270 เอกสารอ้างอิง กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน.อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล. คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559, คน้ จาก http://www.siamsafetygroup.com/article-th-34650. กาญจนา นาถะพนิ ธ.ุ (2551). อาชวี อนามยั และความปลอดภยั . (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2). ขอนแก่น: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. ความรเู้ กย่ี วกบั รองเทา้ นริ ภยั .นิตยสาร Safetylife, ปีท่ี 2556. คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2556, คน้ จาก http://www.thai-safetywiki.com/safety-shoe. พจนานุกรมฉบบราชบณั ฑติ ยสถาน. (2525). พจนานุกรม. (ครงั้ ท่ี 6). กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทศั น์. พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแห่งชาตพิ .ศ.2550. (2550). ราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี 24 ตอน 16 มนี าคม 2550. โรคทเ่ี กดิ จากการทางาน.(ม.ป.ป.,ม.ป.น.). คน้ เมอ่ื 24 ธนั วาคม 2559, คน้ จาก https://www.google.co.th/search. วทิ ยา อยสู่ ขุ .(2549). อาชวี อนามยั และความปลอดภยั . (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3). คณะสาธารณสขุ ศาสตร,์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล: กรงุ เทพฯ. สนิ ศกั ดชิ ์ นม์ อุ่นพรมม.ี (2556). พฒั นาการสาคญั ของการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ.นนทบรุ :ี โครงการสวสั ดกิ ารวชิ าการ สถาบนั พระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารการสอนชุดวชิ าการบรหิ ารงานอาชวี อนามยั และความปลอดภัย.(2556).หน่วยท่ี 1-7. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 8). กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. B.Balkin & L.Cardy.(2001). Gestión de recursos humanos. Pearson Educación., Prentice- Hall. David, L.Goetsch. (2005). Occupationall Safety and Health. Fifth Editin. , New Jersey: Prince-Hall. David B.Balkin & Robert L. Cardy. (2001). Managing Human Resources. (3ed). By Prentice – Hall,Inc., Upper Saddle Rivers :New Jersey. Donatelle, R.J. & David, L.Goetsch. (1993). Access to Health. (2nd ed.) New Jersy: Prince-Hall. Kemm, J. & Close, A. (1995). Health Promotion Theory and Practice. London: Mac Millian Press. Gary Dessler. (2015). Human Resource Management. Fourteenth Edition. The United States of America:. Pearson Education
271 John M.Ivancevich. (2007). Human Resource Management. Tenth Edition. The McGraw-Hill International: New York. Pender, N.J. (1996). Health Promotion in Nursing Practice. (3rd). USA: Appleton & Lange Proper Foot Protection Made Simple: Consider these important factors for safety and comfort By Roger Huard, Occupational Health & Safety; April 01, 2013. Tone, K. & Tilford, S. (1994). Health Education Effectiveness, efficiency, and equity. (2nd ed.). London: Chapman-Hall. World Health Organization. (1947). Constitution of the World Health Organization: Principles, (7 April 1948)., Geneva: WHO, New York. World Health Organization Geneva. (1998). The world health report 1998 – Life in the 21st century: a vision for all., Office of World Health Reporting World Health Organization 1211 Geneva 27, Switzerland.
272
273 แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 5 การบริหารงานกฎหมายเกี่ยวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในการทางาน หวั ข้อเนื้อหา 1. พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 2. การบรหิ ารกฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน 3. ขอบเขตของการบงั คบั ใชก้ ฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั แลสภาพแวดลอ้ ม ในการทางาน 4. กฎหมายกองทนุ เงนิ ทดแทน 5. หน่วยงานภาครฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางาน 6. หน่วยงาน สมาคม และองคก์ รอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี - อนามยั 7. สรปุ 8. แบบฝึกหดั 9. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เมอ่ื นกั ศกึ ษาเรยี นบทเรยี นน้แี ลว้ สามารถ 1. เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถอธบิ ายความหมาย ความสาคญั และ วตั ถุประสงคข์ องกลยทุ ธ์ และขอบขา่ ยในการบรหิ ารกฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานของกระทรวงแรงงาน 2. เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถอธิบายสาระสาคญั ของกฎหมายความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานแต่ละฉบบั ได้ 3. เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถอธบิ ายขอบเขตของการบงั คบั ใช้กฎหมาย ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน 4. เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ และเกดิ ทกั ษะในการใช้กฎหมายกองทุนเงนิ ทดแทน และกฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
274 วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ทาแบบประเมนิ ผลตนเองก่อนเรยี น (แบบทดสอบก่อนเรยี น) 2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย/นาเสนอกจิ กรรมกลุ่มหน้าชนั้ 3. บรรยายประกอบการเรยี นการสอนดว้ ยโปรแกรม Power-Point 4. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 5. ฝึกทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิ สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารคาสอนรายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม 2. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ 4. ส่อื ภาพประกอบและโปรแกรม Power-Point 5. วดี ทิ ศั น์ การวดั ผลและประเมินผล 1. ประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น 2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมมอบหมาย 3. ประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยบท 4. ประเมนิ ผลแบบทดสอบประจาภาคการศกึ ษา
275 บทที่ 5 การบริหารงานกฎหมายเก่ียวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในการทางาน การบรหิ ารนับว่าเป็นเคร่อื งมอื ท่สี าคญั ท่ที าให้การดาเนินงานเกิดความสาเรจ็ ได้การ บรหิ ารงานเกย่ี วกบั กฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเป็น การบรหิ ารงานดา้ นกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ นนั่ คอื มวี ธิ กี าร ดาเนินการอย่างไรให้พนักงานผู้ปฏิบตั ิงานท่ตี ้องสมั ผสั กบั งาน หรอื หน้าท่งี านท่ตี ้องปฏิบตั ิ เคร่ืองจักร เคร่ืองมือ อุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน และสภาพแวดล้อมในการทางาน ซ่ึง กระบวนการผลติ ดงั กล่าว ส่งผลใหเ้ กดิ ความไม่ปลอดภยั หรอื เกดิ อนั ตราย การประสบอุบตั เิ หตุ ในการทางานขน้ึ ได้ หากไม่มกี ระบวนการบรหิ ารจดั การเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในการทางาน ดงั กล่าว ซง่ึ ในปัจจุบนั ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยนี ับวนั ท่จี ะมคี วามทนั สมยั มากขน้ึ สารเคมี ต่าง ๆ ท่ีนามาผลิตในอุตสาหกรรมก็ยง่ิ มีจานวนมากข้ึน การป้องกันเก่ียวกับการประสบ อนั ตรายจากการทางานยอ่ มตอ้ งอาศยั ความรว่ มแรงรว่ มมอื กบั ทกุ คน ทกุ ระดบั ในองคก์ าร การออกกฎหมายต่าง ๆ จากภาครฐั ก็เป็นแนวทางหรอื การควบคุมใหน้ ายจา้ งไดม้ กี าร ปฏบิ ตั ิท่มี คี วามถูกต้องและเป็นธรรมกบั ลูกจา้ งได้อกี ทางหน่ึง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ กฎหมาย คุม้ ครองแรงงาน ซง่ึ ทางภาครฐั ได้มกี ารออกประกาศของกฎกระทรวงพระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 โดยเจตนารมณ์ ใหม้ กี ารบงั คบั ใชก้ ฎหมายคมุ้ ครองแรงงานซง่ึ เป็นกฎหมาย ทบ่ี ญั ญตั ถิ งึ สทิ ธแิ ละหน้าท่ี ระหว่างนายจา้ งและลูกจา้ ง โดยกาหนดมาตรฐานขนั้ ต่าในการจา้ ง การใช้แรงงานและการจดั สถานท่แี ละอุปกรณ์ในการทางาน เพ่อื ใหผ้ ู้ทางานมสี ุขภาพอนามยั ดี มคี วามปลอดภยั ในชวี ติ และร่างกาย และได้รบั ค่าตอบแทนตามสมควร และต่อมาจงึ ได้ออก พระราชบญั ญตั ิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มบี ทเฉพาะกาล มาตรา ๖ ใหน้ ายจา้ งมหี น้าท่จี ดั และดแู ลสถานประกอบกจิ การและลูกจา้ งใหม้ ี สภาพ การทางานและสภาพแวดล้อมในการทางานท่ปี ลอดภยั และถูกสุขลกั ษณะ รวมทงั้ ส่งเสรมิ สนับสนุน การปฏบิ ตั งิ านของลูกจา้ งมใิ ห้ลูกจา้ งได้รบั อนั ตรายต่อชวี ติ ร่างกาย จติ ใจ และสุขภาพอนามยั ใหล้ ูกจา้ งมหี น้าทใ่ี หค้ วามรว่ มมอื กบั นายจา้ งในการดาเนินการและส่งเสรมิ ดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั แก่ลกู จา้ งและสถานประกอบกจิ การ เพ่อื เจตนารมณ์ใหน้ ายจา้ งมกี ารปฏบิ ตั ติ ่อลกู จา้ งใหม้ คี วาม ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน เน่ืองจากว่าแรงงานนบั เป็นทรพั ยากร ทส่ี าคญั ขององคก์ าร และของประเทศชาตอิ นั จะนาไปส่กู ารพฒั นาประเทศต่อไป
276 พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นกฎหมายท่ีว่าด้วยการกาหนด บทบญั ญตั แิ ละขอบเขตของการใชก้ ฎหมายทว่ี ่าดว้ ยการกาหนดสทิ ธิ บทบาทและหน้าทร่ี ะหว่าง นายจา้ งและลกู จา้ งใหป้ ฏบิ ตั ติ ่อกนั อยา่ งยตุ ธิ รรมและเป็นธรรมใหส้ ามารถก่อใหเ้ กดิ ความสงบสุข ในการทางาน ซง่ึ นับว่ากฎหมายทม่ี กี ารกาหนดใหน้ ายจา้ งปฏบิ ตั ติ ่อลูกจา้ งอยา่ งเป็นธรรมตาม ข้อกาหนดของกฎหมาย และลูกจา้ งปฏบิ ตั หิ น้าท่ตี ามสทิ ธขิ องลูกจ้างเพ่ือให้ทงั้ นายจ้างและ ลกู จา้ งสามารถทางานรว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ ความหมายของกฎหมายค้มุ ครองแรงงาน (เกษมสันต์ วิลาวัณย์, 2553, หน้า 32) ได้ให้ความหมายของ กฎหมายคุ้มครอง แรงงาน (Labour Protection Law) ไวว้ ่า กฎหมายทบ่ี ญั ญตั ถิ งึ สทิ ธแิ ละหน้าทร่ี ะหว่างนายจา้ ง และลูกจ้าง โดยกาหนดมาตรฐานขนั้ ต่าในการใช้แรงงาน ค่าจ้าง วนั เวลาทางาน สภาพการ ทางาน การจ้างงาน สญั ญาจา้ งแรงงาน และการจ่ายค่าตอบแทนในการทางาน ทงั้ น้ี เพ่อื ให้ ลูกจ้างทางานด้านความปลอดภยั มสี ุขภาพอนามยั ดี ได้รบั ค่าตอบแทนและสวสั ดกิ ารตาม สมควร จะเห็นได้ว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรอื พระราชบญั ญั ตคิ ุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 น้ี เป็นกฎหมายท่บี ญั ญัติถึงสิทธิและหน้าท่ี ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยกาหนด มาตรฐานขนั้ ต่าในการจา้ ง การใชแ้ รงงานและการจดั สถานทแ่ี ละอุปกรณ์ในการทางาน เพ่อื ใหผ้ ู้ ทางานมสี ุขภาพอนามยั ดี มคี วามปลอดภยั ในชวี ิตและร่างกาย และได้รบั ค่าตอบแทนตาม สมควร นายจา้ งมแี รงงานในกรผลติ หรอื บรกิ ารทค่ี งสภาพในระยะยาว ประเทศมคี วามเจรญิ ทาง เศรษฐกจิ และมคี วามสงบมนั่ คงทางสงั คม กฎหมายว่าดว้ ยการคุม้ ครองแรงงานทใ่ี ชบ้ งั คบั ในปัจจุบนั คอื พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 ซง่ึ มผี ลบงั คบั ใชต้ งั้ แต่วนั ท่ี 19 สงิ หาคม 2541 เป็นตน้ มา ลกั ษณะกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่มีโทษทางอาญา เม่อื ไม่ปฏบิ ตั ติ าม และ พนักงานเจา้ หน้าท่ี (พนักงานตรวจแรงงาน) อาจดาเนินคดอี าญาได้เม่อื ตรวจพบ แมจ้ ะไม่มี ลกู จา้ งหรอื ผใู้ ดรอ้ งทุกขห์ รอื กลา่ วโทษกต็ าม นอกจากไดร้ บั โทษทางอาญาแลว้ นายจา้ งทฝ่ี ่าฝืน กฎหมายโดยไมใ่ หส้ ทิ ธปิ ระโยชน์แก่ลกู จา้ งอาจถูกดาเนินคดแี พ่งเพ่อื บงั คบั ใหจ้ า่ ยเงนิ หรอื ชดใช้ คา่ เสยี หายแก่ลกู จา้ ง หรอื มผี มู้ สี ทิ ธดิ ว้ ย กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายเกี่ยวกบั ความสงบเรียบร้อย สญั ญาหรอื ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างข้อใดท่ีเป็นการต้องห้ามชดั แจ้งโดยกฎหมายคุ้มครอง แรงงาน (บทบญั ญตั ิท่ใี ช้คาว่า “ห้ามมใิ ห้”) ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณชิ ยม์ าตรา 150 และสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงระหว่างนายจา้ งและลกู จา้ งขอ้ ใดทเ่ี ป็นการแตกต่าง
277 กบั บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (บทบญั ญตั ทิ ่ีใช้คาว่า “ให”้ หรอื “ต้อง” ย่อมเป็น โมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา 150,151 เชน่ เดยี วกนั อย่างไรก็ตาม หากนายจา้ งและลูกจา้ งทาสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงภายหลงั สน้ิ สุดการจ้าง แลว้ สญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงนนั้ มผี ลใชบ้ งั คบั ได้ แนวคิดในการปฏิบตั ิตามกฎหมาย 1. กฎหมายคุม้ ครองแรงงานมที งั้ บทบญั ญตั ทิ เ่ี ป็นขอ้ ห้าม (ทใ่ี ชค้ าว่า “หา้ มมใิ ห้”) และ บทบญั ญตั ทิ เ่ี ป็นขอ้ ต้องปฏบิ ตั ิ (ทใ่ี ชค้ าว่า “ให”้ หรอื “ต้อง”) นายจา้ ง ลูกจา้ ง และผทู้ เ่ี ก่ยี วขอ้ ง ควรปฏบิ ตั ิตาม เพราะการปฏบิ ตั ติ ามนอกจากจะไม่ต้องรบั โทษแล้ว ยงั ได้รบั ประโยชน์จาก เจตนารมณ์ของกฎหมายดว้ ย 2. นายจา้ งและลูกจ้างไม่พงึ ตกลงหรอื ทาสญั ญากาหนดเง่อื นไขให้ลูกจ้างได้รบั สทิ ธิ ประโยชน์หรอื ไดร้ บั การคุม้ ครองน้อยลงกว่าทก่ี ฎหมายกาหนด เน่ืองจากจะทาใหเ้ กดิ ปัญหาขอ้ พพิ าท และคดที งั้ ทางอาญาและทางแพง่ ตามมา 3. นายจา้ งไม่อาจกาหนดขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานหรอื ระเบยี บหรอื ออกคาสงั่ ใดๆ ในทางลดิ รอนสทิ ธปิ ระโยชน์ตามกฎหมายของลูกจา้ งหรอื ทาให้ลูกจา้ งต้องรบั ภาระหรอื ต้อง ดาเนินการอย่างใดยง่ิ กว่าทก่ี ฎหมายกาหนด การฝ่ าฝืนจะมผี ลใหข้ อ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางาน ระเบยี บหรอื คาสงั่ นนั้ ใชบ้ งั คบั ไมไ่ ด้ โดยเหตุทเ่ี ป็นการขดั ต่อกฎหมาย 4. นายจา้ งทก่ี าหนดขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานหรอื ระเบยี บหรอื ออกคาสงั่ ใดๆ ทเ่ี ป็น คุณหรอื เป็นผลดแี ก่ลูกจา้ งยง่ิ กว่ากฎหมายกาหนด ยอ่ มใชบ้ งั คบั ไดแ้ ละมผี ลผกู พนั นายจา้ งและ นายจา้ งจะใชก้ ฎหมายอ่นื แทนมไิ ด้ การตีความกฎหมายค้มุ ครองแรงงาน การตคี วามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในส่วนท่กี าหนดความผิดและมโี ทษทางอาญา จะต้องใหเ้ ป็นไปเช่นเดยี วกบั การตคี วามกฎหมายอาญาทวั่ ไป ส่วนการตคี วามในกรณีมปี ัญหา หรอื ขอ้ สงสยั ว่าจะตคี วามบทกฎหมายทไ่ี ม่ชดั แจง้ ไปในทางใด ให้ตีความไปในทางหรือนัย ที่ จะให้การค้มุ ครองลูกจ้าง และสร้างปทสั ถานท่ีดีแก่สงั คมแรงงาน ยงิ่ กว่าทจ่ี ะตคี วามไป ในทางหรอื นยั ทจ่ี ะใหป้ ระโยชน์แก่นายจา้ งหรอื ปัจเจกบคุ คล ขอบเขตการบงั คบั ใช้ พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใชบ้ งั คบั แก่นายจา้ ง ลูกจา้ งในการจา้ งงาน ทุกรายการ ไม่ว่าจะประกอบกิจการประเภทใด และไม่ว่าจะมีจานวนลูกจ้างเท่าใด ยกเว้น นายจา้ งหรอื กจิ การตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 4 คอื 1. ราชการส่วนกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค และราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ ราชการสว่ นกลาง
278 ไดแ้ ก่ กระทรวง ทบวง กรม หรอื สว่ นราชการอ่นื ซง่ึ มฐี านะเป็นกรม ราชการส่วนภมู ภิ าค ไดแ้ ก่ จงั หวดั อาเภอ ราชการทอ้ งถน่ิ ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เทศบาล องคก์ ารบรหิ ารส่วน ตาบล รวมทงั้ กรงุ เทพมหานคร 2. รฐั วสิ าหกจิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ นแรงงานรฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธ์ 3. นายจา้ งประเภททไ่ี ดร้ บั กาหนดไวใ้ นกระทรวง ซง่ึ ไมใ่ ชบ้ งั คบั ตามกฎหมายทงั้ ฉบบั หรอื บางส่วนกไ็ ด้ ดังนัน้ บรรดาข้าราชการและลูกจ้างของทางราชการจึงไม่อยู่ในการคุ้มครองของ กฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน ส่วนข้อยกเว้นที่สอง ท่ยี กเว้นรฐั วสิ าหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรฐั วสิ าหกิจ สัมพันธ์นัน้ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หมายถึงพระราชบญั ญัติแรงงาน รฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธ์ พ.ศ. 2543 หรอื กฎหมายฉบบั ใหมท่ ่อี อกมาใชบ้ งั คบั แทนพระราชบญั ญตั ิ ดงั กลา่ ว ส่วนข้อยกเว้นส่วนท่ีสามนัน้ กฎหมายใหอ้ านาจรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงแรงงานซ่งึ เป็นผู้รกั ษาการตามกฎหมายฉบบั น้ีทจ่ี ะออกกฎกระทรวงยกเวน้ นายจา้ งประเภทหน่ึงประเภท ใด มใิ ห้ใช้บงั คบั กฎหมายทงั้ หมดหรอื บางส่วนได้ ซ่งึ ได้มกี ารออกกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) และกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 9 (พ.ศ. 2541) ยกเวน้ มใิ หบ้ งั คบั กฎหมายทงั้ ฉบบั แก่โรงเรยี นเอกชน ในส่วนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ครใู หญ่และครู งานเกษตรกรรมและงานรบั ไปทาทบ่ี า้ น กบั ยกเวน้ ไมใ่ หใ้ ช้ บงั คบั กฎหมายบางส่วนแก่นายจ้างซ่งึ ลูกจ้างทางานเก่ยี วกบั งานบ้านอนั มไิ ด้มีการประกอบ ธรุ กจิ รวมอยดู่ ว้ ย และนายจา้ งซง่ึ จา้ งลกู จา้ งทางานทม่ี ไิ ดแ้ สวงหากาไรในทางเศรษฐกจิ สภาพบงั คบั พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายท่มี โี ทษทางอาญา โทษทาง อาญาทไ่ี ดบ้ ญั ญตั ไิ วม้ ที งั้ หมด 9 ขนั้ ขนั้ ต่าสุด ปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท (มาตรา 145) ส่วนขนั้ สงู สุด จาคุกไมเ่ กนิ 1 ปี ปรบั ไมเ่ กนิ 200,000 บาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั (มาตรา 148) แต่ความผดิ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบบั น้ีเป็นความผิดท่เี ปรยี บเทยี บได้ (ปรบั ได้) ผู้ท่มี อี านาจ เปรยี บเทยี บปรบั ผูก้ ระทาความผดิ ทางอาญาตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานสาหรบั ความผดิ ท่ี เกิดข้นึ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ อธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงานหรอื ผู้ซ่งึ อธบิ ดี มอบหมาย สาหรบั ความผดิ ท่เี กดิ ขน้ึ ในจงั หวดั นอกจากกรุงเทพมหานคร ได้แก่ผู้ว่าราชการ จงั หวดั หรอื ผซู้ ง่ึ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มอบหมาย (มาตรา 159) กฎหมายว่าด้วยพนักงานรฐั วสิ าหกจิ สมั พันธ์ กฎหมายดงั กล่าวคอื พระราชบญั ญตั ิ พนักงานรฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธพ์ .ศ. 2534 เป็นกฎหมายทว่ี ่าดว้ ยการคุม้ ครองแรงงานและแรงงาน สมั พนั ธ์ในภาครฐั วสิ าหกจิ เป็นการคุ้มครองสทิ ธปิ ระโยชน์ซ่งึ ไม่น้อยกว่ามาตรฐานขนั้ ต่าตาม กฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน
279 กฎหมายความปลอดภัยในการทางาน เป็ นการกาหนดมาตรฐานขนั้ ต่าให้สถาน ประกอบกจิ การถอื ปฏบิ ตั ิ เพ่อื ความปลอดภยั และสุขภาพอนามยั ทด่ี ปี ราศจากอุบตั เิ หตุ และโรค เน่อื งจากการทางาน พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 1. วนั เวลาทางานปกติ / เวลาพกั วนั เวลาทางานปกติ 1) วนั ทางานไมเ่ กนิ สปั ดาหล์ ะ 6 วนั 2) กาหนดเวลาทางานปกตใิ นทกุ ประเภทไมเ่ กนิ 8 ชวั่ โมงต่อวนั หรอื ไมเ่ กนิ 48 ชวั่ โมง ต่อสปั ดาหถ์ า้ เป็นการทางานอนั ตรายต่อสุขภาพตามกฏกระทรวง กาหนดใหท้ างานไม่ เกนิ 7 ชวั่ โมง ต่อวนั หรอื ไมเ่ กนิ 42 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ 3) กาหนดเวลาพกั ระหวา่ งวนั ทางาน ตดิ ต่อกนั ไม่น้อยกว่า 1 ชวั่ โมง อาจตกลงพกั น้อย กว่าครงั้ ละ 1 ชวั่ โมงกไ็ ด้ แต่รวมกนั ไม่ น้อยกวา่ 1 ชวั่ โมงต่อวนั 4) กาหนดใหม้ วี นั หยุดประจาสปั ดาห์ ไมน่ ้อยกว่าสปั ดาหล์ ะ 1 วนั ห่างกนั ไมเ่ กนิ 6 วนั และวนั หยดุ ตามประเพณไี ม่น้อยกว่าปีละ 13 วนั รวมวนั แรงงานแห่งชาตดิ ว้ ย สาหรบั วนั หยุด ผกั ผ่อนประจาปี ไมน่ ้อยกว่า 6 วนั ทาการ เมอ่ื ลกู จา้ งทางานครบ 1 ปี เวลาพกั 1) ระหวา่ งการทางานปกติ นายจา้ งต้องเวลาพกั ให้ลกู จา้ งไม่น้อยกว่า 1 ชวั่ โมงต่อวนั หลงั จากลูกจา้ งทางาน มาแลว้ ไมเ่ กนิ 5 ชวั่ โมง ตดิ ต่อกนั หรอื อาจตกลงกนั พกั เป็นช่วง ๆ กไ็ ดแ้ ต่รวมแลว้ ต้องไม่น้อย กว่า 1 ชวั่ โมงต่อวนั งานในรา้ นขายอาหารหรอื รา้ นขายเครอ่ื งด่มื ซ่ึงเปิดจาหน่ายหรอื ใหบ้ รกิ าร ในแต่ละวนั ไมต่ ดิ ต่อกนั อาจพกั เกนิ 2 ชวั่ โมงต่อวนั กไ็ ด้ นายจา้ งอาจจะไมจ่ ดั เวลาพกั ไดก้ รณี เป็นงานทม่ี ลี กั ษณะหรอื สภาพของงานต้องทา ตดิ ต่อกนั ไปโดยไดร้ บั ความยนิ ยอมจากลูกจ้าง หรอื เป็นงานฉุกเฉนิ 2) ก่อนการทางานล่วงเวลา กรณใี หล้ กู จา้ งทางานลว่ งเวลาต่อจากเวลาทางานปกตไิ ม่น้อยกว่า 2 ชม. ต้องจดั ให้ ลกู จา้ งพกั ก่อนเรม่ิ ทางานล่วงเวลาไมน่ ้อยกว่า 20 นาที 2. การทางานล่วงเวลา การทางานในวนั หยดุ การทางานลว่ งเวลา นายจา้ งอาจใหล้ กู จา้ งทาได้โดยไดร้ บั ความยนิ ยอมจากลกู จา้ งก่อน เป็นคราว ๆ ไป นายจา้ งอาจใหล้ กู จา้ งทางานล่วงเวลา และทางานในวนั หยดุ ไดเ้ ท่าทจ่ี าเป็น ถา้ ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทาติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงาน ฉุกเฉิน นายจา้ งอาจให้ทางานในวนั หยุด สาหรบั กจิ การโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง รา้ น ขายอาหาร รา้ นขายเคร่อื งด่มื สโมสร สมาคม และสถานพยาบาลได้ โดยไม่จาเป็นต้องไดร้ บั
280 ความยนิ ยอมจากลูกจา้ งก่อนชวั่ โมงการทางานล่วงเวลา การทางานในวนั หยุด และการทางาน ลว่ งเวลาในวนั หยดุ รวมแลว้ ตอ้ งไมเ่ กนิ 36 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ ดงั น้ี 1) ทาเกนิ เวลาทางานปกตขิ องวนั ทางาน ไดร้ บั คา่ ลว่ งเวลา 1.5 เทา่ ของอตั ราค่าจา้ ง/ ชวั่ โมง ถา้ ทางานเกนิ เวลาทางานปกตขิ องวนั ทางาน นายจา้ งต้องจา่ ยค่าล่วงเวลา ไมน่ ้อยกว่า หน่งึ เทา่ ครง่ึ ของอตั ราค่าจา้ งต่อชวั่ โมงในวนั ทางานตามจานวน ชวั่ โมงทท่ี าหรอื ไม่น้อยกว่า 1.5 (หน่งึ เทา่ ครง่ึ ) ของอตั ราค่าจา้ งต่อหน่วย ในวนั ทางานตามจานวนผลงานทท่ี าไดส้ าหรบั ลกู จา้ งท่ี ไดร้ บั คา่ จา้ งตามผลงาน 2) ถ้าทางานในวนั หยุดในเวลาทางานปกติ นายจา้ งต้องจ่ายค่าทางานในวนั หยุด ใหแ้ ก่ลกู จา้ งทม่ี สี ทิ ธไิ ดร้ บั คา่ จา้ งในวนั หยดุ เพมิ่ ขน้ึ อกี 1 เท่าของค่าจา้ ง ในวนั ทางานตามชวั่ โมง ทท่ี างานในวนั หยดุ หรอื ตามจานวนผลงานทท่ี าได้ สาหรบั ลูกจา้ งทไ่ี ดร้ บั ค่าจา้ งตามผลงานโดย คานวณเป็นหน่วย สาหรบั ลกู จา้ งทไ่ี ม่มสี ทิ ธไิ ดร้ บั ค่าจา้ งในวนั หยุดตอ้ งจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าจา้ งในวนั ทางานตามชวั่ โมงท่ที างานในวนั หยุดหรอื ตามจานวนผลงาน ท่ที าได้สาหรบั ลกู จา้ งทไ่ี ดร้ บั คา่ จา้ งตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย 3) ถ้าทางานในวนั หยุดเกนิ เวลาทางานปกตขิ องวนั ทางานนายจา้ งต้องจ่ายค่า ล่วงเวลาในวนั หยุดให้แก่ลูกจ้างในอตั รา 3 เท่าของอตั ราค่าจา้ งต่อชวั่ โมง ในวนั ทางานตาม จานวนชวั่ โมงทท่ี าหรอื ตามจานวนผลงานท่ที าไดส้ าหรบั ลูกจา้ งท่ไี ด้รบั ค่าจา้ งตามผลงานโดย คานวณเป็นหน่วย 4) ลกู จา้ งทงั้ ชายและหญงิ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั ค่าจา้ ง ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวนั หยดุ และ ค่าล่วงเวลาในวนั หยุด เท่าเทยี มกนั ในงานท่มี ลี กั ษณะและคุณภาพอย่างเดยี วกนั และปรมิ าณ เทา่ กนั 3. การลาป่ วยและการลาคลอด 1) ลาป่วยไดเ้ ท่าทป่ี ่วยจรงิ แต่ไดร้ บั ค่าจา้ งไม่เกนิ 30 วนั ทางาน โดยไดร้ บั ค่าจา้ ง ปกติ การลาป่วยตงั้ แต่ 3 วนั ทางานขน้ึ ไปนายจา้ งอาจใหล้ ูกจา้ งแสดงใบรบั รองของแพทยแ์ ผน ปัจจบุ นั ชนั้ หน่งึ หรอื ของสถานพยาบาลของทางราชการได้ หากลกู จา้ งไมอ่ าจแสดงไดใ้ หล้ กู จา้ ง ชแ้ี จงใหน้ ายจา้ งทราบ วนั ทล่ี กู จา้ งไมอ่ าจทางานไดเ้ น่อื งจากประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยซง่ึ เกดิ จาก การทางาน หรอื วนั ลาเพอ่ื คลอดบตุ รไมถ่ อื เป็นวนั ลาป่วย 2) ลกู จา้ งทเ่ี ป็นหญงิ ลาคลอดไดไ้ มเ่ กนิ 90 วนั โดยไดร้ บั คา่ จา้ ง 45 วนั 3) ลาเพ่อื รบั ราชการทหารในการเรยี กพล เพ่อื ตรวจสอบฝึกวชิ าทหาร หรอื ทดลอง ความ พรงั่ พรอ้ มตามกฎหมายว่าด้วยการรบั ราชการทหาร ได้ไม่เกนิ ปีละ 60 วนั โดยไดร้ บั คา่ จา้ ง 4) ลูกจ้างลาเพ่อื ทาหมนั และเน่ืองจากการทาหมนั ไดต้ ามระยะเวลาทแ่ี พทยแ์ ผน ปัจจบุ นั ชนั้ หน่งึ กาหนดและออกใบรบั รอง ไดร้ บั ค่าจา้ งตลอดเวลาทแ่ี พทยว์ นิ ิจฉยั ใหห้ ยดุ
281 5) ลากิจธุระ ลูกจ้างลาเพ่ือกิจธุระอันจาเป็นได้ตามข้อบังคับเก่ียวกับการ ทางาน แลว้ แต่นายจา้ งและลกู จา้ งตกลงกนั 6) ลาเพ่อื เขา้ รบั การอบรม ลูกจา้ ง มสี ทิ ธลิ าเพ่อื การฝึกอบรมหรอื พฒั นาความรู้ ความสามารถเพ่อื ประโยชน์ต่อการแรง งานและสวสั ดกิ ารสงั คมหรอื การเพมิ่ ทกั ษะความชานาญ เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการ ทางานของลกู จา้ งตามโครงการหรอื หลกั สูตร ซง่ึ มกี าหนดช่วงเวลา ทแ่ี น่นอนและชดั เจน และเพ่อื การสอบวดั ผลทางการศกึ ษาทท่ี างราชการจดั หรอื อนุญาตใหจ้ ดั ขน้ึ ลูกจ้างต้องแจ้งเหตุในการลาโดยชดั แจ้ง พร้อมทงั้ แสดงหลกั ฐานท่เี ก่ยี วข้อง (ถ้าม)ี ให้ นายจา้ งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วนั ก่อนวนั ลา นายจา้ งอาจไม่อนุญาตใหล้ าหากในปีทล่ี า ลกู จา้ งเคยไดร้ บั อนุญาตใหล้ ามาแลว้ ไม่ น้อยกว่า 30 วนั หรอื 3 ครงั้ หรอื แสดงไดว้ ่าการลาของ ลกู จา้ งอาจก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายหรอื กระทบต่อ การประกอบธุรกจิ ของนายจา้ ง 4. วนั หยดุ 1) วนั หยดุ ประจาสปั ดาห์ นายจา้ งต้องจดั ใหม้ วี นั หยุดประจาสปั ดาหใ์ ห้กบั ลูกจ้างไม่ น้อยกว่า 1 วนั ต่อ สปั ดาห์ โดยใหม้ รี ะยะห่างกนั ไม่เกนิ 6 วนั สาหรบั งานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่ า งานในท่ี ทุรกนั ดาร หรอื งานอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวงอาจตกลงกนั สะสมและเล่อื นวนั หยุดประจา สปั ดาหไ์ ปหยดุ เมอ่ื ใดกไ็ ดภ้ ายในระยะเวลา 4 สปั ดาหต์ ดิ ต่อกนั 2) วนั หยดุ ตามประเพณี นายจา้ งต้องจดั ใหม้ วี นั หยุดตามประเพณใี ห้กบั ลูกจา้ งไม่ ไม่ น้อยกว่า 13 วนั ต่อปี โดยรวมวนั แรงงานแห่งชาติ โดยได้รบั ค่าจา้ ง ซ่งึ พจิ ารณาจากวนั หยุดราชการประจาปี วนั หยุดทางศาสนาหรอื ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งทอ้ งถิ่น ถ้าวนั หยุดตามประเพณีตรงกบั วนั หยุดประจาสปั ดาห์ใหห้ ยุดชดเชยวนั หยุดตาม ประเพณีในวนั ทางานถดั ไป สาหรบั งานใน กจิ การโรงแรม สถานมหรสพ รา้ นขายอาหาร รา้ นขายเคร่อื งด่มื ฯลฯ อาจตกลงกนั หยุดวนั อ่นื ชดเชยวนั หยดุ ตามประเพณี หรอื จา่ ยคา่ ทางานในวนั หยดุ ใหก้ ไ็ ด้ 3) วนั หยดุ พกั ผอ่ นประจาปี นายจา้ งตอ้ งจดั ใหล้ กู จา้ งหยุดพกั ผ่อนประจาปีไม่ น้อยกว่า 6 วนั ทางานต่อปี สาหรบั ลูกจา้ งซง่ึ ทางานตดิ ต่อกนั มาครบ 1 ปี อาจตกลงกนั ล่วงหน้าสะสมและเล่อื นวนั หยุด พกั ผ่อนประจาปี ไปรวมหยดุ ในปีต่อ ๆ ไปได้ โดยไดร้ บั ค่าจา้ ง ซง่ึ นายจา้ งเป็นผกู้ าหนดวนั หยุด ดงั กล่าว 5. ค่าชดเชย 5.1 ลกู จา้ งมสี ทิ ธไิ ดร้ บั คา่ ชดเชย หากนายจา้ งเลกิ จา้ ง โดยลกู จา้ งไมม่ คี วามผดิ ดงั น้ี 5.1.1 ลูกจ้างซ่ึงทางานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี มสี ิทธิได้รับ เท่ากบั คา่ จา้ งอตั ราสดุ ทา้ ย 30 วนั
282 5.1.2 ลกู จา้ งซ่งึ ทางานตดิ ต่อกนั ครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี มสี ทิ ธไิ ดร้ บั เท่ากบั ค่าจา้ งอตั ราสดุ ทา้ ย 90 วนั 5.1.3 ลูกจา้ งซ่งึ ทางานตดิ ต่อกนั ครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มสี ทิ ธไิ ดร้ บั เท่ากบั คา่ จา้ งอตั ราสดุ ทา้ ย 180 วนั 5.1.4 ลกู จา้ งซง่ึ ทางานตดิ ต่อกนั ครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี มสี ทิ ธไิ ดร้ บั เท่ากบั คา่ จา้ งอตั ราสุดทา้ ย 240 วนั 5.1.5 ลูกจา้ งซง่ึ ทางานตดิ ต่อกนั ครบ 10 ปีขน้ึ ไป มสี ทิ ธไิ ดร้ บั เท่ากบั ค่าจา้ ง อตั ราสดุ ทา้ ย 300 วนั 5.2 กรณยี า้ ยสถานประกอบการ นายจา้ งต้องแจง้ ใหแ้ ก่ลกู จา้ งทราบล่วงหน้าไม่ เกนิ 30 วนั หากลูกจ้างไม่ต้องการไปทางานด้วย ลูกจา้ งมสี ทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญา โดยได้รบั ค่าชดเชยพเิ ศษ ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 50 ของอตั ราคา่ ชดเชยทล่ี กู จา้ งมสี ทิ ธไิ ดร้ บั 5.3 ค่าชดเชยพิเศษ ในกรณีท่นี ายจ้างจะเลกิ จ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรบั ปรุง หน่วยงานกระบวนการผลติ การจาหน่ายหรอื การบรกิ าร อนั เน่ืองมาจากการนาเคร่อื งจกั รมาใช้ หรอื เปลย่ี นแปลงเครอ่ื งจกั รหรอื เทคโนโลยี หากนายจา้ ง ไมแ่ จง้ ล่วงหน้าหรอื แจง้ ล่วงหน้าน้อย กว่าระยะเวลา 60 วนั นายจา้ งตอ้ งจา่ ยคา่ ชดเชยพเิ ศษดงั น้ี 5.3.1 ลกู จา้ งจะไดร้ บั ค่าบอกกลา่ วลว่ งหน้า 60 วนั 5.3.2 ลกู จา้ งจะไดร้ บั คา่ ชดเชยตามกฎหมาย 5.3.3 ลกู จา้ งทม่ี อี ายุงาน 6 ปีขน้ึ ไป มสี ทิ ธไิ ดร้ บั ค่าชดเชยพเิ ศษปีละ 15 วนั เมอ่ื รวมค่าชดเชยทงั้ หมดแลว้ ตอ้ งไมเ่ กนิ 360 วนั นายจา้ งไม่ตอ้ งจา่ ยค่าชดเชยใหแ้ ก่ลกู จา้ ง ซง่ึ เลกิ จา้ งในกรณหี น่งึ กรณใี ดดงั ต่อไปน้ี 5.3.3.1 ทุจรติ ต่อหน้าท่ีหรอื กระทาความผดิ อาญาโดยเจตนาแก่ นายจา้ ง 5.3.3.2 จงใจทาใหน้ ายจา้ งไดร้ บั ความเสยี หาย 5.3.3.3ประมาทเลนิ เลอ่ เป็นเหตุใหน้ ายจา้ งไดร้ บั ความเสยี หายอย่าง รา้ ยแรง 5.3.3.4 ฝ่ าฝืนขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานหรอื ระเบยี บหรอื คาสงั่ ของนายจา้ งอนั ชอบดว้ ยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจา้ งไดต้ กั เตอื นเป็นหนังสอื แลว้ เวน้ แต่ กรณที ร่ี า้ ยแรงนายจา้ งไมจ่ าเป็นตอ้ งตกั เตอื น หนังสอื เตอื นใหม้ ผี ลบงั คบั ใชไ้ ดไ้ มเ่ กนิ หน่ึงปี นับ แต่วนั ทล่ี กู จา้ งไดก้ ระทาผดิ 5.3.3.5 ละท้งิ หน้าท่เี ป็นเวลาสามวนั ทางานติดต่อกนั ไม่ว่าจะมี วนั หยดุ คนั่ หรอื ไมก่ ต็ ามโดยไมม่ สี าเหตุอนั สมควร 5.3.3.6 ไดร้ บั โทษจาคกุ ตามคาพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุด เวน้ แต่เป็นนักโทษ สาหรบั ความผดิ ทไ่ี ดก้ ระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ
283 6. การว่าจ้างแรงงานเดก็ 1) หา้ มใชแ้ รงงานเดก็ อายตุ ่ากว่า 15 ปีทางานโดยเดด็ ขาด 2) หา้ มใชแ้ รงงานเดก็ อายตุ ่ากว่า 18 ปี ในกจิ การบางประเภท และทางาน ระหวา่ งเวลา 22.00 น. - 06.00 น. ทางานวนั หยดุ และทางานลว่ งเวลา 3) หา้ มใชแ้ รงงานเดก็ ในสถานท่ี เตน้ รา ราวง หรอื รองเงง็ และตามทก่ี าหนดใน กฏหมาย 4) ใหล้ ูกจา้ งเดก็ ทอ่ี ายุต่ากว่า 18 ปี มสี ทิ ธลิ าเพ่อื รบั การอบรม สมั มนา ทจ่ี ดั โดยสถานศกึ ษา หรอื หน่วยงานของรฐั โดยไดร้ บั คา่ จา้ งแต่ไมเ่ กนิ 30 วนั ต่อปี 5) การว่าจา้ งแรงงานเดก็ ต่ากว่า 18 ปี ต้องแจง้ พนกั งานตรวจแรงงานภายใน 15 วนั นบั ตงั้ แต่วนั ทเ่ี ดก็ เขา้ ทางาน 7. การว่าจ้างแรงงานหญิง 1) การใชแ้ รงงานหญงิ หา้ มนายจา้ งใหล้ กู จา้ งหญงิ ทางานต่อไปน้ี 1.1 งานเหมอื งแร่หรอื งานก่อสร้างท่ตี ้องทาใต้ดนิ ใต้น้า ในถ้า ใน อุโมงค์ หรอื ปล่องในภูเขาเวน้ แต่ลกั ษณะของงาน ไม่เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพหรอื ร่างกายของ ลกู จา้ งหญงิ นนั้ 1.2 งานทต่ี อ้ งทาบนนงั่ รา้ นทส่ี งู กวา่ พน้ื ดนิ ตงั้ แต่ 10 เมตรขน้ึ ไป 1.3 งานผลติ หรอื ขนสง่ วตั ถุระเบดิ หรอื วตั ถุไวไฟ 1.4 งานอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง 2) หา้ มนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งหญงิ ทม่ี คี รรภท์ างานในระหว่างเวลา 22.00 - 06.00 น. ทางานลว่ งเวลา ทางานในวนั หยดุ หรอื ทางานอยา่ งหน่งึ อยา่ งใด 3) หา้ มนายจา้ งเลกิ จา้ งลกู จา้ งหญงิ เพราะเหตุมคี รรภ์ 4) ใหแ้ รงงานหญงิ มสี ทิ ธลิ าเพอ่ื คลอดบุตร ครรภห์ น่งึ ไมเ่ กนิ 90 วนั 5) หา้ มนายจา้ ง หวั หน้างาน ผคู้ วบคุมงานหรอื ผตู้ รวจงาน ล่วงเกนิ ทางเพศต่อ แรงงานหญงิ หรอื เดก็ 8. ความปลอดภยั 1) ใหน้ ายจา้ งหรอื สถานประกอบการทม่ี ลี กู จา้ งน้อยกว่า 50 คน ต้องจดั ให้มี เจา้ หน้าท่รี กั ษาความปลอดภยั ในการทางาน ระดบั พน้ื ฐาน ระดบั หวั หน้างาน และระดบั บรหิ าร เพอ่ื ดแู ลความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบการรว่ มกบั นายจา้ ง 2) การกาหนดใหน้ ายจา้ งหรอื สถานประกอบการทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 50 คน ขน้ึ ไป ต้องจดั ใหม้ เี จ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั หวั หน้างาน ระดบั บรหิ าร และระดบั วชิ าชพี
284 3) กาหนดใหส้ ถานประกอบการท่มี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 50 คนขน้ึ ไป ต้องจดั ให้มี คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานประกอบด้วย นายจา้ ง ผแู้ ทนระดบั บงั คบั บญั ชา ผู้แทนลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ าร และเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน โดยมคี ณะกรรมการตามขนาดของสถานประกอบการ 4) การใหค้ วามคุม้ ครองอนั ตรายส่วนบุคคลทเ่ี หมาะสมกบั สภาพงาน และได้ มาตรฐานโดยให้นายจ้างเป็นผู้จดั ให้ อาทิ ตามท่กี าหนดในกฏกระทรวง ให้นายจ้างต้องจดั อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คลใหล้ กู จา้ งตามลกั ษณะของงาน และลูกจา้ งต้องสวมใส่ อุปกรณ์ดงั กล่าวตลอดเวลาการทางานโดยบงั คบั 9. หลกั ฐานการทางาน 9.1 นายจา้ งทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 10 คนขน้ึ ไป ตอ้ งจดั ใหม้ ขี อ้ บงั คบั เกย่ี วกบั การทางาน เป็นภาษาไทย ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานทท่ี างานของลกู จา้ งและส่งสาเนาใหอ้ ธบิ ดกี รม สวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน 9.2 ข้อบงั คบั ฯ ต้องระบุเร่อื งต่างๆ ดังน้ี วันทางาน เวลาทางานปกติ เวลาพัก วนั หยดุ และหลกั เกณฑก์ ารหยดุ หลกั เกณฑก์ ารทางานล่วงเวลา และการทางาน ในวนั หยดุ วนั และสถานทจ่ี ่ายค่าจา้ ง ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวนั หยุด และค่าล่วงเวลาในวนั หยุดวนั ลาและ หลกั เกณฑก์ ารลา วนิ ยั และโทษ การรอ้ งทกุ ข์ และการเลกิ จา้ ง 9.3 ทะเบยี นลูกจา้ งตอ้ งมชี ่อื เพศ สญั ชาติ วนั เดอื นปีเกดิ ทอ่ี ยปู่ ัจจบุ นั วนั เรมิ่ จา้ ง ตาแหน่งหรอื งานในหน้าท่ี อตั ราค่าจา้ ง และประโยชน์ตอบแทนอ่นื ๆ ทน่ี ายจา้ งตกลงจา่ ยใหแ้ ก่ ลกู จา้ งและวนั สน้ิ สดุ การจา้ ง 9.4 เอกสาร เกย่ี วกบั การคานวณค่าจา้ ง ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวนั หยุด ตอ้ งระบุ วนั เวลาทางาน ผลงานทท่ี าไดส้ าหรบั การจา้ งตามผลงาน และจานวนเงนิ ทจ่ี ่าย โดยมลี ายมอื ช่อื ลกู จา้ งผรู้ บั เงนิ 10. การควบคมุ 10.1 นายจา้ งทม่ี ลี ูกจา้ งรวมกนั ตงั้ แต่ 10 คนขน้ึ ไป จะต้องจดั ทาขอ้ บงั คบั เกย่ี วกบั การทางานเป็นภาษาไทย อยา่ งน้อยตอ้ งมี รายละเอยี ดดงั น้ี 10.1.1 วนั ทางาน เวลาทางานปกติ และเวลาพกั 10.1.2 วนั หยดุ และหลกั เกณฑก์ ารหยดุ 10.1.3 หลกั เกณฑก์ ารทางานล่วงเวลา และการทางานในวนั หยดุ 10.1.4 วนั และสถานทจ่ี ่ายค่าจา้ ง ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวนั หยุดและค่า ลว่ งเวลาในวนั หยดุ 10.1.5 วนั ลาและหลกั เกณฑก์ ารลา 10.1.6 วนิ ยั และโทษทางวนิ ยั 10.1.7 การรอ้ งทุกข์
285 10.1.8 การเลกิ จา้ ง ค่าชดเชยและชดเชยพเิ ศษ 2. นายจา้ งต้องประกาศใชข้ อ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานภายใน 15 วนั นบั จาก วนั ทม่ี ลี กู จา้ งรวมกนั ตงั้ แต่ 10 คนขน้ึ ไป 3. นายจา้ งต้องปิดประกาศขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานโดยเปิดเผย ณ สถานท่ี ทางานของลกู จา้ ง 4. ใหป้ ระกาศใชข้ อ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การทางานต่อไปแมว้ ่านายจา้ งจะมลี ูกจา้ ง ลด ต่ากว่า 10 คนกต็ าม 11. การร้องทกุ ขข์ องลกู จ้าง 11.1 ลกู จา้ งเรยี กรอ้ งสทิ ธขิ องตนอนั เน่อื งมาจากการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน ของ นายจา้ งไดโ้ ดย 11.1.1 ลกู จา้ งนาคดไี ปฟ้องศาลแรงงาน 11.1.2 ลกู จา้ งยน่ื คารอ้ งทกุ ขต์ ่อพนกั งานตรวจแรงงาน 11.2 การยน่ื คารอ้ งทุกขข์ องลกู จา้ งหรอื ทายาท 11.2.1 ยน่ื คารอ้ งทุกขต์ ามแบบทอ่ี ธบิ ดกี าหนด 11.2.2 ย่นื ต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องท่ที ่ลี ูกจา้ งทางานอยู่ หรอื ท่ี นายจา้ ง มภี มู ลิ าเนา หรอื ทอ้ งท่ที ล่ี กู จา้ งมภี มู ลิ าเนาอยกู่ ไ็ ด้ 11.3 การพจิ จารณาคารอ้ งทกุ ขข์ องพนกั งานตรวจแรงงาน 11.3.1 เร่งสอบสวนข้อเทจ็ จรงิ จากนายจา้ ง ลูกจ้าง และพยานโดยเรว็ รวมทงั้ การรวบรวมหลกั ฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ งดว้ ย 11.3.2 เมอ่ื สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ แลว้ ต้องมคี าสงั่ ใหน้ ายจา้ งจ่ายเงนิ หรอื ยก คารอ้ งทุกขข์ องลกู จา้ งอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ 11.3.3 การรวบรวมข้อเท็จจรงิ และการมคี าสงั่ ต้องกระทาให้แล้วเสรจ็ ภายใน 60 วนั นบั แต่วนั รบั คารอ้ งทุกขไ์ วด้ าเนนิ การ 11.3.4 ถ้าไม่สามารถดาเนินการให้แล้วเสรจ็ ภายใน 60 วนั ให้ขอขยาย ระยะเวลา ต่ออธบิ ดหี รอื ผวู้ ่าราชการจงั หวดั โดยขอขยายระยะเวลาไดไ้ มเ่ กนิ 30 วนั 11.4 การยตุ ขิ อ้ รอ้ งทุกขร์ ะหวา่ งสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ 11.4.1 ลกู จา้ งสละสทิ ธกิ ารเรยี กรอ้ งทงั้ หมด 11.4.2 ลูกจา้ งสละสทิ ธเิ รยี กรอ้ งแต่บางส่วน โดยนายจา้ งยนิ ยอมจ่ายเงนิ บางสว่ น แก่ลกู จา้ ง 11.4.3 นายจา้ งยนิ ยอมจา่ ยเงนิ ทงั้ จานวน แก่ลกู จา้ ง
286 บทกาหนดโทษ 1. กฎหมายคุม้ ครองแรงงานเป็นกฎหมายทม่ี บี ทลงโทษทางอาญา 2. นายจา้ งผใู้ ดฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามขนั้ ต่าปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท จาคุก ไมเ่ กนิ 1 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 200,000 บาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั 3. การปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ ของพนกั งานตรวจแรงงานคดอี าญาเป็นอนั ระงบั 4. การฝ่ าฝืนกฏหมาย อธบิ ดมี อี านาจเปรยี บเทยี บปรบั สาหรบั ความผดิ ท่ี เกดิ ขน้ึ ใน กรุงเทพฯผู้ว่าราชการจงั หวดั มอี านาจเปรยี บเทยี บปรบั สาหรบั ความผดิ ท่เี กดิ ข้นึ ภายในจงั หวดั ชาระค่าปรบั ภายใน 30 วนั นับเท่าวนั ทไ่ี ด้รบั แจง้ ผลคดี คดอี าญา เป็นอนั เลกิ กนั ถ้าไม่ยอมเปรยี บเทยี บปรบั หรอื ไม่ชาระค่าปรบั ภายในกาหนด พนักงานสอบสวน (ตารวจ) จะดาเนนิ การตามขนั้ ตอนของกฏหมายต่อไป พระราชบญั ญตั ิ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ขอบข่ายในการบริ หารกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางาน 1. เพ่อื ใชเ้ ป็นมาตรการควบคุมมใิ หม้ กี ารละเมดิ สทิ ธซิ ง่ึ กนั และกนั 2. เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการป้องกนั และวางแผนเก่ยี วกบั การบรหิ ารจดั การด้าน ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน 3. เพ่อื ใชเ้ ป็นมาตรฐานขนั้ ต่าในการป้องกนั อุบตั เิ หตุและโรคทเ่ี กดิ จากการทางาน 4. เพ่อื ใชเ้ ป็นพน้ื ฐานในการใหค้ วามรู้ อบรมเพ่อื ปลกู ฝังทศั นคตหิ รอื จติ สานึกดา้ น ความปลอดภยั ในการทางาน เป็นหลกั สาคญั เพอ่ื การพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ ขอบเขตการบงั คบั ใช้ บงั คบั ใชก้ บั สถานประกอบกจิ การทุกประเภททม่ี กี ารจา้ งงานหรอื มลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไป มาตรา ๓ พระราชบญั ญตั นิ ้มี ใิ หใ้ ชบ้ งั คบั แก่ (1) ราชการสว่ นกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค และราชการส่วนทอ้ งถนิ่ (2) กิจการอ่นื ทงั้ หมดหรอื แต่บางส่วนตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง ให้ราชการ สว่ นกลาง ราชการส่วนภมู ภิ าค ราชการส่วนทอ้ งถน่ิ และกจิ การอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง ตามวรรคหน่ึง จดั ใหม้ มี าตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานในหน่วยงานของตนไมต่ ่ากวา่ มาตรฐาน ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ซง่ึ ตามมาตรา 4 ไดบ้ ญั ญตั วิ ่า
287 “ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน” หมายความว่า การกระทา หรอื สภาพการทางานซง่ึ ปลอดจากเหตุอนั จะทาใหเ้ กดิ การประสบอนั ตรายต่อชวี ติ รา่ งกาย จติ ใจ หรอื สขุ ภาพอนามยั อนั เน่ืองจากการทางานหรอื เกย่ี วกบั การทางาน หมวด ๒ การบริหาร การจดั การ และการดาเนิ นการด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน มาตรา ๘ ใหน้ ายจา้ งบรหิ าร จดั การ และดาเนินการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานทก่ี าหนดในกฎกระทรวง การกาหนด มาตรฐานตามวรรคหน่ึง ให้นายจา้ งจดั ทาเอกสารหรอื รายงานใด โดยมกี าร ตรวจสอบหรอื รบั รองโดยบุคคล หรอื นิติบุคคลตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง ให้ลูกจา้ งมหี น้าทป่ี ฏบิ ตั ติ าม หลกั เกณฑด์ า้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางานตามมาตรฐานท่ี กาหนดในวรรคหน่งึ มาตรา ๒๒ ใหน้ ายจา้ งจดั และดแู ลใหล้ กู จา้ งสวมใส่อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วน บุคคล ทไ่ี ดม้ าตรฐานตามทอ่ี ธบิ ดปี ระกาศกาหนดลูกจา้ งมหี น้าทส่ี วมใส่อุปกรณ์คุม้ ครองความ ปลอดภยั ส่วนบุคคลและดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ ตามวรรคหน่ึงใหส้ ามารถใชง้ านไดต้ ามสภาพและ ลกั ษณะของงานตลอดระยะเวลาทางาน ในกรณีทล่ี ูกจา้ งไมส่ วมใส่อุปกรณ์ดงั กล่าว ใหน้ ายจา้ ง สงั่ ใหล้ กู จา้ งหยดุ การทางานนนั้ จนกว่า ลกู จา้ งจะสวมใส่อุปกรณ์ดงั กล่าว เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย และทาใหเ้ กดิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานในสถานประกอบการจงึ ตอ้ งจดั ใหน้ ายจา้ งดาเนินการตามดงั กล่าว หมวด ๓ คณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน มาตรา ๒๔ ให้มคี ณะกรรมการคณะหน่ึง เรยี กว่า “คณะกรรมการความปลอดภยั อา- ชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน” ประกอบดว้ ย ปลดั กระทรวงแรงงานเป็นประธาน กรรมการ อธบิ ดี กรมควบคุมมลพษิ อธบิ ดกี รมควบคุมโรค อธบิ ดกี รมพฒั นาฝีมอื แรงงาน อธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง อธบิ ดกี รมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดกี รมส่งเสรมิ การ ปกครองท้องถนิ่ และอธบิ ดกี รมสวสั ดกิ าร และคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการ กบั ผแู้ ทนฝ่ าย นายจา้ งและผแู้ ทนฝ่ายลูกจา้ ง ฝ่ายละแปดคน และผทู้ รงคุณวุฒอิ กี หา้ คนซง่ึ รฐั มนตรแี ต่งตงั้ เป็น กรรมการ ใหข้ า้ ราชการกรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงานซง่ึ รฐั มนตรแี ต่งตงั้ เป็นเลขานุการ การได้มาและการพ้นจากตาแหน่งของผูแ้ ทนฝ่ ายนายจา้ งและฝ่ ายลูกจา้ งตามวรรคหน่ึง ให้
288 เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเง่อื นไขท่รี ฐั มนตรปี ระกาศกาหนด โดยต้องคานึงถงึ การมี สว่ นรว่ ม ของทงั้ หญงิ และชาย ผทู้ รงคุณวุฒติ อ้ งเป็นผมู้ คี วามรู้ ความเชย่ี วชาญ มผี ลงานหรอื ประสบการณ์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง กบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน โดยต้องคานึงถงึ การมสี ่วน รว่ มของทงั้ หญงิ และชาย มาตรา ๒๕ คณะกรรมการมอี านาจหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี (1) เสนอความเหน็ ต่อรฐั มนตรเี กย่ี วกบั นโยบาย แผนงาน หรอื มาตรการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และการพฒั นาสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (2) เสนอความเห็นต่อรฐั มนตรใี นการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ เพ่อื ปฏบิ ตั กิ าร ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี (3) ใหค้ วามเหน็ แก่หน่วยงานของรฐั เก่ยี วกบั การส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (4) วนิ ิจฉยั อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๓๓ วรรคสาม และมาตรา ๔๐ วรรคสอง (5) ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ใดตามทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ้หี รอื กฎหมายอ่นื บญั ญตั ใิ หเ้ ป็นอานาจหน้าท่ี ของคณะกรรมการหรอื ตามทร่ี ฐั มนตรมี อบหมาย มาตรา ๒๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมวี าระอยู่ในตาแหน่งคราวละสองปี กรรมการ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ซง่ึ พน้ จากตาแหน่งอาจไดร้ บั แต่งตงั้ อกี ได้ ในกรณีทก่ี รรมการผทู้ รงคุณวุฒพิ น้ จาก ตาแหน่งก่อนวาระ ใหร้ ฐั มนตรแี ต่งตงั้ กรรมการ แทนตาแหน่งทว่ี ่าง และใหผ้ ไู้ ด้รบั แต่งตงั้ ให้ ดารงตาแหน่งแทนอยใู่ นตาแหน่งเท่ากบั วาระทเ่ี หลอื อยู่ ของกรรมการผทู้ รงคุณวุฒซิ ง่ึ ตนแทน ในกรณีท่กี รรมการผู้ทรงคุณวุฒพิ ้นจากตาแหน่งตามวาระ แต่ยงั มไิ ด้มกี ารแต่งตัง้ กรรมการใหม่ ใหก้ รรมการนนั้ ปฏบิ ตั หิ น้าทไ่ี ปพลางก่อนจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทไ่ี ดร้ บั แต่งตงั้ จะเขา้ รบั หน้าท่ี มาตรา ๒๗ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๖ กรรมการ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ พน้ จากตาแหน่งเมอ่ื (1) ตาย (2) ลาออก (3) รฐั มนตรใี หอ้ อก เมอ่ื ขาดประชุมสามครงั้ ตดิ ต่อกนั โดยไมม่ เี หตุอนั สมควร (4) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย (5) เป็นบุคคลวกิ ลจรติ หรอื จติ ฟัน่ เฟือน (6) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ (7) ตอ้ งคาพพิ ากษาว่าไดก้ ระทาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี (8) ไดร้ บั โทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุดใหจ้ าคุก เวน้ แต่เป็นโทษสาหรบั ความผดิ ท่ี ได้ กระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ฐานหมนิ่ ประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
289 มาตรา ๒๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมกี รรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากง่ึ หน่ึงของ จานวน กรรมการทงั้ หมด โดยมกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจา้ งและฝ่ายลูกจา้ งอย่างน้อยฝ่ ายละ หน่งึ คน จงึ จะเป็นองคป์ ระชมุ ในการประชมุ เพ่อื พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั อุทธรณ์คราวใด ถา้ ไม่ไดอ้ งค์ประชุมตามทก่ี าหนดไว้ ในวรรคหน่ึง ให้จดั ให้มกี ารประชุมอีกครงั้ ภายในสบิ ห้าวนั นับแต่วนั ท่นี ัดประชุมครงั้ แรก การ ประชุมครงั้ หลงั แมไ้ ม่มกี รรมการซ่งึ มาจากฝ่ ายนายจา้ งหรอื ฝ่ ายลูกจ้างมาร่วมประชุม ถ้ามี กรรมการมาประชมุ ไมน่ ้อยกว่าก่งึ หน่ึงของจานวนกรรมการทงั้ หมด ก็ใหถ้ อื เป็นองคป์ ระชุม ใน การประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรอื ไม่สามารถปฏิบตั หิ น้าท่ไี ด้ ให้ กรรมการซ่งึ มาประชุมเลอื กกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทป่ี ระชุมสาหรบั การประชุมคราว นนั้ มตทิ ป่ี ระชุมใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก กรรมการคนหน่ึงมเี สยี งหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนน เสยี ง เท่ากนั ใหป้ ระธานในทป่ี ระชุมออกเสยี งเพมิ่ ขน้ึ อกี เสยี งหน่งึ เป็นเสยี งชข้ี าด มาตรา ๒๙ คณะกรรมการมีอานาจแต่งตัง้ คณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือ ปฏบิ ตั กิ าร อย่างหน่ึงอย่างใดตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมายได้ ใหค้ ณะกรรมการกาหนดองค์ ประชมุ และวธิ ดี าเนินงานของคณะอนุกรรมการไดต้ ามความ เหมาะสม มาตรา ๓๐ ในการปฏบิ ตั ิหน้าท่ตี ามพระราชบญั ญตั ิน้ี ให้กรรมการและอนุกรรมการ ไดร้ บั เบย้ี ประชุม และประโยชน์ตอบแทนอ่นื ตามระเบยี บทร่ี ฐั มนตรกี าหนดโดยความเหน็ ชอบ ของกระทรวงการคลงั มาตรา ๓๑ ให้กรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานรบั ผิดชอบงาน ธุรการ ของคณะกรรมการ และมอี านาจหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี (1) สรรหา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางานเพ่อื การจดั ทานโยบาย แผนงาน โครงการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเสนอต่อคณะกรรมการ (2) จัดทาแนวทางการกาหนดมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดลอ้ ม ในการทางานเสนอต่อคณะกรรมการ (3) จดั ทาแผนปฏบิ ตั กิ ารด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน ประจาปีเสนอต่อคณะกรรมการ (4) ประสานแผนและการดาเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตลอดจน หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (5) ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านตามมตขิ องคณะกรรมการ (6) รบั ผดิ ชอบงานธุรการของคณะอนุกรรมการ (7) ปฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี ่นื ตามทค่ี ณะกรรมการหรอื คณะอนกรรมการมอบหมาย
290 หมวด ๔ การควบคมุ กากบั ดแู ล มาตรา ๓๒ เพอ่ื ประโยชน์ในการควบคุม กากบั ดแู ลการดาเนินการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ใหน้ ายจา้ งดาเนนิ การดงั ต่อไปน้ี (1) จดั ใหม้ กี ารประเมนิ อนั ตราย (2) ศกึ ษาผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มในการทางานทม่ี ผี ลต่อลกู จา้ ง (3) จดั ทาแผนการดาเนินงานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมใน การทางาน และจดั ทาแผนการควบคุมดแู ลลกู จา้ งและสถานประกอบกจิ การ (4) ส่งผลการประเมนิ อนั ตราย การศกึ ษาผลกระทบ แผนการดาเนินงานและแผนการ ควบคมุ ตาม (1) (2) และ (3) ใหอ้ ธบิ ดหี รอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดมี อบหมาย หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเง่อื นไข ในการดาเนินการตามวรรคหน่ึง ประเภทกิจการ ขนาดของ กจิ การท่ตี ้องดาเนินการ และ ระยะเวลาทต่ี ้องดาเนินการ ใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ฐั มนตรกี าหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ในการดาเนินการตามวรรคหน่ึง นายจา้ งจะต้องปฏบิ ตั ิตามคาแนะนาและไดร้ บั การรบั รองผล จากผชู้ านาญการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน มาตรา ๓๓ ผู้ใดจะทาการเป็นผู้ชานาญการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานจะตอ้ งไดร้ บั ใบอนุญาตจากอธบิ ดตี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา ๓๔ ในกรณีทส่ี ถานประกอบกจิ การใดเกดิ อุบตั ภิ ยั รา้ ยแรง หรอื ลูกจา้ งประสบ อนั ตรายจากการทางาน ใหน้ ายจา้ งดาเนินการดงั ต่อไปน้ี (1) กรณีท่ลี ูกจ้างเสยี ชวี ติ ให้นายจ้างแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภยั ในทนั ทที ่ี ทราบ โดยโทรศพั ท์ โทรสาร หรอื วธิ อี ่นื ใดทม่ี รี ายละเอยี ดพอสมควร และใหแ้ จง้ รายละเอยี ด และสาเหตุ เป็นหนงั สอื ภายในเจด็ วนั นบั แต่วนั ทล่ี กู จา้ งเสยี ชวี ติ (2) กรณที ส่ี ถานประกอบกจิ การไดร้ บั ความเสยี หายหรอื ต้องหยดุ การผลติ หรอื มบี ุคคล ในสถานประกอบกิจการประสบอันตรายหรอื ได้รบั ความเสยี หาย อนั เน่ืองมาจากเพลงิ ไหม้ การระเบดิ สารเคมรี วั่ ไหล หรอื อุบตั ภิ ยั ร้ายแรงอ่นื ให้นายจา้ งแจง้ ต่อพนักงานตรวจความ ปลอดภยั ในทนั ทที ท่ี ราบ โดยโทรศพั ท์ โทรสาร หรอื วธิ อี ่นื ใด และใหแ้ จง้ เป็นหนังสอื โดยระบุ สาเหตุอนั ตรายทเ่ี กดิ ขน้ึ ความเสยี หาย การแกไ้ ขและวธิ กี ารป้องกนั การเกดิ ซ้าอกี ภายในเจด็ วนั นบั แต่วนั เกดิ เหตุ (3) กรณีท่ีมีลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่ วยตามกฎหมายว่าด้วยเงนิ ทดแทน เม่อื นายจา้ ง แจ้งการประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่ วยต่อสานักงานประกนั สงั คมตามกฎหมาย ดงั กลา่ วแลว้ ใหน้ ายจา้ ง ส่งสาเนาหนงั สอื แจง้ นนั้ ต่อพนกั งานตรวจความปลอดภยั ภายในเจด็ วนั ดว้ ย
291 การแจง้ เป็นหนงั สอื ตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ป็นไปตามแบบทอ่ี ธบิ ดปี ระกาศกาหนด และเม่อื พนักงานตรวจความปลอดภยั ไดร้ บั แจ้งแล้ว ใหด้ าเนินการตรวจสอบและหามาตรการป้องกนั อนั ตรายโดยเรว็ หมวด ๕ พนักงานตรวจความปลอดภยั มาตรา ๓๕ ในการปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ้ นกั งานตรวจความปลอดภยั มอี านาจดงั ต่อไปน้ี (1) เขา้ ไปในสถานประกอบกจิ การ หรอื สานักงานของนายจา้ งในเวลาทาการ หรอื เม่อื เกดิ อุบตั ภิ ยั (2) ตรวจสอบหรอื บนั ทกึ ภาพ และเสยี งเก่ยี วกบั สภาพแวดลอ้ มในการทางานทเ่ี ก่ยี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (3) ใชเ้ คร่อื งมอื ในการตรวจวดั หรอื ตรวจสอบเครอ่ื งจกั ร หรอื อุปกรณ์ในสถานประกอบ กจิ การ (4) เก็บตัวอย่างของวสั ดุหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ มาเพ่ือการวิเคราะห์เก่ียวกับความ ปลอดภยั (5) สอบถามขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื สอบสวนเรอ่ื งใด ๆ ภายในขอบเขตอานาจ และเรยี กบุคคล ท่เี ก่ียวข้องมาช้แี จง รวมทงั้ ตรวจสอบหรอื ให้ส่งเอกสารหลกั ฐานท่เี ก่ียวขอ้ ง และเสนอแนะ มาตรการ ป้องกนั อนั ตรายต่ออธบิ ดโี ดยเรว็ มาตรา ๓๖ ในกรณีท่ีพนักงานตรวจความปลอดภยั พบว่า นายจ้าง ลูกจ้างหรอื ผู้ท่ี เก่ียวข้อง ผู้ใดฝ่ าฝืนหรอื ไม่ปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี หรอื กฎกระทรวงซ่งึ ออกตาม พระราชบญั ญัติน้ี หรือพบว่า สภาพแวดล้อมในการทางาน อาคาร สถานท่ี เคร่อื งจกั ร หรอื อุปกรณ์ท่ลี ูกจ้างใช้จะก่อให้เกดิ ความ ไม่ปลอดภยั แก่ลูกจ้าง ให้พนักงานตรวจความ ปลอดภยั มอี านาจสงั่ ให้ผูน้ ัน้ หยุดการกระทาท่ฝี ่ าฝืน แก้ไข ปรบั ปรุง หรอื ปฏบิ ตั ใิ ห้ถูกต้อง หรอื เหมาะสมภายในระยะเวลาสามสบิ วนั ถ้ามเี หตุจาเป็นไม่อาจดาเนินการ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน กาหนดเวลาดงั กลา่ วได้ พนกั งานตรวจความปลอดภยั อาจขยายระยะเวลาออกไปได้ ไม่เกนิ สอง ครงั้ ครงั้ ละสามสบิ วนั นบั แต่วนั ทค่ี รบกาหนดเวลาดงั กลา่ ว มาตรา ๓๗ ในกรณีท่นี ายจ้างไม่ปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ ของพนักงานตรวจความปลอดภยั ตามมาตรา ๓๖ ถ้ามเี หตุอนั อาจก่อให้เกดิ อนั ตรายอย่างร้ายแรงท่กี รมสวสั ดกิ ารและคุ้มครอง แรงงาน สมควรเข้าไปดาเนินการแทน ให้อธิบดหี รอื ผู้ซ่งึ อธบิ ดมี อบหมายมอี านาจสงั่ ให้ พนักงานตรวจ ความปลอดภยั หรอื มอบหมายใหบ้ ุคคลใดเขา้ จดั การแก้ไขเพ่อื ให้เป็นไปตาม คาสงั่ นนั้ ได้ ในกรณีเช่นน้ี นายจา้ งต้องเป็นผเู้ สยี ค่าใชจ้ า่ ยสาหรบั การเขา้ จดั การแกไ้ ขนนั้ ตาม จานวนทจ่ี า่ ยจรงิ
292 มาตรา ๓๘ ให้อธบิ ดมี อี านาจออกคาสงั่ เป็นหนังสอื ให้ยดึ อายดั และขายทอดตลาด ทรพั ยส์ นิ ของนายจ้างซ่งึ ไม่จ่ายค่าใช้จ่ายในการดาเนินการตามมาตรา ๓๗ ทงั้ น้ี เพยี งเท่าท่ี จาเป็นเพอ่ื เป็น คา่ ใชจ้ า่ ยสาหรบั การเขา้ จดั การแกไ้ ขตามจานวนทจ่ี า่ ยจรงิ มาตรา ๓๙ ระหว่างหยุดการทางานหรอื หยุดกระบวนการผลติ ตามมาตรา ๓๖ ให้ นายจา้ ง จ่ายเงนิ ใหแ้ ก่ลูกจา้ งทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การหยุดการทางานหรอื การหยดุ กระบวนการผลติ นนั้ เท่ากบั ค่าจา้ ง หรอื สทิ ธปิ ระโยชน์อ่นื ใดทล่ี ูกจา้ งตอ้ งไดร้ บั เวน้ แต่ลูกจา้ งรายนนั้ จงใจกระทา การอนั เป็นเหตุใหม้ กี าร หยดุ การทางานหรอื หยดุ กระบวนการผลติ มาตรา ๔๐ ในกรณีทพ่ี นักงานตรวจความปลอดภยั มคี าสงั่ ตามมาตรา ๓๖ วรรคหน่ึง หากนายจ้าง ลูกจา้ ง หรอื ผู้ท่เี ก่ยี วข้องไม่เห็นด้วย ให้มสี ทิ ธอิ ุทธรณ์เป็นหนังสอื ต่ออธิบดไี ด้ ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ทท่ี ราบคาสงั่ ใหอ้ ธบิ ดวี นิ ิจฉยั อุทธรณ์ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ท่ี รบั อุทธรณ์ คาวนิ ิจฉยั ของอธบิ ดใี หเ้ ป็นทส่ี ดุ การอุทธรณ์ ย่อมไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคาสัง่ ของพนักงานตรวจความ ปลอดภยั เวน้ แต่ อธบิ ดหี รอื คณะกรรมการ แลว้ แต่กรณี จะมคี าสงั่ เป็นอยา่ งอ่นื มาตรา ๔๑ ในการปฏิบัติตามหน้าท่ี พนักงานตรวจความปลอดภยั ต้องแสดงบตั ร ประจาตวั เม่อื ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งรอ้ งขอ บตั รประจาตวั พนักงานตรวจความปลอดภยั ใหเ้ ป็นไปตาม แบบทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกาหนด มาตรา ๔๒ หา้ มนายจา้ งเลกิ จา้ งลูกจ้าง หรอื โยกยา้ ยหน้าทก่ี ารงานของลูกจา้ งเพราะ เหตุท่ี ลูกจา้ งดาเนินการฟ้องรอ้ งหรอื เป็นพยานหรอื ใหห้ ลกั ฐานหรอื ให้ขอ้ มลู เก่ยี วกบั ความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานต่อพนกั งานตรวจความปลอดภยั หรอื คณะกรรมการ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี หรอื ต่อศาล มาตรา ๔๓ ในกรณที น่ี ายจา้ ง ลกู จา้ ง หรอื ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งไดป้ ฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ ของพนักงาน ตรวจความปลอดภยั ตามมาตรา ๓๖ ภายในระยะเวลาทก่ี าหนด การดาเนินคดอี าญาต่อนายจา้ ง ลกู จา้ ง หรอื ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งใหเ้ ป็นอนั ระงบั ไป หมวด ๖ กองทนุ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดลอมในการทางาน มาตรา ๔๔ ให้จดั ตัง้ กองทุนข้นึ กองทุนหน่ึงในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรยี กวา่ “กองทนุ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน” เพ่อื เป็นทุนใช้ จา่ ยในการ ดาเนินการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานตาม พระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา ๔๕ กองทนุ ประกอบดว้ ย (1) เงนิ ทุนประเดมิ ทร่ี ฐั บาลจดั สรรให้ (2) เงนิ รายปีทไ่ี ดร้ บั การจดั สรรจากกองทุนเงนิ ทดแทนตามกฎหมายว่าดว้ ยเงนิ ทดแทน
293 (3) เงนิ ค่าปรบั ทไ่ี ดจ้ ากการลงโทษผกู้ ระทาผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี (4) เงนิ อุดหนุนจากรฐั บาล (5) เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ทม่ี ผี บู้ รจิ าคให้ (6) ผลประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเงนิ ของกองทนุ (7) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบสาคญั การข้นึ ทะเบยี นตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๓๓ (8) ดอกผลทเ่ี กดิ จากเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ของกองทุน (9) รายไดอ้ ่นื ๆ มาตรา ๔๖ เงนิ กองทนุ ใหใ้ ชจ้ า่ ยเพ่อื กจิ การดงั ต่อไปน้ี (1) การรณรงค์ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน และการพฒั นา แก้ไขและบรหิ ารงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน ทงั้ น้ี โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (2) ชว่ ยเหลอื และอุดหนุนหน่วยงานของรฐั สมาคม มลู นิธิ องคก์ รเอกชน หรอื บุคคล ท่ี เสนอโครงการหรอื แผนงานในการดาเนินการส่งเสรมิ สนับสนุนการศกึ ษาวจิ ยั และการพฒั นา งานดา้ น ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (3) คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ ารกองทุนและตามมาตรา ๓๐ (4) สนับสนุนการดาเนินงานของสถาบนั ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานตามความเหมาะสมเป็นรายปี (5) ใหน้ ายจา้ งกูย้ มื เพอ่ื แกไ้ ขสภาพความไม่ปลอดภยั หรอื เพ่อื ป้องกนั การเกดิ อุบตั เิ หตุ และ โรคอนั เน่อื งจากการทางาน (6) เงนิ ทดรองจา่ ยในการดาเนินการตามมาตรา ๓๗ การดาเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารกองทุน ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางานกาหนด และให้นาเงนิ ดอกผล ของกองทุนมาเป็นค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ไดไ้ มเ่ กนิ รอ้ ยละเจด็ สบิ หา้ ของดอกผลของกองทุนต่อปี มาตรา ๔๗ เงินและทรัพย์สินท่ีกองทุนได้รับตามมาตรา ๔๕ ไม่ต้องนาส่ง กระทรวงการคลงั เป็นรายไดแ้ ผ่นดนิ มาตรา ๔๘ ให้มคี ณะกรรมการคณะหน่ึงเรยี กว่า “คณะกรรมการบรหิ ารกองทุนความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน” ประกอบดว้ ย อธบิ ดกี รมสวสั ดกิ าร และคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสานักงาน ประกนั สงั คม ผแู้ ทนสานกั งบประมาณ และผทู้ รงคุณวุฒอิ กี คนหน่ึงซง่ึ รฐั มนตรแี ต่งตงั้ กบั ผแู้ ทน ฝ่ายนายจา้ งและผแู้ ทนฝ่ายลกู จา้ งฝ่ายละหา้ คน เป็นกรรมการ
294 มาตรา ๕๐ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดลอ้ ม ในการทางานมอี านาจหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี (1) กากบั การจดั การและบรหิ ารกองทุน (2) พิจารณาจดั สรรเงนิ กองทุนเพ่อื การช่วยเหลือและการอุดหนุน การให้กู้ยมื การ ทดรองจ่าย และการสนับสนุนเงนิ ในการดาเนินงานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน (3) วางระเบยี บเกย่ี วกบั การรบั เงนิ การจา่ ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ กองทุนและการจดั หา ผลประโยชน์ของเงนิ กองทนุ โดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั (4) วางระเบยี บเก่ยี วกบั หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเง่อื นไขการให้เงนิ ช่วยเหลอื และเงนิ อุดหนุน การขอเงนิ ช่วยเหลอื และเงนิ อุดหนุน การอนุมตั เิ งนิ ทดรองจ่าย การขอเงนิ ทดรองจา่ ย การใหก้ ูย้ มื เงนิ และการชาระเงนิ คนื แก่กองทุน (5) ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ใดตามทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ้หี รอื กฎหมายอ่นื บญั ญตั ใิ หเ้ ป็นอานาจหน้าท่ี ของคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน หรอื ตามทร่ี ฐั มนตรมี อบหมาย หมวด ๗ สถาบนั ส่งเสริมความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน มาตรา ๕๒ ใหม้ สี ถาบนั ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน และมอี านาจ หน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี (1) ส่งเสรมิ และแกไ้ ขปัญหาเก่ยี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการ ทางาน (2) พฒั นาและสนับสนุนการจดั ทามาตรฐานเพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (3) ดาเนินการ สง่ เสรมิ สนบั สนุน และร่วมดาเนินงานกบั หน่วยงานดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของภาครฐั และเอกชน (4) จดั ให้มกี ารศึกษาวิจัยเก่ียวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ทงั้ ในดา้ นการพฒั นาบคุ ลากรและดา้ นวชิ าการ (5) อานาจหน้าท่อี ่ืนตามท่กี าหนดในกฎหมาย ให้กระทรวงแรงงานจดั ตงั้ สถาบนั สง่ เสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน โดยอย่ภู ายใต้การกากบั ดแู ลของรฐั มนตรี ทงั้ น้ี ภายในหน่งึ ปีนบั แต่วนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ้ี ใชบ้ งั คบั
295 บทกาหนดโทษ มาตรา ๕๓ นายจา้ งผู้ใดฝ่ าฝืน หรอื ไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานท่กี าหนดในกฎกระทรวง ทอ่ี อกตาม มาตรา ๘ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หน่ึงปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ สแ่ี สนบาท หรอื ทงั้ จา ทงั้ ปรบั มาตรา ๕๔ ผใู้ ดมหี น้าทใ่ี นการรบั รอง หรอื ตรวจสอบเอกสารหลกั ฐาน หรอื รายงานตาม กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๘ วรรคสอง กรอกข้อความอันเป็ นเท็จในการรับรองหรือ ตรวจสอบ เอกสารหลกั ฐานหรอื รายงาน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หกเดอื นหรอื ปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๕๕ ผใู้ ดใหบ้ รกิ ารตรวจวดั ตรวจสอบ ทดสอบ รบั รอง ประเมนิ ความเสย่ี ง จดั ฝึกอบรม หรอื ใหค้ าปรกึ ษาโดยไมไ่ ดข้ น้ึ ทะเบยี นตามมาตรา ๙ หรอื ไม่ไดร้ บั อนุญาตตามมาตรา ๑๑ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๕๖ นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๓๒ ตอ้ งระวางโทษ จาคุกไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๕๗ นายจา้ งผู้ใดไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมน่ื บาท มาตรา ๕๘ นายจา้ งผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๕ หรอื มาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษจาคุก ไมเ่ กนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๕๙ นายจ้างผู้ใดไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๘ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจาคุกไม่ เกนิ หน่งึ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สแ่ี สนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๖๐ ผู้ใดไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สาม เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๖๑ ผู้ใดขดั ขวางการดาเนินการของนายจา้ งตามมาตรา ๑๙ หรอื ขดั ขวางการ ปฏบิ ตั ิ หน้าทข่ี องพนักงานตรวจความปลอดภยั หรอื บุคคลซง่ึ ไดร้ บั มอบหมายตามมาตรา ๓๗ วรรคหน่งึ โดยไมม่ เี หตุอนั สมควร ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองแสน บาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๖๒ ผู้ใดไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๒ วรรคหน่ึง หรอื มาตรา ๒๓ ต้องระวางโทษ จาคกุ ไมเ่ กนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๖๓ ผูใ้ ดกระทาการเป็นผูช้ านาญการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานโดยไมไ่ ดร้ บั ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั
296 มาตรา ๖๔ ผู้ใดขดั ขวาง หรอื ไม่อานวยความสะดวกในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ขี องพนักงาน ตรวจความปลอดภยั ตามมาตรา ๓๕ หรอื มาตรา ๓๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หก เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั มาตรา ๖๕ ผู้ใดฝ่ าฝืน หรอื ไม่ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ ของพนักงานตรวจความปลอดภยั ตาม มาตรา ๓๖ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอื่ งความปลอดภยั ในการทางาน เพ่ือให้การบริหารจัดการเก่ียวกับกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางานได้มกี ารปฏบิ ตั ิตามทงั้ ฝ่ ายนายจ้าง และลูกจา้ ง รวมทงั้ ได้มกี าร ดาเนินการใหถ้ ูกต้องเหมาะสม และช่วยใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านหรอื พนักงานไดเ้ กดิ ความปลอดภยั ใน การทางาน รวมทงั้ ช่วยให้นายจา้ งลดภาระเก่ียวกบั รกั ษาพยาบาลและใหก้ ารดเนินกจิ การของ นายจา้ งเป็นไปดว้ ยความราบรน่ื กระทรวงมหาดไทยจงึ ไดม้ กี ารประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ นายจา้ งไดป้ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ บงั คบั ตามประกาศเก่ยี วกบั การควบคุมดใู หล้ ูกจา้ งเกดิ ความปลอดภยั ดงั น้ี 1) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจัดการด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานในทอ่ี บั อากาศ พ.ศ. 2547 2) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเกย่ี วกบั รงั สชี นิดก่อไอออน พ.ศ. 2547 3) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารตรวจสุขภาพของลกู จา้ งและส่งผล การตรวจแก่พนกั งานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547 4) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเกย่ี วกบั งานประดาน้า พ.ศ. 2548 5) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเกย่ี วกบั ความรอ้ น แสงสว่าง และเสยี ง พ.ศ. 2549 6) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2549 7) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเกย่ี วกบั งานก่อสรา้ ง พ.ศ. 2551 8) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเก่ยี วเครอ่ื งจกั ร ปัน้ จนั่ และหมอ้ น้า พ.ศ. 2552
297 9) กฎกระทรวงแรงงานกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2553 นอกจากกฎหมายทก่ี ฎกระทรวงออกตามพระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในหมวด 8 ท่ไี ดก้ ล่าวขา้ งตน้ ยงั มกี ฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั อิ ่นื ดงั น้ี 1) พระราชบญั ญตั แิ รงงานรฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธ์พ.ศ. 2543 ประกาศคณะกรรมการ แรงงานรฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธ์ เรอ่ื ง มาตรฐานขนั้ ต่าของ สภาพการจา้ งในรฐั วสิ าหกจิ พ.ศ. 2549 2) พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองผรู้ บั งานไปทา ทบ่ี า้ น พ.ศ. 2553 3) พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดย (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2551 และ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2541) กาหนดประเภทของงานท่ี อาจเป็นอนั ตราย ต่อสุขภาพและความปลอดภยั ของลกู จา้ ง กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 6 (พ.ศ. 2541) กาหนดประเภทของงานทห่ี า้ มมใิ หล้ กู จา้ ง ซง่ึ เป็นเดก็ อายตุ ่ากว่า 18 ปีทางาน กฎกระทรวงฉบบั ท1่ี 1 (พ.ศ.2541) กาหนดเก่ยี วกบั การคุม้ ครองแรงงานในงานบรรทุก หรอื ขนถ่ายสนิ คา้ เรอื เดนิ ทะเล กฎกระทรวงกาหนดอตั ราน้าหนกั ทน่ี ายจา้ งใหล้ กู จา้ งทางานไดพ้ .ศ. 2547 กฎกระทรวงว่า ดว้ ยการคมุ้ ครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2547 กฎกระทรวงว่าดว้ ยการจดั สวสั ดกิ ารใน สถานประกอบกจิ การ พ.ศ. 2548 การบริหารงานกฎหมายความปลอดภยั ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน กฎหมายด้านความปลอดภยั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน มลี กั ษณะการบงั คบั ใชท้ จ่ี ะป้องกนั มใิ หเ้ กดิ อุบตั เิ หตุ หรอื โรคเน่ืองจากการทางาน และ ความสญู เสยี ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ โดยรวม ซง่ึ มสี าระสาคญั ดงั น้ี กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานท่ีเป็น กฎกระทรวง ไดแ้ ก่ 1. กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานเกี่ยวกบั รงั สีชนิ ดก่อไอออน พ.ศ. 2547 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื ใช้เป็นแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการป้องกนั มใิ ห้ลูกจา้ งได้รบั อนั ตรายจากรงั สใี นสถานท่ี ทางาน
298 ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ สถานประกอบกจิ การทุกประเภทท่ผี ลติ หรอื มไี วใ้ นครอบครอง ซ่งึ ต้นกาเนิดรงั สที ่ี สามารถแผ่รงั สชี นิดก่อไอออนได้ กล่าวคอื มกี ารแตกตวั เป็นไอออนได้ทงั้ โดยตรงหรอื โดย ทางอ้อมในตวั กลางทผ่ี ่านไป ไดแ้ ก่ รงั สแี อลฟา รงั สเี บต้า รงั สแี กมม่า รงั สเี อก็ ซ์ อนุภาค นิวตรอน อเิ ลค็ ตรอนหรอื โปรตรอนทม่ี คี วามเรว็ สงู สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 บททวั่ ไป หมวด 2 การควบคุมและป้องกนั อนั ตราย หมวด 3 เครอ่ื งหมาย ฉลาก และสญั ญาณเตอื นภยั หมวด 4 การแจง้ เหตุและการรายงาน หมวด 5 การคุม้ ครองความปลอดภยั สว่ นบคุ คล หมวด 6 เบด็ เตลด็ สาระสาคญั ของกฎหมาย ใหน้ ายจา้ งซง่ึ ผลติ หรอื มไี วใ้ นครอบครองซง่ึ ตน้ กาเนิดรงั สี มหี น้าทต่ี อ้ งดาเนนิ การ ดงั น้ี 1.1 หน้าท่ีของนายจ้างในการควบคมุ และป้องกนั อนั ตราย (1) แจ้งจานวนและปรมิ าณความแรงรงั สขี องต้นกาเนิดรงั สตี ่ออธบิ ดกี รม สวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานหรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดฯี มอบหมายภายใน 7 วนั นบั แต่วนั ทผ่ี ลติ หรอื มไี ว้ ในครอบครอง (2) กาหนดพน้ื ทค่ี วบคุมโดยจดั ทารวั้ คอกกนั้ หรอื เสน้ แสดงแนวเขต และจดั ให้ มปี ้ายขอ้ ความ “ระวงั อนั ตรายจากรงั สี หา้ มเขา้ ” เป็นภาษาไทยตวั อกั ษรสดี าบนพน้ื สเี หลอื ง แสดงใหเ้ หน็ โดยชดั เจนในบรเิ วณนนั้ (3) จดั ใหม้ เี คร่อื งมอื หรอื อุปกรณ์ช่วยลดปรมิ าณรงั สที ต่ี ้นกาเนิดรงั สที ท่ี างผ่าน รงั สี และกาหนดวธิ กี ารและเวลาการทางานเพ่อื ป้องกนั มใิ หล้ กู จา้ งซง่ึ ปฏบิ ตั งิ านในพน้ื ทค่ี วบคุม ไดร้ บั ปรมิ าณรงั สเี กนิ เกณฑก์ าหนด (4) จดั ให้ลูกจ้างซ่งึ ปฏิบัติงานเก่ียวกับรงั สีใช้อุปกรณ์บนั ทึกปรมิ าณรงั สี ประจาตวั บุคคลตลอดเวลาทม่ี กี ารปฏบิ ตั งิ าน (5) จดั ทาขอ้ มลู ปรมิ าณรงั สสี ะสมทล่ี กู จา้ งไดร้ บั เป็นประจาทุกเดอื นตามแบบท่ี อธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานกาหนด และแจง้ ปรมิ าณรงั สสี ะสมให้ลกู จา้ งทราบทุก ครงั้ และเกบ็ ไว้ ณ สถานทท่ี างานของลกู จา้ งพรอ้ มใหพ้ นกั งานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ (6) จดั ให้มลี ูกจ้างอย่างน้อย 1 คนประจาสถานประกอบกิจการ เป็น ผรู้ บั ผดิ ชอบดาเนินการทางดา้ นเทคนิคในเร่อื งรงั สตี ลอดระยะเวลาทม่ี กี ารทางานเก่ยี วกบั รงั สี
299 โดยมคี ณุ สมบตั จิ บการศกึ ษาไมต่ ่ากว่าปรญิ ญาตรหี รอื เทยี บเท่าทางดา้ นวทิ ยาศาสตรโ์ ดยศกึ ษา และสอบผ่านวชิ าเกย่ี วกบั การป้องกนั อนั ตรายจากรงั สอี ยา่ งน้อย 3 หน่วยกติ หรอื ผ่านการอบรม และทดสอบตามหลักสูตรการป้ องกันอันตรายทางรังสีจากสานักงานปรมาณูเพ่ือสันติ กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หรอื สถาบนั อ่นื ท่ี กรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน รบั รอง (7) ต้องแจง้ ช่อื และคุณสมบตั ิของผูร้ บั ผดิ ชอบดาเนินการทางด้านเทคนิคใน เรอ่ื งรงั สตี ่ออธบิ ดฯี หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดฯี มอบหมายตามแบบทอ่ี ธบิ ดฯี กาหนดภายใน 7 วนั นบั แต่ วนั ทจ่ี ดั ใหม้ ผี รู้ บั ผดิ ชอบฯ (8) จดั ใหม้ ที ล่ี า้ งมอื ทล่ี า้ งหน้าและทอ่ี าบน้า จดั เก็บชุดทางาน และทาความ สะอาดชดุ ทางาน สงิ่ ของ อุปกรณ์ เครอ่ื งใช้ รวมทงั้ สถานทท่ี ม่ี กี ารเปรอะเป้ือนหรอื ปนเป้ือนสาร กมั มนั ตรงั สภี ายในเวลาทเ่ี หมาะสมโดยวธิ ที ป่ี ลอดภยั (9) จดั ใหม้ แี ผนกป้องกนั และระงบั อนั ตรายจากรงั สใี นภาวะการทางานปกตแิ ละ เหตุฉุกเฉิน หรอื อุบตั เิ หตุรา้ ยแรง และสง่ แผนต่ออธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน หรอื ผู้ ซง่ึ อธบิ ดฯี มอบหมายภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทผ่ี ลติ หรอื มไี วใ้ นครอบครองซง่ึ ตน้ กาเนิดรงั สี 1.2 หน้าท่ีของนายจ้างในการจดั ทาเครื่องหมาย ฉลาก และสญั ญาณเตือนภยั (1) จดั ใหม้ เี ครอ่ื งหมายเตอื นภยั ตดิ ไวใ้ หเ้ หน็ ไดช้ ดั เจนในบรเิ วณทม่ี รี งั สี ทม่ี กี าร ฟุ้งกระจายของสารกมั มนั ตรงั สี หรอื ทม่ี กี ารเกบ็ รกั ษาสารกมั มนั ตรงั สี ทงั้ น้ีใหเ้ ป็นไปตามแบบท่ี อธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานกาหนด (2) จดั ทาฉลากทม่ี เี ครอ่ื งหมายและขอ้ ความเตอื นภยั ตดิ ไวท้ ภ่ี าชนะทใ่ี ชบ้ รรจุ หรอื ห่อหมุ้ สารกมั มนั ตรงั สตี ามแบบทอ่ี ธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานกาหนด (3) จดั ให้มีป้ายห้ามนาภาชนะหรอื วสั ดุท่ีเปรอะเป้ือนหรอื ปนเป้ือนสาร กมั มนั ตรงั สอี อกไปนอกบรเิ วณทป่ี ฏบิ ตั กิ าร (4) จดั ใหม้ สี ญั ญาณไฟกะพรบิ สแี ดงเพอ่ื เตอื นภยั บรเิ วณรงั สสี งู ใหเ้ หน็ ไดช้ ดั เจน (5) จดั ให้มรี ะบบสญั ญาณฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรงั สเี พ่อื ใหล้ ูกจา้ ง ออกไปยงั สถานทท่ี ป่ี ลอดภยั 1.3 หน้าที่ของนายจ้างในการแจ้งเหตแุ ละรายงาน (1) กรณที ต่ี น้ กาเนิดรงั สี อุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รทเ่ี ก่ยี วเน่ืองกบั การใช้ รงั สเี กดิ ความเสยี หาย ชารดุ แตกรา้ วหรอื สญู หาย ซง่ึ อาจทาใหส้ ารกมั มนั ตรงั สรี วั่ ไหล หก หล่น หรอื ฟุ้งกระจาย สูญหาย เกดิ อคั คภี ยั เกดิ เหตุฉุกเฉินทางรงั สหี รอื อุบตั เิ หตุรา้ ยแรง อนั อาจเป็น เหตุใหล้ กู จา้ งประสบอนั ตราย เจบ็ ป่วยหรอื ตาย ใหแ้ จง้ เหตุดงั กล่าวโดยทนั ทตี ่ออธบิ ดฯี หรอื ผู้ ซง่ึ อธบิ ดมี อบหมาย (2) กรณมี กี ารตาย การเจบ็ ป่วย การประสบอนั ตราย หรอื การเกดิ โรคเน่ืองจาก การทางานเกย่ี วกบั รงั สี ใหร้ ายงานต่ออธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดฯี
300 มอบหมายภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ทล่ี ูกจา้ งตายหรอื ไดร้ บั อนั ตรายเน่ืองจากการทางานเก่ยี วกบั รงั สี (3) รายงานการปฏบิ ตั งิ านของผรู้ บั ผดิ ชอบดาเนินการทางดา้ นเทคนิคในเรอ่ื ง รงั สตี ่ออธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดฯี มอบหมาย ทุกหกเดอื นตามปี ปฏทิ นิ ตามแบบรายงานทอ่ี ธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานกาหนด 1.4 หน้าท่ีของนายจ้างในการค้มุ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล และหน้าที่อ่ืนๆ (1) จดั ให้มอี ุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลตามมาตรฐานท่อี ธบิ ดี กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานกาหนด (2) จดั ใหล้ กู จา้ งซง่ึ ปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั รงั สไี ดร้ บั การอบรมใหเ้ ขา้ ใจและทราบถงึ อนั ตรายและวธิ ปี ้องกนั อนั ตรายจากรงั สี ก่อนเขา้ รบั หน้าทต่ี ามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดี กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานกาหนด (3) จดั ทาแนวปฏบิ ตั ิ ขอ้ บงั คบั กฎหรอื ระเบยี บว่าดว้ ยความปลอดภยั ในการ ทางานเก่ยี วกบั รงั สที ม่ี ขี อ้ ความเป็นภาษาไทย ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานทท่ี างานของ ลกู จา้ ง (4) จดั ใหล้ ูกจา้ งซง่ึ ปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั รงั สไี ดร้ บั การตรวจสุขภาพ อยา่ งน้อยปี ละครงั้ และเกบ็ ผลการตรวจสุขภาพพรอ้ มทจ่ี ะใหพ้ นกั งานตรวจแรงงานตรวจสอบไดต้ ลอดเวลา ทาการ กรณที พ่ี บความผดิ ปกตขิ องร่างกายหรอื ความเจบ็ ป่วยเน่ืองจากการทางานเก่ยี วกบั รงั สี ของลูกจา้ ง ต้องจดั ใหล้ ูกจา้ งไดร้ บั การรกั ษาพยาบาลในทนั ที และเปลย่ี นงานทเ่ี หมาะสมให้ ลกู จา้ งนนั้ เป็นการชวั่ คราวตามคาแนะนาของแพทยห์ รอื ตามทเ่ี หน็ สมควร 2. กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานในที่อบั อากาศ พ.ศ. 2547 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื ป้องกนั มใิ หล้ ูกจา้ งไดร้ บั อนั ตรายจากการทางานในท่อี บั อากาศท่ที าใหข้ าดอากาศ หายใจหรอื ไดร้ บั อนั ตรายจากสารพษิ ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใชบ้ งั คบั กบั สถานประกอบกจิ การทุกประเภททม่ี ที อ่ี บั อากาศ โดยทอ่ี บั อากาศหมายถงึ ทซ่ี ง่ึ มที างเขา้ ออกจากดั และมกี ารระบายอากาศไมเ่ พยี งพอทจ่ี ะทาใหอ้ ากาศภายในอยใู่ นสภาพ ถูกสุขลกั ษณะและปลอดภยั เช่น อุโมงค์ ถ้า บ่อ หลุม หอ้ งใตด้ นิ หอ้ งนิรภยั ถงั หมกั ถงั ไซโล ทอ่ เตา ภาชนะหรอื สง่ิ อ่นื ทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยกนั
301 สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 บททวั่ ไป หมวด 2 มาตรการความปลอดภยั หมวด 3 การอนุญาต หมวด 4 การฝึกอบรม สาระสาคญั ของกฎหมาย 2.1 ให้นายจ้างที่สถานประกอบกิจการมีที่อบั อากาศต้องดาเนิ นการเพื่อให้เกิด ความปลอดภยั ในการทางาน ดงั น้ี (1) จดั ทาป้ายแจง้ ขอ้ ความ “ท่อี บั อากาศ อนั ตราย หา้ มเขา้ ” บรเิ วณ ทางเขา้ ออกทอ่ี บั อากาศทุกแหง่ พรอ้ มทงั้ จดั ใหม้ สี งิ่ ปิดกนั้ เพ่อื มใิ หบ้ คุ คลเขา้ หรอื ตกลงไปได้ (2) ตอ้ งมหี นงั สอื อนุญาตใหล้ กู จา้ งทางานในทอ่ี บั อากาศซง่ึ มรี ายละเอยี ดตามท่ี กฎกระทรวงกาหนด (3) จดั ใหม้ กี ารตรวจ บนั ทกึ ผลการตรวจวดั และประเมนิ สภาพอากาศในทอ่ี บั อากาศก่อนใหล้ กู จา้ งเขา้ ทางานและระหว่างท่ลี กู จา้ งทางานในทอ่ี บั อากาศ (4) จดั ใหม้ กี ารฝึกอบรมความปลอดภยั ในการทางานในทอ่ี บั อากาศแก่ลูกจา้ ง ทุกคนทท่ี างานในทอ่ี บั อากาศ ตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และหลกั สตู รทอ่ี ธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและ คุม้ ครองแรงงานประกาศกาหนด และเกบ็ หลกั ฐานการฝึกอบรมไวใ้ หพ้ นักงานตรวจแรงงาน ตรวจสอบได้ (5) แต่งตงั้ ลูกจ้างทม่ี คี วามรคู้ วามสามารถ และได้รบั การฝึกอบรมความ ปลอดภยั ในการทางานในทอ่ี บั อากาศใหเ้ ป็นผคู้ วบคุมงาน กรณที ม่ี กี ารทางานในทอ่ี บั อากาศ (6) จดั ให้ลูกจา้ งซ่งึ ได้รบั การฝึกอบรมความปลอดภยั ในการทางานในท่อี บั อากาศเป็นผชู้ ่วยเหลอื พรอ้ มดว้ ยอุปกรณ์ช่วยเหลอื และชว่ ยชวี ติ ทเ่ี หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน (7) จดั ใหม้ อี ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล อุปกรณ์ช่วยเหลอื และ ช่วยชวี ติ ทเ่ี หมาะสมกบั ลกั ษณะงานตามมาตรฐานทอ่ี ธบิ ดกี รมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงาน ประกาศกาหนด และควบคุมดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่หรอื ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภยั ดงั กล่าว (8) ปิด กนั้ หรอื กระทาการใดๆ เพ่อื ป้องกนั มใิ หพ้ ลงั งาน สาร หรอื สงิ่ ทเ่ี ป็น อนั ตรายจากภายนอกเขา้ ส่ทู อ่ี บั อากาศในระหวา่ งทล่ี กู จา้ งกาลงั ทางานในทอ่ี บั อากาศ (9) จดั บรเิ วณทางเดนิ หรอื ทางเขา้ ออกใหเ้ ดนิ หรอื เขา้ ออกได้สะดวก และ ปลอดภยั (10) ปิดประกาศหา้ มลกู จา้ งสบู บหุ ร่ี ณ ทางเขา้ ออกทอ่ี บั อากาศ (11) จดั อุปกรณ์ไฟฟ้าทเ่ี หมาะสมกบั การใชง้ านในทอ่ี บั อากาศ
302 (12) จดั ใหม้ เี ครอ่ื งดบั เพลงิ (13) ไม่ให้ลูกจา้ งทางานท่ที าให้เกิดความรอ้ น หรอื ประกายไฟ และใช้สาร ระเหย สารพษิ สารไวไฟในทอ่ี บั อากาศ เวน้ แต่จะไดจ้ ดั ใหม้ มี าตรการเพ่อื ความปลอดภยั 2.2 การทางานในที่อบั อากาศแต่ละครงั้ จะต้องมีลูกจ้างทางานไม่น้อยกว่า 3 คน ดงั น้ี (1) ผคู้ วบคุมงาน ซง่ึ ไดร้ บั การฝึกอบรมความปลอดภยั ในการทางานในทอ่ี บั อากาศ (2) ผชู้ ่วยเหลอื หน่ึงหรอื หลายคนซง่ึ ไดร้ บั การฝึกอบรมความปลอดภยั ในการ ทางานในทอ่ี บั อากาศ มหี น้าทเ่ี ฝ้าดูแลบรเิ วณทางเขา้ ออกทอ่ี บั อากาศสามารถตดิ ต่อส่อื สารกบั ลกู จา้ งทท่ี างานในทอ่ี บั อากาศไดต้ ลอดเวลา (3) ลูกจา้ งทท่ี างานในทอ่ี บั อากาศ มหี น้าทท่ี างานในทอ่ี บั อากาศตามทไ่ี ดร้ บั อนุญาตจากนายจา้ ง ลกู จา้ งคนเดยี วกนั จะปฏบิ ตั หิ น้าทห่ี ลายตาแหน่งในคราวเดยี วกนั ไมไ่ ด้ 3. กฎกระทรวง กาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผล การตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื คุ้มครองป้องกนั และเฝ้าระวงั ปัญหาสุขภาพอนามยั ท่อี าจเกดิ ขน้ึ จากการ ทางานของลกู จา้ ง ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใชบ้ งั คบั กบั นายจา้ งทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไป ซง่ึ มสี ถานทท่ี างานเกย่ี วกบั ปัจจยั เสย่ี ง งานเก่ยี วกบั ปัจจยั เสย่ี ง หมายถงึ งานทล่ี กู จา้ งทาเกย่ี วกบั กมั มนั ตภาพรงั สี รวมทงั้ สารเคมี อนั ตราย จลุ ชวี นั ทเ่ี ป็นพษิ ความรอ้ น ความเยน็ ความสนั่ สะเทอื น ความกดดนั บรรยากาศ แสง เสยี ง และสภาพแวดลอ้ มทอ่ี าจเป็นอนั ตรายตามทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกาหนด สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 การตรวจสขุ ภาพ หมวด 2 การบนั ทกึ ผล การแจง้ และการสง่ ผลการตรวจสุขภาพ สาระสาคญั ของกฎหมาย 3.1 จดั ให้ลูกจ้างทางานเก่ียวกบั ปัจจยั เส่ียง ต้องดาเนิ นการเพื่อให้เกิดความ ปลอดภยั ในการทางาน ดงั นี้ 3.1.1 จดั ใหล้ กู จา้ งไดร้ บั การตรวจสุขภาพจากแพทยท์ ม่ี คี ุณสมบตั ิ ดงั น้ี (1) แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ชนั้ หน่ึงทไ่ี ดร้ บั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี เวช- กรรมดา้ นอาชวี เวชศาสตร์ หรอื
303 (2) ผ่านการอบรมดา้ นอาชวี เวชศาสตร์ หรอื (3) มคี ุณสมบตั ติ ามทอ่ี ธบิ ดปี ระกาศกาหนด 3.1.2 จดั ใหล้ กู จา้ งไดร้ บั การตรวจสขุ ภาพตามกาหนดระยะเวลาการตรวจ ดงั น้ี (1) ตรวจสุขภาพลูกจา้ งครงั้ แรกภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทร่ี บั ลกู จา้ ง เขา้ ทางาน (2) ตรวจสขุ ภาพลกู จา้ งครงั้ ต่อไปอยา่ งน้อยปีละครงั้ (3) กรณีทล่ี กั ษณะหรอื สภาพของงานตอ้ งตรวจสุขภาพตามระยะเวลา อ่นื ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารตรวจสุขภาพลกู จา้ งตามระยะเวลานนั้ (4) กรณที น่ี ายจา้ งเปลย่ี นงานลกู จา้ ง โดยทง่ี านนนั้ มอี นั ตรายแตกต่าง ไปจากเดมิ นายจา้ งต้องจดั ใหม้ กี ารตรวจสุขภาพของลูกจา้ งทุกครัง้ ภายใน 30 วนั นับแต่วนั ท่ี เปลย่ี นงาน 3.1.3 กรณีทล่ี กู จา้ งหยุดงาน 3 วนั ทางานตดิ ต่อกนั เน่ืองจากประสบอนั ตราย หรอื เจบ็ ป่ วย นายจา้ งอาจขอความเหน็ แพทยผ์ ูท้ าการรกั ษา หรอื แพทยป์ ระจาสถานประกอบ กจิ การ หรอื จดั ใหม้ กี ารตรวจสขุ ภาพของลกู จา้ งก่อนใหล้ กู จา้ งกลบั เขา้ ทางานอกี ก็ได้ 3.1.4 จดั ให้มสี มุดสุขภาพประจาตวั ของลูกจา้ งท่ที างานเก่ยี วกบั ปัจจยั เส่ยี ง ตามแบบท่อี ธบิ ดปี ระกาศกาหนด และบนั ทกึ ผลการตรวจสุขภาพของลูกจา้ งในสมุดสุขภาพ ประจาตวั ของลกู จา้ งตามผลการตรวจของแพทยท์ ุกครงั้ ทม่ี กี ารตรวจสุขภาพ 3.1.5 เกบ็ บนั ทกึ ผลการตรวจสุขภาพ รวมทงั้ ข้อมลู สุขภาพทเ่ี ก่ยี วขอ้ งไม่น้อย กว่าสองปี นับแต่วนั สน้ิ สุดของการจา้ งแต่ละราย เวน้ แต่มกี ารรอ้ งทุกขว์ ่านายจา้ งไมป่ ฏบิ ตั ติ าม กฎหมายหรอื การฟ้องร้องคดเี ก่ยี วกบั โรคหรอื อนั ตรายต่อสุขภาพของลูกจา้ งให้นายจ้างเก็บ รกั ษาเอกสารนนั้ ไวจ้ นกว่าจะมคี าสงั่ หรอื คาพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุด ทงั้ น้ี มใิ หน้ ายจา้ งนาขอ้ มลู นนั้ ไป ใชใ้ นทางทเ่ี ป็นโทษแก่ลกู จา้ งโดยไมม่ เี หตุอนั สมควร 3.1.6 แจง้ ผลการตรวจสุขภาพใหแ้ ก่ลกู จา้ ง ดงั น้ี (1) กรณผี ลการตรวจสุขภาพผดิ ปกติ ใหแ้ จง้ แก่ลกู จา้ งภายใน 3 วนั นบั แต่วนั ทท่ี ราบผลการตรวจ (2) กรณผี ลการตรวจสุขภาพปกติ ใหแ้ จง้ แก่ลกู จา้ งภายใน 7 วนั นับแต่ วนั ทท่ี ราบผลการตรวจ 3.1.7 จดั ใหล้ กู จา้ งไดร้ บั การรกั ษาพยาบาลทนั ทที พ่ี บความผดิ ปกตขิ องลูกจา้ ง หรอื ลูกจา้ งเจบ็ ป่วยเน่ืองจากการทางาน และทาการตรวจสอบหาสาเหตุของความผดิ ปกตเิ พ่อื ประโยชน์ในการป้องกนั 3.1.8 ใหน้ ายจา้ งส่งผลการตรวจสุขภาพของลูกจา้ งทพ่ี บความผดิ ปกตหิ รอื การ เจบ็ ป่ วย การใหก้ ารรกั ษาพยาบาลและการป้องกนั แก้ไขต่อพนกั งานตรวจแรงงานตามแบบท่ี อธบิ ดปี ระกาศกาหนดภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทท่ี ราบความผดิ ปกตหิ รอื การเจบ็ ป่วย
304 3.1.9 ให้นายจ้างเปล่ยี นงานให้แก่ลูกจ้างในกรณีท่ลี ูกจ้างมหี ลกั ฐานทาง การแพทยว์ า่ ไมอ่ าจทางานในหน้าทเ่ี ดมิ ได้ 3.1.10 ให้นายจ้างมอบสมุดสุขภาพประจาตวั ลูกจ้างท่ที างานเก่ยี วกบั ปัจจยั เสย่ี งใหแ้ ก่ลกู จา้ งเมอ่ื สน้ิ สุดการจา้ ง 3.2. หน้าที่ของแพทยผ์ ทู้ าการตรวจสขุ ภาพ 3.2.1 บนั ทกึ รายละเอยี ดเกย่ี วกบั ผลการตรวจสขุ ภาพ โดยใหร้ ะบุความเหน็ ของ แพทยท์ บ่ี ง่ บอกถงึ ภาวะสขุ ภาพของลกู จา้ งทม่ี ผี ลกระทบหรอื เป็นอุปสรรคต่อการทางาน 3.2.2 ลงลายมอื ช่อื แพทยผ์ ทู้ าการตรวจหรอื ใหค้ วามเหน็ ในวนั ทท่ี าการตรวจ 4. กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานเกี่ยวกบั งานประดาน้า พ.ศ. 2548 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพอ่ื ความปลอดภยั ของลกู จา้ งทท่ี างานเกย่ี วกบั งานประดาน้า ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใช้บงั คบั กบั นายจา้ งท่มี ลี ูกจา้ งทางานเก่ยี วขอ้ งกบั งานประดาน้าลกึ ตงั้ แต่สบิ ฟุตแต่ไม่ เกนิ สามรอ้ ยฟุต สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 งานประดาน้า หมวด 2 การคุม้ ครองความปลอดภยั ในการดาน้า หมวด 3 อุปกรณ์สาหรบั งานประดาน้า สาระสาคญั ของกฎหมาย 4.1 ใหน้ ายจา้ งแจง้ สถานทท่ี จ่ี ะปฏบิ ตั งิ านประดาน้าต่ออธบิ ดี หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดมี อบหมาย ตามแบบทอ่ี ธบิ ดกี าหนด ทงั้ น้ไี มน่ ้อยกว่า 7 วนั ก่อนการปฏบิ ตั งิ าน 4.2 จดั ใหล้ ูกจา้ งท่ที างานประดาน้า ไดร้ บั การตรวจสุขภาพตามหลกั เกณฑท์ ่อี ธบิ ดี กาหนด 4.3 ลูกจา้ งท่ที างานประดาน้า ต้องมอี ายุไม่ต่ากว่า 18 ปีบรบิ ูรณ์ มสี ุขภาพร่างกาย สมบรู ณ์แขง็ แรง ไมเ่ ป็นโรคตามทอ่ี ธบิ ดกี าหนด และมคี วามรคู้ วามสามารถและประสบการณ์ งานประดาน้า โดยตอ้ งผ่านการทดสอบตามหลกั สตู รทอ่ี ธบิ ดกี าหนด 4.4 การปฏบิ ตั งิ านดาน้าตอ้ งประกอบดว้ ยบุคคลต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี (1) หวั หน้านกั ประดาน้า (2) พเ่ี ลย้ี งนกั ประดาน้า (3) นกั ประดาน้า
305 (4) นกั ประดาน้าพรอ้ มดา (5) ผคู้ วบคมุ ระบบการจา่ ยอากาศและตดิ ต่อส่อื สาร ทงั้ น้ขี น้ึ อยกู่ บั ระดบั ความลกึ และขอ้ กาหนดของกฎหมาย 4.5 ต้องควบคุมลูกจา้ งปฏบิ ตั ติ ามตารางมาตรฐานการดาน้าและการลดความกดดนั ตลอดจนการพกั เพ่อื ปรบั สภาพร่างกายก่อนท่จี ะดาลงในครงั้ ต่อไปตามหลกั เกณฑ์ท่อี ธบิ ดี กาหนด 4.6 จดั ใหม้ พี ยาบาลเวชศาสตรใ์ ตน้ ้า แพทยเ์ วชศาสตรใ์ ตน้ ้า และอุปกรณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทางานประดาน้าตามขอ้ กาหนดของกฎหมาย 4.7 จดั ใหม้ บี รกิ ารการปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น และออกซเิ จนหน่ึงรอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ตพ์ รอ้ ม หน้ากากชว่ ยหายใจ เพ่อื ชว่ ยเหลอื นกั ประดาน้าตลอดระยะเวลาทม่ี กี ารดาน้า 4.8 ลกู จา้ งทท่ี างานประดาน้าอาจปฏเิ สธการดาน้าในคราวใดกไ็ ด้ หากเหน็ ว่าการดาน้า คราวนนั้ อาจก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อชวี ติ รา่ งกาย หรอื สุขภาพอนามยั ของตน 4.9 นายจา้ งและหวั หน้านักประดาน้าต้องสงั่ ใหล้ ูกจา้ งหยุดหรอื เลกิ การดาน้าในกรณี ต่อไปน้ี (1) เมอ่ื พเ่ี ลย้ี งนกั ประดาน้าและนกั ประดาน้าไมส่ ามารถตดิ ต่อสอ่ื สารกนั ได้ (2) เม่อื นักประดาน้าต้องใช้อากาศสารองจากขวดอากาศ หรอื ขวดอากาศ สารอง (3) เมอ่ื นายจา้ งหรอื หวั หน้านักประดาน้าพจิ ารณาแลว้ เหน็ ว่าการดาน้าในพน้ื ท่ี บรเิ วณนนั้ ไมป่ ลอดภยั 4.10 นายจา้ งตอ้ งจดั อุปกรณ์สาหรบั การทางานประดาน้า ดงั ต่อไปน้ี (1) เคร่อื งประดาน้าประเภทขวดอากาศ (Scuba) ประกอบดว้ ยอุปกรณ์อยา่ ง น้อยดงั ต่อไปน้ี (ก) ขวดอากาศ (Tank) (ข) เขม็ ขดั น้าหนกั (Weight belt) (ค) เครอ่ื งผอ่ นกาลงั ดนั อากาศ (Regulator) (ง) เครอ่ื งวดั ความลกึ (Depth gauge) (จ) เครอ่ื งวดั อากาศ (Pressure gauge) (ฉ) ชุดดาน้า (Diving suit) (ช) ชชู พี (Life preserver or Buoyancy compensator) (ซ) เชอื กชว่ ยชวี ติ (Life line) (ฌ) ตนี กบ (Fins) (ญ) นาฬกิ าดาน้า (Submersible wrist watch) (ฎ) มดี ดาน้า (Dive knife)
306 (ฏ) สายผอ่ นอากาศสารอง (Octopus) (ฐ) หน้ากาก (Mask) (2) เคร่อื งประดาน้าประเภทใช้อากาศจากผิวน้า (Surface supply) ประกอบดว้ ยอุปกรณ์อยา่ งน้อย ดงั ต่อไปน้ี (ก) ขวดอากาศสารอง (Emergency gas supply) (ข) เครอ่ื งอดั อากาศ (Compressure) (ค) ชดุ ดาน้า (Diving suit) (ง) ชดุ สายรดั ตวั (Harness) (จ) ตะกวั่ ถ่วงหรอื น้าหนกั ถ่วง (Weight) (ฉ) ตนี กบหรอื รองเทา้ (Fins of Boots) (ช) ตู้ควบคุมระบบการจา่ ยอากาศและตดิ ต่อส่อื สาร (Control console assembly) (Umbilicals) (ซ) ถงั พกั อากาศ (Air bank) (ฌ) มดี ดาน้า (Dive Knife) (ญ) สายอากาศ สายโทรศพั ท์ สายวดั ความลกึ และเชอื กช่วยชวี ติ (ฎ) หวั ครอบดาน้าหรอื หน้ากากดาน้า (Helmet of Mask) 5. กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานเก่ียวกบั ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2549 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื คุ้มครองและป้องกนั ลูกจ้างท่ที างานในสงิ่ แวดลอ้ มการทางานเก่ยี วกบั ความรอ้ น แสงสว่าง และเสยี งและเฝ้าระวงั สงิ่ แวดลอ้ มในการทางานทเ่ี ป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพของลกู จา้ ง ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใชบ้ งั คบั กบั นายจา้ งทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไป สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 ความรอ้ น หมวด 2 แสงสวา่ ง หมวด 3 เสยี ง หมวด 4 อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั สว่ นบคุ คล หมวด 5 การตรวจวดั และวเิ คราะหส์ ภาวะการทางาน
307 หมวด 6 การตรวจสขุ ภาพและการรายงานผลการตรวจสุขภาพ สาระสาคญั ของกฎหมาย 5.1 ให้นายจ้างดาเนินการเพ่ือให้เกิดความปลอดภยั ในการทางาน ดงั นี้ 5.1.1 ความร้อน ใหน้ ายจา้ งควบคุมและรกั ษาระดบั ความรอ้ นภายใน สถานประกอบกจิ การมใิ หเ้ กนิ มาตรฐาน ดงั น้ี (1) งานทล่ี กู จา้ งทาในลกั ษณะงานเบา มรี ะดบั ความรอ้ นไม่เกนิ ค่าเฉลย่ี อุณหภมู เิ วตบลั บโ์ กลบ 34 องศาเซลเซยี ส (2) งานทล่ี ูกจา้ งทาในลกั ษณะงานปานกลาง มรี ะดบั ความรอ้ นไม่เกนิ ค่าเฉลย่ี อุณหภมู เิ วตบลั บโ์ กลบ 32 องศาเซลเซยี ส (3) งานท่ลี ูกจ้างทาในลกั ษณะงานหนัก มรี ะดบั ความรอ้ นไม่เกนิ คา่ เฉลย่ี อุณหภมู เิ วตบลั บโ์ กลบ 30 องศาเซลเซยี ส แนวทางแก้ไข กรณีสถานประกอบกจิ การมรี ะดบั ความรอ้ นเกนิ มาตรฐาน ให้นายจา้ งดาเนินการปรบั ปรงุ แก้ไขสภาวะการทางานทางด้านวศิ วกรรม หากปรบั ปรุงแก้ไข ไมไ่ ดต้ อ้ งปิดประกาศเตอื นใหล้ กู จา้ งทราบ และจดั อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลให้ ลกู จา้ งสวมใส่ตลอดเวลาทท่ี างาน 5.1.2 แสงสว่าง ใหน้ ายจา้ งจดั ใหส้ ถานประกอบกจิ การมคี วามเขม้ ของแสง ไมต่ ่ากว่ามาตรฐานทก่ี าหนด โดยจาแนกตามลกั ษณะงาน ดงั น้ี (1) บรเิ วณพน้ื ทท่ี วั่ ไปของสถานประกอบกจิ การ เช่น ทางเดนิ หอ้ งน้า ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานตารางท่ี 1 (2) บรเิ วณพน้ื ทก่ี ระบวนการผลติ ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานตารางท่ี 2 (3) บรเิ วณทล่ี กู จา้ งต้องใชส้ ายตามองเฉพาะจุด หรอื ใชส้ ายตาอย่กู บั ท่ี ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานตารางท่ี 3 (4) บรเิ วณทล่ี ูกจา้ งต้องใชส้ ายตามองเฉพาะจุด หรอื ใชส้ ายตาอย่กู บั ท่ี ทม่ี ไิ ดก้ าหนดไวใ้ นตารางท่ี 3 ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานตารางท่ี 4 (5) บรเิ วณรอบๆ สถานท่ที ่ลี ูกจา้ งต้องใช้สายตามองเฉพาะจุดให้ เป็นไปตามมาตรฐานตารางท่ี 5 แนวทางแกไ้ ข ใหน้ ายจา้ งจดั ให้มฉี าก แผ่นพมิ พก์ รองแสง หรอื มาตรการ อ่นื ทเ่ี หมาะสม เพ่อื ป้องกนั แสงส่องเขา้ นยั น์ตาลกู จา้ ง กรณีทป่ี ้องกนั มไิ ด้ ใหจ้ ดั อุปกรณ์คุม้ ครอง ความปลอดภยั ส่วนบคุ คลใหล้ กู จา้ งสวมใส่ตลอดเวลาทท่ี างาน 5.1.3 เสียง (6) ใหน้ ายจา้ งควบคุมระดบั เสยี งทล่ี ูกจา้ งไดร้ บั เฉลย่ี ตลอดเวลาการ ทางานในแต่ละวนั มใิ หเ้ กนิ มาตรฐานทก่ี าหนด
308 (7) ใหน้ ายจา้ งใหล้ ูกจา้ งหยุดทางานในบรเิ วณทร่ี ะดบั เสยี งกระทบหรอื เสยี งกระแทกเกนิ 140 เดซเิ บลเอ หรอื มปี รมิ าณเสยี งสะสมของเสยี งกระทบหรอื เสยี งกระแทก เกนิ มาตรฐานทก่ี าหนด (8) กรณีทส่ี ภาวะการทางานมรี ะดบั เสยี งเฉล่ยี ตลอดระยะเวลาการ ทางาน 8 ชวั่ โมง ตงั้ แต่ 85 เดซเิ บลเอ ขน้ึ ไปใหน้ ายจา้ งจดั ทาโครงการอนุรกั ษ์การไดย้ นิ ตาม หลกั เกณฑว์ ธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดี กาหนด (9) บรเิ วณทม่ี รี ะดบั เสยี งเกนิ มาตรฐานทก่ี าหนด ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ี เครอ่ื งหมายเตอื นใหใ้ ชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล แนวทางแก้ไข กรณสี ภาวะการทางานมรี ะดบั เสยี งเกนิ มาตรฐานทก่ี าหนด ใหน้ ายจา้ งดาเนินการปรบั ปรงุ แก้ไขต้นกาเนิดเสยี ง หรอื ทางผ่านของเสยี ง หากปรบั ปรุงแก้ไข ไมไ่ ด้ ใหจ้ ดั อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลใหล้ กู จา้ งสวมใส่ตลอดเวลาการทางาน 5.2 ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารตรวจวดั และวเิ คราะหส์ ภาวะการทางานเกย่ี วกบั ระดบั ความ รอ้ น แสงสว่าง หรอื เสยี ง ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด และจดั ทารายงานโดยมี เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี หรอื ผทู้ จ่ี บปรญิ ญาตรี สาขาอาชวี อนามยั เป็นผรู้ บั รองรายงานดงั กล่าว ส่งอธบิ ดี ภายใน 30 วนั นับแต่วนั ทท่ี าการตรวจวดั และเกบ็ ไวใ้ ห้ พนกั งานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ 6. กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การด้านความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน พ.ศ. 2549 เจตนารมณ์ของกฎหมาย 1. เพอ่ื ใหม้ ผี ดู้ แู ลรบั ผดิ ชอบเรอ่ื งความปลอดภยั ในการทางานในสถานประกอบกจิ การ 2. เพ่อื ส่งเสรมิ ให้มกี ารดาเนินการด้านความปลอดภยั ในระบบทวภิ าคขี น้ึ ในสถาน ประกอบกจิ การ ขอบเขตการบงั คบั ใช้กฎหมาย 1. การทาเหมอื งแร่ เหมอื นหนิ กจิ การปิโตรเลยี มหรอื ปิโตรเคมี 2. การทา ผลติ ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบารงุ เกบ็ รกั ษา ปรบั ปรุง ตกแต่ง เสรมิ แต่ง ดดั แปลง แปรสภาพ ทาให้เสยี หรอื ทาลายซ่งึ วตั ถุหรอื ทรพั ยส์ นิ รวมทงั้ การต่อเรอื การให้ กาเนดิ แปลงและจา่ ยไฟฟ้าหรอื พลงั งานอยา่ งอ่นื 3. การก่อสรา้ ง ต่อเตมิ ตดิ ตงั้ ซ่อม ซ่อมบารุง ดดั แปลง หรอื รอ้ื ถอนอาคาร สนามบนิ ทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดนิ ท่าเรอื อู่เรอื สะพานเทยี บเรอื ทางน้า ถนน เขอ่ื น อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้า โทรเลข โทรศพั ท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรอื ประปา หรอื สง่ิ ก่อสรา้ งอ่นื ๆ รวมทงั้ การเตรยี มหรอื วางรากฐานของการก่อสรา้ ง
309 4. การขนส่งคนโดยสารหรอื สนิ คา้ โดยทางบก ทางน้า ทางอากาศ และรวมทงั้ การ บรรทกุ ขนถ่ายสนิ คา้ 5. สถานบี รกิ ารหรอื จาหน่ายน้ามนั เชอ้ื เพลงิ หรอื ก๊าซ 6. โรงแรม 7. หา้ งสรรพสนิ คา้ 8. สถานพยาบาล 9. สถาบนั ทางการเงนิ 10. สถานตรวจทดสอบทางกายภาพ 11. สถานบรกิ ารบนั เทงิ นนั ทนาการ หรกื ารกฬี า 12. สถานปฏบิ ตั กิ ารทางเคมหี รอื ชวี ภาพ 13. สานกั งานทป่ี ฏบิ ตั งิ านสนบั สนุนสถานประกอบกจิ การตาม ขอ้ 1 ถงึ ขอ้ 12 14. กจิ การอ่นื ตามทก่ี ระทรวงแรงงานประกาศกาหนดใชบ้ งั คบั กบั (1) สถานประกอบกจิ การประเภทท่ี 1 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไป (2) สถานประกอบกจิ การประเภทท่ี 2-5 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป (3) สถานประกอบกจิ การประเภทท่ี 6-14 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 20 คนขน้ึ ไป สาระสาคญั ประกอบด้วย หมวด 1 บททวั่ ไป หมวด 2 คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน หมวด 3 หน่วยงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ของสถานประกอบกจิ การ หมวด 4 การแจง้ การสง่ เอกสาร และการเกบ็ เอกสารหลกั ฐาน สาระสาคญั ของกฎหมาย กาหนดใหน้ ายจา้ งดาเนนิ การ ดงั ต่อไปน้ี 6.1 จดั ใหม้ ขี อ้ บงั คบั และค่มู อื ว่าดว้ ยความปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ จดั ใหม้ กี าร อบรมและฝึกปฏบิ ตั จิ นกว่าลกู จา้ งจะทางานไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ทงั้ น้ีใหร้ วมไปถงึ ผรู้ บั เหมาขนั้ ต้น และผรู้ บั เหมาชว่ งทป่ี ฏบิ ตั งิ านในสถานประกอบกจิ การนนั้ ดว้ ย 6.2 กรณีทม่ี ลี ูกจา้ งใหม่ และลกู จา้ งทเ่ี ปลย่ี นงานซง่ึ อาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ ใหจ้ ดั อบรมลกู จา้ งใหม้ คี วามรู้ ตามขอ้ บงั คบั และคมู่ อื ดงั กล่าวก่อนการปฏบิ ตั งิ าน 6.3 กรณสี งั่ ใหล้ ูกจา้ งไปทางาน ณ สถานทอ่ี ่นื ซง่ึ อาจเป็นอนั ตรายต่อลูกจา้ ง ใหแ้ จง้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั อนั ตรายและวธิ กี ารป้องกนั ใหล้ กู จา้ งทราบก่อนการปฏบิ ตั งิ าน 6.4 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 1 ถงึ 5 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป และตามขอ้ 6 ถงึ 14 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 20 คนขน้ึ ไป แต่งตงั้ ลกู จา้ งระดบั หวั หน้างานทเ่ี ป็นหรือ
310 เคยเป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั หวั หน้างาน ตามประกาศกระทรวงแรงงาน และสวสั ดกิ ารสงั คม เร่อื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลูกจา้ ง ลงวนั ท่ี 31 มนี าคม พ.ศ. 2540 หรอื ผ่านการฝึกอบรมตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็น เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั หวั หน้างานภายใน 180 วนั นับแต่วนั ทน่ี ายจา้ ง แต่งตงั้ ใหเ้ ป็นลกู จา้ งระดบั หวั หน้างาน 6.5 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 2 ถงึ 5 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 20-49 คน แต่งตงั้ ลูกจา้ งคนหน่ึงท่เี ป็นเจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิค และผ่านการ ฝึกอบรมตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารท่อี ธบิ ดกี าหนด หรอื เป็นหรอื เคยเป็นเจา้ หน้าท่คี วาม ปลอดภยั ในการทางาน ระดบั พน้ื ฐาน ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวสั ดกิ ารสงั คม เร่อื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลกู จา้ ง ลงวนั ท่ี 31 มนี าคม พ.ศ. 2540 หรอื ผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา ไม่ต่ากว่าระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาอาชวี อนามยั หรอื เทยี บเท่า ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็นเจา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิค ไม่น้อยกว่าวนั ละ 1 ชวั่ โมงตามเวลาทก่ี าหนด ทงั้ น้ี ภายใน 180 วนั นบั แต่วนั ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 20 คนขน้ึ ไป เวน้ แต่มเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ใน การทางานระดบั เทคนิคชนั้ สงู หรอื ระดบั วชิ าชพี อยแู่ ลว้ 6.6 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 2 ถงึ 5 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 50-99 คน แต่งตัง้ ลูกจ้างคนหน่ึงท่ีสาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สูง ประกาศนียบตั รการศกึ ษาชัน้ สูง อนุปรญิ ญา หรอื เทยี บเท่า และผา่ นการฝึกอบรมและทดสอบตาม และวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด หรอื ผทู้ ส่ี าเรจ็ การศกึ ษาไมต่ ่า กว่ามธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี หรอื เทยี บเท่าและไดท้ างานเป็นเจา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิค หรอื พน้ื ฐานมาไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี และผ่านการฝึกอบรม และทดสอบตามหลกั เกณฑ์วธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด หรอื ผู้ท่สี าเรจ็ การศกึ ษาไม่ต่ากว่าระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาอาชวี อนามยั หรอื เทยี บเท่า ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ใน การทางานระดบั เทคนิคชนั้ สูงทงั้ น้ีภายใน 180 วนั นับแต่วนั ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 50 คนขน้ึ ไป เวน้ แต่มเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี อยแู่ ลว้ 6.7 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 1 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป และ ตามขอ้ 2 ถงึ 5 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 100 คนขน้ึ ไป แต่งตงั้ ลูกจา้ งอย่างน้อยหน่ึงคนทส่ี าเรจ็ การศกึ ษาไมต่ ่ากว่าระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาอาชวี อนามยั หรอื เทยี บเท่า หรอื ผทู้ ส่ี าเรจ็ การศกึ ษา ไม่ต่ากว่าระดบั ปรญิ ญาตรี และไดท้ างานเป็นเจ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิคขนั้ สงู มาไมน่ ้อยกว่า 5 ปี และผ่านการอบรมและทดสอบตามหลกั เกณฑว์ ธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดี กาหนด หรือผู้ท่ีเป็ นหรือเคยเป็ นเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทางานระดับวิชาชีพ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวสั ดกิ ารสงั คม เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลูกจา้ ง ลงวนั ท่ี 31 มนี าคม พ.ศ. 2540 และผ่านการอบรมและทดสอบตามหลกั เกณฑว์ ธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดี
311 กาหนด ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็นเจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี ทงั้ น้ีภายใน 180 วนั นบั แต่วนั ทม่ี ลี กู จา้ งครบ 100 คน 6.8 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 1 ถงึ 5 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป และตามขอ้ 6 ถงึ 14 ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 20 คนขน้ึ ไป แต่งตงั้ ลกู จา้ งระดบั บรหิ ารทุกคนซง่ึ ผ่านการ ฝึกอบรมตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารท่อี ธบิ ดกี าหนด หรอื ผูท้ เ่ี ป็นหรอื เคยเป็นเจา้ หน้าทค่ี วาม ปลอดภยั ในการทางานระดบั บรหิ าร ตามประกาศกระทรวงแรงงาน และสวสั ดกิ ารสงั คม เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการทางานของลกู จา้ ง ลงวนั ท่ี 31 มนี าคม พ.ศ. 2540 ใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี ป็น เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน ระดบั บรหิ าร ทงั้ น้ีภายใน 180 วนั นบั แต่วนั ทแ่ี ต่งตงั้ ให้ เป็นลกู จา้ งระดบั บรหิ าร กรณที ไ่ี มม่ ลี กู จา้ งระดบั บรหิ าร ใหน้ ายจา้ งเป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั บรหิ าร 6.9 ใหน้ ายจา้ งทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 50 คนขน้ึ ไป ต้องจดั ใหม้ คี ณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานของสถานประกอบกจิ การ และมอี งคป์ ระกอบ ตามขอ้ กาหนดของกฎหมาย ทงั้ น้ภี ายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทม่ี ลี กู จา้ งครบ 50 คน (1) กรรมการใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งคราวละ 2 ปี (2) ให้ประชุมคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานตามขอ้ บงั คบั ทค่ี ณะกรรมการกาหนดอยา่ งน้อยเดอื นละครงั้ (3) ใหน้ ายจา้ งจดั ใหค้ ณะกรรมการไดร้ บั การอบรมเก่ยี วกบั บทบาทหน้าท่ี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด ทงั้ น้ภี ายใน 60 วนั นบั แต่งวนั ทไ่ี ดร้ บั การแต่งตงั้ (4) กรณีเกดิ อุบตั เิ หตุ หรอื อนั ตรายท่ลี ูกจา้ งหรอื บุคคลภายนอกสูญเสยี อวยั วะ ทุพพลภาพ หรอื เสยี ชวี ติ ใหน้ ายจา้ งเรยี กประชุมคณะกรรมการ โดยมชิ กั ชา้ เพ่อื เสนอ แนวทางป้องกนั แกไ้ ขต่อนายจา้ ง 6.10 ใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบกจิ การ ตามขอ้ 1 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป และ ตามขอ้ 2 ถงึ 5 ทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่สองรอ้ ยคนขน้ึ ไปจดั ใหม้ หี น่วยงานความปลอดภยั ภายในสาม รอ้ ยหกสบิ วนั และใหค้ งหน่วยงานความปลอดภยั ไว้ แมจ้ านวน 6.11 ใหห้ น่วยงานความปลอดภยั ขน้ึ ตรงต่อผบู้ รหิ ารสงู สดุ ในสถานประกอบกจิ การนนั้ 6.12 หวั หน้าหน่วยงานความปลอดภยั ตอ้ งเป็นหรอื เคยเป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ใน การทางาน ระดบั วชิ าชพี หรอื เป็นหรอื เคยเป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน ซง่ึ ผ่าน การอบรมตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด 6.13 ให้นายจา้ งแจง้ ช่อื เจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางานตามหลกั เกณฑ์ และ วธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนด 6.14 ให้นายจ้างส่งรายงานผลการดาเนินงานของเจ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั ในการ ทางาน ระดบั เทคนิคขนั้ สูงและระดบั วชิ าชพี ต่ออธบิ ดี หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดมี อบหมาย ทุก 3 เดอื น ตามปีปฏทิ นิ ภายใน 30 วนั ตามแบบทอ่ี ธบิ ดกี าหนด
312 6.15 กรณลี กู จา้ งประสบอนั ตราย เจบ็ ป่วย หรอื สูญหาย ใหน้ ายจา้ งแจง้ อธบิ ดี หรอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดมี อบหมายตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารทอ่ี ธบิ ดกี าหนดทงั้ น้ีภายใน 15 วนั นับแต่วนั ท่ี นายจา้ งทราบเรอ่ื งดงั กล่าว 6.16 ให้นายจา้ งส่งสาเนารายช่อื คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดล้อมในการทางาน และหน้าท่รี บั ผดิ ชอบต่ออธบิ ดแี ละผู้ซ่งึ อธบิ ดมี อบหมาย ทงั้ น้ี ภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ทแ่ี ต่งตงั้ 6.17 ใหน้ ายจา้ งเกบ็ สาเนาบนั ทกึ รายงานการดาเนินงาน รายงานการประชุม และ เอกสารอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งไวไ้ มน่ ้อยกว่า 2 ปี พรอ้ มใหพ้ นกั งานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ สรุปการแต่งตัง้ เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทางานระดบั ต่างๆ และ หน่วยงานความปลอดภยั จาแนกตามขนาดและประเภทกิจการ แสดงดงั ตารางต่อไปนี้ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการเลือกตงั้ กรรมการผแู้ ทนลกู จ้าง 1. ให้นายจา้ งแต่งตงั้ ลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั ิการซ่งึ ไม่ประสงคจ์ ะสมคั รรบั เลอื กตงั้ เป็น กรรมการผู้แทนลูกจา้ งจานวนไม่น้อยว่าสามคนแต่ไม่เกนิ ห้าคนเป็นคณะกรรมการดาเนินการ เลอื กตงั้ 2. ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ ดาเนินการประกาศกาหนดวนั เวลา สถานทร่ี บั สมคั ร และจานวนกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งทจ่ี ะไดร้ บั การเลอื กตงั้ ภายในหา้ วนั 3. เมอ่ื สน้ิ สุดระยะเวลาการรบั สมคั รแลว้ หากมจี านวนผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เท่ากบั จานวน กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งทไ่ี ดป้ ระกาศ ใหน้ ายจา้ งแต่งตงั้ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ นนั้ เป็นกรรมการผแู้ ทน ลกู จา้ ง 4. กรณีทไ่ี ม่มผี ูใ้ ดสมคั รรบั เลอื กตงั้ หรอื มจี านวนผู้สมคั รรบั เลอื กตงั้ น้อยกว่าจานวน กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งทไ่ี ดป้ ระกาศไว้ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ ดาเนินการประกาศ รบั สมคั รใหม่ หรอื ประกาศรบั สมคั รเพม่ิ แลว้ แต่กรณี 5. หากดาเนินการรบั สมคั รใหม่ ไม่ไดม้ าซง่ึ กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งครบตามจานวน ให้ นายจา้ งแต่งตงั้ ผู้สมคั รรบั เลอื กตงั้ ถา้ มี และลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ซง่ึ ไมเ่ ป็นคณะกรรมการ ดาเนนิ การเลอื กตงั้ และไมไ่ ดร้ บั เลอื กตงั้ เป็นกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งจนครบจานวน 6. การเลอื กตงั้ ผแู้ ทนลกู จา้ งใหก้ ระทาโดยวธิ กี ารลงคะแนนลบั 7. ใหก้ รรมการดาเนินการเลอื กตงั้ แจง้ ผลการเลอื กตงั้ ใหน้ ายจา้ งทราบภายในสามวนั นบั แต่วนั สน้ิ สดุ การเลอื กตงั้ หน้าท่ีของนายจ้างต้องมีหน้าท่ีในการจดั ให้มีคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานของสถานประกอบกิจการ กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2549 กาหนดใหน้ ายจา้ งในสถานประกอบ
313 กิจการท่ีมลี ูกจ้างตงั้ แต่ 50 คน ซ่งึ กฎกระทรวงฉบบั น้ีให้ใช้บงั คบั กบั สถานประกอบกิจการ ประเภทต่างๆ ดงั น้ี 1) การทเหมอื งแร่ เมอื งหนิ กจิ การปิโตรเลยี ม หรอื ปิโตรเคมี 2) การทา ผลติ ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบารุง เกบ็ รกั ษา ปรบั ปรงุ ตกแต่ง เสรมิ แต่ง ดดั แปล แปรสภาพ ทาให้เสยี หรอื ทาลายซ่งึ วตั ถุหรอื ทรพั ยส์ นิ รวมทงั้ การต่อเรอื การให้เกิด แปลงและจา่ ยไฟฟ้าหรอื พลงั งานอยา่ งอ่นื 3) การก่อสรา้ ง ต่อเตมิ ตดิ ตงั้ ซ่อม ซ่อมบารุง ดดั แปลง หรอื รอ้ื ถอนอาคาร สนามบนิ ทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดนิ ท่าเรอื อู่เรอื สะพานเทยี บเรอื ทางน้า ถนน เข่อื น อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้า โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรอื ประปา หรอื สิ่งท่กี ่อสร้างอ่ืนๆ รวมทงั้ การเตรยี มหรอื วางรากฐานของการก่อสรา้ ง 4) การขนส่งคนโดยสารหรอื สินค้าโดยทางบก ทางน้า ทางอากาศ และรวมทงั้ การ บรรทกุ ขนถ่ายสนิ คา้ หน้าท่ีของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมใน การทางานของสถานประกอบกิจการ กฎหมายกาหนดใหค้ ณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางานของสถานประกอบกจิ การ มหี น้าทด่ี งั ต่อไปน้ี 1) พิจารณานโยบาย และแผนงานด้านความปลอดภยั ในการทางานรวมทงั้ ความ ปลอดภยั นอกงานเพ่อื ป้องกนั และลดการเกดิ อุบตั เิ หตุ การประสบอนั ตราย การเจบ็ ป่ วย หรอื การเกดิ เหตุเดอื ดรอ้ นราคาญอนั เน่ืองมาจากการทางาน หรอื ความไม่ปลอดภยั ในการทางาน เสนอต่อนายจา้ ง 2) รายงาน และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางการปรบั ปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตาม กฎหมายเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในการทางานและมาตราความปลอดภยั ในการทางานต่อ นายจา้ ง เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางานของลูกจ้าง ผู้รบั เหมา และบุคลภายนอกท่เี ข้ามา ปฏบิ ตั งิ านหรอื เขา้ มาใชบ้ รกิ ารในสถานประกอบกจิ การ 3) ส่งเสรมิ สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบ กจิ การ 4) พจิ ารณาขอ้ บงั คบั และคมู่ อื ความปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ มาตรฐานดา้ นความ ปลอดภยั ในการทางานของสถานประกจิ การเสนอต่อนายจา้ ง 5) สารวจการปฏบิ ตั ดิ ้านความปลอดภยั ในการทางาน และตรวจสอบสถิตกิ ารประสบ อนั ตรายทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสถานประกอบกจิ การ อยา่ งน้อยเดอื นละหน่งึ ครงั้
314 6) พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเก่ียวกับความปลอดภยั ในการทางาน รวมถึงโครงการหรือแผนการอบรมเก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีความรับผิดชอบในด้านความ ปลอดภยั ของลูกจา้ ง หวั หน้างาน ผู้บรหิ ารนายจา้ ง และบุคลากรทุกระดบั เพ่อื เสนอความเหน็ ต่อนายจา้ ง 7) วางระบบการรายงานสภาพการทางานท่ไี ม่ปลอดภยั ให้เป็นหน้าท่ขี องลูกจ้างทุก ระดบั ตอ้ งปฏบิ ตั ิ 8) ตดิ ตามผลความคบื หน้าเรอ่ื งทเ่ี สนอต่อนายจา้ ง 9) รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประจาปี รวมทงั้ ระบุปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะใน การปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องคณะกรรมการเมอ่ื ปฏบิ ตั หิ น้าทค่ี รบหน่งึ ปี เพอ่ื เสนอต่อนายจา้ ง 10) ประเมนิ ผลการดาเนินงานด้านความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบ กจิ การ 11) ปฏบิ ตั งิ านดา้ นความปลอดภยั ในการทางานอ่นื ตามหน้าทน่ี ายจา้ งมอบหมาย การประชุมคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมใน การทางานของสถานประกอบกิจการ ให้เป็นไปตามข้อบงั คบั ท่คี ณะกรรมการกาหนด อย่างน้อยเดอื นละหน่ึงครงั้ หรอื เม่อื กรรมการไมน่ ้อยกวา่ ครง่ึ หน่งึ รอ้ งขอ โดยแจง้ กาหนดการประชุมและระเบยี บวาระการประชุมให้ กรรมการทราบอยา่ งน้อยสามวนั ก่อนถงึ วนั ประชุม อง ค์ประ กอบของ คณะ กรรมการความปลอดภัย อาชี วอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางานของสถานประกอบกิจการ องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางานของสถานประกอบกจิ การ ประกอบดว้ ย 1) ประธานกรรมการ เป็นนายจา้ งหรอื ผแู้ ทนนายจา้ งระดบั บรหิ าร 2) กรรมการผู้แทนนายจา้ งระดบั บงั คบั บญั ชา แพทยอ์ าชวี เวชศาสตร์ หรอื พยาบาล อาชวี อนามยั ประจาสถานประกอบกจิ การ ทไ่ี ดร้ บั การแต่งตงั้ จากนายจา้ ง 3) กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ ง โดยใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ 4) กรรมการ และเลขานุการ ซง่ึ เป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี หรอื เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนคิ ชนั้ สงู หรอื ผแู้ ทนนายจา้ ง แลว้ แต่กรณี กฎหมายกาหนดให้องค์ประกอบของกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ มคี วามแตกต่างกนั ไปตามขนาดของ สถานประกอบกจิ การดงั น้ี
315 จานวนลูกจา้ ง จานวนกรรมการ องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานกจิ การ ในสถาน (ขนั้ ต่า) ประกอบกจิ การ 50-99 คน 5 คน ประธาน ผแู้ ทนนายจา้ ง ผแู้ ทนลูกจา้ ง กรรมการและเลขานุการ ระดบั บงั คบั 2 100-499 คน 7 คน 1 1 (จป.เทคนิคขนั้ สงู หรอื 500 คนขน้ึ ไป 11 คน 1 บญั ชา วชิ าชพี ) 1 1 1 (จป.วชิ าชพี ) 1 (จป.วชิ าชพี ) 23 45 ในกรณีทส่ี ถานประกอบกจิ การในมกี รรมการเพมิ่ ข้ึนมากกว่าจานวนขนั้ ต่าทก่ี ฎหมาย กาหนด ให้มกี รรมการผู้แทนนายจ้างระดบั บงั คบั บญั ชาและผู้แทนลูกจ้างเพมิ่ ขน้ึ ในสดั ส่วนท่ี เท่ากนั สาหรบั สถานประกอบกจิ การทไ่ี ม่มเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิค ขนั้ สงู หรอื ระดบั วชิ าชพี ในนายจา้ งคดั เลอื กผแู้ ทนระดบั บงั คบั บัญชาหน่ึงคนเป็นกรรมการ และ ให้ประธานกรรมการเลือกกรรมการซ่ึงเป็ นผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาคนหน่ึงเป็ น เลขานุการ กฎหมายความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานที่เป็ น ประกาศกระทรวงมหาดไทย มดี งั ต่อไปนี้ 1. กฎกระทรวงว่าด้วยการค้มุ ครองแรงงานในงานท่ีรบั ไปทาที่บ้าน พ.ศ. 2547 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื ใหก้ ารคุม้ ครองแรงงานในงานทร่ี บั ไปทาทบ่ี า้ นขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ โดยใชบ้ งั คบั กบั นายจา้ งผซู้ ง่ึ ส่งมอบงานใหล้ กู จา้ งไปผลติ ประกอบ บรรจุ ซ่อมหรอื แปรรปู สง่ิ ของในบา้ นของลูกจา้ งหรอื สถานทอ่ี ่นื ทม่ี ใิ ช่สถานประกอบกจิ การของนายจา้ งตามทไ่ี ดต้ กลง กนั โดยใช้วตั ถุดบิ หรอื อุปกรณ์ในการผลติ ของนายจา้ งทงั้ หมดหรอื บางส่วน และโดยปกตกิ าร ทางานนนั้ เป็นสว่ นหน่งึ ส่วนใดหรอื ทงั้ หมดในกระบวนการผลติ หรอื ธุรกจิ ในความรบั ผดิ ชอบของ นายจา้ ง สาระสาคญั ของกฎหมาย (ในสว่ นของความปลอดภยั ในการทางาน) 1. ห้ามมิให้นายจ้างส่งมอบงานดงั ต่อไปนี้ให้ลกู จ้าง 1.1 งานผลติ ประกอบ บรรจุ แปรรปู วตั ถุระเบดิ หรอื วตั ถุไวไฟ เช่น งานทาพลุ งานทาดอกไมเ้ พลงิ 1.2 งานผลติ หรอื บรรจสุ ารเคมที เ่ี ป็นอนั ตรายหรอื วตั ถุมพี ษิ เช่น สารไซยาไนด์ สารก่อมะเรง็ หรอื งานทม่ี สี ารเคมที เ่ี ป็นอนั ตรายหรอื วตั ถุมพี ษิ เป็นสว่ นประกอบ
316 2. ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ เี ครอ่ื งมอื หรอื อุปกรณ์เพอ่ื ความปลอดภยั ในการทางานและกาหนด มาตรการเพอ่ื ความปลอดภยั ในการทางาน 3. ลกู จา้ งต้องใชเ้ คร่อื งมอื หรอื อุปกรณ์เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางานและตอ้ งปฏบิ ตั ิ ตามมาตรการเพ่อื ความปลอดภยั ในการทางานทน่ี ายจา้ งจดั หรอื กาหนด นอกจากน้ีขอใหศ้ กึ ษารายละเอยี ดของประกาศกระทรวงแรงงาน เรอ่ื ง กาหนดสารก่อ มะเรง็ ทห่ี า้ มนายจา้ งส่งมอบใหล้ ูกจา้ งในงานทร่ี บั ไปทาทบ่ี า้ น ลงวนั ท่ี 9 กนั ยายน พ.ศ. 2547 และประกาศกระทรวงแรงงาน เร่อื ง กาหนดมาตรฐานและหลกั เกณฑเ์ พ่อื ความปลอดภยั ในการ ทางานในงานทร่ี บั ไปทาทบ่ี า้ น ลงวนั ท่ี 8 กนั ยายน พ.ศ. 2547 ดว้ ย 2. กฎกระทรวง กาหนดอตั ราน้าหนักท่ีนายจ้างให้ลกู จ้างทางานได้ พ.ศ. 2547 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพอ่ื ป้องกนั มใิ หล้ กู จา้ งยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรอื เขน็ ของหนักเกนิ อตั ราน้าหนัก ทก่ี าหนดจนเกดิ อนั ตรายต่อสุขภาพ ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใชบ้ งั คบั กบั สถานประกอบกจิ การ ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไปทกุ ประเภท สาระสาคญั ของกฎหมาย ให้นายจา้ งใหล้ ูกจา้ งแต่ละคน ยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรอื เขน็ ของหนัก ไมเ่ กนิ อตั ราน้าหนกั โดยเฉลย่ี ต่อลกู จา้ ง 1 คน ดงั น้ี 1) น้าหนัก 20 กโิ ลกรมั สาหรบั ลกู จา้ งซง่ึ เป็นเดก็ หญงิ อายุตงั้ แต่ 15 ปีแต่ยงั ไม่ ถงึ 18 ปี 2) น้าหนกั 25 กโิ ลกรมั สาหรบั ลกู จา้ งซง่ึ เป็นเดก็ ชายอายตุ งั้ แต่ 15 ปีแต่ยงั ไม่ ถงึ 18 ปี 3) น้าหนกั 25 กโิ ลกรมั สาหรบั ลกู จา้ งหญงิ 4) น้าหนกั 55 กโิ ลกรมั สาหรบั ลกู จา้ งชาย กรณีมนี ้าหนักเกนิ กว่าท่กี าหนดไว้ให้นายจ้างจดั ให้มแี ละให้ลูกจา้ งใชเ้ คร่อื งทุ่นแรงท่ี เหมาะสม 3. กฎกระทรวงว่าด้วยการจดั สวสั ดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพ่อื ใหล้ กู จา้ งมสี วสั ดกิ ารตามความจาเป็นขนั้ พน้ื ฐานทด่ี ี และถกู สขุ ลกั ษณะ ขอบเขตของกฎหมายและการบงั คบั ใช้ ใชบ้ งั คบั กบั สถานประกอบกจิ การ ทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไปทุกประเภท
317 สาระสาคญั ของกฎหมาย 1. ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ี 1.1 น้าสะอาดสาหรบั ด่มื ไม่น้อยกว่าหน่ึงทส่ี าหรบั ลูกจา้ งไมเ่ กนิ สส่ี บิ คน และเพม่ิ ขน้ึ ในอตั ราส่วนหน่ึงทส่ี าหรบั ลูกจา้ งทุก ๆ สส่ี บิ คน เศษของสส่ี บิ คนถ้าเกนิ ยส่ี บิ คนใหถ้ อื เป็นสส่ี บิ คน 1.2 หอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มตามแบบและจานวนทก่ี าหนด และมกี ารดูและรกั ษาความ สะอาดใหอ้ ย่ใู นสภาพทถ่ี ูกสุขลกั ษณะเป็นประจาทุกวนั โดยใหแ้ ยกหอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มสาหรบั ลกู จา้ งชายและลกู จา้ งหญงิ และใหจ้ ดั หอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มสาหรบั คนพกิ ารแยกไวโ้ ดยเฉพาะ 2. สถานทท่ี างานทม่ี ลี กู จา้ งทางานตงั้ แต่สบิ คนขน้ึ ไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี เวชภณั ฑ์และยาเพ่อื ใช้ในการปฐมพยาบาลในจานวนท่เี พยี งพอ อย่างน้อยตามรายการท่ี กาหนด ดงั น้ี 2.1 ให้นายจ้างจดั ให้มีส่ิงจาเป็นในการปฐมพยาบาลและการรกั ษาพยาบาล ดงั ต่อไปน้ี 2.1.1 กรรไกร 2.1.2 แกว้ ยาน้า และแกว้ ยาเมด็ 2.1.3 เขม็ กลดั 2.1.4 ถว้ ยน้า 2.1.5 ทป่ี ้ายยา 2.1.6 ปรอทวดั ไข้ 2.1.7 ปากคบี ปลายทู่ 2.1.8 ผา้ พนั ยดื 2.1.9 ผา้ สามเหลย่ี ม 2.1.10 สายยางรดั หา้ มเลอื ด 2.1.11 สาลี ผา้ ก๊าซ ผา้ พนั แผล และผา้ ยางปลาสเตอรป์ ิดแผล 2.1.12 หลอดหยดยา 2.1.13 ขผ้ี ง้ึ แกป้ วดบวม 2.1.14 ทงิ เจอรไ์ อโอดนี หรอื โพวโิ ดน-ไอโอดนี 2.1.15 น้ายาโพวโิ ดน-ไอโอดนี ชนอดฟอกแผล 2.1.16 ผงน้าตาลเกลอื แร่ 2.1.17 ยาแกผ้ ดผน่ื ทไ่ี มไ่ ดม้ าจากการตดิ เชอ้ื 2.1.18 ยาแกแ้ พ้ 2.1.19 ยาทาแกผ้ ดผน่ื คนั 2.1.20 ยาธาตุน้าแดง
318 2.1.21 ยาบรรเทาปวดลดไข้ 2.1.22 ยารกั ษาแผลน้ารอ้ นลวก 2.1.23 ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร 2.1.24 เหลา้ แอมโมเนียหอม 2.1.25 แอลกอฮอลเ์ ชด็ แผล 2.1.26 ขผ้ี ง้ึ ป้ายตา 2.1.27 ถว้ ยลา้ งตา 2.1.28 น้ากรดบอรคิ ลา้ งตา 2.1.29 ยาหยอดตา 3. สถานทท่ี างานทม่ี ลี ูกจา้ งทางานในขณะเดยี วกนั ตัง้ แต่สองรอ้ ยคนขน้ึ ไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี 3.1 เวชภณั ฑแ์ ละยาเพอ่ื ใชใ้ นการปฐมพยาบาลตาม (1) 3.2 หอ้ งรกั ษาพยาบาลพรอ้ มเตยี งพกั คนไขอ้ ย่างน้อยหน่ึงเตยี ง เวชภณั ฑแ์ ละยา นอกจากทร่ี ะบไุ วใ้ น (1) ตามความจาเป็น 3.3 พยาบาลตงั้ แต่ระดบั พยาบาลเทคนคิ ขน้ึ ไปไวป้ ระจาอยา่ งน้อยหน่งึ คนตลอดเวลา ทางาน 3.4 แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ชนั้ หน่ึงอย่างน้อยหน่ึงคน เพ่อื ตรวจรกั ษาพยาบาลไมน่ ้อย กว่าสปั ดาหล์ ะสองครงั้ และเมอ่ื รวมเวลาแลว้ ตอ้ งไมน่ ้อยกว่าสปั ดาหล์ ะหกชวั่ โมงในเวลาทางาน 4. สถานทท่ี างานทม่ี ลี กู จา้ งทางานในขณะเดยี วกนั ตอ้ งแต่หน่งึ พนั คนขน้ึ ไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี 4.1 เวชภณั ฑแ์ ละยาเพอ่ื ใชใ้ นการปฐมพยาบาลตาม (2.1) 4.2 หอ้ งรกั ษาพยาบาลพรอ้ มเตยี งพกั คนไขอ้ ย่างน้อยสองเตยี ง เวชภณั ฑแ์ ละยา นอกจากทร่ี ะบไุ วใ้ น (2.1) ตามความจาเป็น 4.3 พยาบาลตงั้ แต่ระดบั พยาบาลเทคนคิ ขน้ึ ไปไวป้ ระจาอย่างน้อยสองคนตลอดเวลา ทางาน 4.4 แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ชนั้ หน่ึงอย่างน้อยหน่ึงคน เพ่อื ตรวจรกั ษาพยาบาลไมน่ ้อย กว่าสปั ดาห์ละสามครงั้ และเม่อื รวมเวลาแลว้ ตอ้ งไมน่ ้อยกว่าสปั ดาหล์ ะสบิ สองชวั่ โมงในเวลา ทางาน 4.5 ยานพาหนะซง่ึ พรอ้ มทจ่ี ะนาลกู จา้ งส่งสถานพยาบาลเพ่อื ใหก้ ารรกั ษาพยาบาล ไดโ้ ดยพลนั 5. นายจา้ งอาจทาความตกลงเพ่อื ส่งลกู จา้ งเขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลกบั สถานพยาบาล ท่เี ปิดบรกิ ารตลอดย่สี บิ ส่ชี วั่ โมงและเป็นสถานพยาบาลท่นี ายจา้ งอาจนาลูกจ้างส่งเข้ารบั การ รกั ษาไดโ้ ดยสะดวกและรวดเรว็ แทนการจดั ใหม้ แี พทยไ์ ด้ โดยตอ้ งไดร้ บั อนุญาตจากอธบิ ดหี รอื ผซู้ ง่ึ อธบิ ดมี อบหมาย
319 การตรวจสอบความปลอดภยั ตามข้อกาหนดของกฎหมาย แนวทางการตรวจสอบความปลอดภยั ตามข้อกาหนดของกฎหมาย ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมายให้การดาเนินการตรวจสอบความปลอดภยั ตามข้อกาหนดของ กฎหมายควรศกึ ษาแนวทางการตรวจสอบความปลอดภยั ดงั ต่อไปน้ี 1. ศกึ ษาขอ้ กาหนดตามกฎหมายและรายละเอยี ดต่างๆทก่ี าหนดไว้ 2. ใชแ้ บบตรวจสอบซง่ึ อาจมผี ทู้ าไวแ้ ลว้ หรอื สถานประกอบกจิ การอาจจดั ทาหรอื พฒั นา แบบตรวจสอบขน้ึ ใชเ้ อง 3. กาหนดแผนการตรวจสอบ 4. จดั เตรียมเคร่อื งมือตรวจวดั หรืออุปกรณ์การตรวจในกรณีท่ีจาเป็นต้องระบุ รายละเอยี ด 5. ลงมอื ตรวจสอบพน้ื ทก่ี ารปฏบิ ตั งิ าน 6. บนั ทกึ ผลการตรวจสอบเพอ่ื นาเสนอการปรบั ปรงุ แกไ้ ข 7. ตรวจสอบเพ่อื ตดิ ตามผลการปรบั ปรงุ แกไ้ ข พระราชบญั ญตั ิ เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 4 พระราชบญั ญตั นิ ้มี ใิ ชบ้ งั คบั แก่ (1) ราชการสว่ นกลางราชการส่วนภมู ภิ าค และราชการส่วนทอ้ งถนิ่ (2) รฐั วสิ าหกจิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยพนกั งานรฐั วสิ าหกจิ สมั พนั ธ์ (3) นายจา้ งซง่ึ ประกอบธรุ กจิ โรงเรยี นเอกชนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงเรยี นเอกชน เฉพาะในสว่ นทเ่ี กย่ี วกบั ครหู รอื ครใู หญ่ (4) นายจา้ งซง่ึ ดาเนนิ กจิ การทม่ี ไิ ดม้ วี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื แสวงหากาไรในทาง เศรษฐกจิ (5) นายจา้ งอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง วตั ถปุ ระสงคข์ องกองทุนทดแทน เพ่ือเป็นกองทุนในการจ่ายเงินทดแทนนายจ้างให้แก่ลูกจ้าง ซ่ึงประสบอันตราย เจบ็ ป่ วย หรอื ตายเน่ืองจากการทางาน หรอื ป้องกนั รกั ษาผลประโยชน์ให้แก่นายจา้ งหรอื เจบ็ ป่ วย เป็นโรค ซ่งึ เกดิ ขน้ึ ตามลกั ษณะหรอื สภาพของงาน หรอื โรคซ่งึ เกดิ ขน้ึ เน่ืองจากการทางานให้แก่ นายจา้ ง ขอบเขตการบงั คบั ใช้ ใหน้ ายจา้ งซง่ึ มลี กู จา้ งทางานตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไป มหี น้าทต่ี อ้ งจา่ ยเงนิ สมทบกองทุน การขึ้นทะเบียน ใหน้ ายจา้ งทม่ี ลี กู จา้ งตงั้ แต่ 1 คนขน้ึ ไปมหี น้าทข่ี น้ึ ทะเบยี นภายใน 30 วนั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 785
- 786
- 787
- 788
- 789
- 790
- 791
- 792
- 793
- 794
- 795
- 796
- 797
- 798
- 799
- 800
- 801
- 802
- 803
- 804
- 805
- 806
- 807
- 808
- 809
- 810
- 811
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 800
- 801 - 811
Pages: