Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Published by Chalermkiat Deesom, 2020-08-19 23:59:17

Description: คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Search

Read the Text Version

2 - 38 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เสนาสนะนน้ั ยอ มเปน สถานทเ่ี หมาะแกก ารเจรญิ อานาปานสตสิ มาธนิ น้ั ดว ยประการ ฉะน้ี. เพราะเหตุน้ัน “คำน้ีแสดงการที่ภิกษุน้ัน เลือกหาเสนาสนะท่ีเหมาะแกการเจริญ อานาปานสตสิ มาธ.ิ ” อกี อยา งหนงึ่ เพราะอานาปานสตกิ มั มฏั ฐานนเ้ี ปน ยอดในประเภท แหงกรรมฐาน เปนปทัฏฐานแหงการบรรลุคุณพิเศษและเปนสุขวิหารธรรมในปจจุบันของ พระสพั พญั พู ทุ ธเจา พระปจ เจกพทุ ธเจา และพระสาวก อนั พระโยคาวจรไมล ะชายบา น ทอ่ี อื้ องึ ดว ยเสยี งสตรี บรุ ษุ ชา ง และมา เปน ตน จะเจรญิ ใหถ งึ พรอ ม ทำไมไ ดง า ยเพราะ เสียงเปนขาศึกตอฌาน. (ค) คำวา “นง่ั คขู าเขา มาโดยรอบ” การนงั่ พบั ขาทง้ั ๒ โดยรอบ (คอื นง่ั ขดั สมาธ)ิ อริ ยิ าบถนง่ั เปน อริ ยิ าบถทเ่ี หมาะสมทสี่ ดุ สำหรบั การเจรญิ ภาวนา คอื ทำใหส ามารถคดิ นกึ อะไรไดอ ยา งแนว แน โดยไมต อ งหว งวา จะเซหรอื ลม อยา งในอริ ยิ าบถยนื ; และไมก อ ใหเ กดิ อาการอยากหลบั หรอื ความหลงใหลอยา งอนื่ เหมอื นอริ ยิ าบถนอน (ง) คำวา “ตง้ั กายตรง” หมายความวา ใหน งั่ ตวั ตรง หมายความวา ตงั้ รา งกาย สว นบนใหต รง คอื ใหก ระดกู สนั หลงั ๑๘ ทอ น จรดทสี่ ดุ ตอ ทสี่ ดุ . จรงิ อยู เมอ่ื นง่ั ดว ย อาการอยา งนนั้ แลว หนงั เนอื้ และเสน เอน็ ยอ มไมห งกิ งอ. เวลานนั้ เวทนาทง้ั หลายที่ จะพึงเกิดข้ึนแกเธอในขณะๆ เพราะความหงิกงอแหงหนังเนื้อและเอ็นเหลานั้นเปนปจจัย นนั่ แล ยอ มไมเ กดิ ขนึ้ . เมอื่ เวทนาเหลา นนั้ ไมเ กดิ ขนึ้ จติ กม็ อี ารมณเ ปน อนั เดยี ว. กมั มฏั ฐาน ไมต กไป ยอ มเขา ถงึ ความเจรญิ รงุ เรอื ง. (จ) คำวา “ดำรงสตมิ นั่ ” ทเี่ รยี กวา “ปรมิ ขุ ” นน้ั หมายถงึ สตทิ ต่ี ง้ั มน่ั ในอารมณท ี่ จะกำหนด ซง่ึ ในทน่ี ไ้ี ดแ กล มหายใจโดยตรง. ทา นจำกดั ความไวว า ทำจติ ใหเ ปน เอกคั คตาตอ ลมหายใจ คอื มลี มหายใจอยา งเดยี ว ทจี่ ติ กำลงั รสู กึ อยู หรอื กำหนดอยู. คำวา สติ ในทน่ี ้ี เปน เพยี งการกำหนดลว นๆ ยงั ไมเ กยี่ วกบั ความรู หรอื การพจิ ารณาแตอ ยา งใด เพราะเปน เพยี งขนึ้ ทเ่ี พง่ิ เรมิ่ กำหนดเทา นน้ั . โดยพฤตนิ ยั กค็ อื นงั่ ตวั ตรงแลว กเ็ รม่ิ ระดมความสงั เกต หรอื ความรสู กึ ทงั้ หมด ตรงไปยงั ลมหายใจ ทต่ี นกำลงั หายใจอยนู นั่ เอง ผกู ระทำไมจ ำเปน ตอ งหลบั ตาเสมอไป กลา วคอื สามารถทำไดท งั้ ลมื ตา โดยทำใหต าของตนจอ งจบั อยทู ปี่ ลายจมกู ของตน จนกระทง่ั ไมเ หน็ สงิ่ อนื่ ใด. อาศยั กำลงั ใจทเ่ี ขม แขง็ แลว ยอ มจะทำไดโ ดยไมย าก.

2 - 39 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ตาลมื อยู และมองอยทู ปี่ ลายจมกู กจ็ รงิ แตจ ติ ไมไ ดม ามองดว ย คงมงุ อยทู กี่ ารจะกำหนดลมหรอื ตดิ ตามลมแตอ ยา งเดยี ว. การทำอยา งลมื ตา ยากกวา การหลบั ตา, ตอ งใชค วามพยายาม มากในเบอื้ งตน แตแ ลว กไ็ ดผ ลคมุ กนั คอื งว งยาก และมกี ำลงั จติ เขม แขง็ กวา ในตอนหลงั ; หรอื กลา วอกี อยา งหนงึ่ กค็ อื เปน ผทู ส่ี ามารถดำรงสตไิ ดม น่ั คงกวา นน่ั เอง. พวกทต่ี ง้ั ใจจะทำอยา ง เขม แขง็ ถงึ ขนาดเปน โยคที สี่ มบรู ณแ บบ ยอ มไดร บั การแนะนำใหเ รมิ่ ฝก อยา งลมื ตาทง้ั นน้ั . (ฉ) คำวา “ภกิ ษนุ นั้ เปน ผมู สี ตอิ ยนู นั่ เทยี ว” มสี ง่ิ ทตี่ อ งวนิ จิ ฉยั ตรงคำวา “มสี ต”ิ ถา ถามวา มสี ตใิ นอะไรขนึ้ มากอ น กต็ อ งตอบวา มสี ตไิ ปตงั้ แตก ารหายใจ คอื มสี ตหิ ายใจเขา มสี ติ หายใจออก. เมอื่ การหายใจเขา และออกถกู กำหนดอยเู พยี งใด ภกิ ษนุ นั้ กไ็ ดช อ่ื วา สโตการี คอื ผทู ำสติ อยเู พยี งนน้ั . ฉะนน้ั จะพดู กลบั กนั วา “มสี ตหิ ายใจ” หรอื “หายใจมสี ต”ิ กย็ อ มมคี วามหมายเทา กนั . ลมหายใจเขา เรยี กวา อาปานะ, ลมหายใจออกเรยี กวา อานะ รวม ๒ คำเขา ดว ยกนั โดยวธิ สี นธติ วั หนงั สอื หรอื สนธทิ างเสยี งกต็ ามยอ มไดเ ปน คำเดยี ววา “อานาปานะ”; แปลวา ลมหายใจเขา และออก. สตทิ กี่ ำหนดลมทง้ั เขา และออก นน้ั ชอื่ วา อานาปานสต.ิ ผกู ระทำ สตเิ ชน นช้ี อื่ วา สโตการี ในทน่ี ้ี

2 - 40 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ภาคอานาปานสติภาวนา จตกุ กะท่ี ๑ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน (ตง้ั แตก ารเรม่ิ กำหนดลม จนถงึ การบรรลฌุ าน) เมอ่ื พระผมู พี ระภาคเจา ไดต รสั ขอ ความอนั ปรารภถงึ ลกั ษณะและกริ ยิ าอาการของบคุ คล ผเู รม่ิ ทำสตดิ งั นแ้ี ลว ไดต รสั ถงึ ลำดบั หรอื ระยะแหง การกำหนดลมหายใจ และสง่ิ ทเี่ นอื่ งกบั การกำหนดลมหายใจสบื ไปวา : (๑) ภกิ ษนุ นั้ เมอ่ื หายใจเขา ยาว กร็ สู กึ ตวั ทว่ั ถงึ วา “หายใจเขา ยาว”; เมอ่ื หายใจออกยาว กร็ สู กึ ตวั ทวั่ ถงึ วา “หายใจออกยาว”, (๒) ภกิ ษนุ นั้ เมอ่ื หายใจเขา สน้ั กร็ สู กึ ตวั ทวั่ ถงึ วา “หายใจเขา สนั้ ”; เมอ่ื หายใจออกสนั้ กร็ สู กึ ตวั ทว่ั ถงึ วา “หายใจออกสนั้ ”. (๓) ภกิ ษนุ นั้ ยอ มทำในบทศกึ ษาวา “เราเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซง่ึ กายทงั้ ปวง จกั หายใจเขา ”; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา “เราเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซง่ึ กายทง้ั ปวง จกั หายใจออก”. (๔) ภกิ ษนุ นั้ ยอ มทำในบทศกึ ษาวา “เราเปน ผทู ำกายสงั ขารใหร ำงบั อยู จกั หายใจเขา ”; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา “เราเปน ผทู ำกายสงั ขารใหร ำงบั อยู จกั หายใจออก”. ทงั้ ๔ ขอ นี้ เรยี กวา จตกุ กะที่ ๑ หรอื อานาปานสตหิ มวดท่ี ๑ ซง่ึ ควรจะไดร บั คำอธบิ าย อยา งละเอยี ดทวั่ ถงึ เสยี กอ นแตท จ่ี ะไดก ลา วถงึ จตกุ กะท่ี ๒ ท่ี ๓ เปน ลำดบั ไป. แมเ พยี งแต จตกุ กะท่ี ๑ นี้ กม็ คี ำอธบิ ายและเรอ่ื งทตี่ อ งปฏบิ ตั อิ ยา งยดื ยาว และทง้ั เปน การปฏบิ ตั ทิ ส่ี มบรู ณ ขนั้ หนงึ่ อยใู นตวั เอง หรอื ผปู ฏบิ ตั อิ าจจะยกั ไปสกู ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน วปิ ส สนาโดยตรงตอ ไป โดย ไมต อ งผา นจตกุ กะที่ ๒ ที่ ๓ กเ็ ปน สง่ิ ทกี่ ระทำได; ฉะนนั้ จงึ เปน การสมควรทจี่ ะไดว นิ จิ ฉยั ในจตกุ กะที่ ๑ น้ี โดยละเอยี ดเสยี ชนั้ หนงึ่ กอ น. อานาปานสติ หมวดท่ี ๑ นี้ มชี อื่ วา “กายานปุ ส สนา” อกี ชอ่ื หนง่ึ เพราะเหตวุ า มกี าย กลา วคอื ลมหายใจเขา -ออก เปน อารมณข องการกำหนดและพจิ ารณา และจดั เปน สตปิ ฏ ฐาน ขอ แรกแหง สตปิ ฏ ฐานทงั้ ๔ อนั มอี ธบิ ายดงั ตอ ไปน้ี :

2 - 41 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ตอน ๑ อานาปานสติ ขน้ั ทหี่ นงึ่ (การกำหนดลมหายใจยาว) อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑ น้ี มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ น้ั เมอ่ื หายใจเขา ยาว กร็ สู กึ ตวั ทวั่ ถงึ วา ‘หายใจเขา ยาว’; เมอื่ หายใจออกยาว กร็ สู กึ ตวั ทว่ั ถงึ วา ‘หายใจออกยาว’”. (บาลวี า ทฆี ํ วา อสสฺ สนโฺ ต ทฆี ํ อสสฺ สามตี ิ ปชานาติ ทฆี ํ วา ปสสฺ สนโฺ ต ทฆี ํ ปสสฺ สามตี ิ ปชานาต.ิ ) อานาปานสตขิ อ นี้ กลา วถงึ การหายใจเขา -ออก ยาว เปน สว นสำคญั ฉะนนั้ สงิ่ ที่ ควรทำความเขา ใจกค็ อื คำทวี่ า หายใจยาว นนั่ เอง. เพอ่ื ใหเ ปน การเขา ใจงา ยแกผ ปู ฏบิ ตั ิ ผู ปฏบิ ตั คิ วรจะตอ งฝก หดั และสงั เกตการหายใจเขา -ออกใหย าวกวา ธรรมดาใหม ากทสี่ ดุ เทา ที่ จะทำได เพอื่ จะใหท ราบวา ยาวทสี่ ดุ นน้ั เปน อยา งไรเสยี กอ น, แลว จะไดน ำไปเปรยี บเทยี บกบั การหายใจตามปรกตธิ รรมดาวา มนั ยาวสนั้ กวา กนั อยา งไร, แลว นำไปเปรยี บเทยี บกบั การหายใจ ทส่ี น้ั กวา ธรรมดา เชน การหายใจในเวลาเหนอ่ื ย เปน ตน วา มนั ยาวสน้ั กวา กนั อยา งไรตอ ไป อกี . และในทส่ี ดุ ควรจะมกี ารทดลองหายใจอยา งสน้ั ทสี่ ดุ เทา ทจ่ี ะใหส น้ั ได ดว ยการบงั คบั ของเราเอง เพอื่ เปรยี บเทยี บกนั อกี ครงั้ หนงึ่ ในทส่ี ดุ กจ็ ะทราบไดว า คำวา หายใจยาว หรอื หายใจสนั้ นนั้ มคี วามหมายตา งกนั อยา งไร หรอื มตี วั จรงิ อยอู ยา งไร และจะเปน ผสู ามารถกำหนด ลมหายใจทย่ี าวหรอื สนั้ ไดถ กู ตรงตามทต่ี อ งการ. ขอท่ีวาใหพยายามหายใจใหยาวท่ีสุดเทาที่จะหายใจไดนั้น มีขอท่ีตองควรกำหนดคือ จะกนิ เวลานานประมาณ ๓๐-๔๐ วนิ าที ในระยะหนง่ึ ๆ เทา ทเี่ ราจะผอ นใหย าวได ทงั้ เขา และ ออก : และใหส งั เกตวา จะตอ งนง่ั ตวั ตรงจรงิ ๆ จงึ จะหายใจไดย าวถงึ ทส่ี ดุ จรงิ ๆ และ เมอ่ื หายใจเขาถึงที่สุดจริงๆ นั้นจะมีอาการปรากฏวาสวนทองแฟบถึงที่สุด สวนโครงอก พองออกถงึ ทสี่ ดุ , และโดยนยั ตรงกนั ขา ม เมอ่ื หายใจออกถงึ ทสี่ ดุ กจ็ ะปรากฏวา ทอ งปอ ง ออกไป สว นโครงอกแฟบ อยา งนจี้ งึ เรยี กวา ยาวถงึ ทสี่ ดุ จรงิ ๆ มคี วามหมายอยตู รงทว่ี า มกี าร หายใจทงั้ ยาว ทงั้ นาน. เพอ่ื เขา ใจเรอ่ื งนไ้ี ดถ งึ ทสี่ ดุ ควรพจิ ารณาเพอ่ื การเปรยี บเทยี บ เลยไปถงึ การหายใจสน้ั . คำวา “หายใจสน้ั ” จะมอี าการตรงกนั ขา ม คอื เมอ่ื หายใจเขา ทอ งปอ งออกไป, เมอ่ื หายใจออก

2 - 42 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ทอ งแฟบเขา มา พอเปน ทางสงั เกตไดว า ทเี่ ปน ดงั นี้ เปน เพราะหายใจเขา นอ ย จนไมถ งึ กบั ทำให โครงอกตอนบน พองออกไปมาก หรอื หายใจออกนอ ย จนไมท ำใหโ ครงอกตอนบนแฟบเขา ไปมาก อาการทป่ี รากฏทท่ี อ งจงึ แตกตา งกนั อยา งตรงกนั ขา ม ซง่ึ ผฝู ก หดั จะตอ งรจู กั สงั เกต ใหด ี มฉิ ะนน้ั จะเขา ใจผดิ และสบั สนกนั ไปหมด. เกยี่ วกบั เรอื่ งน้ี อาจจะยตุ เิ ปน หลกั ทเ่ี รยี กวา “หายใจเขา สนั้ ” กค็ อื สน้ั เพยี งเทา ทที่ ำใหโ ครงอกขยายออกหนอ ยหนงึ่ แตไ มถ งึ กบั ทำให ทอ งแฟบ. ถา ถงึ กบั ทำใหท อ งแฟบ กเ็ รยี กวา หายใจเขา ยาว. ทเี่ รยี กวา “หายใจออก สน้ั ” กค็ อื หายใจออกหนอ ยหนงึ่ เพยี งทที่ ำใหโ ครงอกแฟบลงหนอ ยหนงึ่ แตไ มถ งึ กบั ทำให ทอ งปอ งออก. ถา ถงึ กบั ทำใหท อ งปอ งออก กเ็ รยี กวา เปน การหายใจออกยาว. ขอ เทจ็ จรงิ อยตู รงทวี่ า โครงอกแฟบมากหรอื นอ ยนน่ั เอง; สว นทอ งนน้ั จะมอี าการตรงกนั ขา มกบั โครงอกเสมอไป ในเมอื่ มกี ารหายใจอยา งยาวทสี่ ดุ ทง้ั เขา และออก. ผมู กี ารศกึ ษาเกย่ี วดว ย อวยั วะเครอื่ งหายใจ มปี อดเปน ตน มาแลว เปน อยา งดี ยอ มอาจจะเขา ใจเรอื่ งนไ้ี ดด .ี คำวา “หายใจนาน” พระอรรถกถาจารยแ นะใหส งั เกตการหายใจของสตั ว ๒ ประเภท. สตั วป ระเภทแรก เชน ชา ง มรี ะยะหายใจนานกวา สตั วป ระเภทหลงั เชน หนู หรอื กระตา ย. การกำหนดเอาเวลาเปน หลกั เชน น้ี แมจ ะเรยี กวา หายใจชา หรอื เรว็ กต็ าม ผลยอ มเปน อยา งเดยี ว กนั กบั คำวา หายใจยาวหรอื สน้ั . นก้ี ลา วเฉพาะในการปฏบิ ตั กิ ารกำหนดลมหายใจ; สว น ขอ เทจ็ จรงิ ทวี่ า ลมจะเขา ไปมากหรอื นอ ยกวา กนั อยา งไรนนั้ เปน อกี เรอ่ื งหนงึ่ ตา งหาก. สงิ่ ทตี่ อ งการความสงั เกตในความแตกตา งอกี อยา งหนง่ึ กค็ อื “การหายใจเบา” หรอื “หนกั ” “หยาบ” หรอื “ละเอยี ด”. ถา หากลมกระทบพน้ื ผวิ แหง ชอ งหายใจรนุ แรง กเ็ รยี ก วา หายใจหนกั หรอื หยาบ ถา หากกระทบพนื้ ผวิ เหลา นน้ั ไมร นุ แรง หรอื ถงึ กบั วา ไมร สู กึ วา กระทบ กเ็ รยี กวา หายใจเบาหรอื ละเอยี ด. อาการทงั้ ๒ อยา งนี้ เปน สง่ิ ทคี่ วรศกึ ษาใหเ ขา ใจอยา งยงิ่ ไวอ ยา งเดยี วกนั เพราะมเี รอื่ งทจี่ ะตอ งปฏบิ ตั ใิ นขอ ตอ ไปขา งหนา เกยี่ วกบั เรอ่ื งนี้. การกำหนดลมหายใจ บดั นี้ มาถงึ วธิ กี ารกำหนดลมหายใจ ในลกั ษณะทต่ี า งๆ กนั เปน ลำดบั ไป ดงั จะได แยกวนิ จิ ฉยั ทลี ะบท :

2 - 43 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ บทวา “เมอื่ หายใจเขา ยาว กร็ วู า หายใจเขา ยาว” หรอื “เมอ่ื หายใจออกยาว กร็ ู วา หายใจออกยาว” นนั้ มหี ลกั แหง การปฏบิ ตั คิ อื หลงั จากการทไ่ี ดซ กั ซอ มอวยั วะเครอื่ งหายใจ ตา งๆ มชี อ งจมกู เพดาน หลอดลมและปอดเปน ตน ใหอ ยใู นสภาพทปี่ รกตแิ ละเหมาะสมดแี ลว กป็ ลอ ยใหม กี ารหายใจตามปรกตธิ รรมดาบา ง บงั คบั ใหย าวกวา ธรรมดาบา ง ใหส น้ั กวา ธรรมดาบา ง เปน การซกั ซอ มทางรา งกายโดยตรง วา ควรจะมอี ตั ราปรกตอิ ยา งไร ทเี่ ปน อตั รา ปรกตถิ าวรไมย าวไมส น้ั เสยี กอ น แลว จงึ เรม่ิ กำหนดวา มนั ยาวหรอื สนั้ เทา ไร. ลมหายใจทสี่ นั้ หรอื ยาว น้ี ยอ มขน้ึ อยกู บั อารมณท างจติ และความผนั แปรทางรา งกาย หรอื แมท ส่ี ดุ เพยี งแตก ารไปสนใจมนั เขา เทา นน้ั มนั กท็ ำใหก ารหายใจนน้ั สน้ั หรอื ยาว ออกไป ไดก วา ธรรมดา. เพราะฉะนน้ั ในขน้ั แรกเราจะตอ งสงั เกตความสนั้ ยาว ทม่ี นั เปลย่ี นแปลง ไปตามสงิ่ แวดลอ ม ซงึ่ กำลงั แวดลอ มอยใู นขณะนนั้ เชน ถา อารมณป รกตดิ ี การหายใจกย็ าวกวา เมอ่ื มอี ารมณร า ยเชน ความโกรธเปน ตน เขา ครอบงำ. หรอื เมอื่ รา งกายสบายดี ลมหายใจ กย็ าวกวา เมอื่ รา งกายกำลงั ผดิ ปรกติ เพราะความเหนด็ เหนอ่ื ย เปน ตน . แมล มหายใจจะมี อาการอยูอยางนั้น อยางใดอยางหนึ่ง แตพอเราไปต้ังใจทำการกำหนดมันเขามันก็จะตอง ยาวกวา นนั้ อกี เปน ธรรมดา. เพราะฉะนน้ั ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งรจู กั สงั เกตความพลกิ แพลงของ ลมหายใจในลกั ษณะอยา งนด้ี ว ย จงึ จะกำหนดความยาวหรอื สน้ั ไดโ ดยถกู ตอ ง หรอื อยา งนอ ย ทส่ี ดุ กก็ ำหนดไดว า มนั ยาวกวา กนั เทา ไร แลว ทำการกำหนดไปเปน เวลานานพอสมควร กจ็ ะ รจู กั ความสนั้ ยาวทแี่ นน อนยงิ่ ขนึ้ . ในขน้ั แรกๆ ควรจะหดั หายใจใหห ยาบทสี่ ดุ ใหย าวทสี่ ดุ เพอื่ ใหก ำหนดไดโ ดยงา ย วา ลมหายใจเองเปน อยา งไร ? ทางทม่ี นั กระทบนนั้ ถกู มนั กระทบอยา งไร ? กำลงั กระทบ อยทู ตี่ รงไหน ? มอี าการเหมอื นกบั วา มนั ไปสดุ ลงทตี่ รงไหน ? หยดุ อยทู ต่ี รงไหน ? นาน เทา ไร ? แลว จงึ หายใจกลบั ออกมาหรอื กลบั เขา ไปกต็ าม แลว แตก รณี. ถา หายใจเบาหรอื ละเอยี ดไปตงั้ แตท แี รก กไ็ มม ที างทจ่ี ะสงั เกตสงิ่ เหลา นนั้ ได ทำใหก ำหนดลมหายใจไดโ ดยยาก หรอื ถงึ กบั ลม เหลวไปกไ็ ด. ทางทดี่ ยี ง่ิ ไปอกี คอื ควรจะหายใจใหห ยาบหรอื หนกั จนกระทง่ั เกดิ มเี สยี งไดย นิ ทางหู ขนึ้ มาดว ยสว นหนง่ึ หกู เ็ ปน ประโยชนใ นการชว ยใหส ตกิ ำหนดลมหายใจ ไดงายข้ึนอีกแรงหน่ึง.

2 - 44 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ โดยทแ่ี ทแ ลว คำวา “การกำหนดลมหายใจ” นน้ั เปน การกำหนดทพี่ นื้ ผวิ ทลี่ มกระทบ นน้ั มากกวา ทจี่ ะกำหนดทตี่ วั ลม เพราะลมเปน สง่ิ ทลี่ ะเอยี ดออ น กำหนดยาก แตเ มอื่ มนั กระทบ พน้ื ผวิ ซง่ึ เตม็ ไปดว ยเสน ประสาทเขา ทตี่ รงไหน กเ็ ปน การงา ยทจ่ี ะกำหนดวา ลมกำลงั อยทู น่ี น่ั หรอื เดนิ ไปถงึ ไหน. และยงิ่ เมอ่ื มเี สยี งทไี่ ดย นิ ทางหเู ขา มาชว ยดว ย กเ็ ปน การชว ยใหก ำหนด ไดง า ยขน้ึ อกี วา หายใจครงั้ หนง่ึ ยาวหรอื นานเทา ไร. การหายใจหนกั ๆ ในขนั้ แรก จงึ เปน สง่ิ ทม่ี ปี ระโยชน ดงั น.ี้ แมใ นขนั้ ตอ ไป การหายใจยาวหรอื หนกั จนเคยชนิ เปน นสิ ยั กย็ งั มปี ระโยชน อยูน่ันเอง เพราะนอกจากจะเปนประโยชนทางอนามัยแกรางกายโดยเฉพาะแลว ยังเปน ประโยชนใ นทางทจี่ ะทำใหเ ราฝก หดั ในบทฝก หดั ขนั้ ตอ ๆ ไป ไดอ ยา งงา ยดายเสมอไป จงึ ขอแนะ นำใหฝ ก ในการหายใจใหย าวและหนกั อยเู ปน ปรกติ ตามโอกาสทจี่ ะพงึ กระทำได. การกำหนดลมหายใจดวยสติ ตอ ไปนี้ กม็ าถงึ ระยะแหง การฝก ในการกำหนดลมหายใจ ซงึ่ ยาวอยเู องแลว เพราะการ ท่ีเราไปกำหนดมันเขา. อาการทเ่ี รยี กวา “กำหนด” ในทนี่ ี้ ถา กลา วอยา งโวหารธรรมดากค็ อื การทเ่ี ราตงั้ จติ กำหนดลมหายใจ ทก่ี ำลงั แลน เขา แลน ออกอยตู ามเรอื่ งตามราวของมนั เอง จะเรยี กวา เปน การ สงั เกตลมหายใจวา กำลงั เปน อยอู ยา งไร ดงั นกี้ ไ็ ด แตเ ราไมน ยิ มเรยี กเชน นนั้ นยิ มเรยี กให แนชัดลงไปเปนภาษากัมมัฏฐาน หรือภาษาท่ีใชในการสอนอภิธรรมวา เปนการผูกจิตไวท่ี ลมหายใจ ดว ยเครอื่ งผกู คอื สตเิ ลย ทำใหเ กดิ มสี ง่ิ ทจ่ี ะตอ งศกึ ษาขนึ้ มาถงึ ๓ เรอื่ งเปน อยา ง นอ ย คอื ลมหายใจ ๑ จติ ๑ สติ ๑ รวมเปน ๓ แลว ยงั จะตอ งศกึ ษาเรอ่ื งผลทเี่ กดิ ขน้ึ เพราะ การทำเชน นน้ั วา มอี ยอู ยา งไร กอ่ี ยา ง ตามลำดบั ไป. ลมหายใจ มเี รอ่ื งราวอยา งไร เปน เรอ่ื งทก่ี ลา วถงึ แลว ขา งตน . สว นเรอื่ งจติ นน้ั หมาย ความวา เมอื่ กอ นน้ี สาละวนอยกู บั โลกยิ ารมณต า งๆ เดย๋ี วนถ้ี กู พรากหรอื ถกู เปลยี่ นมาใหเ ปน จติ ทต่ี ดิ อยกู บั ลมหายใจ ดว ยเครอื่ งผกู คอื สติ ไมใ หเ ปน จติ ทไี่ ปคลกุ คลอี ยกู บั โลกยิ ารมณด งั เชน เคย. สำหรบั สตนิ นั้ หมายถงึ เจตสกิ ธรรมซงึ่ เปน สมบตั ขิ องจติ อยา งหนง่ึ ในบรรดาสมบตั ิ ทงั้ หลายของจติ . เจตสกิ ธรรมขอ นเี้ ปน ฝา ยกศุ ล ทำหนา ทยี่ กจติ ขน้ึ หรอื ดงึ จติ มาผกู ไวก บั

2 - 45 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ลมหายใจ ซง่ึ ในทนี่ เี้ ปน รปู ธรรมบรสิ ทุ ธ์ิ ไมเ ปน ทตี่ ง้ั แหง อกศุ ล จติ จงึ พน จากความเปน อกศุ ล มาสคู วามเปน กศุ ล ดว ยอำนาจแหง เจตสกิ ธรรม อนั มชี อ่ื วา สติ นน้ั . อาการท่ีจิตถูกสติผูกไวกับอารมณ คือลมหายใจในท่ีนี้ แมเพียงเทานี้ก็เรียกไดวา การกำหนด คอื การกำหนดของจติ ทลี่ มหายใจดว ยอำนาจสต.ิ ในขน้ั นยี้ งั เปน เพยี งการกำหนด ลว นๆ ไมเ ปน การพจิ ารณาแตป ระการใด และยงั ไมเ กย่ี วกบั ความรหู รอื ญาณ จงึ เรยี กแตเ พยี ง วา การกำหนด หรอื ตรงกบั คำอกี คำหนงึ่ วา “บรกิ รรม” ลว นๆ จดั เปน อาการอยา งหนง่ึ ซง่ึ ตอ ไปขา งหนา จะถกู จดั เปน องคข องฌาน ทเ่ี รยี กวา “วติ ก”. ผศู กึ ษาถงึ เขา ใจไวเ สยี ดว ยวา คำวา “วติ ก” ในทนี่ ี้ มคี วามหมายอยา งน้ี มไิ ดห มายอยา งโวหารพดู ทวั่ ไป ซงึ่ หมายถงึ การ คดิ นกึ ตรกึ ตรองเปน เรอ่ื งราวไป แตป ระการใดเลย. ทงั้ หมดนค้ี อื สง่ิ ทจ่ี ะตอ งทำความเขา ใจ เกย่ี วกบั คำวา “กำหนด”. การเกิดของความรู. เมอ่ื มกี ารกำหนดในลกั ษณะเชน ทก่ี ลา วน้ี กแ็ สดงอยใู นตวั แลว วา ยอ มเปน ทางใหเ กดิ ความรู หรอื ความรสู กึ แกจ ติ ขน้ึ มาไดเ อง วา ลมหายใจนน้ั ยาวหรอื สน้ั เปน ตน . ขอ นอี้ ธบิ าย วา เมอ่ื ลมหายใจกแ็ ลน ไปแลน มาอยู และจติ กถ็ กู สตผิ กู ตดิ ไวก บั ลมหายใจ จติ จงึ มอี าการ เหมอื นกบั พลอยแลน ไปแลน มา ตามไปดว ยกนั จงึ เกดิ “ความร”ู ขนึ้ ได โดยไมต อ งมกี ารคดิ หรอื การพจิ ารณาเลย. ความรเู ชน นยี้ งั ไมค วรเรยี กวา “ญาณ” เปน เพยี งสมั ปชญั ญะ คอื ความรสู กึ ตวั ทวั่ ถงึ วา มนั เปน อยา งไรในขณะนนั้ . แตถ งึ อยา งนนั้ กต็ าม บางทที า นกใ็ ชค ำวา “ญาณ” แกอ าการรเู ชน น้ี ในบางคมั ภรี บ า งเหมอื นกนั , ควรจะทราบไวก นั ความสบั สน. ทง้ั น้ี เพราะคำวา ญาณ นน้ั มคี วามหมายกวา งขวาง เอาไปใชก บั ความรชู นดิ ไหนกไ็ ด แตค วามหมาย ทแี่ ทน นั้ ตอ งเปน ความรทู างสตปิ ญ ญาโดยตรง. เมอ่ื คำวา “ญาณ” หรอื ความรู ใชไ ดก วา ง ขวางอยา งนี้ รวมกบั การทที่ า นไมอ ยากใชค ำอน่ื เพม่ิ เขา มาใหม ากมายและสบั สนโดยไมจ ำเปน อาจารยบ างพวกจงึ กลา ววา แมค วามรสู กึ ทเี่ กดิ ขน้ึ วา เรากำลงั หายใจยาว ดงั นเี้ ปน ตน กจ็ ดั เปน ญาณอนั หนงึ่ ดว ยเหมอื นกนั ทำใหม กี ารกลา วไดว า ญาณไดป รากฏแลว แมแ ตใ นขณะทเ่ี รมิ่ ทำอานาปานสติ พอสกั วา เมอื่ หายใจเขา ยาว กร็ สู กึ ตวั ทว่ั พรอ มวา เราหายใจเขา ยาว ดงั น.ี้

2 - 46 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ กรรมวธิ ใี นขณะแหง การกำหนดลม. กรรมวธิ ที างจติ ทเ่ี ปน ไปในขณะแหง การกำหนดลมหายใจในขนั้ ทกี่ ลา วน้ี มอี ยเู ปน ลำดบั ดงั น้ี :- ๑. เม่ือเขากำหนดลมหายใจนานๆ เขา ก็จะประสบความสำเร็จแหงการกำหนด จึง “เกดิ ฉนั ทะ” คอื ความพอใจ อนั เปน กศุ ลเจตสกิ อนั ใหมข นึ้ มาเนอ่ื งจากการกำหนดลม หายใจนน้ั แลว มปี ฏกิ ริ ยิ าสบื ไป คอื :- ๒. เมอื่ ฉนั ทะเปน อยู ลมหายใจกป็ รากฏวา ยาวไปกวา เดมิ ดว ยมคี วามละเอยี ดยงิ่ กวา เดมิ ดว ย. แมจ ะไมม คี วามละเอยี ดแหง ลมในระยะแรกแหง การเกดิ ของฉนั ทะ กจ็ ะตอ ง มใี นระยะตอ มา. ผปู ฏบิ ตั อิ าศยั กำลงั แหง ฉนั ทะนน้ั ทำการกำหนดลมหายใจทย่ี าวกวา เดมิ หรอื ละเอยี ด กวา เดมิ ขนึ้ ไปอกี นานเขา ปฏกิ ริ ยิ าเกดิ ขน้ึ สบื ไป คอื :- ๓. ปราโมทยไ ดเ กดิ ขน้ึ คำวา “ปราโมทย” ในทน่ี ้ี ตรงกบั ภาษาบาลวี า ปามชุ ชฺ ไดแ ก ปต อิ ยา งออ น ซงึ่ ทแี่ ทไ ดแ กเ จตสกิ ธรรมทเ่ี ปน กศุ ลอกี อนั หนงึ่ ซงึ่ ตอ ไปจะตง้ั อยใู นฐานะ เปน องคส ำคญั แหง ฌานองคห นงึ่ , ดว ยอำนาจแหง ปราโมทยน น่ั เอง ลมหายใจกย็ าวไปกวา เดิม ละเอียดไปกวาเดิม, การกำหนดลมหายใจของผูปฏิบัตินั้นก็ตั้งอยูไดอยางแนนแฟน จนกระทง่ั กลา วไดว า ไมล ะจากอารมณ จติ นจ้ี งึ ไดส มมตนิ ามใหมว า … (อา นตอ ไปยงั บรรทดั ลา ง) ๔. “จติ ทเ่ี กดิ จากลม” เพราะมลี มหายใจหรอื การกำหนดลมหายใจเปน สงิ่ ทป่ี รงุ จติ อยู อยา งเตม็ ท่ี. ขอ นมี้ ไิ ดม คี วามหมายอะไรอนื่ นอกจากจะแสดงวา เดย๋ี วนจี้ ติ เรมิ่ มคี วามเปน “เอกคั คตา, คอื ความมอี ารมณอ ยา งเดยี วเกดิ ขน้ึ แลว แกจ ติ นนั้ กลายเปน เอกคั คตาจติ เนอ่ื ง มาจากลมหายใจนน้ั มผี ลทำใหเ กดิ ขนึ้ . ตอ จากนน้ั กม็ อี าการแหง … ๕. อเุ บกขา หรอื ความวางเฉยตอ โลกยิ ารมณ ไมถูกนวิ รณตา งๆรบกวนไดอีกตอ ไป ปรากฏชดั อยู สว น… ๖. ภาวะแหงความที่ลมหายใจนั้น เปลี่ยนรูปปรากฏเดนเปนนิมิตแหงกัมมัฏฐาน มี อคุ คหนมิ ติ เปน ตน เหน็ อยชู ดั ดว ยตาอนั เปน ภายใน ในรปู นมิ ติ ใหม อยา งใดอยา งหนงึ่ นนั้ ยอ ม

2 - 47 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ แปลกกนั แลว แตล กั ษณะของบคุ คล. เมอ่ื นมิ ติ นน้ั ปรากฏชดั กเ็ ปน เหตใุ หก ลา วไดว า … ๗. สตเิ ปน ธรรมชาตปิ รากฏชดั ปรากฏทงั้ ในฐานะทเ่ี ปน ตวั เจตสกิ ธรรมดว ย ปรากฏ ท้ังในฐานะท่ีเปนการทำหนาที่ของมัน คือการกำหนดดวย และเน่ืองจากสติเปนไปดังน้ีไม ขาดตอน สง่ิ ทเี่ รยี กวา สมั ปชญั ญะ คอื ความรสู กึ ตวั ทว่ั พรอ มกป็ รากฏ แตเ ราไปเรยี กชอ่ื มนั เสยี ใหมว า แม… ๘. ญาณกป็ รากฏ คำวา “ญาณกป็ รากฏ” ในทน่ี ี้ มคี วามหมายตา งๆ กนั แลว แตว า มนั จะปรากฏในขน้ั ไหนแหง การกระทำอานาปานสติ สำหรับในขนั้ น้ี ซง่ึ เปน ขนั้ แรกทส่ี ดุ นนั้ ญาณในทนี่ ี้ กเ็ ปน เพยี งสมั ปชญั ญะทกี่ ำลงั รสู กึ วา “เราหายใจออกยาว หรอื หายใจเขา ยาว” เทาน้ัน. ๙. แมก ายกป็ รากฏ ลมหายใจชอื่ วา กาย ในฝา ยรปู ธรรม หรอื เรยี กอกี อยา งหนงึ่ วา รปู กาย. แมจ ะกลา วเลยไปถงึ วา แมน ามกายกป็ รากฏ ดงั นกี้ ย็ งั ได เพราะวา จติ กด็ ี หรอื เจตสกิ ธรรม กลา วคอื ฉนั ทะและปราโมทยเ ปน ตน กด็ ี เหลา นเ้ี ปน นามกาย ซงึ่ ลว นแตป รากฏ ดว ยเหมอื นกนั หากแตว า การปฏบิ ตั ใิ นขนั้ นี้ เปน เพยี งขน้ั ริเรม่ิ มงุ หมายกำหนดแตเ พยี งลม หายใจซง่ึ เปน รปู กาย ฉะนน้ั คำวา กาย ในอานาปานสตริ ะยะท่ี ๑ น้ี จงึ หมายถงึ แตเ พยี ง รปู กาย และโดยเฉพาะเพยี งลมหายใจเทา นน้ั . คำวา “กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” กลา วคอื การตงั้ ไวซ งึ่ สตเิ ปน เครอื่ งตามเหน็ ซง่ึ กาย ในขนั้ ท่ี ๑ นี้ ยอ มเพง เลง็ เอาลมหายใจเปน ความหมายของคำวา กาย แหง วลนี น้ั . เมอ่ื ลมคอื กายกป็ รากฏ สตกิ ป็ รากฏ และ ญาณ กป็ รากฏ ครบถว นทง้ั ๓ ประการแลว ผปู ฏบิ ตั ิ หรอื กลา วโดยเฉพาะ กค็ อื จติ แหง ผปู ฏบิ ตั นิ นั้ เปน อนั วา ไดล ถุ งึ … ๑๐. กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน แลว โดยสมบรู ณ แมใ นระยะเรม่ิ แรกซงึ่ เปน เพยี งการ กำหนดลมหายใจทย่ี าวอยา งเดยี ว. จากกรรมวธิ ที งั้ ๑๐ ระยะทกี่ ลา วขา งตน เราจะเหน็ ไดจ ากระยะที่ ๑-๒-๓ วา ความ ยาวแหง ลมหายใจนน้ั มอี ยู ๓ ลกั ษณะ ดว ยกนั คอื ยาวหรอื นานตามปรกตขิ องลมหายใจนน้ั อยา งหนงึ่ , ยาวออกไปอกี เพราะอำนาจของฉนั ทะทเี่ กดิ ขน้ึ อยา งหนงึ่ , และยาวออกไปอกี

2 - 48 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เพราะอำนาจของปราโมทยเ กดิ สบื ตอ จากฉนั ทะอกี อยา งหนง่ึ , จงึ เปน ๓ ลกั ษณะดว ยกนั . เมอ่ื ลมหายใจออกกย็ าว ลมหายใจเขา กย็ าว และรวมกนั ทง้ั ออกทง้ั เขา กย็ าว เปน ลม ยาว ๓ ชนดิ ดว ยกนั ดงั นแ้ี ลว เอาไปคณู กนั เขา กบั ความยาวทม่ี ลี กั ษณะ ๓ ดงั ทก่ี ลา วมาแลว กก็ ลายเปน ๙ เรยี กวา ความยาวมอี าการ ๙ เปน หลกั สำหรบั การศกึ ษาในบทวา หายใจยาว แหง อานาปานสตขิ อ ท่ี ๑ น้ี โดยตรง. (จบอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑ อนั วา ดว ยการกำหนดลมหายใจยาว) ตอน ๒ อานาปานสติ ขนั้ ที่ ๒ (การกำหนดลมหายใจสนั้ ) อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๒ น้ี มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ นั้ เมอ่ื หายใจเขา สนั้ กร็ สู กึ ตวั ทวั่ ถงึ วา ‘หายใจเขา สนั้ ’; เมอื่ หายใจออกสั้น ก็รูสึกตัวท่ัวถึงวา ‘หายใจออกส้ัน’”. (บาลีวา รสฺสํ วา อสฺสสนฺโต รสฺสํ อสฺสสิสฺสามีติ ปชานาติ; รสฺสํ วา ปสฺสสนฺโต รสฺสํ ปสฺสสิสฺสามีติ ปชานาติ.) อานาปานสตขิ อ นี้ มคี วามหมายแตกตา งจากขน้ั ท่ี ๑ เพยี งทก่ี ลา วถงึ ลมหายใจทสี่ น้ั . ลมหายใจสน้ั ในทน่ี ้ี เปน เพยี งชว่ั ขณะ คอื ชว่ั ทมี่ กี ารฝก ใหห ายใจสน้ั แทรกแซงเขา มา. เมอ่ื บคุ คลผปู ฏบิ ตั ริ คู วามทล่ี มหายใจสนั้ เปน อยา งไรอยา งทวั่ ถงึ แลว ระงบั ความสนใจตอ อาการแหง การหายใจชนดิ ทเ่ี รยี กวา สน้ั นนั้ เสยี ไปหายใจอยดู ว ยลมหายใจทเ่ี ปน ปกติ ซงึ่ จะเรยี กวา สน้ั หรอื ยาวกไ็ ด แลว แตจ ะเอาหลกั เกณฑอ ยา งใดเปน ประมาณ ปญ หากห็ มดไป ไมม สี งิ่ ทจ่ี ะตอ ง อธบิ ายเปน พเิ ศษสำหรบั กรณที มี่ กี ารหายใจสนั้ . แตถ า หากวา บคุ คลผนู น้ั มารสู กึ ตวั วา ตนเปน ผมู กี ารหายใจสนั้ กวา คนธรรมดาอยเู ปน ปรกตวิ สิ ยั กพ็ งึ ถอื วา ระยะหายใจเพยี งเทา นน้ั ของบคุ คลนนั้ เปน การหายใจทเ่ี ปน ปรกตอิ ยแู ลว . และเมอื่ ไดป รบั ปรงุ การหายใจใหเ ปน ปรกตแิ ลว กถ็ อื เอาเปน อตั ราปรกตสิ ำหรบั ทำการกำหนด ในระยะเรมิ่ แรก เปน ลำดบั ไปจนกวา จะเกดิ ฉนั ทะและปราโมทย ซงึ่ มคี วามยาวแหง ลมหายใจ เพม่ิ ขน้ึ เปน ลำดบั ๆ และมกี รรมวธิ ตี า งๆ ดำเนนิ ไปจนครบทงั้ ๑๐ ขน้ั ตามทก่ี ลา วมาแลว ใน อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑ อนั วา ดว ยการหายใจยาว ฉนั ใดกฉ็ นั นนั้ . ในกรณที มี่ กี ารหายใจสน้ั

2 - 49 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน พเิ ศษ เพราะเหนด็ เหนอื่ ย การตกใจหรอื โรคภยั ไขเ จบ็ เบยี ดเบยี นนนั้ ยอ มมกี ารกำหนด ใหร วู า สนั้ เพยี งในขณะนน้ั เทา นนั้ เมอื่ สงิ่ เหลา นน้ั ผา นไปแลว การหายใจกเ็ ปน ปรกติ และ ดำเนินการปฏิบัติไปโดยนัยแหงการหายใจปรกติ เพราะการหายใจส้ันชนิดนั้นไดผานไปแลว โดยไมต อ งคำนงึ . ในกรณที มี่ กี ารหายใจสนั้ แทรกแซงเขา มา เพราะอบุ ตั เิ หตอุ ยา งอน่ื กต็ าม เพราะความ สบั สนแหง การฝก ในขน้ั ทย่ี งั ไมล งรปู ลงรอยกต็ าม การหายใจสน้ั เหลา นน้ั ถกู กำหนดรวู า สนั้ แลว กผ็ า นไป ไมก ลบั มาอกี ปญ หากห็ มดไป. ในกรณที เี่ ราฝก ใหล มหายใจสน้ั เพอื่ การทดลองในการศกึ ษานน้ั ยอ มหมดปญ หาไปใน ขณะทก่ี ารทดลองสนิ้ สดุ ลง. สำหรบั ความมงุ หมายอนั แทจ รงิ แหง การฝก ลมหายใจสน้ั นนั้ มี อยวู า เมอื่ ฝก จติ ใหเ ปน สมาธไิ ดด ว ยลมหายใจอยา งยาวแลว กค็ วรฝก ใหเ ปน สมาธดิ ว ยลมหายใจ สนั้ ซงึ่ เปน ของยากขนึ้ ไปกวา ใหไ ดด ว ย เพอื่ ความสามารถและคลอ งแคลว ถงึ ทสี่ ดุ ในการฝก สมาธดิ ว ยลมหายใจทกุ ชนดิ นนั่ เอง. สรปุ ความวา การหายใจสนั้ ในอานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๒ นี้ กลา วไวส ำหรบั การหายใจสน้ั ทจี่ ะพงึ มแี ทรกแซงเขา มาเอง เปน ครง้ั คราว และทเ่ี ปน ในการฝก เพอื่ การสงั เกตเปรยี บเทยี บ ใหเ รารจู กั ลกั ษะแหง การหายใจ ยาว-สน้ั และมอี ะไรแตกตา งกนั อยา งไรตามธรรมชาตเิ ทา นนั้ . เมอ่ื ไดก ำหนดจนเขา ใจดที ง้ั ๒ อยา งแลว การกำหนดกด็ ำเนนิ ไปในการหายใจทเี่ ปน ไปตาม ปรกตหิ รอื ในอตั ราทเ่ี ราถอื วา เปน ปรกติ และสามารถเปน สมาธอิ ยทู งั้ ในขณะทม่ี ลี มหายใจสนั้ หรอื ยาว ไมห วน่ั ไหว. การหายใจตามธรรมชาติ ยอ มเปลยี่ นไปตามอำนาจสง่ิ แวดลอ ม เชน ฉนั ทะเปน ตน สนั้ ๆ ยาวๆ แทรกแซงกนั บา ง แตก ไ็ มม ากมายนกั ซง่ึ จะตอ งไดร บั การแกไ ขตามกรณที เ่ี กดิ ขน้ึ เชน เมอ่ื มคี วามหงดุ หงดิ เกดิ ขน้ึ กส็ งั เกตไดด ว ยลมหายใจทสี่ น้ั เขา แลว กแ็ กไ ขดว ยการนอ มจติ ไป สคู วามปราโมทย ซง่ึ จะทำใหล มหายใจกลบั ยาวไปตามเดมิ . ความรสู กึ ตวั ทวั่ พรอ มของบคุ คล ผปู ฏบิ ตั นิ นั่ เอง ทำใหก ำหนดไดท งั้ ลมหายใจทย่ี าวและสน้ั ไมว า มนั จะเกดิ ขนึ้ สลบั ซบั ซอ น อยา งไรและสามารถกำหนดใหเ ปน สมาธไิ ด ไมว า มนั จะอยใู นสภาพทเี่ รยี กกนั วา ยาวหรอื สน้ั .

2 - 50 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เมอ่ื การปฏบิ ตั ไิ ดด ำเนนิ มาถงึ ขนั้ ท่ี ๒ นแ้ี ลว เราอาจจะเขา ใจหลกั การปฏบิ ตั ไิ ดด ว ย การอปุ มากบั การไกวเปล: การไกวเปลในทนี่ ี้ เปน การไกวเปลของคนเลย้ี งเดก็ . เมอ่ื คนเลย้ี งเดก็ จบั เดก็ ใสเ ปลลงไป ใหมๆ เดก็ กย็ งั ไมห ลบั และพยายามทจี่ ะลงจากเปล ซงึ่ อาจ จะตกจากเปลเม่ือไรก็ได เขาจะตองระวังดวยการจับตาดู ไมวาเปลนั้นจะแกวงไปทางไหน จะแกวง สน้ั หรอื แกวง ยาว จะแกวง เรว็ หรอื แกวง ชา ตามการตอ สขู องเดก็ กต็ าม, หรอื การชกั อันไมสม่ำเสมอของตนเองก็ตาม, หมายความวาเขาจะตองจับตาดูอยูทุกคร้ังท่ีแกวง และ ทกุ ทศิ ทาง ทม่ี นั แกวง ไป. ครง้ั ไหนแกวง ไปสน้ั ครงั้ ไหนแกวง ไปยาวอยา งไร เขายอ มรไู ดด ี การกำหนดลมหายใจในขนั้ น้ี กม็ อี ปุ มยั ฉนั นน้ั . ดว ยอำนาจทส่ี ตหิ รอื จติ กต็ าม กำหนดอยทู ่ี ลมหายใจนนั้ จงึ ทราบความทลี่ มหายใจแลน ไปชา หรอื เรว็ สนั้ หรอื ยาว ไดอ ยตู ลอดเวลา เพราะ ความที่สติไมผละจากลมนั้น และดำเนินไปโดยทำนองนี้จนกวาจะสม่ำเสมอเปนระเบียบดี จงึ เรมิ่ กำหนดในขน้ั ละเอยี ดยง่ิ ขน้ึ ไป คอื ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๓. กรรมวธิ แี หง การเกดิ ขนึ้ ของฉนั ทะ ปราโมทย และอน่ื ๆ มสี ติ ญาณ และลมหายใจ เปน ตน ในการหายใจสนั้ นี้ ยอ มเปน ไปโดยทำนองเดยี วกนั กบั ทเ่ี กดิ จากการหายใจยาว โดย ประการทั้งปวง. (จบอานาปานสตขิ นั้ ที่ ๒ อนั วา ดว ยการกำหนดลมหายใจสน้ั ) ตอน ๓ อานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๓ (การกำหนดลมหายใจทง้ั ปวง) อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๓ น้ี มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ น้ั ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซงึ่ กาย ทง้ั ปวง จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผรู พู รอ มเฉพาะ ซึ่งกายทั้งปวง จักหายใจออก’”. (บาลีวา สพฺพกายปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามีติ สกิ ขฺ ต;ิ สพพฺ กายปฏสิ เํ วที ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ ) อานาปานสติขอน้ี มีขอท่ีจะตองวินิจฉัยก็คือ คำวา “ยอมทำในบทศึกษา”, คำวา “รพู รอ มเฉพาะ”, คำวา “กายทง้ั ปวง”, และ การทอี่ านาปานสตไิ ดด ำเนนิ ถงึ ขนั้ ทเ่ี รยี กวา ญาณ โดยสมบรู ณไ ดแ ลว ตง้ั แตข อ นไ้ี ป:

2 - 51 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ คำวา “ยอ มทำในบทศกึ ษา” หมายถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ในบททที่ า นวางไวส ำหรบั การปฏบิ ตั ทิ เี่ รยี กวา สกิ ขานน่ั เอง และมกี ารจำแนกไวเ ปน ๓ สกิ ขา คอื สลี สกิ ขา, สมาธสิ กิ ขา หรอื จติ ตสกิ ขา, และ ปญ ญาสกิ ขา. เกย่ี วกบั การทจ่ี ะทำในบทสกิ ขาใหค รบทงั้ ๓ อยา งได อยา งไรนน้ั ทา นแนะใหพ จิ ารณาวา เมอ่ื ผนู น้ั มกี ารกำหนดลมหายใจเปน ตน อยู ชอื่ วา ยอ มมี การสำรวม. เมอื่ มกี ารสำรวม ชอ่ื วา ยอ มมศี ลี . นจ้ี ดั เปน สลี สกิ ขาของภกิ ษนุ น้ั ในขณะนนั้ โดยสมบรู ณเ พราะวา เธอไมส ามารถลว งสกิ ขาบทใดๆ ได ในขณะนนั้ . นชี้ อ่ื วา เธอยอ มทำอยู ในบทสกิ ขาคอื ศลี ๑. และเมอ่ื สตขิ องเธอนนั้ ไมล ะจากอารมณ ไมป ราศจากอารมณ ไมท ง้ิ อารมณ กลา วคอื ลมหายใจเปน ตน นน้ั ยอ มชอื่ วา เธอมสี มาธิ คอื ความทจี่ ติ มอี ารมณอ ยทู อี่ ารมณ ใดอารมณห นง่ึ เพยี งอารมณเ ดยี ว และตงั้ มน่ั อยใู นอารมณน นั้ ภกิ ษนุ นั้ ชอ่ื วา ยอ มทำ ในบทศกึ ษา คอื สมาธอิ ยใู นขณะนนั้ . นจี้ ดั วา เปน สมาธสิ กิ ขาของภกิ ษนุ นั้ ๑. ถดั จากนนั้ กค็ อื การเหน็ ซงึ่ อารมณน น้ั ๆ หรอื ในอารมณน น้ั ๆ วา มลี กั ษณะแหง ธรรมเปน อาทอิ ยอู ยา งไรและเหน็ ความ ทส่ี ตเิ ปน ตน ปรากฏชดั เกยี่ วกบั อารมณน น้ั ๆ (คำวา “อารมณน น้ั ๆ” คอื หมายถงึ อารมณข อง อานาปานสตใิ นขน้ั ทตี่ นกำลงั ปฏบิ ตั ิ ในเวลานน้ั ขนั้ ใดขนั้ หนงึ่ ใน ๑๖ ขนั้ นน่ั เอง.) กด็ ี นชี้ อื่ วา ญาณหรอื ปญ ญาของภกิ ษนุ นั้ ในขณะนน้ั . เปน อนั วา ในขณะนน้ั เธอนน้ั ยอ มทำในบทศกึ ษา คอื ปญ ญาหรอื ปญ ญาสกิ ขา ๑. ดงั นน้ั ภกิ ษนุ นั้ จงึ เปน ผปู ฏบิ ตั อิ ยใู นบทแหง สกิ ขาทง้ั ๓ โดย ครบถว น, และเปน ทน่ี า สนใจอยา งยง่ิ ในขอ ทวี่ า ดว ยขอ ปฏบิ ตั เิ พยี งอยา งเดยี วไดท ำให เกดิ มสี กิ ขา ขนึ้ พรอ มกนั ทงั้ ๓ สกิ ขา อนั เปน เครอ่ื งรบั ประกนั วา แมด ว ยการทำอยเู พยี ง เทา น้ี กย็ อ มทำใหเ ปน ทสี่ มบรู ณไ ดด ว ย ศลี สมาธิ และปญ ญา เปน การชใ้ี หเ หน็ ความนา อศั จรรยข องสง่ิ ทเี่ รยี กวา ศลี สมาธิ ปญ ญา. และเปน คำตอบของปญ หาทวี่ า คนทไ่ี มไ ดเ ลา เรยี นปรยิ ตั มิ าอยา งสมบรู ณน น้ั จะสามารถปฏบิ ตั ิ ศลี สมาธิ ปญ ญา ใหส มบรู ณไ ดโ ดยวธิ ไี ร พรอ มกนั ไปในตวั . สง่ิ ทพ่ี งึ สงั เกตอกี อยา งหนง่ึ คอื ขอ ทว่ี า ในบรรดาอานาปานสตทิ ง้ั ๑๖ ขน้ั นน้ั พระองค ไดทรงเริ่มใชคำวา “ยอมทำในบทศึกษา” ตั้งแตขั้นท่ี ๓ นี้เปนตนไป ตลอดจนถึงขั้น สดุ ทา ย ซงึ่ มคี วามหมายวา ตง้ั แตข น้ั ท่ี ๓ ถงึ ขนั้ ท่ี ๑๖ นนั้ เปน ตวั การปฏบิ ตั ทิ เี่ รยี กไดว า เปน ตวั สกิ ขาแท และยงั แถมมคี รบทงั้ ๓ สกิ ขาอกี ดว ย. สว นขนั้ ท่ี ๑ และขนั้ ท่ี ๒ เปน เพยี งขนั้

2 - 52 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ รเิ รมิ่ คอื เรมิ่ ฝก หดั กำหนดอารมณ จะมบี า งกเ็ พยี งการสำรวม ซงึ่ เปน ศลี ; สว นทเ่ี ปน สมาธิ และปญ ญายงั ไมป รากฏเตม็ ตามความหมาย จงึ ยงั ไมถ อื วา มกี ารทำในบทศกึ ษาทสี่ มบรู ณ ใน ขน้ั ที่ ๑ และขนั้ ที่ ๒ นน้ั ซง่ึ เปน เพยี งการกำหนดลมเปนสว นใหญ; เพง่ิ มาสมบรู ณใ นขนั้ ที่ ๓ นเี้ อง จงึ กลา วไดว า เปน ขน้ั ทเ่ี รมิ่ มญี าณแลว โดยสมบรู ณต ามความหมาย. คำวา “รพู รอ มเฉพาะ” ในทนี่ ้ี หมายถงึ ความรทู สี่ มบรู ณ สงู ขน้ึ ไปกวา ความรทู เี่ ปน เพยี งสมั ปชญั ญะอยา งในขนั้ ท่ี ๑ และขนั้ ท่ี ๒. คำวา รพู รอ มคอื รหู มดทกุ อยา ง. คำวา รเู ฉพาะ คอื รอู ยา งละเอยี ดชดั เจนไปทกุ อยา ง. รวมความวา รอู ยา งสมบรู ณใ นกรณนี นั้ ๆ และ ในอนั ดบั นน้ั ๆ อยา งชดั เจน ซงึ่ ในทนี่ ไี้ ดแ กร จู กั สงิ่ ทเี่ รยี กวา กาย กลา วคอื ลมหายใจนน้ั เอง วา มลี กั ษณะอยา งไร มพี ฤตอิ ยา งไร มเี หตแุ ละมผี ลอยา งไร เปน ตน . เมอ่ื คำวา กาย ในทนี่ ้ี ไดแ กล มหายใจ การรกู ค็ อื รลู กั ษณะสน้ั ยาวของลมหายใจ, อาการแหง การเคลอ่ื นไหวของ ลมหายใจ, สมฏุ ฐานแหง ลมหายใจ คอื ความทม่ี ชี วี ติ ยงั เปน ไปอยู, และผลจากลมหายใจคอื ความทลี่ มหายใจนก้ี ำลงั ทำหนา ทเ่ี ปน กายสงั ขาร หรอื เปน ปจ จยั แกช วี ติ สว นทเี่ ปน รปู ธรรมโดย ตรงนอี้ ยู ดงั นเี้ ปน ตน . เมอ่ื กลา วโดยสรปุ กค็ อื รเู รอื่ งทงั้ ปวงของลมหายใจโดยตรงนน้ั เอง. และใจความสำคญั ทต่ี อ งรนู นั้ ตอ งไปสนิ้ สดุ ลงทรี่ คู วามเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ของสงิ่ หรอื ภาวะเหลา นที้ งั้ หมด ซง่ึ จะไดก ลา วถงึ ในขนั้ ทส่ี งู ขน้ึ ไปตามลำดบั . คำวา “กายทง้ั ปวง” ควรจะไดร บั การวนิ จิ ฉยั เฉพาะคำวา “กาย” โดยตรงเสยี กอ น จะทำใหเขาใจไดงายขึ้น. คำวา “กาย” แปลวา หม,ู และแบง ออกเปน ๒ ประเภท คอื นามกายและรปู กาย. นามกาย คอื หมนู ามหรอื กลมุ นามธรรม ไดแ กค วามรสู กึ คดิ นกึ ของจติ รวมทงั้ จติ เอง ทเี่ รยี กโดย ทว่ั ไปวา เวทนา สญั ญา สงั ขาร และวญิ ญาณเปน วงกวา ง. แตโ ดยเฉพาะในทน่ี น้ี นั้ ไดแ ก ความรสู กึ ตา งๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในขณะทม่ี กี ารกำหนดลมหายใจ เชน ฉนั ทะเกดิ ขนึ้ ปราโมทยเ กดิ ขน้ึ สตเิ กดิ ขน้ึ ความรสู กึ ตวั ทว่ั พรอ มเกดิ ขน้ึ เหลา นลี้ ว นแตเ ปน กลมุ นามกาย ซง่ึ จดั เปน กาย ประเภทหนงึ่ . สวน รปู กาย นนั้ โดยทวั่ ไปหมายถงึ มหาภตู รปู คอื ดนิ น้ำ ลม ไฟ ทเ่ี ปน สว น ประกอบสว นใหญข องรา งกาย. แตใ นทน่ี ้ี คำวา รปู กาย หมายถงึ ลมหายใจทเี่ นอื่ งกนั อยู กบั มหาภตู รปู ทง้ั ๔ นน้ั โดยเฉพาะในฐานะเปน สง่ิ ทที่ ำใหม หาภตู รปู นนั้ ดำรงอยไู ด มคี า หรอื

2 - 53 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ มคี วามหมายอยไู ด และทง้ั เปน ทต่ี งั้ แหง นามกาย มเี วทนาเปน ตน สบื ไปได. กลา วโดยสรปุ ก็คือ กาย กลาวคือลมหายใจทำหนาท่ีเปนกายสังขาร คือปรุงแตงรูปกายใหเปนท่ีต้ังแหง นามกายไดส บื ไปนนั่ เอง, เมอ่ื ผพู จิ ารณาไดพ จิ ารณาเหน็ ความทกี่ ายทง้ั ปวง (คอื ทงั้ รปู กาย และนามกาย) มอี ยอู ยา งไร และสมั พนั ธก นั อยา งไรแลว กย็ อ มพจิ ารณาเหน็ ความสำคญั ของ กาย คอื ลมหายใจโดยเฉพาะได ในฐานะทคี่ วรเพง เลง็ เพยี งสง่ิ เดยี วในทนี่ ้.ี เมอื่ เปน ดงั นี้ ยอ มเปน การเพยี งพอแลว ทจี่ ะกลา ววา “ภกิ ษนุ นั้ เปน ผมู ปี รกตติ ามเหน็ ซง่ึ กายในกายทง้ั หลาย” (กาเย กายานปุ ส ส)ี คอื เธอไดม องเหน็ กายอยา งใดอยา งหนง่ึ ในบรรดากายทงั้ หลายโดยประจกั ษ ซง่ึ ในทน่ี ห้ี มายถงึ การเหน็ ดว ยปญ ญา ซงึ่ กายคอื ลมหายใจ ในระหวา งกายทงั้ หลายอยา งอนื่ ๆ ทงั้ ทเ่ี ปน รปู กายและนามกาย. อาศัยเหตุขอน้เี องเปนใจความสำคัญ จงึ ทำใหอานาปานสติ จตกุ กะที่ ๑ พลอยไดช อ่ื วา กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ซง่ึ มหี ลกั สำคญั วา ภกิ ษเุ ปน ผมู ปี รกติ ตามเห็นซึ่งกายในกายทั้งหลาย อยูเปนประจำ ซ่ึงในท่ีน้ี ไดแกรูอยูทุกลมหายใจเขาออก ดังน.ี้ คำวา “ทงั้ ปวง” แมจ ะกนิ ความไปถงึ วา กายทกุ ชนดิ กจ็ รงิ อยู แตใ นทนี่ ้ี หมายความ แตเ พยี งวา กายคอื ลมหายใจทงั้ หมด หรอื เรอื่ งทง้ั หมดทเ่ี กย่ี วกบั กายนนั้ . เมอื่ คำวา กาย ใน ที่นี้ไดแกลมหายใจ เรื่องท่ีจะตองรู ก็คือเร่ืองทุกเรื่องเก่ียวกับลมหายใจนั้นโดยตรง คือวา ลมหายใจนน้ั มลี กั ษณะอาการเปน ตน อยา งไร ? และมอี ะไรเกดิ ขนึ้ เนอ่ื งจากลมหายใจนน้ั ? อนงึ่ สำหรบั อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๓ น้ี ยงั อยใู นกลมุ ของเรอื่ งทเ่ี ปน สมาธโิ ดยสว นใหญ คำวา กายทงั้ ปวง จงึ มี ความหมายสว นใหญ เทา ทเ่ี กยี่ วกบั ความเปน สมาธิ ทที่ ำใหเ กดิ ขนึ้ ไดเ นอื่ ง จากลมหายใจน้ัน เพราะฉะน้ัน จึงกลาวไดโดยเจาะจงวากายท้ังปวงก็คือลมหายใจทั้งปวง นนั่ เอง. การกำหนดรกู ายทงั้ ปวง กค็ อื การกำหนดรลู มหายใจโดยประการทงั้ ปวง นนั้ เอง. วธิ กี ารกำหนดรลู มหายใจทง้ั ปวง ทา นแนะวธิ กี ำหนดอยา งงา ยไวด ว ยการแบง แยกเปน เบอื้ งตน ทา มกลาง และทส่ี ดุ ของลมหายใจเสยี กอ น ขอ นถี้ อื เอาความรสู กึ ของบคุ คลนน้ั เอง เปน ประมาณ วา ตนรสู กึ วา ลมหายใจเรม่ิ ตงั้ ตน ทต่ี รงไหน แลว เคลอ่ื นไปอยา งไร แลว ไปสดุ ท่ี ตรงไหน จงึ กลบั ออกหรอื กลบั เขา แลว แตก รณี. ในการหายใจเขา ยอ มกลา วโดยสมมตไิ ดว า ลมหายใจมกี ารตง้ั ตน จากขา งนอก ซง่ึ จะตอ งเปน ทช่ี อ งจมกู หรอื จดุ ใดจดุ หนงึ่ ในบรเิ วณนน้ั อนั

2 - 54 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน จดุ ทเี่ รารสู กึ วา ลมไดก ระทบในเมอื่ ไดม กี ารผา นเขา ไปจากภายนอกสภู ายใน. ในกรณี ของคนปรกติ กอ็ ยทู ป่ี ลายจะงอยจมกู เปน ธรรมดา แตใ นกรณขี องบคุ คลทมี่ รี มิ ฝป ากสงู เชดิ เกนิ ไป กจ็ ะมคี วามรสู กึ ทร่ี มิ ฝป ากบน ดงั นเ้ี ปน ตน แลว กถ็ อื เอาโดยสมมติ หรอื โดยบญั ญตั ิ กต็ ามวา นเี้ ปน จดุ เบอื้ งตน ของลมหายใจเขา . สว นคำวา ทา มกลาง นนั้ หมายถงึ ระยะ ตงั้ แตจ ดุ เบอ้ื งตน เปน ตน ไป จนถงึ ทสี่ ดุ หรอื เบอ้ื งปลาย เพราะฉะนน้ั เราจะตอ งพจิ ารณาถงึ จดุ ทส่ี ดุ หรอื จดุ เบอื้ งปลายกนั เสยี กอ น. ลมหายใจเขา ไดเ ขา ไปจนถงึ ทสี่ ดุ ทไี่ หน แลว จงึ กลบั ออกมานนั้ ไมจ ำเปน จะตอ งยดึ ถอื ในขอ เทจ็ จรงิ อะไรใหม ากมายเกนิ ไป เอาแตค วามรสู กึ อยา งใดอยา งหนงึ่ ทปี่ รากฏชดั กวา อยา งอน่ื และสะดวกแกก ารกำหนด ยง่ิ กวา อยา งอนื่ กพ็ อ แลว . เมอื่ เราลองหายใจเขา เขา ไปใหม ากทสี่ ดุ แลว ถอื เอาความรสู กึ ของเราเองวา ความ กระเพอ่ื มหรอื ความเคลอื่ นดนั ของลมหายใจนน้ั ไดแ สดงอาการระยะสดุ ทา ยของมนั ทตี่ รงไหน เรากเ็ อาตรงนนั้ เปน ทส่ี ดุ . ขอ น้ี ทา นถอื กนั เปน หลกั ทวั่ ไปวา ไปสดุ อยทู บ่ี รเิ วณสะดอื และ จดั เอาจดุ สะดอื นนั้ เปน ทสี่ ดุ หรอื เปน เบอ้ื งปลายของการหายใจเขา . ผศู กึ ษาจะตอ งทำความ สำเหนยี กไวด ว ยวา ในทน่ี ม้ี ไิ ดเ ปน การเรยี นกายวภิ าควทิ ยา หรอื สรรี วทิ ยา แตเ ปน เรอ่ื งของ การฝก หดั สมาธ;ิ ขอ เทจ็ จรงิ ของลมหายใจจะเปน อยา งไร ไมใ ชข องสำคญั ขอ สำคญั อยู ตรงทเ่ี ราจะกำหนดมนั ใหไ ดอ ยา งไรตา งหาก; จงึ เปน อนั ใหย ตุ ไิ ดว า ทส่ี ดุ ของลมหายใจทเ่ี ปน ภายในนน้ั อยตู รงทส่ี ะดอื กพ็ อแลว . เมอื่ เปน ดงั นี้ กเ็ ปน อนั กลา วไดว า สำหรบั การหายใจ เขา นน้ั ลมหายใจมเี บอ้ื งตน อยทู ปี่ ลายจะงอยจมกู และมเี บอ้ื งปลายอยตู รงทสี่ ะดอื และ มที า มกลางอยตู รงบรเิ วณกงึ่ กลางระหวา งนนั้ . แตส ำหรบั การกำหนดนน้ั จะตอ งถอื เอา ทง้ั หมดคอื ตงั้ แตป ลายจมกู จนถงึ สะดอื วา เปน สว นทา มกลาง. สว นการหายใจออกนน้ั มี การบญั ญตั ใิ นทางกลบั ตรงกนั ขา ม คอื เอาทส่ี ะดอื เปน เบอ้ื งตน และทปี่ ลายจะงอยจมกู เปน เบอื้ งปลาย โดยความทก่ี ลบั กนั . การเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซง่ึ กาย (คอื ลมหายใจ) ทง้ั ปวง มขี นึ้ มาไดใ นเมอื่ มกี ารกำหนด ลมนนั้ ตลอดตงั้ แตเ บอื้ งตน ทา มกลาง และทส่ี ดุ โดยไมม รี ะยะวา งเวน ทงั้ ขณะหายใจเขา และ หายใจออก. โดยทแ่ี ท ตามธรรมชาตนิ น้ั จติ เปน ของกลบั กลอกไดเ รว็ ในชว่ั ระยะการหายใจ เขา หรอื ออกครงั้ หนง่ึ นนั้ ถา ไมก ำหนดกนั ใหท ว่ั ถงึ จรงิ ๆ จติ อาจจะผละจากการกำหนดลม หนี

2 - 55 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ไปคดิ เรอื่ งอนื่ ไดต ง้ั หลายแวบ ในชว่ั ระยะการหายใจเขา และออกเพยี งครงั้ เดยี ว. ตวั อยา ง เชน ในขณะตง้ั ตน หายใจเขา จติ กำหนดอยทู ลี่ ม เมอื่ หายใจเขา ถงึ ทส่ี ดุ จติ กก็ ำหนดอยทู ล่ี ม ได แตใ นระยะทเี่ ปน ระหวา งตรงกลางนน้ั จติ อาจจะหนไี ปคดิ ถงึ สง่ิ อน่ื ใดเสยี แวบหนงึ่ หรอื สองสามแวบก็ยังได ถาหากวามิไดมีการกำหนดในระยะที่เรียกวาทามกลางนั้นไวอยางมั่น คงจริงๆ. ดว ยเหตดุ งั กลา วมานแ้ี หละ ทา นจงึ ตกั เตอื นวา ระยะทเ่ี รยี กวา ทา มกลางนน่ั เอง เปน ระยะทตี่ อ งระมดั ระวงั อยอู ยา งเขม งวดกวดขนั ดว ยอบุ ายตา งๆ กนั เชน อบุ ายอยา งหยาบๆ มกี ารสอนใหน บั ชา ๆ ๑-๒-๓-๔-๕ หรอื กระทงั่ ถงึ ๑๐ ตลอดเวลาทท่ี ำการหายใจเขา หรอื ออก ครง้ั หนงึ่ แลว แตค วามเหมาะสมของบคุ คลหนง่ึ ๆ เปน คนๆ ไป. เมอื่ ตอ งกำหนดในการนบั อยตู ลอดเวลา จนกวา จะสนิ้ สดุ การหายใจครง้ั หนงึ่ ๆ จติ กไ็ มม โี อกาสจะผละหนไี ปไหนได. และ ทงั้ เปน การทำใหส ามารถควบคมุ ความสนั้ ยาวของการหายใจไดเ ปน อยา งดี ดว ยการนบั จำนวน ใหม ากขน้ึ หรอื นอ ยลง แลว แตต นจะตอ งการลมหายใจสนั้ ยาวเพยี งไร. รายละเอยี ดเรอื่ งนี้ จะกลา วถงึ ในขน้ั ที่ ๔ ขา งหนา ในตอนอนั วา ดว ยคณนา สว นทเี่ ปน อบุ ายอยา งละเอยี ด นั้น อยากจะแนะวา ใหท ำอบุ ายในการกำหนดเสมอื นหนงึ่ วา จติ นนั้ ถกู ผกู ตดิ อยกู บั ลม ถกู ลมลาก พาไปมา ตลอดระยะการหายใจทง้ั เขา และออก. และดว ยเหตนุ เ้ี อง เขาจะตอ งมกี ารหายใจ ชนดิ ทเ่ี พยี งพอทจ่ี ะทำใหร สู กึ ไดว า เดย๋ี วนลี้ มกำลงั เคลอ่ื นหรอื เดนิ ไปถงึ ไหนแลว ทงั้ เขา และ ออก. เขาจะตอ งทำความรสู กึ คลา ยกบั วา ทางลมเดนิ นนั้ ออ นหรอื ไว ตอ ความรสู กึ อยา งยงิ่ , ลมเหมอื นกบั สง่ิ สงิ่ หนงึ่ หรอื กอ นอะไรกอ นหนงึ่ ซง่ึ วง่ิ ถไู ปถมู า อยบู นทางนน้ั อยา งทจี่ ะกำหนด ไดโ ดยงา ย. ดว ยอบุ ายนเ้ี อง ทำใหเ ราสามารถกำหนดลมหายใจไดต ดิ ตอ กนั ทกุ ระยะ วา มนั เรม่ิ ตน ทต่ี รงไหน เคลอ่ื นไปอยา งไร ไปสนิ้ สดุ ทตี่ รงไหน หยดุ อยทู ตี่ รงไหน นานเทา ไร แลว มนั จงึ กลบั ออกมา หรอื กลบั เขา ไป แลว แตก รณ.ี เขาทำดจุ ประหนงึ่ วา ลมหายใจนน้ั เปน ดวงมณีวิเศษดวงหนึ่ง ซ่ึงว่ิงไปว่ิงมา อยูบนเสนทางทางหน่ึง ซ่ึงจะไมยอมใหละไปจาก สายตาไดแ มช วั่ ขณะจติ เดยี ว หรอื กระพรบิ ตาเดยี ว. ถา เปรยี บดว ยอปุ มาอกี อนั หนงึ่ ทแ่ี ลว มา กค็ อื วา เมอื่ เขาเปน คนใชท เี่ ลยี้ งลกู ของนาย และจะตอ งระมดั ระวงั เดก็ ไมใ หต กจากเปลแลว ตลอดเวลาทเี่ ดก็ ยงั ไมห ลบั หรอื ถงึ กบั พยายาม

2 - 56 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ลงจากเปล เขาจะตอ งจบั ตาของเขาอยทู เี่ ดก็ ไมใ หว า งเวน ได ไมว า เปลนน้ั กำลงั ไกวไปถงึ ท่ี สดุ ขา งโนน หรอื กลบั มาถงึ ทส่ี ดุ ขา งนี้ หรอื ยงั อยตู รงกลาง ในขณะใดขณะหนง่ึ กต็ าม ลว น แตเ ปน ขณะทเี่ ดก็ จะลกุ ออกมาจากเปลไดท งั้ นนั้ สายตาของเขาจงึ ตอ งจบั อยทู เี่ ดก็ นนั้ ตลอด เวลา มไิ ดม รี ะยะวา งเวน ซงึ่ กลา วไดว า เขาไดเ หน็ เดก็ อยโู ดยประการทง้ั ปวง และตลอด เวลาทงั้ ปวงเหลา นน้ั ไมว า สง่ิ ใดๆ จะเกดิ ขนึ้ แกเ ดก็ เขายอ มรเู หน็ โดยสนิ้ เชงิ ; ขอ นม้ี อี ปุ มา ฉันใด ผูปฏิบัตกิ ็ใชสติเปนเคร่ืองกำหนดลมหายใจ ใหจิตกำหนดอยูตรงที่ลมหายใจโดย ประการทงั้ ปวง และตลอดเวลาทง้ั ปวง โดยไมม รี ะยะเวลาวา งเวน ฉนั นนั้ , ในทส่ี ดุ ผู ปฏบิ ตั เิ ชน นน้ั กส็ ามารถเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซง่ึ กายคอื ลมหายใจทงั้ ปวง ดว ยการกำหนด เบอ้ื งตน ทา มกลาง และเบอ้ื งปลาย อยา งตดิ ตอ กนั ไมข าดสายดว ยอาการอยา งน้.ี เมอื่ มกี ารกระทำอยดู งั นี้ อยา งถกู ตอ งตามระเบยี บวธิ แี ลว กายคอื ลมหายใจกป็ รากฏ ชดั สตกิ ป็ รากฏชดั ญาณหรอื ความรสู กึ ตา งๆ ตามควรแกก รณี กป็ รากฏชดั , สตปิ รากฏโดย ความเปน สต,ิ ญาณกป็ รากฏโดยความเปน ญาณ, กายกป็ รากฏโดยความเปน กาย, ไมป รากฏ ในฐานะอนั จะเปน ทต่ี ง้ั แหง ความยดึ มน่ั ถอื มน่ั วา เปน สตั วห รอื บคุ คล วา เปน ตวั ตนหรอื เปน เรา เปน เขา. เมอื่ เปน ดงั นกี้ ก็ ลา วไดว า เขาเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซงึ่ กายทงั้ ปวงจรงิ ๆ เหน็ กายคอื ลมหายใจในบรรดาในกายทง้ั หลายทงั้ ปวงอยเู ปน ปรกต,ิ จนไมม โี อกาสสำหรบั การเกดิ ขน้ึ แหง อภชิ ฌาและโทมนสั หรอื กเิ ลสอน่ื ใด. อเุ บกขาชอ่ื วา ตงั้ มน่ั ดว ยดอี ยตู ลอดเวลาเปน ทางนำไป สคู วามเกดิ ขน้ึ แหง สมาธทิ แ่ี นว แนใ นลำดบั ตอ ไป ดงั นี.้ (จบอานาปานสตขิ นึ้ ท่ี ๓ อนั วา ดว ยการกำหนดลมหายใจทง้ั ปวง) ตอน ๔ อานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๔ (การทำกายสงั ขารใหร ำงบั ) อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๔ นี้ มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ นั้ ยอ มทำในบทศกึ ษาวา เราเปน ผทู ำกายสงั ขาร ใหร ำงบั อยู จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา เราเปน ผทู ำกายสงั ขาร ใหร ำงบั อยู จกั หายใจออก’”. (บาลวี า ปสสฺ มภฺ ยํ กายสงขฺ ารํ อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ ปสสฺ มภฺ ยํ กายสงขฺ ารํ ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต.ิ )

2 - 57 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ คำวา “กายสงั ขาร” หมายถงึ ลมหายใจในเมอื่ ทำหนา ทปี่ รงุ แตง มหาภตู รปู อนั เปน ที่ ตง้ั แหง เวทนาเปน ตน ดงั ทไี่ ดก ลา วมาแลว ขา งตน ไมจ ำเปน ตอ งวนิ จิ ฉยั อกี ในทนี่ ี้ แตค วร จะเขา ใจสบื ไปวา ลมหายใจเปน สงิ่ ทเ่ี นอ่ื งกนั อยกู บั รา งกายอยา งใกลช ดิ ในฐานะเปน สงิ่ ทป่ี รงุ สง่ิ ตา งๆ ทเี่ นอื่ งกบั รา งกาย เชน ความรอ นหนาวในรา งกาย การเคลอ่ื นไหวของรา งกาย ตลอด ถงึ ความออ นสลวยและความแขง็ กระดา งเปน ตน ของรา งกาย เพราะฉะนน้ั จงึ เปน อนั กลา ว ไดว า รา งกายกบั ลมหายใจนี้ มคี วามสมั พนั ธก นั ในทางทจ่ี ะหยาบหรอื ละเอยี ด ในทางทจี่ ะระสำ่ ระสายหรอื สงบรำงบั ดงั นเี้ ปน ตน ไดพ รอ มกนั ไปในตวั ซง่ึ เปน เหตใุ หเ ราสงั เกตไดว า เมอ่ื รา งกายหยาบหรอื ระสำ่ ระสายเปน ตน ลมหายใจกห็ ยาบหรอื ระสำ่ ระสายไปตาม; เมอื่ ลม หายใจละเอยี ดหรอื รำงบั รา งกายกส็ ขุ มุ หรอื รำงบั ไปตาม; ฉะนน้ั การบงั คบั รา งกาย กค็ อื การบงั คบั ลมหายใจ; การบงั คบั ลมหายใจ กค็ อื การบงั คบั รา งกายพรอ มกนั ไปในตวั . เมอื่ ลมหายใจละเอียดหรืออยูในภาวะท่ีละเอียด รางกายก็สุขุมละเอียดไมกระดาง ไม เมอ่ื ยขบ และไมร ะส่ำระสายอยา งอนื่ ๆ จงึ เปน อนั วา นอกจากจะเปน เครอื่ งสงั เกตวา เปน ไปดวยกันหรือเสมอกันทุกลักษณะและอาการแลว ยังเปนสิ่งท่ีตองไดรับการกำหนดหรือ การฝกฝนพรอมกันไปในคราวเดียวกัน ในฐานะเปนเครื่องสงเสริมซึ่งกันและกัน ดังท่ี กลา วแลว . สิ่งท่ีจะพึงสำเหนียกศึกษาตอไป ก็คือขอที่วาลมหายใจยอมมีลักษณะหยาบ หรือ ละเอียด สงบรำงับ หรือไมสงบรำงับ อยูระดับหนึ่งตามธรรมชาติของมันเอง สุดแลวแต รา งกายนนั้ กำลงั เปน อยอู ยา งไร. แตแ มว า มนั จะเปน อยา งไรอยแู ลว กต็ าม ลกั ษณะทเี่ ปน อยูตามธรรมชาติน้ี เรายอมบัญญัติวาเปนของหยาบ หรืออยูในข้ันหยาบ ซ่ึงเราจักได กระทำใหกลายเปนของละเอียดหรือสงบรำงับยิ่งขึ้นไปตามลำดับ ดวยอำนาจของ กมั มฏั ฐาน กลา วคอื อานาปานสตใิ นขนั้ ท่ี ๔ น.้ี การทำกายสังขารใหรำงับ คำวา “การทำกายสงั ขารใหร ำงบั ” นน้ั ควรจะไดว นิ จิ ฉยั ถงึ กริ ยิ าทเี่ รยี กวา “รำงบั ใหเปนท่ีเขาใจแจมแจงกันเสียกอน.

2 - 58 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ดงั ทไี่ ดก ลา วมาแลว ขา งตน วา ลมหายใจทเ่ี ปน อยตู ามธรรมชาตนิ น้ั จดั เปน ของหยาบ หรอื บญั ญตั วิ า หยาบ แตว า ไมป รากฏเพราะมไิ ดก ำหนด ครนั้ พอสกั วา ไปกำหนดเขา เทา นน้ั ความหยาบกจ็ ะปรากฏขนึ้ มาทนั ทอี ยา งรนุ แรง แลว กจ็ ะเรมิ่ เปลย่ี นไปในทางทจี่ ะ ละเอยี ดหรอื สงบรำงบั ลง. ถา ยงิ่ ไปพจิ ารณาจรงิ ๆ เขา ดว ยแลว กย็ งิ่ ละเอยี ดรำงบั ลงอกี ตามลำดบั ดงั นี.้ ขอ นอี้ ปุ มาเพอ่ื จะใหเ ขา ใจงา ยขนึ้ โดยเปรยี บกบั เสยี งฆอ ง เมอื่ มกี าร ตฆี อ ง ยอ มเกดิ เสยี งดงั ทสี่ ดุ ของฆอ งขน้ึ . เมอื่ เสยี งดงั ทสี่ ดุ สนิ้ สดุ ไปแลว ยอ มเหลอื แตเ สยี ง กงั วานเปน ระยะยาว. เสยี งกงั วานในระยะแรก ยอ มดงั มากเกอื บเทา กบั เสยี งทตี่ โี ดยตรง แตแ ลว เสยี งกงั วานนน้ั ยอ มคอ ยๆ นอ ยลง หรอื จางลงๆ จนถงึ ขนาดจะไมไ ดย นิ เสยี ง และ เงยี บหายไปในทส่ี ดุ . เปรยี บเทยี บกนั ไดก บั ลมหายใจ ทมี่ ลี กั ษณะอาการละเอยี ดหรอื รำงบั ลงๆ เชน เดยี วกบั เสยี งกงั วานของฆอ ง ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . ขณะทยี่ งั ไมม กี ารตฆี อ งเสยี งกไ็ ม ปรากฏ นยี้ อ มเหมอื นกบั ขณะทย่ี งั ไมไ ดก ำหนดลมหายใจ รสู กึ วา สง่ิ ตา งๆ เงยี บไปหมด หรอื ราวกะวา มไิ ดม กี ารหายใจเลย ทง้ั ๆ ทม่ี กี ารหายใจอยเู ปน ปรกติ นเี้ ปน เพราะยงั ไมไ ดก ำหนด. พอสกั วา ไปกำหนดเขา กร็ ทู นั ทวี า มกี ารหายใจ และอยใู นระดบั ทห่ี ยาบ เชน เดยี วกบั เอาไมไ ป ตฆี อ ง กเ็ กดิ เสยี งชนดิ ทดี่ งั มากหรอื หยาบมากขนึ้ มาทนั ท.ี ครนั้ มกี ารกำหนดลมหายใจแลว มันก็เริ่มละเอียดไปตามลำดับของการกำหนด หรือการพิจารณาที่ยิ่งละเอียดลงตามลำดับ รำงบั ลงตามลำดบั เหมอื นเสยี งกงั วานของฆอ งฉนั นนั้ , ทงั้ หมดนี้ เพอ่ื จะชใี้ หเ หน็ ใจความ สำคญั ๒ ประการ คอื ถา ไมม กี ารกำหนด กเ็ ปน ของหยาบ หยาบอยตู ามปกติ แตเ รามริ สู กึ , และเมอ่ื ไปกำหนดเขา ยอ มเปลยี่ นเปน ของละเอยี ดยงิ่ ขน้ึ ไปตามลำดบั . แตก ารละเอยี ดโดย อตั ตโนมตั เิ ชน นี้ ยงั ไมเ ปน การเพยี งพอ เราจกั ตอ งทำใหล ะเอยี ดใหถ งึ ทสี่ ดุ จรงิ ๆ โดยวธิ แี หง อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๔ นี้. นค้ี อื ความหมายของคำวา “รำงบั ” ในบทบาลที มี่ อี ยวู า “เราเปน ผู ทำกายสงั ขารใหร ำงบั อย”ู ดงั น.้ี สงิ่ ทตี่ อ งวนิ จิ ฉยั สบื ไป กค็ อื ทำใหร ำงบั ดว ยอาการอยา งไร ? การทำใหร ำงบั ในทน่ี ้ี อาจจะแบง ไดเ ปน ๒ ประเภท คอื รำงบั ดว ยการกำหนด อยา ง หนงึ่ และรำงบั ดว ยการพจิ ารณา อกี อยา งหนงึ่ .

2 - 59 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ การกำหนด ในทนี่ ี้ เปน อาการทท่ี ำใหเ ปน สมาธิ ไดแ กก ารกำหนดสตเิ ขา ทล่ี มหายใจ โดยอาการทกี่ ลา วในขน้ั ที่ ๓. ยงิ่ กำหนดมากขน้ึ เพยี งไร ลมกย็ งิ่ ละเอยี ดมากเขา กระทงั่ ละเอยี ดถงึ ทส่ี ดุ ถงึ กบั กำหนดไมไ ด ตอ งรอื้ ขน้ึ มาตง้ั ตน ใหม ดงั ทจ่ี ะกลา วตอ ไปขา งหนา กด็ ี หรือละเอียดไปในทางท่ีถูกจนกระท่ังเกิดปฏิภาคนิมิต กลายเปนอัปปนาสมาธิ หรือฌานก็ดี ทง้ั ๒ อยา งน้ี ลว นแตเ ปน การสงบรำงบั ดว ยการกำหนด และเปน แนวของฝา ยสมาธโิ ดยตรง. สว นคำวา “การพจิ ารณา” นน้ั เปน แนวทางฝา ยปญ ญา หรอื การปฏบิ ตั ทิ ลี่ ดั ตรงไป ทางวปิ ส สนา โดยไมป ระสงคก ารทำสมาธถิ งึ ทสี่ ดุ , หรอื อกี อยา งหนงึ่ กเ็ ปน แนวปฏบิ ตั ขิ อง บคุ คลผปู ระสงคจ ะทำใหค วบคกู นั ไปทง้ั ๒ อยา ง การพจิ ารณาในทนี่ ้ี จะเปน การพจิ ารณา ตัวลมหายใจน่ันเองก็ได หรือพิจารณาสัจจะของธรรมชาติอันอื่น ซ่ึงเรียกวาธรรมะอยาง ใดอยา งหนงึ่ อยตู ลอดเวลาทห่ี ายใจเขา -ออก อยกู ไ็ ด. ถา สงิ่ ทน่ี ำมาพจิ ารณาอยนู นั้ เปน ของละเอยี ดยง่ิ ขนึ้ เพยี งไร การพจิ ารณากย็ งิ่ ละเอยี ดมากยง่ิ ขน้ึ เพยี งนน้ั และลมหายใจ กย็ ง่ิ ละเอยี ดขนึ้ เพยี งนนั้ ฉะนนั้ จงึ เปน อนั กลา วไดว า ผทู ท่ี ำอานาปานสตถิ งึ ขนั้ นยี้ อ มได ชื่อวาเปนผูทำกายสังขารใหรำงับอยู ท้ังในทางของสมาธิและท้ังในทางของปญญา คือวา เขาจะทำสมาธใิ หส งู ยงิ่ ขนึ้ ไปตามลำดบั กต็ าม หรอื วา จะยกั ไปในทางของวปิ ส สนา คอื พจิ ารณา เพอ่ื ความรกู ต็ าม ยอ มไดช อ่ื วา เปน ผทู ำกายสงั ขารใหร ำงบั อยู ดว ยกนั ทง้ั นนั้ . สำหรบั การทำการพจิ ารณา ทสี่ ามารถทำกายสงั ขารใหร ำงบั ลง ในทน่ี ้ี มลี ำดบั แหง ความรำงบั ลงตามลำดบั แหง ความหยาบละเอยี ด ของสง่ิ ทน่ี ำมาพจิ ารณา คอื : ในขนั้ แรก เมอื่ ยงั ไมไ ดพ จิ ารณาหรอื กำหนดอะไร ลมหายใจกห็ ยาบอยตู ามปรกติ เมอ่ื กำหนดพจิ ารณาอยทู ลี่ มหายใจนนั้ วา เปน อยา งไรเปน ตน ลมหายใจกย็ อ มสงบรำงบั ลงทนั ท;ี เมอื่ กำหนดพจิ ารณามหาภตู รปู (คอื ดนิ น้ำ ลม ไฟ) ซงึ่ เปน ของเนอ่ื งดว ยลมหายใจ อยู ลมหายใจกย็ งิ่ รำงบั ลงไปกวา นน้ั ; เมอ่ื กำหนดพจิ ารณาอปุ าทายรปู กลา วคอื ลกั ษณะ และภาวะตา งๆ ซงึ่ อาศยั อยกู บั มหาภตู รปู ซง่ึ เปน ของละเอยี ดยง่ิ ไปกวา มหาภตู รปู ลมหายใจ ก็ย่ิงรำงับลงไปกวานั้น; เมอื่ กำหนดพรอ มกนั ทง้ั ๒ อยา ง เชน กำหนดพจิ ารณาอาการทอี่ ปุ าทายรปู เนอื่ งอยู

2 - 60 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ กบั มหาภตู รปู อยา งไร เปน ตน ลมหายใจกย็ งิ่ รำงบั ลงไปกวา นนั้ ; เมอื่ กำหนดอรปู คอื สง่ิ ทไ่ี มม รี ปู เลย มอี ากาศและวญิ ญาณเปน ตน ลมหายใจกย็ ง่ิ รำงับลงไปกวานั้น; เมอ่ื กำหนดพรอ มกนั ทง้ั ๒ อยา ง คอื ทงั้ รปู และอรปู เชน กำหนดความทสี่ งิ่ ทงั้ ๒ อยา งนแ้ี ตกตา งกนั อยา งไร และเนอื่ งกนั อยา งไรเปน ตน ลมหายใจกย็ งิ่ ละเอยี ดหรอื รำงบั ลงไปย่ิงกวานั้น; เมอื่ กำหนดละเอยี ดลงไปถงึ สงิ่ ซง่ึ เปน ปจ จยั ของรปู และอรปู ซง่ึ เรยี กอกี อยา งหนงึ่ วา นามรปู อกี ตอ หนงึ่ จนกระทง่ั เหน็ วา นามรปู มอี ะไรเปน ปจ จยั และปจ จยั นน้ั ๆ กำลงั ปรงุ แตง นามรปู นนั้ อยอู ยา งไร ดงั นเ้ี ปน ตน ลมหายใจกย็ งิ่ ละเอยี ดและรำงบั ลงไปยง่ิ กวา นน้ั ; และ เมอื่ ไดก ำหนดพจิ ารณาไป กระทงั่ ถงึ ลกั ษณะแหง นามรปู หรอื ความทน่ี ามรปู ประกอบอยดู ว ยไตรลกั ษณะ คอื ความไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ดงั นเ้ี ปน ตน แลว ลมหายใจ กล็ ะเอยี ดหรอื รำงบั ลงไปยงิ่ กวา นนั้ . สว นทเี่ ปน การกำหนดแลว พจิ ารณา ทงั้ หมดน้ี ยอ ม แสดงใหเห็นอาการของความสงบรำงับที่เปนไปดวยอำนาจของการพิจารณาตามแนวของ วปิ ส สนา ซง่ึ เปน ทางของปญ ญาอนั แตกตา งจากการกำหนดอยา งไมพ จิ ารณา ซง่ึ เปน อาการ ของสมถะ และเปน แนวของสมาธิ อยา งแจง ชดั . มสี ง่ิ สำคญั ทค่ี วรจะทราบเสยี ดว ยเลยในทน่ี วี้ า เมอ่ื การเจรญิ อานาปานสตดิ ำเนนิ มาจนถงึ ขนั้ ที่ ๔ น้ี ผปู ระสงคจ ะทำอานาปานสตติ อ ไปตามลำดบั ทมี่ อี ยใู หค รบทงั้ ๑๖ ขน้ั นนั้ กต็ อ งทำไปตามแนวของการกำหนดเพอ่ื ความเปน สมาธโิ ดยตรงไปกอ น จนกระทงั่ ถงึ เกดิ จตตุ ถฌานเปน อยา งสงู สดุ ดว ยอำนาจของการทำอานาปานสตขิ อ ที่ ๔ น้ี แลว จงึ ทำขนั้ ที่ ๕ ท่ี ๖ ตามลำดบั ไป และไปกำหนดความไมเ ทยี่ งเปน ทกุ ข เปน อนตั ตาเปน ตน ใหถ งึ ทส่ี ดุ เอาในขนั้ แหง อานาปานสตหิ มวดสดุ ทา ย คอื ตง้ั แตข น้ั ที่ ๑๓-๑๔ และเปน ลำดบั ไป. สว นบคุ คลผไู มป ระสงคจ ะทำใหเ ตม็ ทใ่ี นฝา ยสมถะ แตม คี วามประสงคจ ะลดั ตรง ไปสวู ปิ ส สนาโดยดว น กส็ ามารถทจ่ี ะยกั หรอื เปลย่ี นการกำหนด ใหก ลายเปน การพจิ ารณา และ พจิ ารณารปู นาม โดยความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา อยา งยง่ิ ไปเสยี ตง้ั แตอ านาปานสติ

2 - 61 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ขน้ั ท่ี ๔ นี้ แลว ดำเนนิ ขา มเลยไปยงั ขนั้ ที่ ๑๓-๑๔-๑๕-๑๖ ดว ยอำนาจของการพจิ ารณาดงิ่ ไปในทางของปญ ญาอยา งเดยี ว ดงั ทจี่ ะไดก ลา วในขนั้ นนั้ ๆ โดยไมห ว งหรอื ไมต อ งการบรรลุ ฌานเปน ตน ไป แตอ ยา งใด ซง่ึ หมายความวา ไมต อ งการสมาธถิ งึ ขนาดบรรลฌุ านนน้ั เอง ตอ ง การสมาธเิ พยี งเทา ทจี่ ะเปน บาทฐานของวปิ ส สนาเทา นนั้ โดยเพง เลง็ เอาความดบั ทกุ ขเ ปน ท่ี มงุ หมาย แตไ มป ระสงคส มรรถภาพ หรอื คณุ สมบตั พิ เิ ศษ เชน อภญิ ญาเปน ตน . การพจิ ารณาตามแนวแหง วปิ ส สนาในเรอื่ งน้ี มรี ายละเอยี ดอยา งไรจะกลา วขา งหนา ในเรอ่ื งทถ่ี งึ เขา คอื ในขน้ั ที่ ๑๓-๑๔. ในทน่ี ี้ มงุ หมายจะวนิ จิ ฉยั กนั เฉพาะ การทำกายสงั ขาร ใหส งบรำงบั ตามหลกั ของฝา ยสมาธอิ ยา งเดยี ว แมจ ะมกี ารระงบั ความมสี ตั ว บคุ คล ตวั ตน เราเขา ในขน้ั เหลา นบี้ า ง กเ็ ปน เพยี งการเหน็ ความไมเ ปน สตั ว บคุ คล ตวั ตน เราเขา เพราะ สกั วา เปน กายบา ง เปน ลมหายใจบา ง เปน สตบิ า ง เปน จติ ทมี่ สี ตกิ ำหนดลมหายใจบา ง เปน สมั ปชญั ญะคอื เปน เพยี งญาณในขน้ั ตน ๆ รอู ยวู า อะไรเปน อะไรดงั นบ้ี า ง. การเหน็ เปน แต ธรรมชาติ ไมเ หน็ ความเปน สตั ว บคุ คล ตวั ตน เราเขา ซง่ึ นา ยดึ ถอื หรอื เปน ทตี่ ง้ั แหง ความรกั และความชงั แตอ ยา งใด ทำนองน้ี กเ็ ปน อนั กลา วไดว า เปน การนำอภชิ ฌาและโทมนสั ออก เสยี ไดร ะดบั หนงึ่ เชน เดยี วกนั . โดยใจความกค็ อื วา แมย งั เปน เพยี งเรอื่ งของสมาธิ กย็ งั สามารถกำจดั ความยดึ ถอื วา สตั วบ คุ คล ตวั ตน เราเขา ไดต ามสว นของสมาธนิ น้ั ในเมอื่ การกระทำนนั้ มสี มั มาทฏิ ฐเิ ปน มลู ฐานมาแตเ ดมิ แมจ ะนอ ยเพยี งไรกต็ าม. ฉะนน้ั เราจะได พจิ ารณากนั ถงึ การทำกายสงั ขารใหร ำงบั โดยวถิ ที างแหง การกำหนดลมหายใจตามแนวสมาธิ โดยตรงอยา งเดยี วเปน ลำดบั ไป จนกระทงั่ เกดิ ฌาน ใหเ สรจ็ สน้ิ ไปเสยี กอ น. ลำดับแหงกรรมวิธีของอานาปานสติ เมอื่ มาถงึ ขน้ั นี้ ควรจะไดท ราบอยา งทว่ั ถงึ กวา งขวางออกไป รวมทง้ั เรอ่ื งทแ่ี ลว มา และ เรอื่ งทจ่ี ะกลา วตอ ไปขา งหนา ทตี่ ดิ ตอ เปน สายเดยี วกนั วา ลำดบั แหง กรรมวธิ ขี องการเจรญิ อานาปานสตติ ง้ั แตต น จนถงึ ทส่ี ดุ กลา วคอื การบรรลมุ รรคผล นนั้ อาจจะแบง ออกไดโ ดย หลกั ใหญเ ปน ๘ ระยะ คอื :

2 - 62 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ๑. คณนา การคำนวณหรอื การนบั เพอ่ื ทราบความสนั้ ยาวของลมหายใจ หรอื เพอ่ื ควบคมุ การหายใจอยา งมรี ะยะ มเี บอื้ งตน ทา มกลาง ทส่ี ดุ กต็ าม เปน การกำหนดลมหายใจ อยา งหยาบ. (มไี ดใ นอานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๑-๒-๓). ๒. อนพุ นั ธนา การตดิ ตามลมหายใจอยา งละเอยี ด ดว ยสตทิ สี่ ง ไปตามอยา งไมท ง้ิ ระยะวา ง โดยไมต อ งนบั ไมต อ งกำหนดเบอื้ งตน ทา มกลาง ทสี่ ดุ เปน ตน . (มไี ดใ นอานาปานสติ ขน้ั ที่ ๓). ๓. ผสุ นา การกำหนดฐานทล่ี มถกู ตอ ง แตเ พยี งแหง ใดแหง หนง่ึ เพยี งจดุ เดยี ว เพอื่ การเกดิ ขนึ้ แหง อคุ คหนมิ ติ ณ ทนี่ น้ั . (มไี ดใ นอานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๔). ๔. ฐปนา ความแนน แฟน มนั่ คง แหง การกำหนดทพ่ี น้ื ฐานอนั เปน ทต่ี ง้ั แหง อคุ คหนมิ ติ นน้ั จนกระทงั่ เปลย่ี นรปู เปน ปฏภิ าคนมิ ติ ปรากฏขนึ้ อยา งชดั เจนมน่ั คงแนน แฟน เพอื่ เปน ท่ี หนวงใหเ กดิ อปั ปนาสมาธิ หรอื ฌานตอ ไป. (มไี ดใ นอานาปานสติ ขน้ั ท่ี ๔). (ทงั้ ๔ ระยะนเี้ ปน ระยะเนอ่ื งดว ยสมาธโิ ดยตรง. ตอ จากนไ้ี ป เปน ระยะทเี่ นอ่ื งดว ย วปิ ส สนา หรอื การพจิ ารณา). ๕. สลั ลกั ขณา การกำหนดพจิ ารณานามรปู ตามทางของวปิ ส สนาเพอื่ ความเหน็ แจง ลกั ษณะแหง ความไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา โดยเฉพาะ. (มไี ดต ง้ั แตอ านาปานสติ ขน้ั ท่ี ๕ เปน ตน ไป จนถงึ ทส่ี ดุ ). ๖. ววิ ฏั ฏนา อาการตดั กเิ ลสของมรรค นบั ตงั้ แตว ริ าคะเปน ตน ไปจนกระทงั่ ถงึ ขณะแหง มรรคโดยตรง. (ยอ มมใี นจตกุ กะท่ี ๔ ขน้ั ใดขน้ั หนงึ่ ). ๗. ปรสิ ทุ ธิ การบรรลผุ ลของการตดั กเิ ลส ทเ่ี รยี กโดยตรงวา วมิ ตุ ติ ในขน้ั ทเ่ี ปน สมจุ เฉท- วมิ ตุ ต.ิ (เปน ผลแหง การเจรญิ อานาปานสตใิ นขนั้ สดุ ทา ย ทก่ี ำหนดอยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก). ๘. ปฏปิ ส สนา ไดแ กญ าณเปน เครอ่ื งพจิ ารณา ในความสนิ้ ไปแหง กเิ ลส และผลแหง ความสน้ิ ไปแหง กเิ ลส ทเ่ี กดิ ขนึ้ แลว . (เปน การพจิ ารณาผลอยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก). (๔ ขน้ั ตอนหลงั น้ี เปน ระยะแหง วปิ ส สนาและมรรคผล).

2 - 63 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เกี่ยวกับการทำกายสังขารใหรำงับนั้น ยอมมีในระยะท่ี ๓ และที่ ๔ คือผุสนาและ ฐปนาโดยตรง. สำหรบั ระยะท่ี ๑ คอื คณนานนั้ เปน เพยี งการกำหนดลมหายใจเขา -ออก ตาม ทกี่ ลา วมาแลว ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑ และที่ ๒. สว นอนพุ นั ธนาระยะท่ี ๒ นน้ั เปน การ กำหนดตดิ ตามลมอยา งละเอยี ดถย่ี บิ และวกไปวกมา ตามอาการทลี่ มแลน ไป ดงั ทก่ี ลา วแลว ใน อานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๓ เปน สว นใหญ. แตถ งึ กระนน้ั กต็ าม การมคี วามรคู วามเขา ใจ และ การกระทำมาอยา งถกู ตอ ง ตง้ั แตร ะยะที่ ๑ ที่ ๒ นน้ั ยอ มสง เสรมิ ความสำเรจ็ ในระยะ ท่ี ๓ ที่ ๔ นเี้ ปน อยา งยง่ิ จงึ ควรมกี ารพจิ ารณามาใหม ตง้ั แตร ะยะท่ี ๑ ถงึ ท่ี ๔ ในลกั ษณะ ทส่ี มั พนั ธก นั อกี ครงั้ หนงึ่ , ดงั ตอ ไปน้ี: ระยะที่ ๑ คือ คณนา ไดแกการคำนวณหรือการนับ มีความหมายเปน ๒ อยาง คอื คำนวณเพอื่ ใหร คู วามสน้ั ยาวของลมหายใจ อยา งหนง่ึ และเพอื่ วา เมอื่ คำนวณอยู จติ จะไมม โี อกาสละจากลมหายใจ นอี้ กี อยา งหนงึ่ . เมอ่ื มคี วามมงุ หมายอยา งนี้ อาการท่ี นบั หรอื คำนวณนน้ั ตอ งมคี วามสมั พนั ธก นั ดว ยดี คอื การนบั หรอื คำนวณกส็ ำเรจ็ การปอ งกนั จติ ละจากอารมณก ส็ ำเรจ็ . การคำนวณหรอื การนบั นนั้ ถา นบั ดว ยสงั ขยา กน็ บั ไมน อ ยกวา ๕ และไมม ากเกนิ กวา ๑๐. ถา ไมน บั ดว ยสงั ขยากค็ อื เพยี งแตค ำนวณเอาวา สนั้ ยาวเทา ไร, อยา งไร ดงั ทก่ี ลา วแลว ในตอนทว่ี า ดว ยลมหายใจสน้ั หรอื ยาวนน่ั เอง. ทงั้ หมดน้ี ตอ งทำดว ย ความตง้ั ใจทมี่ กี ำลงั พอเหมาะสม ไมเ นอื ยเกนิ ไป และไมข ะมกั เขมน เกนิ ไป. การกำหนดนับดวยสังขยาน้ัน เปนอุบายที่ทำใหการกำหนดเปนไปในลักษณะท่ี งา ยขนึ้ แตก ห็ ยาบกวา การคำนวณโดยไมต อ งนบั . วิธีนับดวยสังขยา คือช่ัวระยะที่หายใจเขาหรือหายใจออกครั้งหน่ึง มีการนับวา ๑-๒-๓-๔-๕ ใหจ บลงพอเหมาะพอดกี นั ทกุ ครงั้ ทห่ี ายใจเขา หรอื ออก. แมจ ะยดื การนบั ออกไป ถงึ ๑๐ คอื นบั ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐ กต็ อ งกะใหจ บลงพอดกี บั การสนิ้ สดุ ของการหายใจ ระยะหนงึ่ ๆ. แมจ ะนบั ชนดิ ๑ ถงึ ๖, ๑ ถงึ ๗, ๑ ถงึ ๘, ๑ ถงึ ๙ กต็ าม ยอ มมวี ธิ แี หง การ นบั ใหล งจงั หวะพอเหมาะพอดอี ยา งเดยี วกนั หากแตว า ไมน ยิ ม สนู บั ถงึ ๕ หรอื ถงึ ๑๐ ไมไ ด. การนบั อยา งนจ้ี ะเหน็ ไดว า เปน การนบั เมอ่ื มกี ารหายใจยาวเปน ปรกตเิ ทา นน้ั และทง้ั ยงั เปน ระยะแหง การกำหนดเปน เบอื้ งตน ทา มกลางทส่ี ดุ หรอื การกำหนดเปน ระยะๆ อยนู น่ั เอง และ

2 - 64 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ยงั เปน เหตผุ ลเกย่ี วกบั ขอ ทวี่ า ไมใ หน อ ยกวา ๕ และไมใ หเ กนิ ๑๐, เพราะถา นบั นอ ยกวา ๕ ก็ท้ิงระยะแหงการนับหางกันมาก จนนานพอที่จะทำใหจิตผละหนีไปไดจากอารมณ หรือจัด วาเปนอาการนับท่ีหยาบเกินไป, และมีผลไมตางอะไรกับการกำหนดแตเพียงวาเบ้ืองตน ทา มกลาง ทส่ี ดุ . แตถ า นบั เกนิ กวา ๑๐ ซงึ่ เปน ระยะทตี่ ดิ กนั มากเกนิ ไป กจ็ ะทำใหเ กดิ อาการ ลกุ ลนเมอ่ื นบั หรอื ความระหกระเหนิ ในการนบั ขน้ึ แกจ ติ . รวมความก็คือ ชาเกินไปกไ็ มดี เรว็ เกนิ ไปกไ็ มด ี หา งเกนิ ไปกไ็ มด ี ถเ่ี กนิ ไปกไ็ มด ี ลว นแตเ ปน ทางมาแหง การกระทบกระเทอื น และความฟงุ ซา นแหง จติ ไดด ว ยกนั ทงั้ นนั้ . นค้ี อื การนบั ดว ยวธิ แี หง สงั ขยา ซงึ่ ควรจะทดลอง ฝก ฝนดใู หค รบถว นทกุ แบบ เพราะเปน อบุ ายวธิ ที เี่ ปน ทงั้ การฝก ฝน และการปรบั ปรงุ ใหจ ติ อยู ในสภาพทคี่ ลอ งแคลว ทง้ั ใหจ ติ นน้ั รจู กั ตวั มนั เองอยา งชดั เจนยง่ิ ขน้ึ . วิธีนับโดยการคำนวณความส้ันยาว โดยไมตองมีการนับดวยสังขยานั้น มีวิธีการ ดงั ไดก ลา วแลว ขา งตน อนั วา ดว ยความสนั้ ยาวแหง ลมหายใจ และการกำหนดความสน้ั ยาวนนั้ ในอานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑ ขนั้ ท่ี ๒ มาแลว อยา งเพยี งพอ. ในทนี่ ขี้ อสรปุ ใจความสำคญั แตเ พยี ง วา การคำนวณความสนั้ ยาวนน้ั กต็ อ งทำดว ยความรสู กึ ทพี่ อเหมาะพอดี คอื ไมท ำดว ยความ รอ นรน หรอื กระหายเกนิ ไป กลา วคอื มคี วามตงั้ ใจรนุ แรงเกนิ ไป หรอื ทำดว ยความเฉอ่ื ยชา เนอื ยๆ เลอื นๆ กลา วคอื มคี วามตง้ั ใจนอ ยเกนิ ไป. การทำอยา งแรก ทำใหจ ติ ฟงุ ซา น ซงึ่ กำหนดอารมณไ มไ ด. การทำอยา งหลงั ทำใหจ ติ มโี อกาสผละหนจี ากอารมณ โดยลกั ษณะ อาการเชน เดยี วกบั โทษทเี่ กดิ ขน้ึ จากการนบั ทม่ี ากหรอื นอ ยเกนิ ไป ชา หรอื เรว็ เกนิ ไปนน่ั เอง. อปุ มาขอ นเี้ ปรยี บไดก บั การจบั นกตวั เลก็ ๆ ถา ทำมอื หลวมๆ นกกห็ นไี ปตามชอ งมอื ได; ถา จบั แนน เกนิ ไปนกกต็ ายในมอื ไมส ำเรจ็ ประโยชนอ ะไรแกบ คุ คลผหู วงั จะไดน กเปน ๆ ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . การนบั ดว ยสงั ขยากด็ ี การคำนวณโดยไมต อ งนบั สงั ขยากด็ ี ลว นแตเ รยี กวา คณนา ในทนี่ ด้ี ว ยกนั ทง้ั นนั้ เปน สงิ่ ทตี่ อ งทำในขณะทม่ี กี ารกำหนดอยตู ลอดระยะสน้ั หรอื ระยะยาว ของลม กลา วคอื ตลอดเวลาทส่ี ตเิ รมิ่ กำหนดไปตามลม ครนั้ ถดั มาถงึ ระยะทลี่ มหายใจเปน ระเบยี บแลว มคี วามรำงบั ลงบา งแลว การกำหนดอยา งหยาบเชน นนั้ กก็ ลายเปน สงิ่ ทไ่ี มค วร แตจ ะตอ งมวี ธิ กี ารกำหนดทลี่ ะเอยี ดยงิ่ ขน้ึ ไป กลา วคอื การกำหนดเฉพาะแหง อนั จะไดก ลา ว ถงึ ไดโ ดยสมบรู ณข า งหนา ในขนั้ ผสุ นา, สำหรบั ในทนี่ ี้ จะกลา วแตพ อสงั เขปเทา ทยี่ งั คาบเกย่ี ว

2 - 65 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ กนั อยบู างอยา งกบั การนบั หรอื คณนา เทา นน้ั . การกำหนดลมเฉพาะแหง คอื เมอ่ื เหน็ วา ไมจ ำเปน จะมกี ารกำหนดวง่ิ ไปตามลมอยตู ลอด เวลา เพราะจติ รำงบั พอสมควรแลว กเ็ ลอื กกำหนดเฉพาะทจี่ ดุ ใดจดุ หนงึ่ ซง่ึ ลมจะผา นไปหรอื ผา นมาเทา นน้ั แลว คอยกำหนดนบั หรอื คำนวณทน่ี น้ั เพอ่ื ความเขา ใจงา ย กค็ วรยอ นระลกึ ไปถงึ อปุ มาเรอ่ื งคนใชท ไี่ กวเปลเดก็ อกี ตามเคย : เขานงั่ อยทู ตี่ รงเสาเปลซงึ่ ตง้ั อยกู ง่ึ กลางของ การไกวไปและการไกวมา. เมอ่ื เดก็ ยงั ไมห ลบั หรอื ไมง ว ง ยงั จะดนิ้ ลงจากเปลอยู เขากต็ อ ง เหลยี วหนา ไปเหลยี วหนา มา ซา ยที ขวาที อยตู ลอดเวลา จบั ตาดเู พอื่ ไมใ หเ ดก็ นนั้ มโี อกาสลง จากเปล. แตค รน้ั เดก็ นนั้ ยอมนอน หรอื งว งนอนลงบา งแลว เขากไ็ มจ ำเปน ทจี่ ะตอ งทำเชน นน้ั คงจบั ตาอยเู ฉพาะตรงหนา ชวั่ ขณะทเี่ ปลผา นมาเพยี งแวบ็ หนง่ึ เทา นนั้ กพ็ อแลว . เขาไม ตอ งเหลยี วซา ยเหลยี วขวาอกี ตอ ไป เพราะไมม คี วามจำเปน และยงั แถมจะเหนอื่ ยเปลา ขอ น้ี ฉนั ใด; เมอ่ื ลมหายใจเรม่ิ รำงบั ลงอยา งทเี่ รยี กวา “กายรำงบั ลง” การปฏบิ ตั กิ เ็ ลอื่ นไปสขู น้ั ที่ ละเอยี ดกวา เดมิ คอื ไมก ำหนดดว ยการวงิ่ ตามลมเขา ออก แตไ ปหยดุ คอยกำหนดอยตู รงจดุ ใดจดุ หนง่ึ ซงึ่ เปน การไดเ ปรยี บหรอื เหมาะสมทส่ี ดุ ฉนั นน้ั . จดุ ทกี่ ลา วน้ี ควรทจ่ี ะไดร บั การ พจิ ารณาวา จะเปน ทต่ี รงไหน และเพราะเหตอุ ะไร. ไดก ลา วมาแลว ขา งตน วา เราไดแ บง พนื้ ฐานของทางลมหายใจสมั ผสั ออกเปน ๓ สว น คอื ทตี่ รงปลายจมกู ทกี่ ลางอก และทส่ี ะดอื ฉะนนั้ ควรจะพจิ ารณาตอ ไปวา การคอยเฝา กำหนด ที่จุดไหนจะไดผลอยางไร : สมมติวา ถากำหนดที่กลางอก พื้นฐานก็จะใหญหรือยาวเกินไป จนยากแกก ารทจ่ี ะกำหนดใหเ ปน จดุ เลก็ ๆ จดุ หนงึ่ ได : ถา กำหนดทสี่ ะดอื กย็ งั เปน การเลอ่ื น ลอย เพราะเปน เพยี งการอนมุ านเอาตามความรสู กึ ทรี่ สู กึ เปน วงกวา งๆ ไมม จี ดุ เลก็ ๆ ทจ่ี ะสามารถ กำหนดไดอ ยา งเดยี วกนั : เพราะฉะนน้ั จงึ เหลอื อยแู ตท ช่ี อ งจมกู ซงึ่ เปน จดุ เลก็ ๆ จดุ หนงึ่ ทล่ี ม หายใจจะตอ งผา นอยเู สมอ ทง้ั ออกและเขา และแรงพอทจี่ ะกำหนดไดโ ดยงา ย จงึ เกดิ ความ นยิ มตรงเปน อนั เดยี วกนั หมดทกุ พวกวา จะตงั้ จดุ แหง การกำหนดทต่ี รงน้ี สำหรบั การปฏบิ ัติ ในขน้ั น.้ี อปุ มาทช่ี ว ยใหเ ขา ใจงา ยยงิ่ ขน้ึ ไปอกี กไ็ ดแ กก ารเฝา เมอื ง (สมยั โบราณ) ทงั้ เมอื ง ที่ ตรงประตเู มอื งแหง เดยี ว. คนเฝา ประตเู มอื งไมจ ำเปน จะตอ งตรวจคน คนทยี่ งั ไมไ ดเ ขา ประตู เมอื งหรอื คน ทไี่ ดเ ขา เลยประตเู มอื งไปจนอยใู นเมอื งแลว . เขาจะตรวจคน แตบ คุ คลทกี่ ำลงั

2 - 66 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ จะผา นชอ งประตเู มอื งกแ็ ลว กนั . เขายอ มเหนอ่ื ยนอ ย เปลอื งเวลานอ ย แตไ ดผ ลมาก นฉ้ี นั ใด; การกำหนดลมหายใจในขน้ั นี้ กม็ คี วามมงุ หมายฉนั นนั้ คอื การกำหนดเฉพาะตอ เมอื่ ลมผา น ชอ งจมกู โดยเฉพาะทป่ี ลายจะงอยจมกู ดา นใน. ใหป ฏบิ ตั ทิ ำความรสู กึ ราวกะวา ทต่ี รงนน้ั เปน เนอื้ ออ นมากหรอื กำลงั เปน แผล ซง่ึ มอี าการไวตอ ความรสู กึ อยา งยง่ิ ถงึ กบั วา เมอ่ื ลมผา นแม เพยี งเลก็ นอ ย กย็ งั อาจทจ่ี ะรสู กึ ได. สตคิ อยกำหนดอยทู จี่ ดุ นจี้ ดุ เดยี ว กเ็ ปน การเพยี งพอสำหรบั การปฏบิ ตั ใิ นขน้ั นี้ และพงึ ทราบลว งหนา ไวเ สยี ดว ยวา ณ จดุ ๆ นเ้ี อง ซงึ่ จะไดน ามวา ผสุ นา อนั เปน ระยะท่ี ๓ ของกรรมวธิ ขี องการกำหนดซงึ่ จะตอ งพจิ ารณากนั อยา งละเอยี ดขา งหนา . สำหรบั คนธรรมดาเราๆ กม็ ที างทจี่ ะกำหนดจดุ ๆ นไ้ี ดโ ดยงา ย และจะงา ยยงิ่ ขนึ้ ไปอกี สำหรบั คนประเภททม่ี จี มกู โงง เปน ขอ. สำหรบั คนประเภททมี่ จี มกู สน้ั และหกั หงาย เชน จมกู ของ ชนเผา พนั ธนุ โิ กร ทำใหม กี ารกำหนดทสี่ ดุ ชอ งจมกู ไดย ากกวา คนธรรมดา เพราะลมหายใจจะพงุ ไปกระทบทรี่ มิ ฝป ากบน ทำใหม คี วามรสู กึ ทต่ี รงนน้ั มากกวา ทป่ี ลายจมกู . ถา เปน อยา งน้ี ทา น แนะใหเ ปลย่ี นตำแหนง จดุ ทปี่ ระสงคน นั้ ไปทจี่ ะงอยฝป ากบน แทนทจี่ ะเปน ทป่ี ลายจะงอยจมกู ซงึ่ เรอื่ งนเ้ี จา ตวั ทกุ คน ยอ มรไู ดด ดี ว ยตนเอง. เปน อนั วา ในบดั น้ี การกำหนดลมหายใจไดเ ปลย่ี นการกำหนดนบั ตลอดสาย มาเปน การ กำหนดนบั เมอ่ื ลมผา น เฉพาะทจี่ ดุ ใดจดุ หนงึ่ ดว ยอาการดงั กลา วแลว ; ฉะนนั้ ในกรณนี ้ี การนบั หรอื การคำนวณยอ มเปลยี่ นไปตาม กลา วคอื สำหรบั การนบั อยา งวธิ สี งั ขยา ทา นแนะ ใหน บั คราวละ ๕ คอื เรมิ่ นบั เปน ๕ เปน ๑๐ เปน ๑๕-๒๐-๒๕ เรอ่ื ยไป ทกุ คราวทลี่ มผา นจดุ ๆ น้.ี หรอื จะนบั เปน คราวละ ๑๐ , เปน ๑๐-๒๐-๓๐-๔๐-๕๐ แทนกไ็ ด : ไมต อ งมกี ารแจกโดย รายละเอยี ดเปน ๑-๒-๓-๔-๕ อกี ตอ ไป กจ็ ะเขา รปู กนั ได กบั การฝก ในระยะทแ่ี ลว มา และดำเนนิ ไปไดโ ดยสะดวกในตวั มนั เอง. สว นการคำนวณโดยไมต อ งนบั นน้ั กก็ ลายเปน การคำนวณ เอาตรงจดุ นน้ั เพอื่ ใหร ลู มสน้ั หรอื ยาวหนกั หรอื เบา หยาบหรอื ละเอยี ดเปน ตน ไดผ า นเขา หรอื ผา นออก กร็ ไู ดท ต่ี รงนน้ั เอง. นเ่ี ปน เรอื่ งทง้ั หมดของคณนา หรอื การคำนวณ. ระยะที่ ๒ คอื อนพุ นั ธนา ไดแ กก ารตดิ ตามลมอยา งละเอยี ดใกลช ดิ ถงึ ทส่ี ดุ โดยทกุ วถิ ที างนน้ั สว นใหญเ ปน ลกั ษณะของปฏบิ ตั แิ หง อานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๓ โดยตรง กลา วคอื การ กำหนดรซู ง่ึ ลมหายใจทง้ั ปวง หายใจเขา อยู หายใจออกอยู. สำหรบั วธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นขน้ั นี้ กย็ งั

2 - 67 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน การกำหนดลมหายใจอยนู น่ั เอง หากแตว า เปน ขน้ั ทลี่ ะเอยี ดยง่ิ ขนึ้ ไป โดยการขจดั อาการ หรอื วธิ กี ารตา งๆ ทเี่ ปน ภาระในการกำหนดใหน อ ยลง เทา ทจี่ ะใหน อ ยได. อธบิ ายวา เมอื่ มี การกำหนดชนิดที่เปนการนับ หรือชนิดที่กำหนดเปนเบื้องตน ทามกลาง ที่สุด อยูเพียงใด การกำหนดกต็ อ งยงั หยาบอยเู พยี งนนั้ คอื ตอ งมคี วามรสู กึ ทเ่ี กดิ ดบั -เกดิ ดบั ทกุ คราวทกี่ ำหนด วา เบอื้ งตน หรอื ทา มกลาง หรอื ทสี่ ดุ . การกำหนดขนาดทเ่ี รยี กวา วติ ก ซงึ่ จะเปน องคฌ าน ขา งหนา กย็ งั หยาบอยู หรอื มวี ติ กไปในทางความหมายของคำนนั้ ๆ : แทนทจ่ี ะมวี ติ กอยทู ลี่ ม หายใจเพยี งจดุ เดยี ว กไ็ ปมวี ติ กเปน เบอ้ื งตน บา ง ตรงกลางบา ง ทส่ี ดุ บา ง เปน การรบกวน จติ อยา งหยาบอยู. การละการกำหนดเชน นนั้ เสยี สง สตไิ ปตามโดยไมต อ งมกี ารกำหนดเปน ระยะเชน นนั้ เลย ยอ มเปน การกำหนดทเี่ ขา ถงึ ตวั ลมอยา งประณตี กวา หรอื ละเอยี ดกวา ไมว า จะเปน การกำหนดตลอดสาย หรอื เปน การกำหนดเฉพาะจดุ กต็ าม. ยงิ่ สำหรบั การนบั ดว ย แลว นบั วา ยงิ่ หยาบไปกวา นนั้ อกี จงึ ควรเวน เสยี โดยสนิ้ เชงิ ในขน้ั นี้. เนื่องจากการเจริญอานาปานสติข้ันท่ี ๓ ซ่ึงเปนการกำหนดลมหายใจโดยประการ ทั้งปวงน้ัน ก็ยังสามารถปฏิบัติใหเขยิบสูงข้ึนมา จนถึงข้ันท่ีไมมีการกำหนดวาเปนเบ้ืองตน ทา มกลาง หรอื ทสี่ ดุ ภายหลงั ไดท ำการกำหนดโดยอาการเชน นนั้ มาแลว อยา งเพยี งพอ : ดว ย เหตนุ ้ี แม การกำหนดลมเฉพาะทผ่ี า นตรงชอ งจมกู กย็ งั เปน สง่ิ ทก่ี ลา วไดว า เปน การกำหนด กายสังขาร หรือลมหายใจ “ท้ังปวง” อยูนั่นเอง ท้ังท่ีสติไมไดวิ่งตามลมหายใจเขาออก คงกำหนดอยเู ฉพาะทตี่ รงนนั้ เหมอื นนายประตทู ต่ี รวจตราอยตู รงทป่ี ระตแู หง เดยี ว กเ็ ปน อนั ชอื่ วา ตรวจคนทง้ั หมด ทวั่ ทง้ั ในเมอื งและนอกเมอื ง ไมว า คนเหลา นน้ั จะเขา หรอื ออกหรอื เดนิ วกไปวนมา ชนดิ ใดกต็ าม ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . การกำหนดอยู ณ จดุ ๆ เดยี วโดยหลกั เกณฑเ ชน นี้ มผี ลเทา กบั เปน การกำหนดวกกลบั ไปกลบั มา, เทา กบั เปน การกำหนดเปน วงกลม และเทา กบั เปน การกำหนดอยา งถยี่ บิ ไมม รี ะยะวา งเวน โดยประการทง้ั ปวง อยา งน.ี้ โดยความหมายอยา ง นเี้ อง จงึ ไดช อ่ื วา อนพุ นั ธนาคอื การตดิ ตามอยา งใกลช ดิ ถงึ ทสี่ ดุ และไมม รี ะยะวา งเวน และ จดั เปน ระยะท่ี ๒ ของกรรมวธิ แี หง มนสกิ ารอานาปานสตกิ มั มฏั ฐาน ซง่ึ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งสงั เกต ใหเ ขา ใจอยา งแจง ชดั จรงิ ๆ เปน พน้ื ฐานเสยี กอ น จงึ จะสามารถปฏบิ ตั กิ า วหนา ในอนั ดบั ตอ ไป ไดโ ดยสะดวก.

2 - 68 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ หลกั สำคญั มอี ยวู า ยงิ่ กำหนดลมทลี่ ะเอยี ดยง่ิ ขนึ้ ไปเพยี งใด หรอื โดยวธิ เี ขา ถงึ ตวั ลมโดย ละเอยี ดประณตี ยง่ิ ขนึ้ ไปเพยี งใด จติ กจ็ ะยง่ิ กลายเปน ของละเอยี ดหรอื สงบรำงบั ประณตี ยงิ่ ขน้ึ ไปเพยี งนน้ั โดยอาการแหง อตั โนมตั ิ คอื เปน ไปในตวั เอง; เพราะฉะนนั้ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งสนใจ ในลม หรอื ในการกำหนดลม โดยวธิ ที เ่ี รยี กวา ละเอยี ดแยบคาย ยงิ่ ขนึ้ ไปทกุ ที ใหเ พยี งพอกนั . ระยะที่ ๓ คอื ผสุ นา ไดแ กฐ านทล่ี มถกู ตอ ง. ระยะนต้ี อ งศกึ ษาพรอ มกนั ไปกบั ระยะท่ี ๔ คอื ฐปนา ซงึ่ หมายถงึ การทจี่ ติ กำหนดหรอื ตงั้ ลงอยา งมน่ั คง จงึ จะเขา ใจ ไดโ ดยงา ย เพราะเปน สง่ิ ทเี่ นอื่ งกนั อยา งใกลช ดิ และทงั้ ยงั คาบเกย่ี วไปถงึ ระยะท่ี ๒ กลา วคอื อนพุ นั ธนา โดยปรยิ ายอกี ดว ย. ผสุ นา หมายถงึ ฐานทล่ี มถกู ตอ ง กไ็ ด หมายถงึ การถกู ตอ ง กไ็ ดโ ดยใจความหรอื โดยพฤตนิ ยั ยอ มเปน อยา งเดยี วกนั เพราะถา ไมม กี ารถกู ตอ งกย็ อ มไมม ฐี านทถ่ี กู ตอ ง: และอกี ประการหนง่ึ กค็ อื ถา ไมม กี ารกำหนดแลว ยอ มไมม ที งั้ การถกู ตอ งและฐานทถี่ กู ตอ ง เพราะ ฉะนนั้ เปน อนั กลา วไดว า มกี ารกำหนดเมอื่ ไร และทไ่ี หน ผสุ นากจ็ ะมเี มอ่ื นนั้ และทน่ี น่ั . ในระยะแรกแหงการปฏิบัติ ยอมมีการกำหนดลมหายใจตลอดสาย คือจากเบ้ืองตน ถงึ ทสี่ ดุ ดงั ทกี่ ลา วแลว ในอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑ ท่ี ๒ และที่ ๓, ผสุ นา ชอ่ื วา มตี ลอดสายอยแู ลว หากแตวาการฝกในระยะนั้นยังไมมีเรื่องที่จะตองกลาวถึงผุสนา เพียงแตเปนการฝกใหสติ กำหนดอยทู ลี่ ม โดยเอาลมนนั้ เปน นมิ ติ ของการกำหนด และเรยี กวา “บรกิ รรมนมิ ติ ” ยงั เปน ของหยาบอย.ู สว นในบดั นจี้ ะกำหนดเอาจดุ ใดจดุ หนง่ึ แหง พน้ื ทหี่ รอื ฐานทล่ี มถกู ตอ งมา เปน นมิ ติ เพอ่ื การปฏบิ ตั ทิ ลี่ ะเอยี ดยงิ่ ขน้ึ ไป จงึ ตอ งเรมิ่ สนใจไปยงั พนื้ ฐานทล่ี มถกู ตอ ง ซง่ึ ใน ทสี่ ดุ กไ็ ดแ กจ ดุ ๆ หนงึ่ ทปี่ ลายจะงอยจมกู ดงั ทไี่ ดก ลา วแลว ขา งตน . การกำหนดนมิ ติ จงึ เปลยี่ น จากลมทเ่ี คลอ่ื นไปเคลอื่ นมา แตไ ปกำหนดลงทต่ี รงพนื้ ฐานจดุ นี้ และทำพนื้ ฐานจดุ นใ้ี หเ ปน ทต่ี งั้ ของนมิ ติ อนั ใหมใ นขนั้ ทปี่ ระณตี ยงิ่ ขน้ึ และเมอ่ื ทำไดส ำเรจ็ ยอ มไดน ามวา “อคุ คหนมิ ติ ” ซงึ่ จะตอ งกำหนดเรอ่ื ยไป และฝก ฝนเรอ่ื ยไป แกไ ขอปุ สรรคตา งๆ ใหล ลุ ว งไปดว ยดี มรี าย ละเอยี ดตา งๆ ดงั ทจ่ี ะไดก ลา วขา งหนา จนกระทงั่ นมิ ติ นนั้ ตง้ั ลงแนน แฟน มนั่ คง กลายเปน ฐปนา จนกระทงั่ ทำใหเ กดิ “ปฏภิ าคนมิ ติ ” ขนึ้ ไดใ นทสี่ ดุ ซง่ึ จะไดอ าศยั เปน ทหี่ นว งใหเ กดิ ฌาน สืบไป.

2 - 69 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ พงึ สงั เกตในทนี่ อ้ี กี ครงั้ หนง่ึ วา ผสุ นา กบั ฐปนา เปน สงิ่ ทเ่ี นอื่ งกนั อยา งทไี่ มแ ยกจาก กนั ได. มกี ารกำหนดลมทถ่ี กู ตอ งพนื้ ฐานสำหรบั การกำหนดทต่ี รงไหน กเ็ ปน ผสุ นาทตี่ รงนนั้ และฐปนากม็ อี ยใู นนนั้ หากแตย งั ไมเ รยี กวา ฐปนาแท จนกวา เมอื่ ไร การกำหนดผสุ นาเปน ไป ดว ยดี เปน ระยะยาวไดต ามทต่ี อ งประสงค ฐปนาจงึ จะตง้ั ลงเองโดยสมบรู ณ เกดิ เปน การ กำหนดโดยไมต อ งมกี ารกำหนดขนึ้ มาในขณะนน้ั โดยจะเรยี กวา เปน การหยดุ กำหนด เพราะ การกำหนดไดต งั้ มน่ั ถงึ ทสี่ ดุ แลว ดงั นก้ี ย็ งั ได. ขอ นอ้ี าจจะเปรยี บเทยี บดว ยอปุ มางา ยๆ เชน การจบั ของบคุ คลทเ่ี อามอื ไปจบั เขา ทส่ี งิ่ ใดสง่ิ หนงึ่ ; กริ ยิ าทจี่ บั นนั้ เอง เรยี กวา จบั , ครนั้ เอา มอื ไปจบั เสรจ็ แลว แมม อื ยงั หยดุ อยทู น่ี น้ั แตก ารจบั กส็ นิ้ สดุ ลงไปแลว เหลอื อยเู ปน การกมุ อยู ทน่ี นั่ ไดแ กอ าการทมี่ อื หยดุ หรอื ตง้ั แนน แฟน อยทู นี่ นั่ : ฉะนน้ั จงึ เปรยี บ การจบั ไดก บั ผสุ นา และเปรยี บ การกมุ อยเู ฉยๆ อยา งมน่ั คง ไดกับ ฐปนา ฉนั ใดกฉ็ นั นนั้ . อยา ลมื วา ถา ไมส งั เกตดใู หล ะเอยี ดแลว จะไมเ หน็ ความแตกตา งระหวา ง “การจบั ” กบั “การกมุ ” หรอื ระหวา ง ผสุ นา กบั ฐปนา : ดว ยเหตนุ แ้ี หละ ผปู ฏบิ ตั จิ งึ ตอ งทำการสำเหนยี กศกึ ษาและ สงั เกตกำหนดอยา งใกลช ดิ ทส่ี ดุ วา ฐานทถี่ กู ตอ งคอื อะไร, การถกู ตอ งคอื อะไร, ความหยดุ อยู แหง การถกู ตอ ง ทเี่ ปน ไปอยา งมน่ั คงดแี ลว นน้ั คอื อะไร; กจ็ ะสามารถกำหนดนมิ ติ ทล่ี ะเอยี ด ยงิ่ ขนึ้ ไป และจติ ทสี่ งบยง่ิ ขนึ้ ไปไดโ ดยไมย าก. เทา ทก่ี ลา วมาแลว เพยี งเทา นี้ ยอ มชใี้ หเ หน็ ไดว า คณนา และ อนพุ นั ธนาเปน เรอื่ ง ของบรกิ รรมนมิ ติ ผสุ นาเปน เรอื่ งของอคุ คหนมิ ติ และ ฐปนาเปน เรอ่ื งของปฏภิ าคนมิ ติ ซงึ่ เราจะไดศ กึ ษาเรอื่ งนมิ ติ ทงั้ ๓ น้ี เพอ่ื ความเขา ใจการปฏบิ ตั ใิ นขน้ั นใี้ หล ะเอยี ดยงิ่ ขนึ้ ไปอกี สว นหนงึ่ ซงึ่ จะเปน การทำใหเ ขา ใจผสุ นาและฐปนายง่ิ ขน้ึ ไปตามลำดบั . กฎเกณฑเก่ียวกับนิมิต สงิ่ ทเี่ รยี กวา นมิ ติ นนั้ ทา นนยิ มจดั ไวเ ปน ๓ เสมอไปในทกุ กมั มฏั ฐาน, หากแตว า กมั มฏั ฐานบางอยา ง มนี มิ ติ ครบทง้ั ๓ ประการไมไ ดเ สยี เอง. กมั มฏั ฐานใดเปน เชน นน้ั กมั มฏั ฐาน นนั้ กไ็ มส ำเรจ็ ประโยชนจ นกระทงั่ ถงึ เกดิ ฌาน : สว นกมั มฏั ฐานใดอาจทำใหน มิ ติ เกดิ ขนึ้ ทง้ั ๓ ขนั้ กมั มฏั ฐานนนั้ กใ็ หส ำเรจ็ ประโยชนไ ดจ นกระทง่ั เกดิ ฌานเปน ธรรมดา.

2 - 70 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ นมิ ติ ในขนั้ ท่ี ๑ เรยี กวา บรกิ รรมนมิ ติ . ขอ นไี้ ดแ กต วั สงิ่ นน้ั ๆ โดยตรง ซง่ึ เราไปจบั หรอื ไปทำ หรอื ไปเอามาสำหรบั เปน วตั ถเุ พอ่ื การเพง หรอื กำหนดในระยะแรกทส่ี ดุ . นมิ ติ น้ี ในกรณอี านาปานสติ กค็ อื ตวั ลมหายใจทเ่ี คลอ่ื นไป-เคลอ่ื นมา อยนู นั่ เอง. นมิ ติ ขน้ั ท่ี ๒ เรยี ก วา อคุ คหนมิ ติ หมายถงึ นมิ ติ ทเ่ี ขา ไปตดิ อยทู ตี่ าภายใน หรอื ในใจ กลายเปน มโนภาพภายใน อกี สว นหนงึ่ ตา งหาก จากตวั วตั ถโุ ดยตรง ทเี่ ราเอามากำหนดในครง้ั แรกไปเสยี แลว . นมิ ติ นี้ ในกรณขี องอานาปานสติ กไ็ ดแ ก จดุ หรอื ดวงขาวๆ ทสี่ ามารถทำใหป รากฏเปน มโนภาพเดน ชดั อยไู ดท ต่ี รงจดุ ของผสุ นา กลา วคอื ทปี่ ลายจะงอยจมกู นน่ั เอง. สว นนมิ ติ ขน้ั ที่ ๓ ตอ ไปท่ี เรียกวา ปฏิภาคนิมิต น้ัน หมายถึงอุคคหนิมิตในภายในน่ันเอง หากแตวาไดเปล่ียนรูป เปน อยา งอนื่ ไป เปลยี่ นสเี ปน อยา งอน่ื ไป เปลย่ี นขนาดเปน อยา งอนื่ ไป และเปลยี่ นอะไรๆ อกี บางอยา ง กระทงั่ ถงึ ใหเ คลอ่ื นทไ่ี ปมา หรอื ขนึ้ ลงไดต ามควรแกก ารนอ มจติ ไป โดยความรสู กึ ท่ีเปนสมาธิก่ึงสำนึก แลวสามารถทำใหแนวแนอยูในลักษณะใดลักษณะหน่ึง โดยสมควรแก อปุ นสิ ยั ของตน และหยดุ นงิ่ และแนว แนอ ยอู ยา งนน้ั เพอ่ื เปน นมิ ติ คอื เปน ทเี่ กาะแหง จติ อยา ง ประณตี ทสี่ ดุ จงึ มคี วามตง้ั มนั่ ถงึ ทส่ี ดุ ชนดิ ทเี่ รยี กวา ฌาน เกดิ ขน้ึ โดยสมควรแกก ารกระทำ. เพอ่ื ความเขา ใจงา ยขนึ้ ควรเปรยี บเทยี บกนั ดกู บั กมั มฏั ฐานทใี่ ชว ตั ถทุ มี่ รี ปู รา งชดั เจน เปน อารมณ เพอื่ เปน ตวั อยา ง : เชน ในการเจรญิ กสณิ วงสเี ขยี วหรอื วงสแี ดง ทเ่ี ราทำขนึ้ แลว วางไวต รงหนา เพอื่ เพง ตาด,ู วงสเี ขยี วหรอื สแี ดงทวี่ างอยตู รงหนา นนั่ แหละคอื บรกิ รรมนมิ ติ . การเพง ตาดู เรยี กวา การทำบรกิ รรมในนมิ ติ นนั้ . ครนั้ เพง ตาดบู รกิ รรมนมิ ติ นน้ั หนกั เขา ๆ จนสำเร็จประโยชนคือนิมิตน้ันติดตาในภายใน แมจะหลับตาเสีย ก็ยังเห็นชัดเหมือนเม่ือลืม ตาแลว . นมิ ติ ทต่ี ดิ ตาในภายใน อยา งนนั้ แหละ เรยี กวา อคุ คหนมิ ติ . การหลบั ตาเสยี แลว เพง ดนู มิ ติ ในเชน นอี้ ยู เรยี กวา การเพง ตอ อคุ คหนมิ ติ . เพยี งเทา นเ้ี รากเ็ หน็ ไดแ ลว วา บรกิ รรม- นมิ ติ กบั อคุ คหนิมติ นนั้ ไมใ ชข องอนั เดยี วกนั แลว : อยา งแรกเปน วตั ถขุ า งนอก; อยา งหลงั เปน มโนภาพทเ่ี ราสรา งขน้ึ จนสำเรจ็ ภายในใจ โดยเลยี นมาจากของภายนอก หรอื เนอื่ งมาจาก ภายนอกเปน ตน เหตุ. ครนั้ กำหนดอคุ คหนมิ ติ ทเ่ี ปน ภายในไดแ นว แนใ นรปู เดมิ ของมนั ตาม สมควรแลว การฝก อาจจะเลอ่ื นไปถงึ ขนั้ ทบี่ งั คบั จติ ใหน อ มนกึ เพอ่ื เปลยี่ นแปลงอคุ คหนมิ ติ ที่ เหน็ ในภายในนนั้ ใหเ ปลย่ี นรปู ไปตา งๆ เปลยี่ นขนาดไปตา งๆ เชน ดวงกสณิ ทเ่ี คยเหน็ กลมๆ เลก็ ๆ

2 - 71 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ มเี สน ผา ศนู ยก ลางเพยี ง ๖ นวิ้ (เทา ทใ่ี ชก นั โดยมาก) กก็ ลายเปน ดวงใหญเ ทา ทด่ี วงอาทติ ย ดวงจนั ทร หรอื เลก็ ลงมาในขนาดทเี่ ปน เพยี งจดุ ๆ เดยี ว หรอื จะเปลยี่ นแปลงไปอยา งอนื่ อกี ก่ี อยา งกไ็ ด จนกระทง่ั ไปหยดุ อยใู นลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ ซง่ึ เปน ทพี่ อใจทส่ี ดุ หรอื เหมาะสม ทส่ี ดุ ทจ่ี ะทำใหจ ติ กำหนดแนว แนว อยใู นนมิ ติ นนั้ โดยไมม กี ารเปลย่ี นแปลงอกี ตอ ไป เพราะ แนน แฟน มนั่ คงถงึ ทส่ี ดุ เรยี กไดว า เปน การหยดุ ลงหรอื ตงั้ มนั่ ลงไดจ รงิ ๆ. นคี้ อื ขณะแหง ฐปนา ทจ่ี ะเปน ไปจนกวา จะถงึ ทสี่ ดุ คอื การบรรลฌุ าน. นมิ ติ ทเ่ี ปลยี่ นแปลงได และตง้ั มน่ั ลงในรปู อนื่ จากอคุ คหนมิ ติ น้ี เรยี กวา ปฏภิ าคนมิ ติ . ตัวอยางที่ ๒: ในกรณีแหงการเจริญอสุภกัมมัฏฐาน อันเปนกัมมัฏฐานประเภทท่ี นา หวาดเสยี ว และวนุ วายกวา ประเภทกสณิ นน้ั สง่ิ ทเี่ รยี กวา บรกิ รรมนมิ ติ คอื ตวั ซากศพชนดิ ใดชนดิ หนงึ่ ซงึ่ ผปู ฏบิ ตั จิ ะใชเ ปน สงิ่ ทถ่ี กู กำหนด. เพราะฉะนนั้ ผนู น้ั จะตอ งมซี ากศพชนดิ หนง่ึ นน้ั วางอยตู รงหนา แลว กเ็ พง ตาดเู พอ่ื กำหนดทกุ สว นสดั ของซากศพอยา งแมน ยำ นเ้ี รยี กวา กำลงั เพง ตอ บรกิ รรมนมิ ติ คอื ซากศพนน้ั . ระยะตอ มากค็ อื การเพง จนตดิ ตาแลว แมห ลบั ตาเสยี กย็ งั เหน็ เชน เดยี วกบั เมอื่ ลมื ตา หรอื ชดั แจว ยงิ่ ไปกวา เมอื่ ลมื ตาเสยี อกี . ภาพแหง ซากศพท่ี เปน มโนภาพ คอื เหน็ ไดโ ดยไมต อ งลมื ตานนั้ เรยี กวา อคุ คหนมิ ติ ในกรณนี ้ี. การเพง ซากศพ ในมโนภาพนนั้ เรยี กวา การเพง อคุ คหนมิ ติ ในกรณนี ี้. ระยะตอ ไปกค็ อื การเพง ทปี่ ระณตี ละเอยี ดยงิ่ ขนึ้ ไป และคลอ งแคลว ในการนอ มนกึ ยง่ิ ๆ ขนึ้ ไปจนสามารถเปลย่ี นมโนภาพนนั้ ให เปน ไปอยา งซาบซงึ้ ตามทต่ี นปรารถนา โดยประการทจ่ี ะทำใหเ กดิ ความเบอื่ หนา ยคลายกำหนดั หรอื ความสลดสงั เวชอยา งซาบซงึ้ ตรงึ ใจใหม ากทสี่ ดุ เทา ทจี่ ะมากได แลว ไปหยดุ เปน มโนภาพ อยา งใดอยา งหนงึ่ อยอู ยา ง เหมาะสมและมน่ั คง แลว ไมม กี ารเปลย่ี นแปลงอกี ตอ ไป เปน อารมณ ทำใหเ กดิ สมาธทิ ม่ี ผี ลในการรำงบั ความกำหนดั ไดเ ปน พเิ ศษ. มโนภาพในระยะหลงั นเ้ี รยี ก วา “ปฏภิ าคนมิ ติ ” ในกรณนี ้.ี สว นใน กรณที เี่ ปน การเจรญิ อานาปานสติ ทเ่ี รากำลงั ศกึ ษากนั อยนู ก้ี ม็ หี ลกั เกณฑอ ยา ง เดยี วกนั ทง้ั ๆ ทว่ี ตั ถทุ นี่ ำมาใชก ำหนดนนั้ แตกตา งกนั : ลมหายใจทเ่ี ปน ตามธรรมชาติ ซง่ึ เราไปกำหนดเขา นนั่ แหละ คอื บรกิ รรมนมิ ติ ในกรณนี ี้. การกำหนดทต่ี วั ลมหายใจอยา งน้ี กเ็ รยี กวา การเพง ตอ บรกิ รรมนมิ ติ อยา งเดยี วกนั . ระยะถดั ไป ไมก ำหนดทต่ี วั ลม แตไ ปกำหนด

2 - 72 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ทจี่ ดุ ใดจดุ หนง่ึ ทล่ี มกระทบเพยี งจดุ เดยี ว และเปน จดุ ทตี่ ง้ั อยอู ยา งเหมาะสมทสี่ ดุ สำหรบั การ กำหนด; และมกี ารทำในใจ ประหนง่ึ วา จดุ นนั้ เปน แผลออ นทไ่ี วตอ การรสู กึ หรอื ราวกะวา มี อะไรอยา งหนง่ึ ไดถ ไู ป-ถมู า ทจี่ ดุ นนั้ อยา งรนุ แรง โดยไมต อ งคำนงึ วา เปน การหายใจ หรอื ลม หายใจ หรอื การผา นไป-ผา นมา ของลมหายใจ หรอื อะไรๆ ทง้ั สน้ิ ทงั้ ทเี่ ปน ภายนอกและ ภายใน. กำหนดแนว แนอ ยแู ต ณ จดุ ทเี่ ปน ทเี่ กดิ ของความรสู กึ ทำใหเ ปน ราวกะวา เปน จดุ ในมโนภาพ อยา งใดอยา งหนงึ่ อยอู ยา งแนว แน, นเี้ ปน อคุ คหนมิ ติ ในกรณนี ้ี. นมิ ติ ในขน้ั สดุ ทา ยนน้ั ไดแ กป ฏภิ าคนมิ ติ กลา วคอื นมิ ติ ทเี่ ปลย่ี นรปู ไปเปน อยา งอน่ื จากอคุ คหนมิ ติ คอื จาก ความรสู กึ ทเี่ ปน เพยี งวา มจี ดุ อยจู ดุ หนง่ึ . มนั ไดเ ปลยี่ นไปดว ยอำนาจของความทสี่ ง่ิ ตา งๆ ท่ี เนอ่ื งกนั อยู มลี มหายใจเปน ตน เปน ของละเอยี ดยง่ิ ขนึ้ ไปกวา เดมิ พรอ มกบั อาศยั อดตี สญั ญา อยา งใดอยา งหนงึ่ ในอปุ นสิ ยั ของบคุ คลนน้ั เขา ชว ยปรงุ แตง ดว ย. สง่ิ ทเ่ี รยี กวา ปฏภิ าคนมิ ติ นจ้ี ะเกดิ ขนึ้ ผดิ แผกกนั บา ง เปน คนๆ ไปคอื จะปรากฏแกค นบางคนทต่ี รงจดุ ๆ นน้ั หรอื ใกลๆ กบั จดุ นนั้ ออกไปขา งนอกกต็ าม เขา มาขา งในกต็ าม ราวกะวา มปี ยุ นนุ กระจกุ หนง่ึ มาตดิ อยู ตรงนนั้ หรอื มหี มอกกลมุ หนง่ึ ปรากฏอยทู นี่ น้ั นพี้ วกหนงึ่ . บางพวกจะมนี มิ ติ ปรากฏชดั ยง่ิ ขนึ้ ไปกวา นนั้ คอื เปน ดวงขาวลอยเดน อยู หรอื เปน ดวงแกว ดวงหนง่ึ หรอื เปน ไขม กุ เมด็ หนง่ึ หรอื เปน เพยี งสงิ่ ทร่ี ปู รา งอยา งเมลด็ ฝา ยเมลด็ หนง่ึ ดงั นก้ี ม็ ี. ทนี่ อ ยลงไปอกี กค็ อื คนบางพวก จะมนี มิ ติ ปรากฏเปน รปู สะเกด็ ไมช นิ้ หนง่ึ หรอื พวงดอกไมพ วงหนงึ่ หรอื สายสรอ ยพวงหนงึ่ หรอื สายแหง ควนั ไฟเกลยี วหนงึ่ ดงั นี้ กม็ อี ยปู ระเภทหนงึ่ . และประเภททนี่ อ ยไปกวา นน้ั อกี คอื มไี ดย ากไปกวา นนั้ อกี กค็ อื บางจำพวกจะมนี มิ ติ ปรากฏเหมอื นใยแมงมมุ รงั หนง่ึ เมฆทซี่ บั ซอ น กนั หมหู นงึ่ ดอกบวั ทบี่ านออกเปน แฉกๆ ดอกหนง่ึ หรอื ลอ รถทม่ี ซี ก่ี ำออกไปจากดมุ เปน ซๆ่ี วงหนง่ึ จนกระทง่ั ถงึ บางพวกมนี มิ ติ เปน ดวงจนั ทร หรอื ดวงอาทติ ยด วงใหญเ กนิ ประมาณดวง หนง่ึ ๆ กไ็ ด แลว แตก รณี. ทงั้ หมดนเ้ี รยี กวา ปฏภิ าคนมิ ติ ในกรณนี ้.ี แมจ ะตา งกนั อยา งไร กล็ ว นแตเ ปน สง่ิ ทต่ี ง้ั อยอู ยา งแนน แฟน หยดุ อยอู ยา งมนั่ คง เปน ทยี่ ดึ หนว งของจติ อนั สงบรำงบั จนถึงขนาดท่ีเปนฌานไดดวยกันท้ังน้ัน. ขอ ทป่ี ฏภิ าคนมิ ติ มลี กั ษณะแตกตา งกนั มากชนดิ เชน นี้ ในกรณที เี่ กย่ี วกบั อานาปาน- สตนิ ้ี เหน็ ไดว า มมี ากชนดิ กวา ทจี่ ะเปน ไปในกรณขี องกมั มฏั ฐานประเภทอน่ื เชน กสณิ หรอื

2 - 73 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ อสภุ เปน ตน : ทงั้ นเ้ี พราะเหตวุ า ลมหายใจเปน สงิ่ ทล่ี ะเอยี ด หรอื ไมม ดี นุ หรอื ชน้ิ ใหเ หน็ ชดั เหมอื น วงกสณิ หรอื ทอ นอสภุ นอ้ี ยา งหนง่ึ . และอกี อยา งหนง่ึ ซง่ึ เปน เหตผุ ลทใ่ี กลช ดิ ไปกวา นนั้ ก็คือความท่ีคนเราแตละคนๆ มีสัญญาหรือความรูสึกหรือความกำหนดจดจำตางๆ ท่ีเราได สะสมมาตงั้ แตเ กดิ และฝง ไวใ นอปุ นสิ ยั สนั ดานของเราเองนนั้ ตา งกนั อยา งทจี่ ะเปรยี บกนั ไมไ ด. เมอื่ ถงึ คราวทส่ี งิ่ เหลา นม้ี โี อกาสแสดงตวั ออกมา กแ็ สดงออกมาในรปู แหง การปรงุ ทมี่ ลี กั ษณะ ตา งๆ กนั ในขณะทจี่ ติ กำลงั อยใู นภาวะกงึ่ สำนกึ หรอื เกอื บไรส ำนกึ เชน ในขณะแหง ปฏภิ าค- นมิ ติ น้ี เปน ตน . สรปุ ไดส น้ั ๆ วา จติ ปรงุ ปฏภิ าคนมิ ติ ขน้ึ มาในลกั ษณะทแ่ี ตกตา งกนั เพราะ ความมสี ญั ญาในอปุ นสิ ยั มอี ยผู ดิ แผกกนั นนั่ เอง. ผปู ฏบิ ตั ไิ มค วรไปทำความฉงนในความไมค งเสน คงวา หรอื ความพสิ จู นไ มไ ดเ หลา นี้ : เพราจะทำใหเ กดิ กงั วลและเปน อนั ตรายแกก ารเจรญิ สมาธิ นนั้ เปลา ๆ. ขนื ไปคน ควา เขา กก็ ลายเปน เรอื่ งจติ วทิ ยาแขนงหนง่ึ ไป หาใชก ารทำสมาธไิ ม. นมิ ติ ตา งกนั มผี ลแกจ ติ ตา งกนั เมอ่ื ไดก ลา วถงึ ความแตกตา งของนมิ ติ เชน นแ้ี ลว อยากจะถอื โอกาสแนะใหส งั เกตเสยี เลยทเี ดยี ววา กมั มฏั ฐานตา งๆ นน้ั มใิ ชว า เพยี งแตจ ะใหเ กดิ นมิ ติ ตา งๆ กนั อยา งเดยี ว มนั ยงั ทำใหม ผี ลเปน ปฏกิ ริ ยิ าตอ อปุ นสิ ยั หรอื จติ ใจหรอื จรติ ของบคุ คลผปู ฏบิ ตั ิ ตา งๆ กนั ไปดว ย. เรา ควรจะเปรยี บเทยี บกนั ดเู พอื่ ความเขา ใจในเรอ่ื งนใี้ หช ดั . ถาเราเอาสิ่งไมมีชีวิต หรือไมคอยจะมีความหมายอะไร เชนดินสีเหลืองกอนหนึ่งมา ทำเปน วงกสณิ แลว เพง แมเ ปน สมาธแิ ลว ทำปฏกิ ริ ยิ าใหแ กจ ติ ในทางทผ่ี ดิ แผกแตกตา งจาก การทเ่ี ราจะไปนำเอาศพเนา ศพ หนงึ่ มาทำเปน วตั ถสุ ำหรบั เพง . แมว า สง่ิ ทงั้ ๒ นจี้ ะใหเ กดิ สมาธไิ ดอ ยา งเดยี วกนั แตก ท็ ำใหเ กดิ ปฏกิ ริ ยิ าอยา งอนื่ ผดิ แผกแตกตา งจากกนั มาก เชน มผี ลที่ จะระงบั ความกำหนดั หรอื สง เสรมิ ความกำหนดั เปน ตน หรอื ไม ตา งกนั ทำใหเ กดิ ความยากงา ย หรอื เกดิ อนั ตรายทางประสาทเปน ตน แกผ ปู ฏบิ ตั ติ า งกนั เทา กบั ทเี่ ราอาจจะพจิ ารณาเหน็ ได เองวา ดนิ กอ นหนง่ึ กอ ใหเ กดิ ความรสู กึ เฉยๆ งา ยๆ เงยี บๆ เปน นมิ ติ ทไ่ี มโ ลดโผนไมก ระทบ กระเทอื นประสาท สมกบั เปน สง่ิ ทไ่ี มเ คยมชี วี ติ อะไรเลย. สว นซากศพซากหนงึ่ นนั้ มคี วาม หมายมาก หรอื อาจจะมคี วามหมายมากกวา ชวี ติ ธรรมดาสำหรบั คนทก่ี ลวั ผเี ปน พเิ ศษ หรอื

2 - 74 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ คนทว่ั ไปกต็ าม. นเ่ี ปน เพราะวา มนั มคี วามหมายมากเกนิ ไป หรอื มชี วี ติ มากเกนิ ไปนน่ั เอง. สว นการเจรญิ อานาปานาสติ ซงึ่ ยดึ เอาลมหายใจมาเปน อารมณส ำหรบั กำหนดนนั้ ยอ ม ตงั้ อยใู นระดบั กลาง. ไมส ดุ โตง ไปในทางเนอื ยๆ เหมอื นกบั กอ นดนิ กอ นหนงึ่ และกไ็ มส ดุ โตง ไปในทางรนุ แรงเหมอื นกบั ศพเนา ศพหนงึ่ ฉะนน้ั นมิ ติ ทกุ ระยะจงึ ตา งกนั ไปหมด ซงึ่ จะตอ งไม ลมื วา แมม นั จะทำใหเ กดิ มบี รกิ รรมนมิ ติ อคุ คหนมิ ติ และปฏภิ าคนมิ ติ จนกระทงั่ เปน ฌานได ดว ยกนั กจ็ รงิ แตผ ลยอ มแตกตา งกนั ในทางอน่ื บางอยา งอยอู ยา งมากมายดงั กลา วแลว นนั่ เอง. ทงั้ นก้ี เ็ พราะวา กมั มฏั ฐานบางประเภทหรอื บางกลมุ ยอ มมคี วามมงุ หมายเฉพาะประเภทของ ตนเปน กลมุ ๆ ไป เพอ่ื แกป ญ หาปลกี ยอ ยของกเิ ลสเฉพาะคนในระยะแรกเสยี กอ น แลว จงึ นอ ม ไปสผู ลอยา งเดยี วกนั ในเบอื้ งปลาย. สว นกมั มฏั ฐานกลมุ กลางๆ หรอื ซง่ึ อยากจะเรยี กในทน่ี ้ี วา “กลมุ ทว่ั ไปทส่ี ดุ ” กลา วคอื อานาปานสตนิ ้ี ยอ มใหน มิ ติ ทสี่ งบประณตี ราบรน่ื ไปตง้ั แตต น จนปลายทเี ดยี ว เหมาะแกค นทกุ ประเภท ไมว า จะเปน ผคู รองเรอื น หรอื ผอู อกจากเรอื น ผหู ญงิ หรอื ผชู าย คนกลา หรอื คนขลาด ฯลฯ เพราะความตงั้ อยใู นระดบั กลางนนั่ เอง. อุปสรรคของการเกิดปฏิภาคนิมิตและฌาน ตอไปนี้ จะไดวินิจฉัยกันถึงอุปสรรคหรืออันตราย ของการทำสมาธิในอานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๔ โดยละเอยี ด. อุปสรรคเฉพาะตอนแรก ดงั ทไี่ ดก ลา วมาแลว ขา งตน วา อานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๔ มใี จความสำคญั อยตู รงทก่ี ารกำหนด ลมหายใจทล่ี ะเอยี ด หรอื กลา วอกี อยา งหนงึ่ กค็ อื กายสงั ขารทรี่ ำงบั ลงๆ จนถงึ ทส่ี ดุ . อปุ สรรค อาจจะเกดิ ขน้ึ ไดใ นตอนแรก คอื จากการทล่ี มหายใจละเอยี ดจนถงึ กบั กำหนดไมไ ด หรอื รสู กึ ราวกะวา หายไปเสยี เฉยๆ. นกี้ เ็ ปน อปุ สรรคอยา งหนงึ่ ซง่ึ ทำใหเ กดิ ความระสำ่ ระสาย ขนึ้ ในใจของผปู ฏบิ ตั ซิ งึ่ ประสบเขา เปน ครง้ั แรก. ในกรณเี ชน น้ี เขาอาจจะระงบั ความสงสยั หรอื ความกระวนกระวายใจนนั้ โดยวธิ แี หง การปลอบใจตวั เอง หรอื ชกั นำจติ ใจของตวั เอง ใหเกิดความแนใจหรือกำลังอยางเพียงพอข้ึนมาใหม โอกาสก็จะอำนวยใหสำหรับการ กำหนดไดโดยงาย โดยลมหายใจน้ันคอยๆ ปรากฏชัดขึ้นมาใหมโดยสมควรแกการกระทำ

2 - 75 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ในการประคับประคองจิต หรือการชักนำจิตของตนไปในทางที่จะใหเกิดปฏิกิริยาตอรางกาย อยา งพอเพยี งทจี่ ะทำใหล มหายใจคอ ยๆ กลบั ปรากฏชดั เจนขนึ้ มาใหม. ตวั อยา งเชน เมอ่ื ไดท ำมาจนถงึ ขน้ั ทจ่ี ะทำลมหายใจใหล ะเอยี ดแลว ลมหายใจไมป รากฏ หรอื มอี าการราวกะวา แกลง หายไปเสยี เฉยๆ ดงั นแี้ ลว อธษิ ฐานจติ ในการทพ่ี จิ ารณาอยา ง จรงิ จงั วา ตนไมไ ดอ ยใู นสภาพอยา งใดอยา งหนง่ึ ในพวกบคุ คลผมู ลี มหายใจไมป รากฏแต ประการใดเลย. เขาพจิ ารณาเพอ่ื ใหเ กดิ ความแนใ จสบื ไปวา คนทไ่ี มห ายใจนนั้ ใครๆ กร็ วู า มอี ยู แตค นเหลา นค้ี อื คนทยี่ งั อยใู นครรภม ารดา. คนทก่ี ำลงั ดำน้ำ, พวกอสญั ญสี ตั ว, คนตาย แลว , คนทก่ี ำลงั อยใู นจตตุ ถฌาน, คนทกี่ ำลงั อยใู นรปู สมาบตั หิ รอื อรปู สมาบตั ,ิ และคนทก่ี ำลงั อยใู นนโิ รธสมาบตั เิ ทา นน้ั ; กเ็ รานมี้ ไิ ดอ ยใู นสภาพใดสภาพหนง่ึ ของบคุ คลเหลา นน้ั แลว ไฉน เราจงึ ตอ งเปน บคุ คลทมี่ ลี มหายใจไมป รากฏดว ยเลา . เมอื่ เขาอธษิ ฐานจติ อยา งแนว แน ในการทจ่ี ะตอ งเปน บคุ คลทย่ี งั มลี มหายใจอยู เชน นนั้ ลมหายใจกย็ อ มปรากฏแมใ นขนั้ ทล่ี ะเอยี ดและในลกั ษณะทล่ี ะเอยี ดไดโ ดยอตั โนมตั ิ โดยไมส ญู เสยี ผลแหง การปฏบิ ตั ทิ ไ่ี ดป ฏบิ ตั มิ าแลว จนถงึ ขน้ั นี้. ญาณ คอื ความรทู จ่ี ะเกดิ ขน้ึ แกเ ขาวา เพราะลมหายใจละเอยี ดเกนิ ไปบา ง, เพราะลมหายใจถกู แปรสภาพเปน ละเอยี ด เรว็ เกนิ ไปบา ง, เพราะ การกำหนดผสุ นาไมถ กู ทอ่ี นั เหมาะสม บา ง, หรอื เพราะ กำหนด ฐปนาโดยอาการท่ีพรวดพลาดผลุนผลัน บาง, ลมหายใจจึงไมปรากฏเพ่ือประโยชน แกก ารกำหนดนน้ั ๆ ขอ นเี้ ปน ทางแหง การปรบั ปรงุ ขยบั ขยายสงิ่ ตา งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกนั ให เหมาะสมเสยี ใหม ลมหายใจกจ็ ะกลบั ปรากฏในลกั ษณะทเ่ี หมาะสมยงิ่ ขน้ึ ไปอกี . อปุ สรรคเกย่ี ว กับการที่ลมหายใจไมปรากฏก็จะหมดไป เขาจะสามารถกำหนดลมหายใจไดดี ท้ังในขณะ แหง คณนา อนพุ นั ธนา ผสุ นา และฐปนา แลว แตว า อปุ สรรคและปญ หาจะเกดิ ขนึ้ ระยะไหน. ตามปรกตทิ วั่ ไปในกรณขี องอานาปานสตมิ กั จะเปน ปญ หายงุ ยากขอ นข้ี นึ้ ในขณะแหง ผสุ นานน่ั เอง. อคุ คหนมิ ติ ไมป รากฏเพราะไมม คี วามรสู กึ วา ลมมากระทบทฐ่ี านแหง ผสุ นา ทำใหก ำหนด จดุ ๆ นน้ั ไมไ ด; นเี่ รยี กวา ลมหายใจหายไปในระยะแหง ผสุ นา. เขาจะตอ งแกไ ขดว ยอบุ าย ดงั ทก่ี ลา วมาแลว . สำหรบั ในขณะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ นน้ั สตกิ ำหนดนมิ ติ ทเี่ ปน มโนภาพทปี่ รากฏ ขนึ้ มาใหม ไมเ นอื่ งดว ยลมหายใจโดยตรงกจ็ รงิ แตก ย็ งั เนอ่ื งกนั อยโู ดยออ มคอื ถา ลมหายใจไม

2 - 76 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน ไปตามปรกตติ ามทตี่ อ งประสงคข น้ั น้ี ปฏภิ าคนมิ ติ กไ็ มอ าจจะเกดิ ขน้ึ หรอื เกดิ ขนึ้ แลว กก็ ลบั ลม เหลวไป เพราะฐปนาไมอ าจเปน ไปดว ยดนี นั่ เอง. “จรงิ อยู กมั มฏั ฐานอยา งใดอยา งหนงึ่ ยอ มสำเรจ็ แกผ มู สี ติ มคี วามรตู วั เทา นนั้ แมก จ็ รงิ , ถงึ กระนนั้ กมั มฏั ฐานอยา งอน่ื นอกจากอานาปานสั สตกิ มั มฏั ฐานนี้ ยอ มปรากฏไดแ กผ ทู ่ี มนสกิ ารอย.ู แตอ านาปานสตกิ มั มฏั ฐานนเ้ี ปน ภาระหนกั เจรญิ สำเรจ็ ไดย าก ทงั้ เปน ภมู ิ แหง มนสกิ ารของมหาบรุ ษุ ทง้ั หลาย คอื พระพทุ ธเจา พระปจ เจกพทุ ธเจา และพทุ ธบตุ รเทา นน้ั , ไมใ ชเ ปน กมั มฏั ฐานต่ำตอ ย, ทงั้ มไิ ดเ ปน กมั มฏั ฐานทสี่ ตั วผ ตู ำ่ ตอ ยสอ งเสพ, เปน กมั มฏั ฐาน สงบและละเอยี ด โดยประการทมี่ หาบรุ ษุ ทง้ั หลายยอ มทำไวใ นใจ; เพราะฉะนนั้ ในอานาปาน- สตกิ มั มฏั ฐานนี้ จำตอ งปรารถนาสตแิ ละปญ ญาอนั มกี ำลงั . เหมอื นอยา งวา ในเวลาชนุ ผา สาฎกเนื้อเกล้ียง แมเข็มก็จำตองปรารถนาอยางเล็ก, แมดายซ่ึงรอยในบวงเข็ม ก็จำตอง ปรารถนาเสนละเอียดกวาน้ัน ฉันใด, ในเวลาเจริญกัมมัฏฐานน้ี ซ่ึงเปนเชนกับผาสาฎก เน้ือเกลี้ยง ก็ฉันน้ันเหมือนกัน สติมีสวนเปรียบดวยเข็มก็ดี ปญญาที่สัมปยุตดวยสติน้ัน มสี ว นเปรยี บดว ยดา ยรอ ยบว งเขม็ กด็ ี จำตอ งปรารถนาใหม กี ำลงั . กแ็ ล ภกิ ษผุ ปู ระกอบดว ยสตแิ ละปญ ญานน้ั แลว ไมจ ำตอ งแสวงหาลมหายใจเขา และลมหายใจออกนน้ั นอกจากโอกาสทลี่ มถกู ตอ งโดยปกติ. จรงิ อยู ลมหายใจเขา และ ออกน้ี กระทบโครงจมูกของผูมีจมูกยาวผานไป, กระทบริมฝปากขางบนของผูมีจมูกสั้น ผา นไป. เพราะฉะนน้ั เธอนนั่ จงึ ควรตง้ั นมิ ติ ไวว า “ลมหายใจเขา และออก ยอ มกระทบ ฐานชอื่ นี.้ ” ความจรงิ พระผมู พี ระภาคเจา ทรงอาศยั อำนาจประโยชนน แี้ ล จงึ ตรสั วา “ดกู อ น ภกิ ษทุ งั้ หลาย! เราไมก ลา วการเจรญิ อานาปานสตแิ กภ กิ ษผุ หู ลงลมื สติ ไมร สู กึ ตวั อย.ู ”๘ อีกอยางหนึ่ง “ลมหายใจดับไปในความรูสึก” ขณะภาวนาอานาปานสติในบางครั้ง ทสี่ ดุ ของลมคอื ดบั ไป ทสี่ ดุ ของใจคอื รวมลงสนทิ หมดความรบั ผดิ ชอบกบั ลม ตง้ั อยเู ปน เอกจติ คอื มอี ารมณเ ดยี ว เพยี งรอู ยา งเดยี วไมเ กยี่ วกบั สงิ่ ใดตอ ไปอกี ทเ่ี รยี กวา จติ รวมสนทิ ทางสมาธ-ิ ภาวนา แตผ ภู าวนาอานาปานสติ เมอื่ เขา ถงึ ลมละเอยี ดและลมดบั ไปในความรสู กึ ขณะนนั้ เกดิ ตกใจดว ยความคดิ หลอกตวั เองวา “ลมดบั ตอ งตาย” เพยี งเทา นนั้ ลมกก็ ลบั มมี าและกลาย ๘ ปฐมสมนั ตปาสาทกิ า แปล เลม ๓ หนา ๕๔-๕๕.

2 - 77 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน ลมหยาบไปตามเดมิ จติ กห็ ยาบ สดุ ทา ย การภาวนากไ็ มก า วไปถงึ ไหน คงไดเ พยี งขนั้ กลวั ตาย แลว ถอยจติ ถอยลมขนึ้ มาหาทท่ี ต่ี นเขา ใจวา จะไมต ายนเี้ ทา นนั้ การภาวนาแบบนม้ี ี มากรายในวงปฏบิ ตั ิ จงึ ไดเ รยี นไวบ า ง เพราะอาจเกดิ แกท า นทภ่ี าวนาอานาปานสตเิ ปน บางรายแลว อาจเสยี ทา ใหก บั ความหลอกลวงนไ้ี ด การภาวนาเพอ่ื เหน็ ความจรงิ กบั ลมใน อานาปานสติ กรณุ ากำหนดลมดว ยสติ จนถงึ ทสี่ ดุ ของลมและของจติ จะเหน็ ความอศั จรรย อยา งเดน ชดั ขณะผา นความกลวั ตาย ในระยะทเี่ ขา ใจวา ลมดบั ไปแลว ดว ยความกลา หาญ คือ ขณะเจริญอานาปานสติไปจนถึงลมละเอียดและลมดับไปในความรูสึกขณะน้ัน โปรด ทำความเขาใจวา แมลมจะดับไปจริงๆ ก็ตาม เม่ือความรูสึกคือใจยังครองตัวอยูในรางน้ี อยา งไรกไ็ มต ายแนน อน ลมจะดบั กจ็ งดบั ไป หรอื อะไรๆ ในกายจะดบั ไปตาม ลมกจ็ งดบั ไป ตามธรรมชาติของตน สำหรับใจผูไมดับไมตายไปกับส่ิงเหลาน้ัน จะกำหนดดูใหรูทุกอยาง บรรดาทผี่ า นเขา มาในความรสู กึ ขณะนี้ แตจ ะไมเ ปน กงั วลกบั อะไรทเ่ี ปน สภาพเกดิ ๆ ดบั ๆ เพยี ง เทา นี้ จติ จะตดั ความกลวั และกงั วลตา งๆ ทเี่ คยสง่ั สมไวอ อกไดอ ยา งไมค าดฝน และสงบลง ถงึ ฐานของสมาธิ โดยไมม อี ะไรมากดี ขวางไดเ ลย สงิ่ ทเ่ี ปน อปุ สรรคกดี ขวาง ขณะลมจะดบั หรอื ขณะลมดบั ไป กม็ เี ฉพาะความกลวั ตายเทา นนั้ เอง ครง้ั ตอ ไปความกลวั หายหนา ไปเลย ไมอ าจกลบั มาหลอกไดอ กี ”๙ สรปุ ความไดว า การหายไปแหง ลมหายใจจรงิ ๆ นนั้ ตอ งไมม อี ยา งแนน อน, ถา มี ก็ตองเปน ความสำคญั ผดิ ตอ งขจัดใหห ายไปดวยอุบายดังทกี่ ลา วแลว; ผูนั้นจงึ จะสามารถ กำหนดลมหายใจ หรอื กายสงั ขาร ในขนั้ ทรี่ ำงบั ลงอยา งละเอยี ดทสี่ ดุ ได. นคี้ อื อปุ สรรค และวธิ ขี จดั อปุ สรรคชนดิ ทม่ี กั เกดิ ในขนั้ แรกแหง อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๔ น.้ี อปุ สรรคทวั่ ไป ๙ คู สำหรบั อปุ สรรคทว่ั ไปนน้ั อาจจะมไี ดแ ทบทกุ ระยะแหง การปฏบิ ตั แิ ละการเลอ่ื นลำดบั ของการปฏบิ ตั ิ หากแตว า เปน ปญ หาทอ่ี าจจะเกดิ เฉพาะคน เพราะอปุ นสิ ยั แตกตา งกนั ดงั ที่ ไดเ คยกลา วแลว ขา งตน . เมอ่ื นำมาประมวลมาใหห มด หรอื เผอ่ื ไวส ำหรบั ทกุ คน กจ็ ะไดอ ปุ สรรค ทว่ั ไป ๙ คดู งั หวั ขอ ดงั ตอ ไปนี้ ซงึ่ เปน หวั ขอ ทคี่ วรสำเนยี กศกึ ษาไวใ หด ี. ๙ วธิ ที ำสมาธแิ บบหลวงปมู นั่ หนา ๕๐-๕๒ เลา โดย พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (พระอาจารยม หาบวั ญาณสมปฺ นโฺ น)

2 - 78 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ คทู ่ี ๑ ก. เมอ่ื สตกิ ำหนดลมหายใจออก จติ ฟงุ อยใู นภายใน. ข. เมอื่ สตกิ ำหนดลมหายใจเขา ถงึ ทส่ี ดุ แลว จติ แลน ออกไปภายนอก. คทู ่ี ๒ ค. ความหวงั อยกู ด็ ี ความพอใจอยกู ด็ ี ความอยากกด็ ี ซง่ึ มอี ยใู นลมหายใจออก. ง. ความหวงั อยกู ด็ ี ความพอใจอยกู ด็ ี ความอยากกด็ ี ซง่ึ มอี ยใู นลมหายใจเขา . คทู ี่ ๓ จ. เมอื่ ลมหายใจออกครอบงำ เกดิ การลมื ตอ การหายใจเขา . ฉ. เมอื่ ลมหายใจเขา ครอบงำ เกดิ การลมื ตอ การหายใจออก. คทู ี่ ๔ ช. เมอ่ื กำหนดนมิ ติ จติ ในลมหายใจออกหวนั่ ไหว. ซ. เมอ่ื กำหนดลมหายใจออก จติ ในนมิ ติ หวน่ั ไหว. คทู ี่ ๕ ฌ. เมอื่ กำหนดนมิ ติ จติ ในลมหายใจเขา หวนั่ ไหว. ญ. เมอ่ื กำหนดลมหายใจเขา จติ ในนมิ ติ หวน่ั ไหว. คทู ี่ ๖ ด. เมอ่ื กำหนดลมหายใจออก จติ ในลมหายใจเขา หวน่ั ไหว. ต. เมอื่ กำหนดลมหายใจเขา จติ ในลมหายใจออกหวน่ั ไหว. คทู ี่ ๗ ถ. จติ แลน ไปตามอารมณใ นอดตี เปน จติ ตกไปขา งกระสบั กระสา ย (วกิ เขปะ). ท. จติ หวงั อารมณใ นอนาคต เกดิ เปน จติ หวน่ั ไหว (วกิ มั ปต ะ). คทู ี่ ๘ ธ. จติ หดหู เปน จติ ตกไปขา งฝา ยเกยี จครา น. น. จติ เพยี รจดั เกนิ ไป เปน จติ ตกไปขา งฝา ยฟงุ ซา น. คทู ่ี ๙ บ. จติ ไวตอ ความรสู กึ เกนิ ไป เปน จติ ตกไปขา งฝา ยกำหนัด. ป. จติ ไมแ จม ใส เปน จติ ตกไปขา งฝา ยพยาบาท. อปุ สรรคทงั้ ๙ คู หรอื นบั เรยี งอยา งได ๑๘ อยา งเหลา นี้ บางทกี เ็ รยี กวา อปุ กเิ ลส ของสมาธิ บา ง ในฐานะทเ่ี ปน เครอื่ งเศรา หมองของสมาธิ : เรยี กวา อนั ตรายของสมาธิ บา ง ในฐานะทเี่ ปน สงิ่ ทที่ ำอนั ตรายตอ สมาธโิ ดยตรง : เมอ่ื เกดิ อาการเหลา นอี้ ยา งใดอยา งหนงึ่ ขน้ึ แลว กายกด็ ี จติ กด็ ี ยอ มกระวนกระวายยอ มหวน่ั ไหว ยอ มดน้ิ รนไปตามกนั . เมอ่ื จติ หมดจดจาก อปุ สรรคเหลา น้ี การเจรญิ สมาธทิ กุ ขน้ั ยอ มเปน ไปไดโ ดยหลกั ใหญๆ . สว นขอ ปลกี ยอ ยหรอื รายละเอยี ดนน้ั จะไมม คี วามสำคญั จนถงึ กบั จะแกไ ขไมไ ด ในเมอื่ ตวั อปุ สรรคอนั แทจ รงิ เหลา นไี้ ดถ กู ขจดั ไปหมดสนิ้ แลว . จติ ทปี่ ลอดจากอปุ สรรคเหลา นี้ ชอื่ วา เปน จติ ขาวรอบหรอื เปน

2 - 79 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ จติ ถงึ ซง่ึ ความเปน เอก (เอกตตฺ ) ความเปน เอกในทน่ี ี้ มคี วามหมายทง้ั ความเปน หนงึ่ ไมม สี อง และความเปน เอกคอื ประเสรฐิ . การละนิวรณ คือหนาที่ของสมาธิ สำหรบั การปฏบิ ตั ใิ นขน้ั น้ี เปน เพยี งขนั้ สมาธิ ยงั ไมใ ชข นั้ วปิ ส สนา หนา ทขี่ องเราอนั เกี่ยวกับนิวรณ จึงเปนเพียงการทำสมาธิหรืออุบายอันเปนเคร่ืองกีดกันนิวรณออกไปเสีย จากจติ ดว ยการนำเอาสงิ่ ทเี่ ปน ปฏปิ ก ษต อ นวิ รณเ ขา มาสจู ติ จนกระทง่ั นวิ รณต า งๆ ระงบั ไป. สงิ่ ทกี่ ดี กนั นวิ รณอ อกไปจากจติ ในทน่ี คี้ อื ตวั สตทิ เ่ี กดิ ขนึ้ ในการกำหนดลมหายใจ โดยวธิ ี ทไ่ี ดก ลา วมาแลว ขา งตน . โดยกรรมวธิ กี ค็ อื เปน การนำจติ เขา ไปผกู ไวก บั ลมหายใจ จนกระทงั่ เกดิ เอกตั ตธรรมตา งๆ ซงึ่ ลว นแตเ ปน ปฏปิ ก ษต อ นวิ รณ นวิ รณจ งึ หมดโอกาสทจี่ ะครอบงำจติ . ตลอดเวลาทสี่ ตยิ งั ไมล ะไป. จติ ยงั กำหนดอยทู ล่ี มหายใจหรอื นมิ ติ แหง สมาธไิ ดอ ยู เมอ่ื นนั้ ชอ่ื วา ไมม นี วิ รณ มแี ตเ อกตั ตธรรมอยแู ทนทด่ี งั ทก่ี ลา วแลว . ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมองใหเ หน็ ชดั เจน ทเี ดยี ววา เอกตั ตธรรมเหลา นมี้ อี ยอู ยา งไร : ยกตวั อยา งเชน เนกขมั มะ หรอื การหลกี ออกจาก กามนนั้ เปน สงิ่ ทอี่ าจกลา วไดว า ไดเ รมิ่ มแี ลว ตง้ั แตข ณะหลกี ออกไปสทู ส่ี งดั และมมี ากขนึ้ หรอื มน่ั คงขน้ึ นบั ตงั้ แตข ณะแหง คณนา คอื การกำหนดนมิ ติ หรอื ลมหายใจเปน ตน ไป กระทง่ั ถงึ ขณะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ ซง่ึ เปน อนั กลา วไดว า เปน เนกขมั มะในทนี่ แ้ี ลว อยา งสมบรู ณ เอกตั ตธรรม ขออื่น เชนอัพยาบาทเปนตน ก็ดำเนินไปในแนวเดียวกัน. แตท้ังหมดนี้จะเห็นไดชัดเจน ยง่ิ ขน้ึ กต็ อ เมอื่ ไดศ กึ ษาจนทราบวา องคฌ านนนั้ ๆ มอี ะไรบา ง และองคแ หง ฌานนน้ั ๆ เปน ตวั เอกตั ตธรรมขอ ไหน, ฉะนน้ั จะไดว นิ จิ ฉยั กนั ถงึ องคแ หง ฌานสบื ไป. องคแหงฌาน คำวา “องคแ หง ฌาน” หมายความวา สว นประกอบสว นหนงึ่ ๆ ของฌาน. เมอ่ื ประกอบรวมกนั หลายอยา ง จงึ สำเรจ็ เปน ฌานขน้ั หนง่ึ . เชน อาจจะกลา วไดว า ปฐมฌานมี องค ๕ ทตุ ยิ ฌานมอี งค ๓ ตตยิ ฌานมอี งค ๒ จตตุ ถฌานมอี งค ๒ ดงั นเ้ี ปน ตน . ทงั้ นี้ เปน การแสดงชดั อยแู ลว วา องคแ หง ฌานนนั้ ไมใ ชต วั ฌาน เปน แตเ พยี งสว นประกอบสว นหนง่ึ ๆ ของ ฌาน. องคแ หง ฌาน มี ๕ องค คอื ๑ วติ ก, ๒ วจิ าร, ๓ ปต ,ิ ๔ สขุ , ๕ เอกคั คตา, มอี ธบิ าย

2 - 80 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ดงั ตอ ไปนี้ :- ๑. วติ ก คำๆ น้ี โดยทวั่ ไปแปลวา ความตรหิ รอื ความตรกึ . แตใ นภาษาสมาธิ คำวา วติ กน้ี หาใชค วามคดิ นกึ ตรติ รกึ อยา งใดไม. ถา จะเรยี กวา เปน ความคดิ กเ็ ปน เพยี งการกำหนด นงิ่ ๆ แนบแนน อยใู นสงิ่ ๆ เดยี ว, ไมม คี วามหมายทเ่ี ปน เรอื่ งเปน ราวอะไร. อาการแหง จติ จะมีปรากฏอยูในขณะแหงคณนาและอนุพันธนาโดยออม. และในขณะแหงผุสนาและ ฐปนาโดยตรง ดงั ทก่ี ลา วแลว ขา งตน นน่ั เอง คอื สง่ิ ทเ่ี รยี กวา วติ กในทนี่ .้ี (ควรยอ นไปดตู อนอนั วา ดว ยคณนาเปน ตน ใหเ ขา ใจจรงิ ๆ อกี ครงั้ หนง่ึ ) และจะเขา ใจอาการของวติ กไดด ี กต็ อ เมอ่ื ถกู นำไปเปรยี บเทยี บ กบั สงิ่ ทเ่ี รยี กวา วจิ าร และกลา วบรรยายลกั ษณะควบคกู นั ไป. ๒. วจิ าร คำๆ น้ี โดยทว่ั ไป หมายถงึ การตรกึ ตรอง หรอื สอดสอ งหรอื วนิ จิ ฉยั แตใ น ทางภาษาสมาธิ หาไดม คี วามหมายอยา งนนั้ ไม เปน แตเ พยี งอาการทจี่ ติ รตู อ อารมณท ก่ี ำหนด อยนู น้ั , ซง่ึ ในทน่ี ี้ ไดแ กล มหายใจ, อยอู ยา งทว่ั ถงึ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ กค็ อื อาการทเี่ กดิ ขนึ้ ใน ขณะของอนพุ นั ธนาเปน ตน ไป. (ควรยอ นไปดเู รอ่ื งตอนอนพุ นั ธนาเปน ตน ดงั ทแี่ นะไวแ ลว ในกรณี ของวติ ก) และจะเขา ใจสงิ่ นไี้ ดด ี ดว ยการนำอปุ มาเปรยี บเทยี บ ซง่ึ จะดยี ง่ิ กวา บรรยายดว ย คำพดู ตรงๆ ยกตวั อยา งเชน เปรยี บเทยี บกบั การดู : เมอื่ สายตาทอดไปจบั ทส่ี งิ่ ใดสง่ิ หนงึ่ น้ี เปรยี บกนั ไดก บั อาการของวติ ก, เมอื่ เหน็ สงิ่ นน้ั ทวั่ หมด เปรยี บกนั ไดก บั อาการของวจิ าร. หรอื เปรียบดวยการสาดน้ำ : เมื่อนำ้ กระทบกับสิ่งท่ีถูกสาด ก็เปรียบไดดวยอาการของวิตก, เมอ่ื นำ้ เปย กซมึ ไปทว่ั กเ็ ปรยี บไดด ว ยอาการของวจิ าร. หรอื ถา เปรยี บกบั การฝก ลกู ววั ซงึ่ มกั ถกู ใชเ ปน อทุ าหรณใ นการฝก จติ ทว่ั ๆ ไป กอ็ าจจะเปรยี บไดว า เมอ่ื ลกู ววั ถกู แยกไปจากแม เอาไปผกู ไวท เี่ สาหลกั แหง หนง่ึ ดว ยเชอื ก เสาหลกั เปรยี บดว ยลมหายใจ เชอื กนน้ั เปรยี บดว ยสติ ลกู ววั นนั้ เปรยี บดว ยจติ การทม่ี นั ถกู ผกู ตดิ อยกู บั เสา เปรยี บดว ยอาการของวติ ก และการทมี่ นั ดน้ิ ไปดน้ิ มา วนเวยี นอยรู อบๆ เสา รอบแลว รอบอกี เปรยี บดว ยอาการของวจิ าร. ผศู กึ ษาจะตอ งรจู กั สงั เกต ความแตกตา งระหวา งคำวา วติ ก กบั คำวา วจิ าร และ รจู กั ความทส่ี ง่ิ ทง้ั ๒ นม้ี อี ยพู รอ มกนั กลา วคอื การทลี่ กู ววั ถกู ผกู ตดิ อยกู บั เสากเ็ ปน สงิ่ ทมี่ อี ยู ในขณะทมี่ นั วนเวยี นอยรู อบๆ เสา, หรอื อาการทม่ี นั วนเวยี นอยรู อบๆ เสา กม็ อี ยใู นขณะทม่ี นั ยงั ถกู ผกู ตดิ อยกู บั เสา, แตอ าการทงั้ ๒ อยา งนไี้ มใ ชเ ปน ของสง่ิ เดยี วกนั เลย ทงั้ ทม่ี อี ยพู รอ ม

2 - 81 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ กนั หรอื ในขณะเดยี วกนั . ความเขา ใจอนั น้ี เปน เหตใุ หเ ขา ใจไปถงึ วา ในขณะแหง ปฐมฌาน นนั้ วติ กกบั วจิ ารมอี ยใู นขณะเดยี วกนั ไดอ ยา งไร. สำหรบั อาการอนั นโ้ี ดยเฉพาะ จะเหน็ ได ชดั ในกรณขี องคนขดั หมอ ซงึ่ มอื ซา ยจบั หมอ มอื ขวาจบั เครอ่ื งขดั หมอ แลว ถไู ปทวั่ ๆ ตวั หมอ ในขณะเดยี วกนั ; มอื ซา ย คอื วติ ก มอื ขวา คอื วจิ าร, ฉนั ใดกฉ็ นั นนั้ . สรปุ ความวา วติ ก คอื อาการทจ่ี ติ กำหนดนมิ ติ , วจิ าร คอื อาการทจี่ ติ เคลา เคลยี กนั อยกู บั นมิ ติ อยา งทว่ั ถงึ นน่ั เอง และเปน สง่ิ ทม่ี อี ยพู รอ มกนั . ๓. ปต ิ. คำน้ี ตามปรกตแิ ปลวา ความอม่ิ ใจ. ในภาษาของสมาธิ หมายถงึ ความ อม่ิ ใจดว ยเหมอื นกนั แตจ ำกดั ความเฉพาะความอม่ิ ใจทไ่ี มเ นอ่ื งดว ยกาม และตอ งเปน ความ อมิ่ ใจทเี่ กดิ มาจากความรสู กึ วา ตนทำอะไรสำเรจ็ หรอื ตนไดท ำสง่ิ ทคี่ วรทำเสรจ็ แลว หรอื ตอ ง เสรจ็ แนๆ ดงั นเ้ี ปน ตน เทา นน้ั . ปต นิ อี้ าศยั เนกขมั มะ ไมอ าศยั กาม, ฉะนนั้ จงึ อาจจำกดั ความลงไปวา ปต ิ คอื ความอมิ่ ใจทเี่ กดิ มาจากการทต่ี นเอาชนะกามไดส ำเรจ็ ดว ยนนั่ เอง. ปต ิ ในกรณนี จี้ ดั เปน กศุ ลเจตสกิ ประเภทสงั ขารขนั ธ คอื ความคดิ ชนดิ หนง่ึ กลา วคอื การทำความ อม่ิ ใจยงั ไมจ ดั เปน เวทนาขนั ธ ผศู กึ ษาพงึ รจู กั สงั เกตความแตกตา งระหวา งปต กิ บั สขุ ในขอ นี้, คอื ขอ ทป่ี ต เิ ปน สงั ขารขนั ธ และสขุ เปน เวทนาขนั ธ, เพอ่ื กนั ความสบั สนกนั โดยสน้ิ เชงิ แลว พงึ ทราบความทปี่ ต เิ ปน แดนเกดิ ของความสขุ . ๔. สขุ . คำวา สขุ ในทน่ี ี้ หมายถงึ สขุ อนั เกดิ จากการทจี่ ติ ไมถ กู นวิ รณร บกวน รวมกนั กบั กำลงั ของปต หิ รอื ปราโมทย ทไ่ี ดส ง เสรมิ ใหเ กดิ ความรสู กึ อนั เปน สขุ นขี้ นึ้ . ตามธรรมดา คนเราเมอ่ื มปี ต ิ กย็ อ มรสู กึ เปน สขุ อยา งทไี่ มม ที างหลกี เลย่ี งได แตส ขุ โดยอาการอยา งน้ี ยอ ม ต้ังอยูชั่วขณะ สวนสุขที่เกิดมาจากท่ีนิวรณไมรบกวนน้ัน ยอมตั้งอยูถาวรและม่ันคงกวา. เมอื่ ผศู กึ ษาเขา ใจพฤตอิ นั นด้ี ี กจ็ ะเหน็ ชดั แจง ไดโ ดยตนเองวา ปต กิ บั สขุ นน้ั ไมใ ชข องอยา งเดยี ว กนั เลยแตก ม็ อี ยพู รอ มกนั ไดใ นขณะเดยี วกนั เหมอื นกบั การทว่ี ติ กและวจิ ารมอี ยพู รอ มกนั ได ฉันใดก็ฉันน้ัน. ๕. เอกคั คตา. เปน คำทยี่ อ มาจากคำวา จติ เตกคั คตา (จติ ต +เอกคั คตา) แปลวา ความ ทจี่ ติ เปน สงิ่ ซงึ่ มยี อดสดุ เพยี งอนั เดยี ว. โดยใจความกค็ อื ความทจ่ี ติ มที ก่ี ำหนดหรอื ทจี่ ด-ทต่ี ง้ั เพยี งแหง เดยี ว. อธบิ ายวา ตามธรรมดาจติ นนั้ ยอ มดน้ิ รนกลบั กลอก เปลยี่ นแปลงอยเู สมอ

2 - 82 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เพราะเปน ของเบาหววิ . ตอ เมอื่ ไดร บั การฝก ฝนโดยสมควรแกก รณแี ลว จงึ จะเปน จติ ทต่ี ง้ั มนั่ มอี ารมณอ ยา งเดยี วอยไู ดเ ปน เวลานาน. ในกรณแี หง สมาธนิ ี้ เอกคั คตาหมายถงึ ความทจี่ ติ กำหนดแนว แนอ ยไู ดใ นขณะแหง ฐปนา หรอื ในระยะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ เปน ตน ไป (สว นระยะท่ี ตำ่ กวา นน้ั ยงั ลม ลกุ คลกุ คลาน คอื เปน ไปชว่ั ขณะ) และอาการแหง เอกคั คตานเี้ อง เปน อาการ ทเี่ ปน ความหมายอนั แทจ รงิ ของคำวา สมาธิ หรอื เปน ตวั สมาธแิ ทเ อกคั คตาน้ี ในทบ่ี างแหง เรยี กวา “อธษิ ฐาน” กม็ ี. องคฌ าน ทำใหเ กดิ ฌานไดอ ยา งไร สงิ่ ทต่ี อ งพจิ ารณาหรอื วนิ จิ ฉยั ตอ ไปกค็ อื องคฌ านทงั้ ๕ องคน ี้ มอี ยอู ยา งไร และ สมั พนั ธก นั ในหนา ทอ่ี ยา งไร ในขณะแหง ปฐมฌาน เปน ตน ? ดังที่ไดกลาวมาแลวขางตน ปฐมฌาน มีองค ๕ คือมีวิตก วิจาร ปติ สุข และ เอกคั คตา. ขอ นยี้ อ มหมายความวา ในขณะแหง ปฐมฌานนนั้ สงิ่ ทงั้ ๕ น้ี ยอ มมอี ยู และ สมั พนั ธเ ปน สง่ิ เดยี วกนั คอื ปฐมฌาน. ปญ หาอาจจะเกดิ ขนึ้ แกค นทว่ั ไปวา ถา จติ ทเ่ี ปน สมาธิ เปน สงิ่ ทม่ี อี ารมณอ นั เดยี วและมยี อดสดุ อนั เดยี ว คอื เปน เอกคั คตา ทงั้ ไมม คี วามนกึ ตรกึ ตรอง อะไรแลว จะมคี วามรสู กึ ถงึ ๕ อยา งพรอ มกนั ไดอ ยา งไร ? ปญ หาน้ี เปน ปญ หาทถ่ี า สางไม ออกแลว กไ็ มม ที างทจ่ี ะเขา ใจสงิ่ ทเี่ รยี กวา สมาธใิ น ขน้ั ปฐมฌานไดเ ลย. ในขน้ั แรกจะตอ งเขา ใจเสยี กอ นวา สง่ิ ทเี่ รยี กวา องค องคน น้ั เปน เพยี งสว นประกอบ หรอื องคป ระกอบ คอื เปน สง่ิ ทร่ี วมกนั ปรงุ ใหเ กดิ สงิ่ ใดสง่ิ หนง่ึ ขน้ึ มา ในฐานะเปน สงิ่ ๆ เดยี ว เชน เชอื กเสน หนง่ึ มี ๕ เกลยี ว เราเรยี กวา เชอื กเสน เดยี ว; หรอื ขนมบางอยา ง ประกอบดว ยเครอื่ ง ปรงุ ๕ อยา ง เราเรยี กวา ขนมอยา งเดยี ว, นค้ี อื ความหมายของคำวา องค หรอื องคป ระกอบ. สำหรบั ในกรณขี องปฐมฌานนนั้ หมายความวา เมอื่ จติ กำลงั เปน สมาธถิ งึ ขน้ั นี้ จติ ยอ มมี สมั ปยตุ ตธรรม คอื สงิ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ พรอ มกนั แกจ ติ ถงึ ๕ อยา ง, แตล ะอยา งๆ กเ็ ปน ความมน่ั คงใน ตวั ของมนั เองดว ย สนบั สนนุ ซงึ่ กนั และกนั ดว ย จงึ ตงั้ อยอู ยา งมน่ั คงยงิ่ ขนึ้ ไปอกี . เปรยี บ เหมอื นไม ๕ อนั แตล ะอนั ๆ กป็ ก อยอู ยา งแนน แฟน แลว ยงั มารวมกลมุ กนั ในตอนยอดหรอื ตอน บน เปน อนั เดยี วกนั กย็ ง่ิ มคี วามมนั่ คงมากยง่ิ ขนึ้ ไปอกี , ขอ นฉี้ นั ใด; ในขณะทปี่ ฏภิ าคนมิ ติ

2 - 83 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ปรากฏแลว ตงั้ อยอู ยา งมน่ั คงจติ หนว งเอาความเปน อปั ปนา คอื ความแนว แนไ ด องคท งั้ ๕ น้ี ซง่ึ มคี วามสำคญั แตล ะองคก ร็ วมกนั เปน จดุ เดยี ว เปน สงิ่ ทเ่ี รยี กวา “ฌาน” หรอื สมาธทิ แี่ นว แน ขน้ึ มาได. ในขณะทป่ี ฏภิ าคนมิ ติ ปรากฏนน้ั วติ กมไิ ดม อี ยใู นลกั ษณะแหง การกำหนดลมหายใจ เขา หรอื ออก แตเ ปลย่ี นมาเปน การกำหนดวา “ลม” อยใู นจดุ หรอื ในดวงแหง ปฏภิ าคนมิ ติ นนั้ ฉะนน้ั เปน อนั กลา วไดว า สงิ่ ทเี่ รยี กวา วติ กในขน้ั รเิ รม่ิ ตา งๆ นน้ั มไิ ดร ำงบั ไปเสยี ในขณะแหง คณนา หรอื อนพุ นั ธนาหรอื ผสุ นาเลย แตไ ดก ลายมาเปน วติ กทล่ี ะเอยี ดสขุ มุ สงบรำงบั เหลอื อยูจนกระทั่งถึงขณะแหงฐปนาหรือปฏิภาคนิมิตน้ัน. สำหรบั องคท เ่ี รยี กวา วจิ ารกเ็ ปน อยา งเดยี วกนั คอื มเี หลอื อยใู นลกั ษณะสขุ มุ มาตง้ั แตแ รก จนกระทง่ั ถงึ ขณะแหง ฐปนา กท็ ำหนา ทรี่ สู กึ อยา งทวั่ ถงึ ในปฏภิ าคนมิ ติ : ทำหนา ทพี่ รอ มกนั กบั วติ กดงั ทเี่ ปน มาแตต น : เปน อนั วา ในขณะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ กย็ งั มวี จิ ารเหลอื อยเู ตม็ สดั เตม็ สว น. ปต นิ นั้ เปน สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดโ ดย อตั โนมตั ิ ในฐานะทเ่ี ปน ปฏกิ ริ ยิ าอนั ออกมาจากวติ กและ วจิ ารอยา งประปราย ลม ลกุ คลกุ คลานมาตง้ั แตร ะยะเรมิ่ แรก แมใ นขณะแหง อนพุ นั ธนา หรอื ผสุ นากต็ าม. เมอื่ วติ กวจิ ารเปน สงิ่ ทมี่ น่ั คงอยา งละเอยี ดสขุ มุ ยง่ิ ขนึ้ ทกุ ที ปต กิ ย็ งั คงมอี ยอู ยา ง ละเอยี ดสขุ มุ ยงิ่ ขน้ึ ในฐานะทเี่ ปน ปฏกิ ริ ยิ ามาจากวติ กและวจิ ารไปตามเดมิ : ฉะนนั้ ปต จิ งึ มอี ยู ดว ย แมใ นขณะแหง ฐปนา หรอื ปฏภิ าคนมิ ติ . สำหรบั ความสขุ นน้ั เปน สง่ิ ทไี่ มเ คยละจากปต ิ ปญ หาจงึ ไมม คี วามทจี่ ติ เปน ฐปนาหรอื กำหนดอยใู นปฏภิ าคนมิ ติ ไดถ งึ ทส่ี ดุ แนว แนไ มห วน่ั ไหว นน่ั เอง จดั เปน เอกคั คตา. จงึ เปน วา สง่ิ ทง้ั ๕ น้ี ไดเ รมิ่ กอ ตวั ขน้ึ แลว ในขณะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ โดยสมบรู ณ. เมอ่ื จติ ไดอ าศยั ปฏภิ าคนมิ ติ แลว หนว งเอา อปั ปนาสมาธไิ ดอ ยา งสมบรู ณถ งึ ขนั้ ฌานแลว สง่ิ ทง้ั ๕ น้ี จงึ ตงั้ อยใู นฐานะเปน องคแ หง ฌานดว ยกนั และกนั ในคราวเดยี วกนั โดยไม ตองทำการกำหนดนิมิตอีกแตประการใด เพราะองคแหงฌานเขาไปต้ังอยูแทนที่ของนิมิต : คงเหลอื อยแู ตก ารควบคมุ แนว แนไ วเ ฉยๆ ดว ยอำนาจขององคท ง้ั ๕ ทสี่ มงั คกี นั ดแี ลว . เหมอื น นายสารถที เี่ พยี งแตน ง่ั ถอื บงั เหยี นเฉยๆ ในเมอ่ื มา ทล่ี ากรถไดห มดพยศแลว และวง่ิ ไปตามถนนอนั

2 - 84 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ราบรน่ื ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . ผศู กึ ษาไมพ งึ เขา ใจวา องคท ง้ั ๕ นี้ เปน ความคดิ นกึ ทต่ี อ งทำอยู ดว ยเจตนา แตล ะอยา งๆ : โดยทแี่ ทม นั เปน เพยี งผลของการปฏบิ ตั ทิ ไ่ี ดท ำมาอยา งถกู ตอ งจนเขา รปู แลว กย็ อ มเปน ไปไดเ องโดยไมม เี จตนา เหมอื นการกระทำของนายสารถที ก่ี มุ บงั เหยี นอยเู ฉยๆ แมไ มม เี จตนาในขณะนน้ั สงิ่ ตา งๆ กเ็ ปน ไปดว ยดี ครบถว นเตม็ ตามความประสงค. องคฌ าน กำจดั นวิ รณไ ดอ ยา งไร ในการที่จะเขาใจวาองคฌานองคหนึ่งๆ จะสามารถกำจัดนิวรณแตละอยางๆ ได อยา งไรนน้ั จำเปน จะตอ งศกึ ษาใหท ราบวา องคฌ านองคไ หนมลี กั ษณะตรงกนั ขา มกบั นวิ รณ ขอ ไหน. ขอ นอี้ าจจะพจิ ารณาดไู ดด ว ยเหตผุ ลธรรมดา คอื : สง่ิ ทเี่ รยี กวา วติ ก ไดแ กก ารกำหนดอารมณอ นั ใดอนั หนงึ่ อยู : ถา สงิ่ นม้ี อี ยู นวิ รณท ม่ี ี อาการตรงกนั ขา ม เชน อทุ ธจั จะกกุ กจุ จะ กย็ อ มมขี น้ึ ไมไ ด แมท ส่ี ดุ แตก ามฉนั ทะ กย็ งั มขี นึ้ ไม ได เพราะจติ กำลงั ตดิ อยกู บั อารมณข องสมาธิ. สง่ิ ทเ่ี รยี กวา วจิ าร กเ็ ปน อยา งเดยี วกนั : เมอ่ื วจิ ารมอี ยู กห็ มายถงึ มกี ารทำงานอยา ง ใดอยา งหนงึ่ อยใู นตวั มนั เอง ไมล งั เลในการทำ, สง่ิ ทเ่ี รยี กวา วจิ กิ จิ ฉายอ มระงบั ไปโดยตรง, แมส งิ่ ทเี่ รยี กวา กามฉนั ทะหรอื อน่ื ๆ กย็ อ มระงบั ไปโดยออ ม. สง่ิ ทเี่ รยี กวา ปต ิ และ สขุ นน้ั เปน ขา ศกึ ตอ พยาบาทและถนี มทิ ธะอยแู ลว โดยธรรมชาติ และยงั สามารถระงบั กามฉนั ทะ เพราะเหตทุ ม่ี อี ารมณต า งกนั แมว า อาการจะคลา ยกนั คอื ปต แิ ละสขุ นน้ั ปรารภธรรมหรอื อาศยั ธรรมเปน กำลงั ; สว นกามฉนั ทะ อาศยั วตั ถกุ ามเปน อารมณ หรือเปนกำลัง. สำหรบั สง่ิ ทเี่ รยี กวา เอกคั คตา นนั้ ยอ มเปน ทรี่ ะงบั ของนวิ รณท วั่ ไป. ทงั้ หมดน้ี เปน เครอ่ื งแสดงใหเ หน็ สบื ไปอกี กวา องคแ หง ฌานแตล ะองคๆ นอกจาก จะเปน ขา ศกึ ตอ นวิ รณอ ยา งหนงึ่ ๆ โดยเฉพาะแลว ยงั เปน ขา ศกึ ตอ นวิ รณโ ดยสว นรวม ตามมาก ตามนอ ย เพราะฉะนนั้ ทงั้ ๒ ฝา ย จงึ มอี ยพู รอ มกนั ไมไ ด เหมอื นความมดื กบั แสงสวา ง มี อยพู รอ มกนั ไมไ ดโ ดยธรรมชาติ ฉนั ใดกฉ็ นั นนั้ .

2 - 85 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ องคฌ าน กำจดั นวิ รณเ มอื่ ไร สำหรบั ทางพฤตนิ ยั นนั้ นวิ รณเ รม่ิ ระงบั ไปตง้ั แตข ณะแหง อปุ จารสมาธิ คอื ตง้ั แต ฌานยงั ไมป รากฏ. ครนั้ ถงึ ขณะแหง ฌานหรอื อปั ปนาสมาธิ องคแ หง ฌานทงั้ ๕ จงึ ปรากฏ ขนึ้ โดยสมบรู ณท งั้ ๕ องค : นเี้ ปน การแสดงอยใู นตวั แลว วา องคแ หง ฌานองคห นงึ่ ๆ หา จำตอ งทำหนา ทปี่ ราบนวิ รณท เี่ ปน คปู รบั อยา งหนง่ึ ๆ เปน คๆู ไปโดยเฉพาะไม; หรอื วา องค แหง ฌานตอ งพรอ มกนั ทกุ องค คอื เปน อปั ปนาสมาธเิ สยี กอ น จงึ อาจจะละนวิ รณไ ด กห็ าไม. ตามพฤตนิ ยั ทเ่ี ปน จรงิ นนั้ นวิ รณท ง้ั หลายเรม่ิ ถอยหลงั ตงั้ แตข ณะแหง การกำหนดบรกิ รรมนมิ ติ และไมป รากฏใหเ หน็ ตง้ั แตใ นขณะอคุ คหนมิ ติ เพราะถา นวิ รณม อี ยู สง่ิ ทเ่ี รยี กวา อคุ คหนมิ ติ กเ็ กดิ ขนึ้ ไมไ ด. ครนั้ ตกมาถงึ ขณะแหง ปฏภิ าคนมิ ติ นวิ รณก ก็ ลายเปน สงิ่ ทหี่ มดกำลงั ทง้ั ท่ี องคแ หง ฌานยงั ไมป รากฏอยา งชดั แจง ครบทง้ั ๕ องค และสมาธกิ ย็ งั เปน เพยี งอปุ จารสมาธิ อยู. ครน้ั องคแ หง ฌานปรากฏชดั แจง มน่ั คงทง้ั ๕ องค คอื เปน อปั ปนาสมาธหิ รอื ฌานแลว นวิ รณก เ็ ปน อนั วา ขาดสญู ไป ตลอดเวลาทอ่ี ำนาจของฌานยงั คงมอี ยู หรอื เหลอื อยแู ตร อ ง รอยกลา วคอื สขุ อนั เกดิ จากฌาน. ฉะนน้ั สง่ิ ทค่ี วรกำหนดสำหรบั การศกึ ษาตอ ไปกค็ อื ความ เปน สมาธิ ๒ อยา ง; สมาธิ ๒ อยา ง สงิ่ ทเ่ี รยี กวา สมาธิ ทแ่ี ทจ รงิ นนั้ พอทจ่ี ะแบง ไดเ ปน ๒ อยา งคอื อปุ จารสมาธิ และ อปั ปนาสมาธ.ิ อปุ จารสมาธิ แปลวา สมาธขิ น้ั ทเ่ี ขา ไปใกล กลา วคอื สมาธทิ เี่ ฉยี ดความเปน ฌาน. อปั ปนาสมาธิ แปลวา สมาธแิ นว แนค อื สมาธขิ นั้ ทเ่ี ปน ฌาน. สว นสมาธใิ นขณะเรมิ่ แรก เชน ในขณะแหง คณนาและอนพุ นั ธนาเปน ตน ยงั ไมใ ชส มาธแิ ท. อยา งจะเรยี กไดก เ็ รยี ก ไดว า บรกิ รรมสมาธิ คอื เปน เพยี งสมาธใิ นขณะแหง บรกิ รรม หรอื การเรม่ิ กระทำ ยงั ไมใ ห ผลอนั ใดตามความมงุ หมายของคำวา สมาธิ ในทน่ี จี้ งึ เวน เสยี : คงนบั แตเ ปน สมาธเิ พยี ง ๒ อยา ง ดงั กลา วแลว .

2 - 86 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ เปรยี บเทยี บสมาธิ ๒ การเปรยี บเทยี บระหวา งอปุ จารสมาธิ กบั อปั ปนาสมาธิ จะชว ยใหเ ขา ใจสมาธทิ งั้ ๒ ดขี นึ้ คอื เมอ่ื กลา วโดยผล อปุ จารสมาธเิ ปน อปุ จารภมู ิ ตง้ั อยใู นขน้ั ทเี่ ฉยี ดตอ ฌาน ไมข น้ึ ไป ถงึ ฌาน ไมเ ขา ไปถงึ ฌาน ตง้ั อยไู ดเ พยี งเขตอปุ จาระของฌาน คอื รอบๆ. สว น อปั ปนาสมาธิ นนั้ ตง้ั อยใู นฐานะเปน ปฏลิ าภภมู ิ คอื การไดเ ฉพาะซง่ึ ความเปน ฌาน. ถา เปรยี บกบั การไป ถงึ หมบู า น : อยา งแรกกถ็ งึ เขตบา น, อยา งหลงั กถ็ งึ ใจกลางบา น; แตก เ็ รยี กวา ถงึ บา นดว ย กันท้ังน้ันน้ีอยางหน่ึง. อกี อยา งหนง่ึ เมอ่ื กลา วโดยการกระทำหรอื กรรมวธิ ี อปุ จารสมาธเิ กดิ ในขณะทพี่ อสกั วา นวิ รณไ มป รากฏ หรอื ในขณะทจ่ี ติ ละจากนวิ รณเ ทา นนั้ ; สว นอปั ปนาสมาธจิ ะเกดิ ตอ เมอื่ องคแ หง ฌานปรากฏชดั ครบถว นทกุ ๆ องคจ รงิ ๆ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ คอื องคเ อกคั คตา. น้ี เปน เครอื่ งแสดงวา การละไปแหง นวิ รณก บั การปรากฏแหง องคท งั้ ๕ ของฌานนนั้ ไมจ ำเปน ตอ งมขี ณะเดยี วกนั แท. ขอ แตกตา งอกี อยา งหนงึ่ กค็ อื อปุ จารสมาธิ หรอื สมาธเิ ฉยี ดฌานนนั้ มกี ารลม ๆ ลกุ ๆ เหมอื นเดก็ สอนเดนิ เพราะองคแ หง ฌานปรากฏบา งไมป รากฏบา ง, ปรากฏแลว กลบั หายไป บา ง, แลว กลบั มาใหม แลว กลบั หายไปอกี บา ง, ดงั นเ้ี รอ่ื ยๆ ไป. สว นในขณะแหง อปั ปนาสมาธิ นน้ั องคแ หง ฌานปรากฏครบถว นอยา งมน่ั คง สมาธจิ งึ มน่ั คงเหมอื นการยนื หรอื การเดนิ ของ คนทโ่ี ตแลว ยอ มไมล ม ๆ ลกุ ๆ เหมอื นเดก็ ทสี่ อนเดนิ ฉนั ใดกฉ็ นั นนั้ . ถา จะระบใุ หช ดั แจง ลงไปอกี กก็ ลา วไดว า เมอื่ การเจรญิ อานาปานสตดิ ำเนนิ มาถงึ ขนั้ ทป่ี ฏภิ าคนมิ ติ ปรากฏแลว ความเปน สมาธใิ นขณะนนั้ เรยี กวา อปุ จารสมาธอิ ยา งสมบรู ณ ในขณะนจี้ ติ มปี ฏภิ าคนมิ ติ นน้ั เอง สำหรบั กำหนดเปน อารมณ. องคแ หง ฌานยงั ไมป รากฏ ครบทงั้ ๕ หรอื ปรากฏอยา งลม ๆ ลกุ ๆจติ จงึ ยงั ไมอ าจจะเลอ่ื นจากปฏภิ าคนมิ ติ ไปกำหนดท่ี องคแ หง ฌานได เรยี กวา ยงั ไมส ามารถยกจติ ขน้ึ สอู งคแ หง ฌาน จงึ ยงั ไมแ นว แนถ งึ ขนาดที่ เปน อปั ปนาสมาธิ. ครน้ั การปฏบิ ตั ดิ ำเนนิ ไป จนกระทง่ั ผปู ฏบิ ตั สิ ามารถหนว งความรสู กึ ใน องคฌ านทง้ั ๕ ใหป รากฏชดั อยู มอี งคฌ านทง้ั ๕ กำหนดเปน อารมณ แทนการกำหนดปฏภิ าค นมิ ติ โดยแนน อนแลว สงิ่ ทเ่ี รยี กวา อปั ปนาสมาธกิ เ็ กดิ ขน้ึ และสำเรจ็ เปน ฌาน มคี วามรสู กึ อยู

2 - 87 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ในองคท ง้ั ๕ พรอ มกนั ไปในคราวเดยี วกนั โดยไมม คี วามคดิ นกึ อยา งอน่ื ใด ดงั ทก่ี ลา วมาแลว ขางตน. ขอ สำคญั มอี ยตู รงทจ่ี ะตอ งรกั ษาปฏภิ าคนมิ ติ นนั้ ไวอ ยา งมน่ั จนกวา จติ จะหนว งไปสู องคฌ านไดส ำเรจ็ . ถา ปฏภิ าคนมิ ติ เลอื นลบั ไป จติ กไ็ มส ามารถจะอาศยั เพอ่ื หนว งองคฌ าน หรอื ความรสู กึ ทง้ั ๕ ประการนน้ั ใหเ กดิ ขน้ึ ได. กลา วอกี ทางหนง่ึ กค็ อื จะหนว งเอาองคฌ าน ทงั้ ๕ ได กใ็ นขณะทป่ี ฏภิ าคนมิ ติ ยงั คงปรากฏอยอู ยา งมนั่ คง. หรอื กลา วอกี อยา งหนง่ึ กค็ อื จะทำจติ ใหเ ปน อปั ปนาสมาธไิ ด กด็ ว ยการหนว งในองคฌ านทง้ั ๕ ทำใหป รากฏขน้ึ ในขณะที่ จติ กำลงั เปน อปุ จารสมาธิ อยา งมน่ั คงอยนู น่ั เอง; เพราะฉะนน้ั ปฏภิ าคนมิ ติ จงึ เปน สงิ่ สำคญั ทตี่ อ งประคบั ประคองเอาไวใ นขณะแหง อปุ จารสมาธิ ตลอดไป แมจ ะเปน เวลากวี่ นั กเี่ ดอื น หรือแมกี่ป : ถาตองประสงคจะไดฌาน ก็ตองพยายามประคับประคองดวยความพยายาม ไมห มดมานะ จนกวา จะลถุ งึ อปั ปนาสมาธหิ รอื ฌานนน้ั . ทา นสอนใหท ำในใจในระยะนใ้ี ห เปน พเิ ศษ โดยใหก ารอปุ มาวา ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งรกั ษาปฏภิ าคนมิ ติ ใหเ ปน ไปจนตลอดรอดฝง เหมอื น นางแกว ทอี่ มุ ครรภบ คุ คลทจี่ ะเกดิ มาเปน พระเจา จกั รพรรดิ ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . เราจะสงั เกตเหน็ ไดว า ยงั ไมเ คยมกี ารกำชบั อยา งหนงึ่ อยา งใดในการทำสมาธิ หรอื กำชบั มากอยา งจรงิ จงั เหมอื นกบั การกำชบั กนั ในตอนน้.ี ปฏภิ าคนมิ ติ เหมอื นกบั การตงั้ ครรภ และจะคลอดออกเปน ฌาน. ถา ทำไมด ี กต็ ายในครรภ จะตอ งรอจนกวา จะตงั้ ครรภ ใหมย อ มเสยี เวลา หรอื ถา ถงึ กบั ตายกนั ทงั้ แมท ง้ั ลกู คอื เลกิ การทำสมาธเิ สยี เลย กเ็ ปน อนั ลม เหลวหมด. เพราะฉะนน้ั ปฏภิ าคนมิ ติ จงึ เปน สงิ่ ทต่ี อ งประคบั ประคองไวใ หด เี พอ่ื ใหเ ปน ทม่ี นั่ เปน บาทฐาน เพอื่ หนว งเอาองคฌ าน จนกวา องคแ หง ฌานทงั้ ๕ จะตงั้ ลงอยา งมน่ั คง หรอื ปรากฏอยอู ยา งแจม ชดั เปน อปั ปนาสมาธิ คอื ฌาน. การอาศัยปฏิภาคนิมิต เพ่ือหนวงเอาฌาน การหนว งองคแ หง ฌานใหป รากฏขน้ึ โดยสมบรู ณ โดยมปี ฏภิ าคนมิ ติ เปน บาทฐาน นน้ั เปน งานทปี่ ระณตี ทสี่ ดุ หรอื เปน กรรมวธิ ตี อนทปี่ ระณตี สขุ มุ ทส่ี ดุ ของการทำกมั มฏั ฐาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook