Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore tripitaka_02

tripitaka_02

Published by sadudees, 2017-01-10 01:15:33

Description: tripitaka_02

Search

Read the Text Version

พระวนิ ยั ปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 167ในใจวา บัดนีเ้ ราจกั ทาํ ใหเปน ของ ๆ ตน ดวย ๒ ประโยค เปนถุลลจั จัย ในประโยคทหี่ นึ่งแหง ๒ ประโยคน้นั , เปน ปาราชกิ ในประโยคที่ ๒. บทวา วติ วา มคี วามวา ภิกษุมคี วามประสงคจ ะทาํ นาของผูอ ืน่ ใหเปน ของ ๆ ตน ดวยอํานาจแหง การลอ ม จงึ ปกหลกั กระทูลง ตอ งทุกกฏทกุ ๆประโยค, เมือ่ ประโยคหนงึ่ ยังไมสาํ เร็จ เปนถลุ ลจั จยั เมอ่ื ประโยคนนั้ สาํ เรจ็แลว เปนปาราชิก. ถาเธอไมอ าจทาํ ดวยประโยคมปี ระมาณเทาน้ัน แตอาจทาํ ใหเปน ของ ๆ ตนได ดว ยลอมไวดว ยกง่ิ ไมเทา นัน้ แมใ นการทอดก่ิงไมล งก็มีนัยนเ้ี หมอื นกัน. ภกิ ษุอาจเพือ่ จะลอมดว ยวตั ถุอยางใดอยา งหน่งึ ทาํ ใหเปนของ ๆ ตนได ดว ยประการอยา งน,้ี ในวัตถุนนั้ ๆ พึงทราบวา เปนทุกกฏดว ยประโยคตน ๆ, เปน ถุลลัจจยั ดว ยประโยคอนั หน่ึง แหงสองประโยคในทส่ี ุด, เปน ปาราชกิ ดวยประโยคนอกจากน.้ี บทวา ปริยาท วา มีความวา ภิกษมุ ีความประสงคจะใหผูอ ื่นเขา ใจนาของผอู นื่ วา นเี้ ปน นาของเรา จึงรุกคนั นาของตนเขาไป โดยประการท่ีแนวนา (ของตน) จะล้ํานาของผอู น่ื หรือเอาดนิ รว นและดินเหนียวเปน ตนเสรมิ ทาํ ใหกวางออกไป หรอื วาตงั้ คันนาท่ยี ังไมไ ดท ําขนึ้ ตอ งทุกกฏในประโยคตน ๆ, เปน ถุลลัจจัยดวยประโยคอนั หนึ่ง แหง สองประโยคหลัง, เปนปาราชิกดว ยประโยคนอกจากนี้ ฉะน้แี ล. จบกถาวาดว ยทรัพยท ตี่ ัง้ อยใู นนา

พระวินัยปฎก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 168 กถาวาดว ยทรพั ยท่ตี ง้ั อยูในพนื้ ท่ี พึงทราบวินิจฉัยแมใ นทรัพยท่ตี ง้ั อยใู นพน้ื ทตี่ อไป :- พระผูม ีพระ-ภาคเจา เมอ่ื จะทรงแสดงพื้นท่กี อน จึงตรัสวา วตถฺ ุ นาม อารามวตฺถุวิหารวตถฺ ุ ( ทีช่ อื่ วา พืน้ ที่ ไดแ กพ้ืนท่สี วน พนื้ ทว่ี หิ าร ) ดังนี้. บรรดาพนื้ ทสี่ วนเปนตนนั้น ภูมิภาคที่เขามิไดปลูกพชื หรือตน ไมท่คี วรปลกู ไวเลยแผวถางพื้นดินไวอยางเดียว หรอื ลอมดว ยกําแพง ๓ ชนดิ ชนดิ ใดชนิดหน่ึงเพ่อื ประโยชนแกส วนดอกไมเปนตน ช่ือวา อารามวัตถ.ุ ภมู ิภาคท่ีเขาต้ังไวเพ่ือประโยชนแกวิหารบรเิ วณ และอาวาสหนึง่ ๆ โดยนัยนั้นนน่ั เอง ชอ่ื วาวิหารวตั ถุ. ภูมภิ าคแมใดในกาลกอน เปนอารามและเปนวหิ าร, ภายหลังรา งไป ตงั้ อยูเปนเพียงภมู ิภาค ไมส ําเร็จกิจแหง อารามและวหิ าร ภมู ิภาคแมน้นั ก็สงเคราะห โดยการรวมเขาในอารามวัตถุและวหิ ารวัตถุเหมอื นกนั . สว นวินิจฉัยในทรัพยท ีต่ ั้งอยใู นพนื้ ทสี่ วนและพ้ืนที่วิหารนี้ เปน เชน กบั ท่ีกลา วแลวในนาน่ันเอง ฉะนแ้ี ล. จบกถาวาดวยทรัพยท่ีตง้ั อยใู นพ้ืนที่ คาํ ทค่ี วรจะกลา วในภัณฑะที่ตงั้ อยใู นบา น ขา พเจา ไดกลา วไวแลวทั้งนั้น.

พระวนิ ยั ปฎก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 169 กถาวา ดวยทรพั ยท ่ตี ้ังอยใู นปา วนิ จิ ฉัยในทรัพยท ี่ตงั้ อยูในปา พึงทราบดงั นี้ :- พระผูมีพระภาคเจาเมื่อจะทรงแสดงปา กอน จงึ ตรัสวา อรฺ นาม ย มนุสฺสาน ปรคิ คฺ หิคโหติ, ต อรฺ  (ที่ช่ือวาปา ไดแกป า ท่ีพวกมนษุ ยห วงหาม) ดังน้.ี ในคาํ วาอรฺ นน้ั มวี นิ จิ ฉยั ดงั นี้ :- เพราะขึ้นช่ือวา แมท พี่ วกมนษุ ยหวงหามก็มี แมทีไ่ มห วงหา มกม็ ี, ในอธกิ ารนี้ ทานประสงคเ อาปาท่ีเขาหวงหา มมีการอารักขา เปนแดนที่พวกมนุษยไ มไ ดเพือ่ จะถือเอาไมและเถาวัลยเ ปน ตนโดยเวนจากมลู คา ; เพราะฉะนน้ั พระผมู พี ระภาคเจาจงึ ตรสั วา ปา เปนท่ีพวกมนษุ ยห วงหา ม แลวตรัสอีกวา ชือ่ วาปา ดังนี้. ดวยคําวา ปา นน้ั ทานแสดงความหมายน้ดี ังนีว้ า ความเปนท่ีหวงหา มไมจัดเปนลกั ษณะของปา, แตท ่เี ปน ปาโดยลกั ษณะของตน และพวกมนษุ ยห วงหา ม ชอื่ วาปาในความหมายนี้. วินจิ ฉัยในทรพั ยท ี่ต้ังอยใู นปา น้ันกเ็ ปน เชนกับที่กลาวแลว ในทรพั ยท่ีตัง้ อยูในสวนเปน ตน. ก็บรรดาตน ไมทเ่ี กดิ ในปาน้ัน เม่ือตน ไมท ่มี ีราคามากแมเพียงตนเดียวในปา น้ี สกั วา ภิกษตุ ัดขาดแลว กเ็ ปน ปาราชิก. อนง่ึ ในบทวา ลต วา น้ีหวายกด็ ี เถาวัลยก ด็ ี กช็ อ่ื วา เถาวัลยท้งั นั้น. บรรดาหวายและเถาวัลยเหลานน้ัหวายหรือเถาวลั ยใ ด เปน ของยาวซงึ่ ยืน่ ไป หรอื เก่ียวพนั ตนไมใหญและกอไมเลือ้ ยไป เถาวัลยน้ัน ภกิ ษตุ ัดทรี่ ากแลว ก็ดี หรือตัดทปี่ ลายกด็ ี ไมยังอวหารใหเกดิ ขึน้ ได. แตเ มอื่ ใดภกิ ษตุ ดั ท้ังท่ีปลายทั้งทรี่ าก เม่อื นนั้ ยอ มยงั อวหารใหเ กดิ ได หากเถาวัลยไ มเ กยี่ วพนั (ตนไม) อย.ู สว นทเ่ี กย่ี วพัน (ตน ไม) อยู

พระวนิ ัยปฎก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 170พอภกิ ษคุ ลายออกพนจากตนไม ยอมยังอวหารใหเกิดได. หญา ก็ตาม ใบไมก็ตาม ทั้งหมดนนั้ ทา นสงเคราะหเขา ดว ยศัพทวา หญา ในบทวา ตณิ  วา น้ีภกิ ษถุ ือเอาหญาน้ัน ที่ผอู ื่นตัดไวเ พ่ือประโยชนแกเ ครอ่ื งมงุ เรือนเปน ตน หรือทีต่ นเองตัดเอา พระวนิ ัยธรพงึ ปรบั อาบัตติ ามราคาส่ิงของ และจะปรบั อาบัติแตเฉพาะถอื เอาหญา และใบไมอ ยา งเดียวเทานนั้ หามิได ถอื เอาเปลือกและสะเก็ดเปนตน แมอยา งอน่ื ชนิดใดชนดิ หนง่ึ กพ็ ึงปรบั อาบตั ิตามราคาส่งิ ของ. เม่อืภิกษถุ ือเอาวตั ถมุ ีเปลอื กไมเปนตน ซึ่งพวกเจาของยงั ความอาลัยอยู พึงปรับอาบตั ิตามราคาสงิ่ ของ แมตน ไมท ี่เขาถากทงิ้ ไวน านแลว กไ็ มค วรถอื เอา.สวนตนไมใด ซึ่งเขาตัดท่ปี ลายและรากแลว กิ่งของตน ไมนน้ั เกิดเนา ผุบางสะเกด็ ทงั้ หลายกะเทาะออกบา ง, จะถือเอาดว ยคิดวา ตนไมน ้ี พวกเจา ของทอดทิง้ แลว ดังนี้ ควรอย.ู แมต น ไมทีส่ ลักเครอ่ื งหมายไวเมอ่ื ใดเครื่องหมายถกู สะเกด็ งอกปด เมื่อนัน้ จะถือเอาก็ควร. มนษุ ยทั้งหลาย ตัดตน ไมเ พอ่ืประโยชนแ กเรือนเปนตน เมอ่ื ใด เขาสรา งเรือนเปนตนนั้นเสร็จแลว และเขา อยอู าศยั , เมอื่ น้นั แมไ มทัง้ หลาย ยอมเสยี หายไปเพราะฝนและแดดแผดเผาอยูในปา. ภิกษุพบเห็น ไมแมเชน นี้ จะถอื เอาดว ยคิดวา เขาทอดทงิ้ แลว ดงั น้ีควรอยู เพราะเหตุไร ? เพราะเหตวุ า ไมเหลา น้นั เจา ของปา ( เจาพนักงานปา ไม ) ไมม ีอสิ ระ. ไมท้งั หลายท่ีชนเหลาใดใหไ ทยธรรม ( คา ภาคหลวง )แกเ จา ของปาแลว จงึ ตดั , ชนเหลานั้นนน่ั เอง เปนอสิ ระแหงไมเหลา นั้น และชนเหลา นัน้ กท็ ิง้ ไมเ หลา น้ัน พวกเขาเปนผไู มม ีความอาลยั ในไมเ หลา น้ันแลว ;เพราะเหตุนนั้ ภิกษุจะถอื เอาไมเ ชน น้ันก็ควร. แมภิกษุรปู ใด ใหไทยธรรม(คาภาคหลวง) แกพ นกั งานผรู กั ษาปาไมก อ นทีเดียวแลวเขาปา ใหไวยาวัจกรถอื เอาไมทั้งปลายไดต ามความพอใจ, การที่ภิกษุรปู น้นั แมจ ะไมไปยงั ทีอ่ ารกั ขา(ดา นตรวจ) ของเจา พนักงานผรู ักษาปาไมเหลานน้ั ไปโดยทางตามที่ตนชอบใจกค็ วร. แมถา เธอเมือ่ เขา ไป ยังไมไ ดใ หไ ทยธรรม ทําในใจวา ขณะออกมา

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 171จกั ให ดังนี้ ใหถ ือเอาไมทงั้ หลาย แลว ขณะออกมาใหไทยธรรมท่คี วรใหแกพวกเจา พนักงานผรู ักษาปา ไมเ หลา นน้ั แลวไป สมควรแท. แมถ า เธอทําความผกู ใจไวแ ลว จึงไป เมอื่ เจา พนักงานผูรักษาปาไมท วงวา ทานจงใหตอบวา อาตมาจักให เมอ่ื เขาทวงอีกวา จงให ควรใหท เี ดียว ถามีบางคนใหท รัพยของตนแลว พดู (กับเจา พนกั งาน) วา พวกทา นจงใหภิกษุไปเถดิดังน,ี้ ภิกษุจะไปตามขอ อา งทตี่ นไดแลวนนั้ แลควรอยู. แตถ าบางคนมีชาติเปนอิสระ (เจาหนา ทผี่ ูใหญ) ไมไดใหทรพั ยเ ลย หามไวว า พวกทานอยา ไดรับคา ภาคหลวงสาํ หรับพวกภิกษุ ดังนี้ แตพวกเจาพนกั งานผูรักษาปาไมพดู วา เม่ือพวกเราไมรับเอาของพวกภกิ ษแุ ละดาบส จกั ไดจากที่ไหนเลา ?ใหเถิดขอรับ ! ดังน,ี้ ภิกษุควรใหเหมอื นกัน. สวนภกิ ษรุ ูปใด เมื่อเจา-พนกั งานผูร กั ษาปาไมน อนหลับ หรือขลกุ ขลุยอยูในการเลน หรือหลีกไปในท่ไี หน ๆ เสีย มาถึงแลวแมเรยี กหาอยูวา เจาพนักงานผูค วบคมุ ปา ไม อยทู ่ีไหนกนั ดังน้ี ครั้นไมพบ จงึ ไปเสีย, ภิกษารูปนนั้ เปนภณั ฑไทย. ฝายภกิ ษุรูปใด ครัน้ ไปถึงสถานท่อี ารกั ขาแลว แตม วั ใฝใจถงึ กรรมฐานเปน ตน อยูหรือสงจติ ไปทอ่ี นื่ เสยี เลยผานไป เพราะระลกึ ไมได , ภกิ ษุรูปนั้น เปนภณั ฑไทยเหมือนกัน. แมภ กิ ษรุ ูปใด ไปถึงสถานที่น้ันแลว มีโจร ชา ง เนอื้ รา ยหรือมหาเมฆปรากฏข้นึ , เม่อื ภกิ ษุรปู นัน้ รีบผา นเลยสถานที่นั้นไป เพราะตอ งจะพน จากอุปท วะนั้น, ยงั รักษาอยูกอ น, แตก็เปนภณั ฑไทย. กข็ ึน้ชือ่ วา สถานที่อารกั ขาในปา นี้ เปน ของหนักมาก แมกวาดา นภาษ.ี จริงอยูภกิ ษุเมื่อไมก า วเขาไปสูเขตแดน ดานภาษี หลบหลีกไปเสยี แตท ีไ่ กล จะตอ งเพียงทุกกฎเทา น้ัน แตเมอ่ื เธอหลบหลกี ท่อี ารักขาในปานไ้ี ปดวยไถยจติ ถึงจะไปโดยทางอากาศก็ตาม ก็เปน ปาราชกิ โดยแท เพราะเหตุนัน้ ภิกษุไมควรเปนผูประมาทในสถานท่ีอารักขาในปา ฉะน้ีแล. จบกถาวา ดวยทรพั ยที่ต้ังอยใู นปา

พระวนิ ยั ปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 172 กถาวา ดว ยน้ํา กผ็ ูศึกษาพงึ ทราบวนิ ิจฉยั ในนา้ํ ดังน้ี :- บทวา ภาชนคต ไดแกนา้ํ ทเ่ี ขารวมใสไวในภาชนะทง้ั หลายมไี หใสน า้ํ เปนตน ในเวลาทหี่ าน้ําไดย าก.เม่ือภิกษุเอียงภาชนะทีเ่ ขาใสน ํ้านน้ั ก็ดี ทําใหเปนชอ งทะลุก็ดี แลว สอดภาชนะของตนเขาไปรบั เอานํา้ ท่ีมีอยู ในภาชนะของเขาเหลา น้ัน กับในสระโบกขรณีและบอ กพ็ ึงทราบวนิ ิจฉยั โดยนัยดังทก่ี ลา วไวใ นเนยใสและนํ้ามันนัน่ แล. สวนในการเจาะคันนา มีวนิ ิจฉัยดงั น้ี :- เมื่อภกิ ษุเจาะคนั นาแมพรอมทงั้ ภูตคามซง่ึ เกดิ ข้นึ ในคนั นาน้ัน เปนทุกกฏ เพราะเปนประโยคแหง อทินนาทาน. ก็แลทุกกฏน้ัน ยอมเปน ทกุ ๆ ครั้งท่ีขุดเจาะ. ภกิ ษุยืนอยูขางใน แลว หนั หนาไปแลวหนั หนาเขา ไปขา งในเจาะอยู พงึ ปรับอาบตั ิดว ยสว นขา งใน, เมอื่ เธอเจาะหันหนา ไปทั้งขางในและขา งนอก คอื ยืนอยูท ่ตี รงกลางทาํ ลายคนั นานั้นอยูพึงปรบั อาบัติดวยสว นตรงกลาง. ภกิ ษุทาํ คันนาใหช ํารดุ แลว จึงรอ งเรยี กฝูงโคมาเอง หรอื ใชใ หพวกเดก็ ชาวบานรองเรียกมากต็ าม, ฝูงโคเหลา นัน้ พากนั เอากีบเลบ็ ตดั คนั นา เปนอันวาภิกษรุ ูปนั้นน่ันเองตัดคนั นา. ภกิ ษุทาํ คนั นาใหช าํ รดุ แลว ตอ นฝูงโคเขาไปในนํา้ หรือสัง่ พวกเด็กชาวบานใหตอนเขาไปกต็ าม, ระลอกคลืน่ ท่โี คเหลานนั้ ทาํ ใหเ กิดขึ้นซดั ทําลายคนั นาไป. อกี อยา งหนึ่ง ภกิ ษพุ ดู ชวนพวกเด็กชาวบา นวา จงพากันเลน นํ้าเถดิ หรือตวาดพวกเด็กผูเลนอยใู หสะดุง ตกใจ,ระลอกคลืน่ ที่เดก็ เหลา น้ันทําใหตัง้ ข้นึ ทาํ ลายคนั นาไป. ภิกษุตดั ตน ไมท ี่เกดิอยูภายในน้าํ เอง หรือใชใ หผอู ื่นตัดกต็ าม, ระลอกคลน่ื แมท่ีตนไมซ ง่ึ ลม ลงนัน้

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 173ทําใหตงั้ ขนึ้ ซัดทําลายคันนาไป, เปน อันวา ภกิ ษุรูปนนั้ นน่ั เอง เปน ผูทําลายคันนา. ภกิ ษุทาํ คนั นาใหช าํ รุดแลว ปดนํา้ ท่เี ขาไขออกไป หรือปดลํารางสาํ หรับไขน้ําออกจากสระเสยี เพ่ือตองการรกั ษาสระก็ดี กอ คันหรือแตงลํารางใหต รง โดยอาการที่น้ําซึง่ ไหลบาไปแตทอ่ี ่นื จะไหลเขาไปในสระนไ้ี ดก ็ดีพงั สระของตนซ่งึ อยเู บือ้ งบนสระของคนอ่ืนน้นั ก็ดี, นาํ้ ทเ่ี ออลนข้ึน ไหลบาพัดเอาคันนาไป, เปน อนั วา ภิกษรุ ปู นัน้ นั่นเอง เปน ผทู าํ ลายคนั นา. ในท่ที ุก ๆแหง พระวนิ ัยธรพงึ ปรับดวยอวหาร พอเหมาะสมแกร าคาน้ําท่ีไหลออกไป.แมเ ม่ือภกิ ษุรื้อถอนทอลํารางสาํ หรบั ไขน้ําออกไปเสยี กม็ นี ัยนีเ้ หมือนกนั . อนึ่ง ถา ภิกษุนน้ั ทาํ คนั นาใหชาํ รุดแลว ฝงู โคซ่งึ เดนิ มาตามธรรมดาของตนนนั่ เอง หรือพวกเดก็ ชาวบานผไู มไ ดถกู บงั คบั ชวยกนั ขับตอนใหข ้นึไปเอากบี เลบ็ ตดั คนั นาก็ดี ฝูงโคทพี่ วกเด็กชาวบานผไู มไดถกู บงั คบั ชว ยกันขับตอ นใหล งไปในนํา้ ตามธรรมดาของตนเอง ทําใหระลอกคลื่นตง้ั ขึ้นกด็ ,ีพวกเดก็ ชาวบานพากันเขาไปเลน น้ําเสยี เอง ทําใหร ะลอกคล่นื ตั้งขึ้นกด็ ,ี ตน ไม(ซง่ึ เกิดอยู) ภายในนํ้า ทถ่ี กู ชนเหลาอ่นื ตดั ขาดลม ลงแลว ทาํ ระลอกคลน่ื ใหต้งั ข้นึ , ระลอกคลนื่ นน้ั ๆ ซัดคนั นาขาดกด็ ี, แมห ากวา ภกิ ษทุ ําคนั นาใหช าํ รุดแลว ปด ที่ ๆ เขาไขน้าํ ออกไป หรือลํารางสาํ หรบั ไขน้ําแหง สระทีแ่ หง กอคันหรอื แตงลํารางท่แี หงใหต รงทางนา้ํ ทจ่ี ะไหลบา ไปแตท่ีอ่นื , ภายหลงั ในเมอ่ื ฝนตก น้ําไหลบามาเซาะทําลายคันนาไป, ในท่ที ุก ๆ แหง เปนภณั ฑไทย. สว นภิกษใุ ด ทําลายคนั บึงแหงในฤดแู ลง ใหพงั ลงจนถงึ พน้ื , ภายหลังในเมือ่ ฝนตกนํ้าทีไ่ หลมาคร้ังแลว คร้งั เลา ก็ไหลผานไป, เปน ภณั ฑไทยแกภกิ ษรุ ปู นน้ั .ขา วกลา มปี ระมาณเทาใด ทีเ่ กิดขึ้นเพราะมีนํา้ นน้ั เปนปจจัย, ภกิ ษเุ ม่ือไมใ ชแมค าทดแทนเทาราคาบาทหนึง่ จากขา วกลา (ทีเ่ สียไป) นนั้ จดั วาไมเ ปนสมณะเพราะพวกเจาของทอดธุระ. แตพ วกชาวบา นแมท้งั หมด เปนอิสระแหง น้ําในบงึ ทัว่ ไปแกช นทัง้ ปวง และปลกู ขาวกลา ท้งั หลายไวภ ายใตแหง บึงนน้ั ดว ย.

พระวินัยปฎก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 174นาํ้ กไ็ หลออกจากลํารางใหญแ ตบงึ ไปโดยทา มกลางนา เพ่อื หลอเล้ยี งขาวกลา .แมล ํารางใหญนน้ั กเ็ ปนสาธารณะแกช นทง้ั ปวง ในเวลาน้ําไหลอยเู สมอ.สวนพวกชนชักลาํ รางเลก็ ๆ ออกจากลํารางใหญน ้ัน แลว ไขน้าํ ใหเขา ไปในนาของตน ๆ. ไมย อ มใหค นเหลาอนื่ ถอื เอาน้าํ ในลํารางเลก็ ของตนน้ัน, เมอื่ มีน้ํานอ ย ในฤดูแลง จงึ แบงปนน้ําใหกันตามวาระ. ผูใด เม่ือถึงวาระนาํ้ไมไ ดน ้ํา, ขาวกลา ของผนู นั้ ยอมเหย่ี วแหงไป, เพราะเหตนุ ้ัน ผอู ่นื จะรบั เอาน้าํ ในวาระของคนเหลาอนื่ ยอมไมไ ด. บรรดาลํารางเล็กเปน ตน น้ัน ภิกษใุ ดไขน้ําจากลาํ รางเล็ก หรือจากนาของชนเหลา อนื่ ใหเ ขาไปยงั เหมืองหรือนาของตน หรือของคนอนื่ ดว ยไถยจิตกด็ ี ใหน ้าํ ไหลบา ปากดงไปก็ด,ี ภิกษุนนั้เปน อวหารแท. ฝายภิกษใุ ด คดิ วา นาน ๆ เราจักมีน้ําสกั คราวหนง่ึ และขา วกลา นีก้ ็เห่ยี วแหงจงึ ปด ทางไหลของนํ้าท่กี าํ ลังไหลเขาไปในนาของชนเหลาอื่นเสีย แลวใหไหลเขาไปยังนาของตน, ภิกษุนน้ั เปน อวหารเหมอื นกนั . ก็ถาวาเมือ่ น้ํายงั ไมไ หลออกจากบึง หรอื ยังไมไหลไปถึงปากเหมืองของชนเหลา อ่ืน,ภิกษุกอ ลํารางแหง นัน่ เองไวในทน่ี นั้ ๆ โดยอาการทนี่ าํ้ ซ่งึ กําลงั ไหลมา จะไมไหลเขา ไปในนาของชนเหลา อื่น ไหลเขา ไปแตในนาของตนเทา นนั้ , เมอื่ นา้ํยังไมไหลออกมา แตภ ิกษไุ ดกอคนั ไวก อนแลว ก็เปน อันเธอกอ ไวดีแลว, เม่ือน้ําไหลออกมาแลว ถา ภกิ ษุกอคันไว เปนภัณฑไทย. แมเมื่อภิกษุไปยังบึงแลว ร้ือถอนทอ ลาํ รางสาํ หรบั ไขน้าํ ออกเสียเอง ใหนํา้ ไหลเขา ไปยงั นาของตนไมเปน อวหาร. เพราะเหตไุ ร ? เพราะเหตุวาตนอาศยั บงึ จึงไดทํานา. แตไมสมดว ยลักษณะน้ีวา วัตถกุ าละและเทสะเปนตน . เพราะเหตุนัน้ คาํ ท่ีทา นกลาวไวใ นมหาอรรถกถาน่นั แหละ ชอบแลว ฉะนี้แล. จบกถาวา ดว ยน้าํ

พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 175 กถาวาดว ยไมชาํ ระฟน ไมช าํ ระฟน อันผูศกึ ษาพงึ วนิ จิ ฉัยตามขอ ทว่ี นิ จิ ฉยั ไวในภัณฑะต้งั อยูในสวน. สว นความแปลกกนั ในไมช าํ ระฟน น้ี มีดังตอไปนี้ :- ไวยาวัจกรคนใด เปน ผูที่สงฆเ ล้ยี งไวดว ยคา บําเหน็จ ยอมนําไมช าํ ระฟนมาถวายทกุ วนั หรอื ตามวารปก ษและเดอื น. ไวยาวัจกรคนนน้ั นาํ ไมชาํ ระฟนนั้นมา แมต ดั แลว ยงั ไมม อบถวายภิกษุสงฆเ พยี งใด, ไมช าํ ระฟนนน้ัก็ยังเปน ของไวยาวจั กรผนู ํามานนั้ น่นั เอง เพียงนนั้ . เพราะเหตุนัน้ ภกิ ษุเมอื่ถอื เอาไมช ําระฟน นน้ั ดวยไถยจิต พึงปรับอาบัติตามราคาสิง่ ของ. อนง่ึ มขี องครุภัณฑซ ่งึ เกิดขนึ้ ในอารามน้ัน, ภกิ ษุเมอื่ ถอื เอาของครภุ ณั ฑแ มนนั้ ท่ีภิกษุสงฆรักษาคุมครอง ก็พึงปรบั อาบัตติ ามราคาสงิ่ ของ. ในไมช าํ ระฟนทต่ี ัดแลวและยังมไิ ดตัด ซ่ึงเปน ของคณะบคุ คลและมนุษยค ฤหัสถก็ดี ในภณั ฑะทีเ่ กดิข้นึ ในอารามและสวนเปนตน ของคณะบุคคลและมนุษยค ฤหสั ถเหลา นน้ั ก็ดีก็มนี ัยนีเ้ หมอื นกัน. สามเณรทง้ั หลาย เมือ่ นําไมช าํ ระฟนมาถวายแกภ กิ ษสุ งฆตามวาระ ยอมนาํ มาถวายแมแกพ ระอาจารยและอปุ ชฌายะ (ของตน). เธอเหลาน้นั ครน้ั ตดั ไมชําระฟน นน้ั แลว ยังไมม อบถวายสงฆเพยี งใด, ไมช าํ ระฟน น้นั แมท งั้ หมด ก็ยังเปน ของเธอเหลานัน้ นนั่ เองเพียงนน้ั , เพราะเหตุนน้ัภกิ ษเุ มอ่ื ถือเอาไมช าํ ระฟนแมน น้ั ดวยไถยจติ ก็พงึ ปรับอาบตั ติ ามราคาสง่ิ ของ.แตเมอื่ ใด สามเณรเหลาน้ันตดั ไมชาํ ระฟนแลว ไดม อบถวายสงฆแลว แตย งัเกบ็ ไวใ นโรงไมชาํ ระฟน ดว ยคิดในใจอยวู า ภิกษสุ งฆจงใชส อยตามสบายเถิด ดงั น,ี้ ตง้ั แตก าลนั้นไป ไมเปน อวหาร แตก็ควรทราบธรรมเนยี ม.

พระวินัยปฎ ก มหาวภิ งั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 176จรงิ อยู ภิกษรุ ปู ใด เขาไปในทามกลางสงฆท กุ วนั , ภกิ ษรุ ูปนนั้ ควรถอื เอาไมชาํ ระฟน ไดเ พยี งวันละอนั เทา นั้น. สว นภิกษุรปู ใด ไมเขา ไปในทา มกลางสงฆท กุ วัน พกั อยใู นเรอื นทบี่ ําเพ็ญเพยี ร จะปรากฏตัวไดก แ็ ตใ นท่ีฟง ธรรมหรอื ในโรงอโุ บสถ ; ภกิ ษรุ ปู นั้นควรกาํ หนดประมาณ แลวเก็บไมชําระฟน๔ - ๕ อันไวใ นท่อี ยูของตนเคี้ยวเถิด. เม่ือไมช าํ ระฟนเหลานัน้ หมดไปแลวแตถ า ในโรงไมชาํ ระฟน ยังมีอยมู ากทเี่ ดียว ก็ควรนาํ มาเคย้ี วไดอ ีก, ถา เธอไมกาํ หนดประมาณ ยงั นํามาอยูไซร, เมอื่ ไมช ําระฟน เหลานนั้ ยังไมห มดส้นิไปเลย, แตในโรงหมดไป ; คราวนน้ั พระเถระทั้งหลายบางพวกจะพงึ พดู วาพวกภิกษผุ นู าํ ไมชาํ ระฟนไป จงนํามาคืน, บางพวกจะกลาววา จงเคีย้ วไปเถิด,พวกสามเณรจกั ขนมาถวายอกี เพราะเหตนุ ั้น จึงควรกําหนดประมาณ เพอื่ปองกันการวิวาทกัน แตไ มม ีโทษในการถือเอา. แมภ กิ ษุผูจะเดนิ ทาง ควรใสไ มช าํ ระฟน หนึ่งหรือสองอันในถงุ ยามแลว จึงไป ฉะน้ีแล. จบกถาวา ดว ยไมชาํ ระฟน

พระวินยั ปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 177 กถาวา ดวยตนไมเ จาปา บทวา วนปปฺ ติ ไดแก ตน ไมเ ปนเจา แหงปา คาํ วา วนัปปติ น่ันเปนชอื่ ของตนไมทีเ่ จริญท่สี ดุ ในปา. ก็ตน ไมท พี่ วกมนษุ ยห วงหามแมท ้ังหมดมีมะมว ง ขนุนสํามะลอ และขนุนธรรมดาเปนตน ทา นประสงคเอาในอธกิ ารนี้.ก็หรอื วา พวกมนษุ ยปลูกกระวานและเถาวลั ยเ ปนตน ขน้ึ ไวทีต่ น ไมใด, ตนไมนั้น เมื่อถูกภกิ ษตุ ัด ถาเปลือกก็ดี ใยก็ดี สะเกด็ ก็ดี กระพี้ก็ดี แมอนั เดียวยังติดเน่ืองกนั อยแู ล ลม ลงบนพน้ื ดิน กย็ ังรักษาอยกู อน. สว นตน ไมใดแมถกู ตดั ขาดแลว ก็ยงั ต้ังอยตู รง ๆ นนั่ เอง เพราะมเี ถาวลั ยหรือก่งิ ไมโ ดยรอบธารไว หรอื เมื่อลมลงไปยังไมถ งึ พน้ื ดนิ , ในตนไมนั้น ไมมกี ารหลีกเลยี่ งคอื เปนอวหารทีเดียว. แมต น ไมใด ท่ภี ิกษุเอาเล่อื นตดั ขาดแลว ก็ยังตง้ั อยูในทีน้นั นนั่ เอง เปน เหมือนยังไมข าดฉะนัน้ , แมใ นตนไมน น้ั กม็ นี ัยนี้เหมอื นกนั . สว นภกิ ษุรปู ใด ทําตนไมใ หห ยอ นกาํ ลงั ภายหลังจึงเขยา ใหลมลงก็ดี ใหผ ูอืน่ เขยา กด็ ี ตัดไมต น อ่นื ใกลต นไมน ้ันทับลงไวเ องก็ดี ใหผ อู น่ืตดั ทับก็ดี ตอนพวกลิงใหไ ปขน้ึ บนตน ไมน้นั กด็ ี ส่งั คมอื่นใหต อนข้ึนไปก็ดีตอนพวกคา งคาวใหข ึน้ บนตน ไมน นั้ กด็ ี ส่ังคนอ่นื ใหต อ นข้นึ ไปก็ได คางคาวเหลานัน้ ทาํ ตนไมน น้ั ใหล ม ลง ; อวหารยอ มมแี กภ ิกษรุ ูปนนั้ เหมือนกัน.แตถา เม่ือทาํ ตนไมหยอ นกาํ ลงั แลว มผี ูอนื่ ซง่ึ เธอมิไดบงั คบั เคย เขยาตน ไมนั้นใหล มลงก็ตาม เอาตนไมท บั ไวเ องก็ตาม พวกลิงหรือคางคาวขึ้น

พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 178เกาะตามธรรมดาของตนกต็ าม มผี อู ่ืนซ่ึงเธอมไิ ดบงั คบั ขน้ึ ไปเองก็ตาม เธอแผวถางทางลมไวเ สยี เองก็ตาม, ลมท่ีมกี าํ ลังแรงพดั มาทําตน ไมใหล ม ลง ;เปนภัณฑไทย ในท่ีทกุ แหง . ก็ในอธิการนี้ การแผวถางทางลมในเม่ือลมยังไมพ ัดมา สมดว ยกิจทั้งหลาย มีการแตง ลํารางที่แหงใหตรงเปน ตน หาสมโดยประการอื่นไม. ภิกษเุ จาะตน ไมแลวเอาศสั ตราตอกกด็ ี จุดไฟเผาก็ดี ตอกเง่ียงกระเบนท่เี ปน พษิ ไวก ็ดี ตน ไมนัน้ ยอมตายไป ดวยการกระทําใด, ในการกระทํานน้ั ทง้ั หมด เปนภัณฑไทยเหมือนกนั ฉะนแ้ี ล. จบกถาวาดวยตนไมเจา ปา

พระวนิ ัยปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 179 กถาวา ดวยผนู าํ ทรพั ยไ ป ในภัณฑะที่มผี นู าํ ไป มวี ินจิ ฉัยดังน้ี :- ภณั ฑะท่ผี ูอนื่ นาํ ไป ชอ่ื วาหรณกะ. สองบทวา เถยยฺ จติ ฺโต อามสติ ความวา ภกิ ษเุ ห็นชนอื่นผูใ ชสีสภาระเปนตน ทนู เอาสงิ่ ของเดินไป แลว คดิ อยใู นใจวา เราจักแยงเอาสิง่ ของนั่นไป จึงรีบไปลบู คลํา เพยี งการลบู คลําเทา นี้ เธอเปน ทกุ กฏ. บทวา ผนฺทาเปติ ความวา ภกิ ษุทาํ การฉดุ มาและฉุดไป แตเ จาของยังไมปลอย, เพราะทาํ ใหไ หวนั้น เธอเปนถลุ ลัจจัย. สองบทวา านา จาเวติ ความวา ภิกษฉุ ุดมาใหพนจากมือเจาของ,เพราะเหตุท่ใี หพ น นัน้ เธอเปน ปาราชกิ . แตถาเจาของภัณฑะลกุ ขึน้ มาแลวโบยตีภกิ ษนุ ั้น บงั คับใหวางภัณฑะนั้น แลวจงึ รบั คนื อีก , ภิกษุเปน ปาราชกิ เพราะการถอื เอาคราวแรกนั่นเอง. เมื่อภกิ ษุตัดหรอื แกเ ครื่องอลังการ จากศรี ษะหู คอ หรือจากมอื ถอื เอา พอสกั วา เธอแกใหพ น จากอวัยวะมศี ีรษะเปน ตนก็เปน ปาราชกิ . แตเธอไมไ ดนาํ กาํ ไลมือหรือทองปลายแขนท่มี ือออก เปนแตรูดไปทางปลายแขน ใหเล่อื นไป ๆ มา ๆ หรือทําใหเ ชิดไปในอากาศ, กย็ งัรักษาอยกู อน เครอ่ื งประดับมีกําไลมอื เปน ตน ใหเ กิดเปนปาราชกิ ไมไดดจุ วลยั ท่ีโคนตน ไมแ ละราวจีวรฉะน้นั ; เพราะเหตุไร? เพราะเหตุวา มือที่สวมเครอื่ งประดับมวี ญิ ญาณ. จรงิ อยู เครอ่ื งประดับมีกาํ ไลมือเปนตน ซึ่งสวมอยูใ นสว นแหง อวยั วะท่มี ีวญิ ญาณ ยงั นําออกจากมือนั้นไมไดเพียงใด ก็ยงัมอี ยูในมอื นัน้ น่ันเองเพียงน้ัน. ในวงแหวนท่สี วมนว้ิ มอื ในเครอื่ งประดับเทาและสะเอว ก็มีนัยนเี้ หมือนกนั . สวนภิกษุรปู ใด แยง ชงิ เอาผา สาฎกท่ผี ูอ่ืน

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 180นงุ หม อยู และผูอ ื่นน้นั ก็ไมปลอยใหหลุดออกโดยเร็ว เพราะมคี วามละอาย.ภกิ ษุผเู ปน โจรดึงทางชายขา งหน่ึง. ผอู น่ื (คือเจา ของผา ) กด็ งึ ทางชายอกี ขางหนึ่ง ยังรักษาอยกู อน. เม่อื สกั วาผานน้ั พนจากมอื ของผอู ืน่ ภกิ ษนุ ้นั ตอ งปาราชกิ . แมถาเอกเทศแหงผาสาฎกที่ภกิ ษุดึงมา ขาดไปอยใู นมอื และเอกเทศนนั้ ไดราคาถงึ บาท กเ็ ปนปาราชิกเหมือนกนั . บทวา สหภณฺฑหารก ความวา ภิกษคุ ิดวา เราจกั นําภณั ฑะพรอ มกับคนผขู นภณั ฑะไป ดงั นีแ้ ลว จงึ คกุ คามผูข นภณั ฑะไปวา เองจงไปจากที่น่ี.บุคคลผขู นภัณฑะไปน้นั เกรงกลัว จงึ ไดห นั หนาไปยังทศิ ตามทีภ่ กิ ษุผูเปนโจรประสงค กา วเทาขางหนึง่ ไป เปน ถลุ ลัจจัย แกภกิ ษุผเู ปน โจร. เปน ปาราชกิในกา วเทา ทสี่ อง. บทวา ปาตาเปติ ความวา แมถา ภกิ ษผุ ูเปน โจร เห็นอาวธุ ในมือของบคุ คลผขู นภัณฑะไป เปน ผูมีความหวาดระแวง ใครจ ะทําใหอาวธุ ตกไปแลวถอื อาวธุ น้ัน จงึ ถอยออกไปอยู ณ สวนขางหน่ึงตวาด ทาํ ใหอาวุธตกไปพอสกั วาอาวธุ หลดุ จากมือของผอู ืน่ แลว กต็ อ งปาราชกิ . สว นคาํ วา ทําทรพั ยใหต กไป ตองอาบตั ิทุกกฏ เปนตน พระองคตรสั ไวแลว ดวยอาํ นาจความกาํ หนดหมาย. จริงอยู ภิกษุรปู ใด กาํ หนดหมายไวว า เราจกั ทาํ ใหส่งิ ของตกไป แลว จกั ถือเอาสิ่งของท่ีเราชอบใจ ดังน้ี แลวจงึ ทาํ ใหตกไป. เธอรปูนั้นตองทุกกฏ เพราะทําใหส่งิ ของนัน้ ตกไป และเพราะการจับตองสงิ่ ของนัน้ ,ตอ งถลุ ลจั จัย เพราะทาํ ใหไ หว, ตอ งปาราชิก เพราะทาํ สงิ่ ของท่ีมีราคาถงึบาทใหเคล่อื นจากฐาน. แมเ มือ่ ภิกษถุ กู บคุ คลผูขนภัณฑะไปผลกั ใหล มลงในภายหลังจงึ ปลอยสง่ิ ของนั้น ความเปน สมณะไมม ีเลย. ฝา ยภกิ ษุรปู ใด เห็นบุคคลผขู นส่ิงของกําลงั กา วเดนิ ไป จงึ ตดิ ตามไป พลางพดู วา หยุด หยุดวางสงิ่ ของลง ทําใหเ ขาวางสงิ่ ของลง, แมภิกษุรูปนนั้ กเ็ ปน ปาราชกิ ในเมอ่ื

พระวนิ ยั ปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 181สกั วา ส่งิ ของพนไปจากมอื ของผขู นไป เพราะคําสั่งน้ันเปนเหตุ, สว นภิกษรุ ูปใด พดู วา หยุด ๆ แตไมไดพ ูดวา วางสงิ่ ของลง, และบุคคลผขู นสิง่ ของไปนอกนี้ จึงเหลยี วดภู กิ ษุผูเปน โจรนนั้ แลวคิดวา ถา ภกิ ษโุ จรรูปนี้ พึงมาถึงตวั เรา จะพงึ ฆา เราเสยี กไ็ ด ยงั เปนผมู คี วามหวงใยอยู จงึ ไดซอ นสิง่ ของนัน้ไวในทร่ี กชัฏ ดวยคดิ ในใจวา จกั กลับมาถือเอา ดงั นแี้ ลว หลกี ไป ยงั ไมเปน ปาราชิก เพราะมกี ารทาํ ใหตกเปนปจจัย, แตเ ม่อื ภกิ ษุมาถอื เอาดว ยไถยจติเปน ปาราชิกในขณะยกขน้ึ กถ็ าภิกษุผเู ปน โจรนน้ั มคี วามรําพึงอยา งนว้ี าส่งิ ของนเี้ มอ่ื เราทาํ ใหต กไปเทาน้ัน ชอ่ื วา ไดท ําใหเปนของ ๆ เราแลว ในระหวา งที่รําพงึ น้นั จงึ ถอื เอาสง่ิ ของนัน้ ดว ยความสําคัญวา เปนของตนยงั รักษาอยู ในเพราะการถอื เอา, แตเปน ภัณฑไทย คร้ันเมือ่ เจา ของพดู วาทา นจงคืนให เมื่อไมค ืนให เปนปาราชิก ในเมื่อเจา ของทอดธุระ. แมเมือ่ภิกษถุ อื เอาดวยบังสกุ ลุ สญั ญาวา เจาของภัณฑะนน้ั ทง้ิ สงิ่ ของนี้ไป, บัดน้ีเขาไมหวงแหนส่ิงของนี้ ดังนี้ กม็ นี ัยเหมือนกันน.ี้ ในมหาอรรถกถา ทา นกลาวไววา แตถ าเจาของกาํ ลังตรวจดดู ว ยเหตุเพยี งคําทีภ่ กิ ษโุ จรพูดวา หยุด หยุด เทา นัน้ เหน็ ภิกษโุ จรน้นั แลวทอดธุระเสีย ดว ยคิดวา บดั นี้ มนั ไมใชข องเรา หมดความหว งใย ทอดท้งิ หนีไป,เมือ่ ภิกษถุ ือเอาของสิง่ น้ันดว ยไถยจติ เปน ทกุ กฏ ในเม่ือยกขน้ึ , เมอ่ื เจา ของใหนาํ มาคนื พงึ คนื ให, เมือ่ ไมค ืนให เปน ปาราชิก เพราะเหตไุ ร ?เพราะเหตุวาเขาทอดท้งิ สิ่งของน้นั ดวยประโยคของภกิ ษุน้นั . แตในอรรถกถาทัง้ หลายอ่ืน ไมม ีคําวจิ ารณเ ลย วนิ ิจฉยั แมใ นภิกษุผถู อื เอาดว ยความสําคญั วาเปน ของตนก็ดี ดวยบังสุกุลสัญญาก็ดี โดยนัยกอนนน่ั เอง กเ็ หมอื นกนั น้ีแล. จบกถาวา ดว ยผนู ําทรพั ยไป

พระวนิ ยั ปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 182 กถาวาดว ยสิ่งของทเ่ี ขาฝากไว พึงทราบวินจิ ฉยั ในของฝากตอไป:- แมใ นเพราะการกลา วเทจ็ ท้ังที่รูตวั อยวู า ขา พเจาไมไดร ับไว ดงั น้ี จงึ เปน ทกุ กฏ เพราะเปน บุพประโยคแหงอทินนาทาน คงเปนทกุ กฏนนั่ เอง แมแ กภิกษุผกู ลา วคําเปน ตน วา ทา นพูดอะไร ? คาํ นี้ไมสมควรแกข า พเจา, ทงั้ ไมสมควรแกท านดวย เจา ของยงัความสงสยั ใหเกดิ ขึ้นวา เราไดม อบทรัพยไวในมือของภกิ ษุน้ี ในท่ลี ับ, คนอนื่ ไมม ใี ครรู เธอจักใหแ กเรา หรือไมหนอ ? เปนถุลลจั จยั แกภิกษุเจา ของเห็นขอ ท่ีภิกษุนัน้ เปนผูหยาบคายเปนตน จึงทอดธรุ ะวา ภิกษุรูปน้ีจักไมค นื ใหแ กเรา ในภิกษแุ ละเจาของภัณฑะน้นั ถา ภิกษนุ ้ี ยงั มีความอุตสาหะในอันใหอยวู า เราจักทาํ ใหเขาลําบาก แลวจักให ยังรักษาอยกู อนแมถ าเธอไมมคี วามอุตสาหะในอนั ให, แตเจาของภัณฑะยงั มีความอตุ สาหะในอันรบั ยังรักษาอยเู หมือนกนั แตถ าภกิ ษไุ มม ีอุตสาหะในอันใหนั้น เจาของภัณฑะทอดธุระวา ภกิ ษนุ ้ี จักไมใหแ กเ รา เปน ปาราชกิ แกภ กิ ษุ เพราะทอดธุระของทัง้ สองฝา ย ดว ยประการฉะน้ี แมถ า ภกิ ษุพูดแตปากวา จกั ให แตจติ ใจ ไมอ ยากให แมเมอ่ื เปนเชน น้ี ก็เปน ปาราชิก ในเพราะเจา ของทอดธุระแตไ มเ ปนอาบัติแกภ ิกษุผยู ายภณั ฑะ ชื่อวาของฝากนน้ั ท่ีชนเหลา อ่นื มอบไวในมอื ของตน เพ่อื ประโยชนแ กก ารคมุ ครองไปจากฐาน โดยความเปน ประเทศนีไ้ มไดคุมครอง นําไปเพ่อื ตอ งการเกบ็ ไวใ นทคี่ ุมครอง อวหารยอมไมม ีแกภกิ ษผุ ใู หเคล่ือนจากฐานแมด วยไถยจิต. เพราะเหตไุ ร ? เพราะเปน ของท่ีเขาฝากไวในมือของตน, แตเปนภณั ฑไทย. แมเมื่อภิกษุผูใ ชสอยเสยี ดว ยไถยจติ กม็ นี ัยเหมือนกนั น้.ี ถึงในการถือเอาเปน ของยมื ก็เหมือนกนั แล.

พระวินยั ปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 183แมคาํ วา ธมฺม จรนโฺ ต เปนอาทิ กม็ นี ัยดังกลา วแลวเหมือนกนั พรรณนาพระบาลี เทานกี้ อน. สว นวนิ ิจฉัยนอกพระบาลีในของฝากน้ี ทา นกลา วไวแ ลวดวยอาํ นาจแหงจตกุ กะมปี ต ตจตกุ กะเปนตน อยางน้ี :- ไดยนิ วา ภิกษรุ ูปหนงึ่ ใหเ กิดความโลภข้ึนในบาตรท่ีมรี าคามากของผอู น่ื ใครจะลกั บาตรนัน้ จึงกําหนดทีซ่ ง่ึ เขาวางบาตรครัน้ น้นั ไวไดอยา งดี แลวจึงวางบาตรแมข องตนไวใกลช ดิ บาตรครั้นนน้ั ทเี ดียว ในสมยั ใกลรงุ แมเธอจึงมาใหบอกธรรม แลว เรียนพระมหาเถระผกู ําลงั หลบั อยู อยางน้วี า กระผมไหวขอรับ พระเถระถามวา นน่ั ใคร เธอจงึ ตอบวา กระผมเปนภิกษุอาคันตกุ ะขอรับ อยากจะลาไปแคเ ชาน่แี หละ และบาตรของกระผมมสี ายโยคเชนนี้มถี ลกเชน น้ี วางไวทีโ่ นน , ดลี ะ ขอรบั กระผมควรไดบาตรนนั้ . พระเถระเขา ไปฉวยเอาบาตรนนั้ , เปน ปาราชิก แกภ กิ ษุผเู ปน โจร ในขณะยกข้ึนทีเดยี ว.ถา เธอกลัวแลว หนีไปในเม่อื พระเถระมาแลว ถามวา คณุ เปนใคร มาผดิ เวลา.เธอตองปาราชกิ แลว เทยี ว จงึ หนีไป. แตไมเ ปนอาบตั แิ กพระเถระ เพราะทา นมีจิตบริสุทธิ์ พระเถระทาํ ในใจวา เราจกั หยิบบาตรน้ัน แตฉวยเอาใบอ่ืนไป, แมในบาตรใบนน้ั กม็ นี ัยนีเ้ หมอื นกัน. แตน ัยน้ี ยอมเหมาะในเม่ือพระเถระหยิบบาตรใบอ่นื แตเหมอื นใบนั้น ดังเร่อื งคนที่เหมอื นกนั กับคนที่สง่ั ในมนสุ สวคิ คหสกิ ขาบทฉะน้ัน. สว นในกุรนุ ที ทานกลา วไวว า พึงปรบัอาบตั ิดวยการยางเทาไป คาํ ทที่ า นกลาวไวในกุรนุ ทนี ัน้ ยอ มสมในเมอ่ื พระเถระหยิบบาตรอื่น แตไ มเ หมือนใบนนั้ เลย. พระเถระสําคญั วาเปน บาตรใบนัน้แตไดห ยิบเอาบาตรของตนใหไ ป, ไมเ ปน ปาราชกิ แกภ ิกษผุ ูเปนโจร เพราะบาตรน้ันเจาของให, เพราะตนถอื เอาดวยจิตไมบรสิ ทุ ธิ์ เปน ทกุ กฏ. พระเถระ

พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 184สําคญั วาเปนบาตรใบนั้น แตไ ดหยิบเอาบาตรของภิกษุผเู ปนโจรนน่ั เองใหไป,แมใ นอธกิ ารวา ดว ยการหยบิ บาตรของภิกษุผูเปน โจรใหไปน้ี ไมเ ปน ปาราชิกแกภิกษผุ ูเ ปนโจร เพราะบาตรใบน้นั เปน ของ ๆ ตน, แตเพราะตนถอื เอาดวยจิตไมบ รสิ ทุ ธิ์ เปน ทกุ กฏแท. เปน อนาบัตแิ กพระเถระในทท่ี ้ังปวง. ภกิ ษอุ กี รปู อ่ืน คดิ วา จักลกั บาตร แลวไหวพระเถระผกู ําลังจาํ วดัหลับอยู เหมือนอยางนน่ั เอง และถูกพระเถระถามวา นใ้ี คร ?. ภิกษนุ น้ัเรียนวา กระผมเปน ภกิ ษไุ ข ขอรับ ! ไดโปรดใหบ าตรใบหน่ึงแกกระผมกอน,กระผมไปยังประตบู านแลว จกั นําเภสัชมา. พระเถระกาํ หนดวา ในทนี่ ้ี ไมม ีภิกษุไข, น้ี เปน โจร แลวพูดวา จงนําบาตรนไี้ ป ไดนาํ บาตรของภิกษุผคู เู วรของตนใหไป, เปน ปาราชกิ แกทงั้ สองรูป ในขณะที่ยกขึน้ นนั่ เอง. แมเมื่อพระเถระจําไดดีวา เปนบาตรของภิกษผุ คู เู วร แลวยกบาตรของรปู อน่ื ขึน้กม็ นี ยั เหมอื นกัน กถ็ า พระเถระจาํ ไดดีวา บาตรใบน้ี ของภกิ ษผุ ูคูเ วรแตไดย กเอาบาตรของภกิ ษุผเู ปนโจรน่ันเองใหไ ป เปนปาราชกิ แกพระเถระเปนทกุ กฏแกภ กิ ษุผูเ ปนโจร โดยนัยดังกลา วแลว น่นั แล. ถาพระเถระสําคัญอยวู า บาตรใบน้ี ของภกิ ษุผคู เู วรของภกิ ษผุ ูเปน โจรนนั้ จึงใหบาตรของตนไป, เปนทกุ กฏท้ังสองรูป โดยนัยดงั ที่กลา วแลวนน่ั แล. พระมหาเถระรูปหนง่ึพดู กะภกิ ษุผูอ ปุ ฏฐากวา คณุ จงถอื เอาบาตรและจีวร, เราจักไปบิณฑบาตยังบา นชอ่ื โนน. ภกิ ษหุ นมุ ถือเอาเดนิ ไปขางหลังพระเถระ ยงั ไถยจติ ใหเ กิดข้นึ แลวถา เลอ่ื นภาระบนศีรษะลงมาทคี่ อ ไมเ ปน ปาราชิก. เพราะเหตไุ ร ? เพราะเหตวุ า บาตรและจีวรนนั้ เธอถอื ไปตามคาํ ส่ัง, แตถ า เธอแวะออกจากทางเขาดงไป, พงึ ปรบั อาบตั ิการยางเทา . ถาเธอกลบั บายหนา ไปทางวิหารหนีไป เขา วหิ ารแลวจึงไป เปน ปาราชกิ ในขณะกา วลวงอปุ จารไป. ถาแมนเธอบา ยหนา สบู าน หนไี ปจากสถานทพี่ ระมหาเถระผลัดเปลย่ี นผานงุ หม เปน

พระวนิ ยั ปฎก มหาวภิ งั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 185ปาราชิกในขณะกาวลว งอุปจารบา นไป. แตถา ท้ังสองรปู เท่ยี วบิณฑบาตฉันแลว หรือถอื เอาออกไป, ฝายพระเถระพดู กะภิกษหุ นุม รปู น้ันแมอีกวา คณุ จงถอื เอาบาตรและจีวร, เราจกั ไปยังวิหาร และภิกษหุ นมุ รปู นั้น กเ็ ล่ือนภาระบนศีรษะลงมาท่ีคอในสถานท่นี ั้น โดยนัยกอนน่นั แล ยังรกั ษาอยกู อน ถา แวะออกจากทางเขา ดงไป พงึ ปรบั อาบตั ดิ วยการยา งเทา . เธอกลบั แลว มงุ หนา ไปสบู า นนัน่ แลหนไี ป เปน ปาราชกิ ในขณะกาวลวงอุปจารบานไป. เธอมงุ หนาไปยงั วิหารขางหนาหนไี ป แตไมย นื ไมนัง่ ในวหิ าร ไปเสียดว ยไถยจิต ยังไมทนั สงบนนั่ เอง, เปน ปาราชิกในขณะกา วลวงอุปจารไป. ฝา ยภกิ ษุรปู ใด ทานมิไดใชฉ วยเอาเอง เปน ปาราชิกแกภิกษรุ ปู น้ัน ในเพราะเลอ่ื นภาระท่ีศรี ษะลงมาท่ีคอเปนตน คําทเ่ี หลือเหมอื นกบั คาํ กอ นนน่ั แล. สวนภกิ ษใุ ด อนั พระเถระสั่งวา คุณจงไปยงั วิหารชือ่ โนน แลว ซักหรือยอมจวี รแลว จงมา ดังนี้ รบั คําวา สาธุ แลว ฉวยเอาไป, ไมเปน ปาราชกิแมแกภ กิ ษุรูปนน้ั ในเพราะยงั ไถยจติ ใหเ กดิ ขน้ึ แลวเลอื่ นภาระบนศีรษะลงมาท่คี อเปนตน ในระหวางทาง. ในเพราะแวะออกจากทาง พงึ ปรับเธอดวยการยางเทา . เธอไปยงั วิหารน้นั แลว พกั อยใู นวหิ ารน้ันน่ันเอง ใชสอยใหเกา ไปดว ยไถยจติ หรอื วาพวกโจรลกั เอาจวี รน้นั ของพระเถระน้ันไป ไมเ ปน อวหารแตเปน ภัณฑไทย. แมเมือ่ เธอออกจากวิหารน้ันมา ก็นยั น้แี ล. ฝายภกิ ษใุ ดทา นมไิ ดสง่ั เมื่อพระเถระทํานิมิตแลว หรอื ตนเองกําหนดได เหน็ จวี รเศรา หมองแลว จงึ กลา ววา โปรดมอบจวี รเถดิ ขอรับ ! ผมจกั ไปยังบานช่อื โนน ยอมแลวจักนํามา ดังนี้ แลว ฉวยเอาไป เปนปาราชกิ แกภ กิ ษนุ ้นัในเพราะยงั ไถยจติ ใหเ กดิ ข้ึน แลว เลอ่ื นภาระบนศีรษะลงมาทคี่ อเปนตนในระหวา งทาง. เพราะเหตุไร ? เพราะจวี รนนั้ ตนถือเอาดวยทานมิไดส่งั .

พระวินัยปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 186เมอ่ื เธอแวะออกจากทางก็ดี กลบั มายังวหิ ารนัน้ นน่ั เอง แลว กาวลว งแดนวหิ ารไปก็ดี ก็เปนปาราชกิ ซึง่ มนี ัยดงั กลาวแลวนนั่ แล. ในเม่ือไถยจิตเกิดขึน้แมแ กเธอผูไปแลว ที่บา นน้นั ยอมจวี รแลวกลบั มาอยู ก็มีนัยนี้เหมอื นกนั .แตถาเธอไปในวิหารใด ก็พักอยูในวหิ ารนน้ั หรอื ในวิหารในระหวา งทางหรอื กลับมายงั วหิ าร (เดมิ ) นัน้ น่ันแลแลว พักอยู ไมใ หกา วลว งแดนอปุ จารในดานหน่ึงแหงวหิ ารนั้นไปกด็ ี ใชส อยใหเ กา ไปดวยไถยจติ กด็ ี พวกโจรลกัจีวรนัน้ ของภิกษรุ ูปนน้ั ไปก็ดี จีวรนน้ั สูญหายไปดว ยประการอยา งใดอยางหนง่ึกด็ ี เปนภณั ฑไทย. แตเ ม่ือเธอกา วลว งแดนอปุ จารสีมาไป เปน ปาราชิก. ฝา ยภิกษใุ ด เม่อื พระเถระทาํ นมิ ติ อยู จึงเรยี นทา นวา โปรดใหเ ถดิขอรบั ! ผมจกั ยอ มมาถวาย ดงั นี้ แลว เรียนถามวา ผมจะไปยอมท่ีไหนขอรับ ? สว นพระเถระกลา วกะภกิ ษุรูปนน้ั วา คุณจงไปยอมในทซ่ี ึง่ คณุปรารถนาเถดิ . ภิกษุรปู นี้ ช่ือวา ทูตท่ีทานสงไป. ภิกษุน้ี แมเ ม่อื หนไี ปดว ยไถยจติ ก็ไมควรปรับดวยอวหาร. แตเ มอ่ื เธอหนไี ปดว ยไถยจติ ก็ดี ใหฉิบหายเสยี ดว ยการใชส อยหรอื ดว ยประการอนื่ ก็ดี ยอ มเปน ภณั ฑไทยเหมือนกัน. ภกิ ษุฝากบรขิ ารบางอยา งไปไวในมอื ของภิกษุ ดวยสัง่ วา ทา นจงใหแ กภ กิ ษชุ อ่ื โนนในวิหารชื่อโนน. วินิจฉัยในเมือ่ ไถยจติ เกิดข้ึนแกภกิ ษุผูท ี่รบั บริขารน้ันในท่ีทัง้ ปวง ก็เปนเชนกับทก่ี ลา วไวแลวในคํานีว้ า คณุ จงไปยงั วิหารช่อื โนน แลวซกั หรือยอ มจีวรแลวจงมา ดังนี.้ ภกิ ษอุ กี รปู หนงึ่ ใครจะสง (บริขาร) ไปจึงทํานิมติ โดยนยั วา ใครหนอ จกั รับไป. กใ็ นสถานท่นี นั้ มีภกิ ษุรปู หนงึ่กลาววา โปรดใหเถดิ ขอรบั ! ผมจกั รบั ไป ดงั นีแ้ ลว กร็ ับเอา (บริขารนน้ั )ไป. วินจิ ฉัยในเมื่อไถยจิตเกิดข้ึนแกภ ิกษุผูที่รับบริขารนั้น ในทีท่ ้ังปวง เปนเชนกบั ทีก่ ลา วไวแ ลว ในคาํ นว้ี า โปรดใหจ ีวรเถดิ ขอรบั ! ผมไปยงั บานชื่อโนน ยอมแลว จักนาํ มา ดังน้.ี

พระวินยั ปฎ ก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 187 พระเถระไดผ า เพือ่ ประโยชนแกจวี รแลว ก็เก็บไวในตระกลู อปุ ฏฐาก.ถาอนั เตวาสกิ ของพระเถระนั้น ใครจะลกั เอาผา ไป จงึ ไปในตระกลู น้ัน แลวพูดเหมอื นตนถูกพระเถระใชใหไปวา นยั วาพวกทา นจงใหผานัน้ . อุบาสิกาเช่ือคําของภิกษรุ ูปน้นั แลว ไดน ําเอาผา ท่อี บุ าสกเกบ็ ไวม าถวายกด็ ี อบุ าสกหรือใครคนอ่ืน (เชอ่ื คาํ ของภกิ ษรุ ปู น้ันแลว ) ไดน ําเอาผาที่อุบาสกิ าเกบ็ ไวมาถวายกด็ .ี ภกิ ษุรปู น้นั เปน ปาราชิกในขณะทย่ี กขน้ึ นนั่ เอง. แตถ า พวกอปุ ฏฐากของพระเถระพดู วา พวกเราจักถวายผา นีแ้ กพระเถระ แลว ก็เกบ็ ผาของตนไว. ถา อนั เตวาสิกของพระเถระนัน้ ใครจะลักเอาผา นัน้ จึงไปในตระกลู นัน้ แลว พูดวา นัยวา พวกทานใครจะถวายผา แกพ ระเถระ จงใหผาน้ันเถดิ . และอุปฏฐากเหลานนั้ เช่อื อันเตวาสกิ รปู นั้นแลว พดู วา ทานผูเจรญิ !พวกขาพเจาต้ังใจไววา นมิ นตใหท า นฉันแลว จกั ถวาย จึงไดเกบ็ ไว นิมนตทา นรบั เอาไปเถิด แลว กถ็ วายไป ไมเปน ปาราชกิ เพราะผานั้นพวกเจาของถวายแลว แตเ ปน ทุกกฏ เพราะเธอถือเอาดวยจติ ไมบ รสิ ุทธิ์ และเปนภณั ฑไทยดว ย. ภกิ ษุเดนิ ไปยังบานบอกแกภ กิ ษุวา ผูมีช่ือนี้ จกั ถวายผาอาบน้ําฝนแกผม, ทานพงึ รับเอาผา ผนื นน้ั แลวเกบ็ ไวดว ย. ภิกษรุ ปู นนั้ รบั วา ดลี ะ แลวเกบ็ ผาสาฎกทีม่ ีราคามากท่ภี ิกษุน้ันใหไว กบั ผา สาฎกท่ีมรี าคานอยซ่งึ ตนไดแลวภกิ ษนุ ั้นมาแลว จะรวู า ผา ท่ตี นไดม รี าคามาก หรือไมร ูก็ตาม พูดวา ทานจงใหผาอาบนํ้าฝนแกผ มเถิด เธอตอบวา ผาสาฎกทที่ า นไดม ามเี นื้อหยาบ, สว นผา สาฎกของผมมีราคามาก, ท้ังสองผืนผมไดเ ก็บไวในโอกาสชือ่ โนน แลว ,โปรดเขา ไปเอาเถิด. เมือ่ ภกิ ษุรูปที่ทวงนัน้ เขาไปเอาผาสาฎกเนอื้ หยาบแลว ,ภิกษรุ ูปนอกนถ้ี ือเอาผาสาฎกอีกผนื หนง่ึ เปนปาราชิกในขณะยกขน้ึ . แมถ า

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 188ภกิ ษทุ ่ีเกบ็ ผา ไวนน้ั ไดจ ารึกช่ือของตนไวในผา สาฎกของภกิ ษทุ ม่ี าทวงน้นัและช่อื ของภกิ ษุทมี่ าทวงน้ันไวใ นผาสาฎกของตน แลวกลา ววา ทานจงไปอานดชู อ่ื ถอื เอาไปเถดิ ดงั น.้ี แมใ นผา สาฎกทก่ี ลาวนนั้ ก็นยั นี้เหมือนกัน. สว นภิกษเุ จาถิน่ รูปใด เก็บผาสาฎกทีต่ นเองและภิกษุอาคนั ตกุ ะนนั้ ไดมารวมกันไวแลว พดู กะภิกษอุ าคนั ตุกะน้ันอยางนวี้ า ผา สาฎกทีท่ านและผมไดท้ังสองผนื เกบ็ ไวภ ายในหอ ง, ทา นจงไปเลือกเอาผาที่ทานปรารถนาเถดิ . และภกิ ษอุ ากนั ตกุ ะน้นั ถือเอาผา สาฎกเนอ้ื หยาบทภ่ี กิ ษเุ จา ถิน่ ไดมาน่ันแล เพราะความละอาย. ในภกิ ษุอาคนั ตกุ ะและเจา ถิน่ นัน้ เมอ่ื ภิกษุเจาถน่ิ ถือเอาผา สาฎกนอกนี้ เหลือจากทอี่ าคนั ตุกะภิกษุเลอื กเอาแลว ไมเ ปน อาบัต.ิ ภิกษอุ าคนั ตกุ ะ เมื่อพวกภกิ ษเุ จาถนิ่ ทาํ จีวรกรรมอยู เกบ็ บาตรและจวี รไวในที่ใกลเ ขาใจวา พวกภิกษเุ จาถน่ิ เหลานัน้ จกั คมุ ครองไว จึงไปอาบนาํ้หรือไปในท่อี ่ืนเสยี ถาภิกษเุ จา ถน่ิ คมุ ครองบาตรและจวี รนั้นไว, ขอนัน้ เปนการด,ี ถา ไมคุมครองไว, เมอื่ บาตรและจวี รน้นั สูญหายไป, กไ็ มเ ปน สนิ ใช.แมถา ภิกษอุ าคันตุกะน้นั กลา ววา จงเก็บบาตรและจวี รนี้ไวเ ถิด ขอรับ !แลว ไป, และภิกษุเจา ถน่ิ นอกน้ีไมทราบ เพราะมัวขวนขวายในกจิ อยู, พึงทราบนยั เหมือนกนั น.ี้ แมถา ภกิ ษุเจา ถิน่ เหลา นน้ั อันภิกษอุ าคนั ตุกะกลาววาจงเก็บบาตรและจวี รนไี้ วเถดิ ขอรับ ! ไดหามวา พวกขาพเจา กําลงั ยุง และภกิ ษอุ าคันกะนอกน้ีก็คดิ วา ทา นเหลา นี้จกั เก็บแนน อน ไมต ดิ ใจแลวไปเสยี ,พงึ ทราบนัยเหมอื นกันนี้. แตถา ภิกษเุ จา ถนิ่ ถกู พระอาคันตุกะรูปนัน้ ขอรอ งหรือไมข อก็ตาม พูดวา พวกขา พเจาจักเกบ็ ไวเ อง, ทา นจงไปเถิด ดังน้ีตอ งรกั ษาบาตรและจีวรนนั้ ไว ถาไมรกั ษาไวไ ซร, เมอ่ื บาตรและจีวรนั้นสญู หายไป ยอมเปน สินใช. เพราะเหตไุ ร? เพราะเหตวุ า บาตรและจีวรน้นัพวกเธอรับไวแ ลว .

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 189 ภิกษุรปู ใดเปน ภณั ฑาคาริก (ผูร กั ษาเรือนคลัง) เวลาจวนรงุ สางนัเ่ องไดร วบรวมบาตรและจีวรของภิกษทุ ั้งหลายลงไปไวยงั ปราสาทช้ันลา ง ไมไ ดปดประตู ทั้งไมไ ด บอกแมแ กภ กิ ษเุ หลานน้ั ไปเที่ยวภกิ ขาจารในทีไ่ กลเสยี ,ถาพวกโจรลักเอาบาตรและจีวรเหลาน้ันไปไซร, ยอมเปนสนิ ใชเ กเธอแท. สวนภิกษุภัณฑาคารกิ รูปใด ถกู พวกภิกษุกลาววา ทา นผเู จริญ !ทา นยกบาตรและจวี รลงมาเถิด บดั นี้ ไดเ วลาจับสลาก จงึ ถามวา พวกทา นประชมุ พรอมกนั แลว หรือ ? เมอื่ ทานเหลานน้ั เรียนวา ประชุมพรอมแลว ขอรับ ! จงึ ไดข นเอาบาตรและจวี รออกมาวางไว แลวกนั้ ประตูภณั ฑาคาร (เรือนคลงั ) แลวสัง่ วาพวกทานถอื เอาบาตรและจวี ร แลว พงึ ปด ประตูภายใตป ราสาทเสียกอ นจงึ ไปดงั นแี้ ลวไป; กใ็ นพวกภกิ ษุเหลาน้นั ภิกษรุ ปู หน่ึงมชี าติเฉือ่ ยชา เม่อื ภิกษุท้ังหลายไปกันแลว ภายหลังจงึ เช็ดตาลกุ ขน้ึ เดินไปยังท่มี นี ้าํ หรอื ทีล่ างหนา .ขณะน้นั พวกโจรพบเห็นเขา จงึ ลกั เอาบาตรและจีวรของเธอน้นั ไป, เปนอนัพวกโจรลักไปดวยด,ี ไมเปนสินใชแกภ กิ ษุภัณฑาคาริก. แมถา ภิกษบุ างรูปไมไ ดแจงแกภ ิกษภุ ัณฑาคาริกเลย กเ็ กบ็ จีวรของตนไวใ นภณั ฑาคาร, แมเมอ่ืบริขารนนั้ สูญหายไป ก็ไมเปนสนิ ใชแกภ ิกษภุ ัณฑาคาริก. แตถ า ภิกษภุ ณั ฑา-คารกิ เห็นบรขิ ารน้นั แลว คดิ วา เก็บไวในทไ่ี มค วร จึงเอาไปเก็บไว,เมื่อบรขิ ารนน้ั สญู หายไป เปน สนิ ใชแ กภ ิกษุภณั ฑาคารกิ รปู น้ัน. ถาภกิ ษุภณั ฑาคาริก อนั ภกิ ษุผเู กบ็ ไวกลาววา ผมเกบ็ บรขิ ารชอ่ื น้ไี วแ ลว ขอรับ !โปรดชวยดูใหด ว ยย รับวา ได หรือรูว าเกบ็ ไวไ มด ี จึงเกบ็ ไวในทอี่ ืน่ เสยี ,เมอ่ื บรขิ ารน้ันสญู หายไป เปน สนิ ใช แกภ ิกษภุ ณั ฑาคารกิ นัน้ เหมอื นกนั .แตเ ม่อื เธอหา มอยวู า ขา พเจาไมรบั รู ไมเ ปนสินใช. ฝา ยภิกษใุ ด เมื่อภกิ ษุ

พระวนิ ยั ปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 190ภัณฑาคารกิ เหน็ อยนู ่นั เอง เก็บไว ท้ังไมใ หภ ิกษภุ ัณฑาคารกิ รับร.ู บรขิ ารของภิกษุนนั้ หายไป เปนอนั สญู หายไปดวยดแี ล. ถา ภิกษุภณั ฑาคารกิ เก็บบริขารนัน้ ไวในท่แี หง อ่นื เมื่อสูญหายไปเปนสินใช. [ โจรลักของสงฆในเรอื นคลัง ปรบั สินไหมภิกษผุ ูรกั ษา ] ถา ภัณฑาคารรกั ษาดี บรขิ ารทงั้ ปวงของสงฆและของเจดีย เขาเก็บไวในภัณฑาคารนั้นแล. แตภ ิกษุภัณฑาคาริกเปน คนโง ไมฉ ลาด เปด ประตไู วไปเพ่ือฟง ธรรมกถา หรือเพอ่ื ทาํ กจิ อนื่ บางอยางในที่ใดทหี่ นึง่ ขณะน้ันพวกโจรเห็นแลว ลกั ภัณฑะไปเทา ใด ภัณฑะเทานั้นเปน สนิ ใชแ กเธอทง้ั หมด.เม่ือภณั ฑาคารกิ ออก จากภัณฑาคารไปจงกรมอยภู ายนอก หรอื เปด ประตูตากอากาศ หรอื นงั่ ตามประกอบสมณธรรมในภัณฑาคารนน่ั เอง หรือน่ังในภัณฑาคารน้นั เอง ขวนขวายดวยกรรมบางอยาง หรือเปน ผแู มปวดอจุ จาระปสสาวะ เมอื อุปจารในที่นนั้ เองมีอยู แตไปขา งนอกหรือเลนิ เลอเสยี ดวยอาการอืน่ บางอยา ง, พวกโจรเปดประตู หรอื เขาทางประตูทเ่ี ปด ไวน นั่ เอง หรือตดัทต่ี อลกั ภัณฑะไปเทา ใด เพราะความเลนิ เลอของเธอเปนปจจัย ภัณฑะเทา น้นัเปน สินใชแ กเธอนนั้ แลทัง้ หมด. ฝา ยพระอาจารยบ างพวกกลาววา ในฤดรู อ นจะเปด หนาตา งนอน ก็ควร. แตเ มื่อปวดอุจจาระปสสาวะแลว ไปในที่อนื่ ในเมื่ออุปจารนัน้ ไมมี จดั วา เหลือวสิ ัย เพราะเธอตงั้ อยใู นฝา ยของผูเปนไข ;เพราะเหตุนน้ั ไมเ ปน สนิ ใช. ฝา ยภกิ ษใุ ดถกู ความรอ นภายในเบียดเบยี น จึงทาํ ประตใู หเ ปนของรกั ษาดแี ลว ออกไปขา งนอก. และพวกโจรจับภิกษุนัน้ ไดแลว บังคบั วา จงเปดประต.ู เธอไมค วรเปดจนถงึ ครั้งที่สาม. แตถ าพวกโจรเงอื้ ขวานเปนตน ขวู า ถาทา นไมยอมเปด, พวกเราจักฆาทา นเสียดวยจกั ทาํ ลายประตลู กั บรขิ ารไปเสยี ดว ย. เธอจะเปด ให ดวยทําในใจวา เมื่อเรา

พระวนิ ัยปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 191ตาย เสนาสนะของสงฆก็ฉิบทาย ไมม ีคณุ เลย ดังน้ี สมควรอยู, แมใ นอธกิ ารนี้ พระอาจารยบ างพวกกลา ววา ไมม สี นิ ใชเพราะเหลือวิสยั . ถาภิกษุอาคนั คกุ ะบางรปู ไขกญุ แจ หรอื เปด ประตไู ว, พวกโจรลักภณั ฑะไปเทา ใดภัณฑะเทา นน้ั เปน สินใชแกอ าคันตกุ ะนน้ั ทัง้ หมด. สลักยนตและกญุ แจ เปนของทสี่ งฆตดิ ใหไ ว เพือ่ ประโยชนแ กก ารรักษาภณั ฑาคาร. ภณั ฑาคารกิ ใสเพยี งลมิ่ แลวนอน. พวกโจรเปด เขา ไปลกั บริขาร เปน สนิ ใชแ กเ ธอแท. แตภัณฑาคารกิ นั้น ใสล กั ยนตและกุญแจแลวนอน, ถาพวกโจรมาบังคับวาจงเปด เธอพงึ ปฏบิ ตั ใิ นคาํ ของพวกโจรน้นั ตามนยั กอ นนั่นแล. ก็เม่อืภัณฑาคารกิ น่ันทาํ การรักษาอยางน้ันแลว จงึ นอน, ถาพวกโจรทาํ ลายฝาหรือหลงั คา หรือเขาทางอโุ มงค ลักไป, ไมเ ปนสินใชแกเธอ. ถา พระเถระแมเหลาอ่ีนอยใู นภัณฑาคาร เมอ่ื ประตูเปด ทา นจงถอื เอาบริขารสวนตวั ไปภัณฑาคาริกไมร ะวังประตู ในเม่ือพระเถระเหลา นัน้ ไปแลว, ถาของอะไร ๆในภณั ฑาคารนน้ั ถูกลักไป, เปน สนิ ใชแกภัณฑาคารกิ เทา นนั้ เพราะภัณฑา-คารกิ เปน ใหญ. ฝา ยพวกพระเถระพงึ เปนพรรคพวก. นี้เปน สามีจกิ รรม ในภณั ฑาคารนัน้ . แตถา ภัณฑาคารกิ บอกวา ขอพวกทานจงยืนรับบริขารของพวกทานขางนอกเถิด อยา เขา มาเลย. และพระเถระโลเลรปู หนง่ึ แหง พวกพระเถระเหลา น้นั พรอ มดวยสามเณรและอปุ ฏ ฐากทั้งหลาย เปด ภัณฑาคารเขาไปน่ังและนอน ภณั ฑะหายไปเทา ใด เปนสินใชแ กพ ระเถระน้นั ทงั้ หมดฝายภัณฑาคารกิ และพระเถระทเี่ หลอื พงึ เปนพรรคพวก. ถาภกิ ษุภัณฑาคาริกนนั่ เองชวนเอาพวกสามเณรโลเล และเหลาผูอ ปุ ฏ ฐาก ไปนง่ั และนอนอยใู นภัณฑาคาร, ส่ิงของใดในภณั ฑาคารนน้ั หายไป. ของท้ังหมดน้ัน เปน สินใชแกภ ิกษุภัณฑาคาริกเทา นัน้ . เพราะเหตนุ ้ัน ภกิ ษุภณั ฑาคาริกเทา นน้ั ควร

พระวินยั ปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 192พักอยูในภัณฑาคารนัน้ . พวกภกิ ษุทเ่ี หลอื ควรพกั อยูที่มณฑปหรอื โคนคนไมแตไ มควรพกั อยใู นภัณฑาคาร ดวยประการฉะนี้. อนงึ่ ภกิ ษุเหลา ใด เก็บบรขิ ารของพวกภกิ ษุผเู ปน สภาคกนั ไวในหองทอ่ี ยูของตน ๆ เมอื่ บริขารหายไป ภิกษเุ หลา ใดเกบ็ ไว เปน สนิ ใชแ กภ ิกษุเหลาน้ันน่นั แล. ฝา ยภกิ ษุนอกน้ี ควรเปน พรรคพวก. แตถาสงฆส ง่ั ใหถ วายขาวยาคแู ละภัต แกภิกษภุ ณั ฑาคารกิ ในวหิ ารนน่ั เอง และภิกษภุ ัณฑาคารกิรูปนน้ั เขา ไปสบู าน เพ่อื ตอ งการภกิ ขาจาร, สิง่ ของหายไป ยอ มเปน สนิ ใชเเกภ กิ ษภุ ณั ฑาคาริกรปู นัน้ นน่ั เอง. แมภกิ ษผุ รู บั หนาทีเ่ ฝา วิหาร ทีพ่ วกภิกษุผเู ขาไปเทย่ี วภกิ ขาจารต้ังไว เพอื่ ตอ งการใหรักษาอตเิ รกจวี ร ไดย าคแู ละภตัหรืออาหารเหมือนกนั ยงั ไปภกิ ขาจาร, สิ่งของใดในวหิ ารนัน้ หายไป, ส่ิงของน้นั ทง้ั หมดเปน สนิ ใชแกเธอ. และส่ิงของน้นั นัน่ เอง จะเปน สนิ ใชอ ยา งเดียวก็หามิได ส่งิ ของใดหายไป เพราะความประมาทของภิกษุผูเฝา วหิ ารน้ันเปนปจ จัย, ส่งิ ของนน้ั ท้ังหมดเปน สนิ ใชแกเ ธอเหมือนภิกษภุ ณั ฑาคาริกฉะนัน้(เหมือนสงิ่ ของท่ีหายไปเพราะความประมาทของภิกษภุ ัณฑาคารกิ เปนสนิ ใชแกภ กิ ษภุ ัณฑาคารกิ ฉะนน้ั ) ถา เปน วหิ ารใหญ, เมื่อเธอเดินไปเพอื่ รักษาที่สวนหนึ่ง ส่งิ ของท่เี กบ็ ไวในอกี ทีห่ นึง่ พวกโจรลกั เอาไป ยอมไมเปน สินใชเพราะเปน เหตเุ หลือวสิ ัย. กใ็ นทเี่ ชนนั้น เธอควรเกบ็ บรขิ ารท้ังหลายไวใ นที่ประชมุ แหงภิกษทุ ัง้ ปวง แลว นัง่ ในทา มกลางวหิ าร หรอื พงึ ตง้ั ภกิ ษรุ บั หนาท่ีเฝาวิหารไว ๒-๓ รูป. ถาแมเ ม่อื เธอเหลา น้นั มิไดเ ปน ผูประมาท คอยระแวดระวังอยูขา งโนน และขา งนี้ นน่ั แล สง่ิ ของอะไร ๆ หายไป, ก็ไมเ ปนสินใชแกเ ธอเหลา น้นั สง่ิ ของทีพ่ วกโจรมดั ภกิ ษผุ ูรบั หนา ทร่ี ักษาวหิ ารไวแลว ลกัเอาไปกด็ ี ส่ิงของท่ถี กู ลกั ไปโดยทางอืน่ เมือ่ ภกิ ษุรับหนา ทเ่ี ฝาวหิ าร เดนิ

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 193สวนทางพวกโจรไปกด็ ี ไมเ ปน สินใชแกเ ธอเหลา นัน้ . ถาขา วยาคแู ละภัตหรืออาหารทจี่ ะพึงถวายในวหิ ารไมมแี กภ กิ ษผุ ูรบั หนาท่รี กั ษาวิหาร, จะตง้ั สลากขาวยา ๒-๓ ที่ ซ่ึงมีเหลือเพื่อจากลาภทภ่ี กิ ษุเหลานั้นพึงได และสลากภตัพอแกภิกษุผูเฝา วหิ ารเหลา น้นั ก็ควร แตไมค วรตั้งใหเปนประจํา. เพราะวาพวกชาวบาน จะมคี วามรอ นใจวา พวกภิกษุผูร บั หนา ท่เี ฝา วหิ ารเทา น้ันยอ มฉนั ภัตของพวกเรา. เพราะเหตุนนั้ จงึ ควรผลัดเปลย่ี นวาระกันตงั้ ไว.ถาพวกภกิ ษทุ ี่เปน สภาคกัน ของภิกษรุ บั วาระเฝาวหิ ารเหลา นัน้ นําสลากภตัมาถวาย, ขอ นนั้ กเ็ ปน การดี, ถาไมถวาย, ควรใหภิกษุทัง้ หลายรบั วาระแลวใหนาํ มาถวายเถิด. ถาภกิ ษผุ รู ับหนาท่รี ักษาวหิ าร เม่ือไดร ับสลากขา วยาคู๒-๓ ที่ และสลากภัต ๔ - ๕ ทเี่ สมอ ยงั ไปภกิ ขาจาร, สงิ่ ของหายไปทง้ั หมดเปน สนิ ใชแกเ ธอ เหมือนภกิ ษภุ ณั ฑาคาริก ฉะน้ัน. ถาภัตหรอื คา จางเพอ่ื ภตัของสงฆ ทจี่ ะพึงถวายแกภ ิกษุผูเ ฝา วหิ ารไมมี ภกิ ษุรับเอาตามวาระเฝาวหิ ารแลว จึงใหน ิสติ ของตน ๆ ชว ยปฏบิ ตั ิจะไมรับเอาวาระทีม่ าถงึ ยอ มไมไ ด,ควรทําเหมือนอยา งท่ภี ิกษเุ หลาอนื่ ทาํ อยูฉะน้นั . แตว า ภิกษุใด ไมม สี หายหรอืเพือ่ น ไมม ภี ิกษุผูช อบพอกนั ท่จี ะนาํ ภตั มาให, ภิกษุทัง้ หลาย ไมค วรใหวาระถงึ แกภิกษเุ ห็นปานนั้น. ภกิ ษุทัง้ หลายตง้ั แมสว นใดไวในวหิ าร เพือ่ ประโยชนเปนเสบียงกรัง. ควรตั้งภิกษผุ รู ับเอาสวนน้ันเล้ียงชพี ( ใหเ ปน ผรู ับวาระ ).ภกิ ษใุ ดไมรับเอาสวนนั้นเล้ียงชีพ, ไมควรใหภ ิกษุนัน้ รบั วาระ. ภกิ ษทุ ง้ั หลายแตงต้ังภกิ ษุไวในวหิ าร แมเ พื่อตองการใหรกั ษาผลไมนอ ยใหญ, ครั้นปฏิบตั ิรกั ษาแลวก็แจกกนั ฉันตามคราวแหงผลไม. ภิกษทุ ่ีฉันผลไมเ หลา น้ัน ควรตัง้ใหร ับวาระ. ภิกษุผไู มอ าศัย (ผลไมนัน้ ) เล้ยี งชพี ไมค วรใหร ับวาระ. ภิกษุทง้ั หลายจะแตงตั้งภิกษุไว แมเ พอื่ ตอ งการใหร ักษาเสนาสนะ เตยี ง ตงั่ และ

พระวนิ ัยปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 194เครอ่ื งปูลาด, ควรแตงตัง้ ภกิ ษผุ อู ยูในอาวาส, สว นภกิ ษุผูถืออัพโภกาสิกธดุ งคก็ดี ผถู อื รกุ ขมูลกิ ธุดงคกด็ ี ไมควรใหร บั วาระ. อาจารยบางพวกกลาววาภกิ ษุรูปหนึ่งยังเปนพระนวกะอยู แตเธอเปนพหูสทู สอนธรรมใหการสอบถาม บอกบาลีแสดงธรรมกถา แกภ ิกษุเปนอันมาก ท้งั ชวยภาระของสงฆด ว ย.ภกิ ษุนี้ เมอื่ ฉันลาภอยูก ็ดี อยูในอาวาสก็ดี ไมควรใหรับวาระ, ควรรูกันวาเปน คนพิเศษ. แตภ กิ ษุผรู ักษาโรงอโุ บสถ และเรือนพระปฏิมา ควรใหข า วยาคูและภัตเปนทวีคณู ขาวสารทะนานหนงึ่ ทุกวนั ไตรจวี รประจาํ ป และกัปปยภณั ฑท ม่ี ีราคา ๑๐ หรอื ๒๐ กหาปณะ. กถ็ าเมือ่ เธอไดรบั ขา วยาคูและภตั น้นั อยูน นั่ เอง สิง่ ของอะไร ๆ ในโรงอุโบสถ และเรือนพระปฏิมานน้ั หายไป เพราะความประมาท, เปนสนิ ใชแ กเธอทง้ั หมด. แตสิ่งของท่ถี ูกพวกโจรผูกมัดตวั เธอไวแ ลว แยงชงิ เอาไป โดยพลการยอมไมเปน สนิ ใชแ กเธอ, การทีจ่ ะใหรักษาส่ิงของ ๆ เจดียไ วร วมกบั สง่ิ ของ ๆ เจดยี เอง หรือกับส่ิงของ ๆสงฆในโรงอุโบสถเปน ตนนั้น สมควรอย,ู แตก ารท่จี ะใหร ักษาสิง่ ของ ๆ สงฆไวรวมกบั สงิ่ ของ ๆ เจดียไ มค วร. แตสิง่ ของอนั ใด ท่ีเปนของสงฆ ซ่งึ เกบ็รวมกับของเจดยี , สิ่งของ ๆ สงฆนั้น เมอ่ื ใหร กั ษาของเจดียไวแ ลว กเ็ ปนอนั รักษาไวแลว ทเี ดียว เพราะฉะนัน้ การรกั ษาไวอยางนั้นควรอยู. แมเ มื่อภกิ ษรุ กั ษาสถานท่ีทัง้ หลาย มีโรงอโุ บสถเปนตน ตามปก ขวาระ สงิ่ ของที่หายไป เพราะอาํ นาจความประมาทยอมเปนสนิ ใช เหมอื นกัน ฉะน้ีแล. จบกถาวา ดวยของท่ีเขาฝากไว

พระวนิ ยั ปฎ ก มหาวภิ ังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 195 กถาวา ดวยดานภาษี ชนทัง้ หลาย ยอมตระบดั ภาษจี ากทีน่ นั้ เหตนุ นั้ ทีน่ นั้ ชื่อวาสุงกฆาฏะ ที่เปน แดนตระบัดภาษ.ี คําวา สงุ กฆาฏะ นัน่ เปน ช่ือของดา นภาษ.ี จรงิ อยู ดานภาษีนั้น ทานเรียกวา สงุ กฆาฏะ เพราะเหตุท่ชี นท้งั หลาย เมือ่ ไมย อมใหข องควรเสียภาษี เปนดานภาษีนาํ ออกไปจากทน่ี ้ัน ชอ่ื วาตระบัด คอื ยังภาษขี องพระราชาใหสญู หายไป. สองบทวา ตตฺร ปวสิ ติ วฺ า มคี วามวา เขาไปในดานภาษีทีพ่ ระราชาทรงทาํ กาํ หนดตงั้ ไวใ นที่ทง้ั หลาย มีเขาขาดเปน ตนนนั้ . สองบทวา ราชคฺฆ ภณฺฑ ไดแก ภณั ฑะท่คี วรแกพระราชา.อธบิ ายวา ภาษีมีราคา ๕ มาสก หรอื เกนิ กวา ๕ มาสก เปนของทตี่ นควรถวายแดพ ระราชา จากภัณฑะใด, ภัณฑะนนั้ . ปาฐะวา ราชก บาง. เนอ้ืความอยางน้ีเหมือนกัน. ภกิ ษุมไี ถยจิต คอื ยังไถยจิตใหเ กิดขึ้นวา เราจะไมใหภาษีแกพ ระราชาจากภณั ฑะน้ี แลว ลบู คลําภัณฑะนนั้ ตอ งทุกกฏ, หยบิจากทที่ วี่ างไวใ สใ นยา ม หรือผูกติดกบั ขาไวใ นทปี่ ดบงั ตองถลุ ลจั จยั , กิริยาทใี่ หเคลื่อนจากฐาน ชือ่ วายงั ไมมี เพราะเขตแหง ปาราชกิ พระผมู พี ระภาคเจาทรงกําหนดดว ยดานภาษ.ี ภกิ ษุยงั เทาท่ี ๒ ใหก าวขา มเขตกําหนดดา นภาษไี ปตองปาราชกิ . สองบทวา พหิ สุงฺกฆาฏ ปาเตติ มีความวา ภกิ ษอุ ยภู ายในนัน่ เอง เห็นราชบรุ ษุ ทั้งหลาย เมินเหมอเสีย จงึ ขวางไป เพอ่ื ตองการใหต กไปภายนอก ถาภณั ฑะนัน้ เปน ของจะตกไดแนนอน พอหลุดจากมือ เธอตอ งปาราชิก. ถา ภัณฑะนน้ั กระตนไม หรือตอไม หรอื ถูกกําลังลมแรงหอบไป

พระวินัยปฎ ก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 196ตกในภายในน่นั แลอกี ยงั คมุ ได. เธอหยิบขวางไปอีก ตอ งปาราชกิ ตามนยัท่ีกลาวแลว ในหนหลังนั่นแล. ถา ภัณฑะน้นั ตกที่พืน้ ดนิ แลว กล้งิ เขามาขา งในอีก เธอตอ งปาราชกิ เหมือนกนั . สวนในกรุ ุนที และสังเขปอรรถกถากลา ววาถา ภัณฑะนนั้ ตกขา งนอก หยุดแลว จงึ กลิง้ เขา ไป เธอตองปาราชิก ถายงั ไมทนั หยดุ เลยกลงิ้ เขา ไป ยงั คมุ ได. ภกิ ษุอยภู ายในใชม อื หรอื เทา หรือไมเทาเขยี่ กลง้ิ ไป หรือวา ใหผ อู ่นื กลง้ิ ไป, ถา ภณั ฑะนนั้ ไมห ยุด กล้งิ ออกไปตองปาราชกิ . ภณั ฑะนนั้ หยุดขา งในแลว จงึ ออกไปขา งนอก ยงั คมุ ได. ภัณฑะท่ีภกิ ษุวางไวภ ายใน ดว ยคดิ วา จกั กล้งิ ออกไปเอง หรือวา ผูอืน่ จักใหมนั กลิง้ออกไป ภายหลังกลง้ิ เอง หรือผูอ ืน่ กลิง้ ออกไปขางนอก ยังคุม ไดเหมอื นกนั .แตในภัณฑะทภี่ กิ ษุวางไวดวยจติ บริสุทธ์ิ และกลิง้ ออกไปอยา งนั้น ไมม คี าํ ที่จะพงึ กลา วเลย. ภิกษุทาํ หอสองหอ ใหตดิ กนั เปนพวงเดียว วางไวร ะหวางแดนของดานภาษี แมวาดา ภาษใี นหอนอกจะไดร าคาบาทหนงึ่ ก็จริง ถึงกระนั้นหอในยังคมุ ไวไ ด เพราะเน่ืองเปนพวงเดยี วกนั กับหอ นอกนนั้ . แตถาเธอยายหอที่อยภู ายในไปวางไวขางนอก ตอ งปาราชิก. แมในหาบท่ภี กิ ษุทาํ ใหเ นื่องเปน อันเดยี วกนั วางไว กม็ นี ัยเหมือนกนั . แตถ าภัณฑะนัน้ เปนของไมไ ดผ กูสกั วาพาดไวบ นปลายคานเทา น้นั เปนปาราชิก. ภกิ ษวุ างไวใ นยาน หรือบนหลงั มาเปนตน ซึง่ กําลงั ไป ดวยทําในใจวา ภัณฑะนีม้ ันจกั นาํ ออกไปในภายนอก เมื่อภณั ฑะน้ันถกู นําออกไปแลว อวหารยอมไมมี แมภณั ฑไทยก็ไมมี. เพราะเหตุไร ? เพราะพระราชาพกิ ัดไววา จงเกบ็ ภาษแี กค นผเู ขา มาในทีน่ ,้ี จริงอยู ภณั ฑะนี้ ภกิ ษุตั้งไวน อกดา นภาษี และเธอมไิ ดนําไป;เพราะฉะน้นั จึงไมมภี ัณฑไทย ไมเ ปนปาราชิก. แมในภณั ฑะทวี่ างไวใ นยานทจี่ อดอยเู ปนตน ครนั้ เมื่อยานเปนตนน้ันไป เวน ประโยคของภกิ ษุน้ัน

พระวินัยปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 197แมเมอ่ื มไี ถยจิต อวหารยอมไมม ีเหมอื นกัน. แตถ าภกิ ษวุ างแลว ขบั ยานเปนตน ไปอยู ใหกาวลว งไปก็ดี ยืนขางหนา แลว เรยี กวา มาเถิดโวย ดังนี้เพราะความทต่ี นสัง่ สมไวใ นมนตท ง้ั หลาย มีมนตเ รยี กชา งเปน ตน ก็ดี ตอ งปาราชกิ ในขณะกาวลว งแดนไป. ในเอฬกโลมสิกขาบท ไมเปนอาบัตใิ นฐานะนี้ คอื ภิกษุใหผ ูอน่ื นาํ ขนเจยี มไป, ในสกิ ขาบทนเ้ี ปน ปาราชกิ . ในเอฬกโลมสกิ ขาบทน้นั ภิกษใุ สขนเจียมในยานหรือภัณฑะเองชนอ่นื ผูไ มรู ใหกาวลวงสามโยชนไป. ขนเจียมเปน นสิ สคั คยี  เพราะเหตนุ ัน้ ภกิ ษตุ อ งปาจิตตีย, ในสกิ ขาบทน้ีหาเปนอาบตั ิไม. ภกิ ษุเสยี ภาษีท่ีดา นภาษกี อนแลวจงึ ไป ควรอยู. ภกิ ษรุ ปู หนงึ่ ทําความผกู ใจไวแ ลว ไป ดว ยคดิ วา ถา เจาพนักงานภาษีทวงวา ทานจงใหคา ภาษี, เรากจ็ กั ให, ถา พวกเขาไมทวง. เราจักไป ดังน้ีเจาพนักงานภาษีคนหนงึ่ ไดเ ห็นภิกษรุ ปู น้นั จึงกลาววา ภกิ ษรุ ปู นี้ จะไป,พวกทา นจงเก็บดา ภาษภี กิ ษุน้นั . เจาพนักงานภาษอี กี นายหน่งึ พดู ข้ึนวาบรรพชิตจกั มคี า ภาษแี ตท่ีไหนเลา นิมนตไปเถดิ ดังนี้. เปน อันไดขออา งภิกษุควรไป. ภิกษทุ ัง้ หลายท่ียังไมเ สียคา ภาษเี สยี กอน ไป ไมค วร, ก็เพราะเหตนุ น้ั เมอ่ื ภิกษพุ ูดวา รับเอาเถิด อบุ าสก ดงั นก้ี ็ดี เม่อื เจา พนกั งานภาษีพดู วา เมอ่ื เราจะเก็บคา ภาษีของภิกษุ ก็จะตอ งเอาบาตรและจีวร จะมีประโยชนอะไรดวยบาตรและจีวรนั้น นมิ นตไ ปเถดิ ดังนี้ก็ดี เปนอนั ไดข อ อางทเี ดยี ว.ถาพวกเจาพนักงานภาษี นอนหลบั อยูก็ดี เลน สกาอยกู ็ดี หรอื ไปในที่ไหน ๆเสยี กด็ ,ี และภกิ ษุนี้ แมรองเรยี กวา พวกเจาพนักงานภาษี อยทู ่ไี หนกนั ?ก็ไมพ บเหน็ , เปนอนั ไดข ออางเหมือนกนั . แมถ าภกิ ษุไปถึงดานภาษีแลวเผอเรอไป คดิ ถงึ อะไร ๆ อยกู ็ดี สาธยายอยูกด็ ี ตามประกอบมนสิการอยูก ด็ ี

พระวนิ ัยปฎก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ที่ 198ถูกภยนั ตราย มโี จร ชาง ราชสหี  และเสือโครงเปนตน ลุกวิง่ ไลตดิ ตามไปกด็ ี เหน็ มหาเมฆตงั้ เคาขึน้ แลว ประสงคจะเขา ไปยังศาลาขางหนาก็ดี ลว งเลยสถานท่นี ัน้ ไป; เปนอันไดข ออางเหมือนกนั . ในคําวา ภิกษุหลบเลยี่ งภาษี น้ี ทานกลาวไวใ นอรรถกถากรุ ุนทวี่ าถึงภิกษุกาวลงสูอปุ จารแลว หลบเล่ียงไป กจ็ ริง ก็เปนอวหารทเี ดยี ว. แตใ นมหาอรรถกถา ทา นกลาวไวว า เม่ือภกิ ษเุ ลง็ เห็นโทษอยางเดียววา พวกราช-บุรุษ เบยี ดเบียนผูห ลบเลย่ี ง ดงั น้ี จงึ กาวลงสอู ุปจารแลว หลบเลย่ี งไปเปนทุกกฏ, เมอ่ื ไมไ ดกา วลงเลย แตหลบเลีย่ งไป ไมเปน อาบตั ิ. คําในมหาอรรถกถาน้ี ยอ มสมดว ยพระบาล.ี ในดานภาษนี ้ี ควรกาํ หนดอปุ จารไว ๒เลฑฑุบาต ฉะนน้ั แล. จบกถาวาดวยดานภาษี

พระวนิ ัยปฎ ก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาท่ี 199 กถาวาดวยสตั วม ชี ีวติ ถัดจากกถาดานภาษีนไี้ ป พระผมู พี ระภาคเจา เมอ่ื จะทรงแสดงสัตวท่มี ชี วี ติ ซึ่งพอควรแกอ วหารโดยสว นเดยี ว จงึ ตรัสวา มนุสฺสปาโณ เปนตน .เมอื่ ภกิ ษุลักมนุษยผ ยู ังมชี วี ิตแมนน้ั ซึ่งเปนไทไป ยอ มไมเปนอวหาร. แมมนษุ ยผเู ปนไทคนใด ถกู มารดาหรือบดิ าเอาไปจํานาํ ไว หรือตวั เองเอาตัวเปนประกันไว แลวไดถอื เอาทรพั ย ๕๐ หรือ ๖๐ กหาปณะไป, เม่ือภกิ ษุลักเอามนษุ ยผ ูเ ปนไทแมค นนน้ั ไป ก็ไมเ ปนอวหาร. สวนทรัพยย อ มเพ่มิ ดอกเบย้ีขนึ้ ในสถานทเ่ี ขาไป. แตเ มอื่ ภิกษลุ ักทาสน่นั แล ตา งโดยเปนทาสทเ่ี กิดในเรอื นเบ้ีย ทาสสนิ ไถแ ละทาสที่ถูกนาํ มาเปน เชลย ยอมเปน อวหาร. จริงอยูพระผูมพี ระภาคเจา ทรงหมายเอาทาสผเู กิดในเรือนเบย้ี เปน ตน นัน้ นัน่ แล จึงตรสั พระดํารัสนไี้ ววา ท่ชี ่อื วาสัตวม ีชวี ิต เราเรยี กคนยงั มีชวี ิต ดังนี้. [ บคุ คลผูเปน ทาส ๓ จาํ พวก ] ก็บรรดาทาสเหลา นั้น ทาสท่ีเกดิ ในทองของนางทาสี ในเรือนพึงทราบวา อันโตชาตกะ ทาสท่เี กดิ ภายใน. ทาสทีซ่ อื้ มาดวยทรพั ย พึงทราบวาธนกั กีตกะ ทาสทไ่ี ถมาดวยทรัพย, บุคคลทถี่ กู กวาดตอ นมาจากตา งประเทศแลวเขา ถงึ ความเปน ทาส พึงทราบวา กรมรานีตะ ทาสทถ่ี ูกนํามาเปนเชลย.ภิกษุคดิ วา เราจกั ลักมนุษยที่มชี ีวติ เหน็ ปานน้ีไป แลว ลูบคลาํ ตองทุกกฏ.เมือ่ เธอจับทม่ี อื หรอื เทายกขึน้ ทําใหไ หว ตองถุลลัจจยั . เธอใครจ ะยกหนีไปใหลว งเลยจากสถานที่ ๆ ยืนอยู แมเ พียงปลายเสนผมไป ตอ งปาราชกิ . เธอจับทผ่ี มหรือที่แขนท้ังสอง ฉดุ ครา ไป พึงปรับตามยางเทา. ภกิ ษุคิดวา เราจกั

พระวินยั ปฎ ก มหาวิภงั ค เลม ๑ ภาค ๒ - หนา ท่ี 200พาเดนิ ไป ขูหรือตี พลางพดู วา แกจงไปจากท่ีนี้. เมื่อเขาไปยังทศิ าภาคตามทภ่ี ิกษุนัน้ สงั่ เธอตอ งปาราชิกในยางเทาท่ี ๒. แมภ กิ ษเุ หลาใด มฉี นั ทะรวมกับภิกษนุ ้นั เปน ปาราชิก ในขณะเดยี วกนั แกภกิ ษุเหลานั้นทั้งหมด. ภิกษุเห็นทาสแลว ถามถงึ สุขทกุ ข หรือไมถามก็ตาม พดู วา แกจงไป จงหนไี ปอยเู ปนสขุ เถิด ถาทาสคนนนั้ หนีไปไซร เธอตองปาราชกิ ในยา งเทาท่ี ๒.ภกิ ษรุ ูปอืน่ พูดกะทาสคนน้นั ผูเ ขา มาสสู ํานกั ของตนวา แกจงหนไี ป. ถาภิกษุต้ังรอ ยรปู พูดกะทาสผเู ขา มาสสู ํานกั ของตน ๆ ตามลาํ ดบั , ก็เปนปาราชิกดวยกันทง้ั หมด. สว นภกิ ษรุ ปู ใด พดู กะทาสผกู าํ ลังวงิ่ หนีไปนน่ั เองวา แกจงหนีไป ตลอดเวลาท่เี จาของยังจับแกไมได, เธอรปู นน้ั ไมต อ งอาบัติปาราชกิ .แตถ าเธอพดู กะทาสคอย ๆ เดนิ ไป, และทาสคนน้ันรีบจาํ้ เดินไป ตามคําของภิกษุนั้น, เปน ปาราชิก, เม่อื ภกิ ษุเห็นทาส ผูห นีไปยงั บานหรือประเทศอื่นแลวไลใหห นีไป แมจากทีน่ ัน้ เปนปาราชิกเหมือนกัน. ช่ือวา อทินนาทานยอมพน ไดโ ดยปรยิ าย. จริงอยู ภกิ ษรุ ูปใด พดู อยางนีว้ า เธอทําอะไรอยูในทีน่ ี้ ? เธอหนีไปไมควรหรือ? กด็ ี วา การทเี่ ธอไปในทไี่ หน ๆ แลว มชี วี ติ อยูอยางสบายไมค วรหรือ? กด็ ี วา พวกทาสและสาวใชพ ากันหนไี ปยังประเทศช่อื โนน แลวยอมเปนอยอู ยา งสบาย ก็ด,ี และเขาไดฟง คาํ พดู ของภิกษนุ ั้นแลว กห็ นไี ป,ยอ มไมเ ปน อวหาร. ฝา ยภิกษใุ ด พดู วา พวกอาตมา จะไปยงั ประเทศชอื่ โนน,ผไู ปในประเทศนัน้ แลว ยอ มเปน อยอู ยางสบาย และเมอ่ื พวกทานไปพรอ มกับพวกอาตมา จะไมม คี วามลําบาก ดว ยเสบียงทางเปน ตน แมในระหวางทางดังนแ้ี ลว พาเอาทาสผมู าพรอ มกับตนไป, ภกิ ษรุ ปู นนั้ ไมตอ งปาราชิกดวย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook