หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 1 การอ่านจบั ใจความสาคัญ ใบงานท่ี 2.1 การอ่านจบั ใจความสาคญั คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรุปใจความสาคญั ใหถ้ กู ตอ้ ง ลูกแกะหลงฝงู กบั หมาป่ า ลกู แกะตวั หน่งึ หลงฝงู วง่ิ เตลดิ ไปพบกบั หมาป่า ขณะกาลงั จะถกู จบั กนิ ลกู แกะเหน็ จวนตวั ไมม่ ที างหนีพน้ จงึ แขง็ ใจยนื เผชญิ หน้า พรอ้ มออกอบุ ายว่า “ไหนๆ ขา้ กจ็ ะตอ้ งกลายเป็นอาหารของท่านอยา่ งไม่มที างหลกี เลย่ี งไดแ้ ลว้ กอ่ นตายขา้ อยากฟังเสยี งป่ี และเตน้ ราเป็นครงั้ สดุ ทา้ ย ขอทา่ นช่วยอนุเคราะหด์ ว้ ยเถดิ ” หมาป่านกึ สนุกจงึ เป่าป่ีดว้ ยทานองเรา้ ใจ หมาเฝ้าฝงู แกะตวั หน่งึ วง่ิ มาตามเสยี ง ครนั้ เหน็ ลกู แกะกาลงั ตกอยใู่ นอนั ตรายจงึ เหา่ เรยี กพรรคพวกของมนั ดว้ ยเหตนุ ห้ี มาป่าตอ้ งรบี ทง้ิ ป่ีวงิ่ หนีไปดว้ ยความเสยี ดาย ท่ีมา http://www.nitarn.com/index.php/นิทานอสี ป-12.html ลูกแกะตวั หนงึ่ หลงฝงู วงิ่ เตลดิ ไปพบหมาป่า ลูกแกะออกอุบายวา่ กอ่ นตายอยากฟังเสยี งปีแ่ ละเตน้ ราก่อน หมาป่า หลงกลจงึ เป่าปีใ่ หฟ้ ัง หมาเฝ้าฝงู แกะไดย้ นิ จงึ วงิ่ ตามหาเสยี งแลว้ เห่าเรยี กพรรคพวกของมนั มาช่วยลูกแกะ จากนนั้ หมาป่าจงึ รบี ท้งิ ปีแ่ ลว้ วงิ่ หนไี ป เพอ่ื นกิน สน้ิ ทรพั ยแ์ ลว้ แหนงหนี หาง่าย เพอ่ื นตาย หลายหมน่ื มี มากได้ หายาก ถ่ายแทนช-ี วาอาตม์ ฝากผไี ข้ ยากแทจ้ กั หา (โคลงโลกนติ ิ : กรมพระยาเดชาดศิ ร) เมอื่ มที รพั ยส์ นิ มากมายกจ็ ะมเี พอื่ นฝงู เยอะ เมอื่ ทรพั ยส์ นิ หมดเพอื่ นฝงู กจ็ ะจากไปดว้ ย แตเ่ พอื่ นตายคอื เพอื่ นแท้ ทยี่ อมตายแทนกนั ไดแ้ ละคอยชว่ ยเหลอื เก้อื กูลเมอื่ เพอื่ นตกยาก 104 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 1 การอ่านจับใจความสาคญั ชอ่ื หนงั สอื ราคา ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน สานักพมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์ จานวนหน้า บาท อ่านวนั ท่ี เดอื น นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. เวลา 1. สาระสาคญั ของเรอ่ื ง 2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเร่อื งทอ่ี ่าน 3. สง่ิ ทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงช่อื นกั เรยี น ลงช่อื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงช่อื ครผู สู้ อน () เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพรอ่ งเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 105 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 1 การอ่านจบั ใจความสาคัญ แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมีวินัย ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผ้รู บั การ เอือ้ เฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 106 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองท่ี 1 การอ่านจบั ใจความสาคญั แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชอ่ื กลมุ่ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 107 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 1 การอ่านจบั ใจความสาคญั แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด 108 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องที่ 1 การอ่านจบั ใจความสาคัญ คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ 109 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองท่ี 1 การอ่านจบั ใจความสาคัญ ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 110 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน 1 ชวั่ โมง เร่ืองท่ี 2 การอ่านจับใจความจากนทิ านชาดก แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2 การอ่านจบั ใจความ จากนิ ทานชาดก 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอ่านนิทานชาดก จะตอ้ งจบั ใจความสาคญั จากนทิ านชาดกเร่อื งทอ่ี ่านได้ 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/2 จบั ใจความสาคญั จากเร่อื งทอ่ี า่ น 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - จบั ใจความสาคญั จากนทิ านชาดกเร่อื งทอ่ี ่านได้ 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น - นทิ านชาดก 3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตคี วาม 2) ทกั ษะการแปลความ 3) ทกั ษะการสรปุ ย่อ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 111 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองท่ี 2 การอ่านจับใจความจากนิทานชาดก 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : – 1. การนานิทานชาดกมาสร้างเป็นหนังสือการต์ นู มีผลดีอยา่ งไร 1. ครใู หน้ ักเรยี นเลา่ ประสบการณ์การไปทาบญุ ฟังเทศนท์ ว่ี ดั (ชว่ ยใหเ้ ดก็ สนใจอ่านนทิ านชาดกมากขน้ึ ) 2. ครซู กั ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั ลกั ษณะของเร่อื งทพ่ี ระเทศนใ์ หฟ้ ัง 3. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ ลกั ษณะของเรอ่ื งทพ่ี ระเทศน์ 2. การท่ีคนเชื่อเรื่องราวในนิทานชาดกแสดงว่าเขา มคี วามเชื่อในเร่ืองใดเป็นพน้ื ฐาน ใหฟ้ ังส่วนใหญจ่ ะเป็นนิทานชาดก ซง่ึ เป็นเร่อื งเล่าเกย่ี วกบั (เชอื่ ว่าตายแลว้ เกดิ ใหม่) พระพทุ ธเจา้ ทป่ี ระสตู ใิ นชาตติ า่ งๆ ก่อนทจ่ี ะมาเป็น พระพทุ ธเจา้ ซง่ึ จากเดมิ นิทานชาดกจะเขยี นไวใ้ น พระไตรปิฎก แตป่ ัจจบุ นั น้มี ผี นู้ ามาเผยแผใ่ นรปู แบบตา่ งๆ เช่น หนังสอื การต์ นู ธรรมะ ซดี กี ารต์ นู ธรรมะ 4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา ส่อื การเรยี นรู้ : นิทานชาดกเรอ่ื ง สลี านสิ งั สชาดก นกั เรยี นอ่านนทิ านชาดกเร่อื ง สลี านสิ งั สชาดก เพ่อื จบั ใจความ สาคญั โดยอ่านเรอ่ื งตงั้ แตต่ น้ จนจบ ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : นทิ านชาดกเร่อื ง สลี านิสงั สชาดก 1. ถา้ นักเรยี นไม่ร้หู ลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั นักเรยี นจะจบั ใจความสาคญั ของนิทานชาดก 1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1 ที่อ่านได้หรอื ไม่ 2. ครใู หน้ กั เรยี นระบแุ ละแปลความหมายของคาสาคญั จากนนั้ (จบั ใจความสาคญั ของเรอื่ งไม่ได้ หรอื ถา้ ไดก้ ไ็ มด่ ี ตคี วามโดยใชข้ อ้ มลู ทม่ี อี ยู่ แลว้ นาประโยคสาคญั มาเรยี บ- เท่าทคี่ วร) เรยี งใหมด่ ว้ ยสานวนภาษาของตนเอง 3. ครสู ่มุ เรยี กนักเรยี น 1-2 คน ออกมานาเสนอผลการอา่ น 2. ผ้ทู ่ีออกมานาเสนอผลการอ่านจบั ใจความสาคญั จบั ใจความสาคญั นทิ านชาดกเรอ่ื ง สลี านสิ งั สชาดก ทห่ี น้า นาเสนอได้ถกู ต้องหรอื มีข้อผิดพลาดประการใด ชนั้ เรยี น และควรแก้ไขอยา่ งไร 4. ครตู ชิ มและใหค้ าแนะนาเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การอ่านจบั ใจความ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น สาคญั ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 2 112 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 2 การอ่านจับใจความจากนิทานชาดก ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.2 นักเรยี นทาใบงานท่ี 2.2 เรื่อง การอ่านจบั ใจความจากนิทาน ชาดก เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความเรยี บรอ้ ยกอ่ นนาส่งครตู รวจ ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.2 1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2 จากนนั้ ชมเชยนกั เรยี นทจ่ี บั ใจความ สาคญั ไดด้ ี แลว้ ใหเ้ จา้ ของใบงานออกมาอา่ นใหเ้ พอ่ื นฟัง 2. นักเรยี นร่วมกนั บอกประโยชน์ของการอา่ นจบั ใจความสาคญั และบอกแนวทางในการนาความรเู้ รอ่ื งการอา่ นจบั ใจความ สาคญั ไปปรบั ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์กบั การเรยี น 7 การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์ วิธีการ ใบงานท่ี 2.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) นิทานชาดก เรอ่ื ง สลี านิสงั สชาดก 2) ใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความจากนิทานชาดก 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ — 113 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองที่ 2 การอ่านจบั ใจความจากนทิ านชาดก เอกสารประกอบการสอน นิทานชาดกเรือ่ ง สลี านิสงั สชาดก ในสมยั หน่งึ พระพทุ ธเจา้ ประทบั อย่วู ดั เชตวนั เมอื งสาวตั ถี ทรงปรารภอุบาสกผมู้ ศี รทั ธาคนหน่งึ ทส่ี ามารถเดนิ ขา้ มแมน่ ้าอจริ วดไี ปฟังธรรมไดด้ ว้ ยอานาจคณุ ของศลี ไดต้ รสั อดตี นิทานมาสาธกวา่ ... กาลครงั้ หน่งึ นานมาแลว้ สมยั พระพุทธเจา้ นามว่า กสั สปะ ในวนั หน่งึ มอี ุบาสกคนหน่งึ ซง่ึ เป็นพระ โสดาบนั ไดโ้ ดยสารเรอื ไปคา้ ขายตา่ งเมอื งกบั ชา่ งตดั ผมคนหนง่ึ ก่อนออกเดนิ ทางภรรยาของช่างตดั ผมไดฝ้ าก ใหอ้ ุบาสกชว่ ยดแู ลสามขี องตนพรอ้ มกบั สงั ่ วา่ “ท่านเจา้ ค่ะ ขอทา่ นไดช้ ่วยดแู ลสามดี ฉิ นั ดว้ ยนะคะ สขุ ทกุ ขข์ อง สามดี ฉิ นั ขอมอบใหเ้ ป็นภาระของทา่ นกแ็ ลว้ กนั ” เรอื ออกเดนิ ทางไปได้ 7 วนั กเ็ จอพายกุ ระหน่าจนเรอื อบั ปางลงกบั ทะเลราวกบั เรอื ไทนานิกล่ม ชาย ทงั้ 2 ไดเ้ กาะแผ่นกระดานแผ่นหน่งึ ลอยคอจนมาถงึ เกาะแหง่ หน่งึ ดว้ ยความหวิ นายชา่ งตดั ผมไดฆ้ า่ นกป้ิงกนิ และชวนอบุ าสกกนิ ดว้ ยกนั แตอ่ บุ าสกไม่กนิ เพราะคดิ ว่า “สถานการณ์เชน่ น้ี มแี ตพ่ ระรตั นตรยั เทา่ นนั้ จะเป็นท่ี พง่ึ เราได”้ จงึ นงั ่ ระลกึ ถงึ คณุ พระรตั นตรยั อยู่ ขณะนนั้ พญานาคผอู้ ยบู่ นเกาะนนั้ ไดเ้ นรมติ รา่ งเป็นเรอื ลาใหญ่ มเี ทวดาประจาทะเลเป็นตน้ เรอื บรรทกุ ทรพั ยส์ นิ เงนิ ทองเตม็ ลา มเี สากระโดงทาดว้ ยแกว้ มณสี อี นิ ทนลิ ใบเรอื ทาดว้ ยทอง เชอื กทาดว้ ยเงนิ แลน่ มาท่ี เกาะนนั้ พรอ้ มประกาศว่า “มใี ครจะไปดว้ ยไหม” อบุ าสกรอ้ งตอบว่า “ขา้ พเจา้ จะไปดว้ ย” นายตน้ เรอื พดู ว่า “ถา้ เช่นนนั้ ทา่ นขน้ึ มาเถอะครบั ” อบุ าสกจงึ ชวนนายช่างตดั ผมขน้ึ เรอื ไปดว้ ยกนั แตน่ ายตน้ เรอื รอ้ งหา้ มไวว้ ่า “ขน้ึ มาไดเ้ ฉพาะท่านคน เดยี วเทา่ นนั้ อกี คนหน่งึ ขน้ึ ไม่ได”้ อบุ าสกถามวา่ “ทาไมละท่าน” นายตน้ เรอื ตอบว่า “เพราะคนนนั้ ไมม่ ศี ลี จงึ รบั ไปดว้ ยไมไ่ ด้ เรอื ลาน้รี บั เฉพาะคนมศี ลี เท่านนั้ ” อบุ าสกพดู ว่า “เอาเถอะ ถา้ เช่นนนั้ ขา้ พเจา้ ขอแบง่ ใหส้ ่วนบญุ กศุ ลทข่ี า้ พเจา้ ไดร้ กั ษาศลี ใหแ้ กเ่ ขา กแ็ ลว้ กนั ” นายช่างตดั ผมกร็ บั คาอนุโมทนาในบญุ กศุ ลว่า “ขา้ พเจา้ ขออนุโมทนา” เทวดาจงึ นาชายทงั้ 2 ขน้ึ เรอื แลว้ นาไปสง่ จนถงึ ฝัง่ พรอ้ มทงั้ มอบทรพั ยส์ มบตั ใิ หอ้ กี ดว้ ย แลว้ กล่าว ใหโ้ อวาทเป็นคาถาวา่ “ดเู ถดิ นแ่ี หละผลของศรทั ธา ศลี และจาคะ พญานาคแปลงตนเป็นเรอื นาอุบาสกผมู้ ี ศรทั ธาไป บคุ คลพงึ คบหาสตั บุรษุ เทา่ นนั้ พงึ ทาความสนิทสนมกบั สตั บรุ ษุ เพราะการอย่รู ว่ มกบั สตั บุรษุ นายช่างตดั ผมจงึ ถงึ ความสวสั ด”ี เม่อื กลา่ วจบกพ็ าพญานาคกลบั วมิ านของตนไป ที่มา http://www.dhammathai.org/chadoknt/chadoknt219.php 114 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 2 การอ่านจบั ใจความจากนทิ านชาดก ใบงานที่ 2.2 การอ่านจบั ใจความจากนิทานชาดก คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านจบั ใจความสาคญั นิทานชาดก เรอ่ื ง พอ่ คา้ เกวยี นผรู้ ธู้ รณวี ทิ ยา นิทานชาดก เร่ือง พอ่ คา้ เกวยี นผ้รู ้ธู รณีวิทยา ครงั้ เมอ่ื พระเจา้ พรหมทตั ครองราชสมบตั ใิ นกรุงพาราณสี พ่อคา้ เกวยี นคนหน่งึ พรอ้ มดว้ ยบรวิ าร 500 เลม่ ไปคา้ ขาย ยงั ตา่ งประเทศ ผา่ นทะเลทรายอนั กนั ดาร น้ามรี ะยะทาง 60 โยชน์ เหลอื อกี 1 โยชน์ จะขา้ มพน้ ทะเลทราย ตกเยน็ ไดใ้ ห้ บรวิ ารเทน้าโยนฟืนทง้ิ เสยี ตกกลางคนื กอ็ อกเดนิ ทางต่อไปแตบ่ งั เอญิ คนนาทางเหน่อื ยนอนหลบั ไปเสยี เกวยี นไดว้ กกลบั มายงั ทเ่ี ดมิ ในเวลาจวนสวา่ ง เมอ่ื เขารสู้ กึ ตวั ต่นื ขน้ึ จงึ สงั ่ ใหก้ ลบั เกวยี นมงุ่ หน้าเดนิ ทางต่อไป แตพ่ อกลบั ขบวนไดก้ ็สวา่ งพอดี เพราะในเวลากลางวนั ทะเลทรายรอ้ นจดั จงึ ตอ้ งปลดเกวยี นพกั อยู่ ณ ทน่ี นั้ คนทงั้ หลายซง่ึ อดน้าทงั้ คนื ยนั รุ่งเชา้ เม่อื มองไม่ เหน็ ทางทจ่ี ะไดน้ ้ามาบรโิ ภคตา่ งพากนั ซบเซาเหงาหงอยไปตามๆ กนั พ่อคา้ คนหวั หน้าผฉู้ ลาดธรณวี ทิ ยาไดต้ รวจดู ณ บรเิ วณนนั้ บงั เอญิ พบหญา้ กอใหญ่อยกู่ อหน่งึ จงึ สนั นษิ ฐานว่าใตก้ อ หญา้ จะตอ้ งมนี ้าเป็นแน่ ไมอ่ ยา่ งนนั้ แลว้ หญา้ กอน้จี ะอาศยั อยไู่ ดอ้ ย่างไร จงึ ใหค้ นขดุ ลงไป แตแ่ ลว้ ตอ้ งผดิ หวงั เพราะไม่พบ น้าเลยสกั นดิ พบแตห่ นิ กอ้ นใหญจ่ งึ หมดหวงั ทจ่ี ะขดุ ต่อไปตา่ งพากนั ทง้ิ จอบทง้ิ เสยี มดว้ ยความหมดหวงั พ่อคา้ ผหู้ วั หน้า อารมณ์ดกี ระโดดลงไปในหลมุ เงย่ี หฟู ังดทู แ่ี ผน่ หนิ นนั้ กไ็ ดย้ นิ เสยี งกระแสน้าไหลอยใู่ ตแ้ ผ่นหนิ นึกกระหยมิ่ ในใจ แลว้ ขน้ึ มา จากหลุมปลอบลูกน้องใหเ้ กดิ กาลงั ใจ แลว้ สงั ่ ใหเ้ อาแทง่ เหลก็ ขนาดใหญก่ ระแทกแผน่ นนั้ ใหแ้ ตกเสยี จากนนั้ ลูกน้องกระโดด ลงไปใชแ้ ท่งเหลก็ กระแทกแผน่ หนิ ในทนั ทนี นั้ ตาน้าขนาดใหญก่ พ็ ุง่ ขน้ึ มา สตั วแ์ ละคนทงั้ หลายไดอ้ าศยั อาบกนิ อยา่ งสขุ สาราญเบกิ บานใจกนั ถว้ นทวั่ พอ่ คา้ ผเู้ ป็นหวั หน้าไดป้ ักเครอ่ื งหมายตรงจดุ ทพ่ี บบ่อน้าไว้ ตกเยน็ จงึ ไดพ้ ากนั ออกเดนิ ทาง ตอ่ ไปจนขา้ มทะเลทราย กระทงั่ ถงึ ทห่ี มายจงึ ไดจ้ าหน่ายสนิ คา้ จนเสรจ็ สน้ิ แล้วพากนั กลบั เมอื งของตนโดยปลอดภยั ท่ีมา หนังสอื นิทานชาดกพระเจา้ 500 ชาติ เลม่ 1 ผรู้ วบรวม : จอม บญุ ตาเพศ ป. 115 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 2 การอ่านจับใจความจากนทิ านชาดก ใบงานท่ี 2.2 การอ่านจบั ใจความจากนิทานชาดก คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านจบั ใจความสาคญั นทิ านชาดก เรอ่ื ง พอ่ คา้ เกวยี นผรู้ ธู้ รณวี ทิ ยา นิทานชาดก เร่ือง พอ่ ค้าเกวยี นผรู้ ้ธู รณีวิทยา ครงั้ เมอ่ื พระเจา้ พรหมทตั ครองราชสมบตั ใิ นกรงุ พาราณสี พอ่ คา้ เกวยี นคนหน่งึ พรอ้ มดว้ ยบรวิ าร 500 เลม่ ไปคา้ ขาย ยงั ต่างประเทศ ผา่ นทะเลทรายอนั กนั ดาร น้ามรี ะยะทาง 60 โยชน์ เหลอื อกี 1 โยชน์ จะขา้ มพน้ ทะเลทราย ตกเยน็ ไดใ้ ห้ บรวิ ารเทน้าโยนฟืนทง้ิ เสยี ตกกลางคนื กอ็ อกเดนิ ทางตอ่ ไปแตบ่ งั เอญิ คนนาทางเหน่อื ยนอนหลบั ไปเสยี เกวยี นไดว้ กกลบั มายงั ทเ่ี ดมิ ในเวลาจวนสวา่ ง เมอ่ื เขารสู้ กึ ตวั ตน่ื ขน้ึ จงึ สงั ่ ใหก้ ลบั เกวยี นมงุ่ หน้าเดนิ ทางต่อไป แตพ่ อกลบั ขบวนไดก้ ส็ ว่างพอดี เพราะในเวลากลางวนั ทะเลทรายรอ้ นจดั จงึ ตอ้ งปลดเกวยี นพกั อยู่ ณ ทน่ี นั้ คนทงั้ หลายซง่ึ อดน้าทงั้ คนื ยนั รุ่งเชา้ เม่อื มองไม่ เหน็ ทางทจ่ี ะไดน้ ้ามาบรโิ ภคตา่ งพากนั ซบเซาเหงาหงอยไปตามๆ กนั พ่อคา้ คนหวั หน้าผฉู้ ลาดธรณวี ทิ ยาไดต้ รวจดู ณ บรเิ วณนนั้ บงั เอญิ พบหญา้ กอใหญ่อย่กู อหน่งึ จงึ สนั นิษฐานวา่ ใตก้ อ หญา้ จะตอ้ งมนี ้าเป็นแน่ ไมอ่ ย่างนัน้ แลว้ หญา้ กอน้จี ะอาศยั อย่ไู ดอ้ ย่างไร จงึ ใหค้ นขดุ ลงไป แตแ่ ลว้ ตอ้ งผดิ หวงั เพราะไมพ่ บ น้าเลยสกั นดิ พบแตห่ นิ กอ้ นใหญ่จงึ หมดหวงั ทจ่ี ะขดุ ต่อไปต่างพากนั ทง้ิ จอบทง้ิ เสยี มดว้ ยความหมดหวงั พอ่ คา้ ผหู้ วั หน้า อารมณ์ดกี ระโดดลงไปในหลมุ เงย่ี หฟู ังดทู แ่ี ผ่นหนิ นนั้ กไ็ ดย้ นิ เสยี งกระแสน้าไหลอยใู่ ตแ้ ผ่นหนิ นึกกระหยม่ิ ในใจ แลว้ ขน้ึ มา จากหลุมปลอบลูกน้องใหเ้ กดิ กาลงั ใจ แลว้ สงั ่ ใหเ้ อาแทง่ เหลก็ ขนาดใหญ่กระแทกแผ่นนนั้ ใหแ้ ตกเสยี จากนนั้ ลกู น้องกระโดด ลงไปใชแ้ ทง่ เหลก็ กระแทกแผ่นหนิ ในทนั ทนี นั้ ตาน้าขนาดใหญก่ พ็ งุ่ ขน้ึ มา สตั วแ์ ละคนทงั้ หลายไดอ้ าศยั อาบกนิ อยา่ งสขุ สาราญเบกิ บานใจกนั ถว้ นทวั่ พอ่ คา้ ผเู้ ป็นหวั หน้าไดป้ ักเครอ่ื งหมายตรงจดุ ทพ่ี บบอ่ น้าไว้ ตกเยน็ จงึ ไดพ้ ากนั ออกเดนิ ทาง ตอ่ ไปจนขา้ มทะเลทราย กระทงั่ ถงึ ทห่ี มายจงึ ไดจ้ าหน่ายสนิ คา้ จนเสรจ็ สน้ิ แลว้ พากนั กลบั เมอื งของตนโดยปลอดภยั ที่มา หนงั สอื นทิ านชาดกพระเจา้ 500 ชาติ เลม่ 1 ผรู้ วบรวม : จอม บญุ ตาเพศ ป. มพี ่อคา้ เกวยี นคนหนงึ่ พรอ้ มดว้ ยบรวิ าร 500 เล่ม ไดเ้ ดนิ ทางคา้ ขายผ่านทะเลทราย เหลอื ระยะทางอกี ไมไ่ กลกจ็ ะขา้ มพน้ ทะเลทราย เยน็ นนั้ เขาสงั ่ ใหล้ ูกน้องเทน้าโยนฟืนทง้ิ เสยี ถงึ เวลากลางคนื กอ็ อกเดนิ ทางต่อไป แตค่ นนาทางหลบั ทาใหเ้ กวยี น วกกลบั มาทเี่ ดมิ ถงึ เวลากลางวนั ทะเลทรายรอ้ นจดั จงึ ตอ้ งพกั เกวยี นอยู่ ณ ทนี่ นั้ ทุกคนหวิ น้า พอ่ คา้ ผเู้ ป็นหวั หน้าไดต้ รวจดู บรเิ วณนนั้ มหี ญา้ กอใหญก่ อหนงึ่ งอกอยู่ เขาคดิ วา่ ใตก้ อหญา้ จะตอ้ งมนี ้าจงึ ใหค้ นขดุ ลงไปแตพ่ บหนิ กอ้ นใหญ่ พอ่ คา้ ผเู้ ป็น หวั หน้ากระโดดลงไปในหลมุ แนบหลู งทแี่ ผน่ หนิ นนั้ กไ็ ดย้ นิ เสยี งน้าไหล จงึ ดใี จข้นึ มาสงั ่ ใหล้ กู น้องเอาแทง่ เหลก็ ขนาดใหญ่ทบุ หนิ ใหแ้ ตก ตาน้ากพ็ ุ่งขน้ึ มา ทงั้ สตั วแ์ ละคนไดอ้ าบกนิ อยา่ งมคี วามสุข ตกเยน็ จงึ เดนิ ทางต่อ เมอื่ มาถงึ ทหี่ มายกจ็ าหน่ายสนิ คา้ จนหมดแลว้ กพ็ ากนั กลบั เมอื งของตนดว้ ยความปลอดภยั 116 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องที่ 2 การอ่านจบั ใจความจากนทิ านชาดก แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความมีวินัย ความมีน้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผ้รู บั การ เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 117 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 2 การอ่านจบั ใจความจากนิทานชาดก แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรยี นและชุมชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด 118 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 2 การอ่านจับใจความจากนทิ านชาดก คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ 119 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองท่ี 2 การอ่านจับใจความจากนทิ านชาดก ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 120 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั 2 ชวั่ โมง เร่ืองที่ 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 การอ่านจบั ใจความ จากบทความ 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอา่ นจบั ใจความจากบทความ ตอ้ งระบเุ หตแุ ละผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากบทความทอ่ี า่ น 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/3 ระบุเหตแุ ละผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากเร่อื งทอ่ี า่ น 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ระบุเหตุและผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากบทความทอ่ี ่านได้ 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เช่น - บทความ 3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการจาแนก 2) ทกั ษะการใหเ้ หตุผล 3) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 121 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 3 การอ่านจับใจความจากบทความ (ช่ัวโมงที่ 1) 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด ชวั่ โมงที่ 1 ขนั้ ที่ 1 สงั เกต คาถามกระต้นุ ความคิด ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : ถ้าจะเลอื กอ่านหนังสือท่ีจะนาไปเป็นหลกั ฐาน อ้างอิง นักเรียนควรเลอื กหนังสือที่มีลกั ษณะ 1. ใบความรู้ อยา่ งไร 2. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ (มขี อ้ เทจ็ จรงิ และมหี ลกั ฐานอา้ งองิ ทนี่ ่าเชอื่ ถอื มากกว่า ขอ้ มลู ทเี่ ป็นขอ้ คดิ เหน็ ) 1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั หลกั การพจิ ารณา ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ 2. ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษาเร่อื ง ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จาก ใบความรแู้ ละแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ 3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ท่ี 2 จาแนกความแตกต่าง คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ข่าวท่ีน่าเชื่อถอื มีลกั ษณะอย่างไร (มขี อ้ เทจ็ จรงิ มากกวา่ ขอ้ คดิ เหน็ ) 1. หนงั สอื พมิ พร์ ายวนั 2. แบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ 1. นกั เรยี นเลอื กอ่านบทความจากหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั ทต่ี นเอง สนใจ คนละ 1 ขา่ ว 2. นักเรยี นสงั เกตและจาแนกประโยคทเ่ี ป็นขอ้ เทจ็ จรงิ และ ขอ้ คดิ เหน็ จากบทความในหนงั สอื พมิ พท์ อ่ี า่ น ลงในแบบ บนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ตอนท่ี 1 3. นกั เรยี นบอกขอ้ แตกต่างของขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ ว่า มลี กั ษณะแตกต่างกนั อย่างไร 4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 3 หาลกั ษณะร่วม คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : แบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ การหาลกั ษณะรว่ มมีประโยชน์อย่างไร (ชว่ ยในการพจิ ารณาความเหมอื นและความแตกตา่ ง) 1. นกั เรยี นพจิ ารณาภาพรวมของขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ วา่ มี อะไรทเ่ี หมอื นกนั หรอื คลา้ ยคลงึ กนั 122 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน ชวั่ โมงท่ี 2 เร่ืองท่ี 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ (ชั่วโมงที่ 2) 2. นกั เรยี นสรุปผลการพจิ ารณาความเหมอื นหรอื ความ คลา้ ยคลงึ กนั ของขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ลงในแบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ตอนท่ี 2 3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 4 ระบุชื่อความคิดรวบยอด สอ่ื การเรยี นรู้ : แบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ 1. นักเรยี นระบหุ ลกั การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ลงใน แบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ตอนท่ี 3 2. นกั เรยี นแต่ละคนนาเสนอผลงานในแบบบนั ทกึ การจาแนก ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี 1) อา่ นรายละเอยี ดของบทความทเ่ี ลอื ก 2) จาแนกความแตกต่างของขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จาก บทความ 3) สรปุ ความเหมอื นและความคลา้ ยคลงึ กนั ของขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากบทความ 4) ระบหุ ลกั การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ขนั้ ที่ 5 ทดสอบและนาไปใช้ สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. แบบวดั ฯ 2. ใบงานท่ี 2.3 1. นกั เรยี นทาใบงานท่ี 2.3 เรื่อง การพิจารณาข้อเทจ็ จริง และข้อคิดเหน็ 2. นกั เรยี นนาเสนอใบงานท่ี 2.3 หน้าชนั้ เรยี น ครปู ระเมนิ การ นาเสนอผลงานของนกั เรยี น 3. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ หลกั การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ และ ขอ้ คดิ เหน็ จากการอา่ นจบั ใจความจากบทความ 4. นกั เรยี นแต่ละคนทาแบบวดั ฯ ตอนท่ี 1 (การอ่านในชวี ติ ประจาวนั ) กจิ กรรมตามตวั ชว้ี ดั : กจิ กรรมท่ี 2.4 เม่อื ทาเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ าส่งครตู รวจ 123 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องที่ 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ 7 การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์ วิธีการ ใบงานท่ี 2.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 2.3 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.1 2) ใบความรู้ เร่อื ง ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ 3) หนงั สอื พมิ พร์ ายวนั 4) แบบบนั ทกึ การจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ 5) ใบงานท่ี 2.3 เร่อื ง การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เหน็ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=47116 - http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=47707 124 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 3 การอ่านจับใจความจากบทความ เอกสารประกอบการสอน แบบบนั ทึกการจาแนกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็น (ตดิ บทความจากหนังสอื พมิ พ)์ ตอนที่ 1 จาแนกประโยคทเ่ี ป็นขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากบทความ ขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตอนท่ี 2 สรุปความเหมอื นหรอื ความคลา้ ยคลงึ กนั ของขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากบทความ ตอนที่ 3 หลกั การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากบทความ 125 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 3 การอ่านจับใจความจากบทความ ใบความรู้ ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ ความหมายของข้อเทจ็ จริง ขอ้ เทจ็ จรงิ คอื ขอ้ ความหรอื เหตกุ ารณ์ทม่ี คี วามเป็นไปได้ มคี วามสมจรงิ มหี ลกั ฐานเช่อื ถอื ได้ มี ความสมเหตุสมผล เชน่ วนั ขน้ึ 15 ค่า จะมองเหน็ พระจนั ทรเ์ ตม็ ดวง ขอ้ ความน้เี ป็นขอ้ เทจ็ จรงิ เพราะมคี วาม สมจรงิ เป็นไปได้ พสิ จู น์ได้ ลกั ษณะของขอ้ เทจ็ จริง 1. มคี วามเป็นไปไดเ้ สมอ 2. มคี วามเป็นจรงิ 3. มหี ลกั ฐานอา้ งองิ พสิ จู น์ได้ 4. มคี วามสมเหตสุ มผล ความหมายของขอ้ คิดเหน็ ขอ้ คดิ เหน็ เป็นขอ้ ความทแ่ี สดงความรสู้ กึ แสดงความคาดคะเน หรอื ขอ้ ความทแ่ี สดงทศั นะของผพู้ ดู ทส่ี อดแทรกเขา้ ไปในขอ้ ความทพ่ี ดู เพอ่ื แสดงความคดิ เหน็ ส่วนตวั เช่น ชายชราคนนนั้ น่าสงสารมากเขาตอ้ ง ทางานเหน่อื ยตลอด ทงั้ ขอ้ ความน้เี ป็นขอ้ คดิ เหน็ เพราะเป็นความรสู้ กึ หรอื ความคดิ เหน็ ส่วนตวั ลกั ษณะของขอ้ คิดเหน็ 1. เป็นการแสดงความรสู้ กึ 2. แสดงการคาดคะเน 3. เป็นขอ้ เสนอแนะ 4. เป็นการแสดงความคดิ เหน็ 5. เป็นความเชอ่ื ทไ่ี ม่สมเหตสุ มผล ความแตกต่างระหว่างขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ ขอ้ เทจ็ จริง ข้อคิดเหน็ 1. มคี วามเป็นไปไดเ้ สมอ 1. แสดงความรสู้ กึ 2. มคี วามเป็นจรงิ 2. แสดงการคาดคะเน 3. มหี ลกั ฐานอา้ งองิ พสิ จู น์ได้ 3. เป็นขอ้ เสนอแนะ 4. มคี วามสมเหตุสมผล 4. เป็นการแสดงความคดิ เหน็ 5. เป็นความเช่อื ทไ่ี มส่ มเหตสุ มผล 126 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องที่ 3 การอ่านจับใจความจากบทความ การอ่านเพือ่ แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ การอา่ นเพ่อื แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ เป็นการอ่านอย่างไตรต่ รองพจิ ารณาเหตุผลแลว้ ตคี วามหมายของขอ้ ความหรอื เรอ่ื งเพอ่ื แยกใหไ้ ดว้ า่ ส่วนใดเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ส่วนใดเป็นขอ้ คดิ เหน็ อะไรถูก อะไรผดิ ถา้ ผดิ ตอ้ งทราบวา่ ผดิ อยา่ งไร การอ่านเพ่อื แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ หมายถงึ การอ่านอยา่ งละเอยี ดทุกตวั อกั ษร และเมอ่ื อา่ นจบแลว้ ตอ้ งแยกแยะไดว้ า่ อะไรคอื ขอ้ เทจ็ จรงิ อะไรคอื ขอ้ คดิ เหน็ อะไรถกู อะไรผดิ ถา้ ผดิ กต็ อ้ งทราบว่าผดิ อย่างไร ตวั อยา่ ง การแยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ พ่อแมห่ ลายคนอยากใหล้ ูกเป็นเดก็ เก่ง มอี จั ฉรยิ ภาพ ความสามารถเฉพาะดา้ น บา้ งกใ็ หเ้ รยี นพเิ ศษเสรมิ ความรคู้ วามสามารถต่างๆ ขณะทเ่ี จา้ ลูกน้อยไมม่ คี วามสนใจในสง่ิ น้ี สรา้ งความปวดหวั ให้กบั พอ่ แม่ กระนนั้ กย็ งั ไม่ วายตอ้ งการใหล้ ูกเป็นทห่ี น่งึ เป็นเดก็ อจั ฉรยิ ะ สรา้ งช่อื เสยี งใหก้ บั ทางโรงเรยี นเป็นทย่ี อมรบั ของสงั คม เมอ่ื ลูกไมม่ ี ความสามารถ ขาดอจั ฉรยิ ภาพ พ่อแม่บางคนรบั ไม่ได้ พยายามยดั เยยี ดใหล้ กู เป็นในสงิ่ ทต่ี นตอ้ งการ สง่ิ เหลา่ น้ี ถูกตอ้ งแลว้ หรอื ขอ้ เทจ็ จรงิ : พอ่ แมห่ ลายคนอยากใหล้ ูกเป็นเดก็ เกง่ มอี จั ฉรยิ ภาพ ความสามารถเฉพาะดา้ น ขอ้ คดิ เหน็ : เม่อื ลกู ไม่มคี วามสามารถ ขาดอจั ฉรยิ ภาพ พ่อแมบ่ างคนรบั ไมไ่ ด้ พยายามยดั เยยี ดใหล้ ูก เป็นในสงิ่ ทต่ี นตอ้ งการ สง่ิ เหล่าน้ถี กู ตอ้ งแลว้ หรอื ท่ีมา http://www.ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/.../original_งานแกไ้ ทย.doc?...- 127 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 3 การอ่านจับใจความจากบทความ ใบงานท่ี 2.3 การพิจารณาขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านบทความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม เดก็ หญิง 5 ขวบถกู หามส่งรพ.เหตุโรคคลงั่ ผอม เวบ็ ไซตแ์ ทบ็ ลอยดเ์ ดล่ี เมล รายงานวา่ มเี ดก็ ผหู้ ญงิ วยั เพยี งแค่ 5 ขวบ ถูกนาตวั สง่ โรงพยาบาล หลงั จากป่วย เป็นโรคอะนอเรก็ เซยี หรอื โรคคลงั่ ผอมอยา่ งรนุ แรง ซง่ึ สรา้ งความตน่ื ตกใจไปทวั่ ประเทศ พรอ้ มกบั การตงั้ คาถามวา่ ความคดิ ห่วงสวยไดเ้ ขา้ ไปครอบงาจติ ใจของเดก็ ตงั้ แต่อายเุ ทา่ ใด จากสถติ ทิ อ่ี อกโดยกระทรวงสาธารณสขุ ขององั กฤษระบวุ า่ มเี ดก็ จานวนไม่น้อยโดยเฉพาะเดก็ ผหู้ ญงิ กาลงั คลงั่ ไคลค้ วามผอมกนั อย่างรนุ แรง บางคนเลยี นแบบนางแบบทผ่ี อมจนเกนิ เหตุ หรอื ไม่กพ็ วกคนทม่ี ชี อ่ื เสยี งทพ่ี วกเขา เหน็ ในนติ ยสารหรอื โทรทศั น์ และพยายามจะผอมเลยี นแบบคนเหล่าน้ี แพทยแ์ ละผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นโภชนาการหลายคนเตอื นวา่ มเี ดก็ ทอ่ี ายนุ ้อยกาลงั พฒั นาไปส่คู วามสมั พนั ธก์ บั อาหารในแบบทผ่ี ดิ หลกั อนามยั เพราะนาตวั เองไปเปรยี บเทยี บกบั เพ่อื น และบางครงั้ ยงั แขง่ กนั ดว้ ยวา่ ใครลดน้าหนัก ไดม้ ากกว่ากนั โรคน้มี คี วามเกย่ี วขอ้ งกบั ปัญหาทางดา้ นจติ ใจดว้ ย ส่วนใหญจ่ ะพบในกลุ่มทข่ี าดความมนั ่ ใจในตวั เองอยา่ งมาก หรอื กลุม่ ทแ่ี สวงหาความสมบูรณ์แบบ บางคนเคยถกู ทารณุ กรรมทางรา่ งกายหรอื ทางจติ ใจ หรอื มกั รสู้ กึ ว่าตวั เองขาด ความรกั อยตู่ ลอดเวลา การรกั ษานอกจากรกั ษาทางการแพทยแ์ ลว้ วธิ คี รอบครวั บาบดั กม็ คี วามจาเป็นอย่างยง่ิ โดยคนใน ครอบครวั ตอ้ งเป็นผเู้ ยยี วยาสาคญั ทส่ี ดุ ตอ้ งใหค้ วามรกั ความเขา้ ใจ เพ่อื สรา้ งความมนั ่ ใจใหแ้ กผ่ ปู้ ่วย อย่าใชว้ ธิ ี บงั คบั ใหก้ นิ ตามมอ้ื อาหาร แตเ่ ปลย่ี นเป็นการสรา้ งบรรยากาศการกนิ เปลย่ี นสถานทก่ี นิ หรอื ชกั ชวนใหร้ ่วมกนั ทาอาหาร ในขณะเดยี วกนั พอ่ แม่อาจชวนลกู ไปออกกาลงั กายรว่ มกนั เพอ่ื ใหล้ ูกลดความวติ กกงั วลเกย่ี วกบั เร่อื ง น้าหนกั และตอ้ งเอาตวั เองเขา้ ไปปรบั แกพ้ ฤตกิ รรมของลูกดว้ ยจงึ จะไดผ้ ล ที่มา http://www.mumuu.com/news-show-เดก็ หญงิ -5-ขวบถกู หามสง่ รพ-เหตุโรคคลงั่ ผอม-12-55241- คาถาม 1. บอกสาเหตุทท่ี าใหเ้ กดิ เร่อื งน้ี 128 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองที่ 3 การอ่านจับใจความจากบทความ 2. บอกผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากเร่อื งน้ี 3. สรุปขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นเรอ่ื งน้ี 129 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองที่ 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ ใบงานที่ 2.3 การพิจารณาขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทความตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม เดก็ หญิง 5 ขวบถกู หามส่งรพ.เหตุโรคคลงั่ ผอม เวบ็ ไซตแ์ ทบ็ ลอยดเ์ ดล่ี เมล รายงานวา่ มเี ดก็ ผหู้ ญงิ วยั เพยี งแค่ 5 ขวบ ถูกนาตวั สง่ โรงพยาบาล หลงั จากป่วย เป็นโรคอะนอเรก็ เซยี หรอื โรคคลงั่ ผอมอย่างรุนแรง ซง่ึ สรา้ งความตน่ื ตกใจไปทวั่ ประเทศ พรอ้ มกบั การตงั้ คาถามว่า ความคดิ หว่ งสวยไดเ้ ขา้ ไปครอบงาจติ ใจของเดก็ ตงั้ แต่อายุเท่าใด จากสถติ ทิ อ่ี อกโดยกระทรวงสาธารณสขุ ขององั กฤษระบวุ า่ มเี ดก็ จานวนไมน่ ้อยโดยเฉพาะเดก็ ผหู้ ญงิ กาลงั คลงั่ ไคลค้ วามผอมกนั อยา่ งรนุ แรง บางคนเลยี นแบบนางแบบทผ่ี อมจนเกนิ เหตุ หรอื ไม่กพ็ วกคนทม่ี ชี ่อื เสยี งทพ่ี วกเขา เหน็ ในนติ ยสารหรอื โทรทศั น์ และพยายามจะผอมเลยี นแบบคนเหลา่ น้ี แพทยแ์ ละผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นโภชนาการหลายคนเตอื นวา่ มเี ดก็ ทอ่ี ายนุ ้อยกาลงั พฒั นาไปสคู่ วามสมั พนั ธก์ บั อาหารในแบบทผ่ี ดิ หลกั อนามยั เพราะนาตวั เองไปเปรยี บเทยี บกบั เพอ่ื น และบางครงั้ ยงั แขง่ กนั ดว้ ยว่า ใครลดน้าหนัก ไดม้ ากกว่ากนั โรคน้มี คี วามเกย่ี วขอ้ งกบั ปัญหาทางดา้ นจติ ใจดว้ ย ส่วนใหญจ่ ะพบในกล่มุ ทข่ี าดความมนั ่ ใจในตวั เองอยา่ งมาก หรอื กล่มุ ทแ่ี สวงหาความสมบูรณ์แบบ บางคนเคยถูกทารณุ กรรมทางรา่ งกายหรอื ทางจติ ใจ หรอื มกั รสู้ กึ วา่ ตวั เองขาด ความรกั อยตู่ ลอดเวลา การรกั ษานอกจากรกั ษาทางการแพทยแ์ ลว้ วธิ คี รอบครวั บาบดั กม็ คี วามจาเป็นอย่างยง่ิ โดยคนใน ครอบครวั ตอ้ งเป็นผเู้ ยยี วยาสาคญั ทส่ี ุด ตอ้ งใหค้ วามรกั ความเขา้ ใจ เพ่อื สรา้ งความมนั ่ ใจใหแ้ กผ่ ปู้ ่วย อยา่ ใชว้ ธิ ี บงั คบั ใหก้ นิ ตามมอ้ื อาหาร แตเ่ ปลย่ี นเป็นการสรา้ งบรรยากาศการกนิ เปลย่ี นสถานทก่ี นิ หรอื ชกั ชวนใหร้ ว่ มกนั ทาอาหาร ในขณะเดยี วกนั พอ่ แมอ่ าจชวนลูกไปออกกาลงั กายรว่ มกนั เพ่อื ใหล้ ูกลดความวติ กกงั วลเกย่ี วกบั เร่อื ง น้าหนกั และตอ้ งเอาตวั เองเขา้ ไปปรบั แกพ้ ฤตกิ รรมของลูกดว้ ยจงึ จะไดผ้ ล ที่มา http://www.mumuu.com/news-show-เดก็ หญงิ -5-ขวบถกู หามสง่ รพ-เหตโุ รคคลงั่ ผอม-12-55241- คาถาม 1. บอกสาเหตทุ ท่ี าใหเ้ กดิ เรอ่ื งน้ี สาเหตทุ ที่ าใหเ้ กดิ เรอื่ งน้ี คอื เดก็ ผหู้ ญงิ ในประเทศองั กฤษ กาลงั คลงั่ ไคลค้ วามผอมกนั อย่างรนุ แรง บางคนเลยี นแบบ นางแบบทผี่ อมจนเกนิ เหตุ หรอื ไมก่ พ็ วกคนทมี่ ชี อื่ เสยี งทพี่ วกเขาเหน็ ในนติ ยสารหรอื โทรทศั น์ และพยายามจะผอม เลยี นแบบคนเหล่านนั้ 130 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองท่ี 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ 2. บอกผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากเร่อื งน้ี เดก็ ผหู้ ญงิ วยั เพยี งแค่ 5 ขวบ ถกู นาตวั ส่งโรงพยาบาล หลงั จากป่วยเป็นโรคคลงั่ ผอมอยา่ งรุนแรง 3. สรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านเรอ่ื งน้ี ขอ้ เทจ็ จรงิ คอื โรคน้มี คี วามเกยี่ วขอ้ งกบั ปัญหาทางดา้ นจติ ใจดว้ ย สว่ นใหญจ่ ะพบในกลมุ่ ทขี่ าดความมนั ่ ใจในตวั เอง อยา่ งมาก หรอื กลุม่ ทแี่ สวงหาความสมบรู ณ์แบบ บางคนเคยถูกทารณุ กรรมทางรา่ งกายหรอื จติ ใจ หรอื มกั รสู้ กึ วา่ ตวั เอง ขาดความรกั อย่ตู ลอดเวลา ขอ้ คดิ เหน็ คอื การรกั ษานอกจากรกั ษาทางการแพทยแ์ ลว้ วธิ คี รอบครวั บาบดั กม็ คี วามจาเป็นอย่างยงิ่ โดยคน ในครอบครวั ตอ้ งเป็นผเู้ ยยี วยา สาคญั ทสี่ ดุ ตอ้ งใหค้ วามรกั ความเขา้ ใจ เพอื่ สรา้ งความมนั ่ ใจใหแ้ ก่ผปู้ ่วย 131 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ 132 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม ที่ ของผ้รู บั การ ในการ รบั ผิดชอบ เวลา เรียบร้อย ของงาน 20 ทางาน คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 133 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองท่ี 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไม่ทาใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด 134 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองที่ 3 การอ่านจบั ใจความจากบทความ คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ 135 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองท่ี 3 การอ่านจับใจความจากบทความ ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 136 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั 1 ชวั่ โมง เร่ืองที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 4 การอ่านจบั ใจความ จากสารคดี 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอ่านจบั ใจความจากสารคดี ตอ้ งระบุเหตแุ ละผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากสารคดเี รอ่ื งทอ่ี ่าน 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/2 จบั ใจความสาคญั จากเรอ่ื งทอ่ี ่าน ม.1/3 ระบุเหตแุ ละผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากเร่อื งทอ่ี ่าน ม.1/6 ระบขุ อ้ สงั เกตและความสมเหตุสมผลของงานเขยี นประเภทชกั จงู โน้มน้าวใจ 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) จบั ใจความสาคญั จากสารคดเี ร่อื งทอ่ี า่ นได้ 2) ระบเุ หตุและผล และขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากสารคดเี ร่อื งทอ่ี า่ นได้ 3) ระบขุ อ้ สงั เกตและความสมเหตุสมผลของงานเขยี นประเภทชกั จงู โน้มน้าวใจได้ 3 สาระการเรยี นรู้ - งานเขยี นประเภทชกั จงู โน้มน้าวใจเชงิ สรา้ งสรรค์ 3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เชน่ - สารคดี 3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการจาแนก 2) ทกั ษะการใหเ้ หตุผล 3) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน 137 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ SQ4R ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – นักเรียนคิดว่า งานเขยี นสารคดีท่ีน่าสนใจควรมี ลกั ษณะอยา่ งไร 1. ครจู ดั บรรยากาศสง่ เสรมิ การอา่ นในหอ้ งเรยี น จากนนั้ ครูเล่า ถงึ งานเขยี นสารคดเี ร่อื งทอ่ี า่ นลา่ สดุ ใหน้ ักเรยี นฟัง (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) 2. ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งสารคดเี รอ่ื งทช่ี อบมากทส่ี ุด หรอื เรอ่ื งลา่ สุดทอ่ี ่าน 1 เรอ่ื ง จากนนั้ ครสู ุ่มเรยี กนกั เรยี น 1-2 คน ออกมาเลา่ เรอ่ื งราวจากสารคดเี ร่อื งนนั้ ๆ ใหเ้ พอ่ื นฟัง 3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ สอน ส่อื การเรยี นรู้ : สารคดเี รอ่ื งทค่ี รกู าหนด 1. Survey (S) นกั เรยี นอา่ นสารคดเี ร่อื งทค่ี รกู าหนดอยา่ ง ครา่ วๆ เพอ่ื หาจุดสาคญั 2. Question (Q) นักเรยี นตงั้ คาถามเกย่ี วกบั สารคดเี ร่อื งทอ่ี ่าน 3. Read (R) อา่ นเร่อื งซ้าอย่างละเอยี ดและในขณะเดยี วกนั กค็ น้ หาคาตอบสาหรบั คาถามทไ่ี ดต้ งั้ ไว้ 4. Record (R) นักเรยี นจดบนั ทกึ ขอ้ มลู ในสว่ นทส่ี าคญั และสง่ิ ทจ่ี าเป็นทไ่ี ดจ้ ากการอ่านในขนั้ ตอนท่ี 3 โดยใชข้ อ้ ความ อยา่ งรดั กุม หรอื ย่อตามความเขา้ ใจของนักเรยี น 5. Recite (R) นกั เรยี นเขยี นสรุปใจความสาคญั ของเรอ่ื ง โดย พยายามใชภ้ าษาของตนเอง หากนักเรยี นยงั ไมแ่ น่ใจให้ กลบั ไปอา่ นซา้ ใหม่ 6. Reflect (R) นกั เรยี นพจิ ารณาคณุ ค่า ขอ้ คดิ จากงานเขยี น ในดา้ นวธิ กี ารเขยี น การใชภ้ าษา ภาพสะทอ้ น แลว้ แสดง ความคดิ เหน็ ในประเดน็ ทผ่ี เู้ รยี นมคี วามคดิ เหน็ สอดคลอ้ ง หรอื มคี วามคดิ เหน็ ไมส่ อดคลอ้ ง จากนนั้ สรุปผลลงใน แบบบนั ทกึ การอ่าน 138 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน คาถามกระต้นุ ความคิด เร่ืองที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี นักเรียนคิดว่าการอ่านโดยวิธี SQ4R เป็นผลดีต่อ ขนั้ สรปุ และประเมินผล นักเรยี นอยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น สอ่ื การเรยี นรู้ : สารคดเี รอ่ื งทค่ี รกู าหนด ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) 1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 2. ครตู รวจประเมนิ ผลการบนั ทกึ ใจความสาคญั จากสารคดี ตามทค่ี รกู าหนดแลว้ นาผลมาพฒั นาและปรบั ซ่อมเสรมิ นกั เรยี นทเ่ี รยี นอ่อน 7 การวดั และประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์ วิธีการ แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรยี นรู้ - สารคดเี ร่อื ง ถนนคนเดนิ ทาง อรสม สทุ ธสิ าคร – แม่น้าสองสาย ลมหายใจแหง่ ความคดิ ถงึ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ — 139 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี เอกสารประกอบการสอน ถนนคนเดินทาง อรสม สทุ ธิสาคร – แม่น้าสองสาย ลมหายใจแห่งความคิดถึง “แกง๊ ...แก๊ง...แก๊ง...” เสยี งระฆงั จากโบสถด์ งั กงั วานบอกโมงยาม เดก็ เลก็ ๆ อย่างฉนั ทห่ี า่ งบา้ นจากอกพอ่ แมม่ าไกลไดย้ นิ เสยี งน้ที กุ วนั นานนบั สบิ กวา่ ปี เหมอื นเป็นสว่ นหน่งึ ของชวี ติ วยั เยาว์ ฉนั ชอบฟังเสยี งระฆงั โบสถเ์ หมอื นเสยี งน้มี พี ลงั เปล่งประกายของความสงบ เยอื กเยน็ เป็นสญั ลกั ษณ์ของความ ศกั ดสิ ์ ทิ ธิ์ ฉนั ตอบตนเองไม่ไดว้ า่ ทาไมฉนั ถงึ สมั ผสั อารมณ์หรอื บรรยากาศเช่นน้ไี ด้ แตฉ่ นั เชอ่ื วา่ สมั ผสั ของเดก็ เลก็ ๆ วยั บรสิ ุทธมิ์ กั จะไวตอ่ สงิ่ ต่างๆ รอบตวั เสมอ เพราะในหวั ใจดวงเลก็ ๆ ของเดก็ ทุกคนมจี นิ ตนาการ มคี วามฝัน โรงเรยี นของฉนั เป็นโรงเรยี นคาทอลกิ อย่ใู กลโ้ บสถร์ มิ แมน่ ้าจนั ทบุรี หรอื แมน่ ้าจนั ท์ โบสถห์ ลงั น้เี ป็นศลิ ปะโกธกิ เกา่ แก่ สวยงาม รอบโบสถ์กรกุ ระจกในสสี วยรปู แมพ่ ระ พระเยซแู ละนักบญุ ตา่ งๆ พวกเดก็ ๆ เดนิ จากโรงเรยี น เพ่อื มา เรยี นคาสอนทโ่ี บสถเ์ สมอ การเรยี นคาสอนเหมอื นการไดฟ้ ังนทิ าน หากเป็นนทิ านทม่ี กี ลน่ิ อายอนั สวยงาม ศกั ดสิ ์ ทิ ธิ์และ ไมช่ วนเบ่อื เลยสาหรบั เดก็ ชา่ งฝันชอบจนิ ตนาการวาดวมิ านในอากาศอยา่ งฉนั นานๆ ครงั้ ซสิ เตอรจ์ ะใหข้ น้ึ บนั ไดเวยี น เป็นบนั ไดไมส้ วยทอดโคง้ ขน้ึ ไปยงั ชนั้ สองของโบสถ์ เดก็ ๆ ชอบมองลง มายงั โถงโบสถช์ นั้ ลา่ งสวยสุดใจ แกเ้ บอ่ื ยามทต่ี อ้ งทาเวรใชก้ ะลามะพรา้ วลงน้ามนั ขดั ถพู น้ื กระดานบนชนั้ สองของโบสถ์ กวา่ จะเอย่ี มอ่องขน้ึ มนั วบั กก็ นิ เวลานานนับชวั่ โมง แม่น้าจนั ทย์ ามนนั้ ยงั ไมม่ สี ะพานทอดขา้ มไปยงั ฝัง่ ตรงขา้ ม เราตอ้ งใชบ้ รกิ ารเรอื ขา้ มฟากของลงุ หวดั ค่าโดยสาร คนละสลงึ ใครไมจ่ า่ ยกไ็ ม่มใี ครวา่ บรรยากาศรมิ น้ายงั คงมภี าพอนั สนุกสนาน ตน้ ไทรกงิ่ ยอ้ ยหอ้ ยระยา้ เรย่ี น้า เดก็ ๆ ละแวกนนั้ ทม่ี บี า้ นอยรู่ มิ น้าไดอ้ าศยั กระโดดโจนลงน้า ดาผดุ ดาวา่ ยหยอกเยา้ กนั เป็นความบนั เทงิ ของเดก็ ๆ ลูกแมน่ ้า ทกุ ถน่ิ ท่ี บา้ นหลงั ใหญ่ เรอื นจาหลกั ลายสวยอ่อนชอ้ ยหลายหลงั ของคหบดผี เู้ ป็นครสิ ตศ์ าสนิกชนเชอ้ื สายญวนปลูกอยู่ รอบวดั คนเฒา่ คนแกเ่ คยเลา่ ใหฟ้ ังเป็นตานานปรมั ปราน่าตน่ื ใจว่า เจา้ ของบา้ นบางหลงั มฐี านะร่ารวย เคยไปคา้ พลอยท่ี เมอื งญวน ขนพลอยมาจากญวนเป็นกระสอบๆ มาขน้ึ ทท่ี า่ น้า ชุมชนชาวญวนแหง่ น้ีอพยพหนภี ยั ศาสนามาตงั้ รกรากอยู่ ทน่ี ่นี านนบั รอ้ ยปีแลว้ และยงั คงพดู ภาษาญวนเป็นภาษาหลกั รมิ น้าฝัง่ ตรงขา้ ม คอื ย่านท่าหลวงและตลาดล่างๆ เป็นย่านการคา้ เกา่ ของเมอื งจนั ท์ ถนนแคบๆ สองฟากฝัง่ เรยี ง รายดว้ ยหอ้ งแถว เรอื นจาหลกั ลายงดงาม อายเุ กา่ แก่รว่ มรอ้ ยปี หากเขา้ ไปนงั่ เลน่ ในบา้ นหลงั ใด ลมเยน็ จากแมน่ ้าจะโชย ชน่ื มาใหช้ ่นื ใจ เรอื นแต่ละหลงั ลว้ นมตี านานอดตี แตห่ นหลงั เป็นเร่อื งราวเกา่ แก่ของวนั เวลาใหไ้ ดเ้ ลา่ ขาน เป็นสสี นั อนั เหลอื รปู รอยใหไ้ ดจ้ ดจาราลกึ ถงึ วนั คนื เกา่ ๆ อนั รม่ เยน็ เป็นสุข นานๆ ครงั้ เมอ่ื ฉนั กลบั ไปเยย่ี มเยอื นอดตี วยั เยาว์ ฉนั มกั จะเขา้ ไปนงั่ เงยี บๆ ในโบสถฟ์ ังเสยี งระฆงั กอ้ งกงั วาน แลว้ ชพี จรอนั วา้ วนุ่ เหนด็ เหน่อื ยของปัจจุบนั กร็ าวจะหยดุ นิ่งสงบเยน็ ดจุ ไดร้ บั การปลอบประโลม เรอื นจาหลกั ลายอ่อนชอ้ ยและมนตเ์ สน่หข์ องแม่น้าจนั ทย์ งั คงสวยงามเสมอสาหรบั เดก็ เลก็ ๆ คนหน่งึ ซง่ึ บดั น้ี กลายเป็นผใู้ หญเ่ ตม็ ตวั และเรม่ิ รว่ งโรยไปตามกาล หากสายใยความทรงจากย็ งั คงงดงามและอบอ่นุ เสมอ ในเสน้ สายลาย ไมท้ เ่ี รม่ิ เก่าคร่า บอกถงึ เสน่หข์ องวนั คนื แตห่ นหลงั ฉนั ไดส้ ดบั เสยี งของลมหายใจแหง่ วยั เยาวข์ องตนเสมอ ทุกครงั้ ทไ่ี ดไ้ ป เยย่ี มเยอื น 140 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องที่ 4 การอ่านจับใจความจากสารคดี หากจะนบั ว่าเป็นนักเดนิ ทางในความหมายของการทอ่ งเทย่ี ว ฉนั คงไมอ่ าจเรยี กขานตนเองเช่นนนั้ ได้ เพราะการ เดนิ ทางสาหรบั ฉนั ดจู ะผกู โยงเป็นอนั หน่ึงอนั เดยี วกนั กบั การทางาน ฉนั เดนิ ทางไปเหนอื ใต้ ออก ตก บ่อยพอสมควร แม้ ฉนั จะมคี วามสุขกบั การเดนิ ทางเพอ่ื ไปทางาน แตก่ ย็ งั อดอจิ ฉาคนทเ่ี ดนิ ทางท่องเทย่ี วบ่อยๆ ไมไ่ ด้ โดยเฉพาะพรรคพวกท่ี เป็นนกั เขยี นนกั เทย่ี วในตวั ดว้ ย นนั่ คอื ความฝันประการหน่งึ ของฉนั เหมอื นกนั ถงึ อายใุ กลก้ ง่ึ ศตวรรษ แตฉ่ นั ในวนั น้กี ย็ งั มพี ลงั กระปรก้ี ระเปรา่ เสมอกบั การเดนิ ทาง รสู้ กึ เหมอื นหวั ใจตดิ ปีกแห่ง อสิ ระ เวลาไดเ้ ดนิ ทางไปเกบ็ ขอ้ มลู ตามลาพงั ยงั ต่างจงั หวดั เสน่หข์ องการเดนิ ทางอย่างน้เี ป็นเสน่หเ์ ฉพาะตวั ทค่ี นทาสาร คดซี าบซง้ึ และหลงใหลใฝ่ฝันราวกบั การเดนิ ทางท่องไปในธรรมชาตแิ ห่งชวี ติ ผคู้ น น่คี อื เสน่หล์ า้ ลกึ ทฉ่ี นั หลงรกั ไมเ่ คยรู้ หน่ายคลายจาง คอื การเรยี นรปู้ ระสบการณ์ทไ่ี ม่มใี ครเหมอื นใคร ทาใหเ้ ราไดเ้ ตบิ โตและเรยี นรจู้ กั รกั เพอ่ื นมนุษยไ์ ดม้ ากขน้ึ โดยไม่ยากเยน็ และไมจ่ ากดั วา่ เขามชี นชนั้ สถานะอยา่ งใด ทกุ ผคู้ นทไ่ี ดพ้ บสอนการเรยี นรใู้ หแ้ ก่ฉนั สอนใหไ้ ดร้ จู้ กั ค่าของมติ รภาพและคณุ ค่าของชวี ติ มากขน้ึ ตามวนั เวลา... น้าสกั แกว้ ขา้ วสกั มอ้ื หรอื ขอ้ มลู ทข่ี อดจากชวี ติ จติ ใจอนั จรงิ แทใ้ นอนั จะถา่ ยทอดเร่อื งราวของตนเพอ่ื เป็นอุทาหรณ์และ ความรคู้ ดิ ใหแ้ ก่ชวี ติ อน่ื เป็นมติ รไมตรที ค่ี นเขยี นสารคดอี ยา่ งฉนั ราลกึ ถงึ ดว้ ยความรสู้ านึกในพระคณุ อนั อนุ่ เออ้ื อารเี สมอ มา... ไม่ใชญ่ าตกิ เ็ หมอื นญาติ ไมใ่ ช่เพอ่ื นกเ็ หมอื นเพ่อื น... ฉนั ชอบเดนิ ทางกลางคนื เมอ่ื ปีกของราตรกี าลหม่ คลุมผนื ฟ้า นบั เป็นการเดนิ ทางทไ่ี มว่ า้ เหว่ดว้ ย มดี วงดาวเป็น เพ่อื นร่วมทางทงั้ อากาศยงั เยน็ สบาย พาหนะประจาทม่ี กั ใชบ้ รกิ ารบอ่ ยๆไมว่ ่าจะไปเหนือ ใต้ ออก ตก คอื รถทวั ร์ การได้ เลอื กทน่ี งั่ อยรู่ มิ หน้าต่างมองผ่านกระจกรถออกไปเหน็ ดวงดาวระยบิ ระยบั สุกใสเหมอื นประกายตา เดก็ น้อยช่างซกุ ซนโผล่ หน้ามาจากฟากฟ้า คยุ เล่นทกั ทายทเ่ี บอ้ื งนอกโน้น ทาใหห้ วั ใจเพลดิ เพลนิ นกั สาหรบั คนหลงรกั ดวงดาว ดกึ นักหลงั ทกั ทาย เลน่ กบั ดวงดาวกผ็ ลอ็ ยหลบั เอาแรง ตน่ื เชา้ มามองผ่านกระจกรถออกไป จะเหน็ บรรยากาศยามเชา้ ในต่างจงั หวดั หากเป็น หน้าหนาวแถวเมอื งเหนอื ภาพสายหมอกละมุนกบั ไอหนาวทห่ี ม่ คลุมทวิ เขา ทอ้ งนา และต้นไมส้ องฟากฝัง่ ราวจะโอบกอด ยามเชา้ เป็นภาพแรกยามอรุณรงุ่ ทไ่ี ดเ้ หน็ ทาใหฉ้ นั นึกอยากโอบกอดใครสกั คน ออกบ่ายไปในอรุณร่งุ อนั หนาวเยน็ อยา่ ง นนั้ หรอื บางหนอาจเหน็ พระอาทติ ยโ์ ผลม่ าทกั ทายอรณุ รุ่ง ภาพน่ารกั ๆ อย่างน้แี ค่ไดเ้ หน็ กช็ ่นื ใจใหพ้ ลงั ใจแกห่ วั ใจใหพ้ รอ้ ม จะลกุ ขน้ึ ทางานจนลมื เหน่อื ย เป็นการอดั ฉดี พลงั งานไดอ้ ย่างสดุ วเิ ศษมหศั จรรยแ์ ลว้ ถนนแตล่ ะเสน้ ทางสวยงามต่างกนั ไปในแตล่ ะฤดกู าล หากเป็นยามฝนตน้ ไมส้ องฟากถนนจะชอุม่ ชมุ่ ชน้ื แตกกงิ่ กา้ นใบเขยี วขจบี อกถงึ ความอุดมสมบรู ณ์ ในขณะทฤ่ี ดหู นาวตน้ ไมอ้ าจมรี ปู ทรงโปรง่ ระหง สว่ นหน้ารอ้ นนัน้ ตน้ ไมแ้ ตง่ ตวั ดว้ ยสสี นั สดใสราวสาวน้อยเรงิ ระบา เราจงึ ไดเ้ หน็ ทองกวาวเตม็ สองขา้ งทางส่เู มอื งเหนือหรอื หากเป็นทางสายอน่ื ดอกหาง นกยงู คนู กลั ปพฤกษอ์ อกดอกสะพรงั ่ เป็นรางวลั ของความสขุ ทธ่ี รรมชาตมิ อบใหแ้ ก่นักเดนิ ทางทกุ ผเู้ สมอหน้ากนั ถนนบางชว่ งและบางสาย มคี นใจดปี ลกู ดอกไมเ้ ลก็ ๆ น่ารกั อยา่ งดาวกระจาย ดาวเรอื ง กระดุมทอง ฯลฯ ไว้ ในขณะทบ่ี างเสน้ ทาง ดอกไมห้ อมจาพวกปีบ ลนั่ ทม ดอกขาวพราวพร่าง หากนงั ่ รถสว่ นตวั หรอื รถรบั จา้ งเลก็ ๆ ผ่านไป เหน็ เขา้ เมอ่ื ไร หลายหนทค่ี นรกั ดอกไมอ้ ยา่ งฉนั ตอ้ งขอใหค้ นขบั รถหยุดรถลงไปสดู ความหอมหวาน และเกบ็ ดอกไม้ทร่ี ว่ ง พราวอยโู่ คนตน้ พรมพน้ื ถนนใหส้ วยงามหวานหอมราวพรมดอกไม้ ชวี ติ บอกฉนั วา่ แมก้ ารเดนิ ทางของการงานใช่ว่าเราจะไม่มสี ทิ ธเิ์กบ็ เกย่ี วสมั ผสั ความงามของดอกไม้ ธรรมชาติ และสายลม แสงแดด ดว้ ยความงามเหลา่ น้ลี ว้ นชบุ กล่อมยอ้ มหวั ใจของเราใหอ้ อ่ นโยนและเบกิ บานหวานหอม มนั คอื กฎของความโรแมนตกิ และกฎแหง่ ความสขุ ทค่ี นเดนิ ทางทางานมสี ทิ ธเิ์ ลอื กได้ หากรกั จะเลอื ก... ในเมอ่ื หนทางขา้ งหน้ายงั ตอ้ งพานพบประสบการณ์ใหม่ ผคู้ นใหมๆ่ หรอื อาจหมายรวมถงึ ปัญหาใหมๆ่ ทร่ี อการ แกไ้ ข ทา้ ทาย ในรอบวนั ใหมท่ ก่ี าลงั เรม่ิ ตน้ เผชญิ หน้าคนเดนิ ทางคนหน่งึ อกี ครงั้ ...ครงั้ แลว้ ครงั้ เลา่ เป็นการเตมิ รสชาตชิ วี ติ ทอ่ี าจหวาน เปรย้ี ว ขม หรอื ดุเดด็ เผด็ มนั แตแ่ น่นอนว่าย่อมไมม่ จี ดื ชดื เป็นเดด็ ขาด 141 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เร่ืองที่ 4 การอ่านจับใจความจากสารคดี การเดนิ ทางของฉนั จงึ มดี อกไม้ ดวงดาว ธรรมชาติ ประดามที ฉ่ี นั รกั เป็นเพอ่ื นรว่ มทางทน่ี ่ารกั เสมอ เดนิ ทางเกบ็ ขอ้ มลู ยงั ต่างจงั หวดั ครงั้ ไรจงึ เหมอื นไดพ้ กั ผอ่ นไปในตวั กระปรก้ี ระเปร่าไม่มเี หน่อื ย แมว้ า่ เมอ่ื เดนิ ทางถงึ จดุ หมายในยาม เชา้ เขา้ โรงแรมอาบน้าอาบท่าไดส้ กั พกั บางครงั้ กต็ อ้ งเดนิ ทางตอ่ นงั ่ รถเขยี ว รถแดง รถสม้ แลว้ แต่ละถนิ่ ...หวั ฟูดว้ ยสาย ลมแรงทพ่ี ดั โชยช่นื ชนดิ สดู ลมไดเ้ ตม็ ปอด เร่ร่อนแรมรอนไปหาบคุ คลผเู้ ป็นแหลง่ ขอ้ มลู บา้ งอยนู่ อกเมอื ง ในเมอื ง เขา้ วดั เขา้ ศาล เขา้ ซอ่ ง ฯลฯ สดุ แทแ้ ตส่ ถานการณ์จะพาไป แต่สองตาของฉนั จะซมึ ซบั กบั ภาพธรรมชาตริ อบตวั เป็นนจิ ฉนั เช่อื วา่ ธรรมชาตทิ ไ่ี ดพ้ บ ย่อมส่งผา่ นพลงั แหง่ ความสุขแจ่มใสมายงั เน้อื ตวั และหวั ใจ ทาใหท้ างานไดเ้ ตม็ พลงั ชวี ติ คนทางานสารคดที ต่ี อ้ งเดนิ เร่อื ยไปตามแหง่ หนตา่ งๆ อยา่ งน้แี หละทฉ่ี นั ชอบ ไดเ้ หน็ ในสงิ่ ทไ่ี ม่เคยเหน็ ไดไ้ ป ในสงิ่ ทไ่ี มเ่ คยไป มสี ง่ิ แปลกใหมเ่ กดิ ขน้ึ บ่อยๆ ชวี ติ ไมซ่ ้าซากจาเจน่าเบอ่ื ไดผ้ จญภยั ผจญวบิ ากต่างๆ นานา เหน็ สขุ เหน็ ทุกขข์ องผคู้ น อะไรจะมเี สน่หส์ าหรบั ชวี ติ ฉนั ยง่ิ ไปกวา่ น้ี แต่ในบางหนบางยามทช่ี พี จรเหน่อื ยลา้ ราโรยปรารถนาการพกั สงบ ฉนั ชอบไปพกั ทต่ี าก ไม่ใช่ ทลี อซู ทอ่ี มุ้ ผาง หรอื เทย่ี วแม่สอด ทา่ สองยาง ทค่ี นเขานิยมไปเทย่ี วกนั แคไ่ ปพกั ทใ่ี นเมอื งกส็ บายเย็นเป็นสขุ แลว้ สาหรบั ฉนั ตวั เมอื งตาก มภี ูมทิ ศั น์ทส่ี วยงาม สงบ คนรกั แมน่ ้าอย่างฉนั เทใจใหแ้ ม่น้าปิงทน่ี ่หี มดใจ ฉนั รกั แมน่ ้าจนั ทด์ ว้ ยความรสู้ กึ แบบหน่งึ ในขณะทร่ี กั แม่ปิงทน่ี ่ดี ว้ ยความรสู้ กึ อกี แบบ สาหรบั ฉนั แมน่ ้าจนั ทค์ อื สายใยชวี ติ แหง่ โลกวยั เยาว์ ฉนั รกั เรอื นจาหลกั ลายรมิ น้าและวถิ ชี วี ติ ของผคู้ นทน่ี นั่ ทด่ี ู คบั คงั ่ อบอนุ่ เหมอื นบนั ทกึ แหง่ ตานานอดตี ทฉ่ี นั จดจาจบั ใจ ในขณะทแ่ี มน่ ้าปิงทใ่ี นตวั เมอื งตากใหค้ วามรสู้ กึ ปลอดโปรง่ เบาสบาย ดว้ ยสองฟากฝัง่ ไมม่ บี า้ นเรอื น หากมสี ภาพเหมอื นป่าน้อยๆ เตม็ ดว้ ยตน้ ไมส้ เี ขยี วครม้ึ ไปทงั้ สองฟากฝัง่ ถดั จาก ทวิ ไมร้ ายทาง ยงั มที วิ เขาทอดขนานโอบลาน้า เป็นภาพอนั สดชน่ื เบาสบายกายใจ ยามหน้าหนาวอยา่ งน้ี แม่น้าปิงสวยใสเตม็ ฝัง่ หากยามหน้ารอ้ นบรเิ วณสวนสาธารณะรมิ ปิง ดอกหางนกยงู สี แดงจดั แต่งแตม้ แม่น้ายามรอ้ นใหด้ สู ดใส บา้ งทง้ิ กง่ิ เรย่ี น้า ทาใหแ้ ม่น้าปิงมชี วี ติ และสสี ันสดใสไปอกี แบบ ยามเชา้ หรอื บา่ ย เยน็ เพยี งมหี นังสอื ในมอื หรอื สมดุ วาดภาพกบั สนี ้าสกั กลอ่ ง แคไ่ ดอ้ า่ นหนงั สอื หรอื วาดภาพไปตามจนิ ตนาการ โลกกเ็ ป็น ของฉนั แลว้ ในยามนนั้ โปสการด์ จากฝีมอื วาดระดบั เดก็ ชนั้ ประถมของฉนั จะมบี นั ทกึ ความเป็นไปในการเดนิ ทางส่งถงึ เพอ่ื นและคนรจู้ กั คุน้ เคยเสมอ เป็นของฝากจากความรกั ระลกึ ถงึ ของคนพเนจรร่อนเร่... ตลาดนดั ยามเชา้ ใกลโ้ รงแรมทพ่ี กั มขี า้ วปลาอาหารพน้ื เมอื งราคาถกู สม้ ลม้ิ หรอื มะมว่ งกวนแสนอร่อย กบั ขนม ทอฟฟ่ีมะพรา้ วหอมมนั อดุ มแคลอรที ฉ่ี นั ชอบ กบั ขา้ วเหนียวหมยู า่ งหอ่ ใบตองหอ่ ละหา้ บาทกก็ นิ ไดห้ น่งึ อมิ่ ฉันชอบแวะซ้อื กงุ้ หอยปปู ลาตวั น้อยไปปล่อยลงแม่น้าปิง บางครงั้ กม็ เี ดก็ ๆ กลมุ่ ใหญท่ เ่ี ทย่ี วเล่นอยแู่ ถวนนั้ มารว่ มพธิ ปี ล่อยกนั เป็นท่ี สนุกสนานร่นื เรงิ บ่อยครงั้ ทน่ี งั่ ซอ้ นมอเตอรไ์ ซคเ์ พ่อื น พาไปเลาะเลยี บรมิ ปิงชมหม่บู า้ นแถวนอกเมอื งออกไป เหน็ เขาปลูกดอกไม้ ดอกไร่สสี นั สดใส แลว้ แวะมานงั่ เลน่ รมิ น้า มรี า้ นอาหารเลก็ ๆ หน้าตาน่ารกั ใตร้ ม่ เงาครม้ึ ของไมใ้ หญ่ สายลมเยน็ ยามบ่าย โชยช่นื คอื โมงยามอนั รน่ื รมยแ์ ละชวี ติ เรยี บๆ งา่ ยๆ ทไ่ี ดส้ มั ผสั ในยามราตรมี าเยอื นสะพานขา้ มลาน้าปิงกเ็ ป็นจดุ ดดู าวท่ี สวยจบั ใจ ดวงดาวนบั รอ้ ยพนั ทอประกายระยบั อยบู่ นม่านฟ้าราตรี เป็นค่าคนื ทอ่ี ่อนหวานจบั ใจ จากโรงแรมในเมอื ง ฉนั มองเหน็ แมน่ ้าปิงหลบั ใหลอยใู่ ตผ้ นื ฟ้าและดวงดาว เป็นภาพสุดทา้ ยทฉ่ี นั ไดเ้ หน็ ก่อนจะ หลบั ไปอยา่ งเป่ียมสขุ ในทกุ ค่าคนื ทไ่ี ปเยอื น เป็นความสุขชว่ งสนั้ ๆ อนั เรยี บงา่ ยในโลกใบเลก็ ทค่ี นเดนิ ทางอย่างฉนั เลอื ก ใหก้ บั ตนเองในวนั เหน่อื ยลา้ และตอ้ งการทพ่ี กั กายพกั ใจอนั สงบเยน็ เพ่อื จะไดม้ พี ลงั อนั สดชน่ื เตม็ เป่ียมกอ่ นคนื กลบั สโู่ ลก ใบใหญข่ องการงานและชวี ติ จรงิ ทต่ี อ้ งเผชญิ อยทู่ กุ เมอ่ื เชอ่ื วนั สายน้าสองสาย-แมน่ ้าจนั ทก์ บั แม่น้าปิง ไกลหา่ งกนั คนละถน่ิ ท่ี ยงั คงมบี ทเพลงเห่กล่อมของแมน่ ้าผู้อารที ข่ี บั กลอ่ มหวั ใจใหแ้ ก่ฉนั ในทกุ ยามของชวี ติ ไมว่ ่าจะเป็นเสยี งกระซบิ ปลอบประโลมในยามร่าน้าตาทเ่ี หน็บหนาวรา้ วลกึ หรอื บทเพลงสายน้าเรงิ ระบายามสขุ สดใสยม้ิ แจม่ ในแววตา คอื สายใยผกู พนั อนั แสนงามในใจฉนั เสมอมา...ตราบชวั่ ชวี ติ ที่มา ถนนคนเดนิ ทาง อรสม สทุ ธสิ าคร – แม่น้าสองสาย ลมหายใจแห่งความคดิ ถงึ 142 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี ชอ่ื หนงั สอื ราคา ช่อื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน สานกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์ จานวนหน้า บาท อ่านวนั ท่ี เดอื น นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. เวลา 1. สาระสาคญั ของเร่อื ง 2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเร่อื งทอ่ี า่ น 3. สงิ่ ทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงชอ่ื นกั เรยี น ลงช่อื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงชอ่ื ครผู สู้ อน () เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 143 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องที่ 4 การอ่านจับใจความจากสารคดี แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม ที่ ของผ้รู บั การ ในการ รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บร้อย ของงาน 20 ทางาน คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 144 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองท่ี 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไม่ทาใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด 145 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 4 การอ่านจบั ใจความจากสารคดี คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ 146 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองท่ี 4 การอ่านจับใจความจากสารคดี ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี ) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 147 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 5 การอ่านตีความเอกสาร 1 ชวั่ โมง ทางวิชาการ 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอ่านเอกสารวชิ าการตอ้ งตคี วามคายากในเอกสารทม่ี คี า ประโยค และขอ้ ความทต่ี อ้ งใชบ้ รบิ ท ช่วยพจิ ารณาความหมาย 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/4 ระบุและอธบิ ายคาเปรยี บเทยี บและคาทม่ี หี ลายความหมายในบรบิ ทตา่ งๆ จากการอา่ น ม.1/5 ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการโดยพจิ ารณาจากบรบิ ท 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการโดยพจิ ารณาจากบรบิ ทได้ 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น - เอกสารทางวชิ าการทม่ี คี า ประโยคและขอ้ ความทต่ี อ้ งใชบ้ รบิ ทช่วยพจิ ารณาความหมาย 3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตคี วาม 2) ทกั ษะการแปลความ 3) ทกั ษะการใหค้ าจากดั ความ 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน 148 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ 6 กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรยี นความรคู้ วามเข้าใจ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.4 เอกสารทางวิชาการต่างจากเอกสารทวั่ ไป อยา่ งไร 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (เอกสารทางวชิ าการใหค้ วามรเู้ ฉพาะในวชิ าแตล่ ะ 2. นักเรยี นอา่ นเอกสารทต่ี อ้ งแปลความหมายของคายากจาก แขนง สว่ นเอกสารทวั่ ไปใหค้ วามรไู้ มเ่ ฉพาะเจาะจง บางชนดิ อาจใหค้ วามเพลดิ เพลนิ อกี ดว้ ย) ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง การอ่านตีความเอกสารทางวิชาการ และใหน้ ักเรยี นตงั้ ขอ้ สงั เกต วเิ คราะหข์ อ้ มลู รวบรวมคายาก ทาความเขา้ ใจในคาทต่ี อ้ งแปลความหมาย และกาหนด จุดประสงคเ์ พ่อื แสวงหาคาตอบต่อไป ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.4 คายากในเอกสารวิชาการมีลกั ษณะอยา่ งไร (เป็นลกั ษณะของศพั ทเ์ ฉพาะวชิ า เขา้ ใจยาก) 1. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นท่ี 1) จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นาคายากจากใบงานท่ี 2.4 ทต่ี อ้ งแปล ความหมายมาช่วยกนั วางแผน คน้ หาคาตอบ กาหนด แนวทางคน้ หาคาตอบ 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : นักเรียนคิดว่า คาศพั ทท์ ี่นักเรยี นรวบรวมมา มคี วามหมายตรงตามความหมายเดิมหรอื ไม่ 1. พจนานุกรม อย่างไร 2. ใบงานท่ี 2.4 (บางคาความหมายตรง บางคาความหมาย ไม่ตรง) 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาความหมายเดมิ ของคายาก จากพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 149 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั คาถามกระต้นุ ความคิด เร่ืองที่ 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ บริบทของคา หมายความวา่ อย่างไร ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ (คาอนื่ ทแี่ วดลอ้ มคาศพั ทน์ นั้ ๆ) ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.4 1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 2. นักเรยี นนาความหมายของคายากทร่ี วบรวมมารว่ มกนั อภปิ รายความหมายของคายากโดยเชอ่ื มโยงกบั ความหมาย ของคาในบรบิ ท 3. นักเรยี นบนั ทกึ คาตอบลงในใบงานท่ี 2.4 เร่ือง การอ่าน ตีความเอกสารทางวิชาการ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ ขนั้ ท่ี 5 สรปุ ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : – 1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มใหค้ าจากดั ความของคาทต่ี คี วาม เพอ่ื สรุป เป็นสาระสาคญั ทค่ี วรรู้ และบนั ทกึ ในสมุด 2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ หลกั การอ่านตคี วาม เพอ่ื ให้ นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจเพมิ่ มากขน้ึ 7 การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์ วิธีการ ใบงานท่ี 2.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 2.4 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542 2) ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง การอา่ นตคี วามเอกสารทางวชิ าการ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ — 150 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เร่ืองที่ 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ ใบงานที่ 2.4 การอ่านตีความเอกสารทางวิชาการ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทความทางวชิ าการแลว้ คน้ หาความหมายของคาศพั ทย์ าก โดยใชพ้ จนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542 ค่านยิ มเกย่ี วกบั ผทู้ บ่ี วชเรยี นมสี งู มาก สงั คมถอื วา่ ผบู้ วชเรยี นแลว้ เป็นบณั ฑติ ออกเสยี งวา่ บนั ดดิ หรอื เป็นคน สกุ แลว้ พอ่ แม่ส่วนมากจะไม่ยอมยกบตุ รสาวใหแ้ ตง่ งานกบั คนทย่ี งั ไมผ่ า่ นการเป็นบณั ฑติ หรอื เป็นคนสกุ เป็นอนั ขาด ต่อมาคาวา่ บณั หายไปเหลอื แตฑ่ ติ ตอ่ มากเ็ ขยี นเป็นทดิ แทน จนบดั น้ใี ครทไ่ี ม่รคู้ วามเป็นมากย็ ากจะโยงไดว้ ่า บณั ฑติ กบั ฑดิ -ทดิ เป็นคาเดยี วกนั การเขา้ พรรษาเป็นพธิ กี รรมสาหรบั พระภกิ ษุเทา่ นนั้ สามเณรมสี ่วนบา้ งเฉพาะวนั เขา้ พรรษา แตไ่ ม่มวี นั ออก พรรษา คฤหสั ถอ์ ย่างเราไม่น่าเกย่ี วขอ้ งดว้ ย ทจ่ี รงิ จะว่าเกย่ี วกเ็ กย่ี ว ไมเ่ กย่ี วกไ็ ม่เกย่ี ว ขน้ึ อย่กู บั คาวา่ เกย่ี วนนั้ หมายเอาเกย่ี วในระดบั ใด ถา้ เป็นการเลอื ก ทม่ี งุ ทบ่ี งั อนั มดิ ชดิ ปลอดภยั ถงึ วนั เขา้ พรรษาแลว้ ตงั้ สจั อธษิ ฐานว่า “เราจะอยจู่ าพรรษา ณ อาวาสแหง่ นต้ี ลอดสามเดอื นใน ฤดฝู นแลว้ กอ็ ยู่ ณ ทน่ี นั้ โดยไม่ไปคา้ งคนื ทไ่ี หนตลอดสามเดอื น นอกจากมกี จิ ธุระจาเป็นตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นพระวนิ ัย ถา้ อยา่ งน้คี ฤหสั ถ์ไมเ่ กย่ี วเป็นพธิ กี รรมสาหรบั พระภกิ ษุเทา่ นนั้ แตถ่ า้ คดิ ว่าชาวบา้ นทงั้ ชายและหญงิ เป็นพทุ ธศาสนิกชนมหี น้าทอ่ี ปุ ถมั ภบ์ ารงุ พระสงฆ์ วดั วาอาราม และ พระพุทธศาสนาโดยรวม ชาวบา้ นอย่างเรากย็ ่อมเกย่ี วขอ้ งดว้ ยอยา่ งเลย่ี งไมไ่ ด้ คอื ชาวบา้ นไดม้ โี อกาสถวายจตุปัจจยั ไทยทาน ทาบุญตกั บาตร ถวายผา้ อาบน้าฝน เขา้ วดั ฟังธรรมในช่วงเขา้ พรรษานับวา่ ไดท้ าประโยชน์ทงั้ แก่ตนเองและแก่ พระพุทธศาสนา ท่ีมา มาเขา้ พรรษากนั เถอะ ของ เสฐยี รพงษ์ วรรณปก จากหนังสอื พมิ พม์ ตชิ น ฉบบั วนั อาทติ ยท์ ่ี 17 กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช 2554 คาศพั ท์ ความหมาย 151 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวัน เรื่องท่ี 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ ใบงานท่ี 2.4 การอ่านตีความเอกสารทางวิชาการ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านบทความทางวชิ าการแลว้ คน้ หาความหมายของคาศพั ท์ยาก โดยใชพ้ จนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542 คา่ นยิ มเกย่ี วกบั ผทู้ บ่ี วชเรยี นมสี งู มาก สงั คมถอื ว่าผบู้ วชเรยี นแลว้ เป็นบณั ฑติ ออกเสยี งวา่ บนั ดดิ หรอื เป็นคน สุกแลว้ พ่อแม่ส่วนมากจะไมย่ อมยกบตุ รสาวใหแ้ ต่งงานกบั คนทย่ี งั ไมผ่ า่ นการเป็นบณั ฑติ หรอื เป็นคนสกุ เป็นอนั ขาด ต่อมาคาวา่ บณั หายไปเหลอื แตฑ่ ติ ตอ่ มากเ็ ขยี นเป็นทดิ แทน จนบดั น้ใี ครทไ่ี มร่ คู้ วามเป็นมากย็ ากจะโยงไดว้ ่า บณั ฑติ กบั ฑดิ -ทดิ เป็นคาเดยี วกนั การเขา้ พรรษาเป็นพธิ กี รรมสาหรบั พระภกิ ษุเทา่ นนั้ สามเณรมสี ่วนบา้ งเฉพาะวนั เขา้ พรรษา แตไ่ ม่มวี นั ออก พรรษา คฤหสั ถอ์ ยา่ งเราไมน่ ่าเกย่ี วขอ้ งดว้ ย ทจ่ี รงิ จะว่าเกย่ี วกเ็ กย่ี ว ไมเ่ กย่ี วกไ็ มเ่ กย่ี ว ขน้ึ อยกู่ บั คาวา่ เกย่ี วนนั้ หมายเอาเกย่ี วในระดบั ใด ถา้ เป็นการเลอื ก ทม่ี งุ ทบ่ี งั อนั มดิ ชดิ ปลอดภยั ถงึ วนั เขา้ พรรษาแลว้ ตงั้ สจั อธษิ ฐานว่า “เราจะอย่จู าพรรษา ณ อาวาสแห่งน้ตี ลอดสามเดอื นใน ฤดฝู นแลว้ กอ็ ยู่ ณ ทน่ี นั้ โดยไมไ่ ปคา้ งคนื ทไ่ี หนตลอดสามเดอื น นอกจากมกี จิ ธรุ ะจาเป็นตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นพระวนิ ยั ถา้ อย่างน้คี ฤหสั ถไ์ ม่เกย่ี วเป็นพธิ กี รรมสาหรบั พระภกิ ษุเทา่ นนั้ แตถ่ า้ คดิ วา่ ชาวบา้ นทงั้ ชายและหญงิ เป็นพทุ ธศาสนิกชนมหี น้าทอ่ี ปุ ถมั ภบ์ ารุงพระสงฆ์ วดั วาอาราม และ พระพุทธศาสนาโดยรวม ชาวบา้ นอยา่ งเรากย็ อ่ มเกย่ี วขอ้ งดว้ ยอย่างเลย่ี งไม่ได้ คอื ชาวบา้ นไดม้ โี อกาสถวายจตปุ ัจจยั ไทยทาน ทาบุญตกั บาตร ถวายผา้ อาบน้าฝน เขา้ วดั ฟังธรรมในชว่ งเขา้ พรรษานบั วา่ ไดท้ าประโยชน์ทงั้ แก่ตนเองและแก่ พระพทุ ธศาสนา ที่มา มาเขา้ พรรษากนั เถอะ ของ เสฐยี รพงษ์ วรรณปก จากหนงั สอื พมิ พม์ ตชิ น ฉบบั วนั อาทติ ยท์ ่ี 17 กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช 2554 คาศพั ท์ (ตวั อย่าง) 1. บณั ฑติ ความหมาย 2. อธษิ ฐาน 3. อปุ ถมั ภ์ ผทู้ รงความร,ู้ ผมู้ ปี ัญญา, ผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาขนั้ ปรญิ ญา 4. คฤหสั ถ์ ตงั้ ใจม่งุ ผลอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ , ตงั้ จติ อธษิ ฐาน 5. จตปุ ัจจยั การค้าจุน, การสนับสนุน, การเล้ยี งดู 6. อาวาส ผคู้ รองเรอื น, ผไู้ ม่ใช่นกั บวช เครอื่ งอาศยั เลย้ี งชวี ติ ของบรรพชติ ในพระพทุ ธศาสนา วดั (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) 152 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การอ่านในชีวิตประจาวนั เรื่องท่ี 5 การอ่านตีความเอกสารทางวชิ าการ แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชอ่ื กลมุ่ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 153 หลกั ภาษาฯ ม.1
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 581
Pages: