เอกสารประกอบคาสอน วิชาการจดั การความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสิ่งแวดล้อม ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สรุ ชั นี เคนสโุ พธิ์ ปรด.(การพฒั นาทรพั ยากรมนุษย)์ คณะวทิ ยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี 2560
คานา การจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นการกาหนดขน้ึ โดยรฐั บาล ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานสากลขององคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศ และใหส้ ถานประกอบกจิ การ ทน่ี ายจา้ งมกี ารดาเนินธรุ กจิ ดว้ ยการทางานกบั เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมอื อุปกรณ์และเทคโนโลยี และ ลูกจา้ งทต่ี ้องปฏบิ ตั เิ ก่ยี วขอ้ งกบั สภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสถานประกอบการ ซ่งึ การ ออกพระราชบญั ญัติความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดเ้ ลง็ เห็นถึงความสาคญั ของแรงงานทต่ี ้องได้รบั ความคุม้ ครองในด้านการทางานใน สถานประกอบการ ดงั นนั้ เอกสารประกอบคาสอนรายวชิ า การจดั การความปลอดภยั อาชีวอนามยั และส่ิงแวดล้อม เป็นรายวิชาท่ีกาหนดไว้ในการเรียนการสอนระดบั ปรญิ ญาตรหี ลกั สูตรบรหิ ารธุรกิจ สาขาวชิ าการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์ คณะวทิ ยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี รายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม ได้มกี ารกาหนดเน้ือหาท่ใี ช้ในการเรยี นการสอนโดยมเี น้ือหาประกอบด้วย ความรู้เบ้อื งต้น เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ใน การทางาน การสอบสวน และวิเคราะห์อุบตั ิเหตุ สุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการ ทางาน การบรหิ ารกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางาน วศิ วกรรมความปลอดภยั เบอ้ื งตน้ การจดั การความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั ในการ ทางาน พฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทางาน องคก์ ารอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ระบบ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั และระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่อื ใหก้ ารจดั การ เรยี นสอนเป็นไปมาตรฐานกรอบประกนั คุณภาพการศกึ ษาและประสทิ ธภิ าพของการเรยี นการ สอนเน้ือหารายวชิ าในแต่ละบทจงึ มคี วามครอบคลุมถงึ ประโยชน์ต่อนกั ศกึ ษา นายจา้ ง ลูกจา้ ง ทจ่ี ะนามาประกอบการเรยี นรู้ ทงั้ เน้ือหา ทฤษฎี หลกั การ ขอ้ กาหนด กฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน ขา้ พเจา้ หวงั ว่าเอกสารประกอบคาสอน วชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดล้อม จะเป็นประโยชน์อย่างยงิ่ หากเอกสารคาสอนน้ีมขี อ้ ผดิ พลาดบกพร่องสง่ิ ใด ผจู้ ดั ทาขอน้อมรบั และจะนาไปปรบั ปรงุ ต่อไป สรุ ชั นี เคนสุโพธิ ์ ธนั วาคม 2560
(2) แผนบริหารการสอนประจาวิชา รหสั วิชา HR 11204 ชื่อรายวิชา การจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม 3(2-2-5) คาอธิบายรายวิชา ศึกษ าโ คร งส ร้า งก าร บริหา รจัดก าร หน่ ว ย งา นค ว า มป ล อ ดภัยใ นโ รง งา น และสภาพแวดล้อมของการทางานภายในอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร การจดั การความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดล้อมในการทางาน มาตรการป้องกนั ภยั บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของเจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในโรงงานตามกฎหมายกาหนด ความสาคญั ของอุบตั เิ หตุ การประเมนิ ความเสย่ี ง การรายงานและสอบสวนการเกดิ อุบตั เิ หตุในการทางาน การจดั ทาตวั อย่างแผนการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ มประจาปีของ โรงงานอุตสาหกรรม วตั ถปุ ระสงคท์ วั่ ไป 1. เพ่อื ใหน้ ักศกึ ษามคี วามรู้ และเขา้ ใจเก่ยี วกบั โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การหน่วยงาน ความปลอดภยั และสภาพแวดลอ้ มของการทางานภายในอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร การ จดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ มในการทางาน 2. เพ่อื ให้นักศกึ ษามคี วามรู้ และเขา้ ใจถงึ มาตรการป้องกนั ภยั บทบาท หน้าท่ี และ ความรบั ผดิ ชอบของเจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในโรงงานตามกฎหมาย และกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม 3. เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษามคี วามรู้ และเขา้ ใจเกย่ี วกบั องคก์ รดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน 4. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษามคี วามรู้ และเขา้ ใจถงึ การเกดิ อุบตั เิ หตุ การประเมนิ ความเสย่ี ง การ รายงานและสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุในการทางาน และการจดั ทาแผนการจดั การความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ มประจาปีของโรงงานอุตสาหกรรมรวมทงั้ การศกึ ษาดงู าน เกย่ี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ มในโรงงานอุตสาหกรรม
(3) เนื้อหา บทท่ี 1 ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 4 ชวั่ โมง แนวคดิ ความเป็นมา เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั ความหมาย และความสาคญั ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั วตั ถุประสงค์ และประโยชน์ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ขอบเขต และเป้าหมายของงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั บุคลากรทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ระหว่างประเทศ สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 2 การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน 4 ชวั่ โมง แนวคดิ ความหมาย ความสาคญั กระบวนการ หลกั การ และวตั ถุประสงคข์ อง การบรหิ ารจดั การ หลกั การ และแนวคดิ ในการบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หลกั การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ าร รปู แบบของผนู้ าดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การหน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั นโยบายในดา้ นการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ปัจจยั ทม่ี ผี ลกระทบต่อการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั แผนงานและกจิ กรรมในดา้ นการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 3 การสอบสวน และวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ 4 ชวั่ โมง แนวคดิ เกย่ี วกบั การเกดิ อุบตั เิ หตุ ความหมาย และความสาคญั ของอุบตั เิ หตุ ทฤษฎที เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั อุบตั เิ หตุ
(4) บทท่ี 3 การสอบสวน และวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ(ต่อ) การสอบสวนอุบตั เิ หตุ ความสาคญั วตั ถุประสงค์ และการสอบสวนอุบตั เิ หตุ หลกั และวธิ กี ารสอบสวนอุบตั เิ หตุ บนั ทกึ การรายงานการสอบสวนอุบตั เิ หตุ การวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ องการวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ แนวทางการวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ การประเมนิ ค่าทางสถติ ขิ องอุบตั เิ หตุ ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ องการการประเมนิ ค่าของอุบตั เิ หตุ สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 4 สุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน 4 ชวั่ โมง แนวคดิ เกย่ี วกบั สขุ ภาพและความปลอดภยั ในการทางาน ความหมาย และความสาคญั ของสขุ ภาพและความปลอดภยั ระบบการคุม้ ครองสขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน สภาพและสาเหตุของสขุ ภาพและความไม่ปลอดภยั ในการทางาน อนั ตรายและการป้องกนั อนั ตรายจากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายในการทางานส่วนบคุ คล โรคทเ่ี กดิ จากการทางานทม่ี ผี ลต่อสุขภาพ การเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพและความปลอดภยั ในการทางาน สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 5 การบรหิ ารกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั 4 ชวั่ โมง และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน การบรหิ ารกฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางาน ขอบเขตของการบงั คบั ใชก้ ฎหมายความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางาน
(5) บทท่ี 5 การบรหิ ารกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั (ต่อ) กองทุนเงนิ ทดแทน หน่วยงานภาครฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางาน หน่วยงาน สมาคม และองคก์ รอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 6 วศิ วกรรมความปลอดภยั เบอ้ื งตน้ 4 ชวั่ โมง แนวคดิ ของวศิ วกรรมความปลอดภยั ความหมาย และความสาคญั ของ วศิ วกรรมความปลอดภยั ความหมาย ความสาคญั วตั ถุประสงค์ และประโยชน์ของการวางผงั โรงงาน ประเภทของการวางผงั โรงงานเพอ่ื ความปลอดภยั ปัจจยั ในการวางผงั โรงงาน ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั การเกดิ อคั คภี ยั องคป์ ระกอบของการเกดิ อคั คภี ยั หลกั การและแนวทางการระงบั อคั คภี ยั ระบบและอุปกรณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการระงบั อคั คภี ยั ชนดิ และประเภทของเครอ่ื งและอุปกรณ์ในการดบั เพลงิ สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 7 การจดั การความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน 4 ชวั่ โมง แนวคดิ ความหมายของการจดั การความเสย่ี ง กรอบของการจดั การความเสย่ี ง ขอ้ กาหนดและกระบวนการในการบรหิ ารความเสย่ี ง การรบั รสู้ มั ผสั ความเสย่ี ง การบง่ ชอ้ี นั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี ง ประเภทความเสย่ี ง การวเิ คราะหค์ วามเสย่ี ง
(6) บทท่ี 7 การจดั การความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน (ต่อ) หลกั เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการประเมนิ และการพจิ ารณาตอบสนองต่อความเสย่ี งอนั ตราย กระบวนการจดั การความเสย่ี ง การบาบดั ความเสย่ี ง การเฝ้าระวงั และการทบทวน สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 8 พฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทางาน 4 ชวั่ โมง แนวคดิ เกย่ี วกบั พฤตกิ รรมมนุษย์ พน้ื ฐานการเกดิ พฤตกิ รรมมนุษย์ ทฤษฎเี กย่ี วขอ้ งในการพฒั นาพฤตกิ รรมมนุษย์ พฤตกิ รรมมนุษยเ์ พ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน รปู แบบผนู้ าดา้ นความปลอดภยั และวฒั นธรรม บรรยากาศในการทางาน รปู แบบทมี งานความปลอดภยั ในสถานประกอบการ รปู แบบการทางานเป็นทมี ทม่ี ผี ลต่อความปลอดภยั ในการทางาน สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 9 กจิ กรรม 5ส. เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน 4 ชวั่ โมง แนวคดิ และความหมายเกย่ี วกบั กจิ กรรม 5ส. วตั ถุประสงคข์ องการทากจิ กรรม 5ส. เป้าหมายองคก์ ารในการจดั ดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. ความสาคญั ของการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. ปัจจยั สาคญั ทม่ี ผี ลต่อความสาเรจ็ ในการทากจิ กรรม 5ส. ขนั้ ตอนการดาเนนิ การกจิ กรรม 5ส. องคป์ ระกอบของกจิ กรรม 5ส. สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ
(7) บทท่ี 10 องคก์ ารอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 4 ชวั่ โมง บทบาทของผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หน้าทข่ี องผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั การจดั องคก์ รความปลอดภยั และอาชวี อนามยั รปู แบบการจดั ตงั้ องคก์ รความปลอดภยั และอาชวี อนามยั คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน การสอ่ื สารเพอ่ื ความปลอดภยั สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 11 ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 4 ชวั่ โมง ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขอ้ กาหนดทวั่ ไปวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขในการรบั รองระบบการบรหิ ารจดั การ- อนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก.18001 ขนั้ ตอนการจดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) การประยกุ ตใ์ ชม้ าตรฐานมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากมาตรฐานมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO-OSH 2001 สรปุ แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ บทท่ี 12 ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม 4 ชวั่ โมง ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั การจดั การระบบสง่ิ แวดลอ้ ม ระบบ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS) อนุกรมมาตรฐานการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม ISO 14000 ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001 ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001 ฉบบั พ.ศ. 2547 กฎหมายเก่ยี วกบั การจดั การระบบสงิ่ แวดลอ้ ม สรปุ
(8) บทท่ี 12 ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม(ต่อ) แบบฝึกหดั เอกสารอา้ งองิ วิธีสอนและกิจกรรม 1. การบรรยายในชนั้ เรยี น 2. ผเู้ รยี นนาเสนอกจิ กรรมปฏบิ ตั จิ รงิ (สถานการณ์จาลอง) 3. แบง่ กลุ่มปฏบิ ตั แิ ละอภปิ ราย 4. การคน้ ควา้ เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง 5. วเิ คราะหก์ รณศี กึ ษา 6. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารคาสอนวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม 2. หนงั สอื /ตารา 3. ภาพนิ่ง (power-point) 4. วดิ ที ศั น์ การวดั และประเมินผล 20 คะแนน การวดั ผล 10 คะแนน 1. ฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ (สถานการณ์จาลอง) 10 คะแนน 2. แบบฝึกปฏบิ ตั แิ ละวเิ คราะหก์ รณศี กึ ษา 30 คะแนน 3. ทดสอบยอ่ ย 30 คะแนน 4. สอบกลางภาค 5. สอบปลายภาค
(9) การประเมินผล ความหมายของผลการเรียน ระดบั คะแนน คะแนนระหว่าง ดเี ยย่ี ม A ดมี าก B+ 80 - 100 ดี B 75 - 79 ดพี อใช้ C+ 70 - 74 พอใช้ C 65 - 69 ออ่ น D+ 60 - 64 ออ่ นมาก D 55 - 59 ไมผ่ า่ น F 50 - 54 0 - 49
(10)
(11) สารบญั หน้า คานา……………………………………………………………………………………………. (1) แผนบรหิ ารการสอนประจาวชิ า………………………………………………………………… (2) สารบญั …………………………………………………………………………………………. (11) สารบญั ภาพ…………………………………………………………………………………..... (19) สารบญั ตาราง ………………………………………………………………………………... (23) แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 1……………………………………………………………..… 1 บทท่ี 1 ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………….. 3 แนวคดิ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………………….. 4 ความเป็นมาเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………………... 5 ความหมายของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………………….. 15 ความสาคญั ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………………. 22 วตั ถุประสงคข์ องความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………………… 24 ประโยชน์ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………………………. 25 เป้าหมายของงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………... 27 ขอบเขตของงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………………. 28 บุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………… 30 หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………. 32 หน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ระหวา่ งประเทศ……………………. 49 สรปุ ………….…………………………………………………………………………. . 54 แบบฝึกหดั ................…………………………………………………………………. 56 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………... 57 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 2……………………………………………………………… 59 บทท่ี 2 การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน……………………. 61 แนวคดิ ในการบรหิ ารจดั การ…………………………………………………………… 61 ความหมายของการบรหิ ารจดั การ…………………………………………………...... 63 ความสาคญั ของการบรหิ ารจดั การ…………………………………………………….. 69
(12) สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 2 การบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน (ตอ่ ) หลกั การในการบรหิ ารจดั การ………………………………………………………….. 70 กระบวนการในการบรหิ ารจดั การ……………………………………………………… 76 แนวคดิ ในการบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………. 79 ความหมายของการบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………….. 82 แนวคดิ พน้ื ฐานของการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………… 82 การเปลย่ี นแปลงกบั การบรหิ ารจดั การงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……….. 84 หลกั การบรหิ ารจดั การงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………. 88 โครงสรา้ งหน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………… 97 นโยบายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………………………. 104 แผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………………………. 114 กระบวนการบรหิ ารจดั การแผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………. 117 กจิ กรรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………................................. 120 สรปุ ……….…………………………………………………………………………… 128 แบบฝึกหดั ……………………………………………………………………………. 130 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 131 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 3…………………………………………………………….. 133 บทท่ี 3 การสอบสวน และวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ…………………………………………………..135 แนวคดิ ของการเกดิ อุบตั เิ หตุ…………………………………………………………..135 ความหมายของอุบตั เิ หตุ………………………………………………………………136 ความสาคญั ของอุบตั เิ หตุ………………………………………………………………139 ทฤษฎที เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเกดิ อุบตั เิ หตุ……………………………………………….. 144 สาเหตุของการเกดิ อุบตั เิ หตุของมนุษย…์ …………………………………………... 147 การสอบสวนอุบตั เิ หตุ………………………………………………………………….167 ความสาคญั ของการสอบสวนอุบตั เิ หตุ………………………………………………..167 วตั ถุประสงคข์ องการสอบสวนการเกดิ อุบตั เิ หตุ………………………………………168 หลกั และวธิ กี ารสอบสวนอุบตั เิ หตุ……………………………………………………..169
(13) สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 3 การสอบสวน และวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ (ต่อ) บนั ทกึ การรายงานการสอบสวนอุบตั เิ หตุ……………………………………………. 181 การวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ………………………………………………………………… 182 ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ องการวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ…………………………… 187 แนวทางการวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ……………………………………………………….. 188 การประเมนิ ค่าทางสถติ ขิ องอุบตั เิ หตุ………………………………………………… 196 สรปุ …………………………………………………………………..……………….. 200 แบบฝึกหดั ……………………………………………………………………………. 202 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 203 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 4……………………………………………………………. 205 บทท่ี 4 สุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน…………………………………… 207 แนวคดิ เกย่ี วกบั สขุ ภาพและความปลอดภยั ในการทางาน………………………….. 208 ความหมายของสขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ………………………………… 208 ความสาคญั ของสุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ………………………………… 212 ระบบการคุม้ ครองสขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน ………………. 213 ปัญหาสุขภาพจากการทางาน………………………………………………………… 217 โรคทเ่ี กดิ จากการทางานทม่ี ผี ลต่อสขุ ภาพ…………………………………………… 220 อนั ตรายและการป้องกนั อนั ตรายจากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน………………… 227 ความหมายและความสาคญั ของอุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายสว่ นบุคคล ……………… 241 การเสรมิ สรา้ งสุขภาพและความปลอดภยั ในการทางาน……………………………. 264 สรปุ ……………………………………………………………………………………. 267 แบบฝึกหดั ………………………………………………………………................... 269 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 270 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 5……………………………………………………………. 273 บทท่ี 5 การบรหิ ารงานกฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน…. 275 พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541………………………………….…….. 279 การบรหิ ารงานกฎหมายความปลอดภยั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน…………………………………………………………. 297
(14) สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 5 การบรหิ ารงานกฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน (ตอ่ ) พระราชบญั ญตั ิ เงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537……………………………………………. 319 หน่วยงานภาครฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ ม ในการทางาน………………………………………………………………………….. 324 หน่วยงาน สมาคม และองคก์ รอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………………………………………………… 327 สรปุ …………….……………………………………………………………………… 330 แบบฝึกหดั ……………………………………………………………………………. 332 เอกสารอา้ งองิ ………………………………………………………………………… 333 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 6……………………………………………………………. 335 บทท่ี 6 วศิ วกรรมความปลอดภยั เบอ้ื งตน้ ……………………………………………………. 336 แนวคดิ ของวศิ วกรรมความปลอดภยั ………………………………………………… 338 ความหมายของวศิ วกรรมความปลอดภยั …………………………………………… 339 ความสาคญั ของวศิ วกรรมความปลอดภยั ………………………………………….... 339 ความหมายของการวางผงั โรงงาน…………………………………………………… 342 ความสาคญั ของการวางผงั โรงงาน…………………………………………………… 345 วตั ถุประสงคข์ องการวางผงั โรงงาน………………………………………………….. 346 ประโยชน์ของการวางผงั โรงงาน…………………………………………………….. 349 ขนั้ ตอนการวางผงั โรงงาน……………………………………………………………. 363 ระบบการวางผงั โรงงาน ……………………………………………………………. 369 ความหมายของอคั คภี ยั ………………………………………………………………. 373 องคป์ ระกอบของการเกดิ อคั คภี ยั ……………………………………………………. 374 สาเหตุและผลกระทบจากอคั คภี ยั ……………………………………………………. 377 แหลง่ กาเนิดของอคั คภี ยั …………………………………………………………….. 377 หลกั การและแนวทางป้องกนั อคั คภี ยั ………………………………………………... 380 แผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ………………………………………………………… 401 บทสรปุ ………………………………………………………………………………… 411 แบบฝึกหดั …………………………………………………………………………….. 413
(15) สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 6 วศิ วกรรมความปลอดภยั เบอ้ื งตน้ (ต่อ) เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 414 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 7…………………………………………………………….. 417 บทท่ี 7 การจดั การความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………... 419 แนวคดิ เกย่ี วกบั การจดั การความเสย่ี ง………………………………………………. 419 ความหมายของการจดั การความเสย่ี ง……………………………………………….. 421 การรบั รสู้ มั ผสั ความเสย่ี ง…………………………………………………………….. 423 องคป์ ระกอบรายงานการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง…………………………………. 439 กระบวนการประเมนิ ความเสย่ี ง……………………………………………………… 441 การพฒั นาระบบและขอ้ กาหนดการจดั การความเสย่ี ง……………………………... 443 ขอ้ กาหนดและกระบวนการจดั การความเสย่ี ง………………………………………. 448 การบ่งชอ้ี นั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี ง………………………………………... 455 หลกั เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการประเมนิ และการพจิ ารณาตอบสนองต่อความเสย่ี งอนั ตราย.. 462 กระบวนการจดั การความเสย่ี ง……………………………………………………….. 474 การบาบดั ความเสย่ี ง การเฝ้าระวงั และการทบทวน………………………………… 476 บทสรปุ ………………………………………………………………………………… 480 แบบฝึกหดั …………………………………………………………………………….. 482 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 483 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 8……………………………………………………………. 485 บทท่ี 8 พฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทางาน……………………………………………… 487 แนวคดิ และทฤษฎเี กย่ี วกบั ความปลอดภยั ในการทางาน…………………………... 487 ความหมายของพฤตกิ รรม…………………………………………………………… 488 เป้าหมายและความสาคญั ของการศกึ ษาพฤตกิ รรม………………………………… 490 วธิ กี ารศกึ ษาพฤตกิ รรม………………………………………………………………. 491 องคป์ ระกอบของพฤตกิ รรม………………………………………………………….. 492 ประเภทของพฤตกิ รรม………………………………………………………………. 493
(16) สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 8 พฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทางาน (ต่อ) สงิ่ ทก่ี าหนดพฤตกิ รรมมนุษย…์ ……………………………………………………… 499 ระดบั พฤตกิ รรมและการวดั พฤตกิ รรม……………………………………………….. 501 ทฤษฎเี กย่ี วขอ้ งในการพฒั นาพฤตกิ รรมมนุษย์…………………………………….. 503 ความหมายของพฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทางาน…………………………… 511 พฤตกิ รรมมนุษยเ์ พ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน…………………………………. 514 หลกั การทางพฤตกิ รรมการบรหิ ารเพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน………………. 515 การสง่ เสรมิ พฤตกิ รรมความปลอดภยั ……………………………………………….. 518 รปู แบบการทางานเป็นทมี ทม่ี ผี ลต่อความปลอดภยั ในการทางาน………………….. 527 สแี ละเครอ่ื งหมายเพ่อื ความปลอดภยั ……………………………………………….. 529 บทสรปุ ………………………………………………………………………………… 536 แบบฝึกหดั …………………………………………………………………………….. 538 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 539 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 9 …………………………………………………………... 541 บทท่ี 9 กจิ กรรม 5ส. เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน ................................................... 543 แนวคดิ และความหมายเก่ยี วกบั กจิ กรรม .......................................................... 544 วตั ถุประสงคข์ องการทากจิ กรรม 5ส. …………………………………………….. 545 เป้าหมายองคก์ ารในการจดั ดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. ………………………………. 546 ความสาคญั ของการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. ....................................................... 547 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการดาเนินงานกจิ กรรม 5ส. .................................................... 547 ปัจจยั สาคญั ทม่ี ผี ลต่อความสาเรจ็ ในการทากจิ กรรม 5ส. .................................... 549 ขนั้ ตอนการดาเนินการกจิ กรรม 5ส. ……………………………………………….. 551 องคป์ ระกอบของกจิ กรรม 5ส. ……………………………………………………… 554 สรปุ .................................................................................................................. 578 แบบฝึกหดั .......................................................................................................... 579 เอกสารอา้ งองิ ..................................................................................................... 580
(17) แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 10………………………………………………………….. 581 บทท่ี 10 องคก์ ารอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ……………………………….............. 583 หน่วยงานทม่ี หี น้าท่ี และรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั ความความปลอดภยั และอาชวี อนามยั …………………………………………………………………….... 584 บทบาทของผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………… 590 รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ าร…………………………………………………….. 601 หน่วยงานหลกั และหน่วยงานสนับสนุน ……………………………………………..605 คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน…………………………………………. 607 การส่อื สารเพอ่ื ความปลอดภยั ในการทางาน………………………………………….614 ความหมายของการส่อื สารเพอ่ื ความปลอดภยั ……………………………………….615 วตั ถุประสงคข์ องการส่อื สารเพอ่ื ความปลอดภยั ……………………………………... 615 ความสาคญั ของการส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั …………………………………….... 616 อุปสรรคในการสอ่ื สารเพอ่ื ความปลอดภยั ………………………………………….. 616 สรปุ ……………………………………………………………………………………. 617 แบบฝึกหดั ……………………………………………………………………………. 619 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 620 แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 11…………………………………………………………… 621 บทท่ี 11 ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ………………………………….. 623 วตั ถุประสงคข์ องระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั .………………..624 ความสาคญั ของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั …………………. 625 แนวคดิ มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ……………….. 627 ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก.18001…….. 630 ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO – OSH 2001………… 640 สรปุ ……………………………………………………………………………………. 644 แบบฝึกหดั ……………………………………………………………………………. 646 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………. 647
(18) แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี 12…………………………………………………………… 649 บทท่ี 12 ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม………………………………………………………… 651 ความหมายของการจดั การเชงิ ระบบ…………………………………………………. 653 ระบบ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS)…………………………… 655 มาตรฐานในอนุกรมมาตรฐานการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม ISO 14000…………………. 661 ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001……………………… 670 การจดั ทาระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม ISO 14001…………………………………. 672 แนวคดิ และสาระสาคญั ของระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มตามมาตรฐาน ISO 14001: 2015……………………………………………………………………..680 สรปุ ……………………………………………………………………………………. 686 แบบฝึกหดั …………………………………………………………………………….. 688 เอกสารอา้ งองิ ………………………………………………………………………… 689 เอกสารอา้ งองิ …………………………………………………………………………………. 691 ภาคผนวก…………………………………………………………………………………….. 703 ภาคผนวก ก .................................................................................................................. 704 ภาคผนวก ข ................................................................................................................. 725 ภาคผนวก ค ................................................................................................................. 744 ภาคผนวก ง .................................................................................................................. 762
(19) สารบญั ภาพ ภาพที่ หน้า 1.1 องคป์ ระกอบของงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………………………… 20 1.2 ขอบเขตความสมั พนั ธข์ องงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………… 30 2.1 บทบาทหน้าทข่ี นั้ พน้ื ฐานของผบู้ รหิ ารหรอื ผจู้ ดั การในการบรหิ ารจดั การ………….. 69 2.2 ระดบั ของผบู้ รหิ าร…………………………………………………………………….. 74 2.3 ทกั ษะของผบู้ รหิ าร……………………………………………………………………. 76 2.4 กระบวนการบรหิ ารจดั การ ตามแนวคดิ ของ Luther Gulick และ Lymdall Urwick.. 78 2.5 รปู แบบความปลอดภยั ในองคก์ าร……………………….…………………………... 95 2.6 โครงสรา้ งหน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ………………………………. 103 2.7 วงจร PDCA ในการพฒั นาแผนงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………… 120 3.1 ภาพจาลองการเกดิ อุบตั เิ หตุตามทฤษฎโี ดมโิ น ของ Heinrich……………………… 146 3.2 ปัจจยั ทเ่ี กดิ ความผดิ พลาดของมนุษย…์ ………………………………………………147 3.3 ทฤษฎปี ัจจยั มนุษย…์ …………………………………………………………………. 148 3.4 แบบจาลองของทฤษฎอี ุบตั เิ หตุ/อุบตั กิ ารณ์ของปีเตอรเ์ ซน…………………………. 150 3.5 แบบจาลองของทฤษฎรี ะบาดวทิ ยา………………………………………………….. 152 3.6 แบบจาลองของทฤษฎรี ะบบ………………………………………………………….. 154 3.7 การเกดิ อุบตั เิ หตุทเ่ี กดิ จากสาเหตุพน้ื ฐาน………………….………………………… 158 3.8 การเกดิ อุบตั เิ หตุอนั เน่อื งจากการกระทาทไ่ี มป่ ลอดภยั ………………………………159 3.9 การเกดิ อุบตั เิ หตุอนั เน่อื งจากสภาพการณ์ทไ่ี มป่ ลอดภยั ……………………………. 160 3.10 ตวั อยา่ งแบบฟอรม์ การบนั ทกึ คาใหส้ มั ภาษณ์ของพยานในการสอบสวนอุบตั เิ หตุ.. 178 3.11 ตวั อยา่ งแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู การวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ…………………………………… 194 3.12 แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู การวเิ คราะหอ์ ุบตั เิ หตุ……………………………………………. 195 4.1 โรคทเ่ี กดิ จากการทางานในสถานประกอบการ………………….………………….. 222 4.2 หมวกนิรภยั สาหรบั สวมใส่ป้องกนั อนั ตรายสว่ นบคุ คล……….…………………….. 244 4.3 อุปกรณ์ป้องกนั ตา…………………………………………………………………..... 246 4.4 อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายสว่ นใบหน้า…………………………………………………. 248 4.5 อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายสว่ นหู…………..…………………………………………… 249
(20) สารบญั ภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 4.6 อุปกรณ์ป้องกนั มอื น้วิ มอื และแขน………………………………………………….. 251 4.7 อุปกรณ์ป้องกนั เทา้ และขา……………………………………………………………. 254 4.8 ชนดิ ของหน้ากากครอบป้องกนั ส่วนใบหน้า…………………………………………. 259 4.9 อุปกรณ์ป้องกนั พเิ ศษทใ่ี ชง้ านเฉพาะ………………………………………………… 262 6.1 ทฤษฎภี เู ขาน้าแขง็ เกย่ี วกบั ค่าใชจ้ ่ายทเ่ี กดิ จากการเกดิ อุบตั เิ หตุ……..……………. 341 6.2 เหตุการณ์การเกดิ อุบตั เิ หตุเน่อื งจากวศิ วกรรมการก่อสรา้ ง………………………… 342 6.3 ทางหนไี ฟ และไฟฉุกเฉินทางเดนิ ชอ่ งหนีไฟ…………..……………………………. 353 6.4 ตวั อยา่ งการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม………………………………………….. 355 6.5 องคป์ ระกอบสาคญั ของการขนถ่ายวสั ดุ……………………………………………... 356 6.6 หลกั การจดั วางผงั โรงงานเพอ่ื ความปลอดภยั ในโรงงาน…………………………..... 359 6.7 การตดิ ตงั้ ไฟฉุกเฉินในสถานประกอบการ…………………………………………… 362 6.8 การวางผงั โรงงานแบบตามกระบวนการผลติ ……………………………………….. 370 6.9 การวางผงั โรงงานตามชนดิ ของผลติ ภณั ฑ…์ ……………………………………….. 371 6.10 แสดงลกั ษณะการแปรสภาพการผลติ สนิ คา้ แบบผสม……………………………… 372 6.11 แสดงการวางผงั โรงงานแบบชน้ิ งานอยกู่ บั ท่…ี ……………………………………. 373 6.12 องคป์ ระกอบของการเกดิ ไฟ………………………………………………………… 375 6.13 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทเอ………………………………………………….. 382 6.14 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทบ…ี ………………………………………………... 383 6.15 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทซ…ี ……………………………………………….. 383 6.16 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทด…ี ……………………………………………….. 384 6.17 การแสดงสญั ลกั ษณ์ไฟประเภทเค…………………………………………………. 384 6.18 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดกรดโซดา………………………………………………………. 385 6.19 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนดิ ฟองโฟม……………………………………………………….. 386 6.20 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนดิ ฟองโฟม……………………………………………………….. 386 6.21 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดห์ รอื ซโี อทู…………………………… 387 6.22 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนิดผงเคมแี หง้ ……………………………………………………… 388
(21) สารบญั ภาพ (ต่อ) ภาพท่ี หน้า 6.23 เครอ่ื งดบั เพลงิ ชนดิ น้ายาเหลวระเหยฮาโลตรอน………………………………….. 388 6.24 ถงั ดบั เพลงิ เอนกประสงคแ์ หง้ ………………………………………………………. 389 6.25 มาตรวดั เครอ่ื งดบั เพลงิ ……………………………………………………………… 393 6.26 การตดิ ตงั้ เครอ่ื งดบั เพลงิ ……………………………………………………………. 394 6.27 การออกแบบทางดา้ นสถาปัตยกรรมกบั การป้องกนั อคั คภี ยั ……………………… 397 6.28 ขนั้ ตอนการเกดิ ไฟซง่ึ จะเป็นตวั กาหนดอุปกรณ์ตรวจจบั ของไฟ………………….. 398 6.29 แสดงอุปกรณ์ระบบสญั ญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม…้ …………………………………. 401 7.1 กระบวนการรบั ร…ู้ …………………………………………………………………… 425 7.2 องคป์ ระกอบของการสอ่ื สารความเสย่ี ง……………………………………………… 429 7.3 ขนั้ ตอนพน้ื ฐานของการประเมนิ ความเสย่ี ง…………………………………………. 443 7.4 ภาพรวมระบบการจดั การความเสย่ี ง………………………………………………… 448 7.5 กรอบการบรหิ ารความเสย่ี ง………………………………………………………….. 451 7.6 กระบวนการจดั การความเสย่ี ง……………………………………………………….. 475 7.7 กระบวนการบาบดั ความเสย่ี ง………………………………………………………… 477 8.1 ปิรามดิ แสดงลาดบั ขนั้ ความตอ้ งการของมาสโลว์…………………………………… 498 8.2 การวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมความปลอดภยั ตามแนวคดิ ของสกนิ เนอร…์ …………….... 505 8.3 ตวั อยา่ งการแสดงเครอ่ื งหมายเสรมิ เพ่อื ความปลอดภยั ……………………………. 533 8.4 แสดงเครอ่ื งหมายเสรมิ ไวใ้ ตเ้ ครอ่ื งหมายเพอ่ื ความปลอดภยั ………………………. 534 9.1 ขนั้ ตอนการดาเนินการกจิ กรรม 5 ส. ................................................................... 553 9.2 หลกั การของสะสาง ............................................................................................ 556 9.3 การขจดั สงิ่ ของทไ่ี มใ่ ชแ้ ลว้ มาจดั ใหเ้ ป็นหมวดหมแู่ ละมรี ะเบยี บเรยี บรอ้ ย ............... 557 9.4 ส. สะดวกงา่ ยต่อการใชง้ านเกย่ี วกบั เอกสารต่าง ๆ .............................................. 559 9.5 ส. สะอาดดงู ามตาเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย .............................................................. 560 9.6 ส. สุขลกั ษณะสถานทท่ี างานหน้าอยู่ .................................................................... 592 9.7 การทากจิ กรรม 5ส ใหป้ ระสบความสาเรจ็ …………………………………………… 575 10.1 รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ รตามแนวดงิ่ ………………………………………... 602
(22) 10.2 รปู แบบการจดั โครงสรา้ งองคก์ รตามแนวนอน……………………………………... 603 10.3 การจดั รปู แบบโครงสรา้ งองคก์ ารแบบผสมผสาน…………………………............. 604 11.1 รปู แบบมาตรฐานอุตสาหกรรม 18001 – 2542……………………………………. 632 11.2 ขนั้ ตอนการพฒั นาระบบ มอก.18001…………………………………………….... 635 12.1 วงจรของการจดั การเชงิ ระบบของ Deming………………………………………… 654 12.2 วงจรของระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม ISO 14001………………………………… 660 12.3 สญั ลกั ษณ์ของฉลากผลติ ภณั ฑป์ ระเภทต่างๆ……………………………………… 667 12.4 ตวั อยา่ งฉลากสงิ่ แวดลอ้ มประเภทท่ี 2 ทม่ี ใี ชใ้ นประเทศไทย……………………… 667 12.5 ตวั อยา่ งฉลากเขยี วทม่ี ใี ชใ้ นประเทศไทย…………………………………………… 668 12.6 วงจรของขอ้ กาหนดของระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม ISO 14001………………... 672 12.7 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวงจร PDCA กบั ขอ้ กาหนดมาตรฐาน ISO 14001: 2015…. 682
(23) สารบญั ตาราง ตารางท่ี หน้า 2.1 บทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานการจดั องคก์ ารบรหิ ารงาน ดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ..………………………………………………. 99 3.1 จานวนลกู จา้ งทป่ี ระสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยเน่อื งจากการทางานจาแนกตาม ความรุนแรง ปี 2549 - 2558 ………………………………………………………... 143 3.2 จงั หวดั ทม่ี อี ตั ราการประสบอนั ตรายในการทางานของลกู จา้ ง..…………...…………144 3.3 จานวนการประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยเน่อื งจากการทางาน จาแนกตามสาเหตุท่ี ประสบอนั ตราย ..…………………………………………………………………….. 162 3.4 จานวนการประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยอนั เน่อื งจากการทางาน จาแนกตามสง่ิ ทท่ี า ใหป้ ระสบอนั ตราย.……………………………………………………...................... 163 3.5 จานวนการประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยอนั เน่อื งจากการทางาน จาแนกตาม อวยั วะทไ่ี ดร้ บั อนั ตราย......................................................................................... 164 3.5 การประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วยอนั เน่อื งจากการทางาน จาแนกตามผลของการ ประสบอนั ตราย................................................................................................... 165 3.6 สาเหตุของการเกดิ อุบตั เิ หตุ………………………………………………………….. 183 3.7 แสดงจานวนวนั ทางานสญู เสยี ……………………………………………………….. 198 4.1 การกาหนดมาตรฐานความดงั ของเสยี ง…………………………………………….. 229 4.2 ชนดิ ของรองเทา้ นิรภยั ตามความสามารถในการรบั แรงอดั และแรงกระแทก..……… 252 4.3 สว่ นกรองอากาศสาหรบั กรองก๊าซ และไอระเหยตามมาตรฐาน..………….............. 258 6.1 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดี และขอ้ เสยี ของการวางผงั โรงงานแบบตามกระบวนการผลติ .. 370 6.2 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดี และขอ้ เสยี ของการวางผงั โรงงานแบบตามชนิดผลติ ภณั ฑ์.... 372 6.3 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดี และขอ้ เสยี ของการวางผงั โรงงานแบบชน้ิ งานอยกู่ บั ท่.ี .…….. 373 6.4 แหลง่ เกดิ เพลงิ ไหม.้ .………………………………………………………………….. 380 6.5 การสงั เกตสขี องกลมุ่ ควนั ทบ่ี ่งบอกถงึ ประเภทและชนิดของเชอ้ื เพลงิ ทล่ี กุ ไหม.้ .…... 382 6.6 การแสดงชนิด/ประเภทของถงั ดบั เพลงิ .……………………………………………... 389 6.7 วธิ ใี ชเ้ ครอ่ื งดบั เพลงิ แบบมอื ถอื ..…………………………………………………….. 392
(24) สารบญั ตาราง (ต่อ) 7.1 ลกั ษณะ (Characteristics) หรอื พารามเิ ตอร์ (Parameter) ทส่ี มั พนั ธก์ บั ปัจจยั การ ยอมรบั ความเสย่ี ง “กลวั /ไมก่ ลวั ” และ “ร/ู้ ไม่ร”ู้ ……………………………………… 428 7.2 บญั ชที า้ ยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ. 2542) เรอ่ื ง มาตรการ คุม้ ครองความปลอดภยั ในการดาเนินงาน.............................................................. 438 7.3 การจดั ทาบญั ชรี ายการสงิ่ ทเ่ี ป็นความเสย่ี งและอนั ตราย……………………………. 440 7.4 ความรนุ แรงของเหตุการณ์ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อบุคคล ชมุ ชน ทรพั ยส์ นิ และสงิ่ แวดลอ้ ม ………………………………………………………………………. 457 7.5 ระดบั ความรุนแรงของเหตุการณ์ต่างๆ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อชุมชน…………………….457 7.6 ระดบั ความรุนแรงของเหตุการณ์ต่างๆ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อทส่ี ง่ ผลกระทบ ต่อสงิ่ แวดลอ้ ม .………………………………………………………………………. 458 7.7 ระดบั ความรุนแรงของเหตุการณ์ต่างๆ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อทส่ี ่งผลกระทบ ต่อทรพั ยส์ นิ …………………………………………………………………………. 458 7.8 จดั ระดบั ความเสย่ี ง 4 ระดบั ..……………………………………………………….. 459 7.9 หลกั เกณฑป์ ระเมนิ ระดบั ความเสย่ี งในการทางาน .………………………………... 462 7.10 พจิ ารณาจากโอกาสในการเกดิ อนั ตราย .…………………………………………. 462 7.11 การพจิ ารณาจากระดบั ความรนุ แรงของการเกดิ อนั ตราย ..………………………. 463 7.12 หลกั เกณฑใ์ นการตอบสนองต่อความเสย่ี งระดบั ต่าง ๆ .…………………………. 463 7.13 แบบฟอรม์ การชบ้ี ่งอนั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี งดว้ ยวธิ กี าร Checklist.….. 466 7.14 แบบฟอรม์ การชบ้ี ง่ อนั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี งดว้ ยวธิ ี What if Analysis..467 7.15 แบบฟอรม์ การชบ้ี ง่ อนั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี งดว้ ยวธิ ี FMEA………….. 468 7.16 แบบฟอรม์ การชบ้ี ่งอนั ตรายและการประเมนิ ความเสย่ี งดว้ ยวธิ ี HAZOP………… 469 7.17 แบบฟอรม์ การจดั ทาแผนงานควบคุมความเสย่ี ง………………………………….. 471 7.18 แบบฟอรม์ การจดั ทาแผนงานลดความเสย่ี ง……………………………………….. 472 8.1 การกระตุน้ ดว้ ยการเสรมิ แรงและการลงโทษ .……………………………………… 507 8.2 ปัจจยั ทม่ี ผี ลกระทบต่อการรบั รถู้ งึ ความปลอดภยั ในการทางาน …………………... 527 8.3 รปู แบบของผนู้ าดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน.………………………………..... 529
(25) สารบญั ตาราง (ต่อ) 8.4 แสดงสแี ละเครอ่ื งหมายแสดงความปลอดภยั ..……………………………………… 530 8.5 รปู แบบของผนู้ าดา้ นความปลอดภยั ในการทางาน.…………………………………. 531 8.6 ตวั อยา่ งเครอ่ื งหมายเพ่อื ความปลอดภยั และความหมาย..…………………………. 535 9.1 สรปุ ความหมายและกจิ กรรม 5ส.เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน ……………….. 555 10.1 บทบาทของผบู้ รหิ ารในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ……………….... 592 10.2 การเปรยี บเทยี บขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ยของการจดั องคก์ รในรปู แบบแนวดง่ิ และแนวนอน...................................................................................................... 604 10.3 องคป์ ระกอบของคณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ..……………………… 608 10.4 สรปุ วธิ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งในการจดั ตงั้ คณะกรรมการ - ความปลอดภยั ..……………………………………………………………………… 612 11.1 มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ..……………………. 626
1 แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 1 ความร้เู บอื้ งต้นเก่ียวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั หวั ข้อเนื้อหา 1. แนวคดิ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 2. ความเป็นมา ของงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 3. ความหมาย และความสาคญั ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 3. วตั ถุประสงค์ และประโยชน์ของความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 4. เป้าหมาย และขอบเขตของงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 5. บุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 6. หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในประเทศไทย 7. หน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ระหว่างประเทศ 8. สรปุ 9. แบบฝึกหดั 10. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เมอ่ื เรยี นบทเรยี นน้แี ลว้ นกั ศกึ ษาสามารถ 1. อธบิ ายแนวคดิ ความเป็นมา พฒั นาการ ความหมาย และความสาคญั ของความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ได้ 2. อธบิ ายถงึ หลกั การ วตั ถุประสงค์ องคป์ ระกอบ และประโยชน์ของความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั ได้ 3. อธบิ ายถงึ เป้าหมาย และขอบเขตงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ได้ 4. บอกถงึ หน่วยงานในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทงั้ บุคลากรทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั งาน ดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ทาแบบประเมนิ ผลตนเองก่อนเรยี น (แบบทดสอบก่อนเรยี น) 2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย/นาเสนอกจิ กรรมกลมุ่ หน้าชนั้ 3. บรรยายประกอบการเรยี นการสอนดว้ ยโปรแกรม Power-Point 4. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 5. ฝึกทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิ
2 ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารคาสอนรายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม 2. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ 3. กรณศี กึ ษา/ใบงาน 4. ส่อื ภาพประกอบและโปรแกรม Power-Point 5. วดี ทิ ศั น์ การวดั ผลและประเมินผล 1. ประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น 2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมมอบหมาย 3. ประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยบท 4. แบบสงั เกต 5. ประเมนิ ผลแบบทดสอบประจาภาคการศกึ ษา
3 บทท่ี 1 ความร้เู บอื้ งต้นเก่ียวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั มนุษยเ์ ราทกุ คนเกดิ มายอ่ มตอ้ งการความปลอดภยั ทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คม การ ประกอบอาชพี ของมนุษยท์ ุกอาชพี ทุกระดบั ตาแหน่งงาน บุคคลส่วนใหญ่จะประกอบอาชพี ใน ลกั ษณะกจิ กรรมมากมายจากทง่ี า่ ย ๆ ไปจนถงึ กจิ กรรมทย่ี ากลาบาก ซบั ซอ้ นหลายขนั้ ตอน ซง่ึ โดยเฉล่ยี จะทางานในสถานท่ที างานมากกว่าการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมอ่นื ๆ ในแต่ละวนั อย่างน้อย แปดชวั่ โมงต่อวนั โอกาสในการท่ีจะสัมผัสกับส่ิงแวดล้อมในการทางานทางกายภาพ และ ชวี ภาพ ทแ่ี ตกต่างกนั มคี วามมากน้อยไม่เท่ากนั ซง่ึ อาจเป็นปัจจยั พน้ื ฐานของการเกดิ ความไม่ ปลอดภยั ทงั้ อุบตั เิ หตุ และเจบ็ ป่วยอนั เกดิ จากการทางาน ไม่ว่าจะเป็นเคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร และ อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทางาน ระบบไฟฟ้า การขนส่ง หรอื ขนถ่ายสนิ ค้า แสงสว่าง เสยี งดงั ความ รอ้ น ความเยน็ ฝ่ ุนละออง กลน่ิ สี สารเคมี รงั สี โรคต่าง ๆ ท่เี กดิ จากการทางาน ตลอดจน ความเก่ียวข้องสัมพันธ์กันระหว่างผู้บังคับบัญชา เพ่ือนร่วมงาน และลูกค้า เป็ นต้น สภาพแวดลอ้ มในการทางานเหล่าน้ีล้วนแลว้ แต่ทาใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อสุขภาพ อนามยั ของผู้ ประกอบอาชพี ทงั้ สน้ิ ซง่ึ หลายอุตสาหกรรมการผลติ ทงั้ อุตสาหกรรมหนัก ไปจนถงึ อุตสาหกรรม เบา ทม่ี รี ะบบเครอ่ื งจกั รกลในการผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารยอ่ มอาจก่อใหเ้ กดิ ความไม่ปลอดภยั ทงั้ ดา้ นเครอ่ื งจกั ร และสขุ ภาพอนามยั ทงั้ สน้ิ หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องกับระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถาน ประกอบการหากไม่จดั ระบบการป้องกนั ใหถ้ ูกต้องตามมาตรฐาน และไมต่ ระหนกั ถงึ ผลกระทบ เกย่ี วกบั อนั ตรายจากการทางานท่จี ะเกดิ ต่อชวี ติ ของบุคลากรในหน่วยงาน และค่าใชจ้ า่ ยต่าง ๆ ท่จี ะเกดิ ขน้ึ ก็จะทาให้เกดิ ความเสยี หาย ดังจะเหน็ ได้จากตวั อย่าง โรงงานผลติ และประกอบ ชน้ิ ส่วนอเิ ลค็ ทรอนิคส์ ซ่งึ มผี ลกระทบอย่างชดั เจนท่มี ลี ูกจา้ งในโรงงานท่มี ลี ูกจา้ งไม่ไดร้ บั การ อบรมเก่ียวกับเคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื ในการทางานท่ถี ูกต้อง ประกอบกับเคร่อื งจกั รไม่มกี าร ควบคุมจากผู้ท่มี คี วามรู้โดยตรง และเคร่อื งจกั รมอี ุปกรณ์ป้องกนั ท่ไี ม่ถูกต้องตามมาตรฐาน ความปลอดภยั ทาให้มคี วามเสย่ี งทจ่ี ะเกดิ อุบตั เิ หตุได้ เช่น เคร่อื งจกั รหนีบ หมุน ตดั และทบั ทาใหไ้ ดร้ บั บาดเจบ็ สญู เสยี อวยั วะต่าง ๆ ของร่างกาย ไดแ้ ก่ น้ิว แขน ขา เทา้ และดวงตา เป็น ต้น ยงั มอี กี กรณขี องโรงงานผลติ หลอดไฟครสิ ตม์ าสซง่ึ ใชเ้ มด็ พลาสตกิ หลอมในการผลติ ขน้ึ รปู พลาสตกิ เป็นการต์ ูนต่าง ๆ จะมกี ลนิ่ สเี ม็ดพลาสตกิ เม่อื ลูกจา้ งสูดดมเขา้ ไปมากจะทาให้เย่อื บุ จมกู อกั เสบ กลายเป็นโรคภูมแิ พ้ ประกอบกบั มฝี ่ นุ ละอองฟุ้งกระจายทาให้พนักงานไอคอแห้ง ระคายเคืองมผี ลถึงปอดมีปัญหา รวมทงั้ สารตะกวั่ ท่ีเกิดข้นึ ในกรณีท่ีมกี ารเช่อื มแผ่นวงจร อิเล็กทรอนิคส์ ถึงแม้ว่าปัจจุบนั ได้มกี ฎหมายในการควบคุมตงั้ แต่ผู้ผลติ วสั ดุอุปกรณ์ต้นทาง เก่ยี วกบั การหา้ มใชส้ ารเคมที เ่ี ป็นอนั ตรายต่อมนุษยก์ ต็ ามเม่อื ระยะ เวลาไมน่ านอาการกร็ นุ แรง
4 มากขน้ึ หากยงั มกี ารกระทาในลกั ษณะดงั กล่าวซง่ึ ถือว่าเป็นโรคอนั เน่ืองมาจากการทางานท่ี เรอ้ื รงั จนไม่สามารถรกั ษาไดอ้ าจถงึ แก่ชวี ติ ได้ในท่สี ุด ระบบการจดั การความปลอดภยั อาชวี - อนามยั ในโรงหรอื สถานปะกอบการไม่เพยี งแต่จดั เตรยี มอุปกรณ์ เคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื หรอื สภาพแวดลอ้ มให้พนกั งานเท่านนั้ แต่จะตอ้ งใหก้ ารอบรมพฒั นาปรบั เปลย่ี นทศั นคตใิ หม้ คี วาม ตระหนกั รเู้ กย่ี วกบั อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ในการทางานดว้ ย แนวคิดเก่ียวกบั ความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การจดั สภาพแวดลอ้ ม ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการทางาน ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ต้องให้ความสาคญั เป็นอย่างยง่ิ โดยมกี ารกาหนดนโยบาย ผู้รบั ผดิ ชอบอย่างชดั เจน เพ่อื ให้ ผบู้ รหิ ารทุกระดบั หวั หน้างาน และพนักงานแต่ละแผนก แต่ละฝ่ ายไดม้ แี นวทางปฏบิ ตั ริ ่วมกนั ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ ใหเ้ กดิ สุขภาพแขง็ แรง และอนามยั ทด่ี ใี นการทางาน ให้สามารถสร้างผลผลติ ท่ไี ด้คุณภาพต่อองค์การ โดยเรมิ่ ตงั้ แต่ระดบั ผู้อานวยการ ผู้จดั การ และ หวั หน้างาน ให้มหี น้าท่กี ากบั ดูแล ดาเนินการวางแผน จดั หน่วยงาน กาหนดบทบาท หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบให้เหมาะสม เปิดโอกาสให้ลูกจา้ งหรอื พนักงานมสี ่วนร่วมในการแสดง ความคดิ เหน็ ผา่ นตวั แทนลกู จา้ ง รวมทงั้ การส่อื สารใหก้ บั ลกู จา้ งทกุ คนไดเ้ ขา้ ใจ เพ่อื ใหเ้ กิดความ ร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย และอาชีวอนามยั ของทัง้ ลูกจ้าง ผปู้ ฏบิ ตั งิ านและฝ่ายบรหิ าร ใหส้ อดคลอ้ งเป็นไปตามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของกฎหมายในการ ทางานของสถานประกอบการ ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางาน และมีการดาเนินการปรับปรุงอย่างต่อเน่ือง หากสถาน ประกอบการมรี ะบบความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทด่ี ี แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ลกั ษณะของงานมผี ล ต่อสขุ ภาพ รา่ งกาย และจติ ใจของผปู้ ฏบิ ตั งิ านทจ่ี ะสรา้ งขวญั กาลงั ใจ ในทางตรงกนั ขา้ ม สุขภาพ ร่างกาย และจติ ใจของลกู จา้ งผปู้ ฏบิ ตั งิ านกม็ ผี ลต่อการทางานเช่นเดยี วกนั ดงั นนั้ ผทู้ ม่ี สี ุขภาพ ร่างกาย และจติ ใจท่สี มบูรณ์ย่อมสามารถทางานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพมากกว่าผู้ท่สี ุขภาพ รา่ งกายทอ่ี ่อนแอ ทงั้ น้ี ใหเ้ ป็นไปตาม มาตรา 6 ใหน้ ายจา้ งมหี น้าทจ่ี ดั และดแู ลสถานประกอบกจิ การและ ลูกจ้างให้มีสภาพการปฏิบตั ิงาน และสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานท่ีปลอดภยั และถูก สขุ ลกั ษณะ รวมทงั้ ส่งเสรมิ สนบั สนุน การปฏบิ ตั งิ านของลกู จา้ งมใิ หล้ ูกจา้ งไดร้ บั อนั ตรายต่อชวี ติ ร่างกาย จติ ใจ และสุขภาพอนามยั ให้ลูกจ้างมหี น้าท่ใี ห้ความร่วมมอื กบั นายจ้างในการ ดาเนินการและส่งเสรมิ ดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการปฏบิ ตั งิ าน เพ่ือให้เกิดความปลอดภยั แก่ลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ แนวคิดของงานด้านความ ปลอดภยั และ อาชวี อนามยั จงึ มลี กั ษณะต่าง ๆ ดงั น้ี
5 1. เพ่ือให้บุคลากรผู้ปฏิบตั ิงานปราศจากอุบตั ิเหตุอันตราย บาดเจ็บ และเจ็บป่ วย อนั เน่ืองจากการทางาน ด้วยการจดั ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการ ทางานทเ่ี ป็นระบบตามมาตรฐานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั 2. ระบบมาตรฐานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเป็น สิ่งท่ีช่วยให้องค์การสามารถลดอุบัติเหตุ และการเจ็บป่ วยอันเน่ืองมาจากการทางานของ บุคลากรในองคก์ าร และเกิดความปลอดภยั เชงิ ระบบนาไปสู่การจดั การความเส่ยี งในการเกดิ อุบตั เิ หตุ รวมทงั้ สามารถทาใหอ้ งคก์ ารได้มรี ะบบการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางานทไ่ี ดม้ าตรฐานสากลเป็นทย่ี อมรบั ขององคก์ ารภายนอกได้ 3. การให้ความสาคัญกับคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงนับว่าเป็นทรพั ยากรอัน ก่อใหเ้ กดิ มลู ค่าทม่ี คี วามสาคญั ท่สี ุดทางการบรหิ ารองค์การในด้านการบรหิ ารจดั การดา้ นความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั ของพนกั งาน จงึ ตอ้ งมกี ารจดั ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อ นามยั ในการทางานเพ่อื ใหพ้ นกั งานมสี ขุ ภาพทด่ี เี พ่อื สรา้ งมลู ค่าในการเพม่ิ ผลผลติ ใหก้ บั องคก์ าร 4. ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงานและกฎหมายความปลอดภยั และอาชวี อนา- มยั ในการทางาน และให้เป็นไปข้อตกลงขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และองค์การ อนามยั โลก รวมทงั้ ทาใหเ้ กดิ หลกั ความเป็นธรรมและมนุษยธรรม 5. เป็นความรบั ผิดชอบของนายจ้างหรอื ฝ่ ายจดั การของสถานประกอบการท่ตี ้องมี ดาเนินธุรกจิ ภายใต้ความมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมต่อเพ่อื นมนุษยแ์ ละเหน็ ถงึ ความเป็นมนุษยชาติ และใหเ้ ป็นทย่ี อมรบั อยา่ งสากล ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เป็นสงิ่ ทน่ี ายจา้ งตอ้ งตระหนักถงึ คุณค่าของทรพั ยากร- มนุษย์ ผูม้ สี ุขภาพอนามยั ทแ่ี ขง็ แรง ปราศจากการบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วย ย่อมเป็นความโชคดี ของผู้ปฏบิ ตั ิงานและรวมถึงการสะท้อนถึงการบรหิ ารจดั การองค์การโดยองค์รวมท่สี ามารถ ดาเนินงานไดด้ ว้ ยความราบรน่ื และเป็นทย่ี อมรบั ของบคุ คลภายนอกได้ ความเป็นมาของงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตงั้ แต่อดตี จนถงึ ปัจจบุ นั มพี ฒั นาการมาเป็นลาดบั ตามการเปล่ยี นแปลงท่เี กดิ ข้นึ นับตงั้ แต่ ยุคก่อนการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรม ในขณะนัน้ ไม่ค่อยมี เครอ่ื งจกั รกลท่ที นั สมยั และกระบวนการผลติ ไม่ซบั ซอ้ น รวมทงั้ การใชส้ ารเคมอี นั ตรายต่าง ๆ ก็ยงั มไี ม่มากนัก การผลิตส่วนใหญ่จะเป็นการใชแ้ รงงานคนในครวั เรอื นมากกว่าจงึ ทาใหก้ าร บาดเจบ็ พกิ ารหรอื การเจบ็ ป่ วยท่ไี ม่รุนแรงนัก แต่ในปัจจุบนั มกี ารนาเทคโนโลยเี ขา้ มาใช้ใน อุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร พาณิชยกรรม และเกษตรกรรม ดว้ ยรปู แบบการผลติ ทใ่ี หม่ ๆ มีการสร้าง ประดิษฐ์คิดค้นเคร่ืองจักรกลท่ีสามารถนามาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตท่ีมี
6 ประสิทธภิ าพสูงมาก ทาให้งานความปลอดภัยและอาชวี อนามยั มกี ารพฒั นาอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้ทันต่อการพฒั นาเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึน ซ่ึงจะกล่าวถึงความเป็นมาของงานความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทม่ี พี ฒั นาการมาเร่อื ย ๆ ทงั้ ในต่างประเทศและในประเทศไทยตงั้ แต่ อดตี จนถงึ ปัจจบุ นั World Health Organization Geneva. (1998) ดงั น้ี 1. ความเป็นมาของงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในต่างประเทศ แรกเรมิ่ ในงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในต่างประเทศนนั้ เรมิ่ ขน้ึ มานาน นบั เป็นศตวรรษแลว้ ในยคุ ก่อนการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมใน ค.ศ.1800 นนั้ การเกดิ อนั ตราย ต่าง ๆ จากการทางานของคนงานมนี ้อย เน่ืองจากการประกอบอาชพี การทางานจะมลี กั ษณะงานท่ี อาศยั ทรพั ยากรธรรมชาตเิ ป็นส่วนใหญ่ เช่น เกษตรกรรม เลย้ี งสตั ว์ และงานดา้ นอุตสาหกรรม การผลิตยังมีน้อยท่ีเป็ นอุตสาหกรรมในครัวเรือนเป็ นส่วนใหญ่ ซ่ึงลักษณะการทางาน กระบวนการผลติ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการผลติ ไมซ่ บั ซอ้ นมากนกั ส่วนงานในอุตสาหกรรม หนักทม่ี อี นั ตราย เช่น เหมอื งแร่ กจ็ ะใชแ้ รงงานจาพวกทาสและนกั โทษ จงึ ทาใหน้ ายจา้ งไม่ได้ สนใจเก่ยี วกบั เร่อื งการดูแลความปลอดภยั และสุขภาพอนามยั ในการทางานของคนงาน ถงึ จะ ไดร้ บั บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วย กถ็ อื ว่าเป็นการลงโทษแรงงาน ในขณะนนั้ เน่ืองจากการบรกิ ารทาง แพทยแ์ ละการรกั ษาพยาบาลในสมยั นนั้ ยงั ไม่มคี วามเจรญิ ทาใหก้ ารบาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยดว้ ย โรคจากการทางานต่าง ๆ ถึงแมว้ ่าจะไม่รุนแรง หากแต่ไม่ได้รบั การวนิ ิจฉัยและรกั ษาอย่าง ถูกต้อง จะนาไปส่กู ารเจบ็ ป่วยทเ่ี รอ้ื รงั และรุนแรงยงิ่ ขน้ึ จะเหน็ ในระยะต่อมาภายหลงั ไดม้ กี าร ปฏวิ ตั ิอุตสาหกรรม จงึ มกี ารพฒั นางานทางด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มาเร่อื ยเป็น ลาดบั โดยมคี วามเป็นมาสาคญั โดยสงั เขป ดงั น้ี 1.1 ประเทศองั กฤษ งานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในยคุ ก่อนการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมองั กฤษเป็น ผนู้ าในการปฏวิ ตั เิ กษตรกรรม (Agricultural Revolution) โดยนาความรทู้ าง วทิ ยาศาสตรม์ า ปรบั ปรงุ การเกษตรใหพ้ ฒั นาขน้ึ โดยในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 16 ประมาณ ก่อนครสิ ตศกั ราช จะเหน็ ไดว้ ่างานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไดเ้ รมิ่ ขน้ึ โดย ฮปิ โปรเครตสิ (Hippocrates) ไดศ้ กึ ษาและบนั ทกึ เกย่ี วกบั โรคต่าง ๆ รวมทงั้ โรคทเ่ี กดิ จากการทางาน เช่น โรค พษิ ตะกวั่ ในกลุ่มผปู้ ฏบิ ตั งิ านเหมอื งแร่ ในปี ค.ศ. 1700 เบอรน์ าดโิ น แรมมสั ซนิ ี (Bernadino Ramazzini) แพทยช์ าวอติ า- เลยี น ไดร้ บั การยกยอ่ งว่าเป็นบดิ าแห่งวงการอาชวี เวชศาสตร์ ไดพ้ มิ พห์ นังสอื โรคทเ่ี กดิ จากการ ทางาน ขน้ึ ซง่ึ ไดอ้ ธบิ ายเกย่ี วกบั โรคทเ่ี กดิ จากการทางานทค่ี นงานแทบทุกอาชพี ทม่ี ใี นสมยั นัน้ รวมทัง้ ได้เสนอแนะมาตรการในการป้ องกันอันตรายท่ีเกิดจากการทางานอุตสาหกรรม (Industrial Hazard)
7 ใน ค.ศ. 1714 - ค.ศ. 1788 : เพอซวิ ลั พอท (Percivall Pott) ศลั ยแพทย์ โรงพยาบาลเซนตม์ าโซโลบวั ในกรงุ ลอนดอน ไดค้ น้ พบปัญหาเกย่ี วกบั ความไมป่ ลอดภยั ในการ ทางาน เชน่ ไสเ้ ลอ่ื น การบวมน้าทถ่ี ุงอณั ฑะ การบาดเจบ็ ทศ่ี รี ษะ และอมั พาต ซง่ึ เกดิ จากความ ผดิ ปกตขิ องกระดกู สนั หลงั เป็นต้น และไดอ้ ธบิ ายถงึ โรคมะเรง็ ท่เี กดิ จากการทางาน ในปี ค.ศ. 1775 เขาไดพ้ บวา่ คนงานทท่ี าความสะอาดปล่องไฟเป็นมะเรง็ ทอ่ี ณั ฑะกนั มาก และไดร้ ะบุว่ามี สาเหตุเกดิ จากเขม่า (Soot) ท่คี นงานสมั ผสั ขณะปฏบิ ตั งิ าน ดงั นัน้ ในปี ค.ศ. 1788 รฐั บาล ประเทศองั กฤษไดอ้ อกพระราชบญั ญตั ผิ ทู้ ท่ี าอาชพี ทาความสะอาดปล่องไฟ ค.ศ. 1795 – ค.ศ. 1833 : ชารล์ ส์ เทอเนอร์ แทครา่ (Charles Turner Thackrah) แพทย์ชาวอังกฤษได้อุทิศชีวิตให้กับงานศึกษาและป้องกันอันตรายและโรคท่เี กิดจากการ ทางาน ซง่ึ ต่อมาชารล์ ส์ เทอเนอร์ แทครา่ (Charles Turner Thackrah)ไดเ้ ขยี นบทความพมิ พ์ ลงในหนงั สอื เกย่ี วกบั เวชศาสตรอ์ ุตสาหกรรม ซง่ึ มคี วามหนา 280 หน้า บุคคลสาขาอาชพี ต่างๆ ทงั้ นกั การเมอื งและแพทยไ์ ดใ้ หค้ วามสนใจงานเขยี นของเขาทาใหป้ ัญหาต่างๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการ ทางานไดร้ บั ความสนใจเป็นอยา่ งมาก และไดถ้ ูกกระตุ้นจนไดอ้ อกมาเป็นกฎหมายรบั รองในการ แกไ้ ขปัญหาโรคจากการทางาน ในศตวรรษท่ี 18 อุตสาหกรรมขยายตวั อย่างรวดเรว็ โดยโรงงานปัน่ ดา้ ย และทอผา้ ขนาดใหญ่พฒั นามาจากอุตสาหกรรมระดบั ครวั เรอื น ทาใหต้ อ้ งการใชแ้ รงงานจานวนมาก จงึ ทา ใหเ้ ดก็ ยากจนและเดก็ กาพรา้ ตอ้ งมาทางานเป็นแรงงานทไ่ี มถ่ กู ตอ้ งนกั ค.ศ. 1878 ประเทศองั กฤษไดต้ ราพระราชบญั ญตั โิ รงงานทส่ี มบูรณ์แบบฉบบั แรก ขน้ึ และประเทศอ่นื ๆ ก็ไดต้ ราและพัฒนากฎหมายคุม้ ครองแรงงานโดยอาศัยพระราช บญั ญตั ิ ขององั กฤษเป็นหลกั ค.ศ. 1897 รฐั สภาองั กฤษไดผ้ ่านพระราชบญั ญตั กิ องทุนทดแทนฉบบั แรก และในปี ค.ศ. 1907 ไดม้ กี ารพฒั นาปรบั ปรงุ พระราชบญั ญตั ิใหส้ มบรู ณ์ยงิ่ ขน้ึ รวมทงั้ ค.ศ.1974 รฐั บาล องั กฤษได้ออกพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน (The Health and Safety at Work) เพอ่ื คุม้ ครอง ดแู ลสุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ของคนงาน 1.2 ประเทศฝรงั่ เศส ค.ศ. 1713 - ค.ศ. 1784 เดนิส ดเิ ดอรอท (Denis Diderot) นกั ปรชั ญาและนักเขยี น บทความชาวฝรงั่ เศส ไดช้ ใ้ี หเ้ หน็ ถงึ อนั ตรายจากการประกอบอาชพี ต่างๆ เช่น อนั ตรายจากการ ตกแต่ง โลหะ ชุบโลหะ หรอื ทางานในโรงงานตดั หนิ อ่อนโรงงานขดั แต่งหนิ โรงงานย้อมผ้า โรงงานสกดั กามะถนั โรงงานทากระจกฉาบปรอท หรอื โรงงานเป่าแก้ว เป็นต้น คนงานเหล่าน้ี ลว้ นทางานเสย่ี งต่อการรบั สารเคมี เช่น หายใจเอาสารพษิ เช่น กรด ปรอท และฝ่นุ ละอองเขา้ สู่ รา่ งกาย โดยปราศจากการป้องกนั ซง่ึ ทาใหเ้ กดิ โรคจากการทางานได้
8 ค.ศ. 1867 Engel Dollfus จงึ ได้ก่อตงั้ สมาคมป้องกันอุบตั ิเหตุในโรงงาน อุตสาหกรรมขน้ึ ทเ่ี มอื ง Mulhouse อนั ทจ่ี รงิ ในฝรงั่ เศส ได้มกี ารออกกฎหมายเก่ยี วกบั การจา้ ง แรงงานเดก็ การทางานในโรงงานทม่ี กี ระบวนการผลติ ตลอด 24 ชวั่ โมง 1.3 ประเทศเยอรมนั ค.ศ. 1494 – ค.ศ. 1553 Georg Bouur หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ในนามของ จอเจยี ส อะกริ- โคล่า (Georgius Agricola) เป็นนกั โลหะวทิ ยาชาวเยอรมนั ค.ศ. 1526 หลงั จากทศ่ี กึ ษาแพทย์ และภาษาศาสตร์ธรรมชาติจากประเทศอิตาลแี ล้ว อะกรโิ คล่า ได้ทางานในฐานะเป็นแพทย์ ประจาเหมอื งแร่ในเมอื งแห่งหน่ึง ค.ศ. 1556 เขาไดเ้ ขยี นบทความตพี มิ พล์ งในหนังสอื De Re Metallica ซง่ึ เป็นหนงั สอื ทม่ี ชี ่อื เสยี งมากทางดา้ นโลหะวทิ ยา ประเทศเยอรมนั ความต่นื ตวั ในเรอ่ื งของความปลอดภยั สงู กว่าประเทศอ่นื โดยในปี ค.ศ. 1839 ได้มกี ฎหมายเก่ยี วกบั การจา้ งแรงงานเด็ก และในปี ค.ศ. 1845 ได้มกี ฎหมาย เกย่ี วกบั การตอ้ งมแี พทยเ์ พอ่ื ตรวจสอบโรงงาน ในปี ค.ศ. 1853 ไดม้ กี ฎหมายเกย่ี วกบั พนักงาน ตรวจสอบโรงงานโดยรฐั บาลสาหรบั เมอื งศูนย์กลางอุตสาหกรรม อาทิ Dusseldorf, Aachen และ Arnsberge และในปี ค.ศ.1869 ไดอ้ อกกฎหมายว่าดว้ ยการป้องกนั คนงานใหป้ ลอดภยั จาก โรคทางอุตสาหกรรม และกฎหมาย The Imperial Act ในปี ค.ศ. 1878 ซ่งึ ไดบ้ งั คบั ใหท้ ุก โรงงานต้องมผี ู้ตรวจสอบประจานัน้ ได้ออกบงั คบั ใช้ตลอดทงั้ ประเทศ และนับแต่ปี ค.ศ. 1884 เป็นต้นมาไดม้ กี ฎหมายเก่ยี วกบั การประกนั ภยั ในโรงงานและกฎหมายทว่ี ่าดว้ ยการร่วมเสยี ค่า รกั ษาพยาบาลไดน้ าออกใชใ้ นปัจจบุ นั 1.4 ประเทศสหรฐั อเมริกา ค.ศ. 1877 รฐั แมสซาซเู สทส์ (Massachusetts) เป็นรฐั แรกท่ผี ่านกฎหมายว่าดว้ ย การป้องกนั อุบตั เิ หตุในโรงงานตงั้ แต่ปี ค.ศ. 1877 สาระสาคญั ในกฎหมายฉบบั น้ีคอื กาหนดทาง หนีไฟท่เี หมาะสม การทาฝาครอบเคร่อื งจกั รกลสายพาน เพลาส่งกาลงั และชุดเฟืองขบั ต่างๆ การหา้ มทาความสะอาดเคร่อื งจกั รกลขณะเคร่อื งกาลงั ทางาน และในปี ค.ศ. 1886 ก็ไดอ้ อก กฎหมายบงั คบั ใหต้ ้องรายงานแจง้ อุบตั เิ หตุต่อรฐั ซ่งึ กฎหมายดงั กล่าวน้ีก็ได้รบั การประกาศใช้ อกี หลายรฐั ต่อมา ในขณะนนั้ สหรฐั อเมรกิ ากม็ สี ภาพคลา้ ยกนั กบั ยุโรป กล่าวคอื กฎหมายทอ่ี อก มาแลว้ ไมไ่ ดร้ บั การปฏบิ ตั เิ ทา่ ทค่ี วร โดยเกดิ จากสาเหตุสาคญั คอื คนงานทไ่ี ดร้ บั อนั ตรายไม่กลา้ เรยี กรอ้ งสทิ ธใิ นค่าชดเชยต่างๆ จากนายจา้ งเพราะเกรงว่าจะถูกไล่ออก ทาให้ในปี ค.ศ. 1860 รฐั แมสซาซูเสทส์ ได้ออกกฎหมายว่าด้วยการมเี จ้าหน้าท่ตี รวจโรงงานจากทางรฐั บาล ซ่งึ มี หน้าทต่ี รวจสภาพโรงงานโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งไดร้ บั คารอ้ งเรยี นจากคนงานก่อน ซง่ึ ทาใหก้ ฎหมาย มปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ และอกี หลายรฐั กไ็ ดอ้ อกกฎหมายทานองเดยี วกนั น้ีออกมาในระยะเวลาถดั มา ในระยะต่อมาไดม้ กี ารทางานเป็นทมี มผี เู้ ชย่ี วชาญหลายสาขามาร่วมกนั ทาใหพ้ นกั งานตรวจ โรงงานสามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแก่คนงานและนายจา้ งเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง นอกเหนอื จากเจา้ หน้าทเ่ี ดมิ แต่เรมิ่ แรกซง่ึ เป็นเพยี งผรู้ กั ษากฎหมายเท่านนั้
9 ค.ศ. 1908 สหรฐั อเมรกิ าไดใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนขององั กฤษ (ค.ศ.1907) มาเป็นรปู แบบในการตรากฎหมายเงนิ ทดแทนฉบบั แรกของสหรฐั อเมรกิ า และต่อมาในปี ค.ศ. 1948 ในสหรฐั อเมรกิ าไดใ้ ชก้ ฎหมายเงนิ ทดแทนครบทกุ รฐั ค.ศ. 1913 ในสหรฐั อเมรกิ าไดม้ กี ารจดั ตงั้ สภาแห่งชาตทิ างด้านความปลอดภยั ใน งานอุตสาหกรรม(National Council for Industrial Safety) และต่อมาไดเ้ ปลย่ี นช่อื เป็นสภา ความปลอดภยั แห่งชาติ (National Safety Council) ค.ศ. 1970 รฐั สภาสหรฐั อเมรกิ าได้ผ่านกฎหมายความปลอดภยั ท่รี จู้ กั กนั ในนาม พระราชบญั ญตั คิ วามปลอดภยั และอาชวี อนามยั (Occupational Safety and Health Act of 1970) ซง่ึ เป็นพระราชบญั ญตั ทิ ใ่ี หก้ ารคุม้ ครองคนงานใหท้ างานในสภาพการทางานทป่ี ลอดภยั และถกู สุขลกั ษณะ เพ่อื เป็นการอนุรกั ษท์ รพั ยากรมนุษยข์ องชาตดิ ว้ ย โดยพระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี ได้กาเนิดองค์กรสาคญั ข้นึ 2 องค์กร คอื สานักงานบรหิ ารความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มหี น้าทบ่ี รหิ ารงานใหเ้ ป็นไปตาม พระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี และสถาบนั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั แห่งชาติ (National Institute for Occupational Safety and Health : NIOSH) มหี น้าทใ่ี นการศกึ ษา วจิ ยั คน้ คว้า และ เสนอแนะมาตรฐาน ตลอดจนใหก้ ารศกึ ษาและฝึกอบรมบรกิ ารวชิ าการ การตรวจ ประเมนิ เสนอ แนวทางในการป้องกนั ควบคมุ อนั ตรายอกี ดว้ ย ค.ศ. 1971 สหรฐั อเมรกิ าไดอ้ อกกฎหมายอกี ฉบบั หน่ึงเรยี กว่า “Willams – Steiger Act 1971” โดยมจี ดุ มงุ่ หมายใหม้ กี ารเตรยี มการป้องกนั สภาพแวดลอ้ มในระยะยาว เพ่อื เป็นการป้องกนั เหตุการณ์ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตไวล้ ว่ งหน้า 1.5 ประเทศยโุ รปตะวนั ตกอ่ืนๆ เมอ่ื 370 ปี ก่อนครสิ ตศ์ กั ราช ฮปิ โปเครตสิ (Hippocrates) ไดเ้ ขยี นบนั ทกึ โรคต่างๆ หลายโรค ซ่งึ อาจเป็นโรคท่เี กดิ ขน้ึ เน่ืองจากการทางาน เช่น ปัญหาพษิ ตะกวั่ ในการทาเหมอื ง เป็นตน้ ค.ศ. 100 ไพลนีส ซคี นั ดสั (Plinius Secundus)นักปราชญ์ชาวโรมนั ซง่ึ เป็นผเู้ ขยี น สารานุกรมทางดา้ นวทิ ยาศาสตรธ์ รรมชาตชิ ่อื ฮสิ โตเรยี เนทุราลสิ (Historical Naturalis) ได้ กล่าวถงึ อนั ตรายจากการทางานทต่ี อ้ งสมั ผสั กบั ละออง ไป หรอื ควนั ของกามะถนั สงั กะสี เงนิ และตะกวั่ โดยไดส้ งั เกตเหน็ ตะกวั่ ทป่ี นเป้ือนบนในหน้าคนงาน จงึ ได้เสนอแนะการใชห้ น้ากาก ป้องกนั มลพษิ ซ่งึ หน้ากากน้ีทาจากกระเพาะสตั ว์ มาให้กบั ผู้ปฏบิ ตั งิ าน เพ่อื ป้องกนั ฝ่ นุ หรอื ไอ ของตะกวั่ เขา้ สรู่ า่ งกายทางลมหายใจและผวิ หน้า ค.ศ. 200 แพทยช์ าวกรกี ช่อื กาเลน (Galen) ไดเ้ ขยี นทฤษฎตี ่าง ๆ เก่ยี วกบั กาย วิภาคศาสตร์และพยาธวิ ทิ ยา รวมทงั้ โรคอนั เน่ืองมาจากการประกอบอาชพี (Occupational Diseases) โดยไดอ้ ธบิ ายถงึ อนั ตรายทเ่ี กดิ จากละอองกรดทท่ี าอนั ตรายต่อคนงานในเหมอื งถลุง ทองแดง
10 ค.ศ. 200 กาเลน (Galen) แพทยช์ าวกรกี ซง่ึ อาศยั และทางานอย่ใู นกรงุ โรม ไดอ้ ุทศิ ชวี ติ สว่ นหน่ึงใหก้ บั งานอาชวี เวชศาสตร์ เขาไดเ้ ขยี นเร่อื งอนั ตรายจากการประกอบอาชพี หลาย อาชพี และไดใ้ ห้ความสาคญั กบั อนั ตรายทเ่ี กดิ จากละอองกรดท่กี ่อให้เกดิ อนั ตรายต่อคนงานท่ี ทางานในเหมอื งถลุงทองแดง ค.ศ. 1472 เออรร์ ชิ เอลเลนบอก (Ulrich Ellenbog) ไดต้ พี มิ พเ์ อกสารเกย่ี วกบั ไอ และควันท่ีเป็ นพิษ เขาได้เสนอมาตรการสาหรับป้ องกันพิษจากปรอท ตะกัว่ และก๊าซ คารบ์ อนมอนอกไซดท์ ค่ี นงานช่างทองไดร้ บั เขา้ ไป ค.ศ. 1493- ค.ศ. 1541 พาราเซลซัส (Paracelsus) หรอื มชี ่ือเต็มว่า Aureolus Philippus Theophrastus Bombastus von Hohrenheim พาราเซลซสั เป็นบุตรของ แพทยช์ าวสวสิ เขาเคยใชช้ วี ติ ในโรงงานหลอมโลหะเป็นเวลา 5 ปี ไดส้ งั เกตเหน็ อนั ตรายจาก การหลอมโลหะและการทาเหมอื ง ไดเ้ ขยี นบทความตพี มิ พล์ งในหนงั สอื Von der Bergsucht Und Anderen Berkrankheiten พาราเซลซสั ไดอ้ ธบิ ายถงึ โรคทางเดนิ หายใจ และโรคปอดท่ี เกดิ ขน้ึ เน่ืองจากคนงานหายใจเอาไอของสารทารท์ ารสั (Tartarous) เขา้ ไป ซง่ึ สารน้ีมสี ่วนผสม ของปรอท กามะถนั และเกลอื หนังสอื เล่มน้ีทาให้ชาวยุโรปได้ตระหนักถึงพษิ ของปรอท และ รวมถงึ พษิ ของโลหะอ่นื ๆ ดว้ ย ค.ศ. 1633 - ค.ศ. 1714 เบอรน์ าดโิ น รามสั ซนิ ่ี (Bernardino Ramazzini) ไดร้ บั การ ยกยอ่ งว่าเป็นบดิ าแห่งวงการเวชศาสตรอ์ ุตสาหกรรม (Occupational Medicine) ปี ค.ศ. 1700 ไดเ้ ขยี นบทความพมิ พล์ งในหนงั สอื De Morbis Artifcum Diatriba ซง่ึ ในขณะนนั้ เขาไดศ้ กึ ษา คน้ ควา้ อยทู่ ม่ี หาวทิ ยาลยั โมเดนา และปาดวั ในประเทศอติ าลี รามสั ซนิ ่ไี ดเ้ ขา้ ไปสารวจสภาพการ ทางานและโรคทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการประกอบอาชพี ต่างๆ อกี ทงั้ ไดเ้ สนอแนะการกาหนดมาตรการใน การป้องกนั และควบคมุ โรคจากการรกั ษาคนดว้ ย ค.ศ. 1885 ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ และประเทศเยอรมนั ไดต้ รากฎหมายค่าทดแทน ขน้ึ เพราะเกดิ ปัญหาเม่อื คนงานประสบอุบตั เิ หตุจะต้องมกี ารฟ้องรอ้ ง และจะตอ้ งพสิ จู น์ว่าการ บาดเจบ็ นัน้ เกิดจากการทางานหรอื ไม่ ถ้าเกิดจากการขาดความระมดั ระวงั ของคนงานเอง คนงานนัน้ อาจจะไม่ได้รบั ค่าทดแทน ทงั้ ๆท่สี ภาพการทางานนัน้ ไม่มคี วามปลอดภยั หรอื มี ความเสย่ี งมากกต็ าม ดงั นนั้ ประเทศทงั้ สองจงึ ไดต้ รากฎหมายค่าทดแทนขน้ึ ใช้ และอกี 25 ปี ต่อมา ประเทศต่างๆ ในยโุ รปกไ็ ดต้ รากฎหมายค่าทดแทนขน้ึ ใชจ้ นครบทุกประเทศ ค.ศ. 1976 ประเทศสวเี ดนถึงแม้ว่าจะจดั ให้มกี ารบรกิ ารอาชีวอนามยั ตงั้ แต่ ศตวรรษท่ี 16 ในโครงการทเ่ี กย่ี วกบั เหมอื งแร่และอุตสาหกรรมหนกั แต่ไดอ้ อกกฎหมายบงั คบั ใช้ในปี ค.ศ. 1976 เรียกว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัยและอาชีวอนามัย 1976 (Occupational Safety and Health Act 1976)
11 ค.ศ. 1977 ประเทศนอรเ์ วย์ ไดอ้ อกพระราชบญั ญตั วิ ่าดว้ ยการคุม้ ครองแรงงานคน และสง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน (The Worker Protection and Working Environment Act 1977) โดยกาหนดเร่อื งการให้อานาจผู้แทนฝ่ ายลูกจ้างในการประเมนิ สภาพอนั ตรายจาก สงิ่ แวดลอ้ มการทางานรวมถงึ การปรบั ปรงุ แกไ้ ขดว้ ย ค.ศ. 1978 ประเทศแคนาดาไดป้ ระกาศใชก้ ฎหมายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เรยี กว่า “The Ontario Occupational Health and Safety Act 1978” เน้ือหาหลกั ไดแ้ ก่ เร่อื ง การให้อานาจเจ้าหน้าท่ขี องรฐั ในการควบคุมสารพิษในสถานประกอบการ ให้นายจา้ งจดั ตงั้ คณะกรรมการอาชวี อนามยั และความปลอดภยั และลกู จา้ งสามารถปฏเิ สธการทางาน ถ้าพบว่า งานนนั้ อาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพอนามยั ได้ 2. ความเป็นมาของงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในประเทศไทย ประเทศไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกก่อตงั้ องค์การกรรมการระหว่างประเทศ (ILO : International Labour Organization) ซง่ึ ตงั้ ขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2462 ดว้ ยประเทศหน่ึงทาใหร้ ฐั บาล ต้องดาเนินการเก่ยี วกบั การส่งเสรมิ ให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทางานอย่างหลกี เล่ยี งไม่ได้ รฐั บาลไทย จงึ ได้มกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการขน้ึ พจิ ารณากฎหมายอุตสาหกรรม เพ่อื คุ้มครอง ความปลอดภยั ของคนงานในปี พ.ศ. 2470 แต่ไมไ่ ดด้ าเนนิ การหรอื ประกาศใชแ้ ต่อยา่ งใด พ.ศ. 2471 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั คิ วบคุมกจิ การขายอนั กระทบถงึ ความปลอดภยั หรอื ผาสกุ แหง่ สาธารณชน” พ.ศ. 2477 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั สิ าธารณสขุ พุทธศกั ราช 2477” พ.ศ. 2482 หลงั จากการเปลย่ี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 มกี ารต่นื ตวั ในเร่อื ง แรงงานและความปลอดภัยในการทางานในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมาก จึงได้มีการ ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2482” ขน้ึ ซง่ึ กาหนดมาตรฐานของการทางานใน โรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยง่ิ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั และสุขภาพอนามยั ของลกู จา้ ง พระราชบญั ญตั ิโรงงานฉบบั น้ีได้กาหนดเง่อื นไขในการขอตงั้ และประกอบกิจการโรงงานว่า จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั เิ กย่ี วกบั การรกั ษาความสะอาดและความปลอดภยั ในสถานทท่ี างาน ความปลอดภยั ในการตดิ ตงั้ เครอ่ื งจกั รกล อุปกรณ์ตลอดจนระบบไฟฟ้า การป้องกนั อนั ตรายจาก วตั ถุมพี ษิ วตั ถุระเบดิ เป็นต้น กฎหมายน้ียงั บงั คบั แก่ “เจา้ ของโรงงาน” หรอื “ผปู้ ระกอบกจิ การ โรงงาน” ต้องทารายงานการเกดิ อุบตั เิ หตุในโรงงานทุกครงั้ และแจง้ ใหก้ ระทรวงอุตสาหกรรม ทราบดว้ ย พ.ศ. 2484 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั สิ าธารณสุข” ซง่ึ มบี ทบญั ญตั เิ ก่ยี วกบั แสงสว่าง การระบายอากาศ น้าด่มื ห้องน้า และสุขภณั ฑ์ การกาจดั ขยะมูลฝอยและการป้องกนั อนั ตราย จากวตั ถุมพี ษิ พ.ศ. 2499 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การก่อสรา้ งอาคาร”
12 พ.ศ. 2501 กรมอนามยั ได้ส่งเจา้ หน้าท่ไี ปศึกษาดูงานด้านอาชวี อนามยั ท่ปี ระเทศ อนิ เดยี ประเทศองั กฤษ และประเทศอ่นื ๆ ในยโุ รป พ.ศ. 2503 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2503” แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2482” (ปัจจุบนั พระราชบญั ญตั โิ รงงานทงั้ สองฉบบั คอื ฉบบั พ.ศ. 2482 และ 2503 ไดถ้ ูกยกเลกิ ทงั้ หมดแลว้ โดย “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2512” ซง่ึ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผถู้ อื ใชใ้ นปัจจบุ นั น้ี โดยมฉี บบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2518) และฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ. 2522) แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ต่อมาเป็นลาดบั พ.ศ. 2507 กรมอนามยั ได้รายงานเหตุการณ์ การแพ้พษิ สารแมงกานีสในโรงงาน ถ่านไฟฉายแหง่ หน่งึ คนงานแพพ้ ษิ แมงกานีสในระดบั ความรนุ แรงต่างๆ 41 ราย พ.ศ. 2508 กรมอนามยั ไดเ้ สนอรา่ งแก้ไขพระราชบญั ญตั สิ าธารณสุขเพ่อื ใหเ้ หมาะสม กบั งานดา้ นอาชวี อนามยั และเพ่อื ใหอ้ านาจแก่เจา้ หน้าท่ีอนามยั ในการใหค้ าแนะนาแก่โรงงาน อุตสาหกรรมคณะรฐั มนตรมี มี ติใหก้ ระทรวงสาธารณสุขหาทางใหเ้ จา้ หน้าทอ่ี นามยั มสี ทิ ธเิ ข้า ตรวจ แนะนาการปฏบิ ตั งิ านตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพ่อื ใหผ้ ลดตี ่อสุขภาพอนามยั ของ คนงานและกรรมกร พ.ศ. 2509 สภาพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาตไิ ดเ้ รม่ิ บรรจุโครงการอาชวี อนามยั เขา้ ไวใ้ นแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2510-2514) พ.ศ. 2510 โครงการอาชวี อนามยั ไดเ้ ขา้ รวมอย่กู บั กองช่างสุขาภบิ าล และไดจ้ ดั ตงั้ ศูนย์ อาชวี อนามยั ภาคกลางขน้ึ ทต่ี าบลสาโรงใต้ อาเภอพระประแดง จงั หวดั สมุทรปราการเป็นศูนย์ ปฏบิ ตั งิ าน ดาเนินงานตามแผนพฒั นาในการสารวจวจิ ยั ภาวะแวดลอ้ มในโรงงาน ใหบ้ รกิ ารอาชี วอนามยั ใหก้ ารศกึ ษาและฝึกอบรมคนงาน กรรมกร เจา้ ของโรงงานต่างๆ พ.ศ. 2510 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั วิ ตั ถุมพี ษิ พ.ศ.2510” และมกี ารแก้ไขเพมิ่ เตมิ โดย “พระราชบญั ญตั วิ ตั ถุมพี ษิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2516” บญั ญตั เิ ก่ยี วกบั การเกบ็ รกั ษาการขน ยา้ ยตลอดจนการใชว้ ตั ถุมพี ษิ ต่างๆ พ.ศ. 2511 คณะรฐั มนตรไี ด้มมี ตใิ หแ้ ต่งตงั้ คณะกรรมการประสานงานอาชวี อนามยั แห่งชาตขิ ้นึ เพ่อื ให้หน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งได้มกี ารร่วมมอื และประสานงานกนั เช่น กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไ ทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร และ ทบวงมหาวทิ ยาลยั ของรฐั เป็นตน้ พ.ศ. 2512 ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2512” โดยกระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงานอุตสาหกรรม) เป็นผปู้ ฏบิ ตั แิ ละบงั คบั ใช้ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2512” และ ฉบบั แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ในพ.ศ.2518 (ฉบบั ท่ี 2) ไดบ้ ญั ญตั ถิ งึ การรายงานการเกดิ อุบตั ิเหตุในโรงงาน หน้าท่ขี องผู้รบั ใบอนุญาตประกอบกจิ การโรงงานในการป้องกนั อุบตั ิเหตุอนั ตรายต่อคนงาน หลกั เกณฑแ์ ละมาตรฐานความปลอดภยั ในการทางานเก่ยี วกบั เคร่อื งจกั รกล ไฟฟ้า แสงสว่าง
13 อาคารโรงงาน สถานท่ที างาน การระบายอากาศ การกาจดั น้าท้งิ การป้องกนั อคั คภี ยั ตลอด จนการให้คนงานใช้เคร่อื งป้องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลชนิดต่างๆ ด้วย เป็นต้น ต่อมาได้ออก “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2512” (ฉบบั ท่ี 3) เมอ่ื พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2515 ไดม้ กี ารประกาศใช้ “ประกาศคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 103 ลงวนั ท่ี 16 มนี าคม 2515” เพ่อื เป็นกฎหมายคมุ้ ครองสขุ ภาพอนามยั ลกู จา้ ง โดยมปี ระกาศกระทรวงมหาดไทยต่อมา หลายฉบบั ได้ประกาศโดยอาศยั อานาจของประกาศคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 103 ได้แก่ ความ ปลอดภยั ในการทางานก่อสรา้ ง เครอ่ื งจกั ร สภาพแวดลอ้ ม ไฟฟ้า เป็นตน้ และฉบบั ล่าสุด กค็ อื ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง ความปลอดภัยในการทางานของลูกจ้าง ลงวันท่ี 6 พฤษภาคม 2528 ซง่ึ กาหนดใหส้ ถานประกอบการบางประเภทต้องมี “เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน” พ.ศ. 2525 รฐั บาลไดจ้ ดั ตงั้ “คณะกรรมการป้องกนั อุบตั ภิ ยั แห่งชาติ (กปอ.)” ขน้ึ สงั กดั สานักนายกรฐั มนตรี โดยรฐั บาลได้ตระหนักถึงความรุนแรงของอุบตั ิภยั ซ่งึ ก่อให้เกิดความ เสยี หายต่อชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของประชาชนคนไทยอยา่ งมากในปัจจบุ นั และมแี นวโน้มว่าจะทวี ความรุนแรงเพมิ่ ขน้ึ ตามลาดบั ในอนาคต คณะกรรมการป้องกนั อุบตั ภิ ยั แห่งชาติ (กปอ.) น้ี มี นายกรฐั มนตรีเป็นประธานและมผี ู้บรหิ ารระดับสูงของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเป็นกรรมการ วตั ถุประสงคห์ ลกั คอื การกาหนดนโยบายระดบั ชาตใิ นเรอ่ื งน้ี และเป็นองคก์ รกลางในการรว่ มมอื ประสานงานของหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง พ.ศ. 2526 กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทยได้รบั ความช่วยเหลอื และร่วมมอื จาก องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศในการจดั ตงั้ “สถาบนั ความปลอดภยั ” พ.ศ. 2528 กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศของกระทรวงมหาดไทย เร่อื งความปลอดภยั ในการทางาน ซ่งึ ระบุว่า นายจ้างท่มี ลี ูกจา้ งในสถานประกอบการของตน ตงั้ แต่ 100 คนขน้ึ ไป จะตอ้ งมเี จา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางาน (Safety Officer) เพ่อื ทา หน้าท่เี ก่ยี วกบั อนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน นับว่าเป็นกฎหมายทไ่ี ด้รบั ความสนใจ อยา่ งกวา้ งขวาง และมผี ลทางปฏบิ ตั ทิ ม่ี คี วามสาคญั มากฉบบั หน่งึ พ.ศ. 2533 มกี ารจดั ตงั้ สานัก ประกนั สงั คมขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกนั สงั คม พ.ศ. 2533 ในสงั กดั กระทรวงมหาดไทย ซง่ึ ต่อมาสานกั ประกนั สงั คมไดโ้ อนไปสงั กดั กระทรวงแรงงานและสวสั ดกิ ารสงั คมใน พ.ศ. 2536 พ.ศ. 2535-2537 ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ แก้ไขและออกกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งดา้ นอาชวี อนามยั โดยรฐั บาลได้ออกกฎหมาย 4 ฉบบั คือ พระราชบญั ญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กระทรวง อุตสาหกรรมไดป้ ระกาศใช้ “พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2535” โดยยกเลกิ “พระราชบญั ญตั ิ โรงงาน พ.ศ. 2512” ทงั้ หมด กฎหมายว่าด้วยโรงงานฉบบั ใหม่น้ีมสี าระสาคญั เก่ยี วกบั การ อนุญาตโรงงาน การกากบั ดูแลโรงงาน ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มลพษิ และสง่ิ แวดลอ้ ม
14 และบทลงโทษ พระราชบัญญัติวตั ถุอันตราย พ.ศ. 2535 พระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษาคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ ม พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2538 ได้มีการออกประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เร่ือง คณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานเพ่ือให้การ บรหิ ารงานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเป็นทย่ี อมรบั และถอื ปฏบิ ตั ริ ่วมกนั ทงั้ ฝ่ายบรหิ ารและฝ่ายปฏบิ ตั กิ าร เป็นการบรหิ ารจดั การโดยระบบทวภิ าคภี ายใน สถานประกอบการ พ . ศ . 2540 มีก า ร อ อ ก ป ร ะ ก า ศ ก ร ะ ท ร ว ง แ ร ง ง า น แ ล ะ ส วัส ดิก า ร สัง ค ม เร่อื ง ความปลอดภัยในการทางานของลูกจ้าง กาหนดให้นายจ้างจดั ให้มเี จ้าหน้าท่ีความ ปลอดภยั ในการทางาน (จป.) ในระดบั ต่าง ๆ ตามขนาดของสถานประกอบกิจการ ได้แก่ เจ้าหน้าท่ีความปลอดภยั ในการทางานระดบั พ้ืนฐาน ระดับหวั หน้างาน ระดบั บริหาร และ วชิ าชพี พ.ศ. 2541 มกี ารออกกฎหมายสาคญั คอื พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพ่อื ปรบั ปรุงบทบญั ญตั ติ ่าง ๆ เก่ยี วกบั การใชแ้ รงงานใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการทเ่ี ปลย่ี นแปลง พ.ศ. 2549 รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงแรงงานไดอ้ อกกฎกระทรวงทส่ี าคญั 2 เร่อื ง คอื (1) กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน เก่ยี วกบั ความรอ้ น แสงสว่าง และเสยี ง (2) กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและจดั การการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2550 กระทรวงแรงงานเตรียมออกพระราชบัญญัติ อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางานเป็นกฎหมายฉบับใหม่เพ่ือ แยกกับพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2554 พระราชบญั ญตั ิความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน พ.ศ. 2554 ลงวนั ท่ี 17 มกราคม พ.ศ. 2554 ซง่ึ มผี ลบงั คบั ใชต้ งั้ แต่วนั ท่ี 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา มสี าระสาคญั ทท่ี าใหเ้ กดิ ภารกจิ ทต่ี ้องเร่งดาเนินการใหเ้ กดิ ขน้ึ และการ สรา้ งระบบเพ่อื รองรบั ขอ้ กาหนดต่างๆ โดยเฉพาะมาตรา 52 ท่กี าหนดใหม้ สี ถาบนั ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ภายในหน่ึงปีนับแต่ วนั ท่ี พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ และอยู่ภายใต้การกากับดูแลของ กระทรวงแรงงาน โดยมี วตั ถุประสงค์เพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ซ่งึ พระราชบญั ญตั คิ วามปลอดภยั ฯ ดงั กล่าวจะช่วยส่งเสรมิ ให้งานความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานในภาพรวมของประเทศดาเนินการ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและ เกดิ ผลลพั ธท์ ม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล
15 พ.ศ. 2559 ประกาศกระทรวงพลงั งาน เร่อื งเกณฑ์การป้องกนั การสะสมของประจุ ไฟฟ้าสถติ พ.ศ. 2559 อาศยั อานาจตามความในขอ้ 6 แห่งกฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบ ป้องกนั อันตรายจากฟ้าผ่า ของสถานท่ปี ระกอบกิจการน้ามนั พ.ศ. 2556ออกตามความใน พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ พ.ศ. 2542 ซง่ึ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั คิ วบคุม น้ามนั เชอ้ื เพลงิ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. 2550 พัฒนาการทางด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมีความก้าวหน้ามาเร่ือย ๆ เน่ืองจากความกา้ วหน้าทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทงั้ การศกึ ษามคี วามกวา้ งไกลทา ใหม้ นุษยท์ กุ คนไดร้ บั ความรู้ ประกอบกบั กฎหมายแรงงานทเ่ี ขม้ งวดในการดแู ล ปกป้องแรงงาน หรอื ลกู จา้ งทท่ี างานในสถานประกอบการอยา่ งเขม้ งวด ทาใหพ้ ฒั นาการงานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ได้มกี ารออกกฎหมายใหม่ ๆ และคุ้มครองแรงงานให้มคี วามปลอดภยั และ สขุ ภาพอนามยั ทด่ี ี และใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั ในการทางานทุกช่องทาง ทท่ี าใหพ้ นกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ านไดร้ บั ความรู้ และจดั ดาเนินการเกย่ี วกบั กจิ กรรมเพ่อื ส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และอาชอี นามยั ตามกฎหมายและเป็นความตระหนกั ของนายจา้ ง ความหมายของความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในสถานประกอบการเม่อื กล่าวถึงความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มกั มคี วามเขา้ ใจ ตรงกนั วา่ เป็นการกระทาท่ปี ราศจากอันตราย ภยั คุกคาม และความไม่มโี รคภัยด้วยความมี สภาวะสมบรู ณ์ทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คม ดงั นนั้ หากสถานทท่ี างานมกี ารสรา้ งระบบความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทด่ี ตี ่อบุคลากรในหน่วยงาน ย่อมหมายถงึ พนักงานผูป้ ฏบิ ตั งิ านมี สภาวะทป่ี ราศจากภยั อนั ตราย บาดเจบ็ และ เจบ็ ป่ วยทางร่างกาย จติ ใจ และสงั คมอนั เกดิ จาก การประกอบอาชีพ หรือ พ้นจากภยั ท่ีเป็นภาวะท่ีไม่ปลอดภยั จากการบาดเจ็บ เจ็บป่ วย ทรพั ย์สินเสยี หายอนั เกิดจากกระบวนการผลิต และการไม่มโี รคภัยต่าง ๆ จากการทางาน เป็นต้น ดงั นัน้ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในการปฏบิ ตั ิงานจงึ เป็นสภาพท่ปี ราศจาก อุบตั เิ หตุ อนั ตราย บาดเจบ็ เจบ็ ป่ วยอนั เกดิ จากการทางานทงั้ หลายทงั้ ปวง ซง่ึ หน่วยงานต้อง สรา้ งระบบและมาตรฐานทด่ี เี พอ่ื ใหบ้ คุ ลากรผปู้ ฏบิ ตั งิ านมคี วามปลอดภยั และอาชวี อนามยั จงึ ให้ ความหมายของคาว่า ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ตามคานิยามของนกั วชิ าการ ซง่ึ จะแยก ประเดน็ ในการอธบิ ายดงั น้ี 1. ความหมายของความปลอดภยั ไดม้ นี กั วชิ าการหลายท่านใหค้ วามหมายของคาว่า “ความปลอดภยั ” (Safety) ไวด้ งั น้ี เสนาะ ติเยาว์ และ จีระ ประทีป (2548, หน้า 5) ได้ให้ความหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถงึ การปราศจากภยั หรอื สภาพการณ์อนั ปราศจากการประสบ
16 อนั ตรายอนั เน่อื งมาจากการอุบตั เิ หตุ และโรคทเ่ี กย่ี วเน่อื งมาจากการทางาน ซง่ึ ฝ่ายนายจา้ งและ ลกู จา้ งรว่ มมอื กนั ดาเนินการใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในสถานประกอบการ ฉันทนา ผดุงทศ (2549 หน้า 18) ได้ให้ความหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง การกระทาหรอื สภาพแวดล้อมในการทางานซ่งึ ปราศจากภยั อนั ตราย ประสบเหตุ อนั ตราย เจบ็ ป่วย หรอื ความราคาญอนั เกดิ จากการปฏบิ ตั งิ าน องคก์ ารอนามยั โลก (1948) ไดใ้ หค้ วามหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถงึ สภาพทป่ี ลอดภยั จากอุบตั ภิ ยั ต่าง ๆ อนั จะเกดิ แก่รา่ งกายชวี ติ หรอื ทรพั ยส์ นิ ในขณะปฏบิ ตั งิ าน ในโรงงาน ซง่ึ กค็ อื สภาพการทางานทถ่ี กู ตอ้ งโดยปราศจาก “อุบตั เิ หตุ” ในขณะทางาน อุดมวิทย์ กาญจนวรงค์ (2551, หน้า 9) ได้ให้ความหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง สภาวะท่ปี ราศจากอุบตั ิเหตุในโรงงาน หรอื สภาวะท่ปี ลอดภยั จากความ เจบ็ ปวด การบาดเจบ็ เจบ็ ป่วย ทรพั ยส์ นิ เสยี หาย และความสูญเสยี อนั เน่ืองมาจากกระบวนการ ผลติ ซง่ึ การควบคุมจะรวมถงึ การป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ อุบตั เิ หตุในการทางาน และการดาเนินการให้ เกดิ การสญู เสยี น้อยทส่ี ดุ เมอ่ื เกดิ อุบตั เิ หตุขน้ึ ในการปฏบิ ตั งิ าน กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน (2548, หน้า 2) ได้ให้ความหมายคาว่า ความ ปลอดภยั (Safety) หมายถงึ การปราศจากโอกาสท่จี ะเกิดภยั โดยเฉพาะภยั ท่เี กดิ จากการ ทางานหรอื การประกอบอาชพี ต่าง ๆ กนั ยรตั น์ โหละสุต (2555, หน้า 4) ได้ให้ความหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง การกระทาท่ปี ้องกนั หรอื ไม่ทาให้เกิดความเสีย และเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ทรพั ยส์ นิ และสงิ่ แวดลอ้ ม เลศิ ศกั ดิ ์สบื ทรพั ย์ (2555, หน้า 23) กาหนดวา่ ความปลอดภยั หมายถงึ การปราศจาก ภยั หรอื พน้ จากอนั ตรายต่าง ๆ ทงั้ จากโรคต่าง ๆ และอุบตั ภิ ยั อนั เกดิ จากการทางาน และรวมถงึ ปราศจากอนั ตรายทม่ี โี อกาสจะเกดิ ขน้ึ ไดข้ ณะปฏบิ ตั งิ านในหน้าท่ี Fred A Manuele (2003, p.39) ไดใ้ หค้ วามหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง สภาวะท่ีปราศจากภยั หรอื พ้นภยั รวมถึงปราศจากอันตราย บาดเจ็บ หรอื การ สญู เสยี และเสยี หายทงั้ ทรพั ยส์ นิ ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม Gary Dessler (2015, p.522) ได้ให้ความหมายคาว่า ความปลอดภยั (Safety) หมายถงึ สภาวะ หรอื สภาพทป่ี ราศจากภยนั ตรายคุกคาม การไม่มอี นั ตราย (Danger) อุบตั เิ หตุ (Accident) บาดเจบ็ (Injury) สญู เสยี (Loss) และความเสย่ี ง (Risk) ใด ๆ จากความหมายขา้ งตน้ ทม่ี นี กั วชิ าการไดใ้ หค้ วามหมายนนั้ จะเหน็ ไดว้ ่า ความปลอดภยั นนั้ เป็นเรอ่ื งของผปู้ ฏบิ ตั งิ านจะตอ้ งกระทาใหต้ นเองปราศจากภยั อนั ตราย และการเกดิ โรคต่าง ๆ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านประจา จงึ สามารถสรุปไดว้ ่า ความปลอดภยั หมายถงึ การกระทาทป่ี ราศจากความ เสย่ี งภยั อนั ตรายใด ๆ จากการทางาน หรอื หมายถงึ สภาพการทางานทป่ี ราศจากภยั อนั ตราย อุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ เจบ็ ป่วย ทุพลภาพ และเสยี ชวี ติ อนั เน่อื งมาจากการทางาน
17 2. ความหมายของอาชีวอนามยั การประกอบอาชพี ต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม การผลติ และบรกิ าร ลว้ นแต่ไดม้ กี ารนาเทคโนโลยี และความรใู้ หม่มาใชเ้ พ่อื ให้การดาเนินการ ในกระบวนการผลติ เกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสุด คอื ได้ผลผลติ ทงั้ ปรมิ าณและคุณภาพใหส้ ามารถ ตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ จงึ ทาใหอ้ ุปกรณ์ เคร่อื งมอื เครอ่ื งจกั ร สารเคมี และวัสดุทใ่ี ช้ ในการผลติ มคี วามรวดเรว็ สะดวก ประสทิ ธภิ าพสงู ทาใหพ้ นักงานผผู้ ลติ ในสถานทท่ี างานในแต่ ละอาชีพนัน้ ในการปฏบิ ตั ิงานจงึ ต้องมกี ารสมั ผสั กับส่งิ แวดล้อมท่เี ป็นอนั ตรายลกั ษณะการ ปนเป้ือน สมั ผสั โดยตรงจนอาจก่อใหเ้ กดิ โรคหรอื ปัญหาสุขภาพจากการทางาน ดงั นัน้ ปัญหา สุขภาพหรอื โรคทเ่ี กดิ จากการประกอบอาชพี แต่ละหน้าท่ี ผูท้ ่ที าหน้าท่ใี นโรงงาน และรวมถึง ผปู้ ฏบิ ตั งิ านเองจาเป็นต้องตระหนัก เอาใจใส่ และใหค้ วามสาคญั ในการดูแลสุขภาพอนามยั ใน การทางาน รวมทงั้ ใหค้ วามร่วมมอื ร่วมใจในการสรา้ งความปลอดภยั และอาชวี อนามัยท่ดี ี ใหม้ ี การป้องกนั ส่งเสรมิ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านมสี ภาวะทด่ี ี ทงั้ ดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คม คาว่า “อาชวี อนามยั ” จงึ มคี วามหมายในภาษาองั กฤษว่า “Occupational Health” ซง่ึ ใน ภาษาไทยเป็นคาสมาสระหว่างคาสองคา คอื “อาชวี ะ” กบั คาว่า “อนามยั ” การให้ความหมาย ของอนามยั นนั้ กม็ คี วามหมายเดยี วกนั กบั คาว่า สขุ ภาพ หรอื อาจรวมเรยี กกนั ว่า สุขภาพอนามยั ซง่ึ กห็ มายถงึ สภาวะทส่ี มบรู ณ์ดที งั้ ร่างกาย ทางจติ ใจ และทางสงั คมของมนุษยใ์ นปัจจบุ นั จงึ มี คาท่ีเก่ียวข้องกับสุขภาพอนามยั ในทางการจดั การทรพั ยากรมนุษย์ เน่ืองจากเป็นหน้าท่ี รบั ผดิ ชอบโดยตรงของฝ่ายความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบการ ดงั นนั้ สามารถ สรปุ คานยิ ามในแต่ละความหมายไดด้ งั น้ี สุดาว เลิศวิสุทธิไพบูลย์ (2553, หน้า 6) ได้ให้ความหมายของคาว่า อาชีวะ (Occupational) หมายถึง อาชีพ การเล้ียงชีวิต การทามาหากิน งานท่ีทาเป็นประจาเพ่ือ เลย้ี งชพี องค์การอนามยั โลก (1948) ได้ให้ความหมายของคาว่า “อาชีวะ” (Occupational) หมายถึง งานท่เี ก่ียวข้องกับการควบคุมดูแล สุขภาพอนามยั ของผู้ประกอบอาชพี ทงั้ หมด เป็นงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การป้องกนั และส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั รวมทงั้ การดารงคงไว้ซ่งึ สภาพ รา่ งกาย และจติ ใจทส่ี มบรู ณ์ของผปู้ ระกอบอาชพี ทกุ อาชพี องค์การอนามยั โลก (2015) ได้ให้ความหมายของคาว่า “อนามยั ” (Health) หมายถึง ความไม่มโี รค สภาวะท่พี รอ้ มหรอื สมบูรณ์ดที งั้ ทางร่างกาย (Physical Health) ทางจติ ใจ (Mental Health) ทางสงั คม (Social Health) และ จติ วญิ ญาณ (Spirit Health) จากความหมายของคาดงั กล่าวข้างต้น เม่อื นามารวมกนั ระหว่าง“อาชวี ะ” กบั คาว่า “อนามยั ” มารวมกนั เป็นคาว่า “อาชวี อนามยั ” (Occupational Health) ซง่ึ มนี ักวชิ าการของ องค์การอนามยั โลก ได้ให้ความหมายของคาว่า “อาชวี อนามยั ” หมายถงึ งานท่เี ก่ยี วกบั การ ส่งเสรมิ ควบคุม ดแู ล การป้องกนั โรค ตลอดจนอุบตั เิ หตุ และดารงชพี รกั ษาสุขภาพอนามยั ทงั้
18 มวลของผู้ประกอบอาชพี ให้มคี วามปลอดภยั มสี ภาพร่างกายท่สี มบูรณ์แขง็ แรง และจติ ใจท่ี สมบรู ณ์แขง็ แรง รวมทงั้ มสี ภาพทางสงั คมทด่ี ดี ว้ ย รวมทงั้ ยงั มนี ักวชิ าการไดส้ รุปความหมายของคา 2 คารวมกนั อกี ว่า อาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั (Occupational Health and Safety) สุดาว เลศิ วสิ ุทธไิ พบลู ย์ (2553, หน้า 6) ได้สรุปไว้ว่า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั หมายถึง การดูแลสุขภาพอนามยั และความ ปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ ซ่ึงรวมถึงการป้องกันอันตรายและส่งเสริมสุขภาพอนามัย เพ่อื คงไวซ้ ่งึ สภาพรา่ งกายและจติ ใจทส่ี มบูรณ์ ตลอดจนสถานะความเป็นอย่ทู ด่ี ขี องผู้ประกอบ อาชพี ทงั้ มวล พระราชบญั ญตั ิ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน พ.ศ. 2554 มาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี “ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มใน การทางาน” ไดใ้ หห้ มายความไวว้ า่ การกระทา หรอื สภาพการทางาน ซง่ึ ปลอดจากเหตุอนั จะทา ใหเ้ กดิ การประสบอนั ตรายต่อชวี ติ รา่ งกาย จติ ใจ หรอื สุขภาพอนามยั อนั เน่ืองจากการทางาน หรอื เกย่ี วกบั การทางาน จากความหมายดงั กล่าวล้วนแต่อธบิ ายถึงอาชีวอนามยั ว่าเป็นสภาวะท่สี มบูรณ์ทงั้ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมดี อันเป็ นผลจากการทางาน ในหน้าท่ี หากพนักงาน ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในองคก์ ารมสี ุขภาวะทด่ี ี ยอ่ มสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ผลมาจาก องค์การมคี วามตระหนักเอาใจใส่ในการดูแล ป้องกนั ก่อนทเ่ี กิดการเจบ็ ป่ วยหรอื บาดเจบ็ โดย ไมไ่ ดค้ านึงถงึ ขอ้ บงั คบั ของกฎหมายใด ๆ แต่ปฏบิ ตั ติ ่อพนักงานในองคก์ ารด้วยความหวงแหน และเหน็ คุณคา่ ของทรพั ยากรมนุษยข์ ององคก์ ารเป็นสาคญั นนั่ เอง จงึ สรปุ ไดว้ า่ อาชวี อนามยั หมายถงึ งานทเ่ี ก่ยี วกบั การดแู ลสุขภาพอนามยั และความปลอดภยั ของผู้ ประกอบอาชพี หรอื การสง่ เสรมิ ควบคุมดแู ล ป้องกนั โรค และการกระทาใหผ้ ปู้ ระกอบอาชพี ใน ตาแหน่งต่าง ๆ ให้ปราศจากเหตุทจ่ี ะก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายเจบ็ ป่วยบาดเจบ็ ต่อรา่ งกาย จติ ใจ และ สงั คม จากการประกอบอาชพี ในหน่วยงานนนั้ ๆ 3. องคป์ ระกอบของงานความปลอดภยั และอาชีวอนามยั การผลิตสินค้าและบรกิ าร ในองค์การทงั้ ภาคอุตสาหกรรมการผลติ พาณิชยกรรม บรกิ าร และการเกษตร นบั ว่างานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั มคี วามสาคญั เป็นอย่าง มาก เน่ืองจากมอี งคป์ ระกอบในการดาเนินงานท่มี คี วามซบั ซอ้ น และหลากหลาย เรม่ิ ตงั้ แต่มี การเตรยี มคน วตั ถุดบิ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร การจดั การ เพ่อื นามาเขา้ สู่กระบวนการผลติ และ สงิ่ ทห่ี ลกี ไมไ่ ดค้ อื สง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน เป็นตน้ สามารถสรปุ องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ดงั น้ี 3.1 คน นบั ว่าเป็นปัจจยั ทางการผลติ ทส่ี าคญั เน่ืองจากคนเป็นทรพั ยากรมนุษยท์ ม่ี ี คุณค่าของโลก คนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ ๆ คนมีชีวิตจิตใจ ดังนั้น ผู้ท่ีมี ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านท่แี ตกต่างกนั ตามความถนัด ความชอบ และสนใจในงานทต่ี ้อง
19 ทา จงึ ทาให้หน้าทท่ี ่ปี ฏบิ ตั งิ านทงั้ หลายมคี วามแตกต่างกนั เช่น ความรู้ ทกั ษะ ความสามารถ ลกั ษณะ (สภาพ) รา่ งกาย พนั ธกุ รรม เชอ้ื ชาติ ศาสนา ความเชอ่ื อารมณ์ และทศั นคติ เป็นตน้ 3.2 กระบวนการผลิต ในอุตสาหกรรมการผลติ กระบวนการผลติ มีความสาคญั ท่ี เก่ียวกบั งานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เน่ืองจาก มคี วามซบั ซ้อนในขนั้ ตอนการผลติ ตงั้ แต่การเตรยี มวตั ถุดบิ วสั ดุอุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร การตดิ ตงั้ อุปกรณ์ทท่ี นั สมยั พรอ้ ม ทงั้ ความปลอดภยั ทงั้ เครอ่ื งจกั ร สารเคมี ดงั นนั้ ในกระบวนการผลติ มคี วามเกย่ี วขอ้ งกนั 2 ส่วน คอื 3.2.1 วตั ถุดบิ ท่ใี ชใ้ นการผลติ โดยเฉพาะในปัจจุบนั วตั ถุดบิ ท่นี ามาใช้มคี วาม ทนั สมยั ทาให้อาจจะเป็นพษิ ต่อสุขภาพได้ ถึงแม้ว่าคนมคี วามรูม้ ากข้นึ เพยี งใดก็ตามและ กฎหมายมกี ารควบคุมตรวจสอบเป็นอย่างดกี ต็ าม หากแต่ผูป้ ฏบิ ตั งิ านขาดการตระหนักใส่ใจก็ ยงิ่ อาจทาใหเ้ กดิ อนั ตรายไดเ้ ชน่ กนั 3.2.2 วธิ กี ารผลติ การดาเนินการผลติ อาจมอี นั ตรายในการทางานเกดิ ขน้ึ ได้ใน วธิ กี ารทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั เิ รง่ รบี ใหท้ นั เวลา รวมทงั้ ความตอ้ งการใหต้ นเองงา่ ย สะดวก สบายจงึ ทาใหเ้ กดิ ความผดิ พลาดในการผลติ เป็นอนั ตรายบาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยได้ 3.3 อปุ กรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจกั ร สง่ิ เหล่าน้ีมคี วามจาเป็นในกระบวนการ ผลิตยงิ่ อุตสาหกรรมการผลติ หนักยงิ่ ต้องมเี คร่อื งจกั รท่ที นั สมยั และกาลงั การผลิตสูง ดงั นัน้ ระบบการตดิ ตงั้ การซ่อมบารุง การรกั ษา และการใช้ต้องอาศยั ความรูท้ างเทคนิคเฉพาะดา้ น เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ส่วนผปู้ ฏบิ ตั งิ านกต็ ้องมคี วามรู้ ทกั ษะ ในการใชอ้ ุปกรณ์เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั รดว้ ย 3.4 สิ่งแวดล้อมในการทางาน สภาพแวดลอ้ มในการทางานเป็นส่วนหน่ึงท่ี ทาใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านมคี วามปลอดภยั ในการทางาน ในขณะเดยี วกนั อุบตั เิ หตุ และการเจบ็ ป่วยใน การทางานส่วนหน่ึงก็มาจากสภาพแวดล้อมในการทางานท่ีไม่เหมาะสม ไม่คุ้นเคยกับ สภาพแวดล้อม ดังนั้น สภาพแวดล้อมในการทางานจึง มีองค์ประกอบท่ีสาคัญ ดังน้ี 3.4.1 สภาพแวดล้อมทางเคมี ซ่งึ เขา้ มาเก่ยี วขอ้ งกบั ชวี ติ ประจาวนั ในการ ทางานของผปู้ ฏบิ ตั งิ านทม่ี กี ารสมั ผสั โดยตรง และโดยอ้อม ไดแ้ ก่ ฝ่นุ ละออง ฟูม เสน้ ใย สารไอ ระเหย ก๊าซ หมอกควนั เป็นตน้ 3.4.2 สภาพแวดล้อมทางชวี ภาพ ซง่ึ ผู้ปฏบิ ตั งิ านเกิดการสมั ผสั กบั สง่ิ ท่ี ก่อให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย หรอื ทาให้มีอาการเจ็บป่ วยเกิดข้นึ ความรุ นแรงของ อนั ตรายขน้ึ อยกู่ บั เชอ้ื โรค วธิ ที ส่ี มั ผสั ความรนุ แรงของเชอ้ื เวลาในการสมั ผสั เช่น เชอ้ื ไวรสั เชอ้ื แบคทเี รยี เชอ้ื รา เชอ้ื โรคจากหนูเป็นพาหะ แมลงต่างๆ เป็นตน้ 3.4.3 สภาพแวดลอ้ มดา้ นจติ ใจ พฒั นาการทางจติ ใจเป็นขบวนการทส่ี าคญั ยงิ่ ในชวี ติ มนุษย์ ทค่ี วบค่มู ากบั การพฒั นาการทางรา่ งกาย มนุษยแ์ ต่ละคนทเ่ี กดิ ขน้ึ มาควรมโี อกาส
20 ได้พฒั นาทงั้ ทางร่างกายและจติ ใจ ให้เต็มศกั ยภาพท่ไี ด้รบั มาตามธรรมชาติ ในการประกอบ อาชีพต่าง ๆ สภาพแวดล้อมทางจิตใจ เราทุกคนได้รับทัง้ ด้านดีและไม่ดี หากได้อยู่ใน สภาพแวดลอ้ มทด่ี กี จ็ ะทาใหจ้ ติ ใจได้รบั การ เช่น ความเออ้ื อาทร ความรกั ห่วงใย ความมนี ้าใจ ความสวยงาม ทศั นยี ภาพ เป็นตน้ 3.4.4 สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ ไดแ้ ก่ ดนิ น้า ภมู อิ ากาศ เป็นตวั กาหนด ชนดิ ของอาหารทจ่ี ะสามารถผลติ เช่น มลพษิ เสยี ง ความรอ้ น รงั สี ฯลฯ จากอ งค์ปร ะกอ บขอ ง ค ว า มปล อ ดภัย แล ะอ าชีว อ นามัยใ น การท างา นขอ ง สถ า น ประกอบการจะมีองค์ประกอบท่ีสาคัญมีความเก่ียวข้องกันโดยลักษณะของการทางาน ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน งานในหน้าทท่ี ต่ี อ้ งปฏบิ ตั ิ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั ร และสภาพสงิ่ แวดลอ้ ม ต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ดงั มอี งคป์ ระกอบเกย่ี วขอ้ งกนั ดงั ภาพท่ี 1.1 กระบวน วสั ดอุ ปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ การผลิต เครื่องจกั ร ความปลอดภยั อาชีวอนามยั คน สิ่งแวดล้อมใน การทางาน ภาพท่ี 1.1 องคป์ ระกอบของงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั
21 จากความหมายดงั กล่าวขา้ งต้น ใหค้ วามเหน็ ว่า เป็นสภาพการณ์ท่ปี ราศจากความไม่ เจบ็ ป่ วย หรอื อนั ตรายใด ๆ จากการปฏบิ ตั งิ าน จงึ สรุปได้ว่า ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั (Safety and Occupational Health) หมายถงึ สภาพการณ์ทป่ี ราศจากภยั อนั ตรายใด ๆ ทเ่ี กดิ จากการปฏบิ ตั งิ านไม่ว่าจะเป็นบาดเจ็บ เจบ็ ป่ วย ทุพลภาพ และเสยี ชวี ติ รวมทงั้ ดูแลรกั ษา สุขภาพหรอื สภาวะรา่ งกายของผปู้ ระกอบอาชพี ใหม้ คี วามปลอดภยั มรี ่างกายทส่ี มบูรณ์ มจี ติ ใจท่ี เขม้ แขง็ และมสี ภาพสงั คมทม่ี คี วามสขุ ในการดารงชวี ติ ดงั นัน้ การท่จี ะสร้างระบบความปลอดภยั ข้นึ ได้จาเป็นท่จี ะต้องเขา้ ใจเก่ียวกบั ความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั เพ่อื ให้ผู้บรหิ ารในสถานประกอบการได้หาแนวทางวธิ ีการท่ีดี ทนั สมยั มาดาเนินงานในการป้องกนั ส่งเสรมิ สนับสนุนให้เกิดความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ประกอบอาชีพในตาแหน่งต่าง ๆ ในทุก อุตสาหกรรมทงั้ การผลติ และบรกิ าร พาณิชยกรรม ก่อสรา้ ง รวมทงั้ อาชพี อ่นื ๆ ย่อมไดร้ บั การ เอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี เน่ืองจากการจดั การทรพั ยากรมนุษยเ์ ป็นหน้าท่สี าคญั ทผ่ี ู้บรหิ ารต้อง กาหนดนโยบายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความปลอดภัยและอาชีวอนามยั ในการทางาน ผเู้ ก่ยี วขอ้ งจาเป็นต้องรจู้ กั ความหมายและเขา้ ใจกบั ความหมายเหล่าน้ี ซง่ึ เสนาะ ตเิ ยาว์ และ จรี ะ ประทปี (2548, หน้า 5) ไดส้ รปุ ไวด้ งั น้ี ภยั (Hazard) หมายถงึ สภาพการณ์ซง่ึ มแี นวโน้มทจ่ี ะก่อใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ หรอื สญู เสยี ต่อรา่ งกาย หรอื ทรพั ยส์ นิ หรอื กระทบกระเทอื นต่อขดี ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านความปกติ ของบคุ คล อนั ตราย (Danger) หมายถงึ ระดบั ความรุนแรงท่เี ป็นผลเน่ืองมาจากภยั ความรุนแรง ของภยั จะมมี ากหรอื น้อยขน้ึ อยกู่ บั มาตรการและเครอ่ื งมอื ในการป้องกนั ความเสยี หาย (Damage) หมายถงึ ความสูญเสยี และบาดเจบ็ ทางด้านร่างกาย ด้าน จติ ใจ ดา้ นสงั คม และทรพั ยส์ นิ ซง่ึ จะมมี ากถา้ หากมกี ารควบคุมภยั น้อย อุบตั ิเหตุ (Accident) หมายถึง เหตุการณ์ท่เี กิดขน้ึ โดยมไิ ด้คาดการณ์ไว้ล่วง ซ่งึ เม่อื เกดิ ขน้ึ แลว้ จะก่อให้เกิดความเสยี หาย และเป็นอนั ตรายทัง้ ทางทรพั ย์สนิ และชวี ติ ได้ รวมทงั้ หากเกดิ เหตุการณ์น้ขี น้ึ จะทาใหก้ ารดาเนินการหยดุ ชะงกั ลงทนั ที อุบตั กิ ารณ์ (Incident) หมายถงึ เหตุการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ โดยไม่คาดคดิ เป็นเหตุนาไปสู่การ เกดิ อุบตั เิ หตุ (Accident) หรอื เกอื บเกดิ อุบตั เิ หตุ (Near Miss) เหตุการณ์เกือบเกดิ อุบตั ิเหตุ (Near Miss) หมายถงึ เหตุการณ์ไม่พงึ ประสงค์เม่อื เกิดข้นึ แล้วมแี นวโน้มท่จี ะก่อใหเ้ กิดเป็นอุบตั เิ หตุ หรอื เกือบได้รบั บาดเจบ็ เจบ็ ป่ วย เสยี ชวี ติ หรอื ความสญู เสยี ต่อทรพั ยส์ นิ สภาพแวดลอ้ มทางชวี ภาพและกายภาพ จาก คว ามหมายข้างต้นท่ีมีนัก วิชาก ารได้ส รุปไว้นั้นล้ว นแ ล้วแ ต่เ ป็ นเห ตุก ารณ์อัน ก่อให้เกิดการกระทาท่ีไม่ปลอดภัยในการทางานอันเกิดจากการกระทาท่ีไม่ปลอดภัย
22 สภาพแวดล้อมของงาน และบุคคล ด้วยกนั ทงั้ สน้ิ บุคคลจงึ ต้องใหค้ วามสนใจในอนั ตรายอนั ท่ี เกดิ ขน้ึ จากการทางานเป็นอยา่ งดี ความสาคญั ของความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั นบั ว่ามคี วามสาคญั ต่อชวี ติ มนุษยใ์ นแต่ละสาขาอาชพี ทุกตาแหน่งงาน โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ภาคอุตสาหกรรมการผลติ พาณิชยกรรม งานบรกิ าร และ งานประมง เกษตรกรรม กสกิ รรม ซง่ึ มกี ารใชเ้ คร่อื งจกั รกล เคร่อื งยนต์ เคร่อื งไฟฟ้า และเคร่อื ง ทุ่นแรงต่าง ๆ จานวนเพม่ิ ขน้ึ เร่อื ย ๆ ดงั นัน้ แรงงานคนซง่ึ ต้องสมั ผสั กบั ลกั ษณะการทางาน เหล่านัน้ อย่างใกล้ชดิ และตลอดเวลา โอกาสในการเกดิ อนั ตราย บาดเจบ็ และเจบ็ ป่ วยในการ ทางานก็ยอ่ มเกดิ ขน้ึ ไดเ้ สมอ ซ่งึ ผลสถติ ทิ ร่ี วบรวมโดยสานกั งานประกนั สงั คม กองทุนทดแทน พบว่า ผปู้ ระสบอนั ตราย และเจบ็ ป่ วยอนั เน่ืองมาจากการทางานเป็นจานวนมากในแต่ละปี ซง่ึ มี การเปิดเผยจากปลดั กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รบั ข้อร้องเรยี นท่จี งั หวดั ระยองซ่งึ เป็นพ้นื ท่ี ท่มี อี ุตสาหกรรมการผลติ จานวนมาก ได้มรี ายงานเกิดเหตุฉุกเฉินจากการประกอบกิจการ โรงงาน มจี านวน 197 เร่อื ง จาก 42 จงั หวดั หรอื เฉลย่ี 16 เร่อื งต่อเดอื นโดยเกดิ จากปัญหา เพลงิ ไหมม้ ากทส่ี ุด รองลงมาคอื อุบตั เิ หตุจากการทางานสารเคมรี วั่ ไหล การชุมนุมคดั คา้ นการ ตงั้ โรงงาน เคร่อื งจกั รหรอื อุปกรณ์ระเบดิ เป็นต้น จากผลการรายงานใน ปี 2558 มเี หตุฉุกเฉิน โรงงานปีน้ียงั ทาใหม้ ผี ูเ้ สยี ชวี ติ รวมทัง้ สน้ิ 27 คน บาดเจบ็ 81 คน คดิ เป็นมลู ค่าความเสยี หาย ของทรพั ยส์ นิ ราว 992 ลา้ นบาท โดยสาเหตุหลกั เกดิ เพราะอุบตั เิ หตุจากการทางาน เครอ่ื งจกั ร และอุปกรณ์ระเบดิ และเพลงิ ไหม้ ซ่งึ จงั หวดั ทม่ี กี ารเกดิ เหตุฉุกเฉินสูงทส่ี ุด คอื จงั หวดั ระยอง 19 เร่อื ง กรุงเทพฯ ชลบุรี และสมุทรปราการ จงั หวดั ละ 17 เร่อื ง และ นครปฐม 15 เร่อื ง สาหรบั จงั หวดั ทไ่ี มม่ เี หตุฉุกเฉนิ เลย มที งั้ สน้ิ 35 จงั หวดั หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 45 ของทงั้ หมดของ ประเทศ (กรุงเทพธุรกิจ, 2558, หน้า 6) จากเหตุการณ์รายงานดงั กล่าว ทาให้นายจ้างต้อง ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการจดั ระบบความปลอดภยั และอาชอี นามยั ในการทางานท่ดี ี มวี ธิ กี ารป้องกนั กากบั ดแู ล และส่งเสรมิ ใหเ้ หมาะสมอาจจะทาใหก้ ารดาเนินธุรกจิ เป็นไปอยา่ ง ราบร่นื ลดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาล ทาให้เกิดกาไรมากขน้ึ สร้างความเป็นธรรมให้กบั พนักงาน และสรา้ งภาพลกั ษณ์ท่ดี ตี ่อองคก์ ารในสายตาลูกคา้ จงึ สามารถสรุปความสาคญั ของ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ดงั น้ี 1. ช่วยส่งเสริมให้ผลผลิตเพิ่มสงู ขึ้น และสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจของประเทศ ช่วยส่งผลให้ต้นทุนทางการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารลดลง หรอื ช่วยลดความสูญเสยี กจิ การของ นายจา้ งอนั เน่ืองจากการเกดิ อุบตั เิ หตุ หากองคก์ ารมรี ะบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี - อนามยั ท่ดี ี ก็ย่อมทาให้การเกดิ อุบตั ิเหตุลดลง หรอื แทบจะไม่เกิดขน้ึ เลย ความสูญเสยี หรอื ค่าใชจ้ า่ ยสาหรบั การเกดิ อุบตั เิ หตุกน็ ้อยลงตามลาดบั สถานประกอบการสามารถประหยดั เงนิ ค่า
23 รักษาพยาบาล การสมทบกองทุนทดแทนก็จะได้ลดลงในปีถัดไปได้ รวมทัง้ เป็ นผลดีใน ภาพลกั ษณ์ขององคก์ ารดา้ นการบรหิ ารจดั การควบคุมความปลอดและอาชวี อนามยั ได้ และการ ทางานของพนักงานมคี วามปลอดภยั มากเท่าไหร่ก็ย่อมส่งผลให้เกดิ ขวญั กาลงั ใจดี ส่งผลผลติ โดยรวมใหส้ งู ขน้ึ ได้ 2. ช่วยทาให้เกิดกาไรมากขึ้น เน่อื งจากต้นทุนลดลงย่อมส่งผลใหผ้ ลผลติ เพมิ่ ขน้ึ เป็น เหตุใหผ้ ลการดาเนินกจิ การได้กาไรมากขน้ึ เน่ืองจาก กาไร = รายได้ – รายจ่าย ทาใหส้ ถาน ประกอบการสามารถใหผ้ ลตอบแทน และเพมิ่ สวสั ดกิ ารต่าง ๆ ใหก้ บั พนักงานไดเ้ ป็นการกระตุ้น และจงู ใจใหพ้ นักงานเกดิ ความตระหนักในการทางานให้เกดิ ความปลอดภยั อย่างสม่าเสมอและ ต่อเน่อื ง 3. ช่วยป้องกนั และควบคมุ ให้เกิดสภาพความปลอดภยั ในการทางาน หากสภาพ การทางานมคี วามปลอดภยั โดยการจดั สถานท่เี หมาะสม ตดิ ตงั้ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั รท่มี คี วาม ปลอดภยั มกี ารตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ตามกาหนด พรอ้ มทงั้ การฝึกอบรมพนักงานเป็นประจา สม่าเสมอไม่ว่าจะเรม่ิ งานใหม่ หรอื พนักงานเก่าท่ปี ฏบิ ตั งิ านอยู่แล้ว ก็ย่อมหมายถึงการช่วย ป้องกนั และควบคุมให้สภาพการทางานมคี วามปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่ดี ใี ห้กบั บุคลากร 4. ช่วยลดผลกระทบทางสงั คมที่ตามมาหลงั จากการประสบอนั ตรายและเจบ็ ป่ วย อนั เกิดจากการทางาน ในกรณีทห่ี วั หน้าครอบครวั ประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่ วยจนเสยี ชวี ติ ทุพลภาพ ไม่สามารถปฏบิ ตั งิ านได้ก็ทาให้ขาดรายได้ในการดูแลครอบครวั ขาดเสาหลกั ใน ครอบครวั บนั่ ทอนสุขภาพจติ ใจของคนในครอบครวั ขาดกาลงั ใจ ลูกหลานต้องเสยี โอกาสทจ่ี ะ ศึกษาเล่าเรยี น ทาให้ครอบครวั ประสบปัญหาต่าง ๆ ตามมา หากให้ความสาคญั ด้านความ ป ล อ ด ภัย แ ล ะ อ า ชี ว อ น า มัย ใ น ก า ร ท า ง า น กั บ ผู้ ป ฏิ บั ติ ง า น ก็ จ ะ ช่ ว ย ล ด ผ ล ก ร ะ ท บ ไ ด้ 5. ช่วยธารงรกั ษา และสงวนรกั ษาทรพั ยากรมนุษยใ์ นองค์การ สภาพแวดล้อม การทางานทม่ี คี วามปลอดภยั ส่งผลต่อการลดอุบตั เิ หตุในการทางาน พนักงานผปู้ ฏบิ ตั งิ านกจ็ ะ มีความปลอดภัย และสุขภาพท่ีดีในการดารงชีวิต ทาให้จูงใจ และสร้างขวัญกาลังใจให้ ผู้ปฏิบัติงานต้องการทางานอยู่องค์การไปนานเท่านาน เน่ืองจากระบบการจัดการความ ปลอดภยั และอาชีวอนามยั ดี ผู้ปฏบิ ตั งิ านก็ทาให้บาดเจ็บ หรอื ตายน้อยลง จงึ เป็นการสงวน รกั ษาทรพั ยากรมนุษยท์ ส่ี าคญั ของชาตไิ วไ้ ด้ 6. ช่วยในการสร้างความเป็นธรรมให้กบั พนักงานในการจ้างงาน ไม่ขดั ต่อหลกั มนุษยธรรมในการประกอบธรุ กิจ การดาเนินงานด้านความปลอดภยั และอาชวี อนามยั เป็น เรอ่ื งท่นี ายจา้ งต้องกระทาใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านมคี วามปลอดภยั และสุขภาพอนามยั เพ่อื เป็นไปตาม หลกั มนุษยธรรม คุณธรรมสาหรบั การประกอบการของนายจา้ งดว้ ย ดงั นนั้ นายจา้ งตอ้ งมหี น้าท่ี ดูแล กากบั ควบคุมและปกป้องคุ้มครองลูกจา้ ง โดยมกี ารกากบั ดูแลสถานท่ที างานให้มคี วาม ปลอดภยั และป้องกนั อนั ตรายในการทางาน เช่น อุปกรณ์สวมใส่ป้องกนั อนั ตรายในการทางาน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 785
- 786
- 787
- 788
- 789
- 790
- 791
- 792
- 793
- 794
- 795
- 796
- 797
- 798
- 799
- 800
- 801
- 802
- 803
- 804
- 805
- 806
- 807
- 808
- 809
- 810
- 811
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 800
- 801 - 811
Pages: