Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Description: ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Search

Read the Text Version

www.kalyanamitra.org

3^ aui2/iaiai9a พรร!มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) ^ร--- www.kalyanamitra.org

อันเฬaอเร่อ โคย : พรร:มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) ISBN 978-616-455-298-2 พิมพครั้งทํ่ ๑ กุมภาฟ้'นธ 1๓๕๖๑ จำ นวน ๕,๕00 เล่ม จัดพิมพโดย วัคราซโอรฟ้าราม ราชวรวิหาร พิมพทํ่ แขวงบางก้อ เฃฅจอมทลง กรุงเทพมหานกร ๑0๑๕0 โทร. 0-๒๕๑๕-๓๓!๓ฟ่ : บริษัท รุ่งสืลฟ้การพิมพ(๑๙๗๓!)จำ กด โทร. 0-๒๑๑Cm-๓๕๕๕ www.kalyanamitra.org

51เฮ[ฮ เฮ[ฮฒ [ฮฒฒูฒแ^^ I^wili m ■ะ,^)..รCr L ฒฮฒฒฒฒฒฒฒฒ[ฮเ5115]เฮ151ฒฒฒฒ[ฮฒ พรร!มหาโพธิวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

ปรร!วติ พรร!มหาโพธิวงศาจารย (ฐ^ ฟ้ถานรปีจจุบน พระ:มทาโพธิวงศาจารย ฉายา สุรเฅใซ อายุ ๗!๓ พรรษา ๕๑ เจ้าอาวาสวัคราชโอรศาราม แขวงบางจ้อ เฃฅจอมทอง กรงเทพมหานคร สถานร:เดิม ซอ ทองคั๋ นามสกุล สุรเคซ เกิคพฤหัสบคั๋ท ๑๕ กุมภาพันธ ปี จอ พ.ศ. ๒๕๘๙ ทอำ เภอพรานกระค่าย จังหวัค กำ แพงเพชร บรรพซา วันท ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ปีซวค ณ วัคไฅรภูมิ อำ เภอพรานกระค่าย จังหวัคกำแพงเพชร อุปสมบท วันท ๒■๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๑ ปีมะแม ณ วัคไฅรภูมิ อำ เภอพรานกระค่าย จังหวัคกำแพงเพชร วทยฐาน: ทางธรรม ประโยค ป.ธ. ๙ส์านักเรยนวัคปากนํ้า ภาษเจริญ พ.ศ. ๒๕๑๕ ทางโลก ประโยควิชาครูพิเศษนัธยม (พ.ม.) พ.ศ. ๒๕๑\\ว ตำ แหน่งหน้าทในอดิต 3#ะ เป็นเลขานการเจ้าคณะอำเภอพรานกระค่าย เป็นเลขานการเจ้าคณะเฃฅบางชนเทยน ๙^ะ^: ๙www.kalyanamitra.org

^ เป็นอาจารยศอนวิซาแต่งฉันทภาษามคธ ชั้นประโยค ป.ธ.๘โรงเรยน พระปริยัติธรรมต่วนกลางซองคณะศงฆ )(ะ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาศวัคราชโอรศาราม เป็นเจ้าคณะแขวงบางค้อ เป็นรองประธานกรรมการตรวจสอบค้นฉบับพระไฅรปิฎก ฉบับ ยังคายนา ภาษาไทยและภาษาบาล ^ เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและคำ เนินการจัคฅั้งส์านัก ทุบผาศวรรคํเป็นสถานสืกษาทางพระพทธคาสนา ^ เป็นรองประธานกรรมการตรวจต่านวนการแปลพระไตรปิฎก ฉบับ มหาจุ'ฝ'าลงกรณราชวิทยายัย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการสืกษาฃองคณะสงฆ yk เป็นกรรมการจ้คทำแผนพัฒนาค้านคาสนา กรมการคาสนา yk เป็นประธานกรรมการจัคทำค้นฉบับพระไตรปิฎก ฉบับภาษาไทย yk เป็นกรรมการตรวจค้นฉบับและจัคพิมพัพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาล และฉบับภาษาไทย yk เป็นเจ้าคณะภาค ๑\\ว yk เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ตำ แหน่งหน้าทในปีจจุบัน yk เป็นเจ้าอาวาสวัตราชโอรสาราม yk เป็นเจ้าสำนักเริยนวัคราชโอรสาราม yk เป็นราชบัณฑิต สาขาวิชาตันติภาษา สำ นักติลปกรรม ราชบัณฑิตยสภา yk เป็นอาจารยสอนวิชาแต่งไทยเป็นมคธ ชั้นประโยค ป.ธ. ๙โรงเรยน พระปริยัติธรรมต่วนกลางของคณะสงฆ yk เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยายัย มหาจุพัาลงกรณ ราชวิทยายัย ไ ^ '■^ wwwจ.้k.a'lyan'amitra.org

/ y •\\vwieweewi' เป็นหัวหน้าพระธรรมทูฅฟ้ายท ๘ เป็นรองประธานโกรงการป็กอบรมพระหัก เทfluส่วนกลาง >fc เป็นนู้อำนวยการป็กอบรมพระหักเทลน!นหนกลาง เป็นผู้อปหัมภลฑ้งหักในประเทศเยอรมน คอ หักพทธวิหารนครเบอรลิน หักธรรมวิหาร เมืองฮันโนเวอร และ หักสิ'งฆวิหาร เมืองลกุกการก ^ เป็นผู้อุปถัมภศฑ้งหักในฟ้าธารณรัฐเซก กือ หักธรรมกิกกิวงส่ กรุงปราก ขลงๆนด้านวิชาการ หหังส่อและตำราทไค้เขยน แปล และรวบรวมไว้มืหลายประเภท เฉพาะทไคหักพิมพออกเฆยแพร่แล้วมืหังน็้ ประเภทธรรน-ธรรมประยุกต ๑. พระในบ้าน ๒. หน้าทของกน ๓. กำ พ่อกำแม่ <1. พุทธธรรม ๕ นาท ๕. ๑ นาทเพอซวิฅ ๖). ไขข้อข้องใจ ๗. ธรรมฟ้ารทศน ฟ. ธรรมฟ้ารทปน ๙. ส่ล ๕ รักษาโลก ๑0. อนเหลอเชอ เส่ม ๑-๓ และฉบับรวมเล่ม ประเภทวิชาการ-คู่มือ ๑. หสิกการแก่งฉันทภาษามกธ ป.ธ.๘ ๒. คู่มือแก่งไทยเป็นมกธ ป.ธ.๙ www.kalyanamitra.org

๓. คูมอการสืกษาบาล เล่ม ๑-d d. กลงธรรม เล่ม ๑-๓ ๕. แนวปฏิบัติf1าสนพิธ \\ว. ซาคลในธรรมบท ๓!. ชุมบัญญา'จากซาคก ๘. การเรยนรู้พรร:พุทธพจน ๙ พรร:วินัยบัญญัติ ปรร:เภทเทศนา ๑. ธรรมสารเทศนา เล่ม ๑-๓ ๒. กิร คังไค้ศคับมา เล่ม ๑-๓, และ:ฉบับรวมเล่ม ๓. เทศนั : การเผยแผ่ทส์าคัญคักคสิทธ ๕. หนักแลร:วิธการเทศนั ๕. การฅกวามพุทธศาลนสุภาษิค v>. ภาษาไทย ภาษาเทศนั ๗. ป็ปมาลาธกในเทศนา ๘ วิธเทศนา ปรร[เภททั่วไป ๑. นิราศจอมทอง ๒. ฃ้อกิค ข้อเขยน ๓. ลมณคัภค: ยศข้าง ขุนนางพรร ๕. ภาษิฅนิบัศนั ๕. ธรรมบทซวิฅ \\ว. ประกายกวามกิค ii if www.kalyanamitra.org

ปรร!เภทพจนานุกรม ๑. ภาษาธรรม ๒. คำ ว้ค ฟม ๑-๕ และฉบบรวมเล่ม ๓. สพทวิเกราะห d. ภาษาซาวffาน ๕. พจนานุกรม ไทย-บาลั๋ ปรร!เภทหนงสือแปล ๑. กนกินกน (มหาสุฅโลมซากก) ๒. หัวใจอมฅะ (วิธรซากก) รายจ่ายในการบริหารวัดราชโอรฟ้าราม แลร!อุปถมภบำรุงทอนๆ นับกั้งแก่ดำรงแหน่งเจ้าอาวาฟ้วัคราซโอรสารามมาใน!]พ.ก.]รท๕]รท๕ จนถง!]พ.ก.๒๕๖0ไก้บูรณปฏิหังฃรณและก่อสร้างถาวรวัฅถ กาสนสถาน ก่างๆ และกิจกรรมทส์ากัญในพระอาราม กั้งไค้อุปถมภบำรุงสถานทอนๆ ม ยอกรายจ่ายรวมกั้งกั้นกามล่วนงาน กังนิ้ ๑. งานกาสนสืกษา ๒๖,0^0^๑,๖๕0^ บาท (ล่งเสริมการกาสนคํกษา) ๒. งานเมยแก่ (ในค่างประเทก) ๑๒๙^๖๒๕,000 บาท ๓. งานสาธารณูปการ ๓๑(ฝ,๕๒๓,๖๒๓ บาท (ก่อสร้างและบูรณะ) ๕. งานสาธารณสงเกราะหัและอุปสมภ ๒๘,๒๖๕,๕๖๖ บาท ๕. งานกิกษาสงเกราะหั ๓๙,๘๙0,๕๘๙ บาท รวมเร็่เนเงินกั้งสิน ๕๕๓,๕๙๕,๓๑๘ บาท www.ka** รlyanamitra.org ท Ar

XiSi ■ร^ • รางวลแลร!เกยรติคุณทไ™ พ.ศ. ๒๕๓0 ไครบพระ:ราชทานรางวัลเศาเศมาธรรมจักร ในฐานะ:ยู้ทำ คุณประ:โยซนต่อพระ:พุทธศาศนา ประ:เภทส่งเสริมการสืกษา 1 พ.ศ.๒๕๕๒ ไค้รบฑงวัลฑงวัล\"พุทธคุณูปการ\"ระ:คับ\"วัชรเกยรฅิคุณ\"จัตโคย กณะ;อนกรรมาธิการกิ'ๆการพระ;พุทธศาสนา ในนามคณะ: กรรมาธิการการศาสนา คัลปะ: และ:วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๓) ไค้ริบรางวัล \"ผู้นำพุทธโลก\"จัคโคยส์านักงานพระ;พุทธศาสนา แห่งชาติร่วมนับองกการยุาพุทธศาสนิกคัมพนธแห่งโลก พ.ศ. ๒๕๕๓) ไค้ริบรางวัล \"นัวทิพย ๒๕๕๗\" จากกองทุน ๑00 il พระพุทธวรญาณ (กิตติ กิฅติทินนมหาเถระ) จังหวัคลพบุริ สมณคักดิ๋ พ.ศ. ๒๕๑๙ร' เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ทํ่ พระศรวิสุทธิวงต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ท พระราชาสุทธิโมล พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ท พระเทพปริยติโมล พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมท พระธรรมกิฅติวงต่ พ.ศ.๒๕๕๓) เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นหิริญนัฏ ท พระมหาโพธิวงศาจารย ร www.kal-yasn'amitra.org

คำ นำ หนังสือเรอง อันเหลือเชอ เล่มนเป็นเรํ่องทท่านแศคงไว!นกัมภั๋รอรรถ กถาธรรมบท อันเป็นอัมภรทอธิบายกวามพร^พุทธว'จนะซงบันทึกรวบรวมไว้ ในพระ:ไฅรปีฎก อันท่านพระ:พุทธโฆสา'จารยใค้แค่งไว้ทประ:เทf1ศรอังกาเมอพัน กว่าป็มาแล้ว เป็นหนังลือทไค่รับการยอมรับแอะ:ชนซมอันมากในหมู่กนพุทธทั่ว โลก กณะ:สงฆไทยไค้กำหนคให้เป็นหอักสูฅรการเรยนพระ:ปริบัฅิธรรมแผนก บาลืมาแฅโบราณ ภิกษุสามเณรทเรยนบาลืย่อมทราบเนอหาเป็นอย่างค ล่วนผู้ มิไค้เรยนบาลืทั้งภิกษุสามเณรและ:กฤหัสถทั่วไป'จะ:ทราบเนอหาธรรมบทน■จาก การพังเทศนหรอ'จากการอ่านธรรมบททท่านแปลไว้แล้วเป็นหอัก แค่ก็่มไม่มาก นักท'จะ:รู้รายละ:เอยคเรํ่องในธรรมบทน จึงคำริทำหนังลือเล่มน็้ฃ็้น หนังลือน!ค้อัคเรองเฉพาะ:ทมประ:เค็่นส์าอัญซงเป็นเรองอันเหลือ เชอ หรอไม่น่าเชอว่าเภิคเนไค้อย่างไร โคยอัคไค้ ๕๙ เรอง จากเรองทั้งหมค ๓0๒ เรองในแค่ละ:เรํ่องไคว้เกราะ:หเนอหาคามมุมมอง และ:ไค้ขยายประ:เค็่น ทน่ากิคน่าวิเกราะ:หัแสคงไว้ การวิเกราะ:หนเป็นเพัยงมุมมองส่วนหนงเท่านั้น ชงประ:เค็่นของเรองย่อมมมุมมองมากว่านั้อันผูรู้สามารถมองเห็่นไค้ ทแสคง ไว้เป็นเพยงอัวอย่างเท่านั้น หากไคํวิเกราะ:หั!นมุมอนออกมาแสคงก็่ย่อมจะ: เป็นประ:โยซนยั๋งขนไป และ;หนังลือนั้!คํจ้คพิมพัมาแล้ว โคยแยกพิมพัเป็น ๓ เล่มคามลำอับ ในการพิมพักรั้งนั้ถอว่าเป็นการพิมพัรวมเล่ม เพอสะ:ควกในการเก็่บรักษาจะ:ไค้ ไม่กระ:อัคกระ:จาย และ:จัคพิมพัเนองในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงกล รอบ www.kalyanamitra.org ก^

๗๒ lI ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ โดยไ^บกวามอุปถัมภจากทุณฤค เสนวงณ อยุธยา ยู้มนํ้าใจ มกรทธารับเป็นเจ้าภาพจัดพิมพั เพอถวายแก่ พระ:เถรานุเถร:;ทไครับนิมนด!ปในงาน และเพอแจกจ่ายเป็นธรรมทานแก่ท่าน ทเการพนับถอ นักเรยน และห้องสมุดด่างๆ อันนับเป็นธรรมทานทยอดเยยม ดังพระพทธวจนะทว่า สพพทานํ ธมมหาน่ รินาติ-การให้ธรรมทานย่อมรนะการโ^งปวง ซออนโมทนาด่อเจ้าภาพและท่านทมก่วนให้หนังรอน็้ส์าเร็่จเรยบร้อย ด้วยค ขอให้ทุกท่านมส่วนแห่งบุญอันเป็นปิญญาบารมน มสฅิปิญญาแหลมกม ม^'\"ไ'1หวพรAิบ ส,ามารถแกชญหาไ^ค[a-ค?rยเรdวพลัน และไVIด2^้บรรลุธรรมส.ูง.ส'ดไในกาล ไม่นาน. {พระมหาโพธิวงศาจารย่) เจ้าอาวาฟ้ว้'คราซโอรสาราม เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ๑๓ ธนวาคม ๒๕๖0 www.kalyanamitra.org

สารบัญ p ประ!วติ (๕) คำ นำ ((ร)๑) นำ เรอง ๑ เรองท ๑. พล้งเวรข้ามชาติ ๕ ๒. ถึงร้ายก็่รัก ๑๓ ๓. บุญบันดาล d. คุมจิตไม่ไดกร้ายสุดลม ร>(^ ๒<^ ๕. กรรมใดใครก่อ ๓ฟ่ <^๓ V). จำ ไม่ได้ใช่ว่าโง่ ๖๕ ฟ่๓ ro!. เพศกลบ ๘๕ Cm. บาปบันดาล ๘๓ ๑๐๘ (^. ตรร!หนํ่สุดขว (ร)(ร) (ร)o. บุญนำพา วาสนาช่วย ๑๑. ความเชอฤาจร!เหนือความจริง ๑๒๘ ๑๓๕ ๑๒. ศตินืดไป ใจก็่นืดบัว ๑๕๕ ๑๕๓ ๑๓. ทำ ได้ด้วยใจกล้า ๑๖๑ ๑<i. ด้นร้ายปลายด ๑๖๘ ร)๕. พิการพนถึก ๑๘๓ ๑๖. มติลนืแต่ไร้ถึล ๑๘๕ ๑๓^. เพราร!อิจฉาจิงตาร้อน ๒๐๓ ๑(m. อานุภาพพรร!ไตรร้ตนื ๒๑๓ ๒๒๓ ๑(2^. จนทรัพยแต่ไม่จนศริทรา ๒๓๓ ๒0. สงบได้เพราร!ใจนง ๒๕๑ ๒๑. ร้กอปางน ร้กจริงหรือ ๒๕๓ ๒๖๑ ๒๒. ซวิตทํ่ผกบัน ๒๓. ซน๙ใจจิงไปรอด ๒d. พล้งปริตรแลรพล้งธรรม \\so๕. ๗ ขวบ แต่ข้นกล้า ๒๖. ไมตรืติดตามข้ามชาติ ๒๓}. ทองกลายเฟ้นถ่าน www.kalyanamitra.org

ka๘. จนแต่ใจถง ๒๖๗ ๒๗๕ ๒๘. คราวเศรษ^ไร้ทุน ๒๘๕ ๒๘๓ ๓0. โสดาบนทำปาณาติบาตหรือไร ๒๘๘ ๓0๕ ๓๑. ผลบาปนนทันตา ๓๑๓ ๓๒. พลาดไปเพรา:!ไจเร็่ว ๓๓. กุรรมนนตามสนอง ๓๑๘ ๓<1. ทหลบกรรมไค้เ!แนไม่ม ๓๒๗ ๓๕. ติดสนุกเลยทุกขถน้'ด ๓๓๓ ๓๖. ติดใจถอยคำ จึงสร้างกรรมเวร ๓๕๑ ๓๗. ไม่สมแก่ภาวร แต่สมแก่กรรม ๓๕๗ ๓๘.เ บรรลุdเรวVI เคดวย^พนฐานตAิ ๓๕๓ ๓๘. การมองเห็่นทับความจริง ๓๖๑ ๓๖๘ ๕0. เพรารอารมฉ่!ชั่ววูบ ๓๗๗ ๓๘๕ ๕๑. ใครผิด ๓๘๓ ๕๒. รรรมดาทมี่ใฃ่ธรรมคา ๕0๓ ๕๑๑ ๕๓. คายง่ายไร้วํ่แวว ๕๑๗ ๕๒๗ ๕๕. ไม่เว้น แม้พรรพทธเจ้า ๕๓๓ ๕๕๑ ๕๕. ทานนั้นสำคญฉรน ๕๕๗ ๕๕๓ ๕๖. สรณรอนสูงสุด ๕๖๓ ๕๖๘ ๕๗. แก้กรรม ๕๗๕ ๕๘๕ ๕๘. เมตตาอุปทัมภ์ ๕๘๕ ๕0๓ ๕๘. มิง่ายอยางทติด ๕0. ปากมหาง ๕๑. พรรใบลานเปล่า ๕๒. ไม่ถูกทัธยาทัย ๕๓. อานุภาพพรรปริตร ๕๕. อานสงสํพุทธาบุสติ ๕๕. ชรตากรรมเศรษ^ ๕๖. ธรรมร้กษา ๕๗. สมหวังค้วยตงใจ ๕๘. ติลร้กษา ๕๘. เลึอกให้ใจเป็นทุกฃ www.kalyanamitra.org

\\ r.j. c / J. www.kalyanamitra.org

ผู้มคทำคเiฝากคไว้ ถึงจากไปสัแคว้นแคนทิพยฟิรวง คคงอยู่ส่งผลใช่กลลวง อยู่ในควงกมลคนเลํ่องลือ ผู้มคไม่ทำคให้มอยู่ เขาจรรู้ว่า ยามจากไปอรไรเล่าเข้ากำมือ แม้แค่ชึ๋อก็่ลืมกันมิทันนาน. ศรจอมทอง www.kalyanamitra.org

นำ เรอง นับแต่'จำกวามกันไค้กนเรามเรองทไครับรู้มามากมาย ทั้งทํ่ไค้ประ:สบ พบเห็่นไค้เผชิญมาค้วยตนเอง ทั้งทไค้ยินไครัเงกนอนเขาเล่า ทั้งทไค้อ่านไค้ เรยนรู้มา'ไเากแหล่งกวามรู้ต่างๆ เรองทั้งหมคนั้น มทั้งเ'รองล่วนคัว เรํ่องของ กนอน เรองของบ้านเมือง เรองของโลก คูกับสนอลเวงไปหมค 'จนบางกรั้ง แยกไม่ออกว่าเป็นเรั้องอะ:ไรเป็นเรั้องของไกร ทั้งในบรรคาเรั้องทไ^ค้ประ:สบมานั้นบางเรั้องก็่เหลือเชอ บางเรั้อง เซํ่อไค้ บางเรั้องเชอไมไค้ บางเรั้อง'จริง บางเ'รองโกหก คังนั้น จึงอยู่ทคัวเรา เองว่า'จะ:รู้และ;ทำกวามเข้าใ'จเ'รํ่องนั้นๆ อย่างไร จะ:เชอหรือไม่เซํ่ออย่างไร หาไม่ แล้วเ'รองทํ่ฅนไค้ประ:สบไครัเงไค้รู้มานั้น จะ:ไมกอประ:โยซนํอะ:ไรไปมากกว่าไค้ ประ:สบ ไค้รัเง และ:ไค้รู้เท่านั้น อันเฬaai^a www.kalyanamitra.org

แฅ่โคยฃ้อเท็่จพิ เรึ๋องต่างๆ นั้นล้วนมปรร;โยซน มคุณค่าควรแก่ กาทู้แม้ฟ้นเรองไม่จริง เ!เนเรองโกหก หรือเ!เนเรองเล่ากนเพลินๆ เช่นหาก เป็นเรองไม่จริง แลร;เราก็่รู้ว่าไม่จริง แสคงว่าเราก็่มความกิคทํ่รอบกอบ มกวาม เข้าใจในเรองต่างๆ ไคคพอสมกวรไม่เชอง่าย จึงรู้ว่าเรองนั้นเป็นเรองไม่จริง และ:หากกิคต่อไปว่าเรองไม่จริงเช่นนั้ฅนไม่กวรพูค พูคแล้วจร;ทำไห้เสิยหายแก่ คน ทำ ไห้กนฟ้งฃาคกวามเการพนับถือไค้หรือทำไห้กนฟิงเสิยหาย เถืยเวลาฟิง หากเขาเซอก็่อาจไปก่อเวรก่อกรรมอนๆ ไคอกมาก เป็นบาปเป็นกรรมแก่เรา เองชงเป็นกนพูคค้วย กิคอย่างนั้แล้วก็่ไม่พูคเรํ่องไม่จริงนั้นเสิย ส์ารวมรร;วังท จร;พูคเรองโกหกอย่างนั้น ก็่ทำ ไห้คนไม่เถืยหาย เรองไม่จริงทั้งหลายสามารถ นำ มาสอนคนไค้เช่นนั้ แต่ถ้าเป็นเรองจริง เป็นเรองทเกิคฃนเนนนานมาแล้ว เมอไค้พินิจ รอบกอบแล้วมเหตุผลเซํ่อไค้ แม้เป็นเรองไกลเกินคัว เป็นเรองทพ้นวินัยทจร; สืบหาข้อเท็่จจริงไค้ ก็่กวรจร;ไคปีกไจเชอเป็นเบองค้น เมอปีกไจเชอแล้วก็่จร; ไค้ขวนขวายคำเนินคามหรือทำคามอย่างค้วยกวามมั่นไจ ทำ ไห้[ครบปรร;โยชนํ ไคํรับผลคอบแทนตุ้มค่า ทั้งหมคก็่อยูทกวามพินิจ กิครอบกอบ ไซปีญญาเหตุผลมากำหนค เรองว่ากวรเชอหรือไม่กวรเซํ่อ เรํ่องต่างๆ ทไค้ปรร;สบ ทไคํพิง แลร;ทไครู้มานั้น ล้วนเป็นเรองทผ่านมาแล้วทั้งร้น แม้เป็นเรองเล่าทไม่เกิคช'นจริง ก็่เป็นเรองท ผู้เล่าอ้างว่าผ่านมาแล้วเช่นกัน ไนพรร;พุทธศาสนา พรร;พุทธเจ้าทรงแสคงหนักแห่งกวามเซอไวิไน เกสปุตติยสูตร ชงทั่วไปเรืยกกันว่า กาลามสูตร ไนพรร;สูครนั้น ทTงแ^^ศง ไว้ว่า อย่าเพงปถงใจเชอในVIนท ใท1ช้ปีญญาใช้เหตนตพินิจให้รอบศอบก่อน หรอปฏิบัติให้1ศ้ผลจริงเ^ยก่อนจึงค่อยเชอ เนั้อหาไนพรร;สูครนั้นทรงแสคงไว้ ๑0 ปรร;การ กิอ โอ J พรgมหาโพธิวงศาจาTtl (ทองด) www.kalyanamitra.org

<S). อย่าเพั๋งเชึ๋อ ในเรองทฟิงตามกนมา ๒ว. อย่าเพงเซึ๋อ ในเรองทถือตามสิบกนมา ๓. อย่าเพงเชอ ในเรองทเล่าสิอกน d. อย่าเพงเชอ ในเรองทอ้างตำราหรือคมภรเ!เนหลก ๕. อย่าเพงเชํ่อ ในเรํ่องตรรก ทตรืกนกคิดเอง '๖. อย่าเพงเชอ ในเรองทอนุมานคาดเอา ๗. อย่าเพงเชอ ในเรึ๋องทํ่โตร่ตรองหาเหตุผลเอง ๘. อย่าเพงเชอ ในเรองทตรงกบทฤษฎของตนชงคิดไว้แล้ว ๘. อย่าเพั๋งเชอ ในเรองทํ่เห็่นว่ามรูปล้กษณร;น่าจร;เ!เนไปได้ ๑0. อย่าเพั๋งเชอ ในเรองทนบถือว่าสมณร;นเฟ้นครูของตน ดามหลักน มิใซ่มิให้เชออร:ไร มิใซ่มิให้เชอใกรเลย หากแฅ่ป้'องกันมิให้ เชอในกันท ชงอาจทำให้เซํ่อผิด ทำ ให้หลงงมงาย แลร:ทำให้เสิยหายไค้ เมอรับรู้ เรองใดแล้ว เมอฅ้องการเชอก็่ฃอใหใซปิญญา ใช้เหตุผล พินิจให้รอบกอบ ชงทางพรร:เรืยกว่าโยนิโสมนสิการ หรือให้ปฏิบัติให้เห็่นผลจริงค้วยดนเอง หรือ คูจากผู้ปฏิบัติจริงแล้วไค้ผลจริงเสิยก่อนก่อยเชอ ทำ เซ่นนิ้จร:มแดใค้ไม่มเสิย เรองทนำเสนอในหบังสิอน เป็นเรองทไครับบันทึกไว้[นกัมภfพรร:พุทธ ศาสนา กือ คัมภรอทถกถาธทมบท ชงพรร:พุทธโฆสาจารย่ ไค้รจนาไว้ท ปรร:เทศศรลังกา เมํ่อเกือบสองพันป็มาแล้ว เป็นกัมภรทรู้จักกันแพร่หลาย ทั่วโลก ในปรร:เทศไทยไคใช้เป็นแบบเรืยนภาษาบาลหรือภาษามกธชองภิกษุ สามเณรมาแดโบราณ มการแปลเป็นภาษาไทยแพร่หลาย มการนำเนอหาแลร: ปรร:เค็่นกวามออกมาแสดงในรูปแบบด่างๆ เซ่น เทศนา สนทนา เขยนบทกวาม เป็นทรู้กันโคยทั่วไป อ้211ฬสีอเร่อ www.kalyanamitra.org

เรองในก้มภรอรรถกถาธรรมบทนั้นม ๓0๑ เรอง เป็นเรองทพระ พุทธโฆสๆ'จารยเล่าไว้ เป็นเรองประวัฅิฃองพระพุทธเจ้าบ้าง ของพระเถระ พระเถร อุบาสก อุบาสิกา บ้าง เป็นเรํ่องทํ่นำมาจากอรรถกถาซาคกบ้าง เป็น เรึ๋องทเกิคฃนในยุฅพระพุทธเจ้าบ้าง ซงแฅ่ละเรองนั้นท่านไค้เรยบเรยงไว้นั้น บ้างยาวบ้างพอเหมาะพอกวร แก่มกวามขัคเจน น่าอ่าน น่าประทับใจ และ คอนท้ายในแก่ละเรองไค้อ้างพระพุทธภาษิตชงเป็นพระคำรัสฃองพระพุทธเจ้า ไว้ชงพระพุทธภาษิฅนั้นมกวามสิ'มพันธเกยวเนองกับเนั้อเรองทเล่ามาข้างค้น ขัคเจน และไคํฅกวามไค้อธิบายขยายกวามพระพุทธภาษิฅทํ่เข้าใจยากไว้อย่าง กว้างขวางขัคเจน ทำ ให้เข้าใจพระพุทธพจน่นั้นๆ ไค้อย่างถ่องแค้ขัคเจน ในเรองทั้งหมคนั้น มเรองทน่าสนใจ น่าสืกษา น่าพินิจ และน่านำมา เป็นแบบอย่างแห่งการปฏิบัติฅนเพอให้เกิคสิริมงคล เกิคสุขสิ'นติแถ่ฅนและแก' สิงกมหลายเรอง และเป็นแนวกิคในเรองก่างๆ ทสามารถนำมาประยุกฅหรือ นำ มากิคสานก่อเป็นรูปธรรมไค้ชงเรํ่องเหล่านั้นล้วนเป็นเรํ่องอันเหลือเชอ คือ เชอไค้ยากหรือไปน่าเชอว่าจะเกิคเหตุการณอย่างนั้นฃ็้นไค้ เพราะคูกล้ายจะ เป็นเรํ่องอัศจรรย่เป็นเรํ่องพันลึกเกินทน่าจะเชอไค้ว่ามจริงเกิคขนจริง หรือเป็น เรํ่องทเชอไค้แน่นอน แก่ก็่เป็นเรองทเกิคฃนไค้จริง แมในบัจ'รุบันก็่มเรํ่องเซ่น นั้นเกิคขนมากมาย ชงบางกนก็่ใค้ประสบอย่างนั้นมาค้วยคนเอง แก่เพอเป็น ประโยขน่ค้านสติปิญญา เพอคืกษาเรืยนรู้'เพอใข้สมองพินิจฅัคสินว่ากวรเชอ หรือไม่กวรเชอ และเพอเป็นแนวปฏิบัติคนให้เกิคผลเป็นสิริมงกลและสุขสิ'นติ จึงนำเรองนั้นมาบันทกไว้ โคยเล่าเรองจากค้นฉบับมาปรับสิานวนบ้างเพอให้ เข้าใจไค้ง่ายขน เรองทเล่าก่อไปนั้จะเหลือเชอหรือเชอไค้อย่างไร ก็่อยู่ทท่านผู้อ่าน จะพินิจก้คสินใจ เพราะเป็นเรองทเกิคฃนในอุกนั้นแล้วท่านไค้บันทึกไว้เป็น หลักจาน „ พรร!มหาโพธวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org

พร'งเวรข้ามชาติ เวร เป็นคำพระ ไคํยนไ งและพูดกันจนชินหูชินปาก กนรุ่นเก่า มักสอนลูกหลานว่าอย่าไปจองเวรจองกรรมกับเขาเลย หรอบอกว่าให้อกัย มันไป อย่าไปจองเวรกับมัน หรือเดือนสติว่าอย่าไปสร้างเวรสร้างกรรมอะไร กับใคร คำ นเลยติคหูติดปากกันดลอดมา และพอจะเข้าใจไค้บ้างว่าอันว่าเวร นั้นกงร้ายกาจมัก ผูใหญ่จึงไค้บอกไค้เดือนกันอย่างนั้น แท้จริง คำ ว่า เวร นั้น หมายถึง ความผูกอาฆาตพยาบาท ก็่ไค้ หมายถึง ความปองร้าย กึ๋ใค้หมายถึง ความรู้ถึกเดือดร้อนเพราร;กรรมหรือ ชร;ตากรรมของตน กโค้แด่โดยทั่วไปจะเข้าใจไค้ว่าเวรหมายถึงความยูกอาฆาฅ พยาบาทกันไว้ เพอจะเอาดืนในวันข้างหน้า เวรนั้นมพลังมากมายมัก ก่อเวรหรือสร้างเวรไว้แล้วก็่ติดดาม เพอจะไค้ทวงดืน เมอไค้โอกาสก็่จะแก้แค้น กนทถูกแก้แค้นกี่จะคิด อาฆาดกนทํ่ทำกับดนอก กลายเป็นผูกเวรกันไปเรอย ติดดามตัวติดดามกวาม www.kalyanamitra.org

กิคไปฅลอคชาติ ตายไปแล้วกื่ยังมพลังมอำนาจซักนำให้แก้แก้นไคอก ทั้งทไม่ เกยรูจักกันเพํ่งเกยเห็่นหน้ากันกรงแรก แต่พลังเวรทำไหรู้รกเกลยคหน้า ทำ ให้ ไม่ชอบหน้า ทำ ให้อยากทำร้าย อยากต่าอยากว่า เป็นก้น นํ่กือพลังเวร และ! เป็นพลังส่งผลข้ามภพข้ามชาติก็่ใก้ และ!หากยังกิคอาฆาตพยาบาทกันอยู่ เวรก็่จะ:ติคตามไปเรอยๆ ทำ ร้าย กันไปเรอยๆ หลายภพหลายชาติ เวรก็่ยังไม่เบาบาง จนกว่าจะ!\"ให้อภย\"ไค้ การให้อกัยนั้นเกิดจากกวามรู้รกไม่จองเวรชนในจิตใจ กวามรู้รกไม่จองเวร เกิคชนไค้จาก ความมฃนติ ความมเมตตา ความมโยนิโสมนสิการ ความ พิจารณา อย่างใคอย่างหนงหรือหลายอย่างพร้อมกัน ความมฃนติ หมายถึงอคทนอตกลั้นไว[ค[ม่ยูกเวรต่อไป ความมเมตตา หมายถึงมกวามรักปรารถนาค ไม่ต้องการให้ เสือคร้อนกันต่อไป โยนิโสมนสิการ หมายถึงการสนใจกิคไค้ว่าเมอผูกเวรต่อไป กี่จะ: ทำ ให้เสือคร้อนไม่รู้จบ ความพิจารณา หมายถึงการใซ้ปิญญาพินิจถึงผลสืผลเรย ชองการ มเวรต่อกัน แล้วกี่ฅัครนใจเลือกทจะ!ไม่สานต่อเวร เมอกวามรู้รกเหล่านั้เกิคฃนกี่จะ!ทำให้มองเห็่นข้อก้อยชองการจองเวร ทำ ให้กิคเลิกละไมก้คก่อเวรต่อไป ชงเรืยกว่าไม่จองเวรจากนั้น การให้อภัย กี่ตามมา เมอให้อภัยไค้ เวรกี่จะถูกฅัค ไม่สานต่อเนั๋นนานอก การให้อภัยจึง ส์ากัญนัก แมอกฝ่ายจะยังมเวรยังอาฆาตพยาบาทอยู่ แต่เมออกฝ่ายให้อภัย เรยแล้ว เวรจะก่อยๆสงบลง และหมคพลังไปในทสุค พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ในสมัยพุทธกาล มเรองทกน'จองเวรมันไว้ ต่างแก้แค้นมันไปมา แม้ ข้ามภพข้ามซาฅิก็่ยังเกิคมาเพอไค้แก้แค้นมันอก เรนเรองอันเหลือเชอ ท่านจึง บันทึกเป็นหลักฐานไว้ในอัมภร เรองเกิดข็้นทํ่เมืองสาวัตถ มกรอบกรัวหนงทำอาซพกสิกรรม กู่สามภรรยาและบุตรชายอยู่ ร่วมมันทำอย่างมกวามสุข ต่อมาสามไค้สินซวิฅลง หน้าททั้งไนการทำนาและ ดูแลม้านตกอยู่มับลูกชาย เชาตั้งไ'จทำเพอตอบแทนพระคุณแม่ แม่ซงเห็่นลูก เหน็่คเหนอยมากก็่สงสาร จึงออกปากไห้ลูกเลือกผู้หญิงมาเป็นภรรยา ลูกชาย ปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่เมอแม่รบเร้าบ่อยเข้าจึงบอกไห้แมใปส่ชอผู้หญิง'จาก ตระกูลหนงซงคุ้นเกยมาเป็นภรรยา เมอมาอยู่ค้วยมันก็่รู้ว่าภรรยาเป็นหมัน มบุตรไมไค้ ผู้เป็นแม่ทราบอังนั้นจึงบอภลูกชายว่า ธรรมดาตระกูลทไมมบุตร ปอมพินาศ ประเพณก็่จะลืบต่อไมใต้ เพราะฉะนั้นจำต้องหาหญิงใหม่มาเป็น ภรรยา แม่'จะจัคการไห้ ลูกชายก็่ปฏิเสธไม่ต้องการท'จะมภรรยาอกกน ฝ่ายภรรยาทราบเรองและรู้ธรรมเนยมค จึงชันอาสาหาหญิงชงไม่ เป็นหมันมาเป็นกู่ภรรยามับตน ชงสามก็่มิไต้ว่าอะไร นางจึงไปกู่ชอหญิงสาว 'จากกรอบกรัวหนั้งโคยอ้างว่าตนเป็นหมัน หากไต้นางไปเป็นภรรยาชองสาม ตนและมลูกก็่จะไต้สมบัติและไต้ลืบตระกูล เมอพ่อแม่ชองหญิงนั้นอนุญาตจึง พามาอย่ไนกรอบกรัว ไห้เป็นภรรยารอง www.kalyanamitra.org

นานวันเข้า นางผู้เป็นภรรยาเคิมไคคคว่า หากภรรยาโหมมลูก นาง และลูกกี่จะไค้เป็นเข้าของมรคกทั้งหมค เรากี่จะฅภอับหมคกวามหมาย เมอกิค คังนกวามริษยากี่กำเริบขน กิคหาทางมิให้ภรรยารองมลูกโคยนางไค^งกำชับ ภรรยารองว่าหากทั้งกรรภเมอไรขอให้บอกคน ฝ่ายภรรยารองเป็นกนซอและตกอยู่ในฐานะกนรับไข้ภรรยากนแรก จงฅกปากรับกำ เมอฅั้งกรรภฃนจึงไค้บอกนาง นางกี่จัคยาพิเศษให้!ปกินกับ อาหารโคยบอกว่าเป็นยาบำรุงกรรภ แค่แห้จริงยานั้นเป็นยาทำลายกรรภ นาง รับยามากินแล้วกี่แห้ง กรรภฅกไป โคยนางเองกี่ใม่รู้ว่าเกิคอะไรขน เมอฅั้งกรรภกรั้งทั้ศองกี่บอกภรรยากนแรกอก นางกี่จัคยาพิเศษให้ และทำให้ภรรยารองแห้งเหมือนเคิม หญิงเพํ่อนบ้านทั้งหลายรู้เรํ่องเข้าว่านางแห้งจึงถาม นางจึงเล่าเ'รอง ใหพิง เพอนบ้านกี่ตำหนิว่าช่างไม่รู้อะไรเสิยเลย กู่ภรรยาเธอเขาทำยาแห้งให้ กิน จึงแห้งลูกถึงศองกรั้ง เขาทำเพราะกลัวว่าเมอเรามืลูกจะไค้เป็นใหญใน กรอบกรัว ค่อไปอย่าไค้บอกนางอกว่าฅนมืกรรภ นางกี่รับปาก เมอทั้งกรรภ ใหม่จึงไม่บอกให้!กรทราบ จนกระทั้งกรรภโฅขน กู่ภรรยาเห็่นเข้ากี่ฅกใจ จึง ไค้ค่อว่าว่าทำไมไม่บอก นางกี่คอบว่า เพราะบอกนแหละจึงค้องแห้งลูกไปถึง ศองกรั้ง แล้วกี่นั๋งเฉยเถึย กู่ภรรยาเจ็่บใจนัก แค่ทำอะไรคอนนั้นไมใค้ ไค้แค่รอกอยเวลาหา โอกาศทำลายกรรภ จนวันหนงเมอภรรยารองมืกรรภแกใกล้กลอคจึงไค้[อกาศ ผศมยาทำแห้งกับอาหารให้นางกิน ภรรยารองกินเข้าไปแล้ว แค่กรร3าใม่ฅก แคไค้พลิกมานอนขวางช่องกลอค ทำ ให้ผู้เป็นแม่เจ็่บปวครวคร้าวศาหัศ ไม่มื ใกรช่วยไค้ นางจึงทั้งกวามปรารถนาเข้าไว้ว่า พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

\"เรอทำลายฉัน เธอนำฉันมาแล้วทำลายลูกฉันถึงลามคน ฅอนนฉัน กำ ลังจะวิบัศิ ฉันตายไปแล้วขอพล้เกิดเปีนยักรณไคกนลูกของเธอบ้าง\" นางฅั้งกวามปรารถนาเช่นนแล้วก็่สินซวิฅ แลร:ไค้เกิคเป็นนางแมวอยู่ ในบ้านนั้นเอง ฝ่ายภรรยากนแรก เมอสามจับกวามไค้ว่าเป็นผู้ฆ่าภรรยารอง ทำ ให้ กรร:กูลวงf(ขาคสูญ จื้งโบยกอย่างสาหัส นางทนพิษบากแผลไมไหวก็่ร้นใจกาย แลร:ไค้เกิคเป็นแมใก่อยู่ในบ้านนั้น ก่อมาแมใก่ฅกลูกหลายตัว นางแมวก็่มาลักกินลูกไกไปเส์ยทั้งหมก แม้กรั้งทสอง กรั้งทสาม ก็่ทำ ช่นเคยวกัน สุกห้ายแมไกไค้ฅงกวามปรารถนาว่า \"เธอมากินลูกฉันถึงลามครั้ง ตอนนยังจะกินฉันอก เอาเถอะ ต่อไป ขอให้ฉันไต้กินลูกของเธอบ้าง\" จากนั้นไม่นานแมไกไค้กายไป แลร:ไค้เกิกเป็นแม่เสือเหลืองอยู่ในป้า ส่วนนางแมวกรั้นกายแล้วก็่ไค้เกิกเป็นแม่เนั้ออยู่ในป้านั้นเหมือนกัน เมอแม่เนั้อกกลูกกรั้งไร แม่เสือเหลืองก็่มากินเสืยทั้งหมกกามอำนาจเวร ทผูกกันไว้ สุกท้ายกี่จร:กินแม่เนั้อค้วย ก่อนกายแม่เนั้อไค้ทั้งกวามปรารถนาไว้ว่า \"เธอมากินลูกฉันถึงลามครั้งลามหน ตอนนิ้จะกินฉันอก ฉันตาย แล้วไปเกิคใหม่ ขอให้1ต้กินลูกของเธอบ้าง\" ทั้งกวามปรารถนาแล้วกี่กายไป ไค้เกิกเป็นนางยักรณอยู่ในเมือง สาวักถ ฝ่ายเสือเหลืองกายไปแล้วไค้เกิกเป็นหญิงสาวในกรร:กูลแห่งหนง ในเมืองสาวักถนั้นเหมือนกัน เมอเจริญวัยแล้วกี่ไค้แก่งงานไปอยู่กับสามื จนกรร:ทั้งมืลูกชายกนหนง อั2นฬสิอเร่อ_^๙ www.kalyanamitra.org

ด้วยอำนาจเวรกรรมทฅั้งกวามปรารถนาไว้ฅ่อเนอง ทำ ให้นางยักรณ อยูใม่เป็นสุข เทํ่ยวสืบเสา^หาเพอจร:กินเค็่ก เหื่นเคึ่กอนก!ม่อยากกิน พอเห็่น ลูกของนางผู้เป็นคู่เวรกันเข้ากึ๋ให้อยากกินทันทํ จึงได้ปลอมแปลงตัวมาเป็น เพอนหญิงของนาง ผู้กนในบ้านก็่ไว้วางใจ จนกรร;ทั่งยอมให้!ปพบเค็่ก นาง พบเค็่กแล้วก็่หลอกล่อเค็่กไปในทลับตา จับฉกร่างแล้วกินเสืย เสร็่จแล้วก็่ เล็่ครอกหนไป เมอนางคู่เวรกันมลูกกรั้งทสอง นางยักษิณก็่มาจับเค็่กกินเสิย เหมือนกัน ในกรั้งทํ่สาม นางคู่เวรของนางยักษิณมืกรรภแกใกล้กลอกได้บอก สามืว่าในทนมืยักรณมาหลอกกินลูกไปสองกรั้งแล้ว กราวนขอกลับไปกลอกท บ้านพ่อแม่ของตน จร:ได้ปลอกกัย เมอสามืเห็่นด้วย จึงพากันเกินทางไปทบ้าน พ่อแม่ของนาง นางได้กลอกบุตรอยู่ทนั่นโกยสวัสกิภาพ ฝ่ายนางยักรณ ฅิกวารร:นำนํ้าจากสรร:อโนดาตมาให้ห้าวเวสสุวัณ หรือห้าวกเวรเจ้าแห่งยักษทั้งหลาย เป็นเวลา <1-๕ เดือน จึงไม่มืโอกาสทู้รั้อง ของหญิงคู่เวร เมอออกจากวาระนำนํ้าแล้วก็่รืบไปยังบ้านของหญิงคู่เวร ได้ทราบว่านางกลับไปกลอกลูกทบ้านพ่อแม่ของตนก็่กิกด้วยพลังเวรว่าจะไป ทใคก็่ตามไม่มืวันพ้นมือตนไปได้ พร้อมรืบรุกไปยังบ้านนั้น พอกในวันนั้น นางผู้เป็นคู่เวรกันได้กลอกบุตรมาหลายเดือนแล้ว ให้ พ่อแม่ตั้งขอให้ลูกแล้วปรืกษากับสามืว่ากวรกลับไปบ้านของสามืได้แล้ว สามื เห็่นชอบด้วยจึงพากันกลับ โกยผลักกันอุ้มลูก มาถึงทางไกลวักเซตวันชงเป็น ทประทับของพระทุทธเจ้าจึงหยุกพัก ภรรยาลงไปอาบนั้าในสระก่อน ให้สามื อุ้มลูกไว้เมํ่ออาบเสรื่จแล้วขนมารับลูกให้สามืลงไปอาบนั้า ตนยืนให้นมลูกอยู่ ๑๐ J พรgมหาโพธวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

พอคเหลือบเห็่นนางยักษิณทกำลังรบรคเดินมา จึงร้องฅะโกนเรยกสามว่านาง ยักรณมาแล้ว ขอใหฃิ้นมาเร็่วๆ แฅใม่อาจรอ'จนสามขนมาไค้รบอุ้มลูกวงหน เข้าไปในวัคพระเชฅวัน ชงพระพุทธองฅกำลังทรงแสคงธรรมอยู่ นางวางลูกไว้ ทแทบพระบาทสมเค็่จพระผู้มพระภาคเจ้าพร้อมทั้งกราบทูลว่า \"ข้าพระบาทขอถวายถูกคนน็้แศ'พระองค ขอทรงใข้ขวิฅแก่เขา ด้วยเลิศ\" นางยักษิณไคฅคคามสองแม่ลูกไปจนถึงวัค แค่ถูกเทวคายูรกษาประตู ห้ามไว้มิให้เข้าไป พระพุทธองกทรงทราบจึงฅรัสให้พระอานนทั้โปนำนางยักรณ เข้ามา เมอนางเข้ามายืนค่อพระพักฅรจึงฅรัสว่า \"เพราะเหตุไรเธอจึงทำอย่างนั้ ถ้าพวกเธอมิได้มาอยู่ต่อหน้า พระพุทธเจ้าเซ่นเรา เวรของพวกเธอก็่จะต่อเนึ๋องไปตลอดกลฟ้ เหมือนเวร ของงูกบพังพอน เหมือนเวรของหมืกบไม้สะคร้อ และเหมือนเวรของกากับ นกเค้าเฌว ทำ ไมพวกเธอจึงทำเวรตอบเวรกัน ด้วยว่าเวรอย่างน็้ย่อมระงบ ได้ด้วยการไม่จองเวรเท่านั้น หาระงบได้ด้วยการจองเวรไม่\" จากนั้นไค้ตรัสพระพุทธภารฅนั้ว่า นหิ เวเรน เวรานิ สมมน.ตธ กุทาจนํ อเวเรน จ สม.มนฺติ เอส ธมฺ๒ สนนุตโน ฯ ไม่ว่าในกาลไหนๆ เวรทั้งหลายในโลกนั้ย่อมไม่ระงับ ไค้ค้วยการจองเวรเลย แค่ย่อมระงับไค้ค้วยการไม่ จองเวร ข้อนั้เป็นธรรมคาทํ่มมาเก่าแก่. ama/iaaiSa (^๑๑ www.kalyanamitra.org

เมอฅรสจบแล้ว ไค้ตรัสให้หญิงผู้เป็นแม่ส่งลูกให้แก'นางยักรณ นาง ไม่ยอมเพราะกลัว จึงตรัสว่าอย่ากลัวเลย นางไม่ทำอะไรหรอก นางจึงยอม ส่งให้ ฝ่ายนางยักรณรับเค็่กมาแล้วก็่กอคจูบค้วยกวามรัก ส่งเค็่กกนให้แก่แม่ ตามเติมแล้วกื่เรํ่มร้องไห้ พระพุทธองก่ตรัสถามว่าร้องไห้ทำไม นางยักรณทูลว่า เมอก่อนตน มกวามเป็นอยู่ลำบากยากเย็่นนัก ไมไค้อาหารพอทํ่จะเฅ็่มห้องไค้เลย ต่อจาก นจะเป็นอยู่!ค้อย่างไร พระพุทธองกจึงตรัสปลอบว่าไม่ค้องคิคกังวลอะไรมาก ให้!ปอยู่กับหญิงผู้นกี่แล้วกัน นางจะดูแลเธอเอง แล้วทรงฝากกังนางยักรณ กับสองสามภรรยา ทั้งสองยอมรับแล้วไค้พาไปทบ้าน ตอนแรกจะให้อยู่ภายใน บ้าน แต่นางยักรณปฏิเสธค้วยอ้างว่าพลุกพส่าน จึงให้!ปอยู่ทนั่นทนอกหลาย แห่ง แต่นางกี่ปฏิเสธทุกแห่งค้วยเหตุผลว่าไม่สะควก แต่ยอมทจะอยู่กลางแจ้ง ทมอากาศโปร่งโส่ง สองสามภรรยากี่ยอม และดูแลนางอย่างด 1 จ *-' จ บอกฤดูกาลทเหมาะแก'การทำนาว่าป็ไหนฝนดป็ไหนฝนแล้ง เมอฝนคกี่ฃอให้ ทำ นาในทคอน เมอฝนแล้งกี่ให้ทำนาในทลุ่ม ทำ ให้!ครับผลผลิตจากการทำนา เป็นมรรกเป็นผล ไม่มเส่ยหาย ประชาซนทั่วไปกี่พลอยไครับอานิสงส์ค้วย. จากเรอง กาลยักชินอุบัฅิ ยมกวรรค อรรถกถาธรรมบท พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ถงร้ายก็่รก 0น/ ^ อ14ว่ากวามรักนั้นท่านว่าห้ามกันไค้ยากและ:ไมมเหตุผลอะไรจะมา ห้ามมิไหรักไค้ เมอไครักเข้าไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะทำให้หลงผิค กิคผิค และทำผิค คามมาก็่มิไค้คำนงอะไร และแม้ว่าคนทฅนไปปีกใจรักนั้นจะมตุคค่าง'รุคค้อยท กนอนมองเห็่น ก็่จะมองข้ามหรือเห็่นไม่คำกัญ บางกรั้งกลับเห็่น'จุคค่าง'รุคค้อย นั้นว่าเป็น'รุคค'รุคเค่นเป็นเลน่ห!ปกื่ม เพราะฉะนั้น จงทำให้พูคกันว่า\"ความรัก ทำ ให้ตาบอด\" ค้วยเหตุนั้ กนทรู้กันทั่วไปว่าร้าย ประพฤติเถึยหาย กินเหล้าเมา หยำเปไม่ทำการงานอะไร หรือเป็นกนไม่รับผิคชอบใคๆทั้งสิน แค่ก็่ยังมกนรัก ยังมกนชอบ ยอมกบหา ยอมล่มหัวจมท้ายค้วย จะว่าคนทั่ยอมไปรักไปชอบ นั้นเป็นคนโง่ เป็นคนไม่ทนคน หรือเป็นคนเถึยสติ กเม่แน่เสมอไป เพราร! คนทั่ฉลาด ทนคน แลร!สติค ทั้งมความรู้ มทรัพยเสิยด้วยชํ้าไป ก็่ยอมรับ ความร้ายอย่างนั้น เข้าทำนองถึงร้ายก็่รัก แลร!ยอมอยู่กินด้วย หรือยอม เป็นพวกเป็นลูกน้อง ให้เคารพน้บถึอแลร!ยกย่องเลิศเลอก็่ม อ้นเพสิอเฮ่อ www.kalyanamitra.org

อันท'จริง กนเช่นนั้นอา'จมข้อคฃ้อเด่นเป็นเศน่หแฝงอยู่ในฅัวทกนอน มองไม่เห็่น แด่กนทมองเห็่นม เมอมองเห็่นแล้วก็่กลายเป็นแรงคึงคูคไหรกให้ ชอบไค้ กนทเห็่นและ;ยอมรับไคอักว่าเป็นกนพิเศษแห้ ทสามารถมองเห็่นหรือ เข้าถึงข้อด่ข้อเด่นอันนั้นไค้ จึงทำให้กนทถูกเหยยคถูกกล่าวหาอย่างนั้นไม่ โคคเคยววังเวงไม่หัวเคยวกระ;เทยมลบ มพรรกมพวกทั่วไป กนทนับถึอหันว่า เป็นกนคเถึยอก บางทก็่คูเงยบเหงา โคคเคยว ไร้พวกพ้อง แม้ในdเายพระสงฆก็่ม พระสงฆส่วนหนงประพฤฅิย่อหย่อน ขาด ระเปียบวินัย ปฏิบัติฅนไมนัๆศูไม่ปาสรัทธๆ ผู้คนส่วนหนงเอือมระอา แฅ่ก็่ยัง มผู้คนอืกส่วนหนงเคารพสรัทรา ให้ความอุปถัมภบำรุง จึงทำให้พระสงฆ แบบนั้นยังดำรงเพสอยูไค้ บางครั้งอยูไค้อย่างสุขสบายกว่าพระสงฆผู้เคร่ง พระวินัยเปียค้วยขํ้า ก็่ เข้าทำนองถึงร้ายก็่รักเหมอนหัน เรองเช่นนั้แมในสมัยพระ;พุทธกาลก็่ม เป็นเรองทแสคงถึงวาสนา บารมของพระ;สารืบุฅรผู้เป็นถึงอักรสาวกฝ่ายขวา กือเป็นมือขวาของ พระ;พุทธเข้า เป็นผู้มืปิญญามาก ไครับยกย่องทั่วไป กื่ยังแพ้บารมืของพระ: เทวหัฅ ซงรูหันทั่วไปว่าเป็นพระ;ประ;พฤฅินอกพระ;ธรรมวินัย ทำ คนเป็นหัฅรู ของพระ;พุทธเข้าจนกระ;ทั่งถูกแผ่นคินสูบไปตกนรกอเวจึ ชงเรองนั้เป็นเรองอันเหลือเชอ แด่ก็่เกิคขนจริงและ;ไค้ถูกมันทึกไว้เป็น หลักจุานในหัมภร!หรและ;จคจำหันมาจนถึงปิจจมัน ๑๕ J พรร}มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

เรื้องเกิดฃ็้นทํ่เมืองราชคฤห ศมัยหนง พร^พุทธเจ้าเสค็่'จประทับอยู่ทํ่วัคเซฅวัน เมองศาวัฅถ พระ ศารบุฅรกับพระโมกคัลลานะศองอักรศาวกพร้อมพระลูกสืษยจำนวนมาก ไค้ กราบทูลลาพระพุทธองกใปยังเมองราชกฤห เมอไปถึงเมืองราชกฤหแล้วก็่พัก ทํ่วัคเวฬวันบ้าง ตามศถานทศะควกแห่งอนบ้าง ชาวเมืองราชกฤห่ผู้มืศรัทธา ก็่รวมคัวกันกลุ่มละศองกนบ้างศามกนบ้าง ถวายอาคันตุกทานเป็นพุคๆ บาง'รุคก็่มืกนมาก ใน'รุคนั้นๆ ท่านพระศาร้บุตรก็่เทศนาโปรกญาติโยมค้วย ธรรมกถาน่าทังว่า \"ท่านอุบา^กอุบารกาทั้งหลาย คนทนงใท่ทานด้วยฅัวเอง แท่ไม่ ชักชวนคนอนให้ทานด้วย ผู้นั้นย่อมได้[ภคสมบัติ (มทรัฬย่รนไคกนใช้) แท่ไม่ ได้บริวารสมบัติ (ไม่มพวกพ้องช่วยเหลือ) ในภพชาติทฅนเกิด คนหนงได้แท่ ชักชวนคนอนให้ทาน แท่ฅัวเองไมไดให้ ผู้นั้นย่อมได้แท่บริวารสมบัติ ไมได้ โภคสมบัติ ในภพชาติทฅนเกิด คนหนงทั้งคัวเองก็่ไม่เคยให้ทาน ทั้งไม่เคย ชักชวนให้คนอนให้ทาน ผู้นั้นย่อมไมได้แม้นั้าช้าวด้มพอเฅ็่มห้อง เปีนคนอนาถา ไม่มทพงพา ในภพชาติทฅนเกิด คนหนงให้ทานด้วยคัวเองด้วย ชักชวนคนอนให้ ให้ทานด้วย ผู้นั้นย่อมได้ทั้งโภคสมบัติ ได้ทั้งบริวารสมบัติพร้อมมูล ในร้อย อัดภาพ ในพันอัดภาพ ในแสนอัดภาพ ในภพชาติทดนเกิด\" บุรุษผู้เป็นบัณฑิตกนหนงไค้ทังเทศน่คังนก็่กิกว่า พระธรรมเทศนา น่าอัศ'จรรยั'จริงหนอ ท่านไค้แศกงเหตุแห่งกวามศุฃไหทัง การทํ่เราทำสิงท'จะ เป็นเหตุให้ศมบัติทั้งศองประเภทนส์าเร็่'จย่อมเป็นการศมกวรแท้กิกคังนแล้วไค้ เช้าไปกราบนิมนฅพระศาริบุตรฉันภัตตาหารเพลในวันรุ่งฃ็้น พระศาริบุตรถาม ว่าค้องการพระกองก เขาย้อนถามว่า พระทั้งหมกมืเท่าไร พระศาริบุตรบอกว่า อ้ชเ»1สิอเสิอ www.kalyanamitra.org

มปรร:มาณพ'นรูป เมํ่อไค้ฟิง ดังนั้นเขารบฅอบทันทค้วยไจมุ่งมั่นศรัทธาเฅ็่มทว่า ฃอนิมนฅพรร:ทั้งหมค พรร:สารบุฅรก็่รับนิมนฅ จากนั้น อุบาสกนั้นก็่เคินป่าวปรร:กาศไปฅามถนนในเมืองว่า ข้าพเจ้า นิมนฅพรร:จำนวนพันองกใว้เพอฉันภัฅฅาหารในวันพรุ่งนั้ ยูใคต้องการจร: เป็นเจ้าภาพถวายภัฅตาหารแก่พรร:กองก ขอให้แจ้ง จร:ไต้จดจำนวนไว้ พวก ขาวบ้านไค้ยนดังนั้นก็่อบุโทนายกมือท่วมหัว แล้วกี่ปรึกษาทันในกรอบกรัวว่า พอจร:มืกำทังเป็นเจ้าภาพถวายพรร:ไต้เท่าไร เมํ่อตกลงทันแล้วกี่แจ้งแก่อุบาสก ให้ทราบ โดยขอรับเป็นเจ้าภาพ (ร)๐ องก่บ้าง ๒๐ องก่บ้าง ๑๐๐ องคบ้าง ตามกำทังของตน เมอไต้กรบแล้วอุบาสกกี่ปรร:กาศว่าจร:ทำบุญทันทตรงนั้น จร:ทุงหาอาหารร่วมทันแล้วถวายในวันพรุ่งนั้ขอให้เจ้าภาพนำข้าวสาร นํ้ามัน นั้าผง เนยใส แลร:อนๆทจร:ปรุงเป็นอาหารมากน้อยพอสมกวรแก่พรร:ทตนเป็น เจ้าภาพ นำ ไปรวมทัน.ณ ทนั้นแต่เข้า ขณร:นั้น มืบุฎุมพัผู้มืทรัพยกนหนงรู้'ข่าวทํหทัง ไต้นำผ้าย้อมฝาด ทำ จากแกว้นดันธารร:รากาแสนหนงมามอบให้แก่อุบาสกแล้วบอกว่า \"ถ้าของถวายทานไม่พอ ก็่ขอให้จำหน่ายถ้าผืนน็้!ป อันไหนทยัง บกพร่องก็่ขอให้1ช้จ่ายเติมให้เฅ็่ม หากเพยงพอฒymแล้ว ฟานต้องกา ะ ถวายถ้าผืนนแก่พร:เองศ[ศ ก็่ขอให้ถวายแก'พระองคนั้นฅามปรารถนา\" วันรุ่งฃ็้น ไต้รวบรวมสิงของจัดทำอาหารถวายพรร:เสร็่จเรึยบร้อย ปรากฏว่าสิงของยังมืเหลือ ไม่มืสิงใดบกพร่อง อุบาสกจึงป่าวปรร:กาศแก่ ทกกนว่า ๑๖ j พรgมหาโพธวงศาจาTtj (ทองด) www.kalyanamitra.org

\"ผ้าผอมฝาคฑคาแพงผืนน กฎุมพท่านหนงนำมามอบไว้พร้อมทั้ง ทั้งว่าอย่างน แค่ของถวายพร:!ทพวกเรานำมาเหลอเ^อไม่ขาคเหลึออว่โร ศังทั้นจ:!ขอถวายผ้าผืนนแก่พระไป ขอปfกษาว่าจะถวายแก'พระรูปใดศ\" เสียงรอฮากระ!หมขน ฮกกรู่หนงก็่เงยบ มเสียงบางกนฅะ:โกนขนว่า '๚มควรถวายแก่ท่านพรรสารบุตร พระ{ผู้ใหญ่อัครสาวก\" หลายกนส่งเสียงรอฮาพยักหน้าเห็่นด้วย แฅ่มเสียงหนํ่งฅะ:โกนขนว่า \"ท่านพรร:สารบุตรฟ้นพระ{ผู้ใหญกจริง แต่ท่านมาในคราวท่ฃ้าว กล้าเผล็่ดผลแล้วก็่จากไป มิได้อยู่กบพวกเรานาน แต่พระ:เทวทต เ!เนสหาย เป็นเพอนของพวกเราทั้งไนงานมงคลและ!งานอวมงคล ท่านอยู่กบพวกเรา ประ:จำเหมือนโอ่งทาน ผ้าผืนน็้จํงควรถวายแก่พระ:เทวทต\" เสียงรอฮาเห็่นด้วยยังขนกระ:หม เมอเป็นยังนอุบาสกจึงขอไห้ออก เสียงทละ:กนว่าจะ:ถวายแก่พระ:สารบุตรหรือแก่พระ:เทวยัฅ ในการออกเสียงนั้น กนทกส่าวว่ากวรถวายแก่พระ:เทวทัฅมืจำนวน มากกว่า เมอเสียงออกมาอย่างนั้ หลังจากฉันเสร็่จแล้ว อุบาสกจึงนำน้า ย้อมฝาครากาสูงผืนนั้นถวายแก'พระ:เทวทัฅตามเสียงข้างมาก พระ:เทวทัตกรั้นไm^บน้าผืนนั้นมาแล้วก็่ใหอมใจนักหนา จัคการยัคเย็่บ เป็นทั้งน้าบุ่งน้าห่ม ย้อมใหม่แล้วบุ่งห่มเดินเฉิคฉายไปมาทั้งเมือง น้กนเห็่น แล้วต่างก็่โพนทะ:นายันกระ:หมเมืองว่า www.kalyanamitra.org

\"ผ้าผืนนั้!ม่ส์มควรแก่พรร;เทวทัต สมควรแก่พรร!สารบุตรพรร;เทวทต นุ่งห่มผ้าทไม่สมควรแก่ตนเทยวไป\" จากนั้นไม่นาน ภิกษุรูปหนงออกจากเมองราชกฤห่เคินทางไปเมือง สาวัฅถ ไปวัคเชฅวันแล้วเข้าไปเผ้าพรร:ยู้มืพรร;กากเจ้า ทูลเล่าเรองราวให้ทรง ทราบแล้วกราบทูลว่าพรร;เทวทัฅนุ่งห่มผ้าไม่สมควรแก่คนเลย สมเค็่จพรร;ร'มมาล้มพุทธเจ้าทรงสคับแล้วตรัสว่า มิใช่แฅ่ชาฅินเท่านั้น ทพระเทวทัฅทำอย่างนั้ แมIนอศตชาศิก็่เคยทำมาแล้ว แล้วก็่ฅรัสเล่าซาคกให้ พรร;รูปนั้นหัเง จากนั้นไค้ตรัสว่า อนิฦกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ อเปโต ทมสจ.เจน น โส กาสาวมรหติ โย จ วใ4ตกสาวสฺส ผืเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ ฯ ยูใคยังไม่หมคกิเลสตุจนั้าฝาค ปราศจากกวามฃ่มใจ แลร;ความจริงใจ จร;มานุ่งห่มผ้าย้อมฝาคผ้นั้นย่อม ไม่สมควรจร;นุ่งห่มผ้าย้อมฝาค ล่วน^คมืกิเลสตุจนั้าฝาคจืคจางแล้ว ตั้งมั่นเป็นอย่างค แล้วในกิล ปรร;กอบค้วยความข่มใจแลร;ความจริงใจ ผ้นั้นแลสมควรจร;นุ่งห่มผ้าย้อมฝาค. จากเรอง พระเทวทัฅ ยมกวรรค อรรถกถาธรรมบท ๑Cร\") พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

บฌบนดาล IT0>3oทiเราไv,คaย^นไv,a^งมา เAรองท1เราไค้อ่านมา'จากหนังสือ มหลาย เรองทเรารูสืกว่าเหสือเชอ เป็นเรองท!ม่น่าเชอว่า'จะเป็นไปไค้หรือไมกฅัคใ'จไม่ เซํ่อไปเลยโคยกิคว่าเป็นไปไมไค้ แคโคยฃ้อเท็่'จ'จริง เรองทเหสือเซํ่อหลายเรอง เป็นเรองพิเศษ เกิคชนเฉพาะแก่ผู้มบุญหรือมบาปเฉพาะคัวเท่านั้น กนมบุญนัก'จะไค้ประศบกับเรองหรือเหตุการณแปลกทงคงามทกนอน ไม่รู้แค่คัวเองรู้ ทคัวเองเห็่นแค่กนอนไม่เห็่น หรือมกนอนรู้มกนอนเห็่นบ้าง แค่ก็่ไม่มาก เป็นพิเศษเฉพาะคนชองผู้นั้นเท่านั้น เรํ่องอย่างนั้เรืยกไค้ว่าเป็น เรํ่องชองบุญบันคาล คนมบาปก็่เซ่นเคยวกันไค่รู!ค้เห็่นหรือไค้ประศบเรองอย่างนั้นอย่างนั้ ค้วยคัวเอง ล้วนเป็นเรํ่องทม่ากลัวน่าคกใจบ้าง เป็นเรองททำให้เป็นทุกฃ เคอคร้อนไปคลอคทั้งยามหลับยามคนบ้าง บางกนถึงกับเป็นโรกประศาท www.kalyanamitra.org

พราเพ้อเรอยเร่อย บางกนถึงกับเจ็่บไข้หนักรักษาไม่หาย บางกนถึงกับตายไป โคยกาเๆไม่ถึงก็่ม ซงล้วนเป็นผลทเกิค'จากบาปทั้งสิน 'จะเรยกว่าบาปนันคาล ก1ค อย่างเร่องการตาย บางกนถูกปลุกไหตนในตอนคก มกนมาเกาะประตู เรัยกไคยนเถึยงและ'จำไค้ว่าเป็นกนนั้นกนนทรู้จักคุ้นเกยหรือเป็นญาติกัน เมอ เปิคประตูออกไปไค้แต่เห็่นหลังไวๆไม่เห็่นหน้า ฅํ่นเข้าขนมาจงโทรลัพทโปถาม ถึงบ้าน จึงทราบว่ากนทไปหากืนนั้นตายไปสองวันแล้ว จึงเข้าใ'จว่าเขากงไป บอกลาอะไรทำนองนั้ หรือบางกนเจึบป้วยใกล้ตาย ร้องตะโกนโวยวายคน ทุรนทุรายว่าร้อนบ้าง หนาวบ้าง ถูกทมแทงเจึบปวคบ้าง กนเล้าไข้ก็่นกแต่ว่า กนป่วยอาการหนักเพ้อกลั่งไร้สติ หรือบางกนเจึบป่วยใกล้ตาย แต่ก็่พูค'จาให้ ไคยนว่ารอเคึ๋ยวหนํ่ง ขอลังลูกลังหลานก่อน อะไรทำนองนั้ซงกนเล้าไข^คยน แต่ก็่นกว่ากนป่วยเพ้อพูคออกมา เร่องทำนองนั้โค้ยนไคใ^งกันปอย อันท'จริง ในพระพุทธศาสนาท่านสอนไว้ว่า กนใกล้ตายนั้นย่อมเห็่น นิมิตกือเกร่องหมายหรือสถานทตน'จะค้องไปหลัง'จากสินชวิฅแล้ว ถ้าเป็นกน มบุญมาก 'จะเห็่นเป็นสวรรก่เป็นวิมานลอยฟ้า เห็่นเทวคามาเชอเชิญ ถ้าเป็น กนมบาปหนัก 'จะเห็่นเป็นนรกทร้อนแรงหรือหนาวเหน็่บ ผู้ป่วยเห็่นอย่างไรก็่ 'จะพูคออกมาหรือ'จะร้องคนรนอย่างนั้น อันนั้ เป็นเร่องปกติธรรมคาทสามารถ รู้เห็่นและวิเกราะห้ใค้ ในสมัยพุทธกาลก็่มเร่องอันเหลือเซํ่อเซ่นนั้เกิคฃน ท่านจึงบันทึก เป็น หลักรานไว้[นกัมกร (^^^^ พร;?มหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org

เรองเกิดฃั้นทํ่เมืองสาวตถ ในเมืองสาวัฅถ มือุบาสกผูมืสรทธาและฅั้งอยูในธรรมปร๙มาณ ๕00 กน ในแฅ่ล2กนนั้นก็่มืบริวารพวกพ้องกันกนละมากๆ อุบาสกทเป็น หัวหน้านั้นมืลูก ๑๕ กน เป็นชาย ๗ เป็นหญิง ๗ ทัง ๑๕ กน นันล้วนเป็น อนุชาฅบุฅรกือเป็นลูกทประพฤติปฏิบัติฅามบิดา แต่ละกนด่างกี่ขวนชวายถวาย อาหารต่างๆ แก่พระสงฆดามกาลเวลา กือ ถวายยาคุภต (ข้าวต้ม) ถวายสลากภต (อาหารดามสลาก) ถวายปีกขิกภต (อาหารทถวายทุก ๑๕ วัน) ถวายสิงฆภต (อาหารทถวายแก่พระสงฆ) ถวายอุโปสถกภต (อาหารทถวายในวันพระ) ถวายอาสินตุกภต (อาหารทถวายแก่พระเดินทาง) ถวายวัสสาวาสิกสิต (อาหารทถวายพระท'จำพรรษา) รวมแล้ว กนในดระกูลนั้ทั้ง ๑V? กน กืออุบาสกอุบาสิกาสองสามื ภรรยาและบุดรธิดา ๑๕ กน ต่างเป็นยู้มืศรัทธา มั่นอยูในทาน รักษาสืล ปฏิบัติ ดามหลักกัลยาณธรรม ยินคในการเสิยสละ ถวายยากุกัดเป็นต้นดลอดเวลา กาลต่อมา อุบาสกผู้เป็นบิดาอายุมากเข้ากี่เกิดโรกชรา เดินเหินไมใต้ ต้องนอนอยู่บนเติยง กราวหนงต้องการท'จะฟ้งธรรมจึงก่งกนไปนิมนฅพระท วัดเชดวัน ๘ รูปหรือ ๑V) รูปมาเ'จริญพระพุทธมนฅทบ้าน พระพุทธเ'จ้าทรง ก่งพระไป ๘ รูป พระทั้งหมดไปทบ้านชองอุบาสก ลูกๆ ช่วยกันรับรองพระ; นิมนฅ ให้มั่งบนอาสนะทจ้คล้อมเดยงไว้ เมอพระมั่งเรืยบร้อยแล้ว อุบาสกยกมือไหว้ กราบเรืยนว่า เร่อ /^๑ www.kalyanamitra.org

\"ท่านฃอพั กาTไmหื่นพT:^คุณmของกT:^CJมถือว่าหาได้ยาก กผม เป็นคนทุรพล ไปไหนไมไค้ ขอพระคุณเค้าช่วยสวคพระปีฅรให้กระผมฟืงค้ก พระปีครหนงเถิค\" เมือพร^ถามว่าจะ?เงพระสูฅรไหน ธุบาสกจึงกราบเรยนว่า \"ขอเป็น({ติปีฏฐานสูฅรทพระพทธเค้าทกพระองค้ไม่ทรงละเลยเถิค ขอรับ\" พระสงฆจึงไค้เริมต้นสวคพระสติ!]ฏฐานสูตรว่า เอกายโน อยํ มคฺโค สต.ตานํ วิสุท.สิยา ไปเรอยๆ ขณะนัน ไค้มืรถจากเทวโลก V) กัน ซึงเร็เนรถทลากโคยม้าสินธพ ถื้งกนละ ๑,๐0๐ ตัว มืกวามยาวกันละ ๑๕๐ โยชน ประกับประคาค้วย เครืองอลังการพร้อมสรรพ มาลอยอยู่เฉพาะหม้าอุบาสกชงนอนฟิงพร:;สวค อยู่ เทวดายู้อยู่ประจำรถทุกกันไค้เปล่งเสิยงชนว่า \"เราจะนำท่านไปยังเทวโลกของพวกเรา เราจะนำท่านไปยังเทวโลก ของพวกเรา ขอให้ท่านผู้เจริญจงเกิคในเทวโลกเพอรนรมยัอยู่บนเทวโลกของ พวกเรา เหมือนอย่างคนททำลายภาชนะดินแล้วถือเอาภาชนะทองคำเถิค\" อุบาสกไคยนกังนั้น จึงไค้กล่าวฃนคังๆ ว่า \"ขอให้พวกท่านหยุดรอก่อน ขอให้พวกท่านหยุดรอก่อน** พระสงฆทังนันไค้ยินเซ่นนันก็่ส์ากัญไปว่าอุบาสกบอกพวกตนให้ หยุคสวค จึงหยุคสวคนังนิงอยู่ เมือเห็่นว่ากงไม่มืโอกาสไค้สวคต่ออกจึงซอตัว กลับวัค ฝ่ายบุตรธิคาชองอุบาสกต่างก็่ร้องไหก'นเซี่งแซ่ว่า ไอ๒ J พระ;มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

\"เมอก่อนคุณพ่อของพวกเราเป็น^ม่อมในการฟืงธรรม แต่บัดน นิมนศพร:^มาทบ้าน นิมน^ห้ท่านสวดมนศใ^งแล้วกลับห้ามเ^ยเอง ซอว่า ลัฅวโลกทไม่กลัวต่อความศายเห็่นจะไม่มแน่\" เวลาผ่านไปกรู่หนง อุบาสกกลับไค้สติขนมาจึงถามลูกๆ ว่าร้องไห้ กันทำไม พวกเขาจึงบอกถึงกวามกิคของพวกฅน อุบาสกถามต่อว่าพระไปไหน พวกเขาก็่ฅอบฅามทพวกฅนเข้าใจว่าคุณพ่อให้หยุคสวค อุบาสกจึงกล่าวว่า ฅนมิไค้พูดกับพระอย่างนั้น แต่ทพูคนั้นไค้พูคกับเทวคา เพราะมรถจากเทวโลก มาลอยอย่ฅรงหน้า กัน พวกเทวคาเขาซวนขนรถเพํ่อไปเทวโลก จึงไค้พูค ให้หยุครอก่อน ลูกๆไค้ยินกังนั้นจึงถามอุบาสกว่ารถอยูทไหนเล่าไม่เห็่นมรถลักกัน อุบาสกจึงให้ลูกๆไปนำพวงมาลัยมาถึอไว้แล้วถามว่าเทวโลกชั้นไหนน่ารนรมย่ ทสุค ลูกๆ ก็่ฅอบว่า เทวโลกชั้นคุรฅชงเป็นทอยู่ของพระโพธิลัฅว่และพระพุทธ มารคาพระพุทธบิคาเป็นทน่ารนรมย่ อุบาสกจึงลังให้ลูกตั้งใจอธิษฐานว่าขอให้ พวงมาลัยนั้จงกล้องทรถทมาจากสวรรกัชั้นตุสิฅแล้วใหโยนพวงมาลัยขนไป ลูกๆ ก็่ทำ อย่างนั้น พวงมาลัยกี่กล้องอยู่กับรถจากสวรรกัชั้นคุรฅ ทุกกนมองเห็่นพวงมาลัยห้อยอยู่กลางอากาศแคไม่เกี่นรถ อุบาสกจึง ถามว่าเห็่นพวงมาลัยหรือไม่ ทุกกนคอบว่าเห็่นพร้อมกันแคไม่เห็่นรถ อุบาสก จึงกล่าวว่า \"พวงมาลัยนั่นคล้องอยู่ทรถทํ่มาจากสวรรคชั้นดุลัต พ่อเองกี่จร;ไป ยงสวรรคชั้นนั้พวกเจ้าอย่าได้คิดอร;ไรเลย เมํ่อปรารถนาจะไปเกิดบนสวรรค ใกล้พ่อ ขอให้ทำบุญอย่างทพ่อทำให้มากๆ กี่จะส์าเร็่จตามปรารถนา\" กล่าวจบแล้วอุบาสกกี่ถึงแก่กรรม ไค้ประดิษฐานอยู่ทรถจากสวรรกี่ ชั้นคุสิค ไปเกิคปรากฏอยู่ในวิมานแก้วบนสวรรกัชั้นคุสิฅ aamaaiSa www.kalyanamitra.org

ส์าหรบพรร:สงฆทไปบ้านอุบาสกเมอกลับถึงวัคเชฅวันแล้ว เมอ พรร;บรมศาสคาฅรัสถามว่าเป็นอย่างไร ก็่กราบทูลว่าไปสวคแล้ว แต่มอุปสรรค คออุบาสกบอกให้หยุคสวค พวกลูกๆ ของอุบาสกก็่พากันร้องไห้พวกคนเห็่น ไม่เป็นโอกาสจึงไล้กลับมา พรร:พุทธองคจึงฅรัสว่า อุบาสกมิไล้บอกให้หยุค สวค แคไล้พูคกับพวกเทวคาชงมาจากเทวโลก บัคน็้อุบาสกถึงแก่กรรมแล้ว แลร:ไค[ปเกิคบนสวรรคชันคุรคคามปรารถนา พรร:สงฆหล่านั้นกื่อนุโมทนา แล้วกราบทูลว่า ''ข้าแฅ่พะองศผู้เจริญ อุบาสกนั้นบันเทิงอยูในท่ามกถางญาติพน้อง ในโถกนั้ร้นชวิฅแถ้วบังไปเกิคในทบันเทิงอกหรือ\" พรร:ยู้มพรร:เจ้าครัสว่า \"ใช่แล้ว ภิกษุทงหลาย คนทไม่ปรร;มาททั้งหลาย จร;เป็นคฤหัสถ ก็่ตาม เป็นบรรพชิตก็่ตาม ย่อมบนเทิงอยู่ในทั้ทั้งปวงทเตยว\" จากนั้นไล้ครัสพรร:คาถานั้ว่า อิธ โมทติ เปจจ โมทติ กตปุฌฺโฌ ธุภยตฺถ โมทติ โส โมทติ โส ปโมทติ ทิสฺวา กมมวิสุทฺธิมตุตโน ฯ บุคคลผู้ชอบทำบุญย่อมบันเทิงในโลกนั้ คายแล้วก็่ ไปบันเทิงอยูในโลกทบ้า ซํ่อว่าบันเทิงในโลกทั้งสอง เขาเห็่นกรรมทบริสุทธิของคนแล้วย่อมบันเทิง ย่อม รนเริงใจ. 'ๆๆกเรอง ธัมมิกอบาก ยมกวรรค อรรถกถาธรรมบท 1อ๕^ พระมุทาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

คุมจิตไม่ได้กรายสุดลม \\:y o fl14เราเมอแรกเกิคล้วนพกพากวามน่ารักฅิคฅัวมาคัวยไม่ว่าหญิง ว่าชาย ด่างน่ารักน่าซังคัวยกันทั้งร้น เพราะมกวามบริสุทธิหมคจกไม่เสแสร้ง แกล้งทำ ไม่มเล่หเหลยมเจือปน หิวก็่ร้อง อมก็่หัวเราะ กวามบริสุทธิเซ่นนม ฅิคฅัวมาแด่เกิคคัวยกัน เขาจืงว่าอยูในระยะไร้เคยงสา แด่พอเติบโฅฃ็้น กวามไร้เคยงสาก่อยหายไป เรํ่มร้เคยงสา เริมแปร เปลยนไปคามอารมณ อารมณเซ่นว่าไคัแก่อารมโนชอบกับอารมณซัง สะสม เข้าไว้เรอยๆ จิฅก็่พอกพูนคัวยอารมโนเหล่านิ้มากฃนเรอยๆ ร้งทคามมากี่กือ การกระทำ การพูค และการกิคทํ่เป็นไปคามอารมโน เกิคเป็นการทำ การพูค การกิคทคและชั่วขน จิตทั้ได้รับการtlกฝนจนควบคุมให้อยูในกรอบทั้ดได้ กี่ จะทำ พูด คิดแต่สิงทั้ด้เป็นสุจริต หากจิตขาดการtlกฝนจนไม่อาจควบคุมได้ กี่จร;เลอนไหลไปตามอารมณร้าย ทำ พูด คิดอร;ไรกี่จร;ร้ายเป็นทุจริตไปด้วย อชเพสิอเร่อ www.kalyanamitra.org

จิฅทคุมไมไค้ จะออกอาการในทางปรารถนารุนแรง งุ่นง่านบ้าง ใน ทางปองราย อาฆาฅ พยาบาทบ้าง ในทางล่มหลง งมงาย ไรล่าระบ้าง แล้ว แฅ่อารมณร้ายอย่างใศเข้ามาพัฅพาลวามคิดไปคาม จิฅทกุมไมใต้ 'จ:;แยกกนเราให้ต่าง'จากกนอนก่อนข้างชัคเจน แม้จ:; มพืนเพทางฐานะสูง มสมบัติ มกวามรู้ มยศต้กติ หรอมผู้กนยอมรบนับถือ อย่างไรก็่ฅาม เมือยังกุมจิกไว[ต้พืนเพเติมเช่นนั้นก็่จะยังคำรงอยู่ แต่หากกุม จิกไมไต้ ปล่อยจิกปล่อยกวามกิคไปกามอารมณร้ายต่างๆ พฤติกรรมททำทํ่ แสคงออกมาก็่จะร้ายกาม ทำ ให้เจ้าของจิกนั้นทำ 'พูก กิคผิคแผกไปจากเติม ทำ นองเห็่นกงจักรเรนคอกบัวไป พืนเพทมือยู่เติมก็่จะก่อยหมกไป หรือไม่อาจ ช่วยเหถือให้รอกตัวไต้ ผู้ทกุมจิกไมไต้ ย่อมจะร้ายอย่างไม่น่าเซํ่อ ทั้งทมืฐานะ มืยสตักติ มื กวามรู้ หรือมืเถืยรติสูง พอกุมจิกไมไต้ ก็่ไม่กำมืงถืง'พ็้นเพทมืทั้เป็น กลับไป ทำ รงร้ายๆ ไต้อย่างหน้ากาเฉย เหมือนกนไร้สติ ไร้จิกสำนึก เมํ่อร้ายมากฃ็้น ณกิกกวามเกยชิน เมอเกยชินแล้วก็่กิกว่าไม่เป็นไร จงเข้าทำนองว่า เมอคุมจิตไม่โค้กร้ายสุดลํ่ม คนทํร้ายสุดรม ถือกนทํ่ยอมทำชั่วทำทุจริกซํ่งเป็นบาปกรรมร้ายแรง ไต้ไมไต้กำนึงถืงผลทจะกามมา ขอให้โต้ทำร่งทต้องการไต้สำเร็่จเป็นพอ ใกร จะเถือกร้อน ใกรจะเถืยหาย หรือใกรจะล้มกายอย่างไร ไม่กำนึงถืงทั้งร้น กน ทร้ายสุกรมเช่นนึมือยู่ในโลก มือยู่ไกลตัวเรา และมือยู่ทั่วไป อย่างไม่น่าเชอ นับว่าเป็นลันกรายต่อกนเรามาก ๒๖ J พ?gมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

เพราร;ฉร;นน พรร;พุทธเจ้าจึงทรงสอนให้tเกฝนจิต ให้ควบคุม จิต เพราร;จิต^กฝนดแล้ว จิตทควบคุมดแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ หมายความว่า หากต้องการความสุขในซวิตก็่จำต้องดูแสtlกฝนจิตให้ด ควบคุมจิตให้ด อย่าให้คุมไมใต้จนร้ายสุดลม มิใซ่เฉพาร;คนทเป็นกฤหัสถเท่านั้นทเป็นคนร้ายสุดสิม แม้ผู้เป็น นักบวชเป็นภิกษุทร้ายสุคลํ่มก็่มเซ่นกัน เมอเป็นนักบวชแล้ว กลับทำฅนเป็น พู'ายสุคลั๋มไปเลัย ทั้งนั้ก็่เพราร;สาเหตุเคยวคือคุมจิตไมไค้ นักบวชทั้คุมจิตไมไต้แลร;ร้ายสุดลิมผู้เป็นต้วอย่างก็่คือ พรร;เทวทต เรํ่องพรร;เหวหัตเป็นเรองอันเหคือเชอเซ่นกัน ท่านจึงนันทื้กเป็น หลัก^านไว่ไนคัมภิร เรองเกิดฃั้นทํ่เมืองราชคฤห เมอพรร;พุทธเจ้าตรัสรู้ทเมืองคยาแคว้นมคธแล้ว ไค้เสตื่จจาริกไป เผยแผ่ธรรมตามหมู่บ้าน ตามนิคม แลร;ตามเมืองต่างๆ โคยทํสุคแม้เมือง กบิลพัสคุชงเป็นเมืองทปรร;สูติ ก็่ไค้เสค็่จไปเทศนาโปรคพระ;พุทธบิคาแลร; พรร;ปรร;ยุรญาติใหไค้ศรัทธาเลอมใสกันถ้วนหน้า จากนันก็่เสคื่จจาริก ชยายวงกว้างออกไป พรร;ปรร;ยุรญาติต่างก็่ส่งษุตรชองตนออกบวชติคตาม พรร;พุทธเจ้าไปจำนวนมาก สุคท้ายมืเหล่าเชอพรร;วงคืจากเมืองกบิลพัสคุและ;เมืองเทวทหะ! ออกบวชพร้อมกันเป็นรุ่นใหญ่รวม V? ท่าน คือพระ;กัททิยะ; พรร;อนุรุทธะ; พระ; อานนท่ พรร;ภค พรร;ภิมพิลร; แลร;พรร;เทวหัต มืซ่างกัลบกออกบวชตามค้วย www.kalyanamitra.org

อกหนงกือพระอุบาล ทั้งเจ็่คท่านนฌอบวชแล้วก็่ไค้นำเพ็่ญเพยรจนไล้เป็น พระอรหันฅ ๕ ท่าน เว้นพระอานนท่กับพระเทวทัฅ พระเถระทํ่บวซในรุ่นนต่างก็่ทำประโยซนแก่พระพุทธศาลนากันอย่าง เฅ็่มท่ อย่างเซ่นพระอานนท่ ภายหลังไล้เป็นพุทธอุปิฏฐาก เป็นผู้กอยดูแลรับ ไซ!กลัชิคพระพุทธเจ้า สามารถจคจำกำสอนทพระพุทธเจ้าทรงลังลอนแก่ ตนและแก'ผูอืนไล้เป็นอย่างก จนไล้รับเลือกให้เป็นผู้แสกงฃ้อธรรมทเรยกต่อ มาว่าพระสูตรกับพระอภิธรรม ในการลังกายนาพระธรรมวินัยกรั้งทหนง อก ท่านหนื้งคือพระอุบาลื เป็นผู้กำหนกจกจำพระวินัยทพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ ไว้ส์าหรับเป็นแนวปฏิบัติอันเป็นรูปแบบซองพระสงฆ และวินัยข้อปฏิบัติอนๆ จึงไครับเลือกให้เป็นผู้แสกงข้อระเบยบปฏิบัติซึ๋งเรยกต่อมาว่าพร::วินัยในการ ลังกายนากรั้งทหนํ่ง พระเทวทัตนั้นเป็นพระราซโอรสซองพระเจ้าเทวทหะ เป็นพระเซษฐา ซองพระนางยโสธราหรือพิมพา พระมารกาของพระราหุลพระราซโอรสซอง เจ้าซายสิทธัตถะ เมอบวซแล้วไล้บรรลุเพิยงฌาน แต่ก็่แสกงฤทธิอันเถิกจาก ฌานไล้ เซ่นแปลงตัวไล้ หายตัวไล้ เป็นล้น กรังหนง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ทเมืองโกลัมพิพร้อมล้วยพระสาวก ยูใหญ่หลายท่านรวมทั้งพระเทวทักล้วย ไล้มืลากลักการะเถิกซนมาก ซาว เมืองโกลัมพิทศรัทธาเลอมใสต่างก็่จักเตรืยมล้าบ้าง ยาบ้าง อาหารบ้างไปวัก เมอลืงวักแล้วก็่ร้องถามกันว่า พระบรมศาลกาประทับอยู่หุฏิไหน พระสารืบุตร อยู่หุฏิไหน พระมหาโมกตัลลานะอยู่หุฏิไหน พระอนุรุทธะ พระอานนท่ พระภกุ พระถิมพิละ อยู่กุฏิไหน ซงล้วนแต่ถามหากุฏิพระยู!หญ่กัน กนทํ่ถามลืงพระ เทวทัตว่าท่านนั่งหรือยืนอยู่ทไหนไม่มืเลย log j พระ!มุทาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org

พร2เทวทัฅประสบภาวรแช่นนบ่อยเข้าก็่เกิคความน้อยฟ้อฅำใ'จ คิค'ว่า เราก็่บวชมาพร้อมกับท่านเหล่านัน ท่านเหล่านันเป็นกษัตรียมาบวช เราก็่เป็น กษัตรียมาบวชเซ่นกัน แฅ่ผู้กนกลับไปเการพรักถวายเครีองกักการะ:แก่ท่าน เหล่านั้น ไม่มองเราเลย แม้'จะ:ถามชํ่อเรากึ๋!ม่ม กิคอย่างนแล้วก็่กิค'จะ:เอาชนะ: เพํ่อนร่วมรุ่น กิคหาทางให้ฅนไครับลากกักการะ:เหนือกว่าเพอนค้วย จึงกิคว่า ทำ อย่างไรคจึง'จะ:ไค้อย่างทกิค มองว่าฅนกวร'จะ:ไปพงพาไกรค พระ:เค้าพิมพิสาร เนืองราชคฤห้ แม้นืทหารบรีวารมาก แฅ่ก็่เป็นกิษย่พระ:พุทธเค้าระ:คับโสคาษัน ไม่อา'จ'จะซักนำมาเป็นพวกไค้ แม้พระเค้าปเสนทิโกศลก็่เซ่นกัน แต่อชาฅคัฅรู กุมารพระราชโอรสพระเค้าพิมพิสารกังอ่อนค้อยไม่ร้เรองบาปบุญกุณโทนัก ตนสามารถเกลยกล่อมมาเป็นพวกไค้ เมอตกลงใจอย่างนั้แล้วจึงไปกังเนืองราชกฤห เนรมิตตนเองเป็น หนุ่มน้อย พันงูไว้ทํ่กอหนงคัว ทแขนสองข้างชาสองข้างอกกิคัว ผูกมงกุฎผ้าไว้ บนกิรษะนืนหนง ทำ เฉวยงบ่านืนหนืง เหาะไปค้วยกังวาลงูอย่างนืแล้ววูบลงไป นั่งบนคักชองอชาตคัตรูกุมาร ประกาศคัวว่าซอเทวทัต แล้วกลับร่างเป็นภิกษ ทำ ให้อชาตคัตรูเลอมใส รับเป็นผู้อุปการะ ทำ ให้นืลากลักการะมากมาย พระเทวทัตหลังจากทำให้อชาตคัตรูกุมารศรัทธาแล้ว กลับมจิตกำเรีบ มากชน กิคจะปกกรองพระสงฆเกิยเอง เนือกิคอย่างนืเท่านัน ฌานไค้เกิอมลง ทนท ฤทธิทนือยู่ก็่หมคไป แต่พระเทวกัตกังไม่รูคัว ไคไปกราบทูลพระพุทธเค้า ว่า ทรงชรากาพแล้ว กวรพักผ่อนไค้แล้ว ตนจะเป็นผู้บรีหารพระสงฆแทนเอง พระพุทธองก่ทรงปฏิเสธ จึงเกิยใจไค้ผูกอาฆาตพระพุทธองก!ว้เป็นกรังแรก พระพทธองก่ทรงให้ทำปกาสนืยกรรมกอประ:กาศกวามมิคชองพระ:เทวทัตให้ ทรrาบก^ันiทวเrมิองราช'กฤห aaiwaaiia www.kalyanamitra.org

พระเทวทัฅคิคว่าบัคนเราถูกพร:;สมณโกคมฅัคทิ้งแล้ว เราจะทำให้ พระสมณโกคมวิบัติให้ใค้ จึงไปหาอชาคติ'ครูกุมาร เกลยกล่อมว่า กนเรา ปิจจุบันมอายุยน พระเจ้าพิมพิสารก็่เซ่นกัน หากทรงมอายุยืนเซ่นน พระราช กุมารก็่จะหมคสิทธิในราชสมบัติไม่อาจเป็นพระเจ้าแผ่นคินไค้หรืออาจทิวงกฅ ไปก่อน จึงกวรจะประหารพระเจ้าพิมพิสารเสิย จะไค้เป็นกบัฅริยื และคนเองก็่ จะประหารพุทธเจ้าแล้วเป็นผู้ปกกรองสงฆ อชาคกัฅรูกุมารพลอยหลงเซือเห็่นจริงคามกำพรร;เทวทัค แฅ่มิไค้ ประหารพระราชบิคา เป็นแค่ทรงรับร่'งไห้จำกุกพระราชบิคาไว้ แล้วสถาปนา คนขึนเป็นกบัคริยืเมืองราชกฤห้ และไค้บำรุงคูแลพระเทวทัคเป็นอย่างค แม[คลึงระคับนแล้ว พระเทวทัคหาไค้พอไจไม่ กลับกิคกำเริบเสิบสาน ไนทางร้ายมากชน คอนแรกไค้แสวงหาบักแม่นธนูไว้หลายกนแล้วล่งไปเพอไห้ ไปยิงพระพุทธเจ้า แค่เมอบุกกลเหล่าบันไค้เข้าใกล้พระพุทธเจ้าไค้สคับธรรมไค้ บรรลุธรรมเป็นโสคาบันทิ้งหมค พระเทวทัคกี่บังไม่วางมือ กิคว่าเราฆ่าเองกี่ใค้ จึงชนไปบนเซากิชณกูฏ แอบอยู่ข้างชะง่อนหินใกล้ทางเสค็่จลงจากเขากิชฉJถูฏ ชองพระพุทธองกํ เมือพระพุทธเจ้าเสค็่จลงมา กะระยะเหมาะเจาะแล้วกี่กลง หินก้อนใหญ่ลงมาเพือไห้ทบพระพุทธองกํ ก้อนหินนั้นกระทบกับหินไนระหว่าง ไค้แคกกระจายลงมา สะเกี่คหินชินหนงกระเค็่นมาถูกพระบาทพร:;พุทธองกํ ทำ ไห้เกิคห้อพระโลหิคฃน แคมไค้ทำไห้พระพุทธองกํทรงมือันครายอย่างไค แต่พระเทวทตได้สร้างบาปหนกเป็นครุกรรมประเภทหนงแล้ว ครุ กรรมนนชือว่าโลหิคุปบาท หมายถงกรรมททำให้พระโลหิตของพร:{พุทธเจ้า ห้อฃ็้น ClOj พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

เมํ่อไม่อา'จร'งหารพระพุทธเจ้าไค้ด้วยฅนเอง พระเทวทัฅก็่ยั๋งคิ้นรน มากขนไค้เข้าเร'าพระเจ้าอชาฅค้ฅรูฃอพระราชทานโอกาสให้ปล่อยช้างหลวง ซอนาฟัาฌในฃณะฅกมันไปขวางทางบิณฑบาฅชองพระพุทธองกกับกณะสงฆ ข้าง'จะไค้ทำร้ายพระพุทธเจ้า พระเจ้าอชาฅค้ฅรูก็่พระราชทานให้ เมอข้างนาฬ'ากรปรเข้ามาหาพระพุทธเจ้า พระอานนทํซงเป็น อุปีฏฐากอยู่ค้านหลัง ไค้ถลันออกไปยืนชวางหน้าพระพุทธเจ้าไว้ ด้วยยอม เสิยสละชวิฅเพอมัองกันพระพุทธองก แต่พระพุทธองคทรงห้ามไว้ ทรงโปรย นํ้าอมฤฅกือพระมหากรุณาไปยังข้างนาฬ'าคร ทำ ให้ข้างหยุค หายคลั่งแล้ว เคินกลับ พระพุทธองกก็่เสค็่'จคำเนินบิณฑบาตต่อไป กรรมชั่วอันร้ายสุคถมของพระเทวทัฅทกระทำฅ่อพระเจ้าพิมพิ^าร และต่อพระพุทธองคหลายประการ ฅัง้แต่ไห้ประหารพระเจ้าพิมพิาร ต่งนัก แม่นธนูไปยิงพระพุทธเจ้า กลงหินลงมาให้ทับพระพุทธเจ้า แม้จะเปีนกรรม ชั่วร้าย ผู้ฅนก็่รู้บ้างไม่พาง จึงไม่ปรากฏเปีนข่าวอังแจ่มแจ้ง เหมือนอับกรรม ชั่วทให้ปล่อยช้างนาห้ากรไปทำร้ายพระพุทธเจ้า เพราะเปีนการกระทำทผู้กนรู้ เหึ่นอันทั่วไป พร้อมทั้งเห็่นว่าพระอานนทัเล่ยสละชวิฅเพอพระพุทธเจ้าอย่างไร เห็่นว่าพุทธองคทรงชนะช้างนาห้ากรไค้อย่างไร ทำ ให้ประชาชนกรัทธาเลอมใส พระพุทธองกมากขน และเรมชบชิบไม่พอใจต่อพระเจ้าอชาฅอัศรูอัน พระเจ้าอชาฅลัฅรูทรงทราบเรอง จึงฅัคฅวามอุปกัมภทั้งหมคทเกย ถวายพระเทวทัฅ เลิกคบหาต่อไป ทั้งประชาชนก็่ใม่ทำบุญใล่บาฅรพระเทวทัฅ อก ทำ ให้พระเทวทัฅลำบาก หาไม่พอเลยงชพ ถึงกระนั้นก็่ยังไม่รู้ล้กคัว ยัง กิคไมใค้ว่าเป็นผลมาจากการกระทำอันชั่วร้ายชองตน สุคท้ายไค้เข้าไปเฝัา พระพุทธเจ้า ทูลชอพรให้ทรงอนุญาตพระสงฆปฏิบัติ กิจส์าคัญ ๕ อย่าง อ311พสิอ1ร่อ /oQ www.kalyanamitra.org

คือพึงอยู่แต่ในป่าตลอดชวิต พึงบิณฑบาตเลยงซพตลอดซวิต ควรนุ่งห่ม เฉพาร;ผ้าบงสุกุลตลอดซวิต พึงอยู่ตามโคนต้นไม้ตลอดซวิต ไม่พึงฉนเน็้อ _ _ rVo แลร;ปลาตลอดชิวิต พรร:พุทธเจ้าทรงปฏิเสธว่า \"อย่าเลยเทวทัฅ ภิกษุรูปใศปTITถนา จะ อยู่จะปฏิบัฅิอย่างนั้นก็่ทำฅามปTาTถนาเถิค\" พรร:เทวทัฅนำเรํ่องกลับมาเล่าให้พรร:ใหม่พึง มพรร:ใหม่บางพวก ยัง ไม่ทันรู้พรร:ธรรมวินัยซัคเ'จนกื่หลงเชอพรร:เทวทัฅแล::ฅิคตามพรร:เทวทัฅไป พรร:เทวทัฅมพวกพรร:ทเหื่นชอบด้วยกับฅนปรร:มาณ ๕00รูป ออก'จากเมือง ราชกฤหื่ใปอยู่ทตำบลกยาคืสร:ให้พรร:ปฏิบัติตามหลัก ๕ข้อนั้น ปรร:ชาชนล่วน หนิ่งหื่ศรัทธาเลอมใส ถวายกวาม'อุปการร:ทำ ให้อยู่กันได้ตอนหลังพรร:เทวทัต ได้ทิตแยกสงฆฝ่ายของตนออกจากสงฆหมูใหญ่ แยกทำลังฆกรรมต่างหาก แม้ พรร:พุทธองกทรงทราบแลร:ห้ามปรามแล้วกโม่ยอมพึง เบ็่เนอนว่าไต้ทำครุกรรม อกอย่างหนั้งทเรัยกว่ารงฆ๓ท คือการทำสงฆให้แตกแยกกัน หรือการแยก พรร;สงฆออกจากกัน พรร:พุทธองกรับลังให้พรร:สารืบุตรกับพรร:มหาโมกคัลลาน:; อักรสาวก ทั้งกูไปยังกยาสิส:: ท่านทั้งสองไปถึงแล้วหื่ใด้แน::นำเรองพร::ธรรมวินัย เรอง ลังฆกรรม และเรองอนๆ ให้พระทํ่อยู่กับพระเทวทัตพึง พระเหล่านั้นได้สติ หูตาสว่าง จึงทั้งพระเทวทัตตามพระสารบุตรกับพระมหาโมกคัลลานะมาท เมืองราชกฤหื่ เมอเป็นอย่างนั้ ทำ ให้พระโกกาลิกะทิษย่เอกชองพระเทวทัตไม่พอใจ พระเทวทัต เพราะตนเกยเตือนพระเทวทัตแล้วว่าอย่าไวิใจพระสารืบุตรกับ พระมหาโมกคัลลานะ แต่พระเทวทัตกลับไม่เชอ แถมยังกล่าวว่าพระสารืบุตร ^๒ J พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org

กับพรร:มหาโมกคัลลานะมาหาฅนเพราร:เห็่นคเหื่นงามด้วยกับตน ทมาก็่เพอ จร:เข้ามาเป็นพวกด้วย แล้วพรร:โกกาลิกร:หื่ยกเข่าขนกรร:แทกทหน้าอกของ พรร:เทวทัฅ พรร:เทวทัฅถึงกับกรร:อักเลือดล้มลง แลร:เกิดอาพาธร้ายแรงซน หลังจากอาพาธร้ายแรงทุกข่ทรมานอยู่ ๙เดือน สุดท้ายพรร:เทวทัฅ เรั๋มมใจห่อเหื่ยว ท้อแท้ ด้องการจร:เหื่นพรร:พุทธเจ้า จงบอกไท้ลูกกิษยพาไป เสาพรร:พุทธเจ้า ฝ่ายลูกกิษยก็่อิดออดไม่ยอมพาไป โดยอ้างว่าพรร:เทวทัฅไม่ ถูกกับพรร:พุทธเจ้า จร:พาไปเสาได้อย่างไร พรร:เทวทัฅก็่อ้อนวอนว่า \"พวกเธออย่าให้เราฉิบหายเลย เราไห้ทำความอาฆาตในพร:!ศาสคา ไว้ แต่ความอาฆาตในเราของพระคา^คามิไห้มเลย\" เมํ่อพรร:เทวทัฅขอร้องปอยเข้า ลูกกิษย่ก็่ทำแกรไมขนเป็นกานหาม ช่วยกันหามพรร:เทวทัฅไปหาพรร:พุทธเจ้า ตอนนั้นพรร:พุทธองกประ:ทับอยู่ท วัดเซตวัน เมืองสาวัตถึ ลูกกิษย่หามพรร:เทวทัตไปจนถึงเมืองสาวัตถึ เมอถึง สรร:โบกขรณซํ่งอยู่ปากทางเข้าวัด พรร:เทวทัตลังไท้หยุด ขอลงไปอาบนั้าชำรร: ร่างกายไท้สร:อาดก่อนเข้าเสา เมอเขาวางกานหามแล้ว พรร:เทวทัฅก็่ก่อยๆ ย่างเท้าลงมาเหยยบคิน เมอลุกขนยนได้เฅ็่มสองเท้า ปรากฏว่าเท้าทั้งสองได้ ก่อยๆ จมลงไปไนพนดินตามลำดับตั้งแต่ข้อเท้า ทัวเข่า สร:เอว นม จนถึงกอ เมอปากแลร:ปลายจมูกจร:จมลงไป พรร:เทวทัตได้กล่าวขนมาว่า \"ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเว้าพระองคนั้น ผู้ทรงเปีน อัครบุคคล ทรงเป็นเทพยงกว่าเทพ ทรงเป็นลารถึผูป็ก นรชนผู้ควรป็ก ทรงมิพระลักษณะแต่ละอย่างเกิคห้วย บุญนับร้อย ว่าเป็นสรณะทพงห้วยกระคูกเหล่านิ้พร้อม ห้วยลมหายใจ\" อ้น! อIร่อ www.kalyanamitra.org