375 significantly relied on kinds of basal media used. MS medium was significantly different compared to other treatments, with the highest shoot formation (90 %), and the highest number of shoot per explant of 4.30±0.62 shoots per explant. In this medium, average number of leaves of 12.80±2.21 leaves per shoot, an average leaf length of 23.90±0.84 mm, an average leaf width of 5.43±0.18 mm, root formation at 90 %, the highest number of root per explant of 10.80±2.96 roots per explant and root length at 30.40±1.22 mm after 8 weeks of culture period. Plantlets with well-developed shoots and roots were subsequently hardened, acclimatized and successfully established in green house with 95 % survival rate after 30 days of acclimatization. คําสําคัญ: การอนุบาล, Cryptocoryne walkeri, พรรณไมน ํ้า Keywords: acclimatization, Cryptocoryne walkeri, aquatic plant *ตดิ ตอ นกั วจิ ัย: สุพัตร ฤทธริ ตั น (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Suphat Rittirat (E-mail: [email protected]) บทนาํ วัสดุพืชและการฟอกฆา เช้อื Cryptocoryne เปนพืชสกุลท่ีสําคัญของวงศ Araceae นํายอดของพรรณไมน้ําใบพาย C. walkerlii มาลางดว ย เรียกสนั้ ๆ วา คริปประกอบดว ยพรรณไมนาํ้ ประมาณ 50-60 น้ําประปาใหสะอาด ฟอกฆาเชื้อดวยคลอร็อกซความเขมขน ชนดิ Cryptocoryne จัดเปน พชื มีดอก ใบเลี้ยงเดย่ี ว กานเปน 4 เปอรเซ็นต (โซเดียมไฮโปคลอไรท 5.25 เปอรเซ็นต) เปน สีเขียวอมแดง ลักษณะใบยาวเรียวปลายและโคนใบแหลม เวลา 10 นาที ลางดวยนํ้ากล่ันที่ผานการน่ึงฆาเชื้อแลว 3 ขอบใบเปนรอยหยัก เปนพืชลมลุก ข้ึนในน้ําจืด มีการ คร้ัง นํามาฟอกฆาเช้ืออีกคร้ังดวยคลอร็อกซความเขมขน 2 กระจายตามธรรมชาติในพื้นท่ีเขตรอ น สวนใหญมีถิ่นกําเนดิ เปอรเซ็นต และหยด Tween-20 ตอสารละลาย 100 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใตและเติบโตในสภาพท่ีจมอยูในน้ํา มลิ ลิลิตร จํานวน 2-3 หยด ฟอกฆาเช้อื เปนเวลา 5 นาที ลาง หรือโผลขึ้นเหนือนาํ้ (Windeiov, 1987) ปจ จบุ ันพรรณไมนาํ้ ดวยนํ้ากลั่นที่ผานการน่ึงฆาเช้ือแลว 3 คร้ัง จากนั้นตัดใหมี ไดร บั ความนยิ มมากข้นึ ทาํ ใหธ ุรกจิ พรรณไมน า้ํ มคี วามสําคญั ขนาด 1.0 เซนตเิ มตร ท้ังในและนอกประเทศ พรรณไมนํ้า Cryptocoryne ไดรับ การเตรยี มอาหารเพาะเลย้ี งเนือ้ เย่ือพชื ความนิยมแพรหลาย ทําใหมีราคาแพง และเปนพืชที่ไดรับ ความนิยมในการตกแตงตูปลา (Rataj and Horemam, อาหารสตู ร VW (Vacin and Went, 1949) เติมนา้ํ ตาล 1977) การขยายพันธตุ ามธรรมชาติของพรรณไมนา้ํ ชนิดนี้ยัง 20 กรัมตอลิตร และวนุ 7.6 กรัมตอ ลติ ร ปรับคา pH ใหม ีคา เพ่ิมจํานวนไดนอย เน่ืองจากเปนพืชที่โตชา และตองการ เทากับ 5.7 สวนอาหารสูตร MS (Murashige and Skoog, พนื้ ท่ีขนาดใหญ สาํ หรบั การขยายพันธุในธรรมชาติจะเกิดตน 1962) และอาหารสูตร ½ MS เติมนํ้าตาล 30 กรัมตอลิตร ออนขึ้นปละ 1-3 ตนเทาน้ัน ดังน้ันจึงไดมีการนําเทคนิคการ และวุน 7.6 กรัมตอลติ ร และ ปรบั คา pH ใหมีคา เทา กับ 5.7 เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเขามาชวยในการขยายพรรณไมน้ําซ่ึงมี โดยอาหารสังเคราะหทั้ง 3 ชนิด ปรับคาความเปนกรด-เบส ความเหมาะสมสําหรับการผลิตพันธุไมน้ําท่ียั่งยืน (Saini (pH) ดวย NaOH และ HCl เขมขน 0.1 หรือ 1 นอรมอล และ Jaiwal, 2005) ลักษณะท่ัวไปของใบพาย C. walkerlii จากน้ันทําใหปลอดเชื้อโดยการนึ่งฆาเชื้อดวยหมอน่ึงความ คลายไมน้ําสกุล Crytocoryne อื่นๆ แตชนิดนี้มีใบแตก ดนั ไอ ที่อณุ หภูมิ 121 องศาเซลเซยี ส ความดนั 15 ปอนดตอ ออกเปนกอโคนกานใบแผกวางเปนแผนหุมประกอบกัน ตารางนิ้ว เปนเวลา 15 นาที ลักษณะใบเปนรูปหอก สีของแผนใบมีสีเขียว ขอบใบเรียบ การออกแบบการทดลองและการวิเคราะหผลทางสถติ ิ ปลายใบแหลม กานใบกลม สามารถขยายพันธุโดยการแยก ตนออ นทเ่ี กดิ จากตนเดมิ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ วางแผนการทดลองแบบสุมสมบูรณ (CRD) วิเคราะห ความแปรปรวน (ANOVA) และเปรียบเทียบความแตกตาง วัตถุประสงคของงานวิจัยครั้งนี้เพ่ือศึกษาผลของสูตร ของคาเฉล่ียโดยวิธีของ Duncan’s Multiple Range Test อ า ห า ร ต อ ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พ ร ร ณ ไ ม น้ํ า ใ บ พ า ย (DMRT) ท่ีระดับความเช่ือมั่น 95 เปอรเซ็นต ดวยโปรแกรม Cryptocoryne walkerlii ในสภาพปลอดเช้ือ และเพ่ือ SPSS (version-20) ศึกษาการอนุบาลพรรณไมน้ําใบพาย Cryptocoryne walkerlii การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
376 วธิ กี ารทดลอง การเกิดรากสูงสุด 90 เปอรเซ็นต จํานวนรากเฉลี่ย 10.80 1. ผลของสูตรอาหารตอการเจริญเติบโตของพรรณไมนํ้าใบ รากตอตน และความยาวรากเฉลี่ยสูงสุด 30.40 มิลลิเมตร พาย C. walkerlii ในสภาพปลอดเช้ือ หลังการเพาะเล้ียง ในทางตรงกันขามอาหารสูตร VW มีอัตราการเพิ่มจํานวน เปนเวลา 8 สัปดาห นาํ ชิน้ สว นปลายยอดพรรณไมน า้ํ ใบพาย ยอด และการเกดิ รากตาํ่ ทส่ี ุด (ตารางท่ี 2) ดังนน้ั อาหารสตู ร C. walkerlii ท่ีปลอดเชื้อแลว (ขนาด 1.0 เซนติเมตร) วาง MS มีความเหมาะสมตอ การเพาะเลยี้ งชิ้นสวนปลายยอดของ เลี้ยงในขวดที่มีอาหารสังเคราะหสูตร VW (Vacin and พรรณไมนาํ้ ใบพาย C. walkerlii มากกวาอาหารสูตร ½ MS Went, 1949) อาหารสูตร MS (Murashige and Skoog, และอาหารสตู ร VW 1962) และอาหารสูตร ½ MS วางเล้ียงในสภาพใหแสง ที่ 2. การอนบุ าลตนกลาในสภาพแวดลอ มปกติ ความเขมแสง 3,000 ลักซ เปนเวลา 16 ช่ัวโมงตอวัน ท่ี อณุ หภูมิ 25 ± 2 องศาเซลเซียส แตละสูตรอาหาร ทดลอง 4 หลังจากเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพรรณไมนํ้าใบพาย C. ซํ้าๆ ละ 25 ขวดๆ 1 ชิ้นสวน หลังวางเล้ียงเปนเวลา 8 walkerlii เปน เวลา 8 สัปดาห นําตน กลาพรรณไมนาํ้ ใบพาย สัปดาห บันทึกเปอรเซ็นตการเกิดยอด จํานวนยอดตอตน C. walkerlii ท่ีมีรากสมบูรณแลวออกมาจากขวด ลางดวย จํานวนใบ ความยาวใบ (มิลลิเมตร) ความกวางใบ น้ําประปาเพ่ือเอาวุนท่ีติดอยูออกจากตนพืช จากนั้นนํามา (มิลลิเมตร) เปอรเซ็นตของการเกิดราก จํานวนของรากตอ ปลูกลงในกระถางพลาสติกวางไวในนํ้า บันทึกอัตราการรอด ตน และความยาวราก (มิลลิเมตร) ชีวติ ของพรรณไมน าํ้ ใบพาย C. walkerlii หลังจากอนบุ าลใน 2. การอนบุ าลตนกลาในโรงเรอื น หลังจากเพาะเลยี้ งเน้ือเยื่อ โรงเรอื นเปนเวลา 30 วนั พรรณไมนาํ้ ใบพาย C. walkerlii มี พรรณไมน ้ําใบพาย C. walkerlii เปนเวลา 8 สัปดาห นําตน อตั ราการรอดชวี ิต 95 เปอรเ ซ็นต และตนกลา มีความสงู 10- กลาพรรณไมน้ําใบพาย C. walkerlii ออกมาจากขวด 14 เซนติเมตร ตนกลาของพรรณไมนํ้าใบพาย C. walkerlii เพาะเลี้ยง ลา งเศษวนุ ใหส ะอาด จากนัน้ นาํ มาปลูกในกระถาง ไมแสดงลักษณะความผิดปกติทางสัณฐานวิทยาใดๆ เมื่อ พลาสติกที่มีสวนผสมของดนิ และทรายในอัตราสวน 1:1 วาง เทยี บกับพืชตนแม (ภาพที่ 2) ไวในนํ้า บันทึกอัตราการรอดชีวิตของพรรณไมนํ้าใบพาย C. การอภิปรายผลการทดลอง walkerlii หลังจากอนบุ าลในโรงเรือนเปน เวลา 30 วัน ผลการวจิ ัย ผลการศึกษาคร้ังน้ีแสดงใหเห็นวา สูตรอาหาร 1. ผลของสูตรอาหารตอการเจริญเติบโตของพรรณไมนํ้าใบ สงั เคราะหส ําคัญสาํ หรับการเพาะเลย้ี งพรรณไมน ํา้ ใบพาย C. พาย C. walkerlii ในสภาพปลอดเชอ้ื walkerlii โดยอาหารสูตร MS มีความเหมาะสมตอการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพรรณไมน้ําใบพาย C. walkerlii หลังจากนําชิ้นสวนปลายยอดท่ีปลอดเช้ือแลวของ อาหารสูตร MS มีผลดีในการชักนําใหเกิดยอด และการ พรรณไมน้ําใบพาย C. walkerlii (ขนาด 1.0 เซนติเมตร) พัฒนาของตนกลา (ตารางที่ 1, 2) อาหารเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อ วางเล้ียงในขวดที่มีอาหารสังเคราะหสูตร VW (Vacin and สูตร ½ MS และสูตร VW มีผลตอการเจริญเติบโตของตน Went, 1949) อาหารสูตร MS (Murashige and Skoog, พรรณไมนํ้าใบพายคอนขางตํ่า ความแตกตางในการสราง 1962) และอาหารสูตร ½ MS เปนเวลา 8 สัปดาห พบวา ยอด และการเจริญเติบโตของตนพรรณไมนํ้าที่แตกตางกัน การเจรญิ เตบิ โตของชิ้นสว นปลายยอดพรรณไมน้ําใบพาย C. อาจเปนผลมาจากองคป ระกอบในสตู รอาหาร เน่ืองจากสตู ร walkerlii ข้ึนอยูกับสูตรอาหารสังเคราะหท่ีใชเพาะเลี้ยง ซึ่ง อาหารทั้งสองมีปริมาณแรธาตุและองคประกอบธาตุอาหาร อาหารสูตร MS มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ของอาหารคอนขางต่ําเมื่อเทียบกับอาหารสูตร MS (p≤0.05) เม่ือเทียบกับอาหารสูตร VW และอาหารสูตร ½ เนื้อเย่ือพรรณไมนํ้าใบพาย C. walkerlii ท่ีวางเลี้ยงบน MS โดยอาหารสตู ร MS มีการสรางยอดสูงสดุ 90 เปอรเ ซ็นต อาหารสูตร VW อาหารสูตร MS และอาหารสูตร ½ MS มี จํานวนยอดเฉลี่ยสูงที่สุด 4.30 ตอตน จํานวนใบเฉลี่ยมาก การเจริญเติบโตเปนตนกลาไดในอาหารท้ัง 3 สูตร หลังจาก ท่ีสดุ 12.80 ใบ ความยาวใบเฉลยี่ มากทสี่ ดุ 23.90 มลิ ลิเมตร อนุบาลในโรงเรือนเปนเวลา 30 วัน พรรณไมนํ้าใบพาย C. และความกวางใบเฉลี่ยมากที่สุด 5.43 มิลลิเมตร ซ่ึงพบวามี walkerlii มีอัตราการรอดชีวิต 95 เปอรเซ็นต และตนกลามี คาใกลเคียงกันกับยอดท่ีเพาะเลี้ยงบนอาหาร ½ MS (5.25 ความสูง 10-14 เซนติเมตร การอนุบาลตนกลาพรรณไมน้ํา มิลลิเมตร) (ตารางที่ 1) ไมมีการเกิดแคลลัสในทุกสวนของ สง ผลใหพ ืชมีชีวิตรอดมากข้นึ ดังมรี ายงานในพรรณไมนํ้าชนิด ปลายยอดที่เพาะเล้ียงบนอาหารทุกชนิด (ภาพที่ 1 A-D) อ่ื น ๆ เ ช น Nymphoides indica (Jenks et. al., 2000); นอกจากน้ียังพบวาการเพาะเลี้ยงชิ้นสวนปลายยอดของ Cryptocoryne wendtii แ ล ะ Echinodorus cordifolius พรรณไมน้ําใบพาย C. walkerlii อาหารสูตร MS สงเสริม (Dissanayake et. al.,2007); Cryptocoryne wendtii และ Cryptocoryne becketti (Stanly et. al., 2011) and การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
377 Cryptocoryne beckettii แ ล ะ Cryptocoryne bognerii (Herath et. al., 2008) ตารางที่ 1 ผลของสูตรอาหารตอการเจริญเติบโตของพรรณไมน้ําใบพาย Cryptocoryne walkerlii ในสภาพปลอดเชื้อ หลงั จากเพาะเลีย้ ง 8 สัปดาห สูตร การเกดิ ยอด จํานวนยอด จาํ นวนใบ ความยาวใบ ความกวางใบ อาหาร (เปอรเ ซน็ ต) ตอ ตน (มลิ ลิเมตร) (มิลลเิ มตร) VW 40.00c 2.10±0.69c 6.50±2.550b 15.14±0.83b 3.79±0.19b MS 90.00a 4.30±0.62a 12.80±2.21a 23.90±0.84a 5.43±0.18a ½ MS 60.00b 3.00±0.62b 11.60±3.47a 16.56±0.53b 5.25±0.15a คาเฉลี่ยตวั เลขในคอลมั นเ ดยี วกนั ที่กํากบั ดวยอักษรทแ่ี ตกตา งกัน มคี วามแตกตา งกนั ทางสถติ ิ ท่รี ะดบั ความเชือ่ ม่นั 95 เปอรเ ซ็นต (p ≤ 0.05) ตารางที่ 2 ผลของสูตรอาหารตอการเจริญเติบโตของรากพรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkerlii ในสภาพปลอดเชื้อ หลงั จากเพาะเลี้ยง 8 สัปดาห สูตรอาหาร การเกิดราก (เปอรเซน็ ต) จาํ นวนรากตอตน ความยาวราก (มิลลเิ มตร) 50.00b 6.70±3.06b 16.69±1.24b VW 90.00a 10.80±2.96a 30.40±1.22a MS 90.00a 10.10±1.66a 19.76±1.06b ½ MS คาเฉล่ยี ตวั เลขในคอลมั นเ ดยี วกนั ทกี่ าํ กบั ดวยอกั ษรท่แี ตกตางกนั มคี วามแตกตางกนั ทางสถติ ิ ทร่ี ะดบั ความเช่อื มั่น 95 เปอรเ ซ็นต (p ≤ 0.05) ภาพที่ 1 ผลของสตู รอาหารทแี่ ตกตา งกันตอการเกิดยอดของพรรณไมน้ําใบพาย Cryptocryne walkerlii ในสภาพปลอดเช้อื หลังจากเพาะเล้ียง 8 สัปดาห (A); อาหารสูตร VW, (B); อาหารสูตร MS, (C); อาหารสูตร ½ MS และ (D); การเกิดรากของ พรรณไมน ้ําใบพาย Cryptocryne walkerlii บนอาหารสตู ร MS หลงั จากเพาะเลี้ยง 8 สปั ดาห (สเกลบาร = 1 เซนติเมตร) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
378 ภาพที่ 2 ตน พรรณไมน า้ํ ใบพาย Cryptocoryne walkerlii หลงั จากอนบุ าลในโรงเรือนเปนเวลา 30 วัน สรุปผลการทดลอง endemic threatened Cryptocoryne species of 1. อาหารสูตร MS สงเสริมการสรางยอดของพรรณไม Sri Lanka. Tropical Agricultural Research & Extension, 11, 19-24. น้าํ ใบพาย Cryptocoryne walkerlii สงู สดุ (90 เปอรเซน็ ต) Jenks, M.A., Kane, M.E. and McConnell, D.B. (2000). จํานวนยอดเฉลยี่ 4.30±0.62 ยอดตอตน จํานวนใบเฉล่ียตอ Shoot organogenesis from petiole explants in ยอด 12.80±2.21 ใบ ความยาวใบเฉลี่ย 23.90±0.84 the aquatic plant Nymphoides indica. Plant มิลลิเมตร และความกวา งของใบเฉล่ยี 5.43±0.18 มิลลิเมตร Cell, Tissue and Organ Culture, 63, 1-8. หลงั จากเพาะเล้ยี ง 8 สัปดาห Murashige, T and Skoog, F. (1962). A revised medium for rapid growth and bioassays with 2. อาหารสูตร MS สงเสริมการเกิดรากที่สูงสุด (90 tobacco tissue cultures. Physiologia Plantarum, เปอรเซ็นต) จํานวนรากเฉลี่ย 10.80±2.96 ราก และความ 15, 473-497. ยาวรากเฉล่ยี สงู สุด 30.40±1.22 มิลลิเมตร Rataj, R. and Horeman, T.J. (1977). Aquarium Plants. T.F.H. Publications, Neptune City. 3. พรรณไมน้ําใบพาย Cryptocoryne walkerlii มี Saini, R. and Jaiwal, P. (2005). Transformation of a อัตราการรอดชวี ติ 95 เปอรเซ็นต และตน กลามีความสงู 10- recalcitrant grain legume, Vigna mungo L. 14 เซนติเมตร หลังจากอนุบาลในโรงเรอื นเปน เวลา 30 วัน Hepper, using Agrobacterium tumefaciens- คาํ ขอบคุณ mediated gene transfer to shoot apical meristem cultures. Plant Cell Rep., 24, 164- โครงการวจิ ัยน้ี ไดร บั การสนบั สนุนจากโครงการอนุรักษ 171. พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ปงบประมาณ Stanly, C., Bhatt, A. and Keng, C.L. (2011). An พ.ศ. 2562 ผวู จิ ัยขอขอบคุณมา ณ ท่ีน้ดี วย efficient in vitro plantlet regeneration of เอกสารอา งองิ Cryptocoryne wendtii and Cryptocoryne Dissanayake, C., Hettiarachchi, M. and Iqbal, M.C.M. becketti through shoot tip culture. Acta Physiol Plant., 33, 619-624. (2007). Sustainable use of Cryptocoryne Vacin, E. and Went, F.W. (1949). Some pH changes wendtii and Echinodorus cordifolius in the in nutrient solutions. Bot. Gaz., 110, 605-661. aquaculture industry of Sri Lanka by Windelov, H. (1987). Aquarium plants. T.F.H. micropropagation. Sri Lanka J. Aquat. Sci., 12, Publications, Neptune City. 89-101. Herath, H.M.I., Krishnarajah, S.A. and Wijesundara, D.S.A. (2008). Micropropagation of two การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
379 ผลของสารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตตอการขยายพันธุเทา ยายมอม EFFECT OF PLANT GROWTH REGULATORS ON MICROPROPAGATION OF Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze นภิ าวรรณ จิตโสภากลุ Nipawan Jitsopakul สาขาวชิ าอตุ สาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรนิ ทร ตําบลนอกเมอื ง อาํ เภอ เมืองสรุ นิ ทร จงั หวัดสุรินทร 32000 Department of Agro-Industry, Faculty of Agriculture and Technology, Rajamangala University of Technology Isan, Surin Campus, Tambon Nok Mueang, Amphoe Mueng Surin, Surin Province 32000 บทคัดยอ โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ได ขยายพันธพุ ชื เทายายมอมดว ยวธิ ีการเพาะเลยี้ งเมลด็ บนอาหารแขง็ สตู ร MS (1962) ทีแ่ ปรผนั ความเขมขน ของสารควบคมุ การ เจรญิ เติบโต เพาะเลี้ยงที่อณุ หภมู ิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแ สงเปน เวลา 10 ช่วั โมงตอวัน พบวา เมลด็ เทา ยายมอ มที่เพาะเลี้ยง บนอาหารแข็งสูตร MS เติม BA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร เปนเวลา 75 วัน มกี ารงอกเฉลีย่ สงู สุด คอื รอยละ 86.67 เมือ่ นาํ เมลด็ มาเพาะเล้ยี งเมลด็ บนอาหารแข็งสตู ร MS ท่ีเตมิ BA ความเขม ขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร ใหแสง 10 ช่ัวโมงตอวัน เปนเวลา 240 วัน พบวา ใหจํานวนยอดเฉลี่ยสูงสุด 11.2 ยอดตอเมล็ด ยอดมี ความยาวเฉล่ยี 11.82 เซนติเมตรและมีการสรา งหัว โดยหวั มขี นาดใหญทสี่ ุดเฉลย่ี 5.62 เซนตเิ มตร และเมื่อนําชิน้ สว นรากของ เทา ยายมอมท่งี อกจากเมลด็ มาเพาะเล้ยี งบนอาหารแข็งสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเขม ขน 1.0 มลิ ลิกรมั ตอลิตร รว มกบั NAA ความเขม ขน 0.5 มิลลิกรมั ตอ ลติ ร เปนเวลา 60 วนั พบวา ช้นิ สว นรากสามารถสรางแคลลัสขนาดใหญท่ีสุดเฉลย่ี 1.91 x 1.40 เซนติเมตร และเม่ือนําชิ้นสวนรากมาเพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS ที่เติม NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร สามารถชักนําใหแคลลัสใหเกิดยอดไดม ากทสี่ ุดเฉลีย่ 2 ยอดตอแคลลสั ความยาวยอดเฉลย่ี สูงสุด 2.26 เซนติเมตร และจาํ นวน รากเฉล่ียมากทสี่ ุด 3.27 รากตอแคลลสั Abstract Plant Genetic Conservation Project under the Royal Intiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG) has propagated of Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze seeds from brown fruits using plant tissue culture on MS agar (1962) medium supplemented with various of plant growth regulators cultured at 25±2 ๐C under 10 h light photoperiod provided by cool-white fluorescent lamps. Results showed that seeds from brown fruits were cultured on MS agar medium supplemented with 1.0 mg/L BA combination with 0.5 mg/L NAA gave the highest germination (86.67%) after 75 days of sowing. Seeds were cultured on MS agar medium supplemented with 1 mg/L BA gave the highest number of shoots (11.20 shoots/seed), tuber formation and gave the largest of tuber (5.62 cm) after 240 days of culture. Pieces of root germinated from seeds were cultured on MS agar medium supplemented with 1 mg/L 2,4-D combination with 0.5 mg/L NAA gave the largest of callus (1.91 x 1.40 cm) and cultured on MS agar medium supplemented with 0.5 mg/L NAA gave the highest of shoot formation from callus (2 shoots/callus), shoot length (2.26 cm) and number of roots (3.27 roots/callus) after 60 days of culture. คาํ สําคญั : เทา ยายมอ ม เมล็ด ไซโตไคนนิ ออกซนิ Keywords: Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze, seed, cytokinin, auxin ติดตอ นักวจิ ัย: นภิ าวรรณ จิตโสภากุล (อเี มล [email protected]) Corresponding author: Nipawan Jitsopakul (E-mail: [email protected]) การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
380 บทนาํ เจรญิ เติบโตในกลุมออกซนิ และไซโตไคนนิ ถือไดวาเปนสวน เ ท า ย า ย ม อ ม ( Tacca leontopetaloides (L.) ท่ีสําคัญในการชักนํา หรือกระตุนใหชิ้นสวนของพืชท่ีนํามา ขยายพันธุเพิ่มจํานวนมากขึ้น มีรายงานการขยายพันธุ Kuntze.) เปน ไมลมลุก จัดอยใู นวงศ Taccaceae (Caddick เทายายมอมโดยการเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อ ไดแก การเพาะเล้ยี ง et. al., 2002) มีถิ่นกําเนิดในแอฟริกาตะวันตก เอเชียตะวัน โคนกานใบบนอาหารสูตร Murashige and Skoog (MS, ออกเฉียงเหนอื และตอนเหนือของออสเตรียเลีย (Ubwa et. 1962) ที่เติม 2,4-D ความเขมขน 0.05 มิลลิกรัมตอลิตร al., 2011) มีหัวอยูใตดินลักษณะกลมแบนสําหรับสะสม สามารถเกิดยอดได (กนิษฐิกา และพิมพใจ, 2542) การ อาหาร (ภาพที่ 1a) เทายายมอมมีความสูงถึง 1.5 เมตร เพาะเล้ียงเนื้อเย่ือสวนราก สามารถพัฒนาเปนตนไดดีที่สุด (ภาพท่ี 1b และ 1c) ใบเดีย่ วขนาดใหญร ปู ฝา มอื (ภาพที่ 1d) เม่ือเพาะเล้ียงบนอาหารสูตร MS ท่ีเติม 6-benzyl amino ปลายใบแยกเปน 3 แฉก แตละแฉกขอบเวาลกึ ใบเรียงสลับ purine (BA) ความเขมขน 2 มลิ ลิกรัมตอ ลติ ร (สาโรจน และ เวียนออกเปนแนวรัศมี ออกดอกท่ีปลายยอด ในชวงเดือน มาโนชญ , 2545) พัชราวดี และคณะ (2545) พบวา อาหาร ตุลาคมถงึ มกราคม ดอกแทงชอ สงู ออกมาจากหัวใตด นิ ไดถงึ ท่ีเหมาะสมในการเพ่ิมปริมาณยอดเทายายมอม คือสูตร MS 170 เซนตเิ มตร ดอกออกทีป่ ลายยอด กา นดอกยาวสีมวงอม ที่เติม BA ความเขมขนเขมขน 1 และ 2 มิลลิกรัมตอลิตร เขียวมีลาย ชอดอกมี 1-2 ชอ แตละชอมี 20-40 ดอก ผลสี และยอดที่เพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ท่ีเติม indole เขียวมีเน้ือ รูปเกือบกลมหรือเปนรปู ทรงรี ปลายแหลมเรียว butyric acid (IBA) ความเขมขน 2 มิลลิกรัมตอลิตร มีการ ผลหอยลง (ภาพท่ี 1e) เม่ือผลแกจะเปล่ียนเปนสีเหลือง เกิดรากสูงสุดคอื รอยละ100 การเพาะเมลด็ เทายายมอ มบน (ภาพที่ 1f -g) และแตก (ภาพที่ 1h) ในที่สุด ภายในผลมี อาหารสูตร MS สามารถงอกไดรอ ยละ 57 และชักนําใหเกิด เมล็ดจาํ นวนมาก ขนาดประมาณ 5-8 x 4-6 มิลลิเมตร ท่ีผิว ยอดมากท่ีสุดบนอาหารสูตร MS ทเี่ ตมิ BA ความเขมขน 0.1 เมล็ดมลี าย (ภาพที่ 1i) เม่ือเขาสูเดือนตลุ าคม (ฤดูหนาว) ใบ มิลลกิ รัมตอ ลิตร รวมกับ naphthalene acetic acid (NAA) จะเหลือง และตน จะยบุ ตัวลง เปน ชว งที่เกบ็ หัวเทายายมอม ความเขมขน 0.01 มิลลิกรัมตอลิตร และสามารถชักนําให มาทําแปง ซึ่งแปงที่สกัดจากหัวเทายายมอมเรียกวา แปง เกิดรากไดม ากที่สดุ เมื่อเพาะเลี้ยงยอดบนอาหารสูตร MS ที่ เทายายมอม มีขอดีกวาแปงชนิดอ่ืน คือ มีความมัน ล่ืน เติม IBA ความเขมขน 0.1 มิลลิกรัมตอลิตร (Borokini et ละเอียด สีขาว และมีความคงตัวไดนานกวาแปงชนิดอ่ืนเมือ่ al., 2011) การเพาะเล้ียงช้ินสวนใบของเทายายมอมจาก ถกู ความรอน นยิ มนํามาใชเ ปนสวนประกอบในการทําอาหาร การเพาะเล้ียงเมล็ดบนอาหารสูตร MS ท่ีเติม zeatin ความ และขนม (สุพินญา และปาริฉัตร, 2018) แปงเทายายมอม เขมขน 0.1 มิลลิกรัมตอลติ ร สามารถชักนําใหเกิดยอด และ เปนสมุนไพรที่ใชสําหรับคนไขท่ีออนเพลีย และเบื่ออาหาร เกิดรากไดมากท่สี ุด เมอ่ื เพาะเลี้ยงยอดบนอาหารสูตร MS ที่ (สนุ ทร,ี 2536) นอกจากน้ีแปง จากเทา ยายมอ มสามารถใชใน เติม zeatin ความเขม ขน 0.1 มิลลกิ รัมตอ ลิตร รว มกับ NAA การผลิตพลาสติกที่ยอยสลายได (biodegradable plastic) ความเขมขน 0.05 มิลลิกรัมตอลิตร (Cepkova et al., (Makhtar et al., 2013) แตหัวเทายายมอมที่สามารถนํามา 2015) การเพาะเมลด็ บนอาหารสตู ร MS สามารถงอกไดร อย ผลิตแปงไดตองมีอายุ 3 ป (สุพินญา และปาริฉัตร, 2018) ละ 62 และบริเวณพ้ืนท่ีใบสามารถชักนําใหเกิดยอดไดมาก สารท่ีพบในเทายายมอมมีที่สาํ คญั คือ ซาโปนิน (saponins) ที่สุด เมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม BA ความ โดยสาร steroidal saponins ที่สกัดจากใบเทายายมอมมี เขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ 2,4-D ความเขมขน ฤทธ์ิฆาหอยไดอยางมีประสิทธิภาพสูง (สุภาภรณ, 2543) 0.05 มิลลิกรัมตอลิตร (สุพินญา และปาริฉัตร, 2018) แตยัง การขยายพนั ธเุ ทายายมอมทาํ ไดโ ดยการเพาะเมลด็ และการ ไมมีรายงานการชักนําใหเมล็ดเทายายมอมเกิดหัว จากการ ใชหัวเล็ก แตขอจํากัด และปญหา คือ สามารถขยายพันธุได เพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อในอาหารสตู รเดียว เพียงปละคร้ัง อัตราการงอกของเมล็ดตํ่า สวนหัวสามารถ ปลูกไดเพียงในชวงฤดูฝน ไมสามารถขยายพันธุไดจํานวน จุดประสงคของการวิจัยครั้งน้ีเพ่ืออนุรักษพันธุกรรม มาก นอกจากนี้หัวเทา ยายมอ มถูกนําไปใชในการสกดั แปงอีก เทายายมอมดวยวิธีการเพาะเลยี้ งเนื้อเยอ่ื พืชโดยศึกษาการ ดวย (Spenn, 1994, Borokini et al., 2011) จากปญหา งอกของเมล็ดเทายายมอมจากผลระยะ ตา ง ๆ และศึกษา ดังกลาวจึงไดมีการนําเทคนิคการเพาะเลย้ี งเน้ือเยื่อพืชมาใช ผลของสารควบคุมการเจริญเติบโต คือ BA 2,4-D และ ในการขยายพันธุ เนื่องจากเปนเทคนิคที่สามารถขยายพันธุ NAA ตอ การกระตนุ การงอกของเมล็ด การชกั นาํ ใหเ กดิ ยอด พืชไดจํานวนมากในระยะเวลาอันสั้น (Engelmann, 2011) หัว แคลลัส และราก งานวิจัยนี้เปนงานสนองพระราชดําริ โดยไมข้ึนอยูกับฤดูกาล สิ่งที่สําคัญในการเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ ใ น โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ พั น ธุ ก ร ร ม พื ช อั น เ น่ื อ ง ม า จ า ก พืชนอกจากสูตรอาหารที่เหมาะสมแลว สารควบคุมการ พระราชดาํ รฯิ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
381 ภาพท่ี 1 เทา ยายมอมทสี่ วนไมห อม โครงการอนรุ ักษพันธุกรรมพืชอนั เนอื่ งจากพระราชดาํ รสิ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร (a) หวั เทายายมอ ม (f) ผลสีเหลือง (b) ตนเทา ยายมอ ม (g) ผลสนี า้ํ ตาล (c) กา นเทายายมอ ม (h) ผลแตก (d) ใบเทายายมอ ม (i) เมล็ดเทา ยายมอ ม (e) ผลเทายายมอ ม (Scale = 1 เซนติเมตร) อุปกรณและวิธีการทดลอง ใหแสงเปนเวลา 10 ช่ัวโมงตอวัน เลี้ยงเปนเวลา 75 วัน ทํา 1. การฆาเชือ้ เมล็ดเทายายมอ ม การบันทกึ รอยละการงอกของเมล็ดเทายายมอม 3. การศึกษาผลของ BA และ NAA ตอการชักนําใหเมล็ด นําผลเทายายมอมสีนํ้าตาล (ภาพท่ี 1g) จากสวนไม เทา ยายมอ มเกิดยอด และหวั หอม โครงการอนุรักษพนั ธกุ รรมพชื อนั เน่ืองจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเมล็ดเทายายมอม (ขอ 2) เพาะเลี้ยงบนอาหารแข็ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร สูตร MS (1962) ท่ีแปรผันสารควบคุมการเจริญเติบโต คือ ลา งดวยน้าํ ประปา เปนเวลา 3 นาที แลว นาํ ผลเทายายมอม BA ความเขมขน 0 0.5 1 และ 2 มิลลิกรัมตอลติ ร รวม และ เขาตูปลอดเชื้อ จุมแอลกอฮอล 95% เปนเวลา 1 นาที นํา ไมรวมกับ NAA ความเขมขน 0 0.5 และ 1 มิลลิกรมั ตอลิตร ผลลนผานเปลวไฟ จนกระทัง่ ไฟดบั จากนนั้ ทําการผา ผลของ ทําการเติมน้ําตาล 30 กรัมตอลิตร วุนเจลไรท 4 กรัมตอ เทายายมอม แลวนําเมล็ดออกจากผล แลวใชมีดกรีดเปลือก ลิตร ปรับ pH 5.8 เพาะเลี้ยงท่ีอุณหภูมิ 25 ± 2 องศา หมุ เมล็ด นําเมล็ดไปใชในการทดสอบการงอกตอ ไป เซลเซียส ใหแสงเปนเวลา 10 ชั่วโมงตอวัน โดยทําการยาย 2. การศึกษาผลของ BA และNAA ตอการงอกของเมล็ด ลงอาหารใหมทุก ๆ 4 สัปดาห เพาะเล้ียงเปนเวลา 240 วัน เทา ยายมอม ทําการบันทึกจํานวนยอดตอเมล็ด ขนาดหัว และความสูง ของตนเทา ยายมอมเพาะเลย้ี ง นาํ เมล็ดเทา ยายมอ มทป่ี ราศจากเชอื้ (ขอ 1) เลี้ยงลงบน 4. การศึกษาผลของ 2,4-D และ NAA ตอการชักนําให อ า ห า ร แ ข็ งสู ต ร MS (1962) ที่ เ ติ ม ส า ร ค ว บ คุ ม ก า ร ชิ้นสวนรากของเทา ยายมอมเกิดแคลลัส ยอด และราก เจริญเติบโต คือ BA ความเขมขน 0 0.5 1 และ 2 มลิ ลิกรมั ตอลิตร รวม และไมรวมกับ NAA ความเขมขน 0.5 และ 1 นาํ สวนรากของเทายายมอมที่งอกจากเมล็ดทเ่ี พาะเลี้ยง มิลลิกรัมตอลิตร เพาะเล้ียงท่ีอุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส (ขอ 2) ตัดใหมีขนาด 0.5 เซนตเิ มตร เลย้ี งบนอาหารแขง็ สตู ร การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
382 MS ท่ีเติม 2,4-D ความเขมขน 0 0.5 และ 1 มิลลิกรัมตอ –3l) พบวา การเพาะเล้ียงเมล็ดบนอาหารท่ีเติม BA ความ ลติ ร รวม และไมรว มกับ NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรมั ตอ เขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร ใหจํานวนยอดเฉล่ียสูงสุด คือ ลิตร เติมน้ําตาล 30 กรัมตอลิตร วุน เจลไรท 4 กรัมตอลติ ร 11.2 ยอดตอเมล็ด ความยาวยอดเฉลี่ย 11.82 เซนติเมตร ปรับ pH 5.7 เพาะเล้ียงที่อุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส ให และสามารถชักนําใหเมล็ดเกิดหัว และเกิดรากฝอยเล็ก ๆ แสงเปนเวลา 10 ช่ัวโมงตอวัน เปนเวลา 60 วัน ทําการ บนหัวเทายายมอม ขนาดของหัวใหญท่ีสุดเฉล่ีย 5.62 บันทึกขนาดของแคลลัส จํานวนยอดเฉล่ีย ความสูงเฉล่ีย เซนติเมตร (ภาพที่ 3c) ซ่ึงใหจํานวนยอดมากกวารายงาน และจํานวนรากเฉลย่ี ของ พัชราวดี และคณะ (2545) ท่ีพบวาอาหารสูตร MS ท่ี เติม BA ความเขมขน 1 และ 2 มิลลิกรมั ตอ ลติ ร สามารถชกั ในการทาํ วิจัยแตละการทดลอง ทําการทดลอง 10 ซ้าํ ๆ นําใหเกิดยอดเฉลย่ี สูงสดุ คือ 8.7 และ 6.7 ยอด ตามลาํ ดบั ละ 10 เมลด็ ขอมลู ที่ไดท ําการวิเคราะหค วามแปรปรวนของ การใชค วามเขม ขนของ BA สูง คอื 2 มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (ภาพ ขอ มลู (ANOVA) และวิเคราะหความแปรปรวนของคาเฉลี่ย ที่ 3d) สงผลใหยอดเทายายมอมท่ีงอกจากเมล็ดมีลักษณะ ดว ยวิธี Duncan’s test ที่ระดับความเชอ่ื ม่ัน 95 เปอรเซน็ ต ผิดปกติ คือ ใบหงิก หนา การแทงยอดไดนอย ยอดมีความ ผลการทดลองและวจิ ารณ สูงเฉล่ียนอยกวาเมล็ดท่ีเพาะเล้ียงบนอาหารที่ไมเติม BA 1. ผลของ BA และNAA ตอการงอกของเมลด็ เทา ยายมอม (ชุดควบคุม) (ภาพที่ 3a) สอดคลองกับรายงานของ Cepkova et al. (2015) ทีพ่ บวา การใช BA ความเขมขนสงู เมื่อนําเมล็ดจากผลสีน้ําตาล โดยไมตองฟอกฆาเชื้อ สง ผลใหต นโตชา ใบผิดปกติ กานใบหนาสเี ขยี วเขม และเกดิ เมล็ด และไมตองลางเย่ือหุมเมล็ดออก แตใชวิธีการนําผลจุม แคลลัสแทนการเกิดยอด แอลกอฮอล 95 % แลวนําผานไฟ ทําการกรีดเมล็ด แลว เพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS มีเติม BA ความเขมขน 4 เม่อื เปรยี บเทยี บความเขม ขน ของ NAA 2 ระดบั คือ 0.5 ระดับ คือ 0 0.5 1 และ 2 มิลลิกรัมลิตรรวม และไมรวมกับ และ 1 มิลลิกรัมตอลิตร พบวา อาหารท่ีเติม NAA ความ NAA ความเขม ขน 2 ระดับ คือ 0.5 และ 1 มิลลกิ รมั ตอ ลติ ร เขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร ใหจํานวนยอดเฉลี่ย และความ เพาะเลี้ยงเปนเวลา 75 วัน (ตารางที่ 1) พบวา เมล็ดท่ี ยาวยอดเฉล่ีย มากกวาอาหารที่เติม NAA ความเขมขน 0.5 เพาะเล้ียงบนอาหารทุกสูตรมีการงอกเฉลี่ยสูงกวา รอยละ มิลลิกรัมตอลิตร และสง ผลใหยอดมคี วามสูงมากกวาอาหาร 20 (ภาพที่ 2a - 2c) โดยอาหารที่เติม BA ความเขมขน 1 ท่ีเติม BA ความเขมขน 2 มิลลิกรัมตอลิตร แตใหขนาดของ มิลลิกรัมตอลิตร รว มกบั NAA ความเขม ขน 0.5 มิลลกิ รมั ตอ หัวจะเล็กกวา ซึ่งขนาดของหัวไมแตกตางจากเมล็ดที่ ลิตร มีรอยละการงอกเฉล่ียสูงสุดคือ 86.67 รองลงมา คือ เพาะเล้ียงบนอาหารท่ีไมเติม BA และ NAA (ชุดควบคุม) เพาะเล้ยี งเมล็ดบนอาหารทเ่ี ติม BA ความเขม ขน 1 มิลลกิ รมั อาหารท่ีเติม NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร จะ ตอลิตร และ BA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ สนับสนุนใหเกิดการสรางรากฝอย (ภาพท่ี 3e) แตอาหารท่ี NAA ความเขม ขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร มกี ารงอกเฉล่ียรอยละ เติม NAA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร จะสนับสนุนให 73.3 และ 66.7 ตามลําดับ การเพาะเมล็ดเทายายมอมจาก เกิดการสรางแคลลัสมากกวาการสรางราก สอดคลองกับ ผลสีนํ้าตาลใหการงอกสูงกวาการทดลองของ Borokini et. รายงานของ Charoensub et. al. (2008) พบวา NAA จะ al. (2011) ท่ีรายงานการฟอกฆาเช้ือเมล็ดเทายายมอม โดย สนับสนนุ การเกดิ รากของคางคาวดาํ และ Cepkova et. al. แชเมล็ดในแอลกอฮอล 70 % เปนเวลา 5 นาที ตามดวย (2015) พบวา เมื่อเพาะเล้ียงยอดบนอาหารสูตร MS ที่เติม โซเดียมไฮโปคลอไรดความเขมขนรอยละ 20 เปนเวลา 20 zeatin ความเขมขน 0.1 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ NAA นาที เมล็ดงอกรอยละ 57 และ สุพินญา และปาริฉัตร ความเขมขน 0.05 มิลลิกรัมตอลิตร สามารถชักนํายอดให (2018) พบวา เมลด็ เทายายมอ มปราศจากเช้ือสามารถงอกได เกิดรากไดมากท่ีสุด แตถาใช NAA ความเขมขนสูงจะยับยั้ง รอ ยละ 62 เมื่อเพาะเมล็ดบนอาหารสตู ร MS การเกิดรากของเทายายมอม หรือใหจํานวนรากลดลง เมื่อ 2. ผลของ BA และ NAA ตอการเกิดยอด และหัว จากการ ศึกษาผลของการใช BA รว มกบั NAA ตอการเพาะเล้ียงเมลด็ เพาะเลี้ยงเมลด็ เทายายมอ ม เทายายมอม พบวา การเติม BA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรมั ตอลิตร รวมกับ NAA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร ใน เม่ือนําเมล็ดเทายายมอมท่ีปราศจากเชื้อ เลี้ยงบน อาหารแข็งสูตร MS ไมมีการสรางหัวเกิดข้ึน แตสามารถชัก อาหารแข็งสูตร MS ท่ีเติม BA ความเขมขน 0 0.5 1 และ 2 นําใหเกิดยอดเฉล่ียสูงสุด 9 ยอดตอเมล็ด เกิดรากฝอย มิลลิกรัมตอ ลิตร รวม และไมรว มกบั NAA ความเขมขน 0.5 จํานวนมาก และยอดมีความยาวเฉล่ียสูงที่สุด คือ 17.14 และ 1 มิลลิกรมั ตอลติ ร โดยยา ยเมล็ดลงอาหารใหมท ุกๆ 4 เซนติเมตร (ภาพท่ี 3h) ซึ่งสูงกวาการเติม NAA หรือ BA สัปดาห เพาะเลี้ยงเปนเวลา 240 วัน ที่อุณหภูมิ 25±2 เพยี งอยา งเดยี ว แตจ าํ นวนยอดยังนอยกวาการเติม BA ความ องศาเซลเซยี ส ใหแสง 10 ชั่วโมงตอ วนั ทาํ การเปรยี บเทียบ ความเขมขนของ BA ตอการเกิดยอด (ตารางท่ี 2 ภาพท่ี 3a การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
383 เขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร เพียงอยางเดียว ในการทดลอง ความเขม ขน 1 มิลลิกรมั ตอลิตร รวมกบั NAA ความเขม ขน ใช BA รวมกับ NAA สามารถใหยอดจํานวนมาก สอดคลอง 1 มิลลิกรัมตอลิตร ยับย้ังการสรางราก ซ่ึงผลสอดคลองกับ กับรายงานของ Borokini et. al. (2011) พบวา การใช BA การเพาะเลี้ยงเมล็ดเทายายมอม ที่แสดงใหเห็นวา การใช รวมกับ NAA จะสงเสริมการเกิดยอด โดยสามารถชักนําให NAA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร จะกระตุนการสราง เมล็ดเกิดยอดมากที่สุด 6 ยอด เมื่อเพาะเล้ยี งบนอาหารสตู ร แคลลัสมากกวาการสรางราก และกระตุนใหยอดเทายอมมี MS ที่เติม BA ความเขมขน 0.1 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ ความยาวเพิ่มขึ้น สาโรจน และมาโนชญ (2545) รายงาน NAA ความเขม ขน 0.01 มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร และสามารถชกั นาํ การเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อสวนราก สามารถพัฒนาเปนตนไดดี ใหเ กิดรากไดมากที่สดุ เมอ่ื เพาะเล้ียงยอดบนอาหารสตู ร MS ที่สุดเม่ือเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม BA ความ ทเี่ ติม IBA ความเขม ขน 0.1 มิลลิกรัมตอ ลิตร เขมขน 2 มิลลิกรัมตอลิตร มีการนํา BA เพื่อใชในการ 3. ผลของ 2,4-D รวมกบั NAA ตอเพาะเลย้ี งชน้ิ สวนรากของ ขยายพันธุพืชสกุลกลอย (Dioscoreaceae) (de Souza et. เทายายมอ ม al., 2011; Chen et. al., 2003; and Yan et. al., 2011) สรปุ ผลการทดลอง เมื่อนําช้ินสวนรากของเทายายมอมขนาด 0.5 เซนติเมตร ที่งอกจากการเมล็ดมาเล้ียงบนอาหารแข็งสูตร การอนรุ กั ษพนั ธุกรรมเทายายมอมโดยวธิ ีการเพาะเล้ียง MS ที่เติม 2,4-D ความเขมขน 2 ระดับ คือ 0.5 และ 1 เมล็ดเพื่ออนุรักษพันธุกรรม เมล็ดมีรอยละการงอกสูงถึง มิลลิกรัมตอ ลิตร รวม และไมรว มกบั NAA ความเขมขน 0.5 86.67 การเติบสารควบคุมการเจริญเติบโตในอาหาร มิลลิกรัมตอลิตร (ตารางท่ี 3) เพาะเล้ียงเปนเวลา 60 วัน ที่ เพาะเลี้ยง คือ BA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร ให อุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแสง 10 ช่ัวโมงตอวัน จํานวนยอดเฉล่ียสูงสุด 11.2 ยอดตอเมล็ด และสามารถชัก พบวา การเพาะเล้ยี งชนิ้ สวนรากบนอาหารเพาะเล้ยี งทุกสูตร นําใหเมล็ดงอกและสรางหัว การเติม BA ความเขมขน 0.5 สามารถชักนาํ ใหเกิดแคลลสั ได (ภาพท่ี 4a -4j) อาหารท่เี ติม มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ NAA ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอ NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตรเพียงอยางเดียว ลิตร ใหยอดท่ีมีความยาวมากท่ีสุด 17.14 เซนติเมตร สวน พบวา แคลลัสสามารถพัฒนาเปนยอดไดเฉลี่ยสูงสุด คือ 2 อาหารท่เี ติม 2,4-D ความเขมขน 1 มิลลกิ รัมตอลติ ร รว มกบั ยอดตอช้ินสวนราก ยอดมีความยาวเฉล่ียสูงสุด คือ 2.26 NAA ความเขม ขน 0.5 มิลลิกรมั ตอลติ ร ชกั นาํ ใหชนิ้ สว นราก เซนติเมตร มีจํานวนรากเฉล่ยี มากที่สุด คือ 3.27 เซนติเมตร เกิดแคลลัสขนาดใหญที่สุดเฉลี่ย 1.91x1.40 เซนติเมตร (ภาพที่ 4c) ซึ่งสูงกวาอาหารที่เติม 2,4-D เพียงอยางเดียว และอาหารที่เติม NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร และอาหารท่ีเติม 2,4-D รวมกับ NAA เมื่อเปรียบเทียบ ชักนําแคลลัสใหเกิดยอด และเกิดราก ซึ่งในการอนุรักษ ความเขมขนของ 2,4-D ตอการชักนําใหเกิดแคลลัส พบวา พันธุกรรมพืชดวยวิธีการเพาะเล้ียงเนื้อเย่ือเทายายมอม การใช 2,4-D ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร กระตุนให สามารถนาํ ไปประยกุ ตใชในการขยายพนั ธุพชื ทองถิ่นชนดิ อ่ืน ขนาดของแคลลัสใหญกวาการใช 2,4-D ความเขมขน 1 ตอไป มิลลิกรัมตอลิตร แตจํานวนยอด และความยาวของยอดจะ นอยกวา แตแคลลัสที่เกิดจากการใช 2,4-D ทั้ง 2 ความ เขมขน ไมสามารถสรางรากได สอดคลองกับรายงานของ กนิษฐิกา และพิมพใจ (2542) พบวาการเพาะเลี้ยงโคนกาน ใบบนอาหารสูตร MS ท่ีเติม 2,4-D ความเขมขน 0.05 มิลลิกรัมตอลติ ร สามารถเกิดยอดได สุพินญา และปาริฉัตร (2018) พบวา บรเิ วณพื้นทีใ่ บสามารถชักนําใหเกดิ ยอดไดมาก ที่สุด บนอาหารสูตร MS ที่เติม BA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรมั ตอลิตร รวมกับ 2,4-D ความเขมขน 0.05 มิลลกิ รมั ตอลิตร การใช 2,4-D ความเขมขน 1 มิลลิกรัมตอลิตร รวมกับ NAA ความเขมขน 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร สามารถ ชักนําใหชิ้นสวนรากสรางแคลลัสขนาดใหญที่สุดเฉลี่ย 1.91 x 1.40 เซนติเมตร (ภาพท่ี 4g) ซึ่งใหญกวาการใช 2,4-D เพียงอยางเดียว แตการใช 2,4-D ความเขมขน 0.5 และ 1 มลิ ลกิ รัมตอ ลติ ร รว มกับ NAA ความเขมขน 0.5 มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร สามารถกระตุนใหแคลลสั สรางรากได แตการใช 2,4-D การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
384 ตารางท่ี 1 รอ ยละการงอกของเมลด็ เทา ยายมอมจากผลสนี ํ้าตาล เม่อื เพาะเล้ียงบนอาหารสูตร MS ท่เี ตมิ BA และ NAA ความ เขมขน ตางๆ เปนเวลา 75 วนั ทอี่ ุณหภมู ิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแสง 10 ช่วั โมงตอวัน สารควบคุมเจรญิ การเตบิ โต (มิลลิกรัมตอลติ ร) รอ ยละการงอก BA NAA 0 0 46.67abcd 0.5 0 40.00bcd 1 0 73.33ab 2 0 33.33bcd 0 0.5 46.67abcd 0 1 53.33abcd 0.5 0.5 46.67abcd 1 0.5 86.67a 2 0.5 20.00d 0.5 1 66.67abc 1 1 60.00abcd 2 1 26.67cd หมายเหต:ุ ตัวอักษรท่เี หมือนกันทอ่ี ยูในสดมภเดยี วกันแสดงถึงความแตกตา งอยา งมนี ยั สาํ คัญทางสถิติท่รี ะดบั 0.05 วเิ คราะหความแตกตา งโดยวิธี Duncan’s Test ภาพที่ 2 การงอกของเมลด็ เทายายมอ มเมอื่ เพาะเลยี้ งบนอาหารแข็งสตู ร MS ทเ่ี ตมิ BA ความเขม ขน ตา งๆ กัน เพาะเล้ียงเปน เวลา 75 วัน ท่ีอุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแสง 10 ช่ัวโมงตอวัน (a) MS, (b) MS + BA 1 มิลลิกรัมตอลิตร, (c) MS + BA 2 มลิ ลิกรัมตอ ลิตร การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
385 ตารางท่ี 2 ผลของ BA และ NAA ตอการเกิดยอด ขนาดของหัว และความสูงของตนเทายายมอม เม่ือเพาะเล้ียงเมล็ดบน อาหารแข็งสตู ร MS ทเ่ี ติม เพาะเลย้ี งตอเน่อื งเปนเวลา 240 วัน ทีอ่ ณุ หภมู ิ 25±2 องศาเซลเซยี ส ใหแสง 10 ชว่ั โมง ตอวัน สารควบคุมเจรญิ การเติบโต จาํ นวนยอดตอ ความยาวของ ขนาดหัว หมายเหตุ (มลิ ลกิ รมั ตอลิตร) เมล็ด ยอด (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร) BA NAA 0 - 5.00fg 1.80g 0.44ef ไมเ กดิ แคลลสั 0.5 - 6.10f 5.80d 2.62b แคลลสั สเี ขยี ว 1 - 11.82c 11.20a 5.62a ไมเ กดิ แคลลสั 2 - 3.34hi 3.20ef 0.80de ตนผิดปกตไิ มแทงยอด - 0.5 10.94cd 7.20c 0.64ef รากเล็กยาว - 1 14.30b 7.80c 0.54ef เกดิ แคลลัส 0.5 0.5 4.38gh 4.00e 1.48cd รากยาว 1 0.5 9.36e 3.60e 1.82c รากฝอยจํานวนมาก 2 0.5 1.54j 2.80efg 0.20ef เกิดแคลลัส 0.5 1 17.14a 9.00b 0.00f เกิดรากฝอย แตไมส รา งหวั 1 1 10.08de 5.80d 0.66ef เกิดแคลลสั 2 1 2.36ij 2.20fg 0.94de เกิดแคลลัส หมายเหต:ุ ตวั อักษรท่ีเหมอื นกนั ที่อยูในสดมภเดียวกันแสดงถึงความแตกตา งอยางมีนยั สาํ คัญทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05 วิเคราะหค วามแตกตางโดยวิธี Duncan’s Test ตารางท่ี 3 ขนาดของแคลลัส จํานวนยอด ความสูงยอด และจํานวนรากของเทายายมอมจากการเพาะเล้ียงช้ินสวนรากของ เทายายมอมบนอาหารแข็งสูตร MS ท่ีเติมสารควบคุมการเจริญเติบโต เพาะเลี้ยงเปนเวลา 60 วัน ท่ีอุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซยี ส ใหแสง 10 ช่ัวโมงตอ วนั ขนาดแคลลสั จาํ นวนยอด ความยาวยอด จํานวนราก สูตรอาหาร เฉลีย่ เฉลี่ย เฉลีย่ เฉล่ยี (เซนติเมตร) (ยอด/แคลลัส) (เซนติเมตร) (ราก/แคลลัส) MS 0.74 x 0.61d 2.00b 1.35c 2.17b MS + 0.5 mg/L NAA 1.05 x 0.89c 2.00b 2.26a 3.27a MS + 0.5 mg/L 2,4-D 1.63 x 1.23b 0.13e 0.75d 0.00e MS + 1 mg/L 2,4-D 0.84 x 0.69d 0.56d 1.88b 0.00e MS + 0.5 mg/L 2,4-D + 0.5 mg/L NAA 1.18 x 0.94c 0.90c 1.31c 2.70b MS + 1 mg/L 2,4-D + 0.5 mg/L NAA 1.91 x 1.40a 0.38d 0.28e 1.63c MS + 0.5 mg/L 2,4-D + 1 mg/L NAA 1.50 x 1.10b 0.67d 1.87b 1.33c MS + 1 mg/L 2,4-D + 1 mg/L NAA 1.10 x 0.74c 0.60d 1.35c 0.00e หมายเหต:ุ ตัวอักษรทเี่ หมอื นกันทอ่ี ยใู นสดมภเดยี วกันแสดงถึงความแตกตา งอยา งมีนัยสาํ คัญทางสถิตทิ ี่ระดับ 0.05 วิเคราะหความแตกตางโดยวิธี Duncan’s Test การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
386 ภาพที่ 3 การเจริญของตนเทายายมอมเม่ือเพาะเล้ียงเมล็ดบนอาหารแข็งสูตร MS ท่ีเติม BA และ NAA ความเขมขนตางๆ เพาะเลี้ยงเปนเวลา 240 วนั ทีอ่ ุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแ สง 10 ชวั่ โมงตอ วนั (a) MS (g) MS + BA 0.5 มิลลกิ รมั ตอลติ ร + NAA 0.5 มลิ ลกิ รัมตอลิตร (b) MS + BA 0.5 มิลลิกรัมตอ ลิตร (h) MS + BA 0.5 มิลลกิ รัมตอลติ ร + NAA 1 มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (c) MS + BA 1 มลิ ลิกรมั ตอลติ ร (i) MS + BA 1 มิลลิกรมั ตอ ลติ ร + NAA 0.5 มลิ ลกิ รัมตอลติ ร (d) MS + BA 2 มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (j) MS + BA 1 มลิ ลกิ รัมตอลิตร + NAA 1 มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (e) MS + NAA 0.5 มลิ ลกิ รมั ตอลติ ร (k) MS + BA 2 มลิ ลกิ รัมตอลติ ร + NAA 0.5 มลิ ลกิ รัมตอลติ ร (f) MS + NAA 1 มลิ ลกิ รมั ตอลติ ร (l) MS + BA 2 มิลลกิ รัมตอ ลติ ร + NAA 1 มิลลิกรมั ตอ ลติ ร การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
387 ภาพที่ 4 การเกิดงอกของเมล็ด การเกิดแคลลัส ยอด และรากเม่ือเพาะเลย้ี งช้ินสวนรากจากเมลด็ เทายายมอมเพาะเลี้ยงบน อาหารแข็งสูตร MS ท่ีเติม 2,4-D และ NAA ความเขมขนตางเพาะเลี้ยง เปนเวลา 60 วัน ท่ีอุณหภูมิ 25±2 องศา เซลเซียส ใหแสง 10 ช่วั โมงตอวัน (a) การงอกของเมล็ดบนอาหารสตู ร MS (b) การเกดิ แคลลสั จากช้ินสวนรากเพาะเลย้ี งบนอาหารสูตร MS (c) MS + NAA 0.5 มิลลิกรัมตอ ลิตร (d) MS + 2,4-D 0.5 มิลลิกรัมตอลิตร (e) MS + 2,4-D 1 มิลลิกรัมตอลติ ร (f) MS + 2,4-D 0.5 มลิ ลิกรมั ตอลติ ร + NAA 0.5 มลิ ลิกรัมตอลิตร (g) MS + 2,4-D 1 มลิ ลิกรมั ตอลิตร + NAA 0.5 มลิ ลกิ รมั ตอลติ ร (h) MS + 2,4-D 0.5 มลิ ลกิ รมั ตอ ลติ ร + NAA 1 มิลลกิ รมั ตอลิตร (i) MS + 2,4-D 1 มลิ ลกิ รมั ตอ ลติ ร + NAA 1 มิลลิกรัมตอ ลิตร คาํ ขอบคุณ โครงการวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ เอกสารอางองิ กนิษฐกิ า ตันตสิ ุนทร และพมิ พใจ อาภาวชั รตุ ม. 2542. ผล พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ผูวิจัย ของการเลี้ยงกา นใบของตน เทายายมอมตอ การพฒั นา ขอขอบคุณมา ณ ทนี่ ีด้ ว ย เปน ตน ใหม. วารสารเกษตร 15(2): 156–163. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
388 สภุ าภรณ ภัทรสุทธิ, นพรัตน หยีดจนั ทร, ดวงจนั ทร ภูเขียว chantrieri Andre. Kasetsartz J. (Nat. Sci.). 42: 7- ศกั ด์ิ และ ธรี ะ วงษเ จรญิ . 2543. ศกึ ษาการ 12. เจริญเตบิ โตและการใหผ ลผลติ ของ เทา ยายมอ ม. การ Chen, Y., J. Fan, F. Yi, Z. Luo and Y. Fu. (2003). ประชุมวชิ าการกองพฤกษศาสตรแ ละวชั พืช เรือ่ ง Rapid clonal propagation of Dioscorea ความกาวหนา งานวิจัย ดา นความหลากหลายทาง zingiberensis. Plant Cell Tissue Organ Cult. 73: ชวี ภาพ สมุนไพร และ วัชพชื : 14–16 มีนาคม 2543. 75-80. กรงุ เทพฯ. De Souza, A. V., B. W. Bertoni, S., S. C. Franca and A. M. S. Pereira. 2011. Micropropagation of สุนทรี สิงหบตุ รา. 2536. สรรพคณุ สมุนไพร 200 ชนดิ . Dioscorea multiflora grised. Cienc. Agrotec. 35: พิมพค ร้ังท่ี 1. โอเอสพร้ินติ้งเฮา ส. กรงุ เทพฯ. หนา 99. 92-98. Engelmann, F. 2011. Use of biotechnologies for the สุพนิ ญา บุญมานพ และ ปารฉิ ตั ร สงั ขส ะอาด. 2018. การ conservation of plant biodiversity. in vitro Cell. ขยายพันธเุ ทายายมอ มเพื่อการอนรุ ักษ. การประชุม Dev. Biol. Plant. 47: 5-16. วิชาการการบรหิ ารจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ Makhtar, N. S. M., M. F. M. Rais, M. N. M. Rodhi, N. แหงชาติ ครัง้ ที่ 5 (2018): 82 – 90. Bujang, M. Musa and K. H. K. Hamid. 2013. Tacca leontopetaloides starch: New sources สาโรจน ประเสรญิ ศริ วิ ัฒน และมาโนชญ กูลพฤกษ.ี 2545. starch for biodegradable plastics. Int. Tribol. พฒั นาการของเนอื้ เยอ่ื และแคลลสั เทา ยายมอมบน Conf. Malays. 68: 385-391. อาหารสงั เคราะห. รายงานการ ประชมุ สัมมนาทาง Murashige, T. and F. Skoog. 1962. A revised วชิ าการ สถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล ครงั้ ท่ี 19 เลม 2 medium for rapid growth and bioassays with กลุมเกษตรศาสตร: 22–27 มกราคม 2545. ปทุมธาน.ี tobacco tissue cultures. Physiol. Plant. 15: 473- 497. Borokini, T. I., E. F. Lawyer and A. E. Ayodele. 2011. Spennemann, D. H. R. 1994. Traditional arrowroot In vitro propagation of Tacca leontopetaloides production and utilization in the Marshall (L.) Kuntze in Nigeria. Egypt. J. Biol. 13: 51-56. Islands. J. Ethnobiol. 14: 211-234. Ubwa, S. T., B. A. Anhwange and J. T. Chia. 2011. Caddick RL, Wilkin P, Rudall PJ, Hedderson AJ & Chemical analysis of Tacca leontopetaloides Chase MW (2002) Yams reclassified: A peels. Am. J. Food Technol. 6: 932- 938. recircumscription of Dioscoreaceae and Yan, H., L. Yang and Y. Li. 2011. Axillary shoot Dioscoreales. Taxon 51: 103–114. proliferation and tuberization of Dioscorea fordii Prain et Burk. Plant Cell Tissue Organ Cepkova, PH., Vitamvas, J., Viehmannova, I., Cult. 104: 193-198. Kisilova, J., Cusimamani, E.F., and Milella, L. 2015. Simplified in vitro propagation protocol for Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze. and assessment of genetic uniformity of regenerated plantlets. Emirates Journal of Food and Agriculture. 27(10): 736-743. Charoensub, R., D. Thiantong and S. Phansiri. 2008. Micropropagation of bat flower plant, Tacca การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
389 RAPD SCREENING FOR SEX IDENTIFICATION OF PALMYRA PALM IN PHETCHABURI PROVINCE Pimporn Wanawongsa, Prangtip Thuankhonrak, Chadaporn Aodton, Wuttichai Ritti, Sumitanun Janthaburi, Yanapat Promprasit, Krairerk Taweechue, Boonsanong Chuykeaw and Pradipunt Thongtam na Ayudhaya* Biology Program, Faculty of Science and Technology, Phetchaburi Rajabhat University, Mueang, Phetchaburi, 76000 บทคดั ยอ ในพืชหลายๆ ชนดิ เพศของพชื มีผลตอ คณุ คาทางเศรษฐกจิ ไมว าจะเปน การเพาะปลกู และชว งเวลาที่เหมาะสมในการเกบ็ เก่ียว วธิ ีการเชงิ โมเลกลุ จึงถกู นําเขามาใชใ นการตรวจสอบเพศของพชื ใบเลย้ี งเดี่ยว ซง่ึ วัตถุประสงคในการศึกษานเี้ พื่อทําการระบุเพศ ของตาลโตนด (Borassus flabellifer L.) ในจังหวัดเพชรบุรี โดยใชตัวอยางพืช 3 สายพันธุ ไดแก ตาลหมอ ตาลไข และตาล ลูกผสม สายพันธุละ 3 ตัวอยาง ที่เก็บจากสวนตาลในอําเภอบานลาด ดีเอ็นเอที่สกัดจากใบตาลทั้ง 3 สายพันธุ ไดถูกนํามา รวมกันโดยแยกเพศระหวางเพศผแู ละเพศเมยี เพื่อนํามาทําปฏิกริ ิยาลูกโซโพลเี มอเรส (พีซีอาร) โดยใชไพรเมอรชนิดอารเ อพดี ี จาํ นวน 100 เสน ผลจากการทําพซี ีอารพ บวา ไพรเมอร OPD-04 ทาํ ใหเ กดิ แถบดเี อ็นเอที่แตกตา งกันในตวั อยา งตาลทั้ง 2 เพศ จากผลการทดลองนีส้ ามารถนาํ ไปใชป ระโยชนใ นการลดเวลาและลดการสน้ิ เปลืองทรพั ยากรในการปลกู ตาลตอไป Abstract In many plants, gender impacts economic value, breeding schemes and opportunities for commercial harvest. Molecular methodology has been used to determine the sexuality of monoecious plants. The goal of this study is to identify sex of Palmyra palm (Borassus flabellifer L.) in Phetchaburi province. Three cultivars of B. flabellifer (Tanmor, TanKhai and Hybrid) were collected from Ban lad district. DNA was extracted from young leaves of male and female and the sex-pooled DNA samples were prepared by mixing equal amounts of the DNA of 9 male individuals and 9 female individuals. Random Amplified Polymorphic DNA (RAPD) was performed via Polymerase Chain Reaction (PCR) with 100 RAPD primers. The results show that only primer OPD-04 primer was expressed 1 kilobase of polymorphic band which is specific in males. Thus, primer OPD-04 can use to specify sex of Palmyra palm, before the onset of reproductive maturity thereby saving time and economic resources when cultivating these specimens. คาํ สําคญั : อารเอพดี ี ตาล การระบุเพศในพืช Keywords: RAPD, Palmyra palm, Sex identification ติดตอนกั วิจัย: ประดพิ ันธ ทองแถม ณ อยุธยา (อีเมล [email protected]) Corresponding author: Pradipunt Thongtam na Ayudhaya (E-mail: [email protected]) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
390 Introduction Ban Lad district. Samples were collected and Palmyra palm (Borassus flabellifer L.), a placed in zip lock bag and transported to the laboratory in an icebox where they were kept at 4°C versatile tree with great benefit belonging to prior to DNA extraction. Total genomic DNA was Arecaceae which is believed to be a native of isolated by CTAB method, thereby 2 g of young leaf tropical Africa, although it grows extensively in the was ground in liquid nitrogen and transferred to 500 different parts of Indo-Pacific region (David and µl extraction buffer containing 1% cethyl trimethyl Johnson, 1987). Palmyra palm is a dioecious ammonium bromide (CTAB), 0.7 M NaCl, 10 mM monocot plant its single trunk with 1-3 m spanning ethylenediamine tetraacetic acid (EDTA) and 50 mM leaves (Morton, 1988). There are three of important Tris-HCl pH 8.0. The mixture was incubated at 65°C economic species B. aethiopum Mart, appearing in for 1 h, and cooled and extracted twice with an Africa, B. flabellifer L, found in coastal areas of equal volume of and 25 : 24 : 1 Phenol : chloroform Southeast Asia along to India, and B. : isoamyl alcohol mixture. The supernatant was sundaicus Becc. occurring in Indonesia (Davis and transferred to a new tube and DNA was gently Johnson, 1987). Palmyra palms provide the precipitated with equal volume of ice-cold significant value to folks in some of these isopropanol. The DNA-containing tube was geographical areas such as the flower sap has been centrifuged at 3,000 rpm for 1 min, the isopropanol used for palm sugar production and the fruit is was removed and the DNA pellet was rinsed twice either broadly consumed or processing for with cold 70% ethanol. The DNA pellet was air dried hundreds of years (Hazarika et al., 2016). Nowadays, for 10 min and then suspended in 200 µl TE buffer B. flabellifer is currently in hasty decrease since it (pH 8.0) and stored at 4°C overnight to dissolve it required 12-20 years to reach maturity and produce completely. RNAse A (0.05 µg/ml) was added to 100 the first inflorescence (Davis and Johnson, 1987) µl of crude DNA and incubated at 37°C for 1 h. The which mean the sex determination still unknown solution was extracted with equal volume of until the expression of ripeness (George et al., chloroform : isoamyl alcohol (24 : 1) and 2007). centrifuged at 12,000 rpm for 15 min. The supernatant was transferred to a fresh tube to Molecular markers can be utilized to identify which 2.5 volume of icecold ethanol and 0.1 and select traits based on linked DNA markers. This volume of 3 M sodium acetate (pH 5.2) were added. is principally important in palmyra palm, which The contents were mixed by inverting and consumes a long juvenile period. Random amplified incubated at –20°C for 1 h. DNA was precipitated by polymorphic DNA (RAPD) markers have been used centrifuging at 12,000 rpm for 30 min at 4°C and for determining sex in various dioecious plants such washed with cold 70% ethanol twice. The pellet as pistachio (Hormaza et al., 1994), Cannabis was air-dried and dissolved in 200 µl of TE buffer (Sakamoto et al., 1995; Mandolino et al., 1999), red (pH 8.0) and stored at 4 °C. campion (Di Stilio et al., 1998), asparagus (Jiang and Sink 1997), papaya (Urasaki et al., 2002) and sea RAPD reactions were performed with 100 buckthorn (Zhou et al., 2018). In this investigation, random decamer oligonucleotide primers of the we report a RAPD marker specific to male plants series OPA 1-20, OPB1-20, OPC1-20, OPD1-20 and from 100 of RAPD primers which able to develop OPE1-20 (Operon, USA). The sex-pooled DNA into a SCAR (sequence characterized amplified samples were prepared by mixing equal amounts of region) marker in further study. the DNA of 9 male individuals and 9 female Materials and Methods individuals. The amplification reaction was carried out in 25 µl total volume containing 1x PCR buffer, The material for this study comprised of 9 male 1.5 mM MgCl2, 2 mM dNTPs, 2.5 U Taq DNA and 9 female young leaf samples collected from การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
391 polymerase (all reagents from Biotechrabbit GmbH., gel loading dye (6X dye: 0.25% bromophenol blue, Germany), 10mM primer and 25 ng template DNA. 0.25% xylene cyanol FF, 30% glycerol in water). The The amplification was programmed at 94°C for 5 PCR products were determined by electrophoresis min as an initial denaturation cycle, followed by 30 in a 1.5% agarose gel in 1X TBE buffer at 95 volts. cycles comprised of denaturation step at 94°C for 1 PCR products were strained with ethidium bromide min, an annealing step at 36°C for 1min, then an (0.5µg/ml) and visualized on UV light and extension step at 72°C for 1min, the primer photographed using a gel documentation system extension step was extended to 7 min at 72°C in (Syngene UK). the final cycle. PCR products were mixed with 5 µl bp 1,500 1,000 500 Figure 1 RAPD polymorphism of B. flabellifer. 1–10 represent female (F) and male (M) bands from primer OPD-1 to OPD-10, respectively. The DNA band indicated by a white box represents the unique female sex-linked band. Results and Discussion six female specific and two male specific RAPD To obtain a marker linked to a gene or genomic markers in Actinida deliciosa. Generation of sex- specific bands has not been restricted to RAPD region through RAPD analysis depends on a large primers, as male-specific bands were generated extent of prospect, since random sequences are using AFLP primers in Ficus fulva and Rumex nivalis used as PCR primers. From 100 of RAPD primers (Parrish et al. 2004; Stehlik and Blattner, 2004). The screened, only one (OPD-04, 5'-TCTGGTGAGG-3') sex identification report of closely related species displayed 1 kb male specific polymorphic band of B. flabellifer from Dhawan et al. (2013) in date between male and female sex pools of B. flabellifer palm, only OPA-02 was generated 1 kb of male (fig. 1). The male bulk was prepared by mixing 9 specific band. male samples each from Khai, Mor and hybrid and the female bulk was also prepared. The information The results of the present work would be contains many reports focusing of the use of helpful to ascertain the sexuality of B. flabellifer at molecular markers such as RAPD, RFLP, AFLP, SSR, the early seedling stage as well as in formulating SCAR for gender identification in higher plants. future breeding strategies. The approach adopted Hormaza et al. (1994) reported a 945 bp band during this investigation could be applied to other unique to females of Pistachio vera, on Borassus species. Further studies are proceeding to amplification with OPA-08. In Piper longum, two develop SCAR (Sequence Characterized Amplified RAPD bands of 905 and 757 bp generated by OPA- Regions) markers using more species of B. flabellifer 10 and OPC-12, respectively were male-specific from various geographical regions as well as a wide (Banerjee et al. 1999). Shirkot et al. (2002) reported range of Borassus species. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
392 Acknowledgements Mandolino, G, A. Carboni, S. Forapani, V. Faeti and Financial support was provided by the National P. Ranalli. 1999. Identification of DNA markers linked to the male sex in dioecious hemp Research Council of Thailand (NRCT) and Mr. (Cannabis sativa L.) Theor. Appl. Genet. 98: Umnart Bhu-ngern are thanked for identifying and 86-92. providing plant material. References Morton, J.F. 1988. Notes on distribution, Ambastha, K., S. A. Hussain and R. Badola. 2007. propagation and products of Borassus palms (Arecaceae). Econ. Bot. 2: 420-421. Resource dependence and attitudes of local people toward conservation of Kabartal Parrish T.L., H.P. Koelewijn and P.J. van Dijk. 2004. wetland: A case study from the Indo-Gangetic Identification of a male-specific AFLP marker in plains. Wetl. Ecol. And Manag. 15: 287-302. a functionally dioecious fig, Ficus fulva Reinw. Banerjee, N.S., P. Manoj and M.R. Das. 1999. Male ex Bl. (Moraceae). Sex Plant Reprod. 17: 17– sex associate RAPD markers in Piper longum L. 22. Curr. Sci. 77: 693-695. Davis, T.A. and D.V. Johnson. 1987. Current Sakamoto K., K. Shimomura, Y. Komeda, H. utilization and further development of the Kamada and S. Satoh. 1995. A male-associated Palmyra Palm (Borassus flabellifer L., DNA sequence in a dioecious plant, Cannabis Arecaceae) in Tamilnadu state. India Econ. sativa L. Plant Cell Physiol. 36: 1549-1554. Bot. 41: 247-266. Dhawan, C., P. Kharb, R. Sharma, S. Uppal and R. K. Shirkot P., D.R. Sharma and T. Mohapatra. 2002. Aggarwal. 2013. Development of male-specific Molecular identification of sex in Actinidia SCAR marker in date palm (Phoenix dactylifera deliciosa var deliciosa by RAPD markers. Sci. L.). Tree Genetics & Genomes. 9: 1143-1150. Hort. 94: 33-39. Di Stilio, V.S., R.V. Kesseli and D.L. Mulcahy. 1998. A pseudoautosomal random amplified Stehlik I. and F.R. Blattner. 2004. Sex-specific SCAR polymorphic DNA marker for the sex markers in the dioecious plant Rumex nivalis chromosomes of Silene dioca. Genetics 149: (Polygonacae) and implications for the 2057-2062. evolution of sex chromosomes. Theor. Appl. Hazarika, T., S. Marak, D. Mandal, K. Upadhaya, B. Genet. 108: 238-242. Nautiyal and A. Shukla. 2016. Underutilized and unexploited fruits of Indo-Burma hot spot, Urasaki, N., M. Tokumoto, K. Tarora, Y. Ban, T. Meghalaya, north-east India: ethno-medical Kayano, H. Oku, I. Chinen and R. Terauchi. evaluation, socio-economic importance and 2002. A male and hermaphrodite specific conservation strategies. Genet. Resour. Crop. RAPD marker for papaya (Carica papaya L.) Evol. 63: 289-304. Theor. Appl. Genet. 104: 281-285. Hormaza, J.I., L. Dollo and V.S. Polito. 1994. Identification of a RAPD marker linked to sex Zhou, W., Y. Wang, G. Zhang, G. Luan, S. Chen, J. determination in Pistacia vera using bulked Meng, H. Wang, N. Hu and Y. Suo. 2018. segregant analysis. Theor. Appl. Genet. 89: 9- Molecular Sex Identification in 13. Dioecious Hippophae rhamnoides L. via RAPD Jiang, C. and K.C. Sink. 1997. RAPD and SCAR and SCAR Markers. Molecules 23: 1048. markers linked to the sex expression locus M in asparagus. Euphytica 94: 329-333. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
393 ความหลากหลายและความสัมพันธทางพันธกุ รรมของเชื้อไรโซเบยี มที่เขา สรางปมกบั พืชตระกูลถ่ัว ในพ้ืนทป่ี าปกปกพันธกุ รรมพืช ศนู ยหนองระเวียง จังหวัดนครราชสีมา DIVERSITY AND GENETIC RELATIONSHIP OF LEGUME ROOT NODULE RHIZOBIA AT RSPG–NONGRAWIANG CONSERVE FOREST, NAKHON RATCHASIMA PROVINCE, THAILAND จันทรเ พญ็ ประกาํ แหง1*, สชุ นมา สุขรักษาวงศ1, Luis Ernesto Garcia Garcia2 Janpen Prakamhang1*, Suchonma Sookruksawong1, Luis Ernesto Garcia Garcia2 1คณะวิทยาศาสตรแ ละศลิ ปศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน อาํ เภอเมอื ง จังหวดั นครราชสมี า 30000 2ศนู ยอ นุรกั ษและพัฒนาทรพั ยากรภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง ภายใต โครงการอนุรักษพ ันธกุ รรมพชื อันเนอื่ งมาจากพระราชดํารสิ มเด็จ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา 30000 1Faculty of Science and Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Isan, Maung District, Nakhon Ratchasima Province, 30000, Thailand 2Plant Genetic Conservation Project under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn, Nongrawiang Center, Maung District, Nakhon Ratchasima Province, 30000, Thailand บทคดั ยอ งานวิจยั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเพ่ือศึกษาความหลากหลายและความสมั พันธท างพันธกุ รรมของไรโซเบียมท่เี ขาสรา งปมกบั พืชตระกูล ถ่วั ในพืน้ ท่ีศนู ยอ นรุ กั ษและพฒั นาทรพั ยากรภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนกลาง ศูนยหนองระเวยี ง จ.นครราชสมี า โดยสํารวจ 6 แปลง ตามลักษณะปา 2 ประเภทคือปาเต็งรังและปาเบญจพรรณ พบพืชตระกูลถั่ว 18 สปช่ีส โดยพบตนพันชาด (Erythrophleum succirubrum Gagnep.) และตนหนามหัน (Acacia comosa Gagnep.) มากที่สุด เม่ือนําดินบริเวณรอบ รากพชื ตระกูลถวั่ แตล ะชนิดมาทดสอบการเขาสรา งปมในพชื ดชั นี (ถั่วซริ าโตร, Macroptilium atropurpureum (DC.) Urb.) แลว แยกไรโซเบยี มจากปมและตรวจสอบลายพิมพดเี อน็ เอดว ยเทคนคิ BOX PCR พบวาสามารถแยกไรโซเบยี มได 28 ไอโซเลต แตมีลายพิมพดีเอ็นเอแตกตางกันจํานวน 18 ไอโซเลต แสดงใหเห็นถึงความหลากหลายทางพันธุกรรมของไรโซเบียม เม่ือ วิเคราะหลําดับเบสของยีน 16S rRNA พบวามีความคลายคลึงกับแบคทีเรียในจีนัส Bradyrhizobium, Rhizobium และ Mesorhizobium เม่ือวิเคราะหแผนภูมิวิวัฒนาการของยีน 16S rRNA พบวาแตละไอโซเลตมีการกระจาย ไมข้ึนอยูกับพืช ตระกูลถั่วที่แยกหรือลักษณะปา จากผลการทดลองสรุปไดวาไรโซเบียมที่พบในปาหนองระเวียงมคี วามจําเพาะกับพืชเจาบา น ตํ่า สรางปมกบั พชื ตระกลู ถัว่ อืน่ ได สามารถนาํ ไปประยุกตเ ปนหัวเช้อื ปยุ ชีวภาพสําหรับการฟนฟปู า หรือเพิ่มความอดุ มสมบูรณ ของดนิ เพอื่ ใชใ นการเกษตรได Abstract The aim of this study is to determine the diversity and genetic relationship of legume root nodule rhizobia in various forest ecosystems at RSPG-Nongrawiang Center, Nakhon Ratchasima province, Thailand. The survey was performed in 6 sampling sites of 2 different forest types, deciduous dipterocarp forest and mixed deciduous forest in those of conserved forests. Total of 18 species of leguminous plants have been found and identified. Erythrophleum succirubrum Gagnep. and Acacia comosa Gagnep. were the most abundant legume in both forest types. The rhizosphere soil from each legume plants were used for nodulation test with index plant, Siratro (Macroptilium atropurpureum (DC.) Urb.). Then, Rhizobia were isolated from root nodules, and the DNA fingerprint of each rhizobial isolate was determined using BOX-PCR based. Among examined 28 isolates there were distinguished 18 different DNA fingerprinting pattern, which showed a high genetic diversity among the rhizobia studied. The 16S rRNA gene was partially sequenced presented similarity with sequences of diverse genera such as Bradyrhizobium, Rhizobium and Mesorhizobium. Phylogenetic tree analysis of 16S rRNA revealed that rhizobial isolate was neither dependent on the host of isolation nor forest type. The results demonstrate that there are native rhizobia in the soils of at RSPG- Nongrawiang center forest that have low host specificity and able to induce nodulation in several host การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
394 legume species. Thus, these rhizobia can be further developed as biofertilizer for reforestation or increase soil fertility for agriculture application. คําสําคญั : ไรโซเบยี ม พชื ตระกูลถวั่ ความหลากหลาย ปา Keywords: Rhizobia, Leguminous Plants, Diversity, Forest *ติดตอนักวิจัย: จนั ทรเ พญ็ ประกําแหง (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Janpen Prakamhang (E-mail: [email protected]) บทนํา แหลงขอมลู พื้นฐานเพอื่ นําไปใชประโยชนในการอนุรกั ษและ พืชตระกูลถ่ัว (วงศ Leguminosae) มีประมาณ 550 นาํ ไปใชประโยชนตอ ไป สกุล 18,000 สปชีส พบกระจายไปทั่วโลก เปนพืชท่ีให ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาความ ประโยชนหลากหลาย เปนพืชอาหาร พืชพลังงานทดแทน หลากหลายของพืชตระกลู ถ่ัวและไรโซเบยี มทเ่ี ขา สรา งปมกับ และใชในการปรบั ปรงุ บํารงุ ดนิ พืชตระกูลถ่ัวมีความสัมพันธ พชื ตระกลู ถั่วน้ันๆ ในพนื้ ทศ่ี นู ยอ นุรักษและพัฒนาทรัพยากร ใกลชิดกับไรโซเบียม (Rhizobium) ซึ่งเปนแบคทีเรียแกรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ศูนยหนองระเวียง จ. ลบท่ีพบในดินรวมท้ังภายในปมรากพืชตระกูลถ่ัว โดยมี นครราชสมี า ความสัมพันธแบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน (Symbiosis) โดย อปุ กรณแ ละวธิ ีการทดลอง เมื่อไรโซเบียมเขาสรางปมกับพืชตระกูลถ่ัวที่จําเพาะเจาะจง 1. การกําหนดพ้ืนท่ีสํารวจ โดยสํารวจในพ้ืนท่ีปาปกปก และพัฒนาตัวเองใหอยูในรูปของแบคทรี อยด (Bacteroid) มี พันธุกรรมพืช ศูนยอนุรักษและพัฒนาทรัพยากรภาค ความสามารถในการตรึงไนโตรเจนโดยชีววิธี เปลี่ยนกาซ ตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง ศนู ยหนองระเวยี ง จาํ นวน 6 ไนโตรเจนไปเปน สารประกอบอิทรยี ไนโตรเจน ทพี่ ชื สามารถ แปลงทสี่ มุ ตวั อยาง ขนาด 25 ตารางเมตร (5 x 5 เมตร) โดย นําไปใชไดโดยตรง เชื้อไรโซเบียมเองก็ไดแหลงอาหารตางๆ แปลงที่ 1-3 เปนตัวแทนของปาเตง็ รัง สวนแปลงที่ 4-6 เปน จากพืช (Sprent, J.I., 1994) ไรโซเบียมจึงถูกนํามาใชในการ ตัวแทนของปา เบญจพรรณ สาํ รวจแปลงละ 2 ครง้ั ผลิตปุยชีวภาพ (biofertilizer) โดยนําไปคลุกกับพืชตระกูล 2. การสํารวจความหลากหลายของพืชตระกูลถั่ว โดยเก็บ ถั่วกอนปลูก สามารถชวยอนุรักษธาตุอาหารในดินและเพ่ิม ขอมูลโดยทําการบันทึกภาพของลักษณะตน ใบ ฝก เมล็ด ความอุดมสมบูรณใหกับดิน ชวยใหเกษตรกรลดการใช และบันทึกช่ือทองถ่ินของพืชน้ัน และเปรียบเทียบกับ ปยุ เคมีไนโตรเจน สารเคมี และตนทุนในการผลติ ได ฐานขอมูลพืชตระกูลถั่ว จากน้ันคํานวณหาคาความ หลากหลายของชนิดพันธุ (species diversity) โดยคํานวณ อยางไรก็ตาม เน่ืองจากไรโซเบียมมีอยูหลายสายพันธุ จากจาํ นวนชนิดพันธทุ ่พี บตอพน้ื ทีท่ ีส่ าํ รวจ แตละสายพนั ธจุ ะเขา สรา งปมและตรงึ ไนโตรเจนไดก บั ถัว่ บาง 3. ทดสอบการเขาสรางปมกับพืชดัชนี (ถ่ัวชิราโตร, Macro- พันธุเทาน้ัน อีกท้ังประสิทธิภาพของแบคทีเรียชนิดเดียวกัน ptilium atropurpureum) กําจัดเช้ือปนเปอนที่ผิวเมล็ดถั่ว จะตางกันไปตามสภาพสิ่งแวดลอมของดิน (Manassila et. ซิราโตรโดยแชเมลด็ ในกรดซลั ฟว รกิ เขมขน 10 นาที ลางดว ย al. 2007) อกี ทงั้ ยงั ขาดขอมูลในสวนของพนื้ ทีท่ ไี่ มถ ูกรบกวน น้ํากล่ันฆาเช้ือ 5 รอบ แลวแชเมล็ดในน้ํากล่ันปลอดเชื้อ 1 โดยเฉพาะพ้ืนท่ีปา สําหรับพ้ืนที่ปาปกปกพันธุกรรมพืช คืน จากน้ันนําเมล็ดไปเพาะลงบนจานเพาะปลอดเชื้อ เมื่อ อพ.สธ.มีความหลากหลายทางชีวภาพสงู (สุรศกั ด์ิ และคณะ, เมล็ดงอก จึงนําไปปลูกในกระถางท่ีมีดินท่ีไดมาจากบริเวณ 2554) จึงนาจะเปนแหลงสําคัญของจุลินทรียทองถิ่น รอบรากของพืชตระกูลถั่ว รดตนพืชดวยสารละลายธาตุ โดยเฉพาะจุลินทรียกลุมไรโซเบียม การเก็บรักษาและ อาหารพืชที่ไมมีไนโตรเจน (Somasegaran P. and Hoben รวบรวมจุลินทรียต รึงไนโตรเจนในดนิ รวมท้ังขอมูลในระดับ H.J., 1994) สัณฐานวิทยา อณูชีววิทยา และคุณสมบัติของจุลินทรีย จึงมี 4. การแยกเช้ือไรโซเบียมจากปม เม่ือถั่วซิราโตรอายุครบ 1 ความจําเปนอยางย่ิงเพราะสามารถนําไปใชเปนขอมูล เดือน แยกปมจากราก แลวนําปมถ่ัวมาลางในน้ํา และแชใน พ้ืนฐานในการจัดจําแนกและคัดเลือก รวมทั้งเก็บรวบรวม 95% Ethanol นาน 10 วินาที จากนั้นลางในสารละลาย สายพันธุไรโซเบียมที่มีประสิทธิภาพ มีความเหมาะสมกับ 3% NaClO นาน 5 นาทีแลวลางดวยนํ้ากล่ันฆาเช้ือ 5 ครั้ง พันธุพืชตระกูลถ่ัว และมีประสิทธิภาพสูงในการตรึง แลวบดปมใน microcentrifuge tube ใหปมแตก จนมีนํ้าสี ไนโตรเจนท่ีมีศักยภาพเหมาะสมท่ีจะนําไปผลิตเปนปุย ชมพูของ leghaemoglobin ออกมา แลวเขี่ยเชื้อบนอาหาร ชีวภาพ ท้ังยังมีประโยชนตอการศึกษาวิจัยตอยอดเพื่อเปน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
395 YMA ที่ผสม Congo red บมเชื้อที่ 30oC เปนเวลา 7 วัน แปลงสํารวจ พืชตระกูลถั่วท่ีพบมีทั้งไมยืนตน และไมเล้ือย บันทึกลักษณะโคโลนี สวนวงศยอยที่พบมากท่ีสุด คือ วงศ Mimosoideae รองมา 5. การตรวจสอบลายพิมพดีเอ็นเอ (DNA fingerprint) โดย คือ Caesalpinioideae และ Papilionoideae ตามลําดับ เล้ียงไรโซเบียมแตละไอโซเลตในอาหารเหลว YM แลวสกัด ความหลากหลายของชนิดพันธุพืชตระกูลถั่วในแตละแปลง genomic DNA ดวยวิธีมาตรฐาน (phenol/ chloroform มีคาความหลากหลายของชนิดพันธุตอพื้นที่ (25 ตาราง extraction) จากน้ันตรวจสอบลายพิมพดีเอ็นเอ โดยเทคนิค เมตร) เทากับ 0.24, 0.32, 0.28, 0.24, 0.24 และ 0.36 ใน BOX-PCR ดว ยไพรเมอร BOX A1R (5'-CTACGGCAAGGCG แปลงที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ตามลาํ ดับ แสดงใหเหน็ มคี วาม ACGCTGACG-3') 10 pmol, dNTP 2.5 มิลลิโมลาร MgCl2 หลากหลายของพืชตระกูลถั่วในระดับหนึ่ง โดยชนิดของพืช 25 มิลลิโมลาร Taq DNA Polymerase 0.5 U และบฟั เฟอร ตระกูลถ่ัวท่ีพบแตกตางกันไปตามแตล ะเสนทางท่ีสาํ รวจ ซ่ึง 1X ซึ่งสภาวะท่ีใชในการทํา PCR ดังนี้ Denaturation ที่ มีทง้ั ปาเต็งรงั และปาเบญจพรรณ อยา งไรกต็ ามพชื ตระกลู ถั่ว 95oC 5 นาท,ี Annealing ที่ 56 oC 8 นาที และ Extension หลายชนิดอาจยังสํารวจไดไมครบถวน เนื่องจากเปนการ ท่ี 65 oC 16 นาที จํานวน 35 รอบ แลวนําผลผลิต PCR ไป สํารวจเพียงชวงฤดูเดียว อาจไมพบพืชตระกูลถั่วประเภทไม ทํา gel electrophoresis จากนั้นหาความสัมพันธโดยการ เลื้อย หรือพืชลมลุกได การสํารวจในหลายๆ ฤดูอาจทําให สรา ง Dendrogram ดวยโปรแกรม UVIbandmap (Uvitec, เหน็ ถึงความสัมพนั ธร ะหวางชนดิ ของพืชตระกลู ถ่ัว และชนิด Cambridge, UK) เพ่ือตัดไรโซเบียมท่ีมีลายพิมพดีเอ็นเอซํ้า ของไรโซเบียมไดมากข้ึน ทั้งน้ีการศึกษาความหลากหลาย กัน ของพชื ตระกูลถวั่ ปาหรอื ถว่ั พื้นเมืองท่เี ปนถัว่ ขนาดเลก็ ยงั ไม 6. การวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดเพ่ือระบุสายพันธุของไร มีขอมูลมากนัก เนื่องจากการวิจัยท่ีผานมาสวนใหญ จะเปน โซเบียม นําดีเอ็นของไอโซเลตที่ไมซํ้ากันท่ีไดไปเพ่ิมปริมาณ การศกึ ษาพชื ตระกลู ถัว่ ไมย ืนตน เชน การศกึ ษาของพงษศักด์ิ ยีน16S rRNA ดวยวิธี PCR โดยใชไพรเมอร fD1 (5’ AGA (2542) ไดทําการสํารวจพืชตระกูลถ่ัวไมยืนตนในปาเต็งรัง GTT TGATCC TGG CTC AG 3’) และ rP2 (5’ ACG GCT บริเวณปาสะแกราช โดยพบวามีพันธุไมยืนตนตระกูลถั่ว 8 ACC TTG TTA CGA CTT 3 ’ ) ( Macrogen, Korea) แ ล ว ชนิด คือ ตั้งข้ีมอด เสี้ยวปา เก็ดดํา ประดู มะคาแต แดง ตรวจสอบผลผลิตดวย Agarose gel Electrophoresis ชงโคดาํ และกระพี้เขาควาย จากน้ันทําใหบริสุทธ์ิดวยชุด GeneJET Gel Extraction Kit 2. ความหลากหลายของเชื้อไรโซเบียมที่เขาสรางปมกับพืช (Thermo Scientific, USA) ตามวิธีที่ระบุไวในคูมือ จากน้ัน ตระกลู ถว่ั เมื่อทดสอบการสรา งปมของไรโซเบียมกับถ่ัวซิรา- นําชิ้นสวนดีเอ็นเอวิเคราะหลําดับนิวคลโี อไทด (Macrogen, โตร พบวามีการสรา งปมจากดินบรเิ วณรอบรากพืช 12 ชนิด Korea) และนําลําดับท่ีไดมาเปรียบเทียบกับฐานขอมูลดวย ไดไรโซเบียมท้ังหมด 28 ไอโซเลต ดังตารางที่ 1 เมื่อนําไร โปรแกรม BLAST (http://blast.ncbi.nlm.nih.gov/Blast โซเบียมท้ังหมด 28 ไอโซเลตมาสรางลายพิมพดีเอ็นเอดวย .cgi) เทคนิค BOX-PCR (ภาพที่ 1) และเมื่อวิเคราะหลายพิมพดี 7. วิเคราะหความสัมพันธทางพันธุกรรม นําลําดับนิวคลีโอ เอ็นเอดวย Dendrogram พบวามีลายพิมพดีเอ็นเอแตกตา ง ไ ท ด ข อ ง แ ต ล ะ ไ อ โ ซ เ ล ต ม า เ ป รี ย บ เ ที ย บ ก า ร จั ด เ รี ย ง กันจํานวน 18 ไอโซเลต แสดงใหเห็นถึงความหลากหลาย (multiple alignment) ดวยโปรแกรม MUSCLE (http:// ทางพันธุกรรมของไรโซเบียม wwwebi.ac.uk/Tools/msa/muscle) และวิเคราะหหา 3. สายพันธุและความสัมพันธทางพันธุกรรมของไรโซเบียม ความสัมพันธุเชิงวิวัฒนาการดวยวิธี neighbor-joining โดย เมื่อเปรียบเทียบลําดับนิวคลีโอไทดของยีน 16S rRNA กับ โ ป ร แ ก ร ม MEGA-X (http://www.megasoftware.net) ฐานขอมูลพบวา ไรโซเบียมที่แยกไดมีความคลายคลึงกับ โดยทําซํา้ 1,000 ครั้ง (boot strap) แบคทีเรียในจีนัส Bradyrhizobium Rhizobium, Meso- ผลและวจิ ารณผ ลการทดลอง rhizobium (ตารางท่ี 2) 1. ความหลากหลายของพืชตระกูลถ่วั จากการสาํ รวจพบพืช ตระกูลถั่ว 18 ชนิด โดยพบตนพันชาด (Erythrophleum จากการวิเคราะหความสัมพันธจากแผนภูมิวิวัฒนาการ succirubrum Gagnep) แ ล ะ ต น ห น า ม หั น ( Acacia ของยีน 16S rRNA (ภาพท่ี 2) พบวาสามารถแยกความ comosa Gagnep.) มีความหนาแนนมากที่สุด โดยพบทุก แตกตางของไอโซเลตไดดี แตละไอโซเลตมีการกระจายและ ไมข ึน้ อยูกบั พืชตระกลู ถั่วทแี่ ยกหรือลักษณะปา การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
396 ตารางที่ 1 ไอโซเลตไรโซเบียมทแ่ี ยกไดจ ากปมรากของถ่วั ซิราโตร ท่ีปลูกในดินทีไ่ ดจากบรเิ วณรอบรากของพืชตระกลู ถัว่ ไอโซเลตท่แี ยกได พืชตระกลู ถั่ว ชอื่ วิทยาศาสตร แปลง 1-Ac1 หนามหนั Acacia comosa Gagnep. 1-DDF 1-Ss1, 1-Ss2, 1-Ss3 มะคาแต Sindora siamensis Teijsm. ex. Miq. 1-DDF 1-Pe1, 1-Pe2, 1-Pe3 เกล็ดปลาหมอ Phyllodium elegans (Lour.) Desv. 1-DDF 2-Ss1, 2-Ss2, 2-Ss3 มะคาแต Sindora siamensis Teijsm. ex. Miq. 2-DDF 2-Cm1 อญั ชนั ปา Clitoria macrophylla Wall. 2-DDF 2-Ao1 มะขามโคก Albizia odoratissima (L.f.)Benth. 2-DDF 2-Pm1 ประดู Pterocarpus macrocarpus Kurz 2-DDF 3-Xx1 แดง Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub. var. kerrii 3-DDF 3-Ap1, 3-Ap2 มะกลํ่าตน Adenanthera pavonina L. 3-DDF 4-Dc1, 4-Dc2 มะเคง็ Dialium cochinchinense Pierre 4-MDF 4-Ap1, 4-Ap2 มะกล่ําตน Adenanthera pavonina L. 4-MDF 5-Es1 พนั ชาด Erythrophleum succirubrum Gagnep. 5-MDF 5-Ao1, 5-Ao2 มะขามโคก Albizia odoratissima (L.f.)Benth. 5-MDF 5-Bs1 เส้ียวปา Bauhinia saccocalyx Pierre 5-MDF 5-Dv1 เครือคางควาย Dalbergia velutina benth 5-MDF 6-Dv1 เครือคางควาย Dalbergia velutina benth 6-MDF 6-Dc1 มะเคง็ Dialium cochinchinense Pierre 6-MDF 6-Pm1 ประดู Pterocarpus macrocarpus Kurz 6-MDF หมายเหตุ : รหัสของไอโซเลตที่แยกได ตัวเลขแรกคือแปลงท่สี ํารวจ อักษรภาษาอังกฤษคือ ชื่อยอวิทยาศาสตรของพืช ตัวเลขสุดทายคือลําดับปมทใี่ ชแยกไรโซเบยี มได, DDF: Deciduous Dipterocarp Forest (ปาเต็งรัง), MDF: Mixed Deciduous Forest (ปาเบญจพรรณ) ภาพท่ี 1 ลายพมิ พดเี อ็นเอดวยเทคนิค BOX-PCR ของไรโซเบยี มท่ีแยกจากปมถวั่ ซิราโตร การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
397 ตารางที่ 2 การระบุสายพันธุไรโซเบยี มดว ยลําดับนิวคลีโอไทดของยีน 16S rRNA ไอโซเลต % ความคลา ยคลึง 1-Ss1 99% Rhizobium leguminosarum strain RMCC TP4442 4-Ap1 99% Bradyrhizobium sp. strain PZG_S14 2-Ss2 98% Bradyrhizobium elkanii strain PV1.14 1-Ac1 98% Bradyrhizobium sp. strain BRUESC1003 1-Pe1 97% Bradyrhizobium elkanii strain CCBAU 53142 2-Ss3 96% Bradyrhizobium sp. strain BRUESC1003 6-Dc1 99% Bradyrhizobium sp. AM49 4-Dc1 95% Uncultured bacterium isolate 3E 3-Ap1 99% Rhizobium leguminosarum strain 99A1 2-Ao1 98% Rhizobium etli strain 1002 2-Cm1 97% Rhizobium sp. RITF 1492 1-Pe3 96% Rhizobium tropici 5-Dv1 97% Rhizobium etli CFN 42 2-Ss1 99% Rhizobium leguminosarum bv. viciae 2-Pm1 99% Mesorhizobium loti 5-Bs1 97% Bradyrhizobium sp. DX38 5-Ao1 97% Bradyrhizobium sp. PT36 6-Pm1 98% Bradyrhizobium sp. PT59 6-Dv1 99% Bradyrhizobium sp. ML70 5-Ao2 99% Bradyrhizobium sp. ML37 4-Ap3 99% Bradyrhizobium sp. strain CSAZ637 ภาพท่ี 2 แผนภูมวิ ิวัฒนาการของไรโซเบียมท่ีสรางจากลาํ ดับนิวคลโี อไทดของยนี 16S rRNA ดวยวิธี Maximum Likelihood คา Bootstrap เทากบั 1,000 ซํ้า การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
398 ในการศกึ ษาความหลากหลายของไรโซเบียม ทีส่ ามารถ คาํ ขอบคุณ เขา สรา งปมกับพืชตระกลู ถว่ั ทพ่ี บบริเวณปา ปกปก ฯ พบวามี งานวจิ ัยน้เี ปน งานสนองพระราชดาํ รใิ นโครงการอนุรักษ ความหลากหลายมาก สามารถเขาสรางปมกับพืชตระกูลถ่ัว ไมยืนตนและไมเลื้อยได ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ สนอง Noisangiam, R. et. al. (2012) ที่พบวา เชื้อ Bradyrhizo- พระราชดําริโดยมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน bium sp. จากปมโสนขน (Aeschynomene americana) เอกสารอางอิง ท่ีมักพบเจริญเติบโตไดท่ัวไปในนาขาว สามารถเขาสรางปม พงษศักด์ิ สหุนาฬุ (2542) การศึกษาดานนเิ วศวิทยาของ กับถ่ัวในหลายกลุม คราม (Indigofera tintoria) ถ่วั ฮามาตา (Stylosanthes hamato) ถั่วชิราโตร ถ่ัวโลตัส (Lotus พรรณไมย ืนตน ตระกลู ถ่วั ในปา เต็งรงั IV. การขน้ึ รว มกัน japonicus) แ ล ะ ถ่ั ว เ ขี ย ว ( Vigna radiata) ไ ด แ ล ว ยั ง และความผนั แปรรว มกันของพรรณไมต า งชนดิ ในถิน่ สามารถเขาอยูอาศัยในเนื้อเยื่อรากของขาวในลักษณะของ ฐานเดียวกัน. วารสารวนศาสตร. 18: 149-166. endophyte ไดซึ่งแสดงใหเห็นถึงความหลากหลายทาง สุรศักดิ์ ราตร,ี นิคม เรไร, ศิรนิ ภา ขนั ตโิ กมล และ ณฐั พงศ พันธุกรรมระหวาง ไรโซเบียมและไมขึ้นกับชนิดของพืช สุดวสิ ยั . (2554). พรรณไมห นองระเวยี ง. โครงการ อาศัยหรือดินของแตละประเภทปา และเม่ือพิจารณา อนรุ กั ษพ ันธกุ รรมพืชอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ ความสัมพันธของไรโซเบียมกับพืชตระกูลถ่ัวอาศัย พบวาพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ตระกูลถั่วบางชนิดอาจสามารถเกิดปมรากไดกับเชื้อไร สนองพระราชดาํ ริโดยมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล โซเบียมหลายสกุล หรือไรโซเบียมอาจสามารถเขาสรางปม อีสาน กับพืชตระกูลถ่ัวไดหลายสายพันธุเชนกัน สอดคลองกับ Andrews, M., and Andrews, M. E. (2017). Specificity งานวิจัยของ Andrew, M. (2017) ท่ีพบวาพืชตระกูลถั่วใน in legume-rhizobia symbioses. International วงศยอย Papilionoideae ยอมใหไรโซเบียมเขาสรางปมได Journal of Molecular Sciences, 18(4), 705. หลายแบบ นอกจากนี้ การท่ีไรโซเบียมสามารถเขาพืชได Clúa, J., Roda, C., Zanetti, M., and Blanco, F. (2018). หลากหลายหรอื จาํ เพาะเจาะจงนั้น เปน การพัฒนาเพื่อความ Compatibility between legumes and rhizobia อยูร อด และเปนวิวัฒนาการรว มระหวา งพืชตระกูลถั่วและไร for the establishment of a successful nitrogen- โซเบียมในการเลือก symbiont ที่เหมาะสม (Clúa, J., et. fixing symbiosis. Genes, 9(3), 125. al, 2018) จากการการระบสุ ายพันธุไรโซเบียมพบวามหี ลาย Manassila, M., Nuntagij, A., Kotepong, S., Boonkerd, สายพันธุทีม่ คี วามคลายคลงึ กบั สายพันธุการคา Bradyrhizo- N. and Teaumroong, N. (2007). Characterization bium diazoefficiens USDA110 ท่ีสามารถเขาสรางปม and monitoring of selected rhizobial strains ตรึงไนโตรเจนและเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองได (Prakamhang, isolated from tree legumes in Thailand. African J. et. al., 2015) ซ่ึงไรโซเบียมในการทดลองนี้ มีศักยภาพ Journal of Biotechnology 6(12): 1393-1402. ในการพัฒนาเปน ปยุ ชวี ภาพได Noisangiam, R., Teamtisong, K., Tittabutr, P., สรปุ ผลการทดลอง Boonkerd, N., Toshiki, U., Minamisawa, K., and Teaumroong, N. (2012). Genetic diversity, งานวิจัยนี้พบวา บริเวณพ้ืนที่ปาปกปกพันธุกรรมพืช symbiotic evolution, and proposed infection ศูนยอนุรักษและพัฒนาทรัพยากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ process of Bradyrhizobium strains isolated ตอนกลาง จังหวัดนครราชสีมา มีความหลากหลายของพืช from root nodules of Aeschynomene ตระกูลถ่ัว ท้ังท่ีเปนไมยืนตนขนาดใหญ ขนาดเล็ก และพืช americana L. in Thailand. Appl. Environ. ตระกูลถั่วชนิดเถาเลื้อย ซึ่งพบความหลากหลายของไร Microbiol., 78(17), 6236-6250. โซเบียม มีความจําเพาะกับพืชเจาบานต่ํา สามารถสรางปม Prakamhang, J., Tittabutr, P., Boonkerd, N., กับพืชตระกูลถั่วอื่นได ดังน้ันขอมูลท่ีไดจากงานวิจัยนี้ Teamtisong, K., Uchiumi, T., Abe, M., and สามารถใชเปนแหลงขอมูลที่สําคัญ สําหรับผูสนใจศึกษาพืช Teaumroong, N. (2015). Proposed some ตระกูลถั่ว และความสัมพันธกับไรโซเบียมท่ีเขาสรางปม ซึ่ง interactions at molecular level of PGPR ในอนาคตสามารถนําไปพัฒนาใหอยูในรูปของปุยชีวภาพ coinoculated with Bradyrhizobium เพื่อใชสําหรับการฟนฟูปาไม หรือเพื่อการบํารุงดินที่ขาด diazoefficiens USDA110 and B. japonicum ไนโตรเจนใหเกิดความอุดมสมบรู ณสําหรับการเกษตรตอ ไป THA6 on soybean symbiosis and its potential การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
399 of field application. Applied soil ecology, 85, 38-49. Somasegaran P. and Hoben H.J. (1994) Handbook for rhizobia – methods in legume-rhizobium Technology. Springer-Ver- lag, New York Sprent, J. I. (1994). Evolution and diversity in the legume-rhizobium symbiosis: chaos theory? Plant and Soil 161(1): 1-10. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
400 การศึกษาลายพิมพดีเอ็นเอเหด็ ปา กนิ ไดในพืน้ ท่ีปาปกปก พันธกุ รรมพชื อพ.สธ. - มทร. อีสาน จังหวัดนครราชสมี า THE STUDY OF DNA FINGERPRINT ON EDIBLE MUSHROOMS IN PLANT GENETIC PROTECTION AREA OF RSPG, RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY ISAN, NAKHON RATCHASIMA PROVINCE ศศธิ ร อนิ ทรน อก1*, อภริ กั ษ ยินมะเรงิ 2 และ ธรี ะวฒุ ิ มลู อาษา2 Sasidhorn Innok1*, Apirak Yinmaroeng2 and Teerawut Munarsa2 1สาขาชีววิทยาประยุกต คณะวทิ ยาศาสตรแ ละศลิ ปศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน อ.เมือง จ.นครราชสมี า 30000 2ศนู ยอนุรักษแ ละพฒั นาทรัพยากรภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนกลาง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อ.เมอื ง จ.นครราชสีมา 30000 1Department of Applied Biology, Faculty of Sciences and Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Isan, Muang, Nakhon Ratchasima 30000 2Resource Conservation and Development Center for the Middle Northeastern Region, Rajamangala University of Technology Isan, Muang, Nakhon Ratchasima, 30000 บทคดั ยอ การศึกษาลายพิมพดีเอ็นเอเห็ดปากินไดในพื้นที่ปาปกปกพันธุกรรมพืช อพ.สธ.-มทร.อีสาน จังหวัดนครราชสีมา เปนการ ดาํ เนนิ งานตอเน่อื งจากการศกึ ษาความหลากหลายของเหด็ กินไดในพน้ื ที่ปกปก พนั ธุกรรมพืช มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล อสี าน จงั หวัดนครราชสมี า ซึ่งพบเหด็ กนิ ไดจ ํานวน 45 ชนดิ จัดอยูใน 23 สกลุ 18 วงศ เกบ็ ตัวอยา งเหด็ ตามพกิ ัดตาํ แหนงที่ได บันทึกไว ซ่งึ สามารถเกบ็ ตวั อยางได 33 ตัวอยา ง นํามาสกดั ดีเอน็ เอ และศกึ ษาลายพิมพด เี อ็นเอเพื่อจําแนกชนิดดว ยวิธีทางชีว โมเลกุล โดยใช RAPD-PCR ดวยไพรเมอร OPL11 เมอ่ื นาํ มาศึกษาความสัมพนั ธท างพนั ธุกรรม พบวามเี ห็ดท่ีไมมีความสัมพนั ธ ใกลช ิดกบั เห็ดอืน่ ไดแก เห็ดนกยงู (วงศ Agaricaceae) เห็ดจาวตาล (วงศ Agaricaceae) เหด็ เพ็ก (วงศ Pleurotaceae) เห็ด ระโงกขาว (วงศ Amanitaceae) เห็ดโคนดํา 07 (Lyophyllaceae) เห็ดบด (วงศ Polyporaceae) และเห็ดน้ําแปง (วงศ Russulaceae) และเห็ดที่มีความสัมพันธใกลชิดกับเห็ดชนิดอื่นต้ังแตรอยละ 40-100 ซ่ึงอยูในวงศ Amanitaceae วงศ Lyophyllaceae วงศ Auriculariales วงศ Russulaceae และวงศ Pyronemataceae อยางไรก็ตามงานวิจัยน้ียังตอง ทาํ การศึกษาลายพมิ พด เี อ็นเอเพ่มิ เตมิ โดยใชไพรเมอรช นดิ อน่ื ๆ เพอื่ ยนื ยนั ผลการทดลองตอไป Abstract The study of DNA fingerprint on edible mushrooms in Plant Genetic Protection Area of RSPG, Rajamangala University of Technology Isan, Nakhon Ratchasima province was continued from study on biodiversity of edible mushrooms DNA fingerprint in Plant Genetic Protection Area of RSPG, Rajamangala University of Technology Isan, Nakhon Ratchasima. There were 45 species of edible mushrooms, which classified as 23 genera and 18 families. Thirty-three mushroom samples were collected according to the location recorded. DNA was extracted and RAPD-PCR using primer OPL11 was performed to identify DNA samples. It was found that some mushrooms were not genetically related when compared with others such as Macrolepiota gracilenta (Krombh) Wasser (Family Agaricaceae), Calvatia candida (Rostk.) Hollós. (Family Agaricaceae), Pleurotus cornucopiae (Paulet) Rolland (Family Pleurotaceae), Amanita princeps Corner & Bas (Family Amanitaceae), Termitomyces sp. (Family Lyophyllaceae), Lentinus polychrous Lév. (Family Polyporaceae) and Russula alboareolata Hongo (Family Russulaceae). While some mushroom samples showed 40-100% genetically related to mushrooms in Family Amanitaceae, Family Lyophyllaceae, Family Auriculariales, Family Russulaceae and Family Pyronemataceae. However, extensive DNA fingerprints is needed to study using different primers in order to confirm the results. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
401 คําสําคัญ: เหด็ , พน้ื ที่ปกปก พนั ธกุ รรมพชื , ลายพมิ พดเี อน็ เอ, เทคนิค RAPD-PCR Keywords: mushrooms, Plant Genetic Conservation Project Area, DNA fingerprint, RAPD-PCR technique *ตดิ ตอ นักวจิ ัย: ศศธิ ร อนิ ทรนอก (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Sasidhorn Innok (E-mail: [email protected]) บทนํา มีการจําแนกชนิดของส่ิงมีชีวิตดวยวิธีทางชีวโมเลกุลซ่ึงมี เห็ดและราขนาดใหญ (mushroom and macrofungi) ความแมนยําสูง ควบคูกับการจําแนกตามลักษณะทาง สัณฐานวทิ ยา ทาํ ใหไดขอมลู ท่ีมคี วามนา เชอื่ ถือ งานวจิ ยั นีจ้ งึ คือ กลุมราท่ีมีเสนใยซ่ึงสามารถรวมตัวกันเกิดเปนโครงสรา ง มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาลายพิมพดีเอ็นเอเห็ดปากินไดใน หรือดอก (fruiting body) ขนาดใหญมองเหน็ ไดด ว ยตาเปลา พื้นท่ีปาปกปกฯ โดย RAPD-PCR เพ่ือสรางฐานขอมูลลาย อนั เปนทเี่ กดิ ของเซลลส ืบพันธหุ รอื สปอร (spore) โครงสรา ง พมิ พด ีเอน็ เอตอ ไป หรือดอกน้ีมีรูปรางและลักษณะแตกตางกันมากมายหลาย อุปกรณแ ละวิธกี ารทดลอง แบบ เห็ดราขนาดใหญจัดจําแนกไวใน 2 Phylum คือ Basidiomycota และ Ascomycota ดอกเห็ดมีชีวิตอยูไม 1. การเก็บตัวอยางเห็ด ดําเนินการเก็บตัวอยางเห็ดปา นานก็ตาย แตเสนใยของเห็ดท่ีเจริญอยูในดิน เศษซากพืช กินไดในพื้นท่ีปาปกปกพันธุกรรมพืช อพ.สธ.-มทร.อีสาน ซากสัตว หรือในเซลลข องสง่ิ มีชีวิตตาง ๆ เชน พืชและแมลง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการสํารวจความหลากหลายของ สามารถมีชีวติ อยูไดน านเปน ปห รือหลายป และสามารถสรา ง เห็ดกินไดในพื้นที่ฯ โดยสํารวจดวยวิธีการสุมตัวอยางแบบ ดอกเห็ดใหมไดอีกเมื่อสภาพแวดลอมเหมาะสม (อนงค ง า ย ( simple random sampling) ร ว ม กั บ ศึ ก ษ า ต า ม จันทรศรีกุล และคณะ, 2551) เห็ดมีประโยชนในการยอย เสนทางศึกษาธรรมชาติ (Krebs, 1999) จํานวน 12 แปลง สลายซากส่ิงมีชีวิตที่ผุพังนําสารอาหารคืนสูระบบนิเวศ เห็ด ตัวอยาง แตละแปลงมีขนาด 40 x 40 เมตรและทําการ ยอยสลายส่ิงมีชีวิตอ่ืนไดเพราะมีเอนไซมท่ีสามารถยอย บันทึกพิกัดตําแหนงของเห็ดที่พบซ่ึงพบเห็ดกินได จํานวน โครงสรา งของสารอาหารทซี่ ับซอน เชน เซลลโู ลสและลิกนิน 45 ชนิด จัดอยูใน 23 สกุล 18 วงศ วงศเห็ดที่พบมากท่ีสุด ในเน้ือไมได จากนิเวศวิทยาและสภาพการเพาะเลี้ยงเห็ด คือ วงศ Russulaceae รองลงมา คือ วงศ Lyophyllaceae สามารถแบงไดเ ปน 3 กลมุ (Stamets, 1993) ไดแก โดยพบมากในปาเต็งรัง ชวงท่ีฝนตกชุกในเดือนสิงหาคมและ เดือนกันยายน นําขอมูลพิกัดตําแหนงของเห็ดท่ีพบมาใชใน 1. เห็ดราที่อาศัยอยูกับสิ่งมีชีวิตอ่ืน เรียกวา เห็ดปรสิต การเก็บตัวอยาง ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน 2561 หรอื เห็ดทที่ าํ ใหเกดิ โรค (parasitic หรือ pathogenic fungi) ซ่ึงเก็บตัวอยางไดท้ังหมด 33 ตัวอยาง โดยจําแนกชนิดจาก และเมอื่ ส่งิ มชี ีวติ นั้นตายไป ยังสามารถอาศยั ซากสงิ่ มชี ีวติ นัน้ ลักษณะสัณฐานวิทยาตามหนังสือเหด็ ปาหนองระเวียง (ธีระ ตอไปอีกได เรียกวา พวกปรสิตตามโอกาส (facultative วุฒิ มูลอาษา, 2561) และหนังสือ Index Fungorum parasite) เชน เห็ดกระดาง นอกจากอาศัยบนสิ่งมีชีวิตแลว (Hoffmann, 2019) โดยดองตัวอยางเห็ดไวในแอลกอฮอล บางคร้งั ยังทาํ อันตรายสงิ่ มีชวี ิตที่อาศัยอยูนนั้ จนถงึ ตายได ความเขม ขน 70% เพอ่ื เกบ็ รกั ษาตวั อยา ง (ตารางท่ี 1) 2. เห็ดราท่ีอาศัยสิ่งมีชีวิตอ่ืนในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน 2. การสกัดดีเอ็นเอจากเห็ด นําดอกเห็ดปากินไดที่ดอง กับพืชและสัตวและไมเกิดความเสียหาย (symbiotic fungi) ดวยแอลกอฮอลความเขมขน 70% ท้ัง 33 ตัวอยางๆ ละ โดยอาศัยบริเวณรากพืชและจะไดรับอาหารจากพืชและรา 100 มิลลิกรัมมาห่ันใหเปนช้ินเลก็ ๆ ใสลงในหลอดปนเหวีย่ ง แลกกบั การผลติ สารปฏิชวี นะใหแ กพืช เรยี กเหด็ พวกน้ีวา ไม ขนาด 2.0 มิลลิลิตรที่มีเม็ดบีทอยูภายใน โดยนําไปบดให คอรไรซา (mycorrhiza) เชน เห็ดไคล เห็ดแดง เห็ดขม้ิน ล ะ เ อี ย ด โ ด ย ใช เ ค ร่ื อ ง TissueLyser (QIAGEN Hiden, เหด็ ตับเตา เห็ดโคน เหด็ เผาะ เหด็ ระโงก Tissue Lyse LT, Germany) ท่ี 50 Hz เปนเวลา 2-5 นาที (ข้ึนอยูกับชนิดของเห็ด) แลวนํามาสกัด DNA โดยใช Plant 3. เห็ดราท่ีอาศัยซากส่ิงมีชีวิตที่ตายแลว หรือเกิดตาม Genomic DNA Purification kit (GeneMark, Taiwan) ผิวดินท่ีมีอาหารเห็ดอยู เรียกวา เห็ดราแซบโปรไฟท (saprophytic fungi) จะพบบนตอไมหรือทอนไมท่ีตายแลว 3. การศึกษาลายพิมพดีเอ็นเอดวยเทคนิค RAPD-PCR มีประโยชนในการยอยสลายสารอินทรียของสิ่งมีชีวิตตาง ๆ นํา DNA ที่สกัดไดมาเพิ่มจํานวน DNA โดยใช 0.5 pmol ท่หี มดสภาพแลว ไพรเมอร OPL11 (5’-ACGATGAGCC-3’) จากบริษัท Macrogen ในปฏิกิริยา PCR ปริมาตร 25 ไมโครลิตร ซ่ึง จากการสํารวจเห็ดในพื้นที่ปกปก พนั ธุกรรมพชื อพ.สธ.- ประกอบดวย 1X PCR Master mix (0.75 U Taq DNA มทร.อีสาน เพ่ือจําแนกความหลากหลายของเห็ดปากินได โดยใชลักษณะทางสัณฐานวิทยา ไดแก รูปราง ขนาด สี ผิว ครีบ กาน วงแหวน และนิสัยการเจรญิ ของดอกเห็ด ปจจบุ ัน การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
402 polymerase, 1X PCR buffer, 2 mM MgCl2 และ 250 การศึกษาความสัมพันธทางพันธุกรรมของเหด็ ปากนิ ได µM of each dNTP; GeneMark, Taiwan) และ 10 ng/ml โดยใชลายพิมพดีเอ็นเอ (รูปที่ 2) พบวาสามารถจําแนก DNA โดยข้ันตอน Pre-denaturation ใชอุณหภูมิ 94 องศา ความสัมพันธของเห็ดปาที่ทําการศึกษาไดเปน 2 ลักษณะ เซลเซียส 3 นาที จํานวน 1 รอบ จากนั้น Denaturation ท่ี นั่นคือ ลักษณะท่ี 1 เห็ดที่ไมมีความสัมพันธใกลชิดกับเห็ด อณุ หภูมิ 94 องศาเซลเซียส 40 วินาที Annealing ทอี่ ุณหภมู ิ ชนิดอื่น ไดแก เห็ดนกยูง เห็ดจาวตาล เห็ดเพ็ก เห็ดระโงก 37 องศาเซลเซียส 1 นาที และ Extension ท่ีอุณหภูมิ 72 ขาว เห็ดโคนดํา 07 เห็ดบด และเห็ดนํ้าแปง สวนลักษณะที่ องศาเซลเซียส 1 นาที จํานวน 40 รอบ สําหรับ Final- 2 เปนเห็ดที่มีความสัมพันธใกลชิดกับเห็ดชนิดอื่น โดย extension ใชอ ณุ หภมู ิ 72 องศาเซลเซียส เปนเวลา 10 นาที แบงเปน 2 กลุมใหญ ๆ คือ กลุมที่มีความสัมพันธใกลชิดกัน จํานวน 1 รอบดวยเครื่อง Thermal Cycler (BLUE-RAY รอยละ 40 เชน เห็ดไสเ ดือนกับเหด็ ตะไคลขาว เปนตน และ BIOTECH, TurboCycler LITE, Taiwan) นํามาตรวจสอบ กลุมท่ีมีความสัมพันธใกลชิดกันตั้งแตรอยละ 50 ข้ึนไป โดย ผลิตภัณฑ RAPD-PCR ดวยเทคนิคอิเล็คโตรโฟเร-ซสิ โดยใช เหด็ ทีแ่ สดงความสมั พันธด ังกลา ว บางชนดิ อยูใ นวงศเ ดยี วกัน 1.5% Agarose gel ท่ีกระแสไฟฟา 100 โวลต เปนเวลา 30 บางชนิดอยูตางวงศ ซ่ึงในกลุมน้ีมีตัวอยางเห็ดบางชนิดมี นาที (Cosmo Bio Co. Ltd., MyRunnc, Japan) โดยนํา ความสัมพันธใกลชิดกันรอยละ 100 ไดแก เห็ดโคนดํา 02 เ จ ล ไ ป ย อ ม ด ว ย Safeview DNA stain (GeneMark, กับเหด็ โคนดาํ 03 (หมายเลข 10 กับ 11) เหด็ โคนดํา 06 กบั Taiwan) นําไปสองเจลภายใตแสงอัลตราไวโอ-เลตและ เห็ดโคนดํา 09 (หมายเลข 17 กับ 20) เห็ดหูหนูรวงผ้ึงกับ ถ า ย ภ า พ ด ว ย เ ค รื่ อ ง Gel documentation (UVTEC เห็ดหูหนูชาง (หมายเลข 22 กับ 23) และเห็ดตะไคลเขียวกบั Cambridge, United Kingdom) เห็ดตะไคลเหลือง (หมายเลข 29 กับ 32) และเนื่องจาก การศึกษาน้ีใชไพรเมอรเพียงชนิดเดียว จึงพบผลการทดลอง 4. การสราง Dendrogram จากลายพิมพดีเอ็นเอ การ ที่ไมสัมพันธกันระหวางการจําแนกทางสัณฐานวิทยา และ วิเคราะหข อมูลความสมั พันธทางพันธุกรรมของเห็ดปากนิ ได การใชลายพิมพดีเอ็นเอ ดังจะเห็นไดจากเห็ดท่ีอยูในวงศ ในพ้ืนที่ปาปกปกฯ ดวยวิธี UPGMA (Unweighted pair เดียวกันจากการจําแนกดวยลักษณะทางสัณฐานวิทยาไมมี group method with arithmetic mean) ของ Dice และ ความสัมพันธใกลชิดกันทางพันธุกรรม (เห็ดโคนดํา 04 และ สราง Dendrogram โดยใชโปรแกรม UVIbandmap ของ เห็ดโคนปลวกสม) นอกจากน้ียังพบเห็ดบางชนิดท่ีอยูในวงศ บรษิ ทั UVTEC Cambridge ตางกนั แตม คี วามสัมพนั ธใกลชิดกันมากกวา 60% (เห็ดโคน ผลและวิจารณผลการทดลอง กับเห็ดแดงนํ้าหมาก) แสดงใหเห็นวาการใชไพรเมอรเพียง 1. ลายพิมพดีเอน็ เอ ช นิ ด เ ดี ย ว ไ ม เ พี ย ง พ อ ต อ ก า ร ศึ ก ษ า ค ว า ม สั ม พั น ธ ท า ง พันธุกรรมของเห็ดปา ดังน้ันการศึกษาน้ีจึงจะทําการศึกษา RAPD-PCR ของเห็ดปาจากพื้นที่ปกปกฯ ท้ัง 33 เพิ่มเติมโดยใช ไพรเมอรหลายหลายชนิดเพื่อยืนยันผลการ ตัวอยาง ใหลายพิมพดีเอ็นเอจากการใชไพรเมอร OPL11 ทดลองท่ีได (จารุวรรณ จันทรา และคณะ, 2550; Khan et. โ ด ย พบ แ ถ บ ดี เ อ็ น เ อ จํ า น ว น 54 แ ถ บ ( รู ป ที่ 1) มี al., 2011; Yadav et. al., 2017) polymorphic band 23 แถบ คิดเปน 59.26% polymer- สรุปผลการทดลอง phic band ซง่ึ Khan และคณะ (2011) รายงานวาการสรา ง ลายพิมพดีเอ็นเอจากไพรเมอร OPL11 ในเห็ดนางรม การใชลายพิมพดีเอ็นเอจาก RAPD-PCR โดยใชไพร ( Pleurotus ssp.) พ บ แ ถ บ ดี เ อ็ น เ อ 1 0 แ ถ บ ซ่ึ ง มี เมอรเพียงชนิดเดียวสามารถศึกษาความหลากหลายทาง polymorphic band 7 แถบ น้ันคือมี 70% polymorphic พั น ธุ ก ร ร ม เ บ้ื อ ง ต น ข อ ง เ ห็ ด ป า กิ น ไ ด ใ น พ้ื น ที่ ป ก ป ก ฯ band ความแตกตางของเปอรเซ็นต polymorphic band พนั ธุกรรมพืช อพ.สธ. มทร.อสี านได อยางไรกต็ ามการวิจยั นี้ อาจข้นึ อยกู บั ชนิดของเห็ดที่นํามาศกึ ษา ควรเพิ่มจํานวนชนิดของไพรเมอรเพื่อยืนยันผลการทดลอง 2. ความสมั พนั ธทางพันธุกรรมของเห็ดปา กินได ตอ ไป การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
403 ตารางที่ 1 ตัวอยา งเห็ดปากินไดที่เกบ็ ในเดือนสงิ หาคมและกันยายน 2561 ลําดับที่ ชอ่ื ไทย ชื่อวทิ ยาศาสตร วงศ 1 นกยงู Macrolepiota gracilenta (Krombh) Wasser Agaricaceae 2 จาวตาล Calvatia candida (Rostk.) Hollós Agaricaceae 3 เพก็ Pleurotus cornucopiae (Paulet) Rolland Pleurotaceae 4 ระโงกขาว Amanita princeps Corner & Bas Amanitaceae 5 ไสเดือน Amanita vaginata (Bull.) Lam. Amanitaceae 6 แครง Schizophyllum commune Fr. Schizophyllaceae 7 ตนี แรด Macrocybe crassa (Sacc.) Pegler & Lodge Tricholomataceae 8 โคนดํา 01 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 9 โคนปลวกสม Termitomyce saurantiacus (R.Heim) Lyophyllaceae R. Heim 10 โคนดํา 02 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 11 โคนดาํ 03 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 12 โคนปลวกเนอ้ื ไก Termitomyces eurrhizus (Berk.) R. Heim Lyophyllaceae 13 โคนขาวตอก 01 Termitomyces microcarpus (Berk. & Broome) R. Heim Lyophyllaceae 14 โคนขา วตอก 02 Termitomyces microcarpus (Berk. & Broome) R. Heim Lyophyllaceae 15 โคนดาํ 04 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 16 โคนดาํ 05 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 17 โคนดาํ 06 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 18 โคนดํา 07 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 19 โคนดาํ 08 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 20 โคนดาํ 09 Termitomyces sp. Lyophyllaceae 21 หหู นู Auricularia auricula-judae (Bull.) Quél. Auriculariales 22 หูหนรู วงผ้ึง Auricularia delicata (Mont. ex Fr.) Henn. Auriculariales 23 หหู นูชา ง Auricularia nigricans(Sw.) Birkebak, Looney & Sánchez- Auriculariales García 24 มนั ปูใหญ Cantharellus cibarius Fr. Hydnaceae 25 บด Lentinus polychrous Lév. Polyporaceae 26 นา้ํ แปง Russula alboareolataHongo Russulaceae 27 ตะไคลขาว Russula delica Fr. Russulaceae 28 แดงนาํ้ หมาก Russula emetica (Schaeff.) Pers. Russulaceae 29 ตะไคลเขยี ว Russula virescens (Schaeff.) Fr. Russulaceae 30 หหู นขู าว Tremella fuciformisBerk. Tremellaceae 31 ปากหม/ู จมกู หมู Trichaleurina javanica(Rehm) M. Carbone, Agnello& P. Pyronemataceae Alvarado 32 ตะไคลเหลือง Russula virescens (Schaeff.) Fr. Russulaceae 33 - Tricholomopsis rutilans Tricholomataceae การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
404 M 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 รปู ท่ี 1 ลายพมิ พดีเอ็นเอจากเห็ดปา Lane M = VC DNA Ladder mix Marker, Lane 1 = เหด็ นกยงู , Lane 2 = เหด็ จาวตาล, Lane 3 = เห็ดเพ็ก, Lane 4 = เห็ดระโงกขาว, Lane 5 = เห็ดไสเดือน, Lane 6 = เห็ดแครง, Lane 7 = เห็ดตีนแรด, Lane 8 = เห็ดโคนดาํ 01, Lane 9 = เห็ดโคนปลวกสม , Lane 10 = เหด็ โคนดํา 02, Lane 11 = เหด็ โคนดาํ 03, Lane 12 = เหด็ โคนปลวกเน้ือไก, Lane 13 = เหด็ โคนขาวตอก 01, Lane 14 = เห็ดโคนขา วตอก 02, Lane 15 = เหด็ โคนดํา 04, Lane 16 = เหด็ โคนดํา 05, Lane 17 = เหด็ โคน ดํา 06, Lane 18 = เหด็ โคนดาํ 07, Lane 19 = เหด็ โคนดํา 08, Lane 20 = เห็ดโคนดํา 09, Lane 21 = เหด็ หูหนู, Lane 22 = เห็ดหู หนูรวงผงึ้ , Lane 23 = เห็ดหหู นูชา ง, Lane 24 = เหด็ มนั ปูใหญ, Lane 25 = เห็ดบด, Lane 26= เห็ดนํา้ แปง, Lane 27 = เหด็ ตะไคล ขาว, Lane 28 = เห็ดแดงนํ้าหมาก, Lane 29 = เห็ดตะไคลเขียว, Lane 30 = เห็ดหูหนูขาว, Lane 31 = เห็ดปากหมู/จมูกหมู, Lane 32 = เห็ดตะไคลเหลือง, Lane 33 Trichoromopsis rutilans และ Lane 34 = negative control รปู ท่ี 2 Dendrogram แสดงความสัมพนั ธทางพันธกุ รรมของเหด็ ปา โดยหมายเลข 1 = เหด็ นกยูง, หมายเลข 2 = เห็ดจาวตาล, หมายเลข 3 = เห็ด เพ็ก, หมายเลข 4 = เหด็ ระโงกขาว, หมายเลข 5 = เหด็ ไสเดอื น, หมายเลข 6 = เหด็ แครง, หมายเลข 7 = เหด็ ตนี แรด, หมายเลข 8 = เหด็ โคนดํา 01, หมายเลข 9 = เห็ดโคนปลวกสม, หมายเลข 10 = เห็ดโคนดํา 02, หมายเลข 11 = เห็ดโคนดํา 03, หมายเลข 12 = เห็ดโคนปลวกเนื้อไก, หมายเลข 13 = เห็ดโคนขาวตอก 01, หมายเลข 14 = เห็ดโคนขาวตอก 02, หมายเลข 15 = เห็ดโคนดํา 04, หมายเลข 16 = เห็ดโคนดํา 05, หมายเลข 17 = เหด็ โคนดํา 06, หมายเลข 18 = เหด็ โคนดาํ 07, หมายเลข 19 = เหด็ โคนดาํ จ8, หมายเลข 20 = เห็ดโคนดาํ 09, หมายเลข 21 = เหด็ หูหนู, หมายเลข 22 = เห็ดหูหนูรวงผึ้ง, หมายเลข 23 = เหด็ หูหนูชา ง, หมายเลข 24 = เห็ดมันปใู หญ, หมายเลข 25 = เห็ดบด, หมายเลข 26= เห็ดนํา้ แปง , หมายเลข 27 = เห็ดตะไคลขาว, หมายเลข 28 = เหด็ แดงน้าํ หมาก, หมายเลข 29 = เหด็ ตะไคลเขยี ว, 30 = เห็ดหูหนูขาว, หมายเลข 31 = เหด็ ปากหม/ู จมูกหม,ู หมายเลข 32 = เหด็ ตะไคลเหลือง และหมายเลข 33 = Trichoromopsis rutilans การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
405 คําขอบคุณ Hoffmann, H. 2019. Index Fungorum: Sistens Icones โครงการวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนรุ กั ษ Et Specimina Sicca Nuperis Temporibus Edita... (Latin Edition). Sydney : Wentworth Press. พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ คณะผูวิจัย ขอขอบคุณมา ณ ท่ีนดี้ วย Khan, S.M. et al. 2011. Morphological and เอกสารอางองิ molecular characterization of Oyster จารุวรรณ จนั ทรา จริ าพร ตยตุ วิ ฒุ ิกลุ อังสนา อัครพศิ าล mushroom (Pleurotus spp.). African Journal of Biotechnology 10(14): 2638-2643. ทิพรรณี เสนะวงศ และวรี เทพ วงศป ระเสรฐิ . 2550. การวเิ คราะหพันธุกรรมของไหมพนื้ เมืองพนั ธนุ างนอ ย Krebs, C.J. 1999. Ecology Methodology (2nded.) ศรสี ะเกษ 1 โดยเทคนคิ RAPD-PCR. วารสารเกษตร University of British Columbia. An Imprint 23(1): 39-47. ธรี ะวุฒิ มูลอาษา. 2561. เห็ดปา หนองระเวียง: ความ of Addison Wesley Longman, Inc. 607 p. หลากหลายและการใชป ระโยชนท ค่ี วรคาแกก าร Stamets, P. 1993. Growing gourmet and medicinal อนุรกั ษ.-นครราชสมี า: โครงการอนุรักษพ นั ธกุ รรมพชื อันเนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ สมเดจ็ พระเทพ mushrooms, 3rd, pp. 301-304. Ten speed รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 246 หนา. Press, California, USA อนงค จนั ทรศรีกลุ พูนพไิ ล สุวรรณฤทธิ์ และอทุ ัยวรรณ Yadav, M.K. et al. 2017. Genetic Diversity Characterization of Pleurotus strains by แสงวณิช. 2551.ความหลากหลายของเห็ดและ Random Amplified Polymorphic DNA ราขนาดใหญใ นประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สาํ นกั Fingerprinting. International Journal of พิมพมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. 514 หนา. Current Microbiology and Applied Sciences 6(5): 1260-1267. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
406 ศึกษาวิจยั ลักษณะทางพนั ธุกรรม ลกั ษณะประจําพนั ธุ และพฤกษเคมีของสตั ฤาษี (ตีนฮุง ดอย) (Paris polyphylla Sm.) ในถิน่ ทีอ่ ยู เพ่ือการใชประโยชนดา นการเกษตร RESEARCH AND STUDY ON PLANT GENETIC CHARACTERISTICS AND PHYTOCHEMICALS OF Paris polyphylla Sm. IN THE HABITAT FOR AGRICULTURAL สพุ ัฒธณกจิ โพธ์ิสวา ง1*, ปย รัษฎ ปริญญาพงษ เจรญิ ทรัพย2, วินยั แสงแกว 3, เกษม ทองขาว1, ลดั ดาวลั ย อนิ ทรส ังข4 , จันทรเพญ็ แสนพรหม1 และ พจิ ิตร ศรีปน ตา1 1ศูนยว จิ ัยเกษตรหลวงเชียงใหม 313 หมู 12 ต. หนองควาย อ. หางดง จ. เชยี งใหม 50230 โทรศพั ท (053) 114133-36, 114070-71 โทรสาร (053) 114072 อีเมล [email protected] 2โครงการอนรุ กั ษพ ันธกุ รรมพืชอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) สวนจติ รลดาพระราชวัง ดุสติ ถ.ราชวิถี เขตดุสติ กทม. 10303 โทรศัพท 02-282-1850 โทรสาร 02-282-0665 e-mail: [email protected] 3สาขาวิชาวทิ ยาการสมนุ ไพร คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลยั แมโจ 63 หมู 4 ตําบลหนองหาร อาํ เภอสนั ทราย จงั หวดั เชยี งใหม 50290 โทร. 053 - 873646 โทรสาร 053 873628 อีเมล [email protected] 4สถาบนั วจิ ยั พืชสวน กรมวชิ าการเกษตร เขตจตุจกั ร กรงุ เทพฯ 10900 โทรศัพท (02) 940 5484-5 โทรสาร (02) 5614667 อีเมล [email protected] บทคัดยอ สัตฤาษีเปนพืชลมลุก สูง 0.5-1.0 เมตร มีเหงาอยูใตดิน ใบเปนใบเด่ียวออกเวียนรอบขอ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ฐานใบมน ปลายใบแหลม พบ 5-10 ใบ/ตน กานใบสีนํ้าตาล ดอกเด่ียวออกที่ปลายยอด มีใบประดับ 4-6 ใบใตฐานรองดอก ผลแบบ แคปซูลทรงกลม ผิวเรียบ เมลด็ สีแดงอมสมพบกระจายตวั บนพน้ื ทีส่ งู ประมาณ 900–1,900 เมตร เจริญเตบิ โตในชว งปลายฤดู รอน-ปลายฤดูฝน พักตัวในฤดูหนาว – ฤดูรอน มีการนํามาใชประโยชนดานยาบํารุงกําลัง สมานแผล รักษาอาการชํ้าใน ประเทศจีนใชเปนสวนผสมหลักในยารักษาโรคในหลายอาการ ปจจุบันอยูในภาวะเสี่ยงตอการสูญพันธุเน่ืองจากการลักลอบ จําหนายกลุมสารสําคัญท่ีพบคือสารซาโปนินและสารกลุมฟนอล จากการสํารวจพบสัตฤาษีจํานวน 10 กลุมตัวอยางในพื้นท่ี ภาคเหนือตอนบน คือ จ. เชียงใหม (อ. ดอยสะเก็ด อ. สะเมิง อ. แมวาง (ขุนวาง) อ. แมแจม (แมจอนหลวง) อ. เชียงดาว อ. จอมทอง (บ. ขุนแตะ และ บ. แมแดด) จ. เชียงราย อ. เวียงปาเปา (บ. ขุนแมลาว) อ. เมือง (บ. ปางขอน) และ จ. นาน (อ. แมจริม) จากผลวิเคราะหความสมั พันธทางพันธุกรรมของสัตฤาษี จํานวน 7 ตัวอยางจากแหลง ดอยสะเก็ด (S1) สะเมิง (S2) แมจอนหลวง (S3) ขุนวาง (S4) ขุนแมลาว (S5) เชียงดาว (S6) และนาน (S7) พบวาท้ัง 7 ตัวอยางมีความแตกตางทาง พนั ธุกรรม โดยถูกแบงออกเปน 3 กลุม กลุมแรกไดแก ดอยสะเกด็ (S1) สะเมิง (S2) ขนุ แมล าว (S5) และเชยี งดาว (S6) กลุมท่ี สอง ไดแก แมจ อนหลวง (S3) ขุนวาง (S4) และกลมุ ท่สี ามไดแก นาน (S7) จากการวเิ คราะหสารสําคญั จากสวนหัวใตด นิ พบวา ขนุ แมลาว (S5) มีสารประกอบฟน อลกิ ท้ังหมดสูงสดุ เทากับ 0.009 มลิ ลิกรัมตอ กรมั กรดแกลลคิ เม่ือวเิ คราะหความสามารถใน การตานอนุมูลอิสระ พบวาสัตฤาษีที่สํารวจจากเขต อ. สะเมิง (S2) มีคาการตานอนุมูลอิสระสูงท่ีสุด คือ 23.63 ± 0.03 % และการวิเคราะหป ริมาณสารซาโปนินทั้งหมด (Total saponin) พบวาสัตฤาษีที่สาํ รวจจากเขต อ. แมแจม (แมจอนหลวง) มี ปรมิ าณสารซาโปนินท้งั หมดมากทสี่ ุด คอื 32.26 ± 0.65 mg/g Abstract Paris polyphylla Sm. is a biennial with rhizome, 0.5-1.0 m high, simple leaves with broadly oval shape and parallel edge round slender and sharp, 5 to 10 leaves/plant, petiole are brown. Solitary flower, the shoot tip is yellow or orange, 4-6 green bracts, Fruit is capsule and round shape with smooth surface. Seeds are red or orange. Plants distributed in highland area about 900 - 1,900 meters, growing in late summer - late rainy season and break in winter to summer. The utilization of plants are tonic medication, healing wounds, healing wounds, healing in the bruise. At present, Paris polyphylla Sm. is risk extinction due to illegal distribution. The main ingredients saponins and polyphenol. The Survey found the source of Paris polyphylla Sm. in 10 group sample from Chiangmai (Doi Saket, Samoeng, Mae Wang (Khun Wang), Mae Chaem (Mae Jon Luang), Chiang Dao, Chom Thong (Khun Tae and Mae Dad), Chiang Rai (Wiang Pa Pao and การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
407 Pang Khon) and Nan (Mae Charim), The result of Genetic correlation analyzed in the year 2017 , for 7 samples from Doi Saket (S1) Samoeng (S2), Mae Jon Luang (S3), Khun Wang (S4), Khun Mae Lao (S5), Chiang Dao (S6) and Nan (S7), 3 groups: The first group Doi Saket (S1), Samoeng (S2), Khun Mae Lao (S5) and Chiang Dao (S6). The second group are Mae Jon Luang (S3) and Khun Wang (S4). The third group are Nan (S7). Khun Mae Lao showed highest of total phenolic compounds of 0.009 mg / g gallic acid. Samoeng has showed the highest antioxidant of 23.63 ± 0.03 %. Mae Jon Luang showed the highest of total saponins substance as 32.26 ± 0.65 mg / g. คําสําคัญ: สตั ฤาษี ตีนฮุงดอย สารซาโปนินทั้งหมด สารตา นอนุมูลอสิ ระ สารฟน อลิก Keywords: Paris polyphylla Sm., total saponins, antioxidant, phenolic compound *ติดตอ นกั วิจัย: สพุ ัฒธณกิจ โพธิ์สวา ง (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: (E-mail: [email protected]) บทนาํ var. yunnanensis ซึ่งมีเขตการกระจายพันธุตั้งแตแถบ สัตฤาษี (Paris polyphyllaSm.) ช่ือทองถ่ิน เล็บฮุง, ตง หิมาลัยไปยังประเทศจีน ทิเบต เนปาล เทือกเขาหิมาลัย จีน ไตห วนั พมา ลาว และเวียดนาม (eMonocot, 2011) และสวน (คนเมือง), ตองลุงจอ (ไทใหญ) ยาประดงรอยเอ็ด (ลั้วะ) เล็บ ใหญอยูในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตและแถบ ฮงุ เปน พชื ลมลุก มีเหงาอยใู ตด นิ ใบเดีย่ วออกเวียนรอบขอ 5-9 ตะวันตกเฉียงใตของประเทศจีน โดยเฉพาะอยางยิ่งในมณฑล ใบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมนหรือสอบ ปลายใบแหลม ยูนนาน มณฑลเสฉวน และมณฑลกุยโจว (CNC-DIVERSITAS, กานใบสีนํ้าตาล ดอกเด่ียวสีเหลืองหรือสีสม ออกท่ีปลายยอด 2012) ในไทยพบเฉพาะสายพันธุ chinensis พบเฉพาะทาง มีใบประดับ 4-6 ใบรองรับ ผลแบบแคปซูล ทรงกลม ผิวเรียบ ภาคเหนือแถบจังหวัดเชียงใหม เชียงราย แพร นาน ข้ึนในปา เมล็ดสีแดงอมสม ลาํ ตน ใตด ิน ชอบข้นึ ตามพืน้ ในปาสนเขา ทีม่ ี ดิบเขา ระดับความสูง 900-1,900 เมตร ในตางประเทศพบใน เรือนยอดโปรง ความสูงต้ังแต 1,000 เมตรจากระดับน้ําทะเล ระดับความสูงจนถึง 3,000 เมตร ทรัพยากรของสมุนไพรนี้ มี (เกรียงไกรและคณะ, 2551) ลาํ ตน ใตด นิ กนิ สดหรอื ตม ดื่มนา้ํ ปริมาณลดลงอยางมาก การเจริญเติบโตของเหงาชามาก รกั ษาอาการบาดเจ็บ และเอาไปดองเหลา กินเปนยาบํารุงกําลัง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลติ หลังจากปลูกไปแลวเม่ือมีอายุ 5-7 ป (สํานักงานโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก ข้ึนไป ในประเทศจีนเกิดปญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในชวง พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช ปลายป ค.ศ. 1990 การผลติ มปี ริมาณนอ ยกวา 1,000 ตันตอ ป กุมารี, 2544) สวนของเหงานิยมนําไปใชประโยชนกันอยาง ในขณะท่ีความตองการประมาณ 2,000 ตันตอ ป (Wen et al., แพรหลายในประเทศตางๆ เชน เนปาลและจีน ในประเทศ 2012) รัฐมณีปุระ ของประเทศอินเดีย มีการสงออกไปยัง เนปาลใชเปน ยายอยเสมหะ รกั ษาพษิ ไข พษิ จากอาหาร แกพ ษิ ประเทศจีนและประเทศอ่ืนๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต งูกัด พิษแมลงกัด เปนยาบรรเทาผลกระทบจากยาเสพติด ผานไปทางประเทศพมาอยางผิดกฎหมาย (Shah et al., เคี้ยวรากรักษาแผลภายในคอ รักษาบาดแผลภายนอก ใชเปน 2012) ท้ั ง น้ี International Union for Conservation of ยาแกปวด ตมรากรักษาแผลคอตีบ โรคตอมนํ้าเหลือง ตอม Nature and Natural Resources (IUCN) สัตฤาษีเปนหน่ึงใน ทอนซิล คางทูม โรคเตานมอักเสบ โรคไขขอ บรรเทาฝ พืชสมุนไพรท่ีระบุวาเปนความเสี่ยงภายใตภัยการคุกคาม ประเทศจีนใชเปนสวนผสมหลกั ในยารักษาตับ ทอง จมูก ปอด (Madhu et al., 2010) การศึกษาสารประกอบ สามารถแยก คอ และมะเร็งเตานม (Madhu et al., 2010) และใชรักษาเนื้อ สารประกอบได 8 ชนิด คือ Falcarindiol, β-ecdysterone งอก หามเลือด ตอตานการอักเสบ ลดอาการปวดบวม มะเร็ง และ saponins 6 ชนดิ ซ่งึ มีฤทธิ์ตอ ตา นมะเรง็ อยา งมนี ยั สําคัญ ปอด และมะเร็งกลองเสียง และเปนสวนประกอบที่สาํ คัญของ โดยโครงสรางของ saponins มฤี ทธติ์ านเน้ืองอกได นอกจากน้ี สิทธิบัตรยาจีน เชน แคปซูล \" Gongxuening\" \"Jidesheng ยังสามารถบรรเทาอาการบวมน้ําที่ปอดและกลามเนื้อหัวใจ Sheyao\" \"Biyan Qingdu Keli\" (Wen et al., 2012; Shah (Shah et al., 2012) et al., 2012; Qin et al., 2013) CNC-DIVERSITAS (2012) ไดรายงานสายพันธุไววาพบ Paris polyphyllaSm. 12 สาย สํานักคุมครองภูมิปญญาการแพทยแผนไทย (2555) จัด พันธุทั่วโลก Qin et al., (2013) รายงานวา P. polyphylla สัตฤาษีไวเปนสมนุ ไพรท่อี าจจะสญู พันธุและมคี วามสําคัญทาง Smith. แบงออกไดมากกวา 10 สายพันธุ มี 2 สายพันธุท่ี เศรษฐกิจ ในพื้นที่เขตอนุรักษปาดอยมอนฤๅษี ในเขตปาสงวน สาํ คัญ คือ P. polyphylla var. chinensisและ P. polyphylla แหงชาติปาขุนแมกวง ตําบลเทพเสด็จ อําเภอดอยสะเก็ด การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
408 จังหวัดเชียงใหม สํานักงานสวนสาธารณะ (2552) จัดสัตฤาษี 6.1 วเิ คราะหค วามหลากหลายทางพนั ธกุ รรม ดังนี้ เปนไมพืน้ เมอื งของไทยทีค่ วรคาแกก ารอนรุ ักษพนั ธุกรรม 6.1.1 วเิ คราะหความหลากหลายทางพันธกุ รรม 6.1.1.1 การสกดั ดเี อ็นเอ อปุ กรณและวิธกี ารทดลอง นําใบออนหรือยอดออนของสัตฤาษี มาทําการสกัดดี 1. วัสดุและอุปกรณใ นการดาํ เนนิ การทดลอง 1.1 ตน สัตฤาษี จากแหลง สํารวจแตล ะแหลง เอ็นเอโดยนํามาช่ังใหได 0.2 กรัม แลวบดในโกรงที่มี 1.2 วัสดกุ ารเกษตร ไดแ ก ปูนขาว ปยุ คอก ปยุ เคมี โรงเรอื น ไนโตรเจนเหลวใหละเอียด เสร็จแลวเทใสหลอดทดลอง จากน้ันเติม 2XCTAB buffer จํานวน600 ไมโครลิตร ลงใน ตาขาย หลอดที่เตรียมไว แลวนําไปบม ที่อุณหภมู ิ 60 องศาเซลเซยี ส พรางแสง ไมไ ผ ลวด และอน่ื ๆ เปนเวลา 30 นาที เติมคลอโรฟอรม (chloroform): ไอโซเอ 1.3 อปุ กรณบันทกึ ขอมูล ไดแ ก กลองถา ยรูป แบบบนั ทึก มิลแอลกอฮอล (isoamyl alcohol) อัตราสวน 24 : 1 ขอมลู จํานวน 800 ไมโครลิตร เขยาเบาๆ ใหเขากัน แลวนําไป 1.4 อปุ กรณในการเก็บตวั อยางดนิ ไดแ ก ตะกรา เหว่ียง (centrifuge) ท่ีระดับความเร็ว 12,000 g ท่ีอุณหภูมิ ถงุ พลาสตกิ จอบ เสยี มกระสอบ 4 องศาเซลเซียส เปนเวลา 5 - 10 นาที จากนั้นดดู เฉพาะนาํ้ 1.5 อปุ กรณเกบ็ เกีย่ ว ไดแก ถงุ ตาขาย เครอื่ งชัง่ ถุงพลาสติก ท่ใี สสวนบนลงในหลอดทดลองใหม แลว เติมไอโซโพรพานอล 2. วิธปี ฏบิ ัติการทดลอง (isopropanol) ที่เย็นจัด จํานวน 600 ไมโครลิตร เพ่ือ 1.ศึกษาขอมูลเบื้องตนดานความหลากหลายทางพันธุกรรม ตกตะกอนดีเอ็นเอ เขยาเบาๆ ใหเขากัน นําไปแชไวท่ี การจําแนกชนิด นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ การใช อุณหภูมิ - 20 องศาเซลเซียส เปนเวลา 10 - 20 นาที แลว ประโยชนในดานตา งๆ ขอมูลดานพฤกษเคมีของสตั ฤาษีจาก นําไปเหวี่ยง(centrifuge) ท่ีความเร็วและอุณหภูมิเทาเดิม เอกสาร ตําราทางวิชาการและขอมูลที่บันทึกในตัวอยาง เปนเวลา 5 - 10 นาที จากนั้นเทไอโซโพรพานอลท้ิงไป แลว พรรณไมอ างอิงทเี่ ก็บรักษาในพพิ ิธภณั ฑพ ืชตางๆ เติมแอลกอฮอล 80 % จํานวน 800 ไมโครลิตร แลวนําไป 2. สํารวจและเก็บรวบรวมภาคสนาม รวบรวมขอมูลความรู เหวี่ยง (centrifuge) ที่ความเร็วและอุณหภูมิเทาเดิม เปน ดานการใชประโยชนของตีฮุงดอย ในถิ่นท่ีอยู ซึ่ง เวลา 5 - 10 นาที แลวเทแอลกอฮอล 80 % ทิ้งไป และ ประกอบดวย ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ลักษณะประจํา ทําซํ้าข้ันตอนน้ีอีก 2 ครั้ง ปลอยใหตะกอนแหงโดยการเปด พันธุ นเิ วศวทิ ยา ชื่อเรียกในทอ งถิ่น สวนที่นํามาใชประโยชน ฝาท้ิงไว เปนเวลา 20 - 30 นาที จากน้ันนํามาละลายใน TE และวิธีการใชประโยชน buffer จํานวน 50 - 100 ไมโครลิตร เกบ็ รกั ษาสารละลายดี 3. จาํ แนกชนิดของสัตฤาษโี ดยอาศัยความรดู า นอนกุ รมวธิ าน เอ็นเอท่ีไดท่ีอุณหภูมิ - 20 องศาเซลเซียส และทําการวัด พืช การใชตําราดานอนุกรมวิธานพืช รวมกับการเทียบเคียง คุณภาพและปริมาณสารละลายดีเอ็นเอโดยวิธีอะกาโรส กับตัวอยางพรรณไมอางอิงในพิพิธภัณฑพืช และบรรยาย เจลอิเลก็ โตรโฟรซิ สี (agarose gel electrophoresis) ความ ลักษณะทางพฤกษศาสตรโดยอาศยั ขอมลู การศกึ ษาลักษณะ เขมขนของเจล0.8 % ใน 1XTAE buffer เปรียบเทียบกับ ทางสัณฐานวิทยา ความเขมขนของดเี อน็ เอมาตรฐาน 4. คัดเลอื กตัวอยา งพรรณไมแ หงหรอื ตัวอยางพรรณไมดองที่ สมบรู ณเก็บรักษาตวั อยา งพรรณไมใ นพพิ ธิ ภัณฑพชื กรงุ เทพ การบันทึกขอมลู 5. ปลูกและรวบรวมสัตฤาษีโดยใชสวนหัวพันธุที่ไดจากการ โดยใชแบบสัมภาษณแ ละแบบบนั ทึกขอมูลดังนี้ สํารวจในแตละแหลง ปลูกลงในกระบะเพาะที่ใชข้ีเถาแกลบ เปนวัสดเุ พาะ เม่ือตน กลา งอกรากไดขนาดเหมะสมจงึ ยา ยลง - บันทึกขอมูลดา นความหลากหลายทางพันธุกรรมชนิด ปลูกในแปลงปลูกขนาด 1* 3 เมตร/ ระยะปลูก 30 x 30 นิเวศวทิ ยา และการกระจายพนั ธุ เซนติเมตร ขุดหลุมปลกู ลึก 10 เซนตเิ มตร จาํ นวน 1 แปลง/ -บันทึกการใชประโยชนดานตางๆของสัตฤาษีลักษณะ 1 สายตน เตรียมวัสดุ ปลูกดวยการผสมปุยคอกกับดินอัตรา ประจําพันธุ ชื่อเรียกทองถิ่น สวนที่นํามาใชประโยชน 5 กิโลกรัม/ดิน 1 ตารางเมตร ปลูกภายใตโรงเรือนหลังคา โดยใชแ บบสอบถาม พลาสตกิ บันทึกขอ มลู ทกุ ระยะ 30 วนั -บันทึกขอมูลดานพฤกษเคมีของสัตฤาษีจากเอกสาร 6. นําตัวอยางพืชในแปลงรวบรวมพันธุ และ/หรือถ่ินท่ีอยู ตําราวิชาการและขอมลู อา งองิ ทเี่ กย่ี วของ วิเคราะหความหลากหลายทางพันธุกรรม และพฤกษเคมี -บันทึกการเจรญิ เตบิ โตของตนสตั ฤาษีทนี่ าํ มาเพาะปลกู ดงั น้ี บันทึกลักษณะประจําพันธุ ประเมินคุณลักษณะทาง การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
409 พันธุกรรม จําแนกพันธุโดยใชลักษณะทางสัณฐาน สัตฤาษีท่ีไดจาก ต. ขุนแมลาว อ. ดอยสะเก็ดมี Total วิทยา phenolic compounds เฉลี่ยสูงสดุ เทากบั 0.009 มิลลกิ รมั ตอกรมั กรดแกลลิค (ตารางท่ี 1) ผลและวจิ ารณผ ลการทดลอง ในป 2559 จากการศึกษาตนสัตฤาษีจากแตละแหลงมี จากการวิเคราะหความสามารถในการตานอนุมูลอิสระ เปรียบเทียบจากแตละแหลงในสวนหัวท่ีพักตัวขนาดและ การเจริญเติบโตที่ขยายพันธุโดยการใชหัวพันธุ ป 2560 ได นาํ้ หนักใกลเคยี งกันพบวาสตั ฤาษจี ากเขต อ. สะเมิง มคี าการ นําสวนใบสัต-ฤาษีไปตรวจหาวิเคราะห DNA พบวา สัตฤาษี ตานอนุมูลอิสระเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ 23.63±0.03 % (ตาราง ท่ีไดมาจากการสํารวจ พบวามีความแตกตางทางพันธุกรรม ท่ี 2) ไมมากนักและมีความหลากหลายทางพันธุกรรมนอย ดําเนินการดูแลตนสัตฤาษีท่ีไดรวบรวมไวจากการสํารวจ เม่ือวิเคราะหปริมาณสารซาโปนินท้ังหมดเปรียบเทียบ บันทึกขอมูลการเจริญเติบโต โดยพบวาตนสัตฤาษี จากแตละแหลงในสวนหัวพักตวั ท่ีขนาดและนํา้ หนักใกลเคยี ง เจริญเตบิ โตในชวงการเจรญิ เตบิ โตทางลาํ ตนในฤดูฝน โดยมี กัน พบวา สัตฤาษีท่ีสํารวจจากเขต บ. แมจอนหลวง ต. ขุน การพัฒนาดอกแตยังไมพบการติดเมล็ด ตนสัตฤาษีที่ไดจาก แมวาก อ. แมแจม มีปริมาณซาโปนินเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ การสํารวจในป 2559-2560 มีการเจริญเตบิ โตทางลําตนชวง 32.26±0.65 mg/g (ตารางที่ 3) ฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และการเจริญดานสวน ขยายพันธุ (reproductive growth) ต้ังแตเดือน กรกฎาคม จากการวิเคราะหดวยเครื่องหมายโมเลกุลชนิด RAPD ไปจนถึงเดือนธันวาคมกอนจะเขาสูระยะพักตัวในชวงเดือน จํานวน 5 ตัว และเครื่องหมายโมเลกุลชนิด ISSR จํานวน 5 มกราคมเปนตนไป พบวาการเจริญเติบโตทางลําตนของตน ตัว ไดแถบดีเอ็นเอจํานวน 48 แถบ เมื่อนํามาวิเคราะห สัตฤาษีจะข้ึนอยูกับการสะสมอาหารภายในหัว ซึ่งแตละหัว ค ว า ม สั ม พั น ธ แ บ บ Agglomerative hierarchical จึงเจริญเติบโตไมพรอมกันแตจะอยูในชวงระยะเวลา clustering (AHC) พบวาสามารถจําแนกความแตกตางทาง ใกลเ คยี งกัน พันธุกรรมแบงออกเปน 3 กลุม กลุมแรกไดแก ดอยสะเก็ด (S1) สะเมิง (S2) ขุนแมลาว (S5) เชียงดาว (S6) กลุมท่ีสอง ป 2561 ไดดําเนินการออกสํารวจแหลง ท่ีอยูของตนสตั ไดแก แมจอนหลวง (S3) ขุนวาง (S4) และกลุมท่ีสามไดแก ฤาษใี นเขตภาคเหนอื ในชวงการเจริญเติบโตทางลําตนในชวง นาน (S7) (ภาพท่ี 3) ลักษณะทางพฤษศาสตร และสัณฐาน เดือน พฤษภาคม-มถิ ุนายน จาํ นวน 9 แหลง ไดแก อ.ปาย จ. วิทยาของสัตฤาษีจากแตละแหลง มีความหลากหลายทาง แมฮองสอน, บ. กิ่วโปง, บ. หวยฮอม,บ. สบแมแดด อ. กัล สัณฐานวิทยาจึงไมสามารถจําแนกความแตกตางในแตละ ยาณิวัฒนา, โครงการฟารมตัวอยางตามพระราชดําริ บาน แหลงที่ไดทําการสํารวจโดยสังเกตจากลักษณะภายนอกได ขุนแตะ จ. เชียงใหม, สวนรุกขชาติแมฟาหลวง, สถานี (ภาพท่ี 1, 2) พัฒนาการเกษตรท่ีสูงตามพระราชดําริบานปางขอน จ. เชียงราย, โครงการบา นเลก็ ในปาใหญตามพระราชดาํ ริ บาน ลักษณะการติดเมลด็ ของตน ตนี ฮงุ ดอยจะเกาะเปน กลุม หนองหา ต. รมเย็น อ. เชียงคํา จ. พะเยา และสํารวจ กันแนนภายในฝก เม่ือสุกแกเต็มที่ฝกที่หุมเมล็ดจะแตกออก เพ่ิมเติมในเขตศูนยวิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม หนวยยอยแม จะมีเมล็ดเฉลี่ยในฝกประมาณ 20-35 เมล็ด/ฝก มีลักษณะ จอนหลวง พบวามีราคาซื้อขายประมาณ 400-5,000 บาท/ เมล็ดกลม มีสีสมแดงและจะมีเมล็ดภายในหรือเมล็ดจริง กิโลกรัมสด บางพื้นที่มีการซื้อขายเปนเวลาหลายป จนพบ คอ นขางแขง็ สีขาวครมี อยูภายในเปลือกสีสม แดง (ภาพที่ 3) ตนสัตฤาษีนอยมากหรือไมพบในพื้นที่สภาพปาธรรมชาติ แลว ภาพท่ี 1 การเจริญเติบโตทางลําตน ในชว งฤดฝู น เม่ือวิเคราะหหาปริมาณสารสําคัญท่ีมีในแตละแหลงที่ พบโดยวิเคราะหปริมาณฟนอลรวม (Total phenolic compounds) ด ว ย วิ ธี Folin-Ciocalteu reagent แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห ป ริ ม า ณ ส า ร ซ า โ ป นิ น ( Total Saponin Colourimetry Assay) จํานวน 7 ตัวอยางพบวาปริมาณฟ น อ ล ร ว ม ( Total phenolic compounds) ต า ม วิ ธี ที่ ดดั แปลงจากวิธีการของ Tsai et al. (2005) รายงานผลเปน มิ ล ลิ ก รั ม ต อ ก รั ม ก ร ด แ ก ล ลิ ค ( mg/g Gallic acid equivalent, GAE) จากการวิเคราะหพบวาหัวท่ีพักตัวของ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
410 ตารางท่ี 1 การวิเคราะหปรมิ าณฟนอลิกทง้ั หมด แหลง คา เฉล่ีย (หนวย mg galic/g sample) ดอยสะเกด็ 0.0044 ขนุ แมล าว 0.0090 ขุนแมล าว 2 0.0042 เชยี งดาว 0.0044 ขนุ วาง 0.0050 ภาพท่ี 2 ลกั ษณะหัว (Rhizome) สตั ฤาษีที่ไดจ ากการ สะเมงิ 0.0066 สาํ รวจ แมจ อนหลวง 0.0035 นาน 0.0039 ภาพที่ 3 ลกั ษณะเมลด็ สัตฤาษีท่ีไดจ ากการเก็บเก่ียว ภาพที่ 4 ลกั ษณะการงอกเปน ตนกลาของสัตฤาษี ตารางที่ 2 การวิเคราะหค วามสามารถในการตา นอนมุ ูล อิสระ แหลง คา เฉลย่ี ± S.E. หนว ย ดอยสะเกด็ 15.33±0.07 ขนุ แมล าว 12.43±0.15 ขนุ แมล าว 2 13.73±0.09 เชียงดาว 13.87±0.28 % (รอ ยละ) ขุนวาง 18.97±0.27 สะเมงิ 23.63±0.03 แมจ อนหลวง 11.67±0.15 นาน 8.53±0.20 ตารางที่ 3 การวิเคราะหปรมิ าณสารซาโปนินทง้ั หมด แหลง คาเฉล่ยี ± S.E หนว ย ดอยสะเกด็ 28.20±0.20 ขุนแมลาว 17.15±2.14 เชียงดาว 27.36±0.47 mg/g. ตัวอยาง ขนุ วาง 22.68±2.18 สะเมิง 23.55±0.96 แมจ อน 32.26±0.65 หลวง นา น 15.47±1.87 ภาพท่ี 5 ตัวอยา งพรรณไมแ หง (herbarium) สตั ฤาษี การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
411 ภาพท่ี 6 ความสมั พนั ธทางพันธุกรรมจากใบตนสตั ฤาษี สํานักงานโครงการอนุรกั ษพ นั ธกุ รรมพืชอันเนอื่ งมาจาก สรปุ ผลการทดลอง พระราชดําริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมาร.ี 2544. พืชถิ่นเดยี วและพชื หายากของ สัตฤาษีจากแตละแหลงมีสัณฐานวิทยาท่ีหลากหลาย ประเทศไทย. [ระบบออนไลน] . แหลงทม่ี า และแตกตางกัน การพิจารณาความแตกตางจากลักษณะ http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants ภายนอกทาํ ได ยากสอดคลองกับ Jin et al. 2011 ท่รี ายงาน /scien_name_p9.htm (13 สงิ หาคม 2556). ผลการสํารวจสัตฤาษี24 ชนิดจากจีนและเวียดนาม วามี ลักษณะถึง 27 ลักษณะจาก 196 สายตน 8 กลุมประชากร สํานกั งานหอพรรณไม สาํ นกั วจิ ัยการอนุรกั ษปาไมแ ละพันธุ และจากการสํารวจในป 2559-2561 สามารถจําแนกกลุม พืช กรมอทุ ยานแหง ชาติ สัตวป า และพันธพุ ืช. 2550. ของสัตฤาษีโดยใชวิธีวิเคราะห ความสัม พัน ธ แ บ บ สัตฤาษี สารานกุ รมพชื ในประเทศไทย. [ระบบ Agglomerative hierarchical clustering (AHC) สามารถ ออนไลน]. แหลง ทมี่ า แบงสัตฤาษีออกเปน 3 กลุม คือกลุมที่ 1 ประกอบดวยดอย http://web3dnp.go.th/botany/detail.aspx?word สะเกด็ (S1) สะเมิง (S2) ขนุ แมลาว (S5) เชยี งดาว (S6) กลุม snamesci=Paris0polyphylla0Smith0var.0chinen ท่ีสอง ไดแกแมจอนหลวง (S3) ขุนวาง (S4) และกลุมที่สาม sis0(Franchet)0H.0Hara (13 สงิ หาคม 2556). ไดแกนาน (S7) เมื่อวิเคราะหสารสําคัญ พบวาตัวอยางจาก อ. สะเมิง มีคาเฉลี่ยสาร total saponins และฤทธ์ิการตาน CNC-DIVERSITAS. 2012. Catalogue of Life China อนุมูลอิสระสูงสุด และสัตฤาษีจากแหลง อ.ดอยสะเก็ดมี 2012 Annual Checklist.[online].Available คา เฉล่ียสารประกอบฟน อลลิกปรมิ าณสูงสดุ http://data.sp2000.cn/2012_cnnode_e/show_s คาํ ขอบคุณ pecies_details.php? name_code=e21cc83d- 5c35-4ba5-afe2-69a3830c74c9 (21 August โครงการวิจัยน้ไี ดรบั การสนับสนนุ จากโครงการ อนุรกั ษ 2013). พันธุกรรมพืชอันเนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริฯ (อพ.สธ.) ผูวิจัย ขอขอบคณุ มา ณ ท่ีนดี้ วย eMonocot. 2011. Daiswa polyphylla Sm. [online]. เอกสารอางอิง Available http://e-monocot.org/taxon ธวชั ชยั สันติสุข. มปป. พันธุพืชหายากและถูกคุกคามของ /urn:kew.org:wcs:taxon:283892 (13 August 2013). ดอยเชยี งดาว ภูเขาหินปูนในจังหวัดเชยี งใหม ภาคเหนอื ของประเทศไทย ความหลากหลายทาง Madhu, K.C., S. Phoboo and P. K. Jha. 2010. ชวี ภาพของระบบนเิ วศภเู ขา. รายงานการประชุม วัน Ecological study of Daiswa polyphylla Sm. สากลแหงความหลากหลายทางชวี ภาพ, กรงุ เทพฯ. ECOS 17: 87-93. หนา 53-64. Qin, X., C. Chen, W. Ni, H. Yan and H. Liu. 2013. C22-steroidal lactone glycosides from stems and leaves of Paris polyphylla var. yunnanensis. Fitoterapia84: 248–251. Shah, S. A., P.B. Mazumder and M. D. Choudhury. 2012. Medicinal properties of Paris polyphylla Smith: A review. Journal of Herbal Medicine and Toxicology 6(1):27-33. Wen, F., H. Yin, C. Chen, X. Liu, D. Xue, T. Chen, J. He and H. Zhang. 2012. Chemical characteristics of saponins from Paris fargesii var. brevipetala and cytotoxic activity of its main ingredient, parissaponin H. Fitoterapia83: 627–635. การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
412 800-1900 m. Rhizome ภาคผนวก not good ตารางท่ี 4 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตรโ ดยทัว่ ไปของสัตฤาษี Mountainous Evaluation environment (สภาพแวดลอ มที่เจรญิ เติบโต) Higher-level landform Type of planting (ชนิด/รูปแบบการปลกู ) Perennial field cropping Vigor of the plant (ความแขง็ แรงของพชื ) Slightly moist (เปยกเล็กนอ ย) - Topography (ลกั ษณะภมู ิประเทศ) - Country of characterization and / or evaluation (สภาพพ้ืนท่)ี Moderate - Crop agriculture (ลกั ษณะพชื ) sunny - Soil moisture (ลกั ษณะดนิ ) oval - Soil fertility (ความอุดมสมบูรณของดิน) - Light (สภาพแสง) Dark green - Blade shape of mature leaf (ลักษณะใบโตเต็มที)่ Present - Leaf colour (สใี บ) - Leaf colour variegation (การเปล่ียนแปลงของสใี บ) few - Number of lobes in mature leaf (จาํ นวนเสนใบในใบหลกั ) whorled - Foliation density (การแตกใบ) Semi-erect - Leaf growth habit (attitude) (การเจรญิ ของใบ) simple - Leaf type (รปู แบบใบ) - leaf margin colour (สีขอบใบ) green - vein colour (สเี สนกลางใบ) green - leaf density (ความหนาแนน ใบ) intermediate - stem branching (การแตกแขนง) Erect ตง้ั ตรง - Plant growth habit (ลกั ษณะทรงพุม) Erect ตั้งตรง - Stem growth habit (การเจริญเติบโตลําตน ) Erect ต้งั ตรง - Plant height (ความสูงของพืช) 10-100 cm. - Crown number per plant (จาํ นวนกอ) no - stem colour (สตี น) purplish green - Type of material received (สวนที่ใชขยายพนั ธุ) tuber - Flower colour (สดี อก) light green - Intensity of flower colour (ความเขม สดี อก) light - Length of peduncle (ความยาวชอดอก) 11-15 cm. - Number of inflorescences per plant (ชอดอก/ตน ) ≤ 10 - Time of flowering (ชว งเวลาที่ออกดอก) June - July - Type of flower (ประเภทดอก) spatulate, 4 linear acute ones - flowering - flowering (การออกดอก) flowering in some years - days to flowering after emergence (จาํ นวนวันดอกบาน) 120 - sex (เพศของดอก) bisexual flower - calyx (กลีบดอก) 4-10 lanceolate green leaves - Length of picking season (ระยะเกบ็ เก่ียว) after flowering การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
413 การทดสอบผลผลติ และคัดเลอื กสายพนั ธขุ าวสพี ้นื เมืองผลผลติ สงู YIELD TRIAL AND NATIVE RICE COLOR RICE VARIETIES SELECTION ชยุต ศรฮี ากณ ู Chayut Srihanoo สาขาวชิ าพืชศาสตร คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร อาํ เภอพังโคน จงั หวัดสกลนคร 47160 Plant Science Faculty of Natural Resources Rajamangala University of Technology Isan Sakon Nakhon Campus 47160 บทคัดยอ ขาวเปนพืชที่มีความเกี่ยวของกับชีวิตของไทยมาชานาน ปจจุบันเกษตรกรสวนใหญนิยมปลูกขาวพันธุปรับปรุงกันอยาง แพรหลายสงผลใหการเก็บรวบรวมขาวพันธุพ้ืนเมืองลดลง การศึกษาคร้ังนี้มี วัตถุประสงค เพ่ือเปรียบเทียบผลผลิตและ คัดเลือกสายพันธุข า วสีพื้นเมือง จาํ นวน 49 สายพนั ธุ โดยวางแผนการทดลองแบบสมุ สมบรู ณภ ายในบล็อก (RCBD) จาํ นวน 4 ซาํ้ และทาํ การเปรียบเทียบลกั ษณะทางการเกษตร ลกั ษณะองคประกอบผลผลิตและผลผลติ ผลการวเิ คราะหความแปรปรวน ทางสถิติ พบวา ทุกลักษณะที่ทําการเปรียบเทียบมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญย่ิงทางสถิติ (p < 0.01) และจากการ ประเมินผลผลติ ของขา วพื้นเมอื งท้ัง 49 สายพนั ธแุ ละพันธเุ ปรียบเทยี บ 2 พนั ธุ (พนั ธุหอมสกลนครและพันธุไรซเบอรี)่ สามารถ คัดเลือกสายพันธุขา วไดท้ังหมด 12 สายพันธุ โดยมีผลผลติ ตอ พื้นท่ี (4 ตร.ม.) อยูระหวาง 853.33-1,140 กรัม ซ่ึงใชเปนสาย พนั ธทุ ดสอบในระดับทส่ี งู ขึ้นตอ ไป Abstract Rice has been associated with Thai life for a long time. Currently, most farmers prefer to grow hybrid rice varieties widely, resulting in the collection of native rice varieties were decreasing. The purpose of this study was to compare the yield and selection of 49 varieties of native color rice varieties by planning a randomized complete experiment within the block (RCBD) of 4 replications and comparing the characteristics of agronomic characteristics, yield components, and productivity. The statistical analysis of variance showed that every comparison was significantly different (p <0.01) and from the evaluation of the yield of 49 native color rice varieties and 2 comparison varieties (Horm Sakon Nakhon and Riceberry) can be selected for 12 varieties, with production per area (4 sqm.) between 853.33-1,140 grams which is used as a line to the purpose of the test proliferated in the next higher level. คําสําคัญ: ขาวส,ี การเปรยี บเทยี บผลผลติ , ลกั ษณะทางการเกษตร Keywords: color rice, yield comparison, agronomic trait ตดิ ตอ นกั วจิ ยั : ชยุต ศรฮี ากณ ู (อีเมล [email protected]) Corresponding author: Chayut Srihanoo (E-mail: [email protected]) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
414 บทนาํ ภาพที่ 1 ขัน้ ตอนการเกบ็ รวบรวมเช้อื พนั ธุกรรมและการ ขาวเปนอาหารที่คนไทยใชบริโภคเปนอาหารหลัก และ เตรยี มเมลด็ พันธุ นอกจากนีย้ ังเปน พืชอีกชนิดหนึ่งทส่ี ามารถสรางรายไดใหก บั การปลกู ประเทศเปนอยา งมาก ปจจุบันผูค นเริ่มหนั มาใหค วามสําคญั ทาํ การยา ยปลกู ลงแปลงเม่อื ขาวมีอายุ 15 วัน โดยพ้นื ที่ กับสุขภาพมากขึ้นการรับประทานอาหารท่ีมีประโยชนและ ปลอดภัยยอมสงผลดีใหกับรางกายไดอีกทางหน่ึง การ ท่ีใชปลูกขาวแตละพันธุ มีขนาด 2x2 เมตร ใชระยะในการ รับประทานขาวสีจึงเปนอีกทางเลอื กหน่ึงที่ผบู ริโภคใหความ ปลูก 30x30 เซนติเมตร ในขาวแตละพันธุจะปลูกได 2 แถว สนใจ อีกท้ังความหลากหลายของสีที่มีอยูในเมล็ดขาวยังมี ในแตละแถวจะมีอยู 16 หลุม โดยวางแผนการทดลองแบบ สารสําคัญท่ีใหประโยชนตอรางกาย ไมวาจะเปนสีดํา สีมวง สุม สมบูรณภ ายในบล็อก (RCBD) 4 ซ้าํ (ภาพที่ 2) ดํา หรือสีแดง ลวนแตใหคุณประโยชนที่ตางกันออกไป จึง สงผลใหความตองการในการผลิตขาวสีเพ่ิมข้ึนตามมา แต ภาพที่ 2 การเตรียมพื้นทแ่ี ละการยา ยกลา เม่ือพิจารณาไปท่ีสายพันธุที่จะนํามาใชปลกู เพ่ือผลิตพบวามี การดูแลรกั ษา จํานวนขาวเพียงไมกี่สายพันธุ จากขาวพ้ืนเมืองท่ีเคยมีความ หลากหลายลดลงเหลือเพียงไมกี่สายพันธุ สงผลกระทบตอ ทําการกําจัดวัชพืชพรอมกับใสปุยคร้งั ท่ี 1 หลังจากขาว แหลงพันธุกรรมขาวที่สําคัญในที่สุด (สุรีพร เกตุงาม, 2553) มีอายุ 30 วัน โดยใสปุยชีวภาพ อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร การขาดความหลากหลายในการเลือกรับประทานขาวสี และใสปยุ คร้งั ที่ 2 เมอ่ื ขา วเขา สูร ะยะแตกกอเตม็ ท่ี โดยใชปยุ อาจจะสง ผลตอแรงจูงใจในกลุมผูบริโภคในอนาคตได และอัตราการใสปุยเชนเดียวกับครั้งที่ 1 ในกรณีที่มีการ ระบาดของโรคและแมลงใหใชวิธีการกําจัดอยางเหมาะสม ดังนั้นการพัฒนาสายพันธุขาวสีจึงมีความสําคัญท่ีตอง โดยเล่ยี งการใชส ารเคมใี หม ากทส่ี ดุ (ภาพที่ 3) ปรับปรุงหรือคัดเลือกสายพันธุ เพื่อตอบสนองและสราง แรงจูงใจตอ กลุมผูบริโภคในอนาคต และสิ่งสาํ คัญท่เี ปน หัวใจ หลักในการปรับปรุงพันธุนั้นคือ เช้ือพันธุกรรมขาวเพราะ หากมีสายพันธุขาวที่หลากหลายแลวโอกาสท่ีจะประสบ ผลสําเร็จน้ันยิ่งมีเพ่ิมมากขึ้นและในปจจุบันมีการพยายาม พัฒนาขาวเพ่ือเปนแหลงอาหารสขุ ภาพ (functional food) มากขึน้ (มาโนชและคณะ, 2562) ดวยเหตนุ สี้ าขาพืชศาสตร คณะมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี ราชมงคลอีสานวิทยาเขตสกลนคร ไดตระหนักและเล็งเห็น ความสําคัญ จึงไดมีการเก็บรวบรวมขาวพ้ืนเมืองเอาไว จึงมี ความสนใจท่ีจะนําสายพันธุขาวสีมาทดสอบศักยภาพการ ใหผลผลิต โดยระยะที่ 1 ทําการเปรียบเทียบผลผลิตข้ันตน เพื่อคัดเลือกสายพันธุขาวท่ีเหมาสมที่จะทําการปลกู ทดสอบ ในระดับท่ีสูงข้นึ ตอ ไป วิธกี ารดาํ เนินการวิจยั ภาพท่ี 3 การดูแลรักษา การเก็บรวบรวมและเตรียมเมล็ดพันธุ การเก็บบนั ทึกขอ มูลและการวเิ คราะหขอมูล ทาํ การบันทึกลกั ษณะโดยแยกเปน 2 กลุม คือ ทําการสํารวจและเก็บรวบรวมพันธุกรรมขาวพื้นเมือง จากเกษตรกร และพ้ืนที่ท่ีปลูกขาวพื้นเมือง โดยมีพันธุ ลกั ษณะทางการเกษตร ประกอบดวย ความสูงตน (ซม.) จํานวน 50 สายพันธุ (ตารางท่ี 1) และทําการบันทึกขอมูล เสนผาศูนยกลางลําตน (มม.) ความกวางใบธง (ซม.) ความ เบื้องตนท่ีไดจากเกษตรกร เมล็ดพันธุขาวที่นําไปใชในการ ยาวใบธง (ซม.) ความยาวรวง (ซม.) ความยาวเมล็ด ปลูกทําการคัดเมล็ดขาวของแตละพันธุออกมาอยางละ 10 ขาวเปลือก (มม.) ความกวางเมล็ดขาวเปลือก (มม.) ความ กรัม เพ่ือนําไปเพาะเปน ตนกลาตอไป (ภาพที่ 1) ยาวเมล็ดขาวกลอง (มม.) ความกวางเมล็ดขาวกลอง (มม.) และจํานวนเมลด็ ดี-ลีบตอรวง การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
415 ลักษณะองคประกอบผลผลิตและผลผลิต จํานวนหนอ จากการเปรียบเทียบคาเฉล่ียของลักษณะองคประกอบ ตอกอ จํานวนรวงตอกอ เมล็ดตอรวง น้ําหนัก 100 เมล็ด ผลผลิต พบวา ลักษณะจํานวนหนอตอกอ มีจํานวนหนอตอ ขา วเปลอื ก และ ผลผลติ /พืน้ ท่ี กอระหวาง 11-19 หนอ และมีจํานวนหนอตอ กอเฉลีย่ ที่ 17 หนอ ลักษณะจํานวนรวงตอกอ พบวา มีจํานวนรวงตอกอ เมื่อไดขอมูลแลวทําการวิเคราะหความแปรปรวนและ ระหวาง 10-18 รวง และมีจํานวนรวงตอกอเฉล่ียท่ี 17 รวง ความตางทางสถติ ิ (Gomez, 1984) ลักษณะจํานวนเมล็ดตอรวง พบวา มีจํานวนเมล็ดตอรวง ผลการศึกษา ระหวาง 132-160 เมล็ด และมีจํานวนเมล็ดตอรวงเฉลี่ยท่ี 192 เมลด็ ลกั ษณะน้าํ หนกั 100 เมลด็ พบวา มีนํ้าหนกั 100 จากการวิเคราะหความแปรปรวนทางสถิติเกี่ยวกับ เมล็ดระหวาง 2.13-3.29 กรัม และมีนํ้าหนัก 100 เมล็ด ลักษณะทางปริมาณจํานวน 15 ลักษณะ ไดแก ความสูงของ เฉลย่ี ที่ 2.41 กรัม ซ่ึงแสดงไวใ นตารางท่ี 3 ตนขา ว เสนผาศนู ยก ลางลําตน ความกวางใบธง ความยาวใบ 3. ผลผลติ ธง จํานวนหนอตอกอ จํานวนรวงตอกอ ความยาวรวง จํานวนเมล็ดตอรวง จํานวนเมล็ดดี-ลีบตอรวง ความยาว การศึกษาในครั้งน้ีทําการทดลองในพันธุขาวประณีต เมล็ดขาวเปลือก ความกวางเมล็ดขาวเปลือก น้ําหนัก 100 จํานวน 48 สายพันธุ นอกจากนี้ยังมีพันธุทดสอบมาตรฐาน เมล็ดและ ผลผลิตตอพ้ืนที่ พบวาลักษณะทางปริมาณที่ 2 พันธุ (พันธหุ อมสกลและไรซเ บอรี)่ จากการวิเคราะหความ ศึกษามีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ แปรปรวนทางสถิติของผลผลิตขาวประณีต พบวา มีผลผลิต (p<0.01)เชนเดียวกับอัญชลีและคณะ (2550)ไดประเมิน ตอแปลงยอย (4 ตารางเมตร) ระหวาง 0.85-1.15 กิโลกรัม ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการใหผลผลิตของขาวเหนยี ว ซ่ึงมีเพียง 12 สายพันธุท่ีมีผลผลิตดีกวาคาเฉล่ียของการ ดําพันธุพ้ืนเมือง โดยการปลูกประเมินลักษณะประจําพันธุ ทดสอบในคร้งั น้ที มี่ ีผลผลิตที่ 757.05 กรัมตอ พน้ื ท่ี ขาวเหนียวดํา จํานวน 60 พันธุพบวา ขาวเหนียวดําท่ี ทดสอบ แสดงความแตกตางกันทางสถิติในทุกลักษณะท่ี โดยพันธุทีใ่ หผลผลิตสงู ไดแก พันธุเหนียวแดง พันธุกลา่ํ ทําการศึกษาและในทุกแหลงปลูก ซ่ึงแสดงใหเห็นวา เฟอง พันธุเหนียวดํา1 พันธุหอมภูเขียว พันธุเจามะลิแดง สภาพแวดลอมมผี ลตอ การใหผลผลิตของขา ว พันธุกํ่า พันธุมะลินิลจักรพรรดิ พันธุเจาแดงพันธุแดง 1. ลักษณะทางการเกษตร สกลนคร พันธุเม็ดมะขาม พันธุเจามะลิแดง และพันธุก่ําลืม ผัว ซึ่งใหผลผลิตตอพื้นที่ 4 ตารางเมตร อยูที่ 1140., จากการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยลักษณะทางการเกษตร 1166.66, 1112.66, 1060.00, 1040.00, 1026.66, พบวาตนขาวมีความสูงระหวาง 84.66-145.30 เซนติเมตร 986.66, 986.66, 940.00, 920.00, . 900.00 และ 853.33 และมีความสูงของตนขาวเฉลี่ยท่ี 126.13 เซนติเมตร กรัมตามลําดบั ซึ่งสูงกวาพันธุหอมสกลนครและใกลเ คียงกบั ลักษณะเสนผาศูนยกลางลําตน พบวามีเสนผาศูนยกลางลํา พันธุไรซเบอรี่ ซึ่งใชเปนสายพันธุเปรียบเทียบมาตรฐานมี ตนระหวาง 0.35-0.56 มิลลิเมตร และมีเสนผาศูนยกลาง ผลผลิตที่ 540 และ 1460 กรัม คิดเปน 344 และ 464 เฉลี่ยท่ี 0.51 มิลลิเมตร ลักษณะความกวางใบธง พบวามี กโิ ลกรมั ตอ ไร ตามลําดับ (ตารางท่ี 3) ความกวางใบธงระหวาง 1.27-1.51 เซนติเมตร และมีความ สรปุ ผล กวางของใบธงเฉลีย่ ที่ 1.45 เซนติเมตร ลักษณะความยาวใบ ธง พบวามีความยาวใบธงระหวาง 29.66-45.75 เซนติเมตร จากการประเมินผลผลิตของขาวพื้นเมือง 48 สายพันธุ และมีความยาวของใบธงเฉลยี่ ที่ 36.65 เซนติเมตร ลักษณะ และพันธุเปรียบเทียบ 2 พันธุ พบขาวที่สามารถใหผลผลิตที่ ความยาวรวง พบวามีความยาวรวงระหวาง 17.83-29.41 สูงกวาพันธุเปรียบท้ังหมด 12 สายพันธุ ท่ีมากกวาคาเฉล่ีย เซนติเมตร และมีความยาวรวงเฉลี่ยท่ี 27.14 เซนติเมตร ในคร้ังนี้ เมื่อคิดเปนผลผลิตตอไร มีผลผลิตอยูระหวาง341- ลักษณะความกวางของเมล็ดขาวเปลือก พบวามีความกวาง 466 กิโลกรัมตอไร ซึ่งปญหาหนึ่งในการผลิตขาวคือสภาวะ ของเมล็ดขาวเปลือกระหวาง 0.24-0.35 เซนติเมตร และมี ความแหงแลง (drought) หรือขาวขาดนํ้าซ่ึงจะสง ผลตอการ ความกวางของเมล็ดขาวเปลือกเฉล่ียท่ี 0.28 เซนติเมตร เจริญเติบโตและผลผลิตของขาว ทําใหการเจริญเติบโตและ ลกั ษณะความยาวของเมลด็ ขา วเปลอื ก พบวามคี วามยาวของ ผลผลิตของขาวลดลง (Kumar et. al., 2008) แตยังมี เมล็ดขาวเปลือกระหวาง 0.66-1.00 เซนติเมตรและมีความ ผลผลิตใกลเ คยี งกบั พนั ธไุ รซเ บอร่ี ซงึ่ เปน พันธุขา วสที ีน่ ยิ มกนั ยาวของเมลด็ ขา วเปลอื กเฉลี่ยที่ 0.71 เซนติเมตร ซงึ่ แสดงไว ท่ัวไป ซง่ึ มีผลผลิตเฉล่ียที่ 464 กโิ ลกรมั ตอไร แสดงใหเ ห็นวา ในตารางที่ 2 และตารางท่ี 3 ยังมีขาวพ้ืนเมืองท่ีสามารถนํามาพัฒนาและปรับปรุงใหมี 2. ลกั ษณะองคประกอบผลผลิต ศักยภาพท่ดี ตี อไปได การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
416 ตารางท่ี 1 รหสั ช่ือสายพนั ธุ และแหลงรวบรวมของเช้ือพันธุกรรมขา ว รหัส ช่อื สายพันธุ แหลง รวบรวม รหสั ชื่อสายพันธุ แหลง รวบรวม PSRR 3 ก่ําเฟอง จงั หวดั เลย PSRR 195 เมด็ โบราณขาว จังหวัดสรุ นิ ทร PSRR 13 ขาวแปดรวง จังหวดั นครราชสมี า PSRR 196 เมลด็ เล็กแดงโบราณ จังหวัดสุรินทร PSRR 19 กา่ํ เกล้ียง จงั หวัดหนองบัวลาํ ภู PSRR 197 ลืมผัวเมลด็ ดํา จงั หวัดสรุ ินทร PSRR 24 ก่าํ เฟอ ง จงั หวัดสกลนคร PSRR 198 เจามะลิแดง จงั หวัดสกลนคร PSRR 31 เม็ดมะขาม จังหวดั กาฬสินธุ PSRR 199 จังหวัดขอนแกน PSRR 35 มะลิดํา จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 200 เจาแดง จังหวัดขอนแกน PSRR 36 กาํ่ นอย จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 210 เมล็ดฝาย จังหวัดมุกดาหาร PSRR 47 มะลิดํา 2 จังหวดั กาฬสินธุ PSRR 220 เหนยี วดํา จงั หวดั ขอนแกน PSRR 50 กํ่าลมื ผวั จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 224 จิระขจร จงั หวดั สกลนคร PSRR 59 กํ่ากาดํา จงั หวัดกาฬสินธุ PSRR 232 เหนียวดํา 1 จังหวดั นครปฐม PSRR 60 ก่ําตนเขยี ว จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 236 ลืมเมยี จงั หวัดนครปฐม PSRR 69 มะลนิ ลิ จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 248 หลอกแขก จังหวดั นครปฐม PSRR 76 สงั ขห ยด จังหวัดพัทลงุ PSRR 249 จังหวดั นครปฐม PSRR 80 ชอ ขิงแดง จงั หวดั พัทลุง PSRR 250 ชอ ลุง จังหวดั สกลนคร PSRR 82 มะลดิ าํ จงั หวัดกาฬสินธุ PSRR 252 เขยี วหางมา จงั หวดั อดุ รธานี PSRR 85 เจามะลแิ ดง จงั หวดั กาฬสินธุ PSRR 255 เจาแดงปน จังหวดั อุดรธานี PSRR 86 ขา วเหนียวแดง จงั หวดั กาฬสินธุ PSRR 256 กาํ่ ลมื ผัว จงั หวัดอดุ รธานี PSRR 90 เหนียวแดง จังหวดั กาฬสินธุ PSRR 262 แดงสกลนคร จงั หวดั อุดรธานี PSRR 91 ไรซเบอรร ่ี จังหวดั กาฬสินธุ PSRR 264 จงั หวดั อดุ รธานี PSRR 96 กา่ํ นอ ย 2 จังหวัดกาฬสินธุ PSRR 266 ก่ําออย จงั หวดั อดุ รธานี PSRR 97 เจามะลดิ าํ จงั หวดั กาฬสินธุ PSRR 267 กาํ่ ลมื ผวั จงั หวัดอดุ รธานี PSRR 136 ดําดาง จงั หวดั สกลนคร PSRR 276 หอมมะลิแดง จงั หวัดอุบลราชธานี PSRR 184 เหนยี วแดงปน จงั หวัดสกลนคร PSRR 280 มะลดิ าํ จังหวดั ขอนแกน PSRR 193 มะลนิ ลิ จกั รพรรดิ จงั หวดั สรุ นิ ทร PSRR 281 จงั หวัดขอนแกน PSRR 194 มะลนิ ิลโบราณ จงั หวดั สรุ ินทร PSRR 282 กํ่า จังหวัดขอนแกน ก่าํ ตนมวง เหนยี วแดง หอมภเู ขยี ว ลมื ผัว การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
41 ตารางที่ 2 รหัส ชื่อพันธุ ความสูงตน เสนผาศูนยกลางลาํ ตน ความกวางใบธง ความยาวใบธง จํา และพนั ธเุ ปรยี บเทยี บ 2 พนั ธทุ ท่ี ําการปลกู ทดสอบ ณ แปลงทดลองสาขาพืชศาสตร คณ ลําดบั พนั ธุ รหัส ชอื่ พันธุ ความสงู ตน เสนผาศูนยก ลาง ความกวา งใบธง ค (ซม.) ลาํ ตน (มม.) (ซม.) 1 PSRR90 เหนียวแดง 145.33 a-d 5.65 a-f 1.48 c-k 3 2 PSRR3 กลํ่าเฟอ ง 140.00 a-e 6.02 abc 1.43 c-l 4 3 PSRR224 เหนยี วดาํ 1 124.91 c-g 5.12 b-h 1.46 c-l 3 4 PSRR281 หอมภูเขยี ว 84.91 h 3.51 jk 1.27 h-m 3 5 PSRR198 เจามะลแิ ดง 127.25 b-g 4.41 d-k 1.40 e-m 3 6 PSRR267 ก่ํา 137.00 a-e 5.27 a-h 1.53 c-j 4 7 PSRR193 มะลนิ ิลจักรพรรดิ 126.16 b-g 4.99 b-i 1.27 h-m 2 8 PSRR199 เจา แดง 141.25 a-e 5.39 a-g 1.34 f-m 3 9 PSRR255 แดงสกลนคร 127.83 a-g 4.76 c-j 1.51 c-j 3 10 PSRR31 เม็ดมะขาม 129.25 a-g 5.06 b-i 1.22 j-m 3 11 PSRR85 เจามะลิแดง 136.16 a-f 5.07 b-i 1.39 e-m 3 12 PSRR50 กํ่าลืมผัว 135.33 a-f 5.28 a-h 1.32 g-m 3 ไรซเ บอรี/1 84.66 h 3.72 ijk 1.33 f-m 3 หอมสกล/2 105.62 g 4.21 g-k 1.50 c-j 4 คาเฉล่ีย (49สายพันธุ) 126.13 5.07 1.45 3 CV. 7.62 10.50 8.05 1 หมายเหตุ :-/1และ/2 พนั ธุเปรยี บเทยี บ -คาเฉลี่ยทแ่ี สดงออกในคอลมั นเ ดียวกนั ทไี่ มม ตี ัวอักษรรว มกนั มคี วามแตกตา งอยา งมีนัยสาํ คัญทางสถติ ตารางที่ 3 รหัส ช่ือพนั ธุ เมล็ด/รวง เมล็ดลีบ/รวง ความยาวเมล็ดขา วเปลือก ความกวางเมล็ดขา ว พ้นื ท่ี ของขา วสพี ืน้ เมือง 12 สายพนั ธทุ ี่ใหผลผลติ สงู และพนั ธุเปรียบเทียบ 2 พันธุที่ทาํ ก เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชา
17 านวนหนอ/กอ จํานวนรวง/กอ และความยาวรวง ของขาวสีพื้นเมือง 12 สายพันธุที่ใหผลผลติ สงู ณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร ความยาวใบธง จํานวนหนอ /กอ จาํ นวนรวง/กอ ความยาวรวง (ซม.) (ซม.) 32.25 g-m 19.33 a-d 18.75 abc 29.29 ab 45.75 abc 18.08 a-g 17.75 a-d 26.66 a-d 38.16 c-l 15.58 c-i 15.58 b-f 29.41 ab 31.17 j-n 19.25 a-e 16.41 a-e 26.96 a-d 38.41 c-l 19.50 abc 19.33 ab 28.66 ab 42.75 a-h 16.50 a-h 17.25 a-e 28.75 ab 29.66 lmn 16.75 a-h 18.41 a-d 26.96 a-d 33.16 g-m 18.16 a-g 18.25 a-d 27.87 ab 34.25 e-m 17.66 a-h 16.33 a-e 28.00 ab 32.46 i-m 10.66 a 10.08 a 27.50 a-d 35.16 d-l 18.83 a-f 18.41 a-d 26.66 a-d 35.58 a-e 18.16 a-g 17.50 a-e 27.41 a-d 34.42 e-l 16.66 a-h 15.83 b-f 28.33 ab 43.25 a-g 16.08 b-i 15.50 c-f 17.83 f 36.65 17.05 16.75 27.14 10.53 23.21 21.39 7.28 ติ (p<0.05) และ ** มีความแตกตา งกันอยา งมีนัยสาํ คญั ยิง่ ทางสถิติ (p>0.01) วเปลอื ก ความยาวเมลด็ ขา วกลอ ง ความกวา งเมลด็ ขาวกลอง น้ําหนกั 100 เมลด็ ดี และผลผลติ / การปลกู ทดสอบ ณ แปลงทดลองสาขาพืชศาสตร คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลยั าวบานไทยไดป ระโยชน”
41 ลาํ ดับ รหัส ช่ือพันธุ เมลด็ /รวง เมลด็ ลีบ/รวง ความยาวเมล็ด ค พนั ธุ ขา วเปลอื ก (มม.) ขา 1 PSRR90 เหนียวแดง 252.83 abc 4.01 a 8.01 b-e 2. 2 PSRR3 กลาํ่ เฟอ ง 169.58 e-i 5.91 p-s 10.04 b-g 3. 3 PSRR224 เหนยี วดาํ 1 135.00 g-j 2.58 t 6.58 c-n 2. 4 PSRR281 หอมภเู ขียว 131.66 hij 4.91 h-l 8.91 b-m 2. 5 PSRR198 เจามะลแิ ดง 163.50 e-i 6.45 bc 8.45 k-r 2. 6 PSRR267 ก่ํา 180.50 c-i 6.16 p-s 7.16 j-r 3. 7 PSRR193 มะลนิ ลิ จกั รพรรดิ 229.75 a-e 6.58 c 6.58 r 2. 8 PSRR199 เจา แดง 167.50 e-i 6.83 o-s 6.83 e-r 3. 9 PSRR255 แดงสกลนคร 206.33 a-h 6.33 j-p 7.33 b-f 2. 10 PSRR31 เมด็ มะขาม 224.25 a-e 6.16 p-s 8.17 o-r 2. 11 PSRR85 เจา มะลแิ ดง 212.75 a-h 8.16 bc 8.16 b-i 2. 12 PSRR50 กํา่ ลืมผวั 198.58 b-i 7.66 l-r 8.79 h-r 2. ไรซเบอรี/1 139.00 f-j 6.91 p-s 10.23 b-e 2. หอมสกล/2 168.00 e-i 6.41 f-i 10.43 bc 2. คาเฉลย่ี (49สายพันธุ) 191.82 6.35 7.11 2. CV. 16.12 17.17 5.03 7. หมายเหตุ :-/1และ/2 พนั ธุเปรียบเทยี บ -คา เฉลยี่ ทแี่ สดงออกในคอลัมนเดียวกนั ทีไ่ มมตี ัวอกั ษรรวมกนั มคี วามแตกตา งอยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิต การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชา
18 ความกวางเมล็ด ความยาวเมล็ดขา ว ความกวางเมล็ด น้ําหนกั ผลผลิต/พื้นที่ าวเปลอื ก (มม.) กลอง (มม.) ขาวกลอ ง (มม.) 100 เมลด็ (กรัม) .56 k-o 7.57 a-e 2.09 e-h 2.55 b-i .47 a 6.91 a-j 2.74 abc 3.29 abc 1,140.00 abc .74 e-n 6.28 e-k 2.43 b-f 2.62 b-i 1,166.66 ab .52 k-o 7.49 a-g 2.00 fgh 2.45 d-j 1,112.66 a-d .50 l-o 7.56 a-e 2.22 b-h 2.88 a-f 1,060.00 a-d .25 a-g 6.32 d-k 2.38 b-g 2.71 b-h 1,040.00 a-e .57 j-o 5.68 jk 2.15 d-h 2.06 f-j 1,026.66 a-f .14 a-j 6.37 d-k 2.41 b-f 2.74 b-h 986.66 a-f .43 mno 7.09 a-i 2.10 e-h 2.78 b-h 986.66 a-f .42 mno 5.87 ijk 2.17 c-h 2.13 e-j 940.00 a-g 2.40 d-j 920.00 b-g .41 no 7.06 a-i 2.04 fgh 2.66 b-h 900.00 b-g .90 b-n 6.14 h-k 2.33 b-h 2.41 d-j 853.33 b-g .68 h-n 6.79 b-k 2.38 b-g 2.00 g-j 1460.00 a .41 no 7.17 a-i 2.23 b-h 2.47 540.00 d-g 12.87 757.05 .78 6.69 2.29 28.61 .89 7.65 9.43 ติ (p<0.01) าวบา นไทยไดป ระโยชน”
419 เอกสารอา งอิง หนาว ประจาํ ป 2550. การประชมุ วชิ าการขา วและ มาโนช คุมพนาลยั สถิต, กัญญณชั ศิริธัญญา, นพิ นธ บญุ มี ธญั พืชเมอื งหนาว ประจําป กรุงเทพฯ, 2550, หนา 68- 74. และ สรุ พล ใจวงศษ า. ขาหนี่ (STPC04005) ขา ว Gomez, K.A. and A.A. Gomez, (1984). Statistical พน้ื เมืองทมี ีศกั ยภาพและคณุ คา ทางโภชนาการสงู ใน procedures for agricultural research (2 ed.). การประชมุ วชิ าการขาวและธญั พชื เมอื งหนาว ประจาํ ป John wiley and sons, NewYork, 680p. 2562. นครราชสีมา.หนา 107-114 Kumar, A., Bernier, J., Verulkar, S., Lafitte, H.R. and สุรีพร เกตงุ าม. 2553. รายงานผลการดาํ เนินงานโครงการ Atlin, G.N. 2008. Breeding for drought ทาํ นบุ าํ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม การสาํ รวจการอนรุ กั ษพันธุ tolerance: direct selection for yield, response ขา วพ้นื เมอื งเพอื่ การแปรรปู ผลติ ภณั ฑท อ งถ่นิ . คณะ to selection and uses of drought-tolerant เกษตรศาสตร.มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี. donors in upland and lowland-adapted อัญชลี ชาวนา, บุญรัตน จงด,ี ปรเมศ บรรเทิง และ population. Field Crops Research 107 : 221- ประสทิ ธ์ิ ใจศลิ . 2550. การประเมินลักษณะทาง 231. สณั ฐานวทิ ยาและการใหผ ลผลิตของขา วเหนยี วดาํ พนั ธุ พ้ืนเมืองในการประชมุ วิชาการขา วและธญั พืชเมอื ง การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
420 ผลของการใหน ํา้ ตอการเจรญิ เตบิ โตของผักในพน้ื ทงี่ านเกษตรกรรมแบบประณีต ศนู ยศ ึกษาการพฒั นาหว ยฮองไครอ ันเนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริ THE EFFECT OF WATERING ON GROWTH OF VEGETABLES AT INTENSIVE FARMING AREA HUAI HONG KHRAI ROYAL DEVELOPMENT STUDY CENTRE จุฑามาส คุม ชยั 1,2*, เอ้ืองชนั ไชยธง2, ธีรภทั ร จันทรเขียว2 และ นพดล โควสวุ รรณ2 Jutamas Kumchai1,2*, Auengchan Chaithong2, Teerapat Jankhiao2 and Noppadon Khowsuwan2 1ภาควิชาพชื ศาสตรแ ละปฐพศี าสตร คณะเกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม จ.เชยี งใหม 50200 2ศูนยศ ึกษาการพัฒนาหว ยฮองไครอ นั เน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ ดอยสะเก็ด เชียงใหม 50220 1Department of Plant and Soil Sciences, Faculty of Agriculture, Chiang Mai University, Chiang Mai 50200 2Huai Hong Khrai Royal Development Study Centre, Doi Saket, Chiang Mai 50220 บทคัดยอ งานวิจัยนี้ไดศึกษาการใหน้ําท่ีมปี ระสทิ ธิภาพสงู สุดในถั่วฝก ยาวและแตงกวา เพื่อถายทอดเทคโนโลยีและรูปแบบการใหน ํ้าใน แปลงสาธิตการปลูกผักในกลุมงานเกษตรกรรมประณีต ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยฮองไครอันเนื่องมาจากพระราชดําริ วาง แผนการทดลองแบบสุมสมบูรณในบล็อก 4 กรรมวิธี ตอพืช (ถ่ัวฝกยาว และแตงกวา) ไดแก ระบบมินิสปริงเกอร ระบบนํ้า หยด บัวรดน้ํา และสายยาง โดยบันทึกการเจรญิ เติบโต ลักษณะทางพืชสวน คุณภาพผลผลิต และหาจุดคุมทุนของระบบนํา้ แบบตางๆ ผลการทดลองพบวา ความสูงตน และน้าํ หนกั ผลผลติ ของถ่ัวฝก ยาว ความสงู ของแตงกวาภายใตระบบน้าํ หยด บัวรด นํา้ และระบบสายยาง มคี าสูงกวาการใหนํ้าแบบมินิสปรงิ เกอรอยางมีนยั สําคัญทางสถิติ อยางไรกต็ ามความยาวผล ความกวา ง ผลและความหนาเนื้อของถ่ัวฝก ยาวและแตงกวา ไมแตกตางกนั ทางสถิติ ทางดานนํ้าหนักผลผลติ ของแตงกวานั้นพบวาการให นา้ํ แบบ บัวรดน้าํ และสายยางรดนํ้ามีคา มากกวา การใหน้าํ แบบมินสิ ปริงเกอร สาํ หรับจุดคมุ ทนุ การใหนา้ํ แบบ สายยางและบวั รดนํ้าจะประหยัดตนทุนในการผลติ กวา แตปริมาณน้ําท่ีใชคอ นขางสงู รองลงมาคอื การใหน ้ําแบบระบบน้ําหยดมกี ารลงทนุ สูง ครั้งแรกแตใชนํ้านอย จากการทดลองนี้ช้ีใหเห็นวา การใหน้ําท่ีมีประสิทธิภาพตอการเจริญเติบโตและผลผลิตของถ่ัวฝกยาว และแตงกวาคอื การใหน้าํ แบบระบบนํา้ หยด Abstract This research studied the most efficient water system in yard-long bean and cucumber for technology transfer and water system on vegetable field demonstration at the Intensive Agriculture Division, Huai Hongkhrai Royal Development Study Centre. The experimental design was a randomized complete block design with four treatments per plant (yard-long bean and cucumber). There was a mini springer system, watering can, hose system and drip irrigation system. The data collection was growth, horticultural characteristics, yield and break-even point of water systems. The result found that plant height and yield weight of yard-long bean and plant height of cucumber under drip irrigation, watering can and hose system was higher than mini springer with significantly different. However, fruit length, fruit width and fresh thick of yard-long bean and cucumber were not significantly different. Fruit weight of cucumber under the watering can and hose system showed higher than mini springer. Break-even point of a watering can, hose system saved cost production, but they used a high volume of water while drip irrigation was a high cost for the first time but used less water. It indicated that the suitable water system and used less water, but highly effective on the growth was a drip irrigation system. คําสําคญั : ระบบการใหน า้ํ , ถัว่ ฝก ยาว, แตงกวา Keywords: irrigation system, yard-long bean, cucumber *ตดิ ตอ นักวิจัย: จุฑามาส คมุ ชัย (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Jutamas Kumchai (E-mail: [email protected]) การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
421 บทนํา กรัมตอตน และใสปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมตอ ในปจจุบันน้ํามีความสําคัญมากข้ึนเปน ลําดบั ทั้งการใช ไร และฉีดพนสารชีวภัณฑปองกันกําจัดแมลงทุก 4-5 วัน เก็บเก่ียวผลผลิตถ่ัวฝกยาวไดเมื่อมีอายุ 55-60 วัน และ จากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม การเลี้ยงสตั ว และการปลกู แตงกวา 35-40 วัน บันทึกผลการทดลองโดยบันทึกลักษณะ พืช แตการกระจายของปริมาณนํ้าฝนที่ตกในทั่วทุกภาคของ ทางพืชสวน ไดแก ความสูงของตน ความยาวของผล ความ ประเทศไทยไมพอดี ทําใหบางระยะฝนตกมากจนน้ําทวม กวา งของผล ความหนาเนื้อของผล และนํ้าหนกั ผลผลิต และ ตอมาจึงเกิดการขาดแคลนนํ้าในฤดูแลง ในภาคการเกษตร บันทึกปริมาณการใหน้ําแกพืช 4 กรรมวิธี แลวนํามา น้ันควรจัดการกักเก็บน้ําโดยวิธีใดวิธีหน่ึง หรือหาแหลงนํ้าที่ วเิ คราะหขอมลู ทางสถิติ ตนทุนต่ํา เชน ไดมาจากแมนํ้า ลําคลอง หรือน้ําใตดิน แลว ผลการทดลอง หาวิธีใชนํ้านั้นอยางมีประสิทธิภาพ (ดีพรอม, 2535) พืชทุก ชนิดตองการน้ําเพียงจํานวนหน่ึง เพื่อการเจริญเติบโตและ การปลูกทดสอบเพ่ือเปรียบเทียบคุณภาพของผัก ใหผลผลิตสูง หากขาดแคลนน้ําจะทําใหพืชเติบโตไมเต็มที่ พื้นบานในแปลงสาธิตจากการใหนํ้า 4 กรรมวิธี แกพืช ในระยะที่พืชออกดอกติดผล และเก็บเมล็ดแลว การขาด ทดลองมีการเจริญเติบโตของถั่วฝกยาวดังน้ี ความยาวของ แคลนน้ําจะทําใหขนาดของผลหรือเมลด็ เล็กลง ปริมาณการ ถั่วฝกยาวท่ีทดสอบ พบวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติ เก็บเกี่ยวลดลงตามไปดวย (มนตรี, 2550) ระบบใหนํ้าที่มี โดยมีความยาวตั้งแต 42.25-44.36 เซนติเมตร (ตารางท่ี 1) ประสิทธิภาพจะชวยใหมีการพัฒนาผลผลิตในดานปริมาณ ความกวางของถั่วฝกยาวที่ทดสอบ พบวาไมมีความแตกตา ง และคุณภาพเชิงพาณิชยไดมาก ระบบใหนํ้าที่เหมาะสมควร กันทางสถิติ โดยมีความกวางต้ังแต 0.83-0.87 เซนติเมตร เปน ระบบน้ําที่ประสทิ ธิภาพสงู หรือเปนระบบทีม่ กี ารสญู เสยี (ตารางท่ี 1) ความหนาเน้ือของถ่ัวฝก ยาวที่ทดสอบ พบวาไม นํ้านอย นํ้าที่จายออกไปจะเปนประโยชนตอพืชมากท่ีสุด มคี วามแตกตา งกนั ทางสถิติ โดยมคี วามหนาเนอ้ื ต้ังแต 0.20- สามารถควบคุมปริมาณและการกระจายน้ําได การรูจักการ 0.41 เซนติเมตร (ตารางที่ 1) ความสูงของตนถั่วฝกยาวที่ จัดการใหน าํ้ ที่เหมาะสมกจ็ ะชวยใหมีการใชน้าํ อยา งประหยัด ทดสอบ มีคาตั้งแต 388.71-520.71 เซนติเมตร ซ่ึงมีความ สอดคลองกับความตองการน้ําของพืช เปนการประหยัด แตกตางกันทางสถิติ โดยระบบน้ําที่ใหความสูงของตนมาก พลังงานและอนรุ ักษนา้ํ (นาวี, 2548) ไดแก สายยาง, ระบบน้ําหยด, บัวรดนํ้า ซ่ึงไมแตกตางกัน ทางสถิติ แตแตกตางทางสถิติกับการใหนํ้าแบบระบบมินิ การศึกษาคร้ังนีม้ จี ดุ ประสงคเพ่ือ ศึกษาระบบการใหน ้าํ สปริงเกอรซ่ึงมีความสูงนอยที่สุด (ตารางที่ 1) ทางดาน ทีเ่ หมาะสมตอการเจรญิ เตบิ โตและผลผลิตในผักพนื้ บา น ผลผลิตสดของถวั่ ฝก ยาวทท่ี ดสอบ พบวามคี า ต้ังแต 390.49- ถ่วั ฝก ยาว และแตงกวา 629.26 กิโลกรัมตอไร ซ่ึงมีความแตกตางกันทางสถิติ โดย อุปกรณแ ละวิธกี ารทดลอง ระบบนํ้าท่ีใหนํ้าหนักผลผลิตของฝกมากไดแก สายยาง, ระบบนํ้าหยด และบัวรดนํ้า ซึ่งไมแตกตางกันทางสถิติ แต ปลูกทดสอบเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผักพื้นบาน แตกตางทางสถิติกับการใหนํ้าแบบระบบมินิสปริงเกอรซงึ่ ให ไดแก ถัว่ ฝก ยาวและแตงกวา ในแปลงสาธิต จากการใหนํา้ 4 นํ้าหนักผลผลิตนอยที่สุด (ตารางที่ 1) ปริมาณการใหนํ้าแก กรรมวิธี ไดแก ระบบมินิสปริงเกอร(T1) ระบบน้ําหยด (T2) พืชถั่วฝกยาวที่ทดสอบ พบวาระบบมินสิ ปริงเกอร, ระบบนํ้า บัวรดนํ้า(T3) และสายยาง(T4) กําหนดปริมาณการใหน้ําแก หยด, บัวรดนํ้า, สายยาง ใหปริมาณน้ํา 793.540, 173.600, พืชคือ ใหนํ้าแกพืชทดลองวันละ 2 ครั้ง ไดแก ชวงเชาและ 333.525 และ 339.790 ลูกบาศกเ มตร ตามลําดับ (ตารางที่ ชวงบา ย โดยระยะแรกของการเจรญิ เติบโตใหน้าํ พืชเปน เวลา 2) 20 และ 10 นาที ตามลําดับ และการเจริญเติบโตระยะหลัง ใหนํ้าพืชเปนเวลา 30 และ 10 นาที ตามลําดบั วางแผนการ การปลกู ทดสอบเพอ่ื เปรยี บเทยี บคุณภาพของแตงกวามี ทดลองแบบสุมสมบรู ณภ ายในบล็อก จํานวน 3 ซํา้ โดยเพาะ การเจริญเติบโตดังนี้ ความยาวของผลแตงกวาที่ทดสอบ เมล็ดใหงอกในกระดาษทิชชู แลวยายปลูกลงในถาดหลุม พบวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติ โดยมีคาตั้งแต 10.52- เม่ือตนกลาถั่วฝกยาวอายุ 14 วัน และแตงกวาอายุ 10 วัน 11.42 เซนติเมตร (ตารางที่ 3) ความกวางของผลแตงกวาที่ จึงยายลงแปลงปลูก ปลูกกรรมวิธีละ 12 ตน โดยมีขนาด ทดสอบ พบวาไมม ีความแตกตางกันทางสถิติ โดยระบบนา้ํ ที่ แปลงกวาง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ระยะหางระหวางตน 50 ใหความกวางของผลมากไดแก ระบบมินิสปริงเกอร, ระบบ เซนติเมตร และระยะหางระหวางแถว 70 เซนตเิ มตร ในการ นํ้าหยด, บัวรดนํ้า และสายยาง ซ่ึงมีความยาวเทากับ 4.61, เตรียมแปลงปลกู ใส ปุยคอกรองพื้น อัตรา 20 กิโลกรัมตอไร 4.57, 4.48 และ 4.43 เซนติเมตร ตามลําดับ (ตารางท่ี 3) หลังจากปลูกได 1 สัปดาห จะใสปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 3 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
422 ความหนาเน้ือของผลแตงกวาที่ทดสอบ พบวาไมมีความ 934.80 กิโลกรัม ตามลําดับ (ตารางที่ 3) ปริมาณการใหน้ํา แตกตางกันทางสถิติ โดยระบบนํ้าที่ใหความหนาเน้ือของผล แกพืชแตงกวาท่ีทดสอบ พบวาระบบมินิสปริงเกอร, ระบบ มากไดแก ระบบมินิสปรงิ เกอร ระบบนํ้าหยด บัวรดน้ํา และ น้ําหยด, บัวรดน้ํา, สายยาง ใหปริมาณนํ้า 852.230, สายยาง ซ่ึงมีความหนาเน้ือเทากับ 0.98, 0.98, 0.97 และ 108.830, 319.280 และ 321.370 ลูกบาศกเ มตร ตามลาํ ดบั 0.86 เซนติเมตร ตามลําดับ (ตารางท่ี 3) ความสูงของตน (ตารางท่ี 4) แตงกวาท่ีทดสอบ พบวามีความแตกตางกันทางสถิติ โดย ระบบนํ้าที่ใหความสูงของตนมากไดแก สายยาง, บัวรดน้ํา, จากการศกึ ษาระยะเวลาท่ีใชตง้ั แตลงทนุ จนถงึ จดุ คมุ ทุน ระบบนํ้าหยด และ ระบบมินิสปริงเกอร ซ่ึงมีความสงู เทา กบั ทําการติดตั้งระบบ 4 แบบ ไดแก ระบบมินิสปริงเกอร, 812.54, 642.00, 594.21 และ373.71 เซนตเิ มตร ตามลาํ ดบั ระบบน้ําหยด, บัวรดนํ้า และ สายยาง โดยลงทุนทําระบบ (ตารางที่ 3) ผลผลิตสดของแตงกวาที่ทดสอบ พบวามีความ 18,507.84, 15,304.00, 11,138.52 และ 14,108.53 บาท/ แตกตางกันทางสถติ ิ โดยระบบน้ําทีใ่ หน ้ําหนกั ผลผลติ สดมาก ไร ตามลําดับ เม่ือคํานวณหาจุดคุมทุน ระบบนํ้าที่ถึง ไดแ ก สายยาง, บวั รดนํา้ , ระบบนาํ้ หยด และ ระบบมินสิ ปริง จุดคุมทุนกอนไดแก บัวรดนํ้า, สายยาง, ระบบน้ําหยด และ เกอร ซง่ึ มีนา้ํ หนักเทา กบั 1910.60, 1894.30, 1426.30 และ ระบบมนิ ิสปรงิ เกอร ตามลาํ ดับ (ภาพที่ 3) ตารางท่ี 1 แสดงความสูง ผลผลติ และลกั ษณะฝก ของถ่ัวฝก ยาว ความสูง นํ้าหนักผลผลติ ลกั ษณะผล กรรมวิธี (ซม.) (กก./ไร) ความยาว (ซม.) ความกวา ง (ซม.) ความหนาเน้อื (ซม.) 0.41 T1 388.71b 390.49b 42.25 0.83 0.23 0.21 T2 500.13a 629.26a 43.16 0.87 T3 498.38a 528.08a 0.20 43.33 0.86 ns 43.80 T4 520.71a 610.20a 44.36 0.85 F-test * * ns ns %CV 10.08 16.50 5.87 4.66 * คาเฉลย่ี ทต่ี ามดว ยอกั ษรเหมือนกนั ในแนวตง้ั เดียวกัน ไมมีความแตกตา งกนั ทางสถิติ ทีร่ ะดบั ความเช่ือมนั่ 95% ภาพท่ี 1 แสดงผลผลติ ถ่ัวฝกยาวทงั้ 4 กรรมวิธกี ารใหน้าํ T1 = ระบบมนิ สิ ปรงิ เกอร T2 = ระบบนํ้าหยด T3 = บัวรดนํา้ T4 = สายยาง ตารางที่ 2 ปรมิ าณการใหน ํา้ แกพ ชื ถ่ัวฝกยาว ปริมาณการใหนาํ้ แกพืช (ลกู บาศกเมตร) ระยะเวลา การใหนาํ้ แกพชื ระบบการใหน้าํ T1 (มนิ สิ ปรงิ เกอร) T2 (นํ้าหยด) T3 (บัวรดนํา้ ) T4 (สายยาง) 2/5/61 - 5/8/61 793.540 173.600 333.525 339.790 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 784
Pages: