Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Published by Chalermkiat Deesom, 2020-08-19 23:59:17

Description: คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Search

Read the Text Version

5 - 12 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘. ฝก พจิ ารณาสตปิ ฎ ฐาน ๔ กาย เวทนา จติ ธรรม ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๙. ฝก พจิ ารณาอรยิ สจั ๔ ในกายมนษุ ย, ทพิ ย, พรหม อรปู พรหม ใหเ หน็ แจง รแู จง ในทกุ ข สมทุ ยั นโิ รธ มรรค อนั เปนไปในญาณ ๓ คอื สจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ มอี าการ ๑๒ นเ้ี ปน โลกตุ ตรปญ ญา พรอ มกบั ทำนโิ รธ (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั ิ แตเ ปน นโิ รธใน ความหมายของการดบั สมทุ ยั ) ดบั หยาบไปหาละเอยี ด จนถงึ อายตนะนพิ พาน เพอื่ ใหร เู หน็ และเปน พระนพิ พานธาตุ ซง่ึ มสี ภาวะทเี่ ปน วสิ งั ขาร คอื “พระนพิ พาน” ทแี่ ทจ รงิ ของ พระพุทธเจา ๑๐. ฝกเจริญวิชชาธรรมกายช้ันสูง (วิชชาสะสางธาตุธรรม) เพื่อเขาถึง/บรรลุ วชิ ชา ๓ คอื “ปพุ เพนวิ าสานสุ สตญิ าณ” “จตุ ปู ปาตญาณ” และ “อาสวกั ขยญาณ” และ คณุ ธรรมทคี่ วรบรรลยุ งิ่ ขนึ้ ไป ตามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด เพอื่ ชว ยบำบดั ทกุ ข บำรงุ สขุ ของตน และสงั คม ประเทศชาติ ตามทหี่ ลวงพอ วดั ปากน้ำ ทา นไดเ คยกลา วไวว า “ธรรมกาย คนหนงึ่ ชว ยคนไดค รง่ึ เมอื ง” ซง่ึ หมายความวา ผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกาย เจรญิ วชิ ชาธรรมกาย ชน้ั สงู ชว ยบำบดั ทกุ ข บำรงุ สขุ แกส าธชุ นพลเมอื งไดม าก.

5 - 13 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วิธีเจริญภาวนา ตามแนวสติปฏฐาน ๔ ถึงธรรมกาย ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) บดั นที้ า นทง้ั หลาย ทงั้ หญงิ และทง้ั ชายไดเ สยี สละเวลาอนั มคี า มาศกึ ษาในทางพระ พทุ ธศาสนา นเ้ี ปน กจิ สว นตวั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนาแปลวา คำสง่ั สอน ของพระพทุ ธเจา พระพทุ ธเจา สอนใหส ตั วโ ลกทงั้ หมด ละชว่ั ดว ยกาย วาจา ใจ ทำความ ดดี ว ยกาย วาจา ใจ ทำใจใหใ ส ๓ ขอ นแี้ หละเปน คำสอนของพระพทุ ธเจา ทกุ ๆ พระองค ท้ังอดีต ปจจุบัน อนาคต ยืนยันเหมือนกันหมด เหตุนั้นทานทั้งหลาย เม่ือตั้งใจมั่นลงใน พระพทุ ธศาสนาเชน น้ี กเ็ พอ่ื จะทำใจของตนใหด ตี ามประสงค ในทางพระพทุ ธศาสนา การทจ่ี ะทำใจใหด นี ้ี มบี าลเี ปน ตำรบั ตำราวา เทวฺ เม ภกิ ขฺ เว วชิ ชฺ าภาคยิ า ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลาย วชิ ชามี ๒ อยา ง กตเม เทวฺ ๒ อยา งอะไรบา ง สมโถ จ สมถะ ความสงบระงบั อยา งหนงึ่ วปิ สสฺ นา จ วปิ ส สนา ความ เหน็ แจง อยา งหนงึ่ สมโถ ภาวโิ ต กมิ ตถฺ มนโุ ภติ สมถะเปน ขน้ึ แลว ตอ งการอะไร จติ ตฺ ํ ภาวยิ ติ ตอ งการใหจ ติ เปน ขนึ้ จติ ตฺ ํ ภาวติ ํ กมิ ตถฺ มนโุ ภติ จติ เปน ขนึ้ แลว ตอ งการอะไร โย ราโค โส ปหยี ติ ความกำหนดั ยนิ ดอี นั ใดทม่ี อี ยใู นจติ ใจ ความกำหนดั ยนิ ดอี นั นน้ั หมดไปดว ยสมถะ ความสงบระงบั วปิ สสฺ นา ภาวติ า กมิ ตถฺ มนโุ ภติ วปิ ส สนาเปน ขนึ้ แลว ตอ งการอะไร ปญฺ า ภาวยิ ติ ตอ งการทำปญ ญาใหเ ปน ขน้ึ ปญฺ า ภาวติ า กมิ ตถฺ มนโุ ภติ ปญ ญาเปน ขนึ้ แลว ตอ งการ อะไร ยา อวชิ ชฺ า สา ปหยี ติ ความไมร จู รงิ อนั ใดทม่ี อี ยกู บั จติ ใจ ความไมร จู รงิ อนั นน้ั หมด ไปดว ยความเหน็ แจง คอื วปิ ส สนา ทางพระพทุ ธศาสนามวี ชิ ชา ๒ อยา งนเี้ ปน ขอ สำคญั นกั บดั นท้ี า นทงั้ หลายทเ่ี สยี สละ เวลามา กเ็ พอ่ื มาเรยี นสมถวปิ ส สนาทงั้ ๒ อยา งน้ี สมถะ เปน วชิ ชาเบอ้ื งตน พทุ ธศาสนกิ ชน

5 - 14 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอ งเอาใจใส คอื แปลความวา สงบระงบั ใจ เรยี กวา สมถะ วปิ ส สนา เปน ขนั้ สงู กวา สมถะ ซง่ึ แปลวา เหน็ แจง เปน ธรรมเบอ้ื งสงู เรยี กวา วปิ ส สนา สมถะ-วปิ ส สนา ๒ อยา งนี้ เปน ธรรมอนั สขุ มุ ลมุ ลกึ ในทางพระพทุ ธศาสนา ผพู ดู นไ้ี ดศ กึ ษามาตงั้ แตบ วช พอบวชออกจาก โบสถแ ลว ไดว นั หนง่ึ รงุ ขนึ้ วนั หนงึ่ กเ็ รยี นทเี ดยี ว เรยี นสมถะทเี ดยี ว ไมไ ดห ยดุ เลย จนกระทงั่ ถงึ บดั นี้ บดั นที้ งั้ เรยี นดว ย ทงั้ สอนดว ย ในฝา ยสมถวปิ ส สนาทง้ั ๒ อยา งน้ี สมถะมภี มู แิ คไ หน สมถะมภี มู ิ ๔๐ กสณิ ๑๐, อสภุ ะ ๑๐, อนสุ ติ ๑๐, พรหมวหิ าร ๔, อาหาเรปฏกิ ลู สญั ญา ๑, จตธุ าตุ- ววฏั ฐาน ๑, รปู ฌาน ๔, อรปู ฌาน ๔, ทง้ั ๔๐ นี้ เปน ภมู ขิ องสมถะ วปิ ส สนา มภี มู ิ ๖ ขนั ธ ๕, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘, อนิ ทรยี  ๒๒, อรยิ สจั ๔, ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ [ธรรมอาศยั ซงึ่ กนั และกนั เกดิ ขนึ้ ] นเี้ ปน ภมู ขิ องวปิ ส สนา ภมู สิ มถะ ภมู วิ ปิ ส สนา ทง้ั ๒ น้ีเปนตำรับตำราในทางพระพุทธศาสนาไดใชกันสืบมา แต ภมู ขิ องสมถะ ทเี่ ราจะเพงิ่ เรยี นตอ ไป เรมิ่ ตน ตอ งทำใจใหห ยดุ จงึ จะเขา ภมู ขิ อง สมถะได ถา ทำใจหยดุ ไมไ ดก เ็ ขา ภมู สิ มถะไมไ ด สมถะเขาแปลวา สงบ แปลวา ระงบั แปลวา หยดุ แปลวา นงิ่ ตอ งทำใจใหห ยดุ ใจของเรานะ อะไรทเ่ี รยี กวา “ใจ” เหน็ อยา ง หนงึ่ , จำ อยา งหนง่ึ , คดิ อยา งหนง่ึ , รู อยา งหนง่ึ , ๔ อยา งนร้ี วมเขา เปน จดุ เดยี วกนั นน่ั แหละเรยี กวา “ใจ” อยทู ไี่ หน? อยใู นเบาะน้ำเลยี้ งหวั ใจ คอื ความเหน็ อยทู ท่ี า มกลางกาย ความจำอยู ทที่ า มกลางเนอ้ื หวั ใจ ความคดิ อยทู า มกลางดวงจติ ความรอู ยทู า มกลางดวงวญิ ญาณ เหน็ จำ คดิ รู ๔ ประการนี้ หมดทงั้ รา งกาย สว นเหน็ เปน ตน ของรู สว นจำเปน ตน ของเนอ้ื หวั ใจ สว นคดิ เปน ตน ของดวงจติ สว นรเู ปน ตน ของดวงวญิ ญาณ “ดวงวญิ ญาณ” เทา ดวงตาดำขา งใน อยใู นกลางดวงจติ “ดวงจติ ” เทา ดวงตาดำ ขา งนอก อยใู นกลางเนอ้ื หวั ใจ “ดวงจำ” กวา งออกไปอกี หนอ ยหนงึ่ เทา ดวงตาทง้ั หมด “ดวงเหน็ ” อยใู นกลางกาย โตกวา ดวงตาออกไป นนั่ เปน ดวงเหน็ ดวงเหน็ นน่ั แหละ ธาตุ

5 - 15 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เหน็ อยศู นู ยก ลางดวงนน้ั นน้ั แหละเรยี กวา เหน็ เหน็ อยใู นธาตเุ หน็ นนั้ ดวงจำ ธาตจุ ำอยใู น ศนู ยก ลางดวงนน้ั ความจำอยทู น่ี นั่ ดวงคดิ ธาตคุ ดิ อยศู นู ยก ลางดวงนน้ั ดวงรู ธาตรุ อู ยู ในศนู ยก ลางดวงนน้ั เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งนแ้ี หละ เอาเขา มารวมจดุ เดยี วกนั เรยี กวา “ใจ” ของยากอยางน้ีเห็นไหมละ คำที่เรียกวา “ใจ” น่ันแหละ เวลาน้ี เราน่ังอยูน่ี สอด [สง ใจ] ไปถงึ บา นกไ็ ด สอดไปถงึ นรกกไ็ ด สอดไปถงึ สวรรคก ไ็ ด สอดไปถงึ นพิ พาน กไ็ ด [เรานกึ ] สอดใจไปได มนั ลกึ ซง้ึ อยา งนน้ั เหน็ ไหมละ ใจ ถา วา มนั รแู คบมนั กส็ อดไป ไดแ คบ ถา รกู วา งสอดไปไดก วา ง ถา รลู ะเอยี ดสอดไปไดล ะเอยี ด รหู ยาบกส็ อดไปไดห ยาบ แลว แตค วามรขู องมนั ความเหน็ ของมนั สำคญั นกั คำทเี่ รยี กวา “ใจ” นแ่ี หละ เราตอ งบงั คบั ใหห ยดุ เปน จดุ เดยี วกนั เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งนี้ ตอ งมารวมหยดุ เปน จดุ เดยี วกนั อยกู ลางกายมนษุ ย สะดอื ทะลหุ ลงั ขวา ทะลซุ า ย กลางกกั๊ ขา งใน สะดอื ทะลหุ ลงั เปน ดา ยกลมุ ไปเสน หนง่ึ ตงึ ขวาทะลซุ า ยเปน ดา ยกลมุ ไปเสน หนง่ึ ตรงกนั ตงึ ตงึ ทง้ั ๒ เสน ตรงกลางจรดกนั ทกี่ ลางจรดนน่ั แหละ เรยี กวา “กลางกกั๊ ” กลางกก๊ั นนั่ แหละถกู กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย ใสบรสิ ทุ ธ์ิ เทา ฟองไขแ ดงของไก ถกู กลางดวงพอดี ทสี่ อนใหเ อาพระของขวญั ไปจรดไวก ลางดวงนนั้ แหละ กลางกกั๊ นนั่ แหละ เราเอาใจของเราไปจรดอยกู ลางกกั๊ นนั่ แหละ เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งจรดอยกู ลางกกั๊ นน่ั กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยน น้ั “ใจ” มที ต่ี ง้ั แหง เดยี ว เทานั้น ทเ่ี ขาบอกวา “ตง้ั ใจนะ” เราจะตอ งเอาใจไปหยดุ ตรงนนั้ ทเี ดยี ว ถงึ จะถกู เปา หมาย ใจดำ เขาบอกวา ตงั้ ใจนะ เวลานเ้ี อง็ จะทำบญุ ทำกศุ ล เราตอ งตงั้ ใจตรงนนั้ บดั นเ้ี ราจะรกั ษา ศลี กต็ อ งตง้ั ใจตรงนนั้ บดั นเี้ ราจะเจรญิ ภาวนาละ เรากต็ อ งตง้ั ใจตรงนน้ั เหมอื นกนั ตอ ง เอาใจหยดุ ตรงนน้ั กลาง เมอ่ื เอาใจไปหยดุ อยกู ลางนน้ั แลว เรากใ็ ชส ญั ญาจำใหม น่ั หยดุ นง่ิ บงั คบั ใหน ง่ิ เชยี ว ถา ไมน งิ่ กต็ อ งใชบ รกิ รรมภาวนาบงั คบั ไว บงั คบั ใจใหห ยดุ บงั คบั หนกั เขา ๆๆ พอถกู สว นเขา ใจหยดุ นงิ่ ใจหยดุ หยดุ พอใจหยดุ เทา นน้ั แหละ ถกู ตวั สมถะแลว นน่ั แหละตวั สมถะ ไอห ยดุ นนั่ แหละ หยดุ นน่ั เองเปน ตวั สำเรจ็ ทางโลกและทางธรรมสำเรจ็ หมด โลกทจ่ี ะไดร บั ความสขุ ใจตอ งหยดุ ตามสว นของโลก ธรรมทจ่ี ะไดร บั ความสขุ ใจตอ ง

5 - 16 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั หยดุ ตามสว นของธรรม ทา นไดแ นะนำไวต ามวาระพระบาลวี า นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ํ สขุ อนื่ นอกจากหยดุ จากนงิ่ ไมม ี หยดุ นน่ั เองเปน ตวั สำคญั เพราะเหตนุ น้ั ตอ งทำใจใหห ยดุ เมอ่ื ใจของเราหยดุ แลว เรากต็ อ งหยดุ ในหยดุ ๆ ไมม ถี อยหลงั กลบั หยดุ ในหยดุ ๆๆ อยนู นั่ เอง ใจที่หยุดน้ันตองถูกกลางนะ ถาไมถูกกลางใชไมได ตองหยุดเขาสิบ เขาศูนย เขา สว น ถกู สบิ ถกู ศนู ย ถกู สว น ถา หยดุ กลางกายเชน นน้ั ถกู สบิ พอถกู สบิ เทา นน้ั ไมช า จะเขา ถงึ ศนู ย พอถกู สบิ แลว กจ็ ะเขา ถงึ ศนู ยท เี ดยี ว โบราณทา นพดู กนั วา “เหน็ สบิ แลว เหน็ ศนู ย เปน เคา มลู สบื กนั มา เทยี่ งแทแ นน กั หนา ตง้ั อนจิ จาเปน อาจณิ จตุ แิ ลว ปฏสิ นธิ ยอมเวียนวนอยูท้ังสิ้น สงั ขาราไมย นื ยนิ ราคสี น้ิ เปน ตวั มา” สบิ ศนู ยน เี้ ปน ตวั สำคญั นกั สตั วโ ลกจะเกดิ ในโลกได ตอ งอาศยั เขา สบิ แลว ตกศนู ย จงึ เกดิ ได ถา เขา สบิ ไมต กศนู ยแ ลว กเ็ กดิ ไมไ ด นโี่ ลกกบั ธรรมตอ งอาศยั กนั อยา งนี้ สว น ทางธรรมเลา กต็ อ งเขา สบิ เขา สบิ แลว กต็ กศนู ย “ตกศนู ย” คอื “ใจหยดุ ” พอใจหยดุ เรยี ก วา เขา สบิ แลว เหน็ เปน ดวงใสเทา ดวงจนั ทรด วงอาทติ ย ผดุ ขนึ้ ทใี่ จหยดุ นนั้ แหละ นนั่ ตกศนู ย แลว เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ยแ ลว เรยี กวา “เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ย” พอเหน็ ศนู ย ใจกห็ ยดุ อยกู ลางศนู ยน น้ั เชยี ว กลางดวงใสเทา ดวง จนั ทร ดวงอาทติ ย ดวงนนั้ แหละเรยี กวา “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” หรอื อกี นยั หนง่ึ ดวงนน้ั เรยี กวา “ดวงปฐมมรรค” หนทางเบอ้ื งตน มรรคผลนพิ พาน ถา จะไปสมู รรคผลนพิ พาน ตอ ง เขา กลางดวงนน้ั แหง เดยี ว ไปไดท างเดยี ว ทางอนื่ ไมม ี เมอื่ เขา กลางดวงศนู ยน น้ั ได แลว เรยี กวา ปฐมมรรค นยั หนง่ึ อกี นยั หนง่ึ ดวงนน้ั แหละเรยี กวา “เอกายนมรรค” แปลวา “หนทางเอก” ไมม โี ท สองไมม ี แปลวา “หนทางหนง่ึ ” สองไมม ี หนงึ่ ทเี ดยี ว อธบิ ายวา เพราะการบรรลคุ ณุ ธรรมทบ่ี รสิ ทุ ธจิ์ นสดุ ละเอยี ด ถงึ สมั มาปฏปิ ทามรรค เพอ่ื ความบรรลุมรรค-ผล-นพิ พาน ตอ งบรรลุ

5 - 17 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ท่ี “จติ ใจ” ของผศู กึ ษาสมั มาปฏบิ ตั ธิ รรม โดยการ เจรญิ ภาวนาผา นกาย ในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม ชำระจิตใจ (เหน็ -จำ-คดิ -ร)ู และธาตธุ รรม ซงึ่ ตง้ั อยู ตรงกลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายในกาย ฯลฯ ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ศนู ยก ลางกายฐาน ท่ี ๗ แหง เดยี ว จากกายในกาย-เวทนาในเวทนา-จติ ในจติ -ธรรมใน ธรรม สดุ หยาบ (กายมนษุ ย) ถงึ สดุ ละเอยี ด (อรปู พรหมละเอยี ด) และ เขา ถงึ กายโลกตุ ตระ ตงั้ แตก ายโคตรภู ถงึ ธรรมกายอรหตั ในอรหตั ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ถงึ ธรรมกาย มรรค ๔ ผล ๔ และพระนพิ พานธาตุ ๑ ของพระพทุ ธเจา ไมว า ผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาในเบอื้ งตน -เบอื้ งกลาง จะได เหน็ ตามนหี้ รอื ไมก ต็ าม ตอ เมอื่ ปฏบิ ตั ถิ งึ ขน้ั ตอนจะไดเ ขา ถงึ มรรค ผลนพิ พาน ยอ มรเู หน็ ตามน้ี กลา วคอื จะตอ งไดเ ขา ถงึ /ร-ู เหน็ พระนพิ พานธาตุ (อนปุ าทเิ สส- นิพพานธาตุ) ของพระพุทธเจา และพระอรหันตขีณาสพ ท่ีดับ เบญจขนั ธ- เขา ปรนิ พิ พานดว ยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตุ ใน อายตนะ คือพระนิพพาน ตามธรรมภาษิตในปฏิสัมภิทามรรควา “เมื่อภิกษุ พจิ ารณาเหน็ เบญจขนั ธ [ดว ยปญ ญา] เปน ของไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา เปน ธรรมทไี่ มม สี าระ เปน มตธรรม ... เธอนนั้ ยอ มได ‘อนโุ ลม- ขนั ต’ิ [คอื โคตรภญู าณ] เมอ่ื ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ความดบั แหง เบญจขนั ธ เปนพระนิพพาน เที่ยง-เปนสุข-เปนธรรมที่มีประโยชนสูงสุดย่ิง- เปน ธรรมทม่ี สี าระ-เปน อมตธรรม ฯลฯ เธอนน้ั ยอ มยา งลงสสู มั มตั ต- นยิ าม [คอื ยอ มยา งลงสมู รรคญาณผลญาณ]” ทว่ี า “ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ความดบั แหง เบญจขนั ธ เปน พระนพิ พาน เทยี่ ง ...” นน้ั กค็ อื พระภกิ ษหุ รอื พระโยคาวจรน้ี ไดเ ขา ถงึ อายตนะคอื

5 - 18 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระนพิ พาน “เปน ทส่ี ถติ อย”ู ของ “พระนพิ พานธาต”ุ ของพระพทุ ธเจา พระอรหนั ตเ จา ผดู บั ขนั ธเ ขา ปรนิ พิ พาน ดว ย “อนปุ าทเิ สสนพิ พานธาต”ุ ชอื่ วา “ตกกระแสพระนพิ พาน” นนั้ นน่ั เอง - ชยมงคฺ โล ภกิ ขฺ ุ เมอื่ รจู กั หลกั อนั นแ้ี ลว ตอ แตน ไี้ ป กจ็ ะสอนใหท ำตอ ไป เมอ่ื เราไดท ำวตั รอาราธนา เรยี บรอ ยแลว ตอ แตน ไ้ี ปกต็ อ งนงั่ สมาธกิ นั บาลวี า นสิ ที ติ ปลลฺ งกฺ ํ อาพชุ ฌฺ ติ วฺ า ใหน ง่ั คู บลั ลงั ก ขดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย ทกุ คนดว ยกนั ตง้ั ตวั ใหต รง แลว คอยฟง อธบิ ายตอ ไป วธิ ที ถี่ กู คอื ปลายนว้ิ ชมี้ อื ขา งขวา จรดกบั ปลายนวิ้ หวั แมม อื ขา งซา ย วางไวบนตักที่เราขัดสมาธิน้ัน นั่งยืดตัวใหตรงเพื่อใหเลือดลมเดินสะดวกและรูสึกสบายใน ขณะนงั่ นน้ั เรยี กวา อชุ ุํ กายํ ปณธิ าย ตงั้ กายใหต รง เมอ่ื เรานงั่ ขดั สมาธิ ตงั้ กายใหต รงดแี ลว เราตอ งตงั้ ใจใหห ยดุ ใจของเราถา หยดุ ได สกั กระพรบิ ตาเดยี วเทา นน้ั ไดช อื่ วา เราไดส รา งบญุ ใหญก ศุ ลใหญส ำคญั นกั บญุ ทเี่ กดิ จาก การนงั่ ภาวนานน้ั เปน บญุ ใหญก ศุ ลใหญ เราจะไปสรา งโบสถ วหิ าร การเปรยี ญสกั รอ ยหลงั กส็ บู ญุ ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการบำเพญ็ สมถวปิ ส สนาไมไ ด เมอ่ื เราแสวงหาเขตบญุ ในพระพทุ ธศาสนา พงึ บำเพญ็ สมถวปิ ส สนาทำใจใหม น่ั คงดงั นี้ ใหใ จหยดุ หยดุ นเ้ี ปน ตวั สำคญั “หยดุ ” นี้ จะเปน ทางมรรคผลนพิ พาน พวกทใี่ หท านรกั ษาศลี นน้ั ยงั ไกลกวา “หยดุ ” นใี้ กลน พิ พาน นกั พอหยดุ ไดเ ทา นนั้ ถกู คำสงั่ สอนของพระศาสดาแลว ไมย กั เยอ้ื งแปรผนั ตอ แตน ไ้ี ปคอยตง้ั ใจฟง เมอ่ื เราทำวตั รอาราธนาเสรจ็ แลว กจ็ ะบอกวธิ กี ระทำตอ ไป วธิ ที ำสมถวปิ ส สนา ตอ งมี บรกิ รรมภาวนา กบั บรกิ รรมนมิ ติ เปน คกู นั บรกิ รรมนมิ ติ ให กำหนดเครอ่ื งหมายเขา ดวงใส เหมอื นกบั เพชรลกู ทเ่ี จยี ระไนแลว ไมม ขี นแมว โตเทา แกว ตา ผหู ญงิ กำหนดเขา ปากชอ งจมกู ซา ย ผชู ายกำหนดเขา ปากชอ งจมกู ขวา อยา ใหล ้ำใหเ หลอ่ื ม ใจของเราทยี่ ดื ไปยดื มา แวบไปแวบมา ใหเ ขา ไปอยเู สยี ในบรกิ รรมนมิ ติ ปากชอ งจมกู หญงิ ซา ย ชายขวา ขา งนอกดวงโตเทา แกว ตา ขา งในดวงโตเทา เมลด็ พทุ ธรกั ษา ใสขาว เหมอื นกระจกสอ งเงาหนา หญงิ กำหนดปากชอ งจมกู ซา ย ชายกำหนดปากชอ งจมกู ขวา แลว ใหบ รกิ รรมภาวนาประคองบรกิ รรมนมิ ิตนน้ั ไวว า “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใี่ ส ใจหยดุ อยู

5 - 19 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงทใ่ี ส “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใี่ ส ใจหยดุ อยกู ลางดวงทใ่ี ส “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใ่ี ส ใจหยดุ อยกู ลางดวงทใ่ี ส นง่ิ อยทู น่ี น่ั น่ี ฐานที่ ๑ ฐานที่ ๒ เลอ่ื นไปท่ี เพลาตา หญงิ อยซู กี ขา งซา ย ชายอยซู กี ขา งขวา ตรงหวั ตาท่ี มลู ตาออก ตามชอ งลมหายใจเขา ออกขา งใน แลว ใหบ รกิ รรม ประคองเครอื่ งหมายทเี่ พลา ตานน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั แบบเดยี วกนั แลว เลอ่ื นเครอื่ งหมายตรงลำดบั เพลาตา เขา ไปท่ี กลางกกั๊ ศรี ษะ ขา งใน ไมใ หค อ นซา ย-ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน กลางกกั๊ พอดี ที่ นเ่ี รยี กวา ฐานที่ ๓ แลว บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายทกี่ ลางกก๊ั ศรี ษะขา งในวา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั ตรงนมี้ ลี ทั ธพิ ธิ ี ตอ งกลบั ตาไปขา งหลงั ใหต าคา งเหมอื นคนชกั จะตาย เราหลบั ตาอยู ตาชอ นขนึ้ ขา งบน เหลอื บขนึ้ ขา งบน เหลอื บไปๆ จนคา งแนน ใหค วามเหน็ กลบั ไป ขา งหลงั แลว คอ ยๆ ใหเ หน็ กลบั เขา ขา งใน พอตาเหน็ กลบั เขา ขา งใน กเ็ ลอ่ื นเครอื่ งหมาย จากฐานที่ ๓ นไ้ี ปฐานที่ ๔ ท่ี ปากชอ งเพดาน ทรี่ บั ประทานอาหารสำลกั อยา ใหล ้ำให เหลอ่ื ม พอดี แลว บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายในฐานที่ ๔ นน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครงั้ แลว กเ็ ลอื่ นเครอื่ งหมายจาก ฐานท่ี ๔ ไป ฐานที่ ๕ ท่ี ปากชอ งคอ เหนอื ลกู กระเดอื ก เหมอื นกลางกกั๊ ปากถว ยแกว ตงั้ ไวป ากชอ งคอ บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายทปี่ ากชอ งคอนน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั แลว เลอ่ื นเครอ่ื งหมายลงไป ฐานท่ี ๖ กลางตวั สดุ ลมหายใจ เขา ออก สะดอื ทะลหุ ลงั ขวาทะลซุ า ย กลางกกั๊ ขา งใน ตรงกลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ย ทใ่ี จหยดุ นน่ั ทเี ดยี ว ตงั้ ตรงนน้ั เอาใจของเราจรดเขา ทด่ี วงใสนน้ั แลว บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครงั้ แลว ถอยหลงั จากฐานท่ี ๖ มาทีเ่ หนอื กลางตวั เรานขี้ นึ้ มา ๒ นวิ้ มอื ฐานนน้ั เรยี กวา ฐานท่ี ๗ ฐานท่ี ๗ นนั้ มศี นู ย ๕ ศนู ย ๑) ศนู ยก ลาง ๒) ศนู ยข า งหนา ๓) ศนู ยข า งขวา ๔) ศนู ยข า งหลงั ๕) ศนู ยข า งซา ย ศนู ยก ลางคอื อากาศธาต,ุ ศนู ยข า งหนา ธาตนุ ้ำ, ศูนยขางขวาธาตุดิน, ศูนยขางหลังธาตุไฟ, ศูนยขางซายธาตุลม, เคร่ืองหมายใสสะอาด ตรงชอ งอากาศกลาง ตรงนน้ั เรยี กวา “ศนู ย” ทำไมถงึ เรยี กวา “ศนู ย” ? ตรงนนั้ เวลาสตั วไ ปเกดิ มาเกดิ แลว กม็ าอยใู นทสี่ บิ อยใู น

5 - 20 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงนน้ั กายละเอยี ดอยใู นกลางดวงนน้ั เมอ่ื พอ แมป ระกอบธาตธุ รรมถกู สว นเขา แลว กต็ กศนู ยท เี ดยี ว พอตกศนู ยก ล็ อยขน้ึ มา เหนอื กลางตวั ๒ นว้ิ มอื [เปน ดวงกลมใส] โตเทา ฟองไขแ ดงของไก ใสเปน กระจกสอ งเงาหนา นมี่ นั จะเกดิ ละ ตรงนน้ั เรยี กวา ศนู ย ศนู ยน นั้ เปน สำคญั นกั จะเกดิ มาในมนษุ ยโลกกต็ อ งเกดิ ดว ยศนู ยน น้ั จะไปนพิ พาน กต็ อ ง เขา ศนู ยน น้ั ไปเหมอื นกนั จะไปสมู รรคผลนพิ พานกต็ อ งเขา ศนู ยน นั้ เหมอื นกนั แบบเดยี วกนั จะตายจะเกดิ เดนิ ตรงกนั ขา ม ถา วา จะเกดิ กต็ อ งเดนิ นอกออกไป ถา วา จะ ไมเ กดิ กต็ อ งเดนิ ในเขา ไป กลางเขา ไว หยดุ เขา ไว ไมค ลาดเคลอ่ื น นต้ี ายเกดิ อยา งน้ี ใหร จู กั หลกั อยา งน้ี เมอ่ื รจู กั หลกั ดงั นแี้ ลว กร็ ทู เี ดยี ว พอรงุ ขนึ้ เชา น้ี ทใี่ จเราวนุ วายอยนู ี่ มนั ทำอะไร? มนั ตอ งการจะเวยี นวา ยตายเกดิ ถา ใจเรานงิ่ อยใู นกลางนน้ั มนั จะเลกิ เวยี นวา ยตายเกดิ เรากร็ ตู วั ของเราอยู เราไมต อ งงอ ใคร เรารแู ลว เราเรยี นแลว เราเขา ใจแลว เราตอ งทำใจของเราใหน ง่ิ ทำใจใหห ยดุ อยศู นู ยก ลางนน่ั กลางของกลางๆๆ ซา ย- ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน-นอก-ใน ไมไ ป เขา กลางของกลางๆๆ นงิ่ แนน หนกั ขน้ึ พอถกู สว นเขา เทา นน้ั เหน็ ดวงใสแจม บงั เกดิ ขนึ้ เทา ดวงจนั ทรด วงอาทติ ย ดวงนน้ั แหละเรยี กวา “ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” เปน ทางไปของพระพทุ ธเจา พระอรหันตทั้งหมดในสากลโลกในสากลธรรม พระพุทธเจาพระอรหันตจะเขาไปสู นพิ พาน ตอ งไปทางนที้ างเดยี ว ไมม ที างแตกแยกจากกนั ไปแนวเดยี วทางเดยี วกนั หมด แตว า การไปนนั้ บางทา นเรว็ บางทา นชา ไมเ หมอื นกนั คำทวี่ า ไมเ หมอื นกนั นแี้ หละ ถงึ จะไดช อื่ วา ไมซ ำ้ กนั คำวา ไมซ ้ำกนั เพราะเรว็ กวา กนั ชา กวา กนั แลว แตน สิ ยั วาสนาของ ตนทส่ี งั่ สมอบรมไว แตว า ทางไปนน้ั เปน ทางเดยี วกนั หมด เปน เอกายนมรรค หนทาง เสน เดยี ว เมอ่ื จะไปตอ งหยดุ นก้ี แ็ ปลก ทางโลกเขาจะไปตอ งขนึ้ เรอื บนิ เรอื ยนตร ถยนต ไป จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ แตท างธรรมไมเ ปน เชน นนั้ เมอ่ื จะไปตอ งหยดุ ถา หยดุ จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ นแ่ี ปลกอยา งนี้ ฉะนนั้ ตอ งเอาใจหยดุ จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ หยดุ อยกู ลางดวงธรรม ทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย พอหยดุ ถกู สว นกเ็ หน็ ดวงใส ดวงใสนนั่ แหละเรยี กวา “เอกายนมรรค” หรอื เรยี กวา “ปฐมมรรค” หรอื เรยี กวา “ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” โตเทา ดวงจนั ทร

5 - 21 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดวงอาทติ ย ใจกห็ ยดุ นงิ่ อยกู ลางดวงนนั้ พอหยดุ นง่ิ ถกู สว นเขา เทา นนั้ หยดุ ในหยดุ ๆๆ กลางของหยดุ เรอ่ื ยเขา ไป กลางของ กลางๆๆๆ ทหี่ ยดุ นน้ั พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงอกี ดวงหนง่ึ เทา ๆ กนั อยกู ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐานนนั่ เรียกวา ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี นนั่ พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวง หนง่ึ เทา ๆ กนั เรยี กวา ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธนิ น่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวง หนง่ึ เรยี กวา ดวงปญ ญา ดวงเทา ๆ กนั หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญานน่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวงหนง่ึ เรยี กวา ดวงวมิ ตุ ติ ใสละเอยี ดหนกั ขน้ึ ไป หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตนิ น่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวงหนง่ึ เรยี กวา ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ พอถกู สว นเขา เหน็ ตวั กายมนษุ ย ของเราทนี่ อนฝน ออกไปทไ่ี ปเกดิ มาเกดิ เขา เรยี กวา กายมนษุ ยล ะเอยี ด พอเราไปเหน็ เขา เทา นนั้ เรากร็ ไู ดท เี ดยี ววา ออ ! กายนเี้ วลา ฝน เราเคยเห็น เคยไปกับมัน ในเวลาทำกิจหนาท่ีฝน เวลาต่ืนแลวไมรูมันไปอยูที่ไหน บดั นี้ เรามาเหน็ แลว อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ นนั่ เอง เม่ือเห็นแลว ก็ใหกายมนุษยละเอียดนั่นนั่งเขาเหมือนกายมนุษยหยาบขางนอกน่ี เมอื่ นง่ั ถกู สว นเขา แลว ใจมนษุ ยล ะเอยี ดกห็ ยดุ นง่ิ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กาย มนษุ ยล ะเอยี ด พอถกู สว นเขา หยดุ ถกู สว นเขา เทา นนั้ แหละ กเ็ หน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสติ- ปฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน พอถกู สว นเขา กเ็ หน็ ดวงศลี หยดุ อยู กลางดวงศีล ถูกสวนเขา เห็นดวงสมาธิ หยุดอยูกลางดวงสมาธิ พอถูกสวนเขา เห็น ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายทพิ ย ให กายทพิ ย นงั่ แบบเดยี วกนั กบั กายมนษุ ยล ะเอยี ดนน่ั ใจของกายทพิ ย หยดุ นง่ิ อยู กบั ศนู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายทพิ ย พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เห็นดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยู

5 - 22 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายทพิ ยล ะเอยี ด ใจกายทิพยละเอียด ก็น่ิงอยูท่ีศูนยกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายทิพยละเอียด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สวนเขา เหน็ กายรปู พรหม ใจกายรปู พรหม กน็ ง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหม พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ใจกายรปู พรหมเมอื่ หยดุ นง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธมั มาน-ุ ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวง สมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายรปู พรหมละเอยี ด ใจกายรปู พรหมละเอยี ด หยดุ อยศู นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหมละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายอรปู พรหม ใจกายอรปู พรหม กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายอรปู พรหม พอถกู สวนเขา ก็เห็นดวงธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน หยุดนิ่งอยูที่ศูนยกลางดวงธัมมานุปสสนา- สตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็

5 - 23 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายอรปู พรหมละเอยี ด ใจกายอรูปพรหมละเอียด หยุดอยูศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายอรูปพรหม ละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ นงิ่ อยศู นู ยก ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรม รปู เหมอื นพระปฏมิ า เกตดุ อกบวั ตมู ใสเปน กระจกสอ งหนา หนา ตกั โตเลก็ ตามสว น หนา ตกั เทา ไหน ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกายกโ็ ตเทา นนั้ กลมรอบตวั อยกู ลางกายธรรมกายนน่ั ธรรมกายเปน ตวั พทุ ธรตั นะ ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกายเปน ธรรมรตั นะ ใจพทุ ธรตั นะ กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกาย พอหยดุ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ ธรรมกายละเอยี ด โตกวา ธรรมกายทเี่ หน็ แลว นนั้ ๕ เทา ใจธรรมกายละเอยี ด กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน ธรรมกายละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานขยายสว น โตหนกั ขนึ้ ไป ใจกห็ ยดุ นง่ิ อยทู ี่ ศนู ยก ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยู กลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรม พระโสดา หนา ตกั ๕ วา สงู ๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขน้ึ

5 - 24 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ใจกายพระโสดา กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระโสดา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ- ญาณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรมพระโสดาละเอยี ด อยใู นกลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะของพระโสดานน้ั หนา ตกั ๑๐ วา ใจของกายพระโสดาละเอยี ด หยดุ นง่ิ อยทู ก่ี ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายพระโสดา ละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธมั มา- นปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระสกทิ าคา หนา ตกั ๑๐ วา สงู ๑๐ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระสกทิ าคา กห็ ยดุ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระสกทิ าคา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ต-ิ ญาณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระสกทิ าคาละเอยี ด หนา ตกั ๑๕ วา สงู ๑๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระสกิทาคาละเอียด หยุดอยูที่กลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายพระ สกทิ าคาละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา

5 - 25 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอนาคา หนา ตกั ๑๕ วา สงู ๑๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขน้ึ ใจของกายพระอนาคา กห็ ยดุ นง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระอนาคา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอนาคาละเอยี ด หนา ตกั ๒๐ วา สงู ๒๐ วา เกตดุ อก บวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระอนาคาละเอียด ก็หยุดอยูท่ีศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกาย พระอนาคาละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มา- นปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอรหตั หนา ตกั ๒๐ วา สงู ๒๐ วา เกตดุ อกบวั ตมู ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน พระอรหตั ก็ ๒๐ วา กลมรอบตวั ใจของพระอรหตั กห็ ยดุ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน พระอรหตั ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ติ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว น

5 - 26 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายพระอรหตั ละเอยี ด สวยงามมาก นเ่ี ปน กายที่ ๑๘ เมอ่ื ถงึ พระอรหตั นแี้ ลว หลดุ กเิ ลสหมด ไมม กี เิ ลสเลย เสรจ็ กจิ ในพระพทุ ธ ศาสนา ทง้ั สมถวปิ ส สนาตลอด๒ ตง้ั แตก ายมนษุ ยถ งึ กายอรปู พรหมละเอยี ด แคน น้ั เรยี กวา ขน้ั สมถะ ตง้ั แตก ายธรรมโคตรภทู งั้ หยาบทง้ั ละเอยี ด จนกระทง่ั ถงึ กายพระอรหตั ทง้ั หยาบ ทงั้ ละเอยี ด นี้ ขน้ั วปิ ส สนา ทงั้ นนั้ ”๓ นที้ เ่ี รามาเรยี นสมถวปิ ส สนาวนั น้ี ตอ งเดนิ แนวนี้ ผดิ แนวนไี้ มไ ด และกต็ อ งเปน อยา ง น้ี ผดิ อยา งนไ้ี ปไมไ ด ผดิ อยา งนไ้ี ปกเ็ ลอะเหลว ตอ งถกู แนวน้ี เราจะตอ งยดึ กายมนษุ ยน ี่ เปน แบบ เขา ไปถงึ กายมนษุ ยล ะเอยี ด ยดึ กายมนษุ ยล ะเอยี ดนนั่ เปน แบบ เขา ไปถงึ กายทพิ ย ตอ งยดึ กายทพิ ยน น่ั เปน แบบ เขา ถงึ กายทพิ ยล ะเอยี ด ตอ งยดึ กายทพิ ยล ะเอยี ดเปน แบบ จะโยกโยไ ปไมไ ด เขา ไปถงึ กายรปู พรหม ตอ งยดึ กายรปู พรหมเปน แบบ เขา ถงึ กายรปู พรหม ละเอยี ด ตอ งยดึ กายรปู พรหมละเอยี ดเปน แบบไป เขา ถงึ กายอรปู พรหม ยดึ กายอรปู พรหม เปนแบบ เขาถึงกายอรูปพรหมละเอียด ยึดกายอรูปพรหมละเอียดเปนแบบ เขาถึง กายธรรม ยดึ กายธรรมเปน แบบ นี่ท่ีปนไวเปนรูปพระปฏิมา ที่เขาปนไวในโบสถพระวิหารการเปรียญ นี่เขาทำแบบ ไวด ี เขา ถงึ กายธรรมละเอยี ด ยดึ กายธรรมละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระโสดา ยดึ กายธรรมพระโสดาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระโสดาละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระโสดา ละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระสกทิ าคา ยดึ กายธรรมพระสกทิ าคาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระสกทิ าคาละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระสกทิ าคาละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรม ๒ พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ หมายถงึ ธรรมกายพระอรหตั ตผลทไี่ ดบ รรลมุ รรค (กำจดั สญั โญชน ๑๐ ไดแ ลว ) ผล และนพิ พานแลว สว นผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาไดถ งึ ธรรมกาย แตย งั ละสญั โญชนเ บอื้ งต่ำอยา งนอ ย ๓ ประการ (สกั กาย- ทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา สลี พั พตปรามาส) ไมไ ด หลวงพอ ทา นแสดงวา ยงั เปน แตโ คตรภบู คุ คล ผไู ดโ คตรภญู าณ เทา นน้ั ๓ พระเดชพระคุณ หลวงพอวัดปากน้ำ หมายถึง ตั้งแตขั้นอนุปสสนา เห็นแจงในสภาวะของสังขารธรรมตลอดถึง โลกุตตรวิปสสนา เห็นแจงในสภาวะของวิสังขารธรรมคือพระนิพพาน และเห็นแจงใน อริยสัจ ๔ อันเปนไปใน ญาณ ๓ มอี าการ ๑๒ - พระภาวนาวสิ ทุ ธคิ ณุ (เสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล ป.ธ. ๖)

5 - 27 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระอนาคา ยดึ กายธรรมพระอนาคาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระอนาคาละเอยี ด ยดึ กาย ธรรมพระอนาคาละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระอรหตั ยดึ กายธรรมพระอรหตั เปน แบบ เขา ถงึ ธรรมกายพระอรหตั ละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระอรหตั ละเอยี ดเปน แบบ นเี้ ปน หลกั ฐาน ในพระพทุ ธศาสนา ในสมดุ ทไ่ี ดร บั แจกกนั ทวั่ ๆ หนา นนั้ ๑๘ รปู หนา ปง [ปก] ทอ่ี ธบิ ายมาน้ี นบั ดไู ดต ง้ั แต ๑) กายมนษุ ย ๒) กายมนษุ ยล ะเอยี ด ๓) กายทพิ ย ๔) กายทพิ ยล ะเอยี ด ๕) กายรปู พรหม ๖) กายรปู พรหมละเอยี ด ๗) กายอรปู พรหม ๘) กายอรปู พรหมละเอยี ด ๙) กายธรรม ๑๐) กายธรรมละเอยี ด ๑๑) กายพระโสดา ๑๒) กายพระโสดาละเอยี ด ๑๓) กายพระ- สกทิ าคา ๑๔) กายพระสกทิ าคาละเอยี ด ๑๕) กายพระอนาคา ๑๖) กายพระอนาคาละเอยี ด ๑๗) กายพระอรหตั ๑๘) กายพระอรหตั ละเอยี ด ทอี่ ธบิ ายมานี้ หนา ปง ทแี่ จกไปแลว ทกุ คนนนั้ นแี้ หละหลกั ปฏบิ ตั พิ ระพทุ ธศาสนา ตอ งแนน อน จบั ตวั วางตายอยา งน้ี ไมเ ลอะเลอื นเหลวไหล แตว า จะไปทางนตี้ อ ง “หยดุ ” ทางธรรม เรม่ิ ตน ตอ งหยดุ ตง้ั แตต น จนกระทงั่ พระอรหตั ถา ไมห ยดุ กไ็ ปไมไ ด ชดั ทเี ดยี ว แปลกไหมละ ไปทางโลก เขาตอ งไปกนั ปราด เปรยี ววอ งไวคลอ งแคลว ตอ งเลา เรยี นกนั มากมายจนกระทงั่ รเู ทา ทนั เหลย่ี มคผู คู นตลอดสาย จงึ จะปกครองโลกใหร งุ เรอื งเจรญิ ได แตว า จะไปทางธรรมนแ่ี ปลก “หยุด” เทา นน้ั แหละไป ได หยดุ อยา งเดยี วเทา นน้ั เรื่องน้ีพูดเอาเองหรือมีตำรับตำราอยางไร ? มีตำรับตำราอยางน้ี คือเม่ือครั้ง พระบรมศาสดายงั ดำรงพระชนมอ ยู ในเมอื งสาวตั ถี มพี ราหมณป โุ รหติ และนางพราหมณี เปนปุโรหิตของพระเจาปเสนทิโกศล คลอดบุตรออกมาคนหนึ่ง เวลาคลอดออกมาแลว กลางคนื ศสั ตราอาวธุ ในบา นลกุ เปน ไฟไปหมด พอ เปน พราหมณเ ฒา ดว ย เปน พราหมณค รู พระเจา แผน ดนิ ดว ย ตระหนกตกใจ นม่ี นั เรอ่ื งอะไรกนั ตรวจดตู ำรากร็ ไู ดท นั ทวี า ลกู ชายเราทเี่ กดิ มานจี่ ะเปน คนรา ย จะเปน โจรรา ย จะฆา มนษุ ยม ากมาย รทู เี ดยี วดว ยตำราของเขา เมอ่ื มโี อกาส กเ็ ขา ทลู พระเจา ปเสนทโิ กศลวา

5 - 28 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระพทุ ธเจา ขา ลกู ของขา พระพทุ ธเจา ทค่ี ลอดออกมาน้ี จะตอ งเปน คนฆา มนษุ ยเ สยี แลว จะฆา มนษุ ยม ากดว ย จะควรเอาไวห รอื ปลงชวี ติ เสยี เปน ประการใด ขอพระองคไ ดท รงพระ กรณุ าเถดิ ขา พระพทุ ธเจา ขอมอบถวายชวี ติ บตุ รของขา พระพทุ ธเจา แดพ ระองค ฝา ยพระเจา ปเสนทโิ กศลกท็ รงดำรวิ า ไอเ ดก็ เลก็ นดิ เดยี วจะเปน อะไรไปละ เกรงใจ พราหมณ เคารพพราหมณ นบั ถอื พราหมณ ดว ยทรงดำรจิ ะเอาอกเอาใจพราหมณ รู เหมอื นกนั วา พราหมณพ ดู แลว ไมค อ ยจะผดิ ตะขดิ ตะขวงใจอยเู หมอื นกนั เอาไวด กู อ นเถดิ ทา นพราหมณ เดก็ คนเดยี ว ถา วา มนั เปลย่ี นแปลงอยา งไร เราจะฆา มนั เมอ่ื ไรกฆ็ า ได มนั จะไปไหน ฉนั ปกครองคนทง้ั ประเทศ พดู ใหพ ราหมณใ จดสี กั หนอ ย พราหมณก ต็ ามพระทยั เอาไวโ ตขน้ึ เมอ่ื พราหมณร วู า ไอน มี่ นั จะฆา คน เบยี ดเบยี นสตั วม ากนกั เราจะทำอยา งไร กเ็ ลย ใหช อ่ื วา อหงิ สกมุ าร กมุ ารไมเ บยี ดเบยี นใคร และจรงิ อยา งนนั้ ดว ย ตงั้ แตเ ลก็ มาดนี กั ดหี นา พอ แมก ร็ กั ใคร พระเจา ปเสนทโิ กศลกร็ กั ใคร รำ่ เรยี นวชิ าความรใู นทางราชการในทางบา น เมอื ง เขาไมแ พใ คร ปญ ญาดเี ฉลยี วฉลาดวอ งไว เรยี นศสั ตราอาวธุ เรยี นมวยไมแ พใ คร เฉลยี วฉลาดดนี กั เมอ่ื ไดว ชิ าสมควรแลว ตอ ไปจะตอ งเปน คนใชข องพระราชา เพราะพอ เปน ปโุ รหติ ของพระราชาอยแู ลว ตอ งไปเรยี นวชิ าใหส งู เรยี กวา วชิ าปกครองแผน ดนิ ปกครองประเทศ สง ไปเรยี นกบั ทศิ าปาโมกขอาจารย ทศิ าปาโมกขอาจารยม ลี กู ศษิ ยถ งึ ๕๐๐ คน พราหมณป โุ รหติ ผนู เี้ มอื่ สง ลกู ไปเรยี นเชน นนั้ กม็ อบใหก บั อาจารยท ศิ าปาโมกข ทศิ า ปาโมกขอาจารยไ ดร บั อหงิ สกมุ ารไว กส็ อนเปน อนั ดบิ อนั ดี ยงั กบั ลกู กบั เตา ไดใ กลเ คยี งกบั อหงิ สกมุ าร อหงิ สกมุ ารฉลาดฉอเลาะดนี กั เขา ใกลค รลู ะกอ ทกุ อยา ง ทงั้ กาย ทง้ั วาจา ทงั้ ใจ หาทตี่ ไิ มไ ด อาจารยร กั ใคร เรยี นวชิ ากไ็ มแ พใ คร เฉลยี วฉลาดทกุ อยา ง กำลงั รา ง กายกด็ ี สวยงาม กส็ วยงาม อาจารยห ลง ทงั้ ๕๐๐ คน รกั อหงิ สกมุ ารมากกวา ใครๆ เมอ่ื ศษิ ยท ง้ั ๔๙๙ คน เหน็ วา ไมไ ดก าร เราไมฆ า อหงิ สกมุ ารเสยี พวกเราโงหวั ไมข น้ึ แน มนั กดหวั เราจมหมด เราจะตอ งฆา มนั เสยี เอาไวไ มไ ด คนโนน บา ง คนนบ้ี า ง ชว ยกนั หาเรอ่ื งใสเ จา บา ง ยวั่ เจาบา ง เยา เจา บา ง พอเจา เกะกะเขา ฟอ งอาจารย หาวา เกะกะ หนกั เขา ๆ มนั มากเรอื่ ง หนกั เขา ทา นอาจารยเ หน็ ดว ย

5 - 29 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วา มนั ดแี ตต อ หนา เรา พน เราไป มนั ไปขม เขา อยา งนี้ รกุ รานเขาอยา งนี้ แทท จ่ี รงิ มนั ไป แหยข น้ึ มนั ปน ขนึ้ มนั ปลกุ ขนึ้ มนั แกไ ขใหช วั่ มนั ฟอ งอาจารยอ ยเู สมอ มนั หนาหเู ขา แลว ลงทา ยจนกระทง่ั อาจารยค ดิ วา ไอล กู ศษิ ยค นนเี้ อาไวไ มไ ดแ ลว เดอื ดรอ นนกั เมอ่ื เอาไวไ มไ ด อาจารยต อ งฆา อาจารยฆ า จะทำอยา งไร อาจารยฆ า ลกู ศษิ ย เสยี ชอื่ ทศิ า- ปาโมกขอ าจารยแ ย ลกู ศษิ ยเ ปน พระเจา แผน ดนิ กม็ มี ากมาย พวกเหลา นนั้ เปน กษตั รยิ ก ม็ าก ทม่ี าเรยี นวชิ า ถา วา ฆา ลกู ศษิ ยก เ็ สยี ชอ่ื ครทู เี ดยี ว จะทำอยา งไรดี ตอ งฆา ทางออ ม เรยี น วชิ าไป พอถงึ วชิ าบทหนง่ึ ปด หนา สมดุ เลยทเี ดยี ว ลกู ศษิ ยก ถ็ ามวา ทำไมตอ งปด เสยี เลา อาจารย ? ผมอยากศกึ ษาตอ ไป ไมไ ดล ะแก เรอ่ื งนี้ ตรงนมี้ นั เปน วชิ าทเ่ี รยี นเขา แลว เมอื่ สำเรจ็ แลว จะเปน เจา โลกทเี ดยี ว จงึ พดู วา ถา จะเรยี นจรงิ ๆ ตอ งเอานว้ิ มอื ของมนษุ ย มา ๑,๐๐๐ องคลุ ี จงึ จะเรยี นได นจี่ ะหาอบุ ายฆา ลกู ศษิ ยล ะนะ ลกู ศษิ ยก ห็ มดทา ตอ งหยดุ เรยี น กพ็ ดู กนั วา ถา มนั อยากไดก ต็ อ งฆา มนษุ ย ฆา มนษุ ยไ ปไมท นั ถงึ พนั หรอก มนษุ ยค นใดคนหนงึ่ มนั กต็ อ งฆา ตวั เสยี บา ง มนั จะเอาไวท ำไม มนษุ ยม นั มากดว ยกนั น่ี สำเรจ็ แน อาจารยน กึ วา ไอน ต่ี อ งถกู ฆา แนล ะ ใชม อื คนอน่ื ฆา เถอะ นเ่ี หลย่ี มของครฆู า ลกู ศษิ ย อหงิ สกมุ ารนง่ั คอตก เราเกดิ มาในสกลุ พราหมณ เปน ครสู อนเขามา บาปกรรมไมไ ดท ำเลย มศี ลี บรสิ ทุ ธติ์ ลอดมา ตงั้ แต เกดิ จนถงึ บดั นี้ ความชว่ั นดิ หนอ ยไมไ ดก ระทำ คราวนเ้ี รามาเรยี นวชิ าจะตอ งฆา มนษุ ยเ สยี แลว ถา ไมฆ า มนษุ ย วชิ าของเรากไ็ มส ำเรจ็ กพ็ ดู กะอาจารยว า ตกลง ถา จะตอ งฆา มนษุ ย ใหไดองคุลีมาพันหนึ่งจึงจะเรียนสำเร็จ ตกลงรบั ปากทา นอาจารย รอ งไหเ สยี ใจ เศรา โศกเสยี ใจ ตอ งเปน คนลามกเลวทราม ฆา มนษุ ย เปน คนใจบาปหยาบชา เสยี อกเสยี ใจรอ งไห พไิ รรำพนั นกั ถงึ อยา งใด ถา วา ไม เอานว้ิ มอื มาใหอ าจารยพ นั หนงึ่ ทา นกจ็ ะไมบ อกวชิ าสำเรจ็ ใหเ รา เมอื่ เราเรยี นวชิ าไมส ำเรจ็ เรากเ็ ปน คนชน้ั สงู ไมไ ด เปน เจา โลกไมไ ด ตอ งเรยี นวชิ าใหส ำเรจ็ จงึ เปน เจา โลกได ฉะนน้ั การเรยี นวชิ าใดๆ เราตอ งใชว ชิ านน้ั ๆ ได ถา เรยี นแลว ใช วชิ านน้ั ๆ ไม ได จะเรยี นทำไม เสยี เวลาเปลา ๆ เสยี ขา วสกุ เรยี นวชิ าไหน ตอ งใชว ชิ านน้ั ได เอาละ พง่ึ ได เอาละ วชิ านนั้ ใชไ ด เหมอื นยงั กบั เราเรยี นวชิ าวนั นี้ เรากต็ อ งเรยี นจรงิ ทำจรงิ

5 - 30 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอ งพง่ึ วชิ าทเ่ี ราเรยี นนใ้ี หไ ด ใหศ กั ดส์ิ ทิ ธท์ิ เี ดยี ว ครใู ชไ ดอ ยา งไร ลกู ศษิ ยก ต็ อ งใชไ ดเ หมอื น ครู อยา งนเ้ี รยี กวา คนมปี ญ ญา เรยี กวา คนฉลาด เหมอื นองคลุ มี าลโจร เมอ่ื เวลาอหงิ สกมุ ารตกลงตอ งเรยี นแน กร็ บั อาจารยว า เอาละ ผมจะยอมเรยี น ยอมหาองคลุ มี นษุ ยม าใหพ นั หนงึ่ อาจารยก ส็ ง ดาบฟา ฟน ใหเ ลม หนง่ึ ถนดั มอื เลยเชยี ว น่ี เอาไป ทา นอหงิ สกมุ ารกห็ ยกั รง้ั ตงั้ ทา เลยทเี ดยี ว เมอ่ื ออกจากอาจารยแ ลว กห็ าเครอื่ ง รอ ยเครอื่ งแทงนวิ้ ตดิ ตวั ไป พอออกจากทา นอาจารย เมอื่ พบใครกช็ า งเถอะ เปรย้ี ะคอขาด เปรยี้ ะแขนขาด ขาดครงึ่ ตวั ตดั เอาองคลุ ไี ปองคลุ หี นง่ึ ๆ ใครขวางไมไ ดเ ลย พบไมไ ดเ ลย ไมว า คนไหนเลยทเี ดยี ว ไมว า มนษุ ยค นใด ไมว า ชนั้ สงู ชนั้ กลาง ชนั้ ต่ำ ฆา หมด ฆา เสยี จนกระทงั่ เลา ลอื ระบอื ลอื เลอ่ื งไปวา ในเมอื งสาวตั ถนี นั้ มโี จรสำคญั คอื องคลุ มี าลโจร ทช่ี อ่ื องคลุ มี าลโจรนน้ั กเ็ พราะนวิ้ มอื ไดม าแลว รอ ยเขา ตากแหง แลว คลอ งคอไป นบั นวิ้ ได ๙๙๙ นว้ิ แลว เรอ่ื งถงึ พระเจา ปเสนทโิ กศลใหก รฑี าทพั ยกไปปราบองคลุ มี าลโจร ธรรมเนยี ม ของกษตั รยิ โ บราณ เมอื่ กษตั รยิ ต อ กษตั รยิ ไ ปพบกนั ตอ งรำทวนกนั กษตั รยิ ต อ กษตั รยิ ด ว ย กนั ตอ งรำกระบร่ี ำทวนกนั ตอ งฟาดฟน กนั เอง ใครดกี ด็ ไี ป ใครไมด กี ค็ อขาดไป ไมใ ชใ ช ทหารรบเหมอื นธรรมดาในบดั น้ี เมอ่ื เจอะเขา ตอ งรำทวนเองทง้ั นนั้ เอาฝม อื กษตั รยิ ท ง้ั นน้ั เอาฝม อื ตวั เองทง้ั นน้ั พระเจา ปเสนทโิ กศลกท็ อ พระทยั เอะ ! นเี่ ราไปปราบองคลุ มี าลโจร ตอนนจ้ี ะตอ งไป รำกระบกี่ ะมนั ตอ งไปรำทวนกะมนั เมอื่ มนั เกดิ มา ศสั ตราอาวธุ มนั กล็ กุ เปน ฟน เปน ไฟ เรา ไมม อี ศั จรรยเ หมอื นอยา งกะมนั เมอื่ ไปรำทวนเขา แลว คอเราจะขาดหรอื คอมนั จะขาด เรา กย็ งั ไมร ู ไมแ นพ ระทยั ทอ พระทยั รงุ เชา จะยกทพั ไปคดิ วา เมอื่ ยกทพั ไปแลว ไมต รงไปเลย ทเี ดยี ว ไปพกั อยใู กลๆ วหิ ารเชตวนั กอ น ไปทลู พระพทุ ธเจา เสยี กอ น นางพราหมณผี เู ปน มารดา พอรวู า พระเจา ปเสนทโิ กศลจะยกทพั ไป ตวั กเ็ ลยลว งหนา ไปเสยี กอ น จะไปบอกลกู ชายใหห นไี ป ไมเ ชน นนั้ พระเจา ปเสนทโิ กศลจะฆา เสยี พระพทุ ธเจา ทรงทราบวา เมอื่ นางพราหมณไี ป องคลุ มี าลโจรเหน็ เขา กจ็ ะฆา นางพราหมณี ฆา แมเ สยี [เพอ่ื ] เอานวิ้ อกี ถงึ จะเปน พอ เปน แม ไมเ ขา ใจ ใกลล ะเปน ฆา เลยทเี ดยี ว จะเอานว้ิ จะมงุ เรยี นแต วชิ าเทา นนั้ แกไมไ ดม งุ อะไร

5 - 31 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระพุทธเจารูวา องคุลีมาลโจรน้ีเปนอสีติมหาสาวกองคสุดทายของเรา ถาหากฆา มารดาเสยี แลว เปน อภพั พสตั ว ไมไ ดม รรคผลในชาตนิ ้ี เราขาดสาวกผใู หญไ ป ไมค รบ ๘๐ ได ๗๙ เทา นนั้ เราจำเปน ทจ่ี ะตอ งไปทรมานองคลุ มี าลโจร พระองคท รงทราบชดั กเ็ สดจ็ ไปกอ น ใครๆ ทงั้ หมด ไปถงึ องคลุ มี าลโจร องคลุ มี าลโจรพอเหน็ เขา เทา นน้ั แหม! นว้ิ มนั งามจรงิ วชิ าเราเปน เจา โลกแน สำเรจ็ แน พอเหน็ พระศาสดาทงั้ พระรปู ทงั้ พระรศั มี ทง้ั งดทงั้ งาม ดไู มเ บอื่ นา เลอื่ มใส นา ไหว นา บชู าทงั้ นน้ั กค็ าดวา สำเรจ็ แน กร็ เ่ี ขา ใสท เี ดยี ว ควา ดาบฟา ฟน กร็ ใี่ สป ราดเขา ฟน พอปราด เขา ฟน พรดื หา งออกไป ๒๐-๓๐ วา เอาละซิ ตานห้ี า งออกไปเสยี แลว องคลุ มี าลโจรกต็ าม ใหญ วง่ิ ตกึ ๆๆ ไมไ ดร อละ จเ๋ี ชยี ว แลว กโ็ จนฟน พรดื ไปอกี แลว หา งตงั้ ๔๐-๕๐ วา ไปใหญ เชยี ว หา งหนกั ขนึ้ ทกุ ที พอวง่ิ หนกั เขา ๆ ใกลจ ะทนั วง่ิ ชา ๆ ใกลจ ะทนั พอใกลจ ะทนั กพ็ รดื หา งไปเสยี กวา นนั้ อกี แลว เทา ไหรๆ กฟ็ น ไมไ ด ฟน ไมส ำเรจ็ เมอ่ื ฟน ไมส ำเรจ็ จนกระทงั่ หดื ขนึ้ คอเหนอื่ ยเตม็ ท่ี พอเหนอื่ ยเตม็ ทแ่ี ลว คดิ วา นเี่ ขาเปน เจา โลกกอ นเรา เราไมใ ชเ จา โลก แน เหน็ จะเปน ไมไ ด บญุ ไมเ ทา ทนั เขาแลว ทอ ในใจ พอทอ ใจ ใจมนั กล็ ดหมดทฏิ ฐมิ านะ ยอม จำนนพระองค เมอื่ ยอมจำนนพระองคแ ลว กเ็ ปลง วาจาวา “สมณะหยดุ ” พระองคท รง เหลยี วพระพกั ตรม าตรสั วา “สมณะหยดุ แลว ทา นไมห ยดุ ” คำวา “หยุด” อนั นแี้ หละถกู ตง้ั แตต น จนเปน พระอรหตั คำวา หยดุ อยา งนี้ คำเดยี วเทา นนั้ ถกู ทางสมณะตง้ั แตต น จนพระอรหตั เปน ตวั ศาสนาแทๆ เชยี ว คำวา “หยุด” เพราะฉะนั้น ตองเอาใจหยุดอยูศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายมนุษย หยดุ นนั่ แหละถกู เปา หมายใจดำ ถกู โอวาทของพระบรมศาสดา ถา ไมห ยดุ จะปฏบิ ตั ิ ศาสนาสกั ๔๐-๕๐ ปก ช็ า ง ทสี่ ดุ จะมอี ายสุ กั ๑๐๐ ป หรอื ๑๒๐-๑๓๐ ป ถา ใจหยดุ ไมไ ด ไมถ กู ศาสนาสกั ที หยดุ เขา สบิ เขา ศนู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยไ มไ ด ไมถ กู ศาสนาสกั ที ตอ เมอื่ ใดหยดุ ได กถ็ กู ศาสนาทเี ดยี ว ถกู พระโอษฐข องพระศาสดา ทเี ดยี ว ใหจ ำใหแ มน อยา งน.้ี

วิธีการเจริญสมถวิปสสนาตามแนวสติปฏฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย และพระนพิ พานของพระพทุ ธเจา และพระธรรมเทศนา โดย พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพอวัดปากน้ำ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ การทจ่ี ะเจรญิ สมถวปิ ส สนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ ผศู กึ ษาสมั มาปฏบิ ตั คิ วรมคี วามรู เปน ลำดบั ตามขนั้ ตอนตอ ไปน้ี คอื ๑. ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส ๒. การพจิ ารณาสตปิ ฏ ฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๓. การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน: สมถวปิ ส สนา ๔. วธิ พี สิ ดารกาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด ๕. วธิ ซี อ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี ๖. วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ รปู ฌาน ๔ ๗. วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ อรปู ฌาน ๔ และสมาบตั ิ ๘ ๘. กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๙. เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน-จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๑๐. ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เมอื่ เขา ใจตามหวั ขอ ๑-๗ พอสมควรแลว จงึ เจรญิ ตามขอ ๘-๑๐ ตอ ไป กลา วคอื - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา ทงั้ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ จติ ในจติ ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม ทงั้ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก กจ็ ะพจิ ารณาสภาวธรรม ไดช ดั เจนยงิ่ ขน้ึ กวา การปฏบิ ตั ทิ เ่ี พยี งแตไ ดเ ขา ถงึ ดวงปฐมมรรค หรอื กายมนษุ ยล ะเอยี ดเทา นนั้ แลว พจิ ารณาสภาวธรรมเลย นเ้ี ปน การปฏบิ ตั สิ มถวปิ ส สนากมั มฏั ฐาน(เจรญิ สมถวปิ ส สนาภาวนา) เบอื้ งกลาง ใน ขนั้ อนปุ ส สนา เปน วปิ ส สนาปญ ญา ซงึ่ จะไดอ ธบิ าย โดยละเอยี ดตอ ไป 5-32

ตอนที่ ๑ ความหมายของสติปฏฐาน ๔ และอานิสงส๑ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ๑.๑ พระพุทธดำรัสวาดวยสติปฏฐาน ๔ สมเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ขณะเมอื่ เสดจ็ ประทบั อยใู น กมั มาสทมั มนคิ ม กรุ ชุ นบท ไดต รสั มหาสตปิ ฏ ฐานสตู ร เปน อทุ เทสแกภ กิ ษทุ งั้ หลายวา “เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมตกิ กฺ มาย ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย ญายสสฺ อธคิ มาย นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย ยททิ ํ จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ านา. กตเม จตตฺ าโร. อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ กาเย กายานปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ เวทนาสุ เวทนานปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ จติ เฺ ต จติ ตฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ ”๒ แปลความวา “ภิกษุท้ังหลาย หนทางนี้เปนท่ีไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของ เหลา สตั ว เพอื่ ลว งความโศกและความรำ่ ไร เพอื่ ความดบั สญู แหง ทกุ ข ๑ พระราชญาณวสิ ฐิ (ในขณะทด่ี ำรงสมณศกั ดเิ์ ปน พระมหาเสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล ป.ธ.๖ รป.ม. เกยี รตนิ ยิ ม มธ.), ทางมรรค ผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๘๙-๓๙๕. ๒ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย มหาวรรค, ขอ ๒๗๓, หนา ๓๒๕. 5-33

5 - 34 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั และโทมนสั เพอ่ื บรรลธุ รรมทถ่ี กู ตอ ง เพอ่ื ทำใหแ จง ซง่ึ พระนพิ พาน หนทางน้ี คอื สตปิ ฏ ฐาน ๔ ประการ. ๔ ประการเปน ไฉน. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั น้ี พจิ ารณาเหน็ กายในกายอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนาอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ จติ ในจติ อยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มีสติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. ” ๑.๒ พระพุทธดำรัส วาดวยอานิสงสของการเจริญสติปฏฐาน ๔ สมเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ไดต รสั อานสิ งสข องการเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ ไวด งั ตอ ไปน้ี “โย หิ โกจิ ภิกฺขเว อิเม จตฺตาโร สติปฏฐาเน เอวํ ภาเวยฺย สตตฺ วสสฺ าน.ิ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ตฏิ ฐ นตฺ ุ ภกิ ขฺ เว สตตฺ วสสฺ าน.ิ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ ฉ วสสฺ าน.ิ ปจฺ วสสฺ าน.ิ จตตฺ าริ วสสฺ าน.ิ ตณี ิ วสสฺ าน.ิ เทวฺ วสสฺ าน.ิ เอกํ วสสฺ .ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ตฏิ ฐ ตุ ภกิ ขฺ เว เอกํ วสสฺ .ํ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ สตตฺ มาสาน.ิ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า.

5 - 35 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตฏิ ฐ นตฺ ุ ภกิ ขฺ เว สตตฺ มาสาน.ิ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ ฉ มาสาน.ิ ปจฺ มาสาน.ิ จตตฺ าริ มาสาน.ิ ตณี ิ มาสาน.ิ เทวฺ มาสาน.ิ เอกํ มาส.ํ อทธฺ มาส.ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ติฏฐตุ ภิกฺขเว อทฺธมาโส. โย หิ โกจิ ภิกฺขเว อิเม จตฺตาโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ สตตฺ าห.ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. เอกายโน อยํ ภกิ ขฺ เว มคโฺ ค สตตฺ านํ วสิ ทุ ธฺ ยิ า โสกปรเิ ทวานํ สมตกิ กฺ มาย ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย ญายสสฺ อธคิ มาย นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย ยททิ ํ จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ านา.”๓ “ภกิ ษทุ งั้ หลาย กผ็ ใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งนี้ ตลอด ๗ ป เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๗ ปย กไว. ผใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งน้ี ตลอด ๖ ป … ๕ ป … ๔ ป … ๓ ป … ๒ ป … ๑ ป เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา ง ใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลในปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอื่ ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๑ ปย กไว. ผใู ดผหู นง่ึ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ อยา งน้ี ตลอด ๗ เดอื น เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนงึ่ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๗ เดอื นยกไว. ผใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งน้ี ตลอด ๖ เดอื น … ๕ เดอื น … ๔ เดอื น … ๓ เดอื น … ๒ เดอื น … ๑ เดอื น … กงึ่ เดอื น เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลในปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๓ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย มหาวรรค, ขอ ๓๐๐, หนา ๓๕๐-๓๕๑.

5 - 36 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กง่ึ เดอื นยกไว. ผใู ดผหู นง่ึ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งนี้ ตลอด ๗ วนั เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอื่ ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ภิกษุท้ังหลาย หนทางน้ีเปนที่ไปอันเอก เพ่ือความบริสุทธิ์ของ เหลา สตั ว เพอื่ ลว งความโศกและความรำ่ ไร เพอื่ ความดบั สญู แหง ทกุ ข และโทมนสั เพอ่ื บรรลธุ รรมทถ่ี กู ตอ ง เพอ่ื ทำใหแ จง ซงึ่ พระนพิ พาน หนทางนี้ คอื สตปิ ฏ ฐาน ๔ ฉะนแี้ ล.” ๑.๓ เมอ่ื วา โดยสรปุ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส๔ มีดังนี้ ๑.๓.๑ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และ อานสิ งส “สตปิ ฏ ฐาน ๔” คอื ธรรมอนั เปน ทตี่ ง้ั แหง สติ ๔ ประการ ทสี่ มเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ไดต รสั แกภ กิ ษทุ ง้ั หลาย ในขณะทเ่ี สดจ็ ประทบั อยใู นกมั มาสทมั มนคิ ม กรุ ชุ นบท ซง่ึ พอสรปุ ไดด งั น้ี สตปิ ฏ ฐาน เปน “เอกายนมรรค” คอื เปน ทางไปทางเดยี ว เฉพาะบคุ คล (คนๆ เดยี วเทา นนั้ ) เพอ่ื ใหไ ดร บั อานสิ งส ๕ ประการ (ถงึ มรรคผลนพิ พาน) คอื ๑) สตตฺ านํ วสิ ทุ ธฺ ยิ า เพอ่ื ความบรสิ ทุ ธแิ์ หง สตั วท ง้ั หลาย ๒) โสกปรเิ ทวานํ สมตกิ กฺ มาย เพอ่ื ขา มพน ความโศก และความรำ่ ไร ๓) ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย เพอ่ื ความดบั สญู แหง ทกุ ขแ ละโทมนสั ๔) ญายสสฺ อธคิ มาย เพอ่ื บรรลธุ รรมทคี่ วรรู ๕) นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย เพอ่ื ทำนพิ พานใหแ จง ๑.๓.๒ ธรรมทพี่ งึ ถอื เปน หลกั ปฏบิ ตั ิ และธรรมทพ่ี งึ นำออก ของผบู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ธรรม ๒ ประการน้ี สำคญั มากแกผ บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ๔ จะละทงิ้ เสยี มไิ ด ถา ละทง้ิ กเ็ สยี กมั มฏั ฐาน คอื ๔ อปุ กรณก มั มฏั ฐาน มหาสตปิ ฏ ฐาน และคริ มิ านนทสตู ร สำหรบั นกั ธรรม และธรรมศกึ ษาชน้ั เอก มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั พมิ พค รงั้ ท่ี ๑๑ พ.ศ.๒๕๓๕ หนา ๖๘-๗๗.

5 - 37 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑.๓.๒.๑ สมั ปโยคธรรม คอื ธรรมทผ่ี บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐานจะพงึ ถอื เปน หลกั ปฏบิ ัติ ไดแ ก (ก) อาตาป คือ มีความเพียรเผากิเลสใหเรารอน ไมเกียจคราน ไมท ำยอ หยอ นไมท ำๆ หยดุ ๆ เหมอื นกง้ิ กา (ข) สมั ปชาโน๕ คอื มคี วามรตู วั ตน่ื ตวั พรอ มอยเู สมอ ไมเ ผลอตวั ตกอยใู นอำนาจของกเิ ลสนวิ รณ ไดแ ก ไมง ว ง ไมห ลบั ใน ไมฟ งุ ซา น ไปนอกเรอื่ งพระกมั มฏั ฐาน เปน ตน (ค) สตมิ า คอื มสี ติ มคี วามระลกึ กำหนดได ตามเหน็ อารมณ คอื กาย ในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม ทง้ั ณ ภายใน และทง้ั ณ ภายนอก ไดอ ยเู สมอ ไมป ลอ ยใหจ ติ ไปยดึ อารมณอ น่ื ๑.๓.๒.๒ ปหานงั คธรรม คอื ธรรมทผี่ บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐานควรนำออก ไดแ ก (ก) อภชิ ฌา คือ ความยินดี ไดแก ความโลภอยากได ยินดี พอใจ ตดิ อยู อาลยั อยู ในรปู เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ (ข) โทมนสั คอื ความยนิ รา ย ไดแ ก พยาบาทนวิ รณ คอื ความไมย นิ ดี ในการประกอบกมั มฏั ฐาน เมอื่ วา โดยละเอยี ดกค็ อื นวิ รณ๕ ทค่ี วร นำออก ซง่ึ ไดแ ก - ถนี มทิ ธนวิ รณ คอื ความทอ แท งว งเหงา หาวนอน - วจิ กิ จิ ฉา คอื ความลงั เลสงสยั ไมแ นใ จ ในธรรมปฏบิ ตั ิ - พยาปาทะ คอื ความปองรา ย จองลา งจองผลาญผอู นื่ รวม ไปถงึ ความหงดุ หงดิ ใจ ไมย นิ ดใี นการประกอบกมั มฏั ฐาน - อทุ ธจั จกกุ กจุ จะ คอื ความฟงุ ซา น รำคาญใจ ชอบแสวงหา เรอื่ งคนอนื่ มาซบุ ซบิ นนิ ทา - กามฉันทะ คือ ความพอใจรักใครในกามคุณ ๕ คือ พอใจ ตดิ อยู อาลยั อยใู นรปู เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ ๕ ความรทู ว่ั พรอ ม ๔ อยา ง คอื รพู รอ มถงึ ธรรม พรอ มทงั้ อรรถ (เหตแุ ละผล) ๑ ธรรมเปน ทสี่ บาย ๑ ทโี่ คจร (ทๆี่ ควรไป) ๑ ความไมห ลง (ความไมเ ผลอตวั ) ๑ - ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท อรรถกถา ภาค ๗ หนา ๑๐๑.

5 - 38 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑.๓.๓ จำแนกสตปิ ฏ ฐาน ๔ และเหตทุ จ่ี ำแนก ๑.๓.๓.๑ สตปิ ฏ ฐาน จำแนกโดยอารมณเ ปน ๔ คอื (ก) กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ กายในกาย (ข) เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา (ค) จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ จติ ในจติ (ง) ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม ๑.๓.๓.๒ เหตทุ จี่ ำแนกเปน ๔ เพราะ จรติ คอื ความประพฤตเิ ปน อาจณิ เหมอื นความประพฤตชิ นดิ ทเี่ ปน ปกตขิ องคนในโลก เมอื่ รวมเขา มี ๔ จงึ จำแนกสตปิ ฏ ฐานเปน ๔ เพอื่ ใหส ม หรอื เปน คปู รบั กบั จรติ น้ันๆ (ก) จรติ ๔ (๑) ตณั หาจรติ อยา งออ น คอื เปน ผตู ดิ กาย มงุ กายเปน ใหญ มกั รกั สวยรกั งาม อนั เปน ไปตามสมยั นยิ ม แตเ ปลยี่ นแปลงงา ย เมอ่ื เขานยิ มกนั อยา งไร กเ็ ปลย่ี นแปลงไปอยา งนน้ั (๒) ตณั หาจรติ อยา งแรงกลา คอื เปน ผตู ดิ เวทนา มงุ สขุ เวทนา เปน ใหญ มกั พอใจแตใ นความสะดวกสบายอยา งเดยี ว เปลยี่ น แปลงยาก เพราะมกั ถอื เอาตามความชอบของตน (๓) ทฏิ ฐจิ รติ อยา งออ น คอื เปน ผตู ดิ จติ มงุ จติ เปน ใหญ มกั เหน็ วาจิตเทานั้นเปนส่ิงสำคัญ ถาจิตไมถูกรบกวนใหเดือดรอน ขนุ มวั กเ็ ปน ทพ่ี อใจ (๔) ทฏิ ฐจิ รติ อยา งแรงกลา คอื เปน ผตู ดิ ธรรมคอื อารมณท เ่ี กดิ กบั ใจ หนกั อยใู นธรรม มกั เหน็ วา ธรรมทเ่ี กดิ กบั จติ เปน สงิ่ สำคญั มกั หาเรอื่ งทชี่ อบมาใหจ ติ นกึ (ข) สตปิ ฏ ฐานเปน คปู รบั กบั จรติ ๔ (๑) กายานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ตณั หาจรติ อยา งออ น

5 - 39 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั (๒) เวทนานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ตณั หาจรติ อยา งกลา (๓) จติ ตานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ทฏิ ฐจิ รติ อยา งออ น (๔) ธมั มานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ทฏิ ฐจิ รติ อยา งกลา ๑.๔ อานิสงสแกผูบำเพ็ญ คือ ผบู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ อยา งสงู ๗ ป อยา งตำ่ ๗ วนั พงึ หวงั ผลทง้ั ๒ อยา งใด อยา งหนงึ่ คอื ๑.๓.๔.๑ ความเปน พระอรหนั ตใ นปจ จบุ นั ๑.๓.๔.๑ เมอ่ื อปุ าทคิ อื กเิ ลสเปน เหตเุ ขา ไปยดึ ถอื ยงั เหลอื อยู กถ็ งึ ความเปน พระอนาคามี ตอนท่ี ๒ การพิจารณาสติปฏฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก๖ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย เหน็ เวทนาในเวทนา เหน็ จติ ในจติ และ เหน็ ธรรม ในธรรม ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๒.๑ การมีสติพิจารณา ณ ภายใน คอื เหน็ ในเบอื้ งตน (สว นหยาบ) พจิ ารณากาย เวทนา จติ ธรรม ของตน ใหเ หน็ ตามธรรมชาตทิ เี่ ปน จรงิ กอ น เชน วา พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกายของตวั เรา เองวา ไมง ดงาม เปน แตป ฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด หรอื เปน ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด ๖ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๙๖-๓๙๘.

5 - 40 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทง้ั สน้ิ และพจิ ารณาเหน็ ความเกดิ ขนึ้ เสอื่ มไป คอื เหน็ วา ไมเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะแปรปรวนไป และ เปน ของไมใ ชต วั ตนของใครทแี่ ทจ รงิ (อนตตฺ า) ในขน้ั ละเอยี ด พจิ ารณาเหน็ กายในกาย และเวทนา จติ ธรรม ของกายในกาย ณ ภายใน ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ทเี่ ปลย่ี นแปลงไปตามเหตปุ จ จยั ทปี่ รงุ แตง ดว ย ปญุ ญาภิ- สงั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบญุ กศุ ล) อเนญชาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยฌานสมาบตั ทิ ไี่ มห วนั่ ไหว ไดแ ก จตตุ ถฌาน ปญ จมฌาน และ อรปู ฌาน เปน ตน ) อปญุ ญาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ล) ตามสายปฏจิ จสมปุ บาทธรรม และท่ี เปน โลกตุ ตรธรรม (พน โลก) พน ความปรงุ แตง ไดแ ก ๒.๑.๑ กรณปี ญุ ญาภสิ งั ขาร และ อเนญชาภสิ งั ขาร กจ็ ะพจิ ารณาเหน็ กายในกายทปี่ รงุ แตง ดว ยบญุ กศุ ล คณุ ความดี ทไ่ี ปประกอบ ทานกศุ ล ศลี กศุ ล และภาวนากศุ ล ในระดบั มนษุ ยธรรม ซงึ่ จะปรากฏกายมนษุ ย ละเอยี ด และ เวทนา จติ และ ธรรม ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส เปน สคุ ตภิ พ ในระดบั เทวธรรม กจ็ ะปรากฏกายทพิ ย ทพิ ยล ะเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทล่ี ะเอยี ด ประณตี และบรสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส ยงิ่ ไปกวา กายมนษุ ย ในระดับพรหมธรรม และรูปฌาน ก็จะปรากฏกายรูปพรหม รูปพรหม ละเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทลี่ ะเอยี ด ประณตี บรสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส และมรี ศั มสี วา งยง่ิ กวา กายทพิ ย ในระดบั อรปู ฌาน เปน อเนญชาภสิ งั ขาร กจ็ ะปรากฏ กายอรปู พรหม อรปู พรหมละเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทล่ี ะเอยี ด ประณตี บรสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส และมรี ศั มสี วา งยง่ิ กวา กายรปู พรหม และเหน็ วา แมเ ปน กายในกาย ทปี่ ระกอบดว ยสขุ เวทนาทล่ี ะเอยี ดประณตี ดวยจิตที่บริสุทธ์ิผองใสในระดับโลกิยธรรม เปนสุคติภพ ก็ยังตองตกอยูใน อาณตั แิ หง ไตรลกั ษณ หรอื มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื ไมเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะแปรปรวนไป (วปิ รณิ ามธมมฺ โต) และไมใ ชต วั ตนทแี่ ทจ รงิ ของ

5 - 41 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ใครๆ (อนตตฺ า) เพราะไมอ ยใู นอำนาจ (อวสวตตฺ นโต) ของใครๆ วา จงอยา แก (มา ชรี นตฺ )ุ จงอยา ตาย (มา มยี นตฺ )ุ ๒.๑.๒ กรณอี ปญุ ญาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ล) กจ็ ะพจิ ารณาเหน็ กายในกายภายใน ทปี่ รงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ลคอื ความชว่ั ไดแ ก กายทจุ จรติ วจที จุ จรติ และมโนทจุ จรติ ปรากฏเปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด ทซ่ี อมซอ เศรา หมอง ดว ยทกุ ขเวทนา ดว ยจติ ใจ (เหน็ -จำ-คดิ -ร)ู ทมี่ วั หมอง และดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายกข็ นุ มวั เปน ทคุ คตภิ พไป และเหน็ วา ตอ งตกอยใู นอาณตั แิ หง ไตรลกั ษณะ หรอื มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื ความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และอนตั ตา อกี เชน กนั ๒.๑.๓ กรณเี ปน โลกตุ ตรธรรม (พน โลก) พน ความปรงุ แตง ก็จะเหน็ เปน กายธรรม คอื “ธรรมกาย” ปรากฏ ตงั้ แตธ รรมกายโคตรภู หยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระโสดาหยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระสกทิ าคา หยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระอนาคาหยาบ-ละเอยี ด และธรรมกายพระอรหตั หยาบ-ละเอยี ด ซง่ึ ถา ยงั ละสญั โญชน กเิ ลสเครอื่ งรอ ยรดั ใหต ดิ อยกู บั โลก อยา ง นอ ย ๓ ประการ คอื สกั กายทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา และสลี พั พตปรามาส ยงั ไมไ ด กย็ งั ไมน บั วา ไดเ ขา ถงึ -ร-ู เหน็ และ เปน ธรรมกายทมี่ นั่ คงเทยี่ งแท ถาวร คอื ยงั อาจเหน็ ๆ หายๆ ได ตอ เมอื่ ละสญั โญชนไ ดแ ลว เพยี งไร กจ็ งึ เปน ธรรมกาย มรรค-ผล-นพิ พาน ตามระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ดเ พยี งนน้ั ๒.๒ การมีสติพิจารณา ณ ภายนอก คอื ในเบอื้ งตน (ขนั้ หยาบ) พจิ ารณากาย เวทนา จติ และธรรม ของคนอนื่ ใหเ หน็ ตามธรรมชาตทิ เี่ ปน จรงิ เทยี บเคยี งกนั กบั ของเรา วา ของเรามสี ภาวะตามธรรมชาตเิ ปน เชน ไร ของผอู น่ื กเ็ ปน เชน นนั้ เปน ตน วา พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกายเราเปน แต ปฏกิ ลู หรอื เปน ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด อยา งไร ของผอู นื่ กเ็ ปน อยา งนน้ั

5 - 42 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กาย เวทนา จติ ธรรม ของเราเอง เปน สงั ขารธรรมทปี่ ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง มคี วามเกดิ แก เจบ็ และตาย เปน ธรรมดา มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และ อนตั ตา เชน ไร ของผอู นื่ กเ็ ปน เชน นน้ั ในขน้ั ละเอยี ด เมอื่ พจิ ารณาเหน็ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรม ในธรรม ทง้ั ของตนเอง และของผอู นื่ จากกายสดุ หยาบคอื กายมนษุ ย ไปสดุ ละเอยี ด คอื ถงึ กายธรรมเพยี งใด สว นทหี่ ยาบนนั่ แหละ เปน ณ ภายนอก สว นทพี่ จิ ารณาเหน็ ละเอยี ด เขา ไปเปน ณ ภายในตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด เปน ตน วา เมอ่ื ปฏบิ ตั ไิ ดเ ขา ถงึ -ร-ู เหน็ และเปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด กาย เวทนา จติ และ ธรรม ของกายมนษุ ยห ยาบเปน ณ ภายนอก ของกายมนษุ ยล ะเอยี ดเปน ณ ภายใน เมอ่ื ปฏบิ ตั ถิ งึ กายทพิ ย กาย เวทนา จติ ธรรม ของกายมนษุ ยล ะเอยี ด เปน ณ ภายนอก ของกายทพิ ยเ ปน ณ ภายใน ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ดอยา งนี้ เมอื่ เขา ถงึ กาย เวทนา จติ และธรรม ทลี่ ะเอยี ดๆ เขา ไปนน้ั เวทนาของกายหยาบกเ็ ปน ทกุ ขเวทนา ของกายละเอยี ดกเ็ ปน สขุ เวทนา ตอ ๆ ไปเปน ลำดบั จนถงึ ธรรมกาย ซงึ่ เปน กายพน โลก กเ็ ปน อเุ บกขาเวทนาไป

5 - 43 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนท่ี ๓ การบำเพ็ญสติปฏฐาน: สมถวิปสสนา๗ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ๓.๑ ขน้ั สมถกมั มฏั ฐาน คอื ขน้ั ของการอบรมจติ ใจ ใหส งบ ใหห ยดุ ใหน งิ่ เปน สมาธิ แนบแนน มนั่ คง เปน ธรรม เคร่ืองใหสงบระงับจากกิเลสนิวรณเคร่ืองกั้นปญญา ใหออนโยนควรแกงานวิปสสนาปญญา ไดแ ก การพจิ ารณา นวิ รณปพ พะ ขอ กำหนดดว ยนวิ รณ ๕ คอื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมคอื นวิ รณ ๕ ไดแ ก กามฉนั ทะ ๑ พยาบาท ๑ ถนี มทิ ธะ ๑ อทุ ธจั จกกุ กจุ จะ ๑ วจิ กิ จิ ฉา ๑ ปฏกิ ลู มนสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยของนา เกลยี ด หรอื กายคตาสติ คอื การมสี ติ พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกาย ไดแ ก ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั เนอ้ื เอน็ กระดกู ฯลฯ ตามทเ่ี ปน จรงิ วา เปน แตป ฏกิ ลู หรอื ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด นวสวี ถกิ าปพ พะ ขอ กำหนดดว ยปา ชา ๙ คอื ซากศพทต่ี ายแลว มอี าการตา งๆ เปน ตน กลา วคอื บรรดาพระกมั มฏั ฐาน ทพ่ี ระโยคาวจรกำหนด “องคบ รกิ รรมนมิ ติ ” นกึ ให เหน็ ดว ยใจ เชน ตจปญ จกกมั มฏั ฐาน (มลู กมั มฏั ฐาน) ทใ่ี หน กึ เหน็ ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั และกำหนดองคบ รกิ รรมภาวนา วา “เกสา โลมา นขา ทนั ตา ตโจ” กด็ ี จนเกดิ อคุ คหนมิ ติ ถงึ ปฏภิ าคนมิ ติ อนั เปน สมาธแิ นบแนน ถงึ อปั ปนาสมาธิ เบอ้ื งตน ของปฐมฌาน กด็ ี หรอื การมสี ตพิ จิ ารณา เหน็ ลมหายใจเขา ออก ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา “พทุ โธๆๆ” กด็ ี การ พจิ ารณาเหน็ อาการทท่ี อ ง (นาภ)ี พองยบุ ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา “ยบุ หนอ พองหนอๆๆ” กด็ ี หรอื การกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ นกึ ใหเ หน็ ดวงแกว กลมใส ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” กด็ ี ทอ่ี ยใู นขนั้ เปน อบุ ายวธิ ใี หไ ดอ คุ คหนมิ ติ ถงึ ปฏภิ าคนมิ ติ ให ใจสงบ หยดุ นงิ่ เปน สมาธแิ นบแนน มน่ั คง ถงึ ขนั้ อปุ จารสมาธิ และอปั ปนาสมาธิ อนั เปน ๗ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๙๙-๔๐๑.

5 - 44 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เบ้ืองตนของปฐมฌาน ซ่ึงมีผลใหจิตใจสงบระงับจากกิเลสนิวรณเครื่องกั้นปญญา เปน “จติ ตวสิ ทุ ธ”ิ ออ นโยนควรแกง าน เหลา นที้ ง้ั หมด เปน ขน้ั สมถกมั มฏั ฐานทง้ั สนิ้ อนง่ึ ถา ตราบใดทย่ี งั มกี ารกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ (นกึ ใหเ หน็ ดว ยใจ) และมกี าร กำหนดองคบ รกิ รรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) แมจ ะมคี วามหมายทแี่ สดงความไมเ ทยี่ ง หรอื ความเกดิ -ดบั ประการใดๆ กต็ าม เมอ่ื ใจยงั ไมส งบ ไมห ยดุ นง่ิ ถงึ อปั ปนาสมาธิ เปน “จติ ต วสิ ทุ ธ”ิ (จติ ใจสงบจากกเิ ลสนวิ รณ) แลว “วปิ ส สนาปญ ญา” คอื ปญ ญาอนั เหน็ แจง ชดั สภาวะ ของสงั ขารธรรมทง้ั ปวงวา เปน ของไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข และมใิ ชต น ยงั ไมเ กดิ ขน้ึ จรงิ ๆ แลว ตราบนน้ั พระกมั มฏั ฐานนนั้ ยงั เปน ขนั้ สมถะ ยงั ไมถ งึ ขน้ั วปิ ส สนา คอื ยงั ไมเ ปน ตวั วปิ ส สนา (วิสุทธิ ๕) โดยเฉพาะอยางยิ่ง ต้ังแตมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ (วิสุทธิที่ ๓) และ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ (วิสุทธิท่ี ๔) อันเปนข้ันเจริญวิปสสนาญาณท้ัง ๙ ต้ังแต อทุ ยพั พยญาณ (ปรชี าญาณคำนงึ เหน็ ทง้ั ความเกดิ และความดบั ) ตอ ไป เปน ลำดบั จนถงึ สจั จานโุ ลมกิ ญาณ (ปรชี าญาณเปน ไปโดยสมควรแกก ารกำหนดอรยิ สจั ) ๓.๒ ขั้นอนุปสสนา คอื เมอ่ื พระโยคาวจรอบรมจติ ใจ ใหส งบ ใหห ยดุ ใหน ง่ิ ถงึ ขน้ั อปั ปนาสมาธิ อนั เปน เบอื้ งตน ของปฐมฌาน ประกอบดว ยองค ๕ คอื วติ ก วจิ าร ปต ิ สขุ เอกคั คตา อนั เปน ธรรม เครอื่ งกำจดั กเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกนั้ ปญ ญานน้ั เปน “จติ ตวสิ ทุ ธ”ิ แลว มสี ตพิ จิ ารณา เหน็ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม บรรดาทป่ี ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง ชอ่ื วา “สงั ขาร/สงั ขตธรรม” ทง้ั ปวง ใหเ หน็ แจง ชดั ตามธรรมชาตทิ เ่ี ปน จรงิ วา มสี ามญั ญ- ลกั ษณะ คอื มลี กั ษณะทเ่ี ปน เองโดยธรรมชาตเิ สมอกนั หมด ทไี่ มเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะตอ งแปรปรวนไปเปน ธรรมดา (วปิ รณิ ามธมมฺ โต) จงึ มใิ ชต วั ตน บคุ คล เรา- เขา ของเรา-ของเขา (อนตตฺ า) นเ้ี ปน “วปิ ส สนาปญ ญา” ทเ่ี กดิ ขน้ึ แจง ชดั ตง้ั แตม คั คามคั ค- ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ เจรญิ วปิ ส สนาญาณทงั้ ๙ ตอ ไป ตงั้ แต อทุ ยพั พยญาณ จนถงึ สจั จานโุ ลมกิ ญาณ ปรชี าญาณเปน ไปสมควรแกก ารกำหนดรอู รยิ สจั ๔

5 - 45 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๓.๓ ขั้นโลกุตตรวิปสสนา คอื เมอ่ื พระโยคาวจร เจรญิ วปิ ส สนาปญ ญาแลว ใชต าหรอื ญาณธรรมกาย พจิ ารณา เหน็ ธรรมในธรรม อนั มี อรยิ สจั ๔ และปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ เปน ตน ตอ ไป จนเหน็ แจง แทงตลอดพระอรยิ สจั ๔ เปน ไปในญาณ ๓ (สจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ) มี อาการ ๑๒ นเี้ ปน “โลกตุ ตรปญ ญา” อนั เปน ลำดบั แหง ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ (วสิ ทุ ธทิ ี่ ๕) ขณะเมอ่ื ธรรมกายทำนโิ รธถงึ อายตนะนพิ พาน โคตรภญู าณยดึ หนว งพระนพิ พาน เปน อารมณ มรรครวมเปน เอกสมงั คี มรรคจติ มรรคปญ ญาเกดิ และเจรญิ ขนึ้ เปน โลกตุ ตรมรรค (มรรคญาณ) ทำหนา ทป่ี หาน (ละ) สญั โญชนก เิ ลสเครอ่ื งรอ ยรดั ใหต ดิ อยู กบั โลกอยา งนอ ย ๓ ประการ คอื สกั กายทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา สลี พั พตปรามาส ไดแ ลว กา วลว ง ขา มโคตรปถุ ชุ น เปน พระอรยิ บคุ คล บรรลอุ รยิ มรรค อรยิ ผล ตามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด แลว ธรรมกายอรยิ ผลนน้ั เขา ผลสมาบตั ิ พจิ ารณามรรค ผล กเิ ลสทลี่ ะได และกเิ ลส ทยี่ งั เหลอื (กรณพี ระเสขบคุ คล) และ พจิ ารณาพระนพิ พาน อนั เปน วสิ งั ขาร/อสงั ขตธรรม ดว ยปจ จเวกขณญาณ ใหเ หน็ แจง พระนพิ พานทง้ั โดยสภาวะ ผทู รงสภาวะ และอายตนะ- นพิ พาน วา เปน วสิ งั ขาร/อสงั ขตธรรม ทไ่ี มป ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง (อสงขฺ ต)ํ เปน ธรรมชาตทิ ไ่ี มม คี วามเกดิ (อชาต)ํ อกี จงึ ไมม คี วามแก (อชร)ํ ไมเ จบ็ ไข (อพยฺ าธ/ิ อนาพาธ)ํ ไมเ คลอ่ื น (อจจฺ ตุ )ํ คอื ไมต าย (อมต)ํ เปน ธรรมชาตทิ ค่ี งท่ี (ตาท)ิ ทเี่ ทยี่ ง (นจิ จฺ )ํ เปน บรมสขุ (นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ )ํ ยงั่ ยนื (ธวุ )ํ มน่ั คง (สสสฺ ต)ํ เปน ธรรมมเี จา ของ (สสามกิ )ํ คอื เปน ธรรมเฉพาะของพระอรยิ เจา พระอรหนั ตเจา ผไู ดบ รรลแุ ลว ดงั พระพทุ ธดำรสั วา “ชญฺ า นพิ พฺ านมตตฺ โน - พงึ รพู ระนพิ พานของตน” ดงั มอี รรถาธบิ ายวา “ความวา พระนพิ พาน อนั เปน อสงั ขตธาตุ นำมาซงึ่ ความสขุ โดย สว นเดยี ว โดยเปน อารมณอ นั ดเี ยยี่ มแกม รรคญาณและผลญาณ ซง่ึ ได โวหาร [ชอ่ื ] วา “อตั ตา” เพราะพระนพิ พาน ไมเ ปน อารมณข องปถุ ชุ น

5 - 46 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อนื่ แมโ ดยทสี่ ดุ ความฝน แตเ พราะพระนพิ พานเปน แผนกหนงึ่ แหง มรรคญาณและผลญาณน้ัน ของพระอริยเจาทั้งหลาย และเพราะ พระนพิ พานเปน เชน กบั อตั ตา จงึ ตรสั วา “อตตฺ โน” (ของตน).”๘ อนั แสดงอตั ตลกั ษณะ คอื ลกั ษณะทเ่ี ปน “อตั ตา” (ตวั ตน) แท ทตี่ รงกนั ขา มกบั อนตั ตลกั ษณะของสงั ขาร/สงั ขตธรรมทงั้ ปวงทกุ ประการ ดงั พระสารบี ตุ รไดแ สดงธรรม ไวใ นเรอื่ ง “ภกิ ษยุ อ มไดอ นโุ ลมขนั ติ (พจิ ารณาเหน็ เบญจขนั ธด ว ยปญ ญา โดยความเปน ของ ไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา) ดว ยอาการ ๔๐ หยง่ั ลงสสู มั มตั ตนยิ าม (ยอ มหยงั่ ลงในขณะ แหง มรรคและผล) คอื ยอ มหยง่ั ลงสคู วามเทยี่ ง ตอ การบรรลมุ รรค ผล นพิ พาน ดว ยอาการ ๔๐๙ นเี้ ปน “โลกตุ ตรปญ ญา” ตอนที่ ๔ วิธีพิสดารกาย สุดกายหยาบกายละเอียด๑๐ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ไิ ด ถงึ ๑๘ กาย แลว ใหฝ ก พสิ ดารกายสดุ กายหยาบกายละเอยี ดอกี ตอ ไป ใหเ ปน วสี คอื ใหค ลอ งแคลว ชำนาญ เพอ่ื เปน พน้ื ฐานสำคญั ในการเจรญิ วชิ ชาชน้ั สงู และทำนโิ รธดบั สมทุ ยั (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั )ิ วธิ ปี ฏบิ ตั คิ อื เบอื้ งตน ใหร วมใจของทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลาง ธรรมกายอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ด คอื ใหศ นู ยก ลาง ดวงธรรม และ เหน็ -จำ-คดิ -รู (คอื ใจ) ของแตล ะกาย จากกายสดุ หยาบ (คอื กายมนษุ ย) ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด (คอื ธรรมกายอรหตั ละเอยี ด) ซอ นอยตู รงกลางของ ๘ พระธรรมปาลเถระ, อรรถกถาขทุ ทกนกิ าย อทุ านคาถา, โรงพมิ พว ญิ ญาณ พ.ศ.๒๕๓๓ หนา ๓๐๑. ๙ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๑, ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค, ขอ ๗๓๕, หนา ๖๒๙-๖๓๔. ๑๐ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ท่ี ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๑-๒๖๒.

5 - 47 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางซ่ึงกันและกัน จากกายสุดหยาบ ถึงกายสุดละเอียด แลวเราทำใจของเราใหเปน ธรรมกายอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ด คอื ดบั หยาบไปหาละเอยี ดอยเู สมอ แลว ใจของธรรมกาย หยดุ นง่ิ (เพง ) ลงทศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยห ยาบ จนใสละเอยี ด จนหยดุ นงิ่ ถกู สว น ศนู ยก ลางจะขยายวา งออกไป แลว จะปรากฏ กายมนษุ ย ละเอยี ด ขนึ้ มาใหม กห็ ยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ กลางของกลางๆๆ ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด นน้ั ตอ ไป หยดุ นงิ่ ถกู สว น กจ็ ะปรากฏกายมนษุ ยล ะเอยี ดในกายมนษุ ย ละเอยี ด ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด หยดุ นงิ่ กลางของกลางๆๆ ศนู ยก ลางดวงธรรม ทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด ทสี่ ดุ ละเอยี ดนนั้ ตอ ไป ถกู สว นเขา ศนู ยก ลางดวงธรรม จะขยายวา งออก ไป แลว จะปรากฏกายทพิ ย ขนึ้ มาใหม โตใหญ ใสละเอยี ด เปน ๒ เทา ของกายมนษุ ย กใ็ ห หยุดน่ิง (เพง) ลงที่ศูนยกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายทิพยตอไป ใหใสแจม ก็จะปรากฏ กายทพิ ยใ นกายทพิ ยต อ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ... แลว กจ็ ะปรากฏ กายรปู พรหมในกายรปู พรหม ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด กใ็ หป ฏบิ ตั ไิ ปแบบเดยี วกนั ใหถ งึ กายอรปู พรหมในกายอรปู พรหม จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายโคตรภูในธรรมกายโคตรภู จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระโสดาบนั ในธรรมกายพระโสดาบนั จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระสกทิ าคามใี นธรรมกายพระสกทิ าคามี จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระอนาคามีในธรรมกายพระอนาคามี จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระอรหตั ในธรรมกายพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ด ใหใ สละเอยี ด ทง้ั ดวงทงั้ กายและทง้ั องคฌ าน (ปรากฏเหมอื นอาสนะรองรบั กายละเอยี ด สณั ฐานกลมใสรอบตวั หนาประมาณ ๑ ฝา มอื ของแตล ะกายละเอยี ด จะมปี ระจำทกุ กาย ตงั้ แตก ายมนษุ ยล ะเอยี ดไปจนสดุ กายละเอยี ด) นเ้ี รยี กวา การพสิ ดารกาย สดุ กายหยาบ-กายละเอยี ด

5 - 48 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนที่ ๕ วิธีซอนกาย-สับกาย และพิสดารกาย ซอนสับทับทวี๑๑ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ผทู ถ่ี งึ ธรรมกาย เจรญิ ภาวนาไดถ งึ ๑๘ กาย และฝก พสิ ดารกายจนสดุ หยาบ สดุ ละเอยี ดแลว กใ็ หฝ ก ซอ นกาย-สบั กายตอ ไป เพอื่ เปน พนื้ ฐานสำคญั ของการเจรญิ วชิ ชาที่ ละเอยี ดๆ ไดด ยี ง่ิ ขน้ึ กอ นอน่ื ใหร วมใจของทกุ กายใหอ ยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท่ีละเอียดท่ีสุด แลวใหเอากายที่ละเอียดท่ีสุดหรือใหญท่ีสุดไวขางใน ซอนเขาไปใน กายที่ละเอียดรองลงมา หรือท่ีหยาบกวา เล็กกวา ซึ่งเอาไวขางนอก เปนตนวา เอากาย พระอรหตั สดุ ละเอยี ด ซงึ่ เอาไวข า งใน ซอ นเขา ไปในกายพระอรหตั ทห่ี ยาบกวา ซงึ่ เอาไว ขา งนอก แลว กเ็ อากายพระอรหตั หยาบซอ นเขา ไปในกายพระอนาคามลี ะเอยี ดและกาย พระอนาคามีหยาบ แลวเอากายพระอนาคามีหยาบซอนเขาไปในกายพระสกิทาคามี ละเอยี ดและกายพระสกทิ าคามหี ยาบ แลว เอากายทล่ี ะเอยี ดซอ นเขา ไปในกายทหี่ ยาบกวา ไปเรอื่ ย จนถงึ กายมนษุ ยห ยาบ โดยใหศ นู ยก ลางกายและดวงธรรมของทกุ กายตรงกนั หมด เปน จดุ เดยี วกนั นเี้ รยี กวา ซอ นกาย แลว ทนี ้ี ใหเ อากายหยาบ คอื เรมิ่ ตง้ั แตกายมนษุ ยห ยาบ ซงึ่ เอาไวข า งใน ซอ นเขา ไป ในกายทลี่ ะเอยี ดกวา คอื กายมนษุ ยล ะเอยี ด ซงึ่ เอาไวข า งนอก, แลว กเ็ อากายมนษุ ยล ะเอยี ด ซอนเขาไปในกายทิพยหยาบกายทิพยละเอียด เปนการเอากายเล็กซอนกลับเขาไปใน กายใหญก วา เรอื่ ยๆ เขา ไปจนถงึ กายพระอรหตั ละเอยี ด นเี้ รยี กวา สบั กาย ทนี ้ี ถา จะใหด ยี ง่ิ ขนึ้ ไปอกี กใ็ หพ สิ ดารกายจนสดุ หยาบสดุ ละเอยี ดเสยี กอ น แลว จึงซอนกายสุดละเอียดในขณะท่ีพิสดารกายลงมาจนถึงกายสุดหยาบ แลวจึงสับกาย สดุ หยาบในขณะทพี่ สิ ดารกายขนึ้ ไปจนถงึ กายสดุ ละเอยี ด เรยี กวา ซอ นสบั ทบั ทวี โดย วธิ นี ี้ จะทำใหท งั้ กายและดวงธรรมของกายสดุ หยาบสดุ ละเอยี ดใสสะอาดบรสิ ทุ ธด์ิ ี และมสี มาธิ ทมี่ น่ั คง เปน ทางเจรญิ วชิ ชาไดอ ยา งกวา งขวาง ไมม ปี ระมาณ ๑๑ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกายและพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๕.

5 - 49 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนที่ ๖ วิธีเจริญสมาธิ: รูปฌาน ๔๑๒ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ผทู ถี่ งึ ธรรมกาย และเจรญิ ภาวนาจนถงึ ๑๘ กายแลว กใ็ หร วมใจทกุ กายใหอ ยู ณ ศนู ย กลางกายพระอรหัตองคที่ละเอียดท่ีสุด แลวใจของธรรมกายพระอรหัต ก็เพงลงไปที่ศูนย กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย เมอ่ื ใจหยดุ ไดถ กู สว น ประกอบดว ยองค ๕ ไดแ ก วติ ก วจิ าร คอื ตรกึ ตรองประคองนมิ ติ ปต ิ สขุ และเอกคั คตา กจ็ ะเหน็ องคฌ านปรากฏขน้ึ รองรบั กายมนษุ ย เหมอื นดงั อาสนะรองรบั ทน่ี ง่ั ฉะนนั้ มลี กั ษณะเปน วงกลมใส สว นหนาประมาณ หนง่ึ คบื ขนาดกวา งเตม็ หนา ตกั พองาม องคฌ านทเ่ี หน็ เกดิ ขน้ึ นไี้ มเ ฉพาะแตก บั กายมนษุ ย เทา นน้ั หากแตป รากฏขน้ึ รองรบั กายทกุ กาย จนถงึ กายพระอรหตั พรอ มกนั หมด นเี้ ปน ปฐมฌาน แลว ใจของธรรมกายกเ็ พง ไปทศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายทพิ ยห ยาบและทพิ ย ละเอยี ดตอ ไปอกี เมอ่ื ใจหยดุ นง่ิ ไดถ กู สว นละเอยี ดหนกั เขา จนละ วติ ก วจิ าร ไดแ ลว องคฌ าน เดมิ กจ็ ะวา งหายไป แลว ปรากฏองคฌ านใหมเ กดิ ขน้ึ มาแทนทอี่ กี ใสละเอยี ดกวา เดมิ ทง้ั ฌาน และกาย นเี้ ปน ทตุ ยิ ฌาน ใจของธรรมกาย กเ็ พง ลงไปทกี่ ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหมหยาบและรปู พรหม ละเอยี ดอกี เมอ่ื ใจหยดุ ถกู สว น และละเอยี ดหนกั เขา จนปต หิ มดไป องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหาย ไป แลว ปรากฏองคฌ านเกดิ ขนึ้ มาใหม ใสละเอยี ดกวา เกา ทง้ั ฌานและกาย นเี้ ปน ตตยิ ฌาน ใจของธรรมกาย ก็เพงลงไปท่ีกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายอรูปพรหมหยาบและ อรปู พรหมละเอยี ดอกี ตอ ไป เมอ่ื ใจหยดุ นง่ิ ถกู สว น ละเอยี ดหนกั เขา จนสขุ หายไป คงเหลอื แตเ อกคั คตาจติ คอื ความทจี่ ติ มอี ารมณเ ปน หนงึ่ นงิ่ เปน อเุ บกขาอยู องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา ง หายไป และปรากฏองคฌานใหมเกิดขึ้นแทนที่ ใสละเอียดยิ่งกวาเดิม ท้ังฌานและกาย นี้เปนจตุตถฌาน ๑๒ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกายและพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๒-๒๖๓.

5 - 50 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอื่ เขา ใจวธิ เี ขา ฌานสมาบตั ติ งั้ แตเ บอื้ งตน ปฐมฌาน ไปจนถงึ จตตุ ถฌาน โดยอนโุ ลม (ตงั้ แตต น ไปหาปลาย) แลว กจ็ งฝก หดั ถอยกลบั จากจตตุ ถฌาน ลงมาถงึ ปฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม (จากปลายมาหาตน ) ใหเ กดิ ความชำนาญ (วส)ี ทงั้ ในการเขา การออก การทรง ฌาน และการพจิ ารณาอารมณฌ านเหลา นี้ ใหแ มน ยำ ตอนท่ี ๗ วิธีเจริญสมาธิ: อรูปฌาน ๔ และสมาบัติ ๘๑๓ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ทา นทถี่ งึ ธรรมกาย และไดฝ ก หดั ซอ นสบั ทบั ทวี จนสดุ กายหยาบ และกายละเอยี ด และเจริญรูปฌานทั้ง ๔ โดยอนุโลมและปฏิโลมแลว ในลำดับน้ีก็จะไดสอนวิธีการเขา อรปู ฌาน ๔ อกี ตอ ไป เบอ้ื งตน กใ็ หท กุ ทา นรวมใจใหห ยดุ นง่ิ อยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ด ท่ีสุด แลวใจของธรรมกายเพงลงไปที่ศูนยกลางกาย เขารูปฌานท้ัง ๔ อันมีปฐมฌาน ทตุ ยิ ฌาน ตตยิ ฌาน และจตตุ ถฌาน ตามลำดบั ใหใ สละเอยี ดทง้ั ฌานและกาย เม่ือเจริญฌานถึงจตุตถฌานแลว ก็ใหถอยอารมณฌานกลับลงมาสูปฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม แลว ใหใ จของธรรมกายนอ มเขา สเู หตวุ า งของปฐมฌานนน้ั พจิ ารณาเอาอากาศท่ี วา งเปลา เปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไป เมอ่ื จติ ละเอยี ดหนกั เขา กจ็ ะปรากฏ องคฌ านใหมบ งั เกดิ ขน้ึ รองรบั ธรรมกาย ใสละเอยี ดหมดทงั้ ฌานและกาย นเี้ ปน อากาสา- นญั จายตนฌาน แลว กใ็ หใ จของธรรมกาย นอ มเขา ไปในรใู นเหตวุ า ง ของทตุ ยิ ฌาน เพง พจิ ารณาเอา ๑๓ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๕-๒๖๗.

5 - 51 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วญิ ญาณเปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไป แลว จะปรากฏองคฌ านใหมเ กดิ ขนึ้ รอง รบั ธรรมกายอกี ใสละเอยี ดหมดทง้ั ฌานและกายยงิ่ ขนึ้ ไปอกี นเี้ ปน วญิ ญาณญั จายตนฌาน กใ็ หใ จของธรรมกายนอ มเขา ไปในเหตวุ า งของตตยิ ฌานตอ ไปอกี เพง พจิ ารณาในรู ทล่ี ะเอยี ดในเหตวุ า งเปลา ไมม อี ะไรเปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไปอกี แลว จะ ปรากฏองคฌ านใหมบ งั เกดิ ขนึ้ รองรบั ธรรมกาย ใสละเอยี ดหมดทงั้ ฌานและกายยง่ิ ขน้ึ ไปอกี นเี้ ปน อากญิ จญั ญายตนฌาน ทนี ี้ กใ็ หใ จของธรรมกายนอ มลงไปในเหตวุ า งของจตตุ ถฌาน เพง พจิ ารณาตอ ไปอกี วา สญั ญาเตม็ วา ง คอื อารมณท วี่ า งเปลา น้ี จะวา มสี ญั ญาอยกู ไ็ มใ ช จะวา ไมม สี ญั ญาอยกู ไ็ มเ ชงิ เพราะละเอียดสุขุมนัก เม่ือเพงพิจารณาไปจนจิตละเอียดหนัก ก็จะปรากฏองคฌานใหม เกิดข้ึนแทนที่องคฌานเดิมท่ีวางหายไปอีก ใสละเอียดย่ิงนัก หมดท้ังฌานและกาย น้ีเปน เนวสญั ญานาสญั ญายตนฌาน เมอื่ ไดฝ ก เจรญิ รปู ฌาน ๔ และอรปู ฌาน ๔ รวมเปน สมาบตั ิ ๘ โดยอนโุ ลมดงั นแ้ี ลว กใ็ หฝ ก ถอยอารมณฌ านจากเนวสญั ญานาสญั ญายตนฌาน กลบั ลงมาสปู ฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม จนชำนาญ เมอ่ื ทา นเขา ใจในวธิ เี จรญิ สมาบตั ิ ๘ โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลมแลว กใ็ หด ำเนนิ ไป ๗ เทย่ี ว ธรรมกายกย็ ง่ิ ใสละเอยี ดทสี่ ดุ กใ็ หป ลอ ยอปุ าทานในขนั ธ ๕ และความยนิ ดใี นฌานนนั้ โดย รวมใจหยดุ นง่ิ ในไสก ลางของกลางๆๆๆๆ ไปเรอ่ื ยๆ กจ็ ะรสู กึ เหมอื นมแี รงดงึ ดดู ไปยงั อายตนะ หน่ึง ท่ีใสละเอียด สุขุมลุมลึกอยางย่ิง นี้แปลวาธรรมกายเดิมน้ันตกศูนยเขาอายตนะน้ี แลว ธรรมกายทสี่ ดุ ละเอยี ดกป็ รากฏขน้ึ ใหมใ นอายตนะนี้ ใสละเอยี ดหนกั ยง่ิ ขนึ้ ไปอกี ใหท า นพจิ ารณาดใู หท วั่ วา อายตนะนเ้ี ปน อะไร มลี กั ษณะอยา งไร ใหร วมใจหยดุ ใน หยดุ กลางของหยดุ ในหยดุ ไปเรอื่ ย พรอ มดว ยตรกึ ถามไปทศี่ นู ยก ลางพระธรรมกายนน่ั แหละ กจ็ ะทราบไดว า เปน อายตนะอะไร ถา ยงั ไมม ญี าณหยง่ั รวู า เปน อายตนะอะไร กใ็ หร วมใจ หยดุ ในหยดุ นง่ิ แนน ลงไปทก่ี ลางของกลางๆๆๆ กายพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดตอ ไปอกี กจ็ ะ ทราบไดด ว ยญาณพระธรรมกายของตนเอง

5 - 52 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอ่ื รแู นว า อายตนะ นน้ั คอื อะไรแลว กจ็ งซอ นสบั ทบั ทวี กบั พระนพิ พาน หรอื ธรรมกาย ทล่ี ะเอยี ดๆ ตอ ๆ ไป จนสดุ ละเอยี ด กลางของกลางๆๆ ไปเรอ่ื ย ไมถ อยหลงั กลบั หาก ประสงคจ ะทราบขอ ธรรมใด กใ็ หต รกึ ถามไปทศี่ นู ยก ลางกายธรรมทส่ี ดุ ละเอยี ดนนั้ แหละ กจ็ ะ มญี าณหยงั่ รไู ดด ว ยตนเอง ตามภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด และหากอธษิ ฐานปรารถนาสง่ิ ใดๆ ท่ี ชอบ กจ็ ะสมปรารถนาตามควรแกค ณุ ธรรมและบญุ บารมที ไี่ ดเ คยสรา งสมอบรมมา แมภ ายหลงั แตก ารหยดุ พกั แลว กจ็ งหมน่ั รวมใจหยดุ ในหยดุ ณ ศนู ยก ลางกายธรรมที่ ละเอยี ดทสี่ ดุ ในอายตนะนอ้ี ยเู สมอ แลว ทา นจะประจกั ษใ นคณุ คา ของการปฏบิ ตั ธิ รรมตามแนว วชิ ชาธรรมกายนด้ี ว ยตวั ของทา นเอง อยา งทที่ า นไมเ คยไดป ระสบมากอ น ในทางปฏบิ ตั ิ เมอื่ ไดซ อ นสบั ทบั ทวสี ดุ กายหยาบกายละเอยี ด จนทกุ กายใสบรสิ ทุ ธดิ์ แี ลว กเ็ จรญิ สมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔ อรปู ฌาน ๔) โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ตามระดบั ภมู ธิ รรมที่ ปฏบิ ตั ไิ ดห ลายๆ เทย่ี ว เทย่ี วสดุ ทา ยใหเ จรญิ รปู ฌาน ๔ โดยอนโุ ลม พรอ มกบั พจิ ารณา อรยิ สจั ๔ ในกายมนษุ ย ทพิ ย รปู พรหม และอรปู พรหมกอ น แลว ใหพ สิ ดารกายพรอ มกนั หมดทกุ กาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด เถา ชดุ ชนั้ ตอน ภาค พดื กลา วคอื ใหร วมใจทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลางธรรมกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ดทสี่ ดุ อนั เปน ทร่ี วมธาตธุ รรมและเหน็ จำ คดิ รู คอื “ใจ” ของทกุ กาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ดอยา ง นอ ย ๑๘ กาย นรี้ วมเรยี กวา กายเถา ใหพ สิ ดารกายหมดพรอ มกนั ทกุ กายจนสดุ ละเอยี ด กายเถา โดยใหเ อาธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ดเปน หลกั ดบั หยาบไปหา ละเอยี ด เปน ธรรมกายทใี่ สบรสิ ทุ ธ์ิ ของพระอรหตั ในพระอรหตั หยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ ดบั หยาบไปหาละเอยี ดเปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดเรอ่ื ยไปจนสดุ ละเอยี ด ของกายเถา ในขณะเดยี วกนั กายทหี่ ยาบรองลงมา ไดแ กธ รรมกายพระอรหตั หยาบ พระอนาคามี ละเอยี ด พระอนาคามหี ยาบ ... กายมนษุ ยล ะเอยี ด ... ตา งกพ็ สิ ดารกายตวั เองตอ ๆ ไป เปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ดเปน กายชดุ เมอ่ื พสิ ดารตอ ไปจนสดุ ละเอยี ด กายชดุ กจ็ ะมกี ายทห่ี ยาบๆ รองลงมา ตา งพสิ ดารตอ ๆ ไป เปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ดเปน กายชน้ั ตอน ภาค พดื

5 - 53 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จนในทส่ี ดุ จะเปน แตธ รรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั เปน พดื ในพดื ปรากฏขนึ้ มาไม ขาดสาย เปน การทำนโิ รธ ดบั สมทุ ยั (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั )ิ คอื ชำระธาตธุ รรม เหน็ -จำ-คดิ - รู คอื ใจ หรอื ปหานอกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ สดุ กายหยาบกายละเอยี ด จนเปน แตใ จ ของธรรมกายพระอรหตั ทใ่ี สบรสิ ทุ ธทิ์ สี่ ดุ ธรรมกายทหี่ ยาบกจ็ ะตกศนู ย ธรรมกายพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดทใ่ี สบรสิ ทุ ธทิ์ ส่ี ดุ จนวางอปุ าทานในขนั ธ ๕ ของกายในภพ ๓ ไดแ ลว แมเ พยี ง ชวั่ คราวเปน วกิ ขมั ภนวมิ ตุ ติ กจ็ ะไปปรากฏใน “อายตนะนพิ พาน” ยดึ หนว งพระนพิ พาน เปน อารมณ และไดเ หน็ พระนพิ พานคอื ธรรมกายทบี่ รรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ ของพระพทุ ธเจา และธรรมกายทบี่ รรลพุ ระอรหตั ตผลแลว ของพระอรหนั ตขณี าสพ ซง่ึ เปน อสงั ขตธาตอุ สงั ขตธรรม และเปน วริ าคธาตวุ ริ าคธรรมแทๆ ประทบั เขา นโิ รธ สงบ ตลอดกนั หมด สวา งไสวดว ยธรรมรงั สขี องพระนพิ พานนบั ประมาณมไิ ด เตม็ อายตนะนพิ พาน แดนเกษมทสี่ นิ้ สดุ แหง ทกุ ขท งั้ ปวง นนั้ แล พระนพิ พานทงั้ หลายเหลา นน้ั ยอ มสามารถจะสมั ผสั รไู ดด ว ยธรรมกายพระอรหตั ท่ีสุดละเอียดโดยทางธรรมปฏิบัตดิ ังกลาว เม่ืออายตนะท้ังสอง คือพระนิพพานกับ ธรรมกายพระอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ด ใสบรสิ ทุ ธิแ์ ละละเอยี ดเสมอหรอื ใกลเ คยี งกนั เทา นน้ั การเจรญิ ภาวนาตามแนววชิ ชาธรรมกาย สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกายแลว พจิ ารณา สภาวะของสงั ขารธรรมทงั้ หลายใหร แู จง แทงตลอดในพระไตรลกั ษณ และใหเ จรญิ ปญ ญา รแู จง ในพระอรยิ สจั ทงั้ ๔ แลว พสิ ดารกายสดุ กายหยาบกายละเอยี ด เปน เถา ชดุ ชน้ั ตอน ภาค พดื จนธรรมกายใสละเอยี ดทส่ี ดุ ถงึ ปลอ ยความยนิ ดใี นฌานสมาบตั ิ วาง อปุ าทานในเบญจขนั ธข องกายในภพ ๓ เสยี ได แมเ พยี งชว่ั คราว ดว ยวกิ ขมั ภณปหาน แลว ธรรมกายทห่ี ยาบจะตกศนู ย ธรรมกายทส่ี ดุ ละเอยี ด จะไปปรากฏในอายตนะนพิ พาน เชน นี้ จงึ มสี ภาวะทเี่ ปน “นโิ รธ” ในความหมายของ “การดบั สมทุ ยั ” กลา วคอื ปหาน อกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ อยเู สมอ จนละกเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน เหตแุ หง ทกุ ขไ ดอ ยา งถาวร เปน ลำดบั ตามระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด จนถงึ ละไดอ ยา งถาวรโดยสนิ้ เชงิ (สมจุ เฉทปหาน) การเจรญิ ภาวนานี้ มใิ ชเ ปน การเขา “นโิ รธสมาบตั ิ” หรอื “สญั ญาเวทยติ นโิ รธ” โดย การดบั สญั ญาของพระอนาคามบี คุ คลหรอื พระอรหนั ตผ ทู รงอภญิ ญาเพอื่ พกั ผอ น แตก ารเจรญิ

5 - 54 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภาวนานี้ เปน การทำนโิ รธใหแ จง ในความหมายของการดบั สมทุ ยั อนั นำไปสกู ารทำนพิ พาน ใหแ จง เพอื่ ความหลดุ พน และการเจรญิ ภาวนาเพอื่ ความหลดุ พน ในสว นนี้ จงึ จดั เปน การเจรญิ ภาวนาทมี่ ที ง้ั สมถะและวปิ ส สนาคกู นั ดว ย “ความมนี โิ รธเปน โคจร”๑๔ เมอื่ เขา ใจหวั ขอ ทง้ั ๗ ดงั กลา วแลว กจ็ ะไดอ ธบิ ายถงึ การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ (กาย เวทนา จติ ธรรม) ตอ ไป ตอนที่ ๘ กายานุปสสนาสติปฏฐาน๑๕ (การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ทงั้ ณ ภายในและ ณ ภายนอก) ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน น้ี จะแบง เปน ๔ ตอน คอื ๘.๑ กายานปุ ส สนา ๘.๒ วธิ เี จรญิ ภาวนา มสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถงึ ธรรมกาย ๘.๓ วธิ เี จรญิ สมถวปิ ส สนา กายคตาสติ และนวสวี ถกิ าปพ พะ ๘.๔ มรณสต–ิ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๘.๑ กายานุปสสนา ในการมีสติพิจารณาเห็นกายในกาย ทั้ง ณ ภายในและท้ัง ณ ภายนอกน้ัน ทาน จำแนกสง่ิ ทเ่ี นอ่ื งดว ยกายไว ๖ ปพ พะ (หมวด)๑๖ ในปพ พะท่ี ๖ ทา นจำแนกไว ๙ ขอ จงึ รวม ๑๔ โคจรในทน่ี ้ี หมายถงึ อารมณ. ๑๕ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๔๒๕-๔๔๖. ๑๖ อปุ กรณก มั มฏั ฐาน มหาสตปิ ฏ ฐานและคริ มิ านนทสตู ร (สำหรบั นกั ธรรม และธรรมศกึ ษา ชน้ั เอก), มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั พมิ พค รงั้ ที่ ๑๑ พ.ศ.๒๕๓๔ หนา ๗๐-๗๒.

5 - 55 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั (ทงั้ ๖ ปพ พะ) มี ๑๔ ขอ ดว ยกนั ดงั ตอ ไปน้ี ๘.๑.๑ อานาปานปพ พะ ขอ กำหนดดว ยลมหายใจ คอื หายใจออก เขา , ยาว สน้ั ใหร ู กำหนดอยวู า เราจกั รแู จง กองลมหายใจ ออก, หายใจเขา เราจกั ระงบั กายสงั ขารหายใจออก-หายใจเขา ๘.๑.๒ อริ ยิ าปถปพ พะ ขอ กำหนดดว ยอริ ยิ าบถ คอื เมอื่ ยนื , เดนิ , นง่ั , นอน ใหร ู หรอื ทรงกายอยอู ยา งไรกใ็ หร ตู วั อยา งนน้ั ๘.๑.๓ สมั ปชญั ญปพ พะ ขอ กำหนดดว ยความรสู กึ ตวั คอื ทำความรสู กึ ตวั ในการกา ว, การถอย, การแล, การเหลยี ว, การคเู ขา , การ เหยยี ดออก, การทรงผา นงุ หม , การกนิ , การดมื่ , การเคยี้ ว, การลมิ้ , การถา ย อจุ จาระปส สาวะ, การเดนิ , การยนื , การนงั่ , การหลบั , การตนื่ , การพดู , และในการนิ่ง ๘.๑.๔ ปฏกิ ลู มนสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยของไมส ะอาด (ปฏกิ ลู ) คอื ในกายนม้ี ี ผม, ขน, เลบ็ , ฟน , หนงั , เนอื้ , เอน็ , กระดกู , เยอื่ ในกระดกู , มา ม, หวั ใจ, ตบั , พงั ผดื , ไต, ปอด, ไสใ หญ, ไสท บ, อาหารใหม, อาหารเกา , ด,ี เสลด, น้ำเหลอื ง, เลอื ด, เหงอ่ื , มนั ขน , นำ้ ตา, มนั เหลว, นำ้ ลาย, น้ำมกู , ไขขอ , มตู ร (ปส สาวะ) ๘.๑.๕ ธาตมุ นสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยธาตุ คอื ในกายน้ี มธี าตดุ นิ ธาตนุ ำ้ ธาตไุ ฟ ธาตลุ ม ๘.๑.๖ นวสวี ถกิ าปพ พะ ขอ กำหนดดว ยปา ชา ๙ คอื ซากศพทต่ี ายแลว ๑-๒-๓ วนั ขนึ้ พอง มสี เี ขยี ว มนี ำ้ เหลอื งไหล ๑ ซากศพทเี่ ขาทง้ิ ไวใ นปา ชา แรง กา นกตะกรมุ เปน ตน จกิ กดั กนิ ๑ ซากศพทเี่ ปน รา งกระดกู ยงั มเี นอ้ื เลอื ด มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑ ซากศพทไี่ มม เี นอื้ แตย งั เปอ นเลอื ด มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑ ซากศพทป่ี ราศจากเนอื้ เลอื ด ยงั มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑

5 - 56 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ซากศพทเี่ ปน กระดกู ปราศจากเสน เอน็ รงึ รดั มกี ระดกู เรย่ี รายไปในทศิ ตา งๆ เปน ตน ๑ ซากศพทเี่ ปน กระดกู สขี าว เหมอื นสงั ข ๑ ซากศพทม่ี กี ระดกู เปน กองๆ ลว งปไ ปแลว ๑ ซากศพทเ่ี ปน กระดกู ผปุ น ๑ ๘.๒ วธิ เี จรญิ ภาวนา มสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถงึ ธรรมกาย ๘.๒.๑ ขนั้ สมถกมั มฏั ฐาน ใหก ำหนดบรกิ รรมนมิ ติ เปน เครอ่ื งหมายดวงแกว กลมใส ใหใ จ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู อยใู นกลางดวงทใ่ี ส คอื ใหน กึ เหน็ จดุ เลก็ ใส (ขนาดประมาณเทา เมลด็ โพธิ์ เมลด็ ไทร) กลางดวงทใ่ี ส ตรงปากชอ งจมกู (หญงิ ซา ย-ชายขวา) พรอ มกบั ใหก ำหนดบรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ตรงศนู ย กลางดวงแกว เพอื่ ประคองใจใหส งบ ใหห ยดุ ใหน งิ่ ตรงนเี้ ปน ฐานทตี่ ง้ั ของใจ ฐานท่ี ๑ เปน ปากชอ งทางลม คอื ตน ทางลมหายใจเขา ออก ใหส งั เกตลมหายใจ เขา -ออก กระทบหรอื ผา นดวงแกว ดว ย จะนกึ เหน็ ดวงแกว ไดช ดั เจนงา ยขนึ้ เรว็ ขนึ้ แลว ใหเ ลอื่ นดวงแกว กลมใสนน้ั เขา ไปในชอ งจมกู แลว เลอ่ื นขน้ึ ไปตรงๆ ชา ๆ โดยทใี่ จไมเ คลอื่ นจากจดุ เลก็ ใสกลางดวงใสนน้ั ไปหยดุ นง่ิ ที่หวั ตาดา นใน (หญงิ ซาย-ชายขวา) บริกรรมภาวนาตรงกลางของกลางจุดเล็กใสนั้นวา “สัมมา อรหงั ๆๆ” นเ้ี ปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานท่ี ๒ แลว เลอื่ นดวงแกว กลมใสนนั้ เขา ไปตรงๆ ไปหยดุ นงิ่ ตรงศนู ยก ลางกก๊ั ศรี ษะ เปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานท่ี ๓ บรกิ รรมภาวนากำกบั ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” มอี บุ ายวธิ ที จ่ี ะชว ยใหใ จ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู ทชี่ อบ แตจ ะฟงุ ซา นออกไปขา งนอกตวั ใหร วมลงหยดุ ณ ภายในไดง า ย คอื ใหเ หลอื บ ดวงตากลบั ไปขา งหลงั เหมอื นทเี่ ราเหน็ เดก็ ทารก เวลาทหี่ ลบั สนทิ (จติ ตกศนู ย)

5 - 57 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จะเหน็ ดวงตาของเดก็ นน้ั หมนุ กลบั ไปขา งหลงั เหมอื นกำลงั ชกั จะตาย อยา งนน้ั แหละ แลว นกึ เลอื่ นดวงกลมใสสวา ง (ใจไมเ คลอ่ื นจากจดุ เลก็ ใส) ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไป หยดุ นงิ่ ทเ่ี พดานปาก นฐี่ านทตี่ งั้ ของใจ ฐานที่ ๔ ซงึ่ เปน ทางลมหายใจเขา ออก นนั้ เอง บรกิ รรมภาวนากำกบั ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” แลว เลอื่ นดวงกลมใสสวา งนน้ั ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไปหยดุ นง่ิ ทีป่ ากชอ งลำคอ เปน ฐานทต่ี ง้ั ของใจ ฐานที่ ๕ กำหนดบรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” พรอ ม กบั ใหส งั เกตลมหายใจเขา ออก ทผ่ี า นและกระทบดวงแกว ดว ย จะไดเ หน็ ดวงแกว ชดั ขนึ้ แลว ใหน กึ เลอ่ื นดวงกลมใสสวา งนนั้ ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไปหยดุ นงิ่ ตรงทส่ี ดุ ลม หายใจเขา ออก ตรงระดบั สะดอื พอดี นเ้ี ปน ฐานทตี่ ง้ั ของใจ ฐานที่ ๖ กำหนด บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ประคองใจใหห ยดุ นงิ่ ตรงนน้ั แลว ใหน กึ เลอื่ นดวงแกว กลมใสถอยกลบั คนื ขนึ้ มาอกี ประมาณ ๒ องคลุ มี อื (๒ นว้ิ มอื ) ใหห ยดุ นงิ่ ตรงนี้ นเี่ ปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานที่ ๗ ใหก ำหนดวา นเ้ี ปน ทตี่ ง้ั ถาวรของใจ เพราะเวลาทส่ี ตั วจ ะไปเกดิ มาเกดิ (มาตง้ั ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณทม่ี ดลกู มารดา) กจ็ ะมา “เขา สบิ -เขา ศนู ย” คอื จะมาหยดุ ตรงศนู ยก ลางกายฐานที่ ๗ นี้ หลวงพอ วดั ปากน้ำทา นจงึ ไดก ลา ววา “เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ย” คอื มาหยดุ นงิ่ ตรงศนู ยก ลางกายนี้ แลว จติ ดวงเดมิ จะตกศนู ยไ ปยงั ศนู ยก ลางกายฐาน ท่ี ๖ จติ ดวงใหมใ สแจม จะปรากฏขนึ้ ทตี่ รงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ นี้ หรอื เมอ่ื จะมาเกดิ จะดบั (ตาย) จะหลบั หรอื จะตน่ื หรอื เวลาทจี่ ติ เปลย่ี นวาระ กเ็ ปลย่ี นตรงนี้ คือ ใจ (ดวงเหน็ -ดวงจำ-ดวงคดิ -ดวงร)ู ดวงเดมิ ทต่ี ง้ั ซอ นอยู ตรงกลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายดวงเดมิ จะตกศนู ยล งไปยงั ศนู ยก ลางกาย ฐานที่ ๖ แลว ใจดวงใหมซ งึ่ ตง้ั ซอ นอยตู รงกลางดวงธรรมดวงใหมจ ะลอย เดน ขน้ึ มาตรงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ น้ี กอ นจะทำหนา ที่ (ไปเกดิ -หลบั สนทิ หรอื ไปฝน -ตนื่ หรอื ใหป ฏบิ ตั ทิ างกาย-วาจา-ใจ) ตอ ไป

5 - 58 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จะไปด-ี ไปชว่ั ไปนรก ไปสวรรค หรอื จะไปนพิ พาน กไ็ ปตรงนี้ จติ เปลยี่ น วาระเปลยี่ นภพเปลยี่ นภมู ติ รงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ นเี้ อง แตถ า จะไปดี ไปมรรค ผล นพิ พาน กต็ อ งหยดุ ตอ งนงิ่ คอื ใหห ยดุ ทำชว่ั ใหห ยดุ สงั ขาร คอื หยดุ ปรงุ แตง ถา อยากจะไปไมด ี กป็ ลอ ยใหจ ติ ฟงุ ซา นออก นอกตวั ไป ออกไปยดึ ไปเกาะอารมณภ ายนอกใหเ กดิ กเิ ลส แลว กใ็ หด ลจติ ดลใจใหป ฏบิ ตั ติ ามอำนาจของกเิ ลสไป หลวงพอ วดั ปากน้ำ ทา นจงึ วา “ถา วา [อยาก] จะเกดิ กเ็ ดนิ นอกออกไป ถา วา [อยาก] จะไมเ กดิ กใ็ หเ ดนิ ในเขา ไป หยดุ เขา ไว” และวา “หยดุ นน่ั แหละ เปน ตวั สำเรจ็ [ใหถ งึ มรรค ผล นพิ พาน]” เพราะฉะนน้ั บดั นเี้ ราจะเขา สมถะใหไ ดผ ลจรงิ ๆ ตอ ง “หยดุ ” ตอ แตน ไ้ี ป ใหร วมใจ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู ใหห ยดุ ในหยดุ กลางของ หยดุ กลางของกลางๆๆ จดุ เลก็ ใส กลางดวงใส ตรงศนู ยก ลางกายฐานที่ ๗ เหนอื ระดบั สะดอื ๒ นวิ้ มอื นไี้ วใ หม นั่ ซา ย-ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน ไมไ ป ประคอง ใจใหห ยดุ ใหห ยดุ กลางของหยดุ นงิ่ ตรงกลางของกลางๆๆ ดวงใสนนั้ ไว บรกิ รรม ภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” สบิ ครง้ั รอ ยครงั้ พนั ครงั้ ตรง กลางของกลางของกลางๆๆ ดวงนนั้ ใหใ จหยดุ นงิ่ ตรงนน้ั ขณะกำหนดบริกรรมนิมิต (นึกเห็นดวยใจ) และกำหนดบริกรรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆ” อยนู น้ั พงึ มสี ตเิ หน็ ลมหายใจเขา -ออก ท่ี ผา นและกระทบดวงกลมใสดว ย จะไดเ หน็ ดวงกลมใสชดั เรว็ ขน้ึ เพราะทใี่ ห กำหนดบรกิ รรมนมิ ติ ตรงศนู ยก ลางกายน้ี ศนู ยก ลางดวงกลมใสตงั้ อยตู รงกลาง เสน ทางลมหายใจเขา -ออกพอดี แตไ มต อ งตามลม คอื เพยี งใหม สี ตริ -ู เหน็ ลม หายใจเขา -ออก ผา นหรอื กระทบดวงกลมใสนเี้ ทา นนั้ กพ็ อ จะชว ยใหเ หน็ ดวง กลมใสชัดเร็วข้ึน คอยมี “สติ” ระลกึ องคบ รกิ รรมนมิ ติ และบรกิ รรมภาวนาไดอ ยเู สมอ ใหใ จ

5 - 59 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จดจอ อยเู สมอ และมี “สมั ปชญั ญะ” รสู กึ ตวั พรอ ม ไมเ ผลอ ปลอ ยใหใ จตกอยใู น อำนาจของกิเลสนิวรณ เชน งวง หลับใน หรือฟุงซานไปในเรื่องอ่ืนนอกพระ กมั มฏั ฐาน เปน ตน ตอ งทำใจใหส วา งเหมอื นกลางวนั (กำจดั /ขม ความงว ง) และคอยประคองใจใหอ ยใู นองคบ รกิ รรมนมิ ติ บรกิ รรมภาวนา ดว ยใจจดจอ ตอ เนอ่ื งกนั ไปเรอื่ ย จนใจคอ ยๆ สงบ คอ ยๆ หยดุ นง่ิ ลมหายใจจะละเอยี ด และสนั้ เขา ๆ จนใจหยดุ นงิ่ สนทิ จะปรากฏ “ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงปฐมมรรค” หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ซงึ่ มใี จ (ดวงเหน็ -ดวง จำ-ดวงคิด-ดวงรู) ดวงใหมท่ีใสแจม ปรากฏขึ้น ขนาดมาตรฐานเบื้องตน ประมาณเทา ฟองไขแ ดงของไขไ ก ขนาดโตเทา ดวงจนั ทร- ดวงอาทติ ย สงบและ สงดั จากกเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกนั้ ปญ ญา พระโยคาวจรผเู จรญิ สมถภาวนาในขน้ั น้ี มอี านาปานสตเิ ปน องคป ระกอบ รว มดว ยตลอด จนถงึ ลมหายใจละเอยี ด หนกั เขา ๆ จนใจหยดุ ใจนง่ิ สงบและ สงัดจากกิเลสนิวรณเครื่องกั้นปญญา นอกจากนี้ การเจรญิ สมถภาวนาในขน้ั นี้ ยงั มสี ตสิ มั ปชญั ญะพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม คอื นวิ รณ ๕ ไดแ ก ถนี มทิ ธะ ๑ วจิ กิ จิ ฉา ๑ พยาบาท ๑ อทุ ธจั จ- กกุ กจุ จะ ๑ กามฉนั ทะ ๑ พรอ มดว ยอบุ ายวธิ ปี อ งกนั แกไ ขมใิ หก เิ ลสนวิ รณเ กดิ ขนึ้ เปน อปุ สรรคของสมาธิ เพอ่ื รวมใจใหห ยดุ นงิ่ สนทิ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ คอื อาศยั “อาโลกกสณิ ” ในขนั้ อคุ คหนมิ ติ มาเปน บรกิ รรมนมิ ติ (นกึ ใหเ หน็ ดว ยใจ) กบั พทุ ธานสุ สติ เปน องคบ รกิ รรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” และใหน อ มพระพทุ ธคณุ คอื พระปญ ญาคณุ จากคำวา “สมั มา” (ยอ จาก สมั มา- สมั พทุ โธ คอื พระผตู รสั รอู รยิ สจั ๔ แลว เองโดยชอบ) และพระวสิ ทุ ธคิ ณุ จาก คำวา “อรหงั ” (ซงึ่ แปลวา พระผไู กลจากกเิ ลสและบาปธรรมทงั้ ปวง) มาสใู จเรา ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส ตามรอยบาทพระพทุ ธองค รว มกนั ทง้ั หมดอกี ดว ย จึงเปน อารมณส มถกมั มฏั ฐานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู มาก

5 - 60 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘.๒.๒ ขน้ั อนปุ ส สนา (ถงึ ธรรมกาย) เมอื่ พระโยคาวจรกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ และองคบ รกิ รรมภาวนาคกู นั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะทม่ี น่ั คง เพอ่ื ประคองใจใหห ยดุ นง่ิ ตรงศนู ยก ลางกายฐาน ที่ ๗ อยนู นั้ ใจ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู จะคอ ยๆ สงบ ลงๆ พรอ มกบั ลมหายใจเขา ออกจะคอ ยๆ สน้ั เขา ๆๆ จนละเอยี ดหนกั และ หยดุ นง่ิ สนทิ จะปรากฏ “ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงปฐมมรรค” (หนทางเบอ้ื งตน ไปสมู รรค ผล นพิ พาน) หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ใสสวา งขน้ึ มา นน้ั “ใจ” (ดวงเหน็ -ดวงจำ-ดวงคดิ -ดวงร)ู ดวงเดมิ ทถ่ี อื เอาปฏภิ าคนมิ ติ (พฒั นา จากบรกิ รรมนมิ ติ เปน อคุ คหนมิ ติ และเปน ปฏภิ าคนมิ ติ ) ไดน นั้ จะตกศนู ย พรอ ม กบั ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายดวงเดมิ ทใี่ จนน้ั ตงั้ ซอ นอยู ไดล ะปฏภิ าคนมิ ติ นนั้ แลว จงึ ปรากฏ “ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ดวงใหม ซง่ึ มใี จดวงใหมซ อ นอยใู สแจม ปรากฏขน้ึ เปน ใจทบ่ี รสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส จากกเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกน้ั ปญ ญา ออ นโยนควรแกง าน สมาธใิ นขนั้ นเี้ ปน อัปปนาสมาธิ เปนสมาธิในระดับปฐมฌานขึ้นไป (แตละคนไมเทากัน เพราะ สมาธนิ ทรยี ท อ่ี บรมมาแกก ลา ไมเ ทา กนั ) เมอ่ื หยดุ นง่ิ กลางของกลางดวงธรรมนี้ จะเหน็ ภายในดวง ประกอบดว ย ดวงเลก็ ๆ หรอื ศนู ย ๕ ศนู ย คอื ศนู ยก ลาง-หนา -ขวา-หลงั -ซา ย ศนู ยข า ง หนาคือธาตุละเอียดของ “ธาตุน้ำ” ทำหนาท่ีควบคุมสวนที่เปนของเหลวใน รา งกายใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ ศนู ยข า งขวาคอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตดุ นิ ” ทำหนา ทค่ี วบคมุ สว นทหี่ ยาบแขง็ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตไุ ฟ” ทำหนา ทค่ี วบคมุ อณุ หภมู ิ ศนู ยข า งซา ยคอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตลุ ม” ทำหนา ที่ ควบคมุ ลมปราณทป่ี รนเปรออยใู นรา งกาย ใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ เหลา น้ีเปน ธาตลุ ะเอยี ดของมหาภตู รปู ๔ ศนู ยต รงกลางเปน “อากาศธาตุ” ควบคมุ ชอ งวา งภายในรา งกายใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ ตรงกลางอากาศธาตุ เปน

5 - 61 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั “วญิ ญาณธาต”ุ เหน็ เปน ดวงใสประมาณเทา เมลด็ โพธเิ์ มลด็ ไทร ทเ่ี ปน มาตง้ั แต มาตงั้ ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณ เปน “กลลรปู ” ทม่ี ดลกู ของมารดา และเจรญิ เตบิ โตมา เปนกาย-ใจ-จิต-วิญญาณ เปนทารกในครรภ ดวงธรรมน้ีก็ต้ังอยูตรงกลาง กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ของตวั เอง ตรงศนู ยก ลางกายนี้ นเี่ อง เม่ือธาตุทั้ง ๖ คือ ธาตุละเอียดของธาตุน้ำ-ดิน-ไฟ-ลม-อากาศ และ วญิ ญาณธาตุ ยงั ไมป ระชมุ พรอ มกนั อยา งนี้ ปฐมมรรคกไ็ มเ กดิ หลวงพอ ได ปฏบิ ตั ริ -ู เหน็ ดว ยตาหรอื ญาณธรรมกาย ทา นจงึ กลา ววา “ศนู ยก ลางคอื อากาศธาตุ เครอื่ งหมายทใี่ สสะอาดลอยอยกู ลางชอ งอากาศ พรอ มดว ยความรู ทเ่ี รยี กวา “วญิ ญาณธาตุ” ศนู ยข า งหนา คอื ธาตนุ ำ้ ศนู ย ขา งขวาคอื ธาตดุ นิ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตไุ ฟ ศนู ยข า งซา ย คอื ธาตลุ ม นยิ ม พรอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ แรกเกดิ มากพ็ รอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอ่ื ไปเกดิ กพ็ รอ ม ดว ยธาตทุ งั้ ๖ ธาตไุ มป ระชมุ พรอ มกนั ปฐมมรรคกเ็ กดิ ไมไ ด เมอ่ื ไมม ปี ฐมมรรค มรรคผลนพิ พานกไ็ ปไมถ กู เหตนุ จ้ี งึ ตอ งทำปฐมมรรคใหเ กดิ ขนึ้ ”๑๗ น้ีคอื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ทงั้ กายในกาย เหน็ จติ ในจติ และทง้ั เหน็ ธรรม ในธรรม (เบอ้ื งตน ) คอื เหน็ ธาตลุ ะเอยี ดเมอ่ื มาตง้ั ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณเปน กลลรปู ทมี่ ดลกู มารดา แลว เจรญิ เตบิ โตเปน กาย-ใจ-จติ -วญิ ญาณ เปน เดก็ ทารกใน ครรภม ารดา แลว คลอดออกมา เจรญิ เตบิ โตมาถงึ บดั น้ี กด็ ว ยวา ธาตลุ ะเอยี ด ที่เปนกลลรูปน้ันเองเปนท่ีตั้งที่รวมธาตุละเอียดของขันธ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อนิ ทรยี  ๒๒ อรยิ สจั ๔ และ ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ ซ่ึงตงั้ ซอ น กนั อยเู ปน ชน้ั ๆ กนั เขา ไปขา งใน ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ น้ี๑๘ พรอ ม ดว ยบนั ทกึ ผลของกรรมเดมิ ทไ่ี ดเ คยทำมาทงั้ ดแี ละชวั่ ทกี่ ำลงั ปรงุ แตง ใหผ ลใน ปฏสิ นธิและกำลงั จะใหผ ลในปวตั ตกิ าลตอ ๆ ไป เฉพาะธาตลุ ะเอยี ดของรปู ขนั ธ ขยายสว นหยาบออกมาเปน “ดวงกาย” ๑๗ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อ.ดำเนนิ สะดวก จ.ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากนำ้ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๓๐, หนา ๓. ๑๘ มรี ายละเอยี ดใน พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ ทอี่ า งถงึ แลว , หนา ๓.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook