5 - 162 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘) ปรุ สิ นิ ทรยี สภาพชายเปน ใหญ ทง้ั ๒ น้ี สขี าวกลมใส สะอาด บริสุทธ์ิ ซอนอยูตามลำดับชั้นของอินทรีย ในกลางขันธ ๕ ในกำเนิด ธาตธุ รรมเดมิ ถา หญงิ สขี าวกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธนิ์ น้ั ไหวกระดกิ ขยบั ชา และคอ ยๆ สว นชาย สขี าวกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธน์ิ นั้ ไหวกระดกิ ขยบั ถ่ี และแรงกวา หญงิ นาทหี นงึ่ นบั จำนวนไหวกระดกิ ขยบั ตงั้ ๑๐๐ ครง้ั แรงๆ สว นหญงิ กระดกิ ขยบั นาทหี นง่ึ ราว ๕๐ ครงั้ ครงึ่ หนงึ่ ของชาย และขยบั คอ ยๆ ไมแ รงเหมอื นเพศชาย ๙) ชวี ติ นิ ทรยี ความเปน อยเู ปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าว ใส บรสิ ทุ ธส์ิ ะอาด ซอ นอยชู น้ั ในของปรุ สิ นิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชน้ั ของอนิ ทรยี ในกลางขันธ ๕ ในกำเนิดธาตุธรรมเดิม สำหรับรักษาสภาพอ่ืนๆ ใน รา งกายทกุ สว นใหเ ปน อยู ถา ชวี ติ ดบั สภาพอน่ื ๆ ทกุ สว นในรา งกายกด็ บั ตามกนั หมด ๑๐) สขุ นิ ทรยี ความสขุ เปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใสสะอาด บรสิ ทุ ธิ์ ซอ นอยชู น้ั ในของชวี ติ นิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชนั้ ของอนิ ทรยี ใน กลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๑๑) ทุกขินทรีย ความทุกขเปนใหญ มีลักษณะสัณฐานกลม ดำ ขนุ มวั ไมผ อ งใส ซอ นอยชู น้ั ในของสขุ นิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชนั้ ของอนิ ทรยี ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๑๒) โสมนสั สนิ ทรยี ความดใี จเปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใส สะอาด บรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยชู น้ั ในของทกุ ขนิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชน้ั ของอนิ ทรยี ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๑๓) โทมนสั สนิ ทรยี ความเสยี ใจเปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ดำ ขนุ มวั ไมผ อ งใส ซอ นอยขู า งในของโสมนสั สนิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชน้ั ของอนิ ทรยี ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ
5 - 163 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๔) อเุ ปกขนิ ทรยี ความวางเฉยเปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สเี ทา ใสบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยขู า งในของโทมนสั สนิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชนั้ ของ อนิ ทรยี ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๑๕) สทั ธนิ ทรยี ความเชอ่ื เปน ใหญ ๑๖) วริ ยิ นิ ทรยี ความเพยี รเปน ใหญ ๑๗) สตนิ ทรยี ความระลกึ เปน ใหญ ๑๘) สมาธนิ ทรยี ความตง้ั ใจมน่ั เปน ใหญ ทง้ั ๔ นี้ มลี กั ษณะสณั ฐาน อยางเดียวกัน คือกลม สีขาวใสสะอาด บริสุทธ์ิ ซอนอยูชั้นในของ อเุ ปกขนิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชน้ั ของอนิ ทรยี เ ขา ไป ๑๙) ปญ ญนิ ทรยี ปญ ญาเปน ใหญ มลี กั ษณะสณั ฐานกลมใสสะอาด บรสิ ทุ ธิ์ มรี ศั มสี กุ สวา งดจุ ดงั่ ดาว ซอ นอยชู นั้ ในของสตนิ ทรยี เ ขา ไปตาม ลำดบั ชนั้ ของอนิ ทรยี ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ๒๐) อนญั ญตญั ญสั สามติ นิ ทรยี อนิ ทรยี ค อื ความเปน ใหญใ นรสู งิ่ ที่ ยงั ไมร ู คอื อนิ ทรยี พ ระโสดาปต ตมิ รรค ๒๑) อัญญินทรีย อินทรียคือความเปนใหญในความไดรู คือ โสดาปต ตผิ ล สกทิ าคามมิ รรค สกทิ าคามผิ ล อนาคามมิ รรค อนาคามผิ ล อรหตั ตมรรค ๒๒) อญั ญาตาวนิ ทรยี อนิ ทรยี ค อื ความเปน ใหญใ นผรู แู ลว คอื อนิ ทรยี พ ระอรหตั ตผล ทง้ั ๘ นี้ (คอื พระโสดาปต ตมิ รรค พระโสดาปต ตผิ ล พระสกทิ าคามมิ รรค พระสกทิ าคามผิ ล พระอนาคามมิ รรค พระอนาคามผิ ล พระอรหตั ตมรรค พระอรหตั ตผล) มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สใี สสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ มรี ศั มสี กุ สวา งดงั่ ดวงดาว ซอ นอยชู นั้ ในของปญ ญนิ ทรยี เ ขา ไปตามลำดบั ชน้ั ของอนิ ทรยี ตงั้ แตโ สดาปต ตมิ รรคถงึ อรหตั ตผล ใสกวา กนั สกุ สวา งกวา กนั เขา ไปตามลำดบั อยใู นกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ”
5 - 164 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วธิ พี จิ ารณาสภาวธรรม คอื สภาวะของกายในกาย (ซง่ึ มเี วทนา จติ และ ธรรม ซอ นอย)ู ทเี่ ปน กายโลกยิ ะ ไดแ ก กายมนษุ ย กายทพิ ย กายปฐมวญิ ญาณ หยาบ และกายปฐมวิญญาณละเอียด [๔ กายเหลาน้ีก็คือ กายมนุษย กายมนุษยละเอียด, กายทิพย กายทิพยละเอียด, กายรูปพรหม กายรูปพรหม ละเอยี ด, กายอรปู พรหม กายอรปู พรหมละเอยี ด – ชยมงคฺ โล ภกิ ขฺ ]ุ และทเ่ี ปน กายธรรม คอื ธรรมกายทบ่ี รรลมุ รรคผลนพิ พาน ในระดบั ตา งๆ ดงั น้ี [การพจิ ารณาพระไตรลกั ษณ] “กาย ๔ เบอื้ งตน คอื กายมนษุ ย กายทพิ ย กายปฐมวญิ ญาณหยาบ กายปฐมวญิ ญาณละเอยี ด เปน กาย อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า นอกจาก ๔ กายนอ้ี อกไป คอื ตงั้ แตก ายธรรมถงึ กายธรรมละเอยี ดๆๆๆๆ เขา ไปทกุ ๆ กายนน้ั เปน กาย นจิ จฺ ํ สขุ ํ และ อตตฺ า แท กายธรรมถงึ กายอรหตั เปน ผบู อกวา ๔ กายขา งตน เปน กาย อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า แลว พจิ ารณาพระไตรลกั ษณ และธรรมทต่ี รงกนั ขา มกบั พระไตรลกั ษณ คอื นจิ จฺ ํ สขุ ํ และ อตตฺ า สอดใสไ ปตามประเภทของกายทกุ กาย คอื ถา กายตกอยใู นประเภท อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า คอื ๔ กายขา ง ตน นน้ั กพ็ จิ ารณาพระไตรลกั ษณ สว นกายตกอยใู นประเภทตรงกนั ขา ม คอื นจิ จฺ ํ สขุ ํ อตตฺ า คอื ตง้ั แตก ายธรรมไป กพ็ จิ ารณาตาม นจิ จฺ ํ สขุ ํ อตตฺ า”๕๘ ๕๘ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอ ดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอ่ื ประชาชน วดั ปากน้ำ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๘.
5 - 165 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑๐.๖ อริยสัจ ๔ หลวงพอ วดั ปากน้ำ ทา นไดก ลา วถงึ การพจิ ารณาเหน็ อรยิ สจั ๔๕๙ ไวโ ดยละเอยี ด ดงั ตอ ไปน้ี [อรยิ สจั ๔] อรยิ สจั ทงั้ ๔ คอื ทกุ ขสจั สมทุ ยั สจั นโิ รธสจั และ มรรคสจั คอื ทกุ ข เปน ผล สมทุ ยั เปน เหตุ นโิ รธ เปน ผล มรรค เปน เหตุ (๑) ทกุ ข มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ดำ ขนุ มวั ไมผ อ งใส ในดวงกลม ของทกุ ขน นั้ มหี มุ ซอ นกนั เปน ชน้ั ๆ อยู ๔ ชนั้ คอื เหน็ ชนั้ ๑, จำ ชน้ั ๑, คดิ ชน้ั ๑, รู ชน้ั ๑, ขยายเปน สว นหยาบออกมา คอื เปน กาย ชน้ั ๑, หวั ใจ ชน้ั ๑, ดวงจติ ชนั้ ๑, ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ ของกายมนษุ ย ทกุ ขซ อ นอยู ชนั้ ในของอญั ญาตาวนิ ทรยี คอื พระอรหตั ตผล เขา ไปในกลางขนั ธ ๕ ใน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ทกุ ขสจั นน้ั มอี กี ๔ ชนั้ คอื ชาตทิ กุ ข ๑, ชราทกุ ข ๑, พยาธทิ กุ ข ๑, มรณทกุ ข ๑ ทกุ ขท ง้ั ๔ นี้ จดั เปน ทกุ ขท างกาย ๒ คอื ชาตทิ กุ ข กบั ชราทกุ ข เรยี กวา กายกิ ทกุ ข เพราะทกุ ขเ ปน ไปทางกาย ทกุ ขท างใจ ๒ คอื พยาธทิ กุ ข กบั มรณทกุ ข เรยี กวา เจตสกิ ทกุ ข เพราะทกุ ขเ ปน ไป ทางใจ (๒) สมทุ ยั เหตใุ หเ กดิ ทกุ ข มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ดำ ขนุ มวั ไม ผอ งใส ในดวงกลมของสมทุ ยั นน้ั มหี มุ ซอ นกนั เปน ชน้ั ๆ อยู ๔ ชน้ั คอื เหน็ ชนั้ ๑, จำ ชน้ั ๑, คดิ ชนั้ ๑, รู ชนั้ ๑ ขยายเปน สว นหยาบออกมากค็ อื เปน กาย ชน้ั ๑, หวั ใจ ชนั้ ๑, ดวงจติ ชน้ั ๑, ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ ของ กายทพิ ย สมทุ ยั ซอ นอยชู นั้ ในของทกุ ขเ ขา ไป ๕๙ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อำเภอดำเนนิ สะดวก จงั หวดั ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากน้ำฯ, พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๑๕-๒๔.
5 - 166 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั (๓) นโิ รธ เปน ตวั ผลของมรรค มลี กั ษณะสณั ฐานกลมใสสะอาด บรสิ ทุ ธ์ิ ในดวงกลมของนโิ รธนนั้ มหี มุ ซอ นกนั เปน ชน้ั ๆ อยู ๔ ชนั้ คอื เหน็ ชน้ั ๑, จำ ชน้ั ๑, คดิ ชน้ั ๑, รู ชน้ั ๑ ขยายเปน สว นหยาบออกมากค็ อื เปน กาย ชนั้ ๑, หวั ใจ ชนั้ ๑, ดวงจติ ชนั้ ๑, ดวงวญิ ญาณ ชนั้ ๑ ทกุ ขก บั สมทุ ยั ทงั้ ๒ นี้ มอี ยใู นกายทงั้ ๔ กาย คอื ทกุ ขส ว นหยาบมอี ยใู น กายมนษุ ย ทกุ ขส ว นละเอยี ดมอี ยใู นกายทพิ ย สมทุ ยั สว นหยาบอยใู น กายปฐมวญิ ญาณหยาบ สมทุ ยั สว นละเอยี ดเปน กายปฐมวญิ ญาณละเอยี ด เพราะเหตนุ น้ั กายทงั้ ๔ นี้ จงึ ไดต กอยใู น อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า เรยี กวา เปน กายโลกยิ ะ ยงั ตกอยใู นโลก ยงั ไมเ ปน กายโลกตุ ตระ ขา มพน โลกไปได (๔) มรรค ทางดำเนนิ แหง ความดบั ทกุ ข มลี กั ษณะสณั ฐานกลม ใส สะอาดบรสิ ทุ ธก์ิ วา นโิ รธ ดวงกลมสกุ ใสของมรรคนนั้ มหี มุ ซอ นกนั เปน ชนั้ ๆ อยู ๔ ชน้ั คอื เหน็ ชนั้ ๑, จำ ชน้ั ๑, คดิ ชนั้ ๑, รู ชนั้ ๑ ขยายเปน สว นหยาบ ออกมากค็ อื เปน กาย ชนั้ ๑, หวั ใจ ชน้ั ๑, ดวงจติ ชน้ั ๑, ดวงวญิ ญาณ ชนั้ ๑ [ซง่ึ ขยายออกมาเปน ญาณรตั นะ - ชยมงคฺ โล ภกิ ขฺ ]ุ ของกายธรรมกายมรรค ซอ นอยชู นั้ ในของนโิ รธเขา ไป ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ คอื กายเปน พทุ ธรตั นะ หวั ใจเปน ธรรมรตั นะ ดวงจติ เปน สงั ฆรตั นะ ดวง วิญญาณเปนญาณรัตนะ กายทงั้ ๕ น้ี ซอ นกนั มาแตเ ดมิ ตามแนวของอรยิ สจั ๔ ดงั ทไี่ ดก ลา วมา แลว คอื ทกุ ขเปน กายมนษุ ย ซอ นอยชู น้ั นอก สมทุ ยั สว นหยาบเปน กาย ทพิ ย ซอ นอยชู นั้ ใน สมทุ ยั สว นละเอยี ดเปน กายปฐมวญิ ญาณหยาบและ ละเอยี ด ซอ นอยชู นั้ ในของกายทพิ ยเ ขา ไปอกี สมทุ ยั สว นละเอยี ดดบั กเ็ ปน ตวั นโิ รธ มรรคเปน กายธรรมกาย ซอ นอยชู น้ั ในของปฐมวญิ ญาณ ละเอยี ดเขา ไปอกี กายทงั้ ๕ ซอ นกนั มาแตต น เดมิ ในกลางขนั ธ ๕ ใน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ตามแนวลำดบั ของอรยิ สจั ๔ ภายในแลว เพราะเหตุ นน้ั กายหยาบภายนอกจงึ ไดซ อ นกนั ตามแบบกายละเอยี ดภายในนนั้
5 - 167 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทกุ ข กายมนษุ ยท งั้ กอ นเปน ทกุ ขท ง้ั ๓ สถาน คอื ฐานที่ ๑ เบอื้ งตน กายมนษุ ยเ กดิ มา ดว ยดวงกลมของทกุ ขสจั ซง่ึ ซอ นอยชู นั้ ในกลางดวงของ อญั ญาตาวนิ ทรยี น น้ั เปน กอ นทกุ ข ซอ นกนั อยู ๔ ชน้ั ฐานท่ี ๒ ทา มกลาง กายมนษุ ยแ รกปฏสิ นธเิ ปน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ เลก็ เทา หยาดนำ้ มนั งาอนั ใส ทต่ี ดิ ปลายขนจามรี อนั บรุ ษุ ผมู กี ำลงั สลดั เสยี แลว ๗ ครงั้ กเ็ กดิ ขน้ึ ดว ย กอ นทกุ ข ๔ ชนั้ ฐานท่ี ๓ เบอื้ งปลาย กายมนษุ ยท เ่ี จรญิ ขนึ้ ตง้ั แตป ฏสิ นธิ แลว มา กเ็ จรญิ ขน้ึ ดว ยกอ นทกุ ขท ง้ั ๔ คอื กายกเ็ ปน ทกุ ข ใจกเ็ ปน ทกุ ข ดวงจติ กเ็ ปน ทกุ ข ดวงวญิ ญาณกเ็ ปน ทกุ ข สมทุ ยั กายทพิ ยเ ปน ตวั เหตใุ หเ กดิ ทกุ ขฝ า ยเดยี ว ใหเ กดิ ทกุ ขใ น ๓ สถาน ฐานที่ ๑ เบอ้ื งตน กายทพิ ยเ กดิ ดว ยดวงกลมของสมทุ ยั ซงึ่ เปน ตวั เหตใุ หท กุ ขเ กดิ ซอ นอยใู นกลางทกุ ข ดวงกลมของสมทุ ยั นน้ั ซอ นกนั อยู ๔ ชนั้ คอื กาย ชน้ั ๑, เนอ้ื หวั ใจ ชนั้ ๑, ดวงจติ ชน้ั ๑, ดวงวญิ ญาณ ชนั้ ๑ ฐานท่ี ๒ ทา มกลาง กายทพิ ยแ รกปฏสิ นธเิ ปน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ กเ็ ปน ตวั เหตใุ หท กุ ขเ กดิ ฐานท่ี ๓ เบอื้ งปลาย กายทพิ ยท เี่ จรญิ ขน้ึ ตง้ั แตป ฏสิ นธิ แลว มา กเ็ ปน ตวั เหตใุ หท กุ ขเ กดิ เรอื่ ยมาเปน ลำดบั แลว กเ็ จรญิ โตขนึ้ ดว ยกอ น สมทุ ยั ทง้ั ๔ คอื กายกเ็ ปน สมทุ ยั เนอื้ หวั ใจกเ็ ปน สมทุ ยั ดวงจติ กเ็ ปน สมทุ ยั ดวงวญิ ญาณกเ็ ปน สมทุ ยั นโิ รธ เปน กายปฐมวญิ ญาณหยาบ เปน เหตขุ องกายทพิ ย กายทพิ ย เปน ผล กายปฐมวญิ ญาณหยาบเปน เหตุ ใหเ กดิ ผลในท่ี ๓ สถาน คอื ฐาน ท่ี ๑ เบอ้ื งตน กายปฐมวญิ ญาณหยาบเกดิ ขน้ึ ดว ยดวงกลมใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ของนโิ รธ ซง่ึ เปน ตวั เหตใุ หเ กดิ ผล คอื สมทุ ยั กายทพิ ย ซอ นอยใู นดวงกลม ของสมทุ ยั ดวงกลมใสของนโิ รธนนั้ ซอ นกนั อยู ๔ ชน้ั คอื กาย ชน้ั ๑, เนอื้ หวั ใจ ชนั้ ๑, ดวงจติ ชน้ั ๑, ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ ฐานที่ ๒ ทา มกลาง กายปฐมวญิ ญาณหยาบแรกปฏสิ นธเิ ปน กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ กเ็ ปน ตวั เหตุ ใหเ กดิ สมทุ ยั กายทพิ ย ฐานที่ ๓ เบอ้ื งปลาย กายปฐมวญิ ญาณหยาบเจรญิ
5 - 168 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ขน้ึ ตงั้ แตป ฏสิ นธแิ ลว มา กเ็ ปน ตวั เหตใุ หเ กดิ สมทุ ยั กายทพิ ยเ ปน ลำดบั เรอ่ื ย มา แลว กเ็ จรญิ โตขนึ้ ดว ยกอ นนโิ รธทงั้ ๔ คอื กายกเ็ ปน นโิ รธ เนอื้ หวั ใจ กเ็ ปน นโิ รธ ดวงจติ กเ็ ปน นโิ รธ ดวงวญิ ญาณกเ็ ปน นโิ รธ แลว พจิ ารณากายเหลา นนั้ เปน พระไตรลกั ษณ คอื กายมนษุ ย กาย ทพิ ย กายปฐมวญิ ญาณหยาบ กายปฐมวญิ ญาณละเอยี ด ทง้ั ๔ กายนี้ ตกอยใู นภาวะเปน อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า เพราะเปน โลกยิ ะ ยงั ตกอยู ในกองกเิ ลสเครอ่ื งเศรา หมองขนุ มวั ยงั วนเวยี นอยใู นโลก ยงั ไมพ น โลกไปได จงึ เปน กายทต่ี กอยใู นความเปน อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า สว น กายธรรม และ กายธรรมละเอยี ดๆๆๆ ยง่ิ ๆ ขนึ้ ไปทกุ ๆ กาย นนั้ เปน กายโลกตุ ตระ ไดพ น จากโลกไปแลว ไมม กี เิ ลสเครอื่ งเศรา หมอง ขนุ มวั เปน กายบรสิ ทุ ธใิ์ สสะอาด ปราศจากเครอื่ งเศรา หมองคอื กเิ ลส จงึ เปน กายทตี่ กอยใู นความเปน นจิ จฺ ํ สขุ ํ อตตฺ า ขา มพน จากโลก เทย่ี งแท กายมนษุ ยเ ปน ทกุ ขน นั้ เพราะอะไร กเ็ พราะอปุ าทานความยดึ มนั่ ถอื มนั่ ในขนั ธ ๕ วา เปน เรา เปน ของเรา จงึ เรยี กวา รปู ปู าทานกั ขนั โธ เวทนูปาทานักขันโธ สัญูปาทานักขันโธ สังขารูปาทานักขันโธ วญิ ญาณปู าทานกั ขนั โธ นนั้ กค็ อื ในรูป กม็ เี หน็ จำ คดิ รู, ในเวทนา ก็มี เหน็ จำ คดิ ร,ู ในสญั ญา กม็ เี หน็ จำ คดิ ร,ู ในสงั ขาร กม็ เี หน็ จำ คดิ ร,ู ในวญิ ญาณ กม็ เี หน็ จำ คดิ รู, อปุ าทานเปน ตวั ทกุ ข หรอื ขนั ธ ๕ เปน ตวั ทกุ ข หรอื วา เหน็ จำ คดิ รู เปน ตวั ทกุ ข เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ อยา งนแี้ หละเปน ตวั ทกุ ข อธบิ ายคอื วา เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ น้ี เมอื่ เกดิ ขน้ึ เจรญิ ขนึ้ และตง้ั อยไู ด กเ็ พราะอาศยั สมทุ ยั คอื เหน็ จำ คดิ รู ทง้ั ๔ นเี้ ปน ตวั ทกุ ข ซอ นหมุ อยชู น้ั นอก สมทุ ยั ซอ นหมุ อยู ชนั้ ใน รกั ษาชน้ั นอกไวใ หเ จรญิ ตงั้ อยใู นกลางขนั ธ ๕ ขนั ธ ๕ เปน ดจุ ดงั วา บา นเรอื นเปน ทอ่ี ยอู าศยั สว นเหน็ จำ คดิ รู เปน ดจุ ดงั วา บคุ คลผู อาศยั บา นเรอื นอยู อปุ าทานเปน ผยู ดึ มนั่ ถอื มน่ั ในขนั ธ ๕ กลา วคอื บา น
5 - 169 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เรอื นทอี่ ยอู าศยั นน้ั วา เปน เรา เปน ของแหง เรา กถ็ า บา นเรอื นทอี่ ยอู าศยั กลา วคอื ขนั ธ ๕ นเ้ี ปน อยา งใดขนึ้ แลว บคุ คลผอู าศยั คอื เหน็ จำ คดิ รู นนั้ กจ็ ำเปน ตอ งไดร บั ความกระทบกระเทอื นไปดว ย กลา วคอื เกดิ ทกุ ขข นึ้ ทนั ที เพราะอปุ าทานผยู ดึ ถอื วา บา นเรอื นของเรา จงึ ไดเ กดิ ทกุ ขข นึ้ แตท กุ ขท ่ี เกดิ ขนึ้ นี้ กไ็ ดแ ตเ พยี งกำหนดรไู วว า เปน ทกุ ขเ ทา นน้ั จะดบั ทกุ ขย งั ไมไ ด กไ็ ดแ ตร ไู วว า เปน ทกุ ขเ ทา นน้ั ถา จะดบั ทกุ ขจ ะตอ งละสมทุ ยั เสยี กอ น ทกุ ขจ งึ จะดบั เพราะทกุ ขเ กดิ ขนึ้ และตง้ั อยไู ดก เ็ พราะอาศยั สมทุ ยั เปน เหตุ คอื ทกุ ขห มุ ซอ นอยชู นั้ นอก สมทุ ยั ซอ นอยชู นั้ ใน ชนั้ นอกจงึ จะเจรญิ อยไู ด กเ็ พราะอาศยั ชนั้ ในรกั ษา ถา ชนั้ ในซง่ึ เปน ใจกลางดบั ชน้ั นอกซง่ึ เปน ดงั เหมอื นเปลอื กหมุ อยกู ต็ อ งดบั ดว ย เพราะเหตนุ น้ั การดบั ทกุ ข ตอ งดบั สมทุ ยั ซงึ่ เปน ตวั เหตเุ สยี กอ น ทกุ ขซ ง่ึ เปน ตวั ผลจงึ จะดบั ตาม ตวั ทกุ ขท ล่ี ะเอยี ดนน้ั เปน ดวงกลม ๔ ชน้ั หมุ ซอ นอยชู น้ั นอกของสมทุ ยั ในกลางขนั ธ ๕ ในพดื เดมิ หรอื ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ทกุ ขด วงนน้ั ขยาย เปน สว นหยาบอยา งกลางออกมา กม็ าเปน ปฏสิ นธกิ ำเนดิ เดมิ ของกายมนษุ ย ๔ ชนั้ คอื เปน กายชนั้ ๑, เนอ้ื หวั ใจ ชนั้ ๑, ดวงจติ ชนั้ ๑, ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ คอื ทง้ั ๔ ชน้ั นนั้ ไมใ ชอ น่ื ไกล เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ นเี้ อง ทกุ ขด วงละเอยี ดในกำเนดิ เดมิ นน้ั ขยายเปน สว นหยาบเบอ้ื งปลายออก มาอกี กม็ าเกดิ เปน รา งกายใหญโ ต เจรญิ ขนึ้ นบั ตง้ั แตค ลอดจากครรภ มารดามาแลว เปน กายมนษุ ย ๔ ชน้ั กค็ อื เหน็ จำ คดิ รู นเี้ อง ขยายเปน กาย ชน้ั ๑, เนอ้ื หวั ใจ ชน้ั ๑, ดวงจติ ชนั้ ๑, ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ ตวั สมทุ ยั เบอื้ งตน สว นทล่ี ะเอยี ดนน้ั เปน ดวงกลมใส ๔ ชน้ั หมุ ซอ นอยชู นั้ ในของทกุ ข ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ดวงสมทุ ยั เบอื้ งตน สว นละเอยี ดนน้ั เปน ดวงกลมใส ๔ ชน้ั หมุ ซอ น อยชู นั้ ในของดวงทกุ ข ในกลางขนั ธ ๕ ในกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ
5 - 170 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดวงสมทุ ยั ทล่ี ะเอยี ด ๔ ชนั้ นนั้ ขยายเปน สว นหยาบอยา งกลางออก มาอกี กม็ าเปน กำเนดิ ปฏสิ นธิ กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ของกายทพิ ย ๔ ชน้ั ๔ นนั้ นนั้ ไมใ ชอ น่ื ไกล คอื เหน็ จำ คดิ รู ทงั้ ๔ นเ่ี อง คอื เหน็ กเ็ ปน สว นของ กาย ชน้ั ๑, จำ กเ็ ปน สว นของเนอ้ื หวั ใจ ชน้ั ๑, คดิ กเ็ ปน สว นของดวงจติ ชน้ั ๑, รู กเ็ ปน สว นของดวงวญิ ญาณ ชนั้ ๑ ดวงสมทุ ยั ทลี่ ะเอยี ด ๔ ชนั้ นน้ั ขยายเปน สว นหยาบเบอื้ งปลายออก มาอีก ก็มาเกิดเปนรางกายใหญโตเจริญขึ้นนับแตปฏิสนธิ แลวมาเปน กายทพิ ย ๔ ชน้ั กค็ อื เหน็ จำ คดิ รู นเี่ อง เหน็ กม็ าเปน กาย ชน้ั ๑, จำ กม็ า เปน เนอ้ื หวั ใจ ชน้ั ๑, คดิ กม็ าเปน ดวงจติ ชน้ั ๑, รู กม็ าเปน ดวงวญิ ญาณ ชน้ั ๑ สว น รปู รส กลนิ่ เสยี ง โผฏฐพั พะ ธรรมารมณ ๖ อยา งน้ี เปน ของ ทพิ ย เพราะเกดิ ขน้ึ แลว กด็ บั หายไป ทง้ิ ไวแ ตค วามยนิ ดยี นิ รา ย ใหป รากฏอยู เทาน้ัน ความอยากได อยากพน ทเี่ รยี กวา ดน้ิ รนทะยานอยากนนั้ เรยี กวา “ตณั หา” ความอยากไดว ตั ถกุ ามและกเิ ลสกามอนั ยงั ไมไ ด และความหมกมนุ อยใู นวตั ถกุ ามและกเิ ลสกามอนั ไดม าแลว จดั เปน กามตณั หา ความอยาก มี อยากเปน และความอยากเปน นน่ั เปน นี่ จดั เปน ภวตณั หา ความไม อยากใหส ง่ิ ทไ่ี ดม าแลว และสงิ่ ทม่ี อี ยเู ปน อยู ไมอ ยากใหล ะลายดบั สญู หายไป เสยี จดั เปน วภิ วตณั หา ตณั หาทงั้ ๓ น้ี มอี ยใู นกอ นกายทพิ ย เพราะเหตนุ นั้ สงิ่ ทเี่ ปน ทพิ ย กค็ อื รปู เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ ธรรมารมณ เหลา นจ้ี งึ เตม็ ไปดว ยตณั หา และชมุ โชกสดชน่ื ไปดว ยตณั หา - ทกุ ข เมอ่ื เหน็ จำ คดิ รู ของทพิ ยเ ปน ตวั ตณั หาและเปน ตวั เหตแุ ลว เหน็ จำ คดิ รู ของกายมนษุ ยซ งึ่ เปน ตวั ทกุ ข กเ็ ปน ตวั ผล เมอ่ื จะดบั ทกุ ข กต็ อ งดบั สมทุ ยั กายทพิ ยซ ง่ึ ซอ นอยชู น้ั ในของดวงทกุ ข แลว ดวงทกุ ขซ ง่ึ ซอ น
5 - 171 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อยชู นั้ นอกดจุ ดงั วา เปลอื กจงึ จะดบั ตาม - สมทุ ยั คอื กายทพิ ย เปน เหตใุ หเ กดิ ทกุ ขค อื กายมนษุ ย กายมนษุ ย เปนผล - นโิ รธ คอื กายปฐมวญิ ญาณ เปน เหตใุ หเ กดิ กายทพิ ย กายทพิ ย เปนผล เมอ่ื กายปฐมวญิ ญาณซง่ึ เปน ตวั เหตดุ บั กายทพิ ยซ งึ่ เปน ตวั ผล กด็ บั ตาม ดว ยกายทพิ ยซ ง่ึ เปน ตวั เหตขุ องทกุ ขด บั กายมนษุ ย ซงึ่ เปน ตวั ผล กด็ บั - มรรค เปน กายธรรม เปน เหตเุ พง เผากายทง้ั ๔ ขา งตน ใหด บั ยอ นเขา ไปเปน ลำดบั คอื ดบั กายท่ี ๔ (กายมนษุ ย) แลว กายท่ี ๓ (กายทพิ ย) กด็ บั ตาม, กายที่ ๓ ดบั แลว กายที่ ๒ (กายปฐมวญิ ญาณหยาบ ไดแ ก กาย รปู พรหม) กด็ บั ตามกนั , กายที่ ๒ ดบั แลว กายท่ี ๑ (กายปฐมวญิ ญาณละเอยี ด ไดแ ก กายอรปู พรหม) กด็ บั ตาม เปน เหตใุ หเ พง เผากายทง้ั ๓ ใหด บั ในท่ี ๓ สถาน คอื ฐานท่ี ๑ เบอื้ งตน กายธรรมเกดิ ขนึ้ ดว ยดวงกลมใสสะอาดของมรรค ซงึ่ ซอ นอยกู ลางของ นโิ รธ ดวงกลมนนั้ มซี อ นกนั อยู ๔ ชนั้ คอื เปน กายชน้ั ๑ เนอื้ หวั ใจ ชน้ั ๑ ดวงจติ ชนั้ ๑ ดวงวญิ ญาณ ชนั้ ๑ สำหรบั เพง เผา (ทำลายลา ง) กาย ปฐมวญิ ญาณหยาบใหด บั สนิ้ เชอ้ื เปน นโิ รธ ฐานที่ ๒ ทา มกลาง กายธรรม แรกปฏิสนธิเปนกำเนิดธาตุธรรมเดิมมา ก็เปนเหตุทำลายลางกาย ปฐมวญิ ญาณหยาบ ใหด บั สนิ้ เชอ้ื ไปเปน นโิ รธ ฐานที่ ๓ เบอื้ งปลาย กาย ธรรมเจริญขึ้น ตั้งแตปฏิสนธิแลว ก็เปนเหตุเพงเผาทำลายลางกาย ปฐมวญิ ญาณหยาบ ใหด บั สนิ้ เชอ้ื เปน นโิ รธ เปน ลำดบั เรอื่ ยมา แลว กเ็ จรญิ โตขนึ้ ดว ยกอ นมรรคทงั้ ๔ คอื กายกเ็ ปน มรรค เนือ้ หวั ใจกเ็ ปน มรรค ดวง จติ กเ็ ปน มรรค ดวงวญิ ญาณกเ็ ปน มรรค การทรี่ เู หน็ จรงิ วา ทกุ ขสจั เปน ทกุ ขจ รงิ สมทุ ยั สจั เปน เหตใุ หเ กดิ ทกุ ข
5 - 172 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จรงิ นโิ รธสจั ดบั ทกุ ขไ ดจ รงิ มรรคสจั เปน ขอ ปฏบิ ตั ใิ หถ งึ ความดบั ทกุ ขไ ด จรงิ การรจู รงิ เหน็ จรงิ (ในอรยิ สจั ๔) เชน น้ี มชี อื่ เรยี กวา สจั จญาณ ทกุ ขสจั เปน ของควรกำหนดรไู วว า เปน ทกุ ข สมทุ ยั สจั เปน ของควร ละเสยี นโิ รธสจั เปน ของควรกระทำใหแ จง มรรคสจั เปน ของควรทำให ทวมี ากขน้ึ การกำหนดรใู นอรยิ สจั ๔ เชน น้ี มชี อ่ื เรยี กวา กจิ จญาณ ทกุ ขสจั กไ็ ดก ำหนดรแู ลว วา เปน ทกุ ข สมทุ ยั สจั กไ็ ดล ะเสยี แลว นโิ รธ สจั กไ็ ดท ำใหแ จง แลว มรรคสจั กไ็ ดเ จรญิ ทบั ทวใี หม ากขน้ึ แลว การ ทำแลว รแู ลว ในอรยิ สจั ๔ เชน นี้ มชี อื่ เรยี กวา กตญาณ อรยิ สจั ๔ นน้ั มปี รวิ ฏั รอบ ๓ มอี าการ ๑๒ คอื อรยิ สจั ขอ หนงึ่ ๆ กม็ ปี รวิ ฏั รอบ ๓ คอื มี สจั จญาณ กจิ จญาณ กตญาณ เหมอื นกนั ทงั้ ๔ อรยิ สจั อรยิ สจั ๔ สามหน จงึ เปน ๑๒ เรยี กวา ปรวิ ฏั เวยี นไปในสจั จะ ละ ๓ๆ จงึ เปน อาการ ๑๒ ดงั น้ี ทกุ ขสจั กายมนษุ ยเ ปน ผล สมทุ ยั สจั กายทพิ ยเ ปน เหตุ สมทุ ยั สจั กายทพิ ยเ ปน ผล นโิ รธสจั กายปฐมวญิ ญาณเปน เหตุ ๑๐.๗ โพชฌงค ๗ สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ไดต รสั การพจิ ารณาธรรมในธรรมคอื โพชฌงค ไวด งั น้ี “ปนุ จปรํ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ สตตฺ สุ โพชฌฺ งเฺ คส.ุ กถจฺ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ สตตฺ สุ โพชฌฺ งเฺ คส.ุ อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ สตสิ มโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ‘อตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ สตสิ มโฺ พชฌฺ งโฺ คติ ปชานาต.ิ อสนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ สตสิ มโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ‘นตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ สตสิ มโฺ พชฌฺ งโฺ คติ ปชานาต.ิ ยถา จ อนปุ ปฺ นนฺ สสฺ สตสิ มโฺ พชฌฺ งคฺ สสฺ อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ สสฺ
5 - 173 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั สตสิ มโฺ พชฌฺ งคฺ สสฺ ภาวนาปารปิ รู ิ โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ ธมมฺ วจิ ยสมโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ วริ ยิ สมโพชฌฺ งคฺ ํ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ ปต สิ มโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ ปสสฺ ทธฺ สิ มโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ สมาธสิ มโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ... สนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ อเุ ปกขฺ าสมโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ‘อตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ อเุ ปกขฺ า- สมโฺ พชฌฺ งโฺ คติ ปชานาต.ิ อสนตฺ ํ วา อชฌฺ ตตฺ ํ อเุ ปกขฺ าสมโฺ พชฌฺ งคฺ ํ ‘นตถฺ ิ เม อชฌฺ ตตฺ ํ อเุ ปกขฺ าสมโฺ พชฌฺ งโฺ คติ ปชานาต.ิ ยถา จ อนปุ ปฺ นนฺ สสฺ อเุ ปกขฺ า- สมโฺ พชฌฺ งคฺ สสฺ อปุ ปฺ าโท โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ ยถา จ อปุ ปฺ นนฺ สสฺ อเุ ปกขฺ าสมโฺ พชฌฺ งคฺ สสฺ ภาวนาปารปิ รู ิ โหติ ตจฺ ปชานาต.ิ อติ ิ อชฌฺ ตตฺ ํ วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ อชฌฺ ตตฺ พหทิ ธฺ า วา ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รต.ิ สมทุ ยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ วยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ สมทุ ยวยธมมฺ านปุ สสฺ ี วา ธมเฺ มสุ วหิ รต.ิ ‘อตถฺ ิ ธมมฺ าติ วา ปนสสฺ สติ ปจจฺ ปุ ฏฐ ติ า โหติ ยาวเทว ญาณมตตฺ าย ปฏสิ สฺ ตมิ ตตฺ าย. อนิ สสฺ โิ ต จ วหิ รติ น จ กิ จฺ ิ โลเก อปุ าทยิ ต.ิ เอวมปฺ โข ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ สตตฺ สุ โพชฺฌงฺเคสุ.”๖๐ แปลความวา “ภิกษุท้ังหลาย อีกขอหนึ่ง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ โพชฌงค ๗. ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมคอื โพชฌงค ๗ อยา งไรเลา . ๖๐ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวรรค ขอ ๒๙๓ หนา ๓๓๙-๓๔๐.
5 - 174 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภิกษุในธรรมวินัยน้ี เมื่อสติสัมโพชฌงคมีอยูภายในจิต ยอมรูชัดวา ‘สตสิ มั โพชฌงคม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. หรอื เมอ่ื สตสิ มั โพชฌงคไ มม อี ยู ภายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘สตสิ มั โพชฌงค ไมม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. อนงึ่ สตสิ มั โพชฌงคท ยี่ งั ไมเ กดิ จะเกดิ ขนึ้ ดว ยประการใด ยอ มรชู ดั ประการ นนั้ ดว ย. สตสิ มั โพชฌงคท เี่ กดิ ขนึ้ แลว จะเจรญิ บรบิ รู ณด ว ยประการใด ยอ ม รชู ดั ประการนน้ั ดว ย. อกี อยา งหนง่ึ เมอื่ ธมั มวจิ ยสมั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ... อกี อยา งหนงึ่ เมอื่ วริ ยิ สมั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ... อกี อยา งหนง่ึ เมอ่ื ปต สิ มั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ... อกี อยา งหนงึ่ เมอ่ื ปส สทั ธสิ มั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ... อกี อยา งหนงึ่ เมอ่ื สมาธสิ มั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ... อกี อยา งหนง่ึ เมอื่ อเุ บกขาสมั โพชฌงค มอี ยภู ายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘อเุ บกขา สมั โพชฌงค มอี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. หรอื เมอ่ื อเุ บกขาสมั โพชฌงค ไมม อี ยภู ายในจติ ยอ มรชู ดั วา ‘อเุ บกขาสมั โพชฌงค ไมม อี ยู ณ ภายในจติ ของเรา. อนง่ึ อเุ บกขาสมั โพชฌงคท ย่ี งั ไมเ กดิ จะเกดิ ขน้ึ ดว ยประการใด ยอ มรู ชดั ประการนน้ั ดว ย. อเุ บกขาสมั โพชฌงคท เ่ี กดิ ขน้ึ แลว จะเจรญิ บรบิ รู ณด ว ย ประการใด ยอ มรชู ดั ประการนนั้ ดว ย ดงั พรรณนาฉะน.้ี ภกิ ษยุ อ มพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมภายในบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรม ในธรรมภายนอกบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมทง้ั ภายในทงั้ ภายนอก บา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเกดิ ขน้ึ ในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ความเสอื่ มในธรรมบา ง. พจิ ารณาเหน็ ธรรมคอื ทง้ั ความเกดิ ขน้ึ และ ความเสอ่ื มในธรรมบา ง ยอ มอย.ู
5 - 175 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อกี อยา งหนง่ึ สตขิ องเธอทตี่ งั้ มนั่ อยวู า ‘ธรรมมอี ย’ู กเ็ พยี งแตส กั วา รู สกั วา อาศยั ระลกึ เทา นนั้ . เธอเปน ผอู นั ตณั หาและทฏิ ฐไิ มอ าศยั อยแู ลว และ ไมถ อื มน่ั อะไรๆ ในโลก. ภกิ ษทุ งั้ หลาย อยา งนแี้ ล ภกิ ษชุ อ่ื วา พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม คอื โพชฌงค ๗ อย.ู ” พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากนำ้ ไดแ สดงพระธรรมเทศนาเรอื่ ง “โพชฌงคปรติ ร”๖๑ ไวดังตอไปน้ี นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ . ยโตหํ ภคนิ ิ อรยิ าย ชาตยิ า ชาโต นาภชิ านามิ สจฺ จิ จฺ ปาณํ ชวี ติ า โวโรเปตา. เตน สจเฺ จน โสตถฺ ิ เต โหตุ โสตถฺ ิ คพภฺ สสฺ . โพชฌฺ งโฺ ค สตสิ งขฺ าโต ธมมฺ านํ วจิ โย ตถา วริ ยิ มปฺ ต ปิ สสฺ ทธฺ -ิ โพชฌฺ งคฺ า จ ตถาปเร สมาธเุ ปกขฺ โพชฌฺ งคฺ า สตเฺ ต เต สพพฺ ทสสฺ นิ า มนุ นิ า สมมฺ ทกขฺ าตา ภาวติ า พหลุ กี ตา สวํ ตตฺ นตฺ ิ อภิ ญฺ าย นพิ พฺ านาย จ โพธยิ า, เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. เอกสมฺ ึ สมเย นาโถ โมคคฺ ลลฺ านจฺ กสสฺ ปํ คลิ าเน ทกุ ขฺ เิ ต ทสิ วฺ า โพชฌฺ งเฺ ค สตตฺ เทสยิ, เต จ ตํ อภนิ นทฺ ติ วฺ า โรคา มจุ จฺ สึ ุ ตงขฺ เณ เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. เอกทา ธมมฺ ราชาป เคลเฺ ญนาภปิ ฬ โิ ต จนุ ทฺ ตเฺ ถเรน ตเฺ ญว ภณาเปตวฺ าน สาทรํ ๖๐ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ชวี ประวตั ิ ผลงาน และรวมพระธรรมเทศนา ๖๓ กณั ฑ: โรงพมิ พ เทคนคิ ๑๙, พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๓๖๘-๓๗๕
5 - 176 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั สมโฺ มทติ วฺ า จ อาพาธา ตมหฺ า วฏุ ฐ าสิ ฐานโส เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. ปหนี า เต จ อาพาธา ตณิ ณฺ นนฺ มปฺ มเหสนิ ํ มคคฺ าหตกเิ ลสา ว ปตตฺ านปุ ปฺ ตตฺ ธิ มมฺ ตํ, เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. ณ บดั นี้ อาตมภาพจกั ไดแ สดงความจรงิ ความสตั ย ซง่ึ ปรากฏชดั ตาม ตำรบั ตำราอนั มมี าในโพชฌงคปรติ ร จะแสดงตามวาระพระบาลี คลค่ี วาม เปน สยามภาษาตามมตยาธบิ าย พอเปน เครอื่ งปฏกิ ารสนองประคองศรทั ธา ประดบั สตปิ ญ ญาคณุ สมบตั ขิ องทา นผพู ทุ ธบรษิ ทั ทงั้ คฤหสั ถบ รรพชติ บรรดา มาสโมสร ในสถานทน่ี ท้ี กุ ถว นหนา เรม่ิ ตน ธรรมเทศนาวา ยโตหํ ภคนิ ิ อรยิ าย ชาตยิ า ชาโต นาภิ ชานามิ สจฺ จิ จฺ ปาณํ เปน อาทิ นเ้ี ปน คำของพระองั คลุ มิ าลเถระ*ทา น แสดงไว ทา นเชดิ ความจรงิ ความสตั ยข องทา น ใหพ ทุ ธบรษิ ทั จำไวเ ปน เนติ แบบแผน เมอ่ื ครงั้ หนงึ่ พระองั คลุ มิ าลเถระไปพบหญงิ ปวดครรภเ ตม็ ท่ี จะคลอดบตุ ร แตม นั คลอดไมอ อก มนั จะถงึ กบั ตาย รอ งใหพ ระองั คลุ มิ า ลเถระชว ย พระองั คลุ มิ าลเถระจงึ ไดเ ปลง วาจาชว ยหญงิ คลอดบตุ รนน้ั วา ยโตหํ ภคนิ ิ อรยิ าย ชาตยิ า ชาโต นาภชิ านามิ สจฺ จิ จฺ ปาณํ ชวี ติ า โวโรเปตา เตน สจเฺ จน โสตถฺ ิ เต โหตุ โสตถฺ ิ คพภฺ สสฺ . แปลเปน สยามภาษาวา นอ งหญงิ ตงั้ แตเ ราเกดิ แลว โดยชาตเิ ปน อรยิ ะ นาภชิ านามิ ไมม ใี จแกลง เลยทจ่ี ะปลงสตั วท มี่ ชี พี และชวี ติ ดว ย ความสตั ยอ นั น้ี ขอความสวสั ดจี งมแี กท า น ขอความสวสั ดจี งมแี กค รรภข อง ทา น พอขาดคำเทา นี้ หญงิ นน้ั คลอดบตุ รผลดุ ทเี ดยี ว หายจากทกุ ขภ ยั กนั การคลอดบตุ ร เมอ่ื คลอดเสยี แลว มนั กห็ ายทกุ ขห ายภยั หายลำบากแก มารดาผคู ลอด เหมอื นทอ งผกู ถา ยอจุ จาระไมอ อก มนั กเ็ ดอื ดรอ นแกเ จา ของ แตพ อออกมาเสยี แลว กห็ มดทกุ ขก นั นด้ี ว ยความสตั ยอ นั นแี้ หละคลอด
5 - 177 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั บตุ รกง็ า ยเตม็ ที นบ่ี ทตน บทท่ี ๒ รองลงไป นพี่ ระองคท รงรบั สง่ั เองวา โพชฌฺ งโฺ ค สตสิ งขฺ าโต ธมมฺ านํ วจิ โย ตถา วริ ยิ มปฺ ต ปิ สสฺ ทธฺ ิ โพชฌฺ งคฺ า จ ตถาปเร สมาธเุ ปกขฺ โพชฌฺ งคฺ า สตเฺ ต เต สพพฺ ทสสฺ นิ า มนุ นิ า สมมฺ ทกขฺ าตา ภาวติ า พหลุ กี ตา สวํ ตตฺ นตฺ ิ อภิ ญฺ าย นพิ พฺ านาย จ โพธยิ า เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. แปลเปน สยามภาษาวา โพชฌงค ๗ ประการ คอื สตสิ มั โพชฌงค ประการหน่ึง ธรรมวิจยสัมโพชฌงค ประการหน่ึง วิริยสัมโพชฌงค ประการหนง่ึ ปต สิ มั โพชฌงคป ระการหนงึ่ ปส สทั ธสิ มั โพชฌงคป ระการ หนง่ึ สมาธิ สมั โพชฌงคป ระการหนง่ึ อเุ บกขาสมั โพชฌงคป ระการ หนึ่ง เหลาน้ี อันพระมุนีเจาผูทรงเห็นธรรมทั้งปวงกลาวไวชอบแลว ภาวติ า พหลุ กี ตา อนั บคุ คลเจรญิ ทำใหม ากแลว สวํ ตตฺ นตฺ ิ ยอ มเปน ไป พรอ ม อภิ ญฺ าย เพอ่ื ความรยู ง่ิ นพิ พฺ านาย เพอื่ นพิ พาน โพธยิ า เพอ่ื ความตรสั รู ดว ยความสตั ยอ นั น้ี ดว ยความกลา วสตั ยอ นั นี้ ขอความสวสั ดี จงมแี กท า นทกุ เมอื่ นเ่ี ปน บทตน ของโพชฌงค บทที่ ๒ รองลงไป เอกสมฺ ึ สมเย นาโถ โมคคฺ ลลฺ านจฺ กสสฺ ปํ คลิ าเน ทกุ ขฺ เิ ต ทสิ วฺ า โพชฌฺ งเฺ ค สตตฺ เทสยิ เต จ ตํ อภนิ นทฺ ติ วฺ า โรคา มจุ จฺ สึ ุ ตงขฺ เณ เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. เอกสมฺ ึ สมเย ในสมยั อนั หนง่ึ นาโถ พระโลกนาถเจา ทรงทอด พระเนตรเหน็ พระโมคคลั ลานะและพระกสั สปะอาพาธถงึ ซง่ึ ความเวทนาแลว
5 - 178 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทรงแสดงโพชฌงคท ง้ั ๗ ประการ ทา นทง้ั ๒ คอื พระโมคคลั ลานะกบั พระ กสั สปะยนิ ดภี าษติ ของพระผมู พี ระภาคเจา โรคกห็ ายไปในขณะนน้ั ดว ย อำนาจความกลา วสตั ยอ นั นี้ ขอความสวสั ดจี งมแี กท า นในกาลทกุ เมอื่ บทท่ี ๓ ตอ ไป เอกทา ธมมฺ ราชาป เคลเฺ ญนาภปิ ฬ โิ ต จนุ ทฺ ตเฺ ถเรน ตเฺ ญว ภณาเปตวฺ าน สาทรํ สมโฺ มทติ วฺ า จ อาพาธา ตมหฺ า วฏุ ฐ าสิ ฐานโส เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. เอกทา ครงั้ หนงึ่ ธมมฺ ราชาป แมพ ระธรรมราชาคอื พระพทุ ธเจา ผู เปนเจาของธรรม เคลฺเญนาภิปฬิโต ผูอันอาพาธเบียดเบียนแลว จนุ ทฺ ตเฺ ถเรน ตเฺ ญว ภณาเปตวฺ าน ทรงรบั สง่ั ใหพ ระจนุ ทเถระแสดงซง่ึ โพชฌงคนั้นแหละ พระองคทรงสดับโพชฌงคเชนนั้นแลว ราเริงบันเทิง พระทยั อาพาธกห็ ายไปโดยฐานะอนั นน้ั เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา ดว ยอำนาจความสตั ยอ นั นี้ ขอความสวสั ดจี งมแี กท า นทกุ เมอ่ื ปหนี า เต จ อาพาธา ตณิ ณฺ นนฺ มปฺ มเหสนิ ํ มคคฺ าหตกเิ ลสา ว ปตตฺ านปุ ปฺ ตตฺ ธิ มมฺ ตํ เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน โสตถฺ ิ เต โหตุ สพพฺ ทา. ปหีนา เต จ อาพาธา อาพาธทั้งหลายเหลานั้น ติณฺณนฺนมฺป มเหสนิ ํ มคคฺ าหตกเิ ลสา ว ปตตฺ านปุ ปฺ ตตฺ ธิ มมฺ ตํ อนั ทา นผแู สวงหาซงึ่ คณุ อนั ยงิ่ ใหญท งั้ ๓ ทา นละไดแ ลว ถงึ ซงึ่ ความไมเ กดิ เปน ธรรมดา ดจุ กเิ ลสอนั มรรคบำบดั แลว หรอื อนั มรรคกำจดั แลว ดว ยอำนาจสจั จวาจาน้ี ขอความสวสั ดจี งมแี กท า นทกุ เมอ่ื นแ่ี ปลมคธภาษาเปน สยามภาษาฟง เพยี งแคน ี้
5 - 179 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทา นผแู ปลบาลอี อกฟง เขา ใจแลว แตว า ผไู มไ ดเ รยี นอรรถแปลแกไ ขยงั ไมเ ขา ใจ ตอ งอรรถาธบิ ายลงไปอกี ชน้ั หนง่ึ ในบทตน วา พระองั คลุ มิ าลเถรเจา ทานเปนผูกระทำบาปหยาบชามากนัก กอนบวชในพระธรรมวินัยของ พระศาสดา ฆา มนษุ ยเ สยี ๙๙๙ ชน้ั ตน กท็ ำดมี า ไดเ ลา เรยี นศกึ ษาวชิ าจวน จะสำเรจ็ แลว ถกู อาจารยล งโทษ จะทำลายชวี ติ เสยี เกดิ ตอ งทำกรรมหยาบ ชา ลามก เศรา โศกเสยี ใจเหมอื นกนั ฆา มนษุ ยเ กอื บพนั ๙๙๙ คน พระ ทศพลเสด็จไปทรมานอังคุลิมาลโจรน้ันละพยศราย กลับกลายบวชเปน พระภิกษุในพระพุทธศาสนา ไดสำเร็จเปนพระอรหันต ตัดกิเลสเปน สมจุ เฉทปหาน ชาวบา นชาวชอ งกลวั กนั นกั ขน้ึ ชอื่ วา องั คลุ มิ าลโจรละก็ ซอ นตวั ซอ นเนอ้ื ทเี ดยี ว กลวั จะทำลายชวี ติ เสยี กลวั นกั กลวั หนา กลวั ยงิ่ กวา เสอื ยงิ่ กวา แรดไปอกี เพราะเหตวุ า องั คลุ มิ าลโจรผนู เี้ ปน คนรา ยสำคญั ถา วา จะฆา ใครแลว ไมก ลวั ใครทงั้ นนั้ ฆา แลว ตดั เอาองคลุ ไี ปรอ ย จะไปเรยี นวชิ าเปน เจา โลก เมอื่ จำนนฤทธพ์ิ ระบรมศาสดา เขา ยอมบวชในพระธรรมวนิ ยั ของพระศาสดา แลว บวชแลว ไปบณิ ฑบาต หญงิ ทอ งแกท อ งออ นไมเ ขา ใจ พอไดย นิ ขา ว วา พระองคลุ มิ าลมาละกซ็ อ นเนอ้ื ซอ นตวั วง่ิ ซกุ วง่ิ ซอ นกนั ไดข า ววา หญงิ ทอ ง แกล อดชอ งรว้ั ลกู ทะลกั ออกมาทเี ดยี ว ดว ยกลวั พระองคลุ มิ าล คราวนี้ ทา นไปในทส่ี มควร หญงิ ทกี่ ำลงั จะคลอดบตุ รอยนู น่ั หนไี มพ น ไปไมไ ด กร็ อ ง ใหอ งคลุ มิ าลชว ย พระองคลุ มิ าลเปน พระอรหนั ตแ ลว สงสารหญงิ ทกี่ ำลงั คลอดบตุ รนน้ั กก็ ลา วคำสตั ยค ำจรงิ ขนึ้ วา ยโตหํ ภคนิ ิ วา นอ งหญงิ กาลใดเมอ่ื ไดเ กดิ แลว โดยชาตเิ ปน อรยิ ะ ไมมีความแกลงปลงสัตวจากชีวิตเลย ดวยความกลาวสัตยอันนี้ ขอความสวัสดีจงมีแกทาน ขอความสวัสดีจงมีแกครรภของทาน ขาดคำเทา นี้ หญงิ นนั้ กค็ ลอดบตุ รผลดุ ทเี ดยี ว
5 - 180 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั นย่ี กขอ ไหน ใหจ ำไวเ ปน ตำรบั ตำรา เปน ภกิ ษกุ ด็ ี เปน อบุ าสกอบุ าสกิ า กด็ ี ในพระธรรมวนิ ยั ของพระศาสดา ในศาสนาของพระพทุ ธเจา นเี้ ปน คำของ พระอรหนั ต พระองคลุ มิ าลทา นเปน พระอรหนั ตเ สยี แลว ทา นจะกลา วถอ ย คำวา ตงั้ แตท า นเกดิ มา ไมไ ดฆ า สตั วเ ลยนะ ไมไ ดม ใี จแกลง ฆา สตั วเ ลยนะ ทา นกลา วไมไ ด [เพราะ] ทา นเปน คนรา ยมา เพง่ิ กลบั มาเปน คนดเี มอ่ื ไดส ำเรจ็ เปน พระอรหนั ตแ ลว เมอ่ื เกดิ เปน พระอรหนั ตแ ลว ทา นจงึ ไดช ช้ี ดั วา จำเดมิ แตเ ราเกดิ แลว โดยชาตเิ ปน อรยิ ะ ไมม คี วามแกลง [คอื เจตนา]ปลงสตั วจ าก ชวี ติ เลย นคี่ วามจรงิ ของทา น ทา นยกเอาความจรงิ อนั นแี้ หละขนึ้ เชดิ ที่ ทา นเปน ผปู ระเสรฐิ เปน อรยิ บคุ คลในธรรมวนิ ยั ของพระศาสดา ขอความจรงิ อนั นแ้ี หละจงบนั ดาลเถดิ ทา นขอความจรงิ อนั น้ี อธษิ ฐานดว ยความจรงิ อนั น้ี พอขาดคำของทา นเทา นน้ั ลกู คลอดทนั ที นคี่ วามสตั ยย กความจรงิ ขน้ึ พดู ไมใชแตพระองคุลิมาลเทานั้นท่ียกความจริงขึ้นพูด หญิงแพศยา ทำฤทธทิ์ ำเดชได ยกความจรงิ ขนึ้ พดู เหมอื นกนั หญงิ แพศยาคนหนงึ่ พระ เจา แผน ดนิ ยกพยหุ เสนาไปพกั อยทู แ่ี มน ้ำใหญ วา ยขา มกจ็ ะไมพ น นำ้ ไหล เชยี่ วเปน ฟองไหลหลปราดทเี ดยี ว เมอื่ เขาตงั้ พลบั พลาใหพ กั อยทู ค่ี นั แมน ำ้ ใหญเ ชน นนั้ ทา นทรงดำรวิ า แมน ำ้ ใหญไ หลเชย่ี วขนาดน้ี จะมใี ครผใู ดผู หนึ่งอาจสามารถจะทำให น้ำไหล กลับไดบาง ทรงดำริดังนี้ รับส่ังแก มหาดเลก็ เดก็ ชายของพระองค มหาดเลก็ เดก็ ชายของพระองคก ไ็ ปเทย่ี วปา ว รอ งหาวา ผใู ดใครผหู นง่ึ อาจสามารถทำใหน ้ำในแมน ้ำนไี้ หลกลบั ขนึ้ ไดบ า ง หญงิ แพศยาคนหนง่ึ รบั ทเี ดยี ววา ฉนั เอง จะทำใหน ้ำไหลกลบั ได เพราะ นางเปน แพศยากจ็ รงิ มนั่ ใจวา ชายคนใด ไมว า ชนั้ สงู ชนั้ กลาง ชน้ั ต่ำ ให เงนิ เพยี งงคา บาทหนง่ึ ปฏบิ ตั เิ พยี งเทา น้ี ใหเ งนิ คา ๒ บาทปฏบิ ตั เิ พยี งเทา น้ี ๓ บาทปฏบิ ตั เิ พยี งเทา น้ี พอแกค า ของเงนิ เทา นน้ั เหมอื นกนั ไมไ ดข าด ตกบกพรอ ง ไมว า ชนั้ สงู ชนั้ กลาง ชนั้ ต่ำ ไมเ ลอื กทรี่ กั มกั ทช่ี งั ทำไปตาม
5 - 181 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั หนา ทขี่ องตวั ความสตั ยม อี ยา งนี้ นางเมอื่ ราชบรุ ษุ พาไปเฝา พระเจา แผน ดนิ พระเจา แผน ดนิ ทรงรบั สง่ั วา เจา หรอื อาจจะทำใหน ำ้ ไหลกลบั ได พะยะ คะ หมอ มฉนั อาจสามารถจะทำใหน ำ้ ไหลกลบั ได เจา จะตอ งการอะไร ธปู เทยี น ดอกไมจะหาให ถาเจาทำน้ำใหไหลกลับได ตามคำกลา วของเจา แลว เรา จะรางวลั ใหห นกั มอื ทเี ดยี ว ถา วา เจา ทำน้ำใหไ หลกลบั ไมไ ด เจา จะมโี ทษหนกั ทเี ดยี ว นางจดุ ธปู เทยี นตงั้ สตั ยาธษิ ฐานหนั หนา ไปทางดา นแมน ้ำ ยกเอาความ มสตั ยน น่ั เองอธษิ ฐานวา เดชะปุญญาภินิหารความสัตยความจริงของหมอมฉัน ได สงั่ สมอบรมมาตงั้ แตเ ปน หญงิ แพศยา ไดป ฏบิ ตั ชิ ายผใู ดผหู นง่ึ ทมี่ าหา ขา พเจา ขา พเจา ปฏบิ ตั โิ ดยควรคา แกบ าทหนง่ึ ควรแก ๒ บาท ควรแก ๓ บาท ตามหนา ที่ ความจรงิ ทำอยดู งั น้ี ไมไ ดเ คลอ่ื นคลาดไปแตอ ยา งใด อยางหน่ึง ถาวาความสัตยจริงอันน้ีของหมอมฉันจริงดังหมอมฉัน อธษิ ฐานดงั นแี้ ลว ขออำนาจความสตั ยน ี้ จงบนั ดาลใหน ำ้ ไหลกลบั โดย ฉบั พลนั เถดิ พออธษิ ฐานขาดคำเทา นนั้ นำ้ ไหลกลบั อู ไหลลงเชยี่ วเทา ใด กไ็ หล ขนึ้ นเชย่ี วเทา นนั้ เหมอื นกนั พอกนั ทเี ดยี ว พระเจา แผน ดนิ เหน็ อศั จรรยเ ชน นนั้ กใ็ หเ ครอ่ื งรางวลั แกห ญงิ แพศยานนั่ อยา งพอใจ ใหเ ปน นายหญงิ แพศยา ตอ ไป แลว กใ็ หบ า นสว ยสำหรบั พกั อาศยั อยู ไมข าดตกบกพรอ งใดๆ ละ เปน สขุ สำราญเบกิ บานใจทเี ดยี วหญงิ แพศยาผนู นั้ นค่ี วามสตั ยโ ดยความชว่ั ยงั เอาใชไ ด สว นพระองคลุ มิ าลเถรเจา น้ี ทา น ยกสตั ยท ไ่ี ดบ รรลพุ ระอรหนั ตข น้ึ อธษิ ฐาน หญงิ คลอดบตุ รไมอ อก พอขาด คำหญิงคลอดบุตรผลุดออกไป อัศจรรยอยางนี้ นี่ใชความสัตยอยางน้ี ตดิ ขดั เขา แลว อยา เทย่ี วใชเ รอ่ื งเลอะๆ เหลวๆ บนผบี นเจา นนั่ ไมไ ดย นิ ได ฟง ธรรมของพระพทุ ธเจา พระอรหนั ตเ ลย พวกนน้ั ไมไ ดฟ ง ธรรมของสตั บรุ ษุ
5 - 182 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เลย ความเหน็ จงึ ไดเ ลอะเทอะเหลวไหลเชน นนั้ ไมถ กู หลกั ฐาน [ไม] ถกู ทาง พทุ ธศาสนา ถา วา รจู กั หลกั ทางพระพทุ ธศาสนาแลว ตอ งยกความขน้ึ พดู ความสตั ยค วามจรงิ นนั่ เปน ขอ สำคญั ถา ความบรสิ ทุ ธข์ิ องศลี มอี ยู กต็ อ ง ยกความบรสิ ทุ ธน์ิ นั่ แหละขน้ึ พดู หรอื ความบรสิ ทุ ธขิ์ องสมาธมิ อี ยู กย็ กความ บรสิ ทุ ธข์ิ องสมาธขิ นึ้ พดู ขนึ้ อธษิ ฐาน หรอื แมว า ความจรงิ ของปญ ญามอี ยู กย็ กความจรงิ ของปญ ญานน้ั ขน้ึ อธษิ ฐาน หรอื ความสตั ยค วามจรงิ ความ ดอี นั ใดทที่ ำไวแ นน อนในใจของตวั ใหย กเอาความดอี นั นน้ั แหละขน้ึ อธษิ ฐาน ตง้ั อกตงั้ ใจบรรลุ [ผา นพน ] ความตดิ ขดั ทกุ สงิ่ ทกุ ประการ ใหร จู กั หลกั ฐาน ดังน้ี นใี่ นเรอ่ื งพระองคลุ มิ าลเถรเจา เปน สาวกของพระบรมศาสดา พระ ศาสดาทรงรบั สงั่ ไวใ นโพชฌงั คกถาหรอื โพชฌงคปรติ ร นน้ั ปรากฏวา โพชฌงคท งั้ ๗ ประการ ตงั้ แตส ตจิ นกระทง่ั อเุ บกขาสมั โพชฌงค ทงั้ ๗ ประการเหลา นแี้ หละ อนั พระมนุ เี จา ผเู หน็ ธรรมทง้ั สน้ิ ไดก ลา วไวช อบ แลว ถา วา บคุ คลใดเจรญิ ขนึ้ กระทำใหม ากแลว ยอ มเปน ไปเพอื่ ความ รยู งิ่ เพอื่ นพิ พาน เพอ่ื ความตรสั รู ความจรงิ อนั นี้ ดว ยความกลา วสตั ย อันนี้แหละ ขอความสวัสดีจงมีแกทาน ทุกเมื่อ ขอนี้เปนขอสำคัญ สติ สัมโพชฌงค เราจะพึงปฏิบัติอยางไร จึงจะไดบรรลุมรรคผล สมมาด ปรารถนา ธรรมวจิ ยสมั โพชฌงค วริ ยิ สมั โพชฌงค ปต สิ มั โพชฌงค ปส สทั ธสิ มั โพชฌงค สมาธสิ มั โพชฌงค อเุ บกขาสมั โพชฌงค สตสิ มั โพชฌงค เราตอ งเปน คนไมเ ผลอสตเิ ลย เอาสตนิ ง่ิ อยศู นู ย กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยน น่ั ตงั้ สตติ รงนน้ั ทำใจใหห ยดุ ไม หยดุ กไ็ มย อม ทำใหห ยดุ ไมเ ผลอทเี ดยี ว ทำจนกระทง่ั ใจหยดุ ได นเ่ี ปน ตวั สตสิ มั โพชฌงคแ ทๆ ไมเ ผลอเลยทเี ดยี ว ทต่ี งั้ ทห่ี มายหรอื กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย สะดอื ทะลหุ ลงั ขวาทะลซุ า ย กลาง ก๊ักน่ัน
5 - 183 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ใจหยดุ ตรงนน้ั เมอื่ ทำใจหยดุ ตรงนน้ั ไมเ ผลอสตทิ เี ดยี ว ระวงั ใจ หยดุ นนั้ ไว นงั่ กร็ ะวงั ใจหยดุ นอนกร็ ะวงั ใจหยดุ เดนิ กร็ ะวงั ใจหยดุ ไม เผลอเลย นแ่ี หละตวั สตสิ มั โพชฌงคแ ทๆ จะตรสั รตู า งๆ ได เพราะมี สติสัมโพชฌงคอยูแลว ธรรมวิจยสัมโพชฌงค เมื่อสติใจหยุดนิ่งอยูก็สอดสอ งอยู ความ ดคี วามชว่ั จะเลด็ ลอดเขา มาทา ไหน ความดจี ะเลด็ ลอดเขา มา หรอื ความชวั่ จะเลด็ ลอดเขา มา ความดลี อดเขา มากท็ ำใจใหห ยดุ ความชวั่ ลอดเขา มากท็ ำ ใจใหห ยดุ ดี ชว่ั ไมผ อ งแผว ไมเ อาใจใส ไมก งั วล ไมห ว งใย หยดุ ระวงั ไว ไมใ หเ ผลอกแ็ ลว กนั นน่ั เปน ตวั สตวิ นิ ยั ทสี่ อดสอ งอยู นน่ั เปน ธรรมวจิ ยสมั โพชฌงค วิริยสัมโพชฌงค เพียรรักษาใจหยุดน้ันไวไมใหหาย ไมใหเคล่ือน ทีเดียว ไมเปนไปกับความยินดียินรายทีเดียว ความยินดียินรายเปนอภิ ชฌาโทมนสั เลด็ ลอดเขา ไปกท็ ำใจหยดุ นน่ั ใหเ สยี พรรณไป ใหเ สยี ผวิ ไป ไม ใหห ยดุ เสยี ใหเ ขยอื้ นไปเสยี ใหล อกแลกไปเสยี มวั ไปชว่ั ๆ ดๆี อยู เสยี ทา เสยี ทาง เพราะฉะนนั้ ตอ งมคี วามเพยี รกลนั่ กลา รกั ษาไวใ หห ยดุ ทา เดยี ว นไี้ ดช อื่ วา วริ ยิ สมั โพชฌงค เปน องคท ี่ ๓ ปต สิ มั โพชฌงค เมอ่ื ใจหยดุ ละกช็ อบอกชอบใจ ดอี กดใี จ รา เรงิ บนั เทงิ ใจ อา ยนน่ั ปต ิ ปต ทิ ใ่ี จหยดุ นน่ั ปต ไิ มเ คลอ่ื นจากหยดุ เลย หยดุ นงิ่ อยู นน่ั ปต สิ มั โพชฌงค นเี้ ปน องคท ่ี ๔ ปส สทั ธสิ มั โพชฌงค ปส สทั ธิ แปลวา ระงบั ซ้ำ หยดุ ในหยดุ ๆๆ ไม มถี อยยกนั พอหยดุ กเ็ ขา กลางของใจทห่ี ยดุ นน่ั หยดุ ในหยดุ หยดุ ใน หยดุ นน่ั ทเี ดยี ว นน่ั ปส สทั ธิ ระงบั ซำ้ เรอื่ ยลงไป ใหแ นน หนาลงไว ไมค ลาด เคลอื่ น ปส สทั ธมิ นั่ คงอยทู ใี่ จหยดุ นนั่ ไมไ ดเ ปน สอง เปน หนง่ึ ทเี ดยี ว นนั่ เรยี กวา สมาธิ ทเี ดยี วนน่ั แหละ
5 - 184 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พอสมาธหิ นกั เขา ๆ หนงึ่ เฉย ไมม สี องตอ ไป นเ่ี รยี กวา อเุ บกขา เขา ถงึ หนงึ่ เฉยแลว อเุ บกขาแลว นอี่ งค ๗ ประการอยทู เ่ี ดยี วน่ี อยา ใหเ ลอะเลอื นไป ถา ไดข นาดนี้ ภาวติ า พหลุ กี ตา กระทำเปน ขน้ึ แคน ี้ กระทำใหม ากขนึ้ สวํ ตตฺ นตฺ ิ ยอ ม เปน ไปพรอ ม อภิ ญฺ าย เพอื่ รยู ง่ิ นพิ พฺ านาย เพอ่ื สงบระงบั โพธยิ า เพอื่ ความตรสั รู ดว ยความกลา วสตั ยอ นั นแ้ี หละ ขอความสวสั ดจี งมแี ก ทา นในกาลทกุ เมอ่ื ความจรงิ อนั น้ี ถา มจี รงิ อยอู ยา งนล้ี ะก็ รกั ษาเปน แลว รกั ษาโพชฌงคเ ปน แลว อธษิ ฐานใชไ ด ทำอะไรใชไ ด โรคภยั ไข เจบ็ แกไ ด ไมต อ งไปสงสยั ละ มคี วามจรงิ แลว โรคภยั แกไ ด แกไ ดอ ยา ง ไร ทา นยกตวั อยา งขนึ้ ไว เอกสมฺ ึ สมเย นาโถ โมคคฺ ลลฺ านจฺ กสสฺ ปํ คลิ าเน ทกุ ขฺ เิ ต ทสิ วฺ า โพชฌฺ งเฺ ค สตตฺ เทสยิ เต จ ตํ อภนิ นทฺ ติ วฺ า โรคา มจุ จฺ สึ ุ ตงขฺ เณ เอกสมฺ ึ สมเย ในสมยั หนง่ึ นาโถ พระโลกนาถเจา ทรงทอดพระ เนตร ทรงดูพระโมคคลั ลานะและพระกสั สปะ อาพาธถงึ ซงึ่ ทกุ ขเวทนา อาพาธเกดิ เปน ทกุ ขเวทนา ทรงแสดงโพชฌงคท ง้ั ๗ ดงั กลา วแลว ทแี่ สดง แลว นี่ ทรงแสดงโพชฌงคท ง้ั ๗ ใหท ำใจหยดุ ลงไว ใหน งิ่ ลงไว เมอื่ พระองคท รงแสดงโพชฌงคท ง้ั ๗ แลว ทา นทงั้ ๒ พระโมคคลั ลานะกบั พระกสั สปะ มใี จรา เรงิ บนั เทงิ ในภาษติ ของพระองคน นั้ โรคหายใน ขณะนนั้ นคี่ วามสตั ยอ นั นี้ ความจรงิ อนั นโี้ รคหายทเี ดยี ว ไดศ กั ดสิ์ ทิ ธิ์ อยา งน้ี นว่ี า อยา งพระโมคคลั ลานะ พระพทุ ธเจา นที่ า นผแู สวงคณุ อนั ยง่ิ ใหญ หนา ทงั้ ๓ ทา นน้ี พระโมคคลั ลานะกด็ ี พระกสั สปะกด็ ี พระพทุ ธเจา กด็ ี ทา นผแู สวงซงึ่ คณุ อนั ยง่ิ ใหญ ทา นเปน ผสู ำเรจ็ แลว ยงั มโี รคเขา มาเบยี ดเบยี น ได เบยี ดเบยี นกใ็ ชโ พชฌงคก ำจดั เสยี ไมต อ งไปกนิ หยกู กนิ ยาทไี่ หนเลย สกั อยา งหนง่ึ โพชฌงคเ ทา นน้ั แหละ โรคหายไปหมด ดงั วดั ปากนำ้ บดั น้ี
5 - 185 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กใ็ ชว ชิ ชา บำบดั โรคเชน นเ้ี หมอื นกนั ใชบ ำบดั โรค ไมต อ งใชย า ตรงกบั ทางพระพทุ ธศาสนาจรงิ ๆ อยา งน้ี นชี่ น้ั หนง่ึ นพ่ี ระองคเ อง พระองคท รงเอง คราวนโี้ ดนพระองคเ ขา บา ง เอกทา ธมมฺ ราชาป เคลเฺ ญนาภปิ ฬ โิ ต ครงั้ หนงึ่ พระธรรมราชา ธมมฺ ราชาป แมพ ระธรรมราชาคอื พระพทุ ธเจา ผเู ปน เจา ของพระธรรมเอง ป อนั นน้ั ไม “แม” แปลเปน “เอง” เสีย ครงั้ หนง่ึ พระธรรมราชาเองอนั อาพาธเขา บบี คนั้ แลว เคลเฺ ญ- นาภปิ ฬ โิ ต จนุ ทฺ ตเฺ ถเรน ตเฺ ญว ภณาเปตวฺ าน ทรงรบั สงั่ ใหพ ระ จนุ ทเถระ แสดงโพชฌงค ๗ ประการนนั้ ดว ยความยนิ ดี สมโฺ มทติ วฺ า จ อาพาธา ทรงบนั เทงิ พระทยั ในโพชฌงคท พ่ี ระจนุ ทเถระทรงแสดงถวาย นนั้ อาพาธหายไปโดยฉบั พลนั ดว ยฐานะอนั สมควร ดว ยความสตั ยอ นั น้ี ขอความสวสั ดจี งมแี กท า นทกุ เมอ่ื นพี่ ระองคเ องอาพาธ พระจนุ ทเถระแสดงสมั โพชฌงคร ะงบั กห็ าย อกี เหมอื นกนั ในทา ยพระสตู รนวี้ า ปหนี า เต จ อาพาธา ตณิ ณฺ นนฺ มปฺ มเหสนิ ํ มคคฺ าหตกเิ ลสา ว ปตตฺ านปุ ปฺ ตตฺ ธิ มมฺ ตํ อาพาธทง้ั หลายเหลา นนั้ อนั ทา นผแู สวงหาคณุ อนั ยงิ่ ใหญท งั้ ๓ ทา น ละไดแ ลว ถงึ ซง่ึ ความดบั ไป ดจุ กเิ ลสอนั มรรคกำจดั ไป ดงั นน้ั ไมเ กดิ ขน้ึ ได นดี่ ว ยความสตั ยจ รงิ อนั นี้ ดว ยความกลา วสตั ยอ นั น้ี ขอความสวสั ดจี งบงั เกดิ มแี กท า นทกุ เมอ่ื นค่ี วาม จริงเปนดังนี้ ถา รจู กั พระพทุ ธศาสนาดงั นี้ เราจะตอ งปฏบิ ตั ใิ หถ กู หลกั ฐานความจรงิ ของพระพทุ ธศาสนา พระองั คลุ มิ าลเถรเจา ทา นเปน อรยิ บคุ คลในพระพทุ ธ ศาสนา เปน ขณี าสพแลว ทา นใชค วามสตั ยจ รงิ ของทา นขนึ้ อธษิ ฐานบนั ดาล ใหห ญงิ ทคี่ ลอดบตุ รไมอ อก ใหอ อกไดต ามความปรารถนา สว นโพชฌงคท ง้ั ๗ ประการ พระบรมศาสดาจารยท รงแสดงใหพ ระโมคคลั ลานะ พระกสั สปะ
5 - 186 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กำลงั อาพาธอยู กห็ ายโดยฉบั พลนั แลว สว นพระองคล ะ อาพาธขนึ้ ทรง รบั สง่ั ใหพ ระจนุ ทเถระแสดงโพชฌงคน น้ั อาพาธของพระองคก ห็ ายโดยฐานะ อนั สมควรทเี ดยี ว นห่ี ลกั อนั นี้ โพชฌงคเ ปน ตวั สำคญั ประเสรฐิ เลศิ กวา โอสถ ใดๆ ในสากลโลกทงั้ นนั้ เหตนุ ท้ี า นผมู ปี ญ ญา เมอ่ื ไดส ดบั มาในโพชฌงคปรติ รน้ี จงมนสกิ าร กำหนดไวในใจของตนทุกถวนหนา ทไี่ ดช แ้ี จงแสดงมาตามวาระพระบาลี คลคี่ วามเปน สยามภาษา ตาม มตยาธบิ าย พอสมควรแกเ วลา เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน ดว ยอำนาจความสจั ที่ ไดอ า งธรรมปฏบิ ตั ิ ตงั้ แตต น จนอวสานน้ี สทา โสตถฺ ี ภวนตฺ ุ เต ขอความ สขุ สวสั ดี จงบงั เกดิ มแี กท า นทง้ั หลาย บรรดามาสโมสรในทน่ี ท้ี กุ ถว นหนา อาตมภาพช้ีแจงแสดงมาพอสมควรแกเวลา สมมุติวายุติธรรมีกถา โดย อรรถนยิ มความเพยี งเทา น้ี เอวํ กม็ ดี ว ยประการฉะน.ี้ ” ๑๐.๘ วิธีพิจารณาปฏิจจสมุปบาทธรรม ๑๒ สมยั หนง่ึ สมเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา เสดจ็ ประทบั อยู ณ พระวหิ ารเชตวนั อาราม ของทา นอนาถปณ ฑกิ เศรษฐี พระนครสาวตั ถี ไดต รสั “ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม” คอื ธรรม อาศยั ปจ จยั ประชมุ กนั เกดิ ขน้ึ ๑๒ ประการ ดงั ตอ ไปน๖้ี ๒ [ตรสั นยั อนั เปน ปจ จยั เกดิ และ ดบั ] ภกิ ษทุ งั้ หลาย ขอ ทก่ี ลา วนน้ั ถกู ละ พวกเธอกลา วอยา งนน้ั แมเ รา กก็ ลา วอยา งนนั้ เมอ่ื มสี ง่ิ นี้ สง่ิ นกี้ ม็ ี เพราะสง่ิ นเ้ี กดิ ขน้ึ สง่ิ นกี้ เ็ กดิ ขน้ึ คอื เพราะ อวชิ ชาเปน ปจ จยั สงั ขารจึงมี เพราะ สงั ขารเปน ปจ จยั วิญญาณจึงมี เพราะ วญิ ญาณเปน ปจ จยั นามรูปจึงมี ๖๒ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๒ มชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก ขอ ๘๒๘-๘๒๙ หนา ๕๒๓-๕๒๔.
5 - 187 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เพราะ นามรปู เปน ปจ จยั สฬายตนะจงึ มี เพราะ สฬายตนะเปน ปจ จยั ผัสสะจึงมี เพราะ ผสั สะเปน ปจ จยั เวทนาจึงมี เพราะ เวทนาเปน ปจ จยั ตัณหาจึงมี เพราะ ตณั หาเปน ปจ จยั อุปาทานจึงมี เพราะ อปุ าทานเปน ปจ จยั ภพจึงมี เพราะ ภพเปน ปจ จยั ชาตจิ งึ มี เพราะ ชาตเิ ปน ปจ จยั ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส จงึ มี ความเกดิ แหง กองทกุ ขท ง้ั สน้ิ นนั้ ยอ มมไี ดอ ยา งน้ี เพราะ อวชิ ชาดบั หมดมไิ ดเ หลอื สงั ขารกด็ บั เพราะ สงั ขารดบั วิญญาณจึงดับ เพราะ วญิ ญาณดบั นามรูปจึงดับ เพราะ นามรปู ดบั สฬายตนะจงึ ดบั เพราะ สฬายตนะดบั ผัสสะจึงดับ เพราะ ผสั สะดบั เวทนาจึงดับ เพราะ เวทนาดบั ตัณหาจึงดับ เพราะ ตณั หาดบั อุปาทานจึงดับ เพราะ อปุ าทานดบั ภพจึงดับ เพราะ ภพดบั ชาตจิ งึ ดบั เพราะ ชาตดิ บั ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส จงึ ดบั ความดบั แหง กองทกุ ขท งั้ สนิ้ นนั้ ยอ มมไี ดอ ยา งน้ี
5 - 188 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั [ตรสั นยั แหง ความดบั ] ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ขอ ทกี่ ลา วนน้ั ถกู ละ พวกเธอกลา วอยา งนน้ั แมเ รา กก็ ลา วอยา งนนั้ เมอ่ื สง่ิ นไ้ี มม ี สง่ิ นกี้ ไ็ มม ี เพราะสง่ิ นด้ี บั สงิ่ นกี้ ด็ บั คอื เพราะ อวชิ ชาดบั สงั ขารจงึ ดบั เพราะ สงั ขารดบั วิญญาณจึงดับ เพราะ วญิ ญาณดบั นามรูปจึงดับ เพราะ นามรปู ดบั สฬายตนะจงึ ดบั เพราะ สฬายตนะดบั ผัสสะจึงดับ เพราะ ผสั สะดบั เวทนาจึงดับ เพราะ เวทนาดบั ตัณหาจึงดับ เพราะ ตณั หาดบั อุปาทานจึงดับ เพราะ อปุ าทานดบั ภพจึงดับ เพราะ ภพดบั ชาตจิ งึ ดบั เพราะ ชาตดิ บั ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส จงึ ดบั ความดบั แหง กองทกุ ขท งั้ สนิ้ นน้ั ยอ มมไี ดอ ยา งน้ี วธิ เี จรญิ ภาวนาพจิ ารณาปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ ทพ่ี ระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ทา นสอนไว มคี วามวา ดงั น้ี “ทเี่ รยี กวา ปฏจิ จสมปุ บาทธรรมนนั้ หมายถงึ ธรรมทเ่ี กย่ี วเนอื่ ง กันเปนลูกโซ เปนปจจัยติดตอกันไมขาดสาย คือ อวิชชา สังขาร วญิ ญาณ นามรปู สฬายตนะ ผสั สะ เวทนา ตณั หา อปุ าทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั อปุ ายาส”๖๓ มีวิธีเจริญภาวนาพิจารณาเห็นไดดังตอไปนี้ ๖๓ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร เลม ที่ ๑ : หจก. พรน้ิ ตง้ิ (ไทยแลนด) , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๓๗-๓๘.
5 - 189 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ขณะเมอื่ พระโยคาวจรเจรญิ ฌานสมาบตั ิ พจิ ารณาอรยิ สจั ๔ ซง่ึ เปน ไปในญาณทสั สนะ มรี อบ ๓ มอี าการ ๑๒ อยนู นั้ ยอ มจะสามารถพฒั นา ไปเปน ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ ได กลา วคอื ในขณะทพ่ี จิ ารณาเหน็ ทกุ ขอรยิ สจั สมทุ ยั อรยิ สจั ในกายมนษุ ย ทพิ ย รปู พรหม อรปู พรหม ทง้ั หยาบและ ละเอยี ดอยนู นั้ หากเพง พจิ ารณาดว ย “ตา” หรอื “ญาณ” พระธรรมกาย ลงไปทกี่ ลางทกุ ขสมทุ ยั อรยิ สจั กจ็ ะเหน็ วา “อวชิ ชา มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สดี ำขนุ มวั ไมผ อ งใส เลก็ ประมาณ เทา เมลด็ โพธห์ิ รอื เมลด็ ไทร เปน ปจ จยั ใหเ กดิ สงั ขาร สงั ขาร มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของอวชิ ชา เปน ปจ จยั ใหเ กดิ วญิ ญาณ วญิ ญาณ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ซอ นอยู ในชน้ั ในของสงั ขาร เปน ปจ จยั ใหเ กดิ นามรปู นามรปู มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของวญิ ญาณ เปน ปจ จยั ใหเ กดิ สฬายตนะ สฬายตนะ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยู ในชน้ั ในของนามรปู เปน ปจ จยั ใหเ กดิ ผสั สะ ผสั สะ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของสฬายตนะ เปน ปจ จยั ใหเ กดิ เวทนา เวทนา มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของผสั สะ เปน ปจ จยั ใหเ กดิ ตณั หา ตณั หา มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของเวทนา เปน ปจ จยั ใหเ กดิ อปุ าทาน อปุ าทาน มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู น ชน้ั ในของตณั หา เปน ปจ จยั ใหเ กดิ ภพ
5 - 190 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภพ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู นชน้ั ใน ของอปุ าทาน เปน ปจ จยั ใหเ กดิ ชาติ ชาติ มลี กั ษณะสณั ฐานกลม สขี าวใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ซอ นอยใู นชนั้ ในของภพ เปน ปจ จยั ใหเ กดิ ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข โทมนสั และ อปุ ายาส ธรรมเหลา น้ี เกดิ ขน้ึ เกย่ี วเนอื่ งกนั ประสานตดิ ตอ กนั เปน ปจ จยั อดุ หนนุ กนั ไมข าดสาย เหมอื นลกู โซ จงึ เรยี กวา ปฏจิ จสมปุ บาท เกดิ ขนึ้ เพราะเปน ปจ จยั ตดิ ตอ อาศยั ซง่ึ กนั และกนั เกดิ เมอื่ จะดบั ธรรมเหลา น้ี กต็ อ งดบั เบอื้ งตน คอื อวชิ ชาดบั มากอ น แลว ธรรมอน่ื ๆ กด็ บั มาเปน ลำดบั จนถงึ เบอ้ื งปลาย คอื ชาตดิ บั แตน นั่ ธรรมเหลา นี้ จงึ จะดบั ขาดสายไปทกุ ประการ”๖๔ อนงึ่ ในปฏจิ จสมปุ บาทธรรมแตล ะดวงน้ี กม็ เี หน็ จำ คดิ รู เจอื อยดู ว ยทกุ ดวง และดงั ทไ่ี ดแ นะนำวธิ พี จิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา และจติ ในจติ โดยละเอยี ดดงั กลา วมาแลว วา ใน เหน็ จำ คดิ รู กม็ ี “อนสุ ยั ” ไดแ ก ปฏฆิ านสุ ยั กามราคานสุ ยั และ อวชิ ชานสุ ยั หมุ ซอ นกนั อยเู ปน ชน้ั ๆ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ อวชิ ชานสุ ยั นนั้ หมุ ซอ นดวงรขู องกายโลกยิ ะทง้ั ๘ อยู แต หยาบละเอยี ดกวา กนั ไปตามความหยาบละเอยี ดของกายเขา ไป เหน็ จำ คดิ รู ของกาย โลกยิ ะทง้ั ๘ จงึ ไมข ยายโตเตม็ สว นเหมอื นธรรมกาย ตอ เมอื่ เจรญิ ภาวนาถงึ ธรรมกายแลว อนสุ ยั กเิ ลสทง้ั หลาย จงึ ถกู ถอดออกเปน ชน้ั ๆ จนกระทง่ั หมดไปเมอ่ื ถงึ ธรรมกาย อวชิ ชาเครอื่ งหมุ รู เมอื่ ถกู ถอดมาถงึ กายธรรม จึง กลบั เปน วชิ ชา ใหร แู จง เหน็ จรงิ ในสจั จธรรมขนึ้ มาทนั ที วชิ ชาเครอื่ งหมุ นนั้ กใ็ สละเอยี ด สะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ และดวงรกู เ็ บกิ บานขยายโตเตม็ สว นมขี นาดวดั เสน ผา ศนู ยก ลางเทา กบั หนา ตกั และความสงู ของพระธรรมกาย และ กลบั ๖๔ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร เลม ท่ี ๑ : หจก. พรนิ้ ตง้ิ (ไทยแลนด) , พ.ศ.๒๕๒๘, หนา ๓๘-๓๙
5 - 191 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เปน ญาณรตั นะ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ เปน อาสวกั ขยญาณ คอื ความหยงั่ รู วธิ ที ำอาสวะให สนิ้ เชอื้ ไมเ หลอื เศษ ไดบ รรลมุ รรค ผล นพิ พาน ตามคณุ ธรรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ดต อ ไป จงึ เหน็ แจง ดว ยตาพระธรรมกายวา ปฏจิ จสมปุ บาทธรรมนนั้ คงมอี ยแู ตเ ฉพาะในกาย โลกยิ ะทง้ั ๘ เทา นน้ั หาไดม ใี นพระธรรมกายดว ยไม และรแู จง แทงตลอด ในพระไตรลกั ษณ สว นละเอยี ด ดว ยญาณพระธรรมกาย วา กายโลกยิ ะทง้ั ๘ นนั้ เอง ทต่ี อ งตกอยใู นอาณตั ิ แหง พระไตรลกั ษณ คอื ความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และ อนตั ตา เพราะมอี วชิ ชาเปน ราก เหงา แหง กเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน อนั เปน เหตแุ หง ทกุ ขท งั้ ปวง ถา ดบั อวชิ ชาได ทกุ ขก ด็ บั หมด หรอื สว นหนงึ่ สว นใดดบั หรอื ขาดลง ทกุ ขก ด็ บั เพราะความเปน เหตแุ ละผลของทกุ ข ทเ่ี รยี กวา “ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม” นนั้ ขาดหมดตลอดทง้ั สาย เมอ่ื เหน็ แจง รแู จง ดว ยตา และ ญาณพระธรรมกายวา กายโลกยิ ะทงั้ ๘ นนั้ ตกอยใู นอาณตั แิ หง พระไตรลกั ษณอ ยา งไรแลว กย็ อ มเหน็ แจง ดว ยตาพระธรรมกาย และ รแู จง ดว ยญาณพระธรรมกาย วา พระธรรมกายมรรค ผล นพิ พาน ชอื่ วา “พระนพิ พานธาตุ” อนั พระอรยิ เจา พระอรหนั ตเจา ทา นไดบ รรลแุ ลว ไมป ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง นเ้ี อง ทก่ี ลบั เปน กาย นจิ จฺ ํ สขุ ํ และ อตตฺ า (แท) ทว่ี มิ ตุ ตหิ ลดุ พน หรอื วา ง (สญู ) จากกเิ ลส อวชิ ชา ตณั หา อปุ าทาน ทว่ี า งจากอตั ตา โลกยิ ะและสงิ่ ทเี่ นอื่ งดว ยอตั ตาโลกยิ ะนน้ั หรอื ทวี่ า งจากสงั ขาร จงึ ชอ่ื วา “วา งอยา งยงิ่ - ปรมํ สุ ญฺ ”ํ ดว ยประการฉะนี้ ทก่ี ลา วขา งตน นี้ เปน วธิ พี จิ ารณาปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ในสว นทเ่ี ปน ธาตลุ ะเอยี ด ที่ ตง้ั ซอ นกนั อยเู ปน ชนั้ ๆ กนั เขา ไปขา งใน ถดั จากธาตลุ ะเอยี ดของอรยิ สจั ๔ ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาทไี่ ดถ งึ ธรรมกายแลว ยอ มพจิ ารณาเหน็ กายในกาย เวทนา ในเวทนา จติ ในจติ และ ธรรมในธรรม ทง้ั ของตนเองและของผอู นื่ และทงั้ ณ ภาย
5 - 192 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั นอก (สว นหยาบ) และ ณ ภายใน (สว นละเอยี ด) จากสดุ หยาบ (กายมนษุ ย) ไปถงึ สุดกายละเอียด โดยความเปน ธรรมอาศยั ปจ จยั ประชมุ กนั เกดิ ขน้ึ (ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒) และ ดบั ไป เปน ปจ จบุ นั ธรรมได ดงั เชน ตอ ไปนี้ สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกายทเี่ จรญิ ฌานสมาบตั ใิ หจ ติ สงดั จากกเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกนั้ ปญ ญา และทำนโิ รธ (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั )ิ ดบั สมทุ ยั คอื ปหานอกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ มสี ติ สมั ปชญั ญะ มศี ลี สงั วรและอนิ ทรยี ส งั วรอยเู สมอ ยอ มสามารถพจิ ารณาเหน็ เปน ปจ จบุ นั ธรรม ทงั้ ทยี่ งั เปน ๆ อยู ตามสายปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ดงั ตอ ไปนี้ (๑) กายมนษุ ยล ะเอยี ด ซง่ึ เปน กาย ณ ภายใน ของผทู ปี่ ฏบิ ตั กิ ายทจุ จรติ วจที จุ จรติ มโนทจุ จรติ ซอมซอ เศรา หมอง ไมผ อ งใส พลอยใหก ายมนษุ ยห ยาบ อนั เปน กาย ณ ภายนอก เศรา หมองดว ยยอ มเหน็ เวทนาในเวทนา และ จติ ในจติ ทงั้ ณ ภายนอก และ ทงั้ ณ ภายใน คอื ดวงเหน็ -จำ-คดิ -รู ของกายมนษุ ย หยาบ และ ของกายมนษุ ยล ะเอยี ด เศรา หมอง ไมผ อ งใส และยอ มเหน็ ธรรม ในธรรม อนั มี “ดวงธรรม” ทที่ ำใหเ ปน กาย ๑ “ดวงศลี ” ๑ ธาตลุ ะเอยี ด ของ “ทกุ ขสจั ” ๑ “สมทุ ยั ” (ตณั หา) ๑ และ ภพภมู ิ (ตามสายปฏจิ จสมปุ บาท ธรรม) ๑ อันมี เหน็ -จำ-คดิ -รู คอื “ใจ” ซอ นอยตู รงกลางของกลางดวงธรรม ในธรรมดงั กลา วทกุ ดวง มวั หมอง ไมผ อ งใส เปน “ทคุ คตภิ พ” พลอยใหก าร ดำเนนิ ชวี ติ ของผนู นั้ เปน ไปไมด ี คอื เปน “ทกุ ข” ไมเ ปน “สนั ตสิ ขุ ” และ (๒) ยอ มสามารถพจิ ารณาเหน็ กายมนษุ ยล ะเอยี ด ซง่ึ เปน กายในกาย ณ ภายใน ของผงู ดเวน คอื ไมป ระกอบกายทจุ จรติ วจที จุ จรติ และ มโนทจุ จรติ เปน ผมู ศี ลี มธี รรม ประกอบ ดว ยทานกศุ ล ศลี กศุ ล ภาวนากศุ ล เปน ตน ผอ งใส ตามระดบั ภมู ธิ รรม เชน ผทู รงคณุ ธรรมในระดบั “มนษุ ยธรรม” กายมนษุ ยล ะเอยี ดกป็ รากฏผอ งใส ผทู รงคณุ ธรรมในระดบั “เทวธรรม” คอื ประกอบดว ยหริ ิ โอตตปั ปะ กายทพิ ย กป็ รากฏผอ งใส ผทู รงคณุ ธรรมในระดบั “พรหมธรรม” คอื ประกอบดว ย
5 - 193 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พรหมวหิ ารธรรม และรปู ฌาน/อรปู ฌาน กายรปู พรหม/อรปู พรหม กป็ รากฏ ผอ งใส ผทู รงคณุ ธรรมในระดบั “พทุ ธธรรม” ตง้ั แตโ คตรภจู ติ ขนึ้ ไป “ธรรมกาย” ก็ปรากฏผองใสตามระดับภูมิจิต ธรรมในธรรมของผูน้ัน รวมท้ังเวทนาใน เวทนา และ จติ ในจติ ทงั้ ณ ภายนอก (สว นหยาบ) และ ทง้ั ณ ภายใน (สว น ละเอยี ด) ของผนู นั้ ยอ มบรสิ ทุ ธผ์ิ อ งใส และมรี ศั มปี รากฏ เปน สคุ ตภิ พ (ภมู ิ จติ ) และสงู ขน้ึ ไปเปน โลกตุ ตรภมู ิ ตามระดบั ภมู ธิ รรมและบญุ บารมขี องแตล ะ ทา น พลอยให การดำเนนิ ชวี ติ ของทา นผนู น้ั เปน ไปดว ยดี มี “สนั ตสิ ขุ ” แตม ขี อ พงึ สงั เกตวา ผมู ภี มู จิ ติ สงู กวา ยอ มสามารถเหน็ กายในกาย เวทนา ในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม เปน ณ ภายใน ของผมู ภี มู จิ ติ ตำ่ กวา ไดช ดั เจน โดยนยั นี้ จงึ กลา วไดว า การเจรญิ สมถวปิ ส สนาภาวนาถงึ ธรรมกาย ทพ่ี ระ เดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ทา นปฏบิ ตั ิ และไดส่ังสอนไว จึงมีสติปฏฐาน ๔ คือ การมีสติพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม ทง้ั ณ ภายนอก (สว นหยาบ) และ ทง้ั ณ ภายใน (สว นละเอยี ด) อยา งครบถว น อยใู นตวั พรอ มเสรจ็ ดว ย ประการฉะนี้ ทง้ั หมดทกี่ ลา วมานี้ เปน การปฏบิ ตั สิ มถวปิ ส สนากมั มฏั ฐานเบอ้ื งกลาง ในขน้ั อนปุ ส สนา เปน วปิ ส สนาปญ ญา สว นเบอื้ งสงู -ขน้ั มรรคผล ในขน้ั โลกตุ ตรวปิ ส สนา เปน โลกตุ ตรปญ ญา และวชิ ชาธรรมกายชน้ั สงู (มรรคผลพสิ ดาร-สะสางธาตธุ รรม) ทงั้ ๒ ประการน้ี คณะผจู ดั ทำในสว นเบอื้ งกลางจะขออาราธนาพระเดชพระคณุ พระราชญาณวสิ ฐิ (เสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล ป.ธ.๖ ดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ) โปรดเมตตาใหค วาม กระจางตอไป.
5 - 194 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนที่ ๑๑ เจริญภาวนาพิจารณาอริยสัจ ๔ เขาถึงมรรค ผล นิพพาน ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ หลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ผปู ฏบิ ตั สิ มถวปิ ส สนา ตาม แนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย กไ็ ดส อนศษิ ยานศุ ษิ ยใ หศ กึ ษาสมั มาปฏบิ ตั ติ าม วา เมอ่ื ปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกายแลว มสี ตใิ ชญ าณพระธรรมกายพจิ ารณาเหน็ กายในกาย เหน็ เวทนาในเวทนา เหน็ จติ ในจติ เหน็ ธรรมในธรรม ทงั้ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก เพอื่ เจรญิ ปญ ญาเหน็ แจง สภาวธรรม (สงั ขาร/ธรรมทง้ั ปวง) และอรยิ สจั จธรรมตามทเ่ี ปน จรงิ ได ดว ยการทไ่ี ดท ง้ั รแู ละทง้ั เหน็ อายตนะคอื พระนพิ พาน และใหส ามารถเขา ถงึ ไดร ู/ได เหน็ และไดเ ปน พระนพิ พานธาตุ คอื บรรลธุ รรมกายโคตรภู ธรรมกายมรรค/ธรรมกาย ผล นพิ พาน ตามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด๖๕ ดงั นี้ “ใหร วมใจของทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลางธรรมกายอรหตั ทลี่ ะเอยี ดทส่ี ดุ เอาใจธรรมกายอรหตั เปน หลกั เจรญิ ฌานสมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔) พรอ ม กนั หมดทกุ กายหยาบกายละเอยี ด โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ๑-๒-๓ เทยี่ ว ให ใจผอ งใสจากกเิ ลสนวิ รณ ออ นโยน ควรแกง าน แลว ธรรมกายพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดทำนโิ รธดบั สมทุ ยั คอื พสิ ดารธรรมกายอรหตั ในอรหตั ออกจาก ฌานสมาบตั ิ (ไมต อ งพจิ ารณาอารมณฌ าน) ผา นศนู ยก ลางกำเนดิ ธาตธุ รรม เดิมอันเปนท่ีต้ังของธาตุธรรม และเห็น-จำ-คิด-รู อันเปนที่ตั้งของกิเลส อวชิ ชา ตณั หา อปุ าทาน ของกายโลกยิ ะสดุ กายหยาบกายละเอยี ด ปหาน คอื ละอกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ ให บรสิ ทุ ธิ์ เปน แตใ จ (คอื ญาณรตั นะ) ของธรรมกายที่บริสุทธิ์ลวนๆ จนสุดละเอียด ปลอยอุปาทานใน เบญจขนั ธข องกายในภพ ๓ และปลอ ยความยนิ ดใี นฌานสมาบตั ิ ได (แมช วั่ คราว เปน วกิ ขมั ภนวมิ ตุ ต)ิ ธรรมกายทห่ี ยาบจะตกศนู ย ๖๕ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) หนงั สอื วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร เลม ๓ (แจกใหเ ฉพาะผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกายแลว ).
5 - 195 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ธรรมกายทสี่ ดุ ละเอยี ดจะปรากฏในอายตนะคอื พระนพิ พาน กใ็ ห ซอ นธรรมกายทบี่ รสิ ทุ ธล์ิ ะเอยี ดนนั้ ทกี่ ลางของกลางพระนพิ พานธาตุ คอื ธรรมกายตรสั รขู องพระพทุ ธเจา ทเ่ี หน็ ประทบั อยบู นรตั นบลั ลงั ก มรี ศั มสี วา งยงิ่ นกั แวดลอ มดว ยพระนพิ พานธาตุ (อนปุ าทเิ สสนพิ พาน- ธาต)ุ ของพระอรหนั ตข ณี าสพ ผเู บญจขนั ธแ ตกทำลายแลว เวยี นขวา อยูโดยรอบนับไมถ วน ขณะโคตรภจู ติ ของผบู ำเพญ็ เพยี ร ยดึ หนว งพระนพิ พานเปน อารมณอ ยแู ลว นนั้ (๑) ใชต า (ญาณ) พระธรรมกายพจิ ารณาอรยิ สจั ทกี่ ลางกายมนษุ ย เห็นแจง แทงตลอดอริยสัจเหลา น้ี พรอมกับเดินสมาบัติ เมื่อถูกสวนเขา พระธรรมกายโคตรภลู ะเอยี ดกต็ กศนู ย (วา งหายไป) กลายเปน ดวงใส วดั เสน ผา ศนู ยก ลาง ๕ วา ในไมช า ศนู ยน นั้ กก็ ลบั เปน ธรรมกายพระโสดาปต ตมิ รรค หนา ตกั กวา ง ๕ วา สงู ๕ วา ขนึ้ ไป เกตดุ อกบวั ตมู ใสสวา งปรากฏขนึ้ ปหาน (ละ) สงั โยชนเ บอื้ งต่ำ คอื สกั กายทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา และสลี พั พตปรามาส ไดแ ลว ธรรมกายพระโสดาปต ตมิ รรคกต็ กศนู ย ธรรมกายพระโสดาปต ตผิ ล กจ็ ะปรากฏขน้ึ เขา ผลสมาบตั ิ พจิ ารณาปจ จเวกขณ ๕ คอื พจิ ารณามรรค, ผล, กเิ ลสทล่ี ะได, กเิ ลสทยี่ งั เหลอื และพจิ ารณาพระนพิ พาน ไดบ รรลมุ รรค ผล เปน พระโสดาบนั และจะเหน็ ธรรมกายพระโสดาปต ตผิ ล ใสละเอยี ดอยู ตลอดเวลา ไมก ลบั มวั หมองหรอื เลก็ เขา มาอกี (๒) แลวธรรมกายพระโสดาน้ันเขาฌาน พิจารณาอริยสัจของ กายทพิ ยใ หเ หน็ จรงิ ในทกุ ข สมทุ ยั นโิ รธ มรรค ทำนองเดยี วกบั ทก่ี ลา ว มาแลว เมอื่ ถกู สว นเขา ธรรมกายพระโสดากต็ กศนู ยเ ปน ดวงใส วดั เสน ผา ศนู ยก ลางได ๑๐ วา ในไมช า ศนู ยน นั้ กก็ ลบั เปน ธรรมกายพระสกทาคามิ- มรรค หนา ตกั กวา ง ๑๐ วา สงู ๑๐ วาขนึ้ ไป เกตดุ อกบวั ตมู ปรากฏใสสวา ง ขนึ้ กำจดั สงั โยชนเ บอื้ งต่ำ ๓ และสามารถละโลภะ โทสะ และโมหะ จนเบา บางลงมากแลว กจ็ ะตกศนู ย และปรากฏธรรมกายพระสกทาคามผิ ลเขา
5 - 196 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ผลสมาบตั ิ และพจิ ารณาปจ จเวกขณ ๕ ไดบ รรลมุ รรคผล เปน พระสกทิ าคามี และทานก็จะเห็นธรรมกายพระสกิทาคามีใสสวางละเอียดบริสุทธิ์อยู ตลอดเวลา (๓) แลว ธรรมกายพระสกิทาคามีน้ันเขาฌาน ดูอริยสัจของกาย รูปพรหม ใหเห็นจริงในทุกข สมุทัย นิโรธ มรรค เมื่อถูกสวนเขา ธรรมกายพระสกทิ าคามกี ต็ กศนู ยเ ปน ดวงใส วดั เสน ผา ศนู ยก ลางได ๑๕ วา และปรากฏเปน ธรรมกายพระอนาคามมิ รรค หนา ตกั กวา ง ๑๕ วา สงู ๑๕ วา ขนึ้ ไป เกตดุ อกบวั ตมู ใสสวา งและบรสิ ทุ ธขิ์ นึ้ ปหานกามราคานสุ ยั และ ปฏฆิ านสุ ยั ไดอ กี แลว กจ็ ะตกศนู ย ปรากฏธรรมกายพระอนาคามผิ ลเขา ผลสมาบตั ิ และพจิ ารณาปจ จเวกขณ ๕ ไดบ รรลมุ รรค ผล เปน อนาคาม-ี บคุ คล และทา นจะเหน็ ธรรมกาย พระอนาคามใี สสวา งละเอยี ดบรสิ ทุ ธอิ์ ยู ตลอดเวลา (๔) แลวธรรมกายพระอนาคามีน้ันเขาฌาน ดูอริยสัจของกาย อรูปพรหม ใหเห็นจริงในทุกข สมุทัย นิโรธ มรรค เมื่อถูกสวนเขา ธรรมกายพระอนาคามกี ต็ กศนู ยเ ปน ดวงใส วดั เสน ผา ศนู ยก ลางได ๒๐ วา ข้ึนไป แลวปรากฏพระธรรมกายอรหัตมรรค หนาตักกวาง ๒๐ วา สูง ๒๐ วา ขน้ึ ไป เกตดุ อกบวั ตมู ใสสวา งขน้ึ ปหานสงั โยชนเ บอ้ื งสงู อกี ๕ ประการ คอื รปู ราคะ อรปู ราคะ มานะ อทุ ธจั จะ และอวชิ ชา ไดโ ดยเดด็ ขาด แลว กต็ กศนู ย ธรรมกายพระอรหตั ผลกจ็ ะปรากฏขน้ึ เขา ผลสมาบตั ิ และพจิ ารณา ปจเวกขณ ๔ คือ พิจารณามรรค, ผล, กิเลสท่ีละไดหมด และพิจารณา พระนพิ พาน และกจ็ ะมญี าณหยง่ั รวู า ไดบ รรลมุ รรค ผล เปน พระอรหนั ต- ขณี าสพ ดงั พระพทุ ธดำรสั วา “วมิ ตุ ตฺ สมฺ ึ, วมิ ตุ ตฺ มติ ิ ญาณํ โหติ - เมอื่ จติ พนแลว ก็มีญาณหยง่ั รูวา พน แลว” และตรัสวา “ขีณาชาติ, วุสิตํ พรฺ หมฺ จรยิ ,ํ กตํ กรณยี ํ, นาปรํ อติ ถฺ ตตฺ ายาติ ปชานาติ - อรยิ สาวกนนั้ ยอ มทราบชดั วา “ชาตสิ นิ้ แลว , พรหมจรรยไ ดอ ยจู บแลว , กจิ ทคี่ วรทำ
5 - 197 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ไดท ำสำเรจ็ แลว , กจิ อนื่ อกี เพอื่ ความเปน อยา งนอี้ กี มไิ ดม ”ี แลว ทา น จะเหน็ ธรรมกายพระอรหตั ของทา นใสละเอยี ดและมรี ศั มสี วา งอยตู ลอดเวลา ไมก ลบั มวั หมองหรอื เลก็ ลงอกี ” การเจรญิ ฌานสมาบตั พิ จิ ารณาอรยิ สจั ๔ ใหเ หน็ แจง /รแู จง ดว ยญาณ ๓ (สจั จญาณ- กจิ จญาณ-กตญาณ) มอี าการ ๑๒ เพอื่ บรรลมุ รรค ผลนพิ พาน จะปฏบิ ตั ิ (เจรญิ ภาวนา) เพอื่ ความบรรลทุ ลี ะขน้ั ดงั ทไ่ี ดก ลา วขา งตน นกี้ ไ็ ด หรอื จะรวมใจของทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลางธรรมกายพระอรหตั ทำนโิ รธดบั สมทุ ยั เขา ถงึ อายตนะ คอื พระนพิ พาน แลว พจิ ารณาอรยิ สจั ใน ๔ กาย คอื กายมนษุ ย/ ทพิ ย/ พรหม/อรปู พรหม พรอ มกนั ใหเ หน็ แจง ในสจั จธรรมทง้ั ๔ เปน ไปในญาณ ๓ มอี าการ ๑๒ และไดบ รรลมุ รรคผลนพิ พาน ถงึ ขน้ั สงู สดุ คอื พระอรหตั ตมรรค- อรหตั ตผล และพระนพิ พานธาตุ ทนั ทเี ลยกไ็ ด แลว แตว าสนาบารมขี องแตล ะทา น ทบ่ี ำเพญ็ มาไดไ มเ ทา กนั ตามขอมูลในคัมภีรพระไตรปฎกก็พอจะทราบไดวา อยางเชน บารมีของพระมหา โพธสิ ตั วเ จา เพอื่ ความตรสั รพู ระอนตุ รสมั มาสมั โพธญิ าณเปน พระพทุ ธเจา นน้ั ทา นจะเจรญิ ภาวนา/เจรญิ วชิ ชาและอภญิ ญา คณุ เครอื่ งชว ยใหเ หน็ แจง /รแู จง สภาวธรรมและอรยิ สจั จธรรม ตามทเ่ี ปน จรงิ ไดอ ยา งสมบรู ณ และไดบ รรลมุ รรค-ผล-นพิ พานขนั้ สงู สดุ คอื พระอรหตั ตมรรค- พระอรหตั ตผล และพระนพิ พาน ไดท นั ทใี นขณะเดยี วกนั นนั้ เอง การเจรญิ สมาบตั พิ จิ ารณาพระอรยิ สจั ทงั้ ๔ น้ี เมอื่ กำหนดรทู กุ ข สมทุ ยั นโิ รธ และมรรค ดว ยสจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ แลว ญาณทง้ั ๓ กลมุ นเ้ี องทเ่ี ปน ปญ ญา ผดุ รขู น้ึ มาเองในระหวา งการปฏบิ ตั ิ เปน ปญ ญาทท่ี ำใหร วู า สจั จธรรมนนั้ มจี รงิ ถา เพยี ร ปฏบิ ตั อิ ยา งถกู ตอ ง ไมท อ ถอยกจ็ ะพน จากทกุ ขไ ด ญาณทง้ั ๓ กลมุ รวม ๑๒ ญาณ ของอรยิ สจั ในตอนนี้ เปรียบเหมือนจอบเสียมท่ีนำมาใชในการขุดพ้ืนดินเพ่ือกระแสธารแหงปญญา จะสามารถกำหนดไหลไปสนู พิ พทิ าญาณ ทนี นั้ ญาณทง้ั ๑๒ ญาณของพระอรยิ สจั จะ วิวัฒนาการเปนความเห็นแจงในปฏิจจสมุปบาทธรรม ๑๒ ใหสามารถกำหนดรูอนิจจัง
5 - 198 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทกุ ขงั อนตั ตา และสมทุ ยั ซงึ่ เปน ตน ทางใหก ำหนดรู อรยิ สจั และพระไตรลกั ษณข นั้ ละเอยี ด วา สพเฺ พ สงขฺ ารา อนจิ จฺ า, สพเฺ พ สงขฺ ารา ทกุ ขฺ า และสพเฺ พ ธมมฺ า (สงั ขตธรรม ทงั้ ปวง) อนตตฺ า ซงึ่ เปน ธรรมาวธุ อนั คมกลา ปหานสงั โยชนพ นิ าศไปในพรบิ ตา ตาม ระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด ญาณทงั้ ๓ กลมุ คอื สจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ อนั ใหเ หน็ แจง ในอรยิ สจั ๑๒ น้ี จะเหน็ และกำหนดรไู ดเ ปน อยา งดี โดยทางเจโตสมาธิ หรอื ธรรมปฏบิ ตั ติ ามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ทพ่ี ระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ ไดป ฏบิ ตั เิ ขา ถงึ ไดร /ู ไดเ หน็ และเปน ธรรมกาย และ ไดถ งึ อายตนะคอื พระนพิ พาน ดว ยอาการอยา งนี้ อนง่ึ ในระหวา งทย่ี งั ครองเบญจขนั ธอ ยนู นั้ พระนพิ พานธาตุ (สอปุ าทเิ สสนพิ พานธาต)ุ ของพระอรหนั ตผ ทู ที่ รงอภญิ ญาและสมาบตั ิ ๘ (รปู ฌาน ๔ อรปู ฌาน ๔) กส็ ามารถเขา นโิ รธสมาบตั ิ สถติ อยใู นอายตนะคอื พระนพิ พาน ไดใ นทกุ กาลทกุ เมอื่ ไดอ กี เชน กนั ผรู ู บางทา นจงึ กลา ววา พระอรหนั ตท า นเขา นพิ พานเปน (ดว ย) สอปุ าทปิ าทเิ สสนพิ พานธาตุ ทง้ั ๆ ทยี่ งั ดำรงชนมชพี อยไู ดต ลอดเวลา ตอ เมอ่ื เบญจขนั ธด บั (ตาย) แลว พระนพิ พานธาตุ (อนปุ าทเิ สสนพิ พานธาต)ุ ของ สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา จงึ ปรากฏสถติ ประทบั อยบู นรตั นบลั ลงั กย ง่ั ยนื อยใู นอายตนะ คอื พระนพิ พานนน้ั สว นอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตขุ องพระอรหนั ตสาวก (ทเี่ บญจขนั ธด บั คอื ตายแลว ) กจ็ ะปรากฏประทบั อยบู นองคฌ าน (เหมอื นแผน กระจกกลมใสหนาประมาณ ๑ ฝา มอื ของพระธรรมกาย) เวยี นขวา หา งกนั ชว่ั กงึ่ องคฌ าน โดยรอบพระพทุ ธเจา นบั ไม ถวน ตามลำดับกาลแหงการดับขันธของพระอรหันตสาวกแตละองค และไดยินวา พระอนุปาทิเสสนิพพานธาตุของพระอัครสาวกเบื้องซาย/เบื้องขวา ไดปรากฏอยูใน อายตนะคอื พระนพิ พานน้ี กอ นกาลปรนิ พิ พานของพระพทุ ธเจา เพราะอคั รสาวกทงั้ ๒ องคน นั้ ไดป รนิ พิ พานดว ยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตกุ อ นพระพทุ ธเจา สำหรบั พระอนปุ าท-ิ เสสนพิ พานธาตขุ องพระปจ เจกพทุ ธเจา เมอื่ เบญจขนั ธด บั (ตาย) กจ็ ะเหน็ ปรากฏอยบู น รตั นบลั ลงั กล ำพงั องคเ ดยี ว เพราะในระหวา งดำรงพระชนมชพี อยู มไิ ดส งั่ สอนผใู ดใหไ ด มรรค ผลนพิ พาน จงึ ไมป รากฏพระนพิ พานธาตขุ องพระอรหนั ตสาวกอยโู ดยรอบ เหมอื น อยา งสมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา
5 - 199 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อน่ึง นอกจากอายตนะคือพระนิพพาน เปนท่ีสถิตอยูของพระอนุปาทิเสส- นิพพานธาตุ อันเปนอมตธรรม ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาสมณโคดมของเรานี้ พรอ มดว ยของพระอรหนั ตสาวกและพระปจ เจกพทุ ธเจา ในพทุ ธกาลนแี้ ลว ยงั มอี ายตนะ คอื พระนพิ พาน ทส่ี ถติ อยขู องพระอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตขุ องสมเดจ็ พระสมั มา- สมั พทุ ธเจา ผไู ดบ ำเพญ็ บารมใี นระดบั วริ ยิ าธกิ ะ-สทั ธาธกิ ะ-ปญ ญาธกิ ะ องคก อ นๆ พรอ มดว ยของพระอรหนั ตสาวก และพระปจ เจกพทุ ธเจา ในแตล ะพทุ ธกาลในอดตี ถอยหลงั สบื ตอ ๆ ไปอกี นบั ไมถ ว น จนถงึ อายตนะคอื พระนพิ พานเปน ทส่ี ถติ อยขู อง พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาองคตนๆ ผูไดบำเพ็ญบารมีมามากกวาสมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจาดังกลาวขางตน อีกมากมายนัก จนพระวรกายทุกกายสุด กายหยาบ (กายมนษุ ย) สดุ กายละเอยี ด ถงึ ธรรมกายของพระพทุ ธองคน นั้ เปน ธาตธุ รรมทใ่ี สบรสิ ทุ ธิ์ เปน วริ าคธาต/ุ วริ าคธรรมลว นๆ แลว เขา พระนพิ พานดว ย พระวรกายเนอื้ ทใ่ี สบรสิ ทุ ธ์ิ เปน วริ าคธาต/ุ วริ าคธรรมนน้ั เหน็ ประทบั อยบู นองคฌ าน (เหมอื นแผน กระจกกลมใสหนาประมาณ ๑ ฝา มอื ของพระพทุ ธเจา ) โตใหญใ สบรสิ ทุ ธ์ิ และมรี ศั มโี ชตชิ ว งสวา งไสวแผซ า นจากพระวรกายพระองค แวดลอ มดว ยพระอนพุ ทุ ธะ กลางธาตุ ประทบั อยซู า ย-ขวา-หนา -หลงั ของพระพทุ ธเจา องคต น ๆ และมกี ลางในกลาง ธาตุ และปลายธาตตุ อ ๆ ไป โดยรอบนบั ไมถ ว น สวา งไสวเตม็ อายตนะ คอื พระนพิ พาน เปน นนั้ และยงั มพี ระนพิ พานในพระนพิ พานตน ในตน ตอ ๆ ไปอกี นบั อสงไขยใน อสงไขยอายธุ าตอุ ายบุ ารมขี องพระพทุ ธเจา องคต น ๆ ไมถ ว น พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) ผปู ฏบิ ตั ิ สมถวปิ ส สนาภาวนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกายของพระพทุ ธเจา จงึ ไดแ นะนำวธิ ี การเจรญิ ภาวนาตอ ๆ ไปอกี วา เมอื่ ไดเ ขา ถงึ ไดร ู ไดเ หน็ และไดเ ปน ธรรมกายอรหตั ในอรหตั ตอ ไป จนสดุ ละเอยี ดและ ไดเ ขา ถงึ ไดร เู หน็ อายตนะคอื พระนพิ พาน ทสี่ ถติ อยขู องพระนพิ พานธาตขุ องพระพทุ ธเจา และไดพิจารณาอริยสัจไดถึงมรรคผล และพระนิพพานธาตุดวยตน แลวเพียงไร ให
5 - 200 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อธษิ ฐานซอ นพระธรรมกายอนั บรสิ ทุ ธขิ์ องตนนน้ั เขา กบั พระนพิ พานธาตขุ องพระพทุ ธเจา ทเี่ หน็ ประทบั อยบู นรตั นบลั ลงั ก (แวดลอ มดว ยพระนพิ พานธาตขุ องพระอรหนั ตขณี าสพทเ่ี หน็ ประทับอยูบนองคฌานใสวางโดยรอบนับไมถวน) ซอนหยุด-ซอนน่ิง-กลางของกลาง พระนิพพานธาตุของพระพุทธเจาน้ัน ศูนยกลางพระนิพพานน้ันก็จะขยายวางหายไป แลวจะปรากฏพระนิพพานธาตุในพระนิพพานธาตุของพระพุทธเจาองคตอไปๆ ไป ในอายตนะคอื พระนพิ พานตอ ๆ ไป ทบั ทวขี นึ้ มาไมข าดสายนบั ไมถ ว น เปน การไดเ ขา ถงึ ไดร -ู ไดเ หน็ และไดเ ปน ธาตธุ รรมทบี่ รสิ ทุ ธติ์ ามพระนพิ พานธาตขุ องพระพทุ ธเจา องคต อ ๆ ไป เปน ทบั ทวนี บั อสงไขยในอสงไขยอายธุ าตอุ ายบุ ารมขี องพระพทุ ธเจา ไมถ ว น กจ็ ะถงึ พระพทุ ธเจา องคตน ธาต/ุ ตน ธรรม ในอายตนะคอื พระนพิ พานเปน ตอ ๆ ไปอกี นบั ไมถ ว น ดงั ทก่ี ลา วขา งตน เมอื่ ไดเ ขา ถงึ ไดร -ู ไดเ หน็ และไดเ ปน ธรรมธาตุ ตามคณุ ธรรมของพระพทุ ธเจา เพยี งไร จงหยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ -นงิ่ กลางของกลางพระพทุ ธเจา ในอายตนะคอื พระนพิ พานนนั้ แลว ฟง รทู ต่ี รสั รใู นนโิ รธของพระพทุ ธเจา องคใ ด และจะไดร /ู ไดเ หน็ วชิ ชา ของพระพทุ ธเจา ภาคขาว คอื ฝา ยบญุ /ฝา ยสมั มาทฏิ ฐิ เปน คณุ เครอื่ งกำจดั อวชิ ชาของ ธาตธุ รรมภาคดำ คอื ฝา ยกลางๆ และอวชิ ชาของธาตธุ รรม ฝา ยบาปอกศุ ลหรอื ฝา ยมาร ทเี่ ขา มาสอดกายละเอยี ดเขา มาในธาตธุ รรมและเหน็ -จำ-คดิ -รู (ใจ) ของสตั วโ ลกทงั้ หลาย ใหป ระกอบกายทจุ รติ วจที จุ รติ มโนทจุ รติ และใหไ ดร บั ผลกรรมเปน ความทกุ ขเ ดอื ดรอ น (ดว ยเหตวุ บิ ตั ิ บาปศกั ดส์ิ ทิ ธิ์ ภยั วบิ ตั ิ ภยั สงคราม/การกอ การรา ย/การจลาจล และภยั ธรรมชาติ ตางๆ) ตอเม่ือผูศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา อันมีรายละเอียดอยูในอริยมรรคมีองค ๘ ชำระธาตธุ รรมและเหน็ -จำ-คดิ -รู (ใจ) ใหบ รสิ ทุ ธผ์ิ อ งใสอยเู สมอแลว กจ็ ะเหน็ ผลของ การปฏบิ ตั ธิ รรมนต้ี ามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ดเ องแล เพราะเหตุน้ี หลวงพอวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผูปฏิบัติ สมถวปิ ส สนาภาวนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกายของพระพทุ ธเจา นี้ จงึ มกั ไดป รารภ กบั ศษิ ยานศุ ษิ ยเ สมอๆ วา “ธรรมกาย (ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์ ตงั้ แตโ คตรภญู าณขน้ึ ไปถงึ ธรรมกาย ทบี่ รรลมุ รรค ผลนพิ พาน) นน่ั แหละ คอื ทพ่ี งึ่ ของสตั วโ ลก” “ธรรมกายไมเ คย หลอกลวงใคร” “ญาณดกี ร็ ู ตาดกี เ็ หน็ ” เปน ตน
5 - 201 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั บรรณานกุ รม ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๔, วนิ ยั ปฎ ก มหาวรรค. พระไตรปฏกบาลีฉบับสยามรัฐ เลมที่ ๑๐, ทีฆนิกาย มหาวรรค. พระไตรปฎกบาลฉี บบั สยามรัฐ เลมท่ี ๑๒ มัชฌิมนกิ าย มูลปณ ณาสก. พระไตรปฎกบาลีฉบับสยามรัฐ เลมท่ี ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก. พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค. พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๙, สงั ยตุ ตนกิ าย มหาวรรค. พระไตรปฎกบาลีฉบับสยามรัฐ เลมที่ ๒๕, ขุททกนิกาย ธรรมบทคาถา. พระไตรปฏกบาลีฉบับสยามรัฐ เลมที่ ๒๖, ขุททกนิกาย เถรคาถา. พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ท่ี ๓๑. ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค. ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท อรรถกถา ภาค ๗. พระพทุ ธโฆสาจารย. (๒๕๓๑). วสิ ทุ ธมิ รรค (บาล)ี ภาค ๑. พมิ พค รง้ั ที่ ๗. กรงุ เทพฯ: มหามกฏุ - ราชวิทยาลัย. พระมหานามเถระ. (๒๕๓๔). สทั ธมั มปั ปกาสนิ ี อรรถกถาขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ภาค ๑-๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พว ญิ ญาณ. สมเดจ็ พระสงั ฆราชสา (ปสุ สฺ เทวมหาเถร). (๒๕๓๘). ปฐมสมโพธ.ิ ทรงชำระโดย สมเดจ็ พระมหา- สมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส. พมิ พค รง้ั ท่ี ๒๓, มลู นธิ มิ หามกฎุ ราชวทิ ยาลยั . หลวงพอวัดปากนำ้ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร), ชีวประวัติ ผลงาน และรวมพระธรรม เทศนา ๖๓ กณั ฑ : โรงพมิ พเ ทคนคิ ๑๙, พ.ศ.๒๕๒๘ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร). (๒๕๓๐). วชิ ชามรรคผลพสิ ดารเลม ๑. สถาบันพุทธภาวนา วิชชาธรรมกาย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และโครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน วดั ปากนำ้ ภาษเี จรญิ จดั พมิ พ. พมิ พค รง้ั ที่ ๓. พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน. โรงพมิ พ บรษิ ทั เอช ที พี เพรส จำกดั . พมิ พค รง้ั ท่ี ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, 5-201
5 - 202 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อุปกรณกัมมัฏฐาน มหาสติปฏฐาน และคิริมานนทสูตร (สำหรับนักธรรม และธรรมศึกษา ชน้ั เอก) มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั พมิ พค รงั้ ที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๓๔ พนั ตรี ป. หลงสมบญุ . (๒๕๔๐). พจนานกุ รม มคธ–ไทย. สำนกั เรยี น วดั ปากนำ้ ภาษเี จรญิ . พระเทพเวที (ประยุทธ ปยุตฺโต). (๒๕๓๓). พจนานุกรมพุทธศาสตร ฉบับประมวลศัพท. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พิมพเผยแผ.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 642
Pages: