4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์ 2) ทกั ษะการตงั้ เกณฑ์ 3) ทกั ษะการเรยี งลาดบั 4) ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ 5) ทกั ษะการสรปุ ย่อ 6) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็ 7) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ 8) ทกั ษะการประเมนิ 9) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 10) ทกั ษะการสงั เคราะห์ 11) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) การจดั นิทรรศการแสดงผลงานการเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สาร 7 การวดั และการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่อื ง การเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สาร 7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1) ตรวจใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง การเขยี นคานา 2) ตรวจใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การเขยี นเน้อื เร่อื ง 3) ตรวจใบงานท่ี 4.3 เรอ่ื ง การเขยี นสรุป 4) ตรวจใบงานท่ี 4.4 เร่อื ง การเขยี นสว่ นประกอบของเรยี งความ 5) ตรวจใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ 6) ตรวจใบงานท่ี 4.6 เร่อื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามเรอ่ื งทก่ี าหนด 7) ตรวจใบงานท่ี 4.7 เร่อื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความเป็นจรงิ 8) ตรวจใบงานท่ี 4.8 เร่อื ง การเขยี นบรรยายประสบการณ์ 9) ตรวจใบงานท่ี 4.9 เรอ่ื ง การจบั ใจความสาคญั 10) ตรวจใบงานท่ี 4.10 เร่อื ง การเขยี นย่อความนทิ าน 11) ตรวจใบงานท่ี 4.11 เร่อื ง การเขยี นจดหมายขอความช่วยเหลอื 12) ตรวจใบงานท่ี 4.12 เร่อื ง รปู แบบของจดหมายกจิ ธุระ 13) ตรวจใบงานท่ี 4.13 เร่อื ง การเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู 254 หลกั ภาษาฯ ม.1
14) ตรวจใบงานท่ี 4.14 เร่อื ง องคป์ ระกอบของรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ 15) ตรวจการเขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ 16) ตรวจการเขยี นรายงานโครงงาน 17) ประเมนิ การเขยี นเรยี งความ 18) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 19) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล 20) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม 21) สงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 7.3 การประเมินหลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่อื ง การเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สาร 7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจการจดั นิทรรศการแสดงผลงานการเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สาร 8 กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 255 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรอ่ื งท่ี 1 หลกั การเขียนเรียงความ 2 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) ครสู นทนากบั นกั เรยี นเรอ่ื งการเขยี นเรยี งความ จากนนั้ ครใู หน้ กั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณ์ในการเขยี น เรยี งความเลา่ ใหเ้ พอ่ื นฟัง ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore) : เทคนคิ การตอ่ เรอ่ื งราว (Jigsaw) 1. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนนั้ ใหก้ าหนดหมายเลขประจาตวั เป็นหมายเลข 1-3 เรยี กว่า กล่มุ บา้ น แลว้ ใหน้ กั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มารวมกนั เป็นกลุ่มใหม่ เรยี กวา่ กลุม่ ผเู้ ชย่ี วชาญ เพอ่ื ศกึ ษาและสบื คน้ ความรูเ้ ร่อื ง การเขยี นเรยี งความ จากหนงั สอื เรยี น และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด 2. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญแตล่ ะกลุม่ วางแผนการทางานรว่ มกนั ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) : เทคนคิ การต่อเรอ่ื งราว (Jigsaw) 1. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั อธบิ ายและสรุปความรู้ จากนนั้ รว่ มกนั ทาใบงานตามทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี - กลมุ่ หมายเลข 1 ทาใบงานท่ี 4.1 เร่ือง การเขียนคานา - กลุ่มหมายเลข 2 ทาใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง การเขียนเนื้อเร่ือง - กลุ่มหมายเลข 3 ทาใบงานท่ี 4.3 เรอื่ ง การเขียนสรปุ 2. นกั เรยี นกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญร่วมกนั อภปิ รายและตอบคาถามจากใบงานทก่ี ลุ่มไดร้ บั แลว้ สรุปผลลงในใบงาน จากนนั้ นาสง่ ครตู รวจ 3. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลุ่มบา้ น และผลดั กนั อธบิ ายความรู้ จากนนั้ ร่วมกนั สรปุ หลกั การเขยี น และสว่ นประกอบของการเขยี นเรยี งความ ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) นกั เรยี นทาใบงานท่ี 4.4 เรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ เป็นรายบุคคล เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ให้ นาสง่ ครตู รวจ ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) ครตู รวจใบงานท่ี 4.4 แลว้ ประเมนิ ผลการเขยี นสว่ นประกอบของเรยี งความ เป็นรายบคุ คล เพอ่ื ใหน้ กั เรยี น นาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง 256 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรอื่ งที่ 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา 1 ชวั่ โมง ตามความรสู้ ึก วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ ครนู าตวั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ มาแจกใหน้ กั เรยี นอ่าน เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกต สว่ นประกอบของการเขยี นเรยี งความ และการใชค้ าต่างๆ ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ 1. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มวเิ คราะหต์ วั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด 2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ผลการวเิ คราะหต์ วั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ จากนัน้ ให้ นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ฝึกเขยี นเรยี งความตามแบบ ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ในเรอ่ื งทต่ี นเองสนใจ จากนนั้ ใหต้ รวจสอบงาน เขยี น และปรบั ปรงุ ใหช้ ดั เจน ถูกตอ้ ง แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.5 เรอื่ ง การเขียนเรยี งความเชิงพรรณนา ตามความร้สู ึก ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ 1. ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเกย่ี วกบั “สงั คมไทย มารยาทไทย และมารยาทของเดก็ ไทย” โดยตงั้ ช่อื เรอ่ื ง ใหเ้ หมาะสม และใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง โดยเขยี นลงในใบงานที่ 4.6 เร่ือง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา ตามเร่ืองท่ีกาหนด เสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความเรยี บรอ้ ยก่อนนาสง่ ครู 2. ครปู ระเมนิ ผลการเขยี นของนกั เรยี นและเลอื กผลงานการเขยี นดเี ดน่ จดั แสดงไวบ้ นป้ายนเิ ทศ 257 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรอ่ื งท่ี 3 การเขียนเรยี งความเชิงพรรณนา 1 ชวั่ โมง ตามความเป็ นจริง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ 1. ครนู าตวั อย่างเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความเป็นจรงิ มาแจกใหน้ กั เรยี นอา่ น จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น แตล่ ะกลุ่มวเิ คราะหต์ วั อยา่ งเรยี งความ ตามประเดน็ ทค่ี รูกาหนด 2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการวเิ คราะหต์ วั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความเป็นจรงิ ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ 1. นกั เรยี นรวมกลุม่ เดมิ จากนนั้ รว่ มกนั สบื คน้ เกย่ี วกบั ผลงานเรยี งความดเี ด่นทช่ี นะการประกวด โดยเลอื ก มาเป็นแบบ กลมุ่ ละ 1 เร่อื ง 2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาวธิ กี ารเขยี นเรยี งความทเ่ี ลอื กมาเป็นแบบแลว้ วเิ คราะหล์ กั ษณะและสว่ นประกอบ ของการเขยี นเรยี งความ จากนนั้ ใหฝ้ ึกเขยี นเรยี งความตามแบบ เม่อื เขยี นเสรจ็ แลว้ ใหส้ มาชกิ ในกลุ่ม ผลดั กนั อา่ นเพอ่ื ร่วมกนั ตชิ ม และเสนอแนะขอ้ บกพร่องเพอ่ื ใหแ้ กไ้ ขใหส้ มบรู ณ์ ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความเป็นจรงิ ตามทส่ี มาชกิ กลุ่มสนใจ โดยตงั้ ชอ่ื เรอ่ื งเอง จากนนั้ ใหต้ รวจสอบงานเขยี น และปรบั ปรุงใหช้ ดั เจน ถกู ตอ้ ง แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.7 เร่อื ง การเขียน เรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ 1. ครตู รวจผลงานการเขยี นเรยี งความในใบงานท่ี 4.7 จากนนั้ ประเมนิ ผล แลว้ เสนอแนะใหน้ กั เรยี นนาไป ปรบั ปรงุ แกไ้ ขเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสมบูรณ์ 2. ครปู ระเมนิ ผลการเขยี นเรยี งความของนกั เรยี นอกี ครงั้ และคดั เลอื กผลงานการเขยี นเรยี งความทด่ี เี ด่น จดั แสดงบนป้ายนิเทศ 258 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรือ่ งที่ 4 การเขียนบรรยาย 1 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ จากนนั้ ครใู หส้ มาชกิ แตล่ ะกล่มุ เล่าเร่อื งราวเกย่ี วกบั ประสบการณ์ทน่ี กั เรยี นประทบั ใจ ทส่ี ุดใหเ้ พอ่ื นฟัง 2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ สมาชกิ คนใดในกลุ่มเล่าประสบการณ์ไดน้ ่าฟังทส่ี ดุ จากนนั้ ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ วา่ การเล่าหรอื การเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ประสบการณ์จะตอ้ งอาศยั การระบุสาระสาคญั และรายละเอยี ด ตา่ งๆ ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore) ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นบรรยาย จากหนงั สอื เรยี น ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) 1. สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อธบิ ายลกั ษณะของการเขยี นบรรยายประสบการณ์เร่อื ง ลอ่ งแพแม่วงั จากหนงั สอื เรยี น ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด จากนนั้ ผลดั กนั อธบิ ายในแต่ละประเดน็ แลว้ สรปุ ผล 2. ครสู ุม่ เรยี กตวั แทนนกั เรยี น 2-3 กล่มุ อธบิ ายประเดน็ ความรทู้ เ่ี ป็นขอ้ สรุปของกลมุ่ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น ร่วมกนั สรปุ ลกั ษณะของการเขยี นบรรยายประสบการณ์ ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) นกั เรยี นทาใบงานท่ี 4.8 เร่ือง การเขียนบรรยายประสบการณ์ เป็นรายบคุ คล เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจ ความเรยี บรอ้ ยและแกไ้ ขใหส้ มบูรณ์ ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) นกั เรยี นแตล่ ะคนนาเสนอผลงานการเขยี นบรรยายประสบการณ์ในใบงานท่ี 4.8 ครปู ระเมนิ ผลเป็น รายบุคคล 259 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรือ่ งท่ี 5 การเขียนยอ่ ความ 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมือ : เทคนิ คค่คู ิด ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น ครเู ลา่ นวนิยายทค่ี รชู อบใหน้ กั เรยี นฟังอย่างยอ่ ๆ จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นสนทนาถงึ นวนิยายทค่ี รเู ลา่ ใหฟ้ ัง ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ จากนนั้ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การเขยี นยอ่ ความ จากหนงั สอื เรยี น 2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 4.9 เรื่อง การจบั ใจความสาคญั โดยใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนจบั ใจความ สาคญั ในแต่ละย่อหน้าจนครบ 4 ยอ่ หน้า จากนนั้ ผลดั กนั อา่ นใหส้ มาชกิ ในกลุ่มฟัง 3. สมาชกิ กลุ่มรว่ มกนั พจิ ารณาและเปรยี บเทยี บใจความสาคญั ทงั้ 4 ย่อหน้า และสรปุ ใจความสาคญั ทเ่ี ป็นมติ ของกลมุ่ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.9 จากนนั้ นาสง่ ครตู รวจ ครอู ธบิ ายและใหค้ าแนะนาในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ งานแก่นกั เรยี นกลมุ่ ทม่ี ขี อ้ บกพรอ่ ง ขนั้ สรปุ 1. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 4.10 เรอื่ ง การเขียนย่อความนิทาน เป็นรำยบคุ คล เมอ่ื ทำเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจควำม เรยี บรอ้ ยกอ่ นนำสง่ ครตู รวจ 2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปและบอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จำกกำรจบั ใจควำมสำคญั และกำรย่อควำม 260 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรอื่ งท่ี 6 การเขียนจดหมายขอความช่วยเหลอื 1 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) ครนู าตวั อยา่ งขา่ วทม่ี เี ดก็ นกั เรยี นเขยี นจดหมายไปขอพระบรมราชานุเคราะหจ์ ากพระบาทสมเดจ็ พระ ปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มาอ่านใหน้ กั เรยี นฟัง จากนนั้ ครใู หน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ขนั้ ตอน และรปู แบบในการเขยี นจดหมาย ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore) นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การเขยี นจดหมาย จากหนงั สอื เรยี น และตวั อยา่ งการเขยี นจดหมายขอ ความช่วยเหลอื ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปแนวทางการเขยี นจดหมายขอความช่วยเหลอื จากนนั้ แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ตวั อยา่ งจดหมายทค่ี รนู ามาแจกว่ามขี อ้ บกพร่องอยา่ งไร และควรแกไ้ ขปรบั ปรุงอย่างไร ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) ครอู ธบิ ายหลกั การเขยี นจดหมายขอความชว่ ยเหลอื เพม่ิ เตมิ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 4.11 เร่ือง การเขียนจดหมายขอความช่วยเหลอื โดยครกู าหนดสถานการณ์ใหน้ กั เรยี นเขยี นจดหมาย เม่อื เขยี น เสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครตู รวจ ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครตู รวจประเมนิ ผลการทาใบงานท่ี 4.11 จากนนั้ คดั เลอื กผลงานดเี ด่นจดั แสดงไวท้ ป่ี ้ายนิเทศหน้าชนั้ เรียน 2. ครใู หน้ กั เรยี นทม่ี ขี อ้ บกพร่องปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงานของตนเอง จากนนั้ ร่วมกนั สรปุ หลกั การเขยี นจดหมาย ขอความช่วยเหลอื 261 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรือ่ งที่ 7 รปู แบบของจดหมายกิจธรุ ะ 1 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ บรรยาย ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น ครสู นทนากบั นกั เรยี นเร่อื งความสาคญั ของการเขยี นจดหมาย จากนนั้ ใหน้ กั เรียนทม่ี ปี ระสบการณ์ในการ เขยี นจดหมายสอ่ื สารกบั บคุ คลอน่ื ออกมาเลา่ ประสบการณ์ ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นศกึ ษารูปแบบของจดหมาย จากป้ายนิเทศทจ่ี ดั แสดงตวั อย่างจดหมาย 2. นกั เรยี นทาใบงานท่ี 4.12 เรอื่ ง รปู แบบของจดหมายกิจธรุ ะ จากนนั้ ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี นออกมานาเสนอ ผลงาน อธบิ ายคาตอบและรปู แบบการเขยี นจดหมายใหเ้ พอ่ื นฟัง ขนั้ สรปุ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปเกย่ี วกบั รปู แบบของจดหมายกจิ ธรุ ะ 262 หลกั ภาษาฯ ม.1
เร่ืองที่ 8 การเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มลู 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้ นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การเขยี นจดหมาย : จดหมายกจิ ธุระ จากหนงั สอื เรยี น จากนนั้ ครนู าตวั อย่าง จดหมายสอบถามขอ้ มลู มาใหน้ กั เรยี นสงั เกตรปู แบบ วธิ กี ารเขยี น การใชส้ านวนภาษา ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ นกั เรยี นเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู ตามตวั อย่างทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ทลี ะขนั้ ตอน ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ นกั เรยี นฝึกเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู เองโดยไม่ตอ้ งดตู วั อยา่ ง เป็นการฝึกทาเองตงั้ แต่ตน้ จนจบ ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ นกั เรยี นทาใบงานท่ี 4.13 เร่อื ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมลู เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ ครปู ระเมนิ ผลงานการเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู จากใบงานท่ี 4.13 263 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรื่องท่ี 9 หลกั การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิ คการต่อเรอ่ื งราว (Jigsaw) ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน ครสู นทนากบั นกั เรยี นเร่อื งการเขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ทน่ี กั เรยี นเคยเรยี นมาในระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษา ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นรวมกล่มุ เดมิ ซง่ึ เรยี กว่า กลมุ่ บา้ น แลว้ กาหนดหมายเลขประจาตวั ใหส้ มาชกิ กลุ่มเป็นหมายเลข 1-4 จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มานงั่ รวมกนั เรยี กว่า กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญ เพอ่ื รว่ มกนั ศกึ ษา ความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นรายงาน จากหนงั สอื เรยี น ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด 2. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญร่วมกนั อภปิ รายสว่ นประกอบของรายงานตามทร่ี บั ผดิ ชอบ จากนนั้ ให้สมาชกิ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลมุ่ เดมิ แลว้ ผลดั กนั อธบิ ายความรทู้ ต่ี นไดไ้ ปศกึ ษามา ขนั้ สรปุ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรปุ องคป์ ระกอบการเขยี นรายงาน และขนั้ ตอนการเขยี นรายงาน จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทาใบงานที่ 4.14 เร่ือง องคป์ ระกอบของรายงานการศกึ ษาค้นควา้ เป็นรายบุคคล เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครตู รวจ 264 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรื่องที่ 10 การเขียนรายงานการศึกษาค้นควา้ 2 ชวั่ โมง วิธีสอนแบบ ใช้ปัญหาเป็นฐาน ขนั้ ที่ 1 กาหนดปัญหา จดั สถานการณ์ต่างๆ ครนู านกั เรยี นสนทนาเร่อื งใหม่ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คมปัจจุบนั แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ ง วา่ มเี รอ่ื ง อะไรบา้ ง และนกั เรยี นมคี วามรเู้ กย่ี วกบั เร่อื งเหล่านนั้ เพยี งใด ขนั้ ท่ี 2 ทาความเข้าใจกบั ปัญหา 1. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ จากนนั้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ความรทู้ น่ี กั เรยี นมนี นั้ ถกู ตอ้ ง และเพยี งพอหรอื ไม่ 2. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถา้ นกั เรยี นไม่ทราบรายละเอยี ดเกย่ี วกบั เรอ่ื งทส่ี นใจควรทาอย่างไร จากนนั้ ใหก้ าหนดเร่อื งทน่ี ่ารแู้ ละระบุประเดน็ ทต่ี อ้ งการทราบเกย่ี วกบั เร่อื งนนั้ ๆ ขนั้ ท่ี 3 ดาเนินการศึกษาค้นคว้า นกั เรยี นแต่ละกลุ่มดาเนินการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอ่ื งทส่ี นใจ ตามประเดน็ ทก่ี าหนดไวใ้ นขนั้ ท่ี 2 ขนั้ ท่ี 4 สงั เคราะหค์ วามรู้ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาความรทู้ ไ่ี ดค้ น้ ควา้ มาแลกเปลย่ี นกนั ในกลมุ่ อภปิ รายผลและสงั เคราะหค์ วามรทู้ ไ่ี ดม้ า วา่ มคี วามเหมาะสมหรอื ไม่ ขนั้ ที่ 5 สรปุ และประเมินค่าของคาตอบ นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรุปผลงานและประเมนิ ว่าขอ้ มลู ทไ่ี ดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ มคี วามเหมาะสมเพยี งใด จากนนั้ ให้ นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกนั สรปุ องคค์ วามรใู้ นภาพรวมของปัญหาอกี ครงั้ ขนั้ ที่ 6 นาเสนอและประเมินผลงาน 1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าจดั ระบบองคค์ วามรแู้ ละนาเสนอในรปู แบบการเขยี นรายงานการศกึ ษา คน้ ควา้ 2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย วธิ กี ารนาเสนอผลงานของตวั แทนนกั เรยี น 265 หลกั ภาษาฯ ม.1
เร่ืองที่ 11 หลกั การเขียนโครงงาน 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมอื : เทคนิ คการต่อเรือ่ งราว (Jigsaw) ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั โครงงานต่างๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั อธบิ าย ความหมายของคาวา่ “โครงงาน” 2. ครอู ธบิ ายความหมายของโครงงาน และประโยชน์ของการจดั ทาโครงงาน ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นรวมกลุม่ เดมิ ซง่ึ เรยี กว่า กลมุ่ บา้ น แลว้ กาหนดหมายเลขประจาตวั ใหส้ มาชกิ กลมุ่ เป็นหมายเลข 1-4 จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มานงั่ รวมกนั เรยี กวา่ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญ เพอ่ื ร่วมกนั ศกึ ษา ความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นโครงงาน จากหนงั สอื เรยี น และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด 2. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั อภปิ รายการเขยี นโครงงานตามทร่ี บั ผดิ ชอบ จากนนั้ ให้สมาชกิ กลุ่ม ผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลุ่มเดมิ แลว้ ผลดั กนั อธบิ ายความรทู้ ต่ี นไดไ้ ปศกึ ษามา ขนั้ สรปุ นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปประเดน็ ความรเู้ ก่ยี วกบั องคป์ ระกอบของโครงงาน ขนั้ ตอนการทาโครงงาน และการเขยี นรายงานโครงงาน 266 หลกั ภาษาฯ ม.1
เรอ่ื งที่ 12 การเขียนโครงงาน 1 ชวั่ โมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ 1. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ จากนนั้ ครแู จกตวั อย่างโครงงาน เร่อื ง การศกึ ษาทม่ี าของภาษาในการตงั้ ช่อื จรงิ 2. ครตู งั้ ประเดน็ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั พจิ ารณาและเปรยี บเทยี บขอ้ มลู ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด จากนนั้ ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจและเหน็ ความสาคญั ของขนั้ ตอนการจดั ทาโครงงาน และการเขยี นรายงาน โครงงาน ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ 1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาตวั อย่างโครงงาน แลว้ เรยี บเรยี งรายละเอยี ดและขนั้ ตอนในการเขยี น รายงานโครงงาน 2. ครกู าหนดใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ฝึกเขยี นประเดน็ ทค่ี รกู าหนด ตามตวั อยา่ งโครงงาน จากนนั้ ร่วมกนั พจิ ารณาและตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เหมาะสมของสานวนและการใชภ้ าษา ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ 1. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ วางแผนการเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน เร่อื ง การศกึ ษาทม่ี าของภาษาในการ ตงั้ ช่อื จรงิ ของสมาชกิ ในชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลุ่มตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานการเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน จากนนั้ ครซู กั ถามรายละเอยี ด ทส่ี งสยั เพอ่ื ใหส้ มาชกิ กลุ่มร่วมกนั อธบิ าย ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในโครงงาน จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอ การเขยี นรายงานโครงงาน โดยครปู ระเมนิ ผลการเขยี นของนกั เรยี น ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจดั นิ ทรรศการแสดงผลงานการเขียนเพื่อการส่ือสาร โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 267 หลกั ภาษาฯ ม.1
9 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 9.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.1 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.1 3) แบบการเขยี นเรยี งความ (ผลงานเรยี งความดเี ดน่ ทช่ี นะการประกวด) 4) ตวั อย่างเรยี งความเชงิ พรรณนา 5) ตวั อยา่ งจดหมายประเภทต่างๆ 6) ตวั อยา่ งขา่ วการขอพระบรมราชานุเคราะห์ 7) ตวั อยา่ งโครงงาน เร่อื ง การศกึ ษาทม่ี าของภาษาในการตงั้ ช่อื จรงิ 8) ป้ายนเิ ทศแสดงตวั อย่างจดหมาย 9) ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง การเขยี นคานา 10) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การเขยี นเน้อื เรอ่ื ง 11) ใบงานท่ี 4.3 เรอ่ื ง การเขยี นสรุป 12) ใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง การเขยี นสว่ นประกอบของเรยี งความ 13) ใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ 14) ใบงานท่ี 4.6 เร่อื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามเร่อื งทก่ี าหนด 15) ใบงานท่ี 4.7 เรอ่ื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความเป็นจรงิ 16) ใบงานท่ี 4.8 เร่อื ง การเขยี นบรรยายประสบการณ์ 17) ใบงานท่ี 4.9 เรอ่ื ง การจบั ใจความสาคญั 18) ใบงานท่ี 4.10 เร่อื ง การเขยี นย่อความนทิ าน 19) ใบงานท่ี 4.11 เรอ่ื ง การเขยี นจดหมายขอความช่วยเหลอื 20) ใบงานท่ี 4.12 เร่อื ง รปู แบบของจดหมายกจิ ธุระ 21) ใบงานท่ี 4.13 เร่อื ง การเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู 22) ใบงานท่ี 4.14 เร่อื ง องคป์ ระกอบของรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมดุ 2) แหล่งเรยี นรใู้ นทอ้ งถนิ่ 3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.kanzuksa.com/Radio.asp?data=174 - http://scienceproject.makewebeasy.com/customize-การเขยี นรายงานโครงงาน-39586-1.html 268 หลกั ภาษาฯ ม.1
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการจดั นิทรรศการแสดงผลงานการเขียนเพื่อการสื่อสาร รายการประเมิน ดมี าก (4) คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรุง (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. การเขียนบรรยาย เขยี นบรรยาย เขยี นบรรยาย เขยี นบรรยาย เขยี นบรรยาย ประสบการณ์ ประสบการณ์โดยระบุ ประสบการณ์โดยระบุ ประสบการณ์โดยระบุ ประสบการณ์โดยระบุ สาระสาคญั และ สาระสาคญั และ สาระสาคญั และ สาระสาคญั และ รายละเอยี ดสนบั สนุน รายละเอยี ดสนับสนุน รายละเอยี ดสนบั สนุน รายละเอยี ดสนับสนุน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน ใชภ้ าษาถูกตอ้ ง ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง แตใ่ ชภ้ าษาไมค่ ่อย เหมาะสม เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางส่วน เหมาะสม 2. การเขียน เขยี นเรยี งความ เขยี นเรยี งความ เขยี นเรยี งความ เขยี นเรยี งความ เรียงความเชิง เชงิ พรรณนาถกู ตอ้ ง เชงิ พรรณนาถูกตอ้ ง เชงิ พรรณนาถกู ตอ้ ง เชงิ พรรณนาถูกตอ้ ง พรรณนา ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น เน้อื หาถูกตอ้ งชดั เจน เน้อื หาถูกตอ้ งชดั เจน เน้อื หาถูกตอ้ งชดั เจน เน้อื หาไมช่ ดั เจน ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ใชภ้ าษาถูกตอ้ ง ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ใชภ้ าษาไม่ถกู ตอ้ ง เหมาะสม เหมาะสมเป็นสว่ นใหญ่ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไม่เหมาะสม 3. การเขียนยอ่ ความ ยอ่ ความไดถ้ ูกตอ้ ง ย่อความไดถ้ กู ตอ้ ง ยอ่ ความไดถ้ ูกตอ้ ง ยอ่ ความไดถ้ กู ตอ้ ง จากเรอ่ื งที่อา่ น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น เขยี นคานาการย่อความ เขยี นคานาการย่อความ เขยี นคานาการยอ่ ความ เขยี นคานาการยอ่ ความ ไดถ้ ูกตอ้ งตามรปู แบบ ไดถ้ ูกตอ้ งตามรปู แบบ ไดถ้ กู ตอ้ งตามรปู แบบ ไดถ้ กู ตอ้ งตามรปู แบบ ของเรอ่ื ง สรุปใจความ ของเร่อื ง สรุปใจความ ของเร่อื ง สรปุ ใจความ ของเร่อื ง สรปุ ใจความ ของเร่อื งไดถ้ กู ตอ้ ง ใช้ ของเรอ่ื งไดถ้ กู ตอ้ ง ของเรอ่ื งไดถ้ ูกตอ้ ง ของเร่อื งไดถ้ ูกตอ้ ง ภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสม ใชภ้ าษาถูกตอ้ ง ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง เพยี งบางสว่ น ใชภ้ าษา เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางสว่ น ไมถ่ ูกตอ้ งไม่เหมาะสม 4. การเขียนจดหมาย เขยี นจดหมายส่วนตวั เขยี นจดหมายสว่ นตวั เขยี นจดหมายส่วนตวั เขยี นจดหมายสว่ นตวั ส่วนตวั และ และจดหมายกจิ ธุระ และจดหมายกจิ ธุระ และจดหมายกจิ ธุระ และจดหมายกจิ ธรุ ะ จดหมายกิจธรุ ะ ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การ ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ เขยี น รปู แบบถูกตอ้ ง เขยี น รปู แบบถกู ตอ้ ง เขยี น รปู แบบถูกตอ้ ง เขยี น รปู แบบไมถ่ ูกตอ้ ง ใชภ้ าษาถูกตอ้ งตาม ใชภ้ าษาถกู ตอ้ งตาม ใชภ้ าษาถกู ตอ้ งตาม ใชภ้ าษาไมถ่ ูกตอ้ งตาม ระดบั และมมี ารยาท ระดบั และมมี ารยาท ระดบั และมมี ารยาท ระดบั และไมม่ มี ารยาท ในการเขยี น ในการเขยี นเป็น ในการเขยี นเป็น ในการเขยี น ส่วนใหญ่ บางส่วน 269 หลกั ภาษาฯ ม.1
รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1) 5. การเขียนรายงาน เขยี นรายงาน เขยี นรายงาน เขยี นรายงาน เขยี นรายงาน การศึกษาคน้ ควา้ การศกึ ษาคน้ ควา้ การศกึ ษาคน้ ควา้ การศกึ ษาคน้ ควา้ การศกึ ษาคน้ ควา้ และโครงงาน และโครงงานถกู ตอ้ ง และโครงงานถกู ตอ้ ง และโครงงานถกู ตอ้ ง และโครงงานถกู ตอ้ ง ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น มอี งคป์ ระกอบ มอี งคป์ ระกอบ มอี งคป์ ระกอบ มอี งคป์ ระกอบ ครบถว้ นถูกตอ้ งตาม ครบถว้ นถกู ตอ้ งตาม ครบถว้ นถูกตอ้ งตาม ครบถว้ น แต่ไม่ถกู ตอ้ ง ขนั้ ตอนในการเขยี น ขนั้ ตอนในการเขยี น ขนั้ ตอนในการเขยี น ตามขนั้ ตอนในการ ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ใชภ้ าษาถูกตอ้ ง เขยี น และใชภ้ าษา เหมาะสม เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไมเ่ หมาะสม ช่วงคะแนน 18 - 20 เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 10 - 13 ต่ากวา่ 10 ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก พอใช้ ปรบั ปรงุ 14 - 17 ดี 270 หลกั ภาษาฯ ม.1
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สว่ นประกอบของการเขยี นเรยี งความ 6. ภาษาทใ่ี ชใ้ นการเขยี นจดหมายส่วนตวั เป็นภาษาระดบั ใด ก. สรุป ข. คานา ก. ภาษาปาก ค. เน้อื เร่อื ง ง. หนังสอื อา้ งองิ ข. ภาษาแบบแผน 2. การเขยี นเรยี งความควรคานึงถงึ สง่ิ ใดเป็นอนั ดบั แรก ค. ภาษากง่ึ แบบแผน ก. คานา ง. ภาษากนั เองแตใ่ หเ้ หมาะกบั ระดบั บุคคล ข. โครงเรอ่ื ง 7. จดหมายขอความชว่ ยเหลอื จดั เป็นจดหมายประเภทใด ค. ความนยิ ม ก. จดหมายกจิ ธุระ ง. กระแสสงั คม ข. หนังสอื ราชการ 3. ขอ้ ใดกล่าวถงึ วธิ กี ารเขยี นเรยี งความทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง ค. จดหมายสว่ นตวั ก. คน้ ควา้ ขอ้ มลู ประกอบการเขยี น ง. จดหมายเปิดผนึก ข. มรี ปู ภาพประกอบการเขยี นเรอ่ื ง 8. เชงิ อรรถเป็นส่วนประกอบอยใู่ นตอนใดของรายงาน ค. ตอ้ งสรุปดว้ ยบทกลอนหรอื สภุ าษติ ก. สว่ นตน้ ข. ส่วนสรุป ง. ใชภ้ าษาทเ่ี ป็นแบบแผน สละสลวย ค. สว่ นกลาง ง. สว่ นทา้ ย 4. ขอ้ ใดเรยี งลาดบั ส่วนประกอบของการเขยี นเรยี งความ 9. การกาหนดเคา้ โครงเรอ่ื งรายงานอยใู่ นขนั้ ตอนใดของ ไดถ้ ูกตอ้ ง การเขยี นรายงาน ก. คานา เน้อื เร่อื ง สรปุ ก. การวางแผน ข. คานา วเิ คราะห์ สรุป ข. การนาเสนอขอ้ มลู ค. เปิดเรอ่ื ง เน้อื หา ปิดเร่อื ง ค. การจดั ระเบยี บขอ้ มลู ง. เปิดเร่อื ง คานา เน้อื หา สรปุ ปิดเร่อื ง ง. การรวบรวมขอ้ มลู 5. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ การยอ่ ความไม่ถูกตอ้ ง 10. ภาษาทใ่ี ชใ้ นการเขยี นรายงานโครงงานควรมลี กั ษณะ ก. การยอ่ ความไมต่ อ้ งมตี วั อยา่ ง อย่างไร ข. ไม่ควรใชอ้ กั ษรย่อในการย่อความ ก. เป็นภาษาวชิ าการ ค. ถา้ เป็นรอ้ ยกรองผยู้ ่อตอ้ งสรปุ เป็นรอ้ ยแกว้ ข. เป็นภาษาแบบแผน ง. ถา้ เป็นราชาศพั ทใ์ หเ้ ปลย่ี นเป็นสานวนผยู้ ่อ ค. เป็นภาษาทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน ง. เป็นภาษาทม่ี รี ปู แบบโดยเฉพาะ มฐ. ท 2.1 ม.1/3-5, 7-9 ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็ 10 เฉลย 1. ง 2. ข 3. ข 4. ก 5. ง 6. ง 7. ค 8. ค 9. ก 10. ค 271 หลกั ภาษาฯ ม.1
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดียว 1. จดหมายขอความชว่ ยเหลอื จดั เป็นจดหมายประเภทใด 6. การกาหนดเคา้ โครงเร่อื งรายงานอย่ใู นขนั้ ตอนใดของ ก. จดหมายเปิดผนกึ การเขยี นรายงาน ข. จดหมายสว่ นตวั ก. การจดั ระเบยี บขอ้ มลู ค. หนงั สอื รำชกำร ข. การนาเสนอขอ้ มลู ง. จดหมำยกจิ ธุระ ค. การรวบรวมขอ้ มลู 2. ขอ้ ใดเรยี งลาดบั ส่วนประกอบของการเขยี นเรยี งความ ง. การวางแผน ไดถ้ ูกตอ้ ง 7. ขอ้ ใดกล่าวถงึ การยอ่ ความไม่ถูกตอ้ ง ก. เปิดเร่อื ง คานา เน้อื หา สรุป ปิดเร่อื ง ก. ถา้ เป็นราชาศพั ทใ์ หเ้ ปลย่ี นเป็นสานวนผยู้ อ่ ข. เปิดเรอ่ื ง เน้อื หา ปิดเร่อื ง ข. ถา้ เป็นรอ้ ยกรองผยู้ อ่ ตอ้ งสรปุ เป็นรอ้ ยแกว้ ค. คานา เน้อื เร่อื ง สรุป ค. ไมค่ วรใชอ้ กั ษรย่อในการย่อความ ง. คานา วเิ คราะห์ สรุป ง. การย่อความไมต่ อ้ งมตี วั อย่าง 3. เชงิ อรรถเป็นส่วนประกอบอยใู่ นตอนใดของรายงาน 8. การเขยี นเรยี งความควรคานงึ ถงึ สงิ่ ใดเป็นอนั ดบั แรก ก. สว่ นกลาง ข. ส่วนสรปุ ก. กระแสสงั คม ข. ความนิยม ค. สว่ นทา้ ย ง. ส่วนตน้ ค. โครงเรอ่ื ง ง. คานา 4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบของการเขยี นเรยี งความ 9. ภาษาทใ่ี ชใ้ นการเขยี นจดหมายส่วนตวั เป็นภาษาระดบั ใด ก. หนังสอื อา้ งองิ ข. เน้อื เร่อื ง ก. ภาษากนั เองแต่ใหเ้ หมาะกบั ระดบั บุคคล ค. คานา ง. สรุป ข. ภาษากง่ึ แบบแผน 5. ภาษาทใ่ี ชใ้ นการเขยี นรายงานโครงงานควรมลี กั ษณะ ค. ภาษาแบบแผน อยา่ งไร ง. ภาษาปาก ก. เป็นภาษาทม่ี รี ปู แบบโดยเฉพาะ 10.ขอ้ ใดกล่าวถงึ วธิ กี ารเขยี นเรยี งความทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง ข. เป็นภาษาทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน ก. ตอ้ งสรุปดว้ ยบทกลอนหรอื สภุ าษติ ค. เป็นภาษาแบบแผน ข. ใชภ้ าษาทเ่ี ป็นแบบแผน สละสลวย ง. เป็นภาษาวชิ าการ ค. มรี ปู ภาพประกอบการเขยี นเรอ่ื ง ง. คน้ ควา้ ขอ้ มลู ประกอบการเขยี น มฐ. ท 2.1 ม.1/3-5, 7-9 ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็ 10 เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ก 5. ข 6. ง 7. ก 8. ค 9. ก 10. ค 272 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขยี นเพ่ือการส่ือสาร เร่ืองที่ 1 หลักการเขยี นเรียงความ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 หลกั การเขียนเรียงความ 2 ชวั่ โมง 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนา จะตอ้ งมคี วามรเู้ ร่อื งหลกั การเขยี นเรยี งความ 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 2.1 ม.1/4 เขยี นเรยี งความ 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - อธบิ ายหลกั การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาได้ 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง - การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนา 3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 273 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพ่ือการสื่อสาร เรื่องที่ 1 หลักการเขยี นเรียงความ (ชั่วโมงท่ี 1) 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชวั่ โมงท่ี 1 ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ คาถามกระต้นุ ความคิด ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : – ผทู้ ี่ประสบความสาเรจ็ ในการเขียนเรยี งความ ต้องมคี วามร้ใู นเรื่องใดบ้าง 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (ตอ้ งมคี วามรเู้ รอื่ ง สว่ นประกอบของเรยี งความ 2. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเรอ่ื งการเขยี นเรยี งความ จากนนั้ ครู การวางโครงเรอื่ ง การเลอื กใชส้ านวนภาษา) ใหน้ กั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณ์ในการเขยี นเรยี งความส่งเขา้ ประกวดเลา่ ประสบการณ์และวธิ กี ารเขยี นเรยี งความให้ เพอ่ื นฟัง ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา : เทคนคิ การต่อเรอ่ื งราว (Jigsaw) คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. ส่วนประกอบในการเขียนเรียงความส่วนใด สาคญั ท่ีสุด 1. หนังสอื เรยี น หลกั ภาษาฯ ม.1 2. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ (เน้อื เรอื่ ง) 1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 2. พฤกษภกาสร อีกกญุ ชรอนั ปลดปลง 2. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 3 คน คละกนั ตาม โททนต์เสน่งคง สาคญั หมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทงั้ อินทรีย์ ความสามารถ คอื เก่ง ปานกลาง ออ่ น แลว้ ใหก้ าหนด สถิตทวั่ แต่ชวั่ ดี ประดบั ไว้ในโลกา หมายเลขประจาตวั เป็นหมายเลข 1-3 เรยี กวา่ กลุม่ บา้ น ขอ้ ความท่ีนามาใช้ในการเขียนคานาเรียงความ 3. นักเรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั จากกลุ่มบา้ นมารวมกนั เป็น ควรเป็นเรอ่ื งเกี่ยวกบั ส่ิงใด กลุม่ ใหม่ เรยี กวา่ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญ เพอ่ื ศกึ ษาและสบื คน้ (คณุ ความดขี องมนุษย)์ ความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นเรยี งความ จากหนังสอื เรยี น และ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี - กลุ่มหมายเลข 1 ศกึ ษาและสบื คน้ การเขยี นเรยี งความ เชงิ พรรณนา : การเขยี นคานา - กลุ่มหมายเลข 2 ศกึ ษาและสบื คน้ การเขยี นเรยี งความ เชงิ พรรณนา : การเขยี นเน้อื เรอ่ื ง - กลุ่มหมายเลข 3 ศกึ ษาและสบื คน้ การเขยี นเรยี งความ เชงิ พรรณนา : การเขยี นสรุป (กลุ่มทศี่ กึ ษาหมายเลขเดยี วกนั อาจมหี ลายกลมุ่ ข้นึ อย่กู บั จานวนของนกั เรยี น) 274 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพอ่ื การสื่อสาร เรื่องท่ี 1 หลกั การเขยี นเรียงความ (ชั่วโมงที่ 2) 4. สมาชกิ กล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญแต่ละกลมุ่ วางแผนการทางานรว่ มกนั และแบ่งหน้าทใ่ี นการศกึ ษาและสบื คน้ ความรตู้ ามความสนใจ หรอื ตามความเหมาะสม ชวั่ โมงท่ี 2 ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ : เทคนคิ การตอ่ เรอ่ื งราว (Jigsaw) คาถามกระต้นุ ความคิด ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.1-4.3 การเขยี นเรยี งความจาเป็นต้องมสี ่วนประกอบ ครบถว้ นหรือไม่ จงอธิบาย 1. สมาชกิ กล่มุ ผเู้ ชย่ี วชาญร่วมกนั อธบิ ายและสรปุ ความรรู้ ่วมกนั (จาเป็นตอ้ งมคี รบทกุ สว่ นประกอบจะขาดส่วนหนงึ่ แลว้ รว่ มกนั ทาใบงานตามทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี ส่วนใดไมไ่ ด้ ถา้ ขาดส่วนหนงึ่ สว่ นใดจะทาให้ - กล่มุ หมายเลข 1 ทาใบงานท่ี 4.1 เร่ือง การเขียนคานา เรยี งความไม่สมบรู ณ์) - กลมุ่ หมายเลข 2 ทาใบงานที่ 4.2 เรอ่ื ง การเขียน เนื้อเรอื่ ง - กลมุ่ หมายเลข 3 ทาใบงานที่ 4.3 เรอ่ื ง การเขียนสรปุ 2. นักเรยี นกลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั อภปิ รายและตอบคาถาม จากใบงานทก่ี ลุม่ ไดร้ บั จนทุกคนมคี วามกระจ่างชดั ในสว่ นประกอบเรยี งความทศ่ี กึ ษาเป็นอย่างดี แลว้ สรปุ ผล ลงในใบงานและนาส่งครตู รวจ 3. สมาชกิ กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลมุ่ บา้ น และผลดั กนั อธบิ ายความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นเรยี งความ โดยเรม่ิ จาก หมายเลข 1 2 3 ตามลาดบั 4. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ หลกั การเขยี นเรยี งความ และ สว่ นประกอบของการเขยี นเรยี งความ 5. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.4 นักเรยี นทาใบงานที่ 4.4 เร่ือง การเขียนส่วนประกอบของ เรยี งความ เป็นรายบคุ คล เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความเรยี บรอ้ ย กอ่ นนาสง่ ครตู รวจ 275 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพือ่ การสื่อสาร เร่ืองท่ี 1 หลักการเขียนเรียงความ (ช่ัวโมงที่ 2) ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.4 ครตู รวจใบงานท่ี 4.4 แลว้ ประเมนิ ผลการเขยี นสว่ นประกอบของ เรยี งความ เป็นรายบคุ คล เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นนาไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้ ถูกตอ้ งและสมบรู ณ์ 7 การวดั และประเมินผล วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงานท่ี 4.1 ใบงานท่ี 4.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 4.2 ใบงานท่ี 4.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 4.3 ใบงานท่ี 4.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 4.4 ใบงานท่ี 4.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และม่งุ มนั ่ ในการทางาน 8 สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.1 2) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง การเขยี นคานา 3) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การเขยี นเน้อื เร่อื ง 4) ใบงานท่ี 4.3 เร่อื ง การเขยี นสรปุ 5) ใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง การเขยี นสว่ นประกอบของเรยี งความ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.kanzuksa.com/Radio.asp?data=174 276 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพื่อการส่ือสาร เรื่องท่ี 1 หลกั การเขียนเรียงความ ใบงานที่ 4.1 การเขียนคานา คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนคานา คานา เป็นขอ้ ความทเ่ี รม่ิ เร่อื ง เป็นส่วนแรกของเรยี งความ เป็นสว่ นทแ่ี สดงประเดน็ หลกั หรอื จดุ ประสงคข์ องเรอ่ื ง ทาหน้าทด่ี งึ ดดู ความสนใจ พถิ พี ถิ นั คานึงถงึ เรอ่ื งทจ่ี ะเขยี น นอกจากจะเป็นการบอกผอู้ ่านถงึ เน้อื หาทน่ี าเสนอและยงั เป็น การเรา้ ความสนใจใหอ้ ยากอา่ นเรอ่ื งจนจบ การเขยี นคานาเน้นศลิ ปะในการใชภ้ าษา แสดงความรสู้ กึ นึกคดิ ของผเู้ ขยี น เพ่อื เรา้ ใจผอู้ ่านใหต้ ดิ ตามอยากอ่านเร่อื งต่อไป การเขยี นคานาเพอ่ื เรา้ ความสนใจนนั้ มหี ลายวธิ ี แลว้ แตผ่ เู้ ขยี นจะเลอื กตาม ความเหมาะสม การเขยี นคานาอาจนาดว้ ยปัญหาเรง่ ดว่ น หรอื หวั ขอ้ ทก่ี าลงั เป็นเรอ่ื งทน่ี ่าสนใจ คาถาม การเล่าเร่อื งทจ่ี ะ เขยี น การยกคาพดู ขอ้ ความหรอื สุภาษติ ทน่ี ่าสนใจ บทรอ้ ยกรอง การอธบิ ายความเป็นมาของเรอ่ื ง การบอกจดุ ประสงคข์ อง การเขยี น การใหค้ าจากดั ความของคาสาคญั ของเรอ่ื งทจ่ี ะเขยี น แรงบนั ดาลใจ แลว้ ขยายความนนั้ ดว้ ยภาษาทก่ี ระชบั รดั กมุ คานามหี ลายแบบ เชน่ แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยส่วนรวมไปสเู่ ร่อื งเฉพาะ แบบมงุ่ ตรงสเู่ รอ่ื ง แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยความตรงกนั ขา้ มและเป็น ปัญหาใหค้ ดิ แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยการเล่าเรอ่ื ง แบบทท่ี าใหเ้ กดิ ความพศิ วง ทงั้ น้ีจะเลอื กใชแ้ บบใดย่อมขน้ึ อย่กู บั เร่อื งทจ่ี ะเขยี น ดว้ ย ควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 10 -15 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. คานาของเรยี งความมหี น้าทอ่ี ย่างไร 2. การเขยี นคานามจี ดุ เน้นอย่างไร 3. การเลอื กเขยี นคานามวี ธิ กี ารเลอื กอย่างไร 4. “เหตุใดเยาวชนไทยจงึ ใสใ่ จกบั วฒั นธรรมต่างชาต”ิ ขอ้ ความน้เี ป็นการเขยี นคานาแบบใด 277 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขยี นเพ่ือการส่ือสาร เรื่องท่ี 1 หลักการเขยี นเรียงความ ใบงานที่ 4.1 การเขียนคานา คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนคานา คานา เป็นขอ้ ความทเ่ี รม่ิ เรอ่ื ง เป็นส่วนแรกของเรยี งความ เป็นสว่ นทแ่ี สดงประเดน็ หลกั หรอื จดุ ประสงคข์ องเร่อื ง ทาหน้าทด่ี งึ ดดู ความสนใจ พถิ พี ถิ นั คานึงถงึ เร่อื งทจ่ี ะเขยี น นอกจากจะเป็นการบอกผอู้ ่านถงึ เน้ือหาทน่ี าเสนอและยงั เป็น การเรา้ ความสนใจใหอ้ ยากอ่านเรอ่ื งจนจบ การเขยี นคานาเน้นศลิ ปะในการใชภ้ าษา แสดงความรสู้ กึ นกึ คดิ ของผเู้ ขยี น เพอ่ื เรา้ ใจผอู้ ่านใหต้ ดิ ตามอยากอา่ นเร่อื งตอ่ ไป การเขยี นคานาเพอ่ื เรา้ ความสนใจนนั้ มหี ลายวธิ ี แลว้ แตผ่ เู้ ขยี นจะเลอื กตาม ความเหมาะสม การเขยี นคานาอาจนาดว้ ยปัญหาเรง่ ดว่ น หรอื หวั ขอ้ ทก่ี าลงั เป็นเร่อื งทน่ี ่าสนใจ คาถาม การเล่าเร่อื งทจ่ี ะ เขยี น การยกคาพดู ขอ้ ความหรอื สภุ าษติ ทน่ี ่าสนใจ บทรอ้ ยกรอง การอธบิ ายความเป็นมาของเร่อื ง การบอกจุดประสงคข์ อง การเขยี น การใหค้ าจากดั ความของคาสาคญั ของเรอ่ื งทจ่ี ะเขยี น แรงบนั ดาลใจ แลว้ ขยายความนนั้ ดว้ ยภาษาทก่ี ระชบั รดั กมุ คานามหี ลายแบบ เชน่ แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยสว่ นรวมไปสเู่ ร่อื งเฉพาะ แบบม่งุ ตรงสเู่ รอ่ื ง แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยความตรงกนั ขา้ มและเป็น ปัญหาใหค้ ดิ แบบขน้ึ ตน้ ดว้ ยการเลา่ เร่อื ง แบบทท่ี าใหเ้ กดิ ความพศิ วง ทงั้ น้จี ะเลอื กใชแ้ บบใดย่อมขน้ึ อย่กู บั เร่อื งทจ่ี ะเขยี น ดว้ ย ควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 10 -15 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. คานาของเรยี งความมหี น้าทอ่ี ย่างไร เป็นสว่ นทแี่ สดงประเดน็ หลกั หรอื จดุ ประสงคข์ องเรอื่ ง ทาหนา้ ทดี่ งึ ดดู ความสนใจของผอู้ ่าน 2. การเขยี นคานามจี ดุ เน้นอย่างไร การเขยี นคานาเน้นศลิ ปะในการใชภ้ าษา แสดงความรสู้ กึ นกึ คดิ ของผเู้ ขยี น เพอื่ เรา้ ใจผอู้ ่านใหอ้ ยากตดิ ตาม อา่ นเรอื่ งตอ่ ไป . 3. การเลอื กเขยี นคานามวี ธิ กี ารเลอื กอย่างไร เลอื กเขยี นใหเ้ หมาะสมกบั เรอื่ งทเี่ ขยี น 4. “เหตุใดเยาวชนไทยจงึ ใสใ่ จกบั วฒั นธรรมต่างชาต”ิ ขอ้ ความน้เี ป็นการเขยี นคานาแบบใด เป็นการเขยี นแบบเป็นปัญหาใหค้ ดิ 278 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอ่ื การสื่อสาร เรื่องที่ 1 หลกั การเขียนเรียงความ ใบงานที่ 4.2 การเขียนเนื้อเร่ือง คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านขอ้ ความตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนเนื้อเร่อื ง เนื้อเรื่อง เป็นส่วนสาคญั และยาวทส่ี ดุ ของเรยี งความ ประกอบดว้ ย ความรู้ ความคดิ และขอ้ มลู ทผ่ี เู้ ขยี นคน้ ควา้ และ เรยี บเรยี งอย่างเป็นระบบ ระเบยี บ เป็นสาระสาคญั ของเรอ่ื งทผ่ี เู้ ขยี นตอ้ งแสดงความรหู้ รอื ความคดิ อย่างกวา้ งขวาง ถกู ตอ้ ง และสมบรู ณ์ ตรงตามหวั ขอ้ เร่อื งทเ่ี ขยี น ผเู้ ขยี นจะตอ้ งคดิ ก่อนเป็นขนั้ แรกวา่ จะเลอื กเขยี นเร่อื งอะไรและมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ ดใน การเขยี นเร่อื งนนั้ ๆ จดุ ประสงคใ์ นการเขยี นเรยี งความ มี 4 ประการ คอื 1) เพอ่ื ใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ แกผ่ อู้ ่าน 2) เพอ่ื โน้มน้าวใจผอู้ า่ น 3) เพ่อื ใหค้ วามบนั เทงิ 4) เพอ่ื ส่งเสรมิ การใชค้ วามคดิ ของผอู้ า่ นใหก้ วา้ งขวางยงิ่ ขน้ึ การกาหนดจดุ ประสงคท์ แ่ี ตกต่างกนั จะทาใหเ้ น้อื หาของงานเขยี นตา่ งกนั ดว้ ย ผเู้ ขยี นตอ้ งวางโครงเร่อื งไวก้ อ่ นทจ่ี ะลงมอื เขยี น แบง่ เน้อื หาเป็นยอ่ หน้าต่างๆ ในย่อหน้าหน่ึงจะมคี วามคดิ เป็นหลกั สาคญั เพยี งความคดิ เดยี ว แต่ละยอ่ หน้าตอ้ งมคี วาม ตอ่ เน่อื งสมั พนั ธก์ นั และส่อื ความหมายไดช้ ดั เจน ส่วนของเน้อื เรอ่ื งน้ี ควรไดอ้ า้ งอุทาหรณ์ตา่ งๆ มาประกอบเป็นเชงิ สาธก โวหาร เทศนาโวหาร อุปมาโวหาร และอาจเสนอบทกลอนทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาประกอบดว้ ย จะทาใหเ้ รยี งความมสี สี นั และคณุ ค่ามาก ยง่ิ ขน้ึ ควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 70 - 80 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. เน้อื เรอ่ื งเรยี งความมสี ว่ นประกอบอะไรบา้ ง 2. การเขยี นเน้อื เรอ่ื งเรยี งความจะตอ้ งนาเสนออย่างไร 3. จุดประสงคใ์ นการเขยี นเรยี งความมกี ่ปี ระการ 4. การกาหนดจดุ ประสงคใ์ นการเขยี นตา่ งกนั มผี ลต่อเรยี งความอยา่ งไร 5. ก่อนทจ่ี ะลงมอื เขยี นเรยี งความผเู้ ขยี นตอ้ งทาสงิ่ ใดกอ่ น 279 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอ่ื การสื่อสาร เรื่องท่ี 1 หลักการเขียนเรียงความ ใบงานที่ 4.2 การเขียนเนื้อเร่ือง คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนเนื้อเร่ือง เนื้อเร่ือง เป็นส่วนสาคญั และยาวทส่ี ดุ ของเรยี งความ ประกอบดว้ ย ความรู้ ความคดิ และขอ้ มลู ทผ่ี เู้ ขยี นคน้ ควา้ และ เรยี บเรยี งอย่างเป็นระบบ ระเบยี บ เป็นสาระสาคญั ของเรอ่ื งทผ่ี เู้ ขยี นตอ้ งแสดงความรูห้ รอื ความคดิ อยา่ งกวา้ งขวาง ถูกตอ้ ง และสมบรู ณ์ ตรงตามหวั ขอ้ เรอ่ื งทเ่ี ขยี น ผเู้ ขยี นจะตอ้ งคดิ ก่อนเป็นขนั้ แรกวา่ จะเลอื กเขยี นเร่อื งอะไรและมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ ดใน การเขยี นเร่อื งนนั้ ๆ จุดประสงคใ์ นการเขยี นเรยี งความ มี 4 ประการ คอื 1) เพ่อื ใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ แกผ่ อู้ า่ น 2) เพอ่ื โน้มน้าวใจผอู้ า่ น 3) เพอ่ื ใหค้ วามบนั เทงิ 4) เพอ่ื สง่ เสรมิ การใชค้ วามคดิ ของผอู้ า่ นใหก้ วา้ งขวางยงิ่ ขน้ึ การกาหนดจุดประสงคท์ แ่ี ตกตา่ งกนั จะทาใหเ้ น้อื หาของงานเขยี นตา่ งกนั ดว้ ย ผเู้ ขยี นตอ้ งวางโครงเร่อื งไวก้ อ่ นทจ่ี ะลงมอื เขยี น แบง่ เน้อื หาเป็นย่อหน้าต่างๆ ในย่อหน้าหน่ึงจะมคี วามคดิ เป็นหลกั สาคญั เพยี งความคดิ เดยี ว แต่ละย่อหน้าตอ้ งมคี วาม ตอ่ เน่อื งสมั พนั ธก์ นั และสอ่ื ความหมายไดช้ ดั เจน สว่ นของเน้อื เรอ่ื งน้ี ควรไดอ้ า้ งอุทาหรณ์ตา่ งๆ มาประกอบเป็นเชงิ สาธก โวหาร เทศนาโวหาร อุปมาโวหาร และอาจเสนอบทกลอนทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาประกอบดว้ ย จะทาใหเ้ รยี งความมสี สี นั และคณุ ค่ามาก ยง่ิ ขน้ึ ควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 70 - 80 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. เน้อื เร่อื งเรยี งความมสี ว่ นประกอบอะไรบา้ ง ประกอบดว้ ย ความรู้ ความคดิ และขอ้ มลู ทผี่ เู้ ขยี นคน้ ควา้ และเรยี บเรยี งอย่างเป็นระบบ ระเบยี บ 2. การเขยี นเน้อื เร่อื งเรยี งความจะตอ้ งนาเสนออย่างไร ผเู้ ขยี นตอ้ งแสดงความรหู้ รอื ความคดิ อย่างกวา้ งขวาง ถูกตอ้ งและสมบูรณ์ ตรงตามหวั ขอ้ เรอื่ งทเี่ ขยี น 3. จดุ ประสงคใ์ นการเขยี นเรยี งความมกี ่ปี ระการ มี 4 ประการ คอื 1) เพอื่ ใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ แก่ผอู้ า่ น 2) เพอื่ โน้มน้าวใจผอู้ ่าน 3) เพอื่ ใหค้ วามบนั เทงิ 4) เพอื่ ส่งเสรมิ การใชค้ วามคดิ ของผูอ้ ่านใหก้ วา้ งขวางยงิ่ ข้นึ 4. การกาหนดจุดประสงคใ์ นการเขยี นตา่ งกนั มผี ลต่อเรยี งความอยา่ งไร การกาหนดจุดประสงคท์ แี่ ตกต่างกนั จะทาใหเ้ น้อื หาของงานเขยี นต่างกนั 5. กอ่ นทจ่ี ะลงมอื เขยี นเรยี งความผเู้ ขยี นตอ้ งทาสงิ่ ใดก่อน จะตอ้ งวางโครงเรอื่ งไวก้ อ่ นทจี่ ะลงมอื เขยี น 280 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพ่ือการส่ือสาร เรื่องท่ี 1 หลกั การเขยี นเรียงความ ใบงานท่ี 4.3 การเขียนสรปุ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านขอ้ ความตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนสรปุ สรปุ เป็นส่วนสดุ ทา้ ยของเรยี งความ เป็นการปิดเร่อื ง เป็นสว่ นทม่ี คี วามสมั พนั ธเ์ กย่ี วเน่อื งกบั เน้อื หาส่วนอน่ื ๆ โดยตลอด และเป็นส่วนทบ่ี อกผอู้ า่ นว่าเร่อื งราวทเ่ี สนอมานนั้ ไดส้ น้ิ สดุ ลงแลว้ ผเู้ ขยี นจะทง้ิ ทา้ ยให้ ผอู้ า่ นเกดิ ความประทบั ใจ สอดคลอ้ งกบั เร่อื งทเ่ี ขยี น กระชบั รดั กมุ ใชข้ อ้ ความทท่ี าใหผ้ อู้ ่านเกดิ ความประทบั ใจ ทส่ี าคญั คอื ตอ้ งทาใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจ จดุ ประสงคข์ องผเู้ ขยี นอย่างแจ่มชดั ซง่ึ การเขยี นสรปุ มหี ลายวธิ ี เชน่ ฝากขอ้ คดิ และความประทบั ใจใหผ้ อู้ ่านย้าความคดิ สาคญั ของเรอ่ื ง ชกั ชวนใหป้ ฏบิ ตั ติ าม ใหก้ าลงั ใจแกผ่ อู้ ่าน ตงั้ คาถามทช่ี วนใหผ้ อู้ า่ นคดิ หาคาตอบ และยกคาพดู คาคม สุภาษติ หรอื บทกวที น่ี ่าประทบั ใจ เป็นตน้ ไม่ใช่เป็นการย่อเรอ่ื งทไ่ี ดก้ ลา่ วมาแลว้ แตเ่ ป็นการทง้ิ ทา้ ยเรอ่ื งใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจ อย่างชดั เจนวา่ ผเู้ ขยี นตอ้ งการอะไร โดยเขยี นฝากขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะทค่ี นทวั่ ไปคดิ ไม่ถงึ กไ็ ด้ สว่ นสรปุ ควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 10 -15 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. การเขยี นสรุปมหี ลกั การเขยี นอย่างไร 2. “การแกป้ ัญหาซอ้ื สทิ ธิ์ ขายเสยี ง ไม่ใชห่ น้าทข่ี องใครคนใดคนหน่งึ แตเ่ ป็นหน้าทข่ี องคนไทย ทงั้ ชาติ วนั น้ีท่านไดท้ าหน้าทข่ี องคนไทยโดยสมบูรณ์แลว้ หรอื ยงั ” ขอ้ ความน้ี ควรเป็นการสรุป เรยี งความทม่ี เี น้อื หาเกย่ี วกบั เรอ่ื งใด และเป็นการสรุปแบบใด 3. สว่ นสรปุ มลี กั ษณะอยา่ งไร 281 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพ่ือการส่ือสาร เร่ืองที่ 1 หลกั การเขยี นเรียงความ ใบงานที่ 4.3 การเขียนสรปุ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านขอ้ ความตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม การเขียนสรปุ สรปุ เป็นสว่ นสุดทา้ ยของเรยี งความ เป็นการปิดเรอ่ื ง เป็นส่วนทม่ี คี วามสมั พนั ธเ์ กย่ี วเน่อื งกบั เน้อื หาสว่ นอน่ื ๆ โดยตลอด และเป็นส่วนทบ่ี อกผอู้ ่านว่าเรอ่ื งราวทเ่ี สนอมานนั้ ไดส้ น้ิ สดุ ลงแลว้ ผเู้ ขยี นจะทง้ิ ทา้ ยให้ ผอู้ ่านเกดิ ความประทบั ใจ สอดคลอ้ งกบั เรอ่ื งทเ่ี ขยี น กระชบั รดั กุม ใชข้ อ้ ความทท่ี าใหผ้ อู้ า่ นเกดิ ความประทบั ใจ ทส่ี าคญั คอื ตอ้ งทาใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจ จุดประสงคข์ องผเู้ ขยี นอย่างแจ่มชดั ซง่ึ การเขยี นสรุปมหี ลายวธิ ี เช่น ฝากขอ้ คดิ และความประทบั ใจใหผ้ อู้ า่ นยา้ ความคดิ สาคญั ของเร่อื ง ชกั ชวนใหป้ ฏบิ ตั ติ าม ใหก้ าลงั ใจแกผ่ อู้ ่าน ตงั้ คาถามทช่ี วนใหผ้ อู้ ่านคดิ หาคาตอบ และยกคาพดู คาคม สุภาษติ หรอื บทกวที น่ี ่าประทบั ใจ เป็นตน้ ไม่ใช่เป็นการย่อเร่อื งทไ่ี ดก้ ล่าวมาแลว้ แตเ่ ป็นการทง้ิ ทา้ ยเร่อื งใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจ อยา่ งชดั เจนว่า ผเู้ ขยี นตอ้ งการอะไร โดยเขยี นฝากขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะทค่ี นทวั่ ไปคดิ ไมถ่ งึ กไ็ ด้ ส่วนสรุปควรมคี วามยาว รอ้ ยละ 10 -15 ของเรยี งความทงั้ หมด 1. การเขยี นสรุปมหี ลกั การเขยี นอย่างไร การเขยี นสรปุ ตอ้ งใชข้ อ้ ความทที่ าใหผ้ อู้ ่านเกดิ ความประทบั ใจและเขา้ ใจจุดประสงคข์ องผเู้ ขยี น อยา่ งแจม่ ชดั 2. “การแกป้ ัญหาซอ้ื สทิ ธิ์ ขายเสยี ง ไมใ่ ชห่ น้าทข่ี องใครคนใดคนหน่งึ แตเ่ ป็นหน้าทข่ี องคนไทย ทงั้ ชาติ วนั น้ีท่านไดท้ าหน้าทข่ี องคนไทยโดยสมบูรณ์แลว้ หรอื ยงั ” ขอ้ ความน้ี ควรเป็นการสรุป เรยี งความทม่ี เี น้อื หาเกย่ี วกบั เร่อื งใด และเป็นการสรุปแบบใด ควรเป็นเรยี งความทมี่ เี น้อื หาเกยี่ วกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย เป็นการสรุปแบบฝากขอ้ คดิ 3. สว่ นสรุปมลี กั ษณะอย่างไร เป็นการปิดเรอื่ ง เป็นสว่ นทมี่ คี วามสมั พนั ธเ์ กยี่ วเนอื่ งกบั เน้อื หาสว่ นอนื่ ๆโดยตลอด และเป็นสว่ นทบี่ อก ผอู้ ่านว่า เรอื่ งราวทเี่ สนอมานนั้ ไดส้ ้นิ สุดลงแลว้ 282 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอ่ื การสื่อสาร เร่ืองที่ 1 หลกั การเขยี นเรียงความ ใบงานท่ี 4.4 การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทบทวนเร่อื งสว่ นประกอบของเรยี งความ แลว้ นามาเขยี นเรยี งความสนั้ ๆ เร่อื งทน่ี กั เรยี น สนใจ 1 เรอ่ื ง ตามหลกั การเขยี นสว่ นประกอบ เร่อื ง คานา เน้อื เร่อื ง สรปุ 283 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพือ่ การสื่อสาร เรื่องที่ 1 หลักการเขยี นเรียงความ ใบงานที่ 4.4 การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทบทวนเร่อื งสว่ นประกอบของเรยี งความ แลว้ นามาเขยี นเรยี งความสนั้ ๆ เร่อื งทน่ี กั เรยี น สนใจ 1 เร่อื ง ตามหลกั การเขยี นสว่ นประกอบ เรอ่ื ง คานา เน้อื เรอ่ื ง สรปุ (พจิ ารณาตามผลงานการเขยี นของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 284 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพอื่ การส่ือสาร เร่ืองท่ี 1 หลักการเขียนเรียงความ แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมีวินัย ความมีน้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผ้รู บั การ เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน ประเมิน 43214321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 285 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพือ่ การส่ือสาร เร่ืองที่ 1 หลักการเขียนเรียงความ แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชอ่ื กล่มุ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 286 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอ่ื การส่ือสาร เร่ืองที่ 1 หลักการเขียนเรียงความ แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น 2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรยี นและชมุ ชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด 287 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพ่อื การส่ือสาร เรื่องที่ 1 หลักการเขียนเรียงความ คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ 288 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพ่ือการส่ือสาร แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรื่องท่ี 1 หลกั การเขียนเรียงความ ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 289 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอื่ การส่ือสาร เรื่องท่ี 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 การเขียนเรียงความเชิง 1 ชวั่ โมง พรรณนาตามความร้สู ึก 1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ จะตอ้ งเขยี นใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การเขยี นเรยี งความ 2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 2.1 ม.1/4 เขยี นเรยี งความ 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - เขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ได้ 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง - การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนา 3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์ 2) ทกั ษะการประเมนิ 5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 290 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขยี นเพอื่ การส่ือสาร เร่ืองท่ี 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ นักเรยี นอยากจะเขียนเรียงความเมื่อเกิด ความรสู้ ึกอยา่ งไร จงอธิบาย 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น 2. ครนู าตวั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ มาแจก ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) ใหน้ กั เรยี นอา่ น เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสงั เกตสว่ นประกอบของการ เขยี นเรยี งความ และการใชค้ าตา่ งๆ ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ คาถามกระตุ้นความคิด สอ่ื การเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ การทาตามแบบต่างจากการลอกแบบอยา่ งไร (การทาตามแบบเป็นการใชค้ วามคดิ ในการเลยี นแบบ 1. นักเรยี นรวมกล่มุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) เพอื่ ใหเ้ กดิ ความชานาญก่อนทจี่ ะนามาปรบั ปรงุ เป็น จากนนั้ ใหแ้ ต่ละกลุม่ วเิ คราะหต์ วั อย่างเรยี งความเชงิ พรรณนา ความคดิ ของตนเอง สรา้ งงานขน้ึ มาใหม่ได้ ส่วนการ ตามความรสู้ กึ ตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี ลอกแบบไมไ่ ดใ้ ชค้ วามคดิ ตน้ แบบเป็นอยา่ งไรกท็ า 1) ลกั ษณะของการเขยี นพรรณนาความรสู้ กึ ตาม) 2) การนาเสนอขอ้ เทจ็ จรงิ และความรสู้ กึ 3) การใชค้ าพรรณนาตา่ งๆ ทท่ี าใหเ้ หน็ ภาพ 4) ส่วนประกอบของการเขยี นเรยี งความ 2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการวเิ คราะห์ตวั อยา่ ง เรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ 3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มฝึกเขยี นเรยี งความตามแบบ 4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.5 1. ครใู หน้ ักเรยี นเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ในเร่อื งทต่ี นเองสนใจ 2. นักเรยี นตรวจสอบงานเขยี นของตน โดยพจิ ารณาความ สอดคลอ้ งของเน้อื หาสาระ การใชภ้ าษา การเขยี นสะกดคา การลาดบั เรอ่ื ง ปรบั ปรุงงานเขยี นเรยี งความใหม้ คี วามชดั เจน ถูกตอ้ ง และเหมาะสม แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.5 เร่ือง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรสู้ ึก 291 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพือ่ การสื่อสาร คาถามกระตุ้นความคิด เรื่องท่ี 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก การที่นักเรยี นจะฝึ กทางานให้เกิดความชานาญ ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ เช่น การเขยี นเรียงความให้ประสบความสาเรจ็ ไดร้ บั รางวลั จากการประกวดเรียงความของ ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.6 หน่วยงานต่างๆ นักเรยี นจะต้องทาอย่างไร (ฝึกเขยี นอย่างสมา่ เสมอ และหาความรเู้ พมิ่ เตมิ 1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ เกยี่ วกบั การเขยี นเรยี งความ) 2. ครใู หน้ ักเรยี นเขยี นเรยี งความเกย่ี วกบั “สงั คมไทย มารยาท ไทย และมารยาทของเดก็ ไทย” โดยตงั้ ช่อื เร่อื งใหเ้ หมาะสม และใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การใชภ้ าษา 3. นกั เรยี นเขยี นเรยี งความลงในใบงานท่ี 4.6 เรอื่ ง การเขียน เรียงความเชิงพรรณนาตามเรอ่ื งท่ีกาหนด เสรจ็ แลว้ ให้ ตรวจความเรยี บรอ้ ยกอ่ นนาใบงานสง่ ครู 4. ครปู ระเมนิ ผลการเขยี นของนักเรยี นและเลอื กผลงานการ เขยี นดเี ด่นจดั แสดงไวบ้ นป้ายนเิ ทศ 7 การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์ วิธีการ ใบงานท่ี 4.5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 4.5 ใบงานท่ี 4.6 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 4.6 แบบประเมนิ การเขยี นเรยี งความ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การเขยี นเรยี งความ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มนั ่ ในการทางาน 8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) ตวั อยา่ ง เรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ 2) ใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ 3) ใบงานท่ี 4.6 เร่อื ง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามเรอ่ื งทก่ี าหนด 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ — 292 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพื่อการสื่อสาร เรื่องที่ 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก เอกสารประกอบการสอน ตวั อยา่ ง การเขียนเรยี งความเชิงพรรณนาตามความรสู้ ึก วนั ท่ี 2 มกราคม 2551 เป็นวนั แหง่ การสญู เสยี ใหญห่ ลวงของปวงชนชาวไทย สมเดจ็ พระเจา้ พน่ี างเธอ เจา้ ฟ้า กลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ สน้ิ พระชนมเ์ มอ่ื เวลา 2 นาฬกิ า 54 นาที ตามแถลงการณ์สานักพระราชวงั ยงั ความวปิ โยคโศกเศรา้ อาลยั อย่างสุดซ้งึ บงั เกดิ แก่พสกนิกรทวั่ ไป ทงั้ ภายในและนอกประเทศ พอรุง่ สางขา่ วไดแ้ พรส่ ะพดั ไปอย่างเรว็ แมจ้ ะเป็นทค่ี าดหมายกนั ล่วงหน้าจากทต่ี ดิ ตามแถลงการณ์สานักพระราชวงั โดยตลอดกต็ าม ไมน่ านนักบรเิ วณโรงพยาบาลศริ ริ าชกค็ ลาคล่าไปดว้ ยฝงู ชนทท่ี ยอยกนั ไปเพอ่ื รอถวายความเคารพพระศพ สดี าของเสอ้ื ผา้ ทผ่ี คู้ นสวมใส่ ใบหน้าทห่ี มองคล้า นยั นต์ าทห่ี ล่อรน้ื ไปดว้ ยหยาดน้าตาบอกใหร้ วู้ ่าทุกดวงใจในทน่ี นั้ หมอง เศรา้ เพยี งใด นับเป็นอกี ครงั้ หนง่ึ ทช่ี าวไทยรสู้ กึ สญู เสยี แตใ่ นความสญู เสยี นนั้ เราไดเ้ หน็ พลงั และความจงรกั ภกั ดที ค่ี นไทย มตี อ่ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ทกุ คนอยากจะแบง่ เบาความโทมนัสพระทยั จากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั *และอยากถวาย กาลงั ใจแด่พระองค์ การสน้ิ พระชนมข์ องสมเดจ็ พระเจา้ พน่ี างเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทรค์ รงั้ น้ี ถอื เป็น ความสญู เสยี อย่างใหญห่ ลวงของพสกนกิ รชาวไทย ดงั ทม่ี ผี ถู้ า่ ยทอดความรสู้ กึ ถงึ พระองคไ์ วว้ ่า อาลยั พระเสดจ็ ดา้ ว แดนสวรรค์ ปวงประชาโศกศลั ย์ ทวั่ หลา้ ตะวนั ลบั ดบั คงผนั คนื รงุ่ อรณุ แฮ สญู พระองคล์ บั ฟ้า ลบั แลว้ ลาไกล หฤทยั ปลงเป่ียมเศรา้ โศกสลด หมองหมน่ พน้ พากยพ์ จน์ เทยี บแท้ วรกายมปิ รากฏ แก่เนตร นรานา พระเกยี รตพิ ระคณุ แล้ อยยู่ งั้ ยนื นิรนั ดร์ (สโมสรสมานมติ ร : คุณหญงิ กุลทรพั ย์ เกษแมน่ กจิ , นิตยสารสกลุ ไทย) __________________ * “พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ” ในทน่ี ้หี มายถงึ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช 293 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพ่อื การส่ือสาร เร่ืองที่ 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ใบงานที่ 4.5 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความร้สู ึก คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ในเร่อื งทต่ี นเองสนใจ 294 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพ่ือการสื่อสาร เร่ืองท่ี 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ใบงานที่ 4.5 การเขียนเรยี งความเชิงพรรณนาตามความรสู้ ึก คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนาตามความรสู้ กึ ในเรอ่ื งทต่ี นเองสนใจ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 295 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพื่อการส่ือสาร เร่ืองท่ี 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ใบงานที่ 4.6 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามเรื่องที่กาหนด คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเกย่ี วกบั “สงั คมไทย มารยาทไทย และมารยาทของเดก็ ไทย” โดยตงั้ ชอ่ื เรอ่ื งใหเ้ หมาะสม และใชภ้ าษาใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การใชภ้ าษา 296 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขยี นเพื่อการส่ือสาร เร่ืองท่ี 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ใบงานที่ 4.6 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามเรื่องที่กาหนด คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเรยี งความเกย่ี วกบั “สงั คมไทย มารยาทไทย และมารยาทของเดก็ ไทย” โดยตงั้ ชอ่ื เรอ่ื งใหเ้ หมาะสม และใชภ้ าษาใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การใชภ้ าษา 297 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอื่ การสื่อสาร เรื่องที่ 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) แบบประเมิน การเขียนเรียงความ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตการเขยี นเรยี งความของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม มี การใช้ภาษา เนื้อหา รวม ท่ี ของผรู้ บั การ หลกั การ องคป์ ระกอบ ในการเขียน ถกู ต้อง 16 เขียน ชดั เจน คะแนน ประเมิน ครบถว้ น 43214321432 14321 ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก 298 11 - 13 ดี หลกั ภาษาฯ ม.1 8 - 10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพือ่ การส่ือสาร ให้ 1 คะแนน เร่ืองท่ี 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ปฏบิ ตั มิ ขี ้อบกพรอ่ งมาก แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล ช่อื ...................................................................................................... ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื 3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย 4 ความมนี ้าใจ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 299 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพอื่ การส่ือสาร เรื่องที่ 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชอ่ื กลมุ่ ................................................................................................ ชนั้ .................................................... คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน 3 การแสดงความคดิ เหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 300 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขยี นเพือ่ การสื่อสาร เรื่องที่ 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น 2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในชนั้ เรยี น 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชุมชน 4. ใฝ่ เรยี นรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด 301 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเขียนเพอื่ การสื่อสาร เร่ืองที่ 2 การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ 6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 รจู้ กั ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ 302 หลกั ภาษาฯ ม.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเขียนเพอ่ื การสื่อสาร แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เร่ืองที่ 2 การเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาตามความรู้สึก ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี ) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงช่อื ) ( ตาแหน่ง 303 หลกั ภาษาฯ ม.1
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 581
Pages: