Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องเต็ม การประชุมวิชาการชมรม คปว. อพ.สธ. ครั้งที่ ๙

เรื่องเต็ม การประชุมวิชาการชมรม คปว. อพ.สธ. ครั้งที่ ๙

Description: การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ ๙ ณ ห้องประชุมวิชาการ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ๒ ธันวาคม ๒๕๖๒

Keywords: คปว.อพ.สธ.,หนองระเวียง,นครราชสีมา

Search

Read the Text Version

238 สรปุ ผลการทดลอง Brummitt, R.K. and C.E.Powell. 1992. Authors of Plant การสาํ รวจความหลายหลายของกลว ยไมป า ในพ้ืนท่ีปก Names. Royal Botanic Gardens, Kew. ปกทรัพยากร เข่ือนจุฬาภรณ ในป 2560 พบกลวยไมปา 57 Chamchumroon, V. , Suphuntee, N. , Tetsana, N. , ชนิด เปนกลวยไมอิงอาศัย 54 ชนิด กลวยไมดิน 3 ชนิด Poopath, M. and Tanikool, S. 2017. Threatened กลวยไมสกุลหวาย (Dendrobium) เปนสกุลท่ีพบมากที่สุด Plants in Thailand. Omega Printing, Bangkok. กลวยไมที่สํารวจพบ เปนพืชท่ีมีความเสี่ยงตอการสูญพันธุ รวม 3 ชนิด เปนพืชใกลสูญพันธุ 1 ชนิด และพืชหายาก 2 Seidenfaden, G. 1978. Orchid genera in Thailand ชนดิ แสดงถึงความอคุ มสมบรู ณข องพน้ื ท่ีเข่ือนจฬุ าภรณ 7. Obironia Lindl. and Malaxis Sol. ex คําขอบคุณ Sw. Densk Botanisk Arkiv 33(1): 1-94. . 1986. Orchid genera in Thailand 13. ขอขอบคณุ มหาวิทยาลยั ขอนแกน สําหรับการสนับสนนุ Thirty-three epidendroid genera. Opera ทุนวิจัย โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ สําหรับคําแนะนํา Botanica 89: 1-216. และเปนที่ปรึกษางานวิจัย และการไฟฟาฝายผลิตแหง . 1988. Orchid genera in Thailand 14. ประเทศไทย ท่ีไดสนับสนุนท่ีพัก อาหาร และการอํานวย Fifty-nine vandoid genera. Opera Botanica 95: ความสะดวก ในชวงเวลาทดี่ ําเนินงานวิจัยในพื้นที่ 1-398. เอกสารอางองิ . 1995. Contribution to the orchid flora กติ ติ กรีตยิ ุตานนท และ นฤมล กฤษณชาญดี. 2550. กลว ยไม of Thailand XII. Opera Botanica 124: 1-90. . 1997. Contribution to the orchid flora เขตรกั ษาพันธุสตั วปาภเู ขยี ว. ดา นสุทธาการพิมพ. of Thailand XIII. Olsen & Olsen. Frederborg. กรงุ เทพฯ. ฐติ พิ ร พทิ ยาวธุ วนิ จิ ,วไิ ลลักษณ ชินะจติ ร,อํานวย คําตื้อ Seidenfaden, G. and Petersen, H.Æ. 2003 ,พัฒนาภรณ วงษทรงยศ,สมยศ บุญญสมภพ และ Contribution to the orchid flora of Thailand สํารวย พลเรือง. 2552. การสํารวจกลว ยไมป า ในพืน้ ที่ XIV. Nordic Journal of Botany 22(5): 525-534. โครงการอนุรักษพ นั ธุกรรมพชื อนั เนือ่ งมาจาก พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรม ราชกุมารี เขื่อนจฬุ าภรณ จ.ชยั ภมู .ิ เอกสารประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏิบัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 4 ” ทรพั ยากรไทย : ผนั สวู ิถีใหมใ นฐานไทย ” 20 -23 ตลุ าคม 2552, สวนสตั วเปดเขาเขยี ว อ.ศรีราชา จ. ชลบุรี. หนา 351 – 356. สันติ วฒั ฐานะ. 2556. นเิ วศวิทยาเพื่อการฟน ฟูประชากร กลว ยไมอ ิงอาศัยในถน่ิ อาศยั ธรรมชาต.ิ การประชมุ วิชาการและนาํ เสนอผลงานวิชาการเครือขายงานวจิ ยั นิเวศวิทยาปาไมใ นประเทศไทย ครง้ั ที่ 2 24-26 มกราคม 2556, มหาวิทยาลยั แมโ จ จ.เชยี งใหม หนา 304 – 311. อบฉันท ไทยทอง และชุมพล คุณวาส.ี 2543. สกลุ กลวยไม ไทย ลาว กมั พูชา และเวียดนาม. ภาควชิ าพฤกษศาสตร คณะวทิ ยาศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย. แปล จาก A. Schuiteman and E. de Vogel. Orchid Genera of Thailand, Laos, Cambodia and Vietnam. National Herbarium Nederland Universiteit Leiden Branch, Netherlans. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

239 พรรณไมน ํ้าในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรุ ี AQUATIC PLANTS IN PHETHCHARAWANALAI BOTANIC GARDEN PHETCHABURI RAJABHAT UNIVERSITY บุญสนอง ชวยแกว*, วุฒชิ ัย ฤทธิ, ญาณพัฒน พรมประสทิ ธ,์ิ สุมติ านนั ท จันทะบรุ ,ี ไกรฤกษ ทวีเช้ือ, ประดพิ นั ธ ทองแถม ณ อยุธยา, กรรณกิ าร ไทรงาม และ ปริศนา พนั ธงาม Boonsanong Chourykaew*, Wuttichai Ritti, Yanaphat Promprasit, Sumitahnun Chunthaburee, Krailerk Taweechue, Pradipunt Thongtam na Ayudhaya, Kannikar Saingam and Prisana Phanngam หนว ยวิจยั ชีววทิ ยาพชื คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี เพชรบุรี 76000 Plant Biology Research Unit, Faculty of Science and Technology, Phetchaburi Rajabhat University, Phetchaburi 76000 บทคัดยอ สวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย มีพนื้ ที่สวนใหญปกคลุมไปดวยพรรณไมนานาชนดิ การวจิ ัยนม้ี วี ัตถุประสงคเพอื่ ศึกษาพรรณไม นํ้าในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย พบพรรณไมนํ้า 54 ชนิด 38 สกุล 23 วงศ สวนใหญพบวงศละ 1 ถึง 2 ชนิด ยกเวนวงศ Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equisetaceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperaceae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมนํ้าชนิดเดน คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata (L.) H. Hara) และ แหน แดง (Azolla caroliniana Willd.) จากพรรณไมนํ้าท้ังหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum J. Schulze) มีสถานภาพ ใกลส ญู พนั ธุ ไดเ ขียนคําบรรยายพรรณไมแตล ะชนดิ ในดา นชอื่ วงศ ช่ือวทิ ยาศาสตร ชือ่ พ้ืนเมอื ง และนเิ วศวิทยา Abstract Phetcharawanalai Botanic Garden harbors diverse groups of plants. The purpose of this study was to investigate aquatic plants in Phetcharawanalai Botanic Garden. In total, 54 species 38 genera, in 23 families were found. Most families represented only 1 or 2 species except Nymphaeaceae (7 species) Araceae (6 species) Equisetaceae (4 species) Acanthaceae Alismataceae Cyperaceae and Menyanthaceae (3 species). The important aquatic plants were Pistia stratiotes L., Echinodorus cordifolius (L.) Griseb., Eichhornia crassipes (Mart.) Solms, Persicaria barbata (L.) H. Hara and Azolla caroliniana Willd. Among the species collected, Crinum thaianum J. Schulze is near endangered species. Each plant species, family name, scientific name together with local name and ecology were described. คําสาํ คัญ: พรรณไมน ํ้า, สวนพฤกษศาสตรเ พชรวนาลยั Keywords: aquatic plant, Phetcharawanalai Botanic Garden *ตดิ ตอ นกั วจิ ัย: บุญสนอง ชว ยแกว (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Boonsanong Chourykaew (E-mail: [email protected]) บทนํา ระบบนิเวศแหลงนํ้า เปนผูผลิต เปนท่ีอยูอาศัยของส่ิงมีชีวิต พรรณไมน้ํา (aquatic plant หรือ hydrophyte) คือ ในพื้นที่ชุมน้ํา หรืออยูใกลแหลงน้ํา เปนที่หลบภัย เปนท่ี สืบพันธุของสัตว ชวยเพ่ิมออกซิเจนใหแหลงน้ํา ชวยกรอง พืชที่เจริญเติบโตในน้ํา อาจลอยท่ีผิวนํ้า อยูใตผิวน้ํา โผล และดูดซบั สารพษิ หมนุ เวียนธาตุอาหาร ปอ งกันดนิ พังทลาย เหนือนํ้า อยูตามชายน้ํา ริมตล่ิง หรือคูคลอง พืชท่ีอยูตามท่ี และใหป ระโยชนแกค นเราเปน อาหาร ยา และใชใ นประเพณี นํ้าขัง รวมถึงพืชท่ีข้ึนในนํ้าระยะหน่ึงในชวงชีวิต พืชที่เมล็ด พิธีกรรม (เพ็ชรรัตน เวฬุคามกุล และลออ อัมพรพรรดิ์, งอกในนํ้า หรืองอกในดินใตน ้ํา แลวเจริญอยูใ นนํ้าระยะเวลา 2556) อยางไรก็ตาม พืชนํ้าหลายชนิด เปนวัชพืชท่ีสราง หนึ่ง (สุชาดา ศรเี พ็ญ, 2542) พรรณไมน ้ํามีบทบาทสาํ คัญใน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

240 ความเสียหายตอสิ่งแวดลอม เนื่องจากการเพิ่มจํานวนอยาง (L.) Engl.) เขตพุทธมณฑล พบพรรณไมน ํา้ จากการเพาะปลกู รวดเร็ว ทําใหกระทบตอการประมง การคมนาคม และการ เชน ผักกระเฉด (Neptunia oleracea Lour.) และเตยหอม ระบายน้ํา ส้ินเปลืองงบประมาณในการกําจัด (ยุพา วรยศ, ( Pandanus amaryllifolius Roxb.) ส ว น พ ร ร ณ ไ ม น้ํ า 2534) ไดมีการจําแนกพืชน้ําออกหลายกลุม คือ พืชที่แฉะ ธรรมชาติพบหญา (Poaceae) และ ผกั ตบชวา (Eichhornia (helophyte) และพืชน้ํา (hydrophyte) ในกลุมพืชน้ํานั้น crassipes (C. Mart.) Solms) (สทิ ธิ กุหลาบทอง และสาวกิ า แบงออกเปน พืชจมน้ํา (submerged) และพืชโผลเหนือนํ้า กัลปพฤกษ, 2553ข) การศึกษาพรรณไมนํ้าในจังหวัด (emergent) (Cook, 1996) การจัดจําแนกตามแหลงน้ํา นครศรธี รรมราช พทั ลงุ สงขลา และสตูล พบพรรณไมน ้ํา 48 เปนพรรณไมนา้ํ ในแหลง นํ้าจดื (limnophyte) และพรรณไม วงศ 92 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ผัก น้ําในแหลงน้ํากรอย หรือน้ําเค็ม (halophyte) พรรณไมน้ํา เปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) หญาใบ บางชนิดขึ้นไดทั้งในนํ้าจืด และนํ้ากรอย เชน ปรงทะเล คม (Cyperus compactus Retz.) และผักปราบใบแคบ จําแนกตามระบบนิเวศเปน พรรณไมใตนํ้า (submerged (Commelina diffusa Burm. f.) ( พ ง ศ เ ช ฏ ฐ พิ ชิ ต กุ ล , plant) พรรณไมโผลเหนือนํ้า (emerged plant) พรรณไม 2554) การศึกษาพรรณไมน้ําในจังหวัดพะเยา แพร นาน ลอยน้ํา (floating plant) พรรณไมชายน้ํา (marginal และอุตรดิตถ พบพรรณไมน้ํา 23 วงศ 51 ชนิด สวนใหญ plant) การจําแนกพรรณไมน้ําตามแหลงท่ีอยู แตกตางกัน เปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ (Mimosa ชัดเจน ยกเวนพรรณไมโผลเหนือน้ําและพรรณไมชายน้ํา pigra L.) ผั ก เ ป ด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex นอกจาก พรรณไมบางชนิด เจริญไดท้ังบนบกและในน้ํา DC.) แ ล ะ เ ที ย น น า (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) (สุชาดา ศรีเพ็ญ, 2542) มีการสํารวจพรรณไมนํ้าในหลาย Exell.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2555) การศึกษาพรรณไมน้ํา บริเวณ พงศเชฏฐ พิชิตกุล (2551) สํารวจพรรณไมนํ้าใน อุทยานหนองหารเฉลิมพระเกียรติ พบพรรณไมนํ้า 29 ชนิด จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ พบพรรณไมน้ํา 41 พรรณไมน้ําท่ีพบมาก ไดแก เทปยักษ (Vallisneria gigant- วงศ 65 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ผัก ea Graebn.) บวั บา(Nymphoides indica (L.) O.Kuntze.) เปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) ผักไผน้ํา และสาหรา ยขาวเหนยี ว (Utricularia aurea Lour.) (ทศั นยี  (Persicaria hydropiper (L.) Delarbre.) แ ล ะ เ ที ย น น า ไตรยนาม สิทธิชัย ฮะทะโชติ และ ภูวดล โดยดี, 2555) การ (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell.) การศึกษาพรรณ สํารวจพรรณพืชในพ้ืนที่ชุมน้ํา อําเภอนาแหว จังหวัดเลย ไมนํ้าในจังหวัดชุมพร และสุราษฎรธานี พบพรรณไมน้ํา 41 สวนใหญเปนพชื ชายนาํ้ และพืชข้ึนในที่แฉะ พรรณพชื ในวงศ วงศ 65 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ เลา Asteraceae พบมากที่สุด รองลงมา คือ Cyperaceae ( Chromolaena adenolepis (Sch.Bip. ex Baker) Linderniaceaec และ Poaceae (เพ็ชรรัตน เวฬุคามกุล R.M.King & H.Rob.) ผักเปด (Alternanthera sessilis (L.) และ ลออ อัมพรพรรดิ์, 2556) การศึกษาพรรณไมนํ้าใน R.Br. ex DC.) และ ผักไผนํ้า (Persicaria hydropiper (L.) จังหวัดเชยี งใหมและลาํ พูน พบพรรณไมน้าํ 27 วงศ 51 ชนดิ Delarbre.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2552) การศึกษาพรรณไม สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ นํ้าในจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต พบพรรณไมนา้ํ (Mimosa pigra L.) กระเม็ง (Eclipta prostrata (L.) L.) 41 วงศ 74 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ และผักเปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) บ อ น (Colocasia esculenta (L.) Schott.) เ ที ย น น า (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2556) การสํารวจพืชพรรณในแมนํ้า (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell.) และ หญารักนา เพชรบุรี และลําน้ําแมประจันต พบวาสันตะวาใบพาย (Jussiaea suffruticosa L.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2553) (Ottelia alismoides (L.) Pers.) กระจายกวางครอบคลุม การศึกษาพรรณไมน้ําในคลองบางกรวย จังหวัดนนทบุรี พบ เกือบทุกอําเภอ มีความหนาแนนมากท่ีสุดบริเวณแมน้ํา พรรณไมนํ้า 22 ชนิด 16 วงศ วงศท่ีพบมากที่สุด คือ Poac- เพชรบุรี เขตอําเภอเมือง พรรณไมเดน คือ สันตะวาใบพาย eae รองลงมา คือ Araceae Cyperaceae Lemnaceae (Ottelia alismoides (L.) Pers.) ดีปลีน้ํา (Potamogeton และ Pontederiaceae (สิทธิ กุหลาบทอง และ สาวิกา malaianum Miq.) และสาหรายหางกระรอก (Hydrilla กัลปพฤกษ, 2553ก) การศึกษาพรรณไมน้ําในเขตอําเภอ verticillata (L.f.) Royle.) สวนในลํานํ้าแมประจันต พบ บา นแพว จังหวัดสมุทรสาคร และอาํ เภอพทุ ธมณฑล จงั หวดั หญา ปลอง (Hymenachne pseudointerrupta C. Muell.) นครปฐม พบพรรณไมน้าํ 28 ชนิด ในเขตบานแพว พบแหน ไ ค ร นํ้ า (Homonoia riparia Lour.) แ ล ะ ส ร อยทับทิม เล็ก (Lemna perpusilla Torr.) และจอก (Pistia strati- (Polygonum barbatum L.) (สิทธิ กุหลาบทอง, สาวิกา otes L.) บริเวณแมนํ้าพบพืชน้ํากรอย เชน จาก (Nypa กัลปพฤกษ และพัชรินทร สายพัฒนะ, 2556) การศึกษา fruticans Wurmb.) และลําพู (Sonneratia caseolaris พรรณไมนํ้าในจังหวัดเชียงราย พบพรรณไมน้ํา 22 วงศ 38 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

241 ชนดิ สวนใหญเ ปนพชื ชายนาํ้ พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ Iwatsuki, 1989) ช่ือวิทยาศาสตร (รวม authorship ของ (Mimosa pigra L.) ผักปราบใบแคบ (Commelina diffusa ชื่อ) ใชตามชื่อที่ระบุวาเปน accepted name จาก สํานัก Burm. f.) และเทียนนา (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) หอพรรณไม (2557) และ The Plant List (http://www. Exell.) (พงศเ ชฏฐ พชิ ิตกลุ , 2557) theplantlist.org) ผลและวจิ ารณผลการศึกษา การวจิ ัยนี้ตอ งการศึกษาพรรณไมนาํ้ ที่รวบรวมไวในสวน พฤกษศาสตรเพชรวนาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ท้ัง การศกึ ษาพรรณไมน้ํา ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั ในและนอกโรงเรือน ตั้งแตเดือนมีนาคม 2561 ถึง เดือน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พบพรรณไมน้ํา 54 ชนิด 38 กุมภาพันธ 2562 งานวิจัยนี้เปนงานสนองพระราชดําริ ใน สกุล 23 วงศ สวนใหญพบวงศละ 1-2 ชนิด ยกเวนวงศ โครงการอนุรักษพนั ธุกรรมพืชอันเน่ืองมา จากพระราชดาํ ริฯ Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equiseta- เพื่อการอนุรักษพันธุกรรมพืชนอกถ่ินท่ีอยู (ex situ ceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperac- conservation) เปนขอมูลในการใหการศึกษาความ eae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมน้ําชนิดเดน หลากหลายของพืชนํ้า และเปนแนวทางในการอนุรักษ คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus พันธุกรรมพืชนอกถิ่นทอ่ี ยกู ลมุ อนื่ cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassi- อปุ กรณแ ละวธิ ีการศกึ ษา pes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata (L.) H.Hara.) และ แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) สํารวจพรรณไมน้ํา ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย จากพรรณไมนาํ้ ท้ังหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ดวยการสํารวจพรรณไมนํ้าใน J.Schulze.) มีสถานภาพใกลสูญพันธุ ไดเขียนคําบรรยาย โรงเรือน ในอาง และในคู นําตัวอยางพรรณไมมาตรวจสอบ พรรณไมแตละชนิด ในดานช่ือวงศ ช่ือวิทยาศาสตร และช่ือ ช่ือวงศ ช่ือพ้ืนเมือง และช่ือวิทยาศาสตรจากหนังสือพรรณ- พื้นเมือง (ตารางท่ี 1; ภาพ ก. และ ข.) ไม (Tagawa and Iwatsuki, 1979; Tagawa and Iwatsuki, 1985; Tagawa and Iwatsuki, 1988; Tagawa and การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

242 ตารางท่ี 1 พรรณไมน าํ้ ในสวนพฤกษศาสตรเ พชรวนาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี ชอ่ื พ้ืนเมือง บรเิ วณทพ่ี บ วงศ ชื่อวิทยาศาสตร ถ่ินอาศัย เฟน ร Athyriaceae Diplazium esculentum (Retz.) Sw. ผกั กูดขาว ช อ ช Equisetaceae Equisetum diffusum D. Don. หญาถอดบอ งนอย อ ช ร ช Equisetum ramosissimum subsp. debile (Roxb. ex Vaucher) Hauke หญาถอดบอ ง อ ช อ ช Equisetum scirpoides Michx. หญา ถอดบอ งแคระ ค ช อ ช Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching. หญาถอดบอ ง อ ล อ ล Marsileaceae Marsilea crenata C. Presl ผกั แวน อ ช Pteridaceae Acrostichum aureum L. ปรงทะเล อ ช อ ช Ceratopteris thalictroides (L.) Brongn. ผักขาเขยี ด อ ช Salviniaceae Azolla caroliniana Willd. แหนแดง ค ช อ ช Salvinia cucullata Roxb. ex Bory จอกหูหนู อ ช ร ผ พชื ดอก อ ช อ ช Acanthaceae Acanthus ebracteatus Vahl เหงอื กปลาหมอ อ ช อ ช Acanthus ilicifolius L. เหงอื กปลาหมอ อ ล ค ล Acanthus montanus (Nees) T.Anderson เหงอื กปลาหมอเทศ อ ล อ ล Acoraceae Acorus calamus L. วา นนํา้ ค ช ค ช Alismataceae Echinodorus cordifolius (L.) Griseb. อะเมซอน ค ช อ ช Hydrocleys nymphoides (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Buchenau. ฝน นํา้ อ ช อ ต Limnocharis flava (L.) Buchenau บอนจนี ค ช ค ช Amaryllidaceae Crinum thaianum J.Schulze. พลับพลงึ ธาร ค ช อ ช Apiaceae Hydrocotyle umbellata L. แวน แกว อ ผ อ ผ Araceae Colocasia esculenta (L.) Schott. บอนเขียว อ ผ ค ผ Colocasia esculenta (L.) Schott. บอนจีนดํา อ ผ อ ผ Lasia spinosa (L.) Thwaites ผักหนาม อ ผ อ ผ Lemna aequinoctialis Welw. แหน อ ผ อ ผ Pistia stratiotes L. จอก ค ผ อ ผ Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid. แหนใหญ ค ผ อ ผ Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm. ไขน ํ้า อ ล ค ช Combretaceae Lumnitzera littorea (Jack) Voigt. ฝาดดอกแดง ค ช ค ล Lumnitzera racemosa Willd. ฝาดดอกขาว ค ล ค ช Cyperaceae Cyperus involucratus Rottb. กกรงั กา ต = พืชใตน ํา้ Cyperus prolifer Lam. กกอียิปตแ คระ Lepironia articulata (Retz.) Domin. กระจูด Hydrocharitaceae Hydrilla verticillata (L.f.) Royle. สาหรายหางกระรอก Lecythidaceae Sonneratia caseolaris (L.) Engl. ลําพู Sonneratia ovata Backer ลาํ แพน Marantaceae Schumannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep. คลา Thalia geniculata L. คลาน้าํ ชอ หอ ย Menyanthaceae Nymphoides cristata (Roxb.) Kuntze ตบั เตาเล็ก Nymphoides hastata (Dop) Kerr ตับเตา เหลอื ง Nymphoides indica (L.) Kuntze ตับเตาใหญ Nelumbonaceae Nelumbo nucifera Gaertn. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. บัวเข็ม Nymphaeaceae Nuphar japonica DC. บวั ญ่ปี ุน Nymphaea capensis Thunb. สทุ ธาสิโนบล Nymphaea mexicana Zucc. ประภสั โรบล Nymphaea nouchali Burm.f. บวั เผ่ือน Nymphaea pubescens Willd. จงกลนี Nymphaea rubra Roxb. ex Andrews สตั ตบรรณ Nymphaea sp. นางกวัก Victoria amazonica (Poepp.) J.C. Sowerby บัววคิ ตอเรยี Onagraceae Ludwigia adscendens (L.) H.Hara แพงพวย Ludwigia sedioides (Humb. & Bonpl.) H.Hara กระจับแกว Polygonaceae Persicaria attenuata (R. Br.) Soják ผกั ไผน้าํ Persicaria barbata (L.) H.Hara สรอ ยทับทมิ Pontederiaceae Eichhornia crassipes (Mart.) Solms ผักตบชวา Monochoria hastata (L.) Solms ผกั ตบไทย Typhaceae Typha angustifolia L. ธปู ฤๅษี หมายเหต:ุ ค = คูน้ํา ร = โรงเรือง อ = อาง ช = พืชชายนํ้า ผ = พชื โผลเหนือนํ้า ล = พชื ลอยนํ้า การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

243 1234 56 78 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ภาพ ก. 1. ผกั กูดขาว (Diplazium esculentum (Retz.) Sw.) 2. หญา ถอดบองนอ ย (Equisetum diffusum D. Don.) 3. หญา ถอดบอง (Equisetum ramosissimum subsp. debile (Roxb. ex Vaucher) Hauke) 4. หญา ถอดบองแคระ (Equisetum scirpoides Michx.) 5. หญา ถอดบอง (Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching.) 6. ผกั แวน (Marsilea crenata C. Presl) 7. ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) 8. ผัก ขาเขยี ด (Ceratopteris thalictroides (L.) Brongn.) 9. แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) 10. จอกหูหนู (Salvinia cucullata Roxb. ex Bory) 11. เหงือกปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl) 12. เหงือกปลาหมอ (Acanthus ilicifolius L.) 13. เหงอื กปลาหมอเทศ (Acanthus montanus (Nees) T.Anderson) 14. วา นน้ํา (Acorus calamus L.) 15. อะเมซอน (Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) 16. ฝน นํ้า (Hydrocleys nymphoides (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Buchenau.) 17. บอนจีน (Limnocharis flava (L.) Buchenau) 18. พลับพรงึ ธาร (Crinum thaianum J.Schulze.) 19. แวน แกว (Hydrocotyle umbellata L.) 20. บอนเขยี ว (Colocasia esculenta (L.) Schott.) 21. บอนจีน ดาํ (Colocasia esculenta (L.) Schott.) 22. ผกั หนาม (Lasia spinosa (L.) Thwaites) 23. แหน (Lemna aequinoctialis Welw.) 24. จอก (Pistia stratiotes L.) 25. แหนใหญ (Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid.) 26. ไขน ํ้า (Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm.) 27. ฝาดดอก แดง (Lumnitzera littorea (Jack) Voigt.) 28. ฝาดดอกขาว (Lumnitzera racemosa Willd.) การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

244 123 4 5678 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ภาพ ข. 1. กกรงั กา (Cyperus involucratus Rottb.) 2. กกอียิปตแ คระ (Cyperus prolifer Lam.) 3. กระจดู (Lepironia articulata (Retz.) Domin.) 4. สาหรายหางกระรอก (Hydrilla verticillata (L.f.) Royle.) 5. ลาํ พู (Sonneratia caseolaris (L.) Engl.) 6. ลาํ แพน (Sonneratia ovata Backer) 7. คลา (Schumannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep.) 8. คลา น้ําซอ หอ ย (Thalia geniculata L.) 9. ตับเตา เลก็ (Nymphoides cristata (Roxb.) Kuntze) 10. ตบั เตาเหลอื ง (Nymphoides hastata (Dop) Kerr) 11. ตับเตา ใหญ (Nymphoides indica (L.) Kuntze) 12. บัวหลวง (Nelumbo nucifera Gaertn.) 13. บัวเขม็ (Nelumbo nucifera Gaertn.) 14 บัวญีป่ ุน (Nuphar japonica DC.) 15. สุทธาสโิ นบล (Nymphaea capensis Thunb.) 16. ประภัสโรบล (Nymphaea mexicana Zucc.) 17. บวั เผ่อื น (Nymphaea nouchali Burm.f.) 18. จงกลนี (Nymphaea pubescens Willd.) 19. สตั ตบรรณ (Nymphaea rubra Roxb. ex Andrews) 20. บัวนางกวกั (Nymphaea sp.) 21. บวั วกิ ตอเรีย (Victoria amazonica (Poepp.) J.C. Sowerby) 22. แพงพวย (Ludwigia adscendens (L.) H.Hara) 23. กระจบั แกว (Ludwigia sedioides (Humb. & Bonpl.) H.Hara) 24. ผกั ไผน ้าํ (Persicaria attenuata (R. Br.) Soják) 25. สรอ ยทบั ทิม (Persicaria barbata (L.) H.Hara.) 26. ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) 27. ผักตบไทย (Monochoria hastata (L.) Solms) 28. ธปู ฤๅษี (Typha angustifolia L.) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

245 สรปุ ผลการศึกษา cillata (L.f.) Royle.) ผักตบชวา (Eichhornia crassipes การศึกษาพรรณไมน า้ํ ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั (Mart.) Solms) และ ธูปฤๅษี (Typha angustifolia L.) เปรียบเทียบกับพรรณไมนํ้าที่พบในคลองบางกรวย จังหวัด พบพรรณไมน้ํา 54 ชนิด 38 สกุล 23 วงศ วงศท่ีพบมากคือ นนทบรุ ี (สทิ ธิ กุหลาบทอง และสาวกิ า กลั ปพฤกษ, 2553ก) Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equiseta- มีพรรณไมนํ้าที่สํารวจพบเหมือนกัน คือ เหงือกปลาหมอ ceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperac- (Acanthus ebracteatus Vahl.) จอก (Pistia stratiotes eae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมน้ําชนิดเดน L.) ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) ไขนํ้า (Wolffia คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus arrhiza (L.) Horkel ex Wimm.) และ ผักตบชวา (Eichh- cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassi- ornia crassipes (Mart.) Solms) จากการศึกษาพบวา pes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata พบวา ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) (L.) H.Hara.) และ แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) พบในทกุ รางานการสํารวจพรรณไมน าํ้ จากพรรณไมน้าํ ทั้งหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum กิตตกิ รรมประกาศ J.Schulze.) มีสถานภาพใกลสูญพันธุ จากการสํารวจพรรณ ไมนํ้า พบวาสวนใหญเปนพืชชายนํ้า รองลงมาเปนพืชโผล งานวจิ ยั นเี้ ปน งานสนองพระราชดาํ รใิ นโครงการอนุรักษ เหนือนํ้า พืชลอยน้ํา และพืชใตนํ้า พรรณไมที่แพรกระจาย พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ ไดรับการ เปนบริเวณกวางในพ้ืนที่ศึกษา คือ ผักตบชวา (Eichhornia สนับสนุนจากโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัย crassipes (Mart.) Solms) จอก (Pistia stratiotes L.) และ ราชภัฏเพชรบุรี อเ ม ซ อน ( Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) เ มื่ อ เอกสารอางองิ เปรียบเทียบพรรณไมน้ําท่ีพบจากการศึกษาน้ี กับที่พบ ทศั นีย ไตรยนาม สิทธิชยั ฮะทะโชติ และ ภูวดล โดยด.ี บริเวณอ่ืน เปรียบเทียบกับการสํารวจพรรณไมน้ําในจังหวัด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2551) มี 2555. การประยุกตใชเ ทคโนโลยภี ูมิสารสนเทศเพื่อ พรรณไมน ํ้าที่สํารวจพบเหมือนกัน คือ ผกั ตบชวา (Eichhor- ศกึ ษาความหลากหลายทางชวี ภาพพรรณไมน ้าํ ใน nia crassipes (Mart.) Solms) บั ว ห ล ว ง ( Nelumbo อุทยานหนองหารเฉลมิ พระเกยี รต.ิ การประชมุ ทาง nucifera Gaertn.) บั ว เ ผ่ื อ น ( Nymphaea nouchali วชิ าการของมหาวทิ ยาลัย เกษตรศาสตร ครงั้ ที่ 50: Burm.f.) ผักขาเขียด (Ceratopteris thalictroides (L.) 375-384. Brongn.) เหงอื กปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl.) พงศเ ชฏฐ พิชิตกุล. 2551. พรรณไมนา้ํ ในจังหวัดเพชรบุรี บ อ น เ ขี ย ว ( Colocasia esculenta (L.) Schott.) จ อ ก และประจวบครี ขี ันธ. การประชมุ ทางวิชาการของ (Pistia stratiotes L.) คลานํ้าชอหอย (Thalia geniculata มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร ครั้งที่ 46: 296-307. L.) แหนใหญ (Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid.) และ พงศเ ชฏฐ พชิ ติ กลุ . 2552. พรรณไมนํ้าในจงั หวดั ชุมพรและสุ ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) เปรียบเทียบกับ ราษฎรธาน.ี การประชมุ ทางวิชาการของมหาวิทยาลัย พรรณไมน้ําที่พบในจังหวัดชุมพร และสุราษฎรธานี (พงศ เกษตรศาสตร ครั้งที่ 47: 262-272. เชฏฐ พิชิตกุล, 2552) มีพรรณไมน้ําท่ีสํารวจพบเหมือนกัน พงศเชฏฐ พิชิตกลุ . 2553. พรรณไมน ํา้ ในจังหวัดระนอง คอื เหงอื กปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl.) บอน พงั งา กระบี่ และภเู กต็ . การประชมุ ทางวิชาการของ เขียว (Colocasia esculenta (L.) Schott.) สาหรายหาง มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร คร้ังท่ี 48: 130-138. กระรอก (Hydrilla verticillata (L.f.) Royle.) คลา (Sch- พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2554. พรรณไมน ้ําในจังหวดั umannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep.) ผักแวน นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตลู . การประชุม (Marsilea crenata C. Presl.) ผักตบชวา (Eichhornia ทางวชิ าการของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร คร้งั ท่ี crassipes (Mart.) Solms) ปรงทะเล (Acrostichum aure- 49: 140-149. um L.) และ ผักขาเขยี ด (Ceratopteris thalictroides (L.) พงศเชฏฐ พชิ ิตกลุ . 2555. พรรณไมน้าํ ในจงั หวัดพะเยา แพร Brongn.) เปรียบเทียบกับพรรณไมน้ําท่ีพบในจังหวัด นา น และอตุ รดติ ถ. การประชมุ ทางวิชาการของ เชียงราย (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2557) มีพรรณไมน้ําท่ีสํารวจ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ครง้ั ท่ี 50: 359-367. พบเหมือนกัน คือ บอนเขียว (Colocasia esculenta (L.) พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2556. พรรณไมน ํา้ ในจังหวดั เชียงใหม Schott.) จอก (Pistia stratiotes L.) แหนใหญ (Spirodela และลาํ พูน. การประชุมทางวชิ าการของมหาวทิ ยาลยั polyrrhiza (L.) Schleid.) ไ ข น้ํ า ( Wolffia arrhiza (L.) เกษตรศาสตร ครั้งท่ี 51: 147-155. Horkel ex Wimm.) สาหรายหางกระรอก (Hydrilla verti- การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

246 พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2557. พรรณไมน ํ้าในจงั หวดั เชียงราย. สํานักหอพรรณไม. 2557. ช่อื พรรณไมแหงประเทศไทย การประชมุ ทางวชิ าการของ เตม็ สมิตินันทน. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พส าํ นกั งาน มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ครัง้ ท่ี 52: 63-70. พระพุทธศาสนาแหงชาติ. เพ็ชรรตั น เวฬุคามกลุ และ ละออ อัมพรพรรด.ิ์ 2556. ความ Cook, C.D.K., 1996. Aquatic plant book. หลากหลายของพรรณพืชในพ้ืนทช่ี มุ น้าํ อาํ เภอนาแหว Amsterdam: SPB Academic Publishing. จังหวัดเลย. วารสารวทิ ยาศาสตรบูรพา. 18: 82-94. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1979. Pteridophytes. ยุพา วรยศ. 2534. พนั ธุไมนา้ํ . กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง. Thailand. Vol. 3 (1): 1-128. Bangkok: The TISTR Press. สุชาดา ศรเี พญ็ . 2542. พรรณไมนํา้ ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: อมรินทรพ รน้ิ ตงิ้ แอนดพ บั ลิชช่ิง. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1985. Pteridophytes. In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of สทิ ธิ กหุ ลาบทอง และสาวกิ า กลั ปพฤกษ. 2553ก. ความ Thailand. Vol. 3 (2): 129-296. Bangkok: หลากชนดิ ของพรรณไมน าํ้ ในเขตคลองบางกรวย Phonphan Printing. จงั หวดั นนทบรุ .ี ว. วิทย. กษ. 41 (พิเศษ): 101-104. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1988. Pteridophytes. สทิ ธิ กหุ ลาบทอง และสาวิกา กลั ปพฤกษ. 2553ข. ความ In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of หลากชนิดของพรรณไมน ้ําในเขตบา นแพว จงั หวดั Thailand. Vol. 3 (3): 297-480. Bangkok: The สมุทรสาคร และพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม. ว. วิทย. Chutima Press. กษ. 41 (พเิ ศษ): 333-336. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1989. Pteridophytes. สทิ ธิ กหุ ลาบทอง สาวิกา กลั ปพฤกษ และ พชั รินทร สาย In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of พัฒนะ. 2556. สันตะวาใบพาย (Ottelia alismoides Thailand. Vol. 3 (4): 481-639. Bangkok: The (L.) Pers.): พรรณไมนา้ํ เดน ของแมนา้ํ เพชรบรุ ี. วารสาร Chutima Press. เทคโนโลยภี าคใต. 6: 69-76. The Plant List at http://www.theplantlist.org การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

247 ความหลากหลายทางชีวภาพของไมพ ุมในเขตพื้นท่ีมหาวิทยาลัยราชภฏั บุรีรัมย DIVERSITY OF SHRUBS IN BURIRAM RAJABHAT UNIVERSITY, MUEANG DISTRICT, BURIRAM PROVINCE สุขสรรค ชบู ุญ* และ สงา แกวปุม Suksan Chuboon* and Sanga Kaeopum สาขาวิชาชีววทิ ยา คณะวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฎั บุรรี มั ย 31000 Program in Biology, Faculty of Science, Rajabhat Buriram University 3100 บทคัดยอ การศึกษาความหลากหลายของไมพุมในเขตพ้ืนท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย ระยะเวลาในการ สํารวจ 4 เดอื น ต้งั แตเดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2561 มพี นื้ ท่ที ้งั หมด 297 ไร แบงพ้ืนทที่ าํ การสํารวจทัง้ หมด 6 โซน พบไม พมุ 83 ชนิด 35 วงศ วงศท ่สี ํารวจพบมากทีส่ ดุ คือวงศ APOCYNACEAE พบ 11 ชนดิ ไดแ ก ชวนชม ( Adenium obesum (Forssk.) Roem. & Schult.), บานบุรีมวง (Allamanda blanchetii A. DC.), บานบุรี (Allamanda cathartica L.), รัก (Calotropis gigantea (L.) R.Br.), มะมวงหาว มะนาวโห (Carissa carandas L.), ย่โี ถ (Nerium oleander L.), ล่นั ทมแดง (Plumeria acuminata Aiton), ลั่นทมขาว (Plumeria obtusa L.), ลั่นทมใบลกู ศร (Plumeria pudica Jacq.), พุดพิชญา (Wrightia antidysenterica R. Br.), โมกพวง (Wrightia religiosa Benth.) รองลงมาคือวงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนดิ ไดแ ก พุดนํ้าบุศย (Gardenia carinata Wall.), พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides), พุดซอน (Gardenia jasminoides J. Ellis), เ ข็ ม ชม พู ( Ixora coccinea L.),เ ข็ ม พว งข า ว ( Ixora finlaysoniana Wall. ex G. Don.), เ ข็ ม เ ศ ร ษ ฐี (Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore), เข็มชมพูแคระ (Ixora hybrid), เข็มเชียงใหม (Ixora x williamsii Hort.) รองลงมาคอื วงศ EUPHORBIACEAE พบ 7 ชนดิ ไดแ ก หปู ลาชอน (Acalypha wilkesiana Mull. Arg.), โกสน (Codiaeum variegatum (L.) Blume), ก ร ะ บื อ เจ็ ดตัว ( Excoecaria cochinchinensis Lour. var. cochinchinensis), ป ต ตาเวีย (Jatropha integerrima Jacq.), สบูแดง (Jatropha gossypifolia L.), หนุมานน่ังแทน (Jatropha podagrica Hook.f.), แสยก (Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit.) Abstract The biodiversity of tree shrub in Buriram Rajabhat University, Mueang District, Buriram Province, was studied during May-August 2018. On the basis of overall 297 rai (in Thai), it was divided into 6 area zones. General characters of the shrub species are solid wood stems, but smaller in size. Most of them present several main stems but not higher than 5 meters and aged for several years. The result showed that, 83 tree shrub species were recorded and classified into 35 families. The most abundance family found in this study was APOCYNACEAE, consisted of 11 species Adenium obesum (Forssk.) Roem. & Schult., Allamanda blanchetii A. DC., Allamanda cathartica L., Calotropis gigantea (L.) R.Br., Carissa carandas L., Nerium oleander L., Plumeria acuminata Aiton, Plumeria obtusa L., Plumeria pudica Jacq., Wrightia antidysenterica R. Br., Wrightia religiosa Benth. The minor species RUBIACEAE, consisted of 8 species Gardenia carinata Wall., Gardenia jasminoides, Gardenia jasminoides J. Ellis, Ixora coccinea L., Ixora finlaysoniana Wall. ex G. Don., Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore, Ixora hybrid, Ixora x williamsii Hort. The minor species EUPHORBIACEAE, consisted of 7 species, Acalypha wilkesiana Mull. Arg., Codiaeum variegatum (L.) Blume, Excoecaria cochinchinensis Lour. var. cochinchinensis, Jatropha integerrima Jacq., Jatropha gossypifolia L., Jatropha podagrica Hook.f., Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit., respectively. คาํ สําคญั : ไมพ ุม, ความหลากหลายทางชีวภาพ, มหาวิทยาลัยราชภฏั บรุ รี มั ย Keywords: shrub, Biodiversity, Buriram Rajabhat University การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

248 *ติดตอนักวจิ ยั : สุขสรรค ชูบญุ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Suksan Chuboon (E-mail: [email protected]) บทนาํ 6. นาํ ไมพ มุ ที่ไดม าศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของพืชในแต มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมยนับวาเปนส ถาบัน ละชนิดพรอมระบชุ นิด เชน ชื่อสามัญ ชื่อวิทยาศาสตร ชนิด และวงศ โดยนํามาแยกชนิดเทียบกับเอกสารอางอิง (กอง การศึกษาแหงหน่ึงท่ีมีชื่อเสียงในจังหวัดบุรีรัมย การจัดการ กานดา ชยามฤต,2541), (เตมิ สมติ นิ นั ท, 2557) ทรัพยากรตางๆ ในสถาบันถือวา เปนองคป ระกอบสาํ คัญการ จัดการสถานที่เพ่ือใหบริเวณดูรมร่ืนเปนธรรมชาติและ สวยงามนนั้ ทาํ ไดย าก ใ น ป จ จุ บั น ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ บุ รี รั ม ย มี ค ว า ม หลากหลายของไมพุมด้ังเดิม และมีการปลูกเพ่ิมจึงเปนการ อนุรักษท รัพยากรธรรมชาติอกี ทางหน่ึงในการศึกษาชนิดของ ไมพุมจะทราบวา บางชนิดอาจรูจักแตบางชนิดไมคุน บาง ชนิดที่รูจักกันบางพอสมควรไมพุมหลายชนิดมีประโยชนตอ มนุษยทั้งทางตรงและทางออมความตองการในการใช ประโยชนจากไมพุมมีมาก เชน เปนไมผล ไมใชสอย ไม ดอกไมป ระดบั เปนตน ดังน้ันงานวิจัยนี้วัตถุประสงคศึกษาชนิดของไมพุม ลักษณะสัณฐานวิทยาของพืชแตละชนิด ตลอดจนจัดทํา ขอมูลพ้ืนฐานไมพ มุ เพื่อนาํ ขอ มลู ในการศึกษาคน ควาสืบไป วิธีดาํ เนินการวจิ ัย รปู ท่ี 1 แผนท่แี สดงการสํารวจ 1. สาํ รวจพนื้ ที่บรเิ วณมหาวิทยาลยั ราชภัฏบรุ รี ัมย (รูปท่ี 1) ผลการศกึ ษา 2. สํารวจไมพุมภายในเขตพ้ืนมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย โดยแบงการสํารวจออกเปน 6 โซน ไดแก โซน A, B, C, D, จากการสํารวจพรรณไมพุมบรเิ วณมหาวิทยาลยั ราชภัฏ E, F บุรีรัมย อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย ระหวางเดือน 3. บนั ทกึ ขอมูลทไ่ี ดจ ากการสํารวจคอื วัน เดือน ป บรเิ วณท่ี พฤษภาคม-สิงหาคม 2561 จากพื้นที่ทําการสํารวจบริเวณ พบ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมยมีพ้ืนท่ีประมาณ 297 ไร 1 งาน 4. ถายภาพสว นตางๆ ของไมพุม เพื่อใชในการวินิจฉยั ระดบั 27 ตารางวา โดยการแบงพ้ืนท่ีเปน 6 โซน ไดแก โซน A, B, ชนิด โดยใชร ูปวธิ านและเอกสารอา งองิ C, D, E, F ไมพุม 83 ชนิด 35 วงศ 5. เกบ็ ตัวอยางไมพ ุมแลวนาํ ไปอัดแหง การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

249 ตารางที่ 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพนื้ ท่มี หาวทิ ยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย จ.บุรีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) ลาํ ดบั วงศ ชือ่ วทิ ยาศาสตร ช่ือสามญั ชอื่ พนื้ เมือง 1 ACANTHACEAE Graptophyllum pictum (L.) Caricature plant ใบทอง ใบเงิน ใบนาค Griff. Ruellia squarrosa (Fenzi) ruellias, wild petunias ตอ ยต่งิ ฝรั่ง Cufod. Sanchezia speciosa Leonard - กนกลายไทย Agave sp. Century Plant อากาเว Dracaena loureiri Gagnep. - จนั ผา 2 AGAVACEA Dracaena reflexa (Decne.) The Song of Jamaica ซองออฟจาไมกา Lam. มะตูมซาอุ 3 ANACARDIACEAE Schinus terebinthifolius Brazilian Pepper-tree Cananga odorata (Lam.) Hook. กระดังงาสงขลา 4 ANNONACEAE f. & Thomson var. fruticosa lang.-Ilang, Drawf (Craib) Corner ylang ylang เขียวหมนื่ ป 5 ARACEAE Aglaonena modestum Schott. Silver evergreen Polyscias fruticosa Harms. Ming aralia เลบ็ ครุฑใบฝอย Polyscias guilfoylei 'Quercifolia' - เลบ็ ครฑุ ดางแคระ Polyscias sp. - เล็บครฑุ แคระ 6 ARALIACEAE Polyscia Scutellaria - เลบ็ ครฑุ เกลด็ ปลากะโห Schefflera arboricola (Hayata) Dwarf Umbrella Tree หนวดปลาหมึกแคระ 7 ARECACEAE cv. (PALMAE) Schefflera arboricola (Hayata) Dwarf Umbrella Tree หนวดปลาหมึกดา ง Hayata 'Compacta' Hyophorbe lagenicaulis Bottle pallm ปาลมแชมเปญ (L.H.Bailey) H.E.Moore Fan Palm ปาลม จีบ Licuala grandis H. Wendl. คอ - Livistona speciosa Kurz Rhapis humilis Blume Reed rhapis จง๋ั Adenium obesum (Forssk.) Mock azalea, Desert Roem. & Schult. rose ชวนชม 8 APOCYNACEAE Allamanda blanchetiim A. DC. Purple Allamanda บานบุรีมว ง Allamanda cathartica L. Common allamanda บานบุรี Calotropis gigantea (Linn.) R.Br. Crown flower รกั Carissa carandas Linn. Karanda, Carunda มะมว งหาว มะนาวโห การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

250 ตารางท่ี 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพ้นื ทม่ี หาวทิ ยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย จ.บรุ รี มั ย พบพรรณไม 83 ชนดิ (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ) ลาํ ดบั วงศ ชอ่ื วิทยาศาสตร ชอ่ื สามัญ ชื่อพืน้ เมอื ง Sweet Oleander, Rose Nerium oleander L. bay ย่โี ถ Plumeria acuminata Aiton West Indian Red ล่ันทมแดง Jasmine Plumeria obtusa L. Evergreen Frangipani ล่ันทมขาว Plumeria pudica Jacq. Bridal Bouquet ลน่ั ทมใบศร Arctic Snow, Milky Wrightia antidysenterica R. Br. Way พดุ พิชญา Wrightia religiosa Benth. Moke โมกพวง Asparagus densiflorus (Kunth) Jessop. Sprengeri Group Asparagus fern ปรกิ นํ้าคาง 9 ASPARAGACEAE Cordyline fruticosa (L.) A.Chev. Cordyline หมากผูหมากเมยี Draceana cincta Bak. Cv. Rainbow tree เข็มสามสี Tricolor Dracaena dermensis Dwarf Bouquet มรกตหยก 10 ASPLENIACEAE Asplenium nidus L. Bird’s nest fern ขาหลวงหลังลาย 11 BIGNONIACEAE Tecoma stans (L.) Kunth Yellow elder ทองอุไร Podranea ricasoliana (Tanfani) Sprague Pink trumpet vine พราวชมพู 12 BLECHNACEAE. Blechnum moorei C.Chr. - กดู ดอยใบหยาบ 13 BORAGINACEAE Carmona retusa (Vahl) Masam. Fukien Tea, ชาฮกเก้ยี น Cereus hexagonus (L.) Mill. Torch Thistle กระบองเพชร 14 CACTACEAE Hylocereus undatus (Haw) Britt. Rose. dragon frui แกว มังกร 15 COSTACEAE Costus speciosus Varaigated - เอ้อื งหมายนาดาง 16 CUPRESSACEAE Biota orientalis (L.) Endl. Chimese Arborvitae สนแผง 17 CUPRESSACEAE Biota orientalis (L.) Endl. Chimese Arborvitae สนแผง Copper Leaf Beef - Acalypha wilkesiana Mull. Arg. steak หปู ลาชอน Codiaeum variegatum (L.) Croton, Variegated โกสน Blume Laurel กระบือเจ็ดตวั 18 EUPHORBIACEAE Excoecaria cochinchinensis Picara Lour. var.cochinchinensis Peregrina, Spicy jatropha Jatropha integerrima Jacq. ปต ตาเวีย การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

251 ตารางท่ี 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพนื้ ทมี่ หาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย จ.บรุ ีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ ) ลําดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร ช่ือสามญั ช่อื พื้นเมอื ง Jatropha gossypifolia L. Bellyache Bush สบแู ดง Jatropha podagrica Hook. Gout Plant หนมุ านน่งั แทน Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit. Slipper flower แสยก 19 FABACEAE Bauhinia acuminata L. Snowy Orchid Tree กาหลง (LEGUMINOSAE- CAESALPINIOIDEAE) Senna alata (L.) Roxb. Ringworm Bush ชุมเห็ดเทศ FABACEAE Acacia pennata (L.) Willd. Climbing Wattle ชะอม 20 (LEGUMINOSAE- ssp. insuavis (Lace) I.C. Giant sensitive plant ไมยราบตน Nielsen MIMOSOIDEAE) Mimosa pigra L. 21 LAMIACEAE Ocimum tenuiflorum L. Sacred Basil, holy กะเพรา (LABIATAE) Basil Abutilon indicum (L.) Sweet Country mallow มะกอ งขา ว 22 MALVACEAE Hibiscus rosa-sinensis Linn. Shoe Flower, Hibiscus ชบา 23 MARANTACEAE Calathea majestica M.Kenn. - วานเสนหขุนแผน CU.Roseo-Lineata. 24 MORACEAE Morus alba Linn. Mulberry Tree หมอ น Syzygium australe ( J.C. 25 MYRTACEAE Wendl. Ex Link ) B.Hyland Australian Rose Apple คริสตินา 26 NYCTAGINACEAE Bougainvillea glabra Choisy Bougainvillea เฟอ งฟา 27 OLEACEAE Jasminum sambac (L.) Aiton Arabian Jasmine มะลิลา Pandanus amaryllifolius 28 PANDANACEAE Roxb. Pandanus Palm เตยหอม Pandanus tectorius Parkinson Screwpine การะเกด ex Du RoiScrewpine 29 PLUMBAGINACEAE Plumbago auriculata Lam. cape leadwort พยับหมอก 30 PUNICACEAE Punica granatum L. Pomegranate ทบั ทิม Rosa Sp. Rose กหุ ลาบ 31 ROSACEAE Hamelia patens Jacq. Scarlet Bush ประทดั ไตหวัน Gardenia carinata Wall. - พุดนํ้าบศุ ย Gerdenia Crape 32 RUBIACEAE Gardenia jasminoides. Jasmine พดุ ศุภโชค Gardenia jasminoides J.Ellis Cape jasmine พุดซอ น Ixora coccinea L. West Indian Jasmine เข็มชมพู การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

252 ตารางที่ 1 แสดงพรรณไมพ ุมในเขตพืน้ ทมี่ หาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย จ.บรุ ีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ ) ลาํ ดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร ชอ่ื สามญั ช่อื พน้ื เมือง Ixora finlaysoniana Wall. ex. G. Don. Siamese white ixora เข็มพวงขาว Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Flame of the Woods เข็มเศรษฐี Binn.) T.Moore Ixora hybrid Trop Africa, Asia เข็มชมพแู คระ Ixora x williamsii Hort. Dwart lxora เขม็ เชียงใหม Citrus aurantifolia (Christm.) 33 RUTACEAE Swingle Lime, Common Lime มะนาว Murraya paniculata (Linn.) Orange Jasmine แกว Jack SCROPHULARIACE Leucophyllum frutescens 34 AE (Berl.) Johnson Barometer Bush นีออน 35 SOLANACEAE Capsicum frutescens Linn. Chilli Pad พริกข้หี นู Solanum torvum Swartz. Common Asiatic weed มะเขอื พวง Duranta erecta L. Sky flower เทยี นหยด 36 VERBENACEAE Lantana camara L. Lantana ผกากรอง สรปุ ผลและอภปิ ราย กระบือเจด็ ตัว (Excoecaria cochinchinensis Lour. var. การศกึ ษาความหลากหลายของไมพ ุมในเขตพืน้ ท่ี cochinchinensis), ปตตาเวีย (Jatropha integerrima Jacq.), สบูแดง (Jatropha gossypifolia L.), หนุมานน่ัง มหาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ รี ัมย อาํ เภอเมอื ง จังหวัดบรุ ีรัมย แทน (Jatropha podagrica Hook.), แสยก (Pedilanthus ระยะเวลาในการสํารวจ 4 เดอื น ต้ังแตเดือนพฤษภาคม– tithymaloides (L.) Poit.) ซ่ึงวงศท ีพ่ บนอยทส่ี ุด สิงหาคม 2561 มีพน้ื ทีท่ ั้งหมด 297 ไร แบงพนื้ ทท่ี ําการ ANACARDIACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแ ก มะตมู ชาอุ (Schinus สาํ รวจทัง้ หมด 6 โซน พบไมพมุ 83 ชนิด 35 วงศ วงศท ี่ terebinthifolius), วงศ ASPLENIACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแก สาํ รวจพบมากทสี่ ดุ คือวงศ APOCYNACEAE พบไมพ ุม 11 ขา หลวงหลงั ลาย (Asplenium nidus L.), วงศ ชนดิ ไดแ ก ชวนชม (Adenium obesum (Forssk.) Roem. BLECHNACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแก กูดดอยใบหยาบ & Schult.), บานบุรีมว ง (Allamanda blanchetiim A. (Blechnum moorei C.Chr.), วงศ BORAGINACEAE พบ DC.), บานบุรี (Allamanda cathartica L.), รกั (Calotro- 1 ชนิด ไดแก ชาฮกเกีย้ น วงศ COSTACEAE พบ 1 ชนิด pis gigantea (Linn.) R.Br.), มะมว งหาวมะนาวโห (Carissa ไดแก เอื้องหมายนาดาง (Costus speciosus Varaigated) carandas Linn.), ยี่โถ (Nerium oleander L.), ลั่นทมแดง วงศ CUPRESSACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก สนแผง (Biota (Plumeria acuminata Aiton), ล่ันทมขาม (Plumeria orientalis (L.) Endl.) วงศ LAMIACEAE (LABIATAE) พบ obtusa L.), ลน่ั ทมใบลูกศร (Plumeria pudica Jacq.), 1 ชนดิ ไดแก กระเพรา (Ocimum tenuiflorum L.) วงศ พดุ พิชญา (Wrightia antidysenterica R. Br.), โมกพวง MARANTACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแ ก วา นเสนหข นุ แผน (Wrightia religiosa Benth.) รองลงมาคือวงศ RUBIACEAE (Calathea majestica M.Kenn. CU.Roseo-Lineata.)วงศ พบ 8 ชนดิ ไดแ ก พุดนํา้ บุศย (Gardenia carinata Wall.), MORACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก หมอน (Morus alba Linn.) พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides.), พุดซอ น (Gardenia วงศ MYRTACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก ครสิ ตนิ า (Syzygium jasminoides J.Ellis), เขม็ ชมพู (Ixora coccinea L.),เข็ม australe ( J.C. Wendl. Ex Link ) B.Hyland) วงศ พวงขาว (Ixora finlaysoniana Wall. ex. G. Don.), เข็ม NYCTAGINACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก เฟอ งฟา (Bougain- เศรษฐี (Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore), villea glabra Choisy) วงศ OLEACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก เขม็ ชมพแู คระ (Ixora hybrid), เขม็ เชียงใหม (Ixora x มะลลิ า (Jasminum sambac (L.) Aiton) วงศ williamsii Hort.) รองลงมาคือวงศ EUPHORBIACEAE พบ PUNICACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก ทบั ทมิ (Punica granatum 7 ชนดิ ไดแก หูปลาชอน (Acalypha wilkesiana Mull. Arg.), โกสน (Codiaeum variegatum (L.) Blume), การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

253 L.) วงศ SCROPHULARIACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก นอี อน ภาควิชาวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี คณะศลิ ป (Leucophyllum frutescens (Berl.) Johnson) ศาสตรและวทิ ยาศาสตร ขอเสนอแนะ ชมรมพัฒนาไมดอกไมป ระดับ.(2539).ไมประดับมงคล.พมิ พ ครั้งท่ี 1.กรุงเทพฯ. เนเจอรัลบคุ ส 1. จากการสํารวจและศึกษาไมพุมในเขตพ้ืนท่ี เติม สมิตินันท.(2557).ชื่อพรรณไมแหงประเทศไทย(ช่ือ มหาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ รี มั ย อําเภอเมือง จงั หวดั บุรีรมั ย ควร พฤกษศาสตร- ช่อื พื้นเมือง). กรมปาไม ทําการศึกษาหาสํารวจตลอดทั้งป เนื่องจากพืชมีการ พรธิพย รินไธสง (2553). ความหลากชนิดและการใช เปลี่ยนแปลงในแตละฤดูกาลท่ีแตกตา งกัน ดังนั้นการสํารวจ ประโยชนของพรรณไมยืนตนบริเวณสวนปารม ท้ังปท ําใหทราบขอมูลลักษณะตางๆ ในทุกสวนของพรรณพชื เกลา -กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . วจิ ติ ร วังใน. (2537). การจําแนกพืชสวน. ภาควชิ าพชื สวน. 2. ควรมีการเพิ่มจํานวนการปลูกตนไมและชนิดของ คณะเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. พรรณไมท่พี บนอย เพอื่ เปน การอนุรกั ษและสงเสรมิ การปลูก วชริ พงศ หวลบตุ ตา. (2542). ไมตน ประดบั . กรงุ เทพฯ. พรรณไม สาํ นักพิมพบา นและสวน. สมบุญ เตชะภญั ญาวัฒน. (2537). พฤกศาสตร. พมิ พค รัง้ ท่ี 3. ควรใหมีการสงเสริมและเผยแพร ปลูกจิตสํานึกใน 3. ภาควิชาพฤกษศาสตร คณะวิชา การดูแลรักษา ซ่ึงจะชวยใหเกิดการอนุรักษและหวงแหนพืช วทิ ยาศาสตรม หาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ท่มี อี ยใู นทองถิ่นดวยขอเสนอแนะในการนําผลการวจิ ัยไปใช กรุงเทพฯ. เอกสารอางองิ สวนปาชุมชน สํานักสง เสรมิ การปลูกปา . (2536). การปลูก กมลรตั น วงศร ักษา. (2553). ความหลากชนดิ ของพรรณไม ปา ไม. กรุงเทพฯส. มงคลการพิมพ. สํานกั สงเสรมิ การปลกู ปา . (2536). การปลูกปาไม. ยืนตน ทีม่ ี มูลคา ทางเศรษฐกจิ บรเิ วณสวนรมเกลา กรงุ เทพฯ. กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . ชมรม สํานักหอพรรณไม.(2557). ความหลากหลายและการใช วทิ ยาศาสตรส่ิงแวดลอ ม ประโยชนพืชเมล็ดเปลอื ยในกรมปาภูเขียว น้ําหวา กอ งกานดา ชยามฤต. (2541). คมู อื จําแนกพรรณไม. หอ ว.กรุงเทพฯ. กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปาและ พรรณไมกรมปา ไม. กระทรวงเกษตรเละสหกรณ. พรรณพืช. กรุงเทพฯ. จนั ทรจริ า ตรเี พชร. (2559). ความหลากหลายทางชีวภาพ ของพชื พรรณไมยนื ตนเพื่อการจดั การและการ อนรุ กั ษสง่ิ แวดลอ มในมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏชัยภูม.ิ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

254 การศกึ ษาความหลากหลายของพรรณไม บรเิ วณโซน A ศูนยป ฏบิ ัติการอุดมศกึ ษาเพือ่ พัฒนาทองถิน่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรรี ัมย ศนู ยห นองขวาง ตาํ บลพรสําราญ อําเภอคูเมอื ง จงั หวัดบุรีรมั ย สุขสรรค ชูบุญ* และ สงา แกวปุม Suksan Chuboon* and Sanga Kaeopum สาขาวิชาชีววทิ ยา คณะวิทยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฎั บุรรี ัมย 31000 Program in Biology, Faculty of Science, Rajabhat Buriram University 3100 บทคดั ยอ การศึกษาครั้งน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนา ทองถิน่ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสําราญ อาํ เภอคเู มือง จงั หวดั บรุ ีรมั ย ระเวลาในการสํารวจเดอื น มิถุนายน-พฤศจิกายน 2561 โดยวางแปลงทดลองแบบ quadrat method ขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบ พ้ืนท่ีทงั้ หมดในโซน A พ้ืนท่สี าํ รวจ 100 ไร จากนั้นนาํ มาศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกและจําแนกชนดิ ของพรรณไม 115 ชนิด 43 วงศ วงศทพ่ี บมากทีส่ ดุ คอื วงศ FABACEAE พบ 23 ชนดิ ซ่งึ เปน พืชกลุม ใหญจ ึงสามารถพบไดม ากทว่ั ไป เน่อื งจากพบวงศ ย อ ย ไ ด แ ก ( LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE), (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE), (LEGUMINOSAE- PAPILIONOIDEAE) รองลงมาคือ วงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนิด และวงศ ANNONACEAE พบ 6 ชนิด จากการคํานวณความ หลากหลายทางชวี ภาพ ตามวธิ ีของ Shannon-Wiener พบคา ดชั นคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณไมเ ทา กับ 2.9352 (H,) พบคาความหลากหลายสูงสุดท่ีสามารถเปนไปไดโดยมีจํานวนชนิดเทากับ 3.7612 (H,max) ซึ่งมีความสมํ่าเสมอในการ แพรกระจายจํานวนเทากับ 0.7804 (J) โดยนํามาคิดเปนรอยละ 78.04% ซ่ึงถือไดวามีการแพรกระจายพรรณไมอยาง สม่ําเสมอ ตลอดพื้นที่ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย คาความหลากชนิด 18.8253 (D) ซ่ึงแสดงไดวาพรรณไม 18 ชนิด สามารถพบไดทัว่ ไป สว นทีเ่ หลอื อีก 97 ชนดิ พบไดนอยในบริเวณโซน A ศูนยปฏิบตั กิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั บุรีรัมย ศูนยห นองขวาง Abstract This study aims to investigate the biodiversity of trees in zone A of the Education Action Center for Rural Development, Buriram Rajabhat University, Nongkwang campus, Phonsamran sub-district, Khumuang district, Buriram province. This study was conducted during June- November 2018. by using the converted quadrat method with 40x40 m2: 1 Rai (in Thai). This operation method was conducted entirely over Zone A area which the total sampling plot of 99 plots (98.75 Rai) The result showed that, 115 tress species were recorded and classified into 43 families. The most abundance family found in this study was FABACEAE which consisted of 23 species (Because of the closely related families: LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE, LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE and LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE, were also included in the same FABACEAE). Recently, this seemed to be a large group of plants, which can be found generally and cosmopolitan. Subsequently, 8 species of RUBIACEAE and 6 species ANNONACEAE were also found. For the evaluation of biodiversity indices, the Shannon-Wiener indices were performed and it was found that, the biodiversity index (H,) was 2.9352, (H,max) was 3.7612, lndex of Evenness (J) was 0.7804 with distribution percentage of 78.04% whereas the Species diversity (D) was 18.8253 which indicated that 18 trees species were commonly found, while 97 species remained were seemed to be rarely in Zone A of Buriram Rajabhat University, Nongkwang campus, คาํ สําคัญ: ความหลากหลาย, พรรณไม, ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศึกษาเพอ่ื พัฒนาทอ งถ่ิน Keywords: Diversity, trees, Nongkwang Campus การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

255 *ติดตอนักวจิ ัย: สุขสรรค ชูบุญ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Suksan Chuboon (E-mail: [email protected]) บทนํา สมบูรณเต็มไปดวยพืชพรรณไมนานาชนิด โดยเฉพาะปาเต็ง ปาไมเปนทรัพยากรธรรมชาติที่ความสําคัญอยางย่ิงตอ รั ง ที่ มี ป า เ บ ญ จ พ ร ร ณ แ ท ร ก อ ยู ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ มี ค ว า ม หลากหลายของพรรณไมคอนขางสูง พรรณไมเปน ส่ิงมีชีวิต ไมวาจะเปนมนุษยหรือสัตวอื่นๆ เพราะปาไมมี องคประกอบของปาเต็งรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบ ประโยชนท้ังการเปนแหลงวัตถุดิบปจจัยส่ี คือ อาหาร มากกวา 80 เปอรเซ็นต ปจจุบันพ้ืนที่ปาเต็งรังไดลดจํานวน เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย และยารักษาโรคสําหรบั มนุษย เปน ลงอยางรวดเร็ว เน่ืองจากการเขาไปใชประโยชนพ้ืนที่ปาไม แหลงตนนํ้าลําธาร เปนแหลงของสารอินทรยี แ รธาตุทีส่ ําคญั ของมนุษยกอใหเกิดผลกระทบตอสภาพปาไม การบุกรุกปา และยังมีประโยชนในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดลอม ถาปา เพือ่ นาํ พรรณไมไปใชป ระโยชน และการเกิดไฟปา เปน ตน ไมยังถูกทําลายลงไปม ากๆ ยอมสิ่งผลกระทบ ต อ สภาพแวดลอมท่ีเกี่ยวของอ่ืนๆ เชน สัตวปา นํ้า อากาศ ดังน้ันผูวิจัยจงึ มีความสนใจท่ีจะศึกษาความหลากหลาย ฯลฯ เมื่อปาถูกทําลายจะสงผลกระทบไปถึงดินและแหลง นา้ํ ของพรรณไมใ นศูนยปฏิบัตกิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่นิ ดวย เพราะเมื่อเผาหรือถางปาไปแลวพื้นดินจะโลงขาดพืช มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร ปกคลุมเม่ือฝนตกลงมาก็จะชะลางหนาดินและความอุดม สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย เพื่อเปนฐานขอมูลท่ี สมบูรณของดินไป นอกจากนั้นเม่ือขาดตนไมคอยดูดซับน้ํา สําคัญในการวางแบบพัฒนา และจัดการพ้ืนท่ีตลอดจนสราง ไวนํ้าก็จะไหลบาทวมบานเรือน และท่ีลุมฤดูนํ้าหลากพอถึง แหลงการเรียนรูทางธรรมชาติ และแนวทางนําไปสูการ ฤดูแลงก็ไมมีน้ําดดู ซับไวใ ตดนิ ไวหลอ เลี้ยงตน น้ําลําธารทําให บรหิ ารจดั การอนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาตไิ ดอยางยงั่ ยนื แมน้ํามีน้ํานอย สงผลกระทบตอมาถึงระบบเศรษฐกิจและ สังคม เชน การแคลนนํ้าในการชลประทานทําใหทํานาไม อุปกรณและวธิ กี ารศึกษา ไดผลขาดนํ้ามาผลิตกระแสไฟฟา(กรมสงเสริมสิ่งแวดลอม, อปุ กรณที่ใชใ นการศกึ ษา ม.ป.ป) ปาไมเปนระบบนเิ วศทีร่ วบรวมความหลากหลายทาง ชีวภาพเอาไวรวมไปถึงการใชประโยชนในดานสมุนไพรจาก อุปกรณท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก กลอง มาดัดแปลงสกัดเอาสวนสําคัญหรือยาแผนโบรานท่ีใชรักษา ถายรูปดิจิตอล เครื่องวัดพิกัดดาวเทียม (GPS) หนังสือคูมือ โรค สวนใหญไดจากผลิตภณั ฑของปาไมไดมกี ารนําสมนุ ไพร จําแนกพรรณไม (กองกานดา ชยามฤต, 2541), (เติม สมติ ิ จากปามาดัดแปลงสกัดเอาสวนสําคัญ จากเปลือก ดอก ผล นันท, 2557). สมุดบันทึกการเก็บพรรณไม ปากกา ดินสอ เมล็ด ราก นํามาใชในการผลิตยารักษาโรคที่ออกมาใน กระดาษหนังสือพิมพ กระดาษแข็ง กระดาษ A4 ไมบรรทัด รูปแบบของยาเมล็ด ยาน้ํา และยาแคปซูลตางๆ ปาไมจึง ตลับเมตร เชือกฟาง เชือกในลอน แผงอัดพรรณไม กรรไกร เหมาะแกการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ ตัดก่งิ มดี เขม็ พรอ มดา ย ไมนานชนิดและสัตวปา (สํานักงานจัดการทรัพยากรปาไมที่ วธิ กี ารศึกษา 4 สาขาพิษณุโลก ม.ป.ป.) ซ่ึงปาในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ การวิจัยครง้ั นี้เปน การวิจัยเชิงสาํ รวจ โดยมีวิธีการศึกษาและ ของไทยสวนใหญเปนปาเต็งรัง (decidous dipterpcarp ขั้นตอน ดงั น้ี forest) ปา แดง หรอื ปา แพะ มีอยู 70-80 เปอรเซ็นต เปนปา 1. สํารวจพ้ืนท่ีศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น โปรง ปาที่แหงแลงมีไฟไหมปาแทบทุกปทําใหพื้นที่ปาบาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร แหงเปนดินดานโผลพนดินข้ึนมา โครงสรางของปาแบง สําราญ อําเภอคูเมอื ง จังหวัดบรุ รี ัมย ออกเปนตนไมขนาดใหญมีความสูง 10 เมตรขึ้นไปไมขนาด 2. สํารวจพรรณไมภายในศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือ กลางสูง 5-10 เมตร ขึ้นปะปนไมหนาทึบ ในฤดูรอนตนทุก พัฒนาทองถ่ินมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ชนิดผลัดใบ เชน ไมเต็ง ไมรัง ไมเหียง ไมพลวง โดยไมกราด ตําบลพรสาํ ราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรมั ย แบงพ้ืนท่ีการ พบในบางพื้นท่ีเทานั้น สวนไมอ่ืนๆก็ขึ้นปะปนอยูดวยกัน สาํ รวจ พนื้ ท่ีโซน A : เริ่มแปลงสาธติ สาขาวชิ าเกษตรศาสตร- เชน มะคา แต ประดปู า มะกอกเกลือ้ น เหมือดแอ พลบั พลา สาขาวิชาประมง เปน ตน 3. สาํ รวจความหลากชนดิ พรรณไม จะจัดเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ วางแปลงทดลองแบบ quadrat method โดยวางแปลง ศู น ย ป ฏิ บั ติ ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า เ พ่ื อ พั ฒ น า ท อ ง ถิ่ น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร สําราญ อําเภอคเู มอื ง จงั หวัดบรุ ีรมั ย มสี ภาพแวดลอมที่อุดม การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

256 แบบเจาะจงขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบ ภาพท่ี 1 แผนที่ศูนยปฏบิ ตั ิการอดุ มศึกษาเพือ่ พัฒนาทองถน่ิ พนื้ ทที่ ัง้ หมดในโซน A รวม 100 แปลง พรอ มถายรูปตวั อยาง มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศูนยห นองขวาง ของพรรณไม ตําบลพรสาํ ราญ อําเภอคูเมอื ง จังหวัดบรุ รี มั ย 4. วัดพิกัดดาวเทียม (GPS) พรรณไมแตละตน บันทึกขอมูล ท่ีไดจากการสํารวจ คือ วัน เดือน ป บริเวณที่พบ และชนิด ผลการศกึ ษา ของพรรณไมท ่พี บใน แตล ะ แปลง จากการการศึกษาความหลากหลายของพรรณไม 5. นําขอมูลพรรณไมในแตละแปลงมาหาการแพรกระจาย ของพืชแตละชนิด โดยใชการคํานวณดัชนีความหลากชนิด บริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาทองถิ่น ( Shannon-Wiener Index Of Diversity) คํ า น ว ณ ต า ม มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร วธิ ีการของ Krebs (1972) ดังน้ี สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย ในชวงเดือนมิถุนายน- พฤศจิกายน 2561 โดยวางแปลงทดลองแบบ quadrat - คาดัชนีความหลากหลายของชนิด (Shannon-Wiener method ขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบพื้นท่ี Index) ทง้ั หมดในโซน A พ้นื ทส่ี าํ รวจ 98 ไร 3 งาน ������������ จากการศึกษาพบวาปาแหงนี้เปนปาเต็งรังที่มีปาเบญจ พรรณแทรกอยูตามธรรมชาติ โดยจําแนกชนิดของพรรณไม ������������′ = − � ������������������������ ∗ ������������������������ ������������������������ พบ 115 ชนิด 43 วงศ รายชื่อวงศและชนิดของพรรณไม แสดงไวในตารางท่ี 1 ������������=1 คาดัชนีความสําคัญของพรรณไม จากการศึกษาในการ โดยท่ี สํารวจขนาดแปลง 40x40 ตารางเมตร พบวามีจํานวนตน H’ คือ ดชั นีความหลากหลายของชนดิ (Index Of Diversity) พรรณไมท้ังหมด 13,662 ตน จําแนกชนิดของพรรณไมพบ Pi คือ สัดสวนระหวางจํานวนตนของพรรณไมชนิดที่ I ตอจํานวนของ 115 ชนิด 43 วงศ โดยมีมะคาแต (Sindora siamensis พรรณไมทั้งหมด Teijsm. ex Miq.) พบจํานวน 3,742 ตน รองลงมาคอื พลอง เหมือด (Memecylon edule Roxb.) พบจํานวน 1,979 ตน (เม่อื i=1,2,3,…S) แ ด ง ( Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob var. xylocarpa) พบจํานวน 1,157 ตน ขันทองพยาบา ท - ดัชนีความสม่ําเสมอของ Shannon-Wiener (Shannon- (Suregada multiflora (A. Juss.) Baill.) พบจํานวน 851 Wiener Evenness Index, E) ตน และติ้วเกลี้ยง (Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume Yello com wood) พบจํานวน 785 ตามลําดับ ดัง ������������ = H′ ตารางท่ี 1 In(������������) สรปุ และอภปิ รายผล และ HH จากการศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณ E = H′max = In������������ โซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่ิน มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร คาความหลากชนิด (Diversity : D) = eH สาํ ราญ อําเภอคเู มอื ง จังหวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน- E คอื คา ดัชนคี วามหลากชนิดพนั ธขุ อง Simpson หรอื Exponential ธนั วาคม 2561 จากพ้ืนทก่ี ารสํารวจทงั้ หมด 100 ไร โดยวาง J คือ ดชั นคี วามสมํา่ เสมอในการกระจายจํานวน (Evenness Index) แปลงตวั อยางขนาด 40 × 40 เมตร พบวามพี รรณไมท้งั หมด H’ คือ ดชั นคี วามหลากหลายของชนดิ (Index of Diversity) 13,662 ตน จาํ แนกชนดิ ของพรรณไมพบ 115 ชนิด 43 วงศ H’max คือ คาความหลากหลายสูงสุดท่ีสามารถเปนไปไดโดยที่มี จาํ นวนชนิดเทา กนั H’max = InS S คอื จาํ นวนชนดิ พรรณไมท ง้ั หมด n คือ จาํ นวนตนของพนั ธไุ มท ัง้ หมดในแปลงตวั อยาง e คอื iog ฐาน e 6. นําพรรณไมทีไ่ ดศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของพรรณไม ในแตละชนิด โดยนํามาแยกชนิดและนํามาเทียบกับ เอกสารอางอิง(กองกานดา ชยามฤต, 2541), (เต็ม สมิติ นันทน, 2557) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

257 จากการคํานวณดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ ตามวิธี วงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนิด และวงศ ANNONACEAE พบ ของ Shanon-Weiner พบคาดัชนีความหลากหลายทาง 6 ชนิด สวนวงศอ ่ืนๆ พบจาํ นวนระหวา ง 1-5 ชนิด ชีวภาพของพรรณไมเทากับ 2.9352 (H,) พบคาความ หลากหลายสูงสุดที่สามารถเปนไปไดโดยมีจํานวนชนิด การศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณโซน A เทากับ 3.7612 (H,max) ซึ่งมีความสมํ่าเสมอในการแพร ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัย กระจายจํานวนเทากับ 0.7846 (J) โดยนํามาคิดเปนรอยละ ราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคู 78.46% ซ่ึงถือไดวามีการแพรกระจายพรรณไมอยาง เมือง จังหวัดบุรีรัมย ไมสอดคลองกับงานวิจัย งานวิจัยของ สม่ําเสมอ ตลอดพ้ืนที่ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนา เทียมหทัย ชูพันธ (2559) ไดสํารวจความหลากหลายของ ทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรรี ัมย ศูนยหนองขวาง ตําบล พรรณพืชในปาชุมชนเพื่อการอนุรักษ เทศบาลตําบลเมือง พรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย คาความหลาก ใหมโ คกกรวด อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสีมา พบพรรณไม ชนิด 18.8253 (D) ซึง่ แสดงวา พรรณไม ซงึ่ แสดงไดว าพรรณ ตนท้ังหมด 69 วงศ 241 ชนิด จําแนกเปนพรรณไมตน ไม 18 ชนิด สามารถพบไดทั่วไป สวนที่เหลืออีก 97 ชนิด จํานวน 32 วงศ 95 ชนิด วงศท่ีพบมากที่สุดคือ FABACEAE พบไดนอยในบริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อ จํานวน 22 ชนิด สุกัญญา นาคะวงศ วรรณชัย ชาแทน และ พัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง วิลาวัณย พรอมพรม (2558) ไดทําการศึกษาสังคมพืชและ เน่ืองจากมีการกระจายพรรณไมคอนขางนอย ซึ่งอาจตองมี การใชประโยชนของพรรณไมในบริเวณปาชาสาธารณ- การอนุรักษและปลูกตน ไมเพ่มิ เตมิ ประโยชน บานจาน เทศบาลตําบลทงุ กุลา อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดรอยเอ็ด ผลจากการศึกษาพบพรรณไมจํานวน 64 วงศที่สํารวจมีการพบพรรณไมมากที่สุด คือ วงศ ชนิด 55 สกุล และ 35 วงศ วงศที่พบมากที่สุดคือ วงศ FABACEAE พ บ 23 ช นิ ด เ น่ื อ ง จ า ก พ บ ว ง ศ ย อ ย FABACEAE จํานวน 7 ชนดิ ทัง้ นเ้ี ปน เพราะโครงสรางพ้ืนท่ีท่ี (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE), (LEGUMINOSAE- ทําการสํารวจ สภาพอากาศ ภูมิประเทศ มีลักษณะท่ี MIMOSOIDEAE).(LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE) ซ่ึ ง คลายคลึงกัน เปนพืชกลุมใหญจึงสามารถพบไดมากท่ัวไป รองลงมาคือ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

25 ตารางที่ 1 แสดงดชั นคี วามหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อาํ เ ลําดบั วงศ ช่ือวิทยาศาสตร Buchanania lanzan Spreng Buchanania siamensis Miq. 1 ANACARDIACEAE Lannea coromandelica (Houtt.) Merr. Mangifera sp.1 Spondias pinnata (L.f.) Kurz Uvaria dulcis Dunal Annona squamosa L. Artabotrys hexapetalus (L.f.) Bhandari 2 ANNONACEAE Hubera cerasoides (Roxb.) Chaowasku Melodorum fruticosum Lour. Uvaria rufa Blume Alstonia scholaris (L.) R. Br. Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J. 3 APOCYNACEAE Carissa carandas L. Walsura arborea (Dennst.) Mabb. Calamus viminalis Willd 4 ARECACEAE (PALMAE) Cocos nucifera L 5 BIGNONIACEAE Millingtonia hortensis L.f. 6 BURSERACEAE Canarium subulatum Guillaumin 7 CAPPARACEAE Capparis flavicans Kurz การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.ส

58 ณไมบรเิ วณโซน A ศูนยปฏิบัตกิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทอ งถน่ิ เภอคูเมือง จงั หวดั บุรรี มั ย ระหวางเดอื นมถิ นุ ายน-ธนั วาคม 2561 ชอ่ื พ้ืนเมอื ง จํานวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi มะมว งหวั แมงวัน 69 0.005051 -5.288267 -0.026708 ธนนไชย 16 0.001171 -6.749785 -0.007905 กุก 69 0.005051 -5.288267 -0.026708 มะมวงปา 51 0.003733 -5.590548 -0.020869 มะกอก 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 นมววั 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 นอ ยหนา 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 กระดงั งาจีน 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 กะเจยี น 3 0.000220 -8.423761 -0.001850 ลําดวน 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 พีพวนนอ ย 1 0.000659 -7.325149 -0.004826 ตนี เปด 9 0.000659 -7.325149 -0.004826 โมกเครือ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะมว งหาว มะนาวโห 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 โมกมนั 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 หวายดง 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะพรา ว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ปบ 6 0.000439 -7.730614 -0.003395 มะกอกเกลอ้ื น 457 0.033450 -3.397690 -0.113654 กระจกิ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

25 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย ศูนยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อําเภ ลําดบั วงศ ชื่อวทิ ยาศาสตร Celastrus paniculata Willd. 8 CELASTRACEAE Salacia chinensis L. Siphonodon celastrineus Griff. 9 CONNARACEAE Ellipanthus tomentosus Kurz Combretum quadrangulare Kurz 10 COMBRETACEAE Terminalia chebula Retz. 11 DILLENIACEAE Dillenia ovata Wall. ew Hook. F. & Thomson Dillenia obovata (Blume) Hoogland. 12 DIOSCOREACEAE Dioscorea hispida Dennst. Dipterocarpus alatus Roxb. Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq. Dipterocarpus intricatus Dyer 13 DIPTEROCARPACEAE Dipterocarpus tuberculatus Roxb. Shorea obtusa Wall. ex. Blume Shorea siamensis Miq. Diospyros sp. (วงศมะพลับ) 14 EBENACEAE Diospyros mollis Griff. 15 EUPHORBIACEAE Suregada multiflora (A. Juss.) Baill. Bauhinia purpurea L. Cassia fistula L. 16 FABACEAE Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & Barneby Senna siamea (Lam) H.S. Irwin & Barneby การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.ส

59 ณไมบ รเิ วณโซน A ศนู ยป ฏบิ ัตกิ ารอดุ มศกึ ษาเพือ่ พัฒนาทอ งถ่นิ ภอคเู มอื ง จังหวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมถิ นุ ายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ชือ่ พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi กระทงลาย 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 กาํ แพงเจ็ดชนั้ 142 0.000586 -7.442932 -0.004358 มะดูก 8 0.002049 -6.190169 -0.012687 คํารอก 93 0.000439 -7.730614 -0.003395 สะแกนา 6 0.000366 -7.912936 -0.002896 สมอไทย 5 0.004977 -5.302866 -0.026394 สานใบเล็ก 68 0.004977 -5.302866 -0.026394 สานใหญ 49 0.003587 -5.630553 -0.020194 กลอย 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ยางนา 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เหยี ง 37 0.002708 -5.911456 -0.016010 ยางกราด 23 0.001684 -6.386879 -0.010752 พลวง 31 0.002269 -6.088386 -0.013815 เต็ง 250 0.018299 -4.000913 -0.073212 รัง 85 0.006222 -5.079722 -0.031604 - 12 0.000878 -7.037467 -0.006181 มะเกลอื 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ขันทองพยาบาท 851 0.062290 -2.775961 -0.172913 ชงโค 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ราชพฤกษ 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 แสมสาร 115 0.004611 -5.379239 -0.024805 ข้ึเหลก็ 63 0.004611 -5.379239 -0.024805 สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

26 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศูนยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อําเภ ลาํ ดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร Delonix regia (BoJ. ex Hook.) Raf Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer er K. Heyne Sindora siamensis Teijsm.ex Miq. FABACEAE Cassia grandis L.f. (LEGUMINOSAE- Dialium cochinchinense Pierre CAESALPINIOIDEAE) Erythrophleum succirubrum Gagnep Acacia auriculiformis A.Cunn. Ex Benth. Albizia chinensis (Osbeck) Merr FABACEAE Acacia mangium Willd. (LEGUMINOSAE- Vachellia harmandiana (Pierre) Maslin, Seigler & Ebinge MIMOSOIDEAE) Albizia lebbek (L.) Benth. Albizia procera (Roxb.) Benth. Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob var. xylocarpa Butea monosperma (Lam.) Taub. FABACEAE Dalbergia cochinchinensis Pierra (LEGUMINOSAE- Dalbergia nigrescens Kurz PAPILIONOIDEAE) Pterocarpus macrocarpus Kurz การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.ส

60 ณไมบริเวณโซน A ศนู ยปฏบิ ตั ิการอดุ มศกึ ษาเพ่อื พฒั นาทองถิ่น ภอคูเมอื ง จงั หวัดบุรีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2561 (ตอ ) ชือ่ พนื้ เมอื ง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi หางนกยงู ฝรัง่ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 อะราง 45 0.003294 -5.715711 -0.018826 นนทรี 14 0.001025 -6.883316 -0.007054 มะคาแต 3742 0.273898 -1.294998 -0.354698 กาฬพฤกษ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เขลง 31 0.002269 -6.088386 -0.013815 ซาด 143 0.010467 -4.559529 -0.047725 กระถนิ ณรงค 19 0.001391 -6.577935 -0.009148 กางหลวง 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 กระถนิ เทพา 8 0.000586 -7.442932 -0.004358 er กระถนิ พิมาน 8 0.000586 -7.442932 -0.004358 พฤกษ 19 0.001391 -6.577935 -0.009148 ท้ิงถอ น 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 กระถิน 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 มะขามเทศ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 แดง 1157 0.084687 -2.468788 -0.209075 ทองกวาว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 พะยงู 139 0.010174 -4.587900 -0.046678 ฉนวน 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 ประดู 169 0.012370 -4.392475 -0.054335 สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

26 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภ ลําดับ วงศ ช่อื วิทยาศาสตร Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth & Hook. f. ex. Dyer 17 HYPERICACEAE Pruniflorum Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume Yello com w 18 IRVINGIACEAE Irvingia malayana Oliv. A. W. Benn. 19 LAMIACEAE Hymenopyramis parvifolia Moldenke Vitex pinnata L. 20 LAURACEAE Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. 21 LECYTHIDACEAE Careya arborea Roxb 22 LECYTHIDACEAE Barringtonia sp.1 23 LYTHRACEAE Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. Bombax anceps Pierre 24 MALVACEAE Microcos tomentosa Sm. 25 MELIACEAE Azadirachta indica A. Juss. Walsura trichostemon Miq. 26 MELASTOMATACEAE Memecylon edule Roxb. Artocarpus heterophyllus Lam. 27 MORACEAE Artocarpus Lacucha Roxb. Ex. Buchi _Ham Streblus asper Lour. Eucalytus camaldulensis Dehnh. 28 MYRTACEAE Syzygium cumlm (L.) Skeels 29 MYRTACEAE Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & L. M. Perry 30 OCHNACEAE Ochna integerrima (Lour.) Merr. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.ส

61 ณไมบริเวณโซน A ศูนยป ฏิบตั กิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่ิน ภอคเู มอื ง จังหวดั บุรรี มั ย ระหวา งเดอื นมิถนุ ายน-ธันวาคม 2561 (ตอ) ช่อื พื้นเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi r spp. ติว้ ขน 566 0.041429 -3.183779 -0.131900 wood ต้วิ เกล้ียง 785 0.057459 -2.856690 -0.164142 -0.032792 กระบก 89 0.006514 -5.033737 -0.013815 -0.003395 ขาเปย 31 0.002269 -6.088386 -0.012305 ตนี นก 6 0.000439 -7.730614 -0.001850 หมเ่ี หม็น 27 0.001976 -6.226537 -0.001850 กระโดน 3 0.000220 -8.423761 -0.000697 จิก 3 0.000220 -8.423761 -0.022861 อินทนลิ นํ้า 1 0.000073 -9.522374 -0.090134 ง้ิวขาว 57 0.004172 -5.479322 -0.066714 พลับพลา 331 0.024228 -3.720255 -0.046678 สะเดา 221 0.016176 -4.124211 -0.279862 คัดลนิ้ 139 0.010174 -4.587900 -0.000697 พลองเหมือด 1979 0.144854 -1.932027 -0.001293 ขนุน 1 0.000073 -9.522374 -0.002382 หาด 2 0.000146 -8.829226 -0.014555 ขอย 4 0.000293 -8.136079 -0.005736 ยคู าลิปตัส 33 0.002415 -6.025866 -0.025444 หวา 11 0.000805 -7.124478 -0.087728 พลองแกม อน 65 0.004758 -5.347986 ชางนา ว 319 0.023349 -3.757182 สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

26 ตารางที่ 1 แสดงดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี ัมย ศูนยห นองขวาง ตาํ บลพรสาํ ราญ อาํ เภ ลําดับ วงศ ชอื่ วิทยาศาสตร 31 OLACACEAE Olax psittacorum (Lam.) Vahl 32 OPILIACEAE Cansjera rheede J. F. Gme Phyllanthus acidus (L.) Skeels. Exst 33 PHYLLANTHACEAE Phyllanthus angkorensis Beille vietnamosasa ciliata Bambusa sp. 34 POACEAE Gigantochloa albociliata (Munro) Munro Thyrsostachys siamensis Gamble Vietnamosasa pusilla. (A. Chev. & A. Camus). T. Q. Nguy 35 PROTEACEAE Heliciopsis terminalis (Kurz) Sleumer Ziziphus cambodiana Pierre 36 RHAMNACEAE Zizyphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia Canthium berberidifolium Geddes Citrus lucida (Scheff.) Mabb. Catunaregam tomentosa (Blume e.x. DC.) Tirveng Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirreng 37 RUBIACEAE Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. Morinda coreia Buch - ham. Neonauclea sp. Pavetta indica L. 38 RUTACEAE Clausena excavata Burm.f. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.ส

62 ณไมบ ริเวณโซน A ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศึกษาเพอื่ พัฒนาทอ งถ่นิ ภอคูเมอื ง จงั หวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ชอื่ พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi น้าํ ใจใคร 11 0.017421 -4.050103 -0.070555 นางจมุ 238 0.017421 -4.050103 -0.070555 มะยม 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เสยี วใหญ 6 0.000439 -7.730614 -0.003395 โจด 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 ไผ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 ไผไร 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 ไผรวก 9 0.000659 -7.325149 -0.004826 yen. เพก็ 10 0.000732 -7.219788 -0.005285 พรมคต 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 หนามตะคอง 67 0.004904 -5.317681 -0.026079 เล็บเหย่ยี ว 10 0.000732 -7.219788 -0.005285 -0.019855 เงย่ี งดกุ 48 0.003513 -5.651173 -0.000697 มะสงั 1 0.000073 -9.522374 -0.041041 หนามแทง 118 0.008637 -4.751689 -0.000697 -0.024162 มะคังแดง 1 0.000073 -9.522374 -0.005736 -0.002382 สมกบ 61 0.004465 -5.411500 -0.030704 ยอปา 11 0.000805 -7.124478 -0.003882 กระทมุ 4 0.000293 -8.136079 เขม็ ปา 82 0.006002 -5.115654 สันโสก 7 0.000512 -7.576463 สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

26 ตารางที่ 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตาํ บลพรสาํ ราญ อาํ เภ ลําดับ วงศ ช่ือวทิ ยาศาสตร Citrus aurantifolia Swing. Citrus japonica Thunb. Citrus hystrix DC. 39 SALICACEAE Flacourtia indica (Burm. f.) Merr. Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. 40 SAPINDACEAE Schleichera oleosa (Lour.) Merr 41 SIMAROUBACEAE Harrisonia perforata (Blanco) Merr. 42 STRYCHNACEAE Strychnos nux-vomica L. 43 TILIACEAE Muntingia calabura L. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.ส

63 ณไมบรเิ วณโซน A ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศกึ ษาเพอื่ พฒั นาทองถิน่ ภอคเู มอื ง จังหวัดบุรีรมั ย ระหวางเดือนมิถนุ ายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ช่อื พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi มะนาว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 สมจิด๊ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะกรูด 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ตะขบปา 48 0.003513 -5.651173 -0.019855 มะหวด 2 0.003513 -5.651173 -0.019855 ตะครอ 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 สีฟน คนทา 44 0.003221 -5.738184 -0.018480 แสลงใจ 27 0.001976 -6.226537 -0.012305 ตะขบฝรั่ง 4 0.001976 -6.226537 -0.012305 Unknown 100 0.007320 -4.917203 -0.035992 Total 13662 1.006807 -789.318273 -2.935202 H'max = H' = J= D= 3.7612 2.9352 0.7804 18.8253 สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

264 คาํ ขอบคุณ พรธิพย รินไธสง. (2553). ความหลากชนิดและการใช โครงการวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรกั ษ ประโยชนของพรรณไมยืนตนบริเวณสวนปารมเกลา - กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน . พนั ธุกรรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดํารฯิ ผูว จิ ัยขอขอบคุณ มา ณ ที่น้ดี วย สุธีรา สุนทรารักษ. (2560).ความหลากชนิดของพรรณไม เอกสารอางองิ ตนและมูลคาทางเศรษฐกิจกับการใชประโยชนใน กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม. (2560). พื้นท่ีปาธรรมชาติ บริเวณศูนยปฎิบัติอุดมศึกษาเพื่อ พัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนย ฐานขอ มลู พรรณไมองคก รพฤกษศาสตร จาก หนองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัด http://www.qsbg.org/Database/search_ บรุ ีรัมย page.asp กมลรัตน วงศรกั ษา. (2553). ความหลากชนดิ ของพรรณไม สุวรรณศรี มีศิริ.(2546). การสํารวจพืชสมุนไพรไมยืนตน ยืนตนท่ีมมี ูลคา ทางเศรษฐกจิ บริเวณสวนรมเกลากาล บริเวณศูนยืการศึกษาและปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อ พฤกษมหาวิทยาลัยขอนแกน.ชมรมวิทยาศาสตร พัฒนาทองถ่ิน สถาบันราชภัฏบุรีรัมย บานหนอง สิ่งแวดลอม ขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย กอ งกานดา ชยามฤต. (2541). คมู ือจําแนกพรรณไม. หอ ปริญญานพิ นธบ รุ ีรัมย. สถาบันราชภัฏบุรีรัมย พรรณไมก รมปา ไม. กระทรวงเกษตรเละสหกรณ. กรงุ เทพฯ. สุกัญญา นาคะวงศและคณะ.(2560).การศึกษาสังคมพืช จันทรจิรา ตรีเพชร. (2559). ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใชประโยชนของพรรณไมบริเวณปาชา ข อ ง พื ช พ ร ร ณ ไ ม ยื น ต น เ พื่ อ ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ ก า ร สาธารณประโยชนบานจาน เทศบาลตําบลทุงกุลา อนุรักษส่ิงแวดลอมในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดรอยเอ็ด. วิทยานิพนธ ภาควิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร ปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และวิทยาศาสตร เติม สมิตินันท. (2557). ช่ือพรรณไมแหงประเทศไทย(ชื่อ สมชญา ศรีธรรมและคณะ.(2559).การสํารวจไมปายางชุม พฤกษศาสตร-ชือ่ พน้ื เมอื ง). กรมปา ไม และการใชประโยชนใ นทอ งถนิ่ จงั หวดั สุรินทร เทยี มหทัย ชพู ันธ (2559) ความหลากหลายของพรรณพืชใน ปาชุมชนเพื่อการอนุรักษ เทศบาลตําบลเมืองใหมโคก สมบุญ เตชะภญั ญาวฒั น. (2537). พฤกษศาสตร. พิมพครงั้ กรวด อําเภอเมือง จงั หวดั นครราชสมี า ที่ 3. ภาควิชาพฤกษศาสตร คณะวิชาวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร กรุงเทพฯ. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

265 การใชประโยชนด า นสมนุ ไพรพรรณไมในปา ชมุ ชน ตาํ บลแร จังหวัดสกลนคร HERBAL UTILIZATION OF PLANTS IN TUMBON RAE, SAKON NAKHON PROVINCE ธนวรรธน เนื่องศร,ี จงกล พูลสวสั ด์ิ* และ ววิ ัฒน ศรีวิชา Tanawat Nuangsri, Jongkol Poonsawat* and Wiwat Sriwicha สาขาวชิ าแพทยแ ผนไทย คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47160 Department of Thai Traditional Medicine, Faculty of Natural Resources, Rajamangala University of Technology Isan, Sakon Nakhon Campus, Sakon Nakhon 47160, Thailand บทคดั ยอ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศกึ ษาการใชประโยชนดา นสมนุ ไพรในปาชุมชน ตําบลแร จังหวัดสกลนคร ระหวางเดือนตุลาคม 2556 – กนั ยายน 2557 โดยการสัมภาษณก ึง่ โครงสรา ง หมอพื้นบา น จาํ นวน 11 คน ตลอดจนเกบ็ และรกั ษาตัวอยางพรรณไม เพ่ือจําแนกโดยเทียบเคียงกับตัวอยางพรรณไมแหงในพิพิธภัณฑพืชของกรมอุทยานแหงชาติสัตวปา และพันธุพืช และ แหลงขอมูลอื่น ๆ ผลการศึกษาพบพืชท่ีมีการใชประโยชน 85 ชนิด 46 วงศ และไมทราบวงศ จํานวน 4 ชนิด แบงไดเปน 6 กลุม ไดแก ไมลมลุก 42 ชนิด (26 วงศ) ไมตน 18 ชนิด (15 วงศ) ไมพุม 16 ชนิด (11 วงศ) ไมเล้ือยมีเน้ือไม 2 ชนิด (2 วงศ) ไมเ ลื้อยไมม ีเน้อื ไม 2 ชนดิ (2 วงศ) และไมรอเลอื้ ย 5 ชนดิ (5 วงศ) วงศท่ีมจี ํานวนชนิดพนั ธุม ากท่สี ดุ ไดแก EUPHORBIACEAE จาํ นวน 6 ชนิด รองลงมาคอื ZINGIBERACEAE จํานวน 4 ชนดิ Abstract The objective of this research was to study utilization of medicinal plants in Community Forest at Tumbon Rae, Sakon Nakhon Province from October 2014 to September 2015. The data was collected by using Semi- structured questionnaires with the 11 herbal healers. Moreover, the medicinal plant species were collected and preserved to identify by comparing with herbarium specimens from Forest National Park, Wildlife and Plant Conservation Department, etc. The result showed that 85 medicinal plant species (classified into 46 families) were utilized by native people. These were divided into six groups which were herbaceous (42 species with 26 families), tree (18 species with 15 families), shrubs (16 species with 11 families), woody climber (5 species with 5 families) herbaceous climber (2 species with 2 families) and scandent (2 species with 2 families). Of these, the most abundant plant species were found in two families which were EUPHORBIACEAE and ZINGIBERACEAE, consisting of 6 and 4 species respectively. คาํ สาํ คญั : การใชป ระโยชนพ ชื สมนุ ไพร, พรรณไมปาชุมชน, จงั หวดั สกลนคร Keywords: Herbal utilization, Community forest plants, Sakon Nakhon Province *ติดตอ นกั วิจยั : จงกล พลู สวัสดิ์ (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Jongkol Poonsawat (E-mail: [email protected]) บทนํา ประเทศไทยมีพื้นที่ลดลงในอัตราคอ นขางสูงจากการที่ไดรบั ประเทศท่ีถูกจัดใหเปน ศูนยกลางการกระจายพรรณพชื ผลกระทบมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ถึงแมวา รัฐบาลจะไดม มี าตรการควบคมุ และปองกันอยางเขมงวด ซ่ึง ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต เปนตัวแทนของแหลงพรรณ ในที่สุดไดประกาศยกเลิกสัมปทานการทําไมทั้งหมด แตการ พืชท่ีเปนเอกลักษณในเขตชีวภูมิศาสตร (biogeographic บุกรุกทําลายปายังเปนไปอยางตอเนื่อง ซ่ึงมีผลกระทบตอ zone) อกี ทงั้ เปน แหลง รวมของกลุม พรรณพฤกษชาตปิ ระจํา ระบบนิเวศโดยตรง ทําใหปาในธรรมชาติแปรเปล่ียนสภาพ ภูมิภาคใหญ 3xกลุม คือ กลุมพรรณพฤกษชาติอินเดีย-พมา โดยเฉพาะปาดั้งเดิมซึ่งเปนถิ่นกําเนิด (Habitat) ของพรรณ กลุมพรรณพฤกษชาติอินโดจีน และกลุมพรรณพฤกษชาติ พชื ประจาํ ถ่นิ (Native species) มีปริมาณลดลงตามลาํ ดับ มาเลเซีย น้นั คอื ประเทศไทย เราพบวาพืน้ ท่ปี า ธรรมชาติของ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

266 ในปจจุบันมีการนําทรัพยากรพันธุพืชมาใชใหเกิด (Observation) จากการมีสวนรวมในกิจกรรมตาง ๆ ของ ประโยชนของประเทศไทยมีอยูไมเกินรอยละ 2 ของจํานวน ชุมชน สัมภาษณแบบก่ึงโครงสราง (semi-structured พรรณพืชที่มีอยู แตในขณะเดียวกันกลับพบวามีการทําลาย interview) หรือแบบช้ีนํา (guided interview) โดยใชคํา ปา ซึ่งเปนแหลงทรัพยากรพันธุพืชเพิ่มมากขึ้นจนทําใหพืช สาํ คญั (keywords) เปน เคร่ืองช้ีนําการสัมภาษณ รางคาํ ถาม หลายชนิดโดยเฉพาะอยางยิง่ พืชท่ถี ูกจัดใหเปนพืชเฉพาะถ่ิน ปลายเปดโดยใชคําสําคัญที่ตองการ มีความยืดหยุนสามารถ พืชหายากและพืชที่ใกลส ูญพันธุ ตองสูญพันธุไปในท่ีสุด โดย ปรับเปล่ียนคําใหสอดคลองกับผูตอบคําถามแตละคน ท่ียังไมไดรับการศึกษาและนําไปใชประโยชน (ธวัชชัย สันติ แบงเปนขอมูลท่ัวไปของผูใหสัมภาษณ และขอมูลการใช สุข, 2532) ประโยชนด านสมนุ ไพรจากพรรณไมในปาชมุ ชน ลงพ้นื ทเ่ี ก็บ ตัวอยางพรรณไมทีม่ กี ารใชประโยชนด า นสมุนไพร เพ่อื จดั ทาํ พชื สมนุ ไพร มคี วามหลากหลายไปตามสภาพนิเวศวทิ ยา บัญชีรายช่ือ (species list) โดยใชชื่อสามัญ (common ของแตละทองถ่ินxการนําพืชสมุนไพรมาใชประโยชนในการ name) ช่ือวทิ ยาศาสตร (scientific name) ช่อื วงศ (family) รักษาโรค และการใชประโยชนในดานอื่นๆ จึงมีความ รูปแบบการเจริญเติบโต หรือลักษณะวิสัย (habit) และ หลากหลายแตกตา งกนั ออกไป ดว ยความหลากหลายของพืช รูปแบบการใชประโยชนพรรณไม การเก็บรักษาตัวอยาง สมุนไพรและความหลากหลายทางดานภูมิปญญาทองถ่ินใน พ ร ร ณ ไ ม (collection and preservation of plant การใชประโยชนจากพืชสมุนไพรรักษาโรคตาง ๆ จึงเปน sample) ดวยวิธีอัดแหง การวิเคราะหขอมูล ดานการใช ความสัมพันธระหวางพืชกับมนุษยที่พ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและ ประโยชนพรรณไมในปาชุมชน โดยทําการวิเคราะหเนื้อหา กันมาเปน เวลานานแสดงใหเ หน็ ถึงการใชส มนุ ไพรอยา งยง่ั ยนื (content analysis) นําเสนอแบบพรรณนาความเรียง และ แตในปจจุบนั นป้ี า ซ่งึ เปนแหลง ของพชื สมุนไพรตามธรรมชาติ ใชสถิติเชิงพรรณนาจัดทาบัญชีรายช่ือพรรณไมในปาชุมชน ไดลดลงอยางรวดเร็ว ทําใหสมุนไพรลดลงและบางชนิดอาจ ตาํ บลแร จังหวัดสกลนคร โดยวนิ จิ ฉัยชือ่ พรรณไม จากขอมลู สญู พันธไุ ป (ยคุ ล ละมา ยจีน, 2547) ตามหนังสือพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) ประเทศใกลเคียงหรือประเทศท่ีเปนถิ่นกําเนิด พื้นที่ปาชุมชนบานดานพัฒนา ตําบลแร อําเภอพังโคน เ ดิ ม เ อ ก ส า ร สิ่ ง พิ ม พ แ ล ะ เ ว็ บ ไ ซ ด (website) ท า ง จังหวัดสกลนคร เปนพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณดานพืช พฤกษศาสตรที่นาเชื่อถือ และเทียบเคียงกับตัวอยางพรรณ สมุนไพรมากในอดีต แตปจจุบันประสบปญหาการบุกรุก ไมแหงในพิพิธภัณฑพืช (Herbarium) ของกรมอุทยาน ทําลาย เพ่ือขยายเสนทางคมนาคมและยึดครองขยายพื้นที่ แหง ชาติสัตวปา และพนั ธุพชื ทํากิน เนื่องจากพ้ืนท่ีถูกเปล่ียนสภาพจากพื้นที่ปาที่เคยเปน ผลและวิจารณผลการทดลอง ปาผืนใหญกลายเปนปาขนาดยอยท่ีถูกบุกรุกจากประชาชน เพือ่ ใชเปนพ้นื ท่ีทางเกษตรกรรม ในบางแหงถกู เปลีย่ นสภาพ การรวบรวมและถอดองคค วามรูใ นการดูแลสุขภาพจาก เปนไรราง หมูบาน ถนนและการพัฒนาในรูปแบบอื่น ๆ หมอพ้ืนบานตําบลแร จังหวัดสกลนคร พบหมอพ้ืนบาน สงผลตอการลดจํานวนลง ของพ้ืนท่ีปา รวมถึงพืชสมุนไพรท่ี กระจายอยูตามหมูบานตางๆ ไดแก หมู 1, 2, 3 และหมู 5 มีอยูในปาเหลาน้ันอีกดวย จักรพงษ แทงทอง (2550) กลาว จํานวน 11 คน เพศชาย จํานวน 10 คน คิดเปนรอยละ วา จากการสํารวจพบวามีพ้ืนที่ในปาที่อุดมสมบรูณและรก 90.91 เพศหญิง จํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 9.09 มีชวง รางมาก จึงนับเปนแหลงสํารวจที่ดีเหมาะสมอยางยิ่งท่ีจะ อายุ อยูระหวา ง 48 ถึง 79 ป แบงเปนชวงอายุ 48 - 59 ป มี เปนแหลงศึกษาและรวบรวมพืชสมนุ ไพรในทองถ่ิน เพื่อเปน จํานวน 4 คน และชวยอายุ 60 – 79 ป มีจํานวน 7 คน มี ประโยชนแ กผูทีส่ นใจ และเปนการรักษามรดกทางภูมปิ ญ ญา รายละเอียดดงั น้ี ทอ งถ่นิ ใหคงอยสู บื ไป อกี ทง้ั การศกึ ษาพืชสมนุ ไพรทองถ่ินใด ทองถ่ินหนึ่ง จะเปนประโยชนตอการพัฒนาการแพทย 1. นายเจรญิ ลที อง อายุ 74 ป เชี่ยวชาญ ยาตั้ง ไขอ อก พนื้ บานและสมนุ ไพรอยา งเปนระบบในภาพรวมของประเทศ ตมุ อสี ุกอใี ส ไขไ ทฟอยด ไขหวัด พิษงู รากสานเตย้ี (โรคฝ) เน่ืองจากสภาพภูมิประเทศมีผลตอสังคมพืชท่ีปรากฏ ทําให พืชสมุนไพรท่ีพบแตกตางกัน และวิถีการดําเนินชีวิตของ 2. นายละคร ลีทอง อายุ 71 ป เชย่ี วชาญ หมอตําแย ดี ชาวบานในแตละทองถ่ินแตกตา งกัน จะสงผลตอสรรพคุณที่ ซาน กระเพาะ เลอื ดออกตามไรฟน รักษาฝ กนิ ผดิ ตอนอยไู ฟ ใชและวิธกี ารใชท่แี ตกตางกัน อยกู รรม (หลังคลอด) ไสเ ล่อื น อปุ กรณและวธิ กี ารทดลอง 3. นายสายันต ทีทัศน อายุ 48 ป เชี่ยวชาญ ยาตั้ง การสํารวจขอมูลการใชประโยชนดานสมุนไพรของ รักษากระดกู หัก ฟกชาํ้ บวม พรรณไมในปาชุมชนภาคสนาม โดยการสังเกตการณ 4. นางพนมไพร ผิวคํา อายุ 59 ป เชี่ยวชาญ ไขตา เหลือง ดีซา น ไขรากสาด ไขหมากไม ตน ขาบวม คางทมู การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

267 5. นายรด ลีทอง อายุ 57 ป เชี่ยวชาญ หมอธรรม ไลยี 17. วงศ EUPHORBIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ สะเดาะเคราะห นว่ิ แกเ มาเบ่อื แกเ มา แกพิษตา งๆ 18. วงศ FABACEAE มีจาํ นวน 2 ชนดิ 19. วงศ GRAMINEAE มีจํานวน 2 ชนดิ 6. นายวัน แกวไชยยา อายุ 73 ป เชี่ยวชาญ แกเย่ียว 20. วงศ LAMIACEAE มีจาํ นวน 2 ชนิด แดง เยย่ี วเปน เลือด เบาหวาน โรคกระเพาะ ไขห มากไม 21. วงศ LAURACEAE มีจาํ นวน 2 ชนิด 22. วงศ LEGUMINOSAE มจี ํานวน 2 ชนิด 7. นายลา ฮุงหวล อายุ 76 ป เช่ียวชาญ โรคปอด แก 23. วงศ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE มี ปวดเมือ่ ย ประจําเดอื นมามาก ทอ งผกู จาํ นวน 2 ชนิด 24. วงศ LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE มีจํานวน 1 8. นายสวา ง ฮงุ หวล อายุ 67 ป เชย่ี วชาญ โรคกระเพาะ ชนิด แกเ มา 25. วงศ LEGUMINOSEAE – PAPILIONOIDEAE มี จาํ นวน 1 ชนิด 9. นายทองดา แกวไชยยา อายุ 68 ป เช่ียวชาญ โรค 26. วงศ LYTHRACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ กระเพาะ 27. วงศ MALVACEAE มจี ํานวน 2 ชนิด 28. วงศ MELIACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 10. นายเยี่ยม ฮุงหวล อายุ 56 ป เช่ียวชาญ น่ิวใน 29. วงศ MENISPERMACEAE มจี ํานวน 2 ชนิด กระเพาะปสสาวะ ไขหมากไม น่ิวในกระเพาะ น่ิวในนํ้าดี 30. วงศ MORACEAE มีจาํ นวน 1 ชนิด รดิ สีดวงทวาร แกเล็บมือเปนหนอง 31. วงศ MORINGACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 32. วงศ MUSACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 11. นายอู ลีทอง อายุ 79 ป เช่ียวชาญ โรคกษัย ดีซาน 33. วงศ OLEACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ แกไข และดา นโรคเกย่ี วกับเบาหวาน 34. วงศ PASSIFLORACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 35. วงศ PIPERACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ ดานการสาํ รวจสมนุ ไพรพรรณไมในปา ชุมชน พบพืช 46 36. วงศ POACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ วงศ จาํ นวน 85 ชนิด ไดแ ก 37. วงศ POLYGALACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 38. วงศ POLYGONACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 1. วงศ ACANTHACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 39. วงศ PUNICACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 2. วงศ AMARANTHACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 40. วงศ RUBIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 3. วงศ ANNONACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 41. วงศ RUTACEAE มจี าํ นวน 1 ชนิด 4. วงศ APIACEAE (UMBELLIFERAE) มจี าํ นวน 1 42. วงศ SAURURACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ ชนิด 43. วงศ SCROPHULARIACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 5. วงศA POCYNACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 44. วงศ SOLANACEAE มีจาํ นวน1 ชนดิ 6. วงศ ARECACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 45. วงศ STEMONACEAE มจี าํ นวน 1 ชนิด 7. วงศ ASCLEPIADACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 46. วงศ ZINGIBERACEAE มีจํานวน 1 ชนิด และไม 8. วงศA STERACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ ทราบวงศ มจี าํ นวน 4 ชนิด (ตารางท่ี 1) 9. วงศ ASTERACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ วงศ 10. วงศ BIGNONIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 11. วงศ CELASTRACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 12. วงศ CLUSIACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 13. วงศ COMBRETACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ 14. วงศ COMPOSITAE มีจาํ นวน 2 ชนิด 15. วงศ CONNARACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 16. วงศ DRACENACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ ตารางท่ี 1 บญั ชรี ายชอื่ (Species list) พรรณไมปาชุมชน ตาํ บลแร จังหวดั สกลนคร การใชประโยชน ท่ี ชื่อพ้ืนเมอื ง วงศ / ชือ่ วทิ ยาศาสตร วิสยั 1. กระเจีย๊ บแดง MALVACEAE ขบั ปสสาวะ H Hibiscus sabdariffa L. H 2. กระเจยี วแดง ZINGIBERACEAE ขบั ลม แกท อ งอืด H Curcuma sessilis Gage 3. กระชาย ZINGIBERACEAE บํารงุ กําลงั โรคในปาก (รอน Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ใน) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

268 ที่ ช่อื พนื้ เมอื ง วงศ / ช่อื วทิ ยาศาสตร การใชประโยชน วิสัย 4. กระทือ ZINGIBERACEAE บํารุงกาํ ลัง H 5. กระพังโหม Zingiber zerumbet (L.) Roscoeex Sm. ขับปสสาวะ Sc 6. กระเพราขาว RUBIACEAE แกทองอืดเฟอ ขับลม H 7. กลวยน้าํ วา Paederia foetida L. ผลดบิ แกท อ งเสยี ปลบี าํ รงุ H 8. กะทกรก LAMIACEAE นํา้ นม Sc 9. กะเมง็ Ocimum sanctum L. ยาระบาย H 10 กางปลาแดง MUSACEAE แกหืด แกช ํา้ หลอดลมอักเสบ Sh 11. กาํ แพงเจ็ดชัน้ Musa × paradisiaca L. ยาดับพษิ ไข T 12. แกว OLACACEAE บํารงุ โลหติ ฟอกโลหติ Sh 13. ขนุน Passiflora foetida L. ขบั โลหิตในผูหญิง T 14. ขมน้ิ เครอื COMPUSITAE บํารุงโลหติ WC 15. ขมิน้ ชัน Ecliptaprostrata L. เครอื ราก เขา ยาแกกระเพาะ H 16. ขอย PHYLLANTHACEAE แกโรคกระเพาะ T 17. ขา Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll. Arg. แกป วดฟน ขบั พยาธิ H 18. ขเี้ หล็ก CELASTRACEAE แกทองขนึ้ ทองอดื เฟอ ขบั ลม T 19. เครือหมานอ ย Salacia chinensis L. ชว ยระบาย ทาํ ใหนอนหลบั Sc RUTACEAE เจริญอาหาร 20. แคขาว Murraya paniculata (L.) Jack แกร อนใน แกโรคตบั T MORACEAE 21. จามจรุ ี Artocarpus heterophyllus Lam. แกห วดั T 22. จุกโรหนิ ี MENISPERMACEAE Sc 23. ชะอม Coscinium fenestratum (Gaertn.) Colebr. แกโ รคผิวหนงั กลาก เกลอ้ื น Sh ZINGIBERACEAE แกเลอื ดออกตามไรฟน Curcuma longa L. ขบั ลมในลําไส MORACEAE Streblus asper Lour. ZINGIBERACEAE Alpinia galanga (L.) Willd. FABACEAE Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby MENISPERMACEAE Cissampelos pareira L. var. hirsuta (Buch. ex DC.) Forman. BIGNONIACEAE Dolichandrone serrulata (Wall. ex DC.) Seem. FABACEAE Albizia saman (Jacq.) Merr. ASCLEPIADACEAE Dischidiarafflesiana Wall. LEGUMINOSAE Acacia pennata Subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

269 ท่ี ชือ่ พ้นื เมอื ง วงศ / ช่ือวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วสิ ัย 24. ชา พลู PIPERACEAE ใบขับเสมหะ รากขับลม H 25. ชุมเหด็ ไทย Piper sarmentosum Roxb.ex Hunter แกก ระษัย ขับปสสาวะ H 26. โดไมรลู ม LEGUMINOSAE-CEACALPINOIDEAE ขับปส สาวะ บาํ รงุ กําลงั H 27. ตะไคร Senna tora (L.) Roxb. แกทองอืดทองเฟอ ขับลม H 28. ตาลโตนด ASTERACEAE งวงตาล แกต านขโมยในเด็ก T 29. ติ้วขาว Elephantopus scaber L. ขบั ปสสาวะ T 30. ทับทมิ POACEAE (GRAMINEAE) ใชสมานแผล Sh 31. นอ ยหนา Cymbopogon citratus Stapf. ใบรักษาเหา, เมล็ดขบั พยาธิ Sh 32. บวั บก ARECACEAE แกชาํ้ ใน ใชก นิ กบั นาํ้ พริก H 33. บานไมร โู รยปา Borassus flabellifer L. แกก ามโรค หนองใน H 34. หนาด CLUSIACEAE อาการปวดเคล็ดคดั ยอก Sh 35. เปลา นอ ย Cratoxylumformosum (Jack) Dyer โรคกระเพาะ Sh 36. ผักแขยง PUNICACEAE ขบั ลม H 37. ผกั คราดหัวแหวน Punica granatum L. แกอาการปวดฟน H 38. ผักปราบ ANNONACEAE แกค ล่นื ไส อาเจียน H 39. ผักแพรว Annona squamosa L. ขับลม H 40. ผักเสยี้ นผี APIACEAE (UMBELLIFERAE) แกฝ ใ นปอด ขบั พยาธิ H 41. ไผ Centella asiatica (L.) Urban ขับปสสาวะ ไตพิการ T 42. ฝรงั่ AMARANTHACEAE ใบ ดับกลิ่นปาก แกท อ งเสีย Sh 43. พญาไรใบ Gomphrenacelosioides Mart. ใชย างกดั หวั ไฝ หูด Sh 44. พริก ASTERACEAE ขบั ลม H Blumea balsamifera (L.) DC. EUPHORBIACEAE Croton stellatopilosus Ohba SCROPHULARIACEAE Limophila aromatica (Lamk) Merr. ASTERACEAE (COMPOSITAE) Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen COMMELINACEAE Commelina Benghalenis L. POLYGONACEAE Polygonum odoratum Lour. - Cleome viscose L. GRAMINEAE Bambusoideae MYRTACEAE Psidium guajava L. EUPHORBIACEAE Euphorbia tirucalli L. SOLANACEAE Capsicum annuum L. (Syn. Capsicum frutescens L. var. frutescens) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

270 ท่ี ช่อื พื้นเมอื ง วงศ / ช่ือวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วิสัย 45. พลบั พลงึ AMARYLLIDACEAE แกฟกช้ําปวดบวม โดยใชใบ H Crinum asiaticum L. ยา งไฟประคบบริเวณทป่ี วด 46. พลูคาว SAURURACEAE บวม H 47. เพกา Houttuynia cordata Thunb. ใชแ กทอ งอืดทอ งเฟอ ขับลม Sh 48. ฟาทะลายโจร BIGNONIACEAE แกเ บอื่ H Oroxylumindicum (L.) Kurz ดับพิษไข 49. มะขาม ACANTHACEAE T 50. มะขามเครอื Andrographispaniculata (Burm.f.) ใชฝก ทานสุกหรือดบิ ชวยใน WC 51. มะขามเทศ Wall.exNees การระบาย T 52. มะรมุ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE แกไข บาํ รงุ รา งกาย T 53. มะลิ Tamarindus indica L. เปลือกตม รบั ประทานแก Sh 54. มะอกึ CONNARACEAE ทอ งเสีย H 55. เม็ก Roureopsisstenopetala (Griff.) Schellenb บํารงุ โลหติ Sh LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE บาํ รุงหวั ใจ 56. โมกมัน Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth. แกไ อขบั เสมหะ T 57. ไมยราบ MORINGACEAE แกทองอืด ทอ งเฟอ H 58. ยอ Moringa oleifera Lam. Sh 59. ยา นางแดง OLEACEAE ยาระบาย โรครํามะนาด HC 60. รางจดื Jasminum Sambac (L.) Aiton ใชท ง้ั ตน ตม ด่มื จะชว ยขับ HC 61. ราชพฤกษ SOLANACEAE ปสสาวะ T 62. ลัน่ ทมแดง Solanum stramonifolium Jacq. ขับลมขับลมในลาํ ไส ขับเลือด T 63. ลกู ใตใบ MYRTACEAE ลม ขับโลหิตประจาํ เดือน H 64. วา นงาชา ง Syzygium gratum (Wight) S.N. Mitra var. ถอนพิษเบ่อื เมา H gratum แกเมาเบอ่ื APOCYNACEAE ใชฝ กเปนยาระบาย Wrightiapubescens R.br. เปน ยาถายขับระดู ขบั พยาธิ FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE) Mimosa pucida L. ขบั ปสสาวะ RUBIACEAE Morinda citrifolia L. LEGUMINOSAE (FABACEAE) Bauhinia strychnifolia Craib. ACANTHACEAE Thumbergia laurifolia Lindl. LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE Cassia fistula L. APOCYNACEAE Plumeria rubra L. EUPHORBIACEAE Phyllanthusamarus Schum&Thonn. DRACENACEAE Sansevieria cylindrica Bojer. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

271 ท่ี ช่อื พ้นื เมอื ง วงศ / ชื่อวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วสิ ัย 65. วานดอกทอง - เพมิ่ กาํ หนัด H 66. วา นตูบหมบู Clurcuma cf. pierreana Gagnep แกพ ิษแมลงสตั วกดั ตอ ย H 67. วานหางจระเข - รักษาแผลไฟไหมนาํ้ รอนลวก H 68. สบดู ํา Keanmpferiagalanga L. ใชย างทาบรเิ วณปากเปอ ยเปน H 69. สมดั ใหญ ASPHODELACEAE รอนใน Sh 70. สะแกนา Aloe vera (L.) Burm.f แกไ ข Sh 71. สะเดา EUPHORBIACEAE แกน ตม แกดซี า น T Jatropha curcas L. บาํ รงุ ธาตุ ขับลม 72. สาบเสอื RUTACEAE H 73. เส้ยี วดอกแดง Clausenaexcavata Burm.f. ใบตําพอกหามเลือด Sh 74. หญา คา COMBRETACEAE รักษาอาการไข ดับพิษไข ยา H 75. หญา ดอกขาว Combretum quadrangulare Kurz. ระบาย H 76. หญาตีนนก MELIACEAE ขบั ปสสาวะ H 77. หญาปกไกด าํ Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis ลดความอยากบหุ รี่ ขับ H 78. หญาพันงขู าว Valeton ปส สาวะ H 79. หนอนตายอยาก COMPOSITAE ขับเหง่อื ลดไข Sc 80. หนาด Eupatorium odoratum L. แกแ มลงสัตวก ดั ตอย H 81. หนมุ านนงั่ แทน LEGUMINOSAE แกน ิ่ว แกส ะอึก H 82. หมีเหม็น Bauhinia purpurea วณั โรค โรคผิวหนงั ขับพยาธิ T 83. ออยแดง GRAMINEAE (POACEAE) ขับปส สาวะ แกเ บาหวาน H 84. อญั ชัน Imperata cylindrica Beauv. ใชทารักษาแผลมดี บาด ชว ย H 85. อนิ ทนิลน้ํา COMPOSITAE หา มเลือด T Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob. ตําพอกแกฝหนอง แกป วด POACEAE ขบั ปสสาวะ Eleusine indica (L.) Gaertn. บํารงุ โลหติ POLYGALACEAE โรคเบาหวาน Polygala chinensis L. AMARANTHACEAE Achyranthes aspera L. STEMONACEAE Stemonatuberosa Lour. - Plucheaindica (L.) Less. EUPHORBIACEAE Jatropha podagrica Hook.f. LAURACEAE Litseaglutinosa (Lour.) C.B.Robinson. GRAMINEAE Saccharum officinarum L. FABACEAE Clitoria ternatea L. LYTHRACEAE Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

272 หมายเหตุ H : Herbaceous หมายถึง ไมล ม ลุก มกั มขี นาดเล็ก ลาํ ตน ออน T : Tree หมายถึง ไมต น ลําตนแข็ง มเี นื้อไม ขนาดกลางถงึ ใหญ แตกกิ่งตอนบนลาํ ตน Sh : Shrubs หมายถงึ ไมพ ุม ลาํ ตนแขง็ มีเนื้อไม ขนาดกลาง แตกกง่ิ ใกลร ะดบั ดิน WC : Woody climber หมายถงึ ไมเถาลําตน แข็ง มเี นอื้ ไม เปน เถาขนาดใหญ HC : Herbaceous climber หมายถึง ไมเ ถา ลําตน ออ น ไมม ีเนื้อไม Sc : Scandent หมายถึง ไมรอเลื้อย ถา ไมม หี ลักอยูใ กลจ ะทรงตวั เปนไมพุม แตถา มหี ลักอยูใกลก จ็ ะเลือ้ ยพันหลกั เปน ไมเ ลือ้ ย สรปุ ผลการทดลอง คําขอบคณุ พื้นท่ีปาชุมชนบานดานพัฒนา ตําบลแร อําเภอพังโคน การศึกษาเร่ือง การใชประโยชนดานสมุนไพรพรรณไม จังหวัดสกลนคร ยังมีความอุดมสมบูรณและมีการใช ในปาชุมชน ตําบลแร จังหวัดสกลนคร นี้เปนสวนหนึ่งใน ประโยชนจากปาสมุนไพร ดังจะเห็นไดวา มีหมอพ้ืนบาน โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ กระจายอยูตามหมูบานตาง ๆ ถึง 11 คน โดยเปนเพศชาย สมเด็จพระเทพฯ โครงการยอย โครงการการรวบรวมภูมิ จํานวน 10 คน คิดเปนรอยละ 90.91 และเพศหญิง จํานวน ปญญาทองถิ่นอีสานในชุมชนแหง หน่งึ ของจังหวัดสกลนครใน 1 คน คิดเปนรอยละ 9.09 มีชวงอายุ อยูระหวาง 48 ถึง 79 การดูแลสุขภาพ ไดรับทุนสนับสนุนโครงการ ปงบประมาณ ป แบงเปน 48 - 59 ป มีจํานวน 4 คน และ 60 – 79 ป มี 2557 คณะผูว จิ ยั ขอขอบพระคุณมา ณ ทนี่ ีด้ วย จํานวน 7 คน มีความเช่ียวชาญโรคตาง ๆ ดังน้ี ไขออกตุม อีสุกอีใส ไขไทฟอยด ไขหวดั พิษงู รากสานเต้ีย (โรคฝ ดีซาน เอกสารอา งองิ กระเพาะ เลือดออกตามไรฟน รักษาฝ กินผิดตอนอยูไฟ อยู จกั รพงค แทง ทอง. (2550). สาํ รวจพืชสมุนไพรในวิทยาลยั กรรม (หลังคลอด) ไสเล่ือน กระดูกหัก ฟกชํ้า บวม ไขตา เหลือง ดีซาน ไขรากสาด ไขหมากไม ตนขาบวม คางทูม ไล เขตบานยางนอย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุบลราชธาน.ี ผี สะเดาะเคราะห น่ิว แกเมาเบ่ือ แกเ มา แกพิษตาง ๆ เย่ยี ว ภาควชิ าชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตร. อบุ ลราชธานี. แดง เยี่ยวเปนเลือด เบาหวาน ไขหมากไม โรคปอด แกปวด ธวชั ชยั สนั ติสุข. (2532). พรรณพฤกษชาตขิ องประเทศไทย: เม่ือย ประจําเดือนมามาก ทองผูก น่ิวในกระเพาะปสสาวะ อดตี ปจ จบุ ันและอนาคต. ใน สมั มนาชวี ติ วิทยาเรือ่ ง น่ิวในนํ้าดี ริดสีดวงทวาร แกเล็บมือเปนหนอง โรคกษัย ดี ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย (ครง้ั ท่ี 7) ซาน และแกไข พบพืชที่มีการใชประโยชน 85 ชนิด 46 วงศ . (น. 81-90). มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม เชียงใหม. และไมทราบวงศ จํานวน 4 ชนิด แบงไดเปน 6 กลุม ไดแก นฤมล กลู ศริ ศิ รตี ระกลู บญุ ฑรกิ รอดบาํ รุง เพญ็ พร วินัย ไมลมลุก มากที่สุด มีจํานวน 42 ชนิด (26 วงศ) รองลงมา เรอื งฤทธ์ิ และสมโภชน กุลศริ ศิ รตี ระกูล. (มปป.). เปนไมตน มีจํานวน 18 ชนิด (15 วงศ) ไมพุม 16 ชนิด (11 นเรศวรวิจยั ครงั้ ที่ 12: วจิ ัยและนวตั กรรมกบั การ วงศ) ไมร อเลอื้ ย 5 ชนดิ (5 วงศ) ไมเล้อื ยมเี นือ้ ไม 2 ชนิด (2 พัฒนาประเทศ กลมุ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี. (อัด วงศ) และไมเลื้อยไมม ีเน้อื ไม 2 ชนิด (2 วงศ) วงศท ่ีมจี าํ นวน สําเนา). ชนิดพันธุมากท่สี ดุ ไดแ ก EUPHORBIACEAE จาํ นวน 6 ชนดิ ยุคล ละมายจนี . (2547). ความหลากหลายของพชื สมนุ ไพร ZINGIBERACEAE จํานวน 4 ชนิด สอดคลองกับ นฤมล ทีใ่ ชเ ปน เครื่องสาํ อางตามภมู ปิ ญ ญาทองถ่ินในจงั หวัด กูลศิริศรีตระกูล และคณะ (มปป.) ไดทําการสํารวจดาน อบุ ลราชธาน.ี (วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบณั ฑติ ). สมุนไพรพรรณไมในปาชุมชน ตําบลนาโบสถ จังหวัดตาก อบุ ลราชธานี. มหาวิทยาลัยราชภฏั อุบลราชธาน.ี พบพืชสมุนไพรทั้งหมด 186 ชนิด 75 วงศ และพืชท่ีพบมาก ทสี่ ุดอยูในวงศ EUPHORBIACEAE การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

273 พรรณไมใ นวัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ ในตาํ บลพระธาตุ อําเภอนาดนู จงั หวดั มหาสารคาม ORAL TRADITIONAL KNOWLEDGE AND CULTURAL FOR PLANT SPECIES DIVERSITY IN PRATHAT SUBDISTRIC, NADOON DISTRICT, MAHA SARAKHAM PROVINCE สทุ ธริ า เซดลัค1*, วิภาวรรณ เก้ยี วสนั เทียะ2 และ คมกริช วงศภาคํา2 Sutthira Sedlak1*, Wipawan Kiaosanthie2 and Komgrit Wongpakam2 1หลกั สตู รความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบนั วิจัยวลยั รุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ. กันทรวิชยั จ. มหาสารคาม 44150 2หนวยวจิ ัยความหลากหลายทางชวี ภาพและการอนรุ ักษ สถาบนั วจิ ยั วลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ. กนั ทรวชิ ัย จ. มหาสารคาม 44150 1Biodiversity Program, Walai Rukhavej Botanical Research Institute, Mahasarakham University, Kantarawichai District, Maha Sarakham province 44150 2Research Unit of Biodiversity and Conservation, Walai Rukhavej Botanical Research Institute, Mahasarakham University, Kantarawichai District, Maha Sarakham province 44150 บทคดั ยอ การสํารวจ และรวบรวมพรรณไมในวัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ ในตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พ้ืนที่ภายใตโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ. มมส) จากการคนหาปจเจกในผูรู ผูนําชุมชน ปราชญชาวบาน หมอยาพ้ืนบาน และผูมีประสบการณ ดวยเทคนิค Snowball sampling ระหวางเดือนกุมภาพันธถึงเดอื นมถิ ุนายน พ.ศ. 2561 โดยใชแบบสอบถามหรือการสัมภาษณแ บบกงึ่ มี โครงสรา ง พบการใชประโยชนจากพรรณไม 138 ชนิด ปรากฏในวัฒนธรรมและภูมปิ ญญามุขปาฐะ จําแนกเปนพืชอาหารคน และสัตว 75 ชนิด พืชหัตถกรรม เคร่ืองมือ เคร่ืองใชและกอสรา ง 99 ชนิด พืชสมุนไพรและการดูแลสุขภาพคนและสัตว 100 ชนิด พืชในการจัดการส่ิงแวดลอม 27 ชนิด พืชเกษตรกรรมและการเลี้ยงสัตว 21 ชนิด พืชในวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ความเชอื่ 49 ชนดิ และพชื ขะลาํ 6 ชนดิ Abstract A survey and collection of the oral traditional knowledge and cultural plants in Prathat Subdistric, Nadoon District, Maha Sarakham Province, has been done under Plant Genetic Conservation Project Under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG) area. The snowball sampling technique was used to gather information from key informants (local experts, community leaders, and local healers). A semi-structured interview was conducted between February and June 2018. The results showed that 138 species were used in oral traditional knowledge which were classified by the following types of utilization: plant food for human and animals (75 species), plant materials for handicrafts, tools, and construction (99 species), medicinal plants and human and animal health care (100 species), environmental management (27 species), crops, agriculture and animal husbandry (21 species), plants in local culture, tradition, rite and belief (49 species) and Isan Kalam (6 species). คําสาํ คญั : ความหลากชนดิ พืช, ภมู ิปญ ญามุขปาฐะ, ปา โคกดงเคง็ Keywords: plant diversity, oral traditional knowledge, Pa Kok Dong Keng area *ตดิ ตอ นักวจิ ัย: สทุ ธริ า เซดลคั (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Sutthira Sedlak (E-mail: [email protected]) การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

274 บทนาํ การคนหาปจเจกผูรู (Key informants) 13 ประเภท (อุษา วัฒนธรรมและภูมิปญ ญามีรายละเอียดที่แตกตางกันใน กลิ่นหอม, 2556) ดวยเทคนิค Snowball sampling technique ( Maniu and Dragan, 2013) บั น ทึ ก ข อ มู ล แตละทองถ่นิ เพราะแตละทอ งถน่ิ มีสภาพแวดลอ มทแ่ี ตกตา ง วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปญญามุขปาฐะโดยใช กันออกไป จึงเปนท่ีมาของคําวา “วัฒนธรรมและภูมิปญญา แบบสอบถามหรือการสัมภาษณแบบก่ึงมีโครงสราง (semi ทองถ่ิน” ภูมิปญญาทองถ่ินแบงไดสองลักษณะไดแก ภูมิ structured interview; Bernard, 1988) และการสนทนา ปญญานามธรรม เชน ความเช่ือ พิธีกรรม ประเพณี และภูมิ กลุมยอย (focus group) คัดกรอง และวิเคราะหรายช่ือ ปญญารูปธรรม เชน การเกษตรพื้นบาน การทําอาหาร พรรณไมท ่ีปรากฏ เพอ่ื การระบชุ นดิ (identification) หตั ถกรรม การดูแลสุขภาพ เปน ตน ภมู ิปญ ญาเหลานเ้ี กิดขึ้น และดํารงอยูภายใตหลกั การของความเปนสาธารณะ ไมไดม ี การระบุชนิดและจัดทําบัญชีรายช่ือพรรณไม ดวยการ การจับจองแสดงความเปนเจาของ มีการถายทอดโดยใชการ เดินสํารวจตามเสนทางทางดั้งเดิมที่ชุมชนใชประโยชน ทํา เรียนรูแบบฝกปฏิบัติหรือมีระบบการถายทอดแบบปากตอ บัญชีรายช่ือพืชท่ีพบ ระบุชนิดตามพรรณพฤกษชาติแหง ปากหรืออาจเรียกวา “ภูมิปญญามุขปาฐะ” ซึ่งเปนการบอก ประเทศไทย (Flora of Thailand) เปน หลกั และ/หรือพรรณ เลาตอ ๆ กันมา โดยมิไดเขียนเปนลายลักษณอักษร พฤกษชาติท่ีเก่ียวของ บันทึกขอมูลชื่อพ้ืนเมืองที่ปรากฏใน (ราชบัณฑิตยสถาน, 2545) ไมมีการอธิบายในเชิงเหตุผล ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะของชุมชน ช่ือ การดํารงอยูของภูมิปญญาทองถ่ินจึงอยูบนฐานของความ สามัญ ช่ือทองถิ่นอ่ืนๆ ช่ือวิทยาศาสตร ช่ือวงศ อางอิงตาม เคารพและความศรัทธา จึงทําใหภูมิปญญาทองถิ่นมีความ ช่ือพรรณไมแหงประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน ฉบับแกไข ออนไหวในการดํารงอยู เมื่อไดรับผลกระทบจากแรงกดดัน ปรับปรุง พ.ศ. 2557 (สํานักงานหอพรรณไม, 2557) เก็บ ที่มาจากภายนอกชุมชนและอาจเปนสาเหตุใหภูมิปญญา ตัวอยางอางอิง (voucher specimen) ถายภาพประกอบ ทองถิน่ สูญหายไปจากชมุ ชน และบรรยายลักษณะสัณฐานวิทยาตามหลักอนุกรมวิธาน และประเมนิ สถานภาพระดบั ชุมชน และระดับชาติ ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม มี ผลการศึกษา สภาพภูมิประเทศ เปนท่ีราบและที่ราบสูง ไมมีภูเขา และ แมน้าํ ไหลผา น แบงเขตการปกครองออกเปน 8 หมูบาน รอบ การรวบรวมการใชประโยชนพรรณไมในปาโคกดงเค็ง ลอมปาโคกดงเค็ง ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีภายใตโครงการอนุรักษ พื้นที่ภายใตโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดําริ โดย กุมารี สนองพระราชดําริฯ (อพ.สธ. มมส.) จากการคนหา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (อพ.สธ. มมส) ชุมชนตําบลพระ ปจเจกผูรูของชุมชน ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด ธาตุพึ่งพาอาศัยและใชประโยชนทรพั ยากรพืชจากปาโคกดง มหาสารคาม จํานวน 30 คน ประกอบดว ย เจาโคตร (กํานัน เค็ง มาหลายช่ัวอายุคน กอเกิดการใชพรรณไมในวัฒนธรรม ผูใหญบาน หรือผูนําชุมชน) ญาคูหรือพระสงฆอาวุโส หมอ และภูมิปญญาทองถิ่น ท้ังท่ีเปนนามธรรมและรูปธรรม เชน ยาพ้ืนบาน เฒาจ้ํา หมอนาหรือหมอขาว หมอสูตรหรือหมอสู ประเพณเี ลยี้ งผีปูตา ประเพณอี อกพรรษา การใชพืชสมนุ ไพร ขวัญ หมอทอ (ผา) หมอจักสาน หมอลํา นายพราน และ เพ่ือดูแลสุขภาพ พืชอาหาร หัตถกรรม เครื่องจักสาน เปน แมบาน พบพรรณไมท้ังส้ิน 138 ชนิด ปรากฏในวัฒนธรรม ตน พิธีกรรม ประเพณี ความเช่ือ ขอขะลํา (ขอหาม) และภูมิ ปญ ญามขุ ปาฐะ (ตารางท่ี 1) ดงั นี้ ง า น วิ จั ย นี้ ส น อ ง พ ร ะ ร า ช ดํ า ริ ใ น โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ในการศึกษา • (A) วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม และความเช่ือ รวบรวมพรรณไมใ นวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาประเภทท่ีไมได ไดแก ประเพณสี บิ สองเดือนหรือฮีตสิบสอง งานศพ การเกิด รับการจดบันทึก (มุขปาฐะ) และจัดทําฐานขอมูลวัฒนธรรม งานบวช การขึ้นบานใหม บายศรีสูขวัญ งานกินดอง และภูมิปญญาทองถิ่น ในตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน (แตงงาน) การแตงแก เสียเคราะห (สะเดาะเคราะห) จังหวัดมหาสารคาม การแทกโสก (โฉลก) เปนตน ปรากฏการใชประโยชนจาก วิธีดาํ เนนิ การ พรรณไม 49 ชนดิ การรวบรวมการใชประโยชนพรรณไมที่ปรากฏใน • (F) ดา นอาหารคนและสัตว (ปรากฏการใชประโยชน วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ความเช่ือ ขอขะลํา (ขอหาม) จากพรรณไม 75 ชนิด และภมู ิปญ ญาประเภทท่ีไมไ ดร บั การจดบันทกึ (มุขปาฐะ) ใน ชุมชนตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม • (H) ดานสมนุ ไพรและการดแู ลสุขภาพคนและสัตว ระหวางเดือนกุมภาพันธถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 โดย ปรากฏการใชป ระโยชนจากพรรณไม 100 ชนดิ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

275 • (T) ดานหตั ถกรรม ผา ทอพื้นเมอื ง จักสาน เคร่อื งมือ ภาพที่ 2 มาลัยสะแบง (Dipterocarpus intricatus)ในงาน เครื่องใช และกอสราง ปรากฏการใชประโยชนจากพรรณไม บุญผะเหวด 99 ชนดิ การใชประโยชนดานสมุนไพร สวนใหญใชเพื่อดูแล • (A) ดา นเกษตรกรรม และการเล้ียงสัตว ปรากฏการ สุขภาพในชีวิตประจําวันมากกวาการรักษาโรค เพราะหมอ ใชประโยชนจากพรรณไม 21 ชนดิ ยาพ้นื บา นชมุ ชนตาํ บลพระธาตุเสยี ชีวติ และไมม กี ารสืบทอด ภูมิปญญา ตํารับสมุนไพรที่ยังใชประโยชนอยูในปจจุบันเชน • (E) ดานการจัดการส่ิงแวดลอม ปรากฏการใช บํารุงนํ้านมสําหรับแมลูกออน ใชแกนชางนาวและแกนฮิ้นก ประโยชนจ ากพรรณไม 27 ชนิด วง (ภาพที่ 3) สองชนดิ เปนยาตม ดม่ื น้าํ รอน ขณะอยูไ ฟหรือ อยูกรรม (นายบุญมา ปอมยาหยับ บานเลขที่ 10 หมูท่ี 6 • (K) ขอขะลําหรือขอหาม ปรากฏการใชประโยชน บานปอพาน ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด จากพรรณไม 6 ชนดิ มหาสารคาม ผูใหขอมลู ) การระบุชนิด และการจําแนกพรรณไมทั้งหมด พบพืช กข เมลด็ เปลือย 1 ชนิด ไดแก ผงหรอื ปรงปา (Cycas siamensis Miq.) ใชแปงในเมล็ดจากโคนเพศเมียประกอบอาหาร คลาย ภาพท่ี 3 สมนุ ไพรในตํารับบาํ รงุ นํา้ นม แปงทาํ ขนม และเปน สมุนไพรรักษาโรคผวิ หนงั แตขะลาํ (ขอ ก. ชางนา ว (Ochna integerrima) หา ม) ปลกู ในบา น (ภาพที่ 4ก) ข. ฮนิ้ กวง (Diospyros ehretioides) พืชใบเลีย้ งเดยี่ ว 11 ชนิด พบวา 6 ชนดิ เปน พืชสมุนไพร และ 1 ชนิด ไดแก อีอูบหรือตูบหมบ (Kaempferia rotunda L.) เปนอาหารตามฤดกู าล บริโภคชวงฤดูฝน นิยม ประกอบอาหารพ้ืนบานประเภทหมก เชน หมกแมงเงาใสใบ อีอูบ มีสรรพคุณทางสมุนไพรชวยขับลม แตขะลําแมลูกออน หามรับประทาน (ภาพท่ี 1) อาจจะทําใหผิดกะบูนหรือผิด สําแดง พืชใบเลี้ยงคู 126 ชนิด พบวาพรรณไมท่ีใชในประเพณี ฮีตสิบสอง สวนใหญเปนพรรณไมท่ีพบตามฤดูกาลเชน งาน บุญเดือนส่ี บุญผะเหวดหรือบุญเทศนมหาชาติ ชุมชนจะใช ประโยชนจากผลวงศไมยาง (Dipterocarpaceae) ประดับ สถานที่ในการจัดงานและตกแตงพิธีแหอัญเชิญพระอุปคุต ไปประดษิ ฐานในตอนเชา และขบวนแหอัญเชิญพระเวสสนั ดร และพระนางมัทรีเขาวดั ชวงเยน็ (ภาพท่ี 2) ก ภาพท่ี 1 หมกแมงเงาใสใ บตบู หมบู ขค ก. แมงเงาหรอื แมงปอ งชา ง (Heterometrus sp.) ข. ตบู หมูบ (Kaempferia rotunda) ภาพท่ี 4 พรรณไมหายากของประทศไทย การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

276 ก. โคนเพศเมยี ของ ผงหรือปรงปา (Cycas siamensis Miq.) ment Programme, 1995) การบริโภคพืชอาหารตามภูมิ ข. คนั จอ ง (Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte) ปญญาพื้นบานอีสานเปนไปตามฤดูกาลเพื่อสรางสมดุลของ ค. ไขเ นา (Gardenia sootepensis Hutch.) รางกาย ซ่ึง พืชในปา?ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นํามา บรโิ ภคได 78 ชนดิ 43 วงศ และมศี กั ยภาพในการพฒั นาเปน จากการประเมินสถานภาพพืชพบพรรณไมมีสถานภาพ ผลิตภัณฑของชุมชน กลุมของผลิตภัณฑ ไดแก กลุมพืชท่ีมี หายากของประทศไทย ไดแก ผงหรือปรงปา (Cycas siam- ศกั ยภาพพฒั นาเปน ยาสระผม 18 ชนิด กลมุ พืชทม่ี ศี ักยภาพ ensis Miq.) ขึ้นบัญชีมีแนวโนมใกลสูญพันธุ พันธุตามเกณฑ พัฒนาเปนอาหาร 11 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน ของสหภาพระหวางประเทศเพื่อการอนุรักษธรรมชาติหรือ สมุนไพรรกั ษาสัตวเลย้ี ง 10 ชนดิ กลุมพชื ท่มี ศี ักยภาพพัฒนา IUCN (Nguyen, 2010) ไขเนา (Gardenia sootepensis เปนเครื่องหอม 6 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน Hutch.) (ภาพท่ี 4ค) ตามบญั ชีรายช่อื พชื หายากของประเทศ สมุนไพรใชขับพยาธิ 4 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน ไทย (ราชันย ภูมา, 2551) และ คันจอง (Diospyros สมุนไพรประเภท นวด บรรเทาอาการปวดจากพิษแมลง filipendula Pierre ex Lecomte) ตามบัญชีรายช่ือพืชหา สัตว กัดหรือตอย 4 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปนยา ยากของประเทศไทย (สาํ นักหอพรรณไม, 2551) (ภาพที่ 4ข) สีฟน 4 ชนิด และกลุมพืชใหน้ํามันท่ีมีศักยภาพ พัฒนาเปน สรปุ และวจิ ารณผล นํ้ามันเช้ือเพลิง 3 ชนิด (สุทธิรา ขุมกระโทก และคณะ, 2548; Khumgratok et. al., 2010) การศึกษาวิถีชีวติ ชุมชน พื้นฐานสังคมไทยท่ีชุมชนอาศัยในพื้นที่ใกลปา ลวน กับปาโคกดงเค็ง อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (เกสินี พึ่งพาปาและทรัพยากรพืชเพื่อปจ จัย 4 เปนแหลงอาหาร ยา จอมเกาะ, 2540) พบวาปจจัยท่ีทําใหชาวบานเขาไปใช รักษาโรค เครอ่ื งนงุ หม และอยูอาศยั ทช่ี มุ ชนสงั่ สม ปฏิบัติได ประโยชนจากปา คือความตองการขั้นพื้นฐานในการใช มีการสืบทอดมาเปนเวลาหลายชั่วอายุคนกอใหเกิดการ ประโยชนจากปาของชาวบานเพอื่ การดํารงชวี ติ ใชประโยชน วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและภูมิปญญาทองถ่ิน หาก จากพ้ืนที่ปาในเชิงพาณิชยคือ การเก็บหาฟน สมุนไพร เก็บ ภูมิปญญาทองถ่ินเหลานี้ยังคงถือปฏิบัติจะมีลักษณะเปน พืชผักอาหารหรือไมผล เผาถาน การหาแมลงและสตั วท่ีเปน พลวัต (dynamic) ไมไดหยุดน่ิงตายตัวในรูปแบบเดมิ แสดง อาหาร และเก็บหาของปาท่ีใชป ระโยชนอ ืน่ ๆ ทําใหท ราบวา ใหเห็นวาวิถีชีวติ ของชุมชนไดมกี ารวิจัยเพ่ือปรบั รูปแบบและ ชมุ ชนตําบลพระธาตนุ าดนู อาํ เภอนาดนู จังหวัดมหาสารคาม กระบวนการในการดาํ เนินชวี ิตอยูตลอดเวลา ยั ง ค ง มี ค ว า ม ผู ก พั น แ ล ะ ดํ า ร ง ชี วิ ต โ ด ย อ า ศั ย ทรพั ยากรธรรมชาติ เพ่อื สรา งพลวัตแหงภูมปิ ญ ญาทอ งถนิ่ รายงานของ UNEP พบวา รอยละ 80 ของอาหารท่ี รับประทานกันคือ ผักพื้นบาน (United Nations Environ- ตารางท่ี 1 รายช่ือพรรณไมและการใชประโยชนในวฒั นธรรมและภมู ิปญญามุขปาฐะ ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จงั หวดั มหาสารคาม (C= วัฒนธรรม ประเพณี พิธกี รรม และความเชอ่ื F= อาหารคนและสตั ว H= สมุนไพรและการดแู ลสุขภาพคน และสตั ว T= หัตถกรรม ผา ทอ จกั สาน เครื่องมอื เครอ่ื งใช และกอสรา ง A= เกษตรกรรม และการเลยี้ งสตั ว E=การจัดการ สิง่ แวดลอม K= ขอ ขะลาํ หรอื ขอหา ม) ลําดบั ชอ่ื ทองถ่นิ ชือ่ อน่ื ๆ/ชอื่ สามญั ช่อื วิทยาศาสตร ประเภทการใชใ นประโยชนใน วัฒนธรรมและภมู ิปญญามุขปาฐะ พชื เมลด็ เปลือย CFHTA E K 1 ผง ปรงปา ปรงสามเหล่ยี ม Cycas siamensis Miq. FH K พชื ใบเล้ียงเด่ยี ว 2 อรี อก บกุ นก Amorphophallus krausei Engl. F E 3 อลี าย บกุ รอ Amorphophallus longituberosus F E 4 หญาหัวขอด หญาสามหาง (Engl.) Engl. & Gehrm. 5 ผกั ชชี าง สามสิบ สามรอ ยราก Aristida adscensionis L. T 6 มันเทียน มนั เทยี น Wild yam Asparagus racemosus Willd. CFH 7 กลอย กลอย Asiatic bitter Dioscorea filiformis Blume yam Dioscorea hispida Dennst. F CFH การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

277 ลําดับ ชอ่ื ทองถิน่ ชอื่ อ่ืนๆ/ช่อื สามญั ช่ือวิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใน วฒั นธรรมและภมู ปิ ญญามุขปาฐะ 8 หญา คา หญาคา Cotton wool Imperata cylindrica (L.) Raeusch. CFHTA E K 9 ออี ูบ ตูบหมูบ grass Kaempferia rotunda L. 10 วา นลอ กบ เปราะปา Murdannia spectabilis (Kurz) C HTA 11 เขยี ง ผกั ปราบ แหวกระตาย Faden 12 เพ็ด เถาวลั ยยง้ั Smilax sp. CFH EK พชื ใบเลี้ยงคู เพก็ Vietnamosasa pusilla (A.Chev. & 13 เครือหมากกํ่า A.Camus) T.Q.Nguyen T 14 หนามหัน มะกล่าํ ตาหนู 15 ผักสาบ หนามหนั Abrus precatorius L. FHT 16 สมลม อีนุน Acacia comosa Gagnep. สมลม Adenia viridiflora Craib CFHTA 17 เครือไสตัน Aganonerion polymorphum 18 หญา ขิว โมกเครือ Pierre ex Spire CFHT K 19 เมาตาเขยี ด สาบแรงสาบกา Aganosma marginata (Roxb.) C HTA 20 เหมอื ดคน เมาสรอย G.Don โลด Ageratum conyzoides L. FA 21 กะเดา สะเดา Antidesma acidum Retz. FHT 22 ง้วิ ขาว Siamese neem tree Aporosa villosa (Wall. ex Lindl.) 23 ง้ิวแดง งิ้วปา Baill. FHT 24 สา เหลา ง้วิ Cotton tree Azadirachta indica A.Juss. HA 25 ฮังหนาม มะกา 26 บคี น เต็งหนาม Bombax anceps Pierre FHT 27 หมากมว งหัวแมงวัน ราชดัด Bombax ceiba Pierre T 28 ฮวงไซ มะมว งแมงวัน Bridelia ovata Decne. 29 จานตน ธนนไชย ศรีธนนไชย Bridelia retusa (L.) A.Juss. F TA 30 เหลยี่ ม ทองกวาว Brucea javanica (L.) Merr. 31 บงมั่ง มะกอกเกลอ้ื น Buchanania lanzan Spreng CFHT E 32 กระโดนโคก เฉียงพรานางแอ Buchanania siamensis Miq. CFHT E 33 คอ แลน กระโดน Wild guava Butea monosperma (Lam.) CF T E กรวยปา Taub. 34 คนู ราชพฤกษ Golden Canarium subulatum Guillaumin T E shower, Indian Carallia brachiate (Lour.) Merr H E 35 เครอื เขาคาํ laburnum Careya arborea Roxb. FT สงั วาลพระอนิ ทร Casearia grewiaefolia Vent. FT 36 หนามแทง Love vine CT มะเคด ระเวยี ง Cassia fistula L. FHT E Cassytha filiformis L. FHT Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng. CFHT HT CFHT E H CT การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

278 ลาํ ดบั ช่ือทอ งถน่ิ ชื่ออนื่ ๆ/ชื่อสามญั ช่อื วทิ ยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น Celastrus paniculatus Willd. วฒั นธรรมและภมู ปิ ญญามขุ ปาฐะ 37 เครือหมากแตก กระทงลาย Chionanthus velutinus (Kerr) CFHTA E K 38 พมู ารี เขย้ี วฟาน P.S.Green. CFHT Chromolaena odoratum (L.) C 39 แมฮาง เฮอื นฮาง สาบเสือ R.M.King & H.Rob. Cissampelos pareira L. var. FHTA E 40 เครือหมานอย กรุงเขมา hirsuta (Buch.Ham. ex DC.) Forman CFH E 41 สะมดั นอ ย สนั โสก Clausena excavata Burm.f. 42 สะมดั สอ งฟา สอ งฟา ดง Clausena harmandiana (Pierre) FH Pierre ex Guillaumin FH 43 ตวิ้ แดง ติ้วเกลี้ยง Cratoxylum cochinchinense FHT (Lour.) Blume 44 ติว้ ขาว ตว้ิ ขาว Cratoxylum formosum (Jacq.) FHT E Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. 45 เปา เปลา ใหญ formosum CFHT E 46 กระหนวน ฉนวน Croton roxburghii N.P.Balakr. T 47 เครือทางควาย เครือคางควาย Dalbergia nigrescens Kurz E 48 หัวไกโ อก* ทองพนั ดุล Dalbergia velutina Benth. C HT E 49 ดกู อ่งึ แกลบหนู Decaschistia parviflora Kurz H E 50 เคง็ เขลง Dendrolobium lanceolatum E 51 สัน่ สา นใบเล็ก (Dunn) Schindl. CFHT 52 ขี้หนู ขีห้ นู Dialium cochinchinense Pierre CFHT 53 ฮิน้ กวง แฮดกวง ตับเตา ตน Dillenia ovata Wall. ex Hook.f. & Thomson FHT 54 คนั จอ ง* ลําบิดดง Diospyros borneensis Hiern CH 55 หมากเกือ มะเกลือ Ebony tree Diospyros ehretioides Wall.ex 56 สะแบง ยางกราด G.Don HT 57 ซาด เหียง Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte. FHT 58 กงุ พลวง Diospyros mollis Griff. FHT 59 แขวเลื่อย ขางครงั่ Dipterocarpus intricatus Dyer CT 60 คิงไฟนกคุม โดไมรูล ม Dipterocarpus obtusifolius CT 61 ตานกกด คาํ รอก Teijsm. ex Miq. 62 ตนี ตง่ั นมแมวปา Dipterocarpus tuberculatus CT 63 เครือเตา ไห ปอเตาไห Roxb. FT Dunberia bella Prain FH Elephantopus scaber L. var. HT scaber H Ellipanthus tomentosus Kurz Ellipeiopsis cherrevensis (Pierre C HT ex Finet & Gagnep.) R.E.Fr. Enkleia siamensis Griff. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

279 ลาํ ดับ ชอื่ ทอ งถ่นิ ชอื่ อ่ืนๆ/ชอ่ื สามัญ ชือ่ วิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น วัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ 64 พันซาด ชาติ Erythrophleum succirubrum CFHTA E K 65 เบน ตะขบปา Gagnep. 66 สม โมง ชะมวง Flacourtia indica (Burm.f.) Merr. TA 67 สีดาโคก สดี าปา กระมอบ Garcinia cowa Roxb. ex Choisy. FHTA 68 ไขเนา * คาํ มอกหลวง Gardenia obtusifolia Roxb. ex FH A 69 ขาวจ่ี ขา วตาก Hook.f. F TA 70 ขี้เถา ปอแกน เทา Gardenia sootepensis Hutch. F TA 71 เขวา ขวาว กวาว Grewia hirsuta Vahl. FH Grewia paniculata Roxb. 72 หนามโกทา คนทา สฟี นคนทา Haldina cordifolia (Roxb.) H 73 ขตี้ นุ ขต้ี นุ Ridsdale C HT 74 ขตี้ ุน ปอเตา ไห Harrisonia perforata (Blanco) 75 ขี้ตุน ขอี้ น Merr. C HT Helicteres angustifolia L. HT 76 มกู เกย้ี โมกใหญ Helicteres hirsuta Lour. HT Helicteres lanata (Teijsm. & HT 77 ไซเดน กระเจียน Binn.) Kurz Holarrhena pubescens Wall. ex C HT E 78 สม กบ อุโลก G.Don Huberantha cerasoides (Roxb.) FHT 79 ขาเปย ขาเปย Chaowasku 80 อีตูยกั ษ แมงลกั คา Hymenodictyon orixense (Roxb.) CFHT 81 หมากบก กระบก Mabb. 82 ไสไ กเ ครอื เสี้ยวผี Hymenopyramis brachiata Wall. HT 83 อด กอกกน๋ั ออยชาง ex Griff. 84 ตางไกนอ ย กะตังใบเตยี้ Hyptis suaveolens (L.) Poit A 85 หวดขา มะหวด Irvingia malayana Oliv. ex A.W. 86 หมี่ หมีเหม็น Benn. CF T E 87 หมากมว งปา มะมวงปา Jasminum scandens (Retz.) Vahl. 88 หมากมวง มะมวง Lannea coromandelica (Houtt.) HTA 89 เหมอื ดแอ พลองเหมือด Merr. 90 เงี่ยงดุกใหญ หนามขวากชา ง Leea thorelii Gagnep. HT 91 ลอมคอม พลับพลา Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. H Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. Mangifera coloneura Kurz FHTA E Mangifera indica L. Memecylon edule Roxb. FHTA Meyna grisea (King & Gamble) Robyns CFHT E Microcos tomentosa Sm. CFHT E HT HT CT การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

280 ลาํ ดับ ชือ่ ทองถนิ่ ชื่ออ่นื ๆ/ชอ่ื สามัญ ช่ือวิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น วฒั นธรรมและภมู ปิ ญ ญามุขปาฐะ 92 กานของ ปบ กา นกอง Cork CFHTA E K 93 ทมโคก ทมพาย Tree, Indian Cork 94 ยอปา กระทมุ โคก Millingtonia hortensis L.f. FHTA K 95 ตมู ตัง ยอปา 96 ชา งนาว กระแจะ Mitragyna hirsuta Havil. HT 97 โคยเสียก ตาลเหลือง กระแจะ Morinda coreia Buch.-Ham. C HT 98 คัดเคา นา้ํ ใจใคร Naringi crenulata (Roxb.) 99 เครือดง่ั บกั เหบ็ คดั เคาหนาม Nicolson HT 100 มะพอก หนามพรม 101 เขม็ ขาว มะพอก Ochna integerrima (Lour.) Merr. C H T E ขา วสารปา Olax psittacorum (Lam.) Vahl F 102 ยอปา Oxyceros horridus Lour. CFH ยอปา Pachygone dasycarpa Kurz FHT E 103 อะราง Parinari anamense Hance. CF TA อะราง Pavetta indica L. var. tomentosa 104 ขามปอ ม มะขามปอ ม (Roxb. ex Sm.) Hook.f. F Malacca tree 105 เกล็ดลิ่น เกลด็ ปลาชอน Pavetta tomentosa Heyne ex FHT Roth 106 กน คก กลวยเตา Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz CFHT 107 ตอ งแลง น้าํ เตา แลง Phyllanthus emblica L. CFHTA 108 อีลํ้า ตะไหล 109 ดู ประดู Phyllodium pulchellum (L.) CF 110 หนามแกนแทว แกวตาไว Desv. 111 กน ถวย พรวด Polyalthia debilis (Pierre) Finet & 112 หมากมอ หมักมอ Gagnep. FH A 113 ตาไก กาํ แพงเจด็ ชั้น 114 คอนหมา ผกั หวานบา น Polyalthia evecta (Pierre) Finet FH 115 หมากคอ สม ตะครอ & Gagnep. 116 ข้ีเหล็กปา แสมสาร Prismatomeris tetrandra (Roxb.) K.Schum. subsp. tetrandra H 117 ขเี้ หล็ก ขีเ้ หลก็ 118 จกิ เต็ง Burmese sal Pterocarpus macrocarpus Kurz HT 119 กะยอม พะยอม Pterolobium integrum Craib HT 120 ฮัง รัง Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & L.M.Perry H Rothmannia wittii (Craib) Bremek F Salacia chinensis L. FH Sauropus androgynus (L.) Merr. Schleichera oleosa (Lour.) Merr. C F H T Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & Barneby HT Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & F TA K Barneby Shorea obtusa Wall. ex Blume C H T Shorea roxburghii G.Don CFHT Shorea siamensis Miq. CFHT การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

281 ลาํ ดบั ชื่อทอ งถิน่ ชื่ออ่ืนๆ/ช่ือสามญั ช่ือวทิ ยาศาสตร ประเภทการใชใ นประโยชนใ น วัฒนธรรมและภูมปิ ญญามุขปาฐะ 121 แต มะคาแต Sindora siamensis Teijsm. ex CFHTA E K 122 หมากกอก มะกอก Miq. var. siamensis 123 สมพอ ขอ ย Spondias pinnata (L.f.) Kurz FHT E 124 เครอื ไทสง เถาประสงค Streblus asper Lour. 125 ตมู กา ตมู กาขาว Streptocaulon juventas (Lour.) FHT 126 ดูกใส ขนั ทองพยาบาท Merr. FT หวา Black plum, Strychnos nux-blanda A.W.Hill 127 หวา Jambolan Suregada multiflorum (A.Juss.) HT 128 ยานาง เถายา นาง Baill. 129 เครอื หางหนู ชิงชา ชาลี Syzygium cumini (L.) Skeels C HT K 130 เครอื กอฮอ บอระเพด็ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels. Tinospora baenzigeri Forman. HT 131 นางแซง โลดทะนง Tinospora crispa (L.) Hook.f. & 132 ผีผว น พีพวนนอ ย Thomson C HT E 133 ตีนนก ตนี นก Trigonostemon reidioides (Kurz) C HT 134 ขา ลนิ้ กัดลิ้น Craib 135 เกียงปน ครอบจกั รวาล Uvaria rufa Blume H Vitex pinnata L. FHT 136 แดง แดง Walsura trichostemon Miq. Xantonnea parvifolia (Kuntze) T 137 หนามคอง ตะครอง Craib FT 138 เล็บแมว เลบ็ เหยี่ยว Xylia xylocarpa (Roxb.) W.Theob. var. kerrii (Craib & HT Hutch.) I.C.Nielsen Zizyphus cambodiana Pierre FHT Zizyphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia C HT C HT คาํ ขอบคุณ เอกสารอา งอิง โครงการวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากเงินทุนอุดหนุน เกสินี จอมเกาะ. 2540. ปาโคกดงเคง็ กับวถิ ีชวี ิตชุมชน การวิจัยจากงบประมาณแผน ดินประจําปงบประมาณ 2561 อาํ เภอนาดนู จังหวดั มหาสารคาม. วิทยานพิ นธ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใตโครงการอนุรกั ษพ นั ธกุ รรม มหาบัณฑติ . ศลิ ปศาสตร (ไทยคดศี กึ ษา-เนน พชื อันเนื่องมาจากพระราชดํารสิ มเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สังคมศาสตร). มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอขอบคุณ มหาสารคาม. ผูรู หมอยาพ้ืนบาน ผูใหขอมูลองคความรูภูมิปญญาการใช ราชบัณฑติ ยสถาน. 2546. พจนานุกรมฉบบั ประโยชน จากชุมชนตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. นานมีบุคสพ บั ลเิ คชนั่ ส, มหาสารคาม และขอบคุณนักศึกษาฝกประสบการณวิชาชพี กรงุ เทพฯ. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประจําป พ.ศ. 2560- ราชนั ย ภูม า. 2551. พชื หายากของประเทศไทย. สาํ นักหอ 2561 ผชู ว ยเก็บขอ มลู พรรณไม สาํ นกั วิจัยการอนรุ ักษปา ไมและพันธพุ ืช กรม อทุ ยานแหง ชาติสตั วปาและพนั ธพุ ชื . กรุงเทพฯ. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”