Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Published by Chalermkiat Deesom, 2020-08-19 23:59:17

Description: คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Search

Read the Text Version

4 - 34 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เรอื่ ง วปิ ส สนากรรมฐานในหลกั การโดยสงั เขป (ภาคปริยัติ) ผปู ระสงคจ ะเจรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน ควรทำความเขา ใจใหถ กู ตอ งเสยี กอ นวา ๑) วปิ ส สนา คอื อะไร ? ๒) อารมณข องวปิ ส สนา ไดแ กอ ะไร ? ๓) ประโยชนข องวปิ ส สนา มอี ยา งไร ? ๔) ธรรมะทเี่ ปน อปุ การะแกว ปิ ส สนา มอี ะไรบา ง ? เพราะวิปสสนากรรมฐาน เปน การปฏิบัติที่จะทำใหผูปฏิบัติถึงความพนทุกขท้ังปวง อนั เปน จดุ ประสงคส งู สดุ ในพระพทุ ธศาสนา เพราะฉะนน้ั ผเู จรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน จงึ ควรจกั รู ควรจะเขา ใจในเรอื่ งของวปิ ส สนาโดยถกู ตอ งเสยี กอ น ซง่ึ มหี ลกั การทคี่ วรทำความ เขา ใจ ดงั ตอ ไปนี้ วปิ ส สนา คอื อะไร ? โดยหลกั การแลว วปิ ส สนาเปน ชอื่ ของปญ ญา๑ และปญ ญา นร้ี อู ะไรหรอื เหน็ อะไร จงึ เรยี กวา วปิ ส สนา กค็ อื รหู รอื เหน็ นามรปู ไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ไมใ ชส ตั ว ไมใ ชบ คุ คลตวั ตน ถา รอู ยา งอนื่ หรอื เหน็ อยา งอน่ื นอกจากทกี่ ลา วแลว กไ็ มช อ่ื วา วปิ ส สนาปญ ญา คอื โดยจะรหู รอื เหน็ อะไรๆ กต็ าม เชน เหน็ พระพทุ ธเจา เหน็ พระอนิ ทร เหน็ พระพรหม เหน็ นรก เหน็ สวรรค หรอื เหน็ อะไรๆ กต็ าม การรกู ารเหน็ เชน น้ี ไมช อ่ื วา วปิ ส สนา แตอ าจเหน็ ไดด ว ยอำนาจของสมาธิ เมอ่ื มคี วามเขา ใจโดยแนน อนวา วปิ ส สนา คอื อะไรแลว กจ็ ะเปน ประโยชนอ นั สำคญั โดยจะชว ยปอ งกนั และคมุ ครองผนู น้ั ไมใ หต กไปในความเหน็ ผดิ งมงาย และคลค่ี ลายความสงสยั ทว่ี า วปิ ส สนานน้ั คอื อะไรกนั แน ๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๗๓๑-๗๓๖ หนา ๖๒๗-๖๓๗.

4 - 35 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม อารมณข องวปิ ส สนา เมอื่ หลกั การของวปิ ส สนามดี งั กลา ววา เปน ปญ ญาทเ่ี หน็ ภาวะ รปู นาม๒ หรอื ขนั ธ ๕ เปน ไตรลกั ษณแ ลว การเจรญิ วปิ ส สนาจะตอ งกำหนดหรอื จะตอ งดอู ะไร จงึ จะเหน็ ไตรลกั ษณ๓ กต็ อ งกำหนดหรอื ตอ งดรู ปู นามทเ่ี ปน อารมณข องปจ จบุ นั นน่ั เอง แลว จงึ จะเหน็ รปู นามไตรลกั ษณไ ด ถา ดทู อ่ี นื่ หรอื ดอู ยา งอนื่ กไ็ มม เี หตผุ ลเลยทจ่ี ะรหู รอื เหน็ สภาวะรปู นาม ตามความเปน จรงิ ดงั กลา วได ประโยชนข องวปิ ส สนามอี ยา งไร ? ประโยชนเ บอื้ งตน คอื ทำลายวปิ ลาสธรรม๔ ไดแ ก ความเหน็ ผดิ ทเี่ หน็ รปู นามวา งาม เทยี่ ง เปน สขุ เปน ตวั เปน ตน และในทสี่ ดุ ทำใหถ งึ สนั ตสิ ขุ คอื พระนพิ พาน เพราะฉะนน้ั การเจรญิ วปิ ส สนา จงึ เปน สง่ิ ทจ่ี ำเปน ทผ่ี ปู ฏบิ ตั ิ ควรรู ควรจะเขา ใจ ในหลกั การและเหตผุ ลของวปิ ส สนาโดยถกู ตอ งแนน อนเสยี กอ น มฉิ ะนน้ั กจ็ ะทำไปอยา งผดิ ๆ เพราะความไมเ ขา ใจหรอื หลงผดิ ได เชน ในเรอ่ื งขนั ธ ๕ ซงึ่ พระพทุ ธองคต รสั ประกาศวา ขนั ธ ๕ เปน ทกุ ขๆ แตผ ปู ฏบิ ตั บิ างทา นกย็ งั มคี วามรสู กึ วา ขนั ธ ๕ เปน สขุ ในเมอื่ จติ ใจเขา ถงึ ความสงบเปน สมาธแิ ลว กเ็ ขา ใจวา สมาธนิ นั้ คอื นพิ พาน และเหน็ วา ความสขุ เชน นี้ ไม ใชข นั ธ เพราะพระพทุ ธองคต รสั วา ขนั ธเ ปน ทกุ ข แตค วามจรงิ แลว สมาธกิ ห็ าใชอ น่ื นอก ไปจากขนั ธ หรอื วา พน ไปจากขนั ธไ ม ความสขุ เชน นคี้ อื เวทนาทเี่ ขา ไปเสวยอารมณท อ่ี าศยั เกดิ ขน้ึ จากสมาธนิ นั่ เอง หาใช ความสขุ ในพระนพิ พานไม เพราะพระนพิ พานนนั้ ไมม เี วทนา คอื ไมม ขี นั ธ จงึ เปน สขุ ๕ หรอื ผทู ปี่ ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ความสงบนน้ั คอื พระนพิ พาน โดยไปยดึ เอาคำวา นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ๖ํ ซง่ึ แปลวา สขุ อนื่ นอกจากความสงบไมม ี แตค ำวา ความสงบในทนี่ ี้ ทา นหมายถงึ สงบจาก กเิ ลส สงบจากทกุ ข คอื ขนั ธ ๕ หรอื จะวา สงบจากสงั ขารทงั้ ปวง กไ็ ดอ ยา งเดยี วกนั คอื ๒ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๙ ขทุ ทกนกิ าย มหานทิ เทส ขอ ๗๘๘-๘๘๐ หนา ๔๘๘-๕๔๓. ๓ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค ขอ ๑-๓ หนา ๑-๒. ๔ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๑ องั คตุ ตรนกิ าย จตกุ กนบิ าต ขอ ๔๙ หนา ๖๖-๖๗. ๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๓ องั คตุ ตรนกิ าย นวกนบิ าต ขอ ๒๓๘ หนา ๔๒๙. พระสารบี ตุ รกลา วกบั พระอทุ ายี วา “เพราะพระนพิ พานไมม เี วทนานนั่ แหละ จงึ เปน สขุ ”. ๖ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๒๕ ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบทคาถา ขอ ๒๕ หนา ๔๒.

4 - 36 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ความสงบ ตามพระคาถาน้ี เปน ชอ่ื ของความสงบทเ่ี ขา ถงึ สนั ตสิ ขุ โดยแทจ รงิ คอื พระนพิ พาน๗ เหตทุ ผี่ ปู ฏบิ ตั บิ างทา นมคี วามเขา ใจผดิ กนั ไปเชน น้ี กเ็ พราะวา ไมม กี ารเออ้ื เฟอ ตอ หลกั ปรยิ ตั ิ ไมพ ยายามปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั ขิ องตนใหเ ขา กบั หลกั ฐานตำรบั ตำราแหง คำสอน แลว ยงั เกดิ ความเหน็ ผดิ ทไ่ี มป ระกอบดว ยเหตผุ ลวา ปรยิ ตั กิ บั ปฏบิ ตั เิ ปน คนละทาง ไมจ ำเปน ตอ งศกึ ษา เลา เรยี นกไ็ ด ปฏบิ ตั ไิ ปแลว กร็ เู อง เชน นเี้ ปน ตน โดยลมื ไปวา เราไมใ ชพ ระพทุ ธเจา จะได ตรสั เองโดยไมต อ งอาศยั คำสอน การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ จะตอ งปฏบิ ตั โิ ดยอาศยั หลกั ฐานตามคำสอนในสตปิ ฏ ฐาน ๔ และมธี รรมะอนั เปน อปุ การะทจ่ี ะตอ งเขา รว มประกอบไปดว ยกบั วปิ ส สนา คอื วปิ ส สนาภมู ิ ๖ ญาณ ๑๖ วปิ ส สนาญาณ ๙ และวสิ ทุ ธิ ๗ เปน ตน ซงึ่ ธรรมะแตล ะประเภท กลา วโดยยอ มดี งั ตอ ไปน้ี สตปิ ฏ ฐาน ๔๘ สตปิ ฏ ฐาน คอื เปน ฐานทตี่ งั้ ของสติ หรอื ทเ่ี ปน ฐานทรี่ บั รองการกำหนดของสตอิ ยา ง ประเสรฐิ ประเสรฐิ อยา งไร ? ประเสรฐิ เพราะวา อารมณข องสตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ สามารถที่ จะนำจติ ใหด ำเนนิ ไปถงึ พระนพิ พาน อนั เปน ธรรมทเ่ี กษมของบณั ฑติ ซงึ่ มอี ยู ๔ หมวด คอื หมวด ๑ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๑๔ บรรพะ ไดแ ก อานาปานบรรพะ อริ ยิ าบถ- บรรพะ สมั ปชญั ญบรรพะ ปฏกิ ลู บรรพะ ธาตบุ รรพะ และอสภุ ะ ๙ บรรพะ หมวด ๒ เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๙ บรรพะ ไดแ ก สขุ เวทนาทก่ี ำลงั เกดิ อยู ทกุ ขเวทนาทกี่ ำลงั เกดิ อยู หรอื อเุ บกขาเวทนาทกี่ ำลงั เกดิ อยู เปน ตน กร็ ู ฯ หมวด ๓ จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๑๖ บรรพะ ไดแ ก จติ มรี าคะ จติ ไมม รี าคะ จติ มโี ทสะ จติ ไมม โี ทสะ จติ มโี มหะ จติ ไมม โี มหะ เปน ตน กร็ ู ฯ หมวด ๔ ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน มี ๕ บรรพะ ไดแ ก นวิ รณบรรพะ ขนั ธบรรพะ อายตนบรรพะ โพชฌงั คบรรพะ อรยิ สจั จบรรพะ ๗ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๐ ขทุ ทกนกิ าย จฬู นทิ เทส ขอ ๒๓๔ หนา ๑๒๓. ๘ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวรรค ขอ ๒๗๓-๓๐๐ หนา ๓๒๕-๓๕๑.

4 - 37 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ในสตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี เปน ไดท งั้ สมถะและวปิ ส สนา คอื ในกายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานนน้ั มีอิริยาบถบรรพะ สัมปชัญญะบรรพะ กับธาตุบรรพะ เปนวิปสสนา สวนปฏิกูลบรรพะ อสภุ บรรพะ กบั อานาปานบรรพะนนั้ ตอ งเจรญิ สมถะเสยี กอ นแลว จงึ ยกขน้ึ สวู ปิ ส สนาภายหลงั สว นเวทนานปุ ส สนา จติ ตานปุ ส สนา กบั ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เปน วปิ ส สนาลว น สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี กไ็ ดแ กข นั ธ ๕ หรอื รปู นามนน่ั เอง คอื กายานปุ ส นาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก รปู ขนั ธ เปน รปู ธรรม เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก เวทนาขนั ธ เปน นามธรรม จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก วญิ ญาณขนั ธ เปน นามธรรม ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ไดแ ก ขนั ธท ง้ั ๕ เปน ทงั้ รปู ธรรมและนามธรรม สตปิ ฏ ฐานนน้ั มอี ยา งเดยี ว ดว ยอำนาจแหง การระลกึ และดว ยอำนาจแหง การรวม ลงเปน อนั เดยี วกนั แตแ ยกเปน ๔ กด็ ว ยอำนาจแหง อารมณ และทา นอปุ มาเหมอื นกบั เมอื ง ทม่ี ปี ระตู ๔ ประตู พอ คา เขา ทางประตไู หน กเ็ ขา ถงึ กลางใจเมอื งคอื พระนพิ พานเชน เดยี ว กนั ๙ คอื การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานนน้ั แมจ ะโดยกำหนดบรรพะใดบรรพะหนง่ึ หรอื ขอ ใดขอ หนงึ่ โดยจะเปน รปู หรอื นามกต็ าม กถ็ งึ พระนพิ พานไดเ ชน เดยี วกนั ไมจ ำเปน ตอ งกำหนดจนครบ หมดทกุ ๆ ฐาน หรอื ทกุ ๆ บรรพะ ในสตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี ทา นวางจรติ ไว ๒ อยา ง๑๐ เพอ่ื ใหเ หมาะกบั อธั ยาศยั ของบคุ คล ผปู ฏบิ ตั ิ คอื ตณั หาจรติ กบั ทฏิ ฐจิ รติ ในจรติ ทงั้ ๒ นี้ แยกออกไปอกี จรติ ละ ๒ อยา ง คอื ตณั หาจรติ นน้ั แยกออกเปน ปญ ญานอ ยกบั ปญ ญากลา และในทฏิ ฐจิ รติ กแ็ ยกออกเปน ปญ ญา นอ ยกบั ปญ ญากลา เชน กนั คอื การพจิ ารณากายานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ตี ณั หาจรติ หยาบ ทม่ี ปี ญ ญานอ ย การพจิ ารณาเวทนานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ตี ณั หาจรติ ละเอยี ด ทม่ี ปี ญ ญากลา การพิจารณาจติ ตานุปส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ที่ ฏิ ฐจิ รติ ออ น ทม่ี ปี ญ ญานอ ย การพจิ ารณาธรรมานปุ ส สนาฯ เหมาะแกผ ทู ม่ี ที ฏิ ฐจิ รติ กลา ทม่ี ปี ญ ญากลา ๙ คมั ภรี ป ปญ จสทู นี ภาค ๑ อรรถกถามชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก หนา ๒๕๕-๒๕๖. ๑๐ คมั ภรี ส มั โมหวโิ มทนี อรรถกถาอภธิ มั มปฎ ก วภิ งั คปกรณ หนา ๒๓๒.

4 - 38 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานทงั้ ๔ น้ี กเ็ พอื่ จะทำลายวปิ ล ลาสธรรม ๔ อยา ง คอื ๑. สภุ วปิ ล ลาส ทเี่ หน็ วา รปู นามเปน ของดขี องงามนน้ั จะทำลายไดด ว ยกายานปุ ส สนาฯ ๒. สขุ วปิ ล ลาส ทเ่ี หน็ วา รปู นามเปน สขุ จะทำลายไดด ว ยเวทนานปุ ส สนาฯ ๓. นจิ จวปิ ล ลาส ทเี่ หน็ วา รปู นามเปน ของเทยี่ ง จะทำลายไดด ว ยจติ ตานปุ ส สนาฯ ๔. อตั ตวปิ ล ลาส ทเ่ี หน็ วา รปู นามเปน ตวั เปน ตน จะทำลายไดด ว ยธรรมานปุ ส สนาฯ องคธ รรมของสตปิ ฏ ฐาน ในการทจี่ ะทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั ในโลกใหพ นิ าศไดน นั้ มี ๒ ประการ คอื อารมณท ถี่ กู เพง ไดแ ก กาย เวทนา จติ ธรรม สว นผเู พง ไดแ ก อาตาป (ความเพยี รในสมั มปั ธาน ๔)๑๑ สมั ปชาโน (ปญ ญาในสมั ปชญั ญะ ๔)๑๒ สตมิ า (สตทิ รี่ ะลกึ รรู ปู นามในสตปิ ฏ ฐาน ๔) คอื มผี เู พง กบั อารมณท ถี่ กู เพง ๒ อยา งเทา นน้ั สว นตวั เหน็ นน้ั เปน วปิ ส สนา ถามวา เหน็ อะไร กเ็ หน็ รปู นามไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ดงั ไดก ลา วมาแลว นน่ั เอง ไมใ ชไ ปเหน็ อะไรๆ อนื่ ๆ เลย ญาณ ๑๖๑๓ ญาณ ๑๖ คือ ความรูสึกตัวดวยปญญา ที่ไดมาจากการเจริญวิปสสนาหรือเจริญ สตปิ ฏ ฐาน โดยมรี ะดบั ของปญ ญาเปน ขนั้ ๆ ไป ดงั ตอ ไปน้ี ๑. นามรปู ปรจิ เฉทญาณ คอื ปญ ญารวู า เปน นามเปน รปู ไมใ ชส ตั ว บคุ คล ตวั ตน ๒. ปจจยปริคคหญาณ คอื ปญ ญารปู จ จยั ทท่ี ำใหเ กดิ นามรปู ๓. สมั มสนญาณ คอื ปญ ญารคู วามไมเ ทยี่ งของนามรปู ๔. อุทยัพพยญาณ คอื ปญ ญารคู วามเกดิ ขนึ้ และดบั ไปของนามรปู ๕. ภังคญาณ คอื ปญ ญารคู วามดบั ไปของรปู นาม ๖. ภยญาณ คอื ปญ ญารวู า นามรปู เปน ภยั นา กลวั ๗. อาทนี วญาณ คอื ปญ ญารโู ทษของนามรปู ๑๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๑ องั คตุ ตรนกิ าย จตกุ กนบิ าต ขอ ๑๓-๑๔ หนา ๑๙-๒๒. ๑๒ คมั ภรี ป ปญ จสทู นี ภาค ๑ อรรถกถามชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก หนา ๒๕๘. ๑๓ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๐๕-๓๒๘.

4 - 39 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๘. นิพพทิ าญาณ คอื ปญ ญารสู กึ เบอื่ หนา ยนามรปู ๙. มญุ จติ กุ มั ยตาญาณ คอื ปญ ญารสู กึ อยากพน จากนามรปู ๑๐. ปฏสิ งั ขาญาณ คอื ปญ ญารธู รรมอนั เปน เครอื่ งทำใหพ น จากนามรปู ๑๑.สงั ขารเุ บกขาญาณ คอื ปญ ญารกู ารทำลายความยนิ ดยี นิ รา ยในนามรปู แลว วางเฉย ๑๒.อนุโลมญาณ คอื ปญ ญารธู รรมทจี่ ะอนโุ ลมใหเ หน็ อรยิ สจั จธรรมทงั้ ๔ ๑๓.โคตรภูญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๔. มัคคญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๕. ผลญาณ คอื ปญ ญารนู พิ พานเปน อารมณ ๑๖. ปจจเวกขณญาณ คอื ปญ ญารมู รรค ผล นพิ พาน กเิ ลสทล่ี ะแลว และกเิ ลสทเี่ หลอื วปิ ส สนาญาณ ๙๑๔ วปิ ส สนาญาณ ๙ นน้ั ทา นสงเคราะหน บั ตง้ั แตอ ทุ ยพั พยญาณเปน ตน ไป จนถงึ อนโุ ลมญาณ คอื เปน ปญ ญาตอนทเ่ี หน็ นามรปู เปน ไตรลกั ษณแ ลว ตลอดขนึ้ ไปจนถงึ อนโุ ลมญาณ ซง่ึ เปน ญาณหรอื ปญ ญาทอ่ี นโุ ลมจะใหเ หน็ อรยิ สจั จธรรมทงั้ ๔ ได วสิ ทุ ธิ ๗๑๕ วสิ ทุ ธิ หมายถงึ ความบรสิ ทุ ธ์ิ หรอื ความสะอาดหมดจด จากกเิ ลสทเ่ี ปน ไปทางกาย ทางจติ และทางปญ ญา มี ๗ วสิ ทุ ธิ คอื ๑. สลี วสิ ทุ ธิ ๒. จติ ตวสิ ทุ ธิ ๓. ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ ๑๔ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๑ หนา ๑. ๑๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๒ มชั ฌมิ นกิ าย มลู ปณ ณาสก ขอ ๒๙๒-๓๐๐ หนา ๒๘๗-๒๙๗.

4 - 40 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๔. กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ ๕. มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ๖. ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ๗. ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ทา นสงเคราะหญ าณ ๑๖ เขา ในวสิ ทุ ธิ ๗ ทเ่ี ปน ปญ ญา มี ๕ วสิ ทุ ธิ คอื ญาณท่ี ๑ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๒ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๓-๔ เปน ปญ ญาทส่ี งเคราะหล งใน มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๕-๑๓ เปน ปญ ญาทสี่ งเคราะหล งใน ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ญาณท่ี ๑๔-๑๖ เปน ปญ ญาทส่ี งเคราะหล งใน ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ธรรมท่ปี ดบังไตรลักษณ๑๖ การทเ่ี ราไมเ หน็ นามรปู อนั เปน สภาวธรรมตามความเปน จรงิ คอื ไตรลกั ษณไ ดโ ดยงา ย นน้ั เพราะมธี รรมทเี่ ปน เครอ่ื งกน้ั ปด บงั ไว ธรรมทปี่ ด บงั ไมใ หเ หน็ ความจรงิ ของไตรลกั ษณน ี้ มี ๓ ประการ คอื ๑. สนั ตตปิ ด บงั อนจิ จงั สนั ตติ หมายถงึ การเกดิ ขน้ึ ตดิ ตอ สบื เนอื่ งกนั อยา งรวดเรว็ ของนามและรปู ธรรมดานามและรปู นน้ั มคี วามเกดิ และดบั ตดิ ตอ สบื เนอ่ื งกนั อยตู ลอดเวลา โดยไมม หี ยดุ หยอ นและเปน การเกดิ ดบั ตดิ ตอ กนั รวดเรว็ มาก จนเราไมส ามารถทจ่ี ะเหน็ ความ ดับได เพราะนามใหมรูปใหมท่ีเกิดข้ึนมาทดแทนอยูเรื่อยๆ น้ัน ทำใหเราเห็นเหมือนกับวา นามนนั้ รปู นนั้ ทเี่ กดิ ขนึ้ มายงั มอี ยเู รอ่ื ย จงึ เปน เครอื่ งปด บงั ทำใหไ มเ หน็ อนจิ จงั คอื ความไมเ ทยี่ ง ของนามและรปู ได อปุ มาเหมอื นเวลาดภู าพยนตร การเหน็ ภาพทป่ี รากฏบนจอเพยี ง ๑ หรอื ๒ นาทกี ต็ าม รปู ทฉ่ี ายผา นกลอ งออกไปใหเ หน็ ทจี่ อนนั้ ไมใ ชร ปู เดยี ว อาจมตี งั้ หลาย สบิ หลายรอ ยรปู แตอ าศยั ความเรว็ ของรปู หนง่ึ ๆ ทเี่ ลอ่ื นไปตดิ ตอ กบั รปู ทหี่ มดไป และรปู ที่ ๑๖ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๗๕.

4 - 41 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เกิดใหมนั่นเอง จึงทำใหเห็นไปวาเปนรูปเดียวกัน การท่ีไมสามารถเห็นเปนหลายรูปได ฉนั ใด นามและรปู กเ็ ปน ไปฉนั นน้ั อันที่จริงแลว นามและรูปยังเกิดดับรวดเร็วย่ิงกวาภาพยนตรเสียอีก และเฉพาะ นามธรรมอนั มจี ติ เปน ตน ดว ยแลว ยง่ิ เกดิ ดบั รวดเรว็ มากนกั ๑๗ สว นรปู ธรรมเกดิ ดบั ไมเ รว็ เหมอื นนามธรรม ฉะน้ัน การท่ีจะเห็นรูปนามไมเที่ยงจึงเปนของยาก เม่ือเห็นความจริงไมไดเชนนี้ วปิ ล ลาสคอื สำคญั ผดิ วา เทย่ี ง กต็ อ งเกดิ ขนึ้ ปด บงั อนจิ จงั จนกวา จะเขา ถงึ วปิ ส สนาอนั แทจ รงิ แลว จงึ จะเหน็ ความไมเ ทยี่ งดงั กลา วได ๒. อริ ยิ าบถปด บงั ทกุ ข เพราะการทไ่ี มไ ดพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ไมเ หน็ วา นามรปู นม้ี ี ทกุ ขเ บยี ดเบยี นบบี คน้ั อยตู ลอดเวลา เมอื่ เปลย่ี นอริ ยิ าบถใหมก ร็ สู กึ วา สบายทกุ ที การเหน็ อิริยาบถใหมเปนทุกขน้ันจึงเปนของยากย่ิง เมื่อเห็นความจริงของอิริยาบถใหมไมไดเชนนี้ วิปลาสคอื ความสำคญั ผิดวา สขุ เรยี กวา สขุ วปิ ลาส สำคัญวานามรปู เปนสุข หรอื เปน ของดี ดว ยอำนาจของทฏิ ฐิ กเ็ กดิ ขน้ึ และเปน ปจ จยั แกต ณั หา ทำใหอ ยากได ยนิ ดพี อใจใน นามรปู นนั้ และทำใหม คี วามตอ งการ ปรารถนา ดนิ้ รนตา งๆ ทง้ั น้ี ลว นเปน ไปดว ยอำนาจ ของตณั หาทอี่ าศยั นามรปู เกดิ ขน้ึ เพราะเหตทุ ไี่ มไ ดพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ทำใหไ มเ หน็ ทกุ ข และทำใหส ุขวปิ ลาสเกดิ ขน้ึ ๓. ฆนสญั ญาปด บงั อนตั ตา เพราะฆนสญั ญา คอื การทเี่ ขา ไปรวบรวมกนั ของขนั ธ ๕ หรอื รปู นาม อยเู ปน กลมุ เปน กอ น จงึ ทำใหเ ราเขา ใจวา เปน กอ น เปน แทง และสำคญั วา มสี าระแกน สารในขนั ธท งั้ ๕ หรอื รปู นาม ทร่ี วมอยดู ว ยกนั ขณะทเี่ หน็ ครง้ั หนงึ่ ไดย นิ ครง้ั หนง่ึ เพยี งขณะจติ เดยี ว ขนั ธ ๕ หรอื รปู นามกเ็ กดิ รว มกนั ทกุ ขณะอยา งรวดเรว็ และดบั อยา ง รวดเรว็ ดว ย จงึ ทำใหเ ราไมส ามารถจะเหน็ ความแยกกนั ของรปู แตล ะรปู นามแตล ะนาม และ ไมส ามารถทจี่ ะใหร ปู นามกระจายออกไปเปน สดั เปน สว น หรอื ไมส ามารถจะเหน็ รปู นามนน้ั เปน คนละอยา งได ๑๗ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๒๐ องั คตุ ตรนกิ าย เอกนบิ าต ขอ ๔๘ หนา ๑๑.

4 - 42 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ เราไมส ามารถจะกระจายความเปน กลมุ เปน กอ นคอื ฆนสญั ญา ใหแ ยกออกจากกนั ได เรากไ็ มม โี อกาสทจี่ ะเหน็ อนตั ตา เมอ่ื ไมเ หน็ อนตั ตา วปิ ลาสทเ่ี รยี กวา อตั ตวปิ ลาส คอื ความสำคญั วา เปน ตวั เปน ตน หรอื เปน เรา กจ็ ะตอ งเกดิ ขน้ึ เมอื่ เปนเชน น้ี กจ็ ะเปน ปจ จยั แก ตณั หา ทำใหม คี วามปรารถนา เหน็ วา เปน ของดี เหน็ วา มตี วั ตน ฉะนนั้ จงึ จำเปน ตอ งทำลายสงิ่ ทป่ี ด บงั ไตรลกั ษณท งั้ ๓ นี้ ใหห มดไป เมอื่ สง่ิ ทปี่ ด บงั ถกู ทำลายแลว วปิ ลาสซง่ึ เปนผลกต็ อ งถกู ทำลายไปดว ย เพราะธรรมทงั้ หลาย ยอ มเปน เหตเุ ปน ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั เมอื่ เหตหุ มดไป วปิ ลาสซง่ึ เปน ผลกห็ มดไปเอง อนตั ตลกั ษณะ คอื อนตั ตาน้ี เปน ความสำคญั ในพระพทุ ธศาสนา ทแี่ ตกตา งจากศาสนา หรอื ลทั ธอิ นื่ ๆ ทง้ั สนิ้ ซง่ึ ในศาสนาหรอื ลทั ธอิ นื่ ๆ นน้ั ลว นตอ งมสี งิ่ ใดสง่ิ หนง่ึ เปน ประธาน หรอื มขี องทเ่ี ทยี่ งแท หรอื มสี งิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธเิ์ ปน เครอื่ งยดึ ถอื อยา งนอ ยกส็ ง่ิ หนง่ึ มฉิ ะนน้ั กจ็ ะไมม ี อะไรเปน ใหญเ ปน ประธานหรอื มอี ำนาจ แตในทางพระพุทธศาสนาสอนใหรูวา “ส่ิงท้ังหลายลวนเปนอนัตตา ไมใชตัวตน ไมม ใี ครมอี ำนาจ ไมไ ดอ ยใู นอำนาจของใคร และไมม ใี ครสามารถจะบงั คบั บญั ชาใหเ ปน ไป ตามใจได” นเ่ี ปน ลกั ษณะของอนตั ตา ขอ ปฏบิ ตั ทิ จี่ ะใหเ กดิ วปิ ส สนา หรอื เหน็ ไตรลกั ษณไ ดน น้ั กค็ อื จะตอ งทำลายเครอ่ื ง ปด บงั ไตรลกั ษณน เี้ สยี กอ น ถา ไมส ามารถทำลายเครอ่ื งปด บงั ใหห มดไป กไ็ มม โี อกาสทจี่ ะเหน็ ไตรลกั ษณไ ด วธิ ที ำลายเครอ่ื งปด บงั ไตรลกั ษณ มอี ยทู างเดยี ว คอื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั และวธิ กี ารของ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นอกจากนไ้ี มม ที างอนื่ ใดอกี เลย สตปิ ฏ ฐาน ๔ เทา นนั้ ทสี่ ามารถทำลาย วปิ ลาส และทำใหเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญา เหน็ ความจรงิ ของรปู นามทเี่ ปน ไตรลกั ษณค อื อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ได พระพทุ ธองคท รงรบั รองไวโ ดยแนน อนชดั แจง วา หนทางทจี่ ะถงึ ความ พน ทกุ ข หรอื ถงึ พระนพิ พานได มที างเดยี ว คอื สตปิ ฏ ฐานเทา นน้ั

4 - 43 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ขอ ปฏบิ ตั ทิ ค่ี วรทำความเขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนา ความสำคญั เบอ้ื งตน ทผี่ เู จรญิ วปิ ส สนาควรทำความเขา ใจ ๖ ประการ คอื ๑. เรอ่ื ง อารมณ อารมณข องวปิ ส สนา ไดแ ก วปิ ส สนาภมู ิ ๖๑๘ คอื ขนั ธ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อรยิ สจั ๔ และปฏจิ จสมปุ บาท ๑๒ ซง่ึ เมอื่ ยอ วปิ ส สนาภมู ิ ๖ ลงแลว กไ็ ดแ ก รปู และนาม รปู กบั นามเปน ตวั กรรมฐานทจ่ี ะนำไปใชใ นการปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ กดิ ปญ ญา ผปู ฏบิ ตั จิ ะ ตอ งศกึ ษานามรปู ใหเ ขา ใจ และจำไดจ นขนึ้ ใจเสยี กอ น แลว จงึ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เพราะถา จำ ไมไ ด เมอ่ื รปู อะไรหรอื นามอะไรปรากฏ ผปู ฏบิ ตั กิ จ็ ะกำหนดไมถ กู ๒. เรอ่ื ง ปจ จบุ นั ๑๙ คำวา ปจ จบุ นั มี ๒ อยา ง คอื ปจ จบุ นั ธรรม กบั ปจ จบุ นั อารมณ ปจ จบุ นั ธรรม คอื รปู ธรรมและนามธรรมทก่ี ำลงั ปรากฏ ธรรมดารปู นามยอ มมกี ารเกดิ ขนึ้ ต้ังอยู และดับไป ติดตอสืบเนื่องกันอยางรวดเร็ว เปนปจจุบันธรรมของเขาอยูเร่ือยไป ไมข าดสาย ผใู ดจะเหน็ ความจรงิ ของธรรมชาตอิ ยา งนห้ี รอื ไมก ต็ าม รปู นามนน้ั กเ็ ปน ไป เชน นี้ ตามเหตปุ จ จยั ปรงุ แตง อยเู สมอ ปจ จบุ นั อารมณ คอื รปู นามทก่ี ำลงั ปรากฏเปน ปจ จบุ นั ธรรมอยเู ฉพาะหนา และผปู ฏบิ ตั ิ จบั เอามาเปน อารมณไ ด อารมณน น้ั ชอ่ื วา ปจ จบุ นั อารมณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพยายามใหไ ดป จ จบุ นั อารมณน เี้ สมอ เชน เวลานง่ั อยู ทา ทางของ รปู นงั่ เปน ปจ จบุ นั ธรรม และผปู ฏบิ ตั กิ ก็ ำหนดรรู ปู นง่ั ทก่ี ำลงั ปรากฏอยเู ฉพาะหนา นนั้ รปู นงั่ นน้ั กช็ อ่ื วา เปน ปจ จบุ นั อารมณเ ปน ตน ประโยชนข องปจ จบุ นั อารมณ คอื ทำลายอภชิ ฌา (ความยนิ ด)ี และโทมนสั (ความ ยนิ รา ย) การเจรญิ สตปิ ฏ ฐานนนั้ จดุ ประสงคก เ็ พอ่ื ทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั เพยี งแต ความเพยี รอยา งเดยี ว หรอื สตอิ ยา งเดยี ว หรอื ปญ ญาอยา งเดยี ว กไ็ มส ามารถทำลายอภชิ ฌาและ โทมนสั หรอื ใหว ปิ ส สนาเกดิ ได เพราะเหตวุ า ไมม ปี จ จบุ นั อารมณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งอาศยั อารมณ ปจ จบุ นั เปน ปจ จยั แกก ารทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั และเปน ปจ จยั ใหเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญาดว ย ๑๘ คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๑๐๖. ๑๙ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๒ มชั ฌมิ นกิ าย อปุ รปิ ณ ณาสก ขอ ๕๒๕-๕๓๔ หนา ๓๔๘-๓๕๑.

4 - 44 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม อารมณป จ จบุ นั จะไดม าอยา งไร ? อารมณป จ จบุ นั นนั้ จะไดม าจากอนิ ทรยี ส งั วร เชน สำรวม หรอื สงั วร ในเวลาเหน็ กส็ กั แตว า เหน็ เมอื่ เวลาไดย นิ กส็ กั แตว า ไดย นิ เปน ตน ถา มปี จ จบุ นั อารมณแ ลว อภชิ ฌาและ โทมนสั กเ็ กดิ ขน้ึ ไมไ ดใ นขณะนนั้ อนง่ึ ผทู มี่ คี วามเขา ใจในอารมณป จ จบุ นั และเคยถงึ อารมณป จ จบุ นั แลว จงึ จะรวู า กาลใด สถานทใ่ี ด ควรแกก ารเจรญิ วปิ ส สนา เพราะปจ จบุ นั ธรรมนน้ั มกี นั อยแู ลว ทกุ คน และ มอี ยตู ลอดเวลา ทกุ เมอ่ื แตก าละและเทศะ ทค่ี วรแกก ารถอื เอาปจ จบุ นั ธรรมมาเปน อารมณ ปจ จบุ นั ไดน นั้ ผไู มเ ขา ใจกอ็ าจคดิ วา เปน เรอื่ งทท่ี ำกนั ไดง า ยๆ ธรรมปฏิบัติท่ีพระพุทธองคทรงส่ังสอนไวแลวน้ัน หากไมพิจารณากันโดยรอบคอบ ถถ่ี ว นแลว กย็ ากทจี่ ะเขา ใจธรรมะนน้ั ๆ ไดโ ดยถกู ตอ ง เชน เวลาทฟี่ ง พระเทศน ไมใ ชก าลที่ ควรเจรญิ วปิ ส สนา เพราะถา กำหนดไดย นิ วา เปน นามแลว กจ็ ะไมร เู รอ่ื งทเี่ ทศน และสถาน ท่ีในการเจริญวิปสสนา ก็ควรพิจารณาวา ตองเปนสถานที่ท่ีไมเปนปจจัยแกกิเลส เชน ท่ี พระพุทธองคทรงสรรเสริญท่ีปา โคนไม เรือนรางวางเปลา เปนตน วาเปนสถานที่อันสงัด และเงยี บสงบ เหมาะแกก ารทำความเพยี ร ทเี่ กอ้ื กลู ผปู ฏบิ ตั ใิ หเ กดิ วปิ ส สนาปญ ญาไดส ะดวก๒๐ ๓. เรอ่ื ง สตสิ มั ปชญั ญะ สตสิ มั ปชญั ญะ คอื ความรสู กึ ตวั ของผปู ฏบิ ตั ใิ นขณะที่ กำหนดรูปหรือนามอยูน้ัน เรื่องความรูสึกตัวน้ีมีหลักอยูวา ในขณะนั้นผูปฏิบัติกำลังทำ อะไรอยู คอื มตี วั กรรมฐานกบั ตวั ผทู ำกรรมฐาน หรอื ผเู จรญิ วปิ ส สนา ตวั กรรมฐาน ไดแ ก สตปิ ฏ ฐาน ๔ คอื กาย เวทนา จติ ธรรม คอื รปู นามทเี่ ปน ตวั ถกู เพง สว นผเู จรญิ วปิ ส สนา หรอื โยคาวจร ไดแ ก อาตาป สมั ปชาโน สตมิ า เปน ตวั เพง หมายความวา มตี วั ทถี่ กู เพง กบั ตวั เพง ๒ อยา งเทา นน้ั ความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามนี้ มคี วามสำคญั ยงิ่ ในการเจรญิ วปิ ส สนา โดยมาก ผปู ฏบิ ตั ิ ไปนกึ เอา แลว กเ็ ขา ใจวา ทค่ี ดิ เอานกึ เอานน้ั เปน ตวั ความรสู กึ ตวั เรอ่ื งนอี้ ธบิ ายให เขา ใจไดย าก จะตอ งอาศยั การชแ้ี จงและซกั ถามของครอู าจารยผ สู อน ทจี่ ะทำใหผ ปู ฏบิ ตั มิ ี ความเขา ใจวา คดิ นกึ กบั ความรสู กึ ตวั นน้ั มลี กั ษณะตา งกนั อยา งไร ๒๐ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๑๘ สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค ขอ ๑๔๘ หนา ๑๐๐.

4 - 45 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ถา ความรสู กึ ตวั มมี ากเทา ไร กไ็ ดอ ารมณป จ จบุ นั มากเทา นนั้ เรอ่ื งนเี้ ปน ความสำคญั ของวปิ ส สนา เวลากำหนดหรอื เวลาดรู ปู นามนน้ั จะทงิ้ ไมไ ดเ ลยวา ดรู ปู อะไร ดนู ามอะไร ถาดูรูปเฉยๆ ก็ไมเปนการถูกตอง เชน ดูรูปนั่ง ตองใหไดความรูสึกตัวดวยวา รูรูปน่ัง บางทดี รู ปู นง่ั อยู แตส กั ครเู ดยี ว สมาธกิ เ็ ขา พอสมาธเิ ขา แลว ความรสู กึ ตวั กห็ มดไป ดงั น้ี เปน ตน ตอ งกลบั มาทำความรสู กึ ตวั ใหม ตอ งมคี วามเพยี รพยายามยกจติ ใหข น้ึ สทู างของ วปิ ส สนาเชน นเี้ สมอ สำหรบั ผทู ำสมาธนิ น้ั ไมใ ชว า เขาจะไมม อี ารมณป จ จบุ นั อารมณป จ จบุ นั ของเขากม็ ี แตว า เขาไมม นี ามไมม รี ปู ซงึ่ เปน อารมณข องปญ ญาเทา นน้ั เชน ผทู เี่ พง กสณิ เจรญิ สมถกรรมฐาน เขากเ็ พง อยกู บั ปจ จบุ นั สว นอารมณเ ทา นนั้ ทเ่ี ปน บญั ญตั ิ ไมใ ชป รมตั ถ ผปู ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนากร็ ู อยวู า นง่ั แตว า ทงิ้ รปู ไป เมอ่ื ทง้ิ รปู นงั่ แลว กจ็ ะขจดั วา ‘เรานง่ั ’ ออกไมไ ด คอื ขจดั กเิ ลส ความเขา ใจผดิ วา ‘เรานง่ั ’ ออกไมไ ด ๔. การกำหนดอารมณ ตามหลกั ปฏบิ ตั ใิ นสตปิ ฏ ฐานนนั้ ใหก ำหนดทอี่ ารมณป จ จบุ นั เชน เวลาจกั ขวุ ญิ ญาณเกดิ ขนึ้ หรอื โสตวญิ ญาณเกดิ ขน้ึ คอื เหน็ หรอื ไดย นิ ไดฟ ง ซงึ่ เปน นามเกดิ ขนึ้ จะตอ งกำหนดอะไร กำหนดจกั ขวุ ญิ ญาณ หรอื โสตวญิ ญาณ คอื เหน็ หรอื ไดย นิ ซง่ึ เปน ตวั นามธรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ กต็ อ งกำหนดทนี่ ามเหน็ หรอื ทนี่ ามไดย นิ นนั้ ๆ หรอื เวลานงั่ เวลานอนเปนตน ซึ่งเปนรูปธรรม ก็กำหนดท่ีรูปน่ัง หรือรูปนอนน้ันๆ หมายความวา ขณะกำหนดนั้นจะตองมีนามอะไร หรือรูปอะไร รวมไปในอารมณปจจุบันน้ันดวยเสมอ น่ีเปนหลักสำคัญ ที่จะตองมีนามอะไร รูปอะไร ในการกำหนดน้ันดวย โดยมากเวลาสอน วปิ ส สนาภมู กิ ส็ อนจรงิ แตเ วลาปฏบิ ตั ไิ มไ ดน ำเอารปู อะไร นามอะไร ทจ่ี ะตอ งกำหนดในเวลา นนั้ ไปใชเ ลย และบางทา นกไ็ มร ดู ว ยวา จะตอ งใชท ตี่ รงไหน และเวลาไหน ? สว นมากไมค อ ยจะทราบวา การกำหนดรปู อะไร นามอะไรนนั้ เปน ความสำคญั เพราะ นามรปู นนั้ จะตอ งตดิ ตามไปจนถงึ อนโุ ลมญาณ รปู นามตดิ ตามเรอื่ ยไปทกุ ๆ ญาณ เชน เหน็ รปู นามไมเ ทย่ี ง เหน็ รปู นามเปน ภยั รปู นามเปน โทษ เบอ่ื หนา ยในรปู นาม อยากพน ไปจาก รปู นาม เหลา นี้ ตอ งมรี ปู นามตดิ ตามตลอดไป ไมใ ชว า พอถงึ นามรปู ปรจิ เฉทญาณแลว กไ็ ม ตอ งมรี ปู นามอกี ไมใ ชเ ชน นนั้ ยง่ิ กำหนดรปู นามมากเขา หรอื ดรู ปู นามมากเขา กย็ งิ่ เหน็

4 - 46 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม โทษเหน็ ภยั ของรปู นามนน้ั เอง ไมใ ชจ ะไปเหน็ โทษเหน็ ภยั หรอื เบอ่ื หนา ยอะไร ฉะนน้ั จงึ จำเปน ตอ งมรี ปู นามตดิ ตามเรอ่ื ยไป เวลาทกี่ ำหนดอะไร กำหนดอยา งไร ในเวลานน้ั เมอ่ื เวลาปฏบิ ตั กิ ต็ อ งนำเอาปรยิ ตั ทิ เ่ี รยี นมาแลว ไปใชใ หถ กู ในขณะทกี่ ำหนด ๕. เหตผุ ลในการปฏบิ ตั ิ การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ ผปู ฏบิ ตั คิ วรจะไดเ หตผุ ลวา เพราะ อะไร จงึ ตอ งปฏบิ ตั เิ ชน นนั้ การปฏบิ ตั เิ ชน นน้ั เพอ่ื ประโยชนอ ะไร เชน ขณะกำหนดอริ ยิ าบถ เมอ่ื ฟงุ เกดิ ขนึ้ กไ็ มส ามารถกำหนดอริ ยิ าบถได ทำใหก ลมุ ทำใหเ บอ่ื หนา ยตอ การปฏบิ ตั ิ หรอื วา กำหนดอริ ยิ าบถแลว แตก ำหนดไมอ ยู เมอื่ กำหนดไมไ ด กไ็ ปกำหนดฟงุ ตามทอี่ าจารยบ อก การทด่ี นู ามฟงุ นน้ั เพอื่ ประโยชนอ ะไร มเี หตผุ ลอยา งไร ความสำคญั อยทู ต่ี รงเหตผุ ลอยทู ่ี ตรงเขา ใจ ไมใ ชอ ยทู ตี่ รงกำหนด เหตผุ ลนนั้ สำคญั มากทจ่ี ะตดั สนิ ไดว า การปฏบิ ตั นิ น้ั ผดิ หรอื ถกู ไมใ ชด นู ามฟงุ เพราะอาจารยส ง่ั กท็ ำไป หรอื กำหนดเพอ่ื ใหฟ งุ หาย แลว จงึ จะกำหนด อยา งอน่ื ได เชน นเ้ี ปน ความเขา ใจทไ่ี มถ กู ๖. ความสงั เกต ความสงั เกตเปน ความสำคัญในการเจรญิ วปิ ส สนา เมอ่ื สงั เกตรวู า การกำหนดนนั้ ตกไปจากอารมณร ปู นามแลว กจ็ ะกลบั มาตงั้ อยทู อ่ี ารมณร ปู นามปจ จบุ นั ไดอ กี ถา ไมร ู คอื ไมม คี วามสงั เกตแลว เมอื่ จติ ตกไปจากอารมณ รปู นามกต็ กไปเลย ทำให เสียปจจุบันไป เชนในการดูรูปน่ัง ผูปฏิบัติก็กำหนดรูปน่ังนั่นเอง แตจิตตกไปทางสมาธิ เรอื่ งนผ้ี ปู ฏบิ ตั เิ ปน กนั มาก จงึ ควรรวู า ในระหวา งทก่ี ำหนดรปู นง่ั อยใู นขณะนน้ั อนิ ทรยี  ๕ ยงั ไมเ สมอกนั บางอนิ ทรยี ก เ็ กนิ บางอนิ ทรยี อ อ น เชน เมอ่ื สมาธนิ ทรยี เ กนิ แลว อารมณ ของวปิ ส สนากเ็ กดิ ไมไ ด เพราะถา สมาธมิ ากเกนิ ไป ความรสู กึ ตวั กไ็ มอ ยทู ป่ี จ จบุ นั ธรรม คอื จติ ใจเฉยไปทจ่ี ะรสู กึ ตวั วา ขณะนก้ี ำหนดดรู ปู นามอะไร หรอื ดรู ปู นามอะไรกไ็ มร ู สมาธนิ นั้ ทำใหเ ฉยเสยี แตผ ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ยงั ดรู ปู นงั่ อยู เรอื่ งนผ้ี ปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามสงั เกตใน เวลานน้ั วา ทำถกู หรอื ไมถ กู เมอื่ รวู า ไมถ กู กจ็ ะไดก ลบั มาทำความรสู กึ ตวั ใหถ กู ในอารมณ ปจจุบันไดใหม เรอื่ ง ความสงั เกตในการเจรญิ สตปิ ฏ ฐานหรอื เจรญิ วปิ ส สนานน้ั ในสงั ยตุ ตนกิ าย๒๑ อปุ มาเหมอื นพอ ครวั ผปู รงุ อาหารถวายพระราชา พอ ครวั ตอ งคอยสงั เกตในการปรงุ อาหาร ๒๑ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๙ สงั ยตุ ตนกิ าย มหาวารวรรค ขอ ๗๐๔-๗๐๗ หนา ๒๐๐-๒๐๒.

4 - 47 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ถวายพระราชานนั้ วา อาหารอยา งนน้ั รสอยา งนน้ั เปน ทโี่ ปรดของพระราชา พอ ครวั จงึ ได รบั บำเหนจ็ รางวลั อปุ มาฉนั ใด อปุ ไมยการเจรญิ วปิ ส สนากฉ็ นั นน้ั ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วาม สงั เกตวา ตนทำถกู หรอื ไมถ กู ถา ทำถกู กย็ อ มไดร บั ผล คอื วปิ ส สนาปญ ญานน่ั เอง อนง่ึ เรอ่ื งการกำหนดอริ ยิ าบถนนั้ ผปู ฏบิ ตั บิ างทา นอาจเขา ใจวา รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ในอริ ยิ าบถบรรพนนั้ ไมใ ชร ปู ในจำนวนของรปู ปรมตั ถ ๒๘ ความจริงแลว รูปนั่ง รูปนอน รูปนอน รูปยืน รูปเดิน ก็เปนรูปธรรมในจำนวน รปู ปรมตั ถ ๒๘ นน่ั เอง คอื เปน วกิ ารรปู ในทนี่ ห้ี มายถงึ เปน อาการเปลยี่ นแปลงของรปู ปรมัตถท่ีเกิดจากจิตเปนสมุฏฐานนั่นเอง เพราะในรูปอิริยาบถท้ัง ๔ ยอมเกิดจากจิตเปน สมฏุ ฐานทงั้ สนิ้ และจติ ทเี่ ปน สมฏุ ฐานใหร ปู อริ ยิ าบถเกดิ ขน้ึ ไดน น้ั ตอ งเปน จติ ชรปู พเิ ศษ เกย่ี วกบั อาการไหวกาย ในคนทต่ี ายหรอื คนทน่ี อนหลบั ยอ มไมม รี ปู อริ ยิ าบถนี้ กใ็ นรปู ใดรปู หนง่ึ นน้ั จะตอ งมอี วนิ พิ โภครปู ๘ อยแู ลว และรปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รูปเดิน ก็จะตองมีอวินิพโภครูป ๘ กับกายวิญญัติ และวิการรูป ๓ อยูดวย ถาไมมี อวนิ พิ โภครปู ๘ กายวญิ ญตั ิ และวกิ ารรปู ๓ แลว การนงั่ การนอน การยนื การเดนิ กส็ ำเรจ็ ไมไ ด เพราะรปู อริ ยิ าบถนี้ เกดิ จากจติ เปน สมฏุ ฐาน อกี อยา งหนง่ึ เรอื่ งการดู ในทนี่ ห้ี มายถงึ ดดู ว ยสตสิ มั ปชญั ญะ ไมใ ชด ดู ว ยตาเนอ้ื พดู งา ยๆ วา เอาใจดู หรอื ดดู ว ยใจนนั่ เอง แมค ำวา ‘เพง ’ กด็ ี ‘พจิ ารณา’ กด็ ี หรอื ‘กำหนด’ กด็ ี โดยความหมาย ในการเจรญิ วปิ ส สนาน้ี กเ็ ปน อยา งเดยี วกนั กบั คำวา ‘ด’ู หมายถงึ รสู กึ ตวั อยใู นอารมณร ปู นามทเี่ ปน ปจ จบุ นั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะ บางทา นอาจจะใชค ำวา ‘ร’ู กไ็ ด ทใ่ี ชค ำวา ‘ด’ู เพราะเหน็ วา เหมาะสมแกก ารทำความเขา ใจไดง า ย คอื คำวา ‘ด’ู หรอื ‘ร’ู นี้ มลี กั ษณะทเี่ ปน ปจ จบุ นั โดยตดั อดตี ตดั อนาคต ออกไดด กี วาคำอน่ื เชน ผปู ฏบิ ตั ิ มหี นา ทอ่ี ยา งเดยี วเทา นนั้ คอื ดรู ปู นาม หรอื รรู ปู นาม ใหเ หมอื นกบั การดลู ะคร ละครคอื รปู หรอื นามอะไรกต็ าม เขาแสดงอยา งไรกด็ ไู ป แลว ผดู กู จ็ ะรเู รอ่ื งทเี่ ขาแสดง โดยผดู ไู มต อ ง ไปจดั แจงกบั ตวั ละครวา ตอ งแสดงอยา งนนั้ อยา งนเ้ี ลย เชน ขณะทผี่ ปู ฏบิ ตั นิ ง่ั อยู ผปู ฏบิ ตั ิ กร็ สู กึ ตวั วา ดรู ปู นง่ั รปู นงั่ เปน ตวั กรรมฐาน เปรยี บเหมอื นตวั ละครทแ่ี สดงทา ทางทน่ี ง่ั อยู สว นดู คอื ตวั สตสิ มั ปชญั ญะทมี่ คี วามรสู กึ ตวั ดรู ปู นงั่ ดงั นเ้ี ปน ตน

4 - 48 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเจรญิ วปิ ส สนากรรมฐาน (ภาคปฏิบัติ) หลกั การของวปิ ส สนา ดงั ไดก ลา วมาแลว วา วปิ ส สนาเปน ชอื่ ของปญ ญาทเี่ หน็ นามรปู เปน ไตรลกั ษณ คอื ไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข ไมใ ชต วั ตน คอื ตอ งเปน ปญ ญาทรี่ หู รอื เหน็ อยา งนี้ เทา นน้ั จงึ จะเรยี กวา วปิ ส สนา ปญ ญาอยา งอนื่ จะรเู หน็ อะไรๆ กต็ ามไมเ รยี กวา วปิ ส สนา เพราะฉะนนั้ ผเู จรญิ วปิ ส สนาจะตอ งทำความเขา ใจในหลกั การดงั กลา วนใ้ี หถ กู ตอ ง ตอ ไปน้ี จะไดอ ธบิ ายเรอื่ งการกระทำหรอื การปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ กดิ วปิ ส สนา อนั เปน ผล ซง่ึ การปฏบิ ตั นิ จี้ ะตอ งใหเ ปน ไปโดยถกู ตอ งตามหลกั คำสอนในสตปิ ฏ ฐาน ซง่ึ เปน ธรรม ขนั้ แรกของโพธปิ ก ขยิ ธรรม๒๒ อนั เปน ธรรมทเี่ ปน เครอ่ื งตรสั รู ในขั้นแรกของการเจริญสติปฏฐานหรือการเจริญวิปสสนา ก็คือ ตองทำลายส่ิงท่ี ปด บงั ไตรลกั ษณก อ น แลว จงึ จะเหน็ ไตรลกั ษณไ ด สงิ่ ทป่ี ด บงั ไตรลกั ษณน นั้ ไดก ลา วมาแลว วา เพราะสนั ตตปิ ด บงั จงึ ไมเ หน็ อนจิ จงั เพราะการทไ่ี มพ จิ ารณาอริ ยิ าบถ จงึ ปด บงั ทกุ ข เพราะฆนสญั ญาปด บงั จงึ ไมเ หน็ อนตั ตา และการทำลายสง่ิ ทปี่ ด บงั ไตรลกั ษณน ้ี ไมม วี ธิ อี นื่ ใดทนี่ อกเหนอื ไปจากการปฏบิ ตั ติ ามคำสอนในสตปิ ฏ ฐาน การเจริญวิปสสนาในที่น้ี จะกลาวเฉพาะอิริยาบถบรรพะกับสัมปชัญญบรรพะ ใน กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานเทา นนั้ เพอื่ สะดวกแกผ ทู ย่ี งั ใหมต อ การปฏบิ ตั ิ หรอื ผทู ม่ี ปี ญ ญานอ ย พอทจี่ ะตดิ ตามพจิ ารณาใหเ ขา ถงึ เหตผุ ลตามความจรงิ ได การกำหนดอริ ยิ าบถและสมั ปชญั ญะนน้ั ขออยา ไดเ ขา ใจวา เปน เรอ่ื งเลก็ นอ ย หาก ผูปฏิบัติมีความเขาใจในการพิจารณาหรือกำหนด ไดถูกตอง ตามคำสอนในสติปฏฐานแลว ก็สามารถจะเห็นความจริงคือทุกขได เมื่อเห็นความจริงคือทุกข ก็ชื่อวา เขาถึงอริยสัจ อยา ลมื วา สงิ่ ทป่ี ด บงั ทกุ ข คอื อริ ยิ าบถ การกำหนดอริ ยิ าบถ กเ็ พอ่ื จะทำลายสง่ิ ทปี่ ด บงั ทกุ ข เมอ่ื สง่ิ ทปี่ ด บงั ถกู ทำลายแลว จงึ จะเหน็ ทกุ ขไ ด ๒๒ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐ ทฆี นกิ าย มหาวารวรรค ขอ ๖๖-๙๓ หนา ๘๕-๑๑๙.

4 - 49 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอ่ื ผปู ฏบิ ตั ไิ ดศ กึ ษา มคี วามเขา ใจนามรปู ดแี ลว กพ็ งึ กำหนดนามรปู ในอริ ยิ าบถ- บรรพะดงั ตอ ไปนี้ คอื ในเวลาทน่ี ง่ั อยู กใ็ หม คี วามรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นง่ั เวลานอนอยู ใหม ี ความรสู กึ ตวั วา ดรู ูปนอน เวลายนื อยู ใหม คี วามรสู กึ ตวั วา ดรู ปู ยนื เวลาเดนิ อยู ใหม ี ความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู เดนิ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามรสู กึ ตวั อยา งนอี้ ยเู สมอ การทใี่ หม คี วามรสู กึ ตวั เชน น้ี กเ็ พอ่ื แยกรปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ออกไปดว ย การเปรยี บเทยี บใหร วู า เปน คนละสว น เปน คนละรปู ถา กำหนดเพยี งรปู ไปเฉยๆ ฆนสญั ญา ทปี่ ด บงั อนตั ตากจ็ ะไมถ กู ทำลาย จะเหน็ วา เปน รปู เดยี วกนั ไปหมด โดยจะสำคญั วา รปู นง่ั รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ กค็ อื รปู เดยี วกนั และจะทำใหเ ขา ใจวา นงั่ นอน ยนื เดนิ นน้ั เปน อาการของรปู สว นตวั จรงิ ๆ ของรปู กค็ อื รปู เดยี วกนั เมอ่ื มคี วามเขา ใจอยา งน้ี กไ็ มส ามารถจะกระจายฆนสญั ญา คอื ความเหน็ วา เปน กลมุ เปน กอ น ของนามรปู ใหแ ยกออกจากกนั ได และสนั ตตทิ สี่ บื ตอ รปู หนง่ึ ๆ กท็ ำลายไมไ ด จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั โดยกำหนดใหร วู า เปน รปู อะไร เปน นามอะไร ตอ งกำหนดอยา งนเี้ สมอไป การกำหนดตอ งใหไ ดอ ารมณป จ จบุ นั คอื ตอ งกำหนดในเวลาทน่ี ง่ั อยนู น้ั วา เปน รปู นงั่ ในเวลาทน่ี อนอยวู า เปน รปู นอน ในเวลาทย่ี นื อยวู า เปน รปู ยนื หรอื ในเวลาทเี่ ดนิ อยวู า เปน รปู เดนิ ตอ งทำความรสู กึ ตวั ใหอ ยกู บั อารมณป จ จบุ นั นนั้ ๆ เสมอ รปู นงั่ กค็ อื อาการหรอื ทา ทางท่ีน่ัง รูปนอน ก็คืออาการหรือทาทางท่ีนอน รูปยืน ก็คืออาการหรือทาทางท่ียืน รปู เดนิ กค็ อื อาการหรอื ทา ทางทเี่ ดนิ หรอื ยา งไป เปน ตน ดงั ทใ่ี นสตปิ ฏ ฐานกลา วไวว า เมอ่ื กายตงั้ ไวใ นอาการอยา งไร กใ็ หร คู วามเปน ไปของ กายทตี่ ง้ั ไวใ นอาการนน้ั ๆ คอื นง่ั กใ็ หร ชู ดั ในอาการทนี่ ง่ั นนั้ วา เปน รปู นง่ั เมอื่ เดนิ กใ็ หร ชู ดั ในอาการท่ีเดินหรือกาวไปอยางนั้นวาเปนรูป เดินเปนตน ระหวางที่น่ังอยู ตองมนสิการ ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ ๒๓ แมอ ยใู นอริ ยิ าบถนอน ยนื เดนิ กต็ อ งมนสกิ ารทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ ไมใ ชบ รกิ รรมวา ‘นงั่ เปน รปู รวู า นงั่ เปน นาม’ หรอื ไมใ ช กำหนดวา ‘นง่ั หนอๆ’ ไปเฉยๆ เชน นไี้ มไ ด เพราะอะไร เพราะถา บรกิ รรมเชน นน้ั หรอื กำหนดอยา งนน้ั กจ็ ะไมร วู า ทน่ี ง่ั อยนู นั้ เปน ใครนงั่ ? เปน รปู นง่ั หรอื อะไรนงั่ ? ๒๓ คำวา “ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ ” คอื อยา งไร คอื ใหท ำความรสู กึ ตวั ออกมารอู ยใู นอาการทน่ี ง่ั หรอื ทา ทาง ทตี่ นนง่ั อยนู น้ั อยา นกึ เอาวา ดรู ปู นงั่ (คำวา ดู ไดแ ก การกำหนดหรอื พจิ ารณาดว ยความรสู กึ ตวั )

4 - 50 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ ไมร วู า เปน รปู นง่ั กจ็ ะสำคญั ผดิ คดิ วา เรานงั่ ความเหน็ ผดิ กจ็ ะเขา อาศยั อริ ยิ าบถ นง่ั นนั้ จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั วา เวลานกี้ ำลงั ดรู ปู นงั่ หรอื กำลงั ดรู ปู นอน หรอื กำลงั ดรู ปู ยนื หรอื กำลงั ดรู ปู เดนิ อริ ยิ าบถทนี่ งั่ นอน ยนื เดนิ นนั้ จะตอ งเปน ไปตามธรรมดาทเ่ี ปน ปกติ คอื กอ นทจ่ี ะมาเจรญิ วปิ ส สนา ผปู ฏบิ ตั เิ คยนงั่ นอน ยนื เดนิ อยา งไร เมอ่ื มาเจรญิ วปิ ส สนา กน็ ง่ั นอน ยนื เดนิ ในอาการอยา งเดยี วกนั วปิ ส สนานนั้ ไมใ ชร อู ะไรผดิ ๆ คอื รปู กตขิ อง ธรรมชาตทิ เ่ี ปน ปจ จบุ นั นน่ั เองวา ไมใ ชเ รา ไมใ ชต วั ตน คน สตั ว ถา ทำใหผ ดิ ปกติ เชน นง่ั กต็ อ งนงั่ ทา นนั้ ทา นี้ หรอื เดนิ กต็ อ งเดนิ ใหม ที า ทางอยา งนนั้ อยา งนแ้ี ลว ความผดิ ปกตนิ นั่ เอง กจ็ ะเขา เคลอื บหรอื ฉาบทาปด บงั ทำใหไ มเ หน็ ความจรงิ จติ กจ็ ะเขา ถงึ กฎธรรมดาไมไ ด อนง่ึ อาการหรอื ทา ทางของรปู แสดงอาการนงั่ อยา งไร แสดงอาการนอนอยา งไร หรอื แสดงอาการเดนิ อยา งไร กใ็ หร ใู นอาการหรอื ทา ทางของรปู นนั้ ๆ ไมใ ชร ทู ต่ี รงนนั้ ตรงนี้ เชน รปู นง่ั กไ็ มใ ชร ตู รงทก่ี น หรอื ทขี่ า วา เปน รปู นง่ั หรอื ไมใ ชร ทู ท่ี อ นบนหรอื ทอ นลา งของ รา งกาย หรอื ไมใ ชร ตู รงรปู ถกู วา เปน รปู นงั่ เพราะรปู ถกู กบั รปู นง่ั เปน คนละรปู และคนละ กาลกนั ฉะนน้ั การกำหนดอริ ยิ าบถนงั่ นอน ยนื เดนิ กค็ อื กำหนดรใู นอาการหรอื ทา ทาง ของรปู นน้ั ๆ วา เปน รปู อะไร เพราะรปู แตล ะรปู มลี กั ษณะอาการทา ทางไมเ หมอื นกนั เปน คนละรปู ๆ ไป การกำหนดอยา งนี้ เปน กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เมอ่ื นงั่ นอน ยนื หรอื เดนิ ไปแลว สกั ครหู นง่ึ ความปวดเมอื่ ยคอื ทกุ ขเวทนากย็ อ ม เกดิ ขนึ้ ทร่ี ปู นน้ั ๆ เมอื่ ทกุ ขค อื ความปวดเมอ่ื ยเกดิ ขนึ้ กใ็ หก ำหนดรปู นงั่ หรอื รปู นอน ทผ่ี ปู ฏบิ ตั ิ กำลงั ดอู ยนู นั้ โดยทำความรสู กึ ตวั วา รปู นง่ั เปน ทกุ ข หรอื รปู นอนเปน ทกุ ข ระหวา งที่ กำหนดนน้ั ตอ งระวงั อยา ใหม คี วามตอ งการอยากใหท กุ ขห ายไป เพราะความอยากคอื กเิ ลส จะเปน เหตทุ ำใหไ มเ หน็ ความจรงิ ตอ งระวงั เรอ่ื งนใ้ี หม าก เวลากำหนด ตอ งดไู ปเฉยๆ เหมอื น กบั การดลู ะคร คลา ยกบั วา เวลานต้ี วั ละครคอื ทกุ ข กำลงั แสดงอยหู นา ฉาก ผปู ฏบิ ตั มิ หี นา ที่ ดเู ทา นน้ั ไมม หี นา ทไี่ ปหดั ละคร หรอื เขา ไปแสดงละครเสยี เอง

4 - 51 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งเขา ใจใหด วี า เวลานกี้ เิ ลสความตอ งการ เขา อาศยั ในเวลากำหนดนนั้ หรอื เปลา ถา ความตอ งการเขา อาศยั การกำหนดนนั้ กใ็ ชไ มไ ด เพราะการเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน นน้ั ความสำคญั กเ็ พอื่ ทำลายอภชิ ฌาและโทมนสั ฉะนนั้ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมคี วามเขา ใจในขอ นด้ี ว ย ถา กำหนดโดยอยากใหท กุ ขห าย กเ็ ปน ปจ จยั แกอ ภชิ ฌา เพราะความอยากใหท กุ ขห ายเปน อภชิ ฌา ถา ทกุ ขไ มห ายกเ็ ปน โทมนสั จงึ ไมช อื่ วา การปฏบิ ตั อิ ยา งนเี้ ปน การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน เวลากำหนดอริ ยิ าบถใดกต็ าม ตอ งระมดั ระวงั ไมใ หบ งั คบั ตวั เองวา ตอ งนง่ั ตอ งนอน ตอ งยนื ตอ งเดนิ ใหน านเทา นนั้ เทา นี้ ถา ทำอยา งนนั้ กไ็ มถ กู เหมอื นกนั การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน นนั้ หา มการบงั คบั ถา บงั คบั การปฏบิ ตั กิ เ็ ปน อตั ตา อตั ตาจะตามไปในทกุ อริ ยิ าบถ การ บงั คบั ใหน ง่ั ใหน อน ใหย นื ใหเ ดนิ เชน นนั้ กจ็ ะมอี ตั ตาคอื มี ‘เรา’ เขา ไปปนอยเู รอ่ื ย เพราะ การบงั คบั เปน ลกั ษณะของอตั ตา คอื เหน็ ผดิ วา เราสามารถบงั คบั ได การบงั คบั อยา งนี้ ทำใหว ปิ ส สนาเกดิ ไมไ ด วปิ ส สนาตอ งไมม กี ารบงั คบั ตอ งแลว แตเ หตผุ ลตามสมควรวา ตอ ง เปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะเหตใุ ด กเ็ ปลยี่ นไปตามเหตผุ ลนน้ั ไมใ ชอ ยากเปลยี่ นจงึ เปลยี่ น เชน เมอ่ื เดนิ เมอ่ื ยแลว อยากจะนง่ั กน็ งั่ นง่ั แลว เมอื่ ย อยากจะนอนกน็ อน นอนแลว เมอ่ื ย อยากจะนง่ั อยากจะนอน อยากจะเดนิ กเ็ ดนิ ไป อยา งนี้ ความเขา ใจเชน นี้ ไมต รงตอ ความ เปน จรงิ เพราะถงึ จะไมอ ยากนง่ั กต็ อ งนง่ั ไมอ ยากนอนกต็ อ งนอน ไมอ ยากเดนิ กต็ อ งเดนิ เพราะทกุ ขบ งั คบั ใหต อ งทำนน่ั เอง เมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ ในอริ ยิ าบถใดแลว กต็ อ งแกไ ขหรอื เปลยี่ นไปเปน อริ ยิ าบถอน่ื ความ จรงิ เปน อยอู ยา งน้ี ไมใ ชน กึ อยากจะนอนกน็ อน หรอื นกึ อยากจะเดนิ กเ็ ดนิ การเปลย่ี น อริ ยิ าบถตอ งรเู หตผุ ล ฉะนนั้ กอ นเปลย่ี นอริ ยิ าบถ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพจิ ารณาเสยี กอ นวา เปลย่ี นอริ ยิ าบถ เพราะเหตใุ ด เชน นงั่ อยู เมอ่ื ยแลว จงึ ลกุ ขน้ึ เดนิ การทลี่ กุ ขนึ้ เดนิ นน้ั มนสกิ ารอยา งไร ? เมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ ในรปู นง่ั แลว ตอ งมนสกิ ารวา จะเดนิ เพอ่ื แกท กุ ข ถา ไมม นสกิ ารอยา งนี้ กจ็ ะ เขา ใจวา รปู เดนิ เปน สขุ หรอื ถา เปลยี่ นจากเมอ่ื ยมาเปน นอน ถา มนสกิ ารไมถ กู กจ็ ะเหน็ วา รปู นอนเปน สขุ สขุ วปิ ลาสกเ็ ขา อาศยั ในรปู เดนิ หรอื รปู นอน นน้ั ทนั ที

4 - 52 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ดงั นน้ั การเปลยี่ นอริ ยิ าบถ จงึ จำเปน ตอ งรเู หตผุ ลของการเปลย่ี น คอื จะตอ งรดู ว ย ปญ ญาวา ทจ่ี ะตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถนน้ั เพราะอะไร ? ความจรงิ ทตี่ อ งเปลย่ี น เพราะทกุ ขเ กดิ ขน้ึ จงึ ทำใหต อ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถ กำหนด อยา งน้ี จงึ จะไดค วามรทู ถี่ กู ตอ งตรงกบั ความเปน จรงิ เพราะธรรมทง้ั หลายยอ มไหลมาจากเหตุ ฉะนนั้ การทตี่ อ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถ กจ็ ะตอ ง รวู า เพราะเหตอุ ะไรจงึ ตอ งเปลย่ี น เพราะทกุ ขเ กดิ ขนึ้ บบี คน้ั อริ ยิ าบถนน้ั จงึ ตอ งเปลย่ี น ถา รู ทวั่ ไปหมดทกุ อริ ยิ าบถเชน นแ้ี ลว อริ ยิ าบถเหลา นน้ั กไ็ มส ามารถจะปด บงั ทกุ ขไ ด ถา กำหนดรยู งั ไมห มด เชน ตอนแรกทก่ี ำหนดรปู นง่ั เมอ่ื ทกุ ขค วามปวดเมอ่ื ยเกดิ ขน้ึ ทร่ี ปู นง่ั นนั้ กท็ ำใหเ หน็ ทกุ ขใ นรปู นง่ั แตท กุ ขใ นรปู นอนยงั ไมเ หน็ เมอ่ื ยงั ไมเ หน็ กต็ อ งสำคญั วา รปู นอนเปน สขุ ดงั นน้ั ดว ยอำนาจของทฏิ ฐวิ ปิ ลาสซงึ่ สำคญั วา เปน สขุ จงึ เปน ปจ จยั แก ตณั หา ใหย นิ ดใี นรปู นอน อยากไดร ปู นอน ตณั หาและทฏิ ฐกิ เ็ ขา อาศยั ในรปู นอนนนั้ ฉะนน้ั เวลานอน จงึ ใหก ำหนดดทู รี่ ปู นอนดว ย โดยตามไปดวู า รปู นอน เปน ความ สขุ จรงิ อยา งทเี่ ขา ใจหรอื เปลา เมอื่ ตามดรู ปู ทนี่ อนแลว สกั ครเู ดยี วเทา นนั้ รปู นอนกจ็ ะเปน ทกุ ขข น้ึ มาอกี ความ เขา ใจผดิ ทวี่ า รปู นอนเปน สขุ ในตอนแรกกจ็ ะหายไป และสขุ วปิ ลาสนนั้ หายไปดว ย แลว กจ็ ะเหน็ ทกุ ขใ นขณะนอนนน้ั วา แมร ปู นอนกเ็ ปน ทกุ ขเ หมอื นกนั ถา หากวา ยงั มอี ริ ยิ าบถใดทยี่ งั ไมไ ดต ามดจู นถถี่ ว น ตณั หาและทฏิ ฐกิ ย็ งั เขา อาศยั ใน อริ ยิ าบถนนั้ ได และความสำคญั วา เปน เรา เปน ตวั ตนของเรา กต็ อ งเกดิ ขนึ้ ในอริ ยิ าบถนนั้ ๆ เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ งตามกำหนดดทู กุ ๆ รปู อริ ยิ าบถ ถา ไมต ามดโู ดยถถี่ ว นจรงิ ๆ แลว ปญ ญา ก็เกิดไมได เมอ่ื ตามกำหนดไปทกุ รปู อริ ยิ าบถจนหมดแลว กจ็ ะเหน็ วา รปู อริ ยิ าบถทงั้ เกา และใหม เปน ทกุ ข ทวี่ า จะตอ งเหน็ ทกุ ขใ นอริ ยิ าบถเกา กอ นดว ยอำนาจของทกุ ขเวทนา เพราะฉะนนั้ จงึ ไมค วรจำกดั เวลาวา ตอ งนง่ั หรอื ตอ งเดนิ นานกน่ี าทหี รอื กชี่ วั่ โมง เพราะความสำคญั อยทู ี่ ตอ งการจะรเู หตผุ ล ถา พยายามตามรเู หตผุ ลนนั้ แลว กอ็ าจเปลยี่ นอริ ยิ าบถภายใน ๕ หรอื ๑๐ นาที ตามแตเ หตผุ ลทจ่ี ะตอ งเปลยี่ น

4 - 53 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอ่ื สามารถกำหนดรเู หตผุ ลไดบ อ ยๆ ปญ ญากย็ อ มจะรคู วามจรงิ ไดเ รว็ เพราะวา เมอื่ ดมู าก กเ็ หน็ มากและรมู าก ผลทเ่ี กดิ อยา งนี้ ไมจ ำเปน ตอ งจำกดั เวลา เมอื่ ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ จงึ ตอ งเปลยี่ น และกต็ อ งรดู ว ยวา รปู อะไรเปน ทกุ ข รปู นงั่ หรอื รปู นอน รปู ยนื หรอื รปู เดนิ เปน ทกุ ข ขอ นเี้ ปน ความสำคญั มาก โดยเหตนุ ี้ การทใ่ี หก ำหนดรวู า รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื รปู เดนิ นนั้ กเ็ พราะวา ถา ไมก ำหนดรอู ริ ยิ าบถนน้ั ๆ วา เปน รปู อะไรแลว กจ็ ะไมร วู า ใครนงั่ ใครนอน ใครยนื ใครเดนิ เมอ่ื ไมร เู ชน นี้ กต็ อ งสำคญั วา เปน เรานง่ั เรานอน เรายนื เราเดนิ และเมอ่ื ทกุ ข เกดิ ขน้ึ ในอริ ยิ าบถนน้ั ๆ กส็ ำคญั วา เราเปน ทกุ ข เอาเราซงึ่ เปน ตวั อตั ตวปิ ลาสออกไมไ ด เพราะ วา เมอ่ื ไมร วู า นง่ั เปน รปู กไ็ มร วู า ใครเปน ทกุ ข เมอ่ื ไมร สู กึ วา รปู เปน ทกุ ข กต็ อ งเขา ใจวา เราเปน ทกุ ข อตั ตวปิ ลาสกไ็ มอ อก เพราะยงั มคี วามสำคญั วา เราเปน ทกุ ข คอื ยงั ไมม รี ปู ใด นามใดแสดงวา เปน ทกุ ขใ หเ หน็ ประจกั ษช ดั ลงไป กย็ งั เอาอตั ตวปิ ลาสออกไมไ ด เพราะเหตนุ ้ี การกำหนดอริ ยิ าบถทกุ ๆ อริ ยิ าบถ จงึ ตอ งมคี วามรสู กึ ตวั วา กำลงั กำหนดรปู อะไรอยู ขอ นเ้ี ปน ความสำคญั มาก มฉิ ะนน้ั จะทำลายกเิ ลสความเหน็ ผดิ วา เปน ตวั ตนออกไมไ ด ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะทกุ ข เมอ่ื พจิ ารณารวู า ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะทกุ ขแ ลว กต็ อ งพจิ ารณาตอ ไปอกี วา การเปลยี่ นอริ ยิ าบถนน้ั เพอ่ื อะไร กร็ ตู อ ไปวา ทเ่ี ปลย่ี นนน้ั เพอ่ื แกท กุ ข ไมใ ชเ พอ่ื หาความสขุ ถา กำหนดยงั ไมถ ถี่ ว น กจ็ ะเขา ใจวา เปลยี่ นเพอ่ื ใหไ ดค วามสขุ การรเู ชน นเ้ี ปน ปญ ญาอยา งหนงึ่ ชอ่ื วา สาตถกสมั ปชญั ญะ คอื ปญ ญาทรี่ วู า การทำเชน นน้ั เพอ่ื ประโยชนอ ะไร เมอ่ื รวู า ตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถทงั้ หลายเพอ่ื แกท กุ ขแ ลว ควรหรอื ทจ่ี ะเหน็ วา การทต่ี อ ง แกท กุ ขอ ยเู สมอๆ นนั้ เปน ความสขุ กจ็ ะเหน็ วา ทต่ี อ งแกไ ขหรอื ตอ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถใหม ไมใ ช ความสขุ เลย ทต่ี อ งเปลย่ี นกเ็ พราะทกุ ขบ งั คบั ใหต อ งเปลยี่ น ถงึ แมไ มอ ยากจะเปลยี่ นกต็ อ งเปลยี่ น ในการที่ตอ งฝนใจเปลย่ี นนี้เอง อิริยาบถใหมจ ึงไมเ ปนทอี่ าศยั ของตณั หา เพราะไม

4 - 54 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เปลย่ี นไมไ ด ถกู บงั คบั ใหต อ งเปลย่ี น ถา เหน็ วา ตอ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถเพราะถกู ทกุ ขบ งั คบั เชน นี้ ความตอ งการในอริ ยิ าบถ ใหม คอื ตวั ตณั หาและทฏิ ฐทิ เี่ คยตอ งการอริ ยิ าบถใหม กจ็ ะเขา อาศยั ไมไ ด เพราะวา รแู ลว ดจู นถถ่ี ว นแลว ทงั้ อริ ยิ าบถใหมแ ละอริ ยิ าบถเกา ไมม คี วามสขุ เลย การพจิ ารณาอริ ยิ าบถทำลายสงิ่ ปด บงั ทกุ ข เมอื่ รเู ชน นี้ การพจิ ารณาอริ ยิ าบถกย็ อ มทำลายวปิ ลาสธรรม ซงึ่ เปน ตวั ปด ทกุ ข เมอ่ื สงิ่ ทปี่ ด บงั ทกุ ขถ กู ทำลายไปอยา งน้ี วปิ ลาสทส่ี ำคญั วา สขุ กจ็ ะหมดไป เมื่อความสำคัญวาสุข ถูกทำลายลงไปแลว ความรูวาเปนทุกข ก็จะเขามาแทนท่ี การรเู ชน นี้ เปน ความรทู ถ่ี กู ตอ งตามความเปน จรงิ ไมใ ชว ปิ ลาส เพราะวา ทกุ ขเ ปน ของจรงิ ทกุ ขเ ปน ตวั สจั จธรรม นเี่ ปน นยั ของการกำหนดอริ ยิ าบถทท่ี ำลายเครอื่ งปด บงั ทกุ ข ไมต อ งเปลยี่ นการกำหนดอารมณ ขณะทก่ี ำหนดดรู ปู อริ ยิ าบถใดอริ ยิ าบถหนงึ่ อยนู นั้ เมอื่ รวู า ฟงุ ไป กไ็ มต อ งกำหนด นามฟงุ แตใ หม ากำหนดดรู ปู อริ ยิ าบถนน้ั ๆ เสยี ใหม อปุ มาเหมอื นการหดั ขรี่ ถจกั รยาน เมอ่ื แรกหดั ใหมๆ กเ็ ปน ธรรมดาทจ่ี ะตอ งลม เพราะยงั ไมช ำนาญ เมอื่ ลม แลว จะทำอยา งไร กต็ อ ง จบั รถทล่ี ม นนั้ ขน้ึ มาหดั ขใ่ี หม ไมใ ชว า เมอ่ื ลม แลว ไปตอ งการรถคนั อนื่ มาเปลยี่ นใหมเ รอ่ื ย ไป จะตอ งยกรถคนั เดมิ นนั้ แหละขน้ึ มาหดั ขตี่ อ ไปใหม ผเู จรญิ วปิ ส สนาทฝี่ ก ใหมก เ็ ชน เดยี ว กนั จะตอ งหดั ทำไปเชน เดยี วกนั นี้ คอื เมอ่ื รวู า จติ ตกไปหรอื หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กใ็ ห กลบั มาตงั้ ทอ่ี ารมณป จ จบุ นั ทกี่ ำลงั กำหนดนนั้ เสยี ใหมเ ทา นนั้ เอง จรงิ อยู ฟงุ นนั้ กเ็ ปน ปรมตั ถ เปน นามธรรม และกเ็ ปน ปจ จบุ นั ธรรมดว ย แตผ ปู ฏบิ ัติ ใหมๆ ไมค วรยา ยอารมณไ ปดนู ามฟงุ เพราะรปู เปน ของหยาบ ดงู า ย เหน็ งา ย ผปู ฏบิ ัตใิ หม ปญ ญานอ ย จะไปดขู องละเอยี ด คอื นามนนั้ ดยู ากเหน็ ยาก และรปู อริ ยิ าบถกเ็ ปน ปรมตั ถ อยแู ลว และเปน ปจ จบุ นั อยเู ชน เดยี วกนั

4 - 55 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การกำหนดอริ ยิ าบถ ๔ น้ี ใหก ำหนดรปู ใดรปู หนง่ึ ทเ่ี ปน ปจ จบุ นั เรอ่ื ยไป ถา ไมม ี เหตผุ ลอนื่ ใดมาทำใหต อ งเปลย่ี นแลว กไ็ มต อ งเปลยี่ น ถา ผปู ฏบิ ตั กิ ำหนดอริ ยิ าบถไดป จ จบุ นั มากเขา ฟงุ กไ็ มเ กดิ เพราะฟงุ นนั้ อาศยั อดตี อนาคตเขา มา ถา ปจ จบุ นั ตง้ั อยแู ลว ทอี่ ริ ยิ าบถ ฟงุ ทม่ี แี ตอ ดตี อนาคตเทา นนั้ กเ็ ขา ไมไ ด ขอ สำคญั นน้ั อยทู วี่ า ผปู ฏบิ ตั ริ ตู วั หรอื เปลา วา ฟงุ ถา ไมร ู การปฏบิ ตั นิ น้ั กห็ ลดุ ไปแลว จากอารมณป จ จบุ นั การฝก บอ ยๆ ทำบอ ยๆ มนสกิ ารบอ ยๆ จงึ จะรวู า จติ ตกไปหรอื หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั แลว กก็ ลบั มาตง้ั อยทู อี่ ริ ยิ าบถทเี่ ปน ปจ จบุ นั เสยี ใหม ไมย ากเลย อนงึ่ อารมณป จ จบุ นั เปน ความสำคญั ทส่ี ดุ ของการเจรญิ วปิ ส สนา ทจี่ ะกนั อภชิ ฌาและ โทมนสั มใิ หเ กดิ ขน้ึ อารมณป จ จบุ นั หมายถงึ รปู นามทเ่ี กดิ ขนึ้ เฉพาะหนา โดยทอ่ี ารมณน นั้ เกดิ ขนึ้ เอง และผปู ฏบิ ตั ติ ามดอู ารมณน นั้ ถา อารมณใ ดเกดิ ขน้ึ ดว ยความปรารถนาของผปู ฏบิ ตั ิ อารมณน นั้ กจ็ ะกนั กเิ ลสไมไ ดเ ลย เพราะเกิดขึ้นดวยอำนาจของตัณหาซ่ึงเปนตัวกิเลส เชน เมื่อตองการความสงบ จึงทำ ความเพยี ร ไมว า จะกำหนดอะไรกต็ าม ใจกเ็ พง อยู หรอื ตอ งการอยใู นความสงบ แลว ความ สงบกเ็ กดิ ขน้ึ เปน ตน ทเ่ี ปน เชน นเี้ พราะวา เมอื่ จติ มงุ ไปเพอื่ ความสงบ ความสงบกเ็ กดิ ขนึ้ ไดจริงๆ แตวาไมสามารถจะเห็นความจริงคือไตรลักษณ ซ่ึงเปนอารมณของวิปสสนาได ทง้ั น้ี กเ็ พราะวปิ ลาสตามเขา ไปในความสงบ โดยเหน็ วา ความสงบนเ้ี ปน สขุ จรงิ หนอ กท็ ำ ใหย นิ ดพี อใจในความสงบนนั้ เมอื่ วปิ ลาสตามเขา ไปครอบคลมุ อารมณส งบแลว กจ็ ะไมเ หน็ เลยวา อารมณท ส่ี งบ เปน ทกุ ข หรอื ไมเ ทย่ี ง หรอื ไมใ ชต วั ตน ได เพราะความสงบทเี่ กดิ ขนึ้ นน้ั เปน ไปดว ยอำนาจ ของวปิ ลาสทผี่ ปู ฏบิ ตั ติ อ งการ โดยผปู ฏบิ ตั ไิ มเขา ใจวา ความสงบนนั้ กม็ ไี มเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข ไมใ ชต วั ตน เหมอื นกนั ไมม สี าระอะไรดกี วา ความฟงุ ซา นหรอื อทุ ธจั จะเลย อนงึ่ ผปู ฏบิ ตั คิ วรทราบวา อารมณใ ดทผ่ี ปู ฏบิ ตั ทิ ำขน้ึ อารมณน น้ั ไมใ ชข องจรงิ เมอ่ื สรา งขนึ้ แลว จะกำหนดใหร คู วามจรงิ จากอารมณท สี่ รา งขน้ึ นน้ั ไมไ ด เพราะอารมณท ส่ี รา ง

4 - 56 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ขนึ้ ดว ยอำนาจของความตอ งการซงึ่ เปน ตวั กเิ ลส จะเปน เครอื่ งปด บงั ทำใหไ มส ามารถทจี่ ะได ความจรงิ ในอารมณน น้ั อารมณท จี่ ะใหค วามจรงิ ได ตอ งเปน อารมณป จ จบุ นั ทเี่ กดิ ขน้ึ เอง เชน อริ ยิ าบถตา งๆ นน้ั แมว า เราไมต อ งการจะพลกิ แตก ต็ อ งพลกิ ตอ งเปลย่ี น เพราะอะไร เพราะเมอ่ื ทกุ ขเ กดิ ขน้ึ กต็ อ งพลกิ ตอ งเปลย่ี นไปเอง ไมพ ลกิ หรอื ไมเ ปลย่ี นไมไ ด และทกุ ขน น้ั ไมใ ชเ กดิ ขน้ึ เพราะ ความตอ งการของเรา แตเ กดิ ขนึ้ เอง ฉะนั้น อารมณที่เกิดขึ้นเองโดยไมไดเกิดจากความตองการ จึงเปนอารมณปจจุบัน เพราะไมเ ปน ทอ่ี าศยั ของกเิ ลสตณั หา การใหมีสติตามดู ตามรู เชนนี้ ก็เพ่ือกันมิใหกิเลสเขาอาศัยในอารมณน้ัน คือมี ความรสู กึ ตวั กำหนดทอ่ี ารมณน น้ั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะ กเิ ลสจงึ จะเขา อาศยั ในอารมณน น้ั ไมไ ด แตก เิ ลสอาจจะเขา อาศยั อารมณน นั้ กต็ อ ภายหลงั ฉะนน้ั ถา มกี ารสำรวมหรอื สงั วร กจ็ ะกนั กเิ ลสไมใ หอ าศยั อารมณน นั้ ๆ ไดต ลอดไป เมอ่ื กเิ ลสอาศยั ไมไ ด จงึ จะไดค วามจรงิ ของอารมณน นั้ ดงั นนั้ อารมณป จ จบุ นั จงึ เปน ความสำคญั ของการเจรญิ วปิ ส สนา ผปู ฏบิ ตั ติ อ งเขา ใจ ในอารมณป จ จบุ นั และตอ งเขา ใจจบั อารมณป จ จบุ นั ดว ย บางทผี ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ทกี่ ำหนดอยนู น้ั เปน อารมณป จ จบุ นั แตค วามจรงิ ไมใ ช เพราะ อารมณป จ จบุ นั มเี พยี งพรบิ ตาเดยี วเทา นน้ั เหมอื นกบั การจบั ปลาในน้ำ คอื คดิ วา จะจบั ได เพราะวา เหมอื นกบั การวา ยนงิ่ ๆ อยู กใ็ ชม อื ตะครบุ ลงไปจะจบั ใหไ ดอ ยา งนี้ บางทกี ห็ ลดุ ไป ขา งหนา บา ง ขา งหลงั บา ง ดังน้ัน การจับอารมณปจจุบันจึงไมใชของงาย เพราะกิเลสคอยฉุดไปขางหนาบาง ฉดุ ไป ขา งหลงั บา ง จงึ เปน เหตใุ หเ กดิ อภชิ ฌาและโทมนสั จงึ จำเปน ตอ งเขา ใจอารมณป จ จบุ นั วา คอื อยา งไร และตอ งเขา ใจในการจบั อารมณป จ จบุ นั ไดถ กู ตอ งดว ย โดยมาก ผปู ฏบิ ตั ไิ มไ ดด อู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั เชน กำลงั พจิ ารณาอริ ยิ าบถนงั่ ซง่ึ เปน อารมณปจจุบันที่กำลังเกิดข้ึนอยูเดี๋ยวเดียวเทานั้นก็จริงอยู แตวาจิตใจที่กำลังจับอารมณ

4 - 57 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ปจ จบุ นั นนั้ เคลอื่ นไปหาความสงบ คอื มงุ ไปหาความสงบ หาใชก ำหนดดคู วามจรงิ หรอื ตอ ง การจะรคู วามจรงิ ของอารมณ คอื รปู นง่ั นน้ั ไม กลายเปน ดเู พอ่ื หาความสงบ ซง่ึ ไมม ใี นเวลา นนั้ การดหู รอื การกำหนดกเ็ คลอ่ื นไปแลว คอื ไมไ ดด อู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั นนั้ แลว เพราะ ฉะนน้ั จงึ ตอ งเขา ใจวา อารมณป จ จบุ นั คอื อะไร ? และจะตอ งเขา ใจดว ยวา จติ ทจ่ี บั อารมณป จ จบุ นั นนั้ มี ลกั ษณะอยา งไร ? และถา จติ หลดุ จากอารมณป จ จบุ นั มลี กั ษณะอยา งไร ? เรอ่ื งนต้ี อ งมี ความสงั เกต มฉิ ะนนั้ เมอื่ จติ หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กจ็ ะหลดุ ไปเรอ่ื ยๆ โดยไมร ตู วั วา ไมไ ดจ บั อยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั ทำใหเ สยี เวลาไปเปลา ๆ ถา หากรวู า หลดุ ไปจากอารมณป จ จบุ นั กจ็ ะไดก ลบั มารอู ยทู อ่ี ารมณป จ จบุ นั ไดต อ เนอ่ื ง กนั นานๆ ทำใหม โี อกาสทจ่ี ะเหน็ ความจรงิ ได การพจิ ารณากจิ อน่ื ระหวา งการปฏบิ ตั ิ นอกจากการพจิ ารณาอริ ยิ าบถนง่ั นอน ยนื เดนิ ทมี่ อี ยเู ปน ประจำแลว ผปู ฏบิ ตั ยิ งั มคี วามจำเปน ทจ่ี ะตอ งทำกจิ อน่ื ในระหวา งการปฏบิ ตั ิ เชน กนิ อาหาร อาบน้ำ ถา ยอจุ จาระ ปส สาวะ เหลา นกี้ ต็ อ งมกี ารพจิ ารณาดว ย การพจิ ารณาเวลากนิ อาหาร๒๔ ถา ไมห าวธิ กี นั กเิ ลสเสยี กอ น ตณั หาและทฏิ ฐกิ อ็ าจเขา อาศยั ในอารมณน นั้ ได เพราะฉะนน้ั จะตอ งพจิ ารณาเวลาทกี่ นิ อาหารนนั้ วา กนิ ทำไม ? ตอ งไมก นิ เพราะ อยากกนิ หรอื อยากอรอ ย แตต อ งพจิ ารณาวา จะตอ งกนิ ดว ยเหตเุ พอ่ื ใหร า งกายนด้ี ำรง อยไู ด จะใหก ายดำรงอยเู พอ่ื อะไร ? เพอื่ จะไดเ ปน ทอ่ี าศยั ทำกจิ ในการทำพระนพิ พานทย่ี งั ไมแ จง ใหส ำเรจ็ ลลุ ว งไป หรอื เพอ่ื แกท กุ ขท เี่ กดิ ขนึ้ จากความหวิ เทา นนั้ การพจิ ารณาเปน สง่ิ จำเปน มฉิ ะนน้ั จะกนั กเิ ลสไมไ ด ถา กนิ เพอื่ แกท กุ ขจ ากความหวิ แลว แมอ าหารไมอ รอ ยกแ็ กห วิ ได ถา กนิ โดยไมพ จิ ารณาแลว เวลาไมอ รอ ย โทสกเิ ลสกจ็ ะ เขา อาศยั เวลาอรอ ย โลภกเิ ลส กเ็ ขา อาศยั การกนิ อาหารนนั้ กย็ อ มจะเปน ไปกบั กเิ ลส ๒๔ ตามนยั ในพระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๒๓ องั คตุ ตรนกิ าย อฏั ฐกนบิ าต ขอ ๙๙ หนา ๑๖๘-๑๗๐.

4 - 58 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เรอ่ื ยไป ไมพ น กเิ ลสเลย กเิ ลสกจ็ ะสรา งสรรคท กุ ขใ หต อ ไป หาใชก นิ เพอื่ ออกจากทกุ ขไ ม ดังนั้น การเจริญวิปสสนา เม่ือเวลาจะกินอาหาร ก็ตองพิจารณาใหรูเหตุผลดวย ทกุ ครงั้ ไป การอาบนำ้ กต็ อ งพจิ ารณาใหร วู า เพอ่ื แกท กุ ข เวลาจะใชบ าตร ใชจ วี ร กต็ อ งพจิ ารณา เพอื่ แกท กุ ข ไมใ ชน งุ หม เพอื่ สวยงาม แตน งุ หม เพอื่ ปอ งกนั หนาวกนั แดดกนั ลม หรอื กนั ยงุ เหลอื บ รน้ิ ไร เปน ตน เพราะถา มสี งิ่ รบกวนอยา งนน้ั กจิ ทพ่ี งึ ทำกจ็ ะตกไป ไมส ำเรจ็ คอื วา จะทำอะไรๆ ทุกอยาง ตองมุงเพื่อทำพระนิพพานใหแจงทั้งสิ้น หรือใหถึงความพนทุกข ทง้ั ปวง เวลาถา ยอจุ จาระหรอื ปส สาวะ กต็ อ งพจิ ารณาเหมอื นกนั วา เพราะอะไร ? เพราะ ทกุ ขเ กดิ ขนึ้ แลว จงึ ตอ งแกท กุ ข การพจิ ารณาอริ ยิ าบถยอ ย สำหรบั การพจิ ารณาอริ ยิ าบถยอ ยอนื่ ๆ ในสมั ปชญั ญะบรรพนน้ั มเี กยี่ วขอ งในอริ ยิ าบถ ๔ อยแู ลว เชน การกำหนดรปู นงั่ เวลาจะพลกิ ตวั หรอื ลกุ ขนึ้ ยนื ถา ไมม อี ริ ยิ าบถยอ ยแลว กพ็ ลกิ ไมไ ดห รอื ลกุ ขน้ึ ยนื ไมไ ด ถา ยนื อยแู ลว จะนง่ั ถา ไมม อี ริ ยิ าบถยอ ยชว ย กน็ ง่ั ไมไ ด จะทำ อะไรๆ ทกุ อยา งจะตอ งมอี ริ ยิ าบถยอ ยอยดู ว ยทงั้ นน้ั ในอริ ยิ าบถใหญ ถา กำหนดอริ ยิ าบถใหญ กอ น และอริ ยิ าบถใหญช ดั เจนดแี ลว กจ็ ะรถู งึ อริ ยิ าบถยอ ยดว ย อริ ยิ าบถยอ ยเปน สงั ขารทกุ ข อริ ยิ าบถยอ ยนนั้ ชว ยแกท กุ ขข องอริ ยิ าบถใหญ อริ ยิ าบถยอ ยกเ็ ปน ทกุ ขเ หมอื นกนั คอื เปน สงั ขารทกุ ข อริ ยิ าบถใหญเ ปน ทกุ ขเวทนา อปุ มาเหมอื นคนปว ย อริ ยิ าบถยอ ยเหมอื น คนพยาบาล คนพยาบาลก็เปนทุกขเหมือนกัน เพราะตองคอยพยุงคนปวยใหลุก ใหนั่ง ใหพ ลกิ ตวั เปน ตน มฉิ ะนน้ั คนปว ยไมอ าจพลกิ ตวั เปลยี่ นอริ ยิ าบถได แตผ ปู ฏบิ ตั ใิ หมย งั ไมตองสนใจในอิริยาบถยอยใหมากนัก เพราะเมื่อกำหนดอิริยาบถใหญชัดเจนดีแลว อริ ยิ าบถยอ ยนก้ี จ็ ะรไู ปเอง

4 - 59 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม เมอื่ พจิ ารณารปู อริ ยิ าบถใหญ และอริ ยิ าบถยอ ยอยา งนมี้ ากๆ เขา พอกำหนดลงไป ไมว า จะเปน อารมณอ ะไร เชน เวลานงั่ กร็ วู า เปน รปู นง่ั ไมใ ชเ รานงั่ เวลานอนกร็ วู า เปน รปู นอน ไมใ ชเ รานอน เปน ตน และทรี่ วู าเปน รปู นงั่ รปู นอน รปู ยนื หรอื รปู เดนิ นนั้ เปน นามรู ไมใ ชเ รารู เปน ปญ ญารู คอื รสู กั แตว า เปน นาม เปน รปู ทงั้ นนั้ รเู ชน นี้ จงึ จะทำลาย ความเหน็ ผดิ วา เปน เรานงั่ เรานอน เรายนื เราเดนิ หรอื เรารู ได เวลาทพี่ จิ ารณาอารมณ จติ ใจกร็ วู า มแี ตน ามกบั รปู เทา นนั้ จะดรู ปู อริ ยิ าบถอะไรกร็ ู วา เปน รปู นน้ั ๆ จะดนู ามทร่ี รู ปู อะไร กร็ วู า เปน นามนน้ั ๆ ทกุ อยา งทดี่ นู นั้ ลว นแตเ ปน นาม เปน รปู ไปหมด ไมม ใี ครเปน ตวั เปน ตน หรอื เปน ผหู ญงิ ผชู ายมา เปน ผนู งั่ ผนู อน ผยู นื ผเู ดนิ และไมมีใครคนใดคนหนึ่งมาเปนผูรูผูเปนอยางนั้น การเห็นอยางนี้ วิปสสนาเรียกวา นามรปู ปรจิ เฉทญาณ ซง่ึ เปน ญาณขน้ั ตน เพราะไดเ หน็ ความกระจดั กระจายออกไป เปน นามเปนรูปไปหมด ผูปฏิบัติตองรูอยางนี้ และอัตตวิปลลาสที่สำคัญวา ‘เรา’ ไมมีแลว ไมอ าศยั อยใู นความรสู กึ นน้ั แลว ญาณ คอื ความรสู กึ อนั เกดิ จากการทป่ี ญ ญาเขา ไปเหน็ ความจรงิ นี้ ในวสิ ทุ ธิ ๗ ทา นเรยี กวา ทฏิ ฐวิ สิ ทุ ธิ คอื ความเหน็ ถกู ตอ งตรงกบั ความเปน จรงิ โดยไมเ จอื ดว ยความเหน็ ผดิ ทเ่ี คยเขา ใจหรอื เคยเหน็ สำคญั วา ‘เปน เรา’ หรอื ‘เปน ตวั เปน ตนของเรา’ หรือ ‘มีเรา’ เปนตน ความเห็นผิดจะไมมีเลย แตก็ยังไมเขาถึงไตรลักษณ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งกำหนดนามรปู นนั้ แหละเปน อารมณต อ ไปอกี แลว จะเหน็ ไตรลกั ษณ ซง่ึ มี ความไมเ ทย่ี งเปน ตน ได เม่ือปฏิบัติตามสติปฏฐาน จนไดนามรูปขึ้นสูอารมณแลว ก็นับไดวากรรมฐานของ วปิ ส สนาเกดิ แลว และรวู า นามรปู ทกี่ ำหนดดอู ยนู น้ั ไมใ ชน ามรปู ทร่ี โู ดยปรยิ ตั ิ เชน ผทู เี่ คย เรยี นปรยิ ตั มิ าแลว กต็ อบไดว า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม แตว า เวลานง่ั เวลานอน เปน ตน กไ็ มร วู า ขณะทกี่ ำลงั นง่ั อยู หรอื กำลงั นอนอยนู นั้ วา เปน รปู หรอื เปน นาม กจ็ ะตอ งเหน็ วา เปน ‘เรานงั่ ’ ‘เรานอน’ ทกุ ทไี ป ทงั้ ๆ ทร่ี โู ดยปรยิ ตั วิ า อะไรเปน นาม อะไรเปน รปู ฉะนน้ั การรโู ดยปฏบิ ตั กิ บั รโู ดยปรยิ ตั นิ น้ั ตา งกนั ผปู ฏบิ ตั จิ ะไดน ามรปู เปน อารมณ อยา งทไี่ ดม าจาก นามรปู ปรจิ เฉทญาณนน้ั จงึ ไมใ ชข องงา ยเลย และนก่ี เ็ ปน ขน้ั แรกทไี่ ดจ ากการเจรญิ วปิ ส สนา เมอ่ื นามรปู เกดิ ขนึ้ สอู ารมณช ดั เจนแลว ผปู ฏบิ ตั กิ เ็ พง นามรปู นน้ั ตอ ไปอกี เวลานนั้

4 - 60 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ยงั ไมไ ดก ำหนดรวู า นามรปู นเี้ ปน ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั เปน แตเ พยี งรวู า อะไรเปน รปู อะไร เปน นาม เทา นนั้ เมอื่ กำหนดนามรปู ตอ ไปมากๆ เขา กจ็ ะรเู หตปุ จ จยั ทใี่ หเ กดิ นามรปู ที่ กำลงั ดอู ยนู น้ั เชน รปู อยา งนเี้ กดิ ขนึ้ เพราะนามอยา งนน้ั เปน ปจ จยั นามรปู ทเี่ กดิ ขนึ้ เพราะ ปจ จยั กจ็ ะปรากฏ เพราะการตามกำหนดดอู ยอู ยา งนี้ การเหน็ ปจ จยั ซง่ึ กนั และกนั ของ นามรปู จงึ ปรากฏขน้ึ แกผ ปู ฏบิ ตั ิ กอนหนานั้น แมผูปฏิบัติจะเห็นนามรูปก็จริงอยู แตวาการเห็นนามรูปตอนน้ันยัง ไมร วู า นามรปู เกดิ ขน้ึ มาไดอ ยา งไร มมี าจากไหน อาจจะไมร อู ยา งน้ี กอ็ าจคดิ วา พระเจา บันดาลใหเปนไปอยางในศาสนาอื่น ปญญาอยางน้ัน ไมช่ือวาเขาถึงปจจยปริคคหญาณ แตเม่ือเขาถึงปจจยปริคคหญาณแลว จึงรูวานามรูปไมไดเกิดจากการบันดาลของใคร แตเกิดขึ้นดวยอำนาจของปจจัยทั้งนั้น นามกับรูปตางก็เปนปจจัยซึ่งกันและกันอยางน้ี เมอื่ เหน็ ดงั นนั้ ความสงสยั ทว่ี า นามรปู เกดิ ขน้ึ เพราะอะไร กจ็ ะหมดไป หรอื ความสงสยั วา คงจะมผี บู นั ดาลใหน ามรปู เกดิ ขนึ้ กจ็ ะหมดไป การเหน็ อยา งนี้ วปิ ส สนาเรยี กวา ปจ จย- ปรคิ คหญาณ และความรสู กึ อยา งน้ี ในวสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา กงั ขาวติ รณวสิ ทุ ธิ แตต อนน้ี ผปู ฏบิ ตั จิ ะรเู พยี งปจ จยั แหง การเกดิ ขนึ้ ของนามรปู เทา นน้ั สว นการดบั ของ นามรปู นน้ั ยงั ไมเ หน็ เพราะสนั ตตขิ องนามรปู ยงั ไมข าด นามรปู เกดิ เรว็ ดบั เรว็ ตดิ ตอ กนั ไม ขาดสาย และปญ ญาของผปู ฏบิ ตั ยิ งั หยาบอยู ยงั ไมพ อทจ่ี ะเขา ถงึ ปญ ญาทเี่ หน็ ความดบั ของนามรปู ได ตอ งตามดนู ามรปู นน้ั ตอ ไปอกี แลว จงึ จะเหน็ ความดบั ของนามรปู แตว า ความดบั ของนามรปู ในขน้ั นกี้ ไ็ มใ ชส นั ตตขิ าด เชน ในเวลาทน่ี งั่ อยู เมอ่ื เปลย่ี นอริ ยิ าบถนงั่ กจ็ ะเหน็ อริ ยิ าบถนง่ั นนั้ ดบั หรอื ในเวลายนื เมอ่ื เลกิ ยนื แลว รปู ยนื กห็ มดไป รปู นง่ั กเ็ กดิ ขน้ึ มาแทน จงึ เหน็ วา รปู ยนื ไมเ ทย่ี ง ตอนแรกกจ็ ะเหน็ ดว ยไปอยา งนกี้ อ น คอื เหน็ วา รปู นนั้ หมด ไปแลว ตอ เมอ่ื เหน็ รปู ใหมเ กดิ ขนึ้ แทน ยงั ไมส ามารถเหน็ โดยปจ จบุ นั ในรปู นนั้ ทย่ี งั ไมเ ปลย่ี น ได เพราะการเหน็ ตอ เมอ่ื รปู เดมิ หมดไปแลว การเหน็ นนั้ ยงั ไมเ ปน ปจ จบุ นั คอื เหน็ วา รปู นงั่ ดบั ไป ตอ เมอ่ื รปู นง่ั หมดไปแลว หาไดเ หน็ รปู นง่ั ดบั ในขณะทย่ี งั กำลงั นงั่ อยไู ม ถา เหน็ รปู นงั่ โดยสนั ตตตขิ าด จะตอ งเหน็ ในขณะทก่ี ำลงั นงั่ อยนู น่ั เอง อยา งนจี้ งึ จะแนน อน แตข นั้ แรกกต็ อ งเปน ไปตามนน้ั กอ น

4 - 61 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเหน็ อยา งนี้ กจ็ ะรไู ปถงึ อดตี อนาคตดว ยวา ถงึ แมอ ดตี และอนาคตกต็ อ งเปน อยา ง นเ้ี หมอื นกนั ไมส งสยั เลย ทกี่ ลา วมานี้ เปน เพยี งรวบรวมใจความยอ ๆ ในอารมณข ณะปฏบิ ตั ิ เฉพาะสว นทจี่ ะรู ไดใ นเวลากำลงั ปฏบิ ตั อิ ยเู ทา นนั้ การเหน็ อยา งนี้ วปิ ส สนาเรยี กวา สมั มสั สนญาณ คอื ญาณทเี่ ขา ไปเหน็ รปู นามนไ้ี มเ ทย่ี ง แตว า การเหน็ นนั้ เปน อดตี เพราะวา หมดไปแลว จงึ เหน็ ไมใ ชเ หน็ ความดบั ในระหวา งทร่ี ปู นน้ั ยงั ตงั้ อยู แตก เ็ รยี กวา เหน็ ไตรลกั ษณเ หมอื นกนั เพราะ เหน็ วา ไมเ ทยี่ ง เหน็ เกดิ ดบั เหมอื นกนั แตว า ยงั ไมใ ชป จ จบุ นั ความรสู กึ ยงั ไมแ รงพอทจ่ี ะ ลบลา งความเขา ใจผดิ ทฝ่ี ง อยใู นสนั ดานออกได เม่ือผูปฏิบัติกำหนดนามรูปตอไป ปญญาก็กลาขึ้น หรือจิตละเอียดข้ึน ย่ิงตามดู นามรูปมากเขา จิตก็ไดอารมณปจจุบันมากเขา โดยเพงนามรูปที่เปนอารมณปจจุบันอยู ไมต กไปในทอี่ นื่ แลว ในนามรปู นน้ั เองกจ็ ะแสดงความเกดิ ขน้ึ และดบั ไปในนามเดยี วหรอื รปู เดยี ว และกาลเดยี วกนั คอื ในปจ จบุ นั กาลเทา นัน้ โดยเหน็ ทงั้ เกดิ และดบั ในอารมณเ ดยี วกนั ใน นามหรอื รปู เดยี วกนั ปญ ญาความรอู ยา งน้ี วปิ ส สนาเรยี กวา อทุ ยพั พยญาณ เปน การ รวบรวมอารมณข องญาณทงั้ ๓ ในตอนตน ๆ ทง้ั หมด มาอยใู นอทุ ยพั พยญาณน้ี คอื เหน็ รปู นามทง้ั เกดิ และดบั ในอารมณเ ดยี วกนั อทุ ยพั พยญาณเปน ญาณทส่ี ำคญั มาก สนั ตตขิ าดทญ่ี าณน้ี ฉะนน้ั การเหน็ ไมเ ทย่ี ง ในญาณนจี้ งึ ไมเ หมอื นในสมั มสั สนญาณ เปน ความรทู ม่ี นี ำ้ หนกั ผดิ กนั มาก คอื ในอทุ ยพั พยญาณ นน้ั เหน็ ความดบั ของรปู นามในระหวา งทร่ี ปู นามใหมย งั ไมเ กดิ ขน้ึ แทนที่ การเขา ไปรอู ยา ง น้ี เปน ปญ ญาทม่ี คี วามรสู กึ แรงมาก และความรสู กึ อยา งนจ้ี ะกระชากอนสุ ยั กเิ ลสทเี่ หน็ วา เท่ียง เห็นวาเปนสุข เห็นวาเปนตัวเปนตน ออกจากสันดานที่ดองอยูในจิตใจ แตยังเปน ตทังคะอยู คือชั่วขณะหนึ่งๆ เทานั้น ยังไมเปนสมุจเฉท และทุกคร้ังท่ีกำหนด ก็จะ กระชากอนสุ ยั กเิ ลส คอื ความรสู กึ ทเ่ี หน็ วา เปน ตวั เปน ตน ซง่ึ ดองอยใู นสนั ดานนน้ั ออกทกุ คราว ไป ความรสู กึ ในญาณนเี้ ปน ความรสู กึ ทแ่ี รงมาก แมอ าจารยจ ะไมบ อกวา ลกู ศษิ ยร แู ลว ปญ ญาของผปู ฏบิ ตั เิ องกส็ ามารถตดั สนิ ไดว า รแู ลว เหน็ แลว

4 - 62 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม การเกดิ ดบั ของนามรปู ทเี่ หน็ ในอทุ ยพั พยญาณน้ี ไมไ ดเ หน็ ดว ยการฟง หรอื การเรยี น และไมเ หน็ ไดด ว ยการคดิ นกึ ตรกึ ตรอง อารมณน นั้ กเ็ ปน อดตี บา งอนาคตบา ง คดิ อยา งน้ี แลว ผา นไป ไปเชอื่ มกบั อยา งโนน ดว ยการเปรยี บเทยี บ จงึ ไมส ามารถทำลายอนสุ ยั กเิ ลสได เพราะไมเปนปจจุบัน ตองเปนอารมณที่เห็นไดดวยวิปสสนาญาณที่เกิดจากการเพงดวย การปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู ตอ งเทา นน้ั จงึ จะเหน็ ได สว นญาณอน่ื ตอ ๆ ไปนนั้ ไมส ำคญั เพราะกไ็ ปจากอทุ ยพั พยญาณนเี้ อง เมอ่ื อารมณ นามรปู ในอทุ ยพั พยญาณปรากฏใหเ หน็ มากๆ ขน้ึ ความรสู กึ กเ็ กดิ ขนึ้ ตามญาณตา งๆ เชน ความรสู กึ เหน็ แตค วามดบั ไปของนามรปู ในภงั คญาณ กม็ าจากอทุ ยพั พยญาณนน่ั เอง เพราะ ความรสู กึ อยา งน้ี ไมเ คยเหน็ เลยตง้ั แตเ กดิ มา ดงั นน้ั เมอ่ื เหน็ เขา แลว กย็ อ มตกใจกลวั และ ตอ งไปสนใจในอารมณน น้ั การสนใจในอารมณท นี่ ามรปู ดบั นเ้ี องกท็ ำใหเ หน็ ความดบั มาก ขนึ้ เพราะนามรปู เกดิ ขน้ึ ทไี่ หน กต็ อ งดบั ทนี่ น่ั แมก ารเกดิ จะมอี ยู แตก ไ็ มส นใจ จงึ เหน็ แต ความดับ เห็นแตความฉิบหายทำลายไปของนามรูปอยางเดียวเทานั้น ความรูสึกอยางนี้ วปิ สสนาเรียกวา ภังคญาณ คือรูสึกเห็นนามรูปเปนโทษเปนภัยนากลัว ไมเปนท่ีนายินดี แลว กเ็ กดิ ความเบอื่ หนา ย ความรสู กึ เบอื่ หนา ยนามรปู นี้ วปิ ส สนาเรยี กวา นพิ พทิ าญาณ ตณั หากค็ อ ยๆ คลายออกจากความยนิ ดใี นนามรปู มากขนึ้ ทกุ ที นเ่ี ปน ผลจากการเจรญิ วปิ ส สนา หรอื การปฏบิ ตั ติ ามสตปิ ฏ ฐาน ถา ไมเ ดนิ ตามทางสตปิ ฏ ฐานและปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ งจรงิ ๆ แลว กไ็ มส ามารถจะเกดิ ผลคอื วปิ ส สนาปญ ญาได ในอุทยัพพยญาณนี้ ถาหากสมาธิมีกำลังกลา หรือผูปฏิบัติเคยทำสมาธิมากอน เมอื่ สมาธมิ กี ำลงั มากแลว วปิ ส สนปู กเิ ลสกอ็ าจเกดิ ขน้ึ ไดใ นระหวา งอทุ ยพั พยญาณน้ี สำหรบั ผูท่ีไมเคยทำสมาธิมากอนหรือมีความเพียรออน วิปสสนูปกิเลสก็ไมเกิด เพราะคำวา วปิ ส สนปู กเิ ลสนน้ั จะตอ งเขา ถงึ วปิ ส สนาเสยี กอ น กเิ ลสทเ่ี กดิ จงึ จะเปน กเิ ลสของวปิ ส สนา ถา ยงั ไมเ ขา ถงึ วปิ ส สนา คอื ยงั ไมเ ขา ถงึ อทุ ยพั พยญาณ กเิ ลสนนั้ ไมเ รยี กวา วปิ ส สนปู กเิ ลส

4 - 63 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม วปิ ส สนปู กเิ ลส มี ๑๐ อยา ง๒๕ คอื ๑. โอภาส แสงสวา งทผ่ี ปู ฏบิ ตั เิ ขา ใจวา ถงึ มรรคผลแลว ๒. ญาณ ความรชู ดั เกนิ ไปจนเสียปจจุบนั ๓. ปต ิ ความอ่ิมใจดวยอำนาจสมาธิ ๔. ปส สทั ธิ ความสงบเยอื กเยน็ เกนิ ไป วปิ ส สนาจะไมป รากฏ ๕. สขุ ความเปน สขุ ยงิ่ เกนิ ไป ยอ มทำใหไ มเ กดิ ทกุ ขาวปิ ส สนา ๖. อธโิ มกข ความนอ มใจเชอ่ื มากไปดว ยศรทั ธา ทำใหไ มม กี ารพจิ ารณา ปญ ญาเกดิ ยาก ๗. ปค คาหะ มคี วามเพยี รเกนิ ไป ทำใหจ ติ ใจคบั แคบไมเ ปน สมาธิ ๘. อปุ ฏ ฐานะ ความปรากฏเหน็ นมิ ติ ตา งๆ ๙. อเุ บกขา มจี ติ วางเฉยเกนิ ไป เปน เหตใุ หห ยอ นความเพยี ร ในธรรมทคี่ วรไดค วรถงึ ๑๐. นกิ กนั ติ ความใคร ความพอใจ เพลนิ อยใู นอารมณอ นั สงบนนั้ เปน โอกาสทตี่ ณั หาจะเขา อาศยั และไมเ ปน เหตใุ หเ กดิ นพิ พทิ าญาณ เปน การขดั ขวางตอ หนทางมรรคผล วปิ ส สนปู กเิ ลสน้ี เกดิ ดว ยอำนาจของสมาธทิ ง้ั สน้ิ เมอ่ื วปิ ส สนปู กเิ ลสเกดิ ขน้ึ แลว กจ็ ะ ขัดขวางอารมณของวิปสสนาท่ีจะดำเนินตอขึ้นไป โดยจะทำใหมีความยินดีและหยุดอยู เพลนิ อยู อารมณข องวปิ ส สนากจ็ ะระงบั หายไป กเิ ลสตา งๆ ทด่ี บั ไปเปน ตทงั คปหาน๒๖ แลว นน้ั กจ็ ะกลบั มาอกี ฉะนน้ั วปิ ส สนปู กเิ ลสจงึ เปน สงิ่ ทบี่ นั่ ทอนความเจรญิ ของวปิ ส สนา ดวยเหตุนี้ ผูปฏิบัติตองมีความเขาใจโดยเฉียบขาดในท่ีนั้นวา อารมณอยางนี้ไมใช วปิ ส สนา ความรวู า ผดิ หรอื ถกู ในทนี่ นั้ วสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา มคั คามคั คญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งมวี สิ ทุ ธนิ ดี้ ว ย มฉิ ะนน้ั อารมณใ ดทเ่ี กดิ ขนึ้ มาผดิ กอ็ าจไมเ ขา ใจเพราะกเิ ลส ทเี่ กดิ ขนึ้ ในอารมณ เวลานน้ั ละเอยี ดมาก ชวนใหห ลง ชวนใหย นิ ดี ใหเ พลดิ เพลนิ ใหเ ขา ใจ ๒๕ พระไตรปฎ กฉบบั สยามรฐั เลม ท่ี ๓๑ ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค ขอ ๕๓๓-๕๔๓ หนา ๔๓๒-๔๔๘. ๒๖ การละชวั่ คราว คมั ภรี ว สิ ทุ ธมิ รรค ภาค ๓ หนา ๒๗๘.

4 - 64 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ผดิ วา ไดเ ขา ถงึ ธรรมแลว หรอื เขา ถงึ นพิ พานแลว ความสขุ ทป่ี ระณตี เราไดเ ขา ถงึ แลว เชน นี้ เปน ตน ถา ขาดการศกึ ษาทถี่ กู ตอ งดว ยเหตผุ ล กจ็ ะรไู มไ ดเ ลยวา อารมณน น้ั ผดิ หรอื ถกู วปิ ส สนปู กเิ ลส ๑๐ นน้ั จะไมเ กดิ กบั คน ๓ จำพวก คอื ๑. ไมเ กดิ แกพ ระอรยิ ะซง่ึ ทา นเขา ใจหนทางทถ่ี กู แลว ๒. ไมเ กดิ แกผ ปู ฏบิ ตั ผิ ดิ ทาง คอื ปฏบิ ตั ใิ นทางทไี่ มใ ชว ปิ ส สนา เพราะเมอื่ ไมไ ดป ฏบิ ัติ ในทางของวิปสสนา กิเลสที่เกิดน้ันก็ไมเปนกิเลสของวิปสสนา จึงไมเรียกวา วปิ ส สนปู กเิ ลส ๓. ไมเ กดิ แกผ ทู มี่ คี วามเพยี รนอ ยหรอื ความเพยี รออ น ถา สมาธไิ มแ รงกลา วปิ ส สนปู - กเิ ลสกเ็ กดิ ไมไ ด เมอื่ ความรใู นอทุ ยพั พยญาณปลอดโปรง จากกเิ ลสแลว หรอื กำจดั วปิ ส สนปู กเิ ลสหมด แลว การเห็นความเกิดดับของนามรูปจะชัดเจนข้ึน เพราะวากันกิเลสออกไปหมดแลว วปิ ส สนปู กเิ ลสไมม ารบกวนอกี อทุ ยพั พยญาณทป่ี ลอดโปรง จากกเิ ลสแลว นน้ั วสิ ทุ ธิ ๗ เรยี กวา ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ และญาณอน่ื ตอ ๆ ไปนนั้ กส็ งเคราะหอ ยใู นวสิ ทุ ธนิ ต้ี ลอด ไปจนถึงอนุโลมญาณ การเจรญิ วปิ ส สนาดงั กลา วมาแลว ขา งตน เพยี รใหท ราบเหตผุ ลขอ ปฏบิ ตั พิ อสมควร แกก ารทจี่ ะใหเ กดิ อทุ ยพั พยญาณเทา นน้ั เพราะเปน ความสำคญั ถา หากปฏบิ ตั ใิ หเ กดิ ถงึ ญาณนไี้ ดแ ลว ญาณตอ ๆ ไปกไ็ มย ากเลย

4 - 65 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม หนา ทข่ี องครผู สู อนการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา (โดยสงั เขป) ครผู สู อน ๑. ตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจในการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนาโดยถกู ตอ งมาแลว เชน เดยี ว กบั ครทู สี่ อนหนงั สอื นกั เรยี น ครคู นนน้ั จะตอ งอา นหนงั สอื ออกมาแลว หรอื ครทู ส่ี อนใหเ ขา วา ยนำ้ ครคู นนน้ั กจ็ ะตอ งวา ยนำ้ เปน มาแลว จงึ จะสอนเขาได ๒. ตองสอนโดยถูกตอง คือ ไมสอนเปนการเอาใจผูปฏิบัติ หรือตามใจผูปฏิบัติ ครสู อน ตอ งสอนเอาธรรมเปน ใหญ อยา สอนเปน การประจบผปู ฏบิ ตั ิ ๓. ตอ งมคี วามสำรวมสงั วรในทกุ กรณี การสำรวมสงั วรเปน ความสำคญั อยา งยง่ิ เพราะสำนักปฏิบัติธรรมเปนสถานท่ีเก้ือกูลแกการออกจากกิเลส หากครูผูสอนขาดความ สำรวมสงั วร กจ็ ะเกดิ ความเสยี หายแกส ำนกั ฯ และทำใหผ มู าปฏบิ ตั ไิ มไ ดป ระโยชนจ ากการ เจรญิ วปิ ส สนาเทา ทค่ี วร เมอ่ื ครผู สู อนมคี วามสำรวมสงั วรอยเู ปน นติ ย กย็ อ มทำใหผ ปู ฏบิ ตั ิ ซงึ่ เปน ลกู ศษิ ย สำรวมสงั วรตามไปดว ย การสงั วรสำรวมเปน เรอ่ื งของศลี ถา ศลี ไมบ รบิ รู ณ สมาธแิ ละปญ ญากเ็ กิดไมได ๔. ควรจะรวู า ผปู ฏบิ ตั มิ พี นื้ ความรพู อทจ่ี ะฟง การสอนแลว เขา ใจหรอื พอจะนำไป ปฏบิ ตั ไิ ด เพยี งใดหรอื ไม คอื ตอ งสอนใหพ อเหมาะพอควรแกภ มู ปิ ญ ญาของผปู ฏบิ ตั ิ ๕. จะตอ งรวู า ควรสอนอะไรกอ น อะไรหลงั และควรสอนอยา งไร ทงั้ นค้ี รสู อน จะตอ งพจิ ารณาวา เปน ผปู ฏบิ ตั ใิ หม หรอื เปน ผทู เี่ คยปฏบิ ตั มิ าแลว มากนอ ยเพยี งใด เพอื่ การสอนจะไดเ ปน ไปตามลำดบั ขน้ั ของความรขู องเขา เรอ่ื งทค่ี วรใหผ ปู ฏบิ ตั ทิ กุ คนไดท ราบและเขา ใจดใี นเบอื้ งแรก กค็ อื วปิ ส สนาคอื อะไร รอู ะไรเหน็ อะไรจงึ จะเรยี กวา วปิ ส สนา และอานสิ งสข องวปิ ส สนามอี ยา งไร การใหผ ปู ฏบิ ัติ รเู ชน นี้ จะเปน เครอื่ งชว ยปอ งกนั มใิ หเ ขาเหน็ ผดิ ไปจากหลกั ฐานของวปิ ส สนา ตอ ไปจงึ สอน ใหผูปฏิบัติรูวา อะไรเปนรูป อะไรเปนนาม เพราะวิปสสนาน้ันตองดูหรือตองพิจารณา นามรปู เปน ตวั กรรมฐาน

4 - 66 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๖. ควรสอนปริยัติเพียงเทาที่จำเปนแกการปฏิบัติ คือ สอนเพื่อที่จะใหผูปฏิบัติ นำความรไู ปใชใ นการเจรญิ วปิ ส สนาไดถ กู ตอ งเทา นนั้ เชน สอนเรอ่ื งรปู นาม กไ็ มจ ำเปน ตอ ง สอนวา รปู มจี ำนวนเทา ไหร อะไรบา ง หรอื นามแยกเปน จติ และเจตสกิ มจี ำนวนเทา ไร เพราะ การสอนเชน น้ี เปน เรอื่ งของอภธิ รรม สว นเรอื่ งของการปฏบิ ตั ิ ควรหยบิ เอาแตท จ่ี ำเปน เพอื่ ใชใ นการปฏบิ ตั เิ ทา นนั้ ถา สอนปรยิ ตั มิ าก กจ็ ะเปน การฟมุ เฟอ ย ทำใหผ ปู ฏบิ ตั เิ สยี เวลา และไมเ ขา ใจวา การเจรญิ วปิ ส สนานนั้ จะใหด หู รอื ใหพ จิ ารณาอะไรทตี่ รงไหนกนั แน ๗. ควรสอนเปน ขน้ั ตามลำดบั ของการเจรญิ วปิ ส สนา คอื ควรสอนตามลำดบั เปน ขน้ั ๆ ไป เชน ควรสอนใหร วู า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม เวลาทร่ี ปู นามเกดิ ขน้ึ ในขณะนน้ั หรอื ในเวลานน้ั จะตอ งกำหนดทร่ี ปู หรอื ทน่ี าม และเพราะเหตใุ ดบางแหง กก็ ำหนดทรี่ ปู บาง แหง กก็ ำหนดทน่ี าม และการทำความรสู กึ ตวั ในเวลาทกี่ ำหนดรปู นามนนั้ ทำอยา งไร เปน ตน เหลาน้ีจะตองใหผูปฏิบตั ิมีความรคู วามเขา ใจโดยแนช ัดจรงิ ๆ ๘. ควรรวู า ผปู ฏบิ ตั เิ ขาเคยทำกรรมฐานมากอ นแลว อยา งไร คอื ถา เขาเคยทำสมาธิ โดยเขา ใจวา เปน วปิ ส สนาเชน น้ี การแกไ ขใหเ ขามาทำตามวธิ ที เ่ี ปน ตามหลกั ฐานและเหตผุ ล ของวปิ ส สนา กค็ อ นขา งยากทจ่ี ะเปลยี่ นได เพราะเขาตดิ สมาธแิ ลว อยา งแนน หนา แตถ า ผปู ฏบิ ตั มิ ปี ญ ญา กพ็ อจะแกไ ขใหเ ขาเขา ใจถกู ตอ งได ๙. ตอ งชแ้ี จงเหตผุ ลใหก ารปฏบิ ตั ิ คอื ตอ งใหผ ปู ฏบิ ตั มิ คี วามเขา ใจโดยแจม แจง วา ทเ่ี ขายงั เจรญิ วปิ ส สนาไมถ กู ตอ งเพราะอะไร ทถี่ กู เปน อยา งไร เชน รปู นงั่ ตอ งดทู ตี่ รงไหน ต รงไหนทชี่ อื่ วา รปู นง่ั เพราะเหตใุ ดจงึ ดเู ชน นนั้ หรอื กำหนดเชน นน้ั เปน ตน ๑๐. ควรจะรวู า ผมู าเขา ปฏบิ ตั ิ มโี รคเกย่ี วกบั สขุ ภาพทางจติ หรอื ไม เพราะถา สขุ ภาพทางจติ เสอ่ื ม โดยอาจจะเปน ทางใดทางหนงึ่ เชน ทางกรรมพนั ธเุ ปน ตน การเจรญิ วปิ ส สนากไ็ มไ ดผ ล นอกจากนน้ั ยงั จะเปน เหตใุ หจ ติ วปิ รติ ไดด ว ย ซง่ึ จะเปน การเสอ่ื มเสยี แก สำนกั ฯ และทำใหก ลา วกนั ไปไดว า วปิ ส สนาทำใหค นเปน บา ๑๑. ควรสอบถามผูมาขอปฏิบัติใหไดความแนนอนเสียกอนวา เขาจะประพฤติ ปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารของสำนกั นหี้ รอื ไม คอื ถา เขาทำตามไมไ ด หรอื จะขอทำตามทเ่ี ขาปฏบิ ตั ิ

4 - 67 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม มาจากทอ่ี นื่ ทไ่ี มม เี หตผุ ลและหลกั ฐานตรงกนั กใ็ หเ ขา ปฏบิ ตั ทิ สี่ ำนกั ฯ นไี้ มไ ด เพราะมี ตวั อยา งมาแลว ทผ่ี มู าขอเขา ปฏบิ ตั ิ ทำตามความเขา ใจของตวั หรอื ทำมาผดิ ๆ แลว ไม ยอมเปลย่ี นหรอื แกไ ขใหถ กู ตอ งตามวธิ ขี องสำนกั ฯ น้ี ๑๒. ตองหม่ันตรวจสอบการเจริญวิปสสนาของผูปฏิบัติเสมอๆ คือ เมื่อเห็นวา ผูปฏิบัติที่มีความเขาใจในการเจริญวิปสสนาตามท่ีเคยสอนไวเดิมดีแลว จึงสอนเขาในขั้น ตอ ไป ถา เขายงั ทำไมถ กู หรอื ไมเ ขา ในตรงไหน กค็ วรชแ้ี จงแนะนำตรงทเ่ี ขายงั ทำไมถ กู นนั้ ใหเ ขาเขา ใจใหถ กู ตอ งเสยี กอ น อยา สอนเพม่ิ เตมิ กา วหนา ตอ ไป ตอ งสอนซำ้ ๆ อยจู นใหเ ขา เขา ใจทำใหถ ูก ๑๓. ไมค วรสอบอารมณผ ปู ฏบิ ตั แิ ตล ะคนนานเกนิ ไป ควรสอบอารมณผ ปู ฏบิ ตั แิ ต ละคนเพยี ง ๑๐ หรอื ๑๕ นาที กพ็ อแลว ในคราวหนงึ่ ๆ ถา นานนกั กจ็ ะทำใหค วามเขา ใจของ เขาเฝอ ไป และครผู สู อนไมค วรกลา วตอบนำเสยี เอง ตอ งใหผ ปู ฏบิ ตั เิ กดิ ความรคู วามเขา ใจ ในเหตผุ ลดว ยปญ ญาของตวั ของเขาเอง ๑๔. ตอ งมคี วามเขา ใจในการปลกู ศรทั ธาผปู ฏบิ ตั ิ การปลกู ศรทั ธาจะตอ งเปน ไป ตามควรแกกาลเวลา เพื่อชวยกระตุนจิตใจผูปฏิบัติใหมีความเพียร และมีความสนใจใน การปฏบิ ตั ิ ในเมอ่ื จติ ใจของเขาตกไปจากความเพยี รและศรทั ธา ๑๕. ควรมคี วามเขา ใจในการถา ยความรใู หแ กผ ปู ฏบิ ตั ิ การถา ยทอดความรเู ปน ความสำคญั อยา งหนง่ึ ทค่ี รผู สู อนควรจะมคี วามเขา ใจ แมค รผู สู อนจะมคี วามรสู กั ปานใดกต็ าม แตถ า ถา ยทอดความรขู องตวั ใหแ กศ ษิ ยไ มไ ดด ตี ามสมควร ประโยชนท ผี่ ปู ฏบิ ตั จิ ะควรไดร บั กน็ อ ย หรอื อาจทำใหเ ขาเขา ใจผดิ ๆ ไปได ๑๖. ตอ งไมห วงั ผลในลาภสกั การะหรอื หวงั ความมชี อ่ื เสยี ง ครสู อนตอ งมจี ติ ใจอนั บรสิ ทุ ธิ์ คอื เจตนาในการสอนกเ็ พอ่ื ใหผ ปู ฏบิ ตั เิ ขา ถงึ ความเขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนาโดยถกู ตอ ง จะไดถ งึ ความพน ทกุ ขเ ทา นน้ั ถา ครผู สู อนสอนผดิ หรอื สอนโดยเจตนาไมบ รสิ ทุ ธ์ิ กจ็ ะ ทำใหพ ระศาสนาวบิ ตั ิ และครผู สู อนกจ็ ะวบิ ตั ไิ ปดว ย ๑๗. ครผู สู อนตอ งรวู า ผปู ฏบิ ตั มิ คี วามรขู นั้ ไหน ขนั้ ปรยิ ตั ิ ขน้ั ปฏบิ ตั ิ หรอื ขน้ั วปิ ส สนา เขา ถงึ วสิ ทุ ธ.ิ

4 - 68 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม หนา ทข่ี องผปู ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา (โดยสงั เขป) ผปู ฏบิ ตั ิ ๑. ตอ งมคี วามเขา ใจตามทอี่ าจารยส อนโดยถกู ตอ ง คอื ผปู ฏบิ ตั ฟิ ง อาจารยส อน แลว ก็ตองเขาใจในคำสอนน้ันโดยถูกตอง ไมใชฟงผานๆ ไป หรือฟงแลวก็ปติยินดีใน คำชแ้ี จงสงั่ สอนของอาจารย แตไ มส ามารถจะนำเอาคำสอนนน้ั ไปใชใ นเวลาปฏบิ ตั ไิ ด เพราะ ฟงไปโดยไมมีความเขาใจ สว นการจะรวู า ครหู รอื อาจารยส อนโดยถกู ตอ งหรอื ไมน น้ั ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งศกึ ษาให มคี วามเขา ใจในเรอื่ งของการปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนามาบา งพอสมควร และถา ผปู ฏบิ ตั ยิ งั ไมเ ขา ใจ หรอื เขา ใจยงั ไมแ จม แจง อยา งใด กต็ อ งซกั ถามครอู าจารยน น้ั จนใหไ ดค วามเขา ใจโดยปราศจาก ความเคลอื บแคลงสงสยั ๒. ควรศกึ ษาใหม คี วามเขา ใจในเรอ่ื งวปิ ส สนา วา คอื อะไร รอู ะไรเหน็ อะไรทเี่ รยี ก วา วปิ ส สนา และประโยชนข องวปิ ส สนามอี ยา งไรบา ง พอสมควรเสยี กอ น ๓. ตองศึกษาในหลักการกำหนดรูปนามที่เปนอารมณของวิปสสนา ใหมีความ เขา ใจดเี สยี กอ น ซง่ึ มขี อ ความโดยสงั เขป ดงั น้ี ก. ตองศึกษาทำความเขาใจวาอะไรเปนรูป อะไรเปนนาม เพราะการเจริญ วปิ ส สนาจะตอ งใชน ามรปู เปน ตวั กรรมฐานทถ่ี กู เพง ถา ไมร วู า อะไรเปน รปู อะไรเปน นาม จนมคี วามเขา ใจชำนาญแลว กจ็ ะกำหนดไมถ กู หรอื เพง ไมถ กู ข. ตองศึกษาทำความเขาใจวา เหตุใดในบางอารมณจึงตองกำหนดท่ีรูป บางอารมณก ำหนดทน่ี าม ทง้ั น้ี ยอ มแลว แตว า กเิ ลสความเหน็ ผดิ อาศยั เกดิ ทรี่ ปู หรอื ทน่ี าม กต็ อ งดหู รอื กำหนดทรี่ ปู นนั้ นามนน้ั เชน เวลาไดย นิ เปน ตน จะตอ งกำหนดทน่ี ามไดย นิ เพราะความเหน็ ผดิ อาศยั เกดิ ทนี่ ามไดย นิ ทำใหเ ขา ใจวา เปน เราไดย นิ เชน นเี้ ปน ตน ค. ในเวลาปฏบิ ตั ิ จะตอ งทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามอยา งไร จงึ จะเปน การถกู ตอ ง เชน เวลาไดย นิ ตอ งทำความรสู กึ ตวั วา ดนู ามทไ่ี ดย นิ หรอื เวลานงั่ ตอ ง ทำความรสู กึ ตวั วา ดรู ปู นงั่ เปน ตน

4 - 69 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ๔. ตอ งมคี วามเขา ใจในการจบั อารมณป จ จบุ นั คอื ก. ในเวลาทร่ี ปู อะไร หรอื นามอะไรปรากฏ กต็ อ งกำหนดรปู หรอื นามทปี่ รากฏ นน้ั ๆ ใหท นั และตามกำหนดเรอื่ ยไป จนเหน็ ความจรงิ วา เปน รปู เปน นามเทา นน้ั ข. เมอ่ื กำหนดอารมณป จ จบุ นั ไดถ กู ตอ งบอ ยๆ แลว ไตรลกั ษณข องรปู นามกจ็ ะ ปรากฏแกผ ปู ฏบิ ตั ิ โดยไมต อ งมใี ครมาเปน ผบู อก ผปู ฏบิ ตั จิ ะเหน็ ความจรงิ ของรปู นาม และลกั ษณะของรปู นามไดด ว ยตวั ของตวั เอง ๕. จะตอ งมคี วามเขา ใจทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นาม คอื ก. กริ ยิ าทท่ี ำ หรอื วธิ กี ารทำความรสู กึ ตวั ในการกำหนดรปู นามทเ่ี ปน มชั ฌมิ าฯ นน้ั กเ็ ปรยี บไดเ หมอื นกบั การดลู ะคร คอื ผปู ฏบิ ตั มิ หี นา ทเ่ี พยี งแตด อู ยา งเดยี วเทา นนั้ ดเู ขาไปจนรเู รอ่ื ง ไมใ ชเ ขา ไปหดั ละครหรอื แสดงละครเสยี เอง ข. ตอ งไมท ำอาการใดๆ หรอื กริ ยิ าใดๆ ใหผ ดิ ปกตธิ รรมดา เพราะถา ทำใหผ ดิ ปกตธิ รรมดา ความผดิ ปกตธิ รรมดานนั้ เองกจ็ ะปด บงั ไมใ หเ หน็ ความจรงิ เพราะความ ผดิ ปกตเิ ปน ปจ จยั ใหเ กดิ อภชิ ฌาและโทมนสั ค. จะตอ งมคี วามสงั เกต หรอื สำเหนยี กวา อารมณป จ จบุ นั ตกไปเพราะอะไร และ มนั กลบั มาไดเ พราะเหตใุ ด ถา ผปู ฏบิ ตั ริ เู หตเุ ชน นแ้ี ลว กจ็ ะทำใหต ง้ั อยใู นอารมณป จ จบุ นั ไดงาย เมื่อไดอารมณปจจุบันบอยๆ และถี่เขา ก็จะทำใหผูปฏิบัติเห็นความจริงของ รปู นามไดช ดั เจนแลว ความเหน็ ผดิ กจ็ ะคลายออกไป ง. จะตอ งรวู า ดรู ปู อะไร ดนู ามอะไร ในขณะนน้ั ๆ อยเู สมอ เชน นจ้ี งึ จะทำลาย ฆนสญั ญาทเ่ี หน็ วา เปน ตวั เปน ตนออกได เชน ดนู ง่ั เฉยๆ ไมไ ด ตอ งรดู ว ยวา อะไรนง่ั เมอ่ื รวู า เปน รปู นง่ั จงึ จะกนั เอา ‘เรา’ ออกจากนงั่ นน้ั ได ฉะนน้ั ความสำคญั ของการเจรญิ วปิ ส สนา จงึ ขน้ึ อยทู ค่ี วามเขา ใจ ถา มคี วามเขา ใจในการทำแลว จงึ จะเกดิ ผล ๖. ตอ งเขา ใจในการพจิ ารณาอริ ยิ าบถ คอื ก. พจิ ารณาอริ ยิ าบถทต่ี รงไหน หรอื ดทู ตี่ รงไหน จงึ เรยี กวา เปน การเจรญิ วปิ ส สนา เชน ดรู ปู นงั่ นน้ั ดทู ตี่ รงไหน จงึ จะชอื่ วา เปน การเจรญิ วปิ ส สนา เชน ดรู ปู นงั่ นน้ั ดทู ตี่ รงไหน

4 - 70 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม จงึ จะชอื่ วา เปน การเจรญิ วปิ ส สนาโดยถกู ตอ ง ข. จะตอ งรเู หตใุ นการเปลย่ี นอริ ยิ าบถทกุ ครงั้ เพราะประโยชนอ ยตู รงทว่ี า เพอ่ื ใหเห็นความจริงคือทุกข ถาอยากเปลี่ยนก็ไมเห็นทุกข เพราะตัณหาเขาอาศัยใน ความอยาก ในรปู ใหมน น้ั เสยี แลว ๗. ตอ งมคี วามเขา ใจเหตผุ ลในการถา ยถอนความเหน็ ผดิ คอื ก. ความเขา ใจผดิ นนั้ อยทู จี่ ติ ใจ เพราะฉะนนั้ การเจรญิ วปิ ส สนาจงึ อยา ทำอะไรๆ ใหผ ดิ ปกติ ถา ผดิ ปกตแิ ลว จติ ใจกผ็ ดิ ปกตติ ามไปดว ย วปิ ส สนากจ็ ะไมเ กดิ ข. การน่ังก็ดี การเดินก็ดี เปนตน ท่ีเปนวิปสสนาและไมเปนวิปสสนาก็ได ถา เขา ใจวา เรานง่ั กเ็ ปน การนง่ั กรรมฐาน เดนิ กเ็ ปน การเดนิ กรรมฐาน อยา งนแี้ ลว กไ็ ม เปน วปิ ส สนา เพราะตณั หาจะเขา อาศยั ในความเขา ใจผดิ นน้ั ทกุ ครง้ั ไป ถา จะใชอ ริ ยิ าบถ กต็ อ งรเู หตุ ถา ไมจ ำเปน กไ็ มใ หใ ชอ ริ ยิ าบถ ค. การเจรญิ วปิ ส สนากเ็ พอ่ื ถา ยถอนความรเู ดมิ ทเี่ ปน ปจ จยั แกก เิ ลส ฉะนนั้ การ ทำอะไรๆ ที่ไมมีประโยชนที่จะใหเกิดความเบ่ือหนายคลายความกำหนัดในรูปนามแลว กอ็ ยา ทำ หรอื มคี วามเขา ใจผดิ วา รปู นามเปน เรา อยทู ตี่ รงไหน กต็ อ งดหู รอื ตอ งพจิ ารณา รปู นามทต่ี รงนนั้ จงึ จะถอนความเหน็ ผดิ ทเ่ี หน็ วา เปน เรา หรอื ตวั ตนของเรา ออกได ๘. ตอ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของสำนกั ฯ ทกุ ประการ เชน ไมพ ดู ไมคยุ กนั หรอื เลยี้ งแมว เลย้ี งสนุ ขั เปน ตน เพราะจะเปน เหตใุ หก ารเจรญิ วปิ ส สนาเสยี ไป และ เปน การทำความรำคาญแกผ ปู ฏบิ ตั อิ น่ื ๆ อกี ดว ย ๙. ตอ งตอบคำถามครผู สู อนดว ยความบรสิ ทุ ธใ์ิ จ คอื ตนมคี วามรสู กึ หรอื มคี วาม เขา ใจในการเจรญิ วปิ ส สนาอยา งไร กค็ วรตอบตามทต่ี นมคี วามรสู กึ หรอื มคี วามเขา ใจอยา ง นนั้ อยา นกึ ตอบหรอื คดิ ตอบ หรอื อยา ตอบตามปรยิ ตั ิ ทงั้ นี้ เพอื่ ครผู สู อบอารมณจ ะได ทราบผลการปฏบิ ตั นิ น้ั วา ผดิ ถกู อยา งไร กจ็ ะไดแ นะนำชแี้ จงไดถ กู ตอ ง เชน เดยี วกบั การรกั ษา โรค ถา คนไขบ อกอาการของโรคผดิ หรอื อำพรางไมบ อกตามความจรงิ หมอกว็ างยาไมถ กู หรอื วางยาไมต รงกบั โรค โรคนนั้ กไ็ มห าย

4 - 71 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : รูปนาม ตจปญ จกกรรมฐาน (กรรมฐาน ๕) ตจปญ จกกรรมฐาน คอื พระกรรมฐานมหี นงั เปน ที่ ๕ เปน เครอื่ งสะกดใจ ปอ งกนั ความฟงุ ซา นได เพราะฉะนนั้ ผปู ฏบิ ตั จิ งตง้ั ใจเรยี นพระกรรมฐาน วา ตามภาษาบาลี ดงั น้ี “เกสา โลมา นะขา ทนั ตา ตะโจ” นเ้ี ปน อนโุ ลม ตอ ไปนพี้ งึ วา เปน ปฏโิ ลม “ตะโจ ทนั ตา นะขา โลมา เกสา” นเี้ ปน ปฏโิ ลม เกสา แปลวา ผม โลมา แปลวา ขน นะขา แปลวา เลบ็ ทนั ตา แปลวา ฟน ตะโจ แปลวา หนัง ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั ทง้ั ๕ น้ี เปน สว นหนง่ึ ๆ ของรา งกาย ผปู ฏบิ ตั ติ อ งเลา เรยี น ทอ งบน ทรงจำไวใ หข นึ้ ปากขนึ้ ใsจ ทง้ั โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ดงั เรยี นมานนั้ และพจิ ารณา ดว ยใจ ใหเ หน็ โดยความเปน ของปฏกิ ลู โดยสี โดยสณั ฐาน โดยอาการทเ่ี กดิ ทอี่ าศยั เปน ตน ใหเ หน็ ชดั ประจกั ษว า ลว นแตเ ปน ทตี่ ง้ั แหง ความไมส ะอาดปฏกิ ลู ทำลายความสำคญั ผดิ วา สวยงาม เปน ตวั เปน ตน เปน สตั ว เปน บคุ คลเสยี แยกพจิ ารณาออกเปน สว นๆ ใหเ หน็ เปน สภาพของสว นนน้ั ๆ พจิ ารณาเบอ้ื งลา ง แตป ลายเทา ขน้ึ ไป เบอ้ื งบนแตป ลายผมลงมา จนความปฏกิ ลู ปรากฏชดั ขน้ึ ในใจ ตามความเปน จรงิ ของสว นนน้ั ๆ นแี้ หละเปน พระกรรมฐาน เคร่ืองปองกันราคะท่ีจะชักนำใจใหพลานไป ผูปฏิบัติจงทองบนทรงจำไว พิจารณาโดย แยบคาย จะไดเ ปน เครอื่ งสงบจติ เปน ทต่ี ง้ั สมาธแิ ละปญ ญาตอ ไป.

บรรณานกุ รม อารยธมโฺ ม ภกิ ขฺ ุ (วดั เขาพระ อทู อง สพุ รรณบรุ )ี , แนะความเขา ใจ และวธิ ปี ฏบิ ตั วิ ปิ ส สนา. แนบ มหานรี านนท, การปฏบิ ตั วิ ปิ ส สนากมั มฏั ฐาน (ทรี่ ะลกึ พธิ เี ปด ศาลาพระธรรมปรยิ ตั เิ วที (สเุ ทพ ป.ธ.๙ ลกู แมต ยุ บษุ บก)). มลู นธิ วิ ดั ปราสาททอง สพุ รรณบรุ .ี ๒๕๕๑ 4-72

หลกั และวธิ เี จรญิ สมถะและวปิ ส สนาเบอ้ื งตน ถงึ ธรรมกาย ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ โดย พระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) หลวงพอวัดปากน้ำ 5-1

5-2 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ผูเรียบเรียง พระราชญาณวสิ ฐิ (เสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล) 5-2

5-3 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั 5-3

5-4

สารบญั ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ วิธีเจริญสมถวิปสสนาภาวนา .......................................................................................................... ๗ วธิ เี จรญิ ภาวนา ตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย................................................................๑๓ วธิ กี ารเจรญิ สมถวปิ ส สนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย และพระนพิ พานของพระพทุ ธเจา และพระธรรมเทศนา .................................................................................................................... ๓๒ ตอนที่ ๑ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส ............................................................... ๓๓ ๑.๑ พระพุทธดำรัสวาดวยสติปฏ ฐาน ๔ ................................................................... ๓๓ ๑.๒ พระพุทธดำรัสวาดวยอานิสงสของการเจริญสติปฏฐาน ๔ ..............................๓๔ ๑.๓ เมอ่ื วา โดยสรปุ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส .............................๓๖ ๑.๔ อานิสงสแกผูบำเพ็ญ............................................................................................๓๙ ตอนที่ ๒ การพจิ ารณาสตปิ ฏ ฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก .........................................๓๙ ๒.๑ การมสี ตพิ จิ ารณา ณ ภายใน..............................................................................๓๙ ๒.๒ การมสี ตพิ จิ ารณา ณ ภายนอก ......................................................................... ๔๑ ตอนที่ ๓ การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน: สมถวปิ ส สนา .........................................................................๔๓ ๓.๑ ขน้ั สมถกมั มฏั ฐาน ................................................................................................๔๓ ๓.๒ ขน้ั อนปุ ส สนา....................................................................................................... ๔๔ ๓.๓ ข้ันโลกุตตรวิปสสนา ............................................................................................ ๔๕ ตอนท่ี ๔ วธิ พี สิ ดารกาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด .................................................................. ๔๖ ตอนท่ี ๕ วธิ ซี อ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี................................................. ๔๘ ตอนท่ี ๖ วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ รปู ฌาน ๔ ............................................................................................ ๔๙ ตอนที่ ๗ วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ อรปู ฌาน ๔ และสมาบตั ิ ๘............................................................... ๕๐ ตอนที่ ๘ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน.............................................................................................. ๕๔ ๘.๑ กายานุปสสนา ..................................................................................................... ๕๔ 5-5

5-6 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘.๒ วธิ เี จริญภาวนา มีสตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถึงธรรมกาย ........................... ๕๖ ๘.๓ วิธีเจริญสมถวิปสสนา กายคตาสติ และนวสวี ถิกาปพพะ ............................... ๗๑ ๘.๔ มรณสติ-กายานุปสสนาสติปฏฐาน .................................................................... ๗๖ ตอนท่ี ๙ เวทนานุปสสนาสติปฏฐาน-จิตตานุปสสนาสติปฏฐาน ................................................ ๘๐ ๙.๑ ลกั ษณะของใจ จติ และวญิ ญาณ ........................................................................ ๘๐ ๙.๒ เวทนานุปสสนา ................................................................................................... ๘๕ ๙.๓ จิตตานุปสสนา .....................................................................................................๙๓ ตอนท่ี ๑๐ ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ........................................................................................ ๑๑๑ ๑๐.๑ นวิ รณ ๕ .......................................................................................................... ๑๑๔ ๑๐.๒ อปุ าทานขนั ธ ๕.............................................................................................. ๑๑๙ ๑๐.๓ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ทเ่ี กดิ ทดี่ บั สญั โญชน ............................................. ๑๓๔ ๑๐.๔ สรุปผลการเจริญเวทนานุปสสนา จิตตานุปสสนา ธัมมานุปสสนา ............ ๑๕๓ ๑๐.๕ อนิ ทรยี  ๒๒ .................................................................................................... ๑๖๑ ๑๐.๖ อรยิ สจั ๔ ........................................................................................................ ๑๖๕ ๑๐.๗ โพชฌงค ๗ ................................................................................................... ๑๗๒ ๑๐.๘ วิธีพิจารณาปฏิจจสมุปบาทธรรม ๑๒ ........................................................... ๑๘๖ ตอนท่ี ๑๑ เจรญิ ภาวนาพจิ ารณาอรยิ สจั ๔ เขา ถงึ มรรค ผล นพิ พาน ................................. ๑๙๔ บรรณานุกรม ...................................................................................................................๒๐๑

5-7 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วิธีเจริญสมถวิปสสนาภาวนา โดย พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพอวัดปากนำ้ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ วธิ นี งั่ นงั่ คบู ลั ลงั กข ดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย เวน หวั แมม อื ทง้ั สอง ใหห า งกนั สององคลุ ี คอื หวั แมม อื ซา ยจรดกบั ปลายนวิ้ ชข้ี วา (รปู ที่ ๑) แลว ตงั้ กายใหต รง คอื วดั ตง้ั แตป ลายนวิ้ ชข้ี องเทา ขวาถงึ กลางลกู สะบา ของหวั เขา ขวานนั้ แลว เอาเครอ่ื งวดั นน้ั จรดลงทตี่ รงบนตาตมุ ขาขวา แลว เอาเครอื่ งวดั อกี ขา งหนงึ่ จรดเขา ทใ่ี ตล กู คาง นเ้ี ปน สว น ของกายตรง เรยี ก อชุ ุํ กายํ ปณธิ าย ตงั้ กายใหต รง ปรมิ ขุ ํ สตึ อปุ ฏฐ เปตวฺ า เขา ไปตงั้ สติ ไวใ หม หี นา รอบ คอื เขา ไปตงั้ สตไิ วไ มใ หเ ผลอ [ตรงกบั พระขณี าสพผเู ปน สตวิ นิ ยั มสี ตทิ กุ เมอ่ื ] นเี่ ปน ทางไปของพระพทุ ธเจา พระอรหนั ต สตไิ มเ ผลอจากบรกิ รรมภาวนาและบรกิ รรมนมิ ติ ใหต ดิ กนั ไมแ ยกแตกจากกนั นแี้ ลเปน ของสำคญั ในเรอ่ื งทจ่ี ะเปน หรอื ไมเ ปน สตไิ มเ ผลอ จากบรกิ รรมทง้ั สอง บรกิ รรมวา “สมั มาอรหงั ” นเี้ รยี กวา บรกิ รรมภาวนา กำหนดเครื่องหมายใหใสเหมือนเพชรลูกท่ีเจียระไนแลว ไมมีขนแมว โตเทาแกวตา ประมาณเทา วงของตาดำ ใสขาวเหมอื นกระจกทส่ี อ งเงาหนา สณั ฐานกลมรอบตวั ไมม ตี ำหนิ เรยี บรอบตวั เหมอื นดวงแกว กายสทิ ธิ์ นเ้ี รยี กวา บรกิ รรมนมิ ติ บรกิ รรมทงั้ สองนพ้ี รากจากกนั ไมไ ด ตอ งใหต ดิ กนั อยเู สมอในอริ ยิ าบถทง้ั ๔ คอื ยนื เดนิ นง่ั นอน ไมเ ผลอ ใหม สี ตอิ ยเู สมอ ไมใ หข าด เมอ่ื เหน็ ดวงนมิ ติ เกดิ เปน ดวงใสขนึ้ แลว ใหห ยดุ บรกิ รรมภาวนา เพง อยทู ก่ี ลางดวงนน้ั แลว ทำใจใหห ยดุ ในหยดุ ทกี่ ลางดวงนนั้ มจี ดุ เปน เครอ่ื งหมาย ใหใ สหนกั ขน้ึ ทกุ ที จนเปน รศั มคี อื แสงสวา ง ถา ไมห ยดุ ใหบ รกิ รรมภาวนา ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” รอ ยครง้ั พนั ครงั้ จนกระทง่ั ใจคอ ยๆ รวมหยดุ อยทู เี่ ดยี ว ดงั จะอธบิ าย ขางหนาเปนลำดับไป

5-8 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั รปู ที่ ๑ นงั่ คบู ลั ลงั ก ขดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย ปลายนิ้วชี้มือขางขวาจรดกับปลายน้ิวหัวแมมือขางซาย

5-9 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ฐานที่ ๑ ปากชอ งจมกู หญงิ ซา ย ชายขวา ตรงกลางพอดี ไมล ำ้ เขา ไป ไมเ หลอ่ื มออกมา ฐานที่ ๒ เพลาตา หญงิ ซา ย ชายขวา ตรงหวั ตาพอดี ตามชอ งลมเขา ออกขา งใน ฐานที่ ๓ จอมประสาท กลางกกั๊ ศรี ษะ ใหไ ดร ะดบั กบั เพลาตา อยภู ายในตรงศนู ยก ลาง ของศรี ษะ ฐานท่ี ๔ ปากชอ งเพดาน ไมใ หล ำ้ ไมใ หเ หลอ่ื ม ตรงชอ งทรี่ บั ประทานอาหารสำลกั ฐานท่ี ๕ ปากชอ งคอ เหนอื ลกู กระเดอื ก อยตู รงกลางทเี ดยี ว ฐานท่ี ๖ ทสี่ ดุ ลมหายใจเขา ออก คอื กลางตวั ตรงระดบั สะดอื แตอ ยภู ายใน ฐานท่ี ๗ ถอยหลงั กลบั มาเหนอื ระดบั สะดอื ประมาณ ๒ นว้ิ มอื (๒ องคลุ หี รอื ประมาณ ๕ ซ.ม.) ในกลางตวั (ดรู ปู ท่ี ๒) รปู ที่ ๒ รปู ดา นขา งผา ซกี แสดงทต่ี งั้ ของดวงนมิ ติ จากฐานท่ี ๑ ถงึ ฐานท่ี ๗

5 - 10 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กำหนดดวงนมิ ติ เครอื่ งหมายไปหยดุ อยตู ามฐานนน้ั ๆ พรอ มกบั ภาวนาในใจวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ๓ ครงั้ แลว จงึ เลอื่ นดวงนมิ ติ นนั้ ตอ ไป สำหรบั ฐานท่ี ๓ เวลาจะเลอื่ นดวงนมิ ติ ตอ ไป ตอ งเหลอื บตากลบั เขา ขา งใน คลา ยๆ กบั คนนอนกำลงั จะหลบั แตแ ลว กป็ ลอ ยใหเ ปน ไปตามปกติ ทงั้ น้ี เพอื่ จะใหค วามเหน็ ความ จำ ความคดิ ความรู (รวม ๔ อยา งนเี้ รยี ก วา ใจ) กลบั เขา ขา งใน เพราะจะตอ งดดู ว ย ตาละเอยี ดตอ ไป เมอื่ เลอ่ื นดวงนมิ ติ กลบั ขนึ้ มาอยฐู านท่ี ๗ แลว ใหเ พง อยตู รงนน้ั ทเี่ ดยี ว ใหค กู นั ไปกบั บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ” ถา หากรจู กั ทางคอื ฐานทต่ี งั้ เหลา นแี้ ลว ใน การทำคราวหลงั ๆ จะเอาใจไปจรดฐานที่ ๗ เลยทเี ดยี วกไ็ ด รปู ที่ ๓ ลกั ษณะของฐานที่ ๗ (๑) ศนู ยด า นหนา ธาตนุ ำ้ (๒) ศนู ยด า นขวา ธาตดุ นิ (๓) ศนู ยด า นหลงั ธาตไุ ฟ (๔) ศนู ยด า นซา ย ธาตลุ ม (๕) ศนู ยก ลาง อากาศธาตุ (๖) ศนู ยก ลางของอากาศธาตุ วญิ ญาณธาตุ ตรงนนั้ มศี นู ยอ ยู ๕ ศนู ย คอื ศนู ยก ลาง หนา ขวา หลงั ซา ย (รปู ที่ ๓) ศนู ยก ลางคอื อากาศธาตุ เครอื่ งหมายทใ่ี สสะอาดลอยอยกู ลางชอ งอากาศ พรอ มดว ยความรู ทเ่ี รยี กวา วญิ ญาณธาตุ ศนู ยข า งหนา คอื ธาตนุ ้ำ ศนู ยข า งขวาคอื ธาตดุ นิ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตไุ ฟ ศนู ยข า งซา ยคอื ธาตลุ ม นยิ มพรอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ แรกเกดิ มากพ็ รอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ ไปเกดิ กพ็ รอ มดว ยธาตทุ งั้ ๖ ธาตไุ มป ระชมุ พรอ มกนั ปฐมมรรคกเ็ กดิ ไมไ ด เมอ่ื ไมม ี ปฐมมรรค มรรคผลนพิ พานกไ็ ปไมถ กู เหตนุ จ้ี งึ ตอ งทำปฐมมรรคใหเ กดิ ใหม ขี นึ้ .

5 - 11 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอ่ื ดวงปฐมมรรคเกดิ ขนึ้ เปน ดวงใสทศ่ี นู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ แลว กใ็ หห ยดุ บรกิ รรม ภาวนา แตใ หเ พง อยทู ก่ี ลางดวงนนั้ โดยทำใจใหห ยดุ ในหยดุ ทก่ี ลางดวงนน้ั มจี ดุ เปน เครอื่ งหมาย ใหใ สหนกั ขนึ้ ทกุ ที จนเปน รศั มคี อื แสงสวา ง ตอ ไปใหฝ ก ปฏบิ ตั ติ อ ไปตามลำดบั ดงั นี้ คอื ๑. ฝก เจรญิ สมถภาวนา ถงึ ๑๘ กาย ถงึ ธรรมกาย คอื กายมนษุ ย- มนษุ ยล ะเอยี ด กายทพิ ย- ทพิ ยล ะเอยี ด กายรปู พรหม-รปู พรหมละเอยี ด กายอรปู พรหม-อรปู พรหมละเอยี ด กายธรรมโคตรภู-โคตรภูละเอียด กายธรรมพระโสดา-พระโสดาละเอียด กายธรรม พระสกทาคามี-พระสกทาคามีละเอียด กายธรรมพระอนาคามี-พระอนาคามีละเอียด กายธรรมพระอรหตั -พระอรหตั ละเอยี ด ตง้ั แตก ายมนษุ ยถ งึ กายอรปู พรหมละเอยี ด นเี้ รยี กวา ขน้ั สมถะ ตงั้ แตก ายธรรมโคตรภทู ง้ั หยาบทง้ั ละเอยี ด จนถงึ กายพระอรหตั ทง้ั หยาบทง้ั ละเอยี ด นี้เปนขั้นวิปสสนาทั้งน้ัน๑ ๒. ฝก พสิ ดารกาย (ทง้ั ๑๘ กาย) สดุ กายหยาบกายละเอยี ด ใหเ ปน วสี คอื ให คลองแคลว ชำนาญเพื่อเปนพื้นฐานสำคัญในการเจริญวิชชาชั้นสูง และทำนิโรธดับสมุทัย (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั ิ แตเ ปน การดบั หยาบไปหาละเอยี ด) ละอกศุ ลจติ ของกายในกายโลกยิ ะ จากสดุ หยาบ เขา ถงึ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม ของกาย ทลี่ ะเอยี ดๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ไดเ ขา ถงึ ไดร -ู เหน็ และเปน ธรรมกาย ซงึ่ เปน กายโลกตุ ตระ ไปจนสดุ ละเอยี ด ถงึ พระนพิ พานของพระพทุ ธเจา ๓. ฝก ซอ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี ๔. ฝก เจรญิ ฌานสมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔ อรปู ฌาน ๔) โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ๕. ฝก เจรญิ ภาวนาถงึ นพิ พาน ทง้ั นพิ พานถอดกายและนพิ พานเปน ๖. ฝก ตรวจภพ ตรวจจกั รวาล ๗. ฝก เจรญิ พรหมวหิ าร ๔ (เมตตา กรณุ า มทุ ติ า อเุ บกขา) ๑ พระเดชพระคุณ หลวงพอวัดปากน้ำ หมายถึง ตั้งแตขั้นอนุปสสนาเห็นแจงในสภาวะของสังขารธรรม ตลอดถึง โลกตุ ตรวปิ ส สนา เหน็ แจง ในสภาวะของ วสิ งั ขารธรรมคอื พระนพิ พาน และเหน็ แจง ในอรยิ สจั ๔ อนั เปน ไปในญาณ ๓ มอี าการ ๑๒ – ชยมงคฺ โล ภกิ ข.ุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook