238 สรปุ ผลการทดลอง Brummitt, R.K. and C.E.Powell. 1992. Authors of Plant การสาํ รวจความหลายหลายของกลว ยไมป า ในพ้ืนท่ีปก Names. Royal Botanic Gardens, Kew. ปกทรัพยากร เข่ือนจุฬาภรณ ในป 2560 พบกลวยไมปา 57 Chamchumroon, V. , Suphuntee, N. , Tetsana, N. , ชนิด เปนกลวยไมอิงอาศัย 54 ชนิด กลวยไมดิน 3 ชนิด Poopath, M. and Tanikool, S. 2017. Threatened กลวยไมสกุลหวาย (Dendrobium) เปนสกุลท่ีพบมากที่สุด Plants in Thailand. Omega Printing, Bangkok. กลวยไมที่สํารวจพบ เปนพืชท่ีมีความเสี่ยงตอการสูญพันธุ รวม 3 ชนิด เปนพืชใกลสูญพันธุ 1 ชนิด และพืชหายาก 2 Seidenfaden, G. 1978. Orchid genera in Thailand ชนดิ แสดงถึงความอคุ มสมบรู ณข องพน้ื ท่ีเข่ือนจฬุ าภรณ 7. Obironia Lindl. and Malaxis Sol. ex คําขอบคุณ Sw. Densk Botanisk Arkiv 33(1): 1-94. . 1986. Orchid genera in Thailand 13. ขอขอบคณุ มหาวิทยาลยั ขอนแกน สําหรับการสนับสนนุ Thirty-three epidendroid genera. Opera ทุนวิจัย โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ สําหรับคําแนะนํา Botanica 89: 1-216. และเปนที่ปรึกษางานวิจัย และการไฟฟาฝายผลิตแหง . 1988. Orchid genera in Thailand 14. ประเทศไทย ท่ีไดสนับสนุนท่ีพัก อาหาร และการอํานวย Fifty-nine vandoid genera. Opera Botanica 95: ความสะดวก ในชวงเวลาทดี่ ําเนินงานวิจัยในพื้นที่ 1-398. เอกสารอางองิ . 1995. Contribution to the orchid flora กติ ติ กรีตยิ ุตานนท และ นฤมล กฤษณชาญดี. 2550. กลว ยไม of Thailand XII. Opera Botanica 124: 1-90. . 1997. Contribution to the orchid flora เขตรกั ษาพันธุสตั วปาภเู ขยี ว. ดา นสุทธาการพิมพ. of Thailand XIII. Olsen & Olsen. Frederborg. กรงุ เทพฯ. ฐติ พิ ร พทิ ยาวธุ วนิ จิ ,วไิ ลลักษณ ชินะจติ ร,อํานวย คําตื้อ Seidenfaden, G. and Petersen, H.Æ. 2003 ,พัฒนาภรณ วงษทรงยศ,สมยศ บุญญสมภพ และ Contribution to the orchid flora of Thailand สํารวย พลเรือง. 2552. การสํารวจกลว ยไมป า ในพืน้ ที่ XIV. Nordic Journal of Botany 22(5): 525-534. โครงการอนุรักษพ นั ธุกรรมพชื อนั เนือ่ งมาจาก พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรม ราชกุมารี เขื่อนจฬุ าภรณ จ.ชยั ภมู .ิ เอกสารประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏิบัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 4 ” ทรพั ยากรไทย : ผนั สวู ิถีใหมใ นฐานไทย ” 20 -23 ตลุ าคม 2552, สวนสตั วเปดเขาเขยี ว อ.ศรีราชา จ. ชลบุรี. หนา 351 – 356. สันติ วฒั ฐานะ. 2556. นเิ วศวิทยาเพื่อการฟน ฟูประชากร กลว ยไมอ ิงอาศัยในถน่ิ อาศยั ธรรมชาต.ิ การประชมุ วิชาการและนาํ เสนอผลงานวิชาการเครือขายงานวจิ ยั นิเวศวิทยาปาไมใ นประเทศไทย ครง้ั ที่ 2 24-26 มกราคม 2556, มหาวิทยาลยั แมโ จ จ.เชยี งใหม หนา 304 – 311. อบฉันท ไทยทอง และชุมพล คุณวาส.ี 2543. สกลุ กลวยไม ไทย ลาว กมั พูชา และเวียดนาม. ภาควชิ าพฤกษศาสตร คณะวทิ ยาศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย. แปล จาก A. Schuiteman and E. de Vogel. Orchid Genera of Thailand, Laos, Cambodia and Vietnam. National Herbarium Nederland Universiteit Leiden Branch, Netherlans. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
239 พรรณไมน ํ้าในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรุ ี AQUATIC PLANTS IN PHETHCHARAWANALAI BOTANIC GARDEN PHETCHABURI RAJABHAT UNIVERSITY บุญสนอง ชวยแกว*, วุฒชิ ัย ฤทธิ, ญาณพัฒน พรมประสทิ ธ,์ิ สุมติ านนั ท จันทะบรุ ,ี ไกรฤกษ ทวีเช้ือ, ประดพิ นั ธ ทองแถม ณ อยุธยา, กรรณกิ าร ไทรงาม และ ปริศนา พนั ธงาม Boonsanong Chourykaew*, Wuttichai Ritti, Yanaphat Promprasit, Sumitahnun Chunthaburee, Krailerk Taweechue, Pradipunt Thongtam na Ayudhaya, Kannikar Saingam and Prisana Phanngam หนว ยวิจยั ชีววทิ ยาพชื คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี เพชรบุรี 76000 Plant Biology Research Unit, Faculty of Science and Technology, Phetchaburi Rajabhat University, Phetchaburi 76000 บทคัดยอ สวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย มีพนื้ ที่สวนใหญปกคลุมไปดวยพรรณไมนานาชนดิ การวจิ ัยนม้ี วี ัตถุประสงคเพอื่ ศึกษาพรรณไม นํ้าในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย พบพรรณไมนํ้า 54 ชนิด 38 สกุล 23 วงศ สวนใหญพบวงศละ 1 ถึง 2 ชนิด ยกเวนวงศ Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equisetaceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperaceae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมนํ้าชนิดเดน คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata (L.) H. Hara) และ แหน แดง (Azolla caroliniana Willd.) จากพรรณไมนํ้าท้ังหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum J. Schulze) มีสถานภาพ ใกลส ญู พนั ธุ ไดเ ขียนคําบรรยายพรรณไมแตล ะชนดิ ในดา นชอื่ วงศ ช่ือวทิ ยาศาสตร ชือ่ พ้ืนเมอื ง และนเิ วศวิทยา Abstract Phetcharawanalai Botanic Garden harbors diverse groups of plants. The purpose of this study was to investigate aquatic plants in Phetcharawanalai Botanic Garden. In total, 54 species 38 genera, in 23 families were found. Most families represented only 1 or 2 species except Nymphaeaceae (7 species) Araceae (6 species) Equisetaceae (4 species) Acanthaceae Alismataceae Cyperaceae and Menyanthaceae (3 species). The important aquatic plants were Pistia stratiotes L., Echinodorus cordifolius (L.) Griseb., Eichhornia crassipes (Mart.) Solms, Persicaria barbata (L.) H. Hara and Azolla caroliniana Willd. Among the species collected, Crinum thaianum J. Schulze is near endangered species. Each plant species, family name, scientific name together with local name and ecology were described. คําสาํ คัญ: พรรณไมน ํ้า, สวนพฤกษศาสตรเ พชรวนาลยั Keywords: aquatic plant, Phetcharawanalai Botanic Garden *ตดิ ตอ นกั วจิ ัย: บุญสนอง ชว ยแกว (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Boonsanong Chourykaew (E-mail: [email protected]) บทนํา ระบบนิเวศแหลงนํ้า เปนผูผลิต เปนท่ีอยูอาศัยของส่ิงมีชีวิต พรรณไมน้ํา (aquatic plant หรือ hydrophyte) คือ ในพื้นที่ชุมน้ํา หรืออยูใกลแหลงน้ํา เปนที่หลบภัย เปนท่ี สืบพันธุของสัตว ชวยเพ่ิมออกซิเจนใหแหลงน้ํา ชวยกรอง พืชที่เจริญเติบโตในน้ํา อาจลอยท่ีผิวนํ้า อยูใตผิวน้ํา โผล และดูดซบั สารพษิ หมนุ เวียนธาตุอาหาร ปอ งกันดนิ พังทลาย เหนือนํ้า อยูตามชายน้ํา ริมตล่ิง หรือคูคลอง พืชท่ีอยูตามท่ี และใหป ระโยชนแกค นเราเปน อาหาร ยา และใชใ นประเพณี นํ้าขัง รวมถึงพืชท่ีข้ึนในนํ้าระยะหน่ึงในชวงชีวิต พืชที่เมล็ด พิธีกรรม (เพ็ชรรัตน เวฬุคามกุล และลออ อัมพรพรรดิ์, งอกในนํ้า หรืองอกในดินใตน ้ํา แลวเจริญอยูใ นนํ้าระยะเวลา 2556) อยางไรก็ตาม พืชนํ้าหลายชนิด เปนวัชพืชท่ีสราง หนึ่ง (สุชาดา ศรเี พ็ญ, 2542) พรรณไมน ้ํามีบทบาทสาํ คัญใน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
240 ความเสียหายตอสิ่งแวดลอม เนื่องจากการเพิ่มจํานวนอยาง (L.) Engl.) เขตพุทธมณฑล พบพรรณไมน ํา้ จากการเพาะปลกู รวดเร็ว ทําใหกระทบตอการประมง การคมนาคม และการ เชน ผักกระเฉด (Neptunia oleracea Lour.) และเตยหอม ระบายน้ํา ส้ินเปลืองงบประมาณในการกําจัด (ยุพา วรยศ, ( Pandanus amaryllifolius Roxb.) ส ว น พ ร ร ณ ไ ม น้ํ า 2534) ไดมีการจําแนกพืชน้ําออกหลายกลุม คือ พืชที่แฉะ ธรรมชาติพบหญา (Poaceae) และ ผกั ตบชวา (Eichhornia (helophyte) และพืชน้ํา (hydrophyte) ในกลุมพืชน้ํานั้น crassipes (C. Mart.) Solms) (สทิ ธิ กุหลาบทอง และสาวกิ า แบงออกเปน พืชจมน้ํา (submerged) และพืชโผลเหนือนํ้า กัลปพฤกษ, 2553ข) การศึกษาพรรณไมนํ้าในจังหวัด (emergent) (Cook, 1996) การจัดจําแนกตามแหลงน้ํา นครศรธี รรมราช พทั ลงุ สงขลา และสตูล พบพรรณไมน ้ํา 48 เปนพรรณไมนา้ํ ในแหลง นํ้าจดื (limnophyte) และพรรณไม วงศ 92 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ผัก น้ําในแหลงน้ํากรอย หรือน้ําเค็ม (halophyte) พรรณไมน้ํา เปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) หญาใบ บางชนิดขึ้นไดทั้งในนํ้าจืด และนํ้ากรอย เชน ปรงทะเล คม (Cyperus compactus Retz.) และผักปราบใบแคบ จําแนกตามระบบนิเวศเปน พรรณไมใตนํ้า (submerged (Commelina diffusa Burm. f.) ( พ ง ศ เ ช ฏ ฐ พิ ชิ ต กุ ล , plant) พรรณไมโผลเหนือนํ้า (emerged plant) พรรณไม 2554) การศึกษาพรรณไมน้ําในจังหวัดพะเยา แพร นาน ลอยน้ํา (floating plant) พรรณไมชายน้ํา (marginal และอุตรดิตถ พบพรรณไมน้ํา 23 วงศ 51 ชนิด สวนใหญ plant) การจําแนกพรรณไมน้ําตามแหลงท่ีอยู แตกตางกัน เปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ (Mimosa ชัดเจน ยกเวนพรรณไมโผลเหนือน้ําและพรรณไมชายน้ํา pigra L.) ผั ก เ ป ด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex นอกจาก พรรณไมบางชนิด เจริญไดท้ังบนบกและในน้ํา DC.) แ ล ะ เ ที ย น น า (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) (สุชาดา ศรีเพ็ญ, 2542) มีการสํารวจพรรณไมนํ้าในหลาย Exell.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2555) การศึกษาพรรณไมน้ํา บริเวณ พงศเชฏฐ พิชิตกุล (2551) สํารวจพรรณไมนํ้าใน อุทยานหนองหารเฉลิมพระเกียรติ พบพรรณไมนํ้า 29 ชนิด จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ พบพรรณไมน้ํา 41 พรรณไมน้ําท่ีพบมาก ไดแก เทปยักษ (Vallisneria gigant- วงศ 65 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ผัก ea Graebn.) บวั บา(Nymphoides indica (L.) O.Kuntze.) เปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) ผักไผน้ํา และสาหรา ยขาวเหนยี ว (Utricularia aurea Lour.) (ทศั นยี (Persicaria hydropiper (L.) Delarbre.) แ ล ะ เ ที ย น น า ไตรยนาม สิทธิชัย ฮะทะโชติ และ ภูวดล โดยดี, 2555) การ (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell.) การศึกษาพรรณ สํารวจพรรณพืชในพ้ืนที่ชุมน้ํา อําเภอนาแหว จังหวัดเลย ไมนํ้าในจังหวัดชุมพร และสุราษฎรธานี พบพรรณไมน้ํา 41 สวนใหญเปนพชื ชายนาํ้ และพืชข้ึนในที่แฉะ พรรณพชื ในวงศ วงศ 65 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ เลา Asteraceae พบมากที่สุด รองลงมา คือ Cyperaceae ( Chromolaena adenolepis (Sch.Bip. ex Baker) Linderniaceaec และ Poaceae (เพ็ชรรัตน เวฬุคามกุล R.M.King & H.Rob.) ผักเปด (Alternanthera sessilis (L.) และ ลออ อัมพรพรรดิ์, 2556) การศึกษาพรรณไมนํ้าใน R.Br. ex DC.) และ ผักไผนํ้า (Persicaria hydropiper (L.) จังหวัดเชยี งใหมและลาํ พูน พบพรรณไมน้าํ 27 วงศ 51 ชนดิ Delarbre.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2552) การศึกษาพรรณไม สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ นํ้าในจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต พบพรรณไมนา้ํ (Mimosa pigra L.) กระเม็ง (Eclipta prostrata (L.) L.) 41 วงศ 74 ชนิด สวนใหญเปนพืชชายนํ้า พรรณไมเดน คือ และผักเปด (Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.) บ อ น (Colocasia esculenta (L.) Schott.) เ ที ย น น า (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2556) การสํารวจพืชพรรณในแมนํ้า (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell.) และ หญารักนา เพชรบุรี และลําน้ําแมประจันต พบวาสันตะวาใบพาย (Jussiaea suffruticosa L.) (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2553) (Ottelia alismoides (L.) Pers.) กระจายกวางครอบคลุม การศึกษาพรรณไมน้ําในคลองบางกรวย จังหวัดนนทบุรี พบ เกือบทุกอําเภอ มีความหนาแนนมากท่ีสุดบริเวณแมน้ํา พรรณไมนํ้า 22 ชนิด 16 วงศ วงศท่ีพบมากที่สุด คือ Poac- เพชรบุรี เขตอําเภอเมือง พรรณไมเดน คือ สันตะวาใบพาย eae รองลงมา คือ Araceae Cyperaceae Lemnaceae (Ottelia alismoides (L.) Pers.) ดีปลีน้ํา (Potamogeton และ Pontederiaceae (สิทธิ กุหลาบทอง และ สาวิกา malaianum Miq.) และสาหรายหางกระรอก (Hydrilla กัลปพฤกษ, 2553ก) การศึกษาพรรณไมน้ําในเขตอําเภอ verticillata (L.f.) Royle.) สวนในลํานํ้าแมประจันต พบ บา นแพว จังหวัดสมุทรสาคร และอาํ เภอพทุ ธมณฑล จงั หวดั หญา ปลอง (Hymenachne pseudointerrupta C. Muell.) นครปฐม พบพรรณไมน้าํ 28 ชนิด ในเขตบานแพว พบแหน ไ ค ร นํ้ า (Homonoia riparia Lour.) แ ล ะ ส ร อยทับทิม เล็ก (Lemna perpusilla Torr.) และจอก (Pistia strati- (Polygonum barbatum L.) (สิทธิ กุหลาบทอง, สาวิกา otes L.) บริเวณแมนํ้าพบพืชน้ํากรอย เชน จาก (Nypa กัลปพฤกษ และพัชรินทร สายพัฒนะ, 2556) การศึกษา fruticans Wurmb.) และลําพู (Sonneratia caseolaris พรรณไมนํ้าในจังหวัดเชียงราย พบพรรณไมน้ํา 22 วงศ 38 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
241 ชนดิ สวนใหญเ ปนพชื ชายนาํ้ พรรณไมเดน คือ ไมยราบยักษ Iwatsuki, 1989) ช่ือวิทยาศาสตร (รวม authorship ของ (Mimosa pigra L.) ผักปราบใบแคบ (Commelina diffusa ชื่อ) ใชตามชื่อที่ระบุวาเปน accepted name จาก สํานัก Burm. f.) และเทียนนา (Ludwigia hyssopifolia (G.Don) หอพรรณไม (2557) และ The Plant List (http://www. Exell.) (พงศเ ชฏฐ พชิ ิตกลุ , 2557) theplantlist.org) ผลและวจิ ารณผลการศึกษา การวจิ ัยนี้ตอ งการศึกษาพรรณไมนาํ้ ที่รวบรวมไวในสวน พฤกษศาสตรเพชรวนาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ท้ัง การศกึ ษาพรรณไมน้ํา ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั ในและนอกโรงเรือน ตั้งแตเดือนมีนาคม 2561 ถึง เดือน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พบพรรณไมน้ํา 54 ชนิด 38 กุมภาพันธ 2562 งานวิจัยนี้เปนงานสนองพระราชดําริ ใน สกุล 23 วงศ สวนใหญพบวงศละ 1-2 ชนิด ยกเวนวงศ โครงการอนุรักษพนั ธุกรรมพืชอันเน่ืองมา จากพระราชดาํ ริฯ Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equiseta- เพื่อการอนุรักษพันธุกรรมพืชนอกถ่ินท่ีอยู (ex situ ceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperac- conservation) เปนขอมูลในการใหการศึกษาความ eae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมน้ําชนิดเดน หลากหลายของพืชนํ้า และเปนแนวทางในการอนุรักษ คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus พันธุกรรมพืชนอกถิ่นทอ่ี ยกู ลมุ อนื่ cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassi- อปุ กรณแ ละวธิ ีการศกึ ษา pes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata (L.) H.Hara.) และ แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) สํารวจพรรณไมน้ํา ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลัย จากพรรณไมนาํ้ ท้ังหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ดวยการสํารวจพรรณไมนํ้าใน J.Schulze.) มีสถานภาพใกลสูญพันธุ ไดเขียนคําบรรยาย โรงเรือน ในอาง และในคู นําตัวอยางพรรณไมมาตรวจสอบ พรรณไมแตละชนิด ในดานช่ือวงศ ช่ือวิทยาศาสตร และช่ือ ช่ือวงศ ช่ือพ้ืนเมือง และช่ือวิทยาศาสตรจากหนังสือพรรณ- พื้นเมือง (ตารางท่ี 1; ภาพ ก. และ ข.) ไม (Tagawa and Iwatsuki, 1979; Tagawa and Iwatsuki, 1985; Tagawa and Iwatsuki, 1988; Tagawa and การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
242 ตารางท่ี 1 พรรณไมน าํ้ ในสวนพฤกษศาสตรเ พชรวนาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี ชอ่ื พ้ืนเมือง บรเิ วณทพ่ี บ วงศ ชื่อวิทยาศาสตร ถ่ินอาศัย เฟน ร Athyriaceae Diplazium esculentum (Retz.) Sw. ผกั กูดขาว ช อ ช Equisetaceae Equisetum diffusum D. Don. หญาถอดบอ งนอย อ ช ร ช Equisetum ramosissimum subsp. debile (Roxb. ex Vaucher) Hauke หญาถอดบอ ง อ ช อ ช Equisetum scirpoides Michx. หญา ถอดบอ งแคระ ค ช อ ช Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching. หญาถอดบอ ง อ ล อ ล Marsileaceae Marsilea crenata C. Presl ผกั แวน อ ช Pteridaceae Acrostichum aureum L. ปรงทะเล อ ช อ ช Ceratopteris thalictroides (L.) Brongn. ผักขาเขยี ด อ ช Salviniaceae Azolla caroliniana Willd. แหนแดง ค ช อ ช Salvinia cucullata Roxb. ex Bory จอกหูหนู อ ช ร ผ พชื ดอก อ ช อ ช Acanthaceae Acanthus ebracteatus Vahl เหงอื กปลาหมอ อ ช อ ช Acanthus ilicifolius L. เหงอื กปลาหมอ อ ล ค ล Acanthus montanus (Nees) T.Anderson เหงอื กปลาหมอเทศ อ ล อ ล Acoraceae Acorus calamus L. วา นนํา้ ค ช ค ช Alismataceae Echinodorus cordifolius (L.) Griseb. อะเมซอน ค ช อ ช Hydrocleys nymphoides (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Buchenau. ฝน นํา้ อ ช อ ต Limnocharis flava (L.) Buchenau บอนจนี ค ช ค ช Amaryllidaceae Crinum thaianum J.Schulze. พลับพลงึ ธาร ค ช อ ช Apiaceae Hydrocotyle umbellata L. แวน แกว อ ผ อ ผ Araceae Colocasia esculenta (L.) Schott. บอนเขียว อ ผ ค ผ Colocasia esculenta (L.) Schott. บอนจีนดํา อ ผ อ ผ Lasia spinosa (L.) Thwaites ผักหนาม อ ผ อ ผ Lemna aequinoctialis Welw. แหน อ ผ อ ผ Pistia stratiotes L. จอก ค ผ อ ผ Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid. แหนใหญ ค ผ อ ผ Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm. ไขน ํ้า อ ล ค ช Combretaceae Lumnitzera littorea (Jack) Voigt. ฝาดดอกแดง ค ช ค ล Lumnitzera racemosa Willd. ฝาดดอกขาว ค ล ค ช Cyperaceae Cyperus involucratus Rottb. กกรงั กา ต = พืชใตน ํา้ Cyperus prolifer Lam. กกอียิปตแ คระ Lepironia articulata (Retz.) Domin. กระจูด Hydrocharitaceae Hydrilla verticillata (L.f.) Royle. สาหรายหางกระรอก Lecythidaceae Sonneratia caseolaris (L.) Engl. ลําพู Sonneratia ovata Backer ลาํ แพน Marantaceae Schumannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep. คลา Thalia geniculata L. คลาน้าํ ชอ หอ ย Menyanthaceae Nymphoides cristata (Roxb.) Kuntze ตบั เตาเล็ก Nymphoides hastata (Dop) Kerr ตับเตา เหลอื ง Nymphoides indica (L.) Kuntze ตับเตาใหญ Nelumbonaceae Nelumbo nucifera Gaertn. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. บัวเข็ม Nymphaeaceae Nuphar japonica DC. บวั ญ่ปี ุน Nymphaea capensis Thunb. สทุ ธาสิโนบล Nymphaea mexicana Zucc. ประภสั โรบล Nymphaea nouchali Burm.f. บวั เผ่ือน Nymphaea pubescens Willd. จงกลนี Nymphaea rubra Roxb. ex Andrews สตั ตบรรณ Nymphaea sp. นางกวัก Victoria amazonica (Poepp.) J.C. Sowerby บัววคิ ตอเรยี Onagraceae Ludwigia adscendens (L.) H.Hara แพงพวย Ludwigia sedioides (Humb. & Bonpl.) H.Hara กระจับแกว Polygonaceae Persicaria attenuata (R. Br.) Soják ผกั ไผน้าํ Persicaria barbata (L.) H.Hara สรอ ยทับทมิ Pontederiaceae Eichhornia crassipes (Mart.) Solms ผักตบชวา Monochoria hastata (L.) Solms ผกั ตบไทย Typhaceae Typha angustifolia L. ธปู ฤๅษี หมายเหต:ุ ค = คูน้ํา ร = โรงเรือง อ = อาง ช = พืชชายนํ้า ผ = พชื โผลเหนือนํ้า ล = พชื ลอยนํ้า การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
243 1234 56 78 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ภาพ ก. 1. ผกั กูดขาว (Diplazium esculentum (Retz.) Sw.) 2. หญา ถอดบองนอ ย (Equisetum diffusum D. Don.) 3. หญา ถอดบอง (Equisetum ramosissimum subsp. debile (Roxb. ex Vaucher) Hauke) 4. หญา ถอดบองแคระ (Equisetum scirpoides Michx.) 5. หญา ถอดบอง (Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching.) 6. ผกั แวน (Marsilea crenata C. Presl) 7. ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) 8. ผัก ขาเขยี ด (Ceratopteris thalictroides (L.) Brongn.) 9. แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) 10. จอกหูหนู (Salvinia cucullata Roxb. ex Bory) 11. เหงือกปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl) 12. เหงือกปลาหมอ (Acanthus ilicifolius L.) 13. เหงอื กปลาหมอเทศ (Acanthus montanus (Nees) T.Anderson) 14. วา นน้ํา (Acorus calamus L.) 15. อะเมซอน (Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) 16. ฝน นํ้า (Hydrocleys nymphoides (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Buchenau.) 17. บอนจีน (Limnocharis flava (L.) Buchenau) 18. พลับพรงึ ธาร (Crinum thaianum J.Schulze.) 19. แวน แกว (Hydrocotyle umbellata L.) 20. บอนเขยี ว (Colocasia esculenta (L.) Schott.) 21. บอนจีน ดาํ (Colocasia esculenta (L.) Schott.) 22. ผกั หนาม (Lasia spinosa (L.) Thwaites) 23. แหน (Lemna aequinoctialis Welw.) 24. จอก (Pistia stratiotes L.) 25. แหนใหญ (Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid.) 26. ไขน ํ้า (Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm.) 27. ฝาดดอก แดง (Lumnitzera littorea (Jack) Voigt.) 28. ฝาดดอกขาว (Lumnitzera racemosa Willd.) การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
244 123 4 5678 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ภาพ ข. 1. กกรงั กา (Cyperus involucratus Rottb.) 2. กกอียิปตแ คระ (Cyperus prolifer Lam.) 3. กระจดู (Lepironia articulata (Retz.) Domin.) 4. สาหรายหางกระรอก (Hydrilla verticillata (L.f.) Royle.) 5. ลาํ พู (Sonneratia caseolaris (L.) Engl.) 6. ลาํ แพน (Sonneratia ovata Backer) 7. คลา (Schumannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep.) 8. คลา น้ําซอ หอ ย (Thalia geniculata L.) 9. ตับเตา เลก็ (Nymphoides cristata (Roxb.) Kuntze) 10. ตบั เตาเหลอื ง (Nymphoides hastata (Dop) Kerr) 11. ตับเตา ใหญ (Nymphoides indica (L.) Kuntze) 12. บัวหลวง (Nelumbo nucifera Gaertn.) 13. บัวเขม็ (Nelumbo nucifera Gaertn.) 14 บัวญีป่ ุน (Nuphar japonica DC.) 15. สุทธาสโิ นบล (Nymphaea capensis Thunb.) 16. ประภัสโรบล (Nymphaea mexicana Zucc.) 17. บวั เผ่อื น (Nymphaea nouchali Burm.f.) 18. จงกลนี (Nymphaea pubescens Willd.) 19. สตั ตบรรณ (Nymphaea rubra Roxb. ex Andrews) 20. บัวนางกวกั (Nymphaea sp.) 21. บวั วกิ ตอเรีย (Victoria amazonica (Poepp.) J.C. Sowerby) 22. แพงพวย (Ludwigia adscendens (L.) H.Hara) 23. กระจบั แกว (Ludwigia sedioides (Humb. & Bonpl.) H.Hara) 24. ผกั ไผน ้าํ (Persicaria attenuata (R. Br.) Soják) 25. สรอ ยทบั ทิม (Persicaria barbata (L.) H.Hara.) 26. ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) 27. ผักตบไทย (Monochoria hastata (L.) Solms) 28. ธปู ฤๅษี (Typha angustifolia L.) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
245 สรปุ ผลการศึกษา cillata (L.f.) Royle.) ผักตบชวา (Eichhornia crassipes การศึกษาพรรณไมน า้ํ ในสวนพฤกษศาสตรเพชรวนาลยั (Mart.) Solms) และ ธูปฤๅษี (Typha angustifolia L.) เปรียบเทียบกับพรรณไมนํ้าที่พบในคลองบางกรวย จังหวัด พบพรรณไมน้ํา 54 ชนิด 38 สกุล 23 วงศ วงศท่ีพบมากคือ นนทบรุ ี (สทิ ธิ กุหลาบทอง และสาวกิ า กลั ปพฤกษ, 2553ก) Nymphaeaceae (7 ชนิด) Araceae (6 ชนิด) Equiseta- มีพรรณไมนํ้าที่สํารวจพบเหมือนกัน คือ เหงือกปลาหมอ ceae (4 ชนิด) Acanthaceae Alismataceae Cyperac- (Acanthus ebracteatus Vahl.) จอก (Pistia stratiotes eae และ Menyanthaceae (3 ชนิด) พรรณไมน้ําชนิดเดน L.) ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) ไขนํ้า (Wolffia คือ จอก (Pistia stratiotes L.) อเมซอน (Echinodorus arrhiza (L.) Horkel ex Wimm.) และ ผักตบชวา (Eichh- cordifolius (L.) Griseb.) ผักตบชวา (Eichhornia crassi- ornia crassipes (Mart.) Solms) จากการศึกษาพบวา pes (Mart.) Solms) สรอยทับทิม (Persicaria barbata พบวา ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) (L.) H.Hara.) และ แหนแดง (Azolla caroliniana Willd.) พบในทกุ รางานการสํารวจพรรณไมน าํ้ จากพรรณไมน้าํ ทั้งหมด พลับพลึงธาร (Crinum thaianum กิตตกิ รรมประกาศ J.Schulze.) มีสถานภาพใกลสูญพันธุ จากการสํารวจพรรณ ไมนํ้า พบวาสวนใหญเปนพืชชายนํ้า รองลงมาเปนพืชโผล งานวจิ ยั นเี้ ปน งานสนองพระราชดาํ รใิ นโครงการอนุรักษ เหนือนํ้า พืชลอยน้ํา และพืชใตนํ้า พรรณไมที่แพรกระจาย พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ ไดรับการ เปนบริเวณกวางในพ้ืนที่ศึกษา คือ ผักตบชวา (Eichhornia สนับสนุนจากโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัย crassipes (Mart.) Solms) จอก (Pistia stratiotes L.) และ ราชภัฏเพชรบุรี อเ ม ซ อน ( Echinodorus cordifolius (L.) Griseb.) เ มื่ อ เอกสารอางองิ เปรียบเทียบพรรณไมน้ําท่ีพบจากการศึกษาน้ี กับที่พบ ทศั นีย ไตรยนาม สิทธิชยั ฮะทะโชติ และ ภูวดล โดยด.ี บริเวณอ่ืน เปรียบเทียบกับการสํารวจพรรณไมน้ําในจังหวัด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2551) มี 2555. การประยุกตใชเ ทคโนโลยภี ูมิสารสนเทศเพื่อ พรรณไมน ํ้าที่สํารวจพบเหมือนกัน คือ ผกั ตบชวา (Eichhor- ศกึ ษาความหลากหลายทางชวี ภาพพรรณไมน ้าํ ใน nia crassipes (Mart.) Solms) บั ว ห ล ว ง ( Nelumbo อุทยานหนองหารเฉลมิ พระเกยี รต.ิ การประชมุ ทาง nucifera Gaertn.) บั ว เ ผ่ื อ น ( Nymphaea nouchali วชิ าการของมหาวทิ ยาลัย เกษตรศาสตร ครงั้ ที่ 50: Burm.f.) ผักขาเขียด (Ceratopteris thalictroides (L.) 375-384. Brongn.) เหงอื กปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl.) พงศเ ชฏฐ พิชิตกุล. 2551. พรรณไมนา้ํ ในจังหวัดเพชรบุรี บ อ น เ ขี ย ว ( Colocasia esculenta (L.) Schott.) จ อ ก และประจวบครี ขี ันธ. การประชมุ ทางวิชาการของ (Pistia stratiotes L.) คลานํ้าชอหอย (Thalia geniculata มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร ครั้งที่ 46: 296-307. L.) แหนใหญ (Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid.) และ พงศเ ชฏฐ พชิ ติ กลุ . 2552. พรรณไมนํ้าในจงั หวดั ชุมพรและสุ ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) เปรียบเทียบกับ ราษฎรธาน.ี การประชมุ ทางวิชาการของมหาวิทยาลัย พรรณไมน้ําที่พบในจังหวัดชุมพร และสุราษฎรธานี (พงศ เกษตรศาสตร ครั้งที่ 47: 262-272. เชฏฐ พิชิตกุล, 2552) มีพรรณไมน้ําท่ีสํารวจพบเหมือนกัน พงศเชฏฐ พิชิตกลุ . 2553. พรรณไมน ํา้ ในจังหวัดระนอง คอื เหงอื กปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl.) บอน พงั งา กระบี่ และภเู กต็ . การประชมุ ทางวิชาการของ เขียว (Colocasia esculenta (L.) Schott.) สาหรายหาง มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร คร้ังท่ี 48: 130-138. กระรอก (Hydrilla verticillata (L.f.) Royle.) คลา (Sch- พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2554. พรรณไมน ้ําในจังหวดั umannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep.) ผักแวน นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตลู . การประชุม (Marsilea crenata C. Presl.) ผักตบชวา (Eichhornia ทางวชิ าการของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร คร้งั ท่ี crassipes (Mart.) Solms) ปรงทะเล (Acrostichum aure- 49: 140-149. um L.) และ ผักขาเขยี ด (Ceratopteris thalictroides (L.) พงศเชฏฐ พชิ ิตกลุ . 2555. พรรณไมน้าํ ในจงั หวัดพะเยา แพร Brongn.) เปรียบเทียบกับพรรณไมน้ําท่ีพบในจังหวัด นา น และอตุ รดติ ถ. การประชมุ ทางวิชาการของ เชียงราย (พงศเชฏฐ พิชิตกุล, 2557) มีพรรณไมน้ําท่ีสํารวจ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ครง้ั ท่ี 50: 359-367. พบเหมือนกัน คือ บอนเขียว (Colocasia esculenta (L.) พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2556. พรรณไมน ํา้ ในจังหวดั เชียงใหม Schott.) จอก (Pistia stratiotes L.) แหนใหญ (Spirodela และลาํ พูน. การประชุมทางวชิ าการของมหาวทิ ยาลยั polyrrhiza (L.) Schleid.) ไ ข น้ํ า ( Wolffia arrhiza (L.) เกษตรศาสตร ครั้งท่ี 51: 147-155. Horkel ex Wimm.) สาหรายหางกระรอก (Hydrilla verti- การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
246 พงศเชฏฐ พิชิตกุล. 2557. พรรณไมน ํ้าในจงั หวดั เชียงราย. สํานักหอพรรณไม. 2557. ช่อื พรรณไมแหงประเทศไทย การประชมุ ทางวชิ าการของ เตม็ สมิตินันทน. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พส าํ นกั งาน มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ครัง้ ท่ี 52: 63-70. พระพุทธศาสนาแหงชาติ. เพ็ชรรตั น เวฬุคามกลุ และ ละออ อัมพรพรรด.ิ์ 2556. ความ Cook, C.D.K., 1996. Aquatic plant book. หลากหลายของพรรณพืชในพ้ืนทช่ี มุ น้าํ อาํ เภอนาแหว Amsterdam: SPB Academic Publishing. จังหวัดเลย. วารสารวทิ ยาศาสตรบูรพา. 18: 82-94. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1979. Pteridophytes. ยุพา วรยศ. 2534. พนั ธุไมนา้ํ . กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง. Thailand. Vol. 3 (1): 1-128. Bangkok: The TISTR Press. สุชาดา ศรเี พญ็ . 2542. พรรณไมนํา้ ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: อมรินทรพ รน้ิ ตงิ้ แอนดพ บั ลิชช่ิง. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1985. Pteridophytes. In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of สทิ ธิ กหุ ลาบทอง และสาวกิ า กลั ปพฤกษ. 2553ก. ความ Thailand. Vol. 3 (2): 129-296. Bangkok: หลากชนดิ ของพรรณไมน าํ้ ในเขตคลองบางกรวย Phonphan Printing. จงั หวดั นนทบรุ .ี ว. วิทย. กษ. 41 (พิเศษ): 101-104. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1988. Pteridophytes. สทิ ธิ กหุ ลาบทอง และสาวิกา กลั ปพฤกษ. 2553ข. ความ In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of หลากชนิดของพรรณไมน ้ําในเขตบา นแพว จงั หวดั Thailand. Vol. 3 (3): 297-480. Bangkok: The สมุทรสาคร และพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม. ว. วิทย. Chutima Press. กษ. 41 (พเิ ศษ): 333-336. Tagawa, M., and Iwatsuki, K. 1989. Pteridophytes. สทิ ธิ กหุ ลาบทอง สาวิกา กลั ปพฤกษ และ พชั รินทร สาย In: T. Smitinand and K. Larsen (eds.), Flora of พัฒนะ. 2556. สันตะวาใบพาย (Ottelia alismoides Thailand. Vol. 3 (4): 481-639. Bangkok: The (L.) Pers.): พรรณไมนา้ํ เดน ของแมนา้ํ เพชรบรุ ี. วารสาร Chutima Press. เทคโนโลยภี าคใต. 6: 69-76. The Plant List at http://www.theplantlist.org การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
247 ความหลากหลายทางชีวภาพของไมพ ุมในเขตพื้นท่ีมหาวิทยาลัยราชภฏั บุรีรัมย DIVERSITY OF SHRUBS IN BURIRAM RAJABHAT UNIVERSITY, MUEANG DISTRICT, BURIRAM PROVINCE สุขสรรค ชบู ุญ* และ สงา แกวปุม Suksan Chuboon* and Sanga Kaeopum สาขาวิชาชีววทิ ยา คณะวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฎั บุรรี มั ย 31000 Program in Biology, Faculty of Science, Rajabhat Buriram University 3100 บทคัดยอ การศึกษาความหลากหลายของไมพุมในเขตพ้ืนท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย ระยะเวลาในการ สํารวจ 4 เดอื น ต้งั แตเดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2561 มพี นื้ ท่ที ้งั หมด 297 ไร แบงพ้ืนทที่ าํ การสํารวจทัง้ หมด 6 โซน พบไม พมุ 83 ชนิด 35 วงศ วงศท ่สี ํารวจพบมากทีส่ ดุ คือวงศ APOCYNACEAE พบ 11 ชนดิ ไดแ ก ชวนชม ( Adenium obesum (Forssk.) Roem. & Schult.), บานบุรีมวง (Allamanda blanchetii A. DC.), บานบุรี (Allamanda cathartica L.), รัก (Calotropis gigantea (L.) R.Br.), มะมวงหาว มะนาวโห (Carissa carandas L.), ย่โี ถ (Nerium oleander L.), ล่นั ทมแดง (Plumeria acuminata Aiton), ลั่นทมขาว (Plumeria obtusa L.), ลั่นทมใบลกู ศร (Plumeria pudica Jacq.), พุดพิชญา (Wrightia antidysenterica R. Br.), โมกพวง (Wrightia religiosa Benth.) รองลงมาคือวงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนดิ ไดแ ก พุดนํ้าบุศย (Gardenia carinata Wall.), พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides), พุดซอน (Gardenia jasminoides J. Ellis), เ ข็ ม ชม พู ( Ixora coccinea L.),เ ข็ ม พว งข า ว ( Ixora finlaysoniana Wall. ex G. Don.), เ ข็ ม เ ศ ร ษ ฐี (Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore), เข็มชมพูแคระ (Ixora hybrid), เข็มเชียงใหม (Ixora x williamsii Hort.) รองลงมาคอื วงศ EUPHORBIACEAE พบ 7 ชนดิ ไดแ ก หปู ลาชอน (Acalypha wilkesiana Mull. Arg.), โกสน (Codiaeum variegatum (L.) Blume), ก ร ะ บื อ เจ็ ดตัว ( Excoecaria cochinchinensis Lour. var. cochinchinensis), ป ต ตาเวีย (Jatropha integerrima Jacq.), สบูแดง (Jatropha gossypifolia L.), หนุมานน่ังแทน (Jatropha podagrica Hook.f.), แสยก (Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit.) Abstract The biodiversity of tree shrub in Buriram Rajabhat University, Mueang District, Buriram Province, was studied during May-August 2018. On the basis of overall 297 rai (in Thai), it was divided into 6 area zones. General characters of the shrub species are solid wood stems, but smaller in size. Most of them present several main stems but not higher than 5 meters and aged for several years. The result showed that, 83 tree shrub species were recorded and classified into 35 families. The most abundance family found in this study was APOCYNACEAE, consisted of 11 species Adenium obesum (Forssk.) Roem. & Schult., Allamanda blanchetii A. DC., Allamanda cathartica L., Calotropis gigantea (L.) R.Br., Carissa carandas L., Nerium oleander L., Plumeria acuminata Aiton, Plumeria obtusa L., Plumeria pudica Jacq., Wrightia antidysenterica R. Br., Wrightia religiosa Benth. The minor species RUBIACEAE, consisted of 8 species Gardenia carinata Wall., Gardenia jasminoides, Gardenia jasminoides J. Ellis, Ixora coccinea L., Ixora finlaysoniana Wall. ex G. Don., Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore, Ixora hybrid, Ixora x williamsii Hort. The minor species EUPHORBIACEAE, consisted of 7 species, Acalypha wilkesiana Mull. Arg., Codiaeum variegatum (L.) Blume, Excoecaria cochinchinensis Lour. var. cochinchinensis, Jatropha integerrima Jacq., Jatropha gossypifolia L., Jatropha podagrica Hook.f., Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit., respectively. คาํ สําคญั : ไมพ ุม, ความหลากหลายทางชีวภาพ, มหาวิทยาลัยราชภฏั บรุ รี มั ย Keywords: shrub, Biodiversity, Buriram Rajabhat University การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
248 *ติดตอนักวจิ ยั : สุขสรรค ชูบญุ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Suksan Chuboon (E-mail: [email protected]) บทนาํ 6. นาํ ไมพ มุ ที่ไดม าศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของพืชในแต มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมยนับวาเปนส ถาบัน ละชนิดพรอมระบชุ นิด เชน ชื่อสามัญ ชื่อวิทยาศาสตร ชนิด และวงศ โดยนํามาแยกชนิดเทียบกับเอกสารอางอิง (กอง การศึกษาแหงหน่ึงท่ีมีชื่อเสียงในจังหวัดบุรีรัมย การจัดการ กานดา ชยามฤต,2541), (เตมิ สมติ นิ นั ท, 2557) ทรัพยากรตางๆ ในสถาบันถือวา เปนองคป ระกอบสาํ คัญการ จัดการสถานที่เพ่ือใหบริเวณดูรมร่ืนเปนธรรมชาติและ สวยงามนนั้ ทาํ ไดย าก ใ น ป จ จุ บั น ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ บุ รี รั ม ย มี ค ว า ม หลากหลายของไมพุมด้ังเดิม และมีการปลูกเพ่ิมจึงเปนการ อนุรักษท รัพยากรธรรมชาติอกี ทางหน่ึงในการศึกษาชนิดของ ไมพุมจะทราบวา บางชนิดอาจรูจักแตบางชนิดไมคุน บาง ชนิดที่รูจักกันบางพอสมควรไมพุมหลายชนิดมีประโยชนตอ มนุษยทั้งทางตรงและทางออมความตองการในการใช ประโยชนจากไมพุมมีมาก เชน เปนไมผล ไมใชสอย ไม ดอกไมป ระดบั เปนตน ดังน้ันงานวิจัยนี้วัตถุประสงคศึกษาชนิดของไมพุม ลักษณะสัณฐานวิทยาของพืชแตละชนิด ตลอดจนจัดทํา ขอมูลพ้ืนฐานไมพ มุ เพื่อนาํ ขอ มลู ในการศึกษาคน ควาสืบไป วิธีดาํ เนินการวจิ ัย รปู ท่ี 1 แผนท่แี สดงการสํารวจ 1. สาํ รวจพนื้ ที่บรเิ วณมหาวิทยาลยั ราชภัฏบรุ รี ัมย (รูปท่ี 1) ผลการศกึ ษา 2. สํารวจไมพุมภายในเขตพ้ืนมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย โดยแบงการสํารวจออกเปน 6 โซน ไดแก โซน A, B, C, D, จากการสํารวจพรรณไมพุมบรเิ วณมหาวิทยาลยั ราชภัฏ E, F บุรีรัมย อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย ระหวางเดือน 3. บนั ทกึ ขอมูลทไ่ี ดจ ากการสํารวจคอื วัน เดือน ป บรเิ วณท่ี พฤษภาคม-สิงหาคม 2561 จากพื้นที่ทําการสํารวจบริเวณ พบ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมยมีพ้ืนท่ีประมาณ 297 ไร 1 งาน 4. ถายภาพสว นตางๆ ของไมพุม เพื่อใชในการวินิจฉยั ระดบั 27 ตารางวา โดยการแบงพ้ืนท่ีเปน 6 โซน ไดแก โซน A, B, ชนิด โดยใชร ูปวธิ านและเอกสารอา งองิ C, D, E, F ไมพุม 83 ชนิด 35 วงศ 5. เกบ็ ตัวอยางไมพ ุมแลวนาํ ไปอัดแหง การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
249 ตารางที่ 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพนื้ ท่มี หาวทิ ยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย จ.บุรีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) ลาํ ดบั วงศ ชือ่ วทิ ยาศาสตร ช่ือสามญั ชอื่ พนื้ เมือง 1 ACANTHACEAE Graptophyllum pictum (L.) Caricature plant ใบทอง ใบเงิน ใบนาค Griff. Ruellia squarrosa (Fenzi) ruellias, wild petunias ตอ ยต่งิ ฝรั่ง Cufod. Sanchezia speciosa Leonard - กนกลายไทย Agave sp. Century Plant อากาเว Dracaena loureiri Gagnep. - จนั ผา 2 AGAVACEA Dracaena reflexa (Decne.) The Song of Jamaica ซองออฟจาไมกา Lam. มะตูมซาอุ 3 ANACARDIACEAE Schinus terebinthifolius Brazilian Pepper-tree Cananga odorata (Lam.) Hook. กระดังงาสงขลา 4 ANNONACEAE f. & Thomson var. fruticosa lang.-Ilang, Drawf (Craib) Corner ylang ylang เขียวหมนื่ ป 5 ARACEAE Aglaonena modestum Schott. Silver evergreen Polyscias fruticosa Harms. Ming aralia เลบ็ ครุฑใบฝอย Polyscias guilfoylei 'Quercifolia' - เลบ็ ครฑุ ดางแคระ Polyscias sp. - เล็บครฑุ แคระ 6 ARALIACEAE Polyscia Scutellaria - เลบ็ ครฑุ เกลด็ ปลากะโห Schefflera arboricola (Hayata) Dwarf Umbrella Tree หนวดปลาหมึกแคระ 7 ARECACEAE cv. (PALMAE) Schefflera arboricola (Hayata) Dwarf Umbrella Tree หนวดปลาหมึกดา ง Hayata 'Compacta' Hyophorbe lagenicaulis Bottle pallm ปาลมแชมเปญ (L.H.Bailey) H.E.Moore Fan Palm ปาลม จีบ Licuala grandis H. Wendl. คอ - Livistona speciosa Kurz Rhapis humilis Blume Reed rhapis จง๋ั Adenium obesum (Forssk.) Mock azalea, Desert Roem. & Schult. rose ชวนชม 8 APOCYNACEAE Allamanda blanchetiim A. DC. Purple Allamanda บานบุรีมว ง Allamanda cathartica L. Common allamanda บานบุรี Calotropis gigantea (Linn.) R.Br. Crown flower รกั Carissa carandas Linn. Karanda, Carunda มะมว งหาว มะนาวโห การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
250 ตารางท่ี 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพ้นื ทม่ี หาวทิ ยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย จ.บรุ รี มั ย พบพรรณไม 83 ชนดิ (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ) ลาํ ดบั วงศ ชอ่ื วิทยาศาสตร ชอ่ื สามัญ ชื่อพืน้ เมอื ง Sweet Oleander, Rose Nerium oleander L. bay ย่โี ถ Plumeria acuminata Aiton West Indian Red ล่ันทมแดง Jasmine Plumeria obtusa L. Evergreen Frangipani ล่ันทมขาว Plumeria pudica Jacq. Bridal Bouquet ลน่ั ทมใบศร Arctic Snow, Milky Wrightia antidysenterica R. Br. Way พดุ พิชญา Wrightia religiosa Benth. Moke โมกพวง Asparagus densiflorus (Kunth) Jessop. Sprengeri Group Asparagus fern ปรกิ นํ้าคาง 9 ASPARAGACEAE Cordyline fruticosa (L.) A.Chev. Cordyline หมากผูหมากเมยี Draceana cincta Bak. Cv. Rainbow tree เข็มสามสี Tricolor Dracaena dermensis Dwarf Bouquet มรกตหยก 10 ASPLENIACEAE Asplenium nidus L. Bird’s nest fern ขาหลวงหลังลาย 11 BIGNONIACEAE Tecoma stans (L.) Kunth Yellow elder ทองอุไร Podranea ricasoliana (Tanfani) Sprague Pink trumpet vine พราวชมพู 12 BLECHNACEAE. Blechnum moorei C.Chr. - กดู ดอยใบหยาบ 13 BORAGINACEAE Carmona retusa (Vahl) Masam. Fukien Tea, ชาฮกเก้ยี น Cereus hexagonus (L.) Mill. Torch Thistle กระบองเพชร 14 CACTACEAE Hylocereus undatus (Haw) Britt. Rose. dragon frui แกว มังกร 15 COSTACEAE Costus speciosus Varaigated - เอ้อื งหมายนาดาง 16 CUPRESSACEAE Biota orientalis (L.) Endl. Chimese Arborvitae สนแผง 17 CUPRESSACEAE Biota orientalis (L.) Endl. Chimese Arborvitae สนแผง Copper Leaf Beef - Acalypha wilkesiana Mull. Arg. steak หปู ลาชอน Codiaeum variegatum (L.) Croton, Variegated โกสน Blume Laurel กระบือเจ็ดตวั 18 EUPHORBIACEAE Excoecaria cochinchinensis Picara Lour. var.cochinchinensis Peregrina, Spicy jatropha Jatropha integerrima Jacq. ปต ตาเวีย การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
251 ตารางท่ี 1 แสดงพรรณไมพมุ ในเขตพนื้ ทมี่ หาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย จ.บรุ ีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ ) ลําดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร ช่ือสามญั ช่อื พื้นเมอื ง Jatropha gossypifolia L. Bellyache Bush สบแู ดง Jatropha podagrica Hook. Gout Plant หนมุ านน่งั แทน Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit. Slipper flower แสยก 19 FABACEAE Bauhinia acuminata L. Snowy Orchid Tree กาหลง (LEGUMINOSAE- CAESALPINIOIDEAE) Senna alata (L.) Roxb. Ringworm Bush ชุมเห็ดเทศ FABACEAE Acacia pennata (L.) Willd. Climbing Wattle ชะอม 20 (LEGUMINOSAE- ssp. insuavis (Lace) I.C. Giant sensitive plant ไมยราบตน Nielsen MIMOSOIDEAE) Mimosa pigra L. 21 LAMIACEAE Ocimum tenuiflorum L. Sacred Basil, holy กะเพรา (LABIATAE) Basil Abutilon indicum (L.) Sweet Country mallow มะกอ งขา ว 22 MALVACEAE Hibiscus rosa-sinensis Linn. Shoe Flower, Hibiscus ชบา 23 MARANTACEAE Calathea majestica M.Kenn. - วานเสนหขุนแผน CU.Roseo-Lineata. 24 MORACEAE Morus alba Linn. Mulberry Tree หมอ น Syzygium australe ( J.C. 25 MYRTACEAE Wendl. Ex Link ) B.Hyland Australian Rose Apple คริสตินา 26 NYCTAGINACEAE Bougainvillea glabra Choisy Bougainvillea เฟอ งฟา 27 OLEACEAE Jasminum sambac (L.) Aiton Arabian Jasmine มะลิลา Pandanus amaryllifolius 28 PANDANACEAE Roxb. Pandanus Palm เตยหอม Pandanus tectorius Parkinson Screwpine การะเกด ex Du RoiScrewpine 29 PLUMBAGINACEAE Plumbago auriculata Lam. cape leadwort พยับหมอก 30 PUNICACEAE Punica granatum L. Pomegranate ทบั ทิม Rosa Sp. Rose กหุ ลาบ 31 ROSACEAE Hamelia patens Jacq. Scarlet Bush ประทดั ไตหวัน Gardenia carinata Wall. - พุดนํ้าบศุ ย Gerdenia Crape 32 RUBIACEAE Gardenia jasminoides. Jasmine พดุ ศุภโชค Gardenia jasminoides J.Ellis Cape jasmine พุดซอ น Ixora coccinea L. West Indian Jasmine เข็มชมพู การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
252 ตารางที่ 1 แสดงพรรณไมพ ุมในเขตพืน้ ทมี่ หาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย จ.บรุ ีรมั ย พบพรรณไม 83 ชนิด (Species) 35 วงศ (Families) (ตอ ) ลาํ ดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร ชอ่ื สามญั ช่อื พน้ื เมือง Ixora finlaysoniana Wall. ex. G. Don. Siamese white ixora เข็มพวงขาว Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Flame of the Woods เข็มเศรษฐี Binn.) T.Moore Ixora hybrid Trop Africa, Asia เข็มชมพแู คระ Ixora x williamsii Hort. Dwart lxora เขม็ เชียงใหม Citrus aurantifolia (Christm.) 33 RUTACEAE Swingle Lime, Common Lime มะนาว Murraya paniculata (Linn.) Orange Jasmine แกว Jack SCROPHULARIACE Leucophyllum frutescens 34 AE (Berl.) Johnson Barometer Bush นีออน 35 SOLANACEAE Capsicum frutescens Linn. Chilli Pad พริกข้หี นู Solanum torvum Swartz. Common Asiatic weed มะเขอื พวง Duranta erecta L. Sky flower เทยี นหยด 36 VERBENACEAE Lantana camara L. Lantana ผกากรอง สรปุ ผลและอภปิ ราย กระบือเจด็ ตัว (Excoecaria cochinchinensis Lour. var. การศกึ ษาความหลากหลายของไมพ ุมในเขตพืน้ ท่ี cochinchinensis), ปตตาเวีย (Jatropha integerrima Jacq.), สบูแดง (Jatropha gossypifolia L.), หนุมานน่ัง มหาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ รี ัมย อาํ เภอเมอื ง จังหวัดบรุ ีรัมย แทน (Jatropha podagrica Hook.), แสยก (Pedilanthus ระยะเวลาในการสํารวจ 4 เดอื น ต้ังแตเดือนพฤษภาคม– tithymaloides (L.) Poit.) ซ่ึงวงศท ีพ่ บนอยทส่ี ุด สิงหาคม 2561 มีพน้ื ทีท่ ั้งหมด 297 ไร แบงพนื้ ทท่ี ําการ ANACARDIACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแ ก มะตมู ชาอุ (Schinus สาํ รวจทัง้ หมด 6 โซน พบไมพมุ 83 ชนิด 35 วงศ วงศท ี่ terebinthifolius), วงศ ASPLENIACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแก สาํ รวจพบมากทสี่ ดุ คือวงศ APOCYNACEAE พบไมพ ุม 11 ขา หลวงหลงั ลาย (Asplenium nidus L.), วงศ ชนดิ ไดแ ก ชวนชม (Adenium obesum (Forssk.) Roem. BLECHNACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแก กูดดอยใบหยาบ & Schult.), บานบุรีมว ง (Allamanda blanchetiim A. (Blechnum moorei C.Chr.), วงศ BORAGINACEAE พบ DC.), บานบุรี (Allamanda cathartica L.), รกั (Calotro- 1 ชนิด ไดแก ชาฮกเกีย้ น วงศ COSTACEAE พบ 1 ชนิด pis gigantea (Linn.) R.Br.), มะมว งหาวมะนาวโห (Carissa ไดแก เอื้องหมายนาดาง (Costus speciosus Varaigated) carandas Linn.), ยี่โถ (Nerium oleander L.), ลั่นทมแดง วงศ CUPRESSACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก สนแผง (Biota (Plumeria acuminata Aiton), ล่ันทมขาม (Plumeria orientalis (L.) Endl.) วงศ LAMIACEAE (LABIATAE) พบ obtusa L.), ลน่ั ทมใบลูกศร (Plumeria pudica Jacq.), 1 ชนดิ ไดแก กระเพรา (Ocimum tenuiflorum L.) วงศ พดุ พิชญา (Wrightia antidysenterica R. Br.), โมกพวง MARANTACEAE พบ 1 ชนดิ ไดแ ก วา นเสนหข นุ แผน (Wrightia religiosa Benth.) รองลงมาคือวงศ RUBIACEAE (Calathea majestica M.Kenn. CU.Roseo-Lineata.)วงศ พบ 8 ชนดิ ไดแ ก พุดนํา้ บุศย (Gardenia carinata Wall.), MORACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก หมอน (Morus alba Linn.) พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides.), พุดซอ น (Gardenia วงศ MYRTACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก ครสิ ตนิ า (Syzygium jasminoides J.Ellis), เขม็ ชมพู (Ixora coccinea L.),เข็ม australe ( J.C. Wendl. Ex Link ) B.Hyland) วงศ พวงขาว (Ixora finlaysoniana Wall. ex. G. Don.), เข็ม NYCTAGINACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก เฟอ งฟา (Bougain- เศรษฐี (Ixora macrothyrsa (Teijsm. & Binn.) T.Moore), villea glabra Choisy) วงศ OLEACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก เขม็ ชมพแู คระ (Ixora hybrid), เขม็ เชียงใหม (Ixora x มะลลิ า (Jasminum sambac (L.) Aiton) วงศ williamsii Hort.) รองลงมาคือวงศ EUPHORBIACEAE พบ PUNICACEAE พบ 1 ชนิด ไดแ ก ทบั ทมิ (Punica granatum 7 ชนดิ ไดแก หูปลาชอน (Acalypha wilkesiana Mull. Arg.), โกสน (Codiaeum variegatum (L.) Blume), การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
253 L.) วงศ SCROPHULARIACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก นอี อน ภาควิชาวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี คณะศลิ ป (Leucophyllum frutescens (Berl.) Johnson) ศาสตรและวทิ ยาศาสตร ขอเสนอแนะ ชมรมพัฒนาไมดอกไมป ระดับ.(2539).ไมประดับมงคล.พมิ พ ครั้งท่ี 1.กรุงเทพฯ. เนเจอรัลบคุ ส 1. จากการสํารวจและศึกษาไมพุมในเขตพ้ืนท่ี เติม สมิตินันท.(2557).ชื่อพรรณไมแหงประเทศไทย(ช่ือ มหาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ รี มั ย อําเภอเมือง จงั หวดั บุรีรมั ย ควร พฤกษศาสตร- ช่อื พื้นเมือง). กรมปาไม ทําการศึกษาหาสํารวจตลอดทั้งป เนื่องจากพืชมีการ พรธิพย รินไธสง (2553). ความหลากชนิดและการใช เปลี่ยนแปลงในแตละฤดูกาลท่ีแตกตา งกัน ดังนั้นการสํารวจ ประโยชนของพรรณไมยืนตนบริเวณสวนปารม ท้ังปท ําใหทราบขอมูลลักษณะตางๆ ในทุกสวนของพรรณพชื เกลา -กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . วจิ ติ ร วังใน. (2537). การจําแนกพืชสวน. ภาควชิ าพชื สวน. 2. ควรมีการเพิ่มจํานวนการปลูกตนไมและชนิดของ คณะเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. พรรณไมท่พี บนอย เพอื่ เปน การอนุรกั ษและสงเสรมิ การปลูก วชริ พงศ หวลบตุ ตา. (2542). ไมตน ประดบั . กรงุ เทพฯ. พรรณไม สาํ นักพิมพบา นและสวน. สมบุญ เตชะภญั ญาวัฒน. (2537). พฤกศาสตร. พมิ พค รัง้ ท่ี 3. ควรใหมีการสงเสริมและเผยแพร ปลูกจิตสํานึกใน 3. ภาควิชาพฤกษศาสตร คณะวิชา การดูแลรักษา ซ่ึงจะชวยใหเกิดการอนุรักษและหวงแหนพืช วทิ ยาศาสตรม หาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ท่มี อี ยใู นทองถิ่นดวยขอเสนอแนะในการนําผลการวจิ ัยไปใช กรุงเทพฯ. เอกสารอางองิ สวนปาชุมชน สํานักสง เสรมิ การปลูกปา . (2536). การปลูก กมลรตั น วงศร ักษา. (2553). ความหลากชนดิ ของพรรณไม ปา ไม. กรุงเทพฯส. มงคลการพิมพ. สํานกั สงเสรมิ การปลกู ปา . (2536). การปลูกปาไม. ยืนตน ทีม่ ี มูลคา ทางเศรษฐกจิ บรเิ วณสวนรมเกลา กรงุ เทพฯ. กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . ชมรม สํานักหอพรรณไม.(2557). ความหลากหลายและการใช วทิ ยาศาสตรส่ิงแวดลอ ม ประโยชนพืชเมล็ดเปลอื ยในกรมปาภูเขียว น้ําหวา กอ งกานดา ชยามฤต. (2541). คมู อื จําแนกพรรณไม. หอ ว.กรุงเทพฯ. กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปาและ พรรณไมกรมปา ไม. กระทรวงเกษตรเละสหกรณ. พรรณพืช. กรุงเทพฯ. จนั ทรจริ า ตรเี พชร. (2559). ความหลากหลายทางชีวภาพ ของพชื พรรณไมยนื ตนเพื่อการจดั การและการ อนรุ กั ษสง่ิ แวดลอ มในมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏชัยภูม.ิ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
254 การศกึ ษาความหลากหลายของพรรณไม บรเิ วณโซน A ศูนยป ฏบิ ัติการอุดมศกึ ษาเพือ่ พัฒนาทองถิน่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรรี ัมย ศนู ยห นองขวาง ตาํ บลพรสําราญ อําเภอคูเมอื ง จงั หวัดบุรีรมั ย สุขสรรค ชูบุญ* และ สงา แกวปุม Suksan Chuboon* and Sanga Kaeopum สาขาวิชาชีววทิ ยา คณะวิทยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฎั บุรรี ัมย 31000 Program in Biology, Faculty of Science, Rajabhat Buriram University 3100 บทคดั ยอ การศึกษาครั้งน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนา ทองถิน่ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั บรุ ีรมั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสําราญ อาํ เภอคเู มือง จงั หวดั บรุ ีรมั ย ระเวลาในการสํารวจเดอื น มิถุนายน-พฤศจิกายน 2561 โดยวางแปลงทดลองแบบ quadrat method ขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบ พ้ืนท่ีทงั้ หมดในโซน A พ้ืนท่สี าํ รวจ 100 ไร จากนั้นนาํ มาศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกและจําแนกชนดิ ของพรรณไม 115 ชนิด 43 วงศ วงศทพ่ี บมากทีส่ ดุ คอื วงศ FABACEAE พบ 23 ชนดิ ซ่งึ เปน พืชกลุม ใหญจ ึงสามารถพบไดม ากทว่ั ไป เน่อื งจากพบวงศ ย อ ย ไ ด แ ก ( LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE), (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE), (LEGUMINOSAE- PAPILIONOIDEAE) รองลงมาคือ วงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนิด และวงศ ANNONACEAE พบ 6 ชนิด จากการคํานวณความ หลากหลายทางชวี ภาพ ตามวธิ ีของ Shannon-Wiener พบคา ดชั นคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณไมเ ทา กับ 2.9352 (H,) พบคาความหลากหลายสูงสุดท่ีสามารถเปนไปไดโดยมีจํานวนชนิดเทากับ 3.7612 (H,max) ซึ่งมีความสมํ่าเสมอในการ แพรกระจายจํานวนเทากับ 0.7804 (J) โดยนํามาคิดเปนรอยละ 78.04% ซ่ึงถือไดวามีการแพรกระจายพรรณไมอยาง สม่ําเสมอ ตลอดพื้นที่ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย คาความหลากชนิด 18.8253 (D) ซ่ึงแสดงไดวาพรรณไม 18 ชนิด สามารถพบไดทัว่ ไป สว นทีเ่ หลอื อีก 97 ชนดิ พบไดนอยในบริเวณโซน A ศูนยปฏิบตั กิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั บุรีรัมย ศูนยห นองขวาง Abstract This study aims to investigate the biodiversity of trees in zone A of the Education Action Center for Rural Development, Buriram Rajabhat University, Nongkwang campus, Phonsamran sub-district, Khumuang district, Buriram province. This study was conducted during June- November 2018. by using the converted quadrat method with 40x40 m2: 1 Rai (in Thai). This operation method was conducted entirely over Zone A area which the total sampling plot of 99 plots (98.75 Rai) The result showed that, 115 tress species were recorded and classified into 43 families. The most abundance family found in this study was FABACEAE which consisted of 23 species (Because of the closely related families: LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE, LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE and LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE, were also included in the same FABACEAE). Recently, this seemed to be a large group of plants, which can be found generally and cosmopolitan. Subsequently, 8 species of RUBIACEAE and 6 species ANNONACEAE were also found. For the evaluation of biodiversity indices, the Shannon-Wiener indices were performed and it was found that, the biodiversity index (H,) was 2.9352, (H,max) was 3.7612, lndex of Evenness (J) was 0.7804 with distribution percentage of 78.04% whereas the Species diversity (D) was 18.8253 which indicated that 18 trees species were commonly found, while 97 species remained were seemed to be rarely in Zone A of Buriram Rajabhat University, Nongkwang campus, คาํ สําคัญ: ความหลากหลาย, พรรณไม, ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศึกษาเพอ่ื พัฒนาทอ งถ่ิน Keywords: Diversity, trees, Nongkwang Campus การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
255 *ติดตอนักวจิ ัย: สุขสรรค ชูบุญ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Suksan Chuboon (E-mail: [email protected]) บทนํา สมบูรณเต็มไปดวยพืชพรรณไมนานาชนิด โดยเฉพาะปาเต็ง ปาไมเปนทรัพยากรธรรมชาติที่ความสําคัญอยางย่ิงตอ รั ง ที่ มี ป า เ บ ญ จ พ ร ร ณ แ ท ร ก อ ยู ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ มี ค ว า ม หลากหลายของพรรณไมคอนขางสูง พรรณไมเปน ส่ิงมีชีวิต ไมวาจะเปนมนุษยหรือสัตวอื่นๆ เพราะปาไมมี องคประกอบของปาเต็งรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบ ประโยชนท้ังการเปนแหลงวัตถุดิบปจจัยส่ี คือ อาหาร มากกวา 80 เปอรเซ็นต ปจจุบันพ้ืนที่ปาเต็งรังไดลดจํานวน เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย และยารักษาโรคสําหรบั มนุษย เปน ลงอยางรวดเร็ว เน่ืองจากการเขาไปใชประโยชนพ้ืนที่ปาไม แหลงตนนํ้าลําธาร เปนแหลงของสารอินทรยี แ รธาตุทีส่ ําคญั ของมนุษยกอใหเกิดผลกระทบตอสภาพปาไม การบุกรุกปา และยังมีประโยชนในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดลอม ถาปา เพือ่ นาํ พรรณไมไปใชป ระโยชน และการเกิดไฟปา เปน ตน ไมยังถูกทําลายลงไปม ากๆ ยอมสิ่งผลกระทบ ต อ สภาพแวดลอมท่ีเกี่ยวของอ่ืนๆ เชน สัตวปา นํ้า อากาศ ดังน้ันผูวิจัยจงึ มีความสนใจท่ีจะศึกษาความหลากหลาย ฯลฯ เมื่อปาถูกทําลายจะสงผลกระทบไปถึงดินและแหลง นา้ํ ของพรรณไมใ นศูนยปฏิบัตกิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่นิ ดวย เพราะเมื่อเผาหรือถางปาไปแลวพื้นดินจะโลงขาดพืช มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร ปกคลุมเม่ือฝนตกลงมาก็จะชะลางหนาดินและความอุดม สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย เพื่อเปนฐานขอมูลท่ี สมบูรณของดินไป นอกจากนั้นเม่ือขาดตนไมคอยดูดซับน้ํา สําคัญในการวางแบบพัฒนา และจัดการพ้ืนท่ีตลอดจนสราง ไวนํ้าก็จะไหลบาทวมบานเรือน และท่ีลุมฤดูนํ้าหลากพอถึง แหลงการเรียนรูทางธรรมชาติ และแนวทางนําไปสูการ ฤดูแลงก็ไมมีน้ําดดู ซับไวใ ตดนิ ไวหลอ เลี้ยงตน น้ําลําธารทําให บรหิ ารจดั การอนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาตไิ ดอยางยงั่ ยนื แมน้ํามีน้ํานอย สงผลกระทบตอมาถึงระบบเศรษฐกิจและ สังคม เชน การแคลนนํ้าในการชลประทานทําใหทํานาไม อุปกรณและวธิ กี ารศึกษา ไดผลขาดนํ้ามาผลิตกระแสไฟฟา(กรมสงเสริมสิ่งแวดลอม, อปุ กรณที่ใชใ นการศกึ ษา ม.ป.ป) ปาไมเปนระบบนเิ วศทีร่ วบรวมความหลากหลายทาง ชีวภาพเอาไวรวมไปถึงการใชประโยชนในดานสมุนไพรจาก อุปกรณท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก กลอง มาดัดแปลงสกัดเอาสวนสําคัญหรือยาแผนโบรานท่ีใชรักษา ถายรูปดิจิตอล เครื่องวัดพิกัดดาวเทียม (GPS) หนังสือคูมือ โรค สวนใหญไดจากผลิตภณั ฑของปาไมไดมกี ารนําสมนุ ไพร จําแนกพรรณไม (กองกานดา ชยามฤต, 2541), (เติม สมติ ิ จากปามาดัดแปลงสกัดเอาสวนสําคัญ จากเปลือก ดอก ผล นันท, 2557). สมุดบันทึกการเก็บพรรณไม ปากกา ดินสอ เมล็ด ราก นํามาใชในการผลิตยารักษาโรคที่ออกมาใน กระดาษหนังสือพิมพ กระดาษแข็ง กระดาษ A4 ไมบรรทัด รูปแบบของยาเมล็ด ยาน้ํา และยาแคปซูลตางๆ ปาไมจึง ตลับเมตร เชือกฟาง เชือกในลอน แผงอัดพรรณไม กรรไกร เหมาะแกการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ ตัดก่งิ มดี เขม็ พรอ มดา ย ไมนานชนิดและสัตวปา (สํานักงานจัดการทรัพยากรปาไมที่ วธิ กี ารศึกษา 4 สาขาพิษณุโลก ม.ป.ป.) ซ่ึงปาในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ การวิจัยครง้ั นี้เปน การวิจัยเชิงสาํ รวจ โดยมีวิธีการศึกษาและ ของไทยสวนใหญเปนปาเต็งรัง (decidous dipterpcarp ขั้นตอน ดงั น้ี forest) ปา แดง หรอื ปา แพะ มีอยู 70-80 เปอรเซ็นต เปนปา 1. สํารวจพ้ืนท่ีศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น โปรง ปาที่แหงแลงมีไฟไหมปาแทบทุกปทําใหพื้นที่ปาบาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร แหงเปนดินดานโผลพนดินข้ึนมา โครงสรางของปาแบง สําราญ อําเภอคูเมอื ง จังหวัดบรุ รี ัมย ออกเปนตนไมขนาดใหญมีความสูง 10 เมตรขึ้นไปไมขนาด 2. สํารวจพรรณไมภายในศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือ กลางสูง 5-10 เมตร ขึ้นปะปนไมหนาทึบ ในฤดูรอนตนทุก พัฒนาทองถ่ินมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ชนิดผลัดใบ เชน ไมเต็ง ไมรัง ไมเหียง ไมพลวง โดยไมกราด ตําบลพรสาํ ราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรมั ย แบงพ้ืนท่ีการ พบในบางพื้นท่ีเทานั้น สวนไมอ่ืนๆก็ขึ้นปะปนอยูดวยกัน สาํ รวจ พนื้ ท่ีโซน A : เริ่มแปลงสาธติ สาขาวชิ าเกษตรศาสตร- เชน มะคา แต ประดปู า มะกอกเกลือ้ น เหมือดแอ พลบั พลา สาขาวิชาประมง เปน ตน 3. สาํ รวจความหลากชนดิ พรรณไม จะจัดเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ วางแปลงทดลองแบบ quadrat method โดยวางแปลง ศู น ย ป ฏิ บั ติ ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า เ พ่ื อ พั ฒ น า ท อ ง ถิ่ น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร สําราญ อําเภอคเู มอื ง จงั หวัดบรุ ีรมั ย มสี ภาพแวดลอมที่อุดม การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
256 แบบเจาะจงขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบ ภาพท่ี 1 แผนที่ศูนยปฏบิ ตั ิการอดุ มศึกษาเพือ่ พัฒนาทองถน่ิ พนื้ ทที่ ัง้ หมดในโซน A รวม 100 แปลง พรอ มถายรูปตวั อยาง มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศูนยห นองขวาง ของพรรณไม ตําบลพรสาํ ราญ อําเภอคูเมอื ง จังหวัดบรุ รี มั ย 4. วัดพิกัดดาวเทียม (GPS) พรรณไมแตละตน บันทึกขอมูล ท่ีไดจากการสํารวจ คือ วัน เดือน ป บริเวณที่พบ และชนิด ผลการศกึ ษา ของพรรณไมท ่พี บใน แตล ะ แปลง จากการการศึกษาความหลากหลายของพรรณไม 5. นําขอมูลพรรณไมในแตละแปลงมาหาการแพรกระจาย ของพืชแตละชนิด โดยใชการคํานวณดัชนีความหลากชนิด บริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาทองถิ่น ( Shannon-Wiener Index Of Diversity) คํ า น ว ณ ต า ม มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร วธิ ีการของ Krebs (1972) ดังน้ี สําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย ในชวงเดือนมิถุนายน- พฤศจิกายน 2561 โดยวางแปลงทดลองแบบ quadrat - คาดัชนีความหลากหลายของชนิด (Shannon-Wiener method ขนาด 40x40 ตารางเมตร ใชวิธีเดียวกันครบพื้นท่ี Index) ทง้ั หมดในโซน A พ้นื ทส่ี าํ รวจ 98 ไร 3 งาน ������������ จากการศึกษาพบวาปาแหงนี้เปนปาเต็งรังที่มีปาเบญจ พรรณแทรกอยูตามธรรมชาติ โดยจําแนกชนิดของพรรณไม ������������′ = − � ������������������������ ∗ ������������������������ ������������������������ พบ 115 ชนิด 43 วงศ รายชื่อวงศและชนิดของพรรณไม แสดงไวในตารางท่ี 1 ������������=1 คาดัชนีความสําคัญของพรรณไม จากการศึกษาในการ โดยท่ี สํารวจขนาดแปลง 40x40 ตารางเมตร พบวามีจํานวนตน H’ คือ ดชั นีความหลากหลายของชนดิ (Index Of Diversity) พรรณไมท้ังหมด 13,662 ตน จําแนกชนิดของพรรณไมพบ Pi คือ สัดสวนระหวางจํานวนตนของพรรณไมชนิดที่ I ตอจํานวนของ 115 ชนิด 43 วงศ โดยมีมะคาแต (Sindora siamensis พรรณไมทั้งหมด Teijsm. ex Miq.) พบจํานวน 3,742 ตน รองลงมาคอื พลอง เหมือด (Memecylon edule Roxb.) พบจํานวน 1,979 ตน (เม่อื i=1,2,3,…S) แ ด ง ( Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob var. xylocarpa) พบจํานวน 1,157 ตน ขันทองพยาบา ท - ดัชนีความสม่ําเสมอของ Shannon-Wiener (Shannon- (Suregada multiflora (A. Juss.) Baill.) พบจํานวน 851 Wiener Evenness Index, E) ตน และติ้วเกลี้ยง (Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume Yello com wood) พบจํานวน 785 ตามลําดับ ดัง ������������ = H′ ตารางท่ี 1 In(������������) สรปุ และอภปิ รายผล และ HH จากการศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณ E = H′max = In������������ โซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่ิน มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพร คาความหลากชนิด (Diversity : D) = eH สาํ ราญ อําเภอคเู มอื ง จังหวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน- E คอื คา ดัชนคี วามหลากชนิดพนั ธขุ อง Simpson หรอื Exponential ธนั วาคม 2561 จากพ้ืนทก่ี ารสํารวจทงั้ หมด 100 ไร โดยวาง J คือ ดชั นคี วามสมํา่ เสมอในการกระจายจํานวน (Evenness Index) แปลงตวั อยางขนาด 40 × 40 เมตร พบวามพี รรณไมท้งั หมด H’ คือ ดชั นคี วามหลากหลายของชนดิ (Index of Diversity) 13,662 ตน จาํ แนกชนดิ ของพรรณไมพบ 115 ชนิด 43 วงศ H’max คือ คาความหลากหลายสูงสุดท่ีสามารถเปนไปไดโดยที่มี จาํ นวนชนิดเทา กนั H’max = InS S คอื จาํ นวนชนดิ พรรณไมท ง้ั หมด n คือ จาํ นวนตนของพนั ธไุ มท ัง้ หมดในแปลงตวั อยาง e คอื iog ฐาน e 6. นําพรรณไมทีไ่ ดศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของพรรณไม ในแตละชนิด โดยนํามาแยกชนิดและนํามาเทียบกับ เอกสารอางอิง(กองกานดา ชยามฤต, 2541), (เต็ม สมิติ นันทน, 2557) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
257 จากการคํานวณดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ ตามวิธี วงศ RUBIACEAE พบ 8 ชนิด และวงศ ANNONACEAE พบ ของ Shanon-Weiner พบคาดัชนีความหลากหลายทาง 6 ชนิด สวนวงศอ ่ืนๆ พบจาํ นวนระหวา ง 1-5 ชนิด ชีวภาพของพรรณไมเทากับ 2.9352 (H,) พบคาความ หลากหลายสูงสุดที่สามารถเปนไปไดโดยมีจํานวนชนิด การศึกษาความหลากหลายของพรรณไม บริเวณโซน A เทากับ 3.7612 (H,max) ซึ่งมีความสมํ่าเสมอในการแพร ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัย กระจายจํานวนเทากับ 0.7846 (J) โดยนํามาคิดเปนรอยละ ราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคู 78.46% ซ่ึงถือไดวามีการแพรกระจายพรรณไมอยาง เมือง จังหวัดบุรีรัมย ไมสอดคลองกับงานวิจัย งานวิจัยของ สม่ําเสมอ ตลอดพ้ืนที่ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนา เทียมหทัย ชูพันธ (2559) ไดสํารวจความหลากหลายของ ทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรรี ัมย ศูนยหนองขวาง ตําบล พรรณพืชในปาชุมชนเพื่อการอนุรักษ เทศบาลตําบลเมือง พรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย คาความหลาก ใหมโ คกกรวด อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสีมา พบพรรณไม ชนิด 18.8253 (D) ซึง่ แสดงวา พรรณไม ซงึ่ แสดงไดว าพรรณ ตนท้ังหมด 69 วงศ 241 ชนิด จําแนกเปนพรรณไมตน ไม 18 ชนิด สามารถพบไดทั่วไป สวนที่เหลืออีก 97 ชนิด จํานวน 32 วงศ 95 ชนิด วงศท่ีพบมากที่สุดคือ FABACEAE พบไดนอยในบริเวณโซน A ศูนยปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อ จํานวน 22 ชนิด สุกัญญา นาคะวงศ วรรณชัย ชาแทน และ พัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนยหนองขวาง วิลาวัณย พรอมพรม (2558) ไดทําการศึกษาสังคมพืชและ เน่ืองจากมีการกระจายพรรณไมคอนขางนอย ซึ่งอาจตองมี การใชประโยชนของพรรณไมในบริเวณปาชาสาธารณ- การอนุรักษและปลูกตน ไมเพ่มิ เตมิ ประโยชน บานจาน เทศบาลตําบลทงุ กุลา อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดรอยเอ็ด ผลจากการศึกษาพบพรรณไมจํานวน 64 วงศที่สํารวจมีการพบพรรณไมมากที่สุด คือ วงศ ชนิด 55 สกุล และ 35 วงศ วงศที่พบมากที่สุดคือ วงศ FABACEAE พ บ 23 ช นิ ด เ น่ื อ ง จ า ก พ บ ว ง ศ ย อ ย FABACEAE จํานวน 7 ชนดิ ทัง้ นเ้ี ปน เพราะโครงสรางพ้ืนท่ีท่ี (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE), (LEGUMINOSAE- ทําการสํารวจ สภาพอากาศ ภูมิประเทศ มีลักษณะท่ี MIMOSOIDEAE).(LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE) ซ่ึ ง คลายคลึงกัน เปนพืชกลุมใหญจึงสามารถพบไดมากท่ัวไป รองลงมาคือ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
25 ตารางที่ 1 แสดงดชั นคี วามหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อาํ เ ลําดบั วงศ ช่ือวิทยาศาสตร Buchanania lanzan Spreng Buchanania siamensis Miq. 1 ANACARDIACEAE Lannea coromandelica (Houtt.) Merr. Mangifera sp.1 Spondias pinnata (L.f.) Kurz Uvaria dulcis Dunal Annona squamosa L. Artabotrys hexapetalus (L.f.) Bhandari 2 ANNONACEAE Hubera cerasoides (Roxb.) Chaowasku Melodorum fruticosum Lour. Uvaria rufa Blume Alstonia scholaris (L.) R. Br. Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J. 3 APOCYNACEAE Carissa carandas L. Walsura arborea (Dennst.) Mabb. Calamus viminalis Willd 4 ARECACEAE (PALMAE) Cocos nucifera L 5 BIGNONIACEAE Millingtonia hortensis L.f. 6 BURSERACEAE Canarium subulatum Guillaumin 7 CAPPARACEAE Capparis flavicans Kurz การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.ส
58 ณไมบรเิ วณโซน A ศูนยปฏิบัตกิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทอ งถน่ิ เภอคูเมือง จงั หวดั บุรรี มั ย ระหวางเดอื นมถิ นุ ายน-ธนั วาคม 2561 ชอ่ื พ้ืนเมอื ง จํานวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi มะมว งหวั แมงวัน 69 0.005051 -5.288267 -0.026708 ธนนไชย 16 0.001171 -6.749785 -0.007905 กุก 69 0.005051 -5.288267 -0.026708 มะมวงปา 51 0.003733 -5.590548 -0.020869 มะกอก 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 นมววั 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 นอ ยหนา 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 กระดงั งาจีน 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 กะเจยี น 3 0.000220 -8.423761 -0.001850 ลําดวน 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 พีพวนนอ ย 1 0.000659 -7.325149 -0.004826 ตนี เปด 9 0.000659 -7.325149 -0.004826 โมกเครือ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะมว งหาว มะนาวโห 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 โมกมนั 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 หวายดง 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะพรา ว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ปบ 6 0.000439 -7.730614 -0.003395 มะกอกเกลอ้ื น 457 0.033450 -3.397690 -0.113654 กระจกิ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
25 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย ศูนยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อําเภ ลําดบั วงศ ชื่อวทิ ยาศาสตร Celastrus paniculata Willd. 8 CELASTRACEAE Salacia chinensis L. Siphonodon celastrineus Griff. 9 CONNARACEAE Ellipanthus tomentosus Kurz Combretum quadrangulare Kurz 10 COMBRETACEAE Terminalia chebula Retz. 11 DILLENIACEAE Dillenia ovata Wall. ew Hook. F. & Thomson Dillenia obovata (Blume) Hoogland. 12 DIOSCOREACEAE Dioscorea hispida Dennst. Dipterocarpus alatus Roxb. Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq. Dipterocarpus intricatus Dyer 13 DIPTEROCARPACEAE Dipterocarpus tuberculatus Roxb. Shorea obtusa Wall. ex. Blume Shorea siamensis Miq. Diospyros sp. (วงศมะพลับ) 14 EBENACEAE Diospyros mollis Griff. 15 EUPHORBIACEAE Suregada multiflora (A. Juss.) Baill. Bauhinia purpurea L. Cassia fistula L. 16 FABACEAE Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & Barneby Senna siamea (Lam) H.S. Irwin & Barneby การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.ส
59 ณไมบ รเิ วณโซน A ศนู ยป ฏบิ ัตกิ ารอดุ มศกึ ษาเพือ่ พัฒนาทอ งถ่นิ ภอคเู มอื ง จังหวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมถิ นุ ายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ชือ่ พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi กระทงลาย 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 กาํ แพงเจ็ดชนั้ 142 0.000586 -7.442932 -0.004358 มะดูก 8 0.002049 -6.190169 -0.012687 คํารอก 93 0.000439 -7.730614 -0.003395 สะแกนา 6 0.000366 -7.912936 -0.002896 สมอไทย 5 0.004977 -5.302866 -0.026394 สานใบเล็ก 68 0.004977 -5.302866 -0.026394 สานใหญ 49 0.003587 -5.630553 -0.020194 กลอย 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ยางนา 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เหยี ง 37 0.002708 -5.911456 -0.016010 ยางกราด 23 0.001684 -6.386879 -0.010752 พลวง 31 0.002269 -6.088386 -0.013815 เต็ง 250 0.018299 -4.000913 -0.073212 รัง 85 0.006222 -5.079722 -0.031604 - 12 0.000878 -7.037467 -0.006181 มะเกลอื 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ขันทองพยาบาท 851 0.062290 -2.775961 -0.172913 ชงโค 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ราชพฤกษ 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 แสมสาร 115 0.004611 -5.379239 -0.024805 ข้ึเหลก็ 63 0.004611 -5.379239 -0.024805 สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
26 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศูนยห นองขวาง ตําบลพรสาํ ราญ อําเภ ลาํ ดบั วงศ ชอื่ วทิ ยาศาสตร Delonix regia (BoJ. ex Hook.) Raf Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer er K. Heyne Sindora siamensis Teijsm.ex Miq. FABACEAE Cassia grandis L.f. (LEGUMINOSAE- Dialium cochinchinense Pierre CAESALPINIOIDEAE) Erythrophleum succirubrum Gagnep Acacia auriculiformis A.Cunn. Ex Benth. Albizia chinensis (Osbeck) Merr FABACEAE Acacia mangium Willd. (LEGUMINOSAE- Vachellia harmandiana (Pierre) Maslin, Seigler & Ebinge MIMOSOIDEAE) Albizia lebbek (L.) Benth. Albizia procera (Roxb.) Benth. Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob var. xylocarpa Butea monosperma (Lam.) Taub. FABACEAE Dalbergia cochinchinensis Pierra (LEGUMINOSAE- Dalbergia nigrescens Kurz PAPILIONOIDEAE) Pterocarpus macrocarpus Kurz การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.ส
60 ณไมบริเวณโซน A ศนู ยปฏบิ ตั ิการอดุ มศกึ ษาเพ่อื พฒั นาทองถิ่น ภอคูเมอื ง จงั หวัดบุรีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2561 (ตอ ) ชือ่ พนื้ เมอื ง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi หางนกยงู ฝรัง่ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 อะราง 45 0.003294 -5.715711 -0.018826 นนทรี 14 0.001025 -6.883316 -0.007054 มะคาแต 3742 0.273898 -1.294998 -0.354698 กาฬพฤกษ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เขลง 31 0.002269 -6.088386 -0.013815 ซาด 143 0.010467 -4.559529 -0.047725 กระถนิ ณรงค 19 0.001391 -6.577935 -0.009148 กางหลวง 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 กระถนิ เทพา 8 0.000586 -7.442932 -0.004358 er กระถนิ พิมาน 8 0.000586 -7.442932 -0.004358 พฤกษ 19 0.001391 -6.577935 -0.009148 ท้ิงถอ น 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 กระถิน 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 มะขามเทศ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 แดง 1157 0.084687 -2.468788 -0.209075 ทองกวาว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 พะยงู 139 0.010174 -4.587900 -0.046678 ฉนวน 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 ประดู 169 0.012370 -4.392475 -0.054335 สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
26 ตารางท่ี 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บุรรี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภ ลําดับ วงศ ช่อื วิทยาศาสตร Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth & Hook. f. ex. Dyer 17 HYPERICACEAE Pruniflorum Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume Yello com w 18 IRVINGIACEAE Irvingia malayana Oliv. A. W. Benn. 19 LAMIACEAE Hymenopyramis parvifolia Moldenke Vitex pinnata L. 20 LAURACEAE Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. 21 LECYTHIDACEAE Careya arborea Roxb 22 LECYTHIDACEAE Barringtonia sp.1 23 LYTHRACEAE Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. Bombax anceps Pierre 24 MALVACEAE Microcos tomentosa Sm. 25 MELIACEAE Azadirachta indica A. Juss. Walsura trichostemon Miq. 26 MELASTOMATACEAE Memecylon edule Roxb. Artocarpus heterophyllus Lam. 27 MORACEAE Artocarpus Lacucha Roxb. Ex. Buchi _Ham Streblus asper Lour. Eucalytus camaldulensis Dehnh. 28 MYRTACEAE Syzygium cumlm (L.) Skeels 29 MYRTACEAE Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & L. M. Perry 30 OCHNACEAE Ochna integerrima (Lour.) Merr. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.ส
61 ณไมบริเวณโซน A ศูนยป ฏิบตั กิ ารอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาทองถ่ิน ภอคเู มอื ง จังหวดั บุรรี มั ย ระหวา งเดอื นมิถนุ ายน-ธันวาคม 2561 (ตอ) ช่อื พื้นเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi r spp. ติว้ ขน 566 0.041429 -3.183779 -0.131900 wood ต้วิ เกล้ียง 785 0.057459 -2.856690 -0.164142 -0.032792 กระบก 89 0.006514 -5.033737 -0.013815 -0.003395 ขาเปย 31 0.002269 -6.088386 -0.012305 ตนี นก 6 0.000439 -7.730614 -0.001850 หมเ่ี หม็น 27 0.001976 -6.226537 -0.001850 กระโดน 3 0.000220 -8.423761 -0.000697 จิก 3 0.000220 -8.423761 -0.022861 อินทนลิ นํ้า 1 0.000073 -9.522374 -0.090134 ง้ิวขาว 57 0.004172 -5.479322 -0.066714 พลับพลา 331 0.024228 -3.720255 -0.046678 สะเดา 221 0.016176 -4.124211 -0.279862 คัดลนิ้ 139 0.010174 -4.587900 -0.000697 พลองเหมือด 1979 0.144854 -1.932027 -0.001293 ขนุน 1 0.000073 -9.522374 -0.002382 หาด 2 0.000146 -8.829226 -0.014555 ขอย 4 0.000293 -8.136079 -0.005736 ยคู าลิปตัส 33 0.002415 -6.025866 -0.025444 หวา 11 0.000805 -7.124478 -0.087728 พลองแกม อน 65 0.004758 -5.347986 ชางนา ว 319 0.023349 -3.757182 สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
26 ตารางที่ 1 แสดงดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี ัมย ศูนยห นองขวาง ตาํ บลพรสาํ ราญ อาํ เภ ลําดับ วงศ ชอื่ วิทยาศาสตร 31 OLACACEAE Olax psittacorum (Lam.) Vahl 32 OPILIACEAE Cansjera rheede J. F. Gme Phyllanthus acidus (L.) Skeels. Exst 33 PHYLLANTHACEAE Phyllanthus angkorensis Beille vietnamosasa ciliata Bambusa sp. 34 POACEAE Gigantochloa albociliata (Munro) Munro Thyrsostachys siamensis Gamble Vietnamosasa pusilla. (A. Chev. & A. Camus). T. Q. Nguy 35 PROTEACEAE Heliciopsis terminalis (Kurz) Sleumer Ziziphus cambodiana Pierre 36 RHAMNACEAE Zizyphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia Canthium berberidifolium Geddes Citrus lucida (Scheff.) Mabb. Catunaregam tomentosa (Blume e.x. DC.) Tirveng Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirreng 37 RUBIACEAE Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. Morinda coreia Buch - ham. Neonauclea sp. Pavetta indica L. 38 RUTACEAE Clausena excavata Burm.f. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.ส
62 ณไมบ ริเวณโซน A ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศึกษาเพอื่ พัฒนาทอ งถ่นิ ภอคูเมอื ง จงั หวดั บรุ ีรมั ย ระหวางเดือนมิถุนายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ชอื่ พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi น้าํ ใจใคร 11 0.017421 -4.050103 -0.070555 นางจมุ 238 0.017421 -4.050103 -0.070555 มะยม 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 เสยี วใหญ 6 0.000439 -7.730614 -0.003395 โจด 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 ไผ 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 ไผไร 4 0.000293 -8.136079 -0.002382 ไผรวก 9 0.000659 -7.325149 -0.004826 yen. เพก็ 10 0.000732 -7.219788 -0.005285 พรมคต 2 0.000146 -8.829226 -0.001293 หนามตะคอง 67 0.004904 -5.317681 -0.026079 เล็บเหย่ยี ว 10 0.000732 -7.219788 -0.005285 -0.019855 เงย่ี งดกุ 48 0.003513 -5.651173 -0.000697 มะสงั 1 0.000073 -9.522374 -0.041041 หนามแทง 118 0.008637 -4.751689 -0.000697 -0.024162 มะคังแดง 1 0.000073 -9.522374 -0.005736 -0.002382 สมกบ 61 0.004465 -5.411500 -0.030704 ยอปา 11 0.000805 -7.124478 -0.003882 กระทมุ 4 0.000293 -8.136079 เขม็ ปา 82 0.006002 -5.115654 สันโสก 7 0.000512 -7.576463 สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
26 ตารางที่ 1 แสดงดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของพรรณ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บรุ รี มั ย ศนู ยห นองขวาง ตาํ บลพรสาํ ราญ อาํ เภ ลําดับ วงศ ช่ือวทิ ยาศาสตร Citrus aurantifolia Swing. Citrus japonica Thunb. Citrus hystrix DC. 39 SALICACEAE Flacourtia indica (Burm. f.) Merr. Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. 40 SAPINDACEAE Schleichera oleosa (Lour.) Merr 41 SIMAROUBACEAE Harrisonia perforata (Blanco) Merr. 42 STRYCHNACEAE Strychnos nux-vomica L. 43 TILIACEAE Muntingia calabura L. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.ส
63 ณไมบรเิ วณโซน A ศูนยป ฏบิ ตั กิ ารอุดมศกึ ษาเพอื่ พฒั นาทองถิน่ ภอคเู มอื ง จังหวัดบุรีรมั ย ระหวางเดือนมิถนุ ายน-ธนั วาคม 2561 (ตอ ) ช่อื พ้ืนเมือง จาํ นวน (ตน ) Pi ln pi pi ln pi มะนาว 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 สมจิด๊ 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 มะกรูด 1 0.000073 -9.522374 -0.000697 ตะขบปา 48 0.003513 -5.651173 -0.019855 มะหวด 2 0.003513 -5.651173 -0.019855 ตะครอ 5 0.000366 -7.912936 -0.002896 สีฟน คนทา 44 0.003221 -5.738184 -0.018480 แสลงใจ 27 0.001976 -6.226537 -0.012305 ตะขบฝรั่ง 4 0.001976 -6.226537 -0.012305 Unknown 100 0.007320 -4.917203 -0.035992 Total 13662 1.006807 -789.318273 -2.935202 H'max = H' = J= D= 3.7612 2.9352 0.7804 18.8253 สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
264 คาํ ขอบคุณ พรธิพย รินไธสง. (2553). ความหลากชนิดและการใช โครงการวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรกั ษ ประโยชนของพรรณไมยืนตนบริเวณสวนปารมเกลา - กาลพฤกษ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน . พนั ธุกรรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดํารฯิ ผูว จิ ัยขอขอบคุณ มา ณ ที่น้ดี วย สุธีรา สุนทรารักษ. (2560).ความหลากชนิดของพรรณไม เอกสารอางองิ ตนและมูลคาทางเศรษฐกิจกับการใชประโยชนใน กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม. (2560). พื้นท่ีปาธรรมชาติ บริเวณศูนยปฎิบัติอุดมศึกษาเพื่อ พัฒนาทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย ศูนย ฐานขอ มลู พรรณไมองคก รพฤกษศาสตร จาก หนองขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัด http://www.qsbg.org/Database/search_ บรุ ีรัมย page.asp กมลรัตน วงศรกั ษา. (2553). ความหลากชนดิ ของพรรณไม สุวรรณศรี มีศิริ.(2546). การสํารวจพืชสมุนไพรไมยืนตน ยืนตนท่ีมมี ูลคา ทางเศรษฐกจิ บริเวณสวนรมเกลากาล บริเวณศูนยืการศึกษาและปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อ พฤกษมหาวิทยาลัยขอนแกน.ชมรมวิทยาศาสตร พัฒนาทองถ่ิน สถาบันราชภัฏบุรีรัมย บานหนอง สิ่งแวดลอม ขวาง ตําบลพรสําราญ อําเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย กอ งกานดา ชยามฤต. (2541). คมู ือจําแนกพรรณไม. หอ ปริญญานพิ นธบ รุ ีรัมย. สถาบันราชภัฏบุรีรัมย พรรณไมก รมปา ไม. กระทรวงเกษตรเละสหกรณ. กรงุ เทพฯ. สุกัญญา นาคะวงศและคณะ.(2560).การศึกษาสังคมพืช จันทรจิรา ตรีเพชร. (2559). ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใชประโยชนของพรรณไมบริเวณปาชา ข อ ง พื ช พ ร ร ณ ไ ม ยื น ต น เ พื่ อ ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ ก า ร สาธารณประโยชนบานจาน เทศบาลตําบลทุงกุลา อนุรักษส่ิงแวดลอมในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดรอยเอ็ด. วิทยานิพนธ ภาควิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร ปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และวิทยาศาสตร เติม สมิตินันท. (2557). ช่ือพรรณไมแหงประเทศไทย(ชื่อ สมชญา ศรีธรรมและคณะ.(2559).การสํารวจไมปายางชุม พฤกษศาสตร-ชือ่ พน้ื เมอื ง). กรมปา ไม และการใชประโยชนใ นทอ งถนิ่ จงั หวดั สุรินทร เทยี มหทัย ชพู ันธ (2559) ความหลากหลายของพรรณพืชใน ปาชุมชนเพื่อการอนุรักษ เทศบาลตําบลเมืองใหมโคก สมบุญ เตชะภญั ญาวฒั น. (2537). พฤกษศาสตร. พิมพครงั้ กรวด อําเภอเมือง จงั หวดั นครราชสมี า ที่ 3. ภาควิชาพฤกษศาสตร คณะวิชาวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร กรุงเทพฯ. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
265 การใชประโยชนด า นสมนุ ไพรพรรณไมในปา ชมุ ชน ตาํ บลแร จังหวัดสกลนคร HERBAL UTILIZATION OF PLANTS IN TUMBON RAE, SAKON NAKHON PROVINCE ธนวรรธน เนื่องศร,ี จงกล พูลสวสั ด์ิ* และ ววิ ัฒน ศรีวิชา Tanawat Nuangsri, Jongkol Poonsawat* and Wiwat Sriwicha สาขาวชิ าแพทยแ ผนไทย คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47160 Department of Thai Traditional Medicine, Faculty of Natural Resources, Rajamangala University of Technology Isan, Sakon Nakhon Campus, Sakon Nakhon 47160, Thailand บทคดั ยอ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศกึ ษาการใชประโยชนดา นสมนุ ไพรในปาชุมชน ตําบลแร จังหวัดสกลนคร ระหวางเดือนตุลาคม 2556 – กนั ยายน 2557 โดยการสัมภาษณก ึง่ โครงสรา ง หมอพื้นบา น จาํ นวน 11 คน ตลอดจนเกบ็ และรกั ษาตัวอยางพรรณไม เพ่ือจําแนกโดยเทียบเคียงกับตัวอยางพรรณไมแหงในพิพิธภัณฑพืชของกรมอุทยานแหงชาติสัตวปา และพันธุพืช และ แหลงขอมูลอื่น ๆ ผลการศึกษาพบพืชท่ีมีการใชประโยชน 85 ชนิด 46 วงศ และไมทราบวงศ จํานวน 4 ชนิด แบงไดเปน 6 กลุม ไดแก ไมลมลุก 42 ชนิด (26 วงศ) ไมตน 18 ชนิด (15 วงศ) ไมพุม 16 ชนิด (11 วงศ) ไมเล้ือยมีเน้ือไม 2 ชนิด (2 วงศ) ไมเ ลื้อยไมม ีเน้อื ไม 2 ชนดิ (2 วงศ) และไมรอเลอื้ ย 5 ชนดิ (5 วงศ) วงศท่ีมจี ํานวนชนิดพนั ธุม ากท่สี ดุ ไดแก EUPHORBIACEAE จาํ นวน 6 ชนิด รองลงมาคอื ZINGIBERACEAE จํานวน 4 ชนดิ Abstract The objective of this research was to study utilization of medicinal plants in Community Forest at Tumbon Rae, Sakon Nakhon Province from October 2014 to September 2015. The data was collected by using Semi- structured questionnaires with the 11 herbal healers. Moreover, the medicinal plant species were collected and preserved to identify by comparing with herbarium specimens from Forest National Park, Wildlife and Plant Conservation Department, etc. The result showed that 85 medicinal plant species (classified into 46 families) were utilized by native people. These were divided into six groups which were herbaceous (42 species with 26 families), tree (18 species with 15 families), shrubs (16 species with 11 families), woody climber (5 species with 5 families) herbaceous climber (2 species with 2 families) and scandent (2 species with 2 families). Of these, the most abundant plant species were found in two families which were EUPHORBIACEAE and ZINGIBERACEAE, consisting of 6 and 4 species respectively. คาํ สาํ คญั : การใชป ระโยชนพ ชื สมนุ ไพร, พรรณไมปาชุมชน, จงั หวดั สกลนคร Keywords: Herbal utilization, Community forest plants, Sakon Nakhon Province *ติดตอ นกั วิจยั : จงกล พลู สวัสดิ์ (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Jongkol Poonsawat (E-mail: [email protected]) บทนํา ประเทศไทยมีพื้นที่ลดลงในอัตราคอ นขางสูงจากการที่ไดรบั ประเทศท่ีถูกจัดใหเปน ศูนยกลางการกระจายพรรณพชื ผลกระทบมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ถึงแมวา รัฐบาลจะไดม มี าตรการควบคมุ และปองกันอยางเขมงวด ซ่ึง ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต เปนตัวแทนของแหลงพรรณ ในที่สุดไดประกาศยกเลิกสัมปทานการทําไมทั้งหมด แตการ พืชท่ีเปนเอกลักษณในเขตชีวภูมิศาสตร (biogeographic บุกรุกทําลายปายังเปนไปอยางตอเนื่อง ซ่ึงมีผลกระทบตอ zone) อกี ทงั้ เปน แหลง รวมของกลุม พรรณพฤกษชาตปิ ระจํา ระบบนิเวศโดยตรง ทําใหปาในธรรมชาติแปรเปล่ียนสภาพ ภูมิภาคใหญ 3xกลุม คือ กลุมพรรณพฤกษชาติอินเดีย-พมา โดยเฉพาะปาดั้งเดิมซึ่งเปนถิ่นกําเนิด (Habitat) ของพรรณ กลุมพรรณพฤกษชาติอินโดจีน และกลุมพรรณพฤกษชาติ พชื ประจาํ ถ่นิ (Native species) มีปริมาณลดลงตามลาํ ดับ มาเลเซีย น้นั คอื ประเทศไทย เราพบวาพืน้ ท่ปี า ธรรมชาติของ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
266 ในปจจุบันมีการนําทรัพยากรพันธุพืชมาใชใหเกิด (Observation) จากการมีสวนรวมในกิจกรรมตาง ๆ ของ ประโยชนของประเทศไทยมีอยูไมเกินรอยละ 2 ของจํานวน ชุมชน สัมภาษณแบบก่ึงโครงสราง (semi-structured พรรณพืชที่มีอยู แตในขณะเดียวกันกลับพบวามีการทําลาย interview) หรือแบบช้ีนํา (guided interview) โดยใชคํา ปา ซึ่งเปนแหลงทรัพยากรพันธุพืชเพิ่มมากขึ้นจนทําใหพืช สาํ คญั (keywords) เปน เคร่ืองช้ีนําการสัมภาษณ รางคาํ ถาม หลายชนิดโดยเฉพาะอยางยิง่ พืชท่ถี ูกจัดใหเปนพืชเฉพาะถ่ิน ปลายเปดโดยใชคําสําคัญที่ตองการ มีความยืดหยุนสามารถ พืชหายากและพืชที่ใกลส ูญพันธุ ตองสูญพันธุไปในท่ีสุด โดย ปรับเปล่ียนคําใหสอดคลองกับผูตอบคําถามแตละคน ท่ียังไมไดรับการศึกษาและนําไปใชประโยชน (ธวัชชัย สันติ แบงเปนขอมูลท่ัวไปของผูใหสัมภาษณ และขอมูลการใช สุข, 2532) ประโยชนด านสมนุ ไพรจากพรรณไมในปาชมุ ชน ลงพ้นื ทเ่ี ก็บ ตัวอยางพรรณไมทีม่ กี ารใชประโยชนด า นสมุนไพร เพ่อื จดั ทาํ พชื สมนุ ไพร มคี วามหลากหลายไปตามสภาพนิเวศวทิ ยา บัญชีรายช่ือ (species list) โดยใชชื่อสามัญ (common ของแตละทองถ่ินxการนําพืชสมุนไพรมาใชประโยชนในการ name) ช่ือวทิ ยาศาสตร (scientific name) ช่อื วงศ (family) รักษาโรค และการใชประโยชนในดานอื่นๆ จึงมีความ รูปแบบการเจริญเติบโต หรือลักษณะวิสัย (habit) และ หลากหลายแตกตา งกนั ออกไป ดว ยความหลากหลายของพืช รูปแบบการใชประโยชนพรรณไม การเก็บรักษาตัวอยาง สมุนไพรและความหลากหลายทางดานภูมิปญญาทองถ่ินใน พ ร ร ณ ไ ม (collection and preservation of plant การใชประโยชนจากพืชสมุนไพรรักษาโรคตาง ๆ จึงเปน sample) ดวยวิธีอัดแหง การวิเคราะหขอมูล ดานการใช ความสัมพันธระหวางพืชกับมนุษยที่พ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและ ประโยชนพรรณไมในปาชุมชน โดยทําการวิเคราะหเนื้อหา กันมาเปน เวลานานแสดงใหเ หน็ ถึงการใชส มนุ ไพรอยา งยง่ั ยนื (content analysis) นําเสนอแบบพรรณนาความเรียง และ แตในปจจุบนั นป้ี า ซ่งึ เปนแหลง ของพชื สมุนไพรตามธรรมชาติ ใชสถิติเชิงพรรณนาจัดทาบัญชีรายช่ือพรรณไมในปาชุมชน ไดลดลงอยางรวดเร็ว ทําใหสมุนไพรลดลงและบางชนิดอาจ ตาํ บลแร จังหวัดสกลนคร โดยวนิ จิ ฉัยชือ่ พรรณไม จากขอมลู สญู พันธไุ ป (ยคุ ล ละมา ยจีน, 2547) ตามหนังสือพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) ประเทศใกลเคียงหรือประเทศท่ีเปนถิ่นกําเนิด พื้นที่ปาชุมชนบานดานพัฒนา ตําบลแร อําเภอพังโคน เ ดิ ม เ อ ก ส า ร สิ่ ง พิ ม พ แ ล ะ เ ว็ บ ไ ซ ด (website) ท า ง จังหวัดสกลนคร เปนพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณดานพืช พฤกษศาสตรที่นาเชื่อถือ และเทียบเคียงกับตัวอยางพรรณ สมุนไพรมากในอดีต แตปจจุบันประสบปญหาการบุกรุก ไมแหงในพิพิธภัณฑพืช (Herbarium) ของกรมอุทยาน ทําลาย เพ่ือขยายเสนทางคมนาคมและยึดครองขยายพื้นที่ แหง ชาติสัตวปา และพนั ธุพชื ทํากิน เนื่องจากพ้ืนท่ีถูกเปล่ียนสภาพจากพื้นที่ปาที่เคยเปน ผลและวิจารณผลการทดลอง ปาผืนใหญกลายเปนปาขนาดยอยท่ีถูกบุกรุกจากประชาชน เพือ่ ใชเปนพ้นื ท่ีทางเกษตรกรรม ในบางแหงถกู เปลีย่ นสภาพ การรวบรวมและถอดองคค วามรูใ นการดูแลสุขภาพจาก เปนไรราง หมูบาน ถนนและการพัฒนาในรูปแบบอื่น ๆ หมอพ้ืนบานตําบลแร จังหวัดสกลนคร พบหมอพ้ืนบาน สงผลตอการลดจํานวนลง ของพ้ืนท่ีปา รวมถึงพืชสมุนไพรท่ี กระจายอยูตามหมูบานตางๆ ไดแก หมู 1, 2, 3 และหมู 5 มีอยูในปาเหลาน้ันอีกดวย จักรพงษ แทงทอง (2550) กลาว จํานวน 11 คน เพศชาย จํานวน 10 คน คิดเปนรอยละ วา จากการสํารวจพบวามีพ้ืนที่ในปาที่อุดมสมบรูณและรก 90.91 เพศหญิง จํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 9.09 มีชวง รางมาก จึงนับเปนแหลงสํารวจที่ดีเหมาะสมอยางยิ่งท่ีจะ อายุ อยูระหวา ง 48 ถึง 79 ป แบงเปนชวงอายุ 48 - 59 ป มี เปนแหลงศึกษาและรวบรวมพืชสมนุ ไพรในทองถ่ิน เพื่อเปน จํานวน 4 คน และชวยอายุ 60 – 79 ป มีจํานวน 7 คน มี ประโยชนแ กผูทีส่ นใจ และเปนการรักษามรดกทางภูมปิ ญ ญา รายละเอียดดงั น้ี ทอ งถ่นิ ใหคงอยสู บื ไป อกี ทง้ั การศกึ ษาพืชสมนุ ไพรทองถ่ินใด ทองถ่ินหนึ่ง จะเปนประโยชนตอการพัฒนาการแพทย 1. นายเจรญิ ลที อง อายุ 74 ป เชี่ยวชาญ ยาตั้ง ไขอ อก พนื้ บานและสมนุ ไพรอยา งเปนระบบในภาพรวมของประเทศ ตมุ อสี ุกอใี ส ไขไ ทฟอยด ไขหวัด พิษงู รากสานเตย้ี (โรคฝ) เน่ืองจากสภาพภูมิประเทศมีผลตอสังคมพืชท่ีปรากฏ ทําให พืชสมุนไพรท่ีพบแตกตางกัน และวิถีการดําเนินชีวิตของ 2. นายละคร ลีทอง อายุ 71 ป เชย่ี วชาญ หมอตําแย ดี ชาวบานในแตละทองถ่ินแตกตา งกัน จะสงผลตอสรรพคุณที่ ซาน กระเพาะ เลอื ดออกตามไรฟน รักษาฝ กนิ ผดิ ตอนอยไู ฟ ใชและวิธกี ารใชท่แี ตกตางกัน อยกู รรม (หลังคลอด) ไสเ ล่อื น อปุ กรณและวธิ กี ารทดลอง 3. นายสายันต ทีทัศน อายุ 48 ป เชี่ยวชาญ ยาตั้ง การสํารวจขอมูลการใชประโยชนดานสมุนไพรของ รักษากระดกู หัก ฟกชาํ้ บวม พรรณไมในปาชุมชนภาคสนาม โดยการสังเกตการณ 4. นางพนมไพร ผิวคํา อายุ 59 ป เชี่ยวชาญ ไขตา เหลือง ดีซา น ไขรากสาด ไขหมากไม ตน ขาบวม คางทมู การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
267 5. นายรด ลีทอง อายุ 57 ป เชี่ยวชาญ หมอธรรม ไลยี 17. วงศ EUPHORBIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ สะเดาะเคราะห นว่ิ แกเ มาเบ่อื แกเ มา แกพิษตา งๆ 18. วงศ FABACEAE มีจาํ นวน 2 ชนดิ 19. วงศ GRAMINEAE มีจํานวน 2 ชนดิ 6. นายวัน แกวไชยยา อายุ 73 ป เชี่ยวชาญ แกเย่ียว 20. วงศ LAMIACEAE มีจาํ นวน 2 ชนิด แดง เยย่ี วเปน เลือด เบาหวาน โรคกระเพาะ ไขห มากไม 21. วงศ LAURACEAE มีจาํ นวน 2 ชนิด 22. วงศ LEGUMINOSAE มจี ํานวน 2 ชนิด 7. นายลา ฮุงหวล อายุ 76 ป เช่ียวชาญ โรคปอด แก 23. วงศ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE มี ปวดเมือ่ ย ประจําเดอื นมามาก ทอ งผกู จาํ นวน 2 ชนิด 24. วงศ LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE มีจํานวน 1 8. นายสวา ง ฮงุ หวล อายุ 67 ป เชย่ี วชาญ โรคกระเพาะ ชนิด แกเ มา 25. วงศ LEGUMINOSEAE – PAPILIONOIDEAE มี จาํ นวน 1 ชนิด 9. นายทองดา แกวไชยยา อายุ 68 ป เช่ียวชาญ โรค 26. วงศ LYTHRACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ กระเพาะ 27. วงศ MALVACEAE มจี ํานวน 2 ชนิด 28. วงศ MELIACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 10. นายเยี่ยม ฮุงหวล อายุ 56 ป เช่ียวชาญ น่ิวใน 29. วงศ MENISPERMACEAE มจี ํานวน 2 ชนิด กระเพาะปสสาวะ ไขหมากไม น่ิวในกระเพาะ น่ิวในนํ้าดี 30. วงศ MORACEAE มีจาํ นวน 1 ชนิด รดิ สีดวงทวาร แกเล็บมือเปนหนอง 31. วงศ MORINGACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 32. วงศ MUSACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 11. นายอู ลีทอง อายุ 79 ป เช่ียวชาญ โรคกษัย ดีซาน 33. วงศ OLEACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ แกไข และดา นโรคเกย่ี วกับเบาหวาน 34. วงศ PASSIFLORACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 35. วงศ PIPERACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ ดานการสาํ รวจสมนุ ไพรพรรณไมในปา ชุมชน พบพืช 46 36. วงศ POACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ วงศ จาํ นวน 85 ชนิด ไดแ ก 37. วงศ POLYGALACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 38. วงศ POLYGONACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 1. วงศ ACANTHACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 39. วงศ PUNICACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 2. วงศ AMARANTHACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 40. วงศ RUBIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 3. วงศ ANNONACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 41. วงศ RUTACEAE มจี าํ นวน 1 ชนิด 4. วงศ APIACEAE (UMBELLIFERAE) มจี าํ นวน 1 42. วงศ SAURURACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ ชนิด 43. วงศ SCROPHULARIACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 5. วงศA POCYNACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 44. วงศ SOLANACEAE มีจาํ นวน1 ชนดิ 6. วงศ ARECACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 45. วงศ STEMONACEAE มจี าํ นวน 1 ชนิด 7. วงศ ASCLEPIADACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 46. วงศ ZINGIBERACEAE มีจํานวน 1 ชนิด และไม 8. วงศA STERACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ ทราบวงศ มจี าํ นวน 4 ชนิด (ตารางท่ี 1) 9. วงศ ASTERACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ วงศ 10. วงศ BIGNONIACEAE มจี าํ นวน 1 ชนดิ 11. วงศ CELASTRACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 12. วงศ CLUSIACEAE มีจาํ นวน 1 ชนดิ 13. วงศ COMBRETACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ 14. วงศ COMPOSITAE มีจาํ นวน 2 ชนิด 15. วงศ CONNARACEAE มีจํานวน 1 ชนดิ 16. วงศ DRACENACEAE มจี ํานวน 1 ชนดิ ตารางท่ี 1 บญั ชรี ายชอื่ (Species list) พรรณไมปาชุมชน ตาํ บลแร จังหวดั สกลนคร การใชประโยชน ท่ี ชื่อพ้ืนเมอื ง วงศ / ชือ่ วทิ ยาศาสตร วิสยั 1. กระเจีย๊ บแดง MALVACEAE ขบั ปสสาวะ H Hibiscus sabdariffa L. H 2. กระเจยี วแดง ZINGIBERACEAE ขบั ลม แกท อ งอืด H Curcuma sessilis Gage 3. กระชาย ZINGIBERACEAE บํารงุ กําลงั โรคในปาก (รอน Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ใน) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
268 ที่ ช่อื พนื้ เมอื ง วงศ / ช่อื วทิ ยาศาสตร การใชประโยชน วิสัย 4. กระทือ ZINGIBERACEAE บํารุงกาํ ลัง H 5. กระพังโหม Zingiber zerumbet (L.) Roscoeex Sm. ขับปสสาวะ Sc 6. กระเพราขาว RUBIACEAE แกทองอืดเฟอ ขับลม H 7. กลวยน้าํ วา Paederia foetida L. ผลดบิ แกท อ งเสยี ปลบี าํ รงุ H 8. กะทกรก LAMIACEAE นํา้ นม Sc 9. กะเมง็ Ocimum sanctum L. ยาระบาย H 10 กางปลาแดง MUSACEAE แกหืด แกช ํา้ หลอดลมอักเสบ Sh 11. กาํ แพงเจ็ดชัน้ Musa × paradisiaca L. ยาดับพษิ ไข T 12. แกว OLACACEAE บํารงุ โลหติ ฟอกโลหติ Sh 13. ขนุน Passiflora foetida L. ขบั โลหิตในผูหญิง T 14. ขมน้ิ เครอื COMPUSITAE บํารุงโลหติ WC 15. ขมิน้ ชัน Ecliptaprostrata L. เครอื ราก เขา ยาแกกระเพาะ H 16. ขอย PHYLLANTHACEAE แกโรคกระเพาะ T 17. ขา Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll. Arg. แกป วดฟน ขบั พยาธิ H 18. ขเี้ หล็ก CELASTRACEAE แกทองขนึ้ ทองอดื เฟอ ขบั ลม T 19. เครือหมานอ ย Salacia chinensis L. ชว ยระบาย ทาํ ใหนอนหลบั Sc RUTACEAE เจริญอาหาร 20. แคขาว Murraya paniculata (L.) Jack แกร อนใน แกโรคตบั T MORACEAE 21. จามจรุ ี Artocarpus heterophyllus Lam. แกห วดั T 22. จุกโรหนิ ี MENISPERMACEAE Sc 23. ชะอม Coscinium fenestratum (Gaertn.) Colebr. แกโ รคผิวหนงั กลาก เกลอ้ื น Sh ZINGIBERACEAE แกเลอื ดออกตามไรฟน Curcuma longa L. ขบั ลมในลําไส MORACEAE Streblus asper Lour. ZINGIBERACEAE Alpinia galanga (L.) Willd. FABACEAE Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby MENISPERMACEAE Cissampelos pareira L. var. hirsuta (Buch. ex DC.) Forman. BIGNONIACEAE Dolichandrone serrulata (Wall. ex DC.) Seem. FABACEAE Albizia saman (Jacq.) Merr. ASCLEPIADACEAE Dischidiarafflesiana Wall. LEGUMINOSAE Acacia pennata Subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
269 ท่ี ชือ่ พ้นื เมอื ง วงศ / ช่ือวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วสิ ัย 24. ชา พลู PIPERACEAE ใบขับเสมหะ รากขับลม H 25. ชุมเหด็ ไทย Piper sarmentosum Roxb.ex Hunter แกก ระษัย ขับปสสาวะ H 26. โดไมรลู ม LEGUMINOSAE-CEACALPINOIDEAE ขับปส สาวะ บาํ รงุ กําลงั H 27. ตะไคร Senna tora (L.) Roxb. แกทองอืดทองเฟอ ขับลม H 28. ตาลโตนด ASTERACEAE งวงตาล แกต านขโมยในเด็ก T 29. ติ้วขาว Elephantopus scaber L. ขบั ปสสาวะ T 30. ทับทมิ POACEAE (GRAMINEAE) ใชสมานแผล Sh 31. นอ ยหนา Cymbopogon citratus Stapf. ใบรักษาเหา, เมล็ดขบั พยาธิ Sh 32. บวั บก ARECACEAE แกชาํ้ ใน ใชก นิ กบั นาํ้ พริก H 33. บานไมร โู รยปา Borassus flabellifer L. แกก ามโรค หนองใน H 34. หนาด CLUSIACEAE อาการปวดเคล็ดคดั ยอก Sh 35. เปลา นอ ย Cratoxylumformosum (Jack) Dyer โรคกระเพาะ Sh 36. ผักแขยง PUNICACEAE ขบั ลม H 37. ผกั คราดหัวแหวน Punica granatum L. แกอาการปวดฟน H 38. ผักปราบ ANNONACEAE แกค ล่นื ไส อาเจียน H 39. ผักแพรว Annona squamosa L. ขับลม H 40. ผักเสยี้ นผี APIACEAE (UMBELLIFERAE) แกฝ ใ นปอด ขบั พยาธิ H 41. ไผ Centella asiatica (L.) Urban ขับปสสาวะ ไตพิการ T 42. ฝรงั่ AMARANTHACEAE ใบ ดับกลิ่นปาก แกท อ งเสีย Sh 43. พญาไรใบ Gomphrenacelosioides Mart. ใชย างกดั หวั ไฝ หูด Sh 44. พริก ASTERACEAE ขบั ลม H Blumea balsamifera (L.) DC. EUPHORBIACEAE Croton stellatopilosus Ohba SCROPHULARIACEAE Limophila aromatica (Lamk) Merr. ASTERACEAE (COMPOSITAE) Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen COMMELINACEAE Commelina Benghalenis L. POLYGONACEAE Polygonum odoratum Lour. - Cleome viscose L. GRAMINEAE Bambusoideae MYRTACEAE Psidium guajava L. EUPHORBIACEAE Euphorbia tirucalli L. SOLANACEAE Capsicum annuum L. (Syn. Capsicum frutescens L. var. frutescens) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
270 ท่ี ช่อื พื้นเมอื ง วงศ / ช่ือวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วิสัย 45. พลบั พลงึ AMARYLLIDACEAE แกฟกช้ําปวดบวม โดยใชใบ H Crinum asiaticum L. ยา งไฟประคบบริเวณทป่ี วด 46. พลูคาว SAURURACEAE บวม H 47. เพกา Houttuynia cordata Thunb. ใชแ กทอ งอืดทอ งเฟอ ขับลม Sh 48. ฟาทะลายโจร BIGNONIACEAE แกเ บอื่ H Oroxylumindicum (L.) Kurz ดับพิษไข 49. มะขาม ACANTHACEAE T 50. มะขามเครอื Andrographispaniculata (Burm.f.) ใชฝก ทานสุกหรือดบิ ชวยใน WC 51. มะขามเทศ Wall.exNees การระบาย T 52. มะรมุ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE แกไข บาํ รงุ รา งกาย T 53. มะลิ Tamarindus indica L. เปลือกตม รบั ประทานแก Sh 54. มะอกึ CONNARACEAE ทอ งเสีย H 55. เม็ก Roureopsisstenopetala (Griff.) Schellenb บํารงุ โลหติ Sh LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE บาํ รุงหวั ใจ 56. โมกมัน Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth. แกไ อขบั เสมหะ T 57. ไมยราบ MORINGACEAE แกทองอืด ทอ งเฟอ H 58. ยอ Moringa oleifera Lam. Sh 59. ยา นางแดง OLEACEAE ยาระบาย โรครํามะนาด HC 60. รางจดื Jasminum Sambac (L.) Aiton ใชท ง้ั ตน ตม ด่มื จะชว ยขับ HC 61. ราชพฤกษ SOLANACEAE ปสสาวะ T 62. ลัน่ ทมแดง Solanum stramonifolium Jacq. ขับลมขับลมในลาํ ไส ขับเลือด T 63. ลกู ใตใบ MYRTACEAE ลม ขับโลหิตประจาํ เดือน H 64. วา นงาชา ง Syzygium gratum (Wight) S.N. Mitra var. ถอนพิษเบ่อื เมา H gratum แกเมาเบอ่ื APOCYNACEAE ใชฝ กเปนยาระบาย Wrightiapubescens R.br. เปน ยาถายขับระดู ขบั พยาธิ FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE) Mimosa pucida L. ขบั ปสสาวะ RUBIACEAE Morinda citrifolia L. LEGUMINOSAE (FABACEAE) Bauhinia strychnifolia Craib. ACANTHACEAE Thumbergia laurifolia Lindl. LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE Cassia fistula L. APOCYNACEAE Plumeria rubra L. EUPHORBIACEAE Phyllanthusamarus Schum&Thonn. DRACENACEAE Sansevieria cylindrica Bojer. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
271 ท่ี ช่อื พ้นื เมอื ง วงศ / ชื่อวทิ ยาศาสตร การใชป ระโยชน วสิ ัย 65. วานดอกทอง - เพมิ่ กาํ หนัด H 66. วา นตูบหมบู Clurcuma cf. pierreana Gagnep แกพ ิษแมลงสตั วกดั ตอ ย H 67. วานหางจระเข - รักษาแผลไฟไหมนาํ้ รอนลวก H 68. สบดู ํา Keanmpferiagalanga L. ใชย างทาบรเิ วณปากเปอ ยเปน H 69. สมดั ใหญ ASPHODELACEAE รอนใน Sh 70. สะแกนา Aloe vera (L.) Burm.f แกไ ข Sh 71. สะเดา EUPHORBIACEAE แกน ตม แกดซี า น T Jatropha curcas L. บาํ รงุ ธาตุ ขับลม 72. สาบเสอื RUTACEAE H 73. เส้ยี วดอกแดง Clausenaexcavata Burm.f. ใบตําพอกหามเลือด Sh 74. หญา คา COMBRETACEAE รักษาอาการไข ดับพิษไข ยา H 75. หญา ดอกขาว Combretum quadrangulare Kurz. ระบาย H 76. หญาตีนนก MELIACEAE ขบั ปสสาวะ H 77. หญาปกไกด าํ Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis ลดความอยากบหุ รี่ ขับ H 78. หญาพันงขู าว Valeton ปส สาวะ H 79. หนอนตายอยาก COMPOSITAE ขับเหง่อื ลดไข Sc 80. หนาด Eupatorium odoratum L. แกแ มลงสัตวก ดั ตอย H 81. หนมุ านนงั่ แทน LEGUMINOSAE แกน ิ่ว แกส ะอึก H 82. หมีเหม็น Bauhinia purpurea วณั โรค โรคผิวหนงั ขับพยาธิ T 83. ออยแดง GRAMINEAE (POACEAE) ขับปส สาวะ แกเ บาหวาน H 84. อญั ชัน Imperata cylindrica Beauv. ใชทารักษาแผลมดี บาด ชว ย H 85. อนิ ทนิลน้ํา COMPOSITAE หา มเลือด T Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob. ตําพอกแกฝหนอง แกป วด POACEAE ขบั ปสสาวะ Eleusine indica (L.) Gaertn. บํารงุ โลหติ POLYGALACEAE โรคเบาหวาน Polygala chinensis L. AMARANTHACEAE Achyranthes aspera L. STEMONACEAE Stemonatuberosa Lour. - Plucheaindica (L.) Less. EUPHORBIACEAE Jatropha podagrica Hook.f. LAURACEAE Litseaglutinosa (Lour.) C.B.Robinson. GRAMINEAE Saccharum officinarum L. FABACEAE Clitoria ternatea L. LYTHRACEAE Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
272 หมายเหตุ H : Herbaceous หมายถึง ไมล ม ลุก มกั มขี นาดเล็ก ลาํ ตน ออน T : Tree หมายถึง ไมต น ลําตนแข็ง มเี นื้อไม ขนาดกลางถงึ ใหญ แตกกิ่งตอนบนลาํ ตน Sh : Shrubs หมายถงึ ไมพ ุม ลาํ ตนแขง็ มีเนื้อไม ขนาดกลาง แตกกง่ิ ใกลร ะดบั ดิน WC : Woody climber หมายถงึ ไมเถาลําตน แข็ง มเี นอื้ ไม เปน เถาขนาดใหญ HC : Herbaceous climber หมายถึง ไมเ ถา ลําตน ออ น ไมม ีเนื้อไม Sc : Scandent หมายถึง ไมรอเลื้อย ถา ไมม หี ลักอยูใ กลจ ะทรงตวั เปนไมพุม แตถา มหี ลักอยูใกลก จ็ ะเลือ้ ยพันหลกั เปน ไมเ ลือ้ ย สรปุ ผลการทดลอง คําขอบคณุ พื้นท่ีปาชุมชนบานดานพัฒนา ตําบลแร อําเภอพังโคน การศึกษาเร่ือง การใชประโยชนดานสมุนไพรพรรณไม จังหวัดสกลนคร ยังมีความอุดมสมบูรณและมีการใช ในปาชุมชน ตําบลแร จังหวัดสกลนคร นี้เปนสวนหนึ่งใน ประโยชนจากปาสมุนไพร ดังจะเห็นไดวา มีหมอพ้ืนบาน โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ กระจายอยูตามหมูบานตาง ๆ ถึง 11 คน โดยเปนเพศชาย สมเด็จพระเทพฯ โครงการยอย โครงการการรวบรวมภูมิ จํานวน 10 คน คิดเปนรอยละ 90.91 และเพศหญิง จํานวน ปญญาทองถิ่นอีสานในชุมชนแหง หน่งึ ของจังหวัดสกลนครใน 1 คน คิดเปนรอยละ 9.09 มีชวงอายุ อยูระหวาง 48 ถึง 79 การดูแลสุขภาพ ไดรับทุนสนับสนุนโครงการ ปงบประมาณ ป แบงเปน 48 - 59 ป มีจํานวน 4 คน และ 60 – 79 ป มี 2557 คณะผูว จิ ยั ขอขอบพระคุณมา ณ ทนี่ ีด้ วย จํานวน 7 คน มีความเช่ียวชาญโรคตาง ๆ ดังน้ี ไขออกตุม อีสุกอีใส ไขไทฟอยด ไขหวดั พิษงู รากสานเต้ีย (โรคฝ ดีซาน เอกสารอา งองิ กระเพาะ เลือดออกตามไรฟน รักษาฝ กินผิดตอนอยูไฟ อยู จกั รพงค แทง ทอง. (2550). สาํ รวจพืชสมุนไพรในวิทยาลยั กรรม (หลังคลอด) ไสเล่ือน กระดูกหัก ฟกชํ้า บวม ไขตา เหลือง ดีซาน ไขรากสาด ไขหมากไม ตนขาบวม คางทูม ไล เขตบานยางนอย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุบลราชธาน.ี ผี สะเดาะเคราะห น่ิว แกเมาเบ่ือ แกเ มา แกพิษตาง ๆ เย่ยี ว ภาควชิ าชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตร. อบุ ลราชธานี. แดง เยี่ยวเปนเลือด เบาหวาน ไขหมากไม โรคปอด แกปวด ธวชั ชยั สนั ติสุข. (2532). พรรณพฤกษชาตขิ องประเทศไทย: เม่ือย ประจําเดือนมามาก ทองผูก น่ิวในกระเพาะปสสาวะ อดตี ปจ จบุ ันและอนาคต. ใน สมั มนาชวี ติ วิทยาเรือ่ ง น่ิวในนํ้าดี ริดสีดวงทวาร แกเล็บมือเปนหนอง โรคกษัย ดี ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย (ครง้ั ท่ี 7) ซาน และแกไข พบพืชที่มีการใชประโยชน 85 ชนิด 46 วงศ . (น. 81-90). มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม เชียงใหม. และไมทราบวงศ จํานวน 4 ชนิด แบงไดเปน 6 กลุม ไดแก นฤมล กลู ศริ ศิ รตี ระกลู บญุ ฑรกิ รอดบาํ รุง เพญ็ พร วินัย ไมลมลุก มากที่สุด มีจํานวน 42 ชนิด (26 วงศ) รองลงมา เรอื งฤทธ์ิ และสมโภชน กุลศริ ศิ รตี ระกูล. (มปป.). เปนไมตน มีจํานวน 18 ชนิด (15 วงศ) ไมพุม 16 ชนิด (11 นเรศวรวิจยั ครงั้ ที่ 12: วจิ ัยและนวตั กรรมกบั การ วงศ) ไมร อเลอื้ ย 5 ชนดิ (5 วงศ) ไมเล้อื ยมเี นือ้ ไม 2 ชนิด (2 พัฒนาประเทศ กลมุ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี. (อัด วงศ) และไมเลื้อยไมม ีเน้อื ไม 2 ชนิด (2 วงศ) วงศท ่ีมจี าํ นวน สําเนา). ชนิดพันธุมากท่สี ดุ ไดแ ก EUPHORBIACEAE จาํ นวน 6 ชนดิ ยุคล ละมายจนี . (2547). ความหลากหลายของพชื สมนุ ไพร ZINGIBERACEAE จํานวน 4 ชนิด สอดคลองกับ นฤมล ทีใ่ ชเ ปน เครื่องสาํ อางตามภมู ปิ ญ ญาทองถ่ินในจงั หวัด กูลศิริศรีตระกูล และคณะ (มปป.) ไดทําการสํารวจดาน อบุ ลราชธาน.ี (วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบณั ฑติ ). สมุนไพรพรรณไมในปาชุมชน ตําบลนาโบสถ จังหวัดตาก อบุ ลราชธานี. มหาวิทยาลัยราชภฏั อุบลราชธาน.ี พบพืชสมุนไพรทั้งหมด 186 ชนิด 75 วงศ และพืชท่ีพบมาก ทสี่ ุดอยูในวงศ EUPHORBIACEAE การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
273 พรรณไมใ นวัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ ในตาํ บลพระธาตุ อําเภอนาดนู จงั หวดั มหาสารคาม ORAL TRADITIONAL KNOWLEDGE AND CULTURAL FOR PLANT SPECIES DIVERSITY IN PRATHAT SUBDISTRIC, NADOON DISTRICT, MAHA SARAKHAM PROVINCE สทุ ธริ า เซดลัค1*, วิภาวรรณ เก้ยี วสนั เทียะ2 และ คมกริช วงศภาคํา2 Sutthira Sedlak1*, Wipawan Kiaosanthie2 and Komgrit Wongpakam2 1หลกั สตู รความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบนั วิจัยวลยั รุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ. กันทรวิชยั จ. มหาสารคาม 44150 2หนวยวจิ ัยความหลากหลายทางชวี ภาพและการอนรุ ักษ สถาบนั วจิ ยั วลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ. กนั ทรวชิ ัย จ. มหาสารคาม 44150 1Biodiversity Program, Walai Rukhavej Botanical Research Institute, Mahasarakham University, Kantarawichai District, Maha Sarakham province 44150 2Research Unit of Biodiversity and Conservation, Walai Rukhavej Botanical Research Institute, Mahasarakham University, Kantarawichai District, Maha Sarakham province 44150 บทคดั ยอ การสํารวจ และรวบรวมพรรณไมในวัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ ในตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พ้ืนที่ภายใตโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ. มมส) จากการคนหาปจเจกในผูรู ผูนําชุมชน ปราชญชาวบาน หมอยาพ้ืนบาน และผูมีประสบการณ ดวยเทคนิค Snowball sampling ระหวางเดือนกุมภาพันธถึงเดอื นมถิ ุนายน พ.ศ. 2561 โดยใชแบบสอบถามหรือการสัมภาษณแ บบกงึ่ มี โครงสรา ง พบการใชประโยชนจากพรรณไม 138 ชนิด ปรากฏในวัฒนธรรมและภูมปิ ญญามุขปาฐะ จําแนกเปนพืชอาหารคน และสัตว 75 ชนิด พืชหัตถกรรม เคร่ืองมือ เคร่ืองใชและกอสรา ง 99 ชนิด พืชสมุนไพรและการดูแลสุขภาพคนและสัตว 100 ชนิด พืชในการจัดการส่ิงแวดลอม 27 ชนิด พืชเกษตรกรรมและการเลี้ยงสัตว 21 ชนิด พืชในวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ความเชอื่ 49 ชนดิ และพชื ขะลาํ 6 ชนดิ Abstract A survey and collection of the oral traditional knowledge and cultural plants in Prathat Subdistric, Nadoon District, Maha Sarakham Province, has been done under Plant Genetic Conservation Project Under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG) area. The snowball sampling technique was used to gather information from key informants (local experts, community leaders, and local healers). A semi-structured interview was conducted between February and June 2018. The results showed that 138 species were used in oral traditional knowledge which were classified by the following types of utilization: plant food for human and animals (75 species), plant materials for handicrafts, tools, and construction (99 species), medicinal plants and human and animal health care (100 species), environmental management (27 species), crops, agriculture and animal husbandry (21 species), plants in local culture, tradition, rite and belief (49 species) and Isan Kalam (6 species). คําสาํ คญั : ความหลากชนดิ พืช, ภมู ิปญ ญามุขปาฐะ, ปา โคกดงเคง็ Keywords: plant diversity, oral traditional knowledge, Pa Kok Dong Keng area *ตดิ ตอ นักวจิ ัย: สทุ ธริ า เซดลคั (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Sutthira Sedlak (E-mail: [email protected]) การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
274 บทนาํ การคนหาปจเจกผูรู (Key informants) 13 ประเภท (อุษา วัฒนธรรมและภูมิปญ ญามีรายละเอียดที่แตกตางกันใน กลิ่นหอม, 2556) ดวยเทคนิค Snowball sampling technique ( Maniu and Dragan, 2013) บั น ทึ ก ข อ มู ล แตละทองถ่นิ เพราะแตละทอ งถน่ิ มีสภาพแวดลอ มทแ่ี ตกตา ง วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปญญามุขปาฐะโดยใช กันออกไป จึงเปนท่ีมาของคําวา “วัฒนธรรมและภูมิปญญา แบบสอบถามหรือการสัมภาษณแบบก่ึงมีโครงสราง (semi ทองถ่ิน” ภูมิปญญาทองถ่ินแบงไดสองลักษณะไดแก ภูมิ structured interview; Bernard, 1988) และการสนทนา ปญญานามธรรม เชน ความเช่ือ พิธีกรรม ประเพณี และภูมิ กลุมยอย (focus group) คัดกรอง และวิเคราะหรายช่ือ ปญญารูปธรรม เชน การเกษตรพื้นบาน การทําอาหาร พรรณไมท ่ีปรากฏ เพอ่ื การระบชุ นดิ (identification) หตั ถกรรม การดูแลสุขภาพ เปน ตน ภมู ิปญ ญาเหลานเ้ี กิดขึ้น และดํารงอยูภายใตหลกั การของความเปนสาธารณะ ไมไดม ี การระบุชนิดและจัดทําบัญชีรายช่ือพรรณไม ดวยการ การจับจองแสดงความเปนเจาของ มีการถายทอดโดยใชการ เดินสํารวจตามเสนทางทางดั้งเดิมที่ชุมชนใชประโยชน ทํา เรียนรูแบบฝกปฏิบัติหรือมีระบบการถายทอดแบบปากตอ บัญชีรายช่ือพืชท่ีพบ ระบุชนิดตามพรรณพฤกษชาติแหง ปากหรืออาจเรียกวา “ภูมิปญญามุขปาฐะ” ซึ่งเปนการบอก ประเทศไทย (Flora of Thailand) เปน หลกั และ/หรือพรรณ เลาตอ ๆ กันมา โดยมิไดเขียนเปนลายลักษณอักษร พฤกษชาติท่ีเก่ียวของ บันทึกขอมูลชื่อพ้ืนเมืองที่ปรากฏใน (ราชบัณฑิตยสถาน, 2545) ไมมีการอธิบายในเชิงเหตุผล ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะของชุมชน ช่ือ การดํารงอยูของภูมิปญญาทองถ่ินจึงอยูบนฐานของความ สามัญ ช่ือทองถิ่นอ่ืนๆ ช่ือวิทยาศาสตร ช่ือวงศ อางอิงตาม เคารพและความศรัทธา จึงทําใหภูมิปญญาทองถิ่นมีความ ช่ือพรรณไมแหงประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน ฉบับแกไข ออนไหวในการดํารงอยู เมื่อไดรับผลกระทบจากแรงกดดัน ปรับปรุง พ.ศ. 2557 (สํานักงานหอพรรณไม, 2557) เก็บ ที่มาจากภายนอกชุมชนและอาจเปนสาเหตุใหภูมิปญญา ตัวอยางอางอิง (voucher specimen) ถายภาพประกอบ ทองถิน่ สูญหายไปจากชมุ ชน และบรรยายลักษณะสัณฐานวิทยาตามหลักอนุกรมวิธาน และประเมนิ สถานภาพระดบั ชุมชน และระดับชาติ ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม มี ผลการศึกษา สภาพภูมิประเทศ เปนท่ีราบและที่ราบสูง ไมมีภูเขา และ แมน้าํ ไหลผา น แบงเขตการปกครองออกเปน 8 หมูบาน รอบ การรวบรวมการใชประโยชนพรรณไมในปาโคกดงเค็ง ลอมปาโคกดงเค็ง ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีภายใตโครงการอนุรักษ พื้นที่ภายใตโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดําริ โดย กุมารี สนองพระราชดําริฯ (อพ.สธ. มมส.) จากการคนหา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (อพ.สธ. มมส) ชุมชนตําบลพระ ปจเจกผูรูของชุมชน ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด ธาตุพึ่งพาอาศัยและใชประโยชนทรพั ยากรพืชจากปาโคกดง มหาสารคาม จํานวน 30 คน ประกอบดว ย เจาโคตร (กํานัน เค็ง มาหลายช่ัวอายุคน กอเกิดการใชพรรณไมในวัฒนธรรม ผูใหญบาน หรือผูนําชุมชน) ญาคูหรือพระสงฆอาวุโส หมอ และภูมิปญญาทองถิ่น ท้ังท่ีเปนนามธรรมและรูปธรรม เชน ยาพ้ืนบาน เฒาจ้ํา หมอนาหรือหมอขาว หมอสูตรหรือหมอสู ประเพณเี ลยี้ งผีปูตา ประเพณอี อกพรรษา การใชพืชสมนุ ไพร ขวัญ หมอทอ (ผา) หมอจักสาน หมอลํา นายพราน และ เพ่ือดูแลสุขภาพ พืชอาหาร หัตถกรรม เครื่องจักสาน เปน แมบาน พบพรรณไมท้ังส้ิน 138 ชนิด ปรากฏในวัฒนธรรม ตน พิธีกรรม ประเพณี ความเช่ือ ขอขะลํา (ขอหาม) และภูมิ ปญ ญามขุ ปาฐะ (ตารางท่ี 1) ดงั นี้ ง า น วิ จั ย นี้ ส น อ ง พ ร ะ ร า ช ดํ า ริ ใ น โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ในการศึกษา • (A) วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม และความเช่ือ รวบรวมพรรณไมใ นวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาประเภทท่ีไมได ไดแก ประเพณสี บิ สองเดือนหรือฮีตสิบสอง งานศพ การเกิด รับการจดบันทึก (มุขปาฐะ) และจัดทําฐานขอมูลวัฒนธรรม งานบวช การขึ้นบานใหม บายศรีสูขวัญ งานกินดอง และภูมิปญญาทองถิ่น ในตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน (แตงงาน) การแตงแก เสียเคราะห (สะเดาะเคราะห) จังหวัดมหาสารคาม การแทกโสก (โฉลก) เปนตน ปรากฏการใชประโยชนจาก วิธีดาํ เนนิ การ พรรณไม 49 ชนดิ การรวบรวมการใชประโยชนพรรณไมที่ปรากฏใน • (F) ดา นอาหารคนและสัตว (ปรากฏการใชประโยชน วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ความเช่ือ ขอขะลํา (ขอหาม) จากพรรณไม 75 ชนิด และภมู ิปญ ญาประเภทท่ีไมไ ดร บั การจดบันทกึ (มุขปาฐะ) ใน ชุมชนตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม • (H) ดานสมนุ ไพรและการดแู ลสุขภาพคนและสัตว ระหวางเดือนกุมภาพันธถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 โดย ปรากฏการใชป ระโยชนจากพรรณไม 100 ชนดิ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
275 • (T) ดานหตั ถกรรม ผา ทอพื้นเมอื ง จักสาน เคร่อื งมือ ภาพที่ 2 มาลัยสะแบง (Dipterocarpus intricatus)ในงาน เครื่องใช และกอสราง ปรากฏการใชประโยชนจากพรรณไม บุญผะเหวด 99 ชนดิ การใชประโยชนดานสมุนไพร สวนใหญใชเพื่อดูแล • (A) ดา นเกษตรกรรม และการเล้ียงสัตว ปรากฏการ สุขภาพในชีวิตประจําวันมากกวาการรักษาโรค เพราะหมอ ใชประโยชนจากพรรณไม 21 ชนดิ ยาพ้นื บา นชมุ ชนตาํ บลพระธาตุเสยี ชีวติ และไมม กี ารสืบทอด ภูมิปญญา ตํารับสมุนไพรที่ยังใชประโยชนอยูในปจจุบันเชน • (E) ดานการจัดการส่ิงแวดลอม ปรากฏการใช บํารุงนํ้านมสําหรับแมลูกออน ใชแกนชางนาวและแกนฮิ้นก ประโยชนจ ากพรรณไม 27 ชนิด วง (ภาพที่ 3) สองชนดิ เปนยาตม ดม่ื น้าํ รอน ขณะอยูไ ฟหรือ อยูกรรม (นายบุญมา ปอมยาหยับ บานเลขที่ 10 หมูท่ี 6 • (K) ขอขะลําหรือขอหาม ปรากฏการใชประโยชน บานปอพาน ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด จากพรรณไม 6 ชนดิ มหาสารคาม ผูใหขอมลู ) การระบุชนิด และการจําแนกพรรณไมทั้งหมด พบพืช กข เมลด็ เปลือย 1 ชนิด ไดแก ผงหรอื ปรงปา (Cycas siamensis Miq.) ใชแปงในเมล็ดจากโคนเพศเมียประกอบอาหาร คลาย ภาพท่ี 3 สมนุ ไพรในตํารับบาํ รงุ นํา้ นม แปงทาํ ขนม และเปน สมุนไพรรักษาโรคผวิ หนงั แตขะลาํ (ขอ ก. ชางนา ว (Ochna integerrima) หา ม) ปลกู ในบา น (ภาพที่ 4ก) ข. ฮนิ้ กวง (Diospyros ehretioides) พืชใบเลีย้ งเดยี่ ว 11 ชนิด พบวา 6 ชนดิ เปน พืชสมุนไพร และ 1 ชนิด ไดแก อีอูบหรือตูบหมบ (Kaempferia rotunda L.) เปนอาหารตามฤดกู าล บริโภคชวงฤดูฝน นิยม ประกอบอาหารพ้ืนบานประเภทหมก เชน หมกแมงเงาใสใบ อีอูบ มีสรรพคุณทางสมุนไพรชวยขับลม แตขะลําแมลูกออน หามรับประทาน (ภาพท่ี 1) อาจจะทําใหผิดกะบูนหรือผิด สําแดง พืชใบเลี้ยงคู 126 ชนิด พบวาพรรณไมท่ีใชในประเพณี ฮีตสิบสอง สวนใหญเปนพรรณไมท่ีพบตามฤดูกาลเชน งาน บุญเดือนส่ี บุญผะเหวดหรือบุญเทศนมหาชาติ ชุมชนจะใช ประโยชนจากผลวงศไมยาง (Dipterocarpaceae) ประดับ สถานที่ในการจัดงานและตกแตงพิธีแหอัญเชิญพระอุปคุต ไปประดษิ ฐานในตอนเชา และขบวนแหอัญเชิญพระเวสสนั ดร และพระนางมัทรีเขาวดั ชวงเยน็ (ภาพท่ี 2) ก ภาพท่ี 1 หมกแมงเงาใสใ บตบู หมบู ขค ก. แมงเงาหรอื แมงปอ งชา ง (Heterometrus sp.) ข. ตบู หมูบ (Kaempferia rotunda) ภาพท่ี 4 พรรณไมหายากของประทศไทย การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
276 ก. โคนเพศเมยี ของ ผงหรือปรงปา (Cycas siamensis Miq.) ment Programme, 1995) การบริโภคพืชอาหารตามภูมิ ข. คนั จอ ง (Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte) ปญญาพื้นบานอีสานเปนไปตามฤดูกาลเพื่อสรางสมดุลของ ค. ไขเ นา (Gardenia sootepensis Hutch.) รางกาย ซ่ึง พืชในปา?ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นํามา บรโิ ภคได 78 ชนดิ 43 วงศ และมศี กั ยภาพในการพฒั นาเปน จากการประเมินสถานภาพพืชพบพรรณไมมีสถานภาพ ผลิตภัณฑของชุมชน กลุมของผลิตภัณฑ ไดแก กลุมพืชท่ีมี หายากของประทศไทย ไดแก ผงหรือปรงปา (Cycas siam- ศกั ยภาพพฒั นาเปน ยาสระผม 18 ชนิด กลมุ พืชทม่ี ศี ักยภาพ ensis Miq.) ขึ้นบัญชีมีแนวโนมใกลสูญพันธุ พันธุตามเกณฑ พัฒนาเปนอาหาร 11 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน ของสหภาพระหวางประเทศเพื่อการอนุรักษธรรมชาติหรือ สมุนไพรรกั ษาสัตวเลย้ี ง 10 ชนดิ กลุมพชื ท่มี ศี ักยภาพพัฒนา IUCN (Nguyen, 2010) ไขเนา (Gardenia sootepensis เปนเครื่องหอม 6 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน Hutch.) (ภาพท่ี 4ค) ตามบญั ชีรายช่อื พชื หายากของประเทศ สมุนไพรใชขับพยาธิ 4 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปน ไทย (ราชันย ภูมา, 2551) และ คันจอง (Diospyros สมุนไพรประเภท นวด บรรเทาอาการปวดจากพิษแมลง filipendula Pierre ex Lecomte) ตามบัญชีรายช่ือพืชหา สัตว กัดหรือตอย 4 ชนิด กลุมพืชท่ีมีศักยภาพพัฒนาเปนยา ยากของประเทศไทย (สาํ นักหอพรรณไม, 2551) (ภาพที่ 4ข) สีฟน 4 ชนิด และกลุมพืชใหน้ํามันท่ีมีศักยภาพ พัฒนาเปน สรปุ และวจิ ารณผล นํ้ามันเช้ือเพลิง 3 ชนิด (สุทธิรา ขุมกระโทก และคณะ, 2548; Khumgratok et. al., 2010) การศึกษาวิถีชีวติ ชุมชน พื้นฐานสังคมไทยท่ีชุมชนอาศัยในพื้นที่ใกลปา ลวน กับปาโคกดงเค็ง อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (เกสินี พึ่งพาปาและทรัพยากรพืชเพื่อปจ จัย 4 เปนแหลงอาหาร ยา จอมเกาะ, 2540) พบวาปจจัยท่ีทําใหชาวบานเขาไปใช รักษาโรค เครอ่ื งนงุ หม และอยูอาศยั ทช่ี มุ ชนสงั่ สม ปฏิบัติได ประโยชนจากปา คือความตองการขั้นพื้นฐานในการใช มีการสืบทอดมาเปนเวลาหลายชั่วอายุคนกอใหเกิดการ ประโยชนจากปาของชาวบานเพอื่ การดํารงชวี ติ ใชประโยชน วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและภูมิปญญาทองถ่ิน หาก จากพ้ืนที่ปาในเชิงพาณิชยคือ การเก็บหาฟน สมุนไพร เก็บ ภูมิปญญาทองถ่ินเหลานี้ยังคงถือปฏิบัติจะมีลักษณะเปน พืชผักอาหารหรือไมผล เผาถาน การหาแมลงและสตั วท่ีเปน พลวัต (dynamic) ไมไดหยุดน่ิงตายตัวในรูปแบบเดมิ แสดง อาหาร และเก็บหาของปาท่ีใชป ระโยชนอ ืน่ ๆ ทําใหท ราบวา ใหเห็นวาวิถีชีวติ ของชุมชนไดมกี ารวิจัยเพ่ือปรบั รูปแบบและ ชมุ ชนตําบลพระธาตนุ าดนู อาํ เภอนาดนู จังหวัดมหาสารคาม กระบวนการในการดาํ เนินชวี ิตอยูตลอดเวลา ยั ง ค ง มี ค ว า ม ผู ก พั น แ ล ะ ดํ า ร ง ชี วิ ต โ ด ย อ า ศั ย ทรพั ยากรธรรมชาติ เพ่อื สรา งพลวัตแหงภูมปิ ญ ญาทอ งถนิ่ รายงานของ UNEP พบวา รอยละ 80 ของอาหารท่ี รับประทานกันคือ ผักพื้นบาน (United Nations Environ- ตารางท่ี 1 รายช่ือพรรณไมและการใชประโยชนในวฒั นธรรมและภมู ิปญญามุขปาฐะ ตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จงั หวดั มหาสารคาม (C= วัฒนธรรม ประเพณี พิธกี รรม และความเชอ่ื F= อาหารคนและสตั ว H= สมุนไพรและการดแู ลสุขภาพคน และสตั ว T= หัตถกรรม ผา ทอ จกั สาน เครื่องมอื เครอ่ื งใช และกอสรา ง A= เกษตรกรรม และการเลยี้ งสตั ว E=การจัดการ สิง่ แวดลอม K= ขอ ขะลาํ หรอื ขอหา ม) ลําดบั ชอ่ื ทองถ่นิ ชือ่ อน่ื ๆ/ชอื่ สามญั ช่อื วิทยาศาสตร ประเภทการใชใ นประโยชนใน วัฒนธรรมและภมู ิปญญามุขปาฐะ พชื เมลด็ เปลือย CFHTA E K 1 ผง ปรงปา ปรงสามเหล่ยี ม Cycas siamensis Miq. FH K พชื ใบเล้ียงเด่ยี ว 2 อรี อก บกุ นก Amorphophallus krausei Engl. F E 3 อลี าย บกุ รอ Amorphophallus longituberosus F E 4 หญาหัวขอด หญาสามหาง (Engl.) Engl. & Gehrm. 5 ผกั ชชี าง สามสิบ สามรอ ยราก Aristida adscensionis L. T 6 มันเทียน มนั เทยี น Wild yam Asparagus racemosus Willd. CFH 7 กลอย กลอย Asiatic bitter Dioscorea filiformis Blume yam Dioscorea hispida Dennst. F CFH การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
277 ลําดับ ชอ่ื ทองถิน่ ชอื่ อ่ืนๆ/ช่อื สามญั ช่ือวิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใน วฒั นธรรมและภมู ปิ ญญามุขปาฐะ 8 หญา คา หญาคา Cotton wool Imperata cylindrica (L.) Raeusch. CFHTA E K 9 ออี ูบ ตูบหมูบ grass Kaempferia rotunda L. 10 วา นลอ กบ เปราะปา Murdannia spectabilis (Kurz) C HTA 11 เขยี ง ผกั ปราบ แหวกระตาย Faden 12 เพ็ด เถาวลั ยยง้ั Smilax sp. CFH EK พชื ใบเลี้ยงคู เพก็ Vietnamosasa pusilla (A.Chev. & 13 เครือหมากกํ่า A.Camus) T.Q.Nguyen T 14 หนามหัน มะกล่าํ ตาหนู 15 ผักสาบ หนามหนั Abrus precatorius L. FHT 16 สมลม อีนุน Acacia comosa Gagnep. สมลม Adenia viridiflora Craib CFHTA 17 เครือไสตัน Aganonerion polymorphum 18 หญา ขิว โมกเครือ Pierre ex Spire CFHT K 19 เมาตาเขยี ด สาบแรงสาบกา Aganosma marginata (Roxb.) C HTA 20 เหมอื ดคน เมาสรอย G.Don โลด Ageratum conyzoides L. FA 21 กะเดา สะเดา Antidesma acidum Retz. FHT 22 ง้วิ ขาว Siamese neem tree Aporosa villosa (Wall. ex Lindl.) 23 ง้ิวแดง งิ้วปา Baill. FHT 24 สา เหลา ง้วิ Cotton tree Azadirachta indica A.Juss. HA 25 ฮังหนาม มะกา 26 บคี น เต็งหนาม Bombax anceps Pierre FHT 27 หมากมว งหัวแมงวัน ราชดัด Bombax ceiba Pierre T 28 ฮวงไซ มะมว งแมงวัน Bridelia ovata Decne. 29 จานตน ธนนไชย ศรีธนนไชย Bridelia retusa (L.) A.Juss. F TA 30 เหลยี่ ม ทองกวาว Brucea javanica (L.) Merr. 31 บงมั่ง มะกอกเกลอ้ื น Buchanania lanzan Spreng CFHT E 32 กระโดนโคก เฉียงพรานางแอ Buchanania siamensis Miq. CFHT E 33 คอ แลน กระโดน Wild guava Butea monosperma (Lam.) CF T E กรวยปา Taub. 34 คนู ราชพฤกษ Golden Canarium subulatum Guillaumin T E shower, Indian Carallia brachiate (Lour.) Merr H E 35 เครอื เขาคาํ laburnum Careya arborea Roxb. FT สงั วาลพระอนิ ทร Casearia grewiaefolia Vent. FT 36 หนามแทง Love vine CT มะเคด ระเวยี ง Cassia fistula L. FHT E Cassytha filiformis L. FHT Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng. CFHT HT CFHT E H CT การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
278 ลาํ ดบั ช่ือทอ งถน่ิ ชื่ออนื่ ๆ/ชื่อสามญั ช่อื วทิ ยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น Celastrus paniculatus Willd. วฒั นธรรมและภมู ปิ ญญามขุ ปาฐะ 37 เครือหมากแตก กระทงลาย Chionanthus velutinus (Kerr) CFHTA E K 38 พมู ารี เขย้ี วฟาน P.S.Green. CFHT Chromolaena odoratum (L.) C 39 แมฮาง เฮอื นฮาง สาบเสือ R.M.King & H.Rob. Cissampelos pareira L. var. FHTA E 40 เครือหมานอย กรุงเขมา hirsuta (Buch.Ham. ex DC.) Forman CFH E 41 สะมดั นอ ย สนั โสก Clausena excavata Burm.f. 42 สะมดั สอ งฟา สอ งฟา ดง Clausena harmandiana (Pierre) FH Pierre ex Guillaumin FH 43 ตวิ้ แดง ติ้วเกลี้ยง Cratoxylum cochinchinense FHT (Lour.) Blume 44 ติว้ ขาว ตว้ิ ขาว Cratoxylum formosum (Jacq.) FHT E Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. 45 เปา เปลา ใหญ formosum CFHT E 46 กระหนวน ฉนวน Croton roxburghii N.P.Balakr. T 47 เครือทางควาย เครือคางควาย Dalbergia nigrescens Kurz E 48 หัวไกโ อก* ทองพนั ดุล Dalbergia velutina Benth. C HT E 49 ดกู อ่งึ แกลบหนู Decaschistia parviflora Kurz H E 50 เคง็ เขลง Dendrolobium lanceolatum E 51 สัน่ สา นใบเล็ก (Dunn) Schindl. CFHT 52 ขี้หนู ขีห้ นู Dialium cochinchinense Pierre CFHT 53 ฮิน้ กวง แฮดกวง ตับเตา ตน Dillenia ovata Wall. ex Hook.f. & Thomson FHT 54 คนั จอ ง* ลําบิดดง Diospyros borneensis Hiern CH 55 หมากเกือ มะเกลือ Ebony tree Diospyros ehretioides Wall.ex 56 สะแบง ยางกราด G.Don HT 57 ซาด เหียง Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte. FHT 58 กงุ พลวง Diospyros mollis Griff. FHT 59 แขวเลื่อย ขางครงั่ Dipterocarpus intricatus Dyer CT 60 คิงไฟนกคุม โดไมรูล ม Dipterocarpus obtusifolius CT 61 ตานกกด คาํ รอก Teijsm. ex Miq. 62 ตนี ตง่ั นมแมวปา Dipterocarpus tuberculatus CT 63 เครือเตา ไห ปอเตาไห Roxb. FT Dunberia bella Prain FH Elephantopus scaber L. var. HT scaber H Ellipanthus tomentosus Kurz Ellipeiopsis cherrevensis (Pierre C HT ex Finet & Gagnep.) R.E.Fr. Enkleia siamensis Griff. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
279 ลาํ ดับ ชอื่ ทอ งถ่นิ ชอื่ อ่ืนๆ/ชอ่ื สามัญ ชือ่ วิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น วัฒนธรรมและภูมิปญญามุขปาฐะ 64 พันซาด ชาติ Erythrophleum succirubrum CFHTA E K 65 เบน ตะขบปา Gagnep. 66 สม โมง ชะมวง Flacourtia indica (Burm.f.) Merr. TA 67 สีดาโคก สดี าปา กระมอบ Garcinia cowa Roxb. ex Choisy. FHTA 68 ไขเนา * คาํ มอกหลวง Gardenia obtusifolia Roxb. ex FH A 69 ขาวจ่ี ขา วตาก Hook.f. F TA 70 ขี้เถา ปอแกน เทา Gardenia sootepensis Hutch. F TA 71 เขวา ขวาว กวาว Grewia hirsuta Vahl. FH Grewia paniculata Roxb. 72 หนามโกทา คนทา สฟี นคนทา Haldina cordifolia (Roxb.) H 73 ขตี้ นุ ขต้ี นุ Ridsdale C HT 74 ขตี้ ุน ปอเตา ไห Harrisonia perforata (Blanco) 75 ขี้ตุน ขอี้ น Merr. C HT Helicteres angustifolia L. HT 76 มกู เกย้ี โมกใหญ Helicteres hirsuta Lour. HT Helicteres lanata (Teijsm. & HT 77 ไซเดน กระเจียน Binn.) Kurz Holarrhena pubescens Wall. ex C HT E 78 สม กบ อุโลก G.Don Huberantha cerasoides (Roxb.) FHT 79 ขาเปย ขาเปย Chaowasku 80 อีตูยกั ษ แมงลกั คา Hymenodictyon orixense (Roxb.) CFHT 81 หมากบก กระบก Mabb. 82 ไสไ กเ ครอื เสี้ยวผี Hymenopyramis brachiata Wall. HT 83 อด กอกกน๋ั ออยชาง ex Griff. 84 ตางไกนอ ย กะตังใบเตยี้ Hyptis suaveolens (L.) Poit A 85 หวดขา มะหวด Irvingia malayana Oliv. ex A.W. 86 หมี่ หมีเหม็น Benn. CF T E 87 หมากมว งปา มะมวงปา Jasminum scandens (Retz.) Vahl. 88 หมากมวง มะมวง Lannea coromandelica (Houtt.) HTA 89 เหมอื ดแอ พลองเหมือด Merr. 90 เงี่ยงดุกใหญ หนามขวากชา ง Leea thorelii Gagnep. HT 91 ลอมคอม พลับพลา Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. H Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. Mangifera coloneura Kurz FHTA E Mangifera indica L. Memecylon edule Roxb. FHTA Meyna grisea (King & Gamble) Robyns CFHT E Microcos tomentosa Sm. CFHT E HT HT CT การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
280 ลาํ ดับ ชือ่ ทองถนิ่ ชื่ออ่นื ๆ/ชอ่ื สามัญ ช่ือวิทยาศาสตร ประเภทการใชในประโยชนใ น วฒั นธรรมและภมู ปิ ญ ญามุขปาฐะ 92 กานของ ปบ กา นกอง Cork CFHTA E K 93 ทมโคก ทมพาย Tree, Indian Cork 94 ยอปา กระทมุ โคก Millingtonia hortensis L.f. FHTA K 95 ตมู ตัง ยอปา 96 ชา งนาว กระแจะ Mitragyna hirsuta Havil. HT 97 โคยเสียก ตาลเหลือง กระแจะ Morinda coreia Buch.-Ham. C HT 98 คัดเคา นา้ํ ใจใคร Naringi crenulata (Roxb.) 99 เครือดง่ั บกั เหบ็ คดั เคาหนาม Nicolson HT 100 มะพอก หนามพรม 101 เขม็ ขาว มะพอก Ochna integerrima (Lour.) Merr. C H T E ขา วสารปา Olax psittacorum (Lam.) Vahl F 102 ยอปา Oxyceros horridus Lour. CFH ยอปา Pachygone dasycarpa Kurz FHT E 103 อะราง Parinari anamense Hance. CF TA อะราง Pavetta indica L. var. tomentosa 104 ขามปอ ม มะขามปอ ม (Roxb. ex Sm.) Hook.f. F Malacca tree 105 เกล็ดลิ่น เกลด็ ปลาชอน Pavetta tomentosa Heyne ex FHT Roth 106 กน คก กลวยเตา Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz CFHT 107 ตอ งแลง น้าํ เตา แลง Phyllanthus emblica L. CFHTA 108 อีลํ้า ตะไหล 109 ดู ประดู Phyllodium pulchellum (L.) CF 110 หนามแกนแทว แกวตาไว Desv. 111 กน ถวย พรวด Polyalthia debilis (Pierre) Finet & 112 หมากมอ หมักมอ Gagnep. FH A 113 ตาไก กาํ แพงเจด็ ชั้น 114 คอนหมา ผกั หวานบา น Polyalthia evecta (Pierre) Finet FH 115 หมากคอ สม ตะครอ & Gagnep. 116 ข้ีเหล็กปา แสมสาร Prismatomeris tetrandra (Roxb.) K.Schum. subsp. tetrandra H 117 ขเี้ หล็ก ขีเ้ หลก็ 118 จกิ เต็ง Burmese sal Pterocarpus macrocarpus Kurz HT 119 กะยอม พะยอม Pterolobium integrum Craib HT 120 ฮัง รัง Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & L.M.Perry H Rothmannia wittii (Craib) Bremek F Salacia chinensis L. FH Sauropus androgynus (L.) Merr. Schleichera oleosa (Lour.) Merr. C F H T Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & Barneby HT Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & F TA K Barneby Shorea obtusa Wall. ex Blume C H T Shorea roxburghii G.Don CFHT Shorea siamensis Miq. CFHT การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
281 ลาํ ดบั ชื่อทอ งถิน่ ชื่ออ่ืนๆ/ช่ือสามญั ช่ือวทิ ยาศาสตร ประเภทการใชใ นประโยชนใ น วัฒนธรรมและภูมปิ ญญามุขปาฐะ 121 แต มะคาแต Sindora siamensis Teijsm. ex CFHTA E K 122 หมากกอก มะกอก Miq. var. siamensis 123 สมพอ ขอ ย Spondias pinnata (L.f.) Kurz FHT E 124 เครอื ไทสง เถาประสงค Streblus asper Lour. 125 ตมู กา ตมู กาขาว Streptocaulon juventas (Lour.) FHT 126 ดูกใส ขนั ทองพยาบาท Merr. FT หวา Black plum, Strychnos nux-blanda A.W.Hill 127 หวา Jambolan Suregada multiflorum (A.Juss.) HT 128 ยานาง เถายา นาง Baill. 129 เครอื หางหนู ชิงชา ชาลี Syzygium cumini (L.) Skeels C HT K 130 เครอื กอฮอ บอระเพด็ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels. Tinospora baenzigeri Forman. HT 131 นางแซง โลดทะนง Tinospora crispa (L.) Hook.f. & 132 ผีผว น พีพวนนอ ย Thomson C HT E 133 ตีนนก ตนี นก Trigonostemon reidioides (Kurz) C HT 134 ขา ลนิ้ กัดลิ้น Craib 135 เกียงปน ครอบจกั รวาล Uvaria rufa Blume H Vitex pinnata L. FHT 136 แดง แดง Walsura trichostemon Miq. Xantonnea parvifolia (Kuntze) T 137 หนามคอง ตะครอง Craib FT 138 เล็บแมว เลบ็ เหยี่ยว Xylia xylocarpa (Roxb.) W.Theob. var. kerrii (Craib & HT Hutch.) I.C.Nielsen Zizyphus cambodiana Pierre FHT Zizyphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia C HT C HT คาํ ขอบคุณ เอกสารอา งอิง โครงการวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากเงินทุนอุดหนุน เกสินี จอมเกาะ. 2540. ปาโคกดงเคง็ กับวถิ ีชวี ิตชุมชน การวิจัยจากงบประมาณแผน ดินประจําปงบประมาณ 2561 อาํ เภอนาดนู จังหวดั มหาสารคาม. วิทยานพิ นธ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใตโครงการอนุรกั ษพ นั ธกุ รรม มหาบัณฑติ . ศลิ ปศาสตร (ไทยคดศี กึ ษา-เนน พชื อันเนื่องมาจากพระราชดํารสิ มเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สังคมศาสตร). มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอขอบคุณ มหาสารคาม. ผูรู หมอยาพ้ืนบาน ผูใหขอมูลองคความรูภูมิปญญาการใช ราชบัณฑติ ยสถาน. 2546. พจนานุกรมฉบบั ประโยชน จากชุมชนตําบลพระธาตุ อําเภอนาดูน จังหวัด ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. นานมีบุคสพ บั ลเิ คชนั่ ส, มหาสารคาม และขอบคุณนักศึกษาฝกประสบการณวิชาชพี กรงุ เทพฯ. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประจําป พ.ศ. 2560- ราชนั ย ภูม า. 2551. พชื หายากของประเทศไทย. สาํ นักหอ 2561 ผชู ว ยเก็บขอ มลู พรรณไม สาํ นกั วิจัยการอนรุ ักษปา ไมและพันธพุ ืช กรม อทุ ยานแหง ชาติสตั วปาและพนั ธพุ ชื . กรุงเทพฯ. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 784
Pages: