5 - 12 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘. ฝก พจิ ารณาสตปิ ฎ ฐาน ๔ กาย เวทนา จติ ธรรม ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๙. ฝก พจิ ารณาอรยิ สจั ๔ ในกายมนษุ ย, ทพิ ย, พรหม อรปู พรหม ใหเ หน็ แจง รแู จง ในทกุ ข สมทุ ยั นโิ รธ มรรค อนั เปนไปในญาณ ๓ คอื สจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ มอี าการ ๑๒ นเ้ี ปน โลกตุ ตรปญ ญา พรอ มกบั ทำนโิ รธ (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั ิ แตเ ปน นโิ รธใน ความหมายของการดบั สมทุ ยั ) ดบั หยาบไปหาละเอยี ด จนถงึ อายตนะนพิ พาน เพอื่ ใหร เู หน็ และเปน พระนพิ พานธาตุ ซง่ึ มสี ภาวะทเี่ ปน วสิ งั ขาร คอื “พระนพิ พาน” ทแี่ ทจ รงิ ของ พระพุทธเจา ๑๐. ฝกเจริญวิชชาธรรมกายช้ันสูง (วิชชาสะสางธาตุธรรม) เพื่อเขาถึง/บรรลุ วชิ ชา ๓ คอื “ปพุ เพนวิ าสานสุ สตญิ าณ” “จตุ ปู ปาตญาณ” และ “อาสวกั ขยญาณ” และ คณุ ธรรมทคี่ วรบรรลยุ งิ่ ขนึ้ ไป ตามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด เพอื่ ชว ยบำบดั ทกุ ข บำรงุ สขุ ของตน และสงั คม ประเทศชาติ ตามทหี่ ลวงพอ วดั ปากน้ำ ทา นไดเ คยกลา วไวว า “ธรรมกาย คนหนงึ่ ชว ยคนไดค รง่ึ เมอื ง” ซง่ึ หมายความวา ผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกาย เจรญิ วชิ ชาธรรมกาย ชน้ั สงู ชว ยบำบดั ทกุ ข บำรงุ สขุ แกส าธชุ นพลเมอื งไดม าก.
5 - 13 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วิธีเจริญภาวนา ตามแนวสติปฏฐาน ๔ ถึงธรรมกาย ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพอ วดั ปากนำ้ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร) บดั นที้ า นทง้ั หลาย ทงั้ หญงิ และทง้ั ชายไดเ สยี สละเวลาอนั มคี า มาศกึ ษาในทางพระ พทุ ธศาสนา นเ้ี ปน กจิ สว นตวั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนาแปลวา คำสง่ั สอน ของพระพทุ ธเจา พระพทุ ธเจา สอนใหส ตั วโ ลกทงั้ หมด ละชว่ั ดว ยกาย วาจา ใจ ทำความ ดดี ว ยกาย วาจา ใจ ทำใจใหใ ส ๓ ขอ นแี้ หละเปน คำสอนของพระพทุ ธเจา ทกุ ๆ พระองค ท้ังอดีต ปจจุบัน อนาคต ยืนยันเหมือนกันหมด เหตุนั้นทานทั้งหลาย เม่ือตั้งใจมั่นลงใน พระพทุ ธศาสนาเชน น้ี กเ็ พอ่ื จะทำใจของตนใหด ตี ามประสงค ในทางพระพทุ ธศาสนา การทจ่ี ะทำใจใหด นี ้ี มบี าลเี ปน ตำรบั ตำราวา เทวฺ เม ภกิ ขฺ เว วชิ ชฺ าภาคยิ า ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลาย วชิ ชามี ๒ อยา ง กตเม เทวฺ ๒ อยา งอะไรบา ง สมโถ จ สมถะ ความสงบระงบั อยา งหนงึ่ วปิ สสฺ นา จ วปิ ส สนา ความ เหน็ แจง อยา งหนงึ่ สมโถ ภาวโิ ต กมิ ตถฺ มนโุ ภติ สมถะเปน ขน้ึ แลว ตอ งการอะไร จติ ตฺ ํ ภาวยิ ติ ตอ งการใหจ ติ เปน ขนึ้ จติ ตฺ ํ ภาวติ ํ กมิ ตถฺ มนโุ ภติ จติ เปน ขนึ้ แลว ตอ งการอะไร โย ราโค โส ปหยี ติ ความกำหนดั ยนิ ดอี นั ใดทม่ี อี ยใู นจติ ใจ ความกำหนดั ยนิ ดอี นั นน้ั หมดไปดว ยสมถะ ความสงบระงบั วปิ สสฺ นา ภาวติ า กมิ ตถฺ มนโุ ภติ วปิ ส สนาเปน ขนึ้ แลว ตอ งการอะไร ปญฺ า ภาวยิ ติ ตอ งการทำปญ ญาใหเ ปน ขน้ึ ปญฺ า ภาวติ า กมิ ตถฺ มนโุ ภติ ปญ ญาเปน ขนึ้ แลว ตอ งการ อะไร ยา อวชิ ชฺ า สา ปหยี ติ ความไมร จู รงิ อนั ใดทม่ี อี ยกู บั จติ ใจ ความไมร จู รงิ อนั นน้ั หมด ไปดว ยความเหน็ แจง คอื วปิ ส สนา ทางพระพทุ ธศาสนามวี ชิ ชา ๒ อยา งนเี้ ปน ขอ สำคญั นกั บดั นท้ี า นทงั้ หลายทเ่ี สยี สละ เวลามา กเ็ พอ่ื มาเรยี นสมถวปิ ส สนาทงั้ ๒ อยา งน้ี สมถะ เปน วชิ ชาเบอ้ื งตน พทุ ธศาสนกิ ชน
5 - 14 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอ งเอาใจใส คอื แปลความวา สงบระงบั ใจ เรยี กวา สมถะ วปิ ส สนา เปน ขนั้ สงู กวา สมถะ ซง่ึ แปลวา เหน็ แจง เปน ธรรมเบอ้ื งสงู เรยี กวา วปิ ส สนา สมถะ-วปิ ส สนา ๒ อยา งนี้ เปน ธรรมอนั สขุ มุ ลมุ ลกึ ในทางพระพทุ ธศาสนา ผพู ดู นไ้ี ดศ กึ ษามาตงั้ แตบ วช พอบวชออกจาก โบสถแ ลว ไดว นั หนง่ึ รงุ ขนึ้ วนั หนงึ่ กเ็ รยี นทเี ดยี ว เรยี นสมถะทเี ดยี ว ไมไ ดห ยดุ เลย จนกระทงั่ ถงึ บดั นี้ บดั นที้ งั้ เรยี นดว ย ทงั้ สอนดว ย ในฝา ยสมถวปิ ส สนาทง้ั ๒ อยา งน้ี สมถะมภี มู แิ คไ หน สมถะมภี มู ิ ๔๐ กสณิ ๑๐, อสภุ ะ ๑๐, อนสุ ติ ๑๐, พรหมวหิ าร ๔, อาหาเรปฏกิ ลู สญั ญา ๑, จตธุ าตุ- ววฏั ฐาน ๑, รปู ฌาน ๔, อรปู ฌาน ๔, ทง้ั ๔๐ นี้ เปน ภมู ขิ องสมถะ วปิ ส สนา มภี มู ิ ๖ ขนั ธ ๕, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘, อนิ ทรยี ๒๒, อรยิ สจั ๔, ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ [ธรรมอาศยั ซงึ่ กนั และกนั เกดิ ขนึ้ ] นเี้ ปน ภมู ขิ องวปิ ส สนา ภมู สิ มถะ ภมู วิ ปิ ส สนา ทง้ั ๒ น้ีเปนตำรับตำราในทางพระพุทธศาสนาไดใชกันสืบมา แต ภมู ขิ องสมถะ ทเี่ ราจะเพงิ่ เรยี นตอ ไป เรมิ่ ตน ตอ งทำใจใหห ยดุ จงึ จะเขา ภมู ขิ อง สมถะได ถา ทำใจหยดุ ไมไ ดก เ็ ขา ภมู สิ มถะไมไ ด สมถะเขาแปลวา สงบ แปลวา ระงบั แปลวา หยดุ แปลวา นงิ่ ตอ งทำใจใหห ยดุ ใจของเรานะ อะไรทเ่ี รยี กวา “ใจ” เหน็ อยา ง หนงึ่ , จำ อยา งหนง่ึ , คดิ อยา งหนง่ึ , รู อยา งหนง่ึ , ๔ อยา งนร้ี วมเขา เปน จดุ เดยี วกนั นน่ั แหละเรยี กวา “ใจ” อยทู ไี่ หน? อยใู นเบาะน้ำเลยี้ งหวั ใจ คอื ความเหน็ อยทู ท่ี า มกลางกาย ความจำอยู ทที่ า มกลางเนอ้ื หวั ใจ ความคดิ อยทู า มกลางดวงจติ ความรอู ยทู า มกลางดวงวญิ ญาณ เหน็ จำ คดิ รู ๔ ประการนี้ หมดทงั้ รา งกาย สว นเหน็ เปน ตน ของรู สว นจำเปน ตน ของเนอ้ื หวั ใจ สว นคดิ เปน ตน ของดวงจติ สว นรเู ปน ตน ของดวงวญิ ญาณ “ดวงวญิ ญาณ” เทา ดวงตาดำขา งใน อยใู นกลางดวงจติ “ดวงจติ ” เทา ดวงตาดำ ขา งนอก อยใู นกลางเนอ้ื หวั ใจ “ดวงจำ” กวา งออกไปอกี หนอ ยหนงึ่ เทา ดวงตาทง้ั หมด “ดวงเหน็ ” อยใู นกลางกาย โตกวา ดวงตาออกไป นนั่ เปน ดวงเหน็ ดวงเหน็ นน่ั แหละ ธาตุ
5 - 15 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เหน็ อยศู นู ยก ลางดวงนน้ั นน้ั แหละเรยี กวา เหน็ เหน็ อยใู นธาตเุ หน็ นนั้ ดวงจำ ธาตจุ ำอยใู น ศนู ยก ลางดวงนน้ั ความจำอยทู น่ี นั่ ดวงคดิ ธาตคุ ดิ อยศู นู ยก ลางดวงนน้ั ดวงรู ธาตรุ อู ยู ในศนู ยก ลางดวงนน้ั เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งนแ้ี หละ เอาเขา มารวมจดุ เดยี วกนั เรยี กวา “ใจ” ของยากอยางน้ีเห็นไหมละ คำที่เรียกวา “ใจ” น่ันแหละ เวลาน้ี เราน่ังอยูน่ี สอด [สง ใจ] ไปถงึ บา นกไ็ ด สอดไปถงึ นรกกไ็ ด สอดไปถงึ สวรรคก ไ็ ด สอดไปถงึ นพิ พาน กไ็ ด [เรานกึ ] สอดใจไปได มนั ลกึ ซง้ึ อยา งนน้ั เหน็ ไหมละ ใจ ถา วา มนั รแู คบมนั กส็ อดไป ไดแ คบ ถา รกู วา งสอดไปไดก วา ง ถา รลู ะเอยี ดสอดไปไดล ะเอยี ด รหู ยาบกส็ อดไปไดห ยาบ แลว แตค วามรขู องมนั ความเหน็ ของมนั สำคญั นกั คำทเี่ รยี กวา “ใจ” นแ่ี หละ เราตอ งบงั คบั ใหห ยดุ เปน จดุ เดยี วกนั เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งนี้ ตอ งมารวมหยดุ เปน จดุ เดยี วกนั อยกู ลางกายมนษุ ย สะดอื ทะลหุ ลงั ขวา ทะลซุ า ย กลางกกั๊ ขา งใน สะดอื ทะลหุ ลงั เปน ดา ยกลมุ ไปเสน หนง่ึ ตงึ ขวาทะลซุ า ยเปน ดา ยกลมุ ไปเสน หนง่ึ ตรงกนั ตงึ ตงึ ทง้ั ๒ เสน ตรงกลางจรดกนั ทกี่ ลางจรดนน่ั แหละ เรยี กวา “กลางกกั๊ ” กลางกก๊ั นนั่ แหละถกู กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย ใสบรสิ ทุ ธ์ิ เทา ฟองไขแ ดงของไก ถกู กลางดวงพอดี ทสี่ อนใหเ อาพระของขวญั ไปจรดไวก ลางดวงนนั้ แหละ กลางกกั๊ นนั่ แหละ เราเอาใจของเราไปจรดอยกู ลางกกั๊ นนั่ แหละ เหน็ จำ คดิ รู ๔ อยา งจรดอยกู ลางกกั๊ นน่ั กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยน น้ั “ใจ” มที ต่ี ง้ั แหง เดยี ว เทานั้น ทเ่ี ขาบอกวา “ตง้ั ใจนะ” เราจะตอ งเอาใจไปหยดุ ตรงนนั้ ทเี ดยี ว ถงึ จะถกู เปา หมาย ใจดำ เขาบอกวา ตงั้ ใจนะ เวลานเ้ี อง็ จะทำบญุ ทำกศุ ล เราตอ งตงั้ ใจตรงนนั้ บดั นเ้ี ราจะรกั ษา ศลี กต็ อ งตง้ั ใจตรงนนั้ บดั นเี้ ราจะเจรญิ ภาวนาละ เรากต็ อ งตง้ั ใจตรงนน้ั เหมอื นกนั ตอ ง เอาใจหยดุ ตรงนน้ั กลาง เมอ่ื เอาใจไปหยดุ อยกู ลางนน้ั แลว เรากใ็ ชส ญั ญาจำใหม น่ั หยดุ นง่ิ บงั คบั ใหน ง่ิ เชยี ว ถา ไมน งิ่ กต็ อ งใชบ รกิ รรมภาวนาบงั คบั ไว บงั คบั ใจใหห ยดุ บงั คบั หนกั เขา ๆๆ พอถกู สว นเขา ใจหยดุ นงิ่ ใจหยดุ หยดุ พอใจหยดุ เทา นน้ั แหละ ถกู ตวั สมถะแลว นน่ั แหละตวั สมถะ ไอห ยดุ นนั่ แหละ หยดุ นน่ั เองเปน ตวั สำเรจ็ ทางโลกและทางธรรมสำเรจ็ หมด โลกทจ่ี ะไดร บั ความสขุ ใจตอ งหยดุ ตามสว นของโลก ธรรมทจ่ี ะไดร บั ความสขุ ใจตอ ง
5 - 16 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั หยดุ ตามสว นของธรรม ทา นไดแ นะนำไวต ามวาระพระบาลวี า นตถฺ ิ สนตฺ ปิ รํ สขุ ํ สขุ อนื่ นอกจากหยดุ จากนงิ่ ไมม ี หยดุ นน่ั เองเปน ตวั สำคญั เพราะเหตนุ น้ั ตอ งทำใจใหห ยดุ เมอ่ื ใจของเราหยดุ แลว เรากต็ อ งหยดุ ในหยดุ ๆ ไมม ถี อยหลงั กลบั หยดุ ในหยดุ ๆๆ อยนู นั่ เอง ใจที่หยุดน้ันตองถูกกลางนะ ถาไมถูกกลางใชไมได ตองหยุดเขาสิบ เขาศูนย เขา สว น ถกู สบิ ถกู ศนู ย ถกู สว น ถา หยดุ กลางกายเชน นน้ั ถกู สบิ พอถกู สบิ เทา นน้ั ไมช า จะเขา ถงึ ศนู ย พอถกู สบิ แลว กจ็ ะเขา ถงึ ศนู ยท เี ดยี ว โบราณทา นพดู กนั วา “เหน็ สบิ แลว เหน็ ศนู ย เปน เคา มลู สบื กนั มา เทยี่ งแทแ นน กั หนา ตง้ั อนจิ จาเปน อาจณิ จตุ แิ ลว ปฏสิ นธิ ยอมเวียนวนอยูท้ังสิ้น สงั ขาราไมย นื ยนิ ราคสี น้ิ เปน ตวั มา” สบิ ศนู ยน เี้ ปน ตวั สำคญั นกั สตั วโ ลกจะเกดิ ในโลกได ตอ งอาศยั เขา สบิ แลว ตกศนู ย จงึ เกดิ ได ถา เขา สบิ ไมต กศนู ยแ ลว กเ็ กดิ ไมไ ด นโี่ ลกกบั ธรรมตอ งอาศยั กนั อยา งนี้ สว น ทางธรรมเลา กต็ อ งเขา สบิ เขา สบิ แลว กต็ กศนู ย “ตกศนู ย” คอื “ใจหยดุ ” พอใจหยดุ เรยี ก วา เขา สบิ แลว เหน็ เปน ดวงใสเทา ดวงจนั ทรด วงอาทติ ย ผดุ ขนึ้ ทใี่ จหยดุ นนั้ แหละ นนั่ ตกศนู ย แลว เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ยแ ลว เรยี กวา “เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ย” พอเหน็ ศนู ย ใจกห็ ยดุ อยกู ลางศนู ยน น้ั เชยี ว กลางดวงใสเทา ดวง จนั ทร ดวงอาทติ ย ดวงนนั้ แหละเรยี กวา “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” หรอื อกี นยั หนง่ึ ดวงนน้ั เรยี กวา “ดวงปฐมมรรค” หนทางเบอ้ื งตน มรรคผลนพิ พาน ถา จะไปสมู รรคผลนพิ พาน ตอ ง เขา กลางดวงนน้ั แหง เดยี ว ไปไดท างเดยี ว ทางอนื่ ไมม ี เมอื่ เขา กลางดวงศนู ยน น้ั ได แลว เรยี กวา ปฐมมรรค นยั หนง่ึ อกี นยั หนง่ึ ดวงนน้ั แหละเรยี กวา “เอกายนมรรค” แปลวา “หนทางเอก” ไมม โี ท สองไมม ี แปลวา “หนทางหนง่ึ ” สองไมม ี หนงึ่ ทเี ดยี ว อธบิ ายวา เพราะการบรรลคุ ณุ ธรรมทบ่ี รสิ ทุ ธจิ์ นสดุ ละเอยี ด ถงึ สมั มาปฏปิ ทามรรค เพอ่ื ความบรรลุมรรค-ผล-นพิ พาน ตอ งบรรลุ
5 - 17 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ท่ี “จติ ใจ” ของผศู กึ ษาสมั มาปฏบิ ตั ธิ รรม โดยการ เจรญิ ภาวนาผา นกาย ในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม ชำระจิตใจ (เหน็ -จำ-คดิ -ร)ู และธาตธุ รรม ซงึ่ ตง้ั อยู ตรงกลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายในกาย ฯลฯ ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ศนู ยก ลางกายฐาน ท่ี ๗ แหง เดยี ว จากกายในกาย-เวทนาในเวทนา-จติ ในจติ -ธรรมใน ธรรม สดุ หยาบ (กายมนษุ ย) ถงึ สดุ ละเอยี ด (อรปู พรหมละเอยี ด) และ เขา ถงึ กายโลกตุ ตระ ตงั้ แตก ายโคตรภู ถงึ ธรรมกายอรหตั ในอรหตั ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ถงึ ธรรมกาย มรรค ๔ ผล ๔ และพระนพิ พานธาตุ ๑ ของพระพทุ ธเจา ไมว า ผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาในเบอื้ งตน -เบอื้ งกลาง จะได เหน็ ตามนหี้ รอื ไมก ต็ าม ตอ เมอื่ ปฏบิ ตั ถิ งึ ขน้ั ตอนจะไดเ ขา ถงึ มรรค ผลนพิ พาน ยอ มรเู หน็ ตามน้ี กลา วคอื จะตอ งไดเ ขา ถงึ /ร-ู เหน็ พระนพิ พานธาตุ (อนปุ าทเิ สส- นิพพานธาตุ) ของพระพุทธเจา และพระอรหันตขีณาสพ ท่ีดับ เบญจขนั ธ- เขา ปรนิ พิ พานดว ยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตุ ใน อายตนะ คือพระนิพพาน ตามธรรมภาษิตในปฏิสัมภิทามรรควา “เมื่อภิกษุ พจิ ารณาเหน็ เบญจขนั ธ [ดว ยปญ ญา] เปน ของไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา เปน ธรรมทไี่ มม สี าระ เปน มตธรรม ... เธอนนั้ ยอ มได ‘อนโุ ลม- ขนั ต’ิ [คอื โคตรภญู าณ] เมอ่ื ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ความดบั แหง เบญจขนั ธ เปนพระนิพพาน เที่ยง-เปนสุข-เปนธรรมที่มีประโยชนสูงสุดย่ิง- เปน ธรรมทม่ี สี าระ-เปน อมตธรรม ฯลฯ เธอนน้ั ยอ มยา งลงสสู มั มตั ต- นยิ าม [คอื ยอ มยา งลงสมู รรคญาณผลญาณ]” ทว่ี า “ภกิ ษพุ จิ ารณาเหน็ ความดบั แหง เบญจขนั ธ เปน พระนพิ พาน เทยี่ ง ...” นน้ั กค็ อื พระภกิ ษหุ รอื พระโยคาวจรน้ี ไดเ ขา ถงึ อายตนะคอื
5 - 18 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระนพิ พาน “เปน ทส่ี ถติ อย”ู ของ “พระนพิ พานธาต”ุ ของพระพทุ ธเจา พระอรหนั ตเ จา ผดู บั ขนั ธเ ขา ปรนิ พิ พาน ดว ย “อนปุ าทเิ สสนพิ พานธาต”ุ ชอื่ วา “ตกกระแสพระนพิ พาน” นนั้ นน่ั เอง - ชยมงคฺ โล ภกิ ขฺ ุ เมอื่ รจู กั หลกั อนั นแ้ี ลว ตอ แตน ไี้ ป กจ็ ะสอนใหท ำตอ ไป เมอ่ื เราไดท ำวตั รอาราธนา เรยี บรอ ยแลว ตอ แตน ไ้ี ปกต็ อ งนงั่ สมาธกิ นั บาลวี า นสิ ที ติ ปลลฺ งกฺ ํ อาพชุ ฌฺ ติ วฺ า ใหน ง่ั คู บลั ลงั ก ขดั สมาธิ เทา ขวาทบั เทา ซา ย มอื ขวาทบั มอื ซา ย ทกุ คนดว ยกนั ตง้ั ตวั ใหต รง แลว คอยฟง อธบิ ายตอ ไป วธิ ที ถี่ กู คอื ปลายนว้ิ ชมี้ อื ขา งขวา จรดกบั ปลายนวิ้ หวั แมม อื ขา งซา ย วางไวบนตักที่เราขัดสมาธิน้ัน นั่งยืดตัวใหตรงเพื่อใหเลือดลมเดินสะดวกและรูสึกสบายใน ขณะนงั่ นน้ั เรยี กวา อชุ ุํ กายํ ปณธิ าย ตงั้ กายใหต รง เมอ่ื เรานงั่ ขดั สมาธิ ตงั้ กายใหต รงดแี ลว เราตอ งตงั้ ใจใหห ยดุ ใจของเราถา หยดุ ได สกั กระพรบิ ตาเดยี วเทา นน้ั ไดช อื่ วา เราไดส รา งบญุ ใหญก ศุ ลใหญส ำคญั นกั บญุ ทเี่ กดิ จาก การนงั่ ภาวนานน้ั เปน บญุ ใหญก ศุ ลใหญ เราจะไปสรา งโบสถ วหิ าร การเปรยี ญสกั รอ ยหลงั กส็ บู ญุ ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการบำเพญ็ สมถวปิ ส สนาไมไ ด เมอ่ื เราแสวงหาเขตบญุ ในพระพทุ ธศาสนา พงึ บำเพญ็ สมถวปิ ส สนาทำใจใหม น่ั คงดงั นี้ ใหใ จหยดุ หยดุ นเ้ี ปน ตวั สำคญั “หยดุ ” นี้ จะเปน ทางมรรคผลนพิ พาน พวกทใี่ หท านรกั ษาศลี นน้ั ยงั ไกลกวา “หยดุ ” นใี้ กลน พิ พาน นกั พอหยดุ ไดเ ทา นนั้ ถกู คำสงั่ สอนของพระศาสดาแลว ไมย กั เยอ้ื งแปรผนั ตอ แตน ไ้ี ปคอยตง้ั ใจฟง เมอ่ื เราทำวตั รอาราธนาเสรจ็ แลว กจ็ ะบอกวธิ กี ระทำตอ ไป วธิ ที ำสมถวปิ ส สนา ตอ งมี บรกิ รรมภาวนา กบั บรกิ รรมนมิ ติ เปน คกู นั บรกิ รรมนมิ ติ ให กำหนดเครอ่ื งหมายเขา ดวงใส เหมอื นกบั เพชรลกู ทเ่ี จยี ระไนแลว ไมม ขี นแมว โตเทา แกว ตา ผหู ญงิ กำหนดเขา ปากชอ งจมกู ซา ย ผชู ายกำหนดเขา ปากชอ งจมกู ขวา อยา ใหล ้ำใหเ หลอ่ื ม ใจของเราทยี่ ดื ไปยดื มา แวบไปแวบมา ใหเ ขา ไปอยเู สยี ในบรกิ รรมนมิ ติ ปากชอ งจมกู หญงิ ซา ย ชายขวา ขา งนอกดวงโตเทา แกว ตา ขา งในดวงโตเทา เมลด็ พทุ ธรกั ษา ใสขาว เหมอื นกระจกสอ งเงาหนา หญงิ กำหนดปากชอ งจมกู ซา ย ชายกำหนดปากชอ งจมกู ขวา แลว ใหบ รกิ รรมภาวนาประคองบรกิ รรมนมิ ิตนน้ั ไวว า “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใี่ ส ใจหยดุ อยู
5 - 19 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงทใ่ี ส “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใี่ ส ใจหยดุ อยกู ลางดวงทใ่ี ส “สมั มาอรหงั ” ตรกึ ถงึ ดวงทใ่ี ส ใจหยดุ อยกู ลางดวงทใ่ี ส นง่ิ อยทู น่ี น่ั น่ี ฐานที่ ๑ ฐานที่ ๒ เลอ่ื นไปท่ี เพลาตา หญงิ อยซู กี ขา งซา ย ชายอยซู กี ขา งขวา ตรงหวั ตาท่ี มลู ตาออก ตามชอ งลมหายใจเขา ออกขา งใน แลว ใหบ รกิ รรม ประคองเครอื่ งหมายทเี่ พลา ตานน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั แบบเดยี วกนั แลว เลอ่ื นเครอื่ งหมายตรงลำดบั เพลาตา เขา ไปท่ี กลางกกั๊ ศรี ษะ ขา งใน ไมใ หค อ นซา ย-ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน กลางกกั๊ พอดี ที่ นเ่ี รยี กวา ฐานที่ ๓ แลว บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายทกี่ ลางกก๊ั ศรี ษะขา งในวา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั ตรงนมี้ ลี ทั ธพิ ธิ ี ตอ งกลบั ตาไปขา งหลงั ใหต าคา งเหมอื นคนชกั จะตาย เราหลบั ตาอยู ตาชอ นขนึ้ ขา งบน เหลอื บขนึ้ ขา งบน เหลอื บไปๆ จนคา งแนน ใหค วามเหน็ กลบั ไป ขา งหลงั แลว คอ ยๆ ใหเ หน็ กลบั เขา ขา งใน พอตาเหน็ กลบั เขา ขา งใน กเ็ ลอ่ื นเครอื่ งหมาย จากฐานที่ ๓ นไ้ี ปฐานที่ ๔ ท่ี ปากชอ งเพดาน ทรี่ บั ประทานอาหารสำลกั อยา ใหล ้ำให เหลอ่ื ม พอดี แลว บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายในฐานที่ ๔ นน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครงั้ แลว กเ็ ลอื่ นเครอื่ งหมายจาก ฐานท่ี ๔ ไป ฐานที่ ๕ ท่ี ปากชอ งคอ เหนอื ลกู กระเดอื ก เหมอื นกลางกกั๊ ปากถว ยแกว ตงั้ ไวป ากชอ งคอ บรกิ รรมประคองเครอื่ งหมายทปี่ ากชอ งคอนน้ั วา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครง้ั แลว เลอ่ื นเครอ่ื งหมายลงไป ฐานท่ี ๖ กลางตวั สดุ ลมหายใจ เขา ออก สะดอื ทะลหุ ลงั ขวาทะลซุ า ย กลางกกั๊ ขา งใน ตรงกลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ย ทใ่ี จหยดุ นน่ั ทเี ดยี ว ตงั้ ตรงนน้ั เอาใจของเราจรดเขา ทด่ี วงใสนน้ั แลว บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆ” ๓ ครงั้ แลว ถอยหลงั จากฐานท่ี ๖ มาทีเ่ หนอื กลางตวั เรานขี้ นึ้ มา ๒ นวิ้ มอื ฐานนน้ั เรยี กวา ฐานท่ี ๗ ฐานท่ี ๗ นนั้ มศี นู ย ๕ ศนู ย ๑) ศนู ยก ลาง ๒) ศนู ยข า งหนา ๓) ศนู ยข า งขวา ๔) ศนู ยข า งหลงั ๕) ศนู ยข า งซา ย ศนู ยก ลางคอื อากาศธาต,ุ ศนู ยข า งหนา ธาตนุ ้ำ, ศูนยขางขวาธาตุดิน, ศูนยขางหลังธาตุไฟ, ศูนยขางซายธาตุลม, เคร่ืองหมายใสสะอาด ตรงชอ งอากาศกลาง ตรงนน้ั เรยี กวา “ศนู ย” ทำไมถงึ เรยี กวา “ศนู ย” ? ตรงนนั้ เวลาสตั วไ ปเกดิ มาเกดิ แลว กม็ าอยใู นทสี่ บิ อยใู น
5 - 20 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงนน้ั กายละเอยี ดอยใู นกลางดวงนน้ั เมอ่ื พอ แมป ระกอบธาตธุ รรมถกู สว นเขา แลว กต็ กศนู ยท เี ดยี ว พอตกศนู ยก ล็ อยขน้ึ มา เหนอื กลางตวั ๒ นว้ิ มอื [เปน ดวงกลมใส] โตเทา ฟองไขแ ดงของไก ใสเปน กระจกสอ งเงาหนา นมี่ นั จะเกดิ ละ ตรงนน้ั เรยี กวา ศนู ย ศนู ยน นั้ เปน สำคญั นกั จะเกดิ มาในมนษุ ยโลกกต็ อ งเกดิ ดว ยศนู ยน น้ั จะไปนพิ พาน กต็ อ ง เขา ศนู ยน น้ั ไปเหมอื นกนั จะไปสมู รรคผลนพิ พานกต็ อ งเขา ศนู ยน นั้ เหมอื นกนั แบบเดยี วกนั จะตายจะเกดิ เดนิ ตรงกนั ขา ม ถา วา จะเกดิ กต็ อ งเดนิ นอกออกไป ถา วา จะ ไมเ กดิ กต็ อ งเดนิ ในเขา ไป กลางเขา ไว หยดุ เขา ไว ไมค ลาดเคลอ่ื น นต้ี ายเกดิ อยา งน้ี ใหร จู กั หลกั อยา งน้ี เมอ่ื รจู กั หลกั ดงั นแี้ ลว กร็ ทู เี ดยี ว พอรงุ ขนึ้ เชา น้ี ทใี่ จเราวนุ วายอยนู ี่ มนั ทำอะไร? มนั ตอ งการจะเวยี นวา ยตายเกดิ ถา ใจเรานงิ่ อยใู นกลางนน้ั มนั จะเลกิ เวยี นวา ยตายเกดิ เรากร็ ตู วั ของเราอยู เราไมต อ งงอ ใคร เรารแู ลว เราเรยี นแลว เราเขา ใจแลว เราตอ งทำใจของเราใหน ง่ิ ทำใจใหห ยดุ อยศู นู ยก ลางนน่ั กลางของกลางๆๆ ซา ย- ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน-นอก-ใน ไมไ ป เขา กลางของกลางๆๆ นงิ่ แนน หนกั ขน้ึ พอถกู สว นเขา เทา นน้ั เหน็ ดวงใสแจม บงั เกดิ ขนึ้ เทา ดวงจนั ทรด วงอาทติ ย ดวงนน้ั แหละเรยี กวา “ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” เปน ทางไปของพระพทุ ธเจา พระอรหันตทั้งหมดในสากลโลกในสากลธรรม พระพุทธเจาพระอรหันตจะเขาไปสู นพิ พาน ตอ งไปทางนที้ างเดยี ว ไมม ที างแตกแยกจากกนั ไปแนวเดยี วทางเดยี วกนั หมด แตว า การไปนนั้ บางทา นเรว็ บางทา นชา ไมเ หมอื นกนั คำทวี่ า ไมเ หมอื นกนั นแี้ หละ ถงึ จะไดช อื่ วา ไมซ ำ้ กนั คำวา ไมซ ้ำกนั เพราะเรว็ กวา กนั ชา กวา กนั แลว แตน สิ ยั วาสนาของ ตนทส่ี งั่ สมอบรมไว แตว า ทางไปนน้ั เปน ทางเดยี วกนั หมด เปน เอกายนมรรค หนทาง เสน เดยี ว เมอ่ื จะไปตอ งหยดุ นก้ี แ็ ปลก ทางโลกเขาจะไปตอ งขนึ้ เรอื บนิ เรอื ยนตร ถยนต ไป จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ แตท างธรรมไมเ ปน เชน นนั้ เมอ่ื จะไปตอ งหยดุ ถา หยดุ จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ นแ่ี ปลกอยา งนี้ ฉะนนั้ ตอ งเอาใจหยดุ จงึ จะเรว็ จงึ จะถงึ หยดุ อยกู ลางดวงธรรม ทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย พอหยดุ ถกู สว นกเ็ หน็ ดวงใส ดวงใสนนั่ แหละเรยี กวา “เอกายนมรรค” หรอื เรยี กวา “ปฐมมรรค” หรอื เรยี กวา “ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” โตเทา ดวงจนั ทร
5 - 21 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดวงอาทติ ย ใจกห็ ยดุ นงิ่ อยกู ลางดวงนนั้ พอหยดุ นง่ิ ถกู สว นเขา เทา นนั้ หยดุ ในหยดุ ๆๆ กลางของหยดุ เรอ่ื ยเขา ไป กลางของ กลางๆๆๆ ทหี่ ยดุ นน้ั พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงอกี ดวงหนง่ึ เทา ๆ กนั อยกู ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐานนนั่ เรียกวา ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี นนั่ พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวง หนง่ึ เทา ๆ กนั เรยี กวา ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธนิ น่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวง หนง่ึ เรยี กวา ดวงปญ ญา ดวงเทา ๆ กนั หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญานน่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวงหนง่ึ เรยี กวา ดวงวมิ ตุ ติ ใสละเอยี ดหนกั ขน้ึ ไป หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตนิ น่ั พอถกู สว นเขา เหน็ อกี ดวงหนง่ึ เรยี กวา ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ พอถกู สว นเขา เหน็ ตวั กายมนษุ ย ของเราทนี่ อนฝน ออกไปทไ่ี ปเกดิ มาเกดิ เขา เรยี กวา กายมนษุ ยล ะเอยี ด พอเราไปเหน็ เขา เทา นนั้ เรากร็ ไู ดท เี ดยี ววา ออ ! กายนเี้ วลา ฝน เราเคยเห็น เคยไปกับมัน ในเวลาทำกิจหนาท่ีฝน เวลาต่ืนแลวไมรูมันไปอยูที่ไหน บดั นี้ เรามาเหน็ แลว อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ นนั่ เอง เม่ือเห็นแลว ก็ใหกายมนุษยละเอียดนั่นนั่งเขาเหมือนกายมนุษยหยาบขางนอกน่ี เมอื่ นง่ั ถกู สว นเขา แลว ใจมนษุ ยล ะเอยี ดกห็ ยดุ นง่ิ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กาย มนษุ ยล ะเอยี ด พอถกู สว นเขา หยดุ ถกู สว นเขา เทา นนั้ แหละ กเ็ หน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสติ- ปฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน พอถกู สว นเขา กเ็ หน็ ดวงศลี หยดุ อยู กลางดวงศีล ถูกสวนเขา เห็นดวงสมาธิ หยุดอยูกลางดวงสมาธิ พอถูกสวนเขา เห็น ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายทพิ ย ให กายทพิ ย นงั่ แบบเดยี วกนั กบั กายมนษุ ยล ะเอยี ดนน่ั ใจของกายทพิ ย หยดุ นง่ิ อยู กบั ศนู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายทพิ ย พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เห็นดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยู
5 - 22 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายทพิ ยล ะเอยี ด ใจกายทิพยละเอียด ก็น่ิงอยูท่ีศูนยกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายทิพยละเอียด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สวนเขา เหน็ กายรปู พรหม ใจกายรปู พรหม กน็ ง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหม พอถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ใจกายรปู พรหมเมอื่ หยดุ นง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธมั มาน-ุ ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวง สมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายรปู พรหมละเอยี ด ใจกายรปู พรหมละเอยี ด หยดุ อยศู นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหมละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายอรปู พรหม ใจกายอรปู พรหม กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายอรปู พรหม พอถกู สวนเขา ก็เห็นดวงธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน หยุดนิ่งอยูที่ศูนยกลางดวงธัมมานุปสสนา- สตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็
5 - 23 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายอรปู พรหมละเอยี ด ใจกายอรูปพรหมละเอียด หยุดอยูศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายอรูปพรหม ละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ นงิ่ อยศู นู ยก ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรม รปู เหมอื นพระปฏมิ า เกตดุ อกบวั ตมู ใสเปน กระจกสอ งหนา หนา ตกั โตเลก็ ตามสว น หนา ตกั เทา ไหน ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกายกโ็ ตเทา นนั้ กลมรอบตวั อยกู ลางกายธรรมกายนน่ั ธรรมกายเปน ตวั พทุ ธรตั นะ ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกายเปน ธรรมรตั นะ ใจพทุ ธรตั นะ กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน ธรรมกาย พอหยดุ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ ธรรมกายละเอยี ด โตกวา ธรรมกายทเี่ หน็ แลว นนั้ ๕ เทา ใจธรรมกายละเอยี ด กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน ธรรมกายละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานขยายสว น โตหนกั ขนึ้ ไป ใจกห็ ยดุ นง่ิ อยทู ี่ ศนู ยก ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยู กลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรม พระโสดา หนา ตกั ๕ วา สงู ๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขน้ึ
5 - 24 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ใจกายพระโสดา กห็ ยดุ นงิ่ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระโสดา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ- ญาณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายธรรมพระโสดาละเอยี ด อยใู นกลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะของพระโสดานน้ั หนา ตกั ๑๐ วา ใจของกายพระโสดาละเอยี ด หยดุ นง่ิ อยทู ก่ี ลางดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายพระโสดา ละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ นงิ่ อยทู ศี่ นู ยก ลางดวงธมั มา- นปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระสกทิ าคา หนา ตกั ๑๐ วา สงู ๑๐ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระสกทิ าคา กห็ ยดุ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระสกทิ าคา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ต-ิ ญาณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระสกทิ าคาละเอยี ด หนา ตกั ๑๕ วา สงู ๑๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระสกิทาคาละเอียด หยุดอยูที่กลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายพระ สกทิ าคาละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานุ- ปส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา
5 - 25 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอนาคา หนา ตกั ๑๕ วา สงู ๑๕ วา เกตดุ อกบวั ตมู ใสหนกั ขน้ึ ใจของกายพระอนาคา กห็ ยดุ นง่ิ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายพระอนาคา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวง สมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณ- ทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอนาคาละเอยี ด หนา ตกั ๒๐ วา สงู ๒๐ วา เกตดุ อก บวั ตมู ใสหนกั ขนึ้ ใจของกายพระอนาคาละเอียด ก็หยุดอยูท่ีศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกาย พระอนาคาละเอยี ด ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน หยดุ อยกู ลางดวงธมั มา- นปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ติ หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ หยดุ อยู กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา กเ็ หน็ กายพระอรหตั หนา ตกั ๒๐ วา สงู ๒๐ วา เกตดุ อกบวั ตมู ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน พระอรหตั ก็ ๒๐ วา กลมรอบตวั ใจของพระอรหตั กห็ ยดุ อยทู ศ่ี นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน พระอรหตั ถกู สว นเขา เหน็ ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ถกู สว นเขา เหน็ ดวงศลี วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงศลี ถกู สว นเขา เหน็ ดวงสมาธิ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงสมาธิ ถกู สว นเขา เหน็ ดวงปญ ญา วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงปญ ญา ถกู สว นเขา เหน็ ดวง วมิ ตุ ติ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ติ ถกู สว น
5 - 26 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เขา เหน็ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ วดั ผา เสน ศนู ยก ลาง ๒๐ วา กลมรอบตวั เหมอื นกนั หยดุ อยกู ลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ ถกู สว นเขา เหน็ กายพระอรหตั ละเอยี ด สวยงามมาก นเ่ี ปน กายที่ ๑๘ เมอ่ื ถงึ พระอรหตั นแี้ ลว หลดุ กเิ ลสหมด ไมม กี เิ ลสเลย เสรจ็ กจิ ในพระพทุ ธ ศาสนา ทง้ั สมถวปิ ส สนาตลอด๒ ตง้ั แตก ายมนษุ ยถ งึ กายอรปู พรหมละเอยี ด แคน น้ั เรยี กวา ขน้ั สมถะ ตง้ั แตก ายธรรมโคตรภทู งั้ หยาบทง้ั ละเอยี ด จนกระทง่ั ถงึ กายพระอรหตั ทง้ั หยาบ ทงั้ ละเอยี ด นี้ ขน้ั วปิ ส สนา ทงั้ นนั้ ”๓ นที้ เ่ี รามาเรยี นสมถวปิ ส สนาวนั น้ี ตอ งเดนิ แนวนี้ ผดิ แนวนไี้ มไ ด และกต็ อ งเปน อยา ง น้ี ผดิ อยา งนไ้ี ปไมไ ด ผดิ อยา งนไ้ี ปกเ็ ลอะเหลว ตอ งถกู แนวน้ี เราจะตอ งยดึ กายมนษุ ยน ี่ เปน แบบ เขา ไปถงึ กายมนษุ ยล ะเอยี ด ยดึ กายมนษุ ยล ะเอยี ดนนั่ เปน แบบ เขา ไปถงึ กายทพิ ย ตอ งยดึ กายทพิ ยน น่ั เปน แบบ เขา ถงึ กายทพิ ยล ะเอยี ด ตอ งยดึ กายทพิ ยล ะเอยี ดเปน แบบ จะโยกโยไ ปไมไ ด เขา ไปถงึ กายรปู พรหม ตอ งยดึ กายรปู พรหมเปน แบบ เขา ถงึ กายรปู พรหม ละเอยี ด ตอ งยดึ กายรปู พรหมละเอยี ดเปน แบบไป เขา ถงึ กายอรปู พรหม ยดึ กายอรปู พรหม เปนแบบ เขาถึงกายอรูปพรหมละเอียด ยึดกายอรูปพรหมละเอียดเปนแบบ เขาถึง กายธรรม ยดึ กายธรรมเปน แบบ นี่ท่ีปนไวเปนรูปพระปฏิมา ที่เขาปนไวในโบสถพระวิหารการเปรียญ นี่เขาทำแบบ ไวด ี เขา ถงึ กายธรรมละเอยี ด ยดึ กายธรรมละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระโสดา ยดึ กายธรรมพระโสดาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระโสดาละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระโสดา ละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระสกทิ าคา ยดึ กายธรรมพระสกทิ าคาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระสกทิ าคาละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระสกทิ าคาละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรม ๒ พระเดชพระคณุ หลวงพอ วดั ปากน้ำ หมายถงึ ธรรมกายพระอรหตั ตผลทไี่ ดบ รรลมุ รรค (กำจดั สญั โญชน ๑๐ ไดแ ลว ) ผล และนพิ พานแลว สว นผปู ฏบิ ตั ภิ าวนาไดถ งึ ธรรมกาย แตย งั ละสญั โญชนเ บอื้ งต่ำอยา งนอ ย ๓ ประการ (สกั กาย- ทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา สลี พั พตปรามาส) ไมไ ด หลวงพอ ทา นแสดงวา ยงั เปน แตโ คตรภบู คุ คล ผไู ดโ คตรภญู าณ เทา นน้ั ๓ พระเดชพระคุณ หลวงพอวัดปากน้ำ หมายถึง ตั้งแตขั้นอนุปสสนา เห็นแจงในสภาวะของสังขารธรรมตลอดถึง โลกุตตรวิปสสนา เห็นแจงในสภาวะของวิสังขารธรรมคือพระนิพพาน และเห็นแจงใน อริยสัจ ๔ อันเปนไปใน ญาณ ๓ มอี าการ ๑๒ - พระภาวนาวสิ ทุ ธคิ ณุ (เสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล ป.ธ. ๖)
5 - 27 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระอนาคา ยดึ กายธรรมพระอนาคาเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระอนาคาละเอยี ด ยดึ กาย ธรรมพระอนาคาละเอยี ดเปน แบบ เขา ถงึ กายธรรมพระอรหตั ยดึ กายธรรมพระอรหตั เปน แบบ เขา ถงึ ธรรมกายพระอรหตั ละเอยี ด ยดึ กายธรรมพระอรหตั ละเอยี ดเปน แบบ นเี้ ปน หลกั ฐาน ในพระพทุ ธศาสนา ในสมดุ ทไ่ี ดร บั แจกกนั ทวั่ ๆ หนา นนั้ ๑๘ รปู หนา ปง [ปก] ทอ่ี ธบิ ายมาน้ี นบั ดไู ดต ง้ั แต ๑) กายมนษุ ย ๒) กายมนษุ ยล ะเอยี ด ๓) กายทพิ ย ๔) กายทพิ ยล ะเอยี ด ๕) กายรปู พรหม ๖) กายรปู พรหมละเอยี ด ๗) กายอรปู พรหม ๘) กายอรปู พรหมละเอยี ด ๙) กายธรรม ๑๐) กายธรรมละเอยี ด ๑๑) กายพระโสดา ๑๒) กายพระโสดาละเอยี ด ๑๓) กายพระ- สกทิ าคา ๑๔) กายพระสกทิ าคาละเอยี ด ๑๕) กายพระอนาคา ๑๖) กายพระอนาคาละเอยี ด ๑๗) กายพระอรหตั ๑๘) กายพระอรหตั ละเอยี ด ทอี่ ธบิ ายมานี้ หนา ปง ทแี่ จกไปแลว ทกุ คนนนั้ นแี้ หละหลกั ปฏบิ ตั พิ ระพทุ ธศาสนา ตอ งแนน อน จบั ตวั วางตายอยา งน้ี ไมเ ลอะเลอื นเหลวไหล แตว า จะไปทางนตี้ อ ง “หยดุ ” ทางธรรม เรม่ิ ตน ตอ งหยดุ ตง้ั แตต น จนกระทงั่ พระอรหตั ถา ไมห ยดุ กไ็ ปไมไ ด ชดั ทเี ดยี ว แปลกไหมละ ไปทางโลก เขาตอ งไปกนั ปราด เปรยี ววอ งไวคลอ งแคลว ตอ งเลา เรยี นกนั มากมายจนกระทงั่ รเู ทา ทนั เหลย่ี มคผู คู นตลอดสาย จงึ จะปกครองโลกใหร งุ เรอื งเจรญิ ได แตว า จะไปทางธรรมนแ่ี ปลก “หยุด” เทา นน้ั แหละไป ได หยดุ อยา งเดยี วเทา นน้ั เรื่องน้ีพูดเอาเองหรือมีตำรับตำราอยางไร ? มีตำรับตำราอยางน้ี คือเม่ือครั้ง พระบรมศาสดายงั ดำรงพระชนมอ ยู ในเมอื งสาวตั ถี มพี ราหมณป โุ รหติ และนางพราหมณี เปนปุโรหิตของพระเจาปเสนทิโกศล คลอดบุตรออกมาคนหนึ่ง เวลาคลอดออกมาแลว กลางคนื ศสั ตราอาวธุ ในบา นลกุ เปน ไฟไปหมด พอ เปน พราหมณเ ฒา ดว ย เปน พราหมณค รู พระเจา แผน ดนิ ดว ย ตระหนกตกใจ นม่ี นั เรอ่ื งอะไรกนั ตรวจดตู ำรากร็ ไู ดท นั ทวี า ลกู ชายเราทเี่ กดิ มานจี่ ะเปน คนรา ย จะเปน โจรรา ย จะฆา มนษุ ยม ากมาย รทู เี ดยี วดว ยตำราของเขา เมอ่ื มโี อกาส กเ็ ขา ทลู พระเจา ปเสนทโิ กศลวา
5 - 28 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระพทุ ธเจา ขา ลกู ของขา พระพทุ ธเจา ทค่ี ลอดออกมาน้ี จะตอ งเปน คนฆา มนษุ ยเ สยี แลว จะฆา มนษุ ยม ากดว ย จะควรเอาไวห รอื ปลงชวี ติ เสยี เปน ประการใด ขอพระองคไ ดท รงพระ กรณุ าเถดิ ขา พระพทุ ธเจา ขอมอบถวายชวี ติ บตุ รของขา พระพทุ ธเจา แดพ ระองค ฝา ยพระเจา ปเสนทโิ กศลกท็ รงดำรวิ า ไอเ ดก็ เลก็ นดิ เดยี วจะเปน อะไรไปละ เกรงใจ พราหมณ เคารพพราหมณ นบั ถอื พราหมณ ดว ยทรงดำรจิ ะเอาอกเอาใจพราหมณ รู เหมอื นกนั วา พราหมณพ ดู แลว ไมค อ ยจะผดิ ตะขดิ ตะขวงใจอยเู หมอื นกนั เอาไวด กู อ นเถดิ ทา นพราหมณ เดก็ คนเดยี ว ถา วา มนั เปลย่ี นแปลงอยา งไร เราจะฆา มนั เมอ่ื ไรกฆ็ า ได มนั จะไปไหน ฉนั ปกครองคนทง้ั ประเทศ พดู ใหพ ราหมณใ จดสี กั หนอ ย พราหมณก ต็ ามพระทยั เอาไวโ ตขน้ึ เมอ่ื พราหมณร วู า ไอน มี่ นั จะฆา คน เบยี ดเบยี นสตั วม ากนกั เราจะทำอยา งไร กเ็ ลย ใหช อ่ื วา อหงิ สกมุ าร กมุ ารไมเ บยี ดเบยี นใคร และจรงิ อยา งนนั้ ดว ย ตงั้ แตเ ลก็ มาดนี กั ดหี นา พอ แมก ร็ กั ใคร พระเจา ปเสนทโิ กศลกร็ กั ใคร รำ่ เรยี นวชิ าความรใู นทางราชการในทางบา น เมอื ง เขาไมแ พใ คร ปญ ญาดเี ฉลยี วฉลาดวอ งไว เรยี นศสั ตราอาวธุ เรยี นมวยไมแ พใ คร เฉลยี วฉลาดดนี กั เมอ่ื ไดว ชิ าสมควรแลว ตอ ไปจะตอ งเปน คนใชข องพระราชา เพราะพอ เปน ปโุ รหติ ของพระราชาอยแู ลว ตอ งไปเรยี นวชิ าใหส งู เรยี กวา วชิ าปกครองแผน ดนิ ปกครองประเทศ สง ไปเรยี นกบั ทศิ าปาโมกขอาจารย ทศิ าปาโมกขอาจารยม ลี กู ศษิ ยถ งึ ๕๐๐ คน พราหมณป โุ รหติ ผนู เี้ มอื่ สง ลกู ไปเรยี นเชน นนั้ กม็ อบใหก บั อาจารยท ศิ าปาโมกข ทศิ า ปาโมกขอาจารยไ ดร บั อหงิ สกมุ ารไว กส็ อนเปน อนั ดบิ อนั ดี ยงั กบั ลกู กบั เตา ไดใ กลเ คยี งกบั อหงิ สกมุ าร อหงิ สกมุ ารฉลาดฉอเลาะดนี กั เขา ใกลค รลู ะกอ ทกุ อยา ง ทงั้ กาย ทง้ั วาจา ทงั้ ใจ หาทตี่ ไิ มไ ด อาจารยร กั ใคร เรยี นวชิ ากไ็ มแ พใ คร เฉลยี วฉลาดทกุ อยา ง กำลงั รา ง กายกด็ ี สวยงาม กส็ วยงาม อาจารยห ลง ทงั้ ๕๐๐ คน รกั อหงิ สกมุ ารมากกวา ใครๆ เมอ่ื ศษิ ยท ง้ั ๔๙๙ คน เหน็ วา ไมไ ดก าร เราไมฆ า อหงิ สกมุ ารเสยี พวกเราโงหวั ไมข น้ึ แน มนั กดหวั เราจมหมด เราจะตอ งฆา มนั เสยี เอาไวไ มไ ด คนโนน บา ง คนนบ้ี า ง ชว ยกนั หาเรอ่ื งใสเ จา บา ง ยวั่ เจาบา ง เยา เจา บา ง พอเจา เกะกะเขา ฟอ งอาจารย หาวา เกะกะ หนกั เขา ๆ มนั มากเรอื่ ง หนกั เขา ทา นอาจารยเ หน็ ดว ย
5 - 29 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วา มนั ดแี ตต อ หนา เรา พน เราไป มนั ไปขม เขา อยา งนี้ รกุ รานเขาอยา งนี้ แทท จ่ี รงิ มนั ไป แหยข น้ึ มนั ปน ขนึ้ มนั ปลกุ ขนึ้ มนั แกไ ขใหช วั่ มนั ฟอ งอาจารยอ ยเู สมอ มนั หนาหเู ขา แลว ลงทา ยจนกระทง่ั อาจารยค ดิ วา ไอล กู ศษิ ยค นนเี้ อาไวไ มไ ดแ ลว เดอื ดรอ นนกั เมอ่ื เอาไวไ มไ ด อาจารยต อ งฆา อาจารยฆ า จะทำอยา งไร อาจารยฆ า ลกู ศษิ ย เสยี ชอื่ ทศิ า- ปาโมกขอ าจารยแ ย ลกู ศษิ ยเ ปน พระเจา แผน ดนิ กม็ มี ากมาย พวกเหลา นนั้ เปน กษตั รยิ ก ม็ าก ทม่ี าเรยี นวชิ า ถา วา ฆา ลกู ศษิ ยก เ็ สยี ชอ่ื ครทู เี ดยี ว จะทำอยา งไรดี ตอ งฆา ทางออ ม เรยี น วชิ าไป พอถงึ วชิ าบทหนง่ึ ปด หนา สมดุ เลยทเี ดยี ว ลกู ศษิ ยก ถ็ ามวา ทำไมตอ งปด เสยี เลา อาจารย ? ผมอยากศกึ ษาตอ ไป ไมไ ดล ะแก เรอ่ื งนี้ ตรงนมี้ นั เปน วชิ าทเ่ี รยี นเขา แลว เมอื่ สำเรจ็ แลว จะเปน เจา โลกทเี ดยี ว จงึ พดู วา ถา จะเรยี นจรงิ ๆ ตอ งเอานว้ิ มอื ของมนษุ ย มา ๑,๐๐๐ องคลุ ี จงึ จะเรยี นได นจี่ ะหาอบุ ายฆา ลกู ศษิ ยล ะนะ ลกู ศษิ ยก ห็ มดทา ตอ งหยดุ เรยี น กพ็ ดู กนั วา ถา มนั อยากไดก ต็ อ งฆา มนษุ ย ฆา มนษุ ยไ ปไมท นั ถงึ พนั หรอก มนษุ ยค นใดคนหนงึ่ มนั กต็ อ งฆา ตวั เสยี บา ง มนั จะเอาไวท ำไม มนษุ ยม นั มากดว ยกนั น่ี สำเรจ็ แน อาจารยน กึ วา ไอน ต่ี อ งถกู ฆา แนล ะ ใชม อื คนอน่ื ฆา เถอะ นเ่ี หลย่ี มของครฆู า ลกู ศษิ ย อหงิ สกมุ ารนง่ั คอตก เราเกดิ มาในสกลุ พราหมณ เปน ครสู อนเขามา บาปกรรมไมไ ดท ำเลย มศี ลี บรสิ ทุ ธติ์ ลอดมา ตงั้ แต เกดิ จนถงึ บดั นี้ ความชว่ั นดิ หนอ ยไมไ ดก ระทำ คราวนเ้ี รามาเรยี นวชิ าจะตอ งฆา มนษุ ยเ สยี แลว ถา ไมฆ า มนษุ ย วชิ าของเรากไ็ มส ำเรจ็ กพ็ ดู กะอาจารยว า ตกลง ถา จะตอ งฆา มนษุ ย ใหไดองคุลีมาพันหนึ่งจึงจะเรียนสำเร็จ ตกลงรบั ปากทา นอาจารย รอ งไหเ สยี ใจ เศรา โศกเสยี ใจ ตอ งเปน คนลามกเลวทราม ฆา มนษุ ย เปน คนใจบาปหยาบชา เสยี อกเสยี ใจรอ งไห พไิ รรำพนั นกั ถงึ อยา งใด ถา วา ไม เอานว้ิ มอื มาใหอ าจารยพ นั หนงึ่ ทา นกจ็ ะไมบ อกวชิ าสำเรจ็ ใหเ รา เมอื่ เราเรยี นวชิ าไมส ำเรจ็ เรากเ็ ปน คนชน้ั สงู ไมไ ด เปน เจา โลกไมไ ด ตอ งเรยี นวชิ าใหส ำเรจ็ จงึ เปน เจา โลกได ฉะนน้ั การเรยี นวชิ าใดๆ เราตอ งใชว ชิ านน้ั ๆ ได ถา เรยี นแลว ใช วชิ านน้ั ๆ ไม ได จะเรยี นทำไม เสยี เวลาเปลา ๆ เสยี ขา วสกุ เรยี นวชิ าไหน ตอ งใชว ชิ านน้ั ได เอาละ พง่ึ ได เอาละ วชิ านนั้ ใชไ ด เหมอื นยงั กบั เราเรยี นวชิ าวนั นี้ เรากต็ อ งเรยี นจรงิ ทำจรงิ
5 - 30 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอ งพง่ึ วชิ าทเ่ี ราเรยี นนใ้ี หไ ด ใหศ กั ดส์ิ ทิ ธท์ิ เี ดยี ว ครใู ชไ ดอ ยา งไร ลกู ศษิ ยก ต็ อ งใชไ ดเ หมอื น ครู อยา งนเ้ี รยี กวา คนมปี ญ ญา เรยี กวา คนฉลาด เหมอื นองคลุ มี าลโจร เมอ่ื เวลาอหงิ สกมุ ารตกลงตอ งเรยี นแน กร็ บั อาจารยว า เอาละ ผมจะยอมเรยี น ยอมหาองคลุ มี นษุ ยม าใหพ นั หนงึ่ อาจารยก ส็ ง ดาบฟา ฟน ใหเ ลม หนง่ึ ถนดั มอื เลยเชยี ว น่ี เอาไป ทา นอหงิ สกมุ ารกห็ ยกั รง้ั ตงั้ ทา เลยทเี ดยี ว เมอ่ื ออกจากอาจารยแ ลว กห็ าเครอื่ ง รอ ยเครอื่ งแทงนวิ้ ตดิ ตวั ไป พอออกจากทา นอาจารย เมอื่ พบใครกช็ า งเถอะ เปรย้ี ะคอขาด เปรยี้ ะแขนขาด ขาดครงึ่ ตวั ตดั เอาองคลุ ไี ปองคลุ หี นง่ึ ๆ ใครขวางไมไ ดเ ลย พบไมไ ดเ ลย ไมว า คนไหนเลยทเี ดยี ว ไมว า มนษุ ยค นใด ไมว า ชนั้ สงู ชนั้ กลาง ชนั้ ต่ำ ฆา หมด ฆา เสยี จนกระทงั่ เลา ลอื ระบอื ลอื เลอ่ื งไปวา ในเมอื งสาวตั ถนี นั้ มโี จรสำคญั คอื องคลุ มี าลโจร ทช่ี อ่ื องคลุ มี าลโจรนน้ั กเ็ พราะนวิ้ มอื ไดม าแลว รอ ยเขา ตากแหง แลว คลอ งคอไป นบั นวิ้ ได ๙๙๙ นว้ิ แลว เรอ่ื งถงึ พระเจา ปเสนทโิ กศลใหก รฑี าทพั ยกไปปราบองคลุ มี าลโจร ธรรมเนยี ม ของกษตั รยิ โ บราณ เมอื่ กษตั รยิ ต อ กษตั รยิ ไ ปพบกนั ตอ งรำทวนกนั กษตั รยิ ต อ กษตั รยิ ด ว ย กนั ตอ งรำกระบร่ี ำทวนกนั ตอ งฟาดฟน กนั เอง ใครดกี ด็ ไี ป ใครไมด กี ค็ อขาดไป ไมใ ชใ ช ทหารรบเหมอื นธรรมดาในบดั น้ี เมอ่ื เจอะเขา ตอ งรำทวนเองทง้ั นนั้ เอาฝม อื กษตั รยิ ท ง้ั นน้ั เอาฝม อื ตวั เองทง้ั นน้ั พระเจา ปเสนทโิ กศลกท็ อ พระทยั เอะ ! นเี่ ราไปปราบองคลุ มี าลโจร ตอนนจ้ี ะตอ งไป รำกระบกี่ ะมนั ตอ งไปรำทวนกะมนั เมอื่ มนั เกดิ มา ศสั ตราอาวธุ มนั กล็ กุ เปน ฟน เปน ไฟ เรา ไมม อี ศั จรรยเ หมอื นอยา งกะมนั เมอื่ ไปรำทวนเขา แลว คอเราจะขาดหรอื คอมนั จะขาด เรา กย็ งั ไมร ู ไมแ นพ ระทยั ทอ พระทยั รงุ เชา จะยกทพั ไปคดิ วา เมอื่ ยกทพั ไปแลว ไมต รงไปเลย ทเี ดยี ว ไปพกั อยใู กลๆ วหิ ารเชตวนั กอ น ไปทลู พระพทุ ธเจา เสยี กอ น นางพราหมณผี เู ปน มารดา พอรวู า พระเจา ปเสนทโิ กศลจะยกทพั ไป ตวั กเ็ ลยลว งหนา ไปเสยี กอ น จะไปบอกลกู ชายใหห นไี ป ไมเ ชน นนั้ พระเจา ปเสนทโิ กศลจะฆา เสยี พระพทุ ธเจา ทรงทราบวา เมอื่ นางพราหมณไี ป องคลุ มี าลโจรเหน็ เขา กจ็ ะฆา นางพราหมณี ฆา แมเ สยี [เพอ่ื ] เอานวิ้ อกี ถงึ จะเปน พอ เปน แม ไมเ ขา ใจ ใกลล ะเปน ฆา เลยทเี ดยี ว จะเอานว้ิ จะมงุ เรยี นแต วชิ าเทา นนั้ แกไมไ ดม งุ อะไร
5 - 31 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั พระพุทธเจารูวา องคุลีมาลโจรน้ีเปนอสีติมหาสาวกองคสุดทายของเรา ถาหากฆา มารดาเสยี แลว เปน อภพั พสตั ว ไมไ ดม รรคผลในชาตนิ ้ี เราขาดสาวกผใู หญไ ป ไมค รบ ๘๐ ได ๗๙ เทา นนั้ เราจำเปน ทจ่ี ะตอ งไปทรมานองคลุ มี าลโจร พระองคท รงทราบชดั กเ็ สดจ็ ไปกอ น ใครๆ ทงั้ หมด ไปถงึ องคลุ มี าลโจร องคลุ มี าลโจรพอเหน็ เขา เทา นน้ั แหม! นว้ิ มนั งามจรงิ วชิ าเราเปน เจา โลกแน สำเรจ็ แน พอเหน็ พระศาสดาทงั้ พระรปู ทงั้ พระรศั มี ทง้ั งดทงั้ งาม ดไู มเ บอื่ นา เลอื่ มใส นา ไหว นา บชู าทงั้ นน้ั กค็ าดวา สำเรจ็ แน กร็ เ่ี ขา ใสท เี ดยี ว ควา ดาบฟา ฟน กร็ ใี่ สป ราดเขา ฟน พอปราด เขา ฟน พรดื หา งออกไป ๒๐-๓๐ วา เอาละซิ ตานห้ี า งออกไปเสยี แลว องคลุ มี าลโจรกต็ าม ใหญ วง่ิ ตกึ ๆๆ ไมไ ดร อละ จเ๋ี ชยี ว แลว กโ็ จนฟน พรดื ไปอกี แลว หา งตงั้ ๔๐-๕๐ วา ไปใหญ เชยี ว หา งหนกั ขนึ้ ทกุ ที พอวง่ิ หนกั เขา ๆ ใกลจ ะทนั วง่ิ ชา ๆ ใกลจ ะทนั พอใกลจ ะทนั กพ็ รดื หา งไปเสยี กวา นนั้ อกี แลว เทา ไหรๆ กฟ็ น ไมไ ด ฟน ไมส ำเรจ็ เมอ่ื ฟน ไมส ำเรจ็ จนกระทงั่ หดื ขนึ้ คอเหนอื่ ยเตม็ ท่ี พอเหนอื่ ยเตม็ ทแ่ี ลว คดิ วา นเี่ ขาเปน เจา โลกกอ นเรา เราไมใ ชเ จา โลก แน เหน็ จะเปน ไมไ ด บญุ ไมเ ทา ทนั เขาแลว ทอ ในใจ พอทอ ใจ ใจมนั กล็ ดหมดทฏิ ฐมิ านะ ยอม จำนนพระองค เมอื่ ยอมจำนนพระองคแ ลว กเ็ ปลง วาจาวา “สมณะหยดุ ” พระองคท รง เหลยี วพระพกั ตรม าตรสั วา “สมณะหยดุ แลว ทา นไมห ยดุ ” คำวา “หยุด” อนั นแี้ หละถกู ตง้ั แตต น จนเปน พระอรหตั คำวา หยดุ อยา งนี้ คำเดยี วเทา นนั้ ถกู ทางสมณะตง้ั แตต น จนพระอรหตั เปน ตวั ศาสนาแทๆ เชยี ว คำวา “หยุด” เพราะฉะนั้น ตองเอาใจหยุดอยูศูนยกลางดวงธรรมท่ีทำใหเปนกายมนุษย หยดุ นนั่ แหละถกู เปา หมายใจดำ ถกู โอวาทของพระบรมศาสดา ถา ไมห ยดุ จะปฏบิ ตั ิ ศาสนาสกั ๔๐-๕๐ ปก ช็ า ง ทสี่ ดุ จะมอี ายสุ กั ๑๐๐ ป หรอื ๑๒๐-๑๓๐ ป ถา ใจหยดุ ไมไ ด ไมถ กู ศาสนาสกั ที หยดุ เขา สบิ เขา ศนู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยไ มไ ด ไมถ กู ศาสนาสกั ที ตอ เมอื่ ใดหยดุ ได กถ็ กู ศาสนาทเี ดยี ว ถกู พระโอษฐข องพระศาสดา ทเี ดยี ว ใหจ ำใหแ มน อยา งน.้ี
วิธีการเจริญสมถวิปสสนาตามแนวสติปฏฐาน ๔ ถงึ ธรรมกาย และพระนพิ พานของพระพทุ ธเจา และพระธรรมเทศนา โดย พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพอวัดปากน้ำ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ การทจ่ี ะเจรญิ สมถวปิ ส สนาตามแนวสตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ ผศู กึ ษาสมั มาปฏบิ ตั คิ วรมคี วามรู เปน ลำดบั ตามขนั้ ตอนตอ ไปน้ี คอื ๑. ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส ๒. การพจิ ารณาสตปิ ฏ ฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๓. การบำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน: สมถวปิ ส สนา ๔. วธิ พี สิ ดารกาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด ๕. วธิ ซี อ นกาย-สบั กาย และพสิ ดารกาย ซอ นสบั ทบั ทวี ๖. วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ รปู ฌาน ๔ ๗. วธิ เี จรญิ สมาธ:ิ อรปู ฌาน ๔ และสมาบตั ิ ๘ ๘. กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๙. เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน-จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๑๐. ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน เมอื่ เขา ใจตามหวั ขอ ๑-๗ พอสมควรแลว จงึ เจรญิ ตามขอ ๘-๑๐ ตอ ไป กลา วคอื - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา ทงั้ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ จติ ในจติ ทง้ั ณ ภายใน และ ณ ภายนอก - การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม ทงั้ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก กจ็ ะพจิ ารณาสภาวธรรม ไดช ดั เจนยงิ่ ขน้ึ กวา การปฏบิ ตั ทิ เ่ี พยี งแตไ ดเ ขา ถงึ ดวงปฐมมรรค หรอื กายมนษุ ยล ะเอยี ดเทา นนั้ แลว พจิ ารณาสภาวธรรมเลย นเ้ี ปน การปฏบิ ตั สิ มถวปิ ส สนากมั มฏั ฐาน(เจรญิ สมถวปิ ส สนาภาวนา) เบอื้ งกลาง ใน ขนั้ อนปุ ส สนา เปน วปิ ส สนาปญ ญา ซงึ่ จะไดอ ธบิ าย โดยละเอยี ดตอ ไป 5-32
ตอนที่ ๑ ความหมายของสติปฏฐาน ๔ และอานิสงส๑ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ๑.๑ พระพุทธดำรัสวาดวยสติปฏฐาน ๔ สมเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ขณะเมอื่ เสดจ็ ประทบั อยใู น กมั มาสทมั มนคิ ม กรุ ชุ นบท ไดต รสั มหาสตปิ ฏ ฐานสตู ร เปน อทุ เทสแกภ กิ ษทุ งั้ หลายวา “เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมตกิ กฺ มาย ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย ญายสสฺ อธคิ มาย นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย ยททิ ํ จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ านา. กตเม จตตฺ าโร. อธิ ภกิ ขฺ เว ภกิ ขฺ ุ กาเย กายานปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ เวทนาสุ เวทนานปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ จติ เฺ ต จติ ตฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ ธมเฺ มสุ ธมมฺ านปุ สสฺ ี วหิ รติ อาตาป สมปฺ ชาโน สตมิ า วเิ นยยฺ โลเก อภชิ ฌฺ าโทมนสสฺ .ํ ”๒ แปลความวา “ภิกษุท้ังหลาย หนทางนี้เปนท่ีไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของ เหลา สตั ว เพอื่ ลว งความโศกและความรำ่ ไร เพอื่ ความดบั สญู แหง ทกุ ข ๑ พระราชญาณวสิ ฐิ (ในขณะทด่ี ำรงสมณศกั ดเิ์ ปน พระมหาเสรมิ ชยั ชยมงคฺ โล ป.ธ.๖ รป.ม. เกยี รตนิ ยิ ม มธ.), ทางมรรค ผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๘๙-๓๙๕. ๒ พระไตรปฎ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย มหาวรรค, ขอ ๒๗๓, หนา ๓๒๕. 5-33
5 - 34 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั และโทมนสั เพอ่ื บรรลธุ รรมทถ่ี กู ตอ ง เพอ่ื ทำใหแ จง ซง่ึ พระนพิ พาน หนทางน้ี คอื สตปิ ฏ ฐาน ๔ ประการ. ๔ ประการเปน ไฉน. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั น้ี พจิ ารณาเหน็ กายในกายอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนาอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ จติ ในจติ อยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. พจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรมอยู มคี วามเพยี ร มสี มั ปชญั ญะ มีสติ กำจดั อภชิ ฌา และโทมนสั ในโลกเสยี ได. ” ๑.๒ พระพุทธดำรัส วาดวยอานิสงสของการเจริญสติปฏฐาน ๔ สมเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ไดต รสั อานสิ งสข องการเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ ไวด งั ตอ ไปน้ี “โย หิ โกจิ ภิกฺขเว อิเม จตฺตาโร สติปฏฐาเน เอวํ ภาเวยฺย สตตฺ วสสฺ าน.ิ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ตฏิ ฐ นตฺ ุ ภกิ ขฺ เว สตตฺ วสสฺ าน.ิ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ ฉ วสสฺ าน.ิ ปจฺ วสสฺ าน.ิ จตตฺ าริ วสสฺ าน.ิ ตณี ิ วสสฺ าน.ิ เทวฺ วสสฺ าน.ิ เอกํ วสสฺ .ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ตฏิ ฐ ตุ ภกิ ขฺ เว เอกํ วสสฺ .ํ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ สตตฺ มาสาน.ิ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า.
5 - 35 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตฏิ ฐ นตฺ ุ ภกิ ขฺ เว สตตฺ มาสาน.ิ โย หิ โกจิ ภกิ ขฺ เว อเิ ม จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ ฉ มาสาน.ิ ปจฺ มาสาน.ิ จตตฺ าริ มาสาน.ิ ตณี ิ มาสาน.ิ เทวฺ มาสาน.ิ เอกํ มาส.ํ อทธฺ มาส.ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. ติฏฐตุ ภิกฺขเว อทฺธมาโส. โย หิ โกจิ ภิกฺขเว อิเม จตฺตาโร สตปิ ฏฐ าเน เอวํ ภาเวยยฺ สตตฺ าห.ํ ตสสฺ ทวฺ นิ นฺ ํ ผลานํ อญฺ ตรํ ผลํ ปาฏกิ งขฺ ํ ทฏิ เ ฐ ว ธมเฺ ม อญฺ า สติ วา อปุ าทเิ สเส อนาคามติ า. เอกายโน อยํ ภกิ ขฺ เว มคโฺ ค สตตฺ านํ วสิ ทุ ธฺ ยิ า โสกปรเิ ทวานํ สมตกิ กฺ มาย ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย ญายสสฺ อธคิ มาย นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย ยททิ ํ จตตฺ าโร สตปิ ฏฐ านา.”๓ “ภกิ ษทุ งั้ หลาย กผ็ ใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งนี้ ตลอด ๗ ป เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๗ ปย กไว. ผใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งน้ี ตลอด ๖ ป … ๕ ป … ๔ ป … ๓ ป … ๒ ป … ๑ ป เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา ง ใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลในปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอื่ ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๑ ปย กไว. ผใู ดผหู นง่ึ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ อยา งน้ี ตลอด ๗ เดอื น เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนงึ่ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๗ เดอื นยกไว. ผใู ดผหู นงึ่ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งน้ี ตลอด ๖ เดอื น … ๕ เดอื น … ๔ เดอื น … ๓ เดอื น … ๒ เดอื น … ๑ เดอื น … กงึ่ เดอื น เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลในปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอ่ื ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ๓ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๑๐, ทฆี นกิ าย มหาวรรค, ขอ ๓๐๐, หนา ๓๕๐-๓๕๑.
5 - 36 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กง่ึ เดอื นยกไว. ผใู ดผหู นง่ึ พงึ เจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ น้ี อยา งนี้ ตลอด ๗ วนั เขาพงึ หวงั ผล ๒ ประการ อยา งใดอยา งหนง่ึ คอื พระอรหตั ตผลใน ปจ จบุ นั ๑ หรอื เมอื่ ยงั มอี ปุ าทเิ หลอื อยู เปน พระอนาคามี ๑ ภิกษุท้ังหลาย หนทางน้ีเปนที่ไปอันเอก เพ่ือความบริสุทธิ์ของ เหลา สตั ว เพอื่ ลว งความโศกและความรำ่ ไร เพอื่ ความดบั สญู แหง ทกุ ข และโทมนสั เพอ่ื บรรลธุ รรมทถ่ี กู ตอ ง เพอ่ื ทำใหแ จง ซงึ่ พระนพิ พาน หนทางนี้ คอื สตปิ ฏ ฐาน ๔ ฉะนแี้ ล.” ๑.๓ เมอ่ื วา โดยสรปุ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และอานสิ งส๔ มีดังนี้ ๑.๓.๑ ความหมายของสตปิ ฏ ฐาน ๔ และ อานสิ งส “สตปิ ฏ ฐาน ๔” คอื ธรรมอนั เปน ทตี่ ง้ั แหง สติ ๔ ประการ ทสี่ มเดจ็ พระผมู พี ระภาคเจา ไดต รสั แกภ กิ ษทุ ง้ั หลาย ในขณะทเ่ี สดจ็ ประทบั อยใู นกมั มาสทมั มนคิ ม กรุ ชุ นบท ซง่ึ พอสรปุ ไดด งั น้ี สตปิ ฏ ฐาน เปน “เอกายนมรรค” คอื เปน ทางไปทางเดยี ว เฉพาะบคุ คล (คนๆ เดยี วเทา นนั้ ) เพอ่ื ใหไ ดร บั อานสิ งส ๕ ประการ (ถงึ มรรคผลนพิ พาน) คอื ๑) สตตฺ านํ วสิ ทุ ธฺ ยิ า เพอ่ื ความบรสิ ทุ ธแิ์ หง สตั วท ง้ั หลาย ๒) โสกปรเิ ทวานํ สมตกิ กฺ มาย เพอ่ื ขา มพน ความโศก และความรำ่ ไร ๓) ทกุ ขฺ โทมนสสฺ านํ อตถฺ งคฺ มาย เพอ่ื ความดบั สญู แหง ทกุ ขแ ละโทมนสั ๔) ญายสสฺ อธคิ มาย เพอ่ื บรรลธุ รรมทคี่ วรรู ๕) นพิ พฺ านสสฺ สจฉฺ กิ ริ ยิ าย เพอ่ื ทำนพิ พานใหแ จง ๑.๓.๒ ธรรมทพี่ งึ ถอื เปน หลกั ปฏบิ ตั ิ และธรรมทพ่ี งึ นำออก ของผบู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ธรรม ๒ ประการน้ี สำคญั มากแกผ บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ๔ จะละทงิ้ เสยี มไิ ด ถา ละทง้ิ กเ็ สยี กมั มฏั ฐาน คอื ๔ อปุ กรณก มั มฏั ฐาน มหาสตปิ ฏ ฐาน และคริ มิ านนทสตู ร สำหรบั นกั ธรรม และธรรมศกึ ษาชน้ั เอก มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั พมิ พค รงั้ ท่ี ๑๑ พ.ศ.๒๕๓๕ หนา ๖๘-๗๗.
5 - 37 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑.๓.๒.๑ สมั ปโยคธรรม คอื ธรรมทผ่ี บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐานจะพงึ ถอื เปน หลกั ปฏบิ ัติ ไดแ ก (ก) อาตาป คือ มีความเพียรเผากิเลสใหเรารอน ไมเกียจคราน ไมท ำยอ หยอ นไมท ำๆ หยดุ ๆ เหมอื นกง้ิ กา (ข) สมั ปชาโน๕ คอื มคี วามรตู วั ตน่ื ตวั พรอ มอยเู สมอ ไมเ ผลอตวั ตกอยใู นอำนาจของกเิ ลสนวิ รณ ไดแ ก ไมง ว ง ไมห ลบั ใน ไมฟ งุ ซา น ไปนอกเรอื่ งพระกมั มฏั ฐาน เปน ตน (ค) สตมิ า คอื มสี ติ มคี วามระลกึ กำหนดได ตามเหน็ อารมณ คอื กาย ในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม ทง้ั ณ ภายใน และทง้ั ณ ภายนอก ไดอ ยเู สมอ ไมป ลอ ยใหจ ติ ไปยดึ อารมณอ น่ื ๑.๓.๒.๒ ปหานงั คธรรม คอื ธรรมทผี่ บู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐานควรนำออก ไดแ ก (ก) อภชิ ฌา คือ ความยินดี ไดแก ความโลภอยากได ยินดี พอใจ ตดิ อยู อาลยั อยู ในรปู เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ (ข) โทมนสั คอื ความยนิ รา ย ไดแ ก พยาบาทนวิ รณ คอื ความไมย นิ ดี ในการประกอบกมั มฏั ฐาน เมอื่ วา โดยละเอยี ดกค็ อื นวิ รณ๕ ทค่ี วร นำออก ซง่ึ ไดแ ก - ถนี มทิ ธนวิ รณ คอื ความทอ แท งว งเหงา หาวนอน - วจิ กิ จิ ฉา คอื ความลงั เลสงสยั ไมแ นใ จ ในธรรมปฏบิ ตั ิ - พยาปาทะ คอื ความปองรา ย จองลา งจองผลาญผอู นื่ รวม ไปถงึ ความหงดุ หงดิ ใจ ไมย นิ ดใี นการประกอบกมั มฏั ฐาน - อทุ ธจั จกกุ กจุ จะ คอื ความฟงุ ซา น รำคาญใจ ชอบแสวงหา เรอื่ งคนอนื่ มาซบุ ซบิ นนิ ทา - กามฉันทะ คือ ความพอใจรักใครในกามคุณ ๕ คือ พอใจ ตดิ อยู อาลยั อยใู นรปู เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ ๕ ความรทู ว่ั พรอ ม ๔ อยา ง คอื รพู รอ มถงึ ธรรม พรอ มทงั้ อรรถ (เหตแุ ละผล) ๑ ธรรมเปน ทสี่ บาย ๑ ทโี่ คจร (ทๆี่ ควรไป) ๑ ความไมห ลง (ความไมเ ผลอตวั ) ๑ - ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท อรรถกถา ภาค ๗ หนา ๑๐๑.
5 - 38 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๑.๓.๓ จำแนกสตปิ ฏ ฐาน ๔ และเหตทุ จ่ี ำแนก ๑.๓.๓.๑ สตปิ ฏ ฐาน จำแนกโดยอารมณเ ปน ๔ คอื (ก) กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ กายในกาย (ข) เวทนานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ เวทนาในเวทนา (ค) จติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ จติ ในจติ (ง) ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน สตกิ ำหนดพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม ๑.๓.๓.๒ เหตทุ จี่ ำแนกเปน ๔ เพราะ จรติ คอื ความประพฤตเิ ปน อาจณิ เหมอื นความประพฤตชิ นดิ ทเี่ ปน ปกตขิ องคนในโลก เมอื่ รวมเขา มี ๔ จงึ จำแนกสตปิ ฏ ฐานเปน ๔ เพอื่ ใหส ม หรอื เปน คปู รบั กบั จรติ น้ันๆ (ก) จรติ ๔ (๑) ตณั หาจรติ อยา งออ น คอื เปน ผตู ดิ กาย มงุ กายเปน ใหญ มกั รกั สวยรกั งาม อนั เปน ไปตามสมยั นยิ ม แตเ ปลยี่ นแปลงงา ย เมอ่ื เขานยิ มกนั อยา งไร กเ็ ปลย่ี นแปลงไปอยา งนน้ั (๒) ตณั หาจรติ อยา งแรงกลา คอื เปน ผตู ดิ เวทนา มงุ สขุ เวทนา เปน ใหญ มกั พอใจแตใ นความสะดวกสบายอยา งเดยี ว เปลยี่ น แปลงยาก เพราะมกั ถอื เอาตามความชอบของตน (๓) ทฏิ ฐจิ รติ อยา งออ น คอื เปน ผตู ดิ จติ มงุ จติ เปน ใหญ มกั เหน็ วาจิตเทานั้นเปนส่ิงสำคัญ ถาจิตไมถูกรบกวนใหเดือดรอน ขนุ มวั กเ็ ปน ทพ่ี อใจ (๔) ทฏิ ฐจิ รติ อยา งแรงกลา คอื เปน ผตู ดิ ธรรมคอื อารมณท เ่ี กดิ กบั ใจ หนกั อยใู นธรรม มกั เหน็ วา ธรรมทเ่ี กดิ กบั จติ เปน สงิ่ สำคญั มกั หาเรอื่ งทชี่ อบมาใหจ ติ นกึ (ข) สตปิ ฏ ฐานเปน คปู รบั กบั จรติ ๔ (๑) กายานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ตณั หาจรติ อยา งออ น
5 - 39 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั (๒) เวทนานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ตณั หาจรติ อยา งกลา (๓) จติ ตานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ทฏิ ฐจิ รติ อยา งออ น (๔) ธมั มานปุ ส สนา เปน คปู รบั แก ทฏิ ฐจิ รติ อยา งกลา ๑.๔ อานิสงสแกผูบำเพ็ญ คือ ผบู ำเพญ็ สตปิ ฏ ฐาน ๔ นี้ อยา งสงู ๗ ป อยา งตำ่ ๗ วนั พงึ หวงั ผลทง้ั ๒ อยา งใด อยา งหนงึ่ คอื ๑.๓.๔.๑ ความเปน พระอรหนั ตใ นปจ จบุ นั ๑.๓.๔.๑ เมอ่ื อปุ าทคิ อื กเิ ลสเปน เหตเุ ขา ไปยดึ ถอื ยงั เหลอื อยู กถ็ งึ ความเปน พระอนาคามี ตอนท่ี ๒ การพิจารณาสติปฏฐาน ๔ ณ ภายใน และ ณ ภายนอก๖ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย เหน็ เวทนาในเวทนา เหน็ จติ ในจติ และ เหน็ ธรรม ในธรรม ณ ภายใน และ ณ ภายนอก ๒.๑ การมีสติพิจารณา ณ ภายใน คอื เหน็ ในเบอื้ งตน (สว นหยาบ) พจิ ารณากาย เวทนา จติ ธรรม ของตน ใหเ หน็ ตามธรรมชาตทิ เี่ ปน จรงิ กอ น เชน วา พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกายของตวั เรา เองวา ไมง ดงาม เปน แตป ฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด หรอื เปน ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด ๖ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๙๖-๓๙๘.
5 - 40 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ทง้ั สน้ิ และพจิ ารณาเหน็ ความเกดิ ขนึ้ เสอื่ มไป คอื เหน็ วา ไมเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะแปรปรวนไป และ เปน ของไมใ ชต วั ตนของใครทแี่ ทจ รงิ (อนตตฺ า) ในขน้ั ละเอยี ด พจิ ารณาเหน็ กายในกาย และเวทนา จติ ธรรม ของกายในกาย ณ ภายใน ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ทเี่ ปลย่ี นแปลงไปตามเหตปุ จ จยั ทปี่ รงุ แตง ดว ย ปญุ ญาภิ- สงั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบญุ กศุ ล) อเนญชาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยฌานสมาบตั ทิ ไี่ มห วนั่ ไหว ไดแ ก จตตุ ถฌาน ปญ จมฌาน และ อรปู ฌาน เปน ตน ) อปญุ ญาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ล) ตามสายปฏจิ จสมปุ บาทธรรม และท่ี เปน โลกตุ ตรธรรม (พน โลก) พน ความปรงุ แตง ไดแ ก ๒.๑.๑ กรณปี ญุ ญาภสิ งั ขาร และ อเนญชาภสิ งั ขาร กจ็ ะพจิ ารณาเหน็ กายในกายทปี่ รงุ แตง ดว ยบญุ กศุ ล คณุ ความดี ทไ่ี ปประกอบ ทานกศุ ล ศลี กศุ ล และภาวนากศุ ล ในระดบั มนษุ ยธรรม ซงึ่ จะปรากฏกายมนษุ ย ละเอยี ด และ เวทนา จติ และ ธรรม ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส เปน สคุ ตภิ พ ในระดบั เทวธรรม กจ็ ะปรากฏกายทพิ ย ทพิ ยล ะเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทล่ี ะเอยี ด ประณตี และบรสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส ยงิ่ ไปกวา กายมนษุ ย ในระดับพรหมธรรม และรูปฌาน ก็จะปรากฏกายรูปพรหม รูปพรหม ละเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทลี่ ะเอยี ด ประณตี บรสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส และมรี ศั มสี วา งยง่ิ กวา กายทพิ ย ในระดบั อรปู ฌาน เปน อเนญชาภสิ งั ขาร กจ็ ะปรากฏ กายอรปู พรหม อรปู พรหมละเอยี ด และเวทนา จติ ธรรม ทเ่ี ปน สขุ เวทนา ทล่ี ะเอยี ด ประณตี บรสิ ทุ ธิ์ ผอ งใส และมรี ศั มสี วา งยง่ิ กวา กายรปู พรหม และเหน็ วา แมเ ปน กายในกาย ทปี่ ระกอบดว ยสขุ เวทนาทล่ี ะเอยี ดประณตี ดวยจิตที่บริสุทธ์ิผองใสในระดับโลกิยธรรม เปนสุคติภพ ก็ยังตองตกอยูใน อาณตั แิ หง ไตรลกั ษณ หรอื มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื ไมเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะแปรปรวนไป (วปิ รณิ ามธมมฺ โต) และไมใ ชต วั ตนทแี่ ทจ รงิ ของ
5 - 41 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ใครๆ (อนตตฺ า) เพราะไมอ ยใู นอำนาจ (อวสวตตฺ นโต) ของใครๆ วา จงอยา แก (มา ชรี นตฺ )ุ จงอยา ตาย (มา มยี นตฺ )ุ ๒.๑.๒ กรณอี ปญุ ญาภสิ งั ขาร (ปรงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ล) กจ็ ะพจิ ารณาเหน็ กายในกายภายใน ทปี่ รงุ แตง ดว ยบาปอกศุ ลคอื ความชว่ั ไดแ ก กายทจุ จรติ วจที จุ จรติ และมโนทจุ จรติ ปรากฏเปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด ทซ่ี อมซอ เศรา หมอง ดว ยทกุ ขเวทนา ดว ยจติ ใจ (เหน็ -จำ-คดิ -ร)ู ทมี่ วั หมอง และดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายกข็ นุ มวั เปน ทคุ คตภิ พไป และเหน็ วา ตอ งตกอยใู นอาณตั แิ หง ไตรลกั ษณะ หรอื มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื ความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และอนตั ตา อกี เชน กนั ๒.๑.๓ กรณเี ปน โลกตุ ตรธรรม (พน โลก) พน ความปรงุ แตง ก็จะเหน็ เปน กายธรรม คอื “ธรรมกาย” ปรากฏ ตงั้ แตธ รรมกายโคตรภู หยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระโสดาหยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระสกทิ าคา หยาบ-ละเอยี ด, ธรรมกายพระอนาคาหยาบ-ละเอยี ด และธรรมกายพระอรหตั หยาบ-ละเอยี ด ซง่ึ ถา ยงั ละสญั โญชน กเิ ลสเครอื่ งรอ ยรดั ใหต ดิ อยกู บั โลก อยา ง นอ ย ๓ ประการ คอื สกั กายทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา และสลี พั พตปรามาส ยงั ไมไ ด กย็ งั ไมน บั วา ไดเ ขา ถงึ -ร-ู เหน็ และ เปน ธรรมกายทมี่ นั่ คงเทยี่ งแท ถาวร คอื ยงั อาจเหน็ ๆ หายๆ ได ตอ เมอื่ ละสญั โญชนไ ดแ ลว เพยี งไร กจ็ งึ เปน ธรรมกาย มรรค-ผล-นพิ พาน ตามระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ดเ พยี งนน้ั ๒.๒ การมีสติพิจารณา ณ ภายนอก คอื ในเบอื้ งตน (ขนั้ หยาบ) พจิ ารณากาย เวทนา จติ และธรรม ของคนอนื่ ใหเ หน็ ตามธรรมชาตทิ เี่ ปน จรงิ เทยี บเคยี งกนั กบั ของเรา วา ของเรามสี ภาวะตามธรรมชาตเิ ปน เชน ไร ของผอู น่ื กเ็ ปน เชน นนั้ เปน ตน วา พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกายเราเปน แต ปฏกิ ลู หรอื เปน ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด อยา งไร ของผอู นื่ กเ็ ปน อยา งนน้ั
5 - 42 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กาย เวทนา จติ ธรรม ของเราเอง เปน สงั ขารธรรมทปี่ ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง มคี วามเกดิ แก เจบ็ และตาย เปน ธรรมดา มสี ามญั ญลกั ษณะ คอื เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั และ อนตั ตา เชน ไร ของผอู นื่ กเ็ ปน เชน นน้ั ในขน้ั ละเอยี ด เมอื่ พจิ ารณาเหน็ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรม ในธรรม ทง้ั ของตนเอง และของผอู นื่ จากกายสดุ หยาบคอื กายมนษุ ย ไปสดุ ละเอยี ด คอื ถงึ กายธรรมเพยี งใด สว นทหี่ ยาบนนั่ แหละ เปน ณ ภายนอก สว นทพี่ จิ ารณาเหน็ ละเอยี ด เขา ไปเปน ณ ภายในตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด เปน ตน วา เมอ่ื ปฏบิ ตั ไิ ดเ ขา ถงึ -ร-ู เหน็ และเปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด กาย เวทนา จติ และ ธรรม ของกายมนษุ ยห ยาบเปน ณ ภายนอก ของกายมนษุ ยล ะเอยี ดเปน ณ ภายใน เมอ่ื ปฏบิ ตั ถิ งึ กายทพิ ย กาย เวทนา จติ ธรรม ของกายมนษุ ยล ะเอยี ด เปน ณ ภายนอก ของกายทพิ ยเ ปน ณ ภายใน ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ดอยา งนี้ เมอื่ เขา ถงึ กาย เวทนา จติ และธรรม ทลี่ ะเอยี ดๆ เขา ไปนน้ั เวทนาของกายหยาบกเ็ ปน ทกุ ขเวทนา ของกายละเอยี ดกเ็ ปน สขุ เวทนา ตอ ๆ ไปเปน ลำดบั จนถงึ ธรรมกาย ซงึ่ เปน กายพน โลก กเ็ ปน อเุ บกขาเวทนาไป
5 - 43 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนท่ี ๓ การบำเพ็ญสติปฏฐาน: สมถวิปสสนา๗ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ๓.๑ ขน้ั สมถกมั มฏั ฐาน คอื ขน้ั ของการอบรมจติ ใจ ใหส งบ ใหห ยดุ ใหน งิ่ เปน สมาธิ แนบแนน มนั่ คง เปน ธรรม เคร่ืองใหสงบระงับจากกิเลสนิวรณเคร่ืองกั้นปญญา ใหออนโยนควรแกงานวิปสสนาปญญา ไดแ ก การพจิ ารณา นวิ รณปพ พะ ขอ กำหนดดว ยนวิ รณ ๕ คอื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ธรรมคอื นวิ รณ ๕ ไดแ ก กามฉนั ทะ ๑ พยาบาท ๑ ถนี มทิ ธะ ๑ อทุ ธจั จกกุ กจุ จะ ๑ วจิ กิ จิ ฉา ๑ ปฏกิ ลู มนสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยของนา เกลยี ด หรอื กายคตาสติ คอื การมสี ติ พจิ ารณาเหน็ สว นตา งๆ ของรา งกาย ไดแ ก ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั เนอ้ื เอน็ กระดกู ฯลฯ ตามทเ่ี ปน จรงิ วา เปน แตป ฏกิ ลู หรอื ทตี่ ง้ั แหง ปฏกิ ลู โสโครก นา เกลยี ด นวสวี ถกิ าปพ พะ ขอ กำหนดดว ยปา ชา ๙ คอื ซากศพทต่ี ายแลว มอี าการตา งๆ เปน ตน กลา วคอื บรรดาพระกมั มฏั ฐาน ทพ่ี ระโยคาวจรกำหนด “องคบ รกิ รรมนมิ ติ ” นกึ ให เหน็ ดว ยใจ เชน ตจปญ จกกมั มฏั ฐาน (มลู กมั มฏั ฐาน) ทใ่ี หน กึ เหน็ ผม ขน เลบ็ ฟน หนงั และกำหนดองคบ รกิ รรมภาวนา วา “เกสา โลมา นขา ทนั ตา ตโจ” กด็ ี จนเกดิ อคุ คหนมิ ติ ถงึ ปฏภิ าคนมิ ติ อนั เปน สมาธแิ นบแนน ถงึ อปั ปนาสมาธิ เบอ้ื งตน ของปฐมฌาน กด็ ี หรอื การมสี ตพิ จิ ารณา เหน็ ลมหายใจเขา ออก ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา “พทุ โธๆๆ” กด็ ี การ พจิ ารณาเหน็ อาการทท่ี อ ง (นาภ)ี พองยบุ ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา “ยบุ หนอ พองหนอๆๆ” กด็ ี หรอื การกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ นกึ ใหเ หน็ ดวงแกว กลมใส ดว ยองคบ รกิ รรมภาวนา วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” กด็ ี ทอ่ี ยใู นขนั้ เปน อบุ ายวธิ ใี หไ ดอ คุ คหนมิ ติ ถงึ ปฏภิ าคนมิ ติ ให ใจสงบ หยดุ นงิ่ เปน สมาธแิ นบแนน มน่ั คง ถงึ ขนั้ อปุ จารสมาธิ และอปั ปนาสมาธิ อนั เปน ๗ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๓๙๙-๔๐๑.
5 - 44 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เบ้ืองตนของปฐมฌาน ซ่ึงมีผลใหจิตใจสงบระงับจากกิเลสนิวรณเครื่องกั้นปญญา เปน “จติ ตวสิ ทุ ธ”ิ ออ นโยนควรแกง าน เหลา นที้ ง้ั หมด เปน ขน้ั สมถกมั มฏั ฐานทง้ั สนิ้ อนง่ึ ถา ตราบใดทย่ี งั มกี ารกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ (นกึ ใหเ หน็ ดว ยใจ) และมกี าร กำหนดองคบ รกิ รรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) แมจ ะมคี วามหมายทแี่ สดงความไมเ ทยี่ ง หรอื ความเกดิ -ดบั ประการใดๆ กต็ าม เมอ่ื ใจยงั ไมส งบ ไมห ยดุ นง่ิ ถงึ อปั ปนาสมาธิ เปน “จติ ต วสิ ทุ ธ”ิ (จติ ใจสงบจากกเิ ลสนวิ รณ) แลว “วปิ ส สนาปญ ญา” คอื ปญ ญาอนั เหน็ แจง ชดั สภาวะ ของสงั ขารธรรมทง้ั ปวงวา เปน ของไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข และมใิ ชต น ยงั ไมเ กดิ ขน้ึ จรงิ ๆ แลว ตราบนน้ั พระกมั มฏั ฐานนนั้ ยงั เปน ขนั้ สมถะ ยงั ไมถ งึ ขน้ั วปิ ส สนา คอื ยงั ไมเ ปน ตวั วปิ ส สนา (วิสุทธิ ๕) โดยเฉพาะอยางยิ่ง ต้ังแตมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ (วิสุทธิที่ ๓) และ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ (วิสุทธิท่ี ๔) อันเปนข้ันเจริญวิปสสนาญาณท้ัง ๙ ต้ังแต อทุ ยพั พยญาณ (ปรชี าญาณคำนงึ เหน็ ทง้ั ความเกดิ และความดบั ) ตอ ไป เปน ลำดบั จนถงึ สจั จานโุ ลมกิ ญาณ (ปรชี าญาณเปน ไปโดยสมควรแกก ารกำหนดอรยิ สจั ) ๓.๒ ขั้นอนุปสสนา คอื เมอ่ื พระโยคาวจรอบรมจติ ใจ ใหส งบ ใหห ยดุ ใหน ง่ิ ถงึ ขน้ั อปั ปนาสมาธิ อนั เปน เบอื้ งตน ของปฐมฌาน ประกอบดว ยองค ๕ คอื วติ ก วจิ าร ปต ิ สขุ เอกคั คตา อนั เปน ธรรม เครอื่ งกำจดั กเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกนั้ ปญ ญานน้ั เปน “จติ ตวสิ ทุ ธ”ิ แลว มสี ตพิ จิ ารณา เหน็ กายในกาย เวทนาในเวทนา จติ ในจติ และธรรมในธรรม บรรดาทป่ี ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง ชอ่ื วา “สงั ขาร/สงั ขตธรรม” ทง้ั ปวง ใหเ หน็ แจง ชดั ตามธรรมชาตทิ เ่ี ปน จรงิ วา มสี ามญั ญ- ลกั ษณะ คอื มลี กั ษณะทเ่ี ปน เองโดยธรรมชาตเิ สมอกนั หมด ทไี่ มเ ทย่ี ง (อนจิ จฺ )ํ เปน ทกุ ข (ทกุ ขฺ )ํ เพราะตอ งแปรปรวนไปเปน ธรรมดา (วปิ รณิ ามธมมฺ โต) จงึ มใิ ชต วั ตน บคุ คล เรา- เขา ของเรา-ของเขา (อนตตฺ า) นเ้ี ปน “วปิ ส สนาปญ ญา” ทเ่ี กดิ ขน้ึ แจง ชดั ตง้ั แตม คั คามคั ค- ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ ปฏปิ ทาญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ เจรญิ วปิ ส สนาญาณทงั้ ๙ ตอ ไป ตงั้ แต อทุ ยพั พยญาณ จนถงึ สจั จานโุ ลมกิ ญาณ ปรชี าญาณเปน ไปสมควรแกก ารกำหนดรอู รยิ สจั ๔
5 - 45 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๓.๓ ขั้นโลกุตตรวิปสสนา คอื เมอ่ื พระโยคาวจร เจรญิ วปิ ส สนาปญ ญาแลว ใชต าหรอื ญาณธรรมกาย พจิ ารณา เหน็ ธรรมในธรรม อนั มี อรยิ สจั ๔ และปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ เปน ตน ตอ ไป จนเหน็ แจง แทงตลอดพระอรยิ สจั ๔ เปน ไปในญาณ ๓ (สจั จญาณ กจิ จญาณ และกตญาณ) มี อาการ ๑๒ นเี้ ปน “โลกตุ ตรปญ ญา” อนั เปน ลำดบั แหง ญาณทสั สนวสิ ทุ ธิ (วสิ ทุ ธทิ ี่ ๕) ขณะเมอ่ื ธรรมกายทำนโิ รธถงึ อายตนะนพิ พาน โคตรภญู าณยดึ หนว งพระนพิ พาน เปน อารมณ มรรครวมเปน เอกสมงั คี มรรคจติ มรรคปญ ญาเกดิ และเจรญิ ขนึ้ เปน โลกตุ ตรมรรค (มรรคญาณ) ทำหนา ทป่ี หาน (ละ) สญั โญชนก เิ ลสเครอ่ื งรอ ยรดั ใหต ดิ อยู กบั โลกอยา งนอ ย ๓ ประการ คอื สกั กายทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา สลี พั พตปรามาส ไดแ ลว กา วลว ง ขา มโคตรปถุ ชุ น เปน พระอรยิ บคุ คล บรรลอุ รยิ มรรค อรยิ ผล ตามระดบั ภมู ธิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ไิ ด แลว ธรรมกายอรยิ ผลนน้ั เขา ผลสมาบตั ิ พจิ ารณามรรค ผล กเิ ลสทลี่ ะได และกเิ ลส ทยี่ งั เหลอื (กรณพี ระเสขบคุ คล) และ พจิ ารณาพระนพิ พาน อนั เปน วสิ งั ขาร/อสงั ขตธรรม ดว ยปจ จเวกขณญาณ ใหเ หน็ แจง พระนพิ พานทง้ั โดยสภาวะ ผทู รงสภาวะ และอายตนะ- นพิ พาน วา เปน วสิ งั ขาร/อสงั ขตธรรม ทไ่ี มป ระกอบดว ยปจ จยั ปรงุ แตง (อสงขฺ ต)ํ เปน ธรรมชาตทิ ไ่ี มม คี วามเกดิ (อชาต)ํ อกี จงึ ไมม คี วามแก (อชร)ํ ไมเ จบ็ ไข (อพยฺ าธ/ิ อนาพาธ)ํ ไมเ คลอ่ื น (อจจฺ ตุ )ํ คอื ไมต าย (อมต)ํ เปน ธรรมชาตทิ ค่ี งท่ี (ตาท)ิ ทเี่ ทยี่ ง (นจิ จฺ )ํ เปน บรมสขุ (นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ )ํ ยงั่ ยนื (ธวุ )ํ มน่ั คง (สสสฺ ต)ํ เปน ธรรมมเี จา ของ (สสามกิ )ํ คอื เปน ธรรมเฉพาะของพระอรยิ เจา พระอรหนั ตเจา ผไู ดบ รรลแุ ลว ดงั พระพทุ ธดำรสั วา “ชญฺ า นพิ พฺ านมตตฺ โน - พงึ รพู ระนพิ พานของตน” ดงั มอี รรถาธบิ ายวา “ความวา พระนพิ พาน อนั เปน อสงั ขตธาตุ นำมาซงึ่ ความสขุ โดย สว นเดยี ว โดยเปน อารมณอ นั ดเี ยยี่ มแกม รรคญาณและผลญาณ ซง่ึ ได โวหาร [ชอ่ื ] วา “อตั ตา” เพราะพระนพิ พาน ไมเ ปน อารมณข องปถุ ชุ น
5 - 46 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั อนื่ แมโ ดยทสี่ ดุ ความฝน แตเ พราะพระนพิ พานเปน แผนกหนงึ่ แหง มรรคญาณและผลญาณน้ัน ของพระอริยเจาทั้งหลาย และเพราะ พระนพิ พานเปน เชน กบั อตั ตา จงึ ตรสั วา “อตตฺ โน” (ของตน).”๘ อนั แสดงอตั ตลกั ษณะ คอื ลกั ษณะทเ่ี ปน “อตั ตา” (ตวั ตน) แท ทตี่ รงกนั ขา มกบั อนตั ตลกั ษณะของสงั ขาร/สงั ขตธรรมทงั้ ปวงทกุ ประการ ดงั พระสารบี ตุ รไดแ สดงธรรม ไวใ นเรอื่ ง “ภกิ ษยุ อ มไดอ นโุ ลมขนั ติ (พจิ ารณาเหน็ เบญจขนั ธด ว ยปญ ญา โดยความเปน ของ ไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา) ดว ยอาการ ๔๐ หยง่ั ลงสสู มั มตั ตนยิ าม (ยอ มหยงั่ ลงในขณะ แหง มรรคและผล) คอื ยอ มหยง่ั ลงสคู วามเทยี่ ง ตอ การบรรลมุ รรค ผล นพิ พาน ดว ยอาการ ๔๐๙ นเี้ ปน “โลกตุ ตรปญ ญา” ตอนที่ ๔ วิธีพิสดารกาย สุดกายหยาบกายละเอียด๑๐ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ไิ ด ถงึ ๑๘ กาย แลว ใหฝ ก พสิ ดารกายสดุ กายหยาบกายละเอยี ดอกี ตอ ไป ใหเ ปน วสี คอื ใหค ลอ งแคลว ชำนาญ เพอ่ื เปน พน้ื ฐานสำคญั ในการเจรญิ วชิ ชาชน้ั สงู และทำนโิ รธดบั สมทุ ยั (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั )ิ วธิ ปี ฏบิ ตั คิ อื เบอื้ งตน ใหร วมใจของทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลาง ธรรมกายอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ด คอื ใหศ นู ยก ลาง ดวงธรรม และ เหน็ -จำ-คดิ -รู (คอื ใจ) ของแตล ะกาย จากกายสดุ หยาบ (คอื กายมนษุ ย) ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด (คอื ธรรมกายอรหตั ละเอยี ด) ซอ นอยตู รงกลางของ ๘ พระธรรมปาลเถระ, อรรถกถาขทุ ทกนกิ าย อทุ านคาถา, โรงพมิ พว ญิ ญาณ พ.ศ.๒๕๓๓ หนา ๓๐๑. ๙ พระไตรปฏ กบาลฉี บบั สยามรฐั เลม ที่ ๓๑, ขทุ ทกนกิ าย ปฏสิ มั ภทิ ามรรค, ขอ ๗๓๕, หนา ๖๒๙-๖๓๔. ๑๐ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ท่ี ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๑-๒๖๒.
5 - 47 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั กลางซ่ึงกันและกัน จากกายสุดหยาบ ถึงกายสุดละเอียด แลวเราทำใจของเราใหเปน ธรรมกายอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ด คอื ดบั หยาบไปหาละเอยี ดอยเู สมอ แลว ใจของธรรมกาย หยดุ นง่ิ (เพง ) ลงทศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ยห ยาบ จนใสละเอยี ด จนหยดุ นงิ่ ถกู สว น ศนู ยก ลางจะขยายวา งออกไป แลว จะปรากฏ กายมนษุ ย ละเอยี ด ขนึ้ มาใหม กห็ ยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ กลางของกลางๆๆ ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด นน้ั ตอ ไป หยดุ นงิ่ ถกู สว น กจ็ ะปรากฏกายมนษุ ยล ะเอยี ดในกายมนษุ ย ละเอยี ด ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด หยดุ นงิ่ กลางของกลางๆๆ ศนู ยก ลางดวงธรรม ทที่ ำใหเ ปน กายมนษุ ยล ะเอยี ด ทสี่ ดุ ละเอยี ดนนั้ ตอ ไป ถกู สว นเขา ศนู ยก ลางดวงธรรม จะขยายวา งออก ไป แลว จะปรากฏกายทพิ ย ขนึ้ มาใหม โตใหญ ใสละเอยี ด เปน ๒ เทา ของกายมนษุ ย กใ็ ห หยุดน่ิง (เพง) ลงที่ศูนยกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายทิพยตอไป ใหใสแจม ก็จะปรากฏ กายทพิ ยใ นกายทพิ ยต อ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด ... แลว กจ็ ะปรากฏ กายรปู พรหมในกายรปู พรหม ตอ ๆ ไปจนสดุ ละเอยี ด กใ็ หป ฏบิ ตั ไิ ปแบบเดยี วกนั ใหถ งึ กายอรปู พรหมในกายอรปู พรหม จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายโคตรภูในธรรมกายโคตรภู จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระโสดาบนั ในธรรมกายพระโสดาบนั จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระสกทิ าคามใี นธรรมกายพระสกทิ าคามี จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระอนาคามีในธรรมกายพระอนาคามี จนสดุ ละเอยี ด ธรรมกายพระอรหตั ในธรรมกายพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ด ใหใ สละเอยี ด ทง้ั ดวงทงั้ กายและทง้ั องคฌ าน (ปรากฏเหมอื นอาสนะรองรบั กายละเอยี ด สณั ฐานกลมใสรอบตวั หนาประมาณ ๑ ฝา มอื ของแตล ะกายละเอยี ด จะมปี ระจำทกุ กาย ตงั้ แตก ายมนษุ ยล ะเอยี ดไปจนสดุ กายละเอยี ด) นเ้ี รยี กวา การพสิ ดารกาย สดุ กายหยาบ-กายละเอยี ด
5 - 48 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนที่ ๕ วิธีซอนกาย-สับกาย และพิสดารกาย ซอนสับทับทวี๑๑ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ผทู ถ่ี งึ ธรรมกาย เจรญิ ภาวนาไดถ งึ ๑๘ กาย และฝก พสิ ดารกายจนสดุ หยาบ สดุ ละเอยี ดแลว กใ็ หฝ ก ซอ นกาย-สบั กายตอ ไป เพอื่ เปน พนื้ ฐานสำคญั ของการเจรญิ วชิ ชาที่ ละเอยี ดๆ ไดด ยี ง่ิ ขน้ึ กอ นอน่ื ใหร วมใจของทกุ กายใหอ ยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท่ีละเอียดท่ีสุด แลวใหเอากายที่ละเอียดท่ีสุดหรือใหญท่ีสุดไวขางใน ซอนเขาไปใน กายที่ละเอียดรองลงมา หรือท่ีหยาบกวา เล็กกวา ซึ่งเอาไวขางนอก เปนตนวา เอากาย พระอรหตั สดุ ละเอยี ด ซงึ่ เอาไวข า งใน ซอ นเขา ไปในกายพระอรหตั ทห่ี ยาบกวา ซงึ่ เอาไว ขา งนอก แลว กเ็ อากายพระอรหตั หยาบซอ นเขา ไปในกายพระอนาคามลี ะเอยี ดและกาย พระอนาคามีหยาบ แลวเอากายพระอนาคามีหยาบซอนเขาไปในกายพระสกิทาคามี ละเอยี ดและกายพระสกทิ าคามหี ยาบ แลว เอากายทล่ี ะเอยี ดซอ นเขา ไปในกายทหี่ ยาบกวา ไปเรอื่ ย จนถงึ กายมนษุ ยห ยาบ โดยใหศ นู ยก ลางกายและดวงธรรมของทกุ กายตรงกนั หมด เปน จดุ เดยี วกนั นเี้ รยี กวา ซอ นกาย แลว ทนี ้ี ใหเ อากายหยาบ คอื เรมิ่ ตง้ั แตกายมนษุ ยห ยาบ ซงึ่ เอาไวข า งใน ซอ นเขา ไป ในกายทลี่ ะเอยี ดกวา คอื กายมนษุ ยล ะเอยี ด ซงึ่ เอาไวข า งนอก, แลว กเ็ อากายมนษุ ยล ะเอยี ด ซอนเขาไปในกายทิพยหยาบกายทิพยละเอียด เปนการเอากายเล็กซอนกลับเขาไปใน กายใหญก วา เรอื่ ยๆ เขา ไปจนถงึ กายพระอรหตั ละเอยี ด นเี้ รยี กวา สบั กาย ทนี ้ี ถา จะใหด ยี ง่ิ ขนึ้ ไปอกี กใ็ หพ สิ ดารกายจนสดุ หยาบสดุ ละเอยี ดเสยี กอ น แลว จึงซอนกายสุดละเอียดในขณะท่ีพิสดารกายลงมาจนถึงกายสุดหยาบ แลวจึงสับกาย สดุ หยาบในขณะทพี่ สิ ดารกายขนึ้ ไปจนถงึ กายสดุ ละเอยี ด เรยี กวา ซอ นสบั ทบั ทวี โดย วธิ นี ี้ จะทำใหท งั้ กายและดวงธรรมของกายสดุ หยาบสดุ ละเอยี ดใสสะอาดบรสิ ทุ ธด์ิ ี และมสี มาธิ ทมี่ น่ั คง เปน ทางเจรญิ วชิ ชาไดอ ยา งกวา งขวาง ไมม ปี ระมาณ ๑๑ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกายและพระนพิ พาน, พมิ พค รงั้ ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๕.
5 - 49 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ตอนที่ ๖ วิธีเจริญสมาธิ: รูปฌาน ๔๑๒ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ ผทู ถี่ งึ ธรรมกาย และเจรญิ ภาวนาจนถงึ ๑๘ กายแลว กใ็ หร วมใจทกุ กายใหอ ยู ณ ศนู ย กลางกายพระอรหัตองคที่ละเอียดท่ีสุด แลวใจของธรรมกายพระอรหัต ก็เพงลงไปที่ศูนย กลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายมนษุ ย เมอ่ื ใจหยดุ ไดถ กู สว น ประกอบดว ยองค ๕ ไดแ ก วติ ก วจิ าร คอื ตรกึ ตรองประคองนมิ ติ ปต ิ สขุ และเอกคั คตา กจ็ ะเหน็ องคฌ านปรากฏขน้ึ รองรบั กายมนษุ ย เหมอื นดงั อาสนะรองรบั ทน่ี ง่ั ฉะนนั้ มลี กั ษณะเปน วงกลมใส สว นหนาประมาณ หนง่ึ คบื ขนาดกวา งเตม็ หนา ตกั พองาม องคฌ านทเ่ี หน็ เกดิ ขน้ึ นไี้ มเ ฉพาะแตก บั กายมนษุ ย เทา นน้ั หากแตป รากฏขน้ึ รองรบั กายทกุ กาย จนถงึ กายพระอรหตั พรอ มกนั หมด นเี้ ปน ปฐมฌาน แลว ใจของธรรมกายกเ็ พง ไปทศี่ นู ยก ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายทพิ ยห ยาบและทพิ ย ละเอยี ดตอ ไปอกี เมอ่ื ใจหยดุ นง่ิ ไดถ กู สว นละเอยี ดหนกั เขา จนละ วติ ก วจิ าร ไดแ ลว องคฌ าน เดมิ กจ็ ะวา งหายไป แลว ปรากฏองคฌ านใหมเ กดิ ขน้ึ มาแทนทอี่ กี ใสละเอยี ดกวา เดมิ ทง้ั ฌาน และกาย นเี้ ปน ทตุ ยิ ฌาน ใจของธรรมกาย กเ็ พง ลงไปทกี่ ลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายรปู พรหมหยาบและรปู พรหม ละเอยี ดอกี เมอ่ื ใจหยดุ ถกู สว น และละเอยี ดหนกั เขา จนปต หิ มดไป องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหาย ไป แลว ปรากฏองคฌ านเกดิ ขนึ้ มาใหม ใสละเอยี ดกวา เกา ทง้ั ฌานและกาย นเี้ ปน ตตยิ ฌาน ใจของธรรมกาย ก็เพงลงไปท่ีกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายอรูปพรหมหยาบและ อรปู พรหมละเอยี ดอกี ตอ ไป เมอ่ื ใจหยดุ นง่ิ ถกู สว น ละเอยี ดหนกั เขา จนสขุ หายไป คงเหลอื แตเ อกคั คตาจติ คอื ความทจี่ ติ มอี ารมณเ ปน หนงึ่ นงิ่ เปน อเุ บกขาอยู องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา ง หายไป และปรากฏองคฌานใหมเกิดขึ้นแทนที่ ใสละเอียดยิ่งกวาเดิม ท้ังฌานและกาย นี้เปนจตุตถฌาน ๑๒ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกายและพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๒-๒๖๓.
5 - 50 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอื่ เขา ใจวธิ เี ขา ฌานสมาบตั ติ งั้ แตเ บอื้ งตน ปฐมฌาน ไปจนถงึ จตตุ ถฌาน โดยอนโุ ลม (ตงั้ แตต น ไปหาปลาย) แลว กจ็ งฝก หดั ถอยกลบั จากจตตุ ถฌาน ลงมาถงึ ปฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม (จากปลายมาหาตน ) ใหเ กดิ ความชำนาญ (วส)ี ทงั้ ในการเขา การออก การทรง ฌาน และการพจิ ารณาอารมณฌ านเหลา นี้ ใหแ มน ยำ ตอนท่ี ๗ วิธีเจริญสมาธิ: อรูปฌาน ๔ และสมาบัติ ๘๑๓ ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ สำหรบั ทา นทถี่ งึ ธรรมกาย และไดฝ ก หดั ซอ นสบั ทบั ทวี จนสดุ กายหยาบ และกายละเอยี ด และเจริญรูปฌานทั้ง ๔ โดยอนุโลมและปฏิโลมแลว ในลำดับน้ีก็จะไดสอนวิธีการเขา อรปู ฌาน ๔ อกี ตอ ไป เบอ้ื งตน กใ็ หท กุ ทา นรวมใจใหห ยดุ นง่ิ อยู ณ ศนู ยก ลางกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ด ท่ีสุด แลวใจของธรรมกายเพงลงไปที่ศูนยกลางกาย เขารูปฌานท้ัง ๔ อันมีปฐมฌาน ทตุ ยิ ฌาน ตตยิ ฌาน และจตตุ ถฌาน ตามลำดบั ใหใ สละเอยี ดทง้ั ฌานและกาย เม่ือเจริญฌานถึงจตุตถฌานแลว ก็ใหถอยอารมณฌานกลับลงมาสูปฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม แลว ใหใ จของธรรมกายนอ มเขา สเู หตวุ า งของปฐมฌานนน้ั พจิ ารณาเอาอากาศท่ี วา งเปลา เปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไป เมอ่ื จติ ละเอยี ดหนกั เขา กจ็ ะปรากฏ องคฌ านใหมบ งั เกดิ ขน้ึ รองรบั ธรรมกาย ใสละเอยี ดหมดทงั้ ฌานและกาย นเี้ ปน อากาสา- นญั จายตนฌาน แลว กใ็ หใ จของธรรมกาย นอ มเขา ไปในรใู นเหตวุ า ง ของทตุ ยิ ฌาน เพง พจิ ารณาเอา ๑๓ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๒๖๕-๒๖๗.
5 - 51 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั วญิ ญาณเปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไป แลว จะปรากฏองคฌ านใหมเ กดิ ขนึ้ รอง รบั ธรรมกายอกี ใสละเอยี ดหมดทง้ั ฌานและกายยงิ่ ขนึ้ ไปอกี นเี้ ปน วญิ ญาณญั จายตนฌาน กใ็ หใ จของธรรมกายนอ มเขา ไปในเหตวุ า งของตตยิ ฌานตอ ไปอกี เพง พจิ ารณาในรู ทล่ี ะเอยี ดในเหตวุ า งเปลา ไมม อี ะไรเปน อารมณ องคฌ านเดมิ กจ็ ะวา งหายไปอกี แลว จะ ปรากฏองคฌ านใหมบ งั เกดิ ขนึ้ รองรบั ธรรมกาย ใสละเอยี ดหมดทงั้ ฌานและกายยง่ิ ขน้ึ ไปอกี นเี้ ปน อากญิ จญั ญายตนฌาน ทนี ี้ กใ็ หใ จของธรรมกายนอ มลงไปในเหตวุ า งของจตตุ ถฌาน เพง พจิ ารณาตอ ไปอกี วา สญั ญาเตม็ วา ง คอื อารมณท วี่ า งเปลา น้ี จะวา มสี ญั ญาอยกู ไ็ มใ ช จะวา ไมม สี ญั ญาอยกู ไ็ มเ ชงิ เพราะละเอียดสุขุมนัก เม่ือเพงพิจารณาไปจนจิตละเอียดหนัก ก็จะปรากฏองคฌานใหม เกิดข้ึนแทนที่องคฌานเดิมท่ีวางหายไปอีก ใสละเอียดย่ิงนัก หมดท้ังฌานและกาย น้ีเปน เนวสญั ญานาสญั ญายตนฌาน เมอื่ ไดฝ ก เจรญิ รปู ฌาน ๔ และอรปู ฌาน ๔ รวมเปน สมาบตั ิ ๘ โดยอนโุ ลมดงั นแ้ี ลว กใ็ หฝ ก ถอยอารมณฌ านจากเนวสญั ญานาสญั ญายตนฌาน กลบั ลงมาสปู ฐมฌาน เปน ปฏโิ ลม จนชำนาญ เมอ่ื ทา นเขา ใจในวธิ เี จรญิ สมาบตั ิ ๘ โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลมแลว กใ็ หด ำเนนิ ไป ๗ เทย่ี ว ธรรมกายกย็ ง่ิ ใสละเอยี ดทสี่ ดุ กใ็ หป ลอ ยอปุ าทานในขนั ธ ๕ และความยนิ ดใี นฌานนนั้ โดย รวมใจหยดุ นง่ิ ในไสก ลางของกลางๆๆๆๆ ไปเรอ่ื ยๆ กจ็ ะรสู กึ เหมอื นมแี รงดงึ ดดู ไปยงั อายตนะ หน่ึง ท่ีใสละเอียด สุขุมลุมลึกอยางย่ิง นี้แปลวาธรรมกายเดิมน้ันตกศูนยเขาอายตนะน้ี แลว ธรรมกายทสี่ ดุ ละเอยี ดกป็ รากฏขน้ึ ใหมใ นอายตนะนี้ ใสละเอยี ดหนกั ยง่ิ ขนึ้ ไปอกี ใหท า นพจิ ารณาดใู หท วั่ วา อายตนะนเ้ี ปน อะไร มลี กั ษณะอยา งไร ใหร วมใจหยดุ ใน หยดุ กลางของหยดุ ในหยดุ ไปเรอื่ ย พรอ มดว ยตรกึ ถามไปทศี่ นู ยก ลางพระธรรมกายนน่ั แหละ กจ็ ะทราบไดว า เปน อายตนะอะไร ถา ยงั ไมม ญี าณหยง่ั รวู า เปน อายตนะอะไร กใ็ หร วมใจ หยดุ ในหยดุ นง่ิ แนน ลงไปทก่ี ลางของกลางๆๆๆ กายพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดตอ ไปอกี กจ็ ะ ทราบไดด ว ยญาณพระธรรมกายของตนเอง
5 - 52 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั เมอ่ื รแู นว า อายตนะ นน้ั คอื อะไรแลว กจ็ งซอ นสบั ทบั ทวี กบั พระนพิ พาน หรอื ธรรมกาย ทล่ี ะเอยี ดๆ ตอ ๆ ไป จนสดุ ละเอยี ด กลางของกลางๆๆ ไปเรอ่ื ย ไมถ อยหลงั กลบั หาก ประสงคจ ะทราบขอ ธรรมใด กใ็ หต รกึ ถามไปทศี่ นู ยก ลางกายธรรมทส่ี ดุ ละเอยี ดนนั้ แหละ กจ็ ะ มญี าณหยงั่ รไู ดด ว ยตนเอง ตามภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด และหากอธษิ ฐานปรารถนาสง่ิ ใดๆ ท่ี ชอบ กจ็ ะสมปรารถนาตามควรแกค ณุ ธรรมและบญุ บารมที ไี่ ดเ คยสรา งสมอบรมมา แมภ ายหลงั แตก ารหยดุ พกั แลว กจ็ งหมน่ั รวมใจหยดุ ในหยดุ ณ ศนู ยก ลางกายธรรมที่ ละเอยี ดทสี่ ดุ ในอายตนะนอ้ี ยเู สมอ แลว ทา นจะประจกั ษใ นคณุ คา ของการปฏบิ ตั ธิ รรมตามแนว วชิ ชาธรรมกายนด้ี ว ยตวั ของทา นเอง อยา งทที่ า นไมเ คยไดป ระสบมากอ น ในทางปฏบิ ตั ิ เมอื่ ไดซ อ นสบั ทบั ทวสี ดุ กายหยาบกายละเอยี ด จนทกุ กายใสบรสิ ทุ ธดิ์ แี ลว กเ็ จรญิ สมาบตั ิ (รปู ฌาน ๔ อรปู ฌาน ๔) โดยอนโุ ลมและปฏโิ ลม ตามระดบั ภมู ธิ รรมที่ ปฏบิ ตั ไิ ดห ลายๆ เทย่ี ว เทย่ี วสดุ ทา ยใหเ จรญิ รปู ฌาน ๔ โดยอนโุ ลม พรอ มกบั พจิ ารณา อรยิ สจั ๔ ในกายมนษุ ย ทพิ ย รปู พรหม และอรปู พรหมกอ น แลว ใหพ สิ ดารกายพรอ มกนั หมดทกุ กาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ด เถา ชดุ ชนั้ ตอน ภาค พดื กลา วคอื ใหร วมใจทกุ กายอยู ณ ศนู ยก ลางธรรมกายพระอรหตั องคท ลี่ ะเอยี ดทสี่ ดุ อนั เปน ทร่ี วมธาตธุ รรมและเหน็ จำ คดิ รู คอื “ใจ” ของทกุ กาย สดุ กายหยาบกายละเอยี ดอยา ง นอ ย ๑๘ กาย นรี้ วมเรยี กวา กายเถา ใหพ สิ ดารกายหมดพรอ มกนั ทกุ กายจนสดุ ละเอยี ด กายเถา โดยใหเ อาธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ดเปน หลกั ดบั หยาบไปหา ละเอยี ด เปน ธรรมกายทใี่ สบรสิ ทุ ธ์ิ ของพระอรหตั ในพระอรหตั หยดุ ในหยดุ กลางของหยดุ ดบั หยาบไปหาละเอยี ดเปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดเรอ่ื ยไปจนสดุ ละเอยี ด ของกายเถา ในขณะเดยี วกนั กายทหี่ ยาบรองลงมา ไดแ กธ รรมกายพระอรหตั หยาบ พระอนาคามี ละเอยี ด พระอนาคามหี ยาบ ... กายมนษุ ยล ะเอยี ด ... ตา งกพ็ สิ ดารกายตวั เองตอ ๆ ไป เปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ดเปน กายชดุ เมอ่ื พสิ ดารตอ ไปจนสดุ ละเอยี ด กายชดุ กจ็ ะมกี ายทห่ี ยาบๆ รองลงมา ตา งพสิ ดารตอ ๆ ไป เปน ธรรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั จนสดุ ละเอยี ดเปน กายชน้ั ตอน ภาค พดื
5 - 53 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จนในทส่ี ดุ จะเปน แตธ รรมกายพระอรหตั ในพระอรหตั เปน พดื ในพดื ปรากฏขนึ้ มาไม ขาดสาย เปน การทำนโิ รธ ดบั สมทุ ยั (ไมใ ชน โิ รธสมาบตั )ิ คอื ชำระธาตธุ รรม เหน็ -จำ-คดิ - รู คอื ใจ หรอื ปหานอกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ สดุ กายหยาบกายละเอยี ด จนเปน แตใ จ ของธรรมกายพระอรหตั ทใ่ี สบรสิ ทุ ธทิ์ สี่ ดุ ธรรมกายทหี่ ยาบกจ็ ะตกศนู ย ธรรมกายพระอรหตั ทสี่ ดุ ละเอยี ดทใ่ี สบรสิ ทุ ธทิ์ ส่ี ดุ จนวางอปุ าทานในขนั ธ ๕ ของกายในภพ ๓ ไดแ ลว แมเ พยี ง ชวั่ คราวเปน วกิ ขมั ภนวมิ ตุ ติ กจ็ ะไปปรากฏใน “อายตนะนพิ พาน” ยดึ หนว งพระนพิ พาน เปน อารมณ และไดเ หน็ พระนพิ พานคอื ธรรมกายทบี่ รรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ ของพระพทุ ธเจา และธรรมกายทบี่ รรลพุ ระอรหตั ตผลแลว ของพระอรหนั ตขณี าสพ ซง่ึ เปน อสงั ขตธาตอุ สงั ขตธรรม และเปน วริ าคธาตวุ ริ าคธรรมแทๆ ประทบั เขา นโิ รธ สงบ ตลอดกนั หมด สวา งไสวดว ยธรรมรงั สขี องพระนพิ พานนบั ประมาณมไิ ด เตม็ อายตนะนพิ พาน แดนเกษมทสี่ นิ้ สดุ แหง ทกุ ขท งั้ ปวง นนั้ แล พระนพิ พานทงั้ หลายเหลา นน้ั ยอ มสามารถจะสมั ผสั รไู ดด ว ยธรรมกายพระอรหตั ท่ีสุดละเอียดโดยทางธรรมปฏิบัตดิ ังกลาว เม่ืออายตนะท้ังสอง คือพระนิพพานกับ ธรรมกายพระอรหตั ทส่ี ดุ ละเอยี ด ใสบรสิ ทุ ธิแ์ ละละเอยี ดเสมอหรอื ใกลเ คยี งกนั เทา นน้ั การเจรญิ ภาวนาตามแนววชิ ชาธรรมกาย สำหรบั ผปู ฏบิ ตั ไิ ดถ งึ ธรรมกายแลว พจิ ารณา สภาวะของสงั ขารธรรมทงั้ หลายใหร แู จง แทงตลอดในพระไตรลกั ษณ และใหเ จรญิ ปญ ญา รแู จง ในพระอรยิ สจั ทงั้ ๔ แลว พสิ ดารกายสดุ กายหยาบกายละเอยี ด เปน เถา ชดุ ชน้ั ตอน ภาค พดื จนธรรมกายใสละเอยี ดทส่ี ดุ ถงึ ปลอ ยความยนิ ดใี นฌานสมาบตั ิ วาง อปุ าทานในเบญจขนั ธข องกายในภพ ๓ เสยี ได แมเ พยี งชว่ั คราว ดว ยวกิ ขมั ภณปหาน แลว ธรรมกายทห่ี ยาบจะตกศนู ย ธรรมกายทส่ี ดุ ละเอยี ด จะไปปรากฏในอายตนะนพิ พาน เชน นี้ จงึ มสี ภาวะทเี่ ปน “นโิ รธ” ในความหมายของ “การดบั สมทุ ยั ” กลา วคอื ปหาน อกศุ ลจติ ของกายในภพ ๓ อยเู สมอ จนละกเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน เหตแุ หง ทกุ ขไ ดอ ยา งถาวร เปน ลำดบั ตามระดบั ภมู ธิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด จนถงึ ละไดอ ยา งถาวรโดยสนิ้ เชงิ (สมจุ เฉทปหาน) การเจรญิ ภาวนานี้ มใิ ชเ ปน การเขา “นโิ รธสมาบตั ิ” หรอื “สญั ญาเวทยติ นโิ รธ” โดย การดบั สญั ญาของพระอนาคามบี คุ คลหรอื พระอรหนั ตผ ทู รงอภญิ ญาเพอื่ พกั ผอ น แตก ารเจรญิ
5 - 54 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ภาวนานี้ เปน การทำนโิ รธใหแ จง ในความหมายของการดบั สมทุ ยั อนั นำไปสกู ารทำนพิ พาน ใหแ จง เพอื่ ความหลดุ พน และการเจรญิ ภาวนาเพอื่ ความหลดุ พน ในสว นนี้ จงึ จดั เปน การเจรญิ ภาวนาทมี่ ที ง้ั สมถะและวปิ ส สนาคกู นั ดว ย “ความมนี โิ รธเปน โคจร”๑๔ เมอื่ เขา ใจหวั ขอ ทง้ั ๗ ดงั กลา วแลว กจ็ ะไดอ ธบิ ายถงึ การเจรญิ สตปิ ฏ ฐาน ๔ (กาย เวทนา จติ ธรรม) ตอ ไป ตอนที่ ๘ กายานุปสสนาสติปฏฐาน๑๕ (การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ทงั้ ณ ภายในและ ณ ภายนอก) ○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○○ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน น้ี จะแบง เปน ๔ ตอน คอื ๘.๑ กายานปุ ส สนา ๘.๒ วธิ เี จรญิ ภาวนา มสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถงึ ธรรมกาย ๘.๓ วธิ เี จรญิ สมถวปิ ส สนา กายคตาสติ และนวสวี ถกิ าปพ พะ ๘.๔ มรณสต–ิ กายานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ๘.๑ กายานุปสสนา ในการมีสติพิจารณาเห็นกายในกาย ทั้ง ณ ภายในและท้ัง ณ ภายนอกน้ัน ทาน จำแนกสง่ิ ทเ่ี นอ่ื งดว ยกายไว ๖ ปพ พะ (หมวด)๑๖ ในปพ พะท่ี ๖ ทา นจำแนกไว ๙ ขอ จงึ รวม ๑๔ โคจรในทน่ี ้ี หมายถงึ อารมณ. ๑๕ พระราชญาณวสิ ฐิ , ทางมรรคผลนพิ พาน ธรรมปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมกาย และพระนพิ พาน, พมิ พค รง้ั ที่ ๑, มถิ นุ ายน ๒๕๔๐, โรงพมิ พ บรษิ ทั เอชทพี ี เพรส จำกดั หนา ๔๒๕-๔๔๖. ๑๖ อปุ กรณก มั มฏั ฐาน มหาสตปิ ฏ ฐานและคริ มิ านนทสตู ร (สำหรบั นกั ธรรม และธรรมศกึ ษา ชน้ั เอก), มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั พมิ พค รงั้ ที่ ๑๑ พ.ศ.๒๕๓๔ หนา ๗๐-๗๒.
5 - 55 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั (ทงั้ ๖ ปพ พะ) มี ๑๔ ขอ ดว ยกนั ดงั ตอ ไปน้ี ๘.๑.๑ อานาปานปพ พะ ขอ กำหนดดว ยลมหายใจ คอื หายใจออก เขา , ยาว สน้ั ใหร ู กำหนดอยวู า เราจกั รแู จง กองลมหายใจ ออก, หายใจเขา เราจกั ระงบั กายสงั ขารหายใจออก-หายใจเขา ๘.๑.๒ อริ ยิ าปถปพ พะ ขอ กำหนดดว ยอริ ยิ าบถ คอื เมอื่ ยนื , เดนิ , นง่ั , นอน ใหร ู หรอื ทรงกายอยอู ยา งไรกใ็ หร ตู วั อยา งนน้ั ๘.๑.๓ สมั ปชญั ญปพ พะ ขอ กำหนดดว ยความรสู กึ ตวั คอื ทำความรสู กึ ตวั ในการกา ว, การถอย, การแล, การเหลยี ว, การคเู ขา , การ เหยยี ดออก, การทรงผา นงุ หม , การกนิ , การดมื่ , การเคยี้ ว, การลมิ้ , การถา ย อจุ จาระปส สาวะ, การเดนิ , การยนื , การนงั่ , การหลบั , การตนื่ , การพดู , และในการนิ่ง ๘.๑.๔ ปฏกิ ลู มนสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยของไมส ะอาด (ปฏกิ ลู ) คอื ในกายนม้ี ี ผม, ขน, เลบ็ , ฟน , หนงั , เนอื้ , เอน็ , กระดกู , เยอื่ ในกระดกู , มา ม, หวั ใจ, ตบั , พงั ผดื , ไต, ปอด, ไสใ หญ, ไสท บ, อาหารใหม, อาหารเกา , ด,ี เสลด, น้ำเหลอื ง, เลอื ด, เหงอ่ื , มนั ขน , นำ้ ตา, มนั เหลว, นำ้ ลาย, น้ำมกู , ไขขอ , มตู ร (ปส สาวะ) ๘.๑.๕ ธาตมุ นสกิ ารปพ พะ ขอ กำหนดดว ยธาตุ คอื ในกายน้ี มธี าตดุ นิ ธาตนุ ำ้ ธาตไุ ฟ ธาตลุ ม ๘.๑.๖ นวสวี ถกิ าปพ พะ ขอ กำหนดดว ยปา ชา ๙ คอื ซากศพทต่ี ายแลว ๑-๒-๓ วนั ขนึ้ พอง มสี เี ขยี ว มนี ำ้ เหลอื งไหล ๑ ซากศพทเี่ ขาทง้ิ ไวใ นปา ชา แรง กา นกตะกรมุ เปน ตน จกิ กดั กนิ ๑ ซากศพทเี่ ปน รา งกระดกู ยงั มเี นอ้ื เลอื ด มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑ ซากศพทไี่ มม เี นอื้ แตย งั เปอ นเลอื ด มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑ ซากศพทป่ี ราศจากเนอื้ เลอื ด ยงั มเี สน เอน็ รงึ รดั ๑
5 - 56 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ซากศพทเี่ ปน กระดกู ปราศจากเสน เอน็ รงึ รดั มกี ระดกู เรย่ี รายไปในทศิ ตา งๆ เปน ตน ๑ ซากศพทเี่ ปน กระดกู สขี าว เหมอื นสงั ข ๑ ซากศพทม่ี กี ระดกู เปน กองๆ ลว งปไ ปแลว ๑ ซากศพทเ่ี ปน กระดกู ผปุ น ๑ ๘.๒ วธิ เี จรญิ ภาวนา มสี ตพิ จิ ารณาเหน็ กายในกาย ถงึ ธรรมกาย ๘.๒.๑ ขนั้ สมถกมั มฏั ฐาน ใหก ำหนดบรกิ รรมนมิ ติ เปน เครอ่ื งหมายดวงแกว กลมใส ใหใ จ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู อยใู นกลางดวงทใ่ี ส คอื ใหน กึ เหน็ จดุ เลก็ ใส (ขนาดประมาณเทา เมลด็ โพธิ์ เมลด็ ไทร) กลางดวงทใ่ี ส ตรงปากชอ งจมกู (หญงิ ซา ย-ชายขวา) พรอ มกบั ใหก ำหนดบรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ตรงศนู ย กลางดวงแกว เพอื่ ประคองใจใหส งบ ใหห ยดุ ใหน งิ่ ตรงนเี้ ปน ฐานทตี่ ง้ั ของใจ ฐานท่ี ๑ เปน ปากชอ งทางลม คอื ตน ทางลมหายใจเขา ออก ใหส งั เกตลมหายใจ เขา -ออก กระทบหรอื ผา นดวงแกว ดว ย จะนกึ เหน็ ดวงแกว ไดช ดั เจนงา ยขนึ้ เรว็ ขนึ้ แลว ใหเ ลอื่ นดวงแกว กลมใสนน้ั เขา ไปในชอ งจมกู แลว เลอ่ื นขน้ึ ไปตรงๆ ชา ๆ โดยทใี่ จไมเ คลอื่ นจากจดุ เลก็ ใสกลางดวงใสนน้ั ไปหยดุ นง่ิ ที่หวั ตาดา นใน (หญงิ ซาย-ชายขวา) บริกรรมภาวนาตรงกลางของกลางจุดเล็กใสนั้นวา “สัมมา อรหงั ๆๆ” นเ้ี ปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานท่ี ๒ แลว เลอื่ นดวงแกว กลมใสนนั้ เขา ไปตรงๆ ไปหยดุ นงิ่ ตรงศนู ยก ลางกก๊ั ศรี ษะ เปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานท่ี ๓ บรกิ รรมภาวนากำกบั ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” มอี บุ ายวธิ ที จ่ี ะชว ยใหใ จ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู ทชี่ อบ แตจ ะฟงุ ซา นออกไปขา งนอกตวั ใหร วมลงหยดุ ณ ภายในไดง า ย คอื ใหเ หลอื บ ดวงตากลบั ไปขา งหลงั เหมอื นทเี่ ราเหน็ เดก็ ทารก เวลาทหี่ ลบั สนทิ (จติ ตกศนู ย)
5 - 57 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จะเหน็ ดวงตาของเดก็ นน้ั หมนุ กลบั ไปขา งหลงั เหมอื นกำลงั ชกั จะตาย อยา งนน้ั แหละ แลว นกึ เลอื่ นดวงกลมใสสวา ง (ใจไมเ คลอ่ื นจากจดุ เลก็ ใส) ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไป หยดุ นงิ่ ทเ่ี พดานปาก นฐี่ านทตี่ งั้ ของใจ ฐานที่ ๔ ซงึ่ เปน ทางลมหายใจเขา ออก นนั้ เอง บรกิ รรมภาวนากำกบั ไวว า “สมั มาอรหงั ๆๆ” แลว เลอื่ นดวงกลมใสสวา งนน้ั ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไปหยดุ นง่ิ ทีป่ ากชอ งลำคอ เปน ฐานทต่ี ง้ั ของใจ ฐานที่ ๕ กำหนดบรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” พรอ ม กบั ใหส งั เกตลมหายใจเขา ออก ทผ่ี า นและกระทบดวงแกว ดว ย จะไดเ หน็ ดวงแกว ชดั ขนึ้ แลว ใหน กึ เลอ่ื นดวงกลมใสสวา งนนั้ ลงไปตรงๆ ชา ๆ ไปหยดุ นงิ่ ตรงทส่ี ดุ ลม หายใจเขา ออก ตรงระดบั สะดอื พอดี นเ้ี ปน ฐานทตี่ ง้ั ของใจ ฐานที่ ๖ กำหนด บรกิ รรมภาวนาวา “สมั มาอรหงั ๆๆ” ประคองใจใหห ยดุ นงิ่ ตรงนน้ั แลว ใหน กึ เลอื่ นดวงแกว กลมใสถอยกลบั คนื ขนึ้ มาอกี ประมาณ ๒ องคลุ มี อื (๒ นว้ิ มอื ) ใหห ยดุ นงิ่ ตรงนี้ นเี่ ปน ฐานทตี่ งั้ ของใจ ฐานที่ ๗ ใหก ำหนดวา นเ้ี ปน ทตี่ ง้ั ถาวรของใจ เพราะเวลาทส่ี ตั วจ ะไปเกดิ มาเกดิ (มาตง้ั ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณทม่ี ดลกู มารดา) กจ็ ะมา “เขา สบิ -เขา ศนู ย” คอื จะมาหยดุ ตรงศนู ยก ลางกายฐานที่ ๗ นี้ หลวงพอ วดั ปากน้ำทา นจงึ ไดก ลา ววา “เขา สบิ แลว เหน็ ศนู ย” คอื มาหยดุ นงิ่ ตรงศนู ยก ลางกายนี้ แลว จติ ดวงเดมิ จะตกศนู ยไ ปยงั ศนู ยก ลางกายฐาน ท่ี ๖ จติ ดวงใหมใ สแจม จะปรากฏขนึ้ ทตี่ รงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ นี้ หรอื เมอ่ื จะมาเกดิ จะดบั (ตาย) จะหลบั หรอื จะตน่ื หรอื เวลาทจี่ ติ เปลย่ี นวาระ กเ็ ปลย่ี นตรงนี้ คือ ใจ (ดวงเหน็ -ดวงจำ-ดวงคดิ -ดวงร)ู ดวงเดมิ ทต่ี ง้ั ซอ นอยู ตรงกลางดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กายดวงเดมิ จะตกศนู ยล งไปยงั ศนู ยก ลางกาย ฐานที่ ๖ แลว ใจดวงใหมซ งึ่ ตง้ั ซอ นอยตู รงกลางดวงธรรมดวงใหมจ ะลอย เดน ขน้ึ มาตรงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ น้ี กอ นจะทำหนา ที่ (ไปเกดิ -หลบั สนทิ หรอื ไปฝน -ตนื่ หรอื ใหป ฏบิ ตั ทิ างกาย-วาจา-ใจ) ตอ ไป
5 - 58 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จะไปด-ี ไปชว่ั ไปนรก ไปสวรรค หรอื จะไปนพิ พาน กไ็ ปตรงนี้ จติ เปลยี่ น วาระเปลยี่ นภพเปลยี่ นภมู ติ รงศนู ยก ลางกายฐานท่ี ๗ นเี้ อง แตถ า จะไปดี ไปมรรค ผล นพิ พาน กต็ อ งหยดุ ตอ งนงิ่ คอื ใหห ยดุ ทำชว่ั ใหห ยดุ สงั ขาร คอื หยดุ ปรงุ แตง ถา อยากจะไปไมด ี กป็ ลอ ยใหจ ติ ฟงุ ซา นออก นอกตวั ไป ออกไปยดึ ไปเกาะอารมณภ ายนอกใหเ กดิ กเิ ลส แลว กใ็ หด ลจติ ดลใจใหป ฏบิ ตั ติ ามอำนาจของกเิ ลสไป หลวงพอ วดั ปากน้ำ ทา นจงึ วา “ถา วา [อยาก] จะเกดิ กเ็ ดนิ นอกออกไป ถา วา [อยาก] จะไมเ กดิ กใ็ หเ ดนิ ในเขา ไป หยดุ เขา ไว” และวา “หยดุ นน่ั แหละ เปน ตวั สำเรจ็ [ใหถ งึ มรรค ผล นพิ พาน]” เพราะฉะนน้ั บดั นเี้ ราจะเขา สมถะใหไ ดผ ลจรงิ ๆ ตอ ง “หยดุ ” ตอ แตน ไ้ี ป ใหร วมใจ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู ใหห ยดุ ในหยดุ กลางของ หยดุ กลางของกลางๆๆ จดุ เลก็ ใส กลางดวงใส ตรงศนู ยก ลางกายฐานที่ ๗ เหนอื ระดบั สะดอื ๒ นวิ้ มอื นไี้ วใ หม นั่ ซา ย-ขวา-หนา -หลงั -ลา ง-บน ไมไ ป ประคอง ใจใหห ยดุ ใหห ยดุ กลางของหยดุ นงิ่ ตรงกลางของกลางๆๆ ดวงใสนนั้ ไว บรกิ รรม ภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” สบิ ครง้ั รอ ยครงั้ พนั ครงั้ ตรง กลางของกลางของกลางๆๆ ดวงนนั้ ใหใ จหยดุ นงิ่ ตรงนน้ั ขณะกำหนดบริกรรมนิมิต (นึกเห็นดวยใจ) และกำหนดบริกรรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆ” อยนู น้ั พงึ มสี ตเิ หน็ ลมหายใจเขา -ออก ท่ี ผา นและกระทบดวงกลมใสดว ย จะไดเ หน็ ดวงกลมใสชดั เรว็ ขน้ึ เพราะทใี่ ห กำหนดบรกิ รรมนมิ ติ ตรงศนู ยก ลางกายน้ี ศนู ยก ลางดวงกลมใสตงั้ อยตู รงกลาง เสน ทางลมหายใจเขา -ออกพอดี แตไ มต อ งตามลม คอื เพยี งใหม สี ตริ -ู เหน็ ลม หายใจเขา -ออก ผา นหรอื กระทบดวงกลมใสนเี้ ทา นนั้ กพ็ อ จะชว ยใหเ หน็ ดวง กลมใสชัดเร็วข้ึน คอยมี “สติ” ระลกึ องคบ รกิ รรมนมิ ติ และบรกิ รรมภาวนาไดอ ยเู สมอ ใหใ จ
5 - 59 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั จดจอ อยเู สมอ และมี “สมั ปชญั ญะ” รสู กึ ตวั พรอ ม ไมเ ผลอ ปลอ ยใหใ จตกอยใู น อำนาจของกิเลสนิวรณ เชน งวง หลับใน หรือฟุงซานไปในเรื่องอ่ืนนอกพระ กมั มฏั ฐาน เปน ตน ตอ งทำใจใหส วา งเหมอื นกลางวนั (กำจดั /ขม ความงว ง) และคอยประคองใจใหอ ยใู นองคบ รกิ รรมนมิ ติ บรกิ รรมภาวนา ดว ยใจจดจอ ตอ เนอ่ื งกนั ไปเรอื่ ย จนใจคอ ยๆ สงบ คอ ยๆ หยดุ นง่ิ ลมหายใจจะละเอยี ด และสนั้ เขา ๆ จนใจหยดุ นงิ่ สนทิ จะปรากฏ “ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงปฐมมรรค” หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ซงึ่ มใี จ (ดวงเหน็ -ดวง จำ-ดวงคิด-ดวงรู) ดวงใหมท่ีใสแจม ปรากฏขึ้น ขนาดมาตรฐานเบื้องตน ประมาณเทา ฟองไขแ ดงของไขไ ก ขนาดโตเทา ดวงจนั ทร- ดวงอาทติ ย สงบและ สงดั จากกเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกนั้ ปญ ญา พระโยคาวจรผเู จรญิ สมถภาวนาในขน้ั น้ี มอี านาปานสตเิ ปน องคป ระกอบ รว มดว ยตลอด จนถงึ ลมหายใจละเอยี ด หนกั เขา ๆ จนใจหยดุ ใจนง่ิ สงบและ สงัดจากกิเลสนิวรณเครื่องกั้นปญญา นอกจากนี้ การเจรญิ สมถภาวนาในขน้ั นี้ ยงั มสี ตสิ มั ปชญั ญะพจิ ารณาเหน็ ธรรมในธรรม คอื นวิ รณ ๕ ไดแ ก ถนี มทิ ธะ ๑ วจิ กิ จิ ฉา ๑ พยาบาท ๑ อทุ ธจั จ- กกุ กจุ จะ ๑ กามฉนั ทะ ๑ พรอ มดว ยอบุ ายวธิ ปี อ งกนั แกไ ขมใิ หก เิ ลสนวิ รณเ กดิ ขนึ้ เปน อปุ สรรคของสมาธิ เพอ่ื รวมใจใหห ยดุ นงิ่ สนทิ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ คอื อาศยั “อาโลกกสณิ ” ในขนั้ อคุ คหนมิ ติ มาเปน บรกิ รรมนมิ ติ (นกึ ใหเ หน็ ดว ยใจ) กบั พทุ ธานสุ สติ เปน องคบ รกิ รรมภาวนา (นกึ ทอ งในใจ) วา “สมั มาอรหงั ๆๆๆ” และใหน อ มพระพทุ ธคณุ คอื พระปญ ญาคณุ จากคำวา “สมั มา” (ยอ จาก สมั มา- สมั พทุ โธ คอื พระผตู รสั รอู รยิ สจั ๔ แลว เองโดยชอบ) และพระวสิ ทุ ธคิ ณุ จาก คำวา “อรหงั ” (ซงึ่ แปลวา พระผไู กลจากกเิ ลสและบาปธรรมทงั้ ปวง) มาสใู จเรา ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส ตามรอยบาทพระพทุ ธองค รว มกนั ทง้ั หมดอกี ดว ย จึงเปน อารมณส มถกมั มฏั ฐานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู มาก
5 - 60 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั ๘.๒.๒ ขน้ั อนปุ ส สนา (ถงึ ธรรมกาย) เมอื่ พระโยคาวจรกำหนดองคบ รกิ รรมนมิ ติ และองคบ รกิ รรมภาวนาคกู นั ดว ยสตสิ มั ปชญั ญะทม่ี น่ั คง เพอ่ื ประคองใจใหห ยดุ นง่ิ ตรงศนู ยก ลางกายฐาน ที่ ๗ อยนู นั้ ใจ (ความเหน็ ดว ยใจ-ความจำ-ความคดิ -ความร)ู จะคอ ยๆ สงบ ลงๆ พรอ มกบั ลมหายใจเขา ออกจะคอ ยๆ สน้ั เขา ๆๆ จนละเอยี ดหนกั และ หยดุ นง่ิ สนทิ จะปรากฏ “ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงปฐมมรรค” (หนทางเบอ้ื งตน ไปสมู รรค ผล นพิ พาน) หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ใสสวา งขน้ึ มา นน้ั “ใจ” (ดวงเหน็ -ดวงจำ-ดวงคดิ -ดวงร)ู ดวงเดมิ ทถ่ี อื เอาปฏภิ าคนมิ ติ (พฒั นา จากบรกิ รรมนมิ ติ เปน อคุ คหนมิ ติ และเปน ปฏภิ าคนมิ ติ ) ไดน นั้ จะตกศนู ย พรอ ม กบั ดวงธรรมทที่ ำใหเ ปน กายดวงเดมิ ทใี่ จนน้ั ตงั้ ซอ นอยู ไดล ะปฏภิ าคนมิ ติ นนั้ แลว จงึ ปรากฏ “ดวงธรรมทท่ี ำใหเ ปน กาย” หรอื “ดวงธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน” ดวงใหม ซง่ึ มใี จดวงใหมซ อ นอยใู สแจม ปรากฏขน้ึ เปน ใจทบ่ี รสิ ทุ ธ์ิ ผอ งใส จากกเิ ลสนวิ รณเ ครอื่ งกน้ั ปญ ญา ออ นโยนควรแกง าน สมาธใิ นขนั้ นเี้ ปน อัปปนาสมาธิ เปนสมาธิในระดับปฐมฌานขึ้นไป (แตละคนไมเทากัน เพราะ สมาธนิ ทรยี ท อ่ี บรมมาแกก ลา ไมเ ทา กนั ) เมอ่ื หยดุ นง่ิ กลางของกลางดวงธรรมนี้ จะเหน็ ภายในดวง ประกอบดว ย ดวงเลก็ ๆ หรอื ศนู ย ๕ ศนู ย คอื ศนู ยก ลาง-หนา -ขวา-หลงั -ซา ย ศนู ยข า ง หนาคือธาตุละเอียดของ “ธาตุน้ำ” ทำหนาท่ีควบคุมสวนที่เปนของเหลวใน รา งกายใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ ศนู ยข า งขวาคอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตดุ นิ ” ทำหนา ทค่ี วบคมุ สว นทหี่ ยาบแขง็ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตไุ ฟ” ทำหนา ทค่ี วบคมุ อณุ หภมู ิ ศนู ยข า งซา ยคอื ธาตลุ ะเอยี ดของ “ธาตลุ ม” ทำหนา ที่ ควบคมุ ลมปราณทป่ี รนเปรออยใู นรา งกาย ใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ เหลา น้ีเปน ธาตลุ ะเอยี ดของมหาภตู รปู ๔ ศนู ยต รงกลางเปน “อากาศธาตุ” ควบคมุ ชอ งวา งภายในรา งกายใหอ ยใู นสภาวะพอเหมาะ ตรงกลางอากาศธาตุ เปน
5 - 61 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย: สมั มาอรหงั “วญิ ญาณธาต”ุ เหน็ เปน ดวงใสประมาณเทา เมลด็ โพธเิ์ มลด็ ไทร ทเ่ี ปน มาตง้ั แต มาตงั้ ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณ เปน “กลลรปู ” ทม่ี ดลกู ของมารดา และเจรญิ เตบิ โตมา เปนกาย-ใจ-จิต-วิญญาณ เปนทารกในครรภ ดวงธรรมน้ีก็ต้ังอยูตรงกลาง กำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ ของตวั เอง ตรงศนู ยก ลางกายนี้ นเี่ อง เม่ือธาตุทั้ง ๖ คือ ธาตุละเอียดของธาตุน้ำ-ดิน-ไฟ-ลม-อากาศ และ วญิ ญาณธาตุ ยงั ไมป ระชมุ พรอ มกนั อยา งนี้ ปฐมมรรคกไ็ มเ กดิ หลวงพอ ได ปฏบิ ตั ริ -ู เหน็ ดว ยตาหรอื ญาณธรรมกาย ทา นจงึ กลา ววา “ศนู ยก ลางคอื อากาศธาตุ เครอื่ งหมายทใี่ สสะอาดลอยอยกู ลางชอ งอากาศ พรอ มดว ยความรู ทเ่ี รยี กวา “วญิ ญาณธาตุ” ศนู ยข า งหนา คอื ธาตนุ ำ้ ศนู ย ขา งขวาคอื ธาตดุ นิ ศนู ยข า งหลงั คอื ธาตไุ ฟ ศนู ยข า งซา ย คอื ธาตลุ ม นยิ ม พรอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอื่ แรกเกดิ มากพ็ รอ มดว ยธาตทุ ง้ั ๖ เมอ่ื ไปเกดิ กพ็ รอ ม ดว ยธาตทุ งั้ ๖ ธาตไุ มป ระชมุ พรอ มกนั ปฐมมรรคกเ็ กดิ ไมไ ด เมอ่ื ไมม ปี ฐมมรรค มรรคผลนพิ พานกไ็ ปไมถ กู เหตนุ จ้ี งึ ตอ งทำปฐมมรรคใหเ กดิ ขนึ้ ”๑๗ น้ีคอื การมสี ตพิ จิ ารณาเหน็ ทงั้ กายในกาย เหน็ จติ ในจติ และทง้ั เหน็ ธรรม ในธรรม (เบอ้ื งตน ) คอื เหน็ ธาตลุ ะเอยี ดเมอ่ื มาตง้ั ปฏสิ นธวิ ญิ ญาณเปน กลลรปู ทมี่ ดลกู มารดา แลว เจรญิ เตบิ โตเปน กาย-ใจ-จติ -วญิ ญาณ เปน เดก็ ทารกใน ครรภม ารดา แลว คลอดออกมา เจรญิ เตบิ โตมาถงึ บดั น้ี กด็ ว ยวา ธาตลุ ะเอยี ด ที่เปนกลลรูปน้ันเองเปนท่ีตั้งที่รวมธาตุละเอียดของขันธ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อนิ ทรยี ๒๒ อรยิ สจั ๔ และ ปฏจิ จสมปุ บาทธรรม ๑๒ ซ่ึงตงั้ ซอ น กนั อยเู ปน ชน้ั ๆ กนั เขา ไปขา งใน ตรงกลางกำเนดิ ธาตธุ รรมเดมิ น้ี๑๘ พรอ ม ดว ยบนั ทกึ ผลของกรรมเดมิ ทไ่ี ดเ คยทำมาทงั้ ดแี ละชวั่ ทกี่ ำลงั ปรงุ แตง ใหผ ลใน ปฏสิ นธิและกำลงั จะใหผ ลในปวตั ตกิ าลตอ ๆ ไป เฉพาะธาตลุ ะเอยี ดของรปู ขนั ธ ขยายสว นหยาบออกมาเปน “ดวงกาย” ๑๗ พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ : สถาบนั พทุ ธภาวนาวชิ ชาธรรมกาย อ.ดำเนนิ สะดวก จ.ราชบรุ ี และโครงการธรรมปฏบิ ตั เิ พอื่ ประชาชน วดั ปากนำ้ ภาษเี จรญิ , พ.ศ.๒๕๓๐, หนา ๓. ๑๘ มรี ายละเอยี ดใน พระมงคลเทพมนุ ี (สด จนทฺ สโร), วชิ ชามรรคผลพสิ ดาร ๑ ทอี่ า งถงึ แลว , หนา ๓.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 642
Pages: