Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

Published by agenda.ebook, 2020-09-03 06:03:05

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 29 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 10 กันยายน 2563

Search

Read the Text Version

๘๖ ทีม่ าและการดารงตาแหน่งของ ครม.  ใหร้ ะบวุ ่า หา้ ม ครม. เป็น ส.ส. / หา้ ม ครม. เป็น ส.ส. ถา้ เปน็ ต้องลาออก เพ่อื ใหท้ างานฝ่ายบรหิ ารเต็มที่  ยกเลิกตาแหนง่ รมช. เพ่ือประหยดั งบประมาณ และเลกิ วัฒนธรรมเก้าอ้ดี นตรี ข้อเสนอตอ่ การพฒั นากระบวนการนิตบิ ญั ญตั ิ  การร่างกฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกับเดก็ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภามไิ ดพ้ ิจารณาโดยคณะกรรมาธิการ สามญั หรือคณะกรรมาธกิ ารเตม็ สภา  เยาวชนอายตุ ่ากวา่ 18 ปี ยอ่ มมีสิทธิที่จะเป็นกรรมาธกิ าร และใหม้ าจากการเลือกต้ังของสภานั้น ๆ  การเลือกต้งั หา้ มมีการยบุ สภาและให้เลอื กต้ังทุกวันที่ 29 กุมภาพนั ธ์ ทุก 4 ปี  ยกเลิกการแถลงนโยบายเม่ือดารงตาแหนง่ เพ่ือประหยดั เวลาการทางานของสภา  ยกเลิกกระทู้ถามสด กระท้ทู ว่ั ไป แต่ให้ใชก้ ระทถู้ ามสดแยกเฉพาะ และ กระท้ทู ่วั ไปแยกเฉพาะ เพือ่ ประหยดั เวลาการทางานของสภา  ควรให้มีการเขา้ ช่ือคัดคา้ นกฎหมายเพื่อนาไปทาประชามติ ตามระบบประชาธปิ ไตยทางตรงของ สวิตเซอร์แลนด์  ยกเลิกสมยั ประชุม เพราะสังคมไทยเปล่ยี นแปลงตลอด อ่ืนๆ  ใหค้ วามรู้มากๆครบั  ทุกฝา่ ยต้องจรงิ ใจในการแก้ปัญหา  เลือกตงั้ ใหม่ ขอใหเ้ ปน็ ไปตามความยุตธิ รรม ไมเ่ ลน่ โกง ไม่สบื ทอดอานาจ  ยุบสภา ยบุ ศาล รฐั บาลท่นี ่าขยะแขยงควรถูกขบั ไล่ออกไป  สรา้ งประชาธิปไตยแบบมีสว่ นร่วมและประชาชนเป็นเจา้ ของ เคารพในความคิดเห็นท่ีแตกต่างหลากหลาย  ประชาชนตอ้ งมีความเข้มแข็งในการต่อสู้ปกป้องประชาธปิ ไตยให้มากขึ้น  กต็ อ้ งเคารพประชาชน สิทธปิ ระชาชน  พดู คยุ สามฝ่าย คู่ขัดแย้งและประชาชน  กฏระเบียบต้องเอ้ือประชาชน ที่มีความรู้แต่ไม่มีทุนหรือธุรกิจก็สามารถเข้ามามีบทบาทได้ เกิดการมี สว่ นรว่ มอยา่ งแทจ้ รงิ ลดชอ่ งว่างความเหลอื่ มลา้ ทางการบริหารการเมือง  เลิกชว่ ยพวกพ้อง  ยึดหลักธรรมาภิบาล หลักนิติรัฐ เลือกผู้นาที่มีอุดมการณ์ มีภาวะผู้นามุ่งประโยชน์ต่อประเทศชาติและ ประชาชน / อย่าเห็นแก่ตัว ระบบควรตรวจสอบได้ง่ายและอิสระจริงๆ บทลงโทษให้หนักจริง ตัดสิทธิ์ นักการเมอื งทกุ คนท่ีทาผิดไมค่ วรเว้นวรรค  บงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งจรงิ จงั  เคารพในระบบการเมือง การเลอื กตง้ั ระบบรฐั สภาตามแบบประชาธปิ ไตยพึงมี

๘๗  หน่วยงานหรอื สถาบันทใี ช้เงินงบประมาณจากภาษี ตอ้ งถกู วจิ ารณ์หรือตรวจสอบจากประชาชนผเู้ สยี ภาษี ซ่งึ เป็นเจ้าของอานาจอธปิ ไตยได้โดยไมม่ ีขอ้ ยกเวัน ส่วนที่ 4 : ความเห็นอ่ืนๆ (ถ้าม)ี  เปล่ียนผู้นาประเทศใหม่  ทุกคนควรเท่าเทยี มกันทางกฎหมายไมค่ วรมเี อกสิทธิ์  รัฐธรรมนูญคือหวั ใจของการดารงชีวติ  คสช.ไมค่ วรมอี านาจไปมากกว่านแี้ ล้ว  เปล่ียนนายกและคณะ  ไมค่ วรกาหนดใหม้ ีการยอมรบั อานาจนอกรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายท่ไี มย่ อมรับอานาจอธิปไตยของปวงชน ชาวไทยทัง้ หมด

๘๘ 3.1.4 ประเด็นระบบการตรวจสอบ สว่ นท่ี 1 : ภาพหวัง หรือความคาดหวัง เจตนารมณ์  อานาจทใี่ ช้ตรวจสอบไมค่ วรอยู่เหนอื อานาจอธิปไตย และเป็นของปวงงชนชาวไทย  องคก์ ารอิสระจะต้ังตวั แทนประชาชนในการตรวจสอบอานาจรัฐ ท่ีมีบุคคลท่ีประพฤติมิชอบ องคก์ รท่คี วรทาหน้าท่ตี รวจสอบ  ควรให้ ส.ว. หรือ ส.ส. ประเภทสองมอี านาจแทน องค์กรอิสระ เหมือนก่อนปี 2540  ยกเลิกองคก์ รอิสระ และให้ ส.ส. ประเภทสองมีอานาจแทน  องคก์ รอสิ ระบางองค์กร ควรยุบ และใหอ้ านาจ ส.ว. เหมือนก่อนรฐั ธรรมนูญ 2540  ต้องสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน ในการทาหน้าที่ตรวจสอบ การคัดเลือก สรรหา การได้มา และการใช้อานาจ ของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง องค์กรตุลาการ องคก์ รอิสระ หากพบว่า การสรรหาเปน็ ไปโดยไม่ชอบ มีการใช้อานาจหน้าท่ี โดยไมเ่ ปน็ ธรรม เกนิ ขอบเขต อานาจตามที่กฎหมายกาหนดหรือตามที่ได้รับมอบหมาย ให้ประชาชน 10,000 คน สามารถเข้าช่ือเพ่ือ ถอดถอนได้ บทบาทและการทาหนา้ ท่ีในการตรวจสอบขององค์กรตรวจสอบ มีการถ่วงดุล  ควรมีการถ่วงดุลและเป็นไปโดยบรสิ ทุ ธย์ิ ุติธรรม / ศาลรัฐธรรมนญู และองค์กรอิสระมอี านาจตรวจสอบ ถ่วงดุล มิใชต่ ุลาการภวิ ฒั น์  สามารถตรวจสอบถ่วงดุลไดแ้ ละมคี วามเป็นประชาธปิ ไตย  ถ่วงดุลกันได้อยา่ งแทจ้ รงิ  ทกุ ฝ่ายสามารถตรวจสอบคานอานาจกันได้ มีความโปร่งใส  องค์กรอิสระ ตุลาการ ขา้ ราชการ เจ้าหน้าทขี่ องรัฐ จะต้องทาหนา้ ที่อยา่ งโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมี มาตรฐานท่ชี ัดเจนในการทางานในหน้าท่ขี องตน / มีความโปร่งใส ใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบได้  ควรให้ประชาชนได้เห็นถึงความโปรง่ ใส  มคี วามโปรง่ ใส มบี รรทัดฐาน / สามารถตรวจสอบทุกอย่างได้จริงมคี วามโปร่งใส

๘๙  ต้องเปิดเผยรายละเอียดทุกขั้นตอนของการตรวจสอบ และเอกสารต้องให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้ อย่างกว้างขวาง ไม่ใช่มาขัดขวางด้วยกฎหมายความลับต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้และต้องยกเลิกกฎหมาย เหลา่ นเี้ สยี มคี วามเปน็ กลาง  องค์กรอิสระควรเป็นกลาง มคี วามเป็นอิสระ  ไม่ควรถูกครอบงาจากผู้มีอานาจรฐั  ควรเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง โปร่งใส และประชาชนตรวจสอบได้ มีการตรวจสอบท่ียุติธรรมและ เท่าเทยี ม ยึดหลกั นิตธิ รรม  ควรใช้ระบบการตรวจสอบให้เสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ / การใช้งานที่เท่าเทียมกันในทุกกรณี ไม่เลือก ปฏบิ ตั ิ / การตรวจสอบตอ้ งชดั เจนไม่เลือกปฏบิ ัติ  ต้องตรงไปตรงมา / ทาหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา กล้าตรวจสอบและลงโทษ ไม่เกรงใจ ไม่มี ระบบอปุ ถมั ภ์โปรง่ ใส เปน็ ธรรม  ยึดหลักนิติธรรม วางตัวเป็นกลาง เสมอภาคและโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เอนเอียงไปตามกลุ่มผู้มีอานาจ ในการปกครองหรอื รัฐบาล  ตรวจสอบในทางทชี่ อบและเหมาะสม ลักษณะ / วิธีการตรวจสอบ (อื่น)  ตรวจสอบการทางาน ไมใ่ ชก่ ารทาลายกนั เพื่อประโยชน์ทางการเมือง  ตอ้ งตรวจอยา่ งจริงจงั  ควรจะตรวจสอบได้และดาเนินคดีตามความผิดตามท่ผี ู้กระทาได้ก่อไว้  ตรวจสอบจริง ทนั เวลา มั่นคง แน่วแน่ และดาเนินการไดจ้ ริง  มคี วามชดั เจน ประชาชนตรวจสอบได้ มีความยุติธรรม  ภาครัฐแทรกแทรกไม่ได้ การบงั คับใช้กฎหมาย  มีการลงโทษทร่ี ุนแรง

๙๐ ระบบการตรวจสอบองคก์ รตรวจสอบ  อยากให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีการถูกตรวจสอบ และถ่วงดุล เพื่อให้มีความเป็นธรรม เป็นกลาง ทางการเมือง  การตรวจสอบการทางานของข้าราชการ และเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐ ควร มีการจดั ตัง้ กลไกในส่วนภาคประชาชน เพ่ือทาหน้าที่ตรวจสอบ ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทางานตามหน้าที่ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และธรรมาภิบาล  ประชาชนควรเข้าถึงการตรวจสอบ  ตรวจสอบไมไ่ ด้ ใครตรวจสอบศาล ส.ว. ไรค้ วามสามารถ ประชาชนไมม่ บี ทบาท อะไร ที่มาคอื พวกตน สว่ นที่ 2 : สภาพปัญหา หรือ สภาพการณท์ เ่ี กิดขึน้ การทางานตรวจสอบในมุมมองของประชาชน  ดีแล้ว / ปกตดิ ี / มคี วามยุติธรรมดีเเล้ว  ยังพอมคี วามหวัง  ไม่เคยคาดหวงั / ไม่เปน็ จรงิ ตามทีค่ วรเปน็ สภาพปัญหาท่เี กิดขึน้ กบั ระบบการทาหน้าที่ในการตรวจสอบ ความเปน็ กลางในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี  เอนเอียงเข้าขา้ งผู้มีอานาจ / ไมเ่ ปน็ กลาง / ไม่น่าเชื่อถือในความเป็นกลาง เลือกปฏิบัติเฉพาะพวกพ้องตน / ใช้อานาจ ปกป้องพวกพ้อง / เอื้อผลประโยชน์แต่พวกพ้องของตนเอง / บางหน่วยงานที่เก่ียวข้องยัง เขา้ ขา้ งพวกของตน / ล็อบบ้ไี ด้ / เกรงใจ อปุ ถมั ภ์กัน พรรคพวกกันเอง ซ้ือได้  การตรวจสอบฝ่ายตรงกันข้ามเฉพาะท่ีเป็นฝ่ายปฏิบัติตน / ล้มเหลวเพราะเลือกปฏิบัติ ไม่มีความชัดเจน บางเรอ่ื งเหตุผลไม่มนี ้าหนักหรอื ไม่สมเหตุสมผลเลย  กล่ันแกลง้ ทกุ ฝา่ ยที่ไมใ่ ช่ฝ่ายตน  เปน็ การเมอื ง เปน็ นายทุน  ไมย่ ึดผลประโยชนข์ องประชาชนเป็นหลกั ถกู แทรกแซงในการทาหนา้ ที่  องคก์ รตรวจสอบมาจากรฐั บาลเผดจ็ การหรอื วฒุ ิสภาทหาร  ขาดการถ่วงดุลอานาจนิติบัญญัติอ่อนแอฝ่ายบริหารเข้มแข็ง มีการแทรกแซรงองค์กรอิสระอย่างไม่เคยมี มาก่อน ตุลาการเสอ่ื มถอย  ทาตามใบสั่ง / อิทธพิ ลทางการเมือง  ระบบการตรวจสอบอยู่ภายใตอ้ ิทธิพลของเผด็จการ / ถกู ครอบงาจากผู้มอี านาจรัฐ

๙๑  ไม่มมี าตรฐาน เปน็ การเลอื กตรวจสอบตามใบสงั่  องค์กรอิสระใช้มาตรฐานทีไ่ มช่ ดั เจน ให้คณุ ให้โทษในทางการเมือง  เกรงกลวั อานาจทจ่ี ับตอ้ งไมไ่ ด้  ทาเพือ่ เผดจ็ การ ไมม่ คี วามเปน็ กลาง เลอื กปฏิบัติ ขาดความยตุ ิธรรม / เป็นธรรม  ไมเ่ ปน็ ธรรม  ไรซ้ ง่ึ ความยตุ ธิ รรม  ระบบการตรวจสอบทไ่ี มไ่ ด้รับความเปน็ ธรรม  ไร้ความยตุ ิธรรมทาใหค้ นดไี ม่มที ยี่ นื  ผลการตรวจสอบไมเ่ ปน็ ธรรม ขาดความนา่ เชื่อถือ  ความน่าเชือ่ ถือไมเ่ พยี งพอ  องค์กรอิสระปัจจุบัน ได้ทาลายความเช่ือถือทั้งสิ้นไปหมดแล้ว การท่ีตกอยู่ภายใต้อานาจของผู้มีอานาจ ทาให้องค์กรอสิ ระกระทาในสง่ิ ทีเ่ ลวร้ายทส่ี ดุ อย่างท่ีคาดไมถ่ ึง เสยี ใจและเศร้าใจอยา่ งทส่ี ุด ยกเลิกไปเถอะ ขาดการตรวจสอบ / ถ่วงดุล  ถ่วงดุลตรวจสอบกันไม่ได้ อานาจสูงสุดอยู่ท่ีฝ่ายบริหารแทรกแซงทุกฝ่ายอย่างไม่เคยมีมาก่อนใน ประวตั ิศาสตรช์ าติไทย  ตรวจสอบยากไมม่ แี ถลงการณใ์ ห้ประชาชนรับรู้ องค์กรอิสระมีการแทรกแซงจากกลุ่มการเมอื ง  ไม่มคี วามชดั เจนในการตรวจสอบ  ไม่โปรง่ ใส กลไกตรวจสอบมาจากแหลง่ อานาจที่ตอ้ งถกู ตรวจสอบ มกี ารบิดเบือนชว่ ยพวกพ้อง  การกระทา การดาเนินการทุกอย่าง องค์กรอิสระ ข้าราชการ และเจ้าหน้าท่ีของรัฐ สามารถเข้าถึง และ ตรวจสอบไมค่ อ่ ยจะได้  ตรวจสอบไม่ได้ ถึงตรวจก็เกิดการทุจริตทาเป็นหลับหูหลับตามองไม่เห็นความผิดของพวกพ้องตัวเองทั้งท่ี หลักฐานชัดเจน / ตรวจสอบไม่ได้  ใชอ้ านาจตรวจสอบอย่างไม่เป็นธรรมละเว้นการตรวจสอบ  ตรวจสอบไม่ได้แทจ้ รงิ สร้างภาพ กลบเกลือ่ น  อานาจการตรวจสอบผูกขาด  องค์กรอสิ ระบงั คับใช้กฎหมายและทาตามหน้าทีไ่ มเ่ ทา่ เทยี มกนั สาหรับทกุ คน  ไมม่ รี ะบบการตรวจสอบ ทาให้เกดิ วิกฤตการณ์ตา่ ง ๆ มากมาย ขาดการมีสว่ นรว่ มของประชาชน  ขาดการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน

๙๒  กลไกไมท่ างาน ปชช. ไร้อานาจ  ประชาชนไม่รอู้ ะไรเลย  ประชาชนยงั เขา้ ถึงนอ้ ยมาก ขอ้ กฎหมาย หรอื บทบญั ญัติ  ระเบยี บตวั เดยี วไมส่ ามารถใชก้ บั คนไดท้ กุ พืน้ ท่ี อปท. ควรกาหนดขึ้นเองตามสภาพภายใต้รฐั ธรรมนูญ  ต้องมกี ฎหมายทช่ี ัดเจน ท้ังผู้ตรวจสอบ และผถู้ กู ตรวจสอบ ท่มี าขององค์กรตรวจสอบ / คณะกรรมการ  อยู่เหนอื อานาจอธปิ ไตย มาจากอานจาจแตง่ ต้งั ของเผด็จการ  องค์ประกอบขององค์กรอิสระมีลักษณะผิดเพี้ยน อน่ื ๆ  ดีแล้ว / ไมค่ ดิ วา่ มปี ญั หา  เกิดจากกลุม่ คนท่ีไมย่ อมรบั ความจรงิ  ไร้ประสิทธิภาพส้นิ ดี / ไม่ได้เร่ือง  การคอรัปช่ันเกิดขึ้น เป็นดอกเห็ด สะท้อนให้เห็นว่า ระบบ/กลไกตรวจสอบ ล้มเหลว / ระบบการ ตรวจสอบออ่ นแอ  บางองค์กรเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถตรวจสอบจากองค์กรใดๆ ได้ ขัดต่อหลักการในระบอบ ประชาธิปไตยทที่ ุกองคก์ รจาเป็นต้องถูกตรวจสอบได้  หนว่ ยงานบางส่วนไมเ่ ห็นความสาคัญของการตรวจสอบ สว่ นที่ 3 : ข้อเสนอแนะ หรือ แนวทางการแก้ไข ประเดน็ ในรฐั ธรรมนูญ / กฎหมายทเี่ กีย่ วข้อง  กฎหมายท่ีตราหรือเขียนในรัฐธรรมนูญ ให้เขียนเฉพาะว่ามีอะไร แต่ไม่ต้องเขียนว่า มีแล้วต้องทาอะไร เช่น ศาลรัฐธรรมนญู ใหเ้ ขียนว่า ให้เปน็ ไปตามกฎหมายบญั ญัติ แตูไ่ มต่ ้องระบุรายละเอยี ด  กาหนดกฎหมายให้เปน็ ไปตามหลักสากล ไมเ่ อือ้ ประโยชนใ์ หก้ ับกลมุ่ การเมืองบางกลุ่ม  เอาออกจากรัฐธรรมนูญแต่ให้ตราเป็น พ.ร.ป. หรือ พ.ร.บ หรือศักด์ิกฎหมายอ่ืนตามความเหมาะสม เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กระเป๋าวิเศษที่จะบรรจุอะไรก็บรรจุ บางคร้ังรัฐธรรมนูญ ควรเขียนหลักการ กวา้ งๆ เพือ่ ให้ออกกฎหมายสอดคลอ้ งกบั หลักการนั้นๆ การทาหน้าที่ในการตรวจสอบ  เลกิ แทรกแซงกลไกตรวจสอบ และเลิกบดิ เบือนข้อกฎหมายช่วยพวกพ้อง  ยดึ หลักธรรมาภิบาล

๙๓  ควรใช้หลักธรรมาภิบาลใหค้ รบทกุ ข้อในการปฎิบัติหน้าที่  ทาให้จริง ทาให้ถกู เพ่มิ ผลตอบแทนให้ผูต้ รวจสอบหรือผู้ใหเ้ บาะแส  การกระทา การดาเนินการทุกอย่าง องค์กรอิสระ ข้าราชการ และเจ้าหน้าท่ีของรัฐ สามารถเข้าถึง และ ตรวจสอบได้  หน่วยงานท่ตี รวจสอบต้องตรวจสอบจริงจงั  องคก์ รอสิ ระควรเป็นกลาง  องค์กรตรวจสอบตอ้ งเป็นอิสระและมีการคานอานาจกัน องคก์ รท่ีควรทาหนา้ ทใี่ นการตรวจสอบ  ควรให้ ส.ว. หรือ ส.ส. ประเภทสองมอี านาจแทน องคก์ รอิสระ เหมือนกอ่ นปี 2540  องคก์ รอิสระบางองค์กร ควรยุบ และให้อานาจ ส.ว. เหมือนก่อนรัฐธรรมนูญ 2540  ยกเลกิ องคก์ รอสิ ระโดยเฉพาะอานาจตลุ าการ มอบอานาจให้ ส.ว. กระทาการแทน เหมือนกอ่ นปี 2540  ให้ ส.ส. ประเภทสองมีอานาจถอดถอนนายก ตีความกฎหมาย เพราะมคี วามเป็นกลาง ปราศจากอคติทาง การเมือง  ให้อยั การสงู สดุ (ประเทศไทย) สงั กัดกระทรวงมหาดไทย  ใหค้ ณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นอานาจของกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคง ของมนษุ ย์ การไดม้ าขององคก์ รตรวจสอบ  ทบทวนการคดั สรร ที่มา การถว่ งดุลอานาจของระบบน้ีท้งั หมด  ยุบ ยกเลิกหนว่ ยงานอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของเผดจ็ การ  อานาจรฐั ไมค่ วรเปน็ ผู้กาหนดหรือคดั เลือกผูท้ าหนา้ ทีต่ รวจสอบเพราะเหมือนประโยชนต์ า่ งตอบแทน  ควรเซ็ตซโี ร่แลว้ เลือกใหมภ่ ายหลังจากมกี ารแก้ รัฐธรรมนูญ แลว้ ได้ ส.ว. ชดุ ใหมม่ า  ใหอ้ านาจศาลรัฐธรรมนญู เปน็ ของ ส.ว. หรอื ส.ส. ประเภทสอง เหมอื นกอ่ นปี 2540  ศาลรฐั ธรรมนญู ประกอบด้วยตุลาการ 15 คน ซ่ึงต้องมาจาก (1) ตลุ าการซงึ่ รัฐสภาเลอื กต้ังขึ้นจาก (ก) สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรพรรคฝ่ายรัฐบาล 1 คน (ข) สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน 1 คน (ค) ผ้ทู รงคุณวุฒจิ ากอดีตสมาชกิ รัฐสภา 3 คน (2) ตุลาการซ่งึ คณะรัฐมนตรีเลอื กตัง้ ขึ้นจาก (ก) อดตี นายกรฐั มนตรีหรือรฐั มนตรี จานวน 2 คน (ข) อดีตอธบิ ดี หรือเทียบเทา่ จานวน 2 คน (3) ตลุ าการซ่ึงศาลเลือกขน้ึ ประกอบด้วย

๙๔ (ก) ทีป่ ระชมุ ใหญ่ของศาลปกครองเลือกกันเองจานวน 3 คน (ข) ทปี่ ระชมุ ใหญข่ องศาลฎกี าเลอื กกันเองจานวน 3 คน  ควรมาจากการเลอื กของประชาชน  ผคู้ ัดเลอื กต้องไมเ่ ล่นพรรคเล่นพวก ควรใหช้ าวบ้านเปน็ ผ้เู ลือกคนทีจ่ ะเข้าไปดารงตาแหนง่  น่าจะมีการจับฉลากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ใน 3 ขององค์คณะผู้ ตรวจสอบ  แก้ทม่ี า ทาให้ตรวจสอบงา่ ย ถว่ งดุลไรร้ ะบบ การตรวจสอบการทาหน้าทีใ่ นการตรวจสอบขององค์กรตรวจสอบ  กาหนดให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเพื่อตรวจสอบองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยให้สภา ผแู้ ทนราษฎรมอี านาจตรวจสอบ การบงั คบั ใช้  ลงโทษรุนแรง อ่นื ๆ  ควรมีการแถลงการสาหรบั การตรวจสอบหน่วยงานใดหนว่ ยงานหน่ึงวา่ ไดผ้ ลอย่างไร  ลาออกเถอะครับ  ยกเลิกองค์กรตรวจสอบท้ังหมด  เยอะมาก พจิ ารณาตัวเองจะดีกว่า  เปน็ คณะทางานใหม่  นายกลาออกเลือกต้ังใหม่ โดยปราศจากการแทรกแซง  ปฏริ ูปประเทศ แก้ไขรฐั ธรรมนูญ  ถา้ ตรวจสอบไมไ่ ด้กค็ วรออกไปมองจากดาวอังคารยังร้เู ลยว่าโกง น่ตี รวจไม่พบอย่างเดยี วสมองหายหรอคะ ท่าน ลาออกเถอะภาระประเทศชาติ  บอกประชาชนทง้ั หมด  เปลยี่ นผ้มู ีอานาจรัฐ  ลดอานาจรฐั เพมิ่ อานาจประชาชน  ปรับทศั นคติใหม่  มติประชาชนคืออานาจสูงสดุ ในการตรวจสอบ ให้อานาจทกุ ฝ่ายตรวจสอบฝา่ ยอื่นได้  ปฏริ ูปองคก์ ร

๙๕ ส่วนที่ 4 : ความเห็นอื่นๆ (ถ้าม)ี การตรวจสอบการดาเนินงานของรัฐสภา  ฝ่ายค้านควรมีสทิ ธิ์มากกว่าในการกาหนด วางกรอบ วางแผนระบบการตรวจสอบ องค์กรอื่น ๆ ท่ีควรทาหน้าทตี่ รวจสอบ  ถา้ มีองค์กรเอกชนมาช่วยตรวจสอบก็นา่ จะดี  ให้ประชาชนมีส่วนร่วม อ่ืน ๆ  องค์กรอิสระ ทาหน้าทเ่ี ป็นแพะใหก้ บั ระบบราชการ หยดุ แพะ เถอะนะ  ควรมีความละอายใจบา้ ง  ปรับเปลยี่ นคณะกรรมการการเลือกต้ัง  รีบๆทบทวน ปรับปรุง แกไ้ ขด่วน

๙๖ 3.2 ความคิดเห็นของประชาชนตอ่ รัฐธรรมนญู ฉบับปจั จุบนั (2560) ตาราง 2 สรปุ ความคดิ เหน็ ของประชาชนตอ่ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบนั (2560) ประเด็น จานวนผแู้ สดง มผี แู้ สดงความเหน็ จานวน 164 ความเห็น ความเห็น รายละเอียดประกอบ / เหตุผล เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่ควรมีการ 21 ความเห็น - เปน็ รัฐธรรมนญู ท่ีใหค้ วามสาคัญกับการแก้ไขปัญหา การทุจรติ คอรปั ชัน แก้ไข - เหน็ ว่าในทางปฏบิ ัตแิ ลว้ ในฐานะชาวบ้านไมไ่ ดร้ ับ จาเป็นต้องมีการแกไ้ ขในบาง 32 ความเห็น ผลกระทบ ประเด็น - เหมาะสมมาก เพราะใหค้ วามสาคัญกบั การป้องกัน ควรมีการทบทวน / ปรบั ปรงุ 103 ความเห็น การทุจริต การรกั ษาเสถียรภาพของประเทศ ทงั้ ฉบบั - ทงั้ ฉบบั เพราะโดยส่วนมาก ค่อนขา้ งดี - บัญญตั ิไวด้ ีอยู่ แต่ปัญหาอยทู่ ผ่ี ู้ใช้ - เหมาะสมอยแู่ ล้ว แตไ่ ม่ไดร้ ะบุเหตุผล - ปรบั แก้ในภาพรวมของรฐั ธรรมนูญให้เหมาะสม เช่น ความสอดคล้องของรัฐธรรมนูญ เขียนให้สั้น กระชบั ใหเ้ ปน็ สากล และสอดคล้องกับสถานการณ์ - การแกไ้ ข เพม่ิ เติมเกีย่ วกับประเด็นผู้ดอ้ ยโอกาสและ สวัสดิการของรัฐ - สิทธิเสรีภาพของประชาชน / ชมุ ชน - ที่มาของนายกรัฐมนตรี - การปกครองทอ้ งถิ่น - ระบบเลือกตัง้ และการเข้าสตู่ าแหน่งของสมาชกิ รฐั สภา - การจัดตงั้ พรรคการเมอื ง - การจัดสวัสดิการสาหรับผ้ดู ้อยโอกาส - องค์กรอิสระ - ความมั่นคงของรัฐ - พระมหากษัตริย์ - ยุทธศาสตร์ชาติ - การดาเนินคดีกับนักการเมืองกรณีการทุจริต - มที ่ีมาไม่เปน็ ประชาธปิ ไตย - กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาอื่น ๆ ตามมาจานวนมาก

๙๗ ประเดน็ จานวนผูแ้ สดง รายละเอียดประกอบ / เหตุผล ความเห็น - ใหอ้ านาจฝา่ ยบรหิ ารมากเกินไป - ไมส่ อดคลอ้ งกับสถานการณ์ในปจั จบุ ัน - ขาดจุดยดึ โยงกับประชาชน - ระบบการได้มาของสมาชกิ รัฐสภามีปญั หา - รัฐธรรมนญู ไม่ทันต่อเหตุการณ์ปจั จบุ นั 3.2.1 เหมาะสมอยู่แลว้ ไม่ควรมกี ารแก้ไข  เหมาะสมมาก เพราะใหค้ วามสาคัญกับการปอ้ งกันการทจุ ริต การรกั ษาเสถียรภาพของประเทศ  เหมาะสมแล้วเพราะท่ีใชม้ าชาวบ้านอยา่ งผม มิได้รับผลกระทบอะไร  ไม่ควรทง้ั ฉบบั เพราะโดยส่วนมากค่อนขา้ งดี  รธน. บญั ญัติไว้ดีอยู่ แตไ่ ม่มีผู้นาพาให้เป็นจริง 3.2.2 บางประเดน็ จาเป็นตอ้ งมกี ารแก้ไข ลักษณะของรฐั ธรรมนูญที่พงึ ประสงค์  รัฐธรรมนูญควรมีจานวนมาตราน้อยๆ บางอย่างควรเขียนเป็นกฎหมายแทน เช่น พรป. และให้แก้ ยากพอ ๆ / รัฐธรรมนญู ควรเป็นรฐั ธรรมนญู ที่มมี าตราน้อย ๆ แต่เปน็ หวั ใจสาคัญของประเทศ  ควรแก้ถอ้ ยคาในรฐั ธรรมนญู ให้กระชบั แต่เจตนารมณ์เหมือนเดมิ  รฐั ธรรมนญู บางมาตรามีการย้อนแย้งกันบางมาตรา ควรได้รับการเเกไ้ ข  ตดั เนื้อหาทีไ่ ม่จาเป็น ตราเปน็ พรบ. พรป. แทน  ควรแก้โดยตัดข้อความที่ไม่จาเป็น ลงไปตราเป็นกฎหมายแทน และแก้ปัญหาการเมือง การรฐั ประหารท่แี ทจ้ รงิ  ควรบางมาตราเพราะใช้แล้วเกิดปญั หา  ควรในบางขอ้ ทีเ่ อาเปรียบประชาชนมากเกินไป / ควรแก้เพื่อป้องกนั นักการเมือง  ให้รฐั ธรรมนูญสามารถแกไ้ ขได้งา่ ยข้ึน บทบัญญตั ิในรัฐธรรมนญู มมี ากเกินไป การแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเดน็ ผดู้ ้อยโอกาสและสวัสดิการของรัฐ  ใหค้ วามสาคญั กับผูด้ ้อยโอกาส ให้เข้ามามสี ่วนรว่ มในการแกร้ ัฐธรรมนูญ  ควรเพิม่ สวัสดิการภาคประชาชนให้ครอบคลุมและสมเหตุสมผล  ควรทบทวนเรื่องงบประมาณด้านสวัสดกิ ารของรัฐ

๙๘ การแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับพรรคการเมือง  พรป. พรรคการเมือง พรรคควรยุบยาก และตั้งยาก เพ่ือให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง และพรรค ท่ีต้ังต้องชื่อตรงกับ อุดมการณ์ หรือกลุ่มผลประโยชน์ เช่น พรรคเสรีนิยม พรรครัฐสวัสดิการ พรรค อนุรักษ์นยิ ม พรรคเกษตรกร พรรคทนุ นยิ ม เปน็ ต้น การแกไ้ ขเพม่ิ เติมเก่ยี วกบั ระบบการเลือกตั้งและการเขา้ สู่ตาแหน่งของสมาชิกรฐั สภา  แก้ให้ฝ่ายการเมืองอ่อนแอ เพ่ือป้องกันการรัฐประหาร เพราะท่ีผ่านมาการเมืองเข้มแข็งนักการเมือง ลุแก่อานาจ จึงต้องแกเ้ พ่อื ให้ฝ่ายการเมืองอ่อนแอ  ควรอย่างยิ่ง การถ่วงดุลอานาจ ส.ส. กับ ส.ว. (ซึ่งต้องมีที่มาแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้และให้อานาจ ภาคประชาชนในการเลือกมากกวา่ ปจั จุบัน)ในการเสนอวาระแกไ้ ข.. กลบั มาถามประชาชนก่อน  แกว้ ิธกี ารสรรหา ส.ส. ก็พิลึกแล้ว  แกไ้ ขท่ีมาแลว้ วุฒกิ ารศึกษาของ ส.ส. โดยไมจ่ าเป็นต้องจบปริญญาตรี  บทวา่ ดว้ ยการเลือกต้ัง ควรยกเลิกหรอื แกไ้ ข  ส.ว. มาจากการแต่งตงั้ ส.ว. เลอื กนายก แค่นกี้ ็ขดั กับหลักการท่ีว่าอานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาว ไทยแล้ว  การคิดสัดสว่ นบัญชีรายชื่อให้ชัด  การไดม้ าของ ส.ว. ต้องมาจากการเลอื กตัง้ หรอื ประชาชน ไม่รบั ใชฝ้ ่ายบริหาร อานาจรฐั  ที่มาของ ส.ว. ให้มาจากการเลือกตัง้ / สมาชกิ วฒุ ิสภามาจากการเลอื กตั้ง / อานาจและทม่ี าของ ส.ว.  ระบบการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ควรมี 2 แบบ คอื การเลอื กต้ัง แบบสัดส่วน(บัญชรี ายชื่อ) และการเลือกตั้งแบบเขต แยกจากกัน ในจานวนสัดส่วนส.สท่ีเท่ากัน และมีสัดส่วนของหญิง 1 เท่ากนั  ระบบเลอื กต้งั ตรวจสอบถว่ งดลุ อานาจ  มาตราที่เก่ยี วขอ้ งกับการเลอื กตั้ง  อย่างแรกเลยคือ เลือกตั้ง ควรใช้แบบเดิม( ปี 2540) เลือกต้ังแยกเลย เลือกพรรค 1 ใบ เลือกคน ( ส.ส.) หน่ึงใบ ใครได้คะแนนมากสุดชนะ ไม่ต้องมสี ัดส่วนวุ่นวายเหมอื นปัจจบุ ัน แล้วให้เสยี งข้างมาก ตง้ั รฐั บาล  ที่มา ส.ส./ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส.ส. กับ ส.ว. ต้องไม่มีความเก่ียวพันกันทั้งเครือญาติ และธรุ กิจ แบง่ เขตจงั หวัด ไม่ใช่ขา้ มจงั หวดั ไมม่ ี ส.ส.แบบบญั ชรี ายชื่อ  การคดิ สัดส่วนของ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ  การได้มาของ ส.ว.  บทว่าด้วยการเลือกตั้ง การนับคะแนนที่พิลึกพิล่ัน การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวต้องยกเลิก แก้ไข ส.ว. 250 คนที่แต่งตั้งมา ให้มาเลือกนายก แย่มาก ต้องแก้ไข ให้มาโดยการเลือกตั้ง หรือ ยกเลิกไปเลย

๙๙  ไม่ควรให้ ส.ว. มีบทบาทมากนัก เพราะ ส.ว. ท่ีเป็นได้รับการสรรหามาจากรัฐบาลจึงไม่เป็นการ สมควรอย่างยง่ิ  ประเด็นการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเอ้ือประโยชน์ให้ฝ่ังรัฐบาลมากกว่าประชาชน / การจัดสรร งบประมาณในพน้ื ท่ีเพือ่ ให้ ส.ส. ไดม้ งี บประมาณในการพัฒนาพน้ื ที่  การแก้ไขไม่ให้มีรัฐประหาร คือ การท่ีฝ่ายนิติไม่ถูกฝ่ายการเมืองครอบงา ดังนั้น ควรมี ส.ส. 2 ประเภท เพือ่ ค้านฝา่ ยการเมือง การแก้ไขเพ่มิ เติมเก่ยี วกับท่มี าของนายกรัฐมนตรี  หมวดวา่ ด้วยท่ีมาของการได้นายก ควรแกไ้ ข การแก้ไขเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกับการกระจายอานาจและการปกครองท้องถิ่น  อยากให้ชัดเจนในเรื่องกระจายอานาจให้ อปท.อย่างเต็มรูปแบบ อย่าให้การเมืองใหญ่ลงไปควบคุม หรอื ครอบงา  ควรมีในเร่ืองกระจายอานาจในปแบบแบบจิตอาสาทาความดดี ้วยหัวใจ/ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ การแกไ้ ขเพิม่ เตมิ เก่ียวกับสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชน  สมควรแก้ไขเปน็ อยา่ ง โดยหมวดที่ว่าด้วยสทิ ธขิ องประชาชน  ควรแก้ไขเรอื่ งการเข้าถงึ สิทธิเสมอภาค  ด้านสทิ ธิชมุ ชน สทิ ธิชาตพิ นั ธุ์เนือ้ หาต้องดีกว่าปี 50 การแกไ้ ขเพม่ิ เติมเกี่ยวกับองค์กรอสิ ระ  ควรแกไ้ ขเพิม่ เตมิ ในหมวดทีว่ ่าดว้ ยองค์กรอิสระ  ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องมีสัดส่วนหญิง 1 เท่ากัน และมีสัดส่วนจากภาคประชาสังคม ก่งึ หนง่ึ  อานาจหนา้ ที่องค์กรอิสระ การแกไ้ ขเพิ่มเติมเกยี่ วกบั ความม่ันคง  ในมาตราที่เกีย่ วกบั ความม่ันคง เหมาะสมแลว้  ควรเอากฎอยั การศึกมาเป็นกฎหมายความมั่นคง ส.ส. ประเภทสอง เป็นผู้ออกประกาศเพื่อผ่าทางตัน ประเทศ  ประเดน็ วา่ ดว้ ยการนิรโทษกรรมของผู้กระทาการรฐั ประหาร

๑๐๐  ให้กฎอัยการศึก กฎหมายการชุมนุมเป็นกฎหมายม่ันคง ผู้ใดกระทาผิด ถือว่าเป็นการทาลายความ มนั่ คง ควรจาคกุ ตลอดชวี ติ เท่าน้ัน  ควรเอากฎอัยการศกึ เปน็ กฎหมายความม่ันคง  ต้ังศาลประชาชน พิจารณาโทษคณะรัฐประหารทีฉ่ กี รัฐธรรมนูญ การแกไ้ ขเพิ่มเติมเกีย่ วกับหมวดพระมหากษัตรยิ ์  ต้องแกไ้ ขทั้งหมด ยกเว้นหมวดสถาบันพระมหากษตั รยิ ์  หมวด 2 มาตรา 6,9,10,11 เพราะคิดว่าพระมหากษัตริย์มีอานาจมากไป การแก้ไขเพ่ิมเติมเกยี่ วกับระบบการตรวจสอบ  มีระบบการตรวจสอบเลอื กต้งั จากภาคประชาชน การแก้ไขเพ่มิ เติมเกย่ี วกับทีม่ าของนายกรัฐมนตรี  นายกตอ้ งมาจากการเลือกตั้ง จะทางตรงหรือทางอ้อมกไ็ ด้ แต่นายกต้องเสนอต้ังเลือกบคุ คลที่จะ คัดเลือกมาเป็นรัฐมนตรที ง้ั คณะ เพือ่ กาจัดมงุ้ ทางการเมือง  ให้แก้ไขกรณใี ห้ ส.ว. มีอานาจมาเลือกนายกรัฐมนตรี  นายกต้องมาจากการเลือกตง้ั การแก้ไขเพม่ิ เติมเกย่ี วกับยทุ ธศาสตร์ชาติ  ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ การแก้ไขเพิ่มเติมเก่ยี วกับการลงโทษนกั การเมืองกรณีการทจุ ริตคอรปั ชั่นและประพฤตมิ ิชอบ  การลงโทษนกั การเมืองทป่ี ระพฤติมชิ อบ ควรเพ่มิ โทษมากกวา่ น้ี 3.3.3 ควรมกี ารทบทวน ปรับปรุงท้ังฉบับ เหตผุ ลที่ควรให้มกี ารแก้ไข / ปรบั ปรุงทั้งฉบบั  ไม่เหมาะควรถอนรากถอนโคนท้งิ ให้หมด  สรา้ งปัญหามากทาชาติไทยแตกแยก  เลวร้ายมาก เพราะมีกลไกลบั มากมีแต่ความชั่วรา้ ยทแี่ ฝงในทกุ มาตราใหอ้ านาจฝ่ายบรหิ ารเกนิ ไป  ควรแก้ไขให้ทนั ต่อเหตุการณใ์ นปัจจบุ ัน / แกไ้ ขเพ่ือใหต้ รงต่อปัญหา  ไมเ่ หมาะสม ไม่เป็นสากล  ควรแก้ไข / การสร้างเง่ือนไขไม่ใหม้ ีการแกไ้ ขรัฐธรรมนญู เกิดข้ึน  ควรแก้เพราะรัฐธรรมนูญไม่มีจุดยึดโยงกับประชาชนมากนัก ทาให้อานาจไม่ตกท่ีประชาชน อย่างแท้จริง

๑๐๑  ควรแกไ้ ขเพ่ือป้องกันการมีการรัฐประหาร  ไมเ่ หมาะไมเ่ ชอ่ื มโยงประชาชน / รัฐธรรมนญู ไมม่ ีการยดึ โยงกบั ประชาชน  สมควรแกไ้ ข เพราะเป็นรฐั ธรรมนญู เพื่อการสบื ทอดอานาจ  ต้องแก้ไขรฐั ธรรมนูญ เพราะประเทศเดนิ ไปขา้ งหนา้ ไม่ได้ ถ่วงความเจรญิ  อยากให้มีมาตรการทสี่ ่งผลใหค้ นเก่งแต่ไม่มที ุนเข้าทางานการเมืองไดอ้ ยา่ งอิสระ  ตวั บทรัฐธรรมนูญต้องแก้ไขมาก ควรเสนอให้มีการเลือก สสร.เพื่อยกร่างใหม่ เกือบท้ังฉบับ ไม่ยึดโยง ประชาชนๆไม่มสี ่วนร่วมร่าง  รือ้ ท้ังฉบับ / ร้ือรัฐธรรมนูญ 2560 และเขียนใหม่  รัฐธรรมนูญฉบับน้ีเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มรัฐประหาร / ที่มาของฉบบั ปัจจบุ ันมีหลักการและแนวทาง ที่สนบั สนนุ การสบื ทอดอานาจของกล่มุ ทีป่ กครองรัฐขณะนั้น  แก้ไขรฐั ธรรมนูญทัง้ ฉบับ เพราะความเลวรา้ ยเชอ่ื มโยงเป็นเครอื ขา่ ย  ตอ้ งปรับปรุงทัง้ ฉบับ ยกเวน้ แคห่ มวดพระมหากษัตริยไ์ มค่ วรแตะต้อง  แกไ้ ขโดยยกร่างใหมท่ ง้ั ฉบบั เน่อื งจากทมี่ าของรัฐธรรมนญู ไม่ชอบธรรม มาจากเผด็จการ คสช.ทาให้มี การสบื ทอดอานาจ ไม่เปน็ ประชาธิปไตยทป่ี ระชาชนในชาติ และนานาชาตยิ อมรับได้  ไม่เห็นด้วย ควรยกเลิกใหเ้ ร็วท่ีสดุ เพราะทั้งท่ีมา แนวคิดและกระบวนการใหไ้ ด้มาซ่ึงรฐั ธรรมนูญฉบับ นี้อยู่ภายใต้อานาจผู้ปกครองขณะน้ันและกีดกัน ลิดรอนเสรีภาพในกลุ่มผู้เห็นต่าง เพียงเพราะอยาก ทาให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านกระบวนการตามกฎหมายอย่างท่ีพวกพ้องตัวเองกาหนด ไม่โปร่งใส ไม่ เป็นธรรม  ควรตดั ข้อความที่ไม่จาเป็นในรฐั ธรรมนญู เพราะเนือ้ หารฐั ธรรมนญู เยอะ ฟุม่ เฟอื ย  ยกเลกิ รัฐธรรมนญู ฉบับปัจจุบนั ให้เร็วที่สดุ แลว้ กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลัก / ยกเลิกฉบับ ปจั จุบันให้เร็วทส่ี ดุ เอาฉบบั ปี 2540 กลับมาใช้ใหม่  รีบยกเลกิ รฐั ธรรมนญู ฉบบั ปัจจบุ ันใหเ้ ร็วที่สดุ  เน่อื งจากรัฐธรรมนญู ฉบบั 2560 มาจากการรฐั ประหาร และการต้ัง สนช โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าหนทางใด รัฐธรรมนูญจึงไม่มีความชอบธรรมท่ีจะบังคับใช้ในฐานะรัฐธรรมนูญในระบอบ ประชาธิปไตย  รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีการใช้ระบบเลือกต้ังท่ีไม่ชัดเจน และมีปัญหาในทางปฏิบัติ ตลอดจน กาหนดกลไกในการแก้ไขให้เป็นไปได้ยาก ไม่สามารถแก้ไขได้ ซ่ึงขัดต่อหลักการทั่วไปในระบอบ ประชาธิปไตย ที่กฎหมายทีข่ ัดต่อเจตนารมณข์ องประชาชน จาเป็นต้องถูกแก้ไข  ควรนารัฐธรรมนูญฉบบั 2540 มาบังคับใช้เป็นการช่วั คราวผา่ นการลงมติในรัฐสภา พร้อมต้งั สภารา่ ง รัฐธรรมนญู เพือ่ ร่างรัฐธรรมนญู ฉบบั ใหมจ่ ากประชาชน  รัฐธรรมนูญถูกแต่งเติมจนเละ จนเต็มไปด้วยกล่ินของผู้มีอานาจ ไม่ใช่กลิ่นของประชาชนเลยแม้แต่ น้อย และทกุ เรื่องเริ่มจากรฐั ธรรมนูญทั้งสิ้น

๑๐๒  รัฐธรรมนูญควรเขียนขึ้นโดยมีประชาชนหรือผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่การเขียนข้ึนเอง โดยใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพ่ือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มงาน เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากที่สร้างข้ึนคือ ประชาชน  ปรบั ปรงุ ท้ังฉบับเพราะสว่ นใหญ่ดูผิดแปลกและเอ้ือประโยชนแ์ ก่กลุ่มการเมืองใด การเมืองหน่งึ มากไป  ฉบบั ปจั จุบัน ไม่ทนั กับเหตุการณ์ปัจจบุ ัน รัฐธรรมนญู ต้องปรับปรุงใหท้ ันสมัยนยิ ม  สนับสนุนใหเ้ ขียนใหม่ทั้งฉบับ คนปัจจุบนั ที่เขยี นเคยเป็นคนเดยี วกบั ทเี่ ขยี นรฐั ธรรมนูญบ่อยครัง้ ทีเ่ กิด รัฐประหาร หยุดเนติบรกิ รพวกนั้น  รอื้ รัฐธรรมนูญ 2560  ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เร็วที่สุด กลับไปใช้ของฉบับปี 2540 เป็นแนวทางหลัก / นาฉบับ ปี2540 มาใช้  รัฐธรรมนูญท่ีไม่ได้มาจากการเสียงประชาชนจริงๆ ควรมีคนร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกต้ังของ ประชาชน  รัฐธรรมนูญฉบับน้ีร่างขึ้นเพื่อไม่ให้ทักษิณกลับเข้ามาอีก ร่างโดยไม่คานึงถึงสภาพการเมืองที่อ่อนแอ พรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง แยกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย ทาให้รัฐบาลอ่อนแอ พรรคเล็กมีอานาจ ตอ่ รองทางการเมอื งสงู  ควรปรบั ปรงุ แก้ไขท้ังฉบบั เพราะมีการเล่นแร่แปรธาตุ ซกุ ซ่อนปมเงื่อนในหมวดต่างๆอยา่ งมากมาย  ควรมีรฐั ธรรมนูญท่ยี ดึ โยงกับประชาชนได้มากที่สุด  ต้องยกร่างใหม่ เพราะเป็น รัฐธรรมนูญท่ียึดได้ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม ในการร่าง แม้จะมีส่วนร่วมในการลงประชามติ แต่ก็เป็นการออกเสียงประชามติที่ยังไม่ได้ผ่านการ ปรึกษาหารือ หรือร่วมทาความเห็นในรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง เป็นท่ีประจักษ์ว่าการออกเสียง ประชามตขิ องผู้มสี ทิ ธิลงคะแนน ไม่ไดศ้ ึกษารัฐธรรมนูญ กอ่ นการลงคะแนน  นอกจากน้ี ยังมีมาตราต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญ เช่น การกาหนดให้มี ส.ว. 250 คน จากการแต่งตั้งของ คสช. และมาทาหน้าที่ เลือกนายกรัฐมนตรี การกาหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซ่ึงไม่สอดคล้องกับภาวะการปัจจุบันที่มีการเปล่ียนแปลง อย่างรวดเร็ว การออกแบบระบบเลือกต้ัง ท่ีมีความสับสนและสร้างปัญหา ทาให้คะแนนเสียงของประชาชนไม่สามารถสะท้อนเจตจานงในการ เลือกของผู้มสี ิทธ์ิลงคะแนนอย่างแท้จรงิ  ควรขจัดอานาจเผด็จการออกไป เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้อานาจประชาชนปกป้องรัฐธรรมนูญ ป้องกันอานาจรัฐประหาร เช่น หากมีการล้มล้างอานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ประชาชน สามารถดาเนินการปกป้องอานาจอธิปไตยโดยวิธีการใดๆ ก็ไดโ้ ดยไมม่ คี วามผิด  ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจาไว้ได้เลยว่า ไม่มีประเทศไหนเจริญได้เพราะเป็นเผด็จการ เราจะส่งต่อระบอบ แบบนี้ให้ลกู หลานไดอ้ ยา่ งไร  ควรให้มีการปรับปรุงวิธีการแก้ไขเพ่ิมเติมรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นไปได้และสอดคล้องกับสภาพ ความเปน็ จรงิ

๑๐๓ 3.3.4 วธิ ีการ / กระบวนการในการรา่ งรัฐธรรมนญู ตาราง 3 วธิ ดี าเนินการแก้ไข / กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนญู ประเดน็ จานวนผ้แู สดง มผี ู้แสดงความเหน็ จานวน 153 ความเหน็ ความเหน็ รายละเอียดประกอบ / เหตุผล ใชก้ ลไกของรัฐสภา 12 ความเห็น - ยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการเมืองภาคประชาชน - ให้การแก้ไขรัฐธรรมนญู ใชเ้ สยี ง 1 ใน 3 ของแต่ละ การมีส่วนร่วมของประชาชน 51 ความเห็น ในกระบวนการร่าง สภา รัฐธรรมนูญ - ใชเ้ สยี งข้างมากในการแก้ไข การนารฐั ธรรมนญู แหง่ 20 ความเห็น - ควรมีการยกรา่ งท้งั ฉบบั ใหม่ เพอ่ื เปิดพ้ืนที่ให้ ราชอาณาจกั รไทย 45 ความเห็น ประชาชน ทกุ กลมุ่ ทุกสาขาอาชพี ทกุ จงั หวัด ทกุ ภาค พ.ศ. 2540 มาใช้บงั คับ มสี ่วนรว่ มในการกาหนดมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ ใหท้ กุ ภาคส่วนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของรัฐธรรมนญู การต้งั สสร. ทาหนา้ ทใ่ี นการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ - ทกุ สาขาอาชีพทกุ ชว่ งอายุในสดั ส่วนที่เท่ากันมี สว่ นร่วม การออกเสียงประชามติ 25 ความเห็น - ไมค่ วรใช้ตัวแทนเฉพาะกลุ่มในการรับฟงั ความคิดเห็น - - สสร.ตอ้ งมาจากเสยี งของประชาชน - สสร. ต้องมึความหลากหลาย กลุ่ม องคก์ ร อาชีพ เพศ จงั หวดั และ ภาค - สสร. ควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชน - สสร.ควรมาจากการเลอื กต้งั โดยตรงและโดยลบั จานวน 150 คน - สสร. ควรมาจากการเลือกต้งั โดยตรงและผู้ทรงคณุ วุฒิ รวมกัน 200 คน - ทาประชามตเิ ปรยี บเทยี บระหว่างรัฐธรรมนญู 2560 และ รฐั ธรรมนูญ 2540 - ไมร่ ะบุเหตุผล/รายละเอียด - จัดให้มีการประชามติกอ่ นทจ่ี ะมีการแก้ไขรัฐธรรมนญู

๑๐๔ การใช้กลไกของรัฐสภา  ยบุ สภา แกไ้ ขรฐั ธรรมนญู ดว้ ยการเมืองภาคประชาชน ลดบทบาททหารนกั การเมือง สรา้ งทหารอาชพี  ให้การแก้ไขรฐั ธรรมนูญใชเ้ สียง 1 ใน 3 ของแตล่ ะสภา  ควรเอาความเห็นชอบ สว. ท่ีคณะรัฐประหารเป็นผู้คัดสรรออกไปจากขั้นตอนในการเร่ิมกระบวนการ แก้ไขรฐั ธรรมนญู  ส.ว. ไม่ควรมาเกีย่ วข้องในการเสนอขอแกไ้ ขรัฐธรรมนญู ให้มหี นา้ ท่พี จิ ารณาตวั ร่างฯ เทา่ นัน้ การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในกระบวนการรา่ งรัฐธรรมนูญ  ควรให้ประชาชนตง้ั เวทีของประชาชนเอง แลว้ ใหน้ าเสนอต่อกรรมการ  แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกาหนดที่แท้จริง / แก้รฐั ธรรมนญู ตามที่ประชาชน ต้องการ ยึดโยงให้สถาบันการเมืองอยู่ในร่อในรอย อย่าลอยเหนือกฎหมาย อย่ายืดหยุ่นให้สถาบัน เพอื่ นพอ้ ง  ควรตอ้ งใหท้ กุ สาขาอาชพี ทกุ ช่วงอายุในสดั ส่วนทีเ่ ทา่ กันมีสว่ นร่วม  สมควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม  กระบวนการของปี 50 ถือประชาชนไดม้ สี ว่ นร่วมมากทส่ี ุดของการรา่ งรัฐธรรมนูญที่ผา่ นมา  ควรไมใ่ ชใ่ ชต้ วั แทนเฉพาะกลมุ่ ในการรบั ฟังความคดิ เห็น  ควรมีการยกร่างทั้งฉบับใหม่ เพ่ือเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ ทุกจังหวัด ทุกภาค มสี ่วนรว่ มในการกาหนดมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ ให้ทกุ ภาคสว่ นมีสว่ นร่วมเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ท่กี าหนดชะตาชีวิตของพวกเขา  ควรปรบั ปรุงท้งั ฉบบั โดยให้ประชาชนมสี ่วนร่วมใหม้ ากท่สี ดุ เพื่อท่จี ะไดเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อสว่ นรวม  เปิดพื้นท่ีในกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ร่วมกาหนด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อ กฎหมายสูงสุด การนารัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้ามาใช้  ควรยกเลิกท้ังฉบับและนารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ และปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ปี 40 เป็นฐานในการ แก้ไข การรา่ งโดยใช้ สสร.  ตง้ั สสร.  เลือกบุคคลร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยมาจากเสียงของประชาชนจรงิ ๆ  ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจัดตั้ง สสร. เพื่อให้มีการศึกษาและจัดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชนเพื่อ ประโยชนข์ องประเทศชาตแิ ละประชาชนชาวไทย.  ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้ มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ ประกอบด้วย ภาคประชาชนจากกลุ่ม องค์กร จากสาขาอาชีพต่างๆ จากทุกจังหวัดและทุกภาค โดยมีสัดส่วนชาย หญงิ เทา่ กนั

๑๐๕  แน่นอนต้องแก้ไข โดย สสร. ที่มาจากประชาชนมาทาการแก้ไข หรือยกเลิกไปเลย นา รธน. ฉบับ 2540 มาใช้  ตอ้ งมีการคัดเลอื กกรรมาธกิ ารแกไ้ ขรัฐธรรมนูญอยา่ งเป็นธรรม  การแก้ รธน ใหใ้ ช้เสียงท้ังสภา และต้องทาประชามติ  จัดต้งั สสร. ทมี่ าจากประชาชน  ควรให้ตัง้ สภารา่ งรัฐธรรมนญู จากสมาชกิ ซง่ึ ราษฎรเลือกต้ังโดยตรงและลบั จานวน ๑๕๐ คน  สสร. ควรมาจากการเลือกตง้ั โดยตรงและผทู้ รงคณุ วุฒริ วมกัน 200 คน  ใหจ้ ัดตั้ง สสร ขนึ้ มาใหม้ าจากประชาชนอย่างแทจ้ ริง / ตง้ั สสร. รับฟงั ปชช. การออกเสียงประชามติ  ควรยกเลิกทั้งฉบับ และให้มีการทาประชามติเปรียบเทียบ ระหว่าง รัฐธรรมนูญ 2540 กับ 2560 ว่าจะใช้ฉบบั ไหน  ปกติกฎทุกกฎ กต็ อ้ งสามารถทจี่ ะปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้เหมาะกบั สถานการณ์ เพยี งแตต่ ้องทาประชามติ  ควรให้ต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหน่ึงของรัฐสภาตามปกติ แต่ต้องมีการจัดทา ประชามติ ร่างรฐั ธรรมนญู เหมือนฉบับปัจจบุ นั  หากจะทบทวนแก้ไขต้องทาประชามติก่อนเท่านั้น  ควรทาประชามติ โดยการเปรียบเทียบกับฉบับ ปี 2540 ว่าจะยกเลิกทันทีหรือไม่เพราะไม่มี ความเป็นประชาธิปไตย ท่มี าไม่ชอบ อน่ื ๆ  กาหนดให้อานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกผู้นาเป็นของ ตนเอง  ในการร่างรัฐธรรมนญู ควรยึดหลกั อานาจอธปิ ไตยเป็นของปวงชนชาวไทย  สร้างรัฐธรรมนูญที่เกิดจากประชาชน มันคือความต้องการของประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของ ประชาชน  ควรพยายามสรา้ งคนให้รกั ชาติ รกั สงั คมใหม้ ากท่ีสดุ  ประชาชนควรมอี านาจสงู สดุ ไม่ใช่พระมหากษัตริย์หรอื เจ้าหน้าทร่ี ัฐคนหนึ่งคนใด  ควรแกร้ ฐั ธรรมนญู เร่งด่วน เพราะบา้ นเมืองวกิ ฤตเพราะรัฐธรรมนูญ  ให้การรฐั ประหาร 13 ครง้ั ไมใ่ ชก่ ารรัฐประหาร แตใ่ ห้ถือเปน็ การลม้ รัฐบาล  อยากให้รัฐบาลมนี โยบายและการดาเนินงานทต่ี อบโจทยก์ บั คนส่วนใหญแ่ ละ รธน. ให้มากกว่านี้  รัฐธรรมนูญคือหวั ใจของการแก้ปญั หาในสังคมไทยทัง้ หมด  ประชาชน ไม่รเู้ รอ่ื งใน กมธ. เลย. และทาตัวเป็นคนจะรา่ งใหมไ่ ดไ้ ง ตลกมาก

๗.๒ แบบสอบถามกล่มุ เฉพาะ

๗.๒.๑ แนวนโยบายหนา้ ท่ีของรฐั ต่อการดารงชีวิต เศรษฐกจิ และทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม

สรปุ ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเกย่ี วกบั การศกึ ษาปญั หา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพม่ิ เติมรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สภาผแู้ ทนราษฎร ประเด็น ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ 1. แนวนโยบายและหน้าที่ของรฐั ตอ่ ความคาดหวัง สานกั งานคณะกรรมการ การดารงชีวติ เศรษฐกิจ และ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม แนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐควรเอื้อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ ค้มุ ครองผบู้ ริโภค สาธารณะข้ันพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพัฒนา (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านส่งิ แวดลอ้ ม สภาพปัญหา “แนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม” ในปจั จุบัน 1. รัฐยังไม่สามารถจัดทาบริการสาธารณะท่ีมีคุณภาพและประชาชนยังไม่ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกัน สภาพการณ์นี้อาจเกิดจาก ขอ้ ตดิ ขัดดา้ นงบประมาณและปญั หาการกระจายอานาจ 2. รัฐยังไม่มีความชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจ ขาดมาตรการกากับดูแล ผปู้ ระกอบธรุ กิจท่มี ปี ระสิทธิภาพ 3. รัฐยังขาดความเข้าใจต่อประเด็นส่ิงแวดล้อม มาตรการด้านส่ิงแวดล้อมของ ไทยจึงขาดความชัดเจนและขาดความสม่าเสมอในการปฏบิ ัติ ข้อเสนอแนะ 1. ส่งเสริมการกระจายอานาจทั้งในทางภารกิจและงบประมาณแก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ิน ส่งเสริมการแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการระหว่าง องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ 2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนหรือภาคผู้บริโภคในการกากับดูแล กิจกรรมทางเศรษฐกจิ

๑๐๙ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น 3. ศึกษาแนวทางและประสบการณ์ของต่างประเทศในการบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อม หน้าทขี่ องรัฐในการส่งเสริม สนบั สนนุ และคุม้ ครองสทิ ธแิ ละเสรภี าพของปวง สมาคมสภาคนพกิ ารทกุ ชนชาวไทย ประเภทแห่งประเทศไทย มาตรา 53 รัฐตอ้ งดแู ลให้มีการปฏบิ ัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเครง่ ครัด (แบบสอบถามความคดิ เห็น) รวมถึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนญู หรือในกฎหมายอื่น และตามพนั ธกรณีระหวา่ งประเทศ เหตุผลท่ีเสนอแกไ้ ข เพื่อให้บทบัญญัติตามมาตราน้ีมีความสมบูรณ์ และสอดรับกับบทบัญญัติ ในหมวดสทิ ธแิ ละเสรภี าพของปวงชนชาวไทย หน้าท่ีของรัฐในการสร้างหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาสาหรับ ผยู้ ากไร้ ผู้พกิ าร ผทู้ พุ พลภาพ ผอู้ ย่ใู นสภาวะยากลาบาก และผู้ดอ้ ยโอกาส มาตรา 54 รัฐต้องดาเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ต้ังแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพและไม่เลือกปฏิบัติ โดยไม่เกบ็ ค่าใชจ้ า่ ย (วรรค ๑) ผ้ยู ากไร้ คนพกิ าร ผ้ทู พุ พลภาพ หรอื ผอู้ ยูใ่ นสภาวะยากลาบาก และผู้ดอ้ ยโอกาส ต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุนจากรัฐเพื่อสร้างหลักประกันความ เสมอภาคทางการศกึ ษาและใหไ้ ด้รบั การศึกษาโดยทัดเทียมกับบคุ คลอ่นื (วรรค ๒) รัฐต้องดาเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตาม วรรคหน่ึงเพ่ือพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและภาคเอกชนเข้ามีส่วน รว่ มในการดาเนนิ การดว้ ย รฐั ต้องดาเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมท้ังส่งเสริม ให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐ

๑๑๐ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ มีหน้าที่ดาเนินการ กากับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าว มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ท้ังนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและ กฎหมายอื่นซ่ึงอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทาแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดาเนินการและตรวจสอบการดาเนินการ ให้เป็นไปตามแผนการศึกษา แหง่ ชาตดิ ้วย (วรรค ๔) การศึกษาท้ังปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถ เชย่ี วชาญไดต้ ามความถนัดของตน และมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดาเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือ ให้ประชาชนได้รับ การศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดาเนินการให้ผู้ขาดแคลน ทนุ ทรพั ยไ์ ดร้ ับการสนบั สนุนคา่ ใช้จา่ ยในการศกึ ษา ตามความถนัดของตน ให้จัดตั้งกองทุนเพ่ือใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพ่ือลดความ เหล่ือมล้าในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษี รวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งน้ี ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ ซ่งึ กฎหมายดังกลา่ วอย่างน้อยตอ้ งกาหนดให้การบรหิ าร จัดการกองทุน เป็นอิสระและกาหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพ่ือบรรลุ วตั ถปุ ระสงคด์ ังกล่าว” เหตผุ ลที่เสนอแกไ้ ข เพื่อให้บทบัญญัติในมาตรานี้มีความสมบูรณ์ไม่น้อยกว่าท่ีบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และรับรองบทบัญญัติในกฎหมายอื่น ที่เก่ียวข้องกับสิทธิทางการศึกษาของประชาชนด้วย เช่น พระราชบัญญัติการจัด การศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551

๑๑๑ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเห็น หน้าที่ของรัฐในการจัดสภาพแวดล้อม ส่ิงอานวยความสะดวก และบริการ อนั เป็นสาธารณะ ให้ทกุ คนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก มาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดาเนินการให้มีสาธารณูปโภคข้ันพื้นฐาน สภาพแวดล้อม สิ่งอานวยความสะดวก และบริการ อันเป็นสาธารณะท่ีจาเป็นต่อ การดารงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่เลือกปฏิบัติตามหลักการออกแบบ ทีเ่ ปน็ สากลและการพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายข้ันพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคข้ันพ้ืนฐานของรัฐ อันจาเป็นต่อการดารงชีวิตของประชาชนหรือเพ่ือความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทา ดว้ ยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรอื ทาให้รฐั เปน็ เจ้าของน้อยกว่าร้อย ละห้าสิบเอ็ดมิได้ การจัดหรือดาเนินการให้มีสาธารณูปโภคตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง รัฐต้อง ดแู ลมใิ หม้ ีการเรียกเกบ็ คา่ บริการจนเป็นภาระแกป่ ระชาชนเกินสมควร การนาสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดาเนินการทางธุรกิจไม่ว่าด้วยประการ ใด ๆ รัฐต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยคานึงถึงการลงทุนของรัฐ ประโยชน์ท่ีรัฐและเอกชนจะได้รับและค่าบริการท่ีจะเรียกเก็บจากประชาชน ประกอบกนั ” เหตุผลท่เี สนอแกไ้ ข 1) ประเทศไทยกาลังพัฒนาไปสู่สังคมผู้สูงวัยซึ่งปรากฏว่าผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า รอ้ ยละห้าสิบเป็นคนพิการ ดังนน้ั การสรา้ งหลักประกนั การเข้าถึงโดยอาศัยหลักการ ออกแบบที่เป็นสากลจึงเป็นมาตรการระยะยาวที่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ความตกลงหรือกรอบนโยบายระหว่างประเทศหลายฉบับให้ความสาคัญต่อเร่ืองน้ี ย่อมส่งผลต่อโอกาสในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย ไปจนถึง ความพยายามท่ีจะเป็นศูนย์กลางทางคมนาคม สุขภาพ และเศรษฐกิจดิจิตอลใน ภูมภิ าค 2) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐต้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเคร่งครัดและ ตอ่ เนื่อง ตามตวั อย่างคาวนิ ิจฉัยของศาลปกครองสงู สดุ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 กรณีคนพิการฟ้องกรุงเทพมหานครเก่ียวกับการจัดสิ่งอานวยความสะดวกบนสถานี

๑๑๒ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น รถไฟฟ้า BTS โดยให้มีการติดต้ังลิฟต์และจัดทาอุปกรณ์สิ่งอานวยความสะดวกบน สถานีรถไฟฟา้ BTS ทุกสถานี การเข้าถงึ ข้อมูลหรือข่าวสารในครอบครองของหน่วยงานของรฐั มาตรา 59 รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของ หน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความม่ันคงของรัฐหรือเป็นความลับของทาง ราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสาร ดังกล่าวในรูปแบบ ช่องทาง และวิธีการท่ีประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ โดยสะดวกและไม่เลือกปฏบิ ัติ เหตผุ ลที่เสนอแกไ้ ข เพ่ือให้พลเมืองทุกกลุ่มทุกคนรวมท้ังคนพิการและผู้ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึง ข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะดังกล่าวได้ ขอ้ มูลและข่าวสารสาธารณะนั้นจาเป็นต้อง อยู่ในรูปแบบ ช่องทาง หรือวิธีการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกจริง เช่น ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์อ่านหรือประมวลผลได้ (Machine Readable หรือ Machine Process able) คนตาบอด ก็สามารถเข้าถึงไดเ้ ชน่ กัน สว่ นตวั อย่างข้อมูล ทค่ี อมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านได้ เชน่ ข้อความท่ีถกู สแกนมาเป็นรูปภาพ (Scanned PDF) หรือการแปลงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบเสียงเป็นรูปแบบตัวอักษร เพ่ือให้คน หูหนวกสามารถเข้าถึงได้ รวมไปถึงการใช้ภาษามือและการบรรยายเสียงแทนภาพ เปน็ ต้น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของ คนพิการ มาตรา 68 รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มี ประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการ ยตุ ิธรรมไดโ้ ดยสะดวก รวดเรว็ และไม่เสยี ค่าใช้จ่ายสูงเกนิ สมควร

๑๑๓ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ให้สามารถ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ไี ด้ โดยเครง่ ครดั ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงาใด ๆ รัฐพงึ ใหค้ วามช่วยเหลอื ทางกฎหมายที่จาเปน็ และเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้ คนพกิ าร หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมตลอดถึงการจัดหา ทนายความให้” เหตผุ ลทเ่ี สนอแกไ้ ข เพื่อให้เป็นตามหลักการและบทบัญญัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ซึ่งประเทศไทยรว่ มเปน็ ภาคี ขอ้ 13 การเขา้ ถึงกระบวนการยุตธิ รรม การกาหนดเพิ่มเติมให้รัฐจัดสวัสดิการ เสริมพลัง และให้การคุ้มครองทาง สงั คมแก่กลุ่มคนเปลาะบาง มาตรา 71 รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบ พ้ืนฐานท่ีสาคัญของสังคม จัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและ พัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพ่ือให้ ประชาชนมีสุขภาพท่ีแข็งแรงและมีจิตใจ เข้มแข็ง รวมตลอดทั้งส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้ไปสู่ความเป็นเลิศ และเกิด ประโยชน์สูงสดุ แกป่ ระชาชน รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและ ความสามารถสูงขนึ้ รัฐพึงให้ความช่วยเหลือ จัดสวัสดิการ เสริมพลัง และให้การคุ้มครองทางสังคม แก่เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถ ดารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบาบัด ฟื้นฟูและ เยยี วยาผู้ถกู กระทาการดังกล่าว ในการจัดสรรงบประมาณ รัฐพึงคานึงถึงความจาเป็นและความต้องการ ทแี่ ตกตา่ งกันของเพศ วยั และสภาพของบุคคล ทั้งน้ี เพ่อื ความเป็นธรรม”

๑๑๔ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเห็น เหตผุ ลท่ีเสนอแกไ้ ข เพื่อเปล่ียนฐานความคิดจากมิติ “การสงเคราะห์” หรือ “เวทนานิยม” ที่เห็น ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้ยากไร้ ฯลฯ เป็นเพียงผู้รับท่ีไม่สามารถสร้างประโยชน์ ให้แก่สังคมได้ เป็นมิติ “การเสริมพลัง” (Empowerment) “จัดสวัสดิการ” (Welfare) และให้ “การคุ้มครองทางสังคม” (Social Protection) เพื่อสร้างความ เข้มแข็งให้กลมุ่ บุคคลดงั กล่าวใหส้ ามารถพงึ่ พาตนเองและมคี ุณคา่ ในสงั คม การเขา้ ถงึ ตัวบทกฎหมาย มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าท่ีจาเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุง กฎหมายท่ีหมดความจาเป็นหรือไม่สอดคลอ้ งกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อ การดารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดาเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ในรูปแบบ ช่องทาง และ วธิ ีการที่ประชาชนทกุ กลุ่มสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ไมเ่ ลือกปฏิบัติ และสามารถ เข้าใจกฎหมายได้งา่ ยเพ่ือปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายได้อยา่ งถกู ต้อง ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็น ระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน แ ล ะ น า ม า ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ต ร า ก ฎ ห ม า ย ทุ ก ขั้ น ต อ น เม่ือกฎหมายมผี ลใช้บังคับแลว้ รฐั พึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุก รอบระยะเวลาท่ีกาหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เก่ียวข้องประกอบด้วย เพ่ือพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสม กับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐพึงใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จาเป็น พึงกาหนดหลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าท่ีของรัฐและระยะเวลาในการ ดาเนินการตามข้ันตอนต่าง ๆ ท่ีบัญญัติไวใ้ นกฎหมายให้ชัดเจน และพึงกาหนดโทษ อาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง”

๑๑๕ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ เหตผุ ลท่ีเสนอแกไ้ ข เพ่ือให้พลเมืองทุกกลุ่มทุกคนรวมท้ังคนพิการและผู้ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึง และเข้าใจกฎหมายได้ง่ายแล้วจึงจะสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันมีเพียงเว็บไซต์ของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเท่าน้ันที่มีตัวบท กฎหมายซึง่ อย่ใู นรปู แบบทีป่ ระชาชนทุกคนรวมถึงคนพิการเข้าถงึ ได้ ความคาดหวงั สานักงานคณะกรรมการพฒั นา รัฐธรรมนูญกาหนดหน้าท่ีของรัฐ และแนวนโยบายแห่งรัฐต่อการดารงชีวิต ระบบราชการ เศรษฐกิจ และทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมไวใ้ นหมวด ๕ และ หมวด ๖ ซ่งึ มี (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ความสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจและทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในปจั จบุ ัน และเรื่องดงั กล่าวเปน็ ประเดน็ ทีม่ ีความสาคัญท่ีหน่วยงาน ของรัฐต้องทาตามหน้าท่ีท่ีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อันจะทาให้สิทธิของประชาชน ทจ่ี ะไดร้ บั ประโยชน์จากรัฐเกดิ ข้ึนอยา่ งแทจ้ รงิ ความคาดหวงั กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและ มาตรา 72 (5) แห่งรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 กาหนดให้ อนุรักษ์พลังงาน รัฐพึงดาเนินการเก่ียวกับพลังงาน โดยส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้ (แบบสอบถามความคิดเห็น) พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมท้ังพัฒนาและสนับสนุนให้มีการผลิตและการใช้พลังงาน ทางเลอื ก เพือ่ เสริมสรา้ งความมั่นคงด้านพลงั งานอยา่ งย่ังยืน รัฐควรกาหนดนโยบาย รวมถึงกฎหมายเพ่ือให้ครอบคลุมกับทุกกิจการ และกิจกรรมท่ีเกี่ยวกับพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก โดยการส่งเสริม และสนับสนุนการลดใช้พลังงานหลัก และหันมาใช้พลังงานทางเลือก ด้วยการใช้ มาตรการด้านภาษีเป็นเคร่ืองมือ และส่งเสริมการมสี ่วนร่วมในการรักษาสง่ิ แวดล้อม ในภาคประชาชนอยา่ งเป็นรูปธรรม

๑๑๖ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ สภาพปัญหา ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก ในหลาย สาขา ท้ังในสาขาขนส่ง สาขาอุตสาหกรรม สาขาบ้านและท่ีอยู่อาศัย สาขาธุรกิจ การค้า และสาขาเกษตรกรรม แต่ในขณะเดียวกัน กฎหมายที่ส่งเสริมและ ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก กลับมีเพียง ๒ สาขาเท่านั้น ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรม และสาขาธุรกิจการค้า โดยมี พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติ การพัฒนาและส่งเสริมพลงั งาน พ.ศ. 2535 (วา่ ด้วยพลังงานควบคุม) เท่านัน้ ซึง่ ยัง ไม่เพียงพอและครอบคลุมต่อการจัดการพลังงานในสาขาอ่ืนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ขอ้ เสนอแนะ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ทาการศึกษาและ รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก รวมถึงได้มี การร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในภาพรวมอย่างเป็นระบบในทุกสาขาการใช้พลังงาน เอาไว้แล้ว หากมีการกาหนดนโยบายออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนให้มีการส่งเสริม และควบคุมดูแลเก่ียวกับการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พพ. กส็ ามารถดาเนินการไดท้ นั ที ความคาดหวงั สานกั งานสถติ ิแห่งชาติ แนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐ ควรจะเป็นแนวทางข้ันพ้ืนฐานท่ีทุกประเทศ (แบบสอบถามความคดิ เห็น) จะต้องปฏิบัติตามและทาให้เกิดขึ้นจริงตามท่ีกาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และจะ กาหนดนโยบายหรือปฏิบัติท่ีขัดแย้งกับแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐมิได้ ซ่ึงจะทาให้ ประชาชนไดร้ ับประโยชน์จากรัฐอย่างแทจ้ รงิ สภาพปัญหา แน ว น โ ย บา ย แ ล ะ หน้ า ที่ ข อ งรั ฐ ต่ อ ก า รด า ร ง ชี วิต เ ศ ร ษฐ กิ จ แ ล ะ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จะต้องไม่บิดเบือนไปตามพรรคการเมืองและ

๑๑๗ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ รัฐบาล โดยควรจะเป็นแนวทางท่ีทุกรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามและทาให้เกิดขึ้นจริง และจะกาหนดนโยบายหรือการปฏิบัติท่ีขัดหรือแย้งกับแนวนโยบายและหน้ าที่ ของรัฐตามที่รัฐธรรมนูญกาหนดไวไ้ มไ่ ด้ ข้อเสนอแนะ หน่วยงานของรัฐควรส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีความตระหนักในการให้บริการตาม แนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมนั้น ว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องดาเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ท่ีรัฐธรรมนูญกาหนดไว้ ตลอดจนเพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน อย่างย่งั ยืน ความคาดหวงั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แนวนโยบายขนั้ พ้นื ฐานที่รฐั ฝ่ายบริหาร หรอื องคก์ รของรัฐจะต้องดาเนินการให้ (แบบสอบถามความคิดเห็น) เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน เป็นการกาหนดภาระหน้าทส่ี าคัญของ รัฐท่ีจะต้องปฏิบัติ ซ่ึงครอบคลุมภารกิจพ้ืนฐานท่ีจาเป็นต่อการพัฒนาประเทศและ ความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งผลให้กฎหมายและนโยบายสาคัญที่เป็นพ้ืนฐานของ การพัฒนาประเทศมีความตอ่ เนอื่ งและอานวยประโยชนแ์ ก่ประชาชน ข้อเสนอแนะ ควรมีการเร่งรัด สนับสนุน และติดตามการดาเนินงานของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เพื่อให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุดแกป่ ระชาชน ความคาดหวัง สานกั งานขบั เคล่อื นการปฏิรูป หน่วยงานของรัฐควรตระหนักถึงความสาคัญในการปฏิบัติหน้าท่ีตามภารกิจ ประเทศ ยุทธศาสตรช์ าติ และ ต่าง ๆ เพ่ือให้บรรลุตามความมุ่งหมายของการกาหนดแนวนโยบายและหน้าท่ีของ การสร้างความสามัคคปี รองดอง รัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมตามท่ีบัญญัติไว้ใน (แบบสอบถามความคิดเห็น) รัฐธรรมนญู

๑๑๘ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ สภาพปญั หา หน่วยงานของรัฐอาจมีแนวทางหรือวิธีการในการดาเนินการตามแนวนโยบาย และหนา้ ทีข่ องรฐั ทแ่ี ตกตา่ งกนั ข้อเสนอแนะ ให้มีการเผยแพรค่ วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับแนวนโยบายและหนา้ ทข่ี องรัฐตาม รฐั ธรรมนญู ต่อการดารงชวี ติ เศรษฐกจิ และทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ มให้มากยงิ่ ข้นึ ความคาดหวัง มลู นธิ ริ กั ษเ์ ด็ก รัฐธรรมนูญควรกาหนดให้มีกฎหมายและมาตรการต่างๆ ที่ลดความเหลือมล้า (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) ดา้ นโอกาส การเขา้ ถึงการศึกษา เศรษฐกจิ และทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม รัฐไทยควรกาหนดนโยบาย แล้วกาหนดหน้าที่ในการผันนโยบายสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถทาให้พลเมืองไทยมีคุณสมบัติและมีคุณลักษณะสาคัญ ตามชว่ งวยั และสอดรบั กับภมู สิ งั คมวัฒนธรรม อนั ส่งผลใหพ้ ลเมืองไทยดารงชวี ติ และ ดาเนินชวี ิตอย่างมีความสขุ ยง่ั ยืนและร่วมกนั พฒั นาสงั คมไทยให้มีความสงบสุขศานติ อย่างยัง่ ยนื สภาพปัญหา กลุ่มประชากรในพ้ืนท่ีชนบทห่างไกล กลุ่มเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยและ กลุ่มเปราะบาง มีรายได้ต่ากว่ากลุ่มคนในเมือง แต่ต้องซื้อสินค้าและสวัสดิการ เครื่องอุปโภคและบริโภคในราคาสูงกว่าหรือเท่ากับคนในเมือง ถึงแม้ว่ากลุ่มคน ในพื้นท่ีชนบทห่างไกลจะอยู่ใกล้ชิดทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีดีกว่า แต่การมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรเหล่าน้ีกลับถูกยึดครองโดยผู้ที่มีอานาจรัฐเหนือกว่า เช่น นักการเมือง และข้าราชการระดับสูง เด็กและเยาวชนไม่ได้เข้าถึงการแนะแนว การศึกษาท่สี อดคลอ้ งกบั สภาพการณ์ของครอบครัว และโอกาสด้านเทคโนโลยที าให้ พวกเราขาดความรู้เท่าทัน และไม่สามารถปรับตัวเพื่อดารงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้เท่าเทียมกบั เด็กและเยาวชนในเมือง

๑๑๙ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ขอ้ เสนอแนะ รัฐไทยควรต้องใช้กระบวนการแห่งอริยสัจและอิทธิบาทธรรม พัฒนา แนวนโยบายกระจายอานาจ การบริการและจัดการสวัสดิการของรัฐแก่ กลุ่มประชากรท่ีอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและ กลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้โดยการใช้ฐานคิดในการจัดทาแผนงานในรูปแบบการส่งเสริม สทิ ธมิ นุษยชน ความคาดหวัง สถาบนั นิตวิ ิทยาศาสตร์ ควรเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดารงชีวิตได้ด้วยตนเอง พร้อมท้ัง (แบบสอบถามความคิดเห็น) สนับสนุนปัจจัยด้านต่างๆ เพื่อเกื้อหนุนสาหรับให้ประชาชนในการดารงชีพ ในส่วน แนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐด้านเศรษฐกจิ ควรเปน็ การส่งเสริมใหม้ ีการพัฒนาด้าน เศรษฐกจิ ท้ังภายในและภายนอกประเทศ โดยอาจมกี ารควบคุม ดแู ล และกากับบา้ ง เท่าท่ีจาเป็นเพ่ือไม่ให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาว ส่วนทางด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องมีการคุ้มครอง ดูแลและรกั ษา ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเพื่อให้คงอยู่ ท้ังจะต้องส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ และเพิม่ จานวนท้งั ในภาครฐั และภาคประชาชน สภาพปญั หา ปัญหาเกี่ยวกับการดารงชีวิตและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันน้ันมีความเกี่ยวข้อง จากทง้ั สภาพภายในประเทศเอง และโดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจโลกท่ีมีกาลังประสบ ปัญหาในด้านต่างๆ ซ่ึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจากัดหรือเติบโตไม่ทัน กับความต้องการของคนก็เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหน่ึงที่ทาให้เกิดผลกระทบและ เปน็ ปญั หา ขอ้ เสนอแนะ ภาครัฐควรวางแนวทางและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน เพ่ือลดความเหลื่อมล้าและไม่เป็นธรรมในสังคม รวมท้ัง การพัฒนาภาคเอกชนและประชาชนให้มีองค์ความรู้และตระหนักถึงสภาพการณ์

๑๒๐ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมท้ังให้ความสาคัญเร่ือง การจัดกระบวนการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนโดยเร่ิมจากระดับ ครัวเรอื น เพ่ือลดการเกิดปญั หาดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ความคาดหวัง สานักงานศลิ ปวัฒนธรรมรว่ ม ในฐานะหนว่ ยงานหลักของประเทศท่ีเป็นผู้นาการพัฒนาองคค์ วามรู้และส่งเสริม สมยั กระทรวงวฒั นธรรม สนบั สนนุ และเผยแพร่กิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลปวฒั นธรรมรว่ มสมัย มีความมุ่งมั่น (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมท่ีตระหนักถึงคุณค่าของงานศิลปวัฒนธรรมร่วม ส มั ย ซึ่ ง ส า ม า ร ถ ส ร้ า ง คุ ณ ค่ า ท า ง ด้ า น จิ ต ใ จ แ ล ะ เ พ่ิ ม มู ล ค่ า ทางเศรษฐกิจของประเทศได้ ความคาดหวงั มหาวทิ ยาลัยเจา้ พระยา นโยบายถือเป็นแนวปฏิบัติหรือเป็นกรอบที่ทาให้รู้ถึงแนวปฏิบัติของภาครัฐ (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ แต่ส่ิงท่ีเราคาดหวังคือการมีนโยบายที่ชัดเจน สามารถ ปฏบิ ัตไิ ด้จริง และตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนสว่ นใหญ่ สภาพปัญหา สถานการณใ์ นปัจจุบันของประเทศเรานั้น มนี โยบายทแ่ี น่ชัดและสามารถกระทา ได้ แต่ก็ยังมีผลกระทบในบางส่วนท่ีส่งผลกระทบต่อภาคประชาชน นั่นคือเร่ืองของ เศรษฐกิจ จึงอยากให้มีนโยบายหรอื มาตรการที่เก่ียวกบั สภาวะเศรษฐกิจมากขน้ึ เพ่ือ เปน็ การกระตนุ้ เศรษฐกจิ ขอ้ เสนอแนะ 1. กาหนดนโยบายหรือออกมาตรการที่ชัดเจนเพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนิน กิจกรรมต่างๆของรัฐ และนโยบายหรือมาตรการน้ันควรตอบสนองความต้องการ ของประชาชนอย่างแทจ้ รงิ

๑๒๑ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ทมี่ าของความเห็น 2. มีการเข้าถึงการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ทราบ ถงึ ปัญหาของประชาชน ความคาดหวงั กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ ่า ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหมวด 5 ว่าด้วย“หน้าที่ของรัฐ” ในรัฐธรรมนูญแห่ง และพนั ธุ์พืช ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยมีเจตนารมณ์เกิดจากความต้องการใน (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) การแก้ไขขอ้ บกพร่องและปัญหาของแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญฉบับ ก่อนๆ ท่ีมิได้เป็นบทบัญญัติเด็ดขาดในการบังคับให้รัฐกระทาการตามแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐให้เกิดผลจริงจังในทางปฏิบัติ รวมทั้งกลไกการบังคับใช้และการใช้ สิทธิทางศาล อีกท้ัง เนื้อหาสาระของบทบัญญัติท่ีเก่ียวกับสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนและแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐั ควรก่อให้เกิดผลจรงิ จงั ในทางปฏบิ ัติโดยที่ ตอ่ ไปนปี้ ระชาชนไม่ตอ้ งรอ้ งขอใหร้ ัฐกระทาการดังกล่าวแลว้ แตจ่ ะเป็นหน้าทข่ี องรัฐ ท่ีจะกระทาการดังกล่าวโดยอัตโนมัติ จึงมีการกาหนดหน้าที่ของรัฐในแต่ละด้านท่ีมี ความสาคัญ ท่ีจะเกิดผลประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม และมีการขยายและ คุม้ ครองสิทธเิ สรภี าพของประชาชนเอาไว้ ความคาดหวัง มหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์ 1. กาหนดหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินให้ครอบคลุมท่ัวประเทศ โดยให้คานึงถึงความ (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทั้งผืนดิน ผืนน้า วิถีชีวิตของชุมชน ท้องถิ่น และการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และกาหนด มาตรฐาน การใช้ท่ีดินอย่างยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบ จากหลกั เกณฑก์ ารใช้ท่ีดนิ นน้ั มีสว่ นรว่ มในการตัดสนิ ใจด้วย 2. กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดาเนินการให้เกษตรกร มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพ่ือประกอบเกษตรกรรม อย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูป ท่ีดินหรือวิธีอื่น รวมทั้งจัดหาแหล่งน้า เพ่ือให้เกษตรกรมีน้าใช้อย่างพอเพียงและ เหมาะสมแกก่ ารเกษตร

๑๒๒ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ 3. จัดให้มีการวางผังเมือง พัฒนา และดาเนินการตามผังเมือง อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพ่ือประโยชน์ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ อยา่ งยงั่ ยืน 4. จัดให้มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรนา้ และทรพั ยากร ธรรมชาติอืน่ อยา่ ง เป็นระบบและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ท้ังต้องให้ประชาชนมีสว่ นร่วมในการสงวน บารุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลาย ทางชวี ภาพอย่างสมดลุ 5. ส่งเสริม บารุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามหลักการพัฒนา ทีย่ ่ังยืน ตลอดจนควบคุมและกาจัดภาวะมลพษิ ที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพ ชีวิตของประชาชน โดยประชาชน ชุมชนท้องถ่ิน และองค์กรปกครอง ส่วนทอ้ งถิ่น ต้องมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดแนวทางการดาเนินงาน สภาพปัญหา 1. ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทาลายมากขึ้น ท้ังป่าไม้ ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม ส่งผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลาย ทางชีวภาพ มีความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ซ่ึงมีแนวโน้มทวีความรุนแรง มากข้ึน ซึ่งส่วนหน่ึงเป็นผลมาจากประชาชนส่วนใหญ่ขาดจิตสานึกสาธารณะและ ความตระหนักเกี่ยวกับการบริโภคท่ีย่ังยืน รวมทั้งการผลิตในภาคเกษตรและ ภาคอุตสาหกรรมมุ่งเน้นขยายการผลิตโดยขาดความตระหนักถึง ผลกระทบที่ จะเกิดข้ึน ทาให้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเสื่อมโทรมและถูกใช้หมดไป อย่างรวดเร็ว 2. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอดีตท่ผี ่านมา ยังไม่ เป็นระบบและมีเอกภาพเท่าที่ควร รวมท้ังยังขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รับผิดชอบที่เก่ียวข้อง ทาให้การกาหนดเครื่องมือและกลไกในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแบบแยกส่วน และการดาเนินการแก้ไข ปญั หาตา่ ง ๆ

๑๒๓ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น 3. ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการดาเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในอดีตท่ีผ่านมา ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่บรรลุผลเท่าที่ควร โดยเฉพาะการจัดสรรทด่ี ิน ของรัฐท่ีมีจานวนน้อยให้แก่เกษตรกรรายย่อยจานวนมากท่ีมีความต้องการท่ีดิน ทากิน การแก้ไขปญั หามลพษิ จากหมอกควนั อนั เน่ืองมาจากการเผาปา่ ข้อเสนอแนะ 1. ให้ความสาคัญกับการสร้างจิตสานึกให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ในการตระหนกั ถึงความสาคญั ของทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม 2. ให้ทุกฝ่าย ได้ตระหนักถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารจัดการทรัพยากรน้า รวมท้ังจาเป็นต้องมีการ เตรียมพร้อมสาหรับภัยพิบตั ิ ด้านทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อมในอนาคต 3. จะต้องรณรงคใ์ ห้เกษตรกรเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดข้ึน รวมทั้ง การบังคับ ใชก้ ฎหมายท่ีเกย่ี วข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มตอ้ ง มีการดาเนินการอย่างจริงจงั ความคาดหวัง กรมบญั ชีกลาง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 75 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้รัฐพึง (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) จัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างท่ัวถึง เป็นธรรมและย่ังยืน สามารถพ่ึงพาตนเองได้ตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และ พัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ และมาตรา 258 ฉ. (2) บัญญัติให้ดาเนินการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจในการ สร้างกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนาความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดังน้ัน รัฐบาลควรมีการกาหนด นโยบายท่ีมีความชัดเจนและก่อให้เกิดการปฏิบัติท่ีเป็นรูปธรรมแก่หน่วยงานของรัฐ ทุกประเภท ในการดาเนินการด้านการรับจ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจน

๑๒๔ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ มีการเช่ือมโยงข้อมูลในการออกเอกสารของทางราชการแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือความเป็นเอกภาพ ซ่ึงจะทาให้เกิดการติดตามตรวจสอบจากระบบงาน อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกขั้นตอน อีกท้ังยังส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน และช่วยลดปัญหาการทุจรติ นโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมควรต้องมีการปรับเปล่ียนให้สอดคล้องกับสภาวการณ์และ สภาพแวดลอ้ มอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รวมท้งั บรู ณาการทกุ ภาคส่วน สภาพปัญหา ปัจจุบันระเบียบของทางราชการได้มีการกาหนดให้ส่วนราชการรับจ่ายเงิน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชาระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ภายใต้โครงการ e-Payment ภาครัฐ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่จากการ ดาเนินการดังกล่าวของส่วนราชการพบว่า ประชาชนท่ีมาติดต่อกับส่วนราชการ ส่วนใหญ่ยังชาระเงินให้แก่ส่วนราชการเป็นเงินสด เน่ืองจากมีความคุ้นเคยกับการ ใช้จ่ายด้วยเงินสดมากกวา่ ใชจ้ ่ายเงินผ่านระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ หรือบางกลุ่มอาจไม่มี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สมาร์ทโฟนในการชาระเงิน นอกจากนี้ ในการใช้ บริการดังกล่าว ประชาชนต้องรับภาระค่าธรรมเนียมในการชาระเงินด้วยช่องทาง บัตรเครดิตในอัตราท่ีสูง จึงไม่จูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ช่องทางดังกล่าวในการ ชาระเงิน ส่งผลให้เกิดปัญหาอุปสรรคที่จะทาให้สังคมไทยเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อยา่ งเตม็ รปู แบบไดย้ าก

๑๒๕ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ทม่ี าของความเห็น ขอ้ เสนอแนะ รัฐควรสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในเร่ืองเทคโนโลยีเกี่ยวกับ การชาระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากจะเป็นการอานวยความสะดวก และมีความรวดเร็วในการทาธุรกรรมการชาระเงิน ตลอดจนช่วยลดปัญหาการ เดินทางไปติดต่อยังส่วนราชการหรือธนาคาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนของ ประชาชน และยังช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยเนื่องจากไม่ต้องพกพาเงินสด จานวนมากและยงั สามารถติดตามการทาธุรกรรมต่าง ๆ ผา่ นระบบอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้ ความคาดหวงั กรมธุรกิจพลงั งาน รัฐสามารถดาเนินการตามนโยบายและหน้าท่ีที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระทรวงพลงั งาน พ.ศ. 2560 กาหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเป็น (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) รปู ธรรมและรัฐสามารถนาแนวนโยบายมาเปน็ แนวทางในการบรหิ ารประเทศตอ่ ไป สภาพปญั หา “แนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม” ในปัจจบุ นั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้กาหนดให้การดาเนิน โครงการใด ๆ ทีอ่ าจสง่ ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม รัฐมหี น้าที่จัดทารายงานผลกระทบ ทางส่ิงแวดล้อมและต้องผา่ นการรับฟังความคดิ เห็นของประชาชน รวมท้ังต้องได้รับ ความเหน็ ประกอบจากองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมก่อน จงึ จะดาเนินการโครงการ นน้ั ๆ ได้ ปัจจบุ ันหน้าทข่ี องรฐั ตามมาตรา 58 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กาหนดไว้เพียงการจัดทารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและ การรับฟังความคิดเหน็ ของประชาชนเท่านั้น ส่งผลให้องค์การอิสระดา้ นส่ิงแวดล้อม ไม่ได้อยู่ในกระบวนการการพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เพราะฉะนั้นการลดข้ันตอนกระบวนการพิจารณารายงาน

๑๒๖ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงเป็นการลดแนวทางทางการป้องกันการใช้อานาจของ หน่วยงานของรัฐในการอนุมัตริ ายงานโดยมิชอบ ขอ้ เสนอแนะ ควรกาหนดให้การดาเนนิ โครงการใด ๆ ของรฐั ที่อาจสง่ ผลกระทบตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม ยังคงต้องได้รับความเห็นประกอบจากองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมก่อน เพื่อเพ่ิม แน ว ทา ง ก าร ป้ อง กั น กา ร ใช้ อ า น า จ ขอ ง ห น่ ว ย ง า น ข อง รั ฐ ใ น ก าร อ นุ มั ติ ร าย ง า น โดยมิชอบ ความคาดหวงั น.ส.มนตร์ ิสสา โรจน์วดีภิญโญ ประเทศไทยควรยดึ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) มหาภูมิพล อดุลย์เดช (รัชกาลที่ 9) ในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากเป็นแนวทาง ท่ีเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ทั้งมีความสอดคล้องกับลักษณะนิสัย วิถีชีวิต และทักษะความร้คู วามสามารถของคนไทย การพัฒนาแบบทุนนิยมส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน และการกระตุ้นการใช้จ่าย (บริโภคนิยม) ทั้งจากภาคเอกชนเพื่อหวังผลกาไร และจากภาครัฐเพื่อทาให้ตัวเลข การเติบโตทางเศรษฐกิจสูง (GDP ที่ส่วนใหญ่วัดจากรายจ่าย) โดยที่ ผู้ได้รับ ประโยชน์จากการพัฒนาแบบทุนนิยม เป็นกลุ่มนายทุนหรือผู้มีอานาจ ขณะที่คน สว่ นใหญไ่ ดร้ ับประโยชนจ์ ากระบบการพฒั นานน้ี อ้ ยมาก สภาพปญั หา การพัฒนาประเทศตามระบบทุนนิยมมีฐานความคิดมาจาก เรื่อง “ความทันสมัย” มองการพัฒนา คือ การทาให้ชุมชนท้องถิ่นมีความทันสมัย รัฐจึง ต้องเร่งสร้างสิ่งบ่งชี้หรือสัญลักษณ์ของความทันสมัยต่าง ๆ ให้แก่ชุมชน เช่น ถนน ไฟฟ้า สุขาภิบาล โรงเรียน สถานีอนามัย โรงพยาบาล ฯลฯ ซ่ึงในความเป็นจริง โครงสร้างพ้ืนฐานเหล่านั้นมีประโยชน์ในแง่ท่ีทาให้คนในชุมชนมีความสะดวกสบาย มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการเชื่อมโยงชุมชนท้องถ่ินกับโลกภายนอก

๑๒๗ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ ซึ่งต่อมาได้เกิดปรากฏการณ์ท่ีทรัพยากรภายในชุมชน ท้ังทรัพยากร ธรรมชาติและ ผู้คนหลั่งไหลออกนอกชุมชนมากขึ้น ขณะท่ีอานาจและอิทธิพลจากภายนอกก็ไหล บา่ เขา้ ไปในชุมชนอยา่ งมากเชน่ เดียวกนั จนกระท่งั ชุมชนในชนบทส่วนใหญ่ต้ังรับกับ การเปล่ียนแปลงไม่ทัน ส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงครั้งใหญ่ “จากเดิมท่ีชุมชน ทอ้ งถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้แทบทกุ ด้าน กลับกลายเปลี่ยนเป็นสงั คมที่ต้องพ่ึงพิง เกือบทุกด้าน” ซ่ึงแนวทางการพัฒนาที่รัฐบาลส่วนกลางเป็นผู้มีบทบาทสาคัญน้ี แทนที่จะทาให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างม่ันคงย่ิงขึ้น กลับ กลายเป็นว่า ย่ิงพัฒนาชุมชนท้องถิ่นกลับย่ิงอ่อนแอและสูญเสียอัตลักษณ์ สูญเสีย ทุนทางสังคม ทุนทางปัญญา รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติตามไปด้วย นับว่าเป็น ข้อเสียที่สาคัญของแนวทางการพัฒนาตามระบบทุนนิยมท่ีผ่านมา สาหรับ ผลกระทบท่มี ีตอ่ สงั คมไทย ได้แก่ 1. ความยากจนและความเหลื่อมล้าเกิดข้ึนอย่างกว้างขวาง ท้ังด้านการถือครอง ที่ดิน การถือครองทรัพย์สินทางการเงิน ความเหลื่อมล้าด้านรายได้และรายจ่าย เพ่ือการอุปโภคบริโภค รวมถึงความเหล่ือมล้าด้านการศึกษา บริการสาธารณสุข สวัสดิการและคุ้มครองทางสังคม การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งน้ี ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ความขัดแย้ง ความไม่เท่าเทียม และความเหลื่อมล้ายังคงตอกย้า ทับซ้อนอยู่ในสังคมไทย การพัฒนาได้ลดทอนการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตและ ปกปิดผลกระทบจากการพัฒนาท่ีไม่เท่าเทียม ยิ่งพัฒนายิ่งเหล่ือมล้า และยิ่งมีการ กระจายทรัพยากร โอกาส และการใชอ้ านาจท่ีไมเ่ ปน็ ธรรมมากขนึ้ 2. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ที่แนวทางการพัฒนาประเทศของ รัฐตามระบบทุนนิยมอย่างเข้มข้น ต้ังแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ส่งผลให้ประเทศไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมคร้ังใหญ่ จากเดิมท่ีเคยเป็นสังคม เกษตรกรรมที่คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้วยการทานา ทาสวน ทาไร่ เล้ียงสัตว์ และการประมง มีวิถีชีวิตท่ีเรียบง่าย ช่วยเหลือเกื้อกูล พ่ึงพาอาศัยกัน และสามารถ พึ่งพาตนเองได้ดี กลับกลายเป็นการประกอบอาชีพเกษตรกรรมท่ีต้องอาศัยและ

๑๒๘ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ พึ่งพาระบบตลาด ท่ีมีพ่อค้าคนกลางและกลุ่มนายทุนเป็นฝ่ายควบคุมกลไกตลาด และกาหนดราคาซอื้ ขาย ซึง่ กลไกตลาดทข่ี าดการควบคมุ ขาดความโปรง่ ใสและเป็น ธรรม ได้ทาให้เกษตรกรไทยจากเดิมที่เคยมีท่ีดินทากินเป็นของตนเอง ต้องเปลี่ยน สภาพกลายเป็นเช่าท่ีดินทากิน บางรายต้องเช่าที่ดินท่ีเคยเป็นของตนเอง บางราย ถูกรัฐ หรือ กลุ่มนายทุน หรือ ผู้มีอิทธิพลในพ้ืนที่ไล่ออกจากผืนที่ดินท่ีเคยอยู่อาศัย และใช้ทากินมาหลายช่ัวอายุคน ทาให้ปัจจุบันเกษตรกรผู้ทางานภาคเกษตร มีจานวนลดลงอย่างต่อเน่ือง สภาพความเป็นอยู่ในชุมชนเปล่ียนกลายเป็นต่างคน ต่างอยู่ ผู้คนหลงลืมอัตลักษณ์ ขาดความเชื่อถือในจารีตประเพณีท้องถ่ิน และขาด ความเช่ือถือในความรู้ความสามารถของคนรุ่นก่อนท่ีเคยมีบทบาทในการควบคุม ความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างมากมาย เหล่านี้ ส่งผลต่อวิถีชวี ิตพฤติกรรมของคนในสังคม กล่าวคือ ผู้คนมีค่านิยมของความ เป็นปัจเจกสูง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ผู้คนขาด จิตสานึกความรับผิดชอบที่พึงมีต่อชุมชนและสังคมมากข้ึน ย่ิงกว่าน้ัน การพัฒนา ตามแนวทางระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ตลอด 6 ทศวรรษท่ีผ่านมา ได้สลาย “ครอบครัวภาคเกษตรกร” ใหก้ ลายเปน็ “ครอบครัวชนช้ันกลาง” และ “ครอบครัว ผู้ใช้แรงงาน” ที่มีโครงสร้างและปัญหาหลากหลาย ที่สาคัญการพัฒนาที่ส่งผล กระทบต่อการทาบทบาทหน้าที่ของสถาบันครอบครัว ซ่ึงเป็นสถาบันหลักท่ีสาคัญ ในการพัฒนามนุษย์ ดงั ทป่ี รากฏใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจนในปจั จุบัน 3 . ปั ญ ห า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม โ ล ก ร้ อ น แ ล ะ ภั ย พิ บั ติ จ า ก เ ดิ ม ท่ี ม นุ ษ ย์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการ และเพ่ือความเป็นอยู่ท่ีดี หรือคุณภาพชีวิตท่ีดีของมนุษย์ แต่การพัฒนากว่า 6 ทศวรรษ ที่ผ่านมา มี จุ ด มุ่ ง ห ม า ย เ พ่ื อ ส ร้ า ง ค ว า ม ทั น ส มั ย ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายแบบไร้ขีดจากัด และขาดการควบคุม อย่างเหมาะสม ปรากฏการณ์ท่ีก๊าซคาร์บอนเพ่ิมข้ึนในช้ันบรรยากาศทาให้อุณหภูมิ เฉลี่ยทั่วโลกเพ่ิมสูงขึ้น อุณหภูมิน้าทะเลและระดับน้าทะเลสูงข้ึน พื้นดินหลายส่วน

๑๒๙ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ อาจต้องจมอยู่ในน้า นอกจากนั้น ภาวะโลกร้อนยังเป็นปัจจัยสาคัญท่ีทาให้เกิดพายุ เฮอริเคนหรือภัยพบิ ัติทางธรรมชาติในหลายพ้ืนท่ี ซึง่ ในอนาคตจะย่ิงทวีความรุนแรง มากขน้ึ เรื่อย ๆ 4. โครงสร้างประชากรเปลี่ยน วัยเด็กและวัยทางานลดลง ผู้สูงอายุเพ่ิมข้ึน จากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายครอบครัว ตัดสินใจมีบุตรลดลง บางครอบครัวตัดสินใจไม่มีบุตร ทาให้ประเทศไทยกาลังเข้าสู่ ยคุ ทอ่ี ตั ราการเจริญเติบโตของประชากรชะลอตวั ภาวะเจริญพนั ธุอ์ ยใู่ นระดบั ตา่ กว่า อัตราทดแทน และมีแนวโน้มว่าจะลดต่าลงเร่ือย ๆ โดยจานวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ตง้ั แต่ปี 2513 เป็นต้นมา ส่งผลให้จานวนประชากรวัยทางานทล่ี ดลงอย่างต่อเน่ือง ขณะท่ีผู้สูงอายุกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นาไปสู่การเปล่ียนแปลงโครงสร้างทางอายุ และเพศของประชากรท่ีเห็นไดอ้ ยา่ งชัดเจน ขอ้ เสนอแนะ 1. ใชแ้ นวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งในการพฒั นาประเทศ 2. ปรบั วธิ กี ารคานวณ GDP จากรายจา่ ย เปน็ คานวณจากรายได้ การควบคมุ ประชานยิ ม นายธรี ะชยั ภูวนาถนรานบุ าล มาตรา 62 บัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ยังขาดกรอบ อดตี รัฐมนตรวี ่าการ การควบคุมการใช้งบประมาณแผน่ ดินเพือ่ สนับสนุนเสียงในการเลือกต้งั กระทรวงการคลงั ซง่ึ สาหรับประเทศทีม่ กี าหนดเวลาเลือกตงั้ แบบตายตวั อาจใช้วธิ ีหา้ มมิให้รฐั บาล (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ขาดดุลงบประมาณ โดยคานวณสาหรับทั้งห้วงเวลาของแต่ละรัฐบาลแยกจากกัน หรอื สาหรบั ประเทศท่ีไม่มกี าหนดเวลาเลือกต้ังแบบตายตวั อาจใชว้ ิธหี า้ มมใิ ห้รฐั บาล กู้เงินเพ่ือชดเชยขาดดุลงบประมาณ ถ้าหากการขาดดุลน้ันเกิดจากขาดดุลงบประจา กล่าวคือให้กู้เงินได้เฉพาะถ้าขาดดุลจากงบลงทุน โดยอาจมีข้อยกเว้นเฉพาะกรณี ฉุกเฉินหรอื ในภาวะสงครามเป็นตน้

๑๓๐ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ทมี่ าของความเห็น ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงควรเพิ่มเติมข้อห้ามการขาดดุลงบประมาณแผ่นดิน เพือ่ สนบั สนุนเสียงในการเลือกตง้ั การทบทวนโครงการนอกระบบงบประมาณ การออกกฎหมายจัดตั้งกองทุนต่างๆ มากมาย และมีการบังคับให้เอกชนมีการ จ่ายเงินเข้ากองทุนซ่ึงอยู่นอกงบประมาณ ท้ังนี้ ถึงแม้การบังคับให้มีการจ่ายเงินเข้า มาเพื่อเกบ็ ไว้ใช้บางอย่างเป็นการเฉพาะ (คลา้ ยกบั เป็น ear-marked tax) เป็นเรื่อง ที่ควรกระทา แต่การใช้เงินดังกล่าวไม่ควรปล่อยให้หละหลวมออกไปนอกระบบ งบประมาณซึ่งจะมีการกากับดูแลหย่อนกว่าภายในระบบงบประมาณ แต่ควรแก้ไข ปรับปรุงให้หน่วยงานที่จะใช้เงิน ต้องมีการจัดทาโครงการเสนอต่อรัฐสภา เช่นเดยี วกบั ภายในระบบงบประมาณ มีการทบทวนทุกกองทุนเป็นประจาทุก 3 ปีถึงความจาเป็นที่ยังต้องมีกองทุน ดังกล่าว และเหตุใดท่ีไม่สามารถใช้หน่วยงานของรัฐทาหน้าที่ดังกล่าว เพื่อนาเสนอ ให้รฐั สภาพิจารณาทบทวนเปน็ ระยะๆ อยากให้มคี าวา่ “ภาษามอื ” อยู่ในรัฐธรรมนูญ นายวิทยุต บุนนาค (สมาคมคนหูหนวก) (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) การรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ สมาคมฟา้ สีรงุ้ แห่งประเทศไทย ประชาชน (แบบสอบถามความคิดเห็น) การรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภยั ในชีวติ และทรพั ย์สินของประชาชน เป็นปัจจัยอันหนึ่งท่ีจะก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ นอกจากนั้น ความมีระเบียบวินัยถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชน ซ่ึงรัฐบาลเป็น ผู้ใช้อานาจอธิปไตยจึงต้องมีภาระหน้าที่ในการตราตัวบทกฎหมาย เพ่ือใช้ในการ ควบคุมประชาชนในประเทศให้ปฏิบัตติ ามสง่ิ ท่ีต้องการ เมื่อประชาชนมีระเบยี บวนิ ัย

๑๓๑ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ และปฏิบัติตามกฎหมายเป็นแนวเดียวกันแล้ว ปัญหาการทะเลาะวิวาทและการ เอารัดเอาเปรียบกนั ในสังคมกจ็ ะไมเ่ กดิ ข้นึ หรืออาจเกดิ ข้ึนแต่เพียงสว่ นนอ้ ย การสร้างความม่นั คงใหแ้ กป่ ระชาชนและประเทศชาติ การสร้างความมั่นคง รัฐบาลมีภาระหน้าท่ีสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและ ประเทศชาติ เม่ือรัฐบาลทาให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ความมี ระเบียบวินัยโดยการปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง คนในชาติยึดถือและปฏิบัติเป็น แนวเดียวกัน มีความรักความสามัคคี มีความเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน และกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันย่อมเกิดขึ้นและทุกคนพร้อมท่ีจะปกป้อง คุม้ ครองผืนแผ่นดนิ ของตน ด้วยเหตุน้ีจะก่อใหเ้ กิดความมั่นคงในประเทศ การใหบ้ รกิ ารและสวสั ดกิ ารแก่ประชาชน การให้บริการและสวัสดิการ ประเทศท่ีปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยถือว่า ประชาชนทุกคนมีสิทธิท่ีจะได้รับบริการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติ รฐั บาลอาจจะให้บริการในสิ่งเดยี วกันได้ทวั่ ถึง เทา่ เทยี มและเสมอภาคกัน ทง้ั นี้ขึ้นอยู่ กับข้อจากัดทางบประมาณที่จะใช้ในการให้บริการนั้น ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามรัฐบาล ก็ถือว่า การบริการและการให้สวัสดิการการถือว่าเป็นภาระหน้าท่ีท่ีรัฐบาลจะต้อง จัดทาให้แประชาชนในประเทศ เช่น ๑. การบริการทางการศึกษา รัฐบาลมีภาระหน้าที่ที่จะจัดการบริการ ด้านการศึกษาให้กับประชาชนทุกระดับคือ เริ่มต้ังแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และจนถึงมหาวิทยาลัย แต่จากชั้นมัธยมข้ึนไปรัฐจะเก็บค่าบริการบ้าง ตามความจาเป็น ส่วนในระดับประถมศึกษานั้นรฐั ให้บริการฟรี ทั้งน้ีก็เพอ่ื เสริมสรา้ ง พฒั นาบุคลากรของประเทศใหม้ คี ณุ ภาพ ๒. การบริการด้านสาธารณสุข งานด้านสาธารณสุขน้ีมีความจาเป็นที่รัฐจะต้อง จัดบริการให้กับประชาชนในประเทศเท่าท่ีสามารถจะทาได้ ฉะนั้นจะเห็นว่า ในประเทศไทยของเรารัฐบาลได้ขยายการบริการด้านน้ไี ปสู่ประชาชนทุกหนแหง่ โดย วิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดต้ังสถานีอนามัยในเกือบทุกตาบล การให้บริการด้าน

๑๓๒ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ สาธารณสุขเคลื่อนท่ีไปยังชุมชน การจัดทาบัตรสุขภาพสขุ ภาพแห่งชาติ การจัดสรา้ ง โรงพยาบาล เพื่อตรวจรักษาความเจ็บป่วยของประชาชน แม้ว่าจะมีการจ่าย ค่ารักษาพยาบาลก็ยังถือว่ารัฐได้ให้บริการ เพราะรัฐได้ลงทุนในส่วนนี้ไปมาก ท้ังน้ี ก็เพ่ือให้ประชาชนในประเทศได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีพลานามัยดีอันจะ นาไปสู่การอยดู่ ีกินดใี นสงั คม และวธิ ีการบริการอื่น ๆ อีกมากท่รี ฐั ไดจ้ ัดใหป้ ระชาชน ๓. การบริการด้านคมนาคม การให้บริการด้านน้ีรวมไปถึงการบริการสื่อสาร รัฐบาลมีภาระหน้าที่ในการซ่อมสร้างถนนหนทางในประเทศ เพ่ือบริการประชาชน ในการสัญจรไปมา รวมท้ังการขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เพื่อการค้า ขายแลกเปล่ียนตลอดท้ังการบริการด้านส่ือสาร เช่น การโทรศัพท์ โทรเลข การส่ง จดหมาย ธนาณัติและอ่ืน ๆ ท่ีจะให้ประชาชนและรัฐบาลติดต่อสื่อสารทาความ เข้าใจกนั ไดห้ รอื ประชาชนกบั ประชาชนสือ่ สารกันได้อย่างสะดวก 4. การบริการเกี่ยวกับไฟฟ้า ประปา รัฐบาลมีภาระที่จะให้บริการเก่ียวกับเรื่อง ไฟฟ้าและประปาให้แก่ประชาชนในประเทศเท่าท่ีจะสามารถทาได้ในงบประมาณ แผ่นดินของทุก ๆปีงบประมาณ แต่ในเรื่องเหล่าน้ีรัฐสามารถจะให้บริการฟรี แกป่ ระชาชน รัฐจงึ จาเป็นจะตอ้ งเรยี กเกบ็ คา่ บริการจากผ้ใู ช้บริการด้วยตามสมควร การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลมีความจาเป็นที่จะดาเนินการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเน่ือง เพราะเป็นสิ่งท่ีสาคัญเกี่ยวกับเร่ืองปาก เร่ืองท้อง และการเป็นอยู่ของประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจคือการทาให้ประชาชนใน ประเทศมีรายได้ต่อหัวต่อปีเพิ่มข้ึน อันจะทาให้ประชาชนมีการอยู่ดีกินดี มีเคร่ือง อุปโภคบริโภคเพิ่มมาก นอกจากนั้นควรดาเนินมาตรการหลายด้านเพื่อให้ประชาชน มีการอยดู่ ีกนิ ดี เชน่ 1. ส่งเสริมอาชีพ รัฐบาลพยายามส่งเสริมอาชีพท่ีประชาชนประกอบอยู่น้ันให้มี ประสิทธภิ าพและม่ันคงย่ิงขึ้น เช่น งานด้านอุตสาหกรรม รัฐบาลพยายามกระตนุ้ ให้ ผูป้ ระกอบการทางอตุ สาหกรรมไดพ้ ฒั นาคุณภาพสินค้าท่ตี นผลิตน้ันให้เปน็ ที่นิยมท้ัง

๑๓๓ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ในประเทศและต่างประเทศ พร้อมท้ังสนับสนุนให้มีการขยายการผลิตมากข้ึน ถ้าเห็นว่าสินค้านั้น ๆ มีมาตรฐานและเป็นท่ีนิยมของคนท่ัวไปหรืออาชีพด้าน การเกษตร ซึ่งรัฐได้พยายามส่งเสริมผู้ประกอบการด้านนี้ให้สามารถเพมิ่ ผลผลิตและ มีคุณภาพสูงข้ึน โดยการให้ความรู้ทางการเกษตรแผนใหม่ การให้เงินทุนสนับสนุน การสร้างแหล่งน้าให้ในพืชที่ต้องการน้า และการหาตลาดการขายให้ท้ังในประเทศ และต่างประเทศ เปน็ ต้น 2. ส่งเสริมและการพัฒนาฝีมือ ประชาชนอาจจะประกอบอาชีพด้วยฝีมือและ ความรแู้ บบเก่า ๆ ทาให้ผลที่ออกมาล่าช้าหรือไม่มีคุณภาพ ไม่เปน็ ท่ีต้องการของคน ส่วนใหญ่ ด้วยเหตุน้ีรัฐบาลจึงต้องการหาทางให้ผู้ประกอบการด้านต่าง ๆ น้ันมี ความรู้เทคนิคและวิธกี ารเครื่องมือใหม่ ๆ ใช้ในการผลิตสินคา้ และบริการโดยวิธกี าร ให้การอบรมหรือดูงานหรือให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและเคร่ืองมือการผลิต เปน็ ตน้ 3. การนาทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่า ทรัพยากรของประเทศหลายอย่างนับวัน มีแต่จะลดน้อยลงหรือหมดไปในท่ีสุด เม่ือเป็นเช่นน้ีรัฐจึงมีความจาเป็นที่จะ ควบคุมดูแลและส่งเสริมให้ประชาชนได้นาทรัพยากรท่ีมีอยู่ในประเทศมาใช้ อย่างคุม้ ค่า เช่น ป่าไมแ้ ละแร่ธาตตุ ่าง ๆ รัฐจะต้องพยายามเสริมให้ผู้ท่ีนาทรัพยากร เหล่าน้ีมาแปรรูปเป็นส่ิงของเคร่ืองใช้เสียก่อนจึงนาไปจาหน่ายจ่ายแจก ซ่ึงเป็นการ ทาให้ทรัพยากรที่มีคุณค่ามีราคาสูงขึ้น ผู้ประกอบการมีรายได้เพ่ิมข้ึนกว่าการท่ีจะ นาทรัพยากรเหล่าน้ันไปจาหน่ายในลักษณะวัตถุดิบ การทาโดยวิธีนี้นอกจากจะเป็น การประหยัดทรัพยากร ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรให้มีราคาแพง และเกิด ความคมุ้ ค่าอีกดว้ ย ๔. การสร้างงาน รัฐบาลมีภาระหน้าท่ีท่ีจะให้ประชาชนทกุ คนที่อยู่ในวัยแรงงาน ได้มีงานท า มีรายได้และเกิดปัญหาการว่างงานน้อยที่สุด ฉะนั้นรัฐบาลจึงจาเป็น จะต้องขยายการลงทุนโ ดยการระดมทุนในประเทศและต่างประเทศ ในภาคอุตสาหกรรมให้มากข้ึน เพ่ือเป็นแหล่งที่จะรองรับแรงงานบางส่วน ลักษณะ

๑๓๔ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเห็น การทางานอย่างนี้ถือว่าเป็นการกระจายรายได้อีกด้วย เพราะทาให้ผู้มีรายได้สูงคือ เจ้าของหรือนายทุนต้องจ่ายค่าแรงหรือค่าฝีมือให้กับผู้ใช้แรงงานตามโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้นรัฐบาลยังต้องสร้างงานในชุมชน และกลุ่มแรงงาน อืน่ ๆ เพื่อให้เปน็ ไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ เพ่ือให้ประชาชนมี งานทาและมรี ายไดอ้ ันจะเปน็ ผลทาใหป้ ระชาชนมกี ารอยดู่ กี ินดีดังกลา่ ว 5. รัฐบาลควรให้ความสาคัญท่ีจะพัฒนาให้คนในสังคมมีความรักความสามัคคี ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ให้ประชาชนเกิดสนุกสนานในการกิจกรรมร่วมกัน อนั เป็น แนวทางที่ประชาชนจะได้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน โดยอาจจัดสรร ง บ ป ร ะ ม า ณ ส่ ว น ห นึ่ ง ใ น ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ด้ า น ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ นอกจากนี้รัฐยังต้องพัฒนาสังคมในด้านการให้ ความรู้ความสามารถ ซึ่งจะทาให้บุคลากรหรือทรพั ยากรมนุษย์ในประเทศมีคุณภาพ ประชาชนได้มีอิสระในการใช้สิทธิของตนในกรอบที่กาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อันจะ เปน็ แนวทางในการพฒั นาการทางการเมืองของประเทศอีกดว้ ย ปัญหาเกี่ยวกับแนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อการดารงชีวิตของกลุ่ม ความหลากหลายทางเพศ 1. รัฐต้องให้ความคุ้มครองในเร่ืองการดาเนินชีวิต กลุ่มประชากรที่มี ความหลากหลายทางเพศบางส่วนยังคงถูกเลือกปฏิบัติและบังคับไม่ให้แสดงออก ตามเพศสภาพของตนเอง เช่น ในกรณีของการดาเนินชีวิตในสถานศึกษา และการ ถูกดูหมิ่นศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลน้ันยังคงมีอยู่ หรือถูกสังคมมองว่า เป็น กลุ่มที่ผิดปกติ ผิดแปลกจากบุคคลอน่ื นามาสู่การตีตราและการเลอื กปฏบิ ตั ิอันเนอื่ ง ด้วยมาจากสาเหตุแหง่ เพศ 2. กลุ่มบุคคลท่ีมีความหลากหลายทางเพศ มักจะขาดโอกาสในการดาเนินชีวิต จากการที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง เช่น กฎหมายแต่งงานสาหรับคนรักเพศเดียวกัน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายป้องกันความรุนแรงและบางส่วนต้องเผชิญกับ

๑๓๕ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ปั ญ ห า ก า ร เ ข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ จ า ก ก า ร ถู ก ป ฏิ เ ส ธ ไ ม่ รั บ เ ข้ า ท า ง า น อั น เน่ืองมาจากอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศของบุคคลท่ีแตกต่างไปจากเพศ โดยกาเนิด ทาใหก้ ลุ่มบุคคลท่มี ีความหลากหลายทางเพศ ยังขาดการเข้าถึงสิทธิทาง เศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการดาเนินชีวิตในสังคม ซ่ึงเห็นได้จากผลการสารวจของ LGBT Travel Index ที่ มี ก า ร ส า ร ว จ ป ร ะ เ ท ศ ท่ี เ ป็ น มิ ต ร กั บ LGBT จ า ก 150 ประเทศ โดยเกณฑ์วัดความปลอดภัยต้ังแต่ A (ปลอดภัยท่ีสุด) ไปจนถึง F (อันตรายท่ีสุด) ซึ่งประเทศไทย อยู่อันดับ 82 จาก 150 ประเทศ จัดอยู่ในเกณฑ์ D + ได้คะแนนเพียงร้อยละ 40 เนื่องมาจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายที่คุ้มครอง สิทธิของกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายทางเพศเลยในส่วนนี้จึงเ ป็นปัญหา สาหรับประเทศไทย จึงเป็นส่ิงท่ีต้องเร่งแก้ไขเพ่ือสร้างสังคมท่ีเท่าเทียมกันอย่าง แท้จริงทง้ั ดา้ นสังคมและกฎหมาย ความคาดหวงั กรมทรัพยากรน้าบาดาล กาหนดแนวนโยบายรัฐและหน้าที่ของรัฐต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (แบบสอบถามความคดิ เห็น) จะต้องเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในทุกภาคส่วน การกาหนดนโยบายรัฐ ในการดาเนินการเก่ียวกับทรัพยากรน้า รัฐพึงดาเนินการเก่ียวกับทรัพยากรน้าให้ เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมท้ังการประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น และหน้าท่ีของรัฐที่ต้องดาเนินการเก่ียวกับทรัพยากร น้าบาดาล รัฐจะต้องปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญกาหนดไว้ตามมาตรา ๕๗ ท้ังนี้ การดาเนินการตามแนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐจะต้องคานึงถึงผลกระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมในระยะยาวด้วย สภาพปญั หา แนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐบางภารกิจยังไม่มีความสอดคล้องกัน เน่ืองจาก การดาเนินการตามภารกิจของหน่วยงานรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไป กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ