Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Description: การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Search

Read the Text Version

559 12. แบบฟอรม์ ต่าง ๆ เกบ็ ไวใ้ นลน้ิ ชกั ตู้ เช่น ตู้ ลน้ิ ชกั เพอ่ื สะดวก ตอ้ งการนามาใชห้ รอื การทางานแทนกนั โดยมชี อ่ื แบบฟอรม์ ตดิ ไวท้ ล่ี น้ิ ชกั 13. กุญแจ หรอื วสั ดุต่าง ๆ ควรมเี ลขแสดงลาดบั หรอื เลขรหสั และจดั วางในพ้นื ท่ี เหมาะสม 14. ป้ายประกาศ ควรมจี านวนทเ่ี หมาะสมกบั ความจาเป็นในการใชง้ าน และควรมปี ้าย ของแต่ละกลุ่มทแ่ี สดงถงึ ความก้าวหน้ากจิ กรรม 5ส และควรมกี ารสะสาง ประกาศทห่ี มดความ จาเป็นในการใชง้ าน เน่ืองจากสานักงานทวั่ ไป มจี านวนเอกสารค่อนข้างมาก ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ท่กี าร จดั เกบ็ เอกสารทถ่ี ูกตอ้ ง ผปู้ ฏบิ ตั งิ านจงึ ตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในระบบของการจดั เกบ็ เอกสาร ดว้ ย เพ่อื ให้ ส. สะดวก ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการเกบ็ ส่ิงของท่ีตาแหน่งความสะดวก 1. ลดเวลาการหยบิ สง่ิ ของมาใชง้ าน 2. ลดอุบตั เิ หตุในการทางาน 3. ตรวจสอบสงิ่ ของต่าง ๆ ได้ง่ายขน้ึ หายก็ทราบ ดูก็มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย สบายตา ทาใหเ้ กดิ บรรยากาศและสภาพแวดลอ้ มในการทางานทด่ี ี 4. เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการทางานหรอื เพม่ิ ผลติ ทาใหส้ รา้ งกาไรใหอ้ งคก์ าร ภาพท่ี 9.4 ส.สะดวกงา่ ยต่อการใชง้ านเกย่ี วกบั เอกสารต่าง ๆ

560 3. ส. ตวั ท่ี 3 สะอาด (SEISO: เซโซ) เป็นการทาความสะอาดสถานท่ที างาน หรอื บรเิ วณท่ที างานท่ตี นเองรบั ผดิ ชอบ และ อุปกรณ์เคร่อื งใช้เป็นประจาให้ดูสวยงาม และสร้างบรรยากาศในการทางาน และง่ายต่อการ รกั ษาความปลอดภยั ในการทางาน หวั ใจของ ส. สะอาด คอื ดนู ่าใช้ ใหมเ่ สมอ หลกั การของสะอาด 1. กาหนดใหท้ าความสะอาดดว้ ยอุปกรณ์ทาความสะอาดต่าง ๆ 2. กาหนดแบ่งพน้ื ทด่ี ว้ ยการแบ่งเสน้ พน้ื ทใ่ี หช้ ดั เจน 3. ขจดั สาเหตุ/กาจดั ตน้ เหตุอนั เป็นบ่อเกดิ เศษขยะความสกปรก ดรู งุ รงั และไมน่ ่าดู 4. ตอ้ งมกี ารกาหนดการทาความสะอาดครงั้ ใหญ่เป็นช่วง เช่น Big Cleaning Day ประโยชน์ท่ีได้จากการหลกั การจดั ทา ส. สะอาด 1. บรเิ วณสภาพการทางานสะอาด เหมาะสมกบั การปฏบิ ตั งิ านและทาใหม้ คี วามสดช่นื สบายใจในการทางาน 2. เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของเคร่อื งจกั ร อุปกรณ์เคร่อื งมอื ในการทางานหรอื ทาให้ยดื อายุ การใชง้ านของเครอ่ื งมอื อุปกรณ์ และเครอ่ื งจกั ร 3. ลดอตั ราของเสยี ของอุปกรณ์เครอ่ื งจกั รทใ่ี ชป้ ระกอบในการทางาน 4. สรา้ งความไวว้ างใจกบั ลกู คา้ จะเหน็ ได้ ส.ตวั ท่ี 3 ทาใหเ้ กดิ สุขภาพอนามยั ทด่ี ตี ่อผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ทาใหป้ ราศจากการเกดิ โรคต่าง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ จากการทางานในตาแหน่งงานต่าง ๆ ได้ ภาพท่ี 9.5 ส.สะอาดดงู ามตาเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย

561 4. ส. ตวั ที่ 4 สขุ ลกั ษณะ (SEIKETSU: เซเคทซึ) หลงั จากดาเนนิ กจิ กรรม 3ส ไปแลว้ คอื สะสาง สะดวก สะอาด ส ตวั ต่อไป จะเป็นสงิ่ ทต่ี อ้ งเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งกบั บุคคลโดยตรง คอื ส สุขลกั ษณะ ซง่ึ หมายถงึ การรกั ษามาตรฐาน ทด่ี ขี องความเป็นระเบยี บเรยี บร้อย และความสะอาดในสถานท่ที างานในสานักงาน ให้อยู่ใน สภาพทด่ี ตี ลอดเวลา รวมทงั้ ตอ้ งพยายามหาทางปรบั ปรงุ ใหด้ ยี ง่ิ ขน้ึ ดงั นนั้ สุขลกั ษณะต้องการทาใหเ้ กดิ สุขลกั ษณะ โดยทา 3 ส. ตอ้ งทาใหด้ ขี น้ึ และรกั ษา ใหต้ ลอดไป การทจ่ี ะรกั ษาสภาพใหม้ สี ุขลกั ษณะทด่ี จี ะตอ้ งกาหนดเป็นมาตรฐาน (Standard) ซง่ึ หวั ใจของ ส. สุขลกั ษณะ คอื ต้องทา 3ส.ใหเ้ ป็นนิจ สุขภาพจติ สดใส และทาใหเ้ ป็นผลดตี ่อตวั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นสุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน หลกั การของสขุ ลกั ษณะ การรกั ษาสงิ่ ทท่ี าใหด้ ตี งั้ แต่ 3 ส. คอื ขจดั สง่ิ ทไ่ี มจ่ าเป็น แยกแยะพน้ื ทใ่ี หช้ ดั เจน ระบุจุด ใดท่เี ป็นปัญหา จะทาให้การทางานสะดวก หยบิ จบั สงิ่ ของอุปกรณ์กง็ ่ายประหยดั เวลา และลด การเกิดอุบัติเหตุในการทางาน ตามมาด้วยสถานทางานก็ดูสะอาดงามตา น่าดูชม และ บรรยากาศน่าทางานดว้ ย ขนั้ ตอนการทาสขุ ลกั ษณะ 1. กาหนดให้มกี ารปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยเฉพาะ สะสาง สะดวก อย่างต่อเน่ือง เช่น สปั ดาหล์ ะ 1 ครงั้ เดอื นละ 1 ครงั้ ตามความเหมาะสมของหน่วยงาน 2. การกาหนดมาตรฐาน หรอื แนวทาง ในการปฏบิ ตั ทิ เ่ี กย่ี วกบั 3 ส. แรก อยา่ งชดั เจน และเป็นท่ยี อมรบั ของสมาชกิ ในพ้นื ท่ี โดยทวั่ ไปจะให้กลุ่มสมาชกิ เป็นผู้กาหนดในช่วงเวลา เรมิ่ ตน้ กจิ กรรม เพอ่ื ใหส้ ามารถปฏบิ ตั ไิ ดง้ า่ ย และไดร้ บั ความรว่ มมอื จากสมาชกิ 3. แต่งตงั้ คณะกรรมการติดตาม การดาเนินกิจกรรม 5 ส. เพ่อื ให้เกิดการรกั ษา มาตรฐานอยา่ งต่อเน่อื ง มาตรฐานโตะ๊ ทางาน 1. โต๊ะทางานของบุคลากรแต่ละพ้นื ท่คี วรเหมอื นกัน จะมแี ตกต่างเฉพาะหวั หน้า หน่วยงาน/ผชู้ ว่ ย/หวั หน้าฝ่าย 2. โต๊ะกระจก โต๊ะทางาน หากมผี า้ กระดาษ หรอื วสั ดุอ่นื รองกระจกควรเป็นวสั ดุท่ี เหมอื นกนั สเี ดยี วกนั ในแต่ละพน้ื ท่ี และใหใ้ ส่เอกสารท่จี าเป็น และเก่ยี วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั งิ าน เท่านนั้ และจดั วางอยา่ งมรี ะเบยี บ 3. ไม่วางเอกสาร หรอื สงิ่ ของใด ๆ ไวใ้ ต้โต๊ะทางาน ยกเว้น รองเท้า 1 คู่ และถงั ขยะ ขนาดเลก็ 1 ใบ 4. บนโต๊ะทางานตอ้ งสะอาด ใหม้ เี อกสาร และอุปกรณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทางานเท่านนั้ จดั วางอยา่ งมรี ะเบยี บ

562 5. ล้นิ ชกั บนดา้ นขวามอื ของโต๊ะทางาน ใชเ้ กบ็ อุปกรณ์ หรอื เอกสารในการปฏบิ ตั งิ าน และลน้ิ ชดั ล่างเป็นลน้ิ ชกั เกบ็ ของสว่ นตวั 6. นอกเวลาทางานงดวางเอกสาร อุปกรณ์สานกั งาน หรอื สง่ิ ของใด ๆ ไวบ้ นโต๊ะยกเวน้ โทรศพั ท์ เครอ่ื งคานวณเลขไฟฟ้า แกว้ น้า ปฏทิ นิ ตงั้ โต๊ะ 7. เกา้ อ้ี เมอ่ื ไม่ใชง้ านใหเ้ ล่อื นเกบ็ เขา้ ใต้โต๊ะใหเ้ รยี บรอ้ ย ไม่แขวนหรอื วางสงิ่ ของใด ๆ ไวท้ เ่ี กา้ อ้ี มาตรฐานต้เู อกสาร (ชนิด 2 บาน และ 4 ลิ้นชกั ) 1. กาหนดผู้รบั ผิดชอบดูแลตู้เอกสาร ตู้เก็บวสั ดุ อุปกรณ์สานักงาน โดยติดช่ือ ผรู้ บั ผดิ ชอบใหช้ ดั เจนดา้ นขวา 2. ตู้เกบ็ เอกสารชนิดบานทบึ ต้องปิดป้ายแสดงรายการเอกสาร หรอื อุปกรณ์ไว้หน้าตู้ เพอ่ื สะดวกในการใชง้ าน 3. เอกสารหรอื อุปกรณ์ภายในตู้ ต้องมกี ารสะสาง และทาความสะอาดเป็นประจาทุก เดอื น 4. แฟ้มเอกสารภายในตู้ สนั แฟ้มมชี ่อื บอกชดั เจน จดั เป็นประเภท หมวดหมู่ เรยี ง ตามลาดบั และจดั รหสั ตู้ รหสั แฟ้มกากบั ดว้ ย ประโยชน์ท่ีได้รบั ของ ส.สขุ ลกั ษณะ 1. สถานทบ่ี รเิ วณทท่ี างานเป็นระเบยี บ เรยี บรอ้ ย สดชน่ื เหมาะสมการทางาน 2. ทาใหส้ ขุ ภาพทางรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คมดี 3. ทาใหเ้ ป็นการรกั ษามาตรฐานของความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยใหค้ งอยตู่ ลอดไป การทาให้เกิดสุขลกั ษณะได้นัน้ จะเข้าใจ ส.ทงั้ 3 ส.ให้เข้าใจและมกี ารปฏิบัติอย่าง สม่าเสมออย่างเน่ืองจนทาให้เกดิ สุขลกั ษณะท่ดี ี คอื มคี วามปลอดภยั ปราศจากภยั ไขเ้ จบ็ อนั เกดิ จากการทางาน ภาพท่ี 9.6 ส.สุขลกั ษณะสถานทท่ี างานเป็นน่าอยู่

563 5. ส.ตวั ท่ี 5 สรา้ งนิสยั (SHITSUKE: ชิทซึเคท) สรา้ งนิสยั คอื การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บกฎเกณฑข์ องหน่วยงานอย่างสม่าเสมอ จนกลาย เป็นการกระทาท่เี กิดข้นึ เอง โดยธรรมชาติ เช่น ไม่ท้ิงสงิ่ ของต่าง ๆ ลงพ้นื การเก็บของท่ี นามาใชเ้ ขา้ ทเ่ี ดมิ ทุกครงั้ หรอื ดจู ากตวั อย่างง่าย ๆ และใกลต้ วั มากทส่ี ุด คอื การเล่อื นเก้าอ้เี ขา้ ใต้โต๊ะหลงั จากเลกิ ใชง้ าน การจะทาใหเ้ กดิ สรา้ งนิสยั หรอื ปฏบิ ตั ติ นจนเป็นนิสยั ไดน้ ัน้ จะตอ้ งมี การกาหนดแนวทางในการปฏบิ ตั สิ าหรบั เอกสาร อุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ สถานท่ี และคน ขน้ึ มาก่อน และเป็นตน้ แบบใหบ้ คุ ลากรในหน่วยงานทาตาม การสร้างนิสัยในการท่ีมีจติ สานึก ทศั นคติท่ีดีในการปฏิบัติงานตามระเบียบอย่าง เครง่ ครดั รวมทงั้ สรา้ งนิสยั ใหพ้ นกั งานเกดิ การเรยี นรใู้ หม้ กี ารอบรมพฒั นา และปรบั ปรุงสถานท่ี ทางาน ดงั นนั้ การปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ มวี นิ ัยเป็นนิสยั ทด่ี ยี ่อมก่อใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพในการ ทางานโดยเฉพาะอย่างยง่ิ ความปลอดภยั ในการทางาน ซ่ึงเป็นผลจากการปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บอยา่ งเครง่ ครดั จนเป็นนสิ ยั และมสี ุขภาพอนามยั ทด่ี ี หลกั การของสขุ ลกั ษณะ การกระตุ้นและตดิ ตามให้บุคลากรปฏบิ ตั ิตามวธิ กี ารของ 4ส.ขา้ งต้นอย่างต่อเน่ืองและ เครง่ ครดั จนกลายเป็นนสิ ยั และเป็นความปลอดภยั ในการทางานของชวี ติ ประจาวนั ซง่ึ หวั ใจของ ส.นิสยั คอื การปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งและตดิ เป็นนสิ ยั นนั่ เอง ประโยชน์ของของ ส.สร้างนิสยั 1. พนกั งานทม่ี คี ุณภาพมที ศั นคตทิ ด่ี ใี นการทางาน 2. ทาใหส้ นิ คา้ มคี ณุ ภาพเป็นทย่ี อมรบั ของคนทวั่ ไป 3. มงุ่ ส่คู วามเป็นเลศิ ในดา้ นการประกอบธรุ กจิ 4. ทาใหเ้ กดิ ภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี องการทางาน 5. หากมกี ารปฏบิ ตั ิจนติดเป็นนิสยั สามารถนาไปปรบั ใช้หรอื ปรบั ปรุงใช้ได้กับทุก ลกั ษณะงาน 6. ทาใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานและไดผ้ ลผลติ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ 7. สถานท่ที างานสะอาดมคี วามเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ประหยดั ค่าใช้จ่ายขององค์การ ทาใหต้ น้ ทุนการผลติ ลดลงและผลผลติ สงู ขน้ึ ได้ การปฏบิ ตั งิ านเพ่อื ให้เกิดความปลอดภยั อาชวี อนามยั ท่ดี กี ารปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ และหลกั เกณฑท์ ก่ี าหนดไว้ อยา่ งเครง่ ครดั ทุกวนั จนเกดิ ความเคยชนิ และตดิ เป็นนิสยั รวมไปถงึ การทาใหส้ มาชกิ ในองคก์ ารไดช้ ว่ ยกนั รกั ษามาตรฐานการทางานทด่ี ใี หค้ งอยตู่ ลอดไปได้ การดารงรกั ษาไว้และขยายงาน กิจกรรม 5ส. กจิ กรรม 5ส.เป็นกจิ กรรมทช่ี ่วยใหส้ ถานประกอบการหรอื โรงงานเกดิ ความเป็นระเบยี บ เรยี บร้อย และเป็นระบบท่ดี ใี นการทางานอีกหลกั การสาคญั หน่ึงท่นี ิยมนาให้พนักงานปฏบิ ตั ิ

564 และให้เกดิ ความร่วมมอื ร่วมใจในการทากิจกรรมดงั กล่าวน้ีให้ประสบความสาเรจ็ ซ่งึ จะต้องมี หลกั การสาคญั ๆ ดงั น้ี 1. กาหนดหวั ขอ้ สาคญั ทจ่ี ะดาเนินการในแต่ละเดอื นไวใ้ หช้ ดั เจนและแบ่งช่วงระยะเวลา และผรู้ บั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิ เช่น การขจดั ของทไ่ี ม่ตอ้ งการ การเชด็ ถูทาความสะอาด การเกบ็ กวาดทท่ี างานทกุ วนั การตรวจตราสงิ่ ของทม่ี กี ารชารุดเสยี หาย เป็นตน้ 2. การดาเนินงานใหด้ าเนินการโดยบุคคลทม่ี คี วามรบั ผดิ ชอบในงานตนเองทอ่ี ยใู่ นกลุ่ม ทจ่ี ดั ไว้ ซง่ึ เป็นการทางานแบบรว่ มมอื กนั ทางานใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย 3. หวั หน้างานมคี วามตงั้ ใจจรงิ และมคี วามกระตอื รอื รน้ โดยหวั หน้างานเป็นผู้นา และ ปฏบิ ตั ใิ หเ้ ป็นตวั ยา่ งแก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา 4. การตรวจให้คะแนน โดยคณะกรรมการตรวจให้คะแนน ต้องมกี ารประกาศหรือ ประชาสมั พนั ธค์ ะแนนของแต่ละกลุ่มรวมทงั้ นาจุดเด่นมาสนับสนุนและใหก้ าลงั ใจ ส่วนหากพบ จดุ บกพรอ่ งต่าง ๆ ใหด้ าเนินการปรบั ปรงุ หาแนวทางแกไ้ ขใหด้ ขี น้ึ อย่างต่อเน่อื ง 5. การกาหนดเป็นมาตรฐานท่เี ป็นแนวปฏบิ ตั ิ ทาการรวบรวมหลกั เกณฑ์แล้วนามา กาหนดเป็นมาตรฐานในการปฏบิ ตั งิ าน และปรบั ปรุงไปสู่การตรวจเชค็ ภายในโรงงาน และให้ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานทก่ี าหนดไว้ 6. สนับสนุนให้ดาเนินการปรบั ปรุงโดยมุ่งหวงั ว่า งานปรบั ปรุงท่ีสามารถทาได้เอง จะตอ้ งใหพ้ นกั งานในกลุ่มเป็นผดู้ าเนนิ การเอง 7. แจ้งขอ้ คดิ เหน็ ให้ทราบโดยทวั่ ๆ กนั พร้อมทงั้ แลกเปล่ยี นขอ้ คดิ เหน็ ซ่งึ กนั และกนั จดั ใหม้ กี ารประชุมคณะกรรมการดาเนินงานของแต่ละกลุ่ม ภายในบรเิ วณกลุ่มของตนเอง และ ควรตดิ ป้ายแสดงใหท้ ราบวา่ กลุ่มเป็นใครบา้ ง โดยตดิ ป้ายเป็นชอ่ื ต่าง ๆ ตามทก่ี าหนด การตรวจตดิ ตามและประเมนิ ผลกจิ กรรม 5ส. เป็นงานท่สี าคญั เม่อื มกี ารจดั กจิ กรรมการ ทา 5ส.ขน้ึ ในสานักงานหรอื สถานประกอบการ คณะกรรมการจงึ จาเป็นต้องมกี ารตรวจตดิ ตาม ประเมนิ ผลโดยมคี ณะกรรมการเป็นผแู้ บ่งงานกนั ทาและมอบหมายใหแ้ ต่ละทมี ทาหน้าท่ี ในการ ตรวจตดิ ตามทุก ๆ เดอื น ดงั มกี ารออกแบบการประเมนิ ดงั น้ี

565 แบบการตรวจสอบติดตามและประเมินผลการดาเนินกิจกรรม 5ส. ประจาเดือน ....................................... วนั /เดอื น/ปี ผปู้ ระเมินผล หน่วยงาน/แผนก /ฝ่ าย หมายเหตุ

566 แบบการประเมินผลการดาเนินกิจกรรม 5ส. ผลการประเมิน ข้อเสนอแนะ หมายเหตุ ประจาเดือน ....................................... (ค่าคะแนนท่ีได)้ ปรบั ปรงุ วนั /เดือน/ปี หน่วยงาน/ ผปู้ ระเมินผล แผนก /ฝ่ าย

567 การกาหนดมาตรฐานในการดาเนินการ 5ส.ตามข้อตกลงร่วมกนั สาหรบั โรงงาน สถานประกอบการหรอื โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คณะกรรมการในการตรวจสอบ ประเมนิ ผลการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. เมอ่ื มกี ารตรวจสอบ ประเมนิ ผลการดาเนินงานทุกครงั้ จะต้องมกี ารประชุม หารอื ในการตรวจสอบ ให้มกี ารปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ืองในความจาเป็น คานึงถงึ เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทางาน เพ่อื ใหเ้ กดิ คุณภาพในการทางาน และ ชว่ ยลดอุบตั เิ หตุ ความสญู และลดตน้ ทุนได้ ดงั น้ี เครือ่ งจกั ร ตอ้ งมกี ารดแู ลรกั ษา ดงั น้ี 1. ใช้เคร่อื งจกั รตามมาตรฐานท่กี าหนดเสมอเพ่อื คุณภาพของสนิ ค้าและการผลติ ผลติ ภณั ฑ์ 2. เพ่อื ป้องกนั เคร่อื งจกั รชารุด/เสยี หมนั่ ทาความสะอาดและปฏบิ ตั ติ ามแบบตรวจสอบ ของฝ่ายวศิ วกรรมประจาโรงงาน 3. ตรวจสอบสวติ ซฉ์ ุกเฉนิ และความพรอ้ มในการทางานของเครอ่ื งจกั ร 4. กาหนดตารางเวลาในการบารุงรกั ษา และตรวจสอบเครอ่ื งจกั รเพ่อื ป้องกนั เคร่อื งเกดิ ขดั ขอ้ งระหวา่ งเครอ่ื งจกั รเดนิ เครอ่ื ง รถยก ตอ้ งมกี ารฝึกใหต้ ดิ เป็นนิสยั ในระหวา่ งทางานกบั เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ในการทางาน ดงั น้ี 1. พนักงานทท่ี าหน้าทข่ี บั รถยกตอ้ งขบั ใหอ้ ย่ใู นช่วงความเรว็ ไม่เกนิ 10 กโิ ลเมตรต่อ ชวั่ โมง 2. หลกี เลย่ี งการออกและหยดุ รถกะทนั หนั เพ่อื ความปลอดภยั และยดื อายยุ างรถ 3. กาหนดเวลาทาความสะอาดและตรวจสอบอยา่ งสม่าเสมอ 4. การขบั ขจ่ี ะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บในการขบั รถยก งานระหว่างกระบวนการผลิต ขณะทางานจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. ขณะชน้ิ งานผลติ ออกมาตอ้ งวางชน้ิ งานระหวา่ งกระบวนการผลติ ในทท่ี ก่ี าหนดไว้ 2. เพ่อื ความสะดวกในการหยบิ เดนิ ต้องตดิ ป้ายช่อื บนช้นิ งานแต่ละงาน หรอื ท่โี ต๊ะ ทางาน 3. ไมว่ างชน้ิ งานบรเิ วณช่องทางเดนิ 4. แยกผลติ ภณั ฑไ์ มด่ อี อก และวางในทท่ี ก่ี าหนดไว้ 5. ในระหว่างกระบวนการผลติ ตอ้ งใหก้ ารทางานจดั ใหม้ กี ารเคล่อื นยา้ ยหรอื พนักงาน เดนิ ในระยะทางทใ่ี กลท้ ส่ี ดุ เน่อื งจากลดระยะเวลาในการเกดิ อุบตั เิ หตุ

568 การทางานท่ีอย่กู บั น้ามนั เครื่อง ตอ้ งปฏบิ ตั อิ ย่างเคร่งครดั เพ่อื ความปลอดภยั ในการ ทางาน ดงั น้ี 1. ตดิ ป้ายชอ่ื ทภ่ี าชนะบรรจุ และเกบ็ ไวใ้ นทท่ี ก่ี าหนด 2. เทน้าลงในภาชนะทร่ี องรบั หรอื จดั ไวอ้ ย่างระมดั ระวงั เพ่อื ป้องกนั การกระเดน็ หรอื กระจายลงพน้ื ท่ี 3. หากน้ามนั กระเดน็ ตอ้ งเชด็ ทาความสะอาดทนั ที 4. หา้ มเกบ็ สารไวไฟในสถานทท่ี างาน หากไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 5. สารไวไฟควรเกบ็ และหยบิ ใชโ้ ดยพนกั งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายเท่านนั้ 6. รว่ มใจป้องกนั พน้ื ทโ่ี รงงานจากน้ามนั และคราบสกปรก รถเขน็ หากมกี ารใชอ้ ุปกรณ์ในการชว่ ยในการทางานตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. หลงั จากใชง้ าน นารถเขน็ เกบ็ ในทท่ี ก่ี าหนด 2. หากรถเขน็ หรอื ลอ้ รถผดิ ปกติ ตอ้ งซอ่ มแซมแกไ้ ขทนั ที 3. ไมว่ างสง่ิ ของต่าง ๆ ไวบ้ นรถเขน็ อยา่ งเดด็ ขาดในกรณที ไ่ี มใ่ ชง้ าน 4. เขน็ รถอยา่ งระมดั ระวงั ไมใ่ หช้ นสงิ่ ต่าง ๆ 5. ไมจ่ อดรถบนทางเดนิ ในโรงงานอย่างเดด็ ขาด เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้ การปฏบิ ตั ดิ ว้ ยเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชต้ ่าง ๆ เพ่อื ใหเ้ กิดความปลอดภยั ตอ้ งปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. กาหนดใหพ้ นกั งานตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบเคร่อื งมอื เคร่อื งใชท้ ุกชน้ิ ดว้ ยดูค่มู อื ในการ บารงุ รกั ษาอยา่ งเครง่ ครดั และเอาใจใส่ 2. ไม่วางของอย่างอ่ืนในตู้หรือแขวนเคร่ืองมือ เน่ืองจากอาจเกิดอุบัติเหตุกับ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทจ่ี ะนาเครอ่ื งมอื หรอื หยบิ จบั เครอ่ื งมอื ไปใช้ 3. เพ่อื ความสะดวกในการเก็บและหยบิ ควรจดั ทาตาแหน่งเกบ็ เครอ่ื งมอื เคร่อื งใชใ้ นท่ี จดั เกบ็ หรอื ทท่ี ก่ี าหนด 4. กาจดั เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ท่ไี ม่จาเป็นออกจากหน่วยงาน ห้ามนาเคร่อื งมอื จาก หน่วยงานอ่นื มาใชก้ ่อนไดร้ บั อนุญาต ทางเดินในโรงงาน หากผู้ปฏบิ ตั งิ านมกี ารปฏบิ ตั งิ านตามท่กี ฎระเบยี บของโรงงานจะ ทาใหไ้ มเ่ กดิ อุบตั เิ หตุในการทางานในโรงงาน ตอ้ งมกี ารปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ในโรงงานเมอ่ื กาหนดสนี ้าตาลจะเป็นทางเดนิ และใชส้ เี หลอื งเป็นเสน้ แบง่ เขตพน้ื ทใ่ี น โรงงาน 2. หา้ มวางของบรเิ วณทางเดนิ เขา้ ออกโดยเดด็ ขาด เน่อื งจากทางเดนิ เป็นเสน้ ทางทต่ี อ้ ง มคี วามปลอดภยั ห้ามมสี ง่ิ กดี ขวางใด ๆ โดยเฉพาะกรณีมเี หตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ และการใช้ เสน้ ทางเรง่ ด่วน เป็นตน้

569 3. หา้ มทางานบรเิ วณทางเดนิ หากไมไ่ ดร้ บั อนุญาตจากผทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบโดยตรง 4. ทาความสะอาดเสน้ แสดงทางเดนิ ทก่ี าหนดเป็นประจาสม่าเสมอใหม้ คี วามชดั เจนและ มองไดอ้ ยา่ งสะดวก 5. พนกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ านในโรงงานจะต้องเดนิ บนทางเดนิ อยา่ งชดั เจนเพ่อื ใหเ้ กดิ ความ ปลอดภยั 6. ควรแยกบรเิ วณทท่ี างานและทางเดนิ อย่างชดั เจนเพ่อื การกาหนดพน้ื ทส่ี ดั ส่วนใหม้ ี ความชดั เจนในการใชเ้ สน้ ทาง สถานท่ีทางานในโรงงาน หากจะใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และลดอุบตั เิ หตุในการทางาน ตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. รกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยอยเู่ สมอ 2. ไม่ท้งิ ขยะ กระป๋ อง ขวด ก้นบุหร่ี เศษกระดาษ และวสั ดุท่ไี ม่ใช้ภายในบรเิ วณท่ี ทางาน 3. วางถงั ขยะใหต้ รงจดุ ทก่ี าหนด ภายในทท่ี างาน 4. ไมว่ างเอกสารบนเครอ่ื งจกั รในโรงงาน อปุ กรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คีภยั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในโรงงานและสานักงานจาเป็นต้อง ไดร้ บั ความรู้ เก่ยี วกบั การใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คเี พ่อื ใหส้ ามารถใชอ้ ุปกรณ์เหล่าน้ีได้ เมอ่ื เกดิ เหตุฉุกเฉนิ ดงั น้ี 1. หา้ มนากล่อง อุปกรณ์ หรอื สง่ิ ใด ๆ วางกดี ขวางการเขา้ ไปหยบิ อุปกรณ์ป้องกนั และ ระงบั อคั คภี ยั 2. มนั่ ใจวา่ ทกุ คนรวู้ ธิ กี ารใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั 3. ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ตามแบบการตรวจสอบ 4. เจา้ หน้าท่ปี ระจาโรงงานท่รี บั ผดิ ชอบเก่ยี วกบั งานด้านการป้องกนั อคั คภี ยั มหี น้าท่ี จดั เตรยี มอุปกรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั อยใู่ นจดุ ทเ่ี หน็ ไดง้ า่ ยและชดั เจน ในการตรวจการใหค้ ะแนนการทากจิ กรรม 5ส.ในส่วนของสานกั งานจะมคี วามแตกต่าง กนั จากส่วนทเ่ี ป็นของโรงงานเน่ืองจากในส่วนน้ีจะมกี ารผลติ และประกอบจงึ ทาใหม้ เี ครอ่ื งจกั ร เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ รวมทงั้ วสั ดุต่าง ๆ ในการผลติ และประกอบจงึ เน้นความเป็นระเบยี บ เรยี บรอ้ ย ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ให้มากท่สี ุด และการเป็นสรา้ งความมนั่ ใจให้กบั ลกู คา้ จงึ ตอ้ งออกแบบการตรวจทม่ี เี ครอ่ื งจกั ร อุปกรณ์ เคร่อื งมอื และวสั ดุต่างอย่างละเอยี ดดงั ตวั อยา่ งแบบตรวจการใหค้ ะแนนการจดั ทากจิ กรรม 5ส. ส่วนโรงงาน

570 ตวั อย่างแบบตรวจการให้คะแนนการทากิจกรรม 5ส.ส่วนโรงงาน ช่อื หน่วยงาน .......................................................... วนั เดอื น ปีทต่ี รวจ ............................เวลา ............................. (จานวนพนกั งานในพน้ื ท่ี .................................... คน มพี น้ื ท่ี ............................................................... ตารางเมตร) หวั ข้อ รายละเอียดการตรวจ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ รวม 1. สภาพแวดลอ้ มใน 1. มคี ราบน้ามนั คราบสกปรกหรอื กองขยะบนพ้นื หรอื ไม่2. มี 4 พน้ื ท่ี 5ส. การจดั เกบ็ อปุ กรณ์เคร่อื งใชเ้ ป็นระเบยี บหรอื ไม่ 4 3. มถี งั ขยะมากพอ และตงั้ อยใู่ นจดุ ทเ่ี หมาะสมหรอื ไม่ 4 4. อปุ กรณ์ดบั เพลงิ มกี ารกาหนดทว่ี าง/มปี ้ายบอกหรอื ไม่ 24 4 5. มคี วามสะอาดเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยหรอื ไม่ 4 6. มกี ารตดิ ป้ายบอกหน่วยงานหรอื อ่นื ๆ ทจ่ี ะมองเหน็ ชดั เจน 4 2. อปุ กรณ์ไฟฟ้าและ 1. อปุ กรณ์ไฟฟ้า ปลกั๊ ไฟ หลอดไฟ ชารดุ เสยี หายหรอื ไม่ 16 4 เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 2. ตไู้ ฟมขี องไมจ่ าเป็นวางอยู่ / สกปรกหรอื ไม่ 4 3. มกี ารเกบ็ และเดนิ สายไฟ/โทรศพั ทเ์ รยี บร้อย ไม่สะดุดหรอื 4 เกะกะทางเดนิ หรอื ไม่ 4. ไฟฟ้าแสงสว่างใชง้ านไดด้ /ี แสงสวา่ งเพยี งพอหรอื ไม่ 4 3) เครอ่ื งจกั รและ 1. มีป้ายบอกช่ือผู้รับผิดชอบดูแลรกั ษาเคร่ืองมืออุปกรณ์ 4 เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ ประจาหรอื ไม่ เคร่อื งใช้ 2. มกี ารทาความสะอาดเครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ใชง้ านอย่างเป็น 4 ระบบเป็นประจาหรอื ไม่ 3. มสี งิ่ ของทไ่ี มจ่ าเป็น/ไมเ่ ก่ยี วขอ้ งวางบนเคร่อื งจกั ร/อุปกรณ์ 20 4 ใชง้ านหรอื ไม่ 4 4. จดั ทาวธิ กี ารหรอื มาตรฐานในการเกบ็ เคร่อื งมอื อุปกรณ์ต่าง 5 ๆ ไวห้ รอื ไม่ 5. เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ใช้งานต่าง ๆ อยู่ในสภาพปลอดภยั หรอื ไม่ 4. การเกบ็ เคร่อื งจกั รและ 1. มฝี ่นุ คราบสกปรกเกาะตามจดุ ตา่ ง ๆ หรอื ไม่ 4 เคร่อื งมอื อปุ กรณ์ดแู ล 2. เคร่อื งมอื /ปกรณ์อยูใ่ นสภาพทห่ี ยบิ งา่ ยหรอื ไม่ 4 ทาความสะอาดพรอ้ มใช้ 3. มกี ารกาหนดทว่ี างแน่นอนและมปี ้ายบอกหรอื ไม่ 20 4 งานและเกบ็ ไวใ้ นสภาพ 4. มกี ารทาสี ตเี สน้ กาหนดเขตการวางสง่ิ ของ/อปุ กรณ์หรอื ไม่ 4 เดมิ 5. มนี ้าหรอื น้ามนั หกเลอะเทอะบนพน้ื หรอื ไม่ 4 5. การดาเนินกจิ กรรม 1. การแต่งกายพนักงานถูกต้องตามกฎระเบียบบริษัทท่ี 4 5ส. กาหนดไวห้ รอื ไม่ 2. มคี วามพยายามในการปรบั ปรงุ พน้ื ทม่ี แี ผนทแ่ี สดงไวช้ ดั เจน 4 หรอื ไม่ 20 3. มีการจัดตวั แทนพ้ืนท่ไี ว้อธิบายขนั้ ตอนการดาเนินงาน 4 หรอื ไม่ 4. มกี ารกาหนดมาตรฐานของพน้ื ทห่ี รอื ไม่ 4 5. มผี งั แบง่ พน้ื ทด่ี แู ลหรอื ไม่ 4 (คะแนนทไ่ี ดค้ รงั้ ก่อน .....................................) คะแนนเตม็ 100 ลงชอ่ื กรรมการตรวจใหค้ ะแนน/กลมุ่ กรรมการผตู้ รวจ 1)....................................................................... 2).................................................................... 3) ..................................................................... 4) .................................................................... หมายเหตุ : 1) คา่ ระดบั คะแนนทป่ี ระเมนิ ดงั น้ี

571 ดมี าก เทา่ กบั 4,ดี เท่ากบั 3, พอใช้ เท่ากบั 2, และ ต้องปรบั ปรุง เท่ากบั 1 2) การประเมนิ คะแนนรวมทไ่ี ด้ น้อยกวา่ 50 = ตอ้ งปรบั ปรงุ 60 – 69 = ดี 80 - 89 = ดมี าก และ 90 -100 = ยอดเยย่ี ม การกาหนดมาตรฐานในการดาเนินการ 5ส.ตามข้อตกลงร่วมกนั สาหรบั สานักงาน สานักงาน หรอื หน่วยงานท่ไี ม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่คณะกรรมการในการ ตรวจสอบประเมนิ ผลการดาเนินงานกิจกรรม 5ส. เม่อื มกี ารตรวจสอบ ประเมนิ ผลการ ดาเนนิ งานทกุ ครงั้ จะตอ้ งมกี ารประชุม หารอื ในการตรวจสอบ ใหม้ กี ารปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ืองใน ความจาเป็นคานึงถงึ อุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการทางาน เพ่อื ให้เกดิ คุณภาพในการทางาน และช่วยลด อุบตั ิเหตุ ลดขนั้ ตอนในการทางาน ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย และเกิดความรวดเรว็ ในการให้บรกิ าร ตอ้ งประกอบดว้ ยสง่ิ ต่าง ๆ ดงั น้ี โตะ๊ ทางาน ตอ้ งมกี ารจดั โต๊ะทางานใหเ้ หมาะสม ดงั น้ี 1. ไมว่ างสง่ิ ของทไ่ี มจ่ าเป็นไวบ้ นโต๊ะ 2. กาจดั สงิ่ ต่าง ๆ ทไ่ี มจ่ าเป็นในลน้ิ ชกั ออกใหห้ มดเพ่อื ใหง้ า่ ยต่อการหยบิ สง่ิ ของใชง้ าน 3. จดั สง่ิ ของในลน้ิ ชกั โต๊ะทางานใหเ้ ป็นระเบยี บ เพ่อื งา่ ยต่อการหยบิ ใชส้ ง่ิ ของ 4. จดั เกบ็ เอกสารบนโต๊ะใหเ้ ป็นระเบยี บ 5. เมอ่ื เลกิ งานไมค่ วรวางเอกสารทไ่ี มจ่ าเป็นไวบ้ นโต๊ะทางาน 6. ทาความสะอาดใหม้ คี วามสะอาดเรยี บรอ้ ยเสมอ เก้าอี้ในสานักงาน เพ่อื ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมคี วามเรยี บรอ้ ยดูแล้วงามตา และส่งผลต่อ ความปลอดภยั ในการทางาน ตอ้ งปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. เมอ่ื ลุกออกจากทท่ี างานทุกครงั้ จะตอ้ งเล่อื นเกา้ อเ้ี ขา้ ไวใ้ ตโ้ ต๊ะ 2. ไมพ่ าดเสอ้ื หรอื ผา้ ใด ๆ บนพนกั เกา้ อ้ี 3. ตอ้ งทาความสะอาดอยปู่ ระจาสม่าเสมอเพอ่ื ใหด้ สู ะอาด และมสี ขุ ลกั ษณะทด่ี ี อปุ กรณ์สานักงาน สานักงานมอี ุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านหลายชนิดซง่ึ แต่ละชนิด มกี ารใชง้ านทแ่ี ตกต่างกนั เพ่อื ใหม้ กี ารยดื อายงุ านจะตอ้ งมกี ารปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. ทาความสะอาดเคร่อื งพมิ พ์ดดี คอมพวิ เตอร์ เคร่อื งถ่ายเอกสาร เคร่อื งแฟกซ์ เครอ่ื งพมิ พ์ เป็นตน้ ทแ่ี ต่ละแผนกรบั ผดิ ชอบ 2. เก็บเอกสารไวไฟใหเ้ รยี บรอ้ ย เพ่อื ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยและความปลอดภยั 3. เตรยี มอุปกรณ์สานกั งานใหพ้ รอ้ มใชง้ านตอลดเวลา

572 4. จดั วางกระดาษและอุปกรณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย 5. ตรวจสอบอุปกรณ์ท่เี ก่ยี วข้องกบั การทางานทใ่ี ชป้ ระจาให้มสี ภาพพรอ้ มใช้งานยู่ สม่าเสมอและแกไ้ ขทนั ทท่ี ผ่ี ดิ ปกติ โทรศพั ท์ หากจะทาใหเ้ กดิ สขุ ภาพอนามยั ทด่ี จี ะตอ้ งมกี ารดแู ลอุปกรณ์ ดงั น้ี 1. ตอ้ งทาความสะอาดเครอ่ื งมอื และแป้นโทรศพั ทอ์ ยเู่ สมอ 2. เกบ็ สายโทรศพั ทอ์ ยา่ งเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย 3. วางโทรศพั ทใ์ นจดั ทส่ี ะดวก และทก่ี าหนดพรอ้ มทจ่ี ะหยบิ มาใชง้ านไดส้ ะดวก 4. เมอ่ื เลกิ งานควรวางโทรศพั ทใ์ หเ้ รยี บรอ้ ยไมเ่ กะกะ ต้เู อกสาร เป็นอุปกรณ์ทเ่ี กบ็ สงิ่ ของใหเ้ กดิ ความเป็นระเบยี บและใหม้ พี น้ื ทใ่ี นการใชง้ าน ไดม้ ากขน้ึ ตอ้ งปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ตดิ ป้ายชอ่ื หน้าตเู้ อกสาร เพอ่ื บอกรายละเอยี ดสงิ่ ทอ่ี ยใู่ นตเู้ อกสาร 2. แบง่ ช่องภายในตูเ้ อกสารเพ่อื เกบ็ ของชน้ิ เลก็ ใหส้ ามารถมพี น้ื ทว่ี างไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม 3. มปี ้ายชอ่ื ทุกแฟ้ม เพ่อื ใหง้ า่ ยต่อการหยบิ ใช้ 4. เพ่อื ความเป็นระเบยี บไมค่ วรวางของบนหลงั ตเู้ อกสาร 5. ทาความสะอาดภายในและภายนอกตเู้ สมอ บริเวณท่ีทางาน หากจะใหเ้ กดิ ความเรยี บรอ้ ยและเกดิ ความสะดวกปลอดภยั ในการ ทางานพนกั งานตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. รกั ษาความสะอาด และความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยอยเู่ สมอ 2. จดั วางอุปกรณ์ต่าง ๆ ใหเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ในการตรวจการใหค้ ะแนนการทากจิ กรรม 5ส.ในส่วนของสานกั งานจะมคี วามแตกต่าง กนั จากส่วนท่เี ป็นของโรงงาน เน่ืองจากการปฏบิ ตั งิ านในสานักงานจะเน้นด้านเอกสาร การ ให้บรกิ าร และช่วยเหลอื สนับสนุนหน่วยงานหลกั คอื ฝ่ ายผลติ ดงั นัน้ การในตรวจประเมนิ การ จดั ทากจิ กรรม 5ส.ของสานกั งาน จงึ ตอ้ งมกี ารออกแบบตรวจการใหค้ ะแนนท่ีแตกต่างกนั กค็ งยงั ต้องเน้นความเป็นระเบยี บ เรยี บร้อย สะอาด สะดวกในการทางาน ถูกสุขลกั ษณะ และสรา้ ง เสรมิ นสิ ยั ใหพ้ นกั งานมวี นิ ยั เช่นเดยี วกนั ดงั ตวั อย่างแบบตรวจการใหค้ ะแนนการจดั ทากจิ กรรม 5ส. สว่ นสานกั งาน ดงั ตวั อยา่ งขา้ งลา่ งน้ี

573 ตวั อย่างแบบตรวจการให้คะแนนการจดั ทากิจกรรม 5ส. ส่วนสานักงาน ช่อื หน่วยงาน .......................................................... วนั เดอื น ปีทต่ี รวจ ................................เวลา ........................ (จานวนพนกั งานในพน้ื ท่ี ........................................... คน มพี น้ื ท่ี ....................................................... ตารางเมตร) หวั ขอ้ รายละเอยี ดการตรวจ คะแนนเตม็ คะแนนทไ่ี ด้ รวม 1. โต๊ะทางาน 1. มกี ารเกบ็ สงิ่ ของไม่จาเป็นหรอื เกนิ ความจาเป็นรวมทงั้ ของ 17 3 (บ นโ ต๊ ะ ใต้โ ต๊ะ แล ะ ใชส้ ่วนตวั ปะปนกบั งาน โดยรอบโต๊ะ) 2. มคี วามสะดวกในการลุกนงั่ และหยบิ ของใชง้ าน 4 3. ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยของลน้ิ ชกั (ลน้ิ ชกั งาน) 4 4. มคี วามสะอาดโดยทวั่ ไปของโต๊ะทางานแตล่ ะบคุ คล 3 5. โต๊ะทางานโดยรวมของทงั้ หอ้ งจดั เกบ็ เป็นระเบยี บ 3 2. ตเู้ อกสารตเู้ กบ็ ของชนั้ 1. มขี องทไ่ี มเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การทางานปะปนอยู่มากเกนิ ความ 4 วางของต่าง ๆ จาเป็น 2. การจดั เกบ็ เอกสาร วสั ดตุ า่ ง ๆ ในตเู้ ป็นระบบมปี ้ายบอก 5 3. การวางตู้ ชนั้ ตา่ ง ๆ สะดวกในการหยบิ ใชง้ าน 21 4. มเี อกสาร และสงิ่ ทค่ี วรสะสาง แตย่ งั เกบ็ ไว้ 4 5. มกี ารนาเอกสารกองตามพน้ื /ใตโ้ ต๊ะทางาน 4 4 3. อปุ กรณ์ 1. สายไฟฟ้า สายโทรศพั ท์ อยใู่ นสภาพเรยี บรอ้ ย เกะกะ ชารดุ 4 เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า ความ เสยี หายอนั ตราย 4 ปลอดภยั ในการทางาน 2. มกี ารปกป้องอปุ กรณ์เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าเพ่อื ยดื อายกุ ารใชง้ าน 4 3. สภาพของอปุ กรณ์มกี ารบารงุ รกั ษาและมคี วามสะอาดน่าใช้ 4 งานและมคี วามปลอดภยั 16 4. ช่องทางเดนิ ทางเขา้ ออกหอ้ งสะดวกสบาย ไมส่ ะดุด หรอื วางของมากเกนิ ไป 4. สภาพแวดลอ้ มของ 1. ความสะอาดเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยโดยรวมของพน้ื ท่ี 18 4 พน้ื ท(่ี บนพน้ื ฝาหอ้ ง 2. มสี ง่ิ ของไมจ่ าเป็นวางอยูต่ ามทต่ี า่ ง ๆ ของหอ้ งทางาน 28 3 เพดาน) 3. มอี ากาศบริสุทธิ ์ ปราศจากมลภาวะ กล่ินสารเคมี บุหร่ี 3 อาหาร 5. พนกั งานกบั การ 4. มกี ารตดิ ป้ายบอกหน่วยงาน หรอื อน่ื ๆ ทจ่ี าเป็น 4 ทางาน “กจิ กรรม 5ส.” 5. มกี ารสะสมอาหาร ขนม ภาชนะตา่ ง ๆ ปะปนกบั การทางาน 4 5 1. วธิ กี ารทางานสะดวก เชน่ เออ้ื มหยบิ เบยี ดเขา้ มดุ เขา้ หรอื อน่ื ๆ ทท่ี าใหเ้ สยี เวลา 4 2. ความพยายาม ความร่วมมอื ในการดาเนิน “กจิ กรรม 5ส.” ของหน่วยงาน 4 3. มแี ผนการปรบั ปรงุ พน้ื ทเ่ี พ่อื รกั สภาพเดมิ ใหด้ ขี น้ึ 5 4. มกี ารประชุม และมบี นั ทกึ ประชุมประจาเดอื น “กจิ กรรม 5 ส.” อยา่ งต่อเน่อื ง 5 5. มบี อรด์ 5ส. แสดงพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบ ภาพถ่ายก่อนหลงั และ มาตรฐานทช่ี ดั เจน 5 6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถตอบคาถามเรอ่ื ง 5ส.ได้ (คะแนนทไ่ี ดค้ รงั้ ก่อน .....................................) คะแนนเตม็ 100 ลงชอ่ื กรรมการตรวจใหค้ ะแนน/กล่มุ กรรมการผตู้ รวจ 1)....................................................................... 2).................................................................... 3) ..................................................................... 4) ....................................................................

574 หมายเหตุ : 1) คา่ ระดบั คะแนนทป่ี ระเมนิ ดงั น้ี ดมี าก = 4, ดี = 3, พอใช้ = 2, ตอ้ งปรบั ปรงุ = 1 และ ไมส่ ามารถใหค้ ะแนนได้ = 0 2) การประเมนิ คะแนนรวมทไ่ี ด้ ดงั น้ี น้อยกวา่ 50 = ตอ้ งปรบั ปรงุ 60 – 69 = ดี 80 - 89 = ดมี าก และ 90 -100 = ยอดเยย่ี ม เครอื่ งมอื ส่งเสริมกิจกรรม 5ส กจิ กรรม 5ส.เป็นแนวทางไปส่กู ารปรบั ปรุงงานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพจงึ อาศยั ขนั้ ตอนตงั้ แต่ กาหนดนโยบายจากผูบ้ รหิ ารระดบั สูงเพ่อื ใหท้ ุกคนได้มกี ารปฏบิ ตั ติ าม ทาให้องค์ต่าง ๆ นามา เป็นเคร่อื งมือในการบรหิ ารจดั การอย่างหน่ึงท่ที าให้สินค้าและบรกิ ารมชี ่ือเสียง ดงั นัน้ การ ส่งเสรมิ กิจกรรม 5ส. จงึ มคี วามจาเป็นอย่างยง่ิ ท่จี ะให้การดาเนินกิจกรรม 5ส เพ่อื เป็นการ รณรงคแ์ ละกระตุน้ ใหพ้ นกั งานมสี ว่ นรว่ มบางครงั้ องคก์ ารจาตอ้ งอาศยั กลยุทธใ์ นการจดั ทา ดงั น้ี 1. โปสเตอร์ 5ส (5S Posters) เพ่อื ให้ความรคู้ วามเขา้ ใจและเพ่อื กระตุ้นเตอื นให้ พนักงาน ร่วมมอื ดาเนินกจิ กรรม 5ส อาจให้พนักงานคดิ ทากันเอง หรอื แข่งขนั การวาดภาพ โปสเตอร์ ภายในหน่วยงาน หรอื ตดิ ต่อหน่วยงานภายนอกทเ่ี ขาทากนั ไวแ้ ล้ว เช่น สถาบนั เพมิ่ ผลผลติ แหง่ ชาติ เอามาตดิ ในโรงงานของตน 2. คาขวญั 5ส (5 S Slogans) อาจจดั ใหม้ กี ารประกวดคาขวญั และนาคาขวญั ทช่ี นะมา จดั ทา เป็นโปสเตอรต์ ดิ ในโรงงาน เช่น 5ส คอื สง่ิ สรรค์เพ่อื สรา้ งมลู ค่าขององค์การ 5ส. สู่การ พฒั นางาน พฒั นาคน รณรงคส์ บื สาน 5ส.คอื ปัจจยั สรา้ งนสิ ยั ใชพ้ ฒั นา เป็นตน้ 3. จดั นิทรรศการ (5S Activities) จดั นิทรรศการใหเ้ กดิ กจิ กรรมส่งเสรมิ กระตุ้นแบบมี ส่วนร่วมในกิจกรรมการดาเนินงาน หรอื รณรงค์ให้พนักงานในองค์การได้มีบทบาทมสี ่วน เกย่ี วขอ้ งทจ่ี ะไดแ้ ลกเปลย่ี นความรกู้ นั ในแต่ละแผนกทวั่ ทงั้ องคก์ าร 4. ข่าว 5ส (5S Newsletter) เป็นเอกสารเผยแพร่การดาเนินกจิ กรรม 5ส ในหน่วยงาน เพ่อื ให้ พนักงานได้รบั ข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะส่อื สารทางอินเตอร์เน็ต facebook และ โซเซยี ลต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในปัจจบุ นั ทาใหอ้ งคก์ ารสามารถนามาประชาสมั พนั ธไ์ ดใ้ นทุกช่องทาง จะได้มคี วามเคล่อื นไหวภายในและภายนอก รวมทงั้ มสี าระเน้ือหาทางวชิ าการแทรกอยู่ด้วย อาจจะมคี อลมั น์ซุบซบิ นินทาสงั คมชาว 5ส กระเซา้ เยา้ แหยก่ ระตุ้นใหเ้ กดิ การอยากมสี ่วนร่วมก็ ได้ และข่าว 5ส (5S Newsletter) น้ีจะเป็นส่อื ในการประกาศผล การประเมนิ ความคบื หน้าของ การดาเนนิ การกจิ กรรม 5ส ในแต่ละชว่ งทต่ี รวจตดิ ตาม 5ส ดว้ ย 5. สญั ลกั ษณ์เหรยี ญ 5 ส (5S Badges) มหี ลายหน่วยงานไดจ้ ดั ทาเหรยี ญ 5ส ตดิ หน้าอกเสอ้ื แสดงถงึ การดาเนินกจิ กรรมวนั 5ส หรอื เหรยี ญแสดงว่าผตู้ ดิ อยใู่ นกลุ่มทช่ี นะเลศิ การดาเนินกิจกรรม 5ส ประจาเดือน / ประจาโครงการ ของบรษิ ัทก็ได้ หลายๆ บรษิ ัทใน

575 ประเทศไทยกไ็ ดจ้ ดั ทากนั เช่น บรษิ ทั อเิ ล็คโทรเซรามคิ ในนิคมอุตสาหกรรมลาพูนทาป้ายตดิ เสอ้ื รปู เหลย่ี ม มคี าภาษาญป่ี ่นุ ทงั้ 5ส และช่อื บรษิ ทั 6. จดั ทาเสอ้ื 5ส (5S Shirts) บางหน่วยงานพนกั งาน เจา้ หน้าทจ่ี ะจดั ทาเสอ้ื ยดื 5ส เป็น ทมี นดั วนั ในการทา 5ส พรอ้ มกบั สวมเป็นเครอ่ื งแบบ เพ่อื เป็นการกระตุ้น Promotion การทา 5ส ของหน่วยงานของตน และใหเ้ กดิ ความภาคภมู ใิ จใหผ้ ลการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. และสรา้ ง กาลงั ใจในการมงุ่ มนั่ ในการทางาน ความม่งุ มนั่ ของผบู้ ริหาร ๏ การกาหนดนโยบาย 5ส ๏ บทบาทการสนบั สนุนงาน ในดา้ นต่าง ๆ การประเมินผลงาน การมีส่วนรว่ มในงาน 5ส ๏ จดั ต้งั คณะกรรมการตรวจสอบ ๏ ฝึกอบรมแกพ่ นกั งานทกุ ระดบั ๏ ข้นั ตอนและแบบฟอร์มการ ตรวจ Big Cleaning Day ๏ การประกาศผลคะแนน ๏ การทาแผนปรบั ปรงุ พน้ื ท่ี ๏ การปฏบิ ตั ิ 5ส ของพนกั งาน การรณรงคส์ ่งเสริม ประชาสมั พนั ธง์ าน การปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่ือง โครงสรา้ งคณะกรรมการ ๏ กลไกลการปรบั ปรุง ๏ คณะกรรมการบรหิ ารงาน ๏ การนางานอ่นื มาร่วมกบั งาน 5ส ๏ คณะทางาน 5ส - Visual control ๏ กล่มุ พน้ื ท่ี 5ส - Suggestion scheme - Internal communication ภาพท่ี 9.7 การทากจิ กรรม 5ส ใหป้ ระสบความสาเรจ็ ทม่ี า: http://oknation.nationtv.tv/blog/ratinath, 2558.

576 ขนั้ การปรบั ปรงุ และสร้างมาตรฐาน การนาผลการตรวจตดิ ตามความคบื หน้าปรบั ปรุงให้ดยี ง่ิ ขน้ึ ถอื ว่าเป็นขนั้ ตอนของการ ปรบั ปรุง ซง่ึ เป็นไปตามหลกั การของ PDCA คอื เม่อื ได้วางแผนไว้ (Plan) แล้วลงมอื ปฏบิ ตั ิ (Do) พรอ้ มกบั ต้องมกี ารตรวจสอบ (Check) เพ่อื หาขอ้ ควรปรบั ปรุงแลว้ จงึ นามาดาเนินการ แกไ้ ข (Act) ซง่ึ จะส่งผลใหม้ กี ารปรบั ปรงุ 5ส ในแต่ละพน้ื ทใ่ี หด้ ยี งิ่ ขน้ึ อนั นามาซง่ึ ประสทิ ธภิ าพ คณุ ภาพ และการเพม่ิ ผลผลติ อยา่ งต่อเน่อื ง สามารถอธบิ ายได้ ดงั น้ี 1. ขนั้ วางแผน (Plan) หมายถงึ เม่อื ไดม้ กี ารประกาศนโยบายทวั่ ทงั้ องค์การ ทุกคน รบั ทราบ ผู้บรหิ ารแต่ละฝ่ ายจะต้องมกี ารประชุมวางแผนการดาเนินงานในแต่ละขนั้ ตอน ให้ พนกั งานทุกฝ่าย ทุกระดบั มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการดาเนินงาน กจิ กรรม 5ส. โดยทุกอย่างต้อง จดั ทาเป็นเอกสารลายลกั ษณ์อกั ษร 2. ขนั้ การลงมือปฏิบตั ิ (Do) หมายถงึ การมอบหมายหน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบให้ทุก นาไปกระทากจิ กรรมตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย และมกี ารร่วมมอื ร่วมแรงร่วมใจในการดาเนิน กจิ กรรม 5ส. ท่ไี ด้มกี ารวางแผนไว้ทุกขนั้ ตอนอยา่ งละเอยี ด รวมทงั้ การเตรยี มพรอ้ มในการให้ ตรวจสอบการดาเนินงาน 3. ขนั้ การตรวจสอบ (Check) หมายถึง แต่งตงั้ กรรมการในการตรวจสอบ ติดตาม และประเมนิ ผลการดาเนินงานกิจกรรม 5ส. โดยแต่ละฝ่ าย แต่ละระดับเป็นกรรมการร่วม รบั ผดิ ชอบในการตรวจสอบ ตดิ ตามและประเมนิ ผลร่วมกนั เพ่อื นาไปส่กู ารปรบั ปรงุ แก้ไขและ พฒั นา 4. ขนั้ การปรบั ปรุงแก้ไข (Act) หมายถึง การยอมรบั ในการดาเนินงานท่ผี ่านมา หลงั จากได้รบั การตรวจสอบ พบว่ามขี อ้ บกพร่อง มปี ัญหา ต้องให้มกี ารดาเนินการปรบั ปรุง แก้ไขภายในระยะเวลาทก่ี าหนด เพ่อื ให้การดาเนินกจิ กรรม 5ส.ไดผ้ ลสาเรจ็ ตามเป้าหมายทไ่ี ด้ ตงั้ ไว้

577 (ตวั อยา่ ง) นโยบาย วตั ถปุ ระสงค์ และเป้าหมายกิจกรรม 5ส. นโยบาย 5 ส. เพอ่ื ปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ มในการทางานใหม้ คี วามเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ปลอดภยั ถูก สขุ ลกั ษณะ เสรมิ สรา้ งบรรยากาศทด่ี ใี นการปฏบิ ตั งิ าน วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่อื สรา้ งสภาพแวดลอ้ มในการทางานให้เป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย สะดวกสะอาด ถูก สขุ ลกั ษณะ และเสรมิ สรา้ งนิสยั ใหร้ กั ความมรี ะเบยี บวนิ ยั 2. เพอ่ื สง่ เสรมิ และสนบั สนุนใหบ้ คุ ลากรมคี วามเขา้ ใจในการปรบั ปรุงพฒั นางานโดยเหน็ ความสาคญั ของกจิ กรรม 5 ส และปฏบิ ตั อิ ยา่ งต่อเน่อื ง 3. เพ่ือพัฒนาบุคลากรให้มสี ่วนร่วมในการดาเนินงานในการทางานเป็นทีมท่ีมี ประสทิ ธภิ าพ มรี ะเบยี บ รกั ความสะอาด และสรา้ งความสามคั คใี นหน่วยงาน 4. เพ่อื เป็นส่วนหน่งึ ของการดาเนนิ การประกนั คุณภาพของกองการเจา้ หน้าท่ี 5. เพ่ือนากิจกรรม 5 ส. มาเป็ นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมี ประสทิ ธภิ าพ เป้าหมาย 5 ส. 1. สถานทท่ี างานของหน่วยงาน สะอาด มคี วามเป็นระเบยี บ และมสี ภาพแวดลอ้ มดขี น้ึ 2. บุคลากรมสี ่วนร่วมมคี วามภาคภูมใิ จในความสะอาดความเป็นระเบียบเรยี บร้อย สามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ 3. สามารถบรหิ ารจดั การทรพั ยากรไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ 4. ระดบั ความสาเร็จของการดาเนินกิจกรรม 5 ส. เพ่ือรองรบั ความมนั่ ใจให้ให้กับ พนกั งาน ผถู้ อื หุน้ และลกู คา้ ผมู้ ารบั บรกิ าร (นายขยนั หมนั่ ด)ี กรรมการผจู้ ดั การ บรษิ ทั สหสยามอเิ ลค็ ทรอนคิ ส์ (ประเทศไทย)จากดั

578 สรปุ กิจกรรม 5ส.เป็นกระบวนการในการจดั สถานท่ที างานให้เกิดความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะดวก สะอาด ถูกสุขลักษณะ และสร้างนิสัยให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความ รบั ผดิ ชอบต่อการทางาน วตั ถุประสงค์ของการทากิจกรรม 5ส. เพ่อื เป็นพ้ืนฐานของระบบ คุณภาพด้านการผลิตสินค้าและการบริหารงาน เพ่ือให้เกิดความปลอดภยั และมีสุขภาพ ช่วยสรา้ งประสทิ ธภิ าพในการทางาน สรา้ งสานึกและปลูกจติ สานึกใหพ้ นักงาน เพ่อื สรา้ งระบบ ระเบยี บ และการจดั เกบ็ ความเป็นระเบยี บแก่องคก์ าร และเพ่อื สรา้ งประสทิ ธภิ าพการทางานและ ปรบั ปรุงงานใหด้ ขี น้ึ และเพ่อื ทาให้บุคลากรทุกคนมสี ่วนร่วมในการทางานและการทางานเป็น ทมี รวมทงั้ ใหพ้ นักงานเกดิ ความภาคภูมใิ จในความสาเรจ็ ของกจิ กรรม 5ส. ในการดาเนินงาน กจิ กรรม 5ส.ต้องมเี ป้าหมายองค์การในการจดั ดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. จะต้องมกี ารกาหนด ความชดั เจนของสถานท่ีในการจดั ทากิจกรรม โดยจดั ทาแผนผงั และแบ่งพ้ืนท่ีรบั ผิดชอบ เปิดโอกาสใหท้ ุกคนเขา้ มามสี ่วนร่วมในการดาเนินงาน ต้องจดั การบรหิ ารทรพั ยากรองคก์ ารให้ เกิดประสิทธิภาพ และต้องการบริหารคุณภาพโดยรวมให้เกิดความสาเร็จตามเป้าหมาย กจิ กรรม 5ส.จงึ มคี วามสาคญั ทจ่ี ะเป็นหลกั พ้นื ฐานในการปฏบิ ตั งิ าน ทาใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และมสี ุขภาพอนามยั ท่ดี ี ทาให้การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร ทาให้เกิดการประหยดั ทรพั ยากร องค์การ และทาให้สร้างความไว้วางให้กับลูกค้า ทาให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การ พนักงาน และลกู คา้ และปัจจยั สาคญั ทม่ี ผี ลต่อความสาเรจ็ ในการทากจิ กรรม 5ส. ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นบุคคล ปัจจยั ดา้ นการดาเนินงาน กจิ กรรม 5ส. จะเกดิ ความสาเรจ็ ไดน้ นั้ จะต้องดาเนินการตามขนั้ ตอนดงั น้ี ผบู้ รหิ ารต้อง กาหนดนโยบายและประกาศทวั่ ทงั้ องค์การ จดั ตงั้ กรรมการหรอื คณะทางาน จดั ใหม้ กี ารอบรม ฝึกอบรมและใหค้ วามรเู้ ก่ยี วกบั กจิ กรรม 5ส. จดั ให้มกี ารทา 5ส. ทวั่ ทงั้ องคก์ าร ทุกหน่วยงาน หรอื ทุกฝ่ ายในสถานประกอบการ องคก์ ารต้องจดั ทากจิ กรรม 5ส.ทวั่ ทงั้ องค์การ สรุปผลการ ตรวจพน้ื ท่ี สอ่ื สารผลการตรวจ และปรบั ปรงุ แก้ไข องคป์ ระกอบของกจิ กรรม 5ส. ประกอบดว้ ย สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย ในการดาเนินกิจกรรม 5ส.ใ ห้ประสบ ความสาเรจ็ จะตอ้ งกระทา ดงั น้ี ผบู้ รหิ ารตอ้ งมคี วามม่งุ มนั่ ทุกคนตอ้ งมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม 5ส. จดั โครงสรา้ งคณะกรรมการ มกี ารปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง และประเมนิ ผลงานเป็นประจา ทงั้ น้ี ตอ้ งจดั ใหม้ กี ารประชาสมั พนั ธอ์ ยา่ งต่อเน่อื งดว้ ยเช่นกนั

579 แบบฝึ กหดั ให้ตอบคาถามให้ถกู ต้องและสมบรู ณ์ท่ีสดุ 1. ใหอ้ ธบิ ายความหมาย และวตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรม 5ส. ใหเ้ ขา้ ใจ 2. ใหบ้ อกถงึ ความสาคญั ของกจิ กรรม 5ส. วา่ มคี วามสาคญั อยา่ งต่อหน่วยงานบา้ ง 3. ประโยชน์ของการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. มอี ยา่ งไรบา้ ง 4. กจิ กรรม 5ส. มอี งคป์ ระกอบอะไรบา้ งอธบิ าย แต่ละองคป์ ระกอบมหี ลกั การ และประประโยชน์ อยา่ งไรต่อองคก์ ารนนั้ ๆ (อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ) 5. ใหย้ กตวั อยา่ งถงึ การดาเนนิ งานกจิ กรรม 5ส. เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน ทส่ี ามารถทา ใหล้ ดอุบตั เิ หตุในการทางานได้ มา 1 ตวั อยา่ ง 6. การจดั ทากจิ กรรม 5ส. ใหป้ ระสบความสาเรจ็ ตอ้ งทาอยา่ งไรบา้ ง 7. ใหน้ กั ศกึ ษาแบบฟอรม์ ในการตรวจสอบตดิ ตามและประเมนิ ผลดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. 8. ใหน้ กั ศกึ ษาออกแบบตวั อยา่ งแบบตรวจการใหค้ ะแนนการทากจิ กรรม 5ส.ในส่วนโรงงาน อุตสาหกรรมมา 1 ตวั อยา่ ง 9. ใหน้ กั ศกึ ษาออกแบบตวั อยา่ งแบบตรวจการให้คะแนนการทากจิ กรรม 5ส.ในส่วนสานกั งาน มา 1 ตวั อยา่ ง

580 เอกสารอ้างอิง กจิ กรรม 5 ส พรอ้ มกบั การทางาน.(2560).,(ม.ป.น.).สมาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี ่นุ )., คน้ เมอ่ื 26 มกราคม 2560, จากhttp://www.tpif.or.th/2012/shindan กฤษฎ์ อุทยั รตั น์.(2556). ถกคุณภาพ ภาค 2 Quality Story.(พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4). กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั ส.เอเชยี เพรส จากดั . สานักความปลอดภยั แรงงาน. (2554). 5ส.เพ่อื ความปลอดภยั . กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครอง แรงงาน,กระทรวงแรงงาน., คน้ เมอ่ื 12 เมษายน 2560, จาก www.oshthai.org. สุดใจ ธนไพศาล.(2550). การพฒั นาหอ้ งสมุดใหก้ ้าวหน้าดว้ ยกจิ กรรม ๕ส. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2). ขอนแก่น:โรงพมิ พศ์ ริ ภิ ณั ฑ์ ออฟเซท็ . สวนิ ทร์ พงษ์เก่า.(2560). 5ส.เพ่อื คุณภาพความปลอดภยั อย่างยงั่ ยนื .สมาคมส่งเสรมิ ความ ปลอดภยั และอนามยั ในการทางาน (ประเทศไทย). คน้ เมอ่ื 30 สงิ หาคม 2560, จาก www.shawpat.or.th. องคก์ ารคลงั สินค้า,กระทรวงพาณิชย.์ (2559). คมู่ อื 5ส. คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2560, จาก www.pwo.co.th/ewt_dl_link.php.

581 แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 10 องคก์ รด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั หวั ข้อเนื้อหา 1. หน่วยงานทม่ี หี น้าทแ่ี ละรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 2. บทบาทของผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 3. หน้าทข่ี องผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 4. การจดั องคก์ รความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 5. รปู แบบการจดั ตงั้ องคก์ รความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 6. คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน 7. การส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั 8. สรปุ 9. แบบฝึกหดั 10. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เมอ่ื นกั ศกึ ษาเรยี นบทเรยี นน้แี ลว้ สามารถ 1.อธิบายบทบาท หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของผู้ท่เี ก่ียวข้องด้านความปลอดภัยและ อาชวี อนามยั ได้ 2. อธบิ ายถึงการจดั ตงั้ องค์กรความปลอดภยั และอาชวี อนามยั และรูปแบบการจดั ตงั้ องคก์ รความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ได้ 3. อธบิ ายเก่ยี วกบั การส่อื สาร วตั ถุประสงค์ และกระบวนการส่อื สารเพ่อื ให้เกดิ ความ ปลอดภยั ในการทางานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ทาแบบประเมนิ ผลตนเองก่อนเรยี น (แบบทดสอบก่อนเรยี น) 2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย/นาเสนอกจิ กรรมกลุ่มหน้าชนั้ 3. บรรยายประกอบการเรยี นการสอนดว้ ยโปรแกรม Power-Point 4. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 5. ฝึกทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิ

582 สื่อการเรียนการสอน 1.เอกสารคาสอนรายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม 2. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ 4. ส่อื ภาพประกอบและโปรแกรม Power-Point 5. วดี ที ศั น์ 6. สอ่ื ออนไลน์ การวดั ผลและประเมินผล 1. ประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น 2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมมอบหมาย 3. ประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยบท 4. ประเมนิ ผลแบบทดสอบประจาภาคการศกึ ษา

583 บทท่ี 10 องคก์ รความปลอดภยั และอาชีวอนามยั งานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานในโรงงาน อุตสาหกรรมเป็นงานท่ตี ้องอาศยั องค์กรหรอื หน่วยงานท่มี หี น้าท่แี ละบทบาทท่สี าคญั ในการ บรหิ ารจดั การให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทางาน ซง่ึ ท่ที าหน้าท่แี ละเก่ยี วขอ้ งโดยตรง ได้แก่ ผบู้ รหิ าร หวั หน้างาน นกั อาชวี อนามยั และความปลอดภยั และผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ผเู้ กย่ี วขอ้ งเหล่าน้ีก็ ย่อมมบี ทบาทหน้าทท่ี ่ี แตกต่างกนั ออกไป แต่มคี วามสมั พนั ธ์เสรมิ กนั ในด้านการทางานทต่ี ้อง อาศัยความร่วมมือในการทาให้เกิดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ท่ีทาหน้าท่ีในการ ปฏบิ ตั งิ านในแต่ละหน้าทจ่ี าเป็นต้องรบั ผดิ ชอบตามบทบาทหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ิ หน้าท่ใี หเ้ หมาะสมกบั บทบาทหน้าท่เี หล่านัน้ บุคลากรในโรงงานเป็นบุคคลท่ผี ลกั ดนั เพ่อื ให้มี การดาเนินการใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน หน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีในการทาให้เกิดความปลอดภยั และอาชีวอนามยั คือ การจดั หน่วยงานให้เป็นระบบ โดยการจดั ทาโครงสรา้ งองคก์ ารอยา่ งชดั เจนซง่ึ ในองคก์ ารส่วนใหญ่มกั นิยมจดั รูปแบบโครงสร้างองค์การ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ รูปแบบโครงสร้างองค์การตาม แนวดง่ิ รปู แบบโครงสรา้ งองคก์ ารตามแนวนอน และรปู แบบโครงสรา้ งองคก์ ารแบบเมตรกิ ส์ ซง่ึ หน่วยงานในการจดั โครงสรา้ งองคก์ ารจะทาใหม้ กี ารแบ่งหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบการทางานอยา่ ง ชดั เจน โดยมผี รู้ บั ผดิ ชอบไดแ้ ก่ ผบู้ รหิ าร หวั หน้างาน เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั (จป.) ทุกระดบั และผปู้ ฏบิ ตั งิ านทกุ คนมหี น้าทใ่ี นการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางาน รวมทงั้ องค์กรภายนอกท่มี หี น้าท่ี และบทบาทในการจดั การให้เกดิ ความปลอดภยั ดว้ ยการสนับสนุน กากบั ดูแล ควบคุมใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายท่กี าหนดและให้เกดิ มาตรฐาน ดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ซ่งึ ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย สานักความ ปลอดภยั แรงงาน สถาบนั ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน เป็นตน้ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมทม่ี บี ทบาทดา้ นอาชวี อ นามยั และความปลอดภยั

584 หน่วยงานที่มีหน้าท่ีและรบั ผิดชอบเกี่ยวกบั ความความปลอดภยั และอาชีว- อนามยั ในประเทศไทยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะมุ่งเน้นในภาคอุตสาหกรรม เป็นหลกั โดยหน่วยงานภาครฐั ทม่ี หี น้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบเก่ยี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนา มยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ซง่ึ เป็นไปตามนโยบายของรฐั จะมหี น่วยงานและองคก์ ร ด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ดูแลรบั ผดิ ชอบงานด้านความปลอดภยั ชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานเพ่อื ใหส้ ถานประกอบกจิ การไดม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามกฎ ระเบยี บอยา่ ง เครง่ ครดั ซง่ึ มงุ่ เน้นใหพ้ นกั งานไดม้ คี วามปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ ใหเ้ กดิ สภาพแวดลอ้ มท่ี ดใี นสงั คมและเกดิ ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ซง่ึ ทม่ี หี น้าทห่ี ลกั ในการกาหนดนโยบาย ควบคุมให้ เกิดความเรยี บร้อยต่อบ้างเมือง มี 3 กระทรวงหลกั ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวง สาธารณสขุ และ กระทรวงอุตสาหกรรม 1. กระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานเป็นองค์กรหลักท่ีมบี ทบาทหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบในการ คุม้ ครองดแู ลดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของแรงงานทวั่ ประเทศ โดยมกี ารประกาศ และบงั คบั ใชก้ ฎหมายหรอื มาตรฐานดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนา มยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน และตรวจตราให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน ดงั กล่าว ตลอดจนส่งเสริมให้มกี ารปรบั ปรุง สภาพแวดล้อมการทางานให้เหมาะสมกับ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านเพอ่ื สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และอาชวี อนา มยั รวมทงั้ การแกไ้ ขฟ้ืนฟูดแู ลผใู้ ช้ แรงงานทป่ี ระสบอนั ตรายเน่ืองจากการทางาน โดยมหี น่วยงานท่ี รบั ผดิ ชอบงานด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั คอื กรมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานและ สานกั งานประกนั สงั คม กรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน เป็นหน่วยงานท่มี อี านาจหน้าท่ใี นการ ดาเนินการและ ส่งเสรมิ ให้มคี วามปลอดภยั และอาชวี อนามยั รวมทงั้ ศกึ ษา วจิ ยั เสรมิ สรา้ งและพฒั นา สภาพ และสงิ่ แวดล้อมในการทางานหน่วยงานของกรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน ท่มี หี น้าท่ี รบั ผดิ ชอบงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยตรง คอื สานกั ความปลอดภยั แรงงาน (ซง่ึ รายละเอยี ดกล่าวถงึ ในบทท่ี 1)แล้วนัน้ และ สถาบนั ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน (องคก์ ารมหาชน) 2. กระทรวงสาธารณสขุ เป็ นองค์กรท่ีมีบทบาทและความรับผิดชอบในการให้บริการอาชีวอนามัย ซ่ึง ครอบคลมุ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การป้องกนั และควบคุมปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเจบ็ ป่ วยและบาดเจบ็ จากการทางาน การรกั ษาพยาบาลโดยผ่านระบบบรกิ ารสาธารณสุขในทุกระดบั มหี น่วยงานท่ี รบั ผดิ ชอบงานอาชวี อนามยั คอื สานักโรคจากการประกอบอาชพี และสง่ิ แวดลอ้ ม กรมควบคุม โรคสานกั โรคจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม มบี ทบาทหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี

585 2.1 ศกึ ษา วเิ คราะห์วจิ ยั และพฒั นาองค์ความรดู้ า้ นการเฝ้าระวงั ปอู งกนั และการ ควบคุม โรคและภยั ทค่ี ุกคามสุขภาพจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม 2.2 กาหนดและพฒั นามาตรฐานเกย่ี วกบั หลกั เกณฑแ์ ละรปู แบบการดาเนินงาน เฝ้า ระวงั ป้องกนั 2.3 ควบคมุ โรคและภยั ทค่ี กุ คามสขุ ภาพจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม 2.4 ถ่ายทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยดี า้ นการเฝ้าระวงั ป้องกนั และการควบคุม โรคและ ภยั ท่คี ุกคามสุขภาพจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม ใหแ้ ก่หน่วยงานภาครฐั ภาคเอกชน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และประชาชน 2.5 ประสานและสนบั สนุนการพฒั นาระบบ กลไก และเครอื ขา่ ยการเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคมุ โรคและภยั ทค่ี กุ คามสขุ ภาพจากการประกอบอาชพี และสง่ิ แวดลอ้ ม 2.6 ประสานและพฒั นาองคค์ วามรดู้ า้ นการตรวจ วนิ ิจฉัยและการรกั ษาโรคและภยั ท่ี คุกคามสุขภาพจากการประกอบอาชพี และสง่ิ แวดลอ้ ม 2.7 ปฏบิ ตั งิ านรว่ มหรอื สนบั สนุนการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง หรอื ท่ี ไดร้ บั มอบหมาย 3. กระทรวงอตุ สาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมหี น้าทใ่ี นการออกใบอนุญาตตงั้ โรงงานและประกอบกจิ การ โรงงาน ออก กฎหมายเก่ยี วกบั โรงงานตรวจโรงงานเพ่อื ดกู ารปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและเพ่อื การ ต่ออายุใบอนุญาต ประกอบกิจการ หน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งคอื กรมโรงงานอุตสาหกรรมกรม โรงงานอุตสาหกรรม มอี านาจ หน้าท่ใี นการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ให้ก่อความ เดอื ดรอ้ นต่อสุขภาพอนามยั ของประชาชน และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสง่ิ แวดลอ้ ม มบี ทบาท สาคญั ในการดาเนินงานดา้ นการป้องกนั ปัญหาเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในโรงงาน โดยมอี านาจ ในการออกและต่ออายใุ บอนุญาตประกอบกจิ การโรงงาน หน่วยงานในสงั กดั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ได้แก่ สานักเทคโนโลยคี วามปลอดภยั และสานักควบคุมวตั ถุ อันตราย รวมถึงสานักโรงงาน อุตสาหกรรมรายสาขา 4. สมาคมที่มบี ทบาทด้านอาชีวอนามยั และความปลอดภยั เป็นองคก์ รทม่ี บี ทบาทกากบั ดแู ล ใหค้ วามชว่ ยเหลอื องคก์ รความปลอดภยั ใหม้ กี าร ทางานเพ่ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากล โดยมุ่งใหภ้ าคอุตสาหกรรมมกี ารบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั อาชวี อ นามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซ่ึงประกอบด้วยองค์กร ดงั ต่อไปน้ี

586 4.1 สมาคมส่งเสริมความปลอดภยั และอนามยั ในการทางาน (ประเทศไทย) (Safety and Health at Work Promotion Association (Thailand)) องคก์ รน้ีจดั ตงั้ ขน้ึ โดยมี วตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.1.1 เพ่อื สง่ เสรมิ ความปลอดภยั และอนามยั ในการทางาน 4.1.2 เผยแพรค่ วามรแู้ ละประสบการณ์เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ในการทางาน 4.1.3 ร่วมมอื กบั ส่วนราชการและองค์การต่างๆ รวมทงั้ เอกชน เพ่อื จดั กจิ กรรมเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอนามยั ในการทางาน 4.1.4 สนบั สนุนใหม้ กี ารประสานงานระหว่างส่วนราชการและองคก์ ารต่างๆ รวมทงั้ เอกชน เพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั และอนามยั ในการทางาน 4.1.5 ไมด่ าเนนิ การใดๆ ทเ่ี กย่ี วกบั การเมอื ง 4.2 สมาคมอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน (Occupational Health and Safety at Work Association) จดั ตงั้ ขน้ึ โดยมวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.2.1 เพ่อื ส่งเสรมิ วชิ าการดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั แก่สมาชกิ และสงั คมโดยรวม 4.2.2 เพ่อื ส่งเสรมิ ความก้าวหน้าในวิชาชีพด้านอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั ในการ ทางาน 4.2.3 เพ่อื สนับสนุนและประสานงานกับสถานประกอบการและชุมชน อุตสาหกรรมในการ พฒั นาความปลอดภยั สุขภาพและคุณภาพชวี ติ ของผปู้ ระกอบอาชพี 4.2.4 เพ่อื ประสานงานรว่ มมอื ทางวชิ าการอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใน การทางาน กบั หน่วยงานทงั้ ภาครฐั และภาคเอกชน หรอื สมาคมทงั้ ภายในและต่างประเทศ 4.2.5 เพ่อื ส่งเสรมิ ความร่วมมอื และการกระชบั ความสมั พนั ธ์ภายในกลุ่ม สมาชกิ 4.2.6 เพ่อื จดั หาแหล่งประโยชน์สนับสนุนทางวชิ าการดา้ นอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั ในการทางานใหแ้ ก่สมาชกิ 4.2.7 ไมด่ าเนนิ การใดๆ เกย่ี วกบั การเมอื ง 4.3 สมาคมการยศาสตรไ์ ทย (Ergonomics Society of Thailand) จดั ตงั้ ขน้ึ โดยมวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.3.1 เป็นศูนย์กลางแลกเปล่ยี นความรูค้ วามคดิ เห็น ประสบการณ์และ เผยแพร่ ขา่ วสาร 4.3.2 ผลติ และเผยแพร่ส่อื สงิ่ พมิ พ์และเอกสารทางวชิ าการเก่ยี วกบั การย- ศาสตร์

587 4.3.3 ใหก้ ารส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน เกย่ี วกบั การยศาสตรแ์ ก่สถานประกอบการ และผสู้ นใจอ่นื ๆ 4.3.4 ร่วมมอื และประสานงานกบั องค์กรเอกชน และส่วนราชการเพ่อื จดั กจิ กรรมต่าง ๆ เกย่ี วกบั การยศาสตร์ 4.3.5 ส่งเสรมิ และสนับสนุนการศกึ ษา คน้ ควา้ วจิ ยั เก่ยี วกบั การพฒั นางาน การยศาสตร์ 4.3.6 รว่ มมอื และประสานประโยชน์ระหว่างส่วนราชการ และองคก์ รเอกชน ทงั้ ใน ประเทศและต่างประเทศ เพอ่ื สง่ เสรมิ งานการยศาสตรข์ องประเทศ 4.4 มูลนิ ธิเพ่ือส่งเสริมความปลอดภยั ในการทางาน (Safety at Work Promotion Foundation) กรมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงาน ไดจ้ ดั ตงั้ มลู นิธเิ พ่อื ส่งเสรมิ ความ ปลอดภยั ในการทางาน (Safety at Work Promotion Foundation) โดยมวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.4.1 เพ่อื ส่งเสรมิ และสนบั สนุนใหม้ กี ารดาเนินการเพ่อื ใหล้ กู จา้ งไดร้ บั ความ ปลอดภยั ในการทางาน มสี ขุ ภาพอนามยั ดแี ละมสี วสั ดภิ าพในการทางาน 4.4.2 เพ่อื รบั และใหค้ วามช่วยเหลอื เก้อื กูลทงั้ การเงนิ วชิ าการ และทรพั ยส์ นิ อ่นื เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความปลอดภยั สขุ ภาพอนามยั และสวสั ดภิ าพในการทางานแก่ลกู จา้ ง 4.4.3 เพ่อื ประสานงานส่วนราชการและองค์การเอกชน เพ่อื ดาเนินการให้ ลกู จา้ งมคี วามปลอดภยั ในการทางาน มสี ุขภาพอนามยั ดแี ละมสี วสั ดภิ าพในการทางาน 4.4.4 เพ่อื ดาเนินการเก่ยี วกบั สาธารณประโยชน์หรอื ร่วมมอื กบั องค์กรการ กุศลอ่นื ๆ เพ่อื สาธารณประโยชน์ ไมด่ าเนินการใดๆ เกย่ี วกบั การเมอื ง 4.5 สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย (Occupational and Environmental Diseases Association of Thailand) จดั ตงั้ ขน้ึ โดยมี วตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.5.1 เป็นศูนยก์ ลางวชิ าการและขอ้ มลู สาขาอาชวี เวชศาสตรแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ สาขาอ่นื เกย่ี วขอ้ ง 4.5.2 สนบั สนุนและจดั กจิ กรรมการศกึ ษาและฝึกอบรม สาขาอาชวี เวชศาสตร์ และเวช ศาสตรส์ งิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ สาขาอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 4.5.3 สนบั สนุนการบรกิ ารทางวชิ าการ เผยแพร่ความรแู้ ละขอ้ มลู สาขาอาชีว เวช ศาสตรแ์ ละเวชศาสตรส์ งิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ สาขาอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 4.5.4 สนับสนุนและพฒั นาผลงานการวจิ ยั สาขาอาชวี เวชศาสตรแ์ ละเวช ศาสตร์ สง่ิ แวดลอ้ มรวมทงั้ สาขาอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

588 4.5.5 พฒั นาความร่วมมอื และการประสานงานทางวชิ าการ สาขาอาชวี เวช- ศาสตร์ และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม รวมทงั้ สาขาอ่ืนท่เี ก่ียวข้องกบั หน่วยงานภาครฐั และ ภาคเอกชนทงั้ ในระดบั ประเทศและระดบั สากล 4.5.6 ส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความรกั สามคั คคี วามร่วมมอื ความเขา้ ใจ และกระชบั ความสมั พนั ธภ์ ายในกลุ่มสมาชกิ ของสมาคม เพอ่ื สรา้ งคณุ ประโยชน์จากวชิ าชพี สาขาอาชวี เวช- ศาสตร์และเวชศาสตร์สง่ิ แวดล้อม รวมทงั้ สาขาอ่นื ท่เี ก่ยี วข้อง ให้ เกดิ แก่ประชาชน สงั คม สว่ นรวมและประเทศชาติ 4.5.7 ส่งเสรมิ คุณภาพ คุณธรรม และจรยิ ธรรม ของผปู้ ระกอบอาชพี สาขา อาชวี เวชศาสตรแ์ ละเวชศาสตรส์ ง่ิ แวดลอ้ ม รวมทงั้ สาขาอ่นื ท่เี ก่ยี วขอ้ ง โดยเฉพาะสมาชกิ ของ สมาคม 4.6 สมาคมการพยาบาลอาชีวอนามยั แห่งประเทศไทย (Occupational Health Nursing Association of Thailand) จดั ตงั้ ขน้ึ โดยมวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี 4.6.1 เป็นองค์กรกลางในการส่งเสรมิ สนับสนุนการจดั การศกึ ษา การวจิ ยั การบรกิ าร วชิ าการและกจิ กรรมความร่วมมอื ทางวชิ าชพี การพยาบาลอาชวี อนามยั ระหว่าง สมาชกิ ภายในระดบั ประเทศและระดบั สากล 4.6.2 ประสานความร่วมมอื ในการพฒั นา และยกระดบั มาตรฐานวชิ าชพี ใน กลุ่มพยาบาล และงานอาชวี อนามยั หรอื สมาคมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ของผใู้ ชแ้ รงงาน ทงั้ ในระดบั ประเทศและระดบั สากล 4.6.3 ประสานความรว่ มมอื ทางวชิ าการ เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ทางการพยาบาลอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ของผใู้ ช้แรงงานร่วมกบั หน่วยงาน องคก์ าร ภาครฐั และเอกชนทงั้ ในระดบั ประเทศและระดบั สากล บทบาทของผทู้ ี่เกี่ยวข้องงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั บทบาทผบู้ ริหารกบั งานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ผบู้ รหิ ารองคก์ ารเป็นบุคคลทม่ี คี วามสาคญั ต่อองคก์ าร ต่อพนักงาน และความคาดหวงั ของผู้ถือหุ้น เน่ืองจากผู้บรหิ ารต้องเป็นผู้นาพาองค์การไปสู่เป้าหมายท่วี างไว้ ซ่งึ ผู้บรหิ าร จะต้องเป็นผู้ท่มี คี วามคดิ รวบยอด คดิ สง่ิ ใหม่ ๆ ตามสถานการณ์ท่เี ปล่ยี นแปลง โดยนาการ เปลย่ี นแปลงดา้ นต่าง ๆ มาส่กู ารเปลย่ี นแปลงวธิ กี ารทางานใหส้ ามารถแข่งขนั กบั องคก์ ารอ่นื ได้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ งานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน องค์การต้องมองถงึ ระบบการจดั การมาตรฐานด้วยระบบการจดั การทเ่ี ป็นท่ยี อมรบั ของคนทวั่ โลก ไมว่ ่าจะเป็นมาตรฐาน ISO 9000 , ISO 14000 , หรอื มอก./OHSAS 18000 กเ็ ป็นเรอ่ื ง ของการกาหนดใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานทก่ี าหนดไวต้ ามกฎหมาย และสากลยอมรบั ผบู้ รหิ ารใน

589 บทท่นี ้ีจะให้ความสาคญั กบั บทบาทของผู้บรหิ ารงานด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ต้องการขบั เคล่อื นใหเ้ ป็นไปตามบทบาททต่ี อ้ งดาเนินงานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานของพนักงาน เน่ืองจากมกั จะสะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ ความสาคญั ของ ผบู้ รหิ ารต่อความสาเรจ็ ขององคก์ ารดา้ นการจดั การงานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานมากยง่ิ ขน้ึ (สราวุธ สธุ รรมาสา, 2557, หน้า 2) ไดเ้ สนอรปู แบบของการแสดงถงึ บทบาทผบู้ รหิ ารท่ี มคี วามมุ่งมนั่ ในการผลกั ดนั งานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน โดยผู้บรหิ ารจะแสดงออกถงึ ความเป็นผู้มภี าวะผู้นา (Leadership) ในงานด้านความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ซง่ึ ตอ้ งเป็นการกระทาทเ่ี ป็นรปู ธรรม รปู แบบของการเป็ นผ้นู าด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อม ในการทางาน ผบู้ รหิ ารทจ่ี ะเป็นผนู้ าทม่ี ตี อ้ งอาศยั ความเป็นผมู้ ภี าวะผนู้ าในงานดา้ นความปลอดภยั อา- ชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ต้องอาศัยหลกั การพ้ืนฐานของการบรหิ าร 3 ประการดว้ ยกนั คอื 1. ผบู้ รหิ ารองคก์ ารต้องแสดงออกถงึ ความเป็นผนู้ าอย่างมุ่งมนั่ (effective and strong leadership) 2. ผบู้ รหิ ารองคก์ าร สรา้ งความร่วมมอื ร่วมใจของพนักงาน (involving workers and their constructive engagement) และ 3. ผู้บริหารต้อง ประเมินและทบทวนผลการดาเนินงานอย่างต่อเน่ือง ( ongoing assessment and review) ดงั นัน้ ผูบ้ รหิ ารต้องมบี ทบาทหน้าทท่ี งั้ 3 ประการ เพ่อื ท่จี ะให้ตนเองเป็นผูบ้ รหิ ารของ องคก์ ารทเ่ี ป็นตวั อยา่ งทจ่ี ะทาใหเ้ จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน (จป.) ระดบั วชิ าชพี และ หวั หน้าหน่วยงานความปลอดภยั ได้ศึกษาและพิจารณานาไปประยุกต์ในโรงงานหรอื สถาน ประกอบการของตนเอง ดงั น้ี 1. แนวทางการเป็ นผ้นู าอย่างมุ่งมนั่ สงิ่ ท่เี จ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั (จป.) ระดบั วชิ าชพี ตอ้ งพยายามทาใหไ้ ดเ้ กย่ี วกบั ผบู้ รหิ ารขององคก์ ารคอื 1.1 กาหนดให้เร่อื งความปลอดภยั ในการทางานเป็นหน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบของ ตนเอง (ผูบ้ รหิ าร) เพราะผู้บรหิ ารต้องมหี น้าท่กี าหนดนโยบาย กากบั ควบคุมดูแลใหง้ านดา้ น ความปลอดภยั เกดิ ความเป็นระบบนาไปสู่การลดอุบตั เิ หตุในการทางาน และสรา้ งความมนั่ ใจ ใหก้ บั ผมู้ สี ่วนไดเ้ สยี ในการทางาน 1.2 เดนิ ตรวจเยย่ี มสถานทท่ี างานเก่ยี วงานดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน เพ่อื ทาหน้าทใ่ี หค้ วามมนั่ ใจกบั พนกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ าน และรบั ทราบ

590 ปัญหาเก่ียวกบั อนั ตรายท่เี กดิ ขน้ึ ในสถานประกอบการด้วยตนเอง เพ่อื จะได้หาแนวทางการ แกไ้ ขปัญหาไดถ้ ูกจดุ ทเ่ี กดิ ปัญหา 1.3 เป็นตวั อยา่ งทด่ี ใี นเร่อื งพฤตกิ รรมความปลอดภยั การออกกฎหมายบงั คบั เป็น หน้าทข่ี องหน่วยงานภาครฐั ท่มี กี ารกาหนดใหม้ กี ฎหมายควบคุมไม่ให้นายจา้ งทาผดิ ต่อลูกจา้ ง ในการทางานท่ีเกินความจาเป็นอันจะก่อให้เกิดอุบตั ิเหตุในการทางาน ส่วนนายจ้างหรือ ผู้บรหิ ารจะต้องทาหน้าทใ่ี นการเป็นแบบอย่างท่ดี หี รอื ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บอย่างเคร่งครดั ให้ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านไดก้ ระทาตามและยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ 1.4 จดั สรรหาทรพั ยากรใหต้ ามตอ้ งการ โดยการกาหนดงบประมาณใหเ้ พยี งพอกบั ความต้องการในการดาเนินงานเก่ียวกับงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางาน รวมทงั้ จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสมพอเหมาะกบั การทางาน ไม่เกนิ ความสามารถจนทาใหเ้ กดิ ปัญหาในการทางาน 2. แนวทางการสร้างความร่วมมือของพนักงาน การมสี ่วนร่วมของพนักงานทาให้ เกดิ ความร่วมแรงรว่ มใจมุ่งมนั่ ในการทางาน ดงั นัน้ ความปลอดภยั จะเกดิ ขน้ึ กบั พนักงานหรอื ผปู้ ฏบิ ตั งิ านไดน้ นั้ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มแรงรว่ มใจอย่างมงุ่ มนั่ 3. แนวทางการประเมินและทบทวนการจัดการอย่างต่อเน่ื อง การติดตาม ตรวจสอบเฝ้าระวงั การประเมนิ ความเส่ยี ง การประเมนิ ผล การรายงาน และการทบทวนการ จดั การ จะนาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ แกไ้ ขปัญหาดา้ นอุบตั เิ หตุ หรอื ความเสย่ี งทเ่ี กดิ จากการทางานอนั นาส่กู ารเกดิ อุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ เจบ็ ป่วยของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ดงั นัน้ บทบาทผู้บรหิ ารทจ่ี ะสรา้ งความเป็นภาวะผูน้ าในดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนา มยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน การสะท้อนให้เหน็ ถงึ การทาหน้าทต่ี ามบทบาทของผหู้ าร งานดา้ นความปลอดภยั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพอาจจะตอ้ งมกี ารประเมนิ การดาเนินงาน 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ 3.1 นโยบายการป้องกนั (Prevention policy) 3.2 ความเป็นภาวะผนู้ า (Leadership) 3.3 เครอ่ื งการป้องกนั (Prevention tools) 3.4 ขอ้ มูลข่าวสาร การฝึกอบรม และการปรกึ ษาหารอื (Information, training and consultation) บทบาท (Role) ของผเู้ กี่ยวข้องในงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั กลุ่มบุคคลทงั้ 4 กลุ่มขา้ งต้น ลว้ นมบี ทบาทสาคญั และตอ้ งร่วมมอื กนั จงึ ทาใหเ้ กดิ ความ ปลอดภยั ในการทางาน หากลุ่มใดกลุ่มหน่ึงแสดงหรอื ปฏบิ ตั บิ ทบาทของตนได้ไม่ดี ย่อมส่งผล กระทบต่อความสาเรจ็ ในวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ 1. บทบาทของผ้บู ริหารระดบั สูง บทบาททส่ี าคญั ทส่ี ุดของผบู้ รหิ ารระดบั สูงซง่ึ ไดแ้ ก่ ผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการ รองประธานบรหิ ารและประธานบรหิ ารของโรงงาน คอื การเป็น

591 ผนู้ า (Leader) ผสู้ นบั สนุน (Supporter) และผตู้ ดิ ตามผลการดาเนินงานใหเ้ กดิ งานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขน้ึ ในโรงงาน ผู้บรหิ ารระดบั สูงทแ่ี สดงบทบาทเป็นผนู้ าทใ่ี ห้ความสาคญั ต่อ งานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะเป็นพลงั ผลกั ดนั ใหท้ ุกคนทุกฝ่ ายในโรงงานปฏบิ ัตติ าม หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบท่ีมผี ลงานวจิ ยั หลายช้นิ และงานเขยี นตาราทางด้านอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั หลายเล่มทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ โอกาสความสาเรจ็ ในการดาเนินงานดา้ นน้ี จะมาจาก การสนบั สนุนอยา่ งจรงิ จงั ของผบู้ รหิ ารระดบั สงู 2. บทบาทของผ้บู ริหารระดบั กลาง ผู้บรหิ ารระดบั กลาง คอื ผูจ้ ดั การฝ่ ายต่างๆท่ี ไม่ใช่ฝ่ายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มบี ทบาทสาคญั ในการดาเนินงานตามภารกจิ ทต่ี ้อง รบั ผดิ ชอบด้วยความปลอดภยั มใิ ช่มุ่งผลติ สนิ ค้าโดยไม่สนใจจะปลอดภยั หรอื ไม่ก็ตาม ดงั นัน้ ในฐานะของผบู้ รหิ ารในฝ่ายนนั้ ๆ จงึ ตอ้ งแสดงบทบาททจ่ี ะใหบ้ ุคลากรในฝ่ายของตนปฏบิ ตั ติ าม กฎระเบยี บ ข้อบงั คบั เอกสารขนั้ ตอนการดาเนินงาน (Procedure) เอกสารวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ าน (Work Instruction) ฯลฯ ดว้ ยการตดิ ตามผลการดาเนนิ งานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตรวจเยย่ี มสถานทท่ี างานและการปฏบิ ตั ติ นของผู้ปฏบิ ตั งิ านว่ามคี วามปลอดภยั ในการทางาน หรอื ไม่ อยา่ งไร 3. บทบาทของนักอาชีวอนามยั และความปลอดภยั และผ้บู ริหารหน่วยงานฝ่ าย ความปลอดภยั 3.1 บทบาทนักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั โดยหลกั การพ้นื ฐานของการ ดาเนินงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ถอื ว่าทุกคนในองคก์ รลว้ นต้องรบั ผดิ ชอบต่อความ ปลอดภยั ในการทางาน ดงั นัน้ บทบาทของผู้ท่เี ป็นนักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จงึ เป็น บทบาทของผปู้ ระสานงานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ระหว่างผบู้ รหิ ารกบั หวั หน้างาน และลูกจ้าง และระหว่างฝ่ ายความปลอดภยั /คณะกรรมการความปลอดภยั กบั ฝ่ ายต่างๆ ใน โรงงานและอีกบทบาทในฐานะนักวิชาการด้านชีวอนามยั และความปลอดภยั ท่จี ะเป็นผู้ให้ คาแนะนา (Adviser) ผใู้ หค้ าปรกึ ษา (Consultant) ผตู้ รวจประเมนิ (Auditor) และผปู้ ระเมนิ งาน (Evaluator) บทบาทขา้ งต้นน้ีมคี วามสาคญั มากท่ผี ู้เก่ยี วขอ้ งในโรงงานต้องเข้าใจ มฉิ ะนัน้ จะเกิด ปัญหาในการทางานเพราะหากไม่เขา้ ใจแลว้ คนอ่นื ๆ ในโรงงานจะไมย่ อมรยั ว่าตอนเองมหี น้าท่ี รบั ผดิ ชอบในเรอ่ื งอาชวี อนามยั และความปลอดภยั แต่ใหเ้ ป็นหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบของนักอาชวี อนา- มยั และความปลอดภยั (ในทน่ี ้ี จป. ระดบั เทคนิคขนั้ สูงหรอื วชิ าชพี ) แทนส่งผลทส่ี ุดใหเ้ กดิ เป็น ความลม้ เหลวของการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 3.2 บทบาทของผู้บรหิ ารหน่วยงานความปลอดภัย เน่ืองจากในปัจจุบนั โรงงาน จานวนมากจะมผี ู้จดั การฝ่ ายความปลอดภยั จงึ ควรเขา้ ใจในบทบาทของผู้บรหิ ารหน่วยงาน

592 ความปลอดภัย เพ่ือจะทาให้การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็ นไปอย่างมี ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล ถึงแม้จะเป็นผู้บริหารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก็ตาม บทบาทท่ีต้อง แสดงออกเพ่อื ทาให้สามารถทาหน้าทข่ี องความเป็นผู้บรหิ ารได้กไ็ ม่ได้แตกต่างไปจากผบู้ รหิ าร ดา้ นการผลติ การบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์ การวางแผนวตั ถุดบิ การตลาด การเงนิ บญั ชี หรอื แม้กระทงั่ การตลาด และด้านอ่ืน ๆ ท่เี ก่ียวข้องกับการดาเนินงานขององค์การเน่ืองจากว่า ผู้บริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยจะต้องทาหน้าท่ีให้ผู้ปฏิบัติงานหรือ ผใู้ ต้บงั คบั บญั ชาในหน่วยงานของตนเองทท่ี าหน้าทใ่ี นฐานะเป็นผทู้ าหน้าทใ่ี นบรหิ ารหน่วยงาน นัน้ ๆ ให้เกิดความปลอดภยั และให้ผู้ปฏบิ ตั งิ านความปลอดภยั ปราศจากอนั ตราย บาดเจ็บ เจบ็ ป่วยอนั เน่อื งจากการทางาน เป็นการสรา้ งขวญั กาลงั ใจในการปฏบิ ตั ขิ องผปู้ ฏิบตั งิ านรวมทงั้ ใหล้ ดค่าใชจ้ ่ายอนั เกดิ จากการรกั ษาพยาบาล การหยุดงาน และอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผบู้ รหิ ารจงึ ต้องทาหน้าท่เี ป็นตวั แทนหน่วยงานเพ่อื นาเสนอต่อผู้บรหิ ารสูงสุดเก่ยี วกบั ปัญหาต่าง ๆ ท่จี ะ เกดิ ความไม่ปลอดภยั ในสถานท่ที างาน ทาหน้าทใ่ี นการประสานงานเช่อื มโยงกบั หน่วยงานท่ี ดูแลรบั ผดิ ชอบในด้านการจดั การความปลอดภยั ให้มปี ระสทิ ธิภาพในการทางานด้านความ ปลอดภยั ต่อผู้ปฏบิ ตั ิงาน ทาหน้าท่ใี นการอานวยการให้พนักงานสามารถปฏบิ ตั ิงานได้อย่าง ปลอดภยั Henry Mintzberg ศาสตราจารยด์ า้ นการจดั การไดต้ ดิ ตามการทางานของผบู้ รหิ ารอยา่ ง ใกลช้ ดิ และในทส่ี ุดไดเ้ สนอว่าโดยพน้ื ฐานแลว้ ผบู้ รหิ ารมบี ทบาทสาคญั 10 บทบาท ซง่ึ สามารถ จดั กลุ่มได้เป็นกลุ่ม 3 ด้าน คอื ด้านบุคคล (Interpersonal) ด้านข้อมูลข่าวสาร (Information) และดา้ นการตดั สนิ ใจ (Decisional) ไดป้ ระยกุ ต์ ตวั อยา่ งกจิ กรรมทางดา้ นอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ซง่ึ สามารถเปรยี บเทยี บไดด้ งั ตารางท่ี 10.1 ตารางที่ 10.1 บทบาทของผบู้ รหิ ารในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ด้าน บทบาท ลกั ษณะของกิจกรรมตามบทบาท บคุ คล 1. การเป็นตวั แทนฝ่าย 1. การเขา้ ประชุมงานมอบรางวลั (Figurehead) โรงงานดเี ดน่ 2. การประสานงาน (Liaison) 2. การเปิดงานรณรงคล์ ดของเสยี 3. ความเป็นผนู้ า (Leading) 3. ประสานการตรวจวดั สง่ิ แวดลอ้ ม 4. ความเป็นผนู้ าการเปลย่ี นแปลง กบั ผจู้ ดั การฝ่ายผลติ (change agent) 4. ดาเนินการประเมนิ ผลการ 5. เป็นผสู้ อนงาน (coaching) ปฏบิ ตั งิ านดา้ นอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั ของฝ่ายต่างๆ 5. จดั โปรแกรมและการฝึกอบรมสอน งานเก่ยี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อ นามยั ใหก้ บั พนกั งานใหม่

593 ตารางท่ี 10.1 บทบาทของผบู้ รหิ ารในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (ต่อ) ด้าน บทบาท ลกั ษณะของกิจกรรมตามบทบาท ข้อมลู ข่าวสาร 1. การเฝ้าระวงั (Monitor) 1. ตดิ ตอ่ กบั หน่วยงานภาครฐั 2. การเผยแพรข่ า่ วสาร 2. จดั ประชุมฝ่ายตา่ งๆเพ่อื พจิ ารณา (Disseminator) ทบทวนนโยบายอาชวี อนามยั และ 3. โฆษก (Spokesperson) ความปลอดภยั 3. พบปะลูกคา้ ชมุ ชน เพ่อื พคู ยุ เกย่ี วกบั การดาเนินงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั การตดั สินใจ 1. ผปู้ ระกอบการ (Enterpreneur) 1. เปลย่ี นแปลงวธิ กี ารทางาน 2. ผจู้ ดั การอุปสรรค (Disturbance 2. ตดั สนิ ใจหน่วยใดควรยา้ ยไปอยใู่ น Handler) อาคารใหมซ่ ง่ึ จะไมท่ าใหเ้ กดิ ปัญหา 3. ผจู้ ดั สรรทรพั ยากร (Resource อาชวี อนามยั และความปลอดภยั Allocator) 3. ตดั สนิ ใจวา่ โครงการใดควรไดร้ บั 4. ผเู้ จรจา (Negotiator) จดั สรรงบประมาณ 4. เจรจากบั ฝ่ายสหภาพ ฝ่ายบรหิ าร เรอ่ื งอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทม่ี า : ดดั แปลงจาก Henry Mintzberg., 1973 4. บทบาทของหวั หน้างาน หวั หน้างานเป็นผทู้ ่มี บี ทบาทสาคญั และใกลช้ ดิ กบั ผู้ปฏบิ ตั งิ านในสถานประกอบการ หวั หน้างานจะเป็นผู้ท่ีคอยช่วยเหลือ แนะนาการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องและให้ ผู้ปฏบิ ตั งิ านเกิดความปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ ควบคุมป้องกนั ไม่ให้มอี ุบตั ิเหตุเกิดข้นึ ในขณะปฏบิ ตั งิ าน รวมทงั้ ดา้ นอาชวี อนามยั ซ่งึ ถ้าหวั หน้างานมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในหลกั การ ดาเนินงานด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั ก็จะสามารถช่วยส่งเสรมิ ให้พนักงานรวมไปถงึ องค์กรดาเนินงานดว้ ยความปลอดภยั และหวั หน้างานมคี วามสาคญั ต่อการบรหิ ารงานความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั สถานประกอบกจิ การทม่ี กี ารผลติ และบรกิ าร บทบาทหวั หน้างานมคี วามสาคญั และ จาเป็นมากในการสงั่ การ กากบั ควบคุมดูแลการทางานอย่างใกลช้ ดิ ทงั้ ในดา้ นกระบวนการผลติ ในโรงงานและงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั ในการทางาน ทงั้ น้ีเพราะหวั หน้าเป็นผู้ท่อี ยู่ ใกลช้ ดิ กบั คนงานมากทส่ี ุดและอยใู่ นสถานทท่ี างาน (หน้างานหรอื จุดทท่ี างาน) ตลอดเวลาทาให้ สามารถทจ่ี ะมบี ทบาทในการควบคมุ ดแู ลการทางานของคนงานใหเ้ ป็นไปตามกฎความปลอดภยั ไดท้ วั่ ถงึ ดว้ ยวธิ กี ารต่าง ๆ สนบั สนุนใหป้ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ทงั้ เชงิ บวกและเชงิ ลบ ไดข้ น้ึ อยกู่ บั สถานการณ์เพ่อื ใหล้ กู น้องไดม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามอย่างเครง่ ครดั นอกจากน้ีหวั หน้ายงั มี บทบาทในการเป็นตวั อยา่ งทด่ี ดี า้ นความปลอดภยั เพ่อื ใหค้ นงานยดึ ถอื เป็นแบบปฏบิ ตั ดิ ว้ ย

594 ทงั้ น้ตี งั้ แต่ปี 2540 เป็นตน้ มา กฎหมายแรงงานดา้ นความปลอดภยั ไดใ้ หค้ วามสาคญั กบั หวั หน้าท่ีมบี ทบาทในเร่อื งการป้องกันควบคุมอนั ตรายท่ีมกี ารทางาน รวมทงั้ การเฝ้าระวงั ควบคุม ดแู ลใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านปฏบิ ตั ติ ามกฎความปลอดภยั ทม่ี อี ยใู่ นโรงงาน 5. บทบาทของลกู จ้าง ในฐานะลูกจา้ งหรอื คนงาน บทบาทในงานอาชวี อนามยั แความปลอดภยั จะเป็นเร่อื ง ของการปฏบิ ตั ติ ามกฎความปลอดภยั รวมถงึ การทางานตามท่กี าหนดในเอกสารขนั้ ตอนการ ดาเนินงานและบทบาทในการมสี ่วนร่วมกบั การดาเนินงานทางด้านน้ีของโรงงาน เช่น การ เสนอแนะดา้ นการป้องกนั อุบตั เิ หตุ แจง้ จดุ อนั ตรายทพ่ี บ ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บขอ้ บงั คบั ในการ ทางานอย่างเคร่งครดั มสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั ในสถานประกอบกจิ การทุกครงั้ ทม่ี กี ารจดั กจิ กรรมไมว่ ่าจะเป็นการฝึกอบรมต่าง ๆ การจดั กจิ กรรมนิทรรศการ เป็นตน้ ผรู้ บั ผิดชอบเกี่ยวกบั งานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ภารกจิ ในการดาเนินธุรกจิ คอื การผลติ สนิ คา้ นัน้ เป็นบทบาทและความรบั ผดิ ชอบของ หน่วยงานหลกั (Line Organization) ซ่งึ จะมผี ูอ้ านวยการหรอื ผจู้ ดั การรบั ผดิ ชอบทจ่ี ะใหม้ กี าร ดาเนินงานจนในท่สี ุดได้สินค้าตามต้องการ ภารกิจน้ีต้องบรหิ ารทงั้ คน เวลา วตั ถุดบิ แล ะ กระบวนการผลิต ทาให้หน่วยงานหลักไม่มีเวลาและทักษะเพียงพอท่ีจะคัดเลือกคนท่ีมี คุณสมบตั ิเหมาะสมกบั งานหรอื ศึกษาค้นคว้าในเร่อื งอาชีวอนามยั และความปลอดภยั และ สงิ่ แวดลอ้ ม ภารกจิ เหล่าน้ีจงึ มอบหมายใหผ้ ทู้ เ่ี ชย่ี วชาญเฉพาะ (Specialists) มาช่วยเสนอแนะ และจดั ทาระบบให้ ผู้เชย่ี วชาญเหล่าน้ีจะอย่ใู นหน่อยงานสนับสนุน (Staff Organization) โดย สรุป ในโรงงานจงึ มีหน่วยงานหลกั และหน่วยงานสนับสนุนท่จี ะช่วยกนั ทาให้บรรลุพันธกิจ นโยบาย และวตั ถุประสงคข์ องโรงงาน หน้าที่ความรบั ผิดชอบของผเู้ กี่ยวข้องงานด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั 1. หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของผบู้ ริหาร 1.1 ผู้บริหารระดับสูง คือ ประธานบริษัท รองประธานบริหาร กรรมการใน คณะกรรมการบรหิ าร และผอู้ านวยการควรมหี น้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบดงั น้ี 1.1.1 กาหนดหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของบุคคลทเ่ี ก่ยี วขอ้ งในระบบการจดั การ อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไวใ้ หช้ ดั เจน ซง่ึ รวมถงึ หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบในการตอบสนอง ต่อสภาพแวดลอ้ มหรอื เหตุการณ์ทเ่ี ปลย่ี นแปลงหรอื ผดิ ปกติ เช่น สภาวะฉุกเฉิน โดยอาจระบบ ไว้ในคาบรรยายลกั ษณะงาน (Job Description) ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทุกคนควรมคี วามรบั ผดิ ชอบใน ความปลอดภยั ของตวั เองและผอู้ ่นื ดว้ ย 1.1.2 มอบอานาจและทรพั ยากร รวมทงั้ เวลาตามความจาเป็นในการปฏบิ ตั ิ หน้าทใ่ี หแ้ ก่บุคลากรทุกคนตามความรบั ผดิ ชอบ

595 1.1.3 มกี ารเตรยี มการท่เี หมาะสมเพ่อื ให้บุคลากรสามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ตี าม ความรบั ผดิ ชอบของตน 1.1.4 กาหนดสายการบงั คบั บญั ชาทช่ี ดั เจนและไมค่ ลุมเครอื 1.1.5 กาหนดให้งานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เป็นส่วนหน่ึงของแผน ธุรกจิ 1.1.6 กาหนดให้มกี ารประเมนิ การปฏบิ ตั ิงานตนด้านอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ในระบบการประเมนิ บคุ ลากร 1.1.7 กาหนดงบประมาณทเ่ี หมาะสมสาหบั การทากจิ กรรมด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 1.1.8 ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการดาเนินงานทางอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 1.1.9 ตดิ ตามตรวจสอบผลการดาเนินงาน และส่อื สารการเปลย่ี นแปลงต่างๆใน ระบบการจดั การอาชวี อนามยั ความปลอดภยั 1.1.10 ประเมนิ ความรบั ผดิ ชอบในหน้าท่ขี องผู้อานวยการ/ผู้จดั การตามพน้ื ท่ี และภารกจิ ทอ่ี ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของคนเหล่านนั้ 1.1.11 มีความรบั ผิดชอบในหน้าท่ีท่ีจะสนับสนุนและปฏิบัติในหน้าท่ีความ รบั ผดิ ชอบดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 1.1.12 ดาเนนิ การทบทวนการจดั การหรอื ปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื ง 1.2 ผจู้ ดั การ (ทม่ี ใิ ช่หน่วยงานความปลอดภยั ) 1.2.1 ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการดาเนินงานทางอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 1.2.2 ซึมซับ (Instill) พฤติกรรมความปลอดภัยเข้าไปในหัวหน้างานและ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน 1.2.3 สนับสนุนอย่างจริงใจต่อการวิเคราะห์ปัญหาอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั ในฝ่ายทร่ี บั ผดิ ชอบ 1.2.4 ใหร้ างวลั ต่อผลงานการวเิ คราะห์ปัญญาอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทท่ี าอยา่ งโปรง่ ใสและชดั เจน 1.2.5 กาหนดลกั ษณะการทางานในฝ่ าย/แผนกเป็นแบบการผลติ ท่ปี ลอดภยั (Safe Production) ไมใ่ ช่แบบแยกส่วนระหวา่ งการผลติ และความปลอดภยั 1.2.6 กระตุน้ ใหห้ วั หน้างานสอนงานผปู้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ยวธิ กี ารทเ่ี หมาะสม 1.2.7 กาหนดให้อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็ นเกณฑ์หน่ึงในการ พจิ ารณาสาหรบั การวางแผนปรบั ปรงุ โรงงาน เครอ่ื งจกั รอุปกรณ์ 1.2.8 เข้าร่วมเพ่อื การป้องกนั ควบคุมการแก้ไขปัญหาทางอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั 1.2.9 ใหร้ างวลั หวั หน้างานทม่ี งุ่ มนั่ ดแู ลดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั

596 หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของนักอาชีวอนามยั และความปลอดภยั โดยทวั่ ไปหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของนักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะเน้นเร่อื ง การบรหิ ารจดั การโปรแกรมความปลอดภยั ในการทางาน ซง่ึ รวมถงึ การวางแผน การดาเนินงาน การประเมินผลและการปรบั ปรุงในท่ีน้ีจะนาเสนอความรบั ผิดชอบท่ีสมาคมวิศวกรความ ปลอดภยั อเมรกิ นั (American Society of Safety Engineers: ASSE) กาหนดไว้สาหรบั ตาแหน่ง Safety Professional ดงั น้ี 1. การบ่งชี้และประเมิน (Appraisal) ปัญหาอุบตั เิ หตุและความสญู เสยี ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี 1.1 พฒั นาวธิ กี ารบ่งชแ้ี ละประเมนิ ปัญหาอุบตั เิ หตุและความสูญเสยี ท่อี าจเกิดจาก ระบบและกระบวนการผลติ โดย 1.1.1 ศกึ ษาอย่างละเอยี ดเกย่ี วกบั อนั ตรายทม่ี อี ยโู่ ครงการทว่ี างแผนทจ่ี ะทาทงั้ ในประเดน็ โครงสรา้ งและสง่ิ อานวยความสะดวก (Facilities) การปฏบิ ตั งิ าน (Operation) หรอื ผลติ ภณั ฑ์ 1.1.2 วเิ คราะห์เก่ยี วกบั อนั ตราย (Hazard Analysis) ท่มี อี ยู่ในโรงงานท่ี เดินเคร่ืองแล้วทัง้ ในประเด็นโครงสร้างและส่ิงอานวยความสะดวก การปฏิบัติงาน หรือ ผลติ ภณั ฑ์ 1.2 การเตรยี มและการอธบิ ายผลการวเิ คราะหค์ วามสญู เสยี ทางเศรษฐกจิ อนั เป็นผล มาจากอุบตั เิ หตุ 1.3 ทบทวนระบบทงั้ หมดเพ่อื กาหนดสงิ่ ทเ่ี กดิ ความผดิ พลอด (Mode of Failure) ซง่ึ รวมถงึ ความผดิ พลาดของมนุษยแ์ ละผลกระทบทม่ี ตี ่อความปลอดภยั ของระบบ 1.3.1 ชบ้ี ่งความผดิ พลาดทเ่ี กดิ ขน้ึ เช่น จากการตดั สนิ ใจท่ไี ม่รอบคอบ การ ตดั สนิ ใจทผ่ี ดิ การปฏบิ ตั ทิ ผ่ี ดิ 1.3.2 ชบ้ี ง่ จดุ อ่อนทพ่ี บในนโยบาย มาตรการ วตั ถุประสงค์ และการปฏบิ ตั งิ าน 1.4 การทบทวนรายงานการประสบอนั ตรายทเ่ี กดิ การบาดเจบ็ เจบ็ ป่วย โรคจากการ ทางานทรพั ยส์ นิ เสยี หาย รวมถงึ เหตุทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั สาธารณะ และการวเิ คราะห์และปลงผลขอ้ มลู เกย่ี วกบั สาเหตุการประสบอุบตั เิ หตุ 1.5 การใหค้ าปรกึ ษาและแนะนาเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและมาตราต่างๆ การศกึ ษาวจิ ยั ในปัญหาทางเทคนคิ ทางดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั การพจิ ารณาความ จาเป็นทต่ี ้องอาศยั ผเู้ ชย่ี วชาญเฉพาะดา้ นดา้ นมาช่วยประเมนิ สถานการณ์ทอ่ี าจเป็นอนั ตรายใน การทางาน การศกึ ษาอยา่ งเป็นระบบเพ่อื มนั่ ใจวา่ สงิ่ แวดลอ้ มการทางานไม่ทาใหเ้ กดิ อนั ตรายทงั้ กายและใจของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน

597 2. การพฒั นาวิธีการป้องกนั อบุ ตั ิเหตุ และควบคมุ ความเสียหาย 2.1 การกาหนดวธิ กี ารป้องกนั และการควบคุมทเ่ี น้นหารกาจดั สาเหตุของอุบตั เิ หตุ 2.2 จดั สรา้ งระบบใหม้ กี ารบูรณการความปลอดภยั เขา้ ไปในการปฏบิ ตั กิ ารของทุก ฝ่ าย 2.3 พฒั นานโยบาย กฎ มาตรฐาน และขนั้ ตอนการดาเนินงานทถ่ี ูกบรรจุเป็นส่วน หน่งึ ของนโยบายการปฏบิ ตั กิ ารขององคก์ ร 2.4 บรรจุขอ้ กาหนดด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เขา้ ไปในลกั ษณะสมบตั ิ ของการจดั ซอ้ื และการวา่ จา้ งผรู้ บั เหมา 2.5 เป็นท่ปี รกึ ษาให้กบั ฝ่ ายต่างๆและผูป้ ฏบิ ตั งิ านในเร่อื งความปลอดภยั ในแต่ละ ระยะของการทางานวางแผน ออกแบบ พฒั นา และตดิ ตงั้ 2.6 ร่วมทางานในการพจิ ารณาคดั เลอื กและการกาหนดงานให้บุคลากรทา โดย พจิ ารณาถงึ ความสามารถและขอ้ จากดั ทางรา่ งกายของบคุ ลากรนนั้ ๆ 2.7 ปรกึ ษาหารอื ในประเด็นความปลอดภยั ของผลติ ภัณฑ์ตงั้ แต่การวางแผน ออกแบบพฒั นาตกแต่ง และทดสอบ 3. การส่ือสารข้อมูลข่าวสารการป้ องกนั อุบตั ิเหตุและความเสียหายไปยงั เกี่ยวข้องโดยตรง 3.1 วเิ คราะห์และแปลความหายของสถิตกิ ารประสบอนั ตราย และจดั ทารายงาน ส่อื สารขอ้ เสนอแนะการควบคุม ขนั้ ตอนการดาเนินงานและโปรแกรมท่จี ะกาจดั หรอื ลดโอกาส เกิดอันตรายใช้ส่ือการส่ือสารท่ีเหมาะสมเพ่ือส่ือสารไปยังผู้มีอานาจตัดสินใจ พิจารณา ดาเนินการตามทเ่ี สนอแนะ 3.2 จดั เตรยี มการใหค้ าปรกึ ษาและแนะนาในเรอ่ื งชนิดและช่องทางการส่อื สารเร่อื ง การป้องกนั และควบคมุ อุบติ เิ หตุและความสญู เสยี โดยไมใ่ ชเ้ วลามากและมปี ระสทิ ธภิ าพ 4. การวดั และการประเมินผลประสิทธิภาพผลของการป้องกนั ควบคมุ อุบตั ิเหตุ และความสญู เสียและส่ิงที่ควรปรบั ปรงุ เพื่อได้รบั ผลท่ีมากที่สดุ 4.1 จดั ทาเทคนคิ การตรวจวดั เพอ่ื จะจะไดป้ ระเมนิ เป็นระยะๆ อยา่ งเป็นระบบ 4.2 พฒั นาวธิ ที จ่ี ะประเมนิ ค่าใชจ้ ่ายในการควบคุม เพ่อื ทราบถงึ ประสทิ ธผิ ลและการ มสี ว่ นช่วยในการลดอุบตั แิ ละความสญู เสยี 4.3 จดั หาขอ้ มลู ข่าวสารป้องกนั เกย่ี วกบั ประสทิ ธผิ ลของมาตรการควบคุม และการ เปลย่ี นแปลงหรอื การปรบั ปรงุ ทจ่ี าเป็น หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของผบู้ ริหารหน่วยงานความปลอดภยั ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซ่ึงอาจเป็ นระดับ ผอู้ านวยการหรอื ผจู้ ดั การกต็ ามหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบมดี งั น้ี

598 1. การคดิ วเิ คราะห์ วางแผน และการบรหิ ารจดั การโปรแกรมอาชวี อนามยั และความ ปลอดภัย การค้นหาข้อมูลข่าวสารล่าสุดเก่ียวกับอันตรายและจุดเส่ียงท่ีเกิดข้ึนในสถาน ประกอบการ 2. การคน้ หาขอ้ มลู ขา่ วสารล่าสดุ เกย่ี วกบั การควบคุมอนั ตรายทด่ี ี 3. การเป็นผู้แทนฝ่ ายบรหิ ารด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในการติดต่อกบั สาธารณะ หน่วยงานภาครฐั บรษิ ทั ประกนั ภยั เพอ่ื อานวยประโยชน์ต่อองคก์ าร 4. การเป็นทป่ี รกึ ษาดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใหก้ บั ผบู้ รหิ ารทกุ ระดบั 5. การรายงานสถานการณ์ อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ต่อผบู้ รหิ ารระดบั สูงเป็น ระยะๆ 6. การรวบรวมและบนั ทกึ ขอ้ มูลดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทเ่ี ก่ยี วกบั การ ทางานและสถติ กิ ารประสบอนั ตราย 7. การใหค้ าแนะนาหวั หน้างานในเรอ่ื งโปรแกรมการฝึกอบรม 8. การประสานงานกบั แพทย์เร่อื งการกาหนดตาแหน่งงานใหก้ บั ผู้ปฏบิ ตั ิงานคนใหม่ หรอื ภายหลงั กลบั จากการพกั ฟ้ืน 9. การตรวจตราและตรวจประเมนิ ระบบการจดั การและโปรแกรมอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั รวมทงั้ การตรวจสอบความสอดคล้องกบั กฎหมาย เอกสารขนั้ ตอนการดาเนินงาน และขอ้ เสนอแนะจากบรษิ ทั ประกนั ภยั 10. การมสี ่วนรว่ มในการทบทวนลกั ษณะสมบตั ขิ องสงิ่ ทจ่ี ะจดั ซอ้ื วา่ มคี วามปลอดภยั เมอ่ื พจิ ารณาบทบาทและหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของนักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั และผบู้ รหิ ารหน่วยงานความปลอดภยั แลว้ จะเหน็ ไดว้ ่าผทู้ ด่ี ารงตาแหน่งทงั้ สองควรเป็นคนทม่ี ี สมรรถนะ (Competency) คอื มคี วามสามารถทจ่ี ะทางานไดด้ ี อนั เน่ืองมากจากการมคี ุณสมบตั ิ และประสบการณ์ทเ่ี หมาะสม การกาหนดสมรรถนะ สามารถเป็นสมรรถนะหลกั (Core Competencies) และ สมรรถนะตามหน้าท่ี (Functional Competencies) สมรรถนะหลกั เป็นสมรรถนะเชงิ พฤตกิ รรมทถ่ี อื วา่ เป็นคณุ ลกั ษณะร่วมของผมู้ วี ชิ าชพี ทางด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใครท่ที างานด้านน้ีกค็ วรมสี มรรถนะหลกั เหมอื นกนั แต่สมรรถนะตามหน้าท่ี จะเป็นสมรรถนะเฉพาะกลุ่มงานทม่ี หี น้าทต่ี ามตาแหน่งงานซง่ึ แบ่งตาม ระดบั การบรหิ ารและระดบั ปฏบิ ตั กิ าร (สราวธุ สุธรรมมาสา, 2549, หน้า 29) เสนอแนะว่า สมรรถนะผบู้ รหิ ารอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั ตอ้ งประกอบดว้ ยสมรรถนะทจ่ี าเป็นดงั น้ี 1. สมรรถนะหลกั (Core Competence) ถอื เป็นสมรรถนะทผ่ี บู้ รหิ ารอาชวี อนามยั และ ความปลอดภัย ทุกคนต้องมีไม่ว่าจะทางานในองค์กรประเภทใดก็ตาม ประกอบด้วย 4 สมรรถนะ ดงั น้ี

599 1.1 การมุ่งสมั ฤทธิ ์ (Achievement Motivation) เป็นความมุ่งมนั่ ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ให้ได้มาตรฐานระดบั ท่กี าหนดไว้ (ขององค์กรนัน้ ) สร้างและพฒั นาผลงาน หรอื กระบวนการ ปฏบิ ตั ิงานตามเป้าหมายทย่ี ากและท้าทาย ด้วยอาศยั ความเช่ยี วชาญ (Expertise) เป็นความ สนใจใฝ่เรยี นรู้ เสาะแสวงหาความรอู้ ยา่ งต่อเน่ือง รจู้ กั พฒั นา ปรบั ปรุง และการประยุกต์ความรู้ และเทคโนโลยตี ่างๆ มาใช้กับงานท่รี บั ผดิ ชอบ จริยธรรม (Integrity) การคลองตนและการ ประพฤติปฏิบตั ิงานท่ีถูกต้องทงั้ ตามกฎหมายและคุณธรรม จรยิ ธรรม การทางานเป็นทีม (Teamwork) การทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ทงั้ ทเ่ี ป็นคนในองคก์ รเดยี วกนั หรอื ประชาชนทวั่ ไป 1.2 การให้บรกิ ารท่ดี ี (Service Mind) ต้องมคี วามตงั้ ใจและความพยายามในการ ใหบ้ รกิ ารแก่ผูม้ ารบั บรกิ าร ได้แก่ หน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ ง ผู้จดั การในสายงาน หวั หน้างาน และ พนักงานผู้ปฏบิ ตั ิงาน เป็นต้น ให้ได้รบั ความรู้เก่ยี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั การให้ คาแนะนาปรกึ ษา และสนบั สนุนงานดา้ นความปลอดภยั แก่หน่วยงานภายในและภายนอก 1.3 การสงั่ สมความเชย่ี วชาญในงานอาชพี (Expertise) มคี วามสนใจ ใฝ่เรยี นรู้ มุ่ง สนใจในงานทต่ี นปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ว้ ยการศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั และพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง จนทา ใหส้ ามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ประสบการณ์เขา้ กบั การปฏบิ ตั งิ านใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธิ ์ 1.4 การยดึ มนั่ ในความถกู ตอ้ งชอบธรรม และจรยิ ธรรม (Integrity) การครองตนและ ประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมตามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของสงั คม และอย่ใู นศลี ธรรมอนั ดี มคี ุณธรรม จรรยาบรรณแห่งวชิ าชพี ของตนเอง และเป็นแบบอย่างท่ดี ีให้กบั บุคคลอ่ืนใน องคก์ าร 2. สมรรถนะตามหน้าท่ี (Functional) โดยหลกั การสมรรถนะตามหน้าท่จี ะแตกต่าง กนั ไปแลว้ แต่วา่ ผนู้ นั้ อยใู่ นตาแหน่งและความรบั ผดิ ชอบใด แต่ในกรณผี บู้ รหิ ารอาชวี อนามยั ต้อง มี 6 สมรรถนะต่อไปน้ี 2.1 ภาวะผู้นา (Leadership) เป็นความสมรรถนะ ทจ่ี ะเป็นผนู้ ากลุ่มของทมี งานอา- ชวี อนามยั และความปลอดภยั และเป็นทย่ี อมรบั ของผบู้ รหิ ารอ่นื ๆขององคก์ ร 2.2 ศลิ ปะการส่อื สาร (Communication) เพ่อื ใหบ้ ุคล/กลุ่มคนเหล่านนั้ ประทบั ใจและ ใหก้ ารสนบั สนุนความคดิ ของตน 2.3 วสิ ยั ทศั น์ (Vision) ความสามารถท่จี ะกาหนดส่งทง่ี านอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ควรจะเป็นเพ่อื เป็นทศิ ทางทช่ี ดั เจน และเกดิ ความรว่ มมอื รว่ มใจของทมี งาน 2.4 การวางแผนยุทธศาสตร์ (Strategic Orientation) การมคี วามเขา้ ใจในการ กาหนดยุทธศาสตร์ขององค์กรท่สี อดคล้องสมั พนั ธ์กับยุทธศาสตร์ของรฐั และสากล รวมถึง ความสามารถทจ่ี ะคาดการณ์ถงึ ทศิ ทางของงานทางดา้ นน้ไี ด้ 2.5 การนาการเปลย่ี นแปลง (Change Leadership) เป็นความสามารถของผบู้ รหิ าร ท่จี ะกระตุ้น ผลักดนั ทีมงานของตนเองและฝ่ ายต่างๆ ให้เดความต้องการท่ีจะเปล่ยี นไปใน แนวทางทเ่ี กดิ ประโยชน์ต่องานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั

600 2.6 การสร้างพลงั ใหท้ มี งาน (Empowerment) การมอบหมายอานาจหน้าท่คี วาม รบั ผดิ ชอบใหก้ บั ทมี งานแต่ละคน เพ่อื ใหโ้ อกาสความอสิ ระทางความคดิ ของทมี งานในการคดิ หา วธิ กี ารทางานเพอ่ื บรรลุเป้าหมายขององคก์ ร 2.7 การทางานเป็นทมี (Teamwork) เป็นผู้ท่ีทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ ด้วยการ สนับสนุนการตดั สนิ ใจของผู้อ่ืนในทมี งานเม่อื เหน็ ว่ามคี วามเหมาะสมถูกต้องเป็นไปได้ และ ทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ และสรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี ที างานร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้ ดว้ ยความเชอ่ื มนั่ ศรทั ธาในศกั ยภาพของทมี งาน หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของหวั หน้างาน หวั หน้างานถอื เป็นบุคคลในการดาเนินงานดา้ นอาชวี อนามยั และปลอดภยั ควรมหี น้าท่ี ดงั น้ี 1. จดั ประชมุ หรอื พจิ ารณาประเดน็ ความปลอดภยั ในการทางานและกาหนดวธิ กี ารแก้ไข เพอ่ื นามาเป็นแนวทางในการปรบั ปรงุ งานดา้ นความปลอดภยั 2. ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการดาเนินงานทป่ี ลอดภยั เพ่อื ใหเ้ ป็นตวั อยา่ งหรอื ต้นแบบทด่ี ขี อง ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน 3. หมนั่ ตรวจสอบ ตดิ ตาม และเอาใจใส่ในการปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั เกย่ี วกบั ความปลอดภยั หรอื การปฏบิ ตั งิ านเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในการทางานของผูใ้ ต้บงั คบั บญั ชา อยา่ งใกลช้ ดิ และใหค้ าแนะนาปรกึ ษาตลอดเวลาทม่ี กี ารปฏบิ ตั งิ าน 4. พฒั นาและปฏบิ ตั อิ ยา่ งต่อเน่ืองกบั โปรแกรมความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการ ทางานของผปู้ ฏบิ ตั งิ านเพ่อื ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจในการปฏบิ ตั งิ านของผปู้ ฏบิ ตั งิ านเพ่อื นาไปส่กู าร ปรบั ปรงุ และหาแนวทางในการวางแผนดาเนนิ การดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ต่อไป 5. สนบั สนุนใหร้ างวลั กบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทส่ี ามารถชบ้ี ่งอนั ตรายได้ รวมทงั้ เปิดโอกาสใหม้ ี การแสดงความคดิ เหน็ ในการแกป้ ัญหาและหาแนวทางร่วมกนั ในการพฒั นาป้องกนั จุดอนั ตราย ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ หลงั จากมกี ารชบ้ี ่งอนั ตราย 6. กระตุน้ /จงู ใจใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านเขา้ มามสี ่วนร่วมในงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ด้วยการให้เข้าร่วมประชุมเสนอแนะแนวทางเก่ียวกับการปฏิบตั ิงานท่อี าจเกิดอันตรายใน สถานทท่ี างานทเ่ี ป็นจุดหน้างานเพ่อื ให้ตระหนักถงึ อนั ตรายท่จี ะเกิดข้นึ ในการปฏบิ ตั ิงานของ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน 7. ปรกึ ษากบั หน่วยงานความปลอดภยั ก่อนท่จี ะเกิดปัญหาอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ขน้ึ ตรวจตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ านดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 8. มสี ่วนรว่ มในการอบรมผปู้ ฏบิ ตั งิ าน และทาใหห้ น้าท่เี ป็นผสู้ ่อื สารดา้ นความปลอดภยั ใหก้ บั ผู้ปฏบิ ตั งิ านให้เกดิ ความเขา้ ใจในการปฏบิ ตั งิ านใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานทุก ขนั้ ตอน

601 หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของผปู้ ฏิบตั ิงาน ผู้ปฏบิ ตั ิงานมหี น้าท่ตี ้องปฏบิ ตั ิตนตามนโยบาย ขนั้ ตอนการดาเนินงานและกฎด้าน ความปลอดภยั ท่กี าหนดไว้ เช่น การสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลตามท่ี โรงงานกาหนด การเขา้ ร่วมกิจกรรมความปลอดภยั ท่โี รงงานจดั ซ่งึ อาจมหี ลายกจิ กรรม เช่น การเขา้ ฝึกอบรมด้านความปลอดภยั การสนทนาความปลอดภยั 5 นาที ในช่วงเวลาก่อน ปฏบิ ตั งิ าน การตรวจสภาพเครอ่ื งมอื ก่อนใชง้ าน และการทางานตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด หน้าท่ีท่ีสาคัญอีกประการหน่ึงของผู้ปฏิบัติงานคือ การายงานอุบัติเหตุและ /หรือ เหตุการณ์เกอื บเกดิ อุบตั เิ หตุ (Near Miss) ทเ่ี กดิ ขน้ึ เพ่อื นาไปส่กู ารแกไ้ ข ป้องกนั ต่อไปหน้าท่ี โดยสรปุ ดงั น้ี 1. ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการดาเนนิ งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 2. การเขา้ รว่ มในการสอบสวนอุบตั เิ หตุเมอ่ื เกดิ อุบตั เิ หตุในการทางานของเพ่อื นรว่ มงาน เพ่อื ใหข้ อ้ มลู แก่เจา้ หน้าทส่ี อบสวนอุบตั เิ หตุในการทางาน 3. เขา้ รว่ มในการคน้ หาวธิ กี ารแกไ้ ข ป้องกนั ควบคุมปัญหาทางอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั 4. คอยเตอื นและใหค้ าแนะนาเพ่อื นรว่ มงานในการปฏบิ ตั งิ านทม่ี คี วามเสย่ี งอนั ตรายท่ี เกดิ ขน้ึ ในการทางาน 5. เป็นตวั อยา่ งทด่ี ดี า้ นความปลอดภยั ต่อผปู้ ฏบิ ตั งิ านใหม่ 6. มหี น้าท่แี จง้ และรายงานการพบเห็นอนั ตราย จุดเสย่ี งอนั ตรายท่เี กดิ ขน้ึ ในโรงงาน อุตสาหกรรม และเหตุการณ์เกอื บเกดิ อุบตั เิ หตุในโรงงาน รปู แบบการจดั โครงสร้างองคก์ าร การจดั โครงสรา้ งองคก์ ารในงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทม่ี คี วามชดั เจน มกี ารแบ่งหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ และการมอบหมายงานแต่ละส่วนงาน แต่คนรบั ผดิ ชอบจะช่วย ใหง้ านดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เกดิ ประสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขน้ึ ก็เน่ืองจากว่างานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เป็นงานทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยแี ละเป็นงานทต่ี ้อง อาศัยทงั้ ศาสตร์ ผู้ทางานมคี วามเป็นนักวชิ าการมาก การจดั องค์กรตามแนวนอนจงึ มคี วาม เหมาะสมสาหรบั การจดั ตงั้ หน่วยงานความปลอดภยั ขน้ึ ในโรงงาน ในการจดั ตงั้ องคก์ ารของรปู แบบการจดั โครงสรา้ งองค์การงานดา้ นความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั ในสถานประกอบกจิ การหรอื ในโรงงานทม่ี ีลกั ษณะเป็นหน่วยงานใดๆ ก็ตาม โดย สว่ นใหญ่นิยมแบง่ ออกตามรปู แบบโครงสรา้ งองคก์ ารดงั ต่อไปน้ี 1. การจดั องคก์ รตามแนวด่ิง (Tall Organization) รปู แบบการจดั ตงั้ องคก์ รน้ี จะแบ่ง องคก์ รนนั้ ออกเป็นหน่วยงานยอ่ ยๆ ตามแนวดง่ิ อกี หลายหน่วยงานยอ่ ย ดงั ภาพท่ี 10.1

602 \\ ภาพท่ี 10.1 รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ รตามแนวดง่ิ (Tall Organizational) ทม่ี า: www.google.co.th/search?q, 2560. การจดั ตงั้ องค์กรตามแนวด่ิง จะมสี ายการบงั คบั บัญชาท่ียาว เม่อื มกี ารสงั่ การจาก ผบู้ งั คบั บญั ชากจ็ ะส่งการเป็นลาดบั ชนั้ ไป ทาให้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าข่าวสารทจ่ี ะส่อื สาร (สงั่ การ) จะไปถงึ ผรู้ บั และในทานองเดยี วกนั หากผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาต้องการเสนอความคดิ เหน็ ไป ยงั ผบู้ งั คบั บญั ชา ก็ต้องใชเ้ วลาและผ่านการพจิ ารณาในแต่ล่ะชนั้ อาจส่งผลต่อความพยายามท่ี จะส่อื สารไปยงั ผู้บงั คบั บญั ชา นอกจากน้ี ความท่สี ายการบงั คบั บญั ชายาว จงึ มผี ลกระทบต่อ ความก้าวหน้าในตาแหน่งหน้าท่กี ารงานท่ตี ้องใช้เวลามาก อาจทาให้คนระดบั ล่างหมดความ กระตอื รอื รน้ ในการทางาน อยา่ งไรกต็ าม ลกั ษณะการจดั องคก์ ร แบบน้ีจะเหน็ ไดว้ ่าในแต่ล่ะสาย บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาในแต่ละชัน้ จะสามารถตรวจสอบ ควบคุมดูแลและสอนงาน ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาไดอ้ ยา่ งใกลช้ ดิ 2. การจดั องคก์ รตามแนวนอน (Flat Organization) การจดั องค์กรในรปู แบบน้ีจะ แบ่งองค์กรนัน้ เป็นหน่วยงานย่อยๆ ตามแนวนอน ดงั ภาพท่ี 10.2 ซ่งึ มคี วามแตกต่างอย่าง ชดั เจนกบั รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ ารตามแนวดงิ่

603 ภาพท่ี 10.2 รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ รตามแนวนอน (Flat Organization) ทม่ี า: www.google.co.th/search?q, 2560. จากภาพท่ี 10.2 จะเหน็ ได้ว่าสายการบงั คบั บญั ชาจะไม่ยาว ส่งผลดตี ่อการรวดเรว็ ใน การส่อื สารและโอกาสในการเติบโตในตาแหน่งหน้าท่ีการงาน ผู้ใต้บังคับบญั ชาจะมคี ว าม กระตอื รอื รน้ ทจ่ี ะคดิ เสนอความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั การทางาน เพราะสารมารถส่อื สารไดร้ วดเรว็ กว่า รูปแบบแรก แต่อาจพบปัญหาว่าผู้บังคับบัญชาระดับรองไม่สามารถดูแลและสอนงาน ผู้ใต้บงั คบั บญั ชาได้อย่างใกล้ชิด เพราะมผี ู้ใต้บงั คบั บญั ชามากเกินไป งานท่เี สนอผู้บรหิ าร องคก์ รจงึ อาจไมร่ อบคอบกเ็ ป็นได้ 3. การจดั องค์กรแบบผสมผสาน (Matrix Organization) ในงานดา้ นการจดั การ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั จาเป็นตอ้ งอาศยั รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ ารแบบลกั ษณะ น้ี เน่อื งจากว่า การจดั องคก์ รแบบน้จี ะไมใ่ ชก่ ารจดั องคก์ ารในรปู หน่วยงาน การจดั องคก์ รแบบน้ี จะพบในกจิ การขนาดใหญ่ทม่ี งี านซบั ซอ้ นเกดิ ขน้ึ เมอ่ื องคก์ ารมโี ครงการพเิ ศษเฉพาะขน้ึ มา กท็ า การดงึ บุคลากรทม่ี ค่ี วามสามารถและมสี ่วนเกย่ี วขอ้ งกบั โครงการพเิ ศษนนั้ มารวมตวั เพ่อื ปฏบิ ตั ิ ภารกจิ นัน้ ๆ เม่อื สน้ิ สุดโครงการ แต่ล่ะคนก็แยกยา้ ยกลบั ไปทางานในความรบั ผดิ ชอบเดมิ ใน การจดั องค์กรในรูปของกลุ่มคนน้ี ซ่ึงอาจเรยี กเป็นคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรอื คณะทางานตามแต่กรณี ซ่งึ ลกั ษณะโครงสรา้ งองค์การน้ีจะมกี ารประสานงานร่วมกนั ใช้ ทรพั ยากรร่วมกนั ทม่ี อี ยู่ในแผนกต่าง ๆ และการทางานจะร่วมกนั ทางานหลาย ๆ ฝ่ าย ซ่งึ จะ สาเรจ็ ลงไดผ้ บู้ รหิ ารจะตอ้ งส่งเสรมิ และมกี ารใหร้ างวลั เพอ่ื สรา้ งวฒั นธรรมและบรรยากาศในการ ทางานให้มเี กดิ ความไว้วางใจกนั มสี ่วนร่วมกนั เพ่อื นาทมี งานให้บรรลุ ดงั นัน้ การรายงาน ผบู้ งั คบั บญั ชาทงั้ แนวตงั้ และแนวนอน ดงั ภาพท่ี 10.3

604 Project Manager 1 Project Manager 2 Project Manager 3 ภาพท่ี 10.3 การจดั รปู แบบโครงสรา้ งองคก์ ารแบบผสมผสาน (Matrix Organization) ทม่ี า: www.google.co.th/search?q, 2560. รปู แบบการจดั องคก์ รแบบผสมผสาน จะเป็นการตงั้ กลุ่มคนทม่ี าจากหลายหน่วยงานแต่ มคี วามเช่ยี วชาญหรอื เก่ยี วขอ้ งในโครงการทโ่ี รงงานกาหนดขน้ึ เมอ่ื สน้ิ สุดโครงการ แต่ละคนก็ กลบั ไปปฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นหน่วยงานของตนเอง อย่างไรกต็ าม อาจเป็นไปไดท้ ร่ี ะหว่างทาโครงการ พเิ ศษนัน้ แต่ละคนก็ยงั ทางานเดมิ อย่ดู ว้ ย การจดั องค์กรรูปแบบน้ีจงึ เหมาะสมกบั โครงการท่มี ี ระยะเวลาดาเนินงานแน่นอน การจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั ในโรงงาน ถอื เป็นตัวอยา่ ง หน่งึ ของการจดั องคก์ ารในรปู แบบน้ี ตารางที่ 10.2 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ยของการจดั องคก์ รในรปู แบบแนวดงิ่ และแนวนอน รปู แบบองคก์ ร ข้อดี ข้อด้อย แบบแนวดิ่ง 1. การประสานงานจะทาไดค้ อ่ นขา้ งใกลช้ ดิ 1. ไมเ่ ออ้ื ตอ่ การสรา้ งสรรคง์ านใหม่ ๆ 2. มคี วามชดั เจนในบทบาทและหน้าท่ี ซง่ึ จะ 2. สายการบงั คบั บญั ชายาวเกนิ ไป แบง่ งานกนั ทาอยา่ งชดั เจน ตอ้ งอาศยั คนจานวนมากในตาแหน่ง 3. เออ้ื ตอ่ การเป็นพเ่ี ลย้ี ง ตา่ ง ๆ 4. การบงั คบั บญั ชามกี ารตดั สนิ ใจไดช้ ดั เจน 3. ช่องทางการสอ่ื สารยาวทาใหเ้ กดิ ขอ้ มลู ขา่ วสารคลาดเคล่อื นผดิ พลาด และล่าชา้ 4. ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชตี อ้ งใชเ้ วลามากใน การกา้ วหน้าในการกา้ วหน้าใน ตาแหน่งหน้าทก่ี ารงาน

605 ตารางที่ 10.2 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ยของการจดั องคก์ รในรปู แบบแนวดง่ิ และ แนวนอน (ต่อ) รปู แบบองคก์ ร ข้อดี ข้อด้อย แบบแนวนอน 1. ช่วยในเรอ่ื งการสรา้ งผลงาน 1. การควบคมุ และประสานงานไม่ แบบผสมผสาน 2. การตดิ ตอ่ ส่อื สารทาไดง้ า่ ย และใกลช้ ดิ ความคลาดเคล่อื นของขา่ วสารเลก็ น้อย ทวั ่ ถงึ 3. ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชามคี วามรสู้ กึ เป็นอสิ ระและ 2. ตอ้ งอาศยั ผบู้ รหิ ารทม่ี คี วามชานาญ พอใจ ในการควบคมุ บงั คบั บญั ชาทม่ี ฝี ีมอื 4. ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชามโี อกาสใกลช้ ดิ ผบู้ รหิ าร 5. เหมาะสมกบั ลกั ษณะงานวชิ าการ 3. ไมเ่ ออ้ื ต่อการดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ทา ใหง้ านสาคญั ๆ อาจผดิ พลาดได้ 1. ลดอุปสรรคการสนใจเฉพาะหน้าทง่ี าน 4. ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทท่ี างานใหม่ อาจ โดยเพมิ่ ความสนใจสว่ นรวมทงั้ โครงการ 2. สมาชกิ จะมกี ารสอ่ื สารและเรยี นรงู้ าน ทางานไดช้ ้าและใช้เวลามาก ระหวา่ งกนั 3. ทรพั ยากรไดถ้ ูกใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ พนกั งานมี 1. อาจนาไปสคู่ วามสบั สนและความ โอกาสกา้ วหน้าสงู ขน้ึ เน่ืองจากสามารถ เตบิ โตไดท้ งั้ สองสายงาน ยงุ่ ยากในการรบั คาสงั ่ จาก ผบู้ งั คบั บญั ชาเน่ืองจากมมี ากกวา่ 1 คน 2. ผบู้ งั คบั บญั ชาอาจแยง่ อานาจใน การจดั การ 3. มคี า่ ใชจ้ า่ ยเพม่ิ มากขน้ึ 4. พนกั งานมคี วามคบั ขอ้ งใจในความ กากวมของบทบาทหรอื ความขดั แยง้ บทบาทในการปฏบิ ตั งิ าน ทม่ี า : R.Krause, Thomas., 2005, p.167. หน่วยงานหลกั (Line Organization) และหน่วยงานสนับสนุน (Staff Organization) ในการดาเนินธรุ กจิ ใดๆ กต็ าม ในทางการบรหิ ารจะกาหนดหน่วยงานขน้ึ ในองคก์ รนนั้ ๆ เพ่อื ทาหน้าทท่ี จ่ี ะทาใหอ้ งคก์ รนนั้ บรรลุวตั ถุประสงคก์ าหนดไว้ หน่วยทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ จะมี 2 ลกั ษณะ ตามภารกิจท่รี บั ผิดชอบ คอื หน่วยงานหลกั (ซ่งึ อาจเรยี กเป็นสายงานหลกั ) และสนับสนุน (ซง่ึ อาจเรยี กเป็นสายงานสนับสนุน) 1. หน่วยงานหลกั เป็นหน่วยงานทม่ี หี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบโดยตรงในการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ให้ บรรลวุ ตั ถุประสงคข์ ององคก์ ร และรายงานตรงต่อสายบงั คบั บญั ชา (Chain of Command) 2. หน่วยงานสนับสนุน เป็นหน่วยงานทช่ี ่วยหรอื สนับสนุนใหห้ น่วยงานหลกั สามารถ ปฏิบตั ิภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บุคลากรในหน่วยสนับสนุนจะเป็น ผเู้ ชย่ี วชาญหรอื ความชานาญเฉพาะดา้ น

606 ตวั อย่างเช่น โรงงานสิ่งทอ หน่วยงานหลกั คอื ฝ่ ายผลิต ท่ที าหน้าท่ีผลิตสิ่งทอตาม วตั ถุประสงค์ของการตงั้ โรงงาน แต่เน่ืองจากในการผลติ ส่ิงทอ จาเป็นต้องการรบั คนเข้ามา ทางาน ต้องมกี ารฝึกอบรมพฒั นาคนให้มคี วามรู้ความสามารถ จาเป็นต้องดูแลเร่อื งความ ปลอดภยั และส่งิ แวดล้อม และจาเป็นต้องมกี ารจดั ทาบญั ชกี ารเงนิ ต่างๆ ฯลฯ จงึ ทาให้ต้องมี หน่วยงานสนบั สนุน คอื ฝ่ายทรพั ยากรมนุษย์ ฝ่ายความปลอดภยั และสงิ่ แวดลอ้ ม และฝ่ายบญั ชี และการเงนิ ซง่ึ จะมผี เู้ ชย่ี วชาญสนบั สนุน แนะนา ใหป้ รกึ ษา ทาใหฝ้ ่ายผลติ สามารถทางานไดด้ ี ยงิ่ ขน้ึ หน่วยงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั 1. บทบาทของหน่วยงานความปลอดภยั สบื เน่ืองมาจากเหตุผลท่งี านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เป็นความรบั ผดิ ชอบของทุกคน (Occupational health safety is everyone responsibility) และโดยเฉพาะอย่างยงิ่ ถือเป็นความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานหลกั ท่ตี ้อง ดาเนินงานดว้ ยความปลอดภยั ทาใหบ้ ทบาทของหน่วยงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ซง่ึ ถอื เป็นหน่วยงานสนบั สนุน คอื การเป็นทป่ี รกึ ษาทจ่ี ะสนบั สนุนใหห้ น่วยงานสายงานหลกั คอื ฝ่าย โรงงานหรอื ฝ่ายโรงงานทต่ี อ้ งดแู ลรบั ผดิ ชอบใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านสวมใส่ทอ่ี ุดห/ู ทค่ี รอบหูตลอดเวลาท่ี ทางาน ต้องการมอบหมายใหห้ วั หน้างานตรวจตราดูการปฏบิ ตั ดิ งั กล่าวผูป้ ฏบิ ตั งิ าน ในขณะท่ี หน่วยงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะรบั ผดิ ชอบในดา้ นการแนะนาทอ่ี ุดห/ู ทค่ี รอบหู ยห่ี อ้ ใด รุ่นใด มลี กั ษณะเหมาะสมท่จี ะนามาใช้ แนะนาหรอื สอนวิธีการสวมใส่ท่ีถูกต้อง ทาการ ประเมนิ การสมั ผสั เสยี งของผูป้ ฏบิ ตั งิ านเพอ่ื เฝ้าระวงั ทางดา้ นเสยี ง หรอื กรณที างฝ่ายโรงงานจะ ขยายการผลติ ดว้ ยการเพม่ิ สายการผลติ ขน้ึ มาอกี นนั้ ฝ่ายโรงงานตอ้ งรบั ผดิ ชอบทจ่ี ะซอ้ื เคร่อื ง ปัม๊ โลหะในแงเ่ สยี งดงั และระบบความปลอดภยั ของเครอ่ื งปัม๊ โลหะดว้ ย ในขณะทห่ี น่วยงานอาชี วอนามยั และความปลอดภยั จะสนับสนุนในเร่อื งขอ้ มูลท่เี ก่ยี วขอ้ ง และแนะนาว่าไม่ควรติดตงั้ สายการผลติ บรเิ วณน้ี เพราะจะ ทาใหจ้ านวนผสู้ มั ผสั เสยี งดงั เกนิ มาตรฐานมจี านวนมากขน้ึ โดย ใช่เหตุ 2. ระดบั สถานะและขนาดของหน่วยงานอาชีวอนามยั และความปลอดภยั เม่อื พจิ ารณาในเรอ่ื งระดบั สถานะ(Position Status) ว่าหน่วยงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ควรมสี ถานะระดบั ใดนัน้ หากพจิ ารณาจากปัญหาอุปสรรคของการดาเนินงานท่ผี ่านๆ มาท่ี พบว่าผู้บรหิ ารและผู้ปฏบิ ตั งิ านต่างไม่ให้ความสาคญั กบั งานด้านน้ีอย่างจรงิ จงั แสดงว่าควร กาหนดใหห้ น่วยงานดงั กล่าวมสี ถานะในระดบั ท่ไี ม่เลก็ จนเกนิ ไปจนไม่สามารถท่จี ะทางานได้ US-National Safety Council สารวจเมอ่ื หลายสบิ ปีมาแลว้ พบว่าหน่วยงานดงั กล่าวในโรงงาน ในสหรฐั อเมรกิ าและแคนาดา รอ้ ยละ 44.8 จะรายงานขน้ึ ตรงกบั ผบู้ รหิ ารระดบั สงู คอื ประธาน กรรรมการ หรอื รองประธานกรรมการผูอ้ านวยการ รอ้ ยล่ะ 30.4 รายงานกบั ผู้อานวยการฝ่ าย บุคคล รอ้ ยละ่ ทเ่ี หลอื กจ็ ะกระจายรายงานไปถงึ ผจู้ ดั การโรงงาน (รอ้ ยละ 19.8) และผจู้ ดั การฝ่าย

607 ต่างๆ อาทิ ฝ่ายการแพทย์ ฝ่ายประกนั ภยั ฯลฯ สาหรบั ในประเทศไทยพบว่าหน่วยงานอาชวี อ นามยั และความปลอดภยั จะรายงานกบั ผอู้ านวยการฝ่ายทรพั ยากรมนุษยเ์ ป็นส่วนใหญ่ รองลง ไปคอื รายงานกบั ผู้จดั การโรงงานและรองประธานกรรมการท่ดี ูแลสายงานความปลอดภยั และ สง่ิ แวดลอ้ ม คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน ตามกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน พ.ศ. 2549 อาศยั อานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 103 แห่งพระราชบญั ญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อันเป็นกฎหมายท่ีมี บทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจากดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบุคคล ซง่ึ มาตรา 29 ประกอบกบั มาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 28 และมาตรา 50 ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิ ใหก้ ระทาไดโ้ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย ซง่ึ ไดใ้ หค้ วามหมายของบุคคลต่าง ๆ ในสถานประกอบกจิ การทเ่ี กย่ี วขอ้ งตามกฎกระทรวงน้ี “ลกู จา้ งระดบั หวั หน้างาน” หมายความว่า ลกู จา้ งซง่ึ ทาหน้าทค่ี วบคุม ดแู ล บงั คบั บญั ชา สงั่ งานใหล้ กู จา้ งทางานตามหน้าทข่ี องหน่วยงานนนั้ ๆ “ลกู จา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ าร” หมายความวา่ ลกู จา้ งซง่ึ ทาหน้าทเ่ี ป็นผปู้ ฏบิ ตั งิ าน “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางานของสถานประกอบกจิ การ “ผูแ้ ทนลูกจา้ ง” หมายความว่า ผแู้ ทนลูกจา้ งซง่ึ เป็นลกู จา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ ารท่ไี ดร้ บั การ เลอื กตงั้ จากฝ่ายลกู จา้ งใหเ้ ป็นกรรมการเพอ่ื ปฏบิ ตั ใิ หเ้ ป็นไปตามกฎกระทรวงน้ี “หน่วยงานความปลอดภยั ” หมายความวา่ หน่วยงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานซง่ึ นายจา้ งให้ดูแลและปฏบิ ตั งิ านดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ ทางาน ของสถานประกอบกจิ การ ประกอบดว้ ย 1. ประธานกรรมการ เป็นนายจา้ งหรอื ผแู้ ทนนายจา้ งระดบั บรหิ าร 2. กรรมการผแู้ ทนนายจา้ งระดบั บงั คบั บญั ชา แพทยอ์ าชวี เวชศาสตรห์ รอื พยาบาลอาชี วอนามยั ประจาสถานประกอบกจิ การ ทไ่ี ดร้ บั การแต่งตงั้ จากนายจา้ ง 3. กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ ง โดยใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ 4. กรรมการและเลขานุการ ซง่ึ เป็นเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั วชิ าชพี หรอื เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนคิ ขนั้ สงู หรอื ผแู้ ทนนายจา้ ง แลว้ แต่กรณี

608 กฎหมายกาหนดให้องค์ประกอบของกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามยั และ สภาพแวดลอ้ ม ในการทางานของสถานประกอบกจิ การ มคี วามแตกต่างกนั ไปตามขนาดของ สถานประกอบกจิ การ ดงั ตารางท่ี 45 ดงั น้ี ตารางท่ี 10.3 องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางานของสถานประกอบกจิ การ องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดล้อมในการทางานของสถานประกอบกิจการ จานวนลกู จ้างใน จานวน สถานประกอบ กรรมการ กิจการ (ขนั้ ตา่ ) ประธาน ผ้แู ทนนายจ้าง ผ้แู ทน กรรมการและ ระดบั บงั คบั ลกู จ้าง เลขานุการ บญั ชา 50-99 คน 5 คน 1 1 2 1 (จป.เทคนิคชนั้ สงู หรอื วชิ าชพี ) 100-499 คน 7 คน 1 2 3 1 (จป.วชิ าชพี ) 500 คนขน้ึ ไป 11 คน 1 4 5 1 (จป.วชิ าชพี ) ทม่ี า: กระทรวงแรงงาน,กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน, 2557, หน้า 109. ในกรณีท่สี ถานประกอบกจิ การใดมกี รรมการเพม่ิ ขน้ึ มากกว่าจานวนขนั้ ต่าท่กี ฎหมาย กาหนดให้มี กรรมการผู้แทนนายจ้างระดบั บงั คบั บญั ชาและผู้แทนลูกจา้ งเพมิ่ ขน้ึ ในสดั ส่วนท่ี เท่ากนั สาหรบั สถานประกอบกจิ การทไ่ี มม่ เี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนิค ขนั้ สูง หรอื ระดบั วชิ าชพี ให้นายจ้างคดั เลอื กผูแ้ ทนนายจา้ งระดบั บงั คบั บญั ชาหน่ึงคนเป็น กรรมการ และใหป้ ระธาน กรรมการเลอื กกรรมการซง่ึ เป็นผแู้ ทนนายจา้ งระดบั บงั คบั บญั ชาคน หน่งึ เป็นเลขานุการ หน้าท่ีของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมใน การทางาน ตามกฎหมายกาหนดใหส้ ถานประกอบกจิ การทุกกจิ การทม่ี ลี ูกจา้ งตงั้ แต่หา้ สบิ คนขน้ึ ไป ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ คี ณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน และคณะกรรมการตอ้ งมหี น้าทต่ี ามกฎหมาย ดงั ต่อไปน้ี 1. พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทางานรวมทัง้ ความ ปลอดภยั นอกงาน เพ่อื ป้องกนั และลดการเกดิ อุบตั เิ หตุการประสบอนั ตราย การเจบ็ ป่ วย หรอื การเกดิ เหตุเดอื ดรอ้ นราคาญ อนั เน่อื งจากการทางาน หรอื ความไม่ปลอดภยั ในการทางานเสนอ ต่อนายจา้ ง