Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Published by elibraryraja33, 2021-08-03 06:01:52

Description: 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Search

Read the Text Version

คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นรู ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๔ ภธิ านสือ่ สารภาษา จาํ นวน ๙ ช่ัวโมง ๓ เรือ่ ง ลิขติ จดหมาย (๓) จาํ นวน ๑ ชว่ั โมง การจดั การเรียนรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน ๑. สอ่ื นาํ เสนอ Power การเรียนรู กจิ กรรมนกั เรยี น Point เร่อื ง ลขิ ิต ๑. นกั เรยี นรว มกันอภปิ ราย จดหมาย (๓) ง ความรูเกยี่ วกับการเขียน น จดหมายถงึ เพื่อน งน้ี ๒. นักเรยี นตอบคาํ ถาม ดงั น้ี ๑. การตอบคําถาม น นกั เรียน : ใชรปู แบบการเขยี น ยน เหมอื นกัน งนี้ ๓. นกั เรยี นตอบคําถาม ดงั น้ี ๒. การตอบคาํ ถาม น นกั เรียน : การใชภ าษาตางกนั ยน คําขึน้ ตนคําลงทายตา งกนั ตาง และการใชสรรพนามตา งกนั ยน ง

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรอื่ ง อักษราภธิ านสือ่ สารภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ลําดบั จดุ ประสงคการเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ท่ีใช กจิ กรรมครู ๒. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ๒๐ นาที ๑. ครใู หน กั เรยี นศึกษาตวั อย ข้ันสอน การเขยี นจดหมายถงึ บิดามาร จากใบความรูท่ี ๑ เรือ่ ง การเขยี นจดหมาย ๑. อธิบายรูปแบบ ๒. ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั การเขยี นจดหมายถึง วเิ คราะหส ํานวนภาษา บดิ ามารดาได สรรพนามที่ใช คาํ ขึ้นตน และ คาํ ลงทา ยในจดหมาย ๓. ครูอธิบายเพ่ิมเติมความรู เกีย่ วกับการเขียนจดหมายถึง บิดามารดา ๓. ๒. เขียนจดหมายถงึ ข้ันปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครูและนักเรยี นทบทวน บดิ ามารดาโดยใช ความรเู ก่ยี วกับการใชภ าษา ภาษาทีเ่ หมาะสมได คาํ ขึ้นตน คาํ ลงทา ยในจดหม ๓. มีมารยาทใน ถึงบดิ ามารดา การเขยี นจดหมาย

การจดั การเรียนรู สือ่ การเรยี นรู ๔๕๑ การประเมิน กจิ กรรมนกั เรียน การเรียนรู ยาง ๑. นักเรยี นศกึ ษาใบความรูท ่ี ๑ ๒. ใบความรูที่ ๑ เรือ่ ง รดา เรอ่ื ง การเขียนจดหมาย การเขยี นจดหมาย ๒. นักเรียนอภปิ รายความรูจาก ๓. การตอบคาํ ถาม การศกึ ษาใบงานท่ี ๑ เรือ่ ง ๔. ประเมินการปฏบิ ตั ิ ะ การเขยี นจดหมายโดยอภปิ ราย กิจกรรม เก่ียวกบั สาํ นวนภาษา สรรพนามที่ใชค ําขนึ้ ตนและ คาํ ลงทา ยในจดหมาย ๓. นกั เรยี นสนทนาแลกเปล่ยี น ง ความรูเกีย่ วกับการเขียน จดหมายถึงบิดามารดารวมกับ ครู ๑. นักเรยี นทบทวนความรู ๓. ใบงานที่ ๓ เรื่อง เก่ยี วกับการใชภาษา คาํ ข้ึนตน การเขยี นจดหมายถงึ มาย คาํ ลงทายในจดหมายถงึ บิดา บดิ ามารดา มารดา

๔๕๒ ลาํ ดบั จุดประสงคการเรยี นรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรียนรู ท่ใี ช กจิ กรรมครู ๒. ครชู ้แี จงการทาํ ใบงานท่ี ๓ เรอื่ ง การเขยี นจดหมายถึงบดิ มารดา ๓. ครมู อบหมายใหน ักเรียน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมในใบงานท่ี ๓ เร่อื ง การเขยี นจดหมายถึงบดิ มารดา ๔. ขนั้ สรปุ ๕ นาที ๑. ครูขออาสาสมัครนักเรยี น จํานวน ๒ คนออกมานําเสนอ ผลงานตนเองใหเ พ่ือนและคร หนา ช้ันเรยี น ๒. ครแู นะนาํ วิธกี ารเขยี น จดหมายถงึ บดิ ามารดา การใ ภาษา เพอ่ื ใหน กั เรียนได ปรบั ปรุงผลงานและเปน แนวทางใหเ พื่อนในชน้ั เรียน ๓. ครใู หน กั เรยี นรวมกันสรปุ ความรูเก่ยี วกับการเขียนจดห ถึงเพ่ือนและบดิ ามารดา

คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจดั การเรียนรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน กจิ กรรมนกั เรยี น การเรยี นรู ๓ ๒. นักเรียนฟง คําช้แี จงการทาํ ดา ใบงานหากมีขอสงสยั ใหซกั ถาม ๓. นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ๓ ในใบงานท่ี ๓ เรอื่ ง การเขยี น ดา จดหมายถงึ บดิ ามารดา น ๑. นกั เรียน ๒ คนออกมา อ นําเสนอผลงานตนเองใหเพ่ือน รฟู ง และครูฟง หนา ชั้นเรียน ๒. นักเรียนปรบั ปรงุ ผลงาน ใช ตนเองตามคาํ แนะนําของครู ป ๓. นักเรียนรว มกันสรปุ ความรู หมาย เกย่ี วกับการเขียนจดหมายถงึ เพอ่ื นและบดิ ามารดา

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอื่ ง อักษราภธิ านส่อื สารภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ ๔๕๓ ๘. ส่ือ/แหลงเรียนรู ๑) ส่ือนําเสนอ PowerPoint เรือ่ ง ลขิ ติ จดหมาย (๓) ๒) ใบความรูท ี่ ๑ เรอื่ ง การเขียนจดหมาย ๓) ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การเขยี นจดหมายถึงบิดามารดา ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชนิ้ งานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๓ เรื่อง การเขียนจดหมายถึงบดิ ามารดา ประเดน็ การประเมิน วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมนิ ดานความรู ความเขาใจ (K) ๑. ประเมินการตอบ ๑. คาํ ถามสาํ คญั - ผานเกณฑก ารประเมนิ - อธบิ ายรปู แบบการเขียน คาํ ถามในชนั้ เรียน ๒. แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับคุณภาพ “พอใช” จดหมายถงึ บดิ ามารดา ๒. ประเมินใบงานท่ี ๓ ๓. แบบประเมินใบงาน ขึน้ ไป เร่ือง การเขียนจดหมาย ท่ี ๓ เรอื่ ง การเขียน ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ถึงบิดามารดา จดหมายถึงบดิ ามารดา - ผา นเกณฑก ารประเมนิ - เขยี นจดหมายถงึ บิดามารดา - ประเมินใบงานท่ี ๓ - แบบประเมินการเขยี น ระดับคุณภาพ “พอใช” โดยใชภาษาทเ่ี หมาะสม เรือ่ ง การเขียนจดหมาย จดหมาย ขน้ึ ไป ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ ถึงบิดามารดา คานิยม (A) - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ผา นเกณฑการประเมนิ - มมี ารยาทในการเขียน - ประเมินการทํางาน ระดับคุณภาพ “ผาน” จดหมาย และ การปฏบิ ตั ิ - แบบประเมนิ ข้ึนไป คุณลักษณะอันพงึ ประสงค กิจกรรมในชัน้ เรยี น คณุ ลักษณะอันพึง - ผา นเกณฑก ารประเมิน ๑. มวี ินยั - ประเมนิ การทํางาน ประสงค ระดับคุณภาพ “ผาน” ๒. ใฝเรียนรู และ การปฏบิ ตั ิ - แบบประเมิน ขน้ึ ไป ๓. มงุ มัน่ ในการทํางาน กจิ กรรมในชนั้ เรยี น สมรรถนะสาํ คัญของ - ผา นเกณฑก ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น - ประเมินความสามารถ ผูเรยี น ระดับคุณภาพ “ผาน” ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ในการคดิ และการสือ่ สาร ขน้ึ ไป ๒. ความสามารถในการคิด

๔๕๔ คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เกณฑก ารประเมินการเขียนจดหมาย ประเด็น ระดับคะแนน การประเมิน ๔ ๓๒ ๑ ๑. รูปแบบ จดหมายมรี ูปแบบ จดหมายมีรูปแบบ จดหมายมีรปู แบบ จดหมายมรี ปู แบบ จดหมาย การเขียนที่ถูกตอง การเขียนท่ีถูกตอง การเขยี นท่ีถูกตอง การเขียนท่ีถูกตอง ๒. การเขยี น ชัดเจน เรยี งลําดบั ชัดเจน เรียงลาํ ดับ ชดั เจน เรยี งลําดับ ชดั เจน เรยี งลาํ ดับ คําขึน้ ตนและ เนอื้ หาและ เน้ือหาและ เน้ือหาและ เน้ือหาและ คาํ ลงทาย องคป ระกอบได องคประกอบได องคป ระกอบได องคประกอบได ๓. เนอ้ื หา ถูกตองทุกสว น ผิดพลาด ๑ สวน ผิดพลาด ๒ สวน ผดิ พลาดมากกวา ๒ สวน ๔. มารยาท เขยี นคาํ ขึน้ ตน และ เขียนคาํ ขน้ึ ตน และ เขียนคําขน้ึ ตนและ ไมเขยี นคาํ ขึ้นตน ในการเขยี น คําลงทา ยไดถ ูกตอ ง คําลงทายไดถ ูกตอ ง คาํ ลงทา ยไม และคาํ ลงทาย เหมาะสมกับระดับ เหมาะสมกบั ระดับ เหมาะสมกบั ระดับ เขียนเนื้อหาได ของผูร ับจดหมาย ของผูรับจดหมาย ของผูร บั จดหมาย สอดคลอ งกบั ทกุ ตาํ แหนง ผดิ ๑ ตาํ แหนง ผิด ๒ ตาํ แหนง ประเภทของ เขยี นเนื้อหาได เขียนเนื้อหาได เขยี นเนือ้ หาได จดหมายถกู ตอง สอดคลอ งกบั สอดคลองกับ สอดคลอ งกับ รอ ยละ ๔๐ ใช ประเภทของ ประเภทของ ประเภทของ ภาษาเหมาะสมกบั จดหมาย ใชภ าษา จดหมายถกู ตอง จดหมายถูกตอง ระดบั ของผรู ับ เหมาะสมกับระดับ รอยละ ๘๐ ใช รอ ยละ ๖๐ ใช จดหมายและเขียน ของผรู บั จดหมาย ภาษาเหมาะสมกบั ภาษาเหมาะสมกับ สะกดคําผิด และเขยี นสะกดคาํ ระดับของผูร บั ระดับของผูรบั มากกวา ๔ คาํ ไดถูกตองทกุ คํา จดหมายและเขียน จดหมายและเขียน ปฏิบัตไิ ด ๑ ขอ สะกดคําผิด สะกดคําผิด ๑-๒ คํา ๓-๔ คํา - ความสะอาด ปฏิบตั ิได ๓ ขอ ปฏิบัติได ๒ ขอ เรยี บรอย - ไมม รี อยลบคําผดิ - ใชภ าษาสุภาพ - ลายมอื อา นงาย ถูกตองตามอักขวธิ ี เกณฑการประเมนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑการผา น ตง้ั แตร ะดับ พอใช ขึ้นไป

หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เรอื่ ง อักษราภธิ านสื่อสารภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ๔๕๕ แบบประเมินการเขยี นจดหมาย ชอื่ ผปู ระเมิน.................................................โรงเรียน................................ช้นั ............หนวยที่...........แผนที.่ ........ คร้ังท.่ี .............................วนั ท.่ี ........................เดอื น............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาํ ชี้แจง ครผู สู อนทาํ เครื่องหมาย √ ลงในชอ งที่ผูเรยี นแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการประเมนิ การเขียน จดหมาย ๑. รูปแบบ ๒. การเขยี น ๓. เนื้อหา ๔. มารยาท รวม ระดับ จดหมาย คาํ ขน้ึ ตน และ ในการเขยี น (๑๖) คะแนน เลขที่ ชอื่ -สกลุ คําลงทา ย ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑก ารประเมิน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๕-๘ คะแนน หมายถึง พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑการผา น ตั้งแตร ะดับ พอใช ขน้ึ ไป

๔๕๖ คูม ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เร่อื ง ลขิ ติ จดหมาย (๓) ผลการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กัดการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผทู ไ่ี ดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เร่อื ง อักษราภิธานสอ่ื สารภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ ๔๕๗ ใบความรูที่ ๑ เรอ่ื ง การเขียนจดหมาย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรื่อง อกั ษราภธิ านส่ือสารภาษา แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๓ เรือ่ ง ลขิ ติ จดหมาย (๓) รายวิชา พ้นื ฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ การเขียนจดหมาย ในปจจุบนั โลกมกี ารพัฒนาการสือ่ สารทางโทรคมนาคมไดสะดวกและรวดเร็ว แตการส่อื สาร อีกชนิดท่ียังมีความสําคัญอยางยิ่งก็คือ การเขียนจดหมาย เพราะสามารถเขียนไดทุกเวลา ทุกโอกาส เก็บไวเ ปนหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรไ ด หลกั การเขียนจดหมาย การเขียนจดหมาย เปนการสื่อสารชนิดหน่ึง มีลกั ษณะเปน ความเรียงทมี่ ีรูปแบบโดยเฉพาะ ผูเ ขยี นตอ งใชถอยคาํ ที่สน้ั กระชับ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค การเขียนจดหมาย แบง ออกเปน ๔ ชนดิ ดังนี้ ๑. จดหมายสวนตัว เปนจดหมายที่เขียนติดตอระหวางบุคคลท่ีคุนเคยกันเชน ญาติสนิท คร-ู อาจารย เพอ่ื ไตถามทกุ ขส ขุ สว นตวั ๒. จดหมายกิจธุระ เปนจดหมายที่เก่ียวของกับธุระการงาน เปนจดหมายระหวางบุคคล ถึงบุคคล บุคคลถึงบริษัทหางรานหรือเปนจดหมายของบุคคลถึงสวนราชการ การใชสํานวนภาษา ตองสภุ าพและใหค วามสําคญั กับผูรับจดหมาย ๓. จดหมายธุรกิจ เปนจดหมายท่ีใชติดตอระหวางกันในวงธุรกิจ มีจุดประสงคในการ ดําเนินธุรกิจ เชน เสนอขายสินคาหรือบริการ สั่งซ้ือสินคา และตอบรับการส่ังซื้อ ติดตามหน้ี เปนตน มรี ปู แบบและการใชภ าษาเปนทางการหรือคอนขางเปน ทางการ ๔. จดหมายราชการ เปนจดหมายที่เขียนตดิ ตอกันระหวางสว นราชการตาง ๆ หรือบุคคล เขียนไปถึงสวนราชการหรือสวนราชการมีไปถึงสวนราชการดวยกันเอง ตลอดจนสวนราชการนั้น เขียนจดหมายไปถึงตวั บุคคล

๔๕๘ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) วิธีการเขยี นจดหมาย ๑. เขยี นขอ ความใหชัดเจน ใชถอยคําสุภาพ กะทดั รดั สละสลวย ๒. เขียนดวยลายมือชดั เจน อานงา ย ๓. ใชภ าษาถกู ตองตามลกั ษณะการใชภาษา ๔. เขยี นตามรูปแบบจดหมายท่ีถูกตอง รูปแบบการเขียนจดหมายทถี่ กู ตอ ง ๑. การวางรูปแบบจดหมาย ควรจัดวางใหมีสัดสวนพอเหมาะกับหนากระดาษ โดยเวน ดา นหนาประมาณหน่ึงนิ้ว และเวน ดานหลงั ประมาณคร่ึงนวิ้ ๒. ทอี่ ยขู องผูเ ขียน อยูตรงมุมบนขวาของหนากระดาษ ๓. วันเดือนป เขยี นกงึ่ กลางหนา กระดาษ ๔. คําข้ึนตน อยูดานซายหางจากขอบกระดาษประมาณ ๑ น้ิว และตองเขียนใหเหมาะแก ฐานะและตําแหนง หนา ที่ ๕. เน้ือความ เริ่มเขียนโดยยอหนาเล็กนอย และควรข้ึนยอหนาใหมเม่ือขึ้นเนื้อความใหม สํานวนภาษาที่ใชในการเขียน ตองคํานึงถึงความสุภาพ เขียนถูกตองเหมาะแกฐานะ และ ความสัมพันธระหวางบุคคล เวนวรรคตอนใหถูกตอง ถาตองการอวยพรใหญาติผูใหญในตอนทาย ของจดหมาย ควรอางถงึ สงิ่ ศกั ด์ิสิทธิ์ สวนการอวยพรใหเ พอ่ื นจะอา งถึงส่งิ ศกั ด์ิสิทธิห์ รือไมกไ็ ด ๖. คําลงทาย อยูตรงกับวันเดือนปที่เขียน และตองเขียนใหถูกตอง เหมาะแกฐานะและ บคุ คล ๗. ชื่อผูเขียน เยื้องลงมาทางขวามือ ถาเขียนจดหมายถึงบุคคลที่ไมคุนเคย ควรวงเล็บชื่อ ทเ่ี ขียนเปนตัวบรรจง ถาเปน จดหมายราชการตองบอกยศตําแหนง ของผสู งดว ย มารยาทในการเขียนจดหมาย ๑. ใชกระดาษสีขาว สีออนหรือสีสุภาพ ไมมีรอยยับหรือรอยฉีกขาด ขนาดไดมาตรฐาน ไมค วรใชกระดาษที่มีตราของทางราชการเขียนจดหมายสวนตวั ๒. เขียนดวยหมึกสีดํา สีน้ําเงิน ไมควรใชดินสอ หมึกแดง หรือหมึกสีฉูดฉาด เพราะไม สภุ าพ ควรเขยี นตวั อกั ษรหรอื ตัวเลขใหช ดั เจน ไมขูด ลบ ขดี ฆา หรือเขียนทับลงไป ๓. ไมใชซ องทีม่ ลี วดลายหรือสเี ขมมาก ๔. ไมส อดธนบัตรหรอื สงิ่ ของมคี าลงในซองจดหมาย อาจหายได ๕. จดหมายที่สงทางไปรษณีย ตองผนึกดวงตราไปรษณียากรตามอัตราท่ีการสื่อสาร กาํ หนดไวทมี่ มุ บนดา นขวามอื

หนวยการเรยี นรูที่ ๔ เรอ่ื ง อักษราภธิ านส่อื สารภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ๔๕๙ ๖. เรียงลําดับเน้ือหาสาระเหมาะสมใชภาษาถูกตองตามหลักภาษา ไมใชภาษาพูดในการ เขยี นจดหมาย ๗. ถาตองการเขียนขอความเพิ่มเติมหลังเขียนจดหมายจบแลว ตองเขียนคําวา ป.ล. (ปจฉมิ ลิขิต) กอ น ๘. ควรเขียนคํานําหนาช่อื ผรู บั บนหนาซองใหถกู ตอ ง เชน คุณ นายแพทย อาจารย หรือยศ ทางทหาร รปู แบบของคาํ ขึน้ ตน สรรพนาม คาํ ลงทาย การเขียนจดหมายตองคาํ นึงถงึ การเขยี นคาํ ข้ึนตน คําลงทาย และสรรพนามใหถ ูกตอง ผูรบั จดหมาย คาํ ข้นึ ตน สรรพนาม สรรพนาม คําลงทา ย เพอ่ื น (ผเู ขยี น) (ผูรบั ) ดว ยความรกั , ...(ใสชือ่ )...เพื่อน ฉนั เธอ ดว ยความรักยิ่ง, รัก รกั เเละคิดถึง คุณพอ คุณเเม ดว ยความเคารพ บิดามารดา กราบเทา ...(คุณ ลูก, หนู, ผม, รักอยางสูง พอ/คุณแม)...ท่ี กระผม, ดฉิ นั เคารพอยางสูง หรือใชช ่อื เลน เเทน สว นประกอบของจดหมาย ๑. สถานที่เขียน ควรบอกใหชัดเจน จากหนวยยอยไปหาหนวยใหญ เชน ๕/๒ หมู ๔ ตาํ บลหวั หิน อําเภอหัวหนิ จังหวดั ประจวบคีรขี ันธ ๗๗๑๑๐ ๒. วนั เดอื น ป ใชแ บบจดหมายราชการ ดังน้ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๕๕ ๓. คาํ ข้ึนตน ใชใ หเหมาะสมกับบุคคล ๔. ใจความหรือเนื้อความ ถามีเรื่องจะตองเขียนมากควรแบงเปนตอน ๆ ถาจะเขียนเร่ือง ใหมก็ขึ้นบรรทัดใหม ไมควรเขียนติดตอ กันเพียงยอ หนา เดียว ๕. คําลงทาย ตองใชใ หส มั พันธก ับคําขึ้นตนและใชใ หถ กู ตองตามฐานะของบุคคล ๖. ชื่อผูเขียน ถาใชลายเซ็นตองวงเล็บช่ือ-นามสกุลไวใตลายเซ็นดวยลายมือท่ีอานงาย ชัดเจน หากมตี าํ แหนงหนา ทก่ี ารงานใหบอกตําแหนงหนาท่นี ั้นดวย

๔๖๐ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ขนาดของซองจดหมาย การใชซองขนาดมาตรฐาน ปจจุบันที่ทําการไปรษณียทุกแหงจะมีซองจดหมายจําหนาย เปนซองทีม่ ีขนาดเหมาะสม โดยทว่ั ไปมี ๒ แบบ ดังนี้ ๑. ซองสน้ั มีขนาด ๓.๕ x ๖ นิว้ ถึง ๔.๕ x ๗ นิว้ ๒. ซองยาว มีขนาด ๔.๒๕ x ๙ น้วิ การจาหนาซอง การจา หนา ซอง มหี ลักการ ดงั น้ี ๑. ท่อี ยขู องผูรับ ตองเรียงลาํ ดับจากสวนยอ ยไปหาสว นใหญ ไดแก - ช่ือ-สกุลของผูรับ ถาเปนจดหมายสําคัญ เชน มีธนาณัติสอดอยูดวย ตองระบุคํา นําหนา ช่ือผูรบั - บานเลขที่ ซอย หรือตาํ บล - ถนนทตี่ งั้ - ตําบลหรอื เเขวง - อาํ เภอหรอื เขต - จงั หวดั - รหสั ไปรษณยี  ๒. ทีอ่ ยูของผูสง เรียงลาํ ดบั เชนเดยี วกบั ผรู ับ จะเขียนไวด านบนซา ยของตนเอง ๓. คาํ ขึน้ ตน - ถาเปนจดหมายสว นตวั อาจใชคาํ วา “กรุณาสง” หรอื “นามผูรบั ” ๔. เเสตมป ตองตดิ เเสตมปตามราคาทีก่ รมไปรษณยี ฯ กาํ หนด เพราะถา ตดิ ไมค รบ ผรู ับจะ ถูกปรบั เปน ๒ เทาของราคาเเสตมปท ขี่ าดไป ทม่ี า : ปรบั ปรงุ มาจาก https://sites.google.com

หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เร่ือง อักษราภธิ านสื่อสารภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๔๖๑ การวางรูปแบบจดหมาย ที่อยู. ................................................ ........................................................ ........................................................ วนั ท.่ี ................................................................ คําขึ้นตน ................................................................................ เนื้อความ ............................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... เน้ือความ .............................................................................................................. ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... คําลงทา ย................................................. .......................................... (ชื่อผเู ขยี นจดหมาย)

๔๖๒ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ตวั อยา งจดหมายถงึ เพือ่ น ๑๐๑ หมู ๓ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค ๖๐๑๔๐ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ นภา เพอื่ นรัก เราไดรับจดหมายจากนภาแลว ดีใจดวยนะท่ีชนะการประกวดเขียนเรียงความเร่ือง “พอหลวงของปวงชนชาวไทย” เราก็รักและเคารพพระองคทานมากที่สุดในชีวิตเชนกัน เรามี ความสุขทุกคร้ัง ที่ไดเห็นพระองค แมเพียงเห็นในจอโทรทัศนก็ตาม ครอบครัวของเรารัก พระองคทุกคน และนาํ หลักปรัชญาเร่ืองความพอเพียงมาใชด วย เราเขียนเรียงความไมเกง แตเราวาดภาพสวยนะ ชนะการประกวดเหมือนกัน ไดไป แขงขันตอในระดับภาค เราจะนําภาพที่เราวาดไวไปใหนภาดูนะ ในชวงปดภาคเรียนนี้ คุณพอคุณแมบอกวาจะพาครอบครัวของเรามาเยี่ยมคุณปูคุณยาและจะพักหลายวัน เราคงมี เวลาคุยกนั คงไดเทยี่ วทะเล สวนสาธารณะใกลบ า นของนภาแนเ ลย สุดทายนี้ เราขออํานาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลใหนภาเพ่ือนรักมีความสุข เรียนเกง ตลอดไปนะจะ รกั และคดิ ถึง .............................. (ภัครมล จันทรง าม) โครงการส่อื ๖๐ พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี

หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เรือ่ ง อักษราภธิ านส่อื สารภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๔๖๓ ตวั อยางจดหมายถงึ บดิ ามารดา ๑๕/๑ หมูท่ี ๕ ตาํ บลอางแกว อําเภอโพธทิ์ อง จังหวดั อา งทอง ๑๔๑๒๐ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ กราบเทา คณุ พอ คุณเเม ท่ีเคารพรกั อยางสงู ผมไดรับเงิน ๕๐๐ บาท ที่คุณพอคุณแมกรุณาสงมาใหแลวครับ ผมจะนําไปซ้ือกางเกง กฬี า ๑ ตวั และสมดุ ๓ เลม เหลือเงนิ อกี ๓๐๐ บาท ผมนาํ มารวมไวในคาใชจายประจําวนั โรงเรียนจัดกิจกรรมแขงขันกีฬาเพ่ือคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาแตละประเภทเขารวม การแขงขันในระดับจังหวัด ผมไดรับคัดเลือกเปนตัวแทนนักกีฬาฟุตบอลและว่ิง ๑๐๐ เมตร ผมดใี จมากและจะพยายามฝกซอม เพ่ือนํารางวัลมาฝากคณุ พอคุณแมค รบั ผมจะเลาเร่ืองดี ๆ ใหคุณพอคุณแมฟงครับ ในงานแขงขันกีฬาของโรงเรียนมีผูใหญ จากจังหวัดมารวมงาน เขาลืมกระเปาถือไวหนาหองน้ํา ผมจึงเก็บไปใหครูประกาศหาเจาของ เขามารับกระเปาคืนดวยความดีใจ เขาประกาศ ชมเชยโดยประกาศชื่อคุณพอคุณแมดวยครับ สวนคุณครูใหผมเปนเด็กดีท่ีเปนตัวอยางครับ ผมดีใจและยังปลื้มไมหายเลยครับ จึงเขียน จดหมายมาเลา เรอ่ื งใหค ุณพอ คณุ แมทราบ ตอนน้ีผมขอทําการบา นกอ นนะครบั สุดทายน้ีขออํานาจคุณพระศรีรัตนตรัยคุมครองคุณพอคุณแมใหมีความสุข มีสุขภาพ แข็งแรงและปลอดภัยครบั ดว ยความเคารพอยางสูง .............................. (ภูวดล สุวรรณภูมิ)

๔๖๔ คูม ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบงานท่ี ๓ เรือ่ ง การเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดา หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่ือง อกั ษราภธิ านส่อื สารภาษา แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๓ เร่อื ง ลขิ ิตจดหมาย (๓) รายวิชา พืน้ ฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ คาํ ชีแ้ จง ใหนกั เรียนเขยี นจดหมายถึงบดิ ามารดาโดยใชภ าษาและรูปแบบใหถกู ตอ ง ..................................................... ..................................................... ..................................................... ................................................................. ................................................................................ ............................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... . .......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ................................................. .......................................... ช่ือ-สกลุ .............................................................................................. ช้ัน .............. เลขที่ .............

หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรอ่ื ง อักษราภธิ านสอื่ สารภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ ๔๖๕ แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง ดขู า วเลาความ หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เรื่อง อักษราภิธานสอื่ สารภาษา เวลา ๑ ชัว่ โมง กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชว้ี ัด สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพดู มาตรฐานการเรยี นรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู ความคิดและความรูสึกในโอกาสตาง ๆ อยางมีวิจารณญาณและ สรา งสรรค ตัวช้วี ดั ป.๔/๓ พูดแสดงความรู ความคดิ เห็นและความรสู กึ เกี่ยวกับเรอื่ งท่ฟี ง และดู ตวั ชว้ี ัด ป.๔/๖ มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด การพูดแสดงความรูและความคิดเห็นจากการฟงและดูขาว เหตุการณประจําวันคือ การพูดแสดง ความรูสึก ความคิด และความรูของตนเองอยางมีเหตุผลโดยจับประเด็นสําคัญ อาศัยหลักการพูดแสดง ความคิดเห็น ผูพูดจะตองมีความรูในเรื่องท่ีจะพูดแสดงความคิดเห็นหาเหตุผลหรือขอมูลตาง ๆ มาสนับสนุน ในการพูดไมนําอารมณชอบหรือไมชอบสวนตัวมาเกี่ยวของ พูดอยางมีมารยาท ใชคําที่สุภาพถูกตอง เรยี งลําดับเร่อื งทจ่ี ะพูดใหดี ไมเกิดการสับสน ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - บอกหลักการพดู แสดงความรแู ละความคิดเห็นได ๓.๒ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) - พดู แสดงความรแู ละความคดิ เห็นจากการฟง และดูขา วได ๓.๓ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม (A) - มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู ๔. สาระการเรยี นรู - การพดู แสดงความรแู ละความคดิ เห็นจากการฟง และดูขาว ๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๖.๑ มวี ินยั ๖.๒ ใฝเ รียนรู ๖.๓ มงุ มนั่ ในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

๔๖๖ การจัดกจิ กรรมการเรียน หนว ยการเรยี นรูท่ี ๔ เร่อื ง อักษราภ รายวิชา ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรทู ลาํ ดับ จุดประสงคการเรยี นรู ขั้นตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรยี นรู ทใ่ี ช กิจกรรมครู ๑. ขอบเขตเนื้อหา ขั้นนาํ ๕ นาที ๑. ครูนาํ เสนอภาพหนงั สอื พิม - การพดู แสดงความรู ท่มี ีพาดหัวขา วใหนักเรยี นอา และความคิดเหน็ จาก และสังเกตการใชค ํา ภาษา การฟง และดูขาว พาดหวั ขา ว ๒. ครถู ามคาํ ถามนกั เรียน ดัง ครู : นักเรยี นรสู ึกอยางไรบา ง เมื่อไดอ านพาดหัวขา วท่ีครู นาํ เสนอ ครู : นักเรยี นคดิ วา ขา วที่ครู นํามาใหอานนา สนใจหรือไม เพราะอะไร ๓. ครูอธิบายความรเู ก่ียวกบั การใชภาษาพาดหัวขาวเพื่อ ดึงดูดความสนใจแกผอู าน แล เชอื่ มโยงสกู ารฟงและดูขา ว

คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นรู ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ภธิ านส่อื สารภาษา จาํ นวน ๙ ช่ัวโมง ที่ ๔ เรือ่ ง ดขู า วเลาความ จํานวน ๑ ชั่วโมง การจดั การเรียนรู สื่อการเรยี นรู การประเมนิ กิจกรรมนักเรยี น ๑. สื่อนาํ เสนอ Power การเรยี นรู Point เรอ่ื ง ดขู า ว มพ ๑. นกั เรยี นอา นพาดหวั ขาว เลาความ าน ท่คี รูนาํ เสนอ งนี้ ๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถามและ ง แสดงความคิดเหน็ รวมกัน บ ๓. นกั เรยี นแสดงความคดิ เห็น แลกเปลี่ยนความรรู ว มกบั ครู ละ

หนวยการเรียนรูท ่ี ๔ เร่อื ง อักษราภธิ านสอื่ สารภาษา ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๔ ลาํ ดบั จุดประสงคการเรยี นรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรยี นรู ท่ใี ช กิจกรรมครู ๒. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๒๐ นาที ๔. ครชู แี้ จงจุดประสงคเกย่ี วก ข้นั สอน การพูดแสดงความรูส ึกและ ความคดิ เหน็ จากการฟง และ ดขู าว ๑. ครแู บง กลมุ นักเรียนออกเ กลุมละ ๔ คน ใหศึกษา ใบความรูที่ ๒ เรื่อง การพูด แสดงความคิดเหน็ จากการฟ และดู ๑. บอกหลักการพูด ๒. ครใู หน กั เรียนรว มกนั แสดงความรูและ อภปิ รายความรูเ ก่ียวกบั หลกั ความคดิ เห็นได การพดู แสดงความรแู ละความ คดิ เห็นจากเร่ืองที่ฟง และดู ๓. ครสู ุม นักเรยี นเปน รายบคุ ตอบคาํ ถามความรูเกยี่ วกับ หลกั การพูดแสดงความรูและ ความคดิ เหน็ จากเรื่องที่ฟงแล เพ่ือตรวจสอบความรูความเข ของผเู รียนอกี ครั้งหน่งึ

การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู ๔๖๗ กิจกรรมนักเรียน การประเมิน การเรยี นรู กับ เปน ๑. นกั เรยี นแบงกลมุ กลมุ ละ ๒. ใบความรูท ่ี ๒ เรื่อง ๔ คน ศึกษาใบความรทู ่ี ๒ การพดู แสดงความ เรอ่ื ง การพูดแสดงความคิดเห็น คิดเห็นจากเรื่องที่ฟง ฟง จากเรอื่ งทฟี่ งและดู และ และดู อภปิ รายความรรู วมกบั สมาชิก ในกลมุ ๒. นักเรยี นรว มกนั อภิปราย ๑. การตอบคาํ ถาม ก ความรเู กยี่ วกบั หลักการพูด ม แสดงความรแู ละความคิดเห็น จากเร่ืองท่ฟี งและดู คคล ๓. นักเรียนตอบคําถามครู ๒. การตอบคาํ ถาม เปน รายบคุ คล ะ ละดู ขาใจ

๔๖๘ ลาํ ดบั จดุ ประสงคก ารเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ทีใ่ ช กิจกรรมครู ๒. มีมารยาทในการฟง ๔. ครูถามคําถามนกั เรียน ดัง การดู และการพดู ครู : นักพูดที่ดีควรมีลกั ษณะ อยางไรในความคดิ ของนกั เรยี ครูเชื่อมโยงเขาสูมารยาทใน การพูดโดยคําถาม ครู : นักเรียนคิดวานักพูดทดี่ ตอ งมีมารยาทในการพดู หรอื เพราะเหตุใด ครู : นักเรยี นจะปฏบิ ตั ติ น อยา งไรใหเปน นักฟงท่ีดี ๕. ครูเปด video การรายงา ขา วที่นาสนใจใหน ักเรียนฟง และครใู หน ักเรยี นบนั ทึกขา ว ที่ฟง และดลู งในใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง ดูขา วเลาความ

คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรยี นรู สื่อการเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรยี น การเรยี นรู ๓. การตอบคาํ ถาม งนี้ ๔. นกั เรียนตอบคาํ ถาม ดงั น้ี ะ นกั เรียน : ใชคําพดู ทสี่ ภุ าพ ยน เหมาะสมกับกาลเทศะและ บุคคล ออกเสียงอกั ขระ ใหถกู ตอง มใี บหนายิม้ แยม มีกริ ยิ าทา ทางใหเ ปน ธรรมชาติ ดี นักเรียน : มี เพราะถา ขาด อไม มารยาทในการพดู ก็จะทําให การพูดไมส ัมฤทธผ์ิ ลและไม บรรลุตามวตั ถุประสงค นกั เรยี น : ตงั้ ใจฟงขณะมคี นพูด หากมีขอสงสัยใหยกมือถามเมื่อ ผูพ ดู พดู เสรจ็ แลว ไมขัดจังหวะ ผพู ูด ฯลฯ าน ๕. นกั เรียนฟงและดูขาว ๓. video ขาวหรือ และอภปิ รายความรทู ี่ได เหตกุ ารณป ระจําวนั ว แสดงความคดิ เหน็ รวมกบั สมาชกิ ในกลุมของตนพรอม บันทกึ ลงในใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง ดูขาวเลาความ

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่อื ง อักษราภิธานสอ่ื สารภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ลําดับ จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรยี นรู ท่ใี ช กิจกรรมครู ๓. ๓. พูดแสดงความรู ขั้นปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครใู หน ักเรียนแตล ะกลมุ และความคดิ เห็นจาก ออกมาพดู แสดงความรูและ การฟง และดูขา วได ความคิดเหน็ จากการฟง และ ดูขา วโดยอาศัยหลักการพูดท ศึกษา ๒. ครปู ระเมินการพูดแสดง ความรแู ละความคิดเห็นของ นกั เรยี น ใหคาํ แนะนาํ เพื่อ พฒั นาการพดู ครั้งตอไป ๔. ขนั้ สรปุ ๕ นาที ๑. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สร ความรจู ากการฟงและดูขาว โดยนาํ ประเด็นสาํ คญั ของ แตละกลุมออกมาอภปิ รายสร ความรูอีกครงั้ ๒. ครูถามคําถามนกั เรยี น ดัง ครู : นักเรยี นคิดวาขา วทุกขา ถูกนําเสนอออกมาจะใหความ ทกุ ขาวหรอื ไม เพราะอะไร

การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู ๔๖๙ กจิ กรรมนกั เรยี น การประเมิน การเรียนรู ๑. นกั เรยี นแตล ะกลุมออกมา ๔. ประเมินการพูด พูดแสดงความรูและความ แสดงความรูและความ คดิ เห็นจากการฟง และดูขาว คดิ เห็นจากการฟงและ ที่ได ดขู า ว ๒. นกั เรยี นนาํ คาํ แนะนํา ไปปรับใชแ ละพฒั นาการพูด ของตนเอง รุป ๑. นักเรยี นอภปิ รายสรุปความรู รว มกับครู รุป งนี้ ๒. นกั เรียนตอบคําถาม ดังน้ี ๕. การตอบคาํ ถาม าวท่ี นักเรยี น : ขาวบางขา วไมมี มรู ความรู แตเ ปน การนําเสนอ ขอเท็จจริงใหทราบเทานั้น

๔๗๐ คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๘. ส่ือ/แหลง เรียนรู ๑) ส่ือนําเสนอ power point เรอ่ื ง ดขู าวเลา ความ ๒) video ขาวหรอื เหตุการณประจาํ วัน ๓) ใบความรูที่ ๒ เรอื่ ง การพูดแสดงความคิดเหน็ จากเร่ืองที่ฟง และดู ๔) ใบงานท่ี ๔ เร่ือง ดูขาวเลา ความ ๙. การประเมินผลรวบยอด ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน ๑) พูดแสดงความรูและความคดิ เหน็ จากการฟงและดูขา ว (กิจกรรมกลมุ ) ๒) ใบงานที่ ๔ เร่อื ง ดูขาวเลาความ ประเด็นการประเมนิ วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน ดานความรู ความเขา ใจ (K) - ประเมินการตอบ ๑. คําถามสาํ คญั - ตอบคําถามถูกตอ ง - บอกหลกั การพูดแสดง คาํ ถามในชน้ั เรยี น ๒. แบบบันทกึ คะแนน หมายถงึ ผานเกณฑ ความรแู ละความคิดเห็น - แบบประเมินพูดแสดง การประเมนิ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ประเมนิ การพดู แสดง ความรแู ละความคิดเหน็ - ผานเกณฑการประเมิน - พูดแสดงความรูและ ความรแู ละความ จากการฟงและดู ระดับคุณภาพ “พอใช” ความคิดเหน็ จากการฟง และ คดิ เห็นจากการฟงและ ขน้ึ ไป ดูขา ว ดูขาว (กิจกรรมกลุม ) - แบบประเมินพดู แสดง ดานคุณลักษณะ เจตคติ ความรแู ละความคิดเห็น - ผา นเกณฑก ารประเมิน คา นยิ ม (A) - ประเมนิ การพดู แสดง จากการฟงและดู ระดบั คุณภาพ “พอใช” - มีมารยาทในการฟง การดู ความรแู ละความ - แบบประเมนิ ข้ึนไป และการพดู คิดเหน็ จากการฟงและ คุณลักษณะอันพึง - ผานเกณฑก ารประเมิน ดขู า ว (กจิ กรรมกลมุ ) ประสงค ระดับคุณภาพ “ผาน” คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค - ประเมนิ การทํางาน ข้นึ ไป ๑. มีวินัย และ การปฏิบตั ิ ๒. ใฝเ รียนรู กจิ กรรมในชัน้ เรียน ๓. มงุ ม่ันในการทาํ งาน สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น - ผา นเกณฑก ารประเมนิ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ประเมนิ ความสามารถ - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ “ผา น” ๒. ความสามารถในการคดิ ในการคิดและการส่ือสาร สมรรถนะสาํ คัญของ ข้นึ ไป ผูเ รยี น

หนวยการเรียนรูท่ี ๔ เรอื่ ง อักษราภธิ านสือ่ สารภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๔๗๑ เกณฑก ารประเมนิ การพูดแสดงความรูและความคิดเหน็ จากการฟงและดู ประเด็น ๔ เกณฑก ารใหคะแนน ๑ การประเมนิ ๓๒ ๑. การเตรียม พดู นําเสนอดว ย พดู นาํ เสนอ พูดนาํ เสนอไมคอย ไมมีการเตรียม การพดู ความราบรน่ื คอนขางราบรน่ื ราบรื่น พดู สะดดุ การพูด เกิดความ ไมส ะดุด ลําดับ พดู สะดุดบาง บางเลก็ นอ ย แตไ ม ประหมา ลําดับ เนอ้ื หาไดช ัดเจน เล็กนอย ลาํ ดับ ทาํ ใหใ จความ เน้อื หาไมเหมาะสม ไมว กวน เนื้อหาไดดี เสยี หาย ลาํ ดบั เน้ือหาคอนขางดี ๒. การนําเสนอ เน้อื หาถูกตอง เนื้อหาถูกตอง เนื้อหาถูกตอง เรียงลาํ ดบั เรอ่ื งราว เนอ้ื หา ชดั เจนใชภ าษา ชดั เจนใชภาษา ชัดเจนใชภ าษา วกวนนาํ้ เสียงเบา กะทัดรดั เขาใจงาย กะทัดรัด เขา ใจงาย กะทัดรัด เขาใจงาย พดู ไมถ กู ตอ ง เรยี งลาํ ดับเร่อื งราว เรียงลาํ ดับเรอ่ื งราว เรียงลําดับเรื่องราว ตามอักขรวิธี ไมว กวนนําเสยี ง ไมวกวนนําเสยี ง ไมวกวนนา้ํ เสยี ง มีขอผิดพลาดมาก ชัดเจน ถกู ตอง ชดั เจน ถูกตอ ง ไมช ดั เจน แสดงความรแู ละ ตามอักขรวิธี ตามอักขรวิธี ตามอักขรวธิ ี ความคิดถูกตอง แสดงความรแู ละ พบขอผดิ พลาดบาง พบขอผิดพลาด รอยละ ๔๐ ความคดิ เหน็ แสดงความรแู ละ เปนสว นใหญ ตรงประเด็น ความคิดเหน็ ถูกตอง แสดงความรูและ รอ ยละ ๘๐ ความคิดเหน็ ถูกตอง รอ ยละ ๖๐ ๓. บุคลกิ ภาพ แตงกายสภุ าพ แตงกายสภุ าพ แตงกายสภุ าพ แตง กายไมเรียบรอย การใชสายตา การใชสายตา การใชส ายตา ไมใ ชส ายตาสื่อสาร ส่ือสารกับผูฟ ง สื่อสารกับผูฟง สอ่ื สารกับผูฟ ง กับผูฟงขณะพดู ขณะพดู ยนื ตัวตรง ขณะพดู ยืนตัวตรง ขณะพูด ยนื ตวั ตรง เอามือ แสดงกริยา ในทาสบาย มคี วาม ในทา สบาย ในทา สบาย เอามอื ทีไ่ มเหมาะสม มั่นใจในตนเอง คอ นขางมัน่ ใจ ลวงแคะแกะเกา ขณะพดู เชน ลวง หรือเอามือไขวห ลัง แคะ แกะ เกา ตนเอง เปนบางครง้ั มอื ไขวห ลัง ๔. มารยาท มีความมนั่ ใจใน มคี วามม่ันใจใน มคี วามม่ันใจใน ไมม ีความม่นั ใจ ในการพูด การพูดใชถอยคาํ การพดู เปน การพดู บา งเลก็ นอย ในการพูดใชถอ ยคาํ สุภาพรักษาเวลา สว นใหญ ใชถอ ยคาํ ใชถ อ ยคาํ สุภาพ ไมส ภุ าพไมรกั ษา ในการพูด ใหเ กยี รติ สุภาพรักษาเวลา รักษาเวลาใน เวลาในการพดู ผูฟง ในการพูด ใหเกยี รติ การพดู ใหเ กียรติ ไมใหเกยี รตผิ ูฟ ง ผฟู งเปน สวนใหญ ผูฟงเปนบางสว น

๔๗๒ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เกณฑก ารประเมิน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดีมาก ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ เกณฑก ารผา น ตงั้ แตร ะดับ พอใช ขึ้นไป

หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เรือ่ ง อักษราภิธานสอื่ สารภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๔๗๓ แบบประเมินการพดู แสดงความรแู ละความคิดเหน็ จากการฟงและดู ชอื่ ผูประเมิน.................................................โรงเรยี น................................ชนั้ ............หนว ยที่...........แผนที.่ ........ ครั้งท.ี่ .............................วันท.ี่ ........................เดือน............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คําช้ีแจง ครูผูสอนทาํ เคร่ืองหมาย √ ลงในชอ งทผ่ี ูเรยี นแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการพูดแสดงความรู และความคิดเหน็ จากการฟงและดู ๑. การ ๒. การ ๓. บุคลิกภาพ ๔. มารยาท รวม ระดบั เตรยี มการพดู นําเสนอ ในการพูด (๑๖) คะแนน เลขท่ี ช่ือ-สกลุ เนอ้ื หา ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑก ารประเมนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๔ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง เกณฑการผา น ตัง้ แตร ะดบั พอใช ขึ้นไป

๔๗๔ คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๔ เร่ือง ดูขาวเลา ความ ผลการจดั การเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จํากดั การใชแผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของผูบริหารหรือผูท ไี่ ดร บั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่อื ง อักษราภิธานสอ่ื สารภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ๔๗๕ ใบความรทู ี่ ๒ การพดู แสดงความคดิ เห็นจากเรอ่ื งท่ฟี งและดู หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรื่อง อกั ษราภธิ านสือ่ สารภาษา แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง ดูขาวเลาความ รายวิชา พื้นฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔ การพดู แสดงความคดิ เห็น ความหมายของการพูดแสดงความคิดเห็น การพูดแสดงความคิดเห็น คือ การพูดในเชิงอธิบายเหตุผล ขอเท็จจริง หลักการหรือ แนวความคิดเห็นของผพู ูด เพอื่ ใหผูฟง คลอ ยตาม เชือ่ ถือ ยอมรบั หรอื เหน็ ดว ยกบั ผูพดู และสามารถ นาํ แนวคดิ เหลา น้นั ไปวิเคราะหเ พอ่ื ใชป ระโยชนตอไปได ลกั ษณะของการแสดงความคดิ เห็น แบง เปน ๒ ลักษณะ ๑) ความคิดเห็นในทางบวก ๒) ความคดิ เหน็ ในทางลบ ประเภทของการพดู แสดงความคดิ เหน็ การพูดแสดงความคิดเห็น เกิดขึ้นไดในหลายโอกาส มีความแตกตางท้ังดานลักษณะและ สามารถแบง แยกประเภทออกได ดังนี้ ๑. ความคิดเห็นเชิงสนบั สนุน ๒. ความคิดเหน็ เชงิ ขัดแยง ๓. ความคิดเห็นเชิงวิจารณ ๔. ความคิดเหน็ เชงิ แนะนาํ ๕. ความคิดเหน็ เชิงต้งั ขอ สงั เกต หลักการพูดแสดงความคิดเห็น ๑) เลอื กใชถอ ยคําใหเ หมาะสมแกกาลเทศะ ๒) มีขอ มลู หลักฐานประกอบที่สมเหตุสมผล ๓) ใชค าํ สรรพนามแทนตวั ใหเหมาะสมกบั โอกาส ๔) พดู ดว ยถอยคําทีส่ ภุ าพและมมี ารยาทในการพูด ๕) แสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักประโยชนสวนรวม ๖) พูดโดยปราศจากอคตหิ รือความลาํ เอียง

๔๗๖ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) มารยาทในการแสดงความคิดเห็น ๑) กอนพูดแสดงความคดิ เห็นควรกลา วคาํ ขออนญุ าตพดู ๒) ไมใ ชค ําพดู เสียดสหี รอื พาดพงิ ใหผอู ่ืนเสยี หาย ๓) ไมผกู ขาดการพูดเสนอความเหน็ ไวเ พียงคนเดียว ๔) ใชเวลาในการเสนอความเหน็ อยา งเหมาะสม ๕) เคารพกฎกตกิ าหรือมตขิ องท่ปี ระชมุ ชน ๖) แสดงกริ ิยาวาจาทส่ี ุภาพ ใชนาํ้ เสียงนุมนวล การใชภาษาในการแสดงความคดิ เหน็ ภาษาเปนเครื่องมือท่ีสําคัญที่คนเราจะสามารถใชแสดงออกในการแสดงความคิด ฉะน้ัน ในการแสดงความคดิ เห็นผูพูดจะตองรจู ักวธิ ีการใชภาษา ดังนี้ ๑) ใชภ าษาท่ีเขา ใจงา ย ไมกํากวม ๒) พดู ลาํ ดับความคิดอยา งเปน ระบบ ๓) ใชสรรพนามบุรุษท่ี ๑ ประกอบกบั คํากริยาแสดงการเสนอแนวคดิ ๔) ใชถอยคาํ ทีบ่ งชีว้ า เปนการต้งั ขอ สังเกต ๕) ใชถ อยคาํ ท่เี ชื่อมโยงในการอา งความคดิ เห็นท่มี ีผเู สนอมากอ นแลว ๖) ใชถอ ยคําเชิงสรางสรรค กอใหเกิดผลดี ๗) ใชภ าษาใหเ หมาะแกกาลเทศะและบุคคล ขอควรระวังในการพูดเสนอความเห็น ๑) ไมพ ดู จาวกวน ออกนอกเรื่อง ทําใหเ สียเวลา ๒) ไมใชความเหน็ สวนตวั เปน เกณฑใ นการแสดงความคดิ เห็น ๓) ไมโ ออ วด ยกตนขม ทาน หรืออวดวาเปน ผูรู ๔) ไมใ ชอคติหรืออารมณสวนตวั มาประกอบการแสดงความเห็น ๕) ไมก ลา วตําหนิ หรือทาํ ใหผูอน่ื เกิดความเสอ่ื มเสยี ๖) ไมป ระชดประชนั ไมพ ูดกา วรา วเสียดสี หรือมเี จตนาไมด ี

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรือ่ ง อักษราภธิ านส่อื สารภาษา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ ๔๗๗ ใบงานท่ี ๔ เร่ือง ดูขาวเลา ความ หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เร่ือง อักษราภธิ านส่ือสารภาษา แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๔ เรื่อง ดูขาวเลาความ รายวิชา พ้ืนฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ คําช้ีแจง ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นกันในกลุม สรุปความรูและความคิดเห็นจาก การอา นขาว สรปุ ความรู .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ความคดิ เห็น .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ชือ่ -สกุล ............................................................................ ชั้น .............. เลขท่ี .............

๔๗๘ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๕ เรอ่ื ง รเู ทาทันส่ือ หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรือ่ ง อักษราภิธานสอ่ื สารภาษา เวลา ๑ ชว่ั โมง กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพูด มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู ความคิดและความรูสึกในโอกาสตาง ๆ อยางมีวิจารณญาณและ สรา งสรรค ตวั ชว้ี ัด ป.๔/๑ จาํ แนกขอ เทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากเร่ืองท่ีฟง และดู ๒. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด การฟงและดูส่ือโฆษณาเพื่อแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ผูฟงควรไตรตรองพิจารณาตีความหมาย ของขอ ความเพื่อแยกใหไดวา สว นใดเปนขอเท็จจริงและสวนใดเปนขอคิดเห็นเพ่อื ใหการรับส่ือน้ันเปนไปอยางมี ประสิทธภิ าพและถูกตอ ง ๓. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - บอกหลกั การพจิ ารณาขอเท็จจรงิ และขอคดิ เหน็ ได ๓.๒ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) - จาํ แนกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เหน็ จากส่อื โฆษณาได ๓.๓ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - เห็นคณุ คาของการแยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เหน็ จากส่ือโฆษณา ๔. สาระการเรียนรู - หลกั การจําแนกขอ เทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ ๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ มวี นิ ยั ๖.๒ ใฝเ รียนรู ๖.๓ มงุ มั่นในการทาํ งาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๔ เร่ือง อักษราภธิ านสอ่ื สารภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ การจดั กิจกรรมการเรยี น หนวยการเรียนรูที่ ๔ เร่อื ง อักษราภ รายวิชา ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนร ลาํ ดบั จดุ ประสงคการเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จัดการเรียนรู ท่ีใช กิจกรรมครู ๑. ขอบเขตเน้อื หา ขน้ั นาํ ๕ นาที ๑. ครนู าํ เสนอขอ ความจาก - หลักการจาํ แนก โฆษณาสนั้ ๆ ใหน กั เรียนอา น ขอ เทจ็ จริงและ และพจิ ารณาบนสือ่ นาํ เสนอ ขอคิดเหน็ power point เร่อื ง รูเ ทา ทัน และตง้ั คําถาม ดังนี้ ครู : นกั เรยี นคิดวาขอ ความท ใหอานเปน การเขยี นประเภท ครู : การเขยี นโนม นา วใจ มวี ตั ถุประสงคเพ่ืออะไร ครู : นกั เรียนพบเห็นขอความ ลกั ษณะน้ที ี่ใดไดบา ง ๒. ครูถามคาํ ถามนกั เรียน ดัง ครู : หากนักเรียนตองการเลือ ซ้อื สนิ คา นกั เรียนจะแยกควา แตกตางของโฆษณาชวนเชอ่ื อะไรคือขอเท็จจริง อะไรคือ

๔๗๙ นรู ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ภธิ านสอื่ สารภาษา จาํ นวน ๙ ชวั่ โมง รทู ่ี ๕ เร่อื ง รเู ทาทันส่ือ จํานวน ๑ ช่ัวโมง การจดั การเรียนรู ส่อื การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรยี นรู ๑. นักเรียนอา นขอความและ ๑. สื่อนําเสนอ Power ๑. การตอบคาํ ถาม น พิจารณาขอ ความพรอมตอบ Point เรือ่ ง รูเทาทันส่ือ คําถาม ดังนี้ นสื่อ ที่ครู นกั เรียน : การโนมนา วใจ ทใด นักเรยี น : โฆษณาชวนเชอื่ ใหบ ุคคลสนใจสนิ คา ม นกั เรียน : สือ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ประเภทตาง ๆ ที่มีการโฆษณา ขายสนิ คา งน้ี ๒. นกั เรียนตอบคาํ ถาม ดังนี้ ๒. การตอบคาํ ถาม อก นกั เรยี น : ตอบตามความเขาใจ าม ของนักเรียนอยางอิสระ อวามี

๔๘๐ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรยี นรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ท่ใี ช กิจกรรมครู ขอ คิดเหน็ จากขอความใน โฆษณาไดอ ยางไร ๒. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ข้นั สอน ๓. ครูเชอ่ื มโยงความคิดเห็นข นกั เรยี นเขา สเู ร่ืองการจําแนก ขอเท็จจรงิ และขอคดิ เหน็ จาก เรือ่ งที่ฟงและดูประเภทโฆษณ และแจง จดุ ประสงคการเรียน ใหนักเรยี นทราบ ๒๐ นาที ๑. ครแู จกใบความรทู ี่ ๓ เรื่อ การแยกขอเท็จจรงิ และ ขอคิดเหน็ ใหน ักเรียนไดศ ึกษา และถามคําถามโดยใหน ักเรีย รวมกนั ตอบและสมุ ถามนักเร เปน รายบุคคล ๑. บอกหลกั การ ๒. ครถู ามคําถามนกั เรยี นเปน พจิ ารณาขอ เทจ็ จริง รายบคุ คล ดงั นี้ และขอคดิ เห็นได ครู : นกั เรยี นทราบหรือไมวา ขอเท็จจริง หมายถงึ อะไร

คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน กจิ กรรมนกั เรียน การเรียนรู ของ ก ก ณา นรู อง ๑. นักเรยี นศึกษาใบความรูที่ ๓ ๒. ใบความรทู ่ี ๓ เรื่อง เรอื่ ง การแยกขอเท็จจรงิ และ การแยกขอ เทจ็ จรงิ และ า ขอ คิดเห็น ขอ คิดเหน็ ยน รียน น ๒. นกั เรียนตอบคาํ ถาม ดงั นี้ ๓. การตอบคําถาม า นักเรียน : ขอ ความแหง เหตกุ ารณท ่เี ปน มาหรือเปนอยู ตามจริง

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เรือ่ ง อักษราภธิ านสื่อสารภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ ลําดับ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขนั้ ตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรยี นรู ทใ่ี ช กจิ กรรมครู ครู : นกั เรียนทราบหรือไมวา ขอคิดเหน็ หมายถึงอะไร ครู : สุมนกั เรยี น ๓ คนเพื่อต คําถาม นักเรยี นทราบหรือไม ขอเทจ็ จริง และขอคิดเหน็ แตกตา งกนั อยางไร ๓. ครเู สนอหลักการพิจารณา ขอ เทจ็ จริง พรอมยกตัวอยา ง ใหนกั เรียนรว มกนั วเิ คราะห ๒. จําแนกขอ เทจ็ จริง ๔. ครูเสนอหลักการพิจารณา และขอคดิ เหน็ จากส่ือ ขอ คิดเหน็ พรอ มยกตัวอยาง โฆษณาได ใหน ักเรียนรวมกนั วเิ คราะห ๕. ครยู กตวั อยา งขอความ เปรยี บเทียบขอเทจ็ จรงิ และ ขอ คิดเห็นเพื่อแสดงใหเห็น ความแตกตาง

การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู ๔๘๑ กจิ กรรมนักเรียน การประเมิน การเรยี นรู า นักเรยี น : ความเห็นความรูสึก นึกคิดของผูสง สารที่แทรกอยใู น เนอื้ หา ตอบ นกั เรียน : ขอคดิ เห็นคอื มวา ขอความท่ีเปน อยูต ามจริง แตข อคิดเหน็ คือความรสู กึ นกึ คดิ ของผูสงสาร า ๓. นักเรยี นวิเคราะหขอเท็จจริง ง จากตวั อยา งทค่ี รูนําเสนอ โดยอาศัยหลกั การพิจารณา ขอ เทจ็ จริง า ๔. นกั เรยี นวิเคราะหข อเท็จจรงิ จากตัวอยางที่ครูนําเสนอ ๕. นักเรยี นพิจารณาความ ๔. ประเมนิ การปฏิบัติ แตกตางของภาษาที่แสดง กจิ กรรม ขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ และอภิปรายความรูรว มกัน

๔๘๒ ลําดบั จดุ ประสงคการเรยี นรู ขัน้ ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรียนรู ทใ่ี ช กิจกรรมครู ๖. ครนู าํ ขอความโฆษณาจาก นํามาใหน กั เรยี นวิเคราะห ขอเท็จจริงและขอคิดเหน็ โดย หลกั การพจิ ารณาที่ไดเรียนมาแ ๓. ๓. จาํ แนกขอ เทจ็ จริง ข้ันปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครูเปด video โฆษณา และขอคิดเหน็ จากส่อื ใหน ักเรียนดู และจําแนก โฆษณาได ขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากโฆษณาทฟี่ งและดู ๔. ข้นั สรุป ๕ นาที ๒. ครูและนักเรยี นเฉลยใบงา ท่ี ๕ เรอ่ื ง การแยกขอเท็จจร และขอคดิ เหน็ จากส่ือโฆษณา ๔. เหน็ คณุ คา ของ ๓. ครูถามคําถามนกั เรียน ดัง การแยกขอ เท็จจรงิ ครู : การแยกขอเท็จจรงิ และ และขอคิดเหน็ จาก ขอ คิดเห็นจากสอ่ื โฆษณามี สื่อโฆษณา ประโยชนแ ละขอดอี ยางไร

คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรยี นรู ส่อื การเรยี นรู การประเมิน การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรียน ๕. ประเมนิ การปฏิบัติ กิจกรรม กขั้น ๖. นักเรยี นรว มกันวเิ คราะห ขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เหน็ จาก ยใช ขอความทค่ี รูยกตัวอยา ง าแลว ๑. นักเรยี นจาํ แนกขอเท็จจริง ๓. video ส่ือโฆษณา และขอคิดเหน็ จากโฆษณาที่ฟง ๔. ใบงานท่ี ๕ เรอื่ ง และดูพรอมทัง้ บันทึกคาํ ตอบ การแยกขอเท็จจรงิ ลงในใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง การแยก และขอคดิ เห็นจากสื่อ ขอเทจ็ จริงและขอคิดเห็นจาก โฆษณา สื่อโฆษณา าน ๒. นกั เรยี นเฉลยใบงานที่ ๕ รงิ เร่อื ง การแยกขอเทจ็ จรงิ า และขอคิดเหน็ จากสือ่ โฆษณา รว มกบั ครู อภปิ รายความรู โดยใชห ลกั การแยกขอเท็จจรงิ และขอคดิ เหน็ งนี้ ๓. นักเรยี นตอบคาํ ถาม ดังน้ี ๖. การตอบคําถาม ะ นักเรียน : มีประโยชนตอ การตดั สินใจเลือกซ้ือสนิ คา และขอดีคือ เพ่ือตรวจสอบ ความนาเชื่อถือของสินคา

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๔ เรื่อง อักษราภธิ านสอ่ื สารภาษา ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๔ ๔๘๓ ๘. ส่ือ/แหลง เรียนรู ๑) video สื่อโฆษณา ๒) สื่อนาํ เสนอ PowerPoint เร่ือง รเู ทาทนั ส่ือ ๓) ใบความรทู ่ี ๓ เรอื่ ง การแยกขอเท็จจรงิ และขอคดิ เห็น ๔) ใบงานท่ี ๕ เรือ่ ง การแยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากสื่อโฆษณา ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๕ เรอื่ ง การแยกขอเทจ็ จรงิ และขอคิดเหน็ จากส่ือโฆษณา ประเด็นการประเมิน วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑก ารประเมนิ ดานความรู ความเขาใจ (K) - ประเมินการตอบ ๑. คาํ ถามสาํ คัญ - ตอบคาํ ถามถูกตอง - บอกหลกั การพจิ ารณา คําถามในช้ันเรียน ๒. แบบบันทกึ คะแนน หมายถงึ ผานเกณฑ ขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็น การประเมนิ - ผา นเกณฑก ารประเมิน ดา นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ “ดี” - จําแนกขอเท็จจรงิ และ - ประเมนิ ใบงานที่ ๕ การพจิ ารณาขอเทจ็ จริง ขนึ้ ไป ขอ คิดเหน็ จากสื่อโฆษณา เร่ืองการแยก และขอคิดเห็นจากสอ่ื โฆษณา - ผา นเกณฑก ารประเมิน ขอเท็จจรงิ และ ระดับคุณภาพ “ผาน” ขอคิดเหน็ จากส่ือ ข้ึนไป โฆษณา - ผานเกณฑการประเมนิ ระดบั คุณภาพ “ผา น” ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ - ประเมนิ การทํางาน - แบบประเมิน ข้นึ ไป คานิยม (A) และ การปฏิบตั ิ คุณลักษณะอันพึง - ผานเกณฑก ารประเมนิ - เหน็ คุณคา ของการแยก กิจกรรมในชั้นเรยี น ประสงค ระดบั คุณภาพ “ผาน” ขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ ขึน้ ไป จากสือ่ โฆษณา คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค - ประเมนิ การทํางาน - แบบประเมนิ ๑. มีวินัย ๒. ใฝเ รยี นรู และ การปฏบิ ัติ คุณลักษณะอนั พึง ๓. มงุ ม่ันในการทํางาน กิจกรรมในช้นั เรยี น ประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ประเมินความสามารถ - แบบประเมนิ ๒. ความสามารถในการคิด ในการคดิ และการสอื่ สาร สมรรถนะสําคัญของ ผูเรียน

๔๘๔ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เกณฑการประเมินการพิจารณาขอเทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากสอ่ื โฆษณา ประเดน็ ๔ เกณฑก ารใหค ะแนน ๑ การประเมิน ระบุขอความที่ ๓๒ ระบขุ อความท่ี ๑. การพจิ ารณา แสดงใหเหน็ วา ระบขุ อความท่ี ระบขุ อความที่ แสดงใหเหน็ วา ขอเท็จจริง เปนขอ เท็จจรงิ ได แสดงใหเ ห็นวา แสดงใหเ หน็ วา เปน ขอ เท็จจริงได ๒. การพิจารณา ถกู ตองครบถวน เปน ขอ เท็จจรงิ ได เปนขอเท็จจรงิ ได ถูกตองตํ่ากวา ขอ คิดเห็น ทุกประเดน็ ถูกตองรอ ยละ ๘๐ ถูกตองรอยละ ๖๐ รอ ยละ ๖๐ ๓. การวิเคราะห ระบขุ อความท่ี ระบุขอความท่ี ความนาเชื่อถือ แสดงใหเ ห็นวา ระบุขอความที่ ระบขุ อความท่ี แสดงใหเ ห็นวา ของขา ว เปนขอ คิดเหน็ ได แสดงใหเห็นวา แสดงใหเห็นวา เปนขอ คิดเหน็ ได ถูกตองครบถวน เปนขอคดิ เห็นได เปนขอคิดเห็นได ถูกตองต่ํากวา ๔. ความมุงมั่น ทกุ ประเดน็ ถกู ตองรอ ยละ ๘๐ ถกู ตองรอ ยละ ๖๐ รอ ยละ ๖๐ ในการทํางาน วเิ คราะหความ วิเคราะหความ นา เชือ่ ถอื ของขา ว วิเคราะหความ วเิ คราะหความ นา เชื่อถือของขาว ไดถูกตอง นา เชอ่ื ถอื ของขา ว นาเชือ่ ถอื ของขาว ไดไ มส มเหตุสมผล ตรงประเด็น ไดถ ูกตอง ไดถ ูกตอง หรอื ไมมกี ารแสดง แสดงเหตุผล ตรงประเด็น ตรงประเด็น เหตุผลประกอบ ประกอบไดถูกตอง แสดงเหตผุ ล แสดงเหตผุ ล ประกอบไดถูกตอง ประกอบไดถูกตอง ปฏิบัตไิ ดตํ่ากวา - สง งานไดตรง รอยละ ๘๐ รอ ยละ ๖๐ ๒ ขอ เวลาทกี่ ําหนด - ชิ้นงานมีความ ปฏิบตั ไิ ด ๓ ขอ ปฏิบัตไิ ด ๒ ขอ เรยี บรอ ย - ชน้ิ งานไมม รี อย ลบ ขีด ฆา - ชนิ้ งานสะอาด เกณฑก ารประเมิน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๗-๙ คะแนน หมายถงึ ดี ๔-๖ คะแนน หมายถึง พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง เกณฑก ารผาน ตงั้ แตระดบั พอใช ขึ้นไป

หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เรือ่ ง อักษราภิธานสอ่ื สารภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ ๔๘๕ ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๕ เร่อื ง รเู ทาทันสอื่ ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผูทีไ่ ดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๔๘๖ คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบความรูท่ี ๓ การแยกขอเท็จจริงและขอ คดิ เหน็ หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรื่อง อกั ษราภธิ านสื่อสารภาษา แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๕ เร่ือง รูเทาทันส่ือ รายวชิ า พ้นื ฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ การแยกขอ เทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็น ขอความที่ใชสื่อสารกันประกอบดวย ๒ สวน คือขอเท็จจริง และ ขอคิดเห็น การรูจัก แยกวาอะไรเปนขอเท็จจริง อะไรเปนขอคิดเห็น จะชวยใหเราสามารถตัดสินใจและแกปญหา บางอยางได ขอคดิ เหน็ จะถูกตอ งและนาเช่ือถอื เพียงใดขนึ้ อยกู ับขอมูลและเหตผุ ลทน่ี าํ มาประกอบ ขอเท็จจริง หมายถึง ขอความแหงเหตุการณที่เปนมาหรือเปนอยูตามจริง ขอความหรือ เหตกุ ารณทตี่ องวินจิ ฉัยวา เท็จหรือจริง ลักษณะของขอ เท็จจริง ๑. มคี วามเปนไปได ๒. มีความสมจริง ๓. มีหลักฐานเชอ่ื ถอื ได ๔. มีความสมเหตสุ มผล ขอ คิดเห็น หมายถงึ ความเหน็ ความรสู กึ นกึ คิดของผสู งสารทแ่ี ทรกอยูในเนือ้ หา ลักษณะขอ คดิ เห็น ๑. เปนขอ ความทแี่ สดงความรูสกึ ๒. เปนขอ ความทแี่ สดงการคาดคะเน ๓. เปน ขอความทีแ่ สดงความเปรียบเทียบหรอื อุปมาอุปไมย ๔. เปน ขอ ความท่ีเปน ขอ เสนอแนะหรือเปน ความคดิ ของผพู ดู หรือผเู ขียน

หนวยการเรยี นรูที่ ๔ เรอ่ื ง อักษราภิธานส่อื สารภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๔๘๗ ตัวอยา ง ขอ คดิ เหน็ ขอ เท็จจริง ปราณีไมน าคดั ลอกงานเพ่ือนไปสงคุณครู เพอื่ นของสมปองไมควรเช่ือขาวนี้ ปราณคี ดั ลอกงานเพื่อนไปสง คณุ ครู แมนา จะมาถงึ เชยี งใหมวนั ท่ี ๒๐ ธนั วาคม เพือ่ นของสมปองเชือ่ ขาวนี้ แมม าถึงเชยี งใหมว ันที่ ๒๐ ธนั วาคม การปกครองระบอบประชาธิปไตยดที ส่ี ดุ ประเทศไทยปกครองดว ยระบอบ ประชาธปิ ไตย การกนิ ผกั มาก ๆ นาจะดตี อรา งกายมาก ผกั มีประโยชนต อรา งกาย พอ ของฉันเปน ครูทเี่ กงมาก ๆ พอ ของฉนั เปน ครู วชิ าภาษาไทยเปน วิชาท่ีนาสนใจท่ีสุด ทุกคนตอ งเรยี นวิชาภาษาไทย

๔๘๘ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบงานที่ ๕ เร่อื ง การแยกขอ เท็จจริงและขอคดิ เห็นจากสื่อโฆษณา หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ เรื่อง อักษราภธิ านสื่อสารภาษา แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๕ เรอื่ ง รูเทาทนั ส่อื รายวชิ า พืน้ ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ คาํ ชี้แจง ใหนกั เรียนพจิ ารณาขอ เทจ็ จริงและขอ คดิ เหน็ จากสอ่ื โฆษณาที่ดูและเขยี นลงในชองวา ง ขอ เทจ็ จรงิ คอื อะไร ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ขอ คดิ เหน็ คอื อะไร ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ชอ่ื -สกุล .......................................................................... ชัน้ ................ เลขที่ .............

หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เร่ือง อักษราภธิ านส่ือสารภาษา ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๔๘๙ แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๖ เรอ่ื ง คาํ กริยา เวลา ๑ ชว่ั โมง หนว ยการเรียนรูท ี่ ๔ เร่ือง อกั ษราภิธานสื่อสารภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วดั สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ าษาไทย มาตรฐานการเรียนรู ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว เปน สมบตั ขิ องชาติ ตวั ช้วี ัด ป.๔/๒ ระบชุ นิดและหนาท่ขี องคําในประโยค ๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด คํากรยิ า คือ คําท่แี สดงอาการ สภาพ หรอื การกระทําของคาํ นามและคาํ สรรพนามในประโยค คาํ กริยา บางคําอาจมีความหมายสมบูรณในตัวเอง บางคําตองมีคําอ่ืนมาประกอบและบางคําตองไปประกอบคําอ่ืน เพอ่ื ขยายความ ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - อธิบายลักษณะของคํากรยิ าบอกสภาพและคํากรยิ าบอกอาการได ๓.๒ ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ๑) จาํ แนกคํากรยิ าในประโยคได ๒) แตงประโยคโดยใชค าํ กริยาได ๓.๓ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ คา นิยม (A) - เห็นคณุ คา ของการใชคาํ ไดถ กู ตองตามระเบยี บแบบแผนทางภาษาไทย ๔. สาระการเรียนรู ๔.๑ ความหมายของคาํ กรยิ า ๔.๒ ประเภทของคํากริยา ๔.๓ หนา ทข่ี องคํากรยิ า ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน ๕.๑ ความสามารถในการสือ่ สาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ มีวนิ ยั ๖.๒ ใฝเ รียนรู ๖.๓ มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook