เรือ่ งที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 1 ชวั่ โมง แบบพรรณนา วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้ 1. ครอู ่านออกเสยี งตวั อยา่ งขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนือทุ่งกวา้ ง ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 ย่อหน้า จากนนั้ ให้ นกั เรยี นบอกเลา่ ถงึ ภาพต่างๆ ทน่ี กั เรยี นเกดิ จนิ ตภาพเม่อื ไดย้ นิ เรอ่ื งราวทค่ี รอู ่านใหฟ้ ัง 2. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ การอ่านแบบพรรณนามคี วามแตกต่างจากการอา่ นแบบบรรยาย อย่างไร จากนนั้ ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจความแตกตา่ งของการอ่านแบบบรรยายและแบบพรรณนา ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ 1. ครอู ่านออกเสยี งตวั อย่างขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรุง้ เหนอื ทุง่ กวา้ ง ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 ย่อหน้าอกี ครงั้ เพอ่ื ให้ นกั เรยี นสงั เกตการแบ่งวรรคตอนในการอา่ น การเวน้ จงั หวะในการอ่านทเ่ี หมาะสม 2. นกั เรยี นจบั ค่เู ดมิ เพอ่ื รว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งตวั อยา่ งขอ้ ความจากเร่อื ง เรยี วรงุ้ เหนือทงุ่ กวา้ ง 1 ยอ่ หน้า ตามแบบทค่ี รอู ่าน 3. ครสู งั เกตการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ เสนอแนะในสว่ นทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นนาไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขการอ่านใหถ้ กู ตอ้ ง ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ นกั เรยี นแต่ละค่รู ว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งตวั อยา่ งขอ้ ความจากเร่อื ง เรยี วรงุ้ เหนือทุง่ กวา้ ง ตอ่ เน่อื งไปจนจบ ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคเู่ ลอื กขอ้ ความทเ่ี ป็นบทรอ้ ยแกว้ ตามทน่ี กั เรยี นสนใจ 1 หน้า มาอา่ นเพอ่ื ทดสอบ การอา่ นแบบพรรณนา นอกเวลาเรยี น 4 หลกั ภาษาฯ ม.1
เร่อื งที่ 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง 2 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) นกั เรยี นฟังเสยี งการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทต่างๆ จากซดี ที ค่ี รเู ปิด แลว้ รว่ มกนั แสดงความ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั ลกั ษณะของการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองแตล่ ะประเภท ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore) 1. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ 6 คน คละกนั ตามความสามารถ โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคนเลอื กหมายเลข ประจาตวั ตงั้ แต่หมายเลข 1-6 เรยี กว่า กลุ่มบา้ น 2. นกั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มารวมกนั เป็นกลุ่มใหม่ เรยี กว่า กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญ ครใู หส้ มาชกิ ในกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง จากหนงั สอื เรยี น ตามประเดน็ ความรู้ ทก่ี าหนด ดงั น้ี - กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 1-2 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ กี ารอา่ นกลอนสุภาพ - กล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 3-4 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ กี ารอ่านกาพยย์ านี 11 - กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 5-6 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ กี ารอ่านโคลงสส่ี ุภาพ 3. นกั เรยี นกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญศกึ ษาความรใู้ นประเดน็ ทต่ี นรบั ผดิ ชอบ จากหนงั สอื เรยี น และฝึกอา่ นออกเสยี ง บทรอ้ ยกรอง จากซดี ที ค่ี รแู จก ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 1. สมาชกิ ในกล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญร่วมกนั อภปิ รายและฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองจนทุกคนมคี วามเขา้ ใจ กระจ่างชดั ในประเดน็ ทศ่ี กึ ษาและอ่านไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลมุ่ เดมิ ของตนทเ่ี รยี กว่า กลุ่มบา้ น แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุ่มบา้ น ผลดั กนั อธบิ ายเพอ่ื ถา่ ยทอดความรทู้ ต่ี นได้ไปศกึ ษามา ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) 1. นกั เรยี นรว่ มกนั ทบทวนวธิ กี ารอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองแต่ละประเภท 2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทต่างๆ ตามคาแนะนาของผเู้ ชย่ี วชาญในแต่ละเร่อื ง จนสามารถอ่านไดถ้ กู ตอ้ ง ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทต่างๆ 5 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรื่องท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ 1. ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ใหน้ กั เรยี นฟัง จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า การอา่ นกลอนสุภาพ กลอนสกั วา และกลอนหก มกี ารแบ่งวรรคตอนในการอา่ นแตกต่างกนั อย่างไร 2. ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั หลกั การแบ่งวรรคตอนในการอา่ นของกลอนสุภาพ กลอนสกั วา และกลอนหก ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ 1. ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ใหน้ กั เรยี นฟังอกี ครงั้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการแบ่ง วรรคตอน การเวน้ จงั หวะในการอ่าน 2. นกั เรยี นรวมกลุม่ เดมิ เพอ่ื รว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ กลอนสกั วา และกลอน หก ตามแบบจากซดี ี โดยครูแจกแบบฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน เพอ่ื อ่านประกอบซดี ี 3. ครสู งั เกตการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเป็นรายกลมุ่ แลว้ เสนอแนะในสว่ นทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นนาไป ปรบั ปรุงแกไ้ ขการอา่ นใหถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี ง จากแบบฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสุภาพ กลอนสกั วา และกลอนหก โดยไมเ่ ปิดซดี ี พรอ้ มนาขอ้ เสนอแนะจากครมู าปรบั ปรุงแกไ้ ขการอ่านใหถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนทก่ี ลุ่มสนใจ ความยาว 2-3 บท มาอา่ นเพอ่ื ทดสอบการอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน นอกเวลาเรยี น 6 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรื่องท่ี 5 การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง : 1 ชวั่ โมง กาพยย์ านี 11 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 ใหน้ กั เรยี นฟัง จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั บอก หลกั การแบ่งวรรคตอนในการอา่ นทถ่ี ูกตอ้ ง ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ 1. ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 ใหน้ กั เรยี นฟังอกี ครงั้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการแบ่ง วรรคตอนในการอา่ น การเวน้ จงั หวะ การใชเ้ สยี งต่าและเสยี งสงู ในการอา่ น 2. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ เพอ่ื ร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 ตามแบบจากซดี ี โดยครแู จกแบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 เพอ่ื อา่ นประกอบซดี ี 3. ครสู งั เกตการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเป็นรายกลุ่ม แลว้ เสนอแนะในสว่ นทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นนาไป ปรบั ปรุงแกไ้ ขการอา่ นใหถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ 1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี ง จากแบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 โดยไมเ่ ปิดซดี ี 2. สมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ สงั เกตและตรวจสอบการแบง่ วรรคตอนในการอ่าน การเวน้ จงั หวะ การใชเ้ สยี งต่า และเสยี งสงู ในการอา่ น พรอ้ มนาขอ้ เสนอแนะจากครมู าปรบั ปรงุ แกไ้ ขการอ่านใหถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมารบั แบบทดสอบการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 เพอ่ื มาทดสอบการอ่านกบั ครูเป็นรายกลมุ่ นอกเวลาเรยี น 7 หลกั ภาษาฯ ม.1
เร่อื งที่ 6 การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง : โคลง 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ 1. ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทโคลง ใหน้ กั เรยี นฟัง จากนนั้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า การอา่ น โคลงสส่ี ภุ าพกบั โคลงกระทู้ มกี ารแบง่ วรรคตอนในการอ่านแตกต่างกนั อย่างไร 2. ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั หลกั การแบง่ วรรคตอนในการอ่านโคลงสส่ี ภุ าพและโคลงกระทู้ ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ 1. ครเู ปิดซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทโคลง ใหน้ กั เรยี นฟังอกี ครงั้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการแบ่งวรรค ตอน การเวน้ จงั หวะในการอ่าน 2. นกั เรยี นรวมกลุม่ เดมิ เพอ่ื ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทโคลง ตามแบบจากซดี ี โดยครแู จก แบบฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทโคลง เพอ่ื อา่ นประกอบซดี ี 3. สมาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั ตรวจสอบความบกพร่องในการอ่านของสมาชกิ กลุ่ม แลว้ เสนอแนวทางในการ แกไ้ ข และฝึกอา่ นตามแบบอกี ครงั้ โดยนาขอ้ บกพร่องของกลุ่มมาแกไ้ ข 4. ครสู งั เกตการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเป็นรายกลุ่ม แลว้ เสนอแนะในสว่ นทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ กั เรยี น นาไปปรบั ปรุงแกไ้ ข ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี ง จากแบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทโคลง โดยไม่ เปิดซดี ี พรอ้ มนาขอ้ เสนอแนะจากครมู าปรบั ปรุงแกไ้ ขการอ่านใหถ้ ูกตอ้ งและมคี วามไพเราะ ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมารบั แบบทดสอบการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทโคลงสส่ี ภุ าพ และโคลงกระทู้ เพอ่ื มาทดสอบการอ่านออกเสยี งกบั ครเู ป็นรายกลุ่ม นอกเวลาเรยี น ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนจดั ทาบทอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรอง เพื่อนาเสนอการอ่านกบั ครู โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 8 หลกั ภาษาฯ ม.1
9 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 9.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.1 2) วดี ทิ ศั น์งานพระราชพธิ ตี ่างๆ 3) ซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทต่างๆ 4) บทบรรยายตานานดอกกหุ ลาบ 5) ตวั อยา่ งขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนือทงุ่ กวา้ ง 6) แบบฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทตา่ งๆ 7) แบบทดสอบการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทต่างๆ 9.2 แหลง่ การเรียนรู้ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ - http://werapon222.tripod.com/thai1.htm H - http://www.kr.ac.th/wai/show.php?id=127 H - http://school.obec.go.th/niboog/thai33101_1.html H 9 หลกั ภาษาฯ ม.1
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการนาเสนอบทอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง รายการประเมิน ดมี าก (4) คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรุง (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. ความถกู ต้องตาม ออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ ง ออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ ง ออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ ง ออกเสยี งไดถ้ ูกตอ้ ง อกั ขรวิธี ตามอกั ขรวธิ ี ตามอกั ขรวธิ ี แตม่ ี ตามอกั ขรวธิ ี แตม่ ี ตามอกั ขรวธิ ี แตม่ ี ไม่มจี ุดผดิ พลาด จุดผดิ พลาด 1-2 จดุ จดุ ผดิ พลาด 3-4 จดุ จดุ ผดิ พลาด 5 จดุ ขน้ึ ไป 2. ความถกู ต้องตาม แบ่งวรรคตอนการอา่ น แบ่งวรรคตอนการอ่าน แบง่ วรรคตอนการอ่าน แบง่ วรรคตอนการอา่ น หลกั การอ่าน ไดถ้ กู ตอ้ ง ใชน้ ้าเสยี ง ผดิ 1 จุด แตใ่ ชน้ ้าเสยี ง ผดิ 2 จุด แตใ่ ชน้ ้าเสยี ง ผดิ มากกว่า 3 จดุ แตใ่ ช้ สอดคลอ้ งและเหมาะสม สอดคลอ้ งและเหมาะสม สอดคลอ้ งและเหมาะสม น้าเสยี งสอดคลอ้ งและ กบั เร่อื งทอ่ี า่ น กบั เร่อื งทอ่ี ่าน กบั เรอ่ื งทอ่ี ่าน เหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี า่ น เป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางสว่ น 3. ความไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ ในการอ่าน เหมาะสมกบั ลกั ษณะ เหมาะสมกบั ลกั ษณะ เหมาะสมกบั ลกั ษณะ เพยี งเลก็ น้อย บทร้อยกรอง คาประพนั ธ์ คาประพนั ธเ์ ป็น คาประพนั ธเ์ ป็น แต่ไม่คอ่ ยเหมาะสม สว่ นใหญ่ บางส่วน กบั ลกั ษณะคาประพนั ธ์ 4. ความไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ มคี วามไพเราะ ในการอ่าน เหมาะสมกบั เน้อื เร่อื ง เหมาะสมกบั เน้อื เรอ่ื ง เหมาะสมกบั เน้อื เรอ่ื ง เพยี งเลก็ น้อย บทร้อยแกว้ ทอ่ี า่ น ทอ่ี ่านเป็นส่วนใหญ่ ทอ่ี ่านเป็นบางสว่ น แต่ไม่ค่อยเหมาะสม กบั เน้อื เรอ่ื งทอ่ี ่าน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน 14 - 16 11 - 13 8 - 10 ต่ากว่า 8 ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ 10 หลกั ภาษาฯ ม.1
แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดียว 1. การใชเ้ สยี งในการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ขอ้ ใด 6. การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองมจี ุดมุง่ หมายในการอ่าน ไม่ถกู ตอ้ ง อยา่ งไร ก. ออกเสยี งดงั เพอ่ื เรยี กรอ้ งความสนใจ ก. มงุ่ ใหเ้ กดิ จนิ ตภาพ ข. ออกเสยี งใหเ้ ป็นเสยี งพดู อยา่ งเป็นธรรมชาติ ข. มุ่งใหเ้ กดิ อรรถรสในการอ่าน ค. เน้นเสยี งตามน้าหนักความสาคญั ของใจความ ค. มุ่งใหเ้ กดิ ความงามทางภาษา ง. ออกเสยี งใหเ้ หมาะสมกบั ประเภทของเร่อื งทอ่ี า่ น ง. ม่งุ ใหเ้ กดิ ความซาบซง้ึ ในรสของบทประพนั ธ์ 2. การอา่ นทต่ี อ้ งการเน้นหรอื เพมิ่ น้าหนกั ของเสยี งควรใช้ 7. การอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทใดทม่ี กี ารแบง่ วรรคตอน เครอ่ื งหมายใดกากบั แตกต่างจากขอ้ อน่ื ก. เครอ่ื งหมาย / ข. เคร่อื งหมาย // ก. กลอนหก ข. กลอนสกั วา ค. เคร่อื งหมาย _ ง. เครอ่ื งหมาย /_ ค. โคลงกระทู้ ง. กลอนสุภาพ 3. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะเด่นของการอา่ นแบบบรรยาย 8. การอา่ นดว้ ยน้าเสยี งหนกั แน่น สนั้ กระชบั เหมาะกบั ก. การอา่ นทเ่ี น้นน้าหนกั ของเสยี ง การอ่านเน้อื ความในลกั ษณะใด ข. การอ่านทล่ี ากเสยี งชา้ ๆ และไวห้ างเสยี ง ก. เน้อื ความประเภทสงั ่ สอน ค. การอา่ นทท่ี าใหผ้ ฟู้ ังเกดิ อารมณ์คลอ้ ยตาม ข. เน้อื ความประเภทตดั พอ้ ต่อว่า ง. การอ่านทท่ี าใหเ้ กดิ เสยี งโศกเศรา้ แลว้ กลบั เป็น ค. เน้อื ความประเภทแสดงอารมณ์กลวั เสยี งปกติ ง. เน้อื ความประเภทแสดงอารมณ์โกรธ 4. การอา่ นใหเ้ กดิ จนิ ตภาพควรปฏบิ ตั อิ ย่างไร 9. การอ่านคาประพนั ธป์ ระเภทใด ฝึกอา่ นไดง้ า่ ยทส่ี ุด ก. อา่ นใหถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ใี นภาษาไทย ก. อา่ นบทเจรจา ข. อา่ นบทรอ้ ยแกว้ ข. อ่านจากพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน ค. อา่ นบทกลอนสวด ง. อ่านแบบทานองเสนาะ ค. อ่านออกเสยี งใหด้ งั กงั วานจนผฟู้ ังเกดิ จนิ ตภาพ 10. การอา่ นโคลงกระทมู้ หี ลกั ในการอา่ นอย่างไร ง. อ่านเน้นคาสาคญั และคาทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ จนิ ตภาพ ก. อ่านเหมอื นโคลงสส่ี ุภาพ คอื อา่ นตามแนวนอน 5. การอา่ นคาใหเ้ ออ้ื สมั ผสั ในเพอ่ื เพม่ิ ความไพเราะ เป็นการ ข. ไมม่ กี ฎเกณฑต์ ายตวั แลว้ แต่ผอู้ ่านจะพจิ ารณา อ่านในขอ้ ใด ค. อ่านตามแนวนอนกอ่ นแลว้ ยอ้ นไปอ่านกระทเู้ รยี ง ก. ไมม่ กี ษตั รยิ ค์ รองปฐพี อา่ นว่า ปะ-ถะ-พี ตามแนวตงั้ ข. ขา้ อตุ สา่ หม์ าเคารพอภิวนั ท์ อา่ นว่า อะ-พ-ิ วนั ง. อา่ นกระทเู้ รยี งตามแนวตงั้ กอ่ น แลว้ ยอ้ นไปอ่าน ค. บญุ บนั ดาลดลจติ พระธิดา อ่านว่า พระ-ท-ิ ดา ตามแนวนอน ง. คดิ ถงึ บาทบพติ รอดิศร อา่ นว่า อะ-ดดิ -สอน มฐ. ท 1.1 ม.1/1 ได้คะแนน คะแนนเตม็ 10 เฉลย 1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ง 6. ง 7. ค 8. ง 9. ข 10. ง 11 หลกั ภาษาฯ ม.1
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว 1. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะเดน่ ของการอา่ นแบบบรรยาย 6. การอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทใดทม่ี กี ารแบง่ วรรคตอน ก. การอ่านทท่ี าใหเ้ กดิ เสยี งโศกเศรา้ แลว้ กลบั เป็น แตกต่างจากขอ้ อ่นื เสยี งปกติ ก. กลอนสุภาพ ข. กลอนสกั วา ข. การอา่ นทท่ี าใหผ้ ฟู้ ังเกดิ อารมณ์คลอ้ ยตาม ค. โคลงกระทู้ ง. กลอนหก ค. การอ่านทล่ี ากเสยี งชา้ ๆ และไวห้ างเสยี ง 7. การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองมจี ุดมงุ่ หมายในการอา่ น ง. การอา่ นทเ่ี น้นน้าหนกั ของเสยี ง อย่างไร 2. การอ่านใหเ้ กดิ จนิ ตภาพควรปฏบิ ตั อิ ย่างไร ก. มงุ่ ใหเ้ กดิ ความซาบซ้งึ ในรสของบทประพนั ธ์ ก. อา่ นเน้นคาสาคญั และคาทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ จนิ ตภาพ ข. มุ่งใหเ้ กดิ ความงามทางภาษา ข. อ่านออกเสยี งใหด้ งั กงั วานจนผฟู้ ังเกดิ จนิ ตภาพ ค. มุ่งใหเ้ กดิ อรรถรสในการอ่าน ค. อา่ นจากพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน ง. มุ่งใหเ้ กดิ จนิ ตภาพ ง. อ่านใหถ้ ูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ใี นภาษาไทย 8. การอ่านคาประพนั ธป์ ระเภทใด ฝึกอ่านไดง้ า่ ยทส่ี ุด 3. การใชเ้ สยี งในการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ขอ้ ใด ก. อ่านแบบทานองเสนาะ ข. อ่านบทกลอนสวด ไม่ถกู ตอ้ ง ค. อา่ นบทรอ้ ยแกว้ ง. อ่านบทเจรจา ก. ออกเสยี งใหเ้ หมาะสมกบั ประเภทของเรอ่ื งทอ่ี ่าน 9. การอ่านดว้ ยน้าเสยี งหนักแน่น สนั้ กระชบั เหมาะกบั การ ข. เน้นเสยี งตามน้าหนักความสาคญั ของใจความ อา่ นเน้อื ความในลกั ษณะใด ค. ออกเสยี งใหเ้ ป็นเสยี งพดู อยา่ งเป็นธรรมชาติ ก. เน้อื ความประเภทแสดงอารมณ์โกรธ ง. ออกเสยี งดงั เพ่อื เรยี กรอ้ งความสนใจ ข. เน้อื ความประเภทแสดงอารมณ์กลวั 4. การอ่านทต่ี อ้ งการเน้นหรอื เพมิ่ น้าหนกั ของเสยี งควรใช้ ค. เน้อื ความประเภทตดั พอ้ ต่อว่า เครอ่ื งหมายใดกากบั ง. เน้อื ความประเภทสงั ่ สอน ก. เคร่อื งหมาย _ ข. เครอ่ื งหมาย /_ 10. การอ่านคาใหเ้ ออ้ื สมั ผสั ในเพอ่ื เพมิ่ ความไพเราะ ค. เครอ่ื งหมาย / ง. เครอ่ื งหมาย // เป็นการอา่ นในขอ้ ใด 5. การอา่ นโคลงกระทมู้ หี ลกั ในการอา่ นอย่างไร ก. คดิ ถงึ บาทบพติ รอดิศร อ่านวา่ อะ-ดดิ -สอน ก. อา่ นกระทเู้ รยี งตามแนวตงั้ กอ่ น แลว้ ยอ้ นไปอา่ น ข. บุญบนั ดาลดลจติ พระธิดา อ่านว่า พระ-ท-ิ ดา ตามแนวนอน ค. ไม่มกี ษตั รยิ ค์ รองปฐพี อา่ นว่า ปะ-ถะ-พี ข. อา่ นตามแนวนอนก่อนแลว้ ยอ้ นไปอ่านกระทเู้ รยี ง ง. ขา้ อุตสา่ หม์ าเคารพอภิวนั ท์ อ่านวา่ อะ-พ-ิ วนั ตามแนวตงั้ ค. ไม่มกี ฎเกณฑต์ ายตวั แลว้ แตผ่ อู้ ่านจะพจิ ารณา ง. อ่านเหมอื นโคลงสส่ี ภุ าพ คอื อา่ นตามแนวนอน มฐ. ท 1.1 ม.1/1 ได้คะแนน คะแนนเตม็ 10 เฉลย 1. ข 2. ก 3. ง 4. ก 5. ก 6. ค 7. ก 8. ค 9. ก 10. ก 12 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 1 การอ่านออกเสียง 1 ชวั่ โมง บทร้อยแก้วแบบบรรยาย 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ทเ่ี ป็นบทบรรยาย ตอ้ งฝึกอา่ นใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี า่ น 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบบรรยายไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั เรอ่ื งทอ่ี ่าน 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย - บทรอ้ ยแกว้ ทเ่ี ป็นบทบรรยาย 3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตงั้ เกณฑ์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 13 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ คาถามกระต้นุ ความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : วดี ทิ ศั น์ 1. พิธีกรที่ดาเนินรายการนี้มีจดุ เด่นอย่างไร และใช้ ภาษาถกู ต้องหรอื ไม่ 1. นักเรยี นชมวดี ทิ ศั น์งานพระราชพธิ ตี า่ งๆ แลว้ ครสู นทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั การใชภ้ าษาในการดาเนินรายการของพธิ กี ร (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น รายการ ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 2. นักเรยี นยกตวั อยา่ งพธิ กี รบรรยายรายการตา่ งๆ ทส่ี ามารถ 2. นักเรยี นคิดว่า พิธีกรรายการโทรทศั น์ท่ีดาเนิน เป็นแบบอย่างการอ่านทด่ี แี ละบอกเหตผุ ล รายการได้ดีที่สุดคอื ใคร เพราะเหตใุ ด (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น 3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา คาถามกระต้นุ ความคิด สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : การทาเครอ่ื งหมายแบง่ วรรคตอนช่วยในการ อ่านของนักเรยี นไดอ้ ย่างไร 1. หนงั สอื เรยี น หลกั ภาษาฯ ม.1 (ชว่ ยใหอ้ า่ นไดง้ า่ ยขน้ึ และอา่ นไดถ้ กู ตอ้ ง) 2. บทบรรยายตานานดอกกุหลาบ 3. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ 1. นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ : วธิ กี ารอา่ นแบบบรรยาย จากหนังสอื เรยี น และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ แลว้ บนั ทกึ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบ บนั ทกึ การอ่าน 2. นักเรยี นอ่านบทบรรยายตานานดอกกหุ ลาบ และทา เคร่อื งหมายแบง่ วรรคตอนในการอา่ น เพอ่ื ใหฝ้ ึกอา่ นได้ ถกู ตอ้ ง 3. นักเรยี นฝึกอ่านบทบรรยายทท่ี าเคร่อื งหมายไว้ โดยใหจ้ บั คู่ กบั เพ่อื นเพอ่ื ฝึกอ่านตามหลกั เกณฑ์ 14 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย 4. ครสู งั เกตการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ เสนอแนะ ในสว่ นทบ่ี กพรอ่ งเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นนาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขการอา่ น ใหถ้ กู ตอ้ ง 5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น หลกั ภาษาฯ ม.1 1. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั วธิ กี ารอา่ นแบบบรรยาย ไม่เน้นการแสดงอารมณ์ และวธิ กี ารอ่านแบบบรรยายเน้น การแสดงอารมณ์ 2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปเกย่ี วกบั วธิ กี ารอ่านแบบบรรยาย ไม่เน้นการแสดงอารมณ์ และวธิ กี ารอา่ นแบบบรรยายเน้น การแสดงอารมณ์ 3. ครอู า่ นเป็นตวั อย่างใหน้ ักเรยี นเหน็ ความแตกตา่ งของวธิ กี าร อ่านทงั้ 2 แบบ ตามตวั อยา่ งจากหนงั สอื เรยี น ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น หลกั ภาษาฯ ม.1 ผ้อู ่านควรทาความเขา้ ใจในเร่ืองใดก่อน การอ่านแบบฝึ กการอ่านทงั้ สองแบบ 1. นกั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นคนเดมิ เพอ่ื ฝึกอา่ นตามตวั อยา่ ง (ทาความเขา้ ใจในเน้อื หาและเจตนาของผสู้ ่งสาร) จากหนังสอื เรยี น ดงั น้ี 1) การฝึกอ่านออกเสยี งแบบบรรยายไม่เน้นการแสดงอารมณ์ 2) การฝึกอ่านออกเสยี งแบบบรรยายเน้นการแสดงอารมณ์ โดยใหเ้ พอ่ื นประเมนิ การอ่านออกเสยี งของค่ตู นเอง 2. ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น 3 คน ออกมาอ่านออกเสยี งหน้าชนั้ เรยี น แลว้ ครเู สนอแนะในสว่ นทค่ี วรปรบั ปรุงเพ่อื เป็นประโยชน์ ในการนาไปปรบั แกไ้ ข 3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – เพราะเหตุใด นักเรียนจงึ เลือกข้อความตอนนัน้ มาอ่าน 1. นกั เรยี นเลอื กขอ้ ความทเ่ี ป็นบทรอ้ ยแกว้ แบบบรรยายตาม (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น ทน่ี กั เรยี นสนใจ คนละ 1 ตอน มาทดสอบการอ่านกบั ครู ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) นอกเวลาเรยี น 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 15 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย 7 การวดั และประเมินผล วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และม่งุ มนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.1 2) วดี ทิ ศั น์งานพระราชพธิ ตี า่ งๆ 3) บทบรรยายตานานดอกกุหลาบ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ - http://werapon222.tripod.com/thai1.htm - http://www.kr.ac.th/wai/show.php?id=127 - http://school.obec.go.th/niboog/thai33101_1.html 16 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย เอกสารประกอบการสอน บทบรรยายตานานดอกกหุ ลาบ เคยไดย้ นิ คาเปรยี บเปรยไหมทว่ี า่ ผหู้ ญงิ สวยแตเ่ ตม็ ไปดว้ ยเลห่ เ์ หลย่ี มกเ็ ปรยี บไดด้ งั “ดอกกุหลาบ” เพราะดอก กหุ ลาบนนั้ แมจ้ ะมรี ปู รา่ งภายนอกทส่ี วยงามรวมถงึ กลนิ่ ทห่ี อมชวนดม แตม่ นั กม็ หี นามแหลม หากไม่ระวงั อาจโดนบาด ไดง้ า่ ยๆ กุหลาบนนั้ มชี อ่ื สามญั วา่ “Rose” ช่อื ทางพฤกษาศาสตรว์ า่ “Rosa hybrids” และมชี ่อื วงศว์ า่ “Rosaceae” ขยายพนั ธโุ์ ดยการตอนกง่ิ ลกั ษณะของกุหลาบนนั้ มที งั้ ไมพ้ มุ่ และไมเ้ ลอ้ื ย ลาตน้ และกง่ิ จะมหี นาม ส่วนดอกของกหุ ลาบ จะมที งั้ ดอกเดย่ี วและเป็นช่อ กลบี ดอกมลี กั ษณะใหญ่ มไี มต่ ่ากวา่ 5 กลบี กหุ ลาบนนั้ มกี ลน่ิ หอมชวนดม และมหี ลายสี เช่น แดง ขาว เหลอื ง ชมพู ฯลฯ อกี ทงั้ ยงั มหี ลายชนดิ ดว้ ย ซง่ึ คาว่ากุหลาบนนั้ มาจากคาวา่ “คลุ ” ทใ่ี นภาษาเปอรเ์ ซยี แปลว่า “สแี ดง ดอกไม้ หรอื ดอกกหุ ลาบ” โดยในภาษา ฮนิ ดกี ม็ คี าว่า “คลุ ” แปลวา่ “ดอกไม”้ และคาวา่ “คุลาพ” กห็ มายถงึ กุหลาบอยา่ งทไ่ี ทยเราเรยี กกนั แต่ออกเสยี งเป็น “กุหลาบ” ส่วนคาว่า “Rose” ในภาษาองั กฤษนัน้ มาจากคาว่า “Rhodon” ทแ่ี ปลว่ากุหลาบในภาษากรกี กุหลาบเป็นดอกไมท้ น่ี ยิ มปลกู มาแตโ่ บราณวา่ กนั วา่ กหุ ลาบเกดิ ขน้ึ เมอ่ื 70 ลา้ นปีมาแลว้ และเคยมกี ารคน้ พบ ฟอสซลิ ของกหุ ลาบทป่ี ระเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยแตก่ ่อนกหุ ลาบนนั้ เป็นกุหลาบป่าและมรี ปู รา่ งไมเ่ หมอื นในทกุ วนั น้ี แต่ เน่อื งจากมนุษยไ์ ดน้ าเอากหุ ลาบป่ามาปลูกและผสมพนั ธจุ์ นขยายเป็นพนั ธตุ์ า่ งๆ มากมาย ตามประวตั ศิ าสตรเ์ ลา่ วา่ กหุ ลาบป่าถูกนามาปลูกไวใ้ นพระราชวงั ของจกั รพรรดใิ นสมยั ราชวงศฮ์ นั่ ราว 5,000 ปี มาแลว้ ขณะทอ่ี ยี ปิ ตเ์ องกป็ ลูกกหุ ลาบเป็นไมด้ อกส่งไปขายใหแ้ ก่ชาวโรมนั เพราะชาวโรมนั เป็นชาตทิ ร่ี กั ดอกกหุ ลาบมาก แมว้ า่ จะสงั ่ ซ้อื จากประเทศอยี ปิ ตแ์ ลว้ กต็ าม แต่กย็ งั ลงทุนสรา้ งสถานทข่ี นาดใหญ่สาหรบั ปลูกดอกกุหลาบอกี ดว้ ย เพราะ สาหรบั ชาวโรมนั แลว้ ดอกกุหลาบนนั้ มคี วามสาคญั ตอ่ ชวี ติ ประจาวนั อกี ทงั้ ชาวโรมนั ถอื วา่ ดอกกุหลาบเป็นสญั ลกั ษณ์ของ ความรกั เป็นทงั้ ของขวญั และเป็นดอกไมส้ าหรบั ทามาลยั ตอ้ นรบั แขก รวมถงึ เป็นดอกไมส้ าหรบั งานฉลองต่างๆ แถมยงั เป็นส่วนประกอบสาหรบั ทาขนม ทาไวน์ และยาไดอ้ กี ดว้ ย เม่อื เอ่ยถงึ ดอกกหุ ลาบแลว้ หลายๆ คนกค็ งจะนึกถงึ เร่อื งความรกั เพราะกหุ ลาบถอื เป็นสญั ลกั ษณ์ของความรกั และความโรแมนตกิ โดยมบี างตานานเลา่ ว่า ดอกกหุ ลาบเป็นเสมอื นเครอ่ื งหมายแทนการกาเนดิ ของ เทพธดิ าวนี ัส ซง่ึ เป็นเทพแหง่ ความงามและความรกั วนี ัสเป็นทร่ี จู้ กั กนั ในช่อื อโฟรไดท์ ในตานานเทพของกรกี ไดก้ ล่าวไวว้ า่ น้าตาของเธอ หยดลงปะปนกบั เลอื ดของ อคอนิส คนรกั ของเธอทถ่ี กู หมปู ่าฆา่ เลอื ดและน้าตาหยดลงส่พู น้ื แลว้ กลายเป็นดอกไมส้ แี ดง เขม้ หรอื ดอกกหุ ลาบนนั่ เอง แตบ่ างตานานกเ็ ลา่ วา่ ดอกกุหลาบเกดิ จากเลอื ดของอโฟรไดทเ์ องทห่ี ยดลงสพู่ น้ื เมอ่ื เธอแทง ตวั เองดว้ ยหนามแหลม แมจ้ ะไมม่ กี ารบนั ทกึ อยา่ งชดั เจนว่าดอกกหุ ลาบนนั้ เขา้ มาเกย่ี วขอ้ งกบั บา้ นเราตอนไหน แต่จากบนั ทกึ ของ ลา ลู แบร์ ราชทตู ฝรงั ่ เศสในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ไดบ้ นั ทกึ ไวว้ ่าเหน็ กหุ ลาบทก่ี รุงศรอี ยธุ ยา และในกาพยห์ ่อโคลง นิราศธารโศกสมยั กรุงศรอี ยุธยา ซง่ึ เป็นพระราชนพิ นธข์ องเจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร กไ็ ดม้ กี ารกลา่ วถงึ กหุ ลาบเอาไว้ และยงั มี ตานานดอกกหุ ลาบของไทยทเ่ี ป็นบทละครพระราชนิพนธข์ องรชั กาลท่ี 6 เร่อื ง มทั นะพาธา ในเรอ่ื งเลา่ ถงึ เทพธดิ าองค์ หน่งึ ชอ่ื “มทั นา” ซง่ึ ไดม้ เี ทพบุตรองคห์ น่งึ ชอ่ื “สุเทษณะ” ซง่ึ พระองคท์ รงหลงรกั เทพธดิ า “มทั นา” มาก แตน่ างไมม่ ใี จรั ตอบ จงึ ถูกสาปใหไ้ ปเกดิ เป็นดอกกุหลาบ จงึ กลายเป็นตานานดอกกุหลาบแตน่ นั้ มา ที่มา http://hilight.kapook.com/view/17583 17 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย ชอ่ื หนังสอื ราคา ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน สานกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์ จานวนหน้า บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. เวลา 1. สาระสาคญั ของเร่อื ง 2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี า่ น 3. สงิ่ ทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงช่อื นกั เรยี น ลงช่อื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงช่อื ครผู สู้ อน () เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 18 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้ รวม ที่ ของผรู้ บั การ อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 16 คะแนน ประเมิน 43214321432 14321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 11 - 13 ดี 19 8 - 10 พอใช้ หลกั ภาษาฯ ม.1 ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความมีวินัย ความมีน้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผ้รู บั การ เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 20 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความร่วมมอื การแสดง การรบั ฟัง การตงั้ ใจ การแก้ไข ที่ ของผรู้ บั การ กนั ทา ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรือ รวม กิจกรรม ปรบั ปรงุ 20 ประเมิน 4321 4321 4321 ผลงานกลุ่ม คะแนน 4321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 21 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น 2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด 22 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. มุง่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง 23 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองที่ 1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบบรรยาย ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 24 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 การอ่านออกเสียง 1 ชวั่ โมง บทร้อยแก้วแบบพรรณนา 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ทเ่ี ป็นบทพรรณนาใหเ้ หน็ ภาพ จะตอ้ งฝึกอ่านใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม เพอ่ื ใหผ้ ฟู้ ัง เกดิ ความคลอ้ ยตามและเหน็ ภาพ 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี ่าน 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบพรรณนาใหเ้ หน็ ภาพไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี ่าน 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง การอา่ นออกเสยี ง ประกอบดว้ ย - บทรอ้ ยแกว้ ทเ่ี ป็นบทบรรยาย 3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตงั้ เกณฑ์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 25 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา 6 กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : ตวั อย่างขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนือทงุ่ กวา้ ง การอ่านออกเสียงประเภทใดที่ทาให้ผ้อู ่านเกิด อารมณ์คลอ้ ยตาม และเกิดจินตภาพตาม 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ เร่ืองราวที่อ่านได้ดี 2. ครอู า่ นออกเสยี งตวั อย่างขอ้ ความจากเร่อื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทงุ่ (การอา่ นออกเสยี งเรอื่ งราวตา่ งๆ ทเี่ ขยี นแบบ พรรณนา) กวา้ ง ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 ยอ่ หน้า จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นบอกเลา่ ถงึ ภาพต่างๆ ทน่ี ักเรยี นเกดิ จนิ ตภาพเม่อื ไดย้ นิ เร่อื งราวท่ี ครอู ่านใหฟ้ ัง 3. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ การอา่ นแบบพรรณนา มคี วามแตกตา่ งจากการอา่ นแบบบรรยายอย่างไร 4. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า วธิ กี ารอ่านแบบบรรยายและ แบบพรรณนามวี ธิ กี ารอ่านทแ่ี ตกตา่ งกนั โดยขน้ึ อย่กู บั จุดมุ่งหมายของผอู้ ่านและการถา่ ยทอดอารมณ์ในการอ่าน ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ ส่อื การเรยี นรู้ : ตวั อย่างขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทงุ่ กวา้ ง 1. ครอู า่ นออกเสยี งตวั อย่างขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทุ่ง กวา้ ง ใหน้ ักเรยี นฟัง 1 ย่อหน้าอกี ครงั้ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นสงั เกต การแบ่งวรรคตอนในการอา่ น การเวน้ จงั หวะในการอา่ นท่ี เหมาะสม 2. นกั เรยี นจบั ค่เู ดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) เพอ่ื ร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสยี งตวั อย่างขอ้ ความจากเร่อื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทุ่งกวา้ ง 1 ยอ่ หน้า ตามแบบทค่ี รอู ่าน 3. ครสู งั เกตการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ เสนอแนะ ในส่วนทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นนาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขการอ่าน ใหถ้ ูกตอ้ ง 26 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง คาถามกระตุ้นความคิด เรื่องท่ี 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา การอ่านบรรยายแบบเน้นการแสดงอารมณ์ ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ แตกต่างจากการอ่านแบบพรรณนาให้เหน็ ภาพ อยา่ งไร ส่อื การเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนือทุง่ กวา้ ง (การอ่านบรรยายเน้นการแสดงอารมณ์ จะให้ ความรสู้ กึ เกยี่ วกบั เรอื่ งราวมากกว่า สว่ นการอ่าน 1. นกั เรยี นแตล่ ะค่รู ว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งตวั อย่างขอ้ ความจาก แบบพรรณนาเน้นใหเ้ หน็ ภาพและเกดิ จนิ ตนาการ) เร่อื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทงุ่ กวา้ ง ต่อเน่อื งไปจนจบ 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละค่เู ลอื กขอ้ ความทเ่ี ป็นบทรอ้ ยแกว้ ตามท่ี นกั เรยี นสนใจ 1 หน้า มาอา่ นเพอ่ื ทดสอบการอ่านแบบพรรณนา นอกเวลาเรยี น 7 การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์ วิธีการ แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ - ตวั อยา่ งขอ้ ความจากเรอ่ื ง เรยี วรงุ้ เหนอื ทุ่งกวา้ ง 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ — 27 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา เอกสารประกอบการสอน ตวั อยา่ งข้อความจากเรอ่ื ง เรยี วร้งุ เหนือท่งุ กวา้ ง ฉนั เป็นสายน้าทไ่ี หลเอ่อื ยๆ อยใู่ นลาคลอง ฉนั ไหลผา่ นบา้ นเรอื น ชุมชนต่างๆ บางครงั้ มผี คู้ นทง้ิ ขยะลงมาใสฉ่ นั ทาใหต้ วั ฉนั มกี ลนิ่ เหมน็ เป็นทร่ี งั เกยี จของคนทวั่ ไป แมแ้ ต่สตั วน์ ้าทอ่ี าศยั อย่รู ว่ มกบั ฉนั อยา่ ง มคี วามสขุ กพ็ ลอยไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นไปดว้ ย บางตวั กป็ ่วยไขห้ ายใจพะงาบๆ เขาพยายามพดู กบั ฉนั วา่ “โอย! น้าจ๋าชว่ ยไหลแรงๆ พาพวกฉนั ใหพ้ น้ ไปจากบรเิ วณน้ที เี ถอะ พวกฉนั อยากไปอยใู่ นทท่ี ม่ี นี ้า สะอาดกว่าน้”ี “เอาเถอะ ฉนั จะพยายามพาพวกเธอไปอาศยั อยทู่ ท่ี ะเลอนั กวา้ งใหญ่ พวกเธอจะไดม้ นี ้าสะอาดๆ อยู่ อดทนหน่อยนะ ฉนั เองกไ็ มอ่ ยากอาศยั อยทู่ น่ี ่เี หมอื นกนั ” ว่าแลว้ ฉนั กไ็ หลลงไปสทู่ ะเลอนั กวา้ งใหญ่ โดยมฝี งู ปลาประคองตวั ลอยตามไป กอ่ นจากกนั ปลาตวั หน่งึ หนั มาพดู กบั ฉนั วา่ “ขอบคุณมากสายน้าผอู้ ารี พวกฉนั จะไม่ลมื พระคุณของท่านเลย” “ไมเ่ ป็นไรหรอก เราตอ้ งพง่ึ พาอาศยั กนั อยแู่ ลว้ ” ฉนั ตอบ แลว้ ฝงู ปลากว็ า่ ยน้าจากไป (เรยี วรงุ้ เหนือทุ่งกวา้ ง : ปัฐพร ตกุ ชแู สง) 28 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้ รวม ที่ ของผรู้ บั การ อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 16 คะแนน ประเมิน 43214321432 14321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 11 - 13 ดี 29 8 - 10 พอใช้ หลกั ภาษาฯ ม.1 ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมวี ินัย ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผรู้ บั การ เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 30 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความร่วมมอื การแสดง การรบั ฟัง การตงั้ ใจ การแก้ไข ที่ ของผรู้ บั การ กนั ทา ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรอื รวม กิจกรรม ปรบั ปรงุ 20 ประเมิน 4321 4321 4321 ผลงานกลุ่ม คะแนน 4321 4321 ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 31 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น 2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรียนรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด 32 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. ม่งุ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง 33 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองที่ 2 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วแบบพรรณนา ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 34 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง 2 ชวั่ โมง เรื่องท่ี 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 หลกั การอ่านออกเสียง บทรอ้ ยกรอง 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองแตล่ ะประเภท จะตอ้ งฝึกอา่ นใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั ประเภทของบทรอ้ ยกรอง ทอ่ี ่าน 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี า่ น 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - บอกหลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองแต่ละประเภทไดถ้ ูกตอ้ ง 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย - บทรอ้ ยกรอง เช่น กลอนสุภาพ กลอนสกั วา กาพยย์ านี 11 กาพยฉ์ บงั 16 กาพยส์ ุรางคนางค์ 28 และโคลงสส่ี ภุ าพ 3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตงั้ เกณฑ์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 35 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง (ชั่วโมงท่ี 1) 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชวั่ โมงท่ี 1 ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ คาถามกระตุ้นความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ซดี กี ารอา่ นบทรอ้ ยกรอง 1. การอ่านบทร้อยกรองมีประโยชน์ต่อนักเรียน หรอื ไม่ อย่างไร 1. นกั เรยี นฟังเสยี งการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภท ตา่ งๆ จากซดี ที ค่ี รเู ปิด แลว้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น เกย่ี วกบั ลกั ษณะของการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) แต่ละประเภท 2. นักเรยี นจะนาความรเู้ รอื่ ง การอ่านออกเสียง 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 บทร้อยกรองไปใช้ในชีวิตประจาวนั อย่างไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. การอ่านบทร้อยแกว้ แตกต่างจากการอ่าน บทร้อยกรองอยา่ งไร 1. หนงั สอื เรยี น หลกั ภาษาฯ ม.1 2. ซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรอง (การอ่านบทรอ้ ยแกว้ มุ่งใหเ้ กดิ ความถูกตอ้ งตาม อกั ขรวธิ ี ชดั ถอ้ ยชดั คา ส่วนการอ่านบทรอ้ ยกรอง 1. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 6 คน คละกนั ตามความ มงุ่ ใหเ้ กดิ ความเพลดิ เพลนิ ) สามารถ คอื เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเกง่ ปานกลางค่อนขา้ ง อ่อน และอ่อน โดยใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนเลอื กหมายเลข 2. การอ่านบทร้อยกรองจะนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ประจาตวั ตามความสมคั รใจ ตงั้ แต่หมายเลข 1-6 เรยี กว่า สงู สุดในการศึกษาเร่อื งใด กลุ่มบา้ น (วรรณคดแี ละวรรณกรรม) 2. นกั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มารวมกนั เป็นกล่มุ ใหม่ เรยี กว่า กล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญ ครใู หส้ มาชกิ ในกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญ 3. ถา้ อ่านบทร้อยกรองไมไ่ ดจ้ ะเป็นผลเสียต่อ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง นักเรียนอย่างไร จากหนงั สอื เรยี น ตามประเดน็ ความรทู้ ก่ี าหนด ดงั น้ี (ทาใหข้ าดความซาบซง้ึ ในรสของภาษา) - กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 1-2 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง วธิ กี าร อ่านกลอนสุภาพ - กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 3-4 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง วธิ กี าร อ่านกาพยย์ านี 11 36 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 3 หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง (ช่ัวโมงที่ 2) - กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญหมายเลข 5-6 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง วธิ กี าร อา่ นโคลงสส่ี ภุ าพ 3. นกั เรยี นกล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญศกึ ษาความรใู้ นประเดน็ ทต่ี น รบั ผดิ ชอบ จากหนังสอื เรยี น และฝึกอา่ นออกเสยี งบท รอ้ ยกรองจากซดี ที ค่ี รแู จกให้ (หมายเลขเดยี วกนั อาจมซี ้ากนั หลายกลมุ่ กไ็ ดข้ น้ึ อยกู่ บั จานวนนักเรยี น) 4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-3 ชวั่ โมงที่ 2 ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – 1. สมาชกิ ในกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั อภปิ รายและฝึกอ่าน ออกเสยี งบทรอ้ ยกรองจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจกระจ่างชดั ในประเดน็ ทศ่ี กึ ษาและอา่ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง 2. สมาชกิ กล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลุม่ เดมิ ของตนทเ่ี รยี กวา่ กลมุ่ บา้ น 3. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มบา้ นผลดั กนั อธบิ ายเพอ่ื ถ่ายทอด ความรทู้ ต่ี นไดไ้ ปศกึ ษามา โดยเรมิ่ จากหมายเลข 1-6 ตามลาดบั หรอื อาจถา่ ยทอดความรตู้ ามความสมคั รใจ โดยไมเ่ รยี งลาดบั กไ็ ดแ้ ต่ทุกคนตอ้ งถ่ายทอดความรจู้ นครบ ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – ถา้ นักเรียนร้หู ลกั การอ่านบทร้อยกรองแลว้ แต่ยงั อ่านไมไ่ ด้ นักเรยี นจะปรบั ปรงุ อยา่ งไร 1. นักเรยี นรว่ มกนั ทบทวนวธิ กี ารอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง (ฝึกอา่ นอย่เู สมอและขอคาแนะนา ความช่วยเหลอื แตล่ ะประเภท จากผทู้ มี่ คี วามรคู้ วามสามารถในดา้ นน้ี) 2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภท ตา่ งๆ ตามคาแนะนาของผเู้ ชย่ี วชาญในแต่ละเร่อื งจนสามารถ อ่านไดถ้ กู ตอ้ ง 3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 37 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง คาถามกระต้นุ ความคิด เรื่องท่ี 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง (ชั่วโมงท่ี 2) นักเรียนไดร้ บั ประโยชน์จากการฝึ กอ่าน บทร้อย ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล กรองอย่างไร และแตกต่างจากท่ีนักเรียนเคย เรยี นมาในชนั้ ประถมศึกษาหรือไม่ จงอธิบาย สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : – (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) 1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสยี ง บทรอ้ ยกรองประเภทตา่ งๆ 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ 7 การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์ วิธีการ แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.1 2) ซดี กี ารอา่ นบทรอ้ ยกรอง 8.2 แหล่งการเรียนรู้ — 38 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม ท่ี ของผรู้ บั การ ลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 16 คะแนน ประเมิน คาประพนั ธ์ 43214321432 14321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 11 - 13 ดี 39 8 - 10 พอใช้ หลกั ภาษาฯ ม.1 ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล ช่อื ...................................................................................................... ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื 3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย 4 ความมนี ้าใจ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 40 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 3 หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ช่อื กลุม่ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ 41 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 3 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น 2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรยี นและชุมชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อยอู่ ย่างพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด 42 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 3 หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ 6. มุ่งมนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง 43 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรื่องท่ี 3 หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 44 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 4 การอ่านออกเสียง 1 ชวั่ โมง บทรอ้ ยกรอง : กลอน 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสุภาพ กลอนสกั วา กลอนหก จะตอ้ งฝึกอ่านใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ประเภทของบทรอ้ ยกรองทอ่ี า่ น 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.1/1 อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั เร่อื งทอ่ี า่ น 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสุภาพ กลอนสกั วา และกลอนหกไดถ้ กู ตอ้ ง 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย - บทรอ้ ยกรอง เชน่ กลอนสุภาพ กลอนสกั วา 3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย - บทรอ้ ยกรอง เช่น กลอนหก 4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการตงั้ เกณฑ์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 45 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน นักเรยี นคิดว่า บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ชนิ ดใดมีการแบ่งวรรคตอนในการอ่าน 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ เหมือนกนั 2. ครเู ปิดซดี กี ารอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ใหน้ ักเรยี นฟัง (กลอนสกั วาและกลอนสภุ าพ) จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า การอา่ น กลอนสภุ าพ กลอนสกั วา และกลอนหก มกี ารแบง่ วรรคตอน ในการอา่ นแตกต่างกนั อยา่ งไร 3. ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั หลกั การแบง่ วรรคตอนในการอา่ นของ กลอนสภุ าพ กลอนสกั วา และกลอนหก เพอ่ื เป็นการทบทวน ความรู้ และใหน้ ักเรยี นสามารถนาไปอา่ นไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. แบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน 2. ซดี กี ารอ่านบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน 1. ครเู ปิดซดี กี ารอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ใหน้ ักเรยี น ฟังอกี ครงั้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการแบ่งวรรคตอน การเวน้ จงั หวะในการอ่าน 2. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3) เพ่อื ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ตามแบบจากซดี ี โดยครแู จกแบบฝึกอ่านออกเสยี งบท รอ้ ยกรองประเภทกลอน เพอ่ื อ่านประกอบซดี ี ดงั น้ี - การอา่ นกลอนสภุ าพ - การอา่ นกลอนสกั วา - การอา่ นกลอนหก 3. ครสู งั เกตการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเป็นรายกลมุ่ แลว้ เสนอแนะในส่วนทบ่ี กพรอ่ งเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นนาไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขการอา่ นใหถ้ ูกตอ้ ง 46 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ ส่อื การเรยี นรู้ : แบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน 1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสยี ง จากแบบฝึกอา่ น ออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน โดยไม่เปิดซดี ี ตามลาดบั ดงั น้ี - การอา่ นกลอนสุภาพ - การอ่านกลอนสกั วา - การอา่ นกลอนหก 2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาขอ้ เสนอแนะจากครมู าปรบั ปรุงแกไ้ ข การอ่านใหถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนทก่ี ลุม่ สนใจ ความยาว 2-3 บท มาอา่ นเพอ่ื ทดสอบการอา่ นบทรอ้ ยกรอง ประเภทกลอน นอกเวลาเรยี น 7 การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์ วิธีการ แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) ซดี กี ารอา่ นบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน 2) แบบฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ — 47 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองที่ 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน เอกสารประกอบการสอน แบบฝึ กอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกลอน กลอนสุภาพ (กลอนแปด) กลอนสุภาพแปดคาประจาบ่อน อา่ นสามตอนทุกวรรคประจกั ษแ์ ถลง ตอนตน้ สามตอนสองตอ้ งแสดง ตอนสามแจง้ สามคาครบจานวน กาหนดบทระยะกะสมั ผสั ใหฟ้ าดฟัดชดั ความตามกระสวน วางจงั หวะกะทานองตอ้ งกระบวน จงึ จะชวนฟังเสนาะเพราะจบั ใจ (ประชุมลานา : หลวงธรรมาภมิ ณฑ์ (ถกึ )) สกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน กลอนสกั วา กลน่ิ ประเทยี บเปรยี บดวงพวงพะยอม แมน้ ลอ้ ลามหยามหยาบไมป่ ลาบปลม้ื ไมเ่ หมอื นแมน้ พจมานทห่ี วานหอม ผดู้ ไี พร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์ อาจจะน้อมจติ โนม้ ดว้ ยโลมลม ดงั ดดู ด่มื บอระเพด็ ตอ้ งเขด็ ขม ใครฟังลมเมนิ หน้าระอาเอย (สกั วาหวานอนื่ มหี มนื่ แสน : พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงบดนิ ทรไพศาลโสภณ) 48 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน เอกสารประกอบการสอน กลอนหก เหน็ นางนวลศรมี โี ฉม ดงั โสมสอ่ งหลา้ ราศรี เนาเรอื เหนือสรสั ปัทมี ตรณี่จนั ทรน์ วลชวนชม พายเงนิ งามเงาเพราพราย นวลฉายยดึ ดา้ มงามสม เรอื น้อยลอยน้าขาคม บวั ฉมชลู อ้ มหอ้ มเรอื งามน้างามนางกลางชล งามกมุ ทุ อุตบลลน้ เหลอื สะโรชนงรามงามเจอื งามเรอื ลอยน้าอาไพ พศิ รปู เพลนิ ลกั ษณ์ศกั ดศิ ์ รี งามฉวคี อื ชวาน่าใคร่ นวลนงคอ์ งคล์ อองยองใย รปู ลไมแลลม่อมพรอ้ มเพรา คดิ เจา้ คอื จนั ทรค์ รรพติ งอนจรติ งามแจรม่ แชลม่ เฉลา เสมอเสมอื นเดอื นเดน่ เพญ็ เพรา น่าพเน้าพนอน้อมออมองคฯ์ เลง็ โฉมโลมนางหา่ งนุช ไกลสดุ กลางสระระหง ใคร่เคลา้ คลงึ ขวญั บรรจง เออ้ื มห่อนถงึ องคน์ งลกั ษณ์ นางเหลอื บนยั นามาแล คอื แขสอ่ งสรวงดวงจกั ษุ์ สบเนตรนางยม้ิ พรม้ิ พกั ตร์ ยวั ่ รกั ยงิ่ เร่งใจรอ้ น พศิ เนตรนวลนางกลางสนิ ธุ์ คอื นลิ สศี อมหศิ ร แสงศอแสงโฉมศศธิ ร ในเนตรบงั อรรวมพรอ้ มฯ (กนกนคร : กรมหมนื่ พทิ ยาลงกรณ์) 49 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม ที่ ของผ้รู บั การ ลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 16 คะแนน ประเมิน คาประพนั ธ์ 43214321432 14321 ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพร่องเลก็ น้อย ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพร่องปานกลาง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 11 - 13 ดี 50 8 - 10 พอใช้ หลกั ภาษาฯ ม.1 ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ช่อื กลมุ่ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ 51 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เร่ืองท่ี 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด 52 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านออกเสียง เรื่องที่ 4 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : กลอน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง 53 หลกั ภาษาฯ ม.1
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 581
Pages: