และคณะ] หมวด ๑๐ ๓๕๕ ปลิโพธกลา ว่าด้วยห่วงกังวล ๑0 ๑. อาวาสปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับที่อยู่ ๒. ถูลปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับตระกูล ต. ลาภปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับลาภ ๔. คณปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับหมู่คณะ ๕. กัมมปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับการงาน ๖. อัทธานปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับการเดินทางไกล ๗. ญาติปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับญาดิพี่น้อง ๘. อาพาธปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของตน ๙. คันถปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับการสืกษาเล่าเรียน ๑อ. อิทธิปลิโพธ กังวลเกี่ยวกับการแสดงฤทธ ทมา : เามมัฏฐาฟ้'คคหณนิทเทส ปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค วิสุทฺธิ.๑/๔๙๙๖ อาวาโส จ คูลํ ลาโภ คโณ กมฺมญจ ปญจมํ อทุธานํ ฌาติ อาพาโธ คนฺโถ อิทุธืติ เต ฑส ฯ แปล : ปลิโพธ (เครื่องห่วงกังวล) มี ๑อ อย่าง คือ อาวาส ๑ ตระกูล ๑ ลาภ ๑ หมู่คณะ ๑ การงาน ๑ การเดินทาง ไกล ๑ หมู่ญาดิ ๑ อาพาธ ๑ การเล่าเรียน ๑ ฤทธิ้ ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
0)๕๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั อสุภกถา ว่าด้วยอสุภกรรมฐาน ๑อ ๑. อุท^มาฅกะ ซากศพที่เน่าพองขึ้นอืด ๒. วินีลกะ ซากศพที่มีลืเขียวคลํ้าคละด้วยลืต่าง ๆ ฅ. วิljพพกะ ซากศพที่มีนํ้าเหลืองไหลเยิ้มดามที่แดกปริออก <A. วิจฉิฑฑกะ ๕. วิกขายิตกะ ซากศพที่ขาดจากกันเป็นสองท่อน ๖. วิกขิตฅกะ ๗. หฅวิกฃิฅตะ ซากศพที่ถูกส์'ดว์รุมจิกทึ้งกัดกิน ๘. โลหิตกะ ซากศพที่กระจุยกระจาย ๙. ใเทุวกะ ซากศพที่ถูกส์บฟ้นบั่นเป็นท่อน ๆ ซากศพที่มีโลหิดไหลเอิบอาบเรี่ยราดอยู่ ๑อ. อฎร ซากศพที่มีหนอนคลาคลํ่าเต็มไปหมด ซากศพที่อังเหลืออยู่แต่โครงกระดูก ที่มา กัมมัฎฐานัคคหณนิทเทส ปกรณ์วิเสฝึวิสุทธิมรรค วิสุทธิ. ๙๕๗/๑๑๙ รุทุธุมาตกํ วินีลกํ วิ1jพฺพกํ วิจฉิทุทกํ วิกขายิตกํ วิกขิตตกํ หตวิกฃิตตกํ โลหิตกํ วกํ อฎฺฮิกนติ อิเม ทส อธุ[ภา ฯ แปล : อสุภกรรมฐาน (กรรมฐานที่ใซ้ซากศพในสภาพอันไม่งาม ต่าง ๆ เป็นอารมณ์) มี ๑อ คือ อุทรุมาตกะ ซากศพที่เน่าพองขึ้นอืด ๑ ... อัฏเกะ ซากศพที่อังเหลืออยู่แต่โครงกระดูก ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๐ ๓๕๗ 1]ญญกิริยาวัต^กลา ว่าด้วยวิธีการทาบุญ ๑๐ ๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน ๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาคืล ฅ. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา ๔. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนฟ้อม ๕. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖. มัดติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ ๗. มัดฅานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ ๘. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟ้งธรรม ๙. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม ๑อ. ทิฏฮุชุคัมม์ การทำความเห็นให้ตรง ที่มา : กัมมจตุกกะ ปัญจมปริจเฉท อภิธม.ม(คุกสงฺคห ๖๕/ต๒ ทานสืลภาวนาอปจายนเวยุยาวจุจปตุติทานปตตาโมฑนธมุมชุสวน- ธมุมฒสนาทิฏจุชุกมุมวเสน ทสวิธํ โหติ ฯ แปล ะ กามาวจรกุศลกรรม (กรรมที่เป็นกุศลในฝ่ายกามาวจรภูมิ หรือ บุญกิริยาวัตถุ วิธีการทำบุญ) มิ ๑0 อย่าง คือ ทาน การให้ ๑ คืล การรักษากายวาจาให้เรืยบร้อย ๑ ภาวนา การแกอบรมจิตและปัญญา ๑ อปจายนะ การประพฤติอ่อนฟ้อม ๑ เวยยาวัจจะ การขวนขวายช่วยเหลือ ๑ ปัตติทาน การให้ส่วนบุญ ๑ ปัตตาน่โมทนา การอนุโมทนาส่วนบุญ ๑ ธัมมัศลวนะ การฟ้งธรรม ๑ ธัมมเทสนา การแสดงธรรม ๑ ทิฎจุชุกัมมะ การทำความเห็นให้ตรง ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๕๘ คลังธรรม [พรรธรรมกิคดิวงส์ พรหมจริยัตลคลา ว่าด้วยคุณธรรมที่อยูในขอบข่ายคาว่าพรหมจรรย์ ๑0 ๑. ทาน การใฟ้ ๒. ทยยาวัจจะ การช่วยขวนขวายในกิจที่ชอบ ฅ. เบญจศีล ศีล ๕ ๔. อ้ปปaร'ญญา การเจริญพรหมวิหารแผ่ไปไม่มีขอบเขต ๕. เมชุนวิร้ติ การเว้นจากเมถุน ๖. สทารสันโดษ ความฮนดีเฉพาะคู่ครองของตน ๗. วิริยะ ความเพียร ๘. ชุโปสลังคะ องค์อุโบสถศีล ๘ ๙. อริยมรรค อริยมรรคมีองค์ ๘ ๑อ. ศาสนา ไตรสิกขา คือ ศีล สมาริ ปัญญา ที่มา ะ อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ที.สี.อ. ๑/๑๙๑/๑๖อ พรหมจริยํ ปกาเสศีติ เอตถ ปนายํ พรหมจริยสทุโท ทาเน เวยยาวจุเจ ปญจสิกขาปทสืเล อปฺปมญผาชุ เมชุนวิรฅิยํ สทารสนฺโดเส วิริเย ชุโปสลงฺเคชุ อริยมคุเค สาสเนติ อิเมสวดเฉชุ ทิชุสติ ฯ แปล : ก็ในคำว่าประกาศพรหมจรรย์นี้ คํพฟ้ว่าพรหมจรรย์นี้ ปรากฏอยูในอรรถเหล่านี้ คือ ทาน ๑ เวยยาวิ'จจะ ๑ ศีลคือสิกขาบทห้า ๑ อัปปมัญญา ๑ เมถุนวิรัติ ๑ สทารส์'นโดษ ๑ วิริยะ ๑ องค์อุโบสถ ๑ อริยมรรค ๑ ศาสนา ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๐ en๕& คันธมาทนกถา ว่าส์วยกลิ่นไม้หอมที่อยู่บนสูเขาคันธมาทน์ ๑0 ๑. กลิ่นไม้มีรากหอม ๒. กลิ่นไม้มีแก่นหอม ฅ. กลิ่นไม้มีกระพี้หอม ๔. กลิ่นไม้มีฟลือกหอม ๕. กลิ่นไม้มีสะเก็ดหอม ๖. กลิ่นไม้มีรสหอม ๗. กลิ่นไม้มีใบหอม ๘. กลิ่นไม้มีดอกหอม ๙. กลิ่นไม้มีผลหอม ๑อ. กลิ่นไม้หอมหมดทั้งต้น ที่มา : โปตลิยสุตตวัณณนา อรรทกถาปปัญจสูทนี ม.ม.อ. เอ/ต๑/เอ๗ คนุธมาทนฎฏํ สาใ{มยํ อพุภฬฺดเร มุคควณุณํ, ^ลคฬฺโธ สารคนฺโธ เผคคดนโธ ตจคนุโธ ปปฎิกดนฺโธ รสดนุโธ ปตตดนโธ า^ปุผดนุโธ ผลดนโธ ดนฺธดนโธดิ อิเมหิ ทสหิ ดนฺเธหิ ^สสนฺนํ นานปุปการโอสถสญฉนนํ ฯ แปล : ยอดเขาคันธมาทน์เกิดจากส์นเขา ภายในมีสีเหมีอนถั่ว เขียว หลากหลายไปต้วยกลิ่นหอมทั้ง ๑อ เหล่านี้ คือ กลิ่นรากไม้ ๑ กลิ่นแก่นไม้ ๑ กลิ่นกระพี้!ม้ ๑ กลิ่นเปลือกไม้ ๑ กลิ่นสะเก็ดไม้ ๑ กลิ่น รสไม้ ๑ กลิ่นใบไม้ ๑ กลิ่นดอกไม้ ๑ กลิ่นผลไม้ ๑ กลิ่นจากกลิ่นไม้ ๑ ดาดาษไปต้วยโอสถมีประการต่าง ๆ ฯ www.kalyanamitra.org
cnbo คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั สุผิสาธัมมกถา ว่าด้วยข้อปฏิบ้ตสำหรับห^งสะใภ้ ๑0 ๑. ไฟในอย่านำออก ๒. ไฟนอกอย่านำเข้า ฅ. พึงให้แก่บุคคลviให้ ๔. ไม่พึงให้แก่บุคคลที่ไมให้ ๕. พึงให้แก่บุคคลที่ให้และบุคคลที่ไม่ให้ ๖. พึง'นงให้เป็นสุข ๗. พึงบร็โภคให้เป็นสุข ๘. พึงนอนให้เป็นสุข ๙. พึงบำเรอไฟ ๑อ. พึงนอบน้อมเทวดาภายใน ที่มา : วิสาขารตธุ ปุปผวิคควัณณนา อรรถกถาธรรมบท ข.ธ.อ. ๙๕๖ อฬฺโดอคคิ พหิ น นีหริต'ฬโพ, พหิอคคิ อ'นโฅ น ปเวเสด'พุโพ, ททนดสุเสว ทาดพุพํ, อททนดสุส นทไดพพํ, ททนดสฺสไปี อททนดสุสาปี ทาดพุฟ, อุ[ฃํ นิรฑิดพุฟ, อุ[ฃํ ชุฌุรดพุฟ, อุ[ฃํ นิปชุรดพุฟ, อคุคิ ปริจริดพุโพ, อนุโดเทวดา นมสุสิดพุพาติ อิมํ ทสวิธํ โอวาฑํ ทด.วา ... ฯ แปล : (ท่านธนัญ'ชัยเศรษฐีได้ส์งสอนธิดาเป็นการให้ไอวาท ๑อ อย่าง ดังนี้ว่า ลูกเอย ธรรมเนียมสตรีเมื่ออยูในสกุลฟอผัว) ไฟในอย่าพึง นำ ออก ๑ ... พึงนอบน้อมเทวดาภายใน ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
นละคณะ] หมวด ๑๐ ๓๖๑ หัตถิอุลกถา ว่าด้วยตระกลช้าง ๑อ ๑. ตระกูลกาฬาวกะ ช้างสิดำธรรมดา ช้างคงคา ๒. ตระกูลตังเคยยะ ช้างเผือก ฅ. ตระกูลป้ณฑระ ช้างสิแดง (ft. ตระกูลตัมพะ ช้างสิดำแดง ๕. ตระกูลองคละ ๖. ตระกูลตันธะ ช้างที่มีกลิ่นหอม ๗. ตระกูลมังคละ ช้างมงคล ๘. ตระกูลเหมะ ช้างสิเทา ๙. ตระกูลอุโปสถะ ช้างสิที่เรียบร้อย ช้างที่เกิดโนสระฉททันต์ ๑๐. ตระกูลฉททันตะ ที่มา อรรถกถาม^รัตถวิลาสิปิ ชุ.'V^V|9.0. ๗๕ คาฬาวคผจ คงฺเคยุยํ ปณุฑรํ ดมุฟ!)งคลํ คนธมงคลเหมญจ ไปสลฉททนุดิเม ทส ฯ แปล •รางมี ๑0 ตระกูลเหล่านี้คือ กาฬาวกะ ๑ ตังเคยยะ ๑ ปัณฑระ ๑ ตัมพะ ๑ ป็งคละ ๑ ตันธะ ๑ มังคละ ๑ เหมะ ๑ อุโปสถะ ๑ ฉัททันตะ ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
cnblso คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ว้ยชืวิต ๑๐ ๑. มันททสคะ วัยอ่อน ๑ - ๑๑ ขวบ (เล่นฝ็นเล่นดิน) ๒. ขิฑฑาทสกะ ๓. วัณณทสกะ วัยสนุก ๑๑ - ๒๑ ปี (อาบนํ้าปหนาว) วัยงาม ๒๑ - ๓๑ ปี วัยหนุ่มสาว (เกี้ยวสาวบ่เบี่อ) ๔. พลทสกะ วัยกำลัง ๓๑-๔๑ ปี เป็นวัยที่ทำการงานเป็นหลักเป็น ฐาน (ตรองทุกเมื่อ) ๕. มัญญาทสกะ วัยฉลาด ๔๑ - ๕๑ ปี รู้จักเหตุผล รู้จักกาละเทศะ รู้จักประโยซน!ม่ใซ่ประโยชน์ (เมื่อก่อนไก่) ๖. หานิทสกะ วัยเส์อมลง ๕๑-๖๑ ปี เริ่มอ่อนเพลีย ไปไหนต้องพัก ๗. ฟ้พภารทสกร ๘. วังกทสกะ ผ่อนมาก (ไปปฮอด) ๙. โมยูหทสกะ วัยชรา ๖๑-๗๑ ปี ผม ฟัน หู ตา เปลี่ยนแปลงไปไม่ ค่อยอยากไปไหน (นอนทอดทุ่ย) ๑๑. สยนทสกะ วัยค่อม๗๑-๘๑ปี บางคนเริ่มหาไม้เท้าคํ้าจุนเวลาเดิน ทาง (เป่าขลุ่ยปดัง) วัยหลงลีม ๘๑-๙๑ ปี ไต้หน้าลีมหลัง บางคนพูด ผิดๆถูก«1 (ตีระฆังดังเหง่ง) วัยนอน ๙๑-๑๑๑ ปี บางคนกินนอนอยู่ข้างที่นอนรอ วันตาย น้อยคนที่จะแข็งแรงตี บอกว่ายังตีป็บดังก็มี (ร้องเพลงบ่ไต้) ๑๑๑ ปีขึ้นไป (เป็นไข้ก็ตาย ไม่เป็นก็ตาย) ที่มา ะ คลังปริย้ติธรรม (นัย ริสุทธิมรรค) www.kalyanamitra.org
นละคผะ] หมวด ๑๐ ๓๖๓ ฑกฃ์ ๑๐ ประการ ๑. สภาวทุกข์ ทุกข์ประจาส์งฃาร คือชาติ ชรา มรณะ ๒. ปกิณณกทุกข์ ทุกข์จร คือโสกะ ปริเทวะ ทุกชะ โทมน'ส อุปายาส ต. นิฟ้ฑธทุกข์ ทุกข์เนืองนิตย์หรีอทุกข์เป็นเจ้าเรือนได้แก่หนาว ร้อน ๔. พยาธิทุกข์ ๕. สันดาปทุกข์ หิว กระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ คือทุกขเวทนามีประเภทต่างๆ ดามสมุฏฐาน มีอวัยวะ อันเป็นเจ้าการไม่ทำหน้าที่โดยปกติ ทุกข์คือความร้อนรุม หรือทุกข์ร้อน ได้แก่ความ กระวนกระวายใจ เพราะถูกไฟกิเลส คือราคะ โทสะ ๖. วิปากทุกข์ โมหะเผา ผลกรรม ได้แก่วิปฏิสารคือความร้อนใจ การเสวย อารมณ์ คือถูกลงอาชญา ความฉิบหาย ความดกยาก และดกอบาย ๗. สหคฅทุกขั ทุกข์!ปด้วยอันหรือทุกข์กำกับกัน ได้แก่ทุกข์ที่เนี่องมา จากวิบูลยผล ๔. อาหารปริฒฏเทุกข์ ทุกข์ในการทำมาหากิน ได้แก่อาซีวทุกข์ คือ ทุกข์ในการหาเลี้ยงซืวิด ๙. วิวาทยูลกทุกข์ ทุกข์มีวิวาทเป็นมูล ได้แก่ความไม่โปร่งใจ ความกลัว แพ้ ความหวาดหวั่น อันเนื่องมาจากทะเลาะกันก็ดี ลัคดีกันก็ดี รบกันก็ดี ๑อ. ทุกฃขันธ์ ทุกข์รวบยอด หมายเอาลังขารคือที่รวมเบญจขันธ์ ทมา : ปฏิปทาแห่งนิพพิทา ธรรมวิจารณ์(รางในคลังปริยตธรรม) www.kalyanamitra.org
๓๖๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ลัคษณะของคนไม่เจัคธรรม ๑๐ ๑. คนเมาสุรา ๒. คนเลินเล่อ ต. คนบ้าคลั่ง ๔. คนได้ทุกข์คับแค้น ๕. คนโกรธ ๖. คนอดอยาก ๗. คนโลภ ๘. คนขลาด ๙. คนด่วนได้ ๑อ. คนใฝ่ในกาม ที่มา : หิโตปเทศ (รางในคลังป?ย้ติธรรม) หายนะที่เคิดในชาตินี้ด้วยเหตุ ๑๐ ๑. ถูกกล่าวตู่ เพราะกล่าวมุสาวาท ๒. แตกคับเพี่อน เพราะกล่าวป็สุณวาจา ต. ได้ยินแด่คำที่โม่ถูกหู เพราะกล่าวผรุสวาจา ๔. ได้ยินแด่คำอัปมงคล เพราะพูดเหลวไหล ๕. ยากจน เพราะให้ทานอย่างเสิยมิได้ ๖. ถูกหลอกลวง เพราะประพฤติมิจฉาชีพ ๗. เกิดในตระกูลตํ่า เพราะดื้อด้าน ๘. มีกำ ลังน้อย เพราะริษยา (อิสสา) ๙. ผิวพรรณน่าเกลียด เพราะโกรธจัด ๑๐. โง่เง่า เพราะไม่ไต่ถามนักปราชญ์บัณฑิต ที่มา : คลังป?ฝ็ตธรรม www.kalyanamitra.org
นละคณะ] หมวด ๑๐ ๓๖๕ 1^คคยที่ไม่ควรประทุษร้าย ๑๐ ๑. พระพุทธเจ้า ๒. พุระป้จเจกพุทธเจ้า ฅ. พุระอรหันต์ ๔. พุระอัครสาวก ๖. บิดา ๕. มารดา ๘. ศาสดา ๗. ครู ๑0. ผ้แสดงธรรม ๙. ทายก (^หัทาน) ที่มา คลังปริย้ตธรรม งานอันปราศจากโทษ ๑๐ ๑. อุโปสถังคสมาทาน สมาทานสิลอุโบสถ ๒. เวยยาวัจจกรณะ ช่วยเหลือกิจที่ชอบธรรม สร้างวัด สร้างที่พักสงฆ์ ฯลฯ ฅ. อารามโรปะ ๔. วนโรปนะ ปลูกป่า ปลูกต้นไม้ สร้างสวนป่า ๕. เสดุกรณะ สร้างสะพานสาธารณะ ๖. ปปกรณะ สร้างประปา ปอนํ้า สระนํ้า ๗. อุทปานทาน ตั้งโอ่งทาน ถังนํ้าดี่มไว้เป็นทาน ๘. อุบิสสยทาน ๙. ธัมมัฏฐะ ให้ที่อยู่อาสัย ให้ที่พัก ดำ รงอยู่ในธรรม ๑อ. สิลสัมบินนะ รักษาสิล ที่มา : คลังปริย้ตธรรม www.kalyanamitra.org
๓๖๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั หัวใจบารมี ๑๐ ฌ ร เม อฟ่สี ข อุ ส ทา ๑. ฌ คือ เนกขัมมบารมี ๒. ว คือ วิริยบารมี ฅ. เม คือ เมตตาบารมี d. อ คือ อธิษฐานบารมี ๕. ป คือ ปัญญาบารมี ๖. สื คือ สิลบารมี ๗. ข คือ ขันติบารมี ๘. อุ คือ อุเบกขาบารมี ๙. ส คือ ขัจจบารมี ๑อ. ทา คือ ทานบารมี ฯ ที่มา : คลังปริย้ติธรรม www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๐ ๓๖๗ หัวใจพระเจ้า ๑๐ ชใต เด ชชุฌ ม^ จนาวิท ๑. เต คือ พระเตมีย์ ทรงบาเพ็ญเนกขัมมบารมี ๒. ช คือ พระมหาชนก ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี ฅ. คือ พระสุวัณณสาม ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี (&. เน คือ พระเนมิราช ทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี ๕. ม คือ พระมโหสธ ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี ๖. d คือ พระภู โต ทรงบำเพ็ญสิลบารมี ๗. จ คือ พระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญขันติบารมี ๘. นา คือ พระพรหมนารท ทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี ๙. ว คือ พระวิธุรบัณฑิต ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี ๑อ. เว คือ พระเวสสันดร ทรงบำเพ็ญทานบารมี ทมา : คลังปริย้ต๊รรรม จบ หมวด ๑๐ www.kalyanamitra.org
หมวด ๑๑ สเ^ทยวารฟ้จจยาการคถา ว่าสัวยปัจจยาการสายเกิด ๑๑ ๑. เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ๒. เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ฅ. เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป d. เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ ๕. เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ ๖. เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา ๗. เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา ๘. เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ๙. เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ ๑อ. เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ๑๑. เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ ใสกะ ปริเทวะ ทุกชะโทมนัส อุปายาส ที่มา โพรกถา มหาขันธกะ วิ.มหาวิ. ๔/๑-ฅ/๑-ต อวิชุชาปจจยา สงฺขารา ... ชาติปจจยา ชรามรณํ โสกปริเทวธุกข- ไทมนสุสุปายาสา สมภวฬุติ เอวเมดสุส เลวลสฺส ชุคฺขฤขนุธสส สชุทโย โหติ ฯ www.kalyanamitra.org
หมวด ๑๑ ๓๖๙ แปล : เพราะอวิชชาเบนปัจจัย จึงมีส์งขาร ๑ ... เพราะชาติ เป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกชะ โทมนัส อุปายาส ๑ เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีโด้ด้วยประการฉะนี้ ฯ นิโรธวารฟ้จจยาการกลา ว่าด้วยป้จจยาการสายดับ ๑® ๑. เพราะอวิชชาดับโดยไฝเหลือด้วยมรรคคือวิราคะ ดังขารจึงดับ ๒. เพราะดังขารดับ วิญญาณจึงดับ ฅ. เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ ๔. เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ ๕. เพราะสฟิายตนะดับ ผัสสะจึงดับ ๖. เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ ๗. เพราะเวทนาดับ ดัณหาจึงดับ ๘. เพราะดัณหาดับ อุปาทานจึงดับ ๙. เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ๑อ. เพราะภพดับ ชาติจึงดับ ๑๑. เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกชะ โทมนัส อุปายาสจึงดับ ที่มา โพอิกถา มหาขันธกะ วิ.มหาวิ. ๔/๑-ต อวิชุชาย เตฺวว อเสสวิรไคนิโรธา สงฺฃารนิใรโธ ... ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุฤขโทมนสฺอุ[ปายาสา นิรูชุฌนุติ เอวเมฅสฺส เกวลสส ชุกขคุขนธสุส นิโรโธ โหติ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๗0 คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั แปล : อนึ๋ง เพราะอวิซซานั่นแหละดับโดยไฝเหลือด้วยมรรคคือ วิราคะ ส์งฃารจึงดับ ๑ ... เพราะชาติดับ ชรา มรณะ ใสกะ ปริเทวะ ทุกชะ โทมนัส อุปายาสจึงดับ ๑ เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมดับด้วย ประการฉะนี้ ฯ เมตตานิสังสกลา ว่าด้วยอานิสงส์การเจริญเมตตา ๑๑ ๑. หลับเป็นสข ๒. ตื่นเป็นสุข ๓. ไฝฮนร้าย ๔. เป็นที่ร้กของมนุษย์ ๕. เป็นที่รักของอมนุษย์ ๖. เทวดารักษา ๗.ไฟ ยาพิษ ดัสดราวุธไฝกลํ้ากราย ๘. จึดเป็นสมาธิเร็ว ๙. ลืหนัาเปล่งปลั่ง ๑อ. ตายอย่างมีสติ ๑๑. เมื่ออังไฝบรรลุธรรมชั้นสูง ย่อมเข้าถึงพรหมโลก ที่มา : เมตตาฐตร อนสสติวรรค อง..เอกาทสก.๒๔/๑๕ เมดดาย ภิคขเว เจโฅวินุดดิยา อาเสวิดาย ... เอคาทสานิสํสา ปาฎิกงุขา... ลุขํ อุ[ปติ, อุ[ขํ ปฏิา]ชุผติ, ฬ ปาปคํ อุ!!เนํ ปสฺสติ, มนุสสานํ ปีโย โหติ, อมนุสุสานํ ปีโย ไหติ, เทวดา รฤขนุติ, นาสฺส อคฺติ วา วิสํ วา สดลํ กมติ, ทุวฎํ จิดฺดํ สมาธิยติ, นุขวณุโณ วิปปสึทติ, อสมนุฬโห กาสํ กโรติ, อุดฺดรึ อปุปฎิวิชุฌนุโด พฺรทุมโสถูปโค โหติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมดตาเจโดวิมุตติอันบุคคลเสพ คุ้นแล้ว ... พึงหวังอานิสงส์ได้ ๑๑ ประการ ... คือ หลับเป็นสุข ๑ ... เมื่ออังแทงตลอดคุณธรรมที่สูงขึ้นไปไฝได้ย่อมเข้าถึงพรหมโลก ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๑ ๓๗๑ ธัมมนครกถา ว่าด้วยธรรมนคร ๑๑ ๑. มีสืลเป็นกำแพง ๒. มีหิริเป็นคู ฅ. มีญาณเป็นซุ้มประตู ๔. มีวิริยะเป็นหอคอย ๕. มีศริทธาเป็นเสาหลัก ๖. มีสติเป็นนายประตู ๗. มีป้ญญาเป็นปราสาท ๘. มีพระสูตรเป็นทางคู่ขนาน ๙. มีพระอภิธรรมเป็นทางส์แยก ๑0. มีพระวินัยเป็นศาลวินิจฉัย ๑๑. มีสติป้ฎฐานเป็นทางเอก ทมา : อนุมานปัญหา อนุมานปัญหกัณฑ์ มิสินทปัญหา มิลิ!4ท. ๑/(ท๔0 ภควโต โข มหาราช ธมุมนครํ สีลปาการํ หิริปริขํ ณาณทุวารโกฎฺ«กํ วิริยอฎฎาลกํ สทุธา&อสิคํ สติโทวาริคํ ปญผาปาสาทํ สูดฺฅนฅจจฺจรํ อฟิธมุมสิงฺฆาฎคํ วินยวินิจฉยํ สติปฎจานวีลิคํ ฯ แปล ะ (พระนาคเสนเถระทูลพระเจ้ามิลินท์ว่า) ขอถวายพระพร มหาบพิตร ธรรมนครของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแลมีสิลเป็น กำ แพง ๑ ... มีสติป้ฎฐานเป็นทางเอก ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๗๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงส์ วิริยส้ฆโพVผัง^ปปาทคฝืา ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุให้เกิดวิริยส์'มโพซฌงค์ ๑๑ ๑. การพิจารณาเห็นภัยในอบาย ๒. การเห็นอานิสงส์ของการบรรลุคุณวิเศษ ฅ. การพิจารณาหาทางดำเนิน ๔. การให้ความสำคัญต่อการบิณฑบาต ๕. การพิจารณาถึงความยิ่งใหญ่แห่งความเป็นธรรมทายาท ๖. การพิจารณาถึงความยิ่งใหญ่แห่งพระศาสดา ๗. การพิจารณาถึงชาติกำเนิดเป็นใหญ่ ๘. การพิจารณาถึงความมีเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์เป็นใหญ่ ๙. การหลีกห่างคนเกียจคร้าน ๑อ. การคบหาแต่คนเร่งรุดความเพิยร ๑๑. การน้อมจิดไปในวิริยสํมโพซฌงค์นั้น ที่มา : มทาสติป็ฏฐานฐดร อรรถกถาสุมังคสว๊ลาสิน ที.ม.อ.๒/ฅ£๙๔0๔ เอกาทส ธมุมา วิริยสมฺโพชุผงคสฺส คุปุปาทาย สํวตดนดิ : อม่ายภยปจจเวกขณดา อาฬิสํสทสฺสาวิฅา ดมนวีลิม่อุจเวฤขผตา ปีณุฑ- ม่าฅาม่จายนตา ทายชซมหตดม่อุจเวฤขณตา สดฺฤมหดฺตม่อุจเวฤขณตา ชาติมหดตม่อุจเวฤขณตา สพรหมจาริมหดตม่อุจเวคขผตา คุสีตijคุดล- ม่ริวชุชนตา อารทธวึริยาJคุดลเสวนตา ตทธิาาคุตตา ฯ แปล : ธรรม ๑๑ ประการย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งวิริย ส์มโพซฌงค์ คือ การพิจารณาเห็นภัยในอบาย ๑ ... การน้อมจิดไปในวิริย สํมโพซฌงค์นั้น ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๑ ๓๗๓ ปีติสัมโพชฌังคุปปาทกถา ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุให้เกิดปีติส์มโพซฌงค์ ๑๑ ๑. การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ๒. การระลึกถึงคุณํของพระธรรม ฅ. การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ ๔. การระลึกถึงสืลของตน ๕. การระลึกถึงการบริจาคของตน ๖. การระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา ๗. การระลึกถึงภาวะนิพพานอันเป็นที่สงบระงับทุกข์ ๘. การหลีกเว้นไม่คบคนมัวหมอง (คนชั่ว) ๙. การคบหาแต่คนบริสุทฮี้(คนดี) ๑อ. การพิจารณาความโนพระสูตรที่ก่อให้เกิดความเลื่อมใส ๑๑. การน้อมจิตไปในปีดีส์'มโพซฌงค์นั้น ทีมา : มหาสติปัฏฐานสูตร อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ที.ม.อ. ๒/ต๘๕๔๐๗ เอกาทส ธมมา ปีติสมโพชุฌงฺคสส อุปปาทาย สํวตตนฺติ พุฑุธา- พุสุสติ ธมมานุสฺสติ สงฆานุสุสติ สีลาฬุสุสติ จาคาพุสุสติ เทวดาพุสุสติ อุปสมาพุสุสติ ลูฃปุคุคลปริวชุชนฅา สินิทุธปุคุคลเสวนตา ปสาทนีย- สุตตนฺฅปจจเวคุขณตา ฅทธิมุคุตตา ฯ แปล : ธรรม ๑๑ ประการย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่ง ปีติอัมโพซฌงค์๑ คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ๑ ... การน้อมจิตไป ในปีติอัมโพซฌงค์นั้น ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๗๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงส์ สมาธิสัมโพชฌังqปปาทกลา ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุให้เกิดสมาธิส์มโพซฌงค์ ๑๑ ๑. การทำวัตถุใฟ้สละสลวย ๒. การปรับอินทรียธรรมให้เสมอกัน ฅ. ความฉลาดรู้นิมิต ๔. การรู้จักประคองจิตในสมัยที่ควรประคอง ๕. การรVู้Vจักiข่มจิตใน.ส^Vม-ัยทควรข'่ม ๖. การทำจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรร่าเรีง ๗. การปล่อยวางจิตในสมัยที่ควรปล่อยวาง ๘. การหลีกเว้นไม่คบ^ม่มีสมาธิจิต ๙. การคบแต่ผู้มีสมาธิจิต .๑0 การพิจารณาฌานและวิโมกข์ .๑๑ การน้อมจิตไปในสมาธิส์มโพซฌงค์นั้น ที่มา : มหาสติปัฏฐานสูตร อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ที.ม.อ. ๒/ต๘๕/๔0๙ เอกาทส ธมมา สมาธิสมฺโพชุฌงคสส อุปปาทาย สํวตุตนุติ วตุฤวิสทกิริยตา, อินฺทุริยสมตฺฅปฎิปาทนตา, นิมิตตอุสลตา, สมเย จิตตสส ปคคฉเหณตา, สมเย จิตตสส นิคคณฺหณดา, สมเย สมุปหํสนตา, สมเย อชุชุเปกขนตา, อสมาหิตijคุคลปริวชุชนตา, สมาหิตคุคลเสวนตา, ตทธิแตุตตา ฯ แปล : ธรรม ๑๑ ประการย่อมเป็นไปเพี่อความเกิตขึ้นแห่งสมาธิ ส์'มโพซฌงค์ คือ การทำวัตถุให้สละสลวย ๑ ... การน้อมจิตไปในสมาธิ ส์มโพซฌงค์นั้น ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด๑๑ ๓๗๕ อทินนาทานเวรมณีอานิสังสกถา ว่าด้วยอานิสงสัของการเว้นจากอทินนาทาน ๑๑ ๑. มีทรัพย์มาก ๒. มีข้าวปลาอาหารพอเพียง ต. มีโภคทรัพย์นับอนันต์ ๔. โภคทรัพย์ที่ยังไฝได้ก็ได ๕. โภคทรัพย์ที่ได!ว้แล้วก็ยั่งยืน ๖. ได้ส์งที่ปรารถนารวดเร็ว ๗. สมบัติไม่ถูกแปงด้วยราชภัยเป็นด้น ๘. หาสมบัติได้โดยไม่ถูกแปง ๙. มีโอกาสได้!ลกุดดรทรัพย์ ๑อ. ไม่รู!ม่ได้ยืนถึงความไม่มี ๑๑. อย่เป็นสฃทกแพ่ง II 4 <1 ที่มา : สิกขาปทวัณณนา อรรถกถาปรมัตถโชติกา ชุ.ข.อ.๒๕ อทินนาทานา เวรมณิยา มหทุธนตา, ป'คูฅธญฌตา, อน'นุตโภคตา, อ'นปุปนนโภคูปปตติตา, อุปุป'นุนโภคถาวรตา, อิจฉิตา'น โภคา'น ฃิ'ปป- ปฎิลาภตา, ราชโจรูทกคคิอปุป็ยทายาทาทืหิ อสาธารณโภคตา, อสาธารณ- ปฏิลาภตา, โลกุตุตรธนปฎิลาภตา, นตุถิภาวสฺส อชานนตา อสวนตา, ลุ[ฃวิหาริตาติ เอวมาทินิ ฯ แปล : สืลคือการงดเว้นจากอทินนาทานมีอา'แสงส์ (๑๑ อย่าง) คือ ความมีทรัพย์มาก ๑ ความมีธัญญาหารพอเพียง ๑ ความเป็นผู้มีโภคะ หาที่สุดมิได้ ๑ ความเกิดขึ้นแพ่งโภคะที่ยังไม่เกิดขึ้น ๑ ความถาวร แพ่งโภคะที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ ความได้เร็วพลันซึ่งโภคะที่ปรารถนา ๑ ความ เป็นผู้มีโภคะไม่'ยั่วไปเพราะราชภัย โจรภัย อุทกภัย ยัคคืภัย ทายาทที่ ไม่เป็นที่รักเป็นด้น ๑ ความได้เฉพาะโภคะที่ไม่ยั่วไป ๑ ความได้เฉพาะซึ่ง โลกุตตรทรัพย์ ๑ ความไม่รู้ความไม่ได้ยินซึ่งความไม่มี ๑ ความมีปกติ อย่เป็นสข ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๗๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงส์ ปมาฑลักฃณกถา ว่าด้วยลักษณะความประมาท ๑๑ ๑. ทำ โดยไม่เคารพ ๒. ทำ โดยไม่ติดต่อ ฅ. ทำ อย่างไม่ตั้งใจ ๔. แสดงความท้อถอย ๕. ทอดฉันทะ ๖. ทอดธุระ ๗. ไม่ทำไท้ติดสนิท ๘. ไม่ทำไท้เจริญ ๙. ไม่ทำไท้คุ้นชิน ๑อ. ไม่มีความตั้งไจ ๑๑. ไม่หมั่นประกอบ ที่มา มังคลสุตตวัณฌนา อรรถกถาปรลัตถโขติกา ชุ.ชุ.อ. ๙๑๒๔ ฤ๓ลธุ[ ธม.เมธุ[ ปมาโท นาม ฤสลานํ วา ธม.มาฬํ ภาวนาย อสชุกชุจกิริยตา อสาดจ.จกิริยฅา อนฎฺริฅกิริยตา โอสิน^ต.ติตา นิกฃิต.ตชุ- ฉน.ทตา นิฤขิต.ตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพชุลีคมฺมํ อนธิฎุ®านํ อนบุโยโค ฯ แปล : อีกอย่างหนึ๋ง ความประมาทไนกุศลธรรมทั้งหลาย (มี ลักษณะ ๑๑ อย่าง) คือ การทำโดยไม่เคารพไนการเจริญกุศลธรรม ทั้งหลาย ๑ การทำโดยไม่ติดต่อ ๑ การทำที่ไม่ตั้งมั่น ๑ ความเป็นผู้ ประพฤติย่อหย่อน ๑ ความเป็นผู้มีฉันทะอันทอดลง ๑ ความเป็นผู้มีธุระ อันทอดลง ๑ ความไม่เสพคุ้น ๑ ความไม่ทำไท้เกิดมี ๑ ความไม่ทำ ไท้มาก ๑ ความไม่ตั้งไจมั่น ๑ ความไม่หมั่นประกอบไนการเจริญกุศลธรรม ทั้งหลาย ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๑ ๓๗๗ นิวาตใ]คคลกลา ว่าด้วยลักษณะของคนเจียมตน ๑๑ ๕. ทำ ตนเซ่นกับผ้าเช็ดเท้า ๒. มีความประพฤติเจืยมตน ๔. ไม่หยิ่งยโส ๗. ทำ ตนดุจงูพิษที่ถูกถอนเขี้ยว ๖. ทำ ตนเหมีอนกับโคเขาขาต ๙. นุ่มนวล ๘. อ่อนโยน ๑๑. ไม่ดื้อกระด้าง ๑อ. กล่าวถ้อยคำสบายห ทมา : (นัย) มังคลสุตตวัณณนา อรรถกถาปรมัตถโชติกา ข.ชุ.อ. ๙/๑๒๖ (คลังปริย้ต) นิวาโต นาม นิจมนตา นิวาต'5ตติตา ยาย นิวาต']ตติตาย สมนนาคโต นุ่คุคโล นิหตมาโน... สูขสมภาโส โหติ, อยํ นิวาโต ฯ แปล : ซื่อว่าคนเจียมตน ได้แก่บุคคลผู้ประกอบด้วย (ธรรม ๑๑ ประการ คือ) ความมีใจอ่อนน้อม ๑ ... การไม่ดื้อกระด้าง ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
O)(ท) คลังธรรม อัคคิกถไ ว่าด้วยกองไฟ ๑๑ ๑. ไฟคือราคะ ๒. ไฟคือโทสะ ฅ. ไฟคือโมหะ ๔. ไฟคือความเกิด ๕. ไฟคือความแก่ ๖. ไฟคือความตาย ๗. ไฟคือความโศก ๘. ไฟคือความรํ่าไรรำพัน ๙. ไฟคือความทุกข์กาย ๑อ. ไฟคือความทุกข์ใจ ๑๑. ไฟคือความคับแค้นใจ ที่มา : ปฐมจตุกกกถาวัณณนา ปาราป็กกัณฑ ฎีกาสารัตถทีปนี สารตฺท.๒/๕๗/๑0๗ เอกาทสหิ อคุคีหีติ ราคโทสโมหชาติชรามรณโสกปริเทวชุฤฃ- โทมนสุธุ[ปายาสสงขาเตหิ เอกาทสหิ อคคีหิ ฯ แปล : คำ ว่า ไฟ ๑๑ ไค้แก่ ไฟ ๑๑ กองคือ ไฟคือราคะ ความ กำ หนัด ๑ ไฟคือโทสะ ความคิดประทุษร้าย ๑ ไฟคือโมหะ ความหลง ไม่รู้สภาพจริง ๑ ไฟคือความเกิด ๑ ไฟคือความแก่ ๑ ไฟคือความตาย ๑ ไฟคือความโศก ๑ ไฟคือความHรรำพัน ๑ ไฟคือความทุกข์กาย ๑ ไฟ คือความทกข์ใจ ๑ ไฟคือความคับแค้นใจ ๑ ฯ จบ หมวด ๑๑ www.kalyanamitra.org
หมวด ๑๒ จักกวัตติวัตตกถา ว่าด้วยจักรวรรดิวัตร ๑๒ (นัยพระบาลี) ๑. ยึดธรรมเป็นหลัก เป็นธงชัย เป็นธรรมาธิปไตย ๒. ป้องกันคุ้มครองซนภายใน ต. ป้องกันคุ้มครองเสนาทหาร ๔. ป้องกันคุ้มครองกษัตริย์เจ้าเมืองขึ้น ๕. ป้องกันคุ้มครองผู้ตามเสด็จหรือข้าราชบริพาร ๖. ป้องกันคุ้มครองพราหมณ์และคฤหบดี ๗. ป้องกันคุ้มครองราษฎรพื้นเมืองทั่วทุกถิ่น ๘. ป้องกันคุ้มครองบรรพชิตผู้ทรงสืล ๙. ป้องกันคุ้มครองลัตว์สงวน ๑อ. ป้องกันแกั!ขมืให้มืการกระทำความผิตซั่วร้ายเกิตขึ้นแก่บ้านเมือง ๑๑. ปีนทรัพย์เฉลี่ยให้แก่ผู้!ร้ทรัพย์ ๑๒. หมั่นเข้าไปปรึกษาเหล่าผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ที่มา : จักกวัตติสูตร ที.ปา. ๑๑/๔๔ &ดนหิ ตวํ ดาด ธมุมํเยว นิสสาย ธมฺมํ สฤกโรนุโด ธมมํ คเกโรนุโด ธมมํ มาเนนุโด ธมมํ ^เชนุโด ธมมํ อปจายมาโน ธมมทุธโซ ธมมเกอุ ธมมาธิปเดยุโย,ธนุมิกํ รคุขาวรณอุดตึ สํวิทหสธุ[ อนุโดชนสฺมึ... www.kalyanamitra.org
๓๘๐ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงศ์ เต (สมณพุราหฺมเณ) กาเลน กาลํ อุปสงุกมิดฺวา ปริ1]จเฉยุยาสิ ปริปณเหยุยาสิ กึ ภนฺเฅ กุสลํ ... ฯ แปล : (พระเจ้าจักรพรรดิทัฬหเนมิตรัสว่า) 'ลูกรัก ถ้าเซ่นนั้น พ่อจงอาส์'ยธรรมเท่านั้น สักการะ เคารพ นับถือ บูชา นอบน้อมธรรม มีธรรมเป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอด คือมีธรรมเป็นใหญ่ จงจัดการรักษา ป้องกันและคุ้มครองอันเป็นธรรมในคนภายใน ในหมู่พล ในพวกกษัตริย์ ใน ผู้ดิดตาม ในพวกพราหมณ์และคฤหบดี ในชาวนิคมและซาวชนบททั้งหลาย ในเหล่าสมณพราหมณ์ ตลอดจนในเหล่ามฤคและปักษี ดูก่อนพ่อ การ กระทำที่ไม่เป็นธรรมอย่าให้แพร่ไปในแว่นแคว้นของพ่อเลย อนึ่ง พวกคน ที่ไม่มีทรัพย์ซี่งจะพึงมีในแว่นแคว้นของพ่อ พ่อพึงสนับสนุนในเรื่องทรัพย์ พวกเขา อนึ่ง สมณพราหมณ์เหล่าใดในแว่นแคว้นของพ่อ เป็นผู้เว้นขาด จากความมัวเมาและความประมาท มั่นคงอยู่ในชันดีและโสรัจจะ แกฝน ตนตามลำพัง สงบตนตามลำพัง ทำ ตนให้ดับกิเลสตามลำพัง พ่อพึงเข้า ไปหาสมณพราหมณ์เหล่านั้นตามกาลอันควรแล้วไต่ถามสอบถามว่า 'ท่าน ขอรับ กุศลเป็นอย่างไร อกุศลเป็นอย่างไร กรรมมีโทษเป็นอย่างไร กรรมไม่มีโทษเป็นอย่างไร กรรมอะไรควรประพฤดี กรรมอะไรไม่ควรประพฤติ กรรมอะไรที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ไม่มีประโยชน์ มีแต่ทุกข์ไปนานเท่านาน หรือว่ากรรมอะไรที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่จะมีประโยชน์ทั้งมีสุข' พ่อได้พึงคำ ของสมณพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว สิงใดเป็นอกุศล พึงละเว้นสิงนั้นเสีย สิงใดเป็นกุศล พึงยึดถือสิงนั้นไว้ประพฤดี ดูก่อนพ่อ นี้แลคือจักรวรรดิวัตร อันประเสริฐนั้น ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๒ ๓๘๑ จักกวัตติวัตตกถา ว่าด้วยจักรวรรดิวัตร ๑๒ (นัยอรรถกถา) ๑. สงเคราะห์ซนภายในและกองทหาร ๒. สงเคราะห์กษัตริย์เมืองขึ้นทั้งหลาย ๓. สงเคราะห์เหล่าผู้ตามเสด็จ ๔. คุ้มครองพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ๕. คุ้มครองชาวราษฎรพื้นเมืองทั้งหลาย ๖. คุ้มครองสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ๗. คุ้มครองพวกเนื้อและนกที่สงวนไว้ ๘. ห้ามปรามมิให้มืการประพฤติผิดธรรม ๙. ทำ นุบำ รุงผู้ขัดสนไว้ทรัพย์ ๑อ. เข้าไปหาและสอบถามปัญหากะเหล่าสมณพราหมณ์ ๑๑. เว้นความกำหนัดในกามที่ผิดธรรม ๑๒. เว้นความโลภกล้าที่ไม่เลือกว่าควรหรือไฝควร ที่มา : จักกวัดติสูตร อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ที.ปา.อ.(ท/ต๕-ฅ๖/๘๔ อิธ เรดุวา วตตํ สมไฌฅพฺพํ ฯ อนุโตชนสฺมึ พลคาฒ เอคํ, ฃตติเยอุ[ ... อนุยนุเตอุ[ ... พราหมณคหปติเกอุ[ ... เนคมชานปเทอุ[ ... สมณพราหมเณอุ[ ... มิคปคุฃึอุ[ ... อธนุมการปฎิกเขโป ...ธนานุปปทานํ ... ปณหปชุฉนํ ... อธมมราคสฺส จ วิสมโลภสส จ ปหานวเสน นุวาทสวิธํ เวทิตพพํ ฯ แปล : พระเจ้าจักรพรรติครั้นดำรงอยู่ในธรรมนื้แล้วพึงประพฤติ วัตร คือ) วัตรในซนภายใน ในหมู่พล ๑ วัตรในพวกกษัตริย์ ๑ วัตรใน www.kalyanamitra.org
๓๘๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงศ์ พวกพราหมณ์และคฤหบดี ๑ วัตรในซาวนิคมชนบท ๑ วัตรโนสมณ พราหมณ์ทั้งหลาย ๑ วัตรในเหล่ามิคป้กษี ๑ วัตรคือการห้ามกันมิให้มิการ กระทำที่ผิดธรรม ๑ วัตรคือการเฉลี่ยป็นทรัพย์แก่เหล่าคนที่ไฝมิทรัพย์ ๑ วัตรคือการเข้าไปสอบถามปัญหาธรรมกะสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ๑ (รวมความดังกล่าวมานี้จัดเป็นวัตร ๑0 อย่าง แต่จัดเป็นวัตร ๑๒ สำ หรับผู้กำหนดแยกวัตรในพวกคฤหบดีเป็นอีกข้อหนึ่ง และวัตรใน เหล่าปักษีเป็นอีกข้อหนึ่ง เมี่อไม่กำหนดวัตรที่ไม่กล่าวไว้ข้างตน) ก็พึง ทราบว่าจักรวรรดิวัตรมี ๑๒ ข้อโตยเพิ่มวัตรในการละอธรรมราคะเข้ามาข้อ หนึ่ง วัตรในการละวิสมโลภะเข้ามาอีกข้อหนึ่ง ฯ สามีจิปฏิฟ้นนกถา ว่าด้วยลักษณะของผู้มีสามีจิปฏิบัติ ๑๒ ๑. ละอภิซฌาได้ ๒. ละพยาบาทได้ ๓. ละความโกรธได้ ๔. ละความผูกโกรธได้ ๕. ละความลบหลู่ได้ ๖. ละความดีเสมอท่านได้ ๗. ละความริษยาได้ ๘. ละความตระหนึ่ได้ ๙. ละความโอ้อวดได้ ๑อ. ละความเจ้าเล่ห้1ด้ ๑๑. ละความปรารถนาชั่วได้ ๑๒. ละความเห็นผิดได้ ที่มา : มหายมกวรรค จูฬอัสสปุรสูตร ม.มู.๑พ๔ต๖ กลญจ ภิคุฃท ภิชุชุ สมณสามีจิปฎิปทํ ปฎิปนฺโน โหติ ฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฃท ภิกชุโน อภิชฌาลูสุส อภิชุฌา ปหีนา โหติ, พยาปาโท ... www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑■๒ ๓๘๓ โกโธ ... ลูปนาโห ... มกโข ... ปฬาโส ... อิสสา... มจฉริย... สาเ«ยยํ ... มายา ... ปาปีกา อิจฉา ... มิจฉาทิฎฺเ ปหีนา โหติ, อิฌสํ โข อหํ ภิกขท สมณมลานํ สมณโทสานํ สมณกสาวานํ อาปายิกานํ จานานํ ใาคคติททนียานํ ปหานา สมณสามีจิปฎิปทํ ปฎิปนฺโนติ วทามิ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุซื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติอัน สมควรของสมณะอย่างไร ดก่อนภิกษฺทั้งหลาย ภิกษุรูปใดมีอภิซฌา (ความ เพ่งเล็งอยากได้) มาก ละอภิซฌาได้แล้ว ๑ มีจิตพยาบาท ละพยาบาท ได้แล้ว ๑ เป็นผู้มักโกรธ ละความโกรธได้แล้ว ๑ มีความผูกโกรธ ละความผูกโกรธได้แล้ว ๑ มีความลบหลู่ ละความลบหลู่ได้แล้ว ๑ มีความ ตีเสมอ ละความตีเสมอได้แล้ว ๑ มีความริษยา ละความริษยาได้แล้ว ๑ มีความตระหนี่ ละความตระหนี่1ด้แล้ว ๑ มีความโอ้อวต ละความโอ้อวต ได้แล้ว ๑ มีมายา ละมายาได้แล้ว ๑ มีความปรารถนาเลวทราม ละความ ปรารถนาเลวทรามได้แล้ว ๑ มีความเห็นผิต ละความเห็นผิตได้แล้ว ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นเรากล่าวว่าเป็นผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติอันสมควร ของสมณะ เพราะละกิเลสอันเป็นมลทินของสมณะ เป็นโทษของสมณะ เป็นความสกปรกของสมณะ เป็นเหตุให้เกิตในอบาย เป็นปัจจัยให้เสวย ทุกข้ในทุคติเหล่านี่1ด้แล้ว ฯ www.kalyanamitra.org
๓๘๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั โลคคฝืา ว่าด้วยโลก ๑๒ ๑. โลกคือสรรพส์ตว์ที่เป็นอยู่เพราะอาหาร ๒. โลกคือนามและรูป ฅ. โลกคือเวทนา ฅ ๔. โลกคืออาหาร ๔ ๕. โลกคืออุปาทานขันธ์ ๕ ๖. โลกคืออายตนะภายใน ๖ ๗. โลกคือวิญญาณฐิติ ๗ ๘. โลกคือโลกธรรม ๘ ๙. โลกคือส์ตตาวาส ๙ ๑อ. โลกคืออายตนะ ๑อ ๑๑. โลกคืออายตนะ ๑๒ ๑๒. โลกคือธาตุ ๑๘ ที่มา : ญาณกถา มหาวรรค ชุ.ปฐ.(ท๑/๒๗๕ เอโก โลโก, สพเพ สตุตา อาหารฎรฅิกา ฯ เทุว โลกา : นามญจ รูปญจ ... ติสฺโส เวทนา ... จตุตาโร อาหารา... ปณุอุปาทานกฺขนฺธา... ฉ อชุฌตุติกานิ อายตนานิ ... สตุต วิญณาณฏรติโย ... อฎจ โลกธมมา ... นว สตุตาวาสา... ทสายตนานิ...ทวาทสายํตนานิ...อฎจำรส ธาตุโย ฯ แปล : (คำว่า โลก ได้แก่ ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก โลก คือภพวิบัติ โลกคือสมภพวิบัติ โลกคือภพสมบัติ โลกคือสมภพสมบัติ) โลก ๑ คือส์'ตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร โลก ๒ คือนามและรูป www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๒ ๓๘๕ โลก ต คือ เวทนา ต โลก ๔ คืออาหาร ๔ โลก & คืออุปาทานขันธ์ ๕ โลก ๖ คืออายตนะภายใน ๖ โลก ๗ คือภูมิเรนที่ตั้งแห่งวิญญาณ ๗ โลก ๘ คือ โลกธรรม ๘ โลก ๙ คือภพเป็นที่อาสัยอยู่ของสัตว์ ๙ โลก ๑0 คืออายตนะ ๑0 โลก ๑๒ คืออายตนะ ๑๒ โลก ๑๘ คือธาตุ ๑๘ ฯ อัญญาธารณกถา ว่าด้วยลำดับการตั้งอยู่ในอรหัตตผล ๑๒ ๑. มีศรัทธา ๒. เข้าไปหาบัณฑิต ต เข้าไปนั่งใกล้ ๔. เงี่ยโสตลง ๕. ฟ้งธรรม ๖. ทรงจำธรรมไว้ ๗. พิจารณาเนื้อความแห่งธรรม ๘. ธรรมอยู่ในความพินิจ ๙. เกิดฉันทะ ๑อ. เกิดอุตสาหะ ๑๑. ไตร่ตรอง ๑๒. ตั้งความเพียร ที่มา : กีฏาคิริสูตร มหาวรรค ม.ม.๑๙๑๔ฅ กถญจ ภิกขท อบุljพฺพสิคุขา อาjljพุพกิริยา อาเพฺพปฏิปทา อญณาธารณา โหติ ฯ อิธ ภิคุขท สฑธาชาโต รุปสงกมติ ... ปทหติ ปหิตตุโฅ สมาโน กาพน เจว ปรมํ สจจํ สจฉิกโรติ ปณณาย จ าร อติวิชุฌ ปสฺสติ ฯ แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็การตั้งอยู่ในอร'หัตตผลย่อมมีได้ ด้วยการสิกษาไปโดยลำดับ ด้วยการทำไปโดยลำดับ ด้วยการปฏิบัติไปโดย ลำ ดับอย่างไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรในธรรมวินัยนื้เกิดศรัทธาแล้ว ย่อมเข้าไปหา (๑-๒) เมื่อเข้าไปหาย่อมนั่งใกล้ (ฅ) เมื่อนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสต www.kalyanamitra.org
๓๘๖ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ลง (๔) เมื่อเงี่ยโสตลงแล้วย่อมฟิงธรรม (๕) ครั้นฟ้งแล้วย่อมทรงจำธรรม ไว้ (๖) ย่อมพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้แล้ว (๗) เมื่อพิจารณา เนื้อความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมทนได้ซี่งความพินิจ (๘) เมื่อธรรมทนความ พินิจได้ ฉันทะย่อมเกิด (๙) เมื่อเกิดฉันทะแล้วย่อมอุตสาหะ (๑0) ครั้น อุตสาหะแล้วย่อมไตร่ตรอง(๑๑) ครั้นไตร่ตรองแล้วย่อมตั้งความเพียร(๑๒) ภิกษุผู้มีจิตมุ่งพระนิพพานแล้วย่อมทำให้แจ้งซัดซึ่งบรมส์'จจะได้ด้วยกาย และย่อมเห็นแจ้งแทงตลอดบรมส์'จจะนั้นได้ด้วยปัญญา ฯ ปฏิจจส}Jปปปาทกลา ว่าด้วยปฏิจจสมุปบาท ๑๒ ๑. อวิชชา ความไม่รูในอริยส์จ ๒. สังฃไร สภาพที่ปรุงแต่ง ความรู้แจ้งอารมณ์ ฅ. วิญญาณ นามและรูป หรือขันธ์ ๕ ๔. นามรูป อายตนะ ๖ ๕. สฬายตนะ ความที่จิตกระทบอารมณ์ ๖. ผัสสะ ความที่จิตรู้สิกอารมณ์ ๗. เวทนา ความทะยานอยาก ๘. ตัณหา ความยึดมั่น ๙. อุปาทาน ภาวะรวิต ๑อ. ภพ ความเกิด ความแก่และความตายเปันด้น ๑๑. ชาติ ๑๒. ชรามรณะ www.kalyanamitra.org
นละคผะ] หมวด ๑๒ ๓๘๗ ที่มา : อทรานมูลป้ญหา มิลินทปีญหกัณฑ์ มิลินทปีญหา มิลิ'Hท.๕ฅ อดีตสส จ มหาราช อทธานสุส อนาคตสส จ อทุธานสุส ปจฺชุปนฺนสส จ อฑธานสส อวิชชา ยูลํ, อวิชุชาปชุจยา สงุฃารา ... ชรามรลร โสกปริเทวใ}กฃโทมนชุธุ[ปายาสา สมภวนุติ ฯ แปล : พระนาคเสนทูลว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร อวิชชา เป็นมูลรากของอดีตกาล อนาคตกาล และป้จจุบันกาล เพราะอวิชชา เป็นปัจจัยจึงมีบังขาร เพราะบังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ เพราะ วิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีนามรูป เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงมีสฟิายตนะ เพราะสฟิายตนะเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงมีตัณหา เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงมีอุปาทาน เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัยจึงมีชาติ เพราะ ชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา มรณะ ใสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส และ อุปายาส ฯ นอปจิติการกลา ว่าด้วย^ม่ทำความยำเกรง ๑๒ ๑. คนเจ้าราคะ ๒. คนเจ้าโทสะ ฅ. คนเจ้าโมหะ ๔. คนสูงตักดิ้ ๕. คนไร้คุณความดี ๖. คนดื้อจัด ๗. คนเลวทราม ๘. คนทำตามคำบัง ๙. คนชั่ว ๑อ. คนก่อทุกข์ให้ ๑๑. คนละโมบ ๑๒. คนจดจ่อการงาน www.kalyanamitra.org
๓๘๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ที่มา : ปาทสกสิกาหดปัญหา เมณฑกปัญหกัณฟ้ มิสินทปัญหา มสิบุท. ©๙๒-๑๙ฅ ทุวาทสิเม มหาราช อปจิตึ น กโรนติ ... รตโต ราควเสน อปจิตี น กโรติ, ชุฎุโฮ ... ทุฬฺโห ... อุนนโต ... นิคธุโณ ... อติถทุโธ ... หีโน ... วจนกโร ... ปำ โป ... ทุกฃาปีโต ... ลูทุโธ ... อายูหิโต อตถสาธนตาย อปฉิตี น กโรติ ฯ แปล : (พระเจ้ามิสินท์ตรัสว่า ข้าแต่ท่านพระนาคเสน ก้อนหิน ถูกแท่งสืลาทั้งสองรองรับไวได้ ก็เป็นอ้นหมดประเด็นไป แต่กระนั้น แม้สะเก็ดหินก็ด้องทำความยำเกรงพระผู้มีพระภาคเจ้าเหมือนมหาปฐพีบ้าง พระนาคเสนทูลว่า) ขอถวายพระพรมหาบพีดร บุคคล ๑๒ ประ๓ทนี้ย่อม ไม่ทำความยำเกรง บุคคล ๑๒ ประเภทคือใครบ้าง คือ คนที่กำหนัดจะไม่ ทำ ความยำเกรงเพราะอำนาจราคะ ๑ คนที่ถูกทำไห!กรธจะไม่ทำความ ยำ เกรงเพราะอำนาจโทสะ ๑ คนที่ลุ่มหลงจะไม่ทำความยำเกรงเพราะ อำ นาจโมหะ ๑ คนที่สูงสักดิ้จะไม่ทำความยำเกรงเพราะอำนาจมานะ ๑ คนที่ปราศจากคุณความด็จะไม่ทำความยำเกรงเพราะไม่มืความพิเศษ ๑ คนดื้อจัดจะไม่ทำความยำเกรงเพราะไม่มืความยับยั้งใจ ๑ คนเลวทรามจะ ไม่ทำความยำเกรงเพราะมืสภาวะที่เลวทราม ๑ คนที่กระทำดามคำ(ของ ผู้อื่น) จะไม่ทำความยำเกรงเพราะไม่มือสระ ๑ คนชั่วจะไม่ทำความ ยำ เกรงเพราะความดระหนี่ ๑ คนก่อทุกข้ให้ผู้อื่นจะไม่ทำความยำเกรง เพราะความที่จะด้องก่อทุกข์ให้อีก ๑ คนละโมบจะไม่ทำความยำเกรง เพราะถูกความโลภครอบงำ ๑ คนขวนขวายทำแต่งานจะไม่ทำความ ยำ เกรงเพราะมุ่งแต่จะให้สำเร็จประโยชน์ ๑ ... ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๒ ๓๘๙ พรหมจริยัตถกถา ว่าด้วยคุณธรรมที่อยู่ในขอบข่ายของคำว่าพรหมจรรย์ ๑๒ ๑. ทาน การให้ปัจจัย ๔ การขวนขวายช่วยเหลือกิจที่ชอบ ๒. เวยยาวัจจะ การรักษาสิกขาบท ๕ (สืล ๕) ฅ. สิกขาบท การเจริญพรหมวิหารธรรม ๔ ๔. พรหมวิหาร การแสดงสิ'ทธรรม ต ๕. ธรรมเทศนา การงดเว้นเมถุนธรรม ๖. เมธุนวิริติ ความยินดีเฉพาะคู่ครองของตน ๗. สทารสันโดษ การรักษาดีลอุโบสถ ๘. ชุโบสถ การเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ ๙. อริยมรรค ศาสนธรรมทั้งหมด คือไตรสิกขา ๑อ. สกลสาสน์ อัธยาสัยที่ประพฤติกุศลธรรมเป็นอาจิณ ๑๑. อัชผาสยะ ความเพียรชอบที่ประกอบด้วยองค์ ๔ ๑๒. วิริยะ ทมา : ทุกกรการิกาทิสุทธิวัณณนา สืหนาทวรรค อรรถกถาปปัญจสูทนี ม.ยู.อ. ๑/๑๕๕ ตตถ พรหมจริยนฺติ ทานํ!! ทยฺยไวจจํปี สิกขาปฑํปี พรหมวิหาราปี ธมุมเทสนาปี เมดูนวิรติปี สทารสนใตโสปี ชุโปสโถปี อริยมคโคปี สกลสาสฬํปี อชผาสโยปี วิริยํปี ๅจจติ ฯ แปล : ในความฃ้อนั้น ทาน ๑ เวยยาวัจจะ ๑ สิกขาบท ๑ พรหมวิหาร ๑ ธรรมเทศนา ๑ เมถุนวิรัติ ๑ สทารสินโดษ ๑ อุโบสถ ๑ อริยมรรค ๑ สกลสาสน์ ๑ อัซฌาสยะ ๑ วิริยะ ๑ ท่านเรียกว่า พรหมจรรย์ ฯ www.kalyanamitra.org
๓๙๐ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ชาตคสโมธานกลา ว่าแวยประมวลบุคคลในเวสส์'นดรชาดก «๒ ๑. ซูซกเป็นพระเทวทัต ๒. นางอมิตตตาปนาเป็นนางจิญจมาณวิกา ต. นายพรานเจตบุตรเป็นฉันนะอำมาตย์ ๔. อัจจุตดาบสเป็นพระสารีบุตร ๕. ท้าวส์'กกะเป็นพระอนุรุทธะ ๖. พระเจ้าสญชัยเป็นพระเจ้าสุทโธทนะ ๗. พระนางผุสดีเทวีเป็นพระนางสิริมหามายา ๘. พระนางมัทรีเทวีเป็นพระมารดาของพระราหุล ๙. พระชาลีกุมารเป็นพระราหุล ๑อ. พระนางกัณหาซินาเป็นพระอุบลวัณณาเถรี ๑๑. บริวารซนนอกนี้เป็นพุทธบริษัท ๑๒. พระมหาเวสสันดรราซาเป็นพระส์มมาส์มพุทธเจ้า ที่มา : มหานิปาตวัณณนา อรรถกถาชาดก ชุ.ซา.อ. «o/Ga>o สตุลา อมํ คาลาสหสุสปฏิมลเฑิดํ มหาเวสุสนดรธมมเทสนํ อาหริตุวา ... ชาตกํ สโมธาฌสิ ฯ ฅทา 'ฐชโก เทวทตุโต อโหสิ, อมิตุฅฅาปนา จิณจมาณวิกา, เจตใJตุโฅ ฉนุโน, อจจตตาปโส สาริตุโต, สกโก อนุเๆโธ, สญชยนรินุโท อ[ุ ทุโธทนมหาราชา, ผุสุสตี เทวื สิริมหามายา, มทุทีเทวี ราหุสมาตา, ชาลิคูมาโร ราหุโล, กลเหาชินา อุปปลวลเณา, เสสปริสา พุทุธปริสา, มหาเวสสนุตโร ราชา ปน อหเมว สมมาสนุพุทุโธ อโหสึ ฯ www.kalyanamitra.org
นละคณะ] หมวด ๑๒ ๓๙๑ แปล : พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนาเรื่องมหาเวลส์โนดร ชาดกที่ประกอบด้วยหนึ่งพันคาถามาดรัสแล้วทรงประมวลชาดกไว้ดังนี้ว่า \"ชูชกในกาลนั้น (กลับชาติมาเกิด) เป็นเทวทัต (โนกาลนี้) อมิตตตาปนา เป็นจิญจมาณวิกา พรานเจตบุตรเป็นฉันนะอำมาตย์ อัจจุตฤๅษีเป็น สารีบุตร ท้าวลักกะเป็นอนุรุทธะ พระเจ้าสญซัยเป็นพระเจ้าสุทโธทน มหาราช พระนางผุสดีเทวีเป็นพระนางสิรีมหามายา มัทรีเป็นมารดา ของราหุล ชาลีกุมารเป็นราหุล กัณหารนาเป็นอุบลวัณณา บริวารชน นอกจากนี้เป็นพุทธบริษัท ส่วนมหาเวสลันดรราชาคือเราผ้เป็นลัมมา ฃ่ ลัมพุทธะนั้นเอง\" ฯ วากจืรานิสังสกถา ว่าด้วยคุณสมบ้ตของผ้าเปลือกไม้ (ผ้าป่าน) ๑๒ ๑. มีราคาน้อย ดี เหมาะแก่การใช้สอย ๒. สามารถทำเป็นจีวรได้ด้วยมีอดัวเอง ฅ. เก่าช้า ไม่เลียเวลาซักมาก ๔. ใช้ขาดแล้วไม่ด้องเย็บ ๕. จะเที่ยวหาใช้อีกก็ง่าย ๖. สมควรแก่เพศบรรพชิต ๗. ไม่เป็นที่ด้องการของดัตรู ๘. ไม่อยู่ในฐานะเป็นเครื่องประดับ ๙. นุ่งห่มสะดวก ๑อ. ทำ ใท้มักน้อยในจีวรปัจจัย ๑๑. ได้มาอย่างชอบธรรมและปราศจากโทษ ๑๒. ถึงหายไปก็ไม่เลียดาย www.kalyanamitra.org
๓๙๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั ที่มา : นิทานกถา อรรถกถาอัฎฐสาลินิ อภิ.สง..อ. ๙๑ วากจีรสฺมึ หิ ทุวาทส อานิสํสา: อปฺปคุฟ้ อ[ุ นทรี กปป้ยํ ... สหตถา กาดู๊ สกกา ... ปปณฺโจ นตถิ ... สิพพิตพพาภาโว ... กรณภาโว ... สารูปุปภาโว ... นิปุปริโภคภาโว ... วิฎสนฎฺ«านาภาโว ... สลุอทุกภาโว ... อปป็ชุฉภาโว ... ธมมิกานวชุชภาโว ... วากจีเร นเแฮปี อนเปคุฃภาโว ทุวาทสโม ฯ แปล : ผ้าเปลือกไม้มีอานิสงส์ ๑๒ ประการ คือ มีราคาน้อย เป็นของดี เหมาะแก่การใช้สอย นี้เป็นอานิสงส์ฃ้อที่ ๑ อันภิกษุสามารถ ทำ เป็นจีวรไดีด้วยมีอของตน นี้เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๒ เก่าช้า แม้เมื่อถูกซัก ก็ไฝซักช้า นี้เป็นอานิสงส์ช้อที่ ฅ แม้เมื่อเก่าไปเพราะการใช้สอย ก็ไฝมี การที่จะด้องเย็บ นี้เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๔ เมื่อแสวงหาอีกก็ทำได้ง่าย นี้เป็น อานิสงส์ช้อที่ ๕ ความเป็นส์งที่สมควรแก่เพศบรรพชิต นี้เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๖ ความเป็นส์งที่ไฝเหมาะแก่การใช้สอยของพวกช้าคืกสัตรูนี้เป็นอานิสงส์ช้อที่๗ ความไฝใช่เป็นลืงที่อยู่ในฐานะเป็นเครื่องประดับของภิกษุผู้ใช้สอยนี้เป็น อานิสงส์ช้อที่ ๘ ความเป็นสิงที่สะดวกในการนุ่งห่ม เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๙ ความเป็นสิงทำให้มีความปรารถนาน้อยในจีวรปัจจี'ย นี้เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๑0 ความเภิตขึ้นแห่งผ้าเปลือกไม้เป็นสิงที่มาได้โดยชอบธรรมและไฝมีโทษ เป็นอานิสงส์ช้อที่ ๑๑ แม้เมื่อผ้าเปลือกไม้หายไปก็ไฝมีความเสิยดาย นี้เป็น อานิสงส์ช้อที่ ๑๒ ฯ www.kalyanamitra.org
นล:คทเะ] ทมๆด ๑)!! รทร๓ อกุสลจิตตกฝืา ว่าด้วยอกุศลจิต ๑๒ โลภมูลจิต ๘ ๑. จิตโลภที่รู้สีกยินดี มีความเห็นผิด ไม่ถูกกระตุ้น ๒. จิตโลภที่รู้สิกยินดี มีความเห็นผิด ถูกกระตุ้น ฅ. จิตโลภที่รู้สิกยินดี ไม่มีความเห็นผิด ไม่ถูกกระตุ้น ๔. จิตโลภที่รู้สีกยินดี ไม่มีความเห็นผิด ถูกกระตุ้น ๕. จิตโลภที่รู้สิกเฉย มีความเห็นผิด ไม่ถูกกระตุ้น ๖. จิตโลภที่รู้สิกเฉย มีความเห็นผิด ถูกกระตุ้น ๗. จิตโลภที่รู้สิกเฉย ไม่มีความเห็นผิด ไม่ถูกกระตุ้น ๘. จิตโลภที่รู้สิกเฉย ไม่มีความเห็นผิด ถูกกระตุ้น ไทสมูลจิต ๒ ๙. จิตโกรธที่รู้สีกยินร้าย มีความขุ่นเคือง ไม่ถูกกระตุ้น ๑0. จิตโกรธที่ร้สีกยินร้าย มีความขุ่นเคือง ถูกกระตุ้น โมหมูลจิต ๒ ๑๑. จิตหลงที่ร้สีกเฉย มีความลังเลสงส์'ย ๑๒. จิตหลงที่ร้สิกเฉย มีความฟ้งซ่าน ที่มา : ปฐมปริจเฉท อภิธมมตฺถสงฺคห. ๔-๗/๑-๒ โสมนสสสหคตํ ทิฏุเคตสมุปคูตตํ อสงขาริกฌกํ, สสงขาริกเมกํ, โสมนสุสสหคตํ ทิฎจิคตวิปปยูตุตํ อสงุขาริกเมกํ, สสงขาริกเมกํ, ลูเปกขา สหคตํ ฑิฎเคตสมํปคูตฺตํ อสงุขาริกเมกํ, สสงขาริกเมกํ, อุเปกขาสหคตํ www.kalyanamitra.org
๓๙๔ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงศ์ ทิฏฮิคดวิ!!ปคูตตํ อสงขาริกฌกํ, สสงขาริกเมกนติ อิมานิ อฏฺ«ll โลภ- สหํคตจิฅตานิ นาม ฯ โทมนสสสหคฅํ ปฎิฆสมปยูตฺตํ อสงขาริกเมกิ, สสงขาริกเมกนุติ อิมานิ เทวปี ปฎิฆจิตตานิ นาม ฯ คูเปฤขาสหคตํ วิจิกิจฉาสมปคูดุตเมกิ คูเปฤขาสหคดํ คูทุธจฺจสมุปคูตดเมกนฺติ อิมานิ เทุวปี โมยูหจิตฺตานิ นาม ... ฯ แปล : จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ประกอบด้วย มิจฉาทิฐิ ไม่มิการซักนำ (เป็นอส์งขาริก)๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสส- เวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ มิการซักนำ (เป็นสส์งขาริก) ๑ จิตโลภที่ เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ ไม่มิการซักนำ ๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ มิการ ซักนำ ๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ ไม่มิการซักนำ ๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ มิการซักนำ ๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนาไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิ ไม่มิการซักนำ ๑ จิตโลภที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วย มิจฉาทิฐิ มิการซักนำ ๑ รวมความดังกล่าวมานี้ ซื่อว่าจิตที่สหรคตด้วย ความโลภ (โลภมูลจิต) ๘ ดวง จิตโกรธที่เกิดพร้อมด้วยโทมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปฏิฆะ ไม่มิ การซักนำ ๑ จิตโกรธที่เกิดพร้อมด้วยโทมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปฏิฆะ มิการซักนำ ๑ รวมความดังกล่าวมานี้ซื่อว่าจิตที่ประกอบด้วยปฏิฆะ (โทส มูลจิต) ๒ ดวง จิตหลงที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยวิจิกิจฉา ๑ จิต หลงที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยอุทธัจจะ รวมความดัง กล่าวมานี้ซื่อว่าจิตที่มิความลุ่มหลง (โมหมูลจิต) ๒ ดวง รวมความดังกล่าวมานี้เป็นอันจบอกคลจิต ๑๒ ดวงโดยครบถ้วน ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด ๑๒ ๓๙๕ กัมมคลา ว่าด้วยกรรม ๑๒ ให้ผลตามกิจ ๑. ชนกกรรม กรรมแต่งให้๓ด ๒. รุป็ฅถัมภกกรรม กรรมสนับสนุน ฅ. คูใ!!เฬกกรรม กรรมบีบคั้น ๔. คูปฆาฅกกรรม กรรมเข้าตัดรอน ให้ผลคามลำดับความแรง ๙. ครุ[กกรรม กรรมที่หนัก ๖. อาจิณณกรรม กรรมที่ทำจนชิน (พหุลกรรม) ๗. อาสันนกรรม กรรมจวนเจียน ๘. กดัฅตากรรม กรรมสักว่าทำ ให้ผลตามคราว ๙. ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม กรรมให้ผลในปัจจุบันคือภพนี้ ๑อ. คูปฟ้ชชเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพหน้า ๑๑. อปราปรเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพต่อจุ ไป ๑๒. อโหสิกรรม กรรมเลิกให้ผล ที่มา : ปัฌจมปริจIฉท อภิธมฺมดลส'?คห. ๕0-๕พฅ๑ ชนลํ คูปตุลมภกํ คูป!เฬกํ คูปฆาตกญเจติ กิจจวเสน ฯ ทๅท อาสนฺนํ อาจิฉเณํ กฅดฺตากมฺมญเจติ ปากทานปริยาเยน ฯ ทิฎจธมมเวทนียํ www.kalyanamitra.org
๓๙๖ คลังธรรม ธุปปชุชททนียํ อปราปรเวทนียํ อโหสิกมฺมญเจติ ปากกาลวเสน จตุตาริ กมมานิ ฯ แปล : กรรมว่าโดยอำนาจให้ผลตามกิจมี ๔ คือ ซนกกรรม ๑ อุปัตถัมภกกรรม ๑ อุปปีฬกกรรม ๑ อุปฆาตกกรรม ๑ ว่าโดยความยักย้าย แห่งการให้ผลมี ๔ คือ ครุกกรรม ๑ อาสันนกรรม ๑ อาจิณณกรรม ๑ กตัตตากรรม ๑ ว่าโดยอำนาจแห่งระยะกาลให้ผลมี ๔ คือ ทิฎฐธัมมเวทนีย กรรม ๑ อุปปัซซเวทนียกรรม ๑ อปราปรเวทนียกรรม ๑ อโหสิกรรม ๑ ฯ จบ หมวด ๑๒ www.kalyanamitra.org
หมวด ๑©) ภิกขุนีเอตทัคคกลา ว่าด้วยตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายภิกษุณี ๑ต ๑. พระนางมหาปซาบสืโคตมีเถ1 เสิศในทาง?ราตรีนาน ๒. พระเขมาเถรี เลิศในทางมีปัญญามาก ต. พระอุบลว'ณณาเถรี เลิศในทางมีฤทธิ้ ๔. พระปฏาจาราเถรี เลิศในทางทรงวินัย ๕. พระธัมมทินนาเถรี เลิศในทางธรรมกถึก ๖. พระนันทาเถรี เลิศในทางยินดีในฌาน ๗. พระโสณาเถรี เลิศในทางปรารภความเพียร ๘. พระสกุลาเถรี เลิศในทางมีทิพยจักษุ ๙. พระภัททากุณฑลเกสิเถรี เลิศในทางตรัสรู!ด้เร็วพลัน ๑0. พระภัททากปีลานีเถรี เลิศในทางระลึกชาติก่อนได้ ๑๑. พระภัททากัจจานาเถรี เลิศในทางได้บรรลุอภิญญาใหcy ๑๒. พระกีสาโคตมีเถรี เลิศในทางทรงจีวรเศร้าหมอง ๑๓. พระสิคาลมาตาเถรี เลิศในทางพ้นจากกิเลสได้ด้วยศรัทธา ที่มา เอตท้คควรรค อง..เอกก. ๒อ/๒ต๕-๒๔๗ เอดทคคํ ภิกขเว มม สาวิคานํ ภิฤชุนืนํ รดดญญฬํ ยทิทํ มหไ- ปชาปตี โคฅมี ฯ มหาปณณานํ ยทิทํ เขมา ... สูขจีวรธราฟ้ ยฑิทํ กิสาโคฅมี ฯ สทธาธิษุตุฅานํ ยฑิทํ สิคาลมาตา ฯ www.kalyanamitra.org
๓๙๘ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั แปล : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระมหาปซาบดีโคตมีภิกษุณีเลิศ กว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้รู้ราตรีนาน ๑ พระเขมาภิกษุณีเลิศกว่า บรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้มีป้ญญามาก ๑ พระอุบลวัณณาภิกษุณีเลิศ กว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้มีฤทธี้ ๑ พระปฏาจาราภิกษุณีเลิศกว่า บรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ทรงวินัย ๑ พระธัมมทินนาภิกษุณีเลิศกว่า บรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้เป็นธรรมกถึก ๑ พระนันทาภิกษุณีเลิศกว่า บรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ยินดีในฌาน ๑ พระโสณาภิกษุณีเลิศกว่า บรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ปรารภความเพียร ๑ พระสกุลาภิกษุณีเลิศ กว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้มีทิพยจักษุ ๑ พระภัททากุณฑลเกสี ภิกษุณีเลิศกว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ตรัสรู1ด้เร็วพลัน ๑ พระภัททา กอลานีภิกษุณีเลิศกว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ระลึกซาติก่อนได้ ๑ พระภัททากัจจานาภิกษุณีเลิศกว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเราผู้ได้บรรลุ อภิญญาใหญ่ ๑ พระถึสาโคตมีภิกษุณีเลิศกว่าบรรดาภิกษุณีสาวิกาของเรา ผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง ๑ พระลิงคาลมาตาภิกษุณีเลิศกว่าบรรดาภิกษุณี สาวิกาของเราผู้พ้นจากกิเลสได้ด้วยศรัทธา ๑ ฯ www.kalyanamitra.org
และคณะ] ทมวด ๑๓ 0)๙๙ ธุตังคกถา ว่าด้วยธดงค์ ๑ฅ ๑. ป็งธุ[คูลิกังคะ ถือผ้าบงสุกุลเป็นกิจวัตร ๒. เตจีวริกังคะ ถือเพียงไตรจีวรเป็นกิจวัตร ฅ. โเณฑปาติกังคะ ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นกิจวัตร ๔. สปทานจาริกังคะ ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามลาดบเป็นกิจวัตร ๕. เอกาสนิกังคะ ถือนั่งฉัน ณ อาสนะเดียวเป็นกิจวัตร ๖. ฟ้ตตปีฌฑิกังคะ ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นกิจวัตร ถือห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นกิจวัตร ๗. ขคูปจฉากัตติกังคะ ๘. อารัญญิกังคะ ถืออยู่ป่าเป็นกิจวัตร ๙. ธุกขยูรกังคะ ถืออยู่โคนต้นไม้เป็นกิจวัตร ๑อ.อัพโกกาสิกังคะ ถืออยู่ที่แจ้งเป็นกิจวัตร ๑๑.ใสสานิกังคะ ๑๒.ยถาสันลติกังคะ ถืออยู่ป่าช้าเป็นกิจวัตร ๑๓.เนสัชชิกังคะ ถืออยู่เสนาสนะตามที่เขาจัดให้เป็นกิจวัตร ถือการนั่งเป็นกิจวัตร ที่มา ธุดงคปัญหา อนุมานปัญหกัณฑ์ มิลินทปัญหา มิลิ ท. ฅ๖๕ เตรสิมานิ มหาราช ธุฅงฺคานิ ... ป็ลุ[คูเกงฺคํ เตจีวริกงฺคํ ปีณฺฑ- ปาติกงฺคํ สปทานจาริกงุคํ เอกาสนิกงคํ ปตุตชณุฑิกงุคํ ฃลูปจฉา กตุติกงฺคํ อารญณิกงุคํ ยูรกงคํ อพุโกกาสิกงคํ ใสสานิกงฺคํ ยลาสนุลติกงุคํ เนสชชิกงคํ ฯ แปล : (พระนาคเสนทูลว่า) ขอถวายพระพรมหาบพิตร ธุดงค์ ๑๓ เหล่านี้ (เป็นเหตุให้ภิกษุผู้ทำความบริสุทธิ้แก่ตนพบมหาสมุทรคือพระ www.kalyanamitra.org
๔๐๐ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงสั นิพพานแล้วเล่นธรรมกีฬาจำนวนมากสามารถเข้าสมาบัติ ๘ คือ รูปฌาน และอรูปฌาน ย่อมบรรลุการแสดงฤทธี้ต่างๆได้ การมีหูทิพย์ การกำหนด รู้จิตของผู้อี่น การระลึกชาติในกาลก่อน การมีตาทิพย์ และความสินอาสวะ ทั้งปวง ธุดงค์ ๑๓ คืออะไรบ้าง) คือ องค์แห่งผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือเพียงไตรจีวรเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็น กิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่ง ผู้ถือนั่งฉัน ณ อาสนะเดียวเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือนั่งฉันเฉพาะในบาตร เป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถืออยู่ปาเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถืออยู่โคนด้นไม้เป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถืออยู่ที่แจ้งเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถืออยู่ปาข้าเป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถืออยู่เสนาสนะตามที่เขาจัดให้เป็นกิจวัตร ๑ องค์แห่งผู้ถือการ นั่งเป็นกิจวัตร ๑ ฯ ภควาสัฑฑัตถกถา ว่าด้วยความหมายของพุทธคุณบทว่า ภควา ๑๓ ๑. ผู้ทรงมีบุญสิริ ๒. ผู้ทรงจำแนกธรรมรัตนะ ๓. ผู้ทรงมีส่วนแห่งบิจจัย ๔. ผู้ทรงเปีตเผยธรรมรัตนะ ๕. ผู้ทรงหักกำกิเลสได้แล้ว ๖. ผู้ทรงเป็นพระบรมครู ๗. ผ้ทรงอบรมพระองค์ดีแล้ว ๘. ผ้ทรงลุถึงที่สตแห่งภพแล้ว ๙. ผู้ทรงมีโชค ๑๐. ผู้ทรงละสรรพกิเลสมารได้แล้ว ๑๑. ผู้ทรงประกอบด้วยภคธรรม ๑๒. ผู้ทรงเสพอริยธรรม ๑๓. ผู้ทรงคายดัณทาในภพไปได้ www.kalyanamitra.org
และคณะ] หมวด๑(ท ๔๐๑ ที่มา : อรรถกถาสมันตปาสาทิกา วิ.อ. ๑/๑๑๕-๑๑๗ ภสี ภชึ ภาคี วิภตฺตวา รติ อกาสิ ภคุคนุติ ครูติ ภาคยวา พ'ผูหิ ณาเยหิ ธ[ุ ภาวิตตตโน ภวนุตโค ใส ภควาติ รูชุจติ ฯ ภาคุยวา ภคุวา ยุตโต ภคุเคหิ จ วิภคุตวา ภคุตวา วนุตคมโน ภเวธุ[ ภควา ตโต ฯ แปล : เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้มีบุญสิริ ๑ ทรงจำแนกรรรม ๑ ทรงมีส่วนแ'ค่งป้จจัย ๑ ทรงเป็ด เผยธรรม ๑ ทรงทาการหักกำกิเลสแล้ว ๑ ทรงเป็นครู ๑ ทรงมีพระองค์ที่อบรมดีแล้วด้วยญายธรรมจำนวนมาก ๑ ทรงเป็นผู้ลุถึงที่สุดแ'ค่งภพ ๑ ฉะใณั้ บัณ'ทิต'ทั้งหลาย จึงเฉลิมพระนามพระองค์ว่า ภควา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้ทรงมีโชค(ที่ถึงล่งแห่ง พระบารมีธรรม) ๑ ทรงละสรรพกิเลสและสรรพมารได้ แล้ว ๑ ทรงประกอบด้วยภคธรรมทั้งหลาย ๑ ทรงเสพ อริยธรรม๑ ทรงเป็นผู้คายตัณหาในภพทั้งหลายไปได้แล้ว ฉะนั้นจึงทรงพระนามว่า ภควา ฯ www.kalyanamitra.org
๔๐๒ คลังธรรม [พระธรรมกิตติวงลั สิ่งที่ควรปฎิบ้ติภายหลังV^ทธปรินิพพาน ๑๓ ๑. ไปนมัสการพระเจดีย์สถานตามโอกาสอันควร ๒.ไปนมัสการพุทธส์งเวชนียสถาน ๔ ตามโอกาส ฅ. เคารพบูชาพระพุทธรูปทุกวันคืน ๔. เคารพต่อพุทธาวาส ๕. ไฝสวมรองเท้าในลานพระเจดีย์ ๖. ไฝกั้นร่มในลานพระเจดีย์ ๗. ไฝเจรจาพลางเดินพลางในลานพระเจดีย์ ๘. เข้าเขตวัดต้องลดไหล่ ทุบร่ม ถอดรองเท้า ๙. กระทำคารวะทุกอย่างที่เห็นเรนการสมควร ๑๐. กระทาการกราบไหว้ต้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๑๑. เปล่งวาจาระลึกถึงพระพุทธคุณเนืองนิจ ๑๒. ตามระลึกถึงพระพุทธคุณต้วยใจอันบริสุทธึ๊ ๑๓. ปฏิบัติตามพระพุทธโอวาททั้ง ๓ ที่มา : คลังปริย้ติธรรม www.kalyanamitra.org
และคผะ] หมวด ๑ต ๔๐๓ เพลงพิณพาทย์ประจำกัณฑ์มหาชาติ ๑๓ ๑. กัณฑ์ทศพร เพลงสาธุการ ๒. กัณฑ์ทิมพานต์ เพลงตวงพระธาตุ ๓. กัณฑ์ทานกัณฑ์ เพลงพระยาโศก ๔. กัณฑ์วนปเวสน์ เพลงพระยาเดิน ๕. กัณฑ์ซูซก เพลงเซ่นเหล้า ๖. กัณฑ์จุลพน เพลงคุกพาทย์ ๗. กัณฑ์มหาพน เพลงเชิดกลอง ๘. กัณฑ์กุมาร เพลงโอดเชิดฉิ่ง ๙. กัณฑ์มัทรี เพลงทะยอยโอด ๑๐. กัณฑ์สักบรรพ ๑๑. กัณฑ์มหาราช เพลงกลม ๑๒. กัณฑ์ฉกษัตริย์ ๑๓. กัณฑ์นครกัณฑ์ เพลงกราวนอก เพลงตระนอน คลังปริยตธรรม เพลงกลองโยน ที่มา จบ หมวด ๑๓ www.kalyanamitra.org
หมวด ๑๔ จิดตปริทมกลา ว่าด้วยวิธี!!เกจิต ๑๔ ๑. สิกตามลำดับกสิณ ๒. แกทวนลำดับกสิณ ฅ. ลกทั้งตามและทวนลำดับกสิณ ๔. แกตามลำดับฌาน ๕. แกทวนลำดับฌาน ๖. แกทั้งตามและทวนลำดับฌาน ๗. แกตามวิธีข้ามขั้นฌาน ๘. แกตามวิธีข้ามขั้นกสิณ ๙. แกตามวิธีข้ามขั้นทั้งฌานและกสิณ ๑อ. แกตามวิธีฟอนองค์ฌาน ๑๑. แกตามวิธีเลื่อนอารมณ์ ๑๒. แกตามวิธีเลื่อนองค์ฌานสลับกับเลื่อนอารมณ์ ๑ฅ. แกกำหนดเพียงองค์ฌาน ๑๔. แกกำหนดเพียงอารมณ์ ที่มา : อภิญญากถา รทรวิธนิทเทส ปกรถ!วิเสสวิสุทรมรรค วิสุทฺร.พต๕๕/๑-๒ อิทธิวิqพพนํ คาqคาเมน อาทิคมมิเคน โยคินา โอทาดคสิณปริยนเดq อฏฮ^ คสิเณq อแฮ อแฮ สมาปดติไย นิพฺพดเดดฺวา คสิณาา4โลมโด www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 610
Pages: