Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Published by Chalermkiat Deesom, 2020-08-19 23:59:17

Description: คู่มือปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน 4 สาย

Search

Read the Text Version

2 - 138 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ๑. เมอื่ รชู ดั ความทจ่ี ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น ดว ยอำนาจลมหายใจเขา และออกยาว ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขนึ้ ; ๒. เมอื่ รชู ดั ความทจี่ ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น ดว ยอำนาจลมหายใจเขา และออกสนั้ ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขนึ้ ; ๓. เม่ือรูชัดความท่ีจิตเปนเอกัคคตาไมฟุงซาน ดวยอำนาจความรูพรอมเฉพาะซ่ึง ลมทง้ั ปวง ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขน้ึ ; ๔. เมอื่ รชู ดั ความทจี่ ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น ดว ยอำนาจการทำกายสงั ขารใหร ำงบั อยู ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขน้ึ ; ๕. เมอ่ื รชู ดั ความทจ่ี ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น เพราะการรพู รอ มเฉพาะซง่ึ ปต ิ ทำความ ปราโมทยใ หเกดิ ขน้ึ ; ๖. เมอื่ รชู ดั ความทจี่ ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น เพราะการรพู รอ มเฉพาะซง่ึ สขุ ทำความ ปราโมทยใ หเ กิดข้ึน; ๗. เมอื่ รชู ดั ความทจ่ี ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น เพราะการรพู รอ มเฉพาะซงึ่ จติ ตสงั ขาร ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขนึ้ ; ๘. เม่ือรูชัดความท่ีจิตเปนเอกัคคตาไมฟุงซาน เพราะการทำจิตตสังขารใหรำงับอยู ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขนึ้ ; ๙. เมอ่ื รชู ดั ความทจี่ ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา น เพราะความเปน ผรู พู รอ มเฉพาะซงึ่ จติ ทำความปราโมทยใ หเ กดิ ขน้ึ ; เม่ือทำอยูดังนี้ ไดช่ือวาเปนการปฏิบัติอานาปานสติข้ันที่ ๑๐ ซึ่งมีใจความสำคัญ มงุ หมายถงึ การรจู กั ทำ หรอื สามารถทำจติ ใหป ราโมทยข น้ึ มาไดใ นทกุ ๆ ขน้ั แลว ถอื เอาความ รสู กึ ปราโมทยน นั้ เปน อารมณส ำหรบั พจิ ารณา เพอื่ เหน็ ลกั ษณะแหง ความไมเ ทย่ี ง ความเปน ทุกข และความเปนอนัตตาแหงจิตที่ปราโมทยนั้นสืบตอไป เหมือนดังท่ีไดกลาวแลวในการ พจิ ารณาปต ใิ นอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๕. สำหรบั การเกดิ แหง ความปราโมทยน น้ั มที างทจ่ี ะเกดิ ไดต า งๆ กนั ตามแตเ หตปุ จ จยั ซง่ึ เปน ตน เหตแุ หง ปราโมทย. สำหรบั ในกรณแี หง การทำอานาปานสตนิ น้ั อาจกลา วไดว า :-

2 - 139 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ในอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑ และขน้ั ท่ี ๒ ปราโมทยเ กดิ เพราะรสู กึ พอใจในการกระทำ หรือในโอกาส ที่ไดกระทำตามคำสอนอันเปนนิยยานิกธรรมของพระผูมีพระภาคเจา เปน เบื้องตน; และสูงขึ้นมาก็คือ มีความปราโมทยเพราะประสบความสำเร็จในการกำหนด ลมหายใจเขา -ออก ทง้ั ยาวและสนั้ ดงั นเี้ ปน ตน . ในอานาปานสตขิ ัน้ ที่ ๓ ยอ มเกดิ ความปราโมทยท สี่ งู ขนึ้ ไปกวา นน้ั แมไ มม ากกน็ อ ย เพราะเหตทุ ม่ี กี ารกำหนดลมหายใจอยา งแยบคายยงิ่ ขน้ึ ไปกวา เกา ดงั ทไ่ี ดก ลา วแลว โดยละเอยี ด ในอานาปานสตขิ น้ั นนั้ ซงึ่ ทำใหส มั ปยตุ ตธรรมเชน ฉนั ทะเปน ตน เปน ไปแรงกลา ขนึ้ ปราโมทย ยอ มเกดิ ขนึ้ ในลกั ษณะทป่ี ระณตี กวา หรอื สงู กวา ตามสมควรแกก รณี. ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๔ การปฏบิ ตั ดิ ำเนนิ ไปจนถงึ ขน้ั ทเ่ี กดิ ฌาน ความปราโมทยใ น การกระทำของตน ก็สูงขึ้นไปตาม ดวยอำนาจแหงการที่ไดเสวยผลเปนทิฏฐธรรมสุข โดย เหตทุ จี่ ติ เปน เอกคั คตาไมถ กู นวิ รณร บกวนเลยเปน ตน . ในอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๕ มกี ารพจิ ารณาถงึ ปต ทิ เ่ี ปน องคฌ านโดยตรง ซงึ่ หมายถงึ ความปราโมทยโ ดยพฤตนิ ยั อยใู นตวั เปน การแยกเอาตวั ความปราโมทยอ อกมากำหนดและ พิจารณาไปโดยเฉพาะ เปนการเห็นตัวความปราโมทยโดยชัดกวาขั้นอื่นๆ และกลายเปน ปราโมทยท อ่ี งิ อาศยั ปญ ญายง่ิ ขน้ึ ในเมอื่ มกี ารพจิ ารณาเวทนานน้ั ๆ โดยลกั ษณะแหง ความ ไมเ ทย่ี ง เปน ตน . ในอานาปานสติข้ันที่ ๖ มีอาการคลายกันกับในข้ันท่ี ๕ เพราะเปนการพิจารณา องคฌ านดว ยกนั . ในอานาปานสตขิ นั้ ที่ ๗ ปราโมทยส งู ขน้ึ ไป เพราะมคี วามรเู พม่ิ ขน้ึ วา เวทนานน้ั ๆ เปน เครอื่ งปรงุ แตง จติ ; ทำใหส ามารถรเู ทา ทนั เวทนา ซง่ึ เปน ทางมาแหง กเิ ลส คอื ตณั หาและ อปุ าทาน เปน ตน จนเหน็ ลทู างทจี่ ะดบั ทกุ ขไ ดย ง่ิ ขนึ้ ไป ปราโมทยใ นธรรมจงึ สงู ขน้ึ ไปตาม. ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๘ ปราโมทยเ กดิ มาจากความรสู กึ วา ตนสามารถทำจติ ตสงั ขาร ใหอ อ นกำลงั ลงหรอื ใหร ำงบั ไป ซงึ่ เปน ความสามารถทส่ี งู ยง่ิ ขน้ึ ไปอกี ทำใหเ กดิ ความรสู กึ วา การควบคมุ กเิ ลสนนั้ จกั ตอ งอยใู นกำมอื ของตนโดยแนน อน.

2 - 140 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ สำหรบั อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๙ นนั้ ปราโมทยเ กดิ ขน้ึ เพราะบดั นเี้ ปน ผมู คี วามรแู จม แจง ในเรอื่ งจติ และลกั ษณะอาการตา งๆ ของจติ เชน ทเ่ี กดิ ทดี่ บั ทไี่ ปทมี่ า ของจติ จนถงึ กบั รสู กึ วา การควบคมุ จติ นนั้ ตอ งอยใู นกำมอื ของตนโดยแท. สว นในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๐ นี้ เปน การประมวลมาซงึ่ ความปราโมทยท งั้ หมดทกุ ชนดิ มา กำหนดพจิ ารณาอยู และมคี วามปราโมทยเ ฉพาะในขอ นวี้ า บดั นต้ี นเปน ผสู ามารถบงั คบั จติ ไดต ามความตอ งการ ดงั ทส่ี ามารถบงั คบั ใหเ กดิ ความปราโมทยอ ยใู นขณะน้ี อยา งพลกิ แพลงอยา งไรกไ็ ดต ามตอ งการ และกวา งขวางถงึ ทส่ี ดุ จงึ เปน จติ ทบี่ งั เทงิ อยดู ว ยความปราโมทย ทก่ี วา งขวางและสงู สดุ ไปตามกนั . สว นขอ ทวี่ า ความปราโมทยม อี ยอู ยา งไร นน้ั มที างทจ่ี ะวนิ จิ ฉยั คอื ความปราโมทย คอื อะไร ? และมที างทจี่ ะแบง แยกปราโมทยไ ดก ท่ี าง ? เมอื่ กลา วโดยทางศพั ทศาสตร ทา นระบชุ อื่ เหลา นว้ี า เปน ชอ่ื ของความปราโมทย คอื อาโมทนา = ความเบกิ บาน, ปโมทนา = ความบนั เทงิ หรอื ปราโมทย, หาโส = ความรา เรงิ หรอื หรรษา, ปหาโส = ความรน่ื เรงิ อยา งยง่ิ หรอื ความรน่ื รมยแ หง ใจ, โอทคยฺ ํ = ความโสมนสั หรอื ความเยน็ ใจ, และ อตตฺ มนตา = ความปลม้ื ใจ หรอื ความภมู ใิ จตอ ตวั เองเปน ทสี่ ดุ ; อาการ ทง้ั หมดนรี้ วมเรยี กวา อาการของความปราโมทย ในทนี่ ี้. เมอื่ กลา วโดยเหตทุ วั่ ไป กเ็ หมอื นกบั กรณขี องปต แิ ละสขุ กลา วคอื ปราโมทยน อี้ าจจะเปน เคหสติ คอื อาศยั เรอื นหรอื กามกไ็ ด; หรอื จะเปน เนกขมั มสติ คอื อาศยั ธรรมโดยเฉพาะ คอื ความ ปราศจากกามกไ็ ด. แตส ำหรบั ในทนี่ น้ี น้ั เปน ทเ่ี หน็ ไดช ดั เจนอยแู ลว วา เปน ปราโมทยท อ่ี าศยั ธรรมแท ทกุ ขน้ั แหง อานาปานสตทิ เี ดยี ว. ผศู กึ ษาพงึ สงั เกตในขอ ทช่ี อื่ เหมอื นกนั วา ปราโมทยๆ แตต วั จรงิ นนั้ อาจจะแตกตา งราวกบั ฟา และดนิ เพราะวตั ถหุ รอื อารมณแ หง การเกดิ ของปราโมทย นั้นตางกัน. ขอ ทวี่ า ปราโมทยใ นทางธรรม มที างเกดิ ไดก ที่ างนนั้ เมอื่ กลา วตามหลกั แหง อานาปาน สตนิ แ้ี ลว ขอ เทจ็ จรงิ ยอ มแสดงชดั อยแู ลว วา มที างมา ๒ ทาง คอื ปราโมทยท เ่ี กดิ ขนึ้ ดว ย อำนาจของสมถะหรอื สมาธิ นอี้ ยา งหนงึ่ ; และ ปราโมทยท เ่ี กดิ ขนึ้ ดว ยอำนาจของวปิ ส สนา- ญาณหรอื ปญ ญา นอี้ กี อยา งหนงึ่ .

2 - 141 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ปราโมทยท เี่ กดิ ขนึ้ ดว ยอำนาจของสมาธนิ น้ั ทเ่ี หน็ ไดง า ยๆ หรอื โดยตรง กค็ อื ปต ทิ ่ี เปน องคฌ านและความสขุ ทเี่ ปน องคฌ านโดยตรง หรอื ความสขุ ทไ่ี ดร บั มาจากการทจ่ี ติ เปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา นโดยทวั่ ไปทกุ ขณะ เรยี กสนั้ ๆ วา ความสขุ ทเ่ี กดิ จากฌาน นน่ั เอง; หรอื แม ทส่ี ดุ แตค วามพอใจอยา งปราโมทย ทเ่ี กดิ ขนึ้ ดว ยอำนาจของสมถะหรอื สมาธิ เพราะมสี มถะและ สมาธเิ ปน มลู ฐาน. สว นปราโมทยท เ่ี กดิ ขน้ึ ดว ยอำนาจของวปิ ส สนาหรอื ปญ ญา นน้ั ละเอยี ดยง่ิ ขน้ึ ไป กวา สงู ยงิ่ ขนึ้ ไปกวา หรอื มคี ณุ คา ยงิ่ กวา . ปราโมทยข อ นไ้ี ดแ กค วามปราโมทยท เ่ี กดิ ขนึ้ ในขณะ ทพ่ี จิ ารณาปราโมทยอ นั เปน ตวั เวทนานนั่ เอง หรอื พจิ ารณาสงั ขารทง้ั หลายทง้ั ปวงกต็ าม โดย ความไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา เหน็ แจง ในความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา แลว เกดิ ความ ปราโมทยข นึ้ มาเพราะเหตทุ ร่ี วู า ไดเ หน็ ธรรมลกึ ซงึ้ ลงไป. จดั เปน ความปราโมทยใ นธรรมแท. ขอยอนไปเปรียบเทียบดวยตัวอยางของปติใหเห็นไดงายๆ คือปติในองคฌานเปน ปราโมทยด ว ยอำนาจสมาธ.ิ ครน้ั ปต นิ นั้ ถกู นำมาพจิ ารณาใหเ หน็ วา เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา เชน เดยี วกบั เวทนาทงั้ หลาย เกดิ ปต ขิ น้ึ มาใหมอ กี ชนดิ หนง่ึ ดว ยอำนาจของปญ ญานน้ั เปน ปต ิ ตอ ธรรมหรอื ในธรรมแทย ง่ิ ขน้ึ ไปอกี ; นเี่ รยี กวา ปต ทิ เ่ี กดิ ขนึ้ ดว ยอำนาจของปญ ญา นบั วา มี อยเู ปน ๒ อยา งดว ยกนั ดงั น้ี. สรปุ ใหส น้ั ทสี่ ดุ กไ็ ดค วามวา ปราโมทยอ ยา งท่ี ๑ เกดิ อยใู น ขณะทจ่ี ติ เปน สมาธ;ิ ปราโมทยอ ยา งที่ ๒ เกดิ อยใู นขณะทจ่ี ติ ประกอบดว ยปญ ญา. ปราโมทย ทง้ั ๒ อยา งน้ี มอี ยอู ยา งแรกซมึ ปนเปกนั ไปในอานาปานสตทิ กุ ขน้ั . ดงั ทกี่ ลา วมาแลว ขา งตน อานปานสติในสวนใดหรือขณะใดเปนสวนแหงสมาธิ ปราโมทยที่เกิดข้ึนในขณะนั้นเปน ปราโมทยท เ่ี กดิ มาจากความเปน สมาธ;ิ อานาปานสตสิ ว นใดหรอื ระดบั ใด ทเ่ี ปน สว นของปญ ญา หรอื กำลงั ดำเนนิ ไปดว ยอำนาจของปญ ญาอยู ปราโมทยท เี่ กดิ ขนึ้ ในขณะนน้ั กจ็ ดั เปน ปราโมทย ทเ่ี กดิ ขน้ึ ดว ยอำนาจของปญ ญา; ฉะนน้ั เปน อนั กลา วไดว า ปราโมทยท ผี่ ปู ฏบิ ตั ไิ ดท ำใหเ กดิ ขน้ึ โดยอาศยั อานาปานสติ ทแ่ี ลว มาทง้ั ๙ ขนั้ และกำลงั จดั เปน อานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๑๐ อยใู น ขณะนน้ี ัน้ กไ็ ดแ กป ราโมทย ๒ ประเภทนนี้ น่ั เอง หรอื กลา วไดอ กี อยา งหนงึ่ วา หมายถงึ แต ปราโมทย ๒ ประเภทนี้ ซง่ึ เปน ปราโมทยอ าศยั เนกขมั มะเทา นนั้ หาไดห มายถงึ ปราโมทยท ่ี เปน เคหสติ คอื อาศยั เรอื นหรอื กามแตป ระการใดไมเ ลย.

2 - 142 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ สง่ิ ทอ่ี ยากจะแนะใหส งั เกตอกี อยา งหนงึ่ กค็ อื การฝก อานาปานสตใิ นขนั้ ท่ี ๑๐ น้ี จดั วา เปน ทน่ี า สนกุ หรอื นา พอใจยงิ่ กวา อนื่ ทงั้ หมด เพราะถา กลา วอยา งสำนวนโวหารธรรมดากค็ อื การเลน กบั ความสขุ นนั่ เอง : เปน การเลน ของบคุ คลผมู คี วามสขุ ทเี่ ขา ไปสคู วามสขุ อยา งนน้ั อยา งน้ี ออกจากความสขุ อยา งนี้ แลว เขา ไปสคู วามสขุ อยา งโนน ออกจากความสขุ อยา ง โนน แลว กเ็ ขา ไปสคู วามสขุ อยา งอนื่ อกี ตอ ไป ไมม ที สี่ น้ิ สดุ กบั ความสขุ จงึ ถอื วา อานาปานสติ ในขน้ั นเี้ ปน จดุ เดน ทส่ี ดุ , หรอื เปน เหมอื นจดุ เดน ทสี่ ดุ จดุ หนงึ่ ในแถวแหง อานาปานสตทิ ง้ั หลาย, แมก ารปฏบิ ตั จิ ะไดร บั ผลเพยี งเทา น้ี กย็ งั กลา วไดว า เขา ถงึ ธรรมรตั นะ เปน ผรู ำ่ รวยดว ยเพชร พลอยของพระธรรม อยางประมาณมิไดอยูแลว : นับวาควรแกการสนใจและการปฏิบัติ เปนอยางยิ่ง. ส่ิงท่ีจะตองวินิจฉัยขอสุดทาย คือญาณและสติ ตลอดถึงธรรมอื่นๆ จะเกิดขึ้นได อยา งไรนนั้ สว นใหญม อี ธบิ ายอยา งเดยี วกนั กบั ในขน้ั ทแี่ ลว มา สำหรบั สว นทจี่ ะตอ งทำความ เขาใจเปนพิเศษเฉพาะในข้ันนี้ก็คือ การกำหนดปราโมทยท่ีตนไดทำใหเกิดข้ึนทุกขั้นของ อานาปานสติ โดยนยั ดงั ทกี่ ลา วแลว ดว ยอำนาจของเอกคั คตาจติ ทไ่ี มฟ งุ ซา น นเี้ รยี กวา สต.ิ การกำหนดตดิ ตามดปู ราโมทยน น้ั ดว ยอำนาจของสติ จนเกดิ การพจิ ารณาเหน็ ความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตาสตกิ ลายเปน อนปุ ส สนาญาณไป; นเ้ี รยี กวา ญาณ. ผปู ฏบิ ตั กิ ำหนดและพจิ ารณา จติ ซง่ึ ประกอบดว ยปราโมทยท ง้ั หลายดว ยสตนิ นั้ ดว ยญาณนน้ั การกระทำนช้ี อื่ วา จติ ตาน-ุ ปส สนาสตปิ ฏ ฐานภาวนา ซงึ่ จดั เปน ภาวนาทส่ี มบรู ณด ว ยอรรถทงั้ ๔ ดงั ทกี่ ลา วแลว . ใน ขณะนั้นเปนการสโมธานซ่ึงธรรมทั้งหลาย ๒๙ ประการ พรอมท้ังการรูโคจรแทงตลอด สมตั ถะแหง ธรรมทง้ั หลายเหลา นน้ั ดว ยอำนาจของการกระทำทแ่ี ยบคาย มอี าการ ๑๖ มกี าร รทู วั่ อยู, กำหนดอยู, รอู ยู, เหน็ อยู,พจิ ารณาอยู, อธษิ ฐานจติ อยู ฯลฯ เปน ลำดบั ๆ ไป จน กระทงั่ ถงึ การทำใหแ จง ซง่ึ ธรรมทค่ี วรทำใหแ จง อย;ู แตล ะขนั้ ๆ เกยี่ วกบั ปราโมทยน นั้ โดยตรง ดว ยจติ ทเี่ ปน เอกคั คตาไมฟ งุ ซา นอยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก ดงั ทไ่ี ดอ ธบิ ายแลว โดยละเอยี ดใน อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๕ นน้ั แลว ไมจ ำเปน จะตอ งกลา วซ้ำในทน่ี .ี้ การวนิ จิ ฉยั ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๐ สน้ิ สุดลงเพยี งเทา น.้ี ตอ ไปนจ้ี ะไดว นิ จิ ฉยั ใน อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๑ สบื ไป.

2 - 143 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ตอน ๑๑ อานาปานสติ ขน้ั ที่ ๑๑ (การทำจติ ใหต ง้ั มน่ั อย)ู อทุ เทสแหง อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๑ หรอื ขอ ท่ี ๓ แหง จตกุ กะท่ี ๓ นนั้ มวี า “ภกิ ษนุ น้ั ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผทู ำจติ ใหต งั้ มน่ั อยู จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผทู ำจติ ใหต งั้ มน่ั อยู จกั หายใจ ออก’”; (สมาทหํ จติ ตฺ ํ อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ สมาทหํ จติ ตฺ ํ ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต)ิ และมอี ธบิ าย ดงั ตอ ไปนคี้ อื :- การวนิ จิ ฉยั ในบทวา “ยอ มทำในบทศกึ ษา” ยอ มมใี จความเหมอื นกบั ในขน้ั ทแ่ี ลว มาโดย ประการทงั้ ปวง มอี ยบู า งทจ่ี ะตอ งทำความเขา ใจเปน พเิ ศษเฉพาะขน้ั นคี้ อื :- สว นทจ่ี ะถอื วา เปน สลี สกิ ขา นน้ั จะตอ งรจู กั สอดสอ งใหถ กู ตรงตามทมี่ อี ย;ู โดยใจความใหญๆ นน้ั เลง็ ถงึ ขอ ทม่ี ี การสำรวมหรอื ระวงั จติ ไมใ หล ะไปจากอารมณ ทก่ี ำลงั กำหนดอยใู นขน้ั นนั้ ๆ; ตวั การสำรวมนน่ั แหละจดั เปน ศลี ในทนี่ .้ี เพราะวา เมอื่ มกี ารสำรวมในเวลาใด โทษทางกาย วาจา หรอื การ ทศุ ลี อยา งใดๆ กม็ ขี น้ึ ไมไ ด. การชใี้ หเ หน็ เชน นเ้ี ปน การปอ งกนั ไมใ หเ กดิ ความเขา ใจผดิ ไป วา เมอื่ การปฏบิ ตั ดิ ำเนนิ มาถงึ ขนั้ สมาธหิ รอื ปญ ญาอยา งสงู เชน นแ้ี ลว มนั จะยงั คงมกี ารสำรวม ศลี อยไู ดอ ยา งไรกนั ; ฉะนนั้ ขอใหถ อื วา เมอ่ื มกี ารสำรวมจติ ใดๆ อยใู นเรอื่ งใดกต็ าม ดว ยอำนาจ ของสตแิ ลว การสำรวมนน้ั ยอ มเปน การประมวลไวไ ดซ งึ่ สลี สกิ ขาอยใู นตวั โดยสมบรู ณ. เปน อนั กลา วไดว า แมใ นขณะทก่ี ำลงั ปฏบิ ตั หิ มกมนุ อยใู นอานาปานสตขิ น้ั สงู เหลา นี้ การสำรวมใน ศลี กย็ งั สมบรู ณอ ยตู ามเดมิ จงึ เปน การทำใหไ ตรสกิ ขา หรอื สกิ ขาทงั้ ๓ ยงั คงเปน ธรรมสมงั คี สมบรู ณอ ย;ู ฉะนน้ั คำวา “ยอ มทำในบทศกึ ษา” ในอานาปานสตขิ อ น้ี และในอานาปานสตขิ อ ตอ ไปทง้ั หมด กย็ งั หมายความถงึ การทำเตม็ ทใ่ี นสกิ ขาทงั้ ๓ อยนู น่ั เอง. สว นทเี่ ปน สมาธแิ ละสว นทเี่ ปน ปญ ญา นนั้ เหน็ ไดช ดั อยแู ลว วา มกี ารกำหนดสมาธแิ ละ การพิจารณาทางปญญาอยูทุกขั้น; แตสวนที่เปนศีลนั้นเปนอยูอยางไมเปดเผย จะตองรูจัก พจิ ารณาจงึ จะมองเหน็ ไดช ดั เจน กลา วคอื ในอานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๑ ขน้ั ที่ ๒ ขนั้ ท่ี ๓ มกี าร สำรวมอยทู ก่ี ารระวงั จติ ใหค อยกำหนดลมหายใจในวธิ ตี า งๆ กนั . การสำรวมนนั่ เองควบคมุ เอาความมศี ลี ไวไ ด. ในอานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๔ การสำรวมมอี ยทู ก่ี ารพยายามทำลมหายใจให

2 - 144 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ รำงบั ลงๆ ซง่ึ เปน การสำรวมทยี่ ากยง่ิ ไปกวา ขนั้ ทแ่ี ลว มา; การสำรวมในขนั้ ที่ ๕ และท่ี ๖ มอี ยู ตรงทคี่ อยกำหนดปต แิ ละสขุ อยา งแรงกลา ; ในขน้ั ท่ี ๗ มอี ยทู ก่ี ารคอยกำหนดเวทนาหรอื การทเี่ วทนาทำหนา ทป่ี รงุ แตง จติ ; ในขนั้ ท่ี ๘ การสำรวมมอี ยใู นการทเี่ ฝา พยายามปอ งกนั ไมใ หเ วทนาปรงุ แตง จติ ได หรอื ปรงุ แตง แตน อ ยทส่ี ดุ ; ในขน้ั ท่ี ๙ การสำรวมมอี ยใู นขณะที่ ตงั้ หนา ตงั้ ตาคอยเฝา กำหนดลกั ษณะตา งๆ ของจติ ; ในขน้ั ที่ ๑๐ การสำรวมมอี ยทู ก่ี ารประคอง จติ ใหม ปี ราโมทย และการกำหนดซงึ่ ความปราโมทยน น้ั ๆ; สำหรบั ขน้ั ที่ ๑๑ นค้ี วามสำรวมมี อยตู รงทคี่ วามพยายามประคองจติ ใหต ง้ั มนั่ ในแบบตา งๆ กนั . ความสำรวมทกุ อยา งเหลา น้ี ลว นเปน แตต วั ศลี หรอื ความควบคมุ ไวไ ดซ งึ่ สลี สกิ ขา ใหย งั คงมอี ยตู ลอดเวลา สำหรบั ในขนั้ ตอ ไปพงึ ถอื เอาใจความอยา งเดยี วกนั จกั ไมก ลา วถงึ อกี โดยละเอยี ด จกั ชใ้ี หเ หน็ แตใ นแงท ี่ จำเปนจะตองชี้เทาน้ัน. สง่ิ ทตี่ อ งวนิ จิ ฉยั สบื ไป คอื ขอ ทวี่ า “ทำจติ ใหต ง้ั มนั่ อย”ู สง่ิ ทต่ี อ งวนิ จิ ฉยั มอี ยู ๒ ประการ คอื ความตงั้ มน่ั เปน อยา งไร และความตง้ั มน่ั มไี ดเ มอื่ ไร ซง่ึ จะไดว นิ จิ ฉยั กนั สบื ไป. คำวา “ความตง้ั มนั่ ” ในทนี่ ้ี โดยใจความกค็ อื ความเปน สมาธนิ นั่ เอง. เนอ่ื งจากความ เปนสมาธิน้ี มีอาการท่ีอาจจะแยกพิจารณาใหเห็นไดในมุมหรือแงตางๆ กัน เพราะฉะนั้นใน ทางศพั ทศาสตร เมอ่ื ถามวา สมาธคิ อื อะไรแลว ยอ มตอบดว ยการจำแนกชอื่ ตา งๆ เหลา นใ้ี ห ฟง คอื ฐติ ิ = ความตง้ั มน่ั . สณฐฺ ติ ิ = ความหนกั แนน หรอื ความตงั้ มนั่ ดว ยด,ี อธฏิ ฐ ติ ิ = ความ แขง็ แรงหรอื เขม แขง็ , อวสิ าหาโร = ความมไิ ดม อี าการดจุ อาหารเปน พษิ , อวกิ เฺ ขโป = ความ ไมฟ งุ ซา น, อวสิ าหตมานสตา = ความมใี จทพี่ ษิ มไิ ดก ระทบกระทง่ั , สมโถ = ความสงบ, สมาธนิ ทฺ รฺ ยิ ํ = อนิ ทรยี ค อื ความตงั้ มน่ั , สมาธพิ ลํ = กำลงั คอื ความตงั้ มนั่ , สมมฺ าสมาธิ = ความ ตง้ั มนั่ ชอบ. ดงั นเ้ี ปน ตน ; ซงึ่ เปน การเพยี งพอแลว ทย่ี กมาเปน ตวั อยา ง ทงั้ ทยี่ งั มคี ำอนื่ อกี มาก. อธบิ ายความหมายแหง คำทแ่ี สดงลกั ษณะแหง ความตงั้ มน่ั เหลา นพ้ี อเปน ทางเขา ใจมอี ยดู งั นี้ : คำวา ตง้ั มนั่ หนกั แนน หรอื แขง็ แรง เปน ตน นี้ ลว นแตเ ปน อาการของจติ ซง่ึ เรยี กวา สมาธ.ิ คำวา ความตงั้ มน่ั หมายถงึ ความทอ่ี ารมณห รอื นวิ รณก ระทบไมห วน่ั ไหว; คำวา หนกั แนน หรอื ตงั้ มนั่ ดว ยดนี นั้ หมายความวา เปน อยา งนน้ั ยงิ่ ไปอกี คอื สามารถทนสตู อ อารมณ

2 - 145 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ หรอื นวิ รณท ม่ี กี ำลงั มากไดจ รงิ . คำวา แขง็ แรง หมายถงึ ไมอ อ นไปตามอารมณ ทยี่ วั่ เยา หรอื ขเู ขญ็ บงั คบั . คำวา มไิ ดเ ปน ดจุ อาหารเปน พษิ นเ้ี ปน การทำอปุ มา : เหมอื นอยา งวา คนท่ีเกิดมีอาหารเปนพิษขึ้นในกระเพาะ ยอมมีอาการกระสับกระสายเหมือนคนจะตาย ไมส ามารถประกอบการงานอนั ใดได ไมม คี วามสดชนื่ เบกิ บานแตป ระการใดเลย. จติ นกี้ เ็ หมอื น กนั ถา นวิ รณเ ขา ไปเปน พษิ อยใู นภายในแลว ยอ มตายจากความดี ไมส ามารถประกอบกจิ ใดๆ ทางจติ ได ไมม คี วามสดชน่ื เบกิ บานแตป ระการใดเลย. เพราะฉะนนั้ ทา นจงึ กลา ววา ลกั ษณะของสมาธนิ นั้ ตอ งเปน เหมอื นกบั ความทไี่ มม อี าหารเปน พษิ อยใู นกระเพาะ. คำวา ไมฟ งุ ซา น หมายถงึ มอี ารมณเ พยี งอยา งเดยี ว ไมแ ลน ไปสอู ารมณใ ดๆ กำหนดอยแู ตอ ารมณ ทมี่ อี ยสู ำหรบั สมาธนิ น้ั เหมอื นกบั สตั วท มี่ สี ง่ิ ทต่ี อ งการอยใู นทน่ี น้ั อยา งเพยี งพอแลว กไ็ มล กุ ลน ไปในทอี่ น่ื ๆ เหมอื นลงิ ทเี่ ทยี่ วแสวงหาผลไมไ ปทวั่ ๆ ปา ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั . คำวา มใี จอนั พษิ มไิ ดก ระทบกระทงั่ นนั้ พษิ ในทน่ี ้ี หมายถงึ นวิ รณแ ละกเิ ลสชอ่ื อน่ื ทกุ ชนดิ ; เมอื่ กเิ ลสไมก ระทบจติ จติ มคี วามเปน ปกตสิ งบอยไู ด. คำวา กระทบจติ ในทน่ี ี้ หมายถึงครอบงำจิต ดึงจิตไปตามอำนาจของมัน เชน ความอยากดึงไปสูสิ่งที่มันอยาก ความโกรธดงึ ไปสสู ง่ิ ทมี่ นั โกรธ ดงั นเี้ ปน ตน ; เมอ่ื ไมม สี ง่ิ เหลา นจี้ ติ กส็ งบ เปน สมาธิ คำวา สมถะ หรอื สงบ มคี วามหมายตรงตามภาษาไทย คอื หมายถงึ ความระงบั ไมม คี วามดน้ิ รน ไมม คี วามเรา รอ นไมม คี วามหมน หมอง ดงั นเ้ี ปน ตน . คำวา สมาธนิ ทฺ รฺ ยิ ํ ตอ งการใหห มายถงึ สมาธิท่ีแทจริง คือขนาดที่จะเปนใหญ เปนประธานไดอยางหน่ึง ในบรรดาธรรมท่ีเปนใหญ เปน ประธานทง้ั หลาย, คำวา สมาธพิ ลํ กเ็ ปน อยา งเดยี วกนั หมายถงึ สมาธทิ ถี่ งึ ขนาดทมี่ ี กำลงั หรอื ใชเ ปน กำลงั ตอ สขู า ศกึ คอื นวิ รณไ ด. คำวา สมั มาสมาธิ ตอ งการใหห มายถงึ แต สมาธทิ ถี่ กู ทช่ี อบ หรอื สมาธใิ นทางพทุ ธศาสนา เพราะยงั มสี มาธทิ เี่ ปน ของนอกพทุ ธศาสนา หรอื สมาธทิ เ่ี ดนิ ผดิ ทางเปน มจิ ฉาสมาธอิ ยอู กี พวกหนงึ่ . เมอื่ ผศู กึ ษาไดพ จิ ารณาดคู วามหมาย ของคำเหลา นท้ี กุ คำอยา งละเอยี ดลออแลว กส็ ามารถเขา ใจถงึ ความหมายของสง่ิ ทเ่ี รยี กวา สมาธิ ไดอ ยา งทว่ั ถงึ และเขา ใจไดว า สมาธนิ น้ั คอื อะไร. แตอ ยา งไรกด็ ี ทงั้ หมดนเ้ี ปน เพยี งการ อธิบายตามทางศพั ทศาสตรห รอื ทางหนังสือเทานนั้ .

2 - 146 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ สว นในทางปฏบิ ตั นิ น้ั ทา นจำกดั ความไวส น้ั ๆ ตามหลกั แหง อานาปานสตวิ า ความท่ี จติ มอี ารมณเ ปน หนงึ่ ไมฟ งุ ซา น ดว ยอำนาจการกำหนดลมหายใจยาว-สนั้ ชอ่ื วา สมาธ;ิ หรอื อกี อยา งหนง่ึ วา จติ ทม่ี อี ารมณเ ปน อนั เดยี วไมฟ งุ ซา น ดว ยอำนาจจากการกำหนดลมหายใจ ของบคุ คลผมู จี ติ ตง้ั มนั่ ชอ่ื วา สมาธิ ดงั น้ี ซงึ่ ทง้ั หมดนอี้ าจจะสรปุ ความไดว า เมอ่ื จติ มอี ารมณ สำหรบั กำหนดและจติ กำหนดอารมณน นั้ ได การกำหนดอารมณไ ดน นั้ ชอ่ื วา สมาธิ จะเปน อยา งต่ำ อยา งกลาง อยา งสงู หรอื อยา งหยาบ อยา งกลาง อยา งประณตี นนั้ ยอ มแลว แต กรณี แตไ มถ อื เอาเปน ประมาณ เพราะอาจจะเรยี กไดว า เปน สมาธไิ ดด ว ยกนั ทงั้ นนั้ . นค้ี อื วนิ จิ ฉยั ขอ ทวี่ า สมาธคิ อื อะไร ? สว นขอ ทว่ี า สมาธหิ รอื ความตงั้ มน่ั มไี ดเ มอ่ื ไรนน้ั มวี นิ จิ ฉยั ดงั ตอ ไปน้ี :- ดงั ทกี่ ลา วมาแลว ขา งตน วา สมาธมิ ไี ดท กุ ขณะทจี่ ติ มกี ารกำหนดอารมณ นเ่ี ปน หลกั ทว่ั ๆ ไป; ทเี่ ปน อยา งพเิ ศษนนั้ สมาธมิ ไี ดห รอื ยงั คงมอี ยไู ดแ มใ นขณะทจ่ี ติ กำหนดลกั ษณะ มลี กั ษณะแหง ความไมเ ทยี่ ง เปน ตน ในขณะแหง วปิ ส สนา; ฉะนนั้ เมอื่ จะประมวลใหส นิ้ กระแส ความ กเ็ ปน อนั กลา วไดว า สมาธไิ ดโ ดยประเภทใหญๆ ใน ๓ กาล คอื :- ๑. สมาธใิ นขณะระยะเรมิ่ แรกแหง การกำหนดอารมณ ซง่ึ ไดแ กบ รกิ รรมสมาธแิ ละ อุปจารสมาธิ. ๒. สมาธใิ นขณะทจี่ ติ ตงั้ อยใู นฌาน ไดแ กอ ปั ปนาสมาธโิ ดยตรง. ๓. สมาธิ ทเ่ี ปน อนนั ตรกิ สมาธแิ นบเนอื่ งกนั อยกู บั ปญ ญา ในขณะทม่ี กี ารกำหนด และการพจิ ารณาลกั ษณะมลี กั ษณะแหง ความไมเ ทย่ี ง เปน ตน . สมาธอิ ยา งที่ ๑ คอื สมาธใิ นระยะเรม่ิ แรก แหง การกำหนดอารมณน น้ั เปน สมาธโิ ดย ออ มหรอื โดยปรยิ าย คอื เปน สมาธทิ ย่ี งั ไมถ งึ ขนาดทจ่ี ะกลา วไดว า เปน สมาธแิ ท เหมอื นมนษุ ย ยงั เดก็ อยู ยงั ไมม คี วามเปน มนษุ ยท เ่ี ตม็ ที่ ฉนั ใดกฉ็ นั นน้ั , แตถ งึ กระนน้ั กย็ งั ดกี วา ไมม สี มาธิ เสยี เลยเปน ไหนๆ. สรปุ ความในขอ นวี้ า พอสกั วา ลงมอื ทำสมาธิ กม็ สี มาธโิ ดยปรยิ ายน้ี ไดเ รอื่ ยๆ ไปเปน ลำดบั จนกระทง่ั ถงึ ขณะแหง อปุ จารสมาธิ คอื นวิ รณร ะงบั ไปบา ง กลบั มมี า บา ง หรอื นวิ รณถ อยกำลงั ลงไปมาก แตไ มถ งึ ขนาดทจี่ ะระงบั หมดสน้ิ ไป ทงั้ นเ้ี พราะเหตทุ ว่ี า องคฌ านยงั ไมค รบถว นและตง้ั มนั่ จงึ ตอ งจดั เปน สมาธโิ ดยปรยิ ายอยนู นั่ เอง แตถ งึ กระนนั้

2 - 147 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ กย็ งั ดกี วา ไมม สี มาธเิ สยี เลย ดงั กลา วแลว . สมาธอิ ยา งที่ ๒ คอื อปั ปนาสมาธนิ นั้ หมายถงึ ความทจี่ ติ ตงั้ มนั่ อยใู นฌาน นค้ี อื ตวั สมาธแิ ท และมคี วามหมายเตม็ ตามความหมายของคำวา สมาธทิ กุ ประการ. เมอ่ื กลา ววา จติ ใหต ัง้ มนั่ อยู และเปน ความตง้ั มน่ั อยอู ยา งแทจ รงิ กต็ อ งหมายถงึ ความทจ่ี ติ ตง้ั อยใู นสมาธขิ นั้ ท่ีเปนฌานข้ันใดข้ันหนึ่งเทาน้ัน ไมวาจะเปนรูปฌานหรืออรูปฌานก็ตาม. ถาผูปฏิบัติใน อานาปานสตมิ คี วามมงุ หมายทจี่ ะฝก ฝนในสว นอรปู ฌาน กม็ โี อกาสทจ่ี ะฝก ฝนไดใ นอานาปาน- สตขิ นั้ ที่ ๑๑ นี้ มรี ายละเอยี ดดงั ทกี่ ลา วไวใ นทอ่ี น่ื อกี สว นหนงึ่ เพราะไมไ ดเ ปน สงิ่ ทม่ี งุ หมาย โดยตรงในทน่ี ้.ี ในทนี่ ม้ี งุ หมายโดยตรงแตเ พยี งรปู ฌานทงั้ ๔ แตป ระเภทเดยี ว. สว นสมาธอิ ยา งที่ ๓ คอื สมาธทิ แ่ี นบเนอ่ื งกนั อยกู บั ปญ ญาโดยไมแ ยกกนั นนั้ จดั เปน สมาธโิ ดยปรยิ ายอกี อยา งหนง่ึ เพราะในขณะนเี้ ปน ขณะทปี่ ญ ญาจะทำหนา ทขี่ องมนั ดว ย กำลงั คอื สมาธิ. เมอ่ื บคุ คลกำหนดอารมณข องสมาธจิ นทำฌานใหเ กดิ ขนึ้ ได ดำรงอยใู นฌาน นานพอสมควร คอื จติ มกี ำลงั เขม แขง็ และเขา รปู เขา รอยเพยี งพอแกค วามตอ งการแลว กอ็ อก จากฌานนนั้ ไปกำหนดอารมณแ หง วปิ ส สนา เชน เวทนาเปน ตน อยา งใดอยา งหนงึ่ ขนึ้ มาพจิ ารณา โดยลกั ษณะ มลี กั ษณะแหง ความไมเ ทยี่ งเปน ตน อย.ู ในขณะนกี้ ำลงั แหง สมาธกิ ย็ งั อยใู น การพจิ ารณานนั้ คอื แฝงตวั หรอื แนบเนอ่ื งกนั อยกู บั ปญ ญาโดยสดั สว นทส่ี มควรกนั : ถา เพง ปญ ญาแรง กำลงั ของสมาธกิ แ็ รงขน้ึ ตาม, ถา เพง ปญ ญาหยอ น กำลงั ของสมาธกิ ห็ ยอ นลง ตาม, และเปน ไปในตวั เองไดเ ชน นโี้ ดยไมต อ งเจตนา ดงั น.ี้ สมาธชิ นดิ นเี้ รยี กวา สมาธใิ น ขณะแหง วปิ ส สนา และเพราะเหตนุ น้ั จงึ ไดช อื่ วา สมาธโิ ดยปรยิ าย; แตเ ปน ปรยิ ายทมี่ คี า สงู ไมเ หมอื นกบั สมาธโิ ดยปรยิ ายดงั ทกี่ ลา วแลว ในขอ ที่ ๑. จากลกั ษณะอาการแหง สมาธทิ งั้ ๓ ชนดิ หรอื ๓ ขนั้ ๓ ตอน ดงั ทก่ี ลา วมาแลว นี้ ทำใหเ ราเหน็ ไดว า สมาธมิ อี ยใู นขณะไหนหรอื เมอ่ื ไร และสมาธใิ นขณะไหน มลี กั ษณะและหนา ที่ อยา งไร เปน การรอบรตู อ ความทจี่ ติ เปน สมาธไิ ดโ ดยประการทง้ั ปวง. สรปุ ความวา การฝก ในขน้ั ท่ี ๑๑ น้ี ฝก ในการกำหนดความตงั้ มน่ั ทง้ั ในแงข องสมถะ และทงั้ ในแงข องวปิ ส สนา จากอานาปานสตทิ กุ ขน้ั เทา ทม่ี ใี หก ำหนดไดว า มคี วามตง้ั มนั่ อยกู อ่ี ยา ง

2 - 148 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ จนกระทงั่ ตนมคี วามคลอ งแคลว ในการทำจติ ใหต ง้ั มน่ั ไดท กุ อยา ง ดว ยความชำนชิ ำนาญสมตาม ความปรารถนา. สว นคำวนิ จิ ฉยั ในขอ ทวี่ า ญาณและสติ ตลอดถงึ สมั ปยตุ ตธรรมอนื่ ๆ ซง่ึ มอี ยใู นขณะนนั้ มขี น้ึ ไดโ ดยวธิ ไี รนนั้ พงึ ทราบวา เมอื่ จติ มคี วามตง้ั มนั่ ไมว า ชนดิ ไหนอยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก จิตที่ตั้งม่ันน้ันก็ปรากฏดวย สติที่กำหนดความต้ังม่ันน้ันก็ปรากฏดวย จึงเกิดมีจิตรูแจงคือ วญิ ญาณจติ ซงึ่ ไดแ ก อนปุ ส สนาญาณดงั ทไ่ี ดก ลา วแลว ในขอ กอ น. เมอื่ เปน ดงั น้ี กเ็ ปน อนั วา มกี ารตามเหน็ ซง่ึ จติ ในจติ ดว ยอำนาจของสตนิ นั้ จนกระทงั่ เหน็ ความไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตาของจติ แมท ตี่ ง้ั มนั่ แลว ทกุ ชนดิ ; เมอ่ื กระทำอยดู งั นี้ กเ็ รยี กวา มจี ติ ตานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน- ภาวนา อนั เปน ภาวนาทส่ี มบรู ณด ว ยอรรถทง้ั ๔ ดงั ทไ่ี ดเ คยอธบิ ายมาแลว อยา งละเอยี ดใน ขอ ตน ๆ; ในขณะนน้ั ยอ มมกี ารสโมธานมาไดซ ง่ึ ธรรมทง้ั หลาย ๒๙ อยา ง พรอ มทงั้ รโู คจรและ แทงตลอดสมตั ถะของธรรมนนั้ ๆ ดงั ทก่ี ลา วโดยละเอยี ด ในอานาปานสตขิ นั้ ที่ ๕ อกี นนั่ เอง. การวินิจฉัยในอานาปานสติขั้นท่ี ๑๑ สิ้นสุดลงเพียงเทาน้ี ตอไปนี้จะไดวินิจฉัยใน อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑๒ สบื ไป. ตอน ๑๒ อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑๒ (การทำจติ ใหป ลอ ย) อทุ เทสแหง อานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๒ หรอื ขอ ที่ ๔ แหง จตกุ กะท่ี ๓ นมี้ หี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ น้ั ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผทู ำจติ ใหป ลอ ยอยู จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผทู ำจติ ใหป ลอ ยอยู จกั หายใจ ออก’.” (วิโมจยํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ; วิโมจยํ จิตฺตํ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ.) วนิ จิ ฉยั มอี ยดู งั ตอ ไปน้ี :- การทำในบทศกึ ษาทง้ั ๓ ในอานาปานสตขิ น้ั นนี้ น้ั ความสำรวมสตใิ นการคอยกำหนด การปลอ ยชนดิ ตา งๆ ของจติ หรอื แมแ ตก ารคอยกำหนดจติ ใหท ำการปลดเปลอ้ื งสง่ิ ตา งๆ จาก จติ ซง่ึ เปน ความสำรวมอยา งยงิ่ และอยา งละเอยี ดทส่ี ดุ นน่ั แหละ คอื ความสำรวมทป่ี ระมวล ไวไ ดซ งึ่ สลี สกิ ขาในขณะนี้. สำหรบั จติ ตสกิ ขาและปญ ญาสกิ ขานนั้ มอี ยไู ดโ ดยลกั ษณะเดยี ว

2 - 149 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ กนั กบั อานาปานสตขิ นั้ อนื่ ๆ ทกุ ขน้ั ดงั ทกี่ ลา วแลว ไมจ ำเปน ตอ งวนิ จิ ฉยั ซ้ำในทนี่ อ้ี กี . สำหรบั คำวา “ทำจติ ใหป ลอ ยอย”ู นน้ั มสี ง่ิ ทจ่ี ะตอ งวนิ จิ ฉยั เปน ๒ อยา งคอื :- ๑. ปลอ ยอยา งไร ? ๒. ปลอ ยซงึ่ อะไร ? ซง่ึ จะไดว นิ จิ ฉยั ตอ ไป. การทย่ี กเอาปญ หาวา ปลอ ยอยา งไรมาวนิ จิ ฉยั กอ นนน้ั เปน เพราะจะชว ยทำใหเ กดิ ความ เขา ใจไดโ ดยงา ย เพราะจะไดอ าศยั ขอ ความตา งๆ ดงั ทกี่ ลา วมาแลว ขา งตน เปน เครอ่ื งชว ยทำให เกดิ ความเขา ใจงา ย โดยเฉพาะกค็ อื เรอ่ื งองคแ หง ฌานอนั กลา วแลว ในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๔ โดยละเอยี ด และเรอื่ งการละนจิ จสญั ญาเสยี ไดด ว ยอนจิ จสญั ญา เปน ตน ดงั ทก่ี ลา วแลว โดย ละเอยี ดในอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๕. คำวา ทำจติ ใหป ลอ ย มคี วามหมายโดยตรงวา ทำจติ ใหป ลอ ยสงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในจติ หรอื กลุมรุมหอมลอมจิต อยางหนึ่ง และ สิ่งที่จิตยึดไวเองดวยอำนาจของอุปาทานอันเกิด จากอวชิ ชา อนั นอนเนอื่ งอยใู นสนั ดาน นอี้ กี อยา งหนง่ึ . ถา กลา วกลบั กนั อกี อยา งหนงึ่ กค็ อื แทนทจี่ ะกลา ววา ทำจติ ใหป ลอ ย กก็ ลา วกลบั กนั ไดว า “เปลอ้ื งจติ เสยี จากสง่ิ ซง่ึ ควรปลด เปลอ้ื ง” ดงั นก้ี ไ็ ด; ผลยอ มเปน อยา งเดยี วกนั จะแตกตา งกนั กแ็ ตว ธิ พี ดู . ทว่ี า ทำจติ ใหป ลอ ยเสยี หรอื เปลอ้ื งจติ เสยี จากสง่ิ ทมี่ ากลมุ รมุ จติ นน้ั หมายถงึ การเปลอ้ื ง จิตจากนิวรณในขณะแหงสมาธิ นับตั้งแตระยะเร่ิมแรกขึ้นมาจนกระท่ังถึงสมาธิที่เปนฌาน. สมาธทิ ย่ี งั ไมเ ปน ฌาน กเ็ กยี ดกนั นวิ รณอ อกไปไดเ ลก็ ๆ นอ ยๆ ตามสดั สว น และลม ลกุ คลกุ คลาน ไปตามเรอื่ งของมนั แตถ งึ อยา งนน้ั กย็ งั เปน การเปลอื้ งจติ จากนวิ รณอ ยนู น่ั เอง. เมอื่ มคี วาม ตงั้ อกตง้ั ใจทำอยใู นสมาธขิ นั้ น้ี กเ็ ปน การทำจติ ใหป ลอ ยอยซู ง่ึ นวิ รณใ นขนั้ น้ี ซงึ่ ทำใหเ หน็ ไดอ กี วา ผปู ฏบิ ตั ใิ นอานาปานสตขิ น้ั ที่ ๑๒ น้ี กจ็ ำเปน ทจ่ี ะตอ งตวี งกวา ง คอื การยอ นมาฝก การกำหนด ในการทจ่ี ติ เปลอื้ งจากนวิ รณอ อกไปไดอ ยา งไร ไปตง้ั แตอ านาปานสตขิ นั้ ตน ๆ อกี นน่ั เอง. แตโ ดยทแี่ ทน น้ั คำวา “ทำจติ ใหเ ปลอื้ งอย”ู นน้ั อยา งนอ ยหมายถงึ การทำจติ ใหเ ปลอื้ ง นวิ รณอ อกไปไดจ รงิ ๆ โดยตรง มไิ ดม งุ หมายถงึ การปลดเปลอ้ื งเลก็ นอ ยโดยตวั มนั เองในระยะ เรม่ิ แรกทส่ี ดุ เชน นนั้ แตก ารทนี่ ำมากลา วนกี้ เ็ พอื่ จะชใ้ี หเ หน็ ชดั วา การปลดเปลอื้ งนวิ รณน นั้

2 - 150 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ยอมมีใหเห็นไดตั้งแตเมื่อไร ฉะนั้นถาผูใดประสงคจะยอนกลับไปฝกการกำหนดอาการอันน้ี มาตง้ั แตอ านาปานสตขิ น้ั ที่ ๑ กเ็ ปน สง่ิ ทค่ี วรทำ เพอ่ื เหน็ การปลดเปลอ้ื งนวิ รณ “อยา งลม ลกุ คลกุ คลาน” ดงั ทกี่ ลา วแลว นนั่ เอง ซง่ึ จะชว ยใหเ ขา ใจความหมายของคำวา ”ทำจติ ใหป ลอ ยอย”ู ไปไดต งั้ แตต น ทเี ดยี ว. การทำจติ ใหป ลอ ยอยซู งึ่ นวิ รณใ นขน้ั แหง สมถะ นน้ั กค็ อื การกำจดั นวิ รณท งั้ ๕ เสยี ไดด ว ยอำนาจของปฐมฌาน เรยี กวา การปลอ ยนวิ รณ ๕ เสยี ไดจ ากจติ . สงู ขนึ้ มา คอื การ ปลอ ยวติ ก วจิ าร เสยี ได ดว ยอำนาจทตุ ยิ ฌาน; จติ จะเกลยี้ งเกลายง่ิ ขน้ึ เพยี งไร ขอใหล อง คำนวณด.ู สงู ขนึ้ มาเปน การปลอ ยปต เิ สยี ได ดว ยอำนาจของตตยิ ฌาน; และการปลอ ยความ รสู กึ ทเี่ ปน สขุ และทกุ ขเ สยี ได ดว ยอำนาจของจตตุ ถฌานในทสี่ ุด. ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพยายาม กำหนดความทจี่ ติ ปลอ ยนวิ รณห รอื เปลอื้ งตนเองจากนวิ รณไ ดอ ยา งไร แลว ความเกลย้ี งเกลา หรอื โวทาตะเกดิ ขนึ้ ไดอ ยา งไร และจติ เปลอื้ งจากองคฌ าน ตา งๆ เปน ลำดบั ขนึ้ มาอยา งไร และจติ มคี วามเกลยี้ งเกลาตามขนึ้ ไปอยา งไร เปน การฝก ทำซำ้ ๆ ซากๆ ใหช ำนาญในการเปลอื้ ง และปลอ ยเหลา น้ี จนชำนชิ ำนาญเหมอื นของเลน กเ็ ปน อนั กลา วไดว า เปน ผปู ระสบความสำเรจ็ ในการทำจิตใหปลอยอยูในข้ันของสมถะสำเร็จไปขั้นหน่ึง. ถัดไปอีกข้ันหน่ึง ก็คือการทำจิตใหปลอยจากส่ิงที่จิตยึดไวเองดวยอำนาจของ อปุ าทาน. ขอ นี้ คอื การทำจติ ใหเ ปลอ้ื งปลอ ยอยใู นขนั้ วปิ ส สนา. ขอ นจี้ ะมไี ดใ นขณะแหง อานาปานสติท่ีไดหยิบยกเอาธรรมไมวารูปหรือนามอยางใดอยางหน่ึงขึ้นมาพิจารณาอยูโดย ลกั ษณะ คอื โดยความไมเ ทยี่ งเปน ทกุ ข เปน อนตั ตา เปน ตน . ถา จะมกี ารยอ นไปฝก มาตงั้ แต อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑ กก็ ำหนดเอาลมหายใจยาวมาเปน วตั ถสุ ำหรบั ดคู วามไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา ของลมนนั้ . อานาปานสตทิ กุ ขนั้ ในอานาปานสตจิ ตกุ กะที่ ๑ นมี้ ลี มหายใจนนั่ เองในลกั ษณะทต่ี า งๆ กนั เปน วตั ถสุ ำหรบั พจิ ารณาโดยลกั ษณะ; อานาปานสตใิ นจตกุ กะที่ ๒ ทง้ั หมด มเี วทนาทอี่ ยใู นลกั ษณะตา งๆ กนั นนั่ แหละเปน วตั ถสุ ำหรบั การพจิ ารณาโดยลกั ษณะ; อานาปานสตทิ กุ ขนั้ ในจตกุ กะที่ ๓ มจี ติ ซงึ่ กำลงั เปน อยใู นลกั ษณะทต่ี า งๆ กนั นนั่ แหละ เปน วตั ถสุ ำหรบั พจิ ารณาโดยลกั ษณะ. เปน อนั วา ในอานาปานสตทิ กุ ขนั้ ลว นแตม วี ตั ถอุ ยา งใด อยา งหนง่ึ สำหรบั ใหพ จิ ารณาโดยลกั ษณะ คอื โดยความไมเ ทย่ี ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตา. เมอื่

2 - 151 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ การพจิ ารณามอี ยู การเหน็ แจง โดยลกั ษณะกย็ อ มมี ฉะนนั้ เมอื่ มกี ารเหน็ ความไมเ ทยี่ งทใ่ี ด จติ กป็ ลอ ยนจิ จสญั ญา คอื ความเหน็ วา เทย่ี งเสยี ไดเ มอื่ นน้ั ; เมอ่ื เหน็ โดยความเปน ทกุ ขเ มอื่ ใด จิตก็ปลอยสุขสัญญา คือความสำคัญวาสุขเสียไดเมื่อนั้น; เม่ือเห็นโดยความเปนอนัตตา จติ กป็ ลอ ยอตั ตสญั ญา ความสำคญั วา ตนเสยี ได; เมอ่ื จติ เบอ่ื หนา ยอยู ยอ มปลอ ยนนั ทิ คอื ความ เพลนิ เสยี ได; เมอ่ื จติ คลายกำหนดั อยู ยอมปลอ ยราคะ คอื ความกำหนดั เสยี ได; เมอ่ื จติ ดบั อยู คอื ไมม อี ะไรปรงุ แตง ยอ มปลอ ยสมทุ ยั คอื ความกอ เสยี ได; เมอื่ จติ สละคนื อยู ยอ มปลอ ย อปุ าทาน คอื ความถอื มนั่ เสยี ได มรี ายละเอยี ดดงั กลา วแลว ในคำอธบิ ายสว นหนง่ึ ของอานาปาน- สตขิ น้ั ท่ี ๕. นคี้ อื การทำจติ ใหป ลอ ยในขนั้ ของวปิ ส สนา. ในขน้ั ของสมาธิ จติ เปลอื้ งปลอ ย นวิ รณแ ละอกศุ ลธรรมตา งๆ ตลอดถงึ องคแ หง ฌานตา งๆ ไดด ว ยอำนาจของฌานนนั้ ๆ. สว น ในขนั้ ของวปิ ส สนานจี้ ติ เปลอ้ื งปลอ ยความเหน็ ผดิ และกเิ ลสอนั ละเอยี ดตา งๆ ดว ยอำนาจของ ปญญา. วนิ จิ ฉยั ในอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑๒ ยตุ ลิ งเพยี งเทา น.ี้ สง่ิ ทคี่ วรสนใจเปน พเิ ศษอกี อยา งหนง่ึ กค็ อื ในจตกุ กะที่ ๓ น้ี มกี ารกำหนดจติ ทเ่ี รยี ก วา จติ ตานปุ ส สนาโดยเทา กนั หรอื เสมอกนั ทกุ ขนั้ แตอ าการทก่ี ำหนดพจิ ารณานน้ั ตา งกนั คอื ขน้ั ที่ ๑ กำหนดจติ วา มลี กั ษณะอยา งไรในขณะแหง อานาปานสตขิ น้ั ตา งๆ ตง้ั แตเ รมิ่ ทำอานาปาน- สตจิ นถงึ การทำอานาปานสตขิ น้ั น้.ี ขนั้ ที่ ๒ กำหนดจติ ทถี่ กู ทำใหบ นั เทงิ อยใู นธรรม หรอื มี ความบนั เทงิ อยใู นธรรมโดยลกั ษณะทสี่ งู ตำ่ อยา งไรขนึ้ มาตามลำดบั . ขนั้ ท่ี ๓ กำหนดจติ ท่ี ถกู ทำใหต ง้ั มน่ั และมคี วามตง้ั มน่ั อยอู ยา งไรตามลำดบั นบั ตง้ั แตต ำ่ ทสี่ ดุ ถงึ สงู ทสี่ ดุ อยา งหยาบ ทสี่ ดุ ถงึ อยา งละเอยี ดทส่ี ดุ . และขน้ั ท่ี ๔ กำหนดจติ ทถี่ กู ทำใหป ลอ ย และมคี วามปลอ ยอยซู ง่ึ กศุ ลธรรมตา งๆ ซง่ึ ทง้ั หมดนเี้ ปน ไปทกุ ขณะแหง ลมหายใจเขา -ออก จนเปน สตปิ ฏ ฐานภาวนา ชนดิ ทสี่ ามารถประมวลมาไดซ ง่ึ คณุ ธรรมตา งๆ โดยทำนองเดยี วกนั และเสมอกนั . อานาปานสติ จตกุ กะท่ี ๓ จบ

2 - 152 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ จตกุ กะที่ ๔ ธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน (ตงั้ แตก ารเหน็ อนจิ จงั โดยประจกั ษ จนถงึ การเหน็ ความสลดั คนื สงั ขารออกไป) บดั นมี้ าถงึ การปฏบิ ตั ใิ นอานาปานสติ จตกุ กะท่ี ๔ ซงึ่ กลา วถงึ อานาปานสตอิ กี ๔ ขน้ั เปน ลำดบั ไปคอื :- ขน้ั ที่ ๑๓ การตามเหน็ ความไมเ ทย่ี ง อยเู ปน ประจำ หายใจเขา -ออก ๑, ขน้ั ท่ี ๑๔ การตามเหน็ ความจางคลาย อยเู ปน ประจำ หายใจเขา -ออก ๑, ขนั้ ที่ ๑๕ การตามเหน็ ความดบั ไมเ หลอื อยเู ปน ประจำ หายใจเขา -ออก ๑, ขนั้ ท่ี ๑๖ การตามเหน็ ความสลดั คนื อยเู ปน ประจำ หายใจเขา -ออก ๑, รวมเปน ๔ ขน้ั ดว ยกนั ดงั นี้. ทง้ั ๔ ขนั้ น้ี จดั เปน หมวดแหง การเจรญิ ภาวนา ท่ี พจิ ารณาธรรม คอื ความจรงิ ทป่ี รากฏออกมา เปน อารมณส ำหรบั การศกึ ษา แทนทจี่ ะกำหนด พจิ ารณากายคอื ลมหายใจ เวทนาคอื ปต แิ ละสขุ และพจิ ารณาจติ ในลกั ษณะตา งๆ กนั ดงั ท่ี กลา วแลว ในจตกุ กะท่ี ๑ ๒ และ ๓. ในจตกุ กะท่ี ๔ นี้ มสี ง่ิ ทจี่ ะตอ งสนใจเปน สง่ิ แรก คอื ทา นไดก ลา วถงึ ธรรม๔ อยา ง คอื อนจิ จงั วริ าคะ นโิ รธะ และปฏนิ สิ สคั คะ ซงึ่ เหน็ ไดว า ไมม กี ารกลา วถงึ ทกุ ขงั และอนตั ตา ผทู เ่ี ปน นกั คดิ ยอ มสะดดุ ตาในขอ น้ี และมคี วามฉงนวา เรอ่ื งทกุ ขแ ละเรอ่ื งอนตั ตา ไมม คี วามสำคญั หรอื ยา งไร. เกยี่ วกบั ขอ นพ้ี งึ เขา ใจวา เรอื่ งความทกุ ขแ ละความเปน อนตั ตานนั้ มคี วามสำคญั เตม็ ท่ี หากแตใ นทน่ี ้ี ทา นกลา วรวมกนั ไวก บั เรอื่ งอนจิ จงั เพราะความจรงิ มอี ยวู า ถา เหน็ ความไมเ ทยี่ งถงึ ทส่ี ดุ แลว ยอ มเหน็ ความเปน ทกุ ขอ ยใู นตวั ถา เหน็ ความไมเ ทย่ี งและความเปน ทกุ ขจ รงิ ๆ แลว ยอ มเหน็ ความเปน อนตั ตา คอื ไมน า ยดึ ถอื วา เปน ตวั ตน หรอื ตวั ตนของเราอยู ในตวั . เหมอื นอยา งวา เมอื่ เราเหน็ น้ำไหล เรากย็ อ มจะเหน็ ความทมี่ นั พดั พาสงิ่ ตา งๆ ไปดว ย หรอื เหน็ ความทม่ี นั ไมเ ชอื่ ฟง ใคร เอาแตจ ะไหลทา เดยี ว ดงั นเ้ี ปน ตน ดว ย; นย้ี อ มแสดงใหเ หน็ วา มนั เปน เรอ่ื งทเ่ี นอื่ งกนั อยา งทไ่ี มแ ยกออกจากกนั . โดยใจความกค็ อื เมอื่ เหน็ อยา งใด อยา งหนง่ึ ถงึ ทสี่ ดุ จรงิ ๆ แลว ยอ มเหน็ อกี ๒ อยา งพรอ มกนั ไปในตวั ดงั น;ี้ เพราะเหตนุ เ้ี อง

2 - 153 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ พระพทุ ธองคจ งึ ไดก ลา วถงึ แตอ นจิ จงั และขา มไปกลา ววริ าคะและนโิ รธะเปน ลำดบั ไป โดยไม กลา วถงึ ทกุ ขงั และอนตั ตา ในลกั ษณะทแี่ ยกใหเ ดน ออกมาเปน อยา งหนงึ่ ๆ ตา งหาก. ใน บาลแี หง อน่ื มพี ระพทุ ธภาษติ ตรสั วา “ดกู อ นเมธยี ะ, อนตั ตสญั ญา ยอ มปรากฏแกบ คุ คลผมู ี อนจิ จสญั ญา, ผมู อี นตั ตสญั ญายอ มถงึ ซง่ึ การถอนเสยี ไดซ งึ่ อสั มมิ านะ ประสบนพิ พานอยใู น ทฏิ ฐธรรม” ดงั น.ี้ ขอ นย้ี อ มแสดงอยแู ลว วา พระผมู พี ระภาคเจา ทรงถอื วา เมอื่ มอี นจิ จสญั ญา กเ็ ปน อนั วา มอี นตั ตสญั ญา และเปน อนั วา ละอสั มมิ านะเสยี ได และลถุ งึ นพิ พานอยใู นตวั . กลา ว ใหส น้ั ทสี่ ดุ กค็ อื ผมู อี นจิ จสญั ญา ยอ มลถุ งึ นพิ พานไดน นั่ เอง. แตพ งึ เขา ใจวา การเหน็ อนจิ จงั ในทนี่ ้ี ไมใ ชเ ห็นอยา งครงึ่ ๆ กลางๆ อยา งทมี่ กี ลา วอยใู นบาลบี างแหง วา . ลทั ธอิ น่ื ภาย นอกพทุ ธศาสนากม็ กี ารเหน็ อนจิ จงั อยา งพศิ ดาร เชน ลทั ธขิ องศาสดาชอ่ื ดารกะเปน ตน การเหน็ อนจิ จงั ทำนองนน้ั แมจ ะพศิ ดารอยา งไรกม็ ใิ ชเ ปน การเหน็ อนจิ จงั ดงั กลา วถงึ ในทน่ี ี้ คงยงั เปน อนจิ จงั ภายนอกพทุ ธศาสนาอยนู นั่ เอง. ฉะนนั้ เปน อนั วา การเหน็ อนจิ จงั แหง อานาปานสติ ขั้นที่ ๑๓ น้ีมีความหมายเฉพาะของมันเอง ไมเหมือนกับใครในที่อ่ืนๆ; กลาวคือในที่นี้ เหน็ ลกึ ไปถงึ ทกุ ขงั และอนตั ตาพรอ มกนั ไปดว ยในตวั . ถงึ เขา ใจไวว า ยงั มกี ารเหน็ อนจิ จงั ท่ีมีความหมายทำนองนี้ในบาลีอื่นๆ อีกมากแหง แมวาโดยท่ัวไปคำๆ นี้จะหมายถึงการเห็น อนจิ จงั อยา งเดยี วกต็ าม, พงึ ถอื เปน หลกั วา ถา ในทใี่ ดมกี ารแยกกลา วไวเ ปน ๓ อยา ง ในที่ นนั้ การเหน็ อนจิ จงั กก็ นิ ความแคบ คอื เหน็ อนจิ จงั อยา งเดยี วจรงิ ๆ; แตถ า ในทใ่ี ดมกี ารกลา ว ถงึ แตอ นจิ จงั อยา งเดยี วพงึ ทราบวา ในทนี่ ้ี พระพทุ ธองคท รงรวมทกุ ขงั และอนตั ตาเขา ไวด ว ย; พระองคท รงมหี ลกั ในการตรสั เรอ่ื งอยา งนี้ ดงั เชน ในอานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑๓ น้ี เปน ตวั อยา ง. อานาปานสติ จตกุ กะที่ ๔ นี้ โดยใจความ เปน วปิ ส สนาหรอื เปน ปญ ญาลว น ไมเ หมอื น กบั ทกุ ขอ ทแ่ี ลว มา ซง่ึ เปน สมถะบา ง เปน สมถะเจอื กนั กบั วปิ ส สนาบา ง. เพราะฉะนน้ั การ ปฏบิ ตั อิ านาปานสตแิ หง จตกุ กะน้ี จงึ มกี ารกำหนดธรรมมคี วามไมเ ทย่ี งเปน ตน ทำใหไ ดน ามวา เปน หมวดธมั มานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐาน ดงั จะไดว นิ จิ ฉยั เปน ขอ ๆ ตามลำดบั ไป.

2 - 154 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ตอน ๑๓ อานาปานสติ ขน้ั ท่ี ๑๓ (การตามเหน็ ความไมเ ทย่ี งอยเู ปน ประจำ) อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑๓ หรอื ขอ ที่ ๑ แหง จตกุ กะท่ี ๔ นี้ มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ นั้ ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผตู ามเหน็ ซงึ่ ความไมเ ทย่ี ง อยเู ปน ประจำ (อนจิ จานปุ ส ส)ี จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เรา เปนผูตามเห็นซ่งึ ความไมเ ทย่ี งอยเู ปน ประจำ จกั หายใจออก’”. (อนจิ จฺ านุ- ปสสฺ ี อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ อนจิ จฺ านปุ สสฺ ี ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต.ิ ) คำวา “ผตู ามเหน็ ซงึ่ ความไมเ ทยี่ งอยเู ปน ประจำ หรอื อนจิ จานปุ ส ส”ี นน้ั มสี งิ่ ที่ ตอ งวนิ จิ ฉยั โดยสงั เขปคอื : สงั ขารทง้ั ปวงคอื สง่ิ ทไี่ มเ ทย่ี ง; การเกดิ ขนึ้ -ตงั้ อยู- ดบั ไป คอื ภาวะ แหง ความไมเ ทย่ี ง; การใชส ตคิ อยตามกำหนดภาวะแหง ความไมเ ทยี่ งนนั้ คอื อนจิ จานุ- ปสสนา หรือการตามเห็นซ่ึงความไมเท่ียง; บุคคลที่ทำเชนน้ันอยูทุกลมหายใจเขา-ออก ชอื่ วา “อนจิ จานปุ ส ส”ี คอื ผตู ามเหน็ ซง่ึ ความไมเ ทยี่ งอยเู ปน ประจำ. ๑. เมอ่ื ถามวา อะไรคอื สงิ่ ทไ่ี มเ ทย่ี ง ? กต็ อบไดอ ยา งสน้ั ๆ หรอื คลมุ ๆ เปน การรวบ ยอดวา สังขารท้ังปวงคือส่ิงท่ีไมเท่ียง; แตการตอบเชนนั้นยังไมสำเร็จประโยชนในการที่ จะปฏบิ ตั เิ พอื่ พจิ ารณาสงิ่ ทไี่ มเ ทยี่ ง จะตอ งมคี ำตอบทชี่ ดั แจง ออกไปกวา น้ี ฉะนน้ั ในวงการ ของการเจรญิ อานาปานสตขิ นั้ นี้ เมอ่ื ถกู ถามวา อะไรคอื สงิ่ ทไี่ มเ ทยี่ ง ทา นนยิ มตอบกนั เปน หลกั วา ขนั ธท ง้ั ๕ อายตนะภายในทงั้ ๖ และ อาการ ๑๒ แหง ปฏจิ จสมปุ บาท คอื สง่ิ ทไ่ี ม เทย่ี ง; โดยทท่ี า นมงุ หมายจะใหห ยบิ เอาธรรมเหลา นนั้ ขน้ึ มาพจิ ารณาแตล ะอยา งๆ เปน หมวดๆ ไป ทลี ะหมวดนนั่ เอง. หมวดแรกคอื ขนั ธ ๕ ไดแ กร ปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ นนั้ เปน การพจิ ารณา โดยทว่ั ไปเปน วงกวา งครอบคลมุ ถงึ สงิ่ ตา งๆ หมดทงั้ โลก ซงึ่ อาจจะสรปุ ไวด ว ยคำ ๒ คำสนั้ ๆ วา นาม และ รปู แตก นิ ความถงึ สง่ิ ทกุ สง่ิ ในโลกทง้ั ทางฝา ยกายและฝา ยใจ. สงิ่ ทงั้ หลาย เหลา นจ้ี ดั เปน ประเภทอารมณ คอื สง่ิ ทถี่ กู ดู ถกู เหน็ ถกู ไดย นิ ถกู ฟง ฯลฯ หรอื ถกู กระทำ นน่ั เอง จะจำแนกเปน กส่ี บิ อยา งกร่ี อ ยอยา งกไ็ ด แตส รปุ แลว มนั รวมอยทู ค่ี ำวา ขนั ธ ๕ หรอื คำวา นามรปู ; นจ้ี ดั เปน อารมณข องวปิ ส สนาทว่ั ไป.

2 - 155 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ สว นหมวดทเ่ี รยี กวา อายตนะ ๖ ไดแ ก ตา หู จมกู ลนิ้ กาย ใจซงึ่ รวมทง้ั วญิ ญาณที่ จะเกดิ ตามทวารทงั้ ๖ เหลา นนั้ ดว ย รวมทง้ั สง่ิ อนื่ ๆ ทจี่ ะทำหนา ทร่ี วมกนั ดว ย. สง่ิ เหลา นที้ งั้ หมดจดั เปน ประเภท ฝา ยผกู ระทำ คอื ผดู ู ผฟู ง ผดู ม ผชู มิ หรอื ผทู ำการสมั ผสั ตา งๆ ตอ อารมณ ดังที่กลาวมาแลวนั่นเอง. ฝายโนนเปนฝายถูกทำ ฝายน้ีเปนฝายผูทำ ทานให นำมาพจิ ารณากนั เสยี ทงั้ ๒ ฝา ย กเ็ พอื่ จะใหห มดจนสน้ิ เชงิ วา มนั ลว นแตไ มเ ทย่ี งดว ยกนั ทง้ั ๒ ฝา ย จะไดไ มย ดึ ถอื ทง้ั ๒ ฝา ย ฉะนนั้ เมอื่ ตาเหน็ รปู เปน ตน กใ็ หพ จิ ารณาเสยี วา รปู ซงึ่ เปน ฝา ยถกู เหน็ กไ็ มเ ทย่ี ง ตาซง่ึ เปน ฝา ยผเู หน็ กไ็ มเ ทย่ี ง. ทนี หี้ มวดตอ ไป คอื หมวดปฏจิ จสมปุ บาท ทงั้ ๑๒ อาการนนั้ เลง็ ถงึ อาการหรอื ความ เปน ไปของการปรงุ แตง ทกุ ชนดิ ทท่ี ำการปรงุ แตง กนั ขน้ึ ในขณะทเ่ี หน็ รปู เปน ตน อกี นนั่ เอง. ใน ขณะนนั้ มนั มกี ารปรงุ แตง กนั กชี่ นั้ และดว ยอาการอยา งไรทกุ ๆ อาการ กเ็ อาอาการทม่ี นั ปรงุ แตง นนั้ ทกุ อาการมาพจิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทย่ี ง ในอาการเหลา นนั้ ทกุ อาการไปทเี ดยี ว คอื อาการทอ่ี วชิ ชาปรงุ แตง สงั ขาร สงั ขารปรงุ แตง วญิ ญาณ วญิ ญาณปรงุ แตง นามรปู นามรปู ปรงุ แตง อายตนะ อายตนะปรงุ แตง ผสั สะ ผสั สะปรงุ แตง เวทนา เวทนาปรงุ แตง ตณั หา ตณั หาปรงุ แตง อปุ าทาน อปุ าทานปรงุ แตง ภพ ภพปรงุ แตง ชาติ ชาตปิ รงุ แตง ชรา มรณะ โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ขะ โทมนสั สะ เปน ตน ; ทง้ั หมดนเ้ี ปน อาการปรงุ แตง ฝา ยเกดิ . สำหรบั อาการปรงุ แตง ฝา ยดบั กม็ นี ยั เดยี วกนั หากแตเ ปน ไปในทางตรงกนั ขา ม คอื เปน ไปในทาง ชวนดบั กลา วคอื การดบั ของอวชิ ชาทำใหม กี ารดบั สงั ขาร การดบั ของสงั ขารทำใหม กี ารดบั ของวญิ ญาณการดบั ของวญิ ญาณ ทำใหม กี ารดบั ของนามรปู ดงั นเี้ ปน ลำดบั ไปๆ จนกระทงั่ ถงึ การดบั ของชาตทิ ำ ใหม กี ารดบั ของชรา มรณะเปน ตน เปน อนั วา จบกนั , อาการปรงุ แตง ฝา ยเกดิ ๑๒ และอาการปรงุ แตง ฝา ยดบั ๑๒ กต็ อ งนำมาพจิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทย่ี งทกุ อาการ เพอื่ วา เมอื่ เหน็ อายตนะภายนอก เชน รปู เปน ตน กไ็ มเ ทย่ี ง อายตนะภายใน เชน ตาเปน ตน กไ็ มเ ทย่ี งแลว อาการทอ่ี ายตนะทงั้ ๒ เกยี่ วขอ งกนั ทำใหเ กดิ อะไรขน้ึ ตา งๆ นานา กอ่ี าการ กต็ าม, อาการเหลา นนั้ ทกุ อาการกไ็ มเ ทยี่ ง, จงึ เปน การทำใหเ หน็ ความไมเ ทยี่ งของสง่ิ ทกุ สง่ิ หมดจดสนิ้ เชงิ จรงิ ๆ คอื หมดจดสนิ้ เชงิ ยง่ิ กวา ทจ่ี ะพจิ ารณาโดยวธิ อี น่ื จรงิ ๆ. สรปุ ความ ใหเ ปน เปน ตวั อยา งสนั้ ๆ อกี ครงั้ หนงึ่ คอื เมอื่ ตาเหน็ รปู เกดิ ความรสู กึ ตา งๆ

2 - 156 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ขน้ึ เปน ลำดบั ไปนน้ั ถา แยกพจิ ารณาเปน ๓ ฝา ย คือ (๑) ฝา ยอารมณห รอื อายตนะภายนอกไดแ กร ปู ทแี่ ลเหน็ (๒) ฝา ยผสู มั ผสั อารมณห รอื อายตนะภายในไดแ กต า หรอื สงิ่ ทเ่ี นอื่ งดว ยตาทง้ั หมด และ (๓) คอื อาการตา งๆ ของการทมี่ นั มาเกย่ี วขอ งกนั เชน อาการทตี่ ากระทบกบั รปู อาการ ท่ีทำใหจักขุวิญญาณเกิดข้ึน อาการทส่ี มั ผสั กนั ระหวา งสง่ิ ทงั้ ๓ นี้ ทเี่ รยี กวา จกั ขสุ มั ผสั และอาการทจ่ี กั ขสุ มั ผสั ทำให เวทนาเกดิ ขน้ึ เปน จกั ขสุ มั ผสั สชาเวทนา, และอาการทเี่ วทนาปรงุ แตง ใหเ กดิ สญั ญา สญั เจตนา วติ ก วจิ าร เปน ตน เปน ลำดบั ไปจนกระทงั่ ถงึ การทำกรรม และการรบั ผลของกรรม เปน ความทกุ ขน านาชนดิ เหลา นก้ี จ็ ะตอ งพจิ ารณาใหเ หน็ วา ทกุ ๆ อาการ ทกุ ๆ ขนั้ ทกุ ๆ ตอน กล็ ว นแตม คี วามไมเ ทย่ี ง เชน เดยี วกบั อายตนะทงั้ ๒ นน้ั เหมอื นกนั เปน อนั วา เราเหน็ ความไม เทยี่ งสน้ิ เชงิ จรงิ ๆ ซง่ึ อาจสรปุ ความไดว า เหน็ ความไมเ ทย่ี งของอายตนะภายนอก ของอายตนะ ภายใน และของกริ ยิ าอาการตา งๆ ทม่ี นั เกย่ี วขอ งกนั ดงั น้ี. การเหน็ ความไมเ ทยี่ งของสง่ิ เหลา นแ้ี ละโดยทำนองนเ้ี ทา นนั้ ทจี่ ะทำใหเ หน็ ทะลเุ ลยไป ถงึ ความเปน ทกุ ข ความเปน อนตั ตา หรอื สญุ ญตา จนกระทงั่ เบอ่ื หนา ยคลายกำหนดั ไดใ นที่ สดุ . ถา ผดิ ไปจากน้ี กเ็ ปน การเหน็ ความไมเ ทยี่ งอยา งครงึ่ ๆ กลางๆ แลว ตดิ ตนั อยเู พยี งแค นนั้ ดงั เชน การเหน็ ความไมเ ทย่ี งของพวกลทั ธอิ น่ื ภายนอกพระพทุ ธศาสนา ดงั ทก่ี ลา วมาแลว ขางตน. ๒. ตอ นไ้ี ปจะไดว นิ จิ ฉยั ถงึ ลกั ษณะหรอื ภาวะแหง ความไมเ ทย่ี ง พรอ มทง้ั แนวการ พจิ ารณา : ลกั ษณะหรอื ภาวะแหง ความไมเ ทย่ี ง มใี จความสำคญั อยตู รงที่ มคี วามเกดิ ขน้ึ ปรากฏ มีความเสื่อมปรากฏ มีความดับลงปรากฏ รวมกันเปน ๓ อยาง ดังบาลีกลาววา “สิ่งทั้งหลายไมเที่ยง มีการเกิดข้ึนและเส่ือมไปเปนธรรมดา คร้ันเกิดขึ้นแลวก็ดับไป” (อนจิ จฺ า วต สงขฺ ารา อปุ ปฺ าทวยธมมฺ โิ น อปุ ปฺ ชฌฺ ติ วฺ า นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ) ดงั น.ี้ ขอ นต้ี รงตามความ หมายของคำวา ไมเ ทย่ี ง คอื ดไู มไ ดอ ยใู นภาวะอยา งใดอยา งหนงึ่ แตอ ยา งเดยี วตลอดไป แตม ี การเปลี่ยนแปลงเรื่อย. เม่ือมีการเปล่ียนแปลง ก็ยอมหมายความวาตองมีการเกิดและ การดบั . ถา ไมม กี ารดบั การเปลยี่ นไปเกดิ มอี ยา งใหม กม็ ไี มไ ด ฉะนนั้ คำวา เปลยี่ นแปลงจงึ

2 - 157 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ หมายถงึ การเกดิ แลว ดบั ลงเพอื่ เกดิ ใหมใ นรปู อนื่ ทไี่ มส น้ิ สดุ . โดยเหตนุ คี้ ำวา ไมเ ทย่ี ง จงึ มี ความหมายอยู ๒ ความหมาย คอื (๑) เกดิ ดบั อยเู รอื่ ย (๒) เกดิ ครงั้ หลงั ไมเ หมอื นครงั้ กอ น เพราะมเี หตปุ จ จยั ใหมๆ เขา มาแทรกแซงอยเู รอื่ ย. ทง้ั ๒ น้ี เปน ความหมายทจ่ี กั ตอ งพจิ ารณา ดใู หเ หน็ อยา งชดั แจง จรงิ ๆ จงึ จะเหน็ ความหมายของคำวา ไมเ ทย่ี ง. ๓. วธิ พี จิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทยี่ ง นน้ั มที างทจ่ี ะทำไดเ ปน ชน้ั ๆ ตน้ื ลกึ กวา กนั ตามลำดบั : ในขน้ั แรกทส่ี ดุ คอื อยา งงา ยทสี่ ดุ ทค่ี นธรรมดาสามญั ทวั่ ไปจะมองเหน็ กค็ อื ดคู วามไม เทยี่ งของสงั ขารทงั้ กลมุ เปน กลมุ ๆ เพราะดงู า ย เชน ดเู บญจขนั ธท คี่ มุ กนั แลว ถกู สมมตวิ า เปน สตั วห รอื คนๆ หนงึ่ กจ็ ะเหน็ ไดง า ยๆ วา มกี ารเกดิ ขนึ้ มาเปน เดก็ แลว คอ ยเจรญิ เตบิ โตจนชรา และตายไป คอื ดบั . หรอื ใหย อ ยลงไปกวา นนั้ อกี กด็ ว ยการแบง อายขุ องคนออกเปน ๓ วยั คอื ปฐมวยั มชั ฌมิ วยั และปจ ฉมิ วยั แลว พจิ ารณาดเู ฉพาะวา แมใ นวยั หนง่ึ ๆ กย็ งั มกี ารเปลย่ี น แปลงอยอู ยา งมากมาย. แตแ มก ารพจิ ารณาดอู ยา งนแ้ี ลว กย็ งั เปน การพจิ ารณาทห่ี ยาบอยู จะตอ งรจู กั พจิ ารณาใหล ะเอยี ดลงไปจนถงึ วา สงิ่ ตา งๆ เหลา นน้ั มใิ ชเ พยี งแตเ ปลยี่ นแปลงอยู ทกุ วนั หรอื ทกุ ชว่ั โมง หรอื ทกุ นาที หรอื แมท กุ วนิ าทเี ทา นน้ั หากแตว า มนั ไดเ ปลยี่ นแปลงอยู ทกุ ขณะจติ ทเี ดยี ว. คำวา ขณะจติ เปน ระยะเวลาทไี่ มอ าจจะวดั ไดด ว ยมาตราธรรมดาสามญั ทพ่ี ดู กนั อยตู ามภาษาธรรมดา; แตใ นภาษาธรรมะทเ่ี รยี กวา ฝา ยปรมตั ถน นั้ หมายถงึ ระยะ เวลาทสี่ นั้ มาก จนเรารสู กึ ไมไ ดใ นการแบง ของมนั หรอื ไมอ าจจะพดู ใหเ ขา ใจไดต รงๆ แตต อ ง ใชก ารเปรยี บเทยี บ เชน วา เรว็ กวา สายฟา แลบ อยา งทจ่ี ะเปรยี บเทยี บกนั ไมไ ด ดงั นเ้ี ปน ตน . ขอ นหี้ มายความวา สว นลกึ ทส่ี ดุ หรอื สว นละเอยี ดทสี่ ดุ ถงึ กบั ดดู ว ยตาไมเ หน็ ของสง่ิ ตา งๆ ทง้ั ฝา ย รปู ธรรมและนามธรรม เปลยี่ นแปลงอยทู กุ ขณะจติ นนั่ เอง คอื ทกุ ๆ ปรมาณขู องรปู ธรรมเปลยี่ น แปลงอยอู ยา งโกลาหล แตด ไู มเ หน็ เพราะละเอยี ดเกนิ ไป; และสว นทเี่ ปน นามธรรมหรอื ธาตุ จติ นนั้ ยง่ิ ละเอยี ดและยงิ่ เปลยี่ นแปลงเรว็ ไปกวา นนั้ อกี . ทง้ั หมดนเ้ี ปน การพจิ ารณาดคู วาม เปลย่ี นแปลงโดยแงข องเวลา คอื เอาเวลาเขา จบั จงึ เหน็ ความเปลย่ี นแปลงไปตามแงข องเวลา ซง่ึ เกยี่ วขอ งกนั อยกู บั ขนาด ทำใหก ลา วไดว า ความเปลยี่ นแปลงนน้ั มอี ยแู มใ นสง่ิ ทเ่ี ลก็ ทส่ี ดุ จนแบง แยกไมไ ดอ กี และในระยะเวลาทส่ี นั้ ทสี่ ดุ เทา ทจี่ ะคำนวณไดเ พยี งไร นอี้ ยา งหนงึ่ .

2 - 158 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ อกี อยา งหนงึ่ เปน การพจิ ารณาเหน็ ความไมเ ทยี่ ง ทแ่ี ยบคายลงไปอกี คอื พจิ ารณา เหน็ ความทสี่ ง่ิ ตา งๆ ทกุ สง่ิ ในโลก ไมว า เปน รปู ธรรมหรอื นามธรรม ไมว า นอกกายหรอื ในกาย ทง้ั หมดนน้ั ลว นขนึ้ อยกู บั จติ ดวงใดดวงหนงึ่ เพยี งดวงเดยี ว คอื ดวงทก่ี ำลงั ทำหนา ทสี่ มั ผสั หรอื รสู กึ ตอ สง่ิ นนั้ อยู จะเปน ทางตาหรอื ทางหกู ต็ าม หรอื ทางอนื่ ๆ นอกจากนน้ั กต็ าม เรา รสู กึ วา สงิ่ เหลา นน้ั มอี ยใู นโลกนใี้ นลกั ษณะอยา งไร กเ็ พราะจติ ไดร สู กึ ตอ มนั ; ถา จติ ไมม ี สงิ่ ตา งๆ ทง้ั หมดกเ็ ทา กบั ไมม ี จงึ เปน อนั กลา วไดว า เพราะจติ มี สง่ิ เหลา นนั้ จงึ มี เพราะจติ เกดิ (คอื เกดิ ความรสู กึ ตอ สงิ่ เหลา นนั้ ) สง่ิ เหลา นน้ั จงึ เกดิ (ปรากฏตอ ความรสู กึ ); พอจติ ดบั สงิ่ เหลา นน้ั กด็ บั กม็ คี า เทา กบั ไมม ี สำหรบั คนๆ นนั้ เพราะเหตฉุ ะนนั้ เอง จงึ กลา ววา ทกุ สงิ่ ทกุ อยา งขนึ้ อยทู จี่ ติ อยใู นอำนาจของจติ หรอื มคี วามสำคญั ทจ่ี ติ เกดิ ดบั ไปตามจติ อยเู สมอ ไป. เพราะฉะนนั้ เมอื่ จติ เปน สง่ิ ทเี่ กดิ ดบั อยเู สมอเปน ขณะๆ สงิ่ ทง้ั หลายทง้ั ปวงเหลา นนั้ กม็ ี ความหมายเพยี งสง่ิ ทเี่ กดิ ดบั อยทู กุ ขณะจติ ดว ย ซงึ่ ตอ งไมล มื วา ทงั้ รปู ธรรมและนามธรรม ทง้ั ภายนอกและภายในกาย ดงั ทก่ี ลา วแลว ขา งตน นคี้ อื การเหน็ อนจิ จลกั ษณะทปี่ ระณตี ยง่ิ ขน้ึ ไปอีกช้ันหนึ่ง. อกี อยา งหนง่ึ มที างทจี่ ะเหน็ ความเปน อนจิ จงั ไดล กึ ลงไปเปน ชน้ั ๆ คอื เหน็ ความที่ สง่ิ ตา งๆ ประกอบอยดู ว ยเหตปุ จ จยั เปน ชนั้ ๆ ความไมเ ทย่ี งหรอื ความเปลย่ี นแปลงนนั้ มไิ ดม ี อยทู ส่ี ง่ิ นนั้ ๆ โดยตรง แตม นั มอี ยทู เ่ี หตปุ จ จยั ทป่ี รงุ แตง สง่ิ นน้ั ๆ ซงึ่ ลว นแตไ มเ ทย่ี งเพราะมเี หตุ ปจ จยั อน่ื ซง่ึ ลว นแตไ มเ ทยี่ งดว ยกนั ปรงุ แตง มนั อยอู กี ชน้ั หนงึ่ . ยกตวั อยา งเชน ทำไมเนอ้ื หนงั ของคนเราจงึ เปลย่ี นแปลง ? ทงั้ นก้ี เ็ พราะวา มนั เกดิ มาจากขา วปลาอาหาร ซงึ่ เปน ของ ไมเ ทยี่ งและเปลย่ี นแปลง. ทำไมขา วปลาอาหารเหลา นนั้ จงึ เปน ของเปลย่ี นแปลง ? ทงั้ น้ี เพราะวา ขา วปลาอาหารเหลา นนั้ มมี ลู มาจากธาตหุ รอื ดนิ ฟา อากาศทเ่ี ปน ของเปลยี่ นแปลงอยู เสมอไปอกี นน่ั เอง; และดนิ ฟา อากาศเหลา นน้ั กล็ ว นแตม มี ลู มาจากเหตปุ จ จยั อน่ื ๆ ทเี่ ปลยี่ น แปลงอยไู มร สู น้ิ สดุ อกี อยา งเดยี วกนั . เมอ่ื ทางฝา ยรปู ธรรมเปน อยา งน้ี ทางฝา ยนามธรรม กย็ ง่ิ เปน อยา งนมี้ ากขน้ึ ไปอกี เพราะเปน ของเบากวา ไวกวา . สรปุ ความ วา สง่ิ ตา งๆ เปลยี่ นแปลง เพราะมนั ตงั้ อยบู นสงิ่ อนื่ ๆ ทเ่ี ปลย่ี นแปลงเปน ชนั้ ๆ กนั ลงไปทกุ ชนั้ การเหน็ อนจิ จงั โดยทำนองนมี้ คี วามหมายกวา งขวาง ถงึ กบั ทำใหเ หน็

2 - 159 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ทกุ ขงั และอนตั ตาได พรอ มกนั ไปในตวั ; นที้ างหนงึ่ . อกี ทางหนง่ึ เปน การพจิ ารณาความไมเ ทย่ี งโดยความหมายทว่ี า สงั ขารแตล ะอยา งๆ เปน สง่ิ ทป่ี ระกอบขน้ึ ดว ยของหลายสงิ่ ซงึ่ แตล ะสงิ่ ๆ อาจจะแยกลงเปน สว นยอ ยไดเ รอ่ื ยไป จนกระทงั่ เปน ของวา งเปลา หากแตว า ในขณะนนั้ ๆ มนั มกี ารบงั เอญิ หรอื การเกย่ี วขอ งกนั อยา ง เหมาะสมเทา นน้ั มนั จงึ แสดงแสดงอาการออกมาราวกะวา เปน ตวั เปน ตน หรอื เปน ของนา รกั นา พอใจ. เมอื่ ใดอาการทมี่ นั เกย่ี วขอ งกนั นนั้ แปรรปู ไปในทางอน่ื การเผอญิ อยา งสบเหมาะ ทแี่ ลว มากส็ ลายลงทนั ท.ี ขอใหต งั้ ขอ สงั เกตตรงทวี่ า อาการทข่ี องหลายอยา งเขา มาเกยี่ ว ขอ งกนั นน้ั มนั จะเปน สง่ิ ทเ่ี ทย่ี งแทถ าวร ไปไมไ ด มนั ยง่ิ แตกแยกเปลยี่ นแปลงไดง า ยทสี่ ดุ ยง่ิ ขน้ึ ไปอกี ทำนองทเ่ี อาคนหลายคนมาทำงานรว มกนั ความแตกตา งกนั ในทางความคดิ เหน็ ยอ ม มไี ดง า ยขนึ้ เทา กบั จำนวนของคนทเ่ี อามาเกย่ี วขอ งดว ยกนั มากขน้ึ ความไมเ ทยี่ งของการเกย่ี ว ขอ งกนั นน้ั กย็ ง่ิ มมี ากขนึ้ เปน เงาตามตวั . ความมงุ หมายของคำอธบิ ายของขอ นี้ มงุ หมาย จะชค้ี วามไมเ ทย่ี งของอาการทมี่ นั เกยี่ วขอ งกนั ผดิ กบั ขอ ทแี่ ลว มา ทช่ี ใ้ี หเ หน็ ความไมเ ทย่ี งท่ี ตวั มนั เอง. เทา ทย่ี กมาพอเปน ตวั อยา งน้ี เปน การชใี้ หเ หน็ ภาวะหรอื ลกั ษณะของความไมเ ทยี่ งใน รปู ทต่ี า งกนั . ตอ ไปนจี้ ะไดว นิ จิ ฉยั ถงึ วธิ พี จิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทย่ี งสบื ไป. การพจิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทย่ี งโดยทวั่ ๆ ไปนนั้ คอื การพจิ ารณาใหเ หน็ การเกดิ ขนึ้ - ตงั้ อย-ู ดบั ไปของสงิ่ ทงั้ ปวง แตก ารทจ่ี ะสง จติ ไปยงั สงิ่ ทง้ั ปวงแลว ใครค รวญดตู ามเหตผุ ล หรอื เรอ่ื งราวตา งๆ ทเี่ กย่ี วกนั อยกู บั สง่ิ เหลา นนั้ แลว ลงสนั นษิ ฐานวา ไมเ ทย่ี ง ดงั นี้ ไมเ ปน ทป่ี ระสงค ในทน่ี ;้ี เพราะการทำอยา งนนั้ เปน เรอ่ื งของนกั คดิ หรอื นกั ใชเ หตผุ ลตา งหาก ไมใ ชเ ปน เรอ่ื ง ของการเจริญภาวนา การทำอยางนั้นไดผลเปนหลักวิชาหรือกฎเกณฑอะไรตางๆ ตามที่ จะบญั ญตั ขิ น้ึ ไมไ ดผ ลเปน ความรแู จง เหน็ แจง หรอื แทงตลอด ชนดิ ทจี่ ะใหเ กดิ ความเบอ่ื หนา ย คลายกำหนดั เลย. การพจิ ารณาตามทางของการเจรญิ ภาวนา นนั้ ตอ งเปน การนอ มเขา มาในภายใน คอื การเพง ดสู ง่ิ ตา งๆ ทก่ี ำลงั มอี ยใู นภายใน ซง่ึ ตนไดท ำใหป รากฏหรอื ไดท ำ ใหเ กดิ ขน้ึ ภาย

2 - 160 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ในจรงิ ๆ แลว จงึ ดคู วามผนั แปรทป่ี รากฏอยทู ส่ี งิ่ นนั้ ๆ และทปี่ รากฏอยแู กใ จของตนเองพรอ ม กนั ไปในตวั ดว ย และทงั้ หมดตอ งเปน ปจ จบุ นั คอื เปน สง่ิ เฉพาะหนา กอ น แลว จงึ คอ ยกลาย เปน อดตี หรอื นอ มไปเพอ่ื เทยี บเคยี งอนาคต ดว ยการมองใหเ หน็ วา ปจ จบุ นั ทก่ี ำลงั พจิ ารณา อยนู แี้ หละคอื สง่ิ ทเ่ี คยเปน อนาคตมาหยกๆ เมอื่ ตะกน้ี เี้ อง. เมอ่ื ทำอยดู งั น้ี กจ็ ะเขา ถงึ ตวั ความไมเ ทยี่ ง หรอื ซมึ ทราบตอ ความไมเ ทยี่ งไดอ ยา งแทจ รงิ และสน้ิ เชงิ . ยกตวั อยา งเชน การพจิ ารณาเบญจขนั ธ ขนั ธใ ดขนั ธห นง่ึ กต็ อ งทำสงิ่ นน้ั ใหป รากฏ จรงิ ๆ เสยี กอ น เชน พจิ ารณารปู ขนั ธห รอื รา งกาย กใ็ หเ จาะจงเอาสงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ ซงึ่ เปน สว น ของรางกายจริงๆ หรือเปนท่ีรวมไวซึ่งความมีอยูของรางกายจริงๆ ดังที่ทานแนะใหเอา ลมหายใจมาเปน ตวั รา งกายหรอื เปน รปู ขนั ธก ต็ าม ในการเจรญิ อานาปานสตขิ นั้ แรกๆ น่ี กเ็ พอื่ จะใหเ รามคี วามรแู จง แทงตลอดในเรอ่ื งของรา งกายนน้ั วา มคี วามไมเ ทยี่ งเปน ตน ไดอ ยา ง ชดั เจน จนเกดิ ความเบอ่ื หนา ยคลายกำหนดั ไดจ รงิ ; มนั ผดิ กนั ลบิ กบั การทจ่ี ะพจิ ารณาเอา ดว ยปากวา กายๆ หรอื แจกเปน รายละเอยี ดอยา งนน้ั อยา งนใี้ หย งุ ไปหมด จนมจี ำนวนนบั ไม ไหว กไ็ มส ามารถเขา ถงึ ตวั กาย หรอื เหน็ ความไมเ ทยี่ งของกายไดอ ยา งแทจ รงิ . ลมหายใจนน้ั เปน ธาตลุ ม หรอื เปน ธาตๆุ หนง่ึ ในบรรดาธาตทุ งั้ ๔ ประกอบกนั ขนึ้ เปน กาย และยงิ่ กวา นนั้ อกี กค็ อื มนั เปน ปจ จยั สว นสำคญั ทส่ี ดุ ของบรรดากายอน่ื ๆ ทงั้ หมด คอื สว นทเ่ี ปน ธาตดุ นิ ธาตนุ ้ำ ธาตไุ ฟ; เพราะถา มนั วปิ รติ ไปเพยี งอยา งเดยี ว กายสว นอน่ื ๆ กว็ ปิ รติ หรอื ถงึ กบั ทำลายไปได. เพราะฉะนน้ั การเอากายสว นทเี่ ปน ลมหายใจขนึ้ มาพจิ ารณา นี้ นบั วา เหมาะสมทส่ี ดุ เปน การกระทำทฉ่ี ลาดทส่ี ดุ เพราะไดก ายตวั จรงิ มาเปน ตวั สำคญั ที่ สดุ แลว ยงั อาจพจิ ารณาไดโ ดยสะดวกทสี่ ดุ อกี ดว ย. เมอื่ เรากำหนดลมหายใจอยทู กุ ลมหายใจ เขา -ออก กเ็ ทา กบั กำหนดตวั กายโดยตรงอยา งใกลช ดิ ทสี่ ดุ และอาจพจิ ารณาเหน็ ความไมเ ทย่ี ง เปน ตน ของมนั ไดถ งึ ทส่ี ดุ สบื ไป โดยนยั ดงั กลา วแลว ในอานาปานสตขิ น้ั ตน ๆ. ท้ังหมดนี้ คืออุบายวิธีท่ีทำใหสามารถเขาถึงตัวสิ่งท่ีเราจะพิจารณา และสามารถ พจิ ารณาไดจ รงิ และเหน็ ไดจ รงิ ในทสี่ ดุ ซงึ่ ใครๆ กย็ อ มเหน็ ไดว า มนั ตา งจากการทอ งดว ย ปากหรอื การคำนวณดว ยการใชเ หตผุ ล อยา งทจี่ ะเปรยี บกนั ไมไ ดเ ลย เพราะการทำเชน นนั้ มนั อยไู กลจากตวั สง่ิ ทเ่ี รยี กวา “กาย” มากเกนิ ไปนนั่ เอง.

2 - 161 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ แมใ นกรณขี องการพจิ ารณา ขนั ธท เี่ ปน นามธรรม เชน เวทนาเปน ตน กม็ หี ลกั เกณฑ อยา งเดยี วกนั คอื จะตอ งทำเวทนาใหป รากฏแกใ จจรงิ ๆ ขน้ึ มากอ นโดยเฉพาะอยา งยงิ่ เชน ทำสมาธจิ นเกดิ ปต แิ ละความสขุ ซงึ่ เปน ตวั เวทนาขน้ึ มา แลว จงึ สอดสอ งพจิ ารณาใหเ หน็ ลกั ษณะ ของความไมเ ทยี่ งและมลู เหตตุ า งๆ ทที่ ำใหเ กดิ ความไมเ ทย่ี ง ตามนยั ทก่ี ลา วมาแลว ขา งตน ในตอนทกี่ ลา วถงึ ภาวะของความไมเ ทย่ี ง. ทงั้ หมดนเ้ี ปน การชใี้ หเ หน็ ใจความสำคญั ของการ ที่ จะพจิ ารณาสงิ่ ใดตอ งทำตวั สงิ่ นนั้ ใหป รากฏขน้ึ มาใหไ ดเ สยี กอ น แลว จงึ มองดทู สี่ ง่ิ นน้ั ดว ยจติ อนั เปน สมาธิ กจ็ ะเหน็ ลกั ษณะหรอื ความจรงิ ตา งๆ ทเ่ี กยี่ วกบั สง่ิ นนั้ ไดโ ดยประจกั ษ. การทเ่ี พยี งแตน กึ ถงึ ชอื่ สงิ่ นน้ั แลว นกึ ตอ ไปวา มนั มเี รอ่ื งราวอยา งไรบา งตามทเ่ี ลา เรยี นมาโดย ละเอยี ด แลว ใชเ หตผุ ลของตนเองทบั ลงไปอกี ทหี นง่ึ วา มนั คงจะเปน อยา งนน้ั จรงิ ดงั นนี้ น้ั แม จะพจิ ารณาอยสู กั เทา ไรกไ็ มท ำใหเ หน็ ความจรงิ โดยประจกั ษไ ด เหมอื นวธิ ที ก่ี ลา วแลว ขา งตน ซง่ึ เปน วธิ ขี องการปฏบิ ตั โิ ดยตรง; สว นวธิ หี ลงั นเ้ี ปน วธิ ขี องปรยิ ตั ิ. แมจ ะไดจ ำแนกสงิ่ ทจี่ ะถกู พจิ ารณาไว เปน ๓ ประเภท และประเภทหนง่ึ ๆ กม็ หี ลายๆ ขอ ดงั ทกี่ ลา วมาแลว ขา งตน กต็ าม เรายงั มี ทางทจี่ ะปฏบิ ตั ชิ นดิ ทเี่ ขา ถงึ ตวั สง่ิ เหลา นนั้ โดย ประจกั ษด ว ยกนั ทงั้ นน้ั คอื :- ก. ประเภทเบญจขันธ เราเขาถึงตัวรูปขันธได ดวยการกำหนดพิจารณาลงไปท่ี ลมหายใจโดยนยั ทกี่ ลา วขา งตน . เขา ถงึ ตวั เวทนาไดด ว ยการกำหนดพจิ ารณาลงไปทป่ี ต แิ ละ ความสขุ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในขณะทที่ ำสมาธิ หรอื แมแ ตเ วทนาอนื่ ๆ ทเี่ กดิ แกต นเองจรงิ ๆ; คอื กำลงั ปรากฏแกใ จอยจู รงิ ๆ. เราเขา ถงึ ตวั สญั ญาไดอ ยา งหยาบๆ ดว ยการพจิ ารณาถงึ ความจำได หมายรขู องเราเองวา มคี วามเปลย่ี นแปลงอยา งไร; และทเี่ ปน อยา งละเอยี ดนน้ั ไดแ กก าร กำหนดถงึ สงิ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ สบื ตอ จากเวทนา คอื ความรสู กึ หรอื ความสำคญั หรอื ความหมายมนั่ ตอ เวทนาน้ัน วามีอยูอยางไร คือเกิดข้ึนอยางไร เปล่ียนแปลงไปอยางไร แลวดับไปอยางไร ดงั นเ้ี ปน ตน . การเขา ถงึ ตวั สงั ขาร หรอื สงั ขารขนั ธใ นทน่ี กี้ ม็ วี ธิ กี ารอยา งเดยี วกบั ในกรณี ของสญั ญา กลา วคอื โดยทว่ั ๆ ไป กไ็ ดแ กก ารกำหนดจติ ทป่ี ระกอบอยดู ว ยความคดิ ซง่ึ จะเปน ความคดิ เรอ่ื งอะไรกไ็ ด แลว จงึ พจิ ารณาดวู า ทำไมจงึ ตอ งคดิ ความคดิ เกดิ ขนึ้ มาอยา งไร เปลย่ี นไปอยา งไร ดำเนนิ ไปอยา งไรแลว สนิ้ สดุ หรอื ดบั ลงอยา งไร. สว นทเ่ี ปน อยา งประณตี

2 - 162 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ นน้ั ไดแ กก ารทำเวทนาเชน เวทนาอนั เปน ปต แิ ละสขุ เกดิ จากฌาน เปน ตน ใหเ กดิ ขน้ึ แลว คอยเฝา สงั เกตสญั ญาและวติ กทเ่ี กดิ ขน้ึ จากเวทนานน้ั วา มนั ไมเ ทยี่ งอยา งไร โดยรายละเอยี ด ดงั ทกี่ ลา วแลว ในอานาปานสตขิ นั้ ที่ ๗ ท่ี ๘; กลา วโดยระบสุ งิ่ ทเ่ี รยี กวา วติ ก กค็ อื สง่ิ ทเ่ี รยี ก วา สงั ขารขนั ธใ นทน่ี นี้ น่ั เอง. การพจิ ารณาถงึ วญิ ญาณขนั ธโ ดยประจกั ษเ ปน กรณที ว่ั ๆ ไปก็ คอื พจิ ารณาทค่ี วามเหน็ แจง หรอื ความรแู จง ตอ อารมณท ม่ี ากระทบกบั อายตนะภายในวา ความ เหน็ แจง หรอื รแู จง ตอ อารมณเ กดิ ขนึ้ ไดเ พราะอะไร ดว ยอาการอยา งไร ปรากฏอยอู ยา งไร แลว ดบั ไปอยา งไร แตท ง้ั หมดนก้ี ระทำไดโ ดยยาก เพราะมนั เปน ไปในขณะทฉี่ บั ไวเกนิ ไป. ทางที่ดีหรือประณีตไปกวานั้น ก็คือการยายไปกำหนดพิจารณาที่ตัวจิตเองเปนการ สะดวกกวา คอื การกำหนดพจิ ารณาจติ ทที่ ำหนา ทตี่ า งๆ สบั สนกนั อยู คอื เดย๋ี วทำหนา ทรี่ อู ารมณ เดยี๋ วทำหนา ทร่ี เู วทนา เดยี๋ วทำหนา ทค่ี ดิ นกึ ไปตา งๆ เดยี๋ วมอี าการถกู ปรงุ ตอ ไปในทางทท่ี ำให เกิดมีราคะ หรือวางจากราคะ มีโทสะ หรือวางจากโทสะ มีโมหะ หรือวางจากโมหะ ดังน้ี เปน ตน เปน การกำหนดตดิ ตามดซู งึ่ พฤติ คอื การเคลอ่ื นไหวของจติ ทกุ ชนดิ ทกุ ระยะ ในรปู ที่ แตกตา งกนั อยทู ง้ั หมดกจ็ ะเปน การกำหนดพจิ ารณาวญิ ญาณขนั ธ โดยประจกั ษไ ดถ งึ ทสี่ ดุ จรงิ ๆ. สง่ิ อนื่ ๆ บรรดาทเี่ ปน อารมณด ว ยกนั เชน อายตนะภายนอกทงั้ ๖ เหลา นนั้ เปน ตน กร็ วมอยู ในคำวา เบญจขนั ธน ดี้ ว ยกนั ทง้ั นน้ั และจะตอ ง ไดร บั การพจิ ารณาในขณะทสี่ ง่ิ เหลา นนั้ กำลงั ทำหนา ทขี่ องมนั โดยตรง คอื เปน อารมณแ หง สมั ผสั อยจู รงิ ๆ นนั่ เอง. ข. ประเภทอายตนะภายใน กลา วคอื ตา หู จมกู ลนิ้ กาย ใจ ซง่ึ จดั เปน ฝา ยทำหนา ที่ ผรู อู ารมณน น้ั กม็ หี ลกั เกณฑอ ยา งเดยี วกนั อกี คอื พจิ ารณาในขณะทมี่ นั ทำหนา ทรี่ อู ารมณ อยตู ามทวารตา งๆ จรงิ ๆ เชน เมอ่ื ตากำลงั เหน็ รปู รสู กึ ตอ รปู อยจู รงิ ๆ เปน ตน วา กอ นนใี้ น ขณะทตี่ ายงั ไมเ หน็ รปู ตากเ็ ทา กบั ไมม ี คอื ไมม คี วามหมายอะไรเลย พอมรี ปู มาใหส มั ผสั ตาก็ เทา กบั เกดิ มขี นึ้ มาทนั ที นเี้ รยี กวา การเกดิ ขน้ึ แหง ตา ตง้ั อยชู วั่ ขณะการเหน็ รปู เสรจ็ จาก การเหน็ รปู แลว กด็ บั ไป คอื เทา กบั ไมม ตี าตามเดมิ อกี ตอ ไป จนกวา จะมรี ปู มาใหส มั ผสั ใหม. เมอื่ เปน ดงั น้ี เรากพ็ จิ ารณาเหน็ การเกดิ ขน้ึ การตง้ั อยู และการดบั ไปของตาไดช ดั เจน, ในกรณี ของหู จมกู ลน้ิ กาย และใจในทสี่ ดุ กม็ หี ลกั เกณฑอ ยา งเดยี วกนั กบั เรอื่ งของตา ฉะนน้ั จงึ กลา ววา ตอ งเพง พจิ ารณาดใู นขณะทมี่ นั กำลงั ทำหนา ทข่ี องมนั อยเู ทา นนั้ จงึ จะเปน ตวั มนั จรงิ ๆ และเหน็ ความไมเ ทยี่ งของมนั จรงิ ๆ.

2 - 163 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ค. อาการตา งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง ปรงุ แตง กนั ในระหวา งรปู ธรรมนามธรรม ซง่ึ เราเรยี ก วา อาการแหง ปฏจิ จสมปุ บาทนน้ั กม็ หี ลกั เกณฑอ ยา งเดยี วกนั อกี ในการทเ่ี ราจะกำหนดให ถงึ ตวั มนั และเหน็ ความไมเ ทย่ี งของมนั กลา วคอื ตอ งเพง พจิ ารณาดใู นขณะทมี่ นั กำลงั ทำงาน กนั อยจู รงิ ๆ เทา นนั้ , กลา วโดยสงั เขป เชน เมอื่ ตากระทบรปู อวชิ ชาของเรามอี ยอู ยา งไร ใน ขณะนน้ั และอวชิ ชานนั้ ผลกั ดนั ไปในทางใหเ กดิ ความคดิ ปรงุ แตง หรอื อำนาจทที ำใหเ กดิ การ คิดปรุงแตงขึ้นมาไดอยางไร, แลวปรุงแตงใหวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมาอยางไร, แลว ปรงุ แตง ใหน าม-รปู ปรากฏออกมาอยา งไร, แลว ปรงุ แตง ใหอ ายตนะ ไดม โี อกาสทำหนา ท่ี ของมนั อยา งไร, แลว ปรงุ แตง ใหผ สั สะ ไดท ำหนา ทข่ี องมนั ไดส มบรู ณอ ยา งไร, แลว ปรงุ แตง ความรสู กึ ทเ่ี ปน เวทนาขน้ึ มาไดอ ยา งไร, แลว ปรงุ แตง ใหเ กดิ วามประสงคห รอื เกดิ ความตอ งการ อนั เกย่ี วกบั เวทนานน้ั ขน้ึ มาไดอ ยา งไร, แลว ทำใหเ กดิ ความยดึ มน่ั ถอื มนั่ ในสง่ิ เหลา นน้ั สำเรจ็ รปู ลงไปอยา งไร, ทำใหเ รยี กไดว า เปน เรอื่ งๆ หนงึ่ หรอื เปน ชาติ คอื ความเกดิ ชาตหิ นง่ึ ๆ ได อยา งไร แลว ในทสี่ ดุ จะเปลย่ี นเปน ความเสอื่ มสลาย ซง่ึ เรยี กวา ความแกแ ละความตาย หรอื เปลย่ี นเปน ความทกุ ขอ ยา งใดอยา งหนง่ึ มโี สกะ ปรเิ ทวะ เปน ตน ไดอ ยา งไร ซงึ่ เรยี กไดว า เปน อาการแหง ปฏจิ จสมปุ บาทฝา ยเกดิ วงหนงึ่ แลว โดยสมบรู ณ. ทง้ั หมดนเ้ี ราจะตอ งพจิ ารณา ดตู รงอาการทมี่ นั ทำการปรงุ แตง หรอื เกยี่ วขอ งกนั จรงิ ๆ เทา นน้ั จงึ จะเหน็ ตวั มนั จรงิ ๆ คอื เหน็ อวชิ ชาตวั จรงิ ในขณะทมี่ นั ทำหนา ทปี่ รงุ แตง สงั ขารดว ยอำนาจความไมร ู หรอื ความโงข อง มนั ; และเหน็ สงั ขารตวั จรงิ ในขณะทม่ี ันทำหนา ทป่ี รงุ แตง วญิ ญาณ ดว ยอำนาจทขี่ น้ึ ชอื่ วา สงั ขารแลว อยนู งิ่ ไมไ ด ตอ งปรงุ เสมอไป; และจะเหน็ วญิ ญาณตวั จรงิ กต็ อ เมอ่ื มนั ทำหนา ที่ ปรงุ ใหเ กดิ มนี ามรปู ชนดิ ทส่ี ามารถทำหนา ทเี่ ตม็ ตามความหมายของมนั ได (สมกบั คำวา นามและ รปู ) ดว ยอำนาจวญิ ญาณธาตนุ เี้ ปน ธาตทุ ม่ี อี ำนาจตามธรรมชาตเิ ชน นนั้ เอง. ถา ยงั เปน วญิ ญาณ ธาตุลวนๆ ยังไมทำใหเกิดเรื่องเกิดราวอะไรได แตถาเขามาเก่ียวของกับสิ่งท่ีเรียกวา นามรปู แลว มนั กแ็ สดงฤทธอ์ิ ำนาจอนั มหศั จรรยข องมนั ไดท างนามรปู นน้ั . นามรปู นนั้ กเ็ หมอื น กนั ถา ไมไ ดอ าศยั วญิ ญาณธาตกุ เ็ ปน นามรปู ขน้ึ มาไมไ ด เพราะไมม คี วามรสู กึ ใดๆ ไดท งั้ ฝา ย รปู และฝา ยนาม; และเราจะรจู กั นามรปู ตวั จรงิ ได กต็ อ เมอ่ื มนั ทำหนา ทท่ี เ่ี ปน อายตนะ หรอื เปน ความรสู กึ ทางอายตนะ คอื ทางตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ ใหเ ปน ทต่ี ง้ั แหง ความรสู กึ ขนึ้ มาได

2 - 164 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ดงั นเี้ ปน ตวั อยา ง. แมใ นกรณผี สั สะ, เวทนา, ตณั หา, อปุ าทาน, ภพ, ชาติ และความทกุ ข ตา งๆ มชี รา มรณะ เปน ตน กเ็ ปน สงิ่ ทมี่ คี วามหมายและคำอธบิ ายอยา งเดยี วกนั ในการ บำเพญ็ อานาปานสติ จตกุ กะท่ี ๓ จะชว ยไดม ากในเรอื่ งน้ี คอื ชว ยใหเ หน็ ความพลกิ แพลง และ การปรงุ แตง ตา งๆ ของจติ ไดโ ดยงา ย เพราะมอี าการของปฏจิ จสมปุ บาทรวมอยดู ว ยไมน อ ย เลย. เมอื่ เราทำอยดู งั กลา วแลว จะเหน็ ไดช ดั แจง วา ตวั อวชิ ชาเองกไ็ มเ ทย่ี ง ตวั อาการที่ มนั ปรงุ แตง สงั ขารกไ็ มเ ทย่ี ง สงั ขารทถ่ี กู ปรงุ แตง ขนึ้ มากไ็ มเ ทยี่ ง และจะเหน็ เปน ลำดบั ๆ ไป โดยทำนองนจี้ นตลอดสายของปฏจิ จสมปุ บาททเี ดยี ว, ซงึ่ นค่ี วรกลา ววา เปน การเหน็ อนจิ จงั ทล่ี ะเอยี ดประณตี สขุ มุ หรอื แยบคายยงิ่ กวา การเหน็ ในขอ ก. และ ข. ซงึ่ เปน การดทู อ่ี ายตนะ ภายนอกลว นๆ หรอื อายตนะภายในลว นๆ ดงั ทไี่ ดก ลา วมาแลว . ตอ นไ้ี ปจะไดว นิ จิ ฉยั ในขอ ทวี่ า การเหน็ ความไมเ ทย่ี งโดยแทจ รงิ นนั้ ยอ มเปน การเหน็ ความเปน ทกุ ข และความเปน อนตั ตารวมอยดู ว ยอยา งไรสบื ไป. การเหน็ ความไมเ ทยี่ งชนดิ ทล่ี กึ ซง้ึ จนถงึ กบั มองเหน็ ความทกุ ขพ รอ มกนั ไปในตวั นนั้ อาจจำแนกไดต ามความหมายของ คำวา “ทกุ ข” ตา งๆ กนั คอื :- ก. ทกุ ขใ นความหมายวา ทนทรมาน, จะเหน็ ไดช ดั ตอ เมอ่ื ไดพ จิ ารณาเหน็ วา ความ ไมเ ทยี่ งนนั่ เอง คอื ชาติ ชรา มรณะ หรอื ความเกดิ ความแกค วามตาย โดยตรง ถา เทยี่ งคอื ไมเ ปลย่ี นแปลงแลว ความเกดิ ความแก ความตายจะมไี ดอ ยา งไร, ความทกุ ขอ นั เนอื่ งมา จาก เกดิ แก ตาย มนั เนอ่ื งมาจากความไมเ ทย่ี งหรอื ความเปลย่ี นแปลงนนั้ โดยตรง. ความ ทกุ ขท ถี่ ดั ไปอกี เชน โสกะ ปรเิ ทวะ โทมนสั อปุ ายาส เปน ตน ทงั้ หมดนเี้ กดิ มาจากความทส่ี ง่ิ ตา งๆ ไมเ ปน ไปตามใจตน หรอื ปรารถนาสงิ่ ใดแลว ไมไ ดต ามทป่ี รารถนา มแี ตป ระสบกบั สงิ่ ท่ี ไมป รารถนา พลดั พรากจากสง่ิ ทป่ี รารถนาอยเู ปน ประจำ ทง้ั นก้ี ม็ มี ลู มาจากความทส่ี ตั วห รอื สงั ขารทง้ั ปวงนนั้ เปลยี่ นแปลงไปตามเหตตุ ามปจ จยั ของมนั อยเู ปน นจิ นนั่ เอง. แมค วามทกุ ข ทเ่ี บด็ เตลด็ ประจำเปน เจา เรอื น เชน ความหนาวความรอ น ความหวิ ความกระหาย ความตอ ง กนิ ตอ งอาบ ตอ งถา ยเหลา นเี้ ปน ตน ทงั้ หมดนกี้ เ็ ปน เพราะความไมเ ทย่ี งของสงั ขารเหลา นน้ั ทป่ี ระกอบกนั เขา เปน รา งกาย. มนั เปลย่ี นแปลงอยทู กุ ขณะจติ มนั จงึ ตอ งการนนั่ ตอ งการนี่ และตอ งการจะใหเ ปลย่ี นอยา งนน้ั อยา งนอี้ ยตู ลอดเวลา ทำใหเ กดิ ภาวะในการบรหิ ารรา งกาย

2 - 165 ธรรมปฏิบัติ ๕ สาย : อานาปานสติ สารพดั อยา งขนึ้ มาทเี ดยี ว ทำใหเ หน็ ชดั วา ความตอ งทนลำบากเหลา น้ี มมี ลู มาจากความ เปล่ียนแปลงของรางกายน้ันโดยตรง. เมื่อพิจารณาถึงความทุกขคือความเจ็บไขไดปวย ไมว า ความเจบ็ ไขไ ดป ว ยของเดก็ หรอื ของคนแก ของคนมรี า งกายสมบรู ณห รอื ไมส มบรู ณก ต็ าม นน้ั กม็ าจากความเปลย่ี นแปลงของสงั ขารทป่ี ระกอบกนั ขนึ้ เปน รา งกาย หรอื แวดลอ มรา งกายอยู อกี นน้ั เอง; ถา ไมม อี ะไรเปลยี่ นแปลง ความเจบ็ ปว ยไมอ าจจะเกดิ ขน้ึ ได. เมอ่ื พจิ ารณาถงึ ความทกุ ขท ค่ี นเราตอ งกนิ อาหาร ตอ งนงุ หม หรอื มที อี่ ยอู าศยั แลว ตอ งพยายามประกอบอาชพี แสวงหาดว ยความยากลำบากตรากตรำ อยา งเหนด็ เหนอื่ ย จนตลอดชวี ติ กด็ ี หรอื มกี ารแขง ขนั แยง ชงิ ตอ สกู นั ในระหวา งคแู ขง ขนั ดว ยประการตา งๆ ตลอดจนถงึ กบั ววิ าทหมายมนั่ จอง เวรกนั กด็ ี แมค วามทกุ ขเ หลา น้ี กม็ มี ลู มาจากความไมเ ทย่ี งหรอื ความเปลยี่ นแปลงไมห ยดุ ของรา งกาย ของจติ ใจ ของกเิ ลสตณั หา หรอื ของวชิ าความรู ซง่ึ กล็ ว นแตเ ปน สงั ขารอยา ง เดยี วกนั อกี เหมอื นกนั จงึ ทำใหก ลา วไดว า แมค วามทกุ ขช นดิ นกี้ ม็ มี ลู มาจากความเปลยี่ น แปลงของสงั ขาร. เมอ่ื เราพจิ ารณามองเหน็ ความเปลยี่ นแปลงชดั แจง กย็ อ มมองเหน็ ความ ทกุ ข อยา งชดั แจง อยใู นตวั ความเปลยี่ นแปลงนนั้ . ทนี ้ี ถา จะมองใหล ะเอยี ดไปในทางฝา ยนามธรรม คอื พจิ ารณาดถู งึ ความทกุ ขท เ่ี กดิ มาจากความแผดเผาของกเิ ลส มรี าคะเปน ตน ทที่ ำสตั วใ หด นิ้ รนกระวนกระวาย หาความ สงบสขุ ไมไ ด กย็ งั คงพบวา ทงั้ หมดนี้ กม็ มี ลู มาจากความไมเ ทย่ี งโดยตรงอกี นน่ั เอง : อนั แรก ทสี่ ดุ คอื ความเปลยี่ นแปลงทางรา ยกาย ทจ่ี ะเหน็ ไดง า ยๆ จากสตั วเ ลย้ี ง เมอื่ รา งกายเจรญิ เตบิ โตขน้ึ มาถงึ ระดบั นน้ั หรอื เวยี นมาถงึ รอบนน้ั กม็ ปี ญ หาตา งๆ ทางเพศ หรอื ทางกเิ ลสเกดิ ขึ้นเปนธรรมดา อยางที่หลีกเลี่ยงไมได น้ีมีมูลมาจากความเปล่ียนแปลงของรางกายตาม ธรรมชาต.ิ สว นทส่ี งู ไปกวา นน้ั คอื ความเปลยี่ นแปลงทน่ี อกเหนอื ไปจากธรรมชาติ คอื การ กนิ -การอยู ดขี น้ึ มวี ชิ าความรแู ละการคดิ นกึ กวา งขวางยง่ิ ขน้ึ ปญ หาเกย่ี วกบั เรอ่ื งเพศเรอ่ื ง กเิ ลสกเ็ ปลย่ี นแปลงไปตาม และเปน ไปในทางทลี่ กึ ซง้ึ ซบั ซอ นยง่ิ ขนึ้ ความทกุ ขท มี่ มี ลู มาจาก สงิ่ นก้ี ล็ กึ ซง้ึ ซบั ซอ นยงิ่ ขน้ึ ไปตาม นคี้ อื ความเปลยี่ นแปลงทางจติ . เมอื่ รวมเขา ดว ยกนั ทง้ั ความเปลย่ี นแปลงทางกายและทางจติ กย็ อ มเปน ทต่ี งั้ แหง ความทกุ ข เพราะถกู ไฟกเิ ลสเผา ไดท ง้ั มากและทงั้ ลกึ ซงึ้ แตก พ็ ากนั มองขา มไปเสยี ไมเ หน็ วา ทแี่ ทเ ปน เพราะความเปลย่ี น

2 - 166 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ แปลง และความหลอกลวงมายาของกเิ ลส อนั เนอ่ื งมาจากความเปลยี่ นแปลงทางกายและทาง จติ ดงั ทกี่ ลา วแลว . ถา ผใู ดตง้ั หนา ตงั้ ตาเฝา สงั เกตความเปลยี่ นแปลงทงั้ ทางกายและทาง จติ ของตน เองในกรณนี ี้ กจ็ ะเหน็ ความทกุ ขป ระเภททกี่ ลา วนไ้ี ดอ ยา งชดั แจง วา เปน ผลของ ความเปลยี่ นแปลงลว นๆ หรอื เปน ความเปลยี่ นแปลงอยา งหนง่ึ อยใู นตวั มนั นน่ั เอง กจ็ ะไม ถกู ลวงดว ยมายาของความเปลย่ี นแปลง จนถงึ กบั หลงไปเทยี่ วแกไ ขในทางอน่ื หรอื หนกั เขา แกไ ขไมไ ด กท็ ำลายตวั เอง ดงั นเี้ ปน ตน . ถาพิจารณาใหลึกลงไปอีก คือพิจารณากันถึงความทุกขท่ีเกิดมาจากการตองรับ ผลกรรม หรอื การเปน ไปตามกรรมนานาชนดิ ของสตั วท ง้ั หลาย เรากย็ งั เหน็ ไดว า เปน เรอื่ งของ ความเปลย่ี นแปลงอกี นนั่ เอง. กรรมกเ็ ปน สง่ิ ทไ่ี มเ ทยี่ งคอื เปลย่ี นแปลงได ฉะนนั้ ผลกรรม กเ็ ปน สง่ิ ทไี่ มเ ทยี่ งคอื เปลยี่ นแปลงไดเ ชน เดยี วกนั ; ผทู ำกรรมกเ็ ปน สง่ิ ทไ่ี มเ ทย่ี ง การรบั ผลกรรม กเ็ ปน สงิ่ ทไ่ี มเ ทย่ี ง ทกุ อยา งเปลยี่ นแปลงอยเู สมอ คนเราจงึ ไดร บั ผลกรรมตามโอกาส ตาม วาระของการเปลยี่ นแปลงเมอ่ื รบั ผลของกรรมชวั่ กท็ นทกุ ขท รมานอยา งเปด เผย เมอ่ื รบั ผลของ กรรมดกี ท็ นทกุ ขท รมานอยา งเรน ลบั ทสี่ ดุ ถงึ กบั ไมร สู กึ วา เปน การทนทรมาน; แตท ง้ั ๒ อยา ง น้ี คอื จะเปน นรกหรอื สวรรคก ต็ าม ลว นแตเ ปน การทนเวยี นวา ยอยใู นกระแสของวฏั ฏสงสาร โดยเสมอกนั . ทงั้ หมดนเ้ี ราจะเรยี กวา เปน ตวั ความไมเ ทย่ี งเองกไ็ ด หรอื เปน ผลของความไม เทยี่ งกไ็ ด ยอ มมคี า เทา กนั อยนู นั่ เอง คอื เปน ตวั ความทกุ ขท เ่ี นอื่ งอยกู บั ความเปลยี่ นแปลง. ยงิ่ พจิ ารณากย็ งิ่ จะเหน็ วา ยง่ิ เปลย่ี นแปลงมากกย็ ง่ิ ทกุ ขม าก เพราะความเปลยี่ นแปลงนนั้ เปน ความไมส งบ. ความสขุ กเ็ ปน ความเปลย่ี นแปลงชนดิ หนงึ่ มนั จงึ เปน ความสขุ ไปไมไ ดอ ยา ง แทจ รงิ เปน ไดเ พยี งความทกุ ข ชนดิ ทเ่ี ปน มายาหลอกลวงมาก พอทจี่ ะทำใหค นเราเขา ใจผดิ เทาน้ัน. เมอื่ พจิ ารณากนั เปน ขน้ั สดุ ทา ย ถงึ ความทกุ ขท เี่ ปน ขน้ั สรปุ รวบยอด คอื ทกุ ขต ามที่ พระพทุ ธองคไ ดต รสั วา “โดยสรปุ แลว เบญจขนั ธท ปี่ ระกอบอยดู ว ยอปุ าทานเปน ตวั ทกุ ข” ดังนี้ ก็จะยิ่งเห็นไดวา มีมูลมาจากความไมเท่ียงโดยตรงอีกน่ันเอง. การยึดมั่นถือม่ันใน เบญจขนั ธเ ปน ความทกุ ข กเ็ พราะเบญจขนั ธน ไ้ี มเ ทยี่ ง ความไมเ ทย่ี งของเบญจขนั ธน นั่ แหละ เปน สงิ่ ทท่ี ำใหผ ยู ดึ มนั่ ถอื มนั่ เปน ทกุ ขโ ดยตรง. อกี อยา งหนงึ่ ตอ งไมล มื วา ตวั ความยดึ มนั่ ถอื

2 - 167 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ มน่ั เองกไ็ มเ ทยี่ ง หรอื ถา กลา วโดยสมมตกิ ว็ า ตวั บคุ คลผยู ดึ มน่ั ถอื มนั่ นน้ั กไ็ มเ ทย่ี ง. เมอื่ สง่ิ ทถี่ กู ยดึ มน่ั กไ็ มเ ทยี่ ง และอะไรๆ ทเี่ ขา ไปเกย่ี วขอ งดว ย กล็ ว นแตเ ปน สงิ่ ทไี่ มเ ทย่ี งไปดว ยกนั ทง้ั หมดดงั นแ้ี ลว อาการทเี่ ปน ทกุ ขก เ็ ปน สงิ่ ทหี่ ลกี เลยี่ งไมไ ด. ทงั้ หมดนเ้ี ปน การแสดงใหเ หน็ วา สง่ิ ทไ่ี มเ ทยี่ งยอ มผลติ อาการทเ่ี ปน ความทรมานออกมาจากตวั มนั เอง และอยใู นตวั มนั เองอยู ตลอดเวลา ทำใหเ กดิ ความทกุ ขท รมานอยใู นตวั มนั เองและแกบ คุ คลผเู ขา ไปยดึ ถอื อยา งไมม ี ทางหลกี เลยี่ งได คอื ไมอ าจแยกกนั ได นอี้ ยา งหนง่ึ . ข. ทกุ ขใ นความหมายวา ดแู ลว นา เกลยี ดอยา งยงิ่ . ทกุ ขโ ดยปรยิ ายนม้ี คี วามหมาย วา ย่ิงดูยิ่งนาเกลียด ยิ่งเห็นลึกซ้ึงก็ยิ่งขยะแขยง ไมวาจะดูที่สังขารฝายไหน ก็จะย่ิง ขยะแขยงเพมิ่ ขนึ้ เทา ทเี่ หน็ ลกึ ลงไปในความไมเ ทยี่ งหรอื ความเปน มายาของสงั ขารเหลา นน้ั . ความรสู กึ เกลยี ดหรอื ความรสู กึ ขยะแขยง จดั วา เปน ความทกุ ขอ กี ปรยิ ายหนงึ่ เพราะคำวา ทกุ ข ซงึ่ ประกอบดว ยบท ๒ บทคอื บทวา “ท”ุ กบั บทวา “ข” หรอื “ข”ํ กต็ าม ยอ มตคี วามไดห ลาย ปรยิ าย คอื ถา ถอื วา ทุ=ยาก ขม=ทน, ดงั นแี้ ลว คำวา ทกุ ขก แ็ ปลวา ทนยาก คอื ภาวะที่ เหลอื ทนตา งๆ ดงั ทไ่ี ดอ ธบิ ายมาแลว ในขอ ก. สว นทกุ ขใ นปรยิ ายหลงั คอื ขอ ข. น้ี ท=ุ นา เกลยี ด หรอื ชว่ั ข=อกิ ขฺ = ด,ู ทกุ ขใ นปรยิ ายนไ้ี ดค วามหมายวา ดแู ลว นา เกลยี ด หรอื นา สะอดิ สะเอยี น ดงั ทก่ี ลา วแลว เมอ่ื พดู วา สงั ขารเปน ทกุ ข กห็ มายความวา สงั ขารทงั้ ปวงดแู ลว นา สะอดิ สะเอยี น. นา สะอดิ สะเอยี นทตี่ รงไหน ? นา สะอดิ สะเอยี นตรงทไี่ มเ ปลยี่ นแปลงอยา งรนุ แรง อยูทุกขณะจิต ในอาการที่หลอกใหสำคัญผิดวาเปนของเท่ียง พรอมกันนั้นก็มีอาการ ทนทรมานอยใู นตวั มนั เอง หรอื สาดและเทความทกุ ขใ สใ หแ กบ คุ คลผเู ปน เจา ของสงั ขารนน้ั อยา งไมม หี ยดุ ไมม หี ยอ นโดยประการตา งๆ ดงั ทกี่ ลา วแลว ในขอ ก. ซงึ่ ควรจะยอ นไปพจิ ารณา ดอู ยา งละเอยี ด กจ็ ะเหน็ ไดว า สงั ขารทงั้ หลายทง้ั ปวง มภี าวะทนี่ า สะอดิ สะเอยี นเพยี งไร ในเมอื่ พจิ ารณาดกู นั ดว ยสตปิ ญ ญา ไมใ ชห ลบั หหู ลบั ตาดดู ว ยกเิ ลสตณั หา. ค. ความทกุ ขโ ดยปรยิ ายท่ี ๓ มคี วามหมายวา วา งอยา งนา เกลยี ด วา งอยา ง ชวั่ ชา ทสี่ ดุ โดยการแยกศพั ทๆ นี้ ออกไปวา ท=ุ นา เกลยี ด ข=ํ วา ง รวมกนั แลว แปลวา วา งอยา งนา เกลยี ด, ภาวะทเี่ รยี กวา วา งอยา งนา เกลยี ดนน้ั หมายถงึ ความทส่ี งั ขารทงั้ ปวง มแี ตค วามไมเ ทย่ี ง คอื ความเปลยี่ นแปลงทไ่ี หลเชยี่ วเปน เกลยี วไปไมม หี ยดุ จนถงึ กบั กลา วได

2 - 168 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ วา ตวั มนั เองมแี ตค วามไมเ ทย่ี งหรอื ความเปลยี่ นแปลง กระแสแหง ความเปลยี่ นแปลงนน่ั เอง คอื ตวั มนั เอง นอกจากนแี้ ลว หามตี วั ตนอะไรทไ่ี หนไม; สงั ขารทงั้ ปวงจงึ มแี ตภ าวะทว่ี า งอยา ง นา เกลยี ด ดงั นี้. แตค วามทกุ ขใ นความหมายเชน น้ี สอ งความเลยไปถงึ ความเปน อนตั ตา ฉะน้ัน จะไดวินิจฉัยกันโดยละเอียดตอนท่ีวา ถาเห็นความไมเที่ยง ก็เห็นความเปนอนัตตา อนั จะกลา วถงึ ขา งหนา . ในทน่ี ี้ เพยี งแตม งุ หมายจะชใ้ี หเ หน็ วา แมใ นความทกุ ขโ ดยปรยิ าย ท่ี ๓ น้ี คอื วา งอยา งนา เกลยี ดน้ี กร็ วมอยใู นคำวา ไมเ ทย่ี งดว ยเหมอื นกนั เพราะความไมเ ทยี่ ง นน้ั เปน ความวา งอยา งยง่ิ คอื มแี ตค วามเปลยี่ นแปลงไมม หี ยดุ อยา งเดยี ว. สรปุ ความวา ใน ความไมเ ทยี่ งนนั้ มภี าวะแหง ความทนทรมาน ๑, ภาวะแหง ความดแู ลว นา เกลยี ด ๑, และ ภาวะแหง ความวา งอยา งนา เกลยี ด ๑, รวมอยพู รอ มกนั ในทเี่ ดยี วกนั ในขณะเดยี วกนั อยา ง ครบถว น. ผใู ดสามารถเหน็ ความไมเ ทย่ี งไดจ รงิ ๆ จกั ตอ งเหน็ ภาวะทง้ั ๓ นอ้ี ยา งชดั แจง พรอ มกนั ไปในตวั โดยไมม ที างทจี่ ะหลกี เลยี่ งได เพราะฉะนนั้ จงึ กลา ววา เมอื่ เหน็ ความไมเ ทย่ี ง กต็ อ งเหน็ ความเปน ทกุ ขด ว ย โดยไมต อ งสงสยั เลย และนยี้ อ มเปน การอธบิ ายอยแู ลว วา ทำไม อานาปานสตจิ ตกุ กะที่ ๔ นพี้ ระพทุ ธองคจ งึ ตรสั ถงึ แตค วามไมเ ทยี่ งอยา งเดยี ว ไมต รสั ถงึ ความ ทกุ ข; นนั่ กเ็ พราะวา ความทกุ ขร วมอยใู นความไมเ ทยี่ ง โดยไมม ที างทจี่ ะแยกกนั ได นนั่ เอง. ลกั ษณะแหง ความไมเ ทย่ี ง ยอ มสอ ลกั ษณะแหง ความเปน อนตั ตาโดยสว นใหญก ค็ อื ลกั ษณะแหง ความเปน มายา หรอื ความไมม ตี วั จรงิ ของสงิ่ ทไี่ มเ ทยี่ งนน่ั เอง เพราะลกั ษณะเชน นน้ั ยอ มแสดงถงึ ความวา งจากตวั ตน หรอื ทเี่ รยี กวา สญุ ญตา อยอู ยา งเตม็ ทแี่ ลว ; นนี้ บั วา เปนใจความสำคัญของการที่ความไมเท่ียง ยอมแสดงถึงความเปนอนัตตาอยูในตัวมันเอง โดยไมต อ งพดู วา เพราะไมเ ทย่ี งจงึ เปน อนตั ตา ทง้ั นเ้ี พราะ ความจรงิ มอี ยแู ลว วา สง่ิ ทไี่ มเ ทย่ี ง นนั้ ไมม ตี วั ตนจรงิ มแี ตก ระแสแหง ความเปลยี่ นแปลงนน้ั แหละเปน ตวั มนั เอง นปี้ ระการหนงึ่ . นอกจากน้ี กย็ งั มที างทจ่ี ะพจิ ารณาใหเ หน็ โดยปรยิ ายอนื่ อกี ทกุ ปรยิ าย โดยความหมายของ คำวา อนตั ตา ซงึ่ มอี ยตู า งๆ กนั เชน :- ก. เปน อนตั ตา เพราะมแี ตค วามเปน ไปตามอำนาจของเหตปุ จ จยั ไมม ตี นเองท่ี เปน อสิ ระ ซง่ึ หมายความวา สงิ่ เหลา นข้ี นึ้ อยกู บั เหตปุ จ จยั ทปี่ รงุ แตง มนั ; หรอื กลา วอกี ปรยิ าย หนงึ่ ตวั มนั เองกเ็ ปน เพยี งเหตปุ จ จยั เพอื่ ปรงุ แตง สง่ิ อนื่ ตอ ไปในลำดบั ตอ มา ซงึ่ เปน การแสดง

2 - 169 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ วา ทกุ สงิ่ ตกอยภู ายใตอ ำนาจของกฎธรรมชาตอิ นั น้ี จงึ ไดเ ปลยี่ นกนั เปน เหตปุ จ จยั สลบั กนั ไป ไมมีท่ีสิ้นสุด. ความเปนอนัตตาโดยทำนองนี้ ก็คือลักษณะแหงความไมเท่ียงโดยตรงอีก นนั่ เอง เพราะเปน ความเปลยี่ นแปลงเรอื่ ยไป ตามกฎแหง ความเปลย่ี นแปลงของสงิ่ ทเ่ี ปน เหตุ เปน ปจ จยั ซงึ่ ตอ งมอี าการเกดิ ขน้ึ -ตง้ั อย-ู ดบั ไปอยใู นตวั มนั เองตลอดเวลา หยดุ เปลยี่ นเมอ่ื ใด กห็ มดความเปน ตวั มนั เองเมอื่ นน้ั ขอ น้ี สรปุ ความวา เปน อนตั ตาเพราะมแี ตค วามไมเ ทยี่ ง ของสง่ิ ทเ่ี ปน เพยี งเหตปุ จ จยั . ข. เปน อนตั ตา เพราะบงั คบั ไมไ ด ขอ นม้ี งุ หมายถงึ ความไมเ ทย่ี งหรอื ความเปลยี่ น แปลงทใี่ ครๆ บงั คบั ไมไ ดอ กี นนั่ เอง และยง่ิ กวา นน้ั ยงั กนิ ความเลยไปถงึ ความทกุ ขม ปี ระการ ตา งๆ ทเี่ กดิ มาจากความบงั คบั ไมไ ดน นั้ อกี ดว ย เพราะตามธรรมดา คนเราตอ งการไมใ หม นั ทกุ ข แตแ ลว กบ็ งั คบั ไมไ ด ความทกุ ขย อ มเกดิ มาจากความไมเ ทย่ี ง. ความทบี่ งั คบั ไมไ ด กเ็ กดิ มาจากความไมเ ทยี่ ง ความไมเ ทย่ี งจงึ เปน เหตขุ องความเปน อนตั ตาโดยสน้ิ เชงิ แตอ ยา งเดยี ว โดยไมต อ งมอี ะไรมาชว ย. เมอ่ื มคี วามรสู กึ ตอ ความบงั คบั ไมไ ด กย็ อ มรสู กึ ตอ ความเปน ทกุ ข และความไมเ ทย่ี งขน้ึ มาทนั ที เหมอื นกบั เมอ่ื ถกู ไฟไหมร สู กึ เจบ็ กต็ อ งรสู กึ ตอ ความรอ นของไฟ พรอ มกนั ไปในตวั โดยไมม ที างทจ่ี ะแยกกนั . ค. ความเปน อนตั ตา เพราะมสี ภาพเปน สงิ่ ทห่ี าเจา ของไมไ ด กต็ าม หรอื เพราะใครๆ ไมส ามารถเปน เจา ของมนั ไดก ต็ าม รวมความแลว กเ็ พราะอำนาจความไมเ ทย่ี งอยา งทเี่ รยี ก วา ไมเ ชอ่ื ฟง ใคร เอาแตเ ปลย่ี นแปลงตะพดึ อกี นน่ั เอง มนั จงึ อยใู นสภาพทใ่ี ครๆ เขา ไปทำตน เปน เจา ของสงิ่ นไ้ี มไ ด แมผ มู อี ำนาจถงึ ขนาดทส่ี มมตกิ นั วา พระเปน เจา กห็ าสามารถทำตน เปน เจา ของสง่ิ นไ้ี ดไ ม กลบั มแี ตส ง่ิ นอ้ี กี ทจ่ี ะเขา ครอบงำพระเปน เจา ใหอ ยใู นอำนาจของตน กลา วคอื พระเปน เจา กก็ ลายเปน ของไมเ ทย่ี งไปดว ย. ง. ความเปน อนตั ตา โดยความหมายทวั่ ๆ ไป หมายถงึ ความทม่ี ลี กั ษณะแยง หรอื ตรงกนั ขา มกบั อตั ตา ซงึ่ เปน ความหมายทรี่ วมเอาความหมายตา งๆ ทงั้ หมดเขา มาเปน เครอ่ื ง พสิ จู น. ความหมายเหลา นที้ ง้ั หมด กค็ อื ลกั ษณะแหง ความไมเ ทย่ี ง และความเปน ทกุ ขท กุ ประการ ดงั ทก่ี ลา วมาแลว ขา งตน ทกุ อยา งนน้ั เอง. เกย่ี วกบั เรอ่ื งนี้ มคี ำจำกดั ความวา ถา เปน อตั ตากค็ อื เปน ของเทย่ี งและเปน สขุ ถา ทงั้ ไมเ ทย่ี งและทงั้ เปน ทกุ ขก เ็ ปน อนตั ตา เมอ่ื เปน

2 - 170 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ดงั นกี้ เ็ ปน อนั รบั รองชดั อยใู นตวั เองแลว วา ความเปน อนตั ตาคอื ความไมเ ทย่ี งและเปน ทกุ ข หรอื การเปน อนตั ตา กค็ อื การเปน ความไมเ ทย่ี งและเปน ทกุ ขน น่ั เอง เพราะฉะนนั้ สงั ขาร ทงั้ หลายทงั้ ปวง ซงึ่ ลว นแตป ระกอบอยดู ว ยความไมเ ทย่ี งและเปน ทกุ ข จงึ เปน อนตั ตาเตม็ ท.่ี เมอ่ื มองเห็นอนัตตาของสังขารทั้งปวง ก็เทากับมองเห็นความไมเที่ยงและเปนทุกขของสังขาร ทง้ั ปวง. และเมอ่ื กลา วกลบั กนั คอื เหน็ ความไมเ ทย่ี งของสงั ขารทงั้ ปวง กต็ อ งเหน็ ความ เปน ทกุ ขแ ละเปน อนตั ตาของสงั ขารทงั้ ปวง อยา งไมม ที างหลกี เลย่ี งได. เมอ่ื ผปู ฏบิ ตั กิ ำหนดความไมเ ทย่ี งของสงั ขารธรรม ทป่ี รากฏในการเจรญิ อานาปานสติ อยา งใดอยา งหนงึ่ อยดู งั น้ี ยอ มมอี าการซมึ ซาบในความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา อยา ง ลกึ ซงึ้ ชนดิ ทที่ ำใหเ กดิ นพิ พทิ า วริ าคะ ในขน้ั ตอ ไปไดจ รงิ และเมอื่ มคี วามรสู กึ ซมึ ซาบอยดู งั น้ี ในลกั ษณะทกี่ ลา วนี้ ซง่ึ เปน การเหน็ อนจิ จงั อยา งลกึ ซง้ึ และชดั แจง ยงิ่ กวา ในอานาปานสติ ขนั้ ทแี่ ลว ๆ มา จงึ สามารถสโมธานธรรมทง้ั ๒๙ ประการมาได ในอตั ราทสี่ งู กวา ประณตี กวา ขน้ั ทแ่ี ลว ๆ มาดจุ กนั ทำใหก ารเจรญิ ภาวนาในขน้ั นี้ เปน ภาวนาทสี่ งู ยง่ิ ขน้ึ ไปตามลำดบั และ ทำใหไดนามวา ธรรมานุปสสนาสติปฏฐานภาวนา เพราะเหตุที่ไดกำหนดเอาตัวธรรมคือ ตวั ความไมเ ทยี่ งโดยตรงมาเปน อารมณส ำหรบั การกำหนด แทนทจ่ี ะเอาลมหายใจหรอื เวทนา หรอื จติ มาเปน อารมณส ำหรบั การกำหนด ดงั เชน ในอานาปานสติ ๓ จตกุ กะขา งตน . ตอน ๑๔ อานาปานสติ ขนั้ ที่ ๑๔ (การตามเหน็ ความจางคลายอยเู ปน ประจำ) อานาปานสตขิ น้ั ท่ี ๑๔ หรอื ขอ ที่ ๒ แหง จตกุ กะที่ ๔ นี้ มหี วั ขอ วา “ภิกษุน้ันยอมทำในบทศึกษาวา ‘เราเปนผูตามเห็นซ่ึงความจาง คลายอยเู ปน ประจำ จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผู ตามเห็นซ่ึงความจางคลายอยูเปนประจำจักหายใจออก’”. (วิราคานุปสฺสี อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ติ :วริ าคานปุ สสฺ ี ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต.ิ ) ความจางคลายเรยี กโดยบาลวี า วริ าคะ โดยตวั พยญั ชนะ แปลวา ปราศจากราคะ คอื ปราศจากเครอื่ งยอ ม อนั ไดแ กค วามกำหนดั . สว นโดยความหมาย หมายถงึ ความจางคลาย ของความยดึ มน่ั ถอื มน่ั และความสำคญั ผดิ อน่ื ๆ ทที่ ำใหห ลงรกั หลงพอใจอยา งหนงึ่ และหลง

2 - 171 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เกลยี ดชงั อกี อยา งหนงึ่ เปน อนั วา วริ าคะในทน่ี ้ี หาไดห มายถงึ อรยิ มรรคโดยตรงแตอ ยา งเดยี ว เหมอื นในทบี่ างแหง ไม แตห มายความกวา งๆ ถงึ การทำกเิ ลสใหข าดออก หรอื หนา ยออก โดยอาการอยา งเดยี วกนั กบั อรยิ มรรคทำลายกเิ ลสนนั่ เอง และมงุ หมายถงึ อาการทจี่ างคลาย ยงิ่ กวา ทจ่ี ะมงุ หมายถงึ ธรรมทเ่ี ปน เครอื่ งทำความจางคลาย. แตโ ดยนยั แหง การปฏบิ ตั นิ น้ั ยอ มเหน็ พรอ มกนั ไปทง้ั ๒ สง่ิ กลา วคอื เมอ่ื เหน็ ความจางคลายอยอู ยา งชดั แจง กย็ อ มเหน็ ธรรมเปน เครอื่ งทำความจางคลายดว ยเปน ธรรมดา เหมือนกับเม่ือเราเห็นเชือกที่ขมวดอยูคลายออก ก็ยอมเห็นส่ิงท่ีทำใหขมวดนั้น คลายออกดว ยกนั เปน ธรรมดา. ฉะนนั้ วริ าคะในอานาปานสตนิ ี้ หมายถงึ ความจางคลาย โดยตรง และธรรมทท่ี ำความจางคลายโดยออ ม คำวา จางคลาย มคี วามหมายตรงกนั ขา ม จากคำวา ยอ มตดิ . ตามธรรมดา สตั วม ใี จยอ มตดิ อยใู นสงิ่ ทงั้ ปวง โดยความเปน ของนา ใครอ ยา งหนง่ึ และ โดยความเปน ตวั ตนอยา งนนั้ อยา งน้ี อกี อยา งหนงึ่ ดว ยอำนาจความยดึ มนั่ ถอื มนั่ หรอื ความ สำคญั ผดิ อนั มมี ลู มาจากอวชิ ชา. เมอื่ ใดความยอ มตดิ อนั นถี้ กู ทำใหห นา ยออก เมอ่ื นน้ั ชอ่ื วา มคี วามจางคลายในทนี่ ;้ี โดยกริ ยิ าอาการกค็ อื คลายความรสู กึ ทเ่ี ปน ความใคร และความ รสู กึ วา เปน นน่ั เปน น่ี เปน ตวั ตนอยา งนนั้ อยา งน.้ี การเหน็ ธรรมในลกั ษณะเชน นน้ั เปน เหมอื นการแกห รอื การชะลา งใหจ างคลายออก- คลายออก เพราะเปน การแสดงใหเ หน็ ตามทเ่ี ปน จรงิ วา สง่ิ เหลา นนั้ ไมค วรยดึ ตดิ ไมค วรยดึ มน่ั ถอื มน่ั เพราะมนั กำลงั เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา อยตู ลอดเวลา และทำความทกุ ขใ หเ กดิ ขน้ึ แกบ คุ คลผเู ขา ไปยดึ มนั่ ถอื มน่ั อยตู ลอดเวลา หากแตว า เขาไมม องเหน็ ความจรงิ ในขอ น้ี จงึ ยดึ มน่ั ถอื มนั่ ตอ สง่ิ ซง่ึ กำลงั ทำความทกุ ขใ หแ กต น เหมอื นคนทไี่ มร จู กั โรค ไมร จู กั มลู เหตขุ อง โรค กย็ อ มพอใจในการคลกุ คลอี ยกู บั สงิ่ เหลา นนั้ เพอื่ ความสนกุ สนาน ดว ยอำนาจความสำคญั ผดิ ไดต ลอดไป เมอ่ื ใดเหน็ โทษของสง่ิ นนั้ ความจางคลายหนา ยหนตี อ สง่ิ นน้ั กเ็ กดิ ขนึ้ ฉะนน้ั จงึ กลา ววา ความจางคลายเกดิ ขน้ึ เพราะการเหน็ ความจรงิ ของสง่ิ ทตี่ นเขา ไปยดึ ถอื . ผปู ฏบิ ตั เิ มอื่ เหน็ ความไมเ ทย่ี งของสง่ิ ใดสงิ่ หนง่ึ จนเกดิ ความจางคลายจากความยดึ ถอื

2 - 172 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก การกระทำดงั นน้ั ชอื่ วา วริ าคานปุ ส สนา คอื การตามเหน็ ความ จางคลาย. บคุ คลผทู ำเชน นนั้ อยเู รยี กวา วริ าคานปุ ส สี คอื ผตู ามเหน็ ความจางคลายอยเู ปน ประจำ ซงึ่ มวี นิ จิ ฉยั ในทางปฏบิ ตั ิ ดงั ตอ ไปน้ี :- ผูปฏิบัติที่ประสงคจะทำความจางคลายใหเกิดขึ้นในส่ิงใด จะตองพิจารณาใหเห็น อาทนี วะ คอื โทษอนั รา ยกาจของสง่ิ นน้ั กอ น ครน้ั เหน็ โทษของสง่ิ นน้ั แลว ความพอใจทจ่ี ะพราก หรอื หยา ขาดจากสง่ิ นน้ั จงึ จะเกดิ ขนึ้ ; มฉิ ะนนั้ แลว ทำอยา งไรเสยี กย็ อ มไมพ อใจทีจ่ ะหยา ขาดจากสงิ่ นนั้ . ทา นอปุ มาความขอ นไ้ี วว า เหมอื นกบั บคุ คลทส่ี ำคญั ผดิ เขา ใจวา งคู อื ปลา ยอ มมคี วามพอใจในงนู น้ั ในลกั ษณะทเี่ หน็ กงจกั รเปน ดอกบวั อยเู รอื่ ยไป และจะไดร บั อนั ตราย ตายแลว ตายอกี เพราะสงิ่ นนั้ อยรู ำ่ ไป จนกวา เมอื่ ไรจะเหน็ ตามทเี่ ปน จรงิ วา นนั่ เปน งู หาใช เปน ปลาไม ดงั นี้ คำวา เหน็ โทษอนั รา ยกาจ ในทนี่ ี้ หมายถงึ พจิ ารณาเหน็ ชดั แจง ในความไม เท่ียง เปนทุกข เปนอนัตตา ดังที่กลาวมาแลว โดยละเอียดขางตน จึงยินดีหรือสมัครใจ ทจ่ี ะหยา ขาดจากสงิ่ นนั้ มคี วามแนว แนข นาดทท่ี า นเรยี กกนั วา ปลงความเชอื่ ลงไปหมด (สทธฺ าธมิ ตุ ตฺ ) ขอ นห้ี มายถงึ ความแนใ จดว ยอำนาจของปญ ญา และทงั้ เปน ไปในขณะทจ่ี ติ เปน สมาธิ คอื มกี ำลงั ของสมาธริ วมอยดู ว ยอยา งเตม็ ท่ี. อำนาจของสมาธทิ ำใหเ หน็ แจง ถงึ ทสี่ ดุ อำนาจของความเหน็ แจง ถงึ ทส่ี ดุ ทำใหป ลงความเชอ่ื ลงไปถงึ ทส่ี ดุ ในการทจ่ี ะไมย ดึ ตดิ ตอ สงิ่ นนั้ อกี ตอ ไป. ทงั้ หมดนคี้ อื ขณะแหง ความจางคลาย ทง้ั หมดนเี้ ปน ไปทกุ ขณะแหง การหายใจเขา และออก. ตามที่กลาวมาแลวขางตนวา สิ่งท่ีเรียกวาสังขารธรรมทั้งปวง ซึ่งเปนวัตถุสำหรับ การพจิ ารณาใหเ หน็ ความไมเ ทยี่ งเปน ตน นนั้ เมอ่ื จำแนกตามหลกั วชิ า จำแนกเปน พวกอารมณ ไดแ กเ บญจขนั ธเ ปน ตน นพี้ วกหนงึ่ เปน พวกทเี่ สวยอารมณ ไดแ ก อายตนะภายในพวกหนง่ึ และอาการของสงิ่ ตา งๆ ปรงุ แตง กนั เกดิ ขนึ้ เปน ลำดบั ๆ ไดแ ก อาการแหง ปฏจิ จสมปุ บาท นอ้ี กี พวกหนงึ่ , ฉะนน้ั ผทู ป่ี ระสงคจ ะทำอานาปานสตใิ นขนั้ นโี้ ดยกวา งขวาง กค็ วรทำการ กำหนดเรยี งอยา งไปทงั้ ๓ พวก คอื อยา งนอ ย กพ็ จิ ารณาขนั ธ ๕ อายตนะ ๖ และอาการ ของปฏจิ จสมปุ บาท ๑๒ อาการ ทลี ะอยา งๆ โดยวธิ ที ำใหป รากฏมขี นึ้ ในตน หรอื มองใหเ หน็ ชดั ตามทมี่ นั มอี ยแู ลว ในตน กำลงั แสดงอาการอยใู นตนอยา งนน้ั ๆ โดยประจกั ษ แลว จงึ

2 - 173 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ หยบิ ขนึ้ มาพจิ ารณาโดยความเปน ของไมเ ทยี่ งเปน เบอ้ื งตน กอ น จงึ จะมองเหน็ โทษอนั รา ยกาจ ของสงั ขารเหลา นนั้ มรี ปู เปน ตน แลว เพง ดโู ทษนนั้ อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก จนกระทงั่ เกดิ ความพอใจขน้ึ มาเอง ในการทจ่ี ะแยกจากกนั ดว ยอาการทส่ี มมตเิ รยี กวา “หยา ขาดจากกนั ” จากสง่ิ นน้ั ประคองความพอใจอนั นไ้ี วท กุ ลมหายใจออก-เขา จนกวา ความเชอ่ื จะปลงลงไป โดยสน้ิ เชงิ ดว ยอำนาจของปญ ญา และกำลงั ของสมาธริ วมกนั ขาดจากสงิ่ นนั้ แลว จรงิ ๆ คอื ไมพ อใจในทางกามวา เปน สงิ่ ทน่ี า รกั นา ใคร และไมย ดึ ถอื ในทางภพวา เปน นน่ั เปน น่ี เปน ตวั ตนหรอื เปน ของของตนอยา งนน้ั อยา งน้ี อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก จนกวา จะถงึ ทส่ี ดุ . เมอ่ื มี เวลามาก กแ็ ยกทำไดโ ดยละเอยี ด และเรยี งอยา ง จนมคี วามชำนาญคลอ งแคลว แลว กจ็ ะ ประสบกนั เขา สกั อยา งหนงึ่ หรอื สกั โอกาสหนงึ่ ทตี่ นสามารถทำใหเ กดิ ความจางคลายไดเ ตม็ ตามความหมาย เปน ผสู รา งคลายจากความเมาในกาม และสรา งคลายจากความยดึ มน่ั ใน ภพไดจ รงิ ราคะ โทสะ โมหะ กลายเปน สงิ่ ไมม ที ตี่ งั้ ทอี่ าศยั ตอ ไปเพราะเหตนุ น้ั . เมอ่ื กลา วรวบรดั ตามแบบของอานาปานสติ ทา นแนะใหห ยบิ เอาลมหายใจซง่ึ เปน หมวด กาย ปต แิ ละสขุ ซงึ่ เปน หมวดเวทนา องคฌ านและความคดิ นกึ ตา งๆ ซงึ่ เปน หมวดจติ ขนึ้ มา พจิ ารณาเพอ่ื เหน็ ความไมเ ทยี่ ง จนกระทง่ั เกดิ ความจางคลายโดยอาการอยา งเดยี วกนั . โดย หลกั เกณฑน ี้ ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งทำอานาปานสตทิ กุ ขน้ั เรม่ิ ตน มาใหม แลว พจิ ารณาทกุ สง่ิ ทกุ อยา ง ทป่ี รากฏขนึ้ และอาจจะพจิ ารณาได เพอื่ เหน็ ความไมเ ทยี่ ง เพอ่ื เกดิ ความจางคลายดงั ทก่ี ลา ว แลว การหยิบเอาความสุขอันสูงสุดมาพิจารณา และไมตองมีการแยกแยะพิจารณาไปเสีย ทกุ อยา งทกุ ประเภท ซงึ่ ดเู ปน การแจกลกู ตามแบบปรยิ ตั อิ ยอู กี ไมน อ ยเหมอื นกนั . เหตทุ ี่ การพจิ ารณาอยา งเดยี ว แตไ ดผ ลกวา งขวางครอบคลมุ ไปทกุ อยา งนน้ั กเ็ พราะวา สงิ่ อนั เปน ทตี่ ง้ั ของกเิ ลสทงั้ หมดทงั้ สนิ้ ยอ มรวมจดุ อยทู เ่ี วทนา คอื สขุ เวทนาทที่ ำใหร กั และทกุ ขเวทนา ทท่ี ำใหเ กลยี ด ๒ อยา งนเ้ี ปน ปญ ญาใหญข องความมที กุ ข : การแกป ญ หาทจี่ ดุ นจ้ี งึ เปน การ เพยี งพอ. ถา เหน็ วา นอ ยไปหรอื ลนุ ไป กค็ วรจะขยายออกไป อยา งมากเพยี ง ๓ คอื เพม่ิ พวกกาย อนั ไดแ กล มหายใจเปน ตน อยา งหนงึ่ และพวกจติ เชน วติ กหรอื ตวั จติ เอง ทก่ี ำลงั อยู ในภาวะอยา งนน้ั อยา งนเี้ ปน ตน อกี พวกหนง่ึ รวมเปน ๓ พวกดว ยกนั . ขอ สำคญั อยตู รงที่ ตองเปนการกระทำดวยจิตที่เปนสมาธิ โดยการเพงของปญญาที่เพียงพอ คือเพงไปในทาง

2 - 174 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ลักษณะ ท่ีเรียกวา ลักขณูปณิชฌาน จนลักษณะแหงอนิจจังปรากฏ มีอาการของอุทยัพ- พยญาณ และภงั คญาณเปน ตน ปรากฏขนึ้ ชดั เจน จนกระทง่ั เหน็ โทษอนั รา ยกาจในขนาดที่ เปน อาทนี วญาณ และปลงความเชอื่ ทงั้ หมดลงไปไดด ว ยอำนาจของปญ ญา ดงั ทก่ี ลา วแลว . ทงั้ หมดนใ้ี หเ ปน อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก ทกุ ๆ ขนั้ ไปทเี ดยี ว. เมอื่ ทำอยดู งั น้ี ยอ มชอื่ วา เปน วริ าคานปุ ส สี คอื ผตู ามเหน็ ความจางคลายอยเู ปน ประจำ อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก เมอื่ ทำไดอ ยา งนถี้ งึ ทสี่ ดุ การกระทำนชี้ อ่ื วา ธรรมานปุ ส สนา- สตปิ ฏ ฐานภาวนาทส่ี มบรู ณ เปน ภาวนาทสี่ ามารถทำใหป ระมวลมาได ซง่ึ ธรรมสโมธาน ๒๙ ประการ ในระดบั ทสี่ งู ขน้ึ ไปอกี . ตอน ๑๕ อานาปานสติ ขนั้ ท่ี ๑๕ (การตามเหน็ ความดบั ไมเ หลอื อยเู ปน ประจำ) อานาปานสตขิ นั้ ที่ ๑๕ หรอื ขอ ๓ แหง จตกุ กะท่ี ๔ มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ น้ั ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผตู ามเหน็ ซงึ่ ความดบั ไม เหลอื อยเู ปน ประจำ จกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา เราเปน ผตู าม เห็นซึ่งความดับไมเหลืออยูเปนประจำ จักหายใจออก’.” (นิโรธานุปสฺสี อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ นโิ รธานปุ สสฺ ี ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต.ิ ) คำวา ความดบั ไมเ หลอื ในทนี่ ี้ หมายถงึ ความตรงกนั ขา มตอ ความมอี ยู ยกตวั อยา ง เชน ความมอี ยแู หง รปู กบั ความไมม อี ยแู หง รปู นเี้ รยี กวา ภาวะทตี่ รงกนั ขา ม; อยา งแรกเปน ความมอี ยู อยา งหลงั เปน ความดบั ไมเ หลอื . แตค วามหมายตามทางธรรมของคำวา “มอี ย”ู กบั คำวา “ดบั ไมเ หลอื ” นี้ มไิ ดห มายถงึ ตวั วตั ถุ นน้ั มอี ยหู รอื ไมม อี ยู หากแตห มายถงึ “คณุ ” หรอื คณุ ลกั ษณะของสงิ่ เหลา นนั้ ทมี่ ผี ลตอ จติ ใจหรอื ไมอ กี ตอ หนงึ่ . ทเี่ หน็ ไดง า ยๆ เชน ความ มอี ยแู หง รปู หมายถงึ ความมอี ยแู หง ความไมเ ทยี่ ง ความเปน ทกุ ขท รมาน และสง่ิ อนื่ ๆ ทเ่ี นอื่ ง กนั อยกู บั รปู ; ถา สง่ิ เหลา นไ้ี มม ี กม็ คี า เทา กบั รปู ไมม ี หรอื เปน ความดบั ไมเ หลอื ของรปู . เพราะ ฉะนน้ั คำวา “ดบั ไมเ หลอื ” จงึ หมายถงึ ความดบั ทกุ ขท เ่ี นอื่ งมาจากรปู นนั้ โดยไมเ หลอื นน่ั เอง; นเ่ี รยี กสนั้ ๆ วา นโิ รธ หรอื ความดบั ไมเ หลอื ในกรณที เ่ี กย่ี วกบั รปู . ขอ ทวี่ า ดบั ไมเ หลอื แหง อะไร นนั้ ถา ตอบสนั้ ๆ ตรงๆ กต็ อบวา ดบั ไมเ หลอื แหง สงิ่ ที่

2 - 175 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ เปน ทกุ ข หรอื แหง สง่ิ ทมี่ กี ารเกดิ อนั เปน ทต่ี ง้ั ของความทกุ ข แตถ า จะจำแนกใหล ะเอยี ดออก ไป กอ็ าจจะจำแนกไดเ ปน ประเภทใหญๆ ๓ ประเภท และมรี ายละเอยี ด เทา ทยี่ กมาเปน ตวั อยา ง แตล ะประเภทคอื ขนั ธ ๕ อายตนะภายใน ๖ และอาการแหง ปฏจิ จสมปุ บาท ๑๒ ดงั ทกี่ ลา ว แลว ในอานาปานสตขิ น้ั ตน แตน ้ี ในฐานะทเี่ ปน วตั ถแุ หง ความไมเ ทย่ี ง และความจางคลายนนั่ เอง. ความมอี ยแู หง เบญจขนั ธ คอื ความมอี ยแู หง อารมณอ นั เปน ทต่ี งั้ การสมั ผสั และเปน ความมอี ยขู องสงิ่ เปน ทต่ี ง้ั แหง ความยดึ ถอื โดยความเปน กามและโดยความเปน ภพ ดงั ทก่ี ลา ว แลว ; ดงั นนั้ ยอ มหมายความวา เปน ความมอี ยขู องสง่ิ อนั เปน ทตี่ งั้ แหง ความทกุ ข. เมอื่ สงิ่ เหลา นไ้ี มม ี หรอื เรยี กวา สงิ่ เหลา นด้ี บั ไปกต็ าม ยอ มหมายความวา ไมม สี งิ่ อนั เปน ทต่ี งั้ แหง ความ ทกุ ข. หรอื วา เปน ความดบั ไมเ หลอื แหง สง่ิ อนั เปน ทตี่ งั้ ของความทกุ ข. ถา อายตนะภายใน มอี ยู กห็ มายความวา สง่ิ ซงึ่ ทำหนา ทเี่ สวยอารมณ หรอื สง่ิ ทจี่ ะทำหนา ทส่ี มั ผสั กบั สง่ิ อนั เปน ท่ี ตงั้ แหง ความทกุ ขม อี ย;ู ถา สง่ิ เหลา นไ้ี มม ี กไ็ มม กี ารสมั ผสั กบั สง่ิ อนั เปน สง่ิ ทต่ี งั้ แหง ความทกุ ข. ความดบั ไมเ หลอื แหง สง่ิ เหลา นี้ กค็ อื การไมม กี ารสมั ผสั ชนดิ ทจี่ ะกอ ใหเ กดิ ความทกุ ขน นั่ เอง. ความมอี ยแู หง อาการปฏจิ จสมปุ บาททกุ ขน้ั ตอน เปน ความมอี ยแู หง การปรงุ ของสงั ขาร ธรรมตา งๆ ทกุ ๆ ขน้ั ทอี่ งิ อาศยั กนั แลว ปรงุ สงิ่ ใหมใ หเ กดิ ขนึ้ แลว ไปองิ อาศยั สงิ่ อนื่ ปรงุ สง่ิ ใหมใ หเ กดิ ขน้ึ เปน ลำดบั ไป จนกระทงั่ ถงึ เกดิ อาการทเี่ ปน ตวั ความทกุ ขโ ดยตรงในทสี่ ดุ และ ผลทเ่ี ปน ทกุ ขน นั้ กย็ งั สามารถหลอ เลยี้ ง หรอื ปรงุ ตน เหตเุ ดมิ ของมนั กลา วคอื อวชิ ชา ใหย งั คงมอี ยู และใหเ ปลยี่ นรปู ไปในลกั ษณะตา งๆ. ถา หากอาการเหลา นไ้ี มม ี คอื ไมเ กดิ ขนึ้ หรอื ไมเ ปน ไป ความทกุ ขก ก็ อ รปู ขน้ึ ในลกั ษณะตา งๆ ไมไ ด; ฉะนน้ั ความดบั ไปหรอื ความไมม อี ยู ของการปรงุ แตง เหลา นี้ จงึ มคี า เทา กบั ความดบั ทกุ ข หรอื ความไมม อี ยแู หง ทกุ ข หรอื ความท่ี ทกุ ขไ มส ามารถกอ รปู ขน้ึ มาได. สว นขอ ทวี่ า จะทำการดบั ไดโ ดยวธิ ใี ด นน้ั มอี ธบิ ายวา ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพจิ ารณาให เหน็ โทษของความมอี ยแู หง สงิ่ เหลา นก้ี อ นโดยประจกั ษ แลว จติ กจ็ ะนอ มไปพอใจในคณุ ของ ความทไี่ มม สี งิ่ เหลา น้ี แลว เพง อยทู ี่ “คณุ ” ของความไมม สี งิ่ เหลา นอี้ ยทู กุ ลมหายใจ เขา -ออก จนกระทง่ั จติ นอ มไปสคู วามดบั ไมเ หลอื ของสงิ่ เหลา นไ้ี ดโ ดยสน้ิ เชงิ อยา งทเ่ี รยี กวา ปลงความ เชอื่ ลงไปไดจ นหมดสน้ิ ในความเปน อยา งนี้ และทำไปดว ยจติ ทเี่ ปน สมาธเิ พยี งพอ.

2 - 176 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ คำวา เหน็ โทษของสงิ่ เหลา น้ี หมายถงึ เหน็ ดว ยลกั ษณะ หรอื อาการ ๕ อยา งคอื สงิ่ เหลา นมี้ คี วามไมเ ทยี่ งหนง่ึ , มคี วามเปน ทกุ ขห นงึ่ , มคี วามเปน อนตั ตาหนงึ่ , มคี วามเผา ผลาญ (อยใู นตวั เอง) หนง่ึ , มคี วามแปรรปู อยเู สมอหนง่ึ . สำหรบั โทษ คอื ความไมเ ทยี่ ง เปน ทกุ ข เปน อนตั ตานนั้ มกี ารวนิ จิ ฉยั แลว โดยละเอยี ดในอานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๑๓ ไมจ ำตอ งวนิ จิ ฉยั อกี ในทนี่ ้ี. สว นคำวา มกี ารเผาผลาญอยเู ปน ประจำนน้ั หมายถงึ ความทส่ี ง่ิ เหลา นี้ มกี าร เผาผลาญตวั เองใหร อ ยหรอไป เหมอื นไฟทกี่ นิ ฟน และใหค วามรอ นแกผ เู ขา ไปใกล และทำความ เผาผลาญใหแ กผ ทู ส่ี มคั รเขา ไปเปน ฟน โดยไมม สี ว นเหลอื ; นค่ี อื โทษของการเขา ไปใกลส ง่ิ น้ี หรอื การยดึ มน่ั ถอื มน่ั อยกู บั สง่ิ น.ี้ สว น อาการทเ่ี รยี กวา แปรรปู อยเู สมอนน้ั หมายความวา ความไมเ ทยี่ งนน้ั แปร รปู อยเู สมอ จากความไมเ ทย่ี งอยา งนไี้ ปสคู วามไมเ ทย่ี งอยา งอน่ื เรอ่ื ยไปไมม หี ยดุ ฉะนนั้ สงิ่ ทมี่ กี ารแปรไปในรปู ทเ่ี ผอญิ ไปตรงกนั เขา กบั ความตอ งการของบคุ คลนนั้ ๆ เขาจงึ เหน็ เปน ความดงี าม ความสขุ หรอื แมแ ตเ ปน ความยตุ ธิ รรมเปน ตน ; แลว กย็ ดึ ถอื เอาความไมเ ทย่ี งนน้ั วา เปน สงิ่ ทน่ี า ยดึ ถอื จนกระทง่ั มนั เปลยี่ นไปเปน อยา งอนื่ ถงึ กบั เขาตอ งนง่ั ลงรอ งไหอ กี ครง้ั หนงึ่ . ความสขุ หรอื ความทกุ ข การหวั เราะหรอื รอ งไห การฟขู นึ้ หรอื การแฟบลง และอนื่ ๆ ซงึ่ เปน คกู นั ทำนองนี้ จงึ มอี ยเู ปน เครอ่ื งหลอกลวงสตั วท ง้ั หลายไมม ที ส่ี น้ิ สดุ . ในรอบหนง่ึ ๆ หรอื คหู นง่ึ ๆ ยอ มมอี ายขุ ยั อนั จำกดั ของมนั เอง มนั เปลยี่ นแปลงไปในวงจำกดั ของมนั เอง จนสนิ้ อายขุ ยั วงหนงึ่ หรอื รอบหนง่ึ ของมนั แลว กแ็ ปรไปสวู งอน่ื หรอื รอบอนื่ ในลกั ษณะอนื่ ตอ ไปอกี อยา งไมม ที สี่ น้ิ สดุ . นเ้ี รยี กวา ความไมเ ทย่ี งของความไมเ ทย่ี ง หรอื ความไมเ ทยี่ งซอ นความไม เทย่ี ง ซง่ึ มอี ยเู ปน รปู หรอื เปน รอบๆ เปน วงๆ แปรผนั ไปไมม ที สี่ น้ิ สดุ ซง่ึ เรยี กวา วปิ รณิ ามธรรม ในทนี่ ้.ี ความไมเ ทย่ี งกด็ ี ความเปน ทกุ ขก ด็ ี ความเปน อนตั ตากด็ ี สนั ตาปธรรม คอื ความเผา ผลาญกด็ ี และวปิ รณิ ามธรรม คอื ความแปรรปู อยเู สมอกด็ ี เรยี กวา โทษของสงั ขารธรรม และ มอี ยเู ตม็ อดั ไปหมดในสงั ขารธรรมทงั้ หลาย. ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งเพง ทส่ี งั ขารธรรมนนั้ ๆ จนกระทง่ั เหน็ โทษ เหลา น้ี โดยประจกั ษช ดั ถงึ ขนาดทเี่ รยี กวา อาทนี วานปุ ส สนาญาณจรงิ ๆ แลว เทา นน้ั จงึ จะเกดิ ความจางคลายจาก ความกำหนดั ในสง่ิ เหลา นน้ั แลว นอ มมาพอใจตอ ความดบั สนทิ หรอื ความไมม อี ยขู องสงิ่ เหลา

2 - 177 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ นน้ั ไดจ รงิ ๆ เมอ่ื พอใจในความดบั แลว การทำความดบั หรอื ทำสง่ิ เหลา นนั้ ใหม คี า เทา กบั ไมม ี ก็เปนส่ิงท่ีทำไดโดยงาย. การทำความดบั นน้ั จะตอ งทราบเสยี กอ นวา สงิ่ นนั้ ๆ จะดบั ไปดว ยอำนาจอะไร ซงึ่ โดย หลกั ใหญแ ลว สง่ิ นน้ั ๆ ยอ มดบั ไปดว ยอำนาจการดบั ของเหตปุ จ จยั ซง่ึ ปรงุ แตง สงิ่ เหลา นนั้ และดว ยอำนาจการเกดิ ขนึ้ ของสงิ่ ตรงกนั ขา ม. สง่ิ ทเี่ รยี กวา เหตปุ จ จยั นนั้ แยกออก ไดเ ปน ๖ อยา งคอื :- ๑. เรยี กวา นทิ าน มคี วามหมายวา เปน แดนมอบใหซ ง่ึ ผล คอื เปน ทใี่ หเ กดิ ผลเปน สง่ิ นน้ั ๆ ขน้ึ มา เหมอื นกบั ตน ไมเ ปน ทเ่ี กดิ แหง ผลไม; ถา ตน ไมไ มม ผี ลไมจ ะมไี ดอ ยา งไร. ฉะน้ัน การดบั ของตน ไม จงึ เปน การดบั ผลไมพ รอ มกนั ไปในตวั . นอี้ กี อยา งหนง่ึ ซงึ่ แสดงวา ถา จะดบั สงิ่ ใด จะตอ งสบื หาแดนอนั เปน ทม่ี าของสง่ิ นน้ั เพอื่ ทำการดบั ทต่ี น ตอของสงิ่ นนั้ . ๒. เรยี กวา สมทุ ยั แปลวา แดนเปน ทตี่ งั้ ขน้ึ พรอ ม. ขอ นห้ี มายถงึ สงิ่ ซงึ่ เปน ทตี่ ง้ั อาศยั ของสง่ิ อนื่ เพอ่ื ความมีอยไู ด หรอื ตงั้ อยไู ด ของสง่ิ นนั้ เชน แผน ดนิ เปน ทตี่ ง้ั ทอ่ี าศยั ของตน ไม ซงึ่ ใครๆ ยอ มเหน็ ไดท กุ คน วา ตน ไมท กุ ตน หรอื บรรดาสงิ่ อนื่ ทกุ สง่ิ ทอ่ี าศยั แผน ดนิ ลว นแตง อก ขนึ้ หรอื ตง้ั ขน้ึ บนแผน ดนิ ทงั้ นน้ั ถา แผน ดนิ สลายลงหรอื ดบั ลงไป ตน ไมจ ะตง้ั อยไู ดอ ยา งไร ยอ มจะตอ งสลายหรอื ดบั ไป ตามอาการซง่ึ เปน ทตี่ งั้ ทอี่ าศยั อยา งนเ้ี รยี กวา เปน สมทุ ยั ; ตา ง กบั อาการในขอ หนงึ่ ซง่ึ เปน แดนมอบใหซ งึ่ ผล ซงึ่ ผศู กึ ษาจะตอ งสงั เกตใหเ หน็ ความแตกตา ง กันใหชัดแจง. ๓. เรยี กวา ชาติ แปลวา ความเกดิ หรอื การเกดิ ถา เปน ตน ไมย อ มหมายถงึ การงอก ถา มแี ผน ดนิ มเี มลด็ พชื หรอื มเี หตปุ จ จยั อน่ื กต็ าม แตถ า ไมม กี ารงอกหรอื การงอกงามแลว ตน ไมก ม็ ขี น้ึ ไมไ ด ฉะนน้ั การเกดิ หรอื การงอก จงึ เปน ตวั การสำคญั อนั หนงึ่ ดว ยเหมอื นกนั ในการทจี่ ะทำใหอ ะไรๆ เกดิ มขี นึ้ มา. เราอาจจะทำลายตน ไมต น หนง่ึ ได โดยไมต อ งทำลาย แผน ดนิ ทำลายอาหารของมนั หรอื ทำลายสงิ่ อนื่ ๆ แตท ำลายทค่ี วามงอกของมนั เชน ทำลาย ชวี ติ ในเมลด็ พชื นนั้ ๆ เสยี หรอื ตวั หนทางทมี่ นั จะงอกงามไดโ ดยทางใดทางหนง่ึ เสยี ดงั นเ้ี รยี ก วา ทำลายทช่ี าตขิ องมนั .

2 - 178 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ๔. เรยี กวา อาหาร หมายถงึ สง่ิ ทนี่ ำมาซง่ึ ความเจรญิ เตบิ โต หรอื นำมาซงึ่ ผลอยา งใด อยา งหนง่ึ ซงึ่ หมายถงึ ความเจรญิ งอกงามอกี นนั่ เอง. ตวั อยา งเชน ตน ไมจ ะตอ งอาศยั อาหาร โดยเฉพาะแรธ าตตุ า งๆ ซงึ่ มอี ยใู นดนิ ทใ่ี ชเ ปน อาหารได มนั จงึ จะอยไู ด ไมใ ชว า เพยี งแตม ี แผน ดนิ เปน ทตี่ งั้ อาศยั ใหง อกแลว มนั จะเจรญิ งอกงามไปได ถา สมมตวิ า ในดนิ นนั้ ไมม อี าหาร เลย ตน ไมน น้ั กจ็ ะตอ งตายอยดู ี. นเ้ี ราจะเหน็ ได วา สง่ิ ทเี่ รยี กวา อาหารกเ็ ปน ตวั การทสี่ ำคญั อนั หนงึ่ ของความมอี ยขู องสงิ่ ทง้ั ปวง. ๕. เรยี กวา เหตุ อนั นหี้ มายถงึ ตน เหตโุ ดยตรงของสง่ิ นนั้ ยกตวั อยา งเกยี่ วกบั ตน ไม อกี ตามเคย. สง่ิ ทเี่ รยี กวา เหตนุ นั้ ไดแ กเ จตนาของคนใดคนหนง่ึ กต็ าม ทต่ี ง้ั ใจจะปลกู ตน ไม นนั้ ดว ยการเอาเมลด็ มาฝง ดนิ เปน ตน หรอื ทส่ี ตั วน ำไปกนิ แลว ถา ยโดยไมม เี จตนาปลกู กต็ าม หรอื แมท ลี่ มหรอื น้ำพดั พาไป หรอื ทำใหห ลน ลงมาจากตน กต็ าม เหลา นเี้ รยี กวา เปน เหตโุ ดย ตรงของความเกดิ ขนึ้ แหง ตน ไมน น้ั . ถา เหตเุ หลา นไ้ี มม ี แมส งิ่ อนื่ ๆ จะมี ตน ไมน นั้ กไ็ มม ี โอกาสจะงอกข้ึนมา. ๖. เรยี กวา ปจ จยั หมายถงึ สง่ิ ทช่ี ว ยเหลอื ในฐานะเปน เครอ่ื งอปุ กรณท ต่ี รงตามความ ตอ งการของสง่ิ นนั้ ๆ. ในตวั อยา งทเี่ กย่ี วกบั ตน ไมด งั ไดก ลา วมาแลว ขา งตน นนั้ ยอ มหมายถงึ การไดร บั การพรวนดนิ ดี ไดร บั แสงแดด ไดร บั การคมุ ครองใหค ลาดแคลว จากอนั ตรายทจ่ี ะมี เชน สตั วท ม่ี ากดั กนิ หรอื เจาะไชเปน ตน ไดเ ปน อยา งดแี ลว กเ็ รยี กวา ไดป จ จยั ดี มคี วามเจรญิ งอกงามไดเ ปน ลำดบั ๆ ไป. ถา ไมไ ดร บั ปจ จยั ในทำนองนเ้ี พยี งพอ มนั กจ็ ะไมง อกหรอื งอก ขนึ้ มาอยา งแกนๆ แลว กเ็ ปน อนั ตรายไปโดยไมม กี ารเจรญิ เตบิ โตตอ ไปได. ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ ง ศกึ ษา ใหท ราบความแตกตา งระหวา งความหมายของคำทงั้ หมดนใ้ี หเ ปน อยา งดี คอื คำวา นทิ าน สมทุ ยั ชาติ อาหาร เหตุ และปจ จยั โดยนยั ทก่ี ลา วมาแลว ขา งตน ดว ยการทำตน ไมใ ห เปนอปุ มา วาจะตองประกอบดวยสิง่ ท้ัง ๖ เหลานอี้ ยา งไร มันจึงจะเกดิ ขึ้น หรอื ตง้ั อยไู ด แลว นำไปเปรยี บเทยี บกนั ดกู บั คนเรา หรอื กลมุ แหง ขนั ธท งั้ ๕ อนั เปน ทตี่ งั้ แหง อายตนะ ทง้ั ๖ และอาการ ๑๒ แหง ปฏจิ จสมปุ บาท จนกระทง่ั รวู า จะดบั นทิ าน ดบั สมทุ ยั ดบั ชาติ ดบั อาหาร ดบั เหตุ และดบั ปจ จยั ของมนั ไดอ ยา งไร. ทง้ั หมดน้ี ทำใหม นั ดบั ไปดว ยการตดั ตน เหตตุ า งๆ ของมนั .

2 - 179 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ สว นที่ ดบั ไปดว ยอำนาจของการเกดิ ขน้ึ ของสง่ิ ทตี่ รงกนั ขา มจากมนั นนั้ เลง็ ถงึ สงิ่ ๒ อยา ง คอื :- ๑. การเกดิ ขนึ้ ของสง่ิ ทเ่ี รยี กวา ญาณ ไดแ กค วามรซู ง่ึ เปน ของตรงกนั ขา มตอ อวชิ ชา. เมอ่ื ญาณเกดิ ขน้ึ อวชิ ชากด็ บั ไปในตวั เอง. นามรปู กลา วคอื สงั ขารทง้ั ปวง ทมี่ มี ลู มาจากอวชิ ชา กย็ อ มดบั ไปกต็ าม; นก้ี เ็ รยี กวา ดบั ไปเพราะการเกดิ ขน้ึ ของญาณ. เชน คนดบั ไปเพราะความ รเู กดิ ขน้ึ วา คนไมม ี มแี ตข นั ธธ าตอุ ายตนะเปน ตน . สำหรบั ในกรณที มี่ อี ปุ มาดว ยตน ไม ขา งตน นน้ั กอ็ าจจะกลา วไดว า ผทู จี่ ะทำลายตน ไมไ ด กต็ อ งมคี วามรทู ถี่ กู ตอ ง ในการทจ่ี ะทำลาย มนั ซง่ึ เปน เหตใุ หก ลา วไดว า ทำลายมนั ลงไดด ว ยความรู ซง่ึ จะเปน ความรใู นการตดั นทิ าน หรอื ดบั สมทุ ยั หรอื อะไรๆ กต็ าม ทเ่ี กย่ี วกบั ตน ไมน นั้ . หรอื ถา จะกลา วโดยโวหารธรรมะ กย็ งั กลา วไดว า ตน ไมไ มม ี หรอื ดบั ไป เพราะญาณหรอื ความรทู ถ่ี กู ตอ งวา คำวา ตน ไมน นั้ เปน เพยี ง คำเรยี กสมมติ ตน ไมจ รงิ ๆ ไมม ี มแี ตธ าตตุ า งๆ ทป่ี ระชมุ กนั อยกู ลมุ หนงึ่ ดว ยกฎเกณฑต า งๆ ดงั ทก่ี ลา วแลว ขา งตน เทา นนั้ เอง ดงั นี้ ความรสู กึ วา ตน ไมก ด็ บั ไป. แมโ ดยปรยิ ายนี้ กเ็ ปน อนั กลา วไดว า ดบั ไป เพราะอำนาจแหง ความเกดิ ขน้ึ ของญาณหรอื วชิ ชา ซงึ่ เปน ของตรงกนั ขา ม จากอวชิ ชาอกี นนั่ เอง. ๒. ไดแ กก ารปรากฏขนึ้ ของอาการแหง ความดบั สนทิ หรอื ของธรรมอนั เปน ทดี่ บั ของ สง่ิ นนั้ ๆ. สงิ่ นตี้ รงกนั ขา มกบั ความเกดิ เพราะสงิ่ นต้ี รงกนั ขา มกบั นทิ าน สมทุ ยั ชาติ อาหาร เหตุ ปจ จยั . เมอ่ื สง่ิ นม้ี เี ขา มา สง่ิ ทตี่ รงกนั ขา มกต็ อ งดบั . กลา วโดยตรง สง่ิ นไี้ ดแ กผ ลของ ขอ ปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ งถงึ ทสี่ ดุ จนเปน อรยิ มรรคดบั กเิ ลสและสงั โยชนไ ด; โดยใจความคอื ดบั อวชิ ชาไดอ กี นน่ั เอง; เปน แตเ ลง็ ถงึ ตวั ธรรมทม่ี อี ำนาจในการทำความดบั หรอื การตดั หรอื การลา ง หรอื การเพกิ ถอน หรอื การแผดเผา กต็ าม ซงึ่ แลว แตจ ะสมมตเิ รยี ก แตม นั เปน ภาวะ ของธรรมทที่ ำการดบั อวชิ ชาหรอื กเิ ลสตณั หานน้ั ๆ. ถา ธรรมนป้ี รากฏออกมาใหเ หน็ แลว ยอ ม หมายความวา มกี ารดบั ไปแลว แหง สง่ิ ตรงกนั ขา มกอ นหนา นน้ั เพราะวา มสี ง่ิ ซง่ึ ตรงกนั ขา ม กับส่ิงนั้น เหลือปรากฏอยู. สำหรับในกรณีท่ีถือเอาตนไมเปนอุปมาน้ัน ก็กลาวไดอีกวา บดั นต้ี รงทท่ี ตี่ น ไมเ คยอยนู นั้ เหลอื อยแู ตข เ้ี ถา ปรากฏอยู ดงั นเี้ ปน ตน ซงึ่ ยอ มเปน การแสดง วาไดมีการเผาผลาญเกิดขึ้นแลว จะโดยนำ้ มือของมนุษยหรืออำนาจของธรรมชาติ เชน

2 - 180 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ฟา ผา เปน ตน กต็ าม สง่ิ ทต่ี รงกนั ขา มคอื สง่ิ ทเ่ี ปน ทดี่ บั ของตน ไมน นั้ ไดป รากฏแลว ความดบั ของ ตน ไมน นั้ จงึ มี นเี้ รยี กวา ดบั ไปเพราะการปรากฏของธรรมเปน แดนทดี่ บั สนทิ ของสงิ่ นนั้ . การบงั เกดิ ขนึ้ ของญาณกด็ ี หรอื การปรากฏขน้ึ ของธรรมเปน ทดี่ บั สนทิ กด็ ี นรี้ วมเรยี ก วา สง่ิ นนั้ ๆ ดบั ไป เพราะการมมี าของสง่ิ ทต่ี รงกนั ขา ม ซงึ่ เราจำแนกได เปน ๒ อยา ง และเมอ่ื นำเอาการตดั ตน ตอหรอื ตดั สง่ิ แวดลอ มตา งๆ รวม ๖ อยา ง ดงั ทกี่ ลา วมาแลว ขา งตน มารวม กนั เขา กเ็ ปน ๘ อยา ง ซง่ึ ทำใหก ลา วไดว า สงั ขารธรรมนนั้ ๆ ดบั ไปดว ยอาการ ๘ อยา งเหลา น.้ี ผปู ฏบิ ตั อิ านาปานสตขิ นั้ นี้ จะไดน ามวา นโิ รธานปุ ส สี คอื ผตู ามเหน็ อยซู งึ่ ความดบั อยู เปน ประจำ กโ็ ดยการกระทำตนเปน ผกู ำหนดสงั ขารธรรมเหลา นนั้ อยโู ดยประจกั ษช ดั ดว ย การเพง เหน็ โทษ ๕ ประการแหง สงั ขารธรรมดงั ทกี่ ลา วแลว ขา งตน อยอู ยา งรนุ แรง จนถงึ ขนาด เกิดความพอใจในความไมมีอยูของสังขารธรรมเหลานี้ กลาวคือดับสังขารเหลาน้ีเสียแลว โทษเหลา นน้ั กจ็ ะไดด บั ไปตาม. เธอเพง พจิ ารณาอยซู ง่ึ ความดบั ของสงั ขารธรรมเหลา นโ้ี ดย เห็นวามันดับไปดวยอาการ ๘ อยาง ดังท่ีกลาวแลวอยูทุกลมหายใจเขา-ออก ก็จะไดชื่อวา นโิ รธานปุ ส สี ซง่ึ มใี จความสำคญั อยวู า แมจ ะเพง ดคู วามดบั อยเู ปน สว นใหญก ต็ าม แตล กั ษณะ แหง อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา กย็ งั คงปรากฏอยเู ปน พน้ื ฐานแหง การนอ มจติ ไปสคู วามดบั อยนู นั่ เอง. เกี่ยวกับสิ่งที่จะหยิบเอามาเปนอารมณ สำหรับการตามเห็นซ่ึงความดับน้ัน จะ ถอื เอาตามแบบฉบบั ดงั ทก่ี ลา วไวว า ไดแ กข นั ธ ๕ อายตนะภายใน ๖ และอาการแหง ปฏจิ จ- สมปุ บาท ๑๒ ดงั นกี้ ไ็ ด แตเ ปน ภมู ขิ องนกั ปฏบิ ตั ทิ ผ่ี า นการศกึ ษาทางปรยิ ตั มิ าแลว อยา งเพยี ง พอเทานั้น; สวนผูที่ยึดม่ันในแนวของอานาปานสติ ยอมยึดเอาสิ่งตางๆ ท่ีปรากฏอยูใน การทำอานาปานสติ เชนตัวลมหายใจน่ันเอง หรือตัวเวทนา อันไดแกปติและสุข ซึ่งเปน องคฌานก็ตาม หรือแมแตจิตซึ่งกำลังผันแปรอยูในลักษณะตางๆ ในขณะนั้นก็ตาม มาเปน อารมณส ำหรบั เพง ใหเ หน็ ความดบั โดยนยั ดงั ทลี่ า วแลว อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก กย็ อ มไดช อ่ื วา นโิ รธานปุ ส สี อยา งเตม็ ทเ่ี ชน เดยี วกนั . เมอ่ื ทำอยดู งั นี้ สกิ ขาทงั้ ๓ มสี ลี สกิ ขาเปน ตน ยอ มสมบรู ณแ กเ ธอ การกระทำนนั้ ๆ ชอื่ วา ธรรมานปุ ส สนาสตปิ ฏ ฐานภาวนา เปน ภาวนาที่ สามารถสโมธานซงึ่ ธรรมทงั้ หลาย ๒๙ ประการ ในอตั ราทส่ี งู ยง่ิ ขนึ้ ไปอกี ดงั นี.้

2 - 181 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ วนิ จิ ฉยั ในอานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๑๕ สนิ้ สดุ ลงเพยี งเทา นี้ ตอ แตน จี้ ะไดว นิ จิ ฉยั ในอานาปาน- สตขิ นั้ ที่ ๑๖ สบื ไป. ตอน ๑๖ อานาปานสติ ขน้ั ท่ี ๑๖ (การตามเหน็ ความสลดั คนื อยเู ปน ประจำ) อานาปานสตขิ นั้ ท่ี ๑๖ หรอื ขอ ท่ี ๔ แหง จตกุ กะที่ ๔ มหี วั ขอ วา “ภกิ ษนุ นั้ ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผตู ามเหน็ ซง่ึ ความสลดั คนื อยเู ปน ประจำจกั หายใจเขา ’; ยอ มทำในบทศกึ ษาวา ‘เราเปน ผตู าม เห็นซ่ึงความสลัดคืนอยูเปนประจำ จักหายใจออก’.” (ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต;ิ ปฏนิ สิ สฺ คคฺ านปุ สสฺ ี ปสสฺ สสิ สฺ ามตี ิ สกิ ขฺ ต.ิ ) คำวา สลดั คนื หรอื ปฏนิ สิ สคั คะ นน้ั มลี กั ษณะ ๒ อยา ง คอื การสลดั คนื ซง่ึ สง่ิ นน้ั ออกไปโดยตรง อยา งหนง่ึ ; หรอื มี จติ นอ มไปในนพิ พานอนั เปน ทดี่ บั สนทิ แหง สงิ่ ทงั้ หลาย เหลา นน้ั อกี อยา งหนง่ึ . อยา งแรกมคี วามหมายเปน การสลดั สงิ่ เหลา นน้ั ออกไปในทำนอง วา ผสู ลดั ยงั คงอยใู นทเี่ ดมิ ; อยา งหลงั มคี วามหมายไปในทำนองวา สงิ่ เหลา นนั้ อยใู นทเ่ี ดมิ สว น ผสู ลดั ผลหนไี ปสทู อ่ี น่ื . ถา กลา วอยา งบคุ คลาธษิ ฐานกเ็ หมอื นอยา งวา เปน คนละอยา ง แต ยอ มมผี ลในทางธรรมาธษิ ฐานเปน อยา งเดยี วกนั เปรยี บเหมอื นบคุ คลทส่ี ลดั สง่ิ อนั เปน ทร่ี กั ทพ่ี อใจ เขาจะกระทำโดยเอาสงิ่ เหลา นน้ั ไปทง้ิ เสยี หรอื จะกระทำโดยวธิ หี นไี ปใหพ น จากสงิ่ เหลา นนั้ กต็ าม ผลยอ มมอี ยเู ปน อยา งเดยี วกนั คอื ความปราศจากสงิ่ เหลา นนั้ . การทท่ี า นกลา ว ไวเ ปน ๒ อยา งดงั นี้ เพอ่ื การสะดวกในการทจ่ี ะเขา ใจสำหรบั บคุ คลบางประเภททม่ี สี ตปิ ญ ญา ตา งกนั มคี วามหมายในการใชค ำพดู จาตา งกนั เทา นน้ั ; แตถ า ตอ งการความหมายทแ่ี ตกตา ง กนั จรงิ ๆ แลว กพ็ อทจ่ี ะแบง ออกไดเ ปน ๒ อยา ง ดงั น้ี คอื :- (๑) สง่ิ ใดยดึ ถอื ไว โดยความเปน ของ ของตน (อตตฺ นยี า) การสลดั คนื สง่ิ นนั้ กระทำ ไดด ว ยการสละสงิ่ นนั้ เสยี กลา วคอื การพจิ ารณาจนเหน็ วา ไมค วรจะถอื วา เปน ของของตน. (๒) สงิ่ ใดทถ่ี กู ยดึ ถอื ไวโ ดยความเปน ตน (อตตฺ า) การสละสงิ่ นนั้ ๆ นน้ั กระทำได ดว ยการนอ มไปสนู พิ พาน กลา วคอื ความดบั สนทิ แหง สง่ิ นน้ั ๆ เสยี .

2 - 182 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ อยา งไรกด็ ี เมอื่ พจิ ารณาโดยละเอยี ดแลว จะเหน็ ไดว า สง่ิ ทยี่ ดึ ถอื ไวโ ดยความเปน ของ ตนนนั้ สลดั ไดง า ยกวา สงิ่ ทยี่ ดึ ถอื ไวโ ดยความเปน ตวั ตน ทงั้ นเ้ี พราะวา สงิ่ ทย่ี ดึ ถอื ไวโ ดยความ เปนของตน น้ันเปนเพียงส่ิงเกาะอยูกับตน หรือเปนบริวารของตน จึงอยูในฐานะท่ีจะทำ การสลดั คนื ไดก อ น. ขอ นเ้ี ปรยี บเทยี บไดง า ยๆ กบั ความรสู กึ วา ตวั กแู ละของกู : สงิ่ ทเี่ ปน “ของกู” อาจจะปลดทิ้งไปไดโดยงายกวาสิ่งที่เปน “ตัวกู” ซ่ึงไมรูจะปลดอยางไร จะทิ้ง อยา งไร ขนื ทำไปกเ็ ทา กบั เปน การเชอื ดคอตวั เองตาย ซง่ึ ยงั ไมส มคั รจะทำ. แตส ำหรบั สงิ่ ที่ เปน “ของก”ู นน้ั อยใู นวสิ ยั ทจี่ ะสละได ดว ยความจำใจกต็ าม ดว ยความสมคั รใจเพอื่ แลก เปลย่ี นกบั สงิ่ อน่ื เปน ตน กต็ าม หรอื แมเ พราะหลดุ มอื ไปเองกย็ งั เปน สง่ิ ทอี่ าจจะมไี ด; สว นสง่ิ ทเี่ รยี กวา ตวั กนู น้ั ยงั เปน สง่ิ ทมี่ ดื มนตอ การทจี่ ะสลดั ออกไป หรอื หลดุ ออกไปเอง ทง้ั นเ้ี ปน เพราะ มนั เปน ตวั ๆ เดยี วกนั กบั ทย่ี นื โยงอยใู นฐานะทเี่ ปน ประธานของการกระทำทกุ อยา ง. ฉะนั้น การทจี่ ะสลดั คนื เสยี ซงึ่ ตวั กู จกั ตอ งมอี บุ ายทฉี่ ลาดไปกวา การสละของก.ู เมอ่ื กลา วโดย บคุ คลาธษิ ฐาน กเ็ ปน การกลา วไดว า เมอ่ื ตวั กอู ยากสลดั ตวั เองขน้ึ มาจรงิ ๆ แลว กต็ อ งวงิ่ เขา หาสง่ิ ใดสงิ่ หนงึ่ ซงึ่ สามารถทำลายตวั กใู หห มดไปโดยไมม สี ว นเหลอื และขอ นก้ี เ็ ปน การแสดง ใหเ หน็ ความหมายทแี่ ตกตา งกนั อยเู ปน ๒ ประการ กลา วคอื “ตวั ก”ู ไดส ลดั สงิ่ ซงึ่ เปน ของกแู ลว เหลอื แตต วั กู จงึ วง่ิ เขา ไปสสู ง่ิ ซงึ่ สามารถดบั ตวั กไู ดส นิ้ เชงิ อกี ตอ หนง่ึ . ความแตกตา งในตวั อยา ง น้ี ยอ มแสดงใหเ หน็ ความแตกตา ง ๒ อยา ง ดงั ทกี่ ลา วแลว ขา งตน ไดโ ดยชดั เจน คอื จติ สลดั สงิ่ ทง้ั หลายทง้ั ปวงเปน การสลดั คนื อยา งท่ี ๑ และจติ แลน ไปสนู พิ พานอนั เปน ทดี่ บั ของสง่ิ ทง้ั ปวงรวมทงั้ จติ เองดว ย นกี้ อ็ ยา งหนงึ่ เปน ๒ อยา งดว ยกนั ดงั น.้ี ถงึ กระนน้ั กต็ าม เมอื่ กลา วในทางปฏบิ ตั จิ รงิ ๆ แลว ความแตกตา งทง้ั ๒ อยา งนี้ กย็ งั คงเปน เพยี งความแตกตา งในทางนติ นิ ยั ไปตามเดมิ สว นทางพฤตนิ ยั นนั้ ยอ มมวี ธิ ปี ฏบิ ตั ิ และ ผลแหง การปฏบิ ตั อิ ยา งเดยี วกนั แท. วธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอ่ื ความสลดั เบญจขนั ธ หรอื อายตนะออกไปนน้ั มไิ ดห มายถงึ การสลดั อยา ง วตั ถุ เชน การโยนทงิ้ ออกไปเปน ตน ได แตห มายถงึ การสลดั ดว ยการถอนอปุ าทานหรอื ความ ยึดม่ันอยางใดอยางหน่ึงให ไดจริงๆ เทานั้น. การถอนอุปาทานนั้น ตองกระทำดวยการ ทำความเหน็ แจง ตอ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา จนกระทงั่ เหน็ ความวา งจากตวั ตน ไมว า จะเปน

2 - 183 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ตนฝา ยทเี่ ปน เจา ของ หรอื เปน ตนฝา ยทถี่ กู ยดึ ถอื เอาเปน ของของตน. เมอื่ วา งจากตนทง้ั ๒ ฝา ยดงั นแ้ี ลว จงึ จะถอนอปุ าทานได และมผี ลเปน ความไมย ดึ ถอื สงิ่ ซงึ่ เปน ตน เหตแุ หง ความ ทกุ ขไ วอ กี ตอ ไป. แมใ นการพจิ ารณา เพอ่ื ถอนความยดึ ถอื ในเบญจขนั ธ หรอื อายตนะสว น ใดสว นหนง่ึ ซง่ึ ถกู ยดึ ถอื วา ตน กต็ อ งทำโดยวธิ เี ดยี วกนั แท คอื พจิ ารณาเหน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา อกี นนั่ เอง หากแตเ ลย่ี งไปในทำนองวา ทงั้ หมดนเี้ มอ่ื เปน อยา งนม้ี นั เปน ทกุ ข เมอ่ื ไม อยากทกุ ขก น็ อ มจติ ไปเพอื่ ความดบั สนทิ ไมม เี หลอื ของสง่ิ เหลา นเ้ี สยี จะไดไ มม อี ะไรทกุ ขอ กี ตอ ไป เรยี กวา เปน การนอ มไปสนู พิ พานหรอื มจี ติ แลน ไปสนู พิ พาน แตท ง้ั นมี้ ไิ ดห มายความวา ตอ งรอไปจนกวา รา งกายจะแตกดบั หรอื วา จะตอ งรบี ทำลายรา งกายนเ้ี สยี ดว ยการฆา ตวั ตาย ดงั นกี้ ห็ าไม. การฆา ตวั ตายไมไ ดท ำใหอ ปุ าทานนนั้ หมดไป กลบั เปน อปุ าทานอกี อยา งหนงึ่ อยา งเตม็ ทอี่ ยทู เี ดยี ว จงึ จะฆา ตวั ตายได. สว นการรอไปจนรา งกายแตกทำลายนนั้ ไมใ ชว ธิ ี ของการปฏบิ ตั ิ และการแตกทำลายของรา งกายนนั้ มไิ ดห มายความวา เปน การหมดอปุ าทาน เพราะคนและสตั วต ามธรรมดาสามญั กม็ กี ารแตกตายทำลายขนั ธอ ยเู องแลว เปน ประจำทกุ วนั ไมเ ปน การทำลายอปุ าทานไดด ว ยอาการสกั วา รา งกายแตกทำลายลง. เพราะฉะนนั้ การ ฆา ตวั เองตายกด็ ี การรอไปจนแตกทำลายเองกด็ ี ไมเ ปน การดบั อปุ าทานทย่ี ดึ ถอื วา ตวั ตนได แตอ ยา งใดเลย จงึ ไมแ ลน ไปสนู พิ พานไดด ว ยการทำอยา งนนั้ ยงั คงทำไดแ ตโ ดยวธิ ที ย่ี งั มชี วี ติ อยนู แ่ี หละ. เมอ่ื พจิ ารณาเหน็ วา ถา มคี วามยดึ ถอื วา ตวั ตนอยเู พยี งใดแลว กจ็ ะตอ งมคี วามทกุ ข นานาชนดิ อยทู ต่ี นเพยี งนน้ั จงึ นอ มจติ ไปในทางทจ่ี ะไมใ หม ตี นเพอ่ื เปน ทตี่ งั้ ของความทกุ ขอ กี ตอ ไป นเ้ี รยี กวา มจี ติ นอ มไปเพอื่ ความดบั สนทิ ของตน ซง่ึ เรยี กไดว า นอ มไปเพอ่ื นพิ พาน แลว กต็ งั้ หนา ตงั้ ตาทำการปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ใหเ หน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ในระดบั สงู สดุ ซง่ึ ทำใหไ มร สู กึ วา มตี วั ตนเหลอื อยจู รงิ ๆ มแี ตส งั ขารธรรมลว นๆ หมนุ ไปตามเหตตุ ามปจ จยั ของมนั . สงิ่ ที่ เรยี กวา ความทกุ ข เชน ความแกค วามตาย เปน ตน กร็ วมอยใู นกลมุ นน้ั คอื เปน สงั ขารธรรม สว นหนงึ่ ในบรรดาสงั ขารธรรมทง้ั หมด ทห่ี มนุ เวยี นไปตามเหตตุ ามปจ จยั ของมนั ไมม สี ว นไหน ทม่ี คี วามยดึ ถอื วา เปน ตวั เราหรอื ของเรา แมแ ตจ ติ ทกี่ ำลงั รสู กึ นกึ คดิ ได หรอื กำลงั มองเหน็ ความ เปน ไปของสงั ขารธรรมเหลา นนั้ อยู จติ นน้ั กม็ ไิ ดย ดึ ถอื ตวั มนั เองวา เปน ตวั ตน หรอื ยดึ ถอื ตวั

2 - 184 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ มนั วา เปน จติ -ผรู ู ผเู หน็ : แตก ลบั ไปเหน็ วา ตวั จติ นนั้ กด็ ี การรกู ารเหน็ นน้ั กด็ ี เปน แตเ พยี ง สงั ขารธรรมลว นๆ อกี นนั่ เอง และเหน็ วา สงั ขารธรรมทง้ั หมดทงั้ สนิ้ นนั้ กเ็ ปน สกั วา สงั ขารธรรม คอื เปน ธรรมชาตหิ รอื ธรรมดาทเ่ี ปน อยอู ยา งนนั้ เอง หาใชเ ปน ตวั เปน ตนเปน เราเปน เขา เปน ผูยึดครองหรือถูกยึดครอง ดังน้ีเปนตนแตประการใด เม่ือจิตเขาถึงความวางจากตัวตน อยา งแทจ รงิ ดงั นแ้ี ลว กเ็ ทา กบั เปน การดบั ตวั เองโดยสน้ิ เชงิ ซง่ึ เรยี กวา นพิ พานในทน่ี ี้. เพราะฉะนั้น ปฏินิสสัคคะ คือการสลัดคืนชนิดที่ใชอุบายดวยการทำจิตใหแลนไปสู นพิ พานนนั้ กม็ วี ธิ ปี ฏบิ ตั ิ มคี วามหมายแหง การปฏบิ ตั ิ และมผี ลแหง การปฏบิ ตั เิ ปน อยา งเดยี ว กนั กบั ปฏนิ สิ สคั คะ ชนดิ ทม่ี อี บุ ายวา สลดั สง่ิ ทง้ั ปวงเสยี ; เพราะวา อบุ ายทง้ั ๒ วธิ นี ้ี ลว นแตม ี ความหมายอยา งเดยี วกนั คอื ทำความวา งจากตวั ตนหรอื ทเ่ี รยี กวา สญุ ญตานน้ั ใหป รากฏขนึ้ มาใหจนได ถาไปเพงความวางของฝายสิ่งท่ีถูกยึดถือ ก็เรียกวาสลัดส่ิงเหลานั้นออกไป แตถ า เพง ความวา งของฝา ยทเี่ ปน ผยู ดึ ถอื กลา วคอื จติ กก็ ลายเปน การทำจติ นน้ั ใหเ ขา ถงึ ความ วา ง (คอื เปน นพิ พานไปเสยี เอง) ความมงุ หมายจงึ เปน อยา งเดยี วกนั คอื เปน การใหทง้ั ๒ ฝา ยเขา ถงึ ความวา งโดยเสมอกนั ความทกุ ขก เ็ กดิ ขน้ึ ไมไ ด : และโดยพฤตนิ ยั ทงั้ ๒ อยา งนน้ั เปน อยา งเดยี วกนั คอื มแี ตเ พยี งอยา งใดอยา งหนง่ึ ถา ถงึ ทส่ี ดุ จรงิ ๆ แลว มนั กด็ บั ทกุ ขท งั้ ปวง ไดด ว ยกนั ทงั้ นน้ั . และการทใี่ หส ง่ิ ทง้ั หลายทง้ั ปวงวา งไปโดยทจ่ี ติ ยงั เหลอื อยเู ปน ตวั ตนไมต อ ง วา งนน้ั เปน สงิ่ ทมี่ ไี มไ ดห รอื ทำไมไ ด เพราะวา สงิ่ ทเี่ รยี กวา ความวา งนนั้ มนั มเี พยี งอยา งเดยี ว ตวั เดยี ว หรอื สงิ่ เดยี ว ถา ลงเขา ถงึ จรงิ ๆ แลว มนั จะทำใหว า งหมด ทงั้ ฝา ยผยู ดึ ถอื และฝา ย สงิ่ ทถี่ กู ยดึ ถอื ทงั้ หลายทงั้ ปวง ฉะนน้ั โดยพฤตนิ ยั เมอื่ ปฏบิ ตั ถิ งึ ทสี่ ดุ แลว ยอ มวา งไปทงั้ ๒ ฝา ยพรอ มกนั ในทนั ใดนนั้ เอง; ถา ผดิ จากน้ี มนั เปน เพยี งความวา งชนดิ อนื่ คอื ความวา งทไี่ ม จรงิ แท เปน ความวา งชว่ั คราว และเพยี งบางขน้ั บางตอนของการปฏบิ ตั ทิ ยี่ งั ไมถ งึ ทสี่ ดุ มี ผลเพยี งทำใหป ลอ ยวางสง่ิ นน้ั ๆ ไดช ว่ั คราว และกป็ ลอ ยไดเ ฉพาะแตฝ า ยทป่ี ลอ ยงา ย เชน ฝา ยทถ่ี กู ยดึ ถอื ไวโ ดยความเปน ของของตน หรอื ของกู บางสว น เทา นน้ั แตไ มก ระทบกระเทอื น ถงึ ตวั ตนหรอื ตวั กเู ลย. ตอ เมอ่ื ใด สญุ ญตาหรอื ความวา งอนั แทจ รงิ ปรากฏออกมา เมอ่ื นนั้ จงึ จะวา งอยา งแทจ รงิ และไมม อี ะไรรอหนา เปน ตวั ตนอยไู ด ตวั ตนฝา ยการกระทำกด็ ี ตวั ตนฝา ยทถ่ี กู กระทำกด็ ี ตวั การกระทำ นนั้ ๆ กด็ ี ตวั ผลแหง การกระทำนนั้ ๆ กด็ ี ไมว า จะถกู

2 - 185 ธรรมปฏบิ ตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ จดั ไวเ ปน ฝา ยกศุ ลหรอื ฝา ยอกศุ ล หรอื ฝา ยอพั ยากฤต คอื มใิ ชท งั้ กศุ ลและอกศุ ลกด็ ี ยอ มเขา ถงึ ความวา งไปดว ยกนั ทง้ั หมดทงั้ สน้ิ . อาการแหง การสลดั คนื กลา วคอื ปฏนิ สิ สคั คะมขี น้ึ ได ถงึ ทสี่ ดุ โดยไมต อ งมใี ครเปน ตวั ผสู ละคนื เพราะเปน ของวา งไปดว ยกนั ทงั้ หมด แมแ ตต วั การ สลดั คนื ตวั สง่ิ ทถ่ี กู สลดั คนื กย็ งั คงเปน ของวา ง กลา วคอื เปน ความดบั สนทิ แหง ความมตี วั ตนนนั่ เอง. ฉะนนั้ เมอื่ กลา วโดยปรมตั ถห รอื โดยความจรงิ อนั สูงสดุ แลว ยอ มกลา วไดว า ความวา งอยา งเดยี วเทา นน้ั เปน ตวั ความสลดั คนื อยา งแทจ รงิ และมเี พยี งอยา งเดยี ว หามี เปน ๒ อยา ง หรอื หลายอยา ง ดงั ทก่ี ลา วโดยโวหารแหง การพดู จา ดว ยการแยกเปน ฝก ฝา ย ดงั ทกี่ ลา วอยา งบคุ คลาธษิ ฐานขา งตน นนั้ ไม. เบญจขนั ธก ด็ ี อายตนะภายในทง้ั ๖ กด็ ี อาการปรงุ แตง ซง่ึ กนั และกนั ของสงิ่ เหลา นน้ั อนั เรยี กวา ปฏจิ จสมปุ บาทกด็ ี เปน สงิ่ ทอ่ี าจถกู สลดั คนื โดยสน้ิ เชงิ ได ดว ยการทำใหเ ขา ถงึ ความวา ง ดงั ทกี่ ลา วแลว นน่ั เอง. การพจิ ารณาเบญจขนั ธโ ดยความเปน ของวา ง นนั้ ยอ มเปน การสลดั คนื ซงึ่ เบญจขนั ธ อยใู นตวั มนั เอง กลา วคอื กอ นหนา นร้ี บั หรอื ยดึ ถอื เบญจขนั ธบ างสว นวา เปน ตวั ตน บาง สว นวา เปน ของตน ดว ยอำนาจของอปุ าทาน บดั นเี้ บญจขนั ธน น้ั ถกู พจิ ารณาเหน็ ตามทเี่ ปน จรงิ คอื เปน ของวา งไปหมด ไมเ ปน ทตี่ งั้ แหง อปุ าทานอกี ตอ ไป อปุ าทานจงึ ดบั ลง. เมอื่ อปุ าทาน ดบั กไ็ มม อี ะไรทจี่ ะเปน เครอ่ื งยดึ ถอื และเบญจขนั ธก เ็ ปน ของวา งไปแลว . เมือ่ ไมม กี ารยดึ ถอื หรอื การรบั ไวเ ชน นี้ กม็ ผี ลเทา กบั เปน การสลดั คนื ทงั้ ทไี่ มต อ งมตี วั ผสู ลดั คนื เพราะจติ และ อปุ าทานก็กลายเปนของวางจากตัวตนไป. การพจิ ารณาอายตนะภายใน ทง้ั ๖ โดยความเปน ของวา ง กม็ ลี กั ษณะอยา งเดยี ว กนั กบั เรอื่ งของเบญจขนั ธ เพราะอายตนะภายในทง้ั ๖ นน้ั เปน สว นหนงึ่ ของเบญจขนั ธไ ดแ ก ขันธที่ทำหนาท่ีรูอารมณที่มาสัมผัสนั่นเอง หรืออีกอยางหนึ่งก็กลาวไดวาหมายถึงกลุมแหง เบญจขนั ธ ในขณะทท่ี ำหนา ทร่ี บั อารมณท างตา หู จมกู ลน้ิ กาย และใจ นนั่ เอง การทำให สงิ่ ทงั้ ๖ นเ้ี ปน ของวา ง กค็ อื การพจิ ารณาโดยความเปน สงั ขาร หรอื ความเปน ธรรมชาตลิ ว นๆ หามคี วามเปน ตวั ตนแตอ ยา งใดไม แตม ลี กั ษณะเปน เครอื่ งกลไกตามธรรมชาตขิ องมนั เอง ใน การทจ่ี ะรบั อารมณไ ด ตามธรรมดาของรปู ธรรมและนามธรรมทก่ี ำลงั จบั กลมุ กนั อยู ซง่ึ สามารถ

2 - 186 ธรรมปฏบิ ัติ ๕ สาย : อานาปานสติ ทำอะไรได อยา งนา มหศั จรรย จนเกดิ ความสำคญั ผดิ ไปวา สงิ่ เหลา นเี้ ปน อตั ตาหรอื ตวั ตน หรอื วา มอี ตั ตาตวั ตนอยใู นสงิ่ เหลา น้ี. การพจิ ารณาสงิ่ เหลา นจี้ นกระทง่ั เหน็ โดยความเปน ของวา งนนั้ จดั เปน ปก ขนั ทนปฏนิ สิ สคั คะโดยแท โดยใจความกค็ อื แยกขนั ธส ว นทเ่ี ปน จติ ออก มาพจิ ารณาโดยความเปน ของวา งนน่ั เอง. การพิจารณาอาการแหงปฏิจจสมุปบาท โดยความเปนของวาง นั้นเปนการ พจิ ารณาใหเ หน็ วา กลไกโดยอตั โนมตั ขิ องรปู ธรรมและนามธรรมกลา วคอื การปรงุ แตง นน่ั นี่ สบื กนั ไปเปน สายไมม หี ยดุ นน้ั กเ็ ปน เพยี งกลไกตามธรรมชาตขิ องรปู ธรรมนามธรรม ทส่ี ามารถ ทำหนา ทอ่ี ยา งนนั้ เองไดโ ดยอตั โนมตั ใิ นตวั ธรรมชาตเิ องลว นๆ ไมต อ งมอี ตั ตา หรอื เจตภตู เปน ตน อะไรทไ่ี หนเขา ไปเปน ตวั การในการกระทำ หรอื ใชใ หท ำแตอ ยา งใดเลย มนั เปน เพยี งการ เคลอ่ื นไหวของธรรมชาตลิ ว นๆ ปรงุ แตง กนั เอง ในเมอื่ เขา มาเกยี่ วขอ งกนั มกี ารกระทำตอบ แกก นั และกนั ผลกั ดนั เปน เหตแุ ละผลแกก นั และกนั จงึ เกดิ อาการปรงุ แตง เรอื่ ยไปไมม หี ยดุ . เพราะฉะนน้ั รปู ธรรมและนามธรรมเหลา นนั้ ในขณะทกี่ ำลงั เปน เหตเุ ปน ปจ จยั กด็ ี หรอื ใน ขณะทก่ี ำลงั เปน ผลหรอื เปน วบิ ากกด็ ี และอาการตา งๆ ทม่ี นั ปรงุ แตง กนั เพอื่ ใหเ กดิ เปน ผลมา จากเหตุ แลว ผลนน้ั กลายเปน เหตตุ อ ไปในทำนองน้ี อยา งไมม หี ยดุ หยอ นกด็ ี ลว นแตเ ปน อาการ ตามธรรมชาตขิ องรปู ธรรมนามธรรมลว นๆ ไมม อี ตั ตาหรอื ตวั ตนอะไรทไ่ี หนทม่ี สี ว นเขา ไปเกยี่ ว ขอ งดว ยเลย ทกุ สว นจงึ วา งจากความหมายแหง ความเปน ตวั ตน และความเปน ของของตนโดย สน้ิ เชงิ . นคี้ อื อาการสลดั คนื ออกไปเสยี ไดซ ง่ึ ปฏจิ จสมปุ บาทธรรมทกุ ๆ สว น ทง้ั ทเ่ี ปน สว น เหตแุ ละสว นผล และสว นทกี่ ำลงั เปน เพยี งอาการปรงุ แตง . ฉะนน้ั จงึ เปน อนั กลา วไดว า การสลดั คนื ซง่ึ กลมุ แหง ปฏจิ จสมปุ บาทน้ี เปน ทงั้ บรจิ าค-ปฏนิ สิ สคั คะ และเปน ทง้ั ปก ขนั ทน- ปฏนิ สิ สคั คะ กลา วคอื สลดั คนื เสยี ไดท ง้ั สว นทเี่ ปน เบญจขนั ธ คอื สว นทเี่ ปน ผล และทงั้ สว นที่ ถกู สมมตวิ า เปน จติ เปน ผทู ำกริ ยิ าอาการเหลา นน้ั อนั เกดิ ขนึ้ จากความไมร จู รงิ หรอื ความหลง ผดิ โดยสน้ิ เชงิ . เมอ่ื ประมวลเขา ดว ยกนั ทง้ั ๓ อยา ง กเ็ ปน อนั กลา วไดว า เปน การสลดั คนื เสยี ซงึ่ โลก ในฐานะเปน อารมณ และสลดั คนื เสยี ซง่ึ จติ ในฐานะเปน ผเู สวยอารมณค อื โลก และสลดั เสยี ซง่ึ การเกย่ี วขอ ง หรอื การปรงุ แตง ผลกั ดนั กนั ตา งๆ บรรดาทม่ี อี ยใู นโลก ทป่ี รงุ แตง โลก หรอื

2 - 187 ธรรมปฏิบตั ิ ๕ สาย : อานาปานสติ ทเ่ี กย่ี วพนั กนั ระหวา งโลกกบั จติ ซงึ่ เปน ผรู สู กึ ตอ โลก เมอื่ สละคนื เสยี ไดท ง้ั หมด ๓ ประเภท ดงั นแ้ี ลว กเ็ ปน อนั วา ไมม อี ะไรเหลอื อยู สำหรบั เปน ทต่ี ง้ั ของความทกุ ขห รอื ความยดึ ถอื ซงึ่ เปน เหตแุ หง ความทกุ ขอ กี เลยแมแ ตน อ ย มอี ยกู แ็ ตค วามไมม ที กุ ข ความดบั เยน็ ความสงบ รำงบั ความหลดุ พน ความปลอ ยวาง ไมม กี ารแยกถอื โดยประการทง้ั ปวง หรอื อะไรอนื่ กต็ าม แลว แตจ ะเรยี ก แตร วมความวา เปน ทส่ี นิ้ สดุ หรอื เปน ทจ่ี บลงโดยเดด็ ขาดของสงั สารวฏั ฏ กลา ว คอื กระแสของความทกุ ข ซง่ึ เรานยิ มเรยี กภาวะเชน นว้ี า เปน การลถุ งึ นพิ พาน. ทง้ั หมดนเี้ ปน การแสดง ใหเ หน็ ไดว า ปฏนิ สิ สคั คะคอื การสลดั คนื นนั้ มคี วามเกย่ี วขอ งกนั อยา งไรกบั ความหมาย ของคำวา นพิ พาน. ผปู ฏบิ ตั อิ านาปานสตมิ าจนถงึ ขน้ั นแี้ ลว จะตอ งเปลย่ี นกฎเกณฑใ นการกำหนดพจิ ารณา กนั เสยี ใหม คอื ยา ยใหส งู ขน้ึ ไป ใหเ กดิ มคี วามรสู กึ ชดั แจง ในการสลดั คนื ของตน. คอื หลงั จากเหน็ ความเปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตาแลว เกดิ ความพอใจในการทค่ี ลายความยดึ ถอื หรอื ในความดบั แหง สงั ขารทงั้ ปวงแลว ทำจติ ใหว างเฉยตอ สงั ขารทง้ั หลาย ทไี่ ดพ จิ ารณาเหน็ โดย ความเปน ของวา งอยา งแทจ รงิ อยทู กุ ลมหายใจเขา -ออก. ทางทดี่ ที สี่ ดุ เขาจะตอ งยอ นไปเจรญิ อานาปานสตขิ นึ้ มาใหม ตง้ั แตข น้ั ที่ ๑ แลว คอ ย เพง พจิ ารณาทกุ สง่ิ ทกุ อยา งทป่ี รากฏ นบั ตงั้ แตล มหายใจ นมิ ติ และองคฌ านขนึ้ มาจนถงึ ธรรม ทเ่ี ปน ทต่ี ง้ั แหง ความยดึ ถอื โดยตรงเชน สขุ เวทนาในฌาน และจติ ทก่ี ำหนดสงิ่ ตา งๆ ใหเ หน็ โดยความเปน ของควรสลดั คนื หรอื ตอ งสลดั คนื อยา งทไี่ มค วรจะยดึ ถอื ไวแ ตป ระการใดเลย; แลว เพง พจิ ารณาไปในทำนองทส่ี ง่ิ เหลา นน้ั เปน อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ยง่ิ ขนึ้ ไปตามลำดบั จนจติ ประกอบอยดู ว ยความเบอ่ื หนา ย คลายกำหนดั ตอ สง่ิ เหลา นนั้ ประกอบอยดู ว ยธรรมเปน ท่ี ดบั แหง สง่ิ เหลา นน้ั คอื ความเหน็ แจม แจง วา สงิ่ เหลา นน้ั ไมไ ดม ตี วั ตนอยจู รงิ จนกระทง่ั ได ปลอ ยวาง หรอื วา งจากความยดึ ถอื ในสง่ิ เหลา นนั้ ยง่ิ ขน้ึ ไปตามลำดบั จนกวา จะถงึ ทสี่ ดุ แหง กจิ ทตี่ อ งทำ คอื ปลอ ยวางดว ยสมจุ เฉทวมิ ตุ ตจิ รงิ ๆ. แมใ นระยะตน ๆ ทย่ี งั เปน เพยี งตทงั ควมิ ตุ ติ คอื พอสกั วา มาทำอานาปานสติ จติ ปลอ ยวางเองกด็ ี และในขณะแหง วกิ ขมั ภนวมิ ตุ ติ คอื จติ ประกอบอยดู ว ยฌานเตม็ ทม่ี กี ารปลอ ยวางไปดว ยอำนาจของฌานนนั้ จนตลอด เวลาแหง ฌาน กด็ ี กล็ ว นแตเ ปน สงิ่ ทต่ี อ งพยายามกระทำดว ยความระมดั ระวงั อยา งสขุ มุ แยบคายทส่ี ดุ อยู


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook