วชิ า สงั คมศึกษา 3 รหัส ส22101 แผนการจัดการเรยี นรท.ู ่ี 3 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปทO ี่ 2 เร่ือง พระรัตนตรยั (พระพทุ ธ) หนKวยการเรียนรู.ที่ 1 เรอื่ ง พทุ ธประวัติ กลมKุ สาระการเรยี นร.ู สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง มาตรฐาน มาตรฐาน ส 1.1 รู,และเข,าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน นบั ถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาทถี่ ูกต,อง ยึดม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรมเพ่อื อยูรM MวมกันอยาM งสันตสิ ขุ สาระสำคัญ พุทธประวัติ คือ ประวัติของพระพุทธเจ,า ศาสดาของพระพุทธศาสนา การศึกษาพุทธประวัติตั้งแตMกMอน การผจญมารจนถึงการสั่งสอนธรรม รMวมถึงเรื่องราวของเหลMาพุทธศาสนิกชนตัวอยMาง พุทธสาวก สาวิกา และชาดก อันเปRนเรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ,า กMอนที่จะมาประสูติและตรัสรู,เปRนพระพุทธเจ,าในชาติสุดท,าย ซึ่งจะชMวยให, ผู,ศึกษามีความเข,าใจเรื่องราวของพระพุทธเจ,า และยึดเปRนแบบอยMางในการนำมาประยุกตTใช,ในการดำเนินชีวิต ในทางทถ่ี ูกตอ, งเหมาะสม ผลการเรยี นร/ู. ตัวชว้ี ดั ส 1.1 ม. 2/5 วิเคราะหTพทุ ธประวตั หิ รอื ประวตั ิศาสดาของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามทีก่ ำหนด ส 1.1 ม. 2/6 วิเคราะหTและประพฤติตนตามแบบอยMางการดำเนินชีวิตและข,อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเลาM และศาสนกิ ชนตัวอยาM งตามที่กำหนด สาระการเรียนรู. การผจญมาร การตรัสรู, การสงั่ สอน ทักษะกระบวนการ 1. ทักษะกระบวนการคิดอยMางมีวจิ ารณาญาณ 2. ทักษะกระบวนการสรา, งความตระหนัก 3. ทกั ษะกระบวนการสรา, งเจตคติ 4. ทักษะกระบวนการสรา, งคาM นยิ ม 5. ทักษะกระบวนการเรียนความรู, ความเขา, ใจ 6. ทกั ษะกระบวนการเรียนภาษา 7. ทกั ษะกระบวนการแก,ปญ_ หา
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคX 1. รกั ชาติ ศาสนT กษตั รยิ T 2. มวี ินยั 3. ใฝเa รยี นร,ู 4. มงุM ม่ันในการทำงาน สมรรถนะสำคัญของผู.เรยี น 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช,ทักษะชวี ิต 4. ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี กิจกรรมการเรยี นรู. (ช่ัวโมงท่ี 1) 1. ขัน้ นำเข.าสKบู ทเรียน 1. ครกู ลาM วทกั ทาย พดู คุยกับนกั เรยี นและเช็คชอ่ื นักเรียน 2. ครูชแ้ี จง เกร่นิ นำบทเรียน ระบุประเด็นและกจิ กรรมทจี่ ะทำการเรยี นการสอน พรอ, มแจง, จุดประสงคTในการเรียนเรียนร,ูใหน, กั เรียนทราบ 2. ข้ันจัดกจิ กรรมการเรยี นร.ู (ใช.กระบวนการสืบเสาะหาความรู. 5 ขนั้ ตอน) 1) ขน้ั สร.างความสนใจในการเรยี นรู. 1. ใช,คำถามชวนคิดเพื่อกระตุ,นให,นักเรียนรMวมกันตอบคำถาม เพื่อกระตุ,นให,เกิดความตื่นตัวเกิดการเรียนรู, และสร,างความเขา, ใจไปพรอ, มๆกัน เชMน - “พุทธประวัต”ิ และ “ชาดก” คอื อะไร? เหมอื นหรือแตกตMางกนั ไหม อยMางไร? - ยกตวั อยMางเหตกุ ารณTสำคญั ทเี่ กยี่ วกับพุทธประวัติมีเหตกุ ารณใT ดบ,าง? - ให,นักเรียนผลัดกันเลMาความรู,เดิมที่นักเรียนเคยเรียน หรือลองยกตัวอยMางเรื่องพุทธประวัติ ชาดก ศาสนิกชนตัวอยMางที่ตนร,ูจกั หรอื เคยเรยี นมาสนทนาแลกเปลี่ยนความร,ูกอM นเรยี นกัน 2) การค.นหาความรู. 1. เขา, สเMู นือ้ หา โดยการสอนแบบบรรยาย ประกอบส่อื การสอน Power point เรอ่ื งพุทธประวตั ิ โดยบรรยาย เนื้อหาพุทธประวัติไปตามลำดับหัวข,อ ได,แกM สรุปพุทธประวัติกMอนการผจญมาร การผจญมาร การตรัสรู, และการส่งั สอนธรรม แล,วซักถามนักเรียนไปเปRนระยะๆเพื่อทบทวนความรแ,ู ละเพม่ิ เติมความรู,
3) ข้ันอธบิ ายและลงข.อสรปุ 1. นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1 เรื่องคำถามลMาแต,ม โดยนักเรียนแบMงกลุMม กลุMมละ 4 - 5 คน คละตาม ความสามารถ เกงM ปานกลาง ออM น แล,วให,แตMละกลMมุ รวM มกนั ศกึ ษาความรู,เรอื่ ง พทุ ธประวตั ิ ตอน ผจญมาร ตรัสร,ู และเทศนาสั่งสอน จากหนังสอื เรยี น หนังสือคน, คว,าเพิ่มเตมิ หอ, งสมดุ และแหลMงข,อมลู สารสนเทศ 4) ขน้ั ขยายความร.ู 1. นักเรียนแตMละกลุMมรMวมกันฝsกตั้งคำถาม จากเรื่องพุทธประวัติที่ได,ศึกษา มากลุMมละ 10 ข,อ พร,อมเฉลย คำตอบ แล,วให,แตMลMะกลุMมผลัดกันถามตอบเพื่อเก็บแต,มสะสมเพื่อหาผู,ชนะจากกิจกรรม โดยมีข,อแม,วMาจะ ได, 1 เมอื่ กลMมุ ของผตู, อบสามารถตอบถูกตอ, งครบถว, นสมบูรณเT ทMาน้นั 5) ขัน้ ประเมนิ ผล 1. หลังจบกิจกกรม ครูมอบหมายกิจกรรมใหมMให,นักเรียนไปศึกษาค,นคว,าประวัติศาสดาของศาสนาอื่นๆ เชMน ศาสนาอิสลาม คริสตTศาสนา ที่นับถือกันในประเทศสมาชิกอาเซียน แล,วให,แตMละกลุMมรMวมกันนำความร,ู หรือข,อมูลที่ได,มาใช,ในการตั้งคำถามมากลุMมละ 10 ข,อ พร,อมเฉลยคำตอบเพื่อใช,เปRนกิจกกรมในคาบ ตMอไป 3. ขน้ั สรปุ 1. นักเรียนและครูรMวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนสาระสำคัญในเรื่องที่เรียน โดยให,นักเรียนสรุปลงในแบบบันทึก ความรู, ซึ่งอาจสรุปเปRนแบบเรียงความ แผนที่ความคดิ หรือผังมโนทัศนกT ไ็ ด, 2. ครสู รปุ ความคิดรวบยอดความร,ทู ่สี ำคญั ในเรอ่ื งให,นักเรียนอีกคร้ัง เพ่ือใหเ, กดิ ความเข,าใจ 3. ครูแจ,งกิจกรรมการเรียนการสอน หรือหัวข,อเรื่องที่จะเรียนตMอไป เพื่อให,นักเรียนมีการเตรียมความพร,อม สำหรบั การเรียนในช่วั โมงถัดไป (ชวั่ โมงท่ี 2) 1. ขน้ั นำเขา. สูบK ทเรยี น 1. ครูกลาM วทักทาย พดู คุยกบั นกั เรียนและเช็คชอ่ื นักเรียน 2. ครูชี้แจง เกริ่นนำบทเรียน ระบุประเด็นและกิจกรรมที่จะทำการเรียนการสอนพร,อมแจ,งจุดประสงคTในการ เรยี นเรยี นรูใ, ห,นกั เรยี นทราบ 2. ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นร.ู (ใชก. ระบวนการสบื เสาะหาความร.ู 5 ข้ันตอน) 1) ขัน้ สร.างความสนใจในการเรยี นรู. 1. จากคาบที่ผMานมาในกิจกกรม ครูมอบหมายกิจกรรมใหมMให,นักเรียนไปศึกษาค,นคว,าประวัติศาสดาของ ศาสนาอื่นๆ เชMน ศาสนาอิสลาม คริสตTศาสนา ที่นับถือกันในประเทศสมาชิกอาเซียน ในการตั้งคำถามมา กลุMมละ 10 ข,อ ให,แตMลMะกลุMมผลัดกันถามตอบเพื่อเก็บแต,มสะสมเพื่อหาผู,ชนะจากกิจกรรม โดยมีข,อแม,วMา จะได, 1 เมื่อกลมMุ ของผูต, อบสามารถตอบถกู ตอ, งครบถ,วนสมบรู ณเT ทาM นนั้
2) การคน. หาความร.ู 1. ใช,คำถามชวนคิดเพื่อทบทวน และเพื่อกระตุ,นให,นักเรียนรMวมกันตอบคำถาม ให,เกิดความตื่นตัวเกิดการ เรยี นรู, และสร,างความเขา, ใจไปพร,อมๆกนั เชนM - “พทุ ธประวัต”ิ และ “ชาดก” คอื อะไร? เหมือนหรอื แตกตาM งกนั ไหม อยาM งไร? - ยกตัวอยMางเหตกุ ารณTสำคัญท่เี กยี่ วกบั พุทธประวตั มิ เี หตุการณTใดบา, ง? - ให,นักเรียนผลัดกันเลMาความรู,เดิมที่นักเรียนเคยเรียน หรือลองยกตัวอยMางเรื่องพุทธประวัติ ชาดก ศาสนิกชนตัวอยMางทตี่ นรจู, กั หรือเคยเรยี นมาสนทนาแลกเปลย่ี นความรู,กMอนเรยี นกัน 3) ข้ันอธิบายและลงข.อสรปุ 1. เข,าสเูM นอ้ื หา โดยการสอนแบบบรรยาย ประกอบสื่อการสอน Power point เรอ่ื งพุทธประวตั ิ โดยบรรยาย เนื้อหาพุทธประวัติไปตามลำดับหัวข,อ ได,แกM สรุปพุทธประวัติกMอนการผจญมาร การผจญมาร การตรัสร,ู และการสั่งสอนธรรม แล,วซักถามนักเรียนไปเปRนระยะๆเพื่อทบทวนความรู,และเพิ่มเติมความรู, แล,วให, นกั เรยี นทำใบงานท่ี 3 เรื่องพุทธประวตั ิ 4) ข้ันขยายความรู. 1. นกั เรียนออกมานำเสนอผลงานหนา, ชน้ั เรียน 2. นกั เรียนรMวมกนั อภิปรายสรปุ เกี่ยวกบั วธิ ีการทำงานให,เหน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทำงานทมี่ ีแบบแผน 5) ขัน้ ประเมินผล 1. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู,สึกหลงั การเรยี นและหลงั การทำกจิ กรรมในประเด็นตอM ไปน้ี • ส่ิงทนี่ ักเรียนไดเ, รียนรู,ในวนั นคี้ ืออะไร • นกั เรยี นมีสวM นรMวมกิจกรรมในกลมุM มากน,อยเพยี งใด • เพือ่ นนกั เรียนในกลมุM มสี วM นรวM มกิจกรรมในกลMุมมากนอ, ยเพยี งใด • นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั นหี้ รอื ไมM เพียงใด • นักเรยี นจะนำความรทู, ี่ได,นไ้ี ปใชใ, หเ, กดิ ประโยชนแT กMตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไปไดอ, ยาM งไร 3. ข้ันสรปุ 1. นักเรียนและครูรMวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนสาระสำคัญในเรื่องท่ีเรียน โดยให,นักเรียนสรุปลงในแบบบันทึก ความร,ู ซง่ึ อาจสรปุ เปนR แบบเรียงความ แผนทีค่ วามคิด หรอื ผังมโนทศั นกT ไ็ ด, 2. ครูสรปุ ความคดิ รวบยอดความร,ทู ีส่ ำคัญในเรื่องให,นักเรยี นอีกคร้ัง เพ่ือให,เกดิ ความเข,าใจ 3. ครูแจ,งกิจกรรมการเรียนการสอน หรือหัวข,อเรื่องที่จะเรียนตMอไป เพื่อให,นักเรียนมีการเตรียมความ พร,อมสำหรับการเรยี นในชั่วโมงถัดไป สอ่ื และวสั ดอุ ปุ กรณX
- หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปxท่ี 2 - Power point เร่ือง พทุ ธประวัติ - หอ, งสมุด - อินเทอรเT น็ต - ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง พทุ ธประวัติ - วิดีโอพทุ ธประวัติ การวดั และประเมินผล 1. การวดั ผล สงิ่ ทต่ี อ. งการวัด วิธกี ารวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑXการวัด - ระดบั คุณภาพ ดา, นพุทธิพสิ ยั 2. ซกั ถามความรเู, รอื่ ง - คำถาม 5 ขึ้นไป ผMานเกณฑT 1. อธิบายเรื่องพุทธประวัติ พุทธประวตั ิ - แบบประเมินผล หรือประวัติของศาสนิกชน 2. ตรวจผลงาน/ใบงาน งาน - ระดบั คณุ ภาพ 1 ข้นึ ไป ผาM นเกณฑT ตัวอยาM งทตี่ นนับถือได, เปRนรายบุคคลหรือเปRน -แบบประเมินการ 2. วิเคราะหTข,อคิดจากพุทธ กลMมุ นำเสนอผลงาน - ระดับคณุ ภาพ ประวัติ มิตตวินทุกชาดก 3. การอภิปราย/การ หน,าช้ันเรียน 1 ขนึ้ ไป ผาM นเกณฑT และราโชวาทชาดกได, นำเสนองานหน,าชั้น เรียนเปRนรายบุคคลหรือ เปนR กลุมM ดา, นทักษะพสิ ัย 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน 1. สืบค,นข,อมลู และเผยแผM การทำงานเปRนรายบุคคล การมสี วM นรMวมใน ความร,เู กี่ยวกับพุทธประวตั ิ หรือเปRนกลุMมในด,าน ชั้นเรยี น และชาดกแล,วสามารถ การส่อื สาร การคิด นำเอาหลักธรรมหรอื ขอ, คดิ การใชท, กั ษะชีวติ ทไี่ ด,ไปเปนR แบบอยMาง การใชเ, ทคโนโลยี ประยกุ ตTใช,ในการดำเนิน ชวี ติ ได, ด,านจติ พสิ ัย 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบสงั เกต 1. เหน็ คุณคMาและ ก า ร ท ำ ง า น เ ปR น พฤติกรรม ความสำคัญในการศึกษา รายบุคคลหรือเปRนกลุMม
สง่ิ ที่ตอ. งการวัด วธิ ีการวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑXการวดั พทุ ธประวตั หิ รอื ประวตั ิ ในด,าน ความรักชาติ ศาสดาของศาสนา และ ศาสนT กษัตริยT มีวินัย ชาดกอันเปRนทม่ี าของ ใฝaเรียนร,ู มุMงมั่นในการ พระพุทธศาสนาที่สMงผล ทำงาน ตอM วถิ ชี วี ิต วัฒนธรรม และความเช่อื ของตน 2. การประเมนิ ผล ส่ิงทตี่ (องการประเมนิ ปรบั ปรงุ เกณฑก5 ารตดั สนิ คณุ ภาพ ดีเย่ยี ม พอใช( ดี 16-20 1) พฤติกรรมดา, นพทุ ธิพิสัย 0-5 5-10 11-15 4 3 2) พฤตกิ รรมดา, นทักษะพิสยั 1 2 3 16-20 3) พฤตกิ รรมดา, นจติ พิสยั 01 2 4) แบบประเมินผลงาน 0-5 5-10 11-15 สรปุ การประเมินผล ดีเย่ยี ม มคี ะแนนร,อยละ 80.00 ขน้ึ ไป ดี มคี ะแนนระหวMางรอ, ยละ 70.00-79.99 พอใช, มคี ะแนนระหวาM งรอ, ยละ 50.00-69.99 ปรบั ปรุง มคี ะแนนตำ่ กวาM รอ, ยละ 50.00 เกณฑกT ารผาM น การประเมินผลได,ระดับคณุ ภาพ พอใช, ขน้ึ ไป แบบประเมินการมีสวK นรKวมในชนั้ เรียน คำชีแ้ จง ประเมินพฤตกิ รรมของนักเรยี นแลว, ใสMคะแนนลงในชอM งใหต, รงกบั ความเปRนจริง รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ นำ้ หนกั คะแนน
4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช). 1 (ปรบั ปรุง) การมสี วK นรKวมในชั้น ผู,เรียนตอบ ผเู, รียนตอบคำถาม ผ,เู รียนตอบคำถาม ผเู, รียนตอบคำถาม เรียน คำถามได,และมี ไดแ, ละมีการตอบโต, ไดแ, ละมีการตอบ ได,และมกี ารตอบ การตอบโต, สนทนาผาM นในช้ัน โต,สนทนาผMานใน โตส, นทนาผาM นใน สนทนาในชัน้ เรยี นได,อยMาง ช้นั เรียนได,อยาM ง ชั้นเรยี นไดอ, ยMาง เรียนได,อยาM ง ถูกตอ, ง เหมาะสม ถูกต,องบางสMวน ไมMถูกต,องถกู ตอ, ง ถกู ตอ, ง เหมาะสม เน้อื หาบางสMวนไมM เนือ้ หาไมMเหมาะสม ไมMเหมาะสม เนอื้ หาครบถ,วน ครบถ,วน เน้ือหาบางสวM นไมM เนอื้ หาไมคM รบถว, น ครบถว, น เกณฑXการผาK น ต้ังแตรK ะดบั 2 ข้นึ ไป - รายบุคคล นกั เรยี นมีผลการเรยี นร,ไู มตM ่ำกวMาระดับ 2 จงึ ถือวาM ผาM น หมายเหตุ การหาคะแนนเฉล่ียหาไดจ, ากการนำเอาคะแนนรวมในแตลM ะชMองมาบวกกนั แล,วหารด,วยจำนวนขอ, จากนัน้ นำคะแนนเฉลย่ี ที่ได,มาเทียบกับเกณฑกT ารตดั สนิ คุณภาพและสรปุ ผลการประเมนิ แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานหน.าชั้นเรยี น คำชี้แจง ประเมนิ พฤตกิ รรมของนักเรียนแลว, ใสคM ะแนนลงในชอM งให,ตรงกับความเปนR จริง รายการประเมนิ เกณฑ.การประเมนิ
ดมี าก (4) ดี (3) ปานกลาง (2) ปรับปรุง (1) มีการวางแผนการทำงานและ ขาดการวางแผนการทำงาน ขาดความพร8อมในการ 1.การวางแผนในการทำงานและ มกี ารวางแผนการทำงาน เตรียมความพรอ8 มก:อน แตย: ังสามารถนำเสนอ นำเสนอผลงาน การเตรียมความพร8อมก:อน อยา: งมีระบบและมคี วาม นำเสนอเปBนระบบบ8าง ผลงานได8 นำเสนอหนา8 ชนั้ เรียน พร8อมในการนำเสนอผลงาน 2.การใชเ8 ทคโนโลยใี นการสบื ค8น มที กั ษะในการใชเ8 ทคโนโลยี สามารถใช8เทคโนโลยใี นการ สามารถใช8เทคโนโลยใี นการ ขาดทักษะการใชเ8 ทคโนโลยี และนำเสนอผลงาน ในการสืบค8นเน้อื หาและ สืบคน8 เนอ้ื หาและนำเสนอ สบื ค8นเน้ือหาและนำเสนอ ในการสบื ค8นเนอ้ื หาและ นำเสนอผลงานท่ีดี ผลงานได8 ผลงานพอใช8 นำเสนอผลงาน 3.การนำเสนอเน้อื หาถกู ต8องมี การนำเสนอผลงานเนอื้ หามี การนำเสนอผลงานเนอ้ื หา การนำเสนอผลงานเนื้อหา การนำเสนอผลงานเนื้อหาไม: ความครบถ8วนชัดเจนเข8าใจงา: ย ความถกู ตอ8 งครบถ8วน ถกู ต8องครบถ8วนแต: ถูกตอ8 งแตข: าดความ ถูกตอ8 ง ชดั เจนเขา8 ใจงา: ย อธิบายไมช: ดั เจนเขา8 ใจยาก ครบถว8 นอธบิ ายไมช: ัดเจน 4.รูปแบบการนำเสนอความ มีการนำเสนอทนี่ :าสนใจ มีการนำเสนอทน่ี :าสนใจบ8าง มกี ารนำเสนอท่ีนา: สนใจบ8าง การนำเสนอไมน: :าสนใจ นา: สนใจชวนตดิ ตามมีความคิด ชวนติดตามมีความคดิ ชวนตดิ ตามมีความคดิ ชวนติดตามขาดความคดิ สรา8 งสรรคR สร8างสรรคR สรา8 งสรรคบR า8 ง สร8างสรรคR 5.ความรว: มมือในการทำงานของ สมาชิกทกุ คนใหค8 วาม สมาชิกเพยี งสว: นน8อยใน สมาชิกสว: นใหญใ: นกลุ:ม สมาชิกในกล:ุมขาดความ สมาชกิ ในกล:มุ ร:วมมอื ในการนำเสนอเปBน กลมุ: ที่ไม:ให8ความร:วมมอื ใน ไม:ใหค8 วามรว: มมอื ในการ รว: มมอื ในการทำงาน อย:างดี การนำเสนอ นำเสนอ เกณฑ.การให>คะแนน - เกณฑ.การตดั สินคุณภาพการนำเสนอผลงานหนา> ชน้ั เรยี น ชว@ งคะแนน ระดับคุณภาพ 16-20 ดมี าก 11-15 ดี 6-10 ปานกลาง 1-5 ปรบั ปรงุ เกณฑก. ารประกนั คณุ ภาพผลการเรียนร>ู นกั เรียนร8อยละ 70 ได8คะแนนการนำเสนอผลงานหน8าช้ันเรียนในระดับ ดี ขน้ึ ไปผ:านการประเมิน เกณฑก. ารประกันคุณภาพผลการสอน นกั เรียนรอ8 ยละ 80 ผ:านเกณฑRการประเมนิ แบบสังเกตดา. นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคX คำชแี้ จง สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นแลว, ใสคM ะแนนลงในชMองให,ตรงกับความเปนR จรงิ รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ
321 1. รักชาติ ศาสนT กษัตริยT 1.รวM มกิจกรรมทีส่ ำคญั ทีเ่ ก่ยี วกบั ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริยT 2.บันทึกข,อมูลตามความจริงและไมใM ชค, วามคิดเห็นของตนเองไปเก่ียวข,อง 2. ซอื่ สตั ยTสุจรติ 3. ไมMแอบอา, งผลงานผอู, นื่ 4. เคารพหรอื ปฏบิ ัติตามขอ, ตกลงกฎกติกาหรือระเบยี บของกลMมุ ทตี่ ้ังไว, 5. มกี ารวางแผนการทำงานและจดั ระบบการทำงาน 3 หมายถึง 3. มวี นิ ัย 6. ทำงานตามขน้ั ตอนตMางๆท่ีไดว, างแผนไว, นักเรียน 7. ตรวจสอบความถกู ตอ, ง ความเรยี บรอ, ยของงาน แสดง พฤติกรรม 8. มคี วามกระตือรอื รน, และสนใจทจี่ ะแสวงหาความร,ู นั้นอยMาง 4. ใฝเa รียนร,ู 9. ชอบสนทนา ซักถาม ฟ_ง หรอื อMานเพอ่ื ให,ไดค, วามรเ,ู พิ่มข้นึ สม่ำเสมอ 2 หมายถงึ 5. อยอูM ยMางพอเพยี ง 10. มีความสขุ ท่ีได,เรียนรูใ, นสงิ่ ทีต่ นเองต,องการเรียนร,ู นกั เรยี น 11. ใช,จาM ยทรพั ยTสินของตนเอง เชนM เงิน เสอื้ ผ,า ส่ิงของอยาM ง แสดง 6. รักความเปRนไทย ประหยัด พฤตกิ รรม 12. ใชท, รัพยากรธรรมชาติ เชนM น้ำ ไฟฟา• อยาM งประหยัดคมุ, คMา นัน้ เปRนครงั้ 7. มุงM มั่นในการ 13. มสี วM นรวM มในการดูแลรักษาทรพั ยสT นิ สวM นรวม คราว ทำงาน 14. ใชภ, าษาไทยได,อยMางถูกต,อง 1 หมายถึง 15. รจ,ู ักอMอนนอ, มถอM มตนและมสี มั มาคาราวะ นักเรียน 16. มสี วM นรวM มในการเผยแพรแM ละอนุรักษTวัฒนธรรมและธรรม แสดง เนียมประเพณไี ทย พฤตกิ รรม 17. ตงั้ ใจและรับผิดชอบในหน,าท่ีการงาน นนั้ น,อยครั้ง 18. ทำงานดว, ยความเพียรพยายาม และอดทนเพือ่ ให,งานสำเรจ็ ตามเป•าหมาย 8. มจี ิตสาธารณะ 19. เสยี สละ มีน้ำใจ รู,จักเออื้ เฝอ€ เผอ่ื แผตM อM ผอ,ู ื่น 20. เห็นแกMประโยชนสT MวนรวมมากกวMาสวM นตน คะแนนรวม คะแนนเฉล่ีย หมายเหตุ เกณฑTการประเมินแตลM ะข,อให,ใช,ประเมินตามหวั ข,อทก่ี ำหนดในการประเมนิ ดา, นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคขT องแตMละแผนการจัดการเรียนร,ู เกณฑกX ารตัดสนิ คุณภาพแบบสงั เกตดา. นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคX
ชวM งคะแนน 2.34 - 3.00 1.67 - 2.33 1.00 - 1.66 เฉลย่ี 3 = ดมี าก 2 = พอใช, 1 = ควรปรับปรงุ ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลประเมนิ (เขียนเคร่ืองหมาย √ ลงใน ) ระดับคุณภาพ 3 21 ทไี ด, หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลย่ี หาไดจ, ากการนำเอาคะแนนรวมในแตMละชอM งมาบวกกันแลว, หารดว, ยจำนวนขอ, จากน้ันนำคะแนนเฉล่ยี ท่ไี ดม, าเทยี บกับเกณฑกT ารตดั สนิ คุณภาพและสรุปผลการประเมนิ แบบสงั เกตดา. นสมรรถนะสำคญั ของผเู. รยี น คำช้ีแจง สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนแล,วใสMคะแนนลงในชอM งให,ตรงกบั ความเปRนจรงิ
รายการ พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ ประเมนิ 321 1.ความสามารถ 1.ใช,วธิ ีการสอ่ื สารในการนำเสนอขอ, มลู ความรไู, ด,อยาM งเหมาะสม 3 หมายถงึ ในการสอ่ื สาร 2.เลือกรบั ขอ, มูลความร,ูด,วยหลกั เหตุผลและความถกู ตอ, ง นักเรยี น แสดง 2.ความสามารถ 3.สรปุ ความคดิ รวบยอดหรอื สาระสำคัญของเรอ่ื งท่ีศึกษา พฤติกรรม ในการคิด นน้ั อยMาง 4.แปลความตีความหรือขยายความของคำข,อความภาพและสัญลักษณTในเรอื่ งทีศ่ กึ ษา สม่ำเสมอ 5.วิเคราะหหT ลักการและนำหลกั การไปใชไ, ด,อยMางมีเหตผุ ล 2 หมายถึง นกั เรยี น 6.ตัง้ คำถามหรือตงั้ สมมติฐานตอM เรอื่ งทีศ่ กึ ษาอยาM งมรี ะบบ แสดง พฤตกิ รรม 7.รวบรวมขอ, มลู ความรูท, ่ีเกี่ยวขอ, งกับเรอื่ งทีศ่ กึ ษาจากสอ่ื และแหลMงการเรยี นรู,ตMางๆ นัน้ เปนR ครง้ั คราว 3.ความสามารถ 8.ตรวจสอบและประเมนิ ความถูกตอ, งครบถว, นของขอ, มลู ความรท,ู ไ่ี ดจ, ากการเก็บรวบรวม 1 หมายถึง ในการแก,ปญ_ หา 9.นำข,อมลู ความร,ทู ี่ไดจ, ากการตรวจสอบและประเมินมาวิเคราะหหT รือแยกแยะเพื่อ นกั เรียน สะดวกในการทดสอบสมมติฐาน แสดง พฤตกิ รรม 10.ทดสอบสมมติฐานและสรปุ เปRนหลกั การดว, ยภาษาของตนเองท่ีเขา, ใจงาM ย นั้นนอ, ยครั้ง 11.นำข,อมลู ความรท,ู ไี่ ดไ, ปใช,แกป, _ญหาตาM งๆที่เกิดข้นึ ในชวี ิตประจำวัน 12.มที ักษะในการติดตอM สอื่ สารและสรา, งความสำคญั กบั บุคคลอ่นื ในเชงิ บวกรวมถงึ สามารถทำงานรMวมกับผูอ, ื่นได,อยาM งมีประสทิ ธภิ าพ 4.ความสามารถ 13.มีความเชอ่ื มัน่ กลา, ตดั สินใจแสดงความคิดในการออกแบบสร,างสรรคผT ลงานและ ในการใชท, ักษะ สามารถเผชิญป_ญหาได, ชีวติ 14.สามารถสรา, งชิน้ งานโดยคำนงึ ถึงความต,องการของผู,อ่ืนและสงั คมรอบขา, ง 15.มคี วามรับผดิ ชอบในหน,าที่ในฐานะเปRนสวM นหน่ึงของกลMมุ และสามารถนำชิ้นงานไป แลกเปลี่ยนเรยี นรูร, MวมกับกลุMมอนื่ 5.ความสามารถใน 16.ศกึ ษาคน, ควา, ข,อมลู ความรู,จากสือ่ และแหลMงเรยี นรูต, Mางๆไดต, นเอง การใช,เทคโนโลยี 17.เลอื กใชเ, ทคโนโลยีในการศึกษาค,นคว,าข,อมูลความรู,ได,อยาM งถกู ต,องเหมาะสมและมี คุณธรรม คะแนนรวม คะแนนเฉลีย่ หมายเหตุ เกณฑTการประเมนิ แตMละขอ, ให,ใชป, ระเมนิ ตามหัวข,อที่กำหนดในการประเมินดา, นสมรรถนะของแตลM ะ แผนการจดั การเรียนรู, เกณฑXการตัดสินคุณภาพแบบสังเกตด.านสมรรถนะสำคญั ของผูเ. รียน
ชวM งคะแนน 2.34 - 3.00 1.67 - 2.33 1.00 - 1.66 เฉล่ีย 3 = ดีมาก 2 = พอใช, 1 = ควรปรบั ปรุง ระดับคุณภาพ สรปุ ผลประเมิน (เขยี นเครอื่ งหมาย √ ลงใน ) ระดับคุณภาพ 3 21 ทไี ด, หมายเหตุ การหาคะแนนเฉล่ยี หาได,จากการนำเอาคะแนนรวมในแตลM ะชMองมาบวกกนั แล,วหารดว, ยจำนวนข,อ จากน้ันนำคะแนนเฉล่ยี ทไ่ี ด,มาเทยี บกับเกณฑกT ารตัดสินคณุ ภาพและสรุปผลการประเมนิ เกณฑตX ดั สินคณุ ภาพการประเมินกิจกรรมผาK นใบงาน
ความคิด รวม ลำดบั ชื่อ-สกลุ ความถูกต.อง การลำดับ การใช.ภาษา ความเรยี บร.อย วเิ คราะห/X 20 ที่ เนื้อหา ความคดิ คะแนน สรา. งสรรคX 432143 2 143 2 1 4 32 143 21 เกณฑXการให.คะแนน เกณฑXการตดั สินคณุ ภาพกจิ กรรมผKานใบงาน ชKวงคะแนน ระดับคุณภาพ ชKวงคะแนน ระดับคุณภาพ 4 3 ดีมาก 16-20 ดมี าก 2 ดี 11-15 ดี 1 5-10 ปานกลาง ปานกลาง 0-5 ปรบั ปรุง ปรบั ปรุง ลงช่อื ………………………………………………………..ผูป, ระเมนิ (…………………………………………………………………………) วนั ที่…………/………./……..…
แหลงK เรยี นรู. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ความเหน็ ของผู.บรหิ ารสถานศึกษา ¨ นำไปจดั การเรียนรูไ, ด, ¨ ควรปรบั ปรุง ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................................... () วันที่ เดือน พ.ศ. บันทึกหลงั การจัดการเรียนรู.
ผลทเ่ี กิดขน้ึ กับผเู. รียนช้ันมัธยมศึกษาปทO ่ี 2/4 พฤติกรรมดา. นพทุ ธพิ ิสัย ดเี ยีย่ ม คน คิดเปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปRนรอ, ยละ พอใช, คน คดิ เปนR รอ, ยละ คิดเปRนรอ, ยละ ปรบั ปรงุ คน คน คดิ เปRนร,อยละ จำนวนนกั เรียนทผี่ าM นเกณฑT คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นท่ีไมMผMานเกณฑT คน คดิ เปนR รอ, ยละ พฤติกรรมด.านทักษะพิสยั คิดเปนR รอ, ยละ ดเี ยีย่ ม คน คดิ เปนR ร,อยละ ดี คน คดิ เปนR ร,อยละ คิดเปนR ร,อยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน จำนวนนกั เรียนท่ผี MานเกณฑT คน คิดเปRนร,อยละ คิดเปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทไ่ี มMผMานเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤติกรรมด.านจติ พิสัย คดิ เปRนรอ, ยละ ดีเยี่ยม คน คดิ เปนR รอ, ยละ คิดเปRนรอ, ยละ ดี คน พอใช, คน ปรบั ปรงุ คน จำนวนนกั เรยี นทผ่ี MานเกณฑT คน จำนวนนกั เรียนที่ไมผM าM นเกณฑT คน ผลทเี่ กิดข้ึนกับผ.เู รียนชัน้ มัธยมศึกษาปOที่ 2/6
พฤติกรรมด.านพทุ ธพิ สิ ยั ดเี ยีย่ ม คน คดิ เปRนร,อยละ ดี คน คิดเปRนรอ, ยละ พอใช, คน คดิ เปRนร,อยละ ปรบั ปรงุ คน คดิ เปนR ร,อยละ จำนวนนกั เรียนที่ผMานเกณฑT คน คิดเปRนร,อยละ จำนวนนกั เรียนทไ่ี มผM าM นเกณฑT คน คิดเปRนรอ, ยละ พฤติกรรมดา. นทกั ษะพสิ ัย ดีเย่ียม คน คิดเปนR ร,อยละ ดี คน คดิ เปRนรอ, ยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรบั ปรงุ คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นท่ผี MานเกณฑT คน คิดเปRนร,อยละ จำนวนนกั เรียนที่ไมผM MานเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤติกรรมด.านจติ พสิ ยั ดีเยี่ยม คน คิดเปRนรอ, ยละ ดี คน คิดเปนR ร,อยละ พอใช, คน คิดเปนR รอ, ยละ ปรับปรุง คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นที่ผาM นเกณฑT คน คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนักเรียนทไี่ มMผาM นเกณฑT คน คิดเปนR รอ, ยละ . ผลทเี่ กดิ ข้นึ กบั ผเ.ู รียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปทO ่ี 2/8
พฤตกิ รรมดา. นพทุ ธพิ ิสยั ดเี ยย่ี ม คน คดิ เปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนที่ผาM นเกณฑT คน คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นท่ีไมผM าM นเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพสิ ัย ดีเยี่ยม คน คิดเปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปนR รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนR ร,อยละ จำนวนนกั เรียนท่ผี าM นเกณฑT คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไี่ มMผาM นเกณฑT คน คดิ เปRนร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจิตพสิ ยั ดีเยย่ี ม คน คิดเปRนร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนR ร,อยละ ปรับปรุง คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนักเรียนท่ีผาM นเกณฑT คน คิดเปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผM MานเกณฑT คน คิดเปRนรอ, ยละ ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กบั ผเ.ู รยี นช้ันมัธยมศึกษาปทO ี่ 2/10
พฤตกิ รรมดา. นพทุ ธพิ ิสยั ดเี ยย่ี ม คน คดิ เปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนที่ผาM นเกณฑT คน คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นท่ีไมผM าM นเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพสิ ัย ดีเยี่ยม คน คิดเปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปนR รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนR ร,อยละ จำนวนนกั เรียนท่ผี าM นเกณฑT คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไี่ มMผาM นเกณฑT คน คดิ เปRนร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจิตพสิ ยั ดีเยย่ี ม คน คิดเปRนร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนR ร,อยละ ปรับปรุง คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนักเรียนท่ีผาM นเกณฑT คน คิดเปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผM MานเกณฑT คน คิดเปRนรอ, ยละ ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กบั ผเ.ู รยี นช้ันมัธยมศึกษาปทO ี่ 2/12
พฤตกิ รรมดา. นพทุ ธพิ ิสยั ดเี ยย่ี ม คน คดิ เปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนที่ผาM นเกณฑT คน คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นท่ีไมผM าM นเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพสิ ัย ดีเยี่ยม คน คิดเปนR ร,อยละ ดี คน คิดเปนR รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนR ร,อยละ จำนวนนกั เรียนท่ผี าM นเกณฑT คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไี่ มMผาM นเกณฑT คน คดิ เปRนร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจิตพสิ ยั ดีเยย่ี ม คน คิดเปRนร,อยละ ดี คน คิดเปRนร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนR ร,อยละ ปรับปรุง คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนักเรียนท่ีผาM นเกณฑT คน คิดเปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผM MานเกณฑT คน คิดเปRนรอ, ยละ ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กบั ผเ.ู รยี นช้ันมัธยมศึกษาปทO ี่ 2/14
พฤตกิ รรมดา. นพุทธิพสิ ยั ดีเย่ียม คน คิดเปRนร,อยละ ดี คน คดิ เปนR ร,อยละ พอใช, คน คดิ เปRนร,อยละ ปรับปรุง คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นทผ่ี าM นเกณฑT คน คิดเปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นที่ไมผM าM นเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นทกั ษะพิสยั ดเี ยี่ยม คน คิดเปRนรอ, ยละ ดี คน คิดเปนR ร,อยละ พอใช, คน คิดเปRนรอ, ยละ ปรับปรุง คน คดิ เปRนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทผ่ี าM นเกณฑT คน คิดเปRนร,อยละ จำนวนนักเรียนท่ีไมผM MานเกณฑT คน คิดเปRนร,อยละ พฤติกรรมดา. นจิตพสิ ยั ดีเยี่ยม คน คดิ เปนR ร,อยละ ดี คน คดิ เปนR รอ, ยละ พอใช, คน คดิ เปRนรอ, ยละ ปรับปรุง คน คดิ เปนR รอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นที่ผาM นเกณฑT คน คิดเปนR ร,อยละ จำนวนนักเรยี นทีไ่ มผM าM นเกณฑT คน คดิ เปRนรอ, ยละ ปgญหาและอปุ สรรค
.................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... แนวทางแก.ไขปgญหา .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ........................................................... ( นางสาวจริ าวรรณ มMวงจนั ทรT ) ผูส, อน วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
วชิ า สังคมศกึ ษา 3 รหัส ส22101 แผนการจดั การเรียนรู.ที่ 4 ชัน้ มธั ยมศึกษาปทP ี่ 2 เรอ่ื ง พระรตั นตรัย (พระพทุ ธ) หนLวยการเรียนรท.ู ่ี 1 เร่ือง ชาดก กลุมL สาระการเรยี นร.ู สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง มาตรฐาน มาตรฐาน ส 1.1 รู,และเข,าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน นบั ถอื และศาสนาอื่น มีศรทั ธาทีถ่ กู ตอ, ง ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมเพอ่ื อยMูรวM มกนั อยาM งสันตสิ ุข สาระสำคญั ชาดก คือ เรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ,า กMอนที่จะมาประสูติและตรัสรู,เปOนพระพุทธเจ,าในชาติสุดท,าย การศึกษามิตตวินทุกชาดกให,ข,อคิดวMา คนที่วMายากสอนยากเปOนที่รำคาญของพMอแมM ครูอาจารยQ ผู,หวังดีและเพื่อน ฝูง คนชั่วเหน็ อะไรท่ีดี ๆ มักไมMเห็นความสำคญั แตMกลับไปบูชาหรอื ชอบแตMในส่ิงทช่ี วั่ รา, ยดงั คำโบราณวMา เห็น กงจักรเปOนดอกบัว สMวนราโชวาทชาดกให,ข,อคิดวMา การประพฤติธรรมชMวยให,อยูMรMวมกันอยMางมีความสุข เราควรนำ ขอ, คิดจากการศกึ ษาชาดกมาประพฤติปฏิบตั ิในชวี ติ ประจำวัน ผลการเรียนร/.ู ตัวชวี้ ดั ส 1.1 ม. 2/6 วิเคราะหQและประพฤติตนตามแบบอยMางการดำเนินชีวิตและข,อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เร่อื งเลาM และศาสนกิ ชนตัวอยMางตามทก่ี ำหนด สาระการเรียนรู. 1. มติ ตวินทุกชาดก 2. ราโชวาทชาดก ทักษะกระบวนการ 1. ทกั ษะกระบวนการคิดอยMางมีวิจารณาญาณ 2. ทักษะกระบวนการสรา, งความตระหนัก 3. ทกั ษะกระบวนการสร,างเจตคติ 4. ทกั ษะกระบวนการสรา, งคMานิยม 5. ทักษะกระบวนการเรียนความร,ู ความเข,าใจ 6. ทักษะกระบวนการเรยี นภาษา 7. ทกั ษะกระบวนการแกป, bญหา
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคY 1. รกั ชาติ ศาสนQ กษตั รยิ Q 2. ใฝเc รยี นรู, 3. มุMงมน่ั ในการทำงาน 4. รกั ความเปนO ไทย สมรรถนะสำคญั ของผูเ. รียน 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใชท, ักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี กิจกรรมการเรยี นรู. (ชัว่ โมงท่ี 1) 1. ขัน้ นำเขา. สบLู ทเรยี น 1. ครูกลาM วทักทาย พดู คุยกบั นกั เรยี นและเช็คชื่อนกั เรยี น 2. ครชู ้ีแจง เกร่นิ นำบทเรียน ระบุประเด็นและกิจกรรมท่จี ะทำการเรียนการสอน พรอ, มแจ,งจดุ ประสงคQในการเรียนเรยี นรูใ, ห,นักเรยี นทราบ 2. ขั้นจดั กจิ กรรมการเรยี นรู. (ใช.กระบวนการสบื เสาะหาความร.ู 5 ข้ันตอน) 1) ข้ันสร.างความสนใจในการเรยี นรู. 1. นกั เรยี นรวM มกนั สนทนาเกี่ยวกบั ความหมายและความสำคัญของชาดก โดยการตอบคำถาม ดงั นี้ • ชาดกเปOนเรอ่ื งราวเกยี่ วกับอะไร (ตัวอยMางคำตอบ เปOนเรื่องราวตMาง ๆ ในอดีตชาติของพระพุทธเจ,าเมื่อครั้งยังเปOนพระโพธิสัตวQบำเพ็ญ เพยี รบารมี ทรงนำมาตรัสเลMาให,พทุ ธบรษิ ัทฟbง) • นักเรยี นรจู, กั ชาดกเรอ่ื งใดบ,าง (ตวั อยMางคำตอบ สุวรรณสามชาดก) • ชาดกดงั กลาM วเปนO เรื่องราวเก่ยี วกับอะไร (ตัวอยาM งคำตอบ เปOนเรอ่ื งราวของสวุ รรณสามที่เปOนคนมีความกตัญhูกตเวทตี อM บิดามารดา) • นักเรยี นคิดวMาชาดกมคี วามสำคัญอยMางไร (ตัวอยMางคำตอบ เปOนเรื่องราวที่ให,ข,อคิดและแนวทางการปฏิบัติตน เพื่อนำไปปรับใช,ในชีวิตประจำวัน เพอ่ื ให,เกดิ ข,อคดิ แกตM นเองและผอ,ู ื่น)
2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข,อมูลเกี่ยวกับชาดก เรื่อง มิตตวินทุกชาดก และราโชวาทชาดก จาก หนงั สอื เรยี นและแหลMงการเรียนรอู, น่ื ๆ เพิ่มเตมิ 2) การค.นหาความรู. 1. นักเรียนรMวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับชาดก เรื่อง มิตตวินทุกชาดก และราโชวาทชาดก โดยการตอบ คำถาม ดังนี้ • ชาดกเรอ่ื ง มติ ตวินทุกชาดก เปนO เรอื่ งเก่ยี วกบั อะไร (ชายหนมุM ผ,ูไมMเชอ่ื ฟงb คำสงั่ สอนของบิดามารดา และยงั ทำร,ายทMานท้งั สอง จากผลกรรมทท่ี ำ ทำใหช, ีวิตตอ, งประสบกบั ความทุกขตQ าM ง ๆ มากมาย) • ชาดกเร่อื งนี้ใหข, ,อคดิ กบั นักเรยี นอยาM งไร (ตัวอยาM งคำตอบ ความโลภ ความปรารถนา ความอยากทไี่ มMมที ่ีส้ินสุด ยMอมนำทกุ ขQมาให), • ชาดกเรือ่ ง ราโชวาทชาดก เปOนเรื่องเก่ยี วกบั อะไร (การปกครองบ,านเมอื งของพระมหากษตั รยิ Qทอี่ ยMใู นทศพธิ ราชธรรม) • ชาดกเรื่องน้ใี หข, อ, คดิ กบั นกั เรียนอยาM งไร (ตัวอยMางคำตอบ การปกครองบ,านเมืองโดยธรรม ไมMเลือกปฏิบัติ จะทำให,บ,านเมืองเกิดความสงบสุข ปราศจากความขดั แยง, ) 2. นักเรียนยกตัวอยMางข,อคิดที่ได,จากชาดกเรื่อง มิตตวินทุกชาดก และราโชวาทชาดก มา 1 ข,อคิด จากนั้น เสนอแนวทางการปฏิบัติตนตามข,อคิดที่ได,รับจากการศึกษา แล,ววิเคราะหQผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติและ ไมMปฏิบตั ิ โดยสรุปข,อมลู เปOนแผนภาพความคดิ ดังตวั อยาM ง 3. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณคาM แลว, สรปุ เปนO ความคิดรวบยอด โดยใชค, ำถาม ดังน้ี • การเรียนรเ,ู กย่ี วกับชาดก นกั เรยี นไดป, ระโยชนอQ ยาM งไร (ตัวอยาM งคำตอบ ได,ข,อคิดในการนำไปปรบั ใช,ในการดำเนินชวี ิต) (ช่วั โมงท่ี 2) 3) ขั้นอธบิ ายและลงข.อสรปุ 1. นักเรียนแบMงกลุMมเลือกศึกษาชาดกที่สนใจมา 1 เรื่อง จากนั้นจัดทำเปOนชาดกเลMมเล็ก โดยออกแบบให,ดู นาM สนใจ (อาจจะออกแบบโดยการเลาM เรือ่ งเปOนภาพการตQ ูน) พรอ, มตกแตงM ใหส, วยงาม 2. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต,องเรยี บรอ, ยของผลงาน หากพบข,อผิดพลาดใหป, รบั ปรุงแกไ, ขให,ดขี ึ้น 3. นักเรียนรMวมกันสรุปสิ่งที่เข,าใจเปOนความรู,รMวมกัน ดังนี้ ชาดก คือ เรื่องราวในอดีตชาติของพระพุทธเจ,าเม่ือ ครั้งยังเปOนพระโพธิสัตวQบำเพ็ญเพียรบารมี ทรงนำมาตรัสเลMาให,พุทธบริษัท 4 ฟbง เพื่อเปOนการยกตัวอยMาง ประกอบการเทศนาธรรม เนื้อเรื่องของชาดกมีทั้งความเพลิดเพลิน และแฝงข,อคิด คติเตือนใจแกMผู,ศึกษา ซึ่งสามารถนำไปปรบั ใช,ในการดำเนนิ ชวี ิตได,
4) ขน้ั ขยายความร.ู 1. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานหน,าช้ันเรียน 2. นักเรยี นรวM มกนั อภปิ รายสรปุ เกีย่ วกับวิธีการทำงานให,เหน็ การคดิ เชิงระบบและวิธีการทำงานทม่ี ีแบบแผน 5) ขนั้ ประเมินผล 1. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรส,ู ึกหลงั การเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเดน็ ตอM ไปน้ี • ส่งิ ทีน่ ักเรยี นได,เรยี นรใู, นวนั น้คี อื อะไร • นักเรียนมสี MวนรวM มกจิ กรรมในกลมุM มากนอ, ยเพยี งใด • เพือ่ นนักเรยี นในกลMุมมีสวM นรวM มกิจกรรมในกลมMุ มากนอ, ยเพยี งใด • นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรอื ไมM เพยี งใด • นักเรยี นจะนำความรท,ู ่ีไดน, ้ไี ปใชใ, หเ, กิดประโยชนQแกMตนเอง ครอบครวั และสงั คมทัว่ ไปได,อยาM งไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนวMาจะเพิ่มคุณคMาไปสูMสังคม เกิดประโยชนQตMอ สังคมใหม, ากขึน้ กวาM เดิมในข้ันตอนใดบา, ง สำหรบั การทำงานในครง้ั ตอM ไป 3. ขัน้ สรปุ 1. นักเรียนและครูรMวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนสาระสำคัญในเรื่องท่ีเรียนในประเด็นตMางๆ รMวมกันโดยให, นักเรียนสรปุ ลงในแบบบนั ทึกความร,ู ซึง่ อาจสรุปเปนO แผนท่ีความคดิ หรือผังมโนทัศนQก็ได, 2. ครูสรุปความคิดรวบยอดความรู,ท่สี ำคญั ในเร่อื งใหน, ักเรียนอกี ครัง้ เพื่อใหเ, กิดความเข,าใจ 3. ครูแจ,งกิจกรรมการเรียนการสอน หรือหัวข,อเรื่องที่จะเรียนตMอไป เพื่อให,นักเรียนมีการเตรียมความพร,อม สำหรับการเรยี นในช่วั โมงถัดไป ส่อื และวัสดุอปุ กรณY - หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปmท่ี 2 - Power point เรื่อง ชาดก - ห,องสมดุ - อินเทอรQเนต็ - ใบงานท่ี 10 เรื่อง ชาดก การวดั และประเมนิ ผล
1. การวัดผล ส่งิ ท่ีตอ. งการวดั วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑYการวดั - ระดับคณุ ภาพ ด,านพทุ ธพิ ิสยั 1. ซกั ถามความร,ูเรื่อง - คำถาม 5 ข้ึนไป ผาM นเกณฑQ 1. วิเคราะหQข,อคิดจากพทุ ธ มติ ตวนิ ทกุ ชาดก และ - แบบประเมินผล - ระดับคณุ ภาพ ประวตั ิ มติ ตวินทุกชาดก ราโชวาทชาดก งาน 1 ขน้ึ ไป ผาM นเกณฑQ และราโชวาทชาดกได, 2. ตรวจผลงาน/ใบงาน -แบบประเมินการ เปOนรายบุคคลหรือเปOน นำเสนอผลงาน - ระดบั คุณภาพ 1 ข้ึนไป ผMานเกณฑQ กลุMม หนา, ช้ันเรยี น 3. การอภิปราย/การ น ำ เ ส น อ ง า น ห น , า ชั้ น เรียนเปOนรายบุคคลหรือ เปนO กลมุM ด,านทักษะพสิ ยั 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน 1. สืบคน, ข,อมลู และเผยแผM การทำงานเปOนรายบุคคล การมสี MวนรวM มใน ความรูเ, กีย่ วกับชาดก แล,ว หรือเปOนกลุMมในด,าน ชน้ั เรียน สามารถนำเอาหลักธรรม การสื่อสาร การคิด หรือขอ, คดิ ทไี่ ด,ไปเปOน การใชท, กั ษะชวี ติ แบบอยาM งประยกุ ตQใช,ใน การใช,เทคโนโลยี การดำเนนิ ชีวติ ได, ด,านจิตพสิ ัย 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบสงั เกต 1. เห็นคณุ คMาและ ก า ร ท ำ ง า น เ ปO น พฤตกิ รรม ความสำคัญในการศึกษา รายบุคคลหรือเปOนกลMุม พุทธชาดกอนั เปOนทมี่ า ในด,าน ความรักชาติ ของพระพทุ ธศาสนาท่ี ศาสนQ กษัตริยQ ใฝcเรียนร,ู สMงผลตอM วิถีชีวติ มุMงมั่นในการทำงาน รัก วฒั นธรรม และความเช่อื ความเปOนไทย ของตน
2. การประเมนิ ผล ส่งิ ท่ีต(องการประเมนิ ปรบั ปรงุ เกณฑ5การตดั สินคุณภาพ ดเี ย่ียม พอใช( ดี 16-20 1) พฤตกิ รรมดา, นพทุ ธิพสิ ยั 0-5 5-10 11-15 4 3 2) พฤติกรรมด,านทกั ษะพสิ ยั 1 2 3 16-20 3) พฤตกิ รรมดา, นจิตพสิ ัย 01 2 4) แบบประเมนิ ผลงาน 0-5 5-10 11-15 สรปุ การประเมนิ ผล ดีเย่ยี ม มีคะแนนรอ, ยละ 80.00 ขนึ้ ไป ดี มีคะแนนระหวาM งร,อยละ 70.00-79.99 พอใช, มคี ะแนนระหวMางร,อยละ 50.00-69.99 ปรับปรุง มีคะแนนต่ำกวาM ร,อยละ 50.00 เกณฑQการผาM น การประเมนิ ผลได,ระดบั คณุ ภาพ พอใช, ขึ้นไป แบบประเมนิ การมีสLวนรLวมในชน้ั เรียน คำช้ีแจง ประเมินพฤติกรรมของนกั เรียนแลว, ใสMคะแนนลงในชMองให,ตรงกับความเปนO จรงิ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ นำ้ หนักคะแนน 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช.) 1 (ปรับปรงุ ) การมีสวL นรวL มในชน้ั ผ,เู รยี นตอบ ผู,เรยี นตอบคำถาม ผ,เู รยี นตอบคำถาม ผูเ, รียนตอบคำถาม เรยี น คำถามไดแ, ละมี ไดแ, ละมกี ารตอบโต, ได,และมกี ารตอบ ได,และมกี ารตอบ การตอบโต, สนทนาผาM นในชั้น โต,สนทนาผาM นใน โต,สนทนาผาM นใน สนทนาในช้ัน เรียนไดอ, ยาM ง ชั้นเรียนได,อยาM ง ชน้ั เรยี นได,อยMาง เรียนได,อยาM ง ถูกต,อง เหมาะสม ถกู ต,องบางสMวน ไมMถูกตอ, งถูกต,อง ถกู ตอ, ง เหมาะสม เน้ือหาบางสวM นไมM เนอ้ื หาไมเM หมาะสม ไมMเหมาะสม เน้อื หาครบถว, น ครบถว, น เนอ้ื หาบางสวM นไมM เน้ือหาไมMครบถ,วน ครบถว, น เกณฑกY ารผาL น ต้งั แตLระดับ 2 ขึน้ ไป - รายบคุ คล นักเรียนมผี ลการเรียนรู,ไมMต่ำกวาM ระดับ 2 จงึ ถือวาM ผMาน หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาไดจ, ากการนำเอาคะแนนรวมในแตลM ะชMองมาบวกกันแลว, หารดว, ยจำนวนข,อ จากนั้นนำคะแนนเฉลี่ยท่ไี ดม, าเทียบกับเกณฑกQ ารตัดสนิ คุณภาพและสรปุ ผลการประเมนิ
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา. ชนั้ เรียน คำช้ีแจง ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนแล,วใสคM ะแนนลงในชอM งให,ตรงกบั ความเปOนจริง รายการประเมนิ เกณฑก. ารประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) ปานกลาง (2) ปรับปรุง (1) 1.การวางแผนในการทำงานและ มีการวางแผนการทำงาน มกี ารวางแผนการทำงานและ ขาดการวางแผนการทำงาน ขาดความพรอ8 มในการ การเตรยี มความพรอ8 มกอ: น อยา: งมีระบบและมีความ เตรียมความพรอ8 มก:อน แต:ยงั สามารถนำเสนอ นำเสนอผลงาน นำเสนอหนา8 ช้ันเรียน พร8อมในการนำเสนอผลงาน นำเสนอเปBนระบบบา8 ง ผลงานได8 2.การใช8เทคโนโลยใี นการสืบคน8 มีทักษะในการใชเ8 ทคโนโลยี สามารถใช8เทคโนโลยีในการ สามารถใชเ8 ทคโนโลยีในการ ขาดทักษะการใช8เทคโนโลยี และนำเสนอผลงาน ในการสบื ค8นเน้ือหาและ สืบคน8 เน้อื หาและนำเสนอ สบื คน8 เน้ือหาและนำเสนอ ในการสืบค8นเนอ้ื หาและ นำเสนอผลงานทดี่ ี ผลงานได8 ผลงานพอใช8 นำเสนอผลงาน 3.การนำเสนอเนอื้ หาถูกต8องมี การนำเสนอผลงานเนือ้ หามี การนำเสนอผลงานเน้ือหา การนำเสนอผลงานเนอื้ หา การนำเสนอผลงานเนือ้ หาไม: ความครบถว8 นชัดเจนเขา8 ใจงา: ย ความถกู ต8องครบถว8 น ถกู ต8องครบถว8 นแต: ถกู ตอ8 งแตข: าดความ ถกู ต8อง ชดั เจนเข8าใจง:าย อธบิ ายไม:ชดั เจนเขา8 ใจยาก ครบถว8 นอธบิ ายไม:ชัดเจน 4.รปู แบบการนำเสนอความ มีการนำเสนอทนี่ า: สนใจ มีการนำเสนอที่นา: สนใจบา8 ง มีการนำเสนอทน่ี า: สนใจบ8าง การนำเสนอไมน: :าสนใจ นา: สนใจชวนตดิ ตามมีความคิด ชวนติดตามมีความคดิ ชวนติดตามมีความคดิ ชวนตดิ ตามขาดความคิด สร8างสรรคR สร8างสรรคR สร8างสรรคRบา8 ง สรา8 งสรรคR 5.ความรว: มมอื ในการทำงานของ สมาชิกทกุ คนให8ความ สมาชิกเพยี งส:วนน8อยใน สมาชิกสว: นใหญใ: นกลมุ: สมาชิกในกลุ:มขาดความ สมาชิกในกลุ:ม รว: มมือในการนำเสนอเปBน กล:ุมทีไ่ มใ: หค8 วามรว: มมอื ใน ไมใ: ห8ความรว: มมอื ในการ ร:วมมอื ในการทำงาน อย:างดี การนำเสนอ นำเสนอ เกณฑก. ารใหค> ะแนน - เกณฑ.การตัดสนิ คุณภาพการนำเสนอผลงานหน>าช้ันเรยี น ช@วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 16-20 ดีมาก 11-15 ดี 6-10 ปานกลาง 1-5 ปรบั ปรุง เกณฑก. ารประกนั คณุ ภาพผลการเรยี นร>ู นักเรยี นรอ8 ยละ 70 ไดค8 ะแนนการนำเสนอผลงานหนา8 ชัน้ เรียนในระดบั ดี ข้ึนไปผา: นการประเมิน เกณฑ.การประกันคณุ ภาพผลการสอน นกั เรียนรอ8 ยละ 80 ผา: นเกณฑRการประเมนิ
แบบสังเกตดา. นคุณลักษณะอันพงึ ประสงคY คำช้แี จง สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนแลว, ใสMคะแนนลงในชอM งใหต, รงกับความเปนO จรงิ รายการประเมิน พฤตกิ รรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ 321 3 หมายถึง นักเรยี น 1. รักชาติ ศาสนQ กษัตริยQ 1.รวM มกจิ กรรมท่สี ำคญั ทเ่ี กีย่ วกับชาติ ศาสนาพระมหากษัตรยิ Q แสดง พฤตกิ รรม 2.บนั ทกึ ขอ, มูลตามความจริงและไมใM ชค, วามคิดเหน็ ของตนเองไปเก่ยี วขอ, ง นน้ั อยาM ง สมำ่ เสมอ 2. ซ่อื สตั ยQสุจริต 3. ไมMแอบอ,างผลงานผู,อน่ื 2 หมายถงึ นักเรยี น 4. เคารพหรือปฏิบัติตามข,อตกลงกฎกติกาหรอื ระเบยี บของกลุมM ทต่ี งั้ ไว, แสดง พฤตกิ รรม 5. มกี ารวางแผนการทำงานและจดั ระบบการทำงาน นน้ั เปนO คร้ัง คราว 3. มีวินัย 6. ทำงานตามข้นั ตอนตาM งๆทไี่ ดว, างแผนไว, 1 หมายถึง นักเรียน 7. ตรวจสอบความถกู ตอ, ง ความเรยี บร,อยของงาน แสดง พฤติกรรม 8. มคี วามกระตอื รอื รน, และสนใจท่ีจะแสวงหาความรู, นน้ั นอ, ยครั้ง 4. ใฝcเรียนรู, 9. ชอบสนทนา ซักถาม ฟbง หรอื อาM นเพ่อื ให,ได,ความรูเ, พ่ิมขึ้น 10. มีความสุขที่ไดเ, รยี นรู,ในส่งิ ที่ตนเองต,องการเรยี นร,ู 11. ใชจ, าM ยทรพั ยQสินของตนเอง เชMน เงิน เส้ือผา, ส่ิงของอยาM ง ประหยดั 5. อยูMอยMางพอเพียง 12. ใช,ทรพั ยากรธรรมชาติ เชMน น้ำ ไฟฟ}าอยาM งประหยัดคม,ุ คMา 13. มสี MวนรวM มในการดแู ลรักษาทรัพยสQ นิ สวM นรวม 14. ใชภ, าษาไทยได,อยาM งถูกตอ, ง 6. รักความเปนO ไทย 15. รู,จักออM นน,อมถอM มตนและมีสมั มาคาราวะ 16. มสี วM นรMวมในการเผยแพรแM ละอนรุ กั ษQวัฒนธรรมและธรรม เนียมประเพณไี ทย 7. มงุM มั่นในการ 17. ตั้งใจและรับผดิ ชอบในหนา, ท่ีการงาน ทำงาน 18. ทำงานดว, ยความเพยี รพยายาม และอดทนเพ่อื ใหง, านสำเร็จ ตามเป}าหมาย 8. มจี ิตสาธารณะ 19. เสียสละ มนี ้ำใจ รูจ, กั เออ้ื เฝ~อเผอ่ื แผMตอM ผอ,ู น่ื 20. เหน็ แกปM ระโยชนQสMวนรวมมากกวMาสวM นตน คะแนนรวม คะแนนเฉลย่ี
หมายเหตุ เกณฑQการประเมนิ แตลM ะขอ, ใหใ, ช,ประเมินตามหัวขอ, ทก่ี ำหนดในการประเมินดา, นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคQของแตลM ะแผนการจดั การเรียนร,ู เกณฑกY ารตัดสินคุณภาพแบบสังเกตดา. นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคY ชวM งคะแนน 2.34 - 3.00 1.67 - 2.33 1.00 - 1.66 เฉลี่ย ระดบั คุณภาพ 3 = ดมี าก 2 = พอใช, 1 = ควรปรบั ปรุง สรุปผลประเมนิ (เขียนเคร่ืองหมาย √ ลงใน ) ระดับคุณภาพ 3 21 ทีได, หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลย่ี หาได,จากการนำเอาคะแนนรวมในแตMละชอM งมาบวกกันแล,วหารด,วยจำนวนข,อ จากนน้ั นำคะแนนเฉลีย่ ทไ่ี ดม, าเทียบกับเกณฑQการตดั สนิ คุณภาพและสรปุ ผลการประเมิน
แบบสังเกตดา. นสมรรถนะสำคัญของผเู. รียน คำช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนแล,วใสMคะแนนลงในชอM งใหต, รงกบั ความเปนO จริง รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ ประเมนิ 321 3 หมายถึง 1.ความสามารถ 1.ใชว, ิธกี ารส่อื สารในการนำเสนอข,อมูลความรไู, ด,อยาM งเหมาะสม นักเรียน แสดง ในการสื่อสาร 2.เลือกรับข,อมูลความรด,ู ,วยหลักเหตผุ ลและความถกู ต,อง พฤตกิ รรม นั้นอยาM ง 2.ความสามารถ 3.สรปุ ความคดิ รวบยอดหรือสาระสำคญั ของเรือ่ งทีศ่ ึกษา สมำ่ เสมอ ในการคดิ 2 หมายถึง 4.แปลความตคี วามหรือขยายความของคำข,อความภาพและสญั ลักษณใQ นเรื่องทศี่ กึ ษา นักเรยี น 5.วิเคราะหหQ ลักการและนำหลักการไปใช,ไดอ, ยMางมเี หตุผล แสดง พฤตกิ รรม 6.ตง้ั คำถามหรือต้ังสมมตฐิ านตMอเร่อื งทีศ่ ึกษาอยาM งมรี ะบบ นน้ั เปOนครั้ง คราว 7.รวบรวมขอ, มลู ความรทู, เี่ กีย่ วขอ, งกับเร่อื งทีศ่ กึ ษาจากส่ือและแหลงM การเรยี นรต,ู าM งๆ 1 หมายถึง นักเรยี น 3.ความสามารถ 8.ตรวจสอบและประเมินความถกู ต,องครบถ,วนของข,อมูลความรู,ท่ไี ดจ, ากการเกบ็ รวบรวม แสดง ในการแกป, ญb หา 9.นำข,อมลู ความรู,ทไี่ ด,จากการตรวจสอบและประเมนิ มาวิเคราะหQหรอื แยกแยะเพ่ือ พฤติกรรม สะดวกในการทดสอบสมมติฐาน นนั้ นอ, ยครัง้ 10.ทดสอบสมมติฐานและสรุปเปOนหลักการด,วยภาษาของตนเองที่เข,าใจงาM ย 11.นำขอ, มูลความรู,ทีไ่ ด,ไปใช,แก,ปbญหาตMางๆทเี่ กดิ ขึ้นในชีวิตประจำวัน 12.มที กั ษะในการติดตอM ส่ือสารและสรา, งความสำคญั กบั บุคคลอืน่ ในเชิงบวกรวมถึง สามารถทำงานรวM มกบั ผ,อู ่นื ได,อยMางมปี ระสิทธิภาพ 4.ความสามารถ 13.มคี วามเชอื่ มน่ั กล,าตัดสนิ ใจแสดงความคดิ ในการออกแบบสรา, งสรรคQผลงานและ ในการใช,ทกั ษะ สามารถเผชญิ ปญb หาได, ชีวิต 14.สามารถสร,างช้นิ งานโดยคำนงึ ถงึ ความต,องการของผ,ูอ่นื และสงั คมรอบข,าง 15.มีความรับผดิ ชอบในหน,าที่ในฐานะเปนO สMวนหนง่ึ ของกลุมM และสามารถนำชิ้นงานไป แลกเปลี่ยนเรยี นรู,รMวมกบั กลMมุ อ่ืน 5.ความสามารถใน 16.ศกึ ษาค,นคว,าขอ, มลู ความร,ูจากส่อื และแหลMงเรียนรูต, Mางๆไดต, นเอง การใชเ, ทคโนโลยี 17.เลอื กใช,เทคโนโลยีในการศกึ ษาคน, ควา, ข,อมูลความรู,ได,อยMางถกู ต,องเหมาะสมและมี คณุ ธรรม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย
หมายเหตุ เกณฑQการประเมนิ แตลM ะขอ, ใหใ, ช,ประเมนิ ตามหัวข,อทีก่ ำหนดในการประเมนิ ดา, นสมรรถนะของแตMละ แผนการจดั การเรียนร,ู เกณฑกY ารตดั สนิ คณุ ภาพแบบสงั เกตด.านสมรรถนะสำคญั ของผ.ูเรยี น ชวM งคะแนน 2.34 - 3.00 1.67 - 2.33 1.00 - 1.66 เฉลี่ย ระดับคณุ ภาพ 3 = ดีมาก 2 = พอใช, 1 = ควรปรับปรงุ สรปุ ผลประเมิน (เขียนเครอ่ื งหมาย √ ลงใน ) ระดับคณุ ภาพ 3 21 ทไี ด, หมายเหตุ การหาคะแนนเฉล่ยี หาไดจ, ากการนำเอาคะแนนรวมในแตMละชMองมาบวกกนั แลว, หารด,วยจำนวนข,อ จากนนั้ นำคะแนนเฉลย่ี ทไี่ ด,มาเทียบกบั เกณฑกQ ารตัดสนิ คณุ ภาพและสรปุ ผลการประเมิน
เกณฑตY ัดสินคุณภาพการประเมนิ กจิ กรรมผาL นใบงาน ความคดิ รวม ลำดบั ชือ่ -สกุล ความถูกตอ. ง การลำดับ การใชภ. าษา ความเรยี บรอ. ย วิเคราะห/Y 20 ท่ี เน้ือหา ความคดิ คะแนน สร.างสรรคY 432143 2 143 2 1 4 32 143 21 เกณฑกY ารใหค. ะแนน เกณฑกY ารตดั สนิ คุณภาพกิจกรรมผาL นใบงาน ชLวงคะแนน ระดับคุณภาพ ชLวงคะแนน ระดับคุณภาพ 4 3 ดีมาก 16-20 ดมี าก 2 ดี 11-15 ดี 1 ปานกลาง 5-10 ปานกลาง ปรับปรุง 0-5 ปรับปรุง ลงชื่อ………………………………………………………..ผ,ูประเมนิ (…………………………………………………………………………) วนั ท…ี่ ………/………./……..…
แหลLงเรยี นรู. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ความเห็นของผ.บู ริหารสถานศึกษา ¨ นำไปจัดการเรียนรไ,ู ด, ¨ ควรปรับปรุง ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ......................................................... () วันท่ี เดือน พ.ศ.
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู. ผลที่เกิดขึน้ กับผู.เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปทP ี่ 2/4 พฤติกรรมด.านพุทธิพิสยั ดเี ย่ยี ม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO รอ, ยละ คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนร,อยละ ปรบั ปรุง คน คดิ เปOนร,อยละ จำนวนนักเรยี นที่ผMานเกณฑQ คน คดิ เปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนท่ไี มMผMานเกณฑQ คน คิดเปนO ร,อยละ พฤติกรรมด.านทักษะพสิ ัย คิดเปนO ร,อยละ ดเี ย่ียม คน คดิ เปOนร,อยละ คดิ เปOนรอ, ยละ ดี คน คดิ เปOนรอ, ยละ พอใช, คน คิดเปนO รอ, ยละ ปรับปรุง คน คิดเปนO รอ, ยละ จำนวนนักเรยี นทผ่ี าM นเกณฑQ คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ไี มผM าM นเกณฑQ คน คดิ เปOนรอ, ยละ พฤตกิ รรมด.านจิตพิสยั คดิ เปOนร,อยละ คิดเปนO รอ, ยละ ดีเย่ยี ม คน คดิ เปนO รอ, ยละ ดี คน พอใช, คน ปรับปรุง คน คน จำนวนนักเรยี นทผ่ี าM นเกณฑQ จำนวนนกั เรียนทไ่ี มMผMานเกณฑQ คน
ผลทีเ่ กิดขึ้นกบั ผูเ. รียนช้ันมัธยมศกึ ษาปPท่ี 2/6 พฤติกรรมดา. นพุทธิพิสัย ดเี ยี่ยม คน คดิ เปนO รอ, ยละ ดี คน คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนร,อยละ ปรับปรุง คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ผี าM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทไี่ มMผาM นเกณฑQ คน คดิ เปนO รอ, ยละ พฤติกรรมดา. นทักษะพิสยั ดีเยีย่ ม คน คดิ เปOนร,อยละ ดี คน คิดเปOนร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนO รอ, ยละ ปรบั ปรุง คน คิดเปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนที่ผาM นเกณฑQ คน คดิ เปOนร,อยละ จำนวนนักเรยี นทไี่ มMผMานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ พฤติกรรมด.านจติ พิสัย ดเี ยีย่ ม คน คิดเปนO ร,อยละ ดี คน คดิ เปOนร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนรอ, ยละ ปรบั ปรุง คน คดิ เปOนร,อยละ จำนวนนกั เรียนที่ผาM นเกณฑQ คน คิดเปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทไ่ี มMผาM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ .
ผลทเี่ กิดขน้ึ กบั ผ.เู รยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปทP ี่ 2/8 พฤติกรรมด.านพุทธิพิสยั ดีเยย่ี ม คน คิดเปนO รอ, ยละ ดี คน คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนO ร,อยละ ปรบั ปรงุ คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ผี MานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นที่ไมMผาM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ พฤตกิ รรมดา. นทักษะพสิ ยั ดเี ยี่ยม คน คดิ เปOนร,อยละ ดี คน คดิ เปOนร,อยละ พอใช, คน คดิ เปนO ร,อยละ ปรับปรุง คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนกั เรียนท่ีผMานเกณฑQ คน คดิ เปOนร,อยละ จำนวนนักเรียนท่ีไมMผMานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ พฤติกรรมดา. นจิตพสิ ยั ดเี ยย่ี ม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คดิ เปOนรอ, ยละ พอใช, คน คิดเปOนรอ, ยละ ปรับปรงุ คน คิดเปOนร,อยละ จำนวนนกั เรียนทีผ่ าM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนกั เรยี นที่ไมผM MานเกณฑQ คน คดิ เปOนร,อยละ
ผลท่เี กดิ ข้นึ กับผ.เู รยี นชัน้ มัธยมศึกษาปทP ่ี 2/10 พฤติกรรมด.านพทุ ธพิ ิสยั ดีเยย่ี ม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คดิ เปOนรอ, ยละ ปรับปรุง คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นทีผ่ าM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นที่ไมMผMานเกณฑQ คน คิดเปOนร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพิสยั ดเี ยี่ยม คน คิดเปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปนO ร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทผี่ าM นเกณฑQ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรยี นทไี่ มMผMานเกณฑQ คน คิดเปนO ร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจติ พิสยั ดเี ยี่ยม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คดิ เปOนร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรียนที่ผMานเกณฑQ คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ไี มผM MานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ
ผลท่เี กดิ ข้นึ กับผ.เู รยี นชัน้ มัธยมศึกษาปทP ่ี 2/12 พฤติกรรมด.านพทุ ธพิ ิสยั ดีเยย่ี ม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คดิ เปOนรอ, ยละ ปรับปรุง คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นทีผ่ าM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นที่ไมMผMานเกณฑQ คน คิดเปOนร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพิสยั ดเี ยี่ยม คน คิดเปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปนO ร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทผี่ าM นเกณฑQ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรยี นทไี่ มMผMานเกณฑQ คน คิดเปนO ร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจติ พิสยั ดเี ยี่ยม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คดิ เปOนร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรียนที่ผMานเกณฑQ คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ไี มผM MานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ
ผลท่เี กดิ ข้นึ กับผ.เู รยี นชัน้ มัธยมศึกษาปทP ่ี 2/14 พฤติกรรมด.านพทุ ธพิ ิสยั ดีเยย่ี ม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO ร,อยละ พอใช, คน คดิ เปOนรอ, ยละ ปรับปรุง คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นทีผ่ าM นเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นที่ไมMผMานเกณฑQ คน คิดเปOนร,อยละ พฤตกิ รรมด.านทกั ษะพิสยั ดเี ยี่ยม คน คิดเปนO ร,อยละ ดี คน คิดเปนO รอ, ยละ พอใช, คน คิดเปนO ร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO รอ, ยละ จำนวนนกั เรียนทผี่ าM นเกณฑQ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรยี นทไี่ มMผMานเกณฑQ คน คิดเปนO ร,อยละ พฤตกิ รรมดา. นจติ พิสยั ดเี ยี่ยม คน คดิ เปนO ร,อยละ ดี คน คดิ เปOนร,อยละ พอใช, คน คิดเปOนร,อยละ ปรับปรงุ คน คดิ เปนO ร,อยละ จำนวนนักเรียนที่ผMานเกณฑQ คน คดิ เปOนรอ, ยละ จำนวนนักเรยี นท่ไี มผM MานเกณฑQ คน คิดเปOนรอ, ยละ
ปญg หาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... แนวทางแก.ไขปญg หา .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ........................................................... ( นางสาวจิราวรรณ มวM งจนั ทรQ ) ผ,สู อน วนั ที่ เดือน พ.ศ.
วชิ า สงั คมศึกษา 3 รหัส ส22101 แผนการจัดการเรียนรท.ู ่ี 5 ชนั้ มธั ยมศึกษาปทP ี่ 2 เรอื่ ง พระรัตนตรัย (พระพุทธ) หนวL ยการเรยี นรท.ู ่ี 1 เร่ือง พระรตั นตรัย กลุLมสาระการเรยี นรู. สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชว่ั โมง มาตรฐาน มาตรฐาน ส 1.1 รู,และเข,าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน นบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี ูกต,อง ยึดมน่ั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมเพื่ออยMรู Mวมกนั อยMางสนั ติสุข สาระสำคญั ธรรมคุณเปOนคุณความดีของพระธรรม มี 6 ประการ ได,แกM พระธรรมอันพระผู,มีพระภาคเจ,าทรงแสดงไว,ดี แล,ว ผู,ปฏิบัติจะเห็นได,ด,วยตนเอง ไมMขึ้นอยูMกับกาลเวลา ควรเรียกให,มาดู ควรน,อมนำมาประพฤติปฏิบัติ วิญWูชน จะพึงรู,ได,เฉพาะตน การศึกษาธรรมคุณให,มีความรู,ความเข,าใจและนำไปเปOนแบบอยMางในการประพฤติปฏิบัติตนมี ผลดีตMอตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสังคม ผลการเรยี นร/.ู ตวั ชีว้ ัด ส 1.1 ม. 2/8 อธิบายธรรมคุณและข,อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตน นบั ถอื ตามทีก่ ำหนด เหน็ คุณคMาและนำไปพฒั นา แกป, `ญหาของชมุ ชนและสังคม สาระการเรียนร.ู พระรัตนตรยั ธรรมคณุ ทกั ษะกระบวนการ 1. ทักษะกระบวนการคดิ อยMางมวี จิ ารณาญาณ 2. ทกั ษะกระบวนการสร,างความตระหนัก 3. ทกั ษะกระบวนการสรา, งเจตคติ 4. ทกั ษะกระบวนการสรา, งคาM นิยม 5. ทกั ษะกระบวนการเรียนความรู, ความเขา, ใจ 6. ทกั ษะกระบวนการเรียนภาษา 7. ทกั ษะกระบวนการแกป, ญ` หา
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคY 1. รกั ชาติ ศาสนd กษัตรยิ d 2. มวี นิ ัย 3. ใฝfเรียนรู, 4. มุงM ม่ันในการทำงาน สมรรถนะสำคญั ของผูเ. รยี น 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใชท, กั ษะชวี ิต 4. ความสามารถในการใช,เทคโนโลยี กิจกรรมการเรยี นร.ู (ชั่วโมงท่ี 1) 1. ขั้นนำเข.าสูบL ทเรยี น 1. ครูกลMาวทกั ทาย พดู คยุ กบั นักเรียนและเช็คชื่อนกั เรยี น 2. ครชู แี้ จง เกริ่นนำบทเรียน ระบุประเด็นและกิจกรรมที่จะทำการเรยี นการสอน พรอ, มแจ,งจดุ ประสงคdในการเรียนเรยี นรูใ, ห,นกั เรียนทราบ 2. ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรียนร.ู (ใชก. ระบวนการสบื เสาะหาความรู. 5 ขัน้ ตอน) 1) ข้นั สร.างความสนใจในการเรียนร.ู 1. นักเรียนสังเกตภาพทก่ี ำหนด จากน้ันรวM มกนั สนทนา โดยการตอบคำถาม ดงั น้ี • ภาพทนี่ กั เรยี นเห็นทั้งสามภาพเรยี กวMาอะไร (พระรตั นตรยั ) • พระรตั นตรัยประกอบดว, ยอะไรบ,าง (พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ)d
• พระพทุ ธหมายถงึ อะไร (พระพุทธเจา, ผู,ตรัสร,ธู รรมโดยพระองคdเอง) • พระธรรมหมายถงึ อะไร (คำสอนทพ่ี ระพทุ ธเจ,าทรงแสดงเอาไวห, ลงั จากตรัสรู,) • พระสงฆdหมายถึงอะไร (ผู,ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ,า ประกอบด,วยบุคคล 2 ประเภท คือ สมมุติสงฆd คือ ผ,ู อุปสมบท ศึกษาพระธรรมวินัย และพระอริยสงฆd คือ ผู,ศึกษาปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมตาม พระพทุ ธเจ,าตัง้ แตพM ระโสดาบัน-พระอรหันตd) • พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆd มีความสำคญั ตMอพระพุทธศาสนาอยMางไร (เปOนองคdประกอบสำคัญของพระพุทธศาสนา หมายถึง แก,วหรอื สิ่งมคี Mาสงู สดุ 3 ประการ ) 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข,อมูลเกี่ยวกับเรื่อง พระรัตนตรัย ธรรมคุณ 6 จากหนังสือเรียนและแหลMง การเรียนร,ูอ่ืน ๆ เพิม่ เตมิ 2) การคน. หาความร.ู 1. นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การแสดงความความเคารพตMอพระรตั นตรยั โดยการตอบคำถาม ดังน้ี • นักเรียนจะแสดงความเคารพพระรัตนตรัยได,อยMางไรบ,าง (ยกตัวอยMางมาคนละ 1 ข,อ) จากนั้น บันทกึ คำถามของนกั เรียนเปOนแผนภาพความคดิ บนกระดาน แล,วตอบคำถาม ดังตัวอยMาง • การปฏบิ ตั ิตนดงั ทกี่ ลาM วมาสงM ผลดีตอM พระพทุ ธศาสนาอยาM งไร (ตวั อยาM งคำตอบ ชวM ยรักษาและสืบทอดพระพุทธศาสนาให,คงอยูสM บื ตอM ไป) 2. นักเรียนพิจารณาบทสวดธัมมานุสสติบนกระดาน จากนั้นรMวมกันทMองบทสวด อยMางพร,อมเพียงกัน (1 รอบ) แลว, ตอบคำถาม • บทสวดธัมมานุสสตเิ ปOนบทสวดเกยี่ วกับสิ่งใด (เปนO การอธิบายลกั ษณะของพระธรรมในพระพุทธศาสนา) • บทสวดทวี่ าM สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม กลาM วถึงลกั ษณะของพระธรรมอยาM งไร (พระธรรมเปนO ธรรมทพี่ ระผม,ู ีพระภาคเจา, ตรสั ไวด, ีแล,ว) • บทสวดทว่ี าM สันทิฏฐโิ ก กลMาวถึงลักษณะของพระธรรมอยMางไร (พระธรรมเปนO สิ่งท่ีผ,ศู กึ ษาและปฏิบตั ิพึงเหน็ ไดด, ว, ยตนเอง) • บทสวดทว่ี าM อะกาลโิ ก กลMาวถึงลกั ษณะของพระธรรมอยMางไร (เปนO คำสอนทไี่ มจM ำกดั เวลาปฏบิ ตั เิ มอ่ื ใดสามารถเห็นผลไดเ, มือ่ นั้น ทกุ เวลาทุกโอกาส) • บทสวดท่ีวMา เอหิปส` สิโก กลาM วถงึ ลักษณะของพระธรรมอยาM งไร (เปนO ส่ิงทค่ี วรบอกกลาM วกบั ผอ,ู ื่นให,มาศกึ ษาและปฏบิ ัติ)
• บทสวดทวี่ าM โอปะนะยิโก กลาM วถึงลกั ษณะของพระธรรมอยาM งไร (เปOนคำสอนท่ีควรนอ, มนำมาไวใ, นใจตนและยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ) • บทสวดทว่ี Mา ปจ` จตั ตงั เวทติ พั โพ วWิ ูหตี ิ กลาM วถงึ ลกั ษณะของพระธรรมอยMางไร (เปOนคำสอนทผี่ ู,รห,ู รอื ผ,ทู ีบ่ รรลเุ ขา, ถึงแลว, เทMานั้นจึงจะเขา, ใจได, ) • การมคี ำแปลของบทสวดสMงผลดีตMอนักเรียนหรอื ไมMอยาM งไร (ตัวอยMางคำตอบ สMงผลดี เพราะจะได,เข,าใจและเห็นคุณคMาของพระธรรมที่พระพุทธเจ,าทรงตรัสร,ู สงั่ สอนไว, เพอ่ื ศึกษาพระธรรมวินัย และนำไปเปนO แนวทางในการดำเนินชีวิต ) จากน้นั อธิบายสรุปเก่ยี วกับลกั ษณะของธรรมคุณ 6 ให,นักเรียนฟ`งเพม่ิ เตมิ 3. นักเรียนยกตัวอยMางคุณคMาและประโยชนdของพระธรรมคุณ 6 ที่มีตMอพุทธศาสนิกชน มาคนละ 1 ข,อ แล,ว บนั ทกึ คำตอบของนกั เรียนเปOนแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตัวอยาM ง 4. นักเรียนรMวมกันยกตัวอยMางการนำหลักธรรมคุณ 6 มาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต แล,ววิเคราะหdผลที่เกิดขึ้น ตอM ตนเองและสงั คม โดยนำเสนอข,อมลู เปOนแผนภาพความคดิ ดงั ตวั อยาM ง 5. นักเรียนคิดประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ คาM แลว, สรปุ เปนO ความคิดรวบยอด โดยใชค, ำถาม ดังน้ี • นักเรียนจะนำธรรมะมาปฏิบตั ิเสรมิ สร,างชีวิตของตนเองใหป, ระสบความเจริญรMุงเรืองอยMางไร (ตัวอยMางคำตอบ ตระหนักถึงคุณคMาและความสำคัญของหลักธรรมเสมอ ดำเนินชีวิต โดยยึดหลักธรรม เปนO แสงสวMางนำทาง) (ช่ัวโมงท่ี 2) 3) ข้ันอธิบายและลงขอ. สรุป 1. นักเรียนเสนอแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมคุณ 6 จากนั้นบันทึกข,อมูลลงในแผนภาพความคิดใน ชิน้ งานที่ 8 เร่ือง ธรรมคณุ 6 2. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ, งเรียบรอ, ยของชิน้ งาน หากพบข,อผดิ พลาดใหป, รบั ปรงุ แก,ไขให,ดขี ึ้น 3. นักเรียนรMวมกันสรุปสิ่งที่เข,าใจเปOนความรู,รMวมกัน ดังนี้ธรรมคุณ 6 เปOนหนึ่งในพระรัตนตรัย เปOนธรรมท่ี พระพุทธเจ,าตรัสไว,ดีแล,ว พระธรรมที่ผู,ศึกษาพึงปฏิบัติเห็นได,ด,วยตนเอง ไมMจำกัดเวลา สามารถพิสูจนdได, เปOนธรรมทีค่ วรน,อมนำมาปฏบิ ตั ิ ผูป, ฏิบัติสามารถรูไ, ดเ, ฉพาะตน 4) ขนั้ ขยายความรู. 1. นักเรยี นออกมานำเสนอช้ินงาน เรอื่ ง ธรรมคุณ 6 หนา, ช้ันเรยี น 2. นักเรียนรวM มกันอภิปรายสรปุ เกยี่ วกบั วิธกี ารทำงานใหเ, ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทำงานท่ีมีแบบแผน
5) ขั้นประเมนิ ผล 1. นักเรยี นประเมนิ ตนเองหลงั การเรยี น ในประเดน็ ตMอไปนี้ • สิ่งที่นักเรยี นได,เรยี นร,ูในวนั นี้คืออะไร • นกั เรยี นมสี MวนรMวมในกจิ กรรมการเรียนรู,มากน,อยเพยี งใด • นักเรียนพึงพอใจกบั การเรยี นร,ใู นวนั นีห้ รอื ไมM เพยี งใด • นักเรียนจะนำความรทู, ีไ่ ดน, ี้ไปใช,ใหเ, กดิ ประโยชนdแกตM นเอง ครอบครัว และสงั คมท่วั ไปได, จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนวMาจะเพิ่มคุณคMาไปสูMสังคม เกิดประโยชนdตMอ สงั คมให,มากขนึ้ กวMาเดิมในข้นั ตอนใดบา, ง สำหรับการทำงานในครั้งตอM ไป 3. ข้นั สรุป 1. นักเรียนและครูรMวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนสาระสำคัญในเรื่องที่เรียนในประเด็นตMางๆ รMวมกันโดยให, นักเรียนสรปุ ลงในแบบบนั ทึกความร,ู ซ่งึ อาจสรุปเปOนแผนท่คี วามคดิ หรือผงั มโนทศั นdกไ็ ด, 2. ครูสรปุ ความคดิ รวบยอดความรูท, สี่ ำคญั ในเรอื่ งให,นักเรียนอกี คร้งั เพ่อื ใหเ, กดิ ความเข,าใจ 3. ครูแจ,งกิจกรรมการเรียนการสอน หรือหัวข,อเรื่องที่จะเรียนตMอไป เพื่อให,นักเรียนมีการเตรียมความพร,อม สำหรบั การเรยี นในชั่วโมงถัดไป สอ่ื และวสั ดอุ ปุ กรณY - หนังสอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปpที่ 2 - Power point เรือ่ ง พระรตั นตรัย - ห,องสมดุ - อินเทอรเd นต็ - ใบงานท่ี 6 เรอื่ ง พระรตั นตรัย - ภาพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆd - บทสวดธัมมานุสสติ
การวัดและประเมินผล 1. การวัดผล สิง่ ที่ต.องการวัด วิธีการวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑYการวัด - ระดบั คุณภาพ ด,านพทุ ธพิ ิสัย 1. ซักถามความรเ,ู รื่อง พระ - แบบประเมินผล 5 ข้ึนไป ผMานเกณฑd 1. อธิบายความหมายและ รตั นตรยั งาน - ระดับคณุ ภาพ ประเภทของธรรมคุณ 6 2. ตรวจผลงาน/ใบงาน -แบบประเมินการ 1 ขนึ้ ไป ผMานเกณฑd ได, เปOนรายบุคคลหรือเปOน นำเสนอผลงาน กลุMม หน,าชน้ั เรียน 3. การอภิปราย/การ น ำ เ ส น อ ง า น ห น , า ชั้ น เรียนเปOนรายบุคคลหรือ เปนO กลุมM ดา, นทกั ษะพสิ ยั 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมนิ 1. วิเคราะหdคณุ คาM ของ การทำงานเปOนรายบุคคล การมสี MวนรMวมใน ธรรมคณุ 6 ไดอ, ยาM งมี หรือเปOนกลุMมในด,าน ช้นั เรียน เหตผุ ล การส่ือสาร การคิด การใชท, กั ษะชวี ติ การใช,เทคโนโลยี ด,านจติ พิสัย 1. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบสงั เกต - ระดับคณุ ภาพ 1. นำธรรมคณุ ไปเปOน ก า ร ท ำ ง า น เ ปO น พฤตกิ รรม 1 ขึ้นไป ผาM นเกณฑd แบบอยMางในการประพฤติ รายบุคคลหรือเปOนกลMุม ปฏิบตั ติ นใหเ, กิดผลดตี Mอ ในด,าน ความรักชาติ ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน ศาสนd กษัตริยd มีวินัย และสงั คมได, ใฝfเรียนร,ู มุMงมั่นในการ ทำงาน
2. การประเมนิ ผล สง่ิ ทตี่ อ( งการประเมิน ปรับปรงุ เกณฑ5การตัดสนิ คณุ ภาพ ดเี ยีย่ ม พอใช( ดี 16-20 1) พฤติกรรมดา, นพทุ ธพิ ิสยั 0-5 5-10 11-15 4 3 2) พฤติกรรมด,านทกั ษะพสิ ัย 1 2 3 16-20 3) พฤตกิ รรมด,านจิตพิสัย 01 2 4) แบบประเมินผลงาน 0-5 5-10 11-15 สรุปการประเมินผล ดีเยยี่ ม มีคะแนนร,อยละ 80.00 ข้ึนไป ดี มีคะแนนระหวMางรอ, ยละ 70.00-79.99 พอใช, มคี ะแนนระหวาM งร,อยละ 50.00-69.99 ปรับปรุง มคี ะแนนต่ำกวMารอ, ยละ 50.00 เกณฑกd ารผาM น การประเมนิ ผลไดร, ะดับคุณภาพ พอใช, ข้ึนไป
แบบประเมนิ การมีสวL นรวL มในชั้นเรยี น คำช้แี จง ประเมนิ พฤตกิ รรมของนักเรียนแล,วใสMคะแนนลงในชMองให,ตรงกับความเปนO จริง รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ น้ำหนกั คะแนน 4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช). 1 (ปรบั ปรุง) การมีสวL นรLวมในช้นั ผูเ, รยี นตอบ ผูเ, รียนตอบคำถาม ผเ,ู รียนตอบคำถาม ผ,เู รยี นตอบคำถาม เรียน คำถามไดแ, ละมี ไดแ, ละมีการตอบโต, ได,และมกี ารตอบ ไดแ, ละมีการตอบ การตอบโต, สนทนาผMานในชน้ั โตส, นทนาผาM นใน โตส, นทนาผMานใน สนทนาในชัน้ เรียนได,อยาM ง ชัน้ เรียนไดอ, ยาM ง ช้ันเรยี นไดอ, ยาM ง เรยี นไดอ, ยMาง ถกู ตอ, ง เหมาะสม ถกู ต,องบางสวM น ไมถM ูกต,องถูกต,อง ถูกต,อง เหมาะสม เนอ้ื หาบางสMวนไมM เนอื้ หาไมเM หมาะสม ไมเM หมาะสม เน้อื หาครบถ,วน ครบถว, น เนื้อหาบางสMวนไมM เนื้อหาไมคM รบถว, น ครบถว, น เกณฑYการผาL น ต้ังแตLระดับ 2 ขึ้นไป - รายบคุ คล นักเรยี นมีผลการเรยี นรู,ไมตM ำ่ กวาM ระดบั 2 จึงถอื วาM ผMาน หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลีย่ หาได,จากการนำเอาคะแนนรวมในแตMละชอM งมาบวกกันแล,วหารด,วยจำนวนข,อ จากนน้ั นำคะแนนเฉล่ียท่ีได,มาเทียบกับเกณฑกd ารตัดสินคณุ ภาพและสรุปผลการประเมิน
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา. ชนั้ เรยี น คำช้ีแจง ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนแล,วใสคM ะแนนลงในชอM งให,ตรงกบั ความเปOนจริง รายการประเมนิ เกณฑก. ารประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) ปานกลาง (2) ปรับปรุง (1) 1.การวางแผนในการทำงานและ มีการวางแผนการทำงาน มกี ารวางแผนการทำงานและ ขาดการวางแผนการทำงาน ขาดความพรอ8 มในการ การเตรยี มความพรอ8 มกอ: น อยา: งมีระบบและมีความ เตรียมความพรอ8 มก:อน แต:ยงั สามารถนำเสนอ นำเสนอผลงาน นำเสนอหนา8 ช้ันเรียน พร8อมในการนำเสนอผลงาน นำเสนอเปBนระบบบา8 ง ผลงานได8 2.การใช8เทคโนโลยใี นการสืบคน8 มีทักษะในการใชเ8 ทคโนโลยี สามารถใช8เทคโนโลยีในการ สามารถใชเ8 ทคโนโลยีในการ ขาดทักษะการใช8เทคโนโลยี และนำเสนอผลงาน ในการสบื ค8นเน้ือหาและ สืบคน8 เน้อื หาและนำเสนอ สบื คน8 เน้ือหาและนำเสนอ ในการสืบค8นเนอ้ื หาและ นำเสนอผลงานทดี่ ี ผลงานได8 ผลงานพอใช8 นำเสนอผลงาน 3.การนำเสนอเนอื้ หาถูกต8องมี การนำเสนอผลงานเนือ้ หามี การนำเสนอผลงานเน้ือหา การนำเสนอผลงานเนอื้ หา การนำเสนอผลงานเนือ้ หาไม: ความครบถว8 นชัดเจนเขา8 ใจงา: ย ความถกู ต8องครบถว8 น ถกู ต8องครบถว8 นแต: ถกู ตอ8 งแตข: าดความ ถกู ต8อง ชดั เจนเข8าใจง:าย อธบิ ายไม:ชดั เจนเขา8 ใจยาก ครบถว8 นอธบิ ายไม:ชัดเจน 4.รปู แบบการนำเสนอความ มีการนำเสนอทนี่ า: สนใจ มีการนำเสนอที่นา: สนใจบา8 ง มีการนำเสนอทน่ี า: สนใจบ8าง การนำเสนอไมน: :าสนใจ นา: สนใจชวนตดิ ตามมีความคิด ชวนติดตามมีความคดิ ชวนติดตามมีความคดิ ชวนตดิ ตามขาดความคิด สร8างสรรคR สร8างสรรคR สร8างสรรคRบา8 ง สรา8 งสรรคR 5.ความรว: มมอื ในการทำงานของ สมาชิกทกุ คนให8ความ สมาชิกเพยี งส:วนน8อยใน สมาชิกสว: นใหญใ: นกลมุ: สมาชิกในกลุ:มขาดความ สมาชิกในกลุ:ม รว: มมือในการนำเสนอเปBน กล:ุมทีไ่ มใ: หค8 วามรว: มมอื ใน ไมใ: ห8ความรว: มมอื ในการ ร:วมมอื ในการทำงาน อย:างดี การนำเสนอ นำเสนอ เกณฑก. ารใหค> ะแนน - เกณฑ.การตัดสนิ คุณภาพการนำเสนอผลงานหน>าช้ันเรยี น ช@วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 16-20 ดีมาก 11-15 ดี 6-10 ปานกลาง 1-5 ปรบั ปรุง เกณฑก. ารประกนั คณุ ภาพผลการเรยี นร>ู นักเรยี นรอ8 ยละ 70 ไดค8 ะแนนการนำเสนอผลงานหนา8 ชัน้ เรียนในระดบั ดี ข้ึนไปผา: นการประเมิน เกณฑ.การประกันคณุ ภาพผลการสอน นกั เรียนรอ8 ยละ 80 ผา: นเกณฑRการประเมนิ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 627
Pages: