370 แผนกอายุรเวช แผนกการเงนิ แผนกจ่ายยา เป็นต้น ซ่งึ คนไขจ้ ะต้องไปตามแผนกต่างๆ ท่จี ะ ใหบ้ รกิ ารเองเปลย่ี นแปลงรปู แบบของผลติ ภณั ฑ์ หรอื ออกผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ดงั ภาพท่ี 6.8 ภาพท่ี 6.8 การวางผงั โรงงานแบบตามกระบวนการผลติ (Process Layout) ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. ตารางที่ 6.1 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดี และขอ้ เสยี ของการวางผงั โรงงานแบบตามกระบวนการผลติ ข้อดี ข้อเสีย 1. ทาใหล้ งทุนในเคร่อื งจกั รและอุปกรณ์น้อยลง เน่ืองจาก 1. มีการใช้พ้ืนท่ีภายในของโรงงานมาก เน่ืองจากมี ผลิตภณั ฑ์ท่ีผลิตมีหลายๆ ชนิดท่ีสามารถใช้เคร่ืองมือ ผลติ ภณั ฑห์ ลายชนิด เคร่อื งจกั รชนิดเดยี วกนั 2.สามารถใช้แรงงานคนและเคร่อื งจกั รในแต่ละแผนกได้ 2. การวางแผนควบคุมการผลิตทาได้ยาก และมีความ อยา่ งเตม็ ท่ี ซบั ซอ้ น 3. หากเคร่ืองจักรเสียก็ไม่ทาให้กระบวนการผลิต 3.การใชเ้ คร่อื งมอื เครอ่ื งจกั รไมค่ อ่ ยมปี ระสทิ ธภิ าพ หยดุ ชะงกั ทงั้ หมด 4. มคี วามคล่องตวั ในการเปลย่ี นแปลงกรรมวธิ กี ารผลติ 4.ต้องใช้เวลาในการฝึ กอบรม และมีปริมาณสินค้า คงเหลอื มาก 5. ระบบการผลิตมคี วามยืดหยุ่นในการเปล่ียนแปลง 5. การขนย้ายผลติ ภณั ฑ์ท่ที าการผลิตจากกระบวนการ ปรมิ าณการผลติ หน่ึงไปยงั อกี กระบวนการหน่ึงซง่ึ จะตอ้ งเสยี เวลา ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559.
371 2. การวางผงั โรงงานตามชนิดของผลิตภณั ฑ์ (Product Layout) เป็นลกั ษณะการวางผงั ทเ่ี น้นการผลติ ผลติ ภณั ฑใ์ นปรมิ าณสูง เครอ่ื งจกั ร เคร่อื งมอื ในการผลิตจะเรียงตามขนั้ ตอนการผลิตของผลิตภัณฑ์ ๆ ตัง้ แต่วัตถุดิบป้อนเข้าจนเป็น ผลิตภณั ฑส์ าเร็จรูป สายการผลติ จะถูกออกแบบมาเพ่อให้การป้อนของช้นิ ส่วนและวตั ถุดิบ เป็นไปอยา่ งต่อเน่ืองและไม่ขาดตอน ชน้ิ ส่วนและผลติ ภณั ฑม์ กั ต้องเคล่อื นยา้ ยไปบนสายพาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรวดเรว็ ในการผลติ เหมาะสาหรบั การผลติ สนิ ค้าแบบต่อเน่ืองเป็นจานวนมาก เช่น การผลิตรถยนต์ อาหาร เคร่อื งใช้ไฟฟ้ารองเท้ากีฬา เป็นต้น การวางผังในลกั ษณะน้ี บางครงั้ เรยี กว่า Flow Shop หรอื Assembly Line) ในการวางผงั โรงงาน แบบตามชนิดของ ผลติ ภณั ฑ์ วธิ กี าร คอื ต้องมกี ารจดั เรยี งเคร่อื งจกั รใหเ้ รยี งกนั ไปตามขนั้ ตอนการผลติ โดยเรม่ิ จากวตั ถุดบิ ไปถงึ กระบวนการผลติ แต่ละหน่วยการผลติ จนสาเรจ็ เป็นผลติ ภณั ฑส์ าเรจ็ ดงั แสดง ในภาพท่ี 6.9 ภาพท่ี 6.9 การวางผงั โรงงานตามชนดิ ของผลติ ภณั ฑ์ (Product Layout ) ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559.
372 ตารางท่ี 6.2 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดี และขอ้ เสยี ของการวางผงั โรงงานแบบตามชนดิ ผลติ ภณั ฑ์ ข้อดี ข้อเสีย 1. ควบคมุ การจดั ตารางผลติ ทาไดง้ า่ ยการผลติ ทแ่ี น่นอน 1. จานวนเงนิ ทนุ ในการซอ้ื เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รสงู 2. การขนย้ายวสั ดุทาไดใ้ นระยะเวลาสนั้ ๆ ระยะระหว่าง 2. การหยุดการผลติ ของเคร่อื งจกั รในหน่วยผลติ หน่วย จดุ ปฏบิ ตั กิ ารต่างๆ นนั้ และไม่มกี ารขนยา้ ยวตั ถุดบิ ยอ้ น ใดหน่วยหน่ึง กระบวนการผลติ จะหยดุ ทงั้ ระบบการผลติ ทางเดนิ 3. พน้ื ทโ่ี รงงานใชท้ าประโยชน์ไดม้ ากกวา่ 3. ยอดผลติ จะสงู และสม่าเสมอ 4. ในการผลติ เป็นจานวนมาก ๆ อตั ราการใช้เคร่อื งจกั ร 4. หากจะแยกเคร่อื งจกั รในระบบผลติ ท่เี ป็นปัญหาออก จะดขี น้ึ และเคร่อื งจกั รไดท้ างานอยา่ งเตม็ ท่ี จากกระบวนการผลติ จะทาใหย้ งุ่ ยากและลาบาก 5. ผลิตภณั ฑ์ก่ึงสาเรจ็ ท่ีคงั ่ ค้าง ณ จุดปฏิบตั ิงานต่าง ๆ 5. การเปล่ียนแปลงผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตจะส่งผลต่อการ จะมนี ้อยลง ปรบั เปลย่ี นเคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร 6. เวลาทเ่ี สยี ไปในการตดิ ตงั้ เคร่อื งจกั รจะลดลง 6. พนกั งานจะไมม่ ที กั ษะดา้ นอ่นื ๆ 7. ไมจ่ าเป็นตอ้ งอบรม หรอื ใหค้ วามรพู้ นกั งานบอ่ ย ๆ 8. ตน้ ทุนการผลติ ตอ่ ชน้ิ จะถกู ลง 9. การไหลของชน้ิ งานผลติ จะเรว็ ขน้ึ 10. การควบคมุ งานผลติ จดั ไดเ้ ป็นระบบมากกวา่ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. 3. การวางผงั โรงงานแบบผสม (Mixed Layout) ในปัจจบุ นั โรงงานส่วนใหญ่จะใชร้ ะบบการวางผงั โรงงานแบบผสมกล่าวคอื ในแผนกซ่อ มบารุง (Maintenance Engineer) แผนกงานหล่ องานเช่ือมทาแบบหล่ อ (Mole Maintenance) จะวางผงั เป็นแบบตามกระบวนการผลติ (Process Layout) ส่วนแผนก ผลติ ช้นิ งานหรอื หล่อช้นิ งานจะใช้วธิ กี ารวางผงั โรงงานแบบตามชนิดของผลติ ภณั ฑ์ (Product Layout) ส่วนแผนกผลติ ช้นิ งานหรอื หล่อช้นิ งานจะใช้วธิ กี ารวางผงั โรงงานแบบตามชนิดของ ผลติ ภณั ฑ์ (Product Layout) ดงั แสดงในภาพท่ี 6.10 วตั ถดุ ิบ A การผลิตชนั้ ที่ 1 การผลิตชนั้ ท่ี 2 การผลิตชนั้ ที่ 3 การผลิตชนั้ ที่ 4 การผลิตชนั้ ท่ี 1 การผลิตชนั้ ที่ 2 สินค้าสาเรจ็ รปู วตั ถดุ ิบ B ภาพท่ี 6.10 แสดงลกั ษณะการแปรสภาพการผลติ สนิ คา้ แบบผสม, 2559.
373 4. การวางผงั โรงงานแบบชิ้นงานอย่กู บั ท่ี (Fixed Location Layout) การจดั วางผงั โรงงานแบบน้จี ะยดึ เอา สว่ นประกอบหลกั ของงานเป็นหลกั ซง่ึ มกั จะมี ขนาดใหญ่อย่กู บั ทแ่ี ลว้ มกี ารผลติ ผลติ ภณั ฑข์ นาดทค่ี ่อนขา้ งใหญ่ ไม่สะดวกในการเคล่ือนยา้ ย ผลติ ภณั ฑ์ส่วนมากมกั จะอยู่กบั ท่ี หรอื ถ้ามกี ารเคล่อื นย้ายจะค่อนขา้ งลาบาก ส่วนประกอบ เครอ่ื งจกั ร อุปกรณ์ แรงงาน พรอ้ มวสั ดุอุปกรณ์เขา้ ไปหาส่วนประกอบหลกั เพ่อื ทาการผลติ เช่น โรงงานซ่อมสรา้ งเคร่อื งบนิ เคร่อื งบนิ เรอื เดนิ สมุทร การก่อสรา้ ง เข่อื น การก่อสรา้ งอาคาร อ่ตู ่อเรอื สะพานหรอื โครงสรา้ งขนาดใหญ่ทเ่ี คล่อื นยา้ ยลาบากจาเป็นต้องเคล่อื นยา้ ยการผลติ อ่นื เขา้ ไปแทน การวางผงั แบบน้ีเหมาะสาหรบั การผลติ ทม่ี ขี นาดใหญ่ จานวนการผลติ ไมม่ าก มกั มี ลกั ษณะเฉพาะตามความตอ้ งการ ดงั ภาพท่ี 6.11 ภาพท่ี 6.11 แสดงการวางผงั โรงงานแบบชน้ิ งานอยกู่ บั ท่ี (Fixed Location Layout) ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. ตารางท่ี 6.3 การเปรยี บเทียบข้อดี และข้อเสียของการวางผงั โรงงานแบบช้ินงานอยู่กบั ท่ี (Fixed Location Layout) ขอ้ ดี ขอ้ เสีย 1. มกี ารตดิ ตงั้ ลงทนุ ครงั้ เดยี ว 1.พน้ื ทม่ี ขี อบเขตจากดั ไม่สะดวกต่อการปฏบิ ตั งิ าน 2. สะดวกไม่ตอ้ งเคลอ่ื นยา้ ย 2.กระบวนการทางานมีความยุ่งยาก ซ่งึ อาจต้องใช้ วสั ดุ อปุ กรณ์ไม่ซา้ รปู แบบ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. ความหมายของอคั คีภยั ไฟเป็นพลงั งานชนิดหน่ึงซ่งึ ก่อประโยชน์ต่อมนุษยม์ หาศาล เพราะเป็นตวั กาเนิดของ พลงั งานต่าง ๆ มนุษยน์ าไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั “แต่ไฟ” อาจก่อใหเ้ กดิ ภยั อยา่ งมหนั ตไ์ ด้ หาก
374 ขาดความรหู้ รอื ขาดความระมดั ระวงั ในการใช้และควบคุมดูแลแหล่งกาเนิดไฟ อย่างไรกต็ าม ถงึ แมว้ ่ากฎหมายได้ประกาศพระราชบญั ญตั เิ ก่ยี วกบั การป้องกนั อคั คภี ยั ขน้ึ กต็ ามยงั ทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายจากเพลงิ ไมบ้ ่อยครงั้ และแต่ละครงั้ สรา้ งความเสยี ต่อชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของมนุษย์ อยา่ งมหาศาล หน่วยงานทม่ี สี ว่ นรบั ผดิ ชอบจงึ มกี ารกาหนดแนวทางหรอื มาตรการทจ่ี ะใหท้ ุกคน ไม่ว่าประชาชนทวั่ ไป และหน่วยงานภาคธุรกจิ เอกชนท่มี กี ารประกอบกจิ การท่เี ก่ยี วข้องการ เครอ่ื งจกั รทต่ี อ้ งใชไ้ ฟฟ้า สารเคมี และ วตั ถุอนั ตรายต่าง ๆ เป็นตน้ ใหไ้ ดร้ บั ความรเู้ ก่ยี วกบั การ เกิดอคั คภี ยั เพ่อื นามาสู่การป้องกนั และหากเกดิ เพลงิ ไหมก้ ็สามารถช่วยเหลอื ให้นาชวี ติ รอด ออกมาได้ สมาคมความปลอดภัยและอนามยั ในการทางาน, (2560) ได้ให้ความหมายของ อคั คภี ยั ไว้ว่า ภยนั ตรายอนั เกิดจากไฟทข่ี าดการควบคุมดูแล ทาให้เกดิ การตดิ ต่อลุกลามไป ตามบรเิ วณ ทม่ี เี ชอ้ื เพลงิ เกดิ การลุกไหมต้ ่อเน่ือง สภาวะของไฟจะรนุ แรงมากขน้ึ ถา้ การลุกไหม้ ท่มี เี ช้อื เพลงิ หนุนเน่ือง หรอื มี ไอของเชอ้ื เพลงิ ถูกขบั ออกมามากความรอ้ นแรงก็จะมากยงิ่ ขน้ึ สรา้ งความสญู เสยี ใหท้ รพั ยส์ นิ และชวี ติ ความหมายของคาว่าไฟ พจนานุกรมฉบบั บณั ฑติ ยสถาน (2525) ได้ให้ความหมายของคาว่า ไฟ ไวว้ ่า เป็นผล จากปฏกิ ิรยิ าเคมซี ่งึ ก่อให้เกดิ ความรอ้ น แสงสว่าง และเปลว คอื กลุ่มก๊าซท่กี าลงั ลุกไหม้สง่ิ ต่าง ๆ ได้ องคป์ ระกอบที่สาคญั ของการเกิดอคั คีภยั องคป์ ระกอบของไฟ มี 3 อยา่ ง คอื 1. ออกซิเจน (Oxygen) เป็นก๊าซทช่ี ่วยใหต้ ดิ ไฟ ซง่ึ ต้องมอี อกวเิ จนไม่ต่ากว่า 16 % (ในบรรยากาศ ปกตจิ ะมอี อกซเิ จนอย่ปู ระมาณ 21 %) ซง่ึ โดยทวั่ ไปมนุษยเ์ ราจะหายใจเอา ออกซเิ จนเขา้ ไปไมเ่ กนิ 21% 2. เชื้อเพลิง (Fuel) ส่วนทเ่ี ป็นไอเท่านนั้ (เชอ้ื เพลงิ ไม่มไี อ ไฟไม่ตดิ ) หมายถงึ อะไรก็ ไดท้ ส่ี ามารถตดิ ไฟได้ เชน่ เสอ้ื ผา้ เฟอรน์ เิ จอร์ มา่ น พรม น้ามนั สารไวไฟต่าง ๆ 3. ความร้อน (Heat) เพยี งพอทาใหเ้ กดิ การลุกไหม้ ความรอ้ นเป็นองคป์ ระกอบหน่ึงท่ี ทาใหเ้ กดิ การตดิ ไฟ เพราะเป็นสง่ิ จาเป็นทท่ี าใหเ้ ชอ้ื เพลงิ มอี ุณหภมู ถิ งึ จดุ วาบไฟ (ถ้าจุดวาบไฟ สงู กวา่ อุณหภมู บิ รรยากาศ) และเพอ่ื ใชใ้ นการจดุ ไอทไ่ี วไฟใหต้ ดิ ไฟ ดงั นนั้ การเกดิ ไฟ หรอื อคั คภี ยั จะเกดิ ขน้ึ ไดต้ ้องมอี งคป์ ระกอบครบ 3 อยา่ ง การลุกตดิ ของไฟอย่างต่อเน่ืองหรอื ทเ่ี รยี กว่า การเกดิ เพลงิ ไหม้ นัน้ จะต้องมอี งค์ประกอบอกี หน่ึงตวั คอื ปฏกิ ิรยิ าลูกโซ่ของการเผาไหม้ หรอื มกี ารทาปฏกิ ริ ยิ าทางเคมตี ่อเน่ืองเป็นลูกโซ่ (Chemical Chain Reaction) จะเหน็ ไดว้ ่าปฏกิ ริ ยิ าลกู โซ่ของการเผาไหม้ เป็นปฏกิ ริ ยิ าทางเคมที จ่ี ะทาใหไ้ ฟ
375 ลกุ ลามอยา่ งต่อเน่อื ง ซง่ึ จะดาเนินต่อหรอื จะหยดุ ชะงกั ขาดช่วงได้ ถา้ สดั ส่วนของไอเชอ้ื เพลงิ กบั ออกซเิ จนแปรเปลย่ี นไป ดงั นนั้ การลกุ ไหม้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทงั่ (1) เชอ้ื เพลงิ หมดไป (2) สดั สว่ นของออกซเิ จนกบั ไอเชอ้ื เพลงิ ไมเ่ หมาะสม (3) อุณหภมู กิ ารลุกไหมล้ ดลง ทาใหอ้ ุณหภมู ขิ องเชอ้ื เพลงิ ลดต่าลงไมส่ ามารถ ตดิ ไฟได้ (4) ปฏกิ ริ ยิ าลกู โซถ่ ูกตดั ตอนลง ทาใหก้ ารหนุนเน่อื งหยดุ ชะงกั การลกุ ไหมก้ ็ จะสน้ิ สุดลง ดงั นนั้ การป้องกนั ไฟ และการดบั ไฟ คอื การกาจดั องคป์ ระกอบของไฟ หากจะทาการ ดบั เพลงิ ตอ้ งทาการปิดกนั้ หรอื ยบั ยงั้ องคป์ ระกอบของการเกดิ ไฟส่วนใดส่วนหน่ึงหรอื หลายส่วน ออกจากกระบวนการเผาไหม้ ดงั ภาพท่ี 6.12 ภาพท่ี 6.12 องคป์ ระกอบของการเกดิ ไฟ ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559. องคป์ ระกอบของไฟท่ีเป็นเชื้อเพลิง สถานะของเช้อื เพลงิ สารท่ีเป็นเช้อื เพลงิ ท่พี บในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาจอยู่ใน สถานะดงั น้ี 1. ของแขง็ ไดแ้ ก่ ไม้ กระดาษ พลาสตกิ ผลติ ภณั ฑย์ าง เสอ้ื ผา้ และเสน้ ใย ตลอดจนฝ่ นุ ลออกงและเศษผงต่างๆ 2. ของเหลว ได้แก่ น้ามนั เตา น้ามนั เช้อื เพลิง น้ามนั หล่อล่นื สี น้ามนั และสารทา ละลายต่าง ๆ เช่น ทนิ เนอร์ แอลกอฮอล์ โทลอู นี เป็นตน้ 3. ก๊าซ เช่น ก๊าซเอททิลลีน และก๊าซโพรไพรี ท่ีเป็นวัตถุดิบสาคัญในการผลิตใด พลาสตกิ ต่าง ๆ รวมทงั้ สารเชอ้ื เพลงิ ทเ่ี กดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี
376 คณุ สมบตั ิของเชื้อเพลิง 1. จดุ วาบไฟ (flash point) 2. อุณหภมู ติ ดิ ไฟ (ignition temperature) 3. อุณหภมู ติ ดิ ไฟไดเ้ อง (auto – ignition temperature) 4. เปอรเ์ ซน็ ต์ส่วนผสมของเชอ้ื เพลงิ ในอากาศ (percentage mixture) คอื ปรมิ าณไอ ของสารเชอ้ื เพลงิ ทแ่ี ขวนลอยหรอื ผสมอยใู่ นอากาศ 5. ความสามารถในการละลายน้าได้ (water solubility) 6. ความถ่วงจาเพาะ (specific gravity) 7. ความหนาแน่นไอ (vapor density) วิธีการดบั ไฟ การท่จี ะทาใหไ้ ฟดบั หรอื ไมเ่ กดิ ไฟไหม้ จงึ ต้องทาการตดั ไฟจาเป็นตดั อย่างน้อย 3 วธิ ี คอื 1. ทาใหอ้ บั อากาศ ขาดออกซเิ จน 2. ตดั เชอ้ื เพลงิ กาจดั เชอ้ื เพลงิ ใหห้ มดไป 3. ลดความรอ้ น ทาใหเ้ ยน็ ตวั ลง และ การตดั ปฏกิ ริ ยิ าลกู โซ่ ระยะของการเกิดไฟไหมม้ ี 3 ระยะ ดงั น้ี 1. ไฟไหมข้ นั้ ต้น คอื ตงั้ แต่เห็นเปลวไฟจนถงึ 4 นาที สามารถดบั ได้ โดยใช้เคร่อื ง ดบั เพลงิ เบอ้ื งตน้ แต่ผใู้ ชจ้ ะตอ้ งเคยฝึกอบรมการใชเ้ ครอ่ื งดบั เพลงิ มาก่อน จงึ จะมโี อกาสระงบั ได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. ไฟไหมข้ นั้ ปานกลางถงึ รนุ แรง คอื ระยะเวลาไฟไหมไ้ ปแลว้ 4-8 นาที อุณหภมู จิ ะสงู กวา่ 400 องศาเซลเซยี ส หากจะใชเ้ ครอ่ื งดบั เพลงิ ตอ้ งมคี วามชานาญ และตอ้ งมอี ุปกรณ์จานวน มากพอ จงึ ควรใชร้ ะบบดบั เพลงิ ขนั้ สงู จงึ จะมคี วามปลอดภยั และมปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา่ 3. ไฟไหมข้ นั้ รุนแรง คือ ระยะเวลาไฟไหมต้ ่อเน่ืองเกนิ 8 นาที และยงั มเี ช้อื เพลงิ อกี มากมายอุณหภมู จิ ะสงู กวา่ 600 องศาเซลเซยี ส ไฟจะลุกลามขยายตวั ไปทุกทศิ ทางอย่างรุนแรง และรวดเรว็ การดบั เพลงิ จะตอ้ งใชผ้ ทู้ ไ่ี ดร้ บั การฝึกฝนมาเป็นอยา่ งดแี ละถูกต้อง พรอ้ มอุปกรณ์ใน การระงบั เหตุขนั้ รนุ แรง การป้องกนั และระงบั เหตอุ คั คีภยั เม่อื ทราบว่ามภี ยนั ตรายจากไฟหรอื ไฟไหมแ้ ลว้ การป้องกนั มใิ หเ้ กดิ จะเป็นหนทางแรก ทจ่ี ะใหท้ ุกคนไมว่ ่าในสถานประกอบการหรอื ประชาชนทอ่ี ยอู่ าศยั ตามตกึ อาคาร บา้ นควรเลอื ก ปฏบิ ตั ิ ซง่ึ การป้องกนั นนั้ มหี ลกั อยวู่ ่า 1. กาจดั สาเหตุ
377 2. คมุ เขตลุกลาม 3. ลดความสญู เสยี สาเหตแุ ละผลกระทบจากอคั คีภยั สาเหตขุ องอคั คีภยั การเกดิ ไฟทผ่ี า่ นมานนั้ สาเหตุโดยสว่ นใหญ่ลว้ นนามาซง่ึ ความเสยี หายต่อทรพั ยส์ นิ และ ชีวิตมนุษย์บ่อยครัง้ การเกิดไฟจะส่งผลให้มีการลุกลามจนกลายเป็ นอัคคีภัยในสถาน ประกอบการ และอาจสรา้ งความเสยี หายต่อสง่ิ แวดลอ้ ม หรอื ชมุ ชนใกล้เคยี งดว้ ยนนั้ อาจเกดิ ขน้ึ ไดใ้ น 2 ลกั ษณะใหญ่ ๆ คอื (ธญั วฒั น์ โพธศิ ริ ,ิ 2558, หน้า 78) 1) สาเหตุของอคั คภี ยั อนั เกดิ จากความตงั้ ใจ เช่น การลอบวางเพลงิ หรอื การก่อ วินาศกรรม ซ่ึงเกิดจากการจูงใจอันมีมูลสาเหตุจูงใจท่ีทาให้เกิดการลอบวางเพลิง อาจ เน่ืองมาจากเป็นพวกโรคจติ เกิดขน้ึ โดยความตงั้ ใจ การวางเพลงิ เพ่อื ประโยชน์บางอย่างของ ตนเอง เป็นตน้ 2) สาเหตุของอคั คภี ยั ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากความผดิ พลาด ซง่ึ เกดิ ในหลายลกั ษณะ เช่น ขาดความระมดั ระวงั ในการควบคุมเชอ้ื เพลงิ ขาดความระมดั ระวงั และการใชค้ วามรอ้ น ขาด ความรู้ ความเขา้ ใจในงานนนั้ จนทาใหเ้ กดิ อคั คภี ยั ขาดความชานาญ มคี วามบกพร่อง ประมาท เลนิ เลอ่ ขาดความระมดั ระวงั และไมไ่ ดต้ งั้ ใจ เป็นตน้ ผลกระทบจากอคั คีภยั หากเม่อื ใดมกี ารเกิดเพลงิ ไหมใ้ นโรงงานอุตสาหกรรม หรอื สถานประกอบการ ย่อม เกดิ ผลกระทบตามมาอย่างหาท่เี ปรยี บไม่ได้ นามาซ่งึ ความเสยี หายทงั้ ร่างกายชวี ติ ทรพั ยส์ นิ ความเช่อื มนั่ ของบุคคลภายนอก พนักงานเสยี ขวญั กาลงั ใจ และ ช่อื เสยี งองคก์ าร ทส่ี าคญั คอื การประกอบกจิ การย่อมมคี วามสูญเสยี ต่อธุรกจิ ทงั้ ภายในองค์การและเศรษฐกจิ ของประเทศ โดยสรปุ ไดถ้ งึ ผลกระทบจากการเกดิ อคั คภี ยั ได้ ดงั น้ี 1. ผลกระทบต่อความปลอดภยั ของชวี ติ 2. ผลกระทบต่อความปลอดภยั ของทรพั ยส์ นิ 3. ผลกระทบต่อความปลอดภยั ของธุรกจิ 4. ผลกระทบต่อความปลอดภยั ของสงิ่ แวดลอ้ ม แหล่งกาเนิดของอคั คีภยั แหล่งกาเนิดของอคั คภี ยั ท่เี ป็นสาเหตุของเพลงิ ไหมใ้ นสถานประกอบการหรอื โรงงาน อุตสาหกรรม เกิดเพลงิ ไหม้นัน้ เกิดข้นึ เน่ืองจากปฏิกิรยิ าระหว่างความร้อนของเช้อื ไฟ และ ออกซเิ จนใน อากาศเม่อื ทราบว่าอะไรบ้างท่สี ามารถผลติ ความร้อนสูงพอท่จี ะติดไฟได้ก็ จาเป็นตอ้ งควบคุม ไมใ้ หม้ อี งคป์ ระกอบอกี 2 อยา่ งเขา้ ไปอยรู่ ว่ มดว้ ย แต่ถ้าควบคุมไม่ไดท้ งั้ สอง
378 อย่าง ซ่งึ ปกตเิ รา ควบคุมออกซเิ จนไม่ได้เพราะมนั มอี ยู่ในอากาศ เราก็ต้องคอยดแู ลควบคุม ไม่ให้มเี ชอ้ื ไฟเข้าไป สมั ผสั กบั สง่ิ ทท่ี าให้เกดิ ความร้อนสูง ขอ้ แนะนาสาหรบั การดูแลควบคุม แหล่งกาเนดิ อคั คภี ยั นนั้ อาจทาได้โดยการลดความรอ้ น และ/หรอื การกาจดั หรอื ป้องกนั ไม่ใหม้ ี เช่อื ไฟทจ่ี ะไปสมั ผสั ความรอ้ น พบว่ามสี าเหตุและแหล่งกาเนิดแตกต่างกนั ซง่ึ กล่าวโดยสงั เขป ไดด้ งั น้ี 1. อปุ กรณ์ไฟฟ้าสถิตย์ ควรใชส้ ายไฟ มอเตอรส์ ะพานไฟ ฯลฯ ทเ่ี หมาะสมกบั งาน ตอ้ งแน่ใจว่า การต่อสายไฟทาอย่างถูกต้อง ควรมกี ารตรวจสอบสายไฟ และรอยต่อสายไฟ อยเู่ สมอๆ เพ่อื ความแน่ใจว่าจะไมเ่ กดิ การชอ็ ต นอกจากน้กี ารทาความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้าควร ใชน้ ้ายาเฉพาะและควรเป็นชนิดทไ่ี ม่ไวไฟ การลดความเสยี ดทาน อาจทาได้โดยการใช้ สาหรบั หล่อล่นื ท่ไี ม่ไวไฟและเป็นชนิดท่ไี ด้รบั การแนะนาจากผู้สรา้ งอุปกรณ์หรอื ฝ่ ายวศิ วกรรม ควรมี การทาความสะอาดอุปกรณ์เสมอๆ เพ่อื ไม่ใหเ้ กดิ การสะสมของฝ่ ุนซง่ึ อาจเป็นเชอ้ื ไฟ วสั ดุไวไฟ ชนิดพิเศษ ควรเก็บรักษาให้ถูกต้อง ซ่ึงควรเป็ นการเสนอแนะจากฝ่ ายวิศวกรรมหรือ ผูเ้ ชย่ี วชาญ การเช่อื มและการตดั โลหะ ควรจดั เป็นบรเิ วณแยกต่างหากจากงานอ่นื ๆ ควรอยู่ใน บรเิ วณท่มี กี ารถ่ายเทอากาศสะดวกและพ้นื ท่จี ะต้องเป็นชนิดทนไฟ แต่ถ้าหากจดั ให้อยู่แยก ต่างหากไมไ่ ดก้ ค็ วรทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ ามกรรมวธิ ตี ่อไปน้ี คอื 1.1 ตอ้ งเป็นบรเิ วณทฝ่ี ่ายป้องกนั อคั คภี ยั รบั รองว่าใชไ้ ด้ 1.2 ตอ้ งมกี ารจดั เตรยี มบรเิ วณและหลกั ปฏบิ ตั สิ าหรบั การป้องกนั อคั คภี ยั อนั อาจ จะเกดิ ขน้ึ จากเหตุต่างๆ 2. การจดั เตรียมบริเวณสาหรบั การตดั และการเช่ือม จาเป็นต้องคานึงถึง พ้นื ท่ีทนไฟ การป้องกันประกายไฟจากการเช่อื มหรอื ตัดไม่ให้กระเด็นไปบริเวณอ่ืนๆ โดยเฉพาะต้องไม่มี เชอ้ื ไฟอย่ใู นบรเิ วณใกล้เคยี ง และควรจดั หาอุปกรณ์สาหรบั ดบั เพลงิ ไว้ใน บรเิ วณน้ดี ว้ ย 3. การใช้เตาเผาแบบเปิ ดหรือเปลวไฟท่ีไม่มีส่ิงปิ ดคลุม ต้องมกี ารป้องกนั การกระเดน็ ของ ลูกไฟต้องไม่เกบ็ สารทเ่ี ป็นเชอ้ื ไฟไว้ในบรเิ วณทใ่ี กล้เคยี ง รวมทงั้ ต้องมกี าร ถ่ายเทอากาศ ทเ่ี หมาะสม หวั แรง้ สาหรบั เช่อื มหรอื สง่ิ ทใ่ี ห้เปลวไฟโดยไม่มสี งิ่ ปิดคลุมไม่ควรทง้ิ ไวโ้ ดยไมม่ กี ารดแู ล 4. การสูบบุหร่ีและการประจุไฟ ฝ่ ายจดั การควรจดั ให้มบี รเิ วณสาหรบั ให้ พนักงานสูบบุหร่ี ถ้าบรเิ วณใดท่สี ูบบุหร่ไี ม่ได้ควรจดั ป้ายแสดงบอกไว้และต้องเข้มงวดให้ พนกั งานทาตามบรเิ วณ ทอ่ี นุญาตใหส้ บู บุหรค่ี วรจดั ภาชนะสาหรบั ใส่ขบ้ี ุหรแ่ี ละจดั เตรยี มบรเิ วณ สาหรบั ป้องกนั การเกดิ อคั คภี ยั ทอ่ี าจเกดิ จากความเลนิ เล่อ รวมทงั้ ประกาศหลกั ปฏบิ ตั ใิ นการใช้ บรเิ วณน้ีเพ่อื ให้พนักงานเข้าใจและให้ความร่วมมอื ป้องกนั อคั คภี ยั ในบรเิ วณใดทห่ี ้ามการสูบ
379 บุหรค่ี วรห้ามจุดไฟ ดว้ ย สาหรบั บรเิ วณท่ตี ้องการจุดไฟ เช่น การจุดไฟหวั แร้งสาหรบั เช่อื ม ควรมภี าชนะสาหรบั ใส่ไมข้ ดี หรอื สง่ิ ทใ่ี ช้จดุ ไฟอ่นื ๆ ท่ใี ช้แลว้ วตั ถุทผ่ี วิ รอ้ นจดั ในกรณีของไฟ ทอ่ ไอน้า ทอ่ น้ารอ้ น ฯลฯ ไมค่ วรเดนิ ท่อเหล่าน้ผี ่านส่วนทเ่ี ป็นพน้ื หรอื เพดาน ควรจดั ให้ผ่านผนัง ทนไฟ หรอื มี การหุม้ ห่อดว้ ยสารทนไฟและถ่ายเทความรอ้ นไดส้ าหรบั พวกโลหะทถ่ี ูกทาให้รอ้ น จดั ควรบรรจุ ในภาชนะและผ่านไปตามอุปกรณ์ทจ่ี ดั ไวโ้ ดยเฉพาะเท่านนั้ 5. ความเสียดทานการเสียดสี ของสว่ นประกอบทเ่ี คร่อื งจกั ร เครอ่ื งยนต์ เช่น ตลบั ลูกปืน เพลา ซ่ึงทาให้เกิดความร้อนสูงเม่อื ถูกกับเช้อื ไฟ เช่น ฝ่ ุนผง ใยผ้า พลาสติก สารเคมบี างชนดิ ขเ้ี ลอ่ื ย ฯลฯ อาจเกดิ ลุกไหม้ 6. ไฟฟ้ าสถิตประจุไฟฟ้าสถิต ส่วนใหญ่เกดิ ขน้ึ เน่ืองจากการเสยี ดสกี นั ของ สารทไ่ี ม่เป็น ตวั นาซง่ึ เม่อื เกดิ การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้า กจ็ ะทาให้เกดิ ประกายไฟ และถ้าประกาย ไฟสมั ผสั กบั เชอ้ื ไฟกอ็ าจเกดิ การลุกไหม้การป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ ไฟฟ้าสถติ เป็นไปไม่ไดว้ ธิ แี ก้ไขท่ี นยิ มใช้ โดยทวั่ ไปก็ คอื 6.1 การต่อสายลงดนิ (Grounding) 6.2 การต่อกบั วตั ถุทท่ี าหน้าทเ่ี ป็นตวั รบั ประจไุ ด้ (Bonding) 6.3 รกั ษาระดบั ความชน้ื สมั พทั ธใ์ นระดบั ทเ่ี หมาะสม 6.4 การทาให้บรรยากาศรอบๆ เป็นประจุไฟฟ้า ซง่ึ จะทาหน้าทเ่ี ป็นตวั นา ประจไุ ฟฟ้า ออกจากวตั ถุทเ่ี กบ็ ประจุไฟฟ้าสถติ ไวใ้ นตวั มนั แต่วธิ นี ้ีควรใชภ้ ายใต้คาแนะนาของ ผู้เช่ยี วชาญทางด้านน้ีเท่านัน้ เพราะมฉิ ะนัน้ กรรมวธิ ใี นการทาให้เกิดประจุไฟฟ้า อาจเป็นตวั ก่อใหเ้ กดิ การลุกไหมเ้ สยี เอง 7. วสั ดไุ วไฟชนิดพิเศษ เช่น โซเดยี ม โปรแตสเซยี ม ซง่ึ สามารถลุกไหมไ้ ดเ้ อง ในน้าฟอสฟอรสั ซง่ึ ลุกไหมไ้ ดเ้ องเมอ่ื ถูกกบั อากาศ หรอื วสั ดุอ่นื ๆ 8. เครื่องทาความร้อน เช้อื เพลงิ ทใ่ี ช้สาหรบั เคร่อื งทาความร้อนควรมจี ุดติด ไฟทอ่ี ุณหภมู สิ ูง บรเิ วณทต่ี ดิ ตงั้ เคร่อื งควรมกี ารระบายอากาศทด่ี เี พราะเชอ้ื เพลงิ ถ้าเผาไหมไ้ ม่ สมบูรณ์จะเกดิ ก๊าซคารบ์ อนมอนนอกไซด์ซง่ึ เป็นอนั ตรายต่อคน ควรอยู่ห่างจากสารไวไฟใน กรณที ม่ี เี ปลวไฟ ควรมฝี าปิดกนั้ ทท่ี นไฟและไม่ตดิ ไฟ มปี ล่องสาหรบั ปล่อยอากาศรอ้ นหรอื ก๊าซ ท่เี กิดจากการเผาไหม้พวกข้เี ถ้าท่ีเกิดข้นึ จากการเผาไหม้ไม่ควรตกั ออกจนกว่าไฟจะมอด หมดแลว้ พวก เครอ่ื งทาความรอ้ นทห่ี ว้ิ หรอื ยา้ ยเปลย่ี นทไ่ี ด้ ควรมที ส่ี าหรบั หว้ิ หรอื การขนย้ายท่ี เหมาะสม 9. การลกุ ไหม้ด้วยตนเอง เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าการสนั ดาปของออกซเิ จนกบั เช้อื ไฟจนกระทงั่ ตดิ ไฟและเกิดการลุกไหมข้ น้ึ ส่วนมากมกั จะเกดิ ขน้ึ ในบรเิ วณทม่ี อี ากาศพอทจ่ี ะ เกดิ การสนั ดาป แต่ไม่มากพอทจ่ี ะถ่ายเทอากาศซง่ึ จะทาให้เกดิ ความรอ้ นสงู ดงั นนั้ ในทท่ี ่เี กบ็ สารทอ่ี าจเกดิ การสนั ดาปได้ควรมกี ารถ่ายเทอากาศทเ่ี หมาะสม และปราศจากเชอ้ื ไฟทอ่ี าจเร่ง
380 ปฏกิ ริ ยิ า การสนั ดาป การใชถ้ งั ขยะชนิดทม่ี ฝี าปิดมดิ ชดิ สาหรบั ขยะทเ่ี ป้ือนน้ามนั หรอื สจี ะช่วย ป้องกนั การลกุ ไหมด้ ว้ ยตนเองได้ ตารางที่ 6.4 แหลง่ เกดิ เพลงิ ไหม้ (Ignition Sources) ลาดบั ท่ี ลกั ษณะเพลิงไหมท้ ่ีเกิดขึน้ จานวนร้อยละท่ีเกิด(%) 1. เกดิ จากไฟฟ้า 23 2. เกดิ จากการสบู บุหร่ี 18 3. เกดิ จาการเสยี ดสี 10 4. เกดิ จากความรอ้ นจดั 8 5. เกดิ จากผวิ โลหะรอ้ น 7 6. เกดิ จากเปลวไฟ 7 7. เกดิ จากประกายไฟ 5 8. เกดิ จากลุกตดิ ไฟขน้ึ เอง 4 9. เกดิ จากการตดั หรอื เช่อื ม 4 10. เกดิ จากการปลอ่ ยปะละเลย 3 11. เกดิ จากการลอบวางเพลงิ 3 12. เกดิ จากการสปารค์ ของเคร่อื งจกั รกล 2 13. เกดิ จากการหลอมโลหะ 2 14. เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี 1 15. เกดิ จากฟ้าผา่ 1 16. เกดิ จากไฟฟ้าสถติ 1 17. เกดิ จากสาเหตอุ ่นื 1 ทม่ี า: เฉลมิ ชยั ชยั กติ ตกิ รณ์, สดุ าว เลศิ วสิ ุทธไิ พบลู ย์ และเนตรชนก เจรญิ สุข, 2560, หน้า 11-60. หลกั การและแนวทางป้องกนั อคั คีภยั หลกั การป้องกนั อคั คีภยั โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ การรวมตวั ขององคป์ ระกอบของการ เกิดไฟหรอื ทาการแยกองค์ประกอบเหล่าน้ีออกจากกนั เพ่อื มใิ ห้เกิดการลุกไหม้และติดต่อ ลุกลาม โดยปฏบิ ตั ติ ามหลกั การดงั น้ี 1. การจดั เกบ็ เพลงิ หรอื วสั ดุท่อี าจทาใหเ้ กดิ อคั คภี ยั ได้ง่าย โดยแยกใหห้ ่างจากแหล่ง ความรอ้ นหรอื ประกายไฟทอ่ี าจทาใหเ้ กดิ การจดุ ตดิ ได้ 2. การแยกหรอื ป้องกนั แหล่งความรอ้ นทเ่ี ป็นเหตุใหเ้ กดิ ลุกไหม้ ความรอ้ นหรอื ประกาย ไฟทเ่ี กดิ ขน้ึ น้อี าจมาจากกระบวนการผลติ จากการไมเ่ ขม้ งวดในการใชไ้ ฟและความรอ้ นรวม ทงั้ การไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บดา้ นความปลอดภยั ซง่ึ เป็นเหตุใหเ้ กดิ เพลงิ ไหมไ้ ด้
381 3. การกาจดั อากาศเพ่อื ป้องกนั การเผาไหม้ อากาศทม่ี อี ออกซเิ จนไม่ต่ากว่ารอ้ ยละ 15 ช่วยให้เกดิ การสนั ดาป จงึ เป็นการยากท่จี ะควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ท่ปี ลอดภยั เพราะคนเราก็ ตอ้ งการออกซเิ จนในการหายใจในปรมิ าณไมต่ ่ากว่าน้เี ช่นนัน้ แนวทางในการป้องกนั อคั คีภยั ในสถานประกอบการ 1. การดแู ลความเป็ นระเบียบเรียบร้อย เป็นพน้ื ฐานขนั้ ตน้ ของการป้องกนั อคั คภี ยั ซง่ึ ทาไดโ้ ดยการจดั สถานทใ่ี หส้ ะอาดทงั้ ภายในและบรเิ วณรอบโรงงาน มกี ารจดั เกบ็ ทด่ี แี ละเป็น ระเบยี บ แยกหมวดหม่วู ตั ถุดบิ เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ และสนิ คา้ ใหเ้ ป็นสดั ส่วน ไม่ปล่อยใหม้ กี าร สะสมวสั ดุไว้ในบรเิ วณการผลติ โดยเฉพาะวสั ดุทเ่ี ป็นเช้อื เพลงิ ตดิ ไฟไดง้ ่ายจะต้องแยกเก็บให้ ห่างจากแหล่งความร้อนหรอื ประกายไฟ มกี ารกาจัดเศษวัสดุและท้ิงขยะทุก ๆ วันอย่าง สม่าเสมอ 2. การตรวจซ่อมบารุงเครื่องมือ เครื่องจกั รอุปกรณ์ในการทางาน ในโรงงาน อุตสาหกรรมผลติ เพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทางานหน่วยงานซ่อมบารุงเป็นหน่วยงานท่ี หน้าทต่ี รวจตราอุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รใหม้ กี ารใช้งานทด่ี ไี ด้ตลอดเวลาโดยมวี ศิ วกรทม่ี ี ความรู้ ชานาญในการตรวจสอบเพ่อื ใหเ้ ครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั รเหล่านนั้ เช่น เครอ่ื งทาความรอ้ นให้ อยู่ในสภาพท่ีสมบูรณ์ และความปลอดภัยก็สามารถป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัยได้ รวมทงั้ มี ประสทิ ธภิ าพในการทางานตลอดเวลา ซ่งึ จะต้องมกี ารกาหนดระยะเวลาในการตรวจสอบตาม ระยะเวลาทก่ี าหนดโดยตดิ วนั เดอื น ปีทห่ี มดอายไุ วช้ ดั เจน 3. กฎระเบียบ ข้อบงั คบั เกี่ยวกบั การทางานด้านการป้องกนั อคั คีภยั ในสถาน ประกอบการ เชน่ 3.1 มกี ารฝึกอบรมพนักงานเขา้ งานใหม่ทุกคนให้มคี วามรเู้ ก่ยี วกบั การทางาน และ พนกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ านกบั เครอ่ื งจกั รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ไฟฟ้า 3.2 บรเิ วณท่มี กี ารลุกไหม้หรอื เกิดตดิ ไฟง่ายต้องมกี ารควบคุมอย่างใกล้และมขี ้อ หา้ ม ตดิ ป้ายอยา่ งชดั เจน เชน่ หา้ มสบู บุหร่ี หา้ มจดุ ไฟ หา้ มเขา้ โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต เป็นตน้ เทคนิคการสงั เกตควนั ไฟ ตามหลกั การระงบั อคั คภี ยั เม่อื เกดิ ไฟไหม้ พนักงานดบั เพลงิ ต้องเขา้ ถงึ จุดเกดิ เหตุหรอื เพลงิ ไหมใ้ หไ้ ดเ้ รว็ ทส่ี ุด แต่ทงั้ ตอ้ งขน้ึ อยกู่ บั สถานการณ์ เช่น ถา้ เพลงิ ไหมม้ ากพนักงานดบั เพลงิ อาจมองเหน็ ได้จากภายนอก ก็สามารถลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารได้ แต่ถ้าเพยี งเหน็ แค่กลุ่มควนั ซง่ึ ไม่ แน่ใจว่าเป็นเพลงิ ไหม้อะไรตรงจุดไหน การฉีดน้าเข้าไปในทเ่ี กดิ เหตุท่ามกลางกลุ่มควนั อาจ ก่อให้เกดิ ความเสยี หายเน่ืองจากการใชน้ ้า และยงั เป็นการปล่อยโอกาสใหเ้ พลงิ ทก่ี าลงั ลุกไหม้ เรมิ่ ตดิ ต่อลุกลามและขยายตวั มากขน้ึ ดงั นนั้ การสงั เกตควนั สี และกลนิ่ กบั ทางเดนิ ของกลุ่ม ควนั กต็ อ้ งทราบถงึ สภาพของสเี ชอ้ื เพลงิ ทก่ี าลงั ไหมไ้ ฟดว้ ยซง่ึ สามารถสรปุ ไดด้ งั ตารางท่ี 6.5
382 ตารางที่ 6.5 การสงั เกตสขี องกลุ่มควนั ทบ่ี ง่ บอกถงึ ประเภทและชนิดของเชอ้ื เพลงิ ทล่ี กุ ไหม้ สีของควนั ประเภทของเพลิงไหม้ กลุ่มควนั สเี ทาอ่อนหรอื สขี าว แสดงวา่ เป็นเพลงิ ไหมป้ ระเภทกระดาษ แต่ถา้ กลายเป็นสดี า แสดงวา่ เพลงิ ลุก ไหมอ้ ยใู่ นทอ่ี บั อากาศ กลุ่มควนั สเี ทาแก่ เป็นเพลงิ ไหม้ประเภทวสั ดุหรอื อุปกรณ์ทม่ี สี ว่ นประกอบของไมห้ รอื ผา้ และ บรเิ วณผนงั อาคาร กลุม่ สนี ้าตาลออ่ น เป็นเพลงิ ไหมว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื กลมุ่ ควนั สดี าจดั เป็นเพลงิ ไหม้ในบรเิ วณท่มี วี สั ดุหรอื สงิ่ ของจดั เกบ็ อยู่เป็นจานวนมาก และ แสดงถงึ เพลงิ กาลงั ลุกไหมร้ ุนแรง กลุ่มควนั สดี าสภาพมว้ นตวั เป็นเพลงิ ไหมน้ ้ามนั หรอื ประเภทคลา้ ยคลงึ องเหลว กลมุ่ ควนั สเี ทา เป็นเพลงิ ไหมว้ ตั ถุเสน้ ใย ฟางขา้ ว หรอื หญา้ กลุ่มสขี าวปนเหลอื ง เป็นเพลงิ ไหมเ้ กย่ี วขอ้ งกบั สารเคมี ทม่ี า: วรี ะ ซอ่ื สวุ รรณ, 2550, หน้า 97. ประเภทของไฟ (Classification of Fire) การจดั ประเภทของไฟนนั้ จดั ตามชนิดของเชอ้ื เพลงิ และการกาหนดสารดบั เพลงิ ของไฟ แต่ละชนิด ซ่งึ สมาคมป้องกนั อคั คภี ยั แห่งชาตขิ องสหรฐั อเมรกิ า (National Fire Protection Association: N.F.P.A) ไดแ้ บ่งประเภทไฟออกเป็น 4 ประเภท ดงั น้ี 1. ไฟประเภท เอ มสี ญั ลกั ษณ์เป็น รปู ตวั A สขี าวหรอื ดา มสี ขี องพน้ื ทส่ี ามเหลย่ี มเป็น สเี ขยี วอย่ใู นสามเหลย่ี ม ไฟประเภทเอ หมายถงึ ไฟทเ่ี กดิ จากวสั ดุตดิ ไฟทวั่ ไปเป็นเชอ้ื เพลงิ ทม่ี ี ลกั ษณะรปู สถานะของแขง็ เชอ้ื เพลงิ ธรรมดา เชน่ ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ผา้ กระดาษ พลาสตกิ หนงั สตกิ หนงั สตั ว์ ปอ นุ่น ดา้ ยรวมทงั้ ตวั เราเอง วธิ กี ารดบั ไฟประเภท A ทด่ี ที ส่ี ุด คอื การลดความรอ้ น (Cooling) โดยใชน้ ้า ดงั ภาพท่ี 6.13 ภาพท่ี 6.13 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทเอ ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559.
383 2. ไฟประเภท บี มสี ญั ลกั ษณ์เป็นรปู ตวั B สขี าวหรอื ดา อย่ใู นรูปสเ่ี หลย่ี ม สี แดงไฟประเภท B หมายถงึ ไฟทเ่ี กดิ จากเชอ้ื เพลงิ ทม่ี ลี กั ษณะเป็นของเหลวและก๊าซ เชน่ น้ามนั ทุกชนิด สารทาละลาย แอลกอฮอล์ ทนิ เนอร์ ยางมะตอย จารบี โพรเพน น้ามนั ผสมสนี ้า น้ามนั ชกั เงา น้ามนั ดนิ ก๊าซหุงตม้ และก๊าซตดิ ไฟทุกชนิด เป็นต้น สญั ลกั ษณ์ของไฟประเภทน้ีเป็นรูป B และมสี ขี องพน้ื ทส่ี เ่ี หลย่ี มเป็นสแี ดง วธิ กี ารดบั ไฟประเภท B ทด่ี ที ่สี ุด คอื นิยมดบั ดว้ ยวธิ กี ารกนั หรอื แยกออกซเิ จน และ กาจดั ออกซเิ จน ทาใหอ้ บั อากาศ โดยคลุมดบั ใชผ้ งเคมแี หง้ การใชฟ้ องโฟมคลุมเชอ้ื เพลงิ และ อกี วธิ หี น่งึ คอื การแยกเชอ้ื เพลงิ เช่น การปิดวาลว์ เป็นตน้ ภาพท่ี 6.14 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทบี ทม่ี า: https://www.google.co.th.,2559. 3. ไฟประเภท ซี มสี ญั ลกั ษณ์เป็นรปู C สขี าวหรอื ดา อย่ใู นวงกลมสฟี ้าไฟประเภท C คอื ไฟท่เี กดิ จากเชอ้ื เพลงิ ทม่ี ลี กั ษณะเป็นของแขง็ ทม่ี กี ระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า ทกุ ชนิด การอารค์ การสปารค์ วธิ กี ารดบั ไฟประเภท C ทด่ี ที ่สี ุด คอื ตดั กระแสไฟฟ้า แล้วจงึ ใชก้ ๊าซคารบ์ อนไดออก ไซดห์ รอื น้ายาเหลวระเหยทไ่ี มม่ ี CFC ไลอ่ อกซเิ จนออกไป ภาพท่ี 6.15 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทซี ทม่ี า: https://www.google.co.th
384 4. ไฟประเภท ดี มสี ญั ลกั ษณ์เป็นรปู ตวั D สขี าวหรอื ดา อยใู่ นดาว 5 แฉก สเี หลอื งไฟ ประเภท D คอื ไฟทเ่ี กดิ จากเช้อื เพลงิ ทม่ี ลี กั ษณะเป็นโลหะและสารเคมตี ดิ ไฟ เช่น วตั ถุระเบดิ ป๋ ยุ ยเู รยี (แอมโมเนียไนเตรท) ผงแมกนเี ซยี ม ฯลฯ วธิ ดี บั ไฟประเภท D ทด่ี ที ส่ี ดุ คอื การทาใหอ้ บั อากาศ หรอื ใชส้ ารเคมเี ฉพาะ (หา้ มใชน้ ้า เป็นอนั ขาด) ซง่ึ ตอ้ งศกึ ษาหาขอ้ มลู แต่ละชนิดของสาร เคมหี รอื โลหะนนั้ ๆ ภาพท่ี 6.16 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทดี ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559. 5. ไฟประเภท K มสี ญั ลกั ษณ์เป็นรปู ตวั K สขี าว อยใู่ นรปู แปดเหลย่ี มสดี า ไฟประเภท K หมายถงึ ไฟทเ่ี กดิ จากน้ามนั ทต่ี ดิ ไฟยาก เช่น น้ามนั พชื ทา อาหาร น้ามนั พชื น้ามนั ตดิ ไฟ เป็นตน้ วธิ กี ารดบั ไฟประเภท K ท่ดี ที ส่ี ุด คอื การกาจดั ออกซเิ จน การทาใหอ้ บั อากาศ ซง่ึ จะมี ดงั ดบั เพลชนิดพเิ ศษทส่ี ามารถดบั ไฟชนิดน้โี ดยเฉพาะ ภาพท่ี 6.17 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภท เค ทม่ี า: https://www.google.co.th
385 การใช้อปุ กรณ์ป้องกนั อคั คีภยั ระบบการป้องกนั อคั คภี ยั ท่สี มบูรณ์แบบจาเป็นอย่างยงิ่ ท่จี ะต้องรวมถึงการดบั เพลงิ เพราะไมว่ ่าจะมรี ะบบการป้องกนั อคั คภี ยั ทด่ี อี ย่างไร อุบตั เิ หตุอาจเกดิ ขน้ึ ได้เสมอ เมอ่ื เกดิ เพลงิ ไหมส้ งิ่ สาคญั สองสง่ิ ทจ่ี ะต้องระลกึ ถงึ เสมอกค็ อื (1) กดป่มุ เตอื นอคั คภี ยั ทนทนั ไมว่ ่าขนาดของเพลงิ นนั้ จะเลก็ หรอื ใหญ่ (2) พยายามดบั เพลงิ หรอื ควบคุมเพลงิ ดว้ ยเครอ่ื งมอื ดบั เพลงิ ทเ่ี หมาะสมเพ่อื ลดภยั อนั เกดิ จากเพลงิ ไหมใ้ หเ้ หลอื น้อยทส่ี ุด ชนิดของเคร่ืองดบั เพลิงแบบมอื ถอื (Portable Fire Extinguishers) เคร่อื งดับเพลิงแบบมือถือหรืออาจเรยี กว่าแบบยกห้ิว มปี ระโยชน์ในการระงบั ไฟ เบอ้ื งตน้ ไม่ควรฉีดถ้าไม่เหน็ แสงไฟ เครอ่ื งดบั เพลงิ มมี ากกว่า 20 ชนิด แต่ทน่ี ิยมนามาใชแ้ ละ ใชไ้ ดโ้ ดยไม่มคี วามยุ่งยาก สามารถใชไ้ ดง้ ่ายทวั่ ไปในกรณีทม่ี เี หตุการณ์ฉุกเฉิน ในปัจจุบนั น้ี มี 6 ชนดิ ดงั น้ี 1. เคร่ืองดบั เพลิงชนิดกรดโซดา (Soda Acid) (นิยมบรรจุในถงั สแี ดงไม่มี สายไมม่ คี นั บบี ) เวลาใชต้ ้องทาให้หลอดบรรจุกรดโซดาแตก (โดยการทุบปุ่มเหนือถงั ) เพ่อื ทา ปฏกิ ริ ยิ ากบั น้า เกดิ แก๊สขบั ดนั ให้ถือถงั คว่าลง แล้วน้าจะพุ่งผ่านหวั ฉีดเข้าดบั ไฟ ซ่งึ ยุ่งยาก ซบั ซอ้ น ตรวจสอบยากปัจจุบนั ไม่นิยมใช้ ไมม่ จี าหน่ายในเมอื งไทยแลว้ แต่ในต่างประเทศยงั มี ใชอ้ ยู่ ใช้ดบั ไฟประเภท A อย่างเดียว ภาพท่ี 6.18 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนดิ กรดโซดา (Soda Acid) ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559.
386 2. เครื่องดบั เพลิงชนิดฟองโฟม ( Foam ) (นิยมบรรจุในถงั อลูมเิ นียมสคี รมี หรอื ถงั สแตนเลส มหี วั ฉีดเป็นหวั ฝักบวั ) บรรจุอย่ใู นถงั ท่มี นี ้ายาโฟมผสมกบั น้าแล้วอดั แรงดัน เขา้ ไว้ (นยิ มใชโ้ ฟม AFFF) เวลาใชต้ ้องถอดสลกั และบบี คนั บบี แรงดนั จะดนั น้าผสมกบั โฟมผ่าน หวั ฉีดฝักบวั พ่นออกมาเป็นฟองกระจายไปปกคลุมบรเิ วณทเ่ี กดิ ไฟไหม้ ทาให้อบั อากาศขาด ออกซเิ จน และลดความรอ้ นใชด้ บั ไฟประเภท B และ A ภาพท่ี 6.19 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดฟองโฟม (Foam) ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559. 3. เคร่ืองดบั เพลิงชนิดน้าสะสมแรงดนั (Water Pressure) (นิยมบรรจถุ งั แสตนเลส ต่างประเทศบรรจุถงั กนั สนิมสีแดง) บรรจุน้าอยู่ในถงั แล้วอัดแรงดนั น้าเข้าไว้จงึ เรยี กวา่ น้าสะสมแรงดนั ใชด้ บั ไฟประเภท A ภาพท่ี 6.20 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดฟองโฟม (Foam) ทม่ี า: https://www.google.co.th
387 4. เคร่ืองดับเพลิ งชนิ ดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือ ซีโอทู (Carbondioxide) (นิยมบรรจถุ งั สแี ดงต่างประเทศบรรจถุ งั สดี า) บรรจกุ ๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ ไวใ้ นถงั ทท่ี นแรงดนั สงู ประมาณ 800 –1200 ปอนด์ ต่อตารางน้ิวทป่ี ลายสายฉีดจะมลี กั ษณะ เป็นกระบอก หรอื กรวย เวลาฉีดดบั เพลงิ จะมเี สยี งดงั เลก็ น้อยพรอ้ มกบั พ่นหมอกหมิ ะออกมาไล่ ความรอ้ น และออกซเิ จนออกไป ควรใชภ้ ายในอาคารทต่ี ้องการความสะอาดโดยฉีดเขา้ ใกลฐ้ าน ของไฟใหม้ ากทส่ี ุด ประมาณ 1.5 – 2 เมตร เม่อื ใชง้ านแลว้ จะไม่มสี ง่ิ สกปรกหลงเหลอื ใช้ดบั ไฟ ประเภท C และ B ภาพท่ี 6.21 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดห์ รอื ซโี อทู (Carbondioxide) ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559. 5. เคร่อื งดบั เพลิงชนิดผงเคมแี ห้ง (Dry Chemical Powder) (นิยมบรรจถุ งั สี แดงต่างประเทศบรรจุถงั สฟี ้า) บรรจุผงเคมี ซ่งึ มหี ลายชนิด หลายคุณภาพไว้ในถงั แล้วอดั แรงดันเข้าไป เวลาใช้ ผงเคมีจะถูกดันออกไปคลุมไฟทาให้อับอากาศ และสารเคมีตัด กระบวนการทางเคมี ควรใช้ภายนอกอาคาร เพราะผงเคมเี ป็นฝ่ นุ ละอองฟุ้งกระจายทาให้เกดิ ความสกปรก และเป็นอุปสรรคในการเขา้ ผจญเพลงิ อาจทาใหอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงเสยี หายได้ ใช้ดบั ไฟไดด้ คี อื ไฟประเภท B ผงเคมไี ม่เป็นส่อื ไฟฟ้า สามารถดบั ไฟประเภท C ได้ (แต่ อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจเสยี หาย) การดบั ไฟประเภท A ตอ้ งมคี วามชานาญและควรใชน้ ้าดบั ถ่าน
388 ภาพท่ี 6.22 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนดิ ผงเคมแี หง้ (Dry Chemical Powder) ทม่ี า: https://www.google.co.th 6. เครื่องดบั เพลิงชนิ ดน้ายาเหลวระเหย ฮาโลตรอน (Halotron) (นิยม บรรจถุ งั สเี ขยี ว) แต่เดมิ บรรจุน้ายาเหลวระเหย ชนิดโบรโมคลอโร ไดฟลอู อโร ซง่ึ เป็นสาร CFC ไว้ในถงั ใช้ดบั ไฟได้ดแี ต่มสี ารพษิ และในปัจจุบนั องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เลกิ ผลติ พรอ้ มทงั้ ให้ทุกประเทศ ลด ละ การใช้จนหมดสน้ิ เพราะเป็นสารทท่ี าลายสง่ิ แวดลอ้ มโลก บาง ประเทศถอื ว่าเป็นสงิ่ ผดิ กฎหมาย ปัจจุบนั น้ายาเหลวระเหยทไ่ี มม่ สี าร CFC มหี ลายยห่ี ้อ และ หลายช่อื ใชด้ บั ไฟประเภท C และ B ส่วนไฟประเภท A ตอ้ งมคี วามชานาญ สามารถฉีดใชไ้ ด้ ไกลกว่าก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดอ์ อกไซด์ คอื ระยะ 3-4 เมตร ภาพท่ี 6.23 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดน้ายาเหลวระเหย ฮาโลตรอน (Halotron) ทม่ี า: https://www.google.co.th., 2559.
389 7. ถงั ดบั เพลิงเอนกประสงค์แห้ง (Multi –purpose Chemical Fire Extinguisher) ดบั เพลงิ เอนกประสงค์ชนิดผงเคมแี ห้ง ใช้ง่ายปลอดภยั ใช้ดบั ไฟท่เี กดิ จากไม้ กระดาษ สงิ่ ทอ ยาง น้ามนั ก๊าซ และไฟฟ้า ดบั ไฟประเภทเอ บี และซี ภาพท่ี 6.24 ถงั ดบั เพลงิ เอนกประสงคแ์ หง้ (Multi –purpose Chemical Fire Extinguisher) ทม่ี า: http://www.c-safetyfirst.com/13805913/112-ถงั ดบั เพลงิ จากชนดิ ถงั ดบั เพลงิ ขา้ งต้น สามารถสรปุ ชนิด/ประเภทของถงั ดบั เพลงิ ดว้ ยการแสดลง ให้เหน็ คุณลกั ษณะของถงั ดบั เพลงิ แต่ละชนิดท่มี คี ุณลกั ษณะตามการใช้งานแต่ละประเภทและ รายละเอยี ด ดงั แสดงไวใ้ นตารางท่ี 6.6 ตารางท่ี 6.6 การแสดงชนิด/ประเภทของถงั ดบั เพลงิ ชนิ ด/ประเภทของ คณุ ลกั ษณะของการใช้ถงั ดบั เพลิง ลกั ษณะการใช้งาน ถงั ดบั เพลิง เหมาะสมสาหรบั ใช้ในทโ่ี ล่งแจง้ ชนิดผงเคมแี ห้ง เป็นลกั ษณะการบรรจุถงั สแี ดง ภายในบรรจุผงเคมี บ้าน อาคารขนาดใหญ่ โรงงาน แหง้ และก๊าซไนโตรเจน ลกั ษณะน้ายาทฉ่ี ีดออกมา อุตสาหกรรม โรงเรยี น เป็ นฝ่ ุนละอองสามารถดับเพลิงไหม้ทุกชนิดได้ - ขนาดตงั้ แต่ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ อยา่ งรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพสงู เช่นเพลงิ ไหม้ และ 15 ปอนด์ ท่ีเกิดจากไม้ กระดาษ สิ่งทอ ยาง น้ามนั แก๊ส และเคร่ืองใช้ ไฟฟ้ าต่างๆ ไม่เป็ นอันตรายต่อ มนุษยแ์ ละสง่ิ มี ชวี ติ ทุกประเภท
390 ตารางที่ 6.6 การแสดงชนิด/ประเภทของถงั ดบั เพลงิ (ต่อ) ชนิ ด/ประเภทของ คณุ ลกั ษณะของการใช้ถงั ดบั เพลิง ลกั ษณะการใช้งาน ถงั ดบั เพลิง ชนิด CO2 บรรจุ เป็นน้าแข็งแห้ง ท่ีบรรจุไว้ในถัง ท่ีทนแรงดนั สูง เหมาะสาหรบั ใช้ภายในอาคาร ถงั สีแดง ประมาณ 1800 PSI ต่อตารางน้ิว ท่ปี ลายสายฉีด ไ ฟ ท่ี เ กิ ด จ า ก แ ก๊ ส น้ า มั น จะมีลักษณะเป็ นกระบอกหรือกรวย เวลาฉีด และไฟฟ้า ลักษณะน้ายาท่ีออกมา จะเป็ นหมอกหิมะ ท่ีไล่ - ขนาดตงั้ แต่ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ ความรอ้ น และออกซเิ จน สามารถใช้กบั ไฟชนิด B และ 15 ปอนด์ และ C ชนิ ดน้ายาเหลวระเหย บรรจุถงั สีเหลือง ใช้ดบั เพลิงได้ดีโดย คุณสมบัติ เหมาะสาหรบั ทใ่ี ช้อุปกรณ์กบั บีซีเอฟ ฮาลอน1211 ของสารเคมคี อื มคี วามเยน็ จดั และมปี ระสทิ ธภิ าพ คอมพวิ เตอร์ และอุปกรณ์ส่อื สาร ทาลายออกซเิ จนทท่ี าใหต้ ดิ ไฟ น้ายาชนิดน้ี ในอุตสาหกรรม อิเลคทรอนิกส์ ไม่ท้งิ คราบสกปรก หลงั การดบั เพลงิ และสามารถ เรอื เคร่อื งบนิ และรถถงั ใชไ้ ดห้ ลายครงั้ ข้อเสยี ของน้ายาดบั เพลิงชนิดน้ี คอื มสี าร CFC ท่สี ง่ ผลกระทบต่อ สภาพแวดลอ้ ม -ขนาดตงั้ แต่ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 15 ปอนด์ ชนิด HCFC-123 เป็นสารดบั เพลงิ ทใ่ี ชท้ ดแทนสารฮาลอน 1211 เ ห ม า ะ ส า ห รับ ท่ี ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ (Halatron) ไม่ทาลายชนั้ โอโซนและเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม คอมพวิ เตอร์ และอุปกรณ์ส่อื สาร สามารถใช้กบั ไฟชนิด A B และ C ลกั ษณะการฉีด ในอุตสาหกรรม อิเลคทรอนิกส์ ออกเป็นแก๊สเหลวระเหย น้ายาชนิดน้ี ไม่ท้งิ คราบ เรอื เครอ่ื งบนิ และรถถงั สกปรก ไม่ทาลายส่ิงของเคร่ืองใช้ หลังการ - ขนาด ตงั้ แต่ ปอนด์ 10 ปอนด์ ดบั เพลงิ และสามารถใชไ้ ดห้ ลายครงั้ และ 15 ปอนด์ ตวั ถงั ดบั เพลงิ ทาด้วยสแตนเลส ภายในเป็นน้ายา เหมาะสาหรับ บ้านพักอาศัย ชนิ ดน้ายาโฟม โฟม โดยแรงดนั ท่ีอัดไว้จะดนั น้าผสมกันโฟมยิง ร้านจาหน่ ายน้ ามันและสี ปั้ม ผ่านหัวฉีดฝั กบัวพ่นออกมาเป็ นฟองกระจาย น้ามนั หรอื ดบั ไฟท่เี กิดจากน้ามนั ไปปกคลุมบรเิ วณทเ่ี กดิ เพลงิ ไหม้ ทาใหเ้ กดิ การอบั ชนิดต่างๆ น้ายาโฟมชนิดน้ีห้าม อากาศ ทาให้ไฟขาดออกซิเจนและลดความร้อน ดับเพลิงท่ีเกิดจากระบบไฟฟ้ า มคี ณุ สมบตั พิ เิ ศษโดยมแี ผน่ ฟิลม์ น้าปิดไอเชอ้ื - เ ด็ ด ข า ด เ พ ร า ะ เ ป็ น ส่ื อ น า เพลิงปกคลุมไม่ให้ไฟย้อนติดข้ึนมาอีกสามารถ กระแสไฟฟ้า ใชไ้ ดก้ บั ไฟชนิด A และ B - ขนาด 20 ปอนด์
391 ตารางที่ 6.6 การแสดงชนดิ /ประเภทของถงั ดบั เพลงิ (ต่อ) ชนิ ด/ประเภทของ ถงั ดบั เพลิง คณุ ลกั ษณะของการใช้ถงั ดบั เพลิง ลกั ษณะการใช้งาน น้ายาเป็นสารเหลวระเหยชนิด BF 2000 (FE 36) เ ห มาะ ส าห รับ ท่ีใ ช้อุ ป กร ณ์ ชนิด BF 2000 สาหรบั เคร่อื งดบั เพลงิ ชนิดหูหว้ิ น้ายาดบั เพลงิ คอมพวิ เตอร์ และอุปกรณ์ส่อื สาร บรรจถุ งั สีเขียว ชนิดทดแทนน้ี ไดร้ บั การยอมรบั ว่าไมส่ ง่ ผลกระทบ ในอุตสาหกรรม อิเลคทรอนิกส์ ต่อสิง่ แวดล้อม ประสทิ ธภิ าพ การทดสอบโดยใช้ เรอื เคร่อื งบนิ และรถถงั cup-burn ช้ใี ห้เหน็ ว่าน้ายา BF 2000 (FE 36) - ขนาดตงั้ แต่ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ จะตอ้ งมคี วามเขม้ ขน้ อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 7.5 และ 15 ปอนด์ ในการใชส้ ารดบั เพลงิ สามารถใชไ้ ดก้ บั ไฟชนิด A B C และ E , BF 2000 (FE 36) ไม่แสดงปฎิกริ ยิ า กับวัสดุก่อสร้างโดยทัว่ ไป เช่น อลูมินัม่ สตีล ทองแดง ในระดบั อุณหภูมิปกติ เคร่ืองดบั เพลิง ชนิด BF 2000 ลกั ษณะการฉีดออกเป็นแก๊สเหลว ระเหย น้ายาชนิดน้ี ไม่ท้งิ คราบสกปรก ไม่ทาลาย สง่ิ ของเครอ่ื งใช้ หลงั การดบั เพลงิ และสามารถใช้ได้ หลายครงั้ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. จากตารางท่ี 6.6 ชนิดหรอื ประเภทของถงั ดบั เพลงิ มคี ุณลกั ษณะของการใชถ้ งั ดบั เพลงิ และลกั ษณะการใชง้ านทม่ี คี วามแตกต่างกนั ตามชนิดของถงั เพลงิ ท่มี คี ุณลกั ษณะการใช้งานท่ี ไมเ่ หมอื นกนั ยอ่ มมกี ารศกึ ษาลกั ษณะ คุณสมบตั ิ วธิ ใี ชใ้ นถูกต้อง และเหมาะสมกบั ลกั ษณะของ การเกดิ ดบั เพลงิ หากเกดิ เพลงิ ไหม้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ เจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางาน ประจาองคก์ ารซง่ึ ทาหน้าทต่ี ามกฎหมายความปลอดภยั ยอ่ มไดร้ บั การอบรมเป็นอย่างดี รวมทงั้ ต้องมปี ระสบการณ์ในการทางานเก่ยี วกบั การดบั เพลงิ และชนิดประเภทของถงั ดบั เพลงิ ฉะนัน้ เม่อื มพี นักงานเรมิ่ งานใหม่กบั องคก์ ารเจา้ หน้าท่ดี งั กล่าวจะทาหน้าท่ใี นการฝึกอบรมพนักงาน ใหม่เหล่าน้ีให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ มที กั ษะในการใชเ้ คร่อื งดบั เพลงิ ในแต่ละประเภทท่ตี ้องใช้ งานลกั ษณะใดบ้างเม่อื เกดิ มเี พลงิ ไหมเ้ กดิ ขน้ึ ถงั ดบั เพลงิ ตามชนิดหรอื ประเภทจะต้องมคี วาม พรอ้ มท่จี ะใชง้ านหรอื มปี ระสทิ ธภิ าพเสมอ และการใชด้ บั เพลงิ นอกจากจะทาการฝึกอบรมและ สอนให้รจู้ กั และเขา้ ใจเก่ยี วกบั คุณลกั ษณะ การใช้งานแลว้ จะต้องมกี ารเขยี นวธิ ใี ช้ใหช้ ดั เจนท่ี เครอ่ื งดบั เพลงิ หรอื บรเิ วณทม่ี กี ารตดิ ตงั้ ถงั ดบั เพลงิ นนั้ เพ่อื ใหผ้ ใู้ ชง้ านใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง ดงั แสดงไวใ้ น ตารางท่ี 6.6 วธิ ใี ชเ้ ครอ่ื งดบั เพลงิ แบบมอื ถอื
392 ตารางที่ 6.7 วธิ ใี ชเ้ ครอ่ื งดบั เพลงิ แบบมอื ถอื ขนั้ ตอน ท่องจาให้ขึน้ ใจ ข้อสงั เกตและข้อควรระวงั การหว้ิ ถงั ส่นี ้ิวเรยี งชิดติดกนั จบั ใต้คนั บีบด้านล่างหนั หา้ มยกหว้ิ ทโ่ี คนสายฉีดเพราะอาจทา ใหห้ กั ขาด จนใชง้ านไมไ่ ด้ สายฉีดไปดา้ นหน้า ควรนาไปท่เี กดิ เหตุ 2 ถงั เพ่อื สารอง ถ้าระงบั ไม่ การนาพา แลว้ นาพาไป อยใู่ นถงั เดยี ว การเขา้ ดบั พอเหน็ แสงไฟ ไมเ่ หน็ แสงไฟอยา่ ฉีด การดงึ สลกั ใหเ้ ขา้ เหนือลม ระยะเหมาะสม หากเขา้ ใตล้ ม ก๊าซพษิ ควนั ไฟจะถูกพดั เขา้ หาตวั ดงึ สลกั ออกมา 3 ถงึ 4 ม.ถา้ ชนิดซโี อทู 1½ ม. ถงึ 2 ม. ยกสายฉีด ยกสายฉีดตรงหน้า หมนุ ใหเ้ สน้ พลาสตกิ ทค่ี ลอ้ งสลกั ขาดก่อน บบี คนั บบี บบี คนั บบี ฉบั พลนั ควรสงั เกตให้แน่ใจว่า จะนาสายฉีดออกใช้ได้ สา่ ยหวั ฉีด สา่ ยหวั ฉีดไปมา อยา่ งไร ดบั ใหส้ นิท เป้าหมายตรงหน้า บบี คนั บบี อยา่ งแรง และตอ่ เน่ือง ฉีดทฐ่ี านไฟ ฉีดจากใกลไ้ ปไกล สา่ ยหวั ฉีดเพอ่ื ใหส้ ารดบั ไฟจากถงั ครอบคลุมฐาน ดบั ไดแ้ น่นอน ของไฟ ตามองเป้าหมาย ก้มหรอื ย่อตวั เลก็ น้อยเพ่อื หลบ ควนั และความรอ้ น ฉีดกลบฐานของไฟ เมอ่ื แรงดนั ในถงั ลดลง ควรกา้ วเดนิ เขา้ สเู่ ป้าหมาย อยา่ งระมดั ระวงั ตอ้ งแน่ใจวา่ ไฟดบั กอ่ นถอยอกจากทเ่ี กดิ เหตุ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag., 2559. การตรวจสอบแรงดนั ในถงั ดบั เพลิง ถ้ามมี าตรวดั (Pressure Gauge) ต้องดูท่เี ขม็ “เขม็ ตงั้ ยงั ใช้ได้ เขม็ เอยี งซ้ายไม่ได้ การ” หากแรงดนั ไม่มี เขม็ จะเอยี งมาทางซา้ ยตอ้ งรบี นาไปเตมิ แรงดนั ทนั ที อย่าตดิ ตงั้ ไว้ให้คน เข้าใจผิด คิดว่ายงั ใช้ได้ การตรวจสอบน้ีควรเป็นหน้าท่ีของผู้ท่ีดูแลบรเิ วณท่ีติดตัง้ เคร่อื ง ดบั เพลงิ นนั้ ๆ ควรตรวจสอบอยา่ งน้อยเดอื นละ 1 ครงั้ ถ้าไม่มมี าตรวดั (Pressure Gauge) คอื เคร่อื งดบั เพลงิ ชนิดก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ (ซโี อทู) ใชว้ ธิ ชี งั่ น้าหนกั ก๊าซทอ่ี ย่ใู นถงั หากลดลง ต่ากวา่ 80 % ควรนาไปอดั เพม่ิ เตมิ
393 ภาพท่ี 6.25 มาตรวดั (Pressure Gauge) เครอ่ื งดบั เพลงิ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag. 2559. การบารงุ รกั ษาเคร่อื งดบั เพลิง เคร่อื งดบั เพลงิ เป็นอุปกรณ์ท่สี าคญั ต่อชวี ติ และทรพั ยส์ นิ เป็นอยา่ งยง่ิ จงึ ควรไดร้ บั การ ดูแลเอาใจใส่ให้สามารถใช้งานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพในระยะยาวนานขนั้ ตอนท่สี าคญั ในการ บารงุ รกั ษา คอื 1. อยา่ ตดิ ตงั้ อุปกรณ์ดบั เพลงิ ไวใ้ นอุณหภมู สิ งู มคี วามชน้ื หรอื เกดิ ความ สกปรกไดง้ า่ ย เช่น ตากแดด ตากฝนตดิ ตงั้ ใกลจ้ ุดกาเนิดความรอ้ นต่างๆอาทิ หมอ้ ตม้ น้า เครอ่ื งจกั รทม่ี คี วาม รอ้ นสงู เตาหงุ ตม้ หอ้ งอบต่างๆ เป็นตน้ 2. ทาความสะอาดตวั ถงั และอุปกรณ์ประกอบ (สายฉีด หวั ฉีด) เป็นประจา สม่าเสมอ (อยา่ งน้อยเดอื นละ1 ครงั้ ) เพอ่ื ใหด้ ดู มี รี ะเบยี บและพรอ้ มใชง้ าน 3. หากเป็นเคร่อื งดบั เพลงิ ชนิดผงเคมแี หง้ ควรเคล่อื นผงเคมที บ่ี รรจอุ ย่ภู ายใน โดยยก ถงั พลกิ คว่า-พลกิ หงาย 5-6 ครงั้ (จนแน่ใจว่าผงเคมแี หง้ ไมจ่ บั ตวั เป็นก้อน) อย่างน้อยเดอื นละ 1 ครงั้ 4. ตรวจสอบสลากวธิ ใี ชป้ ้ายบอกจดุ ตดิ ตงั้ ป้าย แสดงกาหนดการบารงุ รกั ษาและผตู้ รวจ สอบ (Maintenance Tag) ใหส้ ามารถอ่านออกไดช้ ดั เจนตลอดเวลา การติดตงั้ เครอ่ื งดบั เพลิง ให้ตดิ ตงั้ สูงจากพน้ื โดยวดั ถงึ ส่วนทส่ี ูงทส่ี ุดของเคร่อื งดบั เพลงิ ตอ้ งไม่เกนิ 140 ซม. สาหรบั ถงั ดบั เพลงิ ขนาดเบาท่มี นี ้าหนักรวมไม่เกนิ 10 กก.เพ่อื ให้ทุกคนสามารถหยบิ ใช้ได้ สะดวกและตดิ ตงั้ สูงไม่เกนิ 90 ซม.สาหรบั ถงั ขนาดหนัก พรอ้ มตดิ ตงั้ ป้ายชต้ี าแหน่งไว้เหนือ เคร่อื งดบั เพลิงเพ่ือให้มองเห็นได้ชดั เจนในระยะไกล จากทุกมุมมอง และทงั้ กลางวนั และ กลางคนื เคร่อื งดบั เพลงิ ทุกเคร่อื งทต่ี ดิ ตงั้ ในประเทศไทย ต้องมรี ายละเอยี ดเป็นภาษาไทยดว้ ย และจะตอ้ งมปี ้ายระบุระยะเวลาการตรวจสอบบารงุ รกั ษา (Maintenance Tag) ทเ่ี ครอ่ื งดบั เพลงิ ทุกๆ เครอ่ื งดว้ ย (ซง่ึ กาหนดใหต้ รวจสอบอยา่ งน้อยเดอื นละ1 ครงั้ )
394 ดังนัน้ การติดตัง้ เคร่อื งดบั เพลิงควรอยู่ในท่ีท่ีเห็นได้ง่ายใช้ได้สะดวกและติด ตัง้ ใน ลกั ษณะทใ่ี ชไ้ ดส้ ะดวก เช่น ควรตดิ อยตู่ ามผนงั หรอื เสา และอย่สู ูงจากพน้ื ไมเ่ กนิ 5 ฟุต สาหรบั เครอ่ื งดบั เพลงิ ขนาดไมเ่ กนิ 40 ปอนด์ และไมเ่ กนิ 3.5 ฟุต จากพน้ื สาหรบั เคร่อื งดบั เพลงิ ขนาด มากกว่า 40 ปอนด์ ผคู้ วบคมุ งานตอ้ งถอื เป็นหน้าทท่ี จ่ี ะตอ้ งดแู ลไมใ่ หม้ สี ง่ิ ใด ไปขดั ขวางการเขา้ ไปใชเ้ คร่อื งดบั เพลงิ บรเิ วณทต่ี ดิ ตงั้ เคร่อื งดบั เพลงิ ควรทาสแี ดงเพ่อื สงั เกต เหน็ ไดง้ ่าย ควรมี การตรวจสอบการบารุงรกั ษาเคร่อื งดบั เพลงิ อย่างสม่าเสมอ เพราะเคร่อื งดบั เพลงิ บางชนิดจะ ตอ้ งมกี ารบรรจนุ ้ายาใหมท่ ุกๆ ระยะ และการละเลยอาจหมายถงึ ความสญู เสยี จากอคั คภี ยั อยา่ ง มหาศาล ดงั แสดงการตดิ ตงั้ เครอ่ื งดบั เพลงิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ดงั แสดงในภาพท่ี 6.26 ภาพท่ี 6.26 การตดิ ตงั้ เครอ่ื งดบั เพลงิ ทม่ี า: http://www.thailandindustry.com/onlinemag.2559. สาหรบั การตดั สนิ ใจซ้อื หรอื ตดิ ตงั้ เคร่อื งดบั เพลงิ ชนิดใดย่หี ้อใดเป็นการตดั สนิ ใจของ ฝ่ายจดั การอย่างไรกด็ เี ม่อื มกี ารตดิ ตงั้ เครอ่ื งดบั เพลงิ กค็ วรจะให้ผขู้ ายอธบิ ายถงึ ประโยชน์และ การใชเ้ คร่อื งดบั เพลงิ นัน้ แก่ผู้ควบคุมงานและพนักงานดว้ ย เพราะในปัจจุบนั ววิ ฒั นาการของ เครอ่ื งมอื ดบั เพลงิ เจรญิ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ เครอ่ื งดบั เพลงิ บางชนิดอาจใชไ้ ดเ้ ฉพาะชนิดของเพลงิ บาง ชนิดอาจใชไ้ ดก้ บั เพลงิ ทุกชนิด เคร่อื งดบั เพลงิ บางชนิดอาจจะทาลายผลติ ภัณฑบ์ างอย่าง เช่น สง่ิ ทอ แต่บางชนดิ ไมม่ ปี ฏกิ ริ ยิ ากบั สง่ิ ทอ ฯลฯ
395 การป้องกนั อคั คีภยั ในอาคารสงู สง่ิ แรกทเ่ี ราควรจะศกึ ษาและสารวจ เม่อื เราต้องเขา้ ไปใชอ้ าคารสูง ไม่ว่าจะเป็นส่วนท่ี พกั อาศยั ถาวร โรงแรม หรอื ท่ที างาน กค็ อื ทางหนีไฟ ซง่ึ ทางหนีไฟก็คอื เสน้ ทางท่เี ราใชห้ รอื ออกจากอาคารเม่อื เกิดไฟไหม้ข้นึ โดยทางหนีไฟของอาคารสูงจะประกอบด้วยส่วนสาคญั 3 สว่ น ไดแ้ ก่ 1. เสน้ ทางส่บู นั ไดหนีไฟ เสน้ ทางบนั ไดหนีไฟตอ้ งมกี ารบอกทางใหเ้ หน็ ชดั เจน โดยเขียนรูปภาพ หรือสัญลักษณ์ท่ีให้เข้าใจเป็นสากลพร้อมทาเป็นตัวหนังหรือเขียนทัง้ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพอ่ื ใหค้ นอ่านไดท้ ุกภาษาและสญั ลกั ษณ์ตอ้ งมคี วามชดั เจน 2. บนั ไดหนีไฟ ต้องมกี ารตดิ สญั ญาณไฟฉุกเฉินเพ่อื ใหม้ องเหน็ ง่ายเมอ่ื เกดิ กรณีไฟไหม้ จะได้มองเห็นทางออกท่ีเป็นบันไดหนีไฟ และต้องมขี นาดตามท่ีข้อกฎหมาย กาหนด 3. ช่องทางเปิดสู่ทางออก ช่องทางการเปิดออกประตูหนีไฟจะต้องไม่มสี ง่ิ กดี ขวาง เชน่ มกี ารปิดดว้ ยกล่อง หรอื มกี ารเกบ็ ของกดี ขวางช่องทางออกเม่อื มกี รณีไฟไหมก้ จ็ ะไม่ สามารถหนีออกได้ และควรมกี ารทา 5ส. เกบ็ กวาดใหส้ ะอาดโดยไมใ่ หม้ สี ง่ิ ใดกดี ขวาง การป้ องกัน อัคคีภัยใน อาคารสู. มีความจาเ ป็ นต้องปฏิบัติตามกฎหมายความ ปลอดภยั ของโรงงาน และอาคารสูงอย่างเคร่งครดั เพ่อื ทาให้เกิดความปลอดภยั ทงั้ ลูกจ้าง นายจา้ ง และสถานทท่ี างาน รวมทงั้ ความเสยี ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ กบั องคก์ ารต่อไป หลกั การออกแบบอาคารให้ปลอดภยั จากอคั คีภยั การป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพนนั้ จะต้องมกี ารออกแบบป้องกนั อคั คภี ยั ตงั้ แต่การวางผงั การก่อสรา้ งอาคารโดยแนวคดิ สาหรบั การวางระบบป้องกนั อคั คภี ยั ทม่ี กี ารนามา ประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบันเป็นแนวคิดของ National Fire Protection Association หรอื NFPA (National Fire Protection Association, Quincy, Massachusetts, 1998) ซง่ึ เป็นแนวคดิ เกย่ี วกบั การจดั การกบั อคั คภี ยั โดยไดก้ าหนดการแบ่งการจดั การอคั คภี ยั ออกเป็น 3 ส่วนไดแ้ ก่ (1) การควบคุมกระบวนการเผาไหม้ (2) การระงบั เมอ่ื เกดิ อคั คภี ยั และ (3) การควบคุมไฟโดยการออกแบบโครงสร้างท่เี หมาะสม (National Fire Protection Association.,2000) ซง่ึ ในแต่ละส่วนยงั มกี ารจาแนกสง่ิ ทต่ี ้องจดั การควบคุมแตกแขนงแยกยอ่ ย ออกไปคล้ายแผนภูมติ ้นไม้ โดยในแต่ละแขนงมกี ารกาหนดในสิง่ ท่ตี ้องควบคุมหรอื จดั การ รว่ มกนั หรอื สามารถเลอื กควบคุมหรอื จดั การอกี สงิ่ หน่งึ แทนไดซ้ ง่ึ สามารถอธบิ ายในแต่ละส่วนได้ ดงั น้ี ส่วนท่ี 1 การควบคุมกระบวนการเผาไหมจ้ ะต้องมกี ารควบคุมท่เี ช้อื เพลงิ และควบคุม สภาพแวดลอ้ มในบรเิ วณนัน้ ควบค่กู นั ซง่ึ การควบคุมกระบวนการเผาไหมก้ จ็ ะต้องมกี ารมกี าร ควบคุมคุณสมบตั ขิ องเชอ้ื เพลงิ การควบคุมปรมิ าณเช้อื เพลงิ และการควบคุมการแพร่กระจาย
396 ของเช้อื เพลิงร่วมกันไป โดยในส่วนของการควบคุมสภาพแวดล้อมก็จะต้องมีการควบคุม สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพรว่ มกบั ทางเคมี ส่วนที่ 2 การระงบั อคั คภี ยั จะตอ้ งมกี ารดาเนินงาน 2 ส่วนร่วมกนั คอื การใชร้ ะบบระงบั อคั คภี ยั อตั โนมตั ซิ ง่ึ อาจจะใชร้ ะบบตรวจจบั ไฟ หรอื ใชอ้ ุปกรณ์ระงบั อคั คภี ยั ทเ่ี พยี งพอ และการ ใชร้ ะบบระงบั อคั คภี ยั ด้วยมอื ซง่ึ อาจจะเลอื กระบบการตรวจจบั ไฟ ระบบสญั ญาณเตอื นภยั การ ดาเนินการตามขอ้ กาหนด การตอบสนองภายในพน้ื ท่ี การใชอ้ ุปกรณ์ระงบั อคั คภี ยั ทเ่ี พยี งพอซง่ึ เราสามารถเลอื กการจดั การในรปู แบบใดรปู แบบหน่งึ หรอื หลายรปู แบบพรอ้ มกนั กไ็ ด้ ส่วนที่ 3 การควบคุมไฟโดยการออกแบบโครงสรา้ งทเ่ี หมาะสม โดยสามารถเลอื กการ ดาเนินการควบคุมโดยการจดั ใหม้ โี ครงสรา้ งท่ีมเี สถยี รภาพ เช่นการสรา้ งกาแพงทนไฟ การใช้ วสั ดุทนไฟหรอื การควบคุมการเคล่อื นทข่ี องไฟ ซ่งึ ในกรณีทเ่ี ลอื กการควบคุมการเคล่อื นทข่ี อง ไฟจะตอ้ งควบคุมทศิ ทางลมของไฟและควบคุมขอบเขตของไฟใหไ้ ดด้ ว้ ย ประเทศไทยมีแนวความคิดในการนาการออกแบบทางด้านสถาปั ตยกรรมกับก าร ป้องกนั อคั คภี ยั ผนวกไวร้ ว่ มกนั ซง่ึ จะแบง่ เป็น 2 สว่ น คอื (เกชา ธรี ะโกเมน, 2545, หน้า 20) (1) การออกแบบเพ่อื การป้องกนั อคั คภี ยั เชงิ รกุ (Active) และ (2) การออกแบบเพ่อื ป้องกันอัคคีภยั เชงิ รบั (Passive) เป็นการออกแบบเพ่ือการ ป้องกนั อคั คภี ยั เชงิ รกุ จะประกอบดว้ ย การแบง่ สว่ นพน้ื ทอ่ี าคารใหเ้ หมาะแก่การใชง้ าน การสรา้ ง เสน้ ทางหนีไฟใหเ้ หมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐาน การปิดในส่วนของช่องเปิดต่างๆ ของตวั อาคาร เช่น ช่องลฟิ ท์ ช่องระบายอากาศเพ่อื ไม่ใหไ้ ฟลุกลามผ่านไปยงั ส่วนอ่นื ของอาคาร ส่วน การออกแบบเพ่อื ป้องกนั อคั คภี ยั เชงิ รบั ไดแ้ ก่การตดิ ตงั้ ระบบเฝ้าระวงั อคั คภี ยั เช่น อุปกรณ์แจง้ เหตุเพลงิ ไฟชนิดต่างๆ ตามความเหมาะสมการตดิ ตงั้ ระบบป้องกนั อคั คภี ยั เช่น ระบบดบั เพลงิ แบบหวั กระจายน้าดบั เพลงิ และการตดิ ตงั้ ระบบควบคุมควนั ไฟไม่ให้แพร่กระจายไปยงั ส่วน พน้ื ทป่ี ลอดภยั เชน่ ระบบอดั อากาศเขา้ ส่บู นั ไดหนีไฟ ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ไดใ้ นภาพท่ี 6.27
397 Fire Safety Passive Active Fire Mean of Fire Seal Fire Fire Smoke Compartment Egress Monitoring Protection Control ภาพท่ี 6.27 การออกแบบทางดา้ นสถาปัตยกรรมกบั การป้องกนั อคั คภี ยั ทม่ี า: เกชา ธรี ะโกเมน, 2545, หน้า 20. จากภาพท่ี 6.27 หลกั การออกแบบอาคารใหป้ ลอดภยั จากอคั คภี ยั โดยแนวความคดิ ใน การนาการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมกบั การป้องกนั อคั คภี ยั มลี กั ษณะ 2 ส่วน คอื การ ออกแบบเพ่อื การป้องกนั อคั คภี ยั เชงิ รุก (Active) และ การออกแบบเพ่อื ป้องกนั อคั คีภยั เชงิ รบั (Passive) สามารถอธบิ ายในรายละเอยี ดได้ ดงั น้ี 1.1 การป้องกนั อคั คีภยั เชิงรบั (Passive Fire Safety) เป็นการเน้นการป้องกนั ใน ส่วนของการออกแบบโครงสรา้ งอาคารเพ่อื จากดั การลุกลามของไฟ 1.1.1 ควบคุมการเกดิ ควนั ไฟและการกระจายตวั ของควนั ไฟ เพ่อื ระบายควนั ไฟออกนอกบรเิ วณขณะเกดิ เพลงิ ไหมอ้ าคาร ลดหรอื ป้องกนั การแพรก่ ระจายของควนั ดว้ ยการ ออกแบบการใช้งาน การตดิ ตงั้ การทดสอบ และซ่อมบารุงระบบรวมถึงการเพมิ่ เติมอุปกรณ์ ใหแ้ ก่ระบบปรบั อากาศและระบบหวั กระจายน้าในระบบดบั เพลงิ ใหท้ างานร่วมกบั ระบบควบคุม ควนั ไฟไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 1.1.2 การป้องกนั การลามไฟเม่อื อพยพหนีไฟใหเ้ ป็นไปอย่างปลอดภยั โดยท่ี ผนงั ปิดลอ้ มพน้ื ทต่ี อ้ งมอี ตั ราทนไฟ 2 ชวั่ โมง และมรี ะบบอดั อากาศเพ่อื ป้องกนั การแพร่กระจาย เข้ามาในพ้นื ท่ปี ิดล้อมมคี วามดนั ขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 38.6 ปาสคาล โดยมกี ารพจิ ารณา ความเรว็ อากาศท่ผี ่านประตูหนีไฟเพ่อื ป้องกนั ควนั ยอ้ นกลบั โดยใหอ้ าคารทม่ี รี ะบบหวั กระจาย น้าดบั เพลงิ มคี วามเรว็ อากาศทผ่ี ่านประตูต่าสุดท่ยี อมไดค้ อื 0.30 เมตรต่อวนิ าที และอาคารท่ี ไม่มีระบบหัว กระจายน้ าดับเพลิง มีความเร็ว อากาศท่ีผ่านประตูต่ าสุดท่ียอ มได้ เท่ากบั 0.80 เมตรต่อวินาที ในขณะท่คี วามเร็วของอากาศท่จี ่ายออกจากช่องท่ออัดอากาศ
398 จะต้องอยู่ในช่วง 2-3 เมตรต่อวนิ าที วสั ดุท่ใี ช้ในงานท่อลมทงั้ หมดจะต้องไม่ตดิ ไฟ และวสั ดุ จะตอ้ งมคี ่าอุณหภมู ขิ องการหลอมละลายไมน่ ้อยกว่า 1,000 องศาเซลเซยี ส 1.1.3 การใช้วสั ดุประเภทไม่ลามไฟหรอื สรา้ งความเสถยี รภาพของโครงสรา้ ง เป็นวสั ดุประเภทป้องกนั โครงสร้างของอาคารขณะเกิดเพลงิ ไหม้ ไม่ใหเ้ กดิ การแตกร้าว การ ทลายตวั เป็นการเลอื กวสั ดขุ องสรา้ งอาคารใหม้ โี ครงสรา้ งทนไฟตงั้ แต่เรมิ่ การออกแบบ 1.2 การป้องกนั อคั คีภยั เชิงรกุ (Active Fire Safety) เป็นการป้องกนั อคั คภี ยั เม่อื ไฟ ไดเ้ กดิ ขน้ึ แลว้ ซง่ึ จะตอ้ งมกี ารตดิ ตงั้ อุปกรณ์การเฝ้าระวงั อุปกรณ์การป้องกนั การลุกลามของไฟ และอุปกรณ์สาหรบั การควบคมุ ควนั ไฟ 1.2.1 ระบบแจง้ เหตุเพลงิ ไหมน้ ัน้ ความสามารถของอุปกรณ์ตรวจจบั เพลงิ ไหม้ จะจาแนกตามระยะเวลาของการเกดิ ไฟเรม่ิ ต้นตงั้ แต่การเป็นสถานะของเชอ้ื เพลงิ ทเ่ี ป็นของแขง็ กลายเป็นเช้อื เพลงิ ท่อี ย่ใู นสถานะก๊าซ จากนนั้ ควนั ไฟจะก่อตวั ขน้ึ ต่อมาจะเกดิ เปลวไฟ และใน ทส่ี ุดจะเกดิ ความรอ้ นจากเปลวไฟแพรก่ ระจายออกไปดงั แสดงในภาพท่ี 6.28 ภาพท่ี 6.28 ขนั้ ตอนการเกดิ ไฟซง่ึ จะเป็นตวั กาหนดอุปกรณ์ตรวจจบั ของไฟ ทม่ี า: National Fire Protection Association (1999).
399 จากภาพ 58 เม่อื มเี หตุการณ์เกดิ ไฟไหม้ ไฟจะลุกขน้ึ ตามลาดบั ขนั้ ตอนในการเกดิ ไฟ ซง่ึ สามารถแบง่ ระยะเวลาการเกดิ ไฟเป็น 4 ระยะคอื ระยะท่ี 1 ระยะเร่ิมต้น (Incipient Stage) ซง่ึ ระยะน้ีจะไมส่ ามารถมองเหน็ อนุภาคของ ควนั ควนั ไฟ เปลวไฟ และจะไม่รูส้ ึกถึงความร้อน อุปกรณ์ตรวจจบั ท่เี หมาะสมคอื อุปกรณ์ ตรวจจบั ไอออน และก๊าซจากการเผาไหม้ ระยะท่ี 2 ระยะเกิดควนั (Smoldering Stage) ซง่ึ ระยะน้ีเราไม่สามารถมองเหน็ เปลว และจะไม่รู้สึกถงึ ความร้อน แต่จะมองเห็นควนั ไฟ อุปกรณ์ตรวจจบั ท่เี หมาะสมคือ อุปกรณ์ ตรวจจบั ควนั ไฟ ระยะท่ี 3 ระยะเกิดเปลวไฟ (Flame Stage) ซง่ึ ระยะน้ีเราสามารถมองเหน็ เปลวไฟ ควนั ไฟ และเรม่ิ รสู้ กึ ถงึ ความรอ้ น อุปกรณ์ตรวจจบั ทเ่ี หมาะสมคอื อุปกรณ์ตรวจจบั เปลวไฟ ระยะท่ี 4 ระยะเกิดความร้อน (Heat Stage) ซง่ึ ระยะน้ีเราสามารถมองเหน็ เปลวไฟ ควนั ไฟ จะไมส่ ามารถควบคมุ ความรอ้ นได้ อากาศรอ้ นจะแผ่ขยายตวั ออกไป อุปกรณ์ตรวจจบั ท่ี เหมาะสมคือ อุปกรณ์ตรวจจบั ความร้อน Incipient Stage Smoldering Stage Flame Stage Heat Stage 2.2.2 ระบบดบั เพลงิ อตั โนมตั ซิ ง่ึ เป็นระบบทใ่ี ชร้ ะงบั ไฟเมอ่ื เกดิ เพลงิ ไฟขน้ึ โดย ปกตอิ ุปกรณ์ทส่ี าคญั ในระบบน้คี อื หวั กระจายน้าดบั เพลงิ 2.2.3 ระบบควบคุมควัน เน่ืองจากควันไฟเป็ นสาเหตุสาคัญท่ีสุดท่ีทาให้ เสยี ชวี ติ ขนาดเกดิ เพลงิ ไฟ จงึ ตอ้ งมรี ะบบควบคุมควนั ไฟ เพ่อื ระบายควนั ไฟไปยงั พน้ื ทท่ี ไ่ี มเ่ ป็น อนั ตรายต่อชวี ติ อาคารที่ปลอดภยั องคป์ ระกอบสาคญั ทเ่ี กย่ี วกบั ความปลอดภยั ของอาคาร ไดแ้ ก่ การทนไฟ อาคารท่ปี ลอดภยั ควรจะมโี ครงสรา้ งหลกั ท่มี คี วามสามารถในการทนไฟได้ โดยไม่พงั ทลาย ไดไ้ ม่ น้อยกว่า 2 ชวั่ โมง และควรจะใช้ วสั ดุประกอบอาคารทไ่ี ม่ตดิ ไฟ และไม่ ก่อใหเ้ กดิ ก๊าชพษิ เม่อื ไฟเผา หากมพี น้ื ทเ่ี กบ็ สารอนั ตรายควรจะมผี นังกนั ไฟท่สี ามารถทนไฟได้ ไมน่ ้อยกว่า 4 ชวั่ โมง ซง่ึ สามารถอธบิ ายไดต้ ามลกั ษณะของการเกดิ อคั คภี ยั ในอาคารโดยแยก ลกั ษณะของการผนงั กนั ไฟไดด้ งั น้ี (1) การทนไฟ มาจากคาว่า Fire Rating หรอื อตั ราการทนไฟ เชน 1.5 ชวั่ โมง 2 ชวั่ โมง หรอื 4 ชวั่ โมง (2) การติดไฟ มาจากคาว่า Combustible ถ้าวัสดุติดไฟได้ เรียกว่า Combustible Material
400 (3) วสั ดุทนไฟ มาจากคาวา่ Fire Resistant Material แต่วสั ดุทถ่ี ูกไฟแล้วดบั ได้ เอง เรยี กว่า Self Extinguished Material หรอื ชนิดท่ไี มล่ ามไฟจะเรยี กว่า Fire Retardant Material (4) สารไวไฟ มาจากคาว่า Flammable เชน Flammable Liquid พวกน้ามนั แอลกอฮอล์ เป็นตน้ (5) วสั ดุอุดกนั ไฟ มาจากคาว่า Fire Seal หมายถงึ สารทใ่ี ชอ้ ุดช่องว่างระหว่าง พน้ื หรอื ผนงั กนั ไฟ เพ่อื ป้องกนั ไฟลาม ระบบสญั ญาณแจ้งเหตเุ พลิงไหม้ (Fire Alarm System) ระบบสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ หมายความว่า เคร่อื งตรวจจบั ควนั หรอื ความรอ้ น หรอื เปลวไฟท่ที างานโดยอัตโนมตั ิ และอุปกรณ์แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้แบบกดหรอื ดึง เพ่อื ให้ สญั ญาณเตอื นภยั ระบบสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ มสี ่วนประกอบหลกั ทส่ี าคญั คอื 1. อุปกรณ์แจง้ เหตุ เพลงิ ไหม้ 2. ตคู้ วบคุมระบบ 3. อุปกรณ์เตอื นภยั โดยแต่ละส่วนประกอบเช่อื มต่อกนั ดว้ ยสายสญั ญาณไฟฟ้า ซง่ึ ระบบจะทางานตรวจจบั เพลงิ ไหม้และส่งสญั ญาณเตือนภยั เพ่อื ให้ ผู้อยู่ภายในอาคารอพยพออกไปนอกอาคารหรอื อพยพไปยงั พน้ื ทท่ี ป่ี ลอดภยั ซง่ึ มกี ารกาหนดไว้ ในขณะทเ่ี ม่อื เกดิ ไฟไหม้ ความสาคญั ของ “เวลา” เม่อื เรมิ่ เกดิ ไฟจนขยายตวั กลายเป็น อคั คภี ยั สามารถใชเ้ วลาเพยี งไมก่ ่นี าทเี ท่านัน้ เอง ดงั นัน้ ระบบสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ หรอื ท่ี เรยี กว่า Fire Alarm System หรอื Fire Monitoring System จงึ ถอื ว่าเป็นระบบท่มี คี วามสาคญั เน่ืองจากเป็นระบบท่จี ะทาหน้าท่เี ตอื นท่ี เรยี กว่า Early Warning คอื เตอื นเม่อื แรกเกดิ อคั คภี ยั ในปัจจุบนั ระบบน้ียงั ได้มกี ารพฒั นาให้สามารถทางานร่วมกบั ระบบควบคุมอาคารอตั โนมตั ิ ระบบประกาศเหตุฉุกเฉินระบบสอสารสาหรบั พนักงานดบั เพลงิ ด้วย อุปกรณ์หลกั ในระบบน้ีคอื อุปกรณ์ตรวจจบั เพลงิ (Fire Detector) ซง่ึ ทงั้ ชนิดทท่ี างานโดยอาศยั อุณหภูมคิ วามรอ้ น (Heat Detector) และ ชนิดทท่ี างานโดยอาศยั ควนั ไฟ (Smoke Detector) นอกจากน้ียงั อาจจะมชี นิด พเิ ศษอ่นื ๆ เช่น ชนิดทต่ี รวจจบั รงั สคี วามรอ้ นอนิ ฟราเรด (Infrared Detector) ระบบสญั ญาณ แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ ไดแ้ สดงไวใ้ นภาพท่ี 6.29
401 ภาพท่ี 6.29 แสดงอุปกรณ์ระบบสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ ทม่ี า: https://www.google.co.th/search, 2560. แผนป้องกนั และระงบั อคั คีภยั ในสถานประกอบการย่อมต้องมแี ผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ตามกฎหมายกาหนด ประกอบดว้ ย 1. แผนการตรวจตรา 2. แผนการอบรม 3. แผนการรณรงคป์ ้องกนั อคั คภี ยั 4. แผนการดบั เพลงิ 5. แผนอพยพหนีไฟ 6. แผนบรรเทาทกุ ข์ 1. แผนการตรวจตรา เป็นแผนการสารวจความเสย่ี งและตรวจตรา เพ่อื เฝ้า ระวงั ป้องกันและขจดั ต้นเหตุของการเกิด เพลงิ ไหม้ ก่อนจดั ทาแผนควรมขี ้อมูลต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้เี ชอ้ื เพลงิ สารเคมสี ารไวไฟ ระบบไฟฟ้าจดุ ทม่ี โี อกาสเสย่ี ง ต่อการเกดิ เพลงิ ไหม้ และ ต้องมกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั คุณสมบตั ลิ กั ษณะการลุกไหม้ ปรมิ าณของสารอนั ตราย ทม่ี อี ยู่ สงู สุด ชนิดของสารดบั เพลงิ และปรมิ าณทต่ี อ้ งใชเ้ พ่อื ประกอบการวางแผน การตรวจตรา ควรมี การกาหนดบุคคล พน้ื ทท่ี ร่ี บั ผดิ ชอบ หวั ขอ้ และจุดท่ตี อ้ งตรวจ ระยะเวลา ความถ่ผี ตู้ รวจสอบ รายงาน การส่งรายงานผล การแจง้ ขอ้ บกพรอ่ งในการตรวจตราทช่ี ดั เจน
402 ตวั อยา่ งของหวั ขอ้ ทค่ี วรตรวจตรา เชน่ 1.1 จดุ ทเ่ี สย่ี งต่อการเกดิ เหตุเพลงิ ไหม้ 1.2 การใชแ้ ละการเกบ็ วตั ถุไวไฟ 1.3 วสั ดุสง่ิ ของเสยี ทต่ี ดิ ไฟงา่ ย 1.4 เชอ้ื เพลงิ 1.5 แหลง่ ความรอ้ นต่าง ๆ 1.6 อุปกรณ์ดบั เพลงิ 1.7 ทางหนีไฟ 2. แผนการอบรม เป็นการอบรมให้ความรกู้ บั พนักงานทงั้ ในเชงิ ป้องกนั และ การปฏบิ ตั เิ มอ่ื เกดิ เหตุ ซง่ึ การเกดิ อคั คภี ยั ภายในสถานประกอบการ ยอ่ มนามาซง่ึ ความสญู เสยี ต่อธุรกจิ การค้าทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม ไม่ว่าจะเป็น ทรพั ยส์ นิ เสยี หาย การผลติ การบรกิ าร หยุดชะงกั เสยี โอกาสการขาย หรอื อาจถงึ ขนั้ มผี ู้ท่ไี ดร้ บั บาดเจบ็ หรอื เสยี ชวี ติ ดงั นัน้ ในการ ป้องกนั และลดความเสย่ี งดา้ นการเกดิ อคั คภี ยั จงึ จาเป็นตอ้ งจดั ใหม้ แี ผนการอบรม โดยกาหนด ผรู้ บั ผดิ ชอบ ระยะเวลาดาเนนิ การ และงบประมาณใหช้ ดั เจน ตวั อยา่ งของหลกั สตู รทต่ี อ้ งจดั ทาในแผนการอบรม เชน่ 2.1 การจดั ฝึกอบรมการดบั เพลงิ ขนั้ ตน้ ใหก้ บั พนกั งาน 2.2 การฝึกซอ้ มดบั เพลงิ และฝึกซอ้ มอพยพหนีไฟ ตวั อยา่ งของหลกั สตู รทค่ี วรจดั ทาในแผนการอบรม เช่น 2.3 การปฐมพยาบาล 2.4 การผายปอดและนวดหวั ใจ 3. แผนการรณรงคป์ ้องกนั อคั คีภยั แผนการรณรงคป์ ้องกนั อคั คภี ยั เป็นแผน เพ่อื ป้องกนั การเกดิ อคั คภี ยั ในสถานประกอบการ โดยเป็นการสรา้ งความสนใจ และส่งเสรมิ ใน เรอ่ื งการป้องกนั อคั คภี ยั ใหเ้ กดิ ขน้ึ ในทุกระดบั ของพนกั งาน ในแผนการรณรงคป์ ้องกนั อคั คภี ยั ควรกาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบ ระยะเวลาดาเนินการ และงบประมาณใหช้ ดั เจน ตวั อยา่ งหวั ขอ้ ทจ่ี ะทา การรณรงคป์ ้องกนั อคั คภี ยั เช่น 3.1 กจิ กรรม 5 ส. 3.2 การลดการสบู บหุ ร่ี 3.3 การจดั นทิ รรศการ 3.4 จดั ทาโปสเตอร์ 3.5 การใชส้ อ่ื ต่าง ๆ
403 4. แผนการดบั เพลิง สถานประกอบการจะตอ้ งมกี ารเขยี นแผนการดบั เพลงิ ให้ ถูกตอ้ งชดั เจนสอดคลอ้ งกบั กฎหมายกาหนด หรอื เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน แผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั จาเป็นต้องมกี ารจดั ทาแผนเพ่ือให้มกี ารเตรยี มความ พรอ้ มรองรบั สง่ิ ท่จี ะเกดิ ขน้ึ ใหส้ ามารถมปี ระสทิ ธภิ าพและเป็นไปตามกฎหมายกาหนด ได้แก่ แผนการตรวจตรา แผนการอบรม แผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภยั แผนอพยพหนีไฟ และ แผนการดบั เพลงิ เป็นตน้
แผนการดบั เพลิง ตวั อยา่ งลาดบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั เิ มอ่ื พนกั งานพบเหตุเพลงิ ไหม้ ถา้ ดบั ได้ ใหร้ ายงาน ผบู้ งั คบั บญั ชา ตามลาดบั ขนั้ พนกั งาน แจง้ เพอ่ื นรว่ มงาน ทพ่ี บเหตุ หรอื หวั หน้างาน เพลงิ ไหม้ และเขา้ ดบั เพลงิ ทนั ที ถา้ ดบั ไมไ่ ด้ -ใ เห -แ -แ ปล ระ ผรู้
402 เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ผอู้ านวยการดบั เพลงิ หรอื ผจู้ ดั การโรงงาน ในการทางาน ระดบั วชิ าชพี แจง้ หรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบ หวั หน้าหน่วย รายงาน รายงาน ผจู้ ดั การฝ่าย หวั หน้าแผนก ดบั ได้ แจง้ ใชแ้ ผนปฏบิ ตั กิ ารระงบั ถา้ ดบั ไมไ่ ด้ ผอู้ านวยการดบั เพลงิ หตเุ พลงิ ไหมข้ นั้ ตน้ รายงาน แจง้ ประชาสมั พนั ธ์ หรอื ผจู้ ดั การโรงงาน ตดั สนิ ใจแจง้ หน่วยงาน แจง้ เจา้ หน้าทค่ี วาม ดบั เพลงิ จากภายนอก ลอดภยั ในการทางาน ะดบั วชิ าชพี หรอื หรอื ใชแ้ ผนปฏบิ ตั กิ าร รบั ผดิ ชอบ เมอ่ื เกดิ เหตขุ นั้ รนุ แรง (ถา้ ม)ี
ตวั อยา่ ง หวั ห การกาหนดตวั บุคคลและหน้าทเ่ี พ่อื ระงบั เหตุเพลงิ ไหมข้ นั้ ตน้ ช่อื ..................... ฝ่าย / แผนก.......................................................... บรเิ วณ................................................................. ชุด........................................................................ พนกั งานทป่ี ฏบิ ตั งิ านอ่นื ในขณะเกดิ เพลงิ ไหม้ ผรู้ บั ผดิ ชอบ 1. ช่อื ................................................................. 2.ช่อื ................................................................. 3.ช่อื ................................................................. หน้าท่ี 1....................................................................................... 2...................................................................................... 3...................................................................................... หมายเหตุ ๑. พนกั งานทป่ี ฏบิ ตั งิ านอ่นื ในขณะเกดิ เหตุเพลงิ ไหม้ หมายถงึ ผคู้ วบคมุ เครอ่ื ซง่ึ จะตอ้ งกาหนดตามความจาเป็นของสถานประกอบการ ๒. หน้าทใ่ี หร้ ะบุตามทก่ี าหนดใหป้ ฏบิ ตั งิ านในขณะเกดิ เพลงิ ไหม้ เช่น ปฏบิ ตั
403 หน้าชุดดบั เพลงิ ขนั้ ตน้ .................................................... พนกั งานผจญเพลงิ ขนั้ ตน้ ผรู้ บั ผดิ ชอบ 1. ช่อื ................................................................. 2.ช่อื .................................................................. 3.ช่อื .................................................................. หน้าท่ี 1........................................................................................ 2....................................................................................... 3....................................................................................... องจกั ร ผคู้ วบคมุ ไฟฟ้า ทมี ควบคมุ หรอื สบู น้าดบั เพลงิ เป็นตน้ ตงิ านควบคมุ เคร่อื งจกั ร ควบคมุ ไฟฟ้า ควบคมุ เคร่อื งสบู น้าดบั เพลงิ
ตวั อยา่ ง โครงสรา้ งหน่วยงานป้องกนั ระงบั อคั คภี ยั เมอ่ื เกดิ เหตเุ พลงิ ไหมข้ นั้ รนุ แรง (ถา้ ม)ี ผอู้ า ช่อื ........ ฝ่ ายไฟฟ้ า ฝ่ายปฏบิ ตั กิ าร ฝ่ายส่อื สารและปร ช่อื .............................. ช่อื ............................ ช่อื ....................... พนกั งาน หน่วยดบั เพลงิ หน่วยจดั หาและ ควบคมุ เคร่อื ง ช่อื ......................... สนบั สนุนการดบั เพ ช่อื ....................... ช่อื ......................... ช่วยชวี ติ ยานพาหนะ ช่อื ...................... ช่อื .................. ช่อื ..................... ช่อื .................. หมายเหตุ 1. การปฏบิ ตั ติ ามแผนปฏบิ ตั กิ ารเตม็ รปู แบบน้ีจะใชเ้ มอ่ื เกดิ เพลงิ ไหมอ้ ย่างรุนแรง 2. การเกดิ เพลงิ ไหมภ้ ายในพน้ื ทต่ี ่าง ๆ เพยี งเลก็ น้อย ใหห้ วั หน้าแผนกดาเนินการสงั่ ก หรอื ผอู้ านวยการดบั เพลงิ หรอื เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี
404 ) านวยการดบั เพลงิ ................................. ระสานงาน ฝ่ายเคล่อื นยา้ ยภายใน ภายนอก ฝ่ายสง่ เสรมิ ปฏบิ ตั กิ าร ............... ช่อื ........................................... ช่อื ......................................... หน่วยสนบั สนุน หน่วยยาม หน่วยเดนิ เคร่อื ง หน่วยดบั เพลงิ พลงิ ช่อื ................... รกั ษาการณ์ .... ช่อื .................. สบู น้าฉุกเฉิน จากพน้ื ทอ่ี ่นื ช่อื ................... ช่อื .................. ช่วยชวี ติ ยานพาหนะ . ช่อื ........................ ช่อื ........................ ช่อื ........................ ช่อื ........................ . การดบั เพลงิ ตามแผนการปฏบิ ตั กิ ารเมอ่ื เกดิ เพลงิ ไหมข้ นั้ ตน้ และโทรศพั ทแ์ จง้ ศนู ยร์ วม ขา่ วและสอ่ื สาร
405 หน้าที่ของผ้ปู ฏิบตั ิงานตามโครงสร้างหน่วยงานป้องกนั ระงบั อคั คีภยั เมื่อเกิดเหตุเพลิง ไหม้ขนั้ รนุ แรง (ถ้าม)ี ผ้ปู ฏิบตั ิงาน หน้าที่รบั ผิดชอบ ผอู้ านวยการดบั เพลิง ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. รบั ฟังรายการตา่ ง ๆ เพอ่ื สงั่ การการใชแ้ ผนตา่ ง ๆ 2. ขอความชว่ ยเหลอื จากหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 3. รายงานผลการเกดิ เพลงิ ไหมต้ อ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาระดบั สงู ขน้ึ ไป 4. ใหข้ า่ วแกส่ อ่ื มวลชน ฝ่ ายไฟฟ้า ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. เม่อื เกดิ เพลงิ ไหม้ให้รบี เขา้ ไปท่เี กดิ เหตุ เพ่อื รบั คาสงั่ ตดั ไฟ จากฝ่ าย ปฏบิ ตั กิ าร 2. รบั คาสงั่ จากผอู้ านวยการดบั เพลงิ ฝ่ ายปฏิบตั ิการ หวั หน้าฝ่ ายปฏิบตั ิการให้ถอื ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. เม่อื เกดิ เพลงิ ไหม้ในพน้ื ทใ่ี หห้ วั หน้าฝ่ ายปฏบิ ตั กิ ารแยกชุด ปฏบิ ตั กิ าร ออกเป็น 2 ชุด คอื (1) ชุดควบคุมเคร่อื งจกั ร และ (2) ชดุ ดบั เพลงิ 1.1 ชุดควบคุมเคร่อื งจกั ร เม่อื เกดิ เพลงิ ไหม้ในพน้ื ทใ่ี ด ให้ชุดควบคุม เครอ่ื งจกั ร ทาการควบคุมเครอ่ื งจกั รใหท้ างานตอ่ ไปจนกวา่ จะไดร้ บั คาสงั่ ให้ หยุด เคร่อื งจากหวั หน้าฝ่ายปฏบิ ตั กิ ารกรณีท่ี ไมสามารถเดนิ เคร่อื ง หรอื ไดร้ บั คาสงั่ ใหห้ ยดุ เครอ่ื งใหช้ ดุ ควบคุมเคร่อื งจกั รไปชว่ ยทาการ ดบั เพลงิ 1.2 ชุดดบั เพลงิ เม่อื เกดิ เพลงิ ไหมใ้ นพน้ื ทต่ี วั เองไมว่ า่ มากหรอื น้อย ชุด ปฏบิ ตั กิ ารชุดน้ีจะแยกตวั ออกจากการควบคุมเคร่อื งจักร ออกทาการ ดบั เพลงิ โดยทนั ทที เ่ี กดิ เพลงิ ไหมโ้ ดยไมต่ อ้ ง หยดุ เคร่อื งและ ใหป้ ฏบิ ตั กิ าร ภายใตค้ าสงั่ ของหวั หน้าฝ่ าย ปฏิบตั กิ ารในพน้ื ท่ี ใน การปฏบิ ตั กิ ารหาก จาเป็นตอ้ งขอ ความชว่ ยเหลอื จากหน่วยอ่นื ใหห้ วั หน้าฝ่ายปฏบิ ตั ิการ สงั่ ดาเนนิ การ 2. ทนั ทที ท่ี ราบเหตุเพลงิ ไหมใ้ นพน้ื ทข่ี องตวั เอง ใหแ้ จง้ ขา่ ว โทรศพั ทถ์ งึ เขา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ถงึ ผอู้ านวยการดับเพลงิ และโทรศพั ทแ์ จง้ ศูนยร์ วม ขา่ ว ฝ่ ายส่ือสารและประสานงาน ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. คอยชว่ ยเหลอื ประสานงานระหวา่ งบคุ คลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 2. รบั คาสงั่ จากผอู้ านวยการดบั เพลงิ และตดิ ตอ่ ผา่ นศนู ยร์ วมขา่ ว 3. สงั่ การแทนผอู้ านวยการดบั เพลงิ ถา้ ไดร้ บั มอบหมาย ห น่ ว ย จัด ห า แ ล ะ ส นั บ ส นุ น ใ น ก า ร ให้เจา้ หน้าที่ความปลอดภยั คอยช่วยเหลือดงั นี้ ดบั เพลิง 1. คอยชว่ ยเหลอื ประสานงานระหวา่ งผอู้ านวยการดบั เพลงิ ยามรกั ษาการณ์ - ผปู้ ระสานงาน และผเู้ กย่ี วขอ้ ง 2. คอยรบั -สง่ คาสงั่ จากผอู้ านวยการดบั เพลงิ ในการตดิ ตอ่ ศนู ยข์ า่ ว 3. สงั่ การแทนผู้อานวยการดบั เพลิง ในกรณีท่ีผูอ้ านวยการ ดบั เพลิง มอบหมาย
406 หน้าที่ของผ้ปู ฏิบตั ิงานตามโครงสร้างหน่วยงานป้องกนั ระงบั อคั คีภยั เม่ือเกิดเหตุเพลิง ไหม้ขนั้ รนุ แรง (ถา้ ม)ี (ต่อ) ผ้ปู ฏิบตั ิงาน หน้าที่รบั ผิดชอบ - ยามรกั ษาการณ์ 1. ให้รบี ไปยงั จุดเกิดเหตุคอยรบั คาสงั ่ จากผู้อานวยการดบั เพลงิ และ หวั หน้าฝ่ายประสานงาน 2. ป้องกนั มใิ ห้บุคคลภายนอกท่ีไม่มีหน้าท่ีเก่ียวข้องเข้าก่อน ได้รบั อนุญาต 3. ควบคมุ ป้องกนั ทรพั ยส์ นิ ทฝ่ี ่ายเคล่อื นยา้ ยนามาเกบ็ ไว้ ฝ่ ายเคลื่อนย้ายภายใน - ภายนอก 1. ให้รบั ผิดชอบในการกาหนดจุดปลอดภยั อคั คภี ยั ในการเก็บ วสั ดุ ครภุ ณั ฑ์ 2. อานวยความสะดวกในการเคล่อื นยา้ ยขนสง่ วสั ดคุ รภุ ณั ฑ์ 3. จดั ยานพาหนะและอปุ กรณ์ขนยา้ ย ฝ่ ายส่งเสริมปฏิบตั ิการ ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ - หน่วยตดิ ตอ่ ดบั เพลงิ จากพน้ื ทอ่ี ่นื 1. ใหแ้ จง้ สญั ญาณ SAFETY ORDER SYSTEM (SOS) 2. พนักงานท่ที ราบเหตุเพลงิ ไหมแ้ ละต้องการเขา้ มาช่วยเหลอื ดบั เพลงิ ใหร้ ายงานตวั ต่อผอู้ านวยการดบั เพลงิ เพ่อื ทาการ แบ่งเป็นชุดช่วยเหลอื สง่ เสรมิ การปฏบิ ตั งิ าน 3. สาหรบั การเกดิ อคั คภี ยั ในบรเิ วณเคร่อื งจกั ร ชุดดบั เพลงิ ควรมาจาก ชดุ ดบั เพลงิ ในสถานทน่ี นั้ ผทู้ ่มี าช่วยเหลอื ควร ชว่ ยเหลอื ในการลาเลยี ง อปุ กรณ์ดบั เพลงิ 4. คอยคาสงั ่ จากผอู้ านวยการดบั เพลงิ ใหค้ อยอยบู่ รเิ วณทเ่ี กดิ เพลงิ ไหม้ - หน่วยเดนิ เคร่อื งสบู น้าฉุกเฉิน ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. ใหเ้ ดนิ เคร่อื งสบู น้าดบั เพลงิ ทนั ทที ไ่ี ดร้ บั แจง้ เหตเุ พลงิ ไหม้ 2. ทาการควบคมุ ดแู ลเคร่อื งสบู น้าดบั เพลงิ ขณะทเ่ี กดิ เพลงิ ไหม้ 3. ในเวลาปกติให้ตรวจสอบเคร่อื งมือ อุปกรณ์ใช้งานตาม รายการ ตรวจเชค็ ศนู ยร์ วมข่าว / ส่ือสาร ให้ปฏิบตั ิดงั นี้ 1. เม่อื ทราบขา่ วเกดิ เพลงิ ไหมจ้ ะตอ้ งทาการตรวจสอบขา่ ว 2. แจง้ เหตเุ พลงิ ไหม้ 3. ตดิ ตามขา่ ว แจง้ ขา่ วเป็นระยะ 4. ตดิ ต่อขอความชว่ ยเหลอื (ถา้ มกี ารส่อื สาร) 5. แจง้ ขา่ วอกี ครงั้ เมอ่ื เพลงิ สงบ ทม่ี า: กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน, 2541.
407 ตวั อย่างผรู้ บั ผิดชอบในตาแหน่งต่าง ๆ ตามผปู้ ฏิบตั ิงาน ตามโครงสรา้ งหน่วยงานป้องกนั ระงบั อคั คภี ยั เมอ่ื เกดิ เหตุเพลงิ ไหมข้ นั้ รุนแรง (ถา้ ม)ี ตาแหน่ง เวลาปกติ (วนั ธรรมดา) นอกเวลาปกติ (วนั ธรรมดา) วนั หยดุ 08.00-17.00 น. 17.00-08.00 น. 08.00-24.00-08.00 น. 1. ผอู้ านวยการดบั เพลงิ - ผอู้ านวยการฝ่าย - หวั หน้าแผนก/หน่วย ประจา - หวั หน้าแผนก/หน่วย ประจาพน้ื ท่ี 2. หวั หน้าฝ่ายไฟฟ้า ปฏบิ ตั กิ าร หรอื ผไู้ ดร้ บั พน้ื ทห่ี รอื ใกลเ้ คยี ง หรอื ใกลเ้ คยี ง มอบหมาย - พนกั งานนอนเวร........ - พนกั งานนอนเวร..... 3. หวั หน้าฝ่าย - หวั หน้าแผนกไฟฟ้า ปฏบิ ตั กิ าร - ....................................... - ....................................... - หน่วยคุม เคร่อื งจกั ร - ผจู้ ดั การฝ่ายโรงงานหรอื - พนกั งานคุมเครอ่ื งจกั รปกติ - พนกั งานคุมเครอ่ื งจกั รปกติ - ทมี Emergency Response - ทมี Emergency Response ผไู้ ดร้ บั มอบหมาย ………………………… ………………………… -พนกั งานคมุ เคร่อื งจกั ร ………………………… ปกติ - ทมี Emergency Response 4. หวั หน้าฝ่ายสอ่ื สาร - ผจู้ ดั การฝ่ายบคุ คลหรอื - ........................................ - ......................................... และประสานงาน ผรู้ บั มอบหมาย - ทมี ปฐมพยาบาล - ทมี ปฐมพยาบาล - หน่วยสนับสนุน - พยาบาลประจาบรษิ ทั - พนกั งานขบั รถพยาบาล - พนกั งานขบั รถพยาบาล - พยาบาล - พนกั งานขบั รถ พยาบาล -…………………………. -………………………… - เจา้ หน้าทย่ี านพาหนะ - พนกั งานรบั โทรศพั ท์ - เจา้ หน้าทศ่ี นู ย์ รวม - เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั - หวั หน้ายามรกั ษาการณ์ - หวั หน้ายามรกั ษาการณ์ (อยรู่ ะหวา่ งการรอ - นายเวรประจาวนั - นายเวรประจาวนั หยดุ ขา่ วและสอ่ื สาร อปุ กรณ์ดบั เพลงิ ) - หน่วยจดั หาและ - หวั หน้าฝ่ายปฏบิ ตั กิ าร - ……………………… - ………………………… สนบั สนุนการ ดบั เพลงิ (ตอนตน้ ) จป. (เมอ่ื ไปถงึ - จากหน่วยธรุ การ/ซอ่ มบารงุ - จากหน่วยธรุ การ / ซอ่ มบารุง - ผปู้ ระสานงาน ทเ่ี กดิ เหต)ุ ชอ่ื ..................................... - ชอ่ื ...................................... - ผจู้ า่ ยอุปกรณ์ - ผปู้ ระสานงานยาม ผกู้ ดสญั ญาณแจง้ เหตุ จาก -ผกู้ ดสญั ญาณแจง้ เหตุ ดบั เพลงิ รกั ษาการณ์ SOS ………………… จาก SOS …………………… - ผสู้ อ่ื ขา่ วผา่ น ศนู ยร์ วม - หวั หน้าฝ่ายแผนกธรุ การ ขา่ ว และสอ่ื สาร หรอื ผไู้ ดร้ บั มอบหมาย - หน่วยยาม รกั ษาการณ์ - ผจู้ ดั การฝ่าย - จากหน่วยธุรการ/ซอ่ ม 5. หวั หน้าฝ่าย บารงุ เคล่อื นยา้ ยภายใน / ช่อื .............................. - ผกู้ ดสญั ญาณแจง้ เหตุ ภายนอก จาก SOS …………… 6. หวั หน้าฝ่าย สง่ เสรมิ ปฏบิ ตั กิ าร - หน่วยเดนิ เครอ่ื งสบู น้าฉุกเฉิน - หน่วยตดิ ตอ่ ดบั เพลงิ จาก พน้ื ทอ่ี ่นื - ใช้ Safety Order System (SOS)
408 5. แผนอพยพหนีไฟ แผนอพยพหนไี ฟนนั้ กาหนดขน้ึ เพ่อื ความปลอดภยั ของชวี ติ และทรพั ยส์ น ของพนักงาน และของสถานประกอบการในขณะเกดิ เพลงิ เหตุไหม้ แผนอพยพหนีไฟทก่ี าหนด ขน้ึ นนั้ มอี งคป์ ระกอบต่างๆเช่น หน่วยตรวจสอบจานวนพนักงาน ผูน้ าทางหนีไฟ จุดนัดพบ หน่วยชว่ ยชวี ติ และยานพาหนะ ฯลฯ ควรไดก้ าหนดผู้รบั ผดิ ชอบในแต่ละ หน่วยงานโดยขน้ึ ตรง ต่อผอู้ านวยการอพยพหนไี ฟหรอื ผอู้ านวยการดบั เพลงิ ดงั น้ี 1) ผอู้ านวยการอพยพหนีไฟหรอื ผอู้ านวยการดบั เพลงิ ชอ่ื ............................................................................................... 1) ผชู้ ่วยผอู้ านวยการอพยพหนีไฟหรอื ผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการดบั เพลงิ ช่อื ............................................................................................... ในแผนดงั กลา่ วควรกาหนดใหม้ กี ารปฏบิ ตั ดิ งั น้ี (1) ผู้นาทางหนีไฟ จะเป็นผู้นาทางพนักงานอพยพหนีไฟไปตาม ทางออกทจ่ี ดั ไว้ (2) จุดนัดพบหรอื เรยี กอีกอย่างว่า “จุดรวมพล” จะเป็นสถานท่ที ่ี ปลอดภยั ซง่ึ พนกั งาน สามารถทจ่ี ะมารายงานตวั และทาการตรวจสอบนบั จานวนได้ (3) หน่วยตรวจสอบจานวนพนักงาน มหี น้าทต่ี รวจนับจานวนพนกั งาน ว่ามกี ารอพยพหนีไฟ ออกมาภายนอกบรเิ วณทป่ี ลอดภยั ครบทุกคนหรอื ไม่ หากพบว่าพนักงาน อพยพหนีไฟออกมาไม่ครบตามจานวนจรงิ ซ่ึงหมายถึงยงั มพี นักงานติดอยู่ในพ้ืนท่ีท่ีเกิด อคั คภี ยั (4) หน่วยช่วยชวี ติ และยานพาหนะ จะเขา้ ค้นหาและทาการช่วยชวี ติ พนักงานท่ยี งั ติดค้างอยู่ ในอาคารหรอื ในพ้นื ท่ที ่ไี ด้เกิดอคั คภี ยั รวมถงึ กรณีของพนักงานท่ี ออกมาอยทู่ จ่ี ดุ รวมพลแลว้ มอี าการเป็นลม ชอ็ คหมดสตหิ รอื บาดเจบ็ เป็นตน้ หน่วยช่วยชวี ติ และ ยานพาหนะจะทาการปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้นและตดิ ต่อ หน่วยยานพาหนะใหใ้ นกรณที พ่ี ยาบาล หรอื แพทยพ์ จิ ารณาแลว้ ตอ้ งนาสง่ โรงพยาบาล
409 ตวั อย่าง ผอู้ านวยการ หรอื ผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการดบั เพลงิ แผนอพยพหนีไฟ สงั ่ ใชแ้ ผนอพยพหนีไฟไปยงั ประชาสมั พนั ธ์ รบี นาผปู้ ่วยหรอื ประชาสมั พนั ธป์ ระกาศ ผบู้ าดเจบ็ สง่ หน่วย พรอ้ มกดสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ พยาบาลหรอื ผนู้ าทางจะถอื (ป้ายสญั ลกั ษณ์) ยกหรอื ชูป้าย สถานพยาบาล นาพนกั งานออกจากพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั งิ านตาม ช่องทางทก่ี าหนด ใกลเ้ คยี ง ผนู้ าทางนาพนกั งานไปยงั จดุ รวมพล ผนู้ าทาง & ผตู้ รวจสอบยอดพนักงาน ผตู้ รวจสอบยอดแจง้ ตอ่ ผูอ้ านวยการ หรอื ยอดไมค่ รบ ผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการดบั เพลงิ ณ จดุ รวมพล ผอู้ านวยการดบั เพลงิ ยอดครบ หรอื ผชู้ ่วยสงั่ ผอู้ านวยการ หรอื ผชู้ ่วยผอู้ านวยการดบั เพลงิ หน่วยงานชว่ ยชวี ติ แจง้ ใหพ้ นกั งานอยใู่ นจดุ รวมพลจนกว่า (ถา้ ม)ี หรอื เจา้ หน้าท่ี เหตกุ ารณ์สงบ ดบั เพลงิ จากภายนอก คน้ หาผตู้ ดิ คา้ ง หน่วยช่วยชวี ติ หรอื เจา้ หน้าทด่ี บั เพลงิ จากภายนอกคน้ หาผู้ ตดิ คา้ งและรายงาน ผลใหผ้ อู้ านวยการ หรอื ผชู้ ่วย ผอู้ านวยการทราบ
410 6. แผนบรรเทาทุกข์ แผนบรรเทาทุกขจ์ ะประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดงั น้ี 6.1 การประสานงานกบั หน่วยงานของรฐั ไดแ้ ก่ ศูนยค์ วามปลอดภยั เขต โรงพยาบาลจงั หวดั ศูนย์บรรเทาสาธารณภยั สวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงานจงั หวดั สถานี ตารวจ และสานกั งานประกนั สงั คมจงั หวดั เป็นตน้ 6.2 การสารวจความเสยี หาย โดยมเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ประจาโรงงาน และทีมงานความปลอดภยั ประจาโรงงาน ทาหน้าท่สี ารวจเก่ียวกบั เคร่อื งจกั ร อุปกรณ์ และ สถานทท่ี างานต่าง ๆ เป็นตน้ 6.3 การรายงานตวั ของเจ้าหน้าท่ที ุกฝ่ ายและกาหนดจุดนัดพบเพ่อื รอรบั คาสงั่ หวั หน้างาน หรอื ผนู้ าจะตอ้ งทาหน้าทใ่ี นการตรวจสอบจานวนสมาชกิ ของตนเองทท่ี างาน ในแผนกตนเอง เพ่อื แจ้งรายงานจานวนให้ครบถ้วนเพ่อื ให้ทราบว่ามพี นักงานยงั ติดอยู่ใน สถานทท่ี เ่ี กดิ เพลงิ ไหม้ 6.4 การช่วยชวี ติ และขดุ ค้นหาผู้เสยี ชวี ติ เจา้ หน้าท่ผี ูช้ ่วยเหลอื ต้องเป็น เจา้ หน้าท่ที ไ่ี ดร้ บั มอบหมายตามกฎกระทรวงทาหน้าทใ่ี นการผจญเพลงิ เพ่อื คน้ หาผูท้ ต่ี ดิ อย่ใู น สถานทเ่ี กดิ เหตุในโรงงาน 6.5 การเคล่อื นยา้ ยผู้ประสบภยั ทรพั ยส์ นิ และผูเ้ สยี ชวี ติ เม่อื มกี ารค้นหา และพบว่ามผี ปู้ ระสบภยั ตดิ อยใู่ นสถานทท่ี เ่ี กดิ เหตุเพลงิ ไหม้ ตอ้ งมกี ารเคลอ่ื นยา้ ยออกมาโดยถูก วิธีโดยเจ้าหน้าท่ีดับเพลิงท่ีได้รับอบรม ทาหน้าท่ีในการเคล่ือนย้ายผู้ประสบเหตุ หรือ ผไู้ ดร้ บั บาดเจบ็ ออกมาเพ่อื สง่ โรงพยาบาลโดยด่วน 6.6 การประเมนิ ความเสยี หาย ผลการปฏบิ ัติงานและรายงานสถานการณ์ เพลงิ ไหม้ ผทู้ ท่ี าหน้าทเ่ี กย่ี วขอ้ งดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทท่ี าหน้าทใ่ี นการประเมนิ ความเสยี หายจากการเกิดเพลงิ ไหม้เพ่อื รายงานบนั ทกึ เก็บขอ้ มูลไว้เป็นหลกั ฐาน และนาไป วางแผนงานป้องกนั การป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ในสถานประกอบการ 6.7 การช่วยเหลอื สงเคราะห์ผู้ประสบภยั เม่อื มกี ารเกิดเหตุขน้ึ ในสถาน ประกอบการหรอื โรงงาน ผู้บรหิ ารโรงงานต้องมกี ารเยยี วยา หรอื ช่วยเหลอื ดูแลตามสมควร ใหแ้ ก่ผปู้ ระสบเหตุ เพ่อื เป็นการเอาใจใส่ และสรา้ งขวญั กาลงั ใจในการทางานใหก้ บั พนกั งาน 6.8 การปรบั ปรุงแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้าเพ่อื ใหธ้ ุรกจิ สามารถดาเนินการได้ โดยเรว็ ท่ีสุด เม่อื เกดิ เหตุประสบเพลงิ ไหมใ้ นโรงงาน ผู้บรหิ ารสถานประกอบการจะต้องรบี ดาเนินการแก้ไขปรบั ปรุงให้คืนกลบั สู่สภาพเดมิ ให้โดยเรว็ ท่ีสุด เพ่ือการสร้างช่อื เสียงและ ภาพลกั ษณ์ขององคก์ าร
411 สรปุ วศิ วกรรมความปลอดภยั เป็นลกั ษณะสหวทิ ยาการท่มี ุ่งเน้นให้โรงงานอุตสาหกรรมมี โครงสรา้ งความปลอดภยั ดว้ ยการประยกุ ตท์ างวศิ วกรรมทต่ี อ้ งควบคมุ เก่ยี วกบั การวางแผน และ ออกแบบโรงงานโดยวศิ วกรโรงงานท่เี ป็นผู้เชย่ี วชาญ เพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายกาหนดหลงั จากนนั้ ตอ้ งนามาวางผงั โรงงานใหต้ าแหน่งของเคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื อุปกรณ์ วสั ดุต่าง ๆ ทเ่ี ป็น สง่ิ สนบั สนุนอานวยความสะดวกเพ่อื ใหก้ ระบวนการผลติ สามารถดาเนินการไปโดยเพมิ่ ผลผลติ ใหม้ ากขน้ึ และในขณะเดยี วกนั กส็ อดคลอ้ งกบั ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานของพนกั งาน ดว้ ย วศิ วกรรมความปลอดภยั จงึ มคี วามสาคญั คอื การกาหนดขอ้ บงั คบั และออกกฎหมายใน สถานประกอบการ สภาพการแข่งขนั ทางธุรกจิ ทาให้หนั มาใส่ใจกบั ชวี ติ ความเป็นอยู่ท่ดี ขี อง พนักงาน ความต้องการให้องค์การสามารถเติบโตและสร้างกาไรให้กบั องค์การด้วยการท่ี พนกั งานมสี ขุ ภาพอนามยั ทด่ี พี รอ้ มปฏบิ ตั งิ านใหก้ บั องคก์ ารไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และยงั เป็น ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมและจรยิ ธรรม คุณธรรมของนายจา้ งหรอื ผูป้ ระกอบการ รวมทงั้ การ ตอ้ งการสรา้ งภาพลกั ษณ์ทด่ี ใี ห้กบั องคก์ าร องคก์ ารจงึ ต้องการมกี ารวางผงั โรงงานดว้ ยสาเหตุ ดงั น้ี การเปลย่ี นแปลงของลกั ษณะผลติ ภณั ฑ์ การเปลย่ี นแปลงขององคก์ ารทม่ี กี ารขยาย และลด ขนาดองคก์ าร การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี การยา้ ยหน่วยงาน การเพมิ่ ชนิดของผลติ ภณั ฑ์ ใหม่ และการเปล่ียนแปลงสภาพการทางานท่ไี ม่เหมาะสม เป็นต้น การวางผงั โรงงานจงึ มี วตั ถุประสงค์เพ่อื ลดระยะเวลาในการเคล่อื นย้ายวสั ดุส่องของ ช่วยให้การไหลของงานเป็นไป อย่างรวดเรว็ ประหยดั เวลา ต้นทุน ขจดั สง่ิ รบกวน และทาใหแ้ ผนกต่าง ๆ สามารถทางานได้ อยา่ งดเี ออ้ื ต่อกระบวนการผลติ และทาใหก้ ารทางานเกดิ ความปลอดภยั และมสี ุขภาพอนามยั ทด่ี ี ดังนัน้ การวางผังโรงงานจึงมีหลักการสาคัญ คือ การเลือกทาเลท่ีตัง้ ของโรงงาน การออกแบบโครงสรา้ งและระบบในอาคาร การออกแบบผงั โรงงาน และการออกแบบระบบขน ถ่ายลาเลยี งวสั ดุ ซง่ึ องค์ประกอบสาคญั ของการขนถ่ายวสั ดุ ไดแ้ ก่ การเคล่อื นท่ี เวลา ปรมิ าณ และเน้ือท่ี การวางผงั โรงงานเพ่อื ให้เกิดความปลอดภยั จงึ ออกแบบให้มกี ารจดั วางเคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื อุปกรณ์และสง่ิ สนับสนุนให้มคี วามสะดวกเหมาะสมสมั พนั ธ์กบั กระบวนการผลติ ผู้ออกแบบโรงงานจะต้องทราบถงึ ขนั้ ตอนการผลติ รวมทงั้ ตาแหน่งในการจดั วางใหเ้ กดิ ความ ปลอดภยั ในการทางานทงั้ ภายในและภายนอกและต้องส่งผลต่อการออกแบบระบบไฟฟ้าเพ่อื ความปลอดภยั ทงั้ โรงงาน การออกแบบและวางผงั โรงงานจงึ ต้องมขี นั้ ตอน ดงั น้ี การวางผงั โรงงานขนั้ ต้น การกาหนดพน้ื ทภ่ี ายในโรงงาน และการวางผงั โรงงานอยา่ งละเอยี ด การวางผงั โรงงานจงึ มกี ารจดั ดาเนินการวางผงั โรงงานให้เป็นระบบซ่งึ ในปัจจุบนั มีการวางผงั โรงงาน ดว้ ยกนั 4 ระบบ ดงั น้ี การวางผงั โรงงานแบบตามกระบวนการผลติ การวางผงั โรงงานแบบตาม ชนิดของผลิตภณั ฑ์ การวางผงั โรงงานแบบผสม และการวางผงั โรงงานแบบช้นิ งานอยู่กบั ท่ี การวางผงั โรงงานจงึ ต้องคานึงถงึ การป้องกนั อคั คภี ยั เพ่อื เป็นการป้องกนั ไม่ให้เกิดอคั คภี ยั ใน
412 สถานประกอบการ จงึ ตอ้ งจดั ทาแผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ตามกฎหมายความปลอดภยั อาชี วอนา-มยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ซ่ึงประกอบด้วย (1) แผนการตรวจตรา (2) แผนการอบรม (3) แผนการดบั เพลงิ (4) แผนอพยพหนีไฟ และ(5) แผนบรรเทาทุกข์ การ ป้องกนั ในเบ้อื งต้นจงึ ให้สถานประกอบการดาเนินการป้องกนั โดยการติดตงั้ อุปกรณ์ป้องกนั อคั คภี ยั ให้ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายกาหนดและมกี ารซกั ซอ้ มการอพยพจรงิ เพ่อื เป็น การเตรยี มความพรอ้ ม
413 แบบฝึ กหดั ให้ตอบคาถามให้ถกู ต้องและสมบรู ณ์ท่ีสดุ 1. จงบอกถงึ ความหมายและอธบิ ายคาว่า “วศิ วกรรมความปลอดภยั ” 2. จงบอกถงึ ความหมายของการวางผงั โรงงานมาอยา่ งละเอยี ด 3. จงบอกถงึ วตั ถุประสงคข์ องการวางผงั โรงงานมาอยา่ งน้อย 6 ขอ้ (พรอ้ มอธบิ ายโดยสงั เขป) 4. ใหบ้ อกถงึ ความสาคญั ของการวางผงั โรงงานมาอยา่ งน้อย 6 ขอ้ (พรอ้ มอธบิ ายโดยสงั เขป) 5. ใหบ้ อกถงึ ประโยชน์ของการวางผงั โรงงานมาอย่างน้อย 6 ขอ้ (พรอ้ มอธบิ ายโดยสงั เขป) 6. ปัจจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การวางผงั โรงงานไดแ้ ก่ปัจจยั อะไรบา้ ง 7. ลกั ษณะทด่ี ขี องการวางผงั โรงงานมลี กั ษณะอยา่ งไรบา้ ง 8. การจดั วศิ วกรรมความปลอดภยั ในสถานทท่ี างาน จะตอ้ งมกี ารดาเนินการจดั อยา่ งไรบา้ ง เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั 9. ระบบไฟฉุกเฉนิ (Emergency Lighting System) มคี วามจาเป็นอยา่ งไรในสถานประกอบการ 10. จงบอกความหมายของคาว่า “อคั คภี ยั ” 11. องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ของการเกดิ “อคั คภี ยั ”มอี ะไรบา้ ง (พรอ้ มอธบิ ายโดยสงั เขป) 12. ชนิดของถงั ดบั เพลงิ ทใ่ี ชใ้ นการดบั เพลงิ เมอ่ื เกดิ อคั คภี ยั มกี ช่ี นดิ แต่ละชนิดมอี งคป์ ระกอบ หรอื คุณสมบตั อิ ยา่ งไร 13. ชนดิ ของสารดบั เพลงิ มกี ช่ี นิดอะไรบา้ ง (อธบิ ายพอสงั เขป) 14. ใหน้ กั ศกึ ษาเขยี นแผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ในสถานประกอบการ
414 เอกสารอ้างอิง กรมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน.พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541.,กรงุ เทพฯ: หจก.อรณุ การพมิ พ.์ เกชา ธรี ะโกเมน.(2554).ปัญหาในการจดั ระบบการป้องกนั อคั คภี ยั สาหรบั อาคาร. สมาคม วศิ วกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ์: กรงุ เทพมหานคร. คณาทตั จนั ทรศ์ ริ .ิ (2559). ความรเู้ รอ่ื งอคั คภี ยั . คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559, จาก http://www.firefara.org/infot3.html. ค่มู อื การปฏบิ ตั งิ านตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรอ่ื ง การป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ในโรงงาน 2552.กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม.,คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559., คน้ จาก http://www.diw.go.th/km/safety/pdf. ธญั วฒั น์ โพธศิ ริ .ิ (2558). การออกแบบโครงสรา้ งเพ่อื ความปลอดภยั ดา้ นอคั คภี ยั . (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2). กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . นิตยา งามภกั ตร์.(2554).การคดั เลือกผงั และการจาลองสถานการณ์คอมพิวเตอร์เพ่อื การ ออกแบบผงั โรงงานแบบเซลลลู าร.์ (วทิ ยานิพนธ)์ .วศิ วกรรมมหาบณั ฑติ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ เมธนิ พฐั บวรธรรมรตั น์.(2557). ระบบป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั (กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม)., คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559. ,จาก http://www.pumpsandvalves-asia.com/. ยทุ ธ ไกยวรรณ์.(2556). การบรหิ ารการผลติ ในงานอุตสาหกรรม.กรงุ เทพ ฯ : บรษิ ทั พมิ พด์ ี จากดั . ยอ้ นรอยโศกนาฏกรรม 18 ปี ไฟไหมโ้ รงงานตุ๊กตาเคเดอร.์ คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559, จาก https://hilight.kapook.com/view/68013. รณภพ สุนทรโรหติ .(ม.ป.ป.). การออกแบบโรงงานและการวางโรงงาน., คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559, จาก www.drauditor.com/default.asp. ระบบป้องกนั อคั คภี ยั ภายในอาคาร.(ม.ป.ป.,ม.ป.น.). คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2559, จาก http://she.cpportal.net. วนั ชยั รจิ ริ วนชิ .(2541). การออกแบบผงั โรงงาน. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . วชิ ยั แหวนเพชร.(2547). การวางแผนและควบคุมการผลติ . กรงุ เทพ ฯ : หจก.ธรรกมล วภิ ารตั น์ โพธขิ ์ .ี (2557). การจดั การดา้ นวศิ วกรรมความปลอดภยั ในโรงงานอุตสาหกรรม. ขอนแก่น: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. วรี ะ ซ่อื สวุ รรณ.(2550). Safety ปลอดภยั 52 Weeks. กรงุ เทพฯ: สานกั พมิ พส์ มาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลย(ี ไทย-ญป่ี ่นุ ).
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 785
- 786
- 787
- 788
- 789
- 790
- 791
- 792
- 793
- 794
- 795
- 796
- 797
- 798
- 799
- 800
- 801
- 802
- 803
- 804
- 805
- 806
- 807
- 808
- 809
- 810
- 811
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 800
- 801 - 811
Pages: