Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Published by elibraryraja33, 2021-08-03 06:01:52

Description: 64-08-03-คู่มือครู ภาษาไทย ป.4-1

Search

Read the Text Version

๒๕๕ นรู ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ าะไพเราะอาขยาน จาํ นวน ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การเขยี นยอความ (๑) จํานวน ๑ ช่ัวโมง ารจัดการเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรียน ๑. สื่อนาํ เสนอ Power การเรียนรู Point เรือ่ ง การเขยี น ๑. การตอบคําถาม งนี้ ๑. นักเรียนตอบคาํ ถาม ดงั น้ี ยอความ (๑) อบ นักเรยี น : เคย ห นกั เรียน : เคย นักเรยี น : รจู กั ๒. นักเรียนอาสาสมคั รเลานิทาน ๒. รูปภาพประกอบ าย เร่อื ง กระตา ยกับเตาใหเ พ่ือนฟง การเลา นิทานเร่ือง กระตา ยกบั เตา

๒๕๖ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรยี นรู ขนั้ ตอนการ เวลา แนวกา ที่ จัดการเรียนรู ท่ีใช กจิ กรรมครู ๓. ครูถามคาํ ถามนักเรยี น ดัง ครู : นกั เรียนคิดวา นิทานที่ เพื่อนเลา มใี จความสาํ คญั ครบ หรอื ไม ๒. จุดประสงคการเรียนรู ขน้ั สอน ครู : สมมตวิ า ครตู องการ เปลี่ยนจากการเลาเรื่องยอ ขอ กระตายกับเตาเปนการเขยี น นกั เรยี นคิดวา สามารถทําได หรอื ไม ถา ทาํ ได ทาํ ไดอยางไ ๒๐ นาที ๑. ครแู นะนําใหนักเรียนรูจ ัก การเขียนยอความ บอกประโยชนแ ละความสาํ ค ของการเขียนยอความ ๒. ครูแบง กลุมนักเรยี นกลมุ ล ๔ คน มอบหมายใหศ กึ ษา ใบความรูที่ ๕ เรื่อง การเขยี น ยอ ความ (เวลา ๓ นาท)ี

คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ารจดั การเรียนรู ส่อื การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรียน การเรียนรู งน้ี ๓. นกั เรยี นตอบคําถามแสดง ความคดิ เห็นและแลกเปล่ยี น บ ความรรู ว มกับครูและเพอ่ื น ในชนั้ เรียน โดยนักเรยี นสามารถ เสนอความคิดเหน็ ไดอยา งอสิ ระ และแสดงเหตุผลประกอบ นักเรียน : ทําไดโ ดยการเขยี น อง ยอความ น ไร ๓. สื่อนําเสนอ Power ก ๑. นกั เรียนสนทนาแลกเปลี่ยน Point เร่อื ง การเขยี น ยอความ (๑) ความรรู ว มกับครู คัญ ละ ๒. นกั เรียนศกึ ษาใบความรทู ่ี ๕ ๔. ใบความรูท ี่ ๕ เรือ่ ง เรื่องการเขยี นยอความ อภปิ ราย การเขียนยอความ น ความรรู ว มกับสมาชกิ ในกลมุ

หนวยการเรยี นรูที่ ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ลาํ ดับ จุดประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวกา ที่ จดั การเรียนรู ท่ใี ช กิจกรรมครู ๑. บอกหลักการเขียน ๓. ครูถามคําถามนกั เรยี น ดัง ยอความได ครู : หลกั การเขยี นยอ ความ มีอะไรบาง ๒. อธิบายรปู แบบ ๔. ครนู ําเสนอรปู แบบการเขยี การเขียนยอความได ยอ ความ อธิบายใหน ักเรยี น เขาใจ และฝกใหน กั เรียนเขีย ยอความจากเรอ่ื งสัน้ เรื่อง “หญงิ สาวตาบอด” ดว ย เทคนคิ 5W1H ๕. ครใู หนักเรยี นอานเรื่องสั้น เร่ือง “หญิงสาวตาบอด” ในใบงานท่ี ๑๐ เร่อื ง การเขยี ยอ ความจากเรื่องสัน้ ๖. ครูถามคําถามนักเรยี นตาม แนว 5W1H และใหน ักเรียน ชวยกนั ตอบคาํ ถาม ดงั น้ี - Who (ใคร) - What (ทําอะไร)

ารจัดการเรียนรู สอื่ การเรยี นรู ๒๕๗ กจิ กรรมนกั เรยี น การประเมนิ การเรียนรู งนี้ ๓. นกั เรยี นแตละกลมุ รวมกัน ๒. การตอบคาํ ถาม ตอบคาํ ถามท่ีไดจ ากการศึกษา ใบความรู ๓. การตอบคําถาม ๔. สงั เกตพฤติกรรม ยน ๔. นักเรยี นศกึ ษารูปแบบ การเขียนยอความจากใบความรู ยน ที่ ๕ เร่ือง การเขียนยอความ และฟงคําอธิบายจากครู และ อธบิ ายรูปแบบการเขียนยอความ น ๕. นกั เรียนอานเรื่องส้นั เร่ือง “หญิงสาวตาบอด” ยน ม ๖. นักเรียนตอบคําถามตามแนว 5W1H ดังนี้ - หญงิ สาวตาบอด - สญั ญากบั แฟนหนุมวา จะ แตง งานดว ยถาเธอมองเห็น

๒๕๘ แนวกา ลาํ ดับ จดุ ประสงคการเรียนรู ขนั้ ตอนการ เวลา กิจกรรมครู - Where (ทไี่ หน) ที่ จดั การเรยี นรู ทใี่ ช - When (เมอ่ื ไร) - Why (ทําไม) - How (ผลเปนอยางไร) ๓. ๓. เขยี นยอ ความจาก ขั้นปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครูแนะนําวธิ ีการเขียนยอ เร่ืองสน้ั ท่กี ําหนดได ขน้ั สรปุ ความโดยใหน กั เรยี นนาํ คาํ ตอ ๔. มมี ารยาท ท่ีไดมาเขียนใหมโดยใชค ําเช่อื ในการเขียน ประโยค และมอบหมายให นักเรยี นเขียนลงในใบงาน ๔. ที่ ๑๐ เรอื่ ง เขียนยอความ จากเรอ่ื งส้นั ๕ นาที ๒. ครใู หน ักเรียนออกมา นาํ เสนอผลงานการเขยี นยอ ความของตนเองหนา ช้นั เรยี น

คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ารจดั การเรียนรู ส่อื การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรยี น การเรียนรู ๕. ใบงานท่ี ๑๐ เรือ่ ง - สวนสาธารณะ การเขียนยอความจาก - เยน็ วันเสาร เรื่องสั้น - เพราะเธอเกลยี ดตวั เองท่ีมอง ไมเหน็ - ชายหนมุ แฟนเธอไดบ รจิ าค ดวงตาใหจนมองเห็น แตเ ธอ กลบั ปฏเิ สธการแตง งานเพราะ รับไมไดท่ีแฟนหนุม ตาบอด แตเ ม่อื เธอทราบวาแฟนหนุม บรจิ าคดวงตาใหเธอ ๆ จึงขอ โอกาสแกตวั และยอมแตง งาน ดว ย ๑. นกั เรียนนําคําตอบทไ่ี ดมา อบ เขยี นยอความใหส มบูรณ บันทกึ อม ลงในใบงานท่ี ๑๐ เรื่อง เขยี น ยอความจากเร่ืองสั้น ๒. นกั เรยี นออกมานําเสนอ ผลงานหนาช้ันเรยี น น

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ลําดับ จดุ ประสงคการเรยี นรู ข้ันตอนการ เวลา แนวกา ที่ จดั การเรียนรู ที่ใช กิจกรรมครู ๓. ครูกลาวชน่ื ชมนกั เรยี น เสนอแนะขอ บกพรอ งและให ปรับปรงุ แกไขจนสมบรู ณ ๔. ครูถามคาํ ถามนกั เรียน ดัง ครู : นกั เรียนเรียนอะไรบาง วันนี้ ครู : การเขียนยอความสามา ทําไดอยา งงา ยดวยวิธีการใด ๕. ครูใหน ักเรยี นสรปุ ความรู เกย่ี วกบั รปู แบบและหลกั การ เขยี นยอ ความรว มกัน

ารจัดการเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู ๒๕๙ กิจกรรมนักเรยี น การประเมนิ การเรยี นรู ๓. นกั เรียนนาํ ขอเสนอแนะไป ห ปรับปรุงพฒั นางานเขยี นตนเอง งนี้ ๔. นกั เรยี นตอบคาํ ถาม ดังนี้ ๖. การตอบคําถาม นักเรียน : การเขียนยอ ความ ารถ นกั เรยี น : การตอบคําถาม ตามแนว 5W1H ๕. นกั เรยี นรว มกันสรปุ ความรู ร จากการเรยี น เรือ่ ง การเขยี นยอความ

๒๖๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๘. สอื่ /แหลงเรยี นรู ๑) สื่อนําเสนอ PowerPoint เรอ่ื ง การเขยี นยอ ความ (๑) ๒) ใบความรูที่ ๕ เร่อื ง การเขียนยอความ ๓) รูปภาพประกอบการเลานิทานเรอ่ื ง กระตา ยกบั เตา ๔) ใบงานที่ ๑๐ เรอื่ ง การเขียนยอความจากเรอ่ื งส้ัน ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้นิ งานหรอื ภาระงาน - ใบงานท่ี ๑๐ เรอ่ื ง การเขียนยอความจากเร่ืองสัน้ ประเด็นการประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑการประเมิน ดานความรู ความเขาใจ (K) ๑. ประเมนิ การตอบ ๑. คําถามสําคญั - ผานเกณฑการประเมิน ๑. บอกหลักการเขียนยอ คําถามในชน้ั เรยี น ๒. แบบบันทกึ คะแนน ระดบั คุณภาพ “ดี” ความ ๒. ประเมนิ ใบงาน ๓. แบบประเมินใบงาน ข้ึนไป ๒. อธิบายรูปแบบการเขยี น ท่ี ๑๐ เรือ่ ง การเขยี น ท่ี ๑๐ เรือ่ ง การเขยี นยอ ยอความ ยอ ความจากเรื่องสั้น ความจากเร่ืองส้นั (ตอนท่ี ๑) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) - เขยี นยอ ความจากเรื่องสน้ั - ประเมินใบงานที่ ๑๐ - แบบประเมินการเขยี น - ผานเกณฑการประเมิน ทีก่ ําหนด เร่อื ง การเขยี นยอ ความ ยอ ความ ระดบั คุณภาพ “ดี” จากเร่อื งส้ัน (ตอนที่ ๒) ขึ้นไป ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ - ประเมนิ การทํางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ผา นเกณฑก ารประเมิน คา นิยม (A) และ การปฏิบตั ิ ระดบั คุณภาพ “ผาน” - มมี ารยาทในการเขยี น กิจกรรมในชน้ั เรียน ขึ้นไป คณุ ลักษณะอันพึงประสงค - ประเมินการทํางาน - แบบประเมนิ - ผานเกณฑการประเมนิ ๑. มีวนิ ยั และ การปฏิบัติ คณุ ลักษณะอันพงึ ระดับคุณภาพ “ผา น” ๒. ใฝเรียนรู กจิ กรรมในช้นั เรยี น ประสงค ขึ้นไป ๓. มุงม่ันในการทํางาน สมรรถนะสําคัญของผเู รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ประเมนิ ความสามารถ - แบบประเมนิ - ผา นเกณฑการประเมิน ๒. ความสามารถในการคดิ ในการคิดและ สมรรถนะสําคัญของ ระดบั คุณภาพ “ผาน” การส่ือสาร ผเู รียน ขน้ึ ไป

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรือ่ ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๖๑ เกณฑประเมนิ การเขยี นยอความ ประเด็น ๔ ระดับคะแนน ๑. รปู แบบ เขียนขอ มูลถกู ตอง ๓ ๒๑ ตามส่ิงทีก่ ําหนด ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคประกอบ ขาดมากกวา ๒. เนอื้ ความ ไดแ ก - ประเภทเรือ่ งทีย่ อ ๒ องคป ระกอบ ๓. การใชภ าษา - ชอ่ื เรอื่ ง - ผูแตง ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคป ระกอบ ขาดมากกวา - ชือ่ หนังสอื / ท่มี า ๒ องคประกอบ - หนา และเขยี นเนื้อความ - มีประเดน็ สําคญั ไมเปน ไปตามเกณฑ ครบตามแนวคาํ ตอบ ที่กําหนด - ไมข ยายความคิด เกินประเด็นสําคัญ ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคป ระกอบ ขาดมากกวา - ไมเพ่ิมประเดน็ ๒ องคป ระกอบ ความคดิ นอกเหนือจาก ประเดน็ สาํ คัญ - ลาํ ดบั เนื้อความ เปนเหตเุ ปน ผลกนั - ยอ หนาและ เวน วรรคถูกตอ ง - ใชคําถกู ตองตาม บริบท - ใชค ําเชอ่ื มได เหมาะสมกับ เนอื้ ความ - ใชภ าษาระดับ เดยี วกัน เกณฑก ารประเมนิ ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑก ารผา น ตั้งแตระดับ พอใช ขึน้ ไป

๒๖๒ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แบบประเมนิ การเขียนยอความ ชอ่ื ผูป ระเมิน.................................................โรงเรียน................................ช้ัน............หนว ยที่...........แผนที.่ ........ คร้ังท.่ี .............................วันท.่ี ........................เดอื น............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คําช้ีแจง ครผู สู อนทาํ เครื่องหมาย √ ลงในชองท่ผี เู รยี นแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการเขียนยอความ ๑. รูปแบบ ๒. เนือ้ ความ ๓. การใชภาษา รวม ระดับ เลขที่ ชอ่ื -สกลุ (๑๒) คะแนน ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑการประเมิน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดมี าก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑก ารผา น ตั้งแตร ะดบั พอใช ข้นึ ไป

หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๖๓ ๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๙ เรื่อง การเขยี นยอความ (๑) ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จํากัดการใชแผนการจัดการเรียนรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบริหารหรือผูท่ีไดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

๒๖๔ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบความรทู ่ี ๕ เรอ่ื ง การเขียนยอความ หนวยการเรียนรูท ี่ ๒ เรือ่ ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๙ เรื่อง การเขียนยอ ความ (๑) รายวชิ า พน้ื ฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ การเขียนยอ ความ หมายถึง การจับใจความสําคัญของเรือ่ งทอี่ าน ฟง หรอื ดมู าอยา งยอ ๆ แลวนาํ มาเรียบเรยี งใหมใหไ ดใจความครบถวน ส้นั กระชบั ดวยสํานวนภาษาของผเู ขียน หลักการเขียนยอ ความ มีดังน้ี ๑. อา นหรือฟงเร่ืองที่จะยอต้ังแตต น จนจบอยา งนอ ย ๒ ครง้ั ๒. เปล่ียนการใชคําสรรพนามบุรุษที่ ๑ หรอื บุรษุ ท่ี ๒ เปนสรรพนามบรุ ษุ ท่ี ๓ ๓. การยอคําพูดหรอื คําสนทนาของบุคคล ใหย อสรปุ โดยไมตองใสเคร่ืองหมายอัญประกาศ (“......”) ๔. ใชส าํ นวนภาษาของผยู อเองในการเขียนเรยี บเรียงโดยไมใ หใจความสําคญั เปล่ียนไป ๕. การยอ เรือ่ งทีม่ กี ารใชค ําราชาศัพท ตองคงคําราชาศพั ทไวเหมอื นเดมิ ๖. การยอ เรอื่ งทมี่ หี ลายยอ หนา ใจความท่ยี อใหเ ขยี นสรปุ เปนยอหนา เดียว ๗. การยอ บทรอ ยกรองใหถอดความหรือแปลความเปน รอยแกวกอ นจึงสรุปใจความสําคัญ ตอ ไป ๘. การยอความไมควรมีความยาวเกินคร่งึ หนึง่ ของเร่ืองที่ยอ รปู แบบการเขียนยอความ การยอ นิทาน นยิ าย บทอา นเสริม ใหบ อกประเภท ชอ่ื เร่ือง ช่ือผูแตง ท่มี าของเร่อื ง เชน ยอ ___________________เรื่อง________________________________________ ผูแ ตง __________________________จากหนังสือ________________________________ หนา ________________ความวา _________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________

หนวยการเรียนรูที่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ๒๖๕ เรอ่ื งส้ัน เรือ่ ง หญิงสาวตาบอด หนว ยการเรียนรูท่ี ๒ เรอื่ ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๙ เรือ่ ง การเขยี นยอ ความ (๑) รายวิชา พืน้ ฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔ “หญิงสาวตาบอด” มีหญิงสาวตาบอดคนหนึ่งเกลียดตนเองท่ีมองไมเห็น เธอเกลียดทุกอยาง ยกเวันแฟนหนุม ของเธอ เมื่อเย็นวันเสารเธอออกไปเดินเลนท่ีสวนสาธารณะเธอบอกกับแฟนวาถาเธอสามารถ มองเห็นเธอจะแตงงานกบั เขา วันน้ันก็มาถึงเมื่อมีคนบริจาคดวงตาใหกบั เธอ ในวันน้ันเธอมองเห็นทุกอยางพรอมท้ังแฟน ของเธอ แฟนหนมุ ถามวา “ตอนน้เี ธอมองเห็นแลว เธอยงั จะแตงงานกับฉนั อยูไ หม?” หญิงสาวตกใจมากเมื่อเหน็ แฟนเธอตาบอด เธอจึงตอบกลับไปวา “ฉันแตงงานกบั เธอไมไดหรอก เพราะวาเธอน้ันตาบอด” คําพูดท่ีชายหนุมผูเปนแฟนไดยินทําใหเขาเสียใจมาก เขาเดินจากไปพรอมท้ังความเศรา และนํ้าตาของเขา กอนจากกันชายหนุมผูเปนแฟนเขาไดบอกกับเธอผูหญิงอันเปนที่รักยิ่งของเขา วา “ฉนั ขอฝากดูแลดวงตาของฉนั ใหดีดว ยนะ” ชายหนุมไดเดนิ จากไปดว ยความเศรา หญงิ สาวอันเปน ท่รี ักของเขายืนช็อก หนาชา และอ้งึ กับการไดรับรูขอความจากปากแฟนของเธอ สาเหตุที่ทําใหเธอมองเห็นไดน้ันเกิดจากแฟนหนุมได มอบดวงตาไว และเม่ือไดสติ หญิงสาวไดออกตามหาคนรักของเธอท่ีเดินจากไปจนเจอ และเธอได ขอโอกาสจากคนทร่ี กั อกี ครั้ง ชายคนรกั ก็ไมไ ดป ฏิเสธใด ๆ เพียงแตบ อกเธอวา “รักคือการให รักคือหวงใย ใสใจในทุก ๆ อยาง และฉันรักเธอดวยใจท่ีมีท้ังหมดและ บรสิ ทุ ธใ์ิ จ” ท่ีมา : เราเขยี นคุณอาน จาก https://www.blockdit.com/posts.

๒๖๖ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบงานท่ี ๑๐ เรอ่ื ง การเขียนยอ ความจากเรอ่ื งส้ัน หนว ยการเรียนรูท่ี ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๙ เรื่อง การเขียนยอ ความ (๑) รายวชิ า พื้นฐานภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๔ คําชแี้ จง ใหน กั เรียนเขยี นยอ ความจากเรือ่ งสนั้ “หญิงสาวตาบอด” ตอนที่ ๑ ตอบคาํ ถามตามแนว 5W1H ๑. Who (ใคร) ______________________________________________________ ๒. What (ทําอะไร) __________________________________________________ ๓. Where (ท่ีไหน) ___________________________________________________ ๔. When (เม่อื ไร) ___________________________________________________ ๕. Why (ทาํ ไม) _____________________________________________________ ๖. How (ผลอยางไร) _________________________________________________ _________________________________________________________________ _________________________________________________________________ ตอนที่ ๒ นําคาํ ตอบจากตอนที่ ๑ มาเขยี นยอความ ยอ ___________________เรือ่ ง________________________________________ ผูแตง__________________________จาก______________________________________ หนา________________ความวา _________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ ชอื่ -สกุล ______________________________________________ชัน้ ______เลขที่_____

หนวยการเรียนรูที่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๒๖๗ แนวคาํ ตอบใบงานท่ี ๑๐ เร่ือง การเขียนยอความจากเร่ืองสั้น หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๙ เรื่อง การเขยี นยอความ (๑) รายวิชา พืน้ ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๔ คําชีแ้ จง ใหน กั เรียนเขยี นยอ ความจากเรอื่ งส้นั “หญิงสาวตาบอด” ตอนท่ี ๑ ตอบคาํ ถามตามแนว 5W1H ๑. Who (ใคร) ____ห__ญ_งิ _ส_า_ว_ต_า_บ_อ_ด_______________________________________ ๒. What (ทําอะไร) ___ส__ัญ_ญ_า_ก_บั__แ_ฟ_น_ห_น__มุ _ว_า _จ_ะ_แ_ต_ง _ง_าน__ด_ว _ย_ถ_า _เธ_อ_ม_อ__งเ_ห_็น__________ ๓. Where (ทไี่ หน) _____ส_ว_น_ส_า_ธ_า_ร_ณ__ะ____________________________________ ๔. When (เมอ่ื ไร) ____เ_ย_น็ _ว_ัน_เ_ส_า_ร_ ______________________________________ ๕. Why (ทาํ ไม) ____เ_พ_ร_า_ะ_เธ_อ_เ_ก_ล_ีย_ด_ต_ัว_เ_อ_ง_ท_่ีม_อ_ง_ไ_ม_เ_ห_น็ ________________________ ๖. How (ผลอยางไร) ____ช_า_ย_ห__น_มุ _แ_ฟ_น__เธ_อ_ไ_ด_บ _ร_จิ _า_ค_ด_ว_ง_ต_า_ใ_ห_จ _น_ม_อ_ง_เ_ห_็น___________ __แ_ต_เ_ธ_อ_ก_ล_ับ_ป__ฏ_เิ ส_ธ_ก_า_ร_แ_ต_ง_ง_า_น_เ_พ_ร_า_ะ_ร_บั _ไ_ม_ไ _ด_ท_แ่ี _ฟ_น_ห__น_มุ _ต_า_บ_อ_ด__แ_ต_เ_ม_่ือ_เ_ธ_อ_ท_ร_า_บ_ว_า _แ_ฟ_น __ห_น__มุ _บ_ร_จิ _า_ค_ด_ว_ง_ต_า_ให__เธ_อ__ๆ__จ_งึ _ข_อ_โอ__ก_า_ส_แ_ก_ต_วั _แ_ล_ะ_ย_อ_ม_แ_ต_ง_ง_า_น_ด_ว_ย_______________ ตอนท่ี ๒ นาํ คําตอบจากตอนท่ี ๑ มาเขยี นยอ ความ ยอ _______เร_่ือ_ง_ส_้ัน________เร่ือง___ห_ญ_งิ_ส_า_ว_ต_า_บ_อ__ด__________________________ ผูแตง __เ_ร_า_เข_ยี_น__ค_ุณ_อ_า_น_____________จาก__h_t_t_p_s:_/_/w__w_w__.b_l_o_c_k_d_it_._c_o_m_/_p_o_s_t_s_. ________ หนา________-________ความวา _ณ__ส_ว_น__ส_า_ธ_า_รณ__ะ_แ_ห_ง_ห__น_ึ่ง_ใน__ช_ว_ง_เย_็น_ว_ัน__เส_า_ร_ _ม_ีห_ญ__ิง_ส_า_ว_ต_า_บ_อ_ด_ค_น__ห_น_่ึง_เก__ล_ีย_ด_ต_ัว_เ_อ_ง_ท_่ี ___ม_อ_ง_ไ_ม_เ_ห_็น__เพ__ร_า_ะ_เธ_อ_ต_า_บ__อ_ด_เ_ธ_อ_ไ_ด_ส_ัญ__ญ_า_ก_ับ_แ_ฟ__น_ห_น_ุม__ข_อ_ง_เธ_อ_ไ_ว_ว_า_ถ_า_เธ_อ_ส__าม__า_รถ__ม_อ_ง_เห__็น_ ___ไ_ด_เ_ธ_อ_จ_ะ_ย_อ__ม_แ_ต_ง_ง_า_น_ด_ว_ย__ช_า_ย_ห__น_ุม_แ_ฟ__น_เ_ธ_อ_ได__บ_ร_ิจ_า_ค_ด_ว_ง_ต_า_ใ_ห_จ__น_ม_อ_ง_เ_ห_็น__แ_ต_เ_ธ_อ_ก_ล_ับ__ ___ป_ฏ__ิเส_ธ_ก__าร_แ__ต_ง_งา_น__เพ__ร_าะ__รับ__ไม__ได__ท_่ีแ_ฟ_น_ห__น_ุม_ต_า_บ__อ_ด__แ_ต_เม__ื่อ_เธ_อ__ท_ร_า_บ_ว_า_แ_ฟ_น__ห_น_ุม_บ_ร_ิจ__า_ค_ ___ด_ว_ง_ต_า_ใ_ห_เ _ธอ__ๆ__จ_ึง_ข_อ_โ_อ_ก_า_ส_แ_ก_ต_ัว_แ_ล_ะ_ย_อ_ม__แ_ต_ง_ง_าน__ด_ว _ย____________________________

๒๖๘ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรื่อง การเขียนยอความ (๒) เวลา ๑ ชวั่ โมง หนวยการเรียนรูท ่ี ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวช้วี ัด สาระท่ี ๒ การเขยี น มาตรฐานการเรยี นรู ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน การศกึ ษาคนควา อยา งมปี ระสิทธิภาพ ตวั ช้ีวดั ป.๔/๔ เขยี นยอความจากเรือ่ งส้นั ๆ ๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด การเขียนยอความจากนิทานท่ีสนใจ ไดแก นิทานเร่ืองเกาหรือสิบ และนิทานเร่ือง ตลกเอาตัวรอด เปนการอานจับใจความสําคัญอยางยอ ๆ แลวนํามาเรียบเรียงใหมใหไดใจความครบถวน สั้น กระชับ ดวย สาํ นวนภาษาของผเู ขยี น ๓. จดุ ประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดานความรู ความเขาใจ (K) ๑) บอกหลกั การเขยี นยอ ความได ๒) อธบิ ายรปู แบบการเขยี นยอ ความได ๓.๒ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เขยี นยอ ความจากนิทานที่สนใจได ๓.๓ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นยิ ม (A) - มีมารยาทในการเขียน ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ รปู แบบการเขียนยอความ ๔.๒ หลกั การเขยี นยอ ความ ๔.๓ การเขยี นยอ ความจากนิทาน ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ๖.๑ มวี นิ ัย ๖.๒ ใฝเ รียนรู ๖.๓ มงุ มัน่ ในการทาํ งาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เร่อื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๔ การจดั กจิ กรรมการเรียน หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่อื ง ทํานองเสนา รายวชิ า ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑๐ ลาํ ดบั จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขั้นตอนการ เวลา แนวก ท่ี จดั การเรียนรู ท่ใี ช กจิ กรรมครู ๑. ขอบเขตเนือ้ หา ขั้นนํา ๕ นาที ๑. ครทู บทวนบทเรยี นเร่อื ง - การเขยี นยอความ การเขียนยอความจากชวั่ โมง ท่ผี านมา โดยใหน ักเรียนชวย สรุปหลักการเขียนยอความ ๒. ครูนําผลงานนกั เรียนที่เขยี ยอ ความไดด จี ํานวน ๓ คน มาใหเ พื่อนดูหนา ช้ันเรยี น พรอ มบอกจดุ เดน ของช้ินงาน เพ่ือใหเพ่ือนในชนั้ เรียนไดพ ัฒ งานเขยี นของตนเองใหดีข้ึน ๓. ครชู แ้ี จงจุดประสงค การเรียนรูเ กีย่ วกับการเขยี น ยอ ความจากนิทานท่ีสนใจ (ตอจากช่วั โมงท่ผี านมา)

นรู ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๒๖๙ าะไพเราะอาขยาน จาํ นวน ๑๐ ช่ัวโมง การประเมิน ๐ เรอ่ื ง การเขียนยอความ (๒) จาํ นวน ๑ ช่วั โมง การเรยี นรู การจดั การเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู กิจกรรมนกั เรียน ๑. นักเรียนชวยกนั สรปุ หลักการ ๑. สื่อนาํ เสนอ Power ง เขยี นยอความ Point เรือ่ ง การเขยี น ยกัน ยอความ (๒) ยน ๒. นักเรียนฟงครแู นะนําผลงาน ของเพอื่ นหนาชน้ั เรียน น ฒนา

๒๗๐ ลําดบั จุดประสงคการเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จัดการเรยี นรู ทใี่ ช กจิ กรรมครู ๒. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขน้ั สอน ๒๐ นาที ๑. ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี น ดัง ๑. บอกหลกั การเขียน ครู : รปู แบบการเขยี นยอควา ยอ ความได ประกอบดวยอะไรบาง ๒. อธบิ ายรปู แบบ ๒. ครอู ธบิ ายรูปแบบการเขีย การเขียนยอความได ยอความเพ่ือทบทวนบทเรยี น ใหนักเรียนเขาใจ ๓. ครูแบง กลุมนักเรียนกลมุ ล ๔ คน ใหอานนิทาน ๒ เรอื่ ง ไดแก นิทาน เร่อื ง เกาหรอื ส และนทิ าน เร่ือง ตลกเอาตวั รอ

คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจดั การเรียนรู สอื่ การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรียน การเรยี นรู ๑. การตอบคําถาม งน้ี ๑. นักเรยี นตอบคําถาม ดงั นี้ าม นกั เรียน : ๑. ประเภทของเร่ืองท่ยี อ เชน นทิ าน เรื่องสั้น บทความ ๒. ชอ่ื เรอ่ื ง ๓. ผูแตง ๔. ท่มี า / ชื่อหนังสอื ๕. หนา ๖. เน้ือความ ยน ๒. นกั เรียนศึกษาใบความรูที่ ๕ ๒. ส่ือนําเสนอ Power ๒. การตอบคาํ ถาม น เรอ่ื ง การเขียนยอความ และ Point เรอ่ื ง การเขยี น อธบิ ายรปู แบบการเขยี น ยอความ (๒) ยอความรวมกับครู ๓. ใบความรทู ี่ ๕ เร่อื ง การเขียนยอความ ละ ๓. นักเรียนเขา กลุม อานนทิ าน ๔. นทิ าน เรื่อง ตลก ทคี่ รูแจก และอภปิ รายเน้ือหา เอาตัวรอด สิบ จากนทิ านท้ัง ๒ เรอ่ื งกับสมาชกิ ๕. นทิ าน เรอื่ ง เกาหรือ อด ในกลมุ และคัดเลือกนิทานท่ี สิบ ตนเองสนใจคนละ ๑ เรอื่ งเพื่อ เขยี นยอ ความ

หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ลาํ ดับ จุดประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จัดการเรยี นรู ทใี่ ช กจิ กรรมครู ๔. ครนู าํ เสนอคาํ ถามตามแน 5W1H ใหนกั เรียนตอบคําถา จากนทิ านท่ีอา น ดงั น้ี - Who (ใคร) - What (ทาํ อะไร) - Where (ที่ไหน) - When (เมือ่ ไร) - Why (ทําไม) - How (ผลเปน อยา งไร) ๓. ๓. เขยี นยอ ความจาก ขน้ั ปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครูอธบิ ายคําชีแ้ จงการทํา นทิ านทีส่ นใจได ใบงานที่ ๑๑ เร่ือง การเขียน ๔. มมี ารยาท ยอ ความจากนิทาน ในการเขยี น ๒. ครมู อบหมายใหนักเรยี น ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การเขยี นยอ ความจาก นทิ าน และใหคําแนะนาํ ชวยเหลือนักเรียนเปน รายบุคคล ๔. ขัน้ สรุป ๕ นาที ๑. ครูใหน ักเรยี นออกมา นําเสนอผลงานการเขยี นยอ ความของตนเองหนา ชน้ั เรียน

การจัดการเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู ๒๗๑ กิจกรรมนักเรยี น การประเมิน นว ๔. นักเรียนตอบคาํ ถามตามแนว การเรยี นรู าม 5W1H ที่ครูนําเสนอ ๓. การตอบคําถาม า ๑. นักเรยี นฟง คาํ ชี้แจงการทํา ๖. นทิ าน เรอื่ ง ตลกเอา ๔. ประเมินการปฏบิ ัติ น ใบงาน หากมีขอ สงสยั ใหซกั ถาม ตวั รอด กจิ กรรม ๗. นทิ าน เรอ่ื ง เกา หรือ สบิ ๒. นกั เรียนนาํ คําตอบที่ไดมา ๘. ใบงานที่ ๑๑ เรือ่ ง ๑๑ เขียนยอ ความลงในใบงานที่ ๑๑ การเขยี นยอความจาก การเขยี นยอความจากนทิ าน นทิ าน ๑. นกั เรยี นออกมานาํ เสนอ ผลงานหนาชน้ั เรยี น น

๒๗๒ ลําดบั จดุ ประสงคการเรยี นรู ขัน้ ตอนการ เวลา แนวก ท่ี จัดการเรียนรู ท่ีใช กจิ กรรมครู ๒. ครูกลา วชนื่ ชมนักเรยี น และ เสนอแนะขอบกพรอง ใหปรบั ปรุงแกไขจนสมบรู ณ ๓. ครูถามคาํ ถามนักเรียน ดัง ครู : นักเรียนคิดวา การเขยี น ยอ ความมีประโยชนอยางไร ๔. ครูใหนกั เรยี นสรุปความรู เกีย่ วกบั รปู แบบและหลกั การ เขียนยอความรวมกัน

คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรยี นรู สื่อการเรียนรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรียน การเรยี นรู ๒. นักเรียนนําขอเสนอแนะไป ปรับปรุงและพัฒนางานเขียน งนี้ ๓. นกั เรียนชว ยกันอธิบาย น ประโยชนข องการเขยี นยอความ (ครูเสนอแนะความรูเพ่ิมเติม ดงั นี้ ๑. ชวยใหการอา นการฟง ไดผล ดยี ่ิงขน้ึ ชวยใหเขาใจและจดจํา ขอ ความทส่ี าํ คัญท่ไี ดอา น หรือ ฟงไดสะดวกรวดเร็ว ๒. ชว ยในการจดบนั ทึก ๓. ชวยในการเขยี นตอบ แบบฝก หัดหรือขอสอบ ๔. ชวยเตือนความจํานักเรียน และจะชว ยใหไมตองอา น หนงั สือซาํ้ ๔. นกั เรียนรวมกนั สรปุ ความรู ร จากการเรยี น เร่ือง การเขยี นยอความ

หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๗๓ ๘. ส่อื /แหลง เรียนรู ๑) สอ่ื นาํ เสนอ PowerPoint เรอ่ื ง การเขยี นยอความ (๒) ๒) ใบความรูท่ี ๕ เร่อื ง การเขียนยอความ ๓) นิทาน เรอ่ื ง ตลกเอาตวั รอด ๔) นทิ าน เรอ่ื ง เกาหรือสบิ ๕) ใบงานท่ี ๑๑ เร่ือง การเขียนยอความจากนทิ าน ๙. การประเมินผลรวบยอด ชน้ิ งานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๑๑ เร่ือง การเขยี นยอ ความจากนิทาน ประเด็นการประเมนิ วิธีการ เครื่องมอื เกณฑการประเมิน ดานความรู ความเขา ใจ (K) ๑. ประเมนิ การตอบ ๑. คําถามสําคญั - ผา นเกณฑการประเมนิ ๑. บอกหลักการเขียน คาํ ถามในชน้ั เรียน ๒. แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับคุณภาพ “ดี” ยอความ ๒. ประเมินใบงาน ๓. แบบประเมิน ขนึ้ ไป ๒. อธิบายรปู แบบการเขยี น ท่ี ๑๑ เรือ่ ง การเขียน การเขียนยอความ ยอความ ยอ ความจากนิทาน - แบบประเมนิ การเขยี น - ผานเกณฑการประเมนิ - ประเมนิ ใบงานท่ี ๑๑ ยอ ความ ระดับคุณภาพ “ดี” ดา นทักษะ/กระบวนการ (P) เรอ่ื ง การเขียนยอความ ขึน้ ไป - เขียนยอความจากนิทาน จากนทิ าน - แบบสังเกตพฤติกรรม ทส่ี นใจ - ผานเกณฑการประเมนิ - ประเมินการทํางาน - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ “ผา น” ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ และ การปฏิบตั ิ คุณลักษณะอันพงึ ข้ึนไป คา นิยม (A) กิจกรรมในชั้นเรยี น ประสงค - ผา นเกณฑก ารประเมนิ - มมี ารยาทในการเขียน - ประเมินการทํางาน - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ “ผา น” และ การปฏบิ ตั ิ สมรรถนะสาํ คัญของ ขึ้นไป คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค กจิ กรรมในชั้นเรียน ผูเ รียน - ผา นเกณฑการประเมิน ๑. มีวินัย - ประเมินความสามารถ ระดับคุณภาพ “ผาน” ๒. ใฝเรยี นรู ในการคดิ และ ขนึ้ ไป ๓. มงุ มนั่ ในการทํางาน การสื่อสาร สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด

๒๗๔ คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เกณฑป ระเมนิ การเขียนยอความ ประเดน็ ๔ ระดบั คะแนน ๑ ๑. รูปแบบ เขยี นขอ มูลถูกตอ ง ๓๒ ขาดมากกวา ตามสงิ่ ทก่ี ําหนด ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคป ระกอบ ๒ องคป ระกอบ ๒. เนอ้ื ความ ไดแก ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคป ระกอบ ขาดมากกวา - ประเภทเร่ืองทย่ี อ ขาด ๑ องคป ระกอบ ขาด ๒ องคประกอบ ๒ องคป ระกอบ ๓. การใชภ าษา - ช่ือเร่อื ง และเขียนเนื้อความ - ผแู ตง ไมเปนไปตามเกณฑ - ชื่อหนังสือ / ทีม่ า ทก่ี าํ หนด - หนา ขาดมากกวา - มปี ระเดน็ สาํ คญั ๒ องคประกอบ ครบตามแนวคาํ ตอบ - ไมขยายความคดิ เกินประเด็นสําคัญ - ไมเพม่ิ ประเดน็ ความคดิ นอกเหนือจาก ประเด็นสาํ คัญ - ลาํ ดับเนื้อความเปน เหตุเปน ผลกัน - ยอหนา และ เวนวรรคถกู ตอง - ใชคําถูกตองตาม บริบท - ใชค าํ เช่อื มได เหมาะสมกับ เนื้อความ - ใชภาษาระดบั เดียวกนั เกณฑก ารประเมนิ ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถงึ พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑก ารผา น ตั้งแตระดับ พอใช ขน้ึ ไป

หนวยการเรียนรูท ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๗๕ แบบประเมนิ การเขยี นยอ ความ ชอ่ื ผูประเมิน.................................................โรงเรยี น................................ช้ัน............หนว ยที่...........แผนท่ี......... ครง้ั ท.่ี .............................วนั ท.ี่ ........................เดอื น............................................พ.ศ. ......................................... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คําชแ้ี จง ครูผูส อนทาํ เครื่องหมาย √ ลงในชอ งที่ผูเรยี นแสดงพฤติกรรมตามเกณฑการเขียนยอความ ๑. รูปแบบ ๒. เนื้อความ ๓. การใชภาษา รวม ระดบั เลขที่ ช่ือ-สกุล (๑๒) คะแนน ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑการประเมนิ ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก ๗-๙ คะแนน หมายถึง ดี ๔-๖ คะแนน หมายถึง พอใช ๑-๓ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ เกณฑการผา น ตง้ั แตร ะดบั พอใช ขน้ึ ไป

๒๗๖ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๐ เรอ่ื ง การเขียนยอ ความ (๒) ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กัดการใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผูท ่ไี ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๗๗ ใบความรทู ี่ ๕ เรอ่ื ง การเขยี นยอความ หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เรื่อง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจดั การเรียนรูที่ ๑๐ เร่ือง การเขยี นยอความ (๒) รายวชิ า พนื้ ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ การเขียนยอ ความ หมายถงึ การจับใจความสําคัญของเร่ืองทีอ่ าน ฟง หรือดูมาอยางยอ ๆ แลวนํามาเรียบเรยี งใหมใ หไดใ จความครบถว น สั้น กระชับ ดว ยสํานวนภาษาของผูเ ขียน หลกั การเขยี นยอ ความ มีดังนี้ ๑. อา นหรอื ฟง เรื่องท่ีจะยอตงั้ แตตนจนจบอยา งนอย ๒ ครงั้ ๒. เปลีย่ นการใชคําสรรพนามบุรษุ ท่ี ๑ หรอื บุรุษที่ ๒ เปนสรรพนามบุรุษท่ี ๓ ๓. การยอ คําพดู หรือคําสนทนาของบุคคล ใหยอสรปุ โดยไมตองใสเ คร่อื งหมาย อัญประกาศ (“......”) ๔. ใชสาํ นวนภาษาของผูยอ เองในการเขียนเรยี บเรียงโดยไมใหใจความสําคัญเปลี่ยนไป ๕. การยอ เรื่องทม่ี กี ารใชค ําราชาศพั ท ตอ งคงคําราชาศัพทไวเ หมอื นเดมิ ๖. การยอเรอื่ งท่ีมหี ลายยอหนา ใจความท่ียอใหเขยี นสรุปเปนยอ หนาเดยี ว ๗. การยอบทรอยกรองใหถอดความหรือแปลความเปน รอ ยแกว กอ นจึงสรุปใจความสําคัญ ตอ ไป ๘. การยอความไมควรมีความยาวเกนิ คร่งึ หนงึ่ ของเรือ่ งทยี่ อ รปู แบบการเขยี นยอความ การยอนทิ าน นิยาย บทอานเสรมิ ใหบอกประเภท ชอื่ เรือ่ ง ชอื่ ผแู ตง ทมี่ าของเรอื่ ง เชน ยอ___________________เรื่อง________________________________________ ผูแตง__________________________จากหนงั สือ________________________________ หนา ________________ความวา _________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________

๒๗๘ คูม ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) นิทาน เรอ่ื ง ตลกเอาตวั รอด หนวยการเรียนรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๑๐ เร่ือง การเขียนยอความ (๒) รายวิชา พน้ื ฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ นิทานเร่อื ง “ตลกเอาตวั รอด” พระราชาแหงแควนกาสี ทรงมีตลกหลวงประจําราชสํานักที่โปรดปรานมากคนหนึ่ง พระองคประทานอนุญาตใหตัวตลกมีเสรีในการพูดจาไดอยางกวางขวางโดยไมทรงถือโทษ ตลกหลวงเปนคนเฉลียวฉลาดมีคารมคมคายและกลาพดู กลาทาํ โดยทําใหพ ระราชาทรงพระสรวล เสียงดัง และทําใหขาราชสํานักกลายเปนตัวตลกไปตาม ๆ กัน พวกขาราชสํานักจึงเกลียดชังและ หาทางแกแ คนอยตู ลอดเวลา วันหน่ึงตลกหลวงพูดจาตลกเกินเร่ือง จนทําใหพระราชาไมพอพระราชหฤทัย จึงทรงมี พระราชโองการวา “เจาตองตาย” ตลกหลวงสํานึกผิดกมลงกราบขอพระราชทานอภัยโทษ แตบรรดาขาราชสํานักตางชวยกันเพ็ดทูลใหพระราชาทรงทําตามพระราชโองการทุกประการ ในที่สดุ พระราชาทรงหันมาตรัสกับตลกหลวงซ่ึงกําลังตัวส่นั งันงกวา “ตายนะ เจา ตองตายแน แตขา จะใหเจาเลือกตายแบบตาง ๆ ตามท่ีเจาพอใจจะตายมากที่สุด” ตลกหลวงผูเฉียบแหลมรูสึก แจมใสขึ้นก็กราบทูลวา “ถาทรงมีพระราชประสงคเชนน้ัน ขาพระพุทธเจาขอแกชราตายเถิด พระเจาคะ” พระราชาทรงพอพระราชหฤทัยในความเฉียบแหลมของตลกหลวงอยางย่ิงจึง พระราชทานอภัยโทษให ทีม่ า : ชายนิรนาม จากหนงั สอื รวมนิทาน

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๒๗๙ นิทาน เรอื่ ง เกาหรอื สบิ หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑๐ เรื่อง การเขยี นยอ ความ (๒) รายวิชา พน้ื ฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๔ นิทานเร่อื ง “เกา หรอื สบิ ” กาลครัง้ หน่ึงในทะเลทรายอันแหงแลง ชายผูหนึ่งกาํ ลังตอนฝูงอูฐสบิ ตัวเดินทางไปยังบอน้ํา ขางหนา เดินไปไดสักสองสามไมล เขาก็ขึ้นข่ีหลังอูฐตัวหนึ่ง แลวก็นับอูฐท่ีเหลือนับไดเกาตวั เขาก็ ตะลีตะลานลงจากหลังอูฐ เดินกลับหลังไปหาเจาตัวท่ีหายไป หาเทาใดไมเห็นรองรอยของมันเลย ใจคิดวา อูฐหายไปตัวหน่ึงเสียแลวแน ๆ จึงเลิกหา หันหนาเดินไปยังฝูงอูฐขางหนาอยางรีบเรง ดวยความเสียดายและกลัดกลุม แตแลวกลับดีใจลิงโลด “โนนไง... อูฐทั้งสิบตัวเดินอยูขางหนา โนนเอง” เขาข้ึนข่ีหลังอูฐตัวหนึ่ง เดินไปไดสักพัก ก็ลองนับจํานวนอูฐดูใหมอีกครั้งหนึ่ง เหลือเกาตัว อีกแลว เขารีบตะกายลงจากหลังอูฐ พิศวงงงงวยเต็มที หันหลังกลับไปเดินหาตัวท่ีหายอยาง อิดหนาระอาใจ หาเทาใดก็ไมพบ ก็รีบวิ่งทะเลิ่กทะล่ักกลับไปยังฝูงอูฐขางหนาแลวก็นับดู แสนประหลาดใจนักท่ีเห็นอูฐสิบตัวเดินเอ่ือยเฉื่อยอยางเกียจครานอยูท้ังฝูง เขาเลยโทษความ รอนแรงของทะเลทรายแลวก็ข้ึนขี่อูฐตัวท่ีเดินร้ังทายอยู ลงมือนับจํานวนอูฐดูอีกเปนคร้ังที่สาม ไมเขาใจเอาเลยจริง ๆ วา ทําไมมันถึงหายไปตัวหน่ึงอีกแลว เขาโดดลงจากหลังอูฐ แชงดาซาตาน ไปพลางนบั จํานวนอูฐไปพลางอยางเหนอ่ื ยเต็มทน อาว !... นับไดส ิบตัวอกี แลว “ดลี ะ...ไอผีรายเจา เลห ” เขาบน อบุ อบิ “ขาเดินไปเอง แลว มอี ฐู อยคู รบฝงู ดีกวาจะขม่ี ันไป แลว ก็ตอ งหายไปอกี ตัวหน่งึ ” ท่มี า : (สมโรจน สวัสดกิ ลุ ณ อยธุ ยา. ทานผูห ญิง. หนงั สอื สง เสริมการอานระดับประถมศึกษา เรือ่ ง มาหวั เราะกนั เถิด. กรมวิชาการ. กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๓๑ หนา ๑๕-๑๖)

๒๘๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ใบงานท่ี ๑๑ เรื่อง การเขยี นยอ ความจากนิทาน หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๒ เร่ือง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรูที่ ๑๐ เรือ่ ง การเขียนยอ ความ (๒) รายวิชา พื้นฐานภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๔ คาํ ชีแ้ จง ใหนกั เรียนเขยี นยอ ความจากนิทานทสี่ นใจ ยอ ___________________เร่อื ง________________________________________ ผแู ตง __________________________จาก______________________________________ _______________________________________________________________________ หนา________________ความวา _________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ ช่ือ-สกลุ ______________________________________________ชน้ั ______เลขท่ี_____

หนวยการเรียนรูที่ ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๔ ๒๘๑ เฉลยใบงานท่ี ๑๑ เร่อื ง การเขยี นยอ ความจากนิทาน หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๑๐ เรอ่ื ง การเขียนยอ ความ (๒) รายวิชา พื้นฐานภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนยอ ความจากนิทานท่สี นใจ ยอ_______น_ิท__าน_________เรอ่ื ง__ต_ล_ก_เ_อ_า_ต_วั _ร_อ_ด____________________________ ผูแตง ___ช_า_ย_น_ิร_น_า_ม________________จาก__ห_น_งั_ส_อื _ร_ว_ม_น_ทิ__า_น________________________ หนา _________- _______ความวา _พ_ร_ะ_ร_า_ช_า_แ_ห_ง_แ_ค__ว_น_ก_า_ส_ีท_ร_ง_โ_ป_ร_ด_ป__รา_น__ต_ล_ก_ค_น__ห_น_่ึง_ท_่ีม_ีค__ว_าม__ฉ_ล_า_ด__พ_ูด_จ_า_ค_ม__ค_า_ย_แ_ล_ะ_ ___ก_ล_า_พ__ูด_ก_ล_า_ท_ํา__แ_ล_ะ_ไ_ด_ป_ร_ะ_ท_า_น_อ_น__ุญ_า_ต_ใ_ห_พ_ูด_จ__าไ_ด_อ_ย__าง_อ_ิส_ร_ะ__ต_ล_ก_ผ_ูน__ั้น_จ_ึง_ป_ฏ_ิบ_ัต__ิต_น_ไ_ด_อ_ย_า _ง_ ___เ_ก_ิน_ง_า_ม__ท_ํา_ใ_ห_พ_ร_ะ__ร_า_ช_า_แ_ห_ง_แ__ค_ว_น_ก_า_ส_ี_ไม__พ_อ_พ__ร_ะ_ร_า_ช_ห_ฤ_ท__ัย__จ_ึง_ต_ร_ัส_ส_ั่ง_ใ_ห_ป__ร_ะ_ห_า_ร_ช_ี_วิ_ต_ ___แ_ล_ะ_ท__ร_ง_ม_ีพ_ร_ะ_ร_า_ช_โ_อ_ง_ก_า_ร_ใ_ห_เ_ล_ือ_ก_ว_ิธ_ีก_า_ร_ต_า_ย__ต_ล_ก_ผ_ูน__้ัน_ไ_ด_โ_อ_ก_า_ส_จ_ึง_ข_อ_เ_ล_ือ_ก_ว_ิธ_ีแ_ก_ช__ร_าต__า_ย_ ___พ__ร_ะ_ร_า_ช_า_ไ_ด_ย_ิน_เ_ช_น_น__้ัน_เ_ก_ิด_ค_ว_า_ม__พ_อ_พ_ร_ะ__ร_า_ช_ห_ฤ_ท_ั_ย_ใน__ค_ว_า_ม_ฉ_ล__า_ด_ข_อ_ง_เ_ข_า_เ_ป_น_อ_ย__าง_ม__า_ก_ ___จ_งึ_โ_ป_ร_ด_เ_ก_ล_า_ฯ_พ__ร_ะ_รา_ช_ท__า_น_อ_ภ_ยั _โ_ท_ษ_ใ_ห_ _ต_ล_ก_ผ_นู _น้ั__จ_งึ ร_อ_ด__ช_ีว_ติ _น_ับ_ต_้งั_แ_ต_น__้นั _ม_า_____________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________

๒๘๒ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) เฉลยใบงานที่ ๑๑ เร่ือง การเขียนยอ ความจากนิทาน หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๐ เร่ือง การเขียนยอ ความ (๒) รายวชิ า พืน้ ฐานภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนยอความจากนิทานที่สนใจ ยอ _______น_ิท__าน_________เรอื่ ง__เ_ก_า _ห_ร_ือ_ส_ิบ_______________________________ ผูแตง__สม_โ_ร_จน__ส_วสั_ด_กิ _ุล_ณ__อ_ย_ธุ ย_า_. _ท_าน_ผ_ูห_ญ_ิง__จาก_ห__น_ัง_ส_ือ_ส_ง_เส_ร_ิม__ก_า_รอ__าน__ร_ะ_ด_บั _ป_ร_ะ_ถ_ม_ศ_ึก_ษ__า______ เ_ร_่อื _ง_ม_า_ห__วั เ_ร_า_ะ_ก_นั _เ_ถ_ดิ _._ก_ร_ม_ว_ชิ _า_ก_า_ร_._ก_ร_ะ_ท_ร_ว_ง_ศ_กึ _ษ__าธ_กิ_า_ร_._๒__๕_๓_๑_______________________ หนา______๑_๕__-๑__๖_____ความวา __ณ__ท_ะ_เ_ล_ท_ร_า_ย_ม_ีช_า_ย_ผ_ูห__น_ึ่ง_ก_ํา_ล_ัง_ต_อ_น_ฝ_ูง_อ_ูฐ_ส_ิบ__ต_ัว_เด_ิ_น_ท_า_ง_ไป__ย_ัง_บ_อ_น_้ํา__เข__า_เด_ิน_ไ_ป_เ_ร_ื่อ_ย__ๆ_ __เก_ิ_ด_ค_ว_า_ม_ร_ูส_ึก_เ_ห_น_่ือ_ย_จ_ึ_งก__ระ__โด_ด__ข_ึ้น_ข_่ีบ_น__ห_ล_ัง_อ_ูฐ_แ_ล_ว_น_ับ__จ_ํา_น_ว_น_อ_ูฐ_ข_อ__งต__น_ว_า_ย_ัง_อ_ย_ูค_ร_บ_ห__รื_อ_ไม__ __ร_อ_บ_แ_ร_ก_เ_ข_า_น_ับ_อ_ฐู _ไ_ด_เ ก__าต__วั _จ_งึ ต__ก_ใจ_ม__าก_ร_ีบ__ว_ิง่ ล_ง_ม_า_แ_ล__วน__บั _ใ_ห_ม_ _ป_ร_า_ก_ฏ_ว_า_อ_ูฐ_ย_ัง_อ_ย_คู _ร_บ_ท_ั้ง_ส_ิบ__ต_ัว_ __เข_า_ข_้ึน__ข_ี่ห_ล_ัง_อ_ูฐ_ต_ัว_ห_น__่ึง_เ_ด_ิน_ไ_ป_ไ_ด_ส_ัก_พ_ัก__ก_็ล_อ_ง_น_ับ__จ_ํา_น_ว_น_อ_ูฐ_ด_ูใ_ห_ม_อ_กี_ค__ร้ั_งห__น_ึ่ง_พ_บ_ว_า_เ_ห_ล_อื _เ_ก_า_ต_ัว_ __อ_ีก_แ_ล_ว__เ_ข_า_ร_ีบ_ล_ง_จ_า_ก__ห_ล_ัง_อ_ูฐ_ด_ว_ย_ค__ว_า_ม_ง_ง_ง_ว_ย_ร_ีบ__ว_ิ่ง_ไป__ด_า_น_ห_น__า_ฝ_ูง_อ_ูฐ_แ_ล_ว_น__ับ_ด_ูใ_ห_ม_อ_ี_ก_ค_ร_ั้ง_ __ก_็พ_บ_ว_า_อ_ู_ฐ_ย_ังอ__ย_ูค_ร_บ_ท_้ัง_ส_ิบ__ต_ัว_เ_ข_า_เ_ล_ย_โท__ษ_ค_ว_า_ม_ร_อ_น__แ_ร_งข__อ_ง_ท_ะ_เล__ท_ร_า_ย_แ_ล_ะ_ก_ร_ะ_โ_ด_ด_ข_้ึน_ข__่ีห_ล_ัง_ __อ_ฐู _น_ับ_อ_กี_ร_อ_บ__ได_เ_ก_า _ต_ัว_อ_กี_แ_ล_ว__เ_ข_า_โม_โ_ห_เ_ล_ย_โ_ท_ษ_ผ_ซี_า_ต_า_น__ท_่ที _ํา_ใ_ห_อ_ฐู _ห_า_ย_จ_า_ก_น_ั้น_จ__ึงบ__น_อ_บุ _อ_ิบ_แ__ล_ะ_ __ย_อ_ม_เ_ด_นิ _ไ_ป_เอ__งเ_พ_อื่ _ท__่ีอ_ฐู _จ_ะ_ได_ไ_ม_ห__าย_____________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะอาขยาน ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ๒๘๓ แบบประเมนิ ตนเอง ชือ่ : _________________ สกลุ : _________________วนั ____ เดือน____________พ.ศ._____ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๒ เร่ือง ทาํ นองเสนาะไพเราะอาขยาน คําช้ีแจง ๑. ระบายสีลงใน ของแตละกิจกรรมทนี่ ักเรียนคดิ วาทาํ ไดตามระดับการประเมินเหลานี้ เพอ่ื ประเมนิ การเรยี นรขู องนักเรยี น ปรบั ปรุง พอใช คอนขา งดี ดี ดมี าก กจิ กรรม ระดับความสามารถ ๑. การอานออกเสียงบทรอ ยกรองเปนทํานองเสนาะ ๒. การใชพจนานกุ รม ๓. การอานและใชอกั ษรยอและเคร่ืองหมายวรรคตอน ๔. การเขียนยอ ความจากนิทานและบทอา นเสรมิ ๕. การสรุปขอคิดจากเรื่องทอ่ี านและอธิบายการนาํ ขอคิดไปใชใ นชีวติ จรงิ ๒. นับจํานวนดาวจากตารางขางบนเพื่อบนั ทึกผลการเรียนรูของนักเรียน ดงั น้ี จํานวน.............................. จาํ นวน.............................. จาํ นวน.............................. จํานวน.............................. จํานวน.............................. สรปุ : วงกลมรอบผลการเรียนรูของนักเรยี น โดยนบั จากขอทไ่ี ดดาวมากทสี่ ดุ ปรับปรุง พอใช ดี คอ นขางดี ดมี าก ๓. กาเครื่องหมาย ลงใน  ที่นักเรียนวางแผนจะทําเพื่อพฒั นาการเรยี นในครั้งตอไป (เลอื กได มากกวา ๑ ขอ)  ตั้งใจเรยี นหนังสอื  มีสมาธิในการเรยี น  มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู  ฝกอา น เขียน และคนควาความหมายของคาํ

๒๘๔ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ นิทานอานสนุก

หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เร่ือง นิทานอานสนุก ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ ๒๘๕ หนว ยการเรียนรูที่ ๓ ชอ่ื หนวยการเรียนรู นทิ านอา นสนุก รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้วี ัด สาระท่ี ๑ การอา น ใชก ระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพือ่ นาํ ไปใชต ัดสินใจแกปญหา มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ในการดําเนินชีวติ และมนี สิ ยั รกั การอา น ตัวชี้วดั ป.๔/๒ อธิบายความหมายของคํา ประโยค และสาํ นวนจากเรือ่ งทอ่ี า น ตวั ชี้วดั ป.๔/๓ อานเร่ืองสน้ั ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบคําถามจากเรอื่ งท่ีอาน ตัวชีว้ ัด ป.๔/๖ สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากเร่อื งทอี่ า นเพื่อนําไปใชใ นชีวิตประจาํ วนั สาระท่ี ๒ การเขยี น ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน มาตรฐานการเรยี นรู ท ๒.๑ เรื่องราว ในรูปแบบตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน ตวั ชวี้ ดั ป.๔/๖ การศกึ ษาคนควา อยา งมีประสิทธิภาพ เขียนบนั ทกึ และเขยี นรายงานจากการศึกษาคน ควา สาระที่ ๔ หลักการใชภ าษาไทย มาตรฐานการเรียนรู ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษาภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติ ของชาติ ตัวช้วี ดั ป.๔/๒ ระบชุ นดิ และหนา ที่ของคําในประโยค ตัวชี้วดั ป.๔/๓ แตง ประโยคไดถ กู ตองตามหลกั ภาษา ๒. สาระสาํ คัญและความคดิ รวบยอด อานนิทาน เขียนแผนภาพโครงเรื่องและสรุปขอคิดจากเรื่องที่อาน การอานและเขียนคําท่ีมีอักษรนํา คํานาม คําสรรพนาม แตงประโยคใหสอดคลองกับเจตนาการสื่อสาร เขียนรายงานการศึกษาคนควาและพูด นาํ เสนอรายงาน ๓. สาระการเรยี นรู ดา นความรู ความเขา ใจ ๑) หลักการอา นอักษรนํา ๒) หลักการอา นอักษรนําประเภทอักษรกลางนําอักษรตาํ่ และอกั ษรสูงนําอักษรต่ํา ๓) ตอบคาํ ถามจากเร่ืองทีอ่ าน ๔) หลักการสรา งคาํ ประสม ๕) ความหมายของคําประสม

๒๘๖ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๖) ความหมาย ลกั ษณะ ประเภทและหนา ที่ของคาํ นาม ๗) ความหมาย ลกั ษณะ ประเภทและหนาทขี่ องคําสรรพนาม ๘) ลักษณะของประโยคเพอ่ื การสื่อสาร ๙) สว นประกอบของประโยค ๒ สว น และประโยค ๓ สว น ๑๐) ขั้นตอนการเขียนรายงานการศกึ ษาคน ควา ๑๒) หลักการเขียนคาํ นาํ และบรรณานกุ รม ดา นทักษะ/กระบวนการ ๑) การคน ควาอักษรนําประเภท ห นาํ และ อ นาํ ย จากนิทานเรอ่ื งนาํ้ ใจกระรอก ๒) การอานและเขยี นคําที่มีอกั ษรนํา ๓) การอานและเขยี นคาํ ทีม่ อี ักษรนําประเภทอักษรกลางนาํ อักษรต่ําและอักษรสูงนาํ อักษรตาํ่ ๔) การเขยี นสรุปความรูและขอคดิ จากเรอ่ื งท่ีอา น ๕) การสรางคําประสมจากกจิ กรรม หัวใจเลือกคู รคู าํ ประสม ๖) การจาํ แนกคํานามทว่ั ไปกับคาํ นามเฉพาะ ๗) การจาํ แนกบรุ ษุ สรรพนาม ๘) การจาํ แนกประโยคตามเจตนาการสอ่ื สาร ๙) การแตง ประโยคตามเจตนาการส่ือสาร ๑๐) การแตง ประโยค ๒ สวน และประโยค ๓ สวน ๑๑) การวิเคราะหป ระโยค ๒ สว น และประโยค ๓ สวน ๑๒) การวางแผนการเขียนรายงานการศกึ ษาคนควา ๑๓) การเขยี นคาํ นําและบรรณานกุ รมของรายงานการศึกษาคน ควา ๑๔) การเขียนรายงานการศกึ ษาคน ควาจากเร่ืองที่สนใจ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม ๑) เหน็ ความสาํ คญั ของการใชอ กั ษรนาํ ๒) มารยาทในการอา น ๓) เหน็ ความสําคัญของใชค ําในภาษาไทย ๔) ใชค าํ นามประเภทตาง ๆ ไดอ ยางถกู ตอ ง ๕) เห็นความสาํ คญั การใชค ําสรรพนามประเภทตา ง ๆ ไดอ ยา งถกู ตอง ๖) เหน็ ความสําคัญของการใชป ระโยคตามเจตนาการสื่อสาร ๗) เหน็ ความสําคญั ของการใชประโยคใหถูกตองตามแบบแผนภาษาไทย ๘) เหน็ คณุ คาและประโยชนของการเขียนรายงาน ๔. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน ๑) ความสามารถในการสอื่ สาร ๒) ความสามารถในการคิด

หนวยการเรียนรูที่ ๓ เรอ่ื ง นิทานอา นสนุก ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๔ ๒๘๗ ๕. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๑) มวี นิ ัย ๒) ใฝเ รยี นรู ๓) มุง มัน่ ในการทาํ งาน ๖. การประเมนิ ผลรวบยอด ๖.๑ ช้ินงานหรอื ภาระงาน ๑) ใบงานที่ ๑ เรื่อง คน หาอกั ษรนํา ๒) ใบงานท่ี ๒ เรอื่ ง อา น เขียน เรียนอกั ษรนาํ ๓) ใบงานท่ี ๓ เร่ือง ตอบคาํ ถามสรุปเรอ่ื ง “นากกนิ ปลา” (กิจกรรมกลมุ ) ๔) ใบงานที่ ๔ เรอื่ ง นากกินปลา (กิจกรรมเดี่ยว) ๕) ใบงานท่ี ๕ เร่ือง คําประสมนา รู อยูไหนเอย ๖) ใบงานท่ี ๖ เร่ือง คน ควา คํานาม ๗) ใบงานที่ ๗ เร่ือง วิเคราะหคําสรรพนาม ๘) ใบงานท่ี ๘ เรื่อง แตง ประโยคเพอ่ื การส่อื สาร ๙) ใบงานที่ ๙ เรื่อง วเิ คราะหส วนประกอบของประโยค ๑๐) ใบงานท่ี ๑๐ เรอ่ื ง รว มคิด รว มวางแผน ๑๑) ใบงานท่ี ๑๑ เรือ่ ง การเขียนคาํ นาํ

๒๘๘ คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) ๖.๒ เกณฑการประเมินชิ้นงานหรือภาระงาน ประเด็นประเมิน ระดับคณุ ภาพ ๑. อกั ษรนาํ ๒. สรปุ ขอ คิดและ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) คณุ คาจากเรื่องท่ี อา น อา นและเขยี นคาํ อา นและเขยี นคํา อานและเขยี นคํา อานและเขียนคาํ ๓. คําประสม ทีม่ ีอักษรนําได ทมี่ ีอักษรนาํ ได ท่มี ีอักษรนาํ ได ทีม่ อี ักษรนาํ ได ถูกตองทุกคํา ถูกตองรอ ยละ ๘๐ ถกู ตองรอ ยละ ๖๐ ถกู ตองรอ ยละ ๔๐ ๔. ชนิดของคาํ ใน ภาษาไทย สรปุ ขอคดิ และ สรปุ ขอ คิดและ สรปุ ขอคดิ และ ไมสามารถสรุป คุณคา จากเรื่อง คณุ คา จากเรอ่ื ง คณุ คาจากเรอ่ื ง ขอ คิดและคุณคา ๕. ประโยคสื่อสาร ท่ีอานถูกตอง ท่อี านถูกตอง ท่อี านถูกตอง จากเร่อื งทอ่ี า น ทกุ ประเดน็ เกือบทุกประเด็น บางประเด็น ๖. เขยี นรายงาน การศกึ ษาคนควา อานคําประสมและ อา นคาํ ประสมและ อานคําประสมและ อานคาํ ประสมและ และพูดรายงาน อธบิ าย จําแนกคํา อธบิ าย จาํ แนกคาํ อธิบาย จําแนกคาํ อธบิ าย จําแนกคํา ประสมในภาษาไทย ประสมในภาษาไทย ประสมในภาษาไทย ประสมในภาษาไทย ไดถ ูกตองทกุ ขอ ไดถ ูกตอ งรอยละ ไดถูกตอ งรอยละ ไดถ ูกตองรอยละ ๘๐ ๖๐ ๔๐ จําแนกชนดิ ของคาํ จาํ แนกชนิดของคํา จาํ แนกชนดิ ของคาํ จําแนกชนดิ ของคาํ ประเภทคาํ นาม ประเภทคํานาม ประเภทคํานาม ประเภทคํานาม คาํ สรรพนาม และ คาํ สรรพนาม และ คาํ สรรพนาม และ คําสรรพนาม และ บอกหนา ทขี่ องคํา บอกหนาทขี่ องคํา บอกหนาทขี่ องคํา บอกหนา ทขี่ องคาํ แตล ะชนิดไดถกู ตอง แตละชนดิ ไดถูกตอง แตล ะชนดิ ไดถกู ตอง แตละชนดิ ไดถกู ตอง ทุกขอ รอยละ ๘๐ รอ ยละ ๖๐ เปน รอยละ ๔๐ จาํ แนกชนดิ ของ จาํ แนกชนิดของ จําแนกชนิดของ จําแนกชนิดของ ประโยคตาม ประโยคตาม ประโยคตาม ประโยคตาม การส่อื สารและแตง การส่อื สารและแตง การสื่อสารและแตง การส่อื สารและแตง ประโยคไดถูกตอง ประโยคไดถูกตอง ประโยคไดถกู ตอง ประโยคไดถูกตอง จาํ นวน ๙-๑๐ จาํ นวน ๗-๘ จาํ นวน ๕-๖ ตํา่ กวา ๕ ประโยค ประโยค ประโยค ประโยค เขยี นรายงานได เขียนรายงานได เขยี นรายงานได เขยี นรายงานได ถูกตองตามรูปแบบ ถกู ตองตามรปู แบบ ถูกตองตามรูปแบบ ถกู ตองตามรปู แบบ การเขียนรายงาน การเขียนรายงาน การเขยี นรายงาน การเขยี นรายงาน เปน สวนใหญ และ เปน สว นใหญ และ เปน บางสว น และ เปนสวนนอ ย และ พูดนาํ เสนอรายงาน พูดนาํ เสนอรายงาน พูดนําเสนอรายงาน พดู นาํ เสนอรายงาน ไดด ีมาก ไดดี ไดพ อใช ไดไ มค อยดี

หนวยการเรียนรูท ี่ ๓ เรอื่ ง นิทานอา นสนกุ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๔ ๒๘๙ เกณฑการตัดสินการประเมนิ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๙-๒๔ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๑๓-๑๘ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๗-๑๒ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๖ คะแนน เกณฑก ารผา น ผานเกณฑต ้ังแตร ะดบั พอใช ขน้ึ ไป

๒๙๐ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑ เรื่อง อักษรนาํ จาํ ใหด ี (๑) หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรือ่ ง นทิ านอานสนุก เวลา ๑ ชั่วโมง กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๔ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ดั สาระท่ี ๑ การอาน มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพื่อนําไปใชต ัดสนิ ใจ แกปญหาในการดาํ เนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอาน ตัวชีว้ ดั ป.๔/๒ อธิบายความหมายของคาํ ประโยค และสาํ นวนจากเรื่องท่ีอาน ๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด อักษรนําคือ คําท่ีมีพยัญชนะ ๒ ตัวประสมอยูในสระเดียวกัน เวลาอานใหอานออกเสียงพยางคหลัง ตามเสียงพยญั ชนะตวั ท่นี าํ เชน หญงิ อา นออกเสียงพยญั ชนะ ญ ๓. จดุ ประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - บอกหลกั การอา นอกั ษรนําได ๓.๒ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑) คนควา อักษรนําประเภท ห นํา และ อ นํา ย จากนทิ านเรือ่ งนํ้าใจกระรอกได ๒) อานและเขยี นคําทมี่ ีอักษรนําได ๓.๓ ดานคุณลักษณะ เจตคติ คา นิยม (A) - เหน็ ความสาํ คัญของการใชอ ักษรนาํ ๔. สาระการเรียนรู - อกั ษรนาํ ประเภท ห นาํ และ อ นาํ ย ๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๖.๑ มวี ินยั ๖.๒ ใฝเรียนรู ๖.๓ มงุ มัน่ ในการทาํ งาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ เร่ือง นิทานอานสนกุ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔ การจดั กิจกรรมการเรยี น หนวยการเรยี นรูท่ี ๓ เร่ือง นิทา รายวิชา ภาษาไทย แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๑ ลาํ ดับ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขั้นตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ทีใ่ ช กจิ กรรมครู ๑. ขอบเบตเนื้อหา ขั้นนํา ๕ นาที ๑. ครูฉายคําใหนกั เรยี นอาน - อักษรนาํ ประเภท ห บนส่ือนําเสนอ PowerPoint นาํ และ อ นาํ ย ดังน้ี - รู - มา - ยา - วาน - ยาก ๒. ครูฉายคําเดมิ ใหนักเรยี นอ โดยเพิม่ พยัญชนะ ห และ อ ไวหนา คาํ เดิม ดงั นี้ - หรู - หมา - หยา - หวาน - อยาก

นรู ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ ๒๙๑ านอานสนุก จาํ นวน ๑๐ ชั่วโมง การประเมนิ ๑ เร่อื งอักษรนาํ จาํ ใหดี (๑) จํานวน ๑ ชั่วโมง การเรียนรู การจัดการเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู กิจกรรมนักเรียน ๑. สื่อนาํ เสนอ Power Point เรือ่ ง อักษรนาํ ๑. นกั เรียนอา นคําท่ีครู จาํ ใหดี (๑) t ยกตัวอยา ง อาน ๒. นักเรียนอานคาํ ใหมที่ครู นําเสนอ

๒๙๒ ลาํ ดบั จุดประสงคก ารเรยี นรู ขน้ั ตอนการ เวลา แนวก ที่ จัดการเรียนรู ที่ใช กจิ กรรมครู ๓. ครถู ามคาํ ถามนกั เรียน ดัง ครู : คาํ ท่ีครูเพ่ิม ห และ อ นําหนาเรยี กวา อะไร ๒. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขั้นสอน ๔. ครแู จงจุดประสงคการเรีย เรือ่ งอักษรนาํ ใหน ักเรยี นทรา ๒๐ นาที ๑. ครูถามคาํ ถามนกั เรียน ดัง ครู : นักเรยี นรูจักอักษรนํา หรอื ไม ลองยกตัวอยางคําทีม่ อกั ษรนําทน่ี กั เรยี นรจู ักคนละ ๑ คน ๒. ครูเขยี นคําทน่ี ักเรียนบอก บนกระดาน ๑. บอกหลักการอา น ๓. ครอู ธบิ ายความรูเรอ่ื ง อักษรนําได อกั ษรนํา หลกั การอานอักษร และตรวจสอบคําทน่ี กั เรียน ยกตัวอยางวาเปนอกั ษรนาํ หรอื ไม และใหน ักเรียนศกึ ษา ใบความรทู ี่ ๑ เร่อื ง อักษรนาํ

คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๔) การจัดการเรียนรู ส่ือการเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรียนรู ๑. การตอบคาํ ถาม งน้ี ๓. นกั เรยี นตอบคําถาม ดังน้ี นกั เรยี น : อกั ษรนํา ยน าบ งน้ี ๑. นักเรียนตอบคาํ ถามครู และยกตวั อยา งคําทม่ี ีอกั ษรนํา มี คนละ ๑ คํา ะ กไว ๒. นกั เรียนยกตวั อยางคําและ พจิ ารณาคําทรี่ วมกันยกตวั อยาง ๓. นกั เรยี นศกึ ษาใบความรูที่ ๑ ๒. ใบความรูท่ี ๑ เรื่อง ๒. การตอบคาํ ถาม รนาํ เร่ือง อักษรนาํ ประกอบ อักษรนํา คาํ อธบิ ายของครู และรวมกัน บอกหลักการอานอักษรนํา า า

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรอื่ ง นิทานอา นสนุก ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ ลําดบั จดุ ประสงคการเรยี นรู ข้ันตอนการ เวลา แนวก ที่ จดั การเรยี นรู ทีใ่ ช กิจกรรมครู ๒. อา นและเขียนคําที่ ๔. ครยู กตวั อยา งคําทมี่ ี อ นาํ มีอกั ษรนําได และคําที่มี ห นาํ ใหน กั เรยี น อา น และอธิบายความรเู พ่ิมเ ใหนกั เรียนทราบวา พยัญชน ถกู นําไดจ ะเปนอกั ษรตาํ่ เทาน ๓. ๓. คน ควาอกั ษรนาํ ขั้นปฏิบตั ิ ๒๐ นาที ๑. ครแู จกนทิ าน เร่ือง น้าํ ใจ ประเภท ห นาํ และ อ กระรอก ใหน ักเรยี นทกุ คนอา นาํ ย จากนทิ านเร่ือง ใชเ วลาอาน ๓ นาที นํา้ ใจกระรอกได ๒. ครทู บทวนความรเู กยี่ วกบั อกั ษรนําโดยใหนักเรยี นอภิป ความรรู วมกนั ๓. ครอู ธบิ ายขัน้ ตอนการทาํ ใบงานและมอบหมายใหน ักเร คน ควา อักษรนาํ บนั ทึกคําตอ ลงในใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง คน หา อักษรนํา ๔. ขั้นสรปุ ๕ นาที ๑. ครูและนักเรยี นรวมกันเฉล ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง คนหาอักษร ใหน กั เรียนอานออกเสียงให คลองแคลว

๒๙๓ การจัดการเรียนรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน การเรียนรู กิจกรรมนักเรียน ๓. ประเมนิ การปฏบิ ตั ิ กจิ กรรม า ย ๔. นกั เรียนฝก อา นคําท่ี นฝก ยกตัวอยา ง สังเกต เรียนรู เตมิ พยัญชนะที่เปนตวั นํา (ห และ อ) นะท่ี และสงั เกตพยญั ชนะที่ถูกนาํ น้ัน (พยญั ชนะในอักษรตํา่ เดย่ี ว) ๑. นักเรียนอา นนทิ าน เรอ่ื ง ๓. นิทาน เรอื่ ง นา้ํ ใจ าน น้าํ ใจกระรอกใชเวลา ๓ นาที กระรอก ๔. ใบงานท่ี ๑ เรื่อง คนหาอักษรนํา บ ๒. นักเรียนอภปิ รายความรู ปราย เก่ียวกับอักษรนํารวมกับครู ๓. นกั เรยี นคนควา อกั ษรนํา รยี น บนั ทกึ คาํ ตอบลงในใบงานที่ ๑ อบ เรอื่ ง คน หาอกั ษรนํา า ลย ๑. นกั เรียนเฉลยใบงานที่ ๑ รนํา เรอื่ ง คนหาอกั ษรนาํ รว มกบั ครู และฝกอา นคาํ ท่ีมีอกั ษรนํา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook