Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Description: การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

Search

Read the Text Version

609 2. รายงานและเสนอแนะมาตรการหรอื แนวทางปรบั ปรงุ แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย เกย่ี วกบั ความ ปลอดภยั ในการทางาน และมาตรฐานความปลอดภยั ในการทางานต่อนายจา้ ง เพ่อื ความปลอดภยั ในการ ทางานของลูกจา้ งผรู้ บั เหมาและบุคคลภายนอกท่เี ขา้ มาปฏบิ ตั งิ าน หรอื เขา้ มาใชบ้ รกิ ารในสถานประกอบกจิ การ 3. ส่งเสรมิ สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบ กจิ การ 4. พจิ ารณาขอ้ บงั คบั และคู่มอื ความปลอดภยั ในการทางาน รวมทงั้ มาตรฐานดา้ นความ ปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบกจิ การเสนอต่อนายจา้ ง 5. สารวจการปฏบิ ตั ิด้านความปลอดภยั ในการทางานและตรวจสอบสถิตกิ ารประสบ อนั ตราย ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสถานประกอบกจิ การ อยา่ งน้อยเดอื นละหน่งึ ครงั้ 6. พิจารณาโครงการหรอื แผนการฝึกอบรมเก่ียวกับความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงโครงการหรอื แผนการอบรมเก่ียวกบั บทบาทหน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบในด้านความ ปลอดภยั ของลกู จา้ ง หวั หน้างาน ผบู้ รหิ าร นายจา้ ง และบุคลากรทุกระดบั เพ่อื เสนอความเหน็ ต่อนายจา้ ง 7. วางระบบการรายงานสภาพการทางานท่ไี ม่ปลอดภยั ให้เป็นหน้าท่ขี องลูกจ้างทุก ระดบั ตอ้ งปฏบิ ตั ิ 8. ตดิ ตามผลความคบื หน้าเรอ่ื งทเ่ี สนอนายจา้ ง 9. รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประจาปีรวมทงั้ ระบุปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะใน การปฏบิ ตั ิ หน้าทข่ี องคณะกรรมการเมอ่ื ปฏบิ ตั หิ น้าทค่ี รบหน่งึ ปีเพ่อื เสนอต่อนายจา้ ง 10. ประเมนิ ผลการดาเนินงานด้านความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบ กจิ การ 11. ปฏบิ ตั งิ านดา้ นความปลอดภยั ในการทางานอ่นื ตามทน่ี ายจา้ งมอบหมาย การจดั ดาเนิ นการประชุมคณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สภาพแวดล้อมในการทางานของสถาน ประกอบกิจการ การจดั ดาเนินการประชุมใหเ้ ป็นตามขอ้ บงั คบั ท่คี ณะกรรมการกาหนด อย่างน้อยเดอื น ละหน่ึงครงั้ หรอื เม่อื กรรมการไม่น้อย กว่าคร่งึ หน่ึงร้องขอ โดยแจ้งกาหนดการประชุมและ ระเบยี บวาระการประชุมใหก้ รรมการทราบอย่างน้อย สามวนั ก่อนถงึ วนั ประชมุ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการเลือกตงั้ กรรมการผ้แู ทนลูกจ้างในคณะกรรมการ ความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางาน ในการดาเนินการจดั การประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามยั และ สภาพแวดล้อมในการทางาน นายจ้างต้องให้มีการดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน จงึ มีแนวปฏบิ ตั ิตามหลกั เกณฑแ์ ละ

610 วธิ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการผู้แทนลูกจา้ งในคณะกรรมการ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน มขี นั้ ตอน ดงั น้ี ขนั้ ตอนท่ี 1 ใหน้ ายจา้ งแต่งตงั้ คณะกรรมการดาเนนิ การเลอื กตงั้ ดงั น้ี (โดยคณะกรรมการได้มกี ารรบั สมคั รทม่ี กี ารกาหนดระยะเวลาส้นิ สุดการรบั สมคั รแล้ว) ตอ้ งมกี ารดาเนนิ การตามขนั้ ตอนท่ี 1 ดงั น้ี 1. แต่งตงั้ จากลกู จา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ ารซง่ึ ไม่ประสงคจ์ ะสมคั รรบั เลอื กตงั้ เป็น กรรมการผแู้ ทน ลกู จา้ ง 2. จานวนไมน่ ้อยกว่าสามคนแต่ไมเ่ กนิ หา้ คน 3. แจง้ ให้ลูกจ้างทุกคนท่รี บั การแต่งตงั้ เป็นคณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ ทราบ และปิด ประกาศรายช่อื คณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ โดยเปิดเผย ณ สถานทท่ี างาน ของลกู จา้ ง ทงั้ น้ภี ายใน 3 วนั นบั แต่วนั ทแ่ี ต่งตงั้ ขนั้ ตอนที่ 2 การประกาศรบั สมคั ร ให้คณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ ดาเนินการ ประกาศ กาหนดวนั เวลา สถานท่รี บั สมคั ร และจานวนกรรมการผู้แทนลูกจา้ งท่จี ะได้รบั การ เลอื กตงั้ ภายใน 5 วนั นับตงั้ แต่วนั ท่นี ายจา้ งปิดประกาศ รายช่อื คณะกรรมการดาเนินการ เลอื กตงั้ ทงั้ น้ีต้องกาหนดวนั และเวลายน่ื ใบสมคั รไดภ้ ายในระยะเวลาไมน่ ้อย กว่า 3 วนั แต่ไม่ เกนิ 5 วนั นบั จากวนั ทป่ี ระกาศรบั สมคั ร ขนั้ ตอนที่ 3 เม่ือสิ้นสดุ ระยะเวลารบั สมคั ร กรณีท่ี 1 หากมจี านวนผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เท่ากบั จานวนกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ ง ทจ่ี ะไดร้ บั การเลอื กตงั้ ใหน้ ายจา้ งแต่งตงั้ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เป็นกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ ง กรณีท่ี 2 หากไม่มผี ูใ้ ดสมคั รรบั เลอื กตงั้ หรอื มจี านวนผูส้ มคั รรบั เลอื กตงั้ น้อย กว่าจานวน กรรมการผแู้ ทนลูกจา้ งทจ่ี ะไดร้ บั การเลอื กตงั้ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ ดาเนินการรบั สมคั รใหม่ หรอื ประกาศรบั สมคั รเพม่ิ แล้วแต่กรณีโดยต้องกาหนดระยะเวลารบั สมคั รใหม่ไมน่ ้อยกว่า 2 วนั และเมอ่ื ส้นิ สุดระยะเวลารบั สมคั รใหม่แล้วไม่ไดม้ าซ่งึ กรรมการ ผแู้ ทนลูกจา้ งครบตามจานวน ให้นายจา้ งแต่งตงั้ ผูส้ มคั ร รบั เลอื กตงั้ (ถ้าม)ี และลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั ิการอ่นื ซ่งึ ไม่ใช่คณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ และไม่ได้สมคั รรบั เลอื กตงั้ เป็น กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งจนครบจานวน กรณีท่ี 3 หากมจี านวนผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ มากกว่าจานวนกรรมการผู้แทน ลกู จา้ ง ใหด้ าเนินการตามขนั้ ตอนท่ี 4 ต่อไป ขนั้ ตอนที่ 4 การประกาศรายชอ่ื ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เมอ่ื สน้ิ สุดระยะเวลาการรบั สมคั ร และมจี านวนผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ มากกว่าจานวนกรรมการ ผแู้ ทนลูกจา้ ง ใหค้ ณะกรรมการ ดาเนินการเลอื กตงั้ ประกาศรายช่อื และหมายเลขประจาตวั ผู้สมคั รรบั เลอื กตงั้ และประกาศ

611 กาหนดวนั เวลา และสถานทเ่ี ลอื กตงั้ เพ่อื ใหไ้ ดร้ ายช่ือ กรรมการผู้แทนลูกจา้ ง ภายใน 10 วนั นบั ตงั้ แต่วนั ทส่ี น้ิ สุดระยะเวลาประกาศรบั สมคั ร ขนั้ ตอนท่ี 5 การจดั ทาบญั ชรี ายช่อื ผู้มสี ทิ ธลิ งคะแนนเลอื กตงั้ ลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ ารในสถานประกอบกจิ การทุกคน รวมทงั้ ลกู จา้ งซง่ึ ไดร้ บั การแต่งตงั้ เป็น คณะกรรมการ ดาเนนิ การเลอื กตงั้ มสี ทิ ธลิ งคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ 1.ให้นายจ้างจดั ทาบญั ชีรายช่ือลูกจ้างระดบั ปฏิบัติการทุกคนในสถาน ประกอบกจิ การ จานวน ๒ ชดุ สง่ ใหค้ ณะกรรมการดาเนนิ การเลอื กตงั้ 1 ชุดก่อนวนั เลอื กตงั้ อกี 1 ชดุ ปิดประกาศไวใ้ หล้ กู จา้ ง ตรวจดรู ายชอ่ื ก่อนวนั เลอื กตงั้ ไมน่ ้อยกวา่ 3 วนั 2. ให้ลูกจ้างตรวจดูรายช่อื ในบญั ชรี ายช่อื ท่นี ายจ้างปิดประกาศ กรณีท่ี พบว่าไม่มรี ายช่อื ในบญั ชหี รอื บญั ชรี ายช่อื ไม่ถูกตอ้ ง ลูกจา้ งมสี ทิ ธคิ ดั คา้ น และขอให้นายจา้ ง แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง 3. ในกรณที พ่ี บว่าไมม่ รี ายชอ่ื ลูกจา้ งระดบั ปฏบิ ตั กิ ารผใู้ ดในบญั ชหี รอื บญั ชี รายช่อื ดงั กล่าว ไม่ถูกต้อง ให้นายจา้ งดาเนินการแก้ไขบญั ชรี ายช่อื ให้ถูกต้องโดยเรว็ และปิด ประกาศพรอ้ มส่งบญั ชรี ายชอ่ื ใหม่ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการก่อนวนั เลอื กตงั้ ขนั้ ตอนที่ 6 การลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ การเลอื กตงั้ ผแู้ ทนลกู จา้ ง ใหก้ ระทา โดยวธิ ลี งคะแนนลบั ใหค้ ณะกรรมการดาเนนิ การเลอื กตงั้ ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. จดั ใหม้ กี ารลงคะแนนเสยี งในบตั รเลอื กตงั้ และนาไปใส่หบี บตั รเลอื กตงั้ ตามวนั เวลา และสถานทท่ี ก่ี าหนด 2. เมอ่ื สน้ิ สุดระยะเวลาการเลอื กตงั้ ใหน้ บั คะแนนเสยี งทงั้ หมดโดยเปิดเผย ทนั ที 3. ประกาศผลการนบั คะแนนเสยี งและจดั ทาบญั ชรี ายช่อื เรยี งลาดบั ผไู้ ดร้ บั คะแนนเสยี ง มากทส่ี ุดตามลาดบั จนถงึ ผไู้ ดร้ บั คะแนนเสยี งน้อยทส่ี ุด ในกรณที ม่ี ผี ไู้ ดร้ บั คะแนน เสยี งเลอื กตงั้ เท่ากนั ในลาดบั ใด ใหจ้ บั สลากเพ่อื เรยี งลาดบั ระหว่างผไู้ ดค้ ะแนนเสยี งเท่ากนั โดย เปิดเผย 4. ให้ผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ ซ่ึงได้คะแนนเสยี งมากท่สี ุดตามลาดบั จนครบ จานวนกรรมการ ผู้แทนลูกจา้ งท่ไี ด้ประกาศไวเ้ ป็นกรรมการผูแ้ ทนลูกจา้ ง ท่เี หลอื ใหข้ น้ึ บญั ชี รายช่อื สารองไว้ 5. แจง้ ผลการเลอื กตงั้ ใหน้ ายจา้ งทราบภายใน 3 วนั นับแต่วนั ส้นิ สุดการ เลอื กตงั้ ขนั้ ตอนท่ี 7 การปฏบิ ตั หิ น้าท่ขี องผูแ้ ทนลูกจ้าง ผู้แทนลูกจา้ งซง่ึ ได้รบั การ เลือกตงั้ ตามขนั้ ตอนท่ี 6 หรอื ได้รบั การแต่งตงั้ ตามขนั้ ตอนท่ี 3 มหี น้าท่แี ละสทิ ธใิ นฐานะ

612 กรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานนบั แต่ วนั เลอื กตงั้ หรอื วนั แต่งตงั้ แลว้ แต่กรณี ขนั้ ตอนท่ี 8 กรณกี รรมการผแู้ ทนลกู จา้ งพน้ ตาแหน่งก่อนครบวาระ 1. ให้ลูกจ้างซ่งึ ได้รบั คะแนนเสยี งลาดบั ถดั ไป ตามบญั ชรี ายช่อื ลูกจา้ งท่ี ไดร้ บั การเลอื กตงั้ เป็นกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งแทนตาแหน่งทว่ี ่าง 2. กรณีไมม่ ลี กู จา้ งในบญั ชรี ายช่อื ลูกจา้ งทไ่ี ดร้ บั การเลอื กตงั้ เหลอื อยู่ ให้ นายจา้ งจดั ใหม้ ี การเลอื กตงั้ กรรมการผแู้ ทนลกู จา้ ง ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ทต่ี าแหน่งว่าง 3. ให้กรรมการผูแ้ ทนลูกจา้ งซง่ึ แทนตาแหน่งทว่ี ่างดารงตาแหน่งเท่ากบั วาระทเ่ี หลอื อยู่ ของกรรมการผแู้ ทนลกู จา้ งทต่ี นแทน ทงั้ น้ีใหน้ ายจา้ งอานวยความสะดวก จดั หาอุปกรณ์สาหรบั ลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ และออกค่าใช้จ่ายในการดาเนินการเลอื กตงั้ แนวปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการผู้แทนลูกจา้ งท่กี าหนดโดยกฎหมายให้มกี ารการจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทางานของสถานประกอบกิจการ สามารถสรุปได้ดงั ตารางท่ี 10.4 ตารางที่ 10.4 สรุปวิธีการเลอื กตงั้ กรรมการผู้แทนลูกจ้างในการจดั ตงั้ คณะกรรมการความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ หน้าที่ของนายจ้าง หน้ าที่คณะกรรมการดาเนิ นการเลือกตงั้ ขนั้ ตอนที่ 1 1. นายจ้างแต่งตงั้ คณะกรรมการดาเนินการเลือกตงั้ จานวน 3-5 คน 2. แจง้ ใหผ้ ไู้ ดร้ บั การแตง่ ตงั้ ทุกคนทราบ 3. ปิ ดประกาศรายช่ือคณะกรรมการดาเนินการ เลอื กตงั้ โดยเปิดเผย ณ สถานทท่ี าการลูกจา้ ง (ภายใน 3 วนั นบั ตงั้ แต่วนั แตง่ ตงั้ ) ขนั้ ตอนที่ 2 1. ประกาศกาหนดวนั เวลา สถานท่ีรบั สมคั ร และ จานวนกรรมการผู้แทนลูกจ้างท่ีจะได้รับการเลือกตัง้ ภายใน 5 วนั นับตงั้ แต่วนั ท่นี ายจ้างปิดประกาศรายช่ือ คณะกรรมการดาเนินการเลอื กตงั้ 2. กาหนดวนั และเวลาย่นื ใบสมคั รไดภ้ ายในระยะเวลา ไมน่ ้อยกวา่ 3 วนั แต่ไมเ่ กนิ 5 วนั นับจากวนั ท่ี ประกาศ รบั สมคั ร

613 ตารางที่ 10.4 สรุปวธิ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการผู้แทนลูกจ้างในการจดั ตงั้ คณะกรรมการความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ (ต่อ) หน้าที่ของนายจ้าง หน้ าท่ีคณะกรรมการดาเนิ นการเลือกตงั้ ขนั้ ตอนที่ 3 1. นายจ้างแต่งตงั้ ผู้สมคั รรบั เลือกตงั้ เป็นกรรมการ ผแู้ ทนลูกจา้ ง 2. ประกาศรบั สมคั รเพมิ่ แล้วแต่กรณีโดยต้องกาหนด ระยะเวลารบั สมคั รใหมไ่ มน่ ้อยกวา่ 2 วนั 3. หากระยะเวลาสน้ิ สุดลงไมม่ ผี มู้ าสมคั ร ใหน้ ายเลอื ก มาจนครบตามจานวน ขนั้ ตอนท่ี 4 1. ประกาศรายช่อื และหมายเลขประจาตวั ผสู้ มคั ร 2. ประกาศกาหนดวนั เวลา และสถานท่ีเลือกตงั้ ทงั้ น้ี เพ่อื ให้ได้รายช่ือกรรมการผู้แทนลุกจ้างภายใน 10 วนั นบั ตงั้ แตว่ นั ทส่ี น้ิ สดุ ระยะเวลาประกาศรบั สมคั ร ขนั้ ตอนที่ 5 จดั ทาบญั ชีรายชื่อผมู้ ีสิทธิลงคะแนน 1. จดั ทาบญั ชีรายช่ือลูกจ้างระดบั ปฏิบัติการทุกคน รวมทงั้ คณะกรรมการดาเนินการเลือกตงั้ จานวน 2 ชุดสง่ ให้คณะกรรมการดาเนินการเลือกตัง้ 1 ชุด ก่อนวัน เลือกตงั้ อีก 1 ชุด ปิ ดประกาศไว้ให้ลูกลูกจ้างตรวจดู รายช่อื ทน่ี ายจา้ งปิดประกาศ ลูกจ้างระดับปฏิบัติการทุกคนมีสิทธิลงคะแนนเสียง เลอื กตงั้ โดยตรวจดูบญั ชรี ายช่อื ผู้มสี ทิ ธลิ งคะแนนเสยี ง เลอื กตงั้ หากไมพ่ บรายช่อื หรอื บญั ชรี ายช่อื ไม่ถูกตอ้ ง มี สทิ ธคิ ดั คา้ นและขอใหน้ ายจา้ งแกไ้ ข ขนั้ ตอนท่ี 6 การลงคะแนนเสียงเลือกตงั้ ให้กระทาโดยวิธีลงคะแนนลบั 1. จดั ใหม้ กี ารลงคะแนนเสยี งในบตั รเลอื กตงั้ และนาไปใส่ หบี เลอื กตงั้ ตามวนั เวลา สถานท่ี 2. เม่อื ส้นิ สุดระยะเวลาการเลือกตงั้ ให้นับคะแนนเสยี ง ทงั้ หมดโดยเปิดเผยทนั ที

614 ตารางท่ี 10.4 สรุปวธิ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการผู้แทนลูกจา้ งในการจดั ตงั้ คณะกรรมการความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานของสถานประกอบกจิ การ (ต่อ) หน้าท่ีของนายจ้าง หน้ าที่คณะกรรมการดาเนิ นการเลือกตงั้ ขนั้ ตอนที่ 6 การลงคะแนนเสียงเลือกตงั้ ให้กระทาโดยวิธีลงคะแนนลบั (ต่อ) 3. ประกาศผลการนับคะแนนเสยี งและจดั ทาบญั ชรี ายช่อื เรยี งลาดบั ผไู้ ดร้ บั คะแนนเสยี งมากท่สี ดุ ตามลาดบั จนถงึ ผู้ ไดร้ บั คะแนนเสยี งน้อยทส่ี ดุ 4. ให้ผู้สมคั รรบั เลือกตงั้ ซ่ึงได้คะแนนเสียงมากท่ีสุด ตามลาดบั จนครบจานวนเป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้างท่ี เหลอื ใหข้ น้ึ บญั ชรี ายช่อื สารองไว้ 5. แจง้ ผลการเลอื กตงั้ ใหน้ ายจา้ งทราบภายใน 3 วนั ขนั้ ตอนท่ี 7 การปฏิบตั ิหน้าท่ีของผ้แู ทนลกู จ้าง ผ้แู ทนลูกจ้างซ่ึงได้รบั การเลือกตัง้ ตามขนั้ ตอนท่ี 6 หรอื ไดร้ บั การแต่งตงั้ ตามขนั้ ตอนท่ี 3 มหี น้าทแ่ี ละสทิ ธใิ น ฐานะกรรมการความปลอดภัย อาชีวีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทางานนับแต่วนั เลือกตงั้ หรือวนั แตง่ ตงั้ แลว้ แตก่ รณี ขึน้ ตอนท่ี 8 กรณีกรรมการผ้แู ทนลกู จ้างพ้นตาแหน่ง ก่อนครบวาระ 1.ใหล้ กู จา้ งซง่ึ ไดร้ บั คะแนนเสยี งลาดบั ถดั ไป ตามบญั ชี รายช่ือลุกจ้างท่ีได้รบั การเลือกตงั้ เป็นกรรมการผู้แทน ลกู จา้ งแทนตาแหน่งทว่ี า่ ง 2. กรณีทไ่ี มม่ ลี ูกจา้ งในบญั ชรี ายช่อื ลูกจา้ งทไ่ี ดร้ บั การ เลอื กตงั้ เหลอื อยใู่ หน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ กรรมการ ผแู้ ทนลูกจา้ งภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ทต่ี าแหน่งวา่ ง 3. ใหก้ รรมการผแู้ ทนลูกจา้ งซ่งึ แทนตาแหน่งทว่ี า่ งดารง ตาแหน่งเท่ากบั วาระท่เี หลอื ของกรรมการผแู้ ทนลูกจา้ งท่ี เป็นตวั แทนลูกจา้ ง การสื่อสารเพ่ือความปลอดภยั ในการทางาน การส่อื สารมบี ทบาท หน้าทท่ี ส่ี าคญั ต่อมนุษยใ์ นการดารงชวี ติ ไมว่ ่าจะประกอบอาชพี ใด ๆ ไมว่ ่าภาครฐั และเอกชนกต็ าม ต้องอาศัยการส่อื สารทางการบรหิ ารเพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจต่อกนั ในการส่อื สาร ในการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน หากจะใหป้ ระสบความสาเรจ็ ไปตามทม่ี ่งุ หวงั ไวท้ ต่ี อ้ งการกย็ อ่ มต้องอาศยั การส่อื สารทม่ี ี กระบวนการทเ่ี ป็นขนั้ ตอนในการส่อื สารเพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจใหพ้ นักงานทุกไดป้ ฏบิ ตั ติ ามอยา่ ง เครง่ ครดั และเป็นการแจง้ ขา่ วสารขอ้ มลู โน้มน้าว จงู ใจใหท้ กุ คนไดป้ ฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเครง่ ครดั

615 ความหมายของการส่ือสารเพื่อความปลอดภยั การสอ่ื สารเน่อื งจากมบี ทบาทสาคญั และจาเป็นต่อมนุษย์ การส่อื สารจงึ เป็นความสาคญั และประโยชน์มากต่อการบรหิ ารจดั การในองคก์ าร ได้มนี ักวชิ าการหลายท่านไดใ้ หค้ วามหมาย ของ การส่อื สาร (Communication) ไวต้ ่าง ๆ ดงั น้ี (สุรสทิ ธิ ์ วทิ ยารฐั , 2549, หน้า 9) ไดใ้ หค้ วามหมายของ การส่อื สาร ไวว้ ่า กระบวนการ ส่งข่าวสารขอ้ มูลจากผูส้ ่งข่าวสารไปยงั ผูร้ บั ข่าวสาร มวี ตั ถุประสงค์เพ่อื ชกั จูงใหผ้ ู้รบั ข่าวสารมี ปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองกลบั มา โดยคาดหวงั ใหเ้ ป็นไปตามทผ่ี สู้ ่งตอ้ งการ (Denis McQuail, 2005, p.76) ไดใ้ หค้ วามหมายของการส่อื สาร ไวว้ ่า การใหแ้ ละการ รบั ความหมายการถ่ายทอดและการรบั สาร ซ่งึ รวมถึงแนวคดิ ของการโต้ตอบ แบ่งปัน และมี ปฏสิ มั พนั ธก์ นั ดว้ ย (Wilbur Schramm, 1971, p.39) ไดใ้ หค้ วามหมายของการส่อื สาร ไวว้ ่า กระบวนการ แลกเปลย่ี นข่าวสาร เกดิ ขน้ึ โดยการถ่ายทอดสารจากบุคคลฝ่ ายหน่ึงซง่ึ ทาหน้าทส่ี ่งสารผ่านส่อื หรอื ชอ่ งทางต่าง ๆ ไปยงั ผรู้ บั สาร โดยมวี ตั ถุประสงคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหน่งึ จากความหมายของการสอ่ื สารขา้ งตน้ สรปุ ว่า การส่อื สาร หมายถงึ กระบวนการในการ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ รสู้ กึ ไปยงั บุคคลอกี ฝ่ ายหน่ึงเพ่อื ใหไ้ ดร้ บั การตอบสนอง โดยผา่ นกระบวนการต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ชอ่ งทาง ส่อื ต่าง ๆ โดยมเี ป้าหมายทต่ี อ้ งการ (ปราโมช เช่ียวชาญ, 2553, หน้า 6) ได้ให้ความหมายของ การส่ือสารเพ่ือความ ปลอดภยั ไวว้ า่ กระบวนการส่งหรอื ถ่ายทอดขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั ความปลอดภยั จากผสู้ ่งสาร ไปยงั ผู้รบั สารโดยผ่านช่องทางหรอื ส่อื ต่าง ๆ เพ่อื ใหเ้ กดิ สภาวะท่เี ป็นอสิ ระหรอื ปราศจากภยั คุกคาม ไมม่ อี นั ตราย ไมเ่ กดิ การบาดเจบ็ และการสญู เสยี รวมถงึ ไม่มคี วามเสย่ี งใด ๆ เกดิ ขน้ึ วตั ถปุ ระสงคข์ องการส่ือสารเพื่อความปลอดภยั 1. เพ่อื แจง้ ข้อมูลข่าวสาร เป็นการรับและส่งข่าวสารดา้ นต่างๆ การนาเสนอเร่ืองราว ความรู้สึกนึกคิด ความรู้ หรือส่ิงอื่นใด ที่ตอ้ งการให้ผูร้ ับสารรู้และเขา้ ใจขอ้ มูลน้ันๆ โดยมุ่งให้ ความรู้และสร้างความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ ง 2. เพ่อื แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เหน็ ต่อกนั ในทางท่สี อดคล้องกนั สรา้ งสรรคใ์ นสงิ่ ใหมท่ จ่ี ะสนบั สนุนใหก้ ารส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั เกดิ ประสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ 3. เพ่อื ใหค้ วามรทู้ างดา้ นความปลอดภยั ใหเ้ หน็ ถงึ ผลการลดอุบตั เิ หตุอนั อาจเกดิ จาก การทางาน ดว้ ยการสอ่ื สารเป็นเอกสาร แผ่นพบั การประชาสมั พนั ธด์ ว้ ยสอ่ื ต่าง ๆ 4. เพ่อื โน้มน้าวใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั อิ ย่างปลอดภยั การนาเสนอเรอ่ื งราวหรอื สง่ิ อ่นื ใดเพ่อื จงู ใจใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื สรา้ งกาลงั ใจ เพ่อื ใหผ้ รู้ บั สารเกดิ ความคดิ คลอ้ ยตาม หรอื ปฏบิ ตั ติ ามท่ี ผสู้ ง่ สารตอ้ งการ และนาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ แกไ้ ข

616 5. เพอ่ื เตอื นหรอื หา้ มการกระทาทไ่ี มป่ ลอดภยั เป็นการแจง้ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านไดป้ ฏบิ ตั ติ าม กฎระเบยี บขอ้ บงั คบั ในการทางานอย่างเครง่ ครดั ความสาคญั ของการสื่อสารเพื่อความปลอดภยั ในการทางาน 1. การส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั ในการทางานเป็นองคป์ ระกอบในการดาเนินงานดา้ น ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั กระบวนการส่อื สารเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ในการบรู ณาการ ความรจู้ ากศาสตรส์ าขาต่าง ๆ ซง่ึ ต้องมกี ารวางแผน กาหนดมาตรการป้องกนั กระตุ้นด้วยการ ส่อื สารให้เกิดประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการทางาน รวมทงั้ การเฝ้ าระวงั ตรวจสอบ ประเมนิ ตดิ ตามผลการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งต่อเน่อื ง 2. การส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั เป็นขอ้ กาหนดตามกฎหมายและอนุกรมมาตรฐาน ต่าง ๆ ใหเ้ กดิ ความเป็นมาตรฐานสากลใหท้ กุ หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ 3. การส่อื สารเพ่อื ความปลอดภยั เป็นการเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหว่างบุคคล ทจ่ี ะ เสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลภายในและภายนอกองคก์ าร อปุ สรรคในการสื่อสารเพื่อความปลอดภยั ในการทางานมีดงั นี้ 1. อุปสรรคท่เี กดิ จากผู้ส่งสาร เช่น ขาดความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะในการส่อื สารไม่ น่าเช่อื ถอื ขาดความมนั่ ใจในตนเอง 2. อุปสรรคท่ีเกิดจากตวั สาร เช่น สารไม่ชดั เจน ไม่สมบูรณ์ ไม่น่าสนใจ ขอ้ มลู มาก เกนิ ไป หรอื ขาดการเรยี บเรยี ง 3. อุปสรรคทเ่ี กดิ จากส่อื หรอื ชอ่ งทางการส่อื สาร คอื การเลอื กสอ่ื ไมเ่ หมาะสม ส่อื สารผดิ ช่องทาง ไดแ้ ก่ วยั รนุ่ หากใชช้ ่องทางทไ่ี มเ่ หมาะสมกจ็ ะทาใหไ้ มร่ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั้ ๆ 4. อุปสรรคเกดิ จากผูร้ บั สาร เช่น ขาดความสามารถในการรบั สาร ทศั นคตไิ มด่ ไี มส่ นใจ ทจ่ี ะรบั สาร คอื ปฏเิ สธขอ้ มลู ขา่ วสาร หรอื เพกิ เฉยไมส่ นใจ 5. อุปสรรคทเ่ี กดิ จากสง่ิ แวดลอ้ มของการส่อื สาร ขาดความเหมาะสมในแง่เวลา สถานท่ี บคุ คล เช่น หวั หน้าส่อื สารกบั ลกู น้อง ในสถานทม่ี เี สยี งดงั มาก ทาใหผ้ ูร้ บั สารไมไ่ ดย้ นิ หรอื ไมม่ ี สมาธทิ จ่ี ะฟังหวั หน้างาน นักสงั เกตความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ านในโรงงานอุตสาหกรรมเก่ยี วกบั ปฏบิ ตั งิ านไม่ว่าทาหน้าทใ่ี นการดูแล ควบคมุ เครอ่ื งจกั ร อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ในการทางานใด ๆ กต็ าม หากจะทาใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานมากท่สี ุด หรอื ลดอุบตั เิ หตุ ความเส่ยี งอนั อาจจะก่อให้เกดิ อนั ตรายท่เี กดิ ขน้ึ จาก การทางาน แมก้ ระทงั่ ผบู้ งั คบั บญั ชา หรอื หวั หน้างานต้องเป็นนกั สงั เกตความปลอดภยั โดยตอ้ ง สงั เกตทุกครงั้ ท่เี ดนิ ออกไปตรวจงาน โดยไม่แบ่งแยกความปลอดภยั ออกจากการตรวจงาน โดยทวั่ ไป ซง่ึ การเกดิ อุบตั เิ หตุส่วนใหญ่มาจากการกระทาทไ่ี ม่ปลอดภยั ดงั นนั้ นกั สงั เกตความ

617 ปลอดภยั จงึ ตอ้ งสงั เกตดูพฤตกิ รรมความปลอดภยั และพฤตกิ รรมความเสย่ี ง ซง่ึ มอี ยู่ 4 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ 1. ตดั สินใจ การตดั สนิ ใจท่ดี ดี ว้ ยการคดิ ไตร่ตรอง และอาศยั หลกั การเหตุผล และ ประสบการณ์ จะทาใหไ้ มเ่ กดิ อุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยอยา่ งแน่นอน จงึ ทาหน้าทอ่ี อกเดนิ ตรวจหน้างาน 2. หยดุ เมอ่ื พบใครกต็ ามทเ่ี ขา้ มาในพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั งิ านทร่ี บั ผดิ ชอบ ใหห้ ยุดใกล้ ๆ คนนนั้ และถาม 3. สงั เกต ประมาณ 10 – 15 วนิ าที แลว้ ตดั สนิ ใจว่ามพี ฤตกิ รรมเสย่ี งหรอื พฤตกิ รรม ปลอดภยั 4. กระทา โดยการบอกใหเ้ ขาหยดุ แลว้ พูดกบั คนนนั้ ใหแ้ กไ้ ขพฤตกิ รรมเสย่ี ง และบอก สาเหตุทแ่ี ทจ้ รงิ ถา้ พบว่ามพี ฤตกิ รรมปลอดภยั ใหช้ มเชยและแนะวธิ กี ารปลอดภยั เพมิ่ ใหไ้ ดเ้ ขา มคี วามรใู้ นการปฏบิ ตั งิ านทป่ี ลอดภยั และใหก้ าลงั ใจต่อไป สรปุ องค์กรด้านความปลอดภยั และอาชีวอนามยั เป็นองค์กรท่ีทาหน้าท่ีในการกาหนด นโยบาย กากบั ควบคุม ดแู ลใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ขอ้ บงั คบั และใหส้ ถานประกอบการกจิ การ ไดม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเคร่งครดั ซง่ึ หน่วยงานของภาครฐั ไดแ้ ก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวง สาธารณะสุข และกระทรงอุตสาหกรรม เป็นต้น บทบาทหน้าท่ขี องผู้ท่เี ก่ยี วข้องกบั งานด้าน ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทาหน้าทเ่ี ป็นหน่วยงานหลกั (Line Organization) ทม่ี อี านาจ ในการกาหนดนโยบาย กากบั ควบคุมดูแลให้เป็นไปตามวิสยั ทศั น์ขององค์การด้านความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั เรม่ิ ตงั้ แต่ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ผจู้ ดั การ เป็นตน้ บทบาทของผบู้ รหิ ารท่ี เกย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั โดยบทบาทของผบู้ รหิ ารนนั้ จะตอ้ งอาศยั รปู แบบของการเป็นผนู้ าทม่ี คี วามเป็นภาวะผนู้ าทจ่ี ะนาพางานดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนา มยั ไปสู่เป้าหมายท่ีชัดเจนเพ่ือลดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ เจ็บป่ วยอันเน่ืองจากการทางานให้ ผู้ปฏบิ ตั ิงานมคี วามปลอดภยั และมสี ุขภาพอนามยั ท่สี มบูรณ์ทงั้ ทางร่างกายและจติ ใจ และ บทบาทของทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานดา้ นการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบ กจิ การ ไดแ้ ก่ บทบาทของผบู้ รหิ ารระดบั สูง บทบาทของผบู้ รหิ ารระดบั กลาง และบทบาทนกั อา ชวี อนามยั และความปลอดภยั ซง่ึ บทบาทดงั กล่าวไดแ้ ก่ บทบาทดา้ นบุคคล ด้านขอ้ มลู ขา่ วสาร และด้านตัดสินใจ เป็นต้น ส่วนบทบาทของหัวหน้างานมคี วามสาคญั ท่ีมคี วามใกล้ชิดกับ ผู้ใต้บงั คบั บญั ชาท่จี ะสรา้ งความปลอดภยั ให้เกดิ ข้นึ กบั พนักงานหรอื ลูกน้องก็อาศยั บทบาท หน้าท่ขี องหวั หน้างานท่เี ป็นแบบอย่างให้ผู้ใต้บงั คับบญั ชาได้ปฏิบตั ิตามอย่างเคร่งครดั และ บทบาทของลกู น้องกม็ หี น้าท่ใี นการปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บอย่างเคร่งครดั รวมทงั้ หน้าท่ขี องนัก

618 อาชวี อนามยั ท่ตี ้องทาหน้าท่ใี นการบ่งช้แี ละประเมนิ การพฒั นาวธิ กี ารป้องกนั อุบตั เิ หตุ และ ควบคมุ ความเสยี หาย หน่วยงานดา้ นความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ตอ้ งมบี ทบาทตามหน้าทข่ี องหน่วยงาน กาหนด และมกี ารกาหนดถงึ ระดบั สถานะและขนาดของหน่วยงานความปลอดภยั และอาชวี อนามยั หน่วยงานท่สี าคญั ท่ที าหน้าท่ใี นการให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทางานคอื การจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน ซ่งึ เป็นไปตามกฎกระทรวงท่กี าหนดให้ นายจา้ งของสถานประกอบกจิ การต้องมกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั ในการทางาน โดยมกี ารเลอื กตงั้ จากตวั แทนลูกจา้ งซง่ึ ตอ้ งดาเนินตามขนั้ ตอน 8 ขนั้ ตอน การเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ในการทางานใหเ้ กดิ ขน้ึ อกี เคร่อื งมอื หน่ึง คอื การส่อื สาร เพ่อื ความปลอดภยั ในการทางาน หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดขอ้ มูล ข่าวสาร กฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การปฏบิ ตั งิ านเพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางานโดยมกี ารส่อื สารผ่าน ช่องทางการส่อื สารท่หี ลากหลายแตกต่างกัน เพ่อื จุดมุ่งหมายให้เกิดความปลอดภยั ในการ ทางาน

619 แบบฝึ กหดั ให้ตอบคาถามให้ถกู ต้องและสมบรู ณ์ท่ีสดุ 1. บทบาท (Role) ของผเู้ กย่ี วขอ้ งในงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไดแ้ ก่ บคุ คลใดบา้ ง และแต่ละคนทาตามบทบาทอะไรบา้ ง 2. หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของผบู้ รหิ ารระดบั สงู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั มหี น้าทส่ี าคญั อยา่ งไรบา้ ง 3. การจดั ตงั้ องคก์ รอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทเ่ี ป็นรปู แบบตามแนวดง่ิ มลี กั ษณะอย่างไร วาดภาพประกอบดว้ ย 4. การจดั ตงั้ องคก์ รอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทเ่ี ป็นรปู แบบตามแนวนอนมลี กั ษณะ อยา่ งไร วาดภาพประกอบดว้ ย 5. การจดั ตงั้ องค์กรอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ท่เี ป็นรูปแบบตามแบบผสม มลี กั ษณะ อยา่ งไร วาดภาพประกอบดว้ ย 6. ใหบ้ อกถงึ วตั ถุประสงคใ์ นการจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั 7. ใหบ้ อกถงึ ความสาคญั ของตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั 8. หน้าทข่ี องคณะกรรมการความปลอดภยั มหี น้าทส่ี าคญั อยา่ งไรบา้ ง 9. ประเภทของคณะกรรมการความปลอดภยั 10. รปู แบบของผนู้ าดา้ นความปลอดภยั มรี ปู แบบอย่างไร

620 เอกสารอ้างอิง กระทรวงแรงงาน.(2558). สถานการณ์การดาเนินงานด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั ใน ประเทศไทยปี 2558. สานักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน. กระทรวงแรงงาน.(2549). กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การดา้ นความ ปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ.2549. มาตรฐานอาชพี และคุณวฒุ วิ ชิ าชพี Occupational Standard and Professional Qualifications, มาตรฐานอาชพี สาขาวชิ าชพี ความปลอดภยั ในการทางาน. สถาบนั คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี (องคก์ ารมหาชน). วรี ะ ซอ่ื สวุ รรณ.(2550). Safety 52 weeks. สมาคมส่งเสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี ่นุ ). กรงุ เทพฯ: สานกั พมิ พ์ ส.ส.ท. สราวธุ สธุ รรมาสา.(2557). บทบาทผบู้ รหิ ารกบั งานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั .,จลุ สาร สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพออนไลน์ สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.,ฉบบั ที่ 1 ปี 2557. สรุ สทิ ธิ ์วทิ ยารฐั .(2549). การสอ่ื สารเพ่อื การพฒั นา :พฒั นาการแนวคดิ สภาพการณ์ใน สงั คมไทย.กรงุ เทพฯ : ศนู ยห์ นงั สอื มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนนั ทา. เอกสารการสอนชุดวิชา การบริหารงานอาชีวอนามยั และความปลอดภยั .(ฉบบั ปรบั ปรงุ ครงั้ ที่ 1).หน่วยท่ี 8-15.สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช: หา้ งหุน้ สว่ นจากดั อรณุ การพมิ พ.์ Denis McQuail.(2005). McQuail's mass communication theory. 5th ed., London ; Thousand Oaks,: Publications. Wilbur Schramm.(1971). The Process and Effects of mass communication. 2ed, University of Illinois Press.

621 แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 11 ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั หวั ข้อเนื้อหา 1. ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 2. ขอ้ กาหนดทวั่ ไปว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขในการรบั รองระบบการบรหิ ารจดั การ อนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 3. ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก.18001 4. ขนั้ ตอนการจดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มอก.18001 5. การประยุกตใ์ ชม้ าตรฐานมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 6. ประโยชน์ท่ีได้รับจากมาตรฐานมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอน ามัย และความปลอดภยั 7. ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO-OSH 2001 10. สรปุ 11. แบบฝึกหดั 12. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เมอ่ื นกั ศกึ ษาเรยี นบทเรยี นน้แี ลว้ สามารถ 1. อธบิ ายเก่ยี วกบั ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ท่เี ป็นไปตาม หลกั เกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขในการรบั รองระบบการบรหิ ารจดั การอนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 ได้ 2. อธิบายถึงขอบเขต และการนาไปใช้ รูปแบบ และข้อกาหนดทัว่ ไปเก่ียวกับ หลกั เกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขในการรบั รองของการบรหิ ารจดั การมาตรฐาน มอก.18001ได้ 3. บอกถงึ ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO-OSH 2001 และ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากมาตรฐานมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ทาแบบประเมนิ ผลตนเองก่อนเรยี น (แบบทดสอบก่อนเรยี น) 2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย/นาเสนอกจิ กรรมกล่มุ หน้าชนั้ 3. บรรยายประกอบการเรยี นการสอนดว้ ยโปรแกรม Power-Point 4. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 5. ฝึกทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิ

622 สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารการคาสอนรายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม 2. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ 4. ส่อื ภาพประกอบและโปรแกรม Power-Point 5. วดี ทิ ศั น์ 6. ส่อื สงิ่ พมิ พต์ ่าง ๆ การวดั ผลและประเมินผล 1. ประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น 2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมมอบหมาย 3. ประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยบท 4. ประเมนิ ผลแบบทดสอบประจาภาคการศกึ ษา

623 บทที่ 11 ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั สภาพสงั คมไทยในปัจจุบนั มกี ารเปลย่ี นแปลงไปสู่สงั คมอุตสาหกรรมมากขน้ึ โดยการ เขา้ สู่นวตั กรรม เทคโนโลยี มกี ารใชแ้ รงงานทต่ี อ้ งเสย่ี งต่ออนั ตรายมากตามความก้าวหน้าและ ทนั สมยั ของเคร่อื งจกั ร เคร่อื งมอื อุปกรณ์ท่นี ามาใช้ในกระบวนการผลิต ความปลอดภยั และ สุขภาพของผู้ใช้แรงงานในการทางาน จึงเป็นเร่ืองสาคัญอย่างยิ่งท่ีนายจ้าง หรือสถาน ประกอบการต่าง ๆ ตอ้ งตระหนกั และใสใ่ จตลอดเวลาเพราะผลจากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน หรอื ผลของอุบตั เิ หตุทเ่ี กดิ ขน้ึ นอกจากจะก่อใหเ้ กดิ ความสญู เสยี แก่ตนเองแลว้ ยงั ส่งผลกระทบ ไปยงั ครอบครวั ญาตพิ น่ี ้อง รวมทงั้ สงั คม และประเทศชาติอกี ดว้ ย ซง่ึ เป็นความสูญเสยี ท่เี กนิ กว่าท่คี าดคดิ หรอื เรยี กกลบั คนื มาได้ บางครงั้ อุบตั เิ หตุยงั ทง้ิ ร่องรอยของความขมข่นื เอาไว้อกี ตลอดชวี ติ เช่น ทุพพลภาพ ความเจบ็ ปวดทรมาน บางธุรกจิ อุตสาหกรรม อุบตั ิเหตุทเ่ี กดิ ข้ึน อาจหมายถึงความล้มเหลว และอาจจะต้องปิดกจิ การขององคก์ ร อกี ทงั้ ยงั มผี ลต่อสภาพแวด ลอ้ ม และสงั คมโดยรอบอกี ด้วย เช่น ไฟไหม้โรงงาน และอาคาร โรงงานระเบดิ พนักงานและ ชุมชนโดยรอบได้รบั สารพษิ อนั ตราย ซง่ึ อาจถงึ แก่ชวี ติ ไดก้ ระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่าน้ี จึงได้มีการประกาศกระทรวง อุตสาหกรรม ฉบับท่ี ๔๓๔๑ (พ.ศ. ๒๕๕๔) ออกตามความในพระราชบญั ญัติมาตรฐาน ผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม พ.ศ.๒๕๑๑ เร่อื งยกเลกิ และกาหนดมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภัย : ข้อกาหนด ให้สานักงานมาตรฐาน ผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรม กาหนดอนุกรมมาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั (มอก.18000) ข้นึ เพ่อื เป็นแนวทางให้หน่วยงานต่างๆนาไปปฏิบตั ิ ทงั้ น้ีมไิ ด้มี จุดมุ่งหมายเพียงการแก้ไขปัญหาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทางาน แต่ยัง ครอบคลุมถึงแนวทางในการป้องกันมิให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ และอุบัติเหตุต่างๆ ต่อ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน หน่วยงานภายนอกหรอื ชุมชน ใกลเ้ คยี ง และสงั คม มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม อนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 นอกจากจะกาหนดขน้ึ เพ่อื เป็นแนวทางในการปรบั ปรุงการ ดาเนินงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในองค์กรแล้ว ยงั ใช้เป็นขอ้ กาหนดในการตรวจ ประเมนิ เพ่อื ใหก้ ารรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขององคก์ ารอกี ดว้ ย

624 วตั ถปุ ระสงคข์ องระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในการจดั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เพ่อื ใหเ้ ป็นมาตรฐานและช่วย ให้สถานประกอบกิจการต่าง ๆ ได้มีระบบท่ีทาให้เกิดความปลอดภัยจึงมีการกาหนด วตั ถุประสงคใ์ หเ้ กดิ ความสาคญั ของงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทส่ี าคญั คอื การป้องกนั การเกดิ อุบตั เิ หตุ การบาดเจบ็ และการเจบ็ ป่วยดว้ ยโรคอนั เกดิ จากการทางาน ดงั นนั้ ระบบของ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จงึ มวี ตั ถุประสงคส์ าคญั ๆ ดงั น้ี 1. เพ่ือควบคุมความเส่ียงต่อผ้ปู ฏิบตั ิงานและสงั คม ในการปฏบิ ตั งิ านในโรงงาน อุตสาหกรรมไมว่ ่าขนาดเลก็ หรอื ขนาดใหญ่ ทงั้ ภาคเกษตรและพาณชิ ยกรรมกต็ ามจะมอี นั ตราย เกดิ ขน้ึ จากการทางานเสมอ และโอกาสในประสบอุบตั เิ หตุบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่ วยทเ่ี กดิ จากการ ทางาน และระบบการควบคุมกม็ รี ะบบทเ่ี ป็นไปตามกฎหมายกาหนด หากแต่สถานประกอบการ จาเป็นต้องมกี ารควบคุมใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ เพราะเป็นการดาเนินการป้องกนั ทป่ี ัญหา หรอื ตน้ เหตุ 2. เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางาน ความสญู เสยี ทเ่ี กดิ จากการประสบอนั ตราย หรอื เจบ็ ป่วยอนั เกดิ จากการทางานทาใหน้ าซง่ึ ความสูญเสยี อนั ยงิ่ ใหญ่และมหาศาลทงั้ ทางตรง และทางอ้อม เม่ือเกิดข้ึนจากการรายงานของสานักงานกองทุนเงินทดแทน สานักงาน ประกนั สงั คม กระทรวงแรงงานในช่วงปี 2554 – 2558 พบว่าตาแหน่งหน้าท่ที ม่ี จี านวนการ ประสบอนั ตรายสูงสุด คอื ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในโรงงาน ผคู้ วบคุมเครอ่ื งจกั ร และผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการ ประกอบ เฉลย่ี รอ้ ยละ 70.42 ต่อปี จากขอ้ มลู ดงั กล่าวทาใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านลดประสทิ ธภิ าพใน การทางานอยา่ งชดั เจน ดงั นนั้ สถานประกอบการจาเป็นตอ้ งมกี ารจดั ระบบการจดั การอาชวี อนา มยั และความปลอดภยั ใหเ้ ป็นมาตรฐานเพ่อื ใหเ้ กดิ การลดอุบตั เิ หตุดงั กล่าวเพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ในการทางาน 3. เพ่ือความเป็ นรปู ธรรมหรือส่ิงท่ีเหน็ ได้ชดั เจนของความรบั ผิดชอบต่อสงั คม ยคุ การแขง่ ขนั ทางดา้ นธุรกจิ ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมเป็นการสรา้ งภาพลกั ษณ์ทใ่ี นการจดั การ ทางธุรกจิ ใหม้ ชี ่อื เสยี งและการผลติ ทไ่ี ด้คุณภาพเป็นทต่ี ้องการของลูกคา้ และสงั คม รวมทงั้ การ นาไปเป็นเคร่อื งมอื ในการทาธุรกจิ เพ่อื เป็นทย่ี อมรบั ต่างประเทศ การมรี ะบบการจดั การอาชวี อ นามยั และความปลอดภยั ทไ่ี ดม้ าตรฐานสากลยอ่ มนามาซง่ึ การดาเนินธุรกจิ ไดอ้ ยา่ งเป็นรปู ธรรม ท่ีชัดเจนยงั ต้องเป็นการแสดงให้เห็นถึงการรบั รู้ของสังคมในความรบั ผิดชอบของสถาน ประกอบการกจิ การ

625 ความสาคญั ของระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั การดาเนินธุรกจิ ของภาคอุตสาหกรรมการผลติ บรกิ าร เกษตรกรรม และพาณชิ ยกรรม ต่าง ๆ ท่ีมีเป้าหมายคือกาไรสูงสุด ย่อมต้องการท่ีจะลดความสูญเสียอันอาจเกิดจากการ ปฏบิ ตั งิ านทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทด่ี จี ะทาใหธ้ ุรกจิ เกิดกาไร เพ่ิมประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียทาให้สร้างช่ือเสียงให้กับธุรกิจและทาให้ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านเกดิ ขวญั กาลงั ใจทด่ี ใี นการปฏบิ ตั งิ าน จงึ ทาให้มคี วามสาคญั ดงั ต่อไปน้ี 1. การตอบสนองความต้องการของลกู ค้า เป็นผลจากการทส่ี ถานประกอบการต้องมี ความรับผิดชอบต่อสังคม ทาให้ประเทศตะวันตกท่ีประกอบธุรกิจท่ีมีการว่าจ้างโรงงาน อุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นผผู้ ลติ สนิ คา้ ใหน้ ัน้ ต่างต้องการใหพ้ ฒั นาและรกั ษาไวซ้ ่งึ ระบบ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เพ่อื จะไดเ้ ป็นระบบมาตรฐานใหก้ บั สนิ คา้ และไมถ่ ูก โจมตใี นการผลติ สนิ คา้ ท่มี องว่าการผลติ สนิ ค้าท่เี อาเปรยี บแรงงานในด้านค่าแรง ด้านการใช้ แรงงานทข่ี ดั ต่อกฎหมาย อาจทาใหไ้ มจ่ า้ งผลติ สนิ คา้ หนั ไปหาเจา้ อ่นื มาเป็นผผู้ ลติ สนิ คา้ แทน ทา ใหโ้ รงงานในประเทศไทยต้องมกี ารพฒั นาระบบดงั กล่าวเพ่อื ใหส้ ามารถเป็นทย่ี อมรบั ของนานา ประเทศ (ซง่ึ อาจรวมถงึ โรงงานทร่ี บั ผลติ ชน้ิ ส่วนหรอื อะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่งใหก้ บั โรงงาน ผผู้ ลติ นนั้ ๆ) 2. ประโยชน์ในการทาธรุ กิจ ในปัจจบุ นั น้ีการแขง่ ขนั ในการเตบิ โตทางธุรกจิ ทาใหต้ อ้ ง มคี วามรบั ผดิ ชอบในการผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารต่อสงั คมทาให้ตอ้ งนาระบบการจดั การอาชวี อนา มยั และความปลอดภยั เพ่อื เป็นการรบั รองกระบวนการในการผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารทม่ี คี ุณภาพ ตงั้ แต่การบรหิ ารจดั การดา้ นพนกั งานใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในการทางาน 3. ความเป็ นระบบในการทางาน เม่อื ก่อนการทางานด้านอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั แบบเก่า (Conventional Health and Safety Management) เป็นความรบั ผดิ ชอบหลกั ของฝ่ายความปลอดภยั คนของฝ่ายผลติ หรอื ฝ่ายอ่นื ๆ จะไมถ่ อื ว่าตอ้ งรบั ผดิ ชอบ จงึ ทาใหก้ าร ทางานเม่อื ก่อนเป็นการทางานแบบตงั้ รบั ฝ่ ายความปลอดภยั จะเป็นผู้ทางานอย่ฝู ่ ายเดยี วซ่งึ ขาดการมสี ่วนร่วมทงั้ จากฝ่ ายบรหิ ารและฝ่ ายลูกจา้ ง ผลงานจงึ ออกมาค่อนขา้ งลม้ เหลว แต่ใน ปัจจุบนั น้ีการทางานของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะมขี อ้ กาหนดของ การดาเนินงานทท่ี าใหฝ้ ่ายต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งไดม้ หี น้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบทช่ี ดั เจนและมสี ่วนร่วม ในการดาเนินงาน ทาให้การทางานเป็นระบบ มกี ลไกขบั เคล่อื นการทางานใหเ้ ป็นไปตามระบบ และขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน (work procedure) ตามทก่ี าหนดไว้ 4. คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผ้ปู ฏิบตั ิงานและลดความสญู เสียที่เกิดขึ้นจากการทางาน เมอ่ื ใดทพ่ี นกั งานผปู้ ฏบิ ตั งิ านประสบอนั ตราย บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยในแต่ละครงั้ ยอ่ มทาใหเ้ กดิ คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาล ค่าฟ้ืนฟูสภาพรา่ งกายและจติ ใจ สญู เสยี ดา้ นกาลงั แรงงานทจ่ี ะใช้ ในการผลิตและเสียโอกาสในการทาธุรกิจ รวมทงั้ ทาให้เกิดความเสยี หายทางช่อื เสียงหรอื

626 ภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี ององคก์ าร เมอ่ื มกี ารนาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เขา้ มา ดาเนินงานอย่างจรงิ จงั และมกี ารออกแบบระบบท่ดี ี ย่อมช่วยให้องค์การลดอุบตั เิ หตุอนั ตราย เจบ็ ป่วยและความสญู เสยี ต่าง ๆ จากการทางานได้ และทาใหอ้ งคก์ ารสามารถสรา้ งกาไรไดจ้ าก เงนิ ทล่ี งทนุ ไปเกย่ี วกบั เรอ่ื งความปลอดภยั ในการทางาน 5. สร้างภาพลกั ษณ์ท่ีดีให้กบั องค์การ หากโรงงานอุตสาหกรรมใดจดั ทาระบบการ จดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ข้นึ ในโรงงานย่อมทาให้สร้างคุณค่าต่อองค์การ และ สามารถเป็นแบบอย่างท่ดี ีให้กบั องค์การต่าง ๆ รวมทงั้ สร้างความภาคภูมใิ จและนับว่าเป็น ภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี ององคก์ าร ส่งผลท่ีดตี ่อขวญั กาลงั ใจของผูป้ ฏบิ ตั งิ านและต่อการอย่รู ว่ มกนั กบั ชุมชนใกลเ้ คยี งไดอ้ ยา่ งสงบสุข มาตรฐานต่าง ๆ ของระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในปัจจุบนั การใหค้ วามสาคญั ของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทา ใหห้ น่วยงานหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครฐั และเอกชน ทเ่ี ป็นบรษิ ทั ท่ปี รกึ ษา และสมาคม วชิ าชพี รวมทงั้ องคก์ ารแรงงานระหวา่ งประเทศไดม้ กี ารพฒั นาและกาหนดรปู แบบของระบบการ จดั การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ข้นึ มคี วามทนั สมยั และเป็นไปตามสภาพการณ์ ปัจจบุ นั ยงิ่ ขน้ึ ดงั แสดงในตารางท่ี 11.1 ตารางท่ี 11.1 มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ประเภท องคก์ ร มาตรฐาน องคก์ รกาหนดมาตรฐานชาติ ชื่อ มอก.18001 – 2554 องคก์ รแรงงานระหวา่ งประเทศ 1. สานกั งานมาตรฐาน องคก์ รบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม (สมอ.) BS 8800 : 2004 2. สถาบนั มาตรฐานสหราชอาณาจกั ร (British Standards Institute – BSI) AS/NZS 4804 : 1997 3. Standards Australia (SA) ILO –OSH 2001 4. Standards New Zealand(SN) 1. Voluntary Protection Program องคก์ ารแรงงานระหวา่ งประเทศ (VPP) 1. US-Occupational Safety and Health Administration (OSHA) 2. Process Safety Management (PSM) 2. UK-Health and Safety Executive Successful Health & Safety (HSE) Management 3. WorkSafe Western Australia WorkSafe Plan องคก์ รวชิ าชพี 1.US-National Safety 14 Elements of Successful Health Council(NSC) and Safety Program 2.American Industrial Hygiene Occupational Health and Safety Association (AIHA) Management System ทม่ี า: สานกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม,2554, หน้า 27.

627 แนวคิดมาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั แนวคิดมาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภัยของกระทรวง แรงงานประกอบดว้ ยเรอ่ื ง 1. การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในประเทศไทย 2. ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ILO-OSHMS 2001 3. แนวคิดของมาตรฐานระบบการจดั การด้านความปลอดภยั ในการทางานของ กระทรวงแรงงาน แนวคดิ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มาจากปัจจยั 3 ประการคอื 1. ปัจจยั ท่เี ป็นแรงผลกั ดนั จากสงั คมทต่ี ้องการใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านทางานอย่างปลอดภยั มสี ถานทท่ี างานทป่ี ลอดภยั 2. ปัจจยั ทางด้านการเมืองทงั้ ภายในและภายนอกประเทศท่มี คี วามต้องการให้ ภาคอุตสาหกรรมให้ความสนใจต่อความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของผู้ปฏบิ ตั งิ านและผู้อยู่ อาศยั รอบๆ สถานประกอบกจิ การ ทาใหม้ กี ารผลกั ดันออกกฎหมายเพ่อื คุม้ ครองผปู้ ฏบิ ตั งิ าน รวมไปถงึ ลกู คา้ และการกาหนดเงอ่ื นไขทางการคา้ ของประเทศคคู่ า้ 3. ปัจจยั ทางดา้ นเศรษฐกจิ ทม่ี องว่า การจดั การดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใน องคก์ รเป็นอกี รปู แบบหน่งึ ของการควบคมุ ความสญู เสยี ปัจจยั ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ จากแนวคดิ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จงึ เป็น เป้าหมายหน่ึงท่อี งค์กรจะต้องดาเนินการให้ได้ด้วยจดั สรรงบประมาณ และทรพั ยากรให้ เหมาะสม ทงั้ บคุ ลากร งบประมาณ เวลา หรอื องคค์ วามรตู้ ่างๆ เพ่อื นามาส่กู ารกาหนดนโยบาย ด้านการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ให้สอดคล้องกบั การเปล่ียนแปลงของภาพ การณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในปัจจบุ นั จากแนวคดิ ของมาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั จงึ เป็น เจตนารมณ์ด้วยความมุ่งมนั่ ให้เกดิ ความปลอดภยั ความมสี ุขภาพอนามยั ท่ดี ี และยกระดบั มาตรฐานคุณภาพชวี ติ ของผู้ปฏบิ ตั ิงานให้ดขี น้ึ จงึ ได้มกี ารพฒั นาและปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง ตลอดเวลา ทงั้ น้เี พ่อื ใหอ้ งคก์ ารสะทอ้ นผลการดาเนินงาน ดงั น้ี (1) ลดความเสย่ี งภยั อนั ตรายและอุบตั เิ หตุ บาดเจบ็ และเจบ็ ป่วยเน่ืองจากการ ทางานของผปู้ ฏบิ ตั งิ านและผเู้ กย่ี วขอ้ ง (2) เพ่อื ใหเ้ กดิ การปรบั ปรงุ การดาเนนิ งานขององคก์ ารใหเ้ กดความปลอดภยั ทงั้ ระบบ (3) ช่วยสรา้ งภาพลกั ษณ์ความรบั ผดิ ชอบขององค์การต่อพนักงานในองคก์ าร ต่อองคก์ าร ต่อผถู้ อื หุน้ ต่อสงั คมและประเทศชาติ

628 แนวคิดการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ของกระทรวงแรงงาน ได้มกี าร กาหนดให้การดาเนินการตามขนั้ ตอนให้สถานประกอบกิจการได้จดั ทาเพ่ือให้เป็นไปตาม กฎหมายท่กี าหนดว่าด้วยเร่อื งความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ดงั น้ี 1. การจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในประเทศไทย 1.1 ในปี 2546 กระทรวงแรงงานได้ประกาศกาหนดมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001-2546) เรอ่ื งความรบั ผดิ ชอบทางสงั คมของธุรกจิ ไทย (ขอ้ กาหนด) เพ่อื คุม้ ครองสทิ ธิ แรงงาน เป็นมาตรฐานสมคั รแบบใจ 1.2 มาตรฐานการจดั การด้านความปลอดภยั ท่ปี ระกาศใช้สาหรบั ประเทศไทยแล้ว คอื มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มอก.18000 โดยสานักงาน มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม ใช้เป็นแนวทาง และเป็นขอ้ กาหนดในการตรวจประเมนิ องคก์ รเพอ่ื การรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มาตรฐานโดยสมคั รใจ 1.3 ในส่วนของกระทรวงแรงงาน มกี ารผลกั ดนั ให้มกี ารพจิ ารณากาหนดนโยบาย ระดับชาติและพฒั นาไปสู่การออกกฎหมายให้สถานประกอบการมีระบบการจดั การความ ปลอดภยั และอาชวี อนามยั ขน้ึ โดยอาศยั ตน้ แบบจากองคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศ ILO-OSH 2001 ซง่ึ สามารถนาไปปรบั ใช้ในการออกกฎกระทรวงโดยอาศยั อานาจของ พรบ.คุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 2. ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ILO-OSHMS 2001 เม่อื การพฒั นาเทคโนโลยมี คี วามก้าวหน้าทนั สมยั การผลติ ต่าง ๆ จาเป็นต้องใช้ เคร่อื งอุปกรณ์ สารเคมที ่ที าให้เกิดประสทิ ธภิ าพในการผลติ ท่ีมกี ารแข่งขนั กนั มากข้นึ ทาให้ ผูป้ ฏบิ ตั งิ านไดร้ บั อนั ตราย อุบตั เิ หตุหรอื การเจบ็ ป่วยอนั เน่ืองจากการทางานมากขน้ึ สาเหตุท่ี เกดิ ขน้ึ จงึ ทาใหม้ กี ารจดั ระบบการจดั การความปลอดภยั ในระดบั สากลทอ่ี งคก์ ารแรงงานระหว่าง ประเทศไดก้ าหนดแนวปฏบิ ตั ิเก่ยี วกบั ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั คอื ILO-OSHMS 2001 ประเทศไทยไดม้ แี นวคดิ ทจ่ี ะกาหนดมาตรฐานใหส้ ถานประกอบกจิ การนา ร ะ บ บ บ ริห า ร แ ล ะ ก าร จัด ก าร มา ใ ช้ใ น ก าร ด า เ นิ น ก า ร บ ริห าร จัด ก าร ด้า น ค ว าม ป ล อ ด ภัย และอาชวี อนามยั โดยนาแนวทางของ ILO-OSHMS 2001 มาเป็นตน้ แบบ มวี ตั ถุประสงค์ ดงั น้ี 2.1 เพ่อื การคุม้ ครองคนงานจากอนั ตรายและขจดั การบาดเจบ็ การเจบ็ ป่ วย โรค อุบตั กิ ารณ์ และการเสยี ชวี ติ จากการทางาน 2.2 เพ่อื ใชใ้ นการจดั ทากรอบงานระดบั ชาตสิ าหรบั ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ซง่ึ มกั จะสนบั สนุนโดยกฎหมายของรฐั 2.3 เพ่อื ใช้เป็นแนวทางสาหรบั การจดั ทามาตรฐานโดยสมคั รใจ เพ่อื ใหเ้ กดิ การ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและมาตรฐานซง่ึ นาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื ง

629 2.4 เพอ่ื การบรู ณาการสว่ นต่างๆของระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนา มยั ในองคก์ รใหเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของนโยบายและการจดั การโดยรวม 2.5 เพอ่ื จงู ใจสมาชกิ ทงั้ หมดขององคก์ ร ในการประยกุ ตห์ ลกั การและวธิ กี ารจดั การ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทเ่ี หมาะสม ในการปรบั ปรงุ การดาเนินงานความปลอดภยั และ อาชวี อนามยั อยา่ งต่อเน่อื ง 3. มาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ได้นามาตรฐาน BS 8800 (British Standard 8800) มาเป็นตน้ แบบในการกาหนดมาตรฐานระบบการจดั การอา ชวี อนามยั และความปลอดภยั และประกาศเป็นมาตรฐาน มอก.18001: 2542 ใหส้ ถานประกอบ กจิ การดาเนินการโดยสมคั รใจซ่งึ สามารถนาระบบการจดั การไปใช้ในการลดความเส่ยี งต่อ อนั ตรายและอุบตั ิเหตุต่างๆ ของผู้ปฏบิ ตั งิ านและผู้เก่ยี วขอ้ ง ตลอดจนมกี ารปรบั ปรุงการ ดาเนินงานของธุรกจิ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั และช่วยสรา้ งภาพพจน์ความรบั ผดิ ชอบขององคก์ ร ต่อพนกั งานภายในองคก์ ร ต่อองคก์ ารเองและต่อสงั คม ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั เรมิ่ ขน้ึ ทป่ี ระเทศองั กฤษ (BS 8800) โดยสถาบนั มาตรฐานสหราชอาณาจกั ร (British Standard Institute) จดุ ประสงคใ์ หอ้ งคก์ ารใช้ เป็นแนวทางในการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั แบบบูรณาการใหเ้ ป็นส่วนหน่ึงของ การจดั การในองค์การ และ มเี ป้าหมายเพ่อื ลดและควบคุมความเสย่ี งอนั ตรายของพนักงาน และผู้ท่ีเก่ียวข้องการเพ่ิมประสิทธิภาพการดาเนินงานของธุรกิจให้เกิดความปลอดภัย และส่งเสรมิ ภาพ พจน์ดา้ นความรบั ผดิ ชอบขององคก์ รทม่ี ตี ่อพนักงาน และสงั คม มาตรฐาน ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ได้กาหนดขน้ึ เพ่อื ตอบสนองความต้องการ ของผเู้ กย่ี วขอ้ ง เพ่อื ใหเ้ กดิ ระบบการตรวจประเมนิ และการรบั รองความสอดคลอ้ งของระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั (Occupational health and safety management system standards) ตามอนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 น้ี กาหนดขน้ึ โดยใช้ BS 8800 : Guide to occupational health and safety (OH&S) management systems เป็นแนวทางและอาศยั หลกั การของระบบการจดั การตาม อนุกรมมาตรฐาน มอก. 9000/ISO 9000 และ มอก.14000/ISO 14000 เพ่อื ใหร้ ะบบการจดั การ อาชวี อนามยั และความปลอดภยั เขา้ กนั ไดก้ บั ระบบการจดั การอ่นื ๆ ขององคก์ าร ความหมายของมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั (Occupational health and safety management system standards : OHSAS 18000) หมายถึง ระบบการจัดการอชีวอนามยั และความปลอดภัย ซ่ึงจดั ทาโดยสถาบัน มาตรฐานของอังกฤษ เพ่ือตอบสนองความต้องการในการจดั การปัญหาความปลอดภัย และสขุ ภาพเกย่ี วกบั อาชพี

630 อนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 แบง่ ออกเป็น 4 เล่ม ดงั นี้ 1. มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั : ขอ้ กาหนดมาตรฐานเลขท่ี มอก.18001-2542 (Occupational health and safety management system: specification) 2. มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั : ขอ้ แนะนาทวั่ ไปเกย่ี วกบั หลกั การ ระบบและเทคนคิ ในทางปฏบิ ตั มิ าตรฐานเลขท่ี มอก. 18004 – 2544 (Occupational health and safety management systems : general guidelines on principles, systems and supporting techniques) 3. มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั : แนวทางการกาหนดความสามารถของผู้ตรวจประเมนิ ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั มาตรฐานเลขท่ี มอก.18012 – 2548 (Occupational health and safety management systems: general guidelines on competence of occupational health and safety management system auditors) 4. มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั : แนวทางการตรวจประเมนิ ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มาตรฐานเลขท่ี มอก. 18011 (Occupational health and safety management systems: general guidelines on auditing in occupational health and safety management systems) (อยรู่ ะหว่างการ จดั ทา) ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก.18001 เป้าหมายของมอก.18001 มอก. 18001 เป็นมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทม่ี ่งุ เน้น ใหโ้ รงงานอุตสาหกรรมทผ่ี ลติ สนิ คา้ และบรกิ ารทุกขนาด ทุกประเภทกจิ การสามารถนาไปใชใ้ น การรบั รองคุณภาพผลิตภณั ฑ์เพ่ือให้ความคุ้มครองกับชีวิตของผู้ปฏิบัติงานให้ปราศจาก อุบตั เิ หตุ การเจบ็ ป่ วย และเสยี ชวี ติ อนั เน่ืองจากการทางาน รกั ษาคุณภาพของสง่ิ แวดล้อมใน การทางาน (work environment) และเป็นเป้าหมายสาคญั ท่เี ป็นรูปธรรมของการมคี วาม รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม (social responsibility) ดงั นนั้ เป้าหมายของ มอก.18001 มี 3 ขอ้ ดงั น้ี 1. ลดและควบคมุ ความเสี่ยงอนั ตรายของลกู จ้างและผเู้ ก่ียวข้อง การปฏบิ ตั งิ าน ของผปู้ ฏบิ ตั ใิ นโรงงานทต่ี อ้ งอาศยั การปฏบิ ตั งิ านดว้ ยเครอ่ื งมอื เคร่อื งจกั ร อุปกรณ์ทเ่ี ป็นประจา ซ้า จงึ ทาใหม้ โี อกาสท่เี กดิ อนั ตรายและเป็นความเส่ยี งต่อผู้ปฏบิ ตั ิงานเน่ืองจากการสมั ผสั กบั อุปกรณ์ เคร่อื งมอื แมก้ ระทัง่ สารเคมอี นั ตรายท่ตี ้องใช้ในการผลติ สนิ คา้ ซ่งึ เป็นสง่ิ ทเ่ี กดิ ข้นึ โดยตรง หรอื ผรู้ บั เหมาช่วง และต่อผเู้ กย่ี วขอ้ งซง่ึ อาจเป็นผปู้ ฏบิ ตั งิ านในแผนกอ่นื ๆ ลูกคา้ กลุ่ม ผมู้ าศกึ ษาดูงาน นักศกึ ษาฝึกงาน และประชาชนในชุมชนท่อี าศยั อย่ใู นบรเิ วณนนั้ ทาให้ได้ผล

631 กระทบทค่ี ่อนขา้ งเสยี หายหรอื ไมพ่ อใจต่อภาพลกั ษณ์ขององคก์ าร เป้าหมายของ มอก. 18001 จงึ ช่วยลดหรอื ควบคุมความเสย่ี งกบั เหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหอ้ ยใู่ นระดบั ทส่ี ามารถยอมรบั ได้ 2. เพ่ิมประสิทธิภาพการดาเนินงานขององคก์ าร การนาระบบมอก.18001 เขา้ มาใช้ ในการดาเนินงานเพ่อื จดั การระบบอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ทาใหเ้ กดิ เป้าหมายทจ่ี ะช่วย เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการดาเนินงานดขี น้ึ และกลมกลนื ผสมผสานเขา้ กบั ระบบอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั เขา้ กบั งานอ่นื ได้ขององคก์ าร ดงั นนั้ การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพไมร่ วมถงึ เฉพาะดา้ น สินค้าและบริการเท่านัน้ แต่เป็นการมองถึงประสิทธิภาพของพนักงานในองค์การ ในการ ปฏบิ ตั งิ านต่อความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ มในการลดตน้ ทุนในดา้ นต่าง ๆ ไดแ้ ก่ สุขภาพทด่ี ขี องพนกั งาน ผบู้ รโิ ภค และสงั คมทป่ี ลอดภยั ดว้ ย 3. แสดงถงึ ความรบั ผิดชอบต่อสงั คมขององคก์ ารอย่างเป็นรปู ธรรม หากองคก์ าร ได้นาจดั มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั อยา่ งเป็นรปู ธรรมทช่ี ดั เจน ยอ่ มทาใหเ้ กดิ องคก์ ารมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อพนกั งานในองคก์ ารและ สงั คมส่วนรวมและต่อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม รวมทงั้ เป็นการสะทอ้ นให้เหน็ ถงึ ว่า องค์การมคี วามตระหนกั ถงึ สง่ิ แวดลอ้ มท่ีจะต้องอย่คู วบค่กู บั ชวี ติ ของมนุษยข์ องโลกองคก์ ารจะ ห่วงใยถงึ อนาคตของโลก ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมน้ีจะทาใหล้ ูกคา้ และบุคคลทวั่ ไปยอมรบั ใน สนิ คา้ ขององคก์ าร ทาใหอ้ งคก์ ารเกดิ ภาพลกั ษณ์ทด่ี ตี ่อสนิ คา้ และองคก์ าร รปู แบบของ มอก. 18001 มอก. 18001 – 2542 เป็นรูปแบบของการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ท่ี ประกอบดว้ ย 2 ส่วนสาคญั คอื 1. สว่ นทเ่ี ป็นขอ้ กาหนด (requirements) มี 6 ขอ้ กาหนดทอ่ี งคก์ รตอ้ งทาขน้ึ 2. ส่วนท่เี ป็นการปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง เพ่อื แสดงถงึ ความแน่วแน่ขององค์การทจ่ี ะ ทางานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใหม้ กี ารพฒั นาใหด้ ขี น้ึ อย่างต่อเน่อื ง รปู แบบของ มอก.18001 จะมคี วามคลา้ ยคลงึ กบั มาตรฐานระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม ISO 14001 ซง่ึ สามารถแสดงใหเ้ หน็ เป็นภาพไดด้ งั ภาพท่ี 11.1

632 ภาพท่ี 11.1 รปู แบบมาตรฐานอุตสาหกรรม 18001 – 2542 ทม่ี า: http://cste.sut.ac.th/cste/web1., 2559. ขนั้ ตอนการจดั ทาระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) จากภาพทแ่ี สดงขา้ งตน้ โดยองคก์ รทต่ี ้องการจดั ทา OHSAS 18001 กส็ ามารถปรบั ปรุง และเพม่ิ เตมิ โครงสรา้ งทแ่ี ตกต่างไปจากระบบทม่ี อี ย่แู ลว้ เพยี งแต่ดาเนินการในขนั้ ตอนการบ่งช้ี อนั ตราย (Hazard identification) และ (Risk assessment) กส็ ามารถปรบั เขา้ ส่กู ารจดั ทาระบบ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั OHSAS 18001 หรอื มอก. 18001 ได้ ซง่ึ ขนั้ ตอน ในการจดั ทาระบบก็จะคล้ายคลงึ กบั ขนั้ ตอนในการจดั ทาระบบการจดั การอ่นื ๆ จะเห็นได้ว่า ขอ้ กาหนดหลกั ของ มอก.18001 – 2542 ซง่ึ ประกอบดว้ ย 6 ขนั้ ตอน ดงั น้ี ข้อกาหนดที่ 1 การทบทวนสถานะเร่ิมต้น (Initial Status Review) เป็นจุดเรม่ิ ต้นของการพฒั นาระบบทโ่ี รงงานต้องทบทวนองคก์ ารว่าไดม้ กี ารดาเนินงาน ดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั องคก์ ารจะต้องพจิ ารณาทบทวนระบบการจดั การอาชวี อ นามยั และความปลอดภยั ขององคก์ ารทม่ี อี ยใู่ นปัจจบุ นั เพ่อื ทราบสถานภาพ บรบิ ทขององคก์ าร ดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั สภาพแวดลอ้ มในการทางาน และขอ้ เทจ็ ขององคก์ ารทเ่ี ป็นอยู่ ปัจจุบนั รวบรวมขอ้ มูลท่ถี ูกต้องเป็นจรงิ โดยนาไปสู่การกาหนดขอบเขตของการนาเอาระบบ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไปใชแ้ ละเพ่อื เป็นแนวปฏบิ ตั หิ รอื บรรทดั ฐานในการ กาหนดนโยบายและกระบวนการจดั ทาระบบจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใหส้ ามารถ นาไปใชใ้ นการวดั ผลความกา้ วหน้าต่อไป

633 ข้อกาหนดที่ 2 นโยบายอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ผบู้ รหิ ารระดบั สูงสุดขององคก์ รจะต้องกาหนดนโยบายและจดั ทาเป็นเอกสาร พรอ้ มทงั้ ลงนามกากบั เพ่อื แสดงเจตนารมณ์ และความมุ่งมนั่ ในการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและขอ้ กาหนด อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จากนนั้ จงึ มอบหมายใหม้ กี ารดาเนินการ ตามนโยบายและแผนงาน พรอ้ มทงั้ จดั สรรทรพั ยากรทจ่ี าเป็นในการดาเนินการ ต้องประกาศให้ พนักงานทุกระดับเข้าใจ รบั ทราบนโยบายโดยต้องได้รับการฝึกอบรมท่ีเหมาะสมและมี ความสามารถท่จี ะปฏบิ ตั งิ านตามหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบรวมทงั้ ส่งเสรมิ ใหเ้ ขา้ มามสี ่วนร่วม ในระบบการจดั การ เพอ่ื ใหก้ ารนาลงไปปฏบิ ตั สิ ามารถบรรลุตามเป้าหมายได้ ข้อกาหนดที่ 3 การวางแผน เป็นบง่ ชอ้ี นั ตรายทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ไดท้ ุกเวลาอยา่ งไมค่ าดการณ์ หรอื วางแผนไวล้ ่วงหน้า ดงั นัน้ จงึ ควรมกี ารประเมนิ ความเส่ยี ง รวมทงั้ ส่อื สารใหเ้ หน็ หรอื ช้บี ่งข้อกฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ ง ทงั้ น้เี พ่อื ใชใ้ นการจดั ทาแผนงานควบคมุ ความเสย่ี ง การปฏบิ ตั งิ านตามเกณฑ์ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความ ปลอดภยั และขอ้ บงั คบั กฎหมายอยา่ งเคร่งครดั การวดั ผลและการทบทวนระบบการจดั การอาชี วอนามยั และความปลอดภยั ได้อย่างเหมาะสมพร้อมทงั้ กาหนดวตั ถุประสงค์และเป้าหมายท่ี ชดั เจน เพ่อื ใหส้ ามารถจดั สรรทรพั ยากรไดถ้ ูกตอ้ งทงั้ ดา้ นงบประมาณและบุคลากร ในขนั้ ตอน การวางแผนจะเป็นข้อกาหนดท่ีสาคญั ของการพฒั นาและดาเนินการระบบ ประกอบด้วย ขอ้ กาหนดยอ่ ย ดงั น้ี 1) การประเมนิ ความเสย่ี ง 2) กฎหมายและขอ้ กาหนดอ่นื ๆ 3) การเตรยี มการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ข้อกาหนดท่ี 4 การนาไปใช้และการปฏิบตั ิ องคก์ รต้องนาแผนงานท่ีกาหนดไว้มาปฏบิ ตั ิ โดยมผี ูบ้ รหิ ารระดบั สูงเป็นผูร้ บั ผดิ ชอบ โครงการทงั้ หมด มกี ารกาหนดโครงสรา้ งองค์การ การกระจายอานาจ หน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบ ไปตามระดบั ท่มี คี วามรคู้ วามสามารถทเ่ี หมาะสม จดั ให้มกี ารฝึกอบรมบุคลากรเพ่อื ใหม้ คี วามรู้ และความสามารถท่ีเหมาะสมและจาเป็น จัดทา ควบคุมและปรบั ปรุงเอกสารให้มีความ ทนั สมยั เพม่ิ ช่องทางการส่อื สาร และประชาสมั พนั ธ์เพ่อื กระตุ้น สร้างจติ สานึกให้ทุกคนใน องคก์ รตระหนกั ถงึ ความรบั ผดิ ชอบร่วมกนั ใหค้ วามสาคญั และร่วมมอื กนั นาไปใช้ปฏบิ ตั พิ รอ้ ม ทงั้ ควบคุมการปฏบิ ตั ใิ หม้ นั่ ใจว่ากจิ กรรมดาเนนิ ไปดว้ ยความปลอดภยั และสอดคลอ้ งกบั แผนงาน ทว่ี างไว้รวมถงึ มกี ารเตรยี มความพรอ้ มการวางแผนฉุกเฉินรองรบั สาหรบั กรณีทเ่ี กดิ ภาวะท่มี ี การเปลย่ี นแปลงทเ่ี รง่ ด่วนหรอื ภาวะฉุกเฉินขน้ึ เป็นเร่อื งการกาหนดโครงสรา้ ง ความรบั ผดิ ชอบ ของบุคลากรในโรงงานรวมถึงสิ่งท่คี วรดาเนินการเพ่ือให้เกิดความปลอดภยั ในการทางาน ประกอบดว้ ยขอ้ กาหนดยอ่ ย ๆ ดงั น้ี

634 1) โครงสรา้ งและความรบั ผดิ ชอบ 2) การฝึกอบรม การสรา้ งจติ สานึก และความรคู้ วามสามารถ 3) การส่อื สาร 4) เอกสารและการควบคุมเอกสาร 5) การจดั ซอ้ื และการจดั จา้ ง 6) การควบคุมการปฏบิ ตั ิ 7) การเตรยี มความพรอ้ มสาหรบั ภาวะฉุกเฉิน 8) การเตอื นอนั ตราย ข้อกาหนดท่ี 5 การตรวจสอบและแก้ไข ผบู้ รหิ ารขององคก์ รตอ้ งกาหนดใหม้ กี ารตรวจตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านเป็น ระยะ ๆ อยา่ งต่อเน่ือง โดยการตรวจประเมนิ ทงั้ น้ี เพ่อื วดั ผลการปฏบิ ตั แิ ละหาขอ้ บกพรอ่ งของ ระบบ แลว้ นาไปวเิ คราะหห์ าสาเหตุและทาการแก้ไข ป้องกนั มใิ หเ้ กดิ ขอ้ ผดิ พลาดซ้าซอ้ นขน้ึ อกี ภายหลงั และตอ้ งมกี ารบนั ทกึ ไวเ้ ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ซง่ึ เป็นขอ้ กาหนดทส่ี รา้ งความมนั่ ใจว่าสง่ิ ทไ่ี ดก้ าหนดเป็นนโยบายการวางแผนและการดาเนินกจิ กรรมต่าง ๆ ประสบความสาเรจ็ หรอื ไม่ มปี ัญหาอุปสรรคอะไรบา้ ง สาเหตุทแ่ี ทจ้ รงิ ของปัญหามอี ะไร มขี อ้ กาหนดยอ่ ย ดงั น้ี 1) การตดิ ตามตรวจสอบและการวดั ผลการปฏบิ ตั ิ 2) การตรวจประเมนิ 3) การแกไ้ ขและการป้องกนั 4) การจดั ทาและเกบ็ บนั ทกึ ข้อกาหนดที่ 6 การทบทวนการจดั การ เป็ นข้อกาหนดสาคัญท่ีนาไปสู่หลักการการปรับปรุงอย่างต่อเน่ือง ( continual Improvement) ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ขององคก์ รจะตอ้ งกาหนดใหม้ กี ารทบทวนระบบการจดั การอา- ชวี อนามยั และความปลอดภยั ในข้อกาหนดน้ีผู้บรหิ ารจะต้องมกี ารทบทวนทาความเขา้ ใจถงึ สภาพของการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานทงั้ หมดท่ี เกดิ ขน้ึ ทเ่ี ป็นจรงิ และไดม้ กี ารตรวจสอบ ประเมนิ ผลการดาเนินงานอย่างครบถว้ นแลว้ ซง่ึ จากผล การดาเนินงาน ผลการตรวจประเมิน รวมทงั้ ปัจจยั ต่าง ๆ ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป และนามาทาการ ปรบั ปรุงดาเนินงานเพ่อื ลดความเส่ยี งท่มี ผี ลต่อความปลอดภยั อย่างต่อเน่ืองรวมทงั้ กาหนด แผนงานในเชงิ ป้องกนั และนาไปส่กู ารบรหิ ารเชงิ รกุ ต่อไป

635 การจดั ทาระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก. 18001 ในองคก์ าร องคก์ ารตดั สนิ ใจจะพฒั นา ระบบ มอก.18001 ตงั้ ทมี พฒั นาระบบ ฝึกอบรมหลกั สตู รต่าง ๆ จดั ทาระบบเอกสาร ประกาศนโยบาย ดาเนนิ งาน การตรวจประเมนิ ภายใน การทบทวนการจดั การ ภาพท่ี 11.2 ขนั้ ตอนการพฒั นาระบบ มอก.18001 ทม่ี า: http://cste.sut.ac.th/cste/web1., 2559. การนามาตรฐานไปใช้ การนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั ไปใช้ จะช่วยเสรมิ สรา้ งความมนั่ ใจในความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ช่วยองคก์ ร ลดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลผู้ปฏบิ ตั ิงานและประการสาคญั คอื ช่วยลดอัตราการเกิด อุบตั เิ หตุภายในองคก์ ร ซง่ึ เป็นการแสดงออกถงึ ความห่วงใยขององคก์ รทม่ี ตี ่อพนักงาน นาไปสู่ ความมนั่ ใจในการทางาน เสรมิ สรา้ งคุณภาพขององคก์ ร อนั ก่อใหเ้ กดิ ความไดเ้ ปรยี บต่อองคก์ ร

636 คู่แข่งในตลาดการค้าและเป็นผู้นาในวงการธุรกิจระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั น้ีสามารถนามาใช้ได้กบั การจดั การขององคก์ รไม่ว่าประเภทหรอื ขนาดใดๆ การนา มาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไปใช้ใน องคก์ รใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด ดงั นนั้ ในตอนนาไปสกู่ ารปฏบิ ตั จิ งึ ตอ้ งพจิ ารณา ดงั ต่อไปน้ี 1) ผู้บริหารระดับสูงต้องมีความมุ่งมนั่ และตัง้ ใจในการนาระบบไปใช้ และให้การ สนบั สนุนอยา่ งจรงิ จงั และต่อเน่อื ง ดว้ ยการกาหนดนโยบายและแผนงานใหช้ ดั เจน 2) พนกั งานทุกคน ทกุ ระดบั ในองคก์ ารจะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจ ใหค้ วามสาคญั ในการจดั ทา มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั โดยการใหค้ วามร่วมมอื ร่วมแรง รว่ มใจอยา่ งจรงิ จงั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสาเรจ็ 3) ตอ้ งมกี ารจดั สรรงบประมาณ และทรพั ยากรต่าง ๆ อยา่ งเพยี งพอ และมกี ารควบคุม กากบั ตดิ ตาม และตรวจสอบอยา่ งเป็นระบบเพอ่ื ความคุม้ ค่าในการใชท้ รพั ยากรต่าง ๆ นามาซง่ึ ความคุม้ ค่า 4) จดั ระบบการตดิ ตามประเมนิ ผลทงั้ ระบบ เพ่อื ใหท้ ราบถงึ จุดบกพร่องต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ระหว่างการดาเนินงาน และนามาปรบั ปรุงแก้ไขระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั อยา่ งต่อเน่อื ง องคก์ ารใดท่ีจะต้องจดั ทามาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และ ความปลอดภยั สภาพการณ์ปัจจุบันท่ีมีการแข่งขนั กันด้านการผลิตสินค้า และบริการ ไม่ว่าเป็ น อุตสาหกรรมประเภทใดหรอื ขนาดใดกต็ ามย่อมต้องทาใหผ้ ลติ ภณั ฑ์ หรอื สนิ คา้ และบรกิ ารของ กิจการได้รับมาตรฐานสากลเป็ นท่ียอมรับ จึงจะทาให้องค์การสามารถดารงอยู่ได้ ใน ขณะเดียวกัน การจัดทามาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (มอก.18001) องค์การสามารถนาระบบน้ีไปใชไ้ ดท้ ุกองค์การ ซง่ึ การนาไปใช้นนั้ แต่ละองคก์ าร จะต้องพจิ ารณาสภาพการณ์ขององค์การ หรอื มกี ารวเิ คราะหส์ ถานการณ์ขององค์การใหท้ ราบ อย่างละเอียด และชดั เจนเก่ียวกับกิจกรรมท่ปี ฏิบตั ิอยู่ในปัจจุบนั มอี ันตรายท่เี กิดข้นึ ในการ ปฏบิ ตั งิ านอยา่ งไรลกั ษณะใด และอนั ตรายนนั้ มคี วามเสย่ี งมากน้อยเพยี งใด แลว้ นามาจดั ลาดบั ตามระดบั ความเส่ยี งจากน้อยไปหามากท่อี าจจะเกิดข้นึ โดยประมาณค่าจากโอกาสท่จี ะเกิด อนั ตรายและความรุนแรงของความเสยี หาย แล้วจงึ ทาการวางแผนปฏบิ ตั ิ การควบคุมความ เสย่ี งทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ โดยอาจเปรยี บเทยี บกบั ขอ้ กาหนดตามกฎหมาย รวมทงั้ วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ถ่ี ูกตอ้ ง สาหรบั กจิ กรรมนนั้ ๆ แลว้ กาหนดเป้าหมายในการดาเนินการในเชงิ ปรมิ าณเพ่อื ความสะดวกใน การผลและประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน หลกั การและวธิ กี ารในการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ในสถานประกอบการ นัน้ ถ้าหากองค์การใดมกี าหนดนโยบายท่เี หมาะสม มแี ผนงานท่ชี ดั เจน จะทาให้ระบบการ

637 ควบคมุ ความเสย่ี งของอนั ตรายไดผ้ ล ซง่ึ ยอ่ มสง่ ผลทด่ี ตี ่อการปฏบิ ตั งิ านเป็นไปดว้ ยความราบรน่ื ผปู้ ฏบิ ตั งิ านมสี ุขภาพร่างกายทแ่ี ขง็ แรง สมบรู ณ์ ซง่ึ จะทาใหเ้ กดิ ผลการปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ดค้ ุณภาพ และผลติ ผลทด่ี ี รวมทงั้ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านมสี ุขภาพจติ ทแ่ี ขง็ แกรง่ สามารถดารงชวี ติ ในสงั คมไดอ้ ย่างมี ความสุข ซ่ึงผลของผู้ปฏิบัติงานมีสุขภาพดี ทาให้เกิดความเช่ือมัน่ ในอาชีพ เกิดความ เจรญิ ก้าวหน้าในหน้าทก่ี ารงานส่งผลโดยรวมต่อความซ่อื สตั ย์ และจงรกั ภกั ดตี ่อองคก์ าร ทาให้ องค์การสามารถธารงรกั ษาทรพั ยากรมนุษย์ท่มี คี ุณภาพไว้กบั องค์การได้ระยะยาว ลดการ ลาออกของพนกั งาน นอกจากน้ียงั ส่งผลในการดา้ นค่าใชจ้ ่ายท่สี ูญเสยี ไปกบั การรกั ษาพยาบาล และประหยดั ค่าใช้จ่ายในการด้านหยุดงานอันเป็นผลมาจากการเกิดอุบัติเหตุ การจดั ทา มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) จงึ เหมาะสมกบั ทุก องคก์ ารทต่ี ้องการทม่ี คี วามต้องการใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั งิ านในองคก์ ารมสี ุขภาพทด่ี ี ลดอุบตั เิ หตุในการ ปฏบิ ตั งิ าน หรอื ไมเ่ กดิ อุบตั เิ หตุในการปฏบิ ตั ิ และใหส้ ามารถแขง่ ขนั กบั องคก์ ารระดบั โลกได้ การเตรียมตัวเพ่ือขอรบั การรบั รองระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความ ปลอดภยั ในการขอรบั การรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั องคก์ รจะตอ้ ง จดั ทาระบบตามขอ้ กาหนดในมาตรฐาน มอก.18001 ซง่ึ มขี นั้ ตอนหลกั ดงั ต่อไปน้ี ขนั้ ตอนที่ 1 ศกึ ษามาตรฐาน มอก.18001 และกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ขนั้ ตอนท่ี 2 ประชุมฝ่ ายบรหิ ารเพ่อื ขอการสนับสนุนโครงการในการจดั ทาระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขนั้ ตอนท่ี 3 ตงั้ คณะกรรมการชน้ี า เพ่อื จดั ทาระบบและควบคุมดแู ลใหเ้ ป็นไปตามทไ่ี ด้ กาหนดไว้ ขนั้ ตอนที่ 4 กาหนดนโยบายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั วางแผนการจดั การระบบ จดั ทาวธิ กี ารปฏบิ ตั ิ และ คาแนะนาทจ่ี าเป็น ขนั้ ตอนที่ 5 ลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ท่ไี ด้ กาหนดขน้ึ ขนั้ ตอนที่ 6 ตรวจติดตามระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภัย เพ่ือ ตรวจสอบวา่ ระบบเป็นไปตามแผนและขอ้ กาหนดของมาตรฐานและไดม้ กี ารนาไปใชป้ ฏบิ ตั อิ ยา่ ง ต่อเน่อื ง ขนั้ ตอนที่ 7 แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งทพ่ี บจากการตรวจตดิ ตามภายในและปรบั ปรุงระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ ขนั้ ขนั้ ตอนที่ 8 ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ทร่ี บั ผดิ ชอบโครงการดาเนินการทบทวนระบบการจดั การ จากผลการดาเนินงานการตรวจตดิ ตามและการตรวจประเมนิ ระบบ รวมทงั้ พจิ ารณาจากปัจจยั

638 ต่างๆ แลว้ นามาปรบั นโยบาย แผนงาน เป้าหมาย เพ่อื ประสทิ ธผิ ลของระบบการจดั การ และ เพ่อื ประเมนิ ผล ระบบการจดั การทงั้ ระบบเพ่อื ใหแ้ น่ใจวา่ มคี วามพร้อมสาหรบั การขอรบั รอง ขนั้ ตอนที่ 9 ตดิ ต่อหน่วยงานทใ่ี หก้ ารรบั รอง และยน่ื คาขอ ประโยชน์ที่ได้รบั จากการจดั ทามาตรฐานระบบการจดั การอาชีวอนามยั และ ความปลอดภยั (มอก.18001) ในการจดั ทามาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั องคก์ ารต่าง ๆ ทม่ี หี น้าทผ่ี ลติ สนิ คา้ และบรกิ าร และ/หรอื อุตสาหกรรมการผลติ ต่าง ๆ เพ่อื ต้องการทจ่ี ะพฒั นา องค์การเพ่ือทาให้องค์การนาไปสู่ระบบการบรหิ ารจดั การงานด้านอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ ใหส้ ามารถนาไปส่กู ารพฒั นาระบบผลติ ภณั ฑ์ คน และองคก์ าร ไดน้ นั้ เม่อื องคก์ ารไดเ้ ลง็ เหน็ ความสาคญั ของความปลอดภยั และสุขภาพทด่ี ขี องพนกั งานทจ่ี ะ สะทอ้ นให้เหน็ ถงึ ประสทิ ธภิ าพของการทางานขององคก์ ารซง่ึ จะทาใหพ้ นักงานปฏบิ ตั งิ านด้วย ความปลอดภัยช่วยทาให้ลดการเกิดอุบัติเหตุในการทางาน และลดการเจ็บป่ วยในการ ปฏบิ ตั ิงาน องค์การจงึ ได้ดาเนินการจดั ทาระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) อย่างไรกต็ าม การนามาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั สามารถสรปุ ประโยชน์ของการนาไปใชไ้ ด้ ดงั น้ี 1. พนกั งานในองคก์ ารเกดิ ความตระหนักถงึ อนั ตรายท่อี าจะเกดิ ขน้ึ จากการปฏบิ ตั งิ าน และทาให้รูถ้ ึงวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านได้อย่างถูกต้องและปลอดภยั ช่วยป้องกนั อุบตั ิเหตุ และการ เจบ็ ป่วยต่อชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ซง่ึ ช่วยทาใหอ้ งคก์ ารลดคา่ ใชจ้ า่ ยได้ 2. เป็นการเตรยี มความพรอ้ มสาหรบั อุบตั เิ หตุและภาวะฉุกเฉินทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ซง่ึ สามารถ ช่วยลดการเกดิ อุบตั เิ หตุ เจบ็ ป่วยทางร่างกาย จติ ใจ ความเสยี หาย และสูญเสยี ทงั้ ดา้ นชวี ติ และ ทรพั ยส์ นิ ดว้ ย 3. ลดรายจ่ายของนายจา้ งในการลดค่าเบย้ี ประกนั ในการนาเงนิ เขา้ กองทุนเงนิ ทดแทน เน่อื งจากอุบตั เิ หตุ เจบ็ ป่วยจากการทางานลดน้อยลง หรอื แทบไมม่ เี ลย 4. ทาให้เกดิ การปรบั ปรุงสภาพแวดล้อมในการทางานให้ปลอดภยั ซ่งึ ช่วยสร้างขวญั กาลงั ใจแก่พนกั งานใหเ้ กดิ ความเช่อื มนั่ ในความปลอดภยั ต่อชวี ติ การทางานในองคก์ าร ซง่ึ มผี ล โดยตรงต่อการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการทางานหรอื เพม่ิ ศกั ยภาพในการผลติ ใหก้ บั องคก์ าร 5. การรบั รองมาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) ทาให้องค์การได้รบั รองคุณภาพสากลเก่ยี วกบั ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ทาให้เป็นการ ประชาสัมพันธ์ท่ีดีเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ในด้านคุณภาพของการผลิตซ่ึงนาไปสู่การสร้าง ภาพลกั ษณ์ขององคก์ ารให้ดยี ง่ิ ขน้ึ และเป็นท่ยี อมรบั ในสงั คม และทาใหเ้ กดิ ความยุตธิ รรมเป็น ธรรมต่อพนกั งานซง่ึ ส่งผลทด่ี ตี ่อจรรยาบรรณของผปู้ ระกอบการ

639 6. ทาใหอ้ งคก์ ารสามารถเตรยี มความพรอ้ มในการแขง่ ขนั ทางดา้ นการประกอบธุรกจิ ใน ตลาดโลก ซง่ึ ทาใหอ้ งคก์ ารพฒั นาเจรญิ กา้ วหน้าส่สู ากลเป็นทย่ี อมรบั ของนานชาตไิ ด้ ขอรบั การรบั รองการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั องคก์ รทไ่ี ดจ้ ดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขอการรบั รองไดจ้ าก หน่วยรบั รองทใ่ี หบ้ รกิ ารการรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ไดโ้ ดยย่นื คาขอรบั รองพรอ้ มเอกสารประกอบการพจิ ารณาทเ่ี กย่ี วขอ้ งตามทห่ี น่วยรบั รองกาหนด ขนั้ ตอนการรบั รองโดยทวั่ ไป การขอรบั การรบั รองระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั 1. ย่นื คารบั การรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั พรอ้ มทงั้ เอกสาร ประกอบดว้ ย 1.1 คู่มือระบบการจัดการอาชีวอนามยั และความปลอดภัยและเอกสาอ่ืนๆ ท่ี เกย่ี วขอ้ ง 1.2 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผยู้ น่ื คาขอ 2. หน่วยรบั รองจะประเมนิ เอกสารแลว้ จดั ทารายงานผลการประเมนิ แจง้ ให้ผยู้ ่นื คาขอ ทราบ พรอ้ มรายช่อื เจา้ หน้าทผ่ี ปู้ ระเมนิ และกาหนดการตรวจประเมนิ เบอ้ื งตน้ 3. หน่วยรบั รองส่งเจา้ หน้าทผ่ี ปู้ ระเมนิ ทผ่ี ปู้ ระเมนิ ไปตรวจประเมนิ เบ้อื งต้นตามกาหนด เพอ่ื รวบรวมขอ้ มลู ความพรอ้ มขององคก์ รและรายละเอยี ดอ่นื ๆ เพ่อื กาหนดแผนกต่ี รวจประเมนิ พรอ้ มทงั้ จดั ทารายงานผลการตรวจประเมนิ เบอ้ื งตน้ แจง้ และกาหนดการตรวจประเมนิ 4. หน่วยรบั รองส่งเจา้ หน้าท่ผี ปู้ ระเมนิ ไปตรวจประเมนิ ณ สถานประกอบตามกาหนด พรอ้ มทงั้ จดั ทารายงานผลการตรวจประเมนิ แจง้ ใหผ้ ยู้ น่ื คาขอทราบ 5. หน่วยรบั รองสรปุ รายงานผลการตรวจประเมนิ เสนอคณะกรรมการของหน่วยรับรอง พจิ ารณาใหก้ ารรบั รอง 6. หน่วยรบั รองจดั พมิ พใ์ บรบั รองระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 7. หน่วยรบั รองตรวจประเมนิ เพ่อื การตดิ ตามผลอยา่ งน้อยปีละ 1 ครงั้ 8. หน่วยรบั รองตรวจประเมนิ ใหม่ทงั้ ระบบ (เมอ่ื ครบกาหนด 3 ปี และขอรบั รองต่อเน่อื ง) จากความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การตรวจสอบรบั รองขา้ งตน้ องคก์ รจะเหน็ ว่าการตดั สนิ ใจเลอื ก หน่วยรบั รองเป็นสง่ิ ท่มี คี วามสาคญั ทงั้ น้ีเพ่อื ให้ผลองการรบั รองทไ่ี ดร้ บั จากหน่วยงานรบั รอง นัน้ ๆ จะมคี วามน่าเช่ือถือและเป็นท่ีอมรบั ขององค์กร ซ่ึงเป็นแนวทางควรนามาพิจารณา ประกอบการตดั สนิ ใจเลอื กหน่วยรบั รอง จะตอ้ งดาเนนิ การทป่ี ระกอบดว้ ย คอื

640 1. ได้รบั การรบั รองระบบงาน NAC (NAC Accredited CB) ความน่าเช่อื ถอื และการท่จี ะมนั่ ใจในความสามารถของหน่วยรบั รองเป็นเร่อื งสาคญั กลา่ วคอื หน่วยรบั รองทม่ี อี ยใู่ นประเทศจะมคี วามแตกต่าง ดงั นนั้ องคก์ รควรเลอื กหน่วยรบั รอง ทไ่ี ดร้ บั รองระบบงานจากคณะกรรมการแห่งชาตวิ า่ ดว้ ยการรบั ระบบงาน (NAC) แลว้ เทา่ นนั้ 2. ค่าใช้จ่ายในการขอรบั การรบั รอง 2.1 ค่าธรรมเนยี มในการยน่ื คาขอ 2.2 ค่าธรรมเนียมในการตรวจประเมนิ 2.3 ค่าธรรมเนยี มใบรบั รอง ทงั้ น้ีค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขอรบั รองขน้ึ กบั หน่วยรบั รองนนั้ ไดก้ าหนดหลกั เกณฑ์ และเงอ่ื นไขอยา่ งไร ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO – OSH 2001 ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO – OSH 2001 องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศเป็นองคก์ ารดา้ นแรงงานทม่ี เี ป้าหมายสาคญั เบอ้ื งต้นใน การส่งเสรมิ ให้คนมโี อกาสทางานทม่ี คี ุณค่า ซง่ึ กห็ มายถงึ งานทป่ี ลอดภยั เพราะความปลอดภยั เป็นสง่ิ ทส่ี าคญั ในการสรา้ งผลผลติ เพ่อื พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ และก่อใหเ้ กดิ ความเจรญิ ก้าวหน้าทาง เศรษฐกจิ ไดม้ กี ารจดั ทาแนวปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกบั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (Guide – lines on Occupational Safety and Health Management Systems, ILO – OSH 2001) ขน้ึ เมอ่ื พ.ศ. 2544 วตั ถปุ ระสงคข์ อง ILO – OSH 2001 องค์การย่อมต้องการให้การดาเนินกจิ การก้าวหน้าเป็นท่ยี อมรบั ของลูกคา้ และสรา้ ง ภาพลกั ษณ์ให้กบั องคก์ ารการนาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภัย ซ่งึ มหี ลาย ประเภทเขา้ มาดาเนินกจิ การ ซง่ึ มวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี 1. เพ่อื เป็นแนวทางในการคุ้มครองดูแลคนงานใหป้ ลอดจากอนั ตรายการบาดเจบ็ การ เจบ็ ป่วยโรคการเสยี ชวี ติ และปลอด จากอุบตั กิ ารณ์ใดๆ ทเ่ี กดิ จากการทางาน 2. เพ่อื เป็นกรอบงานระดบั ชาติ (National Framework) ในการจดั ทาระบบการจดั การ อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ภายใตก้ ารสนบั สนุนโดยกฎหมาย หรอื ขอ้ บงั คบั ของรฐั 3. เพ่อื ใชเ้ ป็นขอ้ แนะนาในระดบั องคก์ ารเก่ยี วกบั การบรู ณาการส่วนต่างๆ เพ่อื กระตุ้น ใหม้ สี ว่ นรว่ มของทกุ คนในองคก์ าร และปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื ง รปู แบบของ ILO- OSH 2001 องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศไดจ้ ดั ทาแนวปฏบิ ตั ริ ะบบการจดั การอาชวี อนามยั และ ความ ปลอดภยั เป็นแบบสมคั รใจ ไม่มภี าระผูกพนั ทางกฎหมาย มาตรฐานหรอื ขอ้ บงั คบั ใดๆ ของรฐั รวมทงั้ ไม่ได้กาหนดให้ต้องมกี ารขอใบรบั รองระบบดงั กล่าว (Certification) ควรมี

641 องคป์ ระกอบหลกั 5 องคป์ ระกอบในเร่อื ง นโยบายการจดั การการ วางแผนและการนาไปใชใ้ น การประเมนิ ผล และการดาเนนิ การปรบั ปรงุ ข้อกาหนดเร่อื งนโยบายและความหมาย ILO – OSH 2001 แยกเป็น 2 ประเดน็ คอื ประเดน็ ท่ี 1 ลกั ษณะของหลกั การทค่ี วรนามาปฏบิ ตั ใิ นการจดั ทานโยบายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ขององคก์ าร ประเดน็ ท่ี 2 การมสี ่วนร่วมของคนงาน มุ่งเน้นให้นายจ้างแสดงภาวะผูน้ าด้วยการ ประกาศนโยบายอาชีวอนามยั และความปลอดภัยขององค์การ เพ่อื แสดงถึง วิสัยทัศน์ วตั ถุประสงค์ และเป้าหมายในการดาเนินงาน มงุ่ เน้นการมสี ่วนร่วมของคนในองคก์ ารเป็นสาคญั และต้องมคี วามสอดคลอ้ งกลมกลนื กบั การจดั การด้านอ่นื ๆ ขององค์การ และถอื ว่าการมสี ่วน รว่ มของคนงานเป็นสงิ่ สาคญั ยงิ่ ต่อการดาเนินการตอ้ งรว่ มมอื กนั ทงั้ สองฝ่ายแบบทวภิ าค ข้อกาหนดเร่อื งการจดั การและความหมาย 3 ประเดน็ หลกั ๆ คือ ประเดน็ ท่ี 1 หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบสงิ่ สาคญั ทจ่ี ะทาใหก้ ารจดั การดา้ นอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั ขององค์การมแี ละประสทิ ธภิ าพสูงสุดต้องมคี วามชดั เจนในการกาหนดอานาจ หน้าท่ีและความรบั ผิดชอบให้แก่สมาชิกทุกระดับขององค์การ จดั กระบวนงานให้เกิดการ กระจายอานาจ ประเดน็ ท่ี 2 ความสามารถเฉพาะและการฝึกอบรม ความสามารถเฉพาะ หมายรวมถงึ ความรปู้ ระสบการณ์หรอื การฝึกอบรม หรอื ทงั้ 3 ประการรวมกนั ซง่ึ นายจา้ งสามารถสรา้ งรกั ษา ไวซ้ ง่ึ ความสามารถเฉพาะดงั กล่าวดว้ ยการจดั โครงการฝึกอบรมทเ่ี หมาะสม ประเดน็ ท่ี 3 การจดั เอกสารระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จะเป็น เหมอื นคลงั ความรู้และศูนย์รวม ประสบการณ์ของผู้เก่ยี วข้องท่จี ะนามาใช้ในประกอบการ ดาเนนิ งาน และเกดิ การพฒั นาไปในทศิ ทางทเ่ี หมาะสม ข้อกาหนดเบื้องต้นการวางแผนและการนาไปปฏิบตั ิและความหมาย 4 ประเดน็ คือ ประเดน็ ท่ี 1 การทบทวนเบอ้ื งตน้ จะเป็นช่วงทบ่ี ่งบอกถงึ สถานะดา้ นอาชวี อนามยั และ ความปลอดภยั ขององคก์ ารนนั้ จดุ เรมิ่ ตน้ ของการเตรยี มจดั ทา ปรบั ปรงุ แกไ้ ข ประเดน็ ท่ี 2 การวางแผน การพฒั นา และนาระบบไปปฏบิ ตั ิ แผนงานจะเป็นตวั กาหนด ถงึ สงิ่ ท่ตี ้องดาเนินการในทุกองค์ประกอบของระบบ แผนงานจงึ ควรมกี ารอธบิ ายวตั ถุประสงค์ กาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบ ระยะเวลาดาเนินการ โดยจดั เรยี งลาดบั ความสาเรจ็ ทเ่ี หมาะสม รวมถงึ เรอ่ื ง จดั หาทรพั ยากรเพยี งพอและเหมาะสม ประเดน็ ท่ี 3 วตั ถุประสงค์ด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ต้องให้สอดคล้องกบั นโยบาย มคี วามจาเพาะเจาะจงกบั ขนาด และลกั ษณะกจิ กรรมขององคก์ าร

642 ประเดน็ ท่ี 4 การป้องกนั อนั ตราย ILO – OSH 2001 5 ประการคอื 1) มาตรการในการป้องกนั และควบคุมอนั ตราย โดยยดึ หลกั การพน้ื ฐานในการป้องกนั ควบคมุ ทแ่ี หล่งกาเนดิ ทางผา่ นและตวั คนเป็นลาดบั 2) การจดั การเปลย่ี นแปลงเน้นใหม้ กี ารชบ้ี ่งและประเมนิ อนั ตราย หรอื ความเสย่ี งก่อน ทาการเปล่ยี นแปลง สมาชกิ ทุกคน ในองค์การต้องได้รบั ทราบถงึ การจดั การเปล่ยี นแปลง ดงั กล่าวก่อนทาการเปลย่ี นแปลง 3) การป้องกนั การเตรยี มพรอ้ ม และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เน้นเรอ่ื งการจดั หาขอ้ มลู การสอ่ื สารและการประสานงาน ทงั้ ภายในและภายนอกองคก์ าร 4) การจดั ซ้อื จดั หาควรพจิ ารณากาหนดคุณสมบตั เิ ฉพาะในการจดั ซ้อื จดั หาสนิ คา้ ซ่งึ อย่างน้อยตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาหนด ด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ของกฎหมายหรอื มาตรฐานอ่นื ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง และต้องศกึ ษาขอ้ กาหนดหรอื วธิ กี ารใชง้ าน ตามมาตรฐานของสนิ คา้ ก่อนการใชง้ านอยา่ งเครง่ ครดั 5) การจา้ งเหมาต้องพจิ ารณาคดั เลอื กผู้รบั เหมาทม่ี แี ผนการจดั การดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ท่คี วบคุมทุกพ้นื ท่ี ปฏบิ ตั กิ ารและ มมี าตรฐานท่คี วบคุมผู้รบั เหมาอย่าง เครง่ ครดั ข้อกาหนดเรื่องการประเมินผลและความหมาย 4 ประเดน็ หลกั ๆ คือ ประเดน็ ท่ี 1 การตรวจตดิ ตามและการวดั ผลการปฏบิ ตั ิ ประเดน็ ท่ี 2 การสอบสวนการบาดเจบ็ การเจบ็ ป่ วยโรคและอุบตั กิ ารณ์จากการทางาน ผลกระทบต่อการปฏบิ ตั งิ าน ประเดน็ ท่ี 3 การตรวจสอบ ประเดน็ ท่ี 4 การทบทวนจดั การ ข้อกาหนดเรือ่ งการดาเนินการปรบั ปรงุ และความหมาย 2 ประเดน็ หลกั คือ ประเดน็ ท่ี 1 การป้องกนั และแกไ้ ข ประเดน็ ท่ี 2 การปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื งรวมถงึ การพฒั นาใหด้ ยี ง่ิ ๆ ขน้ึ การจดั ทาระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน ILO – OSH 2001 ในองคก์ าร มีแนวทางการจดั ทา ดงั น้ี ขนั้ ตอนท่ี 1 ศึกษาระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ตาม มาตรฐาน ILO – OSH 2001 รวมทงั้ กฎหมายและ ขอ้ บงั คบั ของรฐั หรอื ขอ้ กาหนดและขอ้ ตกลง อ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ซง่ึ องคก์ ารมารบั ปฏบิ ตั ิ ขนั้ ตอนที่ 2 ประชมุ หารือฝ่ ายบริหารขององคก์ าร เพ่อื ใหเ้ หน็ พอ้ งตอ้ งกนั ทจ่ี ะจดั ทา ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั ในการทางาน

643 ขนั้ ตอนท่ี 3 กาหนดคณะบุคคล ซง่ึ ควรมผี ูบ้ รหิ ารระดบั สูงและและผู้แทนคนงานรว่ ม อยดู่ ว้ ยเพ่อื ใหท้ าการวางแผนในการ จดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั และ ควบคมุ ดแู ลใหเ้ ป็นไปตามทก่ี าหนดไว้ ขนั้ ตอนที่ 4 เริ่มดาเนินการในทกุ องคป์ ระกอบของระบบ ดงั น้ี ในการจดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน ILO – OSH 2001 ในองคก์ าร ในขนั้ ตอนน้ีเป็นการเรมิ่ ดาเนินการในทุกองคป์ ระกอบของระบบเพ่อื ให้ การจดั ทาระบบการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั ใหเ้ ป็นไปตามาตรฐานสากลทก่ี าหนด ไว้ ซง่ึ เรม่ิ ตงั้ แต่ กาหนดนโยบาย การจดั การ การวางแผนและการนาไปปฏบิ ตั ิ การประเมนิ และ การดาเนินการปรบั ปรงุ ซง่ึ จะอธบิ ายต่อไปดงั น้ี องคป์ ระกอบท่ี 1 นโยบาย 1. ประกาศนโยบายดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ซง่ึ ลงนามเป็นลายลกั ษณ์ อกั ษรโดยนายจา้ งหรอื ผูบ้ รหิ าร ระดบั สงู สุดขององคก์ าร นโยบายไดม้ าดว้ ยการมสี ่วนร่วมของ ผแู้ ทนคนงาน และนายจา้ งแสดงความจรงิ ใจสนบั สนุนโดยจดั สรรเวลาและ ทรพั ยากร องคป์ ระกอบที่ 2 การจดั การ 1. กาหนดให้มผี ูร้ บั ผดิ ชอบในการดาเนินกจิ กรรมภายใต้ องคป์ ระกอบของระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั 2. ใหม้ กี ารจดั การเกย่ี วกบั การพฒั นาบคุ ลากรใหม้ คี วามรู้ และความสามารถเฉพาะดา้ น เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ใน การทางาน 3. ดาเนินการจดั ทาเอกสารคู่มอื หรอื ส่อื อเิ ลคทรอนิคสใ์ นระบบอาชวี อนามยั และความ ปลอดภยั องคป์ ระกอบท่ี 3 การวางแผนและการนาไปปฏบิ ตั ิ 1. ดาเนินการชบ้ี ่งและประเมนิ อนั ตรายหรอื ความเสย่ี ง 2. จดั ทาแผนป้องกนั เตรยี มความพรอ้ มสาหรบั ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และต้องจดั ใหม้ กี าร ฝึกซอ้ มแผนดงั กล่าวอยา่ งน้อยปีละ 1 ครงั้ 3. จดั ใหม้ รี ะบบการสอบสวนสาเหตุของการบาดเจบ็ การเจบ็ ป่วยโรค และอุบตั กิ ารณ์ จากการทางาน และตอ้ ง กาหนดมาตรการป้องกนั เพอ่ื มใิ หเ้ กดิ เหตุซ้าอกี 4. จดั ทาขนั้ ตอนการเฝ้าระวงั สภาพแวดล้อมในการทางานและสุขภาพอนามยั ของ คนงาน องคป์ ระกอบท่ี 4 การประเมนิ 1. ทาการวดั ผลการปฏบิ ตั ิงานทงั้ เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คุณภาพ โดยพจิ ารณาจาก แผนงาน เป้าหมายและวตั ถุประสงคด์ า้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทต่ี งั้ ไว้

644 2. ทาการประเมนิ ระบบการจดั การดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั โดยคณะบุคลท่ี มคี วามสามารถจากภายใน หรอื ภายนอกองคก์ าร ซง่ึ เป็นอสิ ระจากกจิ กรรมทต่ี รวจสอบ อยา่ ง น้อยปีละ 1 ครงั้ 3. บนั ทกึ และรวบรวมผลการตรวจประเมนิ ระบบและการทบทวนการจดั การไวเ้ พ่อื เป็น ขอ้ มลู ในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ องคป์ ระกอบท่ี 5 การดาเนนิ การปรบั ปรุง 1. จดั ให้มแี ผนงานและการดาเนินการสาหรบั การปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ืองของทุก องคป์ ระกอบในระบบ ขนั้ ตอนที่ 5 ประชุมหารือฝ่ ายบริหารขององค์การ เพ่ือนาผลท่ีได้จากการ ประเมนิ ผล มาพจิ ารณารว่ มกบั ปัจจยั ต่าง ๆ ของ ระบบการจดั การในภาพรวมขององคก์ าร แลว้ นามาประกอบการพจิ ารณาปรบั นโยบายแผนงานและเป้าหมายเพ่อื ประสทิ ธผิ ล ของระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ทจ่ี ะดาเนนิ ต่อไปอย่างต่อเน่อื งและยงั่ ยนื สรปุ จดั ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มวี ตั ถุประสงค์ เพ่อื ควบคุมความ เสย่ี งต่อผปู้ ฏบิ ตั งิ านและสงั คม เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการทางาน และเพ่อื ความเป็นรปู ธรรมหรอื สง่ิ ท่เี หน็ ได้ชดั เจนของความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม โดยความสาคญั ของระบบการจดั ระบบการ จดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มคี วามสาคญั ต่อการตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ ต่อประโยชน์ในการทาธุรกจิ ต่อความเป็นระบบการทางาน ต่อคุณภาพชวี ิตทด่ี ขี องผปู้ ฏบิ ตั งิ าน และลดความสญู เสยี ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการทางาน และต่อภาพลกั ษณ์ทด่ี ตี ่อองคก์ าร ดว้ ยความสาคญั ของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มหี ลายหน่วยงานทงั้ ภาครฐั และเอกชน ไดแ้ ก่ องค์กรกาหนดมาตรฐานชาติ องคก์ รแรงงานระหว่างประเทศ องค์กรบงั คบั ใชก้ ฎหมาย และองค์กรวชิ าชีพ แนวคดิ มาตรฐานระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ของ กระทรวงแรงงานประกอบด้วยเรอ่ื ง (1) การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในประเทศ ไทย (2) ระบบการจดั การความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ILO-OSHMS 2001 และ (3) แนวคดิ ของมาตรฐานระบบการจดั การดา้ นความปลอดภยั ในการทางานของกระทรวงแรงงาน เป้าหมายของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก. 18001 (มอก.18001) ได้แก่ ลดและควบคุมความเส่ียงอันตรายของลูกจ้างและผู้เก่ียวข้อง เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการดาเนินงานขององค์การ และแสดงความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมขององค์การ อยา่ งเป็นรปู ธรรม และรปู แบบของ มอก. 18001 มขี อ้ กาหนดหลกั ดงั น้ี (1) การทบทวนสถานะ เรม่ิ ตน้ (2) นโยบายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (3) การวางแผน (4) การนาไปใชแ้ ละการ ปฏิบตั ิ (5) การตรวจสอบและแก้ไข (6) การทบทวนการจดั การ องค์การแรงงานระหว่าง

645 ประเทศเป็นองค์การด้านแรงงานท่มี เี ป้าหมายสาคญั เบ้อื งต้นในการส่งเสรมิ ให้พนักงานใน องค์การมโี อกาสทางานท่มี คี ุณค่า คอื ทาให้เกดิ ความปลอดภยั และมสี ุขภาพอนามยั ท่ดี ี ซ่งึ มี วตั ถุประสงค์ ดงั น้ี เพ่อื เป็นแนวทางในการคุม้ ครองดแู ลคนงานใหป้ ลอดภยั ปราศจากอนั ตราย เจบ็ ป่วยอนั เน่อื งมาจากการทางาน เพ่อื ใชเ้ ป็นกรอบงานระดบั ชาตใิ นการจดั ทาระบบการจดั การ อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ภายใต้การสนับสนุนโดยกฎหมายขอ้ บงั คบั ของรฐั และเพ่อื ใช้ เป็นข้อแนะนาในระดับองค์การเก่ียวกับการบูรณาการส่วนต่าง ๆ ของระบบการจัดการ - อาชวี อนามยั และความปลอดภยั การจดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน ILO – OSH 2001 ในองคก์ าร มแี นวทางการจดั ทาตามขอ้ กาหนดมี 5 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ 1) ศกึ ษาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน ILO – OSH 2001 2) ประชุมหารอื ฝ่ายบรหิ ารขององคก์ าร 3) กาหนดคณะบุคคล 4) เรม่ิ ดาเนินการในทุก องคป์ ระกอบของระบบ 5) ประชุมหารอื ฝ่ายบรหิ ารขององคก์ าร

646 แบบฝึ กหดั ให้ตอบคาถามให้ถกู ต้องและสมบรู ณ์ท่ีสดุ 1. แนวคดิ การจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มปี ัจจยั เหตุผลใดบา้ ง 2. ใหบ้ อกถงึ วตั ถุประสงคข์ องระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 3. ใหบ้ อกถงึ ความสาคญั ของระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 4. ในการจดั ทาระบบตามขอ้ กาหนดในมาตรฐาน มอก.18001 มขี นั้ ตอนหลกั 5. อนุกรมมาตรฐาน มอก.18000 แบง่ ออกเป็นกเ่ี ล่ม 6. ใหบ้ อกถงึ ขนั้ ตอนหลกั ในการจดั ทาระบบการจดั การอาชอี นามยั และความปลอดภยั 7. ใหบ้ อกถงึ เป้าหมายและรปู แบบของ มอก.18001 8. ขนั้ ตอนหลกั ในการจดั ทาระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (มอก. 18001) 9. ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตามมาตรฐาน มอก.18001 ในองคก์ าร 10. ระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ตาม ILO – OSH 2001

647 เอกสารอ้างอิง มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมระบบการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั (มอก.18001) : ขอ้ กาหนด.(2554)., คน้ เมอ่ื 28 กรกฎาคม 2559, จาก http://cste.sut.ac.th/cste/. ราชกจิ จานุเบกษา,ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ท่ี ๔๓๔๑ (พ.ศ. ๒๕๕๔), คน้ เมอ่ื 25 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th. สราวธุ สุธรรมาสา.(2554). มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม มอก.18001.วารสารความ ปลอดภยั และสุขภาพ. ปีท่ี 4 ฉบบั ท่ี 15 ประจาเดอื นมถิ ุนายน – สงิ หาคม 2554. สานกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม. (2554). มาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม มอก.18001-2554 ระบบการจดั การอาชีวอนามยั และความปลอดภยั : ข้อกาหนด สมอ.: กรงุ เทพฯ. อาดษิ เยน็ ประสทิ ธแิ ์ ละจฑุ าพนติ บุญดกี ุล.(2553). เอกสารการสอนชดุ วชิ า การบรหิ ารอาชวี - อนามยั และความปลอดภยั .(ฉบบั ปรบั ปรงุ ครงั้ ท่ี 1).หน่วยท่ี 8-15., มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.,อรณุ การพมิ พ์ : กรงุ เทพฯ. British Standards Institute. (2007). BS OHSAS 18001:2007,Occupational Health and Safety Management Systems-Requirement. BSI: London.

648

649 แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 12 ระบบการจดั การส่ิงแวดล้อม หวั ข้อเนื้อหา 1. ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม 2. ความหมาย และความสาคญั ของการจดั การเชงิ ระบบ 3. ระบบ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS) 4. อนุกรมมาตรฐานการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม ISO 14000 5. ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001 6. ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001: 2015 7. กฎหมายเกย่ี วกบั ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม 8. สรปุ 9. แบบฝึกหดั 10. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เมอ่ื นกั ศกึ ษาเรยี นบทเรยี นน้แี ลว้ สามารถ 1. อธบิ ายความหมาย ความสาคญั วตั ถุประสงค์ และ ประโยชน์ของระบบการจดั การ สง่ิ แวดลอ้ มได้ 2. บอกถงึ ขนั้ ตอนหลกั ในการทา EMAS ได้ และการจดั ทาอนุกรมมาตรฐานการจดั การ สง่ิ แวดลอ้ ม ISO 14000 ได้ 3. อธบิ ายถงึ การจดั ทาระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001 และกฎหมายเกย่ี วกบั ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ทาแบบประเมนิ ผลตนเองก่อนเรยี น (แบบทดสอบก่อนเรยี น) 2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย/นาเสนอกจิ กรรมกลุ่มหน้าชนั้ 3. บรรยายประกอบการเรยี นการสอนดว้ ยโปรแกรม Power-Point 4. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 5. ฝึกทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิ

650 ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารคาสอนรายวชิ าการจดั การความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสง่ิ แวดลอ้ ม 2. แบบฝึกปฏบิ ตั ิ 4. ส่อื ภาพประกอบและโปรแกรม Power-Point 5. วดี ที ศั น์ การวดั ผลและประเมินผล 1. ประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น 2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมมอบหมาย 3. ประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยบท 4. ประเมนิ ผลแบบทดสอบประจาภาคการศกึ ษา

651 บทท่ี 12 ระบบการจดั การสิ่งแวดล้อม มาตรฐานระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม หรอื ISO 14000 เป็นมาตรฐานสากลสาหรบั การจดั การสง่ิ แวดล้อมขององค์กร ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมใหน้ ้อยทส่ี ุด โดยองค์กร สามารถจดั ทาระบบ และขอการรบั รองไดโ้ ดยความสมคั รใจแต่ต้องมกี ารประกาศเป็นนโยบาย อย่างชดั เจน และเปิดเผยต่อสาธารณชน ISO 14000 ประกอบดว้ ยมาตรฐานหลายฉบบั ฉบบั ท่ี มคี วามสาคญั มากทส่ี ุดคอื ISO14001 (Environmental Management System) หรอื มาตรฐาน ระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม ซง่ึ เป็นมาตรฐานเพยี งฉบบั เดยี วใน อนุกรม ISO14000 ทส่ี ามารถ สรา้ งความเช่อื มนั่ กบั ผเู้ ก่ยี วขอ้ ง ไดโ้ ดยการออกใบรบั รอง (Certificate) เพ่อื เป็นการแสดงว่า องคก์ รไดม้ กี ารดาเนินธุรกจิ ท่จี ะไมท่ าให้มกี ารทาลายสงิ่ แวดลอ้ มหรอื ทาใหส้ ง่ิ แวดลอ้ มมคี วาม เสยี หาย ซ่งึ ในปัจจุบนั น้ีปัญหาท่สี าคญั ของโลกคอื ปัญหาด้านสงิ่ แวดล้อม ไดป้ รบั เปล่ยี นการ แก้ปัญหาจากปลายเหตุ มาแก้ปัญหาท่ตี ้นเหตุของปัญหาท่เี กิดข้นึ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การ ทาลายสง่ิ แวดล้อมโดยมนุษย์ ท่มี กี ารพัฒนาทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกจิ ก้าวหน้าท่ีนาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ รวมทัง้ สารเคมี สารพิษต่าง ๆ ทาให้ทาลาย สงิ่ แวดล้อม เพ่อื สรา้ งความตระหนักให้กบั ผู้ประกอบการหรอื ผู้บรหิ ารองคก์ ารช่วยกนั ดูรกั ษา สิง่ แวดล้อมร่วมกัน โดยอาศัยความร่วมมอื ทุกภาคส่วนได้แก่ ภาครฐั ท่เี ป็นผู้ออกกฎหมาย ต่าง ๆ เก่ยี วกบั สง่ิ แวดล้อม การใหค้ วามร่วมมอื หรอื เป็นสมาชกิ กบั หน่วยงานระหว่างประเทศ เก่ยี วกบั มาตรฐานระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มอย่างเป็นระบบและมาตรฐานสากลให้เป็นการ กาหนดแนวทางท่สี าคญั ในการนามาพฒั นาระบบการจดั การสิง่ แวดล้อมในประเทศไทยเพ่อื ส่งผลต่อสงิ่ แวดลอ้ ม ประชาชน และประเทศชาตติ ่อไป มนี กั วชิ าการต่าง ๆ ไดใ้ หค้ วามหมายของคาวา่ สง่ิ แวดลอ้ ม ไวต้ ่าง ๆ ดงั น้ี พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.2542 และ พระราชบญั ญตั สิ ่งเสรมิ และรกั ษา สง่ิ แวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ไดใ้ หค้ วามหมายของคาว่า สงิ่ แวดลอ้ ม (Environment) ไวว้ ่า สง่ิ ต่าง ๆ ทม่ี ลี กั ษณะทางกายภาพและชวี ภาพทอ่ี ยรู่ อบตวั มนุษย์ ซง่ึ เกดิ ขน้ึ โดยธรรมชาตแิ ละ สงิ่ ทม่ี นุษยไ์ ดก้ ระทาขน้ึ ศดนิ า ภารา (2552, หน้า 18) ไดใ้ หค้ วามหมายของ สง่ิ แวดลอ้ ม (Environment) ไวว้ ่า ทุกสงิ่ ทกุ อยา่ งทร่ี อบคอบตวั มนุษยท์ งั้ ในระยะใกล้ และไกลอาจเป็นสงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ หรอื ทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ ทงั้ ทเ่ี ป็นรูปธรรมและนามธรรม เป็นสงิ่ ท่มี ชี วี ติ และไม่มชี วี ติ ก็ได้ทุกอย่าง เกย่ี วขอ้ งเป็นระบบ และมอี ทิ ธพิ ลต่อการดารงชวี ติ ของมนุษยห์ รอื สง่ิ มชี วี ติ อาดิษ เย็นประสิทธิ(์ 2553, หน้า 15-5) ได้ให้ความหมายของ ส่ิงแวดล้อม (Environment) ไว้ว่า ทุกสง่ิ ท่อี ยู่รอบ ๆ ตวั เรา มนุษยก์ เ็ ป็นสิ่งแวดลอ้ มอย่างหน่ึงท่อี ย่รู ่วมกัน

652 กบั สง่ิ แวดลอ้ มอ่นื ๆ เช่น อากาศ น้า ดนิ พชื สตั ว์ ทรพั ยากรธรรมชาติ หรอื อ่นื ๆ อย่างพง่ึ พงิ และสมั พนั ธก์ นั ความเปลย่ี นแปลงใด ๆ ต่อคุณภาพสง่ิ แวดลอ้ มอย่างหน่ึง ยอ่ มส่งผลกระทบต่อ คณุ ภาพของสง่ิ แวดลอ้ มอกี ยา่ งหน่งึ ไปดว้ ย เปลอ้ื ง ณ นคร (ม.ป.ป.) ไดใ้ หค้ วามหมายของ สงิ่ แวดลอ้ ม (Environment) ไวว้ ่า สงิ่ ต่าง ๆ ทอ่ี ยโู่ ดยรอบตวั มนุษย์ ทงั้ ทม่ี นุษยป์ ระดษิ ฐข์ น้ึ และทเ่ี กดิ ขน้ึ ตามธรรมชาติ กมลทิพย์ วงศ์ลีธนาภรณ์ (2556, หน้า 2) ได้ให้ความหมายของ ส่ิงแวดล้อม (Environment) ไวว้ า่ สง่ิ ต่าง ๆ ทอ่ี ยรู่ อบตวั มนุษย์ ซง่ึ มที งั้ มชี วี ติ และไม่มชี วี ติ ทงั้ ทเ่ี ป็นรปู ธรรม (จบั ต้องและมองเห็นได้) และนามธรรม (จบั ต้องไม่ได้และมองไม่เห็น) ทงั้ ท่เี กิดข้นึ เองตาม ธรรมชาตแิ ละทม่ี นุษยไ์ ดส้ รา้ งขน้ึ มา จากความหมายขา้ งต้น สรุปว่า ส่ิงแวดล้อม หมายถงึ สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ตามธรรมชาตแิ ละท่ี มนุษยส์ รา้ งขน้ึ ทเ่ี ป็นรปู ธรรมและนามธรรมสง่ิ ทเี หน็ ไดด้ ว้ ยตาและไม่สามารถเหน็ ไดด้ ว้ ยตาสงิ่ ท่ี มชี วี ติ และไมม่ ชี วี ติ ตลอดจนสงิ่ ทเ่ี ป็นทงั้ คุณและใหโ้ ทษ หรอื อกี นัยหน่ึง หมายถงึ ทุกสง่ิ ทุกอย่าง ท่อี ยู่ล้อมรอบตวั มนุษย์ มที งั้ สิ่งท่มี ชี วี ิตและสง่ิ ท่ไี ม่มชี ีวิต ทงั้ สงิ่ ท่เี ป็นรูปธรรมและส่ิงท่เี ป็น นามธรรมมที งั้ สง่ิ ท่เี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตแิ ละสงิ่ ทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ มอี ทิ ธพิ ลเก่ยี วโยงถงึ กนั เป็นปัจจยั ในการเก้อื กูลซ่งึ กันและกนั ผลกระทบจากปัจจยั หน่ึงมสี ่วนเสรมิ สรา้ งหรอื ทาลาย ปัจจยั อ่นื อยา่ งหลกี เลย่ี งมไิ ด้ เป็นวงจรหรอื วฏั จกั รทเ่ี กย่ี วเน่อื งกนั ทงั้ ระบบ สงิ่ แวดลอ้ มสามารถแยกประเภทได้ 2 ประเภท ไดด้ งั น้ี 1. ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ (Natural Environment) เป็นลกั ษณะทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตาม ธรรมชาติ เช่น ป่ าไม้ สตั ว์ อากาศ ดนิ น้า มนุษย์ สงิ่ เหล่าน้ีต้องอาศยั ส่ิงแวดลอ้ มอ่นื ประกอบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทยอ่ ย ไดแ้ ก่ 1.1 ส่ิงท่ีมีชีวิต (Biotic Environment) หรือเรียกว่า สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ (Biological Environment) เกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตมิ คี ุณสมบตั เิ ฉพาะตวั ของสงิ่ ท่มี ชี วี ติ เช่น พชื สตั ว์ มนุษย์ เป็นตน้ 1.2 สง่ิ ทไ่ี ม่มชี วี ติ (Abiotic Environment) หรอื สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพ อาจจะ มองเหน็ หรอื มองไมเ่ หน็ เช่น แรธ่ าตุ อากาศ เสยี ง เป็นตน้ 2. ส่ิงแวดล้อมที่มนุษยส์ ร้างขึ้น (Human made Environment) สภาพดงั้ เดมิ เป็นสงิ่ ทม่ี อี ยใู่ นธรรมชาติ แลว้ มนุษยเ์ ป็นผู้มาดดั แปลง เช่น ถนน บา้ นเมอื ง ตกึ เขอ่ื นกกั น้า เป็นต้น ซง่ึ เป็นสง่ิ ทเ่ี ป็นนามธรรม เช่น วฒั นธรรม ประเพณี การเมอื ง ศาสนา เป็นตน้

653 ความหมายของการจดั การเชิงระบบ ปัจจุบนั โลกหนั มาให้ความสาคญั กับสิ่งแวดล้อม โดยมกี ารดาเนินการจดั การในเชิง ระบบมากขน้ึ เพ่อื เป็นการรกั ษาความสมดุลของธรรมชาตใิ หส้ งิ่ มชี วี ติ สามารถดารงอย่ไู ดอ้ ย่าง ยงั่ ยนื เกดิ ความปลอดภยั อาดษิ เยน็ ประสทิ ธ,ิ ์ (2553,หน้า 15-5) ไดใ้ หค้ วามหมายของ การจดั การ ไวว้ ่า ภารกจิ ของบุคคลหรอื ท่เี รยี กว่าผบู้ รหิ าร ท่ตี ้องเขา้ มาทาหน้าทป่ี ระสานการทางานของบุคคล ซ่งึ หาก แยกกนั ทาแลว้ งานนนั้ อาจจะไมป่ ระสบความสาเรจ็ รอ็ บบนิ ส์ และ คอ็ ตเลอร์ Robbins. S.P, & Coulter.M. (2009, p.22) ไดใ้ หค้ วามหมาย ของ การจดั การ ไวว้ ่า กระบวนการทท่ี าใหง้ านกจิ กรรมต่าง ๆ สาเรจ็ ลงไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และมปี ระสทิ ธผิ ลดว้ ยคน และทรพั ยากรขององคก์ าร การจดั การ หมายถงึ กระบวนการทางานหรอื กจิ กรรมของบุคคลในองค์การ ซง่ึ ต้อง อาศยั ผู้บรหิ ารทต่ี ้องทาหน้าท่ใี นการสงั่ การ ประสานงานใหบ้ ุคคลในองค์การ ร่วมแรงรว่ มใจใน การทางานเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ซ่ึงระดมทรพั ยากรทางการบริหารมา ดาเนินการโดยอาศยั กระบวนการทางการจดั การ เรม่ิ ตงั้ แต่การวางแผน การจดั องค์การ การ อานวยการ การจดั บคุ คลเขา้ ทางาน และการควบคุม เป็นตน้ กมลทพิ ย์ วงศ์ลีธนาภรณ์ (2556, หน้า 259) ได้ให้ความหมายของ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ไวว้ ่าระบบความสมั พนั ธร์ ะหว่างกลุม่ สงิ่ มชี วี ติ ทอ่ี าศยั อยรู่ ่วมกนั ในบรเิ วณนนั้ และ ความสมั พนั ธ์ระหว่างกลุ่มสงิ่ มชี วี ติ กบั สภาพแวดล้อมของแหล่งท่อี ยู่ ได้แก่ ดนิ น้า แสง ใน ระบบนิเวศจะมกี ารถ่ายทอดพลงั งานระหว่างกลุ่มสงิ่ มชี วี ติ กลุ่มต่างๆ และมกี ารหมุนเวยี นสาร ต่างๆจากสง่ิ แวดลอ้ มส่สู ง่ิ มชี วี ติ และจากสงิ่ มชี วี ติ ส่สู ง่ิ แวดลอ้ ม กรมส่งเสริมส่ิงแว ดล้อม ( ม.ป.ป.,จาก https://web.ku.ac.th/schoolnet) ได้ให้ ความหมายของ ระบบนิเวศ (ecosystem) ไว้ว่า ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งท่ีอยู่ อาศัย ณ ท่ีใดท่ีหน่ึง ความสัมพนั ธ์มี 2 ลกั ษณะคือ ความสัมพนั ธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกับ สิ่งไม่มีชีวิตและระหว่างส่ิงมชี ีวิตกับสิ่งมชี ีวิตด้วยกันเอง โดยมีการถ่ายทอดพลังงานและ สารอาหารในบรเิ วณนนั้ ๆ ส่สู ง่ิ แวดลอ้ ม อาดษิ เยน็ ประสทิ ธิ ์ (2553, หน้า 15-5) ได้ใหค้ วามหมายของ การจดั การสงิ่ แวดล้อม เชงิ ระบบ หรอื ระบบการจดั การสง่ิ แวดล้อม ไว้ว่า กระบวนการของกิจกรรมท่มี ขี นั้ ตอน การ แก้ไขปรบั ปรุงปัญหาสง่ิ แวดล้อมขององค์การโดยใชก้ ระบวนการจดั การ ซ่งึ ประกอบด้วย การ วางแผน การดาเนนิ การ การตรวจสอบ และการแกไ้ ข ทงั้ น้ี การจดั การสง่ิ แวดลอ้ มเชงิ ระบบ นนั้ จะต้องดาเนินการเป็นวงจรท่ดี าเนินไปอย่างต่อเน่ือง และเป็นส่วนหน่ึงของการจดั การท่ตี ้อง ดาเนินการทงั้ องคก์ าร

654 โดยการจดั การสงิ่ แวดล้อมจะต้องมกี ารดาเนินการดว้ ยระบบการตรวจสอบและตดิ ตาม โดยอาศยั วงจรเดมมง่ิ (Deming cycle) หรอื PDCA มาใชใ้ นการจดั การ ดงั ภาพท่ี 12.1 การแกไ้ ข การวางแผน การดาเนนิ การ การตรวจสอบ ภาพท่ี 12.1 วงจรของการจดั การเชงิ ระบบของ Deming ทม่ี า: อาดษิ เยน็ ประสทิ ธ,ิ ์ 2553, หน้า 15-5. การจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม เป็นกระบวนการจดั ทาอย่างเป็นระบบและเป็นขนั้ ตอน จงึ เป็น การดาเนินการโดยใช้หลกั การทางการบรหิ ารจดั การทางธุรกจิ เพ่อื นามาประยุกต์กบั การแก้ไข ปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มโดยมงุ่ เน้นทก่ี ารวางแผนท่เี ป็นระบบมากกว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาท่ปี ลาย เหตุ หรอื เมอ่ื เกดิ ปัญหาเกดิ ขน้ึ แลว้ จงึ หาแนวทางแกไ้ ข ซง่ึ อาจทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายและทาให้ เพมิ่ ตน้ ทนุ ในการผลติ ความสาคญั ของการจดั การเชิงระบบ 1. สงิ่ มชี วี ติ บนโลกน้ีนับว่าเป็นความสาคญั และมผี ลโดยตรงกบั คุณภาพชวี ติ ของมนุษย์ และสรรพสง่ิ ทม่ี ชี วี ติ ดว้ ย ซง่ึ มคี วามสมั พนั ธก์ นั เป็นระบบนิเวศ การดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มจงึ เป็นเรอ่ื งท่ี สาคญั 2. การออกกฎหมายเก่ยี วกบั การควบคุมดูแลสง่ิ แวดล้อม ทาใหท้ ุกภาคส่วนหนั มาให้ ความสนใจและจดั การสง่ิ แวดลอ้ มอย่างเป็นระบบ และดาเนินการดว้ ยผทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบในองคก์ าร ตงั้ แต่ผู้บรหิ ารระดบั สูงต้องมกี ารกาหนดเป็นนโยบายเพ่อื ให้พนักงานทุกระดบั ได้มกี ารปฏบิ ตั ิ ตามอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม 3. การแข่งขนั ทางธุรกิจ ทาให้องค์การต้องให้ความสาคัญในการจัดการเก่ียวกับ สงิ่ แวดล้อมมากขน้ึ เพ่อื ให้การดาเนินการผลติ ทุกขนั้ ตอนไดม้ กี ารควบคุมดูแลใหก้ ารผลติ ใส่ใจ ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งเป็นระบบมากขน้ึ

655 4. การเปล่ียนแปลงไปสู่ยุคโลกาภวิ ัตน์ ทาให้การดาเนินธุรกิจต้องปรบั เปล่ียน กระบวนการผลิต ด้วยระบบการผลิตท่ีเป็นระบบให้มากข้ึน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการทา เทคโนโลยเี ข้าช่วยในการดาเนินกิจกรรมทางการผลติ เพ่ือให้เกิดความทนั สมยั และพัฒนา ผลติ ภณั ฑใ์ หท้ นั กบั การพฒั นาทางนวตั กรรมได้ การจดั การเชงิ ระบบในการบรหิ ารจดั การองคก์ ารเพ่อื ให้การดาเนินงานระบบการจดั สง่ิ แวดลอ้ มตามมาตรฐานคุณภาพสากล ในบทท่ี 11 การจดั การสงิ่ แวดลอ้ มเชงิ ระบบจะกล่าวถงึ เน้ือหาทป่ี ระกอบดว้ ยสาระสาคญั ไดแ้ ก่ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS) อนุกรมมาตรฐานการจดั การจดั สงิ่ แวดลอ้ ม (ISO 14000 series) และ การจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม ตามมาตรฐานสากล ISO 14001 โดยจะเน้นสาระเร่อื ง การจดั การสิ่งแวดล้อมตาม มาตรฐานสากล ISO 14001 ระบบ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS) ISO 14000 เป็นชุดของมาตรฐานทป่ี ระกอบไปดว้ ยมาตรฐานหลายเล่ม เรมิ่ ต้นตงั้ แต่ หมายเลข 14001 จนถงึ 14100 (ปัจจบุ นั ISO กาหนดเลขสาหรบั มาตรฐานในอนุกรมน้ีไว้ 100 หมายเลข) โดยแต่ละเล่มเป็นเร่อื งของมาตรฐานท่เี ก่ยี วข้องกบั การจดั การสงิ่ แวดล้อมทงั้ ส้นิ โครงสรา้ งของอนุกรมมาตรฐานน้แี บง่ เป็นหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดงั น้ี 1. Environmental Management System (EMS) 2. Environmental Auditing and Relater Environmental Investigations (EA) 3. Environmental Labeling (EL) 4. Environmental Performance Evaluation (EPE) 5. Life Cycle Assessment (LCA) 6. Terms and Definitions (T&D) ความหมายของระบบ Eco-Management and Audit Scheme ระบบ Eco-Management and Audit Scheme (EMAS) คอื มาตรฐานการจดั การ สงิ่ แวดลอ้ มเชงิ ระบบขององคก์ ารระบบหน่ึงทก่ี าหนดข้ึนโดยสหภาพยโุ รป ตงั้ แต่ พ.ศ.2553 ใช้ สาหรบั การประเมนิ รายงาน และพฒั นาผลการดาเนินงานดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มของหน่วยงาน องค์ประกอบหลกั ของ EMAS เป็นวงจรการพฒั นาอย่างต่อเน่ืองของการวางแผน การปฏบิ ตั ติ ามแผน การตรวจสอบ และการทบทวน ในระยะเรม่ิ แรก EMAS มกี ารนาไปปฏบิ ตั กิ นั เฉพาะในภาคอุตสาหกรรม จนกระทงั่ ในปี 2554 จงึ ขยายไปส่อู งคก์ ารทวั่ ๆ ไป

656 EMAS เป็นระบบการจดั การสง่ิ แวดล้อมภาคสมคั รใจ ใช้ในการขอรบั การรบั รองได้ เหมอื นระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานสากล ISO 14001 และในปัจจบุ นั EMAS ได้ ผนวกรวม ISO 14001 เขา้ ไวเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของขอ้ กาหนดของ EMAS ขนั้ ตอนการทาระบบ Eco-Management and Audit Scheme การจดั ทาระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มตามมาตรฐานการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มของสหภาพ ยโุ รป ทเ่ี รยี กว่า EMAS นนั้ ประกอบดว้ ย 7 ขนั้ ตอน 1. การจดั ทานโยบายส่ิงแวดล้อม (Develop an Environmental Policy) นโยบาย สง่ิ แวดล้อม เป็นเคร่อื งท่จี ะแสดงให้เห็นถึงส่งิ ท่ผี ู้บรหิ ารมคี วามมุ่งมนั่ ไปให้ถึงตลอดจนหลกั ปฏบิ ตั ทิ ่ผี ู้บรหิ ารสูงสุดขององค์การได้กาหนดไวใ้ ห้ผู้เก่ยี วขอ้ งได้ทราบและปฏบิ ตั กิ าหนดโดย ผูบ้ รหิ ารสูงสุดและมกี ารทบทวนเป็นระยะ สาระสาคญั ประกอบดว้ ยปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มท่สี าคญั องคก์ ารจะจดั การความมงุ่ มนั่ ทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและความมงุ่ มนั่ ทจ่ี ะพฒั นาผลการดาเนิน งานดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มใหด้ ขี น้ึ อยา่ งต่อเน่อื ง 2. การทบทวนสถานะเร่ิมต้น (Initial Environmental Review) เป็นการทาให้ องคก์ ารทราบถงึ สถานะของผลการดาเนินงานดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มในปัจจบุ นั ว่ามสี ถานะเป็นอย่างไร ซง่ึ โดยทวั่ ไปจะมกี ารศกึ ษาปัญหาขอ้ มลู ต่าง ๆ และสภาพบรบิ ทขององคก์ าร ทเ่ี กดิ จากการผลติ และบรกิ ารรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อมภายในและภายนอก องค์การ และขอ้ กาหนดของกฎหมายทเ่ี ก่ยี วข้อง รวมถึงแนวปฏบิ ตั ิและวธิ กี ารจัดการต่าง ๆ ของระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี อี ยแู่ ลว้ เพ่อื ใหท้ ราบถงึ ปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี าคญั และความ เป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาโดยการจดั ทาเป็นโปรแกรมสงิ่ แวดล้อมให้เป็นแนวทางในการ ดาเนนิ การ ตลอดจนการกาหนดเป้าหมายในลดผลกระทบทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม 3. การจดั ทาโปรแกรมส่ิงแวดล้อม (Develop an Environmental Program) เป็น เครอ่ื งมอื สรา้ งความชดั เจนให้กบั นโยบาย สง่ิ แวดลอ้ ม โดยการแปลงวตั ถุประสงค์อย่างกว้าง กาหนดไว้ในนโยบายส่ิงแวดล้อมให้เป็ นวัตถุประสงค์ท่ีมีความเฉพาะเจาะจงมีตัวช้ีวัด ความสาเรจ็ ตลอดจนระยะเวลาการบรรลุผลท่ชี ดั เจน รวมทงั้ หน้าท่คี วามรบั ผิดชอบในทุกๆ ระดบั และทรพั ยากรการจดั การทจ่ี าเป็นโดยองคก์ ารจดั ทาเป็นแผนปฏบิ ตั ใิ นรายละเอยี ดกบั ตอ้ งมกี ารทบทวนเป็นระยะ 4. การสร้างระบบการจดั การสิ่งแวดล้อม (Establish an Environmental Management System) โดยการกาหนดหน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มให้มเี พม่ิ ขน้ึ กาหนดขน้ึ ตอนการปฏบิ ตั งิ านและการควบคุมการปฏบิ ตั เิ พ่อื การลดผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น การจดั การในเร่อื งการผลติ การจดั ซอ้ื การจดั การพลงั งาน การจดั การของเสยี รวมถงึ การควบคุม ทางออ้ ม เช่น การจดั การผรู้ บั เหมาการจดั การสนิ คา้ ทน่ี าทน่ี าเขา้ มาใชใ้ นองคก์ ารความจาเป็นใน การฝึกอบรม ระบบการตรวจวดั และการส่อื สาร

657 5. การตรวจประเมินระบบภายในองคก์ าร (Internal Environmental Audit) เป็น การประเมนิ เป็นระยะ ๆ ครอบคลุมกจิ กรรม และผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มทส่ี าคญั เพ่อื ประเมนิ ว่า ระบบการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มไดร้ บั การสรา้ งในองคก์ ารจรงิ หรอื ไม่มกี ารปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการ ปฏบิ ตั คิ วบคุมการปฏบิ ตั อิ ยา่ งเพยี งพอสอดคลอ้ งกบั นโยบายสง่ิ แวดลอ้ มและโปรแกรมทก่ี าหนด รวมถงึ ความสอดคล้องกบั กฎหมายท่เี ก่ยี วข้องหรอื ไม่อย่างไรและบรรลุผลตามนโยบายและ โปรแกรมทก่ี าหนดหรอื ไม่ 6. การทบทวน (Review) การทบทวนระบบการจดั การสง่ิ แวดล้อมขององค์การโดย ผบู้ รหิ ารสงู สดุ เป็นระยะเป็นแนวทางหน่งึ ทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งต่อเน่อื ง 7. การรายงานผลงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Statement) องคก์ ารต้อง จดั ทารายงานผลงานด้านสง่ิ แวดล้อมเพ่อื ส่อื สารถึงสาธารณชนและผู้สนใจในเร่อื งนโยบาย สง่ิ แวดลอ้ มโปรแกรม และระบบการจดั การ ระบบการดแู ลด้วยความรบั ผิดชอบ ( Responsible Care) ระบบ Eco-Management and Audit Scheme เรม่ิ ดาเนินการมาจากผปู้ ระกอบการ อุตสาหกรรมเคมใี นพ.ศ. 2528 ทป่ี ระเทศแคนาดา โดยมเี จตนารมณ์ทจ่ี ะแสดงออกถงึ ความ ความรบั ผดิ ชอบและมคี วามตระหนกั ขององคก์ ารทม่ี ตี ่อสาธารณะในเร่อื งของผลกระทบจากการ ผลติ สนิ คา้ ขนสง่ และการใชส้ ารเคมขี องตน ความหมายของระบบการดแู ลด้วยความรบั ผิดชอบ ระบบการดูแลด้วยความรบั ผดิ ชอบ หมายถึง ระบบของการดูแลรบั ผดิ ชอบของการ จดั การระบบ Eco-Management and Audit Scheme แนวทางปฏบิ ตั ิด้านการจดั การตาม ขอ้ กาหนดเพ่อื การพฒั นาสุขอนามยั ความปลอดภยั และสง่ิ แวดลอ้ มให้ดขี น้ึ อย่างต่อเน่ือง ของ กลุ่มอุตสาหกรรมเคมที ใ่ี ชส้ าหรบั สมาชกิ ของกลุ่มไดน้ าไปปฏบิ ตั โิ ดยให้การดาเนินการเป็นไป อยา่ งมแี บบแผนและมปี ระสทิ ธภิ าพ เป้าหมายของข้อกาหนดตามแนวทางปฏิบตั ิด้านการจดั การของการดูแลด้วยความ รบั ผดิ ชอบ คอื การใชห้ ลกั การพน้ื ฐานของ สมาชกิ ใน 4 เรอ่ื ง 1. พฒั นาผลการดาเนินงานอย่างเน่ืองในเร่อื งในเร่อื งการดูแลสุขภาพ อนามยั ความ ปลอดภยั และการพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มของธุรกจิ ทงั้ หมดเพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลตามโปรแกรม 2. แสวงหาและตอบสนองใหด้ ขี น้ึ ต่อขอ้ มลู ทม่ี าจากความสนใจของสาธารณชนท่มี ตี ่อ ผลติ ภณั ฑแ์ ละการปฏบิ ตั ิ 3. แบ่งปันผลการดาเนินกจิ กรรม เพ่อื ใหพ้ นกั งานไดม้ กี ารปฏบิ ตั เิ กย่ี วสุขภาพอนามยั ความปลอดภยั และสงิ่ แวดลอ้ มใหเ้ กดิ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในองคก์ ารและชุมชนหรอื สาธารณะ ซง่ึ ทาใหเ้ กดิ การประชาสมั พนั ธด์ ว้ ย

658 4. ทาในส่งิ ท่ถี ูกและถูกต้องรวมถึงมปี ระสทิ ธภิ าพในการบรรลุเป้าหมายอย่างมี ประสทิ ธผิ ลทงั้ ในระยะสนั้ และระยะยาว ข้อกาหนดของระบบการดแู ลด้วยความรบั ผิดชอบ มขี ้อกาหนดทเ่ี ป็นลกั ษณะแนวทางปฏบิ ตั ิด้านการจดั การเพ่อื ใหอ้ งค์การนาไปปฏบิ ตั ิ จานวน 6 ขอ้ โดย (คณะกรรมการบรหิ าร Responsible Care 2546 : 2-104) ดงั น้ี 1. การสรา้ งความตระหนกั ต่อทส่ี าธารณชนและการตอบโตภ้ าวะฉุกเฉิน 2. กระบวนการทป่ี ลอดภยั 3. สุขภาพและความปลอดภยั ของพนกั งาน 4. การป้องกนั การเกดิ มลพษิ 5. การจดั จาหน่าย 6. การดแู ลผลติ ภณั ฑ์ วตั ถปุ ระสงคข์ องระบบการจดั การส่ิงแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ISO 14000 1. เพ่อื ใหอ้ งค์กรมคี วามตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มนาไปส่กู าร ช่วยกนั คมุ้ ครองและรกั ษาธรรมชาตอิ ยา่ งมสี ่วนรว่ ม 2. เพอ่ื ใหเ้ กดิ การพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ มควบค่กู บั การพฒั นาธุรกจิ โดยมงุ่ เน้นในการป้องกนั มลพษิ (Prevention of Pollution) และการปรบั ปรงุ ใหด้ ขี น้ึ อย่างต่อเน่ือง แลว้ ยงั ช่วยลดภาวะ โลกรอ้ นอนั จะส่งจรยิ ธรรมของผปู้ ระกอบการในการรกั ษาธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม 3. เพ่อื ให้พนักงานได้มที ่ที างานท่ปี ลอดภยั และสร้างระบบธรรมชาติให้เกิดข้นึ ใน องคก์ าร 4. เพ่อื ให้องค์การได้เป็นทย่ี อมรบั ในดา้ นการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารเก่ยี วกบั การรกั ษา สง่ิ แวดลอ้ ม หลกั การสาคญั ของการจดั การสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ISO 14001 1. การกาหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม (Environmental Policy) เรม่ิ แรกของผบู้ รหิ าร ตอ้ งกาหนดนโยบายดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มขององคก์ ารใหเ้ หมาะสมกบั สภาพ ขนาด และผลกระทบต่อ สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี กดิ จากการดาเนินกจิ กรรมต่าง ๆ ขององคก์ าร 2. การวางแผน (Planning) เป็นการเตรยี มการไวล้ ่วงหน้าว่าจะทาอะไร ทาอย่างไร ทาทไ่ี หน เม่อื ใดถึงจะดาเนินการ และจะให้ใครเป็นผู้รบั ผดิ ชอบในการกระทาโดยต้องกระทา ดงั น้ี 2.1 ระบุลกั ษณะปัญหาสง่ิ แวดลอ้ ม 2.2 พจิ ารณาขอ้ กาหนดในกฎหมายและระเบยี บอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 3.3 กาหนดวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบาย 3.4 จดั ทาโครงการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มเพ่อื ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย