5 - 112 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระธรรมคำสงั่ สอนของสมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ในปฎ กทง้ั ๓ คอื ทม่ี มี าทง้ั ในพระ สตู ร ในพระวนิ ยั และทง้ั ในพระปรมตั ถ (พระอภธิ รรม) ตา งกเ็ กยี่ วดว ยธรรมทงั้ ๓ เหลา น้ี คอื กสุ ลา ธมั มา, อกสุ ลา ธมั มา และ อพั ยากตา ธมั มา ทง้ั สนิ้ วตั ถปุ ระสงคส ำคญั ในการทใ่ี หม สี ตริ ะลกึ เหน็ ไดใ นธรรมทงั้ หลายเหลา น้ี จะเหน็ ไดจ าก แนวทางปฏิบัติธรรม ซ่ึงเปนคำส่ังสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาต้ังแตในอดีตจนถึง ปจ จบุ นั และทจี่ ะมมี าอกี ตอ ไปในอนาคต ซงึ่ ตา งกม็ แี นวการสอนตรงกนั หมด ดงั พระพทุ ธภาษติ วา “สพพฺ ปาปสสฺ อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา เอตํ พทุ ธฺ านสาสน.ํ ”๓๘ สจติ ตฺ ปรโิ ยทปนํ แปลความวา “การไมก ระทำบาปทงั้ ปวง การยงั กศุ ลใหถ งึ พรอ ม การทำจติ ใจของตนใหผ อ งใส นเี้ ปน คำสงั่ สอนของพระพทุ ธเจา ทงั้ หลาย.” เพราะฉะนั้น ความมุงหมายสำคัญในการเจริญธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน ก็เพ่ือใหผู ปฏบิ ตั ธิ รรมหมนั่ มสี ตริ ะลกึ เหน็ ธรรมเหลา นไ้ี ด แลว กใ็ หม สี มั ปชญั ญะ พจิ ารณาคณุ และโทษของ ธรรมแตล ะเหลา เหลา นวี้ า ธรรมใดเปน คณุ คอื ใหผ ลทเี่ ปน ความเจรญิ รงุ เรอื งและสนั ตสิ ขุ ธรรมใดทเ่ี ปน โทษ คอื ใหผ ลทเี่ ปน ความเสอ่ื ม หรอื ความทกุ ขเ ดอื ดรอ น และธรรมเหลา ใดที่ เปน ธรรมกลางๆ แลว กพ็ งึ ละธรรมทเ่ี ปน โทษนนั้ เสยี และในขณะเดยี วกนั กห็ มนั่ ประกอบ ธรรมทเ่ี ปน คณุ ยง่ิ ๆ ขนึ้ ไป เพอ่ื ความพน ทกุ ขแ ละความสนั ตสิ ขุ อยา งถาวร คอื พระนพิ พาน อนั เปน แดนเกษมทสี่ นิ้ สดุ แหง ทกุ ขท งั้ ปวง ตามแนวทางพระพทุ ธศาสนา นนั่ เอง ดงั พระพทุ ธภาษติ วา “กณหฺ ํ ธมมฺ ํ วปิ ปฺ หาย สกุ กฺ ํ ภาเวถ ปณฑฺ โิ ต วเิ วเก ยตถฺ ทรู ม.ํ ”๓๙ โอกา อโนกมาคมมฺ ๓๘ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท๑่ี ๐, ทฆี นกิ ายมหาวรรค, ขอ ๕๔, หนา ๕๗. ๓๙ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๙, สงั ยตุ ตนกิ าย มหาวรรค, ขอ ๙๘, หนา ๒๙.
5 - 113 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั แปลความวา “บัณฑิตควรละธรรมดำเสีย ยังธรรมขาวใหเจริญ อาศัย พระนพิ พาน ไมม อี าลยั จากอาลยั [คอื ออกจากอาลยั อาศยั พระนพิ พาน] ...” เหตทุ บ่ี ณั ฑติ พงึ ละธรรมดำและพงึ เจรญิ ธรรมขาวนนั้ กม็ ปี รากฏในธมั มกิ เถรภาษติ วา “อธมโฺ ม นริ ยํ เนติ ธมโฺ ม ปาเปติ สคุ คฺ ต.ึ ”๔๐ แปลความวา “อธรรมยอ มนำไปสนู รก ธรรมยอ มนำใหถ งึ สคุ คต.ิ ” สภาพทเ่ี ปน บาปอกศุ ลหรอื ธรรมดำนน้ั ยอ มนำสตั วไ ปสนู รกหรอื ทคุ คตภิ มู ิ อนั เปน ภมู ิ ของสตั วท ช่ี ว่ั ทไ่ี มด ี ทไี่ มม คี วามสขุ สบาย หรอื ทๆ่ี มคี วามทกุ ขเ ดอื ดรอ น, สว นสภาพทเ่ี ปน บญุ กศุ ลหรอื ธรรมขาวนน้ั ยอ มนำไปสสู คุ ติ อนั เปน ภมู ขิ องสตั วท ด่ี ี ทมี่ คี วามสขุ สบาย หรอื ทๆ่ี ไมม คี วามทกุ ขเ ดอื ดรอ น กลาวโดยสรุป วัตถุประสงคของการเจริญธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน ก็เพื่อใหผู ปฏบิ ตั ธิ รรมมสี ตสิ มั ปชญั ญะ พจิ ารณาและระลกึ เหน็ ไดอ ยเู สมอ วา ธรรมใดเปน ธรรมดำ หรอื บาปอกศุ ล ทนี่ ำไปสคู วามเสอื่ ม หรอื ความทกุ ขเ ดอื ดรอ น กพ็ งึ ละเสยี , สว นธรรมใดทเ่ี ปน ธรรมขาวหรอื บญุ กศุ ล ทน่ี ำไปสคู วามเจรญิ รงุ เรอื งและสนั ตสิ ขุ กพ็ งึ เจรญิ ใหม ากยงิ่ ๆ ขนึ้ ไป และธรรมใดทเ่ี ปน กลางๆ ไมด ไี มช ว่ั ไมใ หส ขุ ไมใ หท กุ ข กใ็ หพ จิ ารณา ระลกึ เหน็ ธรรมนน้ั ตามทเ่ี ปน จรงิ ดว ย สมั มาทฏิ ฐิ คอื ความเหน็ ชอบ ในทกุ ข ในเหตแุ หง ทกุ ข ในสภาวะทที่ กุ ขด บั เพราะเหตดุ บั และในหนทางปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความพน ทกุ ขอ ยา งถาวร ตามแนว ทางพระพุทธศาสนา หลกั ปฏบิ ตั ธิ มั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน น้ี จะแบง เปน ๘ ตอน คือ ๑๐.๑. วา ดว ยนวิ รณ ๕ ๑๐.๒. วา ดว ยอปุ าทานขนั ธ ๕ (ความยดึ มน่ั ในขนั ธ ๕) ๔๐ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๖, ขทุ ทกนกิ าย เถรคาถา, ขอ ๓๓๒, หนา ๓๑๕.
5 - 114 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๐.๓. วา ดว ยอายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ (ทเ่ี กดิ ทดี่ บั สญั โญชน) ๑๐.๔. วา ดว ยการสรปุ ผล ของการเจรญิ เวทนานปุ ส สนา จติ ตานปุ ส สนาและ ธมั มานปุ ส สนา (ในสว นทเี่ กยี่ วกบั อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘) ๑๐.๕. วา ดว ยอนิ ทรยี ๒๒ ๑๐.๖. วา ดว ยอรยิ สจั ๔ ๑๐.๗. วา ดว ยโพชฌงค ๗ ๑๐.๘. วา ดว ยปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ ๑๐.๑ วาดวย นิวรณ ๕ หลกั ปฏบิ ตั ธิ มั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานขอ แรก ไดแ ก การมสี ตสิ มั ปชญั ญะ พจิ ารณา เหน็ และระลกึ ไดใ นธรรม อนั เปน เครอื่ งกดี กน้ั ความดี คอื นวิ รณท งั้ ๕ ซงึ่ ไดแ ก ๑๐.๑.๑ กามฉนั ทนวิ รณ ไดแ ก ความยนิ ดี พอใจ ตดิ ใจอยใู นกามคณุ ทงั้ ๕ ไดแ ก ในรปู ในเสยี ง ในกลนิ่ ในรส ในสงิ่ สมั ผสั ทางกาย ๑๐.๑.๒ พยาบาทนวิ รณ๔ ๑ ไดแ ก ความขดั เคอื งใจ โกรธ ความผกู โกรธ ผกู ใจเจบ็ แคน หรอื อาฆาต พยาบาทจองเวร อนั สบื เนอื่ งแตก ระทบเขา กบั อารมณท ไ่ี มพ อใจและโกรธ โดย เหตทุ ค่ี ดิ วา เขาทำความเสอ่ื มเสยี ใหแ กต นเอง หรอื ใหแ กค นทต่ี นรกั หวงแหน หรอื เพราะคดิ วา เขาทำคณุ ประโยชนใ หแ กค นทต่ี นเองเกลยี ดชงั เปน ตน จงึ เปน เหตุ ใหไ มย นิ ดใี นการประกอบกมั มฏั ฐาน ๑๐.๑.๓ ถนี มทิ ธนวิ รณ ไดแ ก ความหดหทู อ ถอยจากอารมณท เ่ี พง เพยี ร ความงว งเหงาซมึ เซา อนั เปน เหตใุ หจ ติ ใจไมป ลอดโปรง กระปรกี้ ระเปรา ๔๑ พยาปาท มคี วามหมายวา อรติ (ความไมย นิ ด)ี คอื ไมย นิ ดใี นการประกอบกมั มฏั ฐาน.
5 - 115 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๐.๑.๔ อทุ ธจั จกกุ กจุ จนวิ รณ๔ ๒ ไดแ ก ความฟงุ ซา น ความตน่ื เตน หรอื ความคดิ วติ กกงั วลไปในเรอ่ื งราวตา งๆ ทง้ั ในอดตี ปจ จบุ นั และในอนาคต หรอื ชอบแสวงหาเรอื่ งคนอน่ื มาซบุ ซบิ นนิ ทา อันเปนเหตุใหจิตใจไมสงบ ๑๐.๑.๕ วจิ กิ จิ ฉานวิ รณ ไดแ ก ความลงั เล ไมแ นใ จ มคี วามเคลอื บแคลงสงสยั ในธรรมปฏบิ ตั ิ วา จะเปน ทางถกู ตอ ง อนั ใหผ ลเปน คณุ แนจ รงิ หรอื หรอื จะเปน ทางผดิ ใหผ ลเปน โทษ นวิ รณธรรมทงั้ ๕ น้ี จดั วา เปน ปฏปิ ก ษธ รรม คอื เปน ธรรมทเ่ี ปน ขา ศกึ แหง คณุ ความดี กลา วคอื เมอื่ นวิ รณธรรมเหลา นแ้ี มอ ยา งใดอยา งหนง่ึ เกดิ ขน้ึ กบั จติ แลว ยอ มทำใหไ มส ามารถจะเหน็ อรรถเหน็ ธรรมไดช ดั แจง ตามทเี่ ปน จรงิ เพราะ ฉะนน้ั จงึ ควรจำกดั เสยี เมอ่ื จติ สงบระงบั จากนวิ รณธรรมดแี ลว ยอ มควรแกงานวปิ ส สนาเพอื่ เจรญิ ปญ ญารแู จง ในสจั จธรรมทง้ั หลายไดต ามทเี่ ปน จรงิ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในการ เจรญิ สตปิ ฏ ฐานทงั้ ๔ ซงึ่ เปน ๑ ในอรยิ มรรคมอี งค ๘ เพอ่ื ความพน ทกุ ขอ ยา ง ถาวร ไดบ รรลมุ รรค ผล นพิ พาน ตามแนวทางพระพทุ ธศาสนาตอ ไป สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ไดต รสั การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน มกี ารพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื นวิ รณ ๕ ไวว า “กถจฺ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ นวี รเณส.ุ กถจฺ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ นวี รเณส.ุ อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ กามจฉฺ นทฺ ํ ‘อตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ กามจฉฺ นโฺ ทติ ปชานาต.ิ อสนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ กามจฉฺ นทฺ ํ ๔๒ กกุ กฺ จุ จฺ มาจาก กต ธาตุ ซงึ่ มคี วามหมายวา ชอบแสวงหาเรอื่ งคนอนื่ มาซบุ ซบิ นนิ ทา.
5 - 116 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ‘นตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ กามจฉฺ นโฺ ทติ ปชานาต.ิ ยถา จ อนปุ ปฺ นนฺ สสฺ กามจฉฺ นทฺ สสฺ อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ สสฺ กามจฉฺ นทฺ สสฺ ปหานํ โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ ปหนี สสฺ กามจฉฺ นทฺ สสฺ อายตึ อนปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ พยฺ าปาทํ อตถฺ ิ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ ถนี มทิ ธฺ ํ อตถฺ ิ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ อทุ ฺธจจฺ กกุ กฺ จุ จฺ ํ อตถฺ ิ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ วจิ กิ จิ ฉฺ ํ ‘อตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ วจิ กิ จิ ฉฺ าติ ปชานาติ. อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ วิจิกิจฺฉํ ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ วจิ กิ จิ ฉฺ าติ ปชานาต.ิ ยถา จ อนปุ ปฺ นนฺ าย วจิ กิ จิ ฉฺ าย อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ าย วจิ กิ จิ ฉฺ าย ปหานํ โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ ปหนี าย วจิ กิ จิ ฉฺ าย อายตึ อนปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ อติ ิ อชฌฺ ตตฺ ํ วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ อชฌฺ ตตฺ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ า- นปุ สสฺ ี วหิ รติ สมทุ ยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ วยธมมฺ านุ- ปสสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ สมทุ ยวยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ ‘อตถฺ ิ ธมมฺ าติ วา ปนสสฺ สติ ปจจฺ ปุ ฏฐ ติ า โหติ ยาวเทว ญาณ- มตตฺ าย ปฏสิ สฺ ตมิ ตตฺ าย. อนสิ สฺ โิ ต จ วหิ รติ น จ กิ จฺ ิ โลเก อปุ าทยิ ต.ิ เอวมปฺ โข ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ นวี รเณส.ุ ”๔๓ แปลความวา ๔๓ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย มหาวรรค, ขอ ๒๙๐, หนา ๓๓๕-๓๓๗.
5 - 117 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั “ภกิ ษทุ งั้ หลาย ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมอยู อยา งไรเลา . ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั นี้ พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื นวิ รณ ๕. ภกิ ษุ พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื นวิ รณ ๕ อยา งไรเลา . ภกิ ษใุ นธรรม วนิ ยั นี้ เมอื่ กามฉนั ทม อี ยู ณ ภายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘กามฉนั ทม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. หรอื เมอื่ กามฉนั ทไ มม อี ยู ณ ภายในจติ ยอ ม รชู ดั วา ‘กามฉนั ทไ มม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. อนง่ึ กามฉนั ท ที่ยังไมเกิด จะเกิดข้ึนดวยประการใด ยอมรูชัดประการน้ันดวย. กามฉนั ทท เ่ี กดิ ขนึ้ แลว จะละเสยี ไดด ว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการ นนั้ ดว ย. กามฉนั ทท ลี่ ะไดแ ลว จะไมเ กดิ ขน้ึ ตอ ไปดว ยประการใด ยอ ม รชู ดั ประการนน้ั ดว ย. อกี อยา งหนงึ่ เมอื่ พยาบาทมอี ยู ... เมอื่ ถนี มทิ ธะมอี ยู ... เมอ่ื อทุ ธจั จกกุ กจุ จะ มอี ยู ... อกี อยา งหนงึ่ เมอื่ วจิ กิ จิ ฉามอี ยู ณ ภายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘วจิ กิ จิ ฉามอี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. หรอื เมอ่ื วจิ กิ จิ ฉาไมม อี ยู ณ ภายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘วจิ กิ จิ ฉาไมม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. อนง่ึ วจิ กิ จิ ฉาทย่ี งั ไมเ กดิ จะเกดิ ขน้ึ ดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนนั้ ดว ย. วจิ กิ จิ ฉาทเ่ี กดิ ขนึ้ แลว จะละเสยี ไดด ว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนน้ั ดว ย. วจิ กิ จิ ฉาทลี่ ะไดแ ลว จะไมเ กดิ ขน้ึ ตอ ไปดว ยประการ ใด ยอ มรชู ดั ประการนน้ั ดว ย ดงั พรรณนามาฉะน.้ี ภกิ ษยุ อ มพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมภายในบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมภายนอกบาง. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมท้ังภายใน ท้ังภายนอกบาง. พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดข้ึนในธรรมบาง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเสอ่ื มในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ทงั้ ความเกดิ ขนึ้ ทง้ั ความเสอ่ื มในธรรมบา ง ยอ มอย.ู
5 - 118 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อนงึ่ สตขิ องเธอทตี่ งั้ มน่ั อยวู า ‘ธรรมมอี ยู’ กเ็ พยี งแตส กั วา รู สกั วา อาศยั ระลกึ เทา นน้ั . เธอเปน ผอู นั ตณั หาและทฏิ ฐไิ มอ าศยั อยู แลว และไมถ อื มน่ั อะไรๆ ในโลก. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย อยา งนแ้ี ล ภกิ ษชุ อื่ วา พจิ ารณาเหน็ ธรรมใน ธรรมคอื นวิ รณ ๕ อย.ู ” ผปู ฏบิ ตั ธิ รรมจงึ พงึ มสี ตพิ จิ ารณาระลกึ ไดอ ยเู สมอวา จติ ของตนมนี วิ รณธรรม ขอ ใดเกดิ ขนึ้ หรอื ไม ? หากมี กพ็ งึ กำจดั เสยี ดว ยองคแ หง ฌาน อนั เปน เครอื่ ง ทำลายนวิ รณธรรมเหลา นน้ั ใหห มดไปจากจติ ใจ กลา วคอื วติ ก ปหานถนี มทิ ธนวิ รณ, วจิ าร ปหานวจิ กิ จิ ฉานวิ รณ, ปต ิ ปหานพยาบาท- นวิ รณ, สขุ ปหานอทุ ธจั จกกุ กจุ จนวิ รณ, และเอกคั คตา ปหานกามฉนั ทนวิ รณ การขม หรอื ปหาน คอื ละนวิ รณ ดว ยอำนาจของฌานนน้ั เรยี กวา วกิ ขมั ภน- ปหาน (การละดว ยการขม ) ตราบใดทฌ่ี านจติ ยงั ไมเ สอ่ื ม ตราบนน้ั นวิ รณธรรม ยอ มถกู ขม มใิ หป รากฏขน้ึ ได แตใ นทางกลบั กนั ถา นวิ รณธรรมกำเรบิ ขนึ้ เมอื่ ใด ฌานกเ็ สอื่ มไปเมอื่ นนั้ อกี เชน กนั เม่ือผูปฏิบัติธรรมขมนิวรณดวยองคแหงฌานอันเปนเครื่องทำลายแลว ฌานจิตก็ยอมเกิดข้ึน ผูปฏิบัติภาวนาธรรมก็พึงอาศัยสมาธิจิตหรือฌานจิตน้ัน พจิ ารณาสภาวธรรมทง้ั หลาย ทง้ั ทป่ี ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง และทไ่ี มป ระกอบ ดว ยปจ จยั ปรงุ แตง ใหเ หน็ ตามความเปน จรงิ นเี้ ปน ทางบรสิ ทุ ธแ์ิ หง จติ และปญ ญารแู จง ในสจั จธรรมทง้ั หลาย โดยเฉพาะ อยา งยง่ิ ปญ ญาอนั รแู จง ตามความเปน จรงิ ในทกุ ข ในเหตแุ หง ทกุ ข ในสภาวะท่ี ทกุ ขด บั เพราะเหตดุ บั และในหนทางปฏบิ ตั เิ พอื่ ความพน ทกุ ขอ ยา งถาวร ไดบ รรลุ มรรค ผล นพิ พาน ตามภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด สมดงั พระพทุ ธภาษติ วา
5 - 119 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั “นตถฺ ิ ฌานํ อปญฺ สสฺ ปญฺ า นตถฺ ิ อฌายโต* ยมหฺ ิ ฌานจฺ ปญฺ า จ ส เว นพิ พฺ านสนตฺ เิ ก.”๔๔ แปลความวา “ฌานยอ มไมม แี กผ ไู มม ปี ญ ญา ปญ ญายอ มไมม แี กผ ไู มเ พง อยู ชนใดมีทั้งฌานและปญญาดวย ชนนั้นแล ชื่อวา ดำรงอยูใกล พระนพิ พาน.” การเจรญิ ภาวนาถงึ ธรรมกาย ทหี่ ลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) สอนในขน้ั สมถกมั มฏั ฐานนนั้ เปน พระกมั มฏั ฐานทปี่ ระกอบพรอ ม ดว ยอารมณส มถะ คอื อาโลกกสณิ พทุ ธานสุ สติ และ อานาปานสติ ทม่ี อี านภุ าพ สงู มาก ดงั ไดอ ธบิ ายแลว ในบทกอ น (คอื วธิ เี จรญิ สมาธ-ิ รปู ฌาน ๔) จงึ เปน กมั มฏั ฐาน ทช่ี ว ยใหม สี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื นวิ รณ ๕ พรอ มดว ยวธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอื่ ยก ภมู จิ ติ ขน้ึ สอู งคค ณุ คอื องคแ หง ฌาน อนั เปน ธรรมเครอื่ งปหานกเิ ลสนวิ รณไ ดอ ยา ง มปี ระสทิ ธภิ าพ ใหจ ติ ใจบรสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส ออ นโยน ควรแกง าน สมความมงุ หมาย ของการบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐานทกุ ประการ ๑๐.๒ วาดวยอุปาทานขันธ ๕ สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ไดต รสั การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ขอ การพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื อปุ าทานขนั ธ ๕ ไวด งั ตอ ไปนี้ “ปนุ จปรํ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ อปุ าทานกขฺ นเฺ ธส.ุ กถจฺ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ อปุ าทานกขฺ นเฺ ธส.ุ อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ อติ ิ รปู ํ อติ ิ รปู สสฺ สมทุ โย อติ ิ รปู สสฺ อตถฺ งคฺ โม. อติ ิ เวทนา อติ ิ เวทนาย สมทุ โย อติ ิ เวทนาย อตถฺ งคฺ โม. อติ ิ สญฺ า ๔๔ พระไตรปฎกฉบับสยามรัฐ เลมท่ี ๒๕, ขุททกนิกาย ธรรมบทคาถา, ขอ ๓๕, หนา ๖๕. (อรรถกถาเชน อรรถกถา ธรรมบทเปน นตถฺ ิ ปญฺ า อฌายโิ น แปลวา ปญ ญายอ มไมม แี กผ ไู มม ฌี าน ซง่ึ เปน ความหมายเดยี วกนั )
5 - 120 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อติ ิ สญฺ าย สมทุ โย อติ ิ สญฺ าย อตถฺ งคฺ โม. อติ ิ สงขฺ ารา อติ ิ สงขฺ ารานํ สมทุ โย อติ ิ สงขฺ ารานํ อตถฺ งคฺ โม. อติ ิ วิ ญฺ าณํ อติ ิ วิ ญฺ าณสสฺ สมทุ โย อติ ิ วิ ญฺ าณสสฺ อตถฺ งคฺ โมต.ิ อติ ิ อชฌฺ ตตฺ ํ วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ อชฌฺ ตตฺ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ สมุทยธมฺมานุปสฺสี วา ธมฺเมสุ วิหรติ. วยธมฺมานุปสฺสี วา ธมฺเมสุ วหิ รติ สมทุ ยวยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ ‘อตถฺ ิ ธมมฺ าติ วา ปนสสฺ สติ ปจจฺ ปุ ฏฐ ติ า โหติ ยาวเทว ญาณมตตฺ าย ปฏสิ สฺ ตมิ ตตฺ าย. อนสิ สฺ โิ ต จ วหิ รติ น จ กิ จฺ ิ โลเก อปุ าทยิ ต.ิ เอวมปฺ โข ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ปจฺ สุ อุ ปาทานกฺขนฺเธสุ.”๔๕ แปลความวา “ภิกษุท้ังหลาย อีกขอหน่ึง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ อุปาทานขันธ ๕. ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคืออุปาทานขันธ ๕ อยา งไรเลา . ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั นี้ พจิ ารณาเหน็ ดงั นว้ี า อยา งนร้ี ปู อยา ง นคี้ วามเกดิ ขนึ้ แหง รปู อยา งนค้ี วามดบั แหง รปู . อยา งนเี้ วทนา อยา งนค้ี วาม เกดิ ขน้ึ แหง เวทนา อยา งนคี้ วามดบั แหง เวทนา. อยา งนสี้ ญั ญา อยา งน้ี ความเกดิ ขนึ้ แหง สญั ญา อยา งนคี้ วามดบั แหง สญั ญา. อยา งนสี้ งั ขาร อยา ง นค้ี วามเกดิ ขน้ึ แหง สงั ขาร อยา งนค้ี วามดบั แหง สงั ขาร. อยา งนว้ี ญิ ญาณ อยา งนค้ี วามเกดิ ขนึ้ แหง วญิ ญาณ อยา งนค้ี วามดบั แหง วญิ ญาณ. ดงั พรรณนา มาฉะนี้ ภกิ ษยุ อ มพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมภายในบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรม ในธรรมภายนอกบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมทง้ั ภายในทงั้ ภายนอก บา ง พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขนึ้ ในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ๔๕ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย, มหาวรรค, ขอ ๒๙๑, หนา ๓๓๗.
5 - 121 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ธรรมคอื ความเสอื่ มในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ทงั้ ความเกดิ ขน้ึ ทงั้ ความเสอื่ มในธรรมบา ง ยอ มอย.ู อกี อยา งหนงึ่ สตขิ องเธอทต่ี งั้ มนั่ อยวู า ‘ธรรมมอี ย’ู กเ็ พยี งแตส กั วา รู สกั วา อาศยั ระลกึ เทา นนั้ . เธอเปน ผอู นั ตณั หาและทฏิ ฐไิ มอ าศยั อยแู ลว และไมถ อื มนั่ อะไรๆ ในโลก. ภิกษุท้ังหลาย อยางน้ีแล ภิกษุช่ือวาพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ อปุ าทานขนั ธ ๕ อย.ู ” พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ ไดก ลา ว ลกั ษณะธาตลุ ะเอยี ดของเบญจขนั ธ ทพี่ จิ ารณาเหน็ ไดด ว ยญาณพระธรรมกายไว ดงั ตอ ไปนี้๔๖ [ขนั ธ ๕] กายทงั้ ๕ นน้ั มขี นั ธ ๕ เปน กำเนดิ ทกุ กาย ลกั ษณะขนั ธ ๕ (๑) รปู ขนั ธ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสบรสิ ทุ ธิ์ สะอาด ประมาณเทา เมลด็ ไทรเมลด็ โพธ์ิ หรอื หยาดน้ำมนั งาทใี่ ส ตดิ อยทู ปี่ ลายขนจามรี ทม่ี ชั ฌมิ บรุ ษุ สลดั เสยี แลว ๗ ที ตงั้ อยใู นกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๒) เวทนาขนั ธ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาดกวา รปู ขนั ธ แต เลก็ กวา ซอ นอยชู นั้ ใน ท่ี ๒ ของรปู ขนั ธ (๓) สญั ญาขนั ธ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาดกวา เวทนาขนั ธ แตเ ลก็ กวา ซอ นอยชู นั้ ท่ี ๓ ของรปู ขนั ธ (๔) สงั ขารขนั ธ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาดกวา เลก็ กวา สญั ญาขนั ธ ซอ นอยชู น้ั ที่ ๔ ของรปู ขนั ธ (๕) วญิ ญาณขนั ธ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาดกวา เลก็ กวา สงั ขารขนั ธ ซอ นอยชู นั้ ที่ ๕ ของรปู ขนั ธ ๔๖ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลนพิ พาน ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอ ดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากน้ำ ภาษเี จรญิ , พ.ศ. ๒๕๒๘, หนา ๖-๗.
5 - 122 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ขนั ธ ๕ ซอ นกนั อยเู ปน ชน้ั ๆ คอื ซอ นกนั เปน ดวงเลก็ ๆ เขา ไป ไมใ ช ซอ นเปน เถาเหมอื นซอ นถว ยชาม ซอ นกนั เปน ชนั้ ๆ เหมอื นฟองไขไ ก เชน น้ี เหมอื นกนั ทงั้ ๕ กาย แลว ขยายสว นขน้ึ ไปตามกายใหญก ายเลก็ .” [เฉพาะกายที่ ๕ คอื กายธรรมนนั้ มขี นั ธ ๕ เปน กำเนดิ ทเ่ี บกิ บานขน้ึ เปน ธรรมขนั ธ เปน กายโลกตุ ตระทพี่ น ความเปน เบญจขนั ธ] พระเดชพระคณุ หลวงพอ ฯ ไดแ สดงพระธรรมเทศนาเรอื่ ง “เบญจขนั ธ” เมอื่ วนั ที่ ๒๑ ธนั วาคม พ.ศ.๒๔๙๖ วา ดงั น๔้ี ๗ นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . อปุ ปฺ ชชฺ นตฺ ิ นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ เอวํ หตุ วฺ า อภาวโต เอเต ธมมฺ า อนจิ จฺ าถ ตาวกาลกิ ตาทโิ ต. สพเฺ พ สงขฺ ารา อนจิ จฺ าติ ยทา ปญฺ าย ปสสฺ ติ อถ นพิ พฺ นิ ทฺ ติ ทกุ เฺ ข เอส มคโฺ ค วสิ ทุ ธฺ ยิ า. ณ บดั น้ี อาตมภาพจกั ไดแ สดงธรรมกี ถา เปน อนสุ นธใิ นการเทศนา เนอื่ งจากวนั อาทติ ยโ นน เทศนาวนั นจี้ ะแสดงในเบญจขนั ธทง้ั ๕ ของเรา ทานท้ังหลาย หญิงชาย ทุกถวนหนา เบญจขันธท้ัง ๕ นี้มีสภาพเกิดขึ้น ตงั้ ขน้ึ อยู แตกแลว ดบั ไป ตำรบั ตำราไดก ลา วไวว า อปุ ปาทะ แปลวา ความ บงั เกดิ ขนึ้ ฐติ ิ แปลวา ตงั้ อยู ภงั คะ แปลวา แตกสลายไป อปุ ปาทะ ฐติ ิ ภงั คะ เกดิ ขน้ึ ตงั้ อยู แตกสลายไป นเ่ี ปน ใจความแทๆ ถา จะกลนั่ ลงไปใหแ นแ ทแ ลว ละก็ เกดิ กบั ดบั ๒ อยา งเทา นนั้ เกดิ ดบั ๆๆๆ อยอู ยา ง นแี้ หละทกุ ถว นหนา ไมว า มนษุ ยค นใด หญงิ ชายคนใด ทา นจงึ ไดย นื ยนั เปน ตำรบั ตำราวา อปุ ปฺ ชชฺ นตฺ ิ นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ เอวํ หตุ วฺ า อภาวโต เอเต ๔๗ หลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), ชวี ประวตั ิ ผลงาน และรวมพระธรรมเทศนา ๖๓ กณั ฑ : โรงพมิ พ เทคนคิ ๑๙, พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๙๖-๑๐๓.
5 - 123 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ธมมฺ า อนจิ จฺ าถ ตาวกาลกิ ตาทโิ ต แปลเนอ้ื ความเปน สยามภาษาวา ธรรมทง้ั หลายเหลา นเี้ กดิ ขน้ึ ดบั ไป เพราะความเปน อยา งนนั้ แลว กห็ าไม ทวี่ า เปน ของไมเ ทยี่ ง เพราะมเี กดิ ขนึ้ เพราะมคี วามเปน ไปชว่ั คราว เปน ตน สพเฺ พ สงขฺ ารา อนจิ จฺ าติ ยทา ปฺญาย ปสสฺ ติ อถ นพิ พฺ นิ ทฺ ติ ทกุ เฺ ข เอส มคโฺ ค วสิ ทุ ธฺ ยิ า เมอ่ื เหน็ ตามปญ ญาวา สงั ขารทงั้ ปวงไมเ ทยี่ ง เมอ่ื ใด เมอื่ นน้ั ยอ มเบอ่ื หนา ยในทกุ ข นเี้ ปน หนทางหมดจดวเิ ศษ ความ ทกุ ขซ ง่ึ บงั เกดิ ขนึ้ แกส ตั วโ ลก ปนุ ปปฺ นุ ํ ปฬ ติ ตตฺ า อปุ ปฺ าเทน วเยน จ เต ทกุ ขฺ าว อนจิ จฺ า เย อถ สนตฺ ตตฺ ตาทโิ ต สภาพอนั ไมเ ทยี่ ง ชอื่ วา เปน ทกุ ขแ ท เพราะมอี นั บงั เกดิ ขน้ึ และเสอ่ื มไปบบี คนั้ อยเู นอื งๆ เพราะวา สภาพนน้ั มคี วาม เรา รอ นเปน ตน ถงึ ไดเ ปน ทกุ ขเ หลอื ทนวา สพเฺ พ สงขฺ ารา ทกุ ขฺ าติ ยทา ปญฺ าย ปสสฺ ติ อถ นพิ พฺ นิ ทฺ ติ ทกุ เฺ ข เอส มคโฺ ค วสิ ทุ ธฺ ยิ า เมอ่ื ใดเหน็ ตามปญ ญาวา สงั ขารทงั้ ปวงเปน ทกุ ข เมอ่ื นน้ั ยอ มเบอ่ื หนา ยในทกุ ข นเี้ ปน หนทางบรสิ ทุ ธ์ิ หรอื เปน หนทาง หมดจดวเิ ศษ เปน มรรคาบรสิ ทุ ธ์ิ วเส อวตตฺ นาเยว อตตฺ วปิ กขฺ ภาวโต สฺุญตฺตสฺสามิกตฺตา จ อัตตภาพเหลาน้ัน สฺุญตฺตสฺสามิกตฺตา จ เต อนตตฺ าติ ญายเร อตั ตภาพเหลา นนั้ รกู นั แลว วา ไมใ ชต วั เพราะไมเ ปน ตามอำนาจของตวั เปน ปฏปิ ก ษแ กต วั ดว ย เปน สภาพวา งเปลา เปน สภาพ ไมม เี จา ของ อตั ตภาพนน้ั นะ คอื รา งกายของเราหมดทกุ คนนี้ ไมใ ชอ นื่ ที่ วา อตั ตภาพนนั้ รกู นั แลว วา ไมใ ชต วั ใครลองนบั เปน ตวั เขา เดยี๋ วหายไป หมด ไมม ใี ครรบั วา เปน ตวั หรอก รบั วา เปน ตวั เดยี๋ วกห็ ายไปหมด ไมใ ช ตวั จรงิ ๆ อยา งนเี้ รยี กวา อตั ตภาพไมใ ชต วั รกู นั แลว วา ไมใ ชต วั อตั ตภาพ นน้ั รกู นั แลว วา ไมใ ชต วั วเส อวตตฺ นา เยว เพราะไมเ ปน ไปในอำนาจของตวั อตตฺ วปิ กขฺ ภาวโต เปน ขา ศกึ แกต วั ดว ย สุ ญฺ ตตฺ สสฺ ามกิ ตตฺ า จ เพราะเปนสภาพวางเปลาและไมมีเจาของดวย ใครจะเปนเจาของเลา รบั รองดซู ิ รบั รองไมไ ด เปน อยา งน้ี
5 - 124 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั สพเฺ พ ธมมฺ า อนตตฺ าติ ยทา ปฺญาย ปสสฺ ติ อถ นพิ พฺ นิ ทฺ ติ ทกุ เฺ ข เอส มคโฺ ค วสิ ทุ ธฺ ยิ า เมอื่ ใดเหน็ ตามปญ ญาวา ธรรมทง้ั หลายไมใ ชต วั เมอื่ นนั้ ยอ มเบอื่ หนา ยในทกุ ข นเี้ ปน หนทางบรสิ ทุ ธิ์ หรอื เปน หนทางหมด จดวเิ ศษ เปน มรรคาอนั บรสิ ทุ ธ์ิ นปี่ ระเดน็ ของธรรมนี้ นแี้ ปลเนอ้ื ความ เปน สยามภาษา ภกิ ษสุ ามเณรเลา เรยี นพระธรรมวนิ ยั ไตรปฎ ก แปลกนั อยา ง นนี้ ะ ถา เราไมแ ปลกนั อยา งน้ี เราแปลไมอ อกเลย นมี่ นั เปน ภาษาเลา เรยี น ของเขา ถา ภาษาเทศนจ ะตอ งรอู กี อยา งหนง่ึ ภาษาเทศนต อ งอรรถาธบิ ายออก ไป ประเดน็ เทศนท ไี่ ดก ลา วมาน้ี เปน เทศนาเนอื่ งกบั วนั วานน้ี แสดงเรอื่ ง ปญ จขนั ธท ง้ั ๕ คอื รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ เราทา นทงั้ หมดดว ยกนั น้ี มี รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ กนั ทง้ั นนั้ คำวา รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ตวั ตนเรานแ้ี หละ ภกิ ษุ สามเณร อบุ าสก อบุ าสกิ า นแ้ี หละ มอี ยู ๕ เทา นน้ั แหละ รปู ๑ นาม ๔ รปู ๑ คอื มหาภตู รปู ทงั้ ๔ คอื ดนิ น้ำ ไฟ ลม ทปี่ ระชมุ เปน รา งกายน้ี นเ่ี รยี กวา รปู ขนั ธ เวทนา กเ็ วทนา ความรบั อารมณ ความรู อารมณ เวทนา แปลวา ความรอู ารมณ หรอื รบั อารมณ สขุ ทกุ ข ไมส ขุ ไมท กุ ข ดใี จ เสยี ใจ เรยี กวา เวทนา สญั ญา ความจำรปู จำเสยี ง จำกลนิ่ จำรส จำสมั ผสั ทเี่ ราจำหมดทกุ คน นแี่ หละเรยี กวา สญั ญา สงั ขาร ความคดิ ดี คดิ ชว่ั คดิ ไมด คี ดิ ไมช ว่ั วญิ ญาณ ความรแู จง ทาง ทวารทง้ั ๖ รแู จง ทางตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ. รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ๕ ประการนเ้ี รยี กวา เบญจขนั ธท ง้ั ๕ เบญจขนั ธท งั้ ๕ น้ี เกดิ กำเนดิ ของมนั หลายประการ กำเนดิ ของมนั เกดิ ๔ เบญจขนั ธท งั้ ๕ นี่ ทจี่ ะแสดงวนั นี้ กำเนดิ เกดิ ขน้ึ ๔ เกดิ เปน อณั ฑชะ เกดิ เปน ฟองไข เกดิ เปน ฟองไขเ สยี ครง้ั หนง่ึ แลว มาฟก เปน ตวั อกี ครง้ั หนงึ่ นเ่ี ขาเรยี กวา เทวฺ ชาติ เกดิ ๒ ครง้ั หรอื ทวชิ าติ
5 - 125 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทวชิ าติ แปลวา เกดิ ๒ ครง้ั เกดิ เปน ไขเ สยี ครง้ั หนง่ึ เกดิ เปน ตวั เสยี ครง้ั หนง่ึ นเี่ กดิ ๒ ครงั้ อยา งหนงึ่ เรยี กวา ทวชิ าติ สงั เสทชะ เกดิ ดว ยเหงอื่ ไคล นเี่ ราไมค อ ยเขา ใจเลยทเี ดยี ว เรอื ด ไร เหา เลน็ พวกนเ้ี กดิ ดว ยเหงอ่ื ไคล เกดิ ดว ยเหงอื่ ไคลนะ ไมใ ชแ ตเ รอื ด ไร เหา เลน็ มนษุ ยเ รากเ็ กดิ ดว ยเหงอื่ ไคลไดเ หมอื นกนั ลกู ของนางปทมุ าวดี คลอดบตุ รมาคนหนงึ่ แลว สว นสมั ภาวมลทนิ ของครรภน นั้ ทอี่ อกมากบั ลกู นน่ั กเ็ ปน เลอื ดออกมาเทา ไรๆๆ กเ็ ปน ลกู ทงั้ นนั้ ถงึ ๔๙๙ คน เปน ๕๐๐ ทง้ั ออกมาคนแรก นนั่ กเ็ รยี กวา สงั เสทชะเหมอื นกนั เกดิ ดว ยมลทนิ ของ ครรภน น้ั เกดิ ไดอ ยา งน้ี เขาเรยี กวา สงั เสทชะ เกดิ ดว ยเหงอ่ื ไคล ชลาพชุ ะ เกดิ ดว ยนำ้ มนษุ ยเ กดิ ดว ยนำ้ สตั วต า งๆ ทเ่ี กดิ ดว ยน้ำมมี าก อปุ ปาตกิ ะ ลอยบงั เกดิ ขน้ึ ลอยบงั เกดิ ขน้ึ เปน มนษุ ย เกดิ ไดห รอื ? เกดิ ได มนษุ ยเ กดิ ไดด ที เี ดยี ว ลอยขน้ึ บงั เกดิ ลอยขนึ้ บงั เกดิ นะ ไมม พี อ มแี ม เหมอื นนางอมั พปาลเี กดิ ทค่ี า คบมะมว ง โมคณสาทกิ พราหมณเ กดิ ในดอกบวั ไมต อ งอาศยั ทอ ง ลอยบงั เกดิ ขน้ึ เกดิ ขน้ึ เปน ตวั เฉยๆ ขน้ึ ทค่ี า คบมะมว ง อายุ ๑๔-๑๕ ทเี ดยี ว นางอมั พปาลี นน่ั เขาเรยี กวา ลอยขน้ึ บงั เกดิ หรอื ไมเ ชน นน้ั กายของเทวดาในชั้นจาตุมมหาราช ดาวดึงส ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนมิ มติ วสวตั ตี กายเทวดา กายรปู พรหม อรปู พรหม เปน อปุ ปาตกิ ะ ทั้งน้ัน กายสัตวนรกเปนอุปปาติกะทั้งน้ัน เปรตเปนอุปปาติกะท้ังน้ัน อสรุ กายเปน อปุ ปาตกิ ะทง้ั นน้ั นล่ี อยขนึ้ บงั เกดิ ทงั้ นนั้ กำเนดิ ทง้ั ๔ มี อณั ฑชะ สงั เสทชะ ชลาพชุ ะ อปุ ปาตกิ ะ กำเนิดน้ีแหละ ลวนแลวดวยขันธ ๕ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วญิ ญาณ เกดิ ในมนษุ ยห มดทง้ั กามภพน้ี รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ เกดิ ในเทวดา ๖ ชนั้ ก็ รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ดงั นแ้ี หละ จะเกิดในรูปพรหม ก็ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดใน อรปู พรหม ก็ รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ
5 - 126 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั แตว า ตา งอยอู กี พวกหนงึ่ คอื เนวสญั ญานาสญั ญายตนะ ชนั้ เบอื้ งบนสงู ขน้ึ ไป เกดิ แลว กส็ ญั ญาละเอยี ดเตม็ ท่ี รกู ใ็ ช ไมร กู ใ็ ช สนตฺ เมตํ ปณตี เมตํ ไปเกดิ ในชนั้ นนั้ ไดร บั ความสขุ ในเนวสญั ญานาสญั ญายตนะ ๘๔,๐๐๐ กปั มหากปั ๘๔,๐๐๐ มหากปั อยใู นเนวสญั ญานาสญั ญายตนะนนั่ อา ยนน่ั กแ็ ปลก ไมน บั เขา ในพวก วญิ ญาณฐติ ิ แตว า ยงั อยใู นสตั ตาวาส ๙ นน่ั พวก หนง่ึ เกดิ แปลก อกี พวกหนงึ่ เกดิ แปลกอกี ในชนั้ พรหมที่ ๑๑ อสญั ญสี ตั ว เบอ่ื นาม ตดิ รปู อา ยนเ่ี บอ่ื นามตดิ รปู เบอ่ื วา อา ยความรนู แี่ หละ มนั ไดร บั ทกุ ขร อ น ลำบากนกั พอไดจ ตตุ ถฌานแลว ปลอ ยรเู สยี นงั่ หวั โดอ ยนู นั่ ปลอ ย รเู สยี เปน มนษุ ยก น็ ง่ั หวั โด ไปเขยา ตวั กไ็ มร เู รอ่ื งกนั นานๆ แลว รเู สยี ทหี นง่ึ ฌานนน้ั แหละไมเ สอ่ื ม แตกกายทำลายขนั ธ เบอ่ื นามตดิ รปู ไปเกดิ ในชนั้ พรหมที่ ๑๑ ไปนอนอดึ อยู ทเี่ ขาเรยี กวา พรหมลกู ฟก กเ็ รยี ก ถา วา นั่งตาย ก็ไปน่ังโดอยูน่ัน ๕๐๐ มหากัป ไมครบ ๕๐๐ มหากัปมาไมได ตดิ คกุ รปู พรหมแทๆ ไมไ ดเ ปน ไรเลย สขุ ทกุ ขไ มเ อาเรอ่ื งกนั นอนอยนู นั่ แหละ ไมร เู นอ้ื รตู วั กนั ละ พระพทุ ธเจา มาตรสั สกั กรี่ อ ยองคก ไ็ มร เู นอื้ รตู วั ตดิ อยนู น่ั ๕๐๐ มหากปั อยนู น่ั นเี่ รยี กวา พวกเบญจขนั ธท ง้ั นน้ั รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ถา จะกลา วถงึ เบญจขนั ธ ๕ ละก็ กำเนดิ ๔ คติ ๕๔๘ วญิ ญาณฐติ ิ ๗ กวา งขวางออกไป กำเนดิ ๔ ดงั กลา วแลว อณั ฑชะ สงั เสทชะ ชลาพชุ ะ อปุ ปาตกิ ะ วญิ ญาณฐติ ิ ๗ นี่ นานตตฺ กายา นานตตฺ สญฺ ี กายตา งกนั สญั ญา ตา งกนั เหมอื นมนษุ ยน ี่ กายตา งกนั สญั ญาตา งกนั ไมเ หมอื นกนั สกั คนเดยี ว สญั ญากต็ า งกนั จำกไ็ มเ หมอื นกนั ๔๘ ภพทสี่ ตั วไ ปเกดิ มี ๕ คอื นรก สตั วด ริ จั ฉาน เปรต (อสรู จดั เขา ในเปรตดว ย) มนษุ ยแ ละเทพ.
5 - 127 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั นานตตฺ กายา นานตตฺ สญฺ ี นานตตฺ กายา เอกตตฺ สญฺ ี เอกตตฺ - กายา นานตตฺ สญฺ ี เอกตตฺ กายา เอกตตฺ สญฺ ี๔๙ รปู พรหมอกี เหมอื นกนั อรปู พรหม ๓ ชน้ั ขา งบนโนน ๕๐ สมทบเขา ดว ย รวมเปน วญิ ญาณฐติ ิ ๗ เวน เนวสญั ญานาสญั ญายตนะ และอสญั ญสี ตั ว เสีย นอกจากนั้นอยูในวิญญาณฐิติทั้งน้ัน นั่นเรียกวา วิญญาณฐิติ ๗ ทง้ั นนั้ รวมเนวสญั ญานาสญั ญายตนะเขา มาดว ย อสญั ญสี ตั วเ ขา มาดว ย เปน นวสตั ตาวาส ๙ เตมิ เขา มาอกี ๒ นที่ ไี่ ปเกดิ มาเกดิ ของสตั วโ ลกทงั้ นนั้ เราไมพ น จากพวกน้ี นไี่ ปสคุ ติ ถา ทคุ คตกิ อ็ บายภมู ิ ๔ นรก เปรต อสรุ กาย สตั วด ริ จั ฉาน ตลอดกระทง่ั ถงึ โลกนั ต โลกนั ตน อกภพออกไป คอื ภพอนั หนง่ึ ของโลกนั ตน นั่ เวยี นวา ยตายเกดิ อยเู หลา นนั้ ถา วา ทำชวั่ ทส่ี ดุ อา ยขนั ธ ๕ นี้ ชวั่ ทสี่ ดุ นะ เปน อยา งไร มดี วงธรรม ทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ย ใสบรสิ ทุ ธเิ์ ทา ฟองไขแ ดงของไก ตง้ั อยกู ลางกายมนษุ ย นนั่ ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย ใสเทา ฟองไขแ ดงของไก ตง้ั อยกู ลาง กายมนษุ ย กายมนษุ ยล ะเอยี ด มที งั้ นน้ั เปน ดวงใหเ กดิ ทงั้ นนั้ ทำชว่ั เกนิ สว นเขา ไมม ดี เี จอื ปนเลย วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง กลมรอบตวั ๒๐ วา มชี วั่ ฝา ยเดยี ว ดไี มม เี จอื ปนเลย แตกกายทำลายขนั ธไ ปเกดิ ใน โลกนั ตโ นน แนะ ถา วา หยอ นกวา นน้ั ขนึ้ มากอ็ เวจี หยอ นกวา นนั้ ขนึ้ มา ฝา ยไดร บั ทกุ ข เปน ลำดบั ขนึ้ มา จนกระทงั่ ถงึ อสรุ กาย สตั วด ริ จั ฉาน เปรต ฝา ยชวั่ ฝา ยดตี ง้ั แตม นษุ ยข นึ้ ไป ถงึ อรปู พรหมโนน นน่ั ทำดๆี ไมม ชี ว่ั เจอื ปนเลย วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั แตกกายทำลายขนั ธไ ปนพิ พาน ๔๙ แปลวา พวกทมี่ กี ายตา งกนั มสี ญั ญาตา งกนั ๑, มกี ายตา งกนั มสี ญั ญาอยา งเดยี วกนั ๑, มกี ายอยา งเดยี วกนั มสี ญั ญา ตา งกนั ๑, มกี ายอยา งเดยี วกนั มสี ญั ญาอยา งเดยี วกนั ๑. ๕๐ อรปู พรหม ๓ ชน้ั ขา งบน คอื สตั วเ หลา หนง่ึ ผเู ขา ถงึ อากาสานญั จายตนะ วญิ ญาณญั จายตนะ และอากญิ จญั ญายตนะ.
5 - 128 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทเี ดยี ว นข่ี นั ธ ๕ นแี่ สดงถงึ ขนั ธ ๕ แตว า กวา งออกมากนกั ฟง ยาก ทนี จ้ี ะแสดงใกลเ ขา มา ขนั ธท ง้ั ๕ นแ่ี หละ มเี กดิ ดบั ๒ อยา ง เกดิ ขน้ึ แลว กด็ บั ไป เกดิ แลว กด็ บั ไป มี ๒ อยา งเทา นแ้ี หละ จะแกไ ขอยา งไร กไ็ มไ ด มเี กดิ แลว กด็ บั ๆ นกึ ดซู ิ บรุ พชนตน ตระกลู ปู ยา ตา ยาย ของเรา เปน อยา งไร ดบั ไปหมด ดบั ไป หมดแลว ไปเกดิ หรอื เปลา ดบั กต็ อ งไป เกดิ อยไู มไ ด ตอ งไปเกดิ แลว กไ็ ปเกดิ เปน อะไรกไ็ มร ู ถาจะรูเร่ืองเกิดเรื่องดับเหลานี้ วิชชาวัดปากนำ้ มี เขาเรียนวิชชา ธรรมกาย พอมธี รรมกายกเ็ หน็ เกดิ ดบั ทเี ดยี ว เหน็ มนษุ ยห มดทง้ั สากลโลก ถา จะดลู ะก็ เหน็ เกดิ ดบั ๆๆ มี อปุ ปฺ ชชฺ นตฺ ิ นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ อยา งนแี้ หละ ทเ่ี กดิ ดบั เหลา นน้ี ะ เพราะอะไรใหเ กดิ ดบั เพราะธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย นน่ั แหละ ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายสตั วต า งๆ ดว ยนนั้ แหละ ถา ตงั้ อยลู ะกป็ รากฏอยู ดวงนนั้ ดบั ไปมนษุ ยก ด็ บั ไป เกดิ ดบั นนั้ แหละ ดวงนนั้ แหละ ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยน นั้ แหละ ถา เกดิ ขน้ึ แลว กป็ รากฏอยู ถา ดวงนน่ั ดบั ไป กายมนษุ ยก ด็ บั ไป มนั มเี กดิ ดบั เพราะธรรม ดวงนนั้ เพราะฉะนน้ั ธรรมทงั้ หลายมเี กดิ ดบั เทา นน้ั พดู ถงึ ธรรมกม็ เี กดิ ดับเทาน้ัน สว นขนั ธท งั้ ๕ นี้ เกดิ ดบั เพราะมนั อาศยั ธรรมตา งหากละ ธรรมดวงนน้ั แหละเปน สำคญั ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยก ม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของมนษุ ยก ม็ เี กดิ ดบั ธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ยล ะเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายมนษุ ยล ะเอยี ด กม็ เี กดิ ดบั ธรรมทที่ ำใหเ ปน กายทพิ ยก ม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายทพิ ยก ม็ เี กดิ ดบั ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายทพิ ยล ะเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายทพิ ย ละเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ธรรมทที่ ำใหเ ปน กายรปู พรหมกม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของ กายรปู พรหมกม็ เี กดิ ดบั ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหมละเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายรปู พรหมละเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายอรปู พรหม
5 - 129 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายอรปู พรหมกม็ เี กดิ ดบั ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กาย อรปู พรหมละเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั ขนั ธ ๕ ของกายอรปู พรหมละเอยี ดกม็ เี กดิ ดบั เกดิ ดบั ทงั้ นน้ั ไมเ หลอื เลย เกดิ ดบั ๆๆ อยอู ยา งน้ี อปุ ปฺ ชชฺ นตฺ ิ นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ เกดิ ดบั อยอู ยา งนี้ เมอ่ื รจู กั เกดิ ดบั อยา งนี้ เราจะทำอยา งไร ถา ไมฉ ลาด เกดิ ดบั นนั่ มนั สำคญั นกั ถา เกดิ ขนึ้ มนั อยใู นคณุ สมบตั ผิ ดู ที งี่ ดงาม ทร่ี งุ โรจน ทรี่ ่ำรวย ที่เปนนเศรษฐี ท่ีเปนคหบดี หรือเปนกษัตริยมหาศาล พราหมณมหาศาล คหบดมี หาศาล ถา เกดิ ในทเี่ ชน นนั้ กพ็ อสบาย ถา ดบั ไปมนั จะไปเกดิ ในท่ี เลวทรามต่ำชา เปน อยา งไร มนั จะเกดิ ในทเี่ ลวทราม ถา เกดิ ในทเ่ี ลวทราม ใครๆ กไ็ มช อบ เหตนุ ี้ เราตอ งประกอบความดไี วเ ปน เบอื้ งหนา ตำรบั ตำราไดย นื ยนั ไวด งั น้ี มเี กดิ ดบั เชน น้ี เมอ่ื มเี กดิ ดบั เชน นี้ เพราะวา เกดิ ขนึ้ อยา งนน้ั แลว หาเปน อยา งนนั้ ไม แปรไปเสยี อกี เพราะไมเ ทยี่ ง แปรไปอยา งนน้ั อกี ไมเ ทย่ี ง เพราะสภาพมคี วามยกั เยอื้ งแปรผนั อยเู ปน ธรรมดา แกไ ข อยางไรก็ไมได ทา นถงึ ยนื ยนั เปน ตำรบั ตำราวา เหน็ จรงิ ตามสงั ขารทง้ั หลาย อา ย สงั ขารทงั้ หลายเรากไ็ มร เู สยี อกี แลว นะ สงั ขารทง้ั หลายนะ จะเปน บญุ หรอื เปน บาป หรอื จะไมใ ชบ ญุ ไมใ ชบ าปกต็ าม ทบ่ี อกแลว ในเบญจขนั ธท ง้ั ๕ นะ อา ยทเ่ี กดิ ของมนั นะ อา ยทเี่ กดิ เวลาใด ปรงุ ใหเ กดิ ขน้ึ เวลาใด กเ็ ปน สงั ขารเวลานน้ั ทเ่ี รยี กวา สงั ขารนะ ปรงุ ใหเ กดิ ปรงุ ใหเ กดิ เปน มนษุ ย เปน อณั ฑชะ สงั เสทชะ ชลาพชุ ะ อปุ ปาตกิ ะ ๔ กำเนดิ ๔ กำเนดิ นแี้ หละ เรยี กวา สงั ขารทง้ั นนั้ ปรงุ ใหม เี ปน ขน้ึ สงั ขารทง้ั หลายเหลา นน้ั แหละ ถา เหน็ ตามปญ ญา หมดทง้ั สากลโลก ไมเ ทย่ี งเสยี เลย เหน็ วา ไมเ ทย่ี ง เมอ่ื ใดเหน็ วา ไมเ ทยี่ ง กเ็ มอื่ นน้ั ยอ ม เหนอื่ ยหนา ยในทกุ ข วา เวยี นวา ยตายเกดิ อยนู ี้ เอาทจ่ี บทแี่ ลว ไมไ ด
5 - 130 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เม่ือเห็นเชนน้ันแลวละก็ จิตมันก็ปลอยหมด ความยึดมั่นใน เบญจขนั ธท ง้ั ๕ มนั กป็ ลอ ย ไมห ว งไมใ ย ไมอ าลยั เพราะเหน็ จรงิ ตาม จรงิ เสยี เชน นนั้ อา ยเหน็ จรงิ ตามจรงิ เชน นนั้ อา ยทางนน้ั จำเอาไว จำเปน รอยใจเอาไว อยา ใหล บเชยี ว นกึ ไวร ำ่ ไป ค่ำมดื ดกึ ดน่ื เทยี่ งคนื อยา งไร นกึ ไวร ่ำไป นกึ ถงึ ความเกดิ ดบั เหลา นนั้ กเ็ บอื่ หนา ยจากทกุ ข อา ยทเ่ี บอื่ หนา ย จากทกุ ขน น่ั แหละ จติ บรสิ ทุ ธิ์ ใจอยใู นความบรสิ ทุ ธท์ิ เี่ บอื่ หนา ยจากทกุ ข นน่ั ทเ่ี บอ่ื หนา ยอยใู นทกุ ขน น่ั แหละ ทกุ ขค อื ความเกดิ ความแก ความตาย เหลา นี้ เบอ่ื หนา ย ใจกว็ า งจากความยดึ ถอื ในเบญจขนั ธท งั้ ๕ นนั่ แหละ เปนทางบริสุทธ์ิ เมอื่ รจู กั หลกั จรงิ ดงั นแ้ี ลว สภาพอนั ไมเ ทยี่ งนน่ั แหละทยี่ กั เยอ้ื งแปร ผนั ไปนนั่ แหละเปน ทกุ ข ชอ่ื วา เปน ทกุ ขแ ทๆ เพราะเหตใุ ด เพราะวา เกดิ ขน้ึ แลว เสอ่ื มไป บบี คนั้ อยอู ยา งเดยี ว เกดิ ขน้ึ เสอ่ื มไป บบี คนั้ อยอู ยา ง เดยี ว เกดิ ขน้ึ กบ็ บี คน้ั อยู เสอ่ื มไปกบ็ บี คน้ั อยู บบี คนั้ ใหส ตั วเ ดอื ดรอ นอยู ดว ยชาตทิ กุ ข ชราทกุ ข พยาธทิ กุ ข ทกุ ขท งั้ นนั้ บบี คนั้ ใหเ ดอื ดรอ นอยรู ำ่ ไป ทเี ดยี ว เมอ่ื บบี คน้ั ใหเ ดอื ดรอ นอยอู ยา งน้ี เพราะวา สภาพเหลา นน้ั ๆ เปน ของ ทนไดย าก เปน ของเดอื ดรอ น เปน ของเรา รอ น เปน ของทรุ นทรุ าย เปน ของไมส บาย ทา นถงึ ยนื ยนั วา เมอ่ื ใดเหน็ ตามความจรงิ วา ความเกดิ นน่ั แหละเปน ทกุ ข ไมใ ชเ ปน สขุ เมอ่ื รวู า ความเกดิ นนั่ เปน ทกุ ขแ ลว เมอื่ ใด เมอื่ นน้ั ยอ มเบอื่ หนา ย ในทกุ ข เบอ่ื หนา ยในทกุ ขแ ลว ไมอ ยากไดใ นเบญจขนั ธเ หลา นนั้ ปลอ ย เบญจขนั ธเ หลา นน้ั นนั่ แหละ ไดช อื่ วา เปน หนทางหมดจดวเิ ศษ ปลอ ยเสยี ไมย ดึ ถอื สบายดว ย หนา ทเ่ี ราปลอ ยเสยี ไดน ะ ลกู หญงิ กด็ ี ลกู ชายกด็ ี ภรรยากด็ ี สามกี ด็ ี ใจวา งวางเสยี ไมเ อาธรุ ะเสยี เอาธรุ ะแตค วามบรสิ ทุ ธ์ิ ของใจเทา นนั้ เทา นนั้ ใจกเ็ ยน็ เปน สขุ รา งกายกอ็ ว น รา งกายกส็ บาย เพราะ
5 - 131 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วา ทอดธรุ ะเสยี ได นเ้ี ปน ทางหมดจดขนั้ ที่ ๒ ทางหมดจดขนั้ ท่ี ๓ ตาม ลำดบั ลงไป ทางหมดจดขน้ั ท่ี ๓ วา อตั ตภาพรา งกายอนั นรี้ กู นั อยแู ลว วา ไมใ ชต วั เพราะไมเ ปน ไปในอำนาจ จะวา สกั เทา ใดไมเ ปน ไปในอำนาจ กายมนษุ ยไ ม เปนไปในอำนาจ กายมนุษยละเอียดก็ไมเปนไปในอำนาจ กายทิพย กายทิพยละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรปู พรหมละเอยี ด ไมเ ปน ไปในอำนาจทง้ั นนั้ ใครจะมฤี ทธมิ์ เี ดชสกั เทา ใดกต็ ามเถอะ ไมเ ปน ไปในอำนาจ พระพทุ ธเจา จะมฤี ทธมิ์ เี ดชสกั เทา ไร ก็มีไป แตวาอายอัตตภาพรางกายไมเปนไปในอำนาจ แตกสลายไป อยางนี้ เพราะฉะนนั้ อตั ตภาพรา งกายอนั นรี้ กู นั อยแู ลว วา ไมใ ชต วั เพราะ ไมเ ปน ไปในอำนาจ เพราะเปน ปฏปิ ก ษแ กต วั เสยี ดว ย เปน ขา ศกึ แกต วั เสียดวย ไมเปนไปในอำนาจอยางไร จะหามปรามสักเทาหน่ึงเทาใดก็ ไมเ ชอ่ื จะแกไ ขสกั เทา ไรกไ็ มเ ปน ไปตามแกไ ข และเปน ขา ศกึ แกต วั เสยี ดว ย ถา ยงุ ๆ หนกั เขา กไ็ ดร บั ความทกุ ขย ากลำบากจติ ใจ ไมใ ชพ อดพี อรา ยทเี ดยี ว ถา ไปแกห นกั เขา กเ็ ดอื ดรอ นหนกั เขา ลองไปแกเ ขา ซิ แกแ ก แกเ จบ็ แกต าย แกก นั อยา งไรนะ แกไ มไ ด เปน ขา ศกึ แกต วั แทๆ เพราะเปน สภาพ วา งเปลา อตั ตภาพนนี้ ะ เปน สภาพวา งเปลา ไมม อี ะไรเลย ไมม อี ยา งไร กบ็ ดิ า มารดาปยู า ตายายเลา ไปไหน เหลอื แตก ระดกู หรอื กระดกู อยทู ไี่ หนละ ได รอ ยปพ นั ปห ายไปไหนหมดแลว ไมม เี ลย หายไปหมด นเี้ ปน สภาพวา งอยา ง นน้ี ะ เปน ของวา งอยา งนี้ เมอ่ื เปน ของวา งเชน นแี้ ลว ถามวา ใครเลา เปน เจา ของอตั ตภาพ เหลา นี้ กายมนษุ ย กายมนษุ ยล ะเอยี ด กายทพิ ย กายทพิ ยล ะเอยี ด กาย รปู พรหม กายรปู พรหมละเอยี ด กายอรปู พรหม กายอรปู พรหมละเอยี ด ใคร
5 - 132 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เปน เจา ของ ไมม เี จา ของ ถามหาเจา ของสกั คนเดยี วไมไ ด ใครจะรบั รอง วา ของขา ละ เอา ! รบั ดซู ิ แตกสลายหมด อา ยคำรบั นะ ไมจ รงิ หลอก ลวง แตกสลายหมดหายหมด เมอ่ื รคู วามจรงิ อนั นแี้ ลว ทา นถงึ สอนแนะนำไวเ ปน หลกั เปน ฐานแน นอนวา สพเฺ พ ธมมฺ า อนตตฺ า ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายนนั้ ๆ ธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ย กายทพิ ย กายรปู พรหม กายอรปู พรหม ทงั้ หยาบทงั้ ละเอยี ด ธรรมเหลา นนั้ ไมใ ชต วั สพเฺ พ ธมมฺ า อนตตฺ า ธรรมทง้ั หมดนน่ั ไมใ ชต วั เมอ่ื ใดเมอ่ื นน้ั ยอ มเหนอ่ื ยหนา ยในทกุ ข นเ่ี ปน ทางหมดจดวเิ ศษ เปน ทางบรสิ ทุ ธ์ิ เพราะฉะนน้ั จะแสดงทางบรสิ ทุ ธใ์ิ หฟ ง ในวนั นนี้ ะ เวลาไมเ พยี งพอเสยี แลว ไมฉ ะนนั้ แลว ละก็ ตรงนจี้ ะไดฟ ง ทางบรสิ ทุ ธท์ิ เี ดยี ว ทางบรสิ ทุ ธเ์ิ ปน สำคญั นะ ทางบรสิ ทุ ธน์ิ ะ ทางบรสิ ทุ ธเิ์ ฉพาะตอ งไปเสน เดยี ว สายเดยี ว รอยเดยี วเทา นนั้ จะไปทางอนื่ ไมไ ด จะเอาใจไปจดอน่ื ไมไ ด จะบอกตน ทางให ทางบรสิ ทุ ธนิ์ ะ กต็ อ งเอาใจหยดุ นนั่ แหละเปน ทางบรสิ ทุ ธิ์ เอาใจ หยดุ นกึ ทไี่ หน ศนู ยก ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ย ใสบรสิ ทุ ธิ์ เทา ฟองไขแ ดงของไก หยดุ อยกู ลางดวงนนั่ แหละ หยดุ ทเี ดยี ว หยดุ ทน่ี น่ั แหละ เปน ทางบรสิ ทุ ธล์ิ ะ ถกู ละ หยดุ นะ หยดุ ในหยดุ พอรวู า ใจ หยดุ กกึ ใจกห็ ยดุ กลางของกลางๆๆๆๆ หยดุ เรอ่ื ยไปนน่ั แหละ นงั่ นอน ยืน เดิน ทำใหหยุดอยูอยางนี้แหละ น่ันแหละบริสุทธ์ิละ ราคะไมมี อภชิ ฌาความเพง เพราะอยากได ไมม ี พยาบาทปองรา ยไมม ี เหน็ ผดิ ไมม ี โลภะความอยากไดไ มม ี โทสะความประทษุ รา ยไมม ี โมหะความหลงงมงาย ไมม ี ราคะความกำหนดั ยนิ ดไี มม ี โทสะความขนุ เคอื งไมม ี โมหะความ หลงงมงายไมม ี กามราคานสุ ยั ไมม ี ปฏฆิ านสุ ยั ไมม ี อวชิ ชานสุ ยั ไมม ี หยดุ เขา เถอะ หยดุ นน่ั แหละตง้ั แตต น จนพระอรหตั ทเี ดยี ว นแี่ หละเขา
5 - 133 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เรยี กวา หนทางบรสิ ทุ ธลิ์ ะ ใหไ ปทางนี้ วนั นท้ี ช่ี แี้ จงแสดงมาเปน ปรยิ าย ตอ งการจะใหร วู า หนทางบรสิ ทุ ธิ์ ทใ่ี จหยดุ นี้ ภกิ ษสุ ามเณรถา ทำใหห ยดุ ตรงนไ้ี มไ ดล ะก็ ไมพ บทางบรสิ ทุ ธิ์ เลย อบุ าสกอบุ าสกิ าปฏบิ ตั ใิ นศาสนา ทำใจหยดุ ไมไ ด กไ็ มพ บทางบรสิ ทุ ธิ์ เลย เขา ทางบรสิ ทุ ธไิ์ มถ กู เลย หยดุ นนั่ แหละเปน เปา หมายใจดำของพระพทุ ธศาสนา เปน โอวาทของ พระบรมศาสดาทท่ี รงใหน ยั แกพ ระองคลุ มิ าล เมอ่ื ทรมานพระองคลุ มิ าลจำนนแลว เหน็ วา สไู มไ ดแ ลว เปลง วาจา วา สมณะหยดุ ๆ พระองคท รงเหลยี วพระพกั ตรม า สมณะหยดุ แลว ทา น ไมห ยดุ นน่ั แน โอวาทอนั นนี้ ะ หยดุ นนั่ แหละถกู โอวาทของพระศาสดา ออกจากพระโอษฐ ถอดมาทเี ดยี ว ถา เราเปน พทุ ธศาสนกิ ชน เชอื่ พระพทุ ธเจา ปฏบิ ตั ติ ามพระพทุ ธเจา ละก็ตองทำใจใหหยุด หยุดอยูท่ีกลางของธรรมที่ทำใหเปนกายมนุษยนั่น แหละหยดุ นง่ั นอน ยนื เดนิ ใหห ยดุ อยรู ำ่ ไป ทำไดจ รงิ ๆ อยา งนนั้ ไมไ ดห รอื วดั ปากน้ำเขาทำกนั ไดม าก มที อ่ี ยใู นวดั เวลานเี้ หน็ จะถงึ ๑๐๐ คน ทงั้ ภกิ ษุ สามเณร อบุ าสก อบุ าสกิ า เขาทำใจใหห ยดุ ได นน่ั แหละถกู ทางไป ของพระพุทธเจาพระอรหันต น่ันแหละเปนทางบริสุทธิ์ละ เมื่อรูจัก ทางบรสิ ทุ ธด์ิ งั นล้ี ะก็ เมอ่ื เปน มนษุ ยแ ลว อยา ใหเ คลอ่ื นนะ ถา วา เคลอื่ นละ กเ็ สยี ทที ม่ี าประสบพบพระพทุ ธศาสนา ท่ีไดชี้แจงแสดงมาตามวาระพระบาลี คล่ีความเปนสยามภาษาตาม มตยาธบิ ายพอสมควรแกเ วลา เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน ดว ยอำนาจความสจั ทไ่ี ดอ า งธรรมปฏบิ ตั ิ ตง้ั แตต น จนอวสานนี้ สทา โสตถฺ ี ภวนตฺ ุ เต ขอความ สุขสวัสดี จงบังเกิดมีแกทานท้ังหลาย บรรดามาสโมสรในท่ีนี้ทุกถวนหนา อาตมภาพชแ้ี จงแสดงมาพอสมควรแกเ วลา สมมตุ วิ า ยตุ ธิ รรมกี ถาโดยอรรถ นยิ มความเพยี งเทา น้ี เอวํ กม็ ดี ว ยประการฉะน.้ี
5 - 134 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๐.๓ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ที่เกิดท่ีดับสัญโญชน ๑๐.๓.๑ พระพทุ ธพจนว า ดว ยการพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม คอื อายตนะ (ทเี่ กดิ ทด่ี บั ของสญั โญชน) “ปนุ จปรํ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ฉสุ อชฌฺ ตตฺ กิ - พาหเิ รสุ อายตเนส.ุ กถจฺ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ฉสุ อชฌฺ ตตฺ กิ พาหเิ รสุ อายตเนส.ุ อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ จกขฺ ุ จฺ ปชานาติ รเู ป จ ปชานาติ ยจฺ ตทภุ ยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สฺโญชนํ ตฺจ ปชานาติ ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส สโฺ ญชนสสฺ อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาติ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ สสฺ สโฺ ญชน สสฺ ปหานํ โหติ ตจฺ ปชานาติ ยถา จ ปหนี สสฺ สโฺ ญชนสสฺ อายตึ อนปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ โสตจฺ ปชานาติ สทเฺ ท จ ปชานาติ ... ฆานจฺ ปชานาติ คนเฺ ธ จ ปชานาติ ... ชวิ หฺ จฺ ปชานาติ รเส จ ปชานาติ ... กายจฺ ปชานาติ โผฏฐ พเฺ พ จ ปชานาติ ... มนจฺ ปชานาติ ธมเฺ ม จ ปชานาติ ยจฺ ตทภุ ยํ ปฏจิ จฺ อปุ ปฺ ชชฺ ติ สโฺ ญชนํ ตจฺ ปชานาติ ยถา จ อนปุ ปฺ นนฺ สสฺ สโฺ ญชนสสฺ อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาติ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ สสฺ สโฺ ญชนสสฺ ปหานํ โหติ ตฺจ ปชานาติ ยถา จ ปหนี สสฺ สโฺ ญชนสสฺ อายตึ อนปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาติ จ. อติ ิ อชฌฺ ตตฺ ํ วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ อชฌฺ ตตฺ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ สมทุ ยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ วยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ สมทุ ยวยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ ‘อตถฺ ิ ธมมฺ าติ วา ปนสสฺ สติ
5 - 135 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ปจจฺ ปุ ฏฐ ติ า โหติ ยาวเทว ญาณมตตฺ าย ปฏสิ สฺ ตมิ ตตฺ าย. อนสิ สฺ โิ ต จ วหิ รติ น จ กิ จฺ ิ โลเก อปุ าทยิ ต.ิ เอวมปฺ โข ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ ฉสุ อชฌฺ ตตฺ กิ - พาหเิ รสุ อายตเนส.ุ ”๕๑ แปลความวา “ภิกษุทั้งหลาย อีกขอหน่ึง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ อายตนะภายในและภายนอก ๖. ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ อายตนะภายในและภายนอก ๖ อยา งไรเลา . ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั นี้ ยอ มรจู กั นยั นต า รจู กั รปู และรจู กั นยั นต าและ รปู ทงั้ ๒ นน้ั อนั เปน ทอี่ าศยั บงั เกดิ ของสญั โญชน. อนงึ่ สญั โญชนท ยี่ งั ไมเ กดิ จะเกดิ ขน้ึ ดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนนั้ ดว ย. สญั โญชนท ่ี เกิดขึ้นแลว จะละเสียไดดวยประการใด ยอมรูชัดประการน้ันดวย. สญั โญชนท ล่ี ะไดแ ลว จะไมเ กดิ ขนึ้ ตอ ไปดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการ นน้ั ดว ย. ภกิ ษยุ อ มรจู กั หู รจู กั เสยี ง ... ภกิ ษยุ อ มรจู กั จมกู รจู กั กลนิ่ ... ภกิ ษยุ อ มรจู กั ลน้ิ รจู กั รส ... ภกิ ษยุ อ มรจู กั กาย รจู กั สง่ิ ทจี่ ะพงึ ถกู ตอ งดว ยกาย ... ภกิ ษยุ อ มรจู กั ใจ รจู กั ธรรมารมณ และรจู กั ใจและธรรมารมณท ง้ั ๒ นน้ั อนั เปน ทอี่ าศยั บงั เกดิ ของสญั โญชน. อนง่ึ สญั โญชนท ย่ี งั ไมเ กดิ จะเกดิ ขนึ้ ดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนนั้ ดว ย. สญั โญชนท เ่ี กดิ ขนึ้ แลว จะละเสยี ไดด ว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนนั้ ดว ย. สญั โญชนท ล่ี ะได แลว จะไมเ กดิ ขน้ึ ตอ ไปดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการนน้ั ดว ย ดงั พรรณนา มาฉะนี้. ๕๑ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวรรค ขอ ๒๙๒ หนา ๓๓๘-๓๓๙.
5 - 136 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภกิ ษยุ อ มพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมภายในบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรม ในธรรมภายนอกบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมทงั้ ภายในทง้ั ภายนอก บา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขน้ึ ในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเสอ่ื มในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ทง้ั ความเกดิ ขนึ้ ทง้ั ความเสอื่ มในธรรมบา ง ยอ มอย.ู อกี อยา งหนง่ึ สตขิ องเธอทต่ี ง้ั มนั่ อยู วา ‘ธรรมมอี ยู’ กเ็ พยี งแตส กั วา รู สกั วา อาศยั ระลกึ เทา นนั้ . เธอเปน ผอู นั ตณั หาและทฏิ ฐไิ มอ าศยั อยแู ลว และไมถ อื มน่ั อะไรๆ ในโลก. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย อยา งนแ้ี ล ภกิ ษชุ อ่ื วา พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื อายตนะภายในและภายนอก ๖ อย.ู ” ๑๐.๓.๒ วธิ พี จิ ารณาเหน็ ธาตลุ ะเอยี ดของอายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ ซงึ่ ทำหนา ทเ่ี กย่ี วเนอื่ งสมั พนั ธก บั “ใจ” ผทู ปี่ ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หรอื ถงึ กายในกายทล่ี ะเอยี ดๆ กพ็ งึ นอ มใจตาม และจะสามารถเหน็ ไดพ อสมควร สำหรบั ทา นทถ่ี งึ ธรรมกายแลว กใ็ หร วมใจของทกุ กายใหห ยดุ อยู ณ ศนู ยก ลาง กายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ดทส่ี ดุ เจรญิ ฌานสมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔) โดยอนโุ ลม และปฏโิ ลม ใหใ จสงดั จากกเิ ลสนวิ รณด แี ลว กใ็ หใ จของพระธรรมกายเพง ลงไป ทศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย กจ็ ะเหน็ ขนั ธ ๕ สว นละเอยี ด คอื รปู ขนั ธ เวทนาขนั ธ สญั ญาขนั ธ สงั ขารขนั ธ และวญิ ญาณขนั ธ นรี้ วมเรยี กวา ขนั ธโลก ซง่ึ ขยายสว นหยาบออกมาเปน ดวงกาย ดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และ ดวงรู แลว เจรญิ เตบิ โตออกมาเปน กาย ดวงใจ ดวงจติ และดวงวญิ ญาณ ซงึ่ รวมเรยี กวา สตั วโลก ทนี ้ี ใหเ พง ลงไปทกี่ ลางวญิ ญาณขนั ธ ซง่ึ เปน ขนั ธ ๕ สว นทล่ี ะเอยี ดทสี่ ดุ กจ็ ะ เหน็ ธาตธุ รรมสว นละเอยี ดของอายตนะทง้ั ๑๒ ซอ นอยเู ปน ชนั้ ๆ เขา ไปขา งใน อกี คอื
5 - 137 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จักขวายตนะ อายตนะคือตา, โสตายตนะ อายตนะคือหู, ฆานายตนะ อายตนะคอื จมกู , ชวิ หายตนะ อายตนะคอื ลน้ิ , กายายตนะ อายตนะคอื กาย และ มนายตนะ อายตนะคอื ใจ นเ้ี ปน ธาตธุ รรมละเอยี ดของอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายใน ๖ น้ี เรยี กอกี อยา งหนงึ่ วา “สฬายตนะ” กลางอายตนะภายใน ๖ กย็ งั มธี าตธุ รรมละเอยี ดทที่ ำหนา ทเี่ ปน อายตนะภาย นอกอกี ๖ คอื รปู ายตนะ อายตนะทเ่ี ปน รปู สี สณั ฐาน, สทั ทายตนะ อายตนะ ทเี่ ปน เสยี ง, คนั ธายตนะ อายตนะทเ่ี ปน กลนิ่ , รสายตนะ อายตนะทเี่ ปน รส, โผฏฐพั พายตนะ อายตนะทเ่ี ปน เครอื่ งสมั ผสั ทางกาย และ ธมั มายตนะ อายตนะ ท่ีเปนอารมณทางใจ รวมเปน อายตนะ ๑๒ เรยี กอกี อยา งหนง่ึ วา “ทวาทสายตนะ” ธาตธุ รรมละเอยี ดเหลา นี้ มลี กั ษณะสณั ฐานเปน ดวงกลมใสดวงเลก็ ๆ ซอ นกนั อยเู ปน ชนั้ ๆ ใสละเอยี ดกวา กนั เขา ไปตามลำดบั ตรงกลางอายตนะ ๑๒ ทล่ี ะเอยี ดทสี่ ดุ นเ้ี อง ยงั มธี าตธุ รรมละเอยี ดของธาตุ ทงั้ ๑๘ ซอ นอยอู กี เปน ดวงกลมใสละเอยี ดเขา ไปขา งในอกี เหมอื นกนั คอื จกั ขธุ าตุ คอื ธาตเุ หน็ หรอื ธาตรุ บั รปู , โสตธาตุ คอื ธาตไุ ดย นิ หรอื ธาตรุ บั เสยี ง, ฆานธาตุ คอื ธาตไุ ดก ลนิ่ หรอื ธาตรุ บั กลน่ิ , ชวิ หาธาตุ คอื ธาตรุ บั รส, กายธาตุ คอื ธาตรุ บั สงิ่ สมั ผสั ทางกายและ มโนธาตุ คอื ธาตสุ ำหรบั รบั อารมณท างใจ เหลา นรี้ วมเรยี กวา ธาตรุ บั ๖ แลว ตอ ไปกจ็ ะเปน ธาตกุ ระทบอกี ๖ ไดแ ก รปู ธาตุ คอื ธาตขุ องรปู สี สณั ฐาน, สทั ทธาตุ คอื ธาตขุ องเสยี ง, คนั ธธาตุ คอื ธาตขุ องกลน่ิ , รสธาตุ คอื ธาตขุ องรส, โผฏฐพั พธาตุ คอื ธาตอุ นั เปน สง่ิ สมั ผสั ทางกาย, ธมั มธาตุ คอื ธาตอุ ารมณท างใจ และกลางของกลางตอ ไปกเ็ ปน ธาตรุ บั รอู กี ๖ ไดแ ก จกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ คอื ธาตรุ บั รหู รอื เหน็ รปู สี และสณั ฐาน, โสตวญิ ญาณธาตุ คอื ธาตรุ บั รหู รอื ไดย นิ เสยี ง, ฆานวญิ ญาณธาตุ คอื ธาตรุ บั รหู รอื ไดก ลน่ิ , ชวิ หาวญิ ญาณธาตุ คอื ธาตุ
5 - 138 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั รบั รหู รอื ไดร บั รส, กายวญิ ญาณธาตุ คอื ธาตรุ บั รกู ารสมั ผสั และ มโนวญิ ญาณ ธาตุ คอื ธาตรุ บั รธู รรมารมณ เราจะเหน็ วา ธาตธุ รรมสว นละเอยี ดของขนั ธ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ ทงั้ หลายเหลา น้ี เปน ดวงกลมใส ดวงเลก็ ๆ ขนาดประมาณเทา หยาดนำ้ มนั งาอนั ตดิ อยทู ป่ี ลายขนจามรี ทมี่ ชั ฌมิ บรุ ษุ ไดส ลดั เสยี แลว เจด็ ครงั้ ซอ นกนั อยเู ปน ชน้ั ๆ เขา ไปขา งใน ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ นน้ั เอง ใสละเอยี ดยงิ่ กวา กนั เขา ไปตามลำดับ และนอกจากนี้ ในธาตุธรรมละเอียดเหลาน้ี ยังมีดวงเห็น ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู เจอื อยดู ว ยทกุ ดวง ซงึ่ สามารถจะเหน็ ไดด ว ยญาณ ของพระธรรมกาย เพราะเหตนุ ี้ ธาตธุ รรมละเอยี ดทง้ั หลายเหลา นี้ แมจ ะทำหนา ทต่ี า งๆ กนั แต กเ็ กย่ี วเนอื่ งสมั พนั ธก นั อยา งใกลช ดิ และเปน อตั โนมตั ทิ เี ดยี ว ฉะนนั้ เมอื่ มอี ะไร มากระทบ กจ็ ะกระเทอื นไปถงึ “ใจ” อนั ประกอบดว ย “ดวงเหน็ ” (เหน็ ดว ยใจ เพราะธาตเุ หน็ อยตู รงศนู ยก ลางดวงน)้ี ซงึ่ ทำหนา ทร่ี บั อารมณ, “ดวงจำ” ซ่ึง ทำหนา ทรี่ วบรวมหรอื จดจำอารมณ, “ดวงคดิ ” ซงึ่ ทำหนา ทนี่ อ มไปหาอารมณ และ “ดวงรู” ซง่ึ ทำหนา ทร่ี ู หรอื รบั รอู ารมณโ ดยอตั โนมตั ิ หรอื แมแ ตจ ติ คดิ ฟุงซานไปจรดหรือไปยึดเกาะอารมณใด ก็จะเปนไปทั้ง ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู และทำหนา ทเี่ กยี่ วเนอ่ื งถงึ กนั หมดทงั้ กายและใจ เปนตนวา เมื่อจิตคิดไปถึงอารมณภายนอกแลวปรุงแตงอารมณนั้นวา นา กำหนดั ยนิ ดี และไปยดึ มนั่ ถอื มนั่ กบั สงิ่ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความกำหนดั ยนิ ดนี นั้ แมว า ประสาทตา หู จมกู ลน้ิ หรอื กาย จะยงั มไิ ดร บั สมั ผสั กบั รปู เสยี ง กลน่ิ รส หรอื สงิ่ อนั สมั ผสั ดว ยกาย เหลา นน้ั กต็ าม ความกำหนัดยินดีน้ัน ไมเพียงแตกระเทือนถึง “ใจ” เทาน้ัน หากแตยัง กระเทือนถึงกายดวย เชนวา จะมีปรากฏการณใหเห็นทางสีหนา เพราะโลหิต สบู ฉดี ไปหลอ เลยี้ งรา งกายแรงขนึ้ ดว ย เหลา นเี้ ปน ตน ทงั้ นก้ี เ็ พราะเหตวุ า ดวงเหน็
5 - 139 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ซง่ึ ทำหนา ทร่ี บั และเสวยอารมณอ นั เปน เปลอื กนอกของ “ใจ” นน้ั ตง้ั อยตู รงกลาง “ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กาย” ซงึ่ ขยายสว นหยาบและเจรญิ เตบิ โตออกมาเปน กาย อนั เปน ทอ่ี าศยั และทย่ี ดึ เกาะของ “ใจ” นน่ั เอง อกี ดว ย เนอ่ื งจากดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู ซงึ่ ทำหนา ทเี่ ปน “ใจ” ตงั้ อยู คอื อาศยั อยกู บั ขนั ธ ๕ ทง้ั ในสว นทเี่ ปน ธาตธุ รรมละเอยี ดและสว นทเี่ ปน ธาตุ หยาบนเี้ อง จงึ มอี ปุ าทานคอื ความยดึ มนั่ ถอื มน่ั ในขนั ธ ๕ ดงั กลา ว เพราะ อวชิ ชาคอื ความไมร สู ภาวะของสงั ขารและอรยิ สจั ๔ ตามทเี่ ปน จรงิ ครอบคลมุ จติ ใจอยู ฉะนนั้ เวลามสี งิ่ หนงึ่ สง่ิ ใดอนั จะกอ ใหเ กดิ ความทกุ ข มากระทบสว นหนงึ่ สว น ใดของขนั ธ ๕ น้ี กจ็ ะรสู กึ เปน ทกุ ขเ ดอื ดรอ น, แตถ า มสี ง่ิ ทจี่ ะกอ ใหเ กดิ ความ สุขมากระทบ ก็จะรูสึกเปนความสุข โดยจะแสดงออกทางดวงเห็น ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู นเี้ อง กลา วคอื เวลาทรี่ สู กึ เปน สขุ กจ็ ะเหน็ เปน ดวงใส แตเ วลาเปน ทกุ ข กจ็ ะ เหน็ เปน ดวงขนุ ถา เฉยๆ คอื ไมส ขุ ไมท กุ ข กจ็ ะเปน ดวงทม่ี ลี กั ษณะกลางๆ ไมใ สไมข นุ นเ้ี อง คอื การเหน็ เวทนาในเวทนา เปน ภายในตนเอง แตถ า ประสงคท จี่ ะเหน็ เวทนาของผอู น่ื กใ็ หน อ มเอาธาตธุ รรมของผนู นั้ มาตง้ั ทศี่ นู ยก ลางกายทสี่ ดุ ละเอยี ดของเรา กจ็ ะพจิ ารณาเหน็ ทด่ี วงเหน็ นน้ั เอง วา เปน สขุ หรอื เปน ทกุ ข หรอื ไมส ขุ ไมท กุ ข ซงึ่ จะเปน ดวงใส หรอื ดวงขนุ หรอื ไมใ สไมข นุ แลว แตก รณี นเ้ี รยี กวา เหน็ เวทนาในเวทนา เปน ภายนอก การทมี่ นษุ ยห รอื สตั วร บั และเสวยอารมณส ขุ บา ง ทกุ ขบ า ง ไมส ขุ ไมท กุ ขบ า ง เหลา นี้ หากมไิ ดค วบคมุ จติ ใจใหส งบ ปลอ ยจติ ใจใหเ ลอื่ นลอยไปตามอารมณ นน้ั ๆ แลว ยอ มเปด ทางใหอ าสวกเิ ลสทสี่ ะสมหมกั ดองอยใู นกมลสนั ดาน กระเพอื่ ม ฟงุ ขนึ้ มาครอบคลมุ จติ ใจ และดลจติ ดลใจใหป ฏบิ ตั ติ ามอำนาจของมนั กจ็ ะเปน ทางใหเ กดิ โทษทกุ ขแ กต นเองและผอู น่ื ได
5 - 140 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอ่ื จติ ใจถกู กเิ ลสเขา มายอ มและดลจติ ดลใจอยนู น้ั กจ็ ะเหน็ สนี ้ำเลย้ี งงของ จติ เปลย่ี นแปลงไปตามสภาพของกเิ ลส ดงั ทไี่ ดเ คยกลา วมาแลว เพราะฉะนน้ั ผมู ปี ญ ญา จงึ พงึ มสี ตสิ มั ปชญั ญะ พจิ ารณาเหน็ เวทนาใน เวทนา ทง้ั ภายในและภายนอกอยเู สมอวา การเสวยอารมณส ขุ ทกุ ข ไมส ขุ ไมท กุ ข ของสตั วผ ทู ยี่ งั มอี วชิ ชาครอบคลมุ จติ ใจอยู ไมว า จะเปน การเสวย เวทนาโดยมีอามิสหรือไมก็ตาม ยอมเปลี่ยนแปลงแปรผันไปตามเหตุปจจัย เสมอ และถาหากปลอยจิตใจเล่ือนลอยไปตามอารมณโดยปราศจากการ คมุ ครองรกั ษาใหส งบหรอื สนั ตแิ ลว ยอ มจะเปน ชอ งทางใหก เิ ลส ตณั หา และ อปุ าทานคอื ความยดึ มนั่ ถอื มน่ั ในเวทนาและเหตปุ จ จยั (ผสั สะระหวา ง อายตนะ ภายนอกกบั อายตนะภายใน และจกั ขวุ ญิ ญาณเปน ตน ) ใหเ กดิ เวทนาทง้ั หลาย ได อนั เปน ทางใหเ กดิ โทษทกุ ขแ กต นได เพราะทแี่ ทจ รงิ แลว เวทนาทงั้ หลาย เหลา นนั้ หาไดจ รี งั ยง่ั ยนื ใหย ดึ ถอื ไดต ลอดไปไม ยอ มมกี ารเกดิ ขนึ้ แลว กเ็ สอ่ื ม สลายไปเปน ธรรมดา เมอื่ เหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขนึ้ และความเสอ่ื มไปของเวทนาดงั นแ้ี ลว แม จะรวู า เวทนามอี ยู กม็ สี ตสิ มั ปชญั ญะระลกึ ไดว า สกั แตเ ปน เวทนา ซง่ึ หามี สาระแกน สารใหย ดึ ถอื ไดแ ตอ ยา งใดไม ทำใหค ลายความยดึ มน่ั ถอื มนั่ ในเวทนา และ เหตปุ จ จยั (ผสั สะระหวา ง อายตนะภายนอก กบั อายตนะภายใน และ จกั ขวุ ญิ ญาณเปน ตน ) ใหเ กดิ เวทนาทง้ั หลายลง จติ ใจกจ็ ะพลอยสงบระงบั เพราะความหลงผดิ สนิ้ ไป กเิ ลสตณั หากไ็ มส ามารถทจี่ ะเขา มายอ มหรอื ดลจติ ดลใจใหเ ปน ไปตามอำนาจของมนั ได เมอ่ื กเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน ซง่ึ เปน เหตุ แหง ทกุ ขด บั ทกุ ขก ด็ บั หรอื ไมเ กดิ การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา จนเหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขน้ึ และ ความเสอื่ มไปของเวทนา อยา งนี้ ยอ มเปน ทางใหเ กดิ ความเบอ่ื หนา ยในทกุ ข (นพิ พทิ า) คลายกำหนดั (วริ าคะ) หลดุ พน (วมิ ตุ ต)ิ บรสิ ทุ ธ์ิ (วสิ ทุ ธ)ิ และ สงบ (สันติ) อันเปนผลใหบังเกิดความสุขจากความสงบกาย วาจา และใจ
5 - 141 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดงั พระพทุ ธภาษติ ทว่ี า นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ํ แปลความวา สขุ อน่ื ยงิ่ กวา ความ สงบ [กาย วาจา ใจ] ยอ มไมม ี การเจรญิ ภาวนาตามแนววชิ ชาธรรมกายนน้ั มอี บุ ายทำใหใ จหยดุ ใจนงิ่ อยใู น อารมณเ ดยี วแนบสนทิ ตรงศนู ยก ลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ซง่ึ ใหผ ลทงั้ ในดา นสมถะ อนั ชว ยใหจ ติ ใจใสสะอาดบรสิ ทุ ธจ์ิ ากกเิ ลสนวิ รณท งั้ หลาย จงึ สามารถเหน็ อรรถ เหน็ ธรรมไดช ดั แจง และทง้ั สามารถเจรญิ วปิ ส สนาปญ ญา และโลกตุ ตรปญ ญา จากการที่ไดทั้งรู และท้ังเห็นสภาวะของธรรมชาติตามท่ีเปนจริง และเห็นแจง ในสจั จธรรมทงั้ หลายไดโ ดยละเอยี ด ดงั นี้ จงึ เปน ธรรมาวธุ อนั คมกลา ทจี่ ะใชป หาน อวชิ ชา กเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน อนั เปน เหตแุ หง ทกุ ขท ง้ั หลายใหห มดสน้ิ ไปอยา ง มีประสิทธิภาพ เมื่อพิจารณาสภาวธรรม คือเวทนาในเวทนาแลว ก็ใหทำนิโรธ พิสดาร ธรรมกายจากสดุ กายหยาบกายละเอยี ดเปน เถา ชดุ ชน้ั ตอน ภาค พดื ปลอ ย อปุ าทานในขนั ธข องกายในภพ ๓ และปลอ ยความยนิ ดใี นฌานสมาบตั เิ สยี ไดแ ลว ธรรมกายหยาบตกศนู ย ธรรมกายละเอยี ดเขา อายตนะนพิ พานถอดกาย เขา ซอ น สบั ทบั ทวกี บั พระนพิ พานในพระนพิ พานทลี่ ะเอยี ดๆ ตอ ไปจนสดุ ละเอยี ด แลว ตรกึ นง่ิ ฟง ตรสั รใู นนโิ รธในธรรมทคี่ วรรู แลว คำนวณรทู ต่ี รสั รใู นนโิ รธของพระพทุ ธเจา จักรพรรดิ ตอๆ ไปจนสุดละเอียด นับอสงไขยอายุธาตุ อายุบารมี ไมถวน จนตกศนู ยเ ขา อายตนะนพิ พานเปน ซอ นหยดุ นงิ่ แนน กบั พระนพิ พานตน ๆ ตอ ไป จนสดุ ละเอยี ด ๑๐.๓.๓ วธิ พี จิ ารณาระบบการทำงานของอายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สมั พนั ธก บั ใจ ทเี่ กดิ ทดี่ บั ของสญั โญชน สำหรบั ผทู ถ่ี งึ ธรรมกายแลว กใ็ หร วมใจหยดุ ลงไปทศ่ี นู ยก ลางกายพระอรหตั องคท ล่ี ะเอยี ดทส่ี ดุ แลว กใ็ หใ จของพระธรรมกายเพง พจิ ารณาลงไปทก่ี ลางดวง ธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย (ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน) ตรงกลางกำเนดิ ธาตุ
5 - 142 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ธรรมเดมิ นนั้ แหละ กจ็ ะเหน็ ธาตธุ รรมสว นละเอยี ดของขนั ธ ๕ มลี กั ษณะเปน ดวงกลมใส ดวงเลก็ ๆ ขนาดประมาณเทา เมลด็ โพธเิ์ มลด็ ไทร ซอ นกนั อยเู ปน ชนั้ ๆ เขา ไปขา งใน และกข็ นั ธ ๕ สว นละเอยี ดนเี้ องทข่ี ยายสว นหยาบออกมาเปน “ดวงกาย” และดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู ซง่ึ เจรญิ เตบิ โตออกมา เปน กาย ใจ จติ และวญิ ญาณ ภายในขนั ธ ๕ สว นละเอยี ดทส่ี ดุ คอื ตรงกลางวญิ ญาณขนั ธ กย็ งั มธี าตุ ธรรมสว นละเอยี ด ของอายตนะ ๑๒ ไดแ ก อายตนะภายใน ๖ และ อายตนะ ภายนอก ๖ มลี กั ษณะสณั ฐานเปน ดวงกลมใสบรสิ ทุ ธิ์ ซอ นกนั อยเู ปน ชนั้ ๆ เขา ไปขา งในอกี แลว กม็ ีธาตุ ๑๘ ไดแ ก ธาตรุ บั ๖ ธาตกุ ระทบ ๖ และธาตรุ บั รู อกี ๖ ซง่ึ มลี กั ษณะขาวใสบรสิ ทุ ธยิ์ ง่ิ ขน้ึ ไปอกี ซอ นกนั เปน ชนั้ ๆ เขา ไปขา งใน ดงั ทพ่ี ระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ ไดแ สดงไว๕ ๒ วา [อายตนะภายใน ๖] กายทกุ กายมอี ายตนะภายใน ๖ คอื ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ เหมอื น กนั เชน น้ี ทกุ กาย (๑) ตา เรยี กวา จกั ขวายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ประมาณ เทา เมลด็ โพธเ์ิ มลด็ ไทรหรอื หวั เหา ตงั้ อยกู ลางแววตาซา ยขวา เรยี กวา จกั ขปุ ระสาท มี จกั ขธุ าตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา ซอ นอยู ขา งใน สำหรบั เหน็ รปู มีจกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา จกั ขธุ าตุ ซอ นอยชู น้ั ในเขา ไปอกี สำหรบั ใหร แู จง วา รปู อะไร มสี ายทอด ออกไป ๒ สาย/ซา ยขวา ผา นขน้ึ บนสมองศรี ษะ แลว หยงั่ ลงไปภายใน เยอื่ พงั ผดื ขา งหลงั ไปรวมจดอยทู ขี่ นั ธ ๕ ทก่ี ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๒) หู เรยี กวา โสตายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ประมาณเทาขนจามรี ขดเปนวงซอนกันอยู ๗ ชั้น ต้ังอยูกลางแกวหู ๕๒ หลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอ ดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอ่ื ประชาชน วดั ปากน้ำ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๙-๑๒.
5 - 143 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ซา ยขวา เรยี กวา โสตประสาท มโี สตธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธกิ์ วา เลก็ กวา ซอ นอยขู า งใน สำหรบั ฟง เสยี ง มโี สตวญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา โสตธาตุ ซอ นอยชู น้ั ในเขา ไปอกี สำหรบั ใหร แู จง วา เสยี งอะไร มสี าย ๒ สาย ซา ยขวา ทอดออกไป ผา นขนึ้ บนสมองศรี ษะ แลว หยง่ั ลงไปภายในเยอื่ พงั ผดื ขา งหลงั ไปรวมจดอยู ทอี่ ยขู องขนั ธ ๕ ทก่ี ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๓) จมกู เรยี กวา ฆานายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานเหมอื นกบี กวางหรอื ปก รน้ิ ใส สะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ตง้ั อยทู ขี่ อื่ จมกู ขา งในซา ยขวา เรยี กวา ฆานประสาท มฆี านธาตุ ใสสะอาดบริสุทธ์ิกวา เล็กกวา ซอนอยูขางในสำหรับดมกล่ิน มฆี านวญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธกิ์ วา เลก็ กวา ฆานธาตุ ซอ นอยชู นั้ ใน เขา ไปอกี สำหรบั ใหร แู จง วา กลนิ่ อะไร มสี ายทอดออก ๒ สาย ซา ยขวา ผา นขนึ้ ไปบนสมองศรี ษะ แลว หยง่ั ลงภายในเยอ่ื พงั ผดื ขา งหลงั แลว ไปรวม จดอยทู ขี่ นั ธ ๕ ทก่ี ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๔) ลนิ้ เรยี กวา ชวิ หายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานเหมอื นดอกบวั หรอื กลีบบัว ใส สะอาดบริสุทธ์ิ ต้ังอยูทั่วล้ิน เรียกวา ชิวหาประสาท มี ชวิ หาธาตุ ใสสะอาดกวา เลก็ กวา ซอ นอยชู น้ั ในสำหรบั ลมิ้ รส มีชวิ หา- วญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธกิ์ วา เลก็ กวา ชวิ หาธาตุ ซอ นอยชู นั้ ในเขา ไปอกี สำหรบั รแู จง วา รสอะไร มสี ายทอดออกไป ผา นขน้ึ บนสมองศรี ษะ แลว หยง่ั ลงไปภายในเยอ่ื พงั ผดื ขา งหลงั แลว ไปจดอยทู ขี่ นั ธ ๕ ทกี่ ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๕) กาย เรยี กวา กายายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานเหมอื นดอกบวั ใส สะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ตง้ั อยทู ว่ั ทกุ ขมุ ขน เรยี กวา กายประสาท มีกายธาตุ ใส สะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา ซอ นอยชู น้ั ใน สำหรบั รบั เครอ่ื งสมั ผสั ทมี่ าถกู ตอ งกาย มกี ายวญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา กายธาตุ ซอ น อยูช้ันในเขาไปอีก สำหรับรูแจงเครื่องสัมผัสที่มาถูกตองกายน้ันวามีอะไร
5 - 144 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั มสี ายกระจายอยทู ว่ั กาย แตไ ปรวมจดอยทู ข่ี นั ธ ๕ ทก่ี ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ (๖) ใจ เรยี กวา มนายตนะ มลี กั ษณะนอ มไปสอู ารมณ เรียกวา ปกตมิ โน (อรรถกถาจารยแ กว า ภวงั คจติ ) มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาด บรสิ ทุ ธ์ิ ตง้ั อยกู ลางเนอ้ื หวั ใจ เรยี กวา มโนทวาร มี มโนธาตุ ใสสะอาด บรสิ ทุ ธกิ์ วา เลก็ กวา ซอ นอยขู า งใน สำหรบั ใหร ธู รรมารมณท ม่ี ากระทบใจ มี มโนวญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา เลก็ กวา มโนธาตุ ซอ นอยขู า งใน เขา ไปอกี สำหรบั ใหร แู จง อารมณท ม่ี ากระทบใจวา อะไร มสี ายหยัง่ ลงไป จดรวมอยทู ข่ี นั ธ ๕ ทกี่ ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ สายของมนายตนะนี้ ไมผ า นขน้ึ สสู มองศรี ษะเหมอื น ๕ สายนนั้ [อายตนะภายนอก ๖] อายตนะภายใน ๖ คอื ตา หู จมกู ลนิ้ กาย ใจ มสี ขี าว ลกั ษณะกลม ใส สะอาด บรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู นขนั ธ ๕ ดงั นี้ ชนั้ ๑ รปู , ในเขา ไปชน้ั ๒ เวทนา, ในเขา ไปชน้ั ๓ สญั ญา, ในเขา ไปอกี ชนั้ ๔ สงั ขาร, ในเขา ไปอกี ชนั้ ๕ วญิ ญาณ, ในเขา ไปอกี ชน้ั ๖ ตา, ในเขา ไปอกี ชนั้ ๗ ห,ู ในเขา ไปอกี ชน้ั ๘ จมกู , ในเขา ไปอกี ชนั้ ๙ ลนิ้ , ในเขา ไปอกี ชน้ั ๑๐ กาย, ในเขา ไปอกี ชน้ั ๑๑ ใจ ทก่ี ลา วนใี้ นกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ อะไรทำใหเ หน็ ? สายใยชนดิ หนงึ่ สขี าวใสบรสิ ทุ ธ์ิ จดอยใู นกลางขนั ธ ๕ แลว ยาวขน้ึ ไปจดอยกู ลางแววตาซา ยขวา ทเ่ี รยี กวา จกั ขปุ ระสาท ขณะเมอ่ื อายตนะ ภายในภายนอกกระทบกนั มเี มลด็ สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธช์ิ นดิ หนง่ึ วงิ่ ขนึ้ มาตามภายในสายนน้ั มาจดกลางจกั ขปุ ระสาทเปด ประตรู บั เอารปู นนั้ แลว นำเขา ไปในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ตอ จากนนั้ กเ็ ปน หนา ท่ี ของขนั ธ ๕ จะกระทำแกร ปู ทนี่ ำเขา มานนั้ ตอ ไป อายตนะอนื่ นอกนนั้ คอื หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ กม็ สี ายจดอยกู ลาง
5 - 145 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ขนั ธ ๕ แลว ยาวขน้ึ มาจดตามทวารของอายตนะนนั้ ๆ เหมอื นกนั อายตนะภายใน ๖ เหตไุ รจงึ เปน อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า ? เพราะกายท่ี ๕ คอื กายธรรมเปน นจิ จฺ ํ สขุ ํ อตตฺ า จงึ บอกกาย ๔ ขา งตน คอื กายมนษุ ย กายทพิ ย กายปฐมวญิ ญาณหยาบ กายปฐมวญิ ญาณ ละเอยี ด ซงึ่ ยงั ตกอยใู นกองกเิ ลสวา เปน อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า ตา เปน อายตนะคอื เปน บอ เกดิ ของรปู เพราะรปู จะตอ งมารวมทต่ี า รปู เปนบอเกิดของตา เพราะตาจะตองไปรวมที่รูป คือ จักขวายตนะ กับ รปู ายตนะ วง่ิ ชนกนั เหมอื นแพะสองตวั วงิ่ ชนกนั แลว ดงึ ดดู รปู เขา ไปภาย ในสายของตา นำเขา ไปในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ แลว ขนั ธ ๕ ก็กระทำหนาที่กับรูปน้ันตอไป สว นอายตนะอน่ื ๆ คอื หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ กม็ นี ยั เชน เดยี วกนั แลว พจิ ารณา ดว ยพระไตรลกั ษณเ หมอื นกนั [ธาตุ ๑๘] ธาตุ ๑๘ ซอ นอยชู น้ั ในของอายตนะภายใน ๖ เขา ไปอกี ตง้ั แตช นั้ ท่ี ๑๒ ถงึ ชนั้ ที่ ๒๙ ซอ นกนั อยตู ามลำดบั ของธาตุ จกั ขธุ าตเุ ปน ธาตเุ หน็ สขี าวกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ สำหรบั เหน็ รปู เมอ่ื รปู ธาตมุ ากระทบจกั ข-ุ ประสาท วญิ ญาณธาตสุ ขี าวกลมใสสะอาด บรสิ ทุ ธิ์ อยทู กี่ ลางขนั ธ ๕ ใน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ กส็ ง ขนึ้ มาภายในสาย ไปนำรปู มาจากประตคู อื จกั ษุ ประสาท แลว กน็ ำลงไปตามสาย ไปไวใ นกลางของขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตุ ธรรมเดมิ ตอ ไปกเ็ ปน หนา ทข่ี องขนั ธ ๕ ทจี่ ะกระทำแกร ปู ตอ ไป กลา วดว ยจกั ขธุ าตุ รปู ธาตุ วญิ ญาณธาตุ ฉนั ใด แมธ าตอุ น่ื ๆ อกี ๑๕ ธาตุ ก็ฉันน้ัน แตกตางกันในลักษณะสัณฐานบาง แตก็มีกลาวไวในขอ อายตนะภายใน ๖ นนั้ แลว ” ทง้ั ขนั ธ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ ตา งกม็ ดี วงจำ ดวงคดิ และดวงรู เจอื อยดู ว ยทกุ ดวง
5 - 146 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ ไดก ลา วไวว า ๕๓ [เหน็ จำ คดิ ร]ู กายทกุ ๆ กาย เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ นแ้ี หละเปน สง่ิ สำคญั อะไรๆ กต็ อ งสำเรจ็ ดว ยเหน็ จำ คดิ รู ทง้ั สน้ิ กายทกุ ๆ กาย กม็ ี ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ และ เหน็ จำ คดิ รู และ ศนู ยก ลางกาย กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ เหลา นต้ี รงกนั มาตง้ั แตด วงใสตง้ั อยู ในกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ภายใน มาแลว ทกุ ๆ กาย เพราะฉะนน้ั เมอื่ ขยายเปน สว นออกมาภายนอก ตงั้ ปฏสิ นธกิ ด็ ี หรอื เบอื้ งปลายรา งกายเตบิ โตเจรญิ ขนึ้ กด็ ี เหน็ จำ คดิ รู ตา หู จมกู ลนิ้ กาย ใจ ศนู ยก ลางกาย และทตี่ ง้ั กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ กต็ อ งตรงกนั ตามหลกั กำเนดิ ธาตธุ รรม ทปี่ รากฏ เปน หลกั เดมิ อยใู นกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ นน้ั ทกุ ๆ กาย เชน กนั กายทกุ ๆ กายกม็ ขี นั ธ ๕ มี เหน็ จำ คดิ รู มอี ายตนะ ๑๒ มธี าตุ ๑๘ มอี นิ ทรยี ๒๒ เชน เดยี วกบั กายมนษุ ยเ หมอื นกนั ตลอดถงึ สดุ หยาบสดุ ละเอยี ด ของกายทงั้ ๕ กายนน้ั กด็ ี กม็ เี ชน เดยี วกบั กายมนษุ ยเ หมอื นกนั เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ นี้ มเี จอื อยใู นขณะจติ ทกุ ๆ ดวง เวน ไมไ ด จติ ดวงหนงึ่ ๆ กม็ เี หน็ จำ คดิ รู อยใู นนน้ั ดว ยทกุ ๆ ดวง สภาพอนื่ ๆ กม็ เี หน็ จำ คดิ รู เจอื อยดู ว ยเชน จติ เหมอื นกนั คอื ขนั ธ ๕ รปู กม็ เี หน็ จำ คดิ รู, เวทนากม็ ี เหน็ จำ คดิ ร,ู สญั ญา กม็ ี เหน็ จำ คดิ รู, สงั ขารกม็ เี หน็ จำ คดิ ร,ู วญิ ญาณกม็ เี หน็ จำ คดิ รู อายตนะภายใน ๖ ภายนอก ๖ ดวงหนงึ่ ๆ กม็ เี หน็ จำ คดิ รู เจอื อยู ดว ยทกุ ดวง ธาตุ ๑๘ อนิ ทรยี ๒๒ อรยิ สจั ๔ ของกายทงั้ ๕ กายกด็ ี หรอื กายสดุ หยาบสดุ ละเอยี ดของกายทงั้ ๕ กด็ ี ลว นมเี หน็ จำ คดิ รู เจอื อยดู ว ย ทง้ั นน้ั ทกุ ๆ กาย เวน เสยี ไมไ ด เหน็ จำ คดิ รู ทง้ั ๔ นเี้ ปน หลกั สำคญั ตอ ง ๕๓ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอ ดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากนำ้ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๒๕-๒๗.
5 - 147 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั มีเจือทั่วไปในสภาพทั้งปวง เวนเสียไมไดทุกขณะจิต จะตรัสรูมรรคผล กเ็ พราะเหน็ จำ คดิ รู นเ่ี อง จติ จะหยาบและละเอยี ด หรอื จะทำอะไรให เปน สดุ หยาบสดุ ละเอยี ด กเ็ พราะเหน็ จำ คดิ รู นเี่ อง ธาตเุ หน็ กม็ ธี าตจุ ำ ธาตคุ ดิ ธาตรุ ู เจอื อยใู นนน้ั ดว ย, ธาตจุ ำกม็ ธี าตเุ หน็ ธาตคุ ดิ ธาตรุ ู เจอื อยู ในนน้ั พรอ มดว ย, ธาตคุ ดิ กม็ ธี าตเุ หน็ ธาตจุ ำ ธาตรุ ู เจอื อยใู นนนั้ พรอ ม บรบิ รู ณ, ธาตรุ ู กม็ ธี าตเุ หน็ ธาตจุ ำ ธาตคุ ดิ เจอื อยใู นนนั้ พรอ มบรบิ รู ณ เชน เดยี วกนั จงจำไวว า “เหน็ จำ คดิ รู ทง้ั ๔ นแ่ี หละ เปน หลกั ชยั สำคญั ยงิ่ นกั ในการทเ่ี รยี นสมถวปิ ส สนา อบรมจติ ใหส ะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ จติ จะเศรา หมอง หรอื ผอ งใส จะดหี รอื จะชวั่ ประการใด กเ็ พราะเหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ นี่ แหละ จติ จะนงิ่ จะหยดุ เปน ตวั อปั ปนาสมาธแิ นว แนไ ด กเ็ พราะเหน็ จำ คดิ รู ทง้ั ๔ นแี่ หละ เปน สำคญั ยงิ่ ” ในลำดบั นจ้ี ะไดแ นะนำการพจิ ารณาระบบการทำงาน หรอื หนา ทข่ี องธาตุ ธรรมละเอยี ดเหลา น้ี เพอื่ ใหเ หน็ เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม คอื อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อนั เปน ทเี่ กดิ ทด่ี บั สญั โญชน โดยละเอยี ดลกึ ซงึ้ และจะไดร วู ธิ ดี บั สญั โญชนท งั้ หลาย ดว ยการเจรญิ ภาวนาธรรม ทง้ั ในระดบั สมาธแิ ละปญ ญาตอ ไป ใหร วมใจของทกุ กายใหห ยดุ อยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ดทสี่ ดุ แลว ใหใ จของพระธรรมกายเพง ลงไปทก่ี ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย หยดุ ตรกึ นงิ่ ใหด วงธรรมนน้ั ใสสวา งเตม็ ที่ พรอ มดว ยขยายดวงธรรมนน้ั ใหใ สสวา ง หมดทวั่ ทง้ั กาย แลว พจิ ารณาอายตนะภายใน ๖ คอื จกั ขวายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชวิ หายตนะ กายายตนะ และมนายตนะ โดยใหเ รมิ่ ตน ทจี่ กั ขวาย ตนะกอ น ตรงกลางแววตาทงั้ ซา ย-ขวานน้ั แหละ ทต่ี รงกลางแววตาทง้ั ซา ยขวานนั้ พจิ ารณาดใู หด กี จ็ ะเหน็ จกั ขปุ ระสาท ซงึ่ ทำหนา ทเ่ี ปน จกั ขวายตนะ คอื อายตนะเครอ่ื งเหน็ ทางตา สำหรบั รบั รปู มี
5 - 148 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ลกั ษณะสณั ฐานกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ขนาดประมาณเทา เมลด็ โพธเิ์ มลด็ ไทร หรอื หวั เหา ตง้ั อยตู รงกลางแววตาทง้ั ซา ยขวา ตรงกลางจกั ขปุ ระสาทกม็ ี จกั ขธุ าตุ ซงึ่ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา และเลก็ กวา จกั ขปุ ระสาท ซอ นอยขู า งในเขา ไปสำหรบั เหน็ รปู แลว ทต่ี รงกลางจกั ขธุ าตุ กม็ ี จกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ ใสสะอาดบรสิ ทุ ธกิ์ วา เลก็ กวา จกั ขธุ าตุ ซอ นอยขู า งในเขา ไปอกี สำหรบั ใหร แู จง วา เหน็ รปู อะไร มสี ี สณั ฐานอยา งไร และมเี สน เลก็ ๆ ขาวใสบรสิ ทุ ธ์ิ ทอดออกไปจากตรงกลางแวว ตาทงั้ สองขา ง ผา นขน้ึ ไปบนสมองศรี ษะ แลว หยงั่ ลงไปในเยอื่ พน้ื หลงั ลงไปรวม จรดอยทู ก่ี ลางขนั ธ ๕ ตรงกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ อะไรทำใหเ หน็ ? เวลาทอ่ี ายตนะภายใน (สำหรบั กรณนี ค้ี อื จกั ขวายตนะ) กบั อายตนะภายนอก (ในกรณนี ค้ี อื รปู ายตนะ) กระทบกนั ดงั เชน วา เมอื่ รปู กระทบสายตา กจ็ ะเหน็ มี ธาตุละเอียดเปนดวงกลมใสสีขาวบริสุทธิ์ คอื ธาตลุ ะเอยี ดของจกั ขวายตนะ ซงึ่ มจี กั ขธุ าตุ และจกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ ซอ นอยู แลน จากศนู ยก ลางขนั ธ ๕ ทต่ี รงกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ นนั้ แหละ ขน้ึ มาตามสายสขี าวบรสิ ทุ ธนิ์ นั้ มาจรดทจ่ี กั ขปุ ระสาท ทตี่ รงกลางแววตาทงั้ ซา ย ขวา ทำหนา ทร่ี บั รปู แลว นำรปู นน้ั แลน กลบั เขา ไปทก่ี ลางขนั ธ ๕ ตรงกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ อกี ทหี นง่ึ พฤตกิ รรมนเี้ ปน ไปอยา งรวดเรว็ มาก การเหน็ รปู กเ็ กดิ ขน้ึ ตง้ั แตด วงกลมใสบรสิ ทุ ธมิ์ าจรดทกี่ ลางจกั ขปุ ระสาท ท่ี ตรงกลางแววตาทง้ั ซา ยขวานนั้ เพราะทก่ี ลางจกั ขปุ ระสาทกม็ จี กั ขธุ าตสุ ำหรบั เหน็ รปู และมจี กั ขวุ ญิ ญาณธาตุ สำหรบั รวู า เปน รปู อะไร ซอ นอยดู ว ยแลว และการ เหน็ นี้ ไมเ ฉพาะแตท ตี่ รงกลางแววตาเทา นน้ั หากแตเ หน็ ไปถงึ “ใจ” อนั ประกอบดว ยดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู อกี ดว ยเปน อตั โนมตั ิ เพราะ เหตวุ า ดวงกลมใสทแ่ี ลน ขน้ึ มารบั รปู จากจกั ขวายตนะ กลบั ไปสกู ลางขนั ธ ๕ ทก่ี ำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ นนั้ กค็ อื ธาตธุ รรมละเอยี ดของจกั ขวายตนะ ซง่ึ ทำหนา ทรี่ บั รปู และมจี กั ขธุ าตุ ซงึ่ ทำหนา ทเี่ หน็ รปู และจกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ ซงึ่ ทำหนา ทร่ี บั รวู า
5 - 149 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เปน รปู อะไร มลี กั ษณะ มสี ี สณั ฐาน อยา งไร ซอ นอยดู ว ยอกี เชน เดยี วกนั และนอกจากนี้ ในธาตธุ รรมละเอยี ดเหลา น้ี กย็ งั มดี วงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู เจอื อยดู ว ยทกุ ดวง จงึ ทำหนา ทเี่ กยี่ วเนอ่ื งถงึ กนั โดยตลอดเปน อตั โนมตั ิ เพราะเมอื่ ตากระทบรปู นน้ั รปู ธาตยุ อ มตอ งผา นดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และ ดวงรเู สมอ อนง่ึ ไดเ คยกลา วมาแลว ในเรอื่ งเวทนานปุ ส สนา-จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ตอนท่ี ๓ วา ดว ยจติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ขอ ที่ ๔ คอื วธิ เี จรญิ ภาวนา เหน็ และ กำจัดหรือปหานอนุสัยกิเลสวา ดวงรูของสัตวที่ยังไมบรรลุโลกุตตรธรรมนั้นมี อวชิ ชานสุ ยั หอ หมุ อยอู ยา งหนาแนน สว นดวงเหน็ กบั ดวงจำกม็ ี ปฏฆิ านสุ ยั หอ หมุ อยู และดวงคดิ กม็ ี กามราคานสุ ยั หอ หมุ อยู จงึ ไมข ยายโตเตม็ สว นเหมอื น กายธรรมหรอื ธรรมกาย เพราะฉะนน้ั เวลาทร่ี ปู มากระทบสายตา ถา เปน รปู ทถ่ี กู ใจ นา พอใจ นา กำหนดั ยนิ ดี เพราะอวชิ ชา คอื ความไมร ใู นสภาวะของธรรมชาตติ ามทเ่ี ปน จรงิ วา ธรรมชาติที่ประกอบดวยปจจัยปรุงแตงน้ัน มีสามัญญลักษณะเปนอนิจจัง ทกุ ขงั และอนตั ตา กจ็ ะยดึ มนั่ ถอื มนั่ เคลบิ เคลมิ้ ไปในรปู นน้ั ทนี ี้ ถา หากจติ ใจไมไ ดร บั การอบรมใหส งบ ใหห ยดุ ใหน ง่ิ ปลอ ยจติ ใจให เคลบิ เคลมิ้ ไปในอารมณท นี่ า รกั นา พอใจนม้ี ากๆ เขา กเิ ลสทส่ี ะสมหมกั ดอง อยใู นจติ ใจ ไดแ ก กามราคานสุ ยั ปฏฆิ านสุ ยั และ อวชิ ชานสุ ยั กจ็ ะฟงุ ขน้ึ มา ครอบคลมุ จติ ใจ ยอ มจติ ยอ มใจใหเ ปน ไปตามสภาพของมนั (คอื กเิ ลส) ดว ย เหตนุ ้ี สนี ำ้ เลย้ี งของจติ ซงึ่ ถกู เจอื ดว ยกเิ ลสนน้ั เปลยี่ นสจี ากทเ่ี คยขาว ใส สะอาด บรสิ ทุ ธิ์ มาเปน สตี า งๆ ตามสภาพของกเิ ลสทเ่ี ขา มาผสมนนั้ เปน ตน วา จติ ทป่ี ระกอบดว ยกามตณั หาหรอื ภวตณั หา และราคะ หรอื โลภะ กจ็ ะเหน็ มลี กั ษณะเปน สชี มพู จนถงึ เกอื บเปน สแี ดง จติ ทรี่ ะคนดว ยวภิ วตณั หา และ ปฏฆิ ะหรอื โทสะ กจ็ ะเหน็ เปน สเี ขยี วคล้ำไปจนเกอื บเปน สดี ำ๕๔ และจติ ทร่ี ะคน ๕๔ วสิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๒ พมิ พค รงั้ ท่ี ๙ พ.ศ. ๒๕๔๐ หนา ท่ี ๒๕๑
5 - 150 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดว ยโมหะ กจ็ ะเปน สขี นุ เหมอื นตม หรอื สเี กอื บเทา หรอื เปน สตี ะกว่ั ตดั เปน ตน กจ็ ะ ดลจติ ดลใจใหย ดึ มน่ั ถอื มน่ั ในสงั ขารธรรม มรี ปู ารมณเ ปน ตน ดว ยตณั หาและทฏิ ฐิ แลว ปฏบิ ตั ทิ างกาย ทางวาจา และทางใจ ดว ยเจตนาความคดิ อาน ตามอำนาจ ของกเิ ลสตณั หาอปุ าทานนน้ั สญั โญชน คอื กเิ ลสเครอื่ งรอ ยรดั ใหต ดิ อยกู บั โลก ยอ มเกดิ ขน้ึ ดว ยประการ ฉะนี้ และเมอื่ ปฏบิ ตั ติ ามอำนาจของกเิ ลส ตณั หา อปุ าทานแลว กเ็ ปน ทกุ ข อาการของใจทสี่ มั พนั ธก บั อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ จะเหน็ มตี วั อยา งดงั เชน เมอื่ รปู กระทบสายตาแลว จติ ปรงุ แตง (สงั ขาร) วา นา รกั นา ใคร “ใจ” (ดวง เหน็ -จำ-คดิ -ร)ู ซง่ึ ตง้ั อยตู รงกลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายดวงเดมิ จะตกศนู ย ไปยงั ศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๖ ถา ยทอดกรรมเดมิ แลว ปรงุ เปน ดวงธรรมท่ี ทำใหเ ปน กาย พรอ มดว ย “ใจ” (ดวงเหน็ -จำ-คดิ -ร)ู ดวงใหม อนั มอี กศุ ลเจตสกิ ธรรม คอื กามราคานสุ ยั (เครอื่ งหมุ ของดวงคดิ ) และ อวชิ ชานสุ ยั (เครอื่ งหมุ ของดวงร)ู ซง่ึ ตง้ั ซอ นอยตู รงกลางดวงสมทุ ยั คอื กามตณั หา และภวตณั หา ลอย เดน ขนึ้ มาตรงศนู ยก ลางกายฐานที่ ๗ กาม ราคานสุ ยั กฟ็ งุ ขนึ้ มายอ มสนี ้ำ เลย้ี งของจติ (เหน็ เปน สชี มพขู นุ ๆ) ใหเ กดิ ความกำหนดั ยนิ ดี ทง้ั กเิ ลส คอื อวชิ ชา นสุ ยั และตณั หาคอื ความทะยานอยาก กด็ ลจติ ใจใหย ดึ มนั่ ถอื มน่ั ในสงั ขารธรรม ไดแ ก รปู ารมณท น่ี า ยนิ ดพี อใจนนั้ และใหป ฏบิ ตั ติ ามอำนาจของกเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน (ดว ยตณั หา คอื ความทะยานอยากไดไ วใ นครอบครอง อยากเสพพสั ดกุ าม นน้ั ) จงึ เปน เหตใุ หเ กดิ ทกุ ข ถา ไดส มใจหวงั ก็ “เสวยสขุ เวทนามอี ามสิ ” เมอื่ ตอ งพลดั พรากจากกนั ไปกด็ ี หรอื ถา ไมไ ดด ง่ั ใจหวงั ก็ “เสวยทกุ ขเวทนามอี ามสิ ” ความเสวยสขุ หรอื ทกุ ขเวทนา หรอื อทกุ ขมสขุ เวทนา ดงั กลา วน้ี เปน สภาพไมเ ทยี่ ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะแปรปรวนไป (วปิ รณิ ามธมมฺ )ํ และมใิ ชต วั ตน บคุ คล เราเขา ของเรา ของเขา ทแี่ ทจ รงิ (อนตตฺ า) ของใคร ผใู ดเลย ผยู ดึ มนั่ ถอื มน่ั ดว ยตณั หาและทฏิ ฐจิ งึ เปน ทกุ ขไ ปตลอด พระอรยิ เจา ผไู ดเ รยี นรู ไดเ หน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขน้ึ และเสอื่ มไปของสงั ขารธรรมทง้ั หลาย
5 - 151 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดว ยปญ ญา กเ็ บอ่ื หนา ยในทกุ ข และคลายถอนจากตณั หา อปุ าทาน ถงึ ซงึ่ ความสขุ ดว ยความสงบ เพราะพน ทกุ ข การเจรญิ ภาวนาพจิ ารณาเหน็ จกั ขวายตนะ จกั ขธุ าตุ จกั ขวุ ญิ ญาณธาตุ และรปู ธาตุ วา ทำหนา ทเ่ี กยี่ วขอ งสมั พนั ธก นั อยา งไร และเปน ทเี่ กดิ ทดี่ บั ของ สญั โญชนอ ยา งไร การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื การพจิ ารณา เหน็ อายตนะและธาตอุ น่ื ๆ กท็ ำหนา ทเ่ี กย่ี วขอ งสมั พนั ธก นั อยา งนน้ั และเปน ทเี่ กดิ ทด่ี บั ของสญั โญชน กอ็ ยา งนนั้ จะตา งกนั บา งกแ็ ตล กั ษณะสณั ฐาน ของอายตนะและธาตตุ า งๆ เทา นนั้ ซง่ึ หลวงพอ วดั ปากนำ้ ทา นไดแ สดงไว ดแี ลว จงึ จะไมก ลา วซำ้ อกี ขอผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาธรรมจงพจิ ารณาดเู องเถดิ นค้ี อื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม คอื อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ เปน ทง้ั ภายใน และ ภายนอก ชอื่ วา “ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” สว นการเหน็ ลกั ษณะของใจตนเองทเี่ ปน สขุ หรอื ทกุ ข หรอื ไมส ขุ ไมท กุ ข โดย เหน็ ดวงใจใสหรอื ขนุ หรอื ปานกลางนน้ั เรยี กวา เหน็ เวทนาในเวทนา เปน ภาย ใน แตถ า เหน็ เวทนาของผอู น่ื กเ็ รยี กวา เหน็ เวทนาในเวทนา เปน ภายนอก ซงึ่ เปน ลกั ษณะของการเจรญิ “เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” อนง่ึ อาการทจ่ี ติ ฟงุ ซา นออกไปรบั อารมณภ ายนอกมากเพยี งใด กจ็ ะ เหน็ จติ คอื “ดวงคดิ ” ลอยอยเู หนอื นำ้ เลยี้ งของใจมากขนึ้ เพยี งนนั้ ซง่ึ นก้ี ค็ อื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ จติ ในจติ วา สงบเปน สมาธิ หรอื ฟงุ ซา น อกี ดว ย สว นการเหน็ สภาวะของจติ ของตนเองวา ระคนดว ยกเิ ลส โดยเหน็ สนี ้ำเลยี้ ง ของจิตท่ีเปล่ียนไปตามสภาวะของกิเลสท่ีเขามาผสมก็ดี หรือเห็นวาจิตไม ฟงุ ซา น หรอื สงบ โดยเหน็ อาการลอยของจติ ในเบาะน้ำเลยี้ งของใจใน ลกั ษณะ ตา งๆ ทก่ี ลา วมาแลว กด็ ี เรยี กวา เหน็ จติ ในจติ เปน ภายใน และถา เหน็ สภาวะ ของจติ ผอู น่ื ในทำนองเดยี วกนั กเ็ รยี กวา เหน็ จติ ในจติ เปน ภายนอก ซงึ่ เปน ลกั ษณะของการเจรญิ “จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน”
5 - 152 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมื่อผูปฏิบัติภาวนาธรรมพิจารณาเห็นสัญโญชนเกิดข้ึน ณ ที่ใด และโดย ประการใด พงึ ละสญั โญชน ณ ทนี่ นั้ โดยประการดงั ตอ ไปน้ี (๑) พงึ มศี ลี สงั วร คอื ความสำรวมระวงั ในศลี ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ อยเู สมอ (๒) พงึ มอี นิ ทรยี ส งั วร คอื ความสำรวมอายตนะภายใน ไดแ ก ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ เมอื่ กระทบกบั อายตนะภายนอก ไดแ ก รปู เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ (สงิ่ สมั ผสั ทางกาย) และธรรมารมณท จี่ ติ ปรงุ แตง (สงั ขาร) เปน อฏิ ฐารมณห รอื อนฏิ ฐารมณ กร็ ะวงั มใิ หห ลงเคลบิ เคลมิ้ กำหนดั ยนิ ดใี น อารมณท นี่ า รกั และมใิ หห ลงเคยี ดแคน ชงิ ชงั ในอารมณท ไ่ี มน า รกั (๓) พงึ เจรญิ สมถวปิ ส สนา เมอื่ อายตนะภายนอกมากระทบกบั อายตนะภายใน กร็ วมใจหยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ กลางของกลางๆๆ ดวงธรรมทท่ี ำให เปน กายทส่ี ดุ ละเอยี ด อยเู สมอ สำหรบั ผถู งึ ธรรมกาย กร็ วมใจของทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลางธรรมกาย อรหตั ในอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ด อยเู สมอ เมอ่ื จติ ไมส งั ขาร คอื ไมป รงุ แตง สญั โญชนก ไ็ มเ กดิ ทเ่ี กดิ แลว กด็ บั ไป จิตใจก็จะสงบระงับจากกิเลสนิวรณ แลวพิจารณาสภาวะของสังขารธรรม ดงั กลา ว คอื พจิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา เหน็ จติ ในจติ และเหน็ ธรรมในธรรม (อนั มอี ายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อรยิ สจั ๔ ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ เปน ตน ) ใหเ หน็ แจง รแู จง ตามธรรมชาตทิ เ่ี ปน จรงิ กลา วคอื เหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขน้ึ และความเสอื่ มไปของสงั ขาร/สงั ขตธรรม ทป่ี ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง หรอื เหน็ สามญั ญลกั ษณะของสงั ขาร/สงั ขตธรรมทง้ั หลายทง้ั ปวง วา เปน อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า กจ็ ะเบอื่ หนา ยในทกุ ข และเปน ทางใหค ลายตณั หา อปุ าทาน และ ความกำหนดั จติ กย็ อ มหลดุ พน บรสิ ทุ ธผ์ิ อ งใส สงบ และถงึ มรรคผลนพิ พาน ตามระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด.
5 - 153 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๐.๔ สรปุ ผลของการเจรญิ เวทนานปุ ส สนา จติ ตานปุ ส สนา และธมั มานปุ ส สนา [อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘] กลา วโดยสรปุ การเจรญิ เวทนานปุ ส สนา จติ ตานปุ ส สนา และ ธมั มานปุ ส สนาสติ ปฏ ฐานนนั้ ชว ยใหผ ปู ฏบิ ตั ภิ าวนารเู หตุ และกระบวนการเกดิ และดบั ของเวทนา ของจติ และ ของสัญโญชน โดยนัยนี้ จึงชวยใหผูปฏิบัติภาวนาสามารถรูลูทางในการดับเวทนาดวย สมถกมั มฏั ฐาน และรวู ธิ คี ลายความยดึ มน่ั ถอื มน่ั ใน สงั ขาร/สงั ขตธรรมทงั้ หลาย มเี บญจขนั ธ เปน ตน ดว ยสมถ วปิ ส สนากมั มฏั ฐาน อนั เปน ทางกำจดั ตณั หาและทฏิ ฐใิ หส นิ้ เชอ้ื ไมเ หลอื เศษ ตอ ไปนน่ั เอง ๑๐.๔.๑ ในกรณกี ารดบั เวทนาดว ยสมถกมั มฏั ฐาน นนั้ กค็ อื วา เมอื่ จติ ใจไดร บั การฝก ใหห ยดุ ใหน ง่ิ และประกอบดว ยปญ ญารแู จง ในสจั จธรรม โดยเฉพาะอยา งยงิ่ รเู ทา ทนั ในสภาวะของธรรมชาตทิ ป่ี ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง ตามทเ่ี ปน จรงิ คอื เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และอนตั ตา แลว มสี ตสิ มั ปชญั ญะคอื ความ รูสึกตัวพรอมและรูสึกผิดชอบชั่วดีแลว แมจะมีสิ่งท่ีจะกอใหเกิดเวทนาจาก ภายนอก เปน ตน วา รปู เสยี ง กลนิ่ รส สงิ่ สมั ผสั ทางกาย และธรรมารมณ มา กระทบกบั อายตนะภายในหรอื ทวารตา งๆ เชน ตา หู จมกู ลน้ิ กาย กท็ ำใจให หยดุ นง่ิ เสยี โดยรวมใจหยดุ ในหยดุ กลางของกลาง หยดุ ในหยดุ เรอื่ ยไป ไมว า จะลมื ตาหรอื หลบั ตากป็ ฏบิ ตั ไิ ด การปฏบิ ตั ดิ งั กลา วกจ็ ะเปน ผลใหธ าตลุ ะเอยี ดของขนั ธ ๕ อายตนะ ๑๒ และ ธาตุ ๑๘ ซง่ึ ซอ นกนั อยเู ปน ชนั้ ๆ และมดี วงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู เจอื อยดู ว ยทกุ ดวงนน้ั รวมหยดุ นง่ิ เปน จดุ เดยี วกนั มากนอ ยตามสว นทสี่ ามารถกระทำ ได เทา ทโ่ี อกาสและสภาพแวดลอ มจะอำนวยให และนนั่ กห็ มายความวา “ใจ” ไมท ำหนา ทปี่ รงุ แตง อารมณ ไมท ำหนา ทรี่ บั รอู ารมณ และไมท ำหนา ทเ่ี สวยอารมณ จากภายนอกทมี่ ากระทบตา หู จมกู ลน้ิ หรอื กายเนอ้ื นน่ั เอง เพราะฉะนนั้ เวทนา ทเ่ี กดิ กบั กาย กส็ กั แตว า เกดิ กบั กาย เกดิ ขน้ึ แลว ยอ มดบั ไป แตห าไดก ระทบ
5 - 154 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กระเทอื นถงึ “ใจ” ดว ยไม หรอื กระทบถงึ บา งกเ็ ปน แตเ พยี งสว นนอ ย พอทจี่ ะมี สติสัมปชัญญะรูเทาทันในกระบวนการของจิตท่ีจะปรุงแตงอารมณใหเกิดเวทนา ทงั้ หลายเหลา นนั้ รขู อ ดี ขอ เสยี และทางออกจากเวทนาเหลา นน้ั ไดโ ดยไมย าก อาการทจ่ี ติ ไมส งั ขารคอื ไมป รงุ แตง อารมณ ไมร บั รู และไมเ สวยอารมณ ทกุ ข สขุ ไมท กุ ขไ มส ขุ นเ้ี อง ทเี่ ปน ผลใหเ วทนาถกู ขม ใหร ะงบั ลงโดยสมถภาวนา เปน เบอื้ งตน และโดยนยั น้ี ทกุ ขย อ มดบั ลงไดต ามสว นท่ี “ใจ” หยดุ นง่ิ เปน อารมณเ ดยี ว ณ ศนู ยก ลางกาย เรยี กวา วกิ ขมั ภนวมิ ตุ ติ (หลดุ พน จากทกุ ข โดยการขม กเิ ลส) ๑๐.๔.๒ สว นวา อนสุ ยั อนั เนอ่ื งแตเ วทนา นนั้ ยอ มสามารถกำจดั ใหห มดสน้ิ ไป เปน สมจุ เฉทปหาน ไดด ว ยวปิ ส สนาปญ ญาและโลกตุ ตรปญ ญา จากการเจรญิ วปิ ส สนากมั มฏั ฐาน ผลจากการเจรญิ ภาวนาดงั กลา ว จงึ ชว ยใหผ ปู ฏบิ ตั ธิ รรมสามารถแยกเวทนา ทเ่ี กดิ กบั กายใหอ อกจากใจไดอ ยา งสมั ฤทธผ์ิ ล คอื ใหเ ปน สกั แตว า เปน เวทนาที่ เกดิ กบั กาย แลว กด็ บั ไป แตม ไิ ดก ระทบกระเทอื นถงึ ใจ หรอื ใหก ระทบกระเทอื น ถงึ ใจแตเ พยี งเลก็ นอ ย จติ ใจจงึ เปน อสิ ระไมเ ลอ่ื นลอยตามอารมณท ม่ี ากระทบ หรอื อยา งนอ ยกไ็ มถ งึ กบั ตอ งสยบอยใู นอารมณท น่ี า รกั หรอื เคยี ดแคน ชงิ ชงั ในอารมณ ทไี่ มน า รกั อนั เปน ทางใหก เิ ลส ตณั หา ทฏิ ฐิ เขา มามอี ำนาจเหนอื จติ ใจ ดลจติ ดลใจใหป ฏบิ ตั ติ ามอำนาจของมนั ได อนั เปน ผลใหก าย วาจา และใจ บรสิ ทุ ธ์ิ ได บรรลมุ รรค ผล นพิ พาน ตอ ไปตามลำดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด เมอื่ ทฏิ ฐคิ อื ความเหน็ ผดิ กเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน อนั เปน เหตแุ หง ทกุ ข ถกู กำจัดใหหมดส้ินไปดวยสมถกัมมัฏฐาน อันเปนธรรมเครื่องสงบระงับกิเลส นวิ รณ และดว ยวปิ ส สนากมั มฏั ฐาน ธรรมเครอ่ื งเจรญิ ปญ ญา ทงั้ วปิ ส สนา ปญ ญาและโลกตุ ตรปญ ญา ดงั น้ี ทกุ ขก ย็ อ มดบั ลงตามดว ยโดยอตั โนมตั ิ ดังท่ีพระพุทธองคไดทรงประทานพระบรมพุทโธวาทไววา
5 - 155 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั “ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ปถุ ชุ นผมู ไิ ดเ รยี นรู ยอ มเสวยสขุ เวทนาบา ง ทกุ ขเวทนาบา ง อทกุ ขมสขุ เวทนา [คอื ความเฉยๆ ไมท กุ ขไ มส ขุ ] บา ง. อรยิ สาวกผไู ดเ รยี นรแู ลว กย็ อ มเสวยสขุ เวทนาบา ง ทกุ ขเวทนาบา ง อทกุ ขมสขุ เวทนาบา ง. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ในกรณนี น้ั อะไรเปน ความ พเิ ศษ เปน ความแปลก เปน ขอ แตกตา ง ระหวา งอรยิ สาวกผไู ด เรยี นรู กบั ปถุ ชุ นผมู ไิ ดเ รยี นรู ... ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ปถุ ชุ นผมู ไิ ดเ รยี นรู ถกู ทกุ ขเวทนากระทบเขา แลว ยอ มโศกเศรา ครำ่ ครวญ ร่ำไห รำพนั ตอี กรอ งไห หลงใหล ฟน เฟอ นไป เขายอ มเสวยเวทนาทง้ั สองอยา ง คอื เวทนาทางกาย และ เวทนาทางใจ ... อนง่ึ เพราะถกู ทกุ ขเวทนานน้ั กระทบ เขายอ มเกดิ ความขดั ใจ เมอื่ เขามคี วามขดั ใจเพราะทกุ ขเวทนา ปฏฆิ านสุ ยั เพราะทกุ ขเวทนา กย็ อ มนอนเนอื่ ง. เขาถกู ทกุ ขเวทนา กระทบเขา แลว กห็ นั เขา ระเรงิ กบั กามสขุ [คอื ความสขุ ในการสนองความตอ งการทางตา หู จมกู ลน้ิ และกาย เชน หนั เขา หาการดม่ื สรุ า และสง่ิ บนั เทงิ เรงิ รมย ตา งๆ เปน ตน ] เพราะอะไร เพราะปถุ ชุ นผมู ไิ ดเ รยี นรู ยอ มไมร ู ทางออกจากทกุ ขเวทนา ออกไปจากกามสขุ และเมอ่ื เขาระเรงิ อยู กบั กามสขุ ราคานสุ ยั เพราะสขุ เวทนานนั้ กย็ อ มนอนเนอื่ ง ... เขา ยอ มไมร เู ทา ทนั ในความเกดิ ขนึ้ และความเสอื่ มสลายไป ขอ ดี ขอ เสยี ของเวทนาเหลา นน้ั ตามทเ่ี ปน จรงิ และไมร เู ทา ทนั ในทางออกจาก เวทนาเหลา นน้ั ตามทค่ี วรจะเปน เมอ่ื เขาไมร เู ทา ทนั ในความเกดิ ขน้ึ และความเสอ่ื มสลายไป ขอ ดี ขอ เสยี ของเวทนาเหลา นนั้ ตามท่ี เปน จรงิ และไมร เู ทา ทนั ในทางออกจากเวทนาเหลา นนั้ ตามทค่ี วร จะเปน อวชิ ชานสุ ยั เพราะอทกุ ขมสขุ เวทนากย็ อ มนอนเนอื่ ง ถา ไดเ สวยสขุ เวทนา เขากเ็ สวยอยา งถกู มดั ตวั [คอื ประกอบดว ย
5 - 156 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน]. ถา เสวยทกุ ขเวทนา เขากเ็ สวยอยา งถกู มัดตัว. ถาเสวยอทุกขมสุขเวทนา เขาก็เสวยอยางถูกมัดตัว. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย นแ้ี ล เรยี กวา ปถุ ชุ นผมู ไิ ดเ รยี นรู ผปู ระกอบดว ยชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส เราเรยี ก วา ผปู ระกอบดว ยทกุ ข. ภิกษุทั้งหลาย ฝายอริยสาวกผูไดเรียนรู ถูกทุกขเวทนา กระทบเขา แลว ยอ มไมเ ศรา โศก ไมค รำ่ ครวญ ไมพ ไิ รรำพนั ไมต อี ก รอ งไห ไมห ลงใหลฟน เฟอ น เธอยอ มเสวยเวทนาทางกายอยา ง เดยี ว ไมเ สวยเวทนาทางใจ ... อนงึ่ เธอยอ มไมม คี วามขดั ใจ เพราะทกุ ขเวทนานนั้ เมอ่ื ไมม ี ความขดั ใจ เพราะทกุ ขเวทนา ปฏฆิ านสุ ยั เพราะทกุ ขเวทนานน้ั ยอ ม ไมนอนเน่ือง. เธอถูกทุกขเวทนากระทบ ก็ไมหันเขาระเริงกับ กามสขุ . เพราะอะไร ? เพราะอรยิ สาวกผเู รยี นรแู ลว ยอ มรู ทางออกจากทกุ ขเวทนาออกจากกามสขุ ไปอกี . เมอ่ื เธอไมร ะเรงิ กบั กามสขุ ราคานสุ ยั เพราะสขุ เวทนากไ็ ม นอนเนอ่ื ง. เธอยอ มรเู ทา ทนั ในความเกดิ ขนึ้ และความเสอ่ื มสลาย ไป ขอ ดี ขอ เสยี ของเวทนาเหลา นน้ั ตามทเ่ี ปน จรงิ และรเู ทา ทนั ใน ทางออกจากเวทนาเหลาน้ันตามที่ควรจะเปน เม่ือเธอยอมรูเทาทันในความเกิดข้ึนและความเส่ือมสลายไป ขอ ดี ขอ เสยี ของเวทนาเหลา นนั้ ตามทเี่ ปน จรงิ และรเู ทา ทนั ใน ทางออกจากเวทนาเหลา นน้ั ตามทคี่ วรจะเปน อวชิ ชานสุ ยั เพราะ อทกุ ขมสขุ เวทนากไ็ มน อนเนอ่ื ง. ถา เสวยสขุ เวทนา เธอกเ็ สวยอยา ง ไมถ กู มดั ตวั [คอื ไมป ระกอบดว ยกเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน]. ถา เสวย ทกุ ขเวทนา เธอกเ็ สวยอยา งไมถ กู มดั ตวั ถา เสวยอทกุ ขมสขุ เวทนา เธอกเ็ สวยอยา งไมถ กู มดั ตวั
5 - 157 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภกิ ษทุ งั้ หลาย นเ้ี รยี กวา อรยิ สาวกผไู ดเ รยี นรู ผปู ราศจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส เราเรยี กวา ผูปราศจากทุกข. ภิกษุทั้งหลาย น้ีแหละเปนความพิเศษ เปนความแปลก เปน ขอ แตกตา ง ระหวา งอรยิ สาวกผไู ดเ รยี นรู กบั ปถุ ชุ นผมู ไิ ด เรียนรู.”๕๕ ๑๐.๔.๓ ผลดขี องการเจรญิ ภาวนาตามวชิ ชาธรรมกาย บำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ๔ การเจริญสติปฏฐาน ๔ ซึ่งพระพุทธองคทรงตรัสวาเปนทางสายเอก (เอกายนมรรค) นนั้ มคี วามมงุ หมายใหป ฏบิ ตั ทิ งั้ ในภาคสมถะและภาควปิ ส สนา- กมั มฏั ฐานควบคกู นั ไป จงึ ชอื่ วา กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เวทนานปุ ส สนา- สตปิ ฏ ฐาน จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน และธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ทงั้ น้ี กเ็ พอื่ ใหผ ปู ฏบิ ตั ไิ ดร บั ผลทง้ั ในสว นทท่ี ำใหใ จหยดุ สงบ นง่ิ เปน อารมณเ ดยี ว เพอื่ กำจดั นวิ รณธรรมทง้ั หลาย และในสว นของการเจรญิ ปญ ญารแู จง ในสภาวะของ ธรรมชาติทั้งที่ประกอบดวยปจจัยปรุงแตง (สังขาร/สังขตธรรม) และท้ังท่ีไม ประกอบดวยปจจัยปรุงแตง (วิสังขาร/อสังขตธรรม) ตามที่เปนจริง เพื่อเจริญ วปิ ส สนาปญ ญาและโลกตุ ตรปญ ญา ใหส ามารถปหานอวชิ ชา ตณั หา อปุ าทาน หรอื สญั โญชน อนั เปน เหตแุ หง ทกุ ขท ง้ั หลายใหห มดสน้ิ ไป แลว จติ ใจกจ็ ะสะอาด บรสิ ทุ ธผ์ิ อ งใสจากทงั้ นวิ รณธรรม และจากทงั้ อวชิ ชาอนั เปน มลู รากฝา ยเกดิ ทกุ ข ทงั้ ปวง เปน สขุ อยดู ว ยความสงบกาย วาจา และใจ สมดงั บาลพี ระพทุ ธภาษติ ทว่ี า “นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ํ - สขุ อน่ื ยงิ่ กวา ความสงบ [กาย วาจา ใจ] ยอ มไมม ”ี อนงึ่ ยงิ่ ผปู ฏบิ ตั ธิ รรมเจรญิ ภาวนาไดถ งึ ขนั้ วมิ ตุ ตหิ ลดุ พน จากอาสวกเิ ลส และ ถงึ วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะเพยี งใด ธรรม ๒ อยา ง คือ สมถะและวปิ ส สนา ของ ทา นผนู นั้ กย็ อ มเขา กนั ไดโ ดยแนบสนทิ เพยี งนน้ั ๕๕ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค ขอ ๓๖๙-๓๗๒ หนา ๒๕๗ ๒๖๐.
5 - 158 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั การเจรญิ ภาวนาตามแนววชิ ชาธรรมกายของพระพทุ ธเจา นนั้ เปน กมั มฏั ฐาน แบบที่เจริญทั้งสมถะและวิปสสนาควบคูกันไป ซึ่งตรงกับความมุงหมายของ สตปิ ฏ ฐานทกุ ประการ กลา วคอื ใหร วมใจหยดุ ในหยดุ ณ ศนู ยก ลางกายไวเ สมอทกุ อริ ยิ าบถ หรอื อยา งนอ ยกใ็ หค รงึ่ หนงึ่ ของใจ หยดุ อยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ด ท่ีสุดนั้น ยอมยังผลใหนิวรณธรรมถูกระงับหรือกำจัดใหหมดสิ้นไปจากจิตใจ ตามระดบั สมาธทิ ท่ี รงอยู และการทจี่ ติ ใจรวมหยดุ อยใู นอารมณเ ดยี วอยเู สมอนเี้ อง เปน ผลใหผ ปู ฏบิ ตั ธิ รรมนนั้ มสี ตสิ มั ปชญั ญะพจิ ารณาเหน็ ทงั้ กายในกาย เวทนาใน เวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม เปน ทงั้ ภายในและภายนอก ไดส มบรู ณย งิ่ ขนึ้ พรอ มกบั สามารถเหน็ ทางออกจากเวทนาไดโ ดยอตั โนมตั ิ จงึ เปน เครอ่ื งชว ยปอ งกนั และกำจดั กเิ ลส ตณั หา และอปุ าทานในเบญจขนั ธ ไดเ ปน อยา งดี นอกจากน้ี ผลจากการรวมใจ อยางนอยคร่ึงหน่ึงของใจ ใหหยุดอยู ณ ศนู ยก ลางกายอยเู สมอ ทกุ อริ ยิ าบถดงั กลา ว ยงั เปน เครอื่ งชว ยใหผ ปู ฏบิ ตั ธิ รรม มอี นิ ทรยี ส งั วรและศลี สงั วร ดขี นึ้ ผลรวมของการเจรญิ ภาวนาดงั กลา วน้ี กย็ งิ่ ชว ยบำรงุ อรยิ มรรคมอี งค ๘ ใหเจริญขึ้น อยางรวดเร็ว และในขณะเดียวกัน ก็พลอยใหสติปฏฐาน ๔ สมั มปั ปธาน ๔ อทิ ธบิ าท ๔ อนิ ทรยี ๕ พละ ๕ และ โพชฌงค ๗ เจรญิ งอก งามบริบูรณขึ้นดวย และ ธรรมท้ัง ๒ อยางน้ี คอื ท้ังสมถะและวิปสสนา ของทานผูปฏิบัติ ธรรมนน้ั กย็ ง่ิ เขา คกู นั ไดอ ยา งสนทิ แนน แฟน ดงั พระพทุ ธภาษติ วา “ภกิ ษทุ ง้ั หลาย เมอื่ บคุ คลรอู ยเู หน็ อยซู งึ่ จกั ษุ ตามทเี่ ปน จรงิ , รอู ยเู หน็ อยซู งึ่ รปู ตามทเ่ี ปน จรงิ , รอู ยเู หน็ อยซู ง่ึ ความรแู จง ทางจกั ษุ ตามทเี่ ปน จรงิ , รอู ยเู หน็ อยซู งึ่ สมั ผสั ทางจกั ษุ ตามทเี่ ปน จรงิ และ
5 - 159 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั รอู ยเู หน็ อยซู ง่ึ เวทนาอนั เกดิ จากสมั ผสั ทางจกั ษเุ ปน ปจ จยั ทเี่ ปน สขุ บา ง ทกุ ขบ า ง ไมท กุ ขไ มส ขุ บา ง ตามทเ่ี ปน จรงิ เขายอ มไมห ลงรกั ในจกั ษุ ไมห ลงรกั ในรปู ไมห ลงรกั ในความรแู จง ทางจกั ษุ ไมห ลง รกั ในสมั ผสั ทางจกั ษุ และไมห ลงรกั ในเวทนาอนั เกดิ จากสมั ผสั ทาง จกั ษเุ ปน ปจ จยั ทง้ั ทเี่ ปน สขุ เปน ทกุ ข และไมส ขุ ไมท กุ ข เมอ่ื ไมห ลงรกั ไมผ กู ใจ ไมห ลงใหลไปตาม แตม ปี กตพิ จิ ารณา เหน็ โทษของสง่ิ นน้ั ๆ อยู ดงั นแ้ี ลว ความยดึ ถอื ในขนั ธท ง้ั ๕ ของ เขากห็ ยดุ ฟก ตวั ในกาลตอ ไป. ตณั หาคอื ความทะยานอยากทนี่ ำไป สูภพใหมอันระคนดวยความเพลิดเพลินและความกำหนัดรัก ซึ่งมี ปกติเพลินเฉพาะตออารมณน้ันๆ ของบุคคลน้ันก็เส่ือมคลายคืน. ตอ นน้ั ไป ความกระวนกระวายทางกายกเ็ สอื่ มถอยคลายคนื ความ กระวนกระวายทางจติ กเ็ สอื่ มถอยคลายคนื ความรอ นรมุ ทางกาย ก็เส่ือมถอยคลายคืน ความรอนรุมทางจิตก็เสื่อมถอยคลายคืน ความเรารอนทางกายก็เสื่อมถอยคลายคืน ความเรารอนทางจิต กเ็ สอ่ื มถอยคลายคนื เขาไดเ สวยสขุ ทง้ั ทางกายและทางใจ ทฏิ ฐิ ความเหน็ ของเขาผเู ปน แลว อยา งน้ี ยอ มเปน สมั มาทฏิ ฐิ [ความ เขาใจท่ีถูกตอง] ความคิดของผูเปนแลวอยางน้ี ยอมเปน สมั มาสงั กปั ปะ [ความดำรทิ ถี่ กู ตอ ง] ความเพยี รของผเู ปน แลว อยา ง นี้ ยอ มเปน สมั มาวายามะ [ความพยายามทถ่ี กู ตอ ง] ความระลกึ ของผูเปนแลวอยางน้ี ยอมเปน สมั มาสติ [ความระลึกท่ีถูกตอง] สมาธขิ องผเู ปน แลว อยา งน้ี ยอ มเปน สมั มาสมาธิ [ความตง้ั จติ มนั่ ไวใ นแนวทถ่ี กู ตอ ง] กายกรรม วจกี รรม และอาชวี ะ ของเขา กบ็ รสิ ทุ ธด์ิ แี ลว มาตง้ั แตแ รก อรยิ มรรคมอี งค ๘ ของเขา ยอ มถงึ ความเจรญิ เตม็ ท่ี ดว ยอาการอยา งนี้
5 - 160 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอื่ เขาทำอรยิ มรรคมอี งค ๘ ใหเ จรญิ อยอู ยา งนี้ สตปิ ฏ ฐาน ๔ ... สมั มปั ปธาน ๔ ... อทิ ธบิ าท ๔ ... อนิ ทรยี ๕ ... พละ ๕ ... โพชฌงค ๗ ยอ มถงึ ความงอกงามบรบิ รู ณไ ดแ ท ธรรม ๒ อยา งของเขา คอื สมถะและวปิ ส สนา ชอ่ื วา เขา คกู นั ไดอ ยา ง แนน แฟน ”๕๖ อนง่ึ จากผลของการเจรญิ ภาวนาตามแนววชิ ชาธรรมกาย ซง่ึ ชว ยใหร แู จง สภาวะของธรรมชาตทิ เี่ ปน จรงิ จากการทไ่ี ดท ง้ั รแู ละทง้ั เหน็ นเี้ อง จงึ เปน ทปี่ ระจกั ษ ชดั วา การรกู ารเหน็ กระบวนการของจติ ทจ่ี ะปรงุ แตง อารมณ ใหเ กดิ เวทนา ตณั หา อปุ าทาน และสญั โญชน ซงึ่ เกดิ ขน้ึ เนอื่ งจากอายตนะภายนอกกระทบ หรอื สมั ผสั กบั อายตนะภายในอนั ไดแ กท วารตา งๆ แลว ธาตสุ ว นละเอยี ดของอายตนะภายนอก นน้ั ผา นเขา ถงึ วญิ ญาณธาตตุ า งๆ ซงึ่ มดี วงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรซู อ น อยู โดยมปี ระสาทตา งๆ ของกายเนอื้ เปน ทต่ี งั้ และเปน สอื่ ใหธ าตสุ ว นละเอยี ดของ อายตนะภายนอกถงึ วญิ ญาณธาตตุ า งๆ ทง้ั ๖ และใหว ญิ ญาณธาตทุ งั้ ๖ สามารถ ทำหนาที่รูหรือรับรูอารมณภายนอกทั้งหลายเหลานั้นไดน้ีเอง จงึ เหน็ แจง ชดั วา ประสาทกายเนอ้ื ของทวารทงั้ หลาย หาใชเ ปน ตวั รหู รอื ทำหนาท่ีรับรูอารมณจากภายนอก ไมเพียงแตทำหนาที่ เปนที่ตั้งของธาตุ ละเอยี ดของทวารตา งๆ ซง่ึ มวี ญิ ญาณธาตุ และดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรซู อ นอยู และชว ยเปน สอื่ ใหธ าตลุ ะเอยี ดของอายตนะภายนอกได สมั ผสั กบั อายตนะภายใน และในวญิ ญาณธาตตุ า งๆ โดยมดี วงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ และดวงรู ซอ นอยทู ำหนา ทร่ี บั รเู ทา นนั้ เอง ความจรงิ ขอ นี้ ผเู จรญิ สมาธภิ าวนายอ มประจกั ษด ว ยตนเองวา ยง่ิ “ใจ” รวมหยุดอยูในอารมณเดียวไดแนบสนิทเพียงใด การรับรูหรือความรูสึก ตอการสัมผัสระหวางอายตนะภายนอกกับอายตนะภายในหรือทวารตางๆ ยอมนอ ยลงมากเพยี งนนั้ เพราะยงิ่ “ใจ” หยดุ นงิ่ แนบสนทิ เปน จดุ เดยี วกนั ๕๖ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๔ มชั ฌมิ นกิ าย อปุ รปิ ณ ณาสก ขอ ๘๒๘-๘๒๙ หนา ๕๒๓-๕๒๔.
5 - 161 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วญิ ญาณธาตุ ซงึ่ เปน ธาตรุ บั รสู ว นละเอยี ด อนั มีดวงเหน็ ดวงจำ ดวงคดิ (หรอื จติ ) และดวงรู (หรอื วญิ ญาณ) ซอ นอยนู น้ั กย็ ง่ิ ไมท ำหนา ทรี่ บั รอู ารมณแ ละ ปรงุ แตง อารมณจ ากภายนอกทมี่ าสมั ผสั นนั้ ดว ยเหตนุ ี้ ผทู เี่ จรญิ ภาวนาสมาธิ ในระดบั สงู ๆ จงึ มคี วามรสู กึ ในสงิ่ ทม่ี าสมั ผสั กายนอ ยลงๆ หรอื ไดย นิ สรรพสำเนยี ง จากภายนอกแผว เบาลง ตามระดบั ของใจทเ่ี ปน สมาธสิ งู ขน้ึ จนถงึ ไมร สู กึ เลย หรอื ไมไ ดย นิ สรรพสำเนยี งจากภายนอกเลย ทงั้ ๆ ทปี่ ระสาทกายเนอื้ ยงั ดๆี อย.ู ๑๐.๕ อินทรีย ๒๒ พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ไดก ลา ว ถงึ ธาตลุ ะเอยี ดของอนิ ทรยี ๒๒ ไวด งั น๕ี้ ๗ [อนิ ทรยี ๒๒] อนิ ทรยี ๒๒ ซอ นอยชู นั้ ในของธาตุ ๑๘ เขา ไปอกี ซอ นกนั ตาม ลำดบั ของอนิ ทรยี ตง้ั แตช นั้ ที่ ๓๐ ถงึ ชนั้ ที่ ๕๑ ๑) จกั ขนุ ทรยี เหน็ เปน ใหญ ๒) โสตนิ ทรยี ฟง เปน ใหญ ๓) ฆานนิ ทรยี ดมกลนิ่ เปน ใหญ ๔) ชวิ หนิ ทรยี ลม้ิ รสเปน ใหญ ๕) กายนิ ทรยี สมั ผสั เปน ใหญ ทงั้ ๕ น้ี สขี าวกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ อยใู นกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๖) มนนิ ทรยี ใจเปน ใหญ สขี าวกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ อยใู นกลาง ขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๗) อติ ถนิ ทรยี สภาพหญงิ เปน ใหญ ๕๗ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอ ดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากน้ำ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๑๓-๑๕
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 642
Pages: