Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คลังธรรมเล่ม๓

Description: คลังธรรมเล่ม๓

Search

Read the Text Version

และคณะ] หมวด ๘ ๑๐๕ ธัมมวินยัจฉริยกถา ว่าด้วยข้ออัศจรรย์ของพระธรรมวินัย ๘ ๑. มีการสืกษๆปฏิบัติไปตามลำดับ ไม่มีการบรรรลุอรหัตตผลแต่แรกเริ่ม ๒. ไม่มีการล่วงละเมีดพระพุทธบัญญัติของเหล่าภิกษุลาวกแฟ้จะสินชีวิต ฅ. ไม่เป็นที่ให้สงฆ์อยู่ร่วมกับบุคคลผู้ทุติล มีบาปธรรม ๔. เป็นที่ให้คนต่างวรรณะที่บวชแล้วได้ซื่อว่าสมณศากยบุตรเหมีอนกันหมด ๕. ไม่ทำให้นิพพานธาตุพร่องหรือเต็มเพราะการปรินิพพานจำนวนมาก ๖. มีรสเพียงรสเดียวคือวิมุตติรส ๗. มีธรรมรัตนะมากมาย เซ่น สติปัฏฐาน ๔ สิ'มมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ ๘. เป็นที่พำนักอาดัยของเหล่าพระอริยบุคคลผู้มากด้วยคุณธรรม ที่มา : ปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ วิ.จุลฺ, ๗/๑๔๒ ปหาราทสูตร องฺ.อฏฺรก. ๒ฅ/๑๙ ... เอวฌว โข ภิฤขเว อิมสมึ ธมุมวินเย อมุปพุพสิกขา ... ยํ มม สาวกา สิกขาปทํ ปญณตุฅํ, ตํ มม สาวกา ชีวิตเหตุปี นาติกุกมนติ ... โย โส คโล ชุสุสีโล ... น เฅน สงุโฆ สํวสติ, ... จตุตาโรเม วณณา ... ปพพชีตุวา ชหนติ ใเริมานิ นามโคตุตานิ, ... น เตน นิพุพานธาตุยา คูนตุตํ วา ใ^รm วา ปณุฌายติ ... อยํ ธมุมวินโย เอกรโส วิมุตุติรโส ... พทุรตโน อเนกรตโน ... มหตํ ฎตานํ อาวาโส ... ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความอัศจรรย์1ม่เคยมีในธรรมวินัย นี้มี ๘ ประการ ที่ภิกษุทั้งหลายพบเห็นแล้วซื่นชมยินดีในธรรมวินัยนี้กันอยู่ ความอัศจรรย์1ม่เคยมี ๘ ประการคืออะไรบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใน ธรรมวินัยนี้มีการดีกษา มีการกระทำ มีการปฏิบัติไปตามลำดับ หาได้มี การบรรลุอรหัตตผลมาแต่แรกเริ่มไม่ เหมีอนมหาสมุทรที่ลาดลุ่มลึกลงไป โดยลำดับ หาได้โกรกชันเหมีอนเหวมาแต่เติมไม่ ฃ้อที่ในธรรมวินัยนี้มีการ www.kalyanamitra.org

๑0๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั สืกษา มีการกระทำ มีการปฏิบัติไปตามลำดับ หาได้มีการบรรลุอรหัตตผล มาแต่แรกเริ่มไม่ นี้เป็นความอัศจรรยํไม่เคยมีในธรรมวินัย ที่ภิกษุ ทั้งหลายพบเห็นแล้วซื่นซมยินดีในธรรมวินัยนี้กันอยู่ ประการที่ ๑ สาวกทั้งหลายของเราจะไม่ยอมล่วงละเมิดสิกขาบทที่เราบัญญัติแล้ว แก่สาวกทั้งหลายแม้เพราะเหตุแห่งชีวิตเหมีอนมหาสมุทรที่เต็มเปียมอยู่เสมอ ไม่ล้นฝืงฉะนั้น ... ประการที่ ๒ บุคคลใดเป็นผู้ทุสิล มีบาปธรรม .... เปียกชุ่มด้วยกิเลส เป็นเหมีอน ขยะ สงฆ์จะไม่อยู่ร่วมกับบุคคลนั้น แต่จะประชุมกันยกเธอเสิยโดยพลัน แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ก็จริง ถึงอย่างนั้น เธอก็ซื่อว่าอยู่ ห่างจากสงฆ์ และสงฆ์ก็อยู่ห่างจากเธอ เหมีอนมหาสมุทรที่โม่ระคนปนอยู่ กับซากศพที่ตายแล้ว ซากศพที่มีอยู่ในมหาสมุทรจะถูกคลื่นซัดลอยเข้าหา ล่งขึ้นบนบกฉะนั้น ... ประการที่ ๓ วรรณะ ๔ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ออกจากเรือนมา บวซเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ย่อมละซื่อและ ตระกูลเติมเสิย รวมเรืยกว่าสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรทั้งหมด เหมีอน แม่นํ้าสายใหญ่ ๆ บรรดามี คือแม่นั้าคงคา แม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นั้ามหี ไหลไปถึงมหาสมุทรแล้วย่อมละซื่อเสิยงเติมเสิย รวมเรืยกว่ามหาสมุทรทั้งหมดฉะนั้น ... ประการที่ ๔ ภิกษุแม้จะมีจำนวนมาก ล้าปรินิพพานไปด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน ธาตุ นิพพานธาตุก็มีได้ปรากฏว่าจะพร่องหรือเต็มเพราะการปรินิพพานนั้น เลย เหมีอนแม่นํ้าทุกสายในโลกย่อมไหลไปรวมลงในมหาสมุทร ทั้งสาย ฝนจากฟ้าก็ตกลงในมหาสมุทร แต่มหาสมุทรก็มิได้ปรากฏว่าจะพร่องหรือ เต็มเพราะนํ้านั้น ๆ เลย ... ประการที่ ๕ ธรรมวินัยนี้มีรสเพียงรสเดียวคือวิมุตติรส เหมีอนมหาสมุทรที่มีรส เพียงรสเดียวคือรสเต็มฉะนั้น ... ประการที่ ๖ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๐๗ ธรรมวินัยนี้มีรัตนะมากมายหลายซนิด รัตนะในธรรมวินัยนั้นเหล่านี้ คือ สติปัฏฐาน ๔ ส์'มมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพซฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ เหมีอนมหาสมุทรที่มีรัตนะมากมายหลายชนิด รัตนะในมหาสมุทรนั้นเหล่านี้คือ แก้วมุกดา แก้วมณี ... ประการที่ ๗ ธรรมวินัยนี้เป็นที่พำนักอาค์'ยของคนใหญ่ ๆ คนใหญ่ ๆ ในธรรมวินัย นั้นเหล่านี้คือ โสดาบัน ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามีผล อนาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง อนาคามีผล อรหันต์ ผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ เหมีอนมหาสมุทร เป็นที่พำนักอาสัยของสิงมีชีวิตขนาดใหญ่ สิงมีชีวิตขนาดใหญ่ในมหาสมุทร นั้นเหล่านี้คือ ปลาติมี ปลาติมีงคละ ปลาติมีติมีงคละ ปลามหาติมีงคละ พวกอสูร พวกนาค พวกคนธรรพ์ .... ประการที่ ๘ ฯ ครุธัมมกถา ว่าด้วยครุธรรมของภิกษุณี ๘ ๑. แม้บวช ๑๐๐ พรรษา ก็ต้องทำการกราบไหว้ภิกษุที่บวชในวันนั้น ๒. ต้องไม่เข้าจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุอยู่ ฅ. ทุกครี่งเดือน ต้องมีภิกษุผู้ถามถึงการทำอุโบสถและการเข้าไปรับโอวาท ๔. จำ พรรษาแล้วต้องปวารณาในสงฆ์สองฝ่าย ๕. ล่วงละเมิดครุธรรมแล้วต้องประพฤติปักขมานัตในสงฆ์สองฝ่าย ๖. ต้องแสวงหาการอุปสมบทในสงฆ์สองฝ่ายเพื่อสิกขมานา ๗. ต้องไม่ด่า ไม่บริภาษภิกษุ ไม่ว่าต้วยเหตุใด ๆ ๘. จะสอนภิกษุไม่ไต้ แด่ให้ภิกษุสอนไต้ www.kalyanamitra.org

๑๐๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ที่มา : ภิกชุนีขันธกะ วิ.จุลฺ. ๗/๑๕๙, โคตมีสูตร องฺ.อfjsn. ๒ฅ/๕๑ ... วสสสตปสมุปนุนาย ภิฤฃุนิยา ฅฑชุปสมปนนสฺส ภิคุชุโน อภิวาทนํ ... สามีจิกมุมํ กตุฅพุพํ ... น ภิฤชุนิยา อภิๆชุเก อาวาเส วสุสํ วสิฅพุพํ ... เทฺว ธมฺมา ปจจาสึสิฅพพา ... ธุภโฅสงุเฆ ตีหิ จาเนหิ ปวาเรตพพํ ... ธุภโตสงเฆ ปฤฃมานตตํ จริตพพํ ... สิคุฃมานาย คูภโตสงฺเฆ ^ปสมฺปทา ปริเยสิตพพา ... ภิฤชุ อกโกสิตพุโพ ปริภาสิตพุโพ ... ภิๆชุนีนํ ภิฤฃูธุ[ วจนปโถ, อโนวโฎ ภิคุชุเนํ ภิฤฃุนีธุ[ วจนปโถ ... ฯ แปล : (ดูก่อนอานนท์ ถ้าพระนางมหาปซาบดีโคตมีจะยอมรับ ครุธรรม ๘ ประการได้ ครุธรรม ๘ ประการนั้นแลก็จงฟ็นอุปสมบทของ พระนาง คือ) ภิกษุณีแม้อุปสมบทแล้ว ๑00 พรรษาก็ด้องทำการกราบไหว้ การลุกรับ อัญขลีกรรม สามีจิกรรมแก่ภิกษุผู้แม้อุปสมบทในรันนั้น ธรรม ข้อนี้ภิกษุณีด้องส์โกการะ เคารพ นับถือ บูชา ไฝล่วงละเมิดตลอดชีวิต ๑ ภิกษุณีด้องไม่เข้าจำพรรษาโนอาวาสที่ไม่มีภิกษุอยู่ ... ๑ ภิกษุณีด้องหรัง ธรรม ๒ ประการจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน คือภิกษุผู้ถามถืงการทำอุโบสถ และการเข้าไปรับโอวาท ... ๑ ภิกษุณีผู้จำพรรษาแล้วด้องปวารณาโนสงฆ์ สองฝ่ายโดยสามสถาน คือด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน ด้วยรังเกียจสงส์'ย ... ๑ ภิกษุณีผู้ล่วงละเมิดครุธรรมแล้วด้องประพฤติป้กฃมานัตโนสงฆ์สองฝ่าย ... 6) ภิกษุณีด้องแสวงหาการอุปสมบทโนสงฆ์สองฝ่ายเพื่อสิกขมานาผู้คืกษาสิกขา โนธรรม ๖ ประการครบ ๒ ปีแล้ว ... ๑ ภิกษุณีด้องไม่ด่า ไม่บริภาษภิกษุ ไม่ว่าด้วยเหตุโด ๆ ... ๑ ตั้งแด่รันนี้เปีนด้นไป ป็ดทางไมให้ภิกษุณีทั้งหลาย สอนภิกษุ เปิดทางโห้ภิกษุทั้งหลายสอนภิกษุณี1ด้ ธรรมข้อนี้ภิกษุณีด้อง สักการะ เคารพ นับถือ บูชา ไม่ล่วงละเมิดตลอดชีวิต ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๐๙ วชชากถา ว่าด้วยวิชชา ๘ ๑. วิฟ้สสนาญาณ ความรู้แจ้งในวิปัสสนา ๒. มโนมยิทธิญาณ ความรู้แจ้งคือฤทธิ้ทางใจ ฅ. อิทธิวิธญาณ ความรู้แจ้งคือการแสดงฤทธี้ต่างๆได้ ๔. ทิพพโสตธาตุญาณ ความรู้แจ้งคือหูทิพย์ ๕. เจโตปริยญาณ ความรู้แจ้งคือกำหนดใจผู้อื่นได้ ๖. 1^พเพนิวาสาบุสสติญาณ ความรู้แจ้งคือการระลึกชาติได้ ๗. ทิพพจกฃญาณ ความรู้แจ้งคือตาทิพย์ ๘. อาสวักฃยญาณ ความรู้แจ้งที่ทำให้สินอาสวะ ทิมา : (นัย) สามัญญผลสูตร ที.สื. ๙/๒ฅ๔-๒๔๙,ฎีกาสารัตลทีปนี สารตฺถ. ๑/๒0/๒๖ แปล : วิปสฺสนาฌาณมโนมยิทฺธิ อิทธิปปเภโทปี จ ทิพุพโสตํ ปรสส เจโตปริยายณาณํ 1^พ.เพนิวาสาาjคตญจ ผาณํ ทิพ.พญจ จกข.วาสวสงุขโย จ เอตานิ ณาณานิ อิธฎฺฮ วิชุชา ฯ ญาณเหล่านี้ คือ ญาณในวิปัสสนา ๑ ญาณคือ ฤทธิ้ทางใจ ๑ ญาณคือการแสดงฤทธิ้ต่าง ๆ ได้ ๑ ญาณ คือหูทิพย์ ๑ ญาณคือการกำหนดรู้!จผู้อื่น ๑ ญาณที่ทำ ให้ระลึกชาติได้ ๑ ญาณคือตาทิพย์ ๑ ญาณที่ทำให้สิน อาสวะ ๑ ร่อว่าวิชชา ๘ ในที่นี้ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๑0 คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ญาณทสสนาภินึหารกถา ว่าด้วยลักษณะของสมาธิจิตที่จะเกิดปัญญารู้เห็น ๘ ๑. บริสุทธิ้ ๒. ผ่องแผ้ว ฅ. ไฝมีกิเลส ๔. ปราศจากอุปกิเลส ๕. อ่อนโยน ๖. ควรแก่งาน ๗. ตั้งมั่น ๘. ไม่หวั่นไหว ที่มา : วิปัสสนาญาณ สามัญญผลสูตร ที.สี. ๙/๒ฅ๔ ไส เอวํ สมาหิเต จิตุเต ปริลุ[ทุเธ ปริโยทาเต อนงคเณ วิคดูปฤกิเลเส เต กมมนิเย ฮิเต อาเนณชปุปตุเต, ณาณทสฺสนาย จิตุตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมติ ฯ แปล : ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธี้ ๑ ผ่องแผ้ว ๑ ไม่มี กิเลส ๑ ปราศจากอุปกิเลส ๑ อ่อน ๑ ควรแก่การงาน ๑ ตั้งมั่น ๑ ไม่ หวั่นไหว ๑ อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณหัสสนะ (ความรูเห็นตาม เป็นจริง หรีอวิปัสสนาญาณ) ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๑๑ อริยสาวกกถา ว่าด้วยลักษณะของอริยสาวกผู้ได้ธรรมจักษุ ๘ ๑. เห็นธรรม ๒. บรรลุธรรม ฅ. รู้แจ้งธรรม ๔. หยั่งถึงธรรม ๕. หมดความสงส์'ย ๖. ปราศจากคำแสดงความสงส์โย ๗. ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ๘. ไม่เส์อผู้อื่น ที่มา : อัมพัฏฐสูตร ที.สี. ๙/๒๙๙ ... อถ โข พุราหุมโณ โปฤขรสาติ ฑิฎุฮธมุโม ปตตธมฺโม วิทิต รมโม ปริโยคาฬหธมโม ติณฺณวิจิกิจุโฉ วิคฅกถํกโถ เวสารชุชปฺปตโฅ อปรปปจุจโย สตุธุ สาสเน ... ฯ แปล : (ดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทินว่า \"สิง ใดสิงหนึ๋งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิงนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับไปเป็น ธรรมดา\" ได้เกิดขึ้นแล้วแก่พราหมณ!ปกขรสาติ ณ ที่นั่งนั้นแล ดุจผ้าที่ สะอาดปราศจากด่างคำพึงรับนํ้าย้อมได้เป็นอย่างดีฉะนั้น) ลำ ดับนั้น พราหมถรโปกขรสาติได้เห็นธรรมแล้ว ๑ ได้บรรลุธรรมแล้ว ๑ ได้รู้ธรรม แจ่มแจ้งแล้ว ๑ มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ๑ ข้ามความสงส์โยได้แล้ว ๑ ปราศจากถ้อยคำแสดงความสงสิ'ย ๑ ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ๑ ไม่ด้อง เชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ๑ ... ฯ www.kalyanamitra.org

๑๑๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั สารีริกธาตุลูปกถา ว่าด้วยสถานที่สร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๘ ๑. พระนครราชคฤห์ พระเจ้าอชาตส์'ตรูอัญเชิญไปก่อไว้ ๒. พระนครทสาลี เจ้าลิจฉวีอัญเชิญไปก่อไว้ ต. พระนครกบิลพัสดู เจ้าศากยกษัตริย์อัญเชิญไปก่อไว้ ๔. พระนครอัลลกัปปะ ถูลกษัตริย์อัญเชิญไปก่อไว้ ๕. ฒืองรามคาม โก^ยกษัตริย์อัญเชิญไปก่อไว้ ๖. ฒืองเวฎฐทีปกะ พราหมณ์ผู้ครองนครเวฎฐทีปกะอัญเชิญไปก่อไว้ ๗. เมืองปาวา มัลลกษัตริย์เมืองปาวาอัญเชิญไปก่อไว้ ๘. เมืองกุสินารา มัลลกษัตริย์เมืองกุสินาราอัญเชิญไปก่อไว้ ที่มา ธาตุคูป\\)ซา มหาปรินิพพานสูตร ที.ม. ๑0/๒ต๙ อถ โข ราชา มาคโธ อชาตสตดุ เวเทหิijดุโฅ ราชคเห ภควโค สรีรานํ คูปฌจ มหณจ อกาสิ ฯ เวสาลีกาปี ลีชุฉวี ... กาปีลวดถวาปี สกยา...อลุลกปปกาปี คูลโย ... รามคามกาปี โกหิ[ยา ... เวฏุรทีปโกปี พราหมโณ ... ปาเวยฺยกาปี มลลา ... โกสินารกาปี มลลา ถูสินาราย ภควโต สรีรานํ ดูปฌจ มหณจ อกํชุ... อิติ อฏุฮ สรีรถูปา ฯ แปล : ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตสัตรู เวเทหิบุตรได้สร้างพระสถูปและทำการฉลองพระบรมสารีริกธาตุพระผู้มื พระภาคเจ้าในพระนครราชคฤห์ ๑ แม้พวกกษัตริย์ลิจฉวีเมืองเวสาลี... ในพระนครเวสาลี ๑ แม้พวกกษัตริย์ศากยะเมืองกบิลพัสดุ...ในเมือง กบิลพัสดุ ๑ แม้พวกกษัตริย์ถูลีเมืองอัลลกัปปะ...ในเมืองอัลลกัปปะ ๑ แม้ พวกกษัตริย์Iกลียะเมืองรามคาม...ในเมืองรามคาม 6) แม้พราหมณ์ผู้ครอง www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๑๓ เมืองเวฏฐทีปกะ...ในเมืองเวฎฐทีปกะ ๑ แม้พวกเจ้าเมืองมัลละเมืองปาวา ...ในเมืองปาวา ๑ แม้พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา...ในพระนครกุสินารา ๑ ... ตกว่าพระสถปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุมื ๘ แห่ง ฯ ยถาภุจจวัณณกถา ว่าด้วยพระพุทธคุณที่ท้าวส์'กกะสรรเสริญตามเป็นจริง ๘ ๑. ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลและความสุขแก่ซนหมู่มาก ๒. ตรัสพระธรรมไว้ดีแล้ว ซึ่งบุคคลพึงเห็นเอง ฅ. ทรงบัญญัติส์งที่เป็นกุศล อกุศล มืโทษ ไม่มืโทษไว้ครบถ้วน ๔. ทรงบัญญัติข้อปฏิบัติviให้ถึงพระนิพพานเพื่อพระสาวกไว้ดีแล้ว ๕. ไฝทรงยึดติดเหล่าอริยบุคคล ทรงยินดีอยู่พระองค์เดียว ๖. แม้จุะทรงมืลาภส์'กการะมากมาย แต่ก็ทรงปราศจากความมัวเมา ๗. ทรงมืปกติตรัสอย่างใด ทำ อย่างนั้น ทรงทำอย่างใด ตรัสอย่างนั้น ๘. ทรงข้ามพ้นความสงล้'ย ปราศจากความคลางแคลงสงสัย ที่มา : มหาโควินทสูตร ที.ม. ๑0/๒๙๖ สฤโก เทวานมินฺโท เทวานํ ตาวตึสานํ ภควโต อฎุฮ ยลาชุจเจ วณุเณ ปยิรุทาหาสิ ฯ ... ยาวญเจโส ภควา พทุชนหิตาย ปฏิปนุโน ... โอปนยิกสุส ธมมสุส เทเสตาเ...ภูสลากุสลสาวชุชานวชชเสวิตพุพาเสวิตพฺพหีนปุปณีต- กลเหสุฤกสปฺปฏิภาคานํ ธมมานํ ปญผเปตารํ ... นิพพานคามินิยา ปฏิปทาย ปฌณเปตารํ ... เอการามตํ อนุยูตตํ ... วิคตมทํ อาหารํ อาหารยมานํ ... ธมมานธมมปภิปนนํ ... เอวํ ติณุณวิจิกิจุฉํ วิคตกถํกถํ ... ฯ www.kalyanamitra.org

๑๑๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั แปล : ท้าวส์กกะจอมเทพทรงยกพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าขึ้นแสดงแก่ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ว่า 'ทวยเทพ ชั้นดาวดึงส์ผู้เจริญทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเปีนไฉน คือ พระผู้มีพระ ภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ซนเปีนอันมาก เพื่อความสุข แก่ซนเปีนอันมาก เพื่ออนุเคราะห์ซาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อ ความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณ เซ่นนี้ ผู้ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ซนเปีนอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเปีน อันมาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายอย่างนี้ เรายังไฝเคยเห็นในอดึดกาลเลย ถึง โนบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจากพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น (๑) อนึ่ง พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นดรัสดึแล้ว อัน บุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกไท้มาดู ควรน์อมเข้ามาใน ดน อันวิญฌูชนพึงรู1ด้เฉพาะดน ... (๒) อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงบัญญัติไว้ดึแล้วว่า 'นี้กุศล นี้อกุศล นี้มีโทษ นี้Iม่มีโทษ นี้ควรเสพ นี้!ม่ควรเสพ นี้เลว นี้ประณีด นี้เปีนธรรมดำ ธรรมขาว และมีส่วนเทียบได้ ... (ฅ) อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงบัญญัตินิพพานคามินี ปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงพระนิพพาน) เพื่อพระสาวกทั้งหลายไว้ดึแล้ว พระนิพพานและปฏิปทาย่อมเทียบเคืยงอันได้ ดุจนํ้าในแม่นํ้าคงคาอับนํ้าใน แม่นํ้ายมุนาย่อมเทียบเคืยงเข้าอันได้ฉะนั้น ... (๕) อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงได้พระเสขะผู้ดำรงอยู่ใน ปฏิปทาและพระขีณาสพผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้วเปีนสหาย พระผู้มีพระ ภาคเจ้าก็ไม่ทรงติดบุคคลเหล่านั้น ทรงประกอบความเปีนผู้ยินดีอยู่ พระองค์เดียว ... (๕) www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๑๕ อนึ่ง ลาภ ความสรรเสริญย่อมเกิดแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งดูเหมือนว่ากษัตริย์ทั้งหลายก็ยังยินดีกันอยู่ แต่พระผู้มืพระภาคเจ้า พระองค์นั้นทรงปราศจากความมัวเมาเสวยพระกระยาหาร ... (๖) อนึ่ง พระผู้มืพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงมืปกดีตรัสอย่างใดก็ทรง ทาอย่างนั้น ทรงทำอย่างใดก็ตรัสอย่างนั้น เหตุนั้นพระองค์จึงซึ่อว่า 'ตรัส อย่างใด ทำ อย่างนั้น ทำ อย่างใด ตรัสอย่างนั้น' ... (๗) อนึ่ง พระผู้มืพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ทรงปราศจากความคลางแคลงสงสัย มืความดำริถึงที่สุดด้วยข้อปฏิบัติยัน เป็นเบื้องด้นแห่งพรหมจรรย์ยันเป็นที่อาสัยอย่างยิ่ง พระศาสดาผู้ประกอบ ด้วยองค์คุณเซ่นนี้ ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ผู้ปราศจากความคลาง แคลงสงสัย มืความดำริถึงที่สุดด้วยข้อปฏิบัติยันเป็นเบื้องด้นแห่งพรหม จรรย์ยันเป็นที่อาสัยอย่างยิ่งอย่างนี้ เรายังไม่เคยเห็นในอดีตกาลเลย ถึง ในบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจากพระผู้มืพระภาคเจ้าพระองค์นั้น' (๘) ฯ www.kalyanamitra.org

๑๑๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงค อริยอัฎฐังคิกมัคคกถา ว่าด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ ๑. สัมมาทิฐิ เห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ ฅ. สัมมาวาจา เจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ ๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ ที่มา : มัคคลัจจนิทเทส มหาสติปัฏฐานสูตร ที.ม. ๑0/๔0๒ กฅมณจ ภิคุฃเว ชุกฃนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจจํ ฯ อยเมว อริโย อฎจงุคิโก มคุโค ฯ เสยยถีทํ สมมาทิฎุฮิ สมมาสงุกปุโป สมมาวาจา สมมากมมนโต สมมาอาชีโว สมมาวายาโม สมมาสติ สมมาสมาธิ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เนินไฉน คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ๑ สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ๑ สัมมาวาจา การเจรจาชอบ ๑ สัมมา กัมมันตะ การงานชอบ ๑ สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ ๑ สัมมา วายามะ ความพยายามชอบ ๑ สัมมาสติ การระลึกชอบ ๑ สัมมาสมาธิ การตั้งใจชอบ ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๑๗ มิจฉัตดกลา ว่าด้วยสภาวะที่ผิด ๘ ๑. มิจฉาทิฐิ เห็นผิด ๒. มิจฉาสังกัปปะ ดำ ริผิด ฅ. มิจฉาวาจา เจรจาผิด ๔. มิจฉากัมมันตะ การงานผิด ๕. มิจฉาอาชีวะ เลี้ยงชีพผิด ๖. มิจฉาวายามะ พยายามผิด ๗. มิจฉาสติ ระลึกผิด ๘. มิจฉาสมาธิ ตั้งจิตมั่นผิด ฬมา ! ส์งสืติสูตร ที.ปา. ๑®/ตตต อฎฺ® มิจฉตฅา : มิจฉาทิฏฺจิ มิจฉาสงกปุโป มิจฉาวาจา มิจุฉา- กมฺมนฺโต มิจฉาอาชีโว มิจฉาวายาโม มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ ฯ แปล มิจฉัตตะ(ความเป็นผิด สภาวะที่ผิด)๘ ได้แก่ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด ๑ มิจฉาส์งกัปปะ ดำ ริผิด ๑ มิจฉาวาจา เจรจาผิด ๑ มิจฉากัมมันตะ การงานผิด ๑ มิจฉาอาชีวะ เลี้ยงชีพผิด ๑ มิจฉาวายามะ พยายามผิด ๑ มิจฉาสติ ระลึกผิด ๑ มิจฉาสมาธิ ตั้งจิตมั่นผิด ๑ ฯ หมายเหตุ สัมมัตตกถา ว่าด้วยสภาวะที่ชอบ ๔ ซึ๋งตรงข้าม กัน มีนัยเดียวกันกับอริยมรรคมีองค์ ๘ www.kalyanamitra.org

๑๑๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ฑักฃิเณยยกถา ว่าด้วยทักขิไณยบุคคล ๘ ๑. พระโสดาบัน ๒. ท่านที่ปฏิบัติเพื่อบรรลุโสดาปัตติผล ฅ. พระสกทาคามี ๔. ท่านที่ปฏิบัติเพื่อบรรลุสกทาคามิผล ๕. พระอนาคามี ๖. ท่านที่ปฏิบัติเพื่อบรรลุอนาคามิผล ๗. พระอรหันต์ ๘. ท่านที่ปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตตผล ที่มา ๑: ลังคืติสูตร ที.ปา. ๑๑/ฅ(ทฅ อฎฮ ว่คคลา ทคุฃิเณยยา : โสตาปนฺโน, โสตาปฅติผลสจฉิกิริยาย ปฏิปนโน, สกทาคามี, สกทาคามิผลสจฉิกิริยาย ปฎิปนฺโน, อนาคามี, อนาคามิผลสจฉิกิริยาย ปฏิปนโน, อรหา, อรหตุตผลสชุฉิกิริยาย ฯ แปล : หักขิเณยยบุคคล(บุคคลผู้ควรแก่ของทำบุญ) ๘ คือ ท่าน ที่เปันพระโสดาบัน ๑ ท่านที่ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ๑ ท่านที่เปีน พระสกทาคามี ๑ ท่านที่ปฏิบัติเพื่อทำสกทาคามีผลให้แจ้ง ๑ ท่านที่เปีน พระอนาคามี ๑ ท่านที่ปฏิบัติเพื่อทำอนาคามีผลให้แจ้ง ๑ ท่านที่เปีนพระ อรหันต์ ๑ ท่านที่ปฏิบัติเพื่อทำอรหัตตผลให้แจ้ง ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๔ ๑๑๙ ทมา ๒: ปฐม-ทุติยปุคคลสูตร ทุติยปีณณาศก์ องฺ.อฏจก. ๒๓/๕๙,๖0 จตตาโร จ ปฎิปนุนา จตฅาโร จ ผเล เตา เอส สงโฆ รุชุฎโต ปณุณาสืลสมาหิโต ฯ แปล : ท่านผู้ปฏิบัติเพี่อมรรค ๔ ประเภท ท่านผู้ตั้งอยู่ แล้วในผล ๔ ประเภท นั่นคือพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติตรง ประกอบด้วยปัญญาและคืล ฯ จตุตาโร จ ปฎิปนุนไ จตุตาโร จ ผเล เตา เอส สงฺโฆ สนุกกฎโฮ สตุตานํ อฏฺฮ ใ]คคลา แปล : ท่านผู้ปฏิบัติเพี่อมรรค ๔ ประเภท ท่านผู้ตั้งอยู่แล้ว ในผล ๔ ประเภท นั่นคือพระสงฆ์ บุคคล ๘ (ดังกล่าวนี้) เป็นผู้ประเสริฐสุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลาย ฯ ยชมานํ มนุสุสานํ ใ^ลเฌเปกขานปาณินํ กโรตํ โอปธิกํ ใ^ญฌํ เอตุล ทินุนํ มหปฺผลํ ฯ แปล : เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้ปรารถนาบุญบูชาอยู่ ทำ บุญซึ๋ง มีอุปธิเป็นผลอยู่ ทานที่ให้แล้วในสงฆ์นี้ย่อมมีผลมาก ฯ หมายเหตุ เรียกอีกอย่าง อริยคคลกถา ว่าด้วยพระอริย บุคคล ๘ www.kalyanamitra.org

๑๒0 คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงศ์ กุสีตวัตลุกถา ว่าด้วยข้ออ้างของผู้เกียจคร้าน ๘ ๑. เมื่อเราทำงานก็จักลำบากกาย อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า ๒. เราได้ทำงานและลำบากกายแล้ว อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า ฅ. เมื่อเราเดินทางก็จักลำบากกาย อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดิกว่า ๔. เราได้เดินทางและลำบากกายแล้ว อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า ๕. เราเที่ยวบิณฑบาตก1ม่ได้โภชนะใด ๆ ลำ บากกายแล้ว ไม่ควรจะทำการ งาน อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า ๖. เราเที่ยวบิณฑบาตได้โภชนะพอแก่ความด้องการแล้ว หนักเหนื่อยกาย แล้ว ไม่ควรจะทำการงาน อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า ๗. อาพาธเล็กน้อยเกิดขึ้นแก่เราแล้ว อย่ากระนั้นเลย เรามีข้ออ้างที่จะ นอนละ เราขอนอนดิกว่า ๘. เราหายอาพาธแล้ว แต่สร่างไข้1ด้1ม่นาน กายของเรานั้นยังอ่อนเพลีย ยังไม่ควรจะทำการงาน อย่ากระนั้นเลย เรามีข้ออ้างที่จะนอนละ เราขอนอนดีกว่า ที่มา : ลังคีติสูตร ที.ปา.พตฅ๔ อฏ® ภูสีตวตฺดูนิ ฯ อิธา^โส ภิฤชุนา กมมํ กาตพฺพํ โหติ, ตสส เอวํ โหติ กมมํ โข เม กาตพฺพํ ภวิสุสติ, กมุมํ โข ปน เม กโรนุตสส กาโย กิลมิสสติ, หนุทาหํ นิปชุชามีติ โส นิปชุชติ น วีริยํ อปฺปตตสฺส ปตุติยา อนธิคฅสุส อธิคมาย อสจฉิกดสุส สอุฉิกิริยาย, อทํ ป®มํ ถูสีฅวตุรุ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๒๑ แปล : กุสีตวัตถุ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน ๘ ดูก่อนผู้ มีอายุทั้งหลาย การงานที่ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้จำต้องทำมีอยู่ เธอมี ความคิดอย่างนี้ว่า 'เราจักต้องทำการงาน กีเมี่อเราทำการงานอยู่ กายก็ จักลำบาก อย่ากระนั้นเลย เราขอนอนดีกว่า' เธอจึงนอนเสีย ไม่เริ่ม ความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้ แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๑ ... เราแลไต้ทำการงานเสร็จแล้ว ก็เมื่อเราทำการงานอยู่ กายไต้ ลำ บากมาแล้ว ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๒ ... เราจักต้องเดินทาง ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ กายก็จักลำบาก ... นี้ เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ฅ ... เราไต้เดินทางแล้ว ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ กายไต้ลำบากมาแล้ว ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๔ ... เราเที่ยวบิณฑบาตไปตามหมู่บ้านหรือนิคมอยู่ ก็ไม่ไต้โภชนะไม่ ว่าจะเศร้าหมองหรือประณีตบริบูรณ์จนพอแก่ความต้องการ กายของเรา นั้นไต้ลำบากแล้ว ไม่ควรจะทำการงาน ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๕ ... กายของเรานั้นหนัก ไม่ควรจะทำการงาน เหมีอนถั่วราชมาสที่ ชุ่มนั้า ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๖ ... อาพาธเล็กน้อยนี้เก็ตขึ้นแก'เราแล้ว เรามีข้ออ้างที่จะนอนละ ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๗ ... เราหายจากอาพาธแล้ว แต่ยังสร่างไข1ด1ม่นาน กายของเรา นั้นยังอ่อนเพลีย ยังไม่ควรจะทำการงาน อย่ากระนั้นเลย เรามีข้ออ้างที่ จะนอนละ เราขอนอนดีกว่า' ... นี้เป็นถุสีตวัตถุประการที่ ๘ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๒๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั วิโมกฃกถา ว่าด้วยวิโมกข์ ๘ ๑. ผู้มีรูปฌานเห็นรูปทั้งหลาย ๒. ผู้ถืออรูปภายในเปีนสำคัญเห็นรูปในภายนอก ต. ผู้ที่น้อมใจดิ่งไปว่างาม (ผู้เจริญวรรณกสิณจนได้รูปฌาน) ๔. ผู้ที่เข้าถึงอากาสานัญจายตนฌาน ๕. ผู้ที่เข้าถึงวิญญาณัญจายตนฌาน ๖. ผู้ที่เข้าถึงอากิญจัญญายตนฌาน ๗. ผู้ที่เข้าถึงเนวสํญญานาสัญญายตนฌาน ๘. ผู้ที่เข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มา : ลังคีติสูตร ที.ปา.๑๑/ฅต๙,วิโมกขสูตร ทุติยปัณณาสก์ อง..อฏจก.๒๗๖๖ อฎ« วิโมฤฃา ะ รูปี รูปานิ ปสสติ ... อชฌตฺตํ อรูปสญณี ... สุ[ภฬุเดว อธิดุโฅ ... อาคาสานญจายฅนํ ... วิผผาณญจายฅนํ ... อากิญจญณายฅฟ้ ... เนวสญฌานาสณุณายฅนํ ... สฌณาเวทยิฅนิโรธํ คูปสมุปชุช วิหรติ ฯ แปล : วิโมกข์ ๘ คือ ผู้มีรูปฌานย่อมเห็นรูปทั้งหลาย นี้เปีน วิโมกข์ประการที่๑ ผู้ถึออรูปภายในเปีนสำคัญย่อมเห็นรูปทั้งหลายในภายนอก นี้เปีนวิโมกข์ประการที่ ๒ ผู้ที่ฟ้อมใจว่า 'งาม' นี้เปีนวิโมกข์ประการที่ ต ผู้ ที่เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะปฏิฆสัญญาคับไป เพราะ ไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา เข้าถึงอากาสานัญจายตนะโดยมนสิการ ว่า 'อากาศไม่มีที่สุด' คังนี้อยู่ นี้เปีนวิโมกข์ประการที่ ๔ ผู้ที่เพราะก้าวล่วง อากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง เข้าถึงวิญญาณญจายตนะโดย www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๒๓ มนสิการว่า 'วิญญาณไม่มีที่สุด' ดังนี้อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๕ ผู้ที่เพราะ ล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง เข้าถึงอากิญจัญญายตนะโดย มนสิการว่า ไม่มีอะไร' ดังนี้อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๖ ผู้ที่เพราะล่วง อากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง เข้าถึงเนวสิ'ญญานาสิ'ญญายตนะอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่๗ ผู้ที่เพราะล่วงเนวสิ'ญญานาสิ'ญญายตนะโดยประการ ทั้งปวง เข้าถึงสิ'ญญาเวทยิตนิโรธอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๘ ฯ ธโฆสคลา ว่าด้วยลักษณะพระสุรเสิยงของพระพุทธเจ้า ๘ ๑. นุ่มนวล ๒. ฟ้งได้ชัดเจน ฅ. ไพเราะ ๔. ฟ้งง่าย ๕. กลมกล่อม ๖. ไม่พร่า ๗. ลุ่มลึก ๘. มีกังวาน ที่มา : พรหมายุสูตร พราหมณวรรค ม.ม.๑ต/ฅ๔๗ อฎฮงฺคสมนุนาคโต โข ปนสุส โภโต โคตมสุส นุขโต โฆโส นิจฉรติ, วิสสฎุโร จ วิณฒยโย จ มญชุ จ สวนีโย จ วินุทุ จ อวิสารึ จ คมภีโร จ นินุนาทึ จ ฯ แปล : พระลุรเลึยงอันกัองเปล่งออกจากพระโอษฐ์ของท่านพระ โคดมนั้นประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือ นุ่มนวล ๑ ฟ้งได้ชัดเจน ๑ ไพเราะ ๑ ฟ้งง่าย ๑ กลมกล่อม ๑ ไม่พร่า ๑ ลุ่มลึก ๑ มีกังวาน ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๒๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั สัป!]ริสกลา ว่าด้วยลักษณะของส์'ตบรษ ๘ จ จ่ ๑. ประกอบด้วยส์ทธรรม ๒. ภักดีต่อสํโตบุรุษ ต. คิดอย่างส์ตบุรุษ ๔. ปรึกษาอย่างสํโตบุรุษ ๕. ใฐดอย่างส์'ตบุรุษ ๖. ทำ อย่างสัตบุรุษ ๗. เห็นอย่างสัตบุรุษ ๘. ใฟ้ทานอย่างสัตบุรุษ ที่มา : จูฬปุณณมสูตร เทวทหวรรค ม.อุ. ๑๔/๙๒ สปุใ ใส ภิคุฃเว สทุธมมสมนนาคโต โหติ, สปุใ]ริสภตฺติ โหติ, สใ]!]ริสจินตี โหติ, สใ]ใ]ริสมนฺติ โหติ, สใ]ใ]ริสวไโจ โหติ, สปุใ]ริส- กมมนุโค โหติ, สใ]ใ]ริสทิฎุเ โหติ, สปฺใ]ริสทานํ เทติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุ'ตั้งหลาย สัตบุรุษ (คนดี) ย่อมเป็นผู้ประกอบ ด้วยสัทธรรม (ธรรมของสัตบุรุษ) ๑ ภักดีต่อสัตบุรุษ ๑ มีความคิดอย่าง สัตบุรุษ ๑ ปรึกษาอย่างสัตบุรุษ ๑ มีถ้อยคำอย่างสัตบุรุษ ๑ มีการกระทำ อย่างสัตฺบุรุษ ๑ มีความเห็นอย่างสัตบุรุษ ๑ ให้ทานอย่างสัตบุรุษ ๑ ฯ อธิบาย : ลักษณะของสัตบุรุษ ๘ มีพุทธาธิบายดัง'นี้ 'ซ้อที่ ๑ ประกอบด้วยสัทธรรม หมายถึงมีคุณธรรมของสัตบุรุษ ๗ คือ มีศรัทธา มี หิริ มีโอตดัปปะ เป็นพหูสูต ปรารภความเพียร มีสติตั้งมั่น มีป้ญญา ข้อที่ ๒ ภักดีต่อสัตบุรุษ หมายถึงมีสมณพราหมณ์ผู้มีสัทธรรม ๗ เป็นมิตรสหาย www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๒๕ ข้อที่ ฅ คิดอย่างสัตบุรษ หมายถึงไม่คิดเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง ตนเองและผู้อื่น ข้อที่ ๔ ปรึกษาอย่างสัฅบุ'เษ (หรือมีดวามรู้อย่างส์ตบุรุษ) หมายถึงปรืกษาหรือมีดวามรู้เพื่อไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือตนเอง และผู้อื่น ข้อที่ ๕ พูดอย่างสัตบุรุษ หมายถึงป็นผู้เว้นจากวจีทุจริต ๔ ข้อที่ ๖ ทำ อย่างสัตบุรุษ หมายถึงเป็นผู้เว้นจากกายทุจริต ฅ ข้อที่ ๗ เห็น อย่างสัตบุรุษ หมายถึงเป็นสัมมาทิฐิมีดวามเห็นชอบว่าทานที่ให้แล้วมี ผลจริง เป็นต้น ข้อที่ ๘ ให้ทานอย่างสัตบุรุษ หมายถึงย่อมให้ทานโดยเดารพ ต้วยดวามนอบน้อม ให้ทานอย่างบรืสุทธิ้ ไม่รู้จักเบื่อ (ม.อุ.๑๔/๙๒) อริยก้นตสีลกถา ว่าด้วยลักษณะของอริยกันตสืล ๘ ๑. ไม่ขาด ๒. ไม่ทะลุ ฅ. ไม่ด่าง ๔. ไม่พร้อย ๕. เป็นไท ๖. วิญฌูซนสรรเสริญ ๗. ตัณหาและทิฐิดรอบงำไม่ไต้ ๘. เป็นไปเพื่อสมาธิ ที่มา : ปัญจเวรภยสูตร นิทานส์งยุต สํ.นิ. ๑๖/๕๑ อริยกนเตหิ สีเลหิ สมนนาคโต โหติ อฃถแฑหิ อจฉิทุเทหิ อสพเลหิ อกมมาเสหิ ชุชิสเสหิ วิณญปสตเลหิ อปรามฎฺเ®หิ สมาธิสํวตุตนิเกหิ ฯ แปล : อริยสาวกเป็นผู้ประกอบต้วยอรืยกันตคิล (คิลที่พระอริย เจ้าพอใจ)ที่โม่ขาด ๑ ไม่ทะลุ ๑ไม่ด่าง ๑ ไม่พร้อย ๑ เป็นไท ๑ วิญฌูซน สรรเสริญ ๑ อันตัณหาและทิฐิดรอบงำไม่ไต้ ๑ เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๒๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั นครูปมากลา ว่าด้วยอุปมาธรรมนคร ๘ ๑. เมือง หมายถึงกายที่เกิดจากมหาภูตรูป ๔ ๒. ประดู ๖ ประดู หมายถึงอายตนะภายใน ๖ ต. นายประตู หมายถึงสติ ๔. ราชดูตดู่หนึ่งมีราชการด่วน หมายถึงสมถะและวิปัสสนา ๕. เจ้าเมือง หมายถึงวิญญาณ ๖. ทางสามแยกกลางเมือง หมายถึงมหาภูตรูป ๔ ๗. ถ้อยคำตามความเป็นจริง หมายถึงนิพพาน ๘. ทางที่มาแถ้ว หมายถึงอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่มา : กิงสุ่โกปมสูตร สฟิายนลังยุต ลั.สฟิา. ๑๘/๒๕๕ อยญเจตุถ อตฺโล นครนติ โข ภิฤชุ อิมสุเสตํ จาดูมมหาภูติกสฺส กายสส อธิวจนํ ... ฉทุวาราติ ... โทวาริโกติ ... สฆํ ภูตภูคน.ติ ... 'นครสามีติ ... 'มชุเฌ สิงุฆาป็กาติ ... 'ยกาภูคํ วจนนติ ... 'ยถาคต- มคฺโคติ โข ภิฤชุ อริยสุเสตํ อฎจงฺคิกสุส มคคสส อธิวจนํ ฯ แปล : (ดูก่อนภิกษุ อุปมานี้แลเราแต่งขึ้นเพื่อจะให้เนื้อความแจ่ม แจ้ง) ก็ในอุปมานั้นมีเนื้อความดังต่อไปนื้ คำ ว่า เมีอง นั่นเป็นซื่อของกายนื้ ซื่งเกิดมาจากมหาภูตรูป ๔ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด เติบโตขึ้นด้วยข้าว สุกและขนมสด มีความไม่เที่ยง ด้องลูบไล้นวดฟ้น และด้องแตก กระจดกระจายเป็นธรรมดา คำ ว่า ประดู ๖ ประดู นั่นเป็นซื่อของ อายดนะภายใน ๖ คำ ว่า นายประดู นั่นเป็นซื่อของสติ คำ ว่า ราชทูต คู่หนึ๋งมีราชการด่วน นั่นเป็นซื่อของสมถะและวิปัสสนา คำ ว่า เจ้าเมีอง www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๒๗ นั่นเป็นซื่อของวิญญาณ คำ ว่า ทางสามแยกกลางเมือง นั่นเป็นซื่อของ มหาภูตรูป ๔ คือปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโซธาตุ วาโยธาตุ คำ ว่า ถ้อยคำตามความเป็นจริง นั่นเป็นซื่อของนิพพาน คำ ว่า ทางที่มาแล้ว นั่นเป็นซื่อของอริยมรรคมืองค์ ๘ คือ ล้มมาทิเ ... ล้มมาสมาธิ ฯ วิราคเววจนกถา ว่าด้วยไวพจน์(คำเรียกแทน)วิราครรรม ๘ ๑. มทนิมมทโน ธรรมอันยายีความเมา ๒. ชปาสวินโย ธรรมเครื่องกำจัดความกระหาย ต. อาลยสชุคฆาโต ความถอนเสิยซื่งความอาลัย ๔. วัฎฎฟ้จเฉโท ความเข้าไปตัดวัฏฏะ ๕. ตัณหกฃโย ธรรมเป็นที่สันตัณหา ๖. วิราโค ความคลายกำหนัด ๗. นิโรโธ ความตับ ๘. นิพพานัง นิพพาน ที่มา : อัคคัปปสาทสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..จดุฤก. ๒๑/ต๔ ยาวตา ภิคุฃเว ธชุมา สงฺขตา วา อสงขตา วา, วิราโค เตส์ อคุคมกขายติ, ยทิทํ, มทนิชุมทโน ปีปาสวินโย อาลยสชุคฆาโต วฎฺสูปชุเฉโท ตณฺหคุขโย วิราโค นิโรโธ นิพุพานํ ฯ แปล : ลังขดธรรมหริออลังฃตธรรมจะมืประมาณเท่าใดก็ตาม วีราคธรรม คือธรรมอันยํ่ายีความเมา ๑ ... นิพพาน ๑ เรากล่าวว่าเลิศ กว่าธรรมเหล่านั้น ฯ www.kalyanamitra.org

๑๒๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั {[ญญาปฏิลาภกถา ว่าด้วยเหตุปัจจัยใไ^ด้ปัญญา ๘ ๑. มีหิริโอตตัปปะและความเคารพอย่างแรงกล้าในท่านที่เป็นครู ๒. หมั่นเข้าไปหาท่านผู้เป็นครูนั้นเสมอ พร้อมสอบถามไต่ถาม ฅ. ฟ้งธรรมแล้วทำความสงบกายและความสงบใจให้ถึงพร้อม ๔. มีสืล สำ รวมในปาติโมกฃส์'งวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร ๕. เป็นพหูสูต ทรงสุตะ ส์งสมสุตะ ๖. บำ เพ็ญเพียรเพี่อละอกุศลธรรม เพี่อยังกุศลธรรมให้ถึงพร้อม ๗.ไม่พูดเรื่องไร้สาระ แสดงธรรมเอง ทั้งเชื้อเชิญผู้อื่นให้แสดงบ้าง ๘. พิจารณาเห็นความเกิดชื้นและความตับในอุปาทานขันธ์ ๕ ที่มา : ปัญญาสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏจก. ๒ฅ/๒ อฏฮิเม ภิฤขเว &หสู อฎุเร ปจจยา อาทิพูรหูมจริยิคาย ปผผาย อปปฎิลทธำย ปฎิลาภาย ปฏิลทํธาย ภิยฺโยภาวาย เวา^ฤลาย ภาวนาย ปาริ\\jริยา สํวตฺตนฺติ ... อิธ ภิฤฃเว ภิๆจุ! สตถารํ อุปนิสฺสาย วิหรติ อณณฅรํ วา ครูฎฮานิยํ สพรหมจารี, ยตุถสุส ติพูฟ หิใรตุฅปฺป็ ปชุอุปฏุฮตํ โหติ เปมณุจ คารโว จ, อยํ ภิกฃเว ปฮโม เหตุ ปฮโม ปชุจโย ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๘ ประการ ปัจจัย ๘ ประการ ย่อมเป็นไปเพี่อความได้ปัญญายันเป็นเบื้องด้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพี่อความมียิ่งชื้นไป เพี่อความไพบูลย์ เพี่อความเจริญ เพี่อความบริบูรถ! แห่งปัญญาที่ได้แล้ว เหตุและปัจจัย ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือภิกษุใน ธรรมวินัยนี้อยู่อาตัยครูหรือเพี่อนร่วมพรหมจรรย์ผู้อยูในฐานะครูรูปใดรูปหนึ่ง www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๒๙ ซึ่งเป็นผู้ที่เธอเข้าไปตั้งไว้ซึ่งหิริโอตตัปปะ ความรัก และความเคารพอย่าง แรงกล้าอยู่ นี้เป็นเหตุข้อที่ ๑ เป็นปัจจัยข้อที่ ๑ เป็นไปเพี่อความไดปัญญา อันเป็นเบื้องตันแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพี่อความมียิ่งขึ้นไป เพี่อความ ไพบูลย์ เพี่อความเจริญ เพี่อความบริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ภิกษุนั้นอยู่อาตัยครูหรือเพี่อนพรหมจรรย์ผู้อยูในฐานะครูรูปใดรูปหนึ๋ง ซึ่งเป็นผู้ที่เออเข้าไปตั้งไว้ซึ่งหิริโอตตัปปะ ความรัก และความเคารพอย่าง แรงกล้า ที่เธอเข้าหาท่านเสมอ ๆ สอบถามไต่ถามว่า 'ห่านครับ ข้อนี้ เป็นอย่างไร เบื้อความของข้อนี้เป็นอย่างไร' ห่านเหล่านั้นย่อมจะเป็ดเผย ส์งที่ยังมีได้เป็ดเผย ทำ ให้ง่ายซึ่งส์งที่ยังมีได้ทำให้ง่าย บรรเทาความสงสัย ในธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยแก่เธอ นี้เป็นเหตุข้อที่ ๒ ... ภิกษุนั้นฟังธรรมนั้นแล้วทำความสงบ ๒ อย่าง คือ ความสงบ กาย ๑ ความสงบใจ ๑ ให้ถึงพร้อม นี้เป็นเหตุข้อที่ ฅ ... ภิกษุเป็นผู้มีคืล คือเป็นผู้สัารวมในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วย อาจาระและโคจรอยู่ มีปกติเห็นภัยในโทษผิดแม้เพียงเล็กน้อย สมาทาน คืกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย นี้เป็นเหตุข้อที่ ๔ .. ภิกษุเป็นพหูสูด คือเป็นผู้ทรงสุดะ สังสมสุดะ ธรรมเหล่าใด งามในเบื้องด้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด กล่าวถึงพรหมจรรย์พร้อม ทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ้บริบูรณ์ครบล้วน ธรรมทั้งหลายเห็นปานนั้น อันภิกษุนั้นได้สตับมาก ทรงจาไว้!ด้คล่องปาก ขึ้นใจ แทงดลอดด้วยปัญญา นี้เป็นเหตข้อที่ ๕ ภิกษุเป็นผู้ปรารภความเพียรเพอละอกุศลธรรม เพอยังกุศลธรรมให้ ถึงพร้อม คือเป็นผู้มีเรี่ยวแรง มีความบากบั่นมนคง ไม่ทอดทั้งธุระใน กุศลธรรมทั้งหลาย นี้เป็นเหตุข้อที่ ๖ ... ภิกษุอยู่ในสงฆ!ม่พูดเรี่องต่าง ๆ ไม่พูดเรี่องไม่เป็นประโยชน์ แสดง www.kalyanamitra.org

๑๓0 คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ธรรมเองบ้าง เชื้อเชิญผู้อื่นให้แสดงบ้าง ไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า นี้เป็นเหตุข้อที่ ๗ ... ภิกษุเป็นผู้พิจารณาเห็นความเกิดชื้นและความดับในอุปาทานขันธ์ ๕ อยู่ว่า 'รูปเป็นดังนี้ ความเกิดชื้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็นดังนี้ ความเกิดชื้นแห่งเวทนาเป็นดังนี้ ความดับแห่งเวทนาเป็น ดังนี้ สัญญาเป็นดังนี้ ความเกิดชื้นแห่งสัญญาเป็นดังนี้ ความดับแห่ง สัญญาเป็นดังนี้ สังขารเป็นดังนี้ ความเกิดชื้นแห่งสังขารเป็นดังนี้ ความ ดับแห่งสังขารเป็นดังนี้ วิญญาณเป็นดังนี้ ความเกิดชื้นแห่งวิญญาณเป็น ดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้' นี้เป็นเหตุข้อที่ ๘ เป็นป้จจ้'ยข้อที่ ๘ เป็นไปเพี่อความได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพี่อ ความมียิ่งชื้นไป เพี่อความไพยูลย์ เพี่อความเจริญ เพี่อความบริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ อัปปียภิกขุกถา (๑) ว่าด้วยลักษณะของภิกษุที่ไม่เป็นที่รัก ๘ (นัยที่ ๑) ๑. ชอบสรรเสริญคนที่ไม่น่ารัก ๒. ชอบตำหนิคนที่น่ารัก ฅ. มุงลาก ๔. มุ่งสักการะ ๕. ไม่มีความละอาย ๖. ไม่มีความเกรงกลัว ๗. มีความปรารถนาชั่วข้า ๘. มีความเห็นผิด www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๓๑ ทมา : ปฐมอัปป็ยสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อ/]จก. ๒ต/ต อฏฺฮหิ ภิคุฃท ธมเมหิ สมนฺนาคโต ภิกขุ สพรหมจารีนํ อป!!โย จ โหติ อมนาโป จ อค^ จ อภาวนีโย จ ... อิธ ภิกขท ภิกขุ อป!!ย- ปสํสี จ โหติ ปียครหิ จ ลาภกาโม จ สกการกาโม จ อหิริโก จ อโนตฅป!! จ ปาปีจโฉ จ มิจฉาทิฎเ จ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ไม่เป็นที่เคารพ และไม่เป็นที่น่ายกย่อง ของเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ธรรม ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ชอบสรรเสริญคนทีไม่น่ารัก ๑ ชอบตำหนิคนที่น่ารัก ๑ มุ่ง ลาภ ๑ มุ่งส์'กการะ ๑ ไม่มีความละอาย ๑ ไม่มีความเกรงกลัว ๑ มี ความปรารถนาชั่วช้า ๑ มีความเห็นผิด ๑ ฯ อัปปียภิกขุกลา(๒) ว่าด้วยลักษณะของภิกษุที่ไม่เป็นที่รัก ๘ (นัยที่ ๒) ๑. มุ่งลาภ ๒. มุ่งลักการะ ฅ. มุ่งความมีที่อเสียง ๔. ไม่รู้จักกาล ๕. ไม่รู้จักประมาณ ๖. ไม่สะอาด ๗. ชอบพูดมาก d. ชอบด่าชอบบริภาษเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ www.kalyanamitra.org

๑๓๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั ทมา : ทุติยอัปป็ยสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏฺจก. ๒ต/๔ อฎ9หิ ภิคุขเว ธมฌหิ สมนุนาคโต ภิฤชุ สพรหมจารีนํ อป!!โย จ โหติ อมนาโป จ อคเ จ อภาวนืโย จ ... รธ ภิฤขเว ภิกขุ ลาภกาโม จ โหติ สฤการกาโม จ อนวณฌตุติกาโม จ อกาลญญ จ อมดุดผฺญ จ อธุ[จิ จ พทุภาณี จ อฤโกสกปริภาสโก จ สพฺรหมจาริน ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ย่อมไฝเป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ไม่เป็นที่เคารพ และไม่เป็นที่น่ายกย่อง ของเพี่อนร่วมพรหมจรรย์ ธรรม ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุโน ธรรมวินัยนี้เป็นผู้มุ่งลาภ ๑ มุ่งนักการะ ๑ มุ่งความมีซื่อเสิยง ๑ ไม่รู้จัก กาล ๑ ไม่รู้จักประมาณ ๑ ไม่สะอาด ๑ ชอบพูดมาก ๑ ชอบด่าชอบ บริภาษเพี่อนร่วมพรหมจรรย์ ๑ ฯ โลคธัมมกลา ว่าด้วยโลกธรรม ๘ ๑. มีลาภ ๒. เสีอมลาภ ฅ. มียศ ๔. เสิอมยศ ๕. นินทา ๖. สรรเสริญ ๗. สุข ๘. ทุกข์ ทีมา ปฐมโลกธัมมสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏ^ก.๒๙๕ ลาโภ อลาโภ จ ยสายโส จ นินุทา ปสํสา จ สุขํ ทุฤขผจ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๓๓ แปล : เอเด อนิจจา มใjเชชุ ธมฺมา อสสสฅา วิปริณามธมมา ฯ ธรรมในหมู่มนุษย์เหล่านี้ คือ ลาภ ๑ ความเส์อม ลาภ ๑ ยศ ๑ ความเส์อมยศ ๑ นินทา ๑ สรรเสริญ ๑ สุข ๑ ทุกข์ ๑ เป็นส์งไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน มีความ แปรผันไปเป็นธรรมดา ฯ แปล ะ เอเต จ ผดวา สติมา สุเมใธ อเวกฃติ วิปริณามธมฺเม อิฎฺฟิสุส ธมุมา น มเลนุติ จิดดํ อนิฏุจโด น ปฏิฆาดเมติ ฯ ก็ท่านผู้มีสติมีปัญญาทราบธรรมเหล่านั้นแล้วย่อม พิจารณาเห็นว่ามีความแปรผันไปเป็นธรรมดา ธรรมที่ เป็นส่วนอิฏฐารมณ์จึงยายีจิตของท่านไม่ได ท่านย่อมไม่ ยินร้ายต่อธรรมที่เป็นอนิฏฐารมณ์ ฯ ดสุสานุโรธา อถ วา วิโรธา วิ51เดา อตฺถคดา น สนุติ ปทฌจ ฌตุวา วิรชํ อโสกํ สมฺมปุปชานาติ ภวสุส ปารสู ฯ แปล : ท่านขจัดความยินดีและความยีนร้ายเสิยได้จนไม่เหลือ อยู่ และทราบทางนิพพานอันปราศจากธุลื ไม่มีความ เศร้าโศก เป็นผู้ถึงล่งแท่งภพ ย่อมรู้ซัดได้โดยชอบ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๓๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงส์ สมณกรัณฑวกถา ว่าด้วยลักษณะของสมณะหยากเยื่อ ๘ ๑. ปรารถนาชั่วร้าย ๒. มักโกรธ ฅ. มักลบหลู่ ๔. หัวดื้อ ๕. ซอบดีเสมอ ๖. มีความริษยา ๗. มีความตระหนี่ ๘. ชอบโอ้อวด ที่มา : กรัณฑวสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อ/)^ก. ๒๙๑© สํวาสาย วิชานถ ปาปีจฉโกธโน อิติ มฤขี ถมุภี ปลาสี จ อิสฺอุ[กึ มจุฉรึ สโร ฯ แปล : เพราะอยู่ร่วมกัน จึงจะรู!ด้ว่า ผู้นี้เป็นคนมีความ ปรารถนาชั่วร้าย มักโกรธ มักลบหลู่ หัวดื้อ ดีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด ฯ สณฺหวาโฉ ชนวติ สมโณ วิย ภาสติ รโห กโรติ กรณํ ปาปทิฎฺร อนาทโร ฯ แปล : บางคนในท่ามกลางประชุมซนก็พูดจาเพราะเหมีอน เป็นสมณะ ปิดบังความชั่วที่ตัวทำไร้ มีความเห็นชั่ว ไม่เอื้อเฟ้อ พูดจาเลอะเลือน พูดเห็จ ฯ ส์สปุปี จ 1^สาวาที ตํ วิทีตุวา ยถากถํ สพฺเพ สมคคา ชุตวาน อภินิพูพชุชยาถ นํ กรณฺฑวํ นิฑฺธมถ กสมฺชุ อปกสุสถ ดโฅ ปลาเป วาเหถ อสสมเณ สมผมานิเน ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๓๕ แปล : พอทั้งหลายทราบบุคคลนั้นว่าเ{เนอย่างไรแล้ว จง พร้อมใจกันทั้งหมดขับบุคคลนั้น กำ จัดบุคคลที่เปีนดัง หยากเยื่อ ถอนบุคคลที่เน่าโนออกไป และจงนำคนแกลบ ผู้มิโซ่สมณะ แต่ยังนับถือกันว่าเปีนสมณะออกไปเสิย ฯ นิทธมิตุวาน ปาปีชุเฉ ปาปอาจารโคจเร อุ[ทธาธุ[ทุเธหิ สํวาสํ กปฺปยวโห ปฎิชุสตา ฅโฅ สมคุคา นิปกา ทุกขสสนตํ กริสสถ ฯ แปล : เธอทั้งหลาย ครั้นกำจัดคนที่มีความปรารถนาเลวทราม มีอาจาระและโคจรเลวทรามออกไปแล้ว เมื่อจำต้องอยู่ ร่วมกันกับผู้บริสุทธี้และไม่บริสุทธึ๊ จงเปีนผู้มีสติเข้าไว้ แต่นั้นเธอทั้งหลายผู้พร้อมเพรียงกัน ผู้มีปัญญารักษาตน ก็จักทำที่สุดแห่งทุกขั1ต้ ฯ มลกลา ว่าด้วยมลทิน ๘ ๑. การไม่ท่องปน เปีนมลทินของมนต์ ๒. ความไม่หมั่นรักษา เปีนมลทินของเรีอน เปีนมลทินของผิวพรรณ ฅ. ความเกียจคร้าน เปีนมลทินของผู้รักษา (&. ความพลั้งเผลอ เปีนมลทินของหญิง ๕. ความประพฤติชั่ว เปีนมลทินของผู้!ฟ้ ๖. ความตระหนี่ ๗. บาปธรรมทั้งหลาย เปีนมลทินแท้ ๘. อวิชชา เปีนมลทินอย่างยื่ง www.kalyanamitra.org

๑๓๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ที่มา : มลสูตร มหาวรรค ปฐมปัณณาสก์ อง..อ/)รก.๒๙๑๕ อสชฺผายมลา มน.ดา อใj|j9านมลา ฆรา มลํ วลเณสุส โคสชชํ ฟ่มาโท รฤขโต มลํ มฮิดฺลิยา ชุจจริดํ มอ.&ฉรํ ททโด มลํ มลา ท ปาปกา ธม.มา อสฺมึ โลเค ปรมหิ จ ดโด มลา มลดรํ อวิชชา ปรมํ มลํ ฯ แปล : การไฝท่องปนเป็นมลทินของมนต์ ความไม่หมั่น รักษาเป็นมลทินของเรือน ความเกียจคร้านเป็นมลทิน ของผิวพรรณ ความพลั้งเผลอเป็นมลทินของผู้รักษา ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง ความตระหนี่ เป็นมลทินของผู้ใทิ บาปธรรมทงหลายเป็นมลทินแท้ทั้ง ในโลกนี้และโลกหน้า เราขอบอกมลทินที่ยิ่งกว่านั้น คือ อวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ฯ ทูตกถา ว่าด้วยคุณสมบัติของนักการทูต ๘ ๑. เป็นน้กฟ้ง ๒. เป็นนักาพูด ฅ. เป็นนักกำหนด ๔. เป็นนักจำ ๕. เป็นนักเข้าใจ ๖. เป็นนักส์อความ ๗. เป็นคนฉลาด ๘. เป็นผู้!ม่ก่อเรื่อง ที่มา ดร ปฐมปัณณาสก์ อง..อ/)รก.๒๙๑๖ อฏอหิ ภิคขท ธมุฒหิ สมนฺนาคโด ภิคชุ 1]1ดย.ยํ คนุสุมรหดิ...อิธ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑01)๗ ภิกขท ภิกชุ ใสตา จ โหติ, สาทตา จ, อุคุคฌตา จ, ธาเรตา จ, วิญณาตา จ, วิญณาเปตา จ, อุสโส จ สหิตาสหิตสส, ใน จ กสหการใก ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ ประการ ควรทำหน้าที่ทูต คุณสมบัติ ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุ ในธรรมวินัยนี้เป็นผู้รับฟิง ๑ เป็นผู้ทวนให้ฟ้งได้ ๑ กำ หนดความได้ ๑ ทรง จำ ความได้ ๑ เข้าใจความ ๑ บอกผู้อี่นให้เข้าใจความได้ ๑ ฉลาดต่อ ประโยชน์และมิใซ่ประโยชน์ ๑ ไม่ก่อการทะเลาะ ๑ ฯ ใย เว น พฺยาธติ ปตวา ปริสํ อุคุควาฑินี น จ หาเปติ วจนํ น จ ฉาเฑติ สาสน์ อสนฺทิฎจํ จ ภณติ ใ]จฺฉิใต น จ อุปปติ ส เว ตาฑิสใก ภิอุชุ ทูเตยุยํ คนุชุมรหติ ฯ แปล : ภิกษุใดแลเข้าไปยังชุมชนที่พูดข่มขู่ ก็ไม่สะทกสะท้าน ไม่ทำคำพูดให้เสีย ไม่ปกปิดข่าวสาสัน พูดจนหมดสงสัย และเมื่อดูกซักถามก็ไมโกรธ ภิกษุเซ่นนี้นั้นแลย่อมควร ทำ หน้าที่ทูต ฯ ปุริสพันธนกถา ว่าด้วยเครี่องผูกมัดชายของหญิง ๘ ๑. รูปร่าง ๒. รอยยิ้ม ต. คำ พูด ๔. เพลงขับ ๕. การร้องไห้ ๖. อากัปกิริยา ๗. ของกำนัล ๘. สัมผัส www.kalyanamitra.org

๑๓๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ที่มา : ปฐมพันธนสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อ/]?ก. ๒ต/๑๗ อฏฮหิ ภิกฃเว อากาเรหิ อิตุถี ใ^ริสํ พนุธติ ... รูเปน ภิกฃท อิตถี ใเริสํ พนธติ ฯ หสิเตน...ภณิเตน...คีเตน...โรณุฒน ... อากปเปน ... วนภงเคน ... ผสุเสน ภิกฺฃท อิตถี ใ]ริสํ พนฺธติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หญิงย่อมผูกมัดชายไว้ด้วยอาการ ๘ อย่าง อาการ ๘ อย่างคืออะไรบ้าง คือ หญิงย่อมผูกมัดชายไว้ด้วยรูปร่าง ๑ ... ด้วยสัมผัส ๑ ฯ อิตถีพันธนกถา ว่าด้วยเครื่องผูกมัดหญิงของชาย ๘ ๑. รูปร่าง ๒. รอยยิ้ม ฅ. คำ พูด ๔. เพลงขับ ๕. การร้องไห้ ๖. อากัปภิริยา ๗. ของกำนัล ๘. สัมผัส ที่มา ทุติยพันธนสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏ?ก.๒๙๑๘ อฎฮหิ ภิกฃเว อากาเรหิ ใ^ริโส อิตถี พนุธติ...รูเปน ภิฤฃเว รุเริโส อิตถี พนฺธติ ฯ หสิเตน ... ภณิเตน ... คีเตน ...โรณฺฒน ... อากปุเปน ... วนภงฺเคน ... ผสเสน ภิฤฃเว ใ]ริโส อิตถี พนฺธติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชายย่อมผูกมัดหญิงไว้ด้วยอาการ ๘ อย่าง อาการ ๘ อย่างคืออะไรบ้าง คือ ชายย่อมผูกมัดหญิงไว้ด้วยรูปร่าง ๑ ... ด้วยสัมผัส ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๓๙ พลคลา ว่าด้วยกำลัง ๘ ๑. การร้องไห้ เป็นกำลังของเด็ก ๒. ความโกรธ ต. อาวุธ เป็นกำลังของผู้หญิง d. อิสริยยศ เป็นกำลังของโจร เป็นกำลังของพระราชา ๕. การเพ่งโทษ เป็นกำลังของคนพาล ๖. การไม่เพ่งโทษ เป็นกำลังของบัณฑิต ๗. การพิจารณา เป็นกำลังของผู้คงแก่เรียน ๘. ขันติ เป็นกำลังของสมณพราหมณ์ ที่มา : ปฐมพลสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อฏฺรก.๒ฅ/๒๗ อฎฺรมานิ ภิกขท พลานิ ...โรณฺณพลา ภิกฃท ฑารกา, โกธพลา มาดูคามา, อา^ธพลา โจรา, อิสสริยพลา ราชาโน, อชุฌตุติพลา พาลา, นิชุฌตติพลา ปณฑิตา, ปฎิสงฃานพลา พทุสธุ[ตา, ขนุติพลา สมณพฺราหฺมผาฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำ ลังมี ๘ ประการนี้ กำ ลัง ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ เด็กมีการร้องไห้ฟ้นกำลัง ๑ มาตุคามมีความโกรธ เป็นกำลัง ๑ โจรมีอาวุธเป็นกำลัง ๑ พระราซามีอิสริยยศเป็นกำลัง ๑ คนพาลมีการเพ่งโทษเป็นกำลัง ๑ บัณฑิตมีการไม่เพ่งโทษเป็นกำลัง ๑ พหสตบุคคลมีการพิจารณาเป็นกำลัง ๑ สมณพราหมณ์มีขันติเป็นกำลัง ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๔๐ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั อักฃณกถา ว่าด้วยสมัยที่พลาดโอกาสประพฤติพรหมจรรย์ ๘ ๑. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แต่ตกอยู่ในนรก ๒. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แต่เกิดเรนส์ตว์ดิรัจฉานอยู่ ฅ. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แต่เกิดอยู่ในแดนเปรต ๔. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แต่เกิดเป็นเทพอายุยืนอยู่ ๕. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แต่เกิดอยู่ในถิ่นห่างไกล และอยู่ใน พวกคนป๋าคนดงที่ไฝมีความรู ๖. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แม้จะเกิดในถิ่นเจริญ แต่เป็น มิจฉาทิฐิ มีความเห็นวิปริตไป ๗. สมัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แม้จะเกิดในถิ่นเจริญ แต่เป็นคน ด้อยปัญญา ๘. สมัยที่พระพุทธเจ้ายังมิได้ทรงแสดงธรรม ทั้งที่เกิดในถิ่นเจริญ และมี ปัญญา ไม่โง่เขลา ไม่ม้าใบ้ ที่มา : อักขณสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏรก. ๒ต/๒๙ อฎiiม ภิฤขเว อฤขณา อสมยา พุรหมอริยวไสไย ... อิธ ภิกขท ตถไคโด จ โณคยุปปฬใน โหติ อรหํ สมุมไสมุพุทุโร ... ธมุโม จ เทสิยดิ อุปสมิโก ปรินิพุพไนิโก สมุโพธคไมี อุ[คฅปุปเวทิโต, อยณุจ ใ]คุคโล นิรยํ อุปปมุโน โหติ ฯ อยํ ภิฤฃเว ปอโม อฤขโณ อสมโย พรหมจริย าไสไย ฯ www.kalyanamitra.org

นละคณะ] หมวด๔ ๑๔๑ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุอุซนผู้มิได้สดับแล้วย่อมกล่าวว่า 'ซาวโลกทำงานกันในเวลา ซาวโลกทำงานกันในเวลา' แต่ปุถุซนนั้นย่อม ไม่รู้ว่าเวลาใดควร เวลาใดไม่ควร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวลาที่มิใซ่ขณะ มิใซ่สมัยในการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์มี ๔ ประการ เวลา ๘ ประการคือ อะไรบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้เป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยซอบ ถึงพร้อมด้วยวิซซาและจรณะ ไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก เป็นสารถีแกบุรุษที่ควรแกที่ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและ มนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม และธรรมอันนำ ความสงบมาให้ เป็นไปเพื่อปรินิพพาน ให้ถึงการตรัสรู้ อันพระสุคต ประกาศแล้ว ตถาคตก็แสดงอยู่ แต่ว่าบุคคลนี้เข้าถึงนรกเสิย ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เวลานี้มีใซ่ขณะ มิใซ่สมัยในการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ประการ ที่ ๑ ... แต่ว่าบุคคลนี้เข้าถึงกำเนิดสัตว์ติรัจฉานเสิย ... ประการที่ ๒ .. แต่ว่าบุคคลนี้เข้าถึงป็ตติวิสัย {แตนเปรต) เสีย ... ประการที่ ฅ ... แต่ว่า บุคคลนี้เข้าถึงหมู่เทพผู้มีอายุยืนหมูใดหมู่หนึ่งอยู่ ... ประการที่ ๔ ... แต่ ว่าบุคคลนี้กลับมาเกิดในปัจจันตซนบทและอยู่ในพวกคนบ้าคนตงที่โม่มีความรู้ อันเป็นสถานทีไม่มีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไปมา ... ประการที่ ๕ ... และบุคคลนี้ก็กสับมาเกิดในมัซณีมซนบท แต่เขาเป็นมิจฉาทีฐิ มีความ เห็นวิปริตไปว่า 'ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล ... ประการที่ ๖ ... และ บุคคลนี้ก็กสับมาเกิดในมัซฌิมซนบท แต่เขาเป็นคนด้อยบิญญา โง่เขลา บ้าใบ้ ไม่สามารถรู้อรรถแห่งสุภาษิตและทุพภาษิตได้ ... ประการที่ ๗ ... แต่ธรรมอันนำความสงบมาให้ เป็นไปเพื่อปรินิพพาน ให้ถึงการตรัสรู้ อัน พระสุคตประกาศแล้ว ตถาคตยังมีได้แสดง ถึงแม้ว่าบุคคลนี้จะกลับมา เกิดในมัซณีมซนบท และมีบิญญา ไมโง่เขลา ไม่บ้าใบ้ สามารถจะรู้ อรรถแห่งสุภาษิตและทุพภาษิตได้ก็ตาม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวลานี้มีใซ่ ขณะ มีใซ่สมัยในการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ประการที่ ๘ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๔๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั มสุสโลคํ ลทธาน สทธมเม สุ[ปุปเวทิเด เย ขณํ นาธิคอฉนฺดิ อดินาเมนฺดิ เต ขณํ ฯ แปล : ซนเหล่าใดเกิดในมนุษยโลกแล้ว แต่ไม่ได้เวลาใน พระส์ทธรรมที่พระตถาคตทรงแสดงแล้ว ซนเหล่านั้น ซื่อว่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป ฯ พดูหิ อคุขณา '}ตตา ใ^คุคลสสนตรายิกา กทาจิ กรหจิ โลเล รุปฺปชุชนุติ ตถาคตา ฯ แปล : เวลาที่เสิยไปนั้น คนเป็นอันมากกล่าวว่าทำอันตราย แก่บุคคล เป็นบางครั้งบางคราวพระตถาคตจึงจะเสด็จ อุบัติซึ้นในโลก ฯ ตยิทํ สมุบุขีฎดํ ยํ โลกสฺมึ สุ[บุลลภํ มนุสสปฎิลาโภ จ สทุธมมสส จ เทสนา อลํ วายมิบุ๊ ตดถ อตถกาเมน ชนุบุนา ฯ การที่พระตถาคตเสด็จอุบัติขึ้นในโลก๑ การได้กำเนิด เป็นมนุษย์ ๑ การแสดงพระสัทธรรม ๑ ที่จะพร้อมอันได้ ทั้งหมดหาได้ยากในโลก บุคคลผู้หวังประโยซน์จึงควร พยายามในกาลด้งกล่าวมานั้น ฯ กถํ วิชถเณา สทธมมํ ขโณ โว มา อุปชุฌคา ขณาตีตา หิ โสจนุติ นิรยมหิ สมปป็ตา ฯ แปล : ตนจะพึงรู้แจ้งพระสัทธรรมได้อย่างไร เวลาอย่าล่วง เลยท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะบุคคลที่ปล่อยเวลาให้ ล่วงเลยไป ย่อมจะเบียดเสียดเศร้าโศกอันอย่ในนรก ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๔๓ อิธ เจ ฬ วิรา&ธดิ สทุธมมสฺส นิยามดํ วาณิโชว อตีฅตใถ จิรตุตบุต!]สุสติ ฯ แปล : หากว่าเขาทำความเที่ยงตรงแห่งพระสัทธรรมคือ อริยมรรคให้ถึงพร้อมในโลกนื้!ม่ได้ ซื่อว่าทำให้ประโยชน์ ล่วงเลยไปแล้ว จักเดือดร้อนเนกาลนาน เหมือนพ่อค้า ผู้ปล่อยให้ประโยชน์ล่วงไปเดือดร้อนอยู่ฉะนั้น ฯ อวิชุชานิๅโต โปใส สทุธมมํ อปราธิโก ชาติมรณสํสารํ จิรํ ปจจาบุโภสุสติ ฯ คนที่ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้พลาดจากพระสัทธรรมเสียแล้ว จักเสวยแต่สงสารวัฎคือชาติและมรณะสินกาลนาน ฯ เย จ ลทธา มบุสุสตุดํ สทธมเม สุปฺปเวทิเต อกํสุ สตฺฤ วจนํ กริสุสนติ กโรนติ วา ฃณํ ปจฺจวิชุ โลเก พฺรหมจริยํ อบุตุตรํ เย มคคํ ปฏิปชุชึสุ ตถาคตปุปเวทิตํ ฯ แปล : ส่วนชนเหล่าใดไค้อัดภาพเป็นมนุษย์แล้ว เมื่อพระ ดถาคดทรงประกาศพระสัทธรรมแล้ว ไค้ทำแล้ว จักทำ หรือทำอยู่ซื่งพระดำรัสของพระศาสดา ชนเหล่านั้นซื่อ ว่าไค้ประสบขณะคือการประพฤติพรหมจรรย์อันยอด เยี่ยมในโลก ฯ www.kalyanamitra.org

๑๔๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั มหาปุริสวิตักกกลา ว่าด้วยมหาปริสวิตก ความตรึกอย่างมหาบรษ ๘ ๑. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้มีความปรารถนาน้อย ๒. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้สํนโดษ ฅ. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้สงบ ๔. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้ปรารภความเพียร ๕. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้มีสติตั้งมั่น ๖. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้มีจิตมั่นคง ๗. ธรรมนีสำหรับบุคคลผู้มีปัญญา ๘. ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้ยินดีในธรรมที่ไม่ทำให้เนิ่นช้า ที่มา : อนุรุทรมหาวิตักกสูตร ปฐมปัณณาสกิ องุ.อภจก.๒ต/ต© อฎฺ® โว ภิฤฃท มหาใเริสวิฅคุเก เฑสิสสาร ... อปุปีจฉสฺสายํ ภิคุฃเว ธมโม, นายํ ธมฺโม มหิจุฉสุส ฯ สนุสุฎุธสุสายํ ... ปวิวิๆดสสายํ ... อารฑธวีริยสสายํ ... คุปฎฮิตสุสายํ ... สมาหิตสุสายํ ... ปญณวโต อยํ ... นิปฺปญจารามสุสายํ ... ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงมหาปุริสวิตก ๘ประการ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงพีง จงใสํใจให้ดี เราจักกล่าวให้พีง ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ก็มหาปุริสวิตก ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือธรรมนี้สำหรับ บุคคลผู้มีความปรารถนาน้อย มิใซํสำหรับบุคคลผู้มีความปรารถนามาก ๑ ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้สํนโตษ มิใซ่สำหรับบุคคลผู้!ม่สันโตษ ๑ ธรรมนี้ สำ หรับบุคคลผู้สงบ มิใซ่สำหรับบุคคลผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ๑ ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้ปรารภความเพียร มิใซ่สำหรับบุคคลผู้เกียจคร้าน ๑ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๔ ๑๔๕ ธรรมนี้สำหรับบุคคลผู้มีสติตั้งมั่น มิใซ่สำหรับบุคคลผู้มีสติหลงลืม ๑ ธรรม นี้สำ หรับบุคคลผู้มีจิตมั่นคง มิใช่สำหรับบุคคลผู้มีจิตไม่มั่นคง ๑ ธรรมนี้ สำ หรับบุคคลผู้มีปัญญา มิใช่สำหรับบุคคลผู้ด้อยปัญญา ๑ ธรรมนี้สำหรับ บุคคลผู้ยินดีในธรรมที่ไม่ทำให้เนิ่นช้า ผู้พอใจในธรรมที่ไม่ทำให้เนิ่นช้า มิใช่ สำ หรับบุคคลผู้ยินดีในธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า ผู้พอใจในธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า ๑ฯ ทานวัตลุกถไ (๑) ว่าด้วยเหตุผลในการใฟ้ทาน ๘ {นัยที่ ๑) ๑. เพราะประจวบเหมาะ ๒. เพราะกลัวคนว่า ต. เพราะติดว่าเขาได้เคยให้แก่เรา ๔. เพราะติดว่าเขาจักให้แก่เรา ๕. เพราะติดว่าการให้ทานเป็นความดี ๖. เพราะติดว่าการไม่ให้แก่ผู้มิได้หุงด้มย่อมไม่สมควร ๗. เพราะติดว่าที่อเลืยงอันดีงามย่อมขจรไป ๘. ให้ทานเพี่อประดับปรับแต่งใจ ที่มา ปฐมทานสูตร ปฐมป้ณณาสก์ องฺ.อq^ก. เอฅ/ต๑ อฏฺฮิมานิ ภิกฺฃท ทานานิ... อาสชุช ทานิ เทติ, ภยา... อทาสิ เมติ ... ทสุสติ เมติ ... สาหุ ทานนุติ ... อปจนตานิ ทานิ น ทาดูนติ ... กอุยาโณ กิตฺติสทุโท อพอุคุคจฉติติ ... จิตุตาลงการจิตุฅปริกขารตุถํ ทานิ เทติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การให้ทานมิ ๘ ประการนี้ การให้ ทาน ๘ ประการติออะไรบ้าง คือ ให้ทานเพราะประจวบเหมาะ ๑ ให้ทาน www.kalyanamitra.org

๑๔๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั เพราะกลัวคนว่า ๑ ให้ทานโดยคิดว่า 'เขาได้เคยให้แก่เรา' ๑ ให้ทานโดย คิดว่า 'เขาจักให้แก่เรา' ๑ ให้ทานโดยคิดว่า 'การให้เป็นการดี' ๑ ให้ ทานโดยคิดว่า 'เราหุงด้มกินเองได้ คนเหล่านี้มได้หุงด้มกินเอง เราหุงด้มอยู่ จะไม่ให้แก่ผู้มิได้หุงด้ม ย่อมไม่สมควร'๑ ให้ทานโดยคิดว่า 'เมื่อเราให้ทานนี้ ซื่อเสียงอันดีงามย่อมขจรไป' ๑ ให้ทานเพื่อความสบายอกสบายใจ ๑ ฯ ทานวัตลุกถา(๒) ว่าด้วยเหตุผลในการให้ทาน ๘ (นัยที่ ๒) ๑. เพราะชอบกัน ๒. เพราะซังกัน ฅ. เพราะหลง ๔. เพราะกลัว ๕. เพราะนึกว่าบรรพบุรุษเคยให้มาเคยทำมา ๖. เพราะนึกว่าหลังจากดายไปจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๗. เพราะนึกว่าจิตย่อมเลื่อมใส เกิดความเบิกบานใจ ๘. ให้ทานเพื่อประลับปรับแต่งใจ ที่มา : ทานวัตถุสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อฎ^ก.๒ต/ฅฅ อฎฮิมานิ ภิชุฃท ทานวตฺถูนิ... ฉนทา ทานํ เทติ, โทสา ... โมหา ... ภยา ... นารหาร โปราณํ คูลวํสํ หาเปดูนฺติ ... สคคํ โลกํ คูปปชรสุสามีติ ... อตฅมนตา โสมนสุสํ คูปชายตีติ ... จิตุฅาลงการจิตฺตปริกขารตถํ ทานํ เทติ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๔๗ แปล ะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทานวัตถุคือสาเหตุที่ให้ทานมี ๘ ประการนี้ ทานวัตถุ ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือให้ทานเพราะชอบพอกัน ๑ ให้ทานเพราะซังกัน ๑ ให้ทานเพราะหลง ๑ บางคนให้ทานเพราะกลัว ๑ ให้ทานเพราะนึกว่าบิดา มารดา ปู ย่า ตา ยายเคยให้มา เคยทำมา เราไม่ควรให้เสิยวงสัตระกูลดั้งเดิม ๑ ให้ทานเพราะนึกว่าเราให้ทานนี้แล้ว หลังจากตายไปจักเข้าถึงสุคดิโลกสวรรค์ ๑ ให้ทานเพราะนึกว่าเมื่อเราให้ ทานนี้ จิตย่อมเลื่อมใส เกิดความเบิกบานใจความดีใจ ๑ ให้ทานเพื่อ ความสบายอกสบายใจ ๑ ฯ ฑเฃตตังคกถา ว่าด้วยลักษณะของนาที่ไม่ดี ๘ ๑. เป็นที่ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ๒. เป็นที่ปนหินปนกรวด ฅ. เป็นที่มีนํ้าพุ ๔. เป็นที่ไถลงลึกไม่ได้ ๕. เป็นที่ไม่มีทางนํ้าเข้า ๖. เป็นที่ไม่มีทางนํ้าออก ๗. เป็นที่ไม่มีลำรางนํ้า ๘. เป็นที่ไม่มีคันนา ที่มา : เขตตสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อ/)รก. ๒ต/ต๔ อฎฺฟิงคสมนฺนาคเด ภิคขเว เขดเฅ ฟึชํ น มหปูผลํ โหดิ น มหสสไทํ น ผาติเสยย ... อิธ ภิฤขเว เขตุตํ ถุนนมินินนามิ จ โหติ, ปาสาณสฤขริลุลญจ โหติ, อูสรณจ โหติ, น จ คมภรสิตํ โหติ, น อายสมุปนนํ โหติ, น อปายสมุปนุนํ โทติ, น มาติกาสมปนฺนํ โทติ, น มริยาทสมุปนฺนํ โทติ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๔๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงศ์ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พืซที่หว่านลงในนาที่ประกอบด้วย องค์ ๘ ประการย่อมไม่มีผลมาก ไม่มีความสดชื่นมาก ไม่มีความเจริญมาก นาที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ นาในโลกนี้เป็นที่ที่ลุ่ม ^ ดอน ๆ ๑ ... เป็นที่ไม่มีคันนา ๑ ฯ ฑุสสมณพราหมฉเงคกถา ว่าด้วยลักษณะของสมณพราหมณ์ที่ไฝดี ๘ ๑. เห็นผิด ๒. ดำริผิด ฅ. เจรจาผิด ๔. กระทำผิด ๕. เลี้ยงชีพผิด ๖. พยายามผิด ๗. ระลึกผิด ๘. ตั้งใจผิด ที่มา : เขตตสูตร ปฐมป้ณณาสก องฺ.อ/]จก.๒๙ฅ๔ เอวเมว โข ภิกขเว อฏฺ«งคสมนุนาคเตธุ[ สมณพุรไหมเณธุ[ ทานํ ทินุนํ น มหปผลํ โหติ น มํหานิสํสํ ... อิธ ภิคุขเว สมณพราหมณา มิจฉาทิฏเกา โหนุติ, มิจฺฉาสงุกปปา, มิจฉาวาจา, มิจฉาถมมนุตา, มิจฉาอาชวา, มิจฉาวายามา, มิจฉาสติโน, มิจุฉาสมาธิโน ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมีอนกันแล ทานที่ษุคคล ให้แลึวในสมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการย่อมไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก ไม่รุ่งเรืองมาก ไม่เจริญแพร่หลายมาก สมณพราหมณ์ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ สมณพราหมณ์ในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ เป็นผู้มีความดำริผิด ๑ เป็นผู้เจรจาผิด ๑ เป็นผู้มี การงานผิด ๑ เป็นผู้มีอาชีวะผิด ๑ เป็นผู้มีความพยายามผิด ๑ เป็นผู้ ระลึกผิด ๑ เป็นผู้ตั้งใจผิด ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๔^ สัปปุริสทานกถา ว่าด้วยการให้ทานอย่างสัตบุรุษ d ๑. ให้ของสะอาด ๒. ให้ของประณีต ฅ. ให้ตามกาล ๔. ให้ของสมควร ๕. เลือกให้ ๖. ให้ประจำ ๗. กำ ลังให้ จิตผ่องใส ๘. ให้แล้วดีใจ ที่มา ส์ป!Jริสทานสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อฏฺรก. ๒ต/ต๗ อฎฮิมานิ ภิคุฃเว สปปุริสฑๆนานิ ... ลุ[จึ เทติ, ปณีตํ เทติ, กาเลน เทติ, กปฺป็ยํ เทติ, วิเจยย เทติ, อภิญหํ เทติ, ททํ จิตตํ ปลาเทติ, ทตวา อตุตมโน โหติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลัปปุริสทาน(การให้ทานของลัดบุรุษ) มี ๘ ประการนี้ ลัปปุริสทาน ๘ ประการดีออะไรบ้าง ดีอ ให้ของสะอาด ๑ ให้ของประณีต ๑ ให้ตามกาล ๑ ให้ของสมควร ๑ เลือกให้ ๑ ให้เป็น ประจำ ๑ กำ ลังให้ จิตผ่องใส ๑ ให้แล้วดีใจ ๑ ฯ ลุ[จึ ปณีส์ กาเลน กปป็ยํ ปานโภชนํ อภิฉเหํ ททาติ ทานานิ ลุ[เขตุเตลุ[ พุรหุมจาริลุ[ เนว วิปปฏิสาริยํ จชิตุวา อามิส์ พชุ๊ เอวํ ฑินุนานิ ทานานิ วณุณยนติ วิปสสิโน ฯ แปล ะ ลัดบุรุษย่อมให้ทานดีอข้าวและนํ้าที่สะอาด ประณีต ตามกาลอันควรเป็นประจำ ในผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้เป็นเขตดี ครั้นบริจาคของมากแล้วก็ไม่รู้ลักเสืยดาย ท่านผู้มีป้ญญาเห็นแจ้งย่อมสรรเสริญทานที่ลัตบุรุษให้แล้ว อย่างนี้ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๕0 คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั สัปปุริสัตลกลา ว่าด้วยวัตถุประสงค์ในการเกิดมาของสัตบุรุษ ๔ ๑. เพื่อประโยชน์แก่มารดาบิดา ๒. เพื่อประโยชน์แก่บุตรภรรยา ต. เพื่อประโยชน์แก่หมู่คนผู้เบินทาสกรรมกร ๔. เพื่อประโยชน์แก่มิตรอำมาตย์ ๕. เพื่อประโยชน์แก่ญาติที่ล่วงลับ ๖. เพื่อประโยชน์แก่พระราชา ๗. เพื่อประโยชน์แก่เทวดา ๘. เพื่อประโยชน์แก่สมณพราหมณ์ ที่มา : ลัปปุริสสูตร ปฐมปัณณาสก์ อง..อฏฺจก. ๒ต/ต๘ สปฺใ]ริโส ภิฤขท คูเล ชายมาโน พทุโน ชนสส อตุถาย หิตาย อ[ุ ขาย โหติ, มาตาปีดูนํ อตถาย หิตาย อ[ุ ขาย โหติ ... ใ]ตุตทารสส ... ทาสกมมกรโปริสอุ[ส... มิตตามจจานํ ... ใ]พุพเปตานํ ... รถ!โถเ ... เทวตานํ ... สมณพุราใ!มณานํ อตถาย หิตาย อ[ุ ขาย โหติ ฯ แปล ะ ดูก่อนภิกษุ'กั้งหลาย ลัดบุรุษเมื่อเกิดในตระกูล ย่อมเกิด เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเบินอันมาก คือ ย่อมเกิด เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่มารดาบิดา ๑ แก่บุตรภรรยา ๑ แก่หมู่คนผู้เบินทาสกรรมกร ๑ แก่มิตรอำมาตย์ ๑ แก่ญาติที่ล่วงลับไป แล้ว ๑ แก่พระราชา ๑ แก่เทวดา ๑ แก่สมณพราหมณ์ ๑ ฯ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด๘ ๑๕๑ พดูนํ วฅ อตุถาย สปฺปณฺโณ ฆรมาวสํ มาตรํ ปีตรํ 1]พฺเพ รตุตินทิวมตนฺทิโต ปูเชติ สหธมุเมน 1^พเพ กฅมมุสฺสรํ ฯ แปล : ผู้มีปัญญาเมื่ออยู่ครองเรือนย่อมเป็นผู1ฝเกียจคร้านทั้ง กลางคืนกลางวัน บำ เพ็ญตนเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็น อันมาก โนเบื้องแรกกีระลึกถึงอุปการะที่ท่านทาไว้ก่อน บูชามารดาบิดาโดยชอบธรรม ฯ อนาคาเร ปพพชิเฅ อปาเป พรทุมจาริโน นิวิฎฺจสทุโธ ชุ]เชติ ณตุวา ธมุเม จ เปสโถ ฯ แปล : เป็นผู้มีศรัทธาตั้งมั่นแล้ว และมีคืลเป็นที่รัก ทราบ ธรรมเนียมแล้วย่อมบูชาบรรพชิด^ฝครองเรือน ^ม่มี บาป ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ฯ รญโณ หิโฅ เทวหิโต ณาตินํ สฃีนํ หิโต สพเพสํ ส์หิโต โหติ สทุธมุเม อุ[ปติฎจิโต วิเนยย มชุเฉรมลํ ส โลกํ ภชเต สิวํ ฯ แปล : อัดบุรุษนั้นเป็นผู้เกื้อกูลแก่พระราชา แก่เทวดา แก่ ญาติและสหายทั้งหลาย เป็นผู้เกื้อกูลแก่คนทั้งปวง ดำ รง มั่นอยู่ในพระอัทธรรม อัดบุรุษนั้นกำจัดมลทินคือความ ดระหนั้1ด้แล้วย่อมถึงโลกอันเกษม ฯ www.kalyanamitra.org

๑๕๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั 1]ญญาภิสันทกถา ว่าด้วยห้วงบุญกุศล ๘ ๑. ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ๒. ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ต. ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ ๔. เว้นขาดจากการฆ่าส์'ตว์ ๕. เว้นขาดจากการสกทรัพย์ ๖. เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ๗. เว้นขาดจากการพูดเท็จ ๘. เว้นขาดจากการดื่มสุราและเมรัย ที่มา อภิลันทสูตร ปฐมปัณณาสก์ องฺ.อฏฺจก. ๒๙ต๙ อฎแม ภิฤฃเว ใเญณาภิสนุทา คูสลาภิสนุทา อุ[ฃสฺสาหารา โสวคคิกา อุ[ฃวิปากา สคุคสํวตตนิกา... อิธ ภิฤฃเว อริยสาวโก พุฑธํ สรณํ คโต โหติ, ธมมํ ... สงฆํ สรณํ คโฅ โหติ ... ปาณาติปาคา ปฎิวิรโต โหติ ... อทินุนาทานา...กาเมอุ[มิจฉาจารา...มสาวาทา...อ[ุ ราเมรยมชุขปมาทฎุจานา ปฎิวิรโต โหติ ... ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญห้วงกุศล ๘ ประการนี้เป็น ป้จจัยนำมาชี่งความสุข ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อเกิดใน สวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขอันนำปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ห้วงบุญห้วงกุศล ๘ ประการคืออะไรบ้าง คือ อริยสาวกในธรรม วินัยนี้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ นี้เป็นห้วงบุญ ห้วงกุศลอันเป็นปัจจัย นำ มาซึ๋งความสุข ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ www.kalyanamitra.org

และคณะ] หมวด ๘ ๑๕๓ ย่อมฟ็นไปเพื่อประโยซน์เกื้อกูล เพื่อความสุข อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ประการที่ ๑ ... อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ ... ประการที่ ๒ ... อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ... ประการที่ ต ... ทาน ๕ ประการนี้เป็นมหาทาน รู้อันว่าเป็นเลิศ มีมานาน เป็นวงสัแห่งอารยซน เป็นของเก่า ไม่ถูกละเลย ไม่เคยถูกละเลย อัน บัณฑิตทั้งหลายไม่ละเลยอยู่ จักไม่ละเลย ทั้งสมณะและพราหมถ!ที่เป็น วิญฌูซนก็ไม่รังเกียจอัน ทาน ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ อริยสาวกใน ธรรมวินัยนี้เป็นผู้ละปาณาติบาต(การฆ่าอัตว์) เว้นขาดจากปาณาติบาตแล้ว อริยสาวกผู้เว้นขาดจากปาณาติบาตแล้วที่อว่าให้ความไม่มีอัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่เหล่าอัตว้หาประมาณมีได้ ครั้นให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่เหล่าสัตว์หาประมาณมีได้แล้ว ซื่อว่า เป็นผู้มีฝวนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนหา ประมาณมีได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นทานประการที่ ๑ ... นี้เป็นห้วง บุญห้วงกุศลอันเป็นบีจจัยนำมาซื่งความสุข ให้อารมถ!อันเลิศ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยซน์เกื้อกูล เพื่อความสุข อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ประการที่ ๔ ... อริยสาวกเป็นผู้ละ อทินนาทาน (การสักทรัพย์) เว้นขาดจากอทินนาทานแล้ว ... นี้เป็นทาน ประการที่ ๒... นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศล ... ประการที่ ๕ ... อริยสาวกเป็น ผู้ละกาเมสุมิจฉาจาร (การประพฤติผิดในกาม) เว้นขาดจากาเมสุมิจฉาจาร แล้ว ... นี้เป็นทานประการที่ ฅ ... นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศล ... ประการที่ ๖ ... อริยสาวกเป็นผู้ละมุสาวาท(การใฐดเท็จ) เว้นขาดจากมุสาวาทแล้ว ... นี้เป็น ทานประการที่ ๔ ... นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศล ... ประการที่ ๗ ... อริยสาวก เป็นผู้ละการดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เว้น ขาดจากการดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทแล้ว ... นี้เป็นทานประการที่ ๕... ประการที่ ๘ ฯ www.kalyanamitra.org

๑๕๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั สัพพลทุสทุจจริตวิปากกลา ว่าด้วยวิบากอย่างเบาของทุจริต ๘ ๑. ฆ่าสัตว์ทำให้อายุเน ๒. สักทรัพย์ทำให้โภคสมบัติเส์อมสูญ ฅ. ประพฤติผิดในกามทำให้มีสัตรูและมีเวรมาก ๔. พูดเท็จทำให้ถูกกล่าวตู่ด้วยเรื่องที่ไม่เปีนจริง ๕. พูดล่อเสียดทำให้แตกจากมิตรทั้งหลาย ๖. พูดคำหยาบทำให้1ด้ยินแต่เรื่องที่ไม่สบายหู ๗. พูดเพ้อเจ้อทำให้!ม่มีใครเซื่อถือถ้อยคำ ๘. ดื่มสุราและเมรัยทำให้เปีนคนบ้า ที่มา ทุจจริตวิปากสูตร ทุติยปัณณาสก์ องฺ.อฏฺจก. ๒ต/๔0 ปาณาติปาโต ภิกุฃท อาเสวิโฅ ภาวิโฅ พชุลีกโต นิรยสํวต.ตนิโก ติรจฉานโยนิสํวตุตนิโก ปีตุติวิสยสํวคุตนิโก ฯ โย สพุพลทุโส ปาณาติ- ปาตสุส วิปาโก, มนุสฺสฎตสฺส อปฺปายุกสํวคุตนิโก โหติ... อทินนาทานสส ... โภคพูยสนสํวคุตนิโก ... กาเมอุ[มิจฉาจารสฺส ... สปคุตเวรสํวคุตนิโก ... มสาวาทสส ... อฎตพุภคุขานสํวคุตนิโก ... ปีอ[ุ ณาย วาจาย ... มิคุเตหิ เภทนสํวคุตนิโก ... ผรูสาย วาจาย ... อมนาปสททสํวคุตนิโก ... สมผปปลาปสฺส ... อนาเทยุยวาจาสํวคุตนิโก ... อ[ุ ราเมรยปานสส วิปาโก มนุสุสฎตสฺส อุมุมคุตกสํวคุตนิโก โหติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาตอันบุคคลซ่องเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำ ให้มากแล้ว ย่อมยังบุคคลนั้นให้เปีนไปในนรก ในกำเนิด สัตว์ดิรัจฉาน ในปิดดิวิสัย (แดนเปรด) วิบากแห่งปาณาติบาตอย่างเบา ที่สุดย่อมทำให้เขาผู้มาเกิดเปีนมนุษย์มีอายุสัน ๑ ... วิบากแห่งอทินนาทาน www.kalyanamitra.org