Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

Published by agenda.ebook, 2020-09-03 06:03:05

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 29 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 10 กันยายน 2563

Search

Read the Text Version

๓๖ ประเด็น ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ สมบูรณ์ ก็นาเสนอตามข้ันตอนของรัฐสภา และเมื่อมกี ารลงประชามติจะได้มีการลง ประชามติไปในทศิ ทางเดยี วกันเกือบร้อยเปอรเ์ ซน็ ต์ ซึ่งยอ่ มจะมีคนทม่ี คี วามเห็นตา่ ง อยู่บ้าง แต่ถ้าการลงประชามตไิ ด้คะแนน ๘๐ ถึง ๙๐ เปอรเ์ ซ็นต์ ก็สมบูรณถ์ ือได้ว่า “ร่างรัฐธรรมนญู ” นัน้ เป็นประชาธปิ ไตย ๑๐๐ เปอรเ์ ซ็นต์แลว้ เหตุที่มี ๔ ขั้นตอนน้ัน เป็นการถ่วงดุลอานาจซ่ึงกันและกันเป็นการแสดงความ คิดเห็นร่วมกัน เป็นไปในทิศทางเดียวกันท้ังระบบ ไม่มีผู้ใดจะมากล่าวร้ายภายหลัง ไดว้ า่ เป็นเผด็จการบ้าง ไมเ่ ป็นประชาธปิ ไตยบา้ ง

๖. การย่นื ขอ้ เสนอโดยตรงตอ่ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ณ บรเิ วณชน้ั ๑ อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

๓๘ สรุปข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกับ การศึกษาปัญหา หลกั เกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพมิ่ เตมิ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สภาผู้แทนราษฎร ประเด็น ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ค ว า ม เ ห็ น ต่ อ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง รัฐธรรมนูญจึงจำเป็นจะต้องมำจำกควำมเห็นพ้องต้องกันของประชำชน คณะรณรงค์เพ่ือรัฐธรรมนญู ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีท่ีมำจำกคณะบุคคลท่ีก่อรัฐประหำร กระบวนกำรทำ ฉบบั ประชำชน (ครช.) ประชำมติก็ไม่ได้สะท้อนมติของประชำชน เพรำะไม่ได้เปิดให้เกิดกำรแสดงควำม (ย่นื ข้อเสนอโดยตรงต่อ คดิ เหน็ อยำ่ งเสรตี ลอดกระบวนกำร คณะกรรมำธกิ ำร) เนื้อหำขอ้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนเจตนำรมณ์ของประชำชน แต่ ตอบสนองกระชับและขยำยอำนำจรัฐ ควบคู่ไปกับกำรลิดรอนสิทธิเสรีภำพของ ประชำชน ทั้งยังสร้ำงเงอ่ื นไขใหส้ ถำบันกำรเมืองที่เป็นตัวแทนของประชำชนอ่อนแอ พร้อมกับให้อำนำจศำลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระรวมถึงสมำชิกวุฒิสภำอย่ำง กวำ้ งขวำง 1. ให้ตรำพระรำชบัญญัติ รับฟงั ควำมเห็นของประชำชนว่ำสมควรจะให้มีกำรยก ร่ำงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และให้ควำมเห็นของประชำชนมีผลผูกพัน ในทำง กฎหมำยและทำงกำรเมืองตอ่ องค์กรทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับกำรแก้ไขรฐั ธรรมนูญ 2. ในกำรยกรำ่ งรฐั ธรรมนูญฉบบั ใหม่ ให้จัดทำร่ำงแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ รัฐธรรมนญู โดย มสี ำระสำคญั ดงั น้ี 2.1 ให้มีสภำร่ำงรัฐธรรมนูญมำจำกกำรเลือกตั้ง โดยใช้จังหวัดเป็นเขต เลือกต้ังและใช้จำนวนรำษฎรเป็นเกณฑ์กำหนดจำนวนสมำชิกสภำร่ำงรัฐธรรมนูญ ในแต่ละจังหวัด และให้มีกระบวนกำรมีส่วนร่วมของประชำชนโดยกำรรับฟัง ควำมเห็นตลอดกระบวนกำร 2.2 ให้มีกำรแก้ไขรัฐธรรมนูญมำตรำ 256 เรื่อง หลักเกณฑ์กำรแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยอำศัยเพียงเสียงเห็นชอบจำกสมำชิกรัฐสภำจำนวนไม่น้อยกว่ำ ก่งึ หน่งึ

๓๙ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น 2.3 ให้เขียนในบทเฉพำะกำลของร่ำงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่ำให้นำ รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ. 2540 มำใช้ และจัดกำรเลือกต้ังและให้ รฐั บำลใหม่ดำเนนิ กำรเลอื กตง้ั สมำชกิ สภำร่ำงรัฐธรรมนูญเพ่อื ยกร่ำงรฐั ธรรมนญู 3. หลังจำกสภำร่ำงรัฐธรรมนูญยกร่ำงรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้มีกำรจัดทำ ประชำมตวิ ำ่ ประชำชนเหน็ ชอบหรอื ไม่ หำกประชำชนเหน็ ชอบก็ให้ประกำศใช้ต่อไป สำหรับเนื้อหำในกำรแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหน้ำท่ีของ ส.ส.ร. ท่ีจะต้ังขึ้นตำม กระบวนกำรทต่ี อ้ งสรำ้ งกำรมีส่วนร่วมจำกประชำชน เนื่องจำกกระบวนกำรได้มำซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ภมู วิ ัฒน์ แรงกสิวทิ ย์ ๒๕๖๐ ไม่ยึดโยงกับประชำชน ขัดต่อหลักกำรประชำธิปไตย หำกพิจำรณำจำก (ยน่ื ขอ้ เสนอโดยตรงต่อ กระบวนกำรสรรหำคณะกรรมกำรรำ่ งรัฐธรรมนูญ เนอื้ หำในรัฐธรรมนูญท่ีม่งุ สบื ทอด คณะกรรมำธิกำร โดยอำ้ ง อำนำจของคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติผ่ำนกลไกวุฒิสภำ และทำลำยพหุ รำยงำนโครงกำรสำรวจควำม วัฒนธรรม ตลอดจนกำรลงประชำมติท่ีใช้กำรฟ้องร้องดำเนินคดีผู้รณรงค์ไม่รับ คดิ เห็นของนักศกึ ษำ ร่ำงรัฐธรรมนูญ จึงเป็นมูลเหตุไม่ให้สำมำรถสร้ำงฉันทำมติ (Consensus) ซ่ึงเป็น มหำวทิ ยำลัยธรรมศำสตร์ ตอ่ หัวใจของรัฐธรรมนูญ (Constitution) เช่นนี้แล้วจึงย่อมเป็นเง่ือนไขท่ีนำไปสู่ควำม กำรแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๖๐) ขัดแยง้ และควำมรนุ แรงของสังคมอนั ยดื เย้ือในท้ำยที่สุด ด้วยเหตุนแ้ี นวร่วมนวชีวินจงึ ขอให้เสนอใหม้ ีกำรแก้ไขเพิม่ เตมิ รัฐธรรมนูญมำตรำ ๒๕๖ โดยเปิดให้มีกำรเลือกต้ัง “สภำร่ำงรัฐธรรมนูญ” สสร. ท่ียึดโยงกับประชำชน ทง้ั ในเชิงพ้นื ท่ีและเชิงประเดน็ โดยไมม่ ีวุฒสิ ภำและคณะรกั ษำควำมสงบแห่งชำติเข้ำ มำมีสว่ นแทรกแซงกระบวนกำรคัดเลอื กสมำชิกสภำร่ำงรฐั ธรรมนญู

๔๐ ประเด็น ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ ๑. ควรให้มีการแกไ้ ขรัฐธรรมนญู ฉบับ ๖๐ หรอื ไม่ นำยพริษญ์ ชีวำรักษ์ มีผู้ตอบแบบสำรวจในประเด็นนี้จำนวน ๑,๒๘๗ คน ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจเห็น (ย่ืนขอ้ เสนอโดยตรงต่อ ควรให้มีกำรแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 จำนวน 1,242 คน หรือร้อยละ 88.1 คณะกรรมำธกิ ำร โดยอำ้ ง และไม่ควรให้มกี ำรแกไ้ ขรฐั ธรรมนญู ฉบับปี 60 จำนวน 45 คน หรอื ร้อยละ 3.2 รำยงำนโครงกำรสำรวจควำม ๒. ควรให้มีการแกไ้ ขรัฐธรรมนญู ฉบบั ๖๐ อยา่ งไร คิดเหน็ ของนกั ศึกษำ มีผู้ตอบแบบสำรวจในประเด็นนี้จำนวน ๑,๓๖๘ คน ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจเห็น มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ต่อ ควรให้มีกำรแก้ไขรำยมำตรำจำนวน ๕๖๕ คน หรือร้อยละ ๔๐.๑๐ และแก้ไขโดย กำรแก้ไขรัฐธรรมนญู ปี ๖๐ ยกรำ่ งใหมท่ ง้ั ฉบับ จำนวน ๘๐๒ คน หรอื ร้อยละ ๕๖.๙๐ (ปนสั ยำ สิทธจิ ริ วฒั นกลุ ))

๗. การรวบรวมความคดิ เหน็ จากแบบสอบถาม ๗.๑ แบบสอบถามกลุ่มทว่ั ไป

ผลการรวบรวมความคดิ เห็นเกยี่ วกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 สว่ นท่ี 1 : ข้อมลู ท่ัวไป ในการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกยี่ วกบั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พบวา่ มีผู้แสดงความคดิ เห็นรวมจานวน 483 คน จาแนกเปน็ เพศชาย จานวน 201 คน (ร้อยละ 42) เพศหญงิ จานวน 271คน (รอ้ ยละ 56) และ ไม่ระบุเพศ จานวน 10 คน (รอ้ ยละ 2) ตารางท่ี 1 แสดงเพศของกลุ่มตวั อย่างในการสอบถามความคดิ เห็น ไม่ระบ,ุ 10, 2% ชาย, 201, 42% หญงิ , 271, 56%

๔๓ ตารางที่ 2 แสดงอายุของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น ไม่ระบุ, 4, 1% อายนุ ้อยกว่า 18, 20, 4% อายุ 65 ปีขึ้นไป, 71, 15% อายุ 18 - 25 ปี, 94, 19% อายุ 56-65 ปี, 34, 7% อายุ 46 - 55 ปี , 96, อายุ 26 - 35 ปี, 57, 20% 12% อายุ 36 - 45 ปี, 107, 22%

๔๔ ตารางท่ี 3 แสดงอาชพี ของกลุ่มตัวอยา่ งในการสอบถามความคิดเห็น อืน่ ๆ, 83, 17% นิสิตนกั ศึกษา, 94, 19% ว่างงาน, 20, 4% อาชพี สว่ นตวั , 37, 8% เกษตรกร, 57, 12% พนักงาน ลกู จ้างบริษทั เอกชน , 39, 8% ข้าราชการ / พนกั งานของรัฐ /รัฐวิสหากิจ , 72, 15% นักการเมอื งระดับชาติ ระดบั ท้องถ่ิน, 81, 17%

๔๕ ตารางที่ 4 แสดงระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น ไม่ระบุ , 5, 1% สงู กว่าปริญญาโท, 40, 8% ประถมศกึ ษา, 102, ปริญญาตรี, 158, 21% 33% มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หรอื เทียบเท่า, 84, ปรญิ ญาโท, 94, 20% 17%

๔๖ สว่ นที่ 2 : การรับรู้เก่ยี วกบั รัฐธรรมนูญ จากการสอบถามความคิดเห็นจะพบว่า จานวนผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 483 คน ร้อยละ 19 ให้ข้อมูลว่าตน เคยอ่านรัฐธรรมนูญท้ังฉบับ และอีกร้อยละ 24 ระบุตนเองเคยอ่านรัฐธรรมนูญในเกือบทุกมาตรา ในขณะท่ีอีก จานวนร้อยละ 15 ใหข้ ้อมูลว่าตนเองเคยศึกษา / อ่านรัฐธรรมนูญในบางมาตรา อย่างไรกต็ าม มีอกี จานวนร้อยละ 42 (จานวน 201 คน) ระบตุ นไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ 2560 เลย ตารางท่ี 5 แสดงการรับรู้ การอ่านรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560 ของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น เคยอา่ นบา้ งบาง ไม่เคยอา่ น, 201, มาตรา, 73, 15% 42% เคยอา่ นเกือบทุก มาตรา, 118, 24% เคยอ่านครบทัง้ ฉบับ, 91, 19%

๔๗ จากการสอบถามความคิดเห็นจะพบว่า จานวนผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 483 คน พบว่าโดยส่วนใหญ่จานวน กว่า 139 คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 29 ติดตามความรู้ สาระเก่ียวกับรัฐธรรมนูญผ่านช่องทางส่ือสังคมออนไลน์ รูปแบบต่างๆ อาทิ facebook, ข่าวสารทาง line ส่วนอีกจานวนกว่า 86 คน (ร้อยละ 18) ติดตามข่าวสาร ในเร่ืองดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ กลุ่มตัวอย่างจานวน 68 คน คิดตามผ่านทางโทรทัศน์ และ 73 คนติดตามผ่าน ทางหน้าหนังสอื พิมพ์ ท้งั นี้ มีจานวน 73 คน ตารางท่ี 6 แสดงติดตามข้อมูล ข่าวสารเก่ียวกับรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ของกลุ่มตัวอยา่ งในการสอบถามความคิดเห็น อืน่ ๆ, 63, 13% โซเชียลมีเดีย, 139, วทิ ยุ, 54, 11% 29% หนังสอื พมิ พ์, 73, 15% เว็บไซตต์ ่างๆ, 86, 18% โทรทศั น์, 68, 14% จากการสอบถามความคิดเห็นจะพบว่า จานวนผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 483 คนพบว่าจานวนเกนิ ก่งึ หนึ่งของ กลุ่มตัวอยา่ ง (จานวน 281) คน หรือคดิ เป็นร้อยละ 58 ระบุว่าตนเองไม่ไดม้ ีส่วนรว่ มในกระบวนการจัดทา รัฐธรรมนญู 2540 กลมุ่ รองลงมาจานวน 71 คน (คดิ เป็นร้อยละ 15) ระบุวา่ ตนเองได้เข้ารว่ มในการรณรงค์ ตา่ งๆ เกยี่ วกบั รา่ งรัฐธรรมนญู 2540 จานวนร้อยละ 9 สะท้อนว่ามสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น เสนอ ความตอ้ งการในเวทกี ารจัดกิจกรรมตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจานวน 36 คน (รอ้ ยละ 7) ไดแ้ สดงความคิดเห็น หรือ เสนอความคิดเห็นโดยตรงตอ่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนญู

๔๘ ตารางที่ 7 แสดงการมสี ่วนร่วมในกระบวนการจัดทารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2540 ของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น อืน่ ๆ , 54, 11% ไม่มสี ว่ นรว่ ม, 281, 58% เขา้ รว่ มการรณรงค์ เกี่ยวกบั รา่ ง รัฐธรรมนญู , 71, 15% เข้าร่วมแสดงความ คดิ เห็นในเวทีตา่ งๆ, 41, 9% เสนอความเหน็ ตอ่ ผรู้ ่าง รฐั ธรรมนูญ, 36, 7%

๔๙ จากการสอบถามความคดิ เห็นจะพบว่า จานวนผ้ใู ห้ข้อมูลท้ังหมด 483 คน พบว่าจานวน 301 คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 62 ระบุว่าตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทารัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 กลุ่ม รองลงมาจานวน 65 คน (คิดเปน็ ร้อยละ 13) ระบวุ า่ ตนเองไดเ้ ขา้ ร่วมในการรณรงค์ต่างๆ เก่ียวกบั รา่ งรฐั ธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 จานวนร้อยละ 12 (จานวน 57 คน) สะท้อนว่ามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เสนอ ความตอ้ งการในเวทีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจานวน 22 คน (ร้อยละ 5) ได้แสดงความคิดเหน็ หรือ เสนอความคิดเห็นโดยตรงต่อคณะกรรมาธิการยกรา่ งรัฐธรรมนญู ตารางที่ 8 แสดงการมีส่วนร่วมในกระบวนการจดั ทารฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2550 ของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น อ่นื ๆ , 38, 8% เข้าร่วมการรณรงค์ เกยี่ วกบั รา่ ง รฐั ธรรมนญู , 65, 13% เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเวที ไมม่ ีสว่ นรว่ ม, 301, 62% ต่างๆ, 57, 12% เสนอความเหน็ ตอ่ ผู้รา่ ง รัฐธรรมนูญ, 22, 5%

๕๐ จากการสอบถามความคิดเห็นจะพบว่า จานวนผู้ให้ข้อมูลทัง้ หมด 483 คน พบว่าจานวน 291 คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 60 ระบุว่าตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทารัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 กลุ่ม รองลงมาจานวน 55 คน (คิดเป็นร้อยละ 11) ระบุวา่ ตนเองไดเ้ ข้าร่วมในการรณรงค์ตา่ งๆ เก่ียวกับร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 จานวนร้อยละ 14 (จานวน 68 คน) สะท้อนว่ามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เสนอ ความตอ้ งการในเวทีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ ง ส่วนจานวน 37 คน (ร้อยละ 7) ได้แสดงความคิดเห็น หรือ เสนอความคิดเห็นโดยตรงต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และอีกร้อยละ 8 สะท้อนว่าตนมีส่วนร่วม ในฐานะการเขา้ ร่วมออกเสียงประชามติตอ่ ร่างรัฐธรรมนญู 2560 ตารางท่ี 9 แสดงการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทารัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 ของกลุ่มตัวอย่างในการสอบถามความคิดเห็น อืน่ ๆ , 37, 8% เข้าร่วมการรณรงค์เกี่ยวกับรา่ ง รฐั ธรรมนญู , 55, 11% เขา้ รว่ มแสดงความคดิ เหน็ ใน ไม่มสี ว่ นร่วม, 291, 60% เวทีต่างๆ, 68, 14% เสนอความเห็นตอ่ ผู้รา่ งรัฐธรรมนญู , 32, 7%

๕๑ สว่ นท่ี 3 : ความคดิ เหน็ ของประชาชนต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจบุ นั ก. ความคดิ เหน็ ของประชาชนต่อรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปจั จุบัน ตาราง 1 สรุปความคิดเห็นของประชาชนเกย่ี วกบั รฐั ธรรมนญู ฉบับปัจจบุ นั ประเด็น ภาพหวงั สภาพปัญหา แนวทางแก้ไข แนวนโยบายและ -เศรษฐกิจดี ประเทศมัน่ คง ประชาชนมีความสุข หน้าทข่ี องรฐั ตอ่ การ -ต้องการใหป้ ระชาชนมคี วามเปน็ อย่แู ละคุณภาพ -เกิดสภาวการณ์ด้านสิง่ แวดล้อม -ตัดเน้ือหาในสว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งออก ดารงชวี ติ เศรษฐกจิ ชีวิตดขี ึ้น มีการกระจายรายไดใ้ หแ้ ก่ประชาชนอยา่ ง และ เสมอภาค จัดการทรัพยากรธรรมชาตใิ นประเทศให้ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และความ จากรัฐธรรมนญู ทรัพยากรธรรมชาติ ย่ังยืนมากขึน้ มีการฟืน้ ฟูทุกปี และสิ่งแวดล้อม -ให้สทิ ธิชุมชนทอ้ งถน่ิ เป็นเจา้ ของและมีสว่ นร่วมใน เหลอ่ื มลา้ ในสังคมไทย -ตัดออกจากรฐั ธรรมนญู แต่ให้ใส่ การตัดสินใจในการจัดการ การพฒั นาคุณภาพชวี ิต สทิ ธแิ ละเสรภี าพของ เศรษฐกิจและทรัพยากรฯ -การดาเนนิ งานของรัฐและหนว่ ยงาน เป็น พ.ร.ป. แทน ประชาชน -ใหค้ นด้อยโอกาสได้ดารงชวี ติ เขา้ ถงึ ทรัพยากร อยา่ งเท่าเทยี ม ปกปอ้ งสงิ่ แวดล้อมอย่างแท้จรงิ ทเี่ ก่ยี วข้องขาดประสทิ ธิภาพ ขาด -เอาออกจากรัฐธรรมนญู แตใ่ ห้รวม -รฐั เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนมสี ่วนร่วม ดาเนินงาน โดยเนน้ ความเสมอภาค เท่าเทียม เน้นการสรา้ ง ความยตุ ธิ รรม / เป็นธรรม และไม่ กับแผนพัฒนาเศรษฐกจิ เพอ่ื ให้ ความสมดุล บรู ณาการ และ ย่ังยืน และสามารถนา นโยบายมาส่กู ารปฏิบตั ิ / การบงั คบั ใช้ได้จรงิ สามารถบังคบั ใชก้ ฎหมาย สามารถปรบั ปรุงแนวนโยบายตาม -สิทธิในการมีชีวิตทีด่ ีข้นั พนื้ ฐานดว้ ยรัฐสวัสดิการ 9 บทบัญญัติทีเ่ กี่ยวข้องไดจ้ ริง สภาพสงั คมปจั จบุ นั ดา้ น -ควรปรบั ปรงุ ที่การดาเนนิ งาน มากกวา่ การแก้ไขรฐั ธรรมนญู -การบงั คบั ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และควรมกี ารตรากฎหมายที่ เกีย่ วขอ้ งเพิม่ เตมิ -การสรา้ งการมสี ว่ นร่วมของ ประชาชนและทุกภาคสว่ นในการ แก้ไขปญั หา -การละเมดิ สทิ ธทิ ่ีไม่มหี ลกั ประกัน -มาตรา 26 ควรให้กฎหมายซึ่ง -สิทธเิ สรภี าพของประชาชน ถูก จากดั สทิ ธิเสรีภาพของประชาชน จากดั ในเรื่องการแสดงความคิดเหน็ ต้องนาไปทาประชามติ

๕๒ ประเดน็ ภาพหวงั สภาพปัญหา แนวทางแกไ้ ข -สิทธิชุมชนตอ้ งไม่หายไป สทิ ธิสตรี เดก็ กลุม่ -ประชาชนโดนลดิ รอนสิทธ์ิ จนไม่ได้ -มาตรา 27 วรรคสอง ควรแกเ้ ป็น เปราะบางไมเ่ กิดจริง ต้องบังคับใหม้ ี แสดงความคดิ ทแ่ี ทจ้ ริง \"ทกุ เพศสภาพย่อมเท่าเทยี มกัน\" -กฎหมายต้องไม่เขา้ ไปจากดั สิทธแิ ละเสรีภาพมาก -การดาเนินงานของรฐั หรือหนว่ ยงาน -มาตรา 44วรรคสอง ควรแก้เปน็ จนเกินสมควร ที่รบั ผดิ ชอบขาดความยตุ ธิ รรม / \"บทบญั ญตั ติ ามมาตราน้ี จะใช้ -สิทธิ และเสรภี าพของประชาชน ไม่สามารถถูก เปน็ ธรรม / เสมอภาค กฎหมายจากัดสิทธมิ ิได\"้ ละเมิดได้ ไมว่ า่ จะด้วยกฎหมาย คาสัง่ หรอื -หนว่ ยงานทีร่ ับผดิ ชอบถูกแทรกแซง -แกร้ ฐั ธรรมนูญและกฎหมายลูกท่ี กฎระเบียบ ของราชการ การจะละเมดิ สิทธเิ สรภี าพ ในการทาหน้าท่ี ปิดก้นั เสรภี าพสอ่ื ของประชาชน จะกระทาได้ ในกรณที ม่ี ีความจาเป็น -ควรสัน้ กระชับ เน้นหลกั การ ว่าจะเกดิ ภยั อันตรายตอ่ สาธารณชนอย่างชดั แจ้ง มากกวา่ เนื้อหา เป็นท่ปี ระจักษ์ -ควรเขียนแค่หลกั การกว้างๆ และ -ประชาชนควรไดร้ บั สิทธิคุม้ ครองอย่างเป็นรูปธรรม ตราเปน็ กฎหมายแทนเหมือน -สิทธใิ นการแสดงความคิดเห็น รฐั ธรรมนูญ 2489 -การบงั คบั ใช้กฎหมายต้องมกี ารลงโทษอย่าง -ควรตัดออกจากรฐั ธรรมนูญแตใ่ ห้ เคร่งครดั ใสเ่ ป็น พ.ร.ป แทน -รฐั ไมค่ วรกา้ วกา่ ยหรือสอดส่อง หา้ มปราม การ -ลดกฎหมายจากดั สทิ ธิและ แสดงความคดิ เหน็ ของประชาชนตอ่ การสทิ ธิ เสรภี าพใหเ้ หลอื เทา่ ทจ่ี าเปน็ เสรภี าพในทกุ ด้าน -รัฐควรควบคมุ ดแู ลเจ้าหน้าท่ีรัฐให้ ปฏิบตั ิตามรฐั ธรรมนูญอย่าง เครง่ ครดั -รฐั ไม่ควรแทรกแซง / ลดอานาจ รัฐ -เจ้าหน้าทีร่ ัฐต้องเข้มแข็ง และ เคารพสทิ ธขิ องประชาชน

๕๓ ประเด็น ภาพหวัง สภาพปญั หา แนวทางแก้ไข ระบบการเมอื ง -เปน็ ทพ่ี ง่ึ ของประชาชนได้ในวถิ ที างแหง่ -เป็นอณาธิปไตย คณาธปิ ไตย อละ -พรรคการเมอื งควรต้งั ยาก ยุบยาก ประชาธิปไตย ธนาธปิ ไตย การตัง้ ต้องสอดคลอ้ งอุดมการณ์ -แก้ปัญหาการคอรร์ ัปชันได้จริงบ้านเมอื ง -ระบบการเมืองยังไมเ่ ขม้ แขง็ สถาบัน -พรรคการเมอื งตอ้ งเน้นบรหิ าร -เปน็ ระบบทม่ี ีความเทยี่ งตรง และเปน็ ตัวแทนของ ทางการเมืองไม่ได้รบั การยอมรบั ส.ส. ต้องเนน้ ความเป็นอสิ ระและ ประชาชนในสงั คมทุกคนจริง -เออ้ื ประโยชน์ต่อพวกพ้องของตัวเอง แยกออกจากการใชอ้ านาจบริหาร -ระบบการเมืองทม่ี ธี รรมาธิปไตย / มีธรรมาภิบาล / ไมม่ ีความโปร่งใสในการบริหาร -บงั คับใช้กฎหมายเกย่ี วกับพรรค -ระบบการเมืองสอดคล้องกับสภาพบริบทสงั คมไทย -ขาดธรรมาภิบาล เอาผลประโยชน์ การเมืองอย่างจรงิ จัง เสมอภาค -น่าเช่ือถือและเป็นธรรม ภายใตห้ ลักสิทธิมนุษยชน และความอยูร่ อดในอานาจของ -ยกเลิกการยบุ พรรคการเมือง ยตุ ิธรรม ตัวเองเป็นหลกั ทั้งหมด และใหเ้ สมอื นวา่ ไม่เคยยบุ -เปน็ ประชาธปิ ไตยทมี่ ีความโปร่งใส ไมซ่ ้ือสิทธิ์ขาย -ระบบเลอื กต้ังซบั ซ้อน ไมเ่ ป็นไปตาม พรรค เสียง วิถีประชาธปิ ไตย -โครงสรา้ งและกลไกการทางาน -เป็นของประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ -ระบบเลือกต้ังมีปัญหา / ระบบการ ของรฐั สภา รวมทงั้ อายขุ องรฐั สภา -รัฐสภาควรทาหนา้ ท่ีเพ่อื ประชาชน เลือกต้ังทวี่ ุน่ วาย -ออกแบบระบบเลอื กตัง้ และการ -องค์กรอิสระ / องค์กรตามรัฐธรรมนญู ทางานได้ -ปัญหาการซือ้ สิทธิ์ขายเสยี ง ได้มาของสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร อย่างมีประสิทธภิ าพ -นักการเมืองไม่มีคุณภาพ ขาด ให้เหมาะสม ไม่ซับซอ้ น -นักการเมือง/ผนู้ าประเทศมีคุณภาพ มคี วามมุ่งม่นั จติ สานึก หวังผลประโยชน์ -ออกแบบการได้มาของสมาชิก ที่จะพฒั นาประเทศ ใหด้ ี รกั ษากระบวนการของ -พรรคการเมอื งท่ีไม่เปน็ พรรคของ วฒุ ิสภาให้เหมาะสม กฎหมาย ดารงไว้ซึ่งความยตุ ธิ รรม ประชาชน แต่เปน็ พรรคของนายทุน -ออกแบบวธิ กี ารได้มา วธิ ีวนิ จิ ฉัน -ระบบการเลอื กต้ังต้องยดึ โยงกบั ประชาชน ไมค่ านึงถงึ ความเสมอภาคทางเพศ องค์กรอสิ ระ / องค์กรตาม -พรรคการเมืองมีความเขม้ แข็ง มีอดุ มการณช์ ดั เจน -ประชาชนมสี ่วนร่วมในระบบ รฐั ธรรมนญู / ศาลเพือ่ ป้องกันเรอ่ื ง -ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบการเมือง การเมืองน้อย ถกู ปิดก้ัน สองมาตรฐาน -องค์กรอิสระ/องคก์ รตาม -กาหนดท่มี า อานาจหน้าท่ี วาระ รัฐธรรมนูญขาดประสทิ ธิภาพในการ การถอดถอนของนายกรฐั มนตรี / ดาเนินงาน คณะรัฐมนตรี

๕๔ ประเดน็ ภาพหวงั สภาพปญั หา แนวทางแกไ้ ข -ระบบการตดิ ตาม ตรวจสอบการใช้ -พัฒนากระบวนการนติ บิ ญั ญัติ อานาจรฐั ขาดประสิทธภิ าพ บิดเบือน ระบบการตรวจสอบ -อานาจทใ่ี ชต้ รวจสอบไม่ควรอยู่เหนอื อานาจ -ระบบการตรวจสอบเอนเอียง -กาหนดกฎหมายให้เป็นไปตาม อธปิ ไตย และเปน็ ของปวงชนชาวไทย -ต้องสนับสนุนสง่ เสริมให้ประชาชน องค์กรเอกชน เข้าข้างผู้มีอานาจ / ไมเ่ ปน็ กลาง / หลกั สากล ไม่เอ้อื ประโยชนใ์ หก้ บั ภาคประชาสงั คม ชมุ ชน ในการทาหน้าทต่ี รวจสอบ การคดั เลือก สรรหา การได้มา และการใช้อานาจ ไมน่ า่ เช่อื ถือในความเป็นกลาง เลอื ก กลุ่มการเมอื งบางกล่มุ ของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง องค์กรตลุ าการ องค์กรอสิ ระ ปฏิบตั เิ ฉพาะพวกพ้องตน -เอาออกจากรัฐธรรมนูญแต่ใหต้ รา -การทางานขององคก์ รตรวจสอบตอ้ งมีการถ่วงดุล มคี วามโปรง่ ใส เปน็ กลาง มีความเป็นอิสระ และยึด -องค์กรตรวจสอบถูกแทรกแซงใน เปน็ พ.ร.ป. หรือ พ.ร.บ หลักนติ ธิ รรม -การตรวจสอบจะต้องตรวจสอบอยา่ งจริงจงั การปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ -องคก์ รตรวจสอบ ระบบตรวจสอบ ทนั เวลา มนั่ คง แน่วแน่ ดาเนินการไดจ้ รงิ มีความ ชัดเจน ประชาชนตรวจสอบได้ มคี วามยตุ ิธรรม -ระบบตรวจสอบขาดความยตุ ิธรรม ต้องใช้หลักธรรมาภิบาลในการ ภาครัฐแทรกแทรกไมไ่ ด้ และมกี ารลงโทษทีร่ นุ แรง / เป็นธรรม ขาดความนา่ เชื่อถือ ขาด ปฏิบัติหน้าที่ การตรวจสอบ / ถว่ งดุล ขาดการมี -ออกแบบให้องค์กรอสิ ระมคี วาม สว่ นรว่ มของประชาชน เป็นกลาง มีอสิ ระและมีการคาน -ทมี่ า องคป์ ระกอบขององค์กร อานาจ ทบทวนการคัดสรร ท่ีมา ตรวจสอบ / คณะกรรมการไม่ การถ่วงดลุ อานาจของระบบ เหมาะสม -ควรให้ ส.ว. หรือ ส.ส. ประเภท -เกดิ การคอรัปชันในระบบการ สองมีอานาจแทนองคก์ รอสิ ระ ตรวจสอบ -ยกเลิกองคก์ รอิสระโดยเฉพาะ -ขาดระบบตรวจสอบองคก์ ร อานาจตลุ าการ มอบอานาจให้ ตรวจสอบ ส.ว. กระทาการแทน -ควรมาจากการเลือกของ ประชาชน

ประเด็น ภาพหวัง สภาพปัญหา ๕๕ แนวทางแก้ไข -กาหนดใหป้ ระชาชนสามารถ เข้าช่อื เพ่อื ตรวจสอบองค์กรอิสระ และศาลรฐั ธรรมนญู ได้ โดยใหส้ ภา ผู้แทนราษฎรมอี านาจตรวจสอบ -ในกรณีท่ีองค์กรอิสระ หรือเกดิ ความผดิ พลาดในระบบการ ตรวจสอบ ต้องมีการลงโทษท่ี รุนแรง

๕๖ 3.1 ความคิดเหน็ เกี่ยวกับประเดน็ ต่างๆ ภายใต้รฐั ธรรมนญู 3.1.1 ประเดน็ แนวนโยบายและหนา้ ทข่ี องรัฐตอ่ การดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดล้อม สว่ นที่ 1 : ภาพหวงั หรือความคาดหวงั กรอบการดาเนินงานด้านนโยบายสาธารณะ / เป้าหมาย ภาพรวม  เศรษฐกจิ ดี ประเทศมั่นคง ประชาชนมีความสุข  ต้องกระจายความมง่ั คง่ั ไปสปู่ ระชากรสว่ นใหญ่ของประเทศ  ต้องการให้ประชาชนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตดีข้ึน มีการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาค จัดการทรพั ยากรธรรมชาติในประเทศให้ยั่งยนื มากข้ึน มกี ารฟนื้ ฟูทุกปี  ใหส้ ทิ ธิชมุ ชนทอ้ งถิ่นเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการจัดการ การพฒั นาคุณภาพชวี ติ เศรษฐกจิ และทรัพยากรฯ  SDGs 17 เปา้ หมาย โดยยึดหลกั SEP for SDGs ประกอบกัน และต้องคานงึ ข้อมตเิ รื่องสภาพภมู ิอากาศ ท่ีประเทศไทยเสนอในการประชุมสมชั ชารัฐสภาอาเซียน ปี 2562 ในโอกาสไทยเปน็ เจา้ ภาพการประชุม AIPA ครงั้ ท่ี 40 โดยตรงกบั ขอ้ 13 ของ SDG. เรอ่ื ง Climate Action โดยทกุ ภาคส่วนต้องขบั เคล่อื นไป ด้วยกัน ด้านส่งิ แวดล้อม  สิง่ แวดลอ้ มและเศรษฐกิจตอ้ งไปด้วยกัน (ไมอ่ ยากใหเ้ ป็นเศรษฐกิจเติบโตไดเ้ งินมาก แต่สิ่งแวดล้อม เสียหาย ไม่มีผลผลติ ทางการเกษตรทา) และมีเงินแตไ่ มม่ ีของซ้ือกิน หรือไม่สง่ิ แวดล้อมเสยี สุขภาพยา่ แย่ เงนิ ทไี่ ดม้ าต้องมารักษาตวั เอง  ควรให้ความสาคัญต่อการบริหารจดั การ อนรุ กั ษ์  เน้นทรัพยากรธรรมชาตติ ้องไมถ่ ูกทาลายเพมิ่ ข้ึนเรื่อย ๆ พร้อมบารงุ รักษา ด้านการจัดสวัสดิการสังคม  รฐั จาเป็นต้องมีสวสั ดกิ ารทางสงั คมระดับพื้นฐานให้กับบคุ คลทั้งหมดอย่างเทา่ เทยี มกนั ไม่วา่ จะเป็น ทางดา้ นพยาบาล รายได้ ที่อยอู่ าศยั  ให้คนดอ้ ยโอกาสไดด้ ารงชีวิต เข้าถงึ ทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ปกปอ้ งสิ่งแวดล้อมอย่างแทจ้ รงิ  ประชาชนควรเข้าถงึ สวัสดกิ ารทกุ อยา่ งทวั่ ถงึ มีชีวิตความเป็นอยูท่ ีด่ ใี นสภาพแวดลอ้ มท่ีดี

๕๗ แนวทางการดาเนินงานของรัฐ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ  ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแลจัดการตนเอง มีศักยภาพในการเล้ียงชีพ สนับสนุนใหช้ ุมชน ครัวเรือนทาอุตสาหกรรมขนาดย่อมด้วยตนเอง ตลอดจนพัฒนาศักยภาพให้ชุมชนช่วย อนุรักษ์ รักษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม  รัฐควรกระจายโอกาสให้คนทุกคนได้เข้าถึงการมีสภาวะแวดล้อมท่ีดีในการดาเนินชีวิตอย่างท่ัวถึงและ เทา่ เทียม  รัฐต้องคืนอานาจการจัดการให้แก่ประชาชน/ชุมชนท้องถ่ินโดยเร็ว / อานาจควรกระจายมายังท้องถ่ิน เพอ่ื การบริหารประเทศจะไดต้ รงจุดมากขน้ึ  ให้ประชาชนมีส่วนร่วม / ฟงั เสียงประชาชน / ควรยึดหลักอานาจสงู สดุ มาจากประชาชน เน้นความเสมอภาค เท่าเทียม  ประชาชนต้องได้ประโยชนเ์ สมอภาคกัน / เนน้ ความเสมอภาค  นโยบายของรฐั ควรให้การสนบั สนุนทเ่ี ทา่ เทียมและสมดุล  รัฐดาเนินนโยบายท่ีส่งเสริมการดารงชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ส่งเสริมเศรษฐกิจแบบย่ังยืน ไม่ผูกขาด หรือให้นายทุนถืออานาจผูกขาด และบริหารทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้ถูกใช้ไปน้อยที่สุด เพราะการสร้างทดแทนกินเวลานานและยากกวา่ การทาลาย เน้นความสมดุล บูรณาการ และ ยั่งยนื  รัฐต้องทาหน้าท่ีตลอดจนวางนโยบายในด้านนี้บนหลักของความยั่งยืน รวมท้ังให้ประชาชนม่ังคั่ง มีความ มั่นคงในชีวิต และทาให้ประชาชนมีความสขุ ทอ่ี ย่ใู นประเทศน้ี  ออกนโยบายที่สร้างสมดุลระหว่างการพฒั นาเศรษฐกิจและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมท้ังยกระดับ คุณภาพชวี ิต  รฐั ตอ้ งกาหนดนโยบายทส่ี ามารถทาไดใ้ นทางรูปธรรม  ดาเนินการอย่างโปร่งใส เห็นแก่ประโยชน์ของราษฎร ควรทาให้ทุกๆดา้ นมัน่ คงให้ได้มากทีส่ ุด ใส่ใจปญั หา ของประชาชนอย่างจริงจัง ควรใหส้ ิทธิกับประชาชนทางการเมืองมากกว่านี้ ไม่ใช่อะไรไม่ถูกใจก็ส่งั ปิดปากหมด ใหค้ วามเป็นธรรมกบั ทกุ ฝา่ ยอยา่ งเท่าเทียม และตอ้ งให้ความสาคญั กบั ความเป็นประชาธปิ ไตย  รัฐควรจะพิจารณาว่าจะนานโยบายสู่การปฏิบัติท่ีเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังได้อย่างไร การกระจายความ มั่งค่งั ลดความเหลื่อมล้า  ลดขั้นตอนการบังคับบัญชาให้สั้นและกระชับและกระจายอานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เต็มรูปแบบ  ไม่เออ้ื ผลประโยชน์ให้นายทนุ ของประเทศมากเกินไป

๕๘ การนานโยบายมาสู่การปฏิบัติ / การบงั คบั ใช้  ทาให้เป็นจริง และจัดการกรณีไม่ทา  รัฐควรมีนโยบายท่ีชดั เจนและปฏบิ ัตไิ ด้สง่ ผลประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม / อยากใหภ้ าครัฐใชแ้ นว ปฏิบัติให้ตรงกับความเป็นจรงิ ตามนโยบายทวี่ างแผนไว้  ตอ้ งมีกฎหมายรองรับอยา่ งบูรณาการทกุ หน่วยงานอย่างเป็นรปู ธรรม เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ 20-50 ปี  รัฐตอ้ งไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ ใช้กฎหมายเป็นธรรมตอ่ ทุกฝ่าย ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เรื่องนโยบายตอ้ งสร้าง ส่งเสรมิ ใหบ้ ุคคลสามารถทาธุรกิจไดง้ า่ ยข้ึน  เปน็ หน้าทท่ี จี่ าเป็นท่ีรัฐต้องเป็นผกู้ าหนด กากับ ดูแลอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และยั่งยืน  รัฐควรทาหน้าทขี่ องตนอยา่ งจริงจัง เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนตรวจสอบไดอ้ ย่างสะดวกและควรปราบปราม การเอ้ือประโยชน์ใหเ้ อกชนแบบผดิ กฎหมาย อย่างจรงิ จัง / รัฐควรจรงิ ใจ จรงิ จงั ในการผลกั ดันวาระการ เจรจาเพอ่ื สันติสุขแดนใต้ โดยให้ประชาชนในพ้นื ที่ เช่นภาคประชาสังคมเขา้ รว่ ม แสดงความคิดเห็น  ควรมีการจัดสรรงบประมาณเพ่ือปอ้ งกันโรคมากกว่าการปล่อยแล้วรักษา มีสวัสดกิ ารใหก้ ับบคุ ลากรทาง การแพทย์ให้มากขึ้น ควรส่งเสริมการศกึ ษาให้มากข้ึน มีสวัสดกิ ารครูมากข้ึน นักเรียนมโี อกาสทาง การศึกษาให้มากขึ้น  ควรเป็นไปตามความเหมาะสมในช่วงเหตุการณ์น้ันๆ มคี วามสมดลุ ไม่ขาดไมเ่ กิน เจา้ หน้าทข่ี องรฐั ควร ปฏิบตั ิหน้าทใี่ ห้สมกบั อาชพี และความสามารถของตน ไมค่ วรอยา่ งยิง่ ทีจ่ ะปลอ่ ยใหป้ ระชาชนเกิดความ ขาดแคลนและขัดสน อ่ืนๆ  ลดพเี อ็มสองจดุ ห้า ควันพิษ  ปจั จุบนั มีการซอยคล่ืนความถี่ขายมากเกินไปทาใหก้ ารรับฟงั รับชมของประชาชนไมช่ ดั เจน  ควรจะพฒั นาให้ดกี วา่ นี้ / ควรมกี ารปรบั แกพ้ ัฒนาใหด้ กี วา่ นี้  รัฐและคนบางส่วนยังไม่เข้าใจธรรมชาติแบบพ่ึงพาอาศยั และใชป้ ระโยชน์  เปน็ อนาคตทมี่ ดื มนผูกติดกับแผนยุทธศาสตร์ 20ปี / ไมค่ าดหวังเพราะไม่มอี ะไรให้หวัง / สนิ้ หวงั / ไม่มี ความคาดหวังใดๆ ต่อรัฐบาลชุดน้ี / มองเห็นในทิศทางที่แย่ลง ส่วนที่ 2 : สภาพปัญหา หรือ สภาพการณท์ ่ีเกิดข้ึน สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม  ป่าไมใ้ นไทยน้อย / วิกฤตป่าไม้ในประเทศลดลง  ปญั หาฝุ่นพิษ  ยงั ไมม่ คี วามสอดคลอ้ งเท่าทีค่ วร สาหรับนโยบายเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมของภาครัฐ

๕๙  การควบคุมการปล่อยคาร์บอนของก๊าซดีเซล การปล่อยของเสียลงแหล่งน้า การให้สิทธินายทุนในการ ผกู ขาดการขายสินค้า การกกั ตุนสินคา้ สถานการณด์ ้านเศรษฐกจิ  ต้องไม่สร้างกับดักทางการเงินให้ประชาชนเป็นหนี้กันมากๆ ประชาชนค่อนประเทศติดกับดักทางการเงิน เป็นหนก้ี ัน เพราะสถาบันการเงนิ จัดโปรโมชั่นใหป้ ระชาชนกู้ จนเป็นหนี้กันล้นพ้น  ปญั หาเศรษฐกจิ ท่ซี บเซา  ประชาชนตกงาน บริษัทต่างๆปิดตัวลง เศรษฐกิจแย่  เศรษฐกิจตกต่ามาก บริหารประเทศแย่ ไม่ให้โทษผู้นาแล้วจะให้โทษประชาชนหรอคะ ส่ิงแวดล้อมก็แย่ เพราะโรคโควิด19 ไหนจะฝุ่นอีก มาตรการการกักตัวคนท่ีไปตปท.มาก็ห่วย ไม่เคร่งครัดเลย เดี๋ยวก็ตาย กนั ท้ังประเทศพอดี  ประชาชนตกงาน เงินบาทแข็งค่า พน้ื ทีป่ ่าถกู รุกลา้  ทาใหป้ ระชาชนท่ีเป็นเกษตรกรรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ท่ีอาศยั อยใู่ นปา่ อย่ยู ากแร้นแค้น  ปัญหาของผลผลิตเกษตรกร ปัญหาการขาดแคลนรายได้เป็นหลัก สถานการณด์ า้ นความเหลื่อมล้า  การเออ้ื ประโยชนก์ ับกล่มุ ทนุ ทใี่ กล้ชดิ รฐั บาล การเอาเปรยี บทรัพยากรของกลุ่มคนมอี านาจรัฐ  ปญั หาความเหลอ่ื มลา้ ทางสังคม / เหล่ือมล้ามาก  ความเหลอื่ มลา้ คอื ภาคอตุ สาหกรรมโตมาก แตว่ า่ ภาคเกษตร หรอื ชาวบา้ นผลผลิตได้ไม่ดี ราคาไมด่ ี  ความเหล่ือมล้าในทางเศรษฐกจิ ทาใหก้ ารศกึ ษาและสาธารณสขุ ตกตา่ ลง  ความเหลื่อมลา้ ในที่ดนิ  ความเหล่ือมล้าทางสังคม คนรวยกระจุกตัว ส่วนฐานะปานกลางและจนมีจานวนมากแต่รัฐไม่สามารถ ชว่ ยเหลอื ประชาชนได้  ปัญหาคนจนย่ิงจนลงคนรวยยิ่งรวยขึ้น การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติของข้าราชการนักการเมืองอย่าง ผิดกฎหมายมากเหลอื เกนิ ยงั รว่ มมือกบั เอกชนบุกรุกป่าอีกดว้ ย  นโยบายทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของรัฐยังไม่เหมาะสม เศรษฐกิจมีแต่จะเพิ่ม ช่องว่างความเหล่อื มล้า และนโยบายแจกเงนิ ประชานยิ มทมี่ ีแต่จะสรา้ งหน้คี รัวเรือนมากข้ึน การดาเนนิ การของรฐั ต่อปัญหาต่างๆ ความไม่มีประสิทธภิ าพในการดาเนินงานของหน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง  แนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ในรฐั ธรรมนญู เมอ่ื นารฐั ธรรมนญู ไปใช้ในทางปฏิบตั ิ กลับกระทาการไมไ่ ดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์  การดาเนนิ การของรัฐไม่ค่อยตอบโจทยก์ ับสถานการณ์ในตอนนี้  รัฐไมไ่ ดใ้ ส่ใจตรงนเี้ ทา่ ทีค่ วร /ยงั ไม่มีการใสใ่ จเท่าทคี่ วร

๖๐  รัฐไม่สามารถดาเนินแนวนโยบายที่ตอบสนองต่อประชาชนได้  มนั ไม่สอดคล้องกับสถานการณป์ ัจจุบนั  หน่วยงานของรัฐพกิ าร รฐั เน่า  รัฐไมเ่ ขา้ ใจความต้องการของประชาชน  ไม่แก้ปญั หาโดยภาพรวมแก้เปน็ เปราะชวั่ คราว นโยบายแบบฉาบฉวย  ยังไม่มีแผนการปฏิบัติการที่ชัดเจนและครอบคลุมทุกประเด็น อาทิ ปัญหา ขยะทะเล และClimate Action ข้อ13 ของSDGs ในบริบทสากล ขาดความยุตธิ รรม / เป็นธรรม  ไม่เป็นธรรม ไม่เสมอภาค เอื้อประโยชน์กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อรัฐบาล / เอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่ม สร้าง ปัญหากบั สว่ นรวม / ไม่เท่าเทยี มสมดุล  ใช้กฎหมายกบั เฉพาะคนจน ปกป้องพวกพ้อง นโยบายละเมดิ สทิ ธิ เอือ้ ผลประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่ม  การเลอื กปฏบิ ัติและเล่นพรรคเล่นพวก การบังคับใช้  ยังขาดการบังคับใชอ้ ย่างจรงิ จงั ปญั หาอนั เนอื่ งมาจากบทบัญญัตทิ เี่ ก่ียวข้อง  ม. 58 ทาให้ได้เถอะและขอ้ นี้ตอบยาก  บางมาตรามผี ลกระทบ อน่ื ๆ  ยังไม่เห็นว่ามีสิ่งใดดีขึ้น ทาไม่ได้ตามนโยบายสักประการ ถ้าจะให้เจาะจงปัญหา ปัญหาน่าจะอยู่ตรงที่ ผู้บริหารประเทศ  ระบบ ริหารราชการแผ่นดินไมส่ นับสนุนการกระจายการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร รัฐเป็นผู้นาใน การพัฒนาแทนท่ีจะเป็นประชาชน นโยบายเศรษฐกิจไม่ชัดเจน นายทนุ ผูกขาด และทุกภาคสว่ นพร้อมจะ ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ  เป็นแคต่ ัวหนังสือ ไมไ่ ดม้ กี ารยดึ โยงกบั ประชาชน  ไมเ่ ปน็ ไปตามต้องการของ ปชช.อยา่ งแทจ้ ริงปจั จุบันรอรับคาสง่ั จากเบื้องบนเป็นหลกั  ปญั หาไวรัสโควคิ -19  ตวั บทกฎหมายต้องการให้สงั คมสงบสุข  ปัญหาการไม่เขา้ ใจรากเหง้าของคนรุ่นใหม่  ไมม่ ีความสขุ กบั ทศิ ทางการทาหน้าที่และการบริหารในปจั จุบนั  หลักการท่ีหากรัฐบาลชุดไหนมาไม่เดินตามแนวทางหรือทาตามแนวทางที่วางไว้ 20 ปี มีสิทธิติดคุก ไม่ควรเป็นเช่นน้ี

๖๑  มคี วามเปลยี่ นแปลงในทิศทางท่ีแย่ลง  ดขี อใหพ้ ัฒนาดีขึ้นต่อไป  ในเร่ืองเหตุการในชายแดนใต้ รัฐควรรู้หน้าที่ ควรใชก้ ารเมืองนาการทหารมาแก้ปัญหา เพราะตลอดเวลา ที่ผ่านมาทหารทาตัวเป็นคู่ขดั แย้งของประชาชนในพื้นท่ี โดยเฉพาะเรือ่ ง IO สว่ นท่ี 3 : ข้อเสนอแนะ หรอื แนวทางการแก้ไข ประเด็นในรัฐธรรมนญู / กฎหมาย ทเ่ี กี่ยวข้อง ตดั เน้ือหาในส่วนทเี่ กยี่ วข้องออกจากรฐั ธรรมนูญ  ควรตดั ออกจาก รธน แตใ่ หใ้ ส่เปน็ พ.ร.ป. แทน แตใ่ ห้แก้ยาก พอๆ กบั รฐั ธรรมนญู / ควรตัดออกจาก รธน แล้วใส่ใน พรป หรือออกเป็นกฎหมาย หรือเป็นนโยบายพรรคเสีย เพราะแนวนโยบายจะล็อกสเปคตาม รธน ไม่ได้ ต้องมีการปรับปรุง / ควรตัดออกจากรัฐธรรมนูญ และให้เอาไปไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู เพราะรฐั ธรรมนูญคอื กฎหมายสูงสดุ ทค่ี วรเขียนเฉพาะหลักการปกครอง  ควรนาแนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ในรัฐธรรมนูญ เมื่อนารัฐธรรมนูญไปใช้ในทางปฏิบัติ กลับกระทาการไม่ได้อย่างสมบูรณ์ ออกจาก รัฐธรรมนูญ โดยให้เขียนหลักการเสรีภาพ สิทธิ หน้าที่ แนวนโยบายอย่างกว้างๆ ซ่ึงสอดคล้องกับหลัก ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยเอามาตราในหมวด 3 จนถึงหมวด 6 ซ่ึงเป็น รายละเอียด ออกเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแทน เพ่ือให้สามารถปรับปรุงแนวนโยบายที่ สงั คมเป็นพลวัตไดโ้ ดยไม่จาเปน็ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนูญ แตใ่ ห้รวมกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือให้สามารถปรับปรุงแนวนโยบายตาม สภาพสงั คมปจั จุบัน  ตดั ออกจากรัฐธรรมนญู เพื่อให้นโยบายเป็นอิสระ สอดคล้องกบั โลกปัจจุบัน  ควรเอาออกจากรฐั ธรรมนูญเพราะสถานการณ์สงั คมเป็นพลวตั ไมค่ วรเขยี นในรัฐธรรมนญู  ควรเอาแนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดล้อมออกจากรัฐธรรมนูญ แต่ใหต้ ราเป็นกฎหมาย เพราะรธน แก้ยาก และด้วยสังคมท่ีเปล่ียนแปลง อยา่ งรวดเร็ว จะมัวแก้ไขรัฐธรรมนญู ตลอดกไ็ ม่ได้  ควรเอาแนวนโยบายออกจากรัฐธรรมนญู เพราะสงั คมเป็นพลวตั ไม่เชน่ นน้ั ก็ต้องแกต้ ามสภาพการณ์  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนูญและให้เป็นกฎหมายแทน เพราะสังคมไทยมันเปล่ียนแปลงตลอด จะเขียนลง ในรฐั ธรรมนญู และแก้ตามรัฐธรรมนูญ แบบนไ้ี มเ่ ห็นดว้ ย  ควรตัดออกจากรัฐธรรมนูญและให้ออกเป็นกฎหมายทั่วไป เพราะการเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ในเม่ือ แนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐเป็นพลวัตร คือเปล่ียนตลอด ก็ต้องมาแก้รัฐธรรมนูญในบริบทท่ีแก้ยาก จะทาใหป้ ัญหาบานมากกว่าอดุ ช่องโหว่ของปญั หา  ดว้ ยสังคมที่พลวัต แนวนโยบายไมส่ มควรระบุลงในรัฐธรรมนูญ

๖๒  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนูญและจัดทาเป็นกฎหมายแทน เพื่อให้แก้ไขได้ง่าย เพราะเรื่องนโยบายน้ันเป็น เรอ่ื งพลวัตร จะต้องปรับเปล่ยี นทกุ นาที เหมอื นการแกป้ ัญหาโควดิ  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนญู และตราเป็นกฎหมาย เพ่ือออกกฎหมายตามสงั คมทเี่ ป็นพลวตั  ตัดออกจากรัฐธรรมนูญแต่ให้ใช้การตรากฎหมาย เพ่ือให้แก้ไขกฎหมายง่ายตามสถานการณ์โลกที่เป็น พลวัต  ควรเอาแนวนโยบายในรัฐธรรมนูญ แยกออกเป็นกฎหมายหรือรวมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือให้ สามารถปรับกฎหมายตามบรบิ ทสังคม การแกไ้ ขในบางมาตราท่ีเก่ยี วข้อง  ต้องแกไ้ ขบางมาตรา  รีบรา่ งรฐั ธรรมนูญใหมใ่ ชแ้ นวทางของ ปี 2540 เปน็ หลกั  แก้ไขรัฐธรรมนญู ท่เี กย่ี วข้อง อื่นๆ  ไมส่ มควรแกไ้ ข  ควรปรับปรงุ ทก่ี ารดาเนินงานมากกวา่ การแก้ไขรัฐธรรมนญู สาหรับในส่วนนี้ การบังคบั ใช้กฎหมาย / กฎหมายที่ควรบัญญัติเพ่มิ เติม  จดั ให้มกี ฎหมายรัฐสวัสดิการถว้ นหนา้ ข้ันพน้ื ฐานเพือ่ ใหท้ ุกคนเขา้ ถึงและมคี ุณภาพชีวติ พื้นฐานทีด่ ถี ว้ น หน้า  นโยบายตา่ ง ๆ ควรทาในภาพรวม ทกุ คนไดร้ บั ผลประโยขน์จากนโยบายโดยเทา่ เทียมไมใ่ ชเ่ ป็นหย่อมๆ  บงั คับใชก้ ฎหมายอย่างจริงจงั  หยุดการเลือกปฏบิ ตั ิและใช้กฎหมายอยา่ งเป็นธรรม ต้องมีการลงโทษอย่างจริงจังในเร่ืองน้ี  ควรมบี ทลงโทษที่รนุ แรงกับปัญหาโกงทุจริตของนักการเมอื งเเละราชการ / ควรมีบทลงโทษและการ บังคับใชท้ เ่ี ท่าเทยี ม  นโยบายตอ้ งสามารถปฏิบัติไดจ้ ริง และผู้ปฏิบัติงานต้องเร่งและให้ความสาคัญจรงิ ๆ ในการปฏิบัติงาน  อยากให้ทาทกุ ๆ อย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส และเด็ดขาดกวา่ น้ี เหยาะแหยะเป็นเด็กเล่นพ่อแม่ลกู ไม่ได้ นะคะ คดิ ใหร้ อบคอบก่อนจะทาจะพูดอะไร คานึงถงึ ประชาชนทเี่ ดอื ดร้อนใหม้ ากๆนะคะ  จัดทาแผนปฏิบัติการ จัดโครงการสัมมนาวิขาการ เร่ืองSDG.เรื่อง Climate Action ข้อ 13 ของเป้า SDG. โดยยึด หลัก SEPs For SEP.  แก้โครงสร้างระบบบริหารราชการแผ่นดิน กระจายอานาจ ปรับปรุงนโยบายและผู้รับผิดชอบการตัด สวัสดิการระดับท้องถิ่น มีนโยบายทางเศรษฐกิจท่ีชัดเจน โดยอ้างอิงฐานข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ออก กฎหมายป้องกนั การผูกขาดทางเศรษฐกจิ จริงจังกบั คนทท่ี าลายทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งแท้จรงิ

๖๓ การสรา้ งการมีส่วนร่วมของประชาชนและทกุ ภาคส่วนในการแก้ไขปญั หา  สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ให้ชุมชนมีอานาจในการบริหารจัดการตนเองตามวิถีวัฒนธรรมชุมชน ท้องถ่นิ  รบั ฟังประชาชนในทกุ ๆ ทาง  ประชาชนตอ้ งเข้าไปมีส่วนร่วมมากข้ึน  ปกครองแบบ ปชต.ใหเ้ ต็มรูปแบบ อปท.ต้องปกครองตนเองอยา่ งจรงิ เลกิ ศูนย์รวมอานาจ  กระจายรายได้ สง่ เสรมิ การกระจายอานาจสทู่ อ้ งถิ่น  คนื อานาจการบริหารจัดการให้ประชาชน/ให้ท้องถ่ินโดยเร็ว  ลองสอบถามข้อมูลจากประชาชน ถามถึงความต้องการและความรู้สึก เพราะเสียงของประชาชนต้องมา เปน็ อนั ดบั แรก  รัฐควรจริงใจ จริงจังในการผลักดันวาระการเจรจาเพ่ือสันติสุขชายแดนใต้ โดยให้ประชาชนในพื้นที่ เช่น ภาคประชาสงั คมเขา้ ร่วมแสดงความคดิ เห็น  รัฐต้องเข้าถึงหวั ใจและจิตวิญญาณของพหุวัฒนธรรมทแ่ี ตกต่างในการอูยรู ่วมกัน อื่น ๆ  แนวนโยบายรัฐท่ีถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ถือว่าดีแล้ว เพียงแต่ทาให้เป็นรูปธรรมซึ่งต้องใช้เวลา อีก ทงั้ ทาให้สามารถปรับเปลีย่ นได้ตามสภาวะการณ์ทม่ี ีแนวโน้มเปล่ยี นไป  คิดว่ามีผู้รู้มากมายแต่ขาดผู้นาท่ีกล้าหาญในการแกไ้ ข เพราะมีผลกระทบต่อผู้มีอานาจในบ้านเมืองรวมท้ัง พวกในรฐั สภาและเจ้าสัว  ปลกู ป่าท่ัวประเทศ  เปลย่ี นรัฐบาลเถอะครับ ขอประชาธปิ ไตยคนื ไม่ไหวอย่าฝืน / เปลย่ี นรฐั บาลชดุ น้ีออก  เปลีย่ นนายก ยกเลิกรัฐธรรมนูญท่อี านวยตอ่ รัฐบาลชุดนี้  ควรรณรงค์ให้หันมาซื้อขายผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย และลดการซื้อของต่างชาติ เพื่อลดปัญหาการ ขาดแคลนรายไดข้ องประชาชนผูม้ ีอาชพี คา้ ขาย  เปล่ยี นรัฐบาล ถา้ ทาไม่เปน็ กไ็ ม่ควรฝนื ให้คนที่มีศักยภาพมากพอเข้ามาเถอะ  ควรให้ผู้ท่ีมีความสามารถจริงๆ เข้ามาช่วยบริหารวางแผนการทางานให้ตรงประเด็นความต้องการของ ประชาชน  ให้ความร้ทู างการเมืองทค่ี รบถ้วน รอบด้านแกค่ นร่นุ ใหม่  ทาตามยุทธศาสตร์ชาติทก่ี าหนดไว้แลว้ ใหเ้ ป็นรูปธรรมโดยเร็ว  ต้องการให้มีการยบุ สภาแลว้ มีการเลือกตง้ั ใหม่  เพม่ิ ศาลสิ่งแวดล้อมในไทย

๖๔  ลดความโลภในจิตใจ ใส่ใจต่อส่วนรวมมากข้ึน คิดเสมอว่าประเทศเป็นของประชาชนไม่ใช่ช่องทางในการ แสวงหาประโยชนใ์ นช่วงเวลาแหง่ อานาจของใครคนใดคนหนึ่งหรอื กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  จัดสรรงบประมาณใหถ้ ึงหน่วยงานการศึกษาและสาธารณสุขให้มากขึ้น ใหเ้ กดิ นโยบายเรียนฟรถี ึงปริญญาตรี  การพกั หนี้  องคก์ รอสิ ระ การเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบของภาคประชาชน  ส่งเสริมภาคการเกษตร เพิ่มผลผลิตให้ชาวบ้าน สร้างงานในชุมชน ไม่ทาลายส่ิงแวดล้อม การพ่ึงพิงของ ชาวบา้ นกับส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรทางธรรมชาติ  เรง่ พัฒนาเศรษฐกจิ โดยด่วน  การลดใช้ถุงพลาสติก ควรมีถุงพลาสติกให้ซ้ือกรณีไม่ได้เตรียมถุงมาใส่ และสนับสนุนให้ใช้ถุงพลาสติก เวยี นมากกวา่ การงดใชไ้ ปเลย และรณรงคใ์ หแ้ ยกขยะ และเกบ็ ขยะแบบแยก ส่วนท่ี 4 : ความเห็นอ่ืนๆ (ถ้าม)ี ข้อเสนอแนะต่อการดาเนินงานของรัฐ / ภาคส่วนทเ่ี กยี่ วข้อง  ไมค่ วรมีสองมาตรฐาน  เจ้าหนา้ ทรี่ ัฐต้องไม่เลือกปูฏิบัติ และไมล่ ะเมดิ รัฐธรรมนญู ที่ว่าด้วยสิทธิชุมชน  อยา่ ให้ปลาแกป่ ระชาชน ให้เบด็ ไดม้ ๊ยั รฐั มีหน้าที่ดแู ลปลาใหม้ ีจานวนมากๆ ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ / ความเห็นอื่นๆ  สรา้ งงานในชนบท  ไปแกท้ ่ีความคดิ ของคนดกี ว่า  สนับสนุนใหป้ ลูกต้นพะยุง  ควรเป็นประชาธิปไตยสกั ที ตอนนค้ี ือเผด็จการ  ค่าแรงขั้นตา่ ควรจะเพิม่ ข้ึนเนอ่ื งจากเกิดปญั หาการใช้แรงงานหนักเกินกวา่ เหตุในบริษทั บางแห่ง  กล้าอย่างผู้นาท่านสี่จ้ินผิงใหมหรือผู้นาสิงคโปร์  เหนอื่ ยทง้ั ใจท้งั กาย ตอ้ งมาเหนอ่ื ยกะการเมือง โรคฝุ่นเพิม่ อกี  ส.ส. ส.ว. ท่ีดีและรักประชาชน ประเทศชาติมีน้อย น่าสงสารคนไทยท่ีทาให้เสียโอกาสในการดาเนินชีวิต ท่ีดี ทั้งท่ีประเทศไทยเรามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มากมายกว่าอีกหลายประเทศ ยกตัวอยา่ งเช่น สิงค์โปร  ประเทศไทยเป็น ปชต.แบบไทยๆ มีเจ้านาย มีอาวุโส นับถือพุทธเป็นหลัก ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ สถาบนั การศึกษาต้องไม่ลมื ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์  หลักประกนั ทส่ี ันนษิ ฐานว่า ประชาชนสุจริต บริสุทธิ์ ในการตา่ ง ๆ

๖๕ 3.1.2 ประเดน็ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน สว่ นท่ี 1 : ภาพหวงั หรือความคาดหวัง เจตนารมณใ์ นภาพรวม  สิทธิในการมีชีวิตที่ดีขั้นพ้ืนฐานด้วยรัฐสวัสดิการ 9 ด้าน 1) รัฐสวัสดิการเด็กถ้วนหน้า 2) รัฐสวัสดิการ การศึกษา 3) รัฐสวัสดิการการมีงานทาและรายได้ 4) รัฐสวัสดิการระบบสุขภาพ 5) รัฐสวัสดิการ ประกันสังคม 6) รัฐสวัสดิการบาบาญแห่งชาติ 7) รัฐสวัสดิการด้านที่ดินและท่ีอยู่อาศัย 8) รัฐสวัสดิการ พหุวฒั ธรรม และการปฏริ ปู ระบบภาษี  ประชาชนควรได้รบั สทิ ธแิ ละเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง / ทุกคนควรจะมีสิทธแิ ละเสรีภาพอย่าง แทจ้ ริง การแสดงออกตา่ ง ๆ ที่ไมเ่ ดอื ดรอ้ น ลดิ รอนสทิ ธขิ องผู้อื่น  สิทธิชุมชนต้องไม่หายไป สิทธิสตรี เด็ก กลุ่มเปราะบางไม่เกิดจริง ต้องบังคับให้มี เช่น สัดส่วนทาง การเมอื ง อย่าเขยี นเอาเท่ว่ามีไมม่ ใี ครเคยคานึงถึงหรอก  กฎหมายต้องไม่เขา้ ไปจากัดสิทธิและเสรภี าพมากจนเกินสมควร  สิทธิ และเสรีภาพของประชาชน ไม่สามารถถูกละเมิดได้ ไม่ว่าจะด้วยกฎหมาย คาสั่ง หรือกฎระเบียบ ของราชการ การจะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะกระทาได้ ในกรณีท่ีมีความจาเป็นว่าจะเกิดภัย อันตรายต่อสาธารณชนอย่างชัดแจ้งเป็นท่ีประจักษ์เท่าน้ัน ท้ังนี้ ด้วยการประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกา และต้องยกเลิกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวโดยพลันเมื่อเหตุแห่งความจาเป็นนั้นระงับไปแล้ว หรือเม่ือมี ประชาชนลงชื่อให้ยกเลิกเกิน 10,000 คน / ประชาชนเป็นใหญ่ในการปกครอง มีสิทธิในตนเอง / ปกครองตนเองอยา่ งมีอิสระภายใต้กฎกติกา  ควรจะเปน็ มาตรฐานเดียวกัน ไม่เลอื กปฏิบตั ิ  เสรีภาพท่ีมาพร้อมกับความตระหนักของของเขตในการแสดงออกโดยยึดโยงกับความชัดเจนของ ข้อกฎหมายว่าเรามีสิทธิแค่ไหน และสิทธิน้ันจะต้องเกิดจากความยุติธรรมต่อท้ังสองฝ่ายควรจะทาเพื่อ ประชาชนทุกคนให้ไดร้ ับสิทธิอย่างเท่าเทียมและเทา่ ถงึ  ประชาชนควรไดร้ บั สทิ ธิคุม้ ครองอยา่ งเป็นรูปธรรม  ใชส้ ิทธเิ สรภี าพอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สรา้ งความขดั แยง้  ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพตามท่ีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้อยา่ งเต็มที่แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และสทิ ธแิ ละเสรีภาพของผู้อื่น  ทาได้ทุกเร่อื งแต่ต้องไม่ละเมิดผอู้ นื่ ไม่ใช้จนเกินความจาเป็น

๖๖ สทิ ธใิ นการแสดงความคิดเห็น  ประชาชนย่อมมสี ทิ ธเิ สรภี าพในการแสดงความคิดเห็นภายใตก้ ฎหมาย  ทุกคนควรมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้ / มีสิทธิท่ีจะออกความคิดเห็นทาง การเมอื งค่ะ อยากให้รฐั ฟังความคิดเห็นประชาชนค่ะ  มีสิทธิใ์ นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธปิ ไตยอยา่ งถกู ต้องเทา่ เทยี ม  ทุกคนในประเทศมีสิทธิเท่าเทียมกัน สามารถแสดงความคิดเห็นวิพากย์วิจารณ์ได้อย่างอิสระในทุกๆเร่ือง อยา่ งมีเหตุผล  แสดงออกอย่างเสรี บนช่องทางทรี่ ัฐต้องจดั ให้ตามท่ปี ระชาชนเรียกร้อง  เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเสนอข้อคิดเห็นได้ในทุกภาคส่วน และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ดแู ลและสง่ ต่อให้เกิดเป็นรปู ธรรม  ประชาชนมสี ทิ ธเิ สรีภาพอย่างเสรใี นการคิด เขียน พูด แสดงออก อย่างเสมอภาค ในระบอบประชาธิปไตย  ประชาชนเเสดงความคดิ เห็นได้เเตต่ ้องอยใู่ นความจรงิ เเละความถูกต้องตามกฎหมาย  แสดงออกได้อยา่ งเสรีในทกุ ๆ เร่ือง หน่วยงานหรือสถาบันใดท่ีใช้ภาษจี ากประชาชน ประชาชนสามารถใช้ สิทธิในฐานะเจ้าของงบประมาณ วิจารณ์การใช้งบประมาณแผ่นดินได้ ไม่มีหน่วยงานหรือสถานบันใด อยเู่ หนือรัฐธรรมนูญ  ควรอธบิ ายให้ชดั เจนในเรื่องการให้ความสาคญั ในหน้าทมี่ ากกวา่ การเรยี กร้องใช้สทิ ธิ  ควรให้ประชาชนได้ใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงข้อคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ไขปัญหา รว่ มกบั ภาครฐั  ประชาชนทุกคนมีสิทธิและเสรีในการแสดงความเห็นทางการเมือง และสามารถมีส่วนร่วมในการ ร่างรัฐธรรมนูญ และมีสิทธไิ ด้รับข่าวสารท่ีแท้จริงกับทุกๆเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในประเทศไทย และอยากให้ รัฐบาลรบั ฟังความคดิ เห็นประชาชน  ตรงตามความหมายของมัน ประชาขนควรมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และเปิดเผย มีสิทธิจะวิจารณ์ มีสิทธิจะใช้ชีวิตของตนได้อย่างอิสระ หากแต่ยังอยู่ในกฎหมาย(ท่ีมัน ยตุ ธิ รรม)  แสดงออกได้ เปิดใหม้ ีการแสดงความคดิ เหน็ ไม่ปิดกนั้ แต่แสดงออกอยา่ งเหมาะสม  ประชาชนควรมีสทิ ธ์ิในการแสดงออกทางการเมือง สังคม โดยรัฐไม่ปิดกั้นและสรา้ งขา่ วเท็จใส่ร้าย  มีสทิ ธิในการแสดงออกและเรยี กร้องได้อยา่ งมเี สรภี าพ ทิศทางการบงั คับใช้  ให้การละเมิดสิทธิในการศึกษา อาทิ การทาโทษ ผดิ กฎหมายอยา่ งเคร่งครัด  รัฐไม่ควรก้าวก่ายหรือสอดส่อง ห้ามปราม การแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อการสิทธิเสรีภาพใน ทกุ ด้าน

๖๗ ประเด็นอ่ืนๆ  ไมม่ คี วามหวังจาก รธน. ฉบับน้ี / ไมม่ คี วามคาดหวัง  คนตอ้ งเขา้ ใจในสิทธิที่รัฐมีให้ และเคารพในสทิ ธดิ งั กล่าว  เสรีภาพจากดั เพือ่ การพัฒนาเศรษฐกิจ  ความหวังน้อยมากโดยเฉพาะคนระดับรากหญ้า  กลับไปดูแนวทางรฐั ธรรมนูญปี 2540  ค่อนข้างดี / ดีแลว้ / ปจั จบุ ันก็ดีอย่แู ล้ว  เสรภี าพเป็นสงิ่ ทร่ี ฐั ควรอนุญาตดังน้ันควรจากัดเสีย  ต้องดีกว่าเก่า  มีสิทธมิ ากมาย มีเสรีภาพมากมายจนเกินเลยไปดว้ ยในบางครั้ง  เป็นประชาธปิ ไตยท่ีคนหมู่มากและประชาชนส่วนใหญ่ดารงชีวติ อย่างมคี วามสุข สว่ นท่ี 2 : สภาพปญั หา หรอื สภาพการณท์ เี่ กดิ ข้ึน สภาพปญั หาที่เกิดข้ึนกับประเดน็ สทิ ธิและสรีภาพ ปรากฏการณท์ ่ีเกิดข้ึน  การละเมิดสิทธิท่ไี ม่มีหลกั ประกัน  สทิ ธิเสรภี าพของประชาชน ถูกจากดั ในเร่ืองการแสดงความคิดเห็นโดยกฎหมาย กอ.รมน. คอื ม.44 กลายๆ  โดนลดิ รอนสิทธิ์ จนประชาชนไม่ได้แสดงความคดิ ท่ีแท้จรงิ  ถึงจะมีการเลอื กตงั้ แต่ก็ยังมกี ารปิดก้ันสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองอยู่  ยงั มีการละเมดิ สทิ ธอิ ย่างแพร่หลาย การดาเนินงานของรัฐหรือหน่วยงานท่ีรับผดิ ชอบขาดความยตุ ิธรรม / เป็นธรรม  ไม่เสมอภาค และไมเ่ ป็นธรรม เลือกปฏิบตั เิ ฉพาะพวกพ้องและกล่มุ ทสี่ นับสนุนรัฐบาล  ตุลาการภวิ ัฒน์ ใชอ้ านาจลิดรอนสทิ ธเิ สรีภาพ  เจ้าหน้าทีร่ ัฐไมเ่ คารพสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชนอย่างแทจ้ รงิ  เป็นการสร้างความแตกแยกโดยการเลอื กปฏิบตั ิ ถูกแทรกแซงในการทาหน้าที่  ถกู ควบคุมโดยรฐั และรัฐปัจจุบนั ก็ไมส่ ามารถทาให้เกิดประชาธิปไตยแบบแทจ้ รงิ ไดค้ อื กระจายอานาจ  รฐั บาลเขา้ ไปครอบงาและใช้วิธกี ารลบั ลิดรอนสิทธิเสรภี าพประชาชน  ถกู ละเมดิ สทิ ธอิ ย่างรุนแรงด้วยน้ามือของรัฐ

๖๘  อานาจรฐั สร้างข่าวเท็จใสร่ า้ ย ปลุกป่ัน ยุยงใหเ้ กดิ ความเกลียดชงั คนท่ีเห็นแตกต่าง  รฐั ยงั ควบคมุ อยูโ่ ดยใช้กฎหมายเป็นเคร่ืองมือยังไม่ให้สทิ ธแิ ละเสรภี าพอย่างแทจ้ รงิ  รัฐบาลพยายามกาจัดคนเห็นต่าง และผลักไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อจะได้กาจัด และรักษาอานาจตัวเองไว้ นอกจากนี้ ยงั ชอบดงึ สถาบันมาอ้างเพอ่ื โจมตีอกี ฝ่าย  ถูกกฎหมายควบคมุ และคุกคามสทิ ธิเสรีภาพของประชาชนทัง้ โดยตรงและอานาจมืด  ประชานชนถูกจากัดสิทธิเสรีภาพในการเสนอความคิดเห็น และการสร้างวาทะกรรมความเกลียดชังให้ เกดิ ข้นึ โดยรัฐ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก / แสดงความคดิ เห็น การปดิ ก้นั การแสดงความคิดเห็นโดยรัฐ  ถูกกีดกนั และละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงขอ้ คิดเห็นของภาคประชาชน  สทิ ธแิ ละเสรภี าพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนยงั ไม่ได้รบั การเปดิ กวา้ งเทา่ ท่คี วร  จากัดสทิ ธิข์ องประชาชน / ไม่มเี สรีภาพเทา่ ที่ควรในการแสดงความคิดเห็น  สิทธิเสรีภาพของ ปชช. ใน รธน. ฉบบั น้ีไม่อาจเกดิ ได้จริง เพราะมนั มแี ตอ่ าการย้อนแย้งมาก ๆ  ประชาชนไมม่ เี สรภี าพเท่าทีค่ วร  ประชาชนทาอะไรไมไ่ ดเ้ ลย โดนจบั ตลอด งง  ประชาชนถูกรังควานโดยรัฐและขา้ ราชการไม่ใหแ้ สดงความคิดเห็นทข่ี ัดตอ่ ผกู้ ุมอานาจรัฐ  ไร้สิทธิไร้เสียง ถูกจากัดสิทธิทุกเร่ืองเช่น การแสดงความคิดเห็น สิทธิทางการเมือง สิทธิการชุมชน สิทธิ ชุมชนทีถ่ กู ละเมิดด้วนกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศตา่ งๆ  ถูกปิดกั้น ปิดปาก ไม่เสนอข่าวความเดือดร้อนของ ปชช. ทั้งที่มีการชุมนุมตามกฎหมายไม่ละเมิดสิทธิ ของใคร ส่อื ไม่ควรเลือกขา้ งรฐั บาล  ไม่ได้รับสิทธิเสรภี าพในทุกๆด้าน แคแ่ สดงความเห็นในเรื่องจริงแต่รัฐไมต่ ้องการให้พูดก็ถูกเรียกตัวไปปรับ ทัศนคตหิ รือบางคนถงึ กบั โดนแจง้ ความดาเนินคดี  มกี ารจากดั กั้นการแสดงออกทางการเมือง ประชาชนขาดพ้นื ท่ีเสรีที่เปิดกว้างรบั ฟงั ความคดิ เห็น  ประชาชนไม่มีเวทีในการมาเรียกร้องทางการเมืองไดเ้ ต็มที่ มีการแทรกแซงจากบคุ คลอื่น  ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิในการตรวจสอบ หรือใช้สิทธิในการติดตามการใช้เงินภาษีได้อย่างเพียงพอ ไม่สามารถแสดงความเห็นตอ่ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไดอ้ ย่างเสรี ความเปน็ ธรรมในการเรียกรอ้ ง  ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆคร้ังไม่ได้รับการแก้ไขและไม่ได้รับความเป็นธรรม ทาให้ประชาชนขาดสิทธิ เสรีภาพในการเรยี กร้องความเป็นธรรม

๖๙  ปัญหาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่ไม่กลา้ ไปเรยี กร้องการใช้สิทธิและสวัสดิการท่พี ึงจะได้รับ  ประชาชนไมเ่ ข้าใจในการใชช้ ่องทางเพ่ือการแสดงออก  การจัดกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน ถูกข่มขู่ คุกคาม หรือควบคุมโดยกองทัพหรือกลุ่มที่รับใช้ กองทัพ  ถกู รกุ รานจากองค์การบางองค์การ เมือ่ มีการออกมาเคลอื่ นไหว อ่นื ๆ  ดแี ล้ว ควรจากัด  ดี / ดีแล้ว / ปกตดิ ี  ไม่ค่อยมีจรงิ / ไม่ไดร้ บั การแก้ไขปญั หา  ดูดี ทาไม่ได้  ครูบาอาจารย์ใช้ธรรมเนยี มและประเพณีทาโทษเดก็ ซ่งึ ขดั ตอ่ รฐั ธรรมนญู  รัฐบาลพยายามใชก้ ฎหมายทาให้ไดอ้ านาจซ่งึ การปกครอง  มีคนอ้างสิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงออกมาเกินไปจนเกินไป ดึงฟ้าลงต่า แสดงออกเกินความเหมาะสม เกิดความว่นุ วาย  มปี ญั หามาก (การบรหิ ารของรฐั บาล)  ประชาชนเข้าใจผดิ ในข่าวสาร จงึ ทาใหก้ ารใช้สทิ ธิของประชาชน ใชไ้ ปในทางที่ผดิ  การประกอบอาชพี  ใช้สิทธิเสรภี าพท่ที าลายความมน่ั คงของประเทศ  ระบบอุปถัมภ์ ปิดก้ัน ไม่เอ้ือ ตึงเกิดการต่อต้าน มีการประท้วงจากทุกภาคส่วน และระบบอาวุโส เป็น ปจั จัยสาคัญ  เรียกรอ้ งแตส่ ิทธแิ บบตามๆ กันไปมากกวา่ การใช้สิทธิแบบเขา้ ใจ  ใช้สิทธิของตัวเองจนไปลิดรอนสิทธิของคนอื่น / ปัญหาเร่ืองนี้ คือ คนขาดซึ่งความรู้ความเข้าใจในสิทธิ และหน้าที่ของตน ทาให้เกิดการใช้สิทธิและหน้าท่ีเกินควร จนไปกระทบและรุกล้าสิทธิของบุคคลอ่ืนๆ จนกอ่ เกิดความไมป่ กติสขุ ในสงั คม  เเสดงความคดิ เห็นได้เเตต่ ้องมีเหตผุ ลเพื่อไม่ใช้สร้างความเเตกเเยกควรนาเหตุผลมาเเสดงความคดิ เห็น  ในปัจจุบัน รัฐให้อานาจและสิทธิ รวมถงึ เสรภี าพในการชมุ นมุ พอสมควร แต่ยังควบคมุ บางสถานการณ์ ไมไ่ ด้

๗๐ ส่วนท่ี 3 : ขอ้ เสนอแนะ หรอื แนวทางการแกไ้ ข ประเด็นในรัฐธรรมนูญ / กฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง ปรบั ปรงุ เนื้อหาในมาตราทีเ่ กี่ยวข้องในรัฐธรรมนูญ  กาหนดใหม้ ีเสรีภาพมากกวา่ นี้ในรัฐธรรมนูญ  สรา้ งหลกั ประกันใหม้ ีสิทธิเสรีในรฐั ธรรมนูญ  มาตรา ๒๖ ควรให้กฎหมายซ่ึงจากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต้องนาไปทาประชามติ ถ้ากฎหมายนั้น เปน็ กฎหมายเกี่ยวกบั เด็ก ใหเ้ ยาวชนอายตุ ง้ั แต่ ๑๓ ปี ขน้ึ ไป เปน็ ผมู้ สี ิทธิลงประชามติ  มาตรา ๒๗ วรรคสอง ควรแก้เปน็ \"ทกุ เพศสภาพยอ่ มเทา่ เทียมกนั \"  มาตรา ๔๔ วรรคสอง ควรแก้เปน็ \"บทบัญญัตติ ามมาตราน้ี จะใชก้ ฎหมายจากัดสิทธมิ ิได้\"  แกร้ ฐั ธรรมนญู และกฎหมายลกู ท่ีปิดปากส่ือ  ควรกาหนดประเด็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นได้อย่างเสรี หากเป็นไปในกรอบรัฐธรรมนูญ จะไม่ มีความผดิ กฎหมาย ควรบัญญัติเป็นหลักการพ้ืนฐานตามรฐั ธรรมนูญ และต้องมีการรบั รองอานาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย บทบัญญตั ิแหง่ กฎหมายใดๆ ทีไ่ ม่เปน็ ตามหลักการน้ี ไม่สามารถบังคับใชไ้ ด้  ควรสั้น กระชับ เน้นหลักการมากกว่าเน้ือหา เพราะการเขียนกฎหมายยาวๆ ทาให้ เสรีภาพเป็นการ อนญุ าต ซง่ึ เสรีภาพมมี าต้งั แต่กาเนิด  ควรเขยี นแค่หลักการกว้างๆ และตราเป็นกฎหมายแทนเหมอื นรัฐธรรมนญู 2489 ตัดออกบทบญั ญัติออกจากรฐั ธรรมนูญ  ควรตัดออกจากรฐั ธรรมนูญแต่ใหใ้ ส่เป็น พ.ร.ป แทน แต่ให้แก้ยาก พอๆ กับรฐั ธรรมนญู  ควรตดั ออกจากรัฐธรรมนูญ และให้เอาไปไว้ในพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายสูงสุดทคี่ วรเขยี นเฉพาะหลกั การปกครอง  ควรตราเป็นกฎหมาย อาจเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเร่ืองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน เหมือนสหรัฐที่ตรา Civil Rights Act 1964 เพ่ือท่ีจะได้ไม่ต้องมาแก้ไขในรัฐตัดออกจาก รัฐธรรมนูญเพอื่ ให้นโยบายเป็นอิสระ สอดคล้องกบั โลกปัจจุบัน  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนญู เพราะสถานการณ์สังคมเป็นพลวตั ไมค่ วรเขยี นในรฐั ธรรมนูญ  ควรออกเป็นกฎหมายมากกว่าเป็นรัฐธรรมนูญ  ควรเอาออกจากรัฐธรรมนูญและให้เป็นกฎหมายแทน เพราะสังคมไทยมันเปลี่ยนแปลงตลอด จะเขียนลง ในรัฐธรรมนูญและแก้ตามรัฐธรรมนญู แบบน้ีไมเ่ ห็นด้วย  ควรตราเป็นกฎหมาย เพราะบางบริบทจาเป็นต้องขัดรัฐธรรมนูญเช่น การ Lockdown การเนรเทศ แต่ การท่ีเขียนลงในรัฐธรรมนูญจะทาให้คาส่งั ขัดรัฐธรรมนญู  ควรตราเป็น พ.ร.บ.เสรีภาพ แต่ในรัฐธรรมนูญให้ใช้แบบปี 2489 คอื เขียนหลกั การกวา้ งๆ ไม่ซบั ซอ้ น  ด้วยสังคมทพ่ี ลวตั แนวเสรภี าพไม่สมควรระบุลงในรัฐธรรมนูญ

๗๑ ลด / ยกเลิกกฎหมายทีเ่ กย่ี วข้อง  ยกเลิก พ.ร.บ. ชมุ นมุ 2558  ลดกฎหมายจากัดสทิ ธแิ ละเสรภี าพให้เหลอื เท่าทจี่ าเปน็  รฐั ธรรมนูญรับรองสิทธิของประชาชนใหช้ ัดเจน และมีกฎหมายลูกเพอื่ รับรองสทิ ธิของประชาชน  กาหนดโทษสาหรับรัฐและเจ้าหน้าทร่ี ัฐที่ฝ่าฝืนและละเมิดสทิ ธิในการแสดงความคดิ เห็นของประชาชน  ควรเอาสิทธิและเสรีภาพของประชาชน (การกาหนดสิทธิของประชาชนและชุมชนด้านต่างๆ รวมท้ังการ กาหนดเรื่องสิทธิเสรีภาพขององค์กร ภาคส่วนอ่ืนๆ) ออกจากรัฐธรรมนูญ แต่ให้ตราเป็นกฎหมาย เพราะ รัฐธรรมนูญแกย้ าก และด้วยสงั คมทีเ่ ปล่ยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว จะมัวแก้ไขรฐั ธรรมนญู ตลอดก็ไม่ได้  ลดกฎหมายจากดั สทิ ธลิ งใหม้ เี ฉพาะเรื่องทีส่ าคัญ การเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชน /ชุมชนมีสว่ นร่วมในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ควรเปดิ โอกาสให้ประชาชนไดใ้ ช้สทิ ธิเสรภี าพของตนแบบเปดิ กว้างให้มากกว่าน้ี  ใหป้ ระชาชนมีเสรภี าพ การแสดงออกทกุ ด้าน  เปดิ พ้นื ทใี่ หม้ ีการแสดงความคิดเห็นและสามารถวิพากษ์วจิ ารณ์การทางานของรัฐบาลได้ การดาเนินงานของรัฐ / หนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง  ตอ้ งมหี น่วยงานต้ังข้ึนมาโดยเฉพาะเป็นการถาวรเพ่อื รับฟังเสยี งประชาชน  รฐั ไม่ควรแทรกแซง / ลดอานาจรฐั  เจา้ หน้าท่ีต้องเข็มแขง็ และเคารพสิทธขิ องประชาชน / เจ้าหนา้ ท่ีรฐั ตอ้ งเคารพประชาชน เจ้าหน้าทรี่ ัฐเป็น เพียงฝ่ายบริหารให้อยู่กรอบ เจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่ผู้ตัดสิน / เจ้าหน้าท่ีรัฐควรหยุดการคุกคามประชาชน / รักษาประโยชน์ของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง คุณธรรม จริยธรรม ส่วนราชการต้องรู้หน้าที่ว่าเป็ นผู้รับใช้ ประชาชน อยา่ เหน็ แกต่ าแหนง่ และสิ่งตอบแทนจนลืมเจ้าของประเทศ  รฐั ควรควบคมุ ดแู ลเจ้าหน้าทรี่ ฐั ใหป้ ฏบิ ัตติ ามรัฐธรรมนูญอยา่ งเครง่ ครดั  มองความคิดเห็นของประชาชนมากกว่าท่ีจะใช้อานาจเพ่ือประโยชน์คนกลุ่มหนึ่ง / ภาครัฐควรรับฟังการ เสนอข้อคดิ เห็นท่ีประชาชนได้นาเสนอ  ยึดหลักธรรมาภิบาล หรือ Good Governance อย่างแท้จริง อาทิ หลักการส่งเสริมการมีส่วนร่วม คานงึ ถงึ หลักนิติรัฐ นติ ธิ รรม (Rule of Law) และหลักความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้  รฐั ควรให้ความรู้ความเข้าใจตง้ั แต่ระดับชน้ั ประถมปลาย 5-6 บรรจลุ งในบทเรียน สทิ ธิและหน้าที่พลเมือง / จัดให้ความรู้เร่ืองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการรักชาติ /รัฐต้องมีมาตรการในการให้ความรู้ ถ่ายทอดแนวคดิ เร่ืองสทิ ธแิ ละหน้าทพ่ี ลเมืองอยา่ งจรงิ เป็นรปู ธรรม โดยเร็วพลนั  จดั ให้มีการเสวนาใหก้ ว้างขวาง / ควรประชาสัมพนั ธ์ใหป้ ระชาชนทุกท่านได้รบั อยา่ งทว่ั ถงึ  ปลกู ฝังคา่ นยิ มเร่ืองหน้าทพี่ ลเมือง

๗๒ ส่วนที่ 4 : ความเหน็ อื่นๆ (ถา้ ม)ี ข้อเสนอแนะต่อบทบาทของรัฐ / หนว่ ยงาน ที่เกี่ยวข้อง  ควรยกเลิกกฎหมายหรือคาสั่งท่ีไม่ได้มาจากประชาชนทุกฉบับและยกเลิกองค์กร และผลพวงของการ รัฐประหารทุกชนิด  เลกิ รุกรานชีวติ ส่วนตัว และรกุ รานสทิ ธิส่วนบคุ คลของนักเคลื่อนไหว  กระจายอานาจแบบสุดๆและรวดเร็ว  รฐั ควรเปิดโอกาสใหม้ ีการเรียกร้องสิทธิโดยสาธารณะรายบุคคลและเป็นอิสระในทุกเร่ืองท่ีเป็นท่ีสนใจของ สังคม และให้คาอธิบายแบบสาธารณะและเปิดกว้าง แม้จะมีคนเข้ามาถามไม่ก่ีคนให้ประชาชนเข้าใจ ก่อนจะถกู ชกั ชวนหรอื มกี ารจดั ต้ังแบบตามๆกันมา  เปดิ กวา้ งแกป่ ระชาชนเพอ่ื แสดงความคิดเห็นในเร่อื งต่างๆ ท้งั การงานอาชีพและเรื่องอ่ืนๆ  ต้งั คณะทางานศึกษาปญั หาตอ่ ตา้ นการรฐั ประหารของทหาร  ทาอะไรเห็นหวั คนอืน่ บา้ ง ไมใ่ ชค่ ิดแตว่ า่ ตวั เองมสี ิทธิ อืน่ ๆ  ระดมความรกั ชาติใหม้ ากท่ีสุด  ควรมปี ระชาธิปไตยท่แี ทจ้ ริง  การพัฒนาพื้นฐานของคน ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม โดยตระหนักรู้ในความเป็นจริงตามหลัก ศาสนา  ประชาชนสุจริต บรสิ ทุ ธ์ิ ในการตา่ ง ๆ  ดาเนนิ การกบั คนท่ีแสดงออกหม่ินเหมก่ บั สถาบันเบ้ืองสูง  หยุดเพ้อฝนั  เปล่ียนรัฐบาล  ต้องจัดการศกึ ษาทด่ี ี  ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่รัฐบาลชุดนี้กระทาตัวเป็นเผด็จการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นเผด็จการก็ควรออกไป  เห็นแกป่ ระเทศชาตบิ า้ ง  ควรท่ีจะพิจารณาว่าสาเหตุของความเหล่อื มล้าตอ่ สทิ ธิมนษุ ยชนของประชาชนคืออะไร ทาไมผู้มีอานาจถึง ใชอ้ านาจในทางไม่ชอบ  สิทธิเสรีภาพทกุ คนควรใชใ้ ห้มีขอบเขต โดยไมไ่ ปลิดรอนสิทธคิ นอื่น  เปดิ เสรี ตราบใดท่กี ารใช้สิทธเิ สรภี าพนน้ั ไม่ละเมดิ สทิ ธิผอู้ ่ืน  ควรจากัด เพอ่ื ไม่ให้มพี วกซ้ายจัดดัดจรติ ในประเทศ  ตระหนักในตัวเองและรักความถูกต้อง หยุดรับใช้ความอยุติธรรม อย่า ignore ต่อสังคมท่ีเป็นความ รับผิดชอบส่วนรวม

๗๓  ควรมีมาตรการปกป้องคุ้มครองประชาธิปไตย 3.1.3 ประเดน็ ระบบการเมือง ส่วนท่ี 1 : ภาพหวงั หรือความคาดหวัง เจตนารมณ์ในภาพรวม ระบบการเมือง  อยากให้เป็นไปตามที่กาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  เป็นท่ีพ่ึงของประชาชนไดใ้ นวิถที างแหง่ ประชาธปิ ไตย  แก้ปญั หาการคอร์รัปชนั ไดจ้ รงิ บา้ นเมอื งเจริญแน่นอน แต่สงสัยยาก ๆ  เป็นระบบท่ีมีความเที่ยงตรง และเป็นตัวแทนของประชาชนในสังคมทุกคนจริงๆ / เป็นอานาจของ ประชาชน ไมใ่ ช่นายทนุ มนี ายทุน  ระบบการเมืองท่ีมีธรรมาธิปไตย / ต้องมีธรรมาภิบาลในการทากิจกรรมทางการเมืองทุกระดับ เอาประชาชนเป็นท่ีตั้ง โปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วยองค์กรอิสระที่มีที่มาจากการมีส่วนร่วมของภาค ประชาชน  ระบบการเมืองสอดคล้องกับสภาพบริบทสังคมไทย เพ่ือไม่ให้การเมืองไทยถึงทางตันและเกิดการกระทา การรัฐประหาร แม้ไมเ่ ป็นประชาธปิ ไตย แต่เงอื่ นไขการรัฐประหารไม่มี  ไม่พิกลพิการเหมือนปัจจุบัน มีความน่าเช่ือถือและเป็นธรรม ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ยุติธรรม ไม่สืบ ทอดอานาจของนักการเมือง หรอื บคุ คลเฉพาะกลุ่ม  ควรจะเป็นประชาธิปไตยท่ีมีความโปร่งใส ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง / ควรเป็นไปอย่างชอบธรรมถูกต้อง นักการเมืองควรมาจากการเลือกของประชาชนอย่างโปร่งใส ทางานเพ่ือประโยชน์ของประชาชน / ควร โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ สามารถวพิ ากษ์นโยบายหรอื มาตรการที่ออกมาได้ / บริหารงานไดด้ ีไม่มีการโกง  ควรเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง / ต้องเป็นที่พ่ึงของประชาชน เพ่ือรวบรวมปัญหาของประชาชน นาไปสกู่ ารแก้ปัญหาที่จริงจัง  ต้องประชาธิปไตยเท่านั้น สถาบันการเมืองต้องให้ชาวบ้านไปร่วมดาเนินการด้วยแม้จะไม่เป็น ส.ส. สถาบนั การเมืองตอ้ งมาจากประชาชนเป็นผู้จดั ตง้ั  ระบบการเมืองควรเป็นระบบเปิด เป็นสถาบันของประชาชน ไม่ควรให้องค์กรใดมีอานาจล้มล้ าง พรรคการเมอื งใด หรือสถาบนั การเมืองใด

๗๔ นายกรฐั มนตรีและคณะรฐั มนตรี  ครม. ตอ้ งมีอายุไม่น้อย 25 ปี เพื่อเปดิ โอกาสให้คนรุ่นใหมไ่ ดบ้ รหิ ารประเทศ รฐั สภา  รฐั สภาควรทาหนา้ ท่เี พื่อประชาชน  ให้ประธานวุฒิสภาเปน็ ประธานรัฐสภา เพือ่ ความต่อเน่ืองในการบริหารนิติบัญญัติ และความเป็นกลางใน การประชุมยกเลิกการลงมติ แต่ให้ใช้การซาวเสียง เพ่ือให้ประธานรัฐสภาวินิจฉัย ซ่ึงจะเปิดโอกาสหรือ ไม่ข้ึนอยู่กบั ประธานรัฐสภา เพอ่ื ให้เปิดโอกาสให้ประธานรัฐสภา เสนอชื่อพระมหากษัตริย์หากประเทศถึง ทางตนั โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งยดึ มติสภา องค์กรอิสระ / องค์กรตามรฐั ธรรมนญู  ยกเลกิ ศาลรฐั ธรรมนญู แล้วให้ใช้ สวม เหมือนก่อนปี 40 เพราะเปลอื งงบ  ไม่ควรมีองคก์ รพวกน้ี เพราะง่ายตอ่ การครอบงา คณุ สมบัตขิ องนักการเมอื ง / ผ้นู าประเทศ  อยากไดน้ กั การเมอื งทมี่ ีคุณภาพ  ผนู้ าไม่โกงกนิ  มคี วามมุ่งมนั่ ที่จะพฒั นาประเทศให้ดี รกั ษากระบวนการของกฎหมาย ดารงไว้ซง่ึ ความยุติธรรม  ไม่ควรเป็นแบบปัจจุบัน คอร์รัปชันอย่างเห็นได้ชัด เล่นการเมืองไม่ใสสะอาด คล่ังอานาจ เห็นแก่ตัวเอง สง่ิ ทค่ี าดหวังคือสงิ่ ท่ีตรงขา้ มกบั ท่พี มิ พ์ไปข้างตน้  ควรสร้างผู้นาท่ีดีทีมีภาวะนา ยึดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข  คาดหวงั ท่อี ยากจะเหน็ นักการเมืองรุ่นใหมเ่ ขา้ ไปบรหิ ารจัดการพัฒนาประเทศชาตใิ หเ้ จรญิ รงุ่ เรือง ระบบการคัดสรร / การไดม้ าของนกั การเมือง  ต้องเปล่ยี นแปลงระบบการเลือกตั้ง ส.ส.  ประชาชนเปน็ ใหญ่ ในการเลือกผแู้ ทนราษฎรท้ังฝ่ังสภาล่างและสภาสูง  แต่ละฝ่ายของอานาจอธิปไตยต้องเป็นอิสระอย่างแท้จริง และที่มาของ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกต้ัง บัตรเลอื กตง้ั พรรคเดยี วกันเบอร์เดียวกันทกุ เขตเลือกต้ัง  ยกเลิกแบ่งเขต ให้ใชร้ ะบบรวมเขตเหมอื นก่อนปี 2512 เพราะจะทาใหซ้ ้อื เสียงเลอื กตัง้ ยาก  ใชร้ ะบบ ส.ส. พึงมี เพราะจะสะทอ้ นทีน่ ่งั ตามคะแนนเสียง แต่ใหค้ านวณท่ีเปอรเ์ ซน็ ท่ี 1  มาจากประชาชน หรือเชื่อมโยงกับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอานาจสูงสุด

๗๕ พรรคการเมือง  ควรสนบั สนุนให้พรรคการเมอื งมคี วามเขม้ แข็งมากขึ้น  ระบบพรรคการเมอื ง ส.ส. ต้องเข้มแข็ง ตอ้ งไมม่ ี ส.ส.งูเหา่ ขายตัว  มีแค่ 2 - 3 พรรคใหญ่ ๆ ที่พรรคใดได้เสียงข้างมาก ก็เป็นฝ่ายรัฐบาลไป อีกฝ่ายก็เป็นฝ่ายค้านที่ยอมรับ กติกา ทาหน้าท่ีตรวจรัฐแบบตรงไปตรงไป ไม่ใช่ค้านทุกเร่ือง เพื่อรัฐจะได้อยู่ไม่ได้ มีการเลือกตั้งใหม่ พรรคตนจะได้เขา้ มาเป็นฝา่ ยรฐั  พรรคการเมืองที่ต้ังต้องมีอุดมการณ์ชัดเจน ไม่ใช่ต้ังเป็นบริษัท เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทาง การเมอื งท่ีเขม้ แข็ง และต้งั ยาก  ยกเลิกการยุบพรรค แต่ให้ใช้วิธีการตัดสิทธ์ิทางการเมืองแทน เพราะพรรคการเมืองคือสถาบันทาง การเมืองทรี่ วมความคดิ ประชาชน การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในระบบการเมือง  ระบบการเมือง ต้องเปิดพ้ืนที่ รัฐจะต้องสนับสนุนส่งเสริม ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกาหนด นโยบาย แผน โครงการ การออกกฎหมาย การตรวจสอบการทางานของนักการเมือง พรรคการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการเลือกตั้งสถาบันการเมือง เช่น พรรคการเมือง วุฒิสภา สภาผแู้ ทนราษฎร ต้องมี ระบบถ่วงดุล ตรวจสอบ ตั้งแต่ การเข้าสู่ตาแหน่ง การคัดสรร และต้องยึดโยงกับประชาชน มีระบบ การเงินท่โี ปร่งใส ส่วนท่ี 2 : สภาพปัญหา หรือ สภาพการณ์ท่ีเกิดข้นึ ระบบการเมอื งภาพรวม  ส้ินหวังกับประชาธิปไตยไทย / มปี ญั หาหมดทกุ อย่าง เละเทะ  เป็นอณาธปิ ไตย คณาธปิ ไตย อละ ธนาธปิ ไตย  ยังคงใช้วิธเี ดิมๆ ไม่ทาตามรัฐธรรมนูญกาหนด แล้วจะมาว่ารฐั ธรรมนญู ไดอ้ ย่างไร  การไมเ่ คารพกฎหมาย ของนักการเมือง และมักใช้วาทะกรรมสรา้ งความชอบธรรมใหต้ น และทาลาย ความชอบธรรม กฎหมายและกระบวนการยตุ ิธรรม  ระบบการเมืองยังไมเ่ ข้มแข็งสถาบันทางการเมืองไมไ่ ดร้ บั การยอมรบั เน่อื งจากยงั มรี ะบบอ่ืนคอยขัดขวาง ให้ระบบการเมอื งและสถาบันการเมืองอ่อนแอ  เปน็ ระบบการบริหารที่เอ้ือประโยชน์ต่อพวกพ้องของตัวเอง / ไมม่ ีความโปรง่ ใสในการบริหาร  ระบบไม่ไดม้ ีการคานอานาจกันแทจ้ ริง เป็นแคภ่ าพลวงตา  การเมือง Deadlock / การเมืองมแี ต่รัฐประหาร  ยงั ไมเ่ ป็นประชาธิปไตย / รฐั บาลเผดจ็ การประชาธปิ ไตย (ปัญหาฝ่ายบริหาร)  การใช้เสยี งข้างมากลากไป / การเมืองของกลุ่มเผดจ็ การ  การเมืองแบบธนาธิปไตย คือการเมืองแบบใชเ้ งิน และมีการถอนทนุ คืน

๗๖  ฝา่ ยบริหารต่อรองเกา้ อี้กนั เป็นรัฐมนตรโี ดยไมค่ านึงประโยชน์ประเทศชาติ  การเมืองถึงทางตัน มีรัฐบาลรักษาการ บริหารประเทศไม่ได้ เหมือนปี 2549 ปี 2557 จนนาไปสู่การ รัฐประหาร  ขาดธรรมาภบิ าล เอาผลประโยชน์และความอย่รู อดในอานาจของตัวเองเป็นหลัก  ประชาธิปไตยท่ีแท้จริงทุกคนมีสิทธิ์ท่ีจะได้รับการเลือกต้ังโดยขอให้มีการใช้วงล้อหมุนลอตเตอรี่เลขบัตร ประชาชน 13 หลักหัก เลขตกที่คนใดคนนั้นก็ต้องปฏิบัติหน้าท่ีรวมท้ังการเลือกผู้ช่วยดาเนินการ ส.ส. เลขานุการ นกั วชิ าการจะได้มีความหลากหลายไม่มีการฮ้วั กันเข้ามาชว่ ยกันโกงกินบา้ นเมือง  สภาพปัญหากต็ ามข้างต้น ทาทกุ วิถที างใหร้ ฐั ยงั ไมไ่ ด้แบบสรา้ งสรรค์  มีประสทิ ธิภาพในการบริหารน้อยมากๆ  ถูกครอบงาจากผมู้ อี านาจหรือผู้มีอิทธิพล  คานงึ ถงึ ผลประโยชน์สว่ นตัว มากกว่าประโยชนส์ ่วนรวมของชาติและประชาชน ระบบเลือกตั้ง / การไดม้ าของสมาชกิ รฐั สภา  ระบบเลอื กตั้งซับซ้อนรวมท้ังย่งุ ยาก อกี ท้งั การได้มาซงึ่ ส.ว. ก็ไมเ่ ปน็ ไปตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยเท่าทคี่ วร  ระบบเลือกตั้งมีปัญหา / ระบบการเลือกตงั้ ท่ีวนุ่ วาย  ประชาชนยังไม่สามารถเลือกผู้นาและคณะรัฐบาลตามเจตนารมณ์ตนเองได้ ส.ส. และ ส.ว. ยังสามารถท่ี จะออกเสียงโดยละเมิดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน รวมถึงมีผู้ใช้อานาจบางส่วนที่ไม่มีความยึดโยงกับ ประชาชน เช่น ส.ว.  มาจากการแต่งตง้ั วิจารณไ์ ม่ได้ ใชง้ บประมาณจากภาษี แตไ่ ม่รับผิดชอบต่อเจา้ ของ  ปัญหาการซอื้ สิทธิ์ขายเสยี งในสภา / การเลอื กต้งั ที่สอ่ แววทจุ ริตไมน่ า่ เช่ือถอื ไม่สามารถตรวจสอบได้  ส.ส. ญาตพิ ี่น้อง สภาผัวเมียลูกเพอ่ื น บทบาทและการทาหนา้ ท่ีของนกั การเมือง  คาดหวังนักการเมืองในปัจจุบันไมไ่ ด้เลย / ขาดสานึก ทกุ คนเขา้ มากห็ วงั ประโยชน์  ส.ส. แบ่งเค้ก  นักการเมืองดีๆมีน้อย พรรคการเมอื ง  พรรคการเมือง ตง้ั กระจาย  พรรคการเมืองที่ไม่เป็นพรรคของประชาชน แต่เป็นพรรคของนายทุน และพรรคการเมืองยุบง่ายหาก ไมด่ าเนินกิจการ

๗๗  พรรคการเมืองโดยส่วนมากขาดธรรมาภิบาล บางพรรคมีจุดมุ่งหมายไม่หวังดีต่อโครงสร้างการปกครอง ประเทศ  พรรคการเมอื งไมค่ านึงถงึ ความเสมอภาคระหว่างเพศ การมีส่วนร่วมของประชาชน  การแสดงความเห็นทางการเมือง ของนิสิตในมหาวทิ ยาลัย โดนขดั ขวางคุกคาม บุกรุกทพ่ี ัก  ประชาชนไมม่ ีส่วนเกีย่ วโยงกับการเมือง องค์กรอิสระ/องค์กรตามรัฐธรรมนญู / ศาล  ตลุ าการภิวัฒน์ (ปัญหาฝา่ ยตุลาการ)  กกต ศาลรัฐธรรมนูญ และองคก์ รตามรัฐธรรมนูญ ถูกครอบงาจากผ้มู ีอานาจ คสช ทาให้ไมเ่ ป็นกลาง ทางการเมอื ง  การเลือกปฏิบัตใิ นการดาเนินคดตี า่ งๆกับพรรคการเมอื ง  ตลุ าการวบิ ัติ องค์กรอสิ ระไม่อสิ ระ  ศาลรธน และ ปปช. มีปญั หา  องค์กรอิสระใช้อานาจอยา่ งไร้จริยธรรมและไร้ขอบเขต แย่มาก และเลวรา้ ยอย่างท่สี ดุ อยา่ งไมเ่ คยคาดคดิ ว่าจะสามารถหรือบังอาจขนาดน้ี การตดิ ตาม ตรวจสอบการใช้อานาจรฐั  ตรวจสอบถว่ งดุลไม่ได้  ตรวจสอบไม่ได้ บิดเบือนกฎหมายช่วยพวกพ้อง กระบวนการทางนติ บิ ญั ญัติ  เผด็จการรฐั สภา (ปญั หาฝา่ ยนติ ิบัญญัติ)  การใช้เสียงขา้ งมากไป  กฎหมายออกล่าชา้ การทจุ รติ ในระบบการเมอื ง  เกิดการทุจริต โกงกิน เน่าเฟะ ศาลหรือสภาท่ีเป็นท่ีศักดิ์สิทธ์ิรัฐบาลชุดน้ีกลับทาให้เป็นสถานท่ีน่า ขยะแขยง มีแต่พวกหิวเงินหิวอานาจทาทุกอย่างเพ่ือผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องไม่สนใจถูกผิด ไมเ่ ห็นหัวประชาชนมองประชาชนเป็นแคห่ มากตัวนึงท่ที าให้ตนได้อานาจมา  ยังมีการคานึงผลประโยชน์ส่วนตน และการได้มาซ่ึงอานาจยังไม่โปร่งใส มีระบบพวกพ้อง ระบบอุปถัมูภ์ และมกี ารตอ่ รองกันเพื่อนามาชงึ่ ตาแหน่ง อานาจ ต่อยอดธรุ กจิ ภายใต้นโยบาย

๗๘ อื่นๆ  ทักษณิ ยิ่งลกั ษณ์ ไมย่ อมลาออก / สว ไมส่ ามารถเสนอนายกได้ นาไปสู่การรัฐประหาร  มองเหน็ แตป่ ระโยชนข์ องพวกพ้อง ไมส่ นใจปัญหาประชาชนเลย  มขี ้อเคลอื บแคลงสงสัยจากประชาชนโดยทั่วไปว่า ทกุ อย่างยงั อยภู่ ายใต้ คสช.  มองไมเ่ ห็นปญั หา มองเหน็ แตว่ า่ เราตอ้ งเป็นพลเมืองท่ีดี  ขาดความจริงใจในการแกป้ ญั หา  ปญั หาเร่ืองการปดิ กนั้ แนวคิดใหม่ ๆ ท่ีจะไปพัฒนา ขับเคลอ่ื นประเทศใหไ้ ดด้ ยี ิ่งข้ึน  ประชาชนยังเข้าใจบทบาทขององคก์ รทางการเมืองยังไม่ดีพอ ประชาชนยงั หวังแค่เรื่องการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นงานบวช งานแต่ง ฝากงานให้ลูกหลาน การช่วยเหลือทางคดี แต่ไม่เข้าใจขั้นตอนการแก้เชิง โครงสร้าง  ยงั ขาดความปรองดองทแ่ี ทจ้ ริง  มนี ายทนุ และเก่งแตไ่ ม่มีเงินกท็ าไดแ้ ตย่ าก  จ้องทาลายศัตรูทางการเมืองไม่คานึงถึงจะเกิดผลอย่างไรต่อประเทศชาติ  เกดิ จากการนกั การเมอื งรุ่นใหมท่ ่ไี มม่ เี หตุผลก่อใหเ้ กิดความรุนเเรงข้ึนเรื่อยๆ  ทุกคนตอ้ งมีสทิ ธิ์ท่ีจะเลือกผู้นาตามเจตนารมณ์ของตนเองโดยเท่าเทียมกนั และไม่ถูกอานาจนอกระบบมา แทรกแซง  ดแี ล้ว / ดอี ยูแ่ ล้ว  ตอ้ งดีขนึ้ อย่างแน่นอน  ถดถอย / ผิดหวังอยา่ งสูง / ไม่มีทีด่ ขี นึ้ / ทกุ วันนม้ี ันเลวรา้ ยเกินกวา่ ทีจ่ ะรบั ได้ / หมดหวัง  เป็นระบบการสืบทอดของกลุ่มจารีต กล่มุ เผดจ็ การ  นายกถวายสัตย์ไม่ครบเพราะเจตนาไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และทาให้สถาบันนิติบัญญัติ ศาลและฝ่าย บริหารลม้ เหลว  ไร้ความหวงั ถา้ ใช้รัฐธรรมนูญน้ี  ปัจจบุ นั เม่ือมีการประชุมสภาสมาชิกบางท่าน จะมกี ารโตเ้ ถียงแตเ่ ร่อื งส่วนตัวกันเป็นส่วนใหญโ่ ดยไมพ่ ูดถึง เรอื่ งปากทอ้ งประชาชน ทาให้ประชาชนหมดความหวงั ให้นกั การเมืองทีไ่ ดร้ บั การเลือกต้งั มา ส่วนที่ 3 : ข้อเสนอแนะ หรือ แนวทางการแกไ้ ข ประเด็นในรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกีย่ วข้อง  แกไ้ ขรฐั ธรรมนูญดว้ ยการเมืองภาคประชาชนมีสว่ นร่วม ไม่เอานักการเมืองสรรหาอาชีพ  สง่ เสรมิ และทาใหเ้ กดิ รัฐธรรมนญู ของประชาชนให้ได้ แล้วทุกอยา่ งจะดขี ้ึน  แก้ไขรฐั ธรรมนญู

๗๙ พรรคการเมือง  พรรคการเมืองควรต้ังยาก ยุบยาก การตั้งต้องสอดคล้องอุดมการณ์ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคก้าวหนา้  พรรคการเมืองควรยุบยาก ต้ังยาก และต้องตั้งตามชื่ออุดมการณ์ ไม่เอาชื่อโก้เก๋ ตัวอย่างพรรคท่ีต้ัง เช่น พรรคแรงงาน พรรคเกษตรกร เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ ผลประโยชน์เลอื กพรรคน้ันตามอุดมการณท์ ยี่ ดึ ม่ัน  พรรคการเมืองควรยุบยาก ต้ังยาก ให้พรรคการเมืองที่ยุบตาม คาสั่งคณะปฏิวัติ 2501 2514 2519 และอืน่ ๆ เสมือนวา่ ไม่เคยถูกยบุ  พรรคการเมืองควรตั้งยาก ยุบยาก และพรรคการเมืองต้องไม่ใช้เงินต้ังพรรค แต่ให้จดช่ือ ส่วนการบริจาคน้ัน ให้ประชาชนผู้ศรัทธาอุดมการณ์บริจาค และให้เติบโตเองตามธรรมชาติ พรรคการเมืองท่ีถูกยุบโดยคาสั่ง รัฐ ให้มผี ลเป็นโมฆะทั้งหมด และการตั้งพรรคจะต้องช่ือตรงๆ ว่าจุดยืนพรรคคืออะไร เช่น พรรคชาติไทย (นิยมชาติแบบไทย) / พรรคเศรษฐกร (นิยมการพัฒนาเศรษฐกิจ) / พรรคแรงงาน / พรรคประชาธิปัตย์ เปน็ ตน้  พรรคการเมืองควรยุบยาก และในขณะเดียวกันก็ต้ังยาก เพ่ือให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง จากรวมผู้คนท่ีมีจุดยืนตรงกันมากข้ึน ในกรณีท่ีคณะกรรมการบริหารพรรคกระทาผิดถึงข้ันโทษยุบพรรค ตามกฎหมายปัจจุบัน ให้ลงโทษที่ตัวบุคคลแทน เพราะตามหลักการ พรรคการเมืองคือ สถาบันทาง การเมืองของประชาชน ทีร่ วมผ้คู นทม่ี ีอดุ มการณ์เดยี วกัน  พรรคการเมอื งท่ตี ั้งต้องสะท้อนจุดยืนพรรค อุดมการณ์ทางการเมอื ง กล่มุ ผลประโยชน์ได้อย่างชดั เจน เช่น พรรคเศรษฐกร (จุดยืนพัฒนาเศรษฐกิจ) / พรรคก้าวหน้า (อุดมการณ์ กา้ วหนา้ ) / พรรคแรงงาน / พรรค ชาวนา / พรรคกรนี เป็นต้น  การต้ังพรรคจะต้องไม่ใช้เงินทุนประเดิมพรรค แต่ให้รวมบุคคลอย่างน้อย 1 หมื่นคนในการจัดตั้งเป็น พรรคการเมือง เพ่ือป้องกันการถอนทุนคืนจากการมี สส. หรือการ*้เงินพรรค หรือการมีนายทุนพรรค ครอบงา จากการให้นอมินีนาเงินนายทนุ พรรคกระจายไปเพือ่ ใหจ้ ดั ตั้งพรรคได้  พรรคการเมอื งยุบยากข้ึน และตัง้ ยากขึ้น และพรรคท่ีต้ังต้องเปน็ สากล คือ ท่ัวโลกต้องช่ือนี้กัน เช่น พรรค ประชาธปิ ตั ย์ พรรคชาตนิ ิยม เพ่อื ไม่ใหก้ ลายเป็นพรรคบคุ คล  พรรคการเมืองยุบยาก ต้ังยาก และให้มีกฎหมายฟื้นฟูพรรคการเมืองซึ่งถูกยกเลิกตามคาสั่งศาล รัฐธรรมนูญ คาส่ังทางปกครอง และคาส่ังโดยคณะรัฐประหาร เพราะพรรคการเมืองคือสถาบันการเมือง ประชาชน จะยุบสถาบนั ประชาชนไม่ได้  พรรคการเมืองซ่ึงถูกยุบไปตั้งแต่สมัยคาส่ังคณะปฏิวัติเม่ือปี 2501 ยกเว้นคาส่ังศาลรัฐธรรมนูญให้ถูกยุบ เนื่องจากกระทาผิดเพราะเป็นพรรคท่ีปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ให้มผี ลโมฆะ เพ่ือให้สามารถใช้ชื่อพรรคใน การจดจัดต้ังได้ เสมือนว่าไม่เคยถูกยุบพรรค เพ่ือให้สอดคล้องเจตนารมณ์ของการเป็นพรรคการเมืองซ่ึง เป็นสถาบันการเมืองประชาชนในการทากิจกรรมพัฒนาประเทศ พัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคง ยง่ั ยนื ต่อไป  พรรคการเมืองต้องเน้นบริหาร ส.ส. ต้องเน้นความเป็นอิสระและแยกออกจากการใช้อานาจบริหาร โดย หา้ มพรรคการเมืองควบคุม ส.ส. ให้โหวตตามมติพรรค

๘๐  บังคับใชก้ ฎหมายเกย่ี วกับพรรคการเมืองอยา่ งจริงจัง เสมอภาค  ยกเลกิ การยุบพรรคการเมอื งทง้ั หมด และให้เสมือนว่าไม่เคยยุบพรรค การเลอื กตง้ั และระบบการได้มาของสมาชกิ รัฐสภา โครงสร้างและกลไกการทางานของรัฐสภา  มีสภาเดี่ยว  ใช้สภาเด่ียว โดยมี ส.ส. แบบเลือกต้ังและแต่งตั้ง ประเภทละคร่ึง เพื่อให้การเมืองไทยไม่ประสบปัญหา วงจรอบุ าทว์ และเพอื่ ลดการเมอื งวิบตั ิ  ให้ใช้สภาเดี่ยว แบ่ง ส.ส. เป็น 2 ประเภท แบ่งเป็น ส.ส. ประเภท 1 มาจากการเลือกตั้งเขตใหญ่ ระดับประเทศ เรียงตามลาดับคะแนนเสียงมากไปหาน้อย โดยจากัดจานวนที่นั่งตาม ประชากร 400,000 ต่อ 1 ที่น่ัง และให้มี ส.ส ประเภท 2 มาจากการแต่งต้ังและสรรหาตามอาชีพ (เหมือน วฒุ ิสภา) โดยมเี พอ่ื คานอานาจฝา่ ยการเมอื ง  ให้มีสภาเดี่ยว 2 ประเภท คือ ส.ส. ประเภท 1 มาจากการเลือกตั้ง และ ส.ส. ประเภท 2 มาจากการสรร หากล่มุ อาชพี และจากคณะกรรมการปฏิรปู แหง่ ชาติเลือก โดยมจี านวนเท่ากับ ส.ส. ประเภท 1  ให้ใช้สภาเดีย่ ว โดยให้ ส.ว. เปน็ ส.ส. ประเภทสอง ซึง่ มีจานวนเท่ากับ ส.ส. มีอานาจเลอื กนายกในรูปแบบ การซาวเสียง ประธานสภาซ่ึงมาจาก ส.ส. ประเภทสอง จะวินิจฉัยว่าจะเอาตามผลการซาวเสียงหรือไม่ เหมือนสมยั อาทติ ยเ์ สนออานนั ท์ ซ่ึงฝืนมตพิ รรคร่วมรัฐบาล เพ่อื ฟนั ฝ่าอุปสรรคประเทศ  ใหม้ ีสภาเด่ยี ว และมาจากการแต่งตงั้ ผสมด้วย เพื่อปอ้ งกนั รัฐประหาร  ให้มีสภาเด่ียว มาจาก ส.ส. บัญชีรายูชื่อ คานวณแบบ ส.ส. พึงมีปัจจุบัน เพ่ือสะท้อนคะแนนที่ประชาชน เลือกเป็นท่นี ่ังสภาอยา่ งแท้จริง และขจดั ส.ส. ทาเพ่อื จงั หวดั นัน้ ๆ  ใช้ระบบสภาเดี่ยว โดยให้มี ส.ส. สองประเภท คือ ประเภท 1 มาจากประชาชนเลือกตั้ง และ ส.ส. ประเภท 2 มาจากการสรรหาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และให้มี ส.ส. ประเภท 2 เป็นเวลา 20 ปี เพอ่ื เปลยี่ นผา่ นและปฏิรูปประเทศไทยให้กา้ วหนา้  ควรให้ ส.ว. เป็น ส.ส. ประเภทท่ี 2 เพ่ือคานอานาจนักการเมือง และเพ่ือการปฏิรูปประเทศ 20 ปี และ ป้องกนั การรฐั ประหาร  ให้มี ส.ส. ประเภทสอง ซึ่งมาจาก ส.ว. วาระ 5 ปี อยู่ในระบบ ส.ส. สภาเดี่ยว เพื่อให้ประเทศเดินหน้า ไปได้  ยกเลิกการลงมติโดยสภา ให้ใช้การซาวเสียง ซึ่งประธานรัฐสภา หรือรองประธานรัฐสภาโดยตาแหน่ง จะ เปิดโอกาส ซ่ึงประธานรัฐสภา หรือรองประธานรัฐสภา (หากไม่มีประธานรัฐสภา) วินิจฉัยชื่อว่าจะเอา ตามทส่ี ภาซาวเสียงหรือไม่ เหมือนสมัยอาทิตย์ อุไรรัตน์ ท่ีเสนออานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ซ่ึง มตพิ รรครฐั บาลเสนอ สมบุญ ระหงษ์ โดยมเี หตุผลท่เี ปลย่ี นช่อื เพื่อให้ประเทศยตุ ิวิกฤตทางการเมอื ง  ให้ประธานวฒุ สิ ภาเปน็ ประธานรัฐสภา เพอื่ ใหก้ ารทางานมีความตอ่ เน่ือง ขณะท่ีสภาผูแ้ ทนถกู ยุบ

๘๑  ให้มีสภาเด่ียว โดยมี ส.ส. สองประเภท คือ ส.ส. ประเภทหน่ึงมาจากการเลือกตั้ง และ ส.ส. จากการสรร หา โดยนา ส.ว. ทป่ี ฏิบัติหน้าท่ีอยู่มาเป็น ส.ส. ประเภทสอง ส่วน ส.ส. ประเภท 1 ให้มีจานวน 350 คน และ ส.ส. ประเภทสอง จานวน 350 คน  ใช้สภาเดี่ยว โดยใหม้ ี ส.ส. ประเภทสอง ซ่งึ เป็น ส.ว. อยู่ในสภาเดีย่ ว เพื่อขับเคล่ือนประเทศให้ไปได้ และ ลดเงอื่ นไขการรัฐประหารจากระบอบเผด็จการระบบรฐั สภา ซึ่งปรากฎอย่เู นืองๆ โดยให้ ส.ส. ประเภทมีที่ นั่งในสภา 25 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องสภาประเภท 1  ใหว้ ฒุ ิสภาเป็นสภาผู้แทนราษฎรประเภทสอง เหมือนสมยั คณะราษฎร เพื่อการปฏริ ปู ประเทศ  เสนอใหม้ สี ภาสองระบบ ระบบเลอื กตั้ง และ ระบบแตง่ ต้ัง เพือ่ ทาลายการเมืองเลวทราม  ใหว้ ฒุ ิสภาขณะนี้ เปน็ ส.ส. แบบแตง่ ตัง้ เพอื่ คานอานาจ ส.ส. เลือกตงั้  ควรเอา ส.ว. เป็น ส.ส. ประเภทสอง เพราะด้วยการเมืองท่ีสกปรกอยู่ ณ เวลานี้ จาเป็นต้องมีคนที่มี คณุ ธรรม เพื่อมาคาน การเมืองสกปรก  ให้ ส.ว. ปัจจุบัน เป็น ส.ส. ประเภทสอง เพ่ือคานอานาจกับฝ่ายการเมือง / ควรยกเลิกวุฒิสภา แต่ให้มา เปน็ ส.ส. ประเภทสอง เพอื่ คานอานาจกับพวกนักการเมือง  ให้สภาไม่เข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็ง นักการเมืองต้องฟังเสียงประชาชน และฝ่ายการเมืองต้องอ่อนแอ เช่นการให้ ส.ส. หรือ ส.ว. สามารถซาวเสียงเลือกนายก ประธานสภา ซ่ึงมาจากวุฒิสภา หรือ ส.ส. ประเภทสองเปน็ ผวู้ ินจิ ฉยั วา่ จะให้ใครเป็นนายก  มีสภา 2 ประเภท คือมาจากการเลือกต้ังและแต่งตั้งเท่ากับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกต้ัง เพื่อให้รัฐบาล ไม่จาเป็นตอ้ งใช้การจดั สรรโควตา รัฐมนตรีตามพรรคทพ่ี งึ ได้  ให้ประธานสภา มาจากการสภาผู้แทนระบบแต่งต้ัง และให้นายกมาจากการที่ประธานสภาวินิจฉัยช่ือ เพือ่ ให้ประเทศเดินได้  ให้ประธานวฒุ สิ ภาเปน็ ประธานรัฐสภา เพอื่ ความเป็นกลาง  ให้ ส.ส. ลงมติโดยไม่ต้องมีมติพรรค เพื่อผลประโยชนป์ ระเทศชาติ  ใหย้ กเลิกการลงมติในสภา แตใ่ หป้ ระธานซง่ึ มาจากประธานวฒุ สิ ภา หรอื ส.ส. ประเภทสอง เป็นผทู้ ลู เกล้า ผสู้ มควรเปน็ นายก  ให้มรี องประธานสภา 1 คน เพือ่ ประหยัดงบประมาณแผน่ ดิน  ใหม้ ีสภาชนชาติ เพ่ือแก้ปญั หาความขดั แยง้ ทางชนชาติไทย  เปลยี่ นช่ือสภาผแู้ ทนราษฎร เป็นสภาประชาชนแห่งชาติ และมีอายุขยั เวลา 5 ปี  ลดอายุสภาเหลอื 3 ปี ระบบเลอื กตง้ั และการไดม้ าของสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร  ระบบเลอื กต้งั ไม่ควรซับซอ้ นจนเกินไปและนีค่ ือประเด็นทีค่ วรแก้ไขโดยด่วน  ใหใ้ ชร้ ะบบเลอื กตง้ั แบบปี 2500 ทเ่ี ป็นเขตใหญจ่ ังหวดั เรยี งเสียงข้างมาก  เปล่ียนระบบเลอื กตัง้ จากระบบปันส่วนผสมกลบั ไปเป็นระบบเดิม (เขต/ปาร์ตลี้ สิ ต)์  ควรมีการเลอื กคนทม่ี ีความสามารถทีแ่ ท้จรงิ รวมถึงภาวะความเป็นผู้นา

๘๒  เปลย่ี นระบบเลอื กตั้ง ไปเปน็ บตั รสองใบ  ในการเลือกตั้งทุกครั้ง ให้พรรคการเมืองทาไพรมาร่ีโหวตในการเลือกตั้ง โดยต้องส่งผลให้ กกต ทราบ ทุกคร้ัง เพ่ือให้ได้ ส.ส. ท่ีเป็นของประชาชนในพ้ืนที่น้ัน ไม่ใช่ ส.ส. ตามยุทธศาสตร์พรรคที่เลือกไว้ และ สส. แบบบัญชีรายช่ือและไพรมารี่เลือกผู้สมัครนายกรัฐมนตรีในบัญชีนายกของแต่ละพรรค ต้องมาจาก การเลอื กกนั โดยสมาชกิ พรรคทั้งหมดของประเทศ และสง่ ผลคะแนนให้ กกต.  เลือกต้งั ควรใช้ระบบรวมเขต เพื่อให้ซ้ือเสียงยาก  ยกเลกิ ส.ส. เขต แต่ใหใ้ ช้ระบบ popular vote เพือ่ สะทอ้ นเสียงพรรคการเมอื งเป็นท่นี ั่งในสภา  ใช้การเลือกตั้งใช้ระบบรวมเขต โดยผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตเลือกต้ัง จะเลือกตัวแทนในจานวนที่ไม่เกิน จานวนท่ีตัวแทนเขตนั้น โดยให้ประชากร 300,000 คน ต่อ 1 ส.ส. กรณีที่จังหวัดน้ันไม่ถึง 300,000 คน ให้มี ส.ส. ได้ 1 คนเหตุผล : ผู้ลงคะแนนอาจเลือกผู้สมัครได้จากหลายๆ พรรค ทาให้มีอิสระในการ ลงคะแนน และการแขง่ ขนั ไมส่ ูงนัก รวมถงึ เม่อื เขตใหญ่ข้นึ การซือ้ เสยี งจะยากขน้ึ  ใช้มีการเลือกต้งั ส.ส. แบบบัญชรี ายชอ่ื โดยบัญชีรายชื่อ มจี านวนเท่ากบั ส.ส. แบบแบ่งเขต และใช้ระบบ จัดสรรปันส่วนท่ีน่ังในสภา (หรือระบบเลือกตั้งแบบเยอรมนี) โดยให้เสียงเลือกตั้งใบเลือกพรรคเป็น ตวั กาหนดจานวนที่น่ังในสภาของแต่ละพรรค โดยให้ตัด % พรรคทจี่ ะคานวณในระบบดังกล่าวท่ี % ที่ 1 ในกรณีนี้หากเกิดปรากฏการณ์เสียงเกิน ก็ปล่อยให้เกิน โดยไม่ต้องคานวณซ้าซ้อนเหตุผล : เพื่อป้องกัน เสียงข้างมากลากไปในทางท่ีผิด และให้การเลือกต้ังสะท้อนเจตจานงของการเลือกนโยบายพรรค อุดมการณพ์ รรค มากกวา่ ตวั บคุ คล  ใชร้ ะบบรวมเขตตามจงั หวัด เพ่อื ใหซ้ ื้อเสียงยากขนึ้  ให้ ส.ส. มาจากการเลือกตั้ง โดยใช้ระบบรวมเขตจังหวัด โดยใช้ 300,000 คนต่อ ส.ส. 1 คน และ ส.ส. บญั ชีรายชื่อ มีจานวนเท่ากบั ส.ส. รวมเขต และใชร้ ะบบ ส.ส.พงึ มีตามคะแนนรวมเขต เหมือนการเลือกต้ัง ปัจจบุ นั  การเลือก ส.ส. ให้ใชร่ ะบบไพรมารโี่ หวต  ลดจานวน ส.ส. โดย ส.ส. 1 คนตอ่ 300,000 คน  ใหใ้ ชร้ ะบบการเลอื กต้งั ส.ส ตามอยา่ งรฐั ธรรมนญู 2550  ควรใช้ระบบแบบอิสราเอล คือ ไม่มีเขต แต่ให้คนเลือกพรรคแทน โดยให้ประชาชนเลอื ก ส.ส. 10 อันดับ เหมือนเลือกตั้ง ส.ว. ฟิลิปปินส์ และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนจะได้เลือกตามอุดมการณ์ของ ตัวเอง ปราศจากการยึดติดนามสกุล ใช้สภาเด่ียวสองประเภท คือ ประเภทแรกมาจากการเลือกตั้ง และ ประเภทสองมาจาก วุฒิสภาจานวนเท่ากบั ส.ส. ประเภทหน่ึงให้ ส.ส. ประเภทหนึ่งใช้ 250,000 คนต่อ ส.ส. ประเภทหนึง่ หนงึ่ คน  ยกเลกิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส. ขุนนาง ให้มาจากการแบง่ เขต โดยยึด 300,000 คนต่อ 1 เขต และ ให้ใช้เขตแบบเรียงคะแนนเสียง เหมือนปี 2511 เป็นเขตใหญ่ เพื่อป้องกันการโกง / ยกเลิก ส.ส. บัญชี รายชอ่ื เพราะเป็น ส.ส. ขเ้ี กยี จไมเ่ ข้าถงึ ประขาชน  ยกเลกิ ส.ส. แบบแบ่งเขต ให้ใช้ ส.ส. บัญชรี ายชอ่ื ขนาดใหญ่ โดยประชาชนสามารถเลอื กบุคคลท่ีชอบ 10 อันดับ เพ่อื ปอ้ งกันการโกง และประชาชนเลือกพรรคทีช่ อบ และป้องกัน ส.ส. ญาตพิ ี่นอ้ ง

๘๓  กาหนดในรัฐธรรมนญู ให้ชัดเจนว่า แคนดิเดตพรรคทไ่ี ด้รบั เสยี งจานวนมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร จะต้องเป็นแกนนาในการจดั ต้ังรฐั บาล  สภาผู้แทนราษฎรควรประกอบดว้ ยสมาชกิ 600 คน 500 คนจากแบบแบ่งเขต และ 100 คน จากแบบ บญั ชีรายชือ่ แต่ละแบบมบี ัตรเลือกตั้งอย่างละ 1 ใบ  ยกเลิก ส.ส. แบบบญั ชีรายช่ือ เพราะไมไ่ ด้มาจากประชาชน  ให้ สภามี ส.ส. ประเภทหนงึ่ มาจากการเลือกตงั้ จานวนเทา่ กบั ประชากร สแ่ี สนคน และมี ส.ส. ประเภท สอง เท่ากบั ส.ส. ประเภทหน่ึง  สภาผู้แทนราษฎรแบบเลือกตั้งใหม้ าจากการเลอื กแบบบัญชรี ายช่ือทงั้ หมด และใช้ระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพอื่ คานวณคะแนนเสียงตามท่ปี ระชาชนเลือก และการจัดลาดับบัญชรี ายช่ือใหป้ ระชาชนเป็นผูจ้ ัดลาดับ บัญชรี ายชื่อ 1 คน หนง่ึ เสยี ง และป้องกันการผูกขาดเขตเลือกตง้ั  ให้ การเลือกตัง้ ส.ส. ใชร้ ะบบบัญชีรายชอื่ เพอ่ื ให้คนเลอื กนโยบายพรรคมากกวา่ บุคคล และจานวนทน่ี ั่ง ส.ส. สะทอ้ นคะแนนเสียงประชาชนจริงๆ  ใชร้ ะบบเลือกตง้ั แบบบัญชรี ายชือ่ เพื่อสะทอ้ นคะแนนเสยี งเป็นทีน่ ่ังในสภา  ให้ ส.ส. เลือกต้งั มีอายุขัย 2 ปี เพราะเพียงเวลา 2 ปี ความคดิ ประชากรกเ็ ปลีย่ นแล้ว  ยกเลิกระบบแบง่ เขต โดยใชร้ ะบบการโหวตแบบ Popular vote หรอื บัญชรี ายชื่อ  ควรเป็นการเมืองไทยๆ ดว้ ยการยกเลิกเขตเลือกต้งั แต่ใชร้ ะบบ popular vote แบบอิสราเอล คอื ประชาชนเลือกพรรคและทอนเป็นท่ีน่ังในสภา  ให้ ส.ส. สามารถไม่สังกัดพรรคได้  ให้สภาผ้แู ทนราษฎร วุฒิสภา และสภาชนชาติ มาจากการเลอื กตง้ั 75 มาจากสายทหารหรอื การแต่งตงั้ 25 ท้งั สามสภา เพือ่ ป้องกันการรัฐประหาร  ให้มี ส.ส. เขต 250 บญั ชรี ายชอ่ื 250 และใชร้ ะบบ ส.ส. พึงมี  ยกเลิก ส.ส. บญั ชีรายช่ือ เพราะมาจากการเลือกของพรรคการเมืองไม่ใช่มาจากประชาชน  ใหม้ ี ส.ส. ประเภทสอง มาจากวิธีการเดยี วแบบวฒุ ิสภา เพ่ือป้องกันระบบเผดจ็ การรัฐสภาอันนาไปสู่การ รฐั ประหาร มีจานวนก่ึงหนงึ่ ของสภา  ใหม้ ีสภาผ้แู ทนราษฎร จานวน 440 มาจากการเลอื กตง้ั 75% และแต่งต้ังจานวน 25%  อายุสภา 5 ปี การได้มาของสมาชกิ วุฒิสภา  การไดม้ าของ ส.ว. ให้ใช้ตามรัฐธรรมนูญ 2550 โดยมที ง้ั เลือกต้งั และสรรหา แต่ระบบสรรหาขอให้เป็น การเลือกกันเองตามวิถที างที่บญั ญัติในรัฐธรรมนูญฉบบั นี้  ยกเลิก ส.ว. หรือใหม้ ีการเลอื กตง้ั  ส.ว. มาจากการเลือกตัง้ ท้ังหมด  วุฒสิ ภา ประกอบด้วยสมาชิก 200 ซงึ่ ราษฎรเลอื กตั้งขึ้น โดยทางออ้ มและลับ

๘๔  ทาให้โปร่งใส ให้ ส.ว. มาจากการเลือกต้ัง และไม่ใหม้ ีข้อท้วงติงได้ว่า คนในองค์กรตามรัฐธรรมนูญมาจาก คสช.  ยกเลิกวุฒิสภา แต่ให้เอาวฒุ ิสภาปัจจุบันมาเป็น ส.ส ประเภทสอง เพื่อป้องกันรัฐประหาร และใหป้ ระเทศ เดินหนา้  ให้วฒุ ิสภา จานวน 220 มาจากการเลอื กตั้งตามจงั หวดั จังหวดั ละ 1 คน และทเ่ี หลอื มาจากการสรรหา องคก์ รอิสระ / องคก์ รตามรัฐธรรมนูญ / ศาล  วธิ ีได้มา. วิธวิ ินจิ ฉัย สองมาตรฐาน  เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและการทาหน้าที่ขององค์กรอิสระที่เอ้ือประโยชน์แก่พวกพ้องที่สนับสนุน ฝ่ายรัฐบาลมากเกินไปจนรู้สึกได้ ควรทบทวนบทบาท อานาจหน้าที่และท่ีมาของกลุ่มคนเหล่านี้ใหม่ให้ ปชช. มสี ว่ นร่วมมากกว่าน้ี  ยบุ องคก์ รอสิ ระ ทมี่ าและการทาหน้าทขี่ องนายกรฐั มนตรี / คณะรฐั มนตรี วาระการดารงตาแหน่ง  อายุขัยนายกให้เป็น 4 ปี 1 สมัย และพรรคที่เป็นนายกจะเป็นนายกในสภาชุดต่อไปไม่ได้ เพื่อให้เกิด ความหลากหลายของการบริหาร  นายกสามารถเปน็ ไมเ่ กิน 4 ปี เท่านั้น เพ่อื ใหม้ ีการหมนุ เวยี น ไม่เกิดการผูกขาดนายก  นายกรฐั มนตรตี ้องมกี ารหมุนเวยี น สมัยประชุมละ 1 คน เหมือนสวติ เซอรแ์ ลนด์  ดารงตาแหนง่ ได้ไมเ่ กนิ 5 ปี  นายกรฐั มนตรดี ารงตาแหนง่ เพยี ง 1 สมัยเทา่ นนั้  ใหน้ ายกมีอายขุ ยั 1 ปี เพ่ือใหม้ กี ารหมุนเวยี นตาแหน่งนายก ที่มานายกรัฐมนตรี  การเลอื กนายกรฐั มนตรเี ป็นเรื่องของสภาผ้แู ทนราษฎรเท่าน้ัน  เอาแนวคิดนายกรัฐมนตรีแบบภูฏานมาใช้ คือ ของประเทศภูฏาน กาหนดว่านายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้า รัฐบาลคือผู้ท่ีดารงตาแหน่งประธานสภาคณะมนตรี (Chairman of the Council of Ministers) ได้รับ การคัดเลือกจากสมาชิกสภาคณะมนตรี (เทียบเท่าคณะรัฐมนตรี) ซึ่งมีสมาชิกจานวน 10 คน และอยู่ใน ตาแหน่งวาระละ 5 ปี โดยผู้ท่ีได้รับคะแนนเสียงมากท่ีสุดลาดับ 1 - 5 จะสลับหมุนเวียนกันข้ึนดารง ตาแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานสภาคณะมนตรีวาระละ 1 ปี แต่ประเทศไทยให้ปรับแก้ความ เหมาะสม ตามบรบิ ทไทย คือ นายกรัฐมนตรีได้รับการลงมติจากสมาชกิ รัฐสภา โดยผู้ทีไ่ ด้รับคะแนนเสียง มากท่ีสุดลาดับ 1 - 5 เป็นบัญชีว่าที่นายกรัฐมนตรี จะสลับหมุนเวียนกันข้ึนดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรี วาระละ 1 สมัยประชุม เม่ือหมดบัญชีว่าท่ีนายกรัฐมนตรีแล้ว ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัยสมควรให้ เป็นนายกรฐั มนตรีตามความเหมาะสมของสถานการณ์

๘๕  ยกเลิกการลงมติเลอื กนายก แต่ให้ใช้การซาวเสียงโดยรฐั สภา วุฒิสภาเป็นคนวินิจฉัยช่อื ว่าใครเหมาะสมที่ จะเปน็ นายก  ให้นายกมาจากการซาวเสียงของสภา ประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะเอาตามสภาหรือไม่ เพื่อทูลเกล้า เพ่ือป้องกันวิกฤตสภา เหมือนปี 49 57 / ยกเลิกการลงมติเลือกนายกให้ใช้การซาวเสียงในสภา โดย ประธานสภาวนิ ิจฉยั วา่ จะใหใ้ ครเป็นนายก เพอื่ จะได้มีนายกตัวจริง ไม่มรี ักษาการ เหมือนปี 49 57  เพื่อใหก้ ารบริหารประเทศ ไม่มีการแบ่งเก้าอีต้ ามพรรค ตามกลุ่ม ผมขอเสนอให้ นายก ไม่จาเป็นต้องเป็น ส.ส. และ ห้ามสังกดั พรรคการเมอื ง มาจากผู้มคี วามรคู้ วามสามารถและประสบการณ์น้ันๆ  นายกรัฐมนตรีมาจากการคัดเลือกจากสมาชิกรัฐสภา โดยผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดลาดับ 1 - 5 จะ สลับหมุนเวียนกันข้ึนดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระละ 1 ปี เพ่ือไม่ให้นายกผูกขาดอานาจมากไป และ เพื่อการหมนุ เวียนตาแหน่งให้บคุ คลท่านอื่นๆ ไดม้ ีสว่ นบริหารประเทศ  ยกเลิกระบบเลอื กนายกในสภา แต่ใหใ้ ช้ประธานสภาเสนอชื่อนายกทูลเกลา้ แบบมาเลเซยี  ใหน้ ายกมาจากการเลือกของวุฒิสภา จานวน 5 คน หมุนเวยี นกันไปตามคะแนนเสยี ง  ให้ ส.ส. แต่งต้งั มอี านาจถอดถอนนายกเทา่ น้ัน เพอ่ื ใหป้ ระเทศเดนิ ได้  ให้นายกไม่จาเปน็ ตอ้ งเป็น ส.ส.  ให้นายกมาจากการเลือกของรัฐสภา 5 อันดับ หมุนเวียนกันเป็นนายกปีละ 1 คนเพ่ือให้มีบุคคล หลากหลายเปน็ ผไู้ ดร้ บั สมควรเป็นนายก  ให้นายกไม่จาเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่ให้มีอายุ 1 ปี เพื่อป้องกันการผูกขาดอานาจและให้มีบุคคลท่ีมี ความสามารถจรงิ ๆ ไดบ้ ริหารประเทศ  นายกมอี ายุขยั 1 สมยั ประชุม ตอ้ งมกี ารเปลี่ยน ครม ทกุ สมัยประชมุ  กรณีที่บ้านเมอื งเกิดวกิ ฤต ใหป้ ระธานรัฐสภาซึ่งมาจาก ส.ส. ประเภทสอง เสนอนามนายกรัฐมนตรี โดยไม่ ต้องผา่ นการลงมตขิ องสภา เพ่ือเขา้ มาบริหารประเทศเป็นการช่ัวคราว  การเสนอนายกรฐั มนตรี รองนายกรัฐมนตรีให้สภาเป็นผอู้ นุมัติ  ใหน้ ายกมาจากการเลอื กของสภา / ให้นายกมาจากการลงมตขิ องสภา  ให้นายกมาจากการวินิจฉัยของประธานสภา โดยให้ประธานสภามาจาก ส.ส. ประเภทสอง เพื่อความเป็น กลาง  ส.ส. ปาร์ต้ีลิสต์ ประชาชนจะเป็นผู้จัดลาดับ 3 ลาดับ และผู้ที่ได้ปาร์ตี้ลิสต์ในลาดับแรกๆ ของปาร์ต้ีลิสต์ คอื ผทู้ ่สี มควรเปน็ นายก  ต้องเลือกต้งั นายกโดยตรงหรอื โดยอ้อม แตใ่ หก้ ารเสนอช่ือ รมต ต้องเปน็ อานาจเด็จขาดของนายก ทเ่ี สนอ ไปคราวเดียวกันกบั การเสนอช่ือนายก  ยกเลิกการลงมติเลือกนายก ให้ประธานวนิ ิจฉัยช่ือทูลเกลา้ การถอดถอนนายกรัฐมนตรี  ให้ฝ่ายบริหารแยกออกจากฝ่ายการเมือง โดยยกเลิกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ให้วุฒิสภามีหน้าท่ี ถอดถอน