Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนตัวอย่างวิชาภาษาไทย

แผนตัวอย่างวิชาภาษาไทย

Published by บางปลาม้า บางยี่หน, 2022-07-23 04:51:49

Description: แผนตัวอย่างวิชาภาษาไทย

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 2. ครูและนกั เรยี นสนทนาเกี่ยวกบั เนือ้ หาในขา่ ว ดงั นี้ - นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยหรือไม่กบั ขอ้ มลู ในขา่ วท่ีนาํ เสนอผลการฉีด/ไม - ขอ้ มลู จากข่าวแสดงถึงสถานการณข์ องเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ( ในการฉีดวคั ซนี แนวโนม้ จะเป็นอยา่ งไร (แนวคาํ ตอบ : ประเทศ 3. ครูและนกั เรียนสนทนากนั เกี่ยวกบั การแสดงความคิดเห็นจากเรอื่ เรื่องทอี า่ น” (แนวคาํ ตอบ การแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ นเป็นวเิ ครา 3.2 ขัน้ จัดกระบวนการเรยี นรู้ 1) ใหน้ กั เรยี นชมสอ่ื โฆษณาเกี่ยวกบั อาหารเสรมิ ของพธิ ีกรช่ือดงั คณุ ก ช่วยกนั นาํ เสนอเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจากข่าว พรอ้ มทงั้ แสด โฆษณา ดงั นี้ - สอื่ โฆษณาดงั กลา่ วมีเนือ้ หาท่สี มเหตสุ มผล หรือมีความเป็นไปไ - สาํ นวนภาษาท่ีใชเ้ ป็นอย่างไร ใหข้ อ้ มลู ชดั เจนหรือไม่ (แนวคาํ - นกั เรียนมคี วามคดิ เห็นหรือรูส้ กึ อยา่ งไรกบั สื่อโฆษณาดงั กลา่ ว - หากนกั เรียนตอ้ งการซอื้ สนิ คา้ หรอื ผลิตภณั ฑ์ นกั เรียนจะมวี ิธีก ผลติ ภณั ฑท์ ่ีซอื้ มี อย.รบั รอง ดวู นั /เดือน/ปี ท่ีผลติ และวนั /เดือน/ปี ท่หี ม 3) แบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ ตวั แทนกลมุ่ รบั บทอ่าน เรื่อง เทวดาเดินดนิ 1 บท โดย 286

มฉ่ ีดวคั ซีน (แนวคาํ ตอบ : นกั เรียนแสดงความคดิ เห็นตามความคิดของตนเอง) (โควิด – 19) วกิ ฤตหรือไมว่ กิ ฤตอย่างไร ในกรณีท่ที กุ คนไมใ่ หค้ วามรว่ มมอื ศไทยอาจมีแนวโนม้ ท่มี ีคนติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด – 19) เพ่มิ สงู ขึน้ ) องท่ีอา่ น ในประเดน็ “ประโยชนข์ องการแสดงความคิด-ไม่แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั าะหบ์ ทอา่ น ทาํ ใหเ้ กิดแนวคิด/ขอ้ คิดจากบทอา่ นท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ตนเอง) กาละแมร์ พชั รศรี เบญจมาศ (https://news.ch7.com/detail/462270) โดยให้ ดงความคิดเห็นประกอบ ทงั้ นีค้ รูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ จากสื่อ ไดม้ ากนอ้ ยเพียงใด (แนวคาํ ตอบ : เป็นส่ือโฆษณาท่เี กินจรงิ ) าตอบ : ขอ้ มลู ท่ใี หม้ ลี กั ษณะไปในทางชวนเช่ือหรอื ทาํ ใหผ้ รู้ บั สารเขา้ ใจคลาดเคล่ือน) ว (แนวคาํ ตอบ : ตอบตามความคดิ เห็นของนกั เรียน) การหรือหลกั การซือ้ อยา่ งไร (แนวคาํ ตอบ : พิจารณาจากคณุ ภาพของสนิ คา้ หรือ มดอายุ เป็นตน้ ) ยใหห้ าขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็นจากบทอา่ นท่ีกาํ หนดให้ ดงั นี้

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เรอ่ื ง เทว พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรม เสดจ็ ฯ เย่ียมเยยี นราษฎรในถ่นิ ทรุ กนั ดารทกุ แหง่ หน ฉนั ภมู ิใจท่ไี ดเ้ กดิ มาบนผ ภายใตร้ ม่ พระบารมขี องในหลวง พระองคท์ รงรกั และห่วงใยราษฎรอยเู่ สมอ ท พระวรกายและทรงงานหนกั เพ่ือใหพ้ สกนิกรของพระองคไ์ ดอ้ ย่ดู ี กินดี มีสขุ ช ลว้ นเคารพบชู าพระองคแ์ ละเทดิ ทนู ไวเ้ หนือเกลา้ พระองคท์ รงเป็นพ่อหลวงในด และระลกึ อย่เู สมอว่า พระองคท์ รงใกลช้ ิดกบั คนไทย ทกุ งานท่ที รงทาํ ลว้ นทาํ เพ พระองคเ์ ปรียบประดจุ “เทวดา” องคห์ นึ่งซ่งึ สามารถมองเหน็ ไดใ้ นโลกนี้ 4) นาํ ขอ้ เทจ็ จรงิ มาหาความรู้ เขยี นแสดงความคดิ เหน็ และใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นา ความคดิ เห็นเหมอื นหรอื แตกต่างกนั กลมุ่ ท่แี ตกต่างจากเพ่ือน ใหน้ าํ เสนอวา่ เพราะเหต 5) ปฏิบตั กิ ิจกรรมเช่นเดียวกนั กบั ขอ้ ท่ี 3 โดยนาํ ตวั อยา่ งการแสดงความ ของแตงโม นิดา พชั รวีระพงษ์ (https://www.youtube.com/watch?v=AWTC4q0 ทางการเขียนแสดงความรูส้ กึ และความคิดเหน็ เชิงเหตผุ ลว่าควรมหี ลกั การอย่างไร 3.3 ข้นั สรุปองคค์ วามรู้ นกั เรียนรว่ มกนั สรุปแนวทางการเขียนแสดงความรูส้ กึ และความคิดเห (แนวคาํ ตอบ : หลกั การเขียนแสดงความรูส้ ึกและความคิดเห็น ประก หรือขอ้ เท็จจรงิ ก่อนทกุ ครงั้ 3) เขยี นแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่าง การเขียน ใชถ้ อ้ ยคาํ ภาษาท่ีสภุ าพ และ 6) ตรวจทานการเขียนใหถ้ กู ตอ้ 287

วดาเดนิ ดนิ มนาถบพติ ร ผืนแผน่ ดนิ ไทย ทรงตรากตราํ ชาวไทย ดวงใจของคนไทยทกุ คน ทกุ ครงั้ ท่ฉี นั เหน็ ภาพของพระองค์ ฉนั รูส้ ึกตนื้ ตนั ใจ พ่อื แกป้ ัญหาํ ความยากจน และปากทอ้ งของชาวไรช่ าวนา แตส่ าํ หรบั ฉนั แลว้ าํ เสนอความคดิ เหน็ ต่อเรอ่ื งท่อี ่าน ครูใชค้ าํ ถามกระตนุ้ ว่า แตล่ ะกลมุ่ เสนอ ตใุ ดจงึ แสดงความคิดเห็นแตกต่างจากกลมุ่ อ่ืน โดยใหน้ าํ เสนอพรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ มคิดเห็นเชิงลบออกสือ่ โดยใชภ้ าษาท่ไี มเ่ หมาะสม ในกรณีท่ีมีคนมาวจิ ารณค์ ณุ แม่ 0gmOc) และใหน้ กั เรยี นแสดงความคิดเห็นว่า นกั เรียนรูส้ กึ อยา่ งไร สรุปเป็นแนว รบา้ ง หน็ เชิงเหตผุ ลวา่ ควรมหี ลกั การอยา่ งไรบา้ ง กอบดว้ ย 1) ศกึ ษาเรื่องท่ีสนใจ จะเขียนใหเ้ ขา้ ใจ แจ่มแจง้ 2) เขยี นสว่ นท่ีเป็นขอ้ มลู งมีเหตผุ ล 4) ควรเขียนในเชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละมขี อ้ เสนอแนะ 5) มมี ารยาทใน อง)

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3.4 ขน้ั ประยุกตใ์ ช้ นกั เรียนอ่านส่ือออนไลน์ และแสดงความคิดเหน็ จากภาพพรอ้ มทงั้ แ 4. การวัดและประเมินผล เครื่องมือวดั แสด ดี – วิธวี ดั แบบสงั เกตพฤติกรรม การแสดงความ 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็น คิดเห็น ในการพจิ ารณาสื่อโฆษณาเกี่ยวกบั การเลือกซือ้ สนิ คา้ เพ่ือการนาํ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาํ วนั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 2. (K) บอกหลกั การแสดงความคดิ เห็นอย่างมี เหตผุ ลเก่ียวกบั การอ่านจากบทอา่ น พอใ ปรบั 288

แคปหนา้ จอสง่ มาแลกเปลยี่ นเรียนรูใ้ นไลนข์ องหอ้ งเรียน เกณฑก์ ารประเมิน ดงความคิดเห็นอยา่ งนอ้ ย 1 ขอ้ – บอกหลกั การแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ลเก่ียวกบั การอ่านจากบทอ่าน เชน่ 1) ศกึ ษาเรื่องท่สี นใจใหเ้ ขา้ ใจ แจ่มแจง้ 2) เขียนสว่ นท่เี ป็นขอ้ มลู หรอื ขอ้ เท็จจรงิ ก่อนทกุ ครงั้ 3) เขียนแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างมีเหตผุ ล 4) ควรเขียนในเชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละมขี อ้ เสนอแนะ 5) มมี ารยาทในการเขียน ใชถ้ อ้ ยคาํ ภาษาท่ีสภุ าพ 6) ตรวจทานการเขียนใหถ้ กู ตอ้ ง) (หมายเหตุ ขอ้ ความท่ีนาํ เสนอเป็นไปตามวธิ ีการของกลมุ่ ) ใช้ – ปรากฏขอ้ ผิดพลาด 1 – 2 รายการ บปรุง – ปรากฏขอ้ ผิดพลาดมากกวา่ 3 รายการ ขนึ้ ไป

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 วิธวี ัด เครื่องมอื วัด ดี – 3. (S) ประเมนิ ความสามารถใน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พอใ การแสดงความคดิ เห็นอย่างมี ปรบั เหตผุ ลในบทอ่านท่ีกาํ หนดให้ . 289

เกณฑก์ ารประเมิน – แสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ลครบทงั้ 6 รายการ ใช้ – ปรากฏขอ้ ผิดพลาด 1 – 2 รายการ บปรุง – ปรากฏขอ้ ผิดพลาดมากกว่า 3 รายการ ขนึ้ ไป

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะย่อยที่ 1 สรุปความเขา้ ใจของตนและเรยี นรู้กลวิธีสาํ หรับประ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ย่อคว ศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ ท 2.1 ป.4/3 เขียนแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดเพ่อื ใ 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (A K S) 1. เห็นประโยชนข์ องการเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งเพ่ือนาํ เสนอได้ (A) 2. อธิบายหลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่องเพ่ือพดู เลา่ เร่อื งได้ (K) 3. เขียนแผนภาพโครงเรื่องเพ่ือพดู เลา่ เร่อื งได้ (S) 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 3.1 ข้นั เตรยี มความพร้อมและตั้งขอ้ สงั เกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนชมคลิปการพดู ของนกั รอ้ งหน่มุ \"เดอะทอยส์ - ธันวา บุญสงู เ (https://www.youtube.com/watch?v=rEl7jxapTKk) 2) นกั เรยี นสนทนากนั ในประเด็นต่อไปนี้ - นกั เรยี นเขา้ ใจเรื่องท่ผี พู้ ดู นาํ เสนอหรือไม่ (แนวคาํ ตอบ : ฟังแลว้ - ถา้ เราตอ้ งการพดู สื่อความ แต่ว่ามผี ลการพดู ตามบคุ คลในคล ผฟู้ ังรูส้ กึ เบ่ือ และไม่อยากฟัง) 290

ะกอบการพูด เวลา 6 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง วาม และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน ใชพ้ ฒั นางานเขียน เนิน\" ซง่ึ ขึน้ รบั รางวลั ศิลปินเด่ียวแห่งปี บนเวทีไนนเ์ อ็นเตอรเ์ ทน อวอรด์ วไม่คอ่ ยเขา้ ใจ) ลปิ กอ่ ใหเ้ กดิ ผลอย่างไร (แนวคาํ ตอบ : ไม่เขา้ ใจเนอื้ หาท่พี ดู ไมส่ ามารถสื่อสารได้

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3.2 ข้นั จดั กระบวนการเรยี นรู้ 1) นกั เรียนชมคลิปการพดู เลา่ นิทาน เร่ือง ลกู กระต่ายแสนรู้ (https://w โครงเร่อื งท่ีประกอบการพดู เลา่ นิทานเร่ืองดงั กลา่ ว โดยใหน้ กั เรียนสงั เกตการเล 2) ครูใชค้ าํ ถามกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ต่อไปนี้ - การเลา่ นทิ านมกี ารเรียงลาํ ดบั เป็นไปตามลาํ ดบั แผนภาพโครง - การพดู เลา่ เร่อื งท่ดี ี ผพู้ ดู นา่ จะมบี ุคลิกภาพอย่างไร (แนวคาํ ตอ ดงั เกินไป ใชค้ าํ ไดส้ ภุ าพ ถูกกาลเทศะ เวน้ วรรคตอนในการพดู ให - แผนภาพโครงเรอื่ งมปี ระโยชนส์ าํ หรบั การเลา่ นทิ านอย่างไร (แ สาํ คญั ของเรอ่ื งท่เี ลา่ ไดง้ ่ายขนึ้ - ในกรณีท่ไี มม่ ีแผนภาพโครงเร่อื ง จะสง่ ผลตอ่ การเลา่ เรื่องหรือไ ใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีเลา่ อาจไม่ครบถว้ น สมบรู ณ)์ 3) แบง่ นกั เรยี นเป็นกลมุ่ ตวั แทนกลมุ่ รบั บทอา่ น เรือ่ ง อย่างนีด้ คี วรทาํ แ - เขยี นแผนภาพโครงเร่อื งของบทอา่ นลงในกระดาษชารท์ - ออกแบบการพดู เลา่ เรอื่ งตามแผนภาพโครงเรอ่ื งท่ีนาํ เสนอใหม้  พดู เลา่ เรอ่ื งดว้ ยการกลา่ วนาํ เชน่ ทกั ทายผฟู้ ัง  พดู ชดั เจน ออกเสยี งถกู ตอ้ ง เสยี งดงั พอประมาณ ใชค้ าํ พ  กวาดสายตามองผฟู้ ังขณะพดู  พดู เลา่ เรือ่ งตามลาํ ดบั เนือ้ หา ลาํ ดบั ขนั้ ตอน หรือลาํ ดบั เหต  เม่อื พดู เลา่ เรอื่ งจบ ควรเปิดโอกาสใหผ้ ฟู้ ังซกั ถามหรือแสดงค 291

www.youtube.com/watch?v=0mLMToI3U9U) เวลา 2.58 นาที และรบั แผนภาพ ลา่ นิทาน และแผนภาพโครงเร่อื งว่ามคี วามสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร งเร่ืองหรอื ไม่ (แนวคาํ ตอบ : เป็นไปตามลาํ ดบั ของแผนภาพโครงเรื่อง) อบ : มีความรู้ และความเขา้ ใจในเรื่องท่ีเลา่ เป็นอยา่ งดี ใชน้ า้ํ เสียงชดั เจน ไม่เบาหรือ หถ้ ูกตอ้ ง ขณะท่ีเลา่ สายตาตอ้ งจบั ท่ผี ฟู้ ังทกุ คน เรียงตามลาํ ดบั เหตกุ ารณ์ ไม่พดู วกวน) แนวคาํ ตอบ : เป็นเสน้ ทางในการจาํ เร่ือง แสดงใหเ้ ห็นเรอ่ื งโดยรวม ทาํ ใหจ้ บั ใจความ ไม่ อย่างไร (แนวคาํ ตอบ : ผเู้ ลา่ อาจเลา่ เรอื่ งวกวน ไมเ่ รียงตามลาํ ดบั เหตกุ ารณ์ แลว้ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดงั นี้ มีคณุ ภาพตามเกณฑ์ ดงั นี้ พดู ท่สี ภุ าพ นาํ้ เสียงน่มุ นวลน่าฟัง ตกุ ารณใ์ หถ้ กู ตอ้ งและตอ่ เน่ืองสมั พนั ธก์ นั ความคดิ เหน็

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 4) ตวั แทนกลมุ่ นาํ เสนอผลงาน โดยมีรายละเอียด ดงั นี้ - ติดแผนภาพโครงเรอื่ งไวท้ ่กี ระดานดาํ กาํ หนดใหส้ มาชกิ กลมุ่ อ ทงั้ นี้ ในขณะท่ีนาํ เสนอ กลมุ่ อ่ืนจะเป็นผปู้ ระเมนิ เม่ือพดู นาํ เสนอเสร - สลบั กนั เป็นผนู้ าํ เสนอ และเป็นผูป้ ระเมินคณุ ภาพการพดู 3.3 ข้นั สรุปองคค์ วามรู้ นกั เรียนแต่ละคนสรุปวิธีการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองเพ่ือใชป้ ระกอบก 3.4 ข้นั ประยุกตใ์ ช้ 1) นกั เรียนคดิ ว่า จะนาํ เทคนิคการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ไปพฒั นาง 2) นกั เรียนนาํ องคค์ วามรูท้ ่ไี ดร้ บั ออกแบบการพดู เรอ่ื งท่ีสนใจ 1 เร่ือง พ 4. การวัดและประเมนิ ผล วิธีวดั เครื่องมอื วัด แสดงความคิดเห 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมในการแสดง แบบสงั เกตพฤติกรรม ดี – นาํ เสนอหลกั ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั การพดู เลา่ การแสดงความ  พดู เล เรื่องจากแผนภาพโครงเรอ่ื ง คิดเห็น  พดู ชดั นมุ่ นว 2. (K) ตรวจผลงานสรุปหลกั การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน  กวาด เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งเพ่ือพดู เลา่ เรอ่ื ง 292

อ่ืน เป็นกรรมการประเมนิ ความสามาถในการพดู กลมุ่ ละ 1 – 2 เกณฑ์ รจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ สมาชิกกลมุ่ อ่ืนสะทอ้ นผลการพดู ตามเกณฑท์ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย การพดู งานเขยี นอ่นื ๆ ไดห้ รือไม่ ช่วยกนั อภปิ รายและยกตวั อย่าง พรอ้ มทงั้ นาํ ผลงานติดปา้ ยนเิ ทศเพ่ือแลกเปลย่ี นเรยี นรูร้ ว่ มกนั เกณฑก์ ารประเมิน หน็ อย่างนอ้ ย 1 ขอ้ กการเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งเพ่อื พดู เลา่ เรื่องไดค้ รบ 5 รายการ ดงั นี้ ลา่ เร่ืองดว้ ยการกลา่ วนาํ เชน่ ทกั ทายผฟู้ ัง ดเจน ออกเสียงถกู ตอ้ ง เสียงดงั พอประมาณ ใชค้ าํ พดู ท่สี ภุ าพ นาํ้ เสยี ง วลน่าฟัง ดสายตามองผฟู้ ังขณะพดู

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 วิธีวดั เครือ่ งมอื วัด  พดู เล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ตอ่ เน 3. (S) ประเมนิ ความสามารถใน การเขียนแผนภาพโครงเรื่องเพ่ือ  เม่ือพ พดู เลา่ เร่ือง พอใช้ – นาํ เสนอ ปรบั ปรุง – นาํ เส ดี – เขียนแผนภา พอใช้ – นาํ เสนอ ปรบั ปรุง – นาํ เส 293

เกณฑก์ ารประเมิน ล่าเรอื่ งตามลาํ ดบั เนือ้ หา ลาํ ดบั ขนั้ ตอน หรือลาํ ดบั เหตกุ ารณใ์ หถ้ กู ตอ้ งและ น่ืองสมั พนั ธก์ นั พดู เลา่ เรื่องจบ ควรเปิดโอกาสใหผ้ ฟู้ ังซกั ถามหรอื แสดงความคิดเหน็ อ 2 - 3 รายการ สนอ 1 รายการ าพโครงเรอื่ งเพ่ือพดู เลา่ เรือ่ งไดค้ รบ 5 รายการ อ 2 - 3 รายการ สนอ 1 รายการ

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะย่อยที่ 1 สรุปความเขา้ ใจของตนและเรยี นรู้กลวธิ ีสาํ หรับประ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เร่อื ง ภาษาพูดและภาษาเขยี น 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี สมบตั ิของชาติ ท 4.1 ป.4/7 เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (A K S) 1. เห็นความสาํ คญั ในการใชภ้ าษาพดู และภาษาเขียนใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมต 2. บอกหลกั การเลือกใชภ้ าษาพดู และภาษาเขียนไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมตามสถ 3. เลอื กใชภ้ าษาพดู และภาษาเขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง และเหมาะสมตามสถานการณ 3. กจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 ข้นั เตรยี มความพร้อมและตั้งข้อสงั เกตในการเรยี นรู้ 1) นกั เรียนรว่ มกนั สงั เกตแถบประโยค 2 แบบ ท่คี รูแสดงใหด้ ู ดงั นี้ “ครูครบั ๆ ไอโ้ จไ้ มส่ บาย ปวดหวั และอว้ กเยอะมากเลยครบั “ครูครบั ๆ โจป้ ่วยครบั ปวดศีรษะและอาเจียนหนกั มากเลย 294

ะกอบการพูด เวลา 6 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็น ตามสถานการณ์ (A) ถานการณ์ (K) ณ์ (S) บ” ยครบั ”

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 2) นกั เรียนรว่ มกนั เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างการใชภ้ าษาของแ - นกั เรียนคิดว่า ขอ้ ความจากแถบประโยคขา้ งตน้ มลี กั ษณะเหมือนห - ถา้ เราพดู ภาษาในแบบท่ี 1 ในสถานการณท์ ่เี ป็นทางการ จะก่อให - ภาษาพดู ต่างจากภาษาเขียนอยา่ งไร โดยครูอธิบายลกั ษณะของ ทางการ การใชค้ าํ อาจไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ สว่ นภาษาเขียนเป็นภาษาระดบั ท - ในชวี ิตประจาํ วนั ของนกั เรยี นใชภ้ าษาพดู และภาษาเขยี นในสถา เชน่ คนในครอบครวั หรือเพ่อื นๆ สาํ หรบั ภาษาเขียน เป็นภาษาท 3) ครูอธิบายสรุปเป็นความรูเ้ พ่มิ เติม เพ่ือใหน้ กั เรียนเหน็ ความสาํ คญั 3.2 ขั้นจดั กระบวนการเรยี นรู้ 1) นกั เรียนแบง่ กลมุ่ เป็น 4 กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 – 5 คน เลน่ เกม “โตค้ าํ พดู ภาษาเขียน แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนมาจบั ฉลากเลือกค่ทู ีมแข่งขนั ซ่งึ ค 2) ก่อนเรม่ิ การแขง่ ขนั ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รบั บตั รคาํ ท่ีเป็นภาษาพ ชุดท่ี 1 ชุดท่ี 2 ภาษาพดู ภาษาเขยี น ภาษาพูด ภาษาเขียน ผวั เมีย สามี ภรรยา หมา สนุ ขั วยั โจ๋ วยั รุน่ ชมิ ิ ใชม่ ๊ยั หมอ แพทย์ บ่องตง บอกตรงๆ แหว้ ผิดหวงั น่ารกั จงุ นา่ รกั จงั โอเวอร์ เกนิ ควร ฝดุ ๆ สดุ ๆ 295

แถบประโยค ในขอ้ ท่ี 1 แลว้ รว่ มกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ต่อไปนี้ หรือแตกต่างกนั อย่างไร (แนวคาํ ตอบ : มีความหมายเหมือนกนั แตใ่ ชภ้ าษาต่างกนั ) หเ้ กิดผลเสียอยา่ งไรต่อผพู้ ดู (แนวคาํ ตอบ : เป็นคาํ พดู ท่ไี มส่ ภุ าพ เม่ือพดู กบั ผใู้ หญ่) งภาษาพดู และภาษาเขยี นเพ่มิ เติม (แนวคาํ ตอบ : ภาษาพดู มีลกั ษณะไม่เป็น ทางการ การใชค้ าํ ตอ้ งถกู ตอ้ งตามแบบแผน ใชใ้ นการสอ่ื สารท่ีเป็นทางการ) านการณใ์ ดบา้ ง (แนวคาํ ตอบ : ภาษาพดู ใชพ้ ดู เม่ืออย่กู บั คนท่มี ีความสนิทสนมกนั ท่ีเป็นทางการ ใชพ้ ดู กบั บุคคลท่ีเป็นผใู้ หญ่กว่า) ญในการใชภ้ าษาพดู และภาษาเขยี นใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมตามสถานการณ์ ตอบคาํ เขียน” โดยครูแบง่ ใหน้ กั เรยี น 2 กลมุ่ เป็นภาษาพดู อีก 2 กลมุ่ เป็น ค่ทู มี ตอ้ งเป็นภาษาพดู กบั ภาษาเขียน พดู และภาษาเขียนท่ีใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั เพ่อื นาํ มาใชใ้ นการแขง่ ขนั ดงั นี้ ชุดท่ี 3 ชุดท่ี 4 ภาษาพูด ภาษาเขยี น ภาษาพดู ภาษาเขียน กนิ รบั ประทาน ขาประจาํ ลกู คา้ ประจาํ เดีย้ ง เจบ็ ตวั ซ่มุ ซา่ ม ไม่ระมดั ระวงั ก๊อป ลอกเลยี นแบบ หวย สลากกินแบ่งรฐั บาล กางเกงลงิ กางเกงชนั้ ใน ของเก๊ ของปลอม กลว้ ยๆ งา่ ยมาก กลบั บา้ นเก่า เสยี ชวี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3) เม่ือเรม่ิ การแข่งขนั ทมี ท่เี ป็นค่แู ข่งขนั กนั ออกมาทีละคู่ ตวั แทนเป่ายงิ ของตนเอง คนละ 1 คาํ ฝ่ายรบั ตอ้ งโตบ้ ตั รคาํ กลบั ใหถ้ กู ตอ้ ง เชน่ ฝ่า ตอ้ งตอบภาษาเขียนของคาํ นนั้ กลบั มา จากนนั้ คนท่ี 2 ของฝ่ายรุกจึง ถกู ตอ้ งไดค้ าํ ละ 1 คะแนน ส่วนฝ่ายรบั ตอ้ งตอบคาํ ไดถ้ กู ตอ้ งจงึ จะได - ผวั เมืย = สามี ภรรยา - วยั โจ๋ = วยั รุน่ - แหว้ = ผิดหวงั เป็นตน้ 4) นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปผลการทาํ กจิ กรรมของนกั เรียน ดงั นี้ ภาษาพดู มลี กั ษณะไมเ่ ป็นทางการ การใชค้ าํ อาจไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั เ ใชใ้ นการส่ือสารท่ีเป็นทางการ 5) นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รบั บทอา่ น เรอื่ ง “อาหารมอื้ สาํ คญั ” พรอ้ มทงั้ ปฏบิ - ขดี เสน้ ใตค้ าํ ท่ีเป็นภาษาพดู - แกไ้ ขคาํ ท่เี ป็นภาษาพดู ใหเ้ ป็นภาษาเขียน เร่อื ง “อาห หากถามว่าอาหารมอื้ ไหนท่มี ปี ระโยชนต์ ่อรา่ งกายและสาํ คญั ท่สี ดุ คณุ หมอ หลอ่ เลยี้ งรา่ งกายตงั้ แต่เร่มิ ตน้ ของวนั นอกจากนี้ การกินอาหารเชา้ ยงั ชว่ ยใหร้ ะบ สะสมในรา่ งกาย แตห่ ากพจิ ารณาในแง่ของจติ ใจประกอบดว้ ยแลว้ อาหารมือ้ ท่ีส คนในครอบครวั เพราะไดม้ ีโอกาสอยพู่ รอ้ มหนา้ กนั ไดพ้ บปะและพดู คยุ ซ่งึ ชว่ ยส ปัจจบุ นั วิถีชีวิตของคนในสงั คมเมืองแข่งขนั กนั สงู จนบางครงั้ คนท่ีอยู่บา้ นเ สาํ คญั จงึ ค่อย ๆ หายไป จนบางครง้ั เวลาท่เี รากนิ อาหารจงึ ไม่ไดส้ นใจวา่ จะตอ้ งก 296

งฉบุ ฝ่ายชนะจะไดเ้ ป็นฝ่ายรุก ส่วนฝ่ายแพเ้ ป็นฝ่ายรบั ฝ่ายรุกจะไดแ้ สดงบตั รคาํ ายรุกเป็นภาษาพดู เม่ือคนท่ี 1 บอกคาํ ภาษาพดู ของตนเอง คนท่ี 1 ของฝ่ายรบั งบอกคาํ ต่อไปสลบั เช่นนีไ้ ปเรื่อย ๆ การนบั คะแนน คือ ฝ่ายรุกท่ีบอกคาํ ของตนเอง ดค้ าํ ละ 1 คะแนน เชน่ เกณฑ์ สว่ นภาษาเขยี นเป็นภาษาระดบั ทางการ การใชค้ าํ ตอ้ งถกู ตอ้ งตามแบบแผน บตั ิกิจกรรม ดงั นี้ หารมอื้ สาํ คญั ” อและโภชนากรย่อมตอบวา่ อาหารมือ้ เชา้ สาํ คญั ท่ีสดุ เพราะทาํ ใหม้ สี ารอาหารมา บบเผาผลาญพลงั งานของรา่ งกายมีประสิทธิภาพมากขึน้ และช่วยลดภาวะไขมนั สาํ คญั ท่สี ดุ อาจไม่ไดอ้ ยู่ท่มี ือ้ เชา้ กลางวนั หรือเยน็ แต่เป็นมอื้ ท่เี ราไดร้ บั ประทานกบั สรา้ งความอบอนุ่ ไดเ้ ป็นอย่างดี เดยี วกนั ไมม่ เี วลาท่ีจะพดู คยุ หรือรบั รูค้ วามเป็นไปซง่ึ กนั และกนั ดงั นนั้ อาหารมือ้ กินพรอ้ มกบั ใคร บางคนคิดเพยี งว่าแค่ใหอ้ มิ่ ทอ้ งเป็นพอ

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 การกินอาหารรว่ มกนั เป็นการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดภี ายในครอบครวั สว่ วงอาหารแมจ้ ะเป็นเพยี งประเดน็ เล็กนอ้ ย เช่น บทเพลง ศิลปิน และรายการโทรท ซง่ึ รว่ มกินอาหารไดเ้ ขา้ ใจ บางครงั้ ครอบครวั อาจไม่ไดพ้ ดู คยุ เรื่องสว่ นตวั กนั มากน เป็นมอื้ ท่สี าํ คญั และมีความสขุ ท่ีสดุ เวลาท่ผี ่านมา หลายคนอาจมองขา้ มความสาํ กนิ อาหารพรอ้ มกนั เม่ือไหรก่ ็ได้ แตห่ ากมีโอกาสแลว้ ขออยา่ ไดล้ ะเลย หรือปลอ่ ยช และกนั ความอบอ่นุ และปลอดภยั การกินอาหารรว่ มกนั แมเ้ พยี งชว่ งเวลาเดยี วก็ช 6) ตวั แทนกลมุ่ นาํ เสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น สมาชกิ กลมุ่ อ่นื รว่ มกนั ตรวจ 3.3 ขั้นสรุปองคค์ วามรู้ นกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ เรื่อง ภาษาพดู และภาษาเขียน ดว้ ยการถอ ภาษาพูดน้นั เรียบงา ยไมยงุ ยาก ภาษาเขยี นมีแบบแผนจำขนึ้ ใจ (แนวคาํ ตอบ : ภาษาพดู มลี กั ษณะไม่เป็นทางการ การใชค้ าํ อาจไมถ่ ูกต ภาษาระดบั ทางการ การใชค้ าํ ตอ้ งถูกตอ้ งตามแบบแผน ใชใ้ นการส่ือสารท่ีเป็นทาง 3.4 ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ใหน้ กั เรียนสืบคน้ บทอ่านหรือบทพดู ทางสอ่ื ตา่ งๆ พรอ้ มทงั้ ประเมนิ ติดปา้ ยนิเทศเพ่ือแลกเปลี่ยนเรียรูร้ ว่ มกนั 297

วนหนึง่ อาจเพราะการกนิ อาหารท่อี รอ่ ย ถูกใจ ทาํ ใหเ้ กดิ ความสขุ และการพดู คยุ ใน ทศั นท์ ่ีชอบ ประเดน็ เหลา่ นลี้ ว้ นทาํ ใหผ้ ฟู้ ัง นกั แตก่ ารไดก้ ินอาหารรว่ มกนั ทาํ ใหเ้ กิดความรูส้ กึ ปลอดภยั อบอ่นุ ใจ ซ่งึ สง่ ผลให้ าคญั ในเรือ่ งดงั กลา่ วเพียงเพราะคิดว่า คนในครอบครวั พบกนั อย่ทู กุ วนั จะมารว่ ม ช่วงเวลาแหง่ ความสขุ นีไ้ ป ตราบใดท่คี นเรายงั ตอ้ งการความรกั ความเอาใจใสซ่ ง่ึ กนั ชว่ ยสรา้ งพลงั ในการดาํ เนนิ ชีวิตตอ่ ไปได้ ธรรมเอก สคุ นธวิท จสอบความถูกตอ้ ง อดคาํ ประพนั ธ์ ต่อไปนี้ เหมอื นเชนกบั ภาษาปากในการใช เปรยี บเทียบไดสื่อสารถกู รูหลกั การ ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ แตใ่ หค้ วามสนทิ สนมเป็นกนั เอง สว่ นภาษาเขียนเป็น งการ นบทอ่านหรือบทพดู ว่า การใชภ้ าษามีความเหมาะสมหรือไมอ่ ยา่ งไร และนาํ ผลงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 4. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งม แบบสงั เกตพฤติกรรมการแ วธิ ีวัด 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมในการแสดงความคิดเหน็ เกณฑก์ ารประเมิน เก่ียวกบั ความสาํ คญั ในการใชภ้ าษาพดู และภาษา เขียนใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมตามสถานการณ์ 2. (K) เลอื กใชค้ าํ ท่ีเป็นภาษาพดู และภาษาเขียน ท่ีใชใ้ นชวี ิตประจาํ วนั จากการเลน่ เกม “โตค้ าํ พดู ตอบคาํ เขียน” 3. (S) ตรวจผลงานการวิเคราะหก์ ารใชภ้ าษาพดู แบบประเมนิ ผลงาน และภาษาเขยี นจากบทอ่าน เรอื่ ง “อาหารมือ้ สาํ คญั ” 298

มอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเห็นอยา่ งนอ้ ย 1 ขอ้ ดี – ตอบไดถ้ กู ตอ้ งครบ 5 คาํ พอใช้ – ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง 2 - 3 คาํ ปรบั ปรุง – ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง 1 คาํ หรือตอบ ไม่ได้ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน รอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะย่อยที่ 1 สรุปความเขา้ ใจของตนและเรียนรู้กลวิธีสาํ หรับประ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 เรอื่ ง ภาษาถิ่น 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี สมบตั ิของชาติ ท 4.1 ป.4/7 เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (A K S) 1. นกั เรยี นเหน็ ความสาํ คญั และประโยชนข์ องการเรียนรูค้ าํ ภาษาถ่ิน (A) 2. บอกแนวทางการเลือกใชภ้ าษาถ่ินไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ (K) 3. นกั เรยี นสามารถใชค้ าํ ภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมตามโอกาสและสถานการณ 3. กิจกรรมการเรยี นรู้ 3.1 ขน้ั เตรยี มความพร้อมและตั้งข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนฟังเพลง ฝนเทลงมา (https://www.youtube.com/watch?v - ไดค้ วามรูอ้ ะไรจากบทเพลง (แนวคาํ ตอบ : ไดเ้ รียนรูค้ าํ ท่เี ป็นภา 3.2 ขน้ั จัดกระบวนการเรยี นรู้ 1) ครูนาํ เสนอแถบประโยค พรอ้ มทงั้ ใหน้ กั เรียนออกเสยี งคาํ อา่ น แล - “ตาํ สม้ จานนลี้ าํ ขะหนาดเจา้ ” (แนวคาํ ตอบ : ภาษาถ่นิ เหนือ - “ตาํ บกั ห่งุ จานนีแ้ ซบอีหลเี ดอ้ ” (แนวคาํ ตอบ : ภาษาถ่ินอสี า - “สม้ ตาํ จานนหี้ รอยจงั ฮ”ู้ (แนวคาํ ตอบ : ภาษาถ่นิ ใต)้ 2) แบง่ นกั เรยี นเป็น 4 กลมุ่ ตวั แทนกลมุ่ จบั ฉลากเพ่อื รบั บทเพลง ดงั น 299

ะกอบการพูด เวลา 6 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็น ์ (S) v=t0RBiZf7_eA) โดยใชเ้ วลา 3.27 นาที และสนทนาในประเด็นต่อไปนี้ าษาถ่ินของคนในภาคอสี าน) ละทายว่าเป็นภาษาถ่นิ ในภาคใด อ) าน) นี้

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - กลมุ่ ท่ี 1 เพลง จะโกะ (จบั กบ) : ภาคเหนอื (https://www.yout - กลมุ่ ท่ี 2 เพลง โดดดดิ ง่ : ภาคอสี าน (https://www.youtube.c - กลมุ่ ท่ี 3 เพลง คนใต้ : ภาคใต้ (https://www.youtube.com/w - กลมุ่ ท่ี 4 เพลง จ่หี อย : ภาคอสี าน (https://www.youtube.com 3) ครูนาํ นกั เรยี นไปหอ้ งคอมพวิ เตอร์ เพ่ือใหน้ กั เรียนฟังเพลงจาก Youtu จากนนั้ ใหร้ ะบอุ งคค์ วามรูท้ ่ีไดจ้ ากบทเพลง เพ่อื ทาํ ความเขา้ ใจเนือ้ หา 4) นาํ เสนอผลงานโดยการรอ้ งเพลงใหเ้ พ่อื นฟัง และนาํ เสนอคาํ ภาษาถ่นิ 5) ตวั แทนกลมุ่ รบั ตารางคาํ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน โดยกาํ หน ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาอีสาน จะโกะ (จบั กบ) อิหยงั (ทาํ ไม) 6) นกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง โดยกลมุ่ ท่ไี ดค้ ะแนนสงู สดู เป 7) นกั เรียนเลน่ เกม ภาษาไทย ภาษาถ่นิ ซ่งึ กาํ หนดใหน้ กั เรียนนาํ เสนอ ไดถ้ กู ตอ้ ง พรอ้ มทงั้ ฝึกอ่านออกเสียง เชน่ ภาษาถิน่ เหนือ ภาษาไทยมาตรฐาน ไปเท่ียวกนั ไหม ไปแอว่ ก๋นั บ๋อ ราคาเท่าไร เต๊าใด ไม่รูอ้ ะไรกนั นกั หนา อะหยงั ปะลาํ้ ปะเหลือ กลบั บา้ น ปิ๊กบา้ น คดิ ถึงมาก กึดเติงแตๆ้ เนอ้ 300

tube.com/watch?v=lChaxrjFmOc) com/watch?v=Ek8itihPQgE) watch?v=L39GKJ3c56k) m/watch?v=Jd4Hd-HFgls) ube โดยกาํ หนดใหน้ กั เรยี นหาภาษาถ่ินและทาํ ความเขา้ ใจภาษาถ่ินจากเนือ้ เพลง าในบทเพลง น พรอ้ มทงั้ ระบอุ งคค์ วามรูท้ ่ีไดจ้ ากเนือ้ เพลง นดใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นาํ เสนอภาษาถ่ินในแต่ละภาค เช่น ภาษาถิน่ อสี าน ภาษาใต้ หรอย (อรอ่ ย) จ่ีหอย (ยา่ งหอย) ป็นผชู้ นะ ไดร้ บั ยกย่องเป็นผรู้ อบรูใ้ นภาษาถ่ิน อภาษาไทยเป็นภาษาถ่ิน และภาษาถ่ินเป็นภาษาไทย ตามสถานการณท์ ่ีกาํ หนดให้ ภาษาใต้ ภาษาถิ่นอสี าน ไปเท่ยี วกนั หวา่ ไปเลาะนาํ กนั บ่ เถ่าไหร๊ ราคาจ๊กั บาท อ หมา้ ยรูไ้ อไหรกนั นกั หนา จ๊กั อหิ ยงั กะดอ้ กะเดีย้ หลบบา้ น เมียบา้ น หวงั เหวิดจงั ฮู้ คิดฮอดหลายหลายเดอ้

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3.3 ขน้ั สรุปองคค์ วามรู้ 1) นกั เรียนสรุปความรูเ้ ก่ียวกบั การใชภ้ าษาถ่ินท่เี หมาะสมตามสถานกา (แนวคาํ ตอบ : การเรยี นรูภ้ าษาถ่ินทาํ ใหส้ ามารถตดิ ต่อส่ือสารก และช่วยใหเ้ กิดความรกั ความสามคั คี ความรูส้ กึ เป็นพวกพอ้ งเดยี วก 2) ตรวจผลงานการสรุปความรูเ้ กี่ยวกบั ภาษาถ่ิน 3.4 ขัน้ ประยุกตใ์ ช้ นกั เรยี นสาํ รวจภาษาถ่นิ ท่ีใชใ้ นชมุ ชน โดยจดบนั ทึกมาอย่างนอ้ ย 5 ป 4. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวดั เครอื่ งมอื วัด 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมในการแสดงความ แบบสงั เกตพฤติกรรม แสดง คดิ เห็นเกี่ยวกบั เพลงท่ใี ชภ้ าษาถ่นิ การแสดงความคดิ เห็น 2. (K) ประเมนิ ความรูค้ วามเขา้ ใจและจาํ แนก แบบประเมนิ ผลงาน ดี – น คาํ ภาษาถ่นิ ได้ - ประ - ภาษ พอใช ปรบั ป 3. (S) ประเมินความสามารถในการใชภ้ าษา เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดี – ต ถ่นิ จากกิจกรรมการเลน่ เกม ภาษาไทย พอใช ภาษาถ่นิ ไดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์ ปรบั ป 301

\\\\ ารณ์ กบั คนในทอ้ งถ่ินนนั้ ๆ ไดด้ ีขึน้ การเรียนรูภ้ าษาถ่ินเป็นการช่วยอนรุ กั ษภ์ าษา กนั ) ประโยค นาํ เสนอท่ีปา้ ยนิเทศ และแลกเปล่ยี นเรียนรูร้ ่วมกนั เกณฑก์ ารประเมิน งความคิดเหน็ อยา่ งนอ้ ย 1 ขอ้ นาํ เสนอผลงานแสดงขอ้ ความท่ีเป็นใจความหลกั 2 ประเด็น คอื ะโยชนข์ องภาษาถ่นิ ท่ีเป็นการอนรุ กั ษภ์ าษาแสดงถงึ ความเป็นเอกลกั ษณข์ องชมุ ชน ษาท่ใี ชใ้ นการส่ือสารในกลมุ่ ย่อย ติดตอ่ ส่ือสารของคนในทอ้ งถ่นิ ช้ – นาํ เสนอเก่ียวขอ้ งตามประเด็นท่ีกาํ หนดเพยี ง 1 ประเดน็ ปรุง – นาํ เสนอไม่ตรงประเด็น หรือไม่นาํ เสนอ ตอบคาํ ถามจากเกมไดถ้ กู ตอ้ งทุกขอ้ ช้ – ปรากฎขอ้ ผิดพลาด 1 - 2 ขอ้ ปรุง – ปรากฏขอ้ ผิดพลาดมากกว่า 3 ขอ้

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะย่อยที่ 1 สรุปความเข้าใจของตนและเรียนรู้กลวิธสี าํ หรับประ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ภาษาต่างประเทศ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี สมบตั ขิ องชาติ ท 4.1 ป.4/7 เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เห็นประโยชนข์ องการนาํ ภาษาตา่ งประเทศเขา้ มาใชใ้ นการพดู ได้ (A) 2. บอกแนวทางการใชภ้ าษาต่างประเทศประกอบการพดู ได้ (K) 3. ใชค้ าํ ภาษาต่างประเทศประกอบการพดู ไดเ้ หมาะสม (S) 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 3.1 ขน้ั เตรียมความพร้อมและตัง้ ขอ้ สังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนชมโบรชวั รส์ นิ คา้ KFC พรอ้ มทงั้ ใหน้ กั เรยี นส่งั รายการอาหาร 2) นกั เรียนชว่ ยกนั พจิ ารณารายการส่งั อาหารของเพ่ือนรายการใดท่เี ป็น 3) ครูและนกั เรียนรว่ มกนั พจิ ารณาวา่ ปัจจบุ นั มกี ารใชภ้ าษาตา่ งประเท (แนวคาํ ตอบ : ปัจจบุ นั มีการนาํ ภาษาต่างประเทศเขา้ มาใชเ้ ป็นจาํ นว และเหมาะสมตามสถานการณ)์ 3.2 ขัน้ จดั กระบวนการเรยี นรู้ 1) นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 - 5 คน เพ่อื ทาํ กจิ กรรม “จาํ แนกแยกคาํ ” ลกู อม 302

ะกอบการพูด เวลา 6 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็น ร คนละ 1 อยา่ ง โดยนาํ รายการอาหารติดบนกระดานดาํ นภาษาท่ีนาํ มาจากต่างประเทศ ทศมากหรือนอ้ ยอย่างไร และนกั เรยี นจาํ เป็นตอ้ งเรยี นรูเ้ พ่ือใชใ้ นการสื่อสารหรือไม่ วนมาก และนกั เรียนจาํ เป็นตอ้ งเรียนรูเ้ พ่ือจะไดน้ าํ ไปใชใ้ นการสอื่ สารไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ” โดยการสมุ่ หยิบลกู อมในกล่อง magic box ซง่ึ มี 4 สี จากนนั้ เขา้ ตามกลมุ่ สี

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 2) แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนมารบั อปุ กรณแ์ ละรบั ฟังคาํ ส่งั เพ่อื ทาํ กจิ กรรม โ - ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาคาํ ท่ีไดร้ บั แลว้ จาํ แนกเป็น 4 กลมุ่ คือ ภาษาองั กฤษ โดยใหท้ าํ กจิ กรรมภายในเวลา 3 นาที ดงั นี้ กลุม่ คาํ ภาษาบาลี กลุ่มคาํ ภาษาสันสกฤต กีฬา ศกึ ษา นิพพาน ศลิ ปะ เขต ประเทศ กตญั �ู อศั จรรย์ บรจิ าค ทฤษฎี 3) นกั เรยี นและครูรว่ มกนั เฉลยคาํ ตอบการจาํ แนกคาํ ภาษาต่างประเทศ เพ่ือเป็นพืน้ ฐานในการจาํ แนกคาํ ในกิจกรรมต่อไป 4) กาํ หนดใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สบื คน้ คาํ ภาษาต่างประเทศท่ีพบในชีวิต นาํ เสนอ และแลกเปล่ยี นเรียนรูร้ ว่ มกนั อาชพี กีฬา เชฟ กอลฟ์ แอรโ์ ฮสเตท ฟตุ บอล 303

โดยกตกิ ามีดงั นี้ อ กลมุ่ คาํ ภาษาบาลี กลมุ่ คาํ ภาษาสนั สกฤต กลมุ่ คาํ ภาษาจีน และกลมุ่ คาํ กลุม่ คาํ ภาษาจนี กลุม่ คาํ ภาษาอังกฤษ กว๋ ยเต๋ียว คลินกิ เฉาก๊วย แท็กซี่ หา้ ง พลาสตกิ เกา้ อี้ แก๊ส ต๋นุ ช็อกโกแลต ศ ครูอธิบายเสรมิ เกี่ยวกบั ขอ้ สงั เกตของแต่ละภาษาเพ่ือใหน้ กั เรยี นไดแ้ นวคิดสาํ คญั ตประจาํ วนั โดยแยกประเภท อาชพี กีฬา อาหาร และคอมพวิ เตอร์ พรอ้ มทงั้ อาหาร คอมพวิ เตอร์ (แนวคาํ ตอบ) เคก้ เมาส์ แซนดว์ ชิ คยี บ์ อรด์

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3.3 ข้นั สรุปองคค์ วามรู้ นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปการเรียนรู้ เร่ือง คาํ ยืมจากภาษาต่างประ - ลกั ษณะของคาํ ท่ีเป็นภาษาตา่ งประเทศท่ีใชใ้ นชวี ิตประจาํ วนั 3.4 ข้นั ประยุกตใ์ ช้ ใหน้ กั เรียนนาํ เสนอความรูใ้ นเรื่องท่ีสนใจโดยแทรกภาษาต่างประเทศใ 4. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วัด แบบประเมินการสงั เกตพฤ วธิ วี ดั เกณฑก์ ารประเมิน 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมการแสดงความคิดเหน็ เกณฑก์ ารประเมิน เก่ียวกบั การนาํ ภาษาตา่ งประเทศเขา้ มาใชใ้ น ชวี ติ ประจาํ วนั จากกิจกรรมการส่งั รายการอาหาร 2. (K) ตรวจผลงานการจาํ แนกคาํ ท่ีเป็น ภาษาตา่ งประเทศ จากกิจกรรม “จาํ แนกแยกคาํ ” 3. (S) ตรวจผลงานการนาํ เสนอความรูใ้ นเร่ืองท่ี สนใจโดยแทรกภาษาต่างประเทศในการนาํ เสนอ 304

ะเทศ ตามประเด็นดงั นี้ ในการนาํ เสนอนนั้ ตดิ ผลงานท่ีปา้ ยนิเทศ เพ่อื แลกเปล่ียนเรียนรูร้ ว่ มกั เกณฑก์ ารประเมิน ฤติกรรม แสดงความคิดเหน็ อยา่ งนอ้ ย 1 ประเดน็ จาํ แนกคาํ ท่ีเป็นภาษาต่างประเทศไดถ้ กู ตอ้ ง 6 คาํ ขนึ้ ไป ดี – มีรูปแบบการนาํ เสนอท่นี ่าสนใจ คาํ - แทรกภาษาต่างประเทศในการนาํ เสนอได้ 3 – 5 - ขอ้ มลู ท่ีนาํ เสนอถกู ตอ้ ง - นาํ เสนอดว้ ยความม่นั ใจ พอใช้ – พบขอ้ ผิดพลาด 1 – 2 รายการ ปรบั ปรุง - พบขอ้ ผิดพลาด 3 รายการ

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะยอ่ ยที่ 2 นาํ เสนอรายละเอยี ด สาระสาํ คัญ และขอ้ คิด รวมทั้ง แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 เรือ่ ง พดู นาํ เสนอสาระสาํ คัญและข้อคิด 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แส ป.4/2 พดู สรุปความจากการฟังและดู 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. เหน็ ประโยชนข์ องการพดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั และบอกขอ้ คิดไดอ้ ย่างมีเห 2. บอกแนวทางการพดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั และขอ้ คิดจากการฟังและดไู ด้ ( 3. พดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั และบอกขอ้ คิดจากการฟังและดไู ด้ (S) 3. กิจกรรมการเรยี นรู้ 3.1 ขน้ั เตรียมความพร้อมและตัง้ ข้อสังเกตในการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ เป็น 2 กลมุ่ ชมคลิปวดิ ีโอ เรือ่ ง อารยธรรมเมโสโป ทาง https://www.youtube.com/watch?v=kw99Dm4nKkA ในนาทีท่ี 0.01 – 1.5 โดยกาํ หนดใหน้ กั เรยี นสงั เกตการพดู ดงั นี้ กลมุ่ ท่ี 1 ศกึ ษาวธิ ีการออกเสียงของผนู้ าํ เสนอ ซ่งึ ใชก้ ารพดู มาส กลมุ่ ท่ี 2 รูปแบบการพดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั ของเรื่อง 2. นกั เรยี นสนทนากนั ในประเดน็ ต่อไปนี้ - นกั เรยี นคดิ วา่ ถา้ การพดู หนา้ ชนั้ เรยี นของนกั เรียนมีรูปแบบการ - ถา้ นกั เรยี นจะพฒั นาตนเองใหม้ ที กั ษะการพดู ท่ีเป็นพืน้ ฐานของ 305

งแสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ อยา่ งสร้างสรรค์ เวลา 2 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง สดงความรู้ ความคิด ความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ หตผุ ล (A) (K) ปเตเมยี : สงั คมสนกุ คดิ @ Point of View 59 สง่ เสรมิ ใหต้ นเองมีอาชพี รพดู แบบนี้ จะสง่ ผลดอี ยา่ งไร งการประกอบอาชพี นกั เรยี นควรฝึกฝนตนเองอย่างไร

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 3.2 ขน้ั จัดกระบวนการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ เป็น 4-5 กลมุ่ ชมคลิปวิดีโอ เร่อื ง วนั ปีใหม่ : สงั คม ทาง https://www.youtube.com/watch?v=kw99Dm4nKkA อีกครง้ั พรอ้ มทงั้ ศึก นาํ เสนอเนือ้ หาสาระของบทอ่านท่ีกาํ หนด กลมุ่ ท่ี 1 คาํ ถามท่ี 1 ของเรื่อง ช่อื เดือน January มที ่มี าจากอะไร กลมุ่ ท่ี 2 คาํ ถามท่ี 2 ของเร่ือง เทพเจา้ สองหนา้ มีท่ีมาจากอะไร กลมุ่ ท่ี 3 คาํ ถามท่ี 3 ของ เร่ือง ราชอาณาจกั รเดนมารก์ ฉลองปีให กลมุ่ ท่ี 4 คาํ ถามท่ี 4 ของ เร่ือง ประเทศใดไม่ไดเ้ ฉลิมฉลองวนั ปีให 2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาํ เสนอความรูท้ ่ไี ดจ้ ากการฟังคลิปวิดโี อ พรอ้ มท (แนวคาํ ตอบ การใชน้ า้ํ เสียงในการพดู นาํ เสนอ ความคล่องแคลว่ ใน 3. ครูนาํ เสนอคาํ ถามทา้ ทาย “การพดู นาํ เสนอใหม้ คี ณุ ภาพตามคลิป (แนวคาํ ตอบ 1)การสืบคน้ ความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย 2 การเตรียมภาพประกอบท่ีทาํ ใหเ้ ขา้ ใจเนอื้ หาของการพดู นาํ เสนอ 4) การฝึกฝนการ เชญิ ชวนใหฟ้ ังในเนือ้ หาสาํ คญั เป็นตน้ ) 4. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรม “สาระน่าตดิ ตาม “ ช่ือกจิ กรรม “สาระนา่ ตดิ ตาม” จดุ ประสงค์ เพ่ือใหน้ กั เรยี นออกแบบการการพดู นาํ เสนอความรู/้ อปุ กรณ์ 1.บทอ่านจากแหลง่ สบื คน้ ท่ีหลากหลาย 2.สติก๊ เกอรภ์ าพ like 306

มสนกุ คิด @ Point of View กษารูปแบบการนาํ เสนอสาระสาํ คญั ของบทอ่าน โดยสรุปถึง เนือ้ หา และ วธิ ีการ ร หม่อย่างไร หม่ วนั ท่ี 31 ธันวาคม หรอื 1 มกราคม ทงั้ สรุปถงึ ลกั ษณะของการนาํ เสนอท่ีทาํ ใหเ้ นือ้ หาน่าสนใจ และนา่ ติดตามฟังจนจบคลิป นการอา่ นบทนาํ เสนอ การมีส่ือประกอบการนาํ เสนอท่ที าํ ใหเ้ ห็นรายละเอียดท่ีชดั เจน) ปวดิ ีโอท่มี แี นวทางในการฝึกฝนอยา่ งไร” 2)การสรุปเนือ้ หาจากการสรุปสาระของการสบื คน้ เป็นบทสาํ หรบั การพดู นาํ เสนอ 3) รพดู ใหม้ ีความคลอ่ งแคลว่ 5) การออกแบบรูปแบบการพดู ใหน้ ่าสนใจ เช่น การใชค้ าํ /ความคิดใหน้ า่ สนใจ

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 วธิ ีการ 1) แบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ โดยใชเ้ กณฑค์ วามสนใจในการสืบคน้ เร่ื 2) นกั เรยี นกาํ หนดหวั ขอ้ ในการสืบคน้ ท่เี นน้ ใหเ้ ป็นเรื่องท่ีแปลกให 3) นกั เรยี นดาํ เนนิ การสืบคน้ ประเดน็ ท่สี นใจ โดยใหม้ ีแหลง่ ในการ 4) นกั เรียนออกแบบการพดู นาํ เสนอสาระความรูแ้ ละขอ้ คิดท่ไี ดจ้ เรอื่ งจาํ นวน 2-3 ขอ้ สาํ หรบั ใชเ้ ป็นกจิ กรรมในช่วงถาม-ตอบ 5) เม่อื ไดย้ นิ สญั ญาณนกหวีด ใหแ้ ต่ละกลมุ่ พดู นาํ เสนอสาระควา 6) เม่ือการนาํ เสนอสิน้ สดุ ลง ใหก้ ลมุ่ ผนู้ าํ เสนอถามคาํ ถามใหก้ ลมุ่ 7) นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รวบรวมคะแนนท่ไี ดจ้ ากการตอบคาํ ถาม พ 8) กลมุ่ ท่ีไดร้ บั สตกิ๊ เกอรไ์ ดร้ บั คาํ ชมเชย และไดถ้ ่ายภาพติดปา้ ยนิเทศ 5. นกั เรียนรว่ มกนั บอกลกั ษณะหรือแนวทางในการพดู รายงานท่พี ฒั น (แนวคาํ ตอบ : นาํ เสนอขอ้ มลู ในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ รูปภาพ แผนภ และชดั เจน) 3.3 ขน้ั สรุปองคค์ วามรู้ นกั เรียนสรุบทเรียนเก่ียวกบั แนวทางการเป็นผพู้ ดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั แ (แนวคาํ ตอบ : 1)การสืบคน้ ความรูจ้ ากแหลง่ เรียนรูท้ ่หี ลากหลาย 2) การเตรียมภาพประกอบท่ีทาํ ใหเ้ ขา้ ใจเนอื้ หาของการพดู นาํ เสนอ 4) การฝึกฝนการ เชิญชวนใหฟ้ ังในเนือ้ หาสาํ คญั เป็นตน้ ) 3.4 ขน้ั ประยุกตใ์ ช้ นกั เรยี นประเมินตนเองว่าตอ้ งฝึกฝนตนเองในประเด็นใดจงึ เป็นผพู้ ดู ท่นี าํ 307

องในประเดน็ เดยี วกนั หม่ รสืบคน้ มากกว่า 2 แหลง่ การเรยี นรู้ จากบทอ่าน โดยมีเวลาในการนาํ เสนอกลมุ่ ละ 2-3 นาที พรอ้ มทงั้ ตงั้ คาํ ถามเกี่ยวกบั ามรูแ้ ละขอ้ คดิ ในเรอ่ื งท่สี นใจ ตามเวลาท่ีกาํ หนด มอ่นื ตอบคาํ ถาม พรอ้ มทงั้ รบั สติก๊ เกอรไ์ ปมอบใหแ้ กก่ ลมุ่ ท่ตี นเองช่ืนชอบในการนาํ เสนอท่นี ่าติดตาม ศ ในหวั ขอ้ “กลมุ่ ท่มี ผี ลงานการนาํ เสนอสาระความรูท้ ่ีนา่ สนใจ....สดุ ยอด.....” นาขึน้ ของแตล่ ะกลมุ่ ภมู ิ เพ่ือใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจในเรื่องท่พี ดู การพดู เฉพาะประเด็นสาํ คญั ตรงประเด็น กระชบั และขอ้ คิดแบบมอื อาชีพ )การสรุปเนือ้ หาจากการสรุปสาระของการสืบคน้ เป็นบทสาํ หรบั การพดู นาํ เสนอ 3) รพดู ใหม้ คี วามคลอ่ งแคลว่ 5) การออกแบบรูปแบบการพดู ใหน้ ่าสนใจ เช่น การใชค้ าํ าเสนอสาระสาํ คญั และขอ้ คิดแบบมืออาชีพ และนาํ เสนอแนวทางการพฒั นาตนเอง

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 4. การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั แบบประเมินการสงั เกต วธิ ีวัด พฤติกรรม 1. (A) สงั เกตพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็น เก่ียวกบั ประโยชนข์ องการพดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั เกณฑก์ ารประเมิน และบอกขอ้ คิดไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล 2. (K) บอกแนวทางการพดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั และขอ้ คิดจากการฟังและดไู ด้ 3. (S) พดู นาํ เสนอสาระสาํ คญั และบอกขอ้ คิดจาก เกณฑก์ ารประเมนิ การฟังและดไู ด้ 308

เกณฑก์ ารประเมิน แสดงความคิดเห็นอย่างนอ้ ย 1 ประเด็น ดี – ระบใุ จความสาํ คญั จากการฟังและดู - พดู ดว้ ยถอ้ ยคาํ ท่สี ภุ าพ ใหก้ ียรตผิ ฟู้ ัง - มีบคุ ลิกภาพการพดู ท่ีดี มที า่ ทางประกอบการพดู ท่ีสภุ าพ - มีการสบตาผฟู้ ังเป็นระยะ - แสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล สรา้ งสรรคแ์ ละเป็นประโยชน์ พอใช้ – ปรากฎขอ้ ผิดพลาด 1 – 2 รายการ ปรบั ปรุง - ปรากฎขอ้ ผดิ พลาด 3 รายการ ขนึ้ ไป ดี – ระบใุ จความสาํ คญั จากการฟังและดู - พดู ดว้ ยถอ้ ยคาํ ท่สี ภุ าพ ใหก้ ียรติผฟู้ ัง - มีบคุ ลิกภาพการพดู ท่ีดี มีท่าทางประกอบการพดู ท่ีสภุ าพ - มกี ารสบตาผฟู้ ังเป็นระยะ - แสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ล สรา้ งสรรคแ์ ละเป็นประโยชน์ พอใช้ – ปรากฎขอ้ ผิดพลาด 1 – 2 รายการ ปรบั ปรุง - ปรากฎขอ้ ผดิ พลาด 3 รายการ ขึน้ ไป

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 สมรรถนะยอ่ ยที่ 2 นําเสนอรายละเอียด สาระสาํ คัญ และข้อคิด รวมทัง้ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 เรอ่ื ง พูดแสดงความรู้สกึ อยา่ งสร้างสรรค์ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แส ป.4/3 พดู แสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรูส้ กึ เก่ียวกบั เรื่องท 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เห็นความสาํ คญั และประโยชนข์ องการพดู แสดงความรูส้ กึ อย่างสรา้ งสรร 2. บอกแนวทางการพดู แสดงความรูส้ ึกอย่างสรา้ งสรรคไ์ ด้ (K) 3. พดู แสดงความรูส้ กึ จากเรือ่ งท่ฟี ังและดไู ดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ (S) 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 3.1 ขน้ั เตรยี มความพร้อมและตั้งข้อสังเกตในการเรยี นรู้ 1) ครูใหน้ กั เรยี นชมคลิปวดี โี อ เร่ือง ครู...ขา้ งถนน (https://www.youtu - คลปิ วีดโี อท่นี กั เรียนดเู ป็นเรื่องเกี่ยวกบั อะไร (แนวคาํ ตอบ : ครูช - การกระทาํ ของบคุ คลในคลิปเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตใุ ด อธ ของนกั เรียน) - นกั เรียนดคู ลิปแลว้ รูส้ ึกอย่างไรบา้ ง (แนวคาํ ตอบ : รูส้ กึ ประทบั สงิ่ เลวรา้ ย ความรู้ และความดี คือวคั ซนี ท่ดี ีท่ีสดุ ของเด็กๆ , รูส้ 3.2 ขั้นจดั กระบวนการเรียนรู้ 1) นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4 – 5 คน และใหด้ คู ลปิ คณุ พมิ รีพ่ าย แมค่ า้ อ (https://www.youtube.com/watch?v=nAkBXvUA-gM) เวลา 10 น 309

งแสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ อย่างสร้างสรรค์ เวลา 2 ช่วั โมง เวลา 1 ช่วั โมง สดงความรู้ ความคิด ความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ ท่ฟี ังและดู รค์ (A) ube.com/watch?v=IOs0Mo1L7kw) เวลา 4.38 นาที และปฏิบตั ิกิจกรรมดงั นี้ ชว่ ยเหลือนกั เรียน) ธิบายพรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ (แนวคาํ ตอบ : แสดงความคิดเห็นตามความคดิ บใจในความรกั และความหวงั ดีของครูท่มี ีต่อกบั นกั เรียน เพราะในวนั ท่โี ลกเตม็ ไปดว้ ย สกึ ภมู ิใจแทนครู ท่มี ีนกั เรยี นท่ีมคี วามกตญั �ใู นวนั ท่ีครูเจ็บป่วย) ออนไลนช์ ่ือดงั ตอน “ ติดโซลารเ์ ซลล์ ช่วยเด็กดอย” อ. อมก๋อย นาที

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 2) นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ และเขียนควา - นกั เรยี นคดิ ว่า การกระทาํ ของบคุ คลดงั กลา่ วในคลิปเหมาะสมหร - นกั เรยี นรูส้ ึกอย่างไรกบั การกระทาํ ของบุคคลในคลิป - ถา้ นกั เรียนเป็นเด็กท่อี ยบู่ นดอยนนั้ นกั เรยี นจะรูส้ กึ อยา่ งไร ชอบห 3) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาํ เสนอผลงาน และใหเ้ พ่อื นๆ รว่ มเป็นกรรมการ 4) นกั เรียนรว่ มกนั พิจารณาว่า แต่ละกลมุ่ พดู แสดงความรูส้ กึ ท่ีเหมือนห ไดน้ าํ เสนอแนวคดิ หรือความรูส้ กึ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลประกอบ 5) นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย ประเด็นท่ีเป็นการแสดงความรูส้ กึ หรอื ควา จะทาํ ใหเ้ กดิ ผลกระทบใดบา้ ง 6) นกั เรียนรว่ มกนั สรุปหลกั การพดู แสดงความรูส้ กึ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 3.3 ข้นั สรุปองคค์ วามรู้ 1) นกั เรียนรว่ มกนั สรุบทเรยี น โดยตอบคาํ ถาม ดงั นี้ - นกั เรยี นคิดวา่ การพดู แสดงความรูส้ กึ อยา่ งสรา้ งสรรคม์ ีประโยชน 2) นกั เรียนอ่านบทรอ้ ยกรองเกี่ยวกบั การพดู ของสนุ ทรภู่ เพ่อื ยา้ํ เตือนให เป็นมนษุ ยส์ ดุ นยิ มเ จะไดย้ ากโหยหิวเพราะ แมน้ พดู ดมี ีคนเขาเมตต จะพดู จาจงพเิ คราะหใ์ ห 310

ามรูส้ กึ ลงในกระดาษชารท์ ดงั หวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้ รือไม่ อย่างไร หรือไมช่ อบกบั การกระทาํ ดงั กล่าว เพราะเหตใุ ด รประเมิน หรือแตกต่างกนั อยา่ งไร โดยใหก้ ลมุ่ ท่ีแสดงความคิดเหน็ ไดแ้ ตกตา่ งจากกลมุ่ อ่ืน ามคิดเห็นเชงิ ลบในโซชยี ลท่เี ป็นพนื้ ท่สี าธารณะ เช่น กลมุ่ ไลน์ เฟซบ๊คุ เป็นตน้ นห์ รือก่อใหเ้ กิดผลดีตอ่ นกั เรียนอย่างไรบา้ ง ช่วยกนั เสนอคนละ 1 ประเดน็ หต้ ระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ความสาํ คญั ของการพดู แสดงความคดิ เห็น ดงั นี้ เพียงลมปาก ะชิวหา ตา หเ้ หมาะความ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook