จํานวนเรื่องทนี่ าํ เสนอในการประชมุ วชิ าการ ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน 1) การนาํ เสนอภาคบรรยาย (oral presentation) จํานวน 23 เร่ือง แยกเปน 4 เร่อื ง การบรรยายเรอ่ื งทางความหลากหลายทางชีวภาพดา นพืช และนเิ วศวิทยาปา ไม จาํ นวน 3 เร่ือง การบรรยายเรอ่ื งทางพนั ธุศาสตร/เทคโนโลยชี ีวภาพ จํานวน 3 เรื่อง การบรรยายเรอ่ื งทางเภสชั วทิ ยา/เคมีวเิ คราะห จํานวน 1 เรื่อง การบรรยายเรอื่ งทางเกษตรศาสตร/ภูมิปญ ญา จาํ นวน 5 เรื่อง การบรรยายเรื่องทางวทิ ยาศาสตรก ารอาหาร/โภชนาการ จํานวน 1 เรื่อง การนาํ เสนอเรอื่ งทางกฏี วทิ ยา จํานวน 2 เรื่อง การบรรยายเรื่องทางจุลชีววิทยา จํานวน 4 เรอ่ื ง การบรรยายเรอ่ื งทางวทิ ยาศาสตรท างทะเล จํานวน 2) การนําเสนอภาคโปสเตอร (poster presentation) จํานวน 64 เรื่อง แยกเปน 9 เรื่อง การนาํ เสนอเรือ่ งความหลากหลายทางชวี ภาพดา นพชื และนเิ วศวทิ ยาปา ไม จาํ นวน 13 เรื่อง การนําเสนอเรื่องทางพนั ธุศาสตร/เทคโนโลยชี ีวภาพ จํานวน 1 เรอ่ื ง การนาํ เสนอเร่ืองทางเภสชั วทิ ยา/เคมีวิเคราะห จาํ นวน 14 เรอ่ื ง การนาํ เสนอเรอ่ื งทางเกษตรศาสตร/ ภมู ิปญ ญา จาํ นวน 9 เรอ่ื ง การนําเสนอเรื่องทางวทิ ยาศาสตรก ารอาหาร/โภชนาการ จาํ นวน 2 เรอ่ื ง การนําเสนอเรื่องทางความหลากหลายทางชวี ภาพดานสตั ว จาํ นวน 2 เรอ่ื ง การนาํ เสนอเรือ่ งทางประมง จาํ นวน 13 เรอ่ื ง การนําเสนอเรือ่ งทางจลุ ชีววทิ ยา จาํ นวน 1 เรอ่ื ง การนําเสนอเร่ืองทางวทิ ยาศาสตรทางทะเล จาํ นวน จาํ นวนเรือ่ งทนี่ าํ เสนอในการประชุมวิชาการ แยกเปน 13 เรอ่ื ง เรือ่ งทางความหลากหลายทางชวี ภาพดานพชื และนเิ วศวิทยาปา ไม จาํ นวน 16 เรอ่ื ง เรอ่ื งทางพนั ธศุ าสตร/ เทคโนโลยีชีวภาพ จาํ นวน 4 เรื่อง เรอ่ื งทางเภสชั วทิ ยา/เคมีวิเคราะห จํานวน 15 เรื่อง เรือ่ งทางเกษตรศาสตร/ ภมู ปิ ญญา จํานวน 13 เรื่อง เรื่องทางวิทยาศาสตรการอาหาร/โภชนาการ จาํ นวน 2 เรื่อง เรื่องทางความหลากหลายทางชวี ภาพดานสัตว จาํ นวน 15 เรอ่ื ง เรื่องทางจลุ ชวี วทิ ยา จาํ นวน 5 เรื่อง เรอ่ื งทางวทิ ยาศาสตรทางทะเล จาํ นวน 1 เรอ่ื ง เรื่องทางกฏี วิทยา จํานวน 2 เรอ่ื ง เรื่องทางประมง จาํ นวน 86 เรื่อง รวมทงั้ หมด ฉฉ
การประชมุ วชิ าการ ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน ภาคบรรยาย 1
1 ความหลากหลายของเห็ดโคนในพนื้ ที่ศูนยอ นุรักษพ นั ธุกรรมพชื ฯ คลองไผ จังหวดั นครราชสมี า และมหาวทิ ยาลัยมหดิ ล วทิ ยาเขตกาญจนบุรี BIODIVERSITY OF TERMITE MUSHROOM AT PLANT GENETIC CONSERVATION PROJECT UNDER THE ROYAL INITIATIVE OF HER ROYAL HIGHNESS PRINCESS MAHA CHAKRI SIRINDHORN, KHLONG PHAI CENTER, NAKHON RATCHASIMA PROVINCE AND MAHIDOL UNIVERSITY KANCHANABURI CAMPUS ประภาพรรณ ซอหะซนั จฑุ ามาศ1*, มณีรตั น พบความสุข2, ณัฐวิภา อัครพทิ ักษพงศ1 และ ธติ ิยา บญุ ประเทอื ง2 Prapapan Sawhasan Chuthamas1*, Maneerat Pobkwamsuk2, Nuttavipa Akkarapitakpong1 and Thitiya Boonpratuang2 1สาขาวิชาวิทยาศาสตรก ารเกษตร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล วทิ ยาเขตกาญจนบรุ ี ไทรโยค กาญจนบรุ ี 71150 2ศนู ยพ นั ธวุ ิศวกรรมและเทคโนโลยีชวี ภาพแหง ชาติ (ไบโอเทค) สํานักงานพัฒนาวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยแี หงชาติ (สวทช.) คลองหลวง ปทุมธานี 10210 1Division of Agricultural Science, Mahidol University Kanchanaburi Campus, Sai Yok, Kanchanaburi 71150 2National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC), National Science and Technology Development Agency (NSTDA), Khlong Luang, Pathum Thani 12120 บทคดั ยอ เห็ดโคนเปน เห็ดที่มีรสชาติอรอย เปนที่ตอ งการของผูบริโภค มีราคาแพงเน่ืองจากยงั ไมสามารถเพาะเลี้ยงได และมีโอกาสพบ ในธรรมชาติไดเพียงปละ 1 คร้ัง งานวิจัยน้ีศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ดโคน ในพ้ืนท่ีอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คลองไผ จังหวัดนครราชสีมา และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยสํารวจและรวบรวมตัวอยางเห็ดโคน ทําการจําแนกโดย การศกึ ษาลักษณะทางสัณฐานวทิ ยาทีม่ องเหน็ ไดด ว ยตาเปลา และลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยาภายใตกลองจุลทรรศน รวมกบั การ วิเคราะหผลดวยวิธีทางชีวโมเลกุล โดยการวิเคราะหลําดับเบสนิวคลีโอไทดในตําแหนง internal transcribed spacer (ITS) เพ่ือความถูกตองแมนยําในการจําแนกชนิดเห็ด จากตัวอยางเห็ดโคนที่สํารวจพบจํานวน 6 ตัวอยาง สามารถจําแนกตัวอยาง เห็ดโคนออกเปน 2 ชนิด ไดแก Termitomyces entolomoides จากพ้ืนที่ศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ จังหวัด นครราชสีมา และ T. clypeatus จากพ้ืนที่มหาวิทยาลยั มหิดล วิทยาเขตกาญจนบรุ ี เห็ดโคนท้งั สองพ้ืนท่ีมีความแตกตางทาง พนั ธุกรรมและชนดิ พนั ธเุ ดนทีแ่ ตกตางกนั Abstract Termitomyces sp. or Termite mushrooms are delicious mushrooms that are preferred by consumers. This kind of mushrooms are expensive because they are unculturable and have found in nature only once a year. The objectives of this research were to identify Termite mushroom at Plant Genetic Conservation Project under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG), Khlong Phai Center, Nakhon Ratchasima province and Mahidol University Kanchanaburi Campus. Six samples of Termite mushrooms were collected and classified using morphological characteristics (gross morphological characters and microscopic data) together with results of nucleotide sequences of internal transcribed spacer (ITS) regions for accuracy of mushroom identification. The results of molecular phylogeny showed การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
2 that these mushrooms were identified into 2 species; Termitomyces entolomoides from RSPG Khlong Phai Center and T. clypeatus from Mahidol University Kanchanaburi Campus. Termite mushrooms in 2 areas have a different genetic diversity and dominant species. คําสาํ คญั : เห็ดโคน, ความหลากหลาย, อพ.สธ. คลองไผ, นครราชสมี า, มหาวทิ ยาลยั มหิดล วทิ ยาเขตกาญจนบรุ ี Keywords: Termitomyces sp., Biodiversity, RSPG Khlong Phai, Nakhon Ratchasima, Mahidol University Kanchanaburi Campus *ติดตอนกั วิจยั : ประภาพรรณ ซอหะซนั จุฑามาศ (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Prapapan Sawhasan Chuthamas (E-mail: [email protected]) บทนํา ตลาดอยางมาก อีกทั้งโอกาสท่ีจะหาเห็ดโคนบริโภคได มีเพียงปละหนเทาน้ัน ชวงเวลาออกดอกของเห็ดโคนจะ เห็ดโคนหรือเห็ดปลวก (Termite mushroom) มีชื่อ เปนชวงเวลาท่ีประชากรปลวกในรังมีจํานวนลดลง มีฝน วิทยาศาสตรคือ Termitomyces sp. เปนเห็ดในช้ัน ตกสลับกับแดดออก มีความช้ืนในอากาศสูง จะเปน (class) Agaricomycetes ท่ีถูกจัดอยูในอันดับ (order) สภาวะท่ีเหมาะสมตอการเจริญของเห็ดโคน มีรายงาน Agaricales แ ล ะ ว ง ศ ( family) Lyophyllaceae สภาวะแวดลอมขณะเห็ดโคนออกดอก คือ อุณหภูมิเฉล่ีย แหลงของเห็ดโคนมีเพียงไมกี่ทวีปบนโลก มีรายงานการ 23.74 องศาเซลเซียส ปริมาณนํา้ ฝนประจําปเฉลี่ยเทากับ พบเห็ดโคนท่ีบริเวณเสนศูนยสูตรทางตอนใตของทวีป 2354 มิลลิเมตร ความช้ืนสัมพัทธ (%RH) เทากับ 66.72 แอฟริกา และพบมากทางตะวันออกเฉียงใตของทวีป เก็บขอมูล ณ อําเภอวังดง จ.กาญจนบุรี (Sa-uangsub เอเชีย (Pegler and Vanhaecke 1994) เหด็ โคนเปน เหด็ 2003) ชว งเวลาที่จะสามารถพบเหด็ โคนได คือ ชว งฤดฝู น ท่ีมีชื่อเสียงโดงดังของจังหวัดกาญจนบุรี แตก็สามารถพบ เห็ดโคนไดในหลายจังหวัดของประเทศไทย เชน เพชรบุรี เดือนมิถุนายนจนถึงธันวาคม โดยเห็ดโคนกาญจนบุรีจะ จันทบุรี นครปฐม เชียงใหม อุบลราชธานี และ ออกมากที่สุดในชวงเดือนกันยายนและตุลาคม การศกึ ษา นครราชสีมา ฯลฯ เห็ดโคนเปนเห็ดท่ีมีราคาสูงถึง 300- เห็ดโคนยังมีไมมากนัก เห็ดโคนของประเทศไทยในหลาย 700 บาทตอกิโลกรัม (สํารวจระหวางเดือนตลุ าคม 2555 พ้นื ทย่ี งั ไมไดมกี ารศึกษาความหลากหลายอยางชดั เจน จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 ณ จังหวัดกาญจนบุรี) สาเหตุที่ทําใหเห็ดโคนมีราคาแพงเน่ืองจากเห็ดโคนเปน มีรายงานการพบเห็ดโคนจํานวน 30 ชนิด (Frøslev เห็ดที่มีความสัมพันธแบบพึ่งพาอาศัย (mutualistic 2003) และพบเห็ดโคนจํานวน 12 ชนิดจากเอเชีย symbiosis) กั บ ป ล ว ก ป ลู ก เ ห็ ด ( fungus-growing ตะวันออกเฉียงใต (Pegler and Vanhaecke, 1994) termites) ในวงศยอย (subfamily) Macrotermitinae ในจังหวัดกาญจนบุรีพบเห็ดโคนจํานวน 8 ชนิด (Isoptera) (Heim 1977) อีกท้ังยังมีความสัมพันธกับ (Sawhasan et al. 2011) โดยเห็ดโคนเปนเห็ดท่ีมีรูปราง จุลินทรียอืน่ ๆ ภายในรงั ปลวก กลไกการเกดิ ดอกเห็ดโคน ลัก ษ ณ ะ ห ลา ย ห ล า ย บ า งชนิด มี ข น า ดให ญ ม า ก ในปจจุบันก็ยังไมเปนที่ทราบแนชัด (Sawhasan et al. เสนผาศูนยกลางประมาณ 1 เมตร บางชนิดมีขนาดเล็ก 2012) สงผลใหยังไมมีผูใดสามารถทําการเพาะเล้ียง มากเสนผาศูนยกลางเพียง 2 เซนตเิ มตร เน่ืองจากรูปราง เหด็ โคนในเชิงการคาได และเน่อื งดว ยเหด็ โคนเปนเห็ดที่มี ท่ีหลากหลายของเห็ดโคน การจําแนกเห็ดโคนโดยอาศัย รสชาตอิ รอ ย มีเนอ้ื สมั ผัสกรุบกรอบ จึงเปนทีต่ อ งการของ ลักษณะสัณฐานวิทยาเพียงอยางเดียวจึงเปนเร่ืองยาก การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
3 เห็ดโคน T. clypeatus หนึ่งชนิดมีสีของหมวกดอกและ เก่ียวของ เชน ลักษณะการเจริญของดอกเห็ด ภาพถาย รูปรางลักษณะที่หลากหลาย (Sawhasan et al. 2011) ถิน่ อาศัยท่ีพบการเจรญิ ของเห็ดตามธรรมชาติ ซงึ่ การใชลักษณะสัณฐานวิทยาเพียงอยา งเดียว อาจทาํ ให การจําแนกผิดพลาด ในปจจุบันไดมีการนําเทคนิค ทําการเก็บรักษาคุณภาพเห็ดโคนในรูปแบบตัวอยางแหง ทางดานชวี โมเลกุล ซงึ่ เปนการศึกษาระดบั ดีเอ็นเอมาปรับ เพ่ือการศึกษาทางอนุกรมวิธาน ตามวธิ ีของ Bridson and ใชใ นการจาํ แนกชนิดเหด็ รา โดยการศึกษาระดบั ดีเอ็นเอนี้ Forman (1998) และฝากเก็บท่ีพพิ ิธภัณฑเห็ดราแหงชาติ มีความสําคัญในแงของการยืนยันความถูกตองของชนิด (BIOTEC Bangkok Herbarium) เห็ดและการศึกษาวิวฒั นาการ (taxonomic placement) ท้งั น้ีขอ มูลดีเอ็นเอ ยังมีความสาํ คัญในแงของการอางสิทธิ 2. การศึกษาลกั ษณะทางสัณฐานวิทยาของเห็ดโคน ในการเปนเจา ของทรัพยากรทองถ่ิน ตามอนุสัญญาความ หลากหลายทางชีวภาพและพิธีสารนาโงยา อันจะชวย นําตัวอยางเห็ดโคนที่สํารวจพบมาทําการศึกษาลักษณะ ปอ งกันปญหาการสญู เสียทรพั ยากรของประเทศ สัณฐานวิทยาที่มองเห็นไดดวยตาเปลา (macro- morphology) และลักษณะสัณฐานวิทยาภายใตกลอง งานวิจัยนี้เปนงานสนองพระราชดําริในโครงการอนุรักษ จลุ ทรรศน (micro-morphology) พันธกุ รรมพชื อนั เน่อื งมาจากพระราชดาํ ริฯ มีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษาความหลากหลายของเห็ดโคนในพื้นที่อนุรักษ การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาท่ีมองเห็นไดดวยตา พนั ธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาํ ริสมเด็จพระเทพ เปลา โดยทําการบันทึกลักษณะรูปราง พ้ืนผิว สี และวัด รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี (อพสธ.) อําเภอคลอง ขนาดของหมวกดอก ครบี และกานดอก ในขณะท่ีเห็ดยัง ไผ จังหวัดนครราชสมี า และมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล วิทยาเขต สด ตามวิธีการของ Largent et. al. (1986) และบันทึกสี กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะประกอบดวยขอมูล ตามวิธีการของ Kornerup and Wanscher (1963) ทางสณั ฐานวิทยาและขอมลู ระดบั ชนิดทางชวี โมเลกลุ พรอ มวาดภาพประกอบ อปุ กรณแ ละวิธกี ารทดลอง ก า ร ศึ ก ษ า ลั ก ษ ณ ะ ท า ง สั ณ ฐ า น วิ ท ย า ภ า ย ใ ต ก ล อ ง จุลทรรศน เชน โครงสรางเนอ้ื เยื่อ, สปอร, ฐานสรางสปอร 1. การสํารวจและเก็บตวั อยา งเหด็ โคน (Basidia), เซลพิเศษตางๆ (Cystidia) โดยใชเ ทคนิคแบบ มือเปลาตัดตรวจสอบโครงสรางภายในของ หมวก ครีบ ทําการสํารวจและเก็บรวบรวมตัวอยางเห็ดโคนในพื้นที่ และกาน พรอมวาดภาพผานกระบอกวาดภาพ (camera ศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ ตําบลคลองไผ lucida) ที่กําลังขยาย 1000x นําขอมูลทางสัณฐานวิทยา อําเภอสีค้ิว จังหวัดนครราชสีมา ในชวงเดือนธันวาคม ท้ังสองประกอบกันเปนรายละเอียดของตัวอยางเห็ดโคน พ.ศ.2558 และพื้นท่ีมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขต น้นั ๆ และทําการวิเคราะหเปรียบเทียบความเหมอื นและ กาญจนบรุ ี อําเภอไทรโยค จงั หวัดกาญจนบรุ ี ในชว งเดือน ความตา งของแตละตัวอยาง ตุลาคม พ.ศ.2557 บันทึกภาพลักษณะของดอกเห็ด ที่ชดั เจน ภาพรายละเอียดในสวนตาง ๆ ใหรหัสหมายเลข 3. การจําแนกชนิดเห็ดโคนโดยการวิเคราะหทางชีว กํากับ สังเกตและจดบันทึกลักษณะทางสัณฐานวิทยา โมเลกุล ตางๆ เชน รูปรางลักษณะ สี พื้นผิว ของหมวก กานดอก และครบี บนั ทกึ ขอมูลบรเิ วณทพ่ี บและขอ มลู อื่น ๆ ท่ี ทําการศึกษาทางดานชีวโมเลกุลเพ่ือจําแนกชนิดเห็ดโคน โดยการเปรียบเทียบลําดับนิวคลีโอไทดบริเวณ ITS (Internal transcribed spacer sequence) นํ า ด อ ก เห็ดโคนแตละตัวอยางมาทําการสกัด DNA โดยใชวิธีการ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
4 ของ Lee and Taylor (1990) เพม่ิ ปรมิ าณดีเอ็นเอบรเิ วณ และกานดอก จากน้ันทําการศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยา ITS ดว ยปฏิกิริยาลูกโซพอลเิ มอเรส (polymerase chain reaction; PCR) ต า ม วิ ธี ก า ร ข อ ง Sawhasan et. al. ภายใตก ลอ งจุลทรรศน (2011) สงผลผลติ ของ PCR ที่สามารถเพม่ิ จํานวนไดไ ปยัง บริษัท Macrogen ประเทศเกาหลีใต เพ่ือวิเคราะหข อมูล 2. การจําแนกเหด็ โคนโดยใชก ารวเิ คราะหทาง ลําดับนิวคลีโอไทด เมื่อไดรับขอมูลทําการเปรียบเทียบ ชวี โมเลกลุ รวมกบั ลกั ษณะทางสัณฐานวิทยา ลําดับนิวคลีโอไทดระหวางเห็ดโคนจากการศึกษาน้ีกับ จากการศกึ ษาลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยาของเห็ดโคนท้ัง 6 ลาํ ดับนิวคลีโอไทดของเหด็ ตางๆ ทีม่ ีในโลกจากฐานขอมูล ตัวอยางเปรียบเทียบกับรูปวิธาน (Key) เห็ดโคนจาก ส า ก ล ( Genbank) ข อ ง National Center for หนังสือ Pegler and Vanhaecke (1994) และ Heim Biotechnology Information (NCBI) ด ว ย โ ป ร แ ก ร ม (1977) พบวาตัวอยางเห็ดโคนทั้ง 6 ตัวอยาง จัดอยูใน NCBI Basic Local Alignment Search Tool (BLAST) สกุล Termitomyces R. Heim (1942) และอยูในกลุม ทาํ การเปรยี บเทยี บลาํ ดบั นิวคลโี อไทดดวยโปรแกรม Eu-Termitomyces ซ่ึงมีความสัมพันธกับปลวกอยาง MUSCLE และวิเคราะหความสัมพนั ธทางววิ ัฒนาการโดย แทจริง โดยจะมี pseudorhiza ปรากฏใหเห็นอยาง การสรางแผนภูมิแสดงความสัมพันธทางวิวัฒนาการ ชัดเจน สอดคลองกับการเปรียบเทียบลําดับนิวคลีโอไทด (Phylogenetic tree) ดวยวิธี Maximum Likelihood บริเวณ ITS ของเห็ดโคนทง้ั 6 ตัวอยางกับลําดับนิวคลีโอ- โดยการใชโปรแกรม RAxML-HPC2 on XSEDE ในระบบ ไทดในฐานขอมูลสากล (Genbank) ของ NCBI ดวย CIPRES (Stamatakis, 2014) โปรแกรม BLAST พบวามีความเหมือนกับเห็ดโคนสกุล Termitomyces รอ ยละ 99-100 ผลและวิจารณผ ลการทดลอง การวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดบริเวณ ITS เพ่ือจัด จําแนกชนิดและหาความสัมพันธเชิงวิวัฒนาการดวยการ 1. การสํารวจและเกบ็ ตัวอยา งเห็ดโคน วิเคราะหแบบ Maximum Likelihood ของเห็ดโคน 6 ตัวอยางจากงานวิจัยน้ี รวมกับลําดับนิวคลีโอไทดของ จากการศกึ ษาความหลากหลายของเห็ดโคน ในพื้นท่ศี ูนย เหด็ โคน 9 ตวั อยางจากฐานขอ มลู ใน NCBI ไดแ ก เห็ดโคน อนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ จังหวัดนครราชสีมา จ า ก ท วี ป แ อ ฟ ริ ก า 2 ตั ว อ ย า ง ไ ด แ ก T. heimii ใ น ช ว ง เ ดื อ น ธั น ว า ค ม พ . ศ . 2 5 5 8 แ ล ะ พ้ื น ท่ี (AF357022) แ ล ะ T. microcarpus (AF357023) มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตกาญจนบุรี จังหวัด (Hofstetter et al., 2002) เห็ดโคนจากประเทศไทย กาญจนบุรี ในชวงเดือนตุลาคม พ.ศ.2557 พบตัวอยาง จังหวัดกาญจนบุรี 6 ตัวอยาง ไดแก T. entolomoides เห็ดโคนท้ังส้ินจํานวน 6 ตัวอยางแบงออกเปน ตัวอยาง (EF091679), T. entolomoides (EF091683), T. เห็ดโคนจากพื้นที่ศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ clypeatus (GU573958), T. clypeatus (HQ702552), จํานวน 3 ตัวอยาง ไดแก KP01/58 KP04/58 KP05/58 T. heimii (HM230662), T. microcarpus (HM230661) และตัวอยางเห็ดโคนจากพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยา (Sawhasan et. al., 2011) และเห็ดโคนจากประเทศ เขตกาญจนบุรีจํานวน 3 ตัวอยาง ไดแก KA08/57 ไตหวนั T. microcarpus (LC425109) KA09/57 KA20/57 ทําการศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยา ผลการวิเคราะหแสดงใหเห็นถึงวิวัฒนาการและการแยก ที่มองเห็นไดดวยตาเปลาของดอกเห็ด โดยการบันทึก กลุมของเห็ดโคนสกุล Termitomyces ดังแสดงในภาพท่ี ลักษณะรูปราง พ้ืนผิว สี และวดั ขนาดของหมวกดอก ครีบ 1 พบวาเหด็ โคนในงานวิจยั นี้ แบงออกเปน 2 กลุม โดยใน แตละกลุมมีคาความเหมือนของลําดับนิวคลีโอไทด ไมต่ํา กวารอยละ 99-100 จึงสามารถยืนยันไดวาเปนเห็ดโคน ชนดิ เดยี วกนั การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
5 การแบงกลุมตามขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดบริเวณ ITS พ้ืนที่ศึกษามีชนิดพันธเดนที่แตกตางกัน ซึ่งมีความ และลักษณะทางสณั ฐานวิทยามีรายละเอยี ด ดงั น้ี สอดคลองกับ Sawhasan et. al. (2011) ท่สี ํารวจเห็ดโคน กลมุ ที่ 1 กลุมตวั อยา งเหด็ โคนทีม่ ลี าํ ดับนิวคลีโอไทดคลาย ในจังหวัดกาญจนบุรีในป พ.ศ. 2546 – 2551 พบ กั บ Termitomyces entolomoides R. Heim T. clypeatus จํานวน 18 ตัวอยาง จากเห็ดโคนท่ีสํารวจ (EF091679) รอยละ 99.66 จํานวน 3 ตัวอยาง ไดแก พบท้ังส้ิน 28 ตัวอยาง ซึ่งสามารถคาดการณไดวา KP01/58, KP04/58 และ KP05/58 โดยเห็ดโคนท้ังหมด T. clypeatus คือ ชนิดพันธุเดนของเห็ดโคนในพื้นท่ี ในกลุมนี้เปนตัวอยางเห็ดโคนจากพื้นท่ีศูนยอนุรักษ กาญจนบุรี อีกทั้งยังเปนชนิดเห็ดโคนที่พบมากในแถบ พันธุกรรมพชื ฯ คลองไผ จังหวัดนครราชสมี า ลักษณะเดน ภาคกลางและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ยพุ าพรและคณะ ของเห็ดโคนชนิดน้ีในรปู วธิ าน คอื ลักษณะของสหี มวกดอก , 2547) ทั้งนี้เห็ดโคนท้ัง 2 ชนิดน้ีมีรายงานการพบใน ท่เี ปนสีเขมออกสีน้ําเงินดํา (bluish black tints) และมัก ป ร ะ เ ทศ ไ ท ย โ ด ย พ บ T. clypeatus จ า ก จั งห วั ด มียอดแหลม (perforatorium) กลางหมวกดอก โดย นครราชสีมา และ T. entolomoides จากจังหวัดราชบุรี เหด็ โคนในการทดลองนี้ไมพบ cheilocystidia (ลีลา และอภชิ ัย, 2552) กลมุ ที่ 2 กลุมตวั อยา งเหด็ โคนท่มี ีลําดับนิวคลโี อไทดคลาย โดยปจจัยที่ทําใหชนิดพันธุเดนของเห็ดโคนใน 2 พื้นที่ กับ T. clypeatus R. Heim (HQ702552) รอยละ 99.46- ศึกษามีความแตกตางกัน อาจเนื่องมาจากความแตกตาง 100 จํานวน 3 ตัวอยาง ไดแก KA08/57, KA09/57 และ ของชนิดปลวกปลูกเหด็ (fungus-growing termites) ท่ีมี KA20/57 โดยเห็ดโคนท้ังหมดในกลุมนี้เปนตัวอยาง ความสัมพันธแบบพง่ึ พาอาศัยกับเห็ดโคน ในพ้ืนที่จังหวัด เหด็ โคนจากพื้นทม่ี หาวิทยาลัยมหิดล วทิ ยาเขตกาญจนบุรี กาญจนบุรีมีรายงานการพบปลวกปลูกเห็ด 2 ชนิด ไดแก จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเปรียบเทียบกับ T. clypeatus Hypotermes makhamensis Ahmad แ ล ะ จากรปู วิธานของ Pegler and Vanhaecke (1994) พบวา Macrotermes gilvus Hagen (Sawhasan et. al., มคี วามสอดคลองกัน ตัวอยาง KA08/57 มีของรูปรา งของ 2011; ส โ ร ช า , 2 5 5 7 ) โ ด ย พ บ Hypotermes pleurocystidia แบบ pyrifrom หรือผลแพรเหมือน makhamensis ความถ่ีสูงสุดในบรรดาปลวกปลูกเห็ดท่ี ขอมูลรูปวิธาน แตพบวา ตัวอยาง KA09/57 และ พบ และในพื้นท่มี หาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี KA20/57 มีรูปรางของ pleurocystidia ที่เปนทรงยาว พ บ เ ห็ ด โ ค น T. clypeatus ข้ึ น จ า ก รั ง ป ล ว ก กวา โดยจะมีรูปทรงแบบ digitate และ ventricose- H. makhamensis จํานวน 8 ตัวอยาง จากการสํารวจ rostrate (ภาพท่ี 1) และเห็ดโคนในการทดลองนี้ไมพบ ต้งั แตป พ.ศ. 2549-2551 (Sawhasan et. al., 2011) ใน cheilocystidia บริเวณปลายครีบ โดยลักษณะเดนของ พ้ืนท่ีจังหวัดนครราชสีมา ปาสงวนแหงชาติปาวังน้ําเขียว เห็ดโคนชนิดน้ีในรูปวิธาน คือ มียอดแหลมกลางหมวก มีรายงานการพบปลวกปลูกเห็ด Microtermes obesi คอนขางแหลมและยาว สีของยอดแหลมจะมีสีเขมกวา Holmgren, Odontotermes feae Wasmann แ ล ะ หมวกดอกสวนอื่น ตอนดอกออนจะยอดแหลมเห็นไดชัด Ancistrotermes pakistanicus Ahmad โ ด ย พ บ กา นดอกสีออ น ดอกใหญปานกลาง Microtermes obesi Holmgren ความถ่ีสูงสุดในบรรดา เห็ดโคนในฐานขอมูลท่ีมีลําดับนิวคลีโอไทดคลายกับ ปลวกปลกู เหด็ ทพี่ บ (ธนาภรณ, 2558) เ ห็ ด โ ค น ใ น ก า ร ท ด ล อ ง นี้ Termitomyces entolomoides R. Heim (EF091679) คือเห็ดโคนจาก ( ร า ย ล ะ เ อี ย ด คํ า บ ร ร ย า ย ลั ก ษ ณ ะ โ ด ย ล ะ เ อี ย ด ข อ ง อ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และ T. clypeatus R. Termitomyces entolomoides ตัวอย างที่ KP01/58 Heim (HQ702552) คือเห็ดโคนจาก อ.ไทรโยค จังหวัด และ T. clypeatus ตัวอยางท่ี KA08/57 จะแสดงไวใน กาญจนบุรี จากผลการทดลองจะพบวาเห็ดโคนจาก 2 ตอนทายของงานวิจยั นี้ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
6 AB C ภาพที่ 1 ลักษณะโครงสรางใตกลองจุลทรรศน pleurocystidia บริเวณครีบ (gill) ของ Termitomyces clypeatus; (A) KA08/57, (B) KA09/57 และ (C) KA20/57 ภาพที่ 2 แผนภูมิแสดงความสัมพันธทางวิวัฒนาการ (Maximum likelihood Phylogenetic tree) จากลําดับนิวคลีโอไทด บริเวณ ITS1-5.8S-ITS2 ของเห็ดโคนในสกุล Termitomyces จํานวน 6 ตัวอยางจากงานวิจัยน้ี รหัส KA คือเห็ดโคนจาก มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และรหัส KP คือเห็ดโคนจากพ้ืนท่ีศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ และลําดับ นิวคลีโอไทดของเห็ดโคน 9 ตัวอยางจากฐานขอมูลใน NCBI แผนภูมิน้ีกําหนดให Tricholoma portentosum (AF241517) and Clitocybe lateritia (U66431) เปน outgroup ภาพแผนภูมิวิวัฒนาการนี้ไดจากการวิเคราะหแบบ Maximum Likelihood โดยการใชโปรแกรม RAxML-HPC2 on XSEDE ในระบบ CIPRES (Stamatakis, 2014) คา bootstrap consensus มีการคํานวณซา้ํ ที่ 1,000 รอบ คาท่ไี ดต ่ํากวา 50% จะไมน าํ มาแสดงในแผนภมู ิวิวัฒนาการ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
7 สรปุ ผลการทดลอง อันเน่อื งมากจากสภาพแวดลอม เชน T. clypeatus ทพ่ี บ ในพื้นท่ีกาญจนบุรีมรี ูปรางที่หลากหลายมาก (Sawhasan จากตัวอยางเห็ดโคนท่ีสํารวจพบ 6 ตัวอยาง สามารถ et. al., 2011) ซึ่งการจําแนกเห็ดโคนโดยใชลักษณะทาง จําแนกออกเปน 2 ชนิด โดยใชวิธีทางชีวโมเลกุลรวมกับ สัณฐานวิทยาเพียงอยางเดียวอาจทําใหการจําแนกเกิด ลักษณะทางสณั ฐานวิทยา โดยเหด็ โคน 3 ตวั อยา งทพี่ บใน ความผิดพลาด แตก ารใชว ิธที างชวี โมเลกลุ เพียงอยา งเดียว พื้นท่ีศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ จังหวัด ก็อาจไมสามารถจําแนกชนิดเห็ดโคนไดเชนกัน เน่ืองจาก นครราชสีมา คือ Termitomyces entolomoides และ ลําดับ นิวคลีโอไทดของเห็ดโคนในฐานขอมูลสวนใหญ เห็ดโคน 3 ตัวอยา งทพ่ี บในพ้นื ท่ีมหาวิทยาลัยมหดิ ล วิทยา ระบุเพียงระดับจีนัส มีการระบุชนิดในระดับชนิดหรือสป เขตกาญจนบุรี คือ T. clypeatus ซ่ึงเห็ดโคนใน 2 พ้ืนท่ี ชีส่ นอ ยมาก เน่ืองจากในบางงานวจิ ัยเก็บตัวอยางเห็ดโคน ที่ทําการสํารวจมีความแตกตางทางพันธุกรรมและชนิด ในระยะตุมดอกหรือระยะเสนใยในรังปลวก ทําใหไมมี พนั ธุเ ดนที่แตกตา งกัน ขอมูลลักษณะทางสัณฐานวิทยาของดอกเหด็ โคน อีกทง้ั ยัง ทง้ั นใ้ี นการจาํ แนกเหด็ โคน จาํ เปนตองใชว ิธีทางชีวโมเลกุล มีความหลากหลายของยีนในฐานขอมูลที่ใชศึกษาทางชีว รว มกับลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยา เนอ่ื งจากการจดั จําแนก โมเลกุล เชน Nuclear large subunit rDNA (LSU), RNA เห็ดโคนโดยลักษณะทางสัณฐานวทิ ยา ตอ งอาศัยรูปวธิ าน polymerase II (RPB2) ห รื อ mitochondrial small (key) ซ่ึงจะพบวามีขอจํากัด เชน รูปวิธานสวนใหญใชตัว subunit rDNA (mtSSU) ดังน้ันการศึกษาเห็ดโคนจึงควร ยางเห็ดโคนจากทวีปแอฟริกาซ่ึงมีความแตกตางกับ ศกึ ษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาควบคูไปกบั การศึกษาทาง เห็ดโคนของประเทศไทยคอนขางมาก มีรูปวิธานที่ใช ชีวโมเลกุล เพอ่ื เปนการสะสมขอ มลู ทง้ั ขอมูลสัณฐานวิทยา ตัวอยางจากทวีปเอเชียไมมากนัก และรูปวิธานสวนใหญ และลําดับนิวคลีโอไทดของเห็ดโคน ซึ่งจะสามารถใชเปน จําแนกชนิดเห็ดโคนโดยใชลักษณะภายนอกที่สามารถ ขอมูลในการจําแนกอยางถูกตอง เพื่อท่ีจะทราบถึงความ มองเห็นไดดวยตาเปลาเปนสําคัญ เริ่มจากขนาดของดอก หลากหลายของเห็ดโคนในประเทศไทยและเพ่ือการสราง เห็ด การปรากฏของรากเทยี ม สีของรากเทียม ความกลวง ฐานขอ มลู เหด็ โคนของประเทศไทยตอ ไปในอนาคต หรือตันของกานดอก การปรากฏของวงแหวนรอบกาน สีและรูปรางของหมวกดอก ลักษณะของยอดนูนกลาง หมวกดอก รวมถึงลักษณะพ้ืนผิวของหมวกดอกและกาน ดอก เชน เศษของเนื้อเย่ือ ที่ติดอยูหรือหมวกดอกท่ีมี ลักษณะไมเรียบเปนคล่ืน โดยมีการใชลักษณะสัณฐาน วิทยาภายใตกลองจุลทรรศนนอยหรือไมมีการระบุเลย เชน รูปวิธานของ Karan and Sridhar (2013) ไมมีการ ระบุสัณฐานวิทยาภายใตก ลองจุลทรรศน และ ขอ มูลทาง สณั ฐานวิทยาของเห็ดโคนในหนังสือของสุมาลี พิชญางกูร (2547) ขาดขอมูลสัณฐานวิทยาภายใตกลองจุลทรรศน บางประการ เชน องคประกอบเซลลของผิวหมวก ลักษณะเซลลพิเศษบริเวณหมวกและกาน ท้ังนี้การจัด จําแนกชนิดเห็ดโคนโดยใชลักษณะรูปรางภายนอกทําได คอนขางยาก เนื่องจากลักษณะเหลาน้ีมีความแปรผัน การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
8 เห็ดโคนชนิดที่ 1 Termitomyces entolomoides R. margin split, color range from brownish grey (7E2) Heim KP01/58 at disc toward to gray (6B1) at margin; Lamellae free, remote, Narrow (breadth), crowded, with Macro-characters: Pileus 49-60 mm diam., lamellulae; Stipe 13-16 mm diamater, cylindrical x cylindriter tapering, central, fibrous, color range convex with reflex margin, fibrillose, brown and from white (7A1); Odour none; Substrate on soil. Micro-characters: Basidiospores 4-5 x 6-8 µm, dark brown, pointed perforatorium, margin split, Elliptical Thin-walled, hyaline, inamyloid; Basidia 7-9 x 23-25 µm, bearing 4 sterigmata; incurved; Lamellae free, crowded, crenate, with Pleurocystidia 12-19 x 32-36 µm, Pyrifrom, hyaline, inamyloid; Hymenophoral parallel; lamellulae; Stipe 6-7 mm diam., high 105-165 Cheilocystidia absent. Subhymenial layer inflated-ramose; Pilepipellis 18 µm diam, mm, cylindrical, fibrilose, firm; Odour none; comprising 3 layers, hyphae measuring 5 µm, one layered Pileiopellis with inflated hyphae of the Substrate on Termite soil. Habitat terrestrial pileus trama, hyaline; Stipe trama hyaline, inamyloid; Stipitipellis 4-7 µm, hyaline, Micro-character- Basidiospore 5-6 x 6-10 µm, 7- inamyloid. 10 x 5-6(-7) µm [x = 8.64 ±0.95 x 5.68 ±0.56, Q= ขอมูลตัวอยาง: ตัวอยางเห็ดโคนรหัส KP01/58 พบที่ ศูนยอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ ตําบลคลองไผ 1.17-2.00, Qm= 1.43 ±0.24, n=25 spores], Eillpical, อําเภอสีค้ิว จังหวัดนครราชสีมา เก็บตัวอยางวันท่ี 13 เดือนธันวาคม พ.ศ.2558 และตัวอยางเห็ดโคนรหัส thin–walled, white, hyaline and inamyloid,; KA08/57 พบที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เก็บตัวอยางวันท่ี 28 Basidia 3-9 x 24-45 µm, 4 spores basidia, เดือนตุลาคม พ.ศ.2557 พบโดย ประภาพรรณ ซอหะซัน จฑุ ามาศ smooth, clavate, thin-walled, hyaline and inamyloid; Pleurocystidia 12-55 x 38-111 µm, smooth, pyriform, thin-walled, hyaline and inamyloid; Cheilocystidia absent. Hymenophoral trama parallel; Subhymenial layer inflated-ramose; Pilepiplis comprising 3 layers; Pilocystidia 3-6 x 15-20 µm, smooth, clavate, thin-walled, hyaline and inamyloid; Upper layer hyphae 9-12 µm, smooth, clavate, thin-walled, hyaline and inamyloid; Lower layer 8-11 µm, smooth, clavate, thin-walled, hyaline and inamyloid; Hypodermiun 45-72 x 20-34 µm, smooth, broadly clavate, thin-walled, hyaline and inamyloid; Stipe trama parallel, hyaline and inamyloid; Stipitipellis hyphae 10-15 µm, smooth, inflated, thin-walled, hyaline and inamyloid เห็ ดโค น ช นิ ดท่ี 2 Termitomyces clypeatus R. Heim KA08/57 Macro-characters: Pileus 160-130 mm diam., 25- 40 mm height, young convex, old Plane- convex, dark spiniform perforatorium, texture fibrillose, การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
9 ภาพท่ี 3 Termitomyces clypeatus KA08/57 ดอกเห็ด (A) และโครงสรางใตกลองจุลทรรศน (B-F); (A) ดอกเห็ด (B) โครงสรางชั้นหมวกดอก 3 ช้ัน (Hymenial 3 layer) (C) basidia with basidioles บริเวณครีบ (gill) (D) pleurocystidia บริเวณครีบ (gill) (E) basidiospores และ (F) ช้ันเนือ้ เยอื่ บริเวณกาน (stipe trama) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
10 ภาพที่ 4 Termitomyces entolomoides KP01/58 ดอกเห็ด (A) และโครงสรางใตกลองจุลทรรศน (B-F); (A) ดอกเห็ด; (B) basidiospore; (C) basidioles บริเวณครีบ (gill); (D) basidia บริเวณครีบ (gill); (E) pleurocystidia บริเวณครีบ (gill); (F) โครงสรางช้ันหมวกดอก 3 ชั้น (Hymenial 3 layer); (G) โครงสรางช้ัน กานดอก (Stipe trama) คาํ ขอบคุณ การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
11 งานวจิ ยั นไี้ ดร ับทุนอุดหนนุ การวจิ ยั จากโครงการอนรุ กั ษ Heim, R., 1977. Termites et. Champignons. พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ และ Sociệté Nouvelle des Éditions Boubée. 200 มหาวทิ ยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ขอขอบคุณ pp. คุณพรชัย จฑุ ามาศ และคณุ อนิ ทริ า จารุเพ็ง โครงการ อนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากรพระราชดําริฯ Hofstetter, V., Clemencon, H., Vilgalys, R., สวนจิตรลดา และขอขอบคุณ คุณผุสดี ทันจิตต ศูนย Moncalvo, J.M. 2002. Phylogenetic analyses อนุรักษพันธุกรรมพืชฯ คลองไผ ทส่ี นับสนุนใหงานวิจัย of the Lyophylleae (Agaricales, นีส้ ําเรจ็ ไดด ว ยดี Basidiomycota) based on nuclear and mitochondrial rDNA sequences. Mycol. Res. เอกสารอา งองิ 106: 1043-1059. ธนาภรณ เฮยี งโฮม. 2558. การศึกษาความหลากหลาย Karun N.C., Sridhar K.R. 2013. Occurrence and ของปลวกใตด นิ บรเิ วณปาสงวนแหงชาติ ปาวังนาํ้ distribution of Termitomyces. เขยี ว จังหวดั นครราชสมี า. จากเวบ็ ไซต: (Basidiomycota, Agaricales) in the Western http://bioff.forest.ku.ac.th/PDF_FILE/APIRL_ Ghats and on the west coast of India. 2016/18.pdf Czech Mycology, 2013; 65:233-54. ลีลา กญกิ นนั ท และอภชิ ัย หมูก อ น. 2552. เห็ดโคนกับ Kornerup, A., Wanscher, J.H. 1963. Methuen ปลวกและการเพาะเลยี้ งเห็ดโคน. Handbook of colour. Shenval Press Ltd, กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั วิจยั และพัฒนาการปาไม. London, Hertford and Harlow. 54 หนา Largent, D.L., 1986. How to identify สุมาลี พิชญางกูร. 2547. เหด็ โคนและลกู ผสมฟวแสนท mushrooms to genus I: Macroscopic , กรุงเทพมหานคร: องคก ารสงเคราะหท หาร ผา น Features, California, Mad River Press Inc. ศึก. 166 หนา 166 pp. สโรชา ชูชว ย 2557: ศึกษาความหลากหลายและการ Lee, S. B., Taylor, J.W. 1990. Isolation of DNA แพรก ระจายของเห็ดโคน (Termitomyces from fungal mycelia and single spores. PCR spp.) ท่อี ยแู บบพ่ึงพาอาศยั กบั ปลวกเลี้ยงราใน protocols: a guide to methods and ประเทศไทยโดยใชเทคนคิ ทางโมเลกลุ . วทิ ยานพิ นธ applications. M. Innis, D. H. Gelfand, J. J. วทิ ยาศาสตรม หาบณั ฑติ Sninsky and T. J. White. San Diego, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร. Academic Press: 282-287. Bridson, D., Forman, L., 1998. The herbarium Pegler, D.N., Vanhaecke, M. 1994. handbook (3rd edition) Royal Botanic Termitomyces of Southeast Asia. Kew Gardens Kew. Whitstable Litho Printers Ltd. Bulletin, 49, 717-736. 334 pp. Sa-uangsub, S. 2003. Ecological studies of termites and mushroom growing termites การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
12 in lower mixed deciduous forest at research and development institute of agricultural system under adverses conditions, Kanchanaburi, (Master' s thesis) Department of Entomology, Kasetsart University, Bangkok. Sawhasan, P., Worapong, J., Vinijsanun, T., 2011. Morphological and molecular studies of selected Termitomyces species collected from 8 districts of Kanchanaburi Province, Thailand. Thai Journal of Agricultural Science 44(3) 183-196. Stamatakis, A. 2014. RAxML Version 8: A tool for Phylogenetic Analysis and Post-Analysis of Large Phylogenies. Bioinformatics 10.1093/bioinformatics/btu033 Sawhasan P, Worapong J, Flegel TW, Vinijsanun T. 2012. Fungal partnerships stimulating growth of Termitomyces clypeatus stalk mycelium in vitro. World Journal of Microbiology and Biotechnology 28(6): 2311-8. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
13 ประสิทธิภาพของ Neosartorya hiratsukae ในการเปน สารควบคุมทางชวี ภาพ ตอโรครากและโคนเนา ในทเุ รียน EFFICACY OF Neosartorya hiratsukae AS A BIOLOGICAL CONTROL AGENT AGAINST ROOT AND STEM ROT IN DURIAN สพุ ตั รา โพธเิ์ อยี่ ม1*, สภุ านนั สขุ ศริ ิ1, นฤมล ต้งั ธีระสนุ ันท1 และ เกษม สรอยทอง2 Supattra Poeaim1*, Supanan Suksiri2, Narumon Tangthirasunun1 and Kasem Soytong2 1ภาควิชาชวี วิทยา คณะวิทยาศาสตร สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา เจา คณุ ทหารลาดกระบัง เขตลาดกระบงั กรงุ เทพมหานคร 10520 2ภาควิชาการจัดการศตั รูพืช คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจา คุณทหารลาดกระบงั เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 1Department of Biology, Faculty of Science, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang, Bangkok 10520 2Department of Plant Production Technology, Faculty of Agricultural Technology, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang, Bangkok 10520 บทคัดยอ คดั แยกเชื้อราจากตัวอยางดินและเปลือกไมของตนทุเรียนที่เปนโรครากและโคนเนาในสวนทุเรียน จังหวัดชุมพร สามารถ แยกเชื้อไดจํานวน 3 สกุลหลัก ไดแก สกุล Phytophthora, Pythium และ Mortierella จํานวน 8 สปชีส ไดแก Phytophthora palmivora, Pythium cucurbitacearum, P. splendens, P. deliense, P. acanthicum, Mortierella capitata, M. chlamydospora และ M. hyalina เมือ่ ทดสอบความสามารถในการเกิดโรคพบวาเฉพาะ P. palmivora, P. cucurbitacearum และ P. splendens มีความสามารถทําใหใ บทเุ รยี นพันธหุ มอนทองเกดิ รอยแผลเนา สี นํา้ ตาล รวมท้ังคัดแยกเช้ือราสกุล Neosartorya และ Talaromyces จากดิน และศึกษาประสิทธิภาพของเชื้อราตอตาน จาํ นวน 6 สปชีส ไดแก Neosartorya aureola, N. fenneliae, N. spinosa, N. hiratsukae, N. pseudofischeri และ Talaromyces muroii ที่มีตอการควบคุมเชื้อรากอโรคดวยวิธี dual culture พบวาเชื้อรา N. hiratsukae EU06 มี ประสิทธิภาพในการยับยั้งการสรางสปอรของเช้ือรากอโรค P. palmivora, P. cucurbitacearum และ P. splendens ไดดีท่ีสุด รวมทั้งสารสกัดจากเชื้อรา N. hiratsukae EU06 มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการสรางสปอรของเชื้อรา P. palmivora ดวยคา ED50 ของสารสกัดช้ันเฮกเซน เอทิลอะซิเตท และเมทานอลท่ีระดับความเขมขน 7.44, 6.33 และ 10.42 ppm ในไอโซเลต CHP34-S14 และที่ระดับความเขมขน 6.35, 5.57 และ 15.43 ppm ในไอโซเลต CHP38-S22 ตามลาํ ดบั ซง่ึ ผลจากการศกึ ษาในครงั้ น้ีนาํ ไปสูการพฒั นาสารชีวภณั ฑตอไป Abstract Isolation of genus Phytophthora and Pythium from soil and bark planted to durian which root and stem rot disease in Chumphon province which found 3 main genera: Phytophthora, Pythium and Mortierella. Identification of fungi correspond to 8 species, P. palmivora, P. cucurbitacearum, P. splendens, P. deliense, P. acanthicum, M. capitata, M. chlamydospora and M. hyalina. The pathogenicity test found that P. palmivora, P. cucurbitacearum and P. splendens have the ability to brown rot wound on Monthong durian leaf. In addition, isolation and identification of genus Neosartorya and Talaromyces การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
14 from soil. Three isolates of pathogen were tested against six species of antagonistic fungi (Neosartorya aureola, N. fenneliae, N. spinosa, N. hiratsukae, N. pseudofischeri and Talaromyces muroii). The efficacy of N. hiratsukae EU06 is the highest inhibit the formation spore of P. palmivora, P. cucurbitacearum and P. splendens by dual culture technique. Including, the extract of N. hiratsukae EU06 have the most effective on controlling of P. palmivora by poison plate method. The ED50 value of the hexane, ethyl acetate and methanol extract were 7.44, 6.33 and 10.42 ppm for isolate CHP34-S14 and 6.35, 5.57 and 15.43 ppm for isolate CHP38-S22, respectively. These results are promising for development of the biological control agent. คาํ สาํ คัญ: โรครากและโคนเนา , สกลุ Neosartorya, สกุล Phytophthora, สกลุ Pythium Keywords: Root and stem rot disease, Genus Neosartorya, Genus Phytophthora, Genus Pythium *ตดิ ตอ นักวิจัย: สพุ ตั รา โพธิ์เอยี่ ม (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Supattra Poeaim (E-mail: [email protected]) บทนาํ cucurbitacearum, P. vexan และ P. deliense (Lin and Sangchote, 2003; Vawdrey, 2005; Santoso et เน่ืองจากราคาทุเรียนอยูในเกณฑดีติดตอกันมาหลายป al., 2015) ซ่ึงการแกป ญหานยิ มการใชส ารเคมีแกปญหา ในป 2561 ท่ัวประเทศมีจํานวนเนื้อที่ยืนตนของทุเรียน ดังกลาว แตการใชสารเคมีในปริมาณมากและระยะ จํานวน 323,205 ไร เน้ือท่ีใหผลผลิตจํานวน 268,867 ไร เมื่อเทียบกบั ป 2560 เพมิ่ ขึ้นรอยละ 2.69 และ 4.33 เวลานานจะทําใหเช้ือราตานทานตอสารเคมี รวมท้ังมี ตามลําดับ จังหวัดชุมพรมีการปลูกทุเรียนเปนลําดับท่ี ผลกระทบตอสภาพแวดลอม และสุขภาพของเกษตรกร สองรองจากจังหวัดจันทบุรี ในป 2558 ทั่วประเทศมี ผลผลิตจํานวน 615,592 ตัน โดยภาคใตมีผลผลิตของ และผูบริโภค จงึ มกี ารนําเชื้อจุลนิ ทรยี ท ี่มีประโยชนมาใช ทเุ รียนจาํ นวน 257,293 ตัน คดิ เปน รอ ยละ 42 และเมื่อ จําแนกรายจังหวัดในภาคใต พบวาจังหวัดชุมพรมี ท้ังควบคุมโรคและสงเสริมการเจริญของพืช โดยมี ผลผลิตทุเรียนมากถึง 131,741 ตัน โดยมีพ้ืนท่ีปลูก ทุเรียนในทุกอําเภอ แตพื้นท่ีใหผลผลิตมากที่สุดคือ รายงานการศึกษาเช้ือรา Trichoderma harzianum อําเภอหลังสวน แตอยางไรก็ตามสภาพภูมิอากาศของ มาควบคุมโรคผลเนา รากและโคนเนาของทุเรียน (วาริน จังหวัดชุมพรมีความช้ืนสูง โดยมีความช้ืนสัมพัทธเฉล่ีย ทั้งปถึงรอยละ 81 ซึ่งเหมาะแกการเจริญของเชื้อรา และคณะ, 2550) และเชื้อราในสกุล Neosartorya ท่ี Phytophthora palmivora ที่เปนสาเหตุโรครากและ สามารถยับย้ังการเจริญของเช้ือรา Bipolaris maydis, โคนเนา (Root and stem rot) ของทุเรียน ซ่ึงมีผลตอ Colletotrichum capsici, C. gloeosporioides แ ล ะ คุณภาพการปลูกทุเรียน นอกจาก P. palmivora เปน Fusarium oxysporum (Eamvijan et al., 2013) สาเหตุของโรครากและโคนเนาของทุเรียนแลว ยังมี น อ ก จ า ก น้ั น ยั ง มี ร า ย ง า น ก า ร ศึ ก ษ า ถึ ง เ ช้ื อ ร า ส กุ ล รายงานวาเกดิ จากเชอ้ื รา P. cinnamomi (Santoso et al., 2015) ร ว ม ทั้ ง เ ชื้ อ ร า ส กุ ล Pythium เ ช น P. Neosartorya มาใชในการควบคุมโรคพืชหลายชนิด เชน โรคแอนแทรคโนสในกาแฟที่เกิดจากเชื้อ Colletotrichum coffeanum ( เ ม อ ม ร , 2558) โ ร ค เห่ยี วท่ีเกดิ จากเชือ้ Verticillium alboatrum ในมะเขอื เ ท ศ ( Naraghi et al., 2010) โ ร ค ลํ า ต น ไ ห ม ข อ ง การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
15 หนอไมฝร่ังท่ีเกิดจากเชื้อรา Phomopsis asparagi เก็บตัวอยางดินจากบริเวณโคนตนทุเรียนสุขภาพดี ไม (Mangkalad et al., 2018) โรคแอนแทรคโนสในกลวย เคยปรากฏอาการของโรครากและโคนเนา เพ่ือคัดแยก ที่เกดิ จากเชอ้ื C. musae (Pattarasaikul et al., 2018) เช้ือราตอตานสกุล Neosartorya และ Talaromyces และโรคใบจดุ ของคะนา ทมี่ สี าเหตุจากเชือ้ รา Alternaria โดยคัดแยกเชื้อราตอตานจํานวน 3 วิธี ไดแก วิธี Soil brassicicola (Punyanobpharat et al., 2018) dilution plate (ดัดแปลงจากเมอมร, 2558) วิธี Heat รวมท้ังมีรายงานการศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัด treatment และวิธี Alcohol treatment (ดัดแปลงจาก ห ย า บ จ า ก เ ช้ื อ ร า N. pseudofischeri, N. ธิดา และคณะ, 2550 และเลขา และคณะ, 2553) quadricincta, N. multiplicate สามารถยับย้ังการ 3. การบง ชีเ้ ชอื้ ดวยลักษณะทางสัณฐานวทิ ยา เจ ริ ญ ข อ งเ ชื้ อ ร า กอ โ ร ค P. palmivora แ ล ะ P. aphanidermatum ไ ด ( Boonsang et al., 2014) สําหรับเช้ือรากอโรคสกุล Phytophthora และ ดงั นนั้ วตั ถุประสงคของการศึกษาในครงั้ น้ี คือคดั แยกเชื้อ Pythium เลี้ยงเชื้อบนจานอาหาร PDA เปนเวลา 7-10 ราจากดิน ท่ีมีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อราสาเหตุ วัน ท่ีอุณหภูมิหอง สังเกตลักษณะโคโลนี โดยบันทึก โรครากและโคนเนาในทุเรียน ซึ่งจะเปนอีกทางเลือก รูปแบบการเรียงตัวของเสน ใย พรอมศึกษาสปอรภายใต หน่ึงในการใชประโยชนจากจุลินทรียในการควบคุมโรค กลองจุลทรรศน บันทึกรูปราง วัดความยาวและความ พืชโดยชีววิธี เพ่ือนําไปสูการทําการเกษตรแบบยั่งยืน กวางของ sporangia และการมีหรือไมมี papilla ของ เปน การตอยอดทางความรูเพ่ือนํามาพฒั นาประเทศชาติ sporangia โดยคัดแยกตามหลักของ Domsch et al. ใหเจริญกาวหนาตอไป โดยงานวิจัยนี้เปนงานสนอง (1993), Drenth and Sendall (2001) แ ล ะ Burgess พ ร ะ ร า ช ดํ า ริ ใ น โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ พั น ธุ ก ร ร ม พื ช อั น (2008) สําหรับเช้ือราตอตานสกุล Neosartorya และ เน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ Talaromyces เลี้ยงเชื้อบนจานอาหาร PDA เปนเวลา สยามบรมราชกุมารี 10 วัน ท่ีอุณหภูมหิ องเชนกนั บนั ทึกสีของโคโลนี พรอม ศึกษาลักษณะและขนาดของ ascocarp, ascus และ อปุ กรณแ ละวธิ ีการทดลอง ascospores ภายใตกลองจุลทรรศน โดยคัดแยกตาม 1. ตวั อยางดนิ และการคัดแยกเชอื้ รากอโรค หลกั ของ Domsch et al. (1993) เก็บตัวอยางดินจากสวนทุเรียนในจังหวัดชุมพร โดยขุด 4. การสกัดดีเอ็นเอ และการเพ่ิมปริมาณดีเอ็นเอดวย ดนิ บริเวณรอบรากขนาดใหญท่ีหางจากโคนตนทุเรียนที่ เทคนิคปฏิกริ ยิ าลูกโซ เกิดโรครากและโคนเนาประมาณ 15 เซนตเิ มตร และลึก ประมาณ 10 เซนตเิ มตร นาํ ดนิ มาคดั แยกเชอื้ กอ โรคดวย เลี้ยงเชอ้ื ราบนแผน เซลโลเฟนที่วางบนจานอาหาร วิธี Baiting (ดดั แปลงจาก Martin et al., 2012) และวธิ ี PDA บม ท่ีอุณหภมู ิหอง เมือ่ โคโลนีเจริญเต็มจานอาหาร Soil plate (ดดั แปลงจาก Ivors, 2008) และเกบ็ เปลือก ใชชอนตักสารขูดเสนใยราออกจากแผนเซลโลเฟน นํา ไมจากตนทุเรียนที่เปนโรค โดยขูดผิวหนาของเปลือกไม เสนใยมาบดดวยไนโตรเจนเหลว จากนั้นสกัดดีเอ็นเอ ออกกอนแลวจึงเก็บเน้ือไมดา นใน เพ่อื คัดแยกเชื้อรากอ ดว ยวิธี CTAB (ดัดแปลงจาก Doyle และ Doyle, 1987) โรคดวยวิธี Tissue transplanting (ดดั แปลงจาก สนชัย ละลายตะกอนดีเอ็นเอดวย TE buffer กอนนําดีเอ็นเอ , 2540) โดยเก็บตวั อยา งระหวา งเดอื นมิถุนายน ถงึ เดอื น ท่ีไดไปตรวจสอบดวยวิธีอะกาโรสเจลอิเล็กโตรโฟริซีส ตุลาคม พ.ศ.2559 และชวงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือน และวัดปริมาณดีเอ็นเอดวยเคร่ืองวัดคาการดูดกลืนแสง ธันวาคม พ.ศ.2560 ที่ความยาวคล่ืน 260 และ 280 นาโนเมตร การเพ่ิม 2. ตัวอยางดนิ และการคดั แยกเช้ือราตอตาน ป ริ ม า ณ ดี เ อ็ น เ อ ด ว ย เ ท ค นิ ค ป ฏิ กิ ริ ย า ลู ก โ ซ (Polymerase chain reaction: PCR) สําหรับเชื้อกอ โรคสกุล Phytophthora และ Pythium ใชสภาวะใน การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
16 การเพ่ิมปริมาณดีเอ็นเอบรเิ วณ ITS (Grunwald et al., ทด ส อ บ ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง เ ช้ื อ ร า ต อ ต า น ส กุ ล 2013) สําหรับเช้ือราตอตานสกุล Neosartorya และ Neosartorya และ Talaromyces ที่แยกไดจากดินใน Talaromyces ใชการเพ่ิมปริมาณดีเอ็นเอบริเวณ ß- การควบคุมเช้ือรากอโรคสกุล Phytophthora และ tubulin (เมอมร, 2558) Pythium สาเหตุโรครากและโคนเนาในทุเรียน ดวยวิธี 5. การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของเชื้อรา dual culture ทํ า ก า ร ท ด ส อ บ แ บ บ Complete Randomized Design (CRD) จํานวน 4 ซาํ้ โดยใช cork นําผลิตภัณฑพีซีอารที่ไดมาตรวจสอบขนาด borer ที่มีเสนผานศูนยกลางขนาด 0.5 มิลลิเมตร ตัด ชิ้นสวนดีเอ็นเอดวยวิธีอะกาโรสเจลอิเล็กโตรโฟริซีส เสนใยเชื้อพรอมช้ินวุน วางดานที่มีเสนใยเชื้อลงบนจาน เทียบขนาดกับดีเอ็นเอมาตรฐานขนาด 100 คูเบส อาหาร PDA โดยวางเช้อื กอโรคและเช้ือตอ ตานดานตรง จากนั้นสงผลิตภัณฑพีซีอารไปวิเคราะหลําดับนิวคลีโอ ขามกัน ใหมีระยะหางประมาณ 4.5 เซนติเมตร บมที่ ไทดท บ่ี ริษัท Bioneer Corporation ประเทศเกาหลี นาํ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เปนระยะเวลา 30 วัน เมื่อ ลําดับนิวคลีโอไทดไปเปรียบเทียบโดยใช Basic Local ครบเวลา นับจํานวนสปอรของเชื้อรากอโรคดวยฮีมาไซ Alignment Search Tool (BLAST) ใ น ฐ า น ข อ มู ล โตมิเตอร เปรียบเทียบกับจานอาหารควบคุมของเชื้อรา National Center for Biotechnology Information กอโรค นํามาคํานวณเปอรเซ็นตการยับย้ังการ (NCBI) เพื่อระบุสปชีส และนําลําดับนิวคลีโอไทดมา เจรญิ เตบิ โต (Growth Inhibition; GI) ดวยสมการ เปรียบเทียบแบบ multiple alignment ดวยโปรแกรม Bioedit จากนั้นวิเคราะหความสัมพันธของเชื้อราโดย Growth Inhibition (GI) = R1 − R2 × 100 สรางแผนภูมิแสดงความสัมพันธดวยโปรแกรม MEGA6 โดยใชวิธีวิเคราะหแ บบ Tamura-Nei และ Maximum- R1 likelihood 6. การทดสอบความสามารถในการเกดิ โรคของเช้ือรากอ R1 คอื จาํ นวนสปอรข องเชอื้ รากอ โรคในจานอาหารควบคุม โรค R2 คือ จาํ นวนสปอรข องเชอ้ื รากอโรคในจานอาหาร bi-culture ก า ร ท ด ส อ บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร เ กิ ด โ ร ค คัดเลือกเชื้อราตอตา นท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพมากที่สดุ (Pathogenicity test) บนใบทุเรยี นพนั ธุห มอนทองดวย ในการยับยั้งการสรา งสปอรของเชอื้ รากอโรค โดย วธิ ี detached leaf (ธิตยิ า และคณะ, 2556) โดยตดั เชือ้ วเิ คราะหค วามแปรปรวน (ANOVA) เปรียบเทียบขอ มลู ราท่ีเจริญบนชิ้นวุนวางลงบนใบที่ทําใหเกิดแผล นําไป แบบ Duncan Multiple Range Test (DMRT) ที่ระดบั บม ในสภาพ moist chamber ที่อุณหภูมิหอ ง เปนเวลา ความเชื่อมั่น P=0.05 3 วัน วัดความกวางของรอยแผลเนาสีนํ้าตาลท่ีเกิดข้ึน 8. การทดสอบประสิทธิภาพสารสกัดของเช้ือราตอตาน เปรียบเทียบกับชุดควบคุมท่ีมีเฉพาะชิ้นวุน และทําการ ในการควบคุมเช้อื รากอโรค คัดแยกเช้ือกลับมาอีกคร้ัง (re-isolate) ดวยวิธี Tissue transplanting พรอมกับบงช้ีเชื้ออีกคร้ัง เพ่ือยืนยันวา คัดเลือกเช้ือราตอตานจากการทดสอบในขอ 7 มา แผลเนาเกิดจากเชื้อราไอโซเลตที่ทดสอบ และนําเช้ือที่ เพิ่มปริมาณเสนใย โดยเพาะเล้ียงดวยอาหาร PDB เปน ไดนี้ไปใชในการศึกษาประสิทธิภาพของเชื้อตอตานใน เวลา 30 วัน จากน้นั นําเสนใยไปอบทอ่ี ุณหภูมิ 45 องศา การควบคุมเช้อื รากอโรคตอ ไป เซลเซียส เม่ือเสนใยแหง นํามาปนดวยเคร่ืองปน และ 7. การทดสอบประสิทธิภาพของเช้ือราตอตานในการ นําไปแชกับตัวทําละลายเฮกเซนในปริมาณ 1 : 1 (W/V) ควบคุมเช้ือรากอโรค เปนเวลา 7 วัน เมื่อครบเวลานําไปกรองดวยกระดาษ Whatman เบอร1 แลวนําสวนสารละลายไประเหยตัว ทําละลายดวยเคร่ือง rotary vacuum evaporator จะ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
17 ไดสารสกัดช้ันเฮกเซน นํากากที่ไดไปแชตอในตัวทํา Phytophthora รวมท้ัง sporangia ไมมี papilla การ ละลายเอทิลอะซิเตท และเมทานอล ตามลําดับ จะได ปลอย zoospores จะมีการสรางทอยื่นออกมาจาก สารสกัดจากตวั ทําละลายเฮกเซน เอทลิ อะซิเตท และเม sporangia และปลายทอจะมีลักษณะเปนถุง (vesicle) ทานอล นําไปเตรียมสารละลายรวมกับอาหารเล้ียงเช้ือ เมื่อการปลอย zoospores เสร็จสมบูรณจะไมพบผนัง พรอมกับใช cork borer ตัดบริเวณขอบโคโลนีของเช้ือ ของ sporangia เหลืออยู เนื่องมาจากแรงดันท่ีทําให รากอโรควางลงบนอาหารที่ผสมสารละลายสารสกัด vesicle แตกออก สอดคลองกับรายงานของ Burgess เรียบรอยแลว บมเปนระยะเวลา 30 วัน นับจํานวน และคณะ (2008) ซ่ึงในการศกึ ษาคร้ังนส้ี ามารถแบง สกุล สปอรของเช้ือกอโรคดวยฮีมาไซโตมิเตอร เปรียบเทียบ Pythium เปน 3 กลุมยอย รวมทั้งสกุล Mortierella ท่ี กับจานอาหารควบคุม คํานวณหาเปอรเซ็นตการยับยั้ง มีการเจริญเติบโตของโคโลนีแบบดอกกุหลาบ (rose) การสรางสปอร โดยทําการทดลองแบบ 3X6 factorial จากลักษณะของโคโลนีสามารถแบงออกไดเปน 3 กลุม experiment ใน CRD จํานวน 4 ซ้ํา ตามลกั ษณะการจดั เรยี งของเสนใยทแ่ี ตกตา งกนั ผลและวจิ ารณผ ลการทดลอง เมื่อคัดเลือกตัวแทนในแตละกลุมจํานวน 18 ไอโซ 1. ผลการคดั แยก และบงชเ้ี ชอ้ื รากอโรค เลต เพื่อบงช้ีสปชีสดวยลําดับนิวคลีโอไทดในบริเวณ Internal transcribed spacer (ITS) พบวาผลิตภัณฑ เก็บตวั อยา งดินและเปลอื กไมสาํ หรับคดั แยกเชื้อรา พีซีอารของเชื้อราสกุล Phytophthora และ Pythium ไดจาก 7 ตําบล ใน 3 อําเภอ ของจังหวัดชุมพร ไดแก มีขนาดใกลเคียงกัน คือขนาดช้ินดีเอ็นเอประมาณ 900 ตาํ บลชุมโคและตาํ บลทะเลทรัพย ในอาํ เภอปะทิว ตาํ บล คเู บส แตเชอ้ื ราสกุล Mortierella ใหผ ลิตภัณฑพ ซี ีอารท่ี หินแกว ตําบลทาแซะและตําบลรับรอ อําเภอทาแซะ มีขนาดเล็กกวา คือประมาณ 700-900 คูเบส เม่ือ และตําบลขุนกระทิงและตําบลบานนา อําเภอเมือง วิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดจากฐานขอมูล NCBI ดวย ชุมพร จํานวน 47 ตัวอยาง (CHP01-CHP47) โดย โปรแกรม BLAST สามารถแบงเช้ือราท่ีกอโรคในทุเรียน สามารถคัดแยกเชื้อรากอโรคไดจํานวน 33 ไอโซเลต เ ป น 8 ส ป ชี ส ไ ด แ ก Phytophthora palmivora, แบงไดเปน 3 กลุมใหญ ตามลักษณะการเจริญของ Pythium cucurbitacearum, P. splendens, P. โคโลนี ระยะเวลาที่โคโลนเี จริญเต็มจานอาหารเลี้ยงเช้ือ delicense, P. acanthicum, Mortierella capitata, รูปรางของ sporangia การปลอย zoospores ไดแก M. chlamydospora และ M. hyalina โดยทุกไอโซ สกลุ Phytophthora จํานวน 8 ไอโซเลต สกุล Pythium เลตมีคา รอยละความเหมือน (Identity) อยรู ะหวาง 96- จาํ นวน 12 ไอโซเลต และสกุล Mortierella จํานวน 13 99 ยกเวน M. hyalina ท่ีมีคาความเหมือนเพียงรอยละ ไอโซเลต 85 ซึ่งไอโซเลตน้ีควรมีการศึกษาลําดับนิวคลีโอไทดใน ตาํ แหนง อนื่ เพ่มิ เติม โดยในสกุล Phytophthora มี sporangia รูปราง 2. ผลการทดสอบความสามารถในการเกดิ โรคของเชอ้ื รา ovoid มี ข น า ด ค ว า ม ก ว า ง ตั้ ง แ ต 19.23-53.44 กอ โรค ไมโครเมตร และความยาว 25.62-78.15 ไมโครเมตร ซง่ึ sporangia มีการสราง papilla ย่ืนออกมาอยางชัดเจน ทดสอบความสามารถในการเกิดโรคในระดับ เพื่อใชในการปลอย zoospores ผานชอง papilla หองปฏิบัติการของเชื้อราท่ีคัดแยกไดจากดินบริเวณตน ภายหลั งการ ปลอย จะเหลื อไวเ พียง sporangia ทุเรียนท่ีแสดงอาการโรครากและโคนเนา โดยปลูกเช้ือ สอดคลองกับงานวิจัยของ Santoso และคณะ (2015) ลงบนใบทุเรียนพันธุหมอนทองดวยวิธี detached leaf และ Das และคณะ (2016) สําหรับสกุล Pythium น้ีมี เพื่อคัดเลือกไอโซเลตที่มีประสิทธิภาพในการทําใหใบ ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ท่ี ร ว ด เ ร็ ว เ ม่ื อ เ ที ย บ กั บ ส กุ ล ทุเรียนเกิดรอยแผลเนารุนแรง แบงเปน P. palmivora การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
18 และ P. cucurbitacearum อยางละ 8 ไอโซเลต P. เมอื่ บงชีส้ ปช สี ดวยลําดบั นิวคลีโอไทดในบรเิ วณ ß- splendens จํานวน 2 ไอโซเลต P. deliense และ P. tubulin ดวยคูไพรเมอร Bt2a/Bt2b พบวาผลิตภัณฑ acanthicum อยางละ 1 ไอโซเลต M. capitata จาํ นวน พี ซี อ า ร ข อ ง เ ช้ื อ ร า ส กุ ล Neosartorya แ ล ะ 3 ไอโซเลต M. chlamydospora จํานวน 9 ไอโซเลต Talaromyces มีขนาดช้ินดีเอ็นเอประมาณ 600 และ และ M. hyalina จํานวน 1 ไอโซเลต รวมจํานวน 33 500 คูเบส ตามลําดับ เมื่อวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทด ไอโซเลต หลังปลูกเช้อื เปนระยะเวลา 4 วัน พบวา เชอื้ P. palmivora, P. cucurbitacearum แ ล ะ P. ดวยโปรแกรม BLAST ในฐานขอมูล NCBI สามารถ splendens บริเวณทที่ ําใหเกิดรอยแผลสีน้าํ ตาลถงึ สีดํา บงช้ีสปชีสได 4 สปชีส ไดแก N. aureola (CHA01- โดยมีขนาดแผลแตกตางกัน รวมทั้งแผลจะลุกลามไป A01) T. muroii (CHA03-A03) N. fenneliae (CHA03- ตามเสนใบจนเนาท้ังใบ เมื่อปลอยทิ้งไวมากกวา 4 วัน A11) และ N. spinosa (CHA09-A01) โดยทุกไอโซเลต สํ า ห รั บ เ ช้ื อ P. deliense, P. acanthicum, M. มคี า รอยละความเหมือนอยรู ะหวา ง 98-100 capitata, M. chlamydospora และ M. hyaline ไม ทําใหเกิดรอยแผลเนาบนใบทุเรยี น 4. ผลการทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อราตอตานในการ 3. ผลการคดั แยก และบง ช้เี ชอื้ ราตอ ตาน ควบคมุ เชือ้ รากอโรค คัดแยกเช้ือราตอตานสกุล Neosartorya และ Talaromyces จากตัวอยา งดนิ ทเี่ กบ็ จากตน ทเุ รยี นที่ไม นอกจากการคัดแยกและบงช้ีเชื้อจํานวน 4 ไอโซ แสดงอาการของโรครากและโคนเนาจากตําบลรับรอ และตําบลทาแซะ อําเภอทาแซะ จังหวัดชุมพร ศึกษา เ ล ต ไ ด แ ก N. aureola (CHA01-A01) T. muroii การสราง ascocarp แบบ cleistothecia ท่ีมีรูปราง (CHA03-A03) N. fenneliae (CHA03-A11) แ ล ะ N. แบบ globose ถึง subglobose สามารถคัดแยกเช้ือได spinosa (CHA09-A01) แลว ไดนําเชื้อท่ีคัดแยกกอน จาํ นวน 4 ไอโซเลต สามารถแบงออกเปน 2 กลมุ ตามสี หนา น้ี ไดแ ก N. hiratsukae EU06, N. pseudofisheri ของโคโลนีและขนาดของ ascus และ ascospore โดย EU13 และ T. muroii EU18 รวมเปน 7 ไอโซเลต นํามา กลมุ ท่ี 1 มโี คโลนสี ีขาวถงึ ครมี (รปู ท่ี 1ก-ข) มี ascocarp ทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุมเช้ือรากอโรคสกุล ขนาด 89.34-148.92 x 91.50-168.24 ไมโครเมตร (รูป ท่ี 1ค-ง) ภายใน ascus (รูปท่ี 1จ) มี ascospores ที่มี Phytophthora และ Pythium สาเหตุโรครากและโคน รูปราง subglobose และ ellipsoidal ขนาด 7.62- เนาในทุเรียน โดยแบง เปน สปช สี ล ะ 2 ไอโซเลต ไดแก P. 8.04 x 9.90-12.38 ไ ม โ ค ร เ ม ต ร แ ล ะ มี ridge ที่ มี palmivora (CHP34-S14 แ ล ะ CHP38-S22) P. ลั ก ษ ณ ะ เ ป น ว ง แ ห ว น บ ง ช้ี ว า เ ป น เ ช้ื อ ร า ส กุ ล cucurbitacearum (CHP22-S05 แ ล ะ CHP45-S02) Neosartorya ไดแก ไอโซเลต CHA01-A01, CHA03- และ P. splendens (CHP17-N05 และ CHP18-N03) A11 และ CHA09-A01 สําหรับกลุมที่ 2 มีโคโลนีสี โดยการเลี้ยงเชอ้ื รวมกนั (dual culture) บนจานอาหาร เหลืองถึงสม มี ascocarp ขนาด 230.61-245.94 x 240.34-265.18 ไมโครเมตร ascospores ขนาด 8.85- PDA เปน ระยะเวลา 30 วัน เมือ่ วเิ คราะหเปอรเซ็นตก าร 8.92 x 9.20-9.93 ไมโครเมตร รวมทั้ง ascospores ไม ยับยั้งการสรางสปอรของเช้ือรากอโรค P. palmivora มี ridge บงชวี้ าเปน เชอื้ ราสกุล Talaromyces ไดแ ก ไอ พบวาเช้ือรา N. hiratsukae EU06 สามารถยับยั้งการ โซเลต CHA03-A03 สรางสป อรของเ ชื้อรา P. palmivora ไ ดอยางมี ประสิทธิภาพมากที่สุดท้ัง 2 ไอโซเลต โดยมีจํานวน สปอรของเช้ือรา P. palmivora ไอโซเลต CHP34-S14 และ CHP38-S22 บนจานอาหารเพาะเลี้ยงรวมเทากับ 1.38 x 105 แ ล ะ 2.20 x 1 0 5 ส ป อ ร ต อ มิ ล ลิ ลิ ต ร ตามลาํ ดับ เมือ่ เปรยี บเทียบจํานวนสปอรของเช้ือกอ โรค กับจานอาหารควบคุมของเช้อื รากอ โรคท่ีมจี ํานวนสปอร 7.70 x 105 และ 6.90 x 105 สปอรตอมิลลิลิตร โดยคิด การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
19 เปนเปอรเซ็นตการยับย้ังสปอรเทากับ 82.14 และ EU06 และ T. muroii EU18 มีประสิทธิภาพสูงที่สุด 2 อันดับแรกในการยับยั้งการสรางสปอรของเชื้อรา P. 68.12 เปอรเซ็นต ตามลําดับ (รูปท่ี 2ก) ประสิทธิภาพ palmivora น อ ก จ า ก น้ี N. hiratsukae EU06 ยั ง มี ของเช้ือตอตานในการควบคุมเช้ือกอโรครองลงมาไดแก ประสิทธิภาพในการยับย้ังการสรางสปอรของเชื้อ P. cucurbitacearum สูงท่ีสุด เชนเดียวกับ T. muroii T. muroii EU18 (รูปท่ี 2ข) ที่สามารถยับย้ังการสราง EU18 ท่ีแสดงประสิทธิภาพในการยับย้ังการสรางสปอร สปอรของเชื้อรา P. palmivora CHP34-S14 บนจาน อาหารเพาะเลี้ยงรวมได 71.98 เปอรเซ็นต นอกจากน้ี ของเช้ือรากอโรค P. splendens สูงเชนกัน จึงกลาวได วา เช้ือราตอตา น N. hiratsukae EU06 และ T. muroii เช้ือ N. spinosa CHA09-A01 ยังสามารถยับย้ังการ EU18 มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พใ น ก า ร ค ว บ คุ ม เ ช้ื อ ร า P. สรางสปอรของเชื้อรากอโรค P. palmivora CHP34- palmivora, P. cucurbitacearum แ ล ะ P. S14 และ CHP38-S22 ได 55.52 และ 49.28 เปอรเซน็ ต splendens ไดดี ดังแสดงเปอรเซ็นตการยับย้งั การสราง สปอรของเช้ือราตอตานตอเชื้อรากอโรคสาเหตุโรคราก ตามลําดับ ซ่ึงมีคาใกลเคียงกับรายงานการวิจัยของ Eamvijarn (2013) ท่ีแสดงประสิทธิภาพของเช้ือรา N. และโคนเนาในทุเรยี นในตารางท่ี 1 spinosa ใ น ก า ร ค ว บ คุ ม P. palmivora ไ ด 56.1 เปอรเซ็นต จากการศึกษาเช้ือตอตาน N. hiratsukae รูปท่ี 1 ลักษณะสณั ฐานวิทยาของเชือ้ ราสกุล Neosartorya ไอโซเลต CHA01-A01 ท่ีเพาะเล้ยี งบนจานอาหาร PDA เปน ระยะเวลา 20 วัน (ก) ลักษณะโคโลนีดานหนา (ข) โคโลนีดานหลัง (ค) ลักษณะ ascocarp (ง) ascocarp ที่แตก (จ) ลกั ษณะ ascus และ (ง) ลักษณะ ascospores การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
20 รปู ที่ 2 แสดงประสทิ ธิภาพของเชอื้ ตอตา นในการควบคุมเชื้อกอโรค (ก) N. hiratsukae EU06 ตอ P. palmivora CHP34- S14 (ข) T. muroii EU18 ตอ P. palmivora CHP38-S22 ท่ีทดสอบดวยวิธีเล้ียงเช้ือรวมกันบนอาหาร PDA เปน ระยะเวลา 30 วัน ตารางท่ี 1 เปอรเ ซน็ ตก ารยับยงั้ การสรา งสปอรของเช้ือราตอตา นตอ เชื้อรากอโรคสาเหตโุ รครากและโคนเนา ในทเุ รียน โดย ทดสอบดว ยวิธีเล้ยี งเช้อื รว มกันบนอาหาร PDA เปน ระยะเวลา 30 วนั การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
21 5. ผลการทดสอบประสิทธิภาพสารสกัดของเชื้อรา palmivora ทง้ั 2 ไอโซเลต ไมแ ตกตางกันในทุกตัวทาํ ละลาย แตอ ยางไรกต็ ามเฉพาะสารสกัดจากตวั ทําละลาย ตอ ตา นในการควบคมุ เช้ือรากอ โรค เอทลิ อะซิเตทของเชื้อราตอตาน T. muroii EU18 ที่ แสดงประสิทธิภาพในการควบคมุ การเจรญิ ของเชื้อรา P. จากการที่เชอื้ ราตอตาน N. hiratsukae EU06 และ T. palmivora เม่ือพิจารณาการยบั ยัง้ การสรางสปอร พบวา สารสกดั ชน้ั muroii EU18 มปี ระสิทธิภาพในการควบคุมเชือ้ รากอ เฮกเซน เอทลิ อะซิเตท และเมทานอลของสารสกัดจาก เชอ้ื ราตอ ตา น N. hiratsukae EU06 สามารถยบั ยั้งการ โรค P. palmivora, P. cucurbitacearum และ P. สรา งสปอรของเชอ้ื P. palmivora ไดด ที ้ัง 2 ไอโซเลต โดยไอโซเลต CHP34-S14 แสดงคา ความสามารถ หรอื splendens ท่เี ปนสาเหตุรากและโคนเนาในทุเรียนไดดี ประสทิ ธภิ าพการยบั ยัง้ การสรา งสปอรไ ด 50 เปอรเ ซน็ ต (effective dose: ED50) ที่ระดบั ความเขม ขนเพยี ง 7.44, ทส่ี ุด จงึ นําเชื้อราตอตาน N. hiratsukae EU06 และ T. 6.33 และ 10.42 ppm ตามลําดบั เชน เดียวกับไอโซเลต CHP38-S22 ทีแ่ สดงคา ED50 ทรี่ ะดบั ความเขม ขน 6.35, muroii EU18 ไปสกัดสารดวยตัวทําละลาย 3 ชนดิ 5.57 และ 15.43 ppm ตามลาํ ดบั รวมท้ังสารสกดั ชัน้ เอทิลอะซิเตทของสารสกดั จากเชอ้ื ราตอ ตาน T. muroii ไดแก เฮกเซน เอทิลอะซเิ ตท และเมทานอล เพอ่ื ศึกษา EU18 ที่สามารถยบั ยงั้ การสรา งสปอรข องเช้อื P. palmivora ไดด ีท้งั ไอโซเลต CHP34-S14 และ CHP38- ประสิทธภิ าพของสารสกัดที่ไดจากตัวทําละลายแตล ะ S22 โดยแสดงคา ED50 ที่ระดบั ความเขมขน 15.36 และ 15.84 ppm ตามลาํ ดับ ดังแสดงคา ในตารางท่ี 2 ช้ันในการควบคมุ เชอ้ื รากอ โรค P. palmivora จาํ นวน 2 สรปุ ผลการทดลอง ไอโซเลต ไดแก CHP34-S14 และ CHP38-S22 ดวยวธิ ี คัดแยกเช้ือรากอโรคสกุล Phytophthora และ poison plate บนอาหารเพาะเลยี้ ง PDA ท่ผี สมสารสกดั Pythium สาเหตุโรครากและโคนเนาในทุเรียน ใน จังหวัดชมุ พร จากตวั อยางดินและเปลือกไม สามารถคัด หยาบทีร่ ะดบั ความเขม ขน 0 (ชุดควบคุม), 10, 50, 100, แยกเชือ้ ดว ยลักษณะทางสณั ฐานวิทยาไดเปน 3 สกลุ คือ ส กุ ล Phytophthora ส กุ ล Pythium แ ล ะ ส กุ ล 500 และ 1,000 ppm พบวาโคโลนีของเช้ือรา P. Mortierella เม่ือบงชี้ในระดับโมเลกุลดวยคูไพรเมอร ITS6/ITS4 บงชี้เชื้อราขางตนไดจํานวน 8 สปชีส ไดแก palmivora ท้ัง 2 ไอโซเลต ท่ีเพาะเลีย้ งบนอาหารทีม่ ี Phytophthora palmivora, Pythium cucurbitacearum, P. splendens, P. deliense, P. สารสกัดเชอ้ื ราตอ ตาน N. hiratsukae EU06 หรือ T. acanthicum, Mortierella capitata, M. hyaline แ ล ะ M. chlamydospora เ ม่ื อ นํ า ไ ป ท ด ส อ บ muroii EU18 ในแตละตัวทําละลาย และในแตละความ ความสามารถในการเกิดโรคบนใบทุเรียนสายพันธุ ห ม อ น ท อ ง พ บ ว า เ ฉ พ า ะ P. palmivora P. เขมขน มกี ารเจรญิ ของโคโลนีนอ ยกวา ชุดควบคมุ หรือชุด ท่ีไมไดใ สส ารสกัดลงในอาหาร แตอ ยางไรกต็ ามพบวา สารสกดั ของเชอื้ ราตอ ตา น N. hiratsukae EU06 สามารถยบั ย้งั การเจรญิ ของโคโลนขี องเช้อื P. palmivora ทั้งสองไอโซเลตไดด กี วาสารสกัดจากเชอื้ รา T. muroii EU18 ดังแสดงประสิทธภิ าพของสารสกดั จาก เชื้อราตอ ตา น N. hiratsukae EU06 ในการควบคุมเชอ้ื รากอ โรค P. palmivora ไอโซเลต CHP34-S14 ในรปู ท่ี 3 สําหรบั สารสกดั จากเช้ือรา T. muroii EU18 ทสี่ กดั ดว ยตัวทําละลายช้ันเฮกเซนและเมทานอล พบวา โคโลนี ของเชอื้ รา P. palmivora ทั้ง 2 ไอโซเลต มีการเจรญิ ของโคโลนใี กลเ คียงกับชดุ ควบคุม แตส ารสกัดทสี่ กดั ดว ย เอทลิ อะซเิ ตทท่ีความเขม ขน มากกวา 100 ppm สามารถยับยง้ั การเจรญิ ของโคโลนไี ด เมอ่ื คํานวณ เปอรเซน็ ตการยับยง้ั การเจรญิ เตบิ โตของเสน ใย พบวา สารสกัดจากเช้ือราตอ ตาน N. hiratsukae EU06 แสดง ประสิทธภิ าพในการควบคมุ การเจริญของเชอ้ื รา P. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
22 cucurbitacearum P. splendens สามารถทําใหเกิด ประสิทธิภาพในการยับยั้งการสรางสปอรของเชื้อรากอ รอยแผลบนใบทุเรียน รวมทั้งการคัดแยกเชื้อราตอตาน โรค รวมทั้งสารสกัดจากเชื้อราตอตาน N. hiratsukae สกุล Neosartorya และ Talaromyces จากตัวอยาง EU06 สามารถยับยั้งการสรางสปอรของเช้ือ P. ดินในสวนทุเรียน คัดแยกเช้ือดวยลักษณะทางสัณฐาน palmivora ไ ด ดี ทั้ ง 2 ไ อ โ ซ เ ล ต โ ด ย แ ส ด ง ค า ความสามารถ หรือประสิทธิภาพการยับยั้งการสราง วิทยาและลําดับนวิ คลโี อไทดบ รเิ วณ ß-tubulin สามารถ สปอรได 50 เปอรเซ็นต (effective dose: ED50) ที่ บงชี้ไดเปนจํานวน 4 สปชีส ไดแก Neosartorya ระดับความเขมขน ตาํ่ จึงมีแนวโนมในการพฒั นาเปน สาร aureola, N. fennelliae, N. spinosa และ T. muroii ชีวภัณทในการควบคุมโรครากและโคนเนาในทุเรียน และเมือ่ นํามาทดสอบประสิทธภิ าพในการควบคุมเชื้อรา ตอไป แตอยางไรก็ตามไมสามารถควบคุมเช้ือรากอโรค ส กุ ล Phytophthora แ ล ะ Pythium ใ น ส ภ า พ สกลุ Pythium ได หองปฏิบั ติกา ร ดวย วิธี dual culture พบว า N. hiratsukae EU06 แ ล ะ T. muroii EU18 มี รูปท่ี 3 สารสกดั หยาบชนั้ เฮกเซน เอทลิ อะซิเตท และเมทานอล จากเชอื้ N. hiratsukae EU06 ท่มี ีผลตอการควบคุมเชื้อ กอ โรค P. palmivora CHP34-S14 ท่รี ะดบั ความเขมขน 0, 10, 50, 100, 500 และ 1,000 ppm จํานวน 4 ซํ้า การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
23 ตารางที่ 2 แสดงประสิทธิภาพการยบั ย้ังการเจริญของเสนใย และการสรางสปอรของสารสกัดหยาบจากเช้ือราตอ ตาน N. hiratsukae EU06 และ T. muroii EU18 ตอการควบคุมเชื้อรากอโรค P. palmivora ไอโซเลต CHP34-S14 และ CHP38-S22 คาํ ขอบคุณ ธติ ยิ า สารพัฒน ศิริพร วรกุลดํารงชยั และมาลยั พร เช้ือ งานวิจัยน้ีไดรับเงินสนับสนุนการวิจัยจากสถาบัน บัณฑิต. 2556. การคัดเลือกตนตอทุเรียนพันธุ พ้ื น เ มื อ งที่ ท น ท า น ห รื อ ต า น ท า น ต อ เ ชื้ อ ร า เทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง Phytophthora สาเหตุโรครากเนาโคนเนาทุเรียน. ประเภทเงินงบประมาณแผนดิน ประจําปงบประมาณ หนา 250-258. ในรายงานผลการวิจัยประจําป 2560-2561 และเปนงานสนองพระราชดําริในโครงการ 2556 สาํ นักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช. กรุงเทพฯ : อนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ กรมวชิ าการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผูวิจัยขอขอบคณุ มา ณ ทนี่ ี้ วาริน อินทนา, มนตรี อิสรไกรศีล, ศุภลักษณ เศรษฐ สกุลชัย, ประคอง เย็นจิตต, และทักษิณ สุวรรณโน. เอกสารอา งองิ 2550. ประสิทธิภาพของเชื้อราไตรโคเดอรมา ฮาซิ ธิดา เดชฮวบ, เลขา มาโนช, นิพนธ วิสารทานนท, จิระ เอน่ัม สายพันธุกลายในการยับย้ังการเจริญของเสน ใยและการลดปริมาณเชอ้ื ราไฟทอพทอรา พาลมมโิ ว เดช แจมสวาง, ศรีเมฆ ชาวโพงพาง, เสถียรพงศ โต รา ในสวนทเุ รียน. วิทยาสารกาํ แพงแสน. 5(3): 1-9. อนันต และเอนก กจิ เจา. 2550. ความหลากหลาย ของรา Talaromyces จากดินและผลตอราสาเหตุ เมอมร สรอยทอง. 2558. การคัดแยกและบงช้ีของเชื้อ โรคพืชในหองปฏิบัติการ. หนา 563-570. ในการ ราสกุล Talaromyces และ Neosartorya จากดิน ประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และประสิทธิภาพในการควบคุมโรคแอนแทรคโนส ครง้ั ที่ 45. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร. ในกาแฟ. วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ภาควิชาชีววิทยา คณะ การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
24 วิทยาศาสตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจา Domsch, K.H., Gams, W. and Anderson, T.H. คุณทหารลาดกระบงั . 1993. Compendium of soil fungi. เลขา มาโนช อรอุมา เพียซาย ธิดา เดชฮวบ จิตรา เกตุ Berchtesgaden: IHW-Verlag. แกว อาํ นาจ เอยี่ มวจิ ารณ มะโนรัตน สดุ สงวน วิรัตน ลิ้มธนาวานิชย เสียงแจว พิริยพฤนต และสุวรรณา Doyle, J. J. and Doyle, J. L. 1990. Isolation of ก ลิ่ น ภู . 2553. ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ข อ ง ร า plant DNA from fresh tissue. Focus. 12: 13- Emericella, Eurotium และ Neosartorya จาก 15. ดิน. กรุงเทพฯ: สํานักงานกองทุนสนับสนนุ การวิจัย. สนชัย เพ็ชรพรหม. 2540. การควบคุมโรครากเนาโคน Eamvijarn, A. 2013. Neosartorya species: เ น า ทุ เ รี ย น ท่ี เ กิ ด จ า ก เ ช้ื อ ร า Phytophthora diversity, morphology, phylogeny, antagonist palmivora (Butler) butler โ ด ย ชี ว วิ ธี แ บ บ tests against plant pathogenic fungi and ผสมผสาน. วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต secondary metabolites of N. pseudofischeri. สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช คณะ Ph.D. Thesis of Kasetsart university. เทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกลาเจา คุณทหารลาดกระบงั . Grunwald, N.J. Martin, F.N. and Larsen, M.M. Boonsang, N. Dethoup, T. Singburaudom, N. 2013. Protocols Internal transcribed spacer Gomes, N.G.M. and Kijjoa, A. 2014. In vitro region ( ITS) region. [Online]. Available: antifungal activity screening of crude extracts http://phytophthoraid.org/files/Phytophthor of soil fungi against plant pathogenic fungal. a-ID%20sequencing%20protocols.pdf Journal of Biopesticides. 7(2): 156-166. Burgess, L.W. Knight, T.E. Tesoriero, L. and Phan, Ivors, K. 2008. Methods for isolating H.T. 2008. Diagnostic manual for plant Phytophthora from different substrates. diseases in Vietnam. Vietnam: Goanna Print [Slide]. United state: North Carolina State Pty Ltd. University Fletcher. Das, A.K., Nerkar, S., Kumar, A. and Bawage, S. 2016. Detection, identification and Lin, T.K. and Sangchote, S. 2003. Diseases of characterization of Phytophthora spp. durian. in 241-252 in Ploetz, R.C. Diseases of Infecting citrus in INDIA. Journal of Plant tropical fruit crops. Florida: Tropical Pathology. 98(1): 55-69. Research and Education Center Homestead, Drenth, A. and Sendall, B. 2001. Practical guide United Kingdom. to detection and identification of Phytophthora. [Online]. Available: Mangkalad, T., Soytong, K., Tangthirasunun, N. https://www.researchgate.net/file.-PostFile- and Poeaim, S. 2018.Effective of Neosatorya Loader.html to control Phomopsis asparagi causing stem blight of asparagus. International Journal of Agricultural Technology. 14 (7): 1423-1432. Martin, F.N., Abad, Z.G., Balci, Y. and Ivos, K. 2012. Identification and detection of Phytophthora: reviewing our progress, identifying our needs. Plant disease. 96(8): 1080-1103. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
25 Naraghi, L., Heydari, A., Rezaee, S., Razavi, M., Jahanifar, H. and Khaledi, E.M. 2010. Biological control of tomato verticillium wilt disease by Talaromyces flavus. 50(3): 360- 365. Pattarasaikul, W., Soytong, K. and Poeaim, S. 2 0 1 8 . Biological control of anthracnose disease on banana var ‘Namwa Mali-Ong’ by Neosartorya species. International Journal of Agricultural Technology. 14 (7): 1589-1598. Punyanobpharat, A., Soytong, K. and Poeaim, S. 2 0 1 8 . Effective of Neosartorya and Talaromyces to control Alternaria brassicicola causing leaf spot of kale. International Journal of Agricultural Technology. 14 (7): 1709-1718. Santoso, P.S. Aryantha, I.N.P. Pancoro, A. and Suhandono, S. 2015. Identification of Pythium and Phytophthora associated with durian (Durio sp.) in Indonesia: their molecular and morphological characteristics and distribution. Asian Journal of Plant Pathology. 9(2): 59-71. Suksiri, S., Laipasu, P., Soytong, K. and Poeaim, S. 2 0 1 8 . Isolation and identification of Phytophthora sp. and Pythium sp. from durian orchard in Chumphon province, Thailand. International Journal of Agricultural Technology. 14(3): 389-402. Vawdrey, L.L. Langdon, P. and Martin T. 2005. Incidence and pathogenicity of Phytophthora palmivora and Pythium vexans associated with durian decline in far northern Queensland. Australasian Plant Pathology. 34(1): 127-128. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
26 มะพราวพน้ื ถ่นิ เกาะสมุยและแนวทางการอนรุ กั ษเพ่ือสงเสรมิ สัญลักษณการทองเที่ยวเกาะสมุย LOCAL COCONUT VARIETIES AND GUIDELINES FOR CONSERVATION IN ORDER TO PROMOTE KOH SAMUI TOURISM SYMBOLS ศนั สนีย วงศสวัสดิ์*, จนั ทรพร ชวงโชติ, จารีย พรหมณะ, มนั ฑนนันท ขุนฤทธ์ิ, นิศารัตน ไทยทอง, จิตรี ไทรทอง และ นลวัชร ขนุ ลา Sunsanee Wongsawat*, Chanphorn Chuangchot, Jaree Phrommana, Mantanan Khunrit, Nisarat Thaithong, Jittree Saithong and Nonlawat Khunla โครงการอนุรกั ษพ นั ธกุ รรมพืชอนั เนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริฯ วิทยาลยั นานาชาตกิ ารทองเทีย่ ว มหาวิทยาลยั ราชภฎั สรุ าษฎรธานี อาคารวิทยาลยั นานาชาติการทองเทยี่ ว ต.บอ ผุด อ.เกาะสมยุ จ.สรุ าษฎรธานี 84320 Plant Genetic Conservation Project, International School of Tourism, Suratthani Rajabhat University, Bophut, Koh Samui, Suratthani 84320 บทคัดยอ บทความฉบับนี้นําเสนอผลจากการดําเนินงานโครงการอนุรักษพันธุมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญามะพราวเกาะสมุย ใน การศึกษากิจกรรมยอยท่ี 1 การศึกษารวบรวมเรื่องราวพันธุมะพราวพ้ืนถ่ินและภูมิปญญามะพราวชาวเกาะสมุย โดย วิทยาลัยนานาชาติการทองเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎรธานี เปนหนวยงานท่ีรับผิดชอบในการดําเนินงานโครงการ อนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมภายใต โครงการดังกลาวไดมีการลงพ้ืนท่ีเพื่อสํารวจกิจกรรมที่เก่ียวของกับมะพราวในพื้นท่ีเกาะสมุยในปจจุบัน มีการสัมภาษณ ชาวบานและชุมชนท่ีเกี่ยวของ มีการจัดประชมุ กลุม (Focus Group) โดยใชเ ครอ่ื งมอื ชุมชน (ชว งเวลาและแผนที่) จากการ จัดกิจกรรมพบวาพันธุมะพราวท่ีพบเห็นไดจากการเพาะปลูกในพื้นที่เกาะสมุยท่ีมีมากที่สุดประกอบดวย 3 สายพันธุคือ พันธุเขยี วใหญ พันธุเขียวเล็ก และพันธุนาเกหรือนาฬิเก ดานการลดลงของมะพรา วเกาะสมุยมีสาเหตุจากปจจัยหลาย ๆ ดา น ทง้ั ดานราคา ดา นการขยายตัวของการทอ งเท่ียว การขยายตัวของสิ่งกอ สราง การอพยพยา ยถิ่นฐานของคนเกาะสมุย บทบาทของเจาของสวน และปญหาเรื่องแมลงศัตรูพืช สําหรับแนวทางในการอนุรักษและฟนฟูพันธุมะพราวสมุย จําเปนตองเริ่มจากเจาของสวนเปนอันดับแรก รวมถึงการสรางความรวมมือกันในระดับเครือขาย และการรวมมือจาก หนวยงานท่ีเกี่ยวของ Abstract This article presents the results of the project to conserve the local coconut varieties and coconut wisdom of Koh Samui. This sub-activity is to study on the story of local coconut varieties and coconut wisdom of Koh Samui conducted by the International School of Tourism, Suratthani Rajabhat University. The university is managing the activities under the Plant Genetic Conservation Project under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG) which exploring the current activities related to coconut in Koh Samui together with Interviewing the villagers, and focus group discussion by using community tools (Timeline and maps). Three most coconut varieties that can be seen from the cultivation in the Koh Samui area are Khiao Yai, Khiao Lek and Naka or Nali Ke. The decline of Koh Samui coconut comes from many factors; low price, tourism growth, buildings and infrastructure การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
27 expansion, immigration of local people, change in role of land owners and pests. Coconut conservation need to start from entering the land owner itself together with community network and cooperation from related agencies. คาํ สาํ คญั : พันธุม ะพรา วพนื้ ถ่นิ , การอนรุ ักษ Keywords: Local coconut varieties, Conservation *ติดตอนกั วจิ ัย: ศันสนีย วงศส วสั ด์ิ (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Sunsanee Wongsawat (E-mail: [email protected]) บทนํา ปริมาณมากข้ึนจนลนตลาด มีการพัฒนาระบบขนสงที่ มะพร าว มี ชื่อ วิ ทย าศ าส ตร วา Cocos สะดวกสบายกวาการขนสงทางเรือ ท่ีเกิดข้ึนพรอมกับ นโยบายสนับสนุนการบริโภคน้ํามันพืชชนิดอ่ืนทดแทน nucifera L. จัดเปนพืชตระกูลปาลม ประเทศท่ีผลิต ทําใหความตองการมะพราวในตลาดจึงลดนอยลง มะพราวไดมากท่ีสุดในโลก ไดแก อินโดนีเชีย ธุรกิจมะพราวบนเกาะสมุยจึงเร่ิมหายไปสงผลให ฟลิปปนส และอินเดีย ตามลําดับ สําหรับประเทศไทย มะพราวในเกาะสมุยไดรับผลกระทบไปดวย เมื่อราคา สามารถผลิตมะพราวไดเปนอันดับ 6 ของโลก โดย มะพราวตกลงไมคุมคากับการลงทุน ชาวสวนมะพราว แหลงที่มีการปลูกมากท่ีสุดน้ันอยูในภาคใต ไดแก จงึ ไดเปล่ียนไปปลกู ไมผ ลชนิดอน่ื ๆ ทดแทน เชน ทเุ รียน จังหวัดสุราษฎรธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราช มังคุด เปนตน ในขณะท่ีการทองเที่ยวเกาะสมุยย่ิงขยับ มะพราวถูกนํามาใชประโยชนโดยอุตสาหกรรมหลักๆ โตข้ึนเร่ือย ๆ สวนมะพราวในเกาะสมุยไดผันเปล่ียน ของประเทศ ไดแก ผลิตภัณฑมะพราวแปรรูปเพ่ือการ กลายเปนโรงแรมหรู รีสอรทตาง ๆ มากมาย คนตางถิ่น บรโิ ภค เชน มะพราวแหง น้ํามนั มะพราว กะทเิ ขมขน กเ็ ขามาประกอบอาชีพทางการทองเท่ยี วมากย่ิงขึ้น เมื่อ มะพรา วขูดแหง นํา้ ตาลมะพราว เปน ตน และผลติ ภณั ฑ คนเริ่มเปล่ียนไปประกอบอาชีพอ่ืน อาชีพทําสวน เพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภค เชน เสนใยมะพราว แทง มะพราวจึงมีความสําคัญลดนอยถอยลงไปตามลําดับ เพาะชํา ถานจากกะลามะพราว เคร่ืองใชและ (อังคณา สุวรรณกฏู , ม.ป.ป) เฟอรนิเจอรจากมะพราว เปนตน (อังคณา สุวรรณกูฏ, ม.ป.ป) รั ฐ บ า ล ไ ท ย โ ด ย ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร น โ ย บ า ย ท อ ง เ ท่ี ย ว แ ห ง ช า ติ เ น น ย้ํ า ใ ห ก า ร ท อ ง เ ที่ ย ว เ ป น อาํ เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธานี ถอื เปน อุตสาหกรรมที่เกือ้ กูลเรอ่ื งความม่ันคง เศรษฐกิจ สงั คม แหลงทองเที่ยวระดับนานาชาติอนั เปนที่รจู ักในดานการ จิตวิทยาและการตางประเทศ ซ่ึงเปนอุตสาหกรรมที่ เปนเกาะมะพราวที่สวยงามติดอันดับโลก เปนเกาะที่มี ตองบูรณาการทุกภาคสวนเพื่อนําประเทศไทยไปสูการ การปลูกมะพราวมากท่ีสุดติดอันดับของประเทศไทย เปนแหลงทองเที่ยวคุณภาพท่ีเจริญเติบโตอยางมีดุลย ในการซื้อขายมะพราวของเกาะสมุย จะมีการขนสง ภาพบนพื้นฐานของความเปนไทยสงเสริมกิจกรรมการ ออกไปขายบนฝงแผนดินใหญโดยทางเรือเรียกวา เรือ ทอ งเที่ยวท่ีมีศักยภาพและมคี วามพรอมบนพื้นฐานของ ภาณุรังสี และเรือหริณ ซ่ึงเปนเรือท่ีลองมาจากจังหวัด เอกลักษณไทย ซึ่งสอดคลองกับกระแสความตองการ สงขลาเพื่อนําสินคาไปสงในกรุงเทพฯ และจะมีการแวะ ของประชากรโลก (การทองเท่ียวแหงประเทศไทย, พักที่เกาะสมุยเพ่ือรับผูโดยสารและรับซื้อมะพราวเพ่ือ 2560) เอาไปขายตอ ในเวลาตอมามีการสงเสริมการปลูก มะพราวบนฝงแผนดินใหญ ประชาชนไดขยายพ้ืนที่ มะพราวพันธุพื้นถ่ินของอําเภอเกาะสมุยควร ปลูกมะพราวเพิ่มมากข้ึน ทําใหจํานวนมะพราวมี ไดร ับการผลักดนั ใหเปนเอกลกั ษณของพนื้ ท่ี รวมถึงการ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
28 อนุรักษและฟนฟูวิถีภูมิปญญาจากมะพราวเกาะสมุย สําคัญท่ีจะนําไปสูการสงเสรมิ การอนุรักษมะพราวพ้ืนถ่ิน ซ่ึงเปนวิถีไทยพื้นถิ่นใหคงอยู กระตุนใหคนในชุมชน เกาะสมุยในอนาคต ประกอบดวย สถานการณและการ ทอ งถิ่นเห็นคณุ คาของพืชทองถนิ่ และเกิดกระบวนการ เปล่ียนแปลงของมะพราวบนเกาะสมุยจากอดีตจน เรียนรูวิถีภูมิปญญา ตลอดจนสามารถนํามาตอยอดใน ปจจุบัน และแนวทางในการสงเสริมและอนุรักษพันธ ดา นการสงเสริมการทองเที่ยวเชิงวิถีชุมชนใหกับเกาะส มะพราวพื้นถ่ินเกาะสมุย จากการลงพ้ืนที่และการประชุม มยุ ในอนาคต รวมท้ังตอบสนองกรอบการดําเนินงานใน ดังกลาวมีผูรูจํานวน 15 คน ซ่ึงเปนคนเกาะสมุยท่ีเห็น กิจกรรมท่ี 7 กิจกรรมสรางจิตสํานึกในการอนุรักษ การเปลี่ยนแปลงของมะพราวบนเกาะสมุยมาตลอดชวง ทรพั ยากรโครงการอนรุ ักษพันธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจาก อายุ พระราชดําริฯ (อพ.สธ.) วิทยาลัยนานาชาติการ ทองเท่ียว มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎรธานี จึงจัด ภาพที่ 1 ลงพื้นที่สํารวจกิจกรรมท่เี ก่ียวของกับมะพราว โครงการอนุรักษพันธุมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญา มะพราวชาวเกาะสมุย อําเภอเกาะสมุย จังหวัด สุ ราษฎรธานี โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือสํารวจเร่ืองราว มะพราวพื้นถ่ินเกาะสมุย รวบรวมภูมิปญญาทองถ่ินท่ี เก่ียวของกับมะพราวเกาะสมุย ตลอดจนจัดทําชุด ความรูเกี่ยวกับมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญามะพราว ชาวเกาะเพ่ือสงเสริมจิตสํานึกในการอนุรักษมะพราว แ ล ะ ภู มิ ป ญ ญ า ม ะ พ ร า ว เ ก า ะ ส มุ ย ใ ห กั บ เ ย า ว ช น นักทองเท่ียวตลอดจนผูท่ีเก่ียวของ โดยมีเปาหมาย เพ่ือใหเกิดการอนุรักษพืชชนิดน้ีใหคงอยูเปนสัญลักษณ ของเกาะสมยุ ตอ ไป โครงการอนุรักษพันธุมะพราวพื้นถิ่นและภูมิ ปญญามะพราวเกาะสมุยประกอบดวย 2 กิจกรรมยอย คือ กิจกรรมยอยท่ี 1 ศึกษารวบรวมเร่ืองราวพันธุ มะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญามะพราวชาวเกาะสมุย และกิจกรรมยอยท่ี 2 พัฒนาชุดความรูและจัดกิจกรรม อนุรักษพันธุมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญามะพราวชาว เกาะสมุย วิธกี ารดําเนินการ ภาพท่ี 2 เตายา งมะพราวในพื้นท่ี อ.เกาะสมุย ในกิจกรรมยอยที่ 1 การรวบรวมเร่ืองราวพันธุ มะพรา วพ้ืนถ่ินและภูมิปญ ญามะพราวชาวเกาะสมยุ ใน ระยะแรก ผูศึกษาไดใชการสํารวจเชิงพื้นที่และการ สัมภาษณ มีการลงพื้นที่เพ่ือสํารวจกิจกรรมท่ีเกี่ยวของ กับมะพราวในพ้ืนท่ีอําเภอเกาะสมุย หลังจากนั้นไดมี การจัดการประชุมกลุม (Focus Group) โดยใช เคร่ืองมือชุมชน (ชวงเวลาและแผนที่) กับกลุมผูรู ปราชญชุมชนเก่ียวกับมะพราว โดยไดกําหนดประเด็นท่ี การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
29 ภาพที่ 3 การประชุมกลมุ ผูรแู ละปราชญช าวบา น จุดเดนของมะพราวสมุยคือ เน้ือหนา เน้ือสอง ชั้น ผิววาวมัน คนสมุยใชประโยชนจากมะพราว ใน ผลจากการดําเนนิ โครงการ การประกอบอาหารคาว หวาน เชน ใชนํ้ามัน กะทิ จากการลงพ้ืนที่ในกิจกรรมยอยท่ี 1 การ เหมงพราวหรือกะลามะพราวออน ๆ หรือใชกินสดจาก ลูก รากใชเปนยาสมุนไพร เปนตน มะพราวเปนพืชท่ี รวบรวมเร่ืองราวพันธุมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิปญญา กอใหเกิดรายไดหลัก เชน การขายผลมะพราว การทํา มะพราว และ การประชมุ กลุมผรู แู ละปราชญชมุ ชนได มะพราวยางแหง การทําถานจากกะลามะพราว (พรก) มีการนําขอมูลไปสูการสืบคนขอมูล ทําใหพบปจจัยที่ ใชมะพราวเปนเคร่อื งใชสอย เชน ไมกวาดกานมะพราว เกยี่ วขอ งกบั มะพรา วเกาะสมุยดังนี้ ไมม ุงหลงั คา อุปกรณทําอาหาร ขนม เปนตน นอกจากน้ี ยังพบวามีการปลูกตนมะพราวเพ่ือเปนแนวกันลม โดยเฉพาะมรสุมที่ประจาํ ถิ่น พนั ธมุ ะพราวพ้ืนถน่ิ บนเกาะสมุย ภาพท่ี 4 มะพรา วพันธเุ ขยี วใหญ พันธมุ ะพราวทพ่ี บเหน็ ไดจ ากการเพาะปลกู ใน พ้ืนที่เกาะสมุยไดมากท่ีสุดประกอบดวย 3 สายพันธุคือ พนั ธุเขียวใหญ พันธเุ ขยี วเลก็ และพนั ธนุ าเกหรือนาฬเิ ก จากเวทีการประชุมกลุมยอยสามารถสรุปพันธุมะพราว ท่พี บไดใ นเกาะสมยุ ดังตารางท่ี 1 ตารางท่ี 1 สายพันธุมะพรา วท่ีพบบนเกาะสมยุ สายพันธุ ลกั ษณะของพนั ธุ (ลูก ใบ ทาง ตน) ภาพท่ี 5 มะพราวพนั ธเุ ขยี วเลก็ พรา วหวาน เปลือกออ นตรงขั้วหัวมรี สหวานกินได พรา วนาเก เปลือกเหลอื งแดง เขยี วใหญ ผลใหญ กน เหลย่ี ม ตน อวบใหญ ทางใบยาว พราวหมูสี เอวก่ิว เขยี วเล็ก ผลดก ผลออกตลอดป สม่าํ เสมอ พรา วนกคุม ผลเลก็ นาํ้ มีรสหวาน มะแพรว ไมมขี ั้ว พราวกะทิ เน้ือน่มิ แฉะ พรา วไฟ เปลือกเขียวแตข ้ัวแดงอมชมพู การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
30 ภาพท่ี 6 มะพราวพนั ธนุ าเก ใหกับโรงงานหีบน้ํามันมะพราวบนเกาะ (บนเกาะมี 3 โรง) หรือขายใหลงมะพราวเพ่ือรวบรวมสงขาย หรือมี สถานการณมะพราวเกาะสมุย การขายใหกับเรือจีน ลักษณะของมะพราวท่ีเก็บไวขาย ชวงกอนป พ.ศ. 2500 สถานการณมะพราว น้ัน จะเลือกเฉพาะลูกท่ีมีขนาดใหญ สวนลูกขนาดเล็ก จะเกบ็ ไวก นิ เอง และทาํ เปนมะพราวยางแหง ขาย ในขณะนั้นยังไมมีขอมูลแนชัด พบแคการเริ่มเขามาตั้ง ถิ่นฐานของชาวจีนบนเกาะสมุย และในชวงเวลาท่ี ในป พ.ศ.2510 การทําสวนมะพราวเร่ิม รัชกาลท่ี 5 เสด็จมาทรงตรวจราชการ ในชวงอายุของ เปล่ียนไปในลักษณะของการจางทํา โดยบางสวน ผใู หข อมูลระหวาง 70 – 40 ป เจาของสวนสอยผล เก็บเอง แตบางสวนเจาของสวน ส อ ย เ อ ง แ ล ะ จ า ง ลู ก จ า ง เ ก็ บ ลู ก เ พ ร า ะ แ ร ง ง า น ใ น ในชวงป พ.ศ. 2500 ชาวบานที่ใชชีวิตใน ครัวเรือนเพียงอยางเดียวไมเพียงพอ ภายหลังยังเกิด ชวงเวลาน้ันเห็นวามีตนมะพราวขึ้นอยูเต็มเกาะสมุย วิกฤตดานราคาขาย ซ่ึงราคามะพราวในขณะนั้นตก แลว ดังน้ันอาชีพหลกั และรายไดห ลักของครอบครัวชาว ตํา่ ลง ทาํ ใหช าวสวนหนั ไปทาํ สวนทุเรียนทดแทน เพราะ เกาะสมยุ คอื การทาํ สวนมะพราว ในชวงเวลาเดียวกนั มี ไมคุมกับการลงทุน เกาะสมุยเริ่มเปนที่รูจักมากขึ้นใน การขยายพืน้ ท่ที าํ กินไปท่ีฝงแผนดนิ ในชวงของ “ยุคการ กลุมชาวตางชาติ โดยเริ่มมีชาวเยอรมันที่เปนกลุมคน จัดสรรท่ีดิน” ชาวเกาะสมุยเร่ิมมีกาอพยพยายถ่ินฐาน อาสาสมัครเขามาในสมุย ชวยประชาสัมพันธสมุยให ไปอําเภอนิคม และอําเภอละแม จังหวัดชุมพร สําหรับ เปนที่รูจัก ถือเปนกลุมคนตางชาติกลุมแรกท่ีเขามาบน การคาขายมะพราวบนเกาะสมุยน้ัน เกิดระบบการคา เกาะ แตเกาะสมยุ ในขณะน้ันยังไมม บี ังกะโลเกิดขึ้น ขายผานพอคาคนกลาง ที่ทําหนาที่รวบรวมมะพราว จากชาวสวน หรือเรียกวา “ลงมะพราว” ราคาการซ้ีอ ในป พ.ศ.2515 คนเกาะสมุยเร่ิมอพยพยาย ขายมะพราวในชวงนั้นทําใหชาวสวนมะพราวมีรายได ถ่นิ ออกจากนอกพ้ืนท่ี โดยยายถิ่นฐานไปท่ีอําเภอละแม เพียงพอตอการขยายพื้นที่ทํากินและสงลูก หลาน อําเภอหลังสวน เน่ืองจากสถานการณราคามะพราว ออกไปเรียนทีแ่ ผน ดนิ ตกต่ํา ประกอบกับมีการแบงสรรที่ดินทําใหขนาดพ้ืนที่ และรายไดไมเพียงพอในการดาํ รงชีพของครอบครัว ในป พ.ศ. 2506 แตเ ดมิ มีการปลูกมะพราวใน บริเวณใกล ๆ ตัวบาน เพ่ือเปนใชแนวเขตท่ีดิน อาชีพ ในป พ.ศ.2516 เร่ิมมวี ิวัฒนาการของสารเคมี ของคน เกาะ สมุยในขณะนั้นคือ การทําประมงเรือ กําจัดศัตรูพืชเขามา เจาของสวนเริ่มมีการใชสารเคมี มี เล็กและทําสวนมะพราว ซึ่งการทําสวนมะพราวทําให การจางฉีดยาในสวนมะพราว มีการจางถางสวนและ เกิดเปนอาชพี อื่นตามมา ไดแก การรบั จา งสอยมะพราว จา งแรงงานมากข้นึ เนอื่ งจากไมมีแรงงานในครวั เรือน การบรรทุกมะพราวจากสวน การทํามะพราวยางแหง การเผาถานกะลามะพราว (คนบนเกาะใชเตาถาน ใน ป พ . ศ . 2519 มี ชา วต า ง ชา ติ เ ข า ม า 100%) เปนตน ลักษณะการขายมะพราวมีทั้งการขาย ทอ งเทีย่ วในพื้นทเ่ี กาะสมุยมากข้ึน มีอาชีพเกิดใหม เร่ิม มีการกอสรางที่พักสําหรับนักทองเท่ียว มีแรงงาน กอสรางเขามา ที่หาดเฉวง มีโรงแรมเฟรสบังกะโล (ด่ัง เดิม) เปนโรงแรมแรกของเกาะสมุย และในบริเวณหาด ละไม มีท่ีพักแหงแรกคือปาลมบังกะโล และ พาราไดน ลักษณะท่ีพักขณะนั้นเปนแบบเรียบงาย ใชหลังคามุง จาก นกั ทอ งเท่ียงบางสว นยังมกี ารกางเตนทนอนเพราะ มีจาํ นวนหองพกั ไมเพยี งพอ ในป พ.ศ.2520 มีการปรบั เปลี่ยนลกั ษณะการ ขายมะพราวเปน 2 แบบ คือ การขายแบบเปนลูก ลูก ละ 1 บาทและการขายแบบยา ง กิโลกรมั ละ 3 – 9 บาท การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดประโยชน”
31 นอกจากนี้มีการสงมะพราวเปนสินคาแลกเปลี่ยน แรดมะพราวกระจายไปท่ัวท้ังเกาะโดยเฉพาะบริเวณท่ี กับขาวกับอําเภอ ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล้ียงชาง และเรม่ิ มีการใชเ ตาแกสในครวั เรอื น ด ว ง ง ว ง ม ะ พ ร า ว เ ป น แ ม ล ง ป ก แ ข็ ง ในป พ.ศ.2523 มีการใชเรือเฟอรร่ีในการ เชนเดียวกับดวงแรดมะพราวแตมีขนาดเล็กกวา ลําตัวสี ขนสงระหวางเกาะสมุยกับแผนดนิ (ผูรูเลาวา) ทําใหคา น้ําตาลแดง สวนหัวมีอวัยวะคลายงวงย่ืนออกมา โดย ขนสงสินคามรี าคาสูงขึ้น และเร่ิมมสี ินคาอ่ืนๆ เขามาใน จะขยายพันธุอยูภายในคอมะพราว บางครั้งอาจพบ เกาะสมยุ ราคาสินคา เริม่ สูงขนึ้ บริเวณโคนลําตน เมื่อเขาทําลายจะทําใหยอดมะพราว หักพับ ยืนตนตาย และหากมีการเขาทําลายของดวง ในป พ.ศ.2527 ไมมกี ารปลูกมะพราวเพ่มิ แรดมะพราว ดวงงวงมะพราวจะเขาไปวางไขได ดวงมี ในป พ.ศ.2528 มีการพัฒนาการขนสง มี วงจรชีวิตประมาณ 171-229 วัน ดังน้ัน หากมีการ โครงการกอ สรางสนามบนิ แตยังไมไ ดเ ปด ใช ทาํ ลายของดวงแรดมะพราวก็จะพบกับดวงงวงมะพราว ในป พ.ศ. 2530 สนามบินสมุยสรางเสร็จ ตามมา ภายใน การเปดใชสนามบินสมุยเริ่มมีการกอสราง โรงแรม กอสรางบานเชา ซึ่งการกอสรางใชไมมะพราว แมลงดําหนามมะพราวเปนแมลงตางถ่ินมี เปนวัสดุหลัก จึงมีการโคนตนมะพราวเพื่อมาทํา ถนิ่ กําเนิดในอนิ โดนีเชยี และปาปว นิวกีนีแพรระบาดเขา โรงเรือนกอสรา ง เอาไมมะพราวมาทํา รสี อรท บังกะโล ไปในหลายประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟกและเอเชีย โรงแรม ชวงนี้จึงเปนชวงที่มีการโคนมะพราวเปน ตะวันออกเฉียงใตซึ่งรวมท้ังประเทศไทยและเกาะสมุย จาํ นวนมาก ดวยเชนกัน การเขาทําลายตนมะพราวของแมลงดํา ในป พ.ศ.2532 การทองเท่ียวเริ่มเกิดข้ึน มี หนาม จะแทะใบยอดออนของมะพราวที่ยังไมคล่ีและ โรงแรมท่ีไดมาตรฐานเปดใหบ ริการ ในดานการกอสราง เมื่อใบคล่ีออกมา ใบจะเปนสีนํ้าตาล มองไกลๆ จะเห็น ก็ขยายข้ึนเร่ือย ๆ ซึ่งสวนทางกับพ้ืนที่ปลูกมะพราวท่ี เปนสีขาวโพลนชาวสวนจะเรียกมะพราวที่โดนแมลงดํา เร่มิ ลดลง หนามเขา ทําลายวา “โรคหัวหงอก” ในป พ.ศ.2545 เร่ิมมีการระบาดของศัตรูพืช มะพรา ว เชน แมลงดาํ หนาม ดวง ภาพที่ 7 มะพราวท่เี ปน โรคหัวหงอกใบแหง ขาวติดตน กรมวิชาการเกษตรไดอธิบายไววาเกาะสมุย เผชิญแมลงศัตรูที่สําคัญ 4 ชนิดคือ ดวงแรดมะพราว ขอมูลที่ไดจากการลงพื้นที่และการประชุม ดวงงวงมะพราว แมลงดําหนามมะพราว และหนอน กลุมทําใหทราบจากชุมชนวา ศัตรูพืชเหลาน้ีนาจะเขา หวั ดํามะพรา ว (องั คณา สวุ รรณกฏู , ม.ป.ป). มาพรอมกับชางท่ีถูกนํามาใชในกิจกรรมการทองเท่ียว ดวงแรดมะพราวเปนแมลงปกแข็งขนาด ซึ่งเดิมชางไมไดเปนสัตวประจําเกาะ สันนิษฐานวามีไข คอนขางใหญ มีขนาดลําตัวยาวประมาณ 3 - 5 ของแมลงติดปนมากับมูลชางแลวมากระจายขยายพันธุ เซนติเมตร วงจรชีวิตประมาณ 4 – 9 เดือน อายุเฉลี่ย ในพ้ืนที่ นอกจากน้ีเช่ือวานาจะมากับตนไมประเภท ประมาณ 6 เดือน ดังน้ันในหนึ่งปดวงแรดจึงมีได 2 รุน โดยตัวเต็มวัยจะเปนวัยที่ทําลายมะพราว ดวยการบิน ไปกัดเจาะโคนทางมะพราว ทาํ ใหทางใบหักงา ย และกัด เจาะทําลายยอดออนทําใหทางใบเกิดใหมไมสมบูรณ มี รอยแหวงเปนร้ิวๆ คลายรูปสามเหลี่ยม ถาถูกทําลาย มากใบเกิดใหมจะแคระแกรน รอยแผลที่ดวงแรดกัด น่ี เ อ ง จ ะ เ ป น ช อ ง ท า ง ท่ี ใ ห ด ว ง ง ว ง ม ะ พ ร า ว เ ข า ม า วางไข หรือทําใหเกิดโรคยอดเนาได ซึ่งปจจุบันพบดวง การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
32 ปาลมท่ีนํามาปลูกในโรงแรมเปนตน ยิ่งมีการตัดตน ประชุมกลุม ไดใชกระบวนการกลุม ผานการพูดคุย มะพราว ขี้เล่ือยตาง ๆ ลวนเปนอาหารของศัตรูพืช เสนอแนะแลวจําแนกขอเสนอแนะออกเปน 3 กลุม เหลา นั้น ยิ่งทาํ ใหยากตอ การควบคุม ประกอบดวย ฉันทําเอง ฉันรวมกับเพื่อน ฉันรวมกับ เพอื่ นและหนวยงานทีเ่ กยี่ วของ พบวา ภาพท่ี 8 บรรยากาศการพูดคุยปญ หาวกิ ฤติมะพราว ขอสรุปเก่ียวกับสถานการณของมะพราวบน ส่ิงท่ีชุมชนสามารถทําไดดวยตัวเอง (ฉันทํา เอง) คอื การลงทนุ ปลูกเพม่ิ ปลูกทดแทนตนทีเ่ สยี ไป เกาะสมุยจากการประชุมกลุมพบวา การลดลงของ มะพราวมาจากปจจัยหลาย ๆ ดาน ท้ังดานราคา ส่ิงท่ีชุมชนสามารถทํารวมกันกับเครือขาย มะพราวมีราคาตกต่ําลงเร่ือย ๆ ดานการขยายตัวของ ชุมชน(ฉันรวมกับเพ่ือน) ประกอบดวย ดูแลตนที่มีอยู การทองเทยี่ วบนเกาะสมยุ การขยายตัวของส่ิงกอสราง แลวปลูกมะพราวพ้ืนถ่ิน (พราวนกคุม) เพราะมีขอดี การอพยพยายถ่ินฐานของคนบนเกาะ แรงงานใน ทนทานตอโรค แมลงศัตรูพืช, ตนเล็กเต้ีย ปลูกรวมกับ ครัวเรือนเปล่ียนบทบาทจากเจาของพื้นท่ีจากชาวสวน ไมผลอ่ืนๆ ได รวมกันสรางแปลงตนแบบเพ่ือสรางแรง มา เ ป น ผู จั ดก า ร ส ว น ที่ ใช ก า ร จ า ง แ ร ง ง า น ทุ ก บันดาลใจในการปลูกทดแทน ใหมีการจัดกิจกรรมที่ กระบวนการ และปญหาท่ียังคงเห็นไดชัดในปจ จุบันคือ เกยี่ วกับมะพราว เพือ่ ใหเ ด็กและเยาวชนตลอดจนคนใน ปญหาแมลงศตั รูพชื ชุมชนเกดิ ความรักและหวงแหนมะพราว ภาพที่ 10 กระบวนการกลุม เพื่อหาแนวทางการ อนรุ ักษ ภาพท่ี 9 ระบุพน้ื ท่ที ย่ี ังมีมะพรา วบนแผนทเ่ี กาะสมุย สิ่งที่ชุมชนทํารวมกับเครือขายและหนวยงาน ท่ีเกี่ยวของ (ฉันรวมกับเพ่ือนและหนวยงานเก่ียวของ) แนวทางการอนุรักษ รกั ษา ฟน ฟพู นั ธุมะพรา วสมุย ใหขอเสนอแนะวา ใหรวมกันรณรงคใหมีการปลูก จากการพูดคุยเกยี่ วกับแนวทางในการอนุรักษ ทดแทนให ขอความรวมมือจากเจาหนาที่ผูเกี่ยวของ ชว ยติดตามและอนรุ กั ษอ ยางตอเนอื่ งจากปลกู ผล รักษา ฟนฟู สายพันธุมะพราวและมะพราวสมยุ จากเวที นอกจากนี้จากการประชุมกลุมยอยยงั สะทอน ถึงความตองการตอยอดเรื่องมะพราวในพื้นท่ีเกาะสมุย โดยชุมชนอยากใหมีการรวบรวมหลักฐานหรือเร่ืองราว ในพ้ืนท่ีเก่ียวกับมะพราวใหมีพิพิธภัณฑวิถีชีวิตมะพราว ชาวสมุย สงเสริมจิตสํานึกสรางความตระหนักใน เยาวชนใหมีความรักในมะพราวบนเกาะ ปลูกฝงคนรุน ใหมใหเห็นคา นําเสนอคุณคามะพราวบนเกาะแก การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
33 นักทองเที่ยวใหตระหนักถึงคุณคาของมะพราวบนเกาะ ในดานการทองเที่ยว เสนอใหมีการเก็บคา ใหมกี ารรวมมือกนั อนรุ ักษพ ันธุมะพราวพ้ืนถ่ินดง้ั เดิมให มองตนมะพราว นั่นคือการสงเสริมสนับสนุนคาใชจาย คงอยูคูเกาะสมุย หาแนวทางการดูแลรักษาและการตอ ในการดูแลตนมะพราวที่ยังมีอยูผานภาษีนักทองเท่ียว ยอดเพิ่มมูลคาผลติ ผล เปน ตน ภาพท่ี 11 มะพราวพ้นื ถ่ินเกาะสมุย ภาพที่ 12 นักทอ งเทยี่ วเรยี นรรู สชาตนิ ้ํามะพรา วพ้ืนถ่ิน การรวมมือกันจัดตั้งศูนยกลางสินคามะพราว สรปุ ชุมชนท่ีมีนวัตกรรมผลิตสินคาจากมะพราวดวยตัวเอง ทรัพยากรมะพราวเกาะสมุยยังคงเปนพืชท่ีมี มีการนํานวัตกรรมมาใชใหเกิดประโยชนเพื่อเพิ่มมูลคา สินคามะพราวเกาะสมุยใหมีมาตรฐานเปนที่ยอมรบั ทํา การใชประโยชนอยา งตอ เนื่องสําหรับคนในพื้นทแ่ี ตดว ย ใหมะพราวมีมูลคาเพิ่มขึ้นเปนท่ีตองการอันจะสงผลตอ ระบบเศรษฐกิจที่เปล่ียนแปลงไป ราคาผลผลิต กลไก การรักษาพืน้ ที่มะพรา วในอนาคต ตลาด การเติบโตของการทองเที่ยวในพื้นที่ เทคโนโลยี ความกาวหนาทางการผลิต การกระจายของศัตรูพืช ชุมชนอยากใหมีการสงเสริมจากภาครัฐใน อยางรวดเร็วจนเกินควบคุม ระบบสังคมที่เปลี่ยนแปลง การออกมาตรการการควบคุมการกอสรางเพ่ือรักษา ไป ทําใหความสําคัญของมะพราวเปนพืชประจําเกาะท่ี พื้นที่สีเขียว พื้นที่ชุมชน รักษาพื้นที่ความเปนทองถิ่น เคยมีคุณคาสําหรับคนทองถ่ินเริ่มหายไป หากไมมีการ เกษตรกรรม และมกี ฎหมายคมุ ครองอยา งจริงจงั ฟนฟูคุณคาของมะพราวเกาะสมุยในภายหนามะพราว อาจจะหมดไปและถูกทดแทนดวยพืชประเภทอ่ืนและ ยังมีการเสนอใหลดการนําเขาผลิตภัณฑ สูญเสียความเปน เกาะมะพรา วไปในทีส่ ุด มะพราวจากภายนอกและสนับสนุนผลิตภัณฑมะพราว ในพ้ืนท่ี สงเสริมการปลูก และสงเสริมการแปรรูป โครงการอนุรักษพันธุมะพราวพ้ืนถิ่นและภูมิ ผลิตผลใหมมี ูลคา ปญญามะพราวเกาะสมุย วิทยาลัยนานาชาติการ ทอ งเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎรธานี มีแนวทาง ในการสงเสริมการสรางจิตสํานึกดานการอนุรักษ มะพราวเกาะสมุยโดยมีแนวทางในการนําเร่ืองราวท่ีได จากการศึกษาในครั้งนี้ ไปใชในกิจกรรมยอย 2 พัฒนา ชุดความรูและจัดกิจกรรมอนุรักษพันธุมะพราวพื้นถิ่น และภมู ิปญญามะพราวชาวเกาะสมุย การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
34 http://www.doa.go.th/pibai/pibai/n13/v_6- july/ceaksong.html ภาพที่ 13 ความรวมมือจากผูรูและปราชญชุมชนใน การรวบรวมเรือ่ งราวมะพราวพ้ืนถิ่นเกาะสมุย คาํ ขอบคุณ ในการดําเนินงานโครงการอนุรกั ษพ ันธุมะพราว พื้นถิ่นและภูมิปญญามะพราวเกาะสมุย ภายใต โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ พั น ธุ ก ร ร ม พื ช อั น เ น่ื อ ง ม า จ า ก พระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี ไดรับการ สนับสนุนและการประสานงานจากเกษตรอําเภอเกาะส มยุ เทศบาลนครเกาะสมุย โรงแรมแฟรเฮาสบีชรีสอรท ในการเอื้อเฟอสถานท่ีในการประชุมกลุม ตลอดจน ขอขอบคุณตัวแทนภาคชุมชนที่ใหความรวมมือ จึง ขอขอบคุณมา ณ ทีน่ ี้ เอกสารอางอิง กจิ กรรมโครงการ. [ม.ป.ป.]. ใน โครงการอนรุ ักษ พนั ธุกรรมพชื อนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี. สืบคน เมื่อ 3 เมษายน 2560. จาก http://www.rspg.or.th/activities/index.htm เทคโนโลยีชาวบา น. (2560).ความหลากหลายของ พนั ธุมะพรา ว. สืบคนเม่อื 28 มีนาคม 2562 สืบคน จาก https://www.technologychaoban.com/agric ultural-technology/article_24564 อังคณา สุวรรณกูฏ. (ม.ป.ป). มะพราว ณ สมยุ . สืบคนเมื่อ 28 มนี าคม 2562 สืบคนจาก การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
35 ชนิดหนอนผีเสอ้ื ศัตรพู ืชสมนุ ไพรตอการพฒั นาการเจรญิ เติบโต และการวางไขข องมวนพิฆาต, Eocanthecona furcellata Wolff SPECIES OF CATERPILLAR HERBAL PLANT PESTS ON DEVELOPMENT AND OVIPOSITION OF THE STINK BUG, Eocanthecona furcellata Wolff อโนทยั วงิ สระนอย Anothai Wingsanoi สาขาวิชาพชื ศาสตร คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร อาํ เภอพังโคน จงั หวัด สกลนคร 47160 Division of Plant Science, Faculty of Natural Resources, Rajamangala University Of Technology Isan, Sakon Nakhon Campus, Phangkon, Sakon Nakhon 47160 บทคัดยอ การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคศึกษาการเจริญเติบโตและอัตราการวางไขของมวนพิฆาต Eocanthecona furcellata Wolff ที่เลี้ยงดวยหนอนผีเสื้อ 2 ชนิด คือ หนอนปลอก Nymphula depuctalis Guence และหนอนบุง Eupterote tetacea Walker ซ่ึงทําลายพืชสมุนไพร จากการวิจัยพบวา ชนิดของเหยอ่ื สง ผลตอการเจริญเติบโตของ มวนพิฆาต โดยหนอนบุงทําใหมวนพิฆาตมอี ายุส้ันและมีขนาดลําตัวโตกวาเลี้ยงดวยหนอนปลอกในทุกระยะของการ เจริญเติบโต การเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอนปลอกทําใหมีการวางไขมากครั้งกวาเล้ียงดวยหนอนบุงถึง 15 ครั้ง แต การเลี้ยงมวนพฆิ าตดวยหนอนบงุ ทาํ ใหม ีจาํ นวนไขท่ีวางสงู กวา เลย้ี งดวยหนอนปลอกถงึ 1-2 เทาตวั Abstract The objective of this research is to the growth, development, and oviposition of the stink bug, Eocanthecona furcellata Wolff. Two caterpillars, caseworm, Nymphula depuctalis Guence and hairy caterpillar, Eupterote tetacea Walker, which infested herbal plants were used to rear sting bugs. The results showed that prey type effect on the growth of stink bug. The age of stink bug reared by hairy caterpillar was shorter and the body size was bigger than reared by caseworm at all stage. The rearing of stink bug by caseworm has the lay egg times more than reared by hairy caterpillar, 15 times but the number of egg was high on the stink bug reared by hairy caterpillar more than 1-2 folds of oviposition. คําสาํ คญั : การห้ํา, มวนพฆิ าต, ศตั รธู รรมชาติ, การควบคุมโดยชวี วิธี Keywords: predation, stink bug, natural enemies, biological control ติดตอนักวิจัย: อโนทัย วิงสระนอ ย (อเี มล [email protected]) Corresponding author: Anothai Wingsanoi (E-mail: [email protected]) การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดประโยชน”
36 บทนํา ศึกษาชนิดหนอนผีเสื้อศัตรูพืชสมุนไพรตอการ การเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติเพ่ือใชในการดําเนินงาน พัฒนาการเจริญเติบโตและการวางไขของมวนพิฆาต การควบคมุ ศัตรพู ืชโดยชวี วิธีจะประสบความสําเร็จได E. furcellata เพ่ือนําขอ มลู ที่ไดไปประยกุ ตใ ชใ นการ นั้น จะตองเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติใหมีปริมาณมาก ควบคมุ แมลงศตั รพู ชื สมุนไพรโดยชีววิธีตอ ไป เพยี งพอสําหรับนําไปปลดปลอ ยในพืน้ ทเ่ี ปาหมาย แต ตองคํานึงถึงตนทุนในการผลิตท่ีจะสามารถประหยัด วิธีการศึกษา มากท่สี ุด ศัตรูธรรมชาติท่นี ํามาใชประโยชนมี 3 กลุม การเพาะเลี้ยงหนอนปลอกและหนอนบุง คือ แมลงหํ้ า ( Insect Predators) แมล งเ บีย น (Insect Parasitoids) เชื้อจุลินทรียสาเหตุโรคแมลง เก็บรวบรวมตัวหนอนและดักแดของผีเส้ือหนอน (Pathogen) และไสเดือนฝอย (Nematodes) ซึ่ง ปลอกที่พบระบาดในพืชสมุนไพร มาเลี้ยงใน เปนการนําปจจัยจากธรรมชาติมาควบคุมประชากร หองปฏิบัติการ โดยนํามาเล้ียงภายในกลองพลาสติก ศัตรูพืชใหมีปริมาณตํ่ากวาระดับความเสียหายทาง ขนาด 13x18x7 ซม. ซ่ึงฝากลองเจาะชองส่ีเหลี่ยมบุ เศรษฐกิจ (นุชรีย, 2546) ดังนั้นการเพาะเล้ียงศัตรู ดวยผาไนลอน ใหพืชสมุนไพรเปนอาหารและใหนํ้า ธรรมชาติจึงเปนเร่ืองสําคัญยิ่ง สําหรับการศึกษาคร้ัง โดยใชสําลีชุบนํ้าพอหมาดๆ วางบนถาดพลาสติก นี้เปนงานตอยอดจากการดําเนินโครงการ “การ ขนาดเล็กแลววางภายในกลองเลี้ยง เปลี่ยนอาหาร สํารวจและรวบรวมศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช และนํ้าสัปดาหละ 3 คร้ัง เลี้ยงจนกระทั่งเปนตัวเต็ม สมนุ ไพร” ซึ่งเปนงานท่ีสนองพระราชดาํ รใิ นโครงการ วัย เมื่อตัวเต็มวัยเพศผูและเพศเมียผสมพันธุ และตัว อนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ เต็มวัยเพศเมียวางไข จึงรวบรวมกลุมไขที่ไดในแตวัน ระ ห ว า ง ป ง บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2558-2559 ม า ใสกลอ งพลาสติก รอจนกระท่ังไขฟกเปนตวั หนอนจึง ดําเนินการวิจัยภายใตชื่อโครงการ “การเพาะเลี้ยง เล้ียงตามขั้นตอนที่กลาวมาขางตน เพื่อใหไดตัว ศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืชสมุนไพร” โดยป หนอนเพียงพอสําหรับนําไปใชในการทดลองตอไป 2559 การสํารวจศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติในพืช สาํ หรบั หนอนบงุ เล้ียงเชนเดียวกบั หนอนปลอก สมุนไพร ณ สวนผักพื้นบานและสมุนไพร คณะ 2. การเพาะเลี้ยงมวนพิฆาต ทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช นํามวนพฆิ าตมาเลยี้ งภายในหอ งปฏบิ ัตกิ าร เนอ่ื งจาก มงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ต.แร อ.พังโคน เปนแมลงหํ้าที่มีประสิทธิภาพดีและมีการนํามาใชใน จังห วัด สก ลน คร พบแมลง ศัตรูพื ชในอั นดั บ การควบคุมหนอนผีเส้ือ อีกท้ังยังสามารถเพาะเลี้ยง Lepidoptera ซึ่งเปนพวกหนอนผีเส้ือ ระบาดกัดกิน ไดงาย โดยนํามวนพิฆาตมาเล้ียงภายในกลอง ใบพืชสมุนไพรรุนแรง มีผลทําใหพื้นท่ีสีเขียวในการ พลาสติกขนาด 13x18x7 ซม. ซึ่งฝากลองเจาะชอง สังเคราะหของพืชสมุนไพรลดลง สงผลกระทบตอ สี่เหล่ียมบุดวยผาไนลอน ใหหนอนนกเปนอาหาร การเจริญเติบโตของพืชสมุนไพร โดย พบวา หนอน และใหนํ้าโดยใชสําลีชุบนํ้าพอหมาดๆ วางบนถาด ปลอก Nymphula depuctalis Guence และหนอน พลาสติกขนาดเล็กแลววางภายในกลองเล้ียง ใสใบ บุง Eupterote tetacea Walker เปนหนอนผีเส้ือที่ พืชในกลองเลี้ยงเพื่อใหมวนพิฆาตไดมีท่ีหลบพัก มีความสําคัญมากกวาชนิดอ่ืน ดังนั้นจึงนําหนอน เปลี่ยนอาหารและน้ําสัปดาหละ 3 ครั้ง เลี้ยง ผีเสื้อท้ัง 2 ชนิดมาเพาะเลี้ยงและนํามวนพิฆาต จนกระทั่งเปนตัวเต็มวัย เม่ือตัวเต็มวัยเพศผูและเพศ Eocanthecona furcellata Wolff ซง่ึ จัดเปน แมลง เมียผสมพันธุ และตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข จึง ห้ํา ศัตรูธรรมชาติท่ีสําคัญของหนอนผีเสื้อ มาใช รวบรวมกลุมไขท่ีไดในแตวันใสกลองพลาสติกขนาด การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
37 7x10x5 ซม. ภายในมีกอนสําลีชุบน้ําหมาดๆ เพื่อให วัน ในหนอนบุงและหนอนปลอก ตามลําดับ แตเมื่อ มวนเจริญเติบโตเปนวัย 5 มวนพิฆาตที่เลี้ยงดวย ความชื้น รอจนกระท่ังไขฟกเปนตัวออนวัย 1 จึง หนอนปลอกจะมีระยะเวลาการเจริญเติบโตนานถึง 6.95 วนั ในขณะท่เี ล้ียงดวยหนอนบงุ มีระยะเวลาการ นําไปใชในการทดลองตอ ไป เจริญเติบโต 5.30 วัน ซ่ึงมีความแตกตางกันในทาง 3. การศึกษาชนดิ ของเหย่ือตอ การเจริญเติบโตของ สถิติ ระยะตัวเต็มวัยพบ ตัวเต็มวัยเพศผูมวนพิฆาตที่ มวนพฆิ าต เล้ียงดวยหนอนปลอกมีระยะเวลาการเจริญเติบโต การศึกษาชนิดของเหย่ือตอการเจริญเติบโตของมวน นานกวาเล้ียงดวยหนอนบุง มีความแตกตางกัน ในทางสถติ ิ โดยมอี ายุ 1.65 และ 1.45 วนั ตามลําดับ พิฆาต โดยมวนพิฆาตที่ใชในการศึกษา มวนพิฆาตวัย ในขณะท่ีตัวเต็มวัยเพศเมีย เมื่อเลี้ยงดวยดวยหนอน บุงจะมีระยะเวลาการเจริญเติบโตนานกวาเล้ียงดวย 3 และเหย่ือท่ีใชในการศึกษาครั้งน้ีมี 2 ชนิด คือ หนอนปลอก มีความแตกตางกันในทางสถิติ โดยมี อายุ 5.90 และ 5.50 วัน ตามลําดับ ซึ่งจากขอมูลจะ หนอนปลอกและหนอนบุง โดยนําเหย่ือแตละชนิดมา เห็นวา การเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอนบุงจะทําให เล้ียงมวนพิฆาต แลวบันทึกการเจริญเติบโตของมวน มวนพิฆาตมีอายุส้ันกวาการเล้ียงดวยหนอนปลอก พิฆาต ประกอบดวยระยะเวลาการเจริญเติบโตและ (ตารางที่ 1) นอกจากน้ียังพบวา ชนิดของเหยื่อมีผล ตอขนาดของมวนพิฆาต พบวา มวนพิฆาตที่เลี้ยงดว ย การวัดขนาดความยาวฟเมอรของขาคูหลัง ทดลอง หนอนบุงจะมีขนาดโตกวามวนพิฆาตที่เลี้ยงดวย หนอนปลอกในทุกระยะของการเจริญเติบโต การ ชนิดเหย่อื ละจํานวน 20 ซ้าํ วางแผนการทดลองแบบ เลี้ยงมวนพิฆาตดวยหนอนบุง จะทําใหมวนพิฆาตมี ความยาวฟเมอรของขาคูหลังมากกวาการเลี้ยงดวย สุมส มบูรณ (completely randomized design; หนอนปลอก เทากับ 0.86 3.30 3.40 3.68 และ 3.65 มม. ในมวนพิฆาตวัย 3 วัย 4 วัย 5 ตัวเต็มวัย CRD) เพศผู และตัวเต็มวัยเพศเมีย ตามลําดับ ในขณะท่ี 4. การศกึ ษาชนดิ ของเหยือ่ ตอ อัตราการวางไขข อง การเล้ียงดวยหนอนปลอกมวนพิฆาตมีความยาวฟ มวนพิฆาต เมอรของขาคูหลังในมวนพิฆาตวัย 3 วัย 4 วัย 5 ตัว การศึกษาชนิดของเหยื่อตออัตราการวางไขของมวน เต็มวัยเพศผูและตัวเต็มวัยเพศเมียเทากับ 0.86 0.81 2.40 2.90 3.00 และ 3.50 มม. ตามลําดับ นั้นแสดง พิฆาต โดยเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอน 2 ชนิด คือ วา หนอนบุงมีแนวโนมเปนเหย่ือที่เหมาะสมท่ีจะ นํามาเปนอาหารในการเล้ียงมวนพิฆาตมากกวา หนอนปลอกและหนอนบุง เพ่ือเปรียบเทียบอัตราการ หนอนปลอก เพราะมวนพิฆาตกินแลวเจริญเติบโตได ดี มขี นาดลําตัวใหญก วา กนิ หนอนปลอก (ตารางท่ี 2) วางไขของมวนพิฆาตเมื่อใหเหยื่อตางชนิดกัน การ ทดลองทําโดยนําเหยื่อแตละชนิดมาเลี้ยงมวนพิฆาต วัย 2 เลี้ยงจนกระม่ังมวนพฆิ าตเปน ตัวเต็มวยั จึงจบั คู ผสมพันธเพ่ือใหวางไข เมื่อวางไขจึงตรวจนับจํานวน ไขท ี่วาง ทดลองชนดิ เหยื่อละจาํ นวน 20 ซ้ํา ผลการศกึ ษา 1. การศกึ ษาชนิดของเหยื่อตอการเจริญเติบโตของ มวนพิฆาต ชนิดเหยื่อมีผลตอระยะเวลาการเจริญเติบโตและ สงผลตอการเจริญเติบโตของมวนพิฆาตเมื่อมวน พิฆาตเขาวัย 4 โดยมวนพิฆาตเล้ียงดวยหนอนบุงจะ ทําใหมีระยะเวลาการเจริญเติบโตนานกวาเล้ียงดวย หนอนปลอก ซึ่งมีความแตกตางกันทางสถิติ มี ระยะเวลาการเจริญเติบโตเทากับ 3.40 และ 3.05 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
38 ตารางท่ี 1 การเปรียบเทียบระยะเวลาการเจริญเติบโตของมวนพิฆาตทเี่ ล้ียงดวยเหยอ่ื 2 ชนดิ ระยะการ จาํ นวน (ตัว) คา เฉล่ยี (±SD) (วัน)1/2/ พิสัย (วนั )1/ เจรญิ เติบโต 1/ หนอนบงุ หนอนปลอก หนอนบุง หนอนปลอก ตัวออ น วัย 3 20 1.00±0.00a 1.00±0.00a 1.00-1.00 1.00-1.00 วยั 4 20 3.40±0.50a 3.05±0.22b 3.00-4.00 3.00-4.00 วยั 5 20 5.30±0.98b 6.95±0.89a 4.00-6.00 6.00-9.00 ตัวเต็มวยั เพศผู 20 1.45±2.98b 1.65±2.94a 0.00-8.00 0.00-7.00 เพศเมีย 20 5.90±3.06a 5.50±3.44b 0.00-8.00 0.00-9.01 1/คา เฉลี่ย (±SD) จาก 20 ซาํ้ 2/คา เฉลยี่ ในแนวนอนทม่ี ีตัวอกั ษรเดียวกนั ไมมคี วามแตกตา งในทางสถติ ทิ ี่ระดับความเช่ือม่ัน 95% (P<0.05) โดยวิธี DMRT ตารางที่ 2 การเปรียบเทยี บความยาวฟเ มอรของขาคูห ลังมวนพิฆาตที่เลีย้ งดว ยเหยือ่ 2 ชนดิ ความยาวฟเมอรของขาคูห ลงั (มม.)1/2/ ระยะการ จาํ นวน (ตัว) คา เฉลยี่ (±SD) พสิ ยั เจริญเตบิ โต 1/ หนอนบุง หนอนปลอก หนอนบุง หนอนปลอก ตัวออ น วัย 3 20 0.86+0.08a 0.81+0.06a 0.73-0.97 0.73-0.91 วัย4 20 3.30+0.30a 2.40+0.21b 2.50-3.50 2.00-2.50 วยั 5 20 3.40+0.21a 2.90+0.21b 3.00-3.50 2.50-3.00 ตัวเต็มวัย เพศผู 20 3.68+0.37a 3.00+0.00b 3.00-4.00 3.00-3.00 เพศเมีย 20 3.65+0.37a 3.50+0.00a 3.00-4.00 3.50-3.50 1/คา เฉล่ยี (+SD) จาก 20 ซ้ํา 2/คา เฉลย่ี ในแนวนอนที่มีตัวอักษรเดียวกันไมมคี วามแตกตางในทางสถิตทิ ่ีระดบั ความเชือ่ มัน่ 95% (P<0.05) โดยวิธี DMRT 2.การศึกษาชนิดของเหยื่อตอ อตั ราการวางไขข อง หนอนบุงมีการวางไขเพยี งแค 6 ครั้ง แตจ ํานวนไขท่ี มวนพิฆาต วางในแตล ะคร้ังพบสูงในมวนพิฆาตท่เี ล้ยี งดว ยหนอน ชนดิ เหย่อื มีผลตออตั ราการวางไขข องมวนพิฆาต บงุ มากกวา มวนพิฆาตทีเ่ ลีย้ งดวยหนอนปลอกถงึ 1-2 มวนพฆิ าตท่เี ลีย้ งดวยหนอนปลอกจะมีการวางไขม าก เทาตัว ในครง้ั ท่ี 1-5 ของการวางไข (ภาพท่ี 1) จาก คร้งั กวามวนพฆิ าตทเ่ี ลีย้ งดวยหนอนบุง โดยมกี าร ขอมูลจะเหน็ วา มวนพฆิ าตทีเ่ ล้ียงดว ยหนอนบุงจะ วางไขถึง 15 ครั้ง ในขณะท่ีมวนพฆิ าตทเ่ี ลย้ี งดวย วางไขไดม ากกวา เลีย้ งดวยหนอนปลอกอยา งชัดเจน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดประโยชน”
39 จํานวนไ ข ่ีทวาง ตอครั้ง (ฟอง) 50 หนอนบงุ 40 หนอนปลอก 30 20 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ครัง้ ทข่ี องวางไข ภาพท่ี 1 การเปรียบเทียบชนดิ ของเหยื่อตออัตราการวางไขข องมวนพิฆาต ดังน้นั หนอนบุงจึงเหมาะท่ีจะนาํ มาใชเ ปนอาหารสําหรับ มีขนาดลําตัวใหญกวาหนอนปลอก และภายในลาํ ตัวยัง เลีย้ งมวนพฆิ าตมากกวา หนอนปลอก มปี รมิ าณของเหลวท่ีเยอะกวา จึงทําใหมีปริมาณอาหาร อภิปรายผล ภายในลําตัวมากกวา และเม่ือมวนพิฆาตใชสวนปาก ชนิดเหยื่อมีผลตอระยะเวลาการเจริญเติบโต การ แทงเขาไปในลําตัวเพื่อดูดกินของเหลวภายใน จึงไดรับ เจริญเติบโต และอัตราการวางไขของมวนพิฆาต โดย ปริมาณอาหารตอตัวหนอนท่ีมากกวา ทําใหมวนพิฆาต มวนพิฆาตเล้ียงดวยหนอนบุงจะทําใหมีระยะเวลาการ ท่ีเล้ียงดวยหนอนบุงมีขนาดลําตัวและความยาวฟเมอร เจริญเติบโตนานกวาเลี้ยงดวยหนอนปลอก การเล้ียง ของขาคูหลังมากกวาเล้ียงดวยหนอนปลอก ในขณะที่ มวนพิฆาตดวยหนอนบุงจะทําใหมีขนาดลําตัวโตกวา การดูดกินหนอนปลอก ซึ่งลําตัวมีขนาดเล็กและ เลี้ยงดวยหนอนปลอกในทุกระยะของการเจริญเติบโต ของเหลวภายในลําตัวนอย มวนพิฆาตจึงไดรับปริมาณ และยังทําใหมวนพิฆาตมีความยาวฟเมอรของขาคูหลัง อาหารตอตัวหนอนที่ดูดกินนอยกวาหนอนบุง และ มากกวาการเลี้ยงดวยหนอนปลอก แตมวนพิฆาตท่ีเลี้ยง จะตองดูดกินหนอนปลอกจํานวนหลายตัวเมื่อเทียบกับ ดวยหนอนปลอกพบวา มีการวางไขมากครั้งกวามวน หนอนบุง จึงจะเพียงพอตอความตองการในแตละคร้ัง พิฆาตท่ีเลี้ยงดวยหนอนบุง แตจํานวนไขท่ีวางในแตละ โดยขนาดของเหย่ือเปนปจจัยท่ีมีบทบาทสําคัญในหวง คร้ังพบสูงในมวนพิฆาตที่เล้ียงดวยหนอนบุงมากกวา โซอาหารระหวางเหย่ือกับตัวหํ้า ตัวหํ้าใชขนาดลําตัว มวนพิฆาตที่เลี้ยงดวยหนอนปลอกถึง 1-2 เทาตัว ข อ ง เ ห ยื่ อ เ ป น ตั ว กํ า ห น ด ใ น ก า ร คั ด เ ลื อ ก เ ห ย่ื อ สาเหตุอาจเพราะปริมาณและคุณภาพของอาหารท่ีมวน (Downes, 2002) เชน หนอน Chaoborus กินเหยื่อที่ พิฆาตไดรับจากหนอนบุง มากกวาไดจากหนอนปลอก ที่ มีขนาดกลาง เชนเดียวกับตัวออนของ Stonefly ที่ เปนดังกลา วมาขางตน ทั้งน้ีอาจเปนเพราะวา หนอนบุง คัดเลือกเหยื่อโดยอาศัยขนาดของเหย่ือ (Klečka, 2010) ซ่ึงสัมพันธกับการสังเกตพฤติกรรมการเขา การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏิบตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดประโยชน”
40 ทําลายหนอนของมวนพิฆาตในระหวางการทดลอง การเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอนบุง ทําใหมวนพิฆาตมี พบวา เม่ือปลอยมวนพิฆาตเขาหนอนบุงและหนอน อายุสั้นและมีขนาดตัวโตกวามวนพิฆาตที่เล้ียงดวย ปลอก มวนพิฆาตจะเขาทําลายหนอนบงุ ทันที ในขณะที่ หนอนปลอกในทุกระยะของการเจริญเติบโต การเขาหนอนปลอกจะเดินรอบๆ ตัวหนอนปลอกแลว การเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอนบุง ทําใหมวนพิฆาตมี คอยเขาทําลาย และ Eubanks and Robert (2000) จํานวนไขท่ีวางในแตละครั้งสูงกวาดวยหนอนปลอกถึง กลาววา ในชวงชีวิตหน่ึงของตัวหํ้าสามารถเขาทําลาย 1-2 เทาตัว เหย่ือไดหลายชนิด แตคุณภาพของเหย่ือมีความสําคัญ เอกสารอางองิ นุชรีย ศริ ิ. 2546. การควบคุมแมลงศตั รูพชื โดยชวี วธิ ี. ท่ีสุดที่ตัวหํ้าใชในการเลือกเหยื่อ โดยแมลงตัวหํ้าหลาย ภาควชิ ากฏี วทิ ยา คณะเกษตรศาสตร ชนิดเลือกเหย่ือดวยคุณคาอาหาร โดยเลือกกินเหย่ือท่ี มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . 142 หนา. Downes, S. J., 2002. Size-dependent predation ทําใหการรอดชีวิตเพ่ิมขึ้น การผลิตลูกหลานเพ่ิม เชน by snakes: selective foraging or differ หลายงานวิจัยพบวา แมลงห้ํากินไขผีเสื้อหรือไขดวง vulnerability?. Behavioral Ecology, 13: 551- แลว มกี ารรอดชวี ติ สงู ขนึ้ ระยะเวลาการเจริญเติบโตเร็ว 560. ข้ึน และผลิตไขสูงกวาเม่ือกินเหย่ือชนิดอื่น ซึ่ง Eubanks, D. M. and D. F. Robert. 2000. Health สนับสนุนการศึกษานี้วา ทําไมมวนพิฆาตกินหนอนบุง food versus fast food: the effects of prey quality and mobility on prey selection by a แลว จงึ มกี ารเจริญเติบโตทด่ี ี และอัตราการวางไขสงู กวา generalist predator and indirect interactions among prey species. Ecological กินหนอนปลอก เพราะหนอนบงุ มีปริมาณคุณคาอาหาร Entomology. 25: 140-146. ทีด่ เี หมาะสาํ หรับมวนพฆิ าตกวา หนอนปลอก Klečka, J. 2010. Predation by aquatic insects: species traits and habitat structure mediate ซ่ึงจากการศึกษาครั้งน้ี พบวา หนอนทั้งสองชนิด predator-prey interactions. MSc. Thesis, in สามารถนํามาใชเลี้ยงมวนพิฆาตได เพราะมวนพิฆาต English-36pp., Faculty of Science, University สามารถเจริญเติบโตสมบูรณแขง็ แรงและผลิตลูกหลาน ได การเล้ียงมวนพิฆาตดวยหนอนบุง อีกทั้งการนํา of South Bohemia, České Budějovice, หนอนทั้งสองชนิดที่พบระบาดเขาทําลายพืชสมุนไพร มาใชเลี้ยงมวนพิฆาต ยังเปนการชวยลดปริมาณของ Czech Republic. หนอนดังกลาวไปในตัวดวย แตหากตองการเลี้ยงเพ่ิม ปริมาณมวนพิฆาตใหมีปริมาณมากและคุณภาพดีควร เลี้ยงดวยหนอนบุง เพราะทําใหมวนพิฆาตมีลําตัวโต ความยาวฟเมอรของขาคูหลังยาว และวางไขปริมาณ มาก หนอนบุงจึงเหมาะสมท่ีจะพิจารณานํามาใชเปน เหยื่อสาํ หรับเล้ียงมวนพิฆาตมากกวาหนอนปลอก สรุปผล การเพาะเลี้ยงมวนพิฆาต ควรใหอาหารเปนหนอนบุง มากกวา ทจ่ี ะเปนหนอนปลอกเพราะ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
41 พชื หายากในบริเวณภาคตะวนั ตกของประเทศไทย กรณศี ึกษาพน้ื ทีเ่ ข่อื นศรนี ครินทร จังหวดั กาญจนบุรี RARE PLANTS IN WESTERN REGION OF THAILAND: A CASE STUDY IN SRINAGARIND DAM AREA, CHANGWAT KANCHANABURI ศศวิ มิ ล โฉมเฉลา แสวงผล1, สาโรจน รุจิสรรคส กุล1, วงศส ถติ ย ฉั่วกลุ 2 และ ทยา เจนจติ ติกลุ 1* Sasivimon Chomchalow Swangpol1, Saroj Ruchisansakun1, Wongsatit Chuakul2 and Thaya Jenjittikul1* 1ภาควชิ าพฤกษศาสตร คณะวิทยาศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหิดล ราชเทวี กทม. 10400 2ภาควิชาเภสชั พฤกษศาสตร คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลยั มหดิ ล ราชเทวี กทม. 10400 1Department of Plant Science, Faculty of Science, Mahidol University, Ratchathewi, Bangkok 10400, Thailand 2Department of Pharmaceutical Botany, Faculty of Pharmacy, Mahidol University, Ratchathewi, Bangkok 10400, Thailand บทคดั ยอ กาญจนบรุ ีเปนจงั หวดั ที่อยรู มิ เขตแดนดา นตะวนั ตกของประเทศไทย เปน พ้ืนทีเ่ งาฝน มอี ากาศรอนแลงในฤดรู อน และหนาวใน ฤดูหนาว จากการสํารวจพืน้ ท่ปี กปกพันธุกรรมพชื โครงการอนรุ ักษพนั ธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เขื่อนศรีนครินทร จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งแรกในระหวางป พ.ศ. 2551-2552 และ ดาํ เนินการสาํ รวจซํ้าในระหวา งเดือนมกราคม ถึงสิงหาคม พ.ศ. 2562 เพ่ือเกบ็ ขอมูลพืขทพ่ี บตามเสน ทางเดนิ ศกึ ษาธรรมชาติ 5 เสนทาง และประเมินสถานภาพโดยอางองิ จากรายช่อื พชื ในบัญชชี นิดพันธทุ ีถ่ กู คกุ คามของประเทศไทย พบพืชในสถานภาพ ถูกคุกคามระดับตาง ๆ จํานวน 19 ชนิด ในจํานวนน้ีมีสถานะเปนพืชถิ่นเดียว พบเฉพาะในประเทศไทยเทาน้ัน จํานวน 13 ชนดิ พชื ทีอ่ ยูใ นภาวะเสี่ยงตอ การสญู พนั ธุในระดบั สงู สุด คือระดับ EN ไดแ ก จอกหนิ ตะนาวศรี (Dorcoceras brunneum C. Puglisi) และมีพืชในสถานภาพถูกคุกคามท่ีไมพบซํ้าในการสํารวจในป พ.ศ. 2562 จํานวน 4 ชนิด ไดแก บุกแม็กซเวลล (Amorphophallus maxwellii Hett.) อ้ัวคางยาว (Habenaria hosseusii Schltr.) สตั ฤาษี (Iphigenia indica (L.) A.Grey ex Kunth) และ กะเพราหินปูน (Plectranthus albicalyx S. Suddee) ทั้งน้ีพ้ืนท่ีสํารวจเปนสังคมพืชภูเขาหินปูนซึ่งเปน ระบบนิเวศทีเ่ ปราะบาง อกี ทงั้ มีความเสีย่ งตอ ไฟไหมป า และชว งฝนแลง ยาวนาน จึงเปนเร่อื งนากังวลวา พชื หายากบางชนิดโดย เฉพาะทอี่ ยูในบัญชีฯ อาจสูญพันธุไปจากพ้ืนท่ี อยางไรก็ตาม เพ่ือยนื ยนั ขอสังเกตนี้ จําเปนตอ งมีการสํารวจเพ่ิมเตมิ อยางนอ ย ใหค รบรอบ 1 ป และในชว งฤดูฝนซึง่ เปน ระยะท่พี ชื ในบรเิ วณน้มี กี ารเจรญิ เตบิ โตเตม็ ทตี่ อไป Abstract Kanchanaburi, a changwat at the western border of Thailand, lies in a rain shadow; the area is hot and dry in summer and cool in winter. From the survey of Plant Genetic Protected Area, Plant Genetic Conservation Project at Srinagarind Dam, Changwat Kanchanaburi in 2008-2009 and repeated during January to August 2019 in order to collect data of plants along five nature trails and assess their threatening status appeared in Thailand official list, it was found that 19 species were recorded as threatened at different levels. Among these, 13 species are endemic (found only in Thailand) and the most endangered species, EN, is Dorcoceras brunneum C. Puglisi. In this recent investigation, four species collected previously were not found, namely Amorphophallus maxwellii Hett., Habenaria hosseusii Schltr., Iphegenia indica (L.) A.Grey ex Kunth and Plectranthus albicalyx S. Suddee. Since the surveyed area is a fragile limestone habitat and also often exposes to forest fires and lengthy drought periods, it is under concerned that some rare plants, especially การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
42 those in the list may have gone extinct from the vicinity. However, to confirm this remark, it is necessary to complete at least one year round of study which cover rainy season, the growing period of plants in this area. คําสาํ คญั : ชนดิ พนั ธมุ ีแนวโนม ใกลส ญู พนั ธุ, ไซเตส, บญั ชีชนดิ พนั ธทุ ถ่ี ูกคกุ คามขององคก ารระหวา งประเทศเพอ่ื การอนรุ ักษทรพั ยากรธรรมชาต,ิ ประเทศไทย, พืชหายาก, พืชถน่ิ เดยี ว, พืชถกู คุกคาม, พ้ืนที่ปกปก พนั ธกุ รรมพชื เขอ่ื นศรนี ครินทร, อนุสัญญาวา ดว ยการคาระหวา งประเทศซึ่งชนิด สตั วปา และพชื ปา ท่ีใกลจ ะสญู พันธุ Keywords: CITES, Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora, endemic plants, the IUCN Red List of Threatened Species, rare plants, threatened plants, Srinagarind Dam Plant Genetic Protected Area, Thailand, vulnerable species *ตดิ ตอ นกั วิจัย: ทยา เจนจิตตกิ ลุ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Thaya Jenjittikul (E-mail: [email protected]) บทนํา ระหวางประเทศเพ่ือการสงวนทรัพยากรธรรมชาติ หรือ International Union for Conservation of Nature กาญจนบุรีเปนจังหวัดที่อยูริมเขตแดนดาน and Natural Resources) เปนหนวยงานเจาภาพหลัก ตะวันตกของประเทศไทย ติดตอกับประเทศเมียนมาร IUCN เปนองคการระหวางประเทศที่ทํางานดานการ เปนพื้นท่ีเงาฝน มีอากาศรอ นแลงในฤดูรอน และหนาวใน อนุรักษธรรมชาติ เพื่อการใชทรัพยากรธรรมชาติอยาง ฤดูหนาว ปริมาณน้ําฝนเฉล่ียตอป 1,300 มิลลิเมตร มีปา ย่ังยืน โดยมีสวนรวมในการรวบรวมและวิเคราะหขอมูล 3 ประเภท ไดแ ก ปาเบญจพรรณ ปาเตง็ รัง และปา ดบิ แลง วิจัย ทําโครงการภาคสนาม ใหการสนับสนุน และจัดการ สําหรับเข่ือนศรีนครินทร เปนเข่ือนหินทิ้งแบบมีแกนดิน ศึกษา ภายใตภารกิจ \"โนมนาว สงเสริม และชวยเหลือ เหนียว สรางข้ึนขวางแมนํ้าแควใหญ บริเวณบานเจาเณร สังคมทั่วโลกเพ่ือใหอนุรักษธรรมชาติ และสรางความ ตําบลทากระดาน อําเภอศรีสวัสด์ิ จังหวัดกาญจนบุรี เชอ่ื ม่ันวา การใชทรัพยากรธรรมชาติดวยประการใด ๆ จะ (ประเสริฐ อินทับ ม.ม.ป.; การทองเที่ยวและกีฬา, เปนไปอยางเสมอภาคและมคี วามยั่งยืนทางนิเวศ\" (IUCN กระทรวง 2562; ณัชชารีย วิทิตกีรติ และจารุวรรณ สิงห 2012) สูง ม.ม.ป.) ในอดีต จังหวัดกาญจนบุรีเคยมีปาไมปกคลุม มากกวา 70% แตพื้นท่ีปามีแนวโนมลดลง ขอมูลราย เกณฑการพิจารณาสถานภาพชนิดพันธุถูก จังหวัดป พ.ศ. 2543 รายงานพื้นท่ีปาดิบมากกวา 2,000 คุกคามที่ใชเปนมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกตีพิมพข้ึนเปน ตารางกิโลเมตร และปาเบญจพรรณ ราว 7,770 ตาราง คร้ังแรกในป ค.ศ. 1964 หลังจากน้ันมีการปรับปรุงและ กโิ ลเมตร (ศศนิ เฉลมิ ลาภ และวรรโณบล ควรอาจ 2543) ตีพมิ พใ นนาม IUCN เปนคร้งั แรกในป ค.ศ. 1994 เรยี กวา ในป พ.ศ. 2554 พ้ืนที่ปาลดลงเหลือ 61.14% (11,872 IUCN Red List Categories version 2. 3 ( IUCN 1994) ตารางกิโลเมตร) มีการลกั ลอบปลกู ยางพารา ปาลมน้ํามัน และปรบั ปรงุ ใหมใ นป ค.ศ. 2001 เรียกวา IUCN Red List พืชไร และตัดไมอยางตอเนื่อง (มโนชญ บุณยานันต Categories and Criteria: Version 3.1 ฉบับตีพิมพคร้ัง 2554) ที่ 1 (IUCN 2001) และตีพิมพครั้งที่ 2 ในป ค.ศ. 2012 (IUCN 2012) ฉบับลาสุดตีพิมพในป ค.ศ. 2019 เรียกวา ประเทศไทยเปน 1 ใน 193 ประเทศที่เขารวม Guidelines for Using the IUCN Red List Categories เปน ภาคีอนุสญั ญาวาดว ยความหลากหลายทางชีวภาพ ซ่ึง and Criteria Version 14 (IUCN 2019) จําแนกสิง่ มีชีวิต มี ส ห ภ า พ ส า ก ล ว า ด ว ย ก า ร อ นุ รั ก ษ ( The World ออกเปน 9 กลุม โดยใชเกณฑ เชน อัตราการลดลงของ Conservation Union) หรอื IUCN (เดมิ ใชช ื่อวา องคก าร จํานวนประชากร ขนาดประชากร ขนาดพ้ืนท่ีกระจาย การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
43 พนั ธุทางภูมศิ าสตร และการมีประชากรในพื้นที่ท่ีแยกโดด ท้ังนี้พืชถิ่นเดียว (endemic plants) คือ พืชชนิดที่ เดี่ยวจากกัน เปนตน กลุมประชากรท่ีจําแนกตามเกณฑ พบข้ึนตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตรเขตใดเขต ตงั้ แต ค.ศ. 1994 เปน ตนมา ไดแ ก หนึ่งของโลก และมีเขตกระจายพันธุทางภูมิศาสตร คอนขางจํากัด โดยมักพบบนพ้ืนที่ที่มีขอจํากัดทางระบบ • สญู พนั ธุ (Extinct: EX) นิเวศ เชน บนเกาะ ยอดเขา หนาผาภูเขาหินปูน แองพรุ เปนตน ถ่ินท่ีอยูดังกลาวมีสภาพอากาศเฉพาะท่ี • สูญพันธุในธรรมชาติ (Extinct in the wild: (microclimate) ท่ีแตกตางจากบริเวณอื่น พืชถ่ินเดียว EW) ของไทยหลายชนิด พบขึ้นเฉพาะบนภูเขาหนิ ปูน เชน กว ม เชยี งดาว และกันภัยมหิดล เปน ตน • ใกลสูญพันธุอยางยิ่ง (Critically Endangered: CR) สําหรับ พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดท่ีมี ประชากรนอย ซ่ึงยังไมอยูในสถานภาพใกลสูญพันธุ • ใกลส ญู พันธุ (Endangered: EN) (endangered) แตมีความเส่ียงที่จะเปนพืชที่ใกลจะสูญ พันธุได สวนใหญมีจํานวนนอยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอ่ืนๆ • มีแนวโนม ใกลสูญพันธุ (Vulnerable: VU) ซ่ึงพืชชนิดหน่ึงอาจเปนพืชหายากในทองถิ่นหนึ่ง แตอีก ทองถิ่นหนึ่งกลับมีการกระจายพันธุอยางกวางขวางก็ • ใกลถ ูกคกุ คาม (Near Threatened: NT) เปนได (ธวัชชัย สนั ตสิ ุข, 2548) • เปนกังวลนอ ยทส่ี ดุ (Least Concern: LC) นอกจากนั้น ประเทศไทยยังไดใหสัตยาบันเมื่อวันท่ี 21 มกราคม 2526 นับเปนสมาชิกลําดับท่ี 78 ใน • ขอ มลู ไมเ พยี งพอ (Data Deficient: DD) อนุสัญญาวาดวยการคาระหวางประเทศซึ่งชนิดสัตวปา แ ล ะ พื ช ป า ท่ี ใ ก ล จ ะ สู ญ พั น ธุ ห รื อ ไ ซ เ ต ส ( The • ยงั ไมม กี ารประเมิน (Not evaluated: NE) Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora หรือ CITES) ซึ่งได โดย IUCN ใหสถานะ “ถูกคุกคาม” กับชนิดพันธุท่ี ถูกยกรางขึ้นในการประชุม IUCN เพื่อควบคุมการ อยใู นสถานภาพ CR, EN และ VU “สงออก (export) สงกลับออกไป (re-export) นําเขา (import) และ นาํ เขา จากทะเล (introduction from the ทั้งนี้ในการรายงานกอนป ค.ศ. 1994 มีการจัด sea)” ซ่ึงสัตวปา พืชปา และผลิตภัณฑท่ีระบุไวในบัญชี สถานภาพพืชท่ีถูกคุกคามตาม Walter and Gillett หมายเลข 1, 2, 3 (Appendix I, II, III) ของอนุสัญญาฯ ท่ี (1998) แตกตางจากรายงานภายหลัง ค.ศ. 1994 โดยใช อยูในสภาวะเส่ียงใกลสูญพันธุ หรืออาจไดรับผลกระทบ สญั ลักษณดงั นี้ ตอ การอยูรอดของชนิดพันธุ หรือตอ งมีการปองกันการใช ประโยชนท่ีไมย่ังยืน หรือการใชประโยชนในทางที่ผิด • พชื ถิน่ เดียว (Endemic: +) กฎหมาย (แสงจันทร มานอย. 2556) โดยระบุไวในบัญชี พืชอนุรักษตามพระราชบัญญัติพันธุพืช เชน ฉบับป พ.ศ. • พืชกึ่งถิน่ เดยี ว (Semi Endemic: *) 2518 และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 (ยอดหญิง สอน สุภาพ และสมุ าลี ทองดอนแอ 2560) • พชื ที่ไมใ ชพชื ถ่ินเดียว (Non Endemic: -) • พืชหายาก (Rare (Global) = R) สําหรับในประเทศไทย นอกจากการรายงาน สถานภาพชนดิ พันธพุ ชื ท่ีถูกคุกคามพรอ มกบั การตีพมิ พก าร ค น พ บ เ ช น Traiperm and Staples ( 2014) แ ล ะ Swangpol และคณะ (2015) แลว ยังไดมีการจัดทํา ท ะ เ บี ย น ร า ย ก า ร พื ช ที่ ถู ก คุ ก ค า ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย (Thailand Red Data) เชน รายงานของ Santisook และ คณะ (2006) ราชันย ภูมา (2551) และ Chamchumroon และคณะ (2017) ซึ่งมีการเพ่ิมสถานะพืชในประเทศไทย อีก 1 ระดบั ไดแก • พืชหายากในประเทศไทย (Rare (Thailand) = RT) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
44 500 m 500 m 1 2 3 4 5 ภาพท่ี 1 แผนที่เสนทางศึกษาธรรมชาติ เสนที่ 1 ถึง 5 ในพื้นที่ปกปกพันธุกรรมพืช โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข่ือนศรีนครินทร บานเจาเณร ต. ทากระดาน อ. ศรสี วัสด์ิ (แรเงาทบึ สีดํา) จ. กาญจนบุรี (สขี าวในกรอบแรเงาทบึ สเี ทา) ดูรายละเอยี ดเสนทาง 1 ถึง 5 ในวิธกี ารศกึ ษา ในก าร สํา รวจ พ้ืน ที่ป กป กพัน ธุก รร มพื ช ธรรมชาติ บันทึกสรรพคุณและ/หรือประโยชน (หากมี) โครงการอนุรักษพ นั ธกุ รรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชดาํ ริ จากความรขู องชาวบา น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เข่ือน ศรีนครินทร จังหวัดกาญจนบุรี ในป พ.ศ. 2562 นี้ ได ในการสํารวจ ไดเก็บตัวอยางดอกและ/หรือผล ดําเนินการเพ่ือสนองพระราชดําริ ในโอกาสครบรอบ 10 จํานวนอยางนอย 2 ช้ินเพื่อเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑพืช ปน บั จากการสาํ รวจครงั้ แรกในป พ.ศ. 2552 โดยคาดหวัง อทุ ยานสิรรี ุกขชาติ มหาวิทยาลยั มหดิ ล วิทยาเขตศาลายา วาจะจัดทําทะเบียนชนิดพันธุพืชหายากในพื้นท่ี ตาม ตําบลศาลายา อําเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และ เกณฑของ IUCN และในบัญชี CITES เพื่อนําเสนอ หอพฤกษศาสตร สวนหลวง ร.9 แขวงหนองบอน เขต ประกอบการตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายเพื่อการอนุรักษท้ัง ประเวศ กรุงเทพมหานคร ชนิดพนั ธุและพ้ืนท่ีอาศัยแหง น้ตี อ ไป สําหรับเสน ทางศึกษาธรรมชาติที่เขาสาํ รวจเปน วิธกี ารศกึ ษา พ้ืนที่ทายเขื่อนศรีนครินทร 5 เสนทางมีระยะทางดังนี้ คณะสํารวจจากภาควิชาพฤกษศาสตร คณะ เสนทางที่ 1 ระยะทาง 1,800 เมตร เสนทางท่ี 2 ระยะทาง 1,600 เมตร เสนทางที่ 3 ระยะทาง 1,050 เมตร เสน ทาง วิทยาศาสตร และภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร คณะเภสัช ที่ 4 ระยะทาง 2,000 เมตร เสน ทางท่ี 5 ระยะทาง 1,000 ศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดลรวมกับเจาหนาท่ีการไฟฟา เมตร (สมั ภาษณ นายภาคภูมิ สดายุรัตน, สิงหาคม 2562; ฝายผลิต และชาวบา นในพื้นที่ เร่ิมการสํารวจพื้นท่ีปกปกฯ ภาพที่ 1) นํ้าในทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทรมีระดับ บริเวณบานเจาเณร ตําบลทากระดาน อําเภอศรีสวัสดิ์ ความสูงสุดประมาณ 180 เมตรจากระดับนํ้าทะเลปาน จังหวัดกาญจนบุรี (ภาพท่ี 1) คร้ังแรกในป พ.ศ. 2552 กลาง (อุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช, กรม ม. และในป พ.ศ. 2562 ดําเนินการสํารวจแลว 4 คร้ัง ม.ป.) พื้นที่สูงท่ีสุดในบริเวณน้สี ูงประมาณ 250 เมตรจาก ระหวางเดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคม ไดบันทึกภาพ ระดับนํา้ ทะเล (ขอมลู จากแผนท่ใี นภาพท่ี 1) ดอกและ/หรอื ผลของพนั ธไุ ม ตามเสนทางเดินศึกษา การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
45 ในการระบุสถานภาพพืชที่พบจากการสํารวจใน และมะกัก (Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman) ป พ.ศ. 2552 ใชขอมูลจากการรวบรวมของ Santisuk เปนพืชถิ่นเดียวท่ีอยูในสถานะท่ีมีแนวโนมใกลสูญพันธุ และคณะ (2006) และราชันย ภูม า (2551) สว นในป พ.ศ. (vulnerable-VU) 2 ชนิด ไดแก โหมหัด (Duplipetala 2562 ใชขอมูลของ Chamchumroon และคณะ (2017) hexagona (Kerr) Thiv) และผักกาดหิน (Paraboea และขอมูลชนิดพันธุพืชอนุรักษตามอนุสัญญา CITES brunnescens B. L. Burtt) สําหรับพืชในพื้นที่ปกปก ฯ ท่ี รวบรวมโดย ยอดหญงิ สอนสุภาพ และสุมาลี ทองดอนแอ มีความเสี่ยงถูกคุกคามในระดับสูงสุด คือ ระดับ +EN B1 (2560) ประกอบกบั ขอ มูลพืชท่ตี พี ิมพโดยนักวิจัยซึ่งศึกษา a b(iii) ตามเกณฑของ IUCN ไดแก จอกหินตะนาวศรี พืชชนิดนั้นๆ (ตารางที่ 1) ( Dorcoceras brunneum C. Puglisi) ซ่ึ ง Pulglisi & Middleton (2017) รายงานวาพืชชนิดน้ีมีขอบเขตท่ีพบ ผล และวจิ ารณผ ลการศึกษา การกระจายพันธุ (extent of occurrence - EOO) นอย กวา 130 ตารางกิโลเมตร พิกัดท่ีพบหลายแหงไมอยูใน ในการสาํ รวจพนื้ ทปี่ กปกพันธกุ รรมพชื โครงการ พืน้ ทคี่ มุ ครอง และถกู คกุ คามโดยกิจกรรมของมนุษย อนุรักษพนั ธกุ รรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี เข่อื นศรี พืช 2 ชนิดท่ีพบในพ้ืนที่ปกปกฯ ในการสํารวจ นครินทร จังหวัดกาญจนบรุ ี ในป พ.ศ. 2552 พบพชื ท่ี เม่ือป พ.ศ. 2552 ซึ่งเพ่ิงไดรับการตั้งช่ือในป พ.ศ. 2556 ไดร ับการประเมินสถานะการถกู คกุ คาม จํานวน 19 ชนิด แ ล ะ พ. ศ . 2557 ต า ม ลํ า ดั บ ไ ด แ ก Kaempferia (ตารางที่ 1 และภาพที่ 2) ในจาํ นวนน้ีเปน พืชเมลด็ เปลอื ย udonensis Picheans. & Phokham พืชในสกุลเปราะ 1 ชนิด ไดแก มะพรา วเตา (Cycas siamensis Miq.) วงศขิง (Phokhama และคณะ 2013) และ Argyreia นอกนนั้ เปนพืชดอก คือพืชใบเลยี้ งเด่ยี ว 4 ชนดิ ไดแก บุก suddeeana Traiperm & Staples พืชในสกุลเครือพู แมก็ ซเวลล (Amorphophallus maxwellii Hett.) อั้วคาง วงศผักบุง (Traiperm & Staples, 2014) โดยในป พ.ศ. ยาว (Habenaria hosseu-sii Schltr.) สตั ฤาษี 2556 Phokhama และคณะ (2013) รายงานวาพบเปราะ (Iphegenia indica (L.) A.Grey ex Kunth) และเปราะหู หชู างชนดิ น้ใี นจังหวดั อุดรธานเี ทา น้ัน แตคณะสํารวจพบท่ี ชา ง (Kaempferia udonensis Picheans. & Phokham) จังหวัดกาญจนบุรีในพ้ืนท่ีศึกษาดวย จึงอาจกลาวไดวา และพชื ใบเล้ยี งคูแ ท 14 ชนิด โดยเปน พชื ในวงศ เปราะชนิดนี้เปนพืชถ่ินเดียวของประเทศไทย ยังไมพบใน Fabaceae, Gesneriaceae และ Oleaceae วงศล ะ 2 ในประเทศอ่ืน และในกรณีใกลเคียงกัน ในป พ.ศ. 2557 ชนดิ นอกจากน้ันอยใู นวงศ Anacardiaceae, Traiperm & Staples (2014) ตีพิมพการคนพบพืชชนิด Apocynaceae, Aristolochiaceae, Convolvulaceae, ใหมทีจ่ ังหวดั ราชบุรี และต้งั ชื่อวา เครือพูสุดดี ซึ่งพืชชนิด Gentianaceae, Lamiaceae และ Salicaceae วงศล ะ 1 ใหมนี้เปนชนิดเดียวกับท่ีคณะสํารวจพบในพื้นที่ปกปกฯ ชนดิ โดยไมมีรายงานการพบในประเทศอื่น ขณะนี้จึงมีสถานะ เปนพชื ถ่ินเดยี วของประเทศไทยเชนเดยี วกัน ในจํานวนพืชท่ีไดรับการประเมินสถานะการถูก คุกคามทั้ง 19 ชนิดนั้น เปนพืชถ่ินเดียว 13 ชนิด โดยไดรับ พชื 2 ชนิดในพื้นที่ปกปกฯ (ตารางท่ี 1) ปรากฏ การประเมินตามเกณฑในป พ.ศ. 2537 (IUCN 1994; ใน Chamchumroon และคณะ (2017) วาไดรับการ Chamchumroon และคณะ 2017) เปนพชื ถิ่นเดยี วและหา ประเมินตามเกณฑ IUCN (2001) ป พ.ศ. 2544 ไดแก ยาก จํานวน 6 ชนิด ไดแก บุกแม็กซเวลล ขางปอยเอราวัณ อรพิม (Lysiphyllum winitii (Craib) de Wit) อยูใน (Acalypha pleiogyne Airy Shaw) กาหลงเขา (Bauhinia สถานะพืชท่ีเปนกังวลนอยท่ีสุด (least concern-LC) viridescens Desv. var. hirsuta K. Larsen & S. S. Larsen) และ มะลิวัลยเถา (Jasminum siamense Craib) อยู เครือเขาขมนอย (Heterostemma siamicum Craib) ในกลุมพืชท่ีใกลถูกคุกคาม (near threatened-NT) แต กะเพราหินปูน (Plectranthus albicalyx S. Suddee) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
46 พืชท้ังสองชนิดเปนพืชถ่ินเดียวของประเทศไทยจึงควร ชนิดท่ีคณะสํารวจพบในป พ.ศ. 2552 แตยังไมพบในป ไดรับการอนุรกั ษเชน เดียวกับพืชชนดิ อ่ืนในรายงานนี้ พ.ศ. 2562 ซ่ึงอีก 3 ชนิดท่ียังไมพบเชนกัน ไดแก บุก แม็กซเวลล อั้วคางยาว และกะเพราหินปูน ท้ังนี้คณะ van Do และคณะ รายงานในป พ.ศ. 2557 สาํ รวจจะไดติดตามหาพืชเหลาน้ีในพ้ืนท่ปี กปกฯ เพ่มิ เติม (2014) วา Aristolochia kerrii Craib เปนช่ือพองของ อยางนอยใหครบรอบ 1 ป โดยเฉพาะในชวงฤดูฝนซึ่งเปน กระเชาปากเปด A. cambodiana Pierre ex Lecomte ระยะทพี่ ืชในบริเวณน้มี กี ารเจรญิ เติบโตเตม็ ท่ี ซึ่งพบไดในกัมพูชา ประเทศไทย และเวียดนาม อยางไรก็ ตาม Chamchumroon และคณะ ยังคงรายงานในป พ.ศ. เนื่องจากพื้นที่ปกปกฯ เปนปาเบญจพรรณ ปา 2560 (2017) วา A. kerrii Craib เปนพืชถ่ินเดียวหายาก เต็งรงั และปาดิบแลง มีชวงฝนแลงยาวนาน ท้ังยังมคี วาม (+R) ดังนั้นตามขอมูลในปจจุบันกระเชาปากเปดจึงเปน เสี่ยงตอการเผาปา ซ่ึงทําใหเกิดไฟไหมปาที่รุนแรงและ พชื หายากของประเทศไทย แตไ มใ ชพ ืชถน่ิ เดยี ว (-RT) ยาวนาน เนื่องจากมีใบไมแหงสะสมจํานวนมาก เปน เช้ือเพลิงอยา งดี (โพสตทูเดย 2557, อทุ ยานแหงชาติ สตั ว ในกรณีคลายกัน Chamchamroon และคณะ ปา และพันธุพืช, กรม 2560 และวิทยุโทรทัศนไทยทีวีสี (2017) รายงานวา เปอยหิน (Homalium glabrifolium ชอง 3, สถานี 2562) ท่ีสําคญั กวานั้น กรมทรัพยากรธรณี E. T. Geddes) เปนพืชถิ่นเดียวและอยูในสถานะท่ีมี (ทรัพยากรธรณีเขต 3 (ปทุมธานี), สํานักงาน 2557) แนวโนมใกลสูญพันธุ แต Harwood (2015) รายงานวา รายงานวาพบหินปูนยุคออรโดวิเชียน มีลักษณะเปนดาน H. glabrifolium เปนชื่อพองของ H. grandiflorum หินปนู (lapie limestone) ในพ้ืนท่ี ต. ทากระดาน อ. ศรี Benth. ซึ่งมีถ่ินกระจายพันธุในอินโดจีน เมียนมาร สวัสด์ิ จ. กาญจนบุรี ซ่ึงธวัชชัย สันติสุข (2548) รายงาน ตอนลา ง คาบสมุทรมาเลเซีย และอินโดนเี ซีย เปอ ยหินจึง ว า ป า หิ น ปู น เ ป น ห นึ่ ง ใ น ถิ่ น ท่ี อ ยู ท่ี มี ร ะ บ บ นิ เ ว ศ อั น ไมจัดเปน พืชถ่ินเดียว แตยังคงสถานะท่ีมีแนวโนมใกลสูญ เปราะบาง (fragile habitat) เม่ือพื้นท่ีถูกรบกวน สังคม พนั ธุ (-VU) อยา งนอ ยในพืน้ ที่ประเทศไทย พืชภูเขาหินปูน (limestone vegetation) เปลี่ยนสภาพ ไดง า ยจนเกดิ การเปล่ยี นแปลงของจาํ นวนประชากรพรรณ มะพราวเตา และอั้วคางยาว อยูในสถานะท่ีมี พืช จึงเปนท่ีนากังวลวาพืชหายาก และพืชอ่ืนๆ หลาย แนวโนมใกลสูญพันธุ ตามเกณฑของ IUCN และ ชนิด อาจสูญพันธุไปจากพ้ืนท่ีปกปกฯ หรือชะงักการ ขณะเดียวกันก็ถูกจัดอยูในบัญชี 2 (Appendix II) ของ เจรญิ เติบโต และอาจมีผลกระทบตอ การกระจายพนั ธุ CITES (เชนเดียวกับกลว ยไมทกุ ชนิดในประเทศไทย; ยอด หญิง สอนสุภาพ และสุมาลี ทองดอนแอ 2560) ซ่ึง สรปุ ผลการศกึ ษา สามารถดําเนินการคาไดโดยมีระบบการควบคุม เพ่ือ ปอ งกันไมใหม ีการใชประโยชนทมี่ ากเกินไป จนสงกระทบ พ้ืนที่ปกปกพันธุกรรมพืช โครงการอนุรักษ ตอการอยูรอดของชนิดพันธุ โดยตองไดรับใบอนุญาต พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ สงออกเพ่ือเปนการรับรองวาการสงออกนั้นไมกระทบตอ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เขื่อนศรีนครินทร การดํารงอยูของชนิดพันธุตามธรรมชาติ (แสงจันทร มา จังหวัดกาญจนบุรี เปนพื้นท่ีปาหินปูนที่มีระบบนิเวศ นอ ย 2556) เปราะบาง อีกทัง้ ในแตละปยังผา นชวงแลงยาวนานและมี การเผาปา ชนิดพันธุพืชในพื้นที่จงึ มีความเส่ียงตอการสูญ ในจํานวนพืชในพนื้ ท่ีปกปกฯ ท่ีไดรับการประเมิน พันธุหากไมไดรับการอนุรักษอยางเรงดวน ทั้งน้ี คณะ สถานะ 19 ชนิด มี 1 ชนดิ คือ สตั ฤาษี ที่เดมิ มีสถานะ “หา สาํ รวจพบวามีพืชหายากใกลสูญพันธุ โดยเปนพืชถ่ินเดียว ยากในประเทศไทย (–RT)” (ราชันย ภูมา 2551; Pooma ของประเทศไทย ไมพบในประเทศอ่ืนถึง 12 ชนิด และ et al 2005; Santisuk et al 2006) แตในป จจุ บัน ไม มี ชนิดที่มีสถานะถูกคุกคามในระดับสูงสุด ไดแก จอกหิน สถานะถกู คกุ คาม (ปา ไม, กรม ม.ม.ป., Chamchumroon ตะนาวศรี รวมท้ังมีพืช 2 ชนิดรวมท้ังกลวยไมทุกชนิดใน และคณะ 2017) อยางไรก็ตาม สัตฤาษีเปนพืช 1 ใน 4 พื้นท่ีปกปกฯ อยูในบัญชี 2 ในบญั ชี CITES อีกดวย ซ่ึงทํา ใหพื้นท่ีแหงนี้เปนพื้นที่ท่ีควรไดรับการดูแลอยางใกลชิด การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 784
Pages: