาชีพฯ  ของกีฬาวา่ ยน้าํ ออกแบบและตกแต่งสมุดภาพ นาํ เสนอประวตั ิความเป็นมาและ ลกั ษณะของกีฬาวา่ ยน้าํ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 67: หัวข้อที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพื่อนอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใชร้ ูปแบบ และท่าทางต่าง ๆ ท่ีศึกษาในคาบเรียนที่ผา่ นมา 2. ครูนาํ ภาพเกี่ยวกบั การเล่นหรือการแข่งขนั กีฬาวา่ ยน้าํ ใหน้ กั เรียนดู และใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดง ความคิดเห็นต่อกิจกรรมในภาพดงั กล่าว เพื่อเป็นการประเมินความรู้ความเขา้ ใจเบ้ืองตน้ และ เป็นการกระตุน้ ความสนใจของนกั เรียน

240 ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกล่มุ ผลดั เปลย่ี นกนั ออกมานําเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม วางแผนฝึ กปฏิบัติ ทกั ษะกฬี าพลอง เกยี่ วกบั ทกั ษะการตแี ละการต่อสู้ป้ องกนั ตัว ทักษะการกลบั หัวสนามไม้รํา ทกั ษะการเดนิ แปลง ตามท่ีได้รับมอบหมายในการเรียนคร้ังทผ่ี ่านมา โดยครูให้คาํ แนะนําเพมิ่ เตมิ 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นา คุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เร่ืองประวัติ ประโยชน์ การบริหารร่างกายเพอื่ ให้เล่น กฬี าว่ายนํา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ ตามที่ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่านมาหน้าช้ันเรียน 3. ครูใหค้ วามรู้เก่ียวกบั ประวตั ิกีฬาวา่ ยน้าํ และประโยชน์ของกีฬาวา่ ยน้าํ โดยใชภ้ าพหรือ สื่อวีดิทศั นเ์ กี่ยวกบั กีฬาวา่ ยน้าํ ประกอบการอธิบาย ชั่วโมงที่ 68: หัวข้อที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) 4. ครูอธิบายใหค้ วามรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบตั ิการบริหารร่างกายเพอ่ื ใหเ้ ล่นกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งมี ประสิทธิภาพ ใหน้ กั เรียนดตู ามลาํ ดบั และใหน้ กั เรียนฝึ กปฏิบตั ิตาม โดยเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียน สอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพิ่มเติม ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • แบ่งนกั เรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั ศึกษาและฝึกปฏิบตั ิในเร่ือง การบริหาร ร่างกายเพ่ือให้การเล่นกีฬาว่ายนา้ํ มีประสิทธิภาพ โดย กลุ่มท่ี 1 ท่ากายบริหารคอ ศีรษะ กลุ่มที่ 2 ท่ากายบริหารแขน ไหล่ ศอก และมือ กลุ่มท่ี 3 ท่ากายบริหารขา สะโพก เข่า และเทา้ กลุ่มท่ี 4 ท่ากายบริหารลาํ ตวั เอว และหลงั ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • นกั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปลี่ยนกนั ออกมาแสดงท่าทางและนาํ เพื่อนในช้นั แสดงวิธีการ บริหารร่างกายตามแบบฝึกท่ีกาํ หนดไวใ้ นกลุ่มของท่าท่ีฝึกจนครบทุกกลุ่ม โดยครูคอยให้ คาํ แนะนาํ แกไ้ ขเพิ่มเติม เพอ่ื การปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ ง ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนร่วมกนั คลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่ายดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือตามความ เหมาะสม 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก

241 4. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมจัดทําสมุดภาพกฬี าว่ายนํ้า จากใบ กจิ กรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แล้วนํามาเสนอในการเรียนต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมบูรณาการอาเซียน โดยให้ศึกษาค้นคว้าความรู้เร่ือง นักกฬี าว่ายนํา้ ที่มชี ื่อเสียงของแต่ละประเทศในกล่มุ อาเซียน จดั ทําเป็ นรายงาน (ตวั อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์มนี ักว่ายนํา้ หญงิ ท่มี ชี ื่อเสียงมากในระดับอาเซียน คอื โจเซลนิ โยว (Joscelin Yeo) ซึ่งคว้าเหรียญรางวลั ในการแข่งขนั กฬี าซีเกมส์ไปครองถึง 40 เหรียญ) 6. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนอื้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เรื่องแนวทางความปลอดภยั ในการป้ องกนั อบุ ัตเิ หตจุ ากกฬี าว่ายนํา้ และกตกิ า การแข่งขนั กฬี าว่ายนํา้ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มา ล่วงหน้าแล้วนํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรหมน่ั ศึกษาทบทวนและฝึกทกั ษะเก่ียวกบั การบริหารร่างกายเพ่ือใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ย น้าํ มีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ตามที่ สถานศึกษากาํ หนด 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทศั นเ์ ก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมาและ ประโยชนข์ องกีฬาวา่ ยน้าํ 2. ภาพหรือส่ือวีดิทศั นแ์ สดงการฝึกการบริหารร่างกายเพ่อื ใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ 3. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ 4. สระวา่ ยน้าํ 5. ใบกิจกรรมเรื่อง วางแผนฝึ กปฏิบตั ิทักษะกีฬาพลอง 6. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั

10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 242 (ครูผสู้ อน) 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 34 243 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ช่ัวโมง การเล่นเกม กฬี าไทยและกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว 1. สาระสําคญั กีฬาวา่ ยน้าํ เป็นอีกกีฬาหน่ึงที่ตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั ในการเล่น เพราะหากประมาทหรือเล่นดว้ ย ความคึกคะนองอาจทาํ ให้เกิดอนั ตรายหรือเสียชีวิตได้ แนวทางความปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุใน การว่ายน้าํ เป็ นหลกั ปฏิบตั ิที่ผวู้ ่ายน้าํ ตอ้ งปฏิบตั ิตามโดยเคร่งครัด เป็ นตน้ วา่ ควรอ่านและเคารพกฎระเบียบ การใช้สระว่ายน้าํ ของแต่ละสถานที่ท่ีไปใช้บริการอย่างเคร่งครัด ควรอบอุ่นร่างกายก่อนว่ายน้ําทุกคร้ัง ประมาณ 3–5 นาที เพื่อป้ องกนั การเกิดตะคริวในขณะที่ว่ายน้าํ หากเกิดอาการอ่อนเพลียไม่ควรว่ายน้าํ ไม่ ควรวา่ ยน้าํ ในสระวา่ ยน้าํ เพียงลาํ พงั เพราะเม่ือเกิดอาการตะคริว หรือหมดสติในขณะวา่ ยน้าํ จะไม่มีใครพบ เห็น และสามารถช่วยเหลือไดท้ นั ท่วงที และนอกจากน้ีควรตอ้ งเรียนรู้กติกาการแข่งขนั ที่นกั เรียนควรทราบ โดยเฉพาะกฎขอ้ บงั คบั กติกาของสหพนั ธ์วา่ ยน้าํ นานาชาติฟี น่า ฉบบั พ.ศ. 2552–2556 ที่ใชใ้ นปัจจุบนั 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเลน่ ไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวิธีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีท่ีเหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5)

244 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางปฏิบตั ิเพื่อความปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุจากกีฬาวา่ ยน้าํ และกติกากีฬาวา่ ย น้าํ อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั แนวทางปฏิบตั ิเพอ่ื ความปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุจาก กีฬาวา่ ยน้าํ และกติกากีฬาวา่ ยน้าํ ร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจและมีระเบียบวนิ ยั (A) 3. ส่ือสารเพือ่ อธิบายแนวทางปฏิบตั ิเพ่อื ความปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุจากกีฬาวา่ ยน้าํ และ กติกากีฬาวา่ ยน้าํ ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยคุณภาพระดบั • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป แนวทางในการปฏิบตั ิเพ่ือความ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียคุณภาพระดบั 4 ข้ึนไป ปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุ ความคิด จากกีฬาวา่ ยน้าํ และกติกากีฬา วา่ ยน้าํ • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา – จัดทาํ สมดุ ภาพกีฬาว่ายนา้ํ พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง 4 ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู

245 • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.2 กีฬาวา่ ยน้าํ – แนวทางความปลอดภยั ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุจากกีฬาวา่ ยน้าํ – กติกาการแข่งขนั กีฬาวา่ ยน้าํ 6. แนวทางบูรณาการ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ทกั ษะเบ้ืองตน้ ในกีฬาวา่ ยน้าํ ภาษาต่างประเทศ  พดู คุยแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางในการปฏิบตั ิเพื่อความปลอดภยั ภาษาไทย  ในการป้ องกนั อุบตั ิเหตุจากกีฬาวา่ ยน้าํ เกบ็ รวบรวมสถิติท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กีฬาวา่ ยน้าํ คณิตศาสตร์  7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 69: หัวข้อที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพอื่ นอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใชร้ ูปแบบ การบริหารร่างกาย เพ่ือใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพจากที่ศึกษาในคาบเรียนท่ีผา่ นมา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปลย่ี นกนั ออกมานําเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมจัดทําสมุดภาพกฬี า ว่ายน้ํา โดยให้เพอื่ น ๆ ในช้ันเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น 3. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา เพอื่ ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นา คุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เร่ืองแนวทางความปลอดภยั ในการป้ องกนั อบุ ัตเิ หตุ จากกฬี าว่ายนํา้ และกตกิ าการแข่งขันกฬี าว่ายนํา้ ตามที่ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ผี ่าน

246 มาหน้าช้ันเรียน 2. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั อภิปรายเร่ือง แนวทางความปลอดภยั ในการป้ องกนั อบุ ตั ิเหตุจาก กีฬาวา่ ยน้าํ โดยใชเ้ น้ือหาจากหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ประกอบ 3. ครูใหข้ อ้ เสนอแนะในการอภิปรายและอธิบายความรู้เพม่ิ เติม ช่ัวโมงที่ 70: หัวข้อท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) 4. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง กติกาของกีฬาวา่ ยน้าํ โดยเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ี สงสยั หรือสนใจเพิ่มเติม 5. นกั เรียนสรุปความรู้เร่ือง กติกาการแข่งขนั กีฬาวา่ ยน้าํ โดยสร้างเป็นแผนท่ีความคิด บนั ทึกลง สมุดบนั ทึก ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • นกั เรียนท้งั ช้นั ร่วมกนั วิเคราะห์เกี่ยวกบั สาเหตุและปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีส่งผลใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุจาก กีฬาวา่ ยน้าํ โดยใชเ้ วลาตามท่ีครูกาํ หนด ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • นกั เรียนอาสาสมคั รออกมานาํ เสนอผลการวิเคราะห์ของสมาชิกในช้นั เรียนโดยครูใหค้ วามรู้เพิม่ เติม ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพื่อนคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือจากท่ีศึกษาผา่ นมา 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 6. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เรื่องการฝึ กทกั ษะกฬี าว่ายนํา้ ข้ันตอนที่ 1–2 จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้วนํามาพูดคุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรทบทวนความรู้เรื่อง กติกาการแข่งขนั กีฬาวา่ ยน้าํ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ตามที่สถานศึกษากาํ หนด 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทศั นเ์ กี่ยวกบั กีฬาวา่ ยน้าํ 2. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ 3. สระวา่ ยน้าํ

247 4. ใบกิจกรรมเร่ือง จัดทาํ สมดุ ภาพกีฬาว่ายนา้ํ 5. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 35 248 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ที่ 3: การเคลอื่ นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพม่ิ พูนทกั ษะการเคลอื่ นไหว 1. สาระสําคญั การฝึ กทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ มีข้นั ตอนในการฝึ ก 6 ข้นั ตอน ประกอบดว้ ยข้นั ตอนท่ี 1 การฝึ กความคุน้ เคยกบั น้าํ ข้นั ตอนท่ี 2 การฝึ กการหายใจ ข้นั ตอนที่ 3 การฝึ กการลอยตวั ข้นั ตอนท่ี 4 การฝึ กการเตะขา ข้นั ตอนที่5 การ ฝึกโผตวั และข้นั ตอนท่ี 6 การฝึ กท่าในการวา่ ยน้าํ ก่อนที่จะเร่ิมฝึ กทกั ษะกีฬาว่ายน้าํ การฝึ กความคุน้ เคยกบั น้าํ จะช่วยให้ผฝู้ ึ กหัดว่ายน้าํ เกิดความมน่ั ใจใน การฝึกหดั วา่ ยน้าํ ส่วนการฝึกการหายใจ เป็นวิธีการควบคุมจงั หวะการหายใจเขา้ ออกในขณะวา่ ยน้าํ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวิธีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาท่ีเลือกและตดั สินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองท่ีเกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางปฏิบตั ิเก่ียวกบั การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ ร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจ และมี ระเบียบวนิ ยั (A) 3. แสดงการฝึกทกั ษะการฝึกความคุน้ เคยกบั น้าํ และการฝึ กการหายใจในกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P)

249 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียคุณภาพระดบั 4 • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / ข้ึนไป แนวทางในการฝึ กปฏิบตั ิ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ • ตามดุลยพนิ ิจของครู ทกั ษะการฝึกความคุน้ เคย ความคิด และทกั ษะการฝึกการหายใจ ในกีฬาวา่ ยน้าํ • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผนฝึ ก ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา ปฏิบัติทักษะกีฬาว่ายนา้ํ พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.2 กีฬาวา่ ยน้าํ – การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ : ข้นั ตอนท่ี 1 และข้นั ตอนที่ 2

250 6. แนวทางบูรณาการ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เก่ียวขอ้ งกบั ทกั ษะเบ้ืองตน้ ใน กีฬาวา่ ยน้าํ ภาษาต่างประเทศ  พดู คุยแสดงความคิดเห็นตอ่ แนวทางในการปฏิบตั ิทกั ษะการฝึก ภาษาไทย  ความคุน้ เคยกบั น้าํ และทกั ษะการฝึกการหายใจในกีฬาวา่ ยน้าํ ระบุจาํ นวนคร้ังในการฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการฝึกความคุน้ เคยกบั น้าํ และ คณิตศาสตร์  ทกั ษะการฝึกการหายใจในกีฬาวา่ ยน้าํ ออกแบบและจดั ทาํ สมุดภาพแสดงการฝึกปฏิบตั ิทกั ษะ การฝึก ศิลปะ  ความคุน้ เคยกบั น้าํ และทกั ษะการฝึกการหายใจในกีฬาวา่ ยน้าํ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 71: หัวข้อท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพอื่ นอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใชร้ ูป แบบและท่าทางการบริหารร่างกายเพ่ือใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ จากท่ีศึกษาใน การเรียนคร้ังที่ผา่ นมา 2. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา เพอ่ื ทบทวนความรู้ ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นา คุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เร่ืองการฝึ กทักษะกฬี าว่ายนํา้ ข้นั ตอนท่ี 1–2 ตามท่ี ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังทีผ่ ่าน 2. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่องการฝึ กทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ ในข้นั ตอนท่ี 1 การฝึกความคุน้ เคยกบั น้าํ และ ข้นั ตอนที่ 2 การฝึกหายใจ ประกอบการสาธิตวิธีปฏิบตั ิในแต่ละข้นั ตอนตามลาํ ดบั 3. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุม่ ร่วมฝึกหดั ทกั ษะการฝึกความคุน้ เคยกบั น้าํ และทกั ษะการฝึก การหายใจตามลาํ ดบั โดยครูดูแลการฝึกปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด ชั่วโมงที่ 72: หัวข้อที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ กลุม่ ละ 6–8 คน แต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผนฝึ กปฏิบัติทักษะ กีฬาว่ายนา้ํ เก่ียวกบั ทกั ษะการฝึ กความคุน้ เคยน้าํ และทกั ษะการฝึกหายใจ จากใบกิจกรรมที่ครู แจกให้ หรือจากแบบฝึ กทกั ษะรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยครูดูแลการ ปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด

251 ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • นกั เรียนร่วมกนั พดู คุยเกี่ยวกบั ผลของการปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผนฝึ กปฏิบตั ิทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ ใน ประเดน็ ของปัญหาและอุปสรรคในขณะปฏิบตั ิกิจกรรมและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพื่อนคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือจากท่ีศึกษาผา่ นมา 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เรื่องการฝึ กทักษะกฬี าว่ายนํา้ ข้ันตอนที่ 3–5 จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้วนํามาพูดคุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรหมน่ั ศึกษาทบทวนและฝึกทกั ษะความคุน้ เคยกบั น้าํ และทกั ษะการหายใจเพอ่ื ใหก้ าร เล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลา รู้ตามที่สถานศึกษากาํ หนด โดยจะตอ้ งมีครูผสู้ อนคอยดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพแสดงการฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการฝึ กความคุน้ เคยกบั น้าํ และทกั ษะการฝึ กการหายใจ 2. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ 3. สระวา่ ยน้าํ 4. ใบกิจกรรมเร่ือง วางแผนฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬาว่ายนา้ํ 5. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั

10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 252 (ครูผสู้ อน) 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 36 253 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ชั่วโมง การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เพมิ่ พนู ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว 1. สาระสําคญั การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ ในข้นั ตอนท่ี 3 การฝึ กลอยตวั มีรูปแบบการฝึ กอยู่ 3 แบบประกอบดว้ ยการ ลอยตวั แบบแมงกะพรุน การลอยตวั แบบลอยควา่ํ และการลอยตวั แบบหงาย หลงั ข้นั ตอนท่ี 3 ควรฝึ กการเตะขา และฝึกการโผตวั ใหเ้ กิดความชาํ นาญ แลว้ นาํ ไปสู่การฝึกทกั ษะในท่าของการวา่ ยน้าํ ในแต่ละท่าต่อไป 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนาํ แนวคิดท่ีไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวธิ ีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองท่ีเกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางปฏิบตั ิเก่ียวกบั การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ ร่วมกบั ผอู้ ื่นดว้ ยความสนใจใและมี ระเบียบวนิ ยั (A) 3. แสดงการฝึกทกั ษะการลอยตวั การเตะขา และการโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

254 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียคุณภาพ • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั ทกั ษะ • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / ระดบั 4 ข้ึนไป การลอยตวั การเตะขา และ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ • ตามดุลยพนิ ิจของครู การโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ ความคิด • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน การปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผน ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา ฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬาว่ายนา้ํ พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.2 กีฬาวา่ ยน้าํ – การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ : ข้นั ตอนที่ 3, 4 และข้นั ตอนท่ี 5

6. แนวทางบูรณาการ 255 ภาษาต่างประเทศ  ฟัง อา่ น และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ทกั ษะการ ลอยตวั การเตะขา และการโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ ภาษาไทย  พดู คุยแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั วิธีการลอยตวั การเตะขา และการ โผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ การงานอาชีพฯ  ออกแบบแผนท่ีความคิดแสดงวธิ ีการลอยตวั การเตะขา และการ โผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 73: หัวข้อท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เพ่อื นอบอุน่ ร่างกาย (warm-up) โดยใชร้ ูปแบบ และท่าทางการบริหารร่างกายเพ่ือใหก้ ารเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ จากท่ีศึกษาในการ เรียนที่ผา่ นมา 3. ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา เพอ่ื ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นา คุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เรื่องการฝึ กทักษะกฬี าว่ายนํา้ ข้ันตอนที่ 3–5 ตามที่ ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่าน 2. นกั เรียนจบั คู่กบั เพื่อนร่วมกนั ทบทวนทกั ษะการฝึกความคุน้ เคยกบั น้าํ และการฝึกการหายใจ จากท่ีไดเ้ รียนในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา โดยในระหวา่ งการปฏิบตั ิกิจกรรมผสู้ อนควรดูแลอยา่ ง ใกลช้ ิด 3. ครูอธิบายความรู้เก่ียวกบั วธิ ีการลอยตวั ในรูปแบบต่าง ๆ ไดแ้ ก่ การลอยตวั แบบแมงกะพรุน การลอยตวั แบบลอยควา่ํ หรือปลาดาวคว่าํ การลอยตวั แบบนอนหงายหรือปลาดาวหงาย ในกีฬา วา่ ยน้าํ ประกอบการสาธิตใหน้ กั เรียนดูตามลาํ ดบั ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั หรือสนใจเพ่ิมเติม และใหน้ กั เรียนจบั คู่ กนั ฝึกทกั ษะการลอยตวั ตามการสาธิตของครู โดยในระหวา่ งการปฏิบตั ิกิจกรรมผสู้ อนควรดูแล อยา่ งใกลช้ ิด

256 ช่ัวโมงท่ี 74: หัวข้อที่ 3.2 กฬี าว่ายนํา้ (ต่อ) 5. ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกบั การเตะขา และการโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ ประกอบการสาธิตใหน้ กั เรียนดู ตามลาํ ดบั ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 6. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั หรือสนใจเพิ่มเติม และใหน้ กั เรียนจบั คู่ กนั ฝึกทกั ษะการเตะขา และการโผตวั ตามการสาธิตของครู โดยในระหวา่ งการปฏิบตั ิกิจกรรม ผสู้ อนควรดูแลอยา่ งใกลช้ ิด ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะประสบการณ์ • นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกนั ฝึกวิธีการลอยตวั การเตะขา และการโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ ใน เวลาตามที่ครูกาํ หนด โดยครูคอยดแู ลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด พร้อมท้งั คอยใหค้ าํ แนะนาํ แกไ้ ข เพิ่มเติม เพ่ือการปฏิบตั ิท่ีถกู ตอ้ ง ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ • มอบหมายใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6–8 คน แต่ละกลุ่มร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผน ฝึ กปฏิบัติทักษะกีฬาว่ายนา้ํ เกี่ยวกบั ทกั ษะการฝึ กลอยตวั ทกั ษะการฝึกเตะขา และทกั ษะการ โผตวั จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและ พลศึกษา ม. 3โดยครูคอยดแู ลการปฏิบตั ิอยา่ งใกลช้ ิด พร้อมท้งั คอยใหค้ าํ แนะนาํ แกไ้ ข เพม่ิ เติม เพ่ือการปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ ง ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. นกั เรียนอาสาสมคั รผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เพอื่ นคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) โดยใชท้ ่า ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือจากที่ศึกษาผา่ นมา 2. นกั เรียนทาํ ความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ หัวข้อย่อยท่ี 3.2 กฬี าว่ายนํา้ เร่ืองการฝึ กทกั ษะกฬี าว่ายนํา้ ข้ันตอนท่ี 6 การฝึ กท่าว่ายนํา้ ท่าฟรีสไตล์หรือ วดั วา จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้วนํามา พูดคุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรหมนั่ ศึกษาทบทวนและฝึกทกั ษะการลอยตวั การฝึกเตะขา การฝึกโผตวั เพื่อใหก้ าร เล่นกีฬาวา่ ยน้าํ มีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจดั กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลา รู้ตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด โดยจะตอ้ งมีครูผสู้ อนคอยดูแลอยา่ งใกลช้ ิด

257 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวดี ิทศั นแ์ สดงตวั อยา่ งวธิ ีการลอยตวั การเตะขา และการโผตวั ในกีฬาวา่ ยน้าํ 2. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาวา่ ยน้าํ 3. สระวา่ ยน้าํ 4. ใบกิจกรรมเร่ือง วางแผนฝึ กปฏิบตั ิทักษะกีฬาว่ายนา้ํ 5. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 37 258 กฬี าเพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 สาระการเรียนรู้ท่ี 3: การเคลอ่ื นไหว การออกกาํ ลงั กาย เวลา 2 ช่ัวโมง การเล่นเกม กฬี าไทยและกฬี าสากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เพม่ิ พูนทกั ษะการเคลอื่ นไหว 1. สาระสําคญั การฝึ กว่ายน้าํ แบบวดั วาหรือท่ีปัจจุบนั นิยมเรียกวา่ การว่ายนา้ํ ในท่าฟรีสไตล์ ผูฝ้ ึ กหัดควรเรียนรู้เกี่ยวกบั การจดั ท่าทางและลาํ ดบั การเตะขา การหมุนแขน และการหายใจให้ถูกตอ้ งและเกิดความชาํ นาญจะช่วยให้ว่ายได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอยา่ งละ 1 ชนิด โดยใชเ้ ทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 3/1) 2. นาํ หลกั การ ความรู้ และทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใชส้ ร้างเสริมสุขภาพอยา่ งต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 3/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาดว้ ยความมีน้าํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ม. 3/1) 4. ออกกาํ ลงั กายและเล่นกีฬาอยา่ งสม่าํ เสมอ และนาํ แนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพ ชีวิตของตนดว้ ยความภาคภมู ิใจ (พ 3.2 ม. 3/2) 5. ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ท่ีเลือก และนาํ แนวคิดที่ไดไ้ ปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนในสงั คม (พ 3.2 ม. 3/3) 6. จาํ แนกกลวธิ ีการรุก การป้ องกนั และใชใ้ นการเล่นกีฬาที่เลือกและตดั สินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกบั ทีมไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 3/4) 7. เสนอผลการพฒั นาสุขภาพของตนเองท่ีเกิดจากการออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาเป็นประจาํ (พ 3.2 ม. 3/5) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายวธิ ีการวา่ ยน้าํ แบบวดั วาอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้วิธีการวา่ ยน้าํ ท่าฟรีสไตลห์ รือวดั วาร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความมุ่งมนั่ และมีระเบียบวนิ ยั (A) 3. แสดงการฝึกทกั ษะวธิ ีการวา่ ยน้าํ น้าํ ท่าฟรีสไตลห์ รือวดั วาอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

259 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั ลาํ ดบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป ข้นั ตอนการวา่ ยน้าํ ท่าฟรีสไตล์ การอภิปราย/ การสร้างแผนท่ี หรือวดั วา ความคิด* • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ตามดุลยพนิ ิจของครู การปฏิบตั ิกิจกรรมวางแผนฝึ ก ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า ปฏิบัติทักษะกีฬาว่ายนา้ํ พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3* *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* 4 ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. กฬี าเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวติ (ต่อ) 3.2 กีฬาวา่ ยน้าํ – การฝึกทกั ษะกีฬาวา่ ยน้าํ : การฝึกวา่ ยน้าํ ท่าฟรีสไตลห์ รือวดั วา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook