สาระทคี่ วรเรยี นรู้ นำ้ ดนิ หนิ เป็นสง่ิ ที่เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ มีลกั ษณะแตกตา่ งกนั เช่น นำ้ เป็นของเหลวพบได้ที่แมน่ ำ้ ทะเล น้ำตก ดินเปน็ ของแข็ง ดินบางชนดิ มีเนือ้ ละเอยี ด บางชนดิ มเี น้ือหยาบ บางชนดิ มีเนอ้ื รว่ นซุย สว่ นหินเป็นของแข็ง มีรปู รา่ งลกั ษณะหลากหลาย เชน่ เรยี บ แขง็ ขรุขระ ก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ ขนึ้ อยกู่ บั แหล่งทพ่ี บตามธรรมชาติ ส่ิงทเ่ี ดก็ ร้แู ล้ว สง่ิ ทเี่ ด็กตอ้ งการรู้ สงิ่ ท่เี ดก็ ควรรู้ - ลักษณะของน้ำ ดิน หิน - แหล่งนำ้ ตามธรรมชาติ - ประเภทของดนิ - หนิ หลายแบบ - ประโยชนจ์ ากธรรมชาติ การจดั ประสบการณบ์ รู ณาการ กจิ กรรมเกมการศกึ ษา กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 1. เกมจับคูภ่ าพนา้ ดนิ หนิ ทรายกบั 1. การเคลอื่ นไหวร่างกายประกอบเพลง 1. การวาดภาพดินและระบายสภี าพ บัตรคา บรรเลง 2. การวาดภาพก้อนหินและระบายสีภาพ 3. การวาดและระบายสีภาพดอกไมแ้ ละ 2. เกมจับคภู่ าพเหมอื นดิน หนิ ทราย 2. การเคลือ่ นไหวร่างกายตามคาส่ัง 3. เกมภาพตดั ตอ่ แหลง่ นา้ 3. การเคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งอิสระ ปะตดิ เศษดินสอตกแต่งภาพ 4. เกมจับคู่จานวนกับตวั เลข 4. การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามคาบรรยาย 4. การปัน้ ดินเหนียว 5. เกมพืน้ ฐานการบวก 5. การเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบผู้นา ผู้ตาม 5. การหยดสนี า้ และการระบายสภี าพ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมหลกั กิจกรรมเสรี 6 กิจกรรม 1. การสารวจนา้ ดนิ หิน รอบบริเวณ 1. เลน่ ตามมมุ ประสบการณ์ โรงเรียน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 2. จดั มมุ วิทยาศาสตรเ์ พิม่ เตมิ ให้เด็กได้ 1. กจิ กรรม “น้ำ ดิน หนิ มที ม่ี ำ” 2. การสารวจแหล่งนา้ ในบริเวณโรงเรยี น 2. กจิ กรรม “รูจ้ ักแหล่งนำ้ ” ทดลองใช้แว่นขยายสังเกตดูลักษณะ 3. การเลน่ เครอื่ งเลน่ สนาม 3. กจิ กรรม “ประเภทของดนิ ” ของดิน หนิ ชนดิ ตา่ งๆ โดยครู 4. การเล่นทราย 4. กิจกรรม “หนิ มีหลำยแบบ” จัดเตรยี มลักษณะของหินหลายชนดิ 5. การเล่นเครอ่ื งเล่นสนาม 5. กจิ กรรม “ประโยชน์จำกน้ำและดิน” ใหเ้ ดก็ ไดส้ ังเกตตามความสนใจ 945
แนวทางการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย ภาคเรยี นท่ี...1... สำหรบั เดก็ ทม่ี ีความต้องการจำเปน็ พเิ ศษ ชว่ งอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรียนร้ทู .่ี .3.. หน่วย นำ้ ดิน หิน น่ำรู้ วนั ที่ 1 ลกั ษณะของนำ้ ดิน หิน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระท่คี วรเรียนรู้ น้ำ ดิน หนิ เปน็ สิ่งทเี่ กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ มีลกั ษณะแตกตา่ งกัน เช่น นำ้ เปน็ ของเหลวพบได้ทแ่ี มน่ ำ้ ทะเล นำ้ ตก ดินเปน็ ของแข็ง ดนิ บางชนดิ มเี น้อื ละเอยี ด บางชนดิ มเี นือ้ หยาบ บางชนดิ มเี นื้อรว่ นซยุ ส่วนหนิ เปน็ ของแขง็ มีรูปรา่ งลักษณะหลากหลาย เช่น เรียบ แขง็ ขรุขระ กอ้ นเล็ก กอ้ นใหญ่ ขนึ้ อยู่กบั แหล่งที่พบ ตามธรรมชาติ สาระสำคญั เดก็ ไดเ้ รียนรู้เก่ยี วกบั รูปร่างลักษณะของนำ้ ดนิ และหิน จากการสงั เกตและเปรียบเทียบของท้ัง 3 ชนิด เพ่อื บอกความเหมือนหรือความแตกตา่ งจากส่งิ ที่สังเกตให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจได้ มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ / ประสบการณส์ ำคญั รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม สตปิ ญั ญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1, 10.3 11.2 12.1,12.2 ประสบการณส์ ำคัญ 1.2 มีสขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลือตนเองในการ 9.1 รับร้แู ละเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นิสยั ที่ดี อย่างเหมาะสม ปฏิบตั กิ ิจวตั รประจำวัน (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรือพูดเพื่อสือ่ ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรสู้ กึ ทดี่ ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรักษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ ปลอดภัยของตนเอง และผอู้ น่ื และสิ่งแวดลอ้ ม 10.1 มคี วามสามารถในการคิดรวบยอด และผู้อื่น (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ 8.2 มีปฏิสัมพนั ธ์ท่ดี กี บั ผูอ้ ่ืน (สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มีความสุขและ (สภาพท่พี งึ ประสงค์) 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หาและ 2.1 เคล่อื นไหว แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏิบตั ติ นเบ้อื งต้นใน ตัดสินใจ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ รา่ งกายอย่าง และการเคลอ่ื นไหว การเปน็ สมาชกิ ท่ดี ีของสังคม 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลือ่ นไหวตามจินตนาการ คลอ่ งแคล่วประสาน (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ อย่างสรา้ งสรรค์(สภาพท่พี ึงประสงค)์ สัมพนั ธ์และทรงตวั 5.4 มคี วามรับผิดชอบ (สภาพท่ี 12.1 มีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ ได้(สภาพทพ่ี ึง พึงประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ ประสงค์) 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ 2.2 ใช้มือ-ตา (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ ประสานสัมพนั ธก์ ัน (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 946
จดุ ประสงค์ 1. บอกแหลง่ ท่มี า และลกั ษณะของน้ำ ดิน หิน ได้ 2. สังเกตและจำแนกส่ิงต่างๆ จากการดู สัมผสั และดมกลน่ิ ได้ 3. พัฒนากลา้ มเนอื้ มอื และตาให้ประสานสมั พนั ธก์ นั จากการลากเส้น กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั นำ 1. ครูและเด็กร่วมกนั ท่องคำคล้องจอง ดิน หนิ น้ำ ร่วมกนั 2. ครสู นทนากับเดก็ เกีย่ วกับลกั ษณะของดิน หนิ และนำ้ โดยถามคำถาม เช่น เด็กๆ รจู้ กั ดนิ หนิ และนำ้ หรอื ไม่ ทั้ง 3 ชนดิ นม้ี ลี กั ษณะอยา่ งไร เดก็ ๆ เคยพบดนิ หนิ และนำ้ จากสถานท่ีใดบ้าง 3. ครูให้เดก็ สนทนาและแลกเปลยี่ นประสบการณร์ ว่ มกัน โดยให้อาสาสมัครออกมาเลา่ เร่ืองทีต่ นเองเคยพบ แหลง่ ดนิ หิน และนำ้ ให้เพอื่ นฟัง ข้นั สอน 1. ครูนำนำ้ ดนิ และหิน หลายลักษณะมาใหเ้ ด็กสังเกต สมั ผสั ดมกลนิ่ แล้วสนทนาซกั ถามเกีย่ วกับ สง่ิ ทส่ี ังเกตพบรว่ มกัน เชน่ น้ำ ดิน และหิน ท่เี ด็กๆ ได้สงั เกต มคี วามเหมอื นหรือแตกต่างกัน อยา่ งไร น้ำ ดิน และหิน ท่สี งั เกต มีกลน่ิ หรอื ผวิ สัมผัสแตกต่างกันอย่างไร 2. ครใู ห้ความร้เู ดก็ เพม่ิ เติมเก่ียวกบั ลักษณะตามธรรมชาตขิ องน้ำ ดนิ และหนิ ดังนี้ นำ้ มีลักษณะเป็นของเหลว นำ้ จะมีสแี ตกต่างกันไปขน้ึ อยกู่ ับสงิ่ ท่ลี ะลายปะปนอยู่ในน้ำ ทง้ั ความใส และ ความข่นุ กล่ินและสี เปน็ ตน้ ลักษณะของดินมีความแตกต่างกนั ทั้งสแี ละลักษณะของเนอื้ ดินทม่ี คี วามหยาบ แขง็ นมุ่ แตกตา่ งกนั ซึ่ง เป็นผลมาจากแหลง่ กำเนิดของดินแตล่ ะชนดิ หนิ เปน็ ของแขง็ เราอาจพบได้ทั่วไปบนพืน้ ดนิ หรอื พ้นื น้ำ หินทพ่ี บอาจมีลกั ษณะแตกต่างกนั ในเร่ืองสี เนื้อ หนิ ตามลกั ษณะทางธรรมชาติและสถานทพี่ บ 3. ครแู ละเดก็ ร่วมกนั สรุปผลท่ีไดจ้ ากการสังเกตน้ำ ดนิ และหนิ แลว้ ครแู นะนำคำศัพท์ ให้เด็กๆ ฝกึ ออกเสยี งให้ ถกู ตอ้ ง น้ำ water ดิน soil หิน rock ขั้นสรุป 1. ครูให้เดก็ สงั เกตภาพในหนงั สอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กจิ กรรม น้ำ ดนิ หนิ มที มี่ า หน้า 21 จากนนั้ สนทนาเก่ยี วกบั แหล่งทมี่ าของน้ำ ดนิ และหิน 2. ครูให้เด็กโยงเส้นจบั คภู่ าพคำศัพท์และแหล่งทีม่ าของนำ้ ดนิ หิน ให้ถูกตอ้ ง ประเมนิ ผล 2. สังเกตความสนใจในการทำกิจกรรม 1. สังเกตการสนทนาและการตอบคำถาม ร่วมกัน 3. สังเกตผลงานการทำกิจกรรม น้ำ ดนิ หิน มีทม่ี า 947
ส่ือการเรยี นรู้ 1. คำคล้องจอง ดนิ หนิ นำ้ 2. น้ำ ดิน หนิ หลายลักษณะ 3. บัตรคำศพั ทน์ ำ้ ดนิ หนิ 4. หนงั สอื เสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตวั อ.2 กิจกรรม นำ้ ดิน หนิ มที ีม่ า หน้า 21 ภาคผนวก คำคลอ้ งจอง ดิน หิน นำ้ คำคล้องจอง ดนิ หิน น้ำ (ไม่ทราบนามผูแ้ ตง่ ) ก้อนดิน หิน เล็กใหญ่ ธรรมชาตสิ ร้างไวใ้ ห้สุขสันต์ กอ้ นดนิ เลี้ยงพืชพรรณ ใหช้ วี ันได้อาศัย นำ้ หนิ พบทั่วไป ตามบงึ ใหญ่ แมน่ ำ้ ลำคลอง 948
แนวทางการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั ภาคเรียนท่ี...1... สำหรับเด็กที่มคี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษ ชว่ งอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรู้ท.่ี .3.. หน่วย น้ำ ดิน หิน น่ำรู้ วนั ท่ี 2 แหล่งนำ้ ตำมธรรมชำติ กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ สาระทค่ี วรเรียนรู้ นำ้ ดนิ หิน เปน็ สงิ่ ทีเ่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ มลี ักษณะแตกตา่ งกัน เชน่ นำ้ เป็นของเหลวพบไดท้ ่แี มน่ ำ้ ทะเล น้ำตก ดนิ เปน็ ของแขง็ ดนิ บางชนดิ มเี นื้อละเอียด บางชนิดมเี นื้อหยาบ บางชนดิ มเี นื้อร่วนซุย สว่ นหนิ เป็นของแขง็ มีรปู รา่ งลักษณะหลากหลาย เช่น เรียบ แขง็ ขรุขระ กอ้ นเลก็ ก้อนใหญ่ ข้ึนอย่กู บั แหล่งทพ่ี บ ตามธรรมชาติ สาระสำคัญ เดก็ ได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั ชอ่ื และแหล่งน้ำท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ เช่น นำ้ ตก บึง ทะเล แม่น้ำ เดก็ สามารถบอก ลกั ษณะและความแตกต่างของแหล่งนำ้ ทพ่ี บได้ มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สำคญั ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สตปิ ัญญา มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.3 11.1,11.2 12.1,12.2 ประสบการณ์สำคัญ 1.2 มสี ุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ช่วยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รับรู้และเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นิสยั ท่ีดี อยา่ งเหมาะสม ปฏิบตั กิ จิ วตั รประจำวัน (สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรอื พดู เพอ่ื สื่อความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรสู้ ึกที่ดตี อ่ ตนเอง 7.2 ดูแลรักษาธรรมชาติ ได้ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ ปลอดภัยของตนเอง และผูอ้ น่ื และส่ิงแวดล้อม 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด และผู้อื่น (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 4.1 สนใจ มีความสุขและ 8.2 มีปฏิสมั พนั ธท์ ดี่ กี ับผอู้ ่ืน 10.3 มีความสามารถในการคิดแก้ปญั หาและ 2.1 เคลอื่ นไหว แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ ตดั สนิ ใจ (สภาพท่พี ึงประสงค)์ รา่ งกายอย่าง และการเคล่ือนไหว 8.3 ปฏิบตั ติ นเบอ้ื งต้นใน 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจินตนาการและความคิด คลอ่ งแคล่วประสาน (สภาพที่พงึ ประสงค์) การเปน็ สมาชิกทดี่ ีของสังคม สร้างสรรค์ สัมพันธแ์ ละทรงตัว 5.4 มคี วามรบั ผิดชอบ (สภาพที่ (สภาพท่พี งึ ประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค)์ ได้(สภาพทพี่ งึ พึงประสงค)์ 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลอื่ นไหวตามจนิ ตนาการ ประสงค์) อย่างสรา้ งสรรค์(สภาพที่พึงประสงค์) 2.2 ใชม้ ือ-ตา 12.1 มเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ ประสานสมั พันธ์กัน (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพทพี่ ึงประสงค์) 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 949
จุดประสงค์ 1. สงั เกตและบอกชื่อแหล่งนำ้ ทีร่ ู้จกั ได้ 2. บอกประโยชนข์ องแหลง่ นำ้ ที่พบได้ 3. พัฒนากลา้ มเน้ือมอื และตาให้ประสานสมั พันธก์ นั จากการเขยี นตามรอยประ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั นำ 1. ครใู ห้เดก็ ทำทา่ ทางตามข้อตกลง ดงั นี้ ถา้ ครูพูดวา่ น้ำ ให้เดก็ ทำท่าน้ำไหล ถา้ ครพู ดู วา่ หนิ ให้เดก็ ทำท่าแข็งแบบหิน ถ้าครูพดู ว่า ดนิ ใหเ้ ดก็ ทำทา่ อย่างอิสระ 2. ครูแนะนำกิจกรรม สำรวจนำ้ รอบบริเวณโรงเรยี น และรว่ มกนั เสนอข้อตกลงกอ่ นสำรวจเพอื่ ความปลอดภยั เช่น ไมผ่ ลกั กันเม่อื พบแหลง่ น้ำ เปน็ ตน้ ขั้นสอน 1. ครูพาเด็กๆ ไปสำรวจแหล่งนำ้ รอบๆ บริเวณโรงเรยี น แล้วสนทนาร่วมกันเกีย่ วกับแหล่งนำ้ ทีส่ ำรวจพบ 2. ครพู าเด็กกลับเขา้ หอ้ งเรียน ใหเ้ ด็กแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกันคดิ วางแผน แลว้ วาดภาพแหล่งนำ้ อ่ืนๆ ท่แี ตล่ ะคนเคยพบเพอื่ เตรยี มนำเสนอแลกเปลยี่ นประสบการณใ์ นช้นั เรียน 3. ครใู ห้เด็กแตล่ ะกล่มุ นำเสนอภาพวาดแหล่งนำ้ จากประสบการณ์ของกลุ่ม 4. ครแู ละเดก็ สรปุ ผลการเรียนร้เู ก่ยี วกบั แหล่งน้ำต่างๆ ประกอบภาพ โดยครใู ห้ความรูเ้ พ่ิมเตมิ เชน่ แม่นำ้ คือน้ำตามธรรมชาติ อาจมีแหล่งกำเนดิ จากตน้ นำ้ แล้วไหลลงสู่กระแสน้ำหลักไปตามร่องนำ้ ตา่ งๆ คลอง คือทางนำ้ ท่เี กิดข้ึนเองหรอื มคี นขุดเชื่อมกบั แมน่ ำ้ หรอื ทะเล เพื่อการส่งนำ้ สำหรับการเดินทาง หรอื อุปโภคบริโภค เปน็ ต้น 5. ครใู หเ้ ด็กเรียนร้คู ำศัพท์ชื่อแหลง่ นำ้ และฝึกออกเสยี งคำศพั ท์ใหถ้ ูกต้อง เช่น แม่นำ้ river ทะเล sea น้ำตก waterfall บงึ นำ้ pond ข้ันสรปุ ครใู หเ้ ดก็ ดภู าพในหนังสือเสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตวั อ.2 กจิ กรรม รจู้ ักแหลง่ น้ำ หน้า 22 สนทนาเกย่ี วกบั ภาพ แหลง่ น้ำทพี่ บตามธรรมชาติ และระบายสีลงใน แหล่งน้ำที่เคยพบเหน็ แล้วคดั คำตามรอยประ ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและการตอบคำถาม 2. สงั เกตการเลือกภาพแหล่งนำ้ จากประสบการณท์ ่ีเคยพบได้ 3. สังเกตการทำกจิ กรรมร่วมกนั กบั ผู้อืน่ ได้ 4. สังเกตผลงานการทำกิจกรรม ร้จู กั แหล่งน้ำ ส่ือการเรยี นรู้ 1. แหล่งนำ้ บริเวณโรงเรียน 2. ภาพแหล่งน้ำตา่ งๆ เช่น แมน่ ้ำ คลอง ทะเล เป็นต้น 3. บัตรคำศพั ทช์ อ่ื แหล่งน้ำ 4. กระดาษ สี สำหรบั วาดภาพ 5. หนังสอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กิจกรรม ร้จู กั แหล่งน้ำ หน้า 22 950
ภาคผนวก ตัวอย่างบตั รภาพ บัตรคำศพั ท์ชอ่ื แหล่งน้ำ sea waterfall pond นำ้ ตก บงึ นำ้ river แมน่ ้ำ ทะเล แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวัย ภาคเรียนท่ี...1... สำหรบั เด็กที่มีความต้องการจำเปน็ พเิ ศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรทู้ .ี่ .3.. หนว่ ย น้ำ ดิน หิน น่ำรู้ วนั ท่ี 3 ประเภทของดิน กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ น้ำ ดิน หนิ เปน็ ส่ิงทเ่ี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ มลี กั ษณะแตกต่างกนั เช่น นำ้ เปน็ ของเหลวพบได้ทแ่ี มน่ ำ้ ทะเล น้ำตก ดนิ เปน็ ของแขง็ ดนิ บางชนดิ มีเน้อื ละเอยี ด บางชนดิ มเี นอื้ หยาบ บางชนดิ มีเนือ้ ร่วนซุย ส่วนหิน เป็นของแข็งมีรปู ร่างลกั ษณะหลากหลาย เชน่ เรียบ แขง็ ขรุขระ กอ้ นเลก็ กอ้ นใหญ่ ข้ึนอยกู่ บั แหลง่ ทีพ่ บ ตามธรรมชาติ สาระสำคัญ เดก็ ไดเ้ รยี นรู้เก่ียวกับลักษณะของดนิ ร่วน ดนิ เหนยี ว และทราย เด็กสามารถสังเกตแลว้ บอกความแตกต่าง ระหว่างดนิ รว่ น ดินเหนยี ว และทราย จากการบนั ทกึ ผลการสำรวจอย่างง่ายๆ ได้ . 951
มาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ / ประสบการณส์ ำคัญ รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สตปิ ญั ญา มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณ์สำคญั 1.2 มีสุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ช่วยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รับรูแ้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นิสยั ทีด่ ี อย่างเหมาะสม ปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจำวนั (สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรือพดู เพอื่ สอื่ ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สกึ ทดี่ ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรักษาธรรมชาติ ได้ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผอู้ ่ืน และส่ิงแวดล้อม 10.1 มคี วามสามารถในการคิดรวบยอด และผู้อื่น (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ 8.2 มีปฏสิ มั พันธท์ ่ดี กี บั ผู้อ่ืน (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพที่พึงประสงค)์ 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ (สภาพที่พึงประสงค)์ 10.2 มีความสามารถในการคดิ เชงิ เหตุผล 2.1 เคลื่อนไหว แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏิบัติตนเบอื้ งต้นใน (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ร่างกายอยา่ ง และการเคลอ่ื นไหว การเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคม 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หาและ คล่องแคล่วประสาน (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ ตดั สินใจ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ สัมพนั ธ์และทรงตัว 5.4 มีความรบั ผิดชอบ (สภาพท่ี 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลือ่ นไหวตามจนิ ตนาการ ได้(สภาพทพี่ งึ พงึ ประสงค)์ อย่างสรา้ งสรรค์(สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ ประสงค์) 12.1 มเี จตคติทดี่ ตี อ่ การเรยี นรู้ 2.2 ใชม้ ือ-ตา (สภาพที่พงึ ประสงค์) ประสานสมั พันธ์กนั 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพท่ีพึงประสงค์) จดุ ประสงค์ 1. สงั เกตและบอกลักษณะของดินที่สมั ผัสได้ 2. สงั เกตและเปรยี บเทียบลักษณะของดนิ โดยใช้ประสาทสัมผัสได้ 3. พฒั นากลา้ มเน้อื มอื และตาให้ประสานสมั พนั ธ์กนั จากการเขยี นเสน้ กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันนำ 1. ครนู ำดนิ รว่ น ดนิ เหนยี ว และดนิ ทราย มาแนะนำชอื่ ใหเ้ ด็กไดร้ ูจ้ ักและสังเกต สมั ผัส ดมกลิ่น 2. ครูจัดวางดินร่วน ดนิ เหนยี ว และดินทราย ไวต้ ามมมุ ห้อง ให้เด็กหมนุ เวียนกันไปสงั เกต โดยครใู หเ้ วลาเดก็ ในการสงั เกต สัมผสั ดมกลิ่น ตามความสนใจ ครใู หค้ ำแนะนำเพม่ิ เตมิ ในการสังเกตเมอ่ื เดก็ ต้องการ ขั้นสอน 1. ครแู ละเด็กรว่ มสนทนาแลกเปล่ียนประสบการณ์เกี่ยวกับผลการสงั เกตดนิ รว่ น ดินเหนยี ว และทราย โดยถามคำถาม ดังนี้ ดนิ ที่นำมาแตล่ ะชนดิ มสี ีอะไร เมื่อสัมผัสดนิ แตล่ ะชนิดแล้วรู้สึกอย่างไร 952
เด็กๆ เหน็ ความแตกตา่ งของดนิ เหนียว ดนิ รว่ น และดินทราย อยา่ งไรบา้ ง 2. ครูใหค้ วามรูเ้ พ่ิมเติมเกย่ี วกบั ลักษณะของดินท่ใี ช้ในการเพาะปลูกพชื ชนิดต่างๆ พร้อมกบั ยกตวั อย่าง สถานการณ์จรงิ ประกอบให้เด็กเข้าใจ 3. ครูใหเ้ ดก็ เรยี นรูค้ ำศัพท์ช่อื ดนิ ชนิดตา่ งๆ และฝกึ ออกเสยี งคำศัพทใ์ หถ้ ูกตอ้ ง เช่น ดินรว่ น loam soil ดนิ เหนียว clay soil ดนิ ทราย sand soil ขัน้ สรปุ 1. ครใู หเ้ ดก็ บันทึกผลการสำรวจ ดนิ รว่ น ดินเหนียว และดินทราย ลงในหนงั สอื เสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตวั อ.2 กิจกรรม ประเภทของดิน หน้า 23 2. ครูและเด็กตรวจสอบผลการบนั ทกึ รว่ มกันเพือ่ ตรวจสอบความถูกต้อง 3. ครูใหเ้ ด็กเตรียมหินมาคนละ 1-2 กอ้ น เพอ่ื ใช้ทำกิจกรรมในวนั ตอ่ ไป ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและการตอบคำถาม 2. สงั เกตความสนใจในการทำกิจกรรม 3. สังเกตผลงานการทำกจิ กรรม ประเภทของดนิ ส่อื การเรียนรู้ 1. ดินรว่ น ดนิ เหนียว และดนิ ทราย 2. บัตรคำศัพทช์ อื่ ดินชนิดต่างๆ 3. หนงั สอื เสริมฯ ธรรมชาตริ อบตัว อ.2 กจิ กรรม ประเภทของดนิ หน้า 23 ภาคผนวก บตั รคำศพั ท์ชอ่ื ดนิ ชนิดตา่ งๆ loam soil clay soil sand soil ดนิ ร่วน ดนิ เหนียว ดนิ ทราย บัตรภาพดนิ ชนดิ ตา่ งๆ 953
แนวทางการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย ภาคเรียนที่...1... สำหรบั เด็กทม่ี ีความต้องการจำเปน็ พิเศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรียนรู้ท่.ี .3.. หนว่ ย น้ำ ดิน หิน น่ำรู้ วนั ที่ 4 หินมหี ลำยแบบ กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ สาระท่คี วรเรยี นรู้ นำ้ ดิน หิน เปน็ สิง่ ทเี่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ มลี ักษณะแตกต่างกนั เช่น นำ้ เป็นของเหลวพบไดท้ แ่ี ม่นำ้ ทะเล น้ำตก ดนิ เปน็ ของแข็ง ดนิ บางชนดิ มเี น้ือละเอยี ด บางชนิดมเี นอื้ หยาบ บางชนดิ มเี นือ้ รว่ นซยุ สว่ นหนิ เป็นของแขง็ มีรปู ร่างลกั ษณะหลากหลาย เช่น เรียบ แขง็ ขรุขระ ก้อนเลก็ ก้อนใหญ่ ขนึ้ อยู่กับแหลง่ ท่พี บ ตามธรรมชาติ สาระสำคญั เด็กไดเ้ รยี นรเู้ กี่ยวกับลักษณะของหินที่มคี วามแตกตา่ งกนั ทง้ั รูปรา่ ง ขนาด และสี เพราะหนิ แต่ละชนิด มที ี่มาและการเกดิ แตกตา่ งกนั มาตรฐานคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ / ประสบการณ์สำคญั สติปญั ญา ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม มาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.1,11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณส์ ำคัญ 1.2 มสี ขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รบั รู้และเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สุขนิสัยท่ีดี อย่างเหมาะสม ปฏิบัตกิ จิ วตั รประจำวนั (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรอื พดู เพือ่ สื่อความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกที่ดีตอ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผูอ้ ื่น และสิ่งแวดล้อม 10.1 มีความสามารถในการคิดรวบยอด และผอู้ น่ื (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 8.2 มปี ฏิสมั พันธท์ ่ีดกี บั ผอู้ น่ื (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพท่พี งึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มีความสุขและ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ 10.2 มคี วามสามารถในการคดิ เชิงเหตุผล 2.1 เคล่อื นไหว แสดงออกผา่ นงานศิลปะดนตรี 8.3 ปฏิบัตติ นเบอื้ งตน้ ใน (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) ร่างกายอยา่ ง และการเคล่ือนไหว การเปน็ สมาชิกที่ดขี องสงั คม 10.3 มีความสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและ คลอ่ งแคลว่ ประสาน (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ตดั สินใจ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) สมั พันธแ์ ละทรงตวั 5.4 มีความรบั ผิดชอบ (สภาพท่ี 11.1 ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิด ได้(สภาพทพ่ี งึ พึงประสงค์) สร้างสรรค์ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 954
2.2 ใชม้ ือ-ตา 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลอ่ื นไหวตามจินตนาการ ประสานสัมพันธ์กัน อยา่ งสรา้ งสรรค์(สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 12.1 มเี จตคติทดี่ ตี อ่ การเรียนรู้ (สภาพที่พงึ ประสงค์) 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ จุดประสงค์ 1. สังเกตและบอกลักษณะของหินทสี่ ัมผสั ได้ 2. สงั เกตและเปรยี บเทียบหนิ โดยใชป้ ระสาทสัมผัสได้ 3. พัฒนากลา้ มเนอ้ื มอื และตาใหป้ ระสานสมั พันธ์กันจากการวาดภาพ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครใู ห้เด็กนำหินท่ตี นเองนำมา มาสงั เกตเปรียบเทียบกบั หนิ ของเพ่อื นๆ 2. ครูสนทนาเกี่ยวกับการสงั เกตท่ีเดก็ พบเมื่อนำหนิ มาเปรียบเทยี บกนั โดยถามคำถามเกยี่ วกับ สี ขนาด ผวิ สมั ผสั สถานทที่ ีเ่ ก็บหนิ มา เป็นตน้ ขั้นสอน 1. ครูใหเ้ ด็กวาดภาพบนั ทึกรายละเอยี ดการสังเกตหนิ ทง้ั สองกอ้ นของตนเองลงในหนังสือเสริมฯ ธรรมชาติ รอบตวั อ.2 กจิ กรรม หนิ มีหลายแบบ หนา้ 24 2. ครใู ห้เดก็ แบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 4-5 คน แล้วใหส้ มาชกิ ในกลุ่มช่วยกันทดลองจดั ประเภทหนิ ของกล่มุ ตนเอง โดย จัดประเภทตามเกณฑท์ ี่แต่ละกลมุ่ กำหนด เช่น จำแนกตามสี ขนาด เป็นต้น 3. ครใู ห้เด็กเรียนร้คู ำศัพทช์ ื่อหิน และฝึกออกเสียงคำศัพทใ์ หถ้ กู ตอ้ ง เช่น stone rock ขั้นสรุป 1. ครูให้เดก็ แตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการจัดประเภทของหินตามเกณฑ์ทแ่ี ตล่ ะกลมุ่ กำหนด แลว้ สรปุ ผลร่วมกัน 2. ครูให้ความรเู้ พ่มิ เติมโดยใชบ้ ัตรภาพหนิ ทพ่ี บจากแหล่งต่างๆ ประกอบ เกีย่ วกบั ลักษณะของหินทีม่ สี ีแตกต่าง กัน เพราะหนิ แต่ละชนิดมแี ร่ธาตุทีผ่ สมอยใู่ นหินมากน้อยแตกตา่ งกนั จงึ ทำให้สีของหินตา่ งกนั สว่ นรปู ร่างของ หินท่ีพบจะมคี วามแตกตา่ งกนั ขึ้นอยกู่ บั แหลง่ ทพ่ี บ เชน่ โขดหินทพ่ี บบริเวณทะเลจะมีผิวขรขุ ระเพราะถกู พัด เซาะจากน้ำทะเล สว่ นหนิ ทีพ่ บบริเวณลำธาร จะมีผิวเรียบเพราะถกู กระแสน้ำไหลจากนำ้ ในลำธารไหลผา่ น เป็นตน้ ประเมนิ ผล 1. สงั เกตการสนทนาและการตอบคำถาม 2. สังเกตความสนใจในการร่วมกจิ กรรม 3. สังเกตผลงานการทำกจิ กรรม หนิ มหี ลายแบบ 955
สือ่ การเรยี นรู้ 1. หนิ ท่เี ด็กๆ นำมาจากบ้าน คนละ 2 กอ้ น 2. บัตรคำศพั ท์ชอ่ื หนิ 3. บัตรภาพหินที่พบจากแหล่งตา่ งๆ 4. หนงั สอื เสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตัว อ.2 กิจกรรม หินมหี ลายแบบ หนา้ 24 ภาคผนวก บัตรคำศัพทช์ อื่ หิน stone ก้อนหิน rock หิน บัตรภาพหินท่พี บจากแหลง่ ตา่ งๆ แนวทางการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั ภาคเรียนที่...1... สำหรบั เด็กที่มคี วามต้องการจำเป็นพิเศษ ชว่ งอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรู้ท.่ี .3.. หน่วย นำ้ ดิน หิน น่ำรู้ วนั ท่ี 5 ประโยชน์จำกธรรมชำติ กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ สาระท่ีควรเรยี นรู้ นำ้ ดิน หิน เปน็ สิง่ ทเี่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ มลี ักษณะแตกตา่ งกัน เช่น นำ้ เปน็ ของเหลวพบได้ที่แม่น้ำ ทะเล นำ้ ตก ดินเป็นของแขง็ ดินบางชนดิ มเี นอื้ ละเอยี ด บางชนิดมีเนื้อหยาบ บางชนดิ มีเนือ้ ร่วนซุย สว่ นหนิ เปน็ ของแขง็ มรี ปู รา่ งลักษณะหลากหลาย เชน่ เรียบ แขง็ ขรุขระ ก้อนเล็ก กอ้ นใหญ่ ขน้ึ อยู่กับแหลง่ ที่พบ ตามธรรมชาติ สาระสำคัญ เดก็ ได้เรยี นรเู้ ก่ยี วกบั ประโยชน์ท่ไี ด้จากธรรมชาติ เช่น หนิ สามารถนำมาเป็นสว่ นประกอบในการทำ เครือ่ งกรองน้ำในแบบงา่ ยๆ ได้ เป็นตน้ 956
มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ / ประสบการณ์สำคัญ รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม สตปิ ญั ญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1, 10.3 11.2 12.1,12.2 ประสบการณส์ ำคัญ 1.2 มีสุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รับรูแ้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นสิ ยั ท่ดี ี อย่างเหมาะสม ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจำวนั (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ (สภาพท่พี งึ ประสงค์) 9.2 แสดงออกและ/หรอื พดู เพ่ือสื่อความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามร้สู ึกทด่ี ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ ปลอดภัยของตนเอง และผอู้ น่ื และสิ่งแวดล้อม 10.1 มคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด และผ้อู ่นื (สภาพท่พี ึงประสงค)์ 8.2 มีปฏสิ มั พนั ธ์ทดี่ กี บั ผอู้ ืน่ (สภาพที่พึงประสงค)์ (สภาพที่พึงประสงค)์ 4.1 สนใจ มีความสุขและ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแกป้ ัญหาและ 2.1 เคลือ่ นไหว แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏิบัติตนเบื้องตน้ ใน ตดั สินใจ (สภาพที่พึงประสงค)์ ร่างกายอย่าง และการเคล่อื นไหว การเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลือ่ นไหวตามจนิ ตนาการ คล่องแคลว่ ประสาน (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ อย่างสรา้ งสรรค์(สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ สัมพันธแ์ ละทรงตวั 5.4 มคี วามรบั ผิดชอบ (สภาพที่ 12.1 มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ การเรยี นรู้ ได้(สภาพทพี่ ึง พงึ ประสงค์) (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) ประสงค)์ 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ 2.2 ใช้มอื -ตา (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ ประสานสัมพันธ์กนั (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) จดุ ประสงค์ 1. บอกประโยชน์จากนำ้ และดินได้ 2. บอกวิธีการดูแลรักษาธรรมชาติอยา่ งงา่ ยได้ 3. สังเกตรายละเอยี ดของภาพ และหาความแตกต่างได้ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นำ 1. ครใู หเ้ ดก็ ร่วมกนั รอ้ งเพลง ก๊อกนำ้ และทำท่าประกอบเพลงตามจนิ ตนาการ 2. ครนู ำแกว้ น้ำใส่น้ำสะอาดมาให้เด็กสงั เกตดู ดม และชิมรส และถามเด็กว่า นำ้ ในแก้วนี้มีลักษณะและรสชาติ เปน็ อยา่ งไร ข้ันสอน 1. ครูและเด็กรว่ มกันสนทนาถึงน้ำสะอาดวา่ คอื น้ำทไ่ี ม่มีรสชาตแิ ละไมม่ กี ล่ิน มีประโยชนต์ ่อชีวติ มนุษย์ เป็นอย่างมาก แล้วถามคำถามเด็กๆว่า หากเราไมม่ นี ำ้ ใช้เราจะเปน็ อย่างไร 2. ครูอธิบายเพ่มิ เติมเกย่ี วกับประโยชนข์ องน้ำ ใชส้ ำหรบั ดมื่ และใช้ในกจิ วตั รประจำวัน รวมถงึ การดแู ลรักษา ธรรมชาติใหส้ มดลุ และหล่อเลี้ยงชีวิตของสตั ว์อน่ื ๆ ด้วย และถามคำถามเชื่อมโยงไปสู่เรอื่ งประโยชน์ของดนิ ดงั น้ี เดก็ ๆ คิดวา่ นอกจากนำ้ แลว้ สง่ิ ใดจากธรรมชาตทิ มี่ ปี ระโยชนต์ อ่ สิง่ มชี ีวติ อีกบา้ ง 957
3. ครใู หเ้ ดก็ ชว่ ยกันบอกประโยชน์ของดนิ 4. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั ประโยชน์ดนิ ดนิ มปี ระโยชนต์ อ่ การปลกู สร้างสง่ิ ตา่ ง ๆ เชน่ บ้านเรือน ถนน หรอื ปลกู ต้นไม้ เปน็ ตน้ ข้นั สรุป 1. ครแู ละเด็กร่วมกันสรุปถงึ ประโยชนข์ องน้ำ และประโยชน์ของดนิ 2. ครูใหเ้ ด็กทำกจิ กรรมในหนังสอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตวั อ.2 กจิ กรรม ประโยชน์จากนำ้ และดิน หนา้ 25 สนทนาจากภาพและสงั เกตภาพ แลว้ หาจุดตา่ งของภาพจำนวน 7 ตำแหนง่ ประเมนิ ผล 1. สงั เกตการสนทนาและการตอบคำถาม 2. สงั เกตการจำแนก การส่ือสารและการลงความเหน็ 3. สงั เกตการทำกจิ กรรมร่วมกบั ผู้อืน่ 4. สังเกตผลงานการทำกิจกรรม ประโยชน์จากน้ำ และดิน สื่อการเรยี นรู้ 1. เพลง กอ๊ กน้ำ 2. หนงั สอื เสรมิ ฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กจิ กรรม ประโยชน์จากนำ้ และดิน หนา้ 25 ภาคผนวก เพลง กอ๊ กน้ำ เพลง กอ๊ กน้ำ คำร้อง-ทำนอง ศรนี วล รตั นสวุ รรณ ก๊อกนํ้าทีต่ ่อกับแป๊บ แลว้ ใครแอบถอดเอาแปบ๊ ไป เปดิ น้ําจะไหลอยา่ งไร (ซ้ํา) รู้ตวั หรอื ไมใ่ ครแอบถอดแปบ๊ แป๊บ แปบ๊ แป๊บ แปบ๊ แปบ๊ แป๊บ แป๊บ แปบ๊ 958
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ สาระที่ควรเรียนรู้ การเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบผู้นำ ผตู้ าม มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / ประสบการณ์สำคญั รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ญั ญา มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1 3.1, 3.2 4.1 8.1,8.2, 10.3 11.2 12.1 8.3 ประสบการณ์สำคัญ 1.2 มีสขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 8.1 ยอมรบั ความเหมือน 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปญั หาและ อนามยั สขุ นิสัยที่ดี อยา่ งเหมาะสม และความแตกต่างระหวา่ ง ตัดสินใจ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ บคุ คล 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคล่ือนไหวตามจินตนาการ 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามร้สู ึกท่ดี ีตอ่ ตนเอง (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทีพ่ ึงประสงค์) ปลอดภัยของตนเอง และผูอ้ นื่ 8.2 มปี ฏิสัมพันธ์ทด่ี กี บั ผู้อน่ื 12.1 มีเจตคตทิ ีด่ ตี อ่ การเรียนรู้ และผอู้ ่นื (สภาพท่พี งึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ 8.3 ปฏบิ ัตติ นเบอื้ งต้นใน 2.1 เคล่ือนไหว แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี การเปน็ สมาชิกทด่ี ีของสังคม ร่างกายอยา่ ง และการเคล่ือนไหว (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ คล่องแคลว่ ประสาน (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) สมั พันธแ์ ละทรงตวั ได้(สภาพทพี่ ึง ประสงค)์ จุดประสงค์ มัดเล็กและตาใหส้ ัมพันธก์ นั 1. พฒั นาการใช้กล้ามเน้อื มัดใหญ่ 2. พฒั นาทกั ษะการเคล่ือนไหวแบบผ้นู ำ ผู้ตาม 3. เพ่ือใหเ้ กดิ ความสนกุ สนานและผ่อนคลายอารมณ์ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครใู ห้เดก็ เคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระโดยไม่ให้ชนกนั ตามจังหวะทค่ี รูกำหนด 2. ครใู ห้เด็กอาสาสมัครออกมาเป็นผู้กำหนดจงั หวะ และใหเ้ พ่ือนๆ เคลื่อนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระโดยไมใ่ ห้ชนกัน 3. เด็กและครรู ว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการเคลื่อนไหว โดยให้เดก็ เคลอ่ื นไหวร่างกายตามเพอื่ นทอ่ี อกมาเปน็ ผู้นำ เคลอื่ นไหวในท่าต่างๆ และให้เด็กๆ สลับกันออกมาเปน็ ผนู้ ำจนครบทุกคน โดยเดก็ ๆ ตอ้ งคดิ ทา่ ทางการ เคลอื่ นไหวและนำเพือ่ นทำทา่ ต่างๆ แบบไม่ให้ซำ้ กนั 4. ครูเปดิ เพลงบรรเลงเบาๆ แล้วสุม่ เรยี กเดก็ ออกมาเป็นผู้นำเคล่ือนไหวรา่ งกาย ใหเ้ พอื่ นทำตามจากน้ันใหเ้ ด็ก สลับกนั ออกมาเป็นผ้นู ำจนครบทกุ คน 959
ประเมนิ ผล 1. สังเกตการใช้กลา้ มเนื้อใหญเ่ ล็กและตาใหส้ มั พันธ์กนั 2. สงั เกตการเคลือ่ นไหวแบบผนู้ ำ ผูต้ าม 3. สงั เกตความสนุกสนานและผอ่ นคลายอารมณ์ ส่อื การเรียนรู้ 1. เคร่อื งเคาะจังหวะ 2. เพลงบรรเลง กิจกรรมสร้างสรรค์ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ การหยดสีนำ้ และการระบายสภี าพ มาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ / ประสบการณส์ ำคัญ ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา มาตรฐานคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.3 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.2,5.4 6.2,6.3 8.1,8.2, 9.1 10.3 11.1 12.1 8.3 ประสบการณ์สำคญั 1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี นิ ัยในตนเอง (สภาพ 9.1 รบั รแู้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ ปลอดภยั ของตนเอง อยา่ งเหมาะสม ทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) และผ้อู ืน่ (สภาพที่พึงประสงค์) 6.3 ประหยดั และพอเพยี ง 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและ (สภาพที่พึงประสงค)์ 3.2 มคี วามรู้สึกทด่ี ตี อ่ ตนเอง (สภาพทพี่ ึงประสงค์) ตดั สนิ ใจ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 2.2 ใช้มือ-ตา และผู้อืน่ 8.1 ยอมรบั ความเหมือน 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการและ ประสานสัมพนั ธก์ ัน (สภาพที่พึงประสงค์) และความแตกต่างระหว่าง ความคดิ สรา้ งสรรค์ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ บุคคล (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) แสดงออกผ่านงานศิลปะดนตรี (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 12.1 มีเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรียนรู้ และการเคล่ือนไหว 8.2 มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ท่ดี กี ับผอู้ ่นื (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 5.2 มคี วามเมตตากรุณา มี 8.3 ปฏิบัติตนเบื้องต้นใน น้ำใจและชว่ ยเหลอื แบ่งปัน การเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสงั คม (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 5.4 มีความรบั ผิดชอบ (สภาพท่ี พงึ ประสงค)์ จุดประสงค์ 1. พัฒนาการกล้ามเน้ือมัดเลก็ และตาให้สมั พันธ์กนั 960
2. การสร้างสรรคผ์ ลงานตามจินตนาการ 3. สามารถบอกเล่าเกีย่ วกับผลงานของตนเองได้ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครใู หเ้ ด็กนัง่ เปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แลว้ แนะนำและสาธิตวิธกี ารหยดสนี ้ำใหเ้ ด็กฟงั 2. ครแู จกอุปกรณใ์ นการทำกิจกรรมให้เด็กทกุ กลุม่ แล้วให้เดก็ ลงมือหยดสนี ำ้ เปน็ ภาพตา่ งๆ ตามจนิ ตนาการ ของ ตนเอง พร้อมกับใช้พูก่ ันวาดตกแต่งเพ่ิมเตมิ ภาพให้สวยงาม 3. เดก็ บอกเล่าผลงานให้เพ่ือนฟัง และครูจดบนั ทึกลงบนผลงาน 4. เด็กๆ ชว่ ยกนั เก็บวัสดอุ ุปกรณ์เข้าท่ี และทำความสะอาดโต๊ะกจิ กรรม ประเมินผล 2. สงั เกตผลงาน 1. สังเกตการใช้กล้ามเนื้อมดั เล็กและตาให้สมั พันธ์กัน 3. สังเกตการบอกเล่าเก่ียวกบั ผลงานของตนเอง สอ่ื การเรียนรู้ 2. สนี ้ำ พู่กนั จานสี 1. กระดาษ A4 กจิ กรรมเสรี สาระท่ีควรเรียนรู้ การเลน่ ตามมุมประสบการณ์ เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ เลน่ อสิ ระตามมมุ ประสบการณ์หรือศนู ยก์ ารเรียนทีจ่ ดั ไว้ใน ห้องเรยี น เชน่ มุมบลอ็ ก มุมวทิ ยาศาสตร์หรือมมุ ธรรมชาตศิ กึ ษา มมุ คณติ ศาสตร์ มมุ บา้ น มุมหนงั สอื มุม ศลิ ปะ มมุ ดนตรี มมุ บทบาทสมมติ เปน็ ต้น มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ / ประสบการณส์ ำคัญ ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปญั ญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 9.1 10.3 11.2 12.1,12.2 1.3 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.1,5.2,5 6.2,6.3 7.2 8.1,8.2, 9.1 รับรูแ้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ .3 8.3 (สภาพที่พงึ ประสงค์) 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หาและ ประสบการณส์ ำคญั ตดั สินใจ (สภาพที่พึงประสงค)์ 11.2 แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจนิ ตนาการ 1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี ินัยในตนเอง (สภาพ อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทพี่ งึ ประสงค์) 12.1 มเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรยี นรู้ ปลอดภัยของตนเอง อย่างเหมาะสม ทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพที่พึงประสงค)์ 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ และผู้อื่น (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ 6.3 ประหยัดและพอเพียง (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 3.2 มคี วามรู้สกึ ท่ีดีตอ่ ตนเอง (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 2.2 ใช้มอื -ตา และผอู้ น่ื 7.2 ดูแลรักษาธรรมชาติ ประสานสมั พันธก์ นั (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ และส่ิงแวดลอ้ ม (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ 8.1 ยอมรบั ความเหมอื น แสดงออกผ่านงานศิลปะดนตรี และความแตกตา่ งระหวา่ ง และการเคล่ือนไหว บุคคล (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 961
5.1 ซอื่ สัตย์สจุ ริต 8.2 มปี ฏสิ มั พันธ์ทดี่ กี ับผ้อู ื่น (สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ 5.2 มคี วามเมตตากรุณา มี 8.3 ปฏบิ ัติตนเบอ้ื งตน้ ใน น้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน การเป็นสมาชกิ ทีด่ ขี องสงั คม (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) 5.3 มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ื่น (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) จุดประสงค์ 2. มที ักษะทางดา้ นสงั คมเลน่ ร่วมกับผู้อ่นื ได้ 1. ส่งเสริมพฒั นาการ 4 ด้านผ่านการเลน่ 3. สง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม มีความอดทน เอ้อื เฟอ้ื แบง่ ปัน และรจู้ กั การรอคอย กิจกรรมการเรียนรู้ 1. เดก็ และครูรว่ มกันทบทวนมุมประสบการณ์ตา่ งๆ ในห้องเรยี น และให้คิดวางแผนการเลน่ วา่ จะเลน่ อะไร ตามลำดับความสนใจของตนเอง 2. เด็กและครรู ่วมกนั สร้างขอ้ ตกลงในการเลน่ เช่น - เดก็ ไมส่ ่งเสยี งดงั ขณะเล่น - เม่อื เล่นเสรจ็ เก็บของเลน่ เข้าท่ี - รจู้ กั แบ่งปนั กนั เลน่ - เล่นของเลน่ อย่างทะนุถนอม ไมท่ ำลายให้เสียหาย - รจู้ กั ขอบคุณเมื่อครชู ่วยเหลือ ขอบใจเมอื่ เพื่อนช่วยเหลือ และขอโทษเม่อื ทำใหผ้ ูอ้ ืน่ เจบ็ หรอื เดือดรอ้ น - เมอ่ื ไดย้ ินสญั ญาณหยดุ (เคาะจงั หวะ 2 คร้งั ) ให้เกบ็ ของเล่นทนั ที และมานั่งรวมกันท่หี น้าห้อง 3. เดก็ ๆ เลือกเล่นตามท่ีคดิ ไว้อย่างอสิ ระ ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง และเมอ่ื ได้ยินสญั ญาณหยดุ ใหเ้ ก็บของเขา้ ที่ให้ เรยี บร้อย และมานัง่ รวมกันทหี่ นา้ หอ้ ง 4. ครูให้เดก็ อาสาสมคั รออกมาบอกเลา่ ถงึ สง่ิ ทต่ี นเองเลน่ ความรูส้ ึก และปญั หาที่พบ รวมถงึ วิธีแก้ปญั หาอย่างไร ประเมนิ ผล 1. สงั เกตพฒั นาการ 4 ดา้ น 2. สังเกตการแสดงความเอ้ือเฟือ้ แบ่งปนั และรจู้ กั การรอคอย 3. สงั เกตการเล่นรว่ มกับผู้อ่นื สือ่ การเรียนรู้ 2. เคร่อื งเคาะจังหวะ 1. ของเล่นในมุมประสบการณ์ต่างๆ กิจกรรมกลางแจง้ สาระที่ควรเรียนรู้ การเลน่ เครอ่ื งเล่นสนาม เดก็ ไดม้ ีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพอ่ื ออกกำลงั เคล่อื นไหวรา่ งกายและแสดงออก อยา่ งอสิ ระในการเล่นเครอ่ื งเลน่ สนาม โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กเปน็ หลกั มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สำคญั ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สตปิ ญั ญา มฐ.1 มฐ.2 มาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ มฐ.10 มฐ.11 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.12 962
1.2, 1.3 2.1 3.1, 3.2 5.1,5.2,5 6.1,6.2 7.2 8.1,8.2, 9.1 10.3 11.2 12.1 .3 8.3 ประสบการณส์ ำคัญ 1.2 มสี ขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลือตนเองในการ 9.1 รบั รู้และเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สุขนสิ ัยทดี่ ี อยา่ งเหมาะสม ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจำวัน (สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพท่พี ึงประสงค์) (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค์) 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแกป้ ญั หาและ 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรสู้ ึกทีด่ ตี อ่ ตนเอง 6.2 มวี นิ ัยในตนเอง (สภาพ ตดั สนิ ใจ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ ปลอดภัยของตนเอง และผอู้ ืน่ ทีพ่ ึงประสงค)์ 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคล่ือนไหวตามจินตนาการ และผู้อ่นื (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 6.3 ประหยัดและพอเพียง อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 5.1 ซ่อื สตั ย์สจุ ริต (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 12.1 มีเจตคติทดี่ ีตอ่ การเรียนรู้ 2.1 เคล่ือนไหว (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 7.2 ดูแลรักษาธรรมชาติ (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ รา่ งกายอยา่ ง 5.2 มคี วามเมตตากรุณา มี และสิ่งแวดล้อม คลอ่ งแคล่วประสาน น้ำใจและช่วยเหลอื แบง่ ปนั 8.1 ยอมรบั ความเหมือน สมั พนั ธ์และทรงตวั (สภาพที่พงึ ประสงค)์ และความแตกต่างระหว่าง ได้(สภาพทพี่ ึง 5.3 มคี วามเห็นอกเหน็ ใจผู้อนื่ บุคคล ประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพที่พึงประสงค)์ ) 8.2 มปี ฏสิ มั พันธ์ทีด่ กี บั ผอู้ ืน่ (สภาพที่พงึ ประสงค์) 8.3 ปฏบิ ัติตนเบอื้ งตน้ ใน การเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม (สภาพที่พงึ ประสงค์) จุดประสงค์ 1. พฒั นาทกั ษะการเคลอื่ นไหวและการทรงตัว 2. พัฒนาทกั ษะการเลน่ กบั ผู้อนื่ 3. สง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม มีความอดทน เอ้ือเฟ้อื แบ่งปนั และรจู้ กั การรอคอย 4. การปลกู ฝังทศั นคตทิ ่ีดีในการออกกำลังกาย กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. เดก็ และครรู ว่ มกนั อบอ่นุ ร่างกายดว้ ยการออกกายบริหารในการเคลอ่ื นไหวอยกู่ บั ท่ี 2. ครแู นะนำการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามอย่างถูกวิธี และปลอดภัยให้เด็กฟงั พร้อมสาธติ ใหด้ ู แล้วรว่ มกนั สรา้ ง ข้อตกลงในการเลน่ เครื่องเลน่ สนาม เช่น - เล่นอย่างถกู วิธี ไมเ่ ลน่ โลดโผน- เข้าแถวรอคอยเล่นตอ่ จากเพอื่ น - รจู้ ักแบง่ ปันกันเล่น - เลน่ เคร่ืองเลน่ อยา่ งทะนถุ นอม ไม่ทำลายใหเ้ สยี หาย - เล่นรว่ มกันไมท่ ะเลาะกัน - ไม่เด็ดใบไม้ ดอกไม้มาเล่น - รจู้ ักขอบคุณเมอื่ ครูชว่ ยเหลือ ขอบใจเมือ่ เพ่ือนช่วยเหลือ และขอโทษเมอ่ื ทำให้ผอู้ น่ื เจ็บหรือเดือดรอ้ น - เมอื่ ไดย้ ินเสียงนกหวดี ให้หยดุ เล่นทนั ที เตรียมเข้าแถวท่ีหนา้ สนามเด็กเล่น 3. ครูใหเ้ ดก็ คดิ วางแผนการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามตามลำดับความสนใจ จากนน้ั ใหเ้ ลน่ ตามท่ีคิดวางแผนไว้ อยา่ งอิสระ ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง และเมือ่ ได้ยนิ เสยี งนกหวดี ให้หยดุ เล่น แลว้ มาเข้าแถวทห่ี นา้ สนามเด็กเล่น 4. ครใู ห้เดก็ อาสาสมคั รออกมาบอกเล่าถงึ สิ่งที่ตนเองเลน่ ความรู้สึก และปัญหาท่ีพบ รวมถึงวิธแี ก้ปญั หาอย่างไร ประเมินผล 1. สังเกตการเคลื่อนไหวและการทรงตัว 2. สงั เกตการเลน่ ร่วมกับผู้อืน่ 3. สงั เกตการแสดงความอดทน เอื้อเฟ้ือ แบง่ ปัน และรู้จักรอคอย 4. สงั เกตทศั นคติที่ดีในการออกกำลงั กาย 963
สื่อการเรยี นรู้ 2. เครอ่ื งเลน่ สนาม 1. นกหวดี กิจกรรมเกมการศึกษา สาระท่คี วรเรียนรู้ การเลน่ เกม พน้ื ฐานการบวก มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ประสบการณ์สำคัญ รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา มาตรฐานคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.3 2.2 3.1, 3.2 5.1,5.2,5 6.2,6.3 7.2 8.1,8.2, 9.1,9.2 10.1,10.3 12.1 .3 8.3 ประสบการณ์สำคัญ 1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี นิ ัยในตนเอง (สภาพ 9.1 รับรแู้ ละเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ ปลอดภยั ของตนเอง อยา่ งเหมาะสม ท่ีพึงประสงค)์ (สภาพที่พึงประสงค์) และผ้อู ืน่ (สภาพท่ีพึงประสงค์) 6.3 ประหยัดและพอเพียง 9.2 แสดงออกและ/หรือพดู เพอื่ สื่อ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 3.2 มคี วามรู้สึกทด่ี ีตอ่ ตนเอง (สภาพที่พึงประสงค)์ ความหมายได้ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 2.2 ใชม้ ือ-ตา และผอู้ ื่น 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ 10.1 มคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด ประสานสัมพนั ธ์กัน (สภาพที่พงึ ประสงค)์ และส่ิงแวดล้อม (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 5.1 ซ่อื สัตยส์ ุจริต 8.1 ยอมรับความเหมือน 10.3 มีความสามารถในการคิดแกป้ ัญหาและ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ และความแตกตา่ งระหว่าง ตดั สินใจ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 5.2 มคี วามเมตตากรณุ า มี บคุ คล 11.2 แสดงท่าทาง/เคลอื่ นไหวตามจินตนาการ นำ้ ใจและชว่ ยเหลือแบง่ ปัน (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 8.2 มีปฏสิ ัมพนั ธ์ทีด่ กี บั ผอู้ ื่น 12.1 มเี จตคตทิ ่ดี ตี อ่ การเรยี นรู้ 5.3 มคี วามเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) 8.3 ปฏิบัตติ นเบ้ืองต้นใน การเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสังคม (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ จดุ ประสงค์ 1. พฒั นากล้ามเนือ้ มดั เล็กและตาใหป้ ระสานสมั พันธ์กัน2. ฝึกทักษะกระบวนการแกไ้ ขปญั หาได้ 3. พฒั นาทกั ษะทางสตปิ ัญญา เช่น การสงั เกต การเปรยี บเทยี บ ความรู้ความเข้าใจในเรือ่ งตา่ งๆ 4. ส่งเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีความอดทน เออ้ื เฟื้อ แบ่งปัน และรจู้ ักการรอคอย กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูแนะนำเกม พนื้ ฐานการบวก และสาธติ วิธีการเลน่ ใหเ้ ดก็ ดู พรอ้ มใหเ้ ดก็ มสี ่วนรว่ มดว้ ย 2. ครูทบทวนเกมเกา่ ท่เี คยเล่นมาแล้ว และร่วมกันสร้างขอ้ ตกลงในการเลน่ เช่น 964
- ไมส่ ่งเสยี งดงั ขณะเล่น - รจู้ กั แบ่งปันกนั เลน่ - เล่นอยา่ งทะนุถนอม ไมท่ ำลายให้เสียหาย - รจู้ ักขอบคุณเมอื่ ครูชว่ ยเหลือ ขอบใจเม่ือเพอ่ื นช่วยเหลือ และขอโทษเม่ือทำใหผ้ ้อู ่ืนเจ็บหรือเดือดรอ้ น - เมอ่ื ไดย้ ินสัญญาณหยุด (เคาะจังหวะ 2 ครั้ง) ให้เกบ็ เกมเข้าที่ และมานั่งรวมกนั ที่หนา้ ห้อง 3. ครูแบง่ เด็กเป็นกลุ่มย่อย กลุม่ ละ 4 คน ให้กลุ่มแรกเล่นเกม พนื้ ฐานการบวก กลมุ่ ที่เหลือเล่นเกมท่ีเคยเลน่ มาแล้ว เมือ่ เล่นเสร็จให้หมุนเวียนกันเลน่ จนครบทกุ เกม เม่ือไดย้ นิ สญั ญาณหยดุ ใหเ้ กบ็ เกมเขา้ ทใ่ี ห้ เรยี บร้อย และมานั่งรวมกันทีห่ นา้ ห้อง 4. ครใู หเ้ ดก็ อาสาสมคั รออกมาบอกเล่าถงึ เกมทีต่ นเองเลน่ ความร้สู กึ และปัญหาทีพ่ บ รวมถึงวิธแี กป้ ัญหาอยา่ งไร ประเมนิ ผล 1. สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนอ้ื มัดเล็กและตาใหป้ ระสานสมั พันธ์กัน 2. สังเกตกระบวนการแกไ้ ขปญั หา 3. สงั เกตทกั ษะทางสตปิ ัญญา เชน่ การสงั เกต การเปรยี บเทยี บ ความรู้ความเข้าใจในเร่อื งต่างๆ 4. สงั เกตการแสดงความเออื้ เฟ้ือแบง่ ปัน และร้จู กั การรอคอย ส่ือการเรยี นรู้ 2. เกมเก่าทีเ่ คยเลน่ มาแล้ว 1. เกม พื้นฐานการบวก 3. เครอื่ งเคาะจังหวะ ภาคผนวก เกม พื้นฐานการบวก เพ่มิ ข้ึน +1 เพ่มิ ข้ึน 2 + 965
เพ่ิมข้ึน +6 เพ่มิ ข้ึน +7 เพิม่ ข้ึน +8 เพ่ิมข้นึ +9 เพ่ิมข้ึน + 10 966
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ภัยธรรมชาติ คือ ภยั อันตรายตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ และมผี ลกระทบตอ่ ชีวิตความเป็นอย่ขู อง มนุษย์ เชน่ นา้ ท่วม นา้ ป่าไหลหลาก ภยั แลง้ ไฟไหมป้ ่า คล่ืนสึนามิ แผน่ ดนิ ไหว เป็นตน้ เราจงึ ควรหม่นั สงั เกต สภาพอากาศในแตล่ ะวนั และฟังข่าวพยากรณอ์ ากาศอยา่ งสม่าเสมอเพอ่ื เตรียมพรอ้ มป้องกนั ภัยท่ีอาจเกดิ ขนึ้ ได้ สิง่ ทเ่ี ด็กรู้แล้ว สิง่ ทเ่ี ดก็ ตอ้ งการรู้ ส่งิ ทเี่ ดก็ ควรรู้ - ความหมายของภัยธรรมชาติ - รจู้ ักภยั ธรรมชาติ - ไฟไหมป้ ่าและคลืน่ สนึ ามิ - สาเหตุการเกิดภัยธรรมชาติ - ระวงั ภัยธรรมชาติ การจดั ประสบการณ์บูรณาการ กจิ กรรมเกมการศึกษา กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ กจิ กรรมสร้างสรรค์ 1. เกมภาพตัดตอ่ ภัยธรรมชาติ 1. การเคลื่อนไหวร่างกายอยา่ งอสิ ระ 1. การวาดภาพภัยธรรมชาติท่ีเคยพบ 2. เกมจับคู่ภาพเหมือนภยั ธรรมชาติ 2. การเคลือ่ นไหวรา่ งกายประกอบเพลง 2. การวาดภาพเหตกุ ารณ์น้าทว่ ม 3. เกมทายภาพชนิ้ ส่วนภาพภยั ธรรมชาติ 3. การระบายสภี าพเหตุการณ์ภยั แล้ง 4. เกมโดมโิ นภาพภัยธรรมชาติ บรรเลง 4. การหยดสี เป่าสี ตกแต่งภาพไฟไหม้ 5. เกมภาพตัดตอ่ นา้ ท่วม 3. การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามจินตนาการ 5. การวาดภาพสนี า้ คลีน่ สึนามิ 4. การเคลื่อนไหวรา่ งกายตามคาส่ัง 5. การเคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งอสิ ระ กจิ กรรมเสรี กจิ กรรมกลางแจ้ง กิจกรรมหลกั 1. เล่นตามมุมประสบการณ์ 6 กิจกรรม 2. จดั ป้ายนเิ ทศให้ความรเู้ กยี่ วกบั แหลง่ 1. การเลน่ ทราย 2. การเล่นเคร่ืองเลน่ สนาม กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ทรัพยากรตามธรรมชาติ 3. การเล่นทราย 3. จดั มุมหนังสือให้มีหนงั สือนทิ านหรือ 4. การเล่นเคร่อื งเลน่ สนาม 1. กิจกรรม “ภัยธรรมชาตทิ คี่ วรรูจ้ กั ” 5. การเลน่ ตกั นา้ ใสข่ วด 2. กิจกรรม “รูจ้ กั ภัยธรรมชาต”ิ หนังสือใหค้ วามรเู้ กย่ี วกับการอนรุ ักษ์ 3. กิจกรรม “ภยั ธรรมชาตนิ คี้ ืออะไร” ทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ ดก็ ไดส้ นทนา 4. กจิ กรรม “สาเหตุการเกิดภัยธรรมชาต”ิ เพม่ิ เติมกบั เพอื่ นๆ และครูตามความ 5. กจิ กรรม “ระวังภยั ธรรมชาต”ิ สนใจ
แนวทางการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย ภาคเรยี นที่...1... สำหรบั เดก็ ที่มีความตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรียนรู้ท่ี..3.. หน่วย ภยั ธรรมชาติทค่ี วรรู้ วนั ที่ 1 ความหมายของภยั ธรรมชาติ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ภัยธรรมชาติ คือ ภยั อันตรายตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ และมผี ลกระทบต่อชวี ติ ความเป็นอย่ขู อง มนษุ ย์ เช่น นา้ ท่วม นา้ ป่าไหลหลาก ภยั แลง้ ไฟไหมป้ ่า คลน่ื สึนามิ แผน่ ดนิ ไหว เป็นตน้ เราจงึ ควรหม่นั สังเกตสภาพอากาศในแตล่ ะวัน และฟังขา่ วพยากรณอ์ ากาศอย่างสม่าเสมอเพอ่ื เตรยี มพรอ้ มป้องกันภัยที่ อาจเกิดขนึ้ ได้ สาระสาคญั เด็กไดเ้ รยี นรูเ้ ร่อื งภยั ธรรมชาติ คอื ภัยอนั ตรายตา่ งๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ สง่ ผลกระทบความเป็นอยู่ ของส่งิ มีชีวติ คน สตั ว์ พืช เช่น นา้ ท่วม นา้ ป่าไหลหลาก ภยั แลง้ ไฟไหมป้ ่า คล่นื สึนามิ แผน่ ดินไหว เป็นตน้ เพ่อื เขา้ ใจและเตรยี มพรอ้ มปอ้ งกนั ภยั ท่อี าจเกิดขนึ้ ได้ มาตรฐานคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม สติปัญญา มาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณส์ าคญั 1.2 มสี ขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ช่วยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รับรู้และเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สขุ นิสัยทด่ี ี อย่างเหมาะสม ปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจำวัน (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) 9.2 แสดงออกและ/หรือพดู เพอ่ื สอื่ ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกทด่ี ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่พี ึงประสงค)์ ปลอดภัยของตนเอง และผู้อน่ื และสิ่งแวดลอ้ ม 10.1 มคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด และผอู้ ่ืน (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) 8.2 มปี ฏิสมั พันธท์ ีด่ กี บั ผอู้ ื่น (สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 10.2 มีความสามารถในการคดิ เชงิ เหตุผล 2.1 เคลื่อนไหว แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏิบัติตนเบื้องต้นใน (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ร่างกายอย่าง และการเคลอื่ นไหว การเปน็ สมาชิกทดี่ ขี องสังคม 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและ คลอ่ งแคล่วประสาน (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) ตดั สินใจ (สภาพท่พี ึงประสงค์) สมั พันธ์และทรงตัว 5.4 มคี วามรับผดิ ชอบ (สภาพท่ี 11.2 แสดงท่าทาง/เคลือ่ นไหวตามจินตนาการ พึงประสงค์) อยา่ งสรา้ งสรรค์(สภาพทพ่ี งึ ประสงค์)
ได้(สภาพทพี่ งึ 12.1 มเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ ประสงค)์ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ 2.2 ใชม้ อื -ตา 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ ประสานสมั พันธ์กนั (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ จุดประสงค์ 1. บอกช่ือ และลักษณะของภัยธรรมชาติต่างๆ ได้ 2. บอกวิธปี ฏิบัตติ นใหป้ ลอดภัยเมอื่ เกดิ ภยั ธรรมชาติขนึ้ ไดเ้ หมาะสมตามวยั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นา ครูและเดก็ ร่วมกันดูภาพภัยธรรมชาตใิ นหนงั สอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตวั อ.2 หนา้ 26 แลว้ ชว่ ยกันบอกว่า เป็นภาพอะไร เด็กๆ เคยเห็นเหตุการณอ์ ย่างในภาพนหี้ รือไม่ อยา่ งไร ขนั้ สอน 1. ครูแนะนาใหเ้ ดก็ รูจ้ ักภัยธรรมชาตจิ ากหนงั สือ พรอ้ มยกตวั อยา่ งเหตกุ ารณใ์ หเ้ ด็กเขา้ ใจ และบอก ความหมายของภยั ธรรมชาติ คือ ภัยอันตรายตา่ งๆ ท่เี กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ สง่ ผลกระทบความเป็นอยู่ ของสิ่งมชี วี ิต คน สตั ว์ พชื จากน้ันใหเ้ ด็กดูวดี ิทัศนเ์ กีย่ วกับเหตุการณน์ า้ ท่วม นา้ ป่าไหลหลาก แลว้ บอก ความรูส้ ึกที่มีตอ่ เหตุการณน์ ัน้ ว่าเป็นอยา่ งไร 2. ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมถงึ ภัยธรรมชาตชิ นิดอื่นๆ พรอ้ มดบู ัตรภาพประกอบ เชน่ ภัยแลง้ คลน่ื สนึ ามิ พายุ ลูกเหบ็ เป็นตน้ ใหเ้ ด็กชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็นว่า ถา้ เกดิ เหตกุ ารณน์ จี้ รงิ เด็กๆ จะปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภัย ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง 3. ครูบอกวิธีปอ้ งกนั ภัยโดยการหม่นั ฟังขา่ วพยากรณอ์ ากาศอยา่ งสม่าเสมอ และตอ้ งมีสตไิ ม่ตืน่ กลัว คิดหา วิธีหลบภยั ใหต้ นเองปลอดภัย เชือ่ ฟงั และปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของผใู้ หญ่เพื่อความปลอดภัย ขนั้ สรุป 1. ครูและเดก็ ร่วมกนั สรุปเกย่ี วกับภยั ธรรมชาติต่างๆ รวมถงึ วธิ ปี อ้ งกนั ภัยไดอ้ ยา่ งไร พรอ้ มกันอกี ครง้ั 2. ครูใหเ้ ดก็ ทากิจกรรมในหนังสอื เสริมฯ ธรรมชาตริ อบตัว อ.2 กจิ กรรม ภยั ธรรมชาติทคี่ วรรูจ้ ัก หนา้ 26 สนทนาจากภาพ แลว้ กา ทับภาพภัยธรรมชาตทิ ่ีท่รี ูจ้ ักหรอื เคยเกิดขนึ้ พรอ้ มบอกว่าเคยเห็นภาพนที้ ี่ไหน ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สงั เกตการมสี ่วนร่วมกบั ผอู้ น่ื 3. สงั เกตการณท์ ากจิ กรรม ภยั ธรรมชาติที่ควรรูจ้ ัก
สื่อการเรียนรู้ 1. ภาพภัยธรรมชาติต่างๆ 2. วีดทิ ัศนเ์ กี่ยวกับเหตุการณน์ า้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก 3. หนงั สือเสริมฯ ธรรมชาติรอบตวั อ.2 กิจกรรม ภยั ธรรมชาติท่คี วรรูจ้ ัก หนา้ 26 ภาคผนวก บตั รภาพภัยธรรมชาตติ า่ งๆ แนวทางการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวยั ภาคเรียนที่...1... สำหรับเด็กที่มคี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรู้ที.่ .3.. หน่วย ภยั ธรรมชาติท่ีควรรู้ วนั ท่ี 2 ร้จู กั ภยั ธรรมชาติ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระท่คี วรเรยี นรู้ ภยั ธรรมชาติ คือ ภยั อันตรายต่างๆ ท่ีเกิดขนึ้ ตามธรรมชาติ และมีผลกระทบตอ่ ชวี ิตความเป็นอยู่ของ มนุษย์ เช่น นา้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก ภยั แลง้ ไฟไหมป้ ่า คลื่นสึนามิ แผน่ ดินไหว เป็นตน้ เราจึงควรหม่นั สงั เกตสภาพอากาศในแต่ละวัน และฟังขา่ วพยากรณอ์ ากาศอยา่ งสม่าเสมอเพอ่ื เตรียมพรอ้ มป้องกันภัยท่ี อาจเกดิ ขนึ้ ได้ สาระสาคญั
เดก็ ไดเ้ รยี นรูเ้ ร่ืองภัยธรรมชาติ เช่น นา้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก ภัยแลง้ ไฟไหมป้ ่า คล่นื สึนามิ แผ่นดินไหว เป็นตน้ มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สตปิ ัญญา มาตรฐานคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.3 11.2 12.1,12.2 ประสบการณส์ าคัญ 1.2 มีสุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลือตนเองในการ 9.1 รับรแู้ ละเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สขุ นสิ ยั ที่ดี อย่างเหมาะสม ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจำวัน (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค)์ (สภาพท่พี ึงประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) 9.2 แสดงออกและ/หรอื พูดเพือ่ สอื่ ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามร้สู กึ ทด่ี ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดูแลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผู้อ่ืน และสิ่งแวดล้อม 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด และผอู้ ่นื (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ 8.2 มปี ฏิสัมพันธท์ ่ีดกี บั ผอู้ ่นื (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มีความสขุ และ (สภาพที่พึงประสงค์) 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและ 2.1 เคลอ่ื นไหว แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏบิ ัติตนเบอ้ื งต้นใน ตดั สินใจ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) รา่ งกายอย่าง และการเคลอ่ื นไหว การเป็นสมาชกิ ทด่ี ีของสังคม 11.2 แสดงท่าทาง/เคลอ่ื นไหวตามจินตนาการ คล่องแคลว่ ประสาน (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ อยา่ งสรา้ งสรรค์(สภาพท่พี ึงประสงค)์ สัมพันธ์และทรงตวั 5.4 มีความรบั ผดิ ชอบ (สภาพท่ี 12.1 มเี จตคติทีด่ ีตอ่ การเรยี นรู้ ได้(สภาพทพี่ ึง พึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) ประสงค)์ 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ 2.2 ใช้มือ-ตา (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) ประสานสัมพันธก์ ัน (สภาพท่ีพึงประสงค)์ จดุ ประสงค์ 1. บอกช่ือและลักษณะของภยั ธรรมชาติได้ 2. ส่งเสริมความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง กลา้ แสดงออกอยา่ งเหมาะสม กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นา ครูทาเสยี งฝนและฟ้ารอ้ งใหเ้ ด็กฟงั และใหท้ ายวา่ เป็นเสียงของเหตกุ ารณอ์ ะไร ขนั้ สอน 1. ครูเปิดวดี ิทศั นเ์ กี่ยวกับเหตกุ ารณน์ า้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลากใหเ้ ดก็ ดู จากนน้ั ครูใหเ้ ดก็ บอกความรูส้ กึ ทีม่ ตี ่อ เหตกุ ารณน์ ัน้ ว่าเป็นอย่างไร
2. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ถึงภัยธรรมชาติชนิดอ่นื ๆ เช่น ภยั แลง้ ไฟไหมป้ ่า คลืน่ สนึ ามิ แผน่ ดนิ ไหว พรอ้ มกับติด ภาพภัยธรรมชาติตา่ งๆ บนกระดานใหเ้ ดก็ ดูประกอบ 3. ครูใหเ้ ดก็ ๆ ช่วยกันคิดว่าถา้ เกิดเหตุการณน์ จี้ รงิ เด็กๆ จะช่วยคนทีป่ ระสบภัยไดอ้ ยา่ งไร จากน้นั ครูบอกวิธี ป้องกันภัยโดยการหม่นั ฟังข่าวพยากรณอ์ ากาศอย่างสม่าเสมอ ขนั้ สรปุ 1. ครูและเดก็ รว่ มกันสรุปเกย่ี วกับภัยธรรมชาติ รวมถงึ วธิ ีป้องกันภัยไดอ้ ย่างไร พรอ้ มกนั อีกครงั้ 2. ครูใหเ้ ดก็ ทากจิ กรรมในหนังสอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กจิ กรรม รูจ้ กั ภยั ธรรมชาติ หนา้ 27 สังเกต ภาพทก่ี าหนด คดั คาตามรอยประ แลว้ โยงเสน้ จับคบู่ ัตรคากบั ภาพภัยธรรมชาติทส่ี ัมพนั ธ์กนั ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สังเกตการมสี ่วนรว่ มกบั ผอู้ ืน่ 3. สงั เกตการณท์ ากจิ กรรม รูจ้ ักภยั ธรรมชาติ สอ่ื การเรียนรู้ 1. วีดิทัศนเ์ กย่ี วกบั เหตกุ ารณน์ า้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก 2. หนงั สอื เสริมฯ ธรรมชาติรอบตวั อ.2 กจิ กรรม รูจ้ ักภยั ธรรมชาติ หนา้ 27 ภาคผนวก ภาพภยั ธรรมชาตติ ่างๆ
กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจงั หวะ สาระท่ีควรเรยี นรู้ การเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลงบรรเลง มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สติปัญญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1 3.1, 3.2 4.1 8.1,8.2, 10.3 11.2 12.1 8.3 ประสบการณ์สาคญั 1.2 มีสขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 8.1 ยอมรับความเหมือน 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและ อนามัยสุขนสิ ัยที่ดี อย่างเหมาะสม และความแตกต่างระหวา่ ง ตัดสินใจ (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) บุคคล 11.2 แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจนิ ตนาการ 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรสู้ ึกทด่ี ีตอ่ ตนเอง (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผู้อ่นื 8.2 มีปฏสิ ัมพนั ธ์ทด่ี กี ับผอู้ ่ืน 12.1 มเี จตคติทีด่ ตี อ่ การเรยี นรู้ และผู้อืน่ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มีความสุขและ 8.3 ปฏบิ ัตติ นเบ้อื งต้นใน 2.1 เคลอื่ นไหว แสดงออกผา่ นงานศิลปะดนตรี การเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสงั คม ร่างกายอย่าง และการเคล่อื นไหว (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) คล่องแคล่วประสาน (สภาพท่ีพึงประสงค)์ สัมพนั ธแ์ ละทรงตัว ได้(สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ จุดประสงค์ 1. พัฒนาการใชก้ ลา้ มเนอื้ มดั ใหญ่ มดั เล็กและตาใหส้ ัมพนั ธ์กนั 2. พฒั นาทักษะการเคล่อื นไหวประกอบเพลงบรรเลง 3. เพื่อใหเ้ กดิ ความสนกุ สนานและผอ่ นคลายอารมณ์ กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูใหเ้ ดก็ เคลือ่ นไหวร่างกายอย่างอสิ ระโดยไมใ่ หช้ นกนั ตามจงั หวะทค่ี รูกาหนด 2. ครูใหเ้ ด็กอาสาสมัครออกมาเป็นผกู้ าหนดจงั หวะ และใหเ้ พื่อนๆ เคลือ่ นไหวรา่ งกายอย่างอิสระโดยไม่ใหช้ นกัน
3. เดก็ และครูรว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการเคลอื่ นไหวประกอบเพลงบรรเลง โดยใหเ้ ด็กฟังเพลงก่อน 1 รอบ แลว้ ใหเ้ ด็กช่วยกนั คดิ ท่าทางเคล่อื นไหวรา่ งกายประกอบเพลงบรรเลงเป็นกลุ่มย่อย หรอื เป็นค่ตู ามความ สนใจ 4. ครูเปิดเพลงบรรเลง ใหเ้ ด็กๆ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายประกอบเพลงบรรเลงตามท่ไี ดค้ ิดไวจ้ นจบเพลง ประเมินผล 1. สังเกตการใชก้ ลา้ มเนอื้ ใหญเ่ ลก็ และตาใหส้ ัมพันธ์กัน 2. สงั เกตการเคล่อื นไหวประกอบเพลงบรรเลง 3. สงั เกตความสนกุ สนานและผ่อนคลายอารมณ์ สื่อการเรยี นรู้ 2. เครอื่ งเคาะจงั หวะ 1. เพลงบรรเลง แนวทางการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวยั ภาคเรียนที่...1... สำหรับเด็กทีม่ คี วามตอ้ งการจำเปน็ พเิ ศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรทู้ ี.่ .3.. หนว่ ย ภยั ธรรมชาติทค่ี วรรู้ วนั ท่ี 3 ไฟป่าและคลืน่ สนึ ามิ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ภยั ธรรมชาติ คือ ภัยอันตรายต่างๆ ทีเ่ กิดขนึ้ ตามธรรมชาติ และมผี ลกระทบต่อชวี ติ ความเป็นอยู่ของ มนุษย์ เชน่ นา้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก ภัยแลง้ ไฟไหมป้ ่า คลน่ื สนึ ามิ แผ่นดนิ ไหว เป็นตน้ เราจงึ ควรหม่นั สงั เกตสภาพอากาศในแต่ละวนั และฟังขา่ วพยากรณอ์ ากาศอย่างสมา่ เสมอเพอื่ เตรียมพรอ้ มป้องกันภัยที่อาจ เกดิ ขนึ้ ได้ สาระสาคญั ไฟไหมป้ ่า เป็นภยั ธรรมชาติทีเ่ กดิ จากจุดไฟเล็กๆ แลว้ ลกุ ลามขยายวงกวา้ งไปท่วั ทุกทิศทาง ซง่ึ อาจเกดิ จากคนไปเผาป่าเพอ่ื เก็บหาของป่า สง่ ผลใหเ้ กดิ ควันพิษในอากาศกระจายไปท่วั จนถึงชมุ ชนที่อย่อู าศยั ส่วนคลน่ื สึนามิ เป็นภัยธรรมชาตทิ ่เี กิดจากคลื่นยกั ษ์จากทะเลพัดพาเขา้ ส่ฝู ่ังและทว่ มบา้ นเรือนรมิ ทะเล อย่างรวดเรว็ ทาใหบ้ า้ นเรือนเกิดความเสียหาย และมผี คู้ นไดร้ บั บาดเจ็บและเสยี ชวี ติ
มาตรฐานคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม สตปิ ัญญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.1,11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณ์สาคัญ 1.2 มีสุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ช่วยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รับรแู้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สุขนิสยั ทดี่ ี อยา่ งเหมาะสม ปฏบิ ัติกิจวตั รประจำวัน (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรือพูดเพอ่ื ส่อื 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกที่ดตี อ่ ตนเอง 7.2 ดูแลรกั ษาธรรมชาตแิ ละ ความหมายได้ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผอู้ ืน่ ส่งิ แวดลอ้ ม 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด และผอู้ ่ืน (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) 8.2 มปี ฏสิ มั พันธ์ที่ดกี ับผู้อื่น (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) 4.1 สนใจ มีความสุขและ (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) 10.2 มคี วามสามารถในการคดิ เชงิ เหตุผล 2.1 เคล่ือนไหว แสดงออกผา่ นงานศิลปะดนตรี 8.3 ปฏบิ ตั ิตนเบ้ืองต้นใน (สภาพที่พงึ ประสงค)์ รา่ งกายอย่าง และการเคลอ่ื นไหว การเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสงั คม 10.3 มีความสามารถในการคิดแกป้ ัญหาและ คล่องแคลว่ ประสาน (สภาพท่พี ึงประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค)์ ตดั สินใจ (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) สัมพันธ์และทรงตัว 5.4 มคี วามรบั ผดิ ชอบ (สภาพที่ 11.1 ทำงานศิลปะตามจนิ ตนาการและ ได้(สภาพทพี่ งึ พึงประสงค)์ ความคดิ สร้างสรรค์ ประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 2.2 ใชม้ ือ-ตา 11.2 แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจนิ ตนาการ ประสานสมั พนั ธ์กนั อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพท่พี ึงประสงค์) (สภาพท่พี งึ ประสงค์) 12.1 มเี จตคตทิ ่ดี ตี อ่ การเรียนรู้ (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ จุดประสงค์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) 1. รว่ มสนทนากับครูและเพือ่ นได้ 2. ส่งเสรมิ ความเช่ือม่นั ในตนเอง กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม 3. บอกลักษณะของภัยธรรมชาติ ไฟป่า และคลนื่ สนึ ามิได้ กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นา ครูใหเ้ ดก็ ดูบัตรภาพไฟไหมป้ ่า และคลืน่ สึนามิ แลว้ ให้ช่วยกนั คิดว่าเป็นเพราะอะไรทีท่ าใหเ้ กิดไฟไหมป้ ่า และเกิดคลนื่ สนึ ามิได้ ขนั้ สอน
1. ครูเปิดวีดิทัศนเ์ กี่ยวกบั เหตกุ ารณไ์ ฟไหมป้ ่า และสึนามใิ หเ้ ดก็ ดู จากน้ันครูใหเ้ ดก็ บอกความรูส้ กึ ทีม่ ีตอ่ เหตกุ ารณน์ ้ันว่าเป็นอย่างไร และภัยธรรมชาติทงั้ สองแตกต่างกนั อยา่ งไร 2. ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมถงึ สาเหตทุ ี่ทาใหเ้ กิดไฟไหมป้ ่า และการเกิดคลืน่ สึนามิ 3. ครูใหเ้ ดก็ ๆ ช่วยกันคิดว่าจะทาอยา่ งไรไมใ่ หเ้ กดิ ไฟไหมป้ ่า และจะทาอยา่ งไรใหป้ ่าบริเวณทถี่ กู ไฟไหมก้ ลับ เป็นป่าคนื มาดงั เดมิ และจะมีวิธีดแู ลความปลอดภยั ของตนเองอยา่ งไรหากเกดิ คลน่ื สนึ ามิ ขนั้ สรุป 1. ครูและเดก็ ร่วมกันสรุปเกย่ี วกบั ไฟไหมป้ ่า และคล่ืนสึนามวิ า่ มีลกั ษณะอย่างไร และเกดิ จากอะไร พรอ้ มกนั อีกครงั้ 2. ครูใหเ้ ด็กทากิจกรรมในหนังสือเสรมิ ฯ ธรรมชาติรอบตวั อ.2 กจิ กรรม ภยั ธรรมชาตินคี้ อื อะไร หนา้ 28 ฟังปริศนาคาทาย แลว้ ขดี ลงในภาพท่เี ป็นคาตอบ แลว้ เขียนชือ่ ภัยธรรมชาตินนั้ พรอ้ มวาดภาพประกอบ ประเมินผล 1. สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สังเกตการมสี ว่ นร่วมกบั ผอู้ ืน่ 3. สังเกตการณท์ ากจิ กรรม ภยั ธรรมชาตนิ คี้ ืออะไร สื่อการเรยี นรู้ 1. วีดิทัศนเ์ กย่ี วกบั ไฟไหมป้ ่าและคล่นื สนึ ามิ 2. บัตรภาพไฟไหมป้ ่าและคลืน่ สึนามิ 3. หนังสือเสริมฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กจิ กรรม ภยั ธรรมชาตินคี้ ืออะไร หนา้ 28 ภาคผนวก บตั รภาพไฟไหมป้ ่าและคลืน่ สึนามิ
แนวทางการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย ภาคเรียนที่...1... สำหรับเดก็ ทม่ี คี วามตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ ช่วงอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรู้ที่..3.. หนว่ ย ภยั ธรรมชาติทีค่ วรรู้ วนั ที่ 4 สาเหตกุ ารเกิดภยั ธรรมชาติ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระท่คี วรเรยี นรู้ ภัยธรรมชาติ คือ ภัยอนั ตรายตา่ งๆ ท่ีเกดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ และมีผลกระทบตอ่ ชวี ติ ความเป็นอยู่ของ มนุษย์ เช่น นา้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก ภัยแลง้ ไฟไหมป้ ่า คลนื่ สึนามิ แผน่ ดนิ ไหว เป็นตน้ เราจึงควรหม่นั สังเกตสภาพอากาศในแตล่ ะวัน และฟังข่าวพยากรณอ์ ากาศอย่างสมา่ เสมอเพอ่ื เตรยี มพรอ้ มปอ้ งกันภัยท่ีอาจ เกิดขนึ้ ได้ สาระสาคญั สาเหตุของการเกิดภยั ธรรมชาติ เกดิ จากการกระทาของมนุษย์ เช่น คนตัดไมท้ าลายป่า โรงงานปล่อยนา้ เสียลงสู่แม่นา้ เป็นตน้ มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา มาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.1,11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณ์สาคัญ 1.2 มีสขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รบั รูแ้ ละเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สุขนสิ ยั ท่ดี ี อยา่ งเหมาะสม ปฏิบตั กิ ิจวตั รประจำวนั (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 9.2 แสดงออกและ/หรือพดู เพอ่ื ส่อื ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกที่ดีตอ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรักษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผู้อ่นื และส่ิงแวดลอ้ ม 10.1 มคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด และผูอ้ ืน่ (สภาพท่พี ึงประสงค์) 8.2 มปี ฏิสัมพันธท์ ่ีดกี ับผอู้ ่ืน (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มีความสขุ และ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 10.2 มีความสามารถในการคิดเชงิ เหตผุ ล 2.1 เคลื่อนไหว แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏบิ ตั ิตนเบ้ืองต้นใน (สภาพที่พงึ ประสงค)์ รา่ งกายอยา่ ง และการเคลื่อนไหว การเป็นสมาชิกท่ีดขี องสงั คม 10.3 มีความสามารถในการคดิ แก้ปญั หาและ คลอ่ งแคล่วประสาน (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค์) ตดั สนิ ใจ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ สมั พนั ธ์และทรงตวั 5.4 มีความรบั ผิดชอบ (สภาพท่ี 11.1 ทำงานศิลปะตามจนิ ตนาการและความคิด พึงประสงค)์ สรา้ งสรรค์
ได้(สภาพทพี่ ึง (สภาพท่พี ึงประสงค)์ ประสงค)์ 11.2 แสดงท่าทาง/เคลือ่ นไหวตามจินตนาการ 2.2 ใชม้ ือ-ตา ประสานสมั พนั ธก์ นั อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 12.1 มเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ การเรยี นรู้ จุดประสงค์ (สภาพที่พึงประสงค์) 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ 1. บอกสาเหตทุ ีท่ าใหเ้ กดิ ภัยธรรมชาตอิ ย่างง่ายๆ ได้ 2. สง่ เสริมความเชือ่ ม่นั ในตนเอง กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม (สภาพที่พงึ ประสงค)์ กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นา ครูใหเ้ ดก็ ดูบัตรภาพการทาลายธรรมชาติ และการดแู ลรกั ษาธรรมชาติ แลว้ ใหเ้ ดก็ ออกมาแยกว่าภาพใด เป็นสาเหตุทท่ี าใหเ้ กิดภยั ธรรมชาตไิ ด้ ขนั้ สอน 1. ครูเปิดวีดิทัศนเ์ กี่ยวกบั เหตกุ ารณก์ ารตัดไมท้ าลายป่าเด็กดู จากนัน้ ครูใหเ้ ดก็ บอกความรูส้ ึกที่มตี ่อ เหตุการณน์ ัน้ ว่าเป็นอย่างไร และคิดวา่ ถา้ ตน้ ไมถ้ ูกตดั หมดจะเป็นอยา่ งไร 2. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ถงึ สาเหตขุ องการเกดิ ภัยธรรมชาตโิ ดยสว่ นใหญเ่ กดิ จากการกระทาของมนษุ ย์ เช่น คนตดั ไมท้ าลายป่า โรงงานปล่อยนา้ เสียลงสแู่ ม่นา้ เป็นตน้ 3. ครูใหเ้ ด็กๆ ชว่ ยกันคิดวา่ จะทาอยา่ งไรเพือ่ เป็นการป้องกันภัยธรรมชาตทิ ่ีจะเกดิ ขนึ้ ขนั้ สรุป 1. ครูและเดก็ รว่ มกนั สรุปเก่ียวกบั สาเหตุการเกิดภัยธรรมชาติพรอ้ มกนั อกี ครงั้ 2. ครูใหเ้ ดก็ ทากจิ กรรมในหนังสือเสริมฯ ธรรมชาติรอบตัว อ.2 กิจกรรม สาเหตุการเกิดภยั ธรรมชาติ หนา้ 29 สังเกตภาพ กา ทับภาพสาเหตุทีท่ าใหเ้ กิดภยั ธรรมชาติ แลว้ ระบายสภี าพ ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สงั เกตการมสี ว่ นรว่ มกับผอู้ นื่ 3. สงั เกตการณท์ ากิจกรรม สาเหตุการเกดิ ภยั ธรรมชาติ
ส่อื การเรียนรู้ 1. บัตรภาพการทาลายธรรมชาติ และบตั รภาพการดแู ลรกั ษาธรรมชาติ 2. วีดิทัศนเ์ กยี่ วกบั เหตกุ ารณต์ ดั ไมท้ าลายป่า 3. หนงั สอื เสริมฯ ธรรมชาตริ อบตวั อ.2 กิจกรรม สาเหตกุ ารเกดิ ภยั ธรรมชาติ หนา้ 29 ภาคผนวก บัตรภาพการทาลายธรรมชาติ และบตั รภาพการดแู ลรกั ษาธรรมชาติ
แนวทางการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั ภาคเรยี นที่...1... สำหรับเดก็ ทมี่ คี วามตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ ชว่ งอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรียนรู้ที.่ .3.. หนว่ ย ภยั ธรรมชาติท่ีควรรู้ วนั ที่ 5 ระวงั ภยั ธรรมชาติ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระทีค่ วรเรียนรู้ ภยั ธรรมชาติ คอื ภัยอันตรายตา่ งๆ ท่เี กิดขนึ้ ตามธรรมชาติ และมผี ลกระทบตอ่ ชวี ิตความเป็นอยู่ของ มนุษย์ เชน่ นา้ ท่วม นา้ ป่าไหลหลาก ภัยแลง้ ไฟไหมป้ ่า คล่นื สนึ ามิ แผ่นดินไหว เป็นตน้ เราจงึ ควรหม่นั สังเกตสภาพอากาศในแต่ละวนั และฟังข่าวพยากรณอ์ ากาศอยา่ งสมา่ เสมอเพอื่ เตรียมพรอ้ มป้องกันภยั ท่ี อาจเกิดขนึ้ ได้ สาระสาคญั ภยั ธรรมชาติทเ่ี กดิ ขนึ้ มหี ลายรูปแบบ เราจึงตอ้ งปฏิบัตติ นใหเ้ ท่าทันต่อภัยธรรมชาตแิ บบตา่ งๆ เชน่ เม่ือนา้ ท่วม เราตอ้ งรีบเกบ็ ของขนึ้ ทสี่ งู และเตรยี มเรือไวใ้ ชเ้ ป็นยานพาหนะ เป็นตน้ มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.2, 11.2 12.1,12.2 10.3 ประสบการณ์สาคัญ 1.2 มสี ุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รบั รู้และเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นิสัยทดี่ ี อย่างเหมาะสม ปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจำวัน (สภาพที่พึงประสงค์) (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) 9.2 แสดงออกและ/หรอื พูดเพ่อื ส่ือความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรสู้ ึกทีด่ ีตอ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) ปลอดภยั ของตนเอง และผอู้ นื่ และส่ิงแวดลอ้ ม 10.1 มีความสามารถในการคิดรวบยอด และผู้อ่นื (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 8.2 มีปฏิสมั พันธท์ ่ดี กี ับผูอ้ ื่น (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มคี วามสุขและ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) 10.2 มคี วามสามารถในการคิดเชิงเหตุผล 2.1 เคลอ่ื นไหว แสดงออกผ่านงานศิลปะดนตรี 8.3 ปฏิบตั ติ นเบือ้ งตน้ ใน (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ ร่างกายอยา่ ง และการเคลือ่ นไหว การเป็นสมาชิกทดี่ ขี องสังคม 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและ คลอ่ งแคลว่ ประสาน (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) (สภาพท่พี ึงประสงค์) ตดั สนิ ใจ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) สัมพนั ธแ์ ละทรงตวั 5.4 มคี วามรับผดิ ชอบ (สภาพที่ 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลอื่ นไหวตามจนิ ตนาการ พึงประสงค)์ อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทพี่ ึงประสงค)์
ได้(สภาพทพ่ี งึ 12.1 มีเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ การเรียนรู้ ประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 2.2 ใชม้ อื -ตา ประสานสัมพนั ธก์ ัน 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ (สภาพทพี่ ึงประสงค์) จดุ ประสงค์ 1. บอกวิธีการปฏิบัตติ นเมื่อเกิดภยั ธรรมชาตติ า่ งๆ ได้ 2. สง่ เสริมความเช่อื ม่นั ในตนเอง กลา้ แสดงออกอยา่ งเหมาะสม กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นา ครูใหเ้ ด็กดูบัตรภาพการเกดิ ภัยธรรมชาตติ ่างๆ ไดแ้ ก่ นา้ ทว่ ม ภยั หนาว แผน่ ดนิ ไหว และพายุ แลว้ สนทนา เก่ียวกับภาพร่วมกับเด็ก ขนั้ สอน 1. ครูใหเ้ ดก็ ออกมาแสดงความคดิ เหน็ วา่ หากประสบกับเหตุการณเ์ หล่านใี้ นภาพ เดก็ ๆ จะมีวิธกี ารปฏบิ ัติ ตนอย่างไร 2. ครูใหเ้ ด็กๆ ออกมาเล่าประสบการณเ์ ดมิ ของตนเองเกีย่ วกบั การประสบภยั ธรรมชาติ วา่ เด็กๆ ทาอย่างไร บา้ งเมอื่ ตอ้ งเจอกบั เหตุการณน์ ัน้ ๆ 3. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ วา่ การปฏิบตั ิตนเม่อื เกดิ ภัยธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ภยั แผน่ ดินไหว เราควรหาท่ีกาบงั หลบใตโ้ ตะ๊ ในที่ปลอดภัย ภัยหนาว เราตอ้ งสวมเสอื้ ผา้ หนาๆ ภัยนา้ ท่วม เราตอ้ งรบี เกบ็ ของขนึ้ ท่ีสงู และเตรียมเรอื สาหรบั เป็นพาหนะในการเดนิ ทาง ลมพายุ เราควรอยู่ในบา้ นปิดประตูหนา้ ต่างใหม้ ดิ ชดิ ขนั้ สรปุ 1. ครูและเด็กร่วมกันสรุปเก่ียวกบั การระวังภัยธรรมชาติ และการปฏบิ ัติตนพรอ้ มกันอกี ครง้ั 2. ครูใหเ้ ด็กทากจิ กรรมในหนงั สือเสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตัว อ.2 กจิ กรรม ระวงั ภยั ธรรมชาติ หนา้ 30 ฟังปรศิ นาคาทาย แลว้ เติมอกั ษรลงใน ทเี่ ป็นคาตอบ ประเมินผล 1. สังเกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สังเกตการมีสว่ นรว่ มกบั ผอู้ ่ืน 3. สงั เกตการณท์ ากิจกรรม ระวงั ภยั ธรรมชาติ
สือ่ การเรียนรู้ 1. บตั รภาพภัยธรรมชาติตา่ งๆ 2. หนังสอื เสรมิ ฯ ธรรมชาตริ อบตัว อ.2 กิจกรรม ระวงั ภยั ธรรมชาติ หนา้ 30 ภาคผนวก บัตรภาพภยั ธรรมชาตติ า่ งๆ
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ การเคลือ่ นไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระ มาตรฐานคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม สติปัญญา มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1 3.1, 3.2 4.1 8.1,8.2, 10.3 11.2 12.1 8.3 ประสบการณ์สาคัญ 1.2 มสี ขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 8.1 ยอมรบั ความเหมือน 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หาและ อนามัยสุขนิสยั ทีด่ ี อย่างเหมาะสม และความแตกต่างระหว่าง ตดั สนิ ใจ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) บุคคล 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคล่อื นไหวตามจนิ ตนาการ 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกที่ดีตอ่ ตนเอง (สภาพท่พี งึ ประสงค์) อย่างสร้างสรรค์(สภาพทพี่ งึ ประสงค์) ปลอดภัยของตนเอง และผูอ้ ื่น 8.2 มีปฏิสมั พันธท์ ด่ี กี บั ผู้อน่ื 12.1 มีเจตคตทิ ี่ดตี อ่ การเรียนรู้ และผู้อ่นื (สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ 8.3 ปฏิบัตติ นเบ้ืองตน้ ใน 2.1 เคลอื่ นไหว แสดงออกผ่านงานศิลปะดนตรี การเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม รา่ งกายอย่าง และการเคลื่อนไหว (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) คล่องแคลว่ ประสาน (สภาพที่พึงประสงค)์ สมั พันธแ์ ละทรงตวั ได้(สภาพทพ่ี ึง ประสงค)์ จดุ ประสงค์ 1. พฒั นาการใชก้ ลา้ มเนอื้ มดั ใหญ่ มดั เลก็ และตาใหส้ ัมพันธ์กนั 2. พัฒนาทกั ษะการเคลอื่ นไหวอย่างอสิ ระ 3. เพ่ือใหเ้ กิดความสนกุ สนานและผอ่ นคลายอารมณ์ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูใหเ้ ด็กเคลือ่ นไหวรา่ งกายอย่างอิสระโดยไมใ่ หช้ นกันตามจังหวะทค่ี รูกาหนด 2. ครูใหเ้ ด็กอาสาสมคั รออกมาเป็นผกู้ าหนดจังหวะ และใหเ้ พอ่ื นๆ เคลอ่ื นไหวร่างกายอย่างอสิ ระโดยไม่ใหช้ นกัน 3. เด็กและครูร่วมกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการเคลอ่ื นไหว โดยใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายอยา่ งอสิ ระไปรอบๆ หอ้ งเรยี น เมื่อไดย้ นิ สญั ญาณ ใหห้ ยดุ เคลอื่ นไหว รอฟังสญั ญาณจากครู
4. ครูเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ แลว้ ใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายอยา่ งอิสระไปรอบๆ หอ้ งเรยี นโดยไม่ใหช้ นกับเพ่อื น ครูใหส้ ัญญาณ ใหเ้ ด็กหยดุ เคลือ่ นไหวทนั ที และยืนนิ่งๆ 1-2 นาที จากนัน้ ครูให้สัญญาณ ใหเ้ ดก็ เริม่ เคลือ่ นไหวรา่ งกายอยา่ งอสิ ระไปรอบๆ หอ้ ง โดยปฏบิ ตั ิกิจกรรมซา้ อกี 1-2 ครง้ั แลว้ ใหเ้ ดก็ น่งั ลงพกั ในท่าท่ี สบาย ประเมินผล 1. สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนอื้ ใหญ่เล็กและตาใหส้ ัมพันธ์กัน 2. สงั เกตการเคล่ือนไหวอยา่ งอิสระ 3. สงั เกตความสนุกสนานและผอ่ นคลายอารมณ์ สื่อการเรยี นรู้ 2. เพลงบรรเลง 3. นกหวีด 1. เครอ่ื งเคาะจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ สาระที่ควรเรยี นรู้ การวาดภาพสนี า้ คล่ืนสึนามิ มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา มฐ.1 มฐ.2 มาตรฐานคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ มฐ.10 มฐ.11 1.3 2.2 10.3 11.1 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.12 12.1 3.1, 3.2 4.1 5.2,5.4 6.2,6.3 8.1,8.2, 9.1 8.3 ประสบการณส์ าคญั 1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี ินัยในตนเอง (สภาพ 9.1 รบั รแู้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ ปลอดภัยของตนเอง อย่างเหมาะสม ทีพ่ งึ ประสงค)์ (สภาพทพี่ ึงประสงค์) 6.3 ประหยัดและพอเพียง 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปญั หาและ และผอู้ นื่ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค)์ ตัดสินใจ (สภาพท่พี งึ ประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 3.2 มคี วามรู้สกึ ทด่ี ตี อ่ ตนเอง 8.1 ยอมรับความเหมือน 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการและ 2.2 ใช้มอื -ตา และผู้อืน่ ประสานสัมพันธก์ นั (สภาพที่พึงประสงค์) และความแตกตา่ งระหวา่ ง ความคิดสรา้ งสรรค์ (สภาพท่พี ึงประสงค์) 4.1 สนใจ มคี วามสุขและ บุคคล (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 12.1 มีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การเรยี นรู้ และการเคลอ่ื นไหว 8.2 มีปฏิสมั พนั ธท์ ด่ี กี ับผอู้ น่ื (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค์) (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 5.2 มคี วามเมตตากรณุ า มี 8.3 ปฏิบัติตนเบ้ืองตน้ ใน น้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน การเปน็ สมาชิกที่ดีของสังคม (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) 5.4 มีความรับผิดชอบ (สภาพที่ พงึ ประสงค์)
จดุ ประสงค์ 1. พัฒนาการกลา้ มเนอื้ มดั เลก็ และตาใหส้ ัมพันธ์กนั 2. การสรา้ งสรรคผ์ ลงานตามจินตนาการ 3. สามารถบอกเล่าเก่ียวกบั ผลงานของตนเองได้ กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูใหเ้ ดก็ น่งั เป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน แลว้ แจกอปุ กรณใ์ นการวาดภาพดว้ ยสีนา้ ใหเ้ ดก็ ทกุ กล่มุ 2. ครูสนทนาซกั ถามเดก็ ๆ เกยี่ วกบั ภัยธรรมชาติตา่ งๆ ทเ่ี ดก็ เคยเห็นทงั้ จากเหตกุ ารณจ์ รงิ และจากข่าวสารวา่ มอี ะไรบา้ ง เหตุการณแ์ ตล่ ะอยา่ งส่งผลเสียอยา่ งไร จากนัน้ ใหเ้ ด็กๆ วาดภาพดว้ ยสนี า้ เป็นเรอ่ื งราวเกี่ยวกบั การเกิดคล่ืนสนึ ามิ 3. เด็กบอกเลา่ ผลงานใหเ้ พื่อนฟงั และครูจดบนั ทกึ ลงบนผลงาน 4. เดก็ ๆ ชว่ ยกนั เกบ็ วัสดอุ ปุ กรณเ์ ขา้ ท่ี และทาความสะอาดโต๊ะกจิ กรรม ประเมินผล 1. สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนอื้ มัดเลก็ และตาใหส้ ัมพันธก์ นั 2. สงั เกตผลงาน 3. สงั เกตการบอกเล่าเก่ยี วกับผลงานของตนเอง สอื่ การเรียนรู้ 2. สีนา้ พกู่ ัน จานสี 3. แกว้ นา้ และผา้ กันเปือ้ น 1. กระดาษ A4 กิจกรรมเสรี สาระท่ีควรเรียนรู้ การเล่นตามมุมประสบการณ์ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กเลน่ อสิ ระตามมุมประสบการณห์ รอื ศูนยก์ ารเรียนทจ่ี ดั ไวใ้ น หอ้ งเรียน เช่น มุมบลอ็ ก มุมวิทยาศาสตรห์ รือมมุ ธรรมชาตศิ กึ ษา มมุ คณติ ศาสตร์ มุมบา้ น มุมหนงั สอื มมุ ศิลปะ มุมดนตรี มมุ บทบาทสมมติ เป็นตน้ มาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา มาตรฐานคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 10.3 11.2 12.1,12.2 มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 1.3 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.1,5.2, 6.2,6.3 7.2 8.1,8.2, 9.1 5.3 8.3 ประสบการณ์สาคัญ
1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี นิ ัยในตนเอง (สภาพ 9.1 รบั รแู้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ ปลอดภัยของตนเอง อย่างเหมาะสม ท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ และผอู้ ่ืน (สภาพที่พึงประสงค)์ 6.3 ประหยดั และพอเพยี ง 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแก้ปัญหาและ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) 3.2 มคี วามร้สู กึ ทดี่ ีตอ่ ตนเอง (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ ตดั สนิ ใจ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 2.2 ใช้มอื -ตา และผู้อ่ืน 7.2 ดูแลรักษาธรรมชาติ 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการ ประสานสัมพนั ธก์ นั (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ และส่ิงแวดลอ้ ม อยา่ งสร้างสรรค์(สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) 4.1 สนใจ มีความสุขและ 8.1 ยอมรบั ความเหมือน 12.1 มเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรยี นรู้ แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี และความแตกต่างระหว่าง (สภาพท่พี งึ ประสงค์) และการเคล่ือนไหว บุคคล 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ (สภาพท่ีพงึ ประสงค์) (สภาพทีพ่ งึ ประสงค)์ 5.1 ซือ่ สตั ย์สจุ ริต 8.2 มปี ฏสิ มั พนั ธท์ ี่ดกี บั ผู้อ่นื (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) 5.2 มคี วามเมตตากรณุ า มี 8.3 ปฏบิ ตั ิตนเบ้ืองตน้ ใน นำ้ ใจและชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั การเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสงั คม (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) 5.3 มคี วามเห็นอกเห็นใจผู้อน่ื (สภาพที่พึงประสงค์) จุดประสงค์ 2. มีทกั ษะทางดา้ นสังคมเลน่ ร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้ 1. ส่งเสรมิ พฒั นาการ 4 ดา้ นผา่ นการเล่น 3. ส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม มีความอดทน เออื้ เฟื้อ แบ่งปัน และรูจ้ กั การรอคอย กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. เด็กและครูร่วมกันทบทวนมมุ ประสบการณต์ ่างๆ ในหอ้ งเรยี น และใหค้ ดิ วางแผนการเลน่ ว่าจะเล่นอะไร ตามลาดับความสนใจของตนเอง 2. เด็กและครูร่วมกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการเล่น เชน่ - เด็กไมส่ ่งเสยี งดังขณะเล่น - เมื่อเลน่ เสร็จเก็บของเลน่ เขา้ ที่ - รูจ้ ักแบง่ ปันกนั เล่น - เล่นของเล่นอยา่ งทะนุถนอม ไมท่ าลายใหเ้ สยี หาย - รูจ้ ักขอบคุณเมอ่ื ครูชว่ ยเหลอื ขอบใจเมอื่ เพื่อนช่วยเหลอื และขอโทษเมอื่ ทาใหผ้ อู้ ื่นเจบ็ หรอื เดือดรอ้ น - เมอ่ื ไดย้ ินสญั ญาณหยุด (เคาะจงั หวะ 2 ครง้ั ) ใหเ้ ก็บของเล่นทนั ที และมาน่งั รวมกันทหี่ นา้ หอ้ ง 3. เด็กๆ เลอื กเลน่ ตามท่คี ดิ ไวอ้ ยา่ งอสิ ระ ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง และเมื่อไดย้ ินสัญญาณหยุดใหเ้ ก็บของเขา้ ท่ใี ห้ เรยี บรอ้ ย และมาน่งั รวมกนั ท่หี นา้ หอ้ ง 4. ครูใหเ้ ด็กอาสาสมัครออกมาบอกเล่าถึงสง่ิ ทีต่ นเองเล่น ความรูส้ ึก และปัญหาท่พี บ รวมถงึ วธิ ีแกป้ ัญหาอยา่ งไร ประเมินผล 1. สงั เกตพฒั นาการ 4 ดา้ น 2. สงั เกตการแสดงความเออื้ เฟื้อแบง่ ปัน และรูจ้ กั การรอคอย 3. สังเกตการเลน่ รว่ มกับผอู้ ืน่ สื่อการเรียนรู้
= 1. ของเล่นในมมุ ประสบการณต์ า่ งๆ 2. เคร่ืองเคาะจงั หวะ กิจกรรมกลางแจง้ สาระท่ีควรเรยี นรู้ การเลน่ ตกั นา้ ใส่ขวด เด็กไดฝ้ ึกทักษะการตวง การวัด ปรมิ าณนา้ ทตี่ กั ใส่ขวด คาดคะเนจากการใชภ้ าชนะ ตกั นา้ ใสข่ วดสงั เกต เปรยี บเทียบปริมาณนา้ มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา มฐ.1 มฐ.2 มาตรฐานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์ มฐ.10 มฐ.11 1.2, 1.3 2.1 10.3 11.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.12 12.1 3.1, 3.2 5.1,5.2, 6.1,6.2 7.2 8.1,8.2, 9.1 5.3 8.3 ประสบการณ์สาคญั 1.2 มีสุขภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ 9.1 รบั รแู้ ละเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามยั สุขนิสัยที่ดี อยา่ งเหมาะสม ปฏิบตั กิ จิ วตั รประจำวัน (สภาพท่พี ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) (สภาพทีพ่ ึงประสงค)์ 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและ 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สกึ ทด่ี ีตอ่ ตนเอง 6.2 มวี ินยั ในตนเอง (สภาพ ตดั สินใจ (สภาพท่ีพึงประสงค์) ปลอดภยั ของตนเอง และผ้อู ืน่ ที่พงึ ประสงค)์ 11.2 แสดงทา่ ทาง/เคลอ่ื นไหวตามจนิ ตนาการ และผอู้ ่นื (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) 7.2 ดูแลรกั ษาธรรมชาติ อย่างสร้างสรรค์(สภาพที่พึงประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค)์ 5.1 ซือ่ สัตยส์ จุ ริต และสิ่งแวดล้อม 12.1 มเี จตคติท่ีดตี อ่ การเรียนรู้ 2.1 เคลือ่ นไหว (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) 8.1 ยอมรบั ความเหมือน (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ ร่างกายอยา่ ง 5.2 มคี วามเมตตากรณุ า มี และความแตกต่างระหว่าง คล่องแคลว่ ประสาน น้ำใจและช่วยเหลอื แบง่ ปัน บุคคล สมั พันธแ์ ละทรงตัว (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพที่พงึ ประสงค)์ ได้(สภาพทพ่ี งึ 5.3 มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู นื่ 8.2 มปี ฏิสัมพันธท์ ด่ี กี ับผอู้ ่ืน ประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 8.3 ปฏบิ ัติตนเบื้องตน้ ใน การเปน็ สมาชิกท่ดี ีของสังคม (สภาพท่พี ึงประสงค)์ จดุ ประสงค์ 2. พัฒนาทักษะการเลน่ กับกบั ผอู้ นื่ 1. พัฒนาทักษะการเคลอ่ื นไหวและการทรงตัว 3. สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีความอดทน เออื้ เฟื้อ แบ่งปัน และรูจ้ กั การรอคอย 4. การปลูกฝังทศั นคติท่ดี ใี นการออกกาลังกาย
กิจกรรมการเรียนรู้ 1. เด็กและครูร่วมกันอบอ่นุ รา่ งกายดว้ ยการออกกายบริหารในการเคลอ่ื นไหวอยู่กับที่ 2. ครูแนะนาการเลน่ ตักนา้ ใสข่ วดอยา่ งถูกวิธี และปลอดภัยให้เด็กฟังพรอ้ มสาธติ ใหด้ ู แลว้ ร่วมกนั สรา้ ง ขอ้ ตกลงในการเล่นตักนา้ ใส่ขวด เชน่ - ตักนา้ อยา่ งระมัดระวงั - เขา้ แถวรอคอยเลน่ ต่อจากเพือ่ น - รูจ้ กั แบ่งปันกันเล่น - เลน่ รว่ มกนั ไม่ทะเลาะกนั - รูจ้ ักขอบคณุ เมือ่ ครูชว่ ยเหลือ ขอบใจเมอ่ื เพ่ือนช่วยเหลอื และขอโทษเมื่อทาใหผ้ อู้ ื่นเจบ็ หรอื เดือดรอ้ น - เม่อื ไดย้ นิ เสยี งนกหวีดใหห้ ยุดเลน่ ทนั ที เตรียมเขา้ แถวที่หนา้ สนามเด็กเล่น 3. ครูใหเ้ ดก็ คดิ วางแผนการเล่นตกั นา้ ใสข่ วดอย่างถกู วิธี และปลอดภัย จากนั้นใหเ้ ดก็ เลน่ ตามทค่ี ิดวางแผนไว้ อยา่ งอิสระ ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง และเมอ่ื ไดย้ นิ เสียงนกหวดี ใหห้ ยุดเล่น แลว้ มาเขา้ แถวท่หี นา้ สนามเดก็ เล่น 4. ครูใหเ้ ดก็ อาสาสมัครออกมาบอกเล่าถงึ ส่ิงทีต่ นเองเล่น ความรู้สึก และปัญหาท่พี บ รวมถงึ วธิ ีแกป้ ัญหาอยา่ งไร ประเมินผล 1. สังเกตการเคลอื่ นไหวและการทรงตัว 2. สงั เกตการเล่นร่วมกับผอู้ น่ื 3. สงั เกตการแสดงความอดทน เออื้ เฟื้อ แบ่งปัน และรูจ้ ักรอคอย 4. สงั เกตทัศนคตทิ ดี่ ใี นการออกกาลังกาย สอ่ื การเรียนรู้ 1. ขวดนา้ 2. นา้ 3. กรวยตักนา้ กิจกรรมเกมการศึกษา สาระทค่ี วรเรยี นรู้ การเลน่ เกม ภาพตดั ตอ่ นา้ ทว่ ม มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา มาตรฐานคณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.3 2.2 3.1, 3.2 5.1,5.2, 6.2,6.3 7.2 8.1,8.2, 9.1,9.2 10.1,10.3 12.1 5.3 8.3 ประสบการณ์สาคัญ 1.3 รกั ษาความ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.2 มวี ินัยในตนเอง (สภาพ 9.1 รบั รู้และเขา้ ใจความหมายของภาษาได้ ปลอดภัยของตนเอง อย่างเหมาะสม ที่พงึ ประสงค์) (สภาพทพ่ี งึ ประสงค)์ 6.3 ประหยัดและพอเพยี ง 9.2 แสดงออกและ/หรือพูดเพื่อสื่อ และผ้อู นื่ (สภาพทพี่ งึ ประสงค์) (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ ความหมายได้ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ 3.2 มคี วามรู้สึกที่ดตี อ่ ตนเอง 7.2 ดูแลรกั ษาธรรมชาติ 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด 2.2 ใช้มอื -ตา และผู้อ่นื และส่ิงแวดลอ้ ม (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) ประสานสัมพันธก์ นั (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) (สภาพทพี่ ึงประสงค์) 5.1 ซ่ือสตั ย์สจุ ริต
(สภาพทพี่ ึงประสงค)์ 8.1 ยอมรับความเหมือน 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปญั หาและ 5.2 มคี วามเมตตากรณุ า มี และความแตกตา่ งระหว่าง ตดั สินใจ (สภาพท่ีพงึ ประสงค)์ น้ำใจและชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน บุคคล 12.1 มเี จตคติท่ดี ตี อ่ การเรียนรู้ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) (สภาพที่พงึ ประสงค์) 5.3 มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ่ืน 8.2 มปี ฏิสมั พันธ์ท่ดี กี บั ผู้อ่นื (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ (สภาพทพ่ี ึงประสงค์) 8.3 ปฏิบัติตนเบอ้ื งต้นใน การเปน็ สมาชิกทีด่ ขี องสังคม (สภาพท่พี ึงประสงค์) จดุ ประสงค์ 1. พัฒนากลา้ มเนอื้ มดั เล็กและตาใหป้ ระสานสัมพันธ์กัน 2. ฝึกทกั ษะกระบวนการแกไ้ ขปัญหาได้ 3. พฒั นาทกั ษะทางสตปิ ัญญา เชน่ การสงั เกต การเปรยี บเทียบ ความรูค้ วามเขา้ ใจในเรื่องตา่ งๆ 4. ส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม มีความอดทน เออื้ เฟื้อ แบง่ ปัน และรูจ้ กั การรอคอย กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูแนะนาเกม ภาพตดั ตอ่ นา้ ท่วม และสาธติ วธิ ีการเลน่ ใหเ้ ด็กดู พรอ้ มใหเ้ ดก็ มีส่วนร่วมดว้ ย 2. ครูทบทวนเกมเก่าท่ีเคยเลน่ มาแลว้ และรว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการเล่น เชน่ - ไม่สง่ เสียงดงั ขณะเล่น - รูจ้ กั แบง่ ปันกันเลน่ - เล่นอยา่ งทะนุถนอม ไม่ทาลายใหเ้ สียหาย - รูจ้ ักขอบคุณเมื่อครูช่วยเหลือ ขอบใจเมอื่ เพือ่ นช่วยเหลือ และขอโทษเมอื่ ทาใหผ้ อู้ ื่นเจ็บหรอื เดือดรอ้ น - เมอื่ ไดย้ ินสัญญาณหยุด (เคาะจังหวะ 2 ครงั้ ) ใหเ้ กบ็ เกมเขา้ ท่ี และมาน่งั รวมกนั ทีห่ นา้ หอ้ ง 3. ครูแบง่ เด็กเป็นกลุ่มยอ่ ย กลุ่มละ 4 คน ใหก้ ลุ่มแรกเลน่ เกม ภาพตดั ตอ่ น้าท่วม กลุ่มทีเ่ หลือเลน่ เกมทเ่ี คยเล่น มาแลว้ เม่ือเลน่ เสร็จใหห้ มุนเวยี นกนั เล่นจนครบทุกเกม เมื่อไดย้ นิ สญั ญาณหยุดใหเ้ ก็บเกมเขา้ ทีใ่ ห้ เรียบรอ้ ย และมาน่งั รวมกันที่หนา้ หอ้ ง 4. ครูใหเ้ ด็กอาสาสมัครออกมาบอกเล่าถึงเกมทีต่ นเองเลน่ ความรูส้ กึ และปัญหาทพี่ บ รวมถึงวิธีแกป้ ัญหาอย่างไร ประเมินผล 2. สังเกตกระบวนการแกไ้ ขปัญหา 1. สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนอื้ มัดเล็กและตาใหป้ ระสานสัมพนั ธ์กนั 3. สังเกตทกั ษะทางสติปัญญา เช่น การสังเกต การเปรียบเทียบ ความรูค้ วามเขา้ ใจในเรื่องต่างๆ 4. สงั เกตการแสดงความเออื้ เฟื้อแบง่ ปัน และรูจ้ ักการรอคอย สื่อการเรียนรู้ 2. เกมเกา่ ที่เคยเลน่ มาแลว้ 1. เกม ภาพตดั ต่อนา้ ทว่ ม 3. เคร่ืองเคาะจังหวะ
ภาคผนวก เกม ภาพตดั ตอ่ น้าทว่ ม
ผงั มโนทศั น์ 20 16 หน่วย 17 ของเล่น ของใชห้ ลายวสั ดุ หน่วย หน่วย วิทยาศาสตร์ สาระที่ 4 เดินทางแสนสนุก รอบตวั ส่ิงตา่ งๆ รอบตวั เดก็ 19 หน่วย 18 หน่วย เทคโนโลยเี พอ่ื การส่ือสาร พลงั งานรอบตวั
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ของเลน่ ของใชร้ อบตวั เรา อาจทามาจากวัสดุชนดิ เดียวกันหรอื ต่างชนิดกนั เชน่ ไม้ พลาสตกิ ผา้ กระดาษ แกว้ ตามลักษณะการใชง้ านของสงิ่ ของแตล่ ะชนิด เราควรเลน่ ของเลน่ และใชข้ องใชอ้ ย่างถูกวิธี เพอ่ื ความปลอดภยั และชว่ ยใหเ้ รามีสิง่ ของไวเ้ ล่นไวใ้ ชไ้ ดน้ านๆ ส่ิงที่เดก็ รูแ้ ล้ว สง่ิ ทเ่ี ด็กตอ้ งการรู้ สิ่งทเ่ี ด็กควรรู้ - ของเลน่ หลายวัสดุ - ของใชห้ ลากหลายชนิด - ของเลน่ ของใชใ้ ชง้ านตา่ งกนั - ประโยชนจ์ ากของเล่น ของใช้ - เลน่ ของเลน่ และใชข้ องใชใ้ ห้ ปลอดภยั การจดั ประสบการณ์บูรณาการ กจิ กรรมเกมการศกึ ษา กิจกรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ กจิ กรรมสร้างสรรค์ 1. การประดษิ ฐส์ ายรดั ขอ้ มอื 1. เกมจดั ประเภทของเลน่ ของใช้ 1. การเคลอื่ นไหวรา่ งกายประกอบเพลง 2. การวาดตอ่ เติมภาพโดยใช้รปู เรขาคณิต 2. เกมจบั คภู่ าพเหมอื น ของเลน่ 3. การปั้นดนิ นา้ มัน 3. เกมภาพตัดต่อเด็กเลน่ ของเลน่ 4. การฝนสีเป็นภาพเหรียญลงบนภาพ 4. เกมพนื้ ฐานการบวก 2. การเคล่ือนไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระ 5. เกมลอตโตภาพเดก็ เล่นของเล่น 3. การเคลื่อนไหวร่างกายตามคาสั่ง กระปุกออมสนิ 4. การเคล่ือนไหวรา่ งกายพรอ้ มอุปกรณ์ 5. การวาดภาพของขวัญ และตัดปะติด 5. การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามคาบรรยาย ตกแต่งภาพ กิจกรรมกลางแจง้ กิจกรรมหลกั 6 กิจกรรม กิจกรรมเสรี 1. การเล่นเคร่ืองเลน่ สนาม 1. เลน่ ตามมมุ ประสบการณ์ 2. การเลน่ ทราย กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 2. ครูจัดมมุ ของเลน่ แสนรักเพมิ่ เตมิ 3. การเล่นเครื่องเลน่ สนาม 1. กิจกรรม “จำแนกของเลน่ ” 4. การเล่นตกั นา้ ใส่ขวด 2. กิจกรรม “ของใชห้ ลำยรูปทรง” โดยใหเ้ ดก็ นาของเล่นของตนเองท่ีเลน่ 5. การเล่นเครอ่ื งเลน่ สนาม 3. กิจกรรม “นบั ของเลน่ ของใช”้ ทบ่ี า้ นมาจัดมุมของเล่น แล้วใหเ้ ดก็ 4. กิจกรรม “หนูคนเก่ง รูเ้ ล่น รูใ้ ช”้ แบง่ ปันกันเล่น 5. กิจกรรม “เล่นปลอดภยั ใช้ปลอดภัย”
แนวทางการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย ภาคเรยี นที่...1... สำหรับเดก็ ท่ีมคี วามตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ ชว่ งอายุ .....4-5...... ปี สาระการเรยี นรูท้ .ี่ .4. หน่วย ของเล่น ของใช้หลายวสั ดุ วนั ท่ี 1 ของเล่นหลายวสั ดุ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระที่ควรเรียนรู้ ของเลน่ ของใชร้ อบตวั เรา อาจทามาจากวสั ดชุ นิดเดยี วกันหรอื ตา่ งชนดิ กนั เชน่ ไม้ พลาสตกิ ผา้ กระดาษ แกว้ ตามลักษณะการใชง้ านของส่ิงของแตล่ ะชนดิ เราควรเลน่ ของเลน่ และใชข้ องใชอ้ ย่างถูกวิธี เพือ่ ความ ปลอดภัย และช่วยใหเ้ รามสี ่ิงของไวเ้ ลน่ ไวใ้ ชไ้ ดน้ านๆ สาระสาคญั เด็กไดเ้ รียนรูเ้ กย่ี วกบั วสั ดทุ แ่ี ตกตา่ งกนั ของของเล่นทีท่ ามาจากไม้ ผา้ พลาสติก และสามารถจัดประเภท ของเล่นไดจ้ ากความแตกตา่ งของวัสดุที่นามาใชท้ าของเล่น มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ / ประสบการณ์สาคญั รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม สติปัญญา มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ มฐ.1 มฐ.2 มฐ.3 มฐ.4 มฐ.5 มฐ.6 มฐ.7 มฐ.8 มฐ.9 มฐ.10 มฐ.11 มฐ.12 1.2, 1.3 2.1, 2.2 3.1, 3.2 4.1 5.4 6.1 7.2 8.2, 8.3 9.1,9.2 10.1,10.3 11.1,11.2 12.1,12.2 ประสบการณ์สาคญั 1.2 มีสขุ ภาพ 3.1 แสดงออกทางอารมณไ์ ด้ 6.1 ชว่ ยเหลือตนเองในการ 9.1 รบั รู้และเข้าใจความหมายของภาษาได้ อนามัยสขุ นิสัยทดี่ ี อยา่ งเหมาะสม ปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจำวนั (สภาพทพี่ ึงประสงค์) (สภาพท่ีพึงประสงค์) (สภาพทพี่ ึงประสงค)์ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ 9.2 แสดงออกและ/หรือพูดเพื่อสอื่ ความหมาย 1.3 รกั ษาความ 3.2 มคี วามรู้สึกทด่ี ตี อ่ ตนเอง 7.2 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ได้ (สภาพท่พี ึงประสงค)์ ปลอดภยั ของตนเอง และผู้อ่นื และส่ิงแวดลอ้ ม 10.1 มีความสามารถในการคิดรวบยอด และผูอ้ ืน่ (สภาพทพี่ งึ ประสงค)์ 8.2 มปี ฏสิ มั พนั ธท์ ี่ดกี ับผ้อู ืน่ (สภาพทีพ่ งึ ประสงค์) (สภาพที่พึงประสงค์) 4.1 สนใจ มคี วามสขุ และ (สภาพท่ีพึงประสงค)์ 10.3 มคี วามสามารถในการคิดแกป้ ญั หาและ 2.1 เคลอื่ นไหว แสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี 8.3 ปฏบิ ตั ติ นเบอ้ื งต้นใน ตดั สินใจ (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ รา่ งกายอย่าง และการเคลื่อนไหว การเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสงั คม 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการและความคดิ คลอ่ งแคล่วประสาน (สภาพท่พี งึ ประสงค)์ (สภาพทพ่ี งึ ประสงค์) สร้างสรรค์ สัมพันธ์และทรงตวั 5.4 มคี วามรบั ผดิ ชอบ (สภาพที่ (สภาพที่พึงประสงค์) ได้(สภาพทพี่ งึ พึงประสงค์) 11.2 แสดงท่าทาง/เคลือ่ นไหวตามจินตนาการ ประสงค์) อย่างสร้างสรรค์(สภาพทพ่ี ึงประสงค)์ 2.2 ใชม้ อื -ตา 12.1 มเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรียนรู้ ประสานสมั พันธก์ นั (สภาพท่ีพึงประสงค)์ (สภาพทีพ่ ึงประสงค์) 12.2 มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ (สภาพทพี่ งึ ประสงค์)
จุดประสงค์ 1. บอกประเภทของวัสดทุ ีน่ ามาใชท้ าของเลน่ ได้ 2. พฒั นาทักษะการสงั เกตและจาแนกส่ิงต่างๆ จากการจาแนกประเภทของวัสดุที่ทาของเล่นได้ 3. พัฒนากลา้ มเนอื้ มอื และตาใหป้ ระสานสมั พนั ธก์ ันดว้ ยการเขยี น กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นา ครูนาตุ๊กตาผา้ ไมบ้ ล็อก เลโกพ้ ลาสตกิ มาใหเ้ ดก็ สงั เกต สัมผสั แลว้ รว่ มสนทนาเกี่ยวกับชอ่ื ของเล่น แต่ละชนดิ และวสั ดุท่นี ามาใชท้ าของเล่น โดยถามคาถาม ดงั นี้ เดก็ ๆ รูจ้ กั วสั ดุทีน่ ามาทาของเล่นหรอื ไม่ ถา้ รูข้ องเลน่ นที้ ามาจากอะไร เด็กๆ รูจ้ ักของเลน่ ทีท่ ามาจากวสั ดอุ นื่ ๆ อีกหรือไม่ และมีลกั ษณะอย่างไร ขนั้ สอน 1. ครูนาของเล่นชนดิ ต่างๆ ทที่ ามาจากไม้ ผา้ และพลาสตกิ มาใสก่ ล่องปรศิ นา ใหเ้ ด็กหยบิ ไวค้ นละ 1 ชนิ้ แลว้ สังเกตสงิ่ ท่ตี นเองหยิบได้ และผลัดกันออกมานาเสนอผลการสงั เกตจนครบทุกคน 2. ครูใหเ้ ด็กแตล่ ะคนนาเสนอของเลน่ จากการสังเกตตามลาดบั ดงั นี้ ชื่อของเลน่ วธิ ีการเล่น ของเลน่ ชนิดนที้ ามาจากวัสดอุ ะไร 3. ครูใหเ้ ดก็ รว่ มกนั จัดกลุม่ ประเภทวัสดุท่นี ามาใชท้ าของเล่น แลว้ ร่วมกันสรุป 4. ครูใหค้ วามรูเ้ พ่มิ เตมิ เกีย่ วกบั วสั ดุทีน่ ามาทาเป็นของเล่นแตล่ ะชนดิ ส่วนใหญ่จะมคี วามทนทานต่อการ ใชง้ าน นา้ หนักเบา ไม่แตกหกั งา่ ย หรือเป็นอนั ตรายกับเดก็ เช่น ผา้ ไม้ พลาสติก เป็นตน้ 5. ครูใหเ้ ด็กเรียนรูค้ าศพั ทช์ ่ือวัสดทุ นี่ ามาใชท้ าของเลน่ และฝึกออกเสียงคาศัพทใ์ หถ้ กู ตอ้ ง เช่น ผ้า cotton ไม้ wood พลาสติก plastic ขนั้ สรปุ 1. ครูใหเ้ ด็กสงั เกตภาพและทากิจกรรมในหนังสือเสริมฯ สง่ิ ต่างๆ รอบตวั เดก็ อ.2 กิจกรรม จำแนกของเล่น หนำ้ 3 สนทนาเกยี่ วกบั ภาพของเลน่ ชนดิ ตา่ งๆ และวัสดุท่ีทาของเล่น แลว้ เขยี นพยญั ชนะเพอ่ื จัดประเภท ของเล่นทีท่ าจากไม้ ทาจากผา้ และทาจากพลาสติก ใหถ้ กู ตอ้ ง 2. ครูใหเ้ ดก็ เตรยี มของใชข้ องตนเอง พรอ้ มเขียนชื่อตดิ ไวท้ ี่ของเล่น แลว้ นามารว่ มกิจกรรมในวันถัดไป ประเมินผล 1. สังเกตการบอกประเภทของวัสดทุ ่ีนามาทาของเลน่ 2. สงั เกตการจัดกลุม่ ประเภทของเล่นตามที่กาหนด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 705
Pages: