60 2. ครูถามคาํ ถามเชื่อมโยงสู่บทเรียนต่อไป เพอื่ ให้นักเรียนไปค้นหาคาํ ตอบจากบทเรียนมา ล่วงหน้า ดังนี้ – ถ้าครอบครัวของนักเรียนมปี ัญหาขัดแย้งอยู่เสมอ นักเรียนจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ หรือไม่ อย่างไร 3. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนือ้ หาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว ในหัวข้อท่ี 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยที่ 1.1 ความหมายของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ และ หัวข้อย่อยท่ี 1.2 องค์ประกอบของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 1 มาล่วงหน้าแล้วนํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรศึกษาทบทวนความรู้ในเร่ือง วยั รุ่นกบั ส่ือโฆษณาอีกคร้ัง และควรคน้ ควา้ ความรู้ เกี่ยวกบั เรื่องดงั กล่าวในดา้ นต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งจากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพ่ิมเติม เพอื่ จะไดน้ าํ ความรู้ดงั กล่าวมาปรับใชเ้ พื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของตนเองใหเ้ หมาะสมกบั วยั ต่อไป 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา 2. ข่าวหรือภาพหรือขอ้ ความโฆษณา 3. ใบกิจกรรมเรื่อง จัดทาํ สมดุ ภาพหรือเหตกุ ารณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของวัยรุ่นในสังคมไทย ปัจจุบัน 4. ใบกิจกรรมเร่ือง วิเคราะห์ข้อความในส่ือโฆษณา 5. ใบกิจกรรมเรื่อง ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทักษะกระบวนการคิด 6. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 7. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 9. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 61 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ
62 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2ชีวติ และครอบครัว 10 ช่ัวโมง ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน 3. ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 1. อนามยั เจริญพนั ธุ์ ความรู้ 2. ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ ทักษะ/กระบวนการ ชีวติ และ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ครอบครัว 1. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพ่ืออธิบายความหมาย ความสาํ คญั ประสงค์ และองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ 2. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพ่ืออธิบายความหมายและความสาํ คญั 1. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษาและร่วม ของการอนามยั แม่และเดก็ ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ่ การ ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมาย ความสาํ คญั ต้งั ครรภ์ และองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ การอนามยั แม่และเดก็ และ 3. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพอ่ื อธิบายความหมายและความสาํ คญั การวางแผนครอบครัว ของการวางแผนครอบครัว การวางแผนการมีบุตรและการ คุมกาํ เนิด 2. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ 4. การใช้ทักษะสื่อสารเพ่ืออธิบายความหมายและลกั ษณะของ กิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมายและความสําคญั ของปัจจยั ที่มี ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ปัจจยั ท่ีก่อให้เกิดปัญหาความ ผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ ขดั แยง้ ในครอบครัวและผลกระทบ และแนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 3. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมรี ะเบียบวนิ ยั ในการศกึ ษาและร่วม 5. การใชท้ กั ษะในการปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่ม ปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของ 6. การใชท้ กั ษะในการคดิ เพ่อื สร้างแผนท่ีความคิดสรุปความรู้ การวางแผนครอบครัว การวางแผนการมีบุตรและการคุมกาํ เนิด ตามที่ศึกษา 4. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศกึ ษาและร่วมปฏิบตั ิ 7. การใชท้ กั ษะในการคดิ เพ่ืออธิบาย/ตอบคาํ ถามประจาํ หน่วย กิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมายของคาํ ที่เกี่ยวขอ้ ง ลกั ษณะของ การเรียนรู้ ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ปัจจยั ท่ีก่อให้เกิดปัญหาความขดั แยง้ 8. ความสามารถในการนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ในครอบครัวและปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ และแนวทางใน ประจาํ วนั การป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 9. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยใี นการศึกษาคน้ ควา้ 5. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศกึ ษาและร่วมปฏิบตั ิ กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจและกระตือรือร้น 6. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อนามยั เจริญพนั ธุ์ ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ และปัญหาความ ขดั แยง้ ในครอบครัว ภาระงาน/ชิน้ งาน 1. ศึกษาและนาํ เสนอความหมาย ความสาํ คญั และองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ 2. ปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้ ระดมความคิดเห็นในเรื่อง องคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ท้งั 10 ประการ 3. ศึกษาความหมายและความสาํ คญั ของการอนามยั แม่และเดก็ การวางแผนครอบครัว 4. ปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการเขยี นแสดงความคิดเห็น 5. ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัว การวางแผนการมีบุตรและการคมุ กาํ เนิด 6. ระดมสมองสรุปความเขา้ ใจในเรื่อง ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ 7. ปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคดิ 8. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และจดั ทาํ รายงานเก่ียวกบั การวเิ คราะห์ขา่ วหรือบทความจากสื่อ 9. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานเกี่ยวกบั ความหมายและลกั ษณะของปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ปัจจยั ท่ีก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและผลกระทบ และ แนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 10. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ รวบรวมขา่ วและแสดงความคดิ เห็นพร้อมท้งั วเิ คราะห์ผลกระทบเก่ียวกบั ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา 11. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานเกี่ยวกบั อนามยั เจริญพนั ธุ์ ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 12. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ระดมความคดิ แลว้ อภปิ ราย
63 กรอบแนวคดิ ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้เพอ่ื เน้นสู่ผลลพั ธ์ปลายทาง (Backward Design Template) หน่วยการเรียนรู้ที่ 2: ชีวติ และครอบครัว ข้นั ตอนท่ี 1 ผลลพั ธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน (Design Results) ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี 1. อธิบายอนามยั แมแ่ ละเดก็ การวางแผนครอบครัว และวธิ ีการปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสม (พ 2.1 ม. 3/1) 2. วิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ (พ 2.1 ม. 3/2) 3. วิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางป้ องกนั แกไ้ ขความขดั แยง้ ในครอบครัว (พ 2.1 ม. 3/3) ความเข้าใจทีค่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทก่ี ระตุ้นให้นักเรียนเกดิ ความเข้าใจ • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะเข้าใจวา่ … ท่ีคงทน – นกั เรียนคิดวา่ ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อนามยั เจริญ 1. อนามยั เจริญพนั ธุ์ มีความสาํ คญั กบั บุคคลทุก พนั ธุ์มีความสาํ คญั ต่อบุคคลอยา่ งไร เพศทุกวยั ตลอดช่วงชีวิต เพราะอนามยั เจริญ- – นกั เรียนคิดวา่ การวางแผนครอบครัวมีความสาํ คญั ต่อ พนั ธุ์เป็นเร่ืองราวของการดูแลสุขภาพทางเพศ คุณภาพชีวิตที่ดีของสถาบนั ครอบครัวไทยหรือไม่ การมีชีวติ เพศที่เป็นสุขและปลอดภยั ท้งั ในเร่ือง อยา่ งไร ของการมีเพศสมั พนั ธ์ที่ถกู ตอ้ ง ปราศจาก โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ การมีเพศสมั พนั ธ์ใน – นกั เรียนคิดวา่ ความรู้ในเรื่องใดบา้ งท่ีเป็นองคป์ ระกอบ สาํ คญั ของอนามยั เจริญพนั ธุ์ วยั ที่เหมาะสม ไม่มีปัญหาการต้งั ครรภไ์ ม่พงึ – นกั เรียนคิดวา่ จากองคป์ ระกอบสาํ คญั ของอนามยั เจริญ ประสงค์ และการมีครอบครัวที่มีคุณภาพอนั พนั ธุ์ท่ีกล่าวมา องคป์ ระกอบในเร่ืองใดมีความสาํ คญั เกิดจากการวางแผนครอบครัวที่ดี รวมท้งั การมี มากที่สุด เพราะเหตุใด ความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองเพศศึกษาของบุคคล – นกั เรียนคิดวา่ เหตุใดการดูแลสุขภาพของผหู้ ญิงต้งั ครรภ์ ทุกกลุ่มอายอุ ยา่ งถกู ตอ้ งเพื่อการปรับตวั และ จึงถือวา่ มีความสาํ คญั ต่อการพฒั นาประเทศ การอยรู่ ่วมกบั บุคคลอ่ืน ๆ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมี – นกั เรียนคิดวา่ การตรวจร่างกายก่อนการสมรสส่งผลดี ความสุข ต่อการใชช้ ีวติ ครอบครัวอยา่ งไร 2. การอนามยั แม่และเดก็ เป็นการดูแลสุขภาพ อนามยั ของผหู้ ญิงท้งั ก่อนการต้งั ครรภ์ ระหวา่ ง – นกั เรียนคิดวา่ การวางแผนครอบครัวมีความสาํ คญั ต่อ ชีวติ ครอบครัวอยา่ งไร การต้งั ครรภแ์ ละหลงั การต้งั ครรภ์ เพื่อใหม้ ีการ ต้งั ครรภท์ ี่ปลอดภยั และมีสุขภาพดีท้งั ตวั ของแม่ – นกั เรียนคิดวา่ ผหู้ ญิงต้งั ครรภต์ อ้ งเขา้ ใจปัจจยั ที่มี ผลกระทบต่อการต้งั ครรภใ์ นเรื่องใดบา้ ง เองและเดก็ ทารกในครรภ์ รวมถึงการเล้ียงดู – นกั เรียนจะปฏิบตั ิตนอยา่ งไรเพ่ือหลีกเล่ียงและป้ องกนั ทารกหลงั คลอดไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพ ไม่ใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 3. ชีวติ การมีครอบครัวจะมีความสุขไดน้ อกจากการ – นกั เรียนคิดวา่ หากเกิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว มีคู่สมรสท่ีปรับการใชช้ ีวติ ร่วมกนั ไดโ้ ดยไม่มี ข้ึนจะส่งผลกระทบอยา่ งไรบา้ ง ปัญหาแลว้ เรื่องของการมีบุตรเมื่อพร้อมกม็ ี
64 ความสาํ คญั ไม่ยงิ่ หยอ่ นไปกวา่ กนั เพราะการมี บุตรในเวลาท่ีเหมาะสม จะช่วยใหส้ ามารถเล้ียงดู บุตรไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพและเกิดความสุขใน ครอบครัว การวางแผนครอบครัวจึงมีความสาํ คญั ต่อครอบครัวเป็นอยา่ งยง่ิ เพราะจะช่วยใหค้ ู่ สมรสมีบุตรไดต้ รงระดบั ฐานะและความตอ้ งการ ของครอบครัวได้ ส่งผลต่อการมีประชากรท่ีมี คุณภาพในอนาคต 4. ปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ เป็นการศึกษา ถึงปัจจยั ที่มีผลกระทบท่ีส่งผลต่อสุขภาพของ ผหู้ ญิงต้งั ครรภแ์ ละทารกในครรภ์ โดยปัจจยั ที่มี ผลกระทบต่อการต้งั ครรภไ์ ดแ้ ก่ แอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด สภาพแวดลอ้ ม และการติดเช้ือและโรคท่ี เกิดจากภาวะการต้งั ครรภ์ 5. ความขดั แยง้ ในครอบครัว เป็นสาเหตุของปัญหา ครอบครัวแตกแยกและขาดความอบอุ่นของ ครอบครัวไทยในปัจจุบนั ซ่ึงมกั จะมีรูปแบบการ ดาํ เนินชีวิตที่มีแต่การแข่งขนั เพอ่ื การประกอบ อาชีพจึงส่งผลใหส้ มาชิกในครอบครัวไม่มีเวลาใน การทาํ กิจกรรมเพื่อสร้างสมั พนั ธภาพใน ครอบครัวใหแ้ น่นแฟ้ น อีกท้งั ลืมคุณค่าของความ เป็นครอบครัวไทยในอดีตท่ีมีแต่การใหอ้ ภยั กนั เมตตาต่อกนั และใหค้ วามเคารพผอู้ าวโุ สใน ครอบครัว ซ่ึงในบางคร้ังปัญหาความขดั แยง้ ที่ ไม่ไดร้ ับการแกไ้ ขจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ข้ึน ส่งผลใหเ้ กิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้ ความรู้ของนักเรียนที่นําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทีจ่ ะนําไปสู่ความเข้าใจท่ี • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะรู้วา่ … คงทน 1. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ อนามยั เจริญพนั ธุ์ เพศศึกษา ความ • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้ นกั เรียนควรมีทักษะและ ขดั แยง้ การวางแผนครอบครัว การคุมกาํ เนิด การ สามารถที่จะ… อนามยั แม่และเดก็ การฝากครรภ์ การเร่งกาํ เนิด การ 1. อธิบายความหมาย องคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ เลือกกาํ เนิด ความขดั แยง้ ในครอบครัว การอนามยั แมแ่ ละเดก็ และการวางแผนครอบครัว 2. อนามยั เจริญพันธ์ุ หมายถึง ภาวะความสมบูรณ์ แขง็ แรงของร่างกายและจิตใจท่ีเป็นผลอนั เกิดจาก
65 กระบวนการและหนา้ ที่ของการเจริญพนั ธุท์ ี่สมบรู ณ์ 2. อธิบายปัจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภจ์ าก ท้งั ชายและหญิงทุกช่วงอายขุ องชีวติ ซ่ึงทาํ ใหเ้ ขา แอลกอฮอล์ จากบุหร่ี จากการเสพติด จาก เหล่าน้นั มีชีวติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข สภาพแวดลอ้ ม และจากการติดเช้ือและโรคที่เกิดจาก 3. เพศศึกษา หมายถึง กระบวนการทางการศึกษา ภาวะการต้งั ครรภ์ เพ่อื ใหบ้ ุคคลมีความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกบั 3. อธิบายลกั ษณะของปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว เรื่องเพศอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมในการดาํ เนินชีวิต ปัจจยั ที่ก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและ ต้งั แต่เกิดจนตาย โดยจะประกอบไปดว้ ยความรู้เรื่อง ผลกระทบ ตลอดจนแนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ข หลกั ๆ ไดแ้ ก่ การเจริญเติบโตและพฒั นาการทางเพศ ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว สุขปฏิบตั ิเกี่ยวกบั อวยั วะเพศ พฤติกรรมทางเพศ 4. ร่วมฝึกหรือปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยตนเองและเป็นหมู่ บทบาททางเพศ การวางตวั ต่อเพศตรงขา้ ม การ คณะเกี่ยวกบั การเรียนรู้ในเร่ือง อนามยั เจริญพนั ธุ์ สืบพนั ธุ์ การเลือก คู่ครอง และการมีชีวติ ครอบครัว ปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ และปัญหาความ 4. ความขัดแย้ง หมายถึง ความไม่ลงรอยกนั ใน ขดั แยง้ ในครอบครัว ดา้ นความคิดหรือการกระทาํ ที่เกิดจากความรู้สึก ของตวั บุคคลหรือกลุ่มคนต้งั แต่ 2 คนข้ึนไป ซ่ึง ก่อใหเ้ กิดการแข่งขนั หรือทาํ ลายกนั 5. การวางแผนครอบครัว หมายถึง การกาํ หนด แผนการมีบุตรของคู่สมรสวา่ ควรมีบุตรเมื่อใด และมีบุตรจาํ นวนก่ีคน รวมท้งั การเวน้ ระยะการ มีบุตรไดอ้ ยา่ งเหมาะสมท่ีจะสามารถเล้ียงดูบุตร ใหเ้ ป็นพลเมืองดีของประเทศชาติได้ 6. การคุมกาํ เนิด หมายถึง การป้ องกนั การปฏิสนธิหรือ การกาํ เนิดของชีวติ กล่าวคือ การป้ องกนั ไม่ใหต้ วั อสุจิของผชู้ ายหรือของพอ่ ผสมกบั ไข่ของผหู้ ญิงหรือ ของแม่ในระยะที่สามารถทาํ ใหเ้ กิดการปฏิสนธิได้ เมื่อมีการร่วมเพศ 7. การอนามยั แม่และเดก็ หมายถึงการดูแลสุขภาพ อนามยั ของผหู้ ญิงท้งั ก่อนการต้งั ครรภ์ ระหวา่ ง การต้งั ครรภ์ และหลงั การต้งั ครรภ์ เพอื่ ใหม้ ีการ ต้งั ครรภท์ ี่ปลอดภยั และมีสุขภาพที่ดี พร้อมท้งั การดูแลทารกต้งั แต่อยใู่ นครรภแ์ ละหลงั คลอด ออกมาไดอ้ ยา่ งมีสุขภาพสมบูรณ์แขง็ แรง และ ไดร้ ับการเล้ียงดูอยา่ งมีคุณภาพ 8. การฝากครรภ์ หมายถึง การดูแลหญิงมีครรภ์ ระหวา่ ง ต้งั ครรภ์ ซ่ึงถือวา่ เป็นส่วนหน่ึงของเวชศาสตร์ป้ องกนั
66 เพ่ือช่วยในการป้ องกนั แกไ้ ขปัญหาความผดิ ปกติต่าง ๆ ที่อาจจะมีข้ึนไดใ้ นระยะแรกเริ่มของการต้งั ครรภ์ เพือ่ ใหท้ ้งั มารดาและบุตรมีความแขง็ แรงและปลอดภยั 9. การเร่งกาํ เนิด หมายถึง การช่วยเหลือใหค้ ู่สมรสที่มีลกู ยากสามารถมีลูกไดต้ ามที่ตอ้ งการ โดยคู่สมรสตอ้ งไป ปรึกษาแพทย์ 10. การเลือกกาํ เนิด หมายถึง การเจาะจงเลือกเพศของ บุตรใหไ้ ดเ้ พศตามท่ีตอ้ งการ ซ่ึงอาจเนื่องมาจาก อิทธิพลทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และ ค่านิยมของสงั คม 14. ความขัดแย้งในครอบครัว หมายถึงความไม่ลง รอยกนั ในดา้ นความคิดหรือการกระทาํ ที่เกิดจาก ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัว ซ่ึงก่อใหเ้ กิด การทะเลาะเบาะแวง้ ความรุนแรงและทาํ ลายกนั ข้นั ท่ี 2 หลกั ฐานในการประเมินเพอ่ื แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามที่กาํ หนด (Assessment Evidence) 1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ – ศึกษาความหมาย ความสาํ คญั และองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ระดมความคิดเห็นในเรื่อง องคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ท้งั 10 ประการ – ศึกษาความหมายและความสาํ คญั ของการอนามยั แมแ่ ละเดก็ ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และนาํ เสนอผลการเขียนแสดงความคิดเห็น – ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัว การวางแผนการมีบุตรและการ คุมกาํ เนิด – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้และจดั ทาํ รายงานเกี่ยวกบั การวิเคราะห์ข่าวหรือบทความจากส่ือ – ศึกษาและจดั ทาํ รายงานเก่ียวกบั ความหมายและลกั ษณะของปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ปัจจยั ที่ก่อใหเ้ กิด – ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและผลกระทบ และแนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครัว – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ รวบรวมข่าวและแสดงความคิดเห็นพร้อมท้งั วเิ คราะห์ผลกระทบสถานการณ์ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ รวบรวมข่าวและแสดงความคิดเห็น พร้อมท้งั วเิ คราะห์ผลกระทบเก่ียวกบั ปัญหาความ ขดั แยง้ ในครอบครัวและแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา – ศึกษาและจดั ทาํ รายงานเกี่ยวกบั อนามยั เจริญพนั ธุ์ การอนามยั แมแ่ ละเดก็ การวางแผนครอบครัว ปัญหาความ ขดั แยง้ ในครอบครัว – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ระดมความคิดแลว้ อภิปราย
67 2. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้ • วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ – การสนทนาซกั ถามโดยครู – แบบบนั ทึกการสนทนา – การวดั และประเมินผลดา้ นความรู้ – แบบทดสอบก่อนเรียน – แบบทดสอบหลงั เรียน – แบบวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม – แบบทดสอบประจาํ หน่วย จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ – การวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม อนั พึงประสงค์ จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ 3. สิ่งทมี่ ุ่งประเมนิ อนั พงึ ประสงค์ – ความหมายในการอธิบาย ช้ีแจง แปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้ การมีมุมมองท่ี หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั ใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ื่น และการรู้จกั ตนเอง – ความสามารถในการพฒั นาสมรรถภาพที่ใหค้ วามสาํ คญั ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ สงั คม และจิตวญิ ญาณ – ความสามารถในการวางแผนปฏิบตั ิ แสดงความคิดวเิ คราะห์ เพ่อื พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ ทศั นคติและทกั ษะที่ จะช่วยส่งเสริมการปฏิบตั ิเก่ียวกบั สมรรถภาพทางกาย • หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว (10 ชั่วโมง) – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6: อนามยั เจริญพนั ธุ์ – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7: อนามยั เจริญพนั ธุ์ (ต่อ) – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8: อนามยั เจริญพนั ธุ์ (ต่อ) – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9: ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10: ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว
68 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 อนามัยเจริญพนั ธ์ุ เวลา 2 ชั่วโมง สาระการเรียนรู้ท่ี 2: ชีวติ และครอบครัว หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว 1. สาระสําคญั อนามยั เจริญพนั ธุ์มีความสําคญั กบั บุคคลทุกเพศทุกวยั ตลอดช่วงชีวิต เพราะอนามยั เจริญพนั ธุ์ เป็ นเร่ืองราวของการดูแลสุขภาพทางเพศ การมีชีวิตเพศที่เป็ นสุขและปลอดภยั ท้ังในเร่ืองของการมี เพศสมั พนั ธ์ที่ถูกตอ้ ง ปราศจากโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ การมีเพศสมั พนั ธ์ในวยั ท่ีเหมาะสม ไม่มีปัญหา การต้งั ครรภไ์ ม่พึงประสงค์ และการมีครอบครัวที่มีคุณภาพอนั เกิดจากการวางแผนครอบครัวที่ดี รวมท้งั การมีความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองเพศศึกษาของบุคคลทุกกลุ่มอายอุ ยา่ งถูกตอ้ ง เพ่ือการปรับตวั และการอยู่ ร่วมกบั บุคคลอ่ืน ๆ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. อธิบายอนามยั แม่และเดก็ การวางแผนครอบครัว และวิธีการปฏิบตั ิตนที่เหมาะสม (พ 2.1 ม. 3/1) 2. วิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ (พ 2.1 ม. 3/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสาํ คญั และองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อนามยั เจริญพนั ธุร์ ่วมกบั ผอู้ ่นื (A) 4. สามารถส่ือสารเพ่ืออธิบายถึงความหมาย ความสาํ คญั องคป์ ระกอบและแนวทางในการนาํ ความรู้ เก่ียวกบั อนามยั เจริญพนั ธุไ์ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล – • ทดสอบความรู้พ้นื ฐานในหน่วย • แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ การเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว เรียนรู้ท่ี 2 ชีวิตและครอบครัว*/** • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ความหมาย ความสาํ คญั และ องคป์ ระกอบของอนามยั เจริญ- การอภิปราย/ การสร้างแผนท่ี ข้ึนไป พนั ธุ์ ความคิด*
69 • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ตามดุลยพินิจของครู การปฏิบตั ิกิจกรรมระดม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า สมองสรุปความเข้ าใจในเร่ื อง พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา องค์ประกอบของอนามยั ม. 3* เจริญพนั ธ์ุ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู */**ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู หรือในส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 1. อนามัยเจริญพนั ธ์ุ 1.1 ความหมายของอนามยั เจริญพนั ธุ์ 1.2 องคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ 6. แนวทางบูรณาการ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เกี่ยวขอ้ งกบั อนามยั เจริญ- พนั ธุ์ ภาษาต่างประเทศ พดู คุยแสดงความคิดเห็นและเขียนสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความหมายและองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ ภาษาไทย
70 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 11: หัวข้อที่ 1.1 ความหมายของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ และหัวข้อท่ี 1.2 องค์ประกอบของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา เพือ่ ทบทวนความรู้ 2. ครูนาํ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวิตและครอบครัว แจกใหน้ กั เรียนทุกคน เพื่อทบทวนความรู้ความเขา้ ใจพ้ืนฐาน โดยใชเ้ วลาตามท่ีครูกาํ หนด ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมกนั เฉลยคาํ ถามเชื่อมโยงสู่บทเรียนต่อไปจากการมอบหมายงานในการเรียน คร้ังทผี่ ่านมา ดงั นี้ – ถ้าครอบครัวของนักเรียนมปี ัญหาขดั แย้งอยู่เสมอ นักเรียนจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ อย่างไร (แนวคาํ ตอบ สามารถร่วมแก้ปัญหาความขดั แย้งในครอบครัวได้ โดยให้สมาชิกใน ครอบครัวร่วมกนั ยดึ หลกั การประนีประนอม เมอื่ เกดิ ปัญหาขดั ข้องใจไม่ว่าเรื่องใดกค็ วรหัน หน้ามาพูดคยุ แสดงความรู้สึก พูดถงึ ปัญหา และปรับความเข้าใจกนั ด้วยเหตุด้วยผลอย่าง ตรงไปตรงมา และรับฟังในความคดิ เห็นของแต่ละคน เพอ่ื ร่วมกนั หาทางออกหรือแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ ข้ึน ซ่ึงเมือ่ แก้ปัญหาได้ด้วยดี หมดความเคลอื บแคลงกงั วล เร่ืองราว ความขัดแย้งกจ็ ะไม่สะสมและเกดิ ความบาดหมางข้นึ ได้ในภายหลงั ) 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ในหัวข้อท่ี 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยท่ี 1.1 ความหมายแของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ และหัวข้อย่อยที่ 1.2 องค์ประกอบของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ ตามที่ได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ผี ่านมาหน้า ช้ันเรียน 3. ครูใหค้ วามรู้เก่ียวกบั ความหมายและองคป์ ระกอบของอนามยั เจริญพนั ธุ์ ดงั รายละเอียดตามที่ ระบุไวใ้ นหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ช่ัวโมงที่ 12: หัวข้อที่ 1.2 องค์ประกอบของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมสมองสรุปความเข้าใจในเร่ืององค์ประกอบของ อนามยั เจริญพันธ์ุ จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3โดยแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม แตล่ ะกลุม่ ส่งตวั แทนออกมาจบั สลาก เลือกหวั ขอ้ เร่ืองตามที่กาํ หนด ดงั น้ี 1. การวางแผนครอบครัว 2. การอนามยั แม่และเดก็
71 3. โรคเอดส์ 4. โรคมะเร็งระบบสืบพนั ธุ์ 5. โรคติดเช้ือในระบบสืบพนั ธุ์ 6. การแทง้ และภาวะแทรกซอ้ น 7. ภาวะการมีบุตรยาก 8. เพศศึกษา 9. อนามยั วยั รุ่น 10. ภาวะหลงั วยั เจริญพนั ธุแ์ ละผสู้ ูงอายุ โดยใชเ้ วลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตามที่ครูกาํ หนด 2. ครูสุ่มแต่ละกลุ่มผลดั เปล่ียนกนั ออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย และใหเ้ พื่อนในช้นั เรียนร่วมกนั สอบถามในประเดน็ ที่สนใจ โดยครูคอยใหค้ วามรู้และ คาํ แนะนาํ เพิ่มเติม ข้นั ที่ 4: การนําไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมเกมจับค่คู วามสัมพนั ธ์เกยี่ วกบั อนามัยเจริญพนั ธ์ุ (ดูรายละเอยี ด ได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 6 เฟรมท่ี 181) 2. ครูเฉลยคาํ ตอบแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างข้อความทีถ่ ูกต้องให้นักเรียนทราบ ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลท่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อท่ี 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยที่ 1.3 การอนามยั แม่ และเดก็ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อม กบั จดคาํ ถามที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกนั เพอ่ื หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรนาํ ความรู้ในเรื่อง ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อนามยั เจริญพนั ธุ์ตามที่ไดศ้ ึกษา ผา่ นมาไปถ่ายทอดใหแ้ ก่สมาชิกในครอบครัวของตนเอง เพื่อเป็นการช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเขา้ ใจในเรื่องดงั กล่าวใหถ้ ูกตอ้ งและสามารถนาํ ไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ ง เหมาะสมต่อไป
72 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบความรู้ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวิตและครอบครัว 2. ใบกิจกรรมเร่ือง ระดมสมองสรุปความเข้าใจในเรื่ององค์ประกอบของอนามยั เจริญพนั ธ์ุ 3. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 4. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช 5. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ
73 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 อนามยั เจริญพนั ธ์ุ (ต่อ) เวลา 2 ชั่วโมง สาระการเรียนรู้ท่ี 2: ชีวติ และครอบครัว หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวติ และครอบครัว 1. สาระสําคญั การอนามยั แม่และเด็ก เป็ นการดูแลสุขภาพอนามยั ของผหู้ ญิงท้งั ก่อนการต้งั ครรภ์ ระหวา่ งการ ต้งั ครรภ์ และหลงั การคลอด เพ่อื ใหม้ ีการต้งั ครรภท์ ี่ปลอดภยั และมีสุขภาพดี พร้อมท้งั การดูแลทารกต้งั แต่ อยใู่ นครรภแ์ ละหลงั คลอดออกมาไดอ้ ยา่ งมีสุขภาพสมบูรณ์แขง็ แรง และไดร้ ับการเล้ียงดูอยา่ งมีคุณภาพ งานอนามยั แม่และเด็กจะเกิดผลสมั ฤทธ์ิไดน้ ้นั ผทู้ ี่เป็ นแม่จะตอ้ งมีความรู้ ความเขา้ ใจในการดูแล สุขภาพของตนเองและทารกในครรภ์ โดยการอนามยั แม่และเดก็ น้นั จะช่วยลดอตั ราการเสียชีวิตของทารก และแมเ่ นื่องจากการต้งั ครรภแ์ ละภาวะแทรกซอ้ นต่าง ๆ ได้ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี 1. อธิบายอนามยั แม่และเดก็ การวางแผนครอบครัว และวธิ ีการปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสม (พ 2.1 ม. 3/1) 2. วเิ คราะห์ปัจจยั ที่มีผลกระทบตอ่ การต้งั ครรภ์ (พ 2.1 ม. 3/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และความสาํ คญั ของการอนามยั แม่และเดก็ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 3. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของความรู้เก่ียวกบั การอนามยั แม่และเดก็ ร่วมกบั ผอู้ ่ืน (A) 4. ส่ือสารเพอ่ื อธิบายถึงความหมายและความสาํ คญั ของการอนามยั แมแ่ ละเด็ก ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / ข้ึนไป – ความหมายและความ การอภิปราย/ การสร้างแผนที่ สาํ คญั ของการอนามยั ความคิด* แม่และเดก็
74 • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมสมองตอบ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า คาํ ถาม พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ม. 3* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ 1.3 การอนามยั แม่และเดก็ 6. แนวทางบูรณาการ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความหมายของ การอนามยั แม่และเดก็ ภาษาต่างประเทศ พดู คุยแสดงความคิดเห็นและเขียนสรุปความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความสาํ คญั ของการอนามยั แม่และเดก็ ภาษาไทย ศึกษาสถิติที่เก่ียวขอ้ งกบั จาํ นวนแม่และทารกในชุมชน/สถิติการเกิด ของทารกในชุมชน คณิตศาสตร์
75 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 13: หัวข้อที่ 1.3 การอนามยั แม่และเดก็ ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน • ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมาเพื่อ ทบทวนความรู้ ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อท่ี 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยท่ี 1.3 การอนามัยแม่และเด็ก ตามท่ไี ด้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังทีผ่ ่านมาหน้า ช้ันเรียน 2. ครูใหค้ วามรู้เรื่อง การอนามยั แมแ่ ละเดก็ โดยใชภ้ าพหรือขอ้ มูลความรู้จากวารสารของ โรงพยาบาล เช่น ภาพผหู้ ญิงท่ีกาํ ลงั ต้งั ครรภโ์ ดยในระยะต่าง ๆ ภาพแม่ที่กาํ ลงั ดูแลลกู ใน ลกั ษณะต่าง ๆ ภาพแสดงลกั ษณะของอาหารที่เหมาะสมกบั ผหู้ ญิงท่ีกาํ ลงั ต้งั ครรภใ์ นรูปแบบ ต่าง ๆ ประกอบคาํ อธิบาย 3. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพ่ิมเติม 4. ครูให้ความรู้เสริมอาเซียนเกย่ี วกบั ผลงานวจิ ัยมติ ดิ ้านสุขภาพของประชาคมอาเซียนซึ่งพบว่า อตั ราการเสียชีวติ ของทารกเป็ นตวั ชี้วดั ระดบั สุขภาพโดยรวมของแต่ละประเทศ ในบริบทของ ประชาคมอาเซียนจะเห็นว่า ประเทศทีม่ รี ายได้เฉลยี่ ของประชากรต่อหัวสูง เช่น บรูไนดารุส ซาลาม มาเลเซีย สิงคโปร์ มอี ตั ราการเสียชีวิตของทารกน้อยกว่าประเทศทม่ี รี ายได้เฉลยี่ ของ ประชากรต่อหัวน้อยกว่า เช่น กมั พูชา ลาว และเมยี นมา (ครูอาจใช้ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 7 เฟรมท่ี 197 ประกอบ) ช่ัวโมงท่ี 14: หัวข้อที่ 1.3 การอนามยั แม่และเดก็ (ต่อ) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทักษะและประสบการณ์ 1. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมสมองตอบคาํ ถาม เก่ียวกบั การ อนามยั แม่และเดก็ จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด 2. ครูสุ่มนกั เรียนที่อยใู่ นแต่ละกลุ่ม เป็นตวั แทนใหอ้ อกมาอ่านคาํ ตอบจากการปฏิบตั ิกิจกรรม สลบั กนั โดยครูคอยช้ีแนะแนวคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบ ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมกนั เล่นเกมเลอื กถูกผดิ การดูแลสุขภาพคุณแม่ต้ังครรภ์ (ดูรายละเอียดได้ จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 7 เฟรมท่ี 196) 2. ครูเฉลยคําตอบที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบ
76 ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายให้นักเรียนแบ่งกลุ่มปฏิบตั กิ จิ กรรม สํารวจจํานวนของเดก็ ทารก (อายุ 1วนั –2 ปี ) ในชุมชน และกจิ กรรมเขียนเรียงความเรื่อง ครอบครัวในอุดมคติของข้าพเจ้า จากใบ กจิ กรรม ท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทักษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แล้วนํามา เสนอในการเรียนคร้ังต่อไป 3. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อที่ 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยท่ี 1.4 การวางแผน ครอบครัว จากหนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อม กบั จดคาํ ถามท่ีสงสัยมาพูดคุยร่วมกนั เพอ่ื หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรนาํ แนวทางในเรื่อง การอนามยั แม่และเดก็ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพหรือขอ้ มูลความรู้จากวารสารของโรงพยาบาล เช่น ภาพผหู้ ญิงที่กาํ ลงั ต้งั ครรภ์ โดยในระยะต่าง ๆ ภาพแม่ท่ีกาํ ลงั ดูแลลูกในลกั ษณะต่าง ๆ ภาพแสดงลกั ษณะของอาหารท่ี เหมาะสมกบั ผหู้ ญิงที่กาํ ลงั ต้งั ครรภใ์ นรูปแบบต่าง ๆ 2. ใบกิจกรรมเรื่อง ระดมสมองตอบคาํ ถาม 3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 4. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 5. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ
77 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 อนามัยเจริญพนั ธ์ุ (ต่อ) เวลา 2 ชั่วโมง สาระการเรียนรู้ท่ี 2: ชีวติ และครอบครัว หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวติ และครอบครัว 1. สาระสําคญั ชีวิตการมีครอบครัวจะมีความสุขไดน้ อกจากการมีคู่สมรสที่ปรับการใชช้ ีวิตร่วมกนั ไดโ้ ดยไม่มี ปัญหาแลว้ เร่ืองของการมีบุตรเมื่อพร้อมมีความสาํ คญั ไม่ย่ิงหยอ่ นไปกว่ากนั เพราะการมีบุตรในเวลาท่ี เหมาะสมจะช่วยใหส้ ามารถเล้ียงดูบุตรไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพและเกิดความสุขในครอบครัว การวางแผนครอบครัวจึงมีความสาํ คญั ต่อครอบครัวเป็ นอยา่ งย่ิง เพราะจะช่วยให้คู่สมรสมีบุตร ได้ตรงระดบั ฐานะและความต้องการของครอบครัวได้ ส่งผลต่อการมีประชากรท่ีถูกเล้ียงดูได้อย่างมี คุณภาพผลิตออกสู่สงั คมและประเทศชาติต่อไป 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี อธิบายอนามยั แมแ่ ละเดก็ การวางแผนครอบครัว และวธิ ีการปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสม (พ 2.1 ม. 3/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัวอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. อธิบายความหมายของการเร่งกาํ เนิด การเลือกกาํ เนิด และการคุมกาํ เนิดอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 3. อธิบายและวเิ คราะห์ถึงขอ้ ดีของการวางแผนมีบุตรและการคุมกาํ เนิดอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 4. อธิบายและระบุแนวทางในการคุมกาํ เนิดแบบชวั่ คราวและการคุมกาํ เนิดแบบถาวรอยา่ งถูกตอ้ ง ได้ (K, P) 5. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัว (A) 6. ส่ือสารเพอื่ อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัวใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจได้ (P)
78 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / ข้ึนไป – ความหมายและความ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ สาํ คญั ของการวางแผน ความคิด* ครอบครัว – ความหมายของการเร่งกาํ เนิด การเลือกกาํ เนิด และการ คุมกาํ เนิด – แนวทางการวางแผนการ มีบุตรและการคุมกาํ เนิด • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน • ตามดุลยพนิ ิจของครู ปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า – สาํ รวจจาํ นวนของเดก็ ทารก พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา (อายุ 1 วนั –2 ปี ) ในชุมชน ม. 3* – เขียนเรียงความเร่ือง ครอบครัว ในอุดมคติของข้าพเจ้า – อภิปรายเร่ือง ความสาํ คัญของการ วางแผนครอบครัวและความสุขใน ชีวิตสมรส *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู
79 • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ 1.4 การวางแผนครอบครัว 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ ศึกษาเก่ียวกบั สถิติจาํ นวนประชากรไทยในวยั ต่าง ๆ และศึกษา เก่ียวกบั ลกั ษณะของครอบครัวในสงั คมไทย ภาษาต่างประเทศ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การวางแผน ครอบครัว ภาษาไทย พดู คุยแสดงความคิดเห็น เขียนเรียงความเร่ืองครอบครัวในอุดมคติ ของขา้ พเจา้ เขียนแผนที่ความคิดเพื่อสรุปเปรียบเทียบวธิ ีการ คุมกาํ เนิดแบบชวั่ คราวและแบบถาวร ศิลปะ วาดภาพ/ระบายสี/ตกแต่งภาพและขอ้ มลู เพื่อจดั ป้ ายนิเทศเกี่ยวกบั ความรู้ในเร่ืองการวางแผนครอบครัว วทิ ยาศาสตร์ คน้ ควา้ และสาํ รวจรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั วธิ ีการคุมกาํ เนิดในชุมชน 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 15: หัวข้อท่ี 1.4 การวางแผนครอบครัว ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา เพอื่ ทบทวนความรู้ 2. ครูสุ่มนกั เรียนท่ีเป็นตวั แทนของกลุ่มออกมานาํ เสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมสาํ รวจจาํ นวนของ เดก็ ทารก (อายุ 1 วนั –2 ปี ) ในชุมชน และกิจกรรมเขียนเรียงความเร่ือง ครอบครัวในอุดมคติ ของข้าพเจ้า ตามที่ไดร้ ับมอบหมายในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา โดยใหเ้ พอ่ื น ๆ ในช้นั เรียนร่วม แสดงความคิดเห็น
80 3. นกั เรียนร่วมกนั ดูภาพท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การวางแผนครอบครัว เช่น ภาพของครอบครัวไทยขนาด ต่าง ๆ ภาพถุงยางอนามยั ภาพห่วงอนามยั ภาพยาฉีดคุมกาํ เนิด ภาพการทาํ หมนั ในเพศชาย และเพศหญิง ภาพท่านมีชยั วีระไวทยะ ฯลฯ ที่ครูเตรียมมา แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นใน ประเด็นท่ีวา่ – นกั เรียนไดแ้ นวคิดจากการดูภาพที่ครูนาํ เสนอดงั กล่าวอยา่ งไร – นกั เรียนคิดวา่ ภาพที่ดูมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การปฏิบตั ิกิจกรรม การสาํ รวจจาํ นวนของเดก็ ทารก (อายุ 1 วัน –2 ปี ) ในชุมชนอยา่ งไร – นกั เรียนคิดวา่ ความรู้ความเขา้ ใจในเรื่องการวางแผนครอบครัวส่งผลดีต่อบุคคลและ สงั คมอยา่ งไร (ครูอาจใช้คาํ ถามอ่ืน ๆ ท่ีเหมาะสมกบั สภาพในการจัดการเรียนการสอนได้) ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหัวข้อที่ 1. อนามยั เจริญพนั ธ์ุ หัวข้อย่อยที่ 1.4 การวางแผนครอบครัว ตามท่ีได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่านมาหน้า ช้ันเรียน 2. ครูใหค้ วามรู้ในเร่ือง ความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัว ดงั รายละเอียด ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 3. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพิ่มเติม 4. ครูเล่าเรื่องน่ารู้เกย่ี วกบั ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ซ่ึงพบว่า ด้วยวถิ ชี ีวติ ที่เปลยี่ นไปใน ปัจจุบันทําให้ชายหญงิ มอี ตั ราการสมรสและการมบี ุตรทนี่ ้อยลง เพอื่ เสริมความรู้ให้แก่นักเรียน นอกเหนือจากความรู้ในบทเรียน ดงั นี้ –จากการศึกษาข้อมูลเกย่ี วกบั ประชากรศาสตร์ในประเทศไทย พบว่าคนไทยในปัจจุบัน มวี ถิ ีชีวติ ทเ่ี ปลยี่ นไป หญงิ ชายต่างทํางานนอกบ้านในสังคมที่มกี ารแข่งขันสูง ม่งุ มนั่ หาความ เจริญก้าวหน้าในชีวติ ของตนเอง ส่งผลให้อตั ราการสมรสน้อยลง อายแุ รกสมรสกเ็ พมิ่ สูงขึน้ ทาํ ให้เลอื่ นเวลาในการมบี ุตรนานออกไป และยงั ส่งผลให้อายุเฉลยี่ ของการมีบุตรคนแรกเพมิ่ สูงขนึ้ (ทาํ ให้มบี ุตรน้อยลง) และสิ่งท่ีพบมากขนึ้ คอื ภาวะของการไม่สามารถมบี ุตรได้ของคู่ สมรสมเี พมิ่ ขึน้ ด้วย ซ่ึงส่ิงเหล่านีถ้ ือเป็ นอกี สาเหตุหน่ึงทที่ ําให้ประเทศไทยกาํ ลงั เข้าสู่สังคม ผ้สู ูงอายุด้วยน่ันเอง (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3) แผนที่ 8 เฟรมที่ 209) ช่ัวโมงท่ี 16: หัวข้อท่ี 1.4 การวางแผนครอบครัว (ต่อ) 5. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง การวางแผนและการคุมกาํ เนิด โดยใชภ้ าพแสดงการคุมกาํ เนิดในรูปแบบ ต่าง ๆ ประกอบการอธิบาย (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพล ศึกษา ม. 3) แผนที่ 8 เฟรมที่ 211-221)
81 6. ครูเล่าเรื่องน่ารู้เกย่ี วกบั ข้อมูลความรู้จากกระทรวงสาธารณสุขซึ่งว่าด้วยวธิ ีการใช้ถุงยาง อนามยั อย่างถูกวธิ ี เพอื่ เสริมความรู้ให้แก่นักเรียนนอกเหนือจากความรู้ในบทเรียน ดังนี้ – กระทรวงสาธารณสุขแนะนําว่า เมอื่ ซื้อหรือรับแจกถุงยางอนามยั มา สิ่งแรกควรตรวจดู ว่าหมดอายุแล้วหรือไม่ หากพบว่าหมดอายุให้ทิง้ ทันที และไม่ควรใส่ถุงยางอนามยั สองช้ัน เพราะเนือ้ ของถุงยางอนามยั จะเสียดสีกนั ทาํ ให้เกดิ การฉีกขาดหรือแตกได้ และสารจาํ พวก โลช่ัน วาสลนี ออยล์ กไ็ ม่ควรนํามาใช้ร่วมกบั ถุงยางอนามยั เพราะสิ่งเหล่านีม้ สี ่วนผสมของ นํา้ มนั ท่ีเป็ นตวั การทําให้ถุงยางอนามยั แตกระหว่างใช้งาน หากต้องการเพม่ิ ความหล่อลน่ื ขณะมเี พศสัมพนั ธ์ ควรใช้เจลทใ่ี ช้ร่วมกบั ถุงยางอนามยั โดยเฉพาะจะดกี ว่า (ดูรายละเอยี ดได้ จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 8 เฟรมที่ 223) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ 1. ให้นักเรียนร่วมกนั เล่นเกมเรียงเวลาวางแผนครอบครัว (ดูรายละเอยี ดได้จากส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนที่ 8 เฟรมที่ 224) โดยใช้เวลาตามทก่ี าํ หนด จากน้ันครูเฉลยคาํ ตอบการใส่ไทม์ไลน์ที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบ 2. นกั เรียนแบ่งกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรมอภิปรายเร่ือง ความสาํ คัญของการวางแผนครอบครัวและ ความสุขในชีวิต จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา และพลศึกษา ม. 3โดยผลดั เปลี่ยนกนั อภิปราย ตามเวลาท่ีครูกาํ หนด ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • ครูสุ่มนกั เรียนประมาณ 4–5 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การวางแผนครอบครัว พร้อมสรุปความหมายและความสาํ คญั ของการวางแผนครอบครัว และการวางแผนการมีบุตร และการคุมกาํ เนิด ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรมระดมความคิดเห็นในการเขียนแผนที่ความคิด เปรียบเทียบวิธีการคุมกาํ เนิดแบบชั่วคราวและแบบถาวร จากใบกิจกรรมที่ครูแจกใหห้ รือจาก แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3โดยนาํ มาเสนอในการเรียนคร้ัง ต่อไป 3. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อที่ 1. ปัจจัยที่มผี ลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ จากหนังสือ- เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อมกบั จดคาํ ถามทีส่ งสัยมา พดู คุยร่วมกนั เพอ่ื หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป
82 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกบั การวางแผนการมบี ุตรตามฐานะของครอบครัว หรือ ยดึ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง นอกเวลาเรียนหรือในช่วงลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลารู้ ตามที่ สถานศึกษากาํ หนด 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การวางแผนครอบครัว เช่น ภาพของครอบครัวไทยขนาดต่าง ๆ ภาพถุงยาง อนามยั ภาพห่วงอนามยั ภาพยาฉีดคุมกาํ เนิด ภาพการทาํ หมนั ในเพศชายและเพศหญิง ภาพ ท่านมีชยั วรี ะไวทยะ ฯลฯ 2. ใบกิจกรรมเร่ือง สาํ รวจจาํ นวนของเดก็ ทารก (อายุ 1 วัน –2 ปี ) ในชุมชน 3. ใบกิจกรรมเร่ือง เขียนเรียงความเรื่อง ครอบครัวในอุดมคติของข้าพเจ้า 4. ใบกิจกรรมเร่ือง อภิปรายเรื่องความสาํ คัญของการวางแผนครอบครัวและความสุขในชีวิตสมรส 5. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั จาํ กดั 7. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 8. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงชื่อ
83 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 ปัจจัยทม่ี ีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ สาระการเรียนรู้ที่ 2: ชีวติ และครอบครัว ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว เวลา 2 ช่ัวโมง 1. สาระสําคญั ผูห้ ญิงต้งั ครรภ์ควรมีความรู้ ความเขา้ ใจเพื่อการดูแลสุขภาพตนเองและสุขภาพของทารกใน ครรภ์ให้มีสุขภาพดี และหลีกเลี่ยงปัจจยั เส่ียงต่อการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพต่าง ๆ ท่ีสําคัญได้แก่ ผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการต้งั ครรภ์ ผลกระทบของบุหร่ีต่อการต้งั ครรภ์ ผลกระทบของสารเสพ ติดต่อการต้งั ครรภ์ ผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มต่อการต้งั ครรภ์ และผลกระทบจากการติดเช้ือและโรคที่ เกิดจากภาวะการต้งั ครรภ์ 2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี วิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ (พ 2.1 ม. 3/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภไ์ ด้ (K) 2. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ (A) 3. สื่อสารเพือ่ อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้งั ครรภใ์ หผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจ ได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีมี • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ การอภิปราย/ การสร้างแผนท่ี ข้ึนไป ความคิด*
84 • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมความ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา • ตามดุลยพนิ ิจของครู คิดเห็นในการเขียนแผนท่ี พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเปรียบเทียบวิธีการ ม. 3* คุมกาํ เนิดแบบชั่วคราวและแบบ ถาวร • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวชิ า • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการ พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมสมองสรุป ม. 3* ความเข้าใจในเรื่อง ปัจจัยที่มี ผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 2. ปัจจัยทีม่ ีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ 6. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเก่ียวกบั ปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เกี่ยวขอ้ งกบั ปัจจยั ท่ีมี สงั คมศึกษาฯ ผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ ภาษาต่างประเทศ
85 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 17: หัวข้อที่ 2.1 ผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการต้งั ครรภ์ และหัวข้อที่ 2.2 ผลกระทบของ บุหร่ีต่อการต้ังครรภ์ ข้นั ท่ี 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา เพือ่ ทบทวนความรู้ 2. ใหต้ วั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่ม ออกมารายงานผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ระดมความคิดเห็นในการ เขียนแผนท่ีความคิดเปรียบเทียบวิธีการคุมกาํ เนิดแบบชั่วคราวและแบบถาวร จากการ มอบหมายงานในการเรียนคร้ังท่ีผา่ นมา และครูเฉลยคาํ ตอบที่ถกู ตอ้ งและใหข้ อ้ เสนอแนะ เพิม่ เติม ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง ผลกระทบของแอลกอฮอลต์ ่อการต้งั ครรภ์ และผลกระทบของบุหร่ีต่อการ ต้งั ครรภ์ ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 2. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพ่มิ เติม ช่ัวโมงท่ี 18: หัวข้อที่ 2.3 ผลกระทบของสารเสพติดต่อการต้งั ครรภ์ หัวข้อท่ี 2.4 ผลกระทบของ สภาพแวดล้อมต่อการต้งั ครรภ์ และหัวข้อท่ี 2.5 ผลกระทบจากการตดิ เชื้อและโรคท่ีเกดิ จากภาวะการต้งั ครรภ์ 3. ครูใหค้ วามรู้ในเร่ือง ผลกระทบของสารเสพติดต่อการต้งั ครรภ์ ผลกระทบของสภาพแวดลอ้ ม ต่อการต้งั ครรภ์ และผลกระทบจากการติดเช้ือและโรคที่เกิดจากภาวะการต้งั ครรภ์ ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพ่ิมเติม 5. ครูเล่าเร่ืองน่ารู้เกยี่ วกบั สาเหตุของการเกดิ ภาวะการต้งั ครรภ์อนั ตราย เพอื่ เสริมความรู้ให้แก่ นักเรียนเพมิ่ เตมิ จากความรู้ในบทเรียน (ดูรายละเอยี ดได้จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 9 เฟรมท่ี 237) ข้นั ท่ี 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ • นกั เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม ปฏิบตั ิกิจกรรมระดมสมองสรุปความเข้าใจในเรื่อง ปัจจัยท่ีมี ผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ตามเวลาที่ครูกาํ หนด ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ 1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมารายงานผลการระดมสมอง ที่หนา้ ช้นั เรียน 2. ครูใหแ้ นวการเขียนสรุปผลการปฏิบตั ิกิจกรรมในแต่ละกลุ่มใหน้ กั เรียนทราบ
86 ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาในหัวข้อท่ี 3. ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว จากหนังสือ- เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้า พร้อมกบั จดคาํ ถามท่ีสงสัยมา พดู คุยร่วมกนั เพอื่ หาคาํ ตอบในการเรียนคร้ังต่อไป 8. กจิ กรรมเสนอแนะ • นกั เรียนควรศึกษาในเร่ือง ปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการต้งั ครรภ์ เพิม่ เติมจากส่ือหรือแหล่งการ เรียนรู้อื่น ๆ เพื่อใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจในเรื่องดงั กล่าวอยา่ งถกู ตอ้ งและสามารถนาํ ไป ถ่ายทอดใหแ้ ก่ผอู้ ่ืนเพ่อื ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ส่วนรวมได้ รวมถึงสามารถนาํ ไปปรับใชใ้ น ชีวติ ประจาํ วนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดีอีกดว้ ย 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรมเรื่อง ระดมความคิดเห็นในการเขียนแผนที่ความคิดเปรียบเทียบวิธีการ คุมกาํ เนิดแบบช่ัวคราวและแบบถาวร 2. ใบกิจกรรมเรื่อง ระดมสมองสรุปความเข้าใจในเรื่อง ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ 3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 4. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั จาํ กดั 5. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
87 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ปัญหาความขดั แย้งในครอบครัว สาระการเรียนรู้ท่ี 2: ชีวติ และครอบครัว ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวติ และครอบครัว เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสําคญั ความขดั แยง้ ในครอบครัว เป็ นสาเหตุสาํ คญั ของปัญหาครอบครัว ที่อาจส่งผลให้เกิดการแตกแยกและ ขาดความอบอุ่นข้ึนได้ ครอบครัวไทยในปัจจุบนั โดยเฉพาะในสงั คมเมืองมกั จะมีรูปแบบการดาํ เนินชีวิตท่ี มีแต่การแข่งขนั ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวไม่มีเวลาทาํ กิจกรรมเพื่อสร้างสมั พนั ธภาพในครอบครัวให้ แน่นแฟ้ น อีกท้งั ลืมคุณค่าของความเป็ นครอบครัวไทยในอดีตที่มีแต่การให้อภยั กนั เมตตาต่อกนั และให้ ความเคารพผอู้ าวโุ สในครอบครัว จนบางคร้ังมกั เกิดปัญหาความขดั แยง้ ที่ส่งผลใหเ้ กิดปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวไดใ้ นรูปแบบของการทาํ ร้ายร่างกาย จิตใจกนั รวมไปถึงการทอดทิ้ง และการล่วงเกินทางเพศ ของสมาชิกในครอบครัว 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี • วิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางป้ องกนั แกไ้ ขความขดั แยง้ ในครอบครัว (พ 2.1 ม. 3/3) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของคาํ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K) 2. อธิบายและวเิ คราะห์ลกั ษณะ ปัจจยั ที่ก่อใหเ้ กิดปัญหา และผลกระทบของปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครัวอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K, P) 3. อธิบายและเสนอแนะแนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวอยา่ ง ถูกตอ้ งได้ (K, P) 4. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว (A) 5. แสดงทกั ษะในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P) 4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ • ซกั ถามความรู้เกี่ยวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอขอ้ มลู / 4 ข้ึนไป – ความหมาย ลกั ษณะปัจจยั และ การอภิปราย/การสร้างแผนที่ ผลกระทบของปัญหาความ ความคิด*
88 ขดั แยง้ ในครอบครัว • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป – แนวทางในการป้ องกนั และ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา แกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ใน ม. 3* ครอบครัว • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการ ปฏิบตั ิกิจกรรมทบทวนความรู้ ควบคู่การพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด • ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ • แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการ • ร้อยละ 80 ข้ึนไป การทดสอบประจาํ หน่วยการ เรียนรู้ท่ี 2 ชีวิตและครอบครัว** เรียนรู้ที่ 2 ชีวิตและครอบครัว • แบบทดสอบประจาํ หน่วยการ เรียนรู้ท่ี 2 ชีวิตและครอบครัว*** *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู **ดรู ายละเอยี ดในสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั ***ดูรายละเอียดในแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง 4 ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ ของนกั เรียน 4 ข้ึนไป *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู 5. สาระการเรียนรู้ 3. ปัญหาความขดั แย้งในครอบครัว 3.1 ความหมายของคาํ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง 3.2 ลกั ษณะของปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว 3.3 ปัจจยั ท่ีก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและผลกระทบ 3.4 แนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว
89 6. แนวทางบูรณาการ อ่าน/คน้ ควา้ /พดู คุยเกี่ยวกบั เหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดจาก ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว สงั คมศึกษาฯ พดู คุยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั แนวทางในการป้ องกนั และ แกไ้ ข ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ภาษาไทย จดั ทาํ สมุดภาพแสดงข่าว/เหตุการณท์ ่ีเกี่ยวกบั ปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครัว ศิลปะ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 19: หัวข้อที่ 3.1 ความหมายของคาํ ท่เี กย่ี วข้อง และหัวข้อท่ี 3.2 ลกั ษณะของปัญหาความ ขัดแย้งในครอบครัว ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั การศึกษาและการปฏิบตั ิกิจกรรมในการเรียนคร้ังที่ผา่ นมา เพ่ือทบทวนความรู้ 2. นกั เรียนร่วมกนั ดูภาพหรืออ่านข่าวท่ีนาํ เสนอเน้ือหาเก่ียวกบั ปัญหาและผลกระทบจากความ ขดั แยง้ ในครอบครัวที่เกิดข้ึนในสงั คมไทยในปัจจุบนั ท่ีครูเตรียมมา แลว้ ร่วมกนั แสดงความ คิดเห็นในประเดน็ ที่วา่ – นกั เรียนคิดวา่ เพราะเหตุใดจึงมีปัญหาดงั กลา่ วเกิดข้ึน – นกั เรียนไดแ้ นวคิดจากการดูภาพ/อ่านข่าวที่เกิดข้ึนอยา่ งไรบา้ ง – นกั เรียนคิดวา่ จะมีแนวทางในการป้ องกนั ปัญหาท่ีเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร (ครูอาจใช้คาํ ถามอ่ืน ๆ ที่เหมาะสมกบั สภาพในการจัดการเรียนการสอนได้) ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง ความหมายของคาํ ท่ีเก่ียวขอ้ ง ลกั ษณะของปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครัว ตามลาํ ดบั ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 2. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพิ่มเติม ชั่วโมงที่ 20: หัวข้อท่ี 3.3 ปัจจยั ทีก่ ่อให้เกดิ ปัญหาความขดั แย้งในครอบครัวและผลกระทบ และหัวข้อ ที่ 3.4 แนวทางในการป้ องกนั และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว 3. ครูใหค้ วามรู้ในเรื่อง ปัจจยั ท่ีก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและผลกระทบ และ แนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ตามลาํ ดบั ดงั รายละเอียด ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ที่สงสยั และสนใจเพ่มิ เติม
90 ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ 1. นกั เรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกนั ระดมความคิดเพอื่ สรุปความรู้ความเขา้ ใจ ในรูปแบบของการเขียนแผนท่ีความคิดในเรื่อง ความหมายของคาํ ที่เกี่ยวขอ้ ง ลกั ษณะของ ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัว ปัจจยั ท่ีก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวและ ผลกระทบ โดยใชต้ ามที่ครูกาํ หนด 2. แตล่ ะกลุ่มผลดั เปลี่ยนกนั ออกมานาํ เสนอผลการระดมความคิด และใหเ้ พือ่ น ๆ ในช้นั เรียน สอบถามในประเดน็ ท่ีสงสยั และสนใจเพม่ิ เติม 3. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์หรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมถึงแนวทางในการนาํ ความรู้ดงั กลา่ ว ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการดาํ เนินชีวิต โดยครูใหค้ วามรู้ท่ีถกู ตอ้ งหรือคาํ แนะนาํ เพิ่มเติม 4. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด จากใบกิจกรรม ที่ครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ในเวลาท่ีครู กาํ หนด เสร็จแลว้ ร่วมกนั เฉลยคาํ ตอบท่ีถูกตอ้ ง ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ • ครูแจกแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว ใหน้ กั เรียนทุกคนไดท้ าํ การทดสอบเมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้น้ี โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด เสร็จแลว้ ใหค้ รูและ นกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาํ ตอบที่ถกู ตอ้ งของแบบทดสอบทีละขอ้ ร่วมกนั ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียน บนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. ครูถามคําถามเชื่อมโยงสู่บทเรียนต่อไป เพอื่ ให้นักเรียนไปค้นหาคาํ ตอบจากบทเรียนมา ล่วงหน้า ดังนี้ – เหตใุ ดน้องเราในวยั เดก็ พ่อแม่เราในวยั ผู้ใหญ่ และตายายเราในวยั สูงอายุจึงมคี วามชอบหรือ มคี วามเหมาะสมกบั การรับประทานอาหารที่แตกต่างกนั รวมถงึ แตกต่างจากเราท่ีอยู่ในช่วง วยั รุ่นด้วย 3. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมจัดทําสมดุ ภาพรวบรวมข่าวหรือเหตุการณ์เกยี่ วกบั ปัญหา ความขัดแย้งในครอบครัวไทย จากใบกจิ กรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทักษะ รายวชิ า พนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แล้วนํามารายงานในการเรียนคร้ังต่อไป 4. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนอื้ หาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจสุขภาพ ในหัวข้อท่ี 1. อาหารตามวัย จากหนงั สือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 มาล่วงหน้าแล้ว นํามาพดู คุยในการเรียนคร้ังต่อไป
91 8. กจิ กรรมเสนอแนะ 1. นักเรียนควรศึกษาค้นคว้าความรู้อาเซียนเพมิ่ เติมเกยี่ วกบั จาํ นวนสมาชิกในครอบครัวโดยเฉลยี่ ของประเทศต่าง ๆ ภายในกลุ่มอาเซียน แล้วนํามาจัดเรียงตามลาํ ดบั บนั ทกึ เป็ นความรู้เพอ่ื ศึกษาค้นคว้าต่อไป (ศึกษาค้นคว้าได้จากรายงานประจาํ ปี ของสํานักงานสถติ แิ ห่งชาติ หรือจาก The World Almanac and Book of Facts หรือจากเวบ็ ไซต์อนื่ ๆ) 2. นกั เรียนควรนาํ ความรู้เก่ียวกบั แนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครัวไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว 2. ภาพหรือข่าวท่ีนาํ เสนอเน้ือหาเกี่ยวกบั ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวหรือผลกระทบท่ีเกิด จากปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครัวไทยในสงั คมปัจจุบนั 3. ใบกิจกรรมเรื่อง ทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด 4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 5. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. คู่มือการสอน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 6. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 10. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ (ครูผสู้ อน) แนวทางในการพฒั นา 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้ แนวทางในการแกไ้ ข 3. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจสุขภาพ 12 ชั่วโมง92 ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ความรู้ 1. อาหารตามวยั 2. โรคที่เป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยและการเสียชีวิตของคนไทย 3. ปัญหาสุขภาพในชุมชน 4. การออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ น และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย 5. การทดสอบสมรรถภาพทางกายเพอื่ สุขภาพ ทักษะ/กระบวนการ ใส่ ใจ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพอื่ อธิบายความหมายและ สุขภาพ 1. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ ความสาํ คญั ของอาหารตามวยั แนวทางในการจดั อาหาร กิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมายและความสําคญั ของอาหาร สาํ หรับวยั ทารก อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน อาหาร ตามวยั แนวทางในการจดั อาหารสําหรับวยั ทารก อาหารสาํ หรับเด็ก สาํ หรับเดก็ วยั เรียน อาหารสาํ หรับวยั รุ่น อาหารสาํ หรับวยั วยั ก่อนเรียน อาหารสําหรับเด็กวยั เรียน อาหารสาํ หรับวยั รุ่น อาหาร ผใู้ หญ่ และอาหารสาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ สาํ หรับวยั ผใู้ หญ่ และอาหารสาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ 2. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพอ่ื อธิบายความหมายและ ความสาํ คญั ของโรคที่เป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วย 2. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวนิ ยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ และการเสียชีวติ ของคนไทย และสถานการณ์และตวั อยา่ ง กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของโรคท่ีเป็น โรคที่เป็นสาเหตุของการ เจบ็ ป่ วยและการเสียชีวติ ของคน สาเหตุสําคัญของการเจ็บป่ วยและการเสียชีวิตของคนไทย และ ไทย สถานการณ์ตัวอย่างโรคท่ีเป็ นสาเหตุของการเจ็บป่ วยและการ 3. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพอ่ื อธิบายความหมาย สาเหตุ อาการ เสียชีวติ ของคนไทย และแนวทางในการป้ องกนั โรคมะเร็ง โรคความดนั โลหิต สูงและโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรค 3. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวินยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ ปอดอกั เสบ ภาวะไตวาย กิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมาย สาเหตุ อาการ และแนวทาง 4. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพ่ืออธิบายความหมาย ความสําคญั ในการป้ องกนั โรคมะเร็ง โรคความดนั โลหิตสูงและโรคหลอดเลือด และลกั ษณะของปัญหาสุขภาพในชุมชนและแนวทางการ สมอง โรคหวั ใจขาดเลือด โรคปอดอกั เสบ ภาวะไตวาย แกไ้ ข 5.การใช้ทักษ ะส่ื อ ส ารเพ่ื ออ ธิ บ ายความห มายและ 4. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวินยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ ความสําคญั ของการออกกาํ ลงั กาย การพกั ผ่อน และการ กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของปัญหาและ สร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การวางแผนและการจัด แนวทางแกไ้ ขปัญหาสุขภาพในชุมชน เวลาในการออกกาํ ลงั กาย ในการพกั ผ่อน และในการสร้าง เสริมสมรรถภาพ 5. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวินยั ในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ 6. การใชท้ กั ษะส่ือสารเพอื่ อธิบายความหมายและ กิ จกรรม การเรี ยน รู้ เกี่ ยวกับความ หมายและความ สํ าคัญ ของการ ความสาํ คญั ของการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพอ่ื ทดสอบสมรรถภาพทางกายเพือ่ สุขภาพ สุขภาพ 7. การใชท้ กั ษะสื่อสารเพอ่ื อธิบายรูปแบบการทดสอบ 6. มีความสนใจใฝ่ เรียนรู้และมีระเบียบวินัยในการศึกษาและร่วมปฏิบตั ิ สมรรถภาพกายและเกณฑม์ าตรฐานของสมรรถภาพทาง กิจกรรม การเรียนรู้เก่ียวกบั ความสาํ คญั ของการพฒั นาสมรรถภาพทาง กาย กาย การทดสอบ และเกณฑม์ าตรฐานของสมรรถภาพทางกาย และการ 8.การนําความรู้และรู ปแบบการฝึ กปฏิบัติเพ่ือพัฒนา พฒั นาสมรรถภาพทางกายจากการวเิ คราะห์ผลการทดสอบ สมรรถภาพทางกายมาใชส้ ร้างเสริมทกั ษะการเคล่ือนไหว ในชีวติ ประจาํ วนั 7. ตระหนกั ถึงความสําคญั ของความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อาหารตามวยั 9. ความสามารถในการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ไปใน โรคท่ีเป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจ็บป่ วยและอตั ราการเสียชีวิตของคน ชีวิตประจาํ วนั ไทย ปัญหาสุขภาพในชุมชน การออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ นและ 10. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยใี นการศึกษาคน้ ควา้ การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และการทดสอบสมรรถภาพทาง กายเพอ่ื สุขภาพ
93 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของอาหารตามวยั แนวทางในการจดั อาหารสาํ หรับวยั ทารก อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน อาหารสาํ หรับเดก็ วยั เรียน อาหรสาํ หรับวยั รุ่น อาหารสาํ หรับวยั ผใู้ หญ่ และอาหารสาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ 2. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ตอบคาํ ถามและสรุปความรู้จากการคน้ ควา้ 3. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษา คน้ ควา้ และจดั ทาํ รายงานการวางแผนการจดั รายการอาหารสาํ หรับวยั ต่าง ๆ 4. ศึกษาและนาํ เสนอสถานการณ์และตวั อยา่ งโรคท่ีเป็นสาเหตุของการเจบ็ ป่ วยและการเสียชีวิตของคนไทย 5. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ เขียนเล่าประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นจากคาํ ถามท่ีกาํ หนดให้ 6. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเก่ียวกบั โรคท่ีเป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยและอตั ราการเสียชีวติ ของคนไทย 7. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด 8. ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของปัญหาสุขภาพในชุมชน 9. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์และตอบคาํ ถาม 10. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเกี่ยวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของการออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ น และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การ วางแผนและการจดั เวลาในการออกกาํ ลงั กาย ในการพกั ผอ่ นและในการสร้างเสริมสมรรถภาพ 11. ปฏิบตั ิกิจกรรมการศึกษาคน้ ควา้ และการเขียนแผนผงั ความคิดเก่ียวกบั การวางแผนและการจดั เวลาในการออกกาํ ลงั กาย 12. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเก่ียวกบั ปัญหาสุขภาพในชุมชน 13. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์ภาพและยกตวั อยา่ งตามประเด็นท่ีกาํ หนด 14. ศึกษารูปแบบการทดสอบและการแปลผลเกี่ยวกบั เกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกาย 15. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ สรุปความรู้ลงในกรอบท่ีกาํ หนดให้ 16. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ การเขียนตารางแผนการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย 17. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ การทดสอบสมรรถภาพทางกายและแปลผล 18. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด 19. ศึกษาความสาํ คญั ของการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและการทดสอบ และเกณฑม์ าตรฐานของสมรรถภาพทางกาย 20. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์และสรุปความรู้ในรูปแบบของการเขียนผงั ความคิด 21. ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเกี่ยวกบั การพฒั นาสมรรถภาพทางกายจากการวเิ คราะห์ผลการทดสอบ 22. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์ และอธิบายกิจกรรมพฒั นาสมรรถภาพทางกาย
94 กรอบแนวคดิ ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้เพอื่ เน้นสู่ผลลพั ธ์ปลายทาง (Backward Design Template) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3: ใส่ใจสุขภาพ ข้นั ตอนที่ 1 ผลลพั ธ์ปลายทางทต่ี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน (Design Results) ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี 1. กาํ หนดรายการอาหารที่เหมาะกบั วยั ต่าง ๆ โดยคาํ นึงถึงความประหยดั และคุณค่าทางโภชนาการ (พ 4.1 ม. 3/1) 2. เสนอแนะแนวทางในการป้ องกนั โรคที่เป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยและการตายของคนไทย (พ 4.1 ม. 3/2) 3. รวบรวมขอ้ มลู และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหาสุขภาพในชุมชน (พ 4.1 ม. 3/3) 4. วางแผนและจดั เวลาในการออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ น และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย (พ 4.1 ม. 3/4) 5. ทดสอบสมรรถภาพทางกายและพฒั นาไดต้ ามความแตกต่างระหวา่ งบุคคล (พ 4.1 ม. 3/5) ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ที่ทําให้นักเรียนเกดิ ความเข้าใจที่คงทน • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะเข้าใจวา่ … – นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดบุคคลแต่ละวยั จึงต้อง 1. การที่บุคคลจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้น้ัน รับประทานอาหารให้ได้ปริ มาณและสัดส่ วนท่ี จะต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพและมีปริมาณท่ี แตกต่างกนั เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ท้ังน้ีบุคคล – นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดทารกอายุ 0–5 เดือน จึงไม่ จะต้องพิจารณาว่าตนเองอยู่ในวยั ใดและควรจะ จาํ เป็ นตอ้ งไดร้ ับอาหารเสริมเพ่ิมเติม นอกจากน้าํ นม รับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกบั วยั ของตนเองได้ แม่ อย่างไร เพราะบุคคลในแต่ละวยั ตอ้ งการอาหารที่ – นกั เรียนคิดวา่ ในช่วงวยั ใดของคนเราที่ตอ้ งการ แตกต่างกนั ไม่วา่ จะเป็ นดา้ นปริมาณหรือประเภท ปริมาณ พลงั งานจากสารอาหารมากที่สุด และเพราะ ของอาหาร แม้คนในวยั เดียวกันบางคร้ังก็อาจมี เหตุใด ความตอ้ งการอาหารที่ แตกต่างกนั ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั – นกั เรียนคิดวา่ ปัญหาการเจบ็ ป่ วยและเสียชีวติ ของ ลกั ษณะการทาํ งานและสภาวะทางดา้ นร่างกายของ คนเราเกิดจากสาเหตุและปัจจยั ใดบา้ ง แต่ละคน แต่โดยภาพรวมแล้วไม่ว่าจะอยู่ในวยั ใด – นกั เรียนคิดวา่ โรคใดบา้ งที่มีสถิติของการเป็นสาเหตุ ย่อมมีความจาํ เป็ นท่ีจะต้องได้รับสารอาหารให้ ของการเสียชีวติ ของคนไทย ครบถว้ นตามวยั ของตน ซ่ึงความแตกต่างดงั กล่าว – นกั เรียนคิดวา่ ปัญหาสุขภาพในชุมชนมีผลกระทบต่อ ก่อใหเ้ กิดแนวทางในการจดั การอาหารใหเ้ หมาะสม ประชาชนในชุมชนอยา่ งไร กบั วยั ข้ึน ซ่ึงเรียกโดยรวมวา่ อาหารตามวยั – นกั เรียนคิดวา่ การทดสอบสมรรถภาพทางกายมี ความสาํ คญั อยา่ งไร
95 2. วัยทารก หมายถึง เด็กที่มีอายุต้งั แต่แรกเกิดจนถึง – นกั เรียนคิดว่าก่อนที่แต่ละบุคคลจะพฒั นา สมรรถภาพ 12 เดือน หรือ 1 ปี วยั ทารกเป็ นวยั ที่มีอัตราการ ทางกายได้น้ัน จะต้องปฏิบัติสิ่ งใดก่อนทุ กคร้ัง เจริ ญเติบโตสูงกว่าช่วงวัยใด ๆ โดยมีน้ําหนัก เพื่อที่จะสามารถพฒั นาสมรรถภาพทางกายให้ไดผ้ ลดี เพ่ิมข้ึนอยา่ งรวดเร็ว เช่น เมื่อทารกอายุ 5 เดือน จะมี ท่ีสุด น้าํ หนักตวั เพิ่มข้ึนเป็ น 2 เท่าของน้ําหนักเม่ือแรก เกิด นอกจากน้ีวยั ทารกยงั เป็ นช่วงวยั ท่ีเซลล์สมอง ถูกสร้างข้ึนมากที่สุดด้วย ดังน้ันวยั ทารกจึงต้อง ได้รับอาหารที่ เหมาะสมท้ ังชนิ ดและปริ มาณเพ่ื อ การเจริญเติบโตและพฒั นาการท่ีดี 3. ปริมาณพลังงานจากอาหารสําหรับวยั ทารกแรก เกิด–1 ปี จากข้อกาํ หนดปริมาณสารอาหารท่ีควร ไดร้ ับประจาํ วนั สําหรับคนไทย คือ ทารกอายุ 0–5 เดือน จะตอ้ งไดป้ ริมาณพลงั งานจากน้าํ นมแม่ และ ทารกอายุ 6–11 เดือน จะต้องได้ปริมาณพลงั งาน 800 กิโลแคลอรี ซ่ึงอธิบายได้ว่าทารกอายุ 0–5 เดือนปริ มาณพลังงานอาหารท่ีได้รับได้มาจาก น้าํ นมของแม่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ ส่วนทารก อายุ 6 เดือนเต็ม–12 เดือนเต็ม ต้องได้รับพลงั งาน จากน้ํานมแม่ และอาหารเสริมอ่ืน ๆ เพ่ือให้ได้ พลงั งานและสารอาหารท่ีเพียงพอต่อความตอ้ งการ ของร่างกาย 4. เดก็ วัยก่อนเรียน หมายถึง เดก็ ท่ีมีอายอุ ยใู่ นช่วง 1–5 ปี เด็กวยั น้ีมีอัตราการเจริญเติบโตช้ากว่าวยั ทารก แต่ก็ยงั ตอ้ งการอาหารท่ีมีประโยชน์เหมาะสมและ เพียงพอกับความต้องการตามวยั ซ่ึงจะช่วยให้มี พฒั นาการท้งั ทางร่างกาย สมอง และอารมณ์ที่ดี 5. ปริมาณพลงั งานสาํ หรับเด็กอายุ 1–3 ปี และ 4–5 ปี จากข้อกําหนดปริ มาณสารอาหารอ้างอิงท่ีควร ไดร้ ับ ประจาํ วนั สําหรับคนไทย คือ เด็กอายุ 1–3 ปี ควรได้รับปริมาณพลังงาน 1,000 กิโลแคลอรี เด็กอายุ 4–5 ปี ควรได้รับปริมาณพลงั งาน 1,300 กิโลแคลอรี 6. เดก็ วัยเรียน หมายถึง เด็กที่มีอายุอยใู่ นช่วง 6–12 ปี เป็ นวยั ท่ีเริ่มเขา้ เรียนในโรงเรียนและมีสังคมนอก
96 บ้ าน แ ล ะ เป็ น วัย ท่ี ช อ บ เล่ น จ น บ างค ร้ั งไ ม่ รับประทานอาหาร หรือรับประทานไม่เป็ นเวลาจน ส่งผลทาํ ให้รับประทานอาหารไดไ้ ม่เพียงพอ ส่วน ในเรื่องของการเจริญเติบโต พบวา่ เป็ นวยั ที่มีอตั รา การเจริญเติบโตอย่างต่อเน่ืองจากเด็กวยั ก่อนเรียน และเตรียมพร้อมเขา้ สู่วยั แรกรุ่น ดงั น้นั เด็กวยั เรียน จึงต้องได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และ เพียงพอกบั ความตอ้ งการตามวยั ดว้ ยเช่นกนั 7. ปริมาณพลงั งานสาํ หรับเดก็ อายุ 6–8 ปี และ 9–12 ปี จากข้อกําหนดปริ มาณสารอาหารอ้างอิงที่ควร ได้รับประจาํ วนั สําหรับคนไทย คือ ผูช้ าย 6–8 ปี 1,400 กิโลแคลอรี 9–12 ปี 1,700 กิโลแคลอรี ผูห้ ญิง 6–8 ปี 1,400 กิโลแคลอรี 9–12 ปี 1,600 กิโลแคลอรี 8. วัยรุ่น หมายถึง บุคคลท่ีอยู่ระหว่างช่วงอายุต้งั แต่ 13–18 ปี ซ่ึงเป็ นวยั ท่ีมีการเปล่ียนแปลงจากวยั เด็ก กา้ วยา่ งเขา้ สู่วยั ผใู้ หญ่ จึงเป็นวยั ท่ีมีการเจริญเติบโต อย่างรวดเร็วเม่ือเทียบกับช่วงวยั อ่ืน ๆ โดยเฉพาะ วยั รุ่นเพศชายซ่ึงมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร จาํ นวนมาก และเพศหญิงซ่ึงมักเน้นการบริโภค อาหารเพ่ือรักษาขนาดรูปร่าง ดังน้ันร่างกายจึง ตอ้ งการพลงั งานและสารอาหารที่สูง วยั รุ่นจึงตอ้ ง รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและมีปริ มาณ เพยี งพอกบั การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย 9. ปริมาณพลงั งานสาํ หรับเด็กอายุ 13–15 ปี และ 16– 18 ปี จากขอ้ กาํ หนดปริมาณสารอาหารอา้ งอิงท่ีควร ไดร้ ับประจาํ วนั สําหรับคนไทย คือ ผูช้ าย13–15 ปี 2,100 กิโลแคลอรี 16–18 ปี 2,300 กิโลแคลอรี ผหู้ ญิง 13–15 ปี 1,800 กิโลแคลอรี 16–18 ปี 1,850 กิโลแคลอรี 10. วัยผู้ใหญ่ หมายถึง บุคคลท่ีมีช่วงอายุประมาณ 19– 60 ปี ซ่ึงเป็ นวยั ของการทํางานและร่างกายมีการ เส่ื อมถอยตามอายุที่ เพิ่มมากข้ึน วัยผู้ใหญ่ จึง ต้องการการรับ ป ระท าน อาห ารให้ ถู กห ลัก
97 โภชน าการ โดยต้องรับ ป ระท าน อาห ารให้ หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกายที่แตกต่างกนั ไปตามอายุ เพศ และกิจกรรม ที่ทาํ เป็นหลกั 11. ปริ มาณพลังงานสําหรับผู้ใหญ่ 19–60 ปี จาก ข้อกาํ หนดปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับ ประจาํ วนั สาํ หรับคนไทย คือ ผชู้ าย 19–30 ปี 2,150 กิโลแคลอรี 31–60 ปี 2,100 กิโลแคลอรี ผูห้ ญิง 19–60 ปี 1,750 กิโลแคลอรี 12. วัยสูงอายุ หรือ วัยชรา หมายถึง บุคคลท่ีมีอายุต้งั แต่ 60 ปี ข้ึนไป เป็นวยั ที่ร่างกายมีการเสื่อมถอย อวยั วะ ต่าง ๆ ในร่างกายทาํ งานไดน้ อ้ ยลงโดยเฉพาะระบบ ยอ่ ยและการดูดซึมอาหาร สายตา การไดย้ ิน ความ แข็งแรงของกลา้ มเน้ือ ดังน้ันวยั ผูส้ ูงอายุจะต้องมี ก าร ดู แ ล สุ ข ภ าพ ท่ี ถู ก ต้อ ง โ ด ย เฉ พ าะ ก าร รับประทานอาหารจะตอ้ งมีคุณภาพและปริมาณท่ี เหมาะสมกบั วยั 13. ปริมาณพลงั งานสําหรับวยั สูงอายุ 60 ปี ข้ึนไป จาก ข้อกาํ หนดปริมาณสารอาหารอ้างอิงท่ีควรได้รับ ประจาํ วนั สาํ หรับคนไทย คือ ผชู้ าย 60–70 ปี 2,100 กิโลแคลอรี 71 ปี ข้ึนไป 1,750 กิโลแคลอรี ผหู้ ญิง 60–70 ปี 1,750 กิโลแคลอรี 71 ปี ข้ึนไป 1,550 กิโล แคลอรี 14. การไม่เป็ นโรคเป็ นลาภอนั ประเสริฐเป็ นคาํ กล่าวท่ี แสดงให้เห็นวา่ การมีสุขภาพที่ดีเป็นยอดปรารถนา ของ มนุษย์ เพราะการเจบ็ ป่ วยและการเป็ นโรคทาํ ให้เกิดความทุกข์ทรมานทางร่างกาย จิตใจของ ผูป้ ่ วยเป็ นอย่างยิ่ง และถา้ เป็ นโรคท่ีไม่มีทางรักษา ให้หายขาดดว้ ย แลว้ ยง่ิ บน่ั ทอนกาํ ลงั ใจ จนบางคร้ัง ทาํ งานไม่ไดจ้ นตอ้ งเป็ นภาระของคนในครอบครัว อีกท้ังต้องสูญเสียรายได้ในการรักษาพยาบาลอีก ดว้ ย 15. โรค หมายถึง ความไม่สบายหรือหรือการเกิดภาวะ ผดิ ปกติข้ึนในร่างกาย โดยแสดงอาการผิดปกติหรือ
98 มี อาการเจ็บป่ วยออกมาให้เห็น เช่น เป็ นไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาเจียน ซ่ึงอาการท่ีปรากฏ น้ันอาจจะเป็ นอยู่ระยะหน่ึงแล้วหาย หรือกลบั มา เป็นซ้าํ อีกกไ็ ด้ หรืออาจแสดงอาการอยตู่ ลอดไป จน อาจส่งผลทาํ ให้อวยั วะของร่างกายเกิดความพิการ ทุพพลภาพ หรืออาจทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยเสียชีวิตได้ 16. การป้ องกันโรค หมายถึง การกระทาํ หรืองดกระทาํ บางส่ิงบางอยา่ งเพ่ือไม่ให้เกิดการเจบ็ ป่ วยหรือเป็ น โรค และการป้ องกนั ไม่ใหก้ ลบั มาเป็ นซ้าํ ในกรณีที่ หายจากการเจบ็ ป่ วยหรือเป็นโรคแลว้ 17. โรคท่ีสร้างปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่ วยให้กับ มนุษยใ์ นปัจจุบันน้ีมีมากมายหลายชนิด ท้ังกลุ่ม ของโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ ซ่ึงสาเหตุของโรค อาจเกิดได้จากการได้รับเช้ือโรค การมีพฤติกรรม สุขภาพที่ไม่ดี ของบุคคล แต่ในประเทศไทยจาก สถิติท่ีสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงาน ปลดั กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขได้ เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ พบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วย โรคที่สําคญั 10 อนั ดบั แรกของการเสียชีวิตสูงสุด ไดแ้ ก่ มะเร็งและเน้ืองอกทุกชนิด อุบตั ิเหตุและการ เป็ นพิษ โรคหัวใจ โรคความดันเลือดสูงและโรค หลอดเลือดในสมอง โรคปอดอกั เสบและโรคอ่ืน ๆ ของปอด การบาดเจบ็ จากการฆ่าตวั ตายหรือการถูก ฆาตกรรม และโรควณั โรคทุกชนิด 18. สุขภาพดีเป็ นสิ่งท่ีทุกคนปรารถนา แต่การท่ีบุคคล จะมี สุ ขภ าพ ดี ได้น้ ันไม่ ได้เกิ ดจากตัวบุ คคลเพี ยง ลาํ พงั ยงั มีปัจจยั ของชุมชนท่ีบุคคลอยู่อาศยั เข้ามา เก่ียวขอ้ งดว้ ย กล่าวคือถา้ ชุมชนส่วนรวมเป็นชุมชน ที่มีสุขภาพท่ีดีคนที่อยอู่ าศยั ในชุมชนยอ่ มมีสุขภาพ ท่ีดีตามไปด้วย ดังน้ันปัญหาสุขภาพในชุมชนก็ จดั เป็นเรื่องท่ีทุกคนในชุมชนควรใหค้ วามตระหนกั และช่วยกันคิดหาแนวทางการป้ องกันและแก้ไข ปัญหาสุขภาพในชุมชนของตนเองให้เกิดข้ึนน้อย ที่สุด หรือถ้าเกิดข้ึนแล้วก็สามารถควบคุมปัญหา
99 ไม่ใหล้ ุกลามจนยากแก่การแกไ้ ขได้ 19. ปัญหาสุขภาพในชุมชนจึงมีความสาํ คญั ต่อสุขภาพ ของคนในชุมชนโดยตรง เพราะถ้าชุมชนใดมี ปัญหาสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน และไม่ได้รับการ แก้ไข คนในชุมชนเองย่อมได้รับผลกระทบอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัญหาสุขภาพในชุนชนน้ันมี หลายดา้ นท้งั ในเรื่องของโรคติดต่อในทอ้ งถ่ิน โรค ไม่ติดต่ออนั เนื่องมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ ไม่ถูกต้องของคนในชุมชน รวมท้ังเร่ืองของการ สุ ขาภิ บ าลสิ่ งแวดล้อ ม แ ละระบ บ การให้บ ริ การ สาธารณสุขท่ีไม่ดีพอ 20. การออกกาํ ลงั กาย การพกั ผ่อน และการสร้างเสริม สมรรถภาพทางกายเป็ นกิจกรรมที่ช่วยสร้างเสริม สุ ขภาพ และพัฒ น าคุ ณ ภาพ ชี วิตของคน เรา โดยเฉพาะอย่างย่ิงหากรู้จกั วางแผนและจดั เวลาใน การเขา้ ร่วมในกิจกรรมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 21. การทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็ นตัวบ่งช้ีถึง ค ว าม ส าม ารถ ท าง ร่ างก ายข อ งต น เอ งว่ ามี ค วาม สมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย ความสามารถทาง กลไกในการเคลื่อนไหว และการทาํ งานของระบบ ต่าง ๆ ของ ร่างกายอย่ใู นระดบั ใด เพ่ือจะไดใ้ ช้ เป็นแนวทางปรับปรุงพฒั นาใหต้ นเองมีสมรรถภาพ ท าง ก าย ที่ ดี มี รู ป ร่ าง ไ ด้ สั ด ส่ ว น แ ล ะ เกิ ด ประสิทธิภาพสูงสุดในการดาํ รงชีวิตและประกอบ ภารกิจในชีวิตประจาํ วนั 22. สําหรับประเทศไทย การทดสอบสมรรถภาพทาง กายของนักเรี ยนนิ ยมใช้แบบทดสอบสมรรถภาพ ท าง ก าย ต า ม แ บ บ ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ร ะ ห ว่ า ง ประเทศว่าดว้ ยการกาํ หนดมาตรฐานแบบทดสอบ สมรรถภาพ ท างกายท่ี เรี ยกว่า แบ บ ท ดสอบ สมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหว่างประเทศ
100 ความรู้ของนักเรียนท่ีนําไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนท่นี ําไปสู่ความเข้าใจที่ • เมื่อศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะรู้วา่ … คงทน 1. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ สุขภาพ อาหาร ปริมาณสารอาหาร • เม่ือศึกษาจบหน่วยการเรียนรู้ นกั เรียนควรมีทักษะและ อ้างอิง กิโลแคลอรี โรค การป้ องกันโรค มะเร็ง สามารถที่จะ… ปัญหาสุขภาพในชุมชน การออกกําลังกาย การ 1. อธิบายความหมายของอาหารและหลกั การจดั อาหาร พกั ผ่อน สมรรถภาพทางกาย โรคติดต่อ โรคไม่ ใหเ้ หมาะสมกบั วยั ตา่ ง ๆ ติดต่อ พฤติกรรมสุขภาพ เกณฑส์ มรรถภาพทางกาย 2. อธิบายโรคท่ีเป็นสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยและ 2. สุขภาพ หมายถึง ภาวะที่มีความสมบูรณ์ท้งั การเสียชีวติ ของคนไทย และแนวทางการป้ องกนั โรค ทางร่างกาย ทางจิตใจ ทางสงั คม และทาง 3. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของปัญหาสุขภาพ จิตวิญญาณ ในชุมชนและแนวทางการแกไ้ ข 3. อาหาร หมายถึง ส่ิงที่รับประทานเขา้ ไปแลว้ มี 4. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของการออกกาํ ลงั - ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ขา้ ว ก๋วยเตี๋ยว กาย การพกั ผอ่ น และการสร้างเสริมสมรรถภาพทาง ขนมปัง เน้ือหมู ปลา ไข่ ผกั ผลไม้ และ กาย ไขมนั ส่วนสิ่งใดที่รับประทานเขา้ ไปแลว้ ให้ 5. อธิบายการวางแผนและการจดั เวลาในการออกกาํ ลงั - โทษต่อร่างกายไม่นบั วา่ เป็นอาหาร กาย การพกั ผอ่ น และการสร้างสร้างเสริมสมรรถภาพ 4. ปริมาณสารอาหารอ้างอิง หมายถึง ขอ้ กาํ หนด ทางกาย ปริมาณอาหารและสารอาหารท่ีคนเราในแต่ละ 6. อธิบายรูปแบบการทดสอบสมรรถภาพทางกายและ วยั ควรไดร้ ับในแต่ละวนั วนั ท้งั ในดา้ น ปริมาณ เกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกาย และคุณภาพ 5. กิโลแคลอรี คือ การนําความรู้และวิทยาการทาง วิ ท ยาศ าส ต ร์ ม าใช้ใน ก ารป รั บ ป รุ งแ ล ะเพิ่ ม ประสิทธิภาพของงานทางดา้ นสุขภาพ ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั การดูแลสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้ องกนั และรักษาโรค เพ่ือให้บุคคลหรื อชุมชนน้ัน ๆ มี สุขภาพท่ีดีและมีความปลอดภยั ในชีวติ 6. โรค หมายถึง ความไม่สบายหรือหรือการเกิดภาวะ ผิดปกติข้ึนในร่างกาย โดยแสดงอาการผิดปกติหรือมี อาการเจ็บป่ วยออกมาให้เห็น เช่น เป็ นไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาเจียน ซ่ึงอาการท่ีปรากฏน้ันอาจจะ เป็ นอยรู่ ะยะหน่ึงแลว้ หาย หรือกลบั มาเป็นซ้าํ อีกก็ได้ หรืออาจแสดงอาการอยตู่ ลอดไป จนอาจส่งผลทาํ ให้ อวยั วะของร่างกายเกิดความพิการ ทุพพลภาพ หรือ อาจทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยเสียชีวติ ได้
101 7. การป้ องกนั โรค หมายถึง การกระทาํ หรืองดกระทาํ บางสิ่งบางอยา่ งเพื่อไม่ใหเ้ กิดการเจบ็ ป่ วยหรือเป็น โรค และการป้ องกนั ไม่ใหก้ ลบั มาเป็นซ้าํ ในกรณีที่ หายจากการเจบ็ ป่ วยหรือเป็นโรคแลว้ 8. มะเร็ง คือ เน้ืองอกชนิดร้ายที่กลายมาจากเน้ือเยอ่ื ปกติของร่างกาย มีการเจริญเติบโตและ แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และเป็ นอันตรายต่อ ร่างกาย 9. ปัญหาสุขภาพในชุมชน หมายถึง ส่ิงที่ก่อให้เกิด ความขดั ขอ้ งทางสุขภาพของประชาชนที่อาศยั อย่ใู น ชุมชนเดียวกนั โดยความขดั ขอ้ งทางสุขภาพน้ันเกิด จากการเจ็บป่ วย เป็ นโรค และความไม่ปลอดภยั ใน ชีวิต 10. กายออกกาํ ลังกาย หมายถึง การเคล่ือนไหวร่างกาย หรือการกระตุน้ ให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทาํ งาน มากกว่าภาวะปกติอย่างเป็ นระบบระเบียบ โดย คํานึงถึงความเหมาะสมของเพศวัย และสภาพ ร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นสาํ คญั จนส่งผลใหส้ ่วน ของร่างกายน้ัน ๆ มีการเปลี่ยนแปลงท่ีดีข้ึน และ สามารถดาํ รงชีวิตไดอ้ ยา่ งเป็นสุขและมีคุณภาพ 11. การพักผ่ อน หมายถึง การหยุดพักการปฏิบัติ กิจกรรมท่ีก่อให้เกิดภาวะความตึงเครี ยดหรื อความ เม่ื อยล้าที่ เกิ ดข้ ึ น กับ ร่ างกายและจิ ตใจของค น เรา โดยมีลกั ษณะที่สาํ คญั ไดแ้ ก่ การนอนหลบั ซ่ึงถือวา่ เป็ นวิธีการพกั ผ่อนที่ดีที่สุด การหยุดพกั จากการ ทาํ งานหรือการปฏิบตั ิน้นั ๆ ชวั่ คราวและการปฏิบตั ิ กิจกรรมที่ใหค้ วามเพลิดเพลินต่าง ๆ 12. สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของ บุคคลในการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจาํ วนั ได้ อ ย่างก ระ ฉับ ก ระเฉ งโ ดย ไม่ เห น่ื อ ยล้าจ น เกิ น ไ ป และยงั มีพลังงานสํารองมากพอสําหรับปฏิบัติ กิจกรรมโดยทวั่ ไปหรือกิจกรรมท่ีเกิดข้ึนในกรณี ฉุกเฉิน
102 13. โรคติดต่อ หมายถึง โรคที่เกิดจากเช้ือโรคหรือพิษ ของเช้ือโรคชนิ ดใดชนิดหน่ึ ง เม่ือเกิดข้ึนแล้ว สามารถติดต่อไปยงั บุคคลอ่ืนได้ โรคที่เกิดข้ึนน้ีอาจ ติดต่อระหว่างคนกับคน คนกับสัตว์ หรือติดต่อ ระหว่างสตั วด์ ว้ ยกนั ก็ได้ การติดต่อของโรคอาจเกิด จากการอยู่ใกลช้ ิดกนั สัมผสั กนั หรือมีตวั กลางนาํ เช้ือโรคไปกไ็ ด้ โดยในแต่ละภูมิภาคของประเทศจะ มีความรุนแรงของโรคติดต่อที่แตกต่างกนั ไป โดยมี บางโรคท่ีเป็นปัญหาร่วมกนั ทุกทอ้ งถิ่น 14. โรคไม่ติดต่อ หมายถึง โรคท่ีเกิดจากความผิดปกติ หรือความเส่ือมโทรมของร่างกายหรือจิตใจ ไม่ สามารถท่ีจะติดต่อไปยงั บุคคลอ่ืนได้ โรคไม่ติดต่อ เหล่าน้ีเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรค ความดันโลหิตสูง ซ่ึงเราจะพบได้ว่าโรคเหล่าน้ี ประชาชนในเกือบทุกชุมชนมีปัญหาจากโรคเหล่าน้ี กันมากข้ึน จนเป็ นโรคเร้ือรังและเป็ นสาเหตุของ การเสียชีวติ ในอนั ดบั ตน้ ๆ 15. พฤติกรรมสุขภาพ หมายถึง การกระทําหรือการ ปฏิบัติของบุคคลที่มีผลต่อสุ ขภาพของตนเอง ครอบครัว หรือชุมชน โดยแสดงออกให้เห็นใน 2 ลกั ษณะจากการปฏิบตั ิท้งั ที่ปฏิบตั ิใหเ้ กิดผลดีหรือที่ เป็ นผลเสียต่อสุขภาพ 16. เกณ ฑ์ มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย เป็ นค่า มาตรฐานท่ีได้จากการเก็บขอ้ มูลด้านสมรรถภาพ ทางกายของประชากรส่วนรวมท่ีคาํ นวณได้จาก ค่าสถิ ติ แล้วนํามาเป็ น ดัชนี สําห รับ ป ระเมิ น เป รี ยบ เที ย บ ว่าบุ ค ค ล ท่ี ไ ด้รั บ ก าร ท ด ส อ บ สมรรถภาพทางกายในแต่ละรายการทดสอบน้ัน มี สมรรถภาพทางกายอย่ใู นระดบั คุณภาพใด เพื่อจะ เป็ นแนวทางให้บุคคลน้นั ๆ ทราบว่า ควรจะมีการ ดํารงไว้ ห รื อแก้ไขป รับ ป รุ งและสร้างเสริ ม สมรรถภาพทางกายในดา้ นใดบา้ ง
103 ข้นั ที่ 2 หลกั ฐานในการประเมินเพอ่ื แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามทก่ี าํ หนด (Assessment Evidence) 1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ – ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของอาหารตามวยั แนวทางในการจดั อาหารสาํ หรับวยั ทารก อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน อาหารสาํ หรับเดก็ วยั เรียน อาหารสาํ หรับวยั รุ่น อาหารสาํ หรับวยั ผใู้ หญ่ และอาหาร สาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ตอบคาํ ถามและสรุปความรู้จากการคน้ ควา้ และจดั ทาํ รายงานการวางแผนการจดั รายการ อาหารสาํ หรับวยั ต่างๆ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษา คน้ ควา้ และจดั ทาํ รายงานสรุปเก่ียวกบั อาหารตามวยั ในรูปแบบแผนท่ีความคิด – ศึกษาและนาํ เสนอความหมายและความสาํ คญั ของปัญหาสุขภาพในชุมชน – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ และระดมสมองสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั เรื่องโรคมะเร็ง โรคความดนั โลหิตสูงและโรค หลอดเลือดสมอง โรคหวั ใจขาดเลือด โรคปอดอกั เสบ ภาวะไตวาย – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ และการจดั กิจกรรมรณรงคก์ ารป้ องกนั โรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย – ศึกษารูปแบบการทดสอบและการแปลผลเก่ียวกบั เกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกาย – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์และตอบคาํ ถาม – ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเก่ียวกบั ความหมายและความสาํ คญั ของการออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ น และการ สร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การวางแผนและการจดั เวลาในการออกกาํ ลงั กาย ในการพกั ผอ่ นและในการสร้าง เสริมสมรรถภาพ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ การสาํ รวจช่วงเวลาในการออกกาํ ลงั กายและการพกั ผอ่ นของสมาชิกในครอบครัว – ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเก่ียวกบั ผลการทดสอบและการแปลผลสมรรถภาพทางกายจากการทดสอบ สมรรถภาพทางกายดว้ ยแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหวา่ งประเทศ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์ภาพและยกตวั อยา่ งตามประเดน็ ท่ีกาํ หนด – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ สรุปความรู้ลงในกรอบท่ีกาํ หนดให้ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ภาพและตอบคาํ ถาม – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ ทบทวนความรู้ควบคู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด – ศึกษาความสาํ คญั ของการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและการทดสอบ และเกณฑม์ าตรฐานของสมรรถภาพทางกาย – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์และสรุปความรู้ลงในกรอบที่กาํ หนด – ศึกษาและจดั ทาํ รายงานสรุปเกี่ยวกบั การพฒั นาสมรรถภาพทางกายจากการวิเคราะห์ผลการทดสอบ – ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ วเิ คราะห์และอธิบายกิจกรรมพฒั นาสมรรถภาพทางกาย
104 2. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมินผลการเรียนรู้ • เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ • วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ – แบบบนั ทึกการสนทนา – การสนทนาซกั ถามโดยครู – แบบทดสอบก่อนเรียน – การวดั และประเมินผลดา้ นความรู้ – แบบทดสอบหลงั เรียน – แบบทดสอบประจาํ หน่วย – แบบวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม – การวดั และประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ อนั พึงประสงค์ 3. ส่ิงทม่ี ุ่งประเมนิ – ความหมายในการอธิบาย ช้ีแจง แปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้ การมีมุมมองท่ี หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง – ความสามารถในการพฒั นาพฤติกรรมสุขภาพที่ใหค้ วามสาํ คญั ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ สงั คม และจิตวญิ ญาณ – ความสามารถในการวางแผนปฏิบตั ิ แสดงความคิดวเิ คราะห์ เพ่ือพฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ ทศั นคติ และทกั ษะท่ีจะช่วยส่งเสริมการปฏิบตั ิเกี่ยวกบั สมรรถภาพทางกาย ข้ันท่ี 3 การวางแผนการจัดการเรียนรู้ (12 ชั่วโมง) • หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ใส่ใจสุขภาพ – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11: อาหารตามวยั – แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12: โรคท่ีเป็นสาเหตูสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยและการเสียชีวติ ของคนไทย – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13: ปัญหาสุขภาพในชุมชน – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14: การออกกาํ ลงั กาย การผกั ผอ่ น และการสร้างสมรรถภาพทางกาย – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15: การทดสอบสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ – แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 16: การทดสอบสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ (ต่อ)
105 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 อาหารตามวยั สาระการเรียนรู้ท่ี 4: การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้ องกนั โรค ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจสุขภาพ เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสําคญั อาหารตามวัย หมายถึง แนวทางในการจดั อาหารให้เหมาะสมกบั วยั ผบู้ ริโภค ท้งั ในดา้ นปริมาณและ คุณภาพ บุคคลในวยั ต่าง ๆ จึงตอ้ งไดร้ ับอาหารท่ีมีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมกบั ความตอ้ งการตามวยั เช่น อาหารสําหรับวัยรุ่น วยั รุ่นเป็ นวยั ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากวยั เด็กกา้ วย่างเขา้ สู่วยั ผูใ้ หญ่ วยั รุ่นจึงตอ้ ง รับประทานอาหารท่ีมีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอกบั การเปล่ียนแปลงทางร่างกาย อาหารสาํ หรับวยั ผ้ใู หญ่ เป็นวยั ของการทาํ งานและร่างกายมีการเสื่อมถอยตามอายทุ ่ีเพิ่มมากข้ึน วยั ผใู้ หญ่ตอ้ งรับประทานอาหารให้ หลากหลายและเหมาะสมกบั ความตอ้ งการของร่างกายที่แตกต่างกนั ไปตามอายุ เพศ และกิจกรรมที่ทาํ เป็นหลกั 2. ตัวชี้วดั ช้ันปี • กาํ หนดรายการอาหารท่ีเหมาะกบั วยั ต่าง ๆ โดยคาํ นึงถึงความประหยดั และคุณค่าทางโภชนาการ (พ 4.1 ม. 3/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของอาหารตามวยั สาํ หรับบุคคลแต่ละวยั อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K) 2. อธิบายและเสนอแนะแนวทางการจดั อาหารตามวยั สาํ หรับบุคคลแต่ละวยั อยา่ งถูกตอ้ งได้ (K, P) 3. ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของความรู้ในเรื่องอาหารตามวยั (A) 4. สื่อสารเพือ่ อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของอาหารตามวยั สาํ หรับบุคคลแตล่ ะวยั อยา่ งถูกตอ้ ง ได้ (P) 4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ • ด้านความรู้ (K) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล – • การทดสอบความรู้พ้ืนฐาน • แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจ เรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจสุขภาพ*/** สุขภาพ
106 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ซกั ถามความรู้เก่ียวกบั • แบบประเมินผลการนาํ เสนอ • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 – ความหมายและ ขอ้ มูล/การอภิปราย/ การสร้างแผน ข้ึนไป ความสาํ คญั ของอาหารตาม ท่ีความคิด* วยั สาํ หรับบุคคลแต่ละวยั – แนวทางการจดั อาหาร ตามวยั สาํ หรับบุคคลแต่ ละวยั • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามที่ระบุใน • ร้อยละ 80 ข้ึนไป การปฏิบตั ิกิจกรรมตอบ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา คาํ ถามและสรุปความรู้จาก พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา การค้นคว้า ม. 3* • ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ • รูปแบบของกิจกรรมตามท่ีระบุใน • ตามดุลยพินิจของครู การปฏิบตั ิกิจกรรม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทกั ษะรายวิชา – ศึกษาค้นคว้าและอภิปราย พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา – จัดทาํ สมดุ ภาพรวบรวมข่าว ม. 3* หรือเหตกุ ารณ์เกี่ยวกบั ปัญหา ความขดั แย้งในครอบครัวไทย *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู */**ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู หรือในสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั • ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม • ผา่ นเกณฑเ์ ฉล่ียระดบั คุณภาพ 4 ของนกั เรียน ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ข้ึนไป ประสงค*์ *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู • ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล • ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยระดบั คุณภาพ 4 • สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออก • แบบประเมินทกั ษะ/กระบวนการ* ข้ึนไป ของนกั เรียน *ดูรายละเอียดในเอกสาร/ความรู้เสริมสาํ หรับครู
107 5. สาระการเรียนรู้ 1. อาหารตามวยั 1.1 อาหารสาํ หรับวยั ทารก 1.2 อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน 1.3 อาหารสาํ หรับเดก็ วยั เรียน 1.4 อาหารสาํ หรับวยั รุ่น 1.5 อาหารสาํ หรับวยั ผใู้ หญ่ 1.6 อาหารสาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ 6. แนวทางบูรณาการ สงั คมศึกษาฯ ศึกษาขอ้ มูลเกี่ยวกบั รายช่ือ/รายการอาหารในทอ้ งถ่ิน ฟัง อ่าน และเขียนคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษที่เก่ียวขอ้ งกบั อาหารตามวยั ภาษาต่างประเทศ พดู คุยแสดงความคิดเห็น และเขียนสรุปความเขา้ ใจเก่ียวกบั แนวทางใน การจดั อาหารสาํ หรับบุคคลในแต่ละช่วงวยั ภาษาไทย รวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูลสถิติเกี่ยวกบั จาํ นวนของบุคคลที่มีปัญหา ภาวะโภชนาการในชุมชน คณิตศาสตร์ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 21: หัวข้อที่ 1.1 อาหารสําหรับวัยทารก หัวข้อที่ 1.2 อาหารสําหรับเด็กวยั ก่อนเรียน และหัวข้อ ที่ 1.3 อาหารสําหรับเดก็ วยั เรียน ข้นั ที่ 1: นําเข้าสู่บทเรียน 1. ครูนาํ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ใส่ใจสุขภาพ แจกใหน้ กั เรียนทุกคน เพ่ือ ทดสอบความรู้ความเขา้ ใจพ้ืนฐาน โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด 2. ครูสุ่มนกั เรียน 3–4 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประเดน็ เน้ือหาและแนวคิดท่ีได้ รับจากการทดสอบในแบบทดสอบความรู้ เพ่อื เป็นการประเมินความรู้ความเขา้ ใจและทศั นคติ ของนกั เรียนเบ้ืองตน้ 3. ครูให้นักเรียนอาสาสมคั รออกมารายงานผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมจัดทําสมุดภาพรวบรวมข่าวหรือ เหตกุ ารณ์เกยี่ วกบั ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวไทย จากการมอบหมายงานในการเรียนคร้ัง ท่ผี ่านมา และให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัตกิ จิ กรรมดังกล่าว
108 ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมกนั เฉลยคาํ ถามเช่ือมโยงสู่บทเรียนต่อไปจากการมอบหมายงานในการเรียน คร้ังทผี่ ่านมา ดงั นี้ – เหตใุ ดน้องเราในวยั เดก็ พ่อแม่เราในวยั ผู้ใหญ่ และตายายเราในวยั สูงอายุจึงมคี วามชอบ หรือมคี วามเหมาะสมกบั การรับประทานอาหารท่แี ตกต่างกนั รวมถึงแตกต่างจากเราทอี่ ยู่ในช่วง วยั รุ่นด้วย (แนวคาํ ตอบ เพราะบุคคลในแต่ละวยั ต้องการอาหารที่แตกต่างกนั ไม่ว่าจะเป็ นด้าน ปริมาณหรือประเภทของอาหาร แม้แต่คนในวยั เดยี วกนั บางครั้งกอ็ าจมคี วามต้องการอาหารที่ แตกต่างกนั ทงั้ นี้ขนึ้ อย่กู บั ลักษณะการทํางานและสภาวะทางด้านร่างกายของแต่ละคน แต่โดย ภาพรวมแล้วไม่ว่าจะอยู่ในวยั ใดย่อมมคี วามจาํ เป็ นที่จะต้องได้รับสารอาหารให้ครบถ้วน เหมาะสมตามวัยของตนเอง) 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนือ้ หาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ในหัวข้อท่ี 1. อาหารตามวยั ตามท่ีได้รับมอบหมายจากการเรียนคร้ังท่ีผ่านมาหน้าช้ันเรียน 3. ครูใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั อาหารสาํ หรับวยั ทารก อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน อาหารสาํ หรับเดก็ วยั เรียน ประกอบภาพรายการอาหารชนิดต่าง ๆ 4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเด็นท่ีสงสยั และสนใจเพิม่ เติม ช่ัวโมงท่ี 22: อาหารสําหรับวยั รุ่น อาหารสําหรับวยั ผ้ใู หญ่ อาหารสําหรับวยั สูงอายุ 5. นกั เรียนร่วมกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมศึกษาค้นคว้าแล้วอภิปราย จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกใหห้ รือจาก แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่ม ร่วมกนั ศึกษาตามประเดน็ ท่ีกาํ หนดในเวลาที่ครูกาํ หนดโดยใชข้ อ้ มลู จากหนงั สือเรียน รายวิชา พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 ประกอบ กลุ่มที่ 1 เร่ือง อาหารสาํ หรับวยั ทารก กลุ่มที่ 2 เร่ือง อาหารสาํ หรับเดก็ วยั ก่อนเรียน กลุ่มท่ี 3 เร่ือง อาหารสาํ หรับเดก็ วยั เรียน กลุ่มท่ี 4 เรื่อง อาหารสาํ หรับวยั รุ่น กลุ่มท่ี 5 เร่ือง อาหารสาํ หรับวยั ผใู้ หญ่ กลุ่มท่ี 6 เร่ือง อาหารสาํ หรับวยั ผสู้ ูงอายุ 6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั เปลี่ยนกนั ส่งตวั แทนออกมาสรุปผลการศึกษาคน้ ควา้ ใหเ้ พ่อื น ๆ ฟัง หนา้ ช้นั เรียน โดยใชภ้ าพและตารางแสดงปริมาณอาหารรวมท้งั ตวั อยา่ งรายการอาหารใน 1 วนั ตามที่นกั เรียนร่วมกนั จดั ทาํ ข้ึนประกอบการรายงานผล 7. ครูอธิบายใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเดน็ ท่ีสนใจและสงสยั 8. ครูให้ความรู้เสริมอาเซียนเกยี่ วกบั สถิตกิ ารบริโภคข้าวในปัจจุบัน ซึ่งโดยเฉลยี่ ประชาชนในกลุ่ม ประเทศอาเซียนจะบริโภคข้าวอยู่ที่ 200 กโิ ลกรัมต่อคนต่อปี โดยประเทศเมยี นมาเป็ นประเทศที่ มียอดบริโภคข้าวมากที่สุด คือ มียอดการบริโภคข้าวอยู่ที่ 220 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่
109 ประเทศไทยมยี อดการบริโภคข้าวโดยเฉลยี่ อยู่ที่ 100–110 กโิ ลกรัมต่อคน ต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยที่สุด ในกลุ่มอาเซียน โดยสาเหตุที่ทํา ให้คนไทยบริโภคข้าวน้อยลงมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ เปลี่ยนแปลงไป เช่น นิยมบริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟ้ ูด ซึ่งเป็ นอาหารที่ไม่มีคุณค่าทาง สารอาหารเพยี งพอและยงั เป็ นสาเหตุของโรคอ้วนท่ีสําคญั อกี ด้วย 9. ครูให้คาํ แนะนําท่ีเป็ นประโยชน์เพม่ิ เตมิ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนนําหลกั การจดั อาหารตามวยั ซ่ึง นอกจากจะพจิ ารณาตามชนดิ และสัดส่วนของอาหารท่ีเหมาะสมแล้ว ให้นําหลกั ปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี งมายดึ ถือปฏิบัตดิ ้วย โดยควรรับประทานอาหารท่มี ปี ระโยชน์ ราคาพอเหมาะ พอควร หรือหากจะเป็ นการดใี นแต่ละครัวเรือนควรปลกู พชื ผกั สวนครัวไว้ด้วย เพอ่ื ท่จี ะได้ นํามาใช้ประกอบอาหารรับประทานเองจะช่วยให้ได้ผกั ท่ีปลอดสารพษิ ไว้ใจได้ และช่วย ประหยดั ค่าใช้จ่ายได้อกี ด้วย (ข้อ 8 และข้อ 9 ครูอาจใช้ข้อมูลจากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผน ที่ 11 เฟรมท่ี 298 และ 299 ประกอบการให้ความรู้) ข้นั ที่ 3: ฝึ กฝนทกั ษะและประสบการณ์ 1. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตอบคาํ ถามและสรุปความรู้จากการค้นคว้า จากใบกิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 โดยใชเ้ วลาตามที่ครูกาํ หนด 2. ครูสุ่มนกั เรียนทีละคน เพอื่ ตอบคาํ ถามจากผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ตอบคาํ ถามและสรุปความรู้จาก การค้นคว้า โดยครูใหแ้ นวคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งใหน้ กั เรียนทราบ และหากนกั เรียนคนใดตอบคาํ ถาม ไม่ถกู ตอ้ งใหแ้ กไ้ ขคาํ ตอบใหถ้ กู ตอ้ ง ข้นั ท่ี 4: การนําไปใช้ 1. นักเรียนร่วมกนั เล่นเกมเลอื กอาหารตามวยั (ดังรายละเอยี ดจากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 11 เฟรมท่ี 294) 2. นักเรียนร่วมกนั เล่นเกมเลอื กถูกผดิ อาหารใดควรหรือไม่ควรรับประทาน (ดังรายละเอยี ดจากสื่อ การเรียนรู้ PowerPoint สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 แผนท่ี 11 เฟรมท่ี 295) 3. ครูเฉลยคาํ ตอบทถี่ ูกต้องของการปฏิบตั กิ จิ กรรมการเล่นเกมท้งั 2 กจิ กรรม ให้นักเรียนทราบ ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้ 1. ครูและนกั เรียนสรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั แลว้ ให้นักเรียนบนั ทึก ความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก 2. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมวางแผนจัดรายการอาหารใน 1 วันสําหรับตนเอง จากใบ กิจกรรมท่ีครูแจกให้ หรือจากแบบฝึ กทักษะ รายวชิ าพืน้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 3 นอก เวลาเรียนหรือในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามท่ีสถานศึกษากําหนด แล้ว จดั ทําเป็ นรายงานมานําเสนอในการเรียนคร้ังต่อไป
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 505
Pages: