Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Description: การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Search

Read the Text Version

74 3. ผบู้ รหิ ารระดบั ต้น (First Level Manager) หมายถงึ ผบู้ รหิ ารทอ่ี ยสู่ ่วนล่างและทา หน้าท่เี ก่ยี วขอ้ งโดยตรงกบั ผู้ปฏบิ ตั งิ านรบั ผดิ ชอบในการควบคุมดูแลพนักงานผูป้ ฏบิ ตั งิ าน ซ่งึ ทาหน้าท่งี านประจา ไม่ต้องตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั นโยบาย กฎระเบยี บ และหน่วยปฏบิ ตั ทิ แ่ี น่นอน เป็นเคร่อื งมอื ช่วยในการปฏบิ ตั งิ าน จะดูแลใกล้ชดิ กบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านโดยตรง ส่วนใหญ่จะต้องอาศยั ทกั ษะทางดา้ นการทางาน (technical skill) ประกอบดว้ ย หวั หน้างาน (supervisor) ผูค้ วบคุมงาน หวั หน้าทมี หรอื หวั หน้าแผนก เป็นตน้ สาหรบั ระดบั ของผบู้ รหิ ารทงั้ 3 ระดบั สามารถนามาเขยี นเป็นภาพประกอบเพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจ ถงึ บทบาทหน้าทข่ี องแต่ละระดบั ไดด้ งั ภาพท่ี 2.2 กาหนดนโยบาย นานโยบายสู่การปฏิบตั ิ กากบั ควบคมุ การปฏิบตั ิงาน ภาพท่ี 2.2 ระดบั ของผบู้ รหิ าร ทกั ษะของผบู้ ริหาร การดาเนินการตัง้ แต่อดีตจนถึงปัจจุบันผู้บริหารเป็นผู้นาพาพนักงานไปสู่เป้าหมาย เดียวกันได้ และขบั เคล่อื นองค์การไปสู่ความสาเรจ็ ในทุกสภาวการณ์ ดงั นัน้ ผู้บริหารหรือ ผู้จดั การจาเป็นต้องมที กั ษะในการบรหิ ารจดั การองคก์ าร จงึ มมี นี ักวชิ าการได้กาหนดทกั ษะท่ี จาเป็นของผบู้ รหิ าร ทต่ี อ้ งมที กั ษะทางการบรหิ าร ดงั น้ี (L.Katz,1955, p.33-42)

75 1. ทกั ษะด้านมโนทศั น์ (Conceptual Skill) หมายถงึ ความสามารถในการมองภาพรวม ขององคก์ ารในการประสานสง่ิ ต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั ซง่ึ ตอ้ งมคี วามรทู้ างทฤษฎี และหลกั การสามารถ ทจ่ี ะคดิ วเิ คราะห์และเขา้ ใจถงึ สภาพการทางานเป็นส่วนรวม เขา้ ใจความเกย่ี วขอ้ งของกิจกรรม หรอื หน้าทข่ี องงานต่างๆ เขา้ ใจถงึ ความสาคญั ของความสมั พนั ธ์ และการเช่อื มโยงของแต่ละหน้าท่ี ทงั้ ภายในองคก์ ารกบั สภาพแวดลอ้ มภายนอกองคก์ ารใหส้ ามารถแกป้ ัญหาเฉพาะหน้าไดท้ นั ที ดงั นนั้ ผบู้ รหิ ารควรจะมที กั ษะเพม่ิ ขน้ึ อกี 2 ทกั ษะ คอื 1.1 ทกั ษะทางด้านการตัดสนิ ใจ (Decision-Making Skill) หมายถึง ความสามารถของผู้บรหิ ารในการพจิ ารณาตดั สนิ ใจต่างๆ ในสภาวะทม่ี กี ารเปล่ยี นแปลงอย่าง ทนั ที เช่น การตดั สนิ ใจในการแก้ไขปัญหา ซง่ึ ผบู้ รหิ ารจะต้องมคี วามสามารถในการระบุปัญหา วเิ คราะห์สาเหตุของปัญหา สามารถกาหนดทางเลอื กต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา และพจิ ารณา ตดั สนิ ใจในทางเลอื กใดทางเลอื กหน่งึ ในการแกไ้ ขปัญหา 1.2 ทกั ษะดา้ นการจดั การทางดา้ นเวลา (Time Management Skills) หมายถงึ ความสามารถของผู้บรหิ ารในการบรหิ ารเวลาไดอ้ ย่างเหมาะสม เช่น งานใดควรจะเป็นหน้าท่ี ของผบู้ รหิ ารงานระดบั สงู งานใดสามารถมอบหมายใหผ้ บู้ รหิ ารระดบั รองลงไปปฏบิ ตั ิ เป็นตน้ 2. ทกั ษะด้านมนุษยสมั พนั ธ์ (Human Skills) หมายถงึ ความสามารถในการทางาน รว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื ความสามารถเขา้ กบั ผู้อ่นื ไดอ้ ย่างดกี บั เพ่อื นร่วมงาน ประสานงานกบั หน่วยงานต่างๆ ไดเ้ มอ่ื ขอความรว่ มมอื ทกั ษะดา้ นมนุษยสมั พนั ธท์ าใหผ้ บู้ รหิ าร ทางานกบั คนอ่นื ไดอ้ ย่างดี ดว้ ยการสรา้ งความร่วมมอื เป็นทมี ผู้บรหิ ารยุคปัจจุบนั น้ีจะต้องรจู้ กั วธิ จี งู ใจ มคี วามเหน็ อกเหน็ ผอู้ ่นื ใหค้ วามสาคญั กบั ทุกคนทท่ี างานรว่ มกนั จงึ จะสามารถเกดิ การ สรา้ งความรว่ มมอื นาไปสกู่ ารทางานทบ่ี รรลุเป้าหมายขององคก์ าร 3. ทกั ษะด้านเทคนิค (Technical Skill) หมายถงึ ความรู้ ความสามารถ และความ ชานาญในกจิ กรรมเฉพาะอย่าง ผบู้ รหิ ารส่วนใหญ่จะเป็นผู้บรหิ ารระดบั ต้นทเ่ี ขา้ ใจรายละเอยี ด ของการปฏบิ ตั งิ านเทคนิคต่างๆ ความรใู้ นวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านในการใชเ้ คร่อื งมอื และมคี วามรใู้ น เรอ่ื งนนั้ ๆ โดยเฉพาะ ทกั ษะทงั้ 3 ด้านของผู้บรหิ ารท่จี าเป็นต้องมสี าหรบั การบรหิ ารจดั การงานองค์การ สามารถแสดงเป็นภาพประกอบดงั ภาพท่ี 2.3

76 ภาพท่ี 2.3 ทกั ษะของผบู้ รหิ าร กระบวนการในการบริหารจดั การ องคก์ ารจะสามารถดาเนินงานไปไดก้ ต็ อ้ งอาศยั ความร่วมมอื ร่วมใจกนั ของคนหรอื สมาชกิ ในองค์การ ซ่งึ ต้องอาศัยเคร่อื งมอื สาหรบั ผู้บรหิ ารในการระดมสรรพกาลงั ต่างๆ เพ่อื ให้การ ดาเนินงานสาเรจ็ นัน่ กค็ อื กระบวนการบรหิ ารจดั การ ซง่ึ มนี ักวชิ าการหลายท่านได้ใหข้ นั้ ตอน หรอื กระบวนการในการบรหิ ารจดั การไว้ ดงั น้ี Luther Gulick และ Lymdall Urwick ได้เสนอหลกั การกระบวนการบรหิ ารจดั การไว้ 7 ขนั้ ตอน เป็นแนวทางให้ผู้บรหิ ารได้นามาเป็นเคร่อื งมอื ในการปฏิบัติงานให้มีทิศทาง มี หลกั การ 7 ขนั้ ตอนดว้ ยกนั ดงั น้ี 1. การวางแผน (Planning) หมายถงึ การกาหนดสง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งทาไวล้ ่วงหน้าโดยจะมกี าร สารวจขอ้ มลู ต่างๆ การระดมความคดิ จากสมาชกิ ในองคก์ ารถงึ การปฏบิ ตั งิ าน ว่าจะทาอะไร (What) เมอ่ื ไหรท่ จ่ี ะตอ้ งลงมอื ทา (When) จะทาอยา่ งไร (How) ใหใ้ ครเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบในการทา (Who) และจะใชง้ บประมาณเท่าไร่ (How) และตอ้ งตระหนักถงึ แผนงานนนั้ จะตอ้ งมาจากนโยบายของ องคก์ ารและตอ้ งสอดคลอ้ งกบั นโยบาย ซง่ึ รปู แบบแผนงานควรประกอบดว้ ยวตั ถุประสงค์ นโยบาย แนวปฏบิ ตั ิ และมาตรฐานของงาน นอกจากน้ีผู้บรหิ ารจะต้องคานึงถงึ สภาพแวดลอ้ มทงั้ ภายใน และภายนอกองคก์ ารดว้ ย รวมทงั้ วฒั นธรรมองคก์ ารประกอบ 2. การจดั องคก์ าร (Organizing) หมายถงึ เป็นการจดั โครงสรา้ งขององคก์ าร โดยการจดั ระเบียบภายในองค์การให้เหมาะสมกับทรพั ยากรขององค์การ ซ่งึ จะเป็นการแบ่งหน้าท่งี าน จาแนก จดั กลุ่มงาน มอบหมายงาน การมอบอานาจหน้าท่ใี หเ้ หมาะสมกบั จานวนและประเภท ของงานหรอื การจดั แบง่ กล่มุ งานโดยอาศยั ปรมิ าณงาน คุณภาพงาน หรอื จดั ตามลกั ษณะเฉพาะ

77 ของงาน (Specialization) รวมทัง้ การประสานงานให้เหมาะสมกับทรพั ยากรเพ่ือให้บรรลุ วตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้ 3. การจดั บุคคลเขา้ ทางาน (Staffing) หมายถงึ กระบวนการในการดาเนินการเกย่ี วกบั การบรหิ ารทรพั ยากรมนุษยใ์ นองค์การ ซ่งึ เป็นการวางแผนกาลงั คน การสรรหาและคดั เลอื ก ทรพั ยากรมนุษย์ เขา้ มาบรรจุ แต่งตงั้ ใหบ้ คุ คลเขา้ มาทางานใหเ้ หมาะสมกบั ตาแหน่งหน้าทง่ี าน 4. การอานวยการ (Directing) หมายถงึ ภารกจิ ในการใชศ้ ลิ ปะในการบรหิ ารงาน ซง่ึ มี หน้าทใ่ี หค้ วามช่วยเหลอื ส่งเสรมิ สนบั สนุน ใหก้ ารดาเนินงานไปดว้ ยดี ต้องอาศยั ความมีภาวะ ผนู้ า (Leadership) มนุษยสมั พนั ธ์ (Human Relations) การตดั สนิ ใจ วนิ ิจฉยั สงั่ การ (Decision Making) และจงู ใจ ใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาไดค้ ลอ้ ยตามหรอื ทางานตามทไ่ี ดม้ อบหมายใหส้ าเรจ็ 5. การประสานงาน (Coordinating) หมายถงึ ความร่วมมอื ประสานงานเพ่อื ให้การ ดาเนนิ งานเป็นไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย หรอื การประสานงานระหว่างหน่วยงานหรอื ตดิ ต่อส่อื สาร ในองค์การและระหว่างหน่วยงาน การประสานงานจงึ เป็นกระบวนการให้ผู้บรหิ ารได้สร้าง ความสมั พนั ธ์กบั หน่วยงาน บุคคลเพ่อื ให้งานได้สาเรจ็ ลุล่วงไปได้ และผู้ต้องใช้เทคนิคในการ ส่งเสรมิ โน้มน้าว ชกั จงู ใจให้สมาชกิ ในองค์การสามารถทางานร่วมกนั ได้ โดยยดึ จุดมุ่งหมาย หรอื วตั ถุประสงคข์ ององคก์ าร 6. การรายงาน (Reporting) หมายถงึ เป็นกระบวนการและเทคนิคของการรายงานผล การปฏบิ ตั งิ านตามแผน และการประเมนิ แผน ตลอดจนการประชาสมั พนั ธก์ บั การตดิ ต่อส่อื สาร ผลการปฏบิ ตั งิ านสอดคลอ้ งและบรรลุเป้าหมายขององคก์ าร ทงั้ น้ีเพ่อื จะได้เป็นการประเมนิ ผล งานและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของทมี งานดว้ ย และสามารถเป็นขอ้ มลู ในการรายงานผลการ ปฏบิ ตั งิ านต่อผบู้ งั คบั บญั ชา และผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งดว้ ย 7. การงบประมาณ (Budgeting) หมายถงึ การบรหิ ารจดั ทางบประมาณ การจดั ทาบญั ชี กรใชจ้ า่ ยเงนิ และการควบคุมตรวจสอบทางดา้ นการเงนิ และทรพั ยส์ นิ ขององคก์ ารเพ่อื ใหเ้ กดิ ความมเี สถยี รภาพ และมสี ภาพคล่องในการบรหิ ารจดั การ รวมทงั้ เป็นการควบคุมความเสย่ี งใน การบรหิ ารการเงนิ การคลงั จากการนาเสนอกระบวนการบรหิ ารจดั การตามแนวคดิ ของ Luther Gulick และ Lymdall Urwick สามารถนามาแสดงไดด้ งั ภาพท่ี 2.4

78 Planning Budgeting Organizing Staffing POSDCORB Reporting Coordinating Directing ภาพท่ี 2.4 กระบวนการบรหิ ารจดั การ ตามแนวคดิ ของ Luther Gulick และ Lymdall Urwick ส่วนกระบวนการบรหิ ารจดั การตามแนวคดิ ของ Henri J. Fayol ไดเ้ สนอกระบวนการใน การบรหิ ารจดั การและการกาหนดหลกั เกณฑใ์ นการบรหิ าร ซง่ึ หน้าทข่ี องนักบรหิ าร (Management Functions) ไว้ ดงั น้ี 1. การวางแผน (Planning) หมายถงึ การทผ่ี บู้ รหิ ารไดพ้ จิ ารณากาหนดแนวทางการทางาน จะตอ้ งเตรยี มการวางแผนการทางานขององคก์ ารไวล้ ว่ งหน้าเพอ่ื ใหบ้ รรลุเป้าหมาย หรอื เป็นการ กาหนดสงิ่ ต้องทาไว้ล่วงหน้า ทงั้ ระยะสนั้ และระยะยาว เพ่อื ให้มที ศิ ทางในการปฏบิ ตั งิ านให้บรรลุ ตามเป้าหมายทต่ี งั้ ไว้ 2. การจดั องคก์ าร (Organizing) หมายถงึ การทผ่ี บู้ รหิ ารมกี ารจดั ระเบยี บ หรอื กาหนด โครงสรา้ งภายในขององคก์ ารใหเ้ หมาะสมกบั ทรพั ยากรทางการบรหิ าร หรอื เป็นการมอบหมาย งานใหบ้ คุ คลปฏบิ ตั งิ านตามหน้าท่ี แผนกงานใหส้ ามารถบรรลุตามเป้าหมาย และเพ่อื ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ สามารถช่วยใหอ้ งคก์ รประสบความสาเรจ็ ไดเ้ รว็ ขน้ึ 3. การสงั่ การ (Directing) หมายถงึ ภาระหน้าทข่ี องผบู้ รหิ ารใชค้ วามสามารถชกั จงู หรอื หว่านลอ้ มผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาใหป้ ฏบิ ตั งิ านตามคาสงั่ หรอื ผบู้ รหิ ารจะต้องมกี ารวนิ ิจฉยั สงั่ การท่ดี ี เพ่อื ใหก้ ารดาเนนิ งานขององคก์ ารดาเนนิ การไปตามเป้าหมาย

79 4. การประสานงาน (Coordinating) หมายถงึ การทม่ี ผี ู้บรหิ ารจดั ใหท้ รพั ยากรบุคคล ภายในองคก์ ร และทาหน้าทเ่ี ช่อื มโยงทรพั ยากรต่างๆ ขององคก์ ารใหด้ าเนินไปอยา่ งสอดคลอ้ ง ต้องกนั รวมทงั้ เป็นการประสานสมั พนั ธ์ใหส้ อดคลอ้ งเป็นน้าหน่ึงใจเดยี วกนั เพ่อื ใหก้ ารดาเนิน งานราบรน่ื และบรรลุวตั ถุประสงคอ์ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 5. การควบคุม (Controlling) หมายถงึ กระบวนการทางานเรมิ่ ตงั้ แต่การกาหนดมาตรฐาน การแก้ไขการปฏบิ ตั งิ านของผูใ้ ต้บงั คบั บญั ชาตลอดจนการดาเนินงาน เป็นกจิ กรรมขนั้ สุดท้าย ของกระบวนการบรหิ าร ซง่ึ ผบู้ รหิ ารตอ้ งทาหน้าทค่ี อยควบคุม ดแู ล และนิเทศงาน กากบั กจิ กรรม ใหม้ กี ารดาเนินกจิ กรรมต่างๆ ไปตามทไ่ี ดก้ าหนดไว้ แนวคิดในการบริหารจดั การงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั งานด้านความปลอดภยั ในการทางานในประเทศไทยมกี ารพฒั นาคลา้ ยคลงึ กบั ประเทศ อุตสาหกรรมทงั้ หลาย คอื ได้เกดิ ขน้ึ หลงั จากไดม้ กี ารพฒั นาอุตสาหกรรม ซง่ึ ในปี พ.ศ. 2462 ประเทศไทยเขา้ ร่วมเป็นสมาชกิ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในปี พ.ศ. 2472 ได้มี การรา่ งกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยข์ น้ึ โดยมกี ารกาหนดบทบญั ญตั วิ ่าดว้ ยการจา้ งแรงงาน และได้ มกี ารออกพระราชบญั ญตั โิ รงงานข้ึนใชโ้ ดยมุ่งหมายให้เป็นกฎหมายอุตสาหกรรมและกรรมกร เพ่ือให้การคุ้มครองความปลอดภยั คนงาน และในวนั ท่ี 20 กันยายน 2499 ได้มกี ารออก พระราชบญั ญตั แิ รงงาน พ.ศ. 2499 โดยใหม้ ผี ลบงั คบั ใชต้ งั้ แต่ 1 มกราคม 2500 และมกี ารประกาศ ใชพ้ ระราชบญั ญตั คิ วบคุมการก่อสรา้ งอาคารต่อมาในปี พ.ศ. 2509 ได้เกดิ โรคพษิ แมงกานีสใน กลุ่มคนงานทท่ี างานในโรงงานถ่านไฟฉาย มผี ู้เป็นโรคน้ีในระดบั ความรุนแรงต่างๆ กนั ถงึ 41 ราย ซ่งึ ขณะนัน้ ประเทศไทยมีพระราชบญั ญตั สิ าธารณสุข พ.ศ. 2484 แล้ว ในปลายปี พ.ศ. 2508 รฐั บาลได้ออกพระราชบญั ญตั ิปรบั ปรุงกระทรวงทบวงกรม (ฉบบั ท่ี 3) และในปี พ.ศ. 2508 น้ีกรมแรงงานได้ถูกตงั้ ข้นึ ในกระทรวงมหาดไทย เม่อื วนั ท่ี 29 ตุลาคม พ.ศ. 2508 ใน ปี พ.ศ. 2512 กระทรวงอุตสาหกรรมไดอ้ อกพระราชบญั ญตั โิ รงงานฉบบั ใหม่ การบรหิ ารจดั การดา้ นความปลอดภยั ในสถานประกอบการทผ่ี ่านมาในอดตี ยงั ไมม่ รี ะบบ การจดั การทด่ี ี และไมเ่ ป็นระบบ เน่ืองจากยงั ขาดการควบคุมดา้ นกฎหมายจากเจา้ หน้าทภ่ี าครฐั และส่วนหน่ึงเป็นหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของนายจา้ งเก่ยี วกบั มนุษยธรรม รวมทงั้ ความเอาใจใส่ ของลกู จา้ งในการดูแลความปลอดภยั ในการทางานของตนเองยงั ขาดความรู้ ความเขา้ ใจ ซง่ึ ใน ประเทศไทยนัน้ ในช่วงแรกประมาณก่อนการปฏวิ ตั ิ พ.ศ. 2475 ได้มกี ารจดั ระบบการบรหิ าร จดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบการต่างๆ แต่หากยงั ไม่แพร่หลาย มเี พยี งโรงงานอุตสาหกรรมไม่มากนักทไ่ี ดด้ าเนินการเก่ยี วกบั เรอ่ื งน้ี โดยอุตสาหกรรมทต่ี งั้ ขน้ึ ใน ขณะนัน้ มกั เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ท่มี คี วามเสย่ี งภยั สูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมกลนั่ น้ามนั โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงงานอุตสาหกรรมผลติ สารเคมี จาพวกยาฆ่าแมลงทางการเกษตร ป๋ ุยเคมปี ระเภทต่างๆ เป็นต้น อุตสาหกรรมการผลติ ในช่วงนัน้ นายจา้ งมที ศั นะ เก่ยี วกบั ความ

80 ปลอดภยั ทเ่ี หน็ วา่ เป็นการสน้ิ เปลอื ง และสญู เปล่าหากต้องลงเก่ยี วกบั เรอ่ื งสวสั ดภิ าพความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางานของลูกจา้ ง จงึ ทาให้สถติ กิ ารประสบอนั ตรายและเจบ็ ป่ วยอนั เน่อื งมาจากการทางานมแี นวโน้มสงู ขน้ึ มาโดยตลอด ในช่วงปลายทศวรรษ 2520 จุดเปล่ียนสาคญั ของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะรฐั บาล พลเอกเปรม ตณิ สูลานนท์ ซ่งึ มคี วามสมั พนั ธก์ บั ภาคธุรกจิ มากขน้ึ ฝ่ ายนักธุรกจิ รวมตวั กนั ตงั้ สมาคมต่างๆ ท่มี อี ทิ ธพิ ลต่อนโยบายเศรษฐกจิ ของรฐั บาล ทาใหเ้ กดิ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เกดิ ขน้ึ จานวนมากเพอ่ื ผลติ สนิ คา้ ทเ่ี ป็นจานวนมากนายจา้ งต้องมกี ารจา้ งคนงานจานวนมากเพ่อื เป็นแรงงานในการผลติ สนิ คา้ สง่ ไปยงั ต่างประเทศ รวมทงั้ ต่างชาตเิ ขา้ มาตงั้ โรงงานอุตสาหกรรม เกดิ ขน้ึ จานวนมาก ในขณะเดยี วกนั การควบคุมงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั สาหรบั ลกู จา้ งในโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านนั้ กลบั ถูกละเลย จงึ ทาใหค้ นงานเกดิ การบาดเจบ็ และเจบ็ ป่วย ทเ่ี กดิ จากการทางาน จนกระทงั่ ในปี พ.ศ. 2528 กระทรวงมหาดไทย ไดอ้ อกประกาศกระทรวง มหาดไทย เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลูกจา้ ง ลงวนั ท่ี 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดย อาศยั อานาจตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 103 ซง่ึ เป็นกฎหมายทก่ี าหนดใหม้ เี จา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ในการทางานในสถานประกอบการขน้ึ นับเป็นกา้ วแรกทม่ี กี ารกาหนดใหส้ ถาน ประกอบการมผี ดู้ แู ลรบั ผดิ ชอบดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน ซง่ึ มสี าระสาคญั ในเชงิ การบรหิ าร จดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยกาหนดใหส้ ถานประกอบการตามประเภทท่ี กาหนดทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 100 คนขน้ึ ไป ต้องจดั ให้มผี ดู้ ูแลรบั ผดิ ชอบดา้ นความปลอดภยั ในการ ทางาน (Safety officer) หรอื เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน (จป.) โดยต้องจดั ใหม้ กี าร ดาเนินงานดา้ นความปลอดภยั เช่น การตรวจความปลอดภยั การจดั มาตรการดา้ นความปลอดภยั การใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล และการจดั กจิ กรรมเพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อ่นื ๆ สถานประกอบการต่างๆ จงึ จาเป็นตอ้ งดาเนินการตามกฎหมาย ทงั้ น้ีกม็ กี ฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภยั ในการทางานฉบบั อ่นื ๆ ทค่ี ุม้ ครองแรงงานออกมาอกี เรอ่ื ยๆ เน่ืองจากอุตสาหกรรม ในประเทศได้ขยายตวั ตามการเปลย่ี นแปลงของตลาดโลก ประกอบกบั การพฒั นาประเทศตาม นโยบายของรฐั บาล ทาใหก้ ารผลติ สนิ คา้ จงึ ไมไ่ ดส้ นใจเกย่ี วกบั การผลติ ทใ่ี ชแ้ รงงานเป็นจานวนมาก ไม่มรี ะบบความปลอดภยั ใหก้ บั ลูกจา้ งเท่าท่คี วร มุ่งเน้นการผลติ ละเลยความปลอดภยั สาหรบั ลกู จา้ ง ไมม่ รี ะบบมาตรฐานสากลรบั รองกจ็ ะไมส่ ามารถขายสนิ คา้ ได้ สถานประกอบการทวั่ โลก จงึ ให้ความสาคญั กบั เร่อื งความปลอดภยั ในการทางานมากข้นึ แต่ประเทศไทยพบปัญหาและ อุปสรรคต่างๆ ท่สี ่งผลกระทบต่อการดาเนินการ เช่น ความไม่เขา้ ใจในหลกั การบรหิ ารจดั การ ผบู้ รหิ ารไมจ่ า้ งบคุ คลทเ่ี ขา้ มาดูแลงานดา้ นความปลอดภยั ไมต่ รงกบั งาน และขาดความเขา้ ใจใน การวางแผนด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั อย่างเป็นระบบ รวมทงั้ ลูกจ้างเองความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั การดแู ลตนเองในการทางานเน่ืองจากนายจา้ งไม่ไดใ้ หค้ วามสนใจเก่ยี วกบั การทางานของลูกจ้างมากนัก ดว้ ยเหตุน้ีจงึ ทาใหต้ ้องมกี ารพฒั นาปรบั ปรุง แก้ไข เพมิ่ เตมิ ทงั้ ดา้ นกฎหมายดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั รวมถงึ การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั

81 และอาชวี อนามยั อยา่ งเป็นระบบเพ่อื ชว่ ยในการธารงรกั ษาแรงงานในการผลติ และช่วยใหป้ ระเทศ ไดพ้ ฒั นากา้ วหน้าดว้ ยการมปี ระชาชนหรอื แรงงานทม่ี สี ุขภาพ อนามยั ทด่ี ปี ลอดภยั จากอนั ตราย และเจบ็ ป่วยอนั เน่อื งมาจากการทางานต่อไป จากแนวคดิ ในการบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มกี ารพฒั นา ตามความก้าวหน้าทางการเปล่ยี นแปลงของโลกท่มี คี วามเจรญิ ทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื ง จงึ ทาใหเ้ กดิ แรงผลกั ดนั ในแนวคดิ งานดา้ นดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทม่ี สี าเหตุทเ่ี ป็นปัจจยั ต่างๆ ดงั น้ี 1. ปัจจยั ท่ีเป็นแรงผลกั ดนั จากสงั คมท่ตี ้องการให้ผู้ปฏิบตั ิงานทางานอย่าง ปลอดภยั มสี ถานทท่ี างานทป่ี ลอดภยั 2. ปัจจยั ทางดา้ นการเมอื งทงั้ ภายในและภายนอกประเทศทม่ี คี วามตอ้ งการให้ ภาคอุตสาหกรรมให้ความสนใจต่อความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของผู้ปฏบิ ตั งิ านและผู้อยู่ อาศยั รอบๆ สถานประกอบกจิ การ ทาใหม้ กี ารผลกั ดนั ออกกฎหมายเพ่อื คุม้ ครองผปู้ ฏบิ ตั งิ าน รวมไปถงึ ลกู คา้ และการกาหนดเงอ่ื นไขทางการคา้ ของประเทศคคู่ า้ ปัจจยั ทางดา้ นเศรษฐกจิ ทม่ี องว่า การจดั การดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใน องคก์ รเป็นอกี รปู แบบหน่งึ ของการควบคุมความสญู เสยี จากปัจจยั ดงั กลา่ ว การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตอ้ งเป็น บทบาทสาคญั ทน่ี าไปส่เู ป้าหมายหน่ึงท่อี งคก์ รจะตอ้ งดาเนินการใหไ้ ดด้ ว้ ยจดั สรรงบประมาณ และ ทรพั ยากรให้เหมาะสม จดั โครงสรา้ งงานด้านความปลอดภยั เจ้าหน้าท่ี การพฒั นาฝึกอบรม งบประมาณ เวลา และองคค์ วามรตู้ ่างๆ เพ่อื ใหก้ ารบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลใหก้ บั การดาเนินงานขององคก์ าร เพ่อื ทาใหอ้ งคก์ าร ไดเ้ กดิ ประโยชน์ ดงั น้ี (1) ช่วยเสรมิ สรา้ งใหพ้ นักงานมคี วามมนั่ ใจในสภาพชวี ติ การทางานท่มี คี วาม ปลอดภยั ของชวี ติ และขวญั กาลงั ในการพฒั นางานต่อไป (2) ช่วยทาให้องค์การลดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลอันมสี าเหตุมาจาก พนกั งานเกดิ อุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยในการทางาน และการหยดุ งานของพนกั งานดว้ ย (3) ช่วยลดอตั ราการเกิดอุบตั เิ หตุ เจบ็ ป่ วย และบาดเจบ็ อนั เน่ืองมาจากการ ทางาน ทาใหพ้ นกั งานมขี วญั กาลงั ใจทด่ี แี ละเกดิ ความจงรกั ภกั ดตี ่อองคก์ าร (4) ช่วยทาให้พนกั งานเกดิ ความมนั่ ใจในการทางาน ซง่ึ ทาใหอ้ งคก์ ารสามารถ เสรมิ สรา้ งคุณภาพขององคก์ ารไดแ้ ละช่วยสรา้ งภาพลกั ษณ์ใหก้ บั สนิ คา้ และบรกิ ารต่อสายตา ประชาโลก (5) ชว่ ยทาใหอ้ งคก์ ารเกดิ ความไดเ้ ปรยี บในการแข่งขนั ในตลาดการคา้ และเป็น ผนู้ าทางธรุ กจิ ได้

82 ความหมายของการบริหารจดั การงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ไดม้ นี กั วชิ าการหลายท่านไดใ้ หค้ วามหมายของคาว่า การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ไวด้ งั น้ี สุดาว เลศิ วสิ ุทธไิ พบูลย์ (2553, หน้า 46) ไดใ้ หค้ วามหมายของ การบรหิ ารจดั การ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ไวว้ ่า กรรมวธิ เี กย่ี วกบั การวางแผน (planning) การจดั องคก์ าร (organizing) การจดั บุคลากร (staffing) การเป็นผนู้ า (leading) การควบคุม (controlling) เพ่อื ให้ บรรลวุ ตั ถุประสงคข์ องงานการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทก่ี าหนดขน้ึ โดย ความรว่ มมอื ของทรพั ยากรทม่ี อี ยใู่ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด ศขี รนิ ทร์ สุขโต (2553, หน้า 41) ไดใ้ ห้ความหมายของ การบรหิ ารความปลอดภยั ไวว้ ่า กระบวนการเก่ยี วกบั การวางแผน (planning) การจดั องคก์ าร (organizing) การจดั บุคลากร (staffing) การเป็นผนู้ า (leading) การควบคุม (controlling) เพอ่ื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคข์ องความปลอดภยั ท่ี กาหนดขน้ึ โดยความรว่ มมอื ของพนกั งานและใชท้ รพั ยากรทม่ี อี ยใู่ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ สรุปความหมายของ การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชีวอนามยั หมายถึง กระบวนการทผ่ี บู้ รหิ ารใชค้ วามรู้ ความสามารถ และทกั ษะใหส้ มาชกิ ในองคก์ ารมาร่วมมอื ร่วมใจ กนั ในการจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ซง่ึ อาศยั กระบวนการในการบรหิ าร จดั การ เร่อื งตงั้ แต่การวางแผน (planning) การจดั องค์การ (organizing) การจดั บุคคลเข้าทางาน (staffing) การชกั จงู ใจหรอื โน้มน้าว (leading) และ การควบคุม (controlling) ในการระดมสรรพ กาลงั ทรพั ยากรในองคก์ าร ไดแ้ ก่ คน เงนิ วสั ดุ เคร่อื งมอื และการจดั การ เพ่อื ใหบ้ รรลุตาม วตั ถุประสงคข์ องงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ขององคก์ าร แนวคิดพืน้ ฐานของการบริหารจดั การความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตงั้ แต่อดตี ถงึ แมว้ ่ายงั ไม่มกี ารบรหิ ารท่ี เป็นระบบมากนัก หรอื บางคนกฎเกณฑข์ อ้ บงั คบั ต่าง ๆ ทถ่ี ูกกาหนดมาจากความต้องการของ ผใู้ ชแ้ รงงาน และหน่วยงานภาครฐั ทก่ี าหนดขน้ึ มาเพ่อื ใหค้ นงานมความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทด่ี ี รวมทงั้ เหตุผลบางประการของนายจา้ งเองในการแสดงถงึ เจตนารมณ์ทด่ี ตี ่อมนุษยธรรมของ นายจา้ งเอง และการต่อสูข้ องลูกจา้ งท่ไี ม่ได้รบั ความเป็นธรรมของการกระทาของฝ่ ายนายจา้ ง ซง่ึ เป็นแนวคดิ พน้ื ฐานของการพฒั นาการในการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มาถงึ ปัจจุบนั น้ีการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ถูกเปลย่ี นแปลงดว้ ยผลกระทบของโลกาภวิ ตั น์ ทม่ี กี ารแข่งขนั กนั อย่างรนุ แรง และความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี ทส่ี ามารถนามาเป็นเครอ่ื งมอื ทางการบรหิ ารจดั การงานต่างๆ ในองค์การให้เกดิ ความทนั สมยั ในการทางานให้กบั องค์การ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จาเป็นอาศยั การบรหิ ารจดั การเขา้ มาช่วยใน

83 การพฒั นางานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ดงั นัน้ ลกั ษณะของการบรหิ ารจดั การดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทด่ี ี จงึ มลี กั ษณะดงั น้ี 1. ตอ้ งมาจากแผนงานทก่ี าหนดขน้ึ ซง่ึ การบรหิ ารความปลอดภยั เป็นนโยบายทส่ี าคญั ท่ี ผบู้ รหิ ารไดม้ กี ารมอบหมายใหผ้ มู้ สี ่วนเก่ยี วขอ้ งไดร้ บั มอบหมายหน้าทใ่ี นการดแู ลและมกี ารปฏบิ ตั ิ อยา่ งเป็นระบบและต่อเน่อื งเพอ่ื การทางานมคี วามปลอดภยั 2. ระบบการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั เป็นการเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ไปส่กู ระบวน การผลติ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ และพนกั งานปราศจากภยั อนั ตรายในการทางาน 3. จูงใจใหพ้ นกั งานทุกคนมรี ่วมกนั ตดั สนิ ใจ และร่วมกนั ทา โดยอาศยั หลกั การบรหิ าร แบบมสี ่วนรว่ มเพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานทวั่ ทงั้ องคก์ าร ดงั นัน้ นายจา้ ง หรอื ฝ่ ายจดั การมสี ่วนสาคญั ทจ่ี ะนาพาการบรหิ ารความปลอดภยั ไปสู่ ความสาเรจ็ ในการปฏบิ ตั งิ าน รวมทงั้ พนักงานเกดิ ความพงึ พอใจและเป็นไปตามขอ้ กาหนดทาง กฎหมาย จงึ อาศยั แนวคดิ พน้ื ฐานในการทจ่ี ะทาใหก้ ารดาเนินการสามารถบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ด้ ดงั น้ี 3.1 ผลการผลิตปลอดภยั (safe production) หมายถึง การดาเนินงานโดยการ กาหนดนโยบายความปลอดภัยและอาชีวอนามยั มีจุดมุ่งหมายท่ีจะทาให้ผลผลิตมีความ ประสทิ ธภิ าพสูงสุดโดยปราศจากการประสบอนั ตราย บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยหรอื เกิดความ สญู เสยี 3.2 การป้องกนั ท่ตี ้นเหตุ (prevention source) หมายถงึ การบรหิ ารจดั การให้มี การดาเนินงานเพ่อื ลด ขจดั และป้องกนั ท่ตี ้นเหตุของการเกดิ อุบตั เิ หตุ เน่ืองจากถ้าไดท้ าการ ป้องกนั และหาแนวทางแก้ไขสภาพการทางาน เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร อุปกรณ์การทางาน และตวั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ตงั้ แต่เรมิ่ ตน้ กจ็ ะทาใหโ้ อกาสในการเกดิ การประสบอนั ตราย บาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วย เน่อื งจากการทางานลดน้อยลงได้ 3.3 ขอบเขตการดาเนินงาน หมายถงึ บรหิ ารงานท่มี จี ุดมุ่งหมายท่กี าหนดขอบเขต หน้าท่ีของงานท่ชี ัดเจน มกี ารกาหนดกิจกรรมงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ให้ ครอบคลมุ ลกั ษณะงานใดบา้ ง เพ่อื ใหส้ ามารถวดั ผลการดาเนนิ งานไดอ้ ยา่ งเป็นรปู ธรรม 3.4 การประมาณการถงึ ความเป็นไปไดห้ รอื ความเสย่ี งของการเกดิ อุบตั เิ หตุและการ ประสบอนั ตราย หมายถงึ การมุ่งแก้ไขปัญหาการเกดิ อนั ตรายหรอื สภาพของความเส่ยี งท่จี ะ เกิดข้นึ ในสถานประกอบการ โดยอาศยั การเปรยี บเทยี บกบั สถานประกอบการอ่ืนท่เี คนเกิด เหตุการณ์ท่เี ป็นปัญหาเก่ยี วกบั อนั ตราย บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยอนั เน่ืองจากการทางาน หรอื มี ความสูญเสีย ซ่งึ เหตุการณ์ต่างๆ เหล่าน้ีสามารถค้นหา หรอื ควบคุมป้องกนั ได้ หากมกี าร คาดการณ์ได้ 3.5 การปรบั ปรุงแก้ไขทเ่ี หตุอ่นื เม่อื พบสาเหตุทไ่ี มส่ ามารถปรบั ปรงุ แกไ้ ขทต่ี วั บุคคล ได้ เช่น ปรบั ปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมในการทางานให้เกดิ ความปลอดภยั ก่อนท่จี ะแก้ไขท่ตี วั

84 บุคคลผู้ปฏบิ ตั งิ าน ไดแ้ ก่ การปรบั ปรุงเคร่อื งจกั รใหเ้ กดิ ความปลอดภยั การแกไ้ ขลกั ษณะงาน ไมใ่ หซ้ บั ซอ้ นทน่ี าไปสกู่ ารเกดิ อุบตั เิ หตุ เป็นตน้ 3.6 แนวคดิ เก่ยี วกบั การแกไ้ ขทส่ี าเหตุ หมายถงึ การบรหิ ารงานท่แี ก้ไขตามอาการ หรอื สงิ่ ทพ่ี บเหน็ เช่น พบการกระทาทไ่ี ม่ปลอดภยั ของพนกั งาน พบสภาพการทางานท่มี คี วาม เส่ียงต่ออันตราย พบว่ามกี ารเกิดอุบัติเหตุอันตรายข้นึ บ่อยครงั้ ซ่ึงแสดงให้เห็นว่ามคี วาม ผดิ พลาดของระบบการปฏบิ ตั งิ าน ทส่ี ามารถสบหาสาเหตุ เพ่อื นาไปป้องกนั แกไ้ ขได้ ซง่ึ ขอบเขต ของการแก้ไขโดยทวั่ ไปมี 2 ระดบั คือ การแก้ไขเฉพาะเร่อื งนัน้ และ การแก้ไขในเร่อื งอ่ืนท่ี เกดิ ขน้ึ ไดจ้ ากสาเหตุ จากแนวคดิ พน้ื ฐานทก่ี ล่าวมา สามารถนามาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั โดยการผสมผสานกนั ใหเ้ หมาะสม ดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ ทผ่ี บู้ รหิ ารสามารถกาหนดใน นโยบายเพ่อื ดาเนนิ งานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ไดแ้ ก่ การจดั ตงั้ โรงงาน การเปลย่ี นแปลง ดดั แปลง เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รต้องคานึงถงึ การป้องกนั ทต่ี ้นเหตุ เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางานตงั้ แต่ เริ่มต้น รวมทัง้ การกาหนดขอบเขตการบริหารจัดการความปลอดภัยต้องมีการควบคุ มให้ ครอบคลุมทุกงานเน่ืองจากการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ในสถานประกอบการงานป้องกนั ปกป้องอุบตั เิ หตุอนั ตรายในเรอ่ื งการทางาน เพ่อื ใหพ้ นกั งานเกดิ ความปลอดภยั มากทส่ี ุดและลด การเกดิ อนั ตรายหรอื ประสบอนั ตรายบาดเจบ็ เจบ็ ป่วยน้อยทส่ี ุดหรอื ไมเ่ กดิ ขน้ึ เลย การเปล่ียนแปลงกบั การบริหารจดั การงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ปัจจุบนั โลกมกี ารเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเรว็ ทงั้ ทางด้านต่างๆ ไดแ้ ก่ เศรษฐกจิ การคา้ สงั คม เกษตรกรรรม การเมอื ง และวฒั นธรรม ซง่ึ การเปล่ยี นแปลงดงั กล่าว ประเทศทพ่ี ฒั นา แลว้ อย่างทางยุโรปไดใ้ หค้ านิยามว่า “โลกาภวิ ตั น์” (Globalization) การเปลย่ี นแปลงในยุคนัน้ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2487 หรอื ค.ศ. 1944 เป็นการเปลย่ี นแปลงทางดา้ นเศรษฐกจิ โลกทม่ี นี กั เศรษฐศาสตร์ ช่อื ชารลส์ ทาช รสั เซลล์ (Charles Taze Russell) ทม่ี องเหน็ ว่าการเปลย่ี นแปลงครงั้ ยงิ่ ใหญ่ท่ี เป็นความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกจิ การค้านานาชาติ แต่ไม่ใช่เฉพาะเศรษฐกจิ อย่างเดยี วใน ขณะนนั้ วฒั นธรรม สงั คม การเมอื ง เทคโนโลยี และขอ้ มลู ขา่ วสารต่างๆ โลกาภวิ ตั น์จงึ เกดิ ขน้ึ เพ่อื ตอบสนองปรากฏการณ์ของสงั คมโลกทเ่ี กตุการณ์ทางเศรษฐกจิ การตลาดการเมอื ง เทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร์ สงั คม และวฒั นธรรม ส่งผลกระทบอย่างรวดเรว็ ต่อการดารงชวี ติ ของมนุษยใ์ น ปัจจบุ นั ซง่ึ ทาใหเ้ หน็ ว่าการดาเนินงานทางธุรกจิ ขององคก์ ารในส่วนภาคธุรกจิ เอกชนมกี ารแข่งขนั กนั ตงั้ แต่คน เงนิ ทุน วตั ถุดบิ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รในการผลติ และการบรหิ ารจดั การ เพ่อื ให้ สามารถนาเขา้ ส่ตู ลาดโลกได้ เน่อื งจากสงั คมมกี ารเปลย่ี นแปลงไปส่สู งั คมแห่งการจดั การความรู้ (Knowledge society) มากขน้ึ ทาใหอ้ ุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ ารมกี ารพฒั นาผลติ ภณั ฑห์ รอื สนิ คา้ และบรกิ ารทม่ี คี วามรู้ ความเขา้ ใจถงึ พฤตกิ รรมของมนุษยม์ ากขน้ึ การผลติ จงึ อย่บู นพน้ื ฐาน การพฒั นานวตั กรรม และการวจิ ยั ทม่ี าจากคนเป็นผปู้ ระดษิ ฐค์ ดิ คน้ สงิ่ ใหมๆ่ ขน้ึ มา เทคโนโลยี

85 และวทิ ยาศาสตรก์ ย็ อ่ มมกี ารพฒั นาพรอ้ มกบั การเกดิ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั รทท่ี นั สมยั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ในองคก์ ารจงึ ต้องมคี วามรู้ สามารถ ทกั ษะในการทางานค่อนขา้ งสูง และมที กั ษะท่หี ลากหลาย (multi-skill) หรอื แรงงานทม่ี ที กั ษะ (multi-skill worker) เน่ืองจากการผลติ สนิ คา้ อยบู่ นพน้ื ฐาน สงั คมแห่งความรู้ (knowledge base society) ซง่ึ เป็นผลมาจากการขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ มาจากการ เขา้ ส่รู ะบบเศรษฐกจิ ฐานความรู้ (knowledge economic) เพราะความรมู้ กี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ ง รวดเรว็ ทาใหอ้ ุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร พาณิชยกรรมต่างๆ มกี ารผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารท่ี ตอ้ งใหค้ วามสาคญั กบั “คน” ซง่ึ เป็นทรพั ยากรทม่ี คี ่าทส่ี ุดสาหรบั องคก์ าร ดว้ ยการบรหิ ารจดั การ งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในองคก์ าร ประกอบเป็นความตกลงกนั แบบสากลใน องคก์ ารระหวา่ งประเทศเก่ยี วกบั การใชแ้ รงงาน คอื องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organizational: ILO) ดงั นนั้ การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เป็นการพฒั นาการมา เร่อื ยๆ จากผลของกระแสโลกาภวิ ตั น์ท่มี กี ารเปลย่ี นแปลงครงั้ ยงิ่ ใหญ่อย่างรวดเรว็ รุนแรง และ ไมห่ ยดุ นง่ิ ซง่ึ สามารถแบง่ ออกเป็นประเดน็ ต่างๆ ไดด้ งั น้ี 1. ด้านเศรษฐกิจ ประเทศต่างๆ ในทวั่ โลกมกี ารพฒั นาระบบเศรษฐกจิ โลกเป็นไปตาม ลทั ธทิ ุนนิยม (capitalism) ภายใต้การแข่งขนั ในลกั ษณะเสรนี ิยม (liberalism) ซ่งึ เป็นลกั ษณะ เศรษฐกิจของโลกตะวนั ตกท่ีเน้นการสะสมทุนและการค้าเสรี ทาให้ส่งผลต่อประเทศไทยและ ประเทศต่างๆ ในอาเซยี นเกดิ การเปลย่ี นแปลงไปตามภาวการณ์ทต่ี อ้ งพฒั นาระบบเศรษฐกจิ ใน ลกั ษณะท่มี กี ารผลติ แบบอุตสาหกรรมหนัก จาเป็นต้องใชแ้ รงงานเขา้ สู่กระบวนการผลติ เป็น จานวนมากทาให้มกี ารเคล่อื นแรงงานจากสงั คมชนบทมาสู่สงั คมอุตสาหกรรมในเมอื งใหญ่ๆ จานวนมาก รวมไปถงึ กล่มุ ประเทศเพอ่ื นบา้ นทเ่ี ป็นแรงงานระดบั ล่างเขา้ มาทางานในหลายเมอื ง ทม่ี คี วามเจรญิ 2. ด้านสงั คมและวฒั นธรรม เม่อื ระบบเศรษฐกจิ มกี ารพฒั นาไปอย่างรวดเรว็ ทาให้ วถิ ชี วี ติ และความเป็นอยขู่ องสงั คมไทยเปลย่ี นแปลงไปเป็นสงั คมอุตสาหกรรม คนส่วนใหญ่ทางาน ในภาคอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร เป็นสงั คมความรยู้ คุ ขอ้ มลู ขา่ วสาร กระแสวฒั นธรรมโลก ครอบงาทางความคดิ ค่านิยมเปล่ยี นแปลงไป เกดิ การตดิ ต่อสมั พนั ธข์ า้ มวฒั นธรรม ชวี ติ ความ เป็นส่วนตวั มมี ากขน้ึ เน่ืองจากการทางาน ครอบครวั จงึ เป็นครอบครวั เดย่ี วมากขน้ึ และวยั ทางาน บางกลมุ่ มงุ่ ทจ่ี ะทางานมากขน้ึ ไมส่ นใจการมคี รอบครวั ทาใหส้ งั คมผสู้ งู อายมุ ากขน้ึ 3. ด้านเทคโนโลยี การนาระบบเทคโนโลยมี าใชใ้ นการเช่อื มต่อเขา้ กบั ระบบมอื ถอื ทเ่ี ป็น สมารท์ โฟน (smart phone) ทาใหข้ อ้ มลู ข่าวสารสารสนเทศมคี วามรวดเรว็ สะดวก และทนั สมยั สามารถตดิ ต่อส่ือสารไดท้ วั ่ โลก เป็นยุคโลกไรพ้ รมแดนทางการตดิ ต่อส่อื สาร ทาใหม้ กี าร เปลย่ี นแปลงในวถิ ชี วี ติ สงั คมมาก ดา้ นการตลาดมกี ารซอ้ื ขายสนิ คา้ แลกเปลย่ี นกนั บนอนิ เทอรเ์ น็ต หรอื ทเ่ี รยี ก “ขายสนิ คา้ ผ่านออนไลน์” ทาใหท้ ุกคนเขา้ ถงึ ขอ้ มลู และการใชอ้ นิ เตอรไ์ ด้ ดา้ นระบบ

86 บญั ชกี ารเงนิ ยงั มกี ารเขยี นซอฟตแ์ วรเ์ พ่อื การทาบญั ชกี ารเงนิ ทท่ี นั สมยั จดั เกบ็ งา่ ยสะดวก รวดเรว็ และประสทิ ธภิ าพสงู รวมทงั้ ดา้ นการขนส่งในลกั ษณะห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ทน่ี าระบบ เทคโนโลยที ท่ี นั สมยั เชน่ ระบบบารโ์ คด้ มาพฒั นาการจดั ส่งและผลติ สนิ คา้ เป็นตน้ 4. ด้านวิทยาศาสตรแ์ ละการแพทย์ การเปล่ยี นแปลงของโลกทาใหม้ กี ารคน้ พบสง่ิ ใหม่ ทางวทิ ยาศาสตร์ และการวจิ ยั ทางการแพทย์ ทาใหป้ ระชาชนมคี วามรู้ และเขา้ ถงึ การใหบ้ รกิ าร ใหมๆ่ ทางการแพทย์ ไมว่ ่าจะเป็นดา้ นการป้องกนั ส่งเสรมิ ปกป้องและคุม้ ครอง ชวี ติ การทางาน และส่วนตวั ไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเรว็ ประกอบการสงั คมอุตสาหกรรมทม่ี รี ะบบการผลติ และบรกิ าร ทม่ี คี วามทนั สมยั ทางเทคโนโลยดี ว้ ย 5. ด้านการเมือง การเปลย่ี นแปลงส่วนใหญ่ประเทศทวั ่ โลกมกี ารเขา้ สู่ความเป็นเสรี ประชาธปิ ไตยดว้ ยการรบั อทิ ธพิ ลจากโลกตะวนั ของสหรฐั อเมรกิ ามากขน้ึ ประชาชนมคี วามหวงแหน สทิ ธขิ องตวั เอง ทาใหม้ กี ารแสดงออก และการแสดงความคดิ เหน็ ไดซ้ ่งึ เป็นเสยี งจากประชาชน ทาใหด้ ูแลผลประโยชน์ของสงั คมมากขน้ึ ประกอบกบั ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยที าใหข้ า่ วสาร จากรฐั บาลมคี วามรวดเรว็ และประชาชนทุกคนเขา้ ถงึ 6. ด้านกฎหมาย และนโยบายรฐั ประชาชนทุกคนไดร้ บั สทิ ธติ ามกฎหมายทจ่ี ะไดร้ บั การคุม้ ครอง และสามารถเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย เป็นผลมาจากการความรู้ ทเ่ี ป็นสารสนเทศ รวมทงั้ การ พฒั นาทวั่ โลกทาใหก้ ฎหมายทม่ี คี วามทนั สมยั จากประเทศทางตะวนั ตกเขา้ มาพรอ้ มกบั การศกึ ษา ของประชาชน รวมทงั้ การดูแลกลุ่มสมาชกิ ของสหประชาชาติ และองคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศ ท่มี กี ารคุ้มครองสทิ ธแิ รงงานทวั่ โลก ทาให้ระบบกฎหมายมคี วามยุตธิ รรมสากล ถูกตรวจสอบ จากประชาชนมากขน้ึ ในการรจู้ กั สทิ ธติ นเอง รวมทงั้ ระบบนโยบายภาครฐั ไดอ้ อกกฎหมายต่างๆ เก่ยี วกบั การคุม้ ครองแรงงาน และ ใหน้ ายจา้ งมกี ารปฏบิ ตั ติ ่อนายจา้ งใหถ้ ูกตอ้ งเพ่อื การดูแลความเป็นอย่ขู องแรงงานภาคการผลติ และการดารงอย่ใู นชวี ติ รวมทงั้ ค่าครองชพี และการพฒั นาฝีมอื ทกั ษะอาชพี ของแรงงานให้มี คุณภาพสามารถแขง่ ขนั กบั ทวั่ โลกได้ 7. ด้านสิทธิมนุษยชน มนุษยท์ ุกคนเกดิ มาในโลกน้ียอ่ มมสี ทิ ธอิ นั พงึ จะได้รบั ในฐานะท่ี เป็นพลเมอื งคนหน่งึ ของโลกทจ่ี ะไดร้ บั การดแู ลความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส์ นิ รวมทงั้ ความ ปลอดภยั จากการทางาน หากหน่วยงานใดผบู้ รหิ ารไมใ่ หค้ วามสาคญั และมคี วามตระหนกั ถงึ สทิ ธิ มนุษยชนและมนุษยธรรมของคนแลว้ ย่อมไดร้ บั การต่อต้านหรอื มปี ฏกิ ริ ยิ าจากกลุ่มคนเหล่านนั้ และมกั จะถูกแทรกแซงด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างสหภาพแรงงานมีหน้าท่ีในการมุ่งเน้น ปกป้องคุม้ ครองผลประโยชน์และสทิ ธหิ น้าทข่ี องลกู จา้ งในดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของ ลกู จา้ ง 8. ด้านการเปลี่ยนแปลงลกั ษณะประชากรโลก ปัจจุบนั ความเจรญิ ก้าวหน้าทาง วทิ ยาศาสตรแ์ ละการแพทยท์ นั สมยั มากขน้ึ มกี ารคน้ พบวธิ กี าร เครอ่ื งมอื และยารกั ษาโรค รวมทงั้

87 ประชาชนมคี วามรู้ และเข้าถึงความรูไ้ ด้เรว็ และมากขน้ึ ทาให้แนวโน้มประชากรโลกจะมกี าร เปลย่ี นแปลงทงั้ ในโครงสรา้ งและพฤตกิ รรม โดยประชากรผู้สูงวยั (มากกว่า 50 ปีขน้ึ ไป) จะมี สดั ส่วนเพม่ิ ขน้ึ ในขณะเดยี วกนั ประชากรวยั หนุ่มสาว (young generation) จะมสี ดั ส่วนลดลง โดยเฉพาะในประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ เหตุผลดงั กล่าวทาใหค้ นมสี ุขภาพทด่ี แี ละแขง็ แรงอายุยนื มาก ขน้ึ ซง่ึ ทาใหเ้ กดิ ปัญหาตามมาในสงั คมทม่ี ผี สู้ งู อายมุ ากขน้ึ ทาให้ภาครฐั และหน่วยงานภาคธุรกจิ เอกชนทม่ี คี วามเก่ยี วขอ้ งต้องหาแนวทางในการเตรยี มการรองรบั การเปลย่ี นแปลงทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ทาให้รฐั ตอ้ งมคี ่าใชจ้ า่ ยในการดูแลผสู้ ูงอายุเพมิ่ มากขน้ึ Borghesi and Vercelli, (2003) ได้ กลา่ วไวว้ า่ การเตบิ โตของประชากรโลกอยา่ งไมส่ มดุลควรจะไดร้ บั การควบคุม ดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ เพราะการเปลย่ี นแปลงภายใตโ้ ลกาภวิ ตั น์ไดส้ ่งผลกระทบต่อระบบสงั คม และเศรษฐกจิ หลายดา้ น รวมทงั้ ทาใหเ้ กดิ การทาลายระบบสงิ่ แวดลอ้ มเพ่อื ทาใหเ้ กดิ การพฒั นาภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ตั น์ 9. ด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน การพฒั นาทางด้านอุตสาหกรรมทาใหม้ คี วามต้องการ แรงงานเป็นจานวนมาก เป็นสาเหตุทส่ี าคญั ประการหน่ึงทท่ี าใหม้ กี ารเคล่อื นยา้ ยแรงงานทุกระดบั สู่เมอื งท่มี คี วามเจรญิ ทางอุตสาหกรรม รวมทงั้ การเคล่อื นย้ายของแรงงานจากประเทศท่กี าลงั พฒั นาไปสู่ประเทศทพ่ี ฒั นาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานท่มี ฝี ีมอื หรอื แรงงานทม่ี คี วามรู้(skill worker/ knowledge worker) ซง่ึ เป็นความต้องการและผลกบั ระบบเศรษฐกจิ ภาคอุตสาหกรรม การผลติ และบรกิ าร พาณิชยกรรมต่างๆ เช่น แรงงานไทย ไปทางานทป่ี ระเทศเกาหลี ไตห้ วนั และญ่ปี ุ่น เป็นต้น ซ่งึ แรงงานไทยก็มกี ารปรบั ตวั และพฒั นาศกั ยภาพตามท่ตี ้องการ โดยการ เรียนภาษา ต่างประเทศก่อนท่ีจะเข้าไปทางานในประเทศทาให้ได้รับสิทธิพิเศษในด้าน ค่าตอบแทน ส่วนในประเทศทางตะวนั ตกท่มี คี วามชานาญทางด้านภาษาต่างประเทศก็การ เคล่อื นยา้ ยแรงงานมาทางานเป็นอาจารยส์ อนภาษาต่างประเทศ นอกจากนัน้ เศรษฐกจิ โลกมี การผนั ผวนทาให้ระบบเศรษฐกจิ ทวั่ โลกตกต่า เน่ืองจากภาวะ และปัญหาต่างๆ มากมายท่ี เกดิ ขน้ึ ในโลกตงั้ แต่ภาวะเศรษฐกจิ ต้มยากุง้ (พ.ศ.2540) ในประเทศไทยและทวั่ โลกและเร่อื ยมา และการเข้ามาทางานในเมืองใหญ่มากจึงเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ โครงสร้าง ทางสังคม เปลย่ี นแปลงไป และทางดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ทาให้ประเทศต่างๆ ตอ้ งหาแนวทางการป้องกนั และ แกไ้ ขเพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ปัญหาดงั กลา่ ว 10. ด้านการศึกษา การเปลย่ี นแปลงทางผลโลกาภวิ ตั น์ทาใหเ้ กดิ การพฒั นาระบบ การศกึ ษาในประเทศแถบตะวนั ออกทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากความก้าวหน้าทางวทิ ยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ทาให้ทุกคนได้เท่าเทยี มกนั ทางการศกึ ษาเน่ืองจากเทคโนโลยที ม่ี กี ารพฒั นาระบบ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ทาใหก้ ารศกึ ษามกี ารเรยี นการสอนผ่านระบบเวบ็ ไซต์ (website) ทาใหป้ ระเทศท่ี มกี ารพฒั นาความรอู้ ย่างต่อเน่ืองจะเกดิ ความเปรยี บทางการแข่งขนั (competitive advantage) ในสงั คมเศรษฐกจิ การเมอื งโลกทอ่ี าศยั องคค์ วามรใู้ นการพฒั นาคน และประเทศ จงึ มกี ารพฒั นา การศกึ ษาในรปู แบบ 2 รปู แบบคอื การศกึ ษาเรยี นรอู้ ย่างต่อเน่ืองทงั้ ในระบบและนอกระบบขยายตวั เพมิ่ มากขน้ึ และการวจิ ยั และพฒั นาจะมคี วามสาคญั มากขน้ึ ทงั้ ในปรมิ าณและคุณภาพทจ่ี ะต้อง

88 เช่อื มโยงกบั การพฒั นาในเชงิ ธุรกจิ ทม่ี กี ารนานวตั กรรมใหม่ๆ และการวจิ ยั มาพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ ใหแ้ ขง่ ขนั ในตลาดโลกได้ 11. ด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบนั ได้มกี ารออกกฎหมายเก่ยี วการคุม้ ครองสง่ิ แวดลอ้ ม เพราะถอื วา่ สงิ่ แวดลอ้ มเป็นสมบตั ขิ องโลกการทาลายสง่ิ แวดลอ้ มแห่งใดยอ่ มไดร้ บั ผลกระทบต่อ โลก ดังนั้น หากสถานประกอบการแห่งใดมีการก่อให้เกิดปัญหามลภาวะ หรือทาลาย สง่ิ แวดลอ้ ม ย่อมไดร้ บั การลงโทษทงั้ ในแง่ของกฎหมาย และสงั คมยอ่ มตาหนิ รวมทงั้ ไม่สามารถ นาผลติ ภณั ฑข์ องตนเองมาจาหน่ายสตู่ ลาดได้ 12. ด้านสารสนเทศ ยคุ โลกาภวิ ตั น์เป็นยุคแห่งขอ้ มลู ขา่ วสารทเ่ี รยี กว่า ระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ (Information Technology System) เป็นกลไกสาคญั ในการพฒั นาองคก์ าร และ ประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การพฒั นาด้านธุรกจิ ในปัจจุบนั และอนาคต เม่อื มอี งค์ความรู้ ใหมๆ่ การแลกเปลย่ี นขอ้ มลู องคค์ วามรทู้ าใหม้ คี วามรวดเรว็ ยอ่ มทาใหเ้ กดิ การพฒั นานวตั กรรม ใหมๆ่ ไดเ้ รว็ กวา่ ค่แู ขง่ ขนั ได้ เน่อื งจากในยคุ โลกาภวิ ตั น์เป็นสงั คมเปิดไม่มกี ารปิดกนั้ ดา้ นขอ้ มลู หลกั การบริหารจดั การงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ระบบความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เป็นงานดา้ นการส่งเสรมิ ธารงรกั ษา ป้องกนั คุม้ ครองจดั การงาน ปรบั ปรุงสภาพงานใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของผู้ปฏบิ ตั งิ าน และสนับสนุน ดงั นนั้ การพฒั นารปู แบบการบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั ในยุคของการเปลย่ี นแปลง จาเป็นต้องเน้นระบบการบรหิ ารจัดการ ทอ่ี าศยั ทรพั ยากรต่างๆ ขององค์การ และเทคโนโลยี เขา้ มาช่วยให้เกดิ ความปลอดภยั ทงั้ ระบบให้มากท่สี ุด โดยเฉพาะอย่างยงิ่ บทบาทของผู้บรหิ าร ระดบั สูงทเ่ี ป็นผู้กาหนดนโยบาย ทศิ ทาง แผนงาน และวตั ถุประสงค์ ซง่ึ ตอ้ งนา ทฤษฎี แนวคดิ ปรชั ญาการบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภัยและอาชวี อนามยั ยุคสมยั ใหม่มาใชใ้ นการ เสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ใหเ้ ขา้ ส่รู ะบบกระบวนการผลติ มรี ะบบการควบคุมทางวศิ วกรรมการ ผลิตในการลดความสูญเสีย มีระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการงานด้านความปลอดภัย และอาชวี อนามยั ทด่ี ี มโี ครงสรา้ งองคก์ ารดา้ นความปลอดภยั ทเ่ี หมาะสม มรี ะบบการตดิ ต่อส่อื สาร ทร่ี วดเรว็ มมี าตรฐานและระบบการประเมนิ วดั ผลทเ่ี ช่อื ถอื ได้ มเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการ ทางานตามกาหนดของกฎหมาย เพ่อื ให้งานปฏบิ ตั ิหน้าท่อี ย่างปลอดภยั ตามขอ้ กาหนดของ กฎหมาย และเป็นทย่ี อมรบั เป็นสากล รวมทงั้ หลกั การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภัยและ อาชวี อนามยั สามารถก่อใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจและสรา้ งขวญั กาลงั ใจใหก้ บั พนกั งาน หลกั การบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จงึ นับว่ามคี วามสาคญั ยงิ่ ต่อ ระบบการจดั การในโรงงานหรอื สถานประกอบการ เน่ืองจากหากเกดิ อุบตั เิ หตุในลกั ษณะใดกต็ าม เกดิ ขน้ึ ยอ่ มผลกระทบต่อกจิ การหรอื สถานประกอบการโดยรวม หลกั การทวั่ ไปในการบรหิ ารจดั การ งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จงึ มหี ลกั การสาคญั ดงั น้ี (สุดาว เลศิ วสิ ุทธไิ พบูลย,์ 2553, หน้า 50-51)

89 1. หลกั การที่ต้องคานึงทงั้ ผลิตภาพและความปลอดภยั ควบค่กู นั หมายถงึ ผลติ ภาพ ทเ่ี กดิ ผลจากการผลติ ผลติ ภณั ฑ์ท่เี ป็นสนิ คา้ หรอื บรกิ ารต้องปราศจากอุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และ เจบ็ ป่วย หรอื ความสญู เสยี ใดๆ 2. หลกั ของการมีระบบการจดั การท่ีดี ระบบการจดั การทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพทาใหอ้ งคก์ าร สามารถคน้ หา หรอื บง่ ชถ้ี งึ สาเหตุ/ตน้ ตอของอนั ตรายหรอื ปัญหาของอุบตั เิ หตุ และความสญู เสยี ท่ี เกดิ ขน้ึ ในองค์การ รวมทงั้ มกี ารพยากรณ์หรอื คาดการณ์ถงึ ความเป็นไปได้ของการเกดิ อุบตั เิ หตุ และอนั ตรายได้ 3. หลกั มุ่งเน้นกลยุทธ์การป้องกนั การสรา้ ง/กระตุ้นใหเ้ กดิ ความร่วมมอื กบั ทุกส่วนงาน ให้ร่วมมอื ในการดาเนินการจดั กจิ กรรมท่สี ่งผลให้มกี ารป้องกนั สาเหตุของการเกิดอุบตั ิเหตุ เพอ่ื ป้องกนั ก่อนจะเกดิ เหตุการณ์ และมรี ะบบการควบคุมทด่ี ดี ว้ ยหลกั วศิ วกรรมโรงงานทท่ี นั สมยั คน และการจดั การ 4. มีการกาหนดขอบเขตการดาเนิ นงาน/กิจกรรมความปลอดภยั ให้ครอบคลุม จดั ความสมั พนั ธ์ของการจดั การงานด้านต่างๆ ให้เกิดการป้องกนั และควบคุมอุบตั ิเหตุ และ ความสญู เสยี ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ต่อกระบวนการทางาน พนกั งาน และองคก์ าร 5. วิเคราะห์และจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหา กาหนดและลาดบั ความสาคญั ว่า ควรจะดาเนินการในเร่อื งใดทม่ี คี วามสาคญั เรง่ ด่วนและจะเกดิ ความเสยี หายก่อน โดยการกาหนด มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านในตาแหน่งงานทุกงาน ระบบการบรหิ ารความปลอดภยั สมยั ใหม่ ให้ ความสาคญั ต่อมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน ในการปฏบิ ตั งิ านหรอื กจิ กรรมของงานจะตอ้ งมขี นั้ ตอน การปฏบิ ตั งิ าน (work procedure) และควบคุมใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน มกี ารพฒั นาระบบมาตรฐาน ใหท้ นั สมยั สงู ขน้ึ ไปพรอ้ มกบั การพฒั นามาตรฐานสากลทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป 6. มีระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการงานด้านความปลอดภัย (Safety Management Information System) ในปัจจุบนั ความก้าวหน้าในดา้ นเทคโนโลยมี คี วามจาเป็น ต่อระบบการจดั การของทุกส่วนงานในองค์การ ดงั นนั้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ระบบ การเกบ็ การรกั ษา และการนาไปใชส้ ามารถใหผ้ บู้ รหิ ารนาขอ้ มลู ไปประกอบการนานโยบาย วางแผนงาน และการ ตดั สนิ ใจ จงึ เป็นขอ้ มลู ทส่ี าคญั ถูกตอ้ งแมน่ ยา สะดวกรวดเรว็ ทนั กบั เหตุการณ์ พรอ้ มทงั้ เม่อื ใช้ งานก็นาก็ค้นหาได้ง่าย ป้องกนั การสูญหาย และมขี ้อมูลเพยี งพอต่อการตดั สินใจก่อให้เกิด ประสทิ ธภิ าพทวั่ ทงั้ องคก์ าร 7. มีระบบการวดั ประเมินผล (Measurement and Evaluation System) หลกั การ บรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จะต้องมกี ารเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ ์ ของการจดั กจิ กรรมงานต่างๆ เพ่อื ใหผ้ ลการดาเนินงานเป็นไปตามตวั ชว้ี ดั หรอื ไม่ และเป็นเปรยี บเทยี บกบั มาตรฐาน ทส่ี ่งผลใหเ้ กดิ ศกั ยภาพการดาเนินงาน

90 8. มีวิธีการจงู ใจหรือกระตุ้นพนักงาน (Encourage or Motivation) หาเทคนิค/ วธิ กี ารใหพ้ นกั งานมสี ว่ นรว่ มกบั การจดั กจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั รวมทงั้ ใหพ้ นักงานมสี ่วนใน การวางแผนโดยใหม้ กี ารเสนอหรอื แสดงความคดิ เหน็ ผ่านหวั หน้างาน เพ่อื นามาเป็นขอ้ มูลใน การกาหนดนโยบายในครงั้ ต่อไป และใหพ้ นกั งานมกี ารปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความปลอดภยั ดงั นนั้ การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ ในการดาเนินงานของงานดา้ นความปลอดภยั ทส่ี ่งผลถงึ การลดอุบตั เิ หตุ การบาดเจบ็ และเจบ็ ป่วย อนั เน่อื งมาจากการทางาน หน้าทส่ี าคญั ของผบู้ รหิ ารดา้ นความปลอดภยั ตอ้ งอาศยั หลกั การบรหิ าร โดยเรม่ิ ตงั้ แต่ กระบวนการในการบรหิ ารจดั การ รปู แบบองคก์ าร ขอบเขตของหน้าทใ่ี นองคก์ าร ดา้ นความปลอดภยั บทบาทของผบู้ รหิ าร รปู แบบภาวะผนู้ า และการรบั รเู้ กย่ี วกบั ความปลอดภยั ในองค์การ อย่างไรก็ตาม ถงึ แม้ว่าแต่สถานประกอบการ จะมลี กั ษณะของปัญหาด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทแ่ี ตกต่างกนั ซ่งึ อาจจะขน้ึ อยู่กบั ปัจจยั ต่างๆ ไดแ้ ก่ ลกั ษณะงาน ขนาดขององคก์ าร และแนวคดิ ทางการบรหิ ารจดั การของผบู้ รหิ ารกต็ าม แต่เม่อื พจิ ารณาแลว้ จะ พบว่ามปี ัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ พอจะสรปุ ไดใ้ นประเดน็ ต่างๆ ดงั น้ี 1. การบาดเจบ็ หรอื อุบตั เิ หตุอนั เน่อื งมาจากการประกอบอาชพี (Occupational Injuries or Accidents) เช่น การเกดิ อุบตั เิ หตุจากเครอ่ื งจกั ร หนีบ ตดั กระแทก การตกจากทส่ี ูง ถูกวสั ดุ หล่นทบั เศษวสั ดกุ ระเดน็ ใสท่ ส่ี าคญั เช่น ตา และถกู สารเคมกี ระเดน็ หรอื หกรดผวิ หนงั เป็นตน้ 2. การเกดิ โรคจากการประกอบอาชพี (Occupational Diseases) มหี ลายสาเหตุบางครงั้ เกดิ จากผปู้ ฏบิ ตั งิ านขาดความความรู้ ความเขา้ ใจ และขาดความตระหนักในอนั ตรายต่างๆ รวมทงั้ สถานประกอบการเองทไ่ี ม่มมี าตรฐานในการควบคุมท่ดี ี ซง่ึ จะเกดิ โรคอนั จากการทางาน เช่น โรคปอด โรคผวิ หนงั และโรคระบบทางเดนิ หายใจ เป็นตน้ 3. เหตุฉุกเฉิน เช่น เพลงิ ไหม้ การะเบดิ ของวตั ถุอนั ตราย การรวั่ ไหลของสารเคมบี าง ประเภท เป็นตน้ 4. ภยั ธรรมชาติ เชน่ น้าท่วม ดนิ ถล่ม ภเู ขาไฟระเบดิ เป็นต้น ซง่ึ เหตุการณ์เหล่าน้ีเกดิ ขน้ึ โดยไมส่ ามารถควบคุมไดแ้ ต่องคก์ ารยอ่ มมรี ะบบป้องกนั เพ่อื ไม่ใหเ้ กดิ ความสญู เสยี มากนัก หรอื หากป้องกนั ดว้ ยระบบมาตรฐานกอ็ าจจะลดความสญู เสยี ไปไดม้ าก จากปัญหาเก่ยี วกบั อนั ตราย และอุบตั เิ หตุท่เี กดิ ขน้ึ ในสถานประกอบการ ผู้บรหิ ารจะ ต้องการบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ซ่งึ ต้องมคี าถงึ ปัจจยั ท่สี าคญั ดงั น้ี 1) ความปลอดภยั เก่ียวกบั ทาเลท่ีตงั้ โครงสร้างอาคาร โดยการกาหนดสถานท่ี ทต่ี งั้ ทาเลใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของการประกอบกจิ การ โครงสรา้ งของอาคารต้องสามารถรบั น้าหนัก ของอาคารได้อย่างดี คงทนถาวร และถูกหลกั ข้อกาหนดด้านวศิ วกรรมมกี ารตรวจสอบจาก หน่วยงานท่ไี ด้มาตรฐานตามกฎหมายกาหนด รวมทงั้ มเี จ้าหน้าท่ที ่ีควบคุมจากกรมโรงงาน ตรวจสอบเป็นระยะๆ เพอ่ื ป้องกนั การปรบั เปลย่ี นหรอื ดดั แปลงอาคาร

91 2) ความปลอดภยั เก่ียวกบั ต้นกาเนิ ดพลงั งานต่างๆ เช่น หมอ้ ไอน้า เคร่อื งกาเนิด ไฟฟ้า มอเตอร์ เป็นตน้ โดยตอ้ งมกี ารระบบการตดิ ตงั้ การใชง้ านโดยผทู้ ม่ี คี วามรู้ เฉพาะทาง มี การออกแบบ การซ่อมบารงุ การบนั ทกึ รายงานเป็นประจาตลอดระยะเวลาการใชง้ าน พรอ้ มทงั้ มรี ะบบการควบคุมและการตรวจสอบจากหน่วยงานตามกฎหมายและไดร้ บั การรบั รองมาตรฐาน สากล 3) ความปลอดภยั เก่ียวกบั เครื่องจกั ร เครื่องมือ และอปุ กรณ์ต่างๆ การออกแบบ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั ร และอุปกรณ์ต่างๆ ในการทางานตอ้ งมรี ะบบการตดิ ตงั้ ดว้ ยระบบวศิ วกรรม ทไ่ี ดม้ าตรฐาน โดยมวี ศิ วกรกากบั ควบคุมดแู ล และมชี ่างเทคนิคทช่ี านาญการเป็นผูป้ ฏบิ ตั งิ าน และมกี ารซ่อมบารงุ ทถ่ี ูกวธิ แี ละถกู ตอ้ ง ทราบถงึ ขนั้ ตอนกระบวนการทางานของเคร่อื งจกั ร และ อุปกรณ์นัน้ ๆ เม่อื เกดิ ปัญหาต่างๆ เก่ยี วกับเคร่อื งจกั รเหล่านัน้ ต้องทราบสาเหตุของปัญหาได้ รวมทงั้ มกี ารจดั ทาตารางการตรวจสอบ บารงุ รกั ษาเป็นประจาสม่าเสมอ และต่อเน่อื ง 4) ความปลอดภยั เก่ียวกบั วตั ถดุ ิบท่ีใช้ ผู้ปฏบิ ตั งิ านในหน้าทท่ี ่เี กย่ี วขอ้ งกบั วตั ถุดบิ ต่างๆ ทใ่ี ช้การผลติ จาเป็นต้องทราบลกั ษณะเฉพาะของวตั ถุดบิ นัน้ ๆ และมคี วามรพู้ รอ้ มทงั้ มวี ธิ ี การป้องกนั แกไ้ ข ไดด้ ี เชน่ เป็นสารไวไฟ สารทก่ี ่อใหเ้ กดิ มะเรง็ สารพษิ รา้ ยแรง และกมั มนั ตภาพ รงั สี สารเคมี ฯลฯ มขี อ้ กาหนดบ่งช้ี ขอ้ เฉพาะในการใช้ การเกบ็ รกั ษา การเคล่อื นยา้ ย วธิ ขี จดั สงิ่ ปฏกิ ูล/วตั ถุดบิ ทเ่ี หลอื ใช้ และการทาลาย ทถ่ี ูกหลกั กฎหมาย 5) ความปลอดภยั เกี่ยวกบั ลูกจ้าง นบั ว่ามคี วามสาคญั ทส่ี ุดขององคก์ าร การปฏบิ ตั งิ าน ของลกู จา้ งตงั้ แต่เรมิ่ รบั เขา้ มาทางานกย็ อ่ มมกี ารฝึกอบรมปฐมนิเทศใหไ้ ดท้ ราบถงึ หน้าท่ี กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั เก่ยี วกบั การทางานเพ่อื ให้สามารถปฏบิ ตั งิ านได้อย่างถูกวธิ แี ละปราศจาก อนั ตรายต่างๆ อนั เกดิ จากการทางาน ดงั นนั้ หน้าทง่ี านแต่ละตาแหน่งต้องถูกออกงานโดยการ วเิ คราะหง์ านเพอ่ื ความปลอดภยั ของลกู จา้ ง สภาพการทางาน เครอ่ื งมอื ต่างๆ ตอ้ งถูกออกแบบ ให้เหมาะสมกบั ลกั ษณะทางกาย เพ่อื สะดวกสบาย ไม่อดึ อดั ผ่อนคลาย มรี ะบบให้คาปรกึ ษา สอนงาน จดุ อนั ตรายหรอื ความเสย่ี งสูง ตอ้ งมกี ารวเิ คราะหเ์ ฝ้าระวงั โดยหวั หน้างานหรอื ผเู้ ชย่ี วชาญ เฉพาะดา้ นควบคุมอย่างใกลช้ ดิ มกี ารตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจา และมมี าตรการป้องกนั อนั ตราย รวมทงั้ มรี ะบบการประกนั ชวี ติ และประกนั อุบตั เิ หตุทงั้ ตามกฎหมายของหน่วยงานภาครฐั และเอกชน 6) ความปลอดภยั เก่ียวกบั สภาพแวดล้อมในการทางาน สภาพแวดลอ้ มในการทางาน นับว่ามคี วามสาคญั ต่อความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนักงานผูป้ ฏบิ ตั งิ านเป็นอย่างยง่ิ ผบู้ รหิ าร หวั หน้างาน และพนกั งาน ตอ้ งตระหนักถงึ อนั ตรายจากสงิ่ แวดลอ้ มในการทางาน “สภาวะ การทางาน” หมายความว่า สภาวะแวดลอ้ มซง่ึ ปรากฏอยใู่ นบรเิ วณท่ที างานของลกู จา้ ง ซง่ึ รวมถงึ สภาพต่างๆ ในบรเิ วณท่ที างาน เคร่อื งจกั ร อาคาร สถานท่ี การระบายอากาศ ความรอ้ น แสง สว่าง เสยี ง ตลอดจนสภาพและลกั ษณะการทางานของลกู จา้ งดว้ ย เชน่ เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ เครอ่ื ง

92 อานวยความสะดวกต่างๆ ในการทางาน ความรอ้ น ความเยน็ รงั สแี สง เสยี ง ความสนั่ สะเทอื น ฝ่นุ ละออง สารเคมี ก๊าซ บุคคลทม่ี ี ส่วนเกย่ี วขอ้ งกบั การทางาน ทุกสง่ิ ทุกอย่างทม่ี อี ยโู่ ดยทวั่ ๆ ไป ในสถานทท่ี างาน และปัจจยั เก่ยี วขอ้ งทม่ี าจากสภาพแวดล้อมในสงั คมหรอื ชุมชน ซง่ึ จะมคี วาม แตกต่างกนั ไปใน แต่ละชุมชน ไดแ้ ก่ สถานทต่ี งั้ สภาพภูมศิ าสตร์ อุณหภูมิ ความชน้ื แสงแดด อตั ราฝนตก คณุ ภาพน้า สงิ่ ก่อสรา้ ง การคมนาคม สภาพอากาศ การจราจรทแ่ี ออดั กลนิ่ เป็นตน้ 7) การจดั ให้มีสวสั ดิการแก่ลูกจ้าง ผบู้ รหิ ารต้องมกี ารจดั สวสั ดภิ าพทงั้ ตามกฎหมาย หรอื สูงกว่ากฎหมายกาหนด และจดั เพ่อื มนุษยธรรม รวมทงั้ จูงใจให้ลูกจ้างปฏบิ ตั ิงานด้วย ความสุขไม่กงั วลในการทางาน เช่น หอ้ งอาหารท่สี ะอาดถูกสุขลกั ษณะ ราคาถูก หอ้ งพกั ผ่อน สนามกฬี า อุปกรณ์การออกกาลงั กาย รถรบั ส่ง ประกนั ชวี ติ และการรกั ษาพยาบาลทน่ี อกเหนือ กฎหมาย เป็นตน้ 8) การกาหนดแผนป้องกนั เหตุฉุกเฉิ นต่างๆ การวางแผนรบั เหตุฉุกเฉิน หมายถงึ การวางแผนเพอ่ื เตรยี มรบั สถานการณ์ทไ่ี ม่สามารถควบคุมได้ ทนั ทที นั ใดไวล้ ่วงหน้า โดยอาศยั ความร่วมมอื จากสถานประกอบการใกลเ้ คยี ง และหน่วยราชการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งการวางแผนรบั เหตุ ฉุกเฉินมคี วามสาคญั ต่อสถาน ประกอบการ 4 ประการดงั น้ี 8.1 สามารถช่วยผู้ท่ีตกอยู่ในอันตราย รักษาชีวิตผู้ปฏิบัติตามแผน และ ผบู้ าดเจบ็ จากเหตุฉุกเฉิน 8.2 จากดั ความเสยี หายต่อทรพั ยส์ นิ และสงิ่ แวดลอ้ มใหน้ ้อยทส่ี ดุ 8.3 สามารถคน้ หาสาเหตุฉุกเฉนิ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 8.4 ช่วยปกป้องช่อื เสยี งของสถานประกอบการ กระบวนการบริหารจดั การงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั หน้าท่ใี นการจดั การเป็นวถิ ีทางท่จี ะทาให้ผู้บริหารสามารถบรหิ ารจดั การงานในองค์การให้ บรรลุผลสาเร็จได้ตามเป้าหมายได้ ซ่งึ หลกั การจดั การยงั เป็นหลักเกณฑ์ท่ีนามาใช้เพ่ือให้ ผูบ้ รหิ ารไดป้ ฏบิ ตั กิ ารในองค์การถงึ ปัจจุบนั น้ี โดยอาศยั กระบวนการทางการบรหิ ารจดั การ จาก นกั วชิ าการหลายท่านเพอ่ื นามาใชใ้ นงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยผบู้ รหิ ารต้อง หน้าทท่ี างการจดั การ 5 ขนั้ ตอน ดงั น้ี (Fayol, 1964, p.26) 1. การวางแผน (planning) หมายถึง การกาหนดวิธกี ารและแนวทางเก่ียวกับ แผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ไว้ล่วงหน้าหรอื เหตุการณ์ต่างๆ ท่มี ผี ลกระทบต่อการ ดาเนินงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั และการกาหนดแผนการทางานความปลอดภยั ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้อนาคต ได้แก่ แผนงานความปลอดภัย กลยุทธ์ ผรู้ บั ผดิ ชอบ งบประมาณ และความคาดหวงั ของผลสาเรจ็ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ 2. การจดั องค์การ (organizing) หมายถงึ การจดั ใหโ้ ครงสรา้ ง ส่วนงานดา้ น ความปลอดภยั ท่ชี ดั เจน มกี ารแบ่งงานท่เี หมาะสม หน้าท่ที ่รี บั ผิดชอบ และอานาจหน้าท่ใี นการ

93 ตดั สนิ ใจ รวมทงั้ มกี ารกาหนดกฎระเบยี บ แบบแผน ในการปฏบิ ตั งิ าน เช่น หน่วยงานดา้ นความ ปลอดภยั หลกั หน่วยงานสนบั สนุน และหน่วยงานชว่ ยเหลอื เป็นตน้ 3. การชกั จงู /โน้มน้าว (leading) หมายถงึ ความสามารถของผบู้ รหิ าร กระตุน้ และส่งเสรมิ ให้สมาชกิ ทางาน จูงใจให้สมาชกิ เต็มใจท่จี ะทางานตามหน้าท่แี ละตามคาสงั่ ของ ผู้บริหาร นอกจากน้ียงั รวมไปถึงการติดต่อส่ือสารให้สมาชิกได้รบั ถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ในองคก์ าร เพ่อื ใหก้ ารดาเนินงานขององคก์ ารดาเนินการไปตามเป้าหมายท่ี ไดก้ าหนดไว้ 4. การควบคุม (Controlling) หมายถึง การท่ผี ู้บรหิ ารคอยควบคุม กากบั ตรวจสอบ และประเมนิ กจิ กรรมต่างๆ เก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในองคก์ าร ใหด้ าเนินไปตามแผน ทว่ี างไว้ รวมทงั้ เกดิ ผลคุ้มค่ากบั งบประมาณท่ไี ด้กาหนดไว้หรอื ไม่ และพนักงานเกดิ ความพงึ พอใจซง่ึ เกดิ ความสุขในการทางาน ขนั้ ตอนการบรหิ ารจดั การเพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน ของผู้ปฏบิ ตั งิ านในองค์การ ผู้บรหิ ารมหี น้าท่สี าคญั ท่ตี ้องดาเนินการใหส้ อดคล้องเป็นไปตาม วตั ถุประสงคข์ ององคก์ ารไดน้ นั้ จาเป็นตอ้ งมบี ทบาทสาคญั ของผบู้ รหิ ารมดี งั น้ี 1. บทบาทในการเป็ นผ้นู าการเปล่ียนแปลง (Change Agent) หมายถงึ เป็นผู้ท่มี คี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์และมองภาพรวมในองค์การได้ดี เข้าใจ และมคี วามรู้ เก่ยี วกบั องค์การหรอื หน่วยงาน ไดแ้ ก่ กระบวนการทางาน วฒั นธรรมองคก์ าร มที กั ษะในการ ประสานสมั พนั ธแ์ ละทางานร่วมกบั ผูอ้ ่นื ได้ดี มคี วามสามารถในการส่อื สาร และถ่ายทอดท่จี ะ โน้มน้าวใหส้ มาชกิ ปฏบิ ตั งิ านไดด้ ี ผนู้ าการเปลย่ี นแปลง จงึ สามารถทค่ี วามคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการ นาสงิ่ ใหม่ ๆ ในการพฒั นางานด้านความปลอดภยั และอาชีอนามยั รวมทงั้ มคี วามคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ และกลา้ ทจ่ี ะเปลย่ี นแปลงสง่ิ ใหมๆ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ตลอดเวลา เช่น การนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศเขา้ มาใชใ้ นงานพฒั นาดา้ นความปลอดภยั ปรบั ปรุงประสทิ ธภิ าพกระบวนการทางาน เพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั อนั จะนาไปสู่การเพมิ่ ผลผลิตในองค์การ และลดการเกิดอุบตั ิเหตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยอนั เน่อื งมาจากการทางาน เป็นตน้ 2. บทบาทในการเป็ นผู้นาทางการบริหาร (Administration Expert) หมายถงึ เป็นผทู้ ม่ี คี วามสามารถในการปรบั ปรงุ กระบวนการทางานดา้ นความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั ใหส้ อดคลอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงขององคก์ ร ในลกั ษณะ Shared Services โดยการ ใหท้ กุ คนเขา้ มามสี ่วนร่วมในการวางแผนงาน เพ่อื ใหท้ ุกฝ่ ายทุกแผนกนาไปยงั หน่วยงานของ ตนเอง โดยการ ปรบั ปรงุ ระบบการนาเคร่อื งจกั รทท่ี นั สมยั ป้องกนั การเกดิ อุบตั เิ หตุ เช่น มฝี า ครอบตวั เครอ่ื งจกั ร มรี ะบบเตอื นภยั เป็นตน้ 3. บทบาทในการเป็ นผ้ใู ห้คาปรึกษา (Change Counselor) หมายถึง ให้ คาปรกึ ษากบั ผบู้ รหิ ารระดบั สงู และผูบ้ รหิ ารในสายงาน รวมทงั้ ใหค้ าปรกึ ษากบั พนกั งานทุกระดบั

94 เกย่ี วกบั ทางดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน ถงึ ระบบการวางแผน งานป้องกนั สง่ เสรมิ เพอ่ื การทางานเกดิ ความปลอดภยั ทงั้ ระบบ 4. บทบาทในการตดั สินใจในสิ่งท่ีจะเกิดขึ้น (Change Sponsor) หมายถงึ ทาหน้าท่ีในการตัดสนิ ใจเก่ียวกับส่ิงท่ีเกิดข้นึ ในการทางาน ได้แก่ การปรบั ปรุงงานด้านความ ปลอดภยั ในดา้ นการเปลย่ี นแปลงกระบวนการผลติ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความทนั สมยั และปลอดภยั รวมทงั้ เพมิ่ ผลติ โดยรวมใหอ้ งคก์ าร 5. บทบาทในการสนับสนุนการเปล่ียนแปลง (Change Advocate) หมายถงึ เป็นผู้ทาหน้าทเ่ี ป็นหน่วยงานใหบ้ รกิ ารในด้านการป้องกนั อุบตั เิ หตุ การเฝ้าระวงั โรค ต่างๆ อนั จะเกดิ จากการทางาน การสรา้ งเครอื ข่ายภายในและภายนอกองคก์ าร เพ่อื ใหม้ กี าร ประสานงานเก่ยี วกบั การแลกเปล่ยี นเรียนรคู้ วามปลอดภยั กบั หน่วยงานภายนอก สามารถ มองเหน็ ปัญหาการดาเนินการของแต่ละฝ่ายงานไดด้ ี 6. บทบาทในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Business Strategic) หมายถงึ เป็นผทู้ าหน้าทใ่ี นการทากาไรเหมอื นกบั หน่วยงานอ่นื ๆ ในองคก์ าร โดยเฉพาะการทา กลยุทธ์ด้านความปลอดภยั ในการทางาน เพ่ือช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการเกิดอุบตั ิเหตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยในการปฏบิ ตั งิ าน รวมทงั้ หาวธิ กี ารเป็นผูน้ าในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ซง่ึ ก่อใหเ้ กดิ ผลทด่ี ตี ่อความเจรญิ เตบิ โตทางธุรกจิ ในสภาพการณ์ทม่ี กี ารแขง่ ขนั รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ าร ในการจดั รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ ารผบู้ รหิ ารจาเป็นตอ้ งอาศยั เทคนิคในการสรา้ ง ความเข้าใจเก่ียวกบั สภาพแวดล้อมขององค์การ รูปแบบการบรหิ ารของผู้บรหิ าร ภาวะผู้นา วฒั นธรรมองคก์ าร ลกั ษณะขององคก์ าร ระบบการรกั ษาความยงั่ ยนื ขององค์การ และสภาพ การทางาน เป็นตน้ ดงั นนั้ ผบู้ รหิ ารดา้ นความปลอดภยั และอาชวี นามยั ในองคก์ าร ต้องสามารถ จดั รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ าร โดยพจิ ารณาองคป์ ระกอบต่างๆ ของรปู แบบสามารถสรปุ ได้ ดงั น้ี 1. ภาวะผ้นู า (Leadership) หมายถึง ความสามารถของผู้นาในการสร้างแรงจูงใจ กระตุน้ ใหส้ มาชกิ ในทมี งานไดต้ ดั สนิ ใจปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั ในสง่ิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหไ้ ดส้ าเรจ็ ตามเป้าหมาย ทก่ี าหนด รวมทงั้ เป็นกลา้ เผชญิ ทจ่ี ะแกป้ ัญหาเฉพาะหน้าได้ 2. ระบบการรกั ษาความปลอดภยั (Safety Enabling System) ประกอบด้วย การ กาหนดขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน การลดอุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยอนั เน่ืองมาจากการ ทางาน การตระหนักถงึ ภยั อนั เกดิ จากการทางาน การฝึกอบรม การรกั ษากฎระเบยี บในการ ปฏบิ ตั งิ าน การปฏบิ ตั ติ ามคู่มอื ในการทางาน นโยบายความปลอดภยั และการพฒั นาอุปกรณ์ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั รในการทางานอยา่ งปลอดภยั

95 3. วฒั นธรรมองค์การ (Organizational Culture) หมายถึง การสรา้ งวฒั นธรรม องค์การด้านความปลอดภยั ในการทางาน เพ่ือปลูกจติ สานึกให้สมาชิกทุกคนในองค์การ ตระหนักถงึ การทางานท่ปี ลอดภยั รวมถงึ การสรา้ งบรรยากาศในการทางานทร่ี ่วมแรงร่วมใจใน การทางานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั อยา่ งต่อเน่อื งและยงั่ ยนื 4. ระบบการรกั ษาความยงั่ ยืนขององคก์ าร (Organizational Sustaining System) เป็นการกาหนดแนวทางปฏิบตั ิงานด้านความปลอดภยั ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ และมกี ารพฒั นา บุคลากรเป็นรายบุคคล กลุ่ม เพ่อื สรา้ งการมสี ่วนร่วมของพนักงานดา้ นความปลอดภยั ในการ ทางาน 5. สภาพการทางาน (Working Interface) ผบู้ รหิ ารตอ้ งมกี ารจดั สรร ช่วยเหลอื และ อานวยความสะดวกในการปฏบิ ตั งิ านใหก้ บั พนักงานเก่ยี วกบั เคร่อื งมอื อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตราย ในการทางาน จดั ทาขนั้ ตอนในการทางานในรูปแบบคู่มอื (procedures) และอานวยความ สะดวกในการทางานท่ปี ลอดภยั และลดความเสย่ี งภยั ท่อี าจจะเกดิ ขน้ึ จากการใช้อุปกรณ์การ ทางาน จากรูปแบบความปลอดภยั ในองค์การสามารถทาให้ผู้บรหิ ารดาเนินงานด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางานเพ่อื พฒั นางานและปรบั ปรุงสง่ิ ทบ่ี กพร่องในการทางาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน สามารถแสดงไดด้ งั ภาพท่ี 2.5 ภาวะผนู้ า ระบบการรกั ษา วฒั นธรรม ระบบการรกั ษา ความปลอดภยั องคก์ าร ความยงั ่ ยืนของ องคก์ าร สภาพการ ทางาน ภาพท่ี 2.5 รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ าร

96 ระบบการบริหารจดั การความปลอดภยั และอาชีวอนามยั โดยทวั่ ไปหน้าทส่ี าคญั ของฝ่ายบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตอ้ งมี การจดั สรรงบประมาณและวางแผนงานงบประมาณเพ่อื ใช้ในกิจกรรมความปลอดภัยและ อาชีวอนามยั ให้เกิดความคุ้มค่าสอดคล้องกับการเพิ่มผลผลิตหรือกาไรขององค์การท่ีได้รับ หากผบู้ รหิ ารไมส่ ามารถบรหิ ารงบประมาณหรอื ใชง้ บประมาณไมส่ มดุลกนั กย็ อ่ มทาให้องคก์ ารเกดิ ความสูญเสยี และทาให้พนักงานเสยี เวลาในการทางานอาจทาใหพ้ นักงานขาดขวญั กาลงั ใจใน การทางาน คุณภาพงานลดลง ดงั นัน้ ผู้บรหิ ารจงึ มหี น้าท่สี าคญั ท่จี ะต้องดาเนินการให้งานด้าน ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เกิดความคุม้ ค่าและเกดิ ประโยชน์สูงสุดต่อพนักงาน องค์การ ผรู้ บั บรกิ าร และประเทศชาติ ซง่ึ มหี น้าทท่ี ส่ี าคญั ดงั น้ี (กนั ยรตั น์ โหละสตุ , 2555, หน้า 35-36) 1. ตอ้ งมกี ารกาหนดนโยบาย (policy) ไดม้ นี กั วชิ าการไดใ้ หค้ านิยามของ นโยบายไวว้ ่า หลกั และวธิ กี ารปฏบิ ตั ซิ ่งึ ถือเป็นแนวทางดาเนินการท่ผี ู้บรหิ ารใช้ในการตดั สินใจเพ่อื ให้การ ปฏบิ ตั งิ านเป็นไปโดยถูกต้องและบรรลุตามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้ (Haimann & Scott, 1974, p.9; Hodgetts, Richard M.,1982) จงึ เหน็ ไดว้ ่า การกาหนดนโยบายทางดา้ นความปลอดภยั และ อาชีวอนามยั เป็นแนวทาง วธิ กี าร และหลกั การท่ชี ดั เจนในการปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับการจดั กิจกรรม ต่างๆ เพ่อื ใหพ้ นักงานปราศจากภยั อนั ตราย เจบ็ ป่ วย และบาดเจบ็ อนั เน่ืองมาจากการทางาน โดยตอ้ งมผี ดู้ าเนินงานรว่ มกนั ทกุ ฝ่าย ทุกระดบั ใหม้ ามสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมต่างๆ เพ่อื ให้ เกิดความปลอดภยั สามารถทาให้พนักงานทุกปฏิบตั ิงานให้บรรลุเป้าหมาย สร้างผลผลิตท่ีมี คณุ ภาพใหอ้ งคก์ ารไดร้ บั ผลกาไรสงู สุด แขง่ ขนั กบั องคก์ ารอ่นื ได้ รวมทงั้ พนักงานเกดิ ความสุขใน การทางาน 2. การมอบหมายหน้าที่ ความรบั ผดิ ชอบด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จาเป็นตอ้ งเลอื กสรร หรอื คดั เลอื กบุคคลทเ่ี หมาะสมกบั ความรู้ ความสามารถในการเป็นผนู้ าการ เปลย่ี นแปลงทจ่ี ะนาพาองคก์ ารไปส่คู วามสาเรจ็ สอดคลอ้ งกบั นโยบายทก่ี าหนดไว้ 3. จัดให้มีการพัฒนาบุคลากรเพ่ือเพ่ิมพูนความรู้ ทักษะ ความชานาญด้านการ ปฏบิ ตั งิ าน เชน่ การฝึกอบรม การใหค้ วามรู้ การสมั มนา การจดั นิทรรศการ และการศกึ ษาดูงาน เป็นต้น รวมทงั้ การจดั ให้มกี ารประเมนิ ผลและ ติดตามผล เพ่อื นามาพฒั นาและปรบั ปรุงการ พฒั นาบุคลากรต่อไป 4. การจดั สภาพแวดลอ้ มในการทางานใหเ้ หมาะสมและถูกต้องตามหลกั วศิ วกรรมความ ปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ เป็นไปตามมาตรฐานทก่ี ฎหมายกาหนด และสรา้ งบรรยากาศ หรอื สภาพแวดลอ้ มใหม้ คี วามผ่อนคลาย เพ่อื ให้สภาพจติ ใจของพนักงานรสู้ กึ พรอ้ มทจ่ี ะดาเนินงานใน แต่ละกจิ กรรม 5. จัดให้มีเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทางาน ตามข้อกาหนดของ ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลกู จา้ ง พ.ศ. 2528 สถานประกอบ กจิ การทม่ี ลี ูกจา้ ง 100 ขน้ึ ไป ต้องมเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน อย่างน้อย 1 คน

97 ซ่งึ เจ้าหน้าท่ีปลอดภัยในการทางาน หมายถึง ลูกจ้างซ่ึงนายจ้างแต่งตัง้ ให้ปฏิบตั ิหน้าท่ีเป็น เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั หวั หน้างาน ระดบั บรหิ าร ระดบั เทคนิค ระดบั หวั หน้า งาน และระดบั วชิ าชพี โดยบงั คบั ใชก้ บั สถานประกอบการ ดงั น้ี 1) การทาเหมอื งแร่ เหมอื งหนิ ปิโตรเคมี 2) การทาผลติ ประกอบซ่อมบารงุ เกบ็ รกั ษา (โรงงานอุตสาหกรรม) 3) ก่อสรา้ ง 4) ขนส่ง คน สนิ คา้ 6. จดั ใหต้ งั้ คณะกรรมการ ตรวจโรงงาน (Safety audit) เพ่อื หาสารวจสภาพเบอ้ื งต้น สถานการณ์เก่ยี วกบั ความไม่ปลอดภยั ในสถานทท่ี างาน และหาแนวทางป้องกนั มใิ หเ้ กดิ อนั ตราย บาดเจบ็ หรอื เจบ็ อนั เกิดจากการทางาน โดยมกี ารแจง้ ข้อมูลข่าวสารไปสู่ผู้รบั ผดิ ชอบ เช่น หวั หน้างาน พนักงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และคณะกรรมการความปลอดภยั ประจาสถานประกอบการ เป็น ตน้ เพอ่ื ดาเนินการไมใ่ หเ้ กดิ การลกุ ลามต่อไป 7. ให้การสนับสนุนจดั กิจกรรมด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั โดยมกี ารจดั กจิ กรรม นทิ รรศการ ภายในโรงงาน และประสานความรว่ มมอื กบั หน่วยงานภายนอกทเ่ี ก่ยี วขอ้ งใน การจดั กจิ กรรม และรว่ มมอื เขา้ มาช่วยเหลอื ในการฝึกอบรมพฒั นาพนักงาน เช่น การป้องกนั อคั คี ขบั ขป่ี ลอดภยั เรอ่ื งกฎจราจร การอบรมเกย่ี วกบั เอดส์ เป็นตน้ อย่างไรกต็ าม ในการจดั กจิ กรรม ความปลอดภยั ต้องมกี ารกาหนดแผนนโยบายทม่ี กี ารจดั สรรงบประมาณจากผูบ้ รหิ ารระดบั สูง เหน็ ชอบ และใหค้ วามสาคญั จงึ จะทาใหม้ คี วามชดั เจน ปฏบิ ตั ใิ หส้ อดคลอ้ งกบั กลยุทธข์ ององคก์ าร และมคี วามต่อเน่ืองยงั่ ยนื ซง่ึ กจิ กรรมต่างๆ เหล่าน้ี ไดแ้ ก่ การจดั นิทรรศการ การทศั นศกึ ษา ประกวดคาขวญั ตอบปัญหาชงิ รางวลั การแขง่ ขนั เกย่ี วกบั ความสะอาดในสถานทท่ี างาน เป็นตน้ 8. กากับ ตรวจตดิ ตามผลงานความปลอดภยั เป็นประจาสม่าเสมอ รวมทงั้ มกี ารจดั กจิ กรรมต่างๆ เก่ยี วกบั ความปลอดภยั อย่างต่อเน่ือง และมกี ารประเมนิ ผลประจาปีเพ่อื นาไป เปรยี บเทยี บความก้าวหน้าในการพฒั นาต่อไป เพ่อื สรา้ งแรงจูงใจใหพ้ นักงานและคณะทางาน เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ของสถานประกอบการ ดงั นัน้ ผู้บรหิ ารระดบั สูง ซ่งึ เป็นผู้กาหนดนโยบายในระดบั วสิ ยั ทศั น์ขององค์การต้อง กาหนดนโยบายดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใหเ้ ป็นระบบการบรหิ ารจดั การขององคก์ าร เองโดยมคี ณะกรรมการทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ โดยความเหน็ ชอบของผบู้ รหิ ารระดบั สงู และความร่วมมอื ทุก ระดบั ทุกฝ่ายเพ่อื ควบคุมระบบใหไ้ ดม้ าตรฐานและเป็นไปตามขอ้ กาหนดของกฎหมาย รวมทงั้ ควบคุมความสญู เสยี เกย่ี วกบั อุบตั เิ หตุทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในองคก์ าร โครงสร้างหน่วยงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การจดั องคก์ ารบริหารงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั โครงสร้างหน่วยงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั เป็นการจดั ตงั้ ข้นึ มาเพ่อื ให้มี ผรู้ บั ผดิ ชอบทช่ี ดั เจน และบทบาทหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบโดยตรงต่อชวี ติ ของพนกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ าน

98 และทรพั ยส์ นิ ขององคก์ าร รวมทงั้ ภาพลกั ษณ์ ช่อื เสยี งขององค์การ การจดั องคก์ ารบรหิ ารงาน ความปลอดภยั ตอ้ งมกี ารกาหนดนโยบายดา้ นความปลอดภยั โดยกาหนดเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร มกี ารแต่งตัง้ คณะทางานชัดเจน จาเป็นต้องมีการพิจารณาโครงสร้างขององค์การ และดู ความสมั พนั ธ์ระหว่างสายปฏบิ ตั งิ าน และคณะกรรมการรวมทงั้ ท่ปี รกึ ษา การจดั ตงั้ โครงการ หน่วยงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ผู้บรหิ ารระดบั สูงตอ้ งใหค้ วามสาคญั และยอมรบั ทงั้ ด้านให้การอนุมตั ิเห็นชอบ และสนับสนุน พร้อมกนั นัน้ องค์การมโี ครงสร้างหน่วยงานท่มี ี คณะทางาน (บุคลากร) ชดั เจนแล้วก็ย่อมสามารถดาเนินงานเพ่อื ให้ประสทิ ธภิ าพด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยรวมเกดิ ผลสาเรจ็ ไดด้ ี อย่างไรก็ตาม การจดั ใหจ้ ดั ตงั้ โครงสรา้ ง หน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เพ่อื ให้มหี น่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งโดยตรง ทาใหเ้ หน็ บทบาทขององคก์ ารทใ่ี หค้ วามสาคญั ของความปลอดภยั ในองคก์ าร การจดั โครงสรา้ งบรหิ ารจดั การท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพและการเตรยี มการท่ดี จี ะสามารถนา นโยบายไปสู่การปฏบิ ตั ทิ ม่ี ี ประสทิ ธภิ าพ โดยผลแห่งความสาเรจ็ นัน้ คอื การสรา้ ง “วฒั นธรรม ความปลอดภยั อาชวี อนามยั เชงิ บวกหรอื เชงิ ป้องกนั ” (Positive Health and Safety Culture) ของ องคก์ ร ซง่ึ เกดิ จากการมสี ่วนรว่ ม ของบุคลากรหรอื ลูกจา้ งทุกคนในองคก์ ร ทงั้ น้ี บุคลากรทุกคนมี แรงจงู ใจและมคี วามสามารถในการทางานดว้ ยความปลอดภยั รวมทงั้ ป้องกนั สุขภาพของตนเอง ไดใ้ นระยะยาว ไมเ่ พยี งแต่การหลกี เลย่ี งมใิ หเ้ กดิ อุบตั เิ หตุ เท่านนั้ หลกั ในการจดั องคก์ ารเพ่อื ให้ เกดิ วฒั นธรรมความปลอดภยั อาชวี อนามยั เชงิ บวกหรอื เชงิ ป้องกนั ” ขององคก์ ร อาศยั หลกั การ 4C คอื การควบคุม (Control) ความรว่ มมอื (Co-operation) การตดิ ต่อส่อื สาร (Communication) และความสามารถ (Competence) ดงั นนั้ สามารถสรุปบทบาทขององคก์ ารกบั ความสาคญั ของ ความปลอดภยั ไดด้ งั ตารางท่ี 2.1

99 ตารางท่ี 2.1 บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานการจดั องคก์ ารบรหิ ารงานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หน่วยงานท่ี บทบาท หน้าที่ และความรบั ผิดชอบ เก่ียวข้องกบั ความปลอดภยั ผบู้ ริหารระดบั สูง 1. กาหนดนโยบาย แผนงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ระดบั องคก์ าร 2. จดั สรร ความเห็นชอบ และอนุมตั ิงบประมาณเพ่อื การดาเนินงานด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ระดบั องคก์ าร 3. กาหนดตวั ชว้ี ดั (key performance indicator) และทบทวนนโยบาย(management review) ผบู้ ริหาร 1. นานโยบายปฏิบตั ิให้เกิดความปลอดภัย และรับผิดชอบในงานด้านความ ปลอดภยั ของพนกั งานทกุ คน 2. กาหนดใหห้ วั หน้างาน พนกั งานทุกระดบั มสี ่วนร่วมรบั ผดิ ชอบในงานดา้ นความ ปลอดภยั 3. จดั ดาเนนิ การงานดา้ นการฝึกอบรมพนกั งานเกย่ี วกบั ดา้ นความปลอดภยั และอา ชวี อนามยั 4. มสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 5. กากบั ตดิ ตาม และนิเทศงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 6. จดั ตงั้ คณะกรรมการดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 7. จดั ใหม้ กี ารตรวจโรงงาน เพ่อื ควบคุมใหม้ คี วามปลอดภยั ในการทางานประจา สม่าเสมอ และต่อเน่อื ง เจ้าหน้าที่ความ 1. วางแผนการดาเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถาน ปลอดภยั ใน ประกอบการ การทางาน 2. จดั ทาขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกบั การป้องกนั อนั ตรายจากอุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ เจบ็ ป่ วย และอบุ ตั ภิ ยั ควบคุมความเสย่ี งในสถานประกอบการ 3. จัดทาคู่มือและมาตรฐานว่าด้วยความปลอดภัยในการทางานไว้ในสถาน ประกอบการ เพ่อื ใหล้ กู จา้ งหรอื ผเู้ กย่ี วขอ้ งไดใ้ ชป้ ระโยชน์ 4. บรกิ ารให้คาแนะนาแก่ผู้บริหารสายงานต่าง ๆ และพนักงานทุกคน แต่ไม่มี อานาจหน้าทส่ี งั่ งานโดยตรง 5. ประสานงานกิจกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยทัง้ ภายในและ ภายนอก 6. กาหนด/จดั หาชนิดของอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลทเ่ี หมาะสม และมคี ุณภาพกบั ลกั ษณะงานทม่ี คี วามเสย่ี งเสนอต่อนายจา้ ง เพ่อื จดั ใหล้ ูกจ้างท่ี เกย่ี วขอ้ ง

100 ตารางท่ี 2.1 บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานการจดั องคก์ ารบรหิ ารงานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (ต่อ) หน่วยงานที่ บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผิดชอบ เกี่ยวข้อง กบั ความปลอดภยั เจ้าหน้าที่ความ 7. สง่ เสรมิ สนบั สนุน ดา้ นวชิ าการ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการ ปลอดภยั ใน ปฏบิ ตั งิ านใหพ้ นกั งานสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างถูกวธิ แี ละเกดิ ความปลอดภยั ใน การทางาน การทางาน 8. พฒั นาโครงการฝึกอบรมดา้ นความปลอดภยั ใหแ้ ก่พนกั งานทกุ คน 9. แนะนาและควบคุมการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุ การวิเคราะห์ และการ รายงานต่อหน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของสถานประกอบการ 10. วางแผนงาน และแนะนาการตรวจสอบความปลอดภยั และการตรวจโรงงาน ใหเ้ กดิ ความเป็นระบบ และมกี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ทส่ี าคญั เพ่อื นามาวางแผนการบรหิ ารงานต่อไป 11. ศึกษา/อบรมเก่ียวกบั กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามยั ในสถาน ประกอบการใหช้ ดั เจน 12. จดั ทาเอกสาร/ค่มู อื /ระบบสารสนเทศเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หวั หน้างาน 1. รบั ผดิ ชอบความปลอดภยั ของลกู น้องใหท้ างานอยา่ งปลอดภยั (ผคู้ วบคมุ งาน) 2. กากบั ตดิ ตาม ตรวจสอบงานใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย 3. อบรม /สอนงานลกู น้องดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน 4. ดแู ลรบั ผดิ ชอบสถานทท่ี างานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน 5. ดูแลรบั ผดิ ชอบลูกน้องเม่อื เกดิ บาดเจ็บ เจบ็ ป่ วยในการทางานให้ได้รบั การ ช่วยเหลอื อยา่ งถกู ตอ้ งทนั ทที ป่ี ระสบอนั ตราย 6. รายงานและไต่สวนอุบตั ิเหตุ พรอ้ มทงั้ หาแนวทางป้องกนั และแก้ไขร่วมกบั คณะกรรมการความปลอดภยั ประจาสถานประกอบการ 7. ให้ความร่วมกบั ผู้บรหิ าร และคณะกรรมการความปลอดภัยประจาสถาน ประกอบการ 8. จดั ใหส้ นทนากลมุ่ ดา้ นความปลอดภยั และกระดานขา่ วเพ่อื ใหม้ กี ารแลกเปลย่ี น เรยี นรกู้ นั ดา้ นความปลอดภยั สหภาพแรงงาน 1. ปกป้องและรกั ษาผลประโยชน์ของพนกั งานดา้ นปลอดภยั และอาชวี อนามยั 2. ให้ความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั กบั ลูกจา้ งทุก คน 3. ปรบั ทศั นคตแิ ละพฒั นาพนกั งานเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั

101 ตารางท่ี 2.1 บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานการจดั องคก์ ารบรหิ ารงานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (ต่อ) หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง บทบาท หน้าที่ และความรบั ผิดชอบ กบั ความปลอดภยั สหภาพแรงงาน(ต่อ) 4. ปรบั ปรงุ วธิ /ี แกไ้ ขปฏบิ ตั งิ านใหด้ ขี น้ึ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 5. ให้ความร่วมมือในการจดั ฝึกอบรมเก่ยี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใหก้ บั ลกู จา้ ง 6. ช่วยเหลอื และปฏบิ ตั ิหน้าท่ใี นการจดั ทาโครงการความปลอดภยั และอาชวี อนา มยั ใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายของฝ่ายจดั การ พนักงาน 1. ปฏบิ ตั ิงานตามวธิ กี ารอย่างถูกต้องตามระบบความปลอดภยั และอาชวี อนามยั อย่างเคร่งครดั 2. แจ้ง/เสนอแนะ/รายงานในสงิ่ ทเ่ี ป็นประโยชน์เก่ยี วกบั สภาพการทางานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน 3. เอาใจใส่ในหน้าทก่ี ารปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ดร้ บั ผดิ ชอบต่อกจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน 4. ใหค้ วามรว่ มมอื /สนบั สนุนการทางานดา้ นความปลอดภยั กบั คณะกรรมการความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน 5. ไม่ละเลยการปฏิบตั ิงานอนั เก่ียวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในการ ทางาน 6. ประพฤติ/ปฏิบตั ิตนให้เป็นผู้วินัยในการทางานเพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั กบั ตนเองและผอู้ ่นื 7.ตรวจสภาพพน้ื ทก่ี ารปฏบิ ตั งิ านทกุ วนั เป็นประจาสม่าเสมอใหพ้ รอ้ มทางานเพอ่ื ลดอบุ ตั เิ หตุ และบาดเจบ็ ต่างๆ อนั เน่อื งจากการปฏบิ ตั งิ าน หน่วยงานการแพทย์ 1. รบั ผดิ ชอบดา้ นการป้องกนั อนั ตราย อบุ ตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยอนั เน่ืองจาก การทางาน 2. สง่ เสรมิ และสนบั สนุนใหก้ ารช่วยเหลอื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านทุกระดบั มี สขุ ภาพแขง็ แรงทางกาย จติ ใจ และสงั คม 3. บรกิ ารดา้ นการแพทยฉ์ ุกเฉนิ 4. ตรวจสอบสภาพแวดลอ้ มในการทางานทก่ี ่อให้เกดิ อนั ตรายต่อการปฏบิ ตั งิ าน ของพนกั งานเป็นประจา 5. ใหค้ าแนะนาเกย่ี วกบั พษิ วทิ ยา(Toxicology) และอนั ตรายจากการทางานอน่ื ๆ 6. ตดิ ต่อประสานงานจดั ทาโครงการรกั ษาสขุ ภาพกบั โรงพยาบาลเพอ่ื ใหก้ ารบรกิ าร ในการตรวจรกั ษาพยาบาลทส่ี ถานประกอบการ

102 ตารางท่ี 2.1 บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานการจดั องคก์ ารบรหิ ารงานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (ต่อ) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บทบาท หน้าที่ และความรบั ผิดชอบ กบั ความปลอดภยั หน่วยงานการแพทย์ 7. สง่ เสรมิ และใหค้ าแนะนาดา้ นการฟ้ืนฟูสมรรถภาพแก่พนักงานทไ่ี ดอ้ ุบตั เิ หตุจน (ต่อ) ทพุ พลภาพใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองไดต้ ามสภาพ 8. จดั ใหม้ กี ารตรวจสมรรถภาพร่างกายของพนักงานก่อนเขา้ งานและมกี ารตรวจ เฝ้าระวงั เป็นประจาตามระยะเวลา และอย่างต่อเน่ือง พรอ้ มทงั้ มรี ะบบตดิ ตามผล หากพบปัญหาดา้ นสขุ ภาพใหเ้ สนอต่อผบู้ รหิ ารทนั ที เพอ่ื ดาเนนิ การดแู ลต่อไป หน่วยซ่อมบารงุ 1. ใหค้ วามรว่ มมอื กบั คณะกรรมการความปลอดภยั 2. เตรยี มเคร่อื งมอื อุปกรณ์ วสั ดุทจ่ี าเป็นในการช่วยเหลอื การซ่อมบารุงใหม้ คี วาม พรอ้ มอย่ตู ลอดเวลา และสามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 3. ปฏบิ ตั งิ านตามใบคารอ้ งหรอื ใบสงั่ งาน 4. ใหค้ วามร่วมมอื ในการออกแบบและจดั ทาเคร่อื งป้องกนั อนั ตรายต่าง ๆ ของ เครอ่ื งจกั ร และสถานทป่ี ฏบิ ตั งิ านทย่ี งั ไม่มคี วามปลอดภยั 5. ติดตามการซ่อมบารุงตามแผนงาน และตรวจสอบความพรอ้ มของการใชง้ าน ของเคร่อื งจกั ร และบนั ทกึ ขอ้ มลู รายงานการซ่อมบารุง ต่อผบู้ รหิ ารในการพฒั นา ปรบั ปรุงในการกาหนดนโยบายป้องกนั เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ในการทางานต่อไป 6. ดาเนินการตรวจสอบเคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการปฏบิ ตั งิ าน ตามทค่ี ณะกรรมการความปลอดภยั แนะนา และเป็นไปตามขอ้ กาหนดกฎหมาย จากตารางท่ี 2.1 การจดั องคก์ ารหน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใหเ้ กดิ ความ ชดั เจนและสามารถบรหิ ารจดั การองคก์ ารใหเ้ กดิ ความเหมาะสมเพ่อื การปฏบิ ตั งิ านของผบู้ รหิ าร ทต่ี ้องกาหนดบทบาทหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบแต่หน่วยงานและเป็นให้ทุกคนในองค์การมสี ่วนร่วม รบั ผดิ ชอบทางานดา้ นความปลอดภยั ร่วมกนั ทุกฝ่าย ทุกแผนก และทุกระดบั ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ หมายความว่าสามารถลดอุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยเน่ืองจากการทางานทาใหพ้ นักงานมี สุขภาพ และอนามยั ท่ดี ี รวมทงั้ สร้างภาพลกั ษณ์ให้กับองค์การได้ ดงั นัน้ การจดั โครงสร้าง หน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั สามารถนามาแสดงไดภ้ าพท่ี 2.6

ผบู้ รหิ ารระ ผบู้ รหิ ารฝ่ายต่าง ๆ หน่วยงานความปลอดภยั สหภาพแรงงาน และอาชวี อนามยั ฝ่ ายผลติ คณะกรรมการ ฝ่ายบญั ชแี ละ เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั สหภาพ ระดบั เทคนิค การเงนิ หวั หน้างาน เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั พนกั งาน ฝ่ ายตลาด ระดบั วชิ าชพี ฝ่ายจดั ซอ้ื เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ฝ่ายบรหิ าร ระดบั หวั หน้างาน ทรพั ยากรมนุษย์ ฝ่ายวศิ วกรรม เจา้ หน้าทค่ี วาม ปลอดภยั ระดบั บรหิ าร ฝ่ ายวางแผนผลติ ภาพท่ี 2.6 โครงสรา้ งหน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั

103 ะดบั สงู คณะกรรมการฝ่ายบรหิ ารเพอ่ื ความปลอดภยั คณะกรรมการความปลอดภยั หน่วยซอ่ มบารงุ หน่วยการแพทย์ ช่างเทคนิค อาชวี เวชศาสตร์ กรรมการจากหน่วยงานต่าง อาชวี สขุ ศาสตร์ ๆ ช่างบารงุ รกั ษา นกั อาชวี สขุ ศาสตร์ นกั กายภาพบาบดั ที่ปรึกษาดา้ นความปลอดภยั พยาบาล ปลอดภยั ภายนอก ย

104 นโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่ดี ตี ้องมาจากความต้องการท่ี ผบู้ รหิ ารระดบั สงู มวี สิ ยั ทศั น์ และความมงุ่ มนั่ ทจ่ี ะเหน็ ความสาคญั สนับสนุนงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบการดว้ ยการกาหนดนโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ประกาศใหท้ ราบทวั่ กนั ในสถานประกอบการ นโยบายจงึ เปรยี บเสมอื นเคร่อื งชน้ี ากาหนดแนวทาง ปฏบิ ตั ใิ นปัจจบุ นั ไปส่อู นาคต นโยบายจงึ เป็นเรอ่ื งของผบู้ รหิ ารทส่ี ามารถประสานความพยายาม ในการทาหน้าทใ่ี หส้ มาชกิ ในองคก์ ารรว่ มแรงรว่ มใจกนั ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ใหส้ าเรจ็ ลุล่วงไปได้ ดงั นนั้ นโยบาย จงึ หมายถงึ หลกั และวธิ กี ารปฏบิ ตั ซิ ง่ึ เป็นแนวทางในการดาเนินการของผบู้ รหิ ารใชใ้ น การตดั สนิ ใจเพ่อื ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านทก่ี าหนดไวเ้ ป็นไปอยา่ งถูกตอ้ งและบรรลเุ ป้าหมายนนั้ ๆ ความสาคญั ของนโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั โดยทวั่ ไปแล้วองค์การต่างๆ ย่อมมเี ครอ่ื งมอื ทางการบรหิ ารจดั การสาหรบั ใหผ้ บู้ รหิ าร ไดใ้ ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านใหส้ าเรจ็ ลุล่วงไปดว้ ยดี การกาหนดนโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนา มยั ในสถานประกอบการจงึ มคี วามสาคญั ท่จี ะทาใหเ้ ป็นเคร่อื งบ่งชท้ี ศิ ทางการบรหิ ารงาน จงึ มี ความสาคญั ดงั น้ี 1. เป็นเครอ่ื งยนื ยนั เจตนารมณ์ของนายจา้ งทใ่ี หค้ วามสาคญั ของงานดา้ นความปลอดภยั และอาชีวอนามยั และบ่งบอกถึงภารกิจท่ีต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างเก่ียวกับความปลอดภัยและ อาชวี อนามยั ส่งผลพนักงานและฝ่ ายทเ่ี ก่ยี วขอ้ งสามารถลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแนวทางทว่ี างไวแ้ ละเกดิ ผลดตี ่อองคก์ าร 2. ช่วยใหเ้ หน็ ภาพพจน์ในการดาเนินงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทเ่ี ป็น เอกลกั ษณ์หรอื มคี วามเด่นชดั ของสถานประกอบการ เป็ นแนวทางให้ผูเ้ ก่ยี วขอ้ งปฏบิ ตั ติ ามท่ี กาหนดไว้ 3. ทาใหพ้ นกั งานทุกคนทุกระดบั ใหค้ วามสาคญั กบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี - อนามยั และทราบถงึ ภาระหน้าทอ่ี นั สาคญั ทต่ี ้องปฏบิ ตั ติ าม ซง่ึ เป็นแรงจงู ใจในการใหค้ วามร่วมมอื สาคญั ยงิ่ ในการบรหิ ารงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 4. แสดงออกถงึ ความห่วงใยของนายจา้ งทม่ี ตี ่อความปลอดภยั และสุขภาพอนามยั ของ พนักงาน เป็นการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว่างพนักงานฝ่ายจดั การ และเกดิ ความรกั สามคั คี และความจงรกั ภกั ดตี ่อองคก์ าร 5. ช่วยใหผ้ บู้ รหิ ารไดใ้ หค้ วามสาคญั ต่อการใชด้ ุลพนิ ิจของผู้บรหิ ารและผู้ปฏบิ ตั งิ านใน ระดบั ต่างๆ ใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและบรรลตุ ามความตอ้ งการ 6. ช่วยสรา้ งช่อื เสยี งให้กบั องคก์ ารและทาใหเ้ ป็นท่รี จู้ กั ของประชาชน รวมทงั้ เกดิ ภาพ ลกั ษณะต่อผลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารขององคก์ าร

105 คณุ ลกั ษณะของนโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั นโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทด่ี ี มลี กั ษณะดงั น้ี 1. นโยบายทด่ี จี ะตอ้ งมกี ารกาหนดเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร มขี อ้ ความชดั เจน กระชบั เขา้ ใจ งา่ ย สามารถถ่ายทอดไปสผู่ ปู้ ฏบิ ตั ไิ ดโ้ ดยงา่ ย และมคี วามเขา้ ใจตรงกนั รวมทงั้ ต้องมกี ารลงนาม กากบั โยผบู้ รหิ ารระดบั สู 2. นโยบายต้องมกี ารประกาศใหพ้ นกั งานทุกคน ทุกระดบั และผทู้ เ่ี ก่ยี วขอ้ งทราบโดยทวั่ กนั และตอ้ งมกี ารนามาปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหม้ คี วามทนั สมยั อยตู่ ลอดเวลา 3. นโยบายทด่ี ตี ้องมคี วามยดื หยุ่น และสามารถนาไปปรบั ใชไ้ ดท้ ุกสถานการณ์ นนั่ คอื ตอ้ งมกี ารกาหนดนโยบายในการปฏบิ ตั ไิ วอ้ ยา่ งกวา้ งๆ เน่ืองจากในแต่ละสภาพงาน ลกั ษณะงาน เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมอื จะมวี ธิ กี ารทแ่ี ตกต่างกนั ตอ้ งเลอื กการปฏบิ ตั งิ านทแ่ี ตกต่างกนั เพ่อื ใหบ้ รรลุ นโยบาย 4. นโยบายท่ดี ตี ้องมาจากความต้องการของพนักงานทุกคนทีม่ กี ารร่วมแรงร่วมกนั เน่อื งจากผปู้ ฏบิ ตั ติ ามนโยบายคอื พนกั งานทกุ คนในองคก์ าร ดงั นนั้ นโยบายดา้ นความปลอดภยั จงึ เป็นความตอ้ งการทพ่ี นกั งานตอ้ งมสี ว่ นรว่ ม รวมทงั้ เป็นขอ้ เสนอแนะมาจากลกู คา้ ดว้ ย 5. นโยบายความปลอดภยั ต้องมกี ารกาหนดไว้อย่างกว้าง ทาให้ง่ายต่อการนาลงไป ปฏบิ ตั กิ บั ทกุ ระดบั ทกุ ฝ่าย ครอบคลุมภารกจิ ทุกดา้ นและสอดคลอ้ ง สนบั สนุนซง่ึ กนั และกนั 6. นโยบายความปลอดภยั ต้องกาหนดทุกคน ทุกระดบั มหี น้าท่รี บั ผดิ ชอบและใหค้ วาม รว่ มมอื ในกจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั และใหถ้ อื ว่าการดาเนินการตามนโยบายความปลอดภยั เป็นสว่ นหน่งึ ในการปฏบิ ตั งิ านและการประเมนิ ผลงาน 7. นโยบายกาหนดมาตรการ/กจิ กรรมหลกั ด้านความปลอดภยั ไว้ และมตี รวจตดิ ตาม ประเมนิ ความสาเรจ็ ทงั้ ในเชงิ ปรมิ าณและคุณภาพ 8. กาหนดให้ผู้บรหิ ารไดม้ กี ารตดั สนิ ใจและรบั ผดิ ชอบงานดา้ นความปลอดภยั รวมทงั้ กระตุน้ ใหผ้ บู้ รหิ ารไดส้ รา้ งพลงั ในการใชอ้ านาจของผบู้ รหิ ารใหเ้ ป็นไปอย่างยตุ ธิ รรมและถูกตอ้ ง 9. การกาหนดนโยบายต้องคานึงถงึ ปัจจยั ภายในและภายนอก เพ่อื นามาพจิ ารณาใน การกาหนดนโยบาย ดงั เช่น ปัจจยั ภายใน ได้แก่ อตั ราการเกดิ อุบตั เิ หตุ สถติ กิ ารเกดิ อุบัตเิ หตุ เป็นต้น ส่วนปัจจยั ภายนอก ได้แก่ ข้อกาหนดและมาตรฐานทางกฎหมาย เทคโนโลยีท่ี เปลย่ี นแปลงไป เป็นตน้

106 หลกั การกาหนดนโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั หลกั การท่สี าคญั ในการกาหนดนโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั มหี ลกั การ สาคญั ดงั น้ี 1. คานึงถงึ ขอ้ กาหนดของกฎหมายและมาตรฐานต่างๆ ดา้ นความปลอดภยั และอา- ชีวอนามยั ท่ีเก่ียวข้องกับสภาพกิจการของตนให้มคี วามครอบคลุมทงั้ หมด โดยมแี นวทาง ตามลาดบั ดงั น้ี 1.1 วเิ คราะห์ความมุ่งหมาย/ข้อกาหนดของกฎหมายความปลอดภยั และอาชวี - อนามยั ทบ่ี งั คบั ใชต้ ามกฎหมาย 1.2 ประเมนิ ภาระงานทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย โดยทาการวเิ คราะหง์ าน (job analysis) 1.3 พฒั นาและกาหนดมาตรฐานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของสถาน ประกอบการใหส้ อดคลอ้ งเป็นไปตามกฎหมาย 1.4 กาหนดวัตถุประสงค์และเน้ือหาของนโยบายความปลอดภัย และ อาชวี อนามยั 2. คานึงถงึ การสรา้ งความร่วมมอื ในกจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของ พนกั งานทกุ ระดบั ซง่ึ มแี นวทางดงั น้ี 2.1 วเิ คราะห/์ สารวจทศั นคตแิ ละความรว่ มมอื ของพนกั งานทุกระดบั 2.2 วเิ คราะหห์ าความจาเป็นในการจดั กจิ กรรมความปลอดภยั 2.3 หาเทคนิค/วธิ กี ารทใ่ี ชใ้ นการส่อื สารขอ้ ความเพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั 2.4 ศกึ ษา/ค้นควา้ เน้ือหาของนโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่จี ะทา ใหค้ วามรว่ มมอื อนั ดรี ะหว่างฝ่ายจดั การและฝ่ายลกู จา้ ง 3. การกาหนดนโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการ ผลติ และวธิ กี ารปฏบิ ตั ิ ซง่ึ มแี นวทางดงั น้ี 3.1 รวบรวมขอ้ มูล/สภาพปัญหาอนั ตรายของแต่ละงานในกระบวนการผลติ ทุก ขนั้ ตอน โดยเฉพาะทเ่ี กดิ ปัญหาบ่อย ซา้ ๆ และไมส่ ามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยวธิ กี ารพน้ื ฐาน 3.2 มกี ารวเิ คราะหค์ วามเสย่ี ง คาดการณ์ถงึ อุบตั เิ หตุอนั ตรายทอ่ี าจเกิดจากการ ทางาน 3.3 มกี ารประเมนิ วเิ คราะห์ความเส่ยี ง และคาดการณ์ถึงอันตรายจากการนา วตั ถุดบิ /การนาเครอ่ื งมอื เทคโนโลยแี บบใหมม่ าใช้ 3.4 หาวธิ กี าร/ทราบถึงวธิ กี ารป้องกนั ควบคุมอุบตั เิ หตุและอันตรายท่อี าจจะ เกดิ ขน้ึ จากการทางาน

107 3.5 พจิ ารณากาหนดถงึ ขอ้ ความของนโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เก่ียวกบั มาตรการ/เทคนิควิธีการท่เี หมาะสมในการเสรมิ สร้างความปลอดภัยให้เกิดข้นึ ใน สถานทท่ี างาน 4. มกี ารกาหนดขอ้ ตกลงดา้ นความปลอดภยั ใหก้ บั ผรู้ บั เหมาต้องปฏบิ ตั ิ ซ่งึ เง่อื นไขใน นโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่กี าหนดให้ผู้รบั เหมาช่วงท่เี ก่ยี วข้องมหี น้าท่คี วาม รบั ผดิ ชอบในการดแู ลความปลอดภยั ของลกู จา้ ง 5. คานึงถงึ การลกู คา้ สมั พนั ธ์/ความพงึ พอใจของลูกคา้ ต่อความปลอดภยั ของผลผลติ ท่ี ผูบ้ รหิ ารได้กาหนดนโยบาย ถงึ การยอมรบั ความคดิ เห็นและขอ้ เรยี กรอ้ งด้านความปลอดภยั ของลกู คา้ 6. ตอ้ งสรา้ งความพงึ พอใจต่อความคาดหวงั ในกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งของผูม้ สี ่วนไดเ้ สยี (ผถู้ อื หุน้ พนกั งานลกู จา้ งหรอื ตวั แทน ลกู คา้ หรอื สงั คมโดยรวม) 7. มกี ารกาหนดจุดยนื ด้านความปลอดภยั ในตลาดการค้า เพ่อื สรา้ งภาพลกั ษณ์ทด่ี ตี ่อ สงั คม หรอื ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม (CSR) เช่น การเป็นผนู้ าดา้ นความปลอดภยั ในอุตสาหกรรม โรงงานสขี าว และ Green Factory เพ่อื ใหล้ ูกคา้ เช่อื มนั่ ศรทั ธาในสนิ คา้ และบรหิ ารทม่ี คี ุณภาพ ควบคุมไปกบั ความปลอดภยั การกาหนดนโยบายดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบการนัน้ สามารถนาหลักการกาหนดนโยบายท่ีดี โดยนามาประยุกต์ใช้ให้เกิดความเหมาะสมตาม ประเภทของกจิ การ ลกั ษณะงาน ขนาด โครงสร้างองค์การ และลกั ษณะของอนั ตรายของสถาน ประกอบการ เพ่อื ให้การกาหนดนโยบายมคี วามเหมาะสม ชดั เจน สามารถนาลงไปสู่การปฏบิ ตั ใิ ห้ บรรลเุ ป้าหมายงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เกดิ ประสทิ ธภิ าพทวั่ ทงั้ องคก์ าร อยา่ งไรกต็ าม หน่วยงานต่างๆ มลี กั ษณะการประกอบกจิ การทแ่ี ตกต่างกนั กย็ ่อมมลี กั ษณะ นโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทแ่ี ตกต่างกนั สงิ่ ทเ่ี หมอื นกนั คอื หลกั การในการกาหนด จงึ ขอยกตวั อย่างนโยบายของบรษิ ทั ทม่ี กี ารกาหนดนโยบายดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั นโยบายของหน่วยงานต่างๆ ดงั น้ี

108 (ตวั อย่าง นโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ) เรอ่ื ง นโยบายความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ……………………………………… ดว้ ยบรษิ ทั วงศ์อารรี กั มติ รกรุ๊ป จากดั (มหาชน) ใหค้ วามสาคญั กบั พนักงาน มคี วาม ห่วงใยต่อชวี ติ และสุขภาพของพนักงานทุกคน ดงั นัน้ จงึ เหน็ สมควรให้มกี ารดาเนินงานด้าน ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานควบคู่ไปกบั การปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ประจาของพนกั งาน จงึ ไดก้ าหนดนโยบายไวด้ งั น้ี 1. บรษิ ทั ฯ ถอื ว่าความปลอดภยั ในการทางาน เป็นหน้าทข่ี องพนักงานทุกคน ทุกระดบั ทจ่ี ะรว่ มมอื ปฏบิ ตั ิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ทงั้ ของตนเอง และผอู้ ่นื 2. บรษิ ทั ฯ จะส่งเสรมิ สนบั สนุน ใหม้ กี ารปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ ม และวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ าน ทป่ี ลอดภยั ตลอดจนการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายทเ่ี หมาะสม รวมถงึ การรกั ษาไวซ้ ่งึ คุณภาพ อนามยั ทด่ี ขี องพนกั งานทุกคน 3. บรษิ ทั ฯ กาหนดนโยบายให้มคี ณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ใหส้ อดคลอ้ งตามหน้าทข่ี องกฎหมายความปลอดภยั ฯ 4. ผบู้ งั คบั บญั ชาทุกคน ต้องมหี น้าท่ดี แู ลและรบั ผดิ ชอบ ในเรอ่ื งความปลอดภยั ในการ ทางานของผใู้ ต้บงั คบั บญั ชา ใหเ้ ป็นไปตามกฎระเบยี บแห่งความปลอดภยั ทก่ี าหนดขน้ึ โดย เครง่ ครดั 5. บรษิ ทั ฯ จะสง่ เสรมิ และสนบั สนุน การดาเนินกจิ กรรมแห่งความปลอดภยั 6. บรษิ ทั ฯ จะจดั ใหม้ กี ารการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานตามนโยบายความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ประกาศ ณ วนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 …………………………. (นายวจิ กั ษ์ สริ สิ งิ ห)์ ประธานเจา้ หน้าทบ่ี รหิ าร

109 (ตวั อย่างนโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ) นโยบายด้านคณุ ภาพ ความมนั่ คง ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และส่ิงแวดล้อม (Quality Security Safety Health and Environment Policy) ปตท. กาหนดนโยบายคุณภาพ ความมนั่ คง ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม กลุ่ม ปตท. (PTT Group QSHE Policy) เพ่อื แสดงถงึ ความมุ่งมนั่ ขององคก์ รและเป็นกรอบใน การบรหิ ารจดั การดา้ น QSHE ใหผ้ บู้ รหิ าร และพนักงานในองคก์ ร ตลอดจนบรษิ ทั ในกลุ่ม ปตท. นาไปปฏบิ ตั ิ โดยถ่ายทอดไปส่กู ารปฏบิ ตั ิ ดว้ ยการกาหนดเป็นเป้าหมาย แผนกลยุทธ/์ โปรแกรม แผนการดาเนินงาน รวมทงั้ ตวั ช้วี ดั ตามแผนงาน จากส่วนกลางไปยงั กลุ่มธุรกจิ หน่วยธุรกจิ สายงานจนถึงพ้นื ท่ปี ฏบิ ตั ิการ ตามลาดบั โดยผู้บรหิ ารสูงสุดของแต่ละบรษิ ัทในกลุ่ม ปตท. ได้ลงนามร่วมกบั ประธานเจา้ หน้าท่บี รหิ ารและกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ ปตท. นาไปใชเ้ ป็นกรอบ ของการบรหิ ารจดั การดา้ น QSHE กาหนดแผนดาเนินงาน ตลอดจนตวั ชว้ี ดั ต่างๆ รวมทงั้ การ ติดตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานตามเป้าหมาย แผนกลยุทธ์/โปรแกรม และแผนการ ดาเนินงาน เพ่อื ประเมนิ ความสอดคล้องกบั นโยบายทงั้ ของ ปตท. และบรษิ ัทในกลุ่ม ปตท. ทกุ ไตรมาส รวมทงั้ ในการตรวจประเมนิ (Audit) โดยสว่ นกลางตามวาระทก่ี าหนด ปตท. กาหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้านความมนั่ คง ความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม (SSHE) ซง่ึ ตอบสนองและสอดคลอ้ งกบั กลยุทธ์ขององค์การ โดยประกอบด้วย วตั ถุประสงคร์ ะยะยาวทช่ี ดั เจน 3 มมุ มอง ไดแ้ ก่ 1. Socio มุ่งลดความสูญเสยี ด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่มี ตี ่อพนักงาน ผรู้ บั เหมา และกระบวนการผลติ 2. Eco ลดรอยเทา้ นเิ วศตลอดวงจรชวี ติ ผลติ ภณั ฑ์ 3. Efficient การพฒั นาประสทิ ธภิ าพการดาเนินงานใหต้ ดิ อนั ดบั ชนั้ นาของโลก โดยการดาเนินงานตามกลยุทธ์จะเน้นหนักท่ีการเสรมิ สร้างวฒั นธรรมด้าน QSHE และระบบการจดั การดา้ น SSHE เป็นเครอ่ื งมอื สาคญั ในการปรบั ปรุงประสทิ ธผิ ลและประสทิ ธภิ าพ การดาเนินงาน พรอ้ มทงั้ รเิ รมิ่ และประยกุ ตน์ วตั กรรมตลอดจนดาเนินการโครงการ เพ่อื พฒั นา กระบวนการและผลการดาเนินงานใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายทก่ี าหนด ลดความสูญเสยี และผลกระทบ ในทางลบต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม เป็ นการเช่ือมโยงนโยบายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดล้อมกลุ่ม ปตท. เขา้ กบั นโยบาย มาตรฐานการจดั การและระเบยี บ ปฏบิ ตั ิ ตลอดจนขนั้ ตอนดาเนินงานของแต่ละหน่วยธุรกจิ และแต่ละบรษิ ทั กรอบของมาตรฐาน การจดั การถูกพฒั นาขน้ึ ตามหลกั การ Plan-Do-Check-Act เพ่อื ใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง ซ่งึ มพี ้นื ฐานมาจากมาตรฐานการจดั การสากล ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลกั ซ่งึ เน้ือหา สาระสาคญั ของแต่ละองคป์ ระกอบสรปุ ไดด้ งั น้ี

110 1. นโยบายและความเป็นผู้นา: การกาหนด การส่อื สาร และการแสดงออกถึงความ มุ่งมนั่ ของฝ่ ายบรหิ ารอย่างชดั เจนในการสร้างวฒั นธรรมขององค์กรในการบรหิ ารงานด้าน SSHE ตลอดจนกล่าวถงึ การทบทวนประสทิ ธผิ ลการดาเนินงานดา้ น SSHE 2. การวางแผน: การประเมนิ ความเสย่ี ง การเขา้ ถงึ กฎหมาย รวมถงึ การตรวจประเมนิ ดา้ น SSHE สาหรบั การควบรวม และเขา้ ถอื ครองสนิ ทรพั ยแ์ ละโครงการใหม่ ตลอดจนการจดั การ ดา้ น SSHE ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วฏั จกั รชวี ติ ของผลติ ภณั ฑ์ 3. วศิ วกรรม การดาเนินงาน และการบารุงรกั ษา: การบรหิ ารความเส่ยี งด้าน SSHE ในช่วงการออกแบบ การก่อสรา้ ง การทดสอบ การปฏบิ ตั งิ าน ทงั้ ท่ดี าเนินงานโดยหน่วยงาน หรอื ผูร้ บั เหมา และผู้รบั จา้ ง การบารงุ รกั ษาเคร่อื งจกั รและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม รวมถงึ การ เตรยี มความพร้อมและตอบสนองในกรณีฉุกเฉิน เพ่อื ลดและบรรเทาผลกระทบด้าน SSHE ท่อี าจจะเกดิ ข้นึ ซ่งึ รวมถงึ ด้านการระบายมลภาวะออกจากพ้นื ท่ี การระบายน้าเสยี และการ จดั การของเสยี เป็น 4. การตดิ ตามและปรบั ปรงุ ประสทิ ธผิ ลการดาเนินงาน: การตรวจสอบและตรวจประเมนิ ประสทิ ธผิ ลการดาเนินงานดา้ น SSHE และการแกไ้ ขและป้องกนั เพ่อื จดั การสภาพทไ่ี ม่เป็นไป ตามขอ้ กาหนด ตลอดจนการนาการเรยี นรทู้ ผ่ี ่านมา และแนวปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ ไปขยายผลต่อไป รวมถงึ การกาหนดเป้าหมายและแผนงานการปรบั ปรงุ ดา้ น SSHE อยา่ งอยา่ งต่อเน่อื ง 5. ทรัพยากรและโครงสร้างการบริหาร: การกาหนดบทบาท หน้าท่ี และความ รบั ผิดชอบตลอดจนความสามารถของผู้ปฏบิ ตั ิงานท่เี หมาะสม เพ่ือให้การบรหิ ารงานด้าน SSHE เป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 6. วฒั นธรรม การส่อื สาร และขอ้ มลู : การสรา้ งการมสี ่วนร่วม พฤตกิ รรม และวฒั นธรรม ดา้ น SSHE อยา่ งต่อเน่ือง รวมถงึ การส่อื สารทงั้ ภายในและภายนอกใหก้ บั ผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี ท่ี สนใจ ตลอดจนการจดั การและควบคุมเอกสารการดาเนินงานดา้ น SSHE ซง่ึ ขอ้ กาหนดทงั้ หมด เหล่าน้ไี ดร้ บั การพฒั นาโดยยดึ หลกั การของมาตรฐานสากลท่ีกล่าวไวข้ า้ งต้น ระบบการจดั การท่ี มอี ยใู่ นปัจจบุ นั แนวปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ ทใ่ี ชใ้ นบรษิ ทั ขา้ มชาตดิ า้ นอุตสาหกรรมพลงั งาน และกรอบ การดาเนินงานตามเกณฑร์ างวลั คุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award: TQA) ซง่ึ ปรบั ให้ เขา้ กบั การดาเนนิ งานของกลุ่ม ปตท. ประกาศ ณ วนั ท่ี 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557 …………………………. (.............................) ประธานกรรมการฝ่ายบรหิ าร

111 (ตวั อย่าง นโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ) เร่ือง นโยบายความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ……………………………………… ดว้ ยบรษิ ทั วงศ์อารรี กั มติ รกรุ๊ป จากดั (มหาชน) ให้ความสาคญั กบั พนักงาน มคี วาม ห่วงใยต่อชวี ติ และสุขภาพของพนักงานทุกคน ดงั นัน้ จงึ เหน็ สมควรให้มกี ารดาเนินงานด้าน ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานควบค่ไู ปกบั การปฏบิ ตั หิ น้าทป่ี ระจา ของพนกั งาน จงึ ไดก้ าหนดนโยบายไวด้ งั น้ี 1. บรษิ ทั ฯ ถอื ว่าความปลอดภยั ในการทางาน เป็นหน้าทข่ี องพนักงานทุกคน ทุกระดบั ทจ่ี ะรว่ มมอื ปฏบิ ตั ิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ทงั้ ของตนเอง และผอู้ ่นื 2. บรษิ ทั ฯ จะส่งเสรมิ สนบั สนุน ใหม้ กี ารปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ ม และวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ าน ทป่ี ลอดภยั ตลอดจนการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายทเ่ี หมาะสม รวมถงึ การรกั ษาไวซ้ ง่ึ คุณภาพ อนามยั ทด่ี ขี องพนกั งานทกุ คน 3. บรษิ ทั ฯ กาหนดนโยบายใหม้ คี ณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพ แวดลอ้ มในการทางาน ใหส้ อดคลอ้ งตามหน้าทข่ี องกฎหมายความปลอดภยั ฯ 4. ผบู้ งั คบั บญั ชาทุกคน ตอ้ งมหี น้าทด่ี แู ลและรบั ผดิ ชอบ ในเรอ่ื งความปลอดภยั ในการ ทางานของผู้ใต้บงั คบั บญั ชา ให้เป็นไปตามกฎระเบยี บแห่งความปลอดภยั ท่กี าหนดขน้ึ โดย เครง่ ครดั 5. บรษิ ทั ฯ จะสง่ เสรมิ และสนบั สนุน การดาเนินกจิ กรรมแหง่ ความปลอดภยั 6. บรษิ ทั ฯ จะจดั ใหม้ กี ารการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานตามนโยบายความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ประกาศ ณ วนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 …………………………. (นายวนิ ยั ตรงใจด)ี ประธานเจา้ หน้าทบ่ี รหิ าร

112 (ตวั อย่าง นโยบายความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ) เรอ่ื ง นโยบายความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ................................................ ความปลอดภยั ในการทางานจะเกดิ ขน้ึ ต้องไดร้ บั ความร่วมมอื ร่วมใจ ตามหน้าทค่ี วาม รบั ผดิ ชอบของทกุ คนในองคก์ ร นบั ตงั้ แต่ คณะผบู้ รหิ าร ผบู้ งั คบั บญั ชา ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทุกระดบั และเพ่อื ใหก้ ารบรหิ ารงานความปลอดภยั มกี ารดาเนินงานไปดว้ ยความ สะดวกราบรน่ื บรษิ ทั จงึ กาหนดนโยบายไวด้ งั ต่อไปน้ี 1. บรษิ ทั ฯจะสง่ เสรมิ ใหพ้ นกั งาน ทางานดว้ ยความปลอดภยั โดยความปลอดภยั ในการ ทางานเป็นหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบอนั ดบั แรกของพนกั งานทุกคนในการปฏบิ ตั งิ าน 2. บรษิ ัทฯ ถือว่าพนักงานทุกคนเป็นทรพั ยากรท่มี คี ุณค่าของบรษิ ัทฯ ดงั นัน้ ความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของพนักงาน จงึ ถอื เป็นนโยบายสาคญั ของบรษิ ทั ฯ 3. บรษิ ทั ฯ จะส่งเสรมิ และสนบั สนุนใหม้ กี ารพฒั นาและปรบั ปรุงสภาพแวดล้อมในการ ทางาน และวธิ กี ารปฏิบตั ิงานท่ปี ลอดภยั เพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทางาน โดยจดั หา เคร่อื งมอื อุปกรณ์ ความปลอดภยั ให้เพยี งพอกบั สภาพงาน จูงใจให้พนักงานได้ตระหนักถึง อนั ตรายต่างๆ ทจ่ี ะเกิดขน้ึ ในขณะทางาน ตลอดจนแนะนาชแ้ี จงใหท้ ราบถงึ สาเหตุ และวธิ กี าร ป้องกนั 4. บรษิ ทั ฯ จะยกระดบั และพฒั นาสภาพแวดลอ้ มภายในบรษิ ทั ฯ สถานทท่ี างาน ความ สะอาดโดยรอบบรเิ วณบรษิ ทั ฯ อย่เู สมอเพ่อื ใหม้ คี วามปลอดภยั มสี ภาพแวดลอ้ มทด่ี ถี ูกสุขลกั ษณะ อนั นามาซง่ึ คณุ ภาพชวี ติ การท างานและสขุ ภาพทด่ี ี โดยทวั่ กนั ของพนกั งาน 5. บรษิ ัทฯ ส่งเสรมิ สนับสนุนให้มกี ิจกรรมความปลอดภยั ต่างๆ ท่จี ะช่วยกระตุ้น จติ สานึกของพนกั งาน เช่น การอบรม จงู ใจ ประชาสมั พนั ธ์ การแขง่ ขนั ดา้ นความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั 6.ปลอดภยั พนักงานทุกคนจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บว่าดว้ ยความปลอดภยั อาชวี - อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน อย่างเคร่งครดั หากมกี ารฝ่ าฝืนหรอื ละเลยอาจถูก พจิ ารณาโทษตามระเบยี บของบรษิ ทั ฯ 7. พนักงานทุกคนจะต้องปฏบิ ตั ิ 5ส (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลกั ษณะ สรา้ งนิสยั ) ใน สถานทท่ี างานอยา่ งเครง่ ครดั เพ่อื ป้องกนั อุบตั เิ หตุ และโรคเน่อื งจากการทางาน 8. บรษิ ทั ฯ จะสนบั สนุนนโยบายการดาเนินกจิ กรรมการคน้ หาและการประเมนิ อนั ตราย (Completely Check Completely Find Out) อยา่ งต่อเน่ือง เพ่อื ใหบ้ รรลุเป้าหมายอุบตั เิ หตุเป็น ศนู ยท์ งั้ ในงานและนอกงาน

113 9. บรษิ ทั ฯ จะทบทวนและประเมนิ ระบบการดาเนินงานดา้ นความปลอดภยั เป็นระยะๆ เพ่อื นามาวางแผนในการปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื ง 10. บรษิ ทั ฯ กาหนดเป็นนโยบาย ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาทุกคนต้องกระทาตนใหเ้ ป็นแบบอย่าง ทด่ี ี และมหี น้าทด่ี ูแลรบั ผดิ ชอบ ในเร่อื งความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางานของผู้ใต้บังคบั บญั ชาให้เป็นไปตามกฎขอ้ บงั คบั ทบ่ี รษิ ัทได้กาหนดโดยถือปฏบิ ตั อิ ย่าง เคร่งครดั นโยบายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ไดร้ บั การ อนุมตั เิ มอ่ื วนั ท่ี 7 พฤษภาคม 2557 หน้า 4 มผี ลบงั คบั ใชต้ งั้ แต่วนั ท่ี 1 มถิ ุนายน 2557 11. บรษิ ทั ฯ กาหนดเป็นนโยบาย ให้พนักงานทุกคนต้องมหี น้าท่ี รบั ผดิ ชอบในการ ปฏบิ ตั งิ านใหเ้ กดิ ความปลอดภยั แก่ตนเอง และเพ่อื นร่วมงาน โดยปฏบิ ตั ติ ามกฎขอ้ บงั คบั ความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ทบ่ี รษิ ทั ฯ ได้กาหนด และถอื ปฏบิ ตั ิ อยา่ งเครง่ ครดั 12. บรษิ ทั ฯ ถอื ว่าพนกั งานทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการป้องกนั อุบตั เิ หตุ และรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม บรษิ ทั ฯ ยนิ ดรี บั ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ คดิ เหน็ ต่างๆ ของพนักงาน โดยจะนาไปพจิ ารณา ตลอดจน ปรบั ปรงุ แกไ้ ขจดุ บกพรอ่ งต่างๆ ตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั แก่พนกั งานมาก ทส่ี ุด ประกาศ ณ วนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 …………………………. (...............................) ประธานกรรมการบรหิ าร

114 แผนงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การวางแผนงาน หมายถงึ กระบวนการในเตรยี มการไวล้ ่วงหน้า ซง่ึ เป็นหลกั การในการ บรหิ าร โดยการกาหนดวตั ถุประสงค์ เป้าหมาย วธิ กี าร และทรพั ยากรทจ่ี ะใชใ้ นการดาเนินงาน ในอนาคต นับว่าเป็ นตัดสินใจล่วงหน้าเก่ียวกับคิด วิเคราะห์ ว่าจะทาอย่างไรให้บรรลุ วตั ถุประสงค์ หากมองในแง่สถานการณ์ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป การวางแผนเป็นกระบวนการในการ เผชญิ กบั ความไม่แน่นอนโดยการกาหนดการกระทาขน้ึ ล่วงหน้าเพ่อื ให้ได้ผลตามทก่ี าหนดไว้ การวางแผนงาน จะเก่ยี วขอ้ งกนั 2 อย่าง คอื จุดหมายปลายทางกบั วธิ กี าร จุดหมาย ปลายทางก็คอื จะทาอะไร วธิ กี ารกค็ อื จะทาอยา่ งไร การบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ให้บรรลุผลทไ่ี ด้ตงั้ ไวอ้ ย่างมี ประสทิ ธภิ าพ การวางแผนงาน จงึ เป็นขอ้ ความท่กี าหนดขน้ึ มาล่วงหน้า ว่าจะทาอะไร อย่างไร ทาเม่อื ไหร่ ใครเป็นผทู้ า จะใชท้ รพั ยากรต่างๆ จานวนเท่าไหร่ เพ่อื ใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงค์ท่ี กาหนด จะเหน็ ไดว้ ่าการวางแผนเป็นการเช่อื มโยงจากปัจจุบนั ทเ่ี ป็นอย่ไู ปสู่จุดมุ่งหมายในอนาคต จงึ เป็นกระบวนการในการคดิ วเิ คราะห์ เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ สถานการณ์ทเ่ี ป็นอย่ใู นปัจจุบนั พจิ ารณา ถงึ วตั ถุประสงคท์ ต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ ทงั้ น้ีจะต้องมกี ารคดิ พจิ ารณาถงึ รายละเอยี ดของสงิ่ ทต่ี ้องทา พรอ้ มกบั การระบผุ ลสาเรจ็ ต่างๆ ทต่ี อ้ งการ ซง่ึ จะนาไปสวู่ ตั ถุประสงคต์ ามทไ่ี ดต้ งั้ ไว้ คณุ ลกั ษณะของแผนงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในการดาเนินกจิ กรรมต่างๆ ของงานด้านปลอดภยั และอาชอี นามยั ท่ไี ด้รบั ทราบมา จากนโยบายขององค์การแล้ว จงึ นามาจดั ทาแผนงานเป็นรายปี โดยการจดั ทาแผนงานความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ให้สอดคลอ้ งกบั นโยบายขององค์การ ดงั นัน้ กระบวนการของการ วางแผนงานเป็นขนั้ ตอนท่สี าคญั ในระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยมี กาหนดนโยบายด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั และกฎหมาย ขอ้ กาหนดต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง มาพจิ ารณา เตรยี มการวางแผนงาน โดยครอบคลุมการกาหนดแผนงาน และวตั ถุประสงคด์ า้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั การวางแผนปฏบิ ตั กิ าร ให้เกดิ ความชดั เจนเป็นรูปธรรมนาไป ปฏบิ ตั จิ รงิ ได้ โดยทุกฝ่ ายสามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย สอดคลอ้ งกบั สภาพการณ์ในปัจจุบนั ท่เี ป็นจรงิ และสามารถนาไปดาเนินการไดท้ ุกหน่วยงาน เช่น หน่วยงานทม่ี กี ารผลติ ในส่วนเน้ือหาของแผน กไ็ ม่จาเป็นต้องมรี ายละเอยี ดทย่ี ุ่งยากซบั ซอ้ นมากนกั ให้งา่ ยต่อการนาไปใชห้ รอื ปฏบิ ตั ไิ ด้ดว้ ย พนกั งานทกุ ระดบั สรุปได้ว่า การวางแผนงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ที่ดจี ะต้องเป็น กระบวนการมองภาพการดาเนนิ งานขององคก์ ารทงั้ หมด ควรระบุประเดน็ สาคญั ๆ ดงั น้ี 1. จะทาอะไร (What to do) จะต้องทราบว่างานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั กาหนดว่าจะต้องทาอะไรบา้ ง ควรจะตอ้ งชดั เจน มเี ป้าหมาย โดยระบุโครงการ / กจิ กรรมแต่ละ กจิ กรรม และมเี ป้าหมายใหช้ ดั เจน เป็นไปไดต้ ามสภาพการณ์ทเ่ี ป็นจรงิ

115 2. จะทาทไ่ี หน (Where to do) กาหนดเพ่อื ใหท้ ราบว่าหน่วยงานทต่ี ้องทา ไดแ้ ก่ หน่วยงานใดทม่ี คี วามสาคญั จาเป็นก่อน เมอ่ื ทราบกใ็ หร้ บี ดาเนนิ งานตามแผนงาน 3. จะทาเมอ่ื ไหร่ (When to do) งานนนั้ จะเรมิ่ ต้นเมอ่ื ไรและสน้ิ สุดเม่อื ไร เพ่อื ทราบ กาหนดเวลาต่างๆ 4. จะทาโดยใคร (Who to do) มกี ารมอบหมายใหใ้ ครเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบในการดาเนินงาน จงึ จะสามารถบรรลเุ ป้าหมายทต่ี อ้ งการได้ 5. ทาไมจงึ ต้องทาและทาไมจงึ ตอ้ งเลอื กทาวธิ นี ้ี (Why to do) เพ่อื ใหท้ ราบจุดมุง่ หมาย ของกจิ กรรม 6. จะทาอยา่ งไร (How to do) มวี ธิ กี ารขนั้ ตอนอย่างไร โดยระบุวธิ กี ารดาเนินงาน การ ประเมนิ ความเสย่ี ง การปฏบิ ตั กิ ารควบคุมความเสย่ี ง การตรวจสอบตดิ ตาม และการวดั ผลการ ปฏบิ ตั กิ าร และการประเมนิ ผล เป็นตน้ 7. ตอ้ งการใชท้ รพั ยากรอะไรบา้ ง (How to Resources) ตอ้ งใชท้ รพั ยากรอะไรบา้ งและ วตั ถุดบิ จะไดม้ าอยา่ งไร 8. Expected Output ผลทอ่ี งคก์ ารคาดหวงั ว่าจะไดร้ บั โดยทเ่ี กดิ ผลคุม้ ค่าอย่างไร เช่น อุบตั เิ หตุลดลง ค่ารกั ษาพยาบาลทอ่ี งคก์ ารตอ้ งจ่ายลดลง พนักงานมคี วามพงึ พอใจในการทางาน เป็นตน้ 9. Evaluation การวดั และประเมนิ ผลขององคก์ ารทาดว้ ยวธิ กี ารใด โดยมกี ารวดั ความสาเรจ็ ของแผน เช่น วดั ดว้ ย PDCA เพ่อื การปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่ือง เมอ่ื ดาเนินการโครงการเสรจ็ สน้ิ แลว้ มผี ลงานตามเป้าหมาย หลกั การกาหนดแผนงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การวางแผนงานเพ่อื ใหไ้ ดแ้ ผนงานนนั้ เป็นหน้าทท่ี ส่ี าคญั ทผ่ี บู้ รหิ ารต้องปฏบิ ตั เิ ป็นสงิ่ แรก เพราะแผนงานจะเป็นกรอบกาหนดทศิ ทางการทางานรว่ มกนั บุคลากรในองคก์ ารจะรเู้ ป้าหมาย ของงานว่าจะต้องทางานอะไร ช่วงเวลาใด ทาอย่างไร มขี นั้ ตอนกระบวนการอย่างไร และใคร เป็นผรู้ บั ผดิ ชอบ การทางานทม่ี แี ผนงานจะทาใหล้ ดความขดั แยง้ ในหน่วยงาน ลดความซ้าซอ้ น ของงานช่วยลดความเสย่ี งในการทางาน บุคลากรหรอื พนักงานสามารถทางานได้อย่างมรี ะบบ ผบู้ รหิ ารจงึ ตอ้ งมบี ทบาทในการบรหิ ารการวางแผนงาน ดงั น้ี หลกั การกาหนดแผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ มหี ลกั การ ดงั น้ี 1. ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ตอ้ งใหค้ วามสาคญั กบั แผนงาน และใหพ้ นักงานทุกระดบั มสี ่วนรว่ ม ในการกาหนดแผน

116 2. ต้องมกี ารกาหนดวตั ถุประสงคใ์ หช้ ดั เจน เพ่อื ให้พนักงานขององค์การทราบถงึ สง่ิ ท่ี ตอ้ งทา และใชส้ าหรบั มอบหมายความรบั ผดิ ชอบทจ่ี ะช่วยกนั ทางานใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ ตามท่ี กาหนด 3. ฝ่ายบรหิ ารความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มกี ารจดั โครงสรา้ ง และแบ่งงานหรอื การ กระจายความรบั ผดิ ชอบตามแผนงานอยา่ งเหมาะสม 4. ตอ้ งระบุรายละเอยี ดของแผนงานใหช้ ดั เจน เช่น วธิ กี ารคน้ หาความเสย่ี ง หรอื อนั ตราย ในการทางาน การประเมนิ และการควบคุมอันตรายจากสภาพการทางาน รวมทั้งกาหนด จดุ มงุ่ หมายใหช้ ดั เจนเขา้ ใจง่าย สามารถใชเ้ ป็นแนวทางใหบ้ ุคคลในฝ่ายต่างๆ ขององคก์ ารเขา้ ใจ และใชเ้ ป็นแนวทางในการทางานเป็นไปในทางทศิ เดยี วกนั 5. มกี ารคดั สรรบุคคลทม่ี คี วามเหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพในการรบั ผดิ ชอบแผนงาน เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื และนาไปสกู่ ารบรรลเุ ป้าหมาย 6. จดั ใหม้ กี ารประชุมหารอื ซกั ซอ้ มการปฏบิ ตั งิ านตามแผนทก่ี าหนด เพ่อื เป็นระบบไม่ เกดิ ความซ้าซอ้ น หรอื ปัญหาการไม่ใหค้ วามร่วมมอื หรอื ความเหน็ ไม่ตรงกนั อนั จะนามาซง่ึ ความต่อตา้ นและขดั แยง้ กนั ตาม 7. ต้องมกี ารจดั ทาทงั้ แผนระยะสนั้ และระยะยาว เพ่อื ให้องค์การปรบั เขา้ สู่เป้าหมายท่ี กาหนดไว้ 8. กาหนดใหห้ วั หน้าแต่ละระดบั มหี น้าทใ่ี นการตดิ ตามดูแลการปฏบิ ตั ติ ามเป็นระยะๆ และมกี ารรายงานต่อผบู้ งั คบั บญั ชาอยา่ งสม่าเสมอ 9. จดั ใหม้ กี ารอบรมสาหรบั ผู้ปฏบิ ตั งิ านตามแผน ใหม้ คี วามเขา้ ใจในขนั้ ตอนก่อนลงมอื ปฏบิ ตั งิ าน เพ่อื ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมคี วามถูกตอ้ งไมเ่ สยี เวลา เสยี ทรพั ยากร 10. ทกุ ฝ่ายทเ่ี กย่ี วขอ้ งตอ้ งมหี น้าทใ่ี หก้ ารสนบั สนุนอย่างเหมาะสม 11. พยายามใหท้ ุกฝ่ายเขา้ มามสี ่วนร่วมในการวางแผนใหม้ ากทส่ี ุดเท่าทจ่ี ะทาได้ เพ่อื คน้ หาทางเลอื กทจ่ี ะก่อใหเ้ กดิ แผนงานทด่ี ี ทจี่ ะทาใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคโ์ ดยใชต้ ้นทุนต่าแต่ได้ ผลลพั ธส์ งู 12. พจิ ารณาตรวจสอบปัญหาทจ่ี ะมผี ลกระทบต่อการปฏบิ ตั ติ ามแผน เพ่อื นามาหาทาง แกไ้ ข 13. ต้องมกี ารประสานแผนงานทด่ี รี ะหว่างแผนกและระดบั หน่วยงานย่อยขององคก์ าร ระดบั บคุ คลในการปฏบิ ตั ติ ามแผน ซง่ึ จะช่วยลดความซ้าซอ้ น ความขดั แยง้ ลงขอองการปฏบิ ตั งิ าน 14. รบั รูถ้ งึ ขอ้ จากดั และความไมแ่ น่นอนทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการหา ทางเลอื กทจ่ี ะใชเ้ ป็นแผนสารองทจ่ี ะนาเอามาใชไ้ ดเ้ มอ่ื จาเป็น 15. กาหนดมาตรการทจ่ี ะใชว้ ดั และตดิ ตามผลการปฏบิ ตั งิ านตามแผน โดยใชเ้ คร่อื งมอื วดั ผลทม่ี คี วามชดั เจน เชอ่ื ถอื ได้ แมน่ ยา ในเชงิ ปรมิ าณทว่ี ดั เป็นจานวนตวั เลขได้ 16. ตอ้ งวางแผนใหม้ คี วามยดื หยนุ่ เปลย่ี นแปลงและปรบั ไดต้ ามสถานการณ์

117 กระบวนการบริหารจดั การแผนงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั อาจใชแ้ นวทางในการบรหิ าร ทเ่ี ป็นขนั้ ตอนในกระบวนการวางแผนงานตงั้ แต่เรม่ิ จนสน้ิ สุด ว่าจะต้องทาอะไร ทาอย่างไร ทาแลว้ จะเรมิ่ ลงมอื ทาวนั เวลาใด และส้นิ สุดเม่อื ไหร่ จะให้ใครเป็นผู้รบั ผดิ ชอบ และต้องใชท้ รพั ยากร จานวนเท่าไหร่ กระบวนการวางแผนงานความดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จงึ ต้องมี แนวทางการบรหิ ารงานอยา่ งเป็นระบบ (systematic) โดยอาศยั วงจร PDCA ซ่งึ เป็นแนวทาง การดาเนินใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง ซง่ึ W. Edwards Deming ได้ นามาเผยแพร่ เป็นเครอ่ื งมอื สาหรบั การปรบั ปรงุ กระบวนการ หรอื เรยี กว่า Deming Cycle เป็น วงจรการบรหิ ารงานคุณภาพ ประกอบด้วย 4 ขนั้ ตอน ได้แก่ P (Plan) คอื ขนั้ การวางแผน D (Do) คอื ขนั้ การปฏบิ ตั ติ ามแผน C (Check) คอื ขนั้ ตอนการตรวจสอบผลการปฏบิ ตั งิ านเป็นไป ตามแผน และ A (Action) คอื ขนั้ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ เพ่อื การปรบั ปรุง ดาเนินการอย่างเหมาะสม หรอื การจดั ทามาตรฐานใหม่ ซง่ึ ถอื ว่าเป็นพน้ื ฐานการยกระดบั คุณภาพ ใหเ้ กดิ การพัฒนาใหด้ ยี ง่ิ ขน้ึ อยา่ งเป็นระบบวฎั จกั ร อธบิ ายโดยมรี ายละเอยี ดในแต่ละขนั้ ตอน ดงั ต่อไปน้ี 1. ขนั้ การวางแผน การวางแผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มแี นวทางในการ วางแผนงานดงั น้ี 1.1 ศึกษาสภาพ และวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์เก่ียวกับความปลอดภยั และ อาชีวอนามยั ขององค์การอย่างละเอียดรอบคอบ เพ่ือนามาเป็นข้อมูลในการวางแผนกาหนด วตั ถุประสงค์ท่จี ะปรบั ปรุงแผนการปฏบิ ตั ิงานให้บรรลุตามวตั ถุประสงค์ท่กี าหนด รวมทงั้ นา ขอ้ มูลตงั้ แต่อดตี และปัจจุบนั มาพิจารณาร่วมกนั เพ่อื สามารถคาดการณ์สงิ่ ท่จี ะเกิดข้นึ ได้ใน อนาคต โดยจะต้องมกี ารพิจารณาลาดบั ความสาคญั เก่ียวกบั เร่อื งความเส่ยี งภยั และความ สญู เสยี 1.2 การกาหนดวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย ควรมลี กั ษณะดงั น้ี 1.2.1 มคี วามสอดคลอ้ งกบั นโยบายขององคก์ าร 1.2.2 มคี วามสอดคลอ้ งกบั ขอ้ กาหนดต่างๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กฎหมาย และมาตรฐาน 1.2.3 สามารถวดั ถงึ ความสาเรจ็ ของวตั ถุประสงคแ์ ละประสทิ ธภิ าพของแผนได้ 1.2.4 สามารถปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ และได้รบั ความร่วมมอื จากพนักงานทุกส่วนงาน และทุกระดบั ในองคก์ าร 1.2.5 มกี ารจดั ทาแผนงานและกาหนดเป้าหมายของแผนอย่างละเอียด เพ่อื ตรวจสอบวา่ แผนงานไดน้ าไปใชค้ รบถว้ นหรอื ไม่ 1.2.6 มกี ารกาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน มกี ารแบ่งหน้าทใ่ี หเ้ หมาะสมเพ่อื ประสทิ ธภิ าพและความรว่ มมอื กนั

118 1.2.7 มคี วามเหมาะสมทนั สมยั กบั เวลา และโอกาส และไมข่ ดั ต่อหลกั กฎหมาย บา้ นเมอื ง 1.2.8 เม่อื นาแผนไปใช้มกี ารกาหนดวธิ กี ารใช้ปฏบิ ตั แิ ละระยะเวลาดาเนินการ ใหเ้ หมาะสม 1.2.9 กาหนดและเตรียมการปัจจยั ต่างๆ ท่ีจาเป็นต้องใช้ในการดาเนินการ เช่น คน เครอ่ื งมอื วสั ดุ อุปกรณ์ และงบประมาณ ฯลฯ เพ่อื ประสทิ ธภิ าพในการดาเนนิ งาน 1.2.10 วัดผลและทาการทบทวนความครบถ้วนสมบูรณ์ของแผนงาน และ ประสทิ ธภิ าพของแผนงาน 2. ขนั้ การปฏิบตั ิตามแผน ขนั้ ตอนน้เี ป็นการนาแผนทไ่ี ดก้ าหนดไวน้ าลงมาส่กู ารปฏบิ ตั ิ หรอื เป็นปฏบิ ตั จิ รงิ ใหป้ ระสทิ ธภิ าพมากทส่ี ุด ประกอบดว้ ย กจิ กรรมทส่ี าคญั การเตรยี มการก่อน ดาเนินงาน ก่ลี งมอื ปฏิบตั ิตามแผน การตดิ ตามงาน และการแก้ไขปัญหาการทางานท่เี กิดขน้ึ รวมทงั้ การปรบั ปรงุ พฒั นาใหด้ ขี น้ึ ดงั นัน้ ในขนั้ ตอนน้ีผู้บรหิ ารจะมบี ทบาทในการกากบั ควบคุมแผนงานความปลอดภยั โดยมกี ารมอบหมายหน้าท่ใี ห้บุคคลได้ดาเนินการ จดั สรรทรพั ยากรอะไรบ้าง ทมี งานท่เี ป็น หวั หน้าทมี คอยประสานงานใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ซง่ึ หน้าทใ่ี นการดูแล ในการปฏบิ ตั ิงานเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในโครงการหรอื กิจกรรมต่างๆ เป็นหน้าท่หี ลกั และ สาคญั ของผบู้ รหิ าร เพ่อื ใหง้ านมคี วามสาเรจ็ ลุลว่ งลงได้ 3. ขนั้ ตอนการตรวจสอบผลการปฏิบตั ิงาน เป็นการดาเนินการตรวจตดิ ตามความ กา้ วหน้าของแผนทไ่ี ดล้ งมอื ปฏบิ ตั เิ ป็นระยะๆ ตามกาหนด อาจจะมกี ารตรวจสอบทุกๆ 3 เดอื น เพ่อื เป็นการทราบการดาเนินงานมปี ัญหาอย่างไรบา้ ง ผลการดาเนินงานตรงตามวตั ถุประสงค์ หรอื ไม่ ปัญหาหรอื จุดอ่อนทพ่ี บในการดาเนินการ และขอ้ ดขี องการดาเนินงาน หากไม่เป็นไป ตามแผนตอ้ งปรบั เปลย่ี น ดงั นนั้ ผปู้ ระสานงานจะเป็นผใู้ หข้ อ้ มลู เพ่อื ใหง้ านดา้ นความปลอดภยั เป็นไปตามแผนทก่ี าหนดไว้ ซง่ึ สามารถวดั ไดใ้ นสงิ่ 3.1 ปรมิ าณงานทส่ี ามารถทาไดห้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ ขน้ึ 3.2 คณุ ภาพของงานเป็นไปตามทก่ี าหนดในแผน 3.3 เวลาทใ่ี ชส้ าหรบั การทางานเป็นไปตามแผนงานทไ่ี ดก้ าหนดไว้ 3.4 คา่ ใชจ้ า่ ยเป็นไปตามแผนงาน 3.5 ความพงึ พอใจของทมี งานทม่ี ตี ่อการดาเนินงาน 4. ขนั้ แก้ไข ปรบั ปรงุ เม่อื ไดม้ กี ารตรวจสอบและตดิ ตามประเมนิ ผลแผนงานแลว้ หาก พบว่าไม่เป็นไปตามแผนทก่ี าหนดไว้ หรอื มคี วามคาดเคล่อื น จะต้องมกี ารดาเนินการหามาตรการ ในการแก้ไข ปรบั ปรุง หรอื จดั ทามาตรฐานใหม่ ซง่ึ ถอื ว่าเป็นพน้ื ฐานของการยกระดบั คุณภาพ ซง่ึ นบั ว่าเป็นการนาผลการประเมนิ มาพฒั นาแผนงานใหม้ กี ารพฒั นาใหด้ ขี น้ึ เรอ่ื ยๆ อย่างไรกต็ าม

119 องคก์ ารต่างๆ ยอ่ มมกี ารพจิ ารณาปรบั ปรงุ แผนงาน ทไ่ี ดม้ กี ารวเิ คราะหแ์ ลว้ นนั้ อาจจะต้องคานึงถงึ ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการปรบั ปรงุ แกไ้ ขมากระทบต่อแผนงานทก่ี าหนดไวเ้ สมอ ซง่ึ อาจตอ้ งมกี ารแก้ไข มาตรฐาน วตั ถุประสงค์ หรอื วธิ ปี ฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การกากบั และควบคมุ ใหม่ ซง่ึ ปัจจยั ทม่ี ผี ลกระทบต่อแผนงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ไดแ้ ก่ 4.1 ปัจจยั ภายนอก ซง่ึ เป็นปัจจยั ทไ่ี ม่สามารถควบคุมโดยองคก์ ารได้ แต่ผบู้ รหิ ารท่ี ต้องกากบั ดแู ลแผนงานดา้ นความปลอดภยั จาเป็นต้องนามาประกอบในการพฒั นาและปรบั ปรุง แผนใหด้ ขี น้ึ ไดแ้ ก่ 4.1.1 กฎหมายหรอื การกาหนดมาตรฐานใหม่ ทต่ี ้องใหจ้ ดั ทาเพ่อื ใหเ้ ป็นสากลหรอื ตามทนั โลกของการเปลย่ี นแปลงในการดุแลพฒั นางานดา้ นความปลอดภยั ซง่ึ ตอ้ งมผี ลกระทบ ระหว่างจดั ทาแผนแน่นอน 4.1.2 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยที ท่ี นั สมยั ท่นี าใช้เก่ยี วกบั มาตรฐานความ ปลอดภยั ในการทางาน เช่น เคร่อื งจกั รทม่ี รี ะบบทนั สมยั อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายในการทางาน สว่ นบุคคล เป็นตน้ 4.1.3 การพฒั นาทางด้านวชิ าการใหม่ๆ เก่ยี วกบั ความปลอดภยั ท่กี ารดาเนินการ ตามแผนทาอยู่ ซง่ึ อาจจะกระทบและเสยี หายเกดิ ขน้ึ หากไมม่ กี ารปับปรงุ แผน 4.1.4 การเปล่ยี นแปลงอ่ืนๆ ได้แก่ ภยั พิบตั ิธรรมชาติ การเปล่ยี นแปลงทาง การคา้ โลกทม่ี ขี อ้ กาหนดต่างๆ เพมิ่ ขน้ึ อนั ส่งผลแระทบต่อแผนงานในขณะนนั้ 4.2 ปัจจัยภายใน เป็นสิ่งท่ีเกิดข้นึ หรือดาเนินการโดยมีการควบคุมกากับโดย องคก์ ารเอง ปัจจยั ท่เี กดิ ขน้ึ ภายในเป็นสงิ่ ทต่ี ้องรบี ดาเนินการหากพบ และนามาเป็นขอ้ มลู ใน การพจิ ารณาปรบั ปรงุ และแกไ้ ขไดท้ นั ที ไดแ้ ก่ 4.2.1 สถติ ิ หรอื อตั ราการบาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยอนั เน่อื งจากการทางาน 4.2.2 ความสญู เสยี หรอื ความเสยี หายอนั เกดิ จากการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งาน 4.2.3 ผลการตรวจสอบความปลอดภัย หากพบปัญหาท่ีร้ายแรงท่ีต้องรีบ ดาเนินการ 4.2.4 ผลจากการสอบสวนอุบตั เิ หตุ และการรายงานผล /สาเหตุการเกดิ อุบตั เิ หตุ หรอื อนั ตรายต่างๆ อนั จากการทางาน 4.2.5 ขอ้ รอ้ งเรยี นจากพนกั งานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทางานทไ่ี ม่ปลอดภยั ต่างๆ 4.2.6 ปัญหา/อุปสรรคในการดาเนินงาน เช่น การขาดงบประมาณ การขาดแคลน กาลงั คนทม่ี คี วามรทู้ กั ษะในระหว่างการดาเนนิ งาน ปัญหาดา้ นแรงงานสมั พนั ธ์ ฯลฯ ดงั นนั้ การดาเนินการตามวงจร PDCA หมนุ ครบรอบ สามารถเป็นแรงผลกั ดนั สาหรบั การดาเนินงานใหร้ อบต่อไป และก่อใหเ้ กดิ การปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง รวมทงั้ ผู้บรหิ ารระดบั สูง ตอ้ งใหค้ วามสาคญั ในการดาเนินการตามแผนงาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน ต่อพนกั งาน องคก์ าร ลกู คา้ และประเทศชาติ ดงั แสดงในภาพท่ี 2.7

120 (ฝ่ายบรหิ าร) วางแผน วางแผน (ฝ่ายบรหิ าร) ดาเนิ นการให้ ดาเนิ นการให้ ปฏิบตั ิ (พนกั งาน) เหมาะสม เหมาะสม ปฏิบตั ิ ตรวจสอบ ตรวจสอบ (ผตู้ รวจสอบ และฝ่ายบรหิ าร) ภาพท่ี 2.7 วงจร PDCA ในการพฒั นาแผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทม่ี า: https://www.google.co.th/search?q=แผนความปลอดภยั แบบPDCA & source. กิจกรรมด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การสรา้ งความปลอดภยั ในสถานประกอบการเป็นหน้าทท่ี ส่ี าคญั ของผบู้ รหิ ารทจ่ี ะต้องมี การกาหนดนโยบายอยา่ งชดั เจน ดว้ ยการวางแผนงาน การนาไปปฏบิ ตั ิ การตรวจสอบ และการ ประเมนิ ผลท่ีมรี ะบบ รวมทงั้ มกี ารจดั กิจกรรมหลกั ท่ีเป็นพ้ืนฐานด้านความปลอดภัย และ อาชีวอนามยั ตามกฎหมายกาหนด มีการกาหนดโยบายความปลอดภัย กาหนดหน้าท่ีของ ผรู้ บั ผดิ ชอบของบุคลากรทุกระดบั ในองคก์ าร การแต่งตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อ นามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน การมอบหมายเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน ดา้ นความปลอดภยั ใหถ้ ูกตอ้ งตามกฎหมายกาหนด การรายงานผลการดาเนินงานของเจา้ ทห่ี น้า ความปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี เพ่อื ใหก้ ารจดั กจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี - อนามยั สามารถนาไปส่กู ารพฒั นาบคุ ลากรใหม้ สี ขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน ทงั้ น้ี องคก์ ารอาจพจิ ารณาในการเลอื กกจิ กรรมเสรมิ อ่นื ๆ ทม่ี คี วามเหมาะสมกบั สภาพ การณ์ท่เี หมาะสมมคี วามพร้อมในการดาเนินงานของสถานประการนัน้ ๆ เพ่อื ให้เป็นรณรงค์

121 ส่งเสรมิ ความปลอดภยั ในการทางาน และกระตุ้นจูงใจ สร้างจติ สานึกให้บุคลากรตระหนักถึง ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้นึ สามารถแขง่ ขนั กบั ประเทศอ่นื ๆ ได้ การจดั กิจกรรมตามแนวทางการจดั การความปลอดภยั และอาชีวอนามยั เม่อื องค์การได้เหน็ ความสาคญั ของงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั แล้วนัน้ การจดั กจิ กรรมความปลอดภยั และอาชวี อนามยั กย็ ่อมหาแนวทางในการดาเนินกจิ กรรมให้เกดิ ความสมบรู ณ์เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื เป็นแนวทางทด่ี ี ซง่ึ จะต้องดาเนินกจิ กรรม 5 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ การจดั ตงั้ องคก์ รบรหิ ารงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั การคน้ หาสาเหตุของอนั ตราย ในสถานท่ที างาน การป้องกนั และควบคุมสาเหตุของอนั ตราย การลดความสูญเสยี และการ วดั ผล/ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มรี ายละเอยี ดดงั น้ี (สุดาว เลศิ วสิ ุทธไิ พบลู ย,์ 2553, หน้า 62-66 และ ศขี รนิ ทร์ สุขโต, 2553, หน้า 142-150) 1. การจดั ตงั้ องคก์ รบริหารงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ประกอบด้วย กจิ กรรมยอ่ ย ไดแ้ ก่ 1.1 การกาหนดนโยบายดา้ นความปลอดภยั นโยบายคอื หลกั การ หรอื แนวทางใน การดาเนนิ งาน ทส่ี าคญั ของงานดา้ นความปลอดภยั ในองคก์ าร หากองคก์ ารใดขาดนโยบายดา้ น น้ีแล้วย่อมทาให้ ความปลอดภยั ในองค์การ ยากท่จี ะเกดิ ข้นึ ได้ นโยบายจงึ เป็นเคร่อื งยนื ยนั เจตนารมณ์ของนายจา้ งทจ่ี ะทาใหพ้ นักงานทุกคนไดย้ ดึ ถอื และปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั ในการทางาน 1.2 การจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางาน คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางานเป็นผทู้ ม่ี บี ทบาทความสาคญั ในการช่วย ลดอุบตั ิเหตุในการทางาน เน่ืองจากมหี น้าท่รี บั ผิดชอบโดยตรงในการวางแผนงาน วิธกี าร ดาเนินการตรวจตราดูแลและใหค้ าแนะนา การประเมนิ ผล การรายงาน การสอบสวนวเิ คราะห์ สาเหตุของการประสบอนั ตราย และการเสนอแนะต่อฝ่ ายบรหิ ารในการเป็นผูท้ ่จี ะประสานงาน ระหว่างฝ่ายบรหิ ารกบั ฝ่ ายปฏบิ ตั กิ าร เพ่อื ใหเ้ กดิ ความร่วมมอื ในการดาเนินงานใหเ้ กดิ ความ ปลอดภยั ขน้ึ ซ่งึ เป็นไปตามกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2549 ซง่ึ กาหนดใหม้ ี คณะกรรมการ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบการ 1.3 การจดั ตงั้ หน่วยงานและเจา้ หน้าทคี่ วามปลอดภยั ในการทางาน การดาเนนิ งาน ดา้ นความปลอดภยั ต้องมปี ฏบิ ตั ติ ามแผนงานท่กี าหนดไว้ทุกขนั้ ตอนและชดั เจนรวมทงั้ ต้อง ดาเนินงานไปอย่างต่อเน่ือง องคก์ ารจงึ ตงั้ มกี ารจดั ตงั้ หน่วยงานความปลอดภยั และเจา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ในการทางาน จะตอ้ งเป็นไปตามกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและ จดั การดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2549 หมวด 3 จดั ใหม้ กี ารจดั ตงั้ หน่วยงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของ สถานประกอบการ ซ่งึ นายจา้ งท่มี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ สองคนขน้ึ ไป และสถานประกอบการตามขอ้

122 1(2) ถงึ (5) ท่มี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่สองรอ้ ยคนขน้ึ ไปจดั ใหม้ หี น่วยงานความปลอดภยั และจดั ให้มี เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน ซง่ึ หมายถงึ ลกู จา้ งทน่ี ายจา้ งแต่งตงั้ ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็ น เจ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั หวั หน้างาน ระดบั เทคนิค ระดบั เทคนิคขนั้ สูง และระดบั วชิ าชพี 1.4 การมอบหมายหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบดา้ นความปลอดภยั ในการทางานทุก องคก์ ารพนักงานจะตอ้ งหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบตามตาแหน่งงานทร่ี บั การบรรจแุ ต่งตงั้ ใหป้ ฏบิ ตั ิ หน้าทโ่ี ดยและทุกตาแหน่งจะตอ้ งมหี น้าทใ่ี นดา้ นความปลอดภยั ในการทางานของตนเองอย่แู ลว้ การกาหนดหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ (Job Description) เพ่อื ใหป้ ฏบิ ตั งิ านตามความรู้ ความสามารถ และทกั ษะทต่ี นเองถนดั 2. การค้นหาสาเหตขุ องอนั ตรายในสถานที่ทางาน หน้าทใ่ี นการคน้ หาเป็นกจิ กรรม ยอ่ ยทจ่ี ะตอ้ งดาเนินการโดยลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี 2.1 การตรวจความปลอดภยั ไดแ้ ก่ การตรวจโดยผชู้ านาญการ เป็นลกั ษณะการตรวจ ระบบเฉพาะเร่อื งเพ่อื เป็นการบารุงรกั ษาระบบ เช่น การตรวจระบบไฟฟ้าซง่ึ ต้องตรวจ วศิ วกร ไฟฟ้า หรอื การตรวจหมอ้ น้า โดยวศิ วกรเครอ่ื งกล และการตรวจดว้ ยหวั หน้างาน เป็นการตรวจ สภาพพ้นื ท่กี ารปฏบิ ตั งิ าน เพ่อื ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานทท่ี างาน อุปกรณ์ เคร่อื งจกั ร พรอ้ มใชง้ าน อุปกรณ์สวมใส่ป้องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลของพนักงาน นอกจากน้ียงั ตรวจเจา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ในการทางาน ว่าเป็นไปตามขอ้ กาหนดกฎกระทรวง การตรวจโดยผบู้ รหิ าร และ คณะกรรมการความปลอดภยั ในโรงงาน เป็นตน้ 2.2 การตรวจประเมนิ ส่ิงแวดลอ้ มในการทางาน เช่น การตรวจประเมนิ สง่ิ แวดลอ้ ม ทางกายภาพ ได้แก่ ความร้อน แสง เสยี ง เป็นต้น และการตรวจสง่ิ แวดล้อมด้านเคมี ได้แก่ การตรวจวดั ปรมิ าณ ความเขม้ ขน้ ของสารเคมี ในบรรยากาศการทางานในรปู ของฝ่ นุ ฟูม ก๊าซ ไอระเหย ควนั และการทางานทเี กย่ี วขอ้ งกบั สารเคมี เป็นตน้ 2.3 การจดั ทาค่มู อื การปฏบิ ตั งิ าน ค่มู อื ในการทางานน้ีจดั ทาขน้ึ มาสาหรบั ใหพ้ นักงาน เป็นเอกสารสาหรบั การทางานทม่ี กี ารเกดิ อุบตั เิ หตุเกดิ ขน้ึ บ่อยครงั้ หรอื มคี วามรุนแรง โดยทค่ี ่มู อื ในการปฏบิ ตั งิ านมกั จะมาจากการวเิ คราะหค์ วามเสย่ี งหรอื การวเิ คราะหง์ านเพ่อื ความปลอดภยั โดยคมู่ อื การทางานจะมรี ายละเอยี ดขนั้ ตอนในการทางานทถ่ี กึ ตอ้ งเป็นขนั้ ตอนอย่างละเอยี ด 2.4 การสงั เกตการณ์ เป็นลกั ษณะการเฝ้าสงั เกตการณ์การปฏบิ ตั งิ านของพนักงาน เป็นไปตามค่มู อื การปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ดม้ าตรฐานตามทก่ี าหนดซง่ึ จดั ว่าเป็นการสงั เกตการณ์กระทา ทไ่ี ม่ปลอดภยั หรอื การกระทาทไ่ี ม่ไดม้ าตรฐาน หากหวั หน้างานพบว่าผดิ ขนั้ ตอนการทางาน ก็ จะทาการตดั เตอื นและแกไ้ ข นอกจากน้ียงั อาจมกี ารปรบั ปรุงค่มู อื ใหไ้ ดม้ าตรฐานใหมห่ ากพบว่า มขี อ้ บกพรอ่ ง 2.5 การสอบสวนอุบตั เิ หตุ เป็นการคน้ หาสาเหตุของอุบตั เิ หตุหลงั จากพนกั งานเกดิ อุบตเิ หตุหรอื ประสบเหตุ บาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วยเน่ืองจากการทางาน โดยการสอบถามผทู้ อ่ี ย่ใู น