Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารพัฒนาทักษะวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนรายบุคคล ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค31003

เอกสารพัฒนาทักษะวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนรายบุคคล ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค31003

Published by กศน.จังหวัดขอนแก่น, 2021-06-19 12:04:51

Description: เอกสารพัฒนาทักษะวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนรายบุคคล ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค31003 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

Search

Read the Text Version

คำ�น�ำ เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการเพื่อ�่ ยกระดับั ผลสัมั ฤทธิ์ผ์� ู้เ้� รียี นรายบุคุ คล เล่ม่ นี้้� เป็น็ เอกสารที่่จ� ัดั ทำำ�ขึ้น�้ โดยมีวี ัตั ถุปุ ระสงค์์ เพื่�่อให้้ผู้�เรีียนได้้ศึึกษาเรีียนรู้้�ด้้วยตนเอง ให้้เกิิดการพััฒนาทัักษะทางวิิชาการ และยกระดัับผลสััมฤทธิ์�์ทางการเรีียนใน การเรีียนรู้้�ตามหลัักสููตรการศึึกษานอกระบบระดัับการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน พุุทธศัักราช 2551 เป็็นการพััฒนาต่่อเนื่�่องจาก เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการรายบุุคคล มีีรายละเอียี ดสรุุปเนื้้อ� หาตามสาระการเรียี นรู้�้ แบบทดสอบหลังั เรีียนและแบบบันั ทึึก การพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการผู้เ้� รียี นรายบุคุ คล เพื่อ�่ ให้้ผู้เ� รียี นได้้ประเมินิ และพัฒั นาตนเองอย่า่ งต่อ่ เนื่อ�่ งให้้มีพี ื้้น� ฐานความรู้เ้� พียี งพอ กับั การศึกึ ษาตามระดัับและมีีความรู้้เ� พิ่่�มเติิมในการนำำ�ไปพัฒั นาทัักษะทางวิิชาการให้้มีผี ลสัมั ฤทธิ์�ท์ างการเรีียนที่่ส� ููงขึ้น�้ คณะผู้�้จััดทำำ� หวัังเป็็นอย่่างยิ่�งว่่าเอกสารเล่่มนี้้�จะเป็็นประโยชน์์ต่่อนัักศึึกษา ในการศึึกษาเรีียนรู้�้ตามหลัักสููตร การศึึกษานอกระบบระดัับการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน พุุทธศัักราช 2551 และขอขอบคุุณทุุกท่่านที่่�มีีส่่วนร่่วมในการทำำ�เอกสาร เล่ม่ นี้้ใ� ห้้สำำ�เร็็จ ลุุล่่วงด้้วยดีี สำำ�นักั งาน กศน.จังั หวัดั ขอนแก่่น เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา ก ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย



สารบัญ หน้้า คำ�ำ นำำ� ก สารบััญ ข คำ�ำ ชี้้�แจงการใช้้เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการเพื่่อ� ยกระดับั ผลสัมั ฤทธิ์�ผ์ ู้้เ� รียี นรายบุคุ คล ค โครงสร้้างการเรียี นรู้้�ด้้วยตนเอง ง ขอบข่่ายเนื้้อ� หา ง แบบทดสอบก่่อนเรีียน จ บทที่่� 1 การทำำ�งานของระบบในร่่างกาย 1 สรุปุ เนื้้�อหา 1 แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 1 3 บทที่่� 2 ปัญั หาเพศศึึกษา 5 สรุปุ เนื้้�อหา 5 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 2 6 บทที่่� 3 อาหารและโภชนาการ 7 สรุปุ เนื้้�อหา 7 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 3 9 บทที่่� 4 เสริมิ สร้้างสุขุ ภาพ 10 สรุปุ เนื้้อ� หา 10 แบบทดสอบท้้ายบทเรีียนบทที่่� 4 12 บทที่่� 5 โรคที่่�ถ่า่ ยทอดทางพัันธุุรกรรม 13 สรุปุ เนื้้อ� หา 13 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 5 14 บทที่่� 6 ปลอดภััยจากการใช้้ยา 15 สรุุปเนื้้�อหา 15 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 6 16 บทที่่� 7 ผลกระทบจากสารเสพติดิ 17 สรุปุ เนื้้อ� หา 17 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 7 18 บทที่่� 8 ทักั ษะชีีวิิตเพื่่อ� สุุขภาพจิิต 19 สรุุปเนื้้อ� หา 19 แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 8 21 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา ข ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

สารบัญ (ตอ่ ) หน้้า 22 บทที่่� 9 อาชีพี ผลิติ จำำ�หน่า่ ยอาหารสำ�ำ เร็็จรููปตามหลัักสุุขาภิบิ าลอาหาร 22 สรุุปเนื้้อ� หา 24 แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 9 25 แบบทดสอบหลังั เรีียน 27 เฉลยแบบทดสอบ 29 29 แบบบัันทึึกการพัฒั นาทัักษะวิิชาการเพื่�่อยกระดัับผลสััมฤทธิ์�ผ์ ู้�้เรียี นรายบุุคคล 30 การทดสอบก่อ่ นเรีียนและหลังั เรียี น 30 เกณฑ์ก์ ารประเมิินผลการพััฒนา การทดสอบก่่อนเรียี นและหลังั เรีียน 31 แบบบันั ทึึกการพััฒนาทัักษะวิชิ าการเพื่�อ่ ยกระดัับผลสััมฤทธิ์�ผ์ ู้เ�้ รียี นรายบุคุ คล 32 การทดสอบท้้ายบทเรียี น เกณฑ์์การประเมินิ ผลการพััฒนา การทดสอบท้้ายบทเรีียน บรรณานุุกรม คณะผู้จ�้ ัดั ทำำ� ข เอกสารพััฒนาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

คำ�ำ ชี้้�แจงการใช้้เอกสารพััฒนาทัักษะวิชิ าการเพื่อ่� ยกระดับั ผลสัมั ฤทธิ์ผ�์ ู้้เ� รียี นรายบุุคคล ระดับั มััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการเพื่อ�่ ยกระดับั ผลสัมั ฤทธิ์ผ�์ ู้เ้� รียี นรายบุคุ คล ระดับั มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิชิ า สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช 31002 เล่ม่ นี้้� จัดั ทำำ�ขึ้น้� เพื่อ�่ พัฒั นาผู้เ�้ รียี น ให้้มีคี วามรู้ค�้ วามสามารถทางด้้านวิชิ าการในรายวิชิ าบังั คับั ตามหลักั สููตร การศึกึ ษานอกระบบระดับั การศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน พุทุ ธศัักราช 2551 ในการศึึกษาเอกสารเล่ม่ นี้้�ผู้้�เรียี นควรปฏิิบััติิ ดัังนี้้� 1. ผู้เ้� รียี นสำำ�รวจวิิชาที่่�ตนเองลงทะเบียี นเรีียนในปีีการศึกึ ษา 2563 2. ผู้้�เรีียนศึึกษาเนื้้�อหารายวิิชาที่่ต� นเองลงทะเบียี นเรีียน หรืือรายวิชิ าอื่น่� ๆ ที่่�ต้้องการเรีียนรู้้� 3. หลังั จากศึกึ ษาในรายวิิชานั้้น� ๆ แล้้วผู้�เ้ รียี นต้้องทำำ�แบบทดสอบ แล้้วนำำ�มาเฉลยแบบทดสอบ 4. ผู้เ�้ รีียนบันั ทึึกคะแนนผลการทดสอบรายวิิชาในแบบบันั ทึึกการพััฒนาทัักษะวิิชาการผู้้�เรีียนรายบุคุ คล (อยู่่�ท้้ายเล่่ม) เพื่�่อเป็น็ แนวทางในการพัฒั นาตนเองอย่่างต่อ่ เนื่่อ� ง 5. ให้้ผู้�เรีียนศึกึ ษาเพิ่่�มเติิมในรายวิิชาต่า่ ง ๆ ได้้จากแบบเรีียนตามหลักั สููตรการศึกึ ษานอกระบบระดับั การศึกึ ษา ขั้้น� พื้้�นฐาน พุทุ ธศักั ราช 2551 ระดับั มััธยมศึึกษาตอนปลาย แหล่ง่ เรีียนรู้้� และสื่�่อออนไลน์์อื่น่� ๆ เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ค ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

โครงสร้้างการเรีียนรู้้ด� ้้วยตนเอง สาระสำำ�คัญั อวััยวะต่่างๆ ทุุกส่่วนของร่่างกายคนเรา ทำ�ำ งานสััมพัันธ์์กัันเป็็นระบบ ทุุกระบบมีีความรููความเข้้าใจเกี่�ยวกัับปััญหา ทางเพศ มีีความรููความเข้้าใจถึึงปััญหา สาเหตุุและการป้้องกัันโรคขาดสารอาหาร การวางแผนพััฒนาและเสริิมสร้้างสุุขภาพ ของตนเอง และครอบครััว มีีความรููและสามารถปฏิิบััติิตนในการป้้องกัันโรคที่่�ถ่่ายทอดทางพัันธุุกรรมได สามารถแนะนำ�ำ ข้้อมููลข่่าวสาร และแหล่งบริิการเพื่่�อป้้องกัันโรคแก่ครอบครััว และชุุมชน ความเข้้าใจ เกี่�ยวกัับหลัักการและวิิธีีการใช้้ยาที่่� ถููกต้้อง สามารถจำำ�แนก อันั ตรายที่่เ� กิิดจากการใช้้ยาได้้ สามารถวิิเคราะห์์ปัญั หา สาเหตุแุ ละผลกระทบจากการ แพรร่ ะบาด ของสารเสพติิด มีีส่่วนร่่วมในการป้้องกัันสิ่�งเสพติิดในชุุมชน และเผยแพร่ความรููด้้าน กฎหมายที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสารเสพติิด แก่่ผู้้�อื่�่นไดความสำำ�คััญของทัักษะชีีวิิตทั้้�ง 10 ประการ แกปััญหาชีีวิิตครอบครััวของตนเองได อย่่างเหมาะสม และมีีความรูู ความเข้้าใจ เกี่�ยวกับั ธุรุ กิิจผลิิตและจำ�ำ หน่่ายอาหารสำำ�เร็จ็ รููป ขั้�นตอนการ ดำำ�เนิินการธุรุ กิจิ การจััดตกแต่ง่ ร้้าน การวางสิินคา� และคุุณสมบััติขิ องร้้านอาหารหรืือสถานที่่� จำ�ำ หน่า่ ยอาหารสำ�ำ เร็จ็ รููปตามหลัักสุขุ าภิิบาล ผลการเรีียนรู้้�ที่่ค� าดหวััง 1. อธิิบายความสำ�ำ คัญั ของระบบอวัยั วะแต่่ละระบบได 2. บอกชื่อ่� หน่่วยงานที่่ใ� ห้ค้ วามช่่วยเหลืือเกี่�ยวกับั ปััญหาทางเพศได้้ 3. อธิิบายปััญหา สาเหตุขุ องโรคขาดสารอาหารได 4. วางแผนพัฒั นาและเสริมิ สร้้างสุุขภาพของตนเองและครอบครัวั ไดอย่่างเหมาะสม 5. บอกโรคที่่�ถ่่ายทอดทางพัันธุุกรรมได 6. อธิิบายความหมายยาปฏิิชีีวนะและยาสมุุนไพรได 7. วิิเคราะห์์ปัญั หา สาเหตุุ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของสารเสพติดิ ได 8. อธิิบายความหมาย ความสำ�ำ คััญของทัักษะชีีวิิตไดทั้้ง� 10 ประการ 9. อธิบิ ายความหมาย และลัักษณะธุรุ กิิจผลิติ และจำ�ำ หน่า่ ยอาหารสำ�ำ เร็จ็ รููปได้้ ขอบข่า่ ยเนื้้�อหา เรื่�่องที่่� 1 โครงสร้้าง หน้้าที่่� และการทำำ�งานและการดููแลรัักษาระบบอวัยั วะที่่�สำ�ำ คััญ ของร่า่ งกาย เรื่่�องที่่� 2 การสื่่�อสาร ต่่อรองและการขอความช่่วยเหลืือเกี่ย� วกับั ปัญั หาทางเพศ การจัดั การกัับอารมณ์์ และความต้้องการทางเพศ เรื่่อ� งที่่� 3 โรคขาดสารอาหาร หลักั การสุุขาภิิบาลอาหาร เรื่่อ� งที่่� 4 การรวมกลุ่�มเพื่อ่� เสริมิ สร้้างสุุขภาพในชุุมชน และการออกกำ�ำ ลังั กายเพื่�่อสุขุ ภาพ เรื่อ่� งที่่� 5 บอกโรคที่่ถ� ่า่ ยทอดทางพันั ธุุกรรมได เรื่่อ� งที่่� 6 อธิบิ ายความหมายยาปฏิิชีวี นะและยาสมุุนไพรได อธิิบายหลักั การและวิธิ ีกี ารใช้้ยาที่่ถ� ููกต้้องได เรื่�อ่ งที่่� 7 การวิิเคราะห์์ปัญั หา สาเหตุุ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ สารเสพติดิ เรื่อ�่ งที่่� 8 อธิิบายความหมาย ความสำำ�คััญของทัักษะชีวี ิติ ไดทั้้�ง 10 ประการ เรื่�อ่ งที่่� 9 ลักั ษณะธุรุ กิจิ ผลิิตอาหารสำ�ำ เร็็จรููป และ วิธิ ีกี ารดำ�ำ เนิินงานของธุุรกิจิ ผลิิตและจำ�ำ หน่่ายอาหาร สำ�ำ เร็็จรููป ง เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบก่่อนเรีียน ระดับั มััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิชิ า สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุุดเพียี งคำ�ำ ตอบเดียี ว 7. ข้้างขวดยาที่่�ฉลากมีีการเขียี นเป็น็ ภาษาอัังกฤษว่่า 1. ข้้อใดคืือหน้้าที่่�ของถุงุ อััณฑะ “Expiry Date” หมายถึึงอะไร ก. สร้้างฮอร์โมน ก. วัันผลิติ ข. สร้้างตััวอสุุจิิ ข. วัันหมดอายุขุ องยา ค. เป็็นที่่พ� ักั อสุุจิิ ค. วัันในการจำ�ำ หน่่ายยา ง. ทำำ�ให้้ตััวอสุจุ ิิสามารถไหลผ่า่ นออกสููภายนอกได ง. วันั ที่่ย� าเดิินทางมาถึึง 2. ข้้อใด คืือหน้้าที่่ข� องลำ�ำ ไส้้ใหญ่่ 8. ข้้อใด เป็น็ สารเสพติดิ ที่่ม� ีีฤทธิ์์ต� ่อ่ การกดประสาท ก. ดููดเศษอาหาร ก. กาวชนิดิ ต่่าง ๆ ข. ดููดซึึมน้ำำ�� และเกลืือแร่่ออกจากกากอาหาร ข. ยานอนหลับั ค. ดููดซึึมของเหลว ค. กัญั ชา ง. ดููดไขมันั ง. ฝิ่่น� มอร์ฟ์ ีนี เฮโรอีนี 3. ข้้อใด เป็็นอาการของผู้้�ที่่ป� ่่วยเป็น็ โรคตาฟาง 9. ข้้อใดคืือ สาเหตุขุ องโรคเครียี ด ก. การขาดวิิตามินิ A ก. เศรษฐกิจิ ข. การขาดวิติ ามิิน C ข. สิ่�งแวดล้้อมทั่่�ว ๆ ไป ค. การขาดวิิตามินิ B ค. สิ่ง� แวดล้้อมทางสังั คม ง. การขาดวิิตามิิน D ง. ถููกทุุกข้้อ 4. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพกายการออกกำ�ำ ลัังกายต้้อง 10. หญิิงตั้�งครรภ์์ควรรัับประทานอาหารประเภทใดที่่�ช่่วย ยึึดหลัักข้้อใด ในการเจริญิ เติิบโตของระบบกระดููก ก. หนักั นาน บ่่อย ก. แคลเซียี ม ข. ความสามารถ ข. เกลืือแร่่ ค. ความต้้องการ ค. ไขมันั ง. ความเหมาะสม ง. วิติ ามินิ 5. ข้้อใดเป็น็ โรคที่่ถ� ่่ายทอดทางพัันธุุกรรม 11. ข้้อใดคืือหน้้าที่่ข� องถุุงอััณฑะ ก. โรคเกาต์ ก. สร้้างฮอรโ์ มน ข. โรคไมเกรน ข. สร้้างตัวั อสุุจิิ ค. โรคกระเพาะ ค. เป็็นที่่�พักั อสุจุ ิิ ง. โรคธาลัสั ซีเี มีีย ง. ทำำ�ให้้ตััวอสุุจิสิ ามารถไหลผ่า่ นออกสููภายนอกได 6. การกิินยาก่อ่ นอาหาร ควรกิินก่่อนอย่่างน้้อย 12. ข้้อใดไม่่ใช่่วิธิ ีปี ฏิบิ ััติติ นที่่�ถููกต้้องหลังั จากตากฝน ก. ก่อ่ นอาหารอย่า่ งน้้อยก่่อน 15 นาทีี ก. เมื่่�อตากฝนแล้้วควรรีีบทำ�ำ ความสะอาดเท้้าทัันทีี ข. หลังั อาหารอย่า่ งน้้อย 15 นาทีี ข. เมื่่อ� อาบน้ำ��ำ แล้้วควรโรยแป้้งฝุ่�นเพื่�่อลดความชื้�น ค. ก่อ่ นอาหารอย่่างน้้อยก่อ่ นครึ่�งชั่�วโมง ค. เมื่่อ� ตากฝนแล้้วไม่ค่ วรรีีบอาบน้ำ��ำ ทัันทีี ง. หลังั อาหารอย่่างน้้อย 3 ชั่ว� โมง ง. ควรรีีบถอดเสื้อ� ผ้้าทันั ทีเี มื่อ่� กลัับถึึงที่่�พััก เอกสารพัฒั นาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึกึ ษา จ ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

13. หน่่วยงานใดที่่�มีีหน้้าที่่ค� วบคุมุ ดููแลเกี่�ยวกับั ยาเสพติดิ 19. ข้้อใดคืือลักั ษณะอาการของผู้ท�้ ี่่�แพอาหารทะเล ก. สำำ�นักั งานปลััดกระทรวง ก. เกิดิ ผื่�น่ เม็ด็ เล็ก็ ๆ ขึ้น�้ ตามผิวิ หนังั ไมมีีอาการคััน ข. สำำ�นักั งาน ป.ป.ส ข. ท้้องเสียี คลื่�่นไส้้อาเจียี นจนหมดแรงถ่่ายเป็น็ มููกเลืือด ค. สำ�ำ นัักนายกรััฐมนตรีี ค. วิงิ เวียี นศีรี ษะ คัดั จมููก หายใจไมอ่ อก ง. สำ�ำ นัักงานคณะกรรมการการศึึกษาขั้�นพื้้น� ฐาน ง. มีีผื่่น� หนาบริิเวณผิิวหนัังตามร่า่ งกาย มีอี าการคันั 14. ผู้ข้� ายอาหารท่่านใด มีสี ุขุ วิทิ ยาส่ว่ นบุุคคลที่่�ถููกต้้อง 20. การสุขุ าภิบิ าลอาหาร หมายถึึงอะไร ก. คุุณลุงุ ร้้านข้้าวขาหมููนุ่่�งกางเกงขาสั้�น ไม่่สวมเสื้อ� แต่่ ก. การรักั ษาสุขุ ภาพร่า่ งกายให้แ้ ข็็งแรง ข. การจััดการและควบคุุมป้อ้ งกันั เพื่�่อให้้อาหารสะอาด ผููกผ้้ากันั เปื้�้อน ข. พี่่�ฟ้้าร้้านอาหารตามสั่�ง ใส่่เสื้�อคอกลมแขนสั้�น สวม ปลอดภัยั ค. การรัักษาอาหารให้้มีคี ุณุ ค่า่ ทางโภชนาการ หมวกคลุมุ ผมและผ้้ากัันเปื้้�อน ค. คุุณน้้าร้้านส้้มตำำ� ไว้้ผมยาว ไม่่รวบผมและไม่่สวม และสะอาดปลอดภัยั ง. การล้้างอาหารให้้สะอาดปลอดภัยั หมวกคลุุมผม ง. คุุณป้า้ ร้้านผััดไท สวมแหวนที่่�นิ้้ว� หลายวง ไว้้เล็บ็ ยาว และทาสีีเล็็บสวยงาม 15. ตน (Self) มีคี วามหมายตรงกัับข้้อใด ก. การพััฒนาตนเองให้้เจริิญงอกงาม ข. ผลรวมคุุณลัักษณะต่า่ งๆของพฤติกิ รรม ค. ความสมบููรณ์์ของร่า่ งกายและจิติ ใจ ง. ความเข้้าใจหรืือความรู้้�สึึกที่่�มีีต่อ่ คุณุ ค่่าของตน 16. ข้้อใดกล่า่ วถึึง การเก็็บรัักษายาได้้ถููกต้้อง ก. เก็็บไว้้บริเิ วณพื้้น� ราบเพราะจะได้้สะดวกหยิิบ ข. ยาควรเก็บ็ ไว้้บริิเวณตู้�เ้ ย็น็ ที่่อ� ุณุ หภููมิิ 4 C ค. ควรเก็บ็ ไว้้บริเิ วณที่่ช�ื้�น ๆ เพราะไม่ท่ ำำ�ให้ย้ าเสื่�่อม คุุณภาพเร็็ว ง. เลืือกขวดใสใส่่ยาทิิงเจอร์ไ์ อโอดีีนดีกี ว่า่ ใส่่ขวดสีีชา 17. ข้้อใดเป็น็ ค่่านิิยมทางเพศที่่�ไม่่ถููกต้้องของสัังคมไทย ก. ชายไทยมีีความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ เพศหญิิง ข. ชายไทยควรมีคี วามรัับผิดิ ชอบต่อ่ ครอบครััว ค. การยกย่่องให้เ้ กีียรติเิ พศชาย-เพศหญิิงเท่่าเทียี มกันั ง. การเหยียี ดเพศ 18.การเลืือกผัักที่่�ปลอดสารพิษิ ควรเลืือกอย่่างไร ก. ผักั ที่่ม� ีรี อยช้ำำ�� ข. ผักั ที่่ม� ีสี ีเี ขีียวสด ค. ผักั ที่่�มีีรอยเจาะของแมลง ง. ผัักสดที่่ไ� ม่ม่ ีีรอยแทะของสัตั ว์์ จ เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บทที่่� 1 ระบบต่่าง ๆ ของร่่างกาย เรื่อ่� งที่่� 1 โครงสร้้าง หน้้าที่่� และการทำ�ำ งานและการดููแลรักั ษาระบบอวััยวะที่่ส� ำำ�คััญ ของร่่างกาย 1. ระบบหายใจ การหายใจเป็็นกระบวนการนำ�ำ ออกซิิเจนในอากาศเข้้าสููปอด โดยออกซิิเจนจะไปสลายสารอาหาร และไดพลังั งานออกมารวมถึึงการกำำ�จััดคารบ์ อนไดออกไซดซึ่่�งเป็น็ ของเสียี ออกจากร่า่ งกาย 2. ระบบย่่อยอาหาร หลังั จากกินิ อาหารเข้้าไปอาหารจะถููกย่่อยสลายเป็็นสารที่่ม� ีโี มเลกุุลขนาดเล็ก็ ไมซัับซ้้อน 3. ระบบขับั ถ่า่ ย การขับั ถ่่ายเป็น็ กระบวนการกำ�ำ จััดของเสีียที่่�ร่า่ งกายไมต้้องการออกมาภายนอกร่า่ งกาย เรียี กว่่า การขับั ถ่่ายของเสียี อวัยั วะที่่�เกี่�ยวข้้องกับั การกำ�ำ จััดของเสีีย 4. ระบบสืืบพัันธุ์� ระบบสืืบพัันธุุของเพศชาย 1. ลึึงค์์หรืือองค์์ชาต (Penis) เป็็นอวัยั วะสืืบพัันธุขุ องเพศชายรููปทรงกระบอกอยู่�ด้านหน้้าของหััวเหน่่าบริิเวณ ด้้านหน้้าตอนบนถึึงอััณฑะมีีลักั ษณะยื่่น� ออกมาประกอบด้้วยกล้้ามเนื้้อ� ที่่�เหนียี วแต่่มีีลักั ษณะนุุม่ และอวััยวะ ส่่วนนี้้ส� ามารถยืืดและหดได้้ 2. อัณั ฑะ (Testis) ประกอบด้้วยถุุงอััณฑะเป็็นถุุงที่่�ห่่อหุ้้ม� ต่่อมอััณฑะไว มีลี ักั ษณะเป็น็ ผิวิ หนัังบาง ๆ สีคี ล้ำ��ำ และมีรี อยย่น่ 3. ท่่อนำำ�ตัวั อสุุจิิ (Vas deferens) อยู่�เหนืืออััณฑะต่่อมาจากท่อ่ พัักตัวั อสุุจิทิ ่อ่ นี้้�จะเป็็นช่่องทางให้้ตัวั อสุจุ ิไิ หล ผ่า่ นจากท่อ่ พัักตััวอสุจุ ิิไปยัังท่อ่ ของถุุงเก็บ็ อสุุจิิ 4. ท่อ่ พัักตััวอสุุจิิ (Epidymis) อยู่�เหนืือท่อ่ นำำ�ตัวั อสุจุ ิิ ท่่อนี้้ม� ีีลักั ษณะคล้้ายรููปดวงจัันทร์ค์ รึ่�งซีีกซึ่�งห้้อยอยู่่�ติดิ กับั ต่่อมอััณฑะ 5. ต่่อมลููกหมาก (Prostate gland) มีีลัักษณะคล้้ายลููกหมาก เป็็นต่อ่ มที่่�หุ้้ม� ส่ว่ นแรกของท่่อปััสสาวะไวและอยู่� ใต้้กระเพาะปัสั สาวะ ระบบสืืบพัันธุุของเพศหญิงิ 1. ช่อ่ งคลอด (Vagina) อยู่่�ส่่วนล่า่ งของท้้องมีลี ักั ษณะเป็น็ โพรง ผนัังด้้านหน้้าของช่่องคลอดจะติดิ อยู่่�กับั กระเพาะปัสั สาวะ 2. คลิิทอริิส (Clitoris) เป็็นปุ่�มเล็ก็ ๆ ซึ่�งอยู่�บนสุุดของรููเปิิดช่่องคลอด มีีลัักษณะ เหมืือนกัับลึึงค์ข์ องเพศชาย เกืือบทุกุ อย่่าง 3. มดลููก (Uterus) เป็น็ อวััยวะที่่�ประกอบด้้วยกล้้ามเนื้้�อ และมีลี ักั ษณะภายในกลวง มีีผนัังหนาอยู่�ระหว่า่ ง กระเพาะปัสั สาวะซึ่�งอยู่�ข้างหน้้าและส่ว่ นปลายลำำ�ไส้้ใหญ่่ 4. รัังไข (Ovary) มีีอยู่� 2 ต่อ่ ม ซึ่ง� อยู่�ในโพรงของอุ้ง� เชิิงกรานมีรี ููปร่า่ งค่่อนข้้างกลมเล็็ก ขณะที่่ย� ังั เป็็นตัวั อ่่อนต่อ่ ม รัังไขจะเจริิญเติบิ โตในโพรงของช่อ่ งท้้องและเมื่่อ� คลอดออกมาบางส่ว่ นจะอยู่�ในช่่องท้้อง 5. ท่่อรัังไข (Fallopain tubes) ภายหลัังที่่�ไขหลุุดออกจากส่ว่ นที่่�ห่่อหุ้้�มแล้้วไขจะผ่่าน เข้้าสููท่่อรัังไข ปลายข้้าง หนึ่่ง� มีีลักั ษณะคล้้ายกรวยซึ่ง� อยู่�ใกล้้กับั รัังไข 5. ระบบต่่อมไรท่่อ 1. ต่อ่ มมีีท่่อ (Exocrine gland) เป็็นต่่อมที่่ส� ร้้างสารเคมีีออกมาแล้้วส่่งไปยังั ตำ�ำ แหน่งออก ฤทธิ์์� โดยอาศัยั ท่่อ ลำำ�เลีียงของต่่อมโดยเฉพาะ 2. ต่่อมไรท่อ่ (Endocrine gland) เป็็นต่่อมที่่�สร้้างสารเคมีขี ึ้้น� มาแล้้วส่่งไปออกฤทธิ์ย�์ ังั อวััยวะ เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา 1 ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

เป้า้ หมาย โดยอาศััยระบบหมุนุ เวียี นเลืือด 2.1 ต่อ่ มใต้้สมอง (Pituitary gland) เป็น็ ต่อ่ มไรท่อ่ อยู่�ตรงกลางส่่วนล่า่ งของ สมอง 2.2 ต่อ่ มไทรอยด (thyroid) มีีลัักษณะเป็น็ พูู 2 พูู อยู่�สองข้้างของค์์อหอยโดยมีีเยื่�่อบางๆ เชื่อ�่ มติดิ ต่อ่ ถึึงกัันได 2.3 ต่อ่ มพาราไธ์์รอยด (parathyroid gland) อยู่่�ติิดกับั เนื้้อ� ของต่่อมไธ์ร์ อยดทาง ด้้านหลัังในคน 2.4 ต่่อมหมวกไต (adrenal gland) อยู่�เหนืือไตทั้้�ง 2 ข้้าง ลักั ษณะต่อ่ ม ทางขวาเป็็นรููปสามเหลี่่ย� ม 2.5 ตัับอ่อ่ น ภายในเนื้้อ� เยื่อ�่ ตัับอ่่อนจะมีไี อส์เลตออฟแลงเกอรฮ์ านสเ์ ป็็นต่่อมเล็็ก ๆ ประมาณ 2,500,000 ต่่อม หรืือมีจี ำำ�นวนประมาณร้้อยละ 1 ของเนื้้�อเยื่อ�่ 2.6 รังั ไข (Ovaries) ต่่อมอวััยวะสืืบพัันธุขุ องเพศหญิิงซึ่ง� อยู่�ที่�รัังไขจะสร้้าง ฮอรโ์ มนที่่ส� ำำ�คััญคืือ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน 2.7 อััณฑะ (Testis) ต่่อมอวััยวะสืืบพันั ธุขุ องเพศชายซึ่ง� อยู่�ที่�อััณฑะจะสร้้าง ฮอรโ์ มนที่่ส� ำำ�คััญที่่ส� ุุดคืือ เทสโตสเตอโรน 6. ระบบประสาท (Nervous System) 1. ระบบประสาทส่่วนกลาง (Central nervous system : CNS) ประกอบด้้วยสมอง และไขสันั หลััง 2. ระบบประสาทส่่วนปลาย (Peripheral nervous system : PNS) ประกอบด้้วย เรื่�่องที่่� 2 การวางแผนและปฏิบิ ััติติ นเพื่�่อการเสริมิ สร้้างพัฒั นาการด้้านสุุขภาพของ ตนเองและครอบครัวั การวางแผนเสริมิ สร้้างพัฒั นาการด้้านสุขุ ภาพของตนเองและครอบครัวั 1. สามารถที่่�จะกำำ�หนดวิธิ ีีการ 2. สามารถที่่�จะกำ�ำ หนดช่ว่ งเวลาในการดููแลสุุขภาพไดอย่า่ งเหมาะสม 3. เป็น็ การเฝ้้าระวัังสุุขภาพทั้้�งของตนเองและบุุคคลในครอบครัวั 4. ช่ว่ ยในการวางแผนเรื่�่องของเศรษฐกิิจและการเงิินในครอบครัวั 5. ส่่งเสริมิ สุขุ ภาพทั้้�งของตนเองและบุคุ คลในครอบครัวั 6. ทำำ�ให้้คุุณภาพชีวี ิิตทั้้�งของตนเองและสมาชิกิ ในครอบครัวั ดีขี ึ้�น้ การปฏิิบััติิตนเพื่�่อการเสริิมสร้้างพััฒนาการของตนเองและครอบครัวั 1. ออกกำำ�ลัังกายสม่ำ��ำ เสมอ 2. บประทานอาหารต้้องให้้ครบ 5 หมููและเหมาะสมกับั วััย 3. พัักผ่่อนให้เ้ พียี งพอ ระยะเวลาในการนอนหลับั พัักผ่อ่ นของแต่่ละวััย 4. เห็็นความสำำ�คัญั ของการตรวจสุุขภาพร่า่ งกายและไดรัับการตรวจสุขุ ภาพร่า่ งกายอย่า่ งน้้อย ปละ 1 ครั้ง� 5. หลีีกเลี่ย� งพฤติิกรรมเสี่ย� งต่อ่ ร่่างกาย 6. อยู่�ในสิ่ง� แวดล้้อมที่่ด� ีี 2 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 1 ระดับั มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่�ถููกต้้องที่่ส� ุุดเพียี งคำำ�ตอบเดียี ว 6. ในขณะที่่ค� นเราหายใจเข้้า ข้้อใดกล่า่ วถึึงความ สััมพันั ธ์์ 1. ถ้้าถุงุ น้ำำ�� ดีถี ููกตัดั ออก ข้้อใดจะเกิดิ ผลกระทบต่อ่ ระบบทาง ระหว่่างกะบัังลมกัับกระดููกซี่ �โครงได้้ถููกต้้อง เดิินอาหารอย่่างไร ก. ทั้้ง� กะบัังลมและกระดููกซี่�โครงเลื่อ�่ นต่ำ��ำ ลง ก. อาหารไขมัันไมถููกย่่อย ข. ทั้้�งกะบัังลมและกระดููกซี่�โครงเลื่อ�่ นสููงขึ้้น� ข. เบื่อ�่ อาหาร ค. กะบังั ลมเลื่่อ� นต่ำ�ำ� ลง กระดููกซี่โ� ครงเลื่่อ� นสููงขึ้�น้ ค. ไมส่ ามารถสร้้างเอนไซม์ไลเปสได ง. กะบังั ลมเลื่�อ่ นสููงขึ้้น� กระดููกซี่�โครงเลื่อ�่ นต่ำ��ำ ลง ง. เป็็นแผลที่่ก� ระเพาะอาหารและลำำ�ไส้้ 7. เมื่่�อเรารัับประทานอาหารเข้้าสู่่�ร่่างกาย มีีระบบใดบ้้าง 2. ข้้อใดเป็น็ การดููแลป้อ้ งกันั ความผิดิ ปกติขิ องระบบขับั ถ่า่ ย ที่่�ต้้องทำำ�งานประสานกัันเพื่�่อเปลี่่�ยนอาหารเป็็นพลัังงานให้้ ปััสสาวะ ร่า่ งกายนำ�ำ ไปใช้้ในการเจริิญเติบิ โต ก. ไมค่ วรกลั้น� ปััสสาวะนานเกินิ ไป ก. ระบบย่อ่ ยอาหาร ระบบหมุนุ เวียี นเลืือด ระบบหายใจ ข. ดื่�ม่ น้ำ�ำ�สะอาด อย่า่ งน้้อยวันั ละ 6 – 8 แกว ข. ระบบหมุนุ เวียี นเลืือด ระบบย่อ่ ยอาหาร ระบบขับั ถ่า่ ย ค. หลีกี เลี่ย� งการรัับประทานผักั ที่่�มีีสารออกซาเลตสููง ค. ระบบย่อ่ ยอาหาร ระบบสืืบพันั ธุ์� ระบบหมุนุ เวียี นเลืือด ง. ถููกทุกุ ข้้อ ง. ระบบย่อ่ ยอาหาร ระบบหมุนุ เวียี นเลืือด ระบบ 3. หากท่า่ นมีปี ัญั หาเกี่ย� วกับั ระบบย่อ่ ยอาหาร ไมค่ วร ปฏิบิ ัตั ิิ ประสาท อย่า่ งไร 8. ระบบย่อ่ ยอาหารทำำ�งานประสานกับั ระบบหายใจใน ก. เคี้�ยวอาหารให้ล้ ะเอียี ด เรื่อ่� งใด ข. ถ่่ายอุจุ จาระให้้เป็็นเวลาและสม่ำ��ำ เสมอ ก. ระบบย่่อยอาหารลำำ�เลีียงอาหารที่่�ย่่อยแล้้วไปเลี้�ยง ค. รัับประทานอาหารที่่ส� ะอาด และปรุงุ สุุกใหม่่ ๆ เซลล์์ ระบบหายใจนำ�ำ แก๊๊สออกซิิเจนเข้้าสู่�เซลล์์ ง. รัับประทานอาหารพร่ำ�ำ�เพรื่�่อจุกุ จิิก ทานไม่ต่ รงเวลา ข. ระบบย่อ่ ยอาหารย่อ่ ยอาหารให้้มีโี มเลกุลุ เล็ก็ ลง ระบบ 4. ข้้อใดคืือหน้้าที่่�ของถุุงอััณฑะ หายใจนำ�ำ ออกซิเิ จนไปใช้้ในปฏิิกิริ ิิยาสลายอาหาร ก. สร้้างฮอรโ์ มน ค. ระบบย่่อยอาหารดููดซึึมอาหารเข้้าสู่�ระบบหมุุนเวีียน ข. สร้้างตััวอสุุจิิ เลืือดระบบหายใจนำ�ำ อาหารที่่�เข้้าสู่�ระบบหมุุนเวีียนเลืือดไป ค. เป็็นที่่�พักั อสุุจิิ ใช้้ในปฏิกิ ิริ ิยิ าการหายใจ ง. ทำ�ำ ให้้ตััวอสุุจิสิ ามารถไหลผ่า่ นออกสููภายนอกได ง. ระบบย่อ่ ยอาหารย่อ่ ยและกำ�ำ จััดอาหารที่่เ� ป็น็ พิษิ ออก 5. ข้้อใดไมใ่ ช้้หลักั การของกระบวนการสร้้างเสริิมและดำ�ำ รง นอกร่่างกาย ระบบหายใจดููดซึึมอาหารที่่เ� หลืือจากการ ประสิทิ ธิภิ าพการทำ�ำ งานของระบบ ต่า่ ง ๆ ในร่่างกาย 9. พฤติิกรรมใดเป็น็ การแสดงออกของพฤติกิ รรมทางสังั คม ก. รัักษาอนามัยั ส่่วนบุคุ คล ของสััตว์์ ข. ออกกำำ�ลัังกายสม่ำ�ำ� เสมอ 1. การจัับแมลงเป็็นอาหารของกบ ค. รัับประทานยาบำำ�รุงุ ร่่างกาย 2. การเคลื่่�อนที่่เ� ข้้าหาแสงของพลานาเรีีย ง. บริโิ ภคอาหารให้้ถูกต้้องและเหมาะสม 3. การใช้้เสีียงร้้องเรีียกคู่่�ของกบเพื่่อ� การผสมพันั ธุ์� 4. การสร้้างรัังของนกเป็ด็ ผีซีึ่�งแตกต่่างจากรัังนกทั่่ว� ไป เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา 3 ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

10. อาหารในข้้อ ใดจััดเป็น็ อาหารในกลุ่�มเดีียวกันั 1. ขนมปััง เนยสด ไข่ด่ าว 2. นมสด น้ำ�ำ�ส้้มคั้�น บััวลอยไข่่หวาน 3. ข้้าวสวย ลููกตาลกรอบ หมููอบซอส 4. ปลาช่่อนนึ่่ง� เนื้้�อแดดเดีียว ไข่เ่ จีียวหมููสัับ 4 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

บทที่่� 2 ปััญหาเพศศึึกษา เรื่�่องที่่� 1 การสื่�อ่ สาร ต่อ่ รองและการขอความช่ว่ ยเหลืือเกี่ย� วกัับปััญหาทางเพศ แหล่งบริิการที่่�ให้้ความช่่วยเหลืือปััญหาจากการมีีเพศสััมพัันธ์์ในปััจจุุบัันมีีหลายหน่่วยงานที่่�เข้้ามาดำำ�เนิินงานใน ด้้านนี้้ซ�ึ่ง� เป็น็ บริกิ ารที่่ด� ีเี ชื่อ่� ถืือไดและอำำ�นวยประโยชนใ์ นการให้ค้ วามรููความเข้้าใจที่่ถ� ููกต้้องหรืือแนะนำ�ำ ให้้คำำ�ปรึึกษาสำ�ำ หรับั นำำ� ไปใช้้แกปััญหาจากการมีีเพศสัมั พัันธ์์ เรื่อ่� งที่่� 2 การจััดการกับั อารมณ์์และความต้้องการทางเพศ ระดับั ที่่� 1 การควบคุุมอารมณ์์ทางเพศ อาจทำำ�ได 2 วิธิ ีี คืือ 1. การควบคุมุ จิติ ใจตนเอง พยายามข่ม่ ใจตนเอง มิิให้เ้ กิิดอารมณ์ท์ างเพศได 2. การหลีีกเลี่�ยงจากสิ่ง� เร้้าสิ่�งเร้้าภายนอกที่่�ยั่ว� ยุอุ ารมณ์ท์ างเพศหรืือยั่ว� กิเิ ลสย่่อมทำ�ำ ให้เ้ กิดิ อารมณ์ท์ างเพศได ระดับั ที่่� 2 การเบี่่ย� งเบนอารมณ์์ทางเพศ ถ้้าเกิดิ อารมณ์ท์ างเพศจนไมอ่ าจควบคุมุ ไดควรใช้้วิธิ ีกี ารเบี่่ย� งเบนให้ไ้ ปสนใจสิ่่ง� อื่น�่ แทนที่่จ� ะหมกมุนุ่ อยู่่�กับั อารมณ์์ ทางเพศ เช่่นไปออกกำ�ำ ลังั กาย ประกอบกิจิ กรรมนัันทนาการต่่างๆ ระดัับที่่� 3 การปลดปล่่อยหรืือระบายอารมณ์์ทางเพศ 1. การฝัันเปียี ก(Wet Dream) ในเพศชายซึ่�งการฝันั นี้้�เราไม่่สามารถบังั คับั ให้้ฝันั หรืือไม่่ให้้ฝัันได้้ 2. การสำำ�เร็จ็ ความใครด้้วยตนเอง หรืืออาจเรีียกอีกี อย่่างหนึ่่ง� ว่่าการช่ว่ ยเหลืือตััวเอง (Masturbation) ทำำ�ไดทั้้�ง ผู้�้หญิงิ และผู้�ช้ าย เรื่อ�่ งที่่� 3 ความเชื่่�อที่่ผ� ิิดๆ ทางเพศที่่ส� ่ง่ ผลต่่อสุขุ ภาพทางเพศ 1. ผู้้�ชายไม่ควรแสดงอารมณ์์และความรููสึึกเกี่ย� วกัับความรักั 2. การถููกเนื้้อ� ต้้องตััวจะนำ�ำ ไปสููการมีีเซ็ก็ ส์์ 3. การมีีเพศสััมพันั ธ์ท์ ี่่ร� ุุนแรงจะนำำ�ไปสููการสุุขสมที่่ม� ากกว่่า 4. การมีีความสััมพัันธ์ท์ างเพศก็็คืือการร่่วมรััก 5. ผู้�้ชายควรเป็็นผู้�น้ ำำ�ในการร่่วมรักั 6. ผู้�้หญิงิ ไมค่ วรจะเป็น็ ฝ่า่ ยเริ่ม� ต้้นก่่อน 7. ผู้�ช้ ายนึึกถึึงแต่่เรื่อ�่ งเซ็ก็ ส์ตลอดเวลา 8. ผู้�้หญิงิ ต้้องพร�อมเสมอที่่�จะมีเี ซ็ก็ สเ์ มื่อ�่ สามีตี ้้องการ 9. เซ็ก็ ส์เป็็นเรื่�อ่ งธรรมชาติไิ มต้้องเรีียนรูู เรื่�่องที่่� 4 อิิทธิพิ ลของสื่�่อต่่าง ๆ ที่่�ส่ง่ ผลให้้เกิดิ ปัญั หาทางเพศ ปัจั จุบุ ันั สื่อ�่ มีอี ิทิ ธิพิ ลต่อ่ การดำ�ำ เนินิ ชีวี ิติ ทุกุ ด้้านรวมถึึงด้้านปัญั หาทางเพศด้้วย เพราะสื่อ่� มีี ผลต่อ่ พฤติกิ รรมการตัดั สินิ ใจของคนในสัังคมสื่�่อจึึงกลายเป็็นสิ่�งที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อความคิิดและความรููสึึก และการตััดสิินใจที่่�สำ�ำ คััญของคนในสัังคมอย่่าง หลีกี เลี่ย� งไม่ได้้ เรื่อ�่ งที่่� 5 กฎหมายที่่เ� กี่ย� วข้้องกัับการล่ว่ งละเมิดิ ทางเพศและกฎหมายคุ้้�มครองเด็ก็ และสตรีี คดีคี วามผิิดเกี่�ยวกับั เพศ โดยเฉพาะความผิิดฐานข่ม่ ขืืนกระทำ�ำ ชำ�ำ เรา ถืือเป็น็ ความผิิด ที่่ร� ุุนแรงและเป็็นที่่�หวาดกลัวั ของผู้ห้� ญิงิ จำำ�นวนมากรวมทั้้ง� ผู้ป้� กครองของเด็ก็ ไมว่า่ จะเป็น็ เด็ก็ หญิงิ หรืือเด็ก็ ชายยิ่ง� ปัจั จุบุ ันั จากข้้อมููลสถิติ ิติ ่า่ งๆ ทำำ�ให้เ้ ราเห็น็ กัันแล้้วว่่าการล่่วงละเมิดิ ทางเพศนั้้น� สามารถเกิดิ ขึ้น้� ไดกัับคนทุกุ เพศ ทุกุ วััย เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา 5 ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 2 ระดัับมััธยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิิชา สุุขศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่�ถููกต้้องที่่ส� ุุดเพียี งคำำ�ตอบเดียี ว 6. ในช่ว่ งวััยใดที่่ค� นเราจะมีีอารมณ์ร์ ุนุ แรงที่่�สุุด 1. ข้้อใดเป็็นความเบี่่�ยงเบนทางเพศที่่เ� รีียกว่า่ ก. วัยั เด็ก็ “Homosexual” ข. วัยั เด็็กตอนปลาย ค. วััยรุ่�น ก. พฤติกิ รรมชายรัักชาย หรืือ หญิิงรัักหญิงิ ง. วัยั กลางคน ข. พฤติกิ รรมที่่�สนใจเพศตรงข้้าม ค. พฤติิกรรมผู้ช�้ ายแอบชอบผู้�้หญิิง 7. ข้้อใดเป็น็ วิธิ ีกี ารแก้้ปัญั หาการตั้ง� ครรภ์ไ์ ม่พ่ ึึงประสงค์ข์ อง ง. พฤติิกรรมที่่�ชอบทั้้ง� สองเพศ วััยรุ่�นที่่�ดีีที่่ส� ุดุ 2. ข้้อใดเป็็นสาเหตุุหนึ่่�งที่่�ทำ�ำ ให้้หญิิงสาวยอมมีีเพศสััมพัันธ์์ กัับคนรััก ก. ปรึึกษาเพื่อ�่ นสนิทิ ก. ความเกรงใจ ข. เลิกิ เรีียนเพราะอายเพื่อ่� น ข. ความกลััวแฟนจะไม่่รััก ค. หาสถานที่่ท� ำำ�แท้้งจะได้้กลับั มาเรียี นได้้ ค. ถููกบังั คัับ ง. บอกผู้้ป� กครองเพื่่�อให้้ช่ว่ ยหาทางแก้้ไข ง. ความรักั 8. ข้้อใดเป็น็ วิธิ ีกี ารผ่อ่ นคลายความต้้องการทางเพศที่่เ� หมาะ 3. ข้้อใดไม่่ใช่่วิิธีีการป้้องกัันปััญหาที่่�เกิิดจากการมีีเพศ สมที่่ส� ุุด สัมั พันั ธ์์ ก. การออกกำ�ำ ลังั กาย ก. รู้�จ้ ัักปฏิเิ สธ เมื่อ่� เราถููกคุกุ คามทางเพศต้้องพููดดังั ๆ ข. ไปชมภาพยนตร์์ ว่า่ อย่่า ค. ไปเที่่ย� วศููนย์์การค้้า ข. การอาศัยั อยู่�ในหอพัักคนเดีียวและไม่่คบเพื่อ่� น ง. การไปเที่่ย� วสัังสรรค์์กับั เพื่�่อน ต่า่ งเพศ 9. ข้้อใดเป็น็ การช่ว่ ยลดความเสี่ย� งต่อ่ การมีเี พศสัมั พันั ธ์ข์ อง ค. หลีีกเลี่ย� งการไปเที่่ย� วสองต่่อสองต่่างจัังหวััดกัับเพส วััยรุ่�นหญิิง ตรงข้้าม ก. ไม่อ่ อกจากบ้้าน ง. หากไปเที่่�ยวกับั เพศตรงข้้ามควรอยู่�ในที่่�ที่่เ� รามอง ข. เรีียนโรงเรีียนประจำ�ำ เห็น็ เพื่่�อนคนอื่น่� ๆ ไม่่ควรดื่�่มเหล้้าหรืือเสพสาร ค. แต่ง่ กายเรีียบร้้อย เสพติิด ง. คบแต่่เพื่อ�่ นเพศเดีียวกััน 4. ข้้อใดเป็น็ หลักั การปฏิเิ สธเบื้้�องต้้นที่่ส� ำ�ำ คัญั ที่่ส� ุดุ 10. สิ่ง� ที่่ป� ฏิิบัตั ิิสืืบทอดกันั มา เช่น่ พิธิ ีกี ารหมั้้�น พิิธีแี ต่ง่ งาน ก. รีบี ปฏิเิ สธโดยเร็ว็ ซึ่�งเป็น็ วิิถีีชีวี ิติ ของค์น์ ไทย เรีียกว่่าอะไร ข. ปฏิเิ สธทันั ทีี และต่่อว่่าด้้วยคำำ�พููดแรงๆ ก. วัฒั นธรรม ค. ตั้ง� สติิ และรอดููสถานการณ์์ก่อ่ น ข. ค่่านิิยม ง. ตั้�งสติิ ปฏิเิ สธด้้วยน้ำำ��เสีียงที่่ม�ั่น� คงและจริงิ จังั ค. ประเพณีี 5. ข้้อใดเป็น็ ค่่านิิยมทางเพศที่่�ไม่ถ่ ููกต้้องของสัังคมไทย ง. วัตั ถุนุ ิยิ ม ก. ชายไทยมีคี วามรับั ผิดิ ชอบต่อ่ เพศหญิงิ ข. ชายไทยควรมีีความรัับผิดิ ชอบต่่อครอบครััว ค. การยกย่อ่ งให้้เกีียรติิเพศชาย-เพศหญิงิ เท่่าเทีียมกััน ง. การไม่ใ่ ห้้ความรู้�เ้ รื่�่องเพศแก่่บุตุ รหลาน โดยคิดิ ว่่าเป็น็ หยาบคาย หรืือน่า่ อาย 6 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

บทที่่� 3 อาหารและโภชนาการ เรื่อ�่ งที่่� 1 โรคขาดสารอาหาร 1. โรคลัักปิดิ ลักั เปิดิ สาเหตุุ เกิดิ จากการรับั ประทานอาหารที่่�มีวี ิติ ามิินซีีไม่เพียี งพอ อาการ อ่อ่ นเพลีีย เหงืือกบวมแดง มีีเลืือดออกตามไรฟันั ปวดกล้้ามเนื้้อ� และปวดในข้้อ การป้อ้ งกันั รัับประทานอาหารที่่�ทีวี ิติ ามิินซีีให้เ้ พีียงพอ ไดแก่ ผลไม�สดและผัักสดต่า่ งๆ 2. โรคคอพอก สาเหตุุ เกิิดจากร่่างกายขาดสารไอโอดีีน อาการ ต่่อมไทรอยดจะบวมโต เสียี งแหบ เหนื่�่อยง่่ายหายใจและกลืืนอาหารลำ�ำ บาก การป้้องกััน รับั ประทานอาหารทะเลให้้มาก 3. โรคขาดธาตุุไอโอดีีนหรืือโรคเออ สาเหตุุ เกิดิ จากการรัับประทานอาหารที่่�มีีไอโอดีีนต่ำ��ำ อาการ พัฒั นาทางร่า่ งกายและจิิตใจ ร่า่ งกายเจริิญเติบิ โตช้้าเตี้�ย แคระแกร็น็ สติปิ ััญญา เสื่�่อม การป้อ้ งกััน รัับประทานอาหารทะเลให้้มาก เช่่นกุุง� หอย ปูู ปลา 4. โรคตาฟาง สาเหตุุ เกิิดจากร่า่ งกายขาดวิิตามิินเอ อาการ มองไม่เห็น็ ภาพในที่่ม� ืืดหรืือที่่�มีีแสงสลััว ตาสููแสงจ้้าไมไ่ ด เคืืองตา น้ำำ��ตาไหล การป้อ้ งกันั รับั ประทานอาหารที่่ม� ีวี ิติ ามิินเอให้เ้ พียี งพอ 5. โรคโลหิิตจางจากการขาดธาตุุเหล็็ก สาเหตุุ เกิิดจากความต้้องการธาตุุเหล็็กสููงจากการเปลี่่ย� นแปลงทางสรีีรวิทิ ยา อาการ เบื่อ่� อาหาร อ่อ่ นเพลียี หงุุดหงิดิ มึึนงง ปวดศีรี ษะ ผิิวหนัังซีีด เล็บ็ เปราะ การป้้องกััน รัับประทานอาหารที่่ม� ีวี ิติ ามิินเอให้เ้ พีียงพอ เช่่นไขแดง น้ำ��ำ มันั ตับั ปลา นม เนย 6. โรคเหน็บ็ ชา สาเหตุุ เกิิดจากร่า่ งกายขาดวิติ ามิินดีแี ละแคลเซียี ม อาการ อ่่อนเพลียี ปวดกระดููก ขาจะคดและโคง� การป้อ้ งกััน รัับประทานอาหารที่่�มีีวิิตามิินดีีและแคลเซีียม 7. โรคปากนกกระจอก สาเหตุุ เกิิดจากการรัับประทานอาหารที่่�มีวี ิติ ามิินบีี 2 ไม่เพีียงพอ อาการ เป็็นแผลหรืือรอยแตกที่่�มุมุ ปากทั้้�งสองข้้างหรืือซอกจมููกมีีเกล็ด็ ใสเล็็กๆ การป้้องกััน รับั ประทานอาหารที่่ม� ีีวิติ ามิินบีี 2 ให้เ้ พียี งพอและเป็็นประจำ�ำ เรื่่�องที่่� 2 การสุขุ าภิิบาลอาหาร การสุุขาภิบิ าลอาหาร (Food Sanitation) หมายถึึง การดำำ�เนินิ การด้้วยวิธิ ีีการต่่างๆ ที่่จ� ััดการเกี่�ยวกับั อาหารทั้้�งใน เรื่่�องของการปรัับปรุุง การบำ�ำ รุุงรัักษาและการแก�ไขเพื่่�ออาหาร ที่่�บริิโภคเข้้าไปแล้้วมีีผลดีีต่่อสุุขภาพอนามััยโดยให้้อาหารมีี ความสะอาด ปลอดภััยและมีีความ น่่าบริิโภค เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา 7 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

ความสำำ�คััญของการสุขุ าภิิบาลอาหาร อาหารเป็็นปัจั จััยสำำ�คัญั ของมนุุษย์์ ทุกุ คนต้้องบริิโภคอาหารเพื่่อ� การเจริญิ เติบิ โตและการดำ�ำ รงชีีวิติ อยู่�ได้้ - การปนเปื้อ�้ นจำำ�แนกออกเป็็น 2 ประเภท คืือ 1. พิษิ ที่่เ� กิิดขึ้�น้ โดยธรรมชาติขิ องอาหาร 2. พิษิ ที่่เ� กิดิ จากอาหารที่่�มีีสารพิษิ เจืือปน - กระบวนการที่่�อาหารถููกปนเปื้อ�้ น มีวี ิิธีีการจััดการสุขุ าภิบิ าลอาหาร ดำำ�เนิินการในเรื่�อ่ งดัังต่อ่ ไปนี้้� 1.การเลืือกซื้อ� อาหารสด 2. การเลืือกซื้�ออาหารแหง 3. การเลืือกซื้�ออาหารกระป๋๋อง 4. การเลืือกใช้้สีีผสมอาหาร - การปรุุงและจำ�ำ หน่า่ ย 1. การเตรียี มอาหาร 2. การปรุุงอาหาร 3. การจำำ�หน่า่ ยอาหาร 4. การเสิิร์ฟ์ 5. การล้้างและเก็็บภาชนะ 6. การเก็บ็ อาหาร เรื่่�องที่่� 3 การจััดโปรแกรมอาหารให้้เหมาะสมกับั บุคุ คลกลุ่�มต่า่ งๆ 1. อาหารสำำ�หรับั ทารก น้ำ�ำ�นมมารดาเป็็นอาหารที่่�เหมาะสมสำ�ำ หรับั การเลี้ย� งทารกเป็็น อย่า่ งด 2. อาหารสำำ�หรัับเด็็กก่่อนวััยเรีียน เด็็กก่่อนวััยเรีียนมีคี วามต้้องการอาหารทุุกชนิดิ เช่น่ เดีียวกัับผู้้�ใหญ่่ 3. อาหารสำ�ำ หรัับเด็็กวััยเรีียน มีลี ัักษณะเช่น่ เดียี วกัับเด็ก็ ก่อ่ นวัยั เรียี น 4. อาหารสำ�ำ หรัับวัยั รุุน่ โดยรัับประทานอาหารให้้เป็็นเวลา วันั ละ 3 มื้�อ 5. อาหารสำ�ำ หรัับผู้�ส้ ููงอายุุ ควรคำำ�นึึงถึึงผู้้�สููงอายุเุ ป็็นรายบุุคคล 6. อาหารสำำ�หรัับผู้ป้� ่่วยผู้�ป้ ่่วยมีลี ักั ษณะการเจ็็บป่่วยที่่แ� ตกต่า่ งกััน ย่่อมต้้องการบริิโภคอาหารที่่�แตกต่า่ งกันั 8. อาหารสำำ�หรับั ผู้้ท� ี่่อ� อกกำำ�ลัังกาย ต้้องการอาหารที่่�ให้้พลังั งานมากกว่่าปกติิ 8 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 3 ระดัับมััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุุดเพียี งคำำ�ตอบเดียี ว 7. โรคตาฟาง เกิดิ จากการขาดสารอาหารชนิดิ ใด 1. โรคเหน็บ็ ชาเกิดิ จากการขาดสารอาหารชนิิดใด ก. วิติ ามินิ ซีี ข. วิิตามิินเอ ก. วิิตามิินเอ ค. ธาตุเุ หล็็ก ข. วิติ ามินิ ดีแี ละแคลเซีียม ง. สารไอโอดีีน ค. วิติ ามิินบีี 2 ง. วิิตามินิ บีี 1 8. ข้้อใดไม่่ใช่ป่ ระโยชน์ข์ องอาหาร 2. นายแดงมีีอาการอ่อ่ นเพลียี เหงืือกบวมแดง มีีเลืือดออก ก. ให้้พลังั งานแก่ร่ ่า่ งกาย ตามไรฟันั ปวดกล้้ามเนื้้อ� และ ปวดในข้้อ เป็น็ อาการของการ ข. ร่า่ งกายอ้้วนท้้วนอวบอิ่ม� ขาดสารอาหารประเภทใด ค. สร้้างภููมิติ ้้านทานแก่ร่ ่า่ งกาย ก. สารไอโอดีีน ง. ช่่วยซ่่อมแซมอวััยวะของร่่างกาย ข. วิิตามิินเอ ค. ธาตุุเหล็็ก 9.อาหารประเภทใดมีสี ารไอโอดีนี ในปริิมาณสููง ง. วิติ ามิินซีี ก. อาหารทะเล 3. พิิษของเชื้อ� โรคชนิิดใดที่่�ทำำ�ให้เ้ กิิดโรคตัับอักั เสบ ข. ผัักและผลไม้้ต่า่ ง ๆ ก. แบคทีีเรีีย ค. อาหารที่่ม� ีไี ขมัันสููง ข. เชื้อ� รา ง. อาหารประเภทเนื้้�อสัตั ว์์ ค. ไวรััส ง. ปรสิิต 10.การเลืือกผัักที่่ป� ลอดสารพิิษควรเลืือกอย่่างไร 4. สารอะฟลาท็อ็ กซิิน (Alfatoxin) เป็น็ สาเหตุทุ ี่่ท� ำ�ำ ให้้เกิดิ ก. ผัักที่่�มีรี อยช้ำ��ำ โรคใด ข. ผักั ที่่ม� ีสี ีีเขีียวสด ก. วัณั โรค ค. ผัักที่่�มีรี อยเจาะของแมลง ข. โรคมะเร็็งตัับ ง. ผักั สดที่่�ไม่่มีีรอยแทะของสัตั ว์์ ค. โรคมะเร็็งปอด ง. ไขสันั หลัังอัักเสบ 5. โรคลัักปิิดลักั เปิิด เกิดิ จากการขาดสารอาหารชนิิดใด ก. วิิตามิินซีี ข. วิติ ามิินบีี 1 ค. วิติ ามิินบีี 2 ง. วิิตามิินดีแี ละแคลเซียี ม 6. โรคปากนกกระจอก เกิิดจากการขาดสารอาหารชนิิดใด ก. วิติ ามินิ ซีี ข. วิติ ามิินบีี 1 ค. วิิตามิินบีี 2 ง. วิติ ามินิ ดีีและแคลเซียี ม เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึกึ ษา 9 ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บทที่่� 4 การเสริมิ สร้้างสุุขภาพ เรื่อ�่ งที่่� 1 การรวมกลุ่�มเพื่่อ� เสริิมสร้้างสุุขภาพ การดููแลรัักษาและเสริิมสร้้างสุุขภาพกาย สุุขภาพจิิตของแต่ล่ ะบุคุ คลเป็็นสิ่ง� สำำ�คััญ ที่่�ควรปฏิบิ ัตั ิใิ ห้เ้ ป็็นกิจิ นิสิ ัยั โดย ปฏิิบััติิให้้ครอบคลุุมทุุกองค์์ประกอบที่่�สำ�ำ คััญ ไดแก่ การเลืือก บริิโภคอาหารให้้ถู กหลัักโภชนาการ การพัักผ่่อนให้้เพีียงพอ และออกกำำ�ลัังกายสม่ำ�ำ� เสมอ เป็็นต้้น การประเมิินสภาวะสุุขภาพของตนเองและครอบครัวั 1. ด้้านร่่างกาย (Physical domain) 2. ด้้านจิิตใจ (Psychological) 3. ด้้านสััมพันั ธ์ภ์ าพทางสังั คม (Social relationships) 4. ด้้านสิ่ง� แวดล้้อม (Environment) การวางแผนพัฒั นาและเสริิมสร้้างสุขุ ภาพของตนเองและครอบครัวั 1. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพกาย ออกกำ�ำ ลัังกายสม่ำำ��เสมอ ปฏิิบััติิอย่่างน้้อย 2-3 ต่่อสััปดาห์์แต่่ละครั้�งใช้้ เวลาใน การออกกำำ�ลังั กายไมน้้อยกว่า่ 30 นาทีี 2. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพจิิต อ่า่ นหนัังสืือที่่ช� ่่วยให้้รููสึึกผ่อ่ นคลาย จิติ ใจสงบ เช่น่ หนังั สืือธรรมะ เพื่�อ่ ให้ไ้ ด แนวคิิดในการดำำ�เนิินชีีวิิตที่่ถ� ููกต้้องรููสึึกสบายใจ 3. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพด้้านสัังคม เข้้าร่่วมกิจิ กรรมตามวััฒนธรรมและประเพณีใี นท้้องถิ่�นอยู่�เสมอ 4.การวางแผนพััฒนาสุุขภาพด้้านปััญญา ฝึึกทัักษะการคิิดวิิเคราะห์์ หาสาเหตุุของปััญหาจากข่่าวหรืือสถาน การณสำ�ำ คััญ ของสัังคม การมีสี ่่วนร่ว่ มในกิจิ กรรมพััฒนาสุขุ ภาพของชุุมชน การมีีส่่วนร่่วมในกิิจกรรมสร้้างเสริิมสุุขภาพของบุุคคลในชุุมชน คืือ การร่่วมกิิจกรรมที่่�เอื้�ออำ�ำ นวยให้้ผู้�คนใน ชุุมชนมีีการพัฒั นาคุณุ ภาพชีีวิติ ที่่�ดีี กิิจกรรมด้้านการสร้้างเสริมิ สุขุ ภาพ กิิจกรรมด้้านการเข้้ารับั บริกิ ารสุขุ ภาพของประชาชน กิิจกรรมด้้านการเข้้ารัับการพััฒนาศัักยภาพอาสาสมััครเพื่่�อพััฒนาสุุขภาพในชุุมชน กิิจกรรมด้้านการให้้ความร่่วมมืือในการ ควบคุมุ และป้อ้ งกัันโรค กิิจกรรมด้้านการให้้ความร่่วมมืือในการดำ�ำ เนินิ งานของหน่่วยงานด้้านสุขุ ภาพในชุุมชน เรื่�่องที่่� 2 การออกกำำ�ลัังกายเพื่�อ่ สุขุ ภาพ รููปแบบและวิิธีีการออกกำำ�ลัังกายเพื่อ�่ สุขุ ภาพ 1. การเดินิ 2. การวิ่ง� 3. การขี่�จัักรยาน 4. การเต้้นแอโรบิิก 10 เอกสารพัฒั นาทัักษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

ประโยชนของการออกกำ�ำ ลังั กาย 1. ผลการออกกำำ�ลัังกายต่่อระบบกล้้าม 2. ผลการออกกำำ�ลัังกายต่่อระบบกระดููกและข้้อต่อ่ 3. ผลการฝึกึ ต่่อระบบหายใจ 4. ผลการออกกำำ�ลัังกายต่อ่ ระบบไหลเวียี น 5. ผลการออกกำำ�ลัังกายต่่อระบบอื่่น� ๆ 6. ช่่วยป้อ้ งกัันโรคอวน 7. ผลต่่อจิิตใจ อารมณ์์ สติปิ ัญั ญาและสัังคม เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา 11 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 4 ระดับั มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่�ถููกต้้องที่่�สุดุ เพียี งคำ�ำ ตอบเดีียว 6. ข้้อใดไม่ใ่ ช่ว่ ิธิ ีปี ฏิิบััติิตนที่่ถ� ููกต้้องหลัังจากการตากฝน 1. การรับั รููถึึงความสามารถในการจัดั การกับั ความเศร้้าหรืือ ก. เมื่่อ� ตากฝนแล้้วควรรีีบทำ�ำ ความสะอาดเท้้าทันั ทีี ความกังั วลการรับั รููเกี่ย� วกับั ความเชื่อ�่ ต่า่ งๆ เป็น็ การประเมินิ ข. เมื่่�ออาบน้ำ�ำ� แล้้วควรโรยแป้ง้ ฝุ่�นเพื่�อ่ ลดความชื้�น ภาวะสุขุ ภาพของตนเองในด้้านใด ค. เมื่�่อตากฝนแล้้วไม่่ควรรีบี อาบน้ำ�ำ� ทัันทีี ง. ควรรีีบถอดเสื้อ� ผ้้าทัันทีีเมื่อ่� กลับั ถึึงที่่พ� ักั ก. ด้้านสััมพัันธ์ภ์ าพทางสัังคม ข. ด้้านร่่างกาย 7. การออกกำ�ำ ลัังกายในข้้อใดก่่อให้้เกิิดอัันตรายต่่อกระดููก ค. ด้้านสิ่ง� แวดล้้อม น้้อยที่่�สุุด ง. ด้้านจิิตใจ 2. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพกายการออกกำำ�ลัังกายต้้อง ก. ยกน้ำ�ำ� หนััก ยึึดหลัักข้้อใด ข. ยิิมนาสติิก ก. หนักั นาน บ่่อย ค. เต้้นแอโรบิิก ข. ความสามารถ ง. บาร์เ์ ดี่ย� วต่่างระดับั ค. ความต้้องการ 8. การเสริมิ สร้้างระบบกระดููกด้้วยวิธิ ีีใี� ดที่่ม� ีสี ่ว่ นช่ว่ ยให้ร้ ะบบ ง. ความเหมาะสม กระดููกมีีความแข็ง็ แรง 3. การออกกำ�ำ ลัังกายจะมีีผลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงต่่อระบบ ก. การอยู่�ในที่่�ร่่มเป็น็ ประจำ�ำ ต่า่ ง ๆ ในร่า่ งกาย จะต้้อง ทำำ�ต่่อเนื่�่องอย่า่ งน้้อยกี่น� าทีี ข. การทานปลาเล็ก็ ปลาน้้อย ก. 10-20 นาทีี ค. การยกของหนักั ๆ ข. 20-30 นาทีี ง. การเล่่นโลดโผน ค. 30-40 นาทีี 9. กล้้ามเนื้้อ� มีีหน้้าที่่�และการทำ�ำ งานคล้้ายกระดููกในเรื่�อ่ งใด ง. 40-50 นาทีี ก. การทำำ�งานของกล้้ามเนื้้�อและกระดููกสามารถสัังเกต 4. ผลดีีของการอบอุ่�นร่่างกายก่่อนเล่่นกีฬี าคืือข้้อใด เห็น็ ได้้จากภายนอกเท่า่ นั้้น� ก. ยืืดกล้้ามเนื้้อ� ข. มีสี ่่วนช่ว่ ยในการเคลื่�่อนไหวอวัยั วะต่่างๆ ในร่า่ งกาย ข. คลายกล้้ามเนื้้อ� ค. สามารถผลิติ ความเย็็นให้แ้ ก่ร่ ่า่ งกายได้้ ค. กล้้ามเนื้้อ� เกิดิ การเกร็็งตัวั ง. รัักษาอุุณหภููมิขิ องร่า่ งกาย ง. ลดความตึึงของกล้้ามเนื้้�อ และทำ�ำ ให้ก้ ล้้ามเนื้้อ� 10.ข้้อใดคืือการรัับประทานอาหารเพื่�่อการดููแลสุุขภาพที่่� ผ่่อนคลาย เหมาะสมที่่ส� ุุด 5.เพราะเหตุุใดผิิวหนัังกำำ�พร้้าบริิเวณฝ่่ามืือและฝ่่าเท้้าจึึงมีี ก. งดอาหารบางมื้อ� ความหนามากที่่ส� ุดุ ข. เคี้ย� วอาหารให้้ละเอียี ด ก. เป็็นอวััยวะที่่ต� ้้องใช้้งานมากที่่�สุุด ค. รับั ประทานอาหารจุุกจิิก ข. ป้อ้ งกัันไม่ใ่ ห้้กระดููกอ่่อนแตก ง. เลืือกรัับประทานอาหารแต่ท่ ี่่�ตนเองชอบ ค. เป็น็ ที่่�ยึึดเกาะของเนื้้อ� เยื่่อ� ต่่างๆ ง. ป้้องกัันการถููกกระแทก 12 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

บทที่่� 5 โรคที่่�ถ่่ายทอดทางพันั ธุกุ รรม เรื่อ�่ งที่่� 1 โรคที่่ถ� ่่ายทอดทางพัันธุกุ รรม การที่่�มนุุษย์์เกิิดมามีีลักั ษณะแตกต่า่ งกััน เช่่นลัักษณะ สีีผิิว ดำำ� ขาว รููปร่่าง สููง ต่ำำ�� อวน ผอม ผมหยิิก หรืือเหยียี ดตรง ระดับั สติิปัญั ญาสููงต่ำ�ำ� ลัักษณะดังั กล่า่ วจะถููกควบคุุมหรืือกำำ�หนดโดย“หน่ว่ ยพัันธุุกรรมหรืือยีีน” เรื่่อ� งที่่� 2 การวางแผนร่่วมกับั ชุุมชนเพื่่อ� ป้้องกัันและหลีีกเลี่ย� งโรคติดิ ต่่อและโรคที่่�เป็็นปัญั หาสาธารณสุขุ การป้อ้ งกันั โรคติิดต่อ่ มีหี ลักั ดังั นี้้� 1. ป้้องกันั ไม่ให้เ้ ชื้�อโรคแพรก่ ระจาย 2. การป้้องกันั ไมใ่ ห้เ้ ชื้อ� โรคเข้้าสููร่่างกาย 3. เสริมิ สร้้างความต้้านทานโรค เรื่อ�่ งที่่� 3 ผลกระทบของพฤติกิ รรมสุขุ ภาพที่่�มีตี ่อ่ การป้้องกันั โรค พฤติิกรรมสุุขภาพ หมายถึึง สิ่ง� ที่่�บุุคคลปฏิบิ ััติิหรืือการแสดงออกที่่บ� ุุคคลอื่�่นสามารถ สังั เกตเห็็นได และสิ่ง� ที่่�บุคุ คลมีี อยู่�ภายใน เช่น่ ความรูู ความรููสึึก ความคิิด ค่า่ นิยิ ม การรัับรูู ฯลฯ ที่่เ� กี่�ยวข้้องกัับสุุขภาพดีี เรื่�่องที่่� 4 ข้้อมููล ข่า่ วสาร และแหลง่ บริิการเพื่อ่� ป้อ้ งกัันโรค - สายด่่วนสุุขภาพ 0-2590-2000 (กองสุขุ ศึกึ ษา กรมสนับั สนุุนบริิการสุขุ ภาพ) - สายด่่วน 1669 (ศููนย์์นเรนทร) (สำ�ำ นัักงานระบบบริิการการแพทย์ฉ์ ุกุ เฉินิ ) โทร. ไดที่่�หมายเลข (02) 590-1669, (02) 590-2386, (02) 951-0364 และ (02) 951-0282 โทร. 1669 ฟรีี - สายด่่วน 1675 กินิ ดีี สุุขภาพดีี กรมอนามััย กระทรวงสาธารณสุขุ 1675 ใช้้ในเขตกรุงุ เทพมหานครและ ปริิมณฑล หรืือ 1900-1900-02 ใช้้ในพื้้น� ที่่ต� ่า่ งจังั หวััด - สายด่่วนปรึึกษาเรื่อ�่ งยา 0-2644-8850 กด 73 (องค์ก์ ารเภสััชกรรม) - สายด่่วนผู้�้บริโิ ภคกัับ อย. 1556 (สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการอาหารและยา) - สายด่่วนสุขุ ภาพจิิต 1667 (กรมสุขุ ภาพจิิต) - สายด่่วนปรึึกษาเรื่่อ� งยา 0-2644-8850 กด 73 (องค์ก์ ารเภสัชั กรรม) - สายด่่วนมะเร็็ง 1668 (สถาบัันมะเร็็งแห่่งชาติิ กรมการแพทย์์) เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา 13 ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 5 ระดับั มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุดุ เพีียงคำ�ำ ตอบเดีียว 7. ลัักษณะในข้้อใดเกิดิ จากการถ่่ายทอดทางพันั ธุุกรรม 1. ข้้อใดเป็็นโรคที่่ถ� ่า่ ยทอดทางพันั ธุกุ รรม ก. ตี๋ใ� หญ่เ่ ป็็นโจรเหมืือนพ่อ่ ข. สมใจมีีลัักยิ้�มเหมืือนแม่่ ก. โรคธาลััสซีเี มีีย ค. แดงชอบทานไก่ท่ อดเหมืือนพ่อ่ ข. โรคไมเกรน ง. สมศรีีและแม่ป่ ่ว่ ยเป็น็ โรคกระเพาะ ค. โรคกระเพาะ ง. โรคเกาต์ 8. ลักั ษณะใดเป็็นความแปรผัันแบบต่่อเนื่่�อง 2. ข้้อใดคืืออาการแพที่่�เกิดิ ขึ้น้� กับั ระบบทางเดินิ หายใจ ก. มีตีิ่�งหูู ก. หายใจไม่ออก แสบจมููก จามอยู่�เสมอ ข. ห่อ่ ลิ้�นได้้ ข. เป็็นผื่�น่ เม็็ดใส ๆ เกิดิ ขึ้น้� บริิเวณโพรงจมููก ค. คิ้ว� ห่า่ ง ค. คลื่น่� ไส้้ อาเจียี น เป็็นลม ชีพี จรเต้้นช้้า ง. ความสููง ง. เป็น็ ผื่น่� ขึ้น�้ บริิเวณผิวิ หนังั ทั่่ว� ร่่างกาย 3. ข้้อใดคืือลัักษณะอาการของผู้้ท� ี่่�แพอาหารทะเล 9. ข้้อใดเป็็นประโยชน์จ์ ากเทคโนโลยีชี ีวี ภาพ ก. เกิิดผื่น่� เม็็ดเล็ก็ ๆ ขึ้น�้ ตามผิิวหนังั ไมมีอี าการคััน ก. การเพาะเลี้ย� งเนื้้อ� เยื่่�อพืืช ข. ท้้องเสีียคลื่่�นไส้้อาเจีียนจนหมดแรงถ่่ายเป็็นมููกเลืือด ข. การโคลนนิ่่ง� ค. วิงิ เวียี นศีรี ษะ คััดจมููก หายใจไมอ่ อก ค. พืืช GMOs ง. มีผี ื่น�่ หนาบริเิ วณผิวิ หนังั ตามร่่างกายมีอี าการคััน ง. ถููกทุกุ ข้้อ 4. การป้้องกันั โรคคอพอก ควรทำ�ำ อย่่างไร ก. กิินดินิ โปร่่งหรืือเกลืือสินิ เธาว์์ 10. ทำ�ำ ไมจึึงต้้องมีีการคัดั เลืือกพัันธุ์� ข. กิินอาหารที่่�มีแี คลเซีียมมาก ๆ ก. เพื่อ่� ปรัับปรุงุ พันั ธ์พ์ ืืชและสัตั ว์์ ค. กินิ อาหารทะเล ข. เพื่อ่� ปรัับปรุงุ ให้ไ้ ด้้สายพันั ธุ์�ใหม่่ ง. กิินอาหารที่่ม� ีธี าตุุเหล็ก็ มาก ๆ ค. ถููกทั้้ง� ก และ ข 5. พัันธุุกรรม(Heredity) หมายถึึงข้้อใด ง. ไมมีีข้้อถููก ก. สิ่�งที่่�ได้้รับั การถ่า่ ยทอดจากคนที่่ร� ู้จ้� ััก ข. สิ่ง� ที่่ไ� ด้้รัับจากการถ่า่ ยทอดมาจากบรรพบุุรุษุ หรืือจากรุ่ �นสู่ �รุ่ �น ค. สิ่ง� ที่่�ได้้รัับการถ่่ายทอดจากบรรพบุุรุุษเพียี งรุ่�นเดีียว ง. ความผิดิ ปกติิของร่่างกาย 6. ข้้อใดไม่เ่ ป็็นลัักษณะที่่�ถ่่ายทอดทางพัันธุกุ รรม ก. ผมหยิกิ ข. ลักั ยิ้ม� ค. แผลเป็น็ ง. ตาสองชั้�น 14 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บทที่่� 6 ความปลอดภััยจากการใช้้ยา เรื่�อ่ งที่่� 1 หลัักการและวิธิ ีีการใช้้ยาที่่ถ� ููกต้้อง 1.1 ความหมายของยาปฏิิชีวี นะและยาสมุุนไพร 1.1.1 ยาปฏิชิ ีีวนะ (antibiotics) 1.1.2 ยาสมุุนไพร 1.1.3 ยาแผนโบราณ 1.2 หลัักและวิธิ ีกี ารใช้้ยา 1.2.1 หลัักการใช้้ยาปฏิิชีีวนะ 1.2.2 หลัักการใช้้สมุุนไพร - ใช้้ให้้ถูกต้้น ถููกส่ว่ น ถููก ถููกโรค 1.2.3 หลัักปฏิิบัตั ิใิ นการใช้้ยา การใช้้ยาควรปฏิบิ ัตั ิิ ดัังนี้้� 1) อ่า่ นฉลากยาให้้ละเอียี ดก่่อนการใช้้ทุกุ 2) ใช้้ยาให้้ถูกชนิิดและประเภทของ 3) ใช้้ยาให้้ถูกขนาด 4) ใช้้ยาให้ต้ รงตามเวลา 5) ใช้้ยาให้้ถูก 6) ใช้้ยาให้้ถูกกับั บุคุ คล 7) ไม่ควรใช้้ยาที่่�หมดอายุหุ รืือเสื่�่อมคุุณภาพ เรื่�่องที่่� 2 ความเชื่�่อเกี่ย� วกัับการใช้้ยา 2.1 ความเชื่�่อและข้้อควรระวัังในการใช้้ยาชุุด ยาดองเหล้้า และยาชงสมุนุ ไพร 1. ยาชุดุ   2. ยาดองเหล้้า และยาเลืือด  3. ยาชงสมุนุ ไพร เรื่อ่� งที่่� 3 การวิเิ คราะห์์อันั ตรายจากการใช้้ยา การป้้องกัันและการช่่วยเหลืือ ยาทุุกชนิิดมีีทั้้�งคุุณและโทษ เพื่�่อหลีีกเลี่�ยงอัันตรายจากการใช้้ยาจึึงควรใช้้ยาอย่่าง ระมัดั ระวััง และใช้้เท่่าที่่�จำำ�เป็็นจริิงๆ เท่า่ นั้้น� อันั ตรายจากการใช้้ยามีีสาเหตุทุ ี่่ส� ำำ�คัญั เรื่่อ� งที่่� 4 การแนะนำำ�ในการเลืือกใช้้ข้้อมููลข่่าวสารที่่�เกี่ย� วกัับการใช้้ยา - ศููนย์์ข้้อมููลข่่าวสารที่่�เกี่�ยวกัับการใช้้ยา สายด่่วน 1330 (สำ�ำ นัักงานหลัักประกัันสุุขภาพแห่่งชาติิ) 0-2831-4000 ต่อ่ 1330 - สายด่่วนมะเร็็ง 1668 (สถาบัันมะเร็็งแห่ง่ ชาติิ กรมการแพทย์)์ - สายด่่วนผู้�บ้ ริิโภคกับั อย. 1556 (สำำ�นัักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา 15 ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 6 ระดัับมัธั ยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่�ถููกต้้องที่่�สุุดเพียี งคำำ�ตอบเดียี ว 7. ข้้อใดกล่า่ วถึึง การเก็็บรัักษายาได้้ถููกต้้อง 1. ข้้อใดกล่า่ วถึึงยาปฏิชิ ีีวนะไดถููกต้้อง ก. เก็็บไว้้บริิเวณพื้้�นราบเพราะจะได้้สะดวกหยิิบ ข. ยาควรเก็บ็ ไว้้บริิเวณตู้เ้� ย็น็ ที่่อ� ุณุ หภููมิิ 4 C ก. ยาปฏิิชีีวนะเป็็นยาที่่ใ� ช้้รักั ษาโรคติิดเชื้�อ ค. ควรเก็็บไว้้บริิเวณที่่�ชื้�น ๆ เพราะไม่่ทำำ�ให้้ยาเสื่่�อม ข. ฝิ่น�่ เป็น็ สารเสพติิดชนิดิ กระตุ้น� ประสาท ค. ยาก่อ่ นอาหารต้้องกิินก่อ่ นอาหาร 2 - 4 ชั่�วโมง คุณุ ภาพเร็็ว ง. ยาหลัังอาหารกินิ ทันั ทีีเมื่�่ออิ่�มหรืือไม่เ่ กินิ 15 นาทีี ง. เลืือกขวดใสใส่ย่ าทิิงเจอร์์ไอโอดีีนดีกี ว่า่ ขวดสีีชา 2. เพราะเหตุุใดเราจึึงควรต้้องใช้้ยาให้้ถู กกัับเวลา เช่่นยา ก่่อนอาหารก็ค็ วรรัับประทาน ก่่อนอาหารมิิใช้้หลังั อาหาร 8. พืืชสมุุนไพรใดเป็น็ ยาระบายอ่อ่ นๆได้้ ก. เพราะยาตรงต่่อเวลา ไม่ชอบผิดิ นัดั ก. มะละกอ ข. เพราะยาแต่่ละชนิิดมีคี ุณุ สมบัตั ิิจำำ�เพาะ ข. ฝรั่่ง� ค. ใครบอก ยาก่อ่ นอาหารก็็กิินหลังั อาหารได ค. มังั คุดุ ง. กินิ ยาผิดิ เวลายาอาจหมดฤทธิ์ห์� รืือไมมีผี ลในการรักั ษา ง. อ้้อย 3. ข้้อใดเป็็นผลเสีียของการซื้�อยามาใช้้เอง ก. เกิิดการแพยา 9. กระเพราะต้้มใบกับั น้ำ�ำ� มีสี รรพคุุณอย่า่ งไร ข. มีีอาการดื้�อยา ก. แก้้ไอ ค. ทำำ�ให้้โรคหายช้้า ข. แก้้ปวดท้้อง ง. เกิดิ อาการติิดยา ค. ท้้องอืืด,ท้้องเฟ้้อ 4. ข้้อใดเป็น็ วิิธีีใช้้ยาพาราเซตามอล อย่า่ งถููกต้้อง ง. ช่ว่ ยระบาย ก. เคี้�ยวยาก่อ่ นกลืืน ข. กิินยาทุกุ 4-6 ชั่ว� โมง 10. ขมิ้้�นชัันมีสี รรพคุณุ อย่า่ งไร ค. ละลายยากับั น้ำ��ำ ต้้มสุุก ก. ฝานขมิ้้�นตากแห้ง้ บดเป็็นผงปั้้น� เป็น็ ลููกกลอนแก้้ท้้อง ง. ถููกทุุกข้้อ 5. ข้้อใดไม่ใ่ ช่ย่ าสามััญประจำ�ำ บ้้าน อืืดท้้องเฟ้อ้ ก. ยานอนหลับั ข. บดเหง้้าผสมกัับน้ำ��ำ ทาบ่อ่ ยๆรัักษาแผลพุพุ อง ข. ยาเม็็ดลดกรด ค. แอมโมเนีียหอม และอาการคััน ง. ยาพาราเซตามอล ค. ต้้มใบหรืือดอกกินิ กัับน้ำ�ำ� พริิกเป็็นยาระบาย 6. ถ้้าสมศรีีมีีอาการจุุกเสียี ด ท้้องขึ้น้� ควรทำำ�อย่า่ งไร ง. ข้้อ ก.และข้้อ ข. ถููก ก. รับั ประทานยาคลอร์์เฟนิริ ามีีน ข. รัับประทานยาพาราเซตามอล ค. รับั ประทานยาธาตุุน้ำ�ำ� แดง ง. รับั ประทานยาไอโอดีีน 16 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บทที่่� 7 ผลกระทบจากสารเสพติิด เรื่่อ� งที่่� 1 การวิิเคราะห์์ปัญั หา สาเหตุุ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของสารเสพติดิ การแพร่ระบาดของสารเสพติิดนัับว่่ารุุนแรงมากยิ่�งขึ้้�น โดยเฉพาะ ในกลุ่�มเด็็กและเยาวชน จากสถิิติิของกระทรวง สาธารณสุุข พบว่่าจำำ�นวนผู้�้เสพและผู้ต�้ ิดิ ยาเสพ ติดิ ในกลุ่�มเด็็กในวัยั เรีียน 1.1 สาเหตุุของการติิดสารเสพติิดสรุปุ ไดดัังนี้้� 1.1.1 ด้้านตัวั บุุคคล 1.1.2 ด้้านครอบ 1.1.3 ด้้านสภาพแวดล้้อม 1.2 ผลกระทบของสารเสพติิด โทษและภััยอัันเกิดิ จากการใช้้สารเสพติิด นอกจากจะมีผี ลโดยตรง ก่่อให้เ้ กิดิ ผลต่่อร่่างกายและจิติ ใจของผู้�้เสพ เองแล้้ว ยังั ก่่อให้้เกิดิ ผลกระทบต่่อระบบครอบครัวั ระบบ สังั คม เรื่อ่� งที่่� 2 แนวทางการป้อ้ งกัันการแพรร่ ะบาดของสารเสพติดิ 1. การป้้องกันั ในวงกว้้างเป็น็ การป้้องกัันโดยเน้้นเป้า้ หมายที่่ส� ังั คมโดยทั่่ว� ไป มุ่�งสร้้างสังั คมให้้ตระหนักั ถึึงพิษิ และภัยั ของยา 2. การป้้องกันั ในวงแคบ มุ่�งเน้้นเฉพาะบุุคคลบางกลุ่�ม หรืือชุมุ ชน 3. การป้้องกัันกรณีพี ิเิ ศษ เป็น็ การป้อ้ งกันั ที่่�เน้้นในวงแคบที่่ส� ุดุ โดยเป้้าหมายอยู่�ที่� ผู้ค�้ า� ผู้ต้� ิดิ ยาเสพติดิ หรืือผู้้�ที่่�มีีความ เสี่ย� งสููง และครอบครััว เรื่�่องที่่� 3 กฎหมายที่่เ� กี่�ยวข้้องกัับสารเสพติดิ ประเภทของยาเสพติิดให้โ้ ทษ ตามกฎหมายไดแบ่ง่ ประเภทของยาเสพติดิ ให้โ้ ทษ แบ่่งออกเป็น็ 5 ประเภท ประเภท 1 ยาเสพติดิ ให้โ้ ทษชนิิดร้้ายแรง เช่่นเฮโรอีนี ฝิ่�น่ เป็็นต้้น ประเภท 2 ยาเสพติดิ ให้โ้ ทษทั่่ว� ไป เช่่นมอรฟ์ นี กฎหมายห้า้ มมิใิ ห้้ผู้�ใดผลิติ นำ�ำ เข้้า หรืือส่่งออก ประเภท 3 ยาเสพติิดให้โ้ ทษที่่�มีียาเสพติดิ ประเภท 2 เป็น็ ส่ว่ นผสมอยู่� ด้้วย เช่น่ ยาแกไ� อผสมโคเคอีนี เป็็นต้้น ประเภท 4 สารเคมีีที่่ใ� ช้้ในการผลิิตยาเสพติดิ ให้้โทษประเภท 1 หรืือ ประเภท 2 กฎหมายห้า้ มมิใิ ห้้ผู้�ใดผลิติ นำำ�เข้้าหรืือส่ง่ ออกหรืือมีีไวใน ประเภท 5 ยาเสพติดิ ให้โ้ ทษที่่ม� ิิไดเข้้าอยู่�ในประเภท 1 ถึึงประเภท 4 เช่น่ กััญชา พืืชกระท่่อม เป็็นต้้น กฎหมาย มิใิ ห้้ผู้�ใดผลิิต จำ�ำ หน่่าย นำำ�เข้้า ส่่งออก หรืือมีไี วในครอบครอง เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา 17 ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน บทที่่� 7 ระดับั มััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุดุ เพียี งคำำ�ตอบเดียี ว 7. อันั ตรายจากการสููบบุุหรี่่ม� ีผี ลต่่อร่า่ งกายอย่่างไร 1.สารเสพติิดมีีผลต่่อร่า่ งกายอย่่างไร ก. เป็็นโรคมะเร็ง็ ข. เป็็นโรคเบาหวาน ก. กระตุ้น� ให้้หััวใจแข็ง็ แรง ค. เป็็นโรคไขข้้อ ข. ยับั ยั้ง� การเกิิดมะเร็็ง ง. เป็็นโรคหัวั ใจ ค. อวััยวะทำำ�งานผิิดปกติิ ง. ช่่วยควบคุุมการทำ�ำ งานของร่า่ งกาย 8. ผลกระทบจากการใช้้สารเสพติดิ ที่่�มีีผลแก่่ครอบครัวั 2. นัักเรียี นควรปฏิิบััติอิ ย่า่ งไรเมื่อ่� เพื่อ�่ นติิดสารเสพติดิ ตรงกับั ข้้อใด ก. ให้้เพื่อ่� นทุุกคนเลิกิ คบ ข. เลิกิ คบเพื่่อ� ป้้องกัันตนเอง ก. ครอบครัวั มีีความสุขุ ค. แนะนำ�ำ ให้เ้ พื่�อ่ นเลิกิ ข. ครอบครััวร่ำ��ำ รวยขึ้น�้ ง. ต่อ่ ว่่าเพื่�่อนอย่า่ งรุนุ แรง ค. เกิดิ ปัญั หาครอบครัวั 3. หน่ว่ ยงานใดที่่ม� ีีหน้้าที่่ค� วบคุมุ ดููแลเกี่�ยวกับั ยาเสพติิด ง. ถููกทุุกข้้อ ก. สำำ�นักั งานปลัดั กระทรวง 9. ลักั ษณะในข้้อใดที่่�เสี่ย� งต่่อการเสพสารเสพติดิ ข. สำำ�นักั งาน ป.ป.ส ก. บ้้านเปิิดร้้านขายเหล้้า ค. สำำ�นักั นายกรััฐมนตรีี ข. อยากรู้ว้� ่่าเสพแล้้วเป็็นอย่่างไร ง. สำ�ำ นัักงานคณะกรรมการการศึึกษาขั้�นพื้้น� ฐาน ค. บ้้านเปิิดร้้านขายบุุหรี่่� 4. ข้้อใดไม่่ใช่่วิิธีีป้อ้ งกัันตนเองให้้พ้้นจากพิิษภัยั ของยา ง. เพื่อ�่ นชวนให้ไ้ ปเล่่นกีีฬา เสพติิด 10. ผลกระทบจากสารเสพติดิ ส่ง่ ผลกระทบต่อ่ สิ่ง� ใดบ้้าง ก. ปฏิิบััติิตนเป็น็ คนดีีมีคี วามเข็ม็ แข็็ง ก. ต่่อครอบครัวั ข. เล่น่ กีีฬาเพื่�อ่ ให้้ห่่างไกลยาเสพติดิ ข. ต่่อสัังคม ค. ทำำ�ให้้ร่า่ งกายสมบููรณ์์แข็็งแรงอยู่�เสมอ ค. ต่อ่ ประเทศชาติิ ง. อยากรู้อ้� ยากลองไปตามเพื่อ�่ น ง. ถููกทุกุ ข้้อ 5. ข้้อใดไม่่ใช่ค่ วามหมายของยาเสพติิด ก. ผู้้เ� สพจะมีอี าการทุรุ นทุรุ าย ข. เกิิดความต้้องการเสพ ทั้้�งทางร่า่ งกายและจิติ ใจ ค. นำำ�เข้้าสู่�ภายในร่่างกายแล้้วจะเกิดิ โทษ ง. ทำ�ำ ให้้ร่า่ งกายแข็ง็ แรง 6. อันั ตรายจากการดื่่�มสุุราตรงกัับข้้อใด ก. เป็น็ โรคตับั แข็็ง ข. เป็น็ โรคเบาหวาน ค. เป็็นโรคไขข้้อ ง. เป็น็ โรคหััวใจ 18 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บทที่่� 8 ทักั ษะชีีวิติ เพื่่อ� สุขุ ภาพจิติ เรื่�่องที่่� 1 ความหมาย ความสำำ�คัญั ของทัักษะชีีวิิต 10 ประการ 1.1. ทักั ษะการตััดสินิ ใจ (Decision Making) เป็็นความสามารถในการตัดั สิินใจ เกี่�ยวกับั เรื่่�องราวต่่างๆ 1.2. ทักั ษะการแกปััญหา (Problem Solving) เป็น็ ความสามารถในการจัดั การกัับ ปััญหาที่่เ� กิดิ ขึ้้�นในชีวี ิิตไดอย่า่ ง มีรี ะบบไม่เกิิดความเครีียดทางกายและจิติ ใจ 1.3. ทักั ษะการคิิดสร้้างสรรค์์ (Creative Thinking) เป็็นความสามารถในการคิิดที่่� จะเป็น็ ส่ว่ นช่่วยในการตััดสินิ ใจ และแก�ไขปัญั หาโดยการคิดิ สร้้างสรรค์์ 1.4. ทักั ษะการคิิดอย่า่ งมีวี ิจิ ารณญาณ (Critical Thinking) เป็็นความสามารถใน การคิดิ วิเิ คราะห์ข์ ้้อมููลต่่างๆ 1.5. ทักั ษะการสื่่�อสารอย่่างมีีประสิทิ ธิิภาพ (Effective Communication) เป็็นความสามารถในการใช้้คำ�ำ พููด 1.6. ทัักษะการสร้้างสัมั พันั ธ์ภ์ าพระหว่า่ งบุุคคล (Interpersonal Relationship) เป็น็ ความสามารถในการสร้้าง ความสััมพันั ธ์ท์ ี่่�ดีีระหว่า่ งกัันและกันั 1.7. ทักั ษะการตระหนักั รููในตน (Self-Awareness) เป็น็ ความสามารถในการค้้นหารููจักั และเข้้าใจตนเอง เช่น่ รููข้้อดีี ข้้อเสีียของตนเอง 1.8. ทัักษะการเข้้าใจและเห็น็ ใจผู้้อ� ื่่น� (Empathy) เป็น็ ความสามารถในการเข้้า ใจความเหมืือนหรืือความแตกต่า่ ง ระหว่า่ งบุคุ คล 1.9. ทักั ษะการจัดั การกับั อารมณ์์ (Coping with Emotion) เป็็นความสามารถในการรัับรูู อารมณ์ข์ องตนเองและ ผู้�้อื่�น่ 1.10. ทักั ษะการจััดการกับั ความเครีียด (Coping with Stress) เป็็นความสามารถในการรับั รูู ถึึงสาเหตุุของ ความเครีียด เรื่่�องที่่� 2 ทัักษะชีวี ิติ ที่่�จำำ�เป็็น 3 ประการ 2.1 ทัักษะการตระหนักั ในตน 2.2 ทักั ษะการจััดการกับั อารมณ์์ 2.3 ทักั ษะการจััดการความเครีียด 2.3.1 ผลของความเครียี ดต่่อชีวี ิิต 2.3.2 สาเหตุุของ 2.3.3 วิิธีลี ดความเครียี ด เรื่่�องที่่� 3 การประยุกุ ต์ใ์ ช้้ทักั ษะชีีวิติ ในการทำ�ำ งาน การปรัับตััวและการแกปััญหาชีวี ิิต 1. แสดงสีีหน้้าท่่าทาง คำำ�พููด หรืือแสดงอารมณ์์ตอบโตอ� อกมาทันั ทีี 2. ทำำ�กิจิ กรรมต่า่ ง ๆ เพื่�อ่ คลายเครีียด 3. การขอความช่่วยเหลืือจากผู้�อ้ ื่�น่ 4. การยอมรับั ว่า่ เป็็นความผิดิ ของตนเอง 5. การโทษว่่าปััญหาที่่เ� กิดิ ขึ้้�นเป็็นความผิดิ ของผู้�้อื่่น� 6. คิดิ แกปััญหาและลงมืือแกปัญั หาตามที่่�คิิดไว เอกสารพัฒั นาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึึกษา พลศึึกษา 19 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

เรื่่�องที่่� 4 การแนะนำ�ำ กระบวนการทัักษะชีวี ิิตในการแกไ� ขปััญหากัับผู้อ้� ื่�่น 4.1 วิิธีีจััดการกับั อารมณ์์และความเครียี ดที่่เ� กิดิ จากสาเหตุทุ างร่า่ งกาย 4.2 วิิธีีจััดการกัับอารมณ์แ์ ละความเครียี ดที่่เ� กิดิ จากสาเหตุทุ างจิติ ใจ 4.3 เทคนิคิ การจััดการอารมณ์์และความเครีียด 20 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 8 ระดับั มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่�สุดุ เพียี งคำ�ำ ตอบเดีียว 6. ข้้อความใดไม่ถ่ ููกต้้อง 1. ตน (Self) มีคี วามหมายตรงกับั ข้้อใด ก. มนุุษย์ส์ ััมพัันธ์์ทำำ�ให้้การบริหิ ารงานมีปี ระสิิทธิภิ าพ ข. มนุษุ ย์ส์ ัมั พันั ธ์ท์ ำำ�ให้้เกิดิ ความสััมพันั ธ์ใ์ นหมู่่�คณะ ก. การพััฒนาตนเองให้้เจริญิ งอกงาม ค. มนุษุ ย์์สัมั พันั ธ์์เป็น็ เรื่�อ่ งที่่�ไม่่เกี่�ยวข้้องกับั การเมืือง ข. ผลรวมคุุณลัักษณะต่่างๆของพฤติิกรรม ง. มนุุษย์ส์ ัมั พันั ธ์ม์ ีีความสำำ�คััญด้้านเศรษฐกิจิ ค. ความสมบููรณ์ข์ องร่่างกายและจิติ ใจ ง. ความเข้้าใจหรืือความรู้�้สึึกที่่ม� ีตี ่่อคุุณค่่าของตน 7. ผู้�้ที่่�ไม่ไ่ ด้้รัับการยอมรัับจะตรงกัับลักั ษณะในข้้อใด 2. ทัักษะการตััดสิินใจ หมายความว่่าอย่่างไร ก. เกิดิ ความลำ�ำ พองใจ ก. เป็็นความสามารถในการจััดการกัับปััญหา ข. เกิดิ ความกล้้าหาญ ข. เป็็นความสามารถในการใช้้คำำ�พููด ค. เกิดิ ความมั่�นใจ ค. เป็็นความสามารถในการตััดสิินใจเกี่�ยวกัับเรื่�่องราว ง. เกิดิ ความหวั่่�นไหว ต่่างๆ ง. ไม่่มีีข้้อถููก 8. ข้้อใดไม่่ใช่ห่ น้้าที่่ข� องครอบครััวโดยตรง 3. ทักั ษะการคิิดสร้้างสรรค์์ หมายความว่่าอย่า่ งไร ก. ถ่่ายทอดระเบียี บสังั คม ก. เป็็นความสามารถในการจััดการกับั ปััญหา ข. อบรมให้้ความรู้้�เรื่�อ่ งการทำ�ำ งาน ข. เป็็นความสามารถในการใช้้คำำ�พููด ค. ให้ค้ วามรักั แก่่สมาชิิกในครอบครัวั ค. เป็็นความสามารถในการตััดสิินใจเกี่�ยวกัับเรื่�่องราว ง. สร้้างความมั่�นคงทางด้้านเศรษฐกิจิ ต่า่ งๆ ง. เป็็นความสามารถในการคิิดที่่� จะเป็็นส่ว่ นช่ว่ ยในการ 9. ข้้อใดคืือวิิธีจี ัดั การกัับอารมณ์และความเครีียดที่่เ� กิิดจาก ตััดสินิ ใจและแก�ไขปัญั หาโดยการคิดิ สร้้างสรรค์์ สาเหตุุทางร่่างกาย 4. การพัฒั นาบุคุ ลิกิ ภาพต้้องเริ่ม� ต้้นที่่ข� ้้อใดก่อ่ นสร้้างมนุษุ ย์์ สัมั พัันธ์์กับั บุคุ คลและชุุมชน ก. การยอมรัับว่่าเป็น็ ความผิดิ ของตนเอง ก. การรู้�จ้ ักั ตนเอง ข. ออกกำำ�ลังั กายสม่ำ�ำ� เสมอ ข. การสำำ�รวจตน ค. การโทษวาปััญหาที่่�เกิดิ ขึ้้น� เป็็นความผิดิ ของผู้�้อื่น�่ ค. กรปรัับปรุงุ บุคุ ลิกิ ภาพ ง. ถููกทุุกข้้อ ง. เริ่ม� ต้้นที่่�ข้้อใดก่อ่ นก็็ได้้ 10. ทักั ษะการคิดิ อย่า่ งมีวี ิจิ ารณญาณ หมายความว่า่ อย่า่ งไร 5. ข้้อความไม่่ใช่่ทัักษะชีวี ิิตที่่จ� ำ�ำ เป็น็ ก. เป็็นความสามารถในการใช้้คำ�ำ พููด ก. ทักั ษะการตระหนัักในตน ข. เป็น็ ความสามารถใน การคิดิ วิิเคราะห์ข์ ้้อมููลต่่าง ๆ ข. ทักั ษะการจััดการกับั อารมณ์์ ค. เป็็นความสามารถในการจัดั การกัับ ปััญหา ค. ทักั ษะการจััดการความเครียี ด ง. ความเข้้าใจหรืือความรู้ส้� ึึกที่่ม� ีีต่่อคุณุ ค่่าของตน ง. ทัักษะการคิิดเป็็น เอกสารพััฒนาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึึกษา พลศึึกษา 21 ทช31002 มััธยมศึึกษาตอนปลาย

บทที่่� 9 อาชีพี ผลิติ จำำ�หน่า่ ยอาหารสำำ�เร็จ็ รููปตามหลัักสุุขาภิบิ าล เรื่อ่� งที่่� 1 ลักั ษณะธุุรกิิจผลิติ อาหารสำ�ำ เร็็จรููป ประเทศไทยมีีผลผลิิตจากการเกษตรกรรมประเภทอาหารที่่�หลากหลาย ซึ่�งขึ้�้นอยู่่�กัับศัักยภาพแต่่ละภููมิิภาคที่่� แตกต่า่ งกัันไป การนำำ�ผลผลิติ จากการเกษตรมาแปรรููปเป็น็ ผลิิตภััณฑ์์อาหารสำ�ำ เร็็จรููป - ผลิติ ภััณฑ์อ์ าหารสำ�ำ เร็จ็ รููป - ผลิิตภััณฑ์์อาหารกึ่�งสำ�ำ เร็็จรููป - การแปรรููปหรืือการถนอมอาหาร เรื่อ�่ งที่่� 2 วิิธีกี ารดำำ�เนิินงานของธุุรกิจิ ผลิติ และจำำ�หน่า่ ยอาหารสำ�ำ เร็็จรููป - การดำำ�เนิินงานของธุุรกิิจผลิิตและจำ�ำ หน่่ายอาหารสำ�ำ เร็จ็ รููป - ช่่องทางการจัดั จำ�ำ หน่่าย - ตลาดผลิติ ภััณฑ์์อาหารสำ�ำ เร็จ็ รููป - รููปแบบการขาย - การเลืือกทำ�ำ เลสำำ�หรัับการประกอบอาชีีพ - พฤติิกรรมผู้�บ้ ริโิ ภคกับั ช่อ่ งทางการจำำ�หน่า่ ยอาหารสำำ�เร็จ็ รููป - ประโยชนของการศึกึ ษาพฤติิกรรมผู้บ�้ ริโิ ภค - การประเมิินความพึึงพอใจของผู้�้บริิโภค ปััจจััยสำำ�คััญเพื่่�อประเมิินคุุณภาพของการบริิการ 1. ความสะดวก 2. การติิดต่อ่ สื่�อ่ สาร 3. ความสามารถ 4. ความสุุภาพ 5. ความน่่าเชื่�อ่ ถืือ 6. ความคงเส้้นคงวา 7. การตอบสนองอย่า่ งรวดเร็ว็ - การจััดตกแต่ง่ ร้้านและการจััดวางสิินค�าอาหารสำ�ำ เร็็จรููปตามหลักั สุขุ าภิบิ าล - การจััดวางสิินคา� - การจััดการและดููแลสินิ ค�าตามหลักั สุขุ าภิบิ าล 22 เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

เรื่่�องที่่� 3 คุณุ สมบัตั ิริ ้้านอาหารหรืือสถานที่่จ� ำ�ำ หน่า่ ยอาหารสำ�ำ เร็็จรููปตามหลัักสุุขาภิบิ าล 1. สถานที่่ร� ับั ประทานอาหาร เตรีียม - ปรุุง - ประกอบอาหาร ต้้องสะอาด 2. ไมเ่ ตรียี มปรุุงอาหารบนพื้้น� และบริิเวณหน้้า หรืือใกล้้หองน้ำ��ำ ห้้องส้้วม 3. ใช้้สารปรุงุ แต่่งอาหารที่่ม� ีีความปลอดภัยั มีเี ครื่�่องหมายรับั รองของอาหารจากทาง ราชการ 4. อาหารสดต้้องล้้างให้ส้ ะอาดก่่อนนำ�ำ มาปรุงุ หรืือเก็บ็ รักั ษา การเก็บ็ อาหาร ประเภทต่า่ งๆ 5. อาหารที่่�ปรุุงสำ�ำ เร็็จแล้้ว เก็บ็ รัักษาไวในภาชนะที่่�สะอาดมีีการปกปิิด 6. น้ำ�ำ�แข็ง็ ที่่�ใช้้บริโิ ภคต้้องสะอาดเก็็บในภาชนะที่่ส� ะอาดมีฝี าปิิด ใช้้อุุปกรณ์ท์ ี่่ม� ีีด้้าม สำำ�หรับั คีีบหรืือตััก 7. ล้้างภาชนะด้้วยน้ำำ��ยาล้้างภาชนะแล้้วล้้างด้้วยน้ำ��ำ สะอาด 2 ครั้ง� หรืือล้้างด้้วยน้ำ��ำ ไหล 8. เขียี งและมีีด ต้้องมีีสภาพดีี แยกใช้้ระหว่่างเนื้้อ� สัตั ว์์สุุก เนื้้�อสััตว์์ดิิบ และผักั ผลไม 9. ช้้อน สอ� ม ตะเกียี บ วางตั้�งเอาด้้ามขึ้้�นในภาชนะโปร่่ง สะอาด หรืือวางเป็น็ ระเบียี บในภาชนะโปร่่งสะอาดและมีี การปกปิิด 10. ขยะมููลฝอย และน้ำ��ำ เสียี ทุกุ ชนิิด ไดรับั การกำ�ำ จัดั ด้้วยวิิธีีที่่�ถููกหลักั สุุขาภิิบาล 11. ห้้องส้้วมสำ�ำ หรับั ผู้้�บริิโภคและผู้ท�้ ี่่ส� ััมผััสอาหารต้้องสะอาด 12. ผู้้�ที่่ส� ััมผััสอาหารต้้องแต่่งกายสะอาด สวมเสื้�อมีแี ขน 13. ผู้้�ที่่�สัมั ผััสอาหารต้้องล้้างมืือให้้สะอาดก่่อนเตรีียมปรุงุ ประกอบ และจำ�ำ หน่่าย อาหารทุุกครั้�ง เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา 23 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 9 ระดับั มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุดุ เพียี งคำำ�ตอบเดีียว 6. ผู้ข้� ายอาหารท่า่ นใด มีสี ุขุ วิิทยาส่ว่ นบุคุ คลที่่�ถููกต้้อง 1. การสุุขาภิบิ าลอาหาร หมายถึึงอะไร ก. คุณุ ลุงุ ร้้านข้้าวขาหมููนุ่่�งกางเกงขาสั้น� ไม่่สวมเสื้อ� แต่่ ก. การรักั ษาสุุขภาพร่่างกายให้้แข็ง็ แรง ผููกผ้้ากันั เปื้้�อน ข. การจััดการและควบคุุมป้้องกััน เพื่�่อให้้อาหารสะอาด ข. พี่่�ฟ้้าร้้านอาหารตามสั่�ง ใส่่เสื้�อคอกลมแขนสั้�น สวม ปลอดภััย ค. การรัักษาอาหารให้้มีคี ุณุ ค่า่ ทางโภชนาการ หมวกคลุุมผมและผ้้ากันั เปื้้�อน และสะอาดปลอดภััย ค. คุุณน้้าร้้านส้้มตำำ� ไว้้ผมยาว ไม่่รวบผมและไม่่สวม ง. การล้้างอาหารให้ส้ ะอาดปลอดภัยั 2. “วิธิ ีกี ารทางสุขุ าภิบิ าลอาหาร” จะควบคุุมปัจั จััยสำ�ำ คัญั หมวกคลุมุ ผม 5 ปััจจัยั ที่่�เป็น็ สาเหตุุทำำ�ให้้อาหารสกปรก คืือ ง. คุุณป้้าร้้านผััดไท สวมแหวนที่่�นิ้้�วหลายวง ไว้้เล็บ็ ยาว ก. ผู้ส้� ััมผััสอาหาร ภาชนะอุุปกรณ์์อาหาร สถานที่่� และ สััตว์์แมลงนำ�ำ โรค และทาสีีเล็็บสวยงาม ข. ผู้�้บริโิ ภค ผู้ส�้ ััมผัสั อาหาร ภาชนะอุุปกรณ์ส์ ถานที่่� และ 7. ผู้้ส� ััมผัสั อาหาร ต้้องล้้างมืือด้้วยน้ำ�ำ� และสบู่่�ทุกุ ครั้ง� เมื่�อ่ ใด สัตั ว์แ์ มลงนำำ�โรค ค. ผู้้ส� ััมผััสอาหาร ภาชนะอุปุ กรณ์อ์ าหาร สถานที่่� และ ก. หลัังออกจากห้อ้ งส้้วม ผู้้บ� ริโิ ภค ข. ก่่อนการเตรีียมและการปรุุงอาหาร ง. ผู้บ�้ ริิโภค ผู้ส�้ ัมั ผััสอาหาร ภาชนะอุุปกรณ์์อาหาร และ ค. หลัังจับั สิ่ง� สกปรก เช่่น ขยะ สัตั ว์์เลี้ย� ง สััตว์์แมลงนำำ�โรค ง. ถููกทุุกข้้อ 3. กะหล่ำำ�� ปลีสี ด ควรล้้างอย่า่ งไรจึึงจะปลอดภััย 8. การที่่�ผู้�้สััมผััสอาหารมีีสุุขวิิทยาส่่วนบุุคคลที่่�ดีีจะส่่งผลดีี ก. ล้้างทั้้�งหััวด้้วยน้ำำ�� สะอาด อย่า่ งไร ข. ผ่า่ ครึ่ง� แล้้วล้้างด้้วยน้ำ��ำ สะอาดในอ่า่ ง ก. อาหารสะอาดปลอดภัยั ผู้บ้� ริโิ ภคมั่�นใจ ค. แกะเป็น็ กลีีบ แล้้วล้้างด้้วยน้ำำ��ไหลจากก๊อ๊ ก ข. อาหารมีีรสชาติอิ ร่อ่ ยถููกปาก ง. ถููกทุุกข้้อ ค. อาหารปรุงุ ได้้ตามตำ�ำ รับั ที่่�ถููกต้้อง บริิโภคได้้สบายใจ 4. ข้้อใดถููกต้้อง ง. อาหารสดใหม่่ คุ้ม� ค่่า ราคาย่่อมเยา ก. ล้้างภาชนะด้้วยน้ำ�ำ� ยาล้้างภาชนะ และน้ำ�ำ� สะอาดอย่า่ ง 9. ข้้อใดไม่่ใช่่กิิจการที่่�ต้้องควบคุุมตามพระราชบััญญััติิการ น้้อย 2 ครั้�ง สาธารณสุขุ พ.ศ. 2535 ข. เขีียงที่่�ใช้้หั่่�นเนื้้�อสััตว์์ดิิบแล้้ว ต้้องเช็็ดก่่อนเอามาหั่่�น ก. ร้้านอาหารทะเล (ซีฟี ู้�้ ด) อาหารสุกุ ข. ตลาดนัดั ขายอาหารทั่่�วไป ค. ใช้้แก้้วตักั น้ำ�ำ�แข็็งในถังั น้ำ�ำ� แข็ง็ สำ�ำ หรับั เสิริ ์ฟ์ ให้้ลูกค้้า ค. ร้้านขายของที่่�ระลึึกที่่�ทำำ�จากเปลืือกหอยทะเล ง. กวาดพื้้�นบริิเวณที่่ร� ัับประทานอาหารให้้สะอาดตลอด ง. แผงลอยขายปลาหมึึกย่่าง เวลา 10. “การแสดงฉลากอาหาร” มีีความสำ�ำ คัญั อย่า่ งไร 5. ข้้อใดเป็น็ การกำำ�จัดั ขยะที่่�ถููกต้้องที่่ส� ุดุ ก. เป็็นสื่่�อระหว่่างผู้�้ผลิติ กัับผู้บ�้ ริโิ ภค ก. ใช้้ปี๊๊�บใส่่ขยะและเศษอาหาร แล้้วนำำ�ไปทิ้้ง� ข. เป็็นสื่่�อแสดงรายละเอีียดเกี่�ยวกัับผลิิตภััณฑ์์และให้้ ข. ใช้้ถุงุ ดำำ�ใส่ข่ ยะและเศษอาหาร แล้้วนำำ�ไปทิ้้�ง ความรู้ท�้ างโภชนาการ (กรณีที ี่่ม� ีกี ารแสดงฉลาก โภชนาการ) ค. ใช้้ถุุงดำำ�สวมในถัังขยะสำำ�หรัับใส่่ขยะและเศษอาหาร ค. เป็น็ เครื่�อ่ งมืือในการเลืือกซื้�อของผู้�้บริิโภค แล้้วผููกถุงุ ให้้มิิดชิิดก่อ่ นนำำ�ไปทิ้้ง� ง. ถููกทุกุ ข้้อ ง. ถููกทุุกข้้อ 24 เอกสารพัฒั นาทัักษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบทดสอบหลัังเรียี น ระดัับมััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิิชา สุขุ ศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 จงเลืือกคำำ�ตอบที่่ถ� ููกต้้องที่่ส� ุดุ เพีียงคำ�ำ ตอบเดียี ว 7. ข้้างขวดยาที่่�ฉลากมีีการเขียี นเป็็นภาษาอัังกฤษว่่า 1. ข้้อใดคืือหน้้าที่่�ของถุงุ อััณฑะ “Expiry Date” หมายถึึงอะไร ก. สร้้างฮอรโ์ มน ก. วัันผลิิต ข. สร้้างตัวั อสุุจิิ ข. วัันหมดอายุุของยา ค. เป็น็ ที่่�พัักอสุุจิิ ค. วัันในการจำ�ำ หน่า่ ยยา ง. ทำำ�ให้้ตััวอสุจุ ิิสามารถไหลผ่่านออกสููภายนอกได ง. วันั ที่่ย� าเดินิ ทางมาถึึง 2. ข้้อใด คืือหน้้าที่่ข� องลำ�ำ ไส้้ใหญ่่ 8. ข้้อใด เป็็นสารเสพติดิ ที่่ม� ีีฤทธิ์์ต� ่่อการกดประสาท ก. ดููดเศษอาหาร ก. กาวชนิดิ ต่า่ ง ๆ ข. ดููดซึึมน้ำ�ำ�และเกลืือแร่่ออกจากกากอาหาร ข. ยานอนหลับั ค. ดููดซึึมของเหลว ค. กัญั ชา ง. ดููดไขมันั ง. ฝิ่�น่ มอร์์ฟีีน เฮโรอีนี 3. ข้้อใด เป็น็ อาการของผู้�้ที่่�ป่่วยเป็็นโรคตาฟาง 9. ข้้อใดคืือ สาเหตุุของโรคเครียี ด ก. การขาดวิติ ามินิ A ก. เศรษฐกิจิ ข. การขาดวิิตามิิน C ข. สิ่ง� แวดล้้อมทั่่�ว ๆ ไป ค. การขาดวิติ ามินิ B ค. สิ่ง� แวดล้้อมทางสัังคม ง. การขาดวิิตามินิ D ง. ถููกทุุกข้้อ 4. การวางแผนพััฒนาสุุขภาพกายการออกกำ�ำ ลัังกายต้้อง 10. หญิิงที่่�อยู่�ในระหว่่างการตั้�งครรภ์์ควรรัับประทานอะไร ยึึดหลักั ข้้อใด ที่่�เป็น็ การช่ว่ ยในการเจริญิ เติบิ โตของระบบกระดููก ก. หนักั นาน บ่่อย ก. เกลืือแร่่ ข. ความสามารถ ข. ไขมััน ค. ความต้้องการ ค. วิติ ามิิน ง. ความเหมาะสม ง. แคลเซียี ม 5. ข้้อใดเป็น็ โรคที่่�ถ่า่ ยทอดทางพัันธุุกรรม 11. ข้้อใดคืือหน้้าที่่�ของถุงุ อััณฑะ ก. โรคเกาต์ ก. สร้้างฮอร์โมน ข. โรคไมเกรน ข. สร้้างตัวั อสุุจิิ ค. โรคกระเพาะ ค. เป็น็ ที่่พ� ักั อสุจุ ิิ ง. โรคธ์์าลัสั ซีเี มีีย ง. ทำำ�ให้้ตััวอสุุจิิสามารถไหลผ่่านออกสููภายนอกได้้ 6. การกิินยาก่่อนอาหาร ควรกินิ ก่่อนอย่่างน้้อย 12. ข้้อใดไม่่ใช่ว่ ิธิ ีปี ฏิบิ ััติติ นที่่ถ� ููกต้้องหลังั จากการตากฝน ก. ก่อ่ นอาหารอย่่างน้้อยก่อ่ น 15 นาทีี ก. เมื่�่อตากฝนแล้้วควรรีีบทำ�ำ ความสะอาดเท้้าทัันทีี ข. ก่อ่ นอาหารอย่่างน้้อยก่่อนครึ่ง� ชั่�วโมง ข. เมื่อ�่ อาบน้ำ�ำ� แล้้วควรโรยแป้้งฝุ่�นเพื่่�อลดความชื้น� ค. หลังั อาหารอย่่างน้้อย 15 นาทีี ค. เมื่�่อตากฝนแล้้วไม่่ควรรีีบอาบน้ำ�ำ� ทันั ทีี ง. หลังั อาหารอย่า่ งน้้อย 3 ชั่�วโมง ง. ควรรีีบถอดเสื้อ� ผ้้าทันั ทีเี มื่�อ่ กลับั ถึึงที่่พ� ััก เอกสารพััฒนาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา 25 ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

13. หน่่วยงานใดที่่ม� ีีหน้้าที่่�ควบคุุมดููแลเกี่ย� วกัับยาเสพติดิ 18.การเลืือกผักั ที่่�ปลอดสารพิษิ ควรเลืือกอย่า่ งไร ก. สำำ�นักั งานปลัดั กระทรวง ก. ผักั ที่่ม� ีรี อยช้ำำ�� ข. สำำ�นักั งาน ป.ป.ส ข. ผักั ที่่�มีสี ีีเขีียวสด ค. สำำ�นัักนายกรัฐั มนตรีี ค. ผักั ที่่�มีรี อยเจาะของแมลง ง. สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการการศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน ง. ผัักสดที่่ไ� ม่ม่ ีรี อยแทะของสััตว์์ 14. ผู้้ข� ายอาหารท่่านใด มีีสุขุ วิิทยาส่ว่ นบุุคคลที่่ถ� ููกต้้อง 19. ข้้อใดคืือลัักษณะอาการของผู้ท�้ ี่่แ� พอาหารทะเล ก. คุณุ ลุุงร้้านข้้าวขาหมููนุ่่�งกางเกงขาสั้น� ไม่ส่ วมเสื้อ� แต่่ ก. เกิดิ ผื่่น� เม็็ดเล็็กๆ ขึ้น้� ตามผิวิ หนััง ไมมีีอาการคััน ข. ท้้องเสีียคลื่น่� ไส้้อาเจียี นจนหมดแรงถ่า่ ยเป็น็ มููกเลืือด ผููกผ้้ากัันเปื้้�อน ค. วิิงเวียี นศีีรษะ คัดั จมููก หายใจไมอ่ อก ข. พี่่�ฟ้้าร้้านอาหารตามสั่�ง ใส่่เสื้�อคอกลมแขนสั้�นสวม ง. มีผี ื่�น่ หนาบริเิ วณผิิวหนังั ตามร่่างกายมีอี าการคััน หมวกคลุมุ ผมและผ้้ากัันเปื้�้อน 20. การสุขุ าภิิบาลอาหาร หมายถึึงอะไร ค. คุุณน้้าร้้านส้้มตำ�ำ ไว้้ผมยาว ไม่่รวบผมและไม่่สวม ก. การรักั ษาสุขุ ภาพร่่างกายให้แ้ ข็็งแรง ข. การจััดการและควบคุุมป้้องกััน เพื่อ�่ ให้้อาหารสะอาด หมวกคลุุมผม ง. คุณุ ป้า้ ร้้านผัดั ไท สวมแหวนที่่น� ิ้้ว� หลายวง ไว้้เล็บ็ ยาว ปลอดภััย ค. การรัักษาอาหารให้้มีคี ุณุ ค่า่ ทางโภชนาการ และทาสีีเล็บ็ สวยงาม 15. ตน (Self) มีคี วามหมายตรงกับั ข้้อใด และสะอาดปลอดภััย ง. การล้้างอาหารให้้สะอาดปลอดภััย ก. การพััฒนาตนเองให้้เจริิญงอกงาม ข. ผลรวมคุณุ ลักั ษณะต่่างๆของพฤติิกรรม ค. ความสมบููรณ์์ของร่า่ งกายและจิิตใจ ง. ความเข้้าใจหรืือความรู้้�สึึกที่่ม� ีีต่่อคุณุ ค่่าของตน 16. ข้้อใดกล่่าวถึึง การเก็็บรัักษายาได้้ถููกต้้อง ก. เก็็บไว้้บริเิ วณพื้้น� ราบเพราะจะได้้สะดวกหยิิบ ข. ยาควรเก็บ็ ไว้้บริิเวณตู้้เ� ย็็นที่่�อุุณหภููมิิ 4 C ค. ควรเก็็บไว้้บริิเวณที่่�ชื้�น ๆ เพราะไม่่ทำ�ำ ให้้ยาเสื่�่อม คุณุ ภาพเร็็ว ง. เลืือกขวดใสใส่่ยาทิงิ เจอร์ไ์ อโอดีีนดีีกว่า่ ใส่่ขวดสีีชา 17. ข้้อใดเป็น็ ค่า่ นิยิ มทางเพศที่่�ไม่ถ่ ููกต้้องของสัังคมไทย ก. ชายไทยมีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อเพศหญิิง ข. ชายไทยควรมีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อครอบครััว ค. การยกย่อ่ งให้้เกียี รติิเพศชาย-เพศหญิงิ เท่า่ เทีียมกััน ง. การเหยีียดเพศ 26 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุขุ ศึึกษา พลศึกึ ษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

เฉลยแบบทดสอบก่อ่ นเรีียน 1. ข 2. ข 3. ก 4. ง 5. ง 6. ข 7. ข 8. ง 9. ง 10. ง 11. ข 12. ค 13. ข 14. ข 15. ก 16. ข 17. ง 18. ค 19. ง 20. ข เฉลยแบบทดสอบท้้ายบทเรียี น บทที่่� 1 การทำ�ำ งานของระบบในร่่างกาย 1. ก 2. ง 3. ง 4. ข 5. ค 6. ค 7. ก 8. ข 9. ค 10. ง บทที่่� 2 ปัญั หาเพศศึึกษา 1. ก 2. ข 3. ข 4. ง 5. ง 6. 8 7. ง 8. ก 9. ค 10. ค บทที่่� 3 อาหารและโภชนาการ 1. ง 2. ง 3. ค 4. ค 5. ก 6. ค 7. ข 8. ข 9. ก 10. ค บทที่่� 4 เสริมิ สร้้างสุุขภาพ 1. ง 2. ง 3. ค 4. ก 5. ก 6. ค 7. ค 8. ข 9. ข 10. ข บทที่่� 5 โรคที่่ถ� ่่ายทอดทางพัันธุุรกรรม 1. ก 2. ก 3. ง 4. ค 5. ข 6. ค 7. ข 8. ง 9. ง 10. ค เอกสารพััฒนาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา 27 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

เฉลยแบบทดสอบท้้ายบทเรีียน (ต่่อ) บทที่่� 6 ปลอดภััยจากการใช้้ยา 1. ข 2. ง 3. ข 4. ข 5. ก 6. ค 7. ข 8. ก 9. ค 10. ง บทที่่� 7 ผลกระทบจากสารเสพติดิ 1. ค 2. ค 3. ข 4. ง 5. ง 6. ก 7. ก 8. ค 9. ข 10. ง บทที่่� 8 ทัักษะชีวี ิิตเพื่�อ่ สุุขภาพจิติ 1. ก 2. ค 3. ง 4. ข 5. ง 6. ค 7. ก 8. ง 9. ข 10. ข บทที่่� 9 อาชีพี ผลิติ จำำ�หน่่ายอาหารสำ�ำ เร็จ็ รููปตามหลัักสุขุ าภิิบาลอาหาร 1. ข 2. ก 3. ค 4. ก 5. ค 6. ข 7. ง 8. ก 9. ค 10. ง เฉลยแบบทดสอบหลัังเรียี น 1. ข 2. ข 3. ก 4. ง 5. ง 6. ข 7. ข 8. ง 9. ง 10. ง 11. ข 12. ค 13. ข 14. ข 15. ก 16. ข 17. ง 18. ค 19. ง 20. ข 28 เอกสารพัฒั นาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึึกษาตอนปลาย

แบบบัันทึกึ การพััฒนาทักั ษะวิิชาการเพื่่�อยกระดัับผลสัมั ฤทธิ์์�ผู้้�เรีียนรายบุคุ คล การทดสอบก่่อนเรียี นและหลังั เรีียน ระดัับมัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา ทช 31002 *********************** ชื่�อ่ - สกุุล...................................................................................................... รหัสั นัักศึกึ ษา....................................................... กศน.ตำำ�บล............................................................ กศน.อำำ�เภอ............................................................... จังั หวัดั ขอนแก่่น จากการที่่�ผู้้�เรีียนได้้ศึึกษาเรีียนรู้�้จากแบบเรีียน และสรุุปเนื้้�อหาจากบทเรีียน ตามเอกสารเล่่มนี้้�แล้้ว ผู้้�เรีียนสามารถ ทราบได้้ว่่าทำำ�แบบทดสอบในบทเรียี นต่า่ ง ๆ ถููกต้้องจำ�ำ นวนกี่�ข้้อ โดยการบันั ทึึกในแบบบันั ทึึกการพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการผู้เ้� รีียน รายบุคุ คล ดัังนี้้� ที่่� แบบประเมิิน คะแนนเต็็ม คะแนนที่่�ได้้ ผลการประเมินิ 1 แบบทดสอบก่อ่ นเรีียน 20 2 แบบทดสอบหลังั เรีียน 20 เกณฑ์ก์ ารประเมินิ ผลการพััฒนา แบบทดสอบก่่อนเรีียนและหลังั เรียี น เมื่�อ่ ทำ�ำ แบบทดสอบก่่อนเรียี น และแบบทดสอบหลัังเรีียน ซึ่ง� มีแี บบทดสอบ 20 ข้้อ ผู้�้เรีียนสามารถทราบได้้ว่่ามีีความ รู้อ�้ ยู่�ในระดัับใด ดัังนี้้� จำำ�นวนข้้อสอบที่่ผ� ู้เ�้ รีียนทำำ�ถููกต้้อง อยู่ �ในระดับั หมายเหตุุ 18 - 20 ข้้อ ดีีมาก 16 - 17 ข้้อ ดีี 14 - 15 ข้้อ ปานกลาง 10 - 13 ข้้อ พอใช้้ ต่ำ��ำ กว่า่ 10 ข้้อ ควรปรัับปรุงุ หมายเหตุุ : ผลจากการประเมิิน ผู้เ�้ รียี นสามารถนำ�ำ ไปปรับั ปรุุงตนเองเพื่อ�่ ให้เ้ กิดิ การพััฒนาต่่อไป เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา 29 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

แบบบันั ทึึกการพััฒนาทักั ษะวิิชาการเพื่่�อยกระดัับผลสัมั ฤทธิ์์ผ� ู้เ้� รียี นรายบุุคคล แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น ระดัับมัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช 31002 *********************** ชื่่�อ - สกุุล...................................................................................................... รหััสนักั ศึกึ ษา....................................................... กศน.ตำำ�บล............................................................ กศน.อำำ�เภอ............................................................... จัังหวัดั ขอนแก่่น จากการที่่�ผู้�้เรีียนได้้ศึึกษาเรีียนรู้�้จากแบบเรีียน และสรุุปเนื้้�อหาจากบทเรีียน ตามเอกสารเล่่มนี้้�แล้้ว ผู้�้เรีียนสามารถ ทราบได้้ว่า่ ทำำ�แบบทดสอบในบทเรีียนต่่าง ๆ ถููกต้้องจำำ�นวนกี่ข� ้้อ โดยการบันั ทึึกในแบบบัันทึึกการพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการผู้เ�้ รีียน รายบุุคคล ดัังนี้้� ที่่� แบบทดสอบท้้ายบทเรียี น คะแนนเต็็ม คะแนนที่่�ได้้ ผลการประเมินิ 1 บทที่่� 1 10 2 บทที่่� 2 10 3 บทที่่� 3 10 4 บทที่่� 4 10 5 บทที่่� 5 10 6 บทที่่� 6 10 7 บทที่่� 7 10 8 บทที่่� 8 10 9 บทที่่� 9 10 เกณฑ์์การประเมินิ ผลการพััฒนา แบบทดสอบท้้ายบทเรีียน เมื่่�อทำำ�แบบทดสอบท้้ายบทเรีียนในแต่่ละบทเรีียน ซึ่�งมีีแบบทดสอบบทละ 10 ข้้อ ผู้้�เรีียนสามารถทราบได้้ว่่ามีี ความรู้อ้� ยู่�ในระดัับใด ดัังนี้้� จำ�ำ นวนข้้อสอบที่่�ผู้้�เรีียนทำ�ำ ถููกต้้อง อยู่ �ในระดัับ หมายเหตุุ 9 - 10 ข้้อ ดีีมาก 8 ข้้อ ดีี 7 ข้้อ ปานกลาง 6 ข้้อ พอใช้้ ต่ำ�ำ�กว่่า 6 ข้้อ ควรปรัับปรุุง หมายเหตุุ : ผลจากการประเมินิ ผู้�้เรีียนสามารถนำ�ำ ไปปรัับปรุุงตนเองเพื่่�อให้เ้ กิดิ การพัฒั นาต่อ่ ไป 30 เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิชิ า สุุขศึึกษา พลศึึกษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บรรณานกุ รม กองวางแผนครอบครััวและประชากร กรมอนามััยกระทรวงสาธารณสุุข. แผนการอบรม เพศศึึกษาสํําหรัับพอแม.่ กรุงุ เทพฯ : บริษิ ัทั วิิศคอม เซ็็นเตอร์ จํํากัดั ม 2543. เกรียี งศัักดิ์� เจริญิ วงศศักั ดิ์.� www.kriengsak.com/ จัันทรว์ ิิภา ดิิลกสััมพันั ธ. เพศศึึกษา. พิมิ พครั้ง� ที่่� 2. กรุุงเทพฯ : ศิิลปาบรรณคาร, 2543 : 69-77. ชููศัักดิ์� เดชเกรียี งไกรกุลุ . นิิทัศั น์ คณะวรรณ ธีรี พล แซตั้้�ง. การตลาดรุุ่ง มุ่งุ สัมั พัันธ. กรุุงเทพฯ : บริิษัทั ซีเี อ็ด็ ยููเคชั่�น จํํากัดั (มหาชน), 2546. ระพีพี ล กุุญชร ณ อยุุธยา. webmaster. www.kr.ac.th/ www.thaiheartweb.com/foodsupplement.htm นิกิ ร ดุุสิติ สิิน, วีีระ นิยิ มวััน และไพลิิน ศรีีสุุโข. คููมืือการสอนเพศศาสตรศึึกษาระดับั มัธั ยม. พิมิ พครั้�งที่่� 2. กรุุงเทพฯ : โรงพิิมพแหงจุฬุ าลงกรณม์ หาวิทิ ยาลััย. 2545 : 1-4. พนม เกตุุมาน. สุุขใจกับั ลููก วัยั รุนุ่ . กรุุงเทพฯ : บริิษััทแปลนพับั ลิชิ ชิ่ง� จํํากััด, 2535 : 60-88. วีีระพงษ์ เฉลิมิ จิริ ะวัฒั น.์ คุุณภาพในงานบริกิ าร. กรุุงเทพฯ : สมาคมสง่ เสริมิ เทคโนโลยีี (ไทย-ญี่่�ปุนุ่ ), 2542. ศิิริิวรรณ เสรีีรัตั น,์ ศุภุ กร เสรีีรััตน์, องอาจ ปทวานิิช, ปริญิ ลักั ษิิตานนท, สุพุ ีีร์ ลิ่ม� ไทย, หลักั การตลาด. กรุงุ เทพฯ : บริิษััท ธีีระฟ่ล์ม และไซเท็ก็ ซ, 2543. ศิริ ิพิ รรณ สายหงษ์. แนวคิดิ เรื่่�องทักั ษะชีีวิติ และแนวทางจัดั การพัฒั นาทักั ษะชีีวิิต. www.nfe.go.th/0405/nfe-note. สารานุกุ รมเสรีใี นภาษาไทยที่่ท� ุกุ คนรวมสร�างได. วิิกิิพีเี ดีีย. http://th.wikipedia.org. แสงหลา� พลนอก. ภาควิิชาการพยาบาลพื้้น� ฐาน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทิ ยาลััยนเรศวร. www.nurse.nu.ac.th/พิิษณุโุ ลก/ สํํานัักงานคณะกรรมการศึึกษาขั้น� พื้้�นฐาน กระทรวงศึกึ ษาธิิการ. แนวทางการจััดกิจิ กรรม การเรีียนรููเพศศึกึ ษา ชวงชั้้น� ที่่� 1 (ป.1-3). กรุงุ เทพฯ : กระทรวงศึกึ ษาธิิการ, 2548. . แนวทางการจััดกิิจกรรมการเรีียนรููเพศศึึกษา ชวงชั้น� ที่่� 2 (ป.4-6). กรุุงเทพฯ : กระทรวงศึกึ ษาธิกิ าร, 2548. เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุขุ ศึึกษา พลศึึกษา 31 ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

คณะผจู้ ัดท�ำ ปรึึกษา 1. นายถาวร พลีีดี ี ผู้้�อำำ�นวยการสำ�ำ นัักงาน กศน.จัังหวัดั ขอนแก่่น 2. พ.อ.อ กฤชพล พรมลี ี รองผู้้�อำำ�นวยการสำ�ำ นัักงาน กศน.จังั หวัดั ขอนแก่่น 3. ผู้�้อำ�ำ นวยการ กศน.อำำ�เภอ สัังกัดั สำ�ำ นักั งาน กศน.จัังหวัดั ขอนแก่่น คณะทำำ�งาน 1. นางสาวประภาศิิริิ สมวงศ์์ษา ผู้้�อำ�ำ นวยการ กศน.อำ�ำ เภอหนองนาคำำ� 2. นางสาวธัันยพััฒน์์ นููเร ครููชำ�ำ นาญการพิเิ ศษ กศน.อำ�ำ เภอเมืืองขอนแก่่น 3. นางสาวภััชณีภี รณ์์ บำำ�รุุงราษฎร์์ ครูู กศน.อำ�ำ เภอมัญั จาคีรี ีี 4. นางสาวกิิตติมิ า ตั้�งจิติ เจริิญกิิจ ครูู กศน.อำำ�เภอชุมุ แพ 5. นายสมบููรณ์์ ยุทุ ธชััย ครููผู้ช�้ ่่วย กศน.อำ�ำ เภอมััญจาคีรี ีี 6. นางสาวพัณั ณ์ช์ ิติ า สนิทิ ชน ครููผู้�ช้ ่่วย กศน.อำ�ำ เภอพระยืืน 7. นางสาวกุลุ ภานันั เชื้อ� นิิด ครููผู้ช�้ ่่วย กศน.อำ�ำ เภอภููเวีียง บรรณาธิิการ 1. พ.อ.อ. กฤชพล พรมลีี รองผู้้�อำ�ำ นวยการสำ�ำ นักั งาน กศน.จังั หวัดั ขอนแก่่น 2. นางสาวประภาศิิริิ สมวงศ์์ษา ผู้้�อำ�ำ นวยการ กศน.อำ�ำ เภอหนองนาคำำ� 3. นางสาวธัันยพััฒน์์ นููเร ครููชำำ�นาญการพิเิ ศษ กศน.อำ�ำ เภอเมืืองขอนแก่่น พิมิ พ์์/รููปเล่ม่ 1. นายธนกฤษ โคตรภัักดีี นักั จััดการงานทั่่ว� ไป 2. นางวัันเพ็ญ็ ผานาค นักั วิิชาการศึกึ ษา 3. นางสาวยลดา พุุทธสอน นักั วิิเคราะห์น์ โยบายและแผน 4. นายธีรี วััฒน์์ ถมหนวด นัักวิชิ าการศึกึ ษา 32 เอกสารพััฒนาทัักษะวิชิ าการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึกึ ษา ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทึก เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา 33 ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทกึ 34 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทึก เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา 35 ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทกึ 36 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทึก เอกสารพััฒนาทัักษะวิิชาการฯ รายวิิชา สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา 37 ทช31002 มััธยมศึกึ ษาตอนปลาย

บนั ทกึ 38 เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการฯ รายวิชิ า สุุขศึกึ ษา พลศึึกษา ทช31002 มัธั ยมศึกึ ษาตอนปลาย

เอกสารพััฒนาทักั ษะวิชิ าการ เพื่อ�่ ยกระดัับผลสัมั ฤทธิ์ท์� างการเรีียนรายบุคุ คล ระดัับมััธยมศึึกษาตอนปลาย รายวิชิ า ศิิลปศึึกษา ทช31003 ตามหลักั สูตู รการศึกึ ษานอกระบบระดัับการศึึกษาขั้น�้ พื้้น� ฐาน พุุทธศัักราช 2551 สำำ�นักั งานส่่งเสริมิ การศึึกษานอกระบบและการศึึกษาตามอัธั ยาศััยจังั หวััดขอนแก่่น สำ�ำ นัักงานส่ง่ เสริิมการศึกึ ษานอกระบบและการศึึกษาตามอัธั ยาศัยั สำ�ำ นัักงานปลััดกระทรวงศึึกษาธิิการ กระทรวงศึึกษาธิิการ



ค�ำ น�ำ เอกสารพัฒั นาทักั ษะวิชิ าการเพื่อ�่ ยกระดับั ผลสัมั ฤทธิ์ผ�์ ู้เ�้ รียี นรายบุคุ คล เล่ม่ นี้้� เป็น็ เอกสารที่่จ� ัดั ทำำ�ขึ้น�้ โดยมีวี ัตั ถุปุ ระสงค์์ เพื่่�อให้้ผู้�เรีียนได้้ศึึกษาเรีียนรู้�้ด้้วยตนเอง ให้้เกิิดการพััฒนาทัักษะทางวิิชาการ และยกระดัับผลสััมฤทธิ์�์ทางการเรีียนใน การเรียี นรู้ต�้ ามหลักั สููตรการศึกึ ษานอกระบบระดับั การศึกึ ษาขั้น� พื้้น� ฐาน พุทุ ธศักั ราช 2551 เป็น็ การพัฒั นาต่อ่ เนื่อ�่ งจากเอกสาร พััฒนาทัักษะวิิชาผู้เ้� รีียนรายบุคุ คล มีรี ายละเอีียดสรุุปเนื้้อ� หาตามรายวิิชา ศิลิ ปศึึกษา ทช31003 ระดับั มััธยมศึึกษาตอนปลาย แบบทดสอบหลัังเรีียนและแบบบัันทึึกการพััฒนาทัักษะวิิชาการผู้�้เรีียนรายบุุคคล เพื่่�อให้้ผู้�เรีียนได้้ประเมิินและพััฒนาตนเอง อย่่างต่่อเนื่�่องให้้มีีพื้้�นฐานความรู้�้เพีียงพอกัับการศึึกษาตามระดัับและมีีความรู้�้เพิ่่�มเติิมในการนำ�ำ ไปพััฒนาทัักษะทางวิิชาการ ให้้มีีผลสััมฤทธิ์์�ทางการเรียี นที่่ส� ููงขึ้้�น คณะผู้้�จััดทำำ� หวัังเป็็นอย่่างยิ่�งว่่าเอกสารเล่่มนี้้�จะเป็็นประโยชน์์ต่่อนัักศึึกษา ในการศึึกษาเรีียนรู้�้ตามหลัักสููตร การศึึกษานอกระบบระดัับการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน พุุทธศัักราช 2551 และขอขอบคุุณทุุกท่่านที่่�มีีส่่วนร่่วมในการทำำ�เอกสาร เล่่มนี้้�ให้้สำำ�เร็็จ ลุลุ ่่วงด้้วยดีี สำำ�นัักงาน กศน.จัังหวัดั ขอนแก่่น