4 - 34 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เรอื่ ง วปิ ส สนากรรมฐานในหลกั การโดยสงั เขป (ภาคปริยัติ) ผปู ระสงคจ ะเจรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน ควรทำความเขา ใจใหถ กู ตอ งเสยี กอ นวา ๑) วปิ ส สนา คอื อะไร ? ๒) อารมณข องวปิ ส สนา ไดแ กอ ะไร ? ๓) ประโยชนข องวปิ ส สนา มอี ยา งไร ? ๔) ธรรมะทเี่ ปน อปุ การะแกว ปิ ส สนา มอี ะไรบา ง ? เพราะวิปสสนากรรมฐาน เปน การปฏิบัติที่จะทำใหผูปฏิบัติถึงความพนทุกขท้ังปวง อนั เปน จดุ ประสงคส งู สดุ ในพระพทุ ธศาสนา เพราะฉะนน้ั ผเู จรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน จงึ ควรจกั รู ควรจะเขา ใจในเรอื่ งของวปิ ส สนาโดยถกู ตอ งเสยี กอ น ซง่ึ มหี ลกั การทคี่ วรทำความ เขา ใจ ดงั ตอ ไปนี้ วปิ ส สนา คอื อะไร ? โดยหลกั การแลว วปิ ส สนาเปน ชอื่ ของปญ ญา๑ และปญ ญา นร้ี อู ะไรหรอื เหน็ อะไร จงึ เรยี กวา วปิ ส สนา กค็ อื รหู รอื เหน็ นามรปู ไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ไมใ ชส ตั ว ไมใ ชบ คุ คลตวั ตน ถา รอู ยา งอนื่ หรอื เหน็ อยา งอน่ื นอกจากทกี่ ลา วแลว กไ็ มช อ่ื วา วปิ ส สนาปญ ญา คอื โดยจะรหู รอื เหน็ อะไรๆ กต็ าม เชน เหน็ พระพทุ ธเจา เหน็ พระอนิ ทร เหน็ พระพรหม เหน็ นรก เหน็ สวรรค หรอื เหน็ อะไรๆ กต็ าม การรกู ารเหน็ เชน น้ี ไมช อ่ื วา วปิ ส สนา แตอ าจเหน็ ไดด ว ยอำนาจของสมาธิ เมอ่ื มคี วามเขา ใจโดยแนน อนวา วปิ ส สนา คอื อะไรแลว กจ็ ะเปน ประโยชนอ นั สำคญั โดยจะชว ยปอ งกนั และคมุ ครองผนู น้ั ไมใ หต กไปในความเหน็ ผดิ งมงาย และคลค่ี ลายความสงสยั ทว่ี า วปิ ส สนานน้ั คอื อะไรกนั แน ๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๗๓๑-๗๓๖ หนา ๖๒๗-๖๓๗.
4 - 35 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม อารมณข องวปิ ส สนา เมอื่ หลกั การของวปิ ส สนามดี งั กลา ววา เปน ปญ ญาทเ่ี หน็ ภาวะ รปู นาม๒ หรอื ขนั ธ ๕ เปน ไตรลกั ษณแ ลว การเจรญิ วปิ ส สนาจะตอ งกำหนดหรอื จะตอ งดอู ะไร จงึ จะเหน็ ไตรลกั ษณ๓ กต็ อ งกำหนดหรอื ตอ งดรู ปู นามทเ่ี ปน อารมณข องปจ จบุ นั นน่ั เอง แลว จงึ จะเหน็ รปู นามไตรลกั ษณไ ด ถา ดทู อ่ี นื่ หรอื ดอู ยา งอนื่ กไ็ มม เี หตผุ ลเลยทจ่ี ะรหู รอื เหน็ สภาวะรปู นาม ตามความเปน จรงิ ดงั กลา วได ประโยชนข องวปิ ส สนามอี ยา งไร ? ประโยชนเ บอื้ งตน คอื ทำลายวปิ ลาสธรรม๔ ไดแ ก ความเหน็ ผดิ ทเี่ หน็ รปู นามวา งาม เทยี่ ง เปน สขุ เปน ตวั เปน ตน และในทสี่ ดุ ทำใหถ งึ สนั ตสิ ขุ คอื พระนพิ พาน เพราะฉะนน้ั การเจรญิ วปิ ส สนา จงึ เปน สง่ิ ทจ่ี ำเปน ทผ่ี ปู ฏบิ ตั ิ ควรรู ควรจะเขา ใจ ในหลกั การและเหตผุ ลของวปิ ส สนาโดยถกู ตอ งแนน อนเสยี กอ น มฉิ ะนน้ั กจ็ ะทำไปอยา งผดิ ๆ เพราะความไมเ ขา ใจหรอื หลงผดิ ได เชน ในเรอ่ื งขนั ธ ๕ ซงึ่ พระพทุ ธองคต รสั ประกาศวา ขนั ธ ๕ เปน ทกุ ขๆ แตผ ปู ฏบิ ตั บิ างทา นกย็ งั มคี วามรสู กึ วา ขนั ธ ๕ เปน สขุ ในเมอื่ จติ ใจเขา ถงึ ความสงบเปน สมาธแิ ลว กเ็ ขา ใจวา สมาธนิ นั้ คอื นพิ พาน และเหน็ วา ความสขุ เชน นี้ ไม ใชข นั ธ เพราะพระพทุ ธองคต รสั วา ขนั ธเ ปน ทกุ ข แตค วามจรงิ แลว สมาธกิ ห็ าใชอ น่ื นอก ไปจากขนั ธ หรอื วา พน ไปจากขนั ธไ ม ความสขุ เชน นคี้ อื เวทนาทเี่ ขา ไปเสวยอารมณท อ่ี าศยั เกดิ ขน้ึ จากสมาธนิ นั่ เอง หาใช ความสขุ ในพระนพิ พานไม เพราะพระนพิ พานนนั้ ไมม เี วทนา คอื ไมม ขี นั ธ จงึ เปน สขุ ๕ หรอื ผทู ปี่ ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ความสงบนน้ั คอื พระนพิ พาน โดยไปยดึ เอาคำวา นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ๖ํ ซง่ึ แปลวา สขุ อนื่ นอกจากความสงบไมม ี แตค ำวา ความสงบในทนี่ ี้ ทา นหมายถงึ สงบจาก กเิ ลส สงบจากทกุ ข คอื ขนั ธ ๕ หรอื จะวา สงบจากสงั ขารทงั้ ปวง กไ็ ดอ ยา งเดยี วกนั คอื ๒ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๙ ขทุ ทกนกิ าย มหานทิ เทส ขอ ๗๘๘-๘๘๐ หนา ๔๘๘-๕๔๓. ๓ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค ขอ ๑-๓ หนา ๑-๒. ๔ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๑ องั คตุ ตรนกิ าย จตกุ กนบิ าต ขอ ๔๙ หนา ๖๖-๖๗. ๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๓ องั คตุ ตรนกิ าย นวกนบิ าต ขอ ๒๓๘ หนา ๔๒๙. พระสารบี ตุ รกลา วกบั พระอทุ ายี วา “เพราะพระนพิ พานไมม เี วทนานนั่ แหละ จงึ เปน สขุ ”. ๖ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๒๕ ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบทคาถา ขอ ๒๕ หนา ๔๒.
4 - 36 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ความสงบ ตามพระคาถาน้ี เปน ชอ่ื ของความสงบทเ่ี ขา ถงึ สนั ตสิ ขุ โดยแทจ รงิ คอื พระนพิ พาน๗ เหตทุ ผี่ ปู ฏบิ ตั บิ างทา นมคี วามเขา ใจผดิ กนั ไปเชน น้ี กเ็ พราะวา ไมม กี ารเออ้ื เฟอ ตอ หลกั ปรยิ ตั ิ ไมพ ยายามปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั ขิ องตนใหเ ขา กบั หลกั ฐานตำรบั ตำราแหง คำสอน แลว ยงั เกดิ ความเหน็ ผดิ ทไ่ี มป ระกอบดว ยเหตผุ ลวา ปรยิ ตั กิ บั ปฏบิ ตั เิ ปน คนละทาง ไมจ ำเปน ตอ งศกึ ษา เลา เรยี นกไ็ ด ปฏบิ ตั ไิ ปแลว กร็ เู อง เชน นเี้ ปน ตน โดยลมื ไปวา เราไมใ ชพ ระพทุ ธเจา จะได ตรสั เองโดยไมต อ งอาศยั คำสอน การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ จะตอ งปฏบิ ตั โิ ดยอาศยั หลกั ฐานตามคำสอนในสตปิ ฏ ฐาน ๔ และมธี รรมะอนั เปน อปุ การะทจ่ี ะตอ งเขา รว มประกอบไปดว ยกบั วปิ ส สนา คอื วปิ ส สนาภมู ิ ๖ ญาณ ๑๖ วปิ ส สนาญาณ ๙ และวสิ ทุ ธิ ๗ เปน ตน ซงึ่ ธรรมะแตล ะประเภท กลา วโดยยอ มดี งั ตอ ไปน้ี สตปิ ฏ ฐาน ๔๘ สตปิ ฏ ฐาน คอื เปน ฐานทตี่ งั้ ของสติ หรอื ทเ่ี ปน ฐานทรี่ บั รองการกำหนดของสตอิ ยา ง ประเสรฐิ ประเสรฐิ อยา งไร ? ประเสรฐิ เพราะวา อารมณข องสตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ สามารถที่ จะนำจติ ใหด ำเนนิ ไปถงึ พระนพิ พาน อนั เปน ธรรมทเ่ี กษมของบณั ฑติ ซงึ่ มอี ยู ๔ หมวด คอื หมวด ๑ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๑๔ บรรพะ ไดแ ก อานาปานบรรพะ อริ ยิ าบถ- บรรพะ สมั ปชญั ญบรรพะ ปฏกิ ลู บรรพะ ธาตบุ รรพะ และอสภุ ะ ๙ บรรพะ หมวด ๒ เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๙ บรรพะ ไดแ ก สขุ เวทนาทก่ี ำลงั เกดิ อยู ทกุ ขเวทนาทกี่ ำลงั เกดิ อยู หรอื อเุ บกขาเวทนาทกี่ ำลงั เกดิ อยู เปน ตน กร็ ู ฯ หมวด ๓ จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๑๖ บรรพะ ไดแ ก จติ มรี าคะ จติ ไมม รี าคะ จติ มโี ทสะ จติ ไมม โี ทสะ จติ มโี มหะ จติ ไมม โี มหะ เปน ตน กร็ ู ฯ หมวด ๔ ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๕ บรรพะ ไดแ ก นวิ รณบรรพะ ขนั ธบรรพะ อายตนบรรพะ โพชฌงั คบรรพะ อรยิ สจั จบรรพะ ๗ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๐ ขทุ ทกนกิ าย จฬู นทิ เทส ขอ ๒๓๔ หนา ๑๒๓. ๘ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวรรค ขอ ๒๗๓-๓๐๐ หนา ๓๒๕-๓๕๑.
4 - 37 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ในสตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี เปน ไดท งั้ สมถะและวปิ ส สนา คอื ในกายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานนน้ั มีอิริยาบถบรรพะ สัมปชัญญะบรรพะ กับธาตุบรรพะ เปนวิปสสนา สวนปฏิกูลบรรพะ อสภุ บรรพะ กบั อานาปานบรรพะนนั้ ตอ งเจรญิ สมถะเสยี กอ นแลว จงึ ยกขน้ึ สวู ปิ ส สนาภายหลงั สว นเวทนานปุ ส สนา จติ ตานปุ ส สนา กบั ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เปน วปิ ส สนาลว น สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี กไ็ ดแ กข นั ธ ๕ หรอื รปู นามนน่ั เอง คอื กายานปุ ส นาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก รปู ขนั ธ เปน รปู ธรรม เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก เวทนาขนั ธ เปน นามธรรม จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก วญิ ญาณขนั ธ เปน นามธรรม ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก ขนั ธท ง้ั ๕ เปน ทงั้ รปู ธรรมและนามธรรม สตปิ ฏ ฐานนน้ั มอี ยา งเดยี ว ดว ยอำนาจแหง การระลกึ และดว ยอำนาจแหง การรวม ลงเปน อนั เดยี วกนั แตแ ยกเปน ๔ กด็ ว ยอำนาจแหง อารมณ และทา นอปุ มาเหมอื นกบั เมอื ง ทม่ี ปี ระตู ๔ ประตู พอ คา เขา ทางประตไู หน กเ็ ขา ถงึ กลางใจเมอื งคอื พระนพิ พานเชน เดยี ว กนั ๙ คอื การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานนน้ั แมจ ะโดยกำหนดบรรพะใดบรรพะหนง่ึ หรอื ขอ ใดขอ หนงึ่ โดยจะเปน รปู หรอื นามกต็ าม กถ็ งึ พระนพิ พานไดเ ชน เดยี วกนั ไมจ ำเปน ตอ งกำหนดจนครบ หมดทกุ ๆ ฐาน หรอื ทกุ ๆ บรรพะ ในสตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี ทา นวางจรติ ไว ๒ อยา ง๑๐ เพอ่ื ใหเ หมาะกบั อธั ยาศยั ของบคุ คล ผปู ฏบิ ตั ิ คอื ตณั หาจรติ กบั ทฏิ ฐจิ รติ ในจรติ ทงั้ ๒ นี้ แยกออกไปอกี จรติ ละ ๒ อยา ง คอื ตณั หาจรติ นน้ั แยกออกเปน ปญ ญานอ ยกบั ปญ ญากลา และในทฏิ ฐจิ รติ กแ็ ยกออกเปน ปญ ญา นอ ยกบั ปญ ญากลา เชน กนั คอื การพจิ ารณากายานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ตี ณั หาจรติ หยาบ ทม่ี ปี ญ ญานอ ย การพจิ ารณาเวทนานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ตี ณั หาจรติ ละเอยี ด ทม่ี ปี ญ ญากลา การพิจารณาจติ ตานุปส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ที่ ฏิ ฐจิ รติ ออ น ทม่ี ปี ญ ญานอ ย การพจิ ารณาธรรมานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ที ฏิ ฐจิ รติ กลา ทม่ี ปี ญ ญากลา ๙ คมั ภรี ป ปญ จสทู นี ภาค ๑ อรรถกถามชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก หนา ๒๕๕-๒๕๖. ๑๐ คมั ภรี ส มั โมหวโิ มทนี อรรถกถาอภธิ มั มปฎ ก วภิ งั คปกรณ หนา ๒๓๒.
4 - 38 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานทงั้ ๔ น้ี กเ็ พอื่ จะทำลายวปิ ล ลาสธรรม ๔ อยา ง คอื ๑. สภุ วปิ ล ลาส ทเี่ หน็ วา รปู นามเปน ของดขี องงามนน้ั จะทำลายไดด ว ยกายานปุ ส สนาฯ ๒. สขุ วปิ ล ลาส ทเ่ี หน็ วา รปู นามเปน สขุ จะทำลายไดด ว ยเวทนานปุ ส สนาฯ ๓. นจิ จวปิ ล ลาส ทเี่ หน็ วา รปู นามเปน ของเทยี่ ง จะทำลายไดด ว ยจติ ตานปุ ส สนาฯ ๔. อตั ตวปิ ล ลาส ทเ่ี หน็ วา รปู นามเปน ตวั เปน ตน จะทำลายไดด ว ยธรรมานปุ ส สนาฯ องคธ รรมของสตปิ ฏ ฐาน ในการทจี่ ะทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั ในโลกใหพ นิ าศไดน นั้ มี ๒ ประการ คอื อารมณท ถี่ กู เพง ไดแ ก กาย เวทนา จติ ธรรม สว นผเู พง ไดแ ก อาตาป (ความเพยี รในสมั มปั ธาน ๔)๑๑ สมั ปชาโน (ปญ ญาในสมั ปชญั ญะ ๔)๑๒ สตมิ า (สตทิ รี่ ะลกึ รรู ปู นามในสตปิ ฏ ฐาน ๔) คอื มผี เู พง กบั อารมณท ถี่ กู เพง ๒ อยา งเทา นน้ั สว นตวั เหน็ นน้ั เปน วปิ ส สนา ถามวา เหน็ อะไร กเ็ หน็ รปู นามไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ดงั ไดก ลา วมาแลว นน่ั เอง ไมใ ชไ ปเหน็ อะไรๆ อนื่ ๆ เลย ญาณ ๑๖๑๓ ญาณ ๑๖ คือ ความรูสึกตัวดวยปญญา ที่ไดมาจากการเจริญวิปสสนาหรือเจริญ สตปิ ฏ ฐาน โดยมรี ะดบั ของปญ ญาเปน ขนั้ ๆ ไป ดงั ตอ ไปน้ี ๑. นามรปู ปรจิ เฉทญาณ คอื ปญ ญารวู า เปน นามเปน รปู ไมใ ชส ตั ว บคุ คล ตวั ตน ๒. ปจจยปริคคหญาณ คอื ปญ ญารปู จ จยั ทท่ี ำใหเ กดิ นามรปู ๓. สมั มสนญาณ คอื ปญ ญารคู วามไมเ ทยี่ งของนามรปู ๔. อุทยัพพยญาณ คอื ปญ ญารคู วามเกดิ ขนึ้ และดบั ไปของนามรปู ๕. ภังคญาณ คอื ปญ ญารคู วามดบั ไปของรปู นาม ๖. ภยญาณ คอื ปญ ญารวู า นามรปู เปน ภยั นา กลวั ๗. อาทนี วญาณ คอื ปญ ญารโู ทษของนามรปู ๑๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๑ องั คตุ ตรนกิ าย จตกุ กนบิ าต ขอ ๑๓-๑๔ หนา ๑๙-๒๒. ๑๒ คมั ภรี ป ปญ จสทู นี ภาค ๑ อรรถกถามชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก หนา ๒๕๘. ๑๓ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๐๕-๓๒๘.
4 - 39 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๘. นิพพทิ าญาณ คอื ปญ ญารสู กึ เบอื่ หนา ยนามรปู ๙. มญุ จติ กุ มั ยตาญาณ คอื ปญ ญารสู กึ อยากพน จากนามรปู ๑๐. ปฏสิ งั ขาญาณ คอื ปญ ญารธู รรมอนั เปน เครอื่ งทำใหพ น จากนามรปู ๑๑.สงั ขารเุ บกขาญาณ คอื ปญ ญารกู ารทำลายความยนิ ดยี นิ รา ยในนามรปู แลว วางเฉย ๑๒.อนุโลมญาณ คอื ปญ ญารธู รรมทจี่ ะอนโุ ลมใหเ หน็ อรยิ สจั จธรรมทงั้ ๔ ๑๓.โคตรภูญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๔. มัคคญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๕. ผลญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๖. ปจจเวกขณญาณ คอื ปญ ญารมู รรค ผล นพิ พาน กเิ ลสทล่ี ะแลว และกเิ ลสทเี่ หลอื วปิ ส สนาญาณ ๙๑๔ วปิ ส สนาญาณ ๙ นน้ั ทา นสงเคราะหน บั ตง้ั แตอ ทุ ยพั พยญาณเปน ตน ไป จนถงึ อนโุ ลมญาณ คอื เปน ปญ ญาตอนทเ่ี หน็ นามรปู เปน ไตรลกั ษณแ ลว ตลอดขนึ้ ไปจนถงึ อนโุ ลมญาณ ซง่ึ เปน ญาณหรอื ปญ ญาทอ่ี นโุ ลมจะใหเ หน็ อรยิ สจั จธรรมทงั้ ๔ ได วสิ ทุ ธิ ๗๑๕ วสิ ทุ ธิ หมายถงึ ความบรสิ ทุ ธ์ิ หรอื ความสะอาดหมดจด จากกเิ ลสทเ่ี ปน ไปทางกาย ทางจติ และทางปญ ญา มี ๗ วสิ ทุ ธิ คอื ๑. สลี วสิ ทุ ธิ ๒. จติ ตวสิ ทุ ธิ ๓. ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ ๑๔ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๑ หนา ๑. ๑๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๒ มชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก ขอ ๒๙๒-๓๐๐ หนา ๒๘๗-๒๙๗.
4 - 40 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๔. กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ ๕. มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ๖. ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ๗. ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ทา นสงเคราะหญ าณ ๑๖ เขา ในวสิ ทุ ธิ ๗ ทเ่ี ปน ปญ ญา มี ๕ วสิ ทุ ธิ คอื ญาณท่ี ๑ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๒ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๓-๔ เปน ปญ ญาทส่ี งเคราะหล งใน มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๕-๑๓ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๑๔-๑๖ เปน ปญ ญาทส่ี งเคราะหล งใน ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ธรรมท่ปี ดบังไตรลักษณ๑๖ การทเ่ี ราไมเ หน็ นามรปู อนั เปน สภาวธรรมตามความเปน จรงิ คอื ไตรลกั ษณไ ดโ ดยงา ย นน้ั เพราะมธี รรมทเี่ ปน เครอ่ื งกน้ั ปด บงั ไว ธรรมทปี่ ด บงั ไมใ หเ หน็ ความจรงิ ของไตรลกั ษณน ี้ มี ๓ ประการ คอื ๑. สนั ตตปิ ด บงั อนจิ จงั สนั ตติ หมายถงึ การเกดิ ขน้ึ ตดิ ตอ สบื เนอื่ งกนั อยา งรวดเรว็ ของนามและรปู ธรรมดานามและรปู นน้ั มคี วามเกดิ และดบั ตดิ ตอ สบื เนอ่ื งกนั อยตู ลอดเวลา โดยไมม หี ยดุ หยอ นและเปน การเกดิ ดบั ตดิ ตอ กนั รวดเรว็ มาก จนเราไมส ามารถทจ่ี ะเหน็ ความ ดับได เพราะนามใหมรูปใหมท่ีเกิดข้ึนมาทดแทนอยูเรื่อยๆ น้ัน ทำใหเราเห็นเหมือนกับวา นามนนั้ รปู นนั้ ทเี่ กดิ ขนึ้ มายงั มอี ยเู รอ่ื ย จงึ เปน เครอื่ งปด บงั ทำใหไ มเ หน็ อนจิ จงั คอื ความไมเ ทยี่ ง ของนามและรปู ได อปุ มาเหมอื นเวลาดภู าพยนตร การเหน็ ภาพทป่ี รากฏบนจอเพยี ง ๑ หรอื ๒ นาทกี ต็ าม รปู ทฉ่ี ายผา นกลอ งออกไปใหเ หน็ ทจี่ อนนั้ ไมใ ชร ปู เดยี ว อาจมตี งั้ หลาย สบิ หลายรอ ยรปู แตอ าศยั ความเรว็ ของรปู หนง่ึ ๆ ทเี่ ลอ่ื นไปตดิ ตอ กบั รปู ทหี่ มดไป และรปู ที่ ๑๖ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๗๕.
4 - 41 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เกิดใหมนั่นเอง จึงทำใหเห็นไปวาเปนรูปเดียวกัน การท่ีไมสามารถเห็นเปนหลายรูปได ฉนั ใด นามและรปู กเ็ ปน ไปฉนั นน้ั อันที่จริงแลว นามและรูปยังเกิดดับรวดเร็วย่ิงกวาภาพยนตรเสียอีก และเฉพาะ นามธรรมอนั มจี ติ เปน ตน ดว ยแลว ยง่ิ เกดิ ดบั รวดเรว็ มากนกั ๑๗ สว นรปู ธรรมเกดิ ดบั ไมเ รว็ เหมอื นนามธรรม ฉะน้ัน การท่ีจะเห็นรูปนามไมเที่ยงจึงเปนของยาก เม่ือเห็นความจริงไมไดเชนนี้ วปิ ล ลาสคอื สำคญั ผดิ วา เทย่ี ง กต็ อ งเกดิ ขนึ้ ปด บงั อนจิ จงั จนกวา จะเขา ถงึ วปิ ส สนาอนั แทจ รงิ แลว จงึ จะเหน็ ความไมเ ทยี่ งดงั กลา วได ๒. อริ ยิ าบถปด บงั ทกุ ข เพราะการทไ่ี มไ ดพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ไมเ หน็ วา นามรปู นม้ี ี ทกุ ขเ บยี ดเบยี นบบี คน้ั อยตู ลอดเวลา เมอื่ เปลย่ี นอริ ยิ าบถใหมก ร็ สู กึ วา สบายทกุ ที การเหน็ อิริยาบถใหมเปนทุกขน้ันจึงเปนของยากย่ิง เมื่อเห็นความจริงของอิริยาบถใหมไมไดเชนนี้ วิปลาสคอื ความสำคญั ผิดวา สขุ เรยี กวา สขุ วปิ ลาส สำคัญวานามรปู เปนสุข หรอื เปน ของดี ดว ยอำนาจของทฏิ ฐิ กเ็ กดิ ขน้ึ และเปน ปจ จยั แกต ณั หา ทำใหอ ยากได ยนิ ดพี อใจใน นามรปู นนั้ และทำใหม คี วามตอ งการ ปรารถนา ดนิ้ รนตา งๆ ทง้ั น้ี ลว นเปน ไปดว ยอำนาจ ของตณั หาทอี่ าศยั นามรปู เกดิ ขน้ึ เพราะเหตทุ ไี่ มไ ดพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ทำใหไ มเ หน็ ทกุ ข และทำใหส ุขวปิ ลาสเกดิ ขน้ึ ๓. ฆนสญั ญาปด บงั อนตั ตา เพราะฆนสญั ญา คอื การทเี่ ขา ไปรวบรวมกนั ของขนั ธ ๕ หรอื รปู นาม อยเู ปน กลมุ เปน กอ น จงึ ทำใหเ ราเขา ใจวา เปน กอ น เปน แทง และสำคญั วา มสี าระแกน สารในขนั ธท งั้ ๕ หรอื รปู นาม ทร่ี วมอยดู ว ยกนั ขณะทเี่ หน็ ครง้ั หนงึ่ ไดย นิ ครง้ั หนง่ึ เพยี งขณะจติ เดยี ว ขนั ธ ๕ หรอื รปู นามกเ็ กดิ รว มกนั ทกุ ขณะอยา งรวดเรว็ และดบั อยา ง รวดเรว็ ดว ย จงึ ทำใหเ ราไมส ามารถจะเหน็ ความแยกกนั ของรปู แตล ะรปู นามแตล ะนาม และ ไมส ามารถทจี่ ะใหร ปู นามกระจายออกไปเปน สดั เปน สว น หรอื ไมส ามารถจะเหน็ รปู นามนน้ั เปน คนละอยา งได ๑๗ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๒๐ องั คตุ ตรนกิ าย เอกนบิ าต ขอ ๔๘ หนา ๑๑.
4 - 42 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ เราไมส ามารถจะกระจายความเปน กลมุ เปน กอ นคอื ฆนสญั ญา ใหแ ยกออกจากกนั ได เรากไ็ มม โี อกาสทจี่ ะเหน็ อนตั ตา เมอ่ื ไมเ หน็ อนตั ตา วปิ ลาสทเ่ี รยี กวา อตั ตวปิ ลาส คอื ความสำคญั วา เปน ตวั เปน ตน หรอื เปน เรา กจ็ ะตอ งเกดิ ขน้ึ เมอื่ เปนเชน น้ี กจ็ ะเปน ปจ จยั แก ตณั หา ทำใหม คี วามปรารถนา เหน็ วา เปน ของดี เหน็ วา มตี วั ตน ฉะนนั้ จงึ จำเปน ตอ งทำลายสงิ่ ทป่ี ด บงั ไตรลกั ษณท งั้ ๓ นี้ ใหห มดไป เมอื่ สง่ิ ทปี่ ด บงั ถกู ทำลายแลว วปิ ลาสซง่ึ เปนผลกต็ อ งถกู ทำลายไปดว ย เพราะธรรมทงั้ หลาย ยอ มเปน เหตเุ ปน ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั เมอื่ เหตหุ มดไป วปิ ลาสซง่ึ เปน ผลกห็ มดไปเอง อนตั ตลกั ษณะ คอื อนตั ตาน้ี เปน ความสำคญั ในพระพทุ ธศาสนา ทแี่ ตกตา งจากศาสนา หรอื ลทั ธอิ นื่ ๆ ทง้ั สนิ้ ซง่ึ ในศาสนาหรอื ลทั ธอิ นื่ ๆ นน้ั ลว นตอ งมสี งิ่ ใดสง่ิ หนง่ึ เปน ประธาน หรอื มขี องทเ่ี ทยี่ งแท หรอื มสี งิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธเิ์ ปน เครอื่ งยดึ ถอื อยา งนอ ยกส็ ง่ิ หนง่ึ มฉิ ะนน้ั กจ็ ะไมม ี อะไรเปน ใหญเ ปน ประธานหรอื มอี ำนาจ แตในทางพระพุทธศาสนาสอนใหรูวา “ส่ิงท้ังหลายลวนเปนอนัตตา ไมใชตัวตน ไมม ใี ครมอี ำนาจ ไมไ ดอ ยใู นอำนาจของใคร และไมม ใี ครสามารถจะบงั คบั บญั ชาใหเ ปน ไป ตามใจได” นเ่ี ปน ลกั ษณะของอนตั ตา ขอ ปฏบิ ตั ทิ จี่ ะใหเ กดิ วปิ ส สนา หรอื เหน็ ไตรลกั ษณไ ดน น้ั กค็ อื จะตอ งทำลายเครอ่ื ง ปด บงั ไตรลกั ษณน เี้ สยี กอ น ถา ไมส ามารถทำลายเครอ่ื งปด บงั ใหห มดไป กไ็ มม โี อกาสทจี่ ะเหน็ ไตรลกั ษณไ ด วธิ ที ำลายเครอ่ื งปด บงั ไตรลกั ษณ มอี ยทู างเดยี ว คอื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั และวธิ กี ารของ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นอกจากนไ้ี มม ที างอนื่ ใดอกี เลย สตปิ ฏ ฐาน ๔ เทา นนั้ ทสี่ ามารถทำลาย วปิ ลาส และทำใหเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญา เหน็ ความจรงิ ของรปู นามทเี่ ปน ไตรลกั ษณค อื อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ได พระพทุ ธองคท รงรบั รองไวโ ดยแนน อนชดั แจง วา หนทางทจี่ ะถงึ ความ พน ทกุ ข หรอื ถงึ พระนพิ พานได มที างเดยี ว คอื สตปิ ฏ ฐานเทา นน้ั
4 - 43 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ขอ ปฏบิ ตั ทิ ค่ี วรทำความเขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนา ความสำคญั เบอ้ื งตน ทผี่ เู จรญิ วปิ ส สนาควรทำความเขา ใจ ๖ ประการ คอื ๑. เรอ่ื ง อารมณ อารมณข องวปิ ส สนา ไดแ ก วปิ ส สนาภมู ิ ๖๑๘ คอื ขนั ธ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อรยิ สจั ๔ และปฏจิ จสมปุ บาท ๑๒ ซง่ึ เมอื่ ยอ วปิ ส สนาภมู ิ ๖ ลงแลว กไ็ ดแ ก รปู และนาม รปู กบั นามเปน ตวั กรรมฐานทจ่ี ะนำไปใชใ นการปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ กดิ ปญ ญา ผปู ฏบิ ตั จิ ะ ตอ งศกึ ษานามรปู ใหเ ขา ใจ และจำไดจ นขนึ้ ใจเสยี กอ น แลว จงึ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เพราะถา จำ ไมไ ด เมอ่ื รปู อะไรหรอื นามอะไรปรากฏ ผปู ฏบิ ตั กิ จ็ ะกำหนดไมถ กู ๒. เรอ่ื ง ปจ จบุ นั ๑๙ คำวา ปจ จบุ นั มี ๒ อยา ง คอื ปจ จบุ นั ธรรม กบั ปจ จบุ นั อารมณ ปจ จบุ นั ธรรม คอื รปู ธรรมและนามธรรมทก่ี ำลงั ปรากฏ ธรรมดารปู นามยอ มมกี ารเกดิ ขนึ้ ต้ังอยู และดับไป ติดตอสืบเนื่องกันอยางรวดเร็ว เปนปจจุบันธรรมของเขาอยูเร่ือยไป ไมข าดสาย ผใู ดจะเหน็ ความจรงิ ของธรรมชาตอิ ยา งนห้ี รอื ไมก ต็ าม รปู นามนน้ั กเ็ ปน ไป เชน นี้ ตามเหตปุ จ จยั ปรงุ แตง อยเู สมอ ปจ จบุ นั อารมณ คอื รปู นามทก่ี ำลงั ปรากฏเปน ปจ จบุ นั ธรรมอยเู ฉพาะหนา และผปู ฏบิ ตั ิ จบั เอามาเปน อารมณไ ด อารมณน น้ั ชอ่ื วา ปจ จบุ นั อารมณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพยายามใหไ ดป จ จบุ นั อารมณน เี้ สมอ เชน เวลานง่ั อยู ทา ทางของ รปู นงั่ เปน ปจ จบุ นั ธรรม และผปู ฏบิ ตั กิ ก็ ำหนดรรู ปู นง่ั ทก่ี ำลงั ปรากฏอยเู ฉพาะหนา นนั้ รปู นงั่ นน้ั กช็ อ่ื วา เปน ปจ จบุ นั อารมณเ ปน ตน ประโยชนข องปจ จบุ นั อารมณ คอื ทำลายอภชิ ฌา (ความยนิ ด)ี และโทมนสั (ความ ยนิ รา ย) การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานนนั้ จดุ ประสงคก เ็ พอ่ื ทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั เพยี งแต ความเพยี รอยา งเดยี ว หรอื สตอิ ยา งเดยี ว หรอื ปญ ญาอยา งเดยี ว กไ็ มส ามารถทำลายอภชิ ฌาและ โทมนสั หรอื ใหว ปิ ส สนาเกดิ ได เพราะเหตวุ า ไมม ปี จ จบุ นั อารมณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งอาศยั อารมณ ปจ จบุ นั เปน ปจ จยั แกก ารทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั และเปน ปจ จยั ใหเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญาดว ย ๑๘ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๑๐๖. ๑๙ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๒ มชั ฌมิ นกิ าย อปุ รปิ ณ ณาสก ขอ ๕๒๕-๕๓๔ หนา ๓๔๘-๓๕๑.
4 - 44 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม อารมณป จ จบุ นั จะไดม าอยา งไร ? อารมณป จ จบุ นั นนั้ จะไดม าจากอนิ ทรยี ส งั วร เชน สำรวม หรอื สงั วร ในเวลาเหน็ กส็ กั แตว า เหน็ เมอื่ เวลาไดย นิ กส็ กั แตว า ไดย นิ เปน ตน ถา มปี จ จบุ นั อารมณแ ลว อภชิ ฌาและ โทมนสั กเ็ กดิ ขน้ึ ไมไ ดใ นขณะนนั้ อนง่ึ ผทู มี่ คี วามเขา ใจในอารมณป จ จบุ นั และเคยถงึ อารมณป จ จบุ นั แลว จงึ จะรวู า กาลใด สถานทใ่ี ด ควรแกก ารเจรญิ วปิ ส สนา เพราะปจ จบุ นั ธรรมนน้ั มกี นั อยแู ลว ทกุ คน และ มอี ยตู ลอดเวลา ทกุ เมอ่ื แตก าละและเทศะ ทค่ี วรแกก ารถอื เอาปจ จบุ นั ธรรมมาเปน อารมณ ปจ จบุ นั ไดน นั้ ผไู มเ ขา ใจกอ็ าจคดิ วา เปน เรอื่ งทท่ี ำกนั ไดง า ยๆ ธรรมปฏิบัติท่ีพระพุทธองคทรงส่ังสอนไวแลวน้ัน หากไมพิจารณากันโดยรอบคอบ ถถ่ี ว นแลว กย็ ากทจี่ ะเขา ใจธรรมะนน้ั ๆ ไดโ ดยถกู ตอ ง เชน เวลาทฟี่ ง พระเทศน ไมใ ชก าลที่ ควรเจรญิ วปิ ส สนา เพราะถา กำหนดไดย นิ วา เปน นามแลว กจ็ ะไมร เู รอ่ื งทเี่ ทศน และสถาน ท่ีในการเจริญวิปสสนา ก็ควรพิจารณาวา ตองเปนสถานที่ท่ีไมเปนปจจัยแกกิเลส เชน ท่ี พระพุทธองคทรงสรรเสริญท่ีปา โคนไม เรือนรางวางเปลา เปนตน วาเปนสถานที่อันสงัด และเงยี บสงบ เหมาะแกก ารทำความเพยี ร ทเี่ กอ้ื กลู ผปู ฏบิ ตั ใิ หเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญาไดส ะดวก๒๐ ๓. เรอ่ื ง สตสิ มั ปชญั ญะ สตสิ มั ปชญั ญะ คอื ความรสู กึ ตวั ของผปู ฏบิ ตั ใิ นขณะที่ กำหนดรูปหรือนามอยูน้ัน เรื่องความรูสึกตัวน้ีมีหลักอยูวา ในขณะนั้นผูปฏิบัติกำลังทำ อะไรอยู คอื มตี วั กรรมฐานกบั ตวั ผทู ำกรรมฐาน หรอื ผเู จรญิ วปิ ส สนา ตวั กรรมฐาน ไดแ ก สตปิ ฏ ฐาน ๔ คอื กาย เวทนา จติ ธรรม คอื รปู นามทเี่ ปน ตวั ถกู เพง สว นผเู จรญิ วปิ ส สนา หรอื โยคาวจร ไดแ ก อาตาป สมั ปชาโน สตมิ า เปน ตวั เพง หมายความวา มตี วั ทถี่ กู เพง กบั ตวั เพง ๒ อยา งเทา นน้ั ความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามนี้ มคี วามสำคญั ยงิ่ ในการเจรญิ วปิ ส สนา โดยมาก ผปู ฏบิ ตั ิ ไปนกึ เอา แลว กเ็ ขา ใจวา ทค่ี ดิ เอานกึ เอานน้ั เปน ตวั ความรสู กึ ตวั เรอ่ื งนอี้ ธบิ ายให เขา ใจไดย าก จะตอ งอาศยั การชแ้ี จงและซกั ถามของครอู าจารยผ สู อน ทจี่ ะทำใหผ ปู ฏบิ ตั มิ ี ความเขา ใจวา คดิ นกึ กบั ความรสู กึ ตวั นน้ั มลี กั ษณะตา งกนั อยา งไร ๒๐ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค ขอ ๑๔๘ หนา ๑๐๐.
4 - 45 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ถา ความรสู กึ ตวั มมี ากเทา ไร กไ็ ดอ ารมณป จ จบุ นั มากเทา นนั้ เรอ่ื งนเี้ ปน ความสำคญั ของวปิ ส สนา เวลากำหนดหรอื เวลาดรู ปู นามนน้ั จะทงิ้ ไมไ ดเ ลยวา ดรู ปู อะไร ดนู ามอะไร ถาดูรูปเฉยๆ ก็ไมเปนการถูกตอง เชน ดูรูปนั่ง ตองใหไดความรูสึกตัวดวยวา รูรูปน่ัง บางทดี รู ปู นง่ั อยู แตส กั ครเู ดยี ว สมาธกิ เ็ ขา พอสมาธเิ ขา แลว ความรสู กึ ตวั กห็ มดไป ดงั น้ี เปน ตน ตอ งกลบั มาทำความรสู กึ ตวั ใหม ตอ งมคี วามเพยี รพยายามยกจติ ใหข น้ึ สทู างของ วปิ ส สนาเชน นเี้ สมอ สำหรบั ผทู ำสมาธนิ น้ั ไมใ ชว า เขาจะไมม อี ารมณป จ จบุ นั อารมณป จ จบุ นั ของเขากม็ ี แตว า เขาไมม นี ามไมม รี ปู ซงึ่ เปน อารมณข องปญ ญาเทา นน้ั เชน ผทู เี่ พง กสณิ เจรญิ สมถกรรมฐาน เขากเ็ พง อยกู บั ปจ จบุ นั สว นอารมณเ ทา นนั้ ทเ่ี ปน บญั ญตั ิ ไมใ ชป รมตั ถ ผปู ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนากร็ ู อยวู า นง่ั แตว า ทงิ้ รปู ไป เมอ่ื ทง้ิ รปู นงั่ แลว กจ็ ะขจดั วา ‘เรานง่ั ’ ออกไมไ ด คอื ขจดั กเิ ลส ความเขา ใจผดิ วา ‘เรานง่ั ’ ออกไมไ ด ๔. การกำหนดอารมณ ตามหลกั ปฏบิ ตั ใิ นสตปิ ฏ ฐานนนั้ ใหก ำหนดทอี่ ารมณป จ จบุ นั เชน เวลาจกั ขวุ ญิ ญาณเกดิ ขนึ้ หรอื โสตวญิ ญาณเกดิ ขน้ึ คอื เหน็ หรอื ไดย นิ ไดฟ ง ซงึ่ เปน นามเกดิ ขนึ้ จะตอ งกำหนดอะไร กำหนดจกั ขวุ ญิ ญาณ หรอื โสตวญิ ญาณ คอื เหน็ หรอื ไดย นิ ซง่ึ เปน ตวั นามธรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ กต็ อ งกำหนดทนี่ ามเหน็ หรอื ทนี่ ามไดย นิ นนั้ ๆ หรอื เวลานงั่ เวลานอนเปนตน ซึ่งเปนรูปธรรม ก็กำหนดท่ีรูปน่ัง หรือรูปนอนน้ันๆ หมายความวา ขณะกำหนดนั้นจะตองมีนามอะไร หรือรูปอะไร รวมไปในอารมณปจจุบันน้ันดวยเสมอ น่ีเปนหลักสำคัญ ที่จะตองมีนามอะไร รูปอะไร ในการกำหนดน้ันดวย โดยมากเวลาสอน วปิ ส สนาภมู กิ ส็ อนจรงิ แตเ วลาปฏบิ ตั ไิ มไ ดน ำเอารปู อะไร นามอะไร ทจ่ี ะตอ งกำหนดในเวลา นนั้ ไปใชเ ลย และบางทา นกไ็ มร ดู ว ยวา จะตอ งใชท ตี่ รงไหน และเวลาไหน ? สว นมากไมค อ ยจะทราบวา การกำหนดรปู อะไร นามอะไรนนั้ เปน ความสำคญั เพราะ นามรปู นนั้ จะตอ งตดิ ตามไปจนถงึ อนโุ ลมญาณ รปู นามตดิ ตามเรอื่ ยไปทกุ ๆ ญาณ เชน เหน็ รปู นามไมเ ทย่ี ง เหน็ รปู นามเปน ภยั รปู นามเปน โทษ เบอ่ื หนา ยในรปู นาม อยากพน ไปจาก รปู นาม เหลา นี้ ตอ งมรี ปู นามตดิ ตามตลอดไป ไมใ ชว า พอถงึ นามรปู ปรจิ เฉทญาณแลว กไ็ ม ตอ งมรี ปู นามอกี ไมใ ชเ ชน นนั้ ยง่ิ กำหนดรปู นามมากเขา หรอื ดรู ปู นามมากเขา กย็ งิ่ เหน็
4 - 46 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม โทษเหน็ ภยั ของรปู นามนน้ั เอง ไมใ ชจ ะไปเหน็ โทษเหน็ ภยั หรอื เบอ่ื หนา ยอะไร ฉะนน้ั จงึ จำเปน ตอ งมรี ปู นามตดิ ตามเรอ่ื ยไป เวลาทกี่ ำหนดอะไร กำหนดอยา งไร ในเวลานน้ั เมอ่ื เวลาปฏบิ ตั กิ ต็ อ งนำเอาปรยิ ตั ทิ เ่ี รยี นมาแลว ไปใชใ หถ กู ในขณะทกี่ ำหนด ๕. เหตผุ ลในการปฏบิ ตั ิ การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ ผปู ฏบิ ตั คิ วรจะไดเ หตผุ ลวา เพราะ อะไร จงึ ตอ งปฏบิ ตั เิ ชน นนั้ การปฏบิ ตั เิ ชน นน้ั เพอ่ื ประโยชนอ ะไร เชน ขณะกำหนดอริ ยิ าบถ เมอ่ื ฟงุ เกดิ ขนึ้ กไ็ มส ามารถกำหนดอริ ยิ าบถได ทำใหก ลมุ ทำใหเ บอ่ื หนา ยตอ การปฏบิ ตั ิ หรอื วา กำหนดอริ ยิ าบถแลว แตก ำหนดไมอ ยู เมอื่ กำหนดไมไ ด กไ็ ปกำหนดฟงุ ตามทอี่ าจารยบ อก การทด่ี นู ามฟงุ นน้ั เพอื่ ประโยชนอ ะไร มเี หตผุ ลอยา งไร ความสำคญั อยทู ต่ี รงเหตผุ ลอยทู ่ี ตรงเขา ใจ ไมใ ชอ ยทู ตี่ รงกำหนด เหตผุ ลนนั้ สำคญั มากทจ่ี ะตดั สนิ ไดว า การปฏบิ ตั นิ น้ั ผดิ หรอื ถกู ไมใ ชด นู ามฟงุ เพราะอาจารยส ง่ั กท็ ำไป หรอื กำหนดเพอ่ื ใหฟ งุ หาย แลว จงึ จะกำหนด อยา งอน่ื ได เชน นเ้ี ปน ความเขา ใจทไ่ี มถ กู ๖. ความสงั เกต ความสงั เกตเปน ความสำคัญในการเจรญิ วปิ ส สนา เมอ่ื สงั เกตรวู า การกำหนดนนั้ ตกไปจากอารมณร ปู นามแลว กจ็ ะกลบั มาตงั้ อยทู อ่ี ารมณร ปู นามปจ จบุ นั ไดอ กี ถา ไมร ู คอื ไมม คี วามสงั เกตแลว เมอื่ จติ ตกไปจากอารมณ รปู นามกต็ กไปเลย ทำให เสียปจจุบันไป เชนในการดูรูปน่ัง ผูปฏิบัติก็กำหนดรูปน่ังนั่นเอง แตจิตตกไปทางสมาธิ เรอื่ งนผ้ี ปู ฏบิ ตั เิ ปน กนั มาก จงึ ควรรวู า ในระหวา งทก่ี ำหนดรปู นง่ั อยใู นขณะนน้ั อนิ ทรยี ๕ ยงั ไมเ สมอกนั บางอนิ ทรยี ก เ็ กนิ บางอนิ ทรยี อ อ น เชน เมอ่ื สมาธนิ ทรยี เ กนิ แลว อารมณ ของวปิ ส สนากเ็ กดิ ไมไ ด เพราะถา สมาธมิ ากเกนิ ไป ความรสู กึ ตวั กไ็ มอ ยทู ป่ี จ จบุ นั ธรรม คอื จติ ใจเฉยไปทจ่ี ะรสู กึ ตวั วา ขณะนก้ี ำหนดดรู ปู นามอะไร หรอื ดรู ปู นามอะไรกไ็ มร ู สมาธนิ นั้ ทำใหเ ฉยเสยี แตผ ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ยงั ดรู ปู นงั่ อยู เรอื่ งนผ้ี ปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามสงั เกตใน เวลานน้ั วา ทำถกู หรอื ไมถ กู เมอื่ รวู า ไมถ กู กจ็ ะไดก ลบั มาทำความรสู กึ ตวั ใหถ กู ในอารมณ ปจจุบันไดใหม เรอื่ ง ความสงั เกตในการเจรญิ สตปิ ฏ ฐานหรอื เจรญิ วปิ ส สนานน้ั ในสงั ยตุ ตนกิ าย๒๑ อปุ มาเหมอื นพอ ครวั ผปู รงุ อาหารถวายพระราชา พอ ครวั ตอ งคอยสงั เกตในการปรงุ อาหาร ๒๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๙ สงั ยตุ ตนกิ าย มหาวารวรรค ขอ ๗๐๔-๗๐๗ หนา ๒๐๐-๒๐๒.
4 - 47 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ถวายพระราชานนั้ วา อาหารอยา งนน้ั รสอยา งนน้ั เปน ทโี่ ปรดของพระราชา พอ ครวั จงึ ได รบั บำเหนจ็ รางวลั อปุ มาฉนั ใด อปุ ไมยการเจรญิ วปิ ส สนากฉ็ นั นน้ั ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วาม สงั เกตวา ตนทำถกู หรอื ไมถ กู ถา ทำถกู กย็ อ มไดร บั ผล คอื วปิ ส สนาปญ ญานน่ั เอง อนง่ึ เรอ่ื งการกำหนดอริ ยิ าบถนนั้ ผปู ฏบิ ตั บิ างทา นอาจเขา ใจวา รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ในอริ ยิ าบถบรรพนนั้ ไมใ ชร ปู ในจำนวนของรปู ปรมตั ถ ๒๘ ความจริงแลว รูปนั่ง รูปนอน รูปนอน รูปยืน รูปเดิน ก็เปนรูปธรรมในจำนวน รปู ปรมตั ถ ๒๘ นน่ั เอง คอื เปน วกิ ารรปู ในทนี่ ห้ี มายถงึ เปน อาการเปลยี่ นแปลงของรปู ปรมัตถท่ีเกิดจากจิตเปนสมุฏฐานนั่นเอง เพราะในรูปอิริยาบถท้ัง ๔ ยอมเกิดจากจิตเปน สมฏุ ฐานทงั้ สนิ้ และจติ ทเี่ ปน สมฏุ ฐานใหร ปู อริ ยิ าบถเกดิ ขน้ึ ไดน น้ั ตอ งเปน จติ ชรปู พเิ ศษ เกย่ี วกบั อาการไหวกาย ในคนทต่ี ายหรอื คนทน่ี อนหลบั ยอ มไมม รี ปู อริ ยิ าบถนี้ กใ็ นรปู ใดรปู หนง่ึ นน้ั จะตอ งมอี วนิ พิ โภครปู ๘ อยแู ลว และรปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รูปเดิน ก็จะตองมีอวินิพโภครูป ๘ กับกายวิญญัติ และวิการรูป ๓ อยูดวย ถาไมมี อวนิ พิ โภครปู ๘ กายวญิ ญตั ิ และวกิ ารรปู ๓ แลว การนงั่ การนอน การยนื การเดนิ กส็ ำเรจ็ ไมไ ด เพราะรปู อริ ยิ าบถนี้ เกดิ จากจติ เปน สมฏุ ฐาน อกี อยา งหนง่ึ เรอื่ งการดู ในทนี่ ห้ี มายถงึ ดดู ว ยสตสิ มั ปชญั ญะ ไมใ ชด ดู ว ยตาเนอ้ื พดู งา ยๆ วา เอาใจดู หรอื ดดู ว ยใจนนั่ เอง แมค ำวา ‘เพง ’ กด็ ี ‘พจิ ารณา’ กด็ ี หรอื ‘กำหนด’ กด็ ี โดยความหมาย ในการเจรญิ วปิ ส สนาน้ี กเ็ ปน อยา งเดยี วกนั กบั คำวา ‘ด’ู หมายถงึ รสู กึ ตวั อยใู นอารมณร ปู นามทเี่ ปน ปจ จบุ นั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะ บางทา นอาจจะใชค ำวา ‘ร’ู กไ็ ด ทใ่ี ชค ำวา ‘ด’ู เพราะเหน็ วา เหมาะสมแกก ารทำความเขา ใจไดง า ย คอื คำวา ‘ด’ู หรอื ‘ร’ู นี้ มลี กั ษณะทเี่ ปน ปจ จบุ นั โดยตดั อดตี ตดั อนาคต ออกไดด กี วาคำอน่ื เชน ผปู ฏบิ ตั ิ มหี นา ทอ่ี ยา งเดยี วเทา นนั้ คอื ดรู ปู นาม หรอื รรู ปู นาม ใหเ หมอื นกบั การดลู ะคร ละครคอื รปู หรอื นามอะไรกต็ าม เขาแสดงอยา งไรกด็ ไู ป แลว ผดู กู จ็ ะรเู รอ่ื งทเี่ ขาแสดง โดยผดู ไู มต อ ง ไปจดั แจงกบั ตวั ละครวา ตอ งแสดงอยา งนนั้ อยา งนเ้ี ลย เชน ขณะทผี่ ปู ฏบิ ตั นิ ง่ั อยู ผปู ฏบิ ตั ิ กร็ สู กึ ตวั วา ดรู ปู นง่ั รปู นงั่ เปน ตวั กรรมฐาน เปรยี บเหมอื นตวั ละครทแ่ี สดงทา ทางทน่ี ง่ั อยู สว นดู คอื ตวั สตสิ มั ปชญั ญะทมี่ คี วามรสู กึ ตวั ดรู ปู นงั่ ดงั นเ้ี ปน ตน
4 - 48 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเจรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน (ภาคปฏิบัติ) หลกั การของวปิ ส สนา ดงั ไดก ลา วมาแลว วา วปิ ส สนาเปน ชอื่ ของปญ ญาทเี่ หน็ นามรปู เปน ไตรลกั ษณ คอื ไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข ไมใ ชต วั ตน คอื ตอ งเปน ปญ ญาทรี่ หู รอื เหน็ อยา งนี้ เทา นน้ั จงึ จะเรยี กวา วปิ ส สนา ปญ ญาอยา งอนื่ จะรเู หน็ อะไรๆ กต็ ามไมเ รยี กวา วปิ ส สนา เพราะฉะนนั้ ผเู จรญิ วปิ ส สนาจะตอ งทำความเขา ใจในหลกั การดงั กลา วนใ้ี หถ กู ตอ ง ตอ ไปน้ี จะไดอ ธบิ ายเรอื่ งการกระทำหรอื การปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ กดิ วปิ ส สนา อนั เปน ผล ซง่ึ การปฏบิ ตั นิ จี้ ะตอ งใหเ ปน ไปโดยถกู ตอ งตามหลกั คำสอนในสตปิ ฏ ฐาน ซง่ึ เปน ธรรม ขนั้ แรกของโพธปิ ก ขยิ ธรรม๒๒ อนั เปน ธรรมทเี่ ปน เครอ่ื งตรสั รู ในขั้นแรกของการเจริญสติปฏฐานหรือการเจริญวิปสสนา ก็คือ ตองทำลายส่ิงท่ี ปด บงั ไตรลกั ษณก อ น แลว จงึ จะเหน็ ไตรลกั ษณไ ด สงิ่ ทป่ี ด บงั ไตรลกั ษณน นั้ ไดก ลา วมาแลว วา เพราะสนั ตตปิ ด บงั จงึ ไมเ หน็ อนจิ จงั เพราะการทไ่ี มพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ปด บงั ทกุ ข เพราะฆนสญั ญาปด บงั จงึ ไมเ หน็ อนตั ตา และการทำลายสง่ิ ทปี่ ด บงั ไตรลกั ษณน ้ี ไมม วี ธิ อี นื่ ใดทนี่ อกเหนอื ไปจากการปฏบิ ตั ติ ามคำสอนในสตปิ ฏ ฐาน การเจริญวิปสสนาในที่น้ี จะกลาวเฉพาะอิริยาบถบรรพะกับสัมปชัญญบรรพะ ใน กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานเทา นนั้ เพอื่ สะดวกแกผ ทู ย่ี งั ใหมต อ การปฏบิ ตั ิ หรอื ผทู ม่ี ปี ญ ญานอ ย พอทจี่ ะตดิ ตามพจิ ารณาใหเ ขา ถงึ เหตผุ ลตามความจรงิ ได การกำหนดอริ ยิ าบถและสมั ปชญั ญะนน้ั ขออยา ไดเ ขา ใจวา เปน เรอ่ื งเลก็ นอ ย หาก ผูปฏิบัติมีความเขาใจในการพิจารณาหรือกำหนด ไดถูกตอง ตามคำสอนในสติปฏฐานแลว ก็สามารถจะเห็นความจริงคือทุกขได เมื่อเห็นความจริงคือทุกข ก็ชื่อวา เขาถึงอริยสัจ อยา ลมื วา สงิ่ ทป่ี ด บงั ทกุ ข คอื อริ ยิ าบถ การกำหนดอริ ยิ าบถ กเ็ พอ่ื จะทำลายสง่ิ ทปี่ ด บงั ทกุ ข เมอ่ื สง่ิ ทปี่ ด บงั ถกู ทำลายแลว จงึ จะเหน็ ทกุ ขไ ด ๒๒ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวารวรรค ขอ ๖๖-๙๓ หนา ๘๕-๑๑๙.
4 - 49 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอ่ื ผปู ฏบิ ตั ไิ ดศ กึ ษา มคี วามเขา ใจนามรปู ดแี ลว กพ็ งึ กำหนดนามรปู ในอริ ยิ าบถ- บรรพะดงั ตอ ไปนี้ คอื ในเวลาทน่ี ง่ั อยู กใ็ หม คี วามรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นง่ั เวลานอนอยู ใหม ี ความรสู กึ ตวั วา ดรู ูปนอน เวลายนื อยู ใหม คี วามรสู กึ ตวั วา ดรู ปู ยนื เวลาเดนิ อยู ใหม ี ความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู เดนิ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามรสู กึ ตวั อยา งนอี้ ยเู สมอ การทใี่ หม คี วามรสู กึ ตวั เชน น้ี กเ็ พอ่ื แยกรปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ออกไปดว ย การเปรยี บเทยี บใหร วู า เปน คนละสว น เปน คนละรปู ถา กำหนดเพยี งรปู ไปเฉยๆ ฆนสญั ญา ทปี่ ด บงั อนตั ตากจ็ ะไมถ กู ทำลาย จะเหน็ วา เปน รปู เดยี วกนั ไปหมด โดยจะสำคญั วา รปู นง่ั รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ กค็ อื รปู เดยี วกนั และจะทำใหเ ขา ใจวา นงั่ นอน ยนื เดนิ นน้ั เปน อาการของรปู สว นตวั จรงิ ๆ ของรปู กค็ อื รปู เดยี วกนั เมอ่ื มคี วามเขา ใจอยา งน้ี กไ็ มส ามารถจะกระจายฆนสญั ญา คอื ความเหน็ วา เปน กลมุ เปน กอ น ของนามรปู ใหแ ยกออกจากกนั ได และสนั ตตทิ สี่ บื ตอ รปู หนง่ึ ๆ กท็ ำลายไมไ ด จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั โดยกำหนดใหร วู า เปน รปู อะไร เปน นามอะไร ตอ งกำหนดอยา งนเี้ สมอไป การกำหนดตอ งใหไ ดอ ารมณป จ จบุ นั คอื ตอ งกำหนดในเวลาทน่ี ง่ั อยนู น้ั วา เปน รปู นงั่ ในเวลาทน่ี อนอยวู า เปน รปู นอน ในเวลาทย่ี นื อยวู า เปน รปู ยนื หรอื ในเวลาทเี่ ดนิ อยวู า เปน รปู เดนิ ตอ งทำความรสู กึ ตวั ใหอ ยกู บั อารมณป จ จบุ นั นนั้ ๆ เสมอ รปู นงั่ กค็ อื อาการหรอื ทา ทางท่ีน่ัง รูปนอน ก็คืออาการหรือทาทางท่ีนอน รูปยืน ก็คืออาการหรือทาทางท่ียืน รปู เดนิ กค็ อื อาการหรอื ทา ทางทเี่ ดนิ หรอื ยา งไป เปน ตน ดงั ทใ่ี นสตปิ ฏ ฐานกลา วไวว า เมอ่ื กายตงั้ ไวใ นอาการอยา งไร กใ็ หร คู วามเปน ไปของ กายทตี่ ง้ั ไวใ นอาการนน้ั ๆ คอื นง่ั กใ็ หร ชู ดั ในอาการทนี่ ง่ั นนั้ วา เปน รปู นง่ั เมอื่ เดนิ กใ็ หร ชู ดั ในอาการท่ีเดินหรือกาวไปอยางนั้นวาเปนรูป เดินเปนตน ระหวางที่น่ังอยู ตองมนสิการ ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ ๒๓ แมอ ยใู นอริ ยิ าบถนอน ยนื เดนิ กต็ อ งมนสกิ ารทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ไมใ ชบ รกิ รรมวา ‘นงั่ เปน รปู รวู า นงั่ เปน นาม’ หรอื ไมใ ช กำหนดวา ‘นง่ั หนอๆ’ ไปเฉยๆ เชน นไี้ มไ ด เพราะอะไร เพราะถา บรกิ รรมเชน นน้ั หรอื กำหนดอยา งนน้ั กจ็ ะไมร วู า ทน่ี ง่ั อยนู นั้ เปน ใครนงั่ ? เปน รปู นง่ั หรอื อะไรนงั่ ? ๒๓ คำวา “ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ ” คอื อยา งไร คอื ใหท ำความรสู กึ ตวั ออกมารอู ยใู นอาการทน่ี ง่ั หรอื ทา ทาง ทตี่ นนง่ั อยนู น้ั อยา นกึ เอาวา ดรู ปู นงั่ (คำวา ดู ไดแ ก การกำหนดหรอื พจิ ารณาดว ยความรสู กึ ตวั )
4 - 50 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ ไมร วู า เปน รปู นง่ั กจ็ ะสำคญั ผดิ คดิ วา เรานงั่ ความเหน็ ผดิ กจ็ ะเขา อาศยั อริ ยิ าบถ นง่ั นนั้ จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั วา เวลานกี้ ำลงั ดรู ปู นงั่ หรอื กำลงั ดรู ปู นอน หรอื กำลงั ดรู ปู ยนื หรอื กำลงั ดรู ปู เดนิ อริ ยิ าบถทนี่ งั่ นอน ยนื เดนิ นนั้ จะตอ งเปน ไปตามธรรมดาทเ่ี ปน ปกติ คอื กอ นทจ่ี ะมาเจรญิ วปิ ส สนา ผปู ฏบิ ตั เิ คยนงั่ นอน ยนื เดนิ อยา งไร เมอ่ื มาเจรญิ วปิ ส สนา กน็ ง่ั นอน ยนื เดนิ ในอาการอยา งเดยี วกนั วปิ ส สนานนั้ ไมใ ชร อู ะไรผดิ ๆ คอื รปู กตขิ อง ธรรมชาตทิ เ่ี ปน ปจ จบุ นั นน่ั เองวา ไมใ ชเ รา ไมใ ชต วั ตน คน สตั ว ถา ทำใหผ ดิ ปกติ เชน นง่ั กต็ อ งนงั่ ทา นนั้ ทา นี้ หรอื เดนิ กต็ อ งเดนิ ใหม ที า ทางอยา งนนั้ อยา งนแ้ี ลว ความผดิ ปกตนิ นั่ เอง กจ็ ะเขา เคลอื บหรอื ฉาบทาปด บงั ทำใหไ มเ หน็ ความจรงิ จติ กจ็ ะเขา ถงึ กฎธรรมดาไมไ ด อนง่ึ อาการหรอื ทา ทางของรปู แสดงอาการนงั่ อยา งไร แสดงอาการนอนอยา งไร หรอื แสดงอาการเดนิ อยา งไร กใ็ หร ใู นอาการหรอื ทา ทางของรปู นนั้ ๆ ไมใ ชร ทู ต่ี รงนนั้ ตรงนี้ เชน รปู นง่ั กไ็ มใ ชร ตู รงทก่ี น หรอื ทขี่ า วา เปน รปู นง่ั หรอื ไมใ ชร ทู ท่ี อ นบนหรอื ทอ นลา งของ รา งกาย หรอื ไมใ ชร ตู รงรปู ถกู วา เปน รปู นงั่ เพราะรปู ถกู กบั รปู นง่ั เปน คนละรปู และคนละ กาลกนั ฉะนน้ั การกำหนดอริ ยิ าบถนงั่ นอน ยนื เดนิ กค็ อื กำหนดรใู นอาการหรอื ทา ทาง ของรปู นน้ั ๆ วา เปน รปู อะไร เพราะรปู แตล ะรปู มลี กั ษณะอาการทา ทางไมเ หมอื นกนั เปน คนละรปู ๆ ไป การกำหนดอยา งนี้ เปน กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เมอ่ื นงั่ นอน ยนื หรอื เดนิ ไปแลว สกั ครหู นง่ึ ความปวดเมอื่ ยคอื ทกุ ขเวทนากย็ อ ม เกดิ ขนึ้ ทร่ี ปู นน้ั ๆ เมอื่ ทกุ ขค อื ความปวดเมอ่ื ยเกดิ ขนึ้ กใ็ หก ำหนดรปู นงั่ หรอื รปู นอน ทผ่ี ปู ฏบิ ตั ิ กำลงั ดอู ยนู นั้ โดยทำความรสู กึ ตวั วา รปู นง่ั เปน ทกุ ข หรอื รปู นอนเปน ทกุ ข ระหวา งที่ กำหนดนน้ั ตอ งระวงั อยา ใหม คี วามตอ งการอยากใหท กุ ขห ายไป เพราะความอยากคอื กเิ ลส จะเปน เหตทุ ำใหไ มเ หน็ ความจรงิ ตอ งระวงั เรอ่ื งนใ้ี หม าก เวลากำหนด ตอ งดไู ปเฉยๆ เหมอื น กบั การดลู ะคร คลา ยกบั วา เวลานต้ี วั ละครคอื ทกุ ข กำลงั แสดงอยหู นา ฉาก ผปู ฏบิ ตั มิ หี นา ที่ ดเู ทา นน้ั ไมม หี นา ทไี่ ปหดั ละคร หรอื เขา ไปแสดงละครเสยี เอง
4 - 51 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งเขา ใจใหด วี า เวลานกี้ เิ ลสความตอ งการ เขา อาศยั ในเวลากำหนดนนั้ หรอื เปลา ถา ความตอ งการเขา อาศยั การกำหนดนนั้ กใ็ ชไ มไ ด เพราะการเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน นน้ั ความสำคญั กเ็ พอื่ ทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั ฉะนนั้ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามเขา ใจในขอ นด้ี ว ย ถา กำหนดโดยอยากใหท กุ ขห าย กเ็ ปน ปจ จยั แกอ ภชิ ฌา เพราะความอยากใหท กุ ขห ายเปน อภชิ ฌา ถา ทกุ ขไ มห ายกเ็ ปน โทมนสั จงึ ไมช อื่ วา การปฏบิ ตั อิ ยา งนเี้ ปน การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน เวลากำหนดอริ ยิ าบถใดกต็ าม ตอ งระมดั ระวงั ไมใ หบ งั คบั ตวั เองวา ตอ งนง่ั ตอ งนอน ตอ งยนื ตอ งเดนิ ใหน านเทา นนั้ เทา นี้ ถา ทำอยา งนนั้ กไ็ มถ กู เหมอื นกนั การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน นนั้ หา มการบงั คบั ถา บงั คบั การปฏบิ ตั กิ เ็ ปน อตั ตา อตั ตาจะตามไปในทกุ อริ ยิ าบถ การ บงั คบั ใหน ง่ั ใหน อน ใหย นื ใหเ ดนิ เชน นนั้ กจ็ ะมอี ตั ตาคอื มี ‘เรา’ เขา ไปปนอยเู รอ่ื ย เพราะ การบงั คบั เปน ลกั ษณะของอตั ตา คอื เหน็ ผดิ วา เราสามารถบงั คบั ได การบงั คบั อยา งนี้ ทำใหว ปิ ส สนาเกดิ ไมไ ด วปิ ส สนาตอ งไมม กี ารบงั คบั ตอ งแลว แตเ หตผุ ลตามสมควรวา ตอ ง เปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะเหตใุ ด กเ็ ปลยี่ นไปตามเหตผุ ลนน้ั ไมใ ชอ ยากเปลยี่ นจงึ เปลยี่ น เชน เมอ่ื เดนิ เมอ่ื ยแลว อยากจะนง่ั กน็ งั่ นง่ั แลว เมอื่ ย อยากจะนอนกน็ อน นอนแลว เมอ่ื ย อยากจะนง่ั อยากจะนอน อยากจะเดนิ กเ็ ดนิ ไป อยา งนี้ ความเขา ใจเชน นี้ ไมต รงตอ ความ เปน จรงิ เพราะถงึ จะไมอ ยากนง่ั กต็ อ งนง่ั ไมอ ยากนอนกต็ อ งนอน ไมอ ยากเดนิ กต็ อ งเดนิ เพราะทกุ ขบ งั คบั ใหต อ งทำนน่ั เอง เมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ ในอริ ยิ าบถใดแลว กต็ อ งแกไ ขหรอื เปลยี่ นไปเปน อริ ยิ าบถอน่ื ความ จรงิ เปน อยอู ยา งน้ี ไมใ ชน กึ อยากจะนอนกน็ อน หรอื นกึ อยากจะเดนิ กเ็ ดนิ การเปลย่ี น อริ ยิ าบถตอ งรเู หตผุ ล ฉะนนั้ กอ นเปลย่ี นอริ ยิ าบถ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพจิ ารณาเสยี กอ นวา เปลย่ี นอริ ยิ าบถ เพราะเหตใุ ด เชน นงั่ อยู เมอ่ื ยแลว จงึ ลกุ ขน้ึ เดนิ การทลี่ กุ ขนึ้ เดนิ นน้ั มนสกิ ารอยา งไร ? เมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ ในรปู นง่ั แลว ตอ งมนสกิ ารวา จะเดนิ เพอ่ื แกท กุ ข ถา ไมม นสกิ ารอยา งนี้ กจ็ ะ เขา ใจวา รปู เดนิ เปน สขุ หรอื ถา เปลยี่ นจากเมอ่ื ยมาเปน นอน ถา มนสกิ ารไมถ กู กจ็ ะเหน็ วา รปู นอนเปน สขุ สขุ วปิ ลาสกเ็ ขา อาศยั ในรปู เดนิ หรอื รปู นอน นน้ั ทนั ที
4 - 52 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ดงั นน้ั การเปลยี่ นอริ ยิ าบถ จงึ จำเปน ตอ งรเู หตผุ ลของการเปลย่ี น คอื จะตอ งรดู ว ย ปญ ญาวา ทจ่ี ะตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถนน้ั เพราะอะไร ? ความจรงิ ทตี่ อ งเปลย่ี น เพราะทกุ ขเ กดิ ขน้ึ จงึ ทำใหต อ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถ กำหนด อยา งน้ี จงึ จะไดค วามรทู ถี่ กู ตอ งตรงกบั ความเปน จรงิ เพราะธรรมทง้ั หลายยอ มไหลมาจากเหตุ ฉะนนั้ การทตี่ อ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถ กจ็ ะตอ ง รวู า เพราะเหตอุ ะไรจงึ ตอ งเปลย่ี น เพราะทกุ ขเ กดิ ขนึ้ บบี คน้ั อริ ยิ าบถนน้ั จงึ ตอ งเปลย่ี น ถา รู ทวั่ ไปหมดทกุ อริ ยิ าบถเชน นแ้ี ลว อริ ยิ าบถเหลา นน้ั กไ็ มส ามารถจะปด บงั ทกุ ขไ ด ถา กำหนดรยู งั ไมห มด เชน ตอนแรกทก่ี ำหนดรปู นง่ั เมอ่ื ทกุ ขค วามปวดเมอ่ื ยเกดิ ขน้ึ ทร่ี ปู นง่ั นนั้ กท็ ำใหเ หน็ ทกุ ขใ นรปู นง่ั แตท กุ ขใ นรปู นอนยงั ไมเ หน็ เมอ่ื ยงั ไมเ หน็ กต็ อ งสำคญั วา รปู นอนเปน สขุ ดงั นน้ั ดว ยอำนาจของทฏิ ฐวิ ปิ ลาสซงึ่ สำคญั วา เปน สขุ จงึ เปน ปจ จยั แก ตณั หา ใหย นิ ดใี นรปู นอน อยากไดร ปู นอน ตณั หาและทฏิ ฐกิ เ็ ขา อาศยั ในรปู นอนนนั้ ฉะนน้ั เวลานอน จงึ ใหก ำหนดดทู รี่ ปู นอนดว ย โดยตามไปดวู า รปู นอน เปน ความ สขุ จรงิ อยา งทเี่ ขา ใจหรอื เปลา เมอื่ ตามดรู ปู ทนี่ อนแลว สกั ครเู ดยี วเทา นนั้ รปู นอนกจ็ ะเปน ทกุ ขข น้ึ มาอกี ความ เขา ใจผดิ ทวี่ า รปู นอนเปน สขุ ในตอนแรกกจ็ ะหายไป และสขุ วปิ ลาสนนั้ หายไปดว ย แลว กจ็ ะเหน็ ทกุ ขใ นขณะนอนนน้ั วา แมร ปู นอนกเ็ ปน ทกุ ขเ หมอื นกนั ถา หากวา ยงั มอี ริ ยิ าบถใดทยี่ งั ไมไ ดต ามดจู นถถี่ ว น ตณั หาและทฏิ ฐกิ ย็ งั เขา อาศยั ใน อริ ยิ าบถนนั้ ได และความสำคญั วา เปน เรา เปน ตวั ตนของเรา กต็ อ งเกดิ ขนึ้ ในอริ ยิ าบถนนั้ ๆ เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ งตามกำหนดดทู กุ ๆ รปู อริ ยิ าบถ ถา ไมต ามดโู ดยถถี่ ว นจรงิ ๆ แลว ปญ ญา ก็เกิดไมได เมอ่ื ตามกำหนดไปทกุ รปู อริ ยิ าบถจนหมดแลว กจ็ ะเหน็ วา รปู อริ ยิ าบถทงั้ เกา และใหม เปน ทกุ ข ทวี่ า จะตอ งเหน็ ทกุ ขใ นอริ ยิ าบถเกา กอ นดว ยอำนาจของทกุ ขเวทนา เพราะฉะนนั้ จงึ ไมค วรจำกดั เวลาวา ตอ งนง่ั หรอื ตอ งเดนิ นานกน่ี าทหี รอื กชี่ วั่ โมง เพราะความสำคญั อยทู ี่ ตอ งการจะรเู หตผุ ล ถา พยายามตามรเู หตผุ ลนนั้ แลว กอ็ าจเปลยี่ นอริ ยิ าบถภายใน ๕ หรอื ๑๐ นาที ตามแตเ หตผุ ลทจ่ี ะตอ งเปลยี่ น
4 - 53 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอ่ื สามารถกำหนดรเู หตผุ ลไดบ อ ยๆ ปญ ญากย็ อ มจะรคู วามจรงิ ไดเ รว็ เพราะวา เมอื่ ดมู าก กเ็ หน็ มากและรมู าก ผลทเ่ี กดิ อยา งนี้ ไมจ ำเปน ตอ งจำกดั เวลา เมอื่ ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ จงึ ตอ งเปลยี่ น และกต็ อ งรดู ว ยวา รปู อะไรเปน ทกุ ข รปู นงั่ หรอื รปู นอน รปู ยนื หรอื รปู เดนิ เปน ทกุ ข ขอ นเี้ ปน ความสำคญั มาก โดยเหตนุ ี้ การทใ่ี หก ำหนดรวู า รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ นนั้ กเ็ พราะวา ถา ไมก ำหนดรอู ริ ยิ าบถนน้ั ๆ วา เปน รปู อะไรแลว กจ็ ะไมร วู า ใครนงั่ ใครนอน ใครยนื ใครเดนิ เมอ่ื ไมร เู ชน นี้ กต็ อ งสำคญั วา เปน เรานง่ั เรานอน เรายนื เราเดนิ และเมอ่ื ทกุ ข เกดิ ขน้ึ ในอริ ยิ าบถนน้ั ๆ กส็ ำคญั วา เราเปน ทกุ ข เอาเราซงึ่ เปน ตวั อตั ตวปิ ลาสออกไมไ ด เพราะ วา เมอ่ื ไมร วู า นง่ั เปน รปู กไ็ มร วู า ใครเปน ทกุ ข เมอ่ื ไมร สู กึ วา รปู เปน ทกุ ข กต็ อ งเขา ใจวา เราเปน ทกุ ข อตั ตวปิ ลาสกไ็ มอ อก เพราะยงั มคี วามสำคญั วา เราเปน ทกุ ข คอื ยงั ไมม รี ปู ใด นามใดแสดงวา เปน ทกุ ขใ หเ หน็ ประจกั ษช ดั ลงไป กย็ งั เอาอตั ตวปิ ลาสออกไมไ ด เพราะเหตนุ ้ี การกำหนดอริ ยิ าบถทกุ ๆ อริ ยิ าบถ จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั วา กำลงั กำหนดรปู อะไรอยู ขอ นเ้ี ปน ความสำคญั มาก มฉิ ะนน้ั จะทำลายกเิ ลสความเหน็ ผดิ วา เปน ตวั ตนออกไมไ ด ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะทกุ ข เมอ่ื พจิ ารณารวู า ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะทกุ ขแ ลว กต็ อ งพจิ ารณาตอ ไปอกี วา การเปลยี่ นอริ ยิ าบถนน้ั เพอ่ื อะไร กร็ ตู อ ไปวา ทเ่ี ปลย่ี นนน้ั เพอ่ื แกท กุ ข ไมใ ชเ พอ่ื หาความสขุ ถา กำหนดยงั ไมถ ถี่ ว น กจ็ ะเขา ใจวา เปลยี่ นเพอ่ื ใหไ ดค วามสขุ การรเู ชน นเ้ี ปน ปญ ญาอยา งหนงึ่ ชอ่ื วา สาตถกสมั ปชญั ญะ คอื ปญ ญาทรี่ วู า การทำเชน นน้ั เพอ่ื ประโยชนอ ะไร เมอ่ื รวู า ตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถทงั้ หลายเพอ่ื แกท กุ ขแ ลว ควรหรอื ทจ่ี ะเหน็ วา การทต่ี อ ง แกท กุ ขอ ยเู สมอๆ นนั้ เปน ความสขุ กจ็ ะเหน็ วา ทต่ี อ งแกไ ขหรอื ตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถใหม ไมใ ช ความสขุ เลย ทต่ี อ งเปลย่ี นกเ็ พราะทกุ ขบ งั คบั ใหต อ งเปลยี่ น ถงึ แมไ มอ ยากจะเปลยี่ นกต็ อ งเปลยี่ น ในการที่ตอ งฝนใจเปลย่ี นนี้เอง อิริยาบถใหมจ ึงไมเ ปนทอี่ าศยั ของตณั หา เพราะไม
4 - 54 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เปลย่ี นไมไ ด ถกู บงั คบั ใหต อ งเปลย่ี น ถา เหน็ วา ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะถกู ทกุ ขบ งั คบั เชน นี้ ความตอ งการในอริ ยิ าบถ ใหม คอื ตวั ตณั หาและทฏิ ฐทิ เี่ คยตอ งการอริ ยิ าบถใหม กจ็ ะเขา อาศยั ไมไ ด เพราะวา รแู ลว ดจู นถถ่ี ว นแลว ทงั้ อริ ยิ าบถใหมแ ละอริ ยิ าบถเกา ไมม คี วามสขุ เลย การพจิ ารณาอริ ยิ าบถทำลายสงิ่ ปด บงั ทกุ ข เมอื่ รเู ชน นี้ การพจิ ารณาอริ ยิ าบถกย็ อ มทำลายวปิ ลาสธรรม ซงึ่ เปน ตวั ปด ทกุ ข เมอ่ื สงิ่ ทปี่ ด บงั ทกุ ขถ กู ทำลายไปอยา งน้ี วปิ ลาสทส่ี ำคญั วา สขุ กจ็ ะหมดไป เมื่อความสำคัญวาสุข ถูกทำลายลงไปแลว ความรูวาเปนทุกข ก็จะเขามาแทนท่ี การรเู ชน นี้ เปน ความรทู ถ่ี กู ตอ งตามความเปน จรงิ ไมใ ชว ปิ ลาส เพราะวา ทกุ ขเ ปน ของจรงิ ทกุ ขเ ปน ตวั สจั จธรรม นเี่ ปน นยั ของการกำหนดอริ ยิ าบถทท่ี ำลายเครอื่ งปด บงั ทกุ ข ไมต อ งเปลยี่ นการกำหนดอารมณ ขณะทก่ี ำหนดดรู ปู อริ ยิ าบถใดอริ ยิ าบถหนงึ่ อยนู นั้ เมอื่ รวู า ฟงุ ไป กไ็ มต อ งกำหนด นามฟงุ แตใ หม ากำหนดดรู ปู อริ ยิ าบถนน้ั ๆ เสยี ใหม อปุ มาเหมอื นการหดั ขรี่ ถจกั รยาน เมอ่ื แรกหดั ใหมๆ กเ็ ปน ธรรมดาทจ่ี ะตอ งลม เพราะยงั ไมช ำนาญ เมอื่ ลม แลว จะทำอยา งไร กต็ อ ง จบั รถทล่ี ม นนั้ ขน้ึ มาหดั ขใ่ี หม ไมใ ชว า เมอ่ื ลม แลว ไปตอ งการรถคนั อนื่ มาเปลยี่ นใหมเ รอ่ื ย ไป จะตอ งยกรถคนั เดมิ นนั้ แหละขน้ึ มาหดั ขตี่ อ ไปใหม ผเู จรญิ วปิ ส สนาทฝี่ ก ใหมก เ็ ชน เดยี ว กนั จะตอ งหดั ทำไปเชน เดยี วกนั นี้ คอื เมอ่ื รวู า จติ ตกไปหรอื หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กใ็ ห กลบั มาตงั้ ทอ่ี ารมณป จ จบุ นั ทกี่ ำลงั กำหนดนนั้ เสยี ใหมเ ทา นนั้ เอง จรงิ อยู ฟงุ นนั้ กเ็ ปน ปรมตั ถ เปน นามธรรม และกเ็ ปน ปจ จบุ นั ธรรมดว ย แตผ ปู ฏบิ ัติ ใหมๆ ไมค วรยา ยอารมณไ ปดนู ามฟงุ เพราะรปู เปน ของหยาบ ดงู า ย เหน็ งา ย ผปู ฏบิ ัตใิ หม ปญ ญานอ ย จะไปดขู องละเอยี ด คอื นามนนั้ ดยู ากเหน็ ยาก และรปู อริ ยิ าบถกเ็ ปน ปรมตั ถ อยแู ลว และเปน ปจ จบุ นั อยเู ชน เดยี วกนั
4 - 55 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การกำหนดอริ ยิ าบถ ๔ น้ี ใหก ำหนดรปู ใดรปู หนง่ึ ทเ่ี ปน ปจ จบุ นั เรอ่ื ยไป ถา ไมม ี เหตผุ ลอนื่ ใดมาทำใหต อ งเปลย่ี นแลว กไ็ มต อ งเปลยี่ น ถา ผปู ฏบิ ตั กิ ำหนดอริ ยิ าบถไดป จ จบุ นั มากเขา ฟงุ กไ็ มเ กดิ เพราะฟงุ นนั้ อาศยั อดตี อนาคตเขา มา ถา ปจ จบุ นั ตง้ั อยแู ลว ทอี่ ริ ยิ าบถ ฟงุ ทม่ี แี ตอ ดตี อนาคตเทา นนั้ กเ็ ขา ไมไ ด ขอ สำคญั นน้ั อยทู วี่ า ผปู ฏบิ ตั ริ ตู วั หรอื เปลา วา ฟงุ ถา ไมร ู การปฏบิ ตั นิ น้ั กห็ ลดุ ไปแลว จากอารมณป จ จบุ นั การฝก บอ ยๆ ทำบอ ยๆ มนสกิ ารบอ ยๆ จงึ จะรวู า จติ ตกไปหรอื หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั แลว กก็ ลบั มาตง้ั อยทู อี่ ริ ยิ าบถทเี่ ปน ปจ จบุ นั เสยี ใหม ไมย ากเลย อนงึ่ อารมณป จ จบุ นั เปน ความสำคญั ทส่ี ดุ ของการเจรญิ วปิ ส สนา ทจี่ ะกนั อภชิ ฌาและ โทมนสั มใิ หเ กดิ ขน้ึ อารมณป จ จบุ นั หมายถงึ รปู นามทเ่ี กดิ ขนึ้ เฉพาะหนา โดยทอ่ี ารมณน นั้ เกดิ ขนึ้ เอง และผปู ฏบิ ตั ติ ามดอู ารมณน นั้ ถา อารมณใ ดเกดิ ขน้ึ ดว ยความปรารถนาของผปู ฏบิ ตั ิ อารมณน นั้ กจ็ ะกนั กเิ ลสไมไ ดเ ลย เพราะเกิดขึ้นดวยอำนาจของตัณหาซ่ึงเปนตัวกิเลส เชน เมื่อตองการความสงบ จึงทำ ความเพยี ร ไมว า จะกำหนดอะไรกต็ าม ใจกเ็ พง อยู หรอื ตอ งการอยใู นความสงบ แลว ความ สงบกเ็ กดิ ขน้ึ เปน ตน ทเ่ี ปน เชน นเี้ พราะวา เมอื่ จติ มงุ ไปเพอื่ ความสงบ ความสงบกเ็ กดิ ขนึ้ ไดจริงๆ แตวาไมสามารถจะเห็นความจริงคือไตรลักษณ ซ่ึงเปนอารมณของวิปสสนาได ทง้ั น้ี กเ็ พราะวปิ ลาสตามเขา ไปในความสงบ โดยเหน็ วา ความสงบนเ้ี ปน สขุ จรงิ หนอ กท็ ำ ใหย นิ ดพี อใจในความสงบนนั้ เมอื่ วปิ ลาสตามเขา ไปครอบคลมุ อารมณส งบแลว กจ็ ะไมเ หน็ เลยวา อารมณท ส่ี งบ เปน ทกุ ข หรอื ไมเ ทย่ี ง หรอื ไมใ ชต วั ตน ได เพราะความสงบทเี่ กดิ ขนึ้ นน้ั เปน ไปดว ยอำนาจ ของวปิ ลาสทผี่ ปู ฏบิ ตั ติ อ งการ โดยผปู ฏบิ ตั ไิ มเขา ใจวา ความสงบนนั้ กม็ ไี มเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข ไมใ ชต วั ตน เหมอื นกนั ไมม สี าระอะไรดกี วา ความฟงุ ซา นหรอื อทุ ธจั จะเลย อนงึ่ ผปู ฏบิ ตั คิ วรทราบวา อารมณใ ดทผ่ี ปู ฏบิ ตั ทิ ำขน้ึ อารมณน น้ั ไมใ ชข องจรงิ เมอ่ื สรา งขนึ้ แลว จะกำหนดใหร คู วามจรงิ จากอารมณท สี่ รา งขน้ึ นน้ั ไมไ ด เพราะอารมณท ส่ี รา ง
4 - 56 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ขนึ้ ดว ยอำนาจของความตอ งการซงึ่ เปน ตวั กเิ ลส จะเปน เครอื่ งปด บงั ทำใหไ มส ามารถทจี่ ะได ความจรงิ ในอารมณน น้ั อารมณท จี่ ะใหค วามจรงิ ได ตอ งเปน อารมณป จ จบุ นั ทเี่ กดิ ขน้ึ เอง เชน อริ ยิ าบถตา งๆ นน้ั แมว า เราไมต อ งการจะพลกิ แตก ต็ อ งพลกิ ตอ งเปลย่ี น เพราะอะไร เพราะเมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขน้ึ กต็ อ งพลกิ ตอ งเปลย่ี นไปเอง ไมพ ลกิ หรอื ไมเ ปลย่ี นไมไ ด และทกุ ขน น้ั ไมใ ชเ กดิ ขน้ึ เพราะ ความตอ งการของเรา แตเ กดิ ขนึ้ เอง ฉะนั้น อารมณที่เกิดขึ้นเองโดยไมไดเกิดจากความตองการ จึงเปนอารมณปจจุบัน เพราะไมเ ปน ทอ่ี าศยั ของกเิ ลสตณั หา การใหมีสติตามดู ตามรู เชนนี้ ก็เพ่ือกันมิใหกิเลสเขาอาศัยในอารมณน้ัน คือมี ความรสู กึ ตวั กำหนดทอ่ี ารมณน น้ั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะ กเิ ลสจงึ จะเขา อาศยั ในอารมณน น้ั ไมไ ด แตก เิ ลสอาจจะเขา อาศยั อารมณน นั้ กต็ อ ภายหลงั ฉะนน้ั ถา มกี ารสำรวมหรอื สงั วร กจ็ ะกนั กเิ ลสไมใ หอ าศยั อารมณน นั้ ๆ ไดต ลอดไป เมอ่ื กเิ ลสอาศยั ไมไ ด จงึ จะไดค วามจรงิ ของอารมณน นั้ ดงั นนั้ อารมณป จ จบุ นั จงึ เปน ความสำคญั ของการเจรญิ วปิ ส สนา ผปู ฏบิ ตั ติ อ งเขา ใจ ในอารมณป จ จบุ นั และตอ งเขา ใจจบั อารมณป จ จบุ นั ดว ย บางทผี ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ทกี่ ำหนดอยนู น้ั เปน อารมณป จ จบุ นั แตค วามจรงิ ไมใ ช เพราะ อารมณป จ จบุ นั มเี พยี งพรบิ ตาเดยี วเทา นน้ั เหมอื นกบั การจบั ปลาในน้ำ คอื คดิ วา จะจบั ได เพราะวา เหมอื นกบั การวา ยนงิ่ ๆ อยู กใ็ ชม อื ตะครบุ ลงไปจะจบั ใหไ ดอ ยา งนี้ บางทกี ห็ ลดุ ไป ขา งหนา บา ง ขา งหลงั บา ง ดังน้ัน การจับอารมณปจจุบันจึงไมใชของงาย เพราะกิเลสคอยฉุดไปขางหนาบาง ฉดุ ไป ขา งหลงั บา ง จงึ เปน เหตใุ หเ กดิ อภชิ ฌาและโทมนสั จงึ จำเปน ตอ งเขา ใจอารมณป จ จบุ นั วา คอื อยา งไร และตอ งเขา ใจในการจบั อารมณป จ จบุ นั ไดถ กู ตอ งดว ย โดยมาก ผปู ฏบิ ตั ไิ มไ ดด อู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั เชน กำลงั พจิ ารณาอริ ยิ าบถนงั่ ซง่ึ เปน อารมณปจจุบันที่กำลังเกิดข้ึนอยูเดี๋ยวเดียวเทานั้นก็จริงอยู แตวาจิตใจที่กำลังจับอารมณ
4 - 57 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ปจ จบุ นั นนั้ เคลอื่ นไปหาความสงบ คอื มงุ ไปหาความสงบ หาใชก ำหนดดคู วามจรงิ หรอื ตอ ง การจะรคู วามจรงิ ของอารมณ คอื รปู นง่ั นน้ั ไม กลายเปน ดเู พอ่ื หาความสงบ ซง่ึ ไมม ใี นเวลา นนั้ การดหู รอื การกำหนดกเ็ คลอ่ื นไปแลว คอื ไมไ ดด อู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั นนั้ แลว เพราะ ฉะนน้ั จงึ ตอ งเขา ใจวา อารมณป จ จบุ นั คอื อะไร ? และจะตอ งเขา ใจดว ยวา จติ ทจ่ี บั อารมณป จ จบุ นั นนั้ มี ลกั ษณะอยา งไร ? และถา จติ หลดุ จากอารมณป จ จบุ นั มลี กั ษณะอยา งไร ? เรอ่ื งนต้ี อ งมี ความสงั เกต มฉิ ะนนั้ เมอื่ จติ หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กจ็ ะหลดุ ไปเรอ่ื ยๆ โดยไมร ตู วั วา ไมไ ดจ บั อยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั ทำใหเ สยี เวลาไปเปลา ๆ ถา หากรวู า หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กจ็ ะไดก ลบั มารอู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั ไดต อ เนอ่ื ง กนั นานๆ ทำใหม โี อกาสทจ่ี ะเหน็ ความจรงิ ได การพจิ ารณากจิ อน่ื ระหวา งการปฏบิ ตั ิ นอกจากการพจิ ารณาอริ ยิ าบถนง่ั นอน ยนื เดนิ ทมี่ อี ยเู ปน ประจำแลว ผปู ฏบิ ตั ยิ งั มคี วามจำเปน ทจ่ี ะตอ งทำกจิ อน่ื ในระหวา งการปฏบิ ตั ิ เชน กนิ อาหาร อาบน้ำ ถา ยอจุ จาระ ปส สาวะ เหลา นกี้ ต็ อ งมกี ารพจิ ารณาดว ย การพจิ ารณาเวลากนิ อาหาร๒๔ ถา ไมห าวธิ กี นั กเิ ลสเสยี กอ น ตณั หาและทฏิ ฐกิ อ็ าจเขา อาศยั ในอารมณน นั้ ได เพราะฉะนน้ั จะตอ งพจิ ารณาเวลาทกี่ นิ อาหารนนั้ วา กนิ ทำไม ? ตอ งไมก นิ เพราะ อยากกนิ หรอื อยากอรอ ย แตต อ งพจิ ารณาวา จะตอ งกนิ ดว ยเหตเุ พอ่ื ใหร า งกายนด้ี ำรง อยไู ด จะใหก ายดำรงอยเู พอ่ื อะไร ? เพอื่ จะไดเ ปน ทอ่ี าศยั ทำกจิ ในการทำพระนพิ พานทย่ี งั ไมแ จง ใหส ำเรจ็ ลลุ ว งไป หรอื เพอ่ื แกท กุ ขท เี่ กดิ ขนึ้ จากความหวิ เทา นนั้ การพจิ ารณาเปน สง่ิ จำเปน มฉิ ะนน้ั จะกนั กเิ ลสไมไ ด ถา กนิ เพอื่ แกท กุ ขจ ากความหวิ แลว แมอ าหารไมอ รอ ยกแ็ กห วิ ได ถา กนิ โดยไมพ จิ ารณาแลว เวลาไมอ รอ ย โทสกเิ ลสกจ็ ะ เขา อาศยั เวลาอรอ ย โลภกเิ ลส กเ็ ขา อาศยั การกนิ อาหารนนั้ กย็ อ มจะเปน ไปกบั กเิ ลส ๒๔ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๓ องั คตุ ตรนกิ าย อฏั ฐกนบิ าต ขอ ๙๙ หนา ๑๖๘-๑๗๐.
4 - 58 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เรอ่ื ยไป ไมพ น กเิ ลสเลย กเิ ลสกจ็ ะสรา งสรรคท กุ ขใ หต อ ไป หาใชก นิ เพอื่ ออกจากทกุ ขไ ม ดังนั้น การเจริญวิปสสนา เม่ือเวลาจะกินอาหาร ก็ตองพิจารณาใหรูเหตุผลดวย ทกุ ครงั้ ไป การอาบนำ้ กต็ อ งพจิ ารณาใหร วู า เพอ่ื แกท กุ ข เวลาจะใชบ าตร ใชจ วี ร กต็ อ งพจิ ารณา เพอื่ แกท กุ ข ไมใ ชน งุ หม เพอื่ สวยงาม แตน งุ หม เพอื่ ปอ งกนั หนาวกนั แดดกนั ลม หรอื กนั ยงุ เหลอื บ รน้ิ ไร เปน ตน เพราะถา มสี งิ่ รบกวนอยา งนน้ั กจิ ทพ่ี งึ ทำกจ็ ะตกไป ไมส ำเรจ็ คอื วา จะทำอะไรๆ ทุกอยาง ตองมุงเพื่อทำพระนิพพานใหแจงทั้งสิ้น หรือใหถึงความพนทุกข ทง้ั ปวง เวลาถา ยอจุ จาระหรอื ปส สาวะ กต็ อ งพจิ ารณาเหมอื นกนั วา เพราะอะไร ? เพราะ ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ แลว จงึ ตอ งแกท กุ ข การพจิ ารณาอริ ยิ าบถยอ ย สำหรบั การพจิ ารณาอริ ยิ าบถยอ ยอนื่ ๆ ในสมั ปชญั ญะบรรพนน้ั มเี กยี่ วขอ งในอริ ยิ าบถ ๔ อยแู ลว เชน การกำหนดรปู นงั่ เวลาจะพลกิ ตวั หรอื ลกุ ขนึ้ ยนื ถา ไมม อี ริ ยิ าบถยอ ยแลว กพ็ ลกิ ไมไ ดห รอื ลกุ ขน้ึ ยนื ไมไ ด ถา ยนื อยแู ลว จะนง่ั ถา ไมม อี ริ ยิ าบถยอ ยชว ย กน็ ง่ั ไมไ ด จะทำ อะไรๆ ทกุ อยา งจะตอ งมอี ริ ยิ าบถยอ ยอยดู ว ยทงั้ นน้ั ในอริ ยิ าบถใหญ ถา กำหนดอริ ยิ าบถใหญ กอ น และอริ ยิ าบถใหญช ดั เจนดแี ลว กจ็ ะรถู งึ อริ ยิ าบถยอ ยดว ย อริ ยิ าบถยอ ยเปน สงั ขารทกุ ข อริ ยิ าบถยอ ยนนั้ ชว ยแกท กุ ขข องอริ ยิ าบถใหญ อริ ยิ าบถยอ ยกเ็ ปน ทกุ ขเ หมอื นกนั คอื เปน สงั ขารทกุ ข อริ ยิ าบถใหญเ ปน ทกุ ขเวทนา อปุ มาเหมอื นคนปว ย อริ ยิ าบถยอ ยเหมอื น คนพยาบาล คนพยาบาลก็เปนทุกขเหมือนกัน เพราะตองคอยพยุงคนปวยใหลุก ใหนั่ง ใหพ ลกิ ตวั เปน ตน มฉิ ะนน้ั คนปว ยไมอ าจพลกิ ตวั เปลยี่ นอริ ยิ าบถได แตผ ปู ฏบิ ตั ใิ หมย งั ไมตองสนใจในอิริยาบถยอยใหมากนัก เพราะเมื่อกำหนดอิริยาบถใหญชัดเจนดีแลว อริ ยิ าบถยอ ยนก้ี จ็ ะรไู ปเอง
4 - 59 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ พจิ ารณารปู อริ ยิ าบถใหญ และอริ ยิ าบถยอ ยอยา งนมี้ ากๆ เขา พอกำหนดลงไป ไมว า จะเปน อารมณอ ะไร เชน เวลานงั่ กร็ วู า เปน รปู นง่ั ไมใ ชเ รานงั่ เวลานอนกร็ วู า เปน รปู นอน ไมใ ชเ รานอน เปน ตน และทรี่ วู าเปน รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื หรอื รปู เดนิ นนั้ เปน นามรู ไมใ ชเ รารู เปน ปญ ญารู คอื รสู กั แตว า เปน นาม เปน รปู ทงั้ นนั้ รเู ชน นี้ จงึ จะทำลาย ความเหน็ ผดิ วา เปน เรานงั่ เรานอน เรายนื เราเดนิ หรอื เรารู ได เวลาทพี่ จิ ารณาอารมณ จติ ใจกร็ วู า มแี ตน ามกบั รปู เทา นนั้ จะดรู ปู อริ ยิ าบถอะไรกร็ ู วา เปน รปู นน้ั ๆ จะดนู ามทร่ี รู ปู อะไร กร็ วู า เปน นามนน้ั ๆ ทกุ อยา งทดี่ นู นั้ ลว นแตเ ปน นาม เปน รปู ไปหมด ไมม ใี ครเปน ตวั เปน ตน หรอื เปน ผหู ญงิ ผชู ายมา เปน ผนู งั่ ผนู อน ผยู นื ผเู ดนิ และไมมีใครคนใดคนหนึ่งมาเปนผูรูผูเปนอยางนั้น การเห็นอยางนี้ วิปสสนาเรียกวา นามรปู ปรจิ เฉทญาณ ซง่ึ เปน ญาณขน้ั ตน เพราะไดเ หน็ ความกระจดั กระจายออกไป เปน นามเปนรูปไปหมด ผูปฏิบัติตองรูอยางนี้ และอัตตวิปลลาสที่สำคัญวา ‘เรา’ ไมมีแลว ไมอ าศยั อยใู นความรสู กึ นน้ั แลว ญาณ คอื ความรสู กึ อนั เกดิ จากการทป่ี ญ ญาเขา ไปเหน็ ความจรงิ นี้ ในวสิ ทุ ธิ ๗ ทา นเรยี กวา ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ คอื ความเหน็ ถกู ตอ งตรงกบั ความเปน จรงิ โดยไมเ จอื ดว ยความเหน็ ผดิ ทเ่ี คยเขา ใจหรอื เคยเหน็ สำคญั วา ‘เปน เรา’ หรอื ‘เปน ตวั เปน ตนของเรา’ หรือ ‘มีเรา’ เปนตน ความเห็นผิดจะไมมีเลย แตก็ยังไมเขาถึงไตรลักษณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งกำหนดนามรปู นนั้ แหละเปน อารมณต อ ไปอกี แลว จะเหน็ ไตรลกั ษณ ซง่ึ มี ความไมเ ทย่ี งเปน ตน ได เม่ือปฏิบัติตามสติปฏฐาน จนไดนามรูปขึ้นสูอารมณแลว ก็นับไดวากรรมฐานของ วปิ ส สนาเกดิ แลว และรวู า นามรปู ทกี่ ำหนดดอู ยนู น้ั ไมใ ชน ามรปู ทร่ี โู ดยปรยิ ตั ิ เชน ผทู เี่ คย เรยี นปรยิ ตั มิ าแลว กต็ อบไดว า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม แตว า เวลานง่ั เวลานอน เปน ตน กไ็ มร วู า ขณะทกี่ ำลงั นง่ั อยู หรอื กำลงั นอนอยนู นั้ วา เปน รปู หรอื เปน นาม กจ็ ะตอ งเหน็ วา เปน ‘เรานงั่ ’ ‘เรานอน’ ทกุ ทไี ป ทงั้ ๆ ทร่ี โู ดยปรยิ ตั วิ า อะไรเปน นาม อะไรเปน รปู ฉะนน้ั การรโู ดยปฏบิ ตั กิ บั รโู ดยปรยิ ตั นิ น้ั ตา งกนั ผปู ฏบิ ตั จิ ะไดน ามรปู เปน อารมณ อยา งทไี่ ดม าจาก นามรปู ปรจิ เฉทญาณนน้ั จงึ ไมใ ชข องงา ยเลย และนก่ี เ็ ปน ขน้ั แรกทไี่ ดจ ากการเจรญิ วปิ ส สนา เมอ่ื นามรปู เกดิ ขนึ้ สอู ารมณช ดั เจนแลว ผปู ฏบิ ตั กิ เ็ พง นามรปู นน้ั ตอ ไปอกี เวลานนั้
4 - 60 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ยงั ไมไ ดก ำหนดรวู า นามรปู นเี้ ปน ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั เปน แตเ พยี งรวู า อะไรเปน รปู อะไร เปน นาม เทา นนั้ เมอื่ กำหนดนามรปู ตอ ไปมากๆ เขา กจ็ ะรเู หตปุ จ จยั ทใี่ หเ กดิ นามรปู ที่ กำลงั ดอู ยนู น้ั เชน รปู อยา งนเี้ กดิ ขนึ้ เพราะนามอยา งนน้ั เปน ปจ จยั นามรปู ทเี่ กดิ ขนึ้ เพราะ ปจ จยั กจ็ ะปรากฏ เพราะการตามกำหนดดอู ยอู ยา งนี้ การเหน็ ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั ของ นามรปู จงึ ปรากฏขน้ึ แกผ ปู ฏบิ ตั ิ กอนหนานั้น แมผูปฏิบัติจะเห็นนามรูปก็จริงอยู แตวาการเห็นนามรูปตอนน้ันยัง ไมร วู า นามรปู เกดิ ขน้ึ มาไดอ ยา งไร มมี าจากไหน อาจจะไมร อู ยา งน้ี กอ็ าจคดิ วา พระเจา บันดาลใหเปนไปอยางในศาสนาอื่น ปญญาอยางน้ัน ไมช่ือวาเขาถึงปจจยปริคคหญาณ แตเม่ือเขาถึงปจจยปริคคหญาณแลว จึงรูวานามรูปไมไดเกิดจากการบันดาลของใคร แตเกิดขึ้นดวยอำนาจของปจจัยทั้งนั้น นามกับรูปตางก็เปนปจจัยซึ่งกันและกันอยางน้ี เมอื่ เหน็ ดงั นนั้ ความสงสยั ทว่ี า นามรปู เกดิ ขน้ึ เพราะอะไร กจ็ ะหมดไป หรอื ความสงสยั วา คงจะมผี บู นั ดาลใหน ามรปู เกดิ ขนึ้ กจ็ ะหมดไป การเหน็ อยา งนี้ วปิ ส สนาเรยี กวา ปจ จย- ปรคิ คหญาณ และความรสู กึ อยา งน้ี ในวสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ แตต อนน้ี ผปู ฏบิ ตั จิ ะรเู พยี งปจ จยั แหง การเกดิ ขนึ้ ของนามรปู เทา นน้ั สว นการดบั ของ นามรปู นน้ั ยงั ไมเ หน็ เพราะสนั ตตขิ องนามรปู ยงั ไมข าด นามรปู เกดิ เรว็ ดบั เรว็ ตดิ ตอ กนั ไม ขาดสาย และปญ ญาของผปู ฏบิ ตั ยิ งั หยาบอยู ยงั ไมพ อทจ่ี ะเขา ถงึ ปญ ญาทเี่ หน็ ความดบั ของนามรปู ได ตอ งตามดนู ามรปู นน้ั ตอ ไปอกี แลว จงึ จะเหน็ ความดบั ของนามรปู แตว า ความดบั ของนามรปู ในขน้ั นกี้ ไ็ มใ ชส นั ตตขิ าด เชน ในเวลาทน่ี งั่ อยู เมอ่ื เปลย่ี นอริ ยิ าบถนงั่ กจ็ ะเหน็ อริ ยิ าบถนง่ั นนั้ ดบั หรอื ในเวลายนื เมอ่ื เลกิ ยนื แลว รปู ยนื กห็ มดไป รปู นง่ั กเ็ กดิ ขน้ึ มาแทน จงึ เหน็ วา รปู ยนื ไมเ ทย่ี ง ตอนแรกกจ็ ะเหน็ ดว ยไปอยา งนกี้ อ น คอื เหน็ วา รปู นนั้ หมด ไปแลว ตอ เมอ่ื เหน็ รปู ใหมเ กดิ ขนึ้ แทน ยงั ไมส ามารถเหน็ โดยปจ จบุ นั ในรปู นนั้ ทย่ี งั ไมเ ปลย่ี น ได เพราะการเหน็ ตอ เมอ่ื รปู เดมิ หมดไปแลว การเหน็ นนั้ ยงั ไมเ ปน ปจ จบุ นั คอื เหน็ วา รปู นงั่ ดบั ไป ตอ เมอ่ื รปู นง่ั หมดไปแลว หาไดเ หน็ รปู นง่ั ดบั ในขณะทย่ี งั กำลงั นงั่ อยไู ม ถา เหน็ รปู นงั่ โดยสนั ตตตขิ าด จะตอ งเหน็ ในขณะทก่ี ำลงั นงั่ อยนู น่ั เอง อยา งนจี้ งึ จะแนน อน แตข นั้ แรกกต็ อ งเปน ไปตามนน้ั กอ น
4 - 61 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเหน็ อยา งนี้ กจ็ ะรไู ปถงึ อดตี อนาคตดว ยวา ถงึ แมอ ดตี และอนาคตกต็ อ งเปน อยา ง นเ้ี หมอื นกนั ไมส งสยั เลย ทกี่ ลา วมานี้ เปน เพยี งรวบรวมใจความยอ ๆ ในอารมณข ณะปฏบิ ตั ิ เฉพาะสว นทจี่ ะรู ไดใ นเวลากำลงั ปฏบิ ตั อิ ยเู ทา นนั้ การเหน็ อยา งนี้ วปิ ส สนาเรยี กวา สมั มสั สนญาณ คอื ญาณทเี่ ขา ไปเหน็ รปู นามนไ้ี มเ ทย่ี ง แตว า การเหน็ นนั้ เปน อดตี เพราะวา หมดไปแลว จงึ เหน็ ไมใ ชเ หน็ ความดบั ในระหวา งทร่ี ปู นน้ั ยงั ตงั้ อยู แตก เ็ รยี กวา เหน็ ไตรลกั ษณเ หมอื นกนั เพราะ เหน็ วา ไมเ ทยี่ ง เหน็ เกดิ ดบั เหมอื นกนั แตว า ยงั ไมใ ชป จ จบุ นั ความรสู กึ ยงั ไมแ รงพอทจ่ี ะ ลบลา งความเขา ใจผดิ ทฝ่ี ง อยใู นสนั ดานออกได เม่ือผูปฏิบัติกำหนดนามรูปตอไป ปญญาก็กลาขึ้น หรือจิตละเอียดข้ึน ย่ิงตามดู นามรูปมากเขา จิตก็ไดอารมณปจจุบันมากเขา โดยเพงนามรูปที่เปนอารมณปจจุบันอยู ไมต กไปในทอี่ นื่ แลว ในนามรปู นน้ั เองกจ็ ะแสดงความเกดิ ขน้ึ และดบั ไปในนามเดยี วหรอื รปู เดยี ว และกาลเดยี วกนั คอื ในปจ จบุ นั กาลเทา นัน้ โดยเหน็ ทงั้ เกดิ และดบั ในอารมณเ ดยี วกนั ใน นามหรอื รปู เดยี วกนั ปญ ญาความรอู ยา งน้ี วปิ ส สนาเรยี กวา อทุ ยพั พยญาณ เปน การ รวบรวมอารมณข องญาณทงั้ ๓ ในตอนตน ๆ ทง้ั หมด มาอยใู นอทุ ยพั พยญาณน้ี คอื เหน็ รปู นามทง้ั เกดิ และดบั ในอารมณเ ดยี วกนั อทุ ยพั พยญาณเปน ญาณทส่ี ำคญั มาก สนั ตตขิ าดทญ่ี าณน้ี ฉะนน้ั การเหน็ ไมเ ทย่ี ง ในญาณนจี้ งึ ไมเ หมอื นในสมั มสั สนญาณ เปน ความรทู ม่ี นี ำ้ หนกั ผดิ กนั มาก คอื ในอทุ ยพั พยญาณ นน้ั เหน็ ความดบั ของรปู นามในระหวา งทร่ี ปู นามใหมย งั ไมเ กดิ ขน้ึ แทนที่ การเขา ไปรอู ยา ง น้ี เปน ปญ ญาทม่ี คี วามรสู กึ แรงมาก และความรสู กึ อยา งนจ้ี ะกระชากอนสุ ยั กเิ ลสทเี่ หน็ วา เท่ียง เห็นวาเปนสุข เห็นวาเปนตัวเปนตน ออกจากสันดานที่ดองอยูในจิตใจ แตยังเปน ตทังคะอยู คือชั่วขณะหนึ่งๆ เทานั้น ยังไมเปนสมุจเฉท และทุกคร้ังท่ีกำหนด ก็จะ กระชากอนสุ ยั กเิ ลส คอื ความรสู กึ ทเ่ี หน็ วา เปน ตวั เปน ตน ซง่ึ ดองอยใู นสนั ดานนน้ั ออกทกุ คราว ไป ความรสู กึ ในญาณนเี้ ปน ความรสู กึ ทแ่ี รงมาก แมอ าจารยจ ะไมบ อกวา ลกู ศษิ ยร แู ลว ปญ ญาของผปู ฏบิ ตั เิ องกส็ ามารถตดั สนิ ไดว า รแู ลว เหน็ แลว
4 - 62 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเกดิ ดบั ของนามรปู ทเี่ หน็ ในอทุ ยพั พยญาณน้ี ไมไ ดเ หน็ ดว ยการฟง หรอื การเรยี น และไมเ หน็ ไดด ว ยการคดิ นกึ ตรกึ ตรอง อารมณน นั้ กเ็ ปน อดตี บา งอนาคตบา ง คดิ อยา งน้ี แลว ผา นไป ไปเชอื่ มกบั อยา งโนน ดว ยการเปรยี บเทยี บ จงึ ไมส ามารถทำลายอนสุ ยั กเิ ลสได เพราะไมเปนปจจุบัน ตองเปนอารมณที่เห็นไดดวยวิปสสนาญาณที่เกิดจากการเพงดวย การปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู ตอ งเทา นน้ั จงึ จะเหน็ ได สว นญาณอน่ื ตอ ๆ ไปนนั้ ไมส ำคญั เพราะกไ็ ปจากอทุ ยพั พยญาณนเี้ อง เมอ่ื อารมณ นามรปู ในอทุ ยพั พยญาณปรากฏใหเ หน็ มากๆ ขน้ึ ความรสู กึ กเ็ กดิ ขนึ้ ตามญาณตา งๆ เชน ความรสู กึ เหน็ แตค วามดบั ไปของนามรปู ในภงั คญาณ กม็ าจากอทุ ยพั พยญาณนน่ั เอง เพราะ ความรสู กึ อยา งน้ี ไมเ คยเหน็ เลยตง้ั แตเ กดิ มา ดงั นน้ั เมอ่ื เหน็ เขา แลว กย็ อ มตกใจกลวั และ ตอ งไปสนใจในอารมณน น้ั การสนใจในอารมณท นี่ ามรปู ดบั นเ้ี องกท็ ำใหเ หน็ ความดบั มาก ขนึ้ เพราะนามรปู เกดิ ขน้ึ ทไี่ หน กต็ อ งดบั ทนี่ น่ั แมก ารเกดิ จะมอี ยู แตก ไ็ มส นใจ จงึ เหน็ แต ความดับ เห็นแตความฉิบหายทำลายไปของนามรูปอยางเดียวเทานั้น ความรูสึกอยางนี้ วปิ สสนาเรียกวา ภังคญาณ คือรูสึกเห็นนามรูปเปนโทษเปนภัยนากลัว ไมเปนท่ีนายินดี แลว กเ็ กดิ ความเบอื่ หนา ย ความรสู กึ เบอื่ หนา ยนามรปู นี้ วปิ ส สนาเรยี กวา นพิ พทิ าญาณ ตณั หากค็ อ ยๆ คลายออกจากความยนิ ดใี นนามรปู มากขนึ้ ทกุ ที นเ่ี ปน ผลจากการเจรญิ วปิ ส สนา หรอื การปฏบิ ตั ติ ามสตปิ ฏ ฐาน ถา ไมเ ดนิ ตามทางสตปิ ฏ ฐานและปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ งจรงิ ๆ แลว กไ็ มส ามารถจะเกดิ ผลคอื วปิ ส สนาปญ ญาได ในอุทยัพพยญาณนี้ ถาหากสมาธิมีกำลังกลา หรือผูปฏิบัติเคยทำสมาธิมากอน เมอื่ สมาธมิ กี ำลงั มากแลว วปิ ส สนปู กเิ ลสกอ็ าจเกดิ ขน้ึ ไดใ นระหวา งอทุ ยพั พยญาณน้ี สำหรบั ผูท่ีไมเคยทำสมาธิมากอนหรือมีความเพียรออน วิปสสนูปกิเลสก็ไมเกิด เพราะคำวา วปิ ส สนปู กเิ ลสนน้ั จะตอ งเขา ถงึ วปิ ส สนาเสยี กอ น กเิ ลสทเ่ี กดิ จงึ จะเปน กเิ ลสของวปิ ส สนา ถา ยงั ไมเ ขา ถงึ วปิ ส สนา คอื ยงั ไมเ ขา ถงึ อทุ ยพั พยญาณ กเิ ลสนนั้ ไมเ รยี กวา วปิ ส สนปู กเิ ลส
4 - 63 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม วปิ ส สนปู กเิ ลส มี ๑๐ อยา ง๒๕ คอื ๑. โอภาส แสงสวา งทผ่ี ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ถงึ มรรคผลแลว ๒. ญาณ ความรชู ดั เกนิ ไปจนเสียปจจุบนั ๓. ปต ิ ความอ่ิมใจดวยอำนาจสมาธิ ๔. ปส สทั ธิ ความสงบเยอื กเยน็ เกนิ ไป วปิ ส สนาจะไมป รากฏ ๕. สขุ ความเปน สขุ ยงิ่ เกนิ ไป ยอ มทำใหไ มเ กดิ ทกุ ขาวปิ ส สนา ๖. อธโิ มกข ความนอ มใจเชอ่ื มากไปดว ยศรทั ธา ทำใหไ มม กี ารพจิ ารณา ปญ ญาเกดิ ยาก ๗. ปค คาหะ มคี วามเพยี รเกนิ ไป ทำใหจ ติ ใจคบั แคบไมเ ปน สมาธิ ๘. อปุ ฏ ฐานะ ความปรากฏเหน็ นมิ ติ ตา งๆ ๙. อเุ บกขา มจี ติ วางเฉยเกนิ ไป เปน เหตใุ หห ยอ นความเพยี ร ในธรรมทคี่ วรไดค วรถงึ ๑๐. นกิ กนั ติ ความใคร ความพอใจ เพลนิ อยใู นอารมณอ นั สงบนนั้ เปน โอกาสทตี่ ณั หาจะเขา อาศยั และไมเ ปน เหตใุ หเ กดิ นพิ พทิ าญาณ เปน การขดั ขวางตอ หนทางมรรคผล วปิ ส สนปู กเิ ลสน้ี เกดิ ดว ยอำนาจของสมาธทิ ง้ั สน้ิ เมอ่ื วปิ ส สนปู กเิ ลสเกดิ ขน้ึ แลว กจ็ ะ ขัดขวางอารมณของวิปสสนาท่ีจะดำเนินตอขึ้นไป โดยจะทำใหมีความยินดีและหยุดอยู เพลนิ อยู อารมณข องวปิ ส สนากจ็ ะระงบั หายไป กเิ ลสตา งๆ ทด่ี บั ไปเปน ตทงั คปหาน๒๖ แลว นน้ั กจ็ ะกลบั มาอกี ฉะนน้ั วปิ ส สนปู กเิ ลสจงึ เปน สงิ่ ทบี่ นั่ ทอนความเจรญิ ของวปิ ส สนา ดวยเหตุนี้ ผูปฏิบัติตองมีความเขาใจโดยเฉียบขาดในท่ีนั้นวา อารมณอยางนี้ไมใช วปิ ส สนา ความรวู า ผดิ หรอื ถกู ในทนี่ นั้ วสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมวี สิ ทุ ธนิ ดี้ ว ย มฉิ ะนน้ั อารมณใ ดทเ่ี กดิ ขนึ้ มาผดิ กอ็ าจไมเ ขา ใจเพราะกเิ ลส ทเี่ กดิ ขนึ้ ในอารมณ เวลานน้ั ละเอยี ดมาก ชวนใหห ลง ชวนใหย นิ ดี ใหเ พลดิ เพลนิ ใหเ ขา ใจ ๒๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๕๓๓-๕๔๓ หนา ๔๓๒-๔๔๘. ๒๖ การละชวั่ คราว คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๗๘.
4 - 64 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ผดิ วา ไดเ ขา ถงึ ธรรมแลว หรอื เขา ถงึ นพิ พานแลว ความสขุ ทป่ี ระณตี เราไดเ ขา ถงึ แลว เชน นี้ เปน ตน ถา ขาดการศกึ ษาทถี่ กู ตอ งดว ยเหตผุ ล กจ็ ะรไู มไ ดเ ลยวา อารมณน น้ั ผดิ หรอื ถกู วปิ ส สนปู กเิ ลส ๑๐ นน้ั จะไมเ กดิ กบั คน ๓ จำพวก คอื ๑. ไมเ กดิ แกพ ระอรยิ ะซง่ึ ทา นเขา ใจหนทางทถ่ี กู แลว ๒. ไมเ กดิ แกผ ปู ฏบิ ตั ผิ ดิ ทาง คอื ปฏบิ ตั ใิ นทางทไี่ มใ ชว ปิ ส สนา เพราะเมอื่ ไมไ ดป ฏบิ ัติ ในทางของวิปสสนา กิเลสที่เกิดน้ันก็ไมเปนกิเลสของวิปสสนา จึงไมเรียกวา วปิ ส สนปู กเิ ลส ๓. ไมเ กดิ แกผ ทู มี่ คี วามเพยี รนอ ยหรอื ความเพยี รออ น ถา สมาธไิ มแ รงกลา วปิ ส สนปู - กเิ ลสกเ็ กดิ ไมไ ด เมอื่ ความรใู นอทุ ยพั พยญาณปลอดโปรง จากกเิ ลสแลว หรอื กำจดั วปิ ส สนปู กเิ ลสหมด แลว การเห็นความเกิดดับของนามรูปจะชัดเจนข้ึน เพราะวากันกิเลสออกไปหมดแลว วปิ ส สนปู กเิ ลสไมม ารบกวนอกี อทุ ยพั พยญาณทป่ี ลอดโปรง จากกเิ ลสแลว นน้ั วสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ และญาณอน่ื ตอ ๆ ไปนนั้ กส็ งเคราะหอ ยใู นวสิ ทุ ธนิ ต้ี ลอด ไปจนถึงอนุโลมญาณ การเจรญิ วปิ ส สนาดงั กลา วมาแลว ขา งตน เพยี รใหท ราบเหตผุ ลขอ ปฏบิ ตั พิ อสมควร แกก ารทจี่ ะใหเ กดิ อทุ ยพั พยญาณเทา นน้ั เพราะเปน ความสำคญั ถา หากปฏบิ ตั ใิ หเ กดิ ถงึ ญาณนไี้ ดแ ลว ญาณตอ ๆ ไปกไ็ มย ากเลย
4 - 65 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม หนา ทข่ี องครผู สู อนการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา (โดยสงั เขป) ครผู สู อน ๑. ตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจในการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนาโดยถกู ตอ งมาแลว เชน เดยี ว กบั ครทู สี่ อนหนงั สอื นกั เรยี น ครคู นนน้ั จะตอ งอา นหนงั สอื ออกมาแลว หรอื ครทู ส่ี อนใหเ ขา วา ยนำ้ ครคู นนน้ั กจ็ ะตอ งวา ยนำ้ เปน มาแลว จงึ จะสอนเขาได ๒. ตองสอนโดยถูกตอง คือ ไมสอนเปนการเอาใจผูปฏิบัติ หรือตามใจผูปฏิบัติ ครสู อน ตอ งสอนเอาธรรมเปน ใหญ อยา สอนเปน การประจบผปู ฏบิ ตั ิ ๓. ตอ งมคี วามสำรวมสงั วรในทกุ กรณี การสำรวมสงั วรเปน ความสำคญั อยา งยง่ิ เพราะสำนักปฏิบัติธรรมเปนสถานท่ีเก้ือกูลแกการออกจากกิเลส หากครูผูสอนขาดความ สำรวมสงั วร กจ็ ะเกดิ ความเสยี หายแกส ำนกั ฯ และทำใหผ มู าปฏบิ ตั ไิ มไ ดป ระโยชนจ ากการ เจรญิ วปิ ส สนาเทา ทค่ี วร เมอ่ื ครผู สู อนมคี วามสำรวมสงั วรอยเู ปน นติ ย กย็ อ มทำใหผ ปู ฏบิ ตั ิ ซงึ่ เปน ลกู ศษิ ย สำรวมสงั วรตามไปดว ย การสงั วรสำรวมเปน เรอ่ื งของศลี ถา ศลี ไมบ รบิ รู ณ สมาธแิ ละปญ ญากเ็ กิดไมได ๔. ควรจะรวู า ผปู ฏบิ ตั มิ พี นื้ ความรพู อทจ่ี ะฟง การสอนแลว เขา ใจหรอื พอจะนำไป ปฏบิ ตั ไิ ด เพยี งใดหรอื ไม คอื ตอ งสอนใหพ อเหมาะพอควรแกภ มู ปิ ญ ญาของผปู ฏบิ ตั ิ ๕. จะตอ งรวู า ควรสอนอะไรกอ น อะไรหลงั และควรสอนอยา งไร ทงั้ นค้ี รสู อน จะตอ งพจิ ารณาวา เปน ผปู ฏบิ ตั ใิ หม หรอื เปน ผทู เี่ คยปฏบิ ตั มิ าแลว มากนอ ยเพยี งใด เพอื่ การสอนจะไดเ ปน ไปตามลำดบั ขน้ั ของความรขู องเขา เรอ่ื งทค่ี วรใหผ ปู ฏบิ ตั ทิ กุ คนไดท ราบและเขา ใจดใี นเบอื้ งแรก กค็ อื วปิ ส สนาคอื อะไร รอู ะไรเหน็ อะไรจงึ จะเรยี กวา วปิ ส สนา และอานสิ งสข องวปิ ส สนามอี ยา งไร การใหผ ปู ฏบิ ัติ รเู ชน นี้ จะเปน เครอื่ งชว ยปอ งกนั มใิ หเ ขาเหน็ ผดิ ไปจากหลกั ฐานของวปิ ส สนา ตอ ไปจงึ สอน ใหผูปฏิบัติรูวา อะไรเปนรูป อะไรเปนนาม เพราะวิปสสนาน้ันตองดูหรือตองพิจารณา นามรปู เปน ตวั กรรมฐาน
4 - 66 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๖. ควรสอนปริยัติเพียงเทาที่จำเปนแกการปฏิบัติ คือ สอนเพื่อที่จะใหผูปฏิบัติ นำความรไู ปใชใ นการเจรญิ วปิ ส สนาไดถ กู ตอ งเทา นนั้ เชน สอนเรอ่ื งรปู นาม กไ็ มจ ำเปน ตอ ง สอนวา รปู มจี ำนวนเทา ไหร อะไรบา ง หรอื นามแยกเปน จติ และเจตสกิ มจี ำนวนเทา ไร เพราะ การสอนเชน น้ี เปน เรอื่ งของอภธิ รรม สว นเรอื่ งของการปฏบิ ตั ิ ควรหยบิ เอาแตท จ่ี ำเปน เพอื่ ใชใ นการปฏบิ ตั เิ ทา นนั้ ถา สอนปรยิ ตั มิ าก กจ็ ะเปน การฟมุ เฟอ ย ทำใหผ ปู ฏบิ ตั เิ สยี เวลา และไมเ ขา ใจวา การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ จะใหด หู รอื ใหพ จิ ารณาอะไรทตี่ รงไหนกนั แน ๗. ควรสอนเปน ขน้ั ตามลำดบั ของการเจรญิ วปิ ส สนา คอื ควรสอนตามลำดบั เปน ขน้ั ๆ ไป เชน ควรสอนใหร วู า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม เวลาทร่ี ปู นามเกดิ ขน้ึ ในขณะนน้ั หรอื ในเวลานน้ั จะตอ งกำหนดทร่ี ปู หรอื ทน่ี าม และเพราะเหตใุ ดบางแหง กก็ ำหนดทรี่ ปู บาง แหง กก็ ำหนดทน่ี าม และการทำความรสู กึ ตวั ในเวลาทกี่ ำหนดรปู นามนนั้ ทำอยา งไร เปน ตน เหลาน้ีจะตองใหผูปฏิบตั ิมีความรคู วามเขา ใจโดยแนช ัดจรงิ ๆ ๘. ควรรวู า ผปู ฏบิ ตั เิ ขาเคยทำกรรมฐานมากอ นแลว อยา งไร คอื ถา เขาเคยทำสมาธิ โดยเขา ใจวา เปน วปิ ส สนาเชน น้ี การแกไ ขใหเ ขามาทำตามวธิ ที เ่ี ปน ตามหลกั ฐานและเหตผุ ล ของวปิ ส สนา กค็ อ นขา งยากทจ่ี ะเปลยี่ นได เพราะเขาตดิ สมาธแิ ลว อยา งแนน หนา แตถ า ผปู ฏบิ ตั มิ ปี ญ ญา กพ็ อจะแกไ ขใหเ ขาเขา ใจถกู ตอ งได ๙. ตอ งชแ้ี จงเหตผุ ลใหก ารปฏบิ ตั ิ คอื ตอ งใหผ ปู ฏบิ ตั มิ คี วามเขา ใจโดยแจม แจง วา ทเ่ี ขายงั เจรญิ วปิ ส สนาไมถ กู ตอ งเพราะอะไร ทถี่ กู เปน อยา งไร เชน รปู นงั่ ตอ งดทู ตี่ รงไหน ต รงไหนทชี่ อื่ วา รปู นง่ั เพราะเหตใุ ดจงึ ดเู ชน นนั้ หรอื กำหนดเชน นน้ั เปน ตน ๑๐. ควรจะรวู า ผมู าเขา ปฏบิ ตั ิ มโี รคเกย่ี วกบั สขุ ภาพทางจติ หรอื ไม เพราะถา สขุ ภาพทางจติ เสอ่ื ม โดยอาจจะเปน ทางใดทางหนงึ่ เชน ทางกรรมพนั ธเุ ปน ตน การเจรญิ วปิ ส สนากไ็ มไ ดผ ล นอกจากนน้ั ยงั จะเปน เหตใุ หจ ติ วปิ รติ ไดด ว ย ซง่ึ จะเปน การเสอ่ื มเสยี แก สำนกั ฯ และทำใหก ลา วกนั ไปไดว า วปิ ส สนาทำใหค นเปน บา ๑๑. ควรสอบถามผูมาขอปฏิบัติใหไดความแนนอนเสียกอนวา เขาจะประพฤติ ปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารของสำนกั นหี้ รอื ไม คอื ถา เขาทำตามไมไ ด หรอื จะขอทำตามทเ่ี ขาปฏบิ ตั ิ
4 - 67 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม มาจากทอ่ี นื่ ทไ่ี มม เี หตผุ ลและหลกั ฐานตรงกนั กใ็ หเ ขา ปฏบิ ตั ทิ สี่ ำนกั ฯ นไี้ มไ ด เพราะมี ตวั อยา งมาแลว ทผ่ี มู าขอเขา ปฏบิ ตั ิ ทำตามความเขา ใจของตวั หรอื ทำมาผดิ ๆ แลว ไม ยอมเปลย่ี นหรอื แกไ ขใหถ กู ตอ งตามวธิ ขี องสำนกั ฯ น้ี ๑๒. ตองหม่ันตรวจสอบการเจริญวิปสสนาของผูปฏิบัติเสมอๆ คือ เมื่อเห็นวา ผูปฏิบัติที่มีความเขาใจในการเจริญวิปสสนาตามท่ีเคยสอนไวเดิมดีแลว จึงสอนเขาในขั้น ตอ ไป ถา เขายงั ทำไมถ กู หรอื ไมเ ขา ในตรงไหน กค็ วรชแ้ี จงแนะนำตรงทเ่ี ขายงั ทำไมถ กู นนั้ ใหเ ขาเขา ใจใหถ กู ตอ งเสยี กอ น อยา สอนเพม่ิ เตมิ กา วหนา ตอ ไป ตอ งสอนซำ้ ๆ อยจู นใหเ ขา เขา ใจทำใหถ ูก ๑๓. ไมค วรสอบอารมณผ ปู ฏบิ ตั แิ ตล ะคนนานเกนิ ไป ควรสอบอารมณผ ปู ฏบิ ตั แิ ต ละคนเพยี ง ๑๐ หรอื ๑๕ นาที กพ็ อแลว ในคราวหนงึ่ ๆ ถา นานนกั กจ็ ะทำใหค วามเขา ใจของ เขาเฝอ ไป และครผู สู อนไมค วรกลา วตอบนำเสยี เอง ตอ งใหผ ปู ฏบิ ตั เิ กดิ ความรคู วามเขา ใจ ในเหตผุ ลดว ยปญ ญาของตวั ของเขาเอง ๑๔. ตอ งมคี วามเขา ใจในการปลกู ศรทั ธาผปู ฏบิ ตั ิ การปลกู ศรทั ธาจะตอ งเปน ไป ตามควรแกกาลเวลา เพื่อชวยกระตุนจิตใจผูปฏิบัติใหมีความเพียร และมีความสนใจใน การปฏบิ ตั ิ ในเมอ่ื จติ ใจของเขาตกไปจากความเพยี รและศรทั ธา ๑๕. ควรมคี วามเขา ใจในการถา ยความรใู หแ กผ ปู ฏบิ ตั ิ การถา ยทอดความรเู ปน ความสำคญั อยา งหนง่ึ ทค่ี รผู สู อนควรจะมคี วามเขา ใจ แมค รผู สู อนจะมคี วามรสู กั ปานใดกต็ าม แตถ า ถา ยทอดความรขู องตวั ใหแ กศ ษิ ยไ มไ ดด ตี ามสมควร ประโยชนท ผี่ ปู ฏบิ ตั จิ ะควรไดร บั กน็ อ ย หรอื อาจทำใหเ ขาเขา ใจผดิ ๆ ไปได ๑๖. ตอ งไมห วงั ผลในลาภสกั การะหรอื หวงั ความมชี อ่ื เสยี ง ครสู อนตอ งมจี ติ ใจอนั บรสิ ทุ ธิ์ คอื เจตนาในการสอนกเ็ พอ่ื ใหผ ปู ฏบิ ตั เิ ขา ถงึ ความเขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนาโดยถกู ตอ ง จะไดถ งึ ความพน ทกุ ขเ ทา นน้ั ถา ครผู สู อนสอนผดิ หรอื สอนโดยเจตนาไมบ รสิ ทุ ธ์ิ กจ็ ะ ทำใหพ ระศาสนาวบิ ตั ิ และครผู สู อนกจ็ ะวบิ ตั ไิ ปดว ย ๑๗. ครผู สู อนตอ งรวู า ผปู ฏบิ ตั มิ คี วามรขู นั้ ไหน ขนั้ ปรยิ ตั ิ ขน้ั ปฏบิ ตั ิ หรอื ขน้ั วปิ ส สนา เขา ถงึ วสิ ทุ ธ.ิ
4 - 68 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม หนา ทข่ี องผปู ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา (โดยสงั เขป) ผปู ฏบิ ตั ิ ๑. ตอ งมคี วามเขา ใจตามทอี่ าจารยส อนโดยถกู ตอ ง คอื ผปู ฏบิ ตั ฟิ ง อาจารยส อน แลว ก็ตองเขาใจในคำสอนน้ันโดยถูกตอง ไมใชฟงผานๆ ไป หรือฟงแลวก็ปติยินดีใน คำชแ้ี จงสงั่ สอนของอาจารย แตไ มส ามารถจะนำเอาคำสอนนน้ั ไปใชใ นเวลาปฏบิ ตั ไิ ด เพราะ ฟงไปโดยไมมีความเขาใจ สว นการจะรวู า ครหู รอื อาจารยส อนโดยถกู ตอ งหรอื ไมน น้ั ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งศกึ ษาให มคี วามเขา ใจในเรอื่ งของการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนามาบา งพอสมควร และถา ผปู ฏบิ ตั ยิ งั ไมเ ขา ใจ หรอื เขา ใจยงั ไมแ จม แจง อยา งใด กต็ อ งซกั ถามครอู าจารยน น้ั จนใหไ ดค วามเขา ใจโดยปราศจาก ความเคลอื บแคลงสงสยั ๒. ควรศกึ ษาใหม คี วามเขา ใจในเรอ่ื งวปิ ส สนา วา คอื อะไร รอู ะไรเหน็ อะไรทเี่ รยี ก วา วปิ ส สนา และประโยชนข องวปิ ส สนามอี ยา งไรบา ง พอสมควรเสยี กอ น ๓. ตองศึกษาในหลักการกำหนดรูปนามที่เปนอารมณของวิปสสนา ใหมีความ เขา ใจดเี สยี กอ น ซง่ึ มขี อ ความโดยสงั เขป ดงั น้ี ก. ตองศึกษาทำความเขาใจวาอะไรเปนรูป อะไรเปนนาม เพราะการเจริญ วปิ ส สนาจะตอ งใชน ามรปู เปน ตวั กรรมฐานทถ่ี กู เพง ถา ไมร วู า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม จนมคี วามเขา ใจชำนาญแลว กจ็ ะกำหนดไมถ กู หรอื เพง ไมถ กู ข. ตองศึกษาทำความเขาใจวา เหตุใดในบางอารมณจึงตองกำหนดท่ีรูป บางอารมณก ำหนดทน่ี าม ทง้ั น้ี ยอ มแลว แตว า กเิ ลสความเหน็ ผดิ อาศยั เกดิ ทรี่ ปู หรอื ทน่ี าม กต็ อ งดหู รอื กำหนดทรี่ ปู นนั้ นามนน้ั เชน เวลาไดย นิ เปน ตน จะตอ งกำหนดทน่ี ามไดย นิ เพราะความเหน็ ผดิ อาศยั เกดิ ทนี่ ามไดย นิ ทำใหเ ขา ใจวา เปน เราไดย นิ เชน นเี้ ปน ตน ค. ในเวลาปฏบิ ตั ิ จะตอ งทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามอยา งไร จงึ จะเปน การถกู ตอ ง เชน เวลาไดย นิ ตอ งทำความรสู กึ ตวั วา ดนู ามทไ่ี ดย นิ หรอื เวลานงั่ ตอ ง ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ เปน ตน
4 - 69 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๔. ตอ งมคี วามเขา ใจในการจบั อารมณป จ จบุ นั คอื ก. ในเวลาทร่ี ปู อะไร หรอื นามอะไรปรากฏ กต็ อ งกำหนดรปู หรอื นามทปี่ รากฏ นน้ั ๆ ใหท นั และตามกำหนดเรอื่ ยไป จนเหน็ ความจรงิ วา เปน รปู เปน นามเทา นน้ั ข. เมอ่ื กำหนดอารมณป จ จบุ นั ไดถ กู ตอ งบอ ยๆ แลว ไตรลกั ษณข องรปู นามกจ็ ะ ปรากฏแกผ ปู ฏบิ ตั ิ โดยไมต อ งมใี ครมาเปน ผบู อก ผปู ฏบิ ตั จิ ะเหน็ ความจรงิ ของรปู นาม และลกั ษณะของรปู นามไดด ว ยตวั ของตวั เอง ๕. จะตอ งมคี วามเขา ใจทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นาม คอื ก. กริ ยิ าทท่ี ำ หรอื วธิ กี ารทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามทเ่ี ปน มชั ฌมิ าฯ นน้ั กเ็ ปรยี บไดเ หมอื นกบั การดลู ะคร คอื ผปู ฏบิ ตั มิ หี นา ทเ่ี พยี งแตด อู ยา งเดยี วเทา นนั้ ดเู ขาไปจนรเู รอ่ื ง ไมใ ชเ ขา ไปหดั ละครหรอื แสดงละครเสยี เอง ข. ตอ งไมท ำอาการใดๆ หรอื กริ ยิ าใดๆ ใหผ ดิ ปกตธิ รรมดา เพราะถา ทำใหผ ดิ ปกตธิ รรมดา ความผดิ ปกตธิ รรมดานนั้ เองกจ็ ะปด บงั ไมใ หเ หน็ ความจรงิ เพราะความ ผดิ ปกตเิ ปน ปจ จยั ใหเ กดิ อภชิ ฌาและโทมนสั ค. จะตอ งมคี วามสงั เกต หรอื สำเหนยี กวา อารมณป จ จบุ นั ตกไปเพราะอะไร และ มนั กลบั มาไดเ พราะเหตใุ ด ถา ผปู ฏบิ ตั ริ เู หตเุ ชน นแ้ี ลว กจ็ ะทำใหต ง้ั อยใู นอารมณป จ จบุ นั ไดงาย เมื่อไดอารมณปจจุบันบอยๆ และถี่เขา ก็จะทำใหผูปฏิบัติเห็นความจริงของ รปู นามไดช ดั เจนแลว ความเหน็ ผดิ กจ็ ะคลายออกไป ง. จะตอ งรวู า ดรู ปู อะไร ดนู ามอะไร ในขณะนน้ั ๆ อยเู สมอ เชน นจ้ี งึ จะทำลาย ฆนสญั ญาทเ่ี หน็ วา เปน ตวั เปน ตนออกได เชน ดนู ง่ั เฉยๆ ไมไ ด ตอ งรดู ว ยวา อะไรนง่ั เมอ่ื รวู า เปน รปู นง่ั จงึ จะกนั เอา ‘เรา’ ออกจากนงั่ นน้ั ได ฉะนน้ั ความสำคญั ของการเจรญิ วปิ ส สนา จงึ ขน้ึ อยทู ค่ี วามเขา ใจ ถา มคี วามเขา ใจในการทำแลว จงึ จะเกดิ ผล ๖. ตอ งเขา ใจในการพจิ ารณาอริ ยิ าบถ คอื ก. พจิ ารณาอริ ยิ าบถทต่ี รงไหน หรอื ดทู ตี่ รงไหน จงึ เรยี กวา เปน การเจรญิ วปิ ส สนา เชน ดรู ปู นงั่ นน้ั ดทู ตี่ รงไหน จงึ จะชอื่ วา เปน การเจรญิ วปิ ส สนา เชน ดรู ปู นงั่ นน้ั ดทู ตี่ รงไหน
4 - 70 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม จงึ จะชอื่ วา เปน การเจรญิ วปิ ส สนาโดยถกู ตอ ง ข. จะตอ งรเู หตใุ นการเปลย่ี นอริ ยิ าบถทกุ ครงั้ เพราะประโยชนอ ยตู รงทว่ี า เพอ่ื ใหเห็นความจริงคือทุกข ถาอยากเปลี่ยนก็ไมเห็นทุกข เพราะตัณหาเขาอาศัยใน ความอยาก ในรปู ใหมน น้ั เสยี แลว ๗. ตอ งมคี วามเขา ใจเหตผุ ลในการถา ยถอนความเหน็ ผดิ คอื ก. ความเขา ใจผดิ นนั้ อยทู จี่ ติ ใจ เพราะฉะนนั้ การเจรญิ วปิ ส สนาจงึ อยา ทำอะไรๆ ใหผ ดิ ปกติ ถา ผดิ ปกตแิ ลว จติ ใจกผ็ ดิ ปกตติ ามไปดว ย วปิ ส สนากจ็ ะไมเ กดิ ข. การน่ังก็ดี การเดินก็ดี เปนตน ท่ีเปนวิปสสนาและไมเปนวิปสสนาก็ได ถา เขา ใจวา เรานง่ั กเ็ ปน การนง่ั กรรมฐาน เดนิ กเ็ ปน การเดนิ กรรมฐาน อยา งนแี้ ลว กไ็ ม เปน วปิ ส สนา เพราะตณั หาจะเขา อาศยั ในความเขา ใจผดิ นน้ั ทกุ ครง้ั ไป ถา จะใชอ ริ ยิ าบถ กต็ อ งรเู หตุ ถา ไมจ ำเปน กไ็ มใ หใ ชอ ริ ยิ าบถ ค. การเจรญิ วปิ ส สนากเ็ พอ่ื ถา ยถอนความรเู ดมิ ทเี่ ปน ปจ จยั แกก เิ ลส ฉะนนั้ การ ทำอะไรๆ ที่ไมมีประโยชนที่จะใหเกิดความเบ่ือหนายคลายความกำหนัดในรูปนามแลว กอ็ ยา ทำ หรอื มคี วามเขา ใจผดิ วา รปู นามเปน เรา อยทู ตี่ รงไหน กต็ อ งดหู รอื ตอ งพจิ ารณา รปู นามทต่ี รงนนั้ จงึ จะถอนความเหน็ ผดิ ทเ่ี หน็ วา เปน เรา หรอื ตวั ตนของเรา ออกได ๘. ตอ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของสำนกั ฯ ทกุ ประการ เชน ไมพ ดู ไมคยุ กนั หรอื เลยี้ งแมว เลย้ี งสนุ ขั เปน ตน เพราะจะเปน เหตใุ หก ารเจรญิ วปิ ส สนาเสยี ไป และ เปน การทำความรำคาญแกผ ปู ฏบิ ตั อิ น่ื ๆ อกี ดว ย ๙. ตอ งตอบคำถามครผู สู อนดว ยความบรสิ ทุ ธใ์ิ จ คอื ตนมคี วามรสู กึ หรอื มคี วาม เขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนาอยา งไร กค็ วรตอบตามทต่ี นมคี วามรสู กึ หรอื มคี วามเขา ใจอยา ง นนั้ อยา นกึ ตอบหรอื คดิ ตอบ หรอื อยา ตอบตามปรยิ ตั ิ ทงั้ นี้ เพอื่ ครผู สู อบอารมณจ ะได ทราบผลการปฏบิ ตั นิ น้ั วา ผดิ ถกู อยา งไร กจ็ ะไดแ นะนำชแี้ จงไดถ กู ตอ ง เชน เดยี วกบั การรกั ษา โรค ถา คนไขบ อกอาการของโรคผดิ หรอื อำพรางไมบ อกตามความจรงิ หมอกว็ างยาไมถ กู หรอื วางยาไมต รงกบั โรค โรคนนั้ กไ็ มห าย
4 - 71 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ตจปญ จกกรรมฐาน (กรรมฐาน ๕) ตจปญ จกกรรมฐาน คอื พระกรรมฐานมหี นงั เปน ที่ ๕ เปน เครอื่ งสะกดใจ ปอ งกนั ความฟงุ ซา นได เพราะฉะนนั้ ผปู ฏบิ ตั จิ งตง้ั ใจเรยี นพระกรรมฐาน วา ตามภาษาบาลี ดงั น้ี “เกสา โลมา นะขา ทนั ตา ตะโจ” นเ้ี ปน อนโุ ลม ตอ ไปนพี้ งึ วา เปน ปฏโิ ลม “ตะโจ ทนั ตา นะขา โลมา เกสา” นเี้ ปน ปฏโิ ลม เกสา แปลวา ผม โลมา แปลวา ขน นะขา แปลวา เลบ็ ทนั ตา แปลวา ฟน ตะโจ แปลวา หนัง ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั ทง้ั ๕ น้ี เปน สว นหนง่ึ ๆ ของรา งกาย ผปู ฏบิ ตั ติ อ งเลา เรยี น ทอ งบน ทรงจำไวใ หข นึ้ ปากขนึ้ ใsจ ทง้ั โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ดงั เรยี นมานนั้ และพจิ ารณา ดว ยใจ ใหเ หน็ โดยความเปน ของปฏกิ ลู โดยสี โดยสณั ฐาน โดยอาการทเ่ี กดิ ทอี่ าศยั เปน ตน ใหเ หน็ ชดั ประจกั ษว า ลว นแตเ ปน ทตี่ ง้ั แหง ความไมส ะอาดปฏกิ ลู ทำลายความสำคญั ผดิ วา สวยงาม เปน ตวั เปน ตน เปน สตั ว เปน บคุ คลเสยี แยกพจิ ารณาออกเปน สว นๆ ใหเ หน็ เปน สภาพของสว นนน้ั ๆ พจิ ารณาเบอ้ื งลา ง แตป ลายเทา ขน้ึ ไป เบอ้ื งบนแตป ลายผมลงมา จนความปฏกิ ลู ปรากฏชดั ขน้ึ ในใจ ตามความเปน จรงิ ของสว นนน้ั ๆ นแี้ หละเปน พระกรรมฐาน เคร่ืองปองกันราคะท่ีจะชักนำใจใหพลานไป ผูปฏิบัติจงทองบนทรงจำไว พิจารณาโดย แยบคาย จะไดเ ปน เครอื่ งสงบจติ เปน ทต่ี ง้ั สมาธแิ ละปญ ญาตอ ไป.
บรรณานกุ รม อารยธมโฺ ม ภกิ ขฺ ุ (วดั เขาพระ อทู อง สพุ รรณบรุ )ี , แนะความเขา ใจ และวธิ ปี ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา. แนบ มหานรี านนท, การปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนากมั มฏั ฐาน (ทรี่ ะลกึ พธิ เี ปด ศาลาพระธรรมปรยิ ตั เิ วที (สเุ ทพ ป.ธ.๙ ลกู แมต ยุ บษุ บก)). มลู นธิ วิ ดั ปราสาททอง สพุ รรณบรุ .ี ๒๕๕๑ 4-72
หลกั และวธิ เี จรญิ สมถะและวปิ ส สนาเบอ้ื งตน ถงึ ธรรมกาย ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ โดย พระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) หลวงพอวัดปากน้ำ 5-1
5-2 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ผูเรียบเรียง พระราชญาณวสิ ฐิ (เสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล) 5-2
5-3 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั 5-3
5-4
สารบญั ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ วิธีเจริญสมถวิปสสนาภาวนา .......................................................................................................... ๗ วธิ เี จรญิ ภาวนา ตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย................................................................๑๓ วธิ กี ารเจรญิ สมถวปิ ส สนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย และพระนพิ พานของพระพทุ ธเจา และพระธรรมเทศนา .................................................................................................................... ๓๒ ตอนที่ ๑ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส ............................................................... ๓๓ ๑.๑ พระพุทธดำรัสวาดวยสติปฏ ฐาน ๔ ................................................................... ๓๓ ๑.๒ พระพุทธดำรัสวาดวยอานิสงสของการเจริญสติปฏฐาน ๔ ..............................๓๔ ๑.๓ เมอ่ื วา โดยสรปุ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส .............................๓๖ ๑.๔ อานิสงสแกผูบำเพ็ญ............................................................................................๓๙ ตอนที่ ๒ การพจิ ารณาสตปิ ฏ ฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก .........................................๓๙ ๒.๑ การมสี ตพิ จิ ารณา ณ ภายใน..............................................................................๓๙ ๒.๒ การมสี ตพิ จิ ารณา ณ ภายนอก ......................................................................... ๔๑ ตอนที่ ๓ การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน: สมถวปิ ส สนา .........................................................................๔๓ ๓.๑ ขน้ั สมถกมั มฏั ฐาน ................................................................................................๔๓ ๓.๒ ขน้ั อนปุ ส สนา....................................................................................................... ๔๔ ๓.๓ ข้ันโลกุตตรวิปสสนา ............................................................................................ ๔๕ ตอนท่ี ๔ วธิ พี สิ ดารกาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด .................................................................. ๔๖ ตอนท่ี ๕ วธิ ซี อ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี................................................. ๔๘ ตอนท่ี ๖ วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ รปู ฌาน ๔ ............................................................................................ ๔๙ ตอนที่ ๗ วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ อรปู ฌาน ๔ และสมาบตั ิ ๘............................................................... ๕๐ ตอนที่ ๘ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน.............................................................................................. ๕๔ ๘.๑ กายานุปสสนา ..................................................................................................... ๕๔ 5-5
5-6 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘.๒ วธิ เี จริญภาวนา มีสตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถึงธรรมกาย ........................... ๕๖ ๘.๓ วิธีเจริญสมถวิปสสนา กายคตาสติ และนวสวี ถิกาปพพะ ............................... ๗๑ ๘.๔ มรณสติ-กายานุปสสนาสติปฏฐาน .................................................................... ๗๖ ตอนท่ี ๙ เวทนานุปสสนาสติปฏฐาน-จิตตานุปสสนาสติปฏฐาน ................................................ ๘๐ ๙.๑ ลกั ษณะของใจ จติ และวญิ ญาณ ........................................................................ ๘๐ ๙.๒ เวทนานุปสสนา ................................................................................................... ๘๕ ๙.๓ จิตตานุปสสนา .....................................................................................................๙๓ ตอนท่ี ๑๐ ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ........................................................................................ ๑๑๑ ๑๐.๑ นวิ รณ ๕ .......................................................................................................... ๑๑๔ ๑๐.๒ อปุ าทานขนั ธ ๕.............................................................................................. ๑๑๙ ๑๐.๓ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ทเ่ี กดิ ทดี่ บั สญั โญชน ............................................. ๑๓๔ ๑๐.๔ สรุปผลการเจริญเวทนานุปสสนา จิตตานุปสสนา ธัมมานุปสสนา ............ ๑๕๓ ๑๐.๕ อนิ ทรยี ๒๒ .................................................................................................... ๑๖๑ ๑๐.๖ อรยิ สจั ๔ ........................................................................................................ ๑๖๕ ๑๐.๗ โพชฌงค ๗ ................................................................................................... ๑๗๒ ๑๐.๘ วิธีพิจารณาปฏิจจสมุปบาทธรรม ๑๒ ........................................................... ๑๘๖ ตอนท่ี ๑๑ เจรญิ ภาวนาพจิ ารณาอรยิ สจั ๔ เขา ถงึ มรรค ผล นพิ พาน ................................. ๑๙๔ บรรณานุกรม ...................................................................................................................๒๐๑
5-7 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วิธีเจริญสมถวิปสสนาภาวนา โดย พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพอวัดปากนำ้ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ วธิ นี งั่ นงั่ คบู ลั ลงั กข ดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย เวน หวั แมม อื ทง้ั สอง ใหห า งกนั สององคลุ ี คอื หวั แมม อื ซา ยจรดกบั ปลายนวิ้ ชข้ี วา (รปู ที่ ๑) แลว ตงั้ กายใหต รง คอื วดั ตง้ั แตป ลายนวิ้ ชข้ี องเทา ขวาถงึ กลางลกู สะบา ของหวั เขา ขวานนั้ แลว เอาเครอ่ื งวดั นน้ั จรดลงทตี่ รงบนตาตมุ ขาขวา แลว เอาเครอื่ งวดั อกี ขา งหนงึ่ จรดเขา ทใ่ี ตล กู คาง นเ้ี ปน สว น ของกายตรง เรยี ก อชุ ุํ กายํ ปณธิ าย ตงั้ กายใหต รง ปรมิ ขุ ํ สตึ อปุ ฏฐ เปตวฺ า เขา ไปตงั้ สติ ไวใ หม หี นา รอบ คอื เขา ไปตงั้ สตไิ วไ มใ หเ ผลอ [ตรงกบั พระขณี าสพผเู ปน สตวิ นิ ยั มสี ตทิ กุ เมอ่ื ] นเี่ ปน ทางไปของพระพทุ ธเจา พระอรหนั ต สตไิ มเ ผลอจากบรกิ รรมภาวนาและบรกิ รรมนมิ ติ ใหต ดิ กนั ไมแ ยกแตกจากกนั นแี้ ลเปน ของสำคญั ในเรอ่ื งทจ่ี ะเปน หรอื ไมเ ปน สตไิ มเ ผลอ จากบรกิ รรมทง้ั สอง บรกิ รรมวา “สมั มาอรหงั ” นเี้ รยี กวา บรกิ รรมภาวนา กำหนดเครื่องหมายใหใสเหมือนเพชรลูกท่ีเจียระไนแลว ไมมีขนแมว โตเทาแกวตา ประมาณเทา วงของตาดำ ใสขาวเหมอื นกระจกทส่ี อ งเงาหนา สณั ฐานกลมรอบตวั ไมม ตี ำหนิ เรยี บรอบตวั เหมอื นดวงแกว กายสทิ ธิ์ นเ้ี รยี กวา บรกิ รรมนมิ ติ บรกิ รรมทงั้ สองนพ้ี รากจากกนั ไมไ ด ตอ งใหต ดิ กนั อยเู สมอในอริ ยิ าบถทง้ั ๔ คอื ยนื เดนิ นง่ั นอน ไมเ ผลอ ใหม สี ตอิ ยเู สมอ ไมใ หข าด เมอ่ื เหน็ ดวงนมิ ติ เกดิ เปน ดวงใสขนึ้ แลว ใหห ยดุ บรกิ รรมภาวนา เพง อยทู ก่ี ลางดวงนน้ั แลว ทำใจใหห ยดุ ในหยดุ ทกี่ ลางดวงนนั้ มจี ดุ เปน เครอ่ื งหมาย ใหใ สหนกั ขน้ึ ทกุ ที จนเปน รศั มคี อื แสงสวา ง ถา ไมห ยดุ ใหบ รกิ รรมภาวนา ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” รอ ยครง้ั พนั ครงั้ จนกระทง่ั ใจคอ ยๆ รวมหยดุ อยทู เี่ ดยี ว ดงั จะอธบิ าย ขางหนาเปนลำดับไป
5-8 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั รปู ที่ ๑ นงั่ คบู ลั ลงั ก ขดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย ปลายนิ้วชี้มือขางขวาจรดกับปลายน้ิวหัวแมมือขางซาย
5-9 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ฐานที่ ๑ ปากชอ งจมกู หญงิ ซา ย ชายขวา ตรงกลางพอดี ไมล ำ้ เขา ไป ไมเ หลอ่ื มออกมา ฐานที่ ๒ เพลาตา หญงิ ซา ย ชายขวา ตรงหวั ตาพอดี ตามชอ งลมเขา ออกขา งใน ฐานที่ ๓ จอมประสาท กลางกกั๊ ศรี ษะ ใหไ ดร ะดบั กบั เพลาตา อยภู ายในตรงศนู ยก ลาง ของศรี ษะ ฐานท่ี ๔ ปากชอ งเพดาน ไมใ หล ำ้ ไมใ หเ หลอ่ื ม ตรงชอ งทรี่ บั ประทานอาหารสำลกั ฐานท่ี ๕ ปากชอ งคอ เหนอื ลกู กระเดอื ก อยตู รงกลางทเี ดยี ว ฐานท่ี ๖ ทสี่ ดุ ลมหายใจเขา ออก คอื กลางตวั ตรงระดบั สะดอื แตอ ยภู ายใน ฐานท่ี ๗ ถอยหลงั กลบั มาเหนอื ระดบั สะดอื ประมาณ ๒ นว้ิ มอื (๒ องคลุ หี รอื ประมาณ ๕ ซ.ม.) ในกลางตวั (ดรู ปู ท่ี ๒) รปู ที่ ๒ รปู ดา นขา งผา ซกี แสดงทต่ี งั้ ของดวงนมิ ติ จากฐานท่ี ๑ ถงึ ฐานท่ี ๗
5 - 10 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กำหนดดวงนมิ ติ เครอื่ งหมายไปหยดุ อยตู ามฐานนน้ั ๆ พรอ มกบั ภาวนาในใจวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ๓ ครงั้ แลว จงึ เลอื่ นดวงนมิ ติ นนั้ ตอ ไป สำหรบั ฐานท่ี ๓ เวลาจะเลอื่ นดวงนมิ ติ ตอ ไป ตอ งเหลอื บตากลบั เขา ขา งใน คลา ยๆ กบั คนนอนกำลงั จะหลบั แตแ ลว กป็ ลอ ยใหเ ปน ไปตามปกติ ทงั้ น้ี เพอื่ จะใหค วามเหน็ ความ จำ ความคดิ ความรู (รวม ๔ อยา งนเี้ รยี ก วา ใจ) กลบั เขา ขา งใน เพราะจะตอ งดดู ว ย ตาละเอยี ดตอ ไป เมอื่ เลอ่ื นดวงนมิ ติ กลบั ขนึ้ มาอยฐู านท่ี ๗ แลว ใหเ พง อยตู รงนน้ั ทเี่ ดยี ว ใหค กู นั ไปกบั บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ” ถา หากรจู กั ทางคอื ฐานทต่ี งั้ เหลา นแี้ ลว ใน การทำคราวหลงั ๆ จะเอาใจไปจรดฐานที่ ๗ เลยทเี ดยี วกไ็ ด รปู ที่ ๓ ลกั ษณะของฐานที่ ๗ (๑) ศนู ยด า นหนา ธาตนุ ำ้ (๒) ศนู ยด า นขวา ธาตดุ นิ (๓) ศนู ยด า นหลงั ธาตไุ ฟ (๔) ศนู ยด า นซา ย ธาตลุ ม (๕) ศนู ยก ลาง อากาศธาตุ (๖) ศนู ยก ลางของอากาศธาตุ วญิ ญาณธาตุ ตรงนนั้ มศี นู ยอ ยู ๕ ศนู ย คอื ศนู ยก ลาง หนา ขวา หลงั ซา ย (รปู ที่ ๓) ศนู ยก ลางคอื อากาศธาตุ เครอื่ งหมายทใ่ี สสะอาดลอยอยกู ลางชอ งอากาศ พรอ มดว ยความรู ทเ่ี รยี กวา วญิ ญาณธาตุ ศนู ยข า งหนา คอื ธาตนุ ้ำ ศนู ยข า งขวาคอื ธาตดุ นิ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตไุ ฟ ศนู ยข า งซา ยคอื ธาตลุ ม นยิ มพรอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ แรกเกดิ มากพ็ รอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ ไปเกดิ กพ็ รอ มดว ยธาตทุ งั้ ๖ ธาตไุ มป ระชมุ พรอ มกนั ปฐมมรรคกเ็ กดิ ไมไ ด เมอ่ื ไมม ี ปฐมมรรค มรรคผลนพิ พานกไ็ ปไมถ กู เหตนุ จ้ี งึ ตอ งทำปฐมมรรคใหเ กดิ ใหม ขี นึ้ .
5 - 11 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอ่ื ดวงปฐมมรรคเกดิ ขนึ้ เปน ดวงใสทศ่ี นู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ แลว กใ็ หห ยดุ บรกิ รรม ภาวนา แตใ หเ พง อยทู ก่ี ลางดวงนนั้ โดยทำใจใหห ยดุ ในหยดุ ทก่ี ลางดวงนน้ั มจี ดุ เปน เครอื่ งหมาย ใหใ สหนกั ขนึ้ ทกุ ที จนเปน รศั มคี อื แสงสวา ง ตอ ไปใหฝ ก ปฏบิ ตั ติ อ ไปตามลำดบั ดงั นี้ คอื ๑. ฝก เจรญิ สมถภาวนา ถงึ ๑๘ กาย ถงึ ธรรมกาย คอื กายมนษุ ย- มนษุ ยล ะเอยี ด กายทพิ ย- ทพิ ยล ะเอยี ด กายรปู พรหม-รปู พรหมละเอยี ด กายอรปู พรหม-อรปู พรหมละเอยี ด กายธรรมโคตรภู-โคตรภูละเอียด กายธรรมพระโสดา-พระโสดาละเอียด กายธรรม พระสกทาคามี-พระสกทาคามีละเอียด กายธรรมพระอนาคามี-พระอนาคามีละเอียด กายธรรมพระอรหตั -พระอรหตั ละเอยี ด ตง้ั แตก ายมนษุ ยถ งึ กายอรปู พรหมละเอยี ด นเี้ รยี กวา ขน้ั สมถะ ตงั้ แตก ายธรรมโคตรภทู ง้ั หยาบทง้ั ละเอยี ด จนถงึ กายพระอรหตั ทง้ั หยาบทง้ั ละเอยี ด นี้เปนขั้นวิปสสนาทั้งน้ัน๑ ๒. ฝก พสิ ดารกาย (ทง้ั ๑๘ กาย) สดุ กายหยาบกายละเอยี ด ใหเ ปน วสี คอื ให คลองแคลว ชำนาญเพื่อเปนพื้นฐานสำคัญในการเจริญวิชชาชั้นสูง และทำนิโรธดับสมุทัย (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั ิ แตเ ปน การดบั หยาบไปหาละเอยี ด) ละอกศุ ลจติ ของกายในกายโลกยิ ะ จากสดุ หยาบ เขา ถงึ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม ของกาย ทลี่ ะเอยี ดๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ไดเ ขา ถงึ ไดร -ู เหน็ และเปน ธรรมกาย ซงึ่ เปน กายโลกตุ ตระ ไปจนสดุ ละเอยี ด ถงึ พระนพิ พานของพระพทุ ธเจา ๓. ฝก ซอ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี ๔. ฝก เจรญิ ฌานสมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔ อรปู ฌาน ๔) โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ๕. ฝก เจรญิ ภาวนาถงึ นพิ พาน ทง้ั นพิ พานถอดกายและนพิ พานเปน ๖. ฝก ตรวจภพ ตรวจจกั รวาล ๗. ฝก เจรญิ พรหมวหิ าร ๔ (เมตตา กรณุ า มทุ ติ า อเุ บกขา) ๑ พระเดชพระคุณ หลวงพอวัดปากน้ำ หมายถึง ตั้งแตขั้นอนุปสสนาเห็นแจงในสภาวะของสังขารธรรม ตลอดถึง โลกตุ ตรวปิ ส สนา เหน็ แจง ในสภาวะของ วสิ งั ขารธรรมคอื พระนพิ พาน และเหน็ แจง ในอรยิ สจั ๔ อนั เปน ไปในญาณ ๓ มอี าการ ๑๒ – ชยมงคฺ โล ภกิ ข.ุ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 642
Pages: