Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1)

Published by agenda.ebook, 2020-09-03 06:03:05

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.3 ผนวก ก ถึง ข(1) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 29 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 10 กันยายน 2563

Search

Read the Text Version

๑๘๖ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ สภาพปญั หา - แหล่งนา้ จดื ไม่เพียงพอ และหรอื เป็นเขาหัวโล้น - ปา่ ต้นน้าถูกทาลาย และหรอื เป็นเขาหัวโลน - อากาศร้อน เปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพ - พน้ื ทเ่ี ขาถูกทาลาย และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอน่ื ๆ - คา่ แรงงานต่างดา้ ว แพงมาก หรอื สูงกวา่ คนไทย และคนไทยตกงาน - ต่างด้าวทางานผิดกฎหมาย และลักลอบเข้ามาทางาน และอยู่ในประเทศไทย จนอาจเกดิ ภัยดา้ นความมั่นคงได้ ขอ้ เสนอแนะ - จดั หา และรักษาแหลง่ นา้ เพือ่ บริโภคให้เพียงพอ - รกั ษาพ้ืนปา่ ไม้ และปลกู ป่าทดแทน รกั ษาส่ิงแวดล้อม - กาหนดพนื้ ท่ีป่าไม้ใหม้ ากขึน้ ทวงคืนพน้ื ทปี่ ่าของรฐั จากเอกชน นายทนุ - ลดตน้ ทุน แรงงาน ลดการพงึ่ พาแรงงานตา่ งด้าว - สนบั สนนุ คนไทย ใหม้ บี ตุ รมากข้นึ - แก้ไขปญั หาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมอื ง แย่งอาชีพ แย่งท่ีทากิน และสร้างฐาน กอ่ อาชญากรรม ความคาดหวงั กรมสอบสวนคดีพิเศษ (2) รัฐต้องมุ่งม่ันดาเนินการเพ่ือลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมท่ีเกิดจากการพัฒนา (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ในด้านทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมดงั น้ี ๑. ปกป้องรักษาฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าโดยให้ความสาคัญกับการเพิ่ม พื้นป่าไม้ของประเทศ รวมท้ังเพ่ิมพ้ืนที่สีเขียวในเขตเมือง หยุดย้ังการบุกรุกทาลาย ทรพั ยากรปา่ ไม้ ๒. แก้ไขกฎหมายป่าไม้ที่ซ้าซ้อน เร่งคืนพ้ืนท่ีป่าโดยการบริหารจัดการ การใช้ ประโยชน์ใหป้ ระชาชนสามารถอยรู่ ่วมกับป่า และสามารถทากนิ อยา่ งเหมาะสม

๑๘๗ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ ๓. แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน กาหนดมาตรการ ควบคุม การเผาในพื้นท่ี สภาพปัญหา ปัจจุบันนโยบายของรัฐ ในด้านการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกป่ากระทบ ต่อวิถีและการดารงชีวิตของประชาชนท่ีอยู่ในพ้ืนป่า เนื่องจากชาวบ้านได้อาศัยทา กินในพื้นท่ีป่ามาก่อนที่รัฐจะประกาศเขตพื้นท่ีป่า ส่งผลทาให้ชาวบ้านเหล่านั้น มีความผิดฐาน บุกรุกป่าในเวลาต่อมาทาให้มีผลกระทบต่อชาวบ้าน ได้รับความ เดือดรอ้ นจากนโยบายของรัฐ ข้อเสนอแนะ รัฐควรเร่งดาเนินการแก้ไขกฎหมายกรณีการบุกรุกป่าของชาวบ้านเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมกับประชาชน ท้ังนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันกับป่าและทา มาหากนิ ในปา่ อันเปน็ การรักษาดแู ลผนื ป่าไปโดยปรยิ าย ความคาดหวัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (3) มีการจัดการระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการ (แบบสอบถามความคิดเห็น) เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างท่ัวถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถ พึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทาง เศรษฐกิจท่ีไม่เป็นธรรม และพฒั นาระบบเศรษฐกิจในระดับชุมชนในแต่ละพื้นทใ่ี ห้มี ความเข้มแข็ง โดยอาศัยกลไกวิสาหกิจชุมชนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์อัตลักษณ์ที่ โดดเดน่ ในแตล่ ะพนื้ ท่ี สภาพปญั หา มีการผูกขาดทางเศรษฐกิจท่ีไม่เป็นธรรม ซ่ึงเกิดจากนายทนุ หรอื บคุ คลท่ีมีกาลัง ทางเศรษฐกิจที่เหนือกว่า ต่อรองประชาชนหรือกลุ่มบุคคลท่ีจาต้องยอมเสียเปรียบ ในดา้ นราคาผลผลิต หรือราคาสนิ ค้าท่คี วรไดร้ บั ตามความเป็นธรรม

๑๘๘ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ความคาดหวงั กรมสอบสวนคดีพเิ ศษ (4) เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความม่ันคง เข้มแข็ง เสริมสร้าง (แบบสอบถามความคดิ เห็น) เสถียรภาพและรักษาวินัยการเงินการคลังในขณะเดียวกันการฟ้ืนฟู อนุรักษ์และ พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีเสื่อมโทรมให้ดีขึ้น โดยส่งเสริมให้ ประชาชน องค์กรประชาชนและองค์กรปกครองท้องถ่ินเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการและปอ้ งกนั รักษา และใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตใิ นการดารงชีวติ สภาพปัญหา กฎหมาย กฎระเบียบท่ีไม่เอื้อต่อการดารงชีวิต และการจัดการฟ้ืนฟู ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการรกั ษาสิ่งแวดล้อม การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ทุกภาคส่วนเป็นเร่ืองสาคัญ ในด้านเศรษฐกิจก็เหมือนกันจาเป็นต้องผลักดันให้ ประชาชนมีส่วนในการจัดการด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน การบริการสาธารณะ เพ่ือลด ปัญหาด้านการกระจายรายได้ และลดภาระงบประมาณของประเทศชาติ ถ้าประชาชนไม่รู้จักการออมเพื่อการดารงชีวิต ท้ังเร่ืองการจัดการท่ีอยู่อาศัย การศึกษา การยงั ชพี ในวัยเกษยี ณ ขอ้ เสนอแนะ รัฐบาลควรส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ ทั้งการตลาด การผลิต ให้มีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างภาษี และปัญหาอุปสรรคที่เก่ียวกับการค้า การลงทุน ตลอดจนการ ล ด ข้ั น ต อ น ใ น ก า ร ส่ ง อ อ ก สิ น ค้ า ใ ห้ น้ อ ย ล ง แ ล ะ ชั ด เ จ น เ ป็ น รู ป ธ ร ร ม ใ น เ รื่ อ ง ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จัดทาแผนปฏิบัติการและจดั ลาดับความสาคัญ ของการลงทุนด้านส่ิงแวดล้อมเพื่อเป็นแผนแม่บท การจัดการทรัพยากร คุณภาพ ส่ิงแวดล้อมให้ครบทกุ ดา้ นของประเทศ

๑๘๙ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ทม่ี าของความเห็น ความคาดหวัง กองบินตารวจ สานักงานตารวจ ควรมีความปลอดภัยในการดารงชีวิต ประชาชนควรได้สิทธพิ ้ืนฐานโดยเท่าเทียม แห่งชาติ เช่น มีถนน ไฟฟ้า ประปา เศรษฐกิจควรมีเสถียรภาพ สามารถให้ทุกคนมีอาชีพทา (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) กินหาเล้ยี งครอบครัวได้ ทรัพยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดล้อม ตอ้ งได้รับการฟ้นื ฟูอยา่ งเร่งด่วน มีการจัดสรรให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในทรพั ยากรธรรมชาตินนั้ ๆ ควรส่งเสริมอาชีพประชาชนต้ังแต่ระดับรากหญ้า ส่งเสริม ให้ประชาชนไม่เป็น หนพี้ ง่ึ พาตนเองได้ ควรอนรุ ักษ์และฟื้นฟูทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ความคาดหวงั กองทะเบียนพล สานกั งาน ควรเป็นหน้าทข่ี องรัฐในการจัดรวบระบบเศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติที่มี กาลงั พล สานกั งานตารวจ อยู่ นามาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติให้มากท่ีสุด ท้ังนี้ ให้อยู่ แห่งชาติ (แบบสอบถามความ ในอานาจรฐั ท่จี ะตัดสนิ ใจทาเพอื่ ประโยชนโ์ ดยรวม คดิ เห็น) ความคาดหวัง กองบัญชี สานักงานตารวจ แน ว น โ ย บา ย แ ล ะ หน้ า ที่ ข อ งรั ฐ ต่ อ ก า รด า ร ง ชี วิต เ ศ ร ษฐ กิ จ แ ล ะ แหง่ ชาติ (แบบสอบถามความ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จะต้องสามารถเสริมสร้างเข้าใจร่วมกับ คดิ เห็น) ประชาชนในชาติให้เกิดความสามัคคีเป็นอนั หนง่ึ อันเดยี วกัน เพอื่ ใหเ้ กิดความรว่ มมือ ร่วมใจในการแก้ไขปัญหาและสร้างเสถียรภาพทางการเมือง การปกครอง สังคม เศรษฐกจิ โดยม่งุ ประโยชน์สขุ ของประชาชนสว่ นรวมเปน็ สาคญั สภาพปัญหา มีความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแต่ละ ภมู ิภาค

๑๙๐ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ ข้อเสนอแนะ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจต่อการดารงชีวิต เศรษฐกิจ และ ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มให้เปน็ ไปในทิศทางเดยี วกัน ความคาดหวงั พิสูจนห์ ลักฐาน จงั หวัดชัยนาท ๑. การมีสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างมั่นคงถาวรควรจะเป็นไปด้วยความ สานักงานตารวจแหง่ ชาติ ต่อเน่ือง นโยบายจัดทาให้ประชาชนมีอาชีพท่ีมีความมั่นคงสามารถพ่ึงพาตนเองได้ (แบบสอบถามความคิดเห็น) อยา่ งยง่ั ยนื ๒. มีมาตรการในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม ชดั เจน มบี ทลงโทษตอ่ ผูก้ ระทาผิดทร่ี ุนแรงมากขน้ึ สภาพปญั หา ๑. จัดทานโยบายให้ประชาชนมีอาชีพท่ีมีความมั่นคง สามารถพ่ึงพาตนเองได้ อย่างยง่ั ยืน ๒. จดั ทานโยบายท่ีทาใหป้ ระชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และแลกเปลย่ี นสรา้ ง รายได้ระหว่างชมุ ชนกันเองได้ ขอ้ เสนอแนะ ควรสร้างอาชีพใหก้ บั ประชาชนหรอื ชมุ ชนที่มีความมน่ั คง ตามสภาพพืน้ ทีน่ ้ัน ๆ ความคาดหวัง ตารวจภูธรจงั หวัดราชบุรี รัฐต้องมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ โดยใช้ระบบ Crime Control ควรรู้ทันระบบ Deu Process มีมาตรการช่วยเหลือ (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ประชาชนในด้านเศรษฐกิจ และมีมาตรการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ้ ม มิให้ถูกกลุ่มนายทุนทาลาย

๑๙๑ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น ความคาดหวงั สถาบนั สง่ เสริมงานสอบสวน รัฐต้องมีมาตรการและกระบวนการจัดการกับปัญหา สิ่งแวดล้อมที่รวดเร็ว และ (1) (แบบสอบถามความ สะดวกกวา่ นี้ และมงุ่ แก้ปัญหาถงึ ตน้ เหตุมากกวา่ ปลายเหตุ คิดเห็น) ความคาดหวัง สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีมีสุข มีทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีอุดม (2) (แบบสอบถามความ สมบูรณ์ เป็นมติ รต่อความเปน็ อยู่ของมนุษย์ มอี ากาศบริสทุ ธิ์ ปราศจากมลพิษ คิดเห็น) สภาพปัญหา - เศรษฐกิจย่าแย่ สินค้าเกษตรราคาตกต่า ค้าขายไม่ดี ผู้ประกอบการรายใหญ่ ต้องปิดกจิ การเป็นจานวนมากก่อให้เกดิ ปญั หาการว่างงานตามมา - เกิดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่น pm ๒.๕) เป็นระยะเวลานานจะกลายเป็นสภาพ ปกติ ของสภาพอากาศในประเทศไทยไปแล้ว ข้อเสนอแนะ ควรสง่ เสรมิ มาตรการการแกไ้ ขปัญหาในระยะยาว ความคาดหวงั สถาบันสง่ เสรมิ งานสอบสวน รัฐจะต้องไม่ลิดรอน สิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ตลอดจนดูแลเรื่อง (3) (แบบสอบถามความ สวัสดิการความเป็นอยู่ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้ คิดเห็น) ทกุ ฝา่ ยรว่ มกันดูแลรักษา และจัดสรรอยา่ งเปน็ ธรรม สภาพปญั หา รัฐลดิ รอนสิทธิการดารงชีวิตของประชาชน ไม่เป็นไปตามหลกั สากล ในส่วนของ เร่ืองเศรษฐกิจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่มีการดูแลรักษาและจัดสรร อยา่ งเป็นธรรม เอื้อประโยชน์กลุม่ ทนุ

๑๙๒ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น ขอ้ เสนอแนะ รัฐปกครองประชาชนตามหลักประชาธิปไตย ตามหลักสากล ตลอดจนจัดสรร ด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้มีผู้รับผิดชอบดูแล และ จดั สรรอยา่ งเป็นธรรม ความคาดหวัง โรงเรยี นนายรอ้ ยตารวจ - ควรเป็นนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริง และมีประสิทธิผลต่อการดารงชีวิต (แบบสอบถามความคดิ เห็น) เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยสามารถปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในการดาเนินการได้ตามสถานการณ์ท่ีปรับเปลี่ยนไปใน อนาคต - ต้องการให้รัฐทาตามนโยบายทีก่ าหนดไวใ้ หค้ รบถว้ นสมบูรณ์ สภาพปญั หา - มีบางนโยบายท่ีไม่สามารถปฏิบัติในเชิงยุทธศาสตร์ได้ เช่น บุคลากร ผู้ปฏิบัติงานไม่เพียงพอ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับบริบทของ หน่วยงาน ปญั หางบประมาณทีม่ จี ากัด เป็นต้น - นโยบายประชานยิ มมากเกนิ ไป ความคาดหวงั คณะนิตศิ าสตร์ โรงเรยี นนาย รัฐกาหนดนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ โดยยึดหลักระบบเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยตารวจ (แบบสอบถามความ แบบเสรีนิยม มุ่งหมายให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทาง คิดเห็น) เศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และย่ังยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมระบบสหกรณ์ กิจการวิสาหกิจขนาดย่อม และขนาดกลางของประชาชนและ ชมุ ชน

๑๙๓ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ท่ีมาของความเห็น รัฐมีนโยบายสาคัญเกี่ยวกับการใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้า และพลังงาน มีการวาง แผนการใช้ที่ดินของประเทศไทย มีการวางผังเมือง มีมาตรการการกระจายการถือ ครองทด่ี นิ เพ่ือให้ประชาชนมที ่ีทากินอยา่ งทั่วถงึ และเปน็ ธรรม สภาพปญั หา การกาหนดมาตรการหรือกลไกความช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถช่วยเหลือ ตนเองได้ เนื่องจากเกษตรกรเป็นพื้นฐานและอาชีพหลักของสังคมไทย รัฐจึงต้อง กาหนดนโยบายช่วยเหลือสนิ ค้าทางการเกษตร ส่งผลต่อการดารงชีวิตของเกษตรกร และจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง มีผลต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมการกาหนดขนาดการถือ ครองทด่ี ิน และการพัฒนาทด่ี นิ ให้มคี ณุ ภาพ ความคาดหวงั ฝา่ ยกิจการนักเรียน กองบงั คับ ชีวติ ความเป็นอย่ขู องประชากรภายในประเทศควรไดร้ ับการดแู ลเอาใจใส่จากรัฐ การปกครอง โรงเรยี นนายรอ้ ย ให้ท่ัวถึงโดยไม่เอื้อหรืออานวยความสะดวกแก่พวกพ้องหรือเฉพาะบางกลุ่ม ให้ ตารวจ (แบบสอบถามความ ประชากรทุกคนในรัฐมีการดารงชีวิตท่ีเท่าเทียมกันในทางท่ีดีขึ้น เศรษฐกิจ การ คดิ เหน็ ) พัฒนาให้เท่าทันสถานการณ์ท่ีโลกกาลังเป็นไปให้เศรษฐกิจท้ังขนาดเล็กสามารถ พึ่งตนเองได้ เศรษฐกิจขนาดกลางแข่งขันกับต่างประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสาคัญต่อการดารงชีวิต รัฐควรเอาใจใส่และแก้ปัญหาอย่างจริง จรงิ สภาพปัญหา ในปัจจุบันชีวิตความเป็นอยูข่ องประชากร รัฐไดร้ ับการแกไ้ ขปัญหาดว้ ยนโยบาย และหนา้ ท่ีของรฐั ท่ีไมย่ ั่งยืน เป็นการแก้ไขในช่วงระบบเวลาหน่งึ เพ่ือสร้างค่านิยมที่มี ต่อรัฐ แต่ประชากรไม่สามารถพ่ึงตนเองได้ เศรษฐกิจมีการชะลอตัว การส่งเสริมให้ ประชาการทั้งหมดของรัฐมีส่วนช่วยในการสร้างเศรษฐกิจให้ดีข้ึนโดยนโยบายที่ไม่ ยงั่ ยนื ทรัพยากรธรรมชาติยังถกู ทาลายดว้ ยทางธรรมชาติ และการกระทาของมนุษย์

๑๙๔ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ ส่ิงแวดล้อมส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาในช่วงเวลาซ้า ๆ ของแต่ละปี ขาดการแก้ปัญหา ทยี่ ัง่ ยืน ขอ้ เสนอแนะ ด้านชีวิตความเป็นอยู่ รัฐ ควรสร้างนโยบายเพื่อให้ประชากรทุกคนในช่วงอายุ ของการทางานให้มีงานทาทุกคน เช่น อายุ ๓๐-๔๐ ปี ต้องมีอาชีพหรือมีงานทาทุก คน โดยเปิดโอกาสในการทางานให้แก่ประชากรของรัฐให้มากขึ้น ส่งเสริมให้มีการ ประกอบธุรกิจของประชากรในช่วยอายขุ องการทางาน ท้ังทางดา้ นสินเช่ือ ด้านการ ผลิต ดา้ นอุปกรณใ์ นการประกอบธรุ กิจ เป็นต้น ความคาดหวัง กองบังคบั การปกครอง หากภาครัฐมีนโยบายท่ีสามารถส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพ โรงเรียนนายรอ้ ยตารวจ ชีวิตทีด่ ี ย่อมทาให้การบงั คับใชก้ ฎหมายสามารถปฏิบัติได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (แบบสอบถามความคิดเห็น) สภาพปัญหา ในสว่ นของระบบเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัวหรือ เตบิ โตไมเ่ ป็นตามเปา้ เนื่องจาก กระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ดังน้ี ภาครัฐจึงควรมีนโยบาย เพ่ือแก้ไขปัญหาอย่างเป็น รูปธรรม ขอ้ เสนอแนะ ภาครัฐควรจัดการนโยบายท่ีสอดคล้องกับปัญหา โดยควรเปิดการรับฟังปัญหา โดยมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน และประชาชน ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง หรือที่ เรยี กว่าเป็นนโยบายจากล่างขึ้นสู่บน เพอ่ื ให้นโยบายดังกล่าวสามารถแก้ปญั หาในแต่ ละส่วนไดจ้ ริง ท้งั น้ภี าครฐั จึงตอ้ งมีการกระจายอานาจและการตัดสินใจในส่วนของนโยบายจาก ส่วนกลางไปสู่ทอ้ งถ่ินมากขึ้น เพอ่ื เสรมิ สร้างการมสี ว่ นรว่ มจากภาคประชาชน

๑๙๕ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ ความคาดหวัง โรงเรยี นนายร้อยตารวจ ควรเป็น “แนวนโยบายฯ” ที่ยั่งยืนโดยสามารถปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ในการ (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ดาเนินการได้ตามสถานการณป์ จั จบุ นั และในอนาคต สภาพปัญหา นโยบายหรือยุทธศาสตร์ไมส่ อดคลอ้ งกบั บริบทของหน่วยงาน ข้อเสนอแนะ ควรมีการสารวจความเห็นของบุคลากรเก่ียวกับนโยบายตา่ ง ๆ หรือยุทธศาสตร์ ท่จี ะกาหนดในรัฐธรรมนญู ความคาดหวัง ฝ่ายปกครอง ๒ กองบังคบั การ การมีเสถียรภาพทางการเงิน ราคาสินค้าที่จาเป็นต่อการดารงชีวิต ท่ีรัฐบาล ปกครอง โรงเรยี นนายร้อย สามารถควบคมุ ราคาได้ อัตราดอกเบยี้ เงินฝากสงู กว่าปัจจบุ ัน ตารวจ (แบบสอบถามความ สภาพปัญหา คดิ เหน็ ) ๑) ปญั หาเศรษฐกิจ ราคาสนิ ค้าแพง เงนิ เฟ้อ ๒) เงินเดือน รัฐสวัสดิการไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ทาให้ ข้าราชการตารวจมีหน้ีสินล้นพ้นตัว ส่วนใหญ่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการ สง่ ผลใหม้ กี ารคอรร์ ปั ชั่นมากขึ้น ข้อเสนอแนะ ๑) ควรเพิ่มเงินเดือนให้เหมาะสมเพียงพอต่อการดารงชีพ เงินเดือนข้าราชการ ตารวจนอ้ ยกวา่ คา่ แรงข้นั ต่า ๒) เพ่ิมรัฐสวสั ดกิ ารให้สอดคลอ้ งกบั ความเปน็ จรงิ

๑๙๖ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ความคาดหวัง คณะนิตวิ ทิ ยาศาสตร์ โรงเรยี น ประชาชนในประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขปราศจากความขัดแย้ง ได้รับการ นายรอ้ ยตารวจ คุ้มครองจากรัฐอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมเก่ียวกับความปลอดภัยในชีวิตและ (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ทรัพย์สิน สามารถดารงชีวิตโดยอาชีพสุจริตทุกสาขาวิชาชีพได้อย่างมีเกียรติ มี ศักด์ิศรี และมีความสุข มีทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งเสริมสุขภาวะขั้นพ้ืนฐานของชีวิต เช่น อากาศบรสิ ทุ ธิ์ แหง่ นา้ สะอาด อาหารปลอดสารพษิ เปน็ ต้น สภาพปัญหา ความเหลื่อมล้าของประชาชนที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ เกิดการช่วยกระจุกจนกระจาย และยังไม่สามารถแก้ไข ปัญหาเร่ืองปากท้องได้อย่างทั่วถึง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหน่ึงของการดารงชีวิตของคน ในสังคมที่ต้องด้ินรนเพ่ือความอยู่รอดโดยปราศจากการคานึงถึงศีลธรรมและความ ถกู ตอ้ ง เชน่ การตัดไมท้ าลายปา่ การใชส้ ารเคมใี นผลผลติ ทางการเกษตร เป็นตน้ ข้อเสนอแนะ ๑) กระตุ้นและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจในภาพรวมให้สามารถเข้าถึงประชาชน ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยการวิเคราะห์จากเศรษฐกิจแบบฐานรากขึ้นไปหาโครงสร้าง ของกลุ่มเศรษฐกจิ ขนาดใหญ่ ๒) ส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพท่ีใช้ได้จริงในยุคปัจจุบัน สนับสนุนการทา เกษตรกรรมแบบอนิ ทรีย์ พร้อมเปิดตลาดรองรบั ท้งั ในประเทศและการสง่ ออก ๓) ควบคุมการปล่อยของเสียของโรงงานอุตสาหกรรม การปล่อยของเสียงจาก ห้องปฏิบัติการ และการใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างเคร่งครัด โดยการกาหนด มาตรการทางกฎหมายทรี่ นุ แรง รวดเรว็ และแน่นอน

๑๙๗ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ทมี่ าของความเห็น ความคาดหวัง สปศ. โรงเรยี นนายรอ้ ยตารวจ พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านเทคโนโลยีและมวี นิ ัยในการปฏบิ ัตหิ น้าที่ (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) สภาพปญั หา งบประมาณที่น้อยและจากัด ทาให้การปฏิบัติหน้าท่ีค่อนข้างท่ีมีประสิทธิภาพ เทา่ ท่ีควร และการขาดบุคลาการไมเ่ พียงพอต่อการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ขอ้ เสนอแนะ อยากใหภ้ าครฐั สนบั สนนุ งบประมาณที่เพียงพอ ความคาดหวงั โรงเรียนนายรอ้ ยตารวจ การดารงชวี ิตต้องมีความสมบูรณ์ด้านพื้นฐานของรฐั ปัจจัย ๔ และเคร่ืองอานาย (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) ความสะดวกตามเกณฑ์ของประเทศพัฒนาแล้ว โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมท่ีดี มีความเหมาะสม กับโลกสีเขียว ลดสารเคมี ใช้สารทางชีวภาพเป็น มติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม สภาพปัญหา การตั้งเป้าหมาย การพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เดิน ตามแผน ขอ้ เสนอแนะ มีปัญหาท่ีคน ส่งเสริมคนดี คุณธรรมนาความรู้ ผู้นาต้องเป็นแบบอย่างทีดี สง่ เสรมิ ระบบคุณธรรมใหช้ ดั เจน ความคาดหวัง กรมทา่ อากาศยาน มาตรา ๕๘ การดาเนินการของรัฐท่ีอาจมีผลกระทบประชาชนหรือชุมชน หรือ (แบบสอบถามความคดิ เห็น) สง่ิ แวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดาเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อ คุณภาพส่ิงแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเหน็ ของผู้มสี ่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดยี วกัน

๑๙๘ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ รัฐต้องใช้ความระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน ส่ิงแวดล้อม และ ความหลากหลายทางชีวภาพน้องท่ีสุด และต้องดาเนินการให้มีการเยียวยาความ เดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนท่ีได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม และไม่ชักช้า ดังน้ัน หากพิจารณาจากบทบาทอานาจหน้าที่ของกรมท่าอากาศยาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงมีการกาหนดสิทธิและ เสรภี าพของประชาชนที่ครอบคลุมแลว้ ความคาดหวงั กองตรวจสอบเลขทะเบยี น ควรจัดบริการสาธารณะ และระบบสาธารณูปโภค รวมท้ังโครงสร้างพ้ืนฐานให้ ประวัติ สานกั งาน ประชาชนมคี วามเป็นอย่ทู ี่ดี คณะกรรมการข้าราชการ สภาพปญั หา (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) มีปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจระหวา่ งผู้มีรายได้สูง กับผู้มีรายได้ต่าควรลดความ เหลอ่ื มล้า ขอ้ เสนอแนะ การเกบ็ ภาษีอากร และใชง้ บประมาณแผ่นดนิ อยา่ งคุ้มคา่ ความคาดหวัง กองบังคับการตารวจทางหลวง รัฐควรให้ประชาชนได้แสดงออกซ่ึงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการกาหนด (แบบสอบถามความคิดเห็น) นโยบาย ตลอดจนการแก้ไขปัญหา ในการดารงชีวิต เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม สภาพปญั หา ๑) นโยบายของรฐั ไมส่ ะท้อนปญั หาขอสงั คมอย่างแทจ้ รงิ ๒) นโยบายของรฐั ทาใหป้ ระชาชนออ่ นแอ เปิดช่องใหพ้ ่ึงพาอาศัยรัฐมากเกินไป ขอ้ เสนอแนะ ๑) ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงออกซึ่งความคิด กาหนดนโยบายของการ แก้ไขปญั หาของสงั คม

๑๙๙ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ทมี่ าของความเหน็ ๒) นโยบายของรัฐไม่ต้องก่อให้เกิดการพ่ึงพาอาศัยรัฐ ซึ่งรัฐจะต้องรีบตระหนัก และกระทบต่อการแขง่ ขนั ทางด้านเศรษฐกจิ โดยแทจ้ รงิ ความคาดหวงั กรมการขนสง่ ทางราง ตามภารกิจของกรมการขนส่งทางรางกระทรวงคมนาคม ได้ดาเนินการตาม กระทรวงคมนาคม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐ ในการดาเนินการตามแผน (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ยุทธศาสตร์ชาติ โดยบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ท่ี ๓ ของกระทรวงคมนาคม การพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย กากับดูแล และปฏิรูปองค์กร (Regulations and Institution) โดยการปรับโครงสร้างองคก์ รและหนว่ ยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ งด้านคมนาคมขนส่งให้มคี วาม ชัดเจนระหว่างหน่วยงานด้านนโยบาย กากับดูแล และประกอบการด้านการขนส่ง เพื่อให้การดาเนินงานในแต่ละด้านมีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และได้ มาตรฐานสากล รวมทั้งปรับโครงสร้างหน่วยงานด้านคมนาคมท้ังทางถนน ทางราง ทางน้า และทางอากาศโดยแยกหน่วยงานกากับดูแลและหน่วยปฏิบัติงานด้านการ ขนสง่ ทางนา้ และจดั ตงั้ กรมการขนสง่ ทางราง เปน็ ต้น กฎหมายและการบงั คบั ใช้ เป็นเครื่องมอื สาคัญในการควบคมุ กากบั และส่งเสริม การดาเนินงานด้านการคมนาคมขนส่ง การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบท่ี เก่ียวข้องมีความจาเป็นอย่างมากเพื่อให้กฎหมายมีความทันสมัยสอดคล้องกับ สถานการณเ์ ศรษฐกิจ สังคม บริบทการค้าการลงทุนท่ีเปล่ียนแปลงไปและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องสามารถดาเนินงานตามที่กฎหมายกาหนดได้ ซึ่งการนาเสนอ(ร่าง) พระราชบัญญัติการขนสง่ ทางราง พ.ศ. .... ที่ผ่านมาอนุมตั หิ ลกั การของคณะรฐั มนตรี และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๔) กรมการ ขนส่งทางรางได้ดาเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ท่ี ๓ ของ กระทรวงคมนาคม การพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย กากับดูแล และปฏิรูปองค์กร (Regulations and Institution) และได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตาม มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐

๒๐๐ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ สภาพปญั หา การดาเนินการตามแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติโดยกาหนดเป็นแผน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของกระทรวงคมนาคมยังไม่ประสบปัญหาแต่อย่างใดและได้เร่ง ดาเนินการตามแผนยุทธศาสตร์จัดทากฎหมายเก่ียวกับการขนส่งทางรางในร ะดับ เพราะราชบัญญัติกาหนดอานาจหน้าท่ีของกรมการขนส่งทางรางในการจัดทาร่าง แผนแม่บทด้านการพัฒนาการขนส่งทางรางเพื่อนาเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย การขนส่งทางรางอานาจในการสารวจพ้ืนที่เบื้องต้น การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ การให้เอกชนร่วมลงทนุ ในการประกอบกิจการขนสง่ ทางราง การก่อสรา้ งอาคารหรือ เส้นทางรถขนส่งทางรางผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นต้น และเร่งจัดทา กฎหมายลาดับรองท่ีออกตาม พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ... ท่ี ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งจะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ตามรัฐธรรมนูญเชน่ เดยี วกับการตราพระราชบัญญัตกิ ารขนสง่ ทางราง ขอ้ เสนอแนะ ไม่มีข้อเสนอแนะอื่นใดเพราะการดาเนินการตามภารกิจของกรมการขนส่งทาง รางมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้อานาจในการดาเนินการแล้ว และกรมการขนส่ง ทางรางไดด้ าเนินการโดยยึดบทบัญญัตริ ฐั ธรรมนูญทุกประการ ความคาดหวงั สานกั นโยบายและแผนพลงั งาน รัฐพึงต้องมนี โยบายที่จะนาไปสู่ความมั่นคงทางด้านพลังงานและพลังงานจะต้อง (สนพ.) กระทรวงพลังงาน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะเดียวกันต้องสนับสนุนให้ทุกภาค (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) ส่วนได้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในการจัดหาพลังงาน รัฐ จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายรัฐพึงจะต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลด้านพลังงานรวมท้ังเปิดโอกาสให้ ประชาชนมีสว่ นร่วมในดา้ นพลังงานของประเทศ

๒๐๑ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ทม่ี าของความเหน็ สภาพปัญหา ประชาชนมีความเข้าใจท่ีคลาดเคลื่อนเก่ียวกับข้อมูลด้านพลังงานของประเทศ สง่ ผลใหน้ โยบายดา้ นพลงั งานดา้ นตา่ ง ๆ มักจะถูกต่อต้านหรือไมเ่ ป็นทย่ี อมรบั ข้อเสนอแนะ สร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานตั้งแต่ระดับฐานราก เช่น จัดไว้ในหลักสูตร การศึกษา นอกจากนี้ต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้องให้กับประชาชน อย่างต่อเนื่องผ่านทางตัวแทนท้องถิ่น หรือส่ือสารสนเทศต่าง ๆ และในขั้นตอนของ การกาหนดนโยบายจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะการมีส่วนร่วมในฐานผู้ประกอบการ หรือ NGO เท่าน้ัน แต่เข้ามามีส่วน ร่วมในฐานประชาชนผู้ใช้พลงั งานจรงิ ๆ ความคาดหวัง ตารวจชายแดน เหน็ วา่ รัฐธรรมนูญฉบบั ท่ี ๒๕๖๐ แนวนโยบายและหน้าท่ขี องรฐั ต่อการดารงชวี ติ (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) เศรษฐกิจและทรพั ยากรธรรมชาตใิ นหมวดหน้าท่ขี องรัฐนนั้ ครอบคลุมอยแู่ ลว้ แตใ่ น ส่วนแนวนโยบายแห่งรัฐ หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ ควรเน้นการเข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมมากกว่านี้ โดยต้องไม่เกิดระบบสองมาตรฐาน อีกท้ังในเร่ืองการคุ้มครอง ผู้บริโภคก็ควรกาหนดไว้ในแนวนโยบายของรัฐด้วย เพ่ือให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ มาตรา ๖๑ ท้ังน้ีสภาพปัญหาที่เกิดข้ึนในปัจจุบันในส่วนของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องเน้ือหา ของรัฐธรรมนูญแต่เป็นเรื่องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าในหลายกรณีไม่ได้ มกี ารปฏิบตั ติ ามรัฐธรรมนูญ ท้ังในเร่ืองหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐ เช่นใน เร่ืองมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมในมาตรา ๖๘ และ ในเร่ืองเก่ียวกับกฎหมายการบริหารบุคคลของรัฐตามมาตรา ๗๖ ดังน้ันเม่ือกาหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญรัฐโดยรัฐบาลจะต้องมีการเสนอกฎหมายในเรื่องน้ัน ๆ เพ่ือออก กฎหมายมาบงั คับใชต้ ่อไป

๒๐๒ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ความคาดหวัง ตารวจภธู ร ภาค ๙ ๑. ควรมกี ารบรหิ ารจัดการอยา่ งเปน็ ระบบและเหมาะสม (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) ๒. ควรมีการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเหมาะสม ไม่กระทบสิทธิและ สร้างเงื่อนไข ๓. ควรมีการควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมกี ฎหมายกาหนดวธิ ีปฎิบัติ ไวใ้ หช้ ัดเจน ๔. ควรมีเศรษฐกิจทีด่ ี เงนิ หมนุ เวยี นส่รู ะบบถงึ เกษตรกร ๕. ควรมีการดูแลและจดั สวัสดิการต่าง ๆ ให้ประชาชนอย่างทั่วถงึ ๖. ควรมีการสร้างรากฐานเศรษฐกจิ ในประเทศให้เขม้ แขง็ ๗. ควรมีการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และสร้างความสมดุลระหว่าง การอนรุ กั ษ์กับการใช้ประโยชนอ์ ยา่ งยง่ั ยืน สภาพปัญหา ๑. ระบบเศรษฐกจิ ฐานรากยังไม่มีความเขม้ แข็ง ๒. ประชาชนมีพื้นท่ีทามาหากินไม่เพียงพอ ทาให้มีการบุกรุกพ้ืนที่ป่าสงวนเพ่ือ ปลกู ยางและปาล์มนา้ มนั ทาใหเ้ กิดคดปี ่าไม้ ๓. ข้อมูลท่ีนาไปใช้กาหนดนโยบายยังไม่สอดคล้องตามความเป็นจริงในพ้ืนท่ี ขาดการสารวจข้อมูลทถ่ี กู ต้องและเหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ ๑. ควรมีการปรับลดนโยบายในบางส่วนและให้มุ่งเน้นไปยังกลุ่มเกษตรกรเป็น หลัก ๒. ควรมกี ารส่งเสรมิ ระบบเศรษฐกจิ ฐานรากให้เขม้ แข็ง ๓. ควรมจี ดั สรรพื้นท่ใี ห้ประชาชนใชท้ ามาหากินอยา่ งเพียงพอ

๒๐๓ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ ความคาดหวัง สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สมควรกาหนดใหร้ ัฐมีหน้าที่ตอ้ งจัดใหป้ ระชาชนมีสว่ นร่วมในการพัฒนาประเทศ (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ด้านต่าง ๆ เช่น การจัดทาบริการสาธารณะ การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ การ ต่อต้านการทุจริต รวมท้ังการตัดสินใจทางการเมือง และการอื่น ๆ ท่ีอาจมี ผลกระทบตอ่ ประชาชน รัฐตอ้ งออกกฎหมายโดยให้ประชาชนมีส่วนรว่ มแสดงความ คิดเห็น รัฐต้องอนุรักษ์ คุ้มครอง บารุงรักษา ฟ้ืนฟู ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เปน็ ตน้ ความคาดหวัง การเคหะแห่งชาติ ควรส่งเสริม กากับดูแล เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) ภายในสังคมให้เป็นไปด้วยความชอบธรรมเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือ แนวคดิ อื่น ๆ เพ่ือไม่เกิดความเหล่ือมล้าทางสังคม และประชาชนสามารถเขา้ ถึงและ ใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรทางเศรษฐกิจได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ สภาพปัญหา แนวนโยบายและการทาหน้าท่ีของรัฐบางประการขาดการส่งเสริม การกากับ ดูแล ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนามาสู่ปัญหาความเหล่ือมล้าภายในสังคมซึ่งปัญหา เหล่านี้อาจเกิดจากระบบเศรษฐกิจระบบการเมืองหรือแนวนโยบายของรัฐท่ีเกิด ชอ่ งว่างบางประการไม่ว่าจะเปน็ ช่องว่างเชิงกฎหมายหรือช่องวา่ งเชิงนโยบายที่อาจ นาไปสู่การเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือเป็นการเอารัดเอา เปรียบเชิงระบบท่ีทาให้เกิดการผูกขาดท้ังด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ซึ่งทา ให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม หรอื ทรัพยากรทางเศรษฐกจิ ไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง

๒๐๔ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ข้อเสนอแนะ เปิดโอกาสและส่งเสรมิ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกาหนดนโยบายตา่ ง ๆ และ มชี อ่ งทางท่ีประชาชน ความคาดหวัง กรมพัฒนาสังคมและสวสั ดิการ โอกาสของประเทศไทยในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทางสังคม การจัด (แบบสอบถามความคิดเห็น) สวัสดิการที่มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน โดยใช้กลไกความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน และการส่งเสริม สนับสนุนจากกลไกสหประชาชาติเพ่ือก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในบทบาทภารกิจของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขณะเดียวกันก็เป็นความท้า ทายในการจัดทานโยบายยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัตกิ าร การกาหนดกลุม่ เป้าหมาย เพื่อการดูแล คุ้มครอง พิทักษ์สิทธิ และพัฒนาศักยภาพ และการบริหารจัดการ ข้อมูลสารสนเทศ ภาคีเครือข่ายการพัฒนา และทรัพยากรท่ีเพียงพอเหมาะสม เพื่อ โอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมของประชาชนไทยทุกคน ประชาชนอาเซียน และประชาชนโลก สภาพปญั หา 1. ปญั หาความยากจนและความเหลือ่ มลา้ ทางสังคม ปร ะช า ช น ส่ว น ให ญ่ ของป ร ะเ ทศไทย ยั งต้ องป ร ะส บ กับ ภ า ว ะค วา มย า กจ น ภาวะการขาดแคลนไม่มีความม่ันคงทางเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่า เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของประชากร ขาดการกระจายรายได้ที่เหมาะสม ซ่ึงสาเหตุหลัก คือ การไม่มีงานทา การมีหนี้สิน การมีรายได้ไม่เพียงพอกับการดารง ชีพตามมาตรฐานข้ันต่า โดยพบว่าความเหลื่อมล้าทางรายได้ระหว่างคนจนกับคน รวยมีแนวโน้มดีขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคของรายได้ (Gini coefficient) ลดลงจาก ๐.๔๘๔ ในปี ๒๕๕๔ เหลือ ๐.๔๖๕ ในปี ๒๕๕๖ โดยมีเส้นความยากจนอยู่ท่ี ๒,๕๗๖ บาทต่อคนต่อเดือน ความเหล่ือมล้าในรายจ่าย เพื่อการอุปโภคบริโภคของกลุ่มรายจ่ายมากท่ีสุด ร้อยละ ๒๐ จากลาดับสุดท้าย

๒๐๕ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ เมื่อเทียบกับกลุ่มรายจ่ายน้อยท่ีสุด ร้อยละ ๒๐ จากลาดับแรก เท่ากับ ๘.๔ และ ความเหลื่อมล้าทางรายได้กลุม่ รวยที่สดุ ร้อยละ ๒๐ จากลาดับสดุ ท้าย เม่ือเทยี บกับ กลุ่มจนทส่ี ุด ร้อยละ ๒๐ จากลาดับแรก เทา่ กบั ๑๑.๐๘ ซ่ึงความแตกตา่ งของรายได้ ระหว่างกลุ่มคนรวยท่ีสุดกับกลุ่มคนจนที่สุดแตกต่างกันถึง ๓๔.๙ เท่า โดยจานวนคนจนในประเทศไทยเท่ากับ ๗.๑ ล้านคน หากรวมคนเกือบจนจะมี ประมาณ ๑๔ ล้านคน หรือรอ้ ยละ ๒๑ ของประชากรทงั้ หมด ซ่ึงความยากจนยังคง กระจุกตัวหนาแน่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ท้ังนี้การเปิด ลงทะเบียนเพ่ือสวัสดิการแห่งรัฐสาหรับผู้มีรายได้น้อยในปี ๒๕๕๙ พบว่ามี ประชาชนมาลงทะเบียนในเบื้องต้น ๘.๓ ล้านคน และได้มีการประเมินคัดกรอง คุณสมบัติ คือเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่ากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ถึงจานวน ๖.๙ คน ท่ีรัฐจะต้องสร้างโอกาสในการเข้าถึง สวัสดิการขั้นพื้นฐานและสวัสดิการเพ่ือลดช่องว่างของความเหล่ือมล้าทางรายได้ และคุณภาพชีวิต โดยจะมีการเปิดรับลงทะเบยี นเพ่อื สวัสดิการแห่งรัฐเพมิ่ เตมิ ในชว่ ง เดอื นมีนาคม ๒๕๖๓ อีกคร้ังหนึ่ง นอกจากความยากจนในเชิงเศรษฐกิจหรอื รายไดแ้ ล้ว ความยากจนยงั ครอบคลุม มิติเชิงโครงสร้างที่เกิดจากความขัดสนในหลายด้านท่ีทาให้ขาดศักยภาพในการ ดารงชีวิต ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้าในสังคมท่ีสูงและขาดความเป็นธรรมในด้าน อ่ืน อันก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทย เช่น ขาดโอกาสทางการศึกษา รัฐ ขาด ข้อมูลข่าวสารและความรู้ในการประกอบอาชีพ การรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วม รวมถึง ภาระพ่ึงพิงต่อวัยแรงงาน โครงสร้างเศรษฐกิจท่ีเอื้อประโยชน์ตอ่ เจา้ ของทุนมากกว่า กาลังแรงงาน การกระจายบริการของรัฐมีความเหลื่อมล้าท้ังในเชิงปริมาณและ คุณภาพทาให้ประชาชนขาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการของรัฐอย่าง เท่าเทียม โครงสร้างภาษีที่ไม่เป็นธรรมเป็นอุปสรรคไม่เอื้อต่อการสนับสนุนให้เกิด การกระจายผลประโยชนจ์ ากการพัฒนา รวมถงึ ความเหลอ่ื มลา้ ในการถอื ครองทด่ี ิน และความขัดแย้งปัญหาระบบกรรมสิทธ์ิท่ีดินระหว่างประชาชนกับภาครัฐ การไม่มี

๒๐๖ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ทด่ี ินทากินหรือมีไม่เพียงพอ ซง่ึ จากรายงานของมลู นิธิสถาบันท่ีดิน พบว่า ประชาชน ท่ัวไปมีการครอบครองที่ดิน ๑๒๐ ล้านไร่ โดยกว่าร้อยละ ๙๐ ของท่ีดินในการ ครอบครอง กระจุกตัวอยู่ในมือของคนประมาณ ๖ ล้านคน หรือร้อยละ ๑๐ และ ข้อมูลในปี ๒๕๕๙ พบว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ ๔๐.๐ ไม่มีที่ดินทา กินหรือมีท่ีดินทากินไม่ถึง ๑๐ ไร่ คนจนยังไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างท่ัวถึง เช่นเดียวกับการจัดบริการสาธารณะเพ่ือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนยังไม่สามารถช่วยให้ครัวเรือนออกจากความยากจนและไม่ตกอยู่ในความ ยากจนเรื้อรังยังขาดประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล จงึ กล่าวได้ปญั หาความยากจนจึง เป็นทั้งผลกระทบที่ทาให้เกิดความเหล่ือมล้าทางสังคม และเป็นสาเหตุท่ีทาให้ความ เหลอื่ มล้าสูงขน้ึ 2. การแกไ้ ขปัญหาการขอทาน การขอทานเป็นสถานการณ์ที่เกิดข้ึนในสังคมไทยมาเป็นเวลานาน ในอดีตการ ขอทานเป็นทางเลือกของบุคคลท่ีอยู่ในภาวะขาดความเสมอภาคและโอกาสทาง สังคม โดยปัจจัยที่ทาให้การขอทานยังคงอยู่หลายประการ อาทิ ปัจจัยจากลักษณะ ของงานเป็นสิ่งท่ีเข้าถึงง่าย กระบวนการทางานไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ความรู้และ แรงงาน ได้เงินง่ายและใช้เวลาไม่มาก ปัจจัยความยากจนและความไม่เป็นธรรมใน การกระจายรายได้ซึ่งเปน็ มลู เหตุพื้นฐานทส่ี ่งผลใหม้ ีการอพยพครอบครวั ส่เู มืองใหญ่ ความพิการทางร่างกาย สติปัญญา การขาดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบ อาชีพ อีกท้ังค่านยิ มและทัศนคติของสังคมไทยที่เชื่อว่าการให้ทานเป็นส่วนหน่ึงของ การกระทาความดีและการทาบุญเพื่อภพหน้า ท้ังน้ีการขอทานในปัจจุบันนอกจาก จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศแล้วยังมีความเช่ือมโยงกับปัญหาการค้า มนษุ ย์ ทาใหม้ ีการใช้มาตรการจัดระเบยี บขอทานในพื้นทก่ี รุงเทพมหานครและแหล่ง ชุมชนในเขตเมอื งใหญ่มาอย่างตอ่ เน่ือง อกี ทงั้ การประกาศใช้พระราชบญั ญัติควบคุม การขอทาน พ.ศ. ๒๕๕๙ เพ่ือจัดระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้ทาการขอทาน ควบคุมการขอทาน และแยกผู้แสดงความสามารถออกจาก

๒๐๗ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ผู้ทาการขอทาน เพ่ือแก้ปัญหาสังคมและคุ้มครองสวัสดิภาพของบุคคลให้เหมาะสม กับสถานการณ์ปัจจุบัน ท้ังกาหนดความผิดทางอาญาแก่ผู้ซึ่งหาประโยชน์จากความ ไม่สมประกอบทางร่างกาย ความอ่อนด้อยทางสติปัญญาหรือสภาพจิตใจของบุคคล อื่น โดยมีการขับเคลื่อนงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ผ่านกลไกคณะกรรมการ ภายใต้นโยบาย ๓ P คือ ได้แก่ ๑) การขับเคลื่อนนโยบาย (Policy) ซึ่งเน้นการ ดาเนินงานบรู ณาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยใช้กลไกคณะกรรมการ ระดับจังหวัด การจัดระเบียบขอทาน และการออกอนุบญั ญัติและมาตรการทางการ บริหารภายใต้บทบัญญัติตามกฎหมาย โดยประกาศใช้ระเบียบคณะกรรมการ ควบคุมการขอทาน ๕ ฉบบั ซ่งึ มีสาระสาคญั คอื การจาแนกคุณลักษณะผู้กระทาการ ขอทานกับผู้แสดงความสามารถ หลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการแจ้งและการมีบัตร ประจาตัวผู้แสดงความสามารถ การคัดกรองผู้กระทาการขอทาน การไม่ส่งต่อผู้ทา การขอทานไปดาเนินการตามกฎหมายเฉพาะ และการแจ้งของผู้ประสงค์จะแสดง ความสามารถต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมถึงการอบรมพนักงานเจ้าหน้าท่ีตาม กฎหมาย ๒) นโยบายด้านการคุ้มครอง (Protection) มุ่งเน้นการจัดบริการ สวัสดิการพื้นฐานท่ีได้มาตรฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน การจัดทาโครงการนาร่อง เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและอาชีพ เพ่ือสร้างโอกาสในการทางานและมีรายได้ มิให้ กลับมากระทาการขอทานซา้ เชน่ “โครงการ ธัญบุรี โมเดล” พัฒนาทักษะอาชีพ ใน พื้นที่ของสถานคุ้มครองคนไร้ท่ีพึง่ โครงการ “บ้านน้อยในนิคม” ส่งเสรมิ การใช้ชีวิต อิสระ และสร้างรายได้ ในพ้ืนท่ีนิคมสร้างตนเอง รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพ่ือการคุ้มครองสิทธิให้มีสถานะบุคคลตามกฎหมาย และ ๓) นโยบายการป้องกัน (Prevention) อย่างต่อเน่ือง มุ่งเน้นส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนด้านสิทธิตาม กฎหมาย การเสริมสร้างภูมิคมุ้ กนั แก่กลมุ่ เสีย่ งเพอ่ื ป้องกันการถูกลอ่ ลวง การปอ้ งกัน และแก้ไขปัญหาการขอทานในพื้นที่ประเทศต้นทางโดยร่วมกับองค์การเฟรนด์ อินเตอร์เนช่ันแนลประเทศไทย และปัญหาขอทานไทยในพื้นท่ีต้นทางโดยนาร่อง ท่ี จังหวัดสุรินทร์ รวมถึงการทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับเทศบาล ๓๐ แห่งทั่ว

๒๐๘ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ประเทศ (MOU) เพื่อการป้องกันแก้ไขปัญหาคนขอทาน คนไร้ที่พ่ึง การติดตามผล และปฏิบัติงานร่วมกัน รวมถึงการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาการขอทาน ภายใต้ แนวคิด “ให้ทานถูกวิธี ลดวถิ กี ารขอทาน” อยา่ งต่อเน่ือง 3. สถานการณ์คนไร้ทพี่ ึ่ง สภาพสังคมไทยในปัจจุบันซ่ึงมีลักษณะบริโภคนิยม อันมีที่มาจากระบบ เศรษฐกิจแบบทุนนิยมนามาซงึ่ ปญั หาตา่ งๆ ทางสังคมตามมา เนอ่ื งจากเปน็ สังคมที่มี การแข่งขันสูง ขณะที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจากัดและกระจุกตัวในกลุ่มผู้ที่มีอานาจ อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวไทยส่วนใหญ่เข้าถึงการศึกษาน้อย จึงไม่มีศักยภาพ และ พลงั ในการแข่งขัน สง่ ผลให้ไร้อาชีพและมฐี านะยากจน รายไดไ้ มเ่ พยี งพอกับรายจา่ ย นอกจากนี้สถาบันครอบครัว ชุมชนมีความอ่อนแอลง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากร ทาให้ครอบครัวมีขนาดเล็กลงเป็นครอบครัวเด่ียว ความสัมพันธ์ ในครอบครัวเปราะบาง การหย่าร้างสูง กระทบถึงการทาหน้าท่ีของสถาบัน ครอบครัว ชุมชนที่ไม่สามารถให้การอุปการะ หรือดูแลสมาชิกครอบครัวที่ประสบ ปัญหาในภาวะวิกฤติจนไม่สามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองจนกลายเป็นภาระได้ เช่น คนไร้ที่พึ่ง คนเร่ร่อนไร้บ้าน คนพิการ คนป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยจิตเวช ฯลฯ จนทาให้คน เหล่าน้ันกลายเป็นคนถูกทอดท้ิง ไร้ผู้อุปการะ ไร้ท่ีพึ่งพิงจนต้องเข้าไปสู่การดูแลใน สถาบันรัฐเป็นจานวนมาก โดยเฉพาะสถานคุ้มครองคนไร้ท่ีพ่ึงในสังกัด กรมพัฒนา สังคมและสวัสดกิ าร สถานการณ์คนไร้ที่พง่ึ มีแนวโน้มเพ่ิมมากข้ึนทุกปี ซ่ึงจากการสารวจจานวนผู้ใช้ ชีวติ ในทีส่ าธารณะในกรุงเทพมหานคร พบวา่ ในปี ๒๕๕๓ มีจานวนคนไร้ทพี่ ึง่ เรร่ ่อน จานวน ๒,๔๕๑ คน และในปี ๒๕๕๔ มีจานวนคนไร้ท่ีพึ่งจานวน ๒,๕๖๑ คน เพ่ิมข้ึนร้อยละ ๔.๒ โดยแบ่งเป็นผู้ชาย ๑,๖๓๐ คน และเป็นผู้หญิง ๙๓๑ คน โดย เป็นกลุ่มคนเร่ร่อนไร้บ้านมากท่ีสุด และด้วยคนไร้ท่ีพ่ึงเป็นบุคคลท่ีประสบปัญหา ในสังคม ขาดความมั่นคงในการดารงชีวติ ได้อย่างปกติ ไมม่ ีที่อยู่อาศัยทเี่ หมาะสม ท้ัง ไม่สามารถหารายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ซ่ึงส่วนใหญ่บุคคลเหล่าน้ีอยู่ในที่ไม่อาจ

๒๐๙ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ช่วยเหลือตนเองได้ และไม่อาจพ่ึงพาบุคคลอื่นได้ ทาให้มีชีวิตอยู่อย่างยากลาบาก มีมาตรฐานการดารงชีพที่ต่ากว่ามาตรฐานความเป็นอยู่ของคนท่ัวไป รัฐบาลจึงได้มี พระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ท่ีพ่ึง พ.ศ. ๒๕๕๗ เพ่ือให้การคุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่ง เพื่อให้มปี ัจจัยพน้ื ฐานในการดารงชีวติ และมีสุขภาพร่างกายจติ ใจเช่นเดียวกับบุคคล ท่วั ไป และสามารถดารงชวี ิตอยู่ในสังคมได้ โดยวธิ ีการคมุ้ ครองท่หี ลากหลาย ทั้งการ จัดสวัสดิการสังคม การเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ การ รกั ษาพยาบาล การสง่ เสริมการศึกษาและอาชีพ การส่งเสรมิ และสนับสนนุ การสร้าง โอกาสในสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสนับสนุนให้คนไร้ที่พึ่งมีงานทาและมีที่ พักอาศัย และป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนไร้ที่พึ่ง โดยการ ให้บริการครอบคลุมกลุ่มบุคคลซ่ึงไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลาบากและไม่อาจพึ่งพาบุคคลอ่ืนได้ตามท่ีค ณะกรรมการ คุ้มครองคนไร้ที่พ่ึงกาหนด ในส่วนบุคคลสัญชาติไทย ต้องเป็นผู้ที่ประสบปัญหา ความเดือดร้อนท่ีมีความยากลาบากในการดารงชีพเน่ืองจากเหตุหัวหน้าครอบครัว หรือบุคคลที่เป็นหลักในครอบครัวไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ คนเร่ร่อน รวมถึง บุคคลซ่ึงอาศัยที่สาธารณะเป็นที่พักนอนช่ัวคราว คนไร้ที่พ่ึงยังหมายรวมถึงบุคคลที่ มีปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎรท่ีประสบปัญหาการดารงชีพ ซ่ึงกลไกในการ คุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่งปัจจุบันมีทั้งการจัดบริการผ่านสถาบัน คือสถานคุ้มครองคนไร้ท่ี พ่ึง และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยมีการดาเนินงานทั้งเชิงรุกและเชิ งรับ เพ่ือป้องกันกลุ่มเส่ียง คุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่ง และพัฒนาคุณภาพชีวิตลดการพ่ึงพิง ซึ่งปัจจุบันเป็นการดาเนินงานเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ คือกรมพัฒนาสังคมและ สวสั ดิการ โดยขอ้ มลู สถิติผ้ใู ชบ้ ริการในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ในสถานค้มุ ครองคนไร้ ที่พึ่ง จานวน ๑๑ แห่ง มีคนไร้ที่พึ่งเข้ารับการคุ้มครอง จานวน ๖,๓๙๑ คน สาหรับ การคุ้มครองในชุมชน จะเป็นการดาเนินงานภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของภาค ประชาสังคม ภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการเป็นเครือข่าย การคมุ้ ครองคนไร้ทพ่ี ึ่งในระดบั พน้ื ที่

๒๑๐ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ความท้าทายในเชิงนโยบายของการคุ้มครองคนไร้ที่พ่ึงใน คือ การจาแนก ประเภทคนไร้ทพ่ี ่ึง และรูปแบบการคมุ้ ครอง มาตรฐานบริการ เป็นอานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ท่ีพ่ึงในการพิจารณาปรับปรุงเพ่ิมเติม ซึ่งการ เปล่ียนแปลงบริบททางสังคม และระบบสวัสดิการสังคมโลกที่มีการพัฒนาอย่าง ตอ่ เน่ือง อาจส่งผลให้มีการปรับเปล่ียนประเภทกลุ่มคนไร้ท่ีพึ่ง และมาตรการ กลไก การคุ้มครองได้ นอกจากนี้การเปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐ องค์กร สาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์กรภาคเอกชนอื่น สถาบันศาสนา รวมถึงกลุ่มคนไร้ที่พ่ึง หรือกลุ่มบุคคลอื่นสามารถจัดให้มีการดาเนินการในลักษณะ เดียวกับศูนย์คุ้มครองคนไร้พึ่งได้ โดย พม. จะต้องให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือ ดา้ นอ่ืน ๆ ก็เปน็ อีกความท้าทายหนึ่งที่ พส. ในฐานะเลขานกุ ารคณะกรรมการ และ มีหน่วยงานสถานคุ้มครองและศูนย์คุ้มครองซ่ึงเป็นหน่วยงานตามบทบัญญัติของ กฎหมาย ท่ีจะต้องเร่งรัด ผลักดัน และส่งเสริม สนับสนุน ให้ภาคส่วนอื่นมีการ ดาเนินงานในรูปแบบศูนย์คุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่งที่เน้นท้ังเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อขยายการเข้าถึงบริการและสามารถรองรับกลุ่มคนไร้ท่ีพึ่งท่ีมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนได้ อย่างเหมาะสม สาหรับความท้าทายในส่วนของงานบริการคุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่งของ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คือ ข้อจากัดของบุคลากรท้ังในเชิงปริมาณต่อ สัดส่วนการดูแลผู้รับบริการ และความรู้ความสามารถเฉพาะทางวิชาชีพ รวมถึง รูปแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ การจัดสวัสดิการและส่ิงอานวย ความสะดวกต่าง ๆ ท่ีไม่สามารถดาเนินการใหม้ ีประสิทธิภาพเหมาะสมได้ เน่ืองจาก มีผู้รับบริการมีความซ้าซ้อนในเชิงภาวะประชากร และความเจ็บป่วย เช่น เป็นกลุ่ม ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการทางร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์และจิตใจ และผู้ปว่ ยเรอื้ รงั ซงึ่ มี จานวนมาก 4. สถานการณร์ าษฎรบนพื้นทส่ี งู และกลุ่มชาตพิ นั ธุ์ พ้ืนที่สูงเปน็ พน้ื ที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ โดยสภาพพน้ื ที่สูงมีความสงู กว่า ระดับน้าทะเล ๕๐๐ เมตรข้ึนไป มีความลาดชันเฉล่ียมากกว่าร้อยละ ๓๕ พื้นที่สูงใน

๒๑๑ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ ๖๗.๒๒ ไร่ หรือร้อยละ ๕๓ ของพ้ืนท่ี ๒๐ จังหวัด ประกอบดว้ ย เชียงใหม่ เชียงราย แมฮ่ ่องสอน พะเยา ลาพูน แพร่ นา่ น ลาปาง ตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เลย สุโขทัย กาแพงเพชร กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี มีกลุ่มราษฎรบนพ้ืนที่สูง ประกอบด้วย กะเหรี่ยง ม้ง ลาหู่ ลัวะ อาข่า เม่ียน ลีซูอขมุ ถิ่น และ มลาบรี มีทั้งหมดจานวน ๑,๔๔๑,๑๓๕ คน อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย (ข้อมูล ณ วันท่ี ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙) พื้นท่ีสูงส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีป่าต้นน้าลาธาร ถือเป็นทุนทางธรรมชาติ ท่ีสามารถนามาใช้เป็นช่องทางการพัฒนาที่นาไปสู่การสร้างคุณค่าได้มากมาย รวมท้ังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ชุมชนมีหลากหลาย เผ่าพันธุ์มีความเช่ือและวิถีชีวิตท่ีแตกต่างกัน และมีภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ีจัดเป็นทุน ทางสงคมที่มีมูลค่า แต่ราษฎรบนพ้นื ที่สูงสว่ นใหญย่ ังมีการศึกษาน้อย โอกาสในการ เข้าถึงสวัสดิการสังคมยังไม่เท่าเทียมกับราษฎรไทยทั่วไป เนอ่ื งจากหมู่บ้านบนพื้นท่ี สูงส่วนใหญ่มีการคมนาคมยากลาบาก หน่วยงานของรฐั เขา้ ไปดาเนินการได้ไม่ท่ัวถึง ทาใหก้ ระบวนการพฒั นาเป็นไปดว้ ยความยากลาบาก ปัจจุบันสภาพปัญหาของราษฎรบนพื้นท่ีสูงที่จาเป็นและต้องให้ความสาคัญต่อ การแก้ไข คือ สภาพความยากจน ซ่ึงสาเหตุสาคัญเกิดจากเกษตรกรสร้างผลผลิตได้ น้อย ต้นทุนการผลิตสูง ขณะที่ราคาผลผลิตค่อนข้างต่าและมีความผันผวน มีช่องทางการตลาดน้อยและไม่มีโอกาสสร้างรายได้นอกภาคการเกษตรเท่าท่ีควร นอกจากนี้ระบบการผลิตที่ใช้สารเคมีเกษตรอย่างไม่เหมาะสม ทาให้เกิดการ ปนเป้ือนของสารเคมี มีการตกค้างทั้งในผลผลิตและในส่ิงแวดล้อมทั้งดินและน้า ส่งผลกระทบต่อระบบทรัพยากรน้าและผู้ที่อยู่อาศัยบนพื้นราบ ซ่ึงสาเหตุส่วนใหญ่ เน่ืองจากเกษตรกรบนพ้ืนท่ีสูงขาดความรู้และทักษะในการเพาะปลูกท่ีเหมาะสม รวมทั้งปัญหาพ้ืนที่ทากนิ เสื่อมโทรม เนื่องจากพ้ืนท่ีทาการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ี ท่ีมีความลาดเทมาก ทาให้เกิดปัญหาการชะล้างพังทลายหน้าดิน โดยเฉพาะระบบ การทาเกษตรแบบตัดและเผา ขาดระบบชะลอการไหลของนา้ ฝนทีไ่ หลบา่ ตามความ

๒๑๒ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ลาดชนั ทาใหพ้ ืน้ ทเ่ี กษตรเหลือแต่ดนิ ช้ันล่างท่ีมีความอุดมสมบรู ณ์ตา่ และเปน็ ดินปน หิน รวมถึงปัญหาการบุกรุกเพื่อหาพื้นท่ีทากินใหม่ ซึ่งเกิดจากผลผลิตต่อพ้ืนท่ีต่าลง ข้าวและอาหารที่ผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค หรือไม่พอสาหรับขายเป็นรายได้ เล้ียงครอบครัว จึงต้องเพ่ิมผลผลิตโดยเพ่ิมพื้นที่ปลูก ประกอบกับการเพิ่มของ ประชากรในอัตราสูงและมีการอพยพเขา้ มาของประชากรจากภายนอกประเทศและ จากพนื้ ราบของประเทศไทย และยงั คงมีการทาไร่เลื่อนลอยอย่างต่อเน่ือง ทาให้เกิด ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงปัญหาความขัดแย้งในการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะระหว่างชุมชนบนพื้นท่ีต้นน้าและพื้นที่ท้ายน้า รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชน เนื่องจากมีจุดยืนและมุมมองการใช้ ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติต่างกัน ทงั้ ทรัพยากรดนิ น้า และป่าไม้ อย่างกรณี ปัญหาการใช้ประโยชน์พ้ืนท่ีบนภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งประสบปัญหาบุกรุก จากราษฎรบนพ้ืนท่ีสูงและบุคคลภายนอกไปใช้ประโยชน์จากพื้นท่ีในเชิงพาณิชย์ สร้างท่ีพัก รีสอร์ท ร้านอาหาร มีส่ิงปลูกสร้างท่ีไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซ่ึงทาลายระบบนิเวศน์ของพื้นท่ี โดยการขับเคล่ือนการแก้ไขปัญหาพ้ืนที่ภูทับเบิก ได้ใช้กลไกความร่วมมือทั้งของหน่วยงานของรัฐส่วนกลางและในพ้ืนที่ สาหรับ ปัญหาด้านสังคมเน่ืองจากชุมชนบนพื้นท่ีสูงมีราษฎรอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย มีวัฒนธรรมเฉพาะ ใช้กฎระเบียบชุมชนและความเชื่อทางศาสนาเป็นกรอบการ ดารงชีวิต และสร้างความสงบสุขในสังคม ซึ่งปัจจุบันสังคมของชุนชนราษฎรบน พื้นท่ีสูงเปิดสู่สังคมภายนอกมากขึ้น ทาให้เกิดการล่อแหลมต่อปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาเยาวชน การขาดจิตสานึกต่อสังคม การแพร่ระบาดยาเสพติด โรคเอดส์ รวมทัง้ ปัญหาด้านความมนั่ คงตามแนวชายแดน รวมถงึ แนวโนม้ ของเยาวชนบนพื้นที่ สูงทจี่ ะอพยพไปประกอบอาชพี ในเมอื งเพิ่มมากข้ึน ทาให้ขาดแคลนแรงงานในชมุ ชน กล่าวได้ว่าชุมชนบนพ้ืนท่ีสูงมีภูมิต้านทานต่อการเปล่ียนแปลงน้อย ซ่ึงจะกลายเป็น ปัญหาสังคมในอนาคต สาหรับการดาเนินงานพัฒนาพื้นท่ีสูงที่ประสบผลสาเร็จเป็น รูปธรรมมากท่ีสุดในช่วงที่ผ่านมา คือ การดาเนินงานของโครงการหลวง ซึ่งถือเป็น

๒๑๓ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ท่มี าของความเห็น แหล่งรวมของทุนท่ีเป็นองค์ความรู้ของการพัฒนาพื้นท่ีสูงท่ีสาคัญของประเทศ โดยสามารถส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนฝิ่น การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ ของราษฎรบนพนื้ ทสี่ งู และการฟนื้ ฟูสภาพสงิ่ แวดลอ้ ม จ า ก อ ง ค์ ค ว า ม รู้ แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ท่ี ผ่ า น ม า แ ล ะ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดโอกาสท่ีสนับสนุนการพัฒนาราษฎรบนพ้ืนท่ี สูงให้มคี วามมั่นคงในการดารงชีวิต ก้าวสู่การพฒั นาอย่างย่ังยืน คือ การท่ปี ระชาชน และรัฐให้ความสาคัญกับนโยบายท่ีจะสง่ เสริมเครอื ข่ายการเรียนรู้จากโครงการหลวง โครงการตามแนวพระราชดาริต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อ เสริมสร้างให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพ่ึงพาตนเองได้ ตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียง กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นท่ีได้รับ ความนิยมเพิ่มมากข้ึน เป็นโอกาสสาคัญในการได้รับความร่วมมือจากชุมชนและผู้มี ส่วนได้สวนเสียในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รวมท้ังฟื้นฟู เอกลักษณ์ท้องถ่ิน ขณะเดียวกันกระแสความนิยมในการบริโภคอาหารท่ีมีความ ปลอดภัยและอาหารสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทาให้เปิดโอกาสในการ ขยายตลาดสินค้าท่ีเกี่ยวเนื่องกับอาหารปลอดภัย และอาหารสุขภาพที่ผลิตจาก ความหลากหลายของพืชพรรณบนพื้นที่สูงได้อีกมาก อีกทั้งความสาเร็จในการปลูก พืชทดแทนฝิ่นเป็นท่ียอมรับจากนานาประเทศที่มีสภาพปัญหาการปลูกพืชเสพติ ด เช่นเดียวกัน ทาให้ได้รับความสนใจจากหลายหน่วยงานและจากหลายประเทศท่ีจะ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นโอกาสของประเทศไทยท่ีจะสามารถพัฒนา ขีดความสามารถโดยกระบวนการแลกเปล่ียนองค์ความรู้ในระดับนานาชาติได้ สาหรับข้อจากัดของการพัฒนาพ้ืนที่สูง จะต้องคานึงและให้ความสาคัญในการ กาหนดกลยุทธ์ในการพัฒนามีหลายประการ โดยเฉพาะการกาหนดนโยบายการ ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการกาหนด เขตทดี่ ิน ปา่ ไม้ และพ้ืนทที่ ากิน ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของภูมิ สังคมของชุมชนบนพ้ืนทสี่ งู อย่างแทจ้ ริง ทาให้เกดิ ปัญหาความขดั แย้งจากการปฏิบัติ

๒๑๔ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ตามนโยบายและข้อกฎหมาย การพัฒนายังต้องคานึงถึงความละเอียดอ่อนของ ปญั หาความมนั่ คงตามแนวชายแดน ควบค่กู ับความสมดุลของการพัฒนาท้ังทางดา้ น เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน อีกทั้ง ผลผลิตพืชเขตหนาวท่ีนาเข้าเพ่ิมข้ึนตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี ส่งผลกระทบต่อ การตลาดของผลิตผลของเกษตรกรบนพ้ืนท่ีสงู ทาให้รายไดล้ ดลง จึงเป็นปัจจัยเส่ียง ที่อาจก่อให้เกิดการหวนกลับไปสู่การปลูกพืชเสพติดเช่นเดิม นอกจากนี้ระบบ ฐานขอ้ มูลบนพ้ืนทส่ี ูงท่มี ีอยใู่ นปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม และไม่เช่ือมโยงซ่ึงกันและกัน ทาให้การวางแผนและการกาหนดมาตรการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ไม่สอดคล้องกับ ข้อเท็จจรงิ และขาดประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่า ปัญหาบนพื้นท่ีสูงมีความหลากหลาย และเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนและชุมชน มีความสลับซับซ้อน และมีหน่วยงาน ที่เก่ียวข้องจานวนมาก ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงจาเป็นต้องมีการวางแผนและ ดาเนนิ การอยา่ งบูรณาการเพ่ือการแก้ไขปัญหาและพัฒนาร่วมกนั 5. สถานการณ์การจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพ และการพัฒนาศักยภาพสมาชิก และชมุ ชนในเขตนิคมสร้างตนเอง กรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ มภี ารกิจในการจดั สรรท่ีดินเพ่อื การครองชีพและ ส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองในความดูแล ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยจัดสรรท่ีดินทากิน ให้แก่ราษฎรยากจน ไม่มีท่ีดินทากิน และราษฎรท่ีอพยพโยกย้ายถ่ินฐานเนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากการดาเนินนโยบายของรัฐบาลในอดีต เช่น การสร้างเขื่อนกัก เก็บน้า การจากัดการขยายตัวของอาชีพขอทาน พื้นที่น้าท่วม พื้นท่ีภัยผู้ก่อการร้าย คอมมิวนสิ ต์ โดยจดั ตั้งนคิ มสร้างตนเอง ๔๔ แห่ง ๓๖ จงั หวดั ท่วั ทกุ ภาค เพ่อื บรหิ าร จัดการที่ดิน พร้อมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของ สมาชิก โดยส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ การให้บริการสวัสดิการข้ันพ้ืนฐาน และได้รับกรรมสิทธิ์ครอบครองท่ีดินเป็นของ ตนเองในท่ีสุด โดยมีพื้นที่ในการดูแลท้ังหมด ๖,๒๕๐,๕๕๔ ไร่ เป็นพื้นท่ีจัดสรร

๒๑๕ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ๔,๐๘๒,๔๕๘ ไร่ จานวนสมาชิก ๓๕๙,๘๙๑ ครอบครัว จานวนราษฎรเดิม ๒๒๒,๕๐๘ ราย ราษฎรจัดสรร ๑๓๗,๓๘๓ ราย จานวนประชากรทั้งหมด ๑,๓๘๖,๑๔๕ ราย ผู้ด้อยโอกาส ๒๒๙,๘๖๐ ราย ซ่ึงมีสภาพปัญหาขาดความมั่นคง ในท่ีดินทากิน ปัญหาภัยแล้ง ปัจจุบันนิคมสร้างตนเองประสบปัญหาพื้นท่ีทับซ้อน เน่ืองจากจานวนของราษฎรเพ่ิมขึ้น และมีความต้องการพ้ืนท่ีทากินมากขึ้น ตามลาดับ จึงได้ทาการบุกรุกพ้ืนท่ีในเขตนิคมสร้างตนเอง จานวน ๑๘,๐๐๐ ราย เน้ือที่ประมาณ ๒๒๑,๘๘๖ ไร่ ซึ่งนิคมสร้างตนเองได้มีการจัดเตรียมแนวทางการ แก้ปัญหา โดยดาเนินการสารวจราษฎร และจานวนพ้นื ที่ทถ่ี ูกบุกรุกในเขตพ้ืนที่นคิ ม สร้างตนเอง เพื่อจัดทาฐานข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการของราษฎรเพื่อหา แนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเร่งดาเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ราษฎรในเขตพ้ืนที่นิคมสร้างตนเอง ทั้งน้ีการบริหารจัดการนิคมสร้างตนเองเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายการบริหารจัดการ คือ การถอนสภาพนิคมสร้างตนเองให้เข้าสู่การ เป็นชุมชนปกติ ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ถือเป็นข้อท้าทายของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการภายใต้ข้อจากัดด้าน กาลังคนและทรัพยากร และการไม่มีระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลในการบริหาร จดั การ ท้ังในเรื่องของการรังวัดที่ดิน การทาแผนท่ีระวางที่ดินท่ีถูกต้องได้มาตรฐาน การเร่งรัดหน้ีสินของสมาชิกนิคมสร้างตนเอง รวมถึงปัญหาท่ีดินทับซ้อนระหว่าง หน่วยงานของรฐั และการบกุ รกุ ท่ีดนิ ของราษฎร ขอ้ เสนอแนะ ภารกิจของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นแนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐ ต่อการดารงชีวิต เศร ษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้ มาตรา ๗๑ วรรคสาม “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คน พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และ

๒๑๖ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น คุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดท้งั ให้การบาบดั ฟน้ื ฟูเยียวยาผ้ถู กู กระทาดังกล่าว” ส่งผลให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสามารถกาหนดนโยบายเพ่ือจัดให้มี บริการทางสังคมเก่ียวกับการป้องกัน การแก้ปัญหา การพัฒนา และการส่งเสริม ความมั่นคงทางสังคม เพ่ือตอบสนองความจาเป็นขั้นพ้ืนฐานของประชาชนให้มี คุณภาพชีวิตท่ดี ีและพ่ึงพาตนเองได้อย่างทัว่ ถงึ เหมาะสม เป็นธรรม และเป็นไปตาม มาตรฐาน ท้ังทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ท่ีอยู่อาศัย การทางาน และการมี รายได้ นันทนาการ กระบวนการยุติธรรม และบริการทางสังคมท่ัวไป โดยคานึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิท่ีประชาชนจะต้องได้รับ และการมีส่วนร่วมในการจัด สวัสดิการสงั คมทกุ ระดับ แมว้ ่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังต้องประสบปัญหาความยากจนและ ความเหล่ือมล้าทางสังคม ยังมีผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสที่รอรับการช่วยเหลืออยู่ แต่จากการดาเนินงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ี ผ่านมานั้น พบว่าประชาชนในกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกรม ได้รับการพัฒนา ศักยภาพสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมตามสิทธิข้ันพ้ืนฐาน ได้รับการพัฒนา ศักยภาพด้านอาชีพให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ กลุ่มเส่ียงได้รับการคุ้มครองและ พทิ ักษ์สิทธสิ ามารถดารงชีวิตอยใู่ นสังคมได้อยา่ งมคี ณุ ค่าและศักด์ศิ รคี วามเปน็ มนุษย์ สามารถดารงชีวิตได้อย่างปกติสุขตามอัตภาพ นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ยังสามารถมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีการบริหารจัดการด้าน ป่าและน้า มีแหล่งรวบรวมข้อมูลชีวประวัติของชนเผ่าชาติพันธุ์และวัตถุศิลปะของ ชาติบนพ้ืนที่สูงไม่ให้สูญหาย เป็นแหล่งสาหรับการค้นคว้าข้อมูลการใช้ประโยชน์ พน้ื ที่เชิงอนุรกั ษ์ทรพั ยากร เสริมสรา้ งรายไดใ้ ห้กับประชาชนในพ้ืนที่ และสรา้ งความ เข้มแข็งให้กับสังคมและชุมชนให้สามารถพ่ึงพาตนเองได้ อันเป็นการช่วยเหลือและ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนใหส้ ามารถดารงชวี ิตได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขน้ึ

๒๑๗ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ทมี่ าของความเหน็ จงึ เห็นได้ว่าบทบัญญัตมิ าตราดงั กลา่ ว มีข้อความท่ชี ัดเจนเพียงพอในการกาหนด นโยบายการส่งเสริมและพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพในทุกด้าน เพอ่ื การพัฒนาประเทศอย่างยง่ั ยืน ความคาดหวงั สานักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ นโยบายและหน้าท่ีการดาเนินการเพ่ือลดความเหลื่อมล้า ท้ังทางด้านสังคม (แบบสอบถามความคดิ เหน็ ) เศรษฐกจิ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นตัวขับเคลื่อน และให้มีการทางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งภาคเอกชน มีจุดเด่นที่มีความรวดเร็ว มีคุณภาพ ภาคประชาชนมีจุดเด่นท่ีเครือข่าย และ ภาควชิ าการมีผลทางวิชาการ ทั้งด้านการวิจยั และด้านเครอ่ื งมือสนบั สนนุ สภาพปัญหา ปัญหาด้านนโยบายของรัฐไม่เอื้อต่อการพัฒนาเพราะไม่มีการกระจายอานาจให้ ประชาชน ปัญหาท่ีระบบนายทนุ มีโอกาสทุกดา้ น ทัง้ ด้านดารงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติทาให้เศรษฐกิจไม่กระจายกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนท่ีอยู่ในท้องถิ่นความไม่เอาจริงของภาครัฐในการช่วยเหลือและ แก้ไขปัญหาให้กบั ประชาชนอย่างแท้จรงิ และการแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าการ เขา้ ถึงประชาชนเพอ่ื พฒั นา ขอ้ เสนอแนะ ภาครัฐต้องปรับแนวนโยบายและหน้าท่ีเพ่ือให้เข้าถึงประชาชนฐานรากมากขึ้น และควรมีกฎหมายการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียมกันไม่ให้เอกชน (นายทุน) ผูกขาดการเขา้ ถงึ มีกฎหมายให้อานาจประชาชนในการพัฒนาตนเอง รวมถึงรวมกลุ่มแก้ไข ปญั หาชมุ ชนของตนทงั้ ทางด้านสงั คม เศรษฐกิจ และทรพั ยากรธรรมชาติ แก้ไขกฎหมายลักษณะควบคุม และเน้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริม ประชาชนให้มากขน้ึ

๒๑๘ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ความคาดหวัง กระทรวงสาธารณสขุ รัฐทาหน้าท่ีและนโยบายแห่งรัฐให้ประเทศไทยเกิดความมั่นคงเจริญรุ่งเรือง (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ประชาชนมีความผาสกุ ดงั น้ี รฐั ทาหน้าที่ 1. ด้านความม่ันคง รัฐทาหน้าที่พิทักษ์รักษาความเป็นชาติ พุทธศาสนา และ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ / รักษาความปลอดภัยทั้งภายใน / ภายนอกประเทศในการ ดารงชวี ิตของประชาชน มคี วามปลอดภัยในทรัพย์สิน ปราศจากความรนุ แรง 2. จัดบริการสาธารสุข ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ อย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นธรรม และยามเจ็บป่วยหรือยามปกติมีหลักประกัน สขุ ภาพ 3. จดั การศึกษาใหค้ นไทยได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพคณุ ภาพ ทวั่ ถงึ และเป็นธรรม 4. รัฐจัดให้มีสวัสดิการท่ีดีกับประชาชน รวมถึง สภาพแวดล้อมที่ดีเอ้ือต่อการ ดารงชีพอยา่ งมีประสิทธิภาพ คณุ ภาพ ทัว่ ถงึ และเป็นธรรม 5. รัฐจัดสาธารณูปโภคขน้ั พนื้ ฐานให้แกป่ ระชาชนให้ทวั่ ถึง มคี ุณภาพ เป็นธรรม 6. ด้านเศรษฐกจิ ประชาชนมีงานทา มีรายได้จากการประกอบอาชีพ มีเงินออม เศรษฐกิจไทยมั่นคั่งจากระบบเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจสีเขียว และเกษตร อนิ ทรีย์ 7. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประเทศท่ีมีระบบเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม อนรุ ักษ์ รักษาธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มได้อย่างปลอดภัย บา้ นเมืองเป็น ระเบียบ สะอาด นโยบายแห่งรฐั 1. ด้านความมั่นคง : แนวนโยบายแห่งรัฐที่คาดหวังที่จะทาให้เกิดความมั่นคง ปลอดภัยของชาติ/ประชาชนในชาติ ความม่ันคงทางพุทธศาสนา ความม่ันคงด้าน สขุ ภาพ/คนไทยเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง มวี ัฒนธรรมทางสขุ ภาพ ความมั่นคงดา้ น สวัสดิการ ศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ประกันสิทธิเสรีภาพพ้ืนฐานของประชาชน

๒๑๙ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ การเรียนรู้ที่ทาให้คนมีคุณภาพ คุณธรรม เป็นเลิศในด้านต่างๆ ต่อการพัฒนา ประเทศ คนไทยมชี าตินิยมทด่ี ี รับผิดชอบต่อสว่ นรวม 2. ด้านความม่ันค่ัง : แนวนโยบายแห่งรัฐท่ีคาดหวังท่ีจะทาให้เกิดเสถียรภาพ ทางการเงินการคลังของประเทศ ประชาชนมีงานทามีรายได้ มีโอกาสได้รับ ประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจท่ีเจริญเติบโตอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน ประเทศ/ประชาชนพึง่ ตนเองได้ภายใต้ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง มีสภาพแวดลอ้ มท่ี ดีตอ่ ระบบเศรษฐกิจไทย 3. ด้านความยั่งยืน : แนวนโยบายแห่งรัฐท่ีคาดหวังจากหลักการพัฒนาท่ียั่งยืน จากสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างเป็นธรรม มีความ เสถียรภาพทางระบบนิเวศสิง่ แวดล้อม เป็นประเทศทม่ี ีอากาศบรสิ ุทธ์ิ น้าสะอาด ดินไม่มสี ารพิษ มีป่าไม้ธรรมชาติ มีป่า ในเมือง มีระบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ รักษาธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย บรรยากาศดี วิวทวิ ทัศน์สวยงาม บา้ นเมอื งเป็นระเบยี บ สะอาดปลอดภยั สภาพปัญหา 1. ด้านมั่นคง ศาสนาพุทธไม่ได้บรรจุเป็นศาสนาประจาชาติไทยในรัฐธรรมนูญ, ประชาชนในชาติยังแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายทางความคิด, พื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีเหตุการณ์ไม่สงบประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต/บาดเจ็บจากเหตุการณ์/ ครอบครัวสูญเสียมีผลต่อสภาพจิตใจ, ประชาชนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินในการดารงชีวิตประจาวัน, กฎหมายมีช่องว่างและไม่เข้มข้นส่งผลกระทบ ต่อการดารงชีวิต เศรษฐกจิ และสง่ิ แวดล้อม 2. การบริการสาธารณสุข ยังพบว่ามีความแออัดในสถานบริการสารณสุข เนือ่ งจากประชาชน เขา้ รับบริการจานวนมากในแต่ละสถานพยาบาล - จานวนผมู้ ีสทิ ธปิ ระกนั สขุ ภาพ ร้อยละ ๙๙.๙๒ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒

๒๒๐ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น - สถานบริการสาธารณสุขดาเนนิ งานเชื่อมโยงเปน็ เครือข่ายบริการสาธารสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิท่ีมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแล ประชาชน - ประชาชนมีความพึงพอใจในระบบบริการสาธารณสุข ร้อยละ ๘๒.๘ ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ - ปจั จุบนั ประเทศไทยประสบปญั หาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และ ปัญหามลพษิ จากสงิ่ แวดล้อม เชน่ ฝุน่ ละออง PM ๒.๕ และสารเคมีอนั ตราย เปน็ ต้น ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดารงชีวิตอย่างยิ่งทั้งในป ระเทศไทยและทั่ว โ ล ก ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะด้านสุขภาพมีเสียชีวิตจานวน มากจากโรคระบาดดังกลา่ ว 3. การศึกษา คนไทยยังไม่มีระเบียบวินัย การเรียนรู้ยังไม่ส่งเสริมให้คนไทยเป็น คนท่มี คี วามตระหนกั รู้ คนไทยส่วนใหญย่ ังไม่มีคุณภาพ 4. ด้านเศรษฐกิจ สืบเน่ืองจากโรคระบาดจากประชาชนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทาให้สถานการณ์เศรษฐกิจหยุดชะงักท่ัวโลก ระบบเศรษฐกิจไทยยังไม่ สามารถทาให้พึ่งตนเองได้ต้องพ่ึงพาการส่งออกการผลิตยังไม่ส่งผลต่อการเป็นมิตร กับสิ่งแวดลอ้ ม 5. ด้านส่ิงแวดล้อม การบูรณาการนโยบายและแผนงานเกี่ยวกับการพัฒนาสู่ สังคมคาร์บอนต่าระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนยังไม่เป็นรูปธรรม เพื่อลด ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และยกเลิกการใช้ ๓ สารเคมีอันตราย ได้แก่ คลอร์ไพริ ฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ท่สี ่งผลกระทบตอ่ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม 6. มลพิษสูง อากาศมีฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสูง น้าใน แมน่ ้าลาคลองโดยเฉพาะในเมืองไม่สะอาด ดินมีสารปนเปื้อนสารเคมี ขยะมาก/ขยะ อันตราย เพิ่มสูงขึ้น ของเสียอันตรายชุมชน แยกเป็น (๑) ซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของของเสียอันตรายชุมชน คิดเป็นร้อยละ ๖๕ และ (๒) ของเสียอันตรายชุมชนอ่ืนๆ ร้อยละ ๓๕ ได้แก่

๒๒๑ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ แบตเตอร่ี หลอดไฟ และภาชนะ บรรจุสารเคมี ขยะติดเช้ือ มีขยะมูลฝอยติดเชื้อ เกดิ ข้ึนทั่วประเทศ ข้อเสนอแนะ หน้าที่ของรัฐ : การพิทักษ์รักษาพุทธศาสนา/คนไทยเป็นคนท่ีมีสุขภาพแข็งแรง มีวัฒนธรรมทางสุขภาพ นโยบายแห่งรัฐ : ควรกาหนดภาพหวังของประเทศ และในแต่ละด้าน ด้านย่อย เพื่อเป็นเป้าหมายรว่ มของคนในชาตทิ กุ ภาคส่วนนาไปเป็นจดุ มุ่งหมายรว่ ม ความคาดหวงั กรมพัฒนาชมุ ชน รัฐต้องกาหนดแนวทางในการพัฒนาระบบกลไกการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) การพ่ึงตนเอง โดยเฉพาะการให้ชุมชนบริหารจัดการชุมชนได้ด้วยตัวเอง โดยในทาง เศรษฐกิจ รัฐต้องสร้างระบบกลไกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ม่ันคงตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวางแนวทางในการใช้ประโยชน์ อนุรักษ์ เสริมสร้างและฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติภายในชุมชนให้เกิดผลในทางเศรษฐกิจและ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพฒั นาอย่างย่งั ยนื ทั้งน้ี ตอ้ งสามารถบรู ณาการระบบ หรือกลไก ในการพัฒนาให้ชุมชนพึ่งตนเองจากระบบเศรษฐกิจชุมชนและทรัพยากร ภายในท้องถน่ิ ตนเองได้อย่างเป็นองคร์ วมและเปน็ ระบบท้ังประเทศ สภาพปัญหา นโยบายของรฐั ในการสรา้ งสรรคอ์ งค์ความรู้ ฐานขอ้ มูลและนวัตกรรมตอ่ ยอดที่มี ผลต่อการดารงชีวิตและคุณภาพชีวิตของชุมชนในลักษณะท่ีพึ่งตนเองได้นั้น อาจยัง ไม่ตอบสนองกับความต้องการของชุมชนและสภาพปัญหาของชุมชนที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาอันเน่ืองจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงและไม่สามารถคาดการณ์ไว้ ล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติทผี่ า่ นมาอาจยังไมค่ านึงถึง ผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนในอนาคตหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่มีการบูรณาการร่วมกัน

๒๒๒ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น ระหว่างหน่วยงานจึงส่งผลให้เคร่ืองมือและกลไกในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อมเปน็ แบบแยกสว่ น และเนน้ การแก้ไขมากวา่ การป้องกัน ข้อเสนอแนะ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบร่วมกันในนโยบายของรัฐ ท่ีมีผลต่อการดารงชีวิตของประชาชนในระดับพื้นฐานตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับ ครัวเรือน ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงสวัสดิการของรัฐด้วยความเสมอภาคเท่าเทียม กัน การเช่ือมโยงเศรษฐกิจในระดับจุลภาคกับมหภาคและเศรษฐกิจฐานราก และ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพใน การฟ้ืนฟูแก้ไข โดยดาเนินงานภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงควรมี การสร้างระบบงานดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ ฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานให้เช่ือมโยงกันทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพ่ือให้มีการและเปลี่ยนข้อมูลและปัญหาในทางปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ซ่ึงจะเป็น ประโยชน์ในการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประเทศ และการเช่ือมโยงกับนโยบาย การพัฒนาในระดับพ้ืนที่ต่อไป ความคาดหวงั สานักปลดั กระทรวงการพฒั นา รฐั ควรมีหนา้ ที่ส่งเสรมิ และสนับสนุน ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทกุ ช่วงวยั เด็ก สงั คมและความมนั่ คงของ สตรี บุรุษ คนพิการ คนชรา คนไร้ที่พ่ึง ผู้ด้อยโอกาส คนชายชอบ ในการเข้าถึง มนุษย์ (แบบสอบถามความ นโยบายของรัฐ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การดาเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและ คิดเหน็ ) อยใู่ นสงั คมอยา่ งเท่าเทยี มกัน ขอ้ เสนอแนะ จัดให้มีรัฐสวัสดิการ ท่ีเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยให้เกิด ความเทา่ เทียมแกป่ ระชาชนทุกกลุม่ เปา้ หมาย

๒๒๓ ประเดน็ ขอ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ ทีม่ าของความเหน็ ความคาดหวัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แนวนโยบายขัน้ พน้ื ฐานที่รัฐ ฝ่ายบริหาร หรอื องค์กรของรัฐจะต้องดาเนนิ การให้ (แบบสอบถามความคิดเห็น) เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน กาหนดภาระหน้าที่สาคัญของรัฐท่ี จะต้องปฏิบัติ ซงึ่ ครอบคลุมภารกิจพื้นฐานท่ีจาเป็นตอ่ การพฒั นาประเทศและความ เป็นอยู่ของประชาชน ส่งผลให้กฎหมายและนโยบายสาคัญท่ีเป็นพ้ืนฐานของการ พฒั นาประเทศมีความตอ่ เน่ืองและอานวยประโยชน์แก่ประชาชน ขอ้ เสนอแนะ ควรมีการเร่งรัด สนับสนุน และติดตามการดาเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ความคาดหวงั สานักงานปลดั กระทรวง ๑. แนวนโยบายและหนา้ ท่ีของรัฐต่อการดารงชวี ิต เศรษฐกิจ รัฐควรสง่ เสริมและ ศึกษาธิการ สนับสนุนให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับ การศึกษาและพัฒนาฝีมือตามความถนัดของตนเอง เพ่ือให้เกิดศักยภาพสูงสุดต่อ ภาคการผลิตและบริการ ให้สามารถปรับตัวไปสู่การผลิตสินค้าและบริการที่มี ประสทิ ธภิ าพและมูลค่าสูงข้นึ เพอื่ เพิ่มความสามารถในการแขง่ ขัน เพ่ือยกระดบั การ ดารงชีวติ ของประชาชน ๒. แนวนโยบายและหน้าที่ของรัฐต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รัฐพึง จัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดความ คุ้มค่า โดยคานึงถึงประโยชน์ท่ีประชาชนและประเทศชาติพึงได้รับ รวมท้ังต้องมี แนวนโยบายเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดข้ึนในแต่ละคร้ังท่ีมีแนวโน้มว่าอาจส่งผล กระทบต่อการดารงชวี ิตของประชาชนมากขน้ึ สภาพปญั หา ๑. สังคมไทยจะเร่ิมเข้าสู่จุดเร่ิมต้นของสังคมผู้สูงอายุ และประชากรไทยต้ังแต่ เด็กจนถึงผู้สูงอายุอยู่ในภาวะที่ต้องปรับตัวเข้าสู่สังคมในยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อการ

๒๒๔ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ เตรียมความพร้อมไปสแู่ รงงานในภาคการผลิตทม่ี ันตอ่ สภาวการณ์ความต้องการของ ตลาดโลก ๒. ปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและละสิ่งแวดล้อมมีความสาคัญต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก หากไม่มีการควบคุมการใช้ ทรพั ยากรธรรมชาติให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ อาจส่งผลกระทบตอ่ ประชากรและการ พฒั นาประเทศ รวมถึงปัญหาการท่ีรัฐหรือสถานศึกษาขาดการปลูกจิตสานกึ ให้กับผู้ ทอ่ี ยู่ในวยั เรียน คานึงถึงความสาคญั ของการใชท้ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ขอ้ เสนอแสะ ๑. รัฐควรเร่งสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาและพัฒนาฝีมือตามความถนัด ของตนเองเพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดต่อภาคการผลิตและบริการ ให้สามารถปรับตัว ไปสู่การผลิตสินค้าและบริการท่ีมีประสิทธิภาพและมูลค่าสูงข้ึน เพื่อเพิ่ม ความสามารถในการแขง่ ขัน เพ่ือยกระดับการดารงชวี ติ ของประชาชน ๒. รัฐพึงมุ่งเน้นให้มีการพัฒนาประชากรให้อยู่ในภาวะท่ีต้องปรับตัวเข้าสู่สังคม ในยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่แรงงานในภาคการผลิตท่ีทันต่อ สภาวการณ์ความต้องการของตลาดโลกและสร้างความสมดุลและภูมิคุ้มกันให้แก่ เศรษฐกจิ ของประเทศ ซึง่ อาจเชอ่ื มโยงกับนโยบายในทุกดา้ น ตั้งแตก่ ารพัฒนาคนให้ มคี ุณธรรมนาความรู้ การสนบั สนนุ การออมระยะยาว การส่งเสรมิ เกษตรทฤษฎใี หม่ ๓. รฐั พึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาท่ีกาหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยเพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้ สอดคลอ้ งและเหมาะสมกับบรบิ ทต่างๆ ทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป ๔. รัฐพึงใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีท่ี จาเปน็ ๕. รัฐพึงกาหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐและระยะเวลาใน การดาเนินการตามขัน้ ตอนตา่ งๆ ทบี่ ญั ญตั ิไวใ้ นกฎหมายใหช้ ดั เจน

๒๒๕ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ทีม่ าของความเห็น ๖. รัฐพึงกาหนดโทษอาญาเฉพาะความผดิ ร้ายแรง ความคาดหวงั สานกั งานเลขาธิการสภา ๑. ให้มีการดาเนินการจัดการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูและและ การศึกษา (แบบสอบถามความ พัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย คิดเห็น) อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาใหส้ มกบั วัยโดยไม่เก็บคา่ ใช้จ่าย ๒. ให้ดาเนินการตามกฎหมายเพ่ือจัดต้ังกองทุนเพ่ือลดความเหล่ือมล้าทางการ ศกึ ษา ๓. ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและ อาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนท่ีเหมาะสมกบั ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้ง มีกลไกสรา้ งระบบคุณธรรมในการบรหิ ารงานบุคคลของผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ๔. ให้มีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถ เรยี นไดต้ ามความถนดั ๕. ปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเพ่ือบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกนั ทง้ั ในระดับชาตแิ ละระดับพ้นื ที่ สภาพปญั หา ด้านการศกึ ษา ๑. ปัญหาของระบบการศึกษาของไทยมีความซับซ้อนสูง และมีองค์ประกอบ ในการจัดการหลายด้าน ทั้งในด้านการเช่ือมโยงกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน และภาคเอกชน และด้านการดาเนินการที่เกี่ยวข้องกับระบบงานของ หลายกระทรวงไม่ใช่เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการ การศึกษามีทั้งส่วนที่เป็นการ พัฒนาเดก็ เล็ก การจัดการศกึ ษาสาหรับการพัฒนาผู้เรียนท่ีเป็นเด็กและเยาวชนทอี่ ยู่ นอกระบบการศึกษา ครอบคลุมไปถงึ การเรยี นรตู้ ลอดชีวิตสาหรบั ประชาชนวัยตา่ งๆ เพ่ือการประกอบอาชีพและการดารงชีวิตท่ีดี ซ่ึงพบว่ามีกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง

๒๒๖ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเหน็ กับการศึกษาโดยตรง ทั้งท่ีเป็นพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกฎ ก.ค.ศ. รวมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ฉบับ และมี หน่วยงานสาคัญของรัฐท่ีได้ศึกษาและจัดทาข้อเสมอเพื่อปฏิรูปการศึกษาไว้แล้วไม่ น้อยกว่า ๔ ชุด ครอบคลมุ ประเด็นต่างๆ จานวนมาก ๒. คุณภาพของการศึกษาต่า จากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้น พน้ื ฐาน (O-NET) (๒๕๖๑) ของนักเรียนท่ัวประเทศ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อยู่ในระดับต่ามาก คะแนนเฉลี่ยต่ากว่าร้อยละ ๕๐ ทุกรายวิชา รวมถึงผลการ ทดสอบจากโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (Programmer for International Student Assessment : PISA) ในปี ค.ศ. ๒๕๐๑ พบว่าคะแนนท่ี ได้ต่ากว่ามาตรฐานโลกมีผู้สอบได้คะแนนต่ากว่าระดับ “Below minimum” ในวชิ าคณิตศาสตรถ์ งึ ร้อยละ ๕๓.๘ และในวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รอ้ ยละ ๔๖.๗ ๓. ความเหลื่อมล้าทางการศึกษาสูง พบว่าคะแนนเฉล่ียการทดสอบทาง การศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ใน โรงเรียนขนาดใหญ่มีระดับที่สูงกว่านักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมากในทุก รายวิชา ในขณะท่ีพบว่ามีนักเรียนจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์และโรงเรียนในกลุ่ม โรงเรียนสาธิตเท่าน้ันท่ีมีคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบ PISA ในด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์สูงกว่ามาตรฐานท่ีระดับ ๕๐๐ คะแนน นักเรียนของโรงเรียนใน สงั กัดองค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ตา่ งๆ มีคะแนนน้อยกว่า ๔๐๐ คะแนน นอกจากน้ี การศึกขอ้ มูลเกี่ยวกับการประกันคุณภาพศึกษาและการประเมินคณุ ภาพในแนวทาง ที่ได้ดาเนินการผ่านมาพบว่าไม่ประสบผลสาเร็จเท่าท่ีควรและยังสร้างภาระจานวน มากให้แกค่ รแู ละสถานศกึ ษา ๔. ปัญหาของระบบการศึกษาเป็นอุปสรรคอยา่ งยิง่ ตอ่ การสร้างขีดความสามารถ ในการแขง่ ขนั ของประเทศ ท้ัง Global Competitiveness index ๒๐๑๗ – ๒๐๑๘ ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับท่ี ๓๒ ในภาพรวม แต่การศึกษาตกอยู่ที่อันดับ ๕๖ มหาวิทยาลัยของไทยไม่ติดอันดับใน ๒๐๐ อันดับแรกในการจัดอันดับของ Times

๒๒๗ ประเดน็ ขอ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น world university Rankings และ QS World University Rankings ในปี ๒๕๖๑ ในขณะที่มหาวิทยาลัยของไต้หวัน มาเลเซีย และฮ่องกง ติดอันดับและพัฒนาไปใน ทิศทางที่ดี ย่ิงไปกว่านั้น ข้อจากัดต่างๆ ในระบบการศึกษาของไทยยังทาให้การจัด การศึกษาไมส่ ามารถปรับตัวและพัฒนาตามความก้าวหนา้ ของความรู้และเทคโนโลยี ใหม่ๆ ได้ทัน ไม่เอ้ือต่อการพัฒนาผู้เรียนไปตามความถนัดและศักยภาพ รวมถึงไม่ สามารถช้ีนาผู้เรียนให้เรียนในสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา โดยข้อมูล ณ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผู้ว่างงานราว ๔๔๙,๐๐๐ คน โดยเป็นผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาถึงประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ๕. การใช้ทรัพยากรทางการศึกษายังไม่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยใช้ งบประมาณด้านการศึกษาคิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณ แผ่นดินของประเทศ หรือประมาณร้อยละ ๔.๒ ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ผลลัพธ์การศึกษาที่ประเมินโดย PISA กลับอยู่ในระดับ “POOR” เม่ือเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เวียดนามที่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาน้อยกว่าไทย ครึ่งนึง แต่ผลการทดสอบ PISA อยู่ในระดับ “Great” ซ่ึงเป็นภาพสะท้อนอย่างดีถึง การใช้ทรัพยากรไม่ตรงประเด็นท่ีจะส่งผลดีต่อคุณภาพทางการศึกษา อีกทั้งยังขาด ข้อมูลและสารสนเทศในการจัดการที่ทันการณ์และมีคุณภาพเพียงพอที่จะเอ้ือต่อ การจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ตรงประเด็น ไม่ซ้าซ้อน และมีความเป็น ธรรม ๖. การกากับดูแลและการบริหารจัดการระบบการศึกษาของภาครัฐในด้าน ธรรมาภบิ าลเป็นอุปสรรคสาคญั ท่ีบ่นั ทอนประสิทธิผลของการนาประเด็นการปฏิรูป การศึกษาสู่การปฏิบัติ ในช่วงเวลาสองทศวรรษท่ีผ่านมา การจัดโครงสร้างและ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธกิ ารไม่เอ้ือต่อการจัดความ รับผิดชอบต่อผลการดาเนินการ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการจัด การศึกษารวมถึงการตอบสนองอย่างทันการณ์ต่อความต้องการของตลาดการจ้าง

๒๒๘ ประเดน็ ข้อคดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น งาน การบริหารจัดการระบบการศึกษามุ่งสร้างมาตรฐานบนความ “เหมือน” ท้ังที่ ข้อเท็จจริงระบบต้องการ “คุณภาพบนความหลากหลาย” การกระจายอานาจ เปน็ ไปอย่างจากดั ทาให้สถานศึกษาของรัฐตอ้ งรับภาระจากคาส่งั เพ่ือปฏิบตั ิงานต่าง ๆ จนทาให้ครไู มส่ ามารถใช้เวลาในห้องเรยี นได้เตม็ ท่ี ๗. บริบทของประเทศและของโลกกาลังเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ทัง้ การพฒั นา เศรษฐกิจการเปล่ียนแปลงทางสังคมตลอดจนนวัตกรรมของเทคโนโลยีต่างๆ มแี หล่ง ความรใู้ หมๆ่ เกดิ ขึ้นอย่างหลากหลาย ซึ่งเหมือนเป็นโอกาสในทางหนึ่ง แต่ในอีกทาง หน่ึงการเปล่ียนแปลงข้างต้นส่งผลให้ประชาชนต้องมีความสามารถและสมรรถนะ ในการเลือกเรียนรู้ส่ิงใหม่และการปรับตัวเพื่อการดารงชีวิตและการกอบอาชีพ ระบบการศึกษาจึงต้องมุ่งพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน เปิดทางเลือกให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ เช่ียวชาญในเร่ืองท่ีถนัด และสามารถเรียนรู้ ตลอดชีวิต สามารถดูแลสุขภาวะของตนเองและครอบครัว ในขณะเดียวกับที่ยังคง ต้องมงุ่ เน้นการใหม้ ีคุณภาพและจริยธรรมเพือ่ ให้บุคคลเหล่านน้ั เปน็ คนดี รับผิดชอบ ต่อสังคมและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ทิศทางของการ พัฒนาประเทศจากการกาหนดยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยังกาหนดประเด็นสาคัญท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษาให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนค่านิยม และวัฒนธรรมเพ่ือสร้างคนดี มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม มีการพัฒนาศักยภาพของคนตลอดช่วงชีวิต ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนอง ตอ่ การเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ตระหนักถึงพหุปญั ญาของมนษุ ย์ทห่ี ลากหลาย ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากร มนุษยด์ ว้ ย ข้อเสนอแนะ ๑. ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา (enhance quality of education) ครอบคลุม

๒๒๙ ประเดน็ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ๑.๑ ผลลัพธ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ (learning outcomes) ท้ังด้าน ความรู้ ทักษะเจตคติท่ีถูกต้อง และรู้จัดดูแลสุขภาพ เพ่ือการจัดการในเร่ืองการ ดารงชีวิตของตนเองและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อ่ืนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรม นูญ มาตรา ๕๔ วรรค ๔ ๑.๒ ครู อาจารย์ และบุคคลากรทางการศึกษา ท่ีต้องเป็นผู้มีความรู้ความ เช่ยี วชาญ ครูมีจติ วิญญาณของความเป็นครู ๑.๓ หลักสูตรและกระบวนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ (educational core processes) ที่ยืดหยุ่น หลากหลาย ถูกต้อง ทันสมัย ทันเวลา และมุ่งเน้นการ สร้างเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทางสังคมท่ถี ูกตอ้ ง ๑.๔ สถานศึกษาและระบบสนับสนุน (educational institution and support systems) ที่ตอบสนองต่อความต้องการของการจัดการศึกษา ตลอดจน ทรัพยากรด้านการศกึ ษาท่มี คี ณุ ภาพ ไดแ้ ก่ งบประมาณและเทคโนโลยี ๒. ลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา (reduce disparity in education) เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา (equity in education) ประกอบด้วย ๒.๑ โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและเทคโนโลยีท่ีสนับสนุนการเรียนรู้ (equity in access) ๒.๒ โอกาสในการได้รับทางเลือกในการศึกษาและการเรียนรู้พัฒนา ท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน (equity in choosing Appropriate process in education) ๒.๓ โอกาสในการได้รบั ประโยชน์จากการเรยี นรู้และการพฒั นาทักษะในการ ประกอบอาชีพท่ีเหมาะสมกับศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียน (equity in benefiting from aptitude-based quality of education) ทั้งในและนอกระบบ การศึกษา รวมถึงการเรียนรูต้ ลอดชีวติ อยา่ งมคี ุณภาพ

๒๓๐ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเหน็ ๓. มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (leverage excellence and competitiveness) หมายถึง การสรา้ งสมรรถนะและ คุณลักษณะของผู้เรียนท่ีมีศักยภาพสูง มีความเป็นผู้นา ริ่เร่ิมสร้างสรรค์นวัตกรรม ใหม่ๆ และการผลิตนกั วิจยั และนักเทคโนโลยชี ้ันแนวหน้าให้สามารถต่อยอดงานวิจัย ที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ การสร้างความร่วมมือและเชื่อมต่อกับ สถาบันวิจัยอื่นๆ ทั่วโลกสอดคลอ้ งกบั ทิศทางการขับเคลือ่ นทางเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อมของประเทศ อีกท้ังสถาบันการศึกษาของไทยและระบบการศึกษาไทย ตอ้ งไดร้ บั การยอมรับว่าเทียบเคียงไดก้ บั ประเทศชัน้ นาอ่นื ๆ ๔. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความ คล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริม ธรรมาภิบาล (improve Efficiency, agility and good governance) โดยเฉพาะ การส่งเสริมและสร้างสมดุลของความคุ้มค่า ความโปร่งใสความรบั ผิดชอบ คุณธรรม และจริยธรรม ท้ังนี้ ระบบการศึกษาของประเทศทมี่ ีธรรมาภิบาลจะเอ้ือต่อการบรรลุ ต่อวัตถุประสงค์ข้อ ๑ - ๓ ข้างต้นอย่างครอบคลุมและสมดุล (balanced and inclusive achievement) ความคาดหวัง มูลนิธสิ ถาบันพัฒนานิตจิ ติ เวช การกาหนดนโยบายและหน้าท่ีของรัฐ ควรเป็นสิ่งท่ีจับต้องได้จริง และทาให้ เดก็ เยาวชน และครอบครัว ประชาชนได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ตามแนวทางท่ีถูกต้อง โดยเป็น (แบบสอบถามความคดิ เห็น) เจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ซึ่งสามารถตอบสนองต่อชีวิต ความ เปน็ อยู่ และฐานะทางเศรษฐกจิ ทเ่ี พียงพอต่อการดารงชีพ สภาพปัญหา ราษฎรไม่อยู่ในฐานะของพลเมืองท่ีมีสิทธิและเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ใ น ชุ ม ช น ไ ม่ ส า ม า ร ถ ป ก ป้ อ ง ก า ร บุ ก รุ ก แ ล ะ ท า ล า ย

๒๓๑ ประเดน็ ขอ้ คดิ เหน็ และเสนอแนะ ที่มาของความเห็น ทรพั ยากรธรรมชาติ แมแ้ ต่ในชมุ ชนที่อยู่ แตจ่ ะถกู รัฐและเจ้าหน้าท่รี ัฐหวงกัน แยง่ ชิง และอานวยประโยชนใ์ หแ้ กก่ ล่มุ ทนุ หรือผ้มู ีอานาจ ขอ้ เสนอแนะ ต้องให้สิทธิโดยสมบูรณ์ตามธรรมชาติให้ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแว ดล้อม สามารถพิทักษ์ปกป้ องผู้บุกรุกยึดครอง และทาลาย ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมได้ด้วยตนเอง ความคาดหวัง กรมเชื้อเพลงิ ธรรมชาติ บทบัญญัติหน้าท่ีของรัฐได้กาหนดไว้ในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่ง กระทรวงพลังงาน ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซ่ึงกาหนดให้ “รัฐต้องอนุรักษ์คุ้มครอง (แบบสอบถามความคิดเห็น) บารุงรักษา ฟ้ืนฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์ อย่างสมดุลและย่ังยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ินที่เกี่ยวข้องมีส่วน ร่วมดาเนินการและได้รับประโยชน์จากการดาเนินการดังกล่าวด้วยตามท่ีกฎหมาย บัญญัติ อีกทั้ง ในการดาเนินการใดของรัฐหรือท่ีรัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดาเนินการ ถ้าการนั้นมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพ ชีวิตหรือส่วนได้เสียสาคัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชนหรือส่ิ งแวดล้อมอย่าง รุนแรง รัฐต้องดาเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชนและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย ประชาชนและชมุ ชนที่เกย่ี วข้องกอ่ น เพ่ือนามาประกอบการ พจิ ารณาดาเนนิ การหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติรวมท้งั บุคคลและชุมชนย่อม มีสิทธิได้รับข้อมูล คาช้ีแจง และเหตุผล จากหน่วยงานของรัฐก่อนการดาเนินการ หรืออนุญาต และในการดาเนินการหรืออนุญาตดังกล่าว รัฐต้องระมัดระวังให้เกิด ผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อย ท่ีสุด และต้องดาเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่

๒๓๒ ประเดน็ ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ ประชาชนหรือชุมชนทีไ่ ด้รับผลกระทบอยา่ งเปน็ ธรรม ดังน้นั จงึ สอดคล้องกบั มาตรา ๕๘ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งกาหนดใหจ้ ัดทารายงาน ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งกรม เชื้อเพลิงธรรมชาติได้ดาเนินการตามแนวนโยบายและหน้าท่ีของรัฐในการประกอบ กจิ การสารวจและผลิตปโิ ตรเลียมตามกรอบ ทกี่ ฎหมายกาหนด สภาพปัญหา กรมเชอ้ื เพลิงธรรมชาติเป็นหนว่ ยงานหลักที่รบั ผิดชอบในการสง่ เสริมการสารวจ และผลิตปิโตรเลียมของประเทศ เร่งรัดการจัดหาแหล่งพลังงานเพ่ือให้ประเทศ มีความมั่นคงทางดา้ นพลังงาน ปจั จุบันความต้องการใช้พลังงานของประเทศเพ่ิมข้ึน อย่างต่อเนื่อง ในขณะท่ีกาลังการผลิตปิโตรเลียมลดลงส่งผลให้ปริมาณปิโตรเลียม ในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ จาเป็นต้องพึ่งพาการนาเข้าจากตา่ งประเทศ มากข้ึน ดังน้ัน จึงเป็นภารกิจและหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการสารวจ และพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติในประเทศพร้อมท้ังแสวงหาความร่วมมือด้าน พลังงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพือ่ ให้ประเทศมีความมั่นคงด้านพลงั งาน ขอ้ เสนอแนะ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ดาเนินการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศและ เตรียมความพรอ้ มรองรับแหล่งสัมปทานท่ีจะสิ้นอายุให้สามารถผลติ ได้อยา่ งต่อเนือ่ ง รวมทงั้ แสวงหาความร่วมมือด้านพลังงานกับตา่ งประเทศ ความคาดหวงั มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ๑. ควรท่ีจะปฏิรปู ระบบราชการและกฎหมายโดยมีเป้าหมายในการทาให้หมวด (แบบสอบถามความคดิ เห็น) 6 และหมวด 5 เปน็ จริง โดยมีการกาหนดช่วงระยะเวลาในการดาเนนิ การ ๒. กาหนดกลไกเพ่ือให้เกิดการปฏิรูปทางสังคม คู่ขนานไปกับการปฏิรูประบบ ราชการ

๒๓๓ ประเดน็ ข้อคิดเหน็ และเสนอแนะ ท่ีมาของความเหน็ สภาพปัญหา ๑. ข้อจากัดของระบบราชการและกฎหมาย รวมถึงนโยบายของรัฐไม่มีกลไกใน การบูรณาการและปลดล็อคข้อจากดั จากบทบัญญตั ิกฎหมาย ๒. แมจ้ ะมีการกาหนดและมีบทบัญญัตวิ ่าด้วยการปฏริ ูปประเทศ แต่ส่ิงทเี่ กิดข้ึน ในทางปฏบิ ัติ กลบั เป็นการทาให้ระบบราชการมีอานาจแต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ ทันการกบั ปญั หาในข้ันวิกฤตทิ ีส่ าคัญๆ หลายๆ ปัญหา ข้อเสนอแนะ ๑. ปรบั ปรงุ แผนและขั้นตอนการปฏริ ปู ประเทศท่ดี าเนนิ การไปแลว้ เสียใหม่ ๒. กาหนดระยะเวลาที่ส่วนราชการต่างๆ ตอ้ งดาเนนิ การโดยดว่ น ๓. จัดทาบัญชีกฎหมายที่เป็นข้ออุปสรรคในการปฏิรูป และกาหนดให้เป็นแผน นติ ิบญั ญตั ิเพอ่ื การปฏริ ปู เพือ่ ให้รฐั สภาเร่งดาเนินการ ความคาดหวัง ภาครฐั ศาสตร์และรัฐประศาสน์ การสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม (fairness) และพัฒนาโดยคานึงถึงความยั่งยืน ศาสตร์ คณะสงั คมศาสตร์ (Sustainability) มหาวิทยาลยั นเรศวร สภาพปญั หา (แบบสอบถามความคดิ เห็น) แม้ว่า มาตรา 75 แห่งรัฐธรรมนูญ จะกล่าวถึงหลักการท่ีดีเก่ียวกับความเป็น ธรรมและความยงั่ ยืน แต่ขาดกฎหมายลาดบั ของในการบังคบั ใชอ้ ยา่ งจรงิ จัง ข้อเสนอแนะ ควรให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (Organic Law) ท่ีออกมาเพื่อให้ เกิดการบังคับใช้มาตรา 75 อย่างจริงจัง และควรมีกฎหมายลดการผูกขาดทาง เศรษฐกจิ เช่น Anti-trust Laws แบบในสหรฐั อเมริกา เป็นต้น ความเห็นอ่ืน ๆ แก้ไขมาตรา 54 เรื่องหน้าที่ของรัฐในการจัดการศึกษาต้องครอบคลุม 12 ปี “ตัง้ แตว่ ัยเรียน” ไม่ใช่ “ก่อน” วยั เรยี น (15 ป)ี

๒๓๔ ประเดน็ ข้อคดิ เห็นและเสนอแนะ ท่มี าของความเห็น ความคาดหวัง มหาวทิ ยาลยั มหามกฎุ ราช นโยบายควรตอบสนองคนทุกกลุ่มอยา่ งเปน็ ธรรม วทิ ยาลยั สภาพปัญหา (แบบสอบถามความคิดเหน็ ) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังขาดความย่ังยืน เน่ืองจากส่วนใหญ่รัฐออกนโยบาย เน้นอดั ฉีดเม็ดเงินเขา้ สู่ระบบผา่ นการแจก เช่น บัตรสวัสดิการ ซ่ึงไม่สามารถกระตุ้น ระบบเศรษฐกจิ ในภาพรวมได้ ขอ้ เสนอแนะ รฐั ควรกระตนุ้ เศรษฐกิจในระยะยาว เช่น การสรา้ งงานท่ีรองรับแรงงานในระบบ การเพิ่มสิทธิพิเศษทางภาษีให้นักลงทุน การลดภาษีหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ เพ่ิม อัตราการแข่งขันให้ SME และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างควบคู่การรักษา ส่งิ แวดล้อม ความคาดหวงั กรมสรรพากร แนวนโยบายดังกล่าว เป็นการกาหนดหน้าท่ีของรัฐ อันพึงมีขั้นพ้ืนฐาน ซ่ึงมีผล กระทรวงการคลงั ตอ่ การดารงชีวติ เศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม อันจะก่อให้เกิด (แบบสอบถามความคิดเห็น) ผลดีตอ่ รัฐและประชาชน สภาพปัญหา สภาพปัญหาที่เกิดข้ึน ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดาเนินการให้เกิดผลขึ้นได้ เทา่ ท่คี วร ขอ้ เสนอแนะ รัฐควรจะดาเนินนโยบายดังกล่าวให้เป็นระบบ โดยอาจพิจารณาเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับที่ ๑ นโยบายเร่งดว่ นท่ีตอ้ งดาเนินการทนั ที ระดับท่ี ๒ แก้ไขจัดการปัญหาทเ่ี กิดขึ้นใหม้ ีน้อยที่สุด ระดบั ท่ี ๓ วางรากฐานเพือ่ พฒั นาในอนาคต

๒๓๕ ประเด็น ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ ท่ีมาของความเห็น ความคาดหวงั ประชาชนคนไทย ๘๙ ม.๑๐ ต. ๑. ควรใช้งบประมาณให้กบั ประชาชนหมบู่ ้านละประมาณ ๑๐ ลา้ นบาท เพอ่ื ให้ ท่าตมู อ.ศรีมหาโพธิ์ จ. เป็นธนาคารชุมชน งบประมาณ ๗ แสนกว่าล้านบาท ๓ ปี ติดประกันเพ่ือแก้ไข ปราจีนบุรี 25410 เศรษฐกจิ ให้กับชาติ (แบบสอบถามความคดิ เห็น) ๒. ควรจะแบ่งการไฟฟ้าท้ังหมดเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยขายให้กับประชาชน ท่วั ไป 49% ใหรฐั หรือคนไทยเปน็ ผู้ถือครองหนุ้ 51% ๓. น้ามันควรจะลดลง 8 บาทต่อลิตร ก๊าซลดภาษีลง 1 บาทขึ้นไป สภาพปัญหา ๑. ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซ่ึงมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม คมนาคม เกษตรกรรม และอน่ื ๆ รัฐบาลไมม่ ีมาตรการเขม้ งวดในการแก้ไขปัญหาอยา่ งจริงจัง ๒. พชื ผลการเกษตรราคาตกต่า ๓. การบกุ รกุ ที่ปา่ สงวนและสปก. โดย ส.ส. ท่านหนงึ่ ไมถ่ กู ดาเนนิ คดี ๔. ยาเสพติด ระบาดและมีราคาถูก ๕. นโยบายบัตรคนจน ที่แลกเงินเพียงอย่างเดยี ว ไมแ่ ก้ไขปญั หาเศรษฐกิจไดเ้ ลย ขอ้ เสนอแนะ ๑. ในการทาธนาคารชุมชนให้ประชาชนกู้เงิน ดอกเบี้ยร้อยละ ๑ บาทต่อปี เพ่อื นาไปทาอาชพี - ปลูกแตงกวา - ปลกู พริก - ปลกู มะเขือ - ปลูกถั่วฝกั ยาว - ปลูกตน้ หอม - ปลกู กระเพรา - ปลกู โหระพา - ปลูกตะไคร้