Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Published by elibraryraja33, 2021-08-03 06:01:52

Description: 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Search

Read the Text Version

คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นรู ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๔ าะไพเราะอาขยาน จํานวน ๑๐ ช่ัวโมง อง อาขยานขับขานวรรณคดี (๓) จํานวน ๑ ช่ัวโมง การจัดการเรียนรู ส่ือการเรียนรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรียน ๑. สอื่ นาํ เสนอ Power การเรียนรู Point เรือ่ ง อาขยาน ๑. นักเรยี นอานบทรอ ยกรอง ขบั ขานวรรณคดี (๓) พรอมกนั และวิเคราะหว า น บทรอ ยกรองน้ีกลาวถงึ สงิ่ ใด ย ลตา ๑. การตอบคําถาม ลิบ งนี้ ๒. นักเรียนตอบคําถาม ดังนี้ ใคร นักเรยี น : สดุ สาคร, มา นิลมังกร นกั เรยี น : ออกเดินทาง นักเรยี น : ตามหาพระราชบดิ า (พระอภยั มณี)

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรียนรู ขัน้ ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรยี นรู ทใี่ ช กจิ กรรมครู ๓. ครทู บทวนตัวละครสําคญั โดยยกตัวอยา งภาพวาดให นักเรียนชว ยกันตอบคาํ ถาม และอธบิ ายความสมั พันธของ ตวั ละครแตละตัว ๒. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขัน้ สอน ๔. ครูแจงจุดประสงคการเรยี ๑. สรปุ ความรจู าก เรอ่ื งพระอภัยมณี ตอน เรอ่ื งพระอภัยมณี สุดสาครเขาเมืองการะเวก ตอน สุดสาครเขา เมอื ง (ตอจากชั่วโมงที่ผานมา) การะเวกได ๒๐ นาที ๑. ครูและนักเรียนอานเรื่อง พระอภัยมณี ตอน สดุ สาคร เขาเมืองการะเวก (หนา ๒๙-๓ ไปพรอมกันและรว มกันถอด คาํ ประพนั ธ และคาดคะเน เหตกุ ารณส าํ คัญในเร่ือง อธิบายคําศัพทยากโดยให นักเรยี นชว ยกันคนควา ๒. ครูถามคําถามนกั เรยี น ดัง ครู : นักเรยี นคิดวา สดุ สาคร จะเจอพระราชบิดาหรือไม เพราะอะไร

การจัดการเรยี นรู ส่ือการเรียนรู ๑๗๗ กจิ กรรมนกั เรยี น ๒. ภาพวาดตัวละคร การประเมิน สําคัญจากเร่ือง การเรยี นรู ญ ๓. นักเรยี นรว มกันบอกช่ือ พระอภยั มณี ตัวละครสาํ คญั ตามภาพท่ีครู ยกตัวอยางและอธบิ าย ง ความสัมพันธของตวั ละคร แตล ะตัว ยน ๑. นกั เรียนอา นเรื่องพระอภยั ๓. สอ่ื นาํ เสนอ Power มณี ตอน สุดสาครเขา เมือง Point เรอื่ ง อาขยาน ๓๖) การะเวก ตอบคาํ ถาม คาดคะเน ขบั ขานวรรณคดี (๓) เหตกุ ารณ คนควาคําศัพยยาก และคาํ ศัพทท ่ีสนใจ งนี้ ๒. นักเรยี นตอบคาํ ถาม ดังน้ี นกั เรียน : ตอบคาํ ถามไดอ ยาง อสิ ระและยกเหตผุ ลประกอบ

๑๗๘ ลาํ ดบั จดุ ประสงคการเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรียนรู ท่ีใช กจิ กรรมครู ๓. ครถู ามคําถามนกั เรยี น ดัง ครู : ถาหากนกั เรียนเปน สดุ สาครจะเชื่อคารมของ ชเี ปลือยหรอื ไม เพราะอะไร ๒. เห็นคุณคาของ ๔. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั บทรอ ยกรอง วิเคราะหคุณคาบทอาขยานห ป.๔ ดังน้ี แลวสอนวาอยาไวใ จมนุษย มันแสนสดุ ลึกลาํ้ เหลือกําหนด ถึงเถาวัลยพ นั เก่ียวทเ่ี ล้ยี วลด ก็ไมคดเหมือนหนง่ึ ในนาํ้ ใจคน ฯลฯ ๓. ๓. เขยี นอธบิ ายการนาํ ข้ันปฏบิ ตั ิ ๒๐ นาที ๑. ครอู ธิบายขัน้ ตอนการทํา ขอ คิดที่ไดจากการอาน ใบงานที่ ๓ เรื่อง วิเคราะห ไปใชใ นชีวิตจริงได ขอคิด ๒. ครมู อบหมายใหน ักเรยี น ปฏิบตั กิ จิ กรรมในใบงานท่ี ๓ เร่อื ง วเิ คราะหขอคิด

คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจดั การเรียนรู สอื่ การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรยี นรู งน้ี ๓. นักเรียนตอบคําถาม ดงั น้ี นกั เรียน : ไมเชื่อ เพราะดู ลักษณะของชีเปลือยแลว ไมนา เชือ่ ถือ (นักเรยี นสามารถ อภิปรายเหตผุ ลของคําตอบได อยางหลากหลาย ครูเสนอแนะ เพ่ิมเติม) ๔. นักเรยี นรวมกันแสดงความ ๔. บทอาขยานหลัก หลัก คดิ เหน็ เกย่ี วกบั คําสอน ขอคิด ป. ๔ เร่ือง พระอภยั มณี เตอื นใจ และนําขอคิดที่ไดไปใช ย ในชวี ติ ประจําวันจากบท ด อาขยานที่อา น ด น ๑. นักเรยี นฟง คําช้แี จงการทาํ ๕. ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง ๒. ประเมนิ การปฏบิ ตั ิ ใบงาน วิเคราะหข อคิด กจิ กรรม ๒. นักเรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมใน ๓ ใบงานที่ ๓ เรื่อง วิเคราะหข อคิด

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จัดการเรียนรู ทีใ่ ช กจิ กรรมครู ๔. ๔. เหน็ คณุ คา ของ ขน้ั สรปุ ๕ นาที ๑. ครูถามคําถามนักเรียน ดัง บทรอ ยกรอง ครู : นักเรยี นเรยี นอะไรบาง วันน้ี ครู : นกั เรยี นชอบตัวละคร ตวั ไหนมากที่สดุ เพราะอะไร ครู : นักเรยี นคิดวาเร่ือง พระอภัยมณี ตอน สุดสาคร เขาเมืองการะเวกเหมาะสมก วยั ของนักเรยี นหรือไม เพราะ อะไร ๒. ครูสรปุ ขอ คดิ จากการอาน เร่ืองพระอภยั มณี ตอน สดุ สาครเขา เมืองการะเวก โดยใหนักเรยี นสรุปและอธิบา ขอคิดรวมกนั

การจัดการเรียนรู สื่อการเรยี นรู ๑๗๙ กจิ กรรมนกั เรยี น การประเมนิ งนี้ ๑. นกั เรยี นตอบคาํ ถาม ดังนี้ การเรยี นรู นักเรียน : เรยี นเรอ่ื ง ๓. การตอบคาํ ถาม พระอภัยมณี ตอน สดุ สาคร เขาเมืองการะเวก นักเรยี น : ตอบคําถามไดอยาง ร อิสระ และแสดงเหตผุ ลท่ี สมเหตสุ มผล (ครูอธิบายและ เสนอแนะเพิม่ เติม) นกั เรยี น : เหมาะสม เนือ่ งจาก มเี นือ้ หาเร่ืองราวเกี่ยวกับเดก็ กับ ตัวละครสุดสาครแสดงความรูสึก ะ นึกคดิ และถายทอดความเปน เด็กไดดี เชน มีความรกั ความกลาหาญ ซุกซนตามวัย และมีความรูสึกนึกคดิ มีความ โหยหาพอ และแม น ๒. นักเรียนอธิบายขอ คดิ จาก การอา นเร่ืองพระอภยั มณี ตอน สดุ สาครเขา เมืองการะเวก าย

๑๘๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๘. ส่อื /แหลง เรยี นรู ๑) สอื่ นาํ เสนอ PowerPoint เรอ่ื ง อาขยานขับขานวรรณคดี (๓) ๒) ภาพวาดตัวละครสาํ คัญจากเรื่องพระอภยั มณี ๓) บทอาขยานหลัก ป.๔ เรอ่ื ง พระอภยั มณี ๔) ใบงานที่ ๓ เรื่อง วเิ คราะหขอ คิด ๙. การประเมินผลรวบยอด ชนิ้ งานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง วิเคราะหขอคิด ประเดน็ การประเมนิ วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑก ารประเมิน ดานความรู ความเขา ใจ (K) ๑. ประเมินการตอบ ๑. คําถามสําคัญ - ผานเกณฑการประเมนิ - สรุปความรจู ากเรือ่ ง คําถามในชนั้ เรียน ๒. แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับคุณภาพ “พอใช” พระอภัยมณี ตอน สดุ สาคร ๒. ประเมินใบงานท่ี ๓ ๓. แบบประเมินใบงาน ขน้ึ ไป เขา เมืองการะเวก เรอ่ื ง วิเคราะหขอ คิด ที่ ๓ เรอ่ื ง วเิ คราะห ขอคิด ดา นทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. แบบประเมินใบงาน - ผา นเกณฑการประเมนิ - เขยี นอธิบายการนาํ ขอ คิด - ประเมนิ ใบงานที่ ๓ ที่ ๓ เรอ่ื ง วเิ คราะห ระดับคุณภาพ “พอใช” ท่ไี ดจากการอานไปใชใ นชวี ติ เร่ือง วิเคราะหขอคดิ ขอ คิด ขน้ึ ไป จรงิ ๒. แบบประเมินการเขียน สรปุ ขอ คิด ดา นคณุ ลักษณะ เจตคติ - ประเมินการทํางาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ผา นเกณฑการประเมนิ คานยิ ม (A) และ การปฏบิ ตั ิ ระดบั คุณภาพ “ผา น” - เห็นคณุ คา ของบทรอ ยกรอง กิจกรรมในชนั้ เรียน ขนึ้ ไป คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค - ประเมินการทํางาน - แบบประเมิน - ผา นเกณฑการประเมิน ๑. รักความเปน ไทย และ การปฏิบตั ิ คณุ ลักษณะอันพงึ ระดบั คุณภาพ “ผา น” ๒. ใฝเ รียนรู กิจกรรมในชั้นเรยี น ประสงค ขึน้ ไป ๓. มงุ มน่ั ในการทํางาน สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ประเมินความสามารถ - แบบประเมิน - ผานเกณฑก ารประเมิน ๒. ความสามารถในการคดิ ในการคดิ และ สมรรถนะสาํ คัญของ ระดบั คุณภาพ “ผา น” การสื่อสาร ผเู รียน ขนึ้ ไป

หนวยการเรียนรูท่ี ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ๑๘๑ เกณฑการประเมินการเขียนสรุปขอ คดิ ประเด็น เกณฑก ารใหคะแนน การประเมิน ๑. เนอ้ื หาสาระ ๔ ๓๒ ๑ ๒. แบบแผน เน้อื หาสาระถูกตอง เนอื้ หาสาระถกู ตอง ความคดิ ครบถวน เนอื้ หาสาระถกู ตอง เนือ้ หาสาระถกู ตอง เปนสวนนอ ย ครบถวนเปน ครบถว นบางสวน เรยี งลาํ ดับเร่ืองราว ๓. การเขียนสรปุ เรยี งลาํ ดบั เรื่องราวที่ สวนใหญ สมั พนั ธเชอ่ื มโยงกนั ขอคิด แสดงความสมั พันธ เปน สวนนอ ย เชือ่ มโยงกันอยาง เรยี งลําดบั เรือ่ งราวที่ เรยี งลําดบั เร่อื งราวท่ี ตอ เนอื่ ง ชดั เจน แสดงความสัมพันธ แสดงความสัมพนั ธ ใชถ อยคําภาษา เช่อื มโยงกนั อยา ง เชือ่ มโยงกนั อยาง ในการเขียนถกู ตอง ใชถ อยคําไดถูกตอง ตอ เนือ่ งคอนขาง ตอ เนื่องเปนบางสวน และสรปุ ขอคิดไดเ ปน ตามหลกั เกณฑ ชดั เจน สวนนอ ย การเขียน สรปุ ขอคิด เพ่ือนําไปประยุกตใช ใชถ อ ยคาํ สื่อ ใชถ อ ยคาํ ภาษาของ ในชวี ติ ประจําวันได ความหมายไดช ดั เจน ตนเองไดอ ยา ง อยา งมีเหตผุ ล เปนสว นใหญ ถกู ตองสละสลวย สรุปขอคดิ เพื่อนําไป รอ ยรดั กลมกลืน สอ่ื ประยุกตใ ชใน ความหมายไดช ัดเจน ชวี ิตประจําวันได เปนบางสว น เกณฑการประเมนิ ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง เกณฑการผา น ตั้งแตร ะดับ พอใช ขน้ึ ไป

๑๘๒ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แบบประเมนิ การเขียนสรุปขอคิด ชอื่ ผูป ระเมนิ .................................................โรงเรียน................................ชน้ั ............หนว ยที่...........แผนท.ี่ ........ ครั้งท.ี่ .............................วนั ท.่ี ........................เดือน............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คําชแ้ี จง ครผู ูสอนทําเครื่องหมาย √ ลงในชองท่ีผูเรียนแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการเขียนสรปุ ขอคิด เลขท่ี ชอ่ื -สกุล เนอ้ื หาสาระ แบบแผน การเขียนสรปุ รวม ระดับ ความคิด ขอ คดิ (๑๒) คะแนน ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑการประเมนิ ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถึง พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑก ารผาน ตั้งแตระดบั พอใช ข้นึ ไป

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๑๘๓ ๑๐. บันทึกผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๓) ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของผูบ ริหารหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๘๔ คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) บทอาขยานหลกั ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๓ เร่ือง อาขยานขับขานวรรณคดี (๓) รายวชิ า พืน้ ฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ บทอาขยาน เรือ่ ง พระอภยั มณี ตอน สดุ สาครเขา เมอื งการะเวก บดั เด๋ียวดงั หงง่ั เหงง วังเวงแวว สะดุง แลว เหลียวแลชะแงหา เห็นโยคีขร่ี ุงพงุ ออกมา ประคองพาข้ึนไปจนบนบรรพต แลว สอนวา อยาไวใ จมนุษย มนั แสนสุดลึกล้ําเหลอื กําหนด ถึงเถาวลั ยพ นั เกย่ี วท่ีเล้ยี วลด ก็ไมคดเหมือนหนงึ่ ในน้าํ ใจคน มนุษยน ท้ี รี่ กั อยูสองสถาน บดิ ามารดารกั มักเปนผล ทพ่ี ึ่งหนึง่ พ่ึงไดแ ตกายตน เกิดเปน คนคดิ เห็นจึงเจรจา แมน ใครรกั รกั ม่ังชังชังตอบ ใหรอบคอบคดิ อา นนะหลานหนา รสู ิ่งใดไมส ูรูวชิ า รรู ักษาตวั รอดเปนยอดดี จงคิดตามไปเอาไมเ ทาเถดิ จะประเสรฐิ สมรกั เปน ศักดิ์ศรี พอเสร็จคําสําแดงแจง คดี รูปโยคหี ายวับไปกับตา หนงั สืออานเพิ่มเตมิ กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย บทอาขยานภาษาไทยชว งช้นั ท่ี ๑-๔ หลักสูตร การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กระทรวงศึกษาธิการ.

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๑๘๕ ใบงานที่ ๓ เรื่อง วเิ คราะหข อ คิด หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๓ เรื่อง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๓) รายวชิ า พื้นฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ คําชี้แจง ใหนักเรียนตอบคาํ ถามพรอมแสดงเหตผุ ลประกอบใหสมเหตสุ มผล ๑. จากบทประพันธทีว่ า มนั แสนสดุ ลกึ ล้ําเหลือกาํ หนด แลว สอนวา อยาไวใจมนุษย ถงึ เถาวัลยพันเกีย่ วที่เล้ียวลด กไ็ มคดเหมือนหน่ึงในนาํ้ ใจคน นกั เรียนคดิ วาคําสอนขา งตน เหมาะสําหรบั การนํามาใชใ นการดําเนินชวี ิตหรือไม เพราะอะไร .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ๒. จากบทประพนั ธท่วี า ใหรอบคอบคดิ อานนะหลานหนา แมนใครรกั รักมง่ั ชงั ชงั ตอบ รูสิง่ ใดไมส รู วู ิชา รูรกั ษาตวั รอดเปนยอดดี นักเรียนคิดวาบทประพันธน้ีสอนเกี่ยวกับเรื่องใด นักเรียนจะนําขอคิดจากคําสอนนี้ไปใชใน ชวี ติ ประจําวันอยา งไร .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ช่ือ-สกลุ ______________________________________________ช้นั ______เลขที่_____

๑๘๖ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แนวคาํ ตอบใบงานท่ี ๓ เร่ือง วเิ คราะหข อคดิ หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เรื่อง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๓) รายวชิ า พ้นื ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ คาํ ช้ีแจง ใหนกั เรียนตอบคาํ ถามพรอ มแสดงเหตผุ ลประกอบใหส มเหตสุ มผล ๑. จากบทประพนั ธท ่ีวา แลวสอนวา อยาไวใจมนษุ ย มนั แสนสดุ ลกึ ลํ้าเหลอื กาํ หนด ถึงเถาวลั ยพ ันเกยี่ วที่เล้ยี วลด ก็ไมคดเหมือนหนึง่ ในนํ้าใจคน นกั เรียนคิดวา คําสอนขางตนเหมาะสําหรับการนาํ มาใชในการดาํ เนนิ ชีวิตหรือไม เพราะอะไร ..............เ.ห...ม..า..ะ...ส..ม....เ.พ...ร..า..ะ...ก...า..ร..ด..ํา..เ.น...ิน...ช..ีว..ิต...ข..อ..ง..เ..ร..า..ต..อ..ง..ใ..ช..ส..ต...ิ .ค...ว..า..ม..ร..อ...บ..ค...อ..บ....ไ..ต..ร..ต...ร..อ..ง..ส..ถ...า..น..ก...า..ร..ณ... .ต...า..ง...ๆ....ห...ร..ือ...แ..ม..แ...ต..ค...ํา..พ...ูด..ข...อ..ง..ค...น..อ...ื่น....ก..อ...น..จ...ะ..ต..ั.ด..ส..ิ.น..ใ..จ..เ.ช...ื่อ..ส...่ิง..น..้ัน...ห...ร..ือ..ค...ํา..พ..ู.ด..ข...อ..ง..ค..น...อ..่ื.น..ต...อ..ง..ค..ิ.ด..ใ..ห..ด...ี .เ..ส..ยี..ก...อ..น....เ.น...่อื..ง..จ..า..ก...ว..า..จ..ิต..ใ..จ..ข..อ...ง..ม..น...ษุ ..ย...น ..นั้...ย..า..ก...แ..ท...ห ..ย..ั่ง..ถ...งึ .................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ๒. จากบทประพันธท ี่วา แมนใครรักรักม่ังชังชังตอบ ใหร อบคอบคดิ อานนะหลานหนา รูส ่งิ ใดไมส ูร ูวิชา รูร ักษาตัวรอดเปนยอดดี นักเรียนคิดวาบทประพันธนี้สอนเก่ียวกับเรื่องใด นักเรียนจะนําขอคิดจากคําสอนน้ีไปใชใน ชวี ติ ประจําวันอยา งไร ..............ส..อ...น...เ.ก..ี่.ย..ว..ก...ับ...เ.ร..ื่อ...ง..ค..ว..า..ม...ร..อ...บ...ค..อ...บ....แ..ล...ะ..ก...า..ร..ร..ูจ..ั.ก..เ..อ..า..ต...ัว..ร..อ...ด..ใ..ห...ห..ล...ุด..พ...น...จ..า...ก..ส...ถ..า..น...ก..า..ร...ณ... .ต...า ..ง...ๆ....ท..ี่เ..ป..น...อ..ัน...ต..ร..า..ย..ต...อ..ช...ีว..ิต............................................................................................................. ..............ก..า...ร..น..ํ.า..ข..อ...ค..ิ.ด..ท...ี่ไ..ด...ไ.ป...ใ..ช...ใ.น...ช...ีว..ิต...ป...ร..ะ...จ..ํา..ว..ั.น..ส...า..ม...า..ร..ถ...ท...ํา..ไ..ด...โ.ด...ย..ก...า..ร...ร..ูจ..ัก...ค..ิ.ด..ใ..ห...ร..อ...บ...ค...อ..บ... .ไ..ต..ร..ต...ร..อ..ง..ส..ถ...า..น..ก...า.ร..ณ.... .ไ..ม..ห...ล..ง..เ.ช...ือ่ ..ค..น...ง..า ..ย...จ...ะ..ส..า..ม...า..ร..ถ..เ.อ..า..ต...วั ..ร..อ..ด...ไ.ด...ด ..ี................................................ .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ๑๘๗ หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๔ เรื่อง อาขยานขับขานวรรณคดี (๔) เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน เวลา ๑ ชวั่ โมง กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชีว้ ดั สาระท่ี ๑ การอาน มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวติ และมีนิสัยรกั การอาน ตวั ชว้ี ัด ป.๔/๑ อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอ ยกรองไดถูกตอง สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐานการเรียนรู ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทย อยา งเห็นคุณคาและนาํ มาประยุกตใชใ นชีวิตจรงิ ตัวชีว้ ดั ป.๔/๔ ทองจําบทอาขยานตามท่ีกําหนดและบทรอยกรองท่ีมีคุณคาตามความ สนใจ ๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด การทองบทอาขยานจากเรื่องพระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก คือ การทองจําขอความ หรือคําประพันธที่กําหนด และเห็นความงามของบทรอยกรองทั้งในดานวรรณศิลป การใชภาษา เน้ือหา และ วิธีการประพันธ สามารถนําไปใชเปนแบบอยางในการแตงบทรอยกรอง หรือนําไปใชเปนขอมูล ในการอางอิง ในการพูดและการเขียนไดเ ปนอยา งดี ๓. จุดประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - อธิบายหลกั การอา นบทอาขยานได ๓.๒ ดา นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ทอ งบทอาขยานจากเรือ่ งพระอภยั มณี ตอน สดุ สาครเขาเมอื งการะเวกได ๓.๓ ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - เหน็ คุณคา ของบทอาขยาน ๔. สาระการเรยี นรู - บทอาขยานเรือ่ งพระอภัยมณี ตอน สดุ สาครเขา เมืองการะเวก ๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น - ความสามารถในการคิด ๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ รักความเปน ไทย ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

๑๘๘ การจัดกิจกรรมการเรยี น หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่อื ง ทํานองเสนา รายวชิ า ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๔ เรื่อง ลําดับ จุดประสงคการเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ทใี่ ช กิจกรรมครู ๑. ขอบเขตเนอื้ หา ขนั้ นาํ ๕ นาที ๑. ครทู บทวนความรูเ ดิมจาก - การทองบทอาขยาน เร่ืองพระอภัยมณที ้ัง ๒ ตอน เรอ่ื งพระอภัยมณี ตอน คือ กําเนิดสดุ สาคร และ สดุ สาครเขา เมือง สุดสาครเขา เมืองการะเวก การะเวก โดยใหนกั เรยี นรวมกนั อภปิ รา แลกเปล่ียนความคิดเห็น เก่ยี วกับบทอาขยานหลัก ป.๔ ๒. ครเู ปด เทปเสียงการอาน บทอาขยานใหน ักเรยี นฟง และถามคาํ ถาม ดังนี้ ครู : นกั เรยี นคดิ วา การทอง บทอาขยานแบบใสทํานอง กับการทองแบบรอยแกว แบบไหนไพเราะกวากนั ครู : นักเรยี นทราบหรอื ไมว า การทองบทอาขยานแบบใส ทํานองทําไมถงึ ไพเราะ

คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นรู ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ าะไพเราะอาขยาน จาํ นวน ๑๐ ชั่วโมง ง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๔) จํานวน ๑ ชว่ั โมง การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู การประเมนิ การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรียน ๑. การตอบคําถาม ก ๑. นักเรียนรวมกันอภิปราย น แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ เกีย่ วกบั บทอาขยานท่ีอาน าย ๔ ๒. นกั เรียนฟงเสียงบทอาขยาน ๑. เทปเสียงตัวอยา ง ท่คี รูเปด และตอบคาํ ถาม ดังนี้ การอานบทอาขยาน นกั เรียน : แบบใสทํานอง า นักเรยี น : เพราะวามีการเอื้อน การใสอารมณความรูสึกให สอดคลอ งกับบทประพันธ กอใหเกิดความไพเราะ

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ลาํ ดับ จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรียนรู ทีใ่ ช กจิ กรรมครู ๓. ครแู จง จุดประสงคการเรยี เรื่อง การทองบทอาขยาน ใหนักเรียนทราบ ๒. จุดประสงคการเรยี นรู ข้นั สอน ๒๐ นาที ๑. ครูอธบิ ายความรเู รือ่ ง ๑. อธบิ ายหลักการ การอานและทองจาํ บท อานบทอาขยานได อาขยาน ดังน้ี - ความหมายของ “อาขยาน - หลักการทองบทอาขยาน - การทองบทอาขยานเปน ทาํ นองเสนาะ ๒. ครูใหน กั เรยี นอานบท อาขยานจากเร่ืองพระอภยั มณ ตอน สดุ สาครเขาเมอื งการะเ ทลี ะวรรค และสอนวิธีการแบ วรรคตอนของบทอาขยาน ประเภทกลอนสภุ าพ (กลอนแปด) โดยบันทกึ ลงใน ใบงานท่ี ๔ เรื่อง แบงแนว วรรคตอน

การจัดการเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู ๑๘๙ การประเมนิ กิจกรรมนักเรียน การเรยี นรู ยน ๑. นกั เรียนศึกษาใบความรูท ่ี ๑ ๒. สือ่ นําเสนอ Power ๒. เขียนแผนผัง การอา นและทองจําบทอาขยาน Point เร่อื ง อาขยาน ความคิดสรปุ คุณคา และ ประกอบคาํ อธิบาย ขบั ขานวรรณคดี (๔) ประโยชนข องการทอง น” ๓. ใบความรทู ่ี ๑ อาขยาน น การอานและทองจํา ๓. การทอ งจําบท น บทอาขยาน อาขยานบทหลัก ป.๔ ๒. นักเรยี นอา นบทอาขยาน ๔. บทอาขยานหลัก ณี และแบง แนววรรคตอน ป.๔ เรอ่ื ง พระอภยั มณี เวก ในการอานตามครูโดยบนั ทกึ ลง ตอน สดุ สาครเขา เมอื ง บง ในใบงานที่ ๔ เรอ่ื ง แบงแนว การะเวก วรรคตอน น

๑๙๐ ลําดบั จุดประสงคการเรยี นรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรียนรู ที่ใช กจิ กรรมครู ๓. ครเู ปด เทปเสยี งตวั อยาง การอานบทอาขยานจากเรือ่ ง พระอภยั มณใี หนักเรยี นฟงอีก ๑ รอบ ๓ ๒. ทองบทอาขยาน ข้นั ปฏบิ ัติ ๔. ครูสาธติ การอานบท จากเรื่องพระอภัยมณี อาขยานและใหนักเรยี นฝก อ ตอน สุดสาครเขาเมือง ตามครู การะเวกได ๒๐ นาที ๑. ครแู บง กลมุ นักเรยี น ออกเปน กลมุ ละ ๔ คน ๒. ครูมอบหมายใหแตล ะกลุม จบั คกู นั ได ๒ คู ฝกอานบท อาขยานใหค ลอ งแคลว และใ สมาชกิ ในกลุม รวมกันระดม สมองสรปุ ประโยชนและคุณค ของการอานและทองจําบท อาขยาน

คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรียนรู ส่ือการเรียนรู การประเมนิ กิจกรรมนกั เรยี น ๕. เทปเสียงตัวอยา ง การเรยี นรู การอานบทอาขยาน ๓. นักเรยี นฟง ตัวอยางการทอง ง บทอาขยานท่ีครูนําเสนอ ก ๔. นักเรยี นฝก อานบทอาขยาน อาน ตามครู ๑. นกั เรยี นแบง กลุม และ ๖. กระดาษ proof ๔. ประเมนิ การเขียน เขา กลุม ๗. ปากกาสีนา้ํ แผนผังความคดิ สรุป คณุ คาและประโยชน ม ๒. นักเรียนจับคฝู ก ทองบท ของการทองอาขยาน อาขยาน สรปุ ประโยชนแ ละ ๕. ประเมินการทองจาํ บทอาขยานบทหลัก ให คณุ คา ของการอา นและทอ งจํา ป.๔ บทอาขยาน เขยี นแผนผัง คา ความคดิ นาํ เสนอหนาชัน้ เรียน

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ลําดับ จุดประสงคก ารเรียนรู ขั้นตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ที่ใช กจิ กรรมครู ๔. ๓. เหน็ คุณคาของบท ข้นั สรปุ ๕ นาที ๑. ครใู หนกั เรยี นแตละกลมุ อาขยาน ออกมานําเสนอผลงาน หนา ชั้นเรยี น (ครอู ธบิ าย เพมิ่ เติม ใหข อเสนอแนะแก นกั เรยี น) ๒. ครูและนักเรียนสรปุ ความ เก่ียวกบั หลกั การทอ งบท อาขยาน และประโยชน คุณค ของการทองอาขยาน ๓. ครูมอบหมายใหน ักเรยี นฝ ทอ งบทอาขยานและทดสอบ ทองเปนรายบุคคลกับครู นอกเวลา

๑๙๑ การจัดการเรียนรู ส่ือการเรยี นรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรียน ๘. สอื่ นําเสนอ Power การเรียนรู Point เร่อื ง อาขยาน ๖. ประเมนิ การเขยี น ๑. นักเรียนทกุ กลุมออกมา ขับขานวรรณคดี (๔) แผนผงั ความคดิ สรุป นําเสนอผลงานเก่ยี วกับคุณคา คณุ คา และประโยชน และประโยชนข องการทอ ง ของการทองอาขยาน บทอาขยานหนา ช้นั เรียน มรู ๒. นกั เรยี นสรุปความรูรวมกนั คา ฝก ๓. นกั เรียนฝก ทอ งบทอาขยาน ๗. ประเมินการทองจํา บ และทดสอบทองเปน รายบคุ คล บทอาขยานบทหลกั ป.๔ กบั ครนู อกเวลา

๑๙๒ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๘. สื่อ/แหลงเรยี นรู ๑) บทอาขยานหลัก ป.๔ เรอื่ ง พระอภัยมณี ตอน สดุ สาครเขา เมืองการะเวก ๒) ส่ือนาํ เสนอ PowerPoint เร่อื ง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๔) ๓) ใบความรทู ่ี ๑ การอา นและทองจาํ บทอาขยาน ๔) กระดาษ proof ๕) ปากกาสนี ํ้า ๖) เทปเสียงตัวอยา งการอานบทอาขยาน ๗) ใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง แบงแนววรรคตอน ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้นิ งานหรือภาระงาน ๑) ใบงานท่ี ๔ เรื่อง แบงแนววรรคตอน ๒) แผนผงั ความคดิ สรุปคุณคาและประโยชนข องการทองบทอาขยาน (รายกลุม ) ๓) ทดสอบทองบทอาขยาน (รายบคุ คล) ประเด็นการประเมิน วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน ดานความรู ความเขา ใจ (K) ๑. ประเมนิ การตอบ ๑. คาํ ถามสาํ คัญ - ผานเกณฑก ารประเมิน - อธบิ ายหลักการอาน คําถามในชั้นเรยี น ๒. แบบบันทกึ คะแนน รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป บทอาขยาน ๒. ประเมนิ ใบงานที่ ๔ ๓. แบบประเมินใบงาน ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) เรอ่ื ง แบง แนววรรคตอน ที่ ๔ เรอ่ื ง แบง แนว - ผานเกณฑก ารประเมนิ - ทองบทอาขยานจากเร่ือง วรรคตอน ระดบั คุณภาพ “พอใช” พระอภยั มณี ตอน สุดสาคร - ประเมนิ การทอง - แบบประเมนิ การทอง ขน้ึ ไป เขา เมืองการะเวก บทอาขยาน บทอาขยาน - ผานเกณฑการประเมิน ดา นคุณลักษณะ เจตคติ ระดับคุณภาพ “ผาน” คานยิ ม (A) - ประเมินการเขยี น - แบบประเมนิ การเขียน ข้นึ ไป - เหน็ คุณคาของบทอาขยาน แผนผังความคิดสรปุ แผนผงั ความคดิ - ผานเกณฑก ารประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค คุณคาและประโยชน ระดับคุณภาพ “ผา น” ๑. รกั ความเปนไทย ของการทองบทอาขยาน - แบบประเมิน ขน้ึ ไป ๒. ใฝเรียนรู - ประเมินการทํางาน คณุ ลักษณะอนั พึง - ผา นเกณฑการประเมิน ๓. มุงมั่นในการทํางาน และ การปฏิบตั ิ ประสงค ระดบั คุณภาพ “ผาน” สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน กิจกรรมในช้นั เรยี น - แบบประเมนิ ข้นึ ไป ๑. ความสามารถในการ - ประเมิน สมรรถนะสาํ คัญของ สือ่ สาร ความสามารถในการคดิ ผเู รียน ๒. ความสามารถในการคิด และการสื่อสาร

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๑๙๓ เกณฑป ระเมินการทองบทอาขยาน ประเดน็ ๔ ระดับคะแนน ๑ ๓๒ ๑. ความถูกตอง ทองบทรอยกรอง ทอ งบทรอยกรอง ทอ งบทรอยกรอง ทองบทรอยกรอง ของการทอง ไดถ ูกตอ งทุกคําไมมี ไดถ ูกตองทุกคาํ มี ไดถ ูกตองเปน ติดขดั เปนสวนใหญ บทรอยกรอง ติดขดั และตกหลน ตดิ ขัดและตกหลน บางสว นไมม ตี ดิ ขัด และทองไดไมจบ และตกหลน ตอน เปน สวนนอ ย เปน สวนใหญ ๒. การออกเสยี ง ออกเสยี งคําถูกตอง ออกเสยี งคําถูกตอง ออกเสยี งคําถกู ตอง ออกเสยี งคําไม คาํ ชัดเจนทุกคาํ ชดั เจนเปน ชดั เจนทกุ คาํ เปน ถกู ตองและ สวนใหญ บางสว น ไมช ัดเจน ๓. การเวนจังหวะ เวน จงั หวะ เวนจังหวะ เวนจังหวะ ทองไมเ ปนจงั หวะ วรรคตอน วรรคตอนถูกตอ ง วรรคตอนถูกตอ ง วรรคตอนไมถ ูกตอง เวน วรรคตอน ครบถวน เปนสวนใหญ หลายวรรคทําให ผิดมาก ทอง การทองสะดุดเปน ตะกุกตะกักจําบท ชวง ๆ ไมไ ด ๔. นาํ้ เสยี ง ใชระดับเสยี งแสดง ใชระดบั เสียงแสดง ใชระดบั เสยี งท่ี ระดับเสยี ง อารมณจ าก อารมณจ าก สอดแทรกอารมณ ราบเรียบ บทประพนั ธไ ด บทประพันธไ ด ไดเ หมาะสมบา ง ไมม ีนํา้ เสยี งที่แสดง เหมาะสมตามวยั เหมาะสมเปน เปน บางสวน อารมณใด ๆ ของผูเ รยี น สว นใหญ เกณฑการประเมนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๙-๑ คะแนน หมายถงึ ดี ๕-๘ คะแนน หมายถึง พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ เกณฑการผา น ตง้ั แตร ะดบั พอใช ขึ้นไป

๑๙๔ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แบบประเมินการทอ งบทอาขยาน ชอ่ื ผูประเมิน.................................................โรงเรยี น................................ชน้ั ............หนวยท่ี...........แผนท่ี......... ครัง้ ท.ี่ .............................วันท.ี่ ........................เดือน............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาํ ชี้แจง ครูผูสอนทาํ เคร่ืองหมาย √ ลงในชองท่ีผูเรยี นแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการทองอาขยาน ๑. ความ ๒. การออก ๓. การเวน ๔. นํ้าเสยี ง รวม ระดบั ถกู ตองของ เสยี งคาํ จงั หวะ (๑๖) คะแนน เลขที่ ช่อื -สกุล การทอง วรรคตอน บทรอยกรอง ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑก ารประเมนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดมี าก ๙-๑ คะแนน หมายถงึ ดี ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ เกณฑก ารผาน ต้งั แตร ะดบั พอใช ข้นึ ไป

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๑๙๕ ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๔) ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจํากดั การใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ......................................................ผูสอน (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผูบ ริหารหรือผทู ี่ไดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๙๖ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) บทอาขยานหลกั ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๔ หนวยการเรียนรทู ่ี ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๔ เรื่อง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๔) รายวชิ า พ้ืนฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ บทอาขยาน เรอื่ ง พระอภัยมณี ตอน สดุ สาครเขาเมอื งการะเวก บัดเดย๋ี วดงั หงั่งเหงง วังเวงแวว สะดงุ แลวเหลียวแลชะแงห า เหน็ โยคีข่รี ุงพงุ ออกมา ประคองพาข้ึนไปจนบนบรรพต แลว สอนวา อยาไวใ จมนุษย มนั แสนสดุ ลกึ ล้ําเหลือกําหนด ถงึ เถาวัลยพ ันเกีย่ วที่เลี้ยวลด กไ็ มคดเหมอื นหนงึ่ ในนา้ํ ใจคน มนษุ ยน ้ีท่ีรักอยสู องสถาน บดิ ามารดารักมักเปน ผล ทพ่ี ่ึงหนึง่ พ่ึงไดแ ตก ายตน เกดิ เปน คนคิดเหน็ จึงเจรจา แมน ใครรักรักมัง่ ชังชงั ตอบ ใหร อบคอบคดิ อา นนะหลานหนา รสู ิง่ ใดไมสูรวู ิชา รรู ักษาตวั รอดเปน ยอดดี จงคดิ ตามไปเอาไมเ ทาเถดิ จะประเสรฐิ สมรกั เปน ศกั ดิ์ศรี พอเสรจ็ คําสําแดงแจง คดี รูปโยคหี ายวบั ไปกบั ตา หนังสืออานเพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย บทอาขยานภาษาไทยชวงช้ันท่ี ๑-๔ หลักสูตร การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๔๔ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๑๙๗ ใบความรทู ี่ ๑ เรอื่ ง การอา นและทอ งจําบทอาขยาน หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๔ เรื่อง อาขยานขบั ขานวรรณคดี (๔) รายวิชา พืน้ ฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๔ บทอาขยาน คือ บททองจํา การเลา การสวด เรื่อง นิทาน ซ่ึงเปนการทองจําขอความ หรือคําประพันธที่ชอบ บทรอยกรองที่ไพเราะ โดยอาจตัดตอนมาจากหนังสือวรรณคดีเพ่ือให ผูทองจําได และเห็นความงามของบทรอยกรอง ท้ังในดานวรรณศิลป การใชภาษา เน้ือหา และวิธีการประพันธ สามารถนําไปใชเปนแบบอยางในการแตงบทรอยกรอง หรือนําไปใชเปน ขอมูลในการอางองิ ในการพูดและการเขยี นไดเ ปนอยางดี ๑. หลักการทองจําบทอาขยาน การทองบทอาขยานสวนใหญเปนการทองออกเสียง คือ ผูทองเปลงเสียงออกมาดัง ๆ ในขณะท่ีใชสายตากวาดไปตามตัวอักษร ยึดหลักการออกเสียงเหมือนหลักการอานทั่วไป เพื่อให การออกเสียงมปี ระสิทธิภาพควรฝก ฝน ดงั น้ี ๑. ฝกเปลงเสียงใหดังพอประมาณ ไมตะโกน ควรบังคับเสียง เนนเสียง ปรับระดับเสียง สงู -ตํา่ ใหสอดคลอ งกับจังหวะลีลา ทว งทาํ นอง และความหมายของเนือ้ หาทอี่ า น ๒. ทองดวยเสียงที่ชัดเจน แจมใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไมแตกพรา เปลงเสียงจาก ลาํ คอโดยตรงดวยความมน่ั ใจ ๓. ทอ งออกเสยี งใหถูกอกั ขรวธิ ีหรือความนยิ ม และตองเขา ใจเนือ้ หาของบทอาขยานน้กี อ น ๔. ออกเสียง ร ล คําควบกลาํ้ ใหถ ูกตอ งชดั เจน ๕. ทอ ง ใหถ ูกจังหวะและวรรคตอน ๖. ทอ งใหไดอารมณและความรสู กึ ตามเน้ือหา ๒. การทอ งบทอาขยานเปนทํานองเสนาะ การทองบทอาขยานเปนทํานองเสนาะชวยใหบทอาขยานนั้นมีความไพเราะ ผูทอง เกิดความสนใจจดจําบทอาขยานไดดี และสนุกสนานย่ิงข้ึน การฝกอานทํานองเสนาะมีขั้นตอน ดังนี้ ๑. ทองเปนรอยแกวธรรมดาใหถูกตองชัดเจน ตามอักขรวิธีกอน ทั้ง ร ล ตัวควบกลํ้า อานออกเสยี งใหตรงตามเสยี งวรรณยุกต ๒. ทองใหถ ูกจงั หวะวรรคตอน การอา นผดิ วรรคตอนทําใหเ สยี ความ ๓. ทองใหสมั ผสั คลอ งจองกันเพอ่ื ความไพเราะ

๑๙๘ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๔. ทองใหถูกทํานองและลีลาของคําประพันธแตละชนิด คําประพันธแตละชนิดจะมีบังคับ จาํ นวนคําสมั ผสั หรือคาํ เอก คําโท แตกตางกัน การอา นทาํ นองเสนาะจึงตองอานใหถ กู ทวงทํานอง และลีลาของคําประพนั ธแ ตล ะชนิด ๕. ทองโดยใชนํ้าเสียงใหเหมาะสมกับเนื้อหาและอานพยางคสุดทายของวรรคดวย การทอดเสยี ง แลว ปลอ ยใหห างเสยี งผวนขน้ึ จมกู ๓. การแบงวรรคตอนของกลอนสุภาพ (กลอนแปด) วธิ ีการอานทํานองเสนาะจากคําประพนั ธ กลอนสุภาพ นยิ มอานเสียงสูง ๒ วรรค และเสยี งต่ํา ๒ วรรค การเเบงจงั หวะวรรคในการ อา นมี ดงั น้ี กลอนแปด วรรคละ ๗ คาํ อา น ๒/๒/๓ OO/OO/OOO กลอนแปด วรรคละ ๘ คาํ อาน ๓/๒/๓ OOO/OO/OOO กลอนแปด วรรคละ ๙ คํา อา น ๓/๓/๓ OOO/OOO/OOO ๔. ประโยชนแ ละคณุ คาของการทองบทอาขยาน ๑. ฝกความจํา ซึ่งเปนสิ่งสําคัญยิ่ง เพราะมนุษยตองอาศัยความจํา เพื่อเปนเครื่องมือ ในการคดิ วเิ คราะหคดิ สงั เคราะห ๒. เปนการฝกวนิ ยั เพราะการจะทอ งใหจ าํ ไดต อ งมวี นิ ัย หม่นั ฝก หมนั่ ทอ งอยูเสมอ ๓. เปน การใชเวลาวางใหเปน ประโยชน ๔. อนุรกั ษว ฒั นธรรมไทย ทางดา นภาษาใหคงอยตู ลอดไป ๕. ไดรับคติสอนใจจาก บทคําประพนั ธตาง ๆ ท่ที อง ๖. ทาํ ใหเปน คนอารมณด ีจากความงามของบทประพันธทท่ี อง ๗. เพ่อื ตระหนกั ในคณุ คา ของภาษาไทยและซาบซ้งึ ในความไพเราะของบทรอยกรอง ๘. เพือ่ ใหเกดิ ความภาคภูมใิ จในความสามารถของกวไี ทย ๙. เพื่อเปน พนื้ ฐานในการแตง คําประพันธ ๑๐. เพอ่ื ใชเปน ส่ือถายทอดคณุ ธรรมจริยธรรม และนาํ ขอคิดทเี่ ปน ประโยชนไปใช

หนวยการเรยี นรูท่ี ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ๑๙๙ ใบงานที่ ๔ เร่อื ง แบง แนววรรคตอน หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๔ เร่ือง อาขยานขับขานวรรณคดี (๔) รายวชิ า พ้นื ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ คําชี้แจง ใหนักเรียนอานบทอาขยานเร่ือง พระอภัยมณี และทําเครื่องหมาย / เพื่อแบงวรรคตอน ในการอา นใหถกู ตอ ง บทอาขยาน เรอ่ื ง พระอภัยมณี ตอน สดุ สาครเขา เมอื งการะเวก บดั เดี๋ยวดงั หง่ังเหงง วงั เวงแวว สะดงุ แลว เหลยี วแลชะแงห า เห็นโยคีขรี่ ุงพงุ ออกมา ประคองพาข้ึนไปจนบนบรรพต แลว สอนวา อยา ไวใ จมนษุ ย มันแสนสุดลกึ ลํา้ เหลอื กาํ หนด ถงึ เถาวัลยพ ันเกีย่ วที่เลยี้ วลด กไ็ มค ดเหมือนหน่งึ ในนาํ้ ใจคน มนษุ ยน้ที รี่ ักอยสู องสถาน บดิ ามารดารักมักเปนผล ที่พึ่งหนึง่ พ่ึงไดแตก ายตน เกดิ เปน คนคดิ เหน็ จงึ เจรจา แมน ใครรักรกั มั่งชงั ชงั ตอบ ใหรอบคอบคิดอา นนะหลานหนา รูส่ิงใดไมส รู ูวิชา รูรกั ษาตัวรอดเปน ยอดดี จงคิดตามไปเอาไมเทาเถิด จะประเสริฐสมรักเปน ศกั ดิศ์ รี พอเสรจ็ คาํ สาํ แดงแจง คดี รปู โยคหี ายวบั ไปกับตา หนังสืออานเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย บทอาขยานภาษาไทยชวงชั้นท่ี ๑-๔ หลกั สตู รการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

๒๐๐ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เฉลยใบงานที่ ๔ เรอ่ื ง แบงแนววรรคตอน หนวยการเรียนรูท ี่ ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรูที่ ๔ เรื่อง อาขยานขับขานวรรณคดี (๔) รายวชิ า พน้ื ฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๔ คําช้ีแจง ใหนักเรียนอานบทอาขยานเร่ือง พระอภัยมณี และทําเคร่ืองหมาย / เพ่ือแบงวรรคตอน ในการอานใหถ กู ตอ ง บทอาขยาน เรอ่ื ง พระอภยั มณี ตอน สดุ สาครเขา เมอื งการะเวก บดั เดย๋ี วดงั /หงัง่ เหงง/วงั เวงแวว สะดุง แลว /เหลยี วแล/ชะแงหา เหน็ โยคี/ขร่ี ุง/พุงออกมา ประคองพา/ขนึ้ ไปจน/บนบรรพต แลวสอนวา /อยา ไว/ ใจมนุษย มนั แสนสดุ /ลกึ ล้ํา/เหลอื กําหนด ถึงเถาวัลย/ พันเก่ยี ว/ทเ่ี ลีย้ วลด กไ็ มค ด/เหมอื นหนึง่ ใน/นํา้ ใจคน มนษุ ยน ้ี/ท่รี กั อย/ู สองสถาน บิดา/มารดารัก/มักเปนผล ที่พึ่งหน่งึ /พ่ึงได/แตกายตน เกิดเปน คน/คดิ เห็น/จึงเจรจา แมนใครรกั /รักม่งั /ชังชงั ตอบ ใหร อบคอบ/คดิ อา น/นะหลานหนา รูสิง่ ใด/ไมสู/รวู ชิ า รรู ักษา/ตัวรอด/เปนยอดดี จงคดิ ตาม/ไปเอา/ไมเทา เถิด จะประเสรฐิ /สมรัก/เปน ศกั ดศ์ิ รี พอเสร็จคาํ /สําแดง/แจง คดี รูปโยคี/หายวบั /ไปกับตา หนังสืออานเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย บทอาขยานภาษาไทยชวงช้ันที่ ๑-๔ หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๔ กระทรวงศึกษาธกิ าร.

หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เรือ่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๐๑ แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๕ การใชพจนานุกรม (๑) หนวยการเรียนรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน เวลา ๑ ช่ัวโมง กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ัด สาระที่ ๔ หลักการใชภาษาไทย มาตรฐานการเรยี นรู ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว เปนสมบัตขิ องชาติ ตวั ชีว้ ัด ป.๔/๓ ใชพ จนานกุ รมคนหาความหมายของคาํ ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด พจนานุกรม คือหนังสือท่ีใหความรูเกี่ยวกับคําและวลี เรียบเรียงไวตามลําดับอักษร ใหตัวสะกดท่ี ถูกตอง การอานออกเสียง ชนิดของคํา ความหมาย หรือคําจํากัดความของคํา ประวัติของคํา วิธีใชคํา ตัวยอ คําเหมือน คําพอง คําที่มีความหมายตรงขาม นอกจากน้ีคําบางคําอาจมีแผนภูมิ ตาราง หรือภาพประกอบ เพ่ือชวยใหเขา ใจความหมายของคาํ ไดด ยี ิง่ ขนึ้ ๓. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - บอกวิธกี ารใชพ จนานกุ รมได ๓.๒ ดานทักษะ/กระบวนการ (P) - ใชพ จนานกุ รมคนหาความหมายของคาํ ได ๓.๓ ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - เห็นความสําคัญของการใชพจนานุกรม ๔. สาระการเรยี นรู - วธิ ีการใชพจนานกุ รม ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น ๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ มวี ินยั ๖.๒ ใฝเรยี นรู ๖.๓ มุงมั่นในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

๒๐๒ การจัดกิจกรรมการเรียน หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนา รายวิชา ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรูท่ี ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรยี นรู ทใ่ี ช กจิ กรรมครู ๑. ขอบเขตเนอ้ื หา ขน้ั นํา ๕ นาที ๑. ครูยกตวั อยา งบทรอยกรอ - การใชพ จนานุกรม ใหน กั เรยี นอานพรอมกัน ดังน หนอ นรนิ ทรย ินดีพระชีเลา กําสรดเศรา โศกานาสงสาร คดิ ถงึ พอทอ ใจอาลัยลาน พระพลัดบานเมืองมาเอกากา ไปสาํ เภาเลาจะดีเหมือนมเี หต แสนสมเพชภวู ไนยนกึ ใจหาย เปนลกู ทา นทงิ้ บิดากน็ า อาย ถึงเปน ตายฉนั จะลาเจา ตาตา ๒. ครใู หนกั เรยี นลองสังเกตค จากบทรอยกรองท่นี ักเรียนค วา ยังไมร จู ักความหมาย และ เขยี นคาํ ไวบนกระดาน

คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นรู ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ าะไพเราะอาขยาน จาํ นวน ๑๐ ช่ัวโมง ๕ การใชพ จนานุกรม (๑) จาํ นวน ๑ ชั่วโมง การจัดการเรียนรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรียน ๑. สอ่ื นาํ เสนอ Power การเรยี นรู Point เร่อื ง การใช อง ๑. นักเรียนอานบทรอ ยกรอง พจนานุกรม (๑) น้ี า าย ตุ ย าม คํา ๒. นักเรียนชวยกันบอกคําทค่ี ิด คิด วายังไมรจู กั ความหมาย ะ

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ลําดบั จุดประสงคก ารเรียนรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรยี นรู ทใ่ี ช กิจกรรมครู ๓. ครูถามคําถาม ดังนี้ ครู : ถา นกั เรยี นตอ งการทรา ความหมายของคําทน่ี ักเรียน บอกมานจ้ี ะหาความหมายได จากที่ไหน ๒. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ขนั้ สอน ๒๐ ๑. ครแู นะนําพจนานุกรมฉบ นาที ราชบณั ฑิตยสถาน พุทธศักรา ๒๕๕๔ ใหนักเรียนรูจกั วา เปน พจนานกุ รมสาํ คัญของชาติ และบอกสวนประกอบสาํ คัญ ของพจนานกุ รม ๒. ครอู ธบิ ายลักษณะสาํ คญั ข พจนานุกรม ๑. บอกวิธีการใช ๓. ครอู ธบิ ายวิธกี ารใช พจนานุกรมได พจนานกุ รมและสอนใหนักเร ฝก เปด พจนานุกรมจากคาํ ท่ี นกั เรียนชวยกันบอกจากบท รอ ยกรอง เชน นรนิ ทร กาํ สร ภูวไนย

การจดั การเรียนรู ส่ือการเรียนรู ๒๐๓ กจิ กรรมนักเรยี น การประเมนิ การเรียนรู ๓. นักเรียนตอบคําถาม ดังน้ี ๑. การตอบคําถาม บ นกั เรียน : พจนานุกรม ด ๒. พจนานกุ รม บับ ๑. นกั เรยี นเปรียบเทยี บ ภาษาไทยฉบับนกั เรยี น าช สวนประกอบพจนานุกรม ๓. สอ่ื นําเสนอ Power น ฉบบั ราชบัณฑิตยสถานกบั Point เรื่อง การใช พจนานกุ รม (๑) พจนานกุ รมฉบับนกั เรียน ญ ของ ๒. นักเรียนศึกษาใบความรูท่ี ๒ ๔. ใบความรทู ี่ ๒ เรื่อง การใชพจนานุกรม การใชพจนานุกรม ประกอบคําอธบิ ายของครู ๓. นกั เรยี นฝก ใชพ จนานกุ รม ๕. พจนานกุ รม ๒. การตอบคาํ ถาม รียน โดยคนหาความหมายของคํา ภาษาไทยฉบับนกั เรียน ตามทคี่ รูกาํ หนด และสรุป วิธกี ารใชพ จนานกุ รมรวมกัน รด โดยนกั เรยี นคนใดคนหา ความหมายของคําเจอกอ นให บอกความหมายใหเ พื่อนฟง

๒๐๔ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรียนรู ทีใ่ ช กจิ กรรมครู ๔. ครแู บง กลมุ นักเรียนกลุม ล ๔ คน ใหแตละกลุมแขง ขนั กัน เปด พจนานกุ รมตามคําท่ีครู กําหนดจํานวน ๕ คาํ นกั เรยี กลุม ใดเปด ไดครบทุกคําถูกตอ และรวดเรว็ ที่สดุ เปน ผชู นะ ๓. ๒. ใชพ จนานกุ รม ข้นั ปฏิบัติ ๕. ครูกลา วช่ืนชมนกั เรียนท่ี คนหาความหมายของ ขัน้ สรุป ปฏิบตั ิกิจกรรม คาํ ได ๒๐ ๑. ครูชแี้ จงการทาํ ใบงานที่ ๖ นาที เรอ่ื ง คนคํานาํ ไปใช ๔. ๓. เห็นความสาํ คัญ ๒. ครูมอบหมายใหปฏบิ ตั ิ ของการใชพจนานุกรม กิจกรรมในใบงานที่ ๖ เรอื่ ง คน คํานาํ ไปใช (กิจกรรมเดย่ี ว ๕ นาที - ครูใหน กั เรียนแตล ะกลุมพูด สรุปประโยชนแ ละคณุ คา ของ การใชพ จนานุกรมกลุมละ ๑

คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรยี น การเรียนรู ละ ๔. นกั เรยี นแตละกลุมแขงขนั ๖. บตั รคํา ๓. ประเมินการปฏิบัติ น กนั เปด พจนานุกรมตามคาํ ทคี่ รู ๗. ใบงานที่ ๕ เรื่อง กิจกรรม มอบหมาย และบันทึกคาํ ตอบ คําศัพทน า รูอยูไ หนเอย ยน ลงในใบงานที่ ๕ เร่ือง คาํ ศัพท (กจิ กรรมกลุม) อง นา รอู ยูไหนเอย (ปฏิบตั กิ ิจกรรม กลุม ) ๖ ๑. นักเรยี นฟง คาํ ชแี้ จงการทํา ๘. ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื ง ๔. ประเมินการปฏบิ ตั ิ ใบงานหากมขี อสงสยั ใหซ ักถาม คน คํานําไปใช กิจกรรม ๒. นักเรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมใน ๕. การตอบคําถาม ใบงานท่ี ๖ เรอื่ ง คนคํานําไปใช ว) ด - นักเรียนตัวแทนกลุม พูดสรุป ง ประโยชนและความสําคัญของ ขอ การใชพ จนานุกรม

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๒๐๕ ๘. สื่อ/แหลง เรียนรู ๑) พจนานุกรมภาษาไทยฉบับนักเรียน ๒) สื่อนําเสนอ PowerPoint เรือ่ ง การใชพจนานกุ รม (๑) ๓) ใบความรูที่ ๒ การใชพจนานกุ รม ๔) บัตรคาํ ๕) ใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง คําศัพทนารูอยไู หนเอย (กิจกรรมกลุม) ๖) ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื ง คนคํานาํ ไปใช (กิจกรรมเด่ยี ว) ๙. การประเมินผลรวบยอด ช้ินงานหรือภาระงาน ๑) ใบงานท่ี ๕ เรือ่ ง คําศัพทนา รูอ ยไู หนเอย (กจิ กรรมกลุม ) ๒) ใบงานท่ี ๖ เรื่อง คนคาํ นําไปใช (กจิ กรรมเด่ียว) ประเดน็ การประเมนิ วิธีการ เครื่องมอื เกณฑก ารประเมิน ดานความรู ความเขาใจ (K) - คาํ ถามสําคัญ - ผานเกณฑการประเมนิ - บอกวธิ ีการใชพจนานุกรม - ประเมนิ การตอบ - แบบบนั ทึกคะแนน รอยละ ๖๐ ขึ้นไป คาํ ถามในชนั้ เรยี น ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ใชพ จนานกุ รมคน หา - ประเมนิ ใบงานท่ี ๖ - แบบประเมินใบงาน - ผานเกณฑก ารประเมนิ ความหมายของคาํ เรอ่ื ง คนคํานําไปใช ท่ี ๖ เร่ือง คน คํานําไปใช รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (กิจกรรมเดยี่ ว) ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ - ประเมินการทํางาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ผานเกณฑก ารประเมิน คานิยม (A) และ การปฏบิ ัติ ระดบั คุณภาพ “ผา น” - เหน็ ความสาํ คญั ของการใช กจิ กรรมในชัน้ เรยี น ขน้ึ ไป พจนานุกรม คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๑. มวี นิ ัย - ประเมนิ การทํางาน - แบบประเมิน - ผา นเกณฑการประเมิน ๒. ใฝเ รยี นรู และ การปฏิบัติ คณุ ลกั ษณะอันพึง ระดบั คุณภาพ “ผา น” ๓. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน กิจกรรมในชน้ั เรยี น ประสงค ขึ้นไป สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน - ผา นเกณฑก ารประเมนิ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ประเมินความสามารถ - แบบประเมิน ๒. ความสามารถในการคดิ ในการคิดและ สมรรถนะสาํ คัญของ ระดับคุณภาพ “ผา น” การส่ือสาร ผูเรยี น ขึน้ ไป

๒๐๖ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๕ การใชพจนานุกรม (๑) ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผูบ รหิ ารหรือผทู ่ไี ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๒๐๗ ใบความรูท ่ี ๒ เรอื่ ง การใชพจนานุกรม หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒ เรือ่ ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๕ เร่ือง การใชพจนานุกรม (๑) รายวิชา พ้นื ฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ พจนานุกรม คือหนังสือที่ใหความรูเก่ียวกับคําและวลี เรียบเรียงไวตามลําดับอักษร ใหต วั สะกดท่ีถูกตอ ง การอานออกเสยี ง ชนดิ ของคาํ ความหมาย หรอื คาํ จาํ กัดความของคํา ประวตั ิ ของคํา วิธีใชคํา ตัวยอ คําเหมือน คําพอง คําที่มีความหมายตรงขาม นอกจากนี้คําบางคําอาจมี แผนภูมิ ตาราง หรอื ภาพประกอบเพื่อชวยใหเขา ใจความหมายของคําไดดีย่ิงข้ึน ลกั ษณะของพจนานกุ รม พจนานกุ รมเปน หนงั สอื อา งองิ ที่ใหความรูเกีย่ วกบั “คํา” รวบรวมคาํ ตาง ๆ เรยี งตามลาํ ดับ อกั ษร แตล ะคาํ จะอธบิ ายใหท ราบถึงสิ่งตาง ๆ ดังตอไปน้ี ๑) ตวั สะกดท่ีถูกตอง ๒) การอานออกเสียง ๓) ความหมายของคาํ คําจาํ กัดความ ๔) ชนิดของคาํ เชน คาํ นาม สรรพนาม ฯลฯ ๕) ประวตั ิท่ีมาของคํา รากศพั ท เชน เปนคําที่มรี ากศพั ทมาจากภาษาใด ๖) การใชค าํ ตวั อยางการแตง ประโยค ๗) คําพอง คําตรงขาม ๘) ตัวยอตา ง ๆ ๙) บางเลม มีประวัตบิ คุ คลสําคัญดว ย ๑๐) มีภาพประกอบตามความจาํ เปน ขน้ั ตอนการใชพ จนานุกรม ๑) พจิ ารณาดูวาคําทต่ี อ งการคนนนั้ ตองการขอเท็จจริงทางดานภาษา ทางดา นเฉพาะวิชา หรือทางดานอนื่ ๆ ๒) เลอื กใชพ จนานกุ รมใหถกู กับขอ เท็จจริงทีต่ องการ ๒.๑) ตองการขอเท็จจริงอยางละเอียดหรือโดยสังเขป ถาตองการคนควาขอเท็จจริง อยางละเอียดเก่ียวกับคําทั้งคําเกาและคําใหมในภาษาอังกฤษ เลือกใชพจนานุกรมฉบับสมบูรณ แตถาตองการหาความรูเก่ียวกับคําศัพทภาษาอังกฤษท่ีใชอยูในปจจุบัน เลือกใชพจนานุกรม ฉบบั ยอ

๒๐๘ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๒.๒) ตองการขอเท็จจริงทางดานภาษา ใหเลือกใชพจนานุกรมทางภาษา ซึ่งแบง ออกเปน ประเภทตา ง ๆ เลอื กใชประเภทใหต รงกับวัตถปุ ระสงค ๒.๓) ตองการขอเท็จจริงทางดานเฉพาะวิชา เลือกใชพจนานุกรมเฉพาะวิชา ซึ่งแบง ออกเปนสาขาวชิ าตา ง ๆ ใหต รงกบั วตั ถุประสงค ๒.๔) ตองการขอเท็จจริงเกี่ยวกับคําศัพทในลักษณะอื่น ๆ เลือกใชพจนานุกรมอ่ืน ๆ เชน พจนานุกรมอภธิ านศพั ทและพจนานุกรมสแลง เปนตน ๓) เม่ือเลือกพจนานุกรมที่ตองการคนหาขอเท็จจริงไดแลว ใหอานขอแนะนําการใชแลว จึงลงมอื คนหาคาํ ตอบ ซึง่ อาจใชเ ครือ่ งชว ยในการคน หาดังนี้ ๓.๑) หาอกั ษรแนะเพ่อื ดคู าํ ทต่ี องการอยูที่เลม ใด ๓.๒) หาคําท่ีตองการโดยใชดรรชนนี ้ิวมอื ชว ย ๓.๓) หาคําทต่ี อ งการในแตละหนา โดยอาศยั คาํ แนะนาํ ทห่ี ัวกระดาษ วิธกี ารใชพจนานุกรม ๑. การเรียงลําดบั พยัญชนะ ๑.๑ เรยี งพยญั ชนะจาก ก-ฮ ๑.๒ พยัญชนะตนท่ีเปนอักษรควบและอักษรนํา ถาจะคนหาคําใหดูท่ีพยัญชนะตัวแรก ของคาํ เปน หลัก ๑.๓ คําที่ข้ึนตนดวยพยัญชนะตามดวยสระ จะอยูหลังคําท่ีข้ึนตนดวยพยัญชนะแลว ตามดวยพยัญชนะ ๑.๔ คําที่ไมม รี ปู วรรณยุกตก ํากับจะอยกู อ นคําที่มรี ูปวรรณยกุ ต ๑.๕ คําที่อยใู นหมวดอักษรเดยี วกนั ใหพ จิ ารณาพยญั ชนะตัวถดั ไป ๒. การเรยี งลาํ ดบั สระ ๒.๑ คาํ ที่ไมมีรูปสระกาํ กับจะอยกู อนคาํ ทมี่ รี ูปสระ ๒.๒ รปู สระตาง ๆ จะเรยี งลําดบั ๓. บญั ชอี ักษรยอ ๓.๑ อักษรยอ ในวงเล็บจะบอกที่มาของคํา ๓.๒ อกั ษรยอหนาบทนยิ ามจะบอกชนิดของคําตามหลกั ไวยากรณ เชน ก. = คาํ กิรยิ า น. = คาํ นาม ๓.๓ อักษรยอ ในวงเลบ็ หนาบทนยิ ามจะบอกลกั ษณะของคําทีใ่ ชเ ฉพาะแหง

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๐๙ ๔. การเรียงลาํ ดับคาํ ทีเ่ ปน นามยอย จะจัดเรียงไวตามหมวดอักษร เชน ดุก เปนนามยอ ยของปลา จัดเรยี งไวใ นหมวดอักษร ด ๕. ประวัตขิ องคาํ จะบอกไวท ายคํานั้น ๆ โดยเขียนอกั ษรยอไวใ นวงเลบ็ เชน กรฑี า (ส) มาจากภาษาสันสกฤต ๖. การอานออกเสยี งของคํา ในพจนานุกรมจะบอกคําอานไวใ นวงเล็บเหลย่ี มทา ยคาํ น้นั ๆ เชน เกษตร [ กะเสด] น. ที่ดิน ทุงนา ไร

๒๑๐ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบงานที่ ๕ เรือ่ ง คาํ ศพั ทน า รอู ยูไ หนเอย หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๕ เรือ่ ง การใชพ จนานุกรม (๑) รายวิชา พ้นื ฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๔ คําชแี้ จง ใหนกั เรียนอา นคําศพั ทท ี่ครูกําหนดและแขง ขันคน หาความหมายจากพจนานุกรม บนั ทึกคาํ ตอบลงในใบงาน (กิจกรรมกลมุ ) ชื่อกลมุ ....................................................................................... สมาชิก ๑. ......................................................................................................................เลขท.่ี ................... ๒. ......................................................................................................................เลขท.่ี ................... ๓. ......................................................................................................................เลขท.่ี ................... ๔. ......................................................................................................................เลขท.ี่ ................... คําที่ คํา ความหมาย ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ชื่อ-สกลุ ______________________________________________ช้นั ______เลขที่_____

หนว ยการเรยี นรูที่ ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ ๒๑๑ ใบงานที่ ๖ เรือ่ ง คน คํานําไปใช หนว ยการเรยี นรูที่ ๒ เรื่อง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรูที่ ๕ เรื่อง การใชพ จนานกุ รม (๑) รายวิชา พนื้ ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ คําช้ีแจง ใหนกั เรยี นคน หาความหมายของคําศัพทตอไปน้ี บันทึกคําตอบลงในใบงาน คําท่ี คาํ ความหมาย ๑. กษริ า ๒. โฉลก ๓. ชลาสนิ ธุ ๔. ชลุ ีกร ๕. นักสิทธ์ิ ๖. บังเหยี น ๗. ภูวไนย ๘. ยกั ขินี ๙. ระเห็จ ๑๐. อรนิ ทร ชอ่ื -สกลุ ______________________________________________ชน้ั ______เลขที่_____

๒๑๒ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เฉลยใบงานที่ ๕ เร่ือง คาํ ศัพทน ารูอยูไหนเอย หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรื่อง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรูที่ ๕ เร่อื ง การใชพจนานุกรม (๑) รายวิชา พ้นื ฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๔ คําชีแ้ จง ใหนักเรียนอา นคําศพั ททค่ี รกู าํ หนดและแขง ขันคน หาความหมายจากพจนานกุ รม บันทกึ คําตอบลงในใบงาน (กจิ กรรมกลุม ) ชือ่ กลุม....................................................................................... สมาชิก ๑. ......................................................................................................................เลขที่.................... ๒. ......................................................................................................................เลขท่.ี ................... ๓. ......................................................................................................................เลขท่.ี ................... ๔. ......................................................................................................................เลขท.ี่ ................... คําที่ คํา ความหมาย ๑. ครรไล ไป มาจากคาํ วา ไคล ๒. เกษม สบายใจ, ความพน ภัย ๓. กุมาร เดก็ ชาย ๔. ฉวัดเฉวยี น อาการทบี่ ินผาดโผนวนเวียน หรือแลนไปอยา งเรว็ ผาดโผน ๕. สาคร ทะเล, แมน้ํา

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๑๓ เฉลยใบงานท่ี ๖ เร่ือง คนคํานาํ ไปใช หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๕ เรอ่ื ง การใชพ จนานุกรม (๑) รายวชิ า พน้ื ฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ คําชแ้ี จง ใหนักเรยี นคน หาความหมายของคาํ ศัพทตอไปน้ี บนั ทกึ คาํ ตอบลงในใบงาน คําที่ คํา ความหมาย ๑. กษริ า นํา้ นม ๒. โฉลก โชค, โอกาส ๓. ชลาสินธุ ทะเล, แมนา้ํ ๔. ชุลีกร การประนมมือ, การไหว ๕. นกั สิทธ์ิ ผสู าํ เร็จ, ฤๅษี ๖. บงั เหียน เคร่ืองบงั คับมาใหไปในทิศทางทตี่ อ งการ ๗. ภูวไนย พระเจาแผน ดิน ในท่ีนหี้ มายถึง พระอภัยมณี ๘. ยกั ขนิ ี นางยกั ษ ๙. ระเห็จ ไปโดยเร็ว ๑๐. อรนิ ทร ศตั รู, ขา ศึก

๒๑๔ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ส่ือสําหรบั ครู หนวยการเรียนรูที่ ๒ เรื่อง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๕ เร่อื ง การใชพ จนานกุ รม (๑) รายวิชา พ้ืนฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ บัตรคํา ครรไล เกษม ฉวดั เฉวยี น กมุ าร สาคร

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๑๕ แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๖ การใชพจนานกุ รม (๒) หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่อื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ช้วี ัด สาระที่ ๔ หลกั การใชภ าษาไทย มาตรฐานการเรยี นรู ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว เปนสมบตั ิของชาติ ตัวชีว้ ัด ป.๔/๓ ใชพ จนานุกรมคน หาความหมายของคํา ๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด การใชพจนานุกรม มีประโยชนหลายประการ เชน ใชคนหาความหมายของคํา ชวยใหอานคําได ถูกตอง คําไทยบางคําจะอานออกเสียงตามกฎเกณฑ บางคําก็ไมอานตามกฎเกณฑ พจนานุกรมจะบอกเสียง อาน ชวยใหเขียนคําไดถูกตอง พจนานุกรมจะรวบรวมคําที่เขียนในรูปแบบตาง ๆ ไว ซึ่งถือเปนแบบฉบับ ในการเขียนภาษาใหถูกตองตามหลักเกณฑทางภาษา อีกท้ังการฝกเรียงคําตามพจนานุกรมสามารถชวยเพ่ิม ทกั ษะในการใชพจนานกุ รมอกี ดวย ๓. จุดประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) ๑) บอกวิธกี ารเรยี งคาํ ตามพจนานกุ รมได ๒) บอกประโยชนของการใชพจนานกุ รมได ๓.๒ ดา นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เรยี งคําตามพจนานกุ รมได ๓.๓ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คานิยม (A) - เห็นคุณคา และประโยชนข องการใชพจนานกุ รม ๔. สาระการเรียนรู - การเรียงคําตามพจนานกุ รม ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ๖.๑ มีวนิ ัย ๖.๒ ใฝเรยี นรู ๖.๓ มงุ มัน่ ในการทาํ งาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook