325 ภาพที่ 7 หอยทะเลจิ๋วที่พบบรเิ วณเกาะคราม จังหวดั ชลบุร:ี 73: Chrysallida piscatorum, 74: Chrysallida sp., 75: Colsyrnola brunnea, 76: Herviera gliriella, 77: Odostomia goniostoma, 78: Odostomia opace, 79: Pyrgulina shigeeyasui, 80: Pyrgulina sp.1, 81: Pyrgulina sp.2, 82: Turbonilla cf. icela, 83: Turbonilla sp., 84: Acteocina fusiformis, 85: Acteocina gordonis, 86: Acteocina sp. การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
326 สรปุ ผลการศกึ ษา Triphoroidea). Quaderni della Civica Stazione หอยทะเลจ๋ิวและหอยทะเลขนาดเลก็ ท่ีพบบริเวณเกาะ Idrobiologica di Milano. 262 pp. Chen, W.D. and Lee, Y.J. (2007). Mini-shells and คราม จังหวัดชลบุรี รวมท้ังหมด 6 อันดับ (orders) 19 วงศ Small Shells of Hengchun Peninsula, Taiwan. (families) 53 สกุล (genera) 83 ชนิด (species) บริเวณ Pindong Xian 293 pp. หาดหนาบาน มีความหลากชนิดของหอยมากท่ีสุดคือ 44 Geiger, D. L., Marshall, B., Ponder, W., Sasaki, T. and ชนิด ลําดับถัดมาคือ หาดตนเรียบ 42 ชนิด และอาวพุดซา Waren, A. (2007). Techniques for collecting, วัน ซ่ึงพบความหลากชนิดของหอยต่ําท่ีสุดคือ 19 ชนิด โดย handling, and preparing small molluscan วงศของหอยทะเลจ๋ิวและหอยทะเลขนาดเล็ก ท่ีพบใน specimens. Molluscan Research, 27 (Special ก า ร ศึ ก ษ า ม า ก ท่ี สุ ด คื อ ว งศ Pyramdellidae, ว งศ Issue), 1-50. Triphoridae และวงศ Rissoidae ซึ่งพบจํานวน 13 ชนิด, Kaplan, D.L. (1998). Mollusk shell structures: Novel 12 ชนดิ และ 11 ชนิด ตามลาํ ดบั ซึ่งลกั ษณะพืน้ ทท่ี ่ีแตกตาง design strategies for synthetic materials. กนั มีผลตอ ชนิดของหอยทะเลจิว๋ Current Opinion in Solid State and Material. กิตตกิ รรมประกาศ Science. 3: 232-236. Okutani, T. (2000). Marine Mollousks in Japan. งานวิจัยน้ีไดรับทุนสนับสนุนจากงบประมาณรายไดเ งนิ Tokai University Press. 1173 pp. อุดหนุนรัฐบาล (งบประมาณแผนดิน) ประจําปงบประมาณ Poppe, G.T. (2008a). Philippine Marine Mollusks: พ.ศ. 2560 มหาวทิ ยาลัยบูรพา ผานสํานกั งานคณะกรรมการ Volume I (Gastropoda-Part I). ConchBooks. 758 วิจัยแหงชาติ เลขที่สัญญา 185/2560 ทางผูวิจัยใคร pp. ขอขอบพระคุณมา ณ ท่ีน้ี ขอขอบพระคุณ โครงการอนุรักษ Poppe, G.T. (2008b). Philippine Marine Mollusks: พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ Volume II (Gastropoda-Part II). ConchBooks. รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี หนว ยบัญชาการสงคราม 665 pp. พิเศษทางเรอื (นสร.) กองเรือยุทธการ ท่ีใหความอนเุ คราะห Poppe, G.T. (2008c). Philippine Marine Mollusks: ในการเขาถึงพื้นที่และการเก็บตัวอยาง นางสาวรัตนาวดี Volume III (Gastropoda-Part III). ConchBooks. ฑีฆะวงษ รวมถึงนิสิตภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร 488 pp. มหาวิทยาลัยบูรพาใหการชวยเหลือในการเก็บตัวยาง Robin A. (2008). Encyclopedia of Marine ตลอดจนภาควิชาวิทยาศาสตรทางทะเล คณะประมง Gastropods. ConchBooks. 480 pp. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร จนงานวิจัยน้ีสําเร็จลุลวงไปได Sasaki, T. (2008). Micromollucs in Japan: ดวยดี Taxonomic composition, habitats, and future เอกสารอา งอิง topics. Zoosymposia, 1: 147-232 ไพลิน จติ รชมุ และ ธรี พงศ ดวงดี (2548). ความหลากหลาย ของชนิดหอยทะเลและการแพรกระจายในแนวปะการัง บริเวณเกาะครามและเกาะครามนอ ย จ. ชลบรุ .ี การ ประชุมวชิ าการมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ครง้ั ท่ี 43. กรงุ เทพฯ, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. ศรารตั น ทานะมัย, พงษร ตั น ดํารงโรจนว ฒั นา (2554). หอยจิ๋วบรเิ วณเกาะสีชังจงั หวดั ชลบรุ ี. เรื่องเตม็ การ ประชมุ วิชาการ ครง้ั ท่ี 49 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร เลมท่ี 5 สาขาวิทยาศาสตร. กรุงเทพฯ, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร. หนา 538-544. Cecalupo A. and Perugia I. (2011). Family Cerithiopsidae H. Adam & A. adams, 1853 in the Central Philipines (Caenogastropoda: การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
327 ความหลากหลายทางพันธุกรรมของขา ววชั พืชจากลักษณะทางสัณฐานวิทยา GENETIC DIVERSITY OF WEEDY RICE FROM MORPHOLOGICAL CHARACTERS กฤติกา แกวจํานง1*, เสาวภา ดวงปาน2, จรสั ศรี นวลศร2ี และ ขวัญ นวลเจรญิ 1 Krittika Kaewchumnong1*, Saowapa Duangpan2, Charassri Nualsri2 and Kwan Nualcharoen1 1ภาควชิ าชวี วิทยา คณะวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112 2ภาควิชาพชื ศาสตร คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112 1Department of Biology, Faculty of Science, Prince of Songkla University, Hat Yai, Songkhla 90112 2Department of Plant Science, Faculty of Natural Resources, Prince of Songkla University, Hat Yai, Songkhla 90112 บทคัดยอ ศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาววัชพืชจากแปลงนาใน 4 จังหวัดภาคใต ไดแก สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎรธานี โดยศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา 24 ลักษณะ แบงเปนลักษณะทางคุณภาพและปริมาณอยางละ 12 ลักษณะ ทําการวิเคราะหความหลากหลายทางพันธุกรรมระหวางแปลงของขาววัชพืชและขาวปลูกดวยวิธี holistic parsimony โดยใชขาวปา (Oryza rufipogon Griff.) เปน out-group พบวา ในภาพรวมขา ววชั พืชจากแปลงนาท้งั 4 จงั หวัด มีความใกลชิดกันและจัดเปนกลุมอยูภายในขาวปลูก และเม่ือทําการวิเคราะหความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาววัชพืช ภายในแปลงของ จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎรธานี พบวา ในภาพรวมขาววัชพชื มีความผันแปรสงู และอาจมีขา ว วชั พืชหลายรุน ขนึ้ ในแปลงเดียวกัน โดยขาววชั พชื จากแปลงใน จ. สุราษฎรธ านี มคี วามใกลชดิ กนั ภายในแปลงมากกวา ขา ววัชพืชจาก จ.พทั ลุง และนครศรธี รรมราช ประมาณ 1 ใน 3 Abstract Genetic diversity of weedy rice from rice fields in four provinces of southern Thailand, i.e. Songkhla, Phatthalung, Nakhon Sri Thammarat and Surat Thani was studied. Twenty-four morphological characters were recorded, dividing into 12 qualitative and 12 quantitative characters. Genetic diversity of weedy and cultivated rice in different rice fields was analyzed by holistic parsimony method using wild rice (Oryza rufipogon Griff.) as an out-group. Overall result shows that weedy rice from the four provinces form a related group nested within cultivated rice. Genetic diversity analyses of weedy rice within the same field in Phatthalung, Nakhon Sri Thammarat and Surat Thani provinces show that there is high genetic variation in general and there can be many generations of weedy rice growing together in the same field. Furthermore, weedy rice in the same field from Surat Thani province is more closely related to each other than weedy rice in the same field from Phatthalung and Nakhon Sri Thammarat provinces for approximately one-third in proportion. คาํ สาํ คัญ: ความหลากหลายทางพันธกุ รรม, ขา ววชั พชื , ภาคใตข องไทย, ลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยา, holistic parsimony Keywords: genetic diversity, weedy rice, southern Thailand, morphological characters, holistic parsimony *ตดิ ตอ นกั วิจยั : กฤติกา แกว จาํ นง (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Krittika Kaewchumnong (E-mail: [email protected]) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
328 บทนาํ 2. การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมจากลักษณะ ขาววัชพืช (weedy rice, Oryza sativa f. sponta- ทางสัณฐานวิทยา ศึกษาลักษณะเมล็ดและลักษณะของตน ขาวโดยทําการเก็บขอมูลลักษณะทางคุณภาพ 12 ลักษณะ nea) เกิดจากการผสมขามระหวางขาวปลูก (crop rice, ไดแก สีกาบใบ สีแผนใบ สขี อ ตอ ใบ สีหใู บ สีล้ินใบ รูปรางลน้ิ Oryza sativa L.) และขา วปาสามัญ (common wild rice, ใบ สีปลอง สีเปลือกเมล็ด ลักษณะขนบนเปลือก สีหางเมลด็ Oryza rufipogon Griff.) (จรรยา และคณะ, 2553) โดยมี ขาว รูปรางเมล็ดขาวกลองและสีเมล็ดขาวกลอง และ อัตราการผสมขามระหวางขาวปลกู กับขาวปาระหวาง 2-3% ลักษณะทางปริมาณ 12 ลักษณะ ไดแก ความยาวลิ้นใบ มีชื่อเรียกแตกตางกันในแตละทองถ่ินวา “ขาวหาง ขาวดีด ความกวางใบ ความสูงลําตน เสนผาศูนยกลางลําตน ความ ขาวเดง ขาวนก ขาวลายหรือขาวแดง” (จรรยา, 2547) เคย ยาวเมล็ดขาวเปลือก ความกวางเมล็ดขาวเปลอื ก อัตราสวน ระบาดในประเทศไทยที่ จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช ความยาวตอความกวางเมล็ดขาวเปลือก ความยาวหาง ปราจนี บุรี และพษิ ณโุ ลกในป พ.ศ. 2518 และพบการระบาด ขาวเปลือก ความยาวเมล็ดขาวกลอง ความกวางเมล็ดขาว รุนแรงอกี คร้งั เมื่อป พ.ศ. 2544 ท่ี จังหวัดกาญจนบุรี และได กลอง อัตราสวนความยาวตอความกวา งเมลด็ ขาวกลองและ ขยายวงกวางของการระบาดออกไปเรื่อยๆ (กรมการขาว, นาํ้ หนัก 100 เมลด็ 2562) จากการศึกษาผลผลติ ขาวจากแปลงเกษตร 4 ภาคใน 3. การวิเคราะหขอมูลและสรางเดนโดรแกรม นําขอมูลท่ี ป พ.ศ. 2546-2548 พบระดับการปนของขาววัชพืชท่ีมีเย่ือ ไดมาวเิ คราะหโดยใชโ ปรแกรม Mesquite version 3.6 โดย หุมเมล็ดสีแดงมากกวา 0.2% มากท่ีสุดในเขตภาคกลาง แปลงลักษณะทางคุณภาพเปนตัวเลขใหแตละลักษณะมี (65.79%) และภาคใต (65.93%) ซึ่งเมล็ดเหลาน้ีไมสมควร คะแนนหางกัน 1 หนวย หากลักษณะมคี วามใกลเคยี งกันจะ นําไปใชทําพันธุตอ (อัญชลี และคณะ, 2550) นอกจากน้ี ใหคะแนนหางกัน 0.5 หนวย เชน สีเขียวใหค ะแนนเปน 1 สี ยังพบ ขาววัชพืชในหลายประเทศท่ัวโลก ทั้งในทวีปอเมรกิ า เขียวออนใหคะแนนเปน 1.5 เปนตน ทําการวิเคราะหความ เหนือและใต ยุโรปตอนใต รวมท้ังเอเชียใตและเอเชีย หลากหลายทางพันธุกรรมโดยใชวิธี holistic parsimony ตะวันออกเฉียงใต (He et. al., 2017) ลักษณะของขาว และสรางเดนโดรแกรมแสดงความสัมพันธระหวางขาวปลูก วัชพืชน้ันมักมีลําตนสูง เมล็ดรวงงาย มีระยะพักตัวนานและ และขาววัชพืชจากท้ัง 4 จังหวัดโดยใชขาวปาเปน out- มีเยื่อหุมเมล็ดสีแดง (Nadir et. al., 2017) การที่เมล็ด group และเดนโดรแกรมแสดงความหลากหลายทาง ขาวสารมีสีแดงเม่ือข้ึนปนกับขาวปลูกจึงทําใหขาวที่ไดมี พันธุกรรมของขาววัชพืชภายในแปลงเดียวกันจาก จังหวัด คุณภาพต่ําและขายไดในราคาที่ตํ่าลง นับวาเปนภัยเงียบท่ี พทั ลุง นครศรธี รรมราช และสรุ าษฎรธานี คุกคามผลผลิตของชาวนา เน่ืองจากเร่ิมตนเขามาเพียงไมกี่ ผลและวจิ ารณผลการทดลอง ตนแตสามารถขยายพันธุเพ่ิมขึ้นมากในเวลาเพียง 2-3 ป 1. ความสมั พนั ธระหวางขา วปลูกและขา ววชั พืช เทาน้ัน และในบางทองที่อาจทําใหผลผลิตเสียหายไดถึง 100% (จรรยา, 2547) ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของขาวปลูก ขาววัชพืชและ ขาวปา แสดงไดดังตารางที่ 1-3 สวนลักษณะอ่ืนๆ พบวา การทดลองน้ีมีจุดประสงคเพื่อประเมินความหลาก ขาวปลูกและขาววัชพืชจากทุกจังหวัดมีสีกาบใบและสีแผน หลายทางพนั ธุกรรมของขาววัชพืชจากแปลงนาใน 4 จงั หวดั ใบเปนสีเขียว สีขอตอใบและสีหูใบสีเขียวออน สีล้ินใบเปน สี ภาคใต ไดแก สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร ขาว และรูปรางล้ินใบมี 2 ยอดท้ังหมด สวนขาวปาพบวามีสี ธานี เพือ่ ใชเ ปน ขอมูลพ้ืนฐานในการจัดการขาววชั พืชตอไป กาบใบเปน สีมวง สีแผน ใบเปน สเี ขียว สขี อ ตอใบสมี วงออน สี อปุ กรณแ ละวธิ กี ารทดลอง หูใบสีมวง สีล้ินใบมีลักษณะเสนมวง และรูปรางล้ินใบมี 2 1. การเก็บตวั อยางขา ว ทําการเกบ็ ตวั อยางขา วปลูกและขาว ยอด สวนลักษณะอ่ืนๆ ของขา วเปลือกจากขาวปลกู และขาว วั ช พื ช จ า ก แ ป ล ง น า ใ น เ ข ต จั ง ห วั ด ส ง ข ล า พั ท ลุ ง วัชพืชพบวา ขนบนเปลือกเปนขนส้ันทั้งหมด ยกเวนขนบน นครศรธี รรมราช และสรุ าษฎรธ านี จังหวัดละ 5 แปลง แปลง เปลือกของขาววัชพืชแปลงที่ 4 และ 5 ของ จังหวัดสงขลา ละ 5 ตน เพ่ือใชศึกษาความสัมพันธระหวางขาวปลูกและ ซ่ึงมีขนยาว และสีหางหากมีหางเปนสีฟางทั้งหมด สวน ขาววัชพืช และเก็บตัวอยางขาววัชพืชจาก จังหวัดพัทลุง ลกั ษณะขาวเปลือกของขาวปา พบวาขนบนเปลอื กเปนขนส้ัน นครศรีธรรมราชและสุราษฎรธานี จังหวัดละ 1 แปลงๆ ละ และสีหางเปนสีฟางเชน เดียวกนั 30 ตน เพอ่ื ใชศ ึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของขาว วัชพืชภายในแปลงเดียวกัน และไดรบั ความอนุเคราะหเ มลด็ เม่ือทําการวิเคราะหขอมลู ทางพันธกุ รรม สามารถสรา ง พนั ธุขา วปาสามญั จากศนู ยวิจยั ขา วปราจนี บรุ ี เดนโดรแกรมแสดงความสัมพันธระหวางขาวปลูกและขาว วัชพชื จากท้งั 4 จงั หวดั ไดดงั ภาพท่ี 1 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
329 เมื่อเปรียบเทียบการศึกษาในคร้ังน้ีกับการศึกษาของ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของขาววัชพืชภายในแปลง อัญชลี และคณะ (2550) ที่ศึกษาลักษณะของขาววัชพืชที่มี เดียวกนั ของจงั หวัดพัทลงุ นครศรธี รรมราชและสรุ าษฎรธานี เย่ือหุมเมลด็ สีแดงในประเทศไทย พบวา ความกวางใบ ความ แสดงไดดังตารางท่ี 4 เม่ือนําขอมูลมาทําการวิเคราะหจะได ยาวเมล็ดขาวเปลือกและความยาวเมล็ดขาวกลองของ เดนโดรแกรมแสดงความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาว การศึกษาในคร้ังน้ีอยูในชวงของผลที่ไดจากการศึกษาของ วัชพืชภายในแปลงเดยี วกันของทัง้ 3 จังหวัด ดังภาพท่ี 2-4 อัญชลี และคณะ (2550) คือ ความกวางใบอยูระหวาง 0.5- 2.8 ซม. ความยาวเมล็ดขาวเปลือกอยูระหวาง 7.19-10.89 จากเดนโดรแกรมพบวาขาววัชพืชจากท้ัง 3 จังหวัดมี ซม. และความยาวเมล็ดขา วกลองอยูระหวา ง 5.09-8.94 ซม. ความผันแปรทางพันธุกรรมภายในแปลงสูง ซึ่งสังเกตไดจ าก สวนความสูงลําตนซ่ึงในงานของอัญชลี และคณะ (2550) เดนโดรแกรมทไี่ มสามารถจดั เปน กลมุ ไดอยางชดั เจน ซ่ึงอาจ พบวาอยูระหวาง 82-239 ซม. เมื่อเปรียบเทียบกับผลที่ได เกิดจากการมีขาววัชพืชหลายรุนท่ีเจริญเติบโตพรอมกัน จากการศึกษาในครัง้ น้พี บวาความสูงลําตนขาวจากบางแปลง ภ า ย ใน แ ป ล งเ ดี ย ว กั น โ ด ย ข า ว วั ชพื ชจ า ก จั งห วั ด ของขาววัชพืชจาก จังหวัดสงขลา มีคานอยกวา 82 ซม. ซึ่ง นครศรีธรรมราช และสุราษฎรธานี ที่จับกลุมเปน 2-4 กลุม อาจเกิดจากการเก็บตัวอยางขาวในชวงท่ีตนขาววัชพืชยัง ยอยอาจเกิดจากการเก็บตัวอยางในบริเวณที่ใกลๆ กัน เจริญเติบโตไมเ ต็มท่ี ภายในแปลง แสดงใหเห็นวาขาววัชพืชตนท่ีขึ้นอยูใกลเคียง กันจะมีความใกลชิดทางพันธุกรรมมากกวาตนท่ีข้ึนอยูหาง จากภาพที่ 1 เม่ือวิเคราะหความสัมพันธระหวางขาว กัน ซึ่งอาจเกิดจากเมล็ดขาววัชพืชจากตนแมเดียวกันตกลง ปลูกและขาววัชพืชจากท้ัง 4 จังหวัด พบวา ขาววัชพืชจาก ในดินจึงทําใหเกิดเปนขาววัชพืชรุนถัดมาท่ีข้ึนอยูใกลชิดกัน ท้ัง 4 จังหวัดเกาะกลุมกัน แสดงถึงความใกลชิดกันทาง นอกจากน้ีจากการเปรียบเทียบมาตรวัดความยาวของเสน พันธุกรรมท่ีมีความใกลชิดกันเองมากกวาระหวางขาววัชพืช เดนโดรแกรมพบวา ขาววัชพืชจากแปลงใน จังหวัดสุราษฎร และขาวปลูกภายในแปลงเดียวกัน ซ่ึงแสดงใหเห็นวาขาว ธานี มีความใกลชิดทางพันธุกรรมกันภายในแปลงมากกวา วัชพืชจากทั้ง 4 จังหวัดซ่ึงเกิดจากการผสมขามระหวางขาว ขา ววชั พืชจาก จังหวดั พทั ลงุ และนครศรีธรรมราช ประมาณ ปาและขา วปลกู ยงั มพี นั ธกุ รรมที่คลา ยคลงึ กบั ขา วปามากกวา 1 ใน 3 ซ่ึงแสดงใหเห็นถงึ การเริ่มระบาดของขา ววัชพืชจึงทํา ขาวปลูกที่พบในนา นอกจากน้ีเมล็ดขาววัชพืชจากนาบาง ใหยังมพี ันธกุ รรมทใี่ กลเคยี งกัน ซ่งึ อาจเกิดหลังการระบาดใน แปลงใน จังหวัดสงขลา และนครศรีธรรมราช ยังมีหาง จงั หวดั พัทลุงและนครศรธี รรมราช คอนขางยาว ซึ่งเปนลักษณะท่ีพบไดในขาวปาอีกดวย เม่ือ เมล็ดขาววัชพืชที่ข้ึนในนาตกลงในนาขาวและงอกเปนตน สาเหตุหน่ึงของการระบาดของขาววัชพืชคือการทํานา ใหมแลวเกิดการผสมขามกับขาวปลูกในนาไปหลายๆ รุน หวา น (direct seeding) การทีไ่ มมีการขงั นํ้าใหท วมวชั พชื ซง่ึ ขาววัชพืชในรุนหลังๆ จะมีลักษณะท่ีคลายคลึงกับขาวปลูก อาจงอกกอนหรือพรอมๆ กับขาวทําใหขาวปลูกและขาว มากข้นึ เชน เมลด็ ไมม หี าง ลําตน เปน สีเขยี วออนและเปลือก วัชพืชงอกพรอมกัน และไมสามารถแยกความแตกตางจาก หุม เมลด็ เปน สฟี าง เปน ตน กันไดในระยะตนกลา โดยตนกลาขาวปลูกสามารถแขงขัน กับวัชพืชไดนอยกวา และขาววัชพืชสามารถปรับตัวและ Wongtomee และคณะ (2017) รายงานวาความผัน ทนทานตอสภาพแวดลอมที่หลากหลายไดดีกวาขาวปลูก แปรทางพนั ธุกรรมและลักษณะท่แี สดงออกรวมถึงโครงสราง (Nadir et. al., 2017; Olajumoke et. al., 2016) ก า ร ประชากรของขาววชั พืชมกี ารเปลย่ี นแปลงไปตามระยะเวลา ปองกันกําจัดขาววัชพืชทําไดโดยการเลือกใชเมล็ดพันธุ เมื่อเวลาผานไป 5 ปขาววัชพืชจะมีลักษณะคลายกับขาว มาตรฐานท่ีไมมีขาววัชพืชปลอมปน การทําความสะอาด ปลูกท่ีข้ึนอยูดวยกันมากข้ึน ในแถบเอเชียใกลเสนศูนยสูตร เคร่ืองจักรกลการเกษตร การลอ ใหขา ววัชพชื งอกแลว ไถกลบ ขาววัชพืชเกิดจากการผสมขามจากขาวปา ในขณะที่ใน การปลูกขาวโดยวิธีปกดําและโยนกลา การตรวจตัดขาว ประเทศจีนและสหรฐั อเมรกิ าขาววชั พืชเกิดจากการกระจาย วัชพืช การเล้ียงเปดไลทุงใหกินเมล็ดขาววัชพืช และการใช ตัวของขา วปลูกเขา ไปในธรรมชาติ (de-domestication) ซงึ่ สารกําจัดวัชพืช (กรมการขาว, 2562) อยางไรก็ตามขาว เกิดรวมกับกระบวนการ genetic bottleneck และพบวา วัชพืชมีความใกลชิดทางพันธุกรรมกับขาวปลูกและมีความ ขาววัชพืชในสหรัฐอเมริกามคี วามหลากหลายทางพันธกุ รรม หลากหลายทางพันธุกรรมสงู มาก จึงไมสามารถใชวิธีการใด ต่ํา (Sun et. al., 2019; Vigueira et. al., 2019) วิธีการหนึ่งในการควบคุมขาววัชพืชได (จรรยา และคณะ, 2. ความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาววัชพืชภายใน 2553) ตองใชหลายวิธีการผสมผสานกันจึงจะทําใหการ แปลงเดียวกัน ปอ งกันกาํ จัดไดผ ล นอกจากน้ี การที่ขาววัชพืชเปนลูกผสมระหวางขาวปา และขาวปลูกจึงเปนแหลงพันธุกรรมของลักษณะตางๆ จาก การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
330 ขา วปาทส่ี ามารถใชใ นการปรับปรงุ พนั ธุขา วปลกู ได เชน การ ธานี จากลักษณะทางสัณฐานวิทยา พบความหลากหลาย ทนตอสภาพแวดลอมที่ไมเหมาะสม การตานทานศัตรูพืช ทางพันธุกรรมใน 18 ลักษณะจาก 24 ลักษณะ โดยขาว และการเพ่ิมผลผลิต (Jia and Gealy, 2018; Nadir et. al., วัชพืชจากทั้ง 4 จังหวัดมีความใกลชิดกันเองทางพันธุกรรม 2017) โดย Liu และคณะ (2015) ไดมีการคนพบยีน มากกวา ระหวา งขา ววชั พืชและขา วปลูกภายในแปลงเดียวกนั ตา นทานโรคไหม (rice blast disease) ในขาววชั พืช และจากการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาว สรปุ ผลการทดลอง วชั พชื ภายในแปลงเดยี วกนั พบวามีความผันแปรสูง โดยขา ว วัชพืชจากจังหวัดสุราษฎรธานี มีความใกลชิดกันภายใน จากการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของขาว แ ป ล ง ม า ก ก ว า ข า ว วั ช พื ช จ า ก จั ง ห วั ด พั ท ลุ ง แ ล ะ วชั พืชใน จงั หวดั สงขลา พทั ลุง นครศรธี รรมราชและสุราษฎร นครศรธี รรมราช ประมาณ 1 ใน 3 ตารางท่ี 1 ลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยาของตนขาวจากขาวปลกู ขาววัชพชื และขาวปา จงั หวัด แปลงท่ี พนั ธขุ าว สีปลอ ง ความยาวล้นิ ความกวาง ความสงู ลาํ เสนผา ศนู ยกลาง ใบ (ซม.) ใบ (ซม.) ตน (ซม.) ลาํ ตน (ซม.) สงขลา 1 เฉ้ียงพทั ลงุ เขียวออ น 2.60 1.18 85.60 0.44 ขา ววชั พชื เขยี ว 1.92 0.88 58.10 0.58 2 เหมระ เขยี วออ น 2.30 1.06 84.80 0.38 ขา ววัชพชื เขียว 1.88 0.83 49.50 0.70 3 ปทุมธานี 1 เขยี วออ น 2.20 0.88 60.30 0.29 ขา ววัชพชื เขยี ว 1.50 1.00 56.80 0.42 4 ปทุมธานี 1 เขยี วออ น 1.54 0.73 64.60 0.42 ขาววัชพชื เขยี วออ น 1.98 0.77 79.14 0.36 5 พิษณุโลก เขียวออ น 1.96 0.74 64.32 0.48 ขา ววัชพชื เขยี วออ น 1.90 0.88 82.64 0.48 ตารางที่ 1 ลักษณะทางสัณฐานวทิ ยาของตนขา วจากขา วปลกู ขา ววชั พชื และขา วปา (ตอ ) จงั หวัด แปลงที่ พนั ธขุ าว สปี ลอง ความยาวลนิ้ ความกวาง ความสงู ลํา เสนผา ศนู ยก ลาง ใบ (ซม.) ใบ (ซม.) ตน (ซม.) ลําตน (ซม.) พัทลงุ 1 ชยั นาท เขยี วออ น 1.38 0.84 40.40 0.26 ขา ววชั พชื เขยี ว 2.50 0.80 92.04 0.42 2 กข57 เขยี ว 1.44 0.62 76.04 0.44 ขาววชั พชื เขยี ว 1.58 0.66 97.00 0.40 3 กข29 เขยี ว 2.02 0.98 89.70 0.50 ขา ววชั พชื เขยี วออ น 1.64 1.00 117.00 0.54 4 กข55 เขยี ว 1.70 0.76 68.20 0.50 ขา ววชั พชื เขียว 1.38 0.96 98.60 0.42 5 กข49 เขียว 1.58 1.02 71.96 0.50 ขา ววัชพชื เขียว 1.82 0.80 115.22 0.46 นครศรธี รรมราช 1 กข49 เขียวออ น 1.94 1.26 87.20 0.25 ขา ววัชพชื เขยี ว 1.92 1.12 128.4 0.48 2 กข61 เขียวออ น 2.08 0.94 75.20 0.20 ขา ววัชพชื เขียว 1.56 0.90 98.40 0.25 3 กข47 เขยี วออ น 1.62 0.98 64.40 0.20 ขา ววชั พชื เขียวออ น 2.18 0.76 104.60 0.20 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
331 4 กข41 เขยี วออ น 1.82 0.94 60.00 0.20 ขาววชั พชื เขยี ว 1.62 0.78 107.50 0.20 1.48 1.12 74.20 0.20 5 กข61 เขยี วออ น 1.58 0.94 108.20 0.21 ขาววัชพชื เขียว 2.16 0.78 76.80 0.46 1.84 3.12 102.30 0.42 สรุ าษฎรธานี 1 ปทมุ ธานี 1 เขยี ว 2.32 0.70 75.74 0.32 ขาววัชพชื เขียวออ น 1.92 1.12 117.80 0.46 2.12 0.78 82.00 0.38 2 กข41 เขยี วออ น 1.76 0.85 102.80 0.34 ขา ววชั พชื เขยี ว 1.56 0.87 81.50 0.31 1.98 0.73 107.30 0.45 3 ปทมุ ธานี 1 เขยี ว 1.94 0.82 76.70 0.30 ขาววัชพชื เขียว 1.54 1.00 93.58 0.37 1.02 0.88 19.84 0.35 4 กข41 เขยี ว ขาววชั พชื เขียว 5 ปทมุ ธานี 1 เขยี ว ขา ววัชพชื เขียว ขา วปา มวง หมายเหตุ ลกั ษณะทางปริมาณเปนคา เฉล่ียของตน ขาว 5 ตน ตารางที่ 2 ลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยาของขา วเปลือกจากขา วปลูก ขาววัชพชื และขา วปา น้าํ หนกั ความยาว จงั หวดั แปลง พนั ธขุ า ว สีเปลอื ก ความยาว ความ อตั ราสว น 100 เมล็ด หาง ที่ (มม.) กวา ง ความยาวตอ (ซม.) (มม.) ความกวา ง (กรมั ) ไมม หี าง สงขลา 1 เฉย้ี งพัทลุง ฟางกระนา้ํ ตาล 9.50 2.49 3.82 1.91 12.20 ขาววัชพืช น้ําตาล 7.48 2.74 2.73 2.10 ไมม หี าง 2 เหมระ ฟางกระนาํ้ ตาล 7.66 2.71 2.83 2.01 15.00 ขาววชั พืช น้ําตาล 7.53 2.82 2.67 1.80 ไมมีหาง 3 ปทมุ ธานี 1 ฟาง 11.29 2.55 4.43 2.52 13.74 ขา ววัชพืช นาํ้ ตาล 7.91 2.79 2.84 1.90 ไมม ีหาง 4 ปทมุ ธานี 1 ฟาง 10.89 2.25 4.84 2.80 11.04 ขาววัชพืช นํ้าตาลเขม 8.52 2.84 3.00 2.65 ไมมีหาง 5 พิษณโุ ลก ฟาง 10.86 2.75 3.95 3.02 9.06 ขาววชั พืช นา้ํ ตาลเขม 7.93 2.65 2.99 1.84 ไมม ีหาง พทั ลงุ 1 ชยั นาท ฟาง 10.10 2.44 4.14 3.08 ไมมหี าง ขาววัชพืช ฟางกระนา้ํ ตาล 9.14 2.86 3.20 2.10 ไมมีหาง 2 กข57 ฟาง 10.01 2.64 3.79 3.00 ไมม หี าง ขา ววชั พืช น้ําตาล 9.84 3.04 3.24 1.20 ไมม ีหาง 3 กข29 ฟางกระนํา้ ตาล 10.06 2.50 4.02 2.97 ไมม หี าง ขา ววชั พืช ฟาง 9.08 2.60 3.49 2.53 ไมม หี าง พทั ลงุ 4 กข55 ฟาง 10.02 2.18 4.60 2.49 ไมมหี าง ขาววชั พืช ฟาง 9.70 2.28 4.25 1.80 ไมม หี าง 5 กข49 ฟาง 10.04 2.64 3.80 2.90 ไมม ีหาง ขาววัชพืช ฟางกระนํา้ ตาล 10.05 2.76 3.64 1.40 ไมมีหาง นครศรีธรรม 1 กข49 ฟาง 10.77 2.66 4.05 3.50 ไมมีหาง ราช ขา ววัชพืช น้าํ ตาล 9.44 2.92 3.23 3.52 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
2 กข61 ฟาง 332 3.97 3.34 ไมมีหาง ขาววัชพืช น้าํ ตาล 10.99 2.77 3.37 3.25 ไมมีหาง ฟาง 9.65 2.86 3.95 2.90 ไมม ีหาง 3 กข47 นํา้ ตาล 10.59 2.68 3.57 2.95 5.8 ขา ววัชพืช ฟาง 10.14 2.84 4.11 3.22 ไมม หี าง นา้ํ ตาล 10.47 2.55 2.97 3.12 5.9 4 กข41 ฟาง 8.67 2.92 4.01 3.80 ไมม หี าง ขาววชั พืช น้ําตาล 10.75 2.68 3.55 3.00 ไมม หี าง ฟาง 9.86 2.78 4.45 3.20 ไมมหี าง 5 กข61 ฟาง 10.78 2.42 3.65 2.92 ไมมีหาง ขาววัชพืช ฟาง 10.00 2.74 4.16 3.40 ไมมหี าง ฟาง 10.70 2.57 3.74 2.44 ไมม หี าง สุราษฎรธ านี 1 ปทมุ ธานี 1 9.35 2.50 ขาววัชพืช 2 กข41 ขา ววชั พืช ตารางที่ 2 ลักษณะทางสัณฐานวทิ ยาของขาวเปลอื กจากขาวปลูก ขา ววชั พชื และขาวปา (ตอ ) จงั หวัด แปลง พันธุข าว สเี ปลือก ความ ความกวาง อัตราสว น นํ้าหนกั ความ ที่ ยาว (มม.) ความยาวตอ 100 เมล็ด ยาวหาง (มม.) ความกวา ง (ซม.) สรุ าษฎร 3 ปทมุ ธานี 1 ฟางกระน้าํ ตาล 10.64 2.68 3.97 (กรัม) ไมมีหาง ธานี ขาววชั พืช ฟาง 9.27 2.67 3.47 3.70 ไมมีหาง 4 กข41 ฟาง 10.99 2.68 4.10 2.57 ไมม ีหาง ขาววชั พืช ฟางกระนา้ํ ตาล 10.12 2.67 3.79 4.16 ไมมีหาง 5 ปทุมธานี 1 ฟาง 10.43 2.57 4.06 2.74 ไมม หี าง ขา ววัชพืช ฟางกระนาํ้ ตาล 9.93 2.70 3.68 3.62 ไมมหี าง ขา วปา น้าํ ตาล 9.11 2.12 4.29 2.80 8.10 หมายเหตุ ลกั ษณะทางปริมาณเปนคา เฉล่ียของเมล็ดขาว 5 เมล็ด ยกเวน นํา้ หนกั 100 เมลด็ 1.70 ตารางที่ 3 ลักษณะทางสัณฐานวทิ ยาของขาวกลอ งจากขา วปลกู ขาววชั พืชและขา วปา จังหวัด แปลง พันธุขาว สเี มลด็ รูปรางเมล็ด ความยาว ความกวา ง อัตราสว นความยาว ที่ (มม.) (มม.) ตอความกวาง สงขลา 1 เฉี้ยงพทั ลุง ขาว เรียว 6.60 2.11 3.13 ขา ววชั พืช แดง คอ นขา งปอ ม 5.57 2.38 2.34 2 เหมระ ขาว คอ นขางปอ ม 5.47 2.28 2.40 ขา ววชั พืช แดง คอนขางปอม 5.74 2.34 2.45 3 ปทมุ ธานี 1 ขาว เรียว 7.68 2.21 3.48 ขาววชั พืช แดง คอ นขา งปอม 5.39 2.02 2.67 4 ปทมุ ธานี 1 ขาว เรียว 7.76 2.23 3.48 ขาววัชพืช นํา้ ตาลแดง คอนขางปอม 6.24 2.39 2.61 5 พษิ ณุโลก ขาว เรียว 8.18 2.27 3.60 ขาววชั พืช นา้ํ ตาลแดง คอนขา งปอม 6.12 2.38 2.57 พทั ลุง 1 ชยั นาท ขาว เรียว 7.90 2.00 3.95 ขา ววชั พืช นาํ้ ตาล เรยี ว 6.60 2.00 3.30 2 กข57 ขาว เรียว 7.30 2.00 3.65 ขาววชั พืช นํ้าตาล เรยี ว 5.96 1.90 3.14 3 กข29 ขาว เรียว 7.46 2.00 3.73 ขา ววัชพืช นาํ้ ตาลแดง เรียว 6.68 2.00 3.34 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
333 นครศรีธรรม 4 กข55 ขาว เรยี ว 7.16 2.00 3.58 ราช 5 ขาววชั พืช ขาว เรยี ว 7.02 1.80 3.90 1 ขาว เรียว 7.32 2.00 3.66 2 กข49 นา้ํ ตาล เรยี ว 5.50 1.50 3.67 ขาววชั พืช ขาว เรยี ว 8.20 2.29 3.58 แดง คอ นขางปอ ม 6.88 2.46 2.80 กข49 ขาว เรียว 8.28 2.34 3.54 ขา ววชั พืช แดง คอนขางปอ ม 6.90 2.35 2.94 กข61 ขา ววัชพืช ตารางท่ี 3 ลักษณะทางสัณฐานวทิ ยาของขา วกลองจากขาวปลกู ขา ววชั พืชและขา วปา (ตอ) จังหวดั แปลงท่ี พนั ธขุ าว สีเมล็ด รปู รางเมล็ด ความยาว ความกวาง อตั ราสวนความ (มม.) (มม.) ยาวตอความกวาง นครศรธี รรมราช 3 กข47 ขาว เรยี ว 7.89 2.34 ขาววชั พืช แดง เรียว 7.80 2.41 3.37 4 กข41 ขาว เรยี ว 7.75 2.19 3.24 ขา ววัชพืช แดง คอ นขา งปอ ม 8.67 2.92 3.54 5 กข61 ขาว เรยี ว 7.87 2.26 2.97 ขา ววัชพืช แดง เรยี ว 7.50 2.39 3.48 สรุ าษฎรธานี 1 ปทุมธานี 1 ขาว เรยี ว 7.83 1.94 3.14 ขา ววัชพืช แดง เรยี ว 7.41 2.36 4.04 2 กข41 ขาว เรยี ว 8.23 2.27 3.14 ขา ววชั พืช แดง เรียว 6.93 2.05 3.63 3 ปทุมธานี 1 ขาว เรยี ว 7.47 2.14 3.38 ขา ววัชพืช แดง คอ นขา งปอม 6.69 2.27 3.49 4 กข41 ขาว เรียว 7.65 2.23 2.95 ขาววัชพืช แดง เรียว 7.26 2.27 3.49 5 ปทมุ ธานี 1 ขาว เรยี ว 7.34 2.08 3.20 ขาววชั พืช แดง เรียว 7.00 2.25 3.53 ขาวปา น้าํ ตาลแดง เรยี ว 6.70 1.66 3.11 หมายเหตุ ลักษณะทางปริมาณเปนคาเฉลีย่ ของเมล็ดขา ว 5 เมล็ด 4.04 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
334 ภาพที่ 1 เดนโดรแกรมแสดงความสมั พันธร ะหวา งขาวปลกู และขาววชั พืช SKG: สงขลา; PTT: พทั ลงุ ; NKN: นครศรธี รรมราช; SRT: สุราษฎรธานี; C1-C5: ขา วปลกู จากแปลงที่ 1-5; W1-W5: ขาววัชพืชจากแปลงท่ี 1-5; WILD: ขาวปา ตารางท่ี 4 ลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยาของขา ววัชพืชภายในแปลงเดียวกนั ลกั ษณะ จังหวดั พัทลงุ นครศรีธรรมราช สรุ าษฎรธานี ตนขา ว สีปลอ ง เขียวทง้ั หมด เขยี วท้ังหมด เขียวออ นท้ังหมด ขา วเปลอื ก ความยาวล้นิ ใบ (ซม.) 1.86 ± 0.60 2.06 ± 0.37 ความกวา งใบ (ซม.) 0.84 ± 0.18 1.01 ± 0.10 1.83 ± 0.36 ความสงู ลําตน (ซม.) 85.50 ± 17.07 128.94 ± 3.51 0.91 ± 0.16 เสนผาศนู ยก ลางลาํ ตน (ซม.) 0.39 ± 0.07 0.44 ± 0.09 97.38 ± 10.77 สีเปลือกเมล็ด ฟางกระนํา้ ตาลทง้ั หมด น้ําตาลเขม ทง้ั หมด 0.41 ± 0.05 นํา้ ตาล 28 เมลด็ ความยาวเมล็ดขาวเปลอื ก (มม.) 9.44 ± 0.65 9.44 ± 0.41 นํ้าตาลเขม 2 เมล็ด ความกวา งเมลด็ ขาวเปลอื ก (มม.) 2.86 ± 0.26 2.92 ± 0.13 10.00 ± 0.57 อัตราสวนความยาวตอความกวา ง 3.33 ± 0.42 3.24 ± 0.19 2.74 ± 0.13 ขา วกลอง สีเมลด็ ขาวกลอ ง น้าํ ตาล 20 เมล็ด แดงทัง้ หมด 3.65 ± 0.24 น้ําตาลแดง 10 เมลด็ 6.88 ± 0.30 แดง 23 เมลด็ ความยาวเมลด็ ขาวกลอ ง (มม.) 6.59 ± 0.55 2.46 ± 0.12 น้าํ ตาลออ น 7 เมล็ด ความกวา งเมล็ดขา วกลอ ง (มม.) 2.00 ± 0.02 2.81 ± 0.17 7.41 ± 0.45 อัตราสวนความยาวตอความกวา ง 3.29 ± 0.28 2.36 ± 0.14 หมายเหตุ ลกั ษณะทางปริมาณเปนคา เฉลยี่ ของ 30 ตน/เมลด็ (means ± SD) 3.15 ± 0.20 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
335 ภาพท่ี 2 เดนโดรแกรมแสดงความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของขา ววัชพชื ภายในแปลงเดยี วกนั ใน จงั หวัดพัทลุง ภาพท่ี 3 เดนโดรแกรมแสดงความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของขาววัชพชื ภายในแปลงเดยี วกันใน จงั หวดั นครศรีธรรมราช การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
336 ภาพท่ี 4 เดนโดรแกรมแสดงความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของขาววัชพชื ภายในแปลงเดียวกนั ใน จงั หวดั สรุ าษฎรธานี คําขอบคณุ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของขาว โครงการวิจัยน้ีไดรับการ คณะผูวิจัยขอขอบคุณ คุณซากียะ มอลอ และคุณซากีนะห สนับสนุนจากโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจาก มอลอ ที่ไดชวยในการออกเก็บตัวอยางและเก็บขอมูล พระราชดาํ ริฯ จึงขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี เอกสารอางอิง กรมการขาว. 2562. ขา ววัชพชื . http://www.ricethailand selection of Korean weedy rice. Plant Biotechnol J. 15: 357-366. .go.th/rkb3/title-index.php-file=content.php&id Jia, Y. and D. Gealy. 2018. Weedy red rice has =43-2.htm (1 กันยายน 2562). novel sources of resistance to biotic stress. จรรยา มณโี ชติ. 2547. “ขา ววชั พืช...ภัยคุกคามของ The Crop Journal 6: 443-450. ชาวนา”. จดหมายขา วผลิใบ กาวใหมก ารวิจัยและ Liu, Y., X. Qi., D.R. Gealy, K.M. Olsen, A.L. Caicedo พัฒนาการเกษตร. กรมวชิ าการเกษตร. 7: 9-11. and Y. Jia. 2015. QTL analysis for resistance to จรรยา มณโี ชติ, พนมวัน บุญชวย, อริยา เผา เครอ่ื ง และ blast disease in US weedy rice. Mol Plant- ศนั สนยี จําจด. 2553. การพัฒนาวิธกี ารแบบผสมผสาน Microbe Interact. 28: 834-844. เพื่อกําจัดขา ววัชพืชในนาขา วชลประทานแบบเกษตรกร Nadir, S., H.-B. Xiong, Q. Zhu, X.-L. Zhang, H.-Y. Xu, มสี ว นรว ม. รายงานผลงานวจิ ยั และพัฒนา. กรม J. Li, W. Dongchen, D. Henry, X.-Q. Guo, S, วชิ าการเกษตร. หนา 2768-2796. Khan, H.-S. Suh, D.S. Lee and L.-J. Chen. 2017. อัญชลี ประเสริฐศักด,์ิ อว ม คงชู, ศิรวิ รรณ ตัง้ สุทธวิ จิ ติ ร, สุ Weedy rice in sustainable rice production. A รพล จตั ุพร, อมรรตั น อินทรมนั่ , จติ รกร นวลแกว, อร review. Agron Sustain Dev. 37: 46. สา วงษเ กษม, ประทาย เคนเหล่อื ม และ ปรชั ญา จูฑา https://doi.org/10 .1007/s13593-017-0456-4 มาตย. 2550. การจัดเก็บ รวบรวมขอ มลู ลกั ษณะขาว Olajumoke, B., A.S. Juraimi, Md.K. Uddin, M.H.A. วัชพืชท่ีมเี ย่ือหุมเมลด็ สแี ดงในประเทศไทย. Husni and Md.A. Alam. 2016. Competitive วารสารวชิ าการเกษตร 25(1): 18-30. ability of cultivated rice against weedy rice He, Q., K.-W. Kim and Y.-J. Park. 2017. Population biotypes – A review. Chil J Agr Res. 76: 243- genomics identifies the origin and signatures of 252. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
337 Sun, J., D. Ma, L. Tang, M. Zhao, G. Zhang, W. Wang, J. Song, X. Li, Z. Liu, W. Zhang, Q. Xu., Y. Zhou, J. Wu., T. Yamamoto, F. Dai, Y. Lei, S. Li, G. Zhou, H. Zheng, Z. Ku and W. Chen. 2019. Population genomic analysis and de novo assembly reveal the origin of weedy rice as an evolutionary game. Mol Plant 12: 632-647. Vigueira, C.C., X. Qi, B.-K. Song, L.-F. Li, A.L. Caicedo, Y. Jia and K.M. Olsen. 2019. Call of the wild rice: Oryza rufipogon shapes weedy rice evolution in Southeast Asia. Evol Appl. 12: 93-104. Wongtamee, A., C. Maneechote, T. Pusadee, B. Rerkasem and S. Jamjod. 2017. The dynamics of spatial and temporal population genetic structure of weedy rice (Oryza sativa f. spontanea Baker). Genet Resour Crop Evol. 64: 23-39. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
338 ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของตน นาคบุตร (Mesua ferrea L.) ในจังหวัดนครศรธี รรมราช GENETIC DIVERSITY OF Mesua ferrea L. IN NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE จุฑามาศ ศภุ พนั ธ1*, วรางคณา ทรพั ยสิน1, นันทพร ขันทพร1, วีระเกยี รติ ทรัพยม ี2, วรวิทู มีสขุ 2 และ สพุ ัตร ฤทธิรัตน3 Juthamas Suppapan1*, Warangkana Sapsin1, Nanthaporn Khanthaporn1, Verakiat Supmee2, Worawitoo Meesook2 and Suphat Rittirat3 1คณะครุศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช จ.นครศรธี รรมราช 80280 2คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ิชัย วทิ ยาเขตนครศรธี รรมราช จ.นครศรธี รรมราช 80110 3คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช จ.นครศรธี รรมราช 80280 1Faculty of Education, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Nakhon Si Thammarat, 80280 2Faculty of Science and Technology, Rajamangala University of technology Srivijaya, Nakhon Si Thammarat Campus, Nakhon Si Thammarat, 80110 3Faculty of Science and Technology, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Nakhon Si Thammarat, 80280 บทคดั ยอ ตนนาคบตุ ร (Mesua ferrea L.) เปน พรรณไมปา และเปนตนไมป ระจํามหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช ปจ จบุ นั มจี ํานวน ลดลงเนื่องจากการตดั ไมทําลายปา ดังน้ันจึงควรมขี อมูลทางพันธกุ รรมเพื่อใชในการวางแผนการจดั การ โดยการวิจัยคร้งั น้ีมี วัตถุประสงค (1) เพ่ือวิเคราะหความหลากหลายของลําดับนิวคลีโอไทดจากยีน rpoB ในคลอโรพลาสตดีเอ็นเอของตนนาค บุตร (2) เพอ่ื วิเคราะหค วามสมั พันธทางววิ ัฒนาการของตนนาคบตุ รในจงั หวดั นครศรธี รรมราช โดยเก็บตัวอยางตน นาคบุตรตน ด้ังเดิมท่ีมีอายุมากกวา 30 ปจาก 3 อําเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราชคือ อําเภอเมือง อําเภอรอนพิบูลย และอําเภอทาศาลา รวมท้ังหมด 22 ตน ผลการศึกษาพบแฮโพลไทปท้ังหมด 10 แฮโพลไทป โดยมีคา haplotype diversity อยูในชวง 0.600- 0.722 และคา nucleotide diversity อยูในชวง 0.003-0.004 แผนผงั ความสัมพนั ธท างววิ ฒั นาการพบการแบง กลมุ ประชากร ออกเปน สองกลมุ โดยประชากรตน นาคบุตรจากอาํ เภอทา ศาลาและอําเภอเมอื งมีแนวโนม ท่จี ะแยกกลุม จากกลุมประชากรจาก อําเภอรอนพิบูลย ผลการศึกษาครั้งนี้บงบอกวาตนนาคบุตรจากอําเภอรอนพิบูลยนาจะเปนตนเกาแกและมีการแยกกลุม ออกไปตามอําเภอทอ่ี ยใู กลเคยี ง Abstract Mesua ferrea L. is a forest tree and a tree symbol of Nakhon Si Thammarat Rajabhat University. Currently, the number of M. ferrea. has decreased from deforestation, so there should be genetic information to forest management. This research aims to (1) to analyze the diversity of nucleotide sequences of rpoB genes in chloroplasts DNA of M. ferrea. (2) to analyze the phylogenetic tree of Mesua ferrea in Nakhon Si Thammarat province. The total of 22 samples (traditional varieties: age > 30 years old) was collected from three localities in Nakhon Si Thammarat province (Mueang district, Ron Phibun district and Tha Sala district). The result showed 10 haplotypes. The haplotype diversity was in the range of 0.600-0.722 and the nucleotide diversity was in the range of 0.003-0.004. The phylogenetic tree revealed two clades of a population which the clade of M. ferrea population from Mueang district, and Tha Sala district trend to separate from Ron Phibun population. The results of this study indicated that M. ferrea from Ron Phibun district is probably the old breed and there are separate groups according to the nearby district. คําสําคัญ: นาคบตุ ร, ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม, นครศรธี รรมราช Keywords: Mesua ferrea, genetic diversity, Nakhon Si Thammarat *ติดตอ นกั วจิ ยั : จุฑามาศ ศภุ พันธ (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Juthamas Suppapan (E-mail: [email protected]) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
339 บทนํา ตัดใบออนใหไ ดขนาด 1×1 มลิ ลิเมตร แลวมาสกดั ดีเอ็น จังหวัดนครศรีธรรมราชต้ังอยูในเขตรอนชื้นบนคาบ เ อ ด ว ย ชุ ด ส กั ด Thermo Scientific Phire Plant Direct PCR Kit ตามวธิ ีการที่บริษัทแนะนํา สมทุ รมลายทู างภาคใตข องประเทศไทย เปนจงั หวัดที่มคี วาม 3. การออกแบบไพรเมอร หลากหลายของพืชพันธไุ มห ลายชนิด มีการนําพันธุไมต า งๆ มาใชประโยชนโดยเฉพาะตนนาคบุตรซ่ึงเปนพรรณไมปาที่ ออกแบบไพรเมอรเ พ่ือเพ่ิมปริมาณดเี อ็นเอโดยใชขอ มลู สามารถนําสวนตางๆ มาใชประโยชนไดหลายอยาง เชน นํา ลําดับนิวคลีโอไทดของตน Mesua ferrea จากยีน rpoB ไมมาทําเปนฐานรองพานดอกไมไหวพระเน่ืองจากเปนพืช จากฐานขอมูล National Center for Biotechnology มงคล นําดอกมากล่ันเปนนํ้ามันหอมระเหย หรือนําเปลือก Information รหัส assession number JN114895.1 ซ่ึงได มาบดเปนผงใชแตงกลิ่นธูป เปนตน (ปุณริศา ทองเพ็ญ, ไพรเมอรดังน้ี NS_rpoB_F 5'- AGT TCG AGC CTG ATT 2549) อีกท้ังยังเปนตนไมประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏ ATC CC -3' และNS_rpoB_R 5'- GCA TGC CGC CAG CGT นครศรีธรรมราชอีกดว ย ปจ จบุ นั พบวา ตนนาคบุตรในจงั หวัด TCA TC -3' นครศรีธรรมราชมีจํานวนลดลงและหาไดยาก เนื่องจากการ 4. การเพิ่มปรมิ าณดีเอน็ เอ บุกรุกปาเพื่อการทําเกษตรกรรมซ่ึงเสี่ยงตอการหายไปใน พ้ืนที่ จึงไดม ีการอนุรักษโดยการนาํ ตน นาคบตุ รจากแหลงอื่น เพิ่มปริมาณดีเอ็นเอเปา หมายดวยการทําปฏกิ ิริยาลูกโซ มาปลูกในพ้ืนท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราชทําใหมีการผสมกับ (PCR) โดยใชไพรเมอรท ไ่ี ดจ ากการออกแบบในหลอดพีซีอาร ตนพันธุดั้งเดิม ดังนั้นจึงควรมีขอมูลทางพันธุกรรมของตน ซง่ึ ประกอบดว ย Water, nuclease- free 19.5 ไมโครลิตร, นาคบุตรดั้งเดิมในจังหวัดนครศรีธรรมราชเอาไว โดย 2x Phire Plant Direct PCR Master Mix 25 ไมโครลิตร, เคร่ืองหมายพันธุกรรมท่ีใชศึกษาควรจะสามารถใชระบุตน forward primer 2 ไมโครลิตร และ reverse primer 2 พันธุประจําถ่ินได เชน ขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดในคลอโร- ไมโครลิตร ดวยเคร่ือง PCR MS Major Science Major พลาสตดีเอ็นเอ สําหรับการศึกษาลําดับนิวคลีโอไทดในคลอ cycler เร่ิมตนการแยกสายดีเอ็นเอ (initial denaturation) โรพลาสตดีเอ็นของตนนาคบุตรน้ันมีปรากฏอยูในฐานขอ มลู ทอ่ี ุณหภมู ิ 98 องศาเซลเซยี ส 5 นาที จากนนั้ แยกสายดีเอ็น- National Center for Biotechnology Information เอ (denaturation) ท่ีอุณหภูมิ 98 องศาเซลเซียส 5 วินาที (GenBank) แตเปนขอมูลของตนนาคบุตรในตางประเทศ ล ด อุ ณ ห ภู มิ เ พื่ อ ใ ห ไ พ ร เ ม อ ร เ ข า คู กั บ ดี เ อ็ น เ อ ต น แ บ บ เชน ประเทศมาเลเซยี ประเทศอินเดีย และประเทศจนี ซึง่ ไม (annealing) ที่อุณหภูมิ 54 องศาเซลเซียส 5 วินาที และ ป ร า ก ฏ ข อ มู ล ดั งก ล า ว ข อ งต น น า ค บุ ต ร ใน จั ง ห วั ด เพิ่มอุณหภูมิเพื่อตอสังเคราะหดีเอ็นเอ (extension) ที่ นครศรีธรรมราช ดังนนั้ การศกึ ษาคร้ังนจี้ ึงมีวัตถุประสงคเพ่ือ อณุ หภมู ิ 72 องศาเซลเซยี ส 20 วินาที รวมเปน 40 รอบ และ (1) เพ่ือวิเคราะหความหลากหลายทางพันธุกรรมของลําดับ ใชอุณหภูมิสุดทายเพ่ือสังเคราะหสายดีเอ็นเอ (final นิวคลีโอไทดจากยีน rpoB ในคลอโรพลาสตดีเอ็นเอของตน extension) ทอ่ี ุณหภมู ิ 72 องศาเซลเซยี ส 1 นาที นาคบุตรตนดั้งเดิม (2) เพื่อวิเคราะหความสัมพันธทาง 5. การหาลําดับนวิ คลีโอไทด วิ วั ฒ น า ก า ร ข อ ง ต น น า ค บุ ต ร ต น ดั้ ง เ ดิ ม ใ น จั งห วั ด นครศรีธรรมราช ขอมูลดังกลาวสามารถนําไปใชในการ นําผลการทําปฏิกิริยาพีซีอารไปตรวจสอบดวยเทคนิค จัดการวางแผนอนุรักษสายพันธุตนนาคบุตรในจังหวัด agarose gel electrophoresis แลวนําผลผลิตพีซีอารที่ได นครศรีธรรมราชได ทําใหบ รสิ ุทธิ์ดว ย Gel/PCR Purification Mini Kit (FAVOR- อุปกรณแ ละวิธีการทดลอง GEN, BIOTECHCORP.) จากนั้นสงดีเอ็นเอบริสุทธ์ิไปหา 1. ตัวอยางตนนาคบุตร ลําดับนิวคลีโอไทดที่หนวยบริการ (1st Base Laboratory, Malaysia) เก็บตัวอยางใบสดของตนนาคบุตรท่ีมีอายุเกิน 30 ป 6. การจัดการขอมูลและวิเคราะหความหลากหลายทาง โดยการสอบถามจากผูที่ทราบประวัติของตนนาคบุตรใน พันธกุ รรม พื้นที่ โดยเก็บตัวอยางจากอําเภอทาศาลา จํานวน 6 ตน อําเภอเมืองจํานวน 9 ตน และ อําเภอรอนพิบูลยจํานวน 7 6.1 การจัดการขอมลู ลําดับนวิ คลโี อไทด ตน (ภาพที่ 1) จากน้ันสงตัวอยางเขาหองปฏิบัติการเพ่ือทํา เม่ือไดผลลําดับนิวคลีโอไทดทําการตรวจสอบความ การสกัดดเี อ็นเอ ถูกตองของลําดบั นิวคลีโอไทดท ่ไี ด โดยนําไปเปรยี บเทยี บกบั 2. การสกดั ดีเอ็นเอ ลําดับนิวคลีโอไทดจากฐานขอมูล National Center for Biotechnology Information จากนั้นนําลําดับนิวคลีโอ ไทดมาเรียงลําดับโดยการ alignment ดวยโปรแกรม ClustalW version 2.0.12 ( Larkin et. al., 2007) แ ล ว ตรวจสอบความถูกตอ งดว ยสายตาอีกคร้ัง การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
340 6.2 การวเิ คราะหความหลากหลายทางพนั ธุกรรม สามารถใชแฮโพลไทปท่ีพบเฉพาะถิ่นระบุแหลงท่ีมาของสาย วิ เ ค ร า ะ ห ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง พั น ธุ ก ร ร ม ไ ด แ ก พันธุหรือแหลงทางพันธุกรรม (genetic stock) ได (Xu et. nucleotide diversity ( π; Nei, 1987) , haplotype al., 2009) ผลการศึกษาพบวาคา haplotype diversity มี diversity (h; Nei, 1987) และคา polymorphic site ดวย คาอยูในชวง 0.600-0.722 สวนคา nucleotide diversity โปรแกรม DnaSP version 5 (Librado and Rozas, 2009) มีคา อยใู นชว ง 0.003-0.004 (ตารางที่ 2) โดยจะเหน็ ไดว าทกุ 6.3 การวิเคราะหความสัมพันธเชิงวิวัฒนาการ กลุมประชากรมีความสัมพันธของคา haplotype diversity (phylogenetic tree) และ nucleotide diversity เหมือนกัน คอื มีคา haplotype สรางตนไมววิ ฒั นาการจากลําดบั นิวคลโี อไทดข องแตละ diversity มากกวา nucleotide diversity ซึ่งสาเหตุเกิด ตัวอยางโดยใชลําดับนิวคลีโอไทดของตน Ternstroemia จากมีการกลายพันธุและมีการสะสมแฮโพลไทปแบบใหม gymnanthera เปน outgroup ใชวิธี Neighbor-joining อยางรวดเร็ว และพบไดในประชากรที่เคยมีการขยายขนาด ตามโมเดลของkimura -2-parameter โดยใชคา bootstrap ประชากร (Watterson,1984) สําหรับคาความหลากหลาย 1,000 ครั้ง ดวยโปรแกรม MEGA version 4 (Tamura et. ทางพันธุกรรมของแตละอําเภอ ไดแก จํานวน แฮโพลไทป, al., 2007) จํ า น ว น polymorphic sites, haplotype diversity (h) ผลและวจิ ารณผลการทดลอง และ nucleotide diversity (π) แสดงในตารางที่ 2 1. ความหลากหลายทางพันธกุ รรม 2. ความสมั พันธเ ชงิ วิวฒั นาการ ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rpoB บริเวณคลอโรพลาสต ดีเอ็นเอของตนนาคบุตรท่ีทําการวิเคราะหขนาด 312 คูเบส การวิเคราะหความสมั พันธเชิงวิวัฒนาการโดยวิเคราะห มีตําแหนง polymorphic sites 9 ตําแหนง พบแฮโพลไทป จากลําดับนิวคลีโอไทดพบวาสามารถแบงกลุมไดเปนสองเค ทั้งหมด 10 แฮโพลไทป ประกอบดวยแฮโพลไทปที่เปน ลด (ภาพท่ี 2) โดยเคลดท่ี 1 ประกอบดวยตนนาคบุตรจาก shared haplotype จํานวน 1 แฮโพลไทป ไดแก H02 พบ อําเภอรอนพิบูลทั้งหมดจํานวน 7 ตน อําเภอเมืองจํานวน 6 rare haplotype จํานวน 9 แฮโพลไทป โดยอําเภอทา ศาลา ตน และอําเภอทาศาลาจํานวน 4 ตน สวนเคลดท่ี 2 มี 2 แฮโพลไทป อําเภอเมือง 4 แฮโพลไทป และอําเภอรอ น ประกอบดวยตน นาคบตุ รจากอําเภอเมืองจาํ นวน 3 ตน และ พบิ ูลย 3 แฮโพลไทป (ตารางที1่ ) และจากแฮโพลไทปจาํ นวน อําเภอทาศาลาจํานวน 2 ตน โดยมีความเชื่อม่ันในการแยก 10 แฮโพลไทป พบวามี rare haplotype ซง่ึ เปนแฮโพลไทป ระหวางเคลด 64 เปอรเซ็นต ซงึ่ จากแผนผังความสมั พันธเ ชิง ท่ีมีเพียงแฮโพลไทปเดียวในแตละอําเภอจํานวน 9 แฮโพล- วิวัฒนาการท่ีพบการแบงกลุมออกเปนสองกลุมจะเห็นไดวา ไทป แสดงวาตนนาคบุตรในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความ ตนนาคบุตรจากอําเภอทาศาลาและอําเภอเมืองมีแนวโนม ที่ หลากหลายทางพันธุกรรมสูงและมีความสามารถในการ จะแยกกลุมออกจากตนนาคบุตรจากอําเภอรอ นพิบูลย จาก ขยายพันธุเปนจํานวนมากจึงทําใหมีจํานวนแฮโพลไทปที่มี ผลการศกึ ษาครง้ั นแี้ สดงวา ตน นาคบตุ รจากอาํ เภอรอนพิบลู ย ความแตกตางกันเปนจํานวนมาก (Lewontin, 1974) ซ่ึง นาจะเปนตนพันธุด้ังเดิมและมีการแยกกลุมออกไปตาม อําเภอทีอ่ ยูใกลเคยี ง การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
341 ภาพที่ 1 สถานทเ่ี ก็บตัวอยา งตนนาคบุตรในแตล ะอาํ เภอของจังหวดั นครศรีธรรมราช : สญั ลักษณร ูปดาวคือแหลง เกบ็ ตัวอยา ง ตารางที่ 1 การกระจายของรปู แบบคลอโรพลาสตแ ฮโพลไทป และกลุมพันธุกรรมในตน นาคบตุ รจากแตล ะอําเภอในจงั หวัด นครศรีธรรมราช Haplotype Tha Sala Mueang Ron Phibun Total H01 1 1 H02 4 5 4 13 H03 1 1 H04 1 1 H05 1 1 H06 1 1 H07 1 1 H08 1 1 H09 1 1 H10 1 1 Total 6 9 7 22 ตารางท่ี 2 คาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของลําดบั นิวคลโี อไทดบรเิ วณคลอโรพลาสตด ีเอ็นเอจากยนี rpoB Locality NO. NO. haplotypes NO. Polymorphic Haplotype Nucleotide diversity (π) sites diversity (h) (mean±SD) (mean±SD) ThaSala 63 3 0.600±0.215 0.004±0.001 Mueang 95 4 0.722±0.159 0.004±0.001 Ron Phibun 7 4 3 0.714±0.181 0.003±0.001 Total 22 10 9 0.662 ±0.116 0.004 ± 0.001 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
342 ภาพที่ 2 แผนภาพววิ ัฒนาการของลําดบั นวิ คลโี อไทดท่ีพบในตนนาคบุตร สรา งข้นึ ดวยวิธกี าร Neighbor-joining โดยอาศยั ขอมลู คลอโรพลาสตด ีเอ็นเอจากยนี rpoB: TSMF คอื ตวั อยางจากอาํ เภอทา ศาลา, RBMF คอื ตวั อยางจากอําเภอ รอนพิบลู ยแ ละ MUMF คือตัวอยา งจากอําเภอเมอื ง สรุปผลการทดลอง เคยมีการขยายขนาดประชากร จากแผนผงั ความสัมพันธเชิง การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของตนนาค วิวัฒนาการพบการแบง กลุมประชากรออกเปนสองกลมุ และ มแี นวโนมวา ตนนาคบตุ รจากอําเภอรอนพบิ ูลยน าจะตนพันธุ บุตรโดยวิเคราะหจากลําดับนิวคลีโอไทดในคลอโรพลาสตดี เกาแกในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากน้ันจึงมีการแยกกลุม เอ็นเอของยีน rpoB ขนาด 312 คูเบส ผลการศึกษาพบวา ออกไปตามอาํ เภอทอ่ี ยูใกลเ คยี ง ประชากรตนนาคบุตรตนด้ังเดิมในจังหวัดนครศรีธรรมราชมี ขอเสนอแนะ ความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงและมี rare haplotype เปนจํานวนมากซึ่งสามารถใช rare haplotype ท่ีพบ ควรมีการศึกษาเพ่ิมเติมโดยการเก็บตัวอยางใหครบทุก เ ฉ พ า ะ ถิ่ น ร ะ บุ แ ห ล ง ที่ ม า ข อ ง ส า ย พั น ธุ ห รื อ แ ห ล ง ท า ง อําเภอ และตรวจสอบจากยีนอื่นเพิ่มเติม รวมถึงใช พันธุกรรมได ผลการเปรียบเทียบคา haplotype diversity เครื่องหมายพันธุกรรมอื่นเพ่ือเปรียบเทียบ ซ่ึงจะทําใหไดผล และ nucleotide diversity พบวาประชากรตนนาคบุตร การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
343 ที่แมนยํามากข้ึน และควรมีการศึกษาเปรียบเทียบกับตน Lewontin, R.C. 1974. The genetic basis of พันธุท่ีนําเขาจากแหลงอ่ืนเพ่ือทราบถึงความแตกตางกับตน evolutionary change. Columbia University พันธดุ ัง้ เดมิ Press. New York. คาํ ขอบคณุ Librado, P. and J. Rozas. 2009. DnaSP v5: a โครงการวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนรุ กั ษ software for comprehensive analysis of DNA พันธกุ รรมพืชอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริฯ ผูวจิ ยั ขอขอบคณุ polymorphism data. Bioinformatics. 25: 1451- มา ณ ทีน่ ีด้ วย 1452. เอกสารอา งอิง ปุณรศิ า ทองเพ็ญ. 2549. การแยกและการหาสตู รโครงสราง Tamura, K., Dudley, J., Nei, M. and Kumar, S. 2007. MEGA4: Molecular evolutionary genetics ของสารออกฤทธ์ทิ างชีวภาพจากดอกบนุ นาค. analysis (MEGA) software version 4.0. วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบณั ฑติ . มหาวิทยาลยั Molecular Biology and Evolution. 24:1596- เชียงใหม, เชยี งใหม. 1599. Larkin, M.A., G. Blackshields, N.P. Brown, R. Chenna, P.A. McGettigan, H. McWilliam, F. Valentin, I.M. Watterson, G.A. 1984. Allele frequencies after a Wallace, A. Wilm, R. Lopez, J.D. Thompson, T.J. bottleneck. Theor. Populat. Biol. 26: 387- Gibson and D.G. Higgins. 2007. Sequence 407. analysis Clustal W and Clustal X version 2.0. Bioinformatics Applications Note. 23(21): Xu, Q., R. Liu and Liu, Y. 2009. Genetic population 2947-2948. structure of the swimming crab, Portunus Nei, M. 1987. Molecular Evolutionary Genetics. trituberculatus in the East China Sea based on Columbia University Press. New York. mtDNA 16S rRNA sequences. Journal of Experimental Marine Biology and Ecology. 371: 121-129. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
344 ผลของสภาพแสงและความเขม ขนของน้ําตาลตอการงอกและการพัฒนาของเมลด็ วา นเพชรหึง ในสภาพปลอดเช้อื EFFECT OF LIGHT CONDITION AND SUGAR CONCENTRATION ON GERMINATION AND DEVELOPMENT OF Grammatophyllum speciosum Blume SEED IN VITRO กาญจนา รงุ รัชกานนท* , เยาวลกั ษณ ฉัตรสวุ รรณ และ ภาคภมู ิ สบื นกุ ารณ Karnchana Rungruchkanont*, Yaowalak Chatsuwan and Parkpoom Subnugarn คณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี 34190 Faculty of Agriculture, Ubon Ratchathani University, Warinchamrap, Ubon Ratchathani 34190 บทคัดยอ การเพิ่มประสทิ ธิภาพการขยายพนั ธวุ า นเพชรหงึ โดยการเพาะเมล็ดจะทาํ ใหสามารถผลิตตน ไดเ พยี งพอตอความตองการ การวจิ ัยน้ี มีวตั ถุประสงคเพ่อื ศึกษาสภาพแสงและความเขม ขนของนํ้าตาลตอ การงอกและพัฒนาของเมลด็ วา นเพชรหึงในสภาพปลอดเชอ้ื โดย นําเมล็ดเพาะลงบนอาหาร Vacin and Went (VW) ดัดแปลง ที่เติมน้ําตาลซโู ครส 5 ระดับ คือ 0 10 20 30 และ 40 กรัมตอลติ ร นําไปแยกเล้ียงในสภาพแสง 2 แบบ คือ (1) ไดรับแสง 16 ชั่วโมงตอวัน (แสง) (2) เก็บในท่ีมืด 10 สัปดาหแลวนํามาใหแสง 16 ชั่วโมงตอวัน (มืด/แสง) ทําการเพาะเล้ียงเปนเวลา 5 เดือน พบวา เมล็ดที่เพาะเลี้ยงบนอาหารที่เติมนํ้าตาลซูโครสระดับความ เขมขนที่ 0-20 กรัมตอลิตร ในสภาพมืด/แสง มีเปอรเซ็นตการงอกสงู 95-97% และอาหารทีเ่ ติมน้ําตาลซูโครส 0-10 กรัมตอลติ ร ในสภาพมืด/แสง สงเสรมิ ใหโปรโตคอรมมีการพัฒนาเปนโปรโตคอรมมใี บ 2 ใบ มากถงึ 33% Abstract Increasing the efficiency of propagation by seed culture of Grammatophyllum speciosum Blume would produce enough plants to meet the demand. The objectives of this research were to study the effect of light condition and sugar concentration on germination and development of G. speciosum seed in vitro. Seeds were cultured on modified Vacin and Went (VW) medium with five different concentration of sucrose; 0, 10, 20, 30 and 40 g/L. All seeds were kept in two light conditions; 10 weeks in dark then 16 h./d light (D/L) and 16 h./d light (L). After 5 months of culture, the result showed that VW medium with 0-20 g/L sucrose and kept in D/L condition presented high percentage of seed germination (95-97%). The VW medium with 0-10 g/L sucrose and kept in D/L condition presented high percentage of protocorm development with 2 leaf (33%) คําสาํ คัญ: กลว ยไม, การเพาะเมล็ด, การพัฒนาเปน โปรโตคอรม Keywords: Orchid, Seed culture, Protocorm development *ตดิ ตอ นักวจิ ยั : กาญจนา รุงรัชกานนท (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Karnchana Rungruchkanont (E-mail: [email protected] บทนํา สูตร พบวา อาหารสูตรที่เติมซโู ครส 20 กรัมตอลิตร รวมกบั ว า น เ พ ช ร หึ ง (Grammatophyllum speciosum กลวยหอม มันฝร่ัง อยางละ 50 กรัมหรือเติมมันฝรั่งอยาง เดียวและเติมผงถาน 1.5 กรัมตอลิตร ทําใหตนออนมีการ Blume) เปนกลว ยไมท ่ีมีขนาดใหญที่สุดในโลก มลี กั ษณะตน เจรญิ เตบิ โตดีทสี่ ดุ Khampa et. al. (2010) ศกึ ษาการเพาะ และดอกท่ีสวยงาม โดดเดน และมีสรรพคุณทางยา จึงเปนท่ี เมล็ด โดยเปรียบเทียบอาหาร 5 สูตร คือ Murashige and สนใจของคนท่ัวไป การเพาะเมล็ดกลวยไมในสภาพปลอด Skoog (MS), quarter of MS (1/4 MS), Gamborg B5 เช้ือเปนวิธีการเพ่ิมจํานวนกลวยไมสายพันธุแทที่มีประสิทธ-ิ (B5), VW and Knodson C (KC) โดยเติมและไมเ ติมผงถา น ภาพและนิยมทําในเชิงการคา มีงานวิจัยเก่ียวกับการเพาะ 0.5 กรัมตอลิตร เม่ือเพาะเลี้ยงเปนเวลา 12 สัปดาห พบวา เมล็ดวานเพชรหึง เชน บุญสนอง และจีรณัฐ (2553) ได อาหารสูตร KC ท่ีไมเติมผงถาน มีเมล็ดงอกเปนโปรโตคอรม ศึกษาสูตรอาหารท่ีเหมะสมตอการเจริญเติบโตของตนออน ขนาดใหญกวา 1 มิลลิเมตรสูงสุด Samala et. al. (2014) วานหางชางอายุ 12 เดือน บนอาหารดัดแปลงสูตร VW 12 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
345 ศกึ ษาการเพาะเมล็ดโดยเปรียบ เทยี บอาหาร 3 สูตร คอื half ลางฝกใหสะอาดดวยสบูเหลว จากนั้นเช็ดผิวฝกโดยใชสําลี strength Gamborg’s B-5 (1/2 B5), New Dogashima จุมแอลกอฮอล 70 เปอรเซ็นต ถูรอบๆ ฝกใหท่ัว นําฝกเขา ตู (ND), 1/2 MS ทุกสูตรเติมถาน 0.1 เปอรเซ็นต เมื่อเพาะ ปลอดเชื้อใชปากคีบ คีบฝกกลวยไมจุมลงในแอลกอฮอล 95 เลี้ยงเปนเวลา 30 วัน พบวา อาหารสูตร ½ B5 สามารถชัก เปอรเซ็นต นําไปผานเปลวไฟใหเปลวไฟลุกทวมฝกเพ่ือฆา นําใหเมล็ดงอกไดดีที่สุด คือ 96.9% โดยเมล็ดมีเอ็มบริโอ เชื้อที่ผิวฝก นําฝกวางลงบนจานแกวผาฝกตามความยาว ใช ขนาดใหญข้ึน เยาวลักษณ และกาญจนา (2561) ศึกษา ปากคีบคีบเอาเมลด็ ใสลงในขวดนาํ้ กลั่นทเ่ี ตรียมไวใ นปรมิ าณ องคประกอบอาหารและสภาพแสงตอการงอกและพัฒนา 10 มิลลิลิตร ปรับปริมาณเมล็ดกลวยไมใหได 150 - 200 ของเมล็ด พบวา อาหารที่เติมผงมันฝรั่งรวมกับน้ํามะพราว เมล็ดตอ 20 ไมโครลิตร ใชไมโครปเปตดูดเมล็ด 20 และเพาะในสภาพมืด 10 สัปดาห แลวนํามาใหแสง 16 ไมโครลติ ร โดยเพาะลงบนอาหาร VW ดัดแปลง ที่เติมกลว ย ช่ัวโมง/วัน ทําใหเมล็ดมีเปอรเซ็นตการงอกท่ีดีและทําให หอมบด 100 กรัมตอลิตร ผงมันฝรั่ง 5 กรัมตอลิตร และน้ํา เมล็ดมีการพัฒนาเปนโปรโตคอรม ระยะมี 2 ใบมากที่สุด ใน มะพราว 150 มิลลิลิตรตอ ลติ ร ผงวุน 6 กรัมตอลิตร ผงถาน ระยะเวลา 5 เดือน จากงานวิจัยที่ผานมาจะเหน็ วาการเพาะ 1 กรัมตอลิตร และเติมนํ้าตาลซูโครสโดยแบงระดับความ เมล็ดวานเพชรหึงตองใชระยะเวลานานกวาเมลด็ จะงอกและ เขมขนของนํ้าตาลซโู ครส 5 ระดับ คือ 0 10 20 30 และ 40 พัฒนาเปนโปรโตคอรม โดยใชเวลา 2-3 เดือน ซึ่งตางจาก กรัมตอลิตร นําไปแยกเลี้ยงในสภาพแสง 2 แบบ คือ (1) กลวยไมช นดิ อน่ื ๆ ที่ใชเวลา 2 สัปดาห – 1 เดือนในการงอก ไดรับแสง 16 ชว่ั โมงตอ วนั (แสง) (2) เก็บในทีม่ ืด 10 สปั ดาห และพัฒนาเปนโปรโตคอรม ดังน้ันผูวิจัยจึงศึกษาปจจัยอ่ืนๆ แลวนํามาใหแสง 16 ช่ัวโมงตอวัน (มืด/แสง) วางแผนการ ที่ มี ผ ล ต อ ก า ร ง อ ก แ ล ะ พั ฒ น า ข อ ง เ ม ล็ ด ว า น เ พ ช ร หึ ง ทดลองแบบ 2x5 Factorial in Completely Randomized จุดประสงคของการทดลองน้ีเพ่ือศึกษาสภาพแสงและความ Design โดยปจจัย A คือสภาพการใหแสง และปจจัย B คือ เขมขนของนํ้าตาลท่ีเหมาะสม ตอการงอกและการพัฒนา ระดับความเขมขนน้ําตาลซูโครส มี 10 ทรีทเมนตๆ ละ 10 ข อ งเ ม ล็ ด เ พ่ื อ ให ก า รข ยาย พัน ธุ โดยเพาะเมล็ดมี ซ้ํา เปรียบเทียบคาเฉลี่ยดวยวิธี Duncan’s Multiple ประสทิ ธิภาพมากข้นึ งานวิจัยนเ้ี ปนงานสนองพระราชดาํ รใิ น Range Test (DMRT) จากน้ันนําไปเล้ียงในหองเพาะเลี้ยง โครงการอนุรกั ษพ ันธุกรรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชดาํ ริฯ เนื้อเยอ่ื อณุ หภมู ิ 25±2 องศาเซลเซียส ทําการเพาะเล้ยี งเปน วิธีการทดลอง เวลา 5 เดือน การเก็บขอมูลใชกลองจุลทรรศน Stereo นับ จํานวนการงอกของเมล็ดและระยะการพัฒนาของเมล็ดวาน นําฝกวานเพชรหึงอายุ 8 เดือน มาทําความสะอาด ตัด เพชรหึงโดยแบงเปน 5 ระยะ (ภาพที่ 1) กลีบดอกแหงและปลายเสาเกสรที่ติดอยูออกใหหมด แลว AB C DE ภาพท่ี 1 ระยะโปรโตคอรม ทพ่ี ฒั นาจากการเพาะเมล็ดของวา นเพชรหึง หลังจากการเพาะเมล็ดเปนเวลา 5 เดือน (A) ระยะท่ี 1 เมลด็ ไมง อก, S1 (B) ระยะที่ 2 โปรโตคอรมที่มลี กั ษณะบวมสขี าว, S2 (C) ระยะที่ 3 โปรโตคอรมทมี่ กี ารพฒั นาเปน สีเขยี ว, S3 (D) ระยะที่ 4 โปรโตคอรม มียอดแหลม, S4 (E) ระยะท่ี 5 โปรโตคอรม มใี บ 2 ใบ, S5 สเกล = 200 µM การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
346 ผลและวจิ ารณผลการทดลอง ไดถาขาดน้ําตาล ปจจัยความเขมขนของน้ําตาลมีผลตอการ ปจจัยแสงมีผลตอการงอกของเมล็ดวานเพชรหึง พบวา พัฒนาเปนโปรโตคอรม พบวา ระดับน้ําตาล 0-20 กรัมตอ ลิตร ทําให โปรโตคอรมพัฒนาในระยะ โปรโตคอรมมียอด เมล็ดที่เพาะเลี้ยงในที่มืด 10 สัปดาห แลวนําออกมาใหแสง แหลม (S4) 9.85-11.81% และ โปรโตคอรมมีใบ 2 ใบ (S5) (มืด/แสง) มีการงอก 87.05 % มากกวาเมล็ดท่ีเพาะโดยให 10.70-17.19% ซ่ึงมากกวาระดับนํ้าตาล 40 กรัมตอลิตร แสง 16 ช่ัวโมง/วัน (แสง) มีการงอก 23.38 % อยางมี อยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ (ตารางท่ี 2) ดังนั้นปริมาณ นัยสําคัญย่ิงทางสถิติ (ตารางท่ี 1) ในดานการพัฒนาของ นํ้าตาลที่สูงเกินไปมีผลยับย้ังตอการงอกและพัฒนาของ เมล็ด พบวา เมล็ดที่เพาะเลี้ยงในที่มืด 10 สัปดาห แลวนํา โ ป ร โ ต ค อ ร ม ไ ด ซ่ึ ง ส อ ด ค ล อ ง กั บ Pimsen and ออกมาใหแสง (มืด/แสง) มีการพัฒนาเปนโปรโตคอรมใน Kanchanapoom (2011) ที่ทําการเพาะเล้ียงโปรโตคอรม ระยะ โปรโตคอรมท่ีมีการพัฒนาเปนสีเขียว (S3) โปรโต กลวยไม Grammatophyllum speciosum Blume พบวา คอรมมียอดแหลม (S4) โปรโตคอรมมีใบ 2 ใบ (S5) มากกวา เม่ือทําการเพาะเล้ียงบนอาหารที่เติมน้ําตาลกลูโคสที่ความ เมล็ดท่ีเพาะโดยใหแสง 16 ชั่วโมง/วัน (แสง) อยางมี เขมขน 8 เปอรเซ็นต โปรโตคอรมมีการรอดชีวิตนอยที่สุด นัยสําคัญยิ่งทางสถิติ (ตารางท่ี 2) ซึ่งสอดคลองและเปน การ เพียง 30 เปอรเซ็นต และพบวาน้ําตาลทุกชนิดถาใสใน ยืนยันผลการทดลองกอนหนาน้ี โดยเยาวลักษณและ ปริมาณที่สูงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตได น้ําตาลเปน กาญจนา (2561) ท่ีรายงานวา เมล็ดวานเพชรหึงควรเพาะ แหลงคารโบไฮเดรตที่สําคัญของการพัฒนา เนื่องจากเมล็ด เพาะเลี้ยงในที่มืด 10 สัปดาห แลวนําออกมาใหแสง (มืด/ กลวยไมมีปริมาณคารโบไฮเดรตนอยมาก จึงตองการแหลง แสง) ปจจัยแสงมีผลตอการพัฒนาเปนโปรโตคอรม โดย คารโ บไฮเดรตจากภายนอกเพ่ือใชใ นการงอก (Kauth et. al. เมล็ดท่ีเพาะในที่มืด/แสง มีการพัฒนาเปนโปรโตคอรมมาก 2008) แตการทดลองน้ีทรีทเมนตที่ไมไดใสนํ้าตาลแตเมล็ด กวาเมล็ดท่ีเพาะในสภาพแสง เน่ืองจากเมลด็ ทเ่ี พาะในสภาพ ยังสามารถงอกและพัฒนาได เนื่องจากการทดลองนี้ไดใส มืด/แสง มีเปอรเซ็นตการงอกท่ีสูงกวาเมล็ดที่เพาะในสภาพ สารประกอบอนิ ทรยี เชน กลวยหอมบดและมันฝรัง่ ผง ซง่ึ ถือ แสง และเมล็ดที่เพาะในสภาพมืด/แสง มีการงอกเร็วกวาจึง เปนแหลง คารโบไฮเดรตของเมล็ดกลว ยไมเ พือ่ ใชใ นการงอก มีการพฒั นาเปน โปรโตคอรมไดเรว็ กวา สวนปจจัยรวมสภาพแสงและระดับความเขมขนของ ปจจัยความเขมขนของน้ําตาลซูโครสมีผลตอการงอก น้ําตาลตอการงอก พบวา ระดับความเขมขนของน้ําตาล และพัฒนาของเมล็ดวานเพชรหึง พบวาการไมเติมนํ้าตาล ซโู ครสที่ 0 - 20 กรัมตอ ลิตร ท่เี พาะเลี้ยงในสภาพมืด/แสง มี ซูโครส (0 กรัม) เมล็ดมีเปอรเซ็นตการงอกมากกวาเมล็ดที่ เปอรเซ็นตงอกสูงที่สุด 95.31-97.22% ซึ่งมีความแตกตาง เพาะเลี้ยงในอาหารทเี่ ติมน้าํ ตาลความเขมขน 20-40 กรมั ตอ อยางมนี ยั สําคัญย่งิ ทางสถิติกบั ระดับปจจยั อ่ืนๆ (ตารางที่ 1) ลิตร ซ่ึงมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ แตไมมี ปจจัยรวมระหวางสภาพแสงและความเขมขนของน้ําตาลมี ความแตกตางทางสถิติกับอาหารท่ีเติมน้ําตาล 10 กรัมตอ ผลตอการพัฒนาเปนโปรโตคอรม พบวา เมล็ดท่ีเพาะเล้ียง ลิตร (ตารางท่ี 1) ดังน้ันการเติมน้ําตาลซูโครสท่ีระดับความ บนอาหารที่เติมน้ําตาลซูโครสท่ี 0-10 กรัมตอลิตร ท่ี เขมขน 0-20 กรัมตอลิตร ทําใหเมล็ดงอกไดดีแตเม่ือเติม เพาะเลี้ยงในสภาพมืด/แสง มีการพัฒนาเปนโปรโตคอรม น้ําตาลที่ 30-40 กรัมตอลิตร ทําใหเปอรเซ็นตการงอกของ ระยะ S5 มากท่ีสุด 33.16-33.48% รองลงมาคือ ระดับ เมล็ดลดลง สอดคลองกับ Peirik et. al. (1988) รายงานวา นํ้าตาล 20 กรัมตอลิตร ในสภาพมืด/แสง มีคา 21.40% ปริมาณน้ําตาลท่ีเพิ่มสูงข้ึนสงผลใหการงอกของเมล็ด สวนเมล็ดท่ีเพาะในสภาพแสงทุกระดับความเขมขนของ กลวยไม Paphiopedilum ciliolare ลดลง จากการทดลอง นํ้าตาลมีการพัฒนาโปรโตคอรมระยะ S4 และ S5 นอยมาก น้ีการเพาะเมล็ดวานเพชรหึงในอาหารท่ีไมเติมนํ้าตาลก็ รวมถึงเมล็ดท่ีเพาะเล้ียงบนอาหารที่เติมนํ้าตาลซูโครสที่ 40 สามารถงอกได ซึ่งแตกตางจาก Ernst and Arditti (1990) กรมั ตอ ลิตรในสภาพมืด/แสงดว ย (ตารางท่ี 2 และภาพที่ 2) ท่ีพบวากลวยไม Phalaenopsis ไมสามารถงอกและพัฒนา การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
347 100% 90% 80% 70% 60% 50% 40% 30% 20% 10% 0% L D/L L D/L L D/L L D/L L D/L S0 S10 S20 S30 S40 S1 non germination S2 enlarged seed, white S3 enlarged seed, green S4 protocorm with green point shoot S5 protocorm with 2 leaf ภาพท่ี 2 เปอรเซน็ ตการพัฒนาของเมล็ดและโปรโตคอรม จากการเพาะเมล็ดบนอาหารสตู ร VW ดัดแปลง ท่ีเตมิ นํา้ ตาล ซูโครสที่ระดับความเขม ขนตา งๆ และเลีย้ งในสภาพแสงท่ีแตกตา งกนั หลังจากเพาะเล้ียงเปน เวลา 5 เดอื น (D/L) เพาะเลย้ี งในทม่ี ืด 10 สัปดาห แลว ยา ยออกในสภาพแสง (L) เพาะเล้ียงในสภาพแสง (S0) ไมเติมนาํ้ ตาลซโู ครส (S10) นาํ้ ตาลซูโครส 10 ก./ล. (S20) น้ําตาลซูโครส 20 ก./ล. (S30) นํ้าตาลซโู ครส 30 ก./ล. (S40) นาํ้ ตาลซโู ครส 40 ก./ล. การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
348 ตารางที่ 1 เปอรเ ซ็นตง อกของการงอกเมลด็ วา นเพชรหึง บนอาหารสตู ร VW ดดั แปลง ทเ่ี ตมิ นํ้าตาลซโู ครสทร่ี ะดบั ความ เขมขนตา งๆ ภายใตสภาพแสงที่แตกตางกนั หลังเพาะเล้ียงเปน เวลา 5 เดือน นาํ้ ตาล(ก/ล) 0 10 20 30 40 คาเฉลยี่ สภาพแสง สภาพแสง มืด/แสง 97.22a 95.96a 95.31a 89.50b 57.24c 87.05A แสง 39.69d 29.98e 23.37f 14.54g 9.33h 23.38B คาเฉลยี่ นาํ้ ตาล 68.46A 62.97AB 59.34B 52.02C 33.29D คาเฉล่ยี ท่ีตามดวยตวั อักษรตวั พมิ พเ ล็กทเ่ี หมอื นกันไมมคี วามแตกตางทางสถติ ิ โดยวิธี DMRT P=0.05 คาเฉลีย่ สภาพแสงท่ีตามดว ยตัวอกั ษรตัวพมิ พใ หญท ่เี หมือนกนั ไมมคี วามแตกตางทางสถิติ โดยวิธี DMRT P=0.05 คา เฉลีย่ นํ้าตาลท่ตี ามดว ยตวั อักษรตัวพมิ พใหญท่ีเหมือนกันไมมคี วามแตกตางทางสถิติ โดยวธิ ี DMRT P=0.05 ตารางท่ี 2 เปอรเ ซ็นตการพัฒนาของเมลด็ และโปรโตคอรม จากการเพาะเมล็ดบนอาหารสตู ร VW ดดั แปลงท่เี ตมิ นาํ้ ตาล ซโู ครสความเขม ขน ตา งๆ หลังจากเพาะเลยี้ งเปน เวลา 5 เดือน ปจจยั ระดบั ปจจัย ระยะการพัฒนาของเมลด็ และโปรโตคอรม สภาพแสง มดื /แสง S1 S2 S3 S4 S5 12.95b 5.12b 46.46a 15.80a 19.67a แสง 76.62a 13.50a 9.21b 0.40b 0.27b T-test ** ** ** ** ** 31.54d 32.05 10.01ab 17.19a ความเขม ขนนํา้ ตาล 0 37.03cd 9.20 26.90 9.85ab 16.81a ซโู ครส 40.66c 26.91 11.81a 10.70ab (กรัม/ลิตร) 10 9.42 20 9.92 30 47.98b 8.90 31.22 6.82b 5.08bc 40 66.71a 9.11 22.10 2.01c 0.07c F-test ** ns ns ** ** 2.78h 2.32d 42.00c 19.42b 33.48a สภาพแสง*ความ มดื /แสง * 0 4.04h 3.38d 40.42c 19.00b 33.16a เขมขนนํา้ ตาลซโู ครส มืด/แสง * 10 4.69h 3.13d 47.62b 23.16a 21.40b (กรัม/ลิตร) มืด/แสง * 20 มืด/แสง * 30 10.50g 6.72c 59.09a 13.54c 10.15c มดื /แสง * 40 42.76f 10.07b 43.17bc 3.88d 0.12d แสง * 0 60.31e 16.08a 22.11d 0.60e 0.90d 70.02d 15.46a 13.38e 0.69e 0.45d แสง * 10 แสง * 20 76.63c 16.70a 6.20f 0.47e 0.00d แสง * 30 85.46b 11.09b 3.35f 0.10e 0.00d แสง * 40 90.67a 8.15c 1.03f 0.15e 0.00d F-test ** ** ** ** ** ns= ไมมีความแตกตา งทางสถติ ิ **มีความแตกตา งทางสถติ ิทรี่ ะดับความเชอ่ื มน่ั 99% คา เฉลยี่ ท่ีตามดวยตวั อกั ษรท่ีเหมือนกันในคอลมั นไมมีความแตกตา งทางสถิติ โดยวธิ ี DMRT P=0.05 S1 เมล็ดไมง อก, S2 โปรโตคอรมท่ีมีลกั ษณะบวมสีขาว, S3 โปรโตคอรมทีม่ ีการพัฒนาเปนสเี ขียว, S4 โปรโตคอรม มยี อดแหลม, S5 โปรโตคอรมมใี บ 2 ใบ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
349 สรุป maltooligosac-charides by Phalaenopsis ปจจัยสภาพแสงมีอิทธิพลตอการงอกและพัฒนาของ (Orchidaceae) seedlings. American Journal of Botany. 77(2): 188–195. เมล็ดมากกวาปจจัยระดับน้ําตาล และทั้งสองปจจัยมี Kauth, P.J., D. Dutra, T.R. Johnson, S.L. Stewart, ปฏสิ ัมพนั ธร วมระหวา งกนั เมล็ดท่เี พาะเลย้ี งบนอาหารที่เติม M.E. Kane and W. Vendrame. 2008. Techniques นํ้าตาลซูโครสระดับความเขมขนท่ี 0-20 กรัมตอลิตร ใน and application of in vitro orchid seed สภาพมืด/แสง มีเปอรเซ็นตการงอกสงู โดยมีเปอรเซ็นตการ germination. pp. 375-391. In Floriculture, งอก 95-97 เปอรเซ็นต และอาหารที่เติมน้ําตาลซูโครสที่ 0- Ornamental and Plant Biotechnology Vol. 5. 10 กรัมตอลิตร ในสภาพมืด/แสง สงเสริมใหโปรโตคอรม มี Global Science Books: UK. การพัฒนาเปนโปรโตคอรมระยะ S5 มากท่ีสุด โดยมีการ Khampa, S., P. Wangsomnuk and P. Wangsomnuk. พฒั นาที่ 33 เปอรเซ็นต 2010. Factors affecting seed germination of กิตติกรรมประกาศ Grammatophylum speciosum cultured in vitro. AsPac J. Mol. Biol. Biotechnol. 18(1): 193- ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีท่ีไดสนับสนุนทุน 197. วจิ ัย และคณะเกษตรศาสตรส ําหรับสถานที่ในการทําวิจัย Pierik, R.L.M., P.A. Sprenkels, B. Van Der Harst and เอกสารอา งองิ Q.G. Van Der Meys. 1988. Seed germination บุญสนอง ชว ยแกว และจีรณฐั ทางมีศร.ี 2553. การพฒั นา and further development of plantlets of Paphiopedilum ciliolare Pfitz. in vitro. สตู รอาหารเพื่อเพาะเล้ียงเมล็ดวานหางชา งในสภาพ Scientia Horticulturae 34(2): 139-153. ปลอดเชอื้ . น. 1-6. ใน การประชุมวชิ าการ Pimsen, M. and K. Kanchanapoom. 2011. Effect of พฤกษศาสตรแ หง ประเทศไทย ครง้ั ที่ 5. กรงุ เทพฯ: basal media and sugar types on in vitro มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. regeneration of Grammatophyllum speciosum เยาวลักษณ ฉัตรสุวรรณ และ กาญจนา รุงรชั กานนท. Blume. Notulae Scientia Biologicae. 3(3): 101- 2561. ผลขององคประกอบอาหารและสภาพแสงตอ 104. การงอกและการพฒั นาของเมล็ดกลว ยไมเพชรหงึ ใน Samala, S., S. Te-chato, S. Yenchon and K. สภาพปลอดเชอื้ . น 487-494. ใน การประชมุ วชิ าการ Thammasiri. 2014. Protocorm-like body การเสนอผลงานวิจัยระดับบณั ฑติ ศกึ ษาแหง ชาติ ครั้ง proliferation of Grammatophyllum speciosum ท่ี 19 ขอนแกน : มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน . through asymbiotic seed germination. Ernst, R. and J. Arditti. 1990. Carbohydrate ScienceAsia. 40: 379-383 physiology of orchid seedlings III: Hydrolysis of การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
350 ผลของอุณหภูมิและระยะเวลาตอ การเก็บรักษาฝก วานเพชรหงึ EFFECT OF TEMPERATURE AND DURATION TIME ON CAPSULE PRESEVATION OF Grammatophyllum speciosum Blume กาญจนา รงุ รชั กานนท* , เยาวลักษณ ฉัตรสุวรรณ และ ภาคภมู ิ สบื นกุ ารณ Karnchana Rungruchkanont*, Yaowalak Chatsuwan and Parkpoom Subnugarn คณะเกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี อ.วารนิ ชําราบ จ.อุบลราชธานี 34190 Faculty of Agriculture, Ubon Ratchathani University, Warinchamrap, Ubon Ratchathani 34190 บทคดั ยอ วานเพชรหึงเปนกลวยไมท่ีมีความสวยงามและโดดเดนท้ังตนและดอก สามารถนํามาใชประโยชนทางยา การวิจัยครั้งน้ีมี วัตถุประสงคเพ่ือ ศึกษาอุณหภูมิและระยะเวลาการเก็บรักษาฝกวานเพชรหึง โดยนําฝกอายุ 8 เดือน มาเก็บรักษาท่ีอุณหภูมิ 10 และ 25 องศาเซลเซียส เปนเวลา 7 14 21 และ 30 วัน หลังจากนั้นนําเมล็ดมาทดสอบความมีชีวิตและเพาะเมล็ดบน อาหารในสภาพปลอดเชื้อ ผลการทดลองพบวา เมล็ดจากฝก ที่เก็บรักษาในอุณหภูมิ 10 และ 25 องศาเซลเซียส มีเปอรเซน็ ต ความมีชีวติ สงู 90-95% และเมล็ดมีการพฒั นาเปน โปรโตคอรมในระยะมยี อดแหลมหรือโปรโตคอรมมีใบ 2 ใบ (S4) 66-77% ระยะเวลาการเก็บรักษา 7-21 วัน เมล็ดมีชีวิต 95-97% และเมล็ดสามารถพัฒนาเปนโปรโตคอรมระยะ S4 มีคา 76-79% ความมีชีวิตและการพัฒนาของโปรโตคอรมลดลงเมอื่ เก็บรักษาฝกเปนเวลา 30 วัน ดังน้ันปจจัยระยะเวลามีอิทธิพลมากกวา ปจจัยอุณหภูมใิ นการเก็บรักษาฝก และมีปฏสิ ัมพันธรวมระหวางปจ จยั ทั้งสอง สรุปไดวาการเก็บรกั ษาฝก วา นเพชรหึงสามารถ เกบ็ รกั ษาทอ่ี ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ไดนาน 30 วัน และเกบ็ รกั ษาทอี่ ณุ หภูมิ 10 องศาเซลเซียส ไดน าน 21 วัน Abstract Grammatophyllum speciosum Blume has beautiful and distinctive trees and flowers. It also possesses medicinal property. The objectives of this research were to study the effect of temperature and duration time on capsule preservation of G. speciosum. The 8-month age capsules were stored at 10 and 25ºC on duration time of 7, 14, 21 and 30 days. Seeds in capsules were tested for viability and cultured on medium in vitro. The results showed that the seeds from capsules stored at 10 and 25ºC presented high viability (90-95%) and 66-77% of them developed to protocorms with green pointed shoot or protocorms with 2 leaves (S4). The storage duration of 7-21 days resulted in high seed viability (95-97%) and large quantity of S4 protocorms (76-79%). The viability of seed and numbers of S4 protocorm decreased when capsules stored for 30 days. Therefore, duration time had more influence than temperature and there was interaction between the two factors. It concluded that capsule of G. speciosum could be stored at 25ºC for 30 days and 10ºC for 21 days. คาํ สาํ คัญ: กลว ยไม การเพาะเมลด็ การพัฒนาเปนโปรโตคอรม ความมชี ีวติ ของเมล็ด Keywords: Orchid, Seed culture, Protocorm development, Seed viability *ตดิ ตอ นกั วจิ ัย: กาญจนา รุงรชั กานนท (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Karnchana Rungruchkanont (E-mail: [email protected]) บทนาํ เดน และมีสรรพคุณทางยา จึงเปนท่ีสนใจของคนท่ัวไป จาก ว า น เ พ ช ร หึ ง (Grammatophyllum speciosum ปริมาณความตองการวานเพชรหึงท่ีมากข้ึน ประกอบกับใน ธรรมชาติมีจํานวนท่ีนอยลง จึงจําเปนตองขยายพันธุวาน Blume) มีการกระจายพันธุตามปาดิบแลงและปาโกงกาง เพชรหึงเพื่ออนุรักษพันธุกรรมไว และสามารถนําไปใช ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต และ ประโยชนไดอยางยั่งยืน เน่ืองจากวานเพชรหึงเปนกลวยไม ภาคใต ของประเทศไทย (พัชรียา, 2553) จัดเปนกลว ยไมท ่ีมี เมล็ดกลวยไมไมสามารถงอกไดเองตามธรรมชาติตองอาศัย ขนาดใหญท่ีสุดในโลก มีลักษณะตน และดอกท่ีสวยงาม โดด การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
351 เชื้อราไมคอรไรซาชวยเปนแหลงอาหารในการงอกและ เครอ่ื งเขยาสาร โดยใชความเรว็ รอบ 5 รอบตอ นาที นาน 30 เจริญเติบโต นอกจากน้ันเมล็ดกลวยไมสามารถงอกไดใน นาที แลวบมในทีม่ ดื ที่อณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซียส เปน เวลา อาหารสังเคราะหท่ีมีสภาพปลอดเช้ือ (กาญจนา, 2555) ซ่ึง 24 ช่ัวโมง บนั ทึกผลความมชี วี ิต โดยการนบั เมลด็ ท่ีเอ็มบรโิ อ วธิ ีการนี้สามารถขยายพันธุกลวยไมไ ดในปริมาณมาก และใช ติดสีแดงสวย และติดสีแดงปานกลาง ดังในภาพท่ี 2 ภายใต ระยะเวลาส้ันกวาการขยายพันธุแบบอ่ืนๆ การเพาะเมล็ด กลองจุลทรรศน สวนที่ 2 นําเมล็ดมาเพาะเล้ียงบนอาหาร วานเพชรหึงเปนวิธีการอนุรักษและเพ่ิมจํานวนอยางมี สูตร VW ดัดแปลง ท่ีเติมนํ้ามะพราว 150 มิลลิลิตรตอลิตร ประสิทธิภาพ (Yam et. al., 2010) ข้ันตอนการขยายพันธุ มันฝร่ังผง 5 กรัมตอลิตร น้ําตาลซูโครส 10 กรัมตอลิตร ผง กลวยไมดวยเมล็ดจําเปนตองเก็บฝกแกหรือฝกออน (อายุ 2 วุน 6 กรัมตอลิตร และผงถาน 1 กรัมตอลิตร บันทึกระยะ ใน 3 ของฝกแก) จากตนกลว ยไม จากน้ันทําความสะอาดผวิ การพัฒนาของเมลด็ โดยแบงเปน 4 ระยะ ดงั ภาพท่ี 3 ฝกและฆาเช้ือผิวฝก และนําเมล็ดภายในฝกมาเพาะเลี้ยงใน อาหารวิทยาศาสตรในสภาพปลอดเชื้อ ดังน้ันการเก็บรักษา วางแผนการทดลองแบบ 2×4 Factorial in ฝกเพื่อใหเมล็ดมีคุณภาพทดี่ ีจึงเปนปจจัยสาํ คัญประการหน่งึ Completely Randomized Design (CRD) โดยปจ จัยแรก ทําใหสามารถสงฝกกลวยไม หรือเก็บรักษาฝก เพ่ือการ คอื ปจ จัยอณุ หภมู ิที่เกบ็ รกั ษา มี 2 ระดับ 10 และ 25 องศา แลกเปลยี่ นภายในประเทศหรือตางประเทศ จุดประสงคของ เซลเซยี ส ปจจัยทีส่ อง คอื ปจ จยั เวลาท่ีเกบ็ รกั ษา มี 4 ระดบั การทดลองนเี้ พอ่ื ศึกษาอุณหภูมิและระยะเวลาการเก็บรักษา 7 14 21 และ 30 วนั แตละทรที เมน ตมี 5 ซ้าํ เปรียบเทยี บ ฝก ท่เี หมาะสม เพือ่ ใหเ มล็ดภายในฝก สามารถงอกและพัฒนา คา เฉล่ียดว ยวิธี Duncan’s Multiple Range Test (DMRT) เปนตนที่สมบูรณได งานวิจัยนี้เปนงานสนองพระราชดําริใน โครงการอนุรักษพ ันธกุ รรมพชื อันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริฯ วิธีการทดลอง ภาพที่ 1 การบรรจฝุ ก ในถุงกอ นทําการเกบ็ รกั ษาในอณุ หภมู ิ นําฝกวานเพชรหึงอายุ 8 เดือน มาทําการเก็บรักษา และระยะเวลาตางๆ โดยหอหุมดวยกระดาษทิชชู และหอหุมดวยกระดาษ หนังสือพิมพ เพื่อเปนการดูดซับความช้ืนภายนอกฝก และ บรรจุในถุงซิปล็อค PE (Polyethylene) (ภาพที่ 1) จากนั้น นําไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 และ 25 องศาเซลเซียส เปน ระยะเวลา 7 14 21 30 วัน เม่ือครบกําหนดเวลา นําฝกมา ทําความสะอาดผิวฝกโดยเช็ดดวยแอลกอฮอล 70% แลวจึง นําเขาไปในตูปลอดเชื้อ ทําการฆาเชื้อผิวรอบนอกฝกดวย เปลวไฟ ทําการผาฝกและนําเมล็ดท่ีอยูภายในแบงเปน 2 สวน สวนที่ 1 นําเมล็ดมายอมดวย 2,3,5-triphenyl tetrazolium chloride (TTC) 1 เปอรเซ็นต นําไปเขยาใน เมล็ดตดิ สแี ดงเขม ; เมลด็ ติดสแี ดงสวย; เมล็ดตดิ สแี ดงปานกลาง; เมลด็ ติดสีแดงเล็กนอ ย; เมลด็ ไมต ิดสี; ไมม ีชวี ิต มีชีวิต มชี ีวติ ไมม ชี ีวิต ไมม ชี ีวิต ภาพที่ 2 ระดบั การตดิ สีของเอ็มบริโอภายในเมลด็ กลวยไมเ พ่อื ประเมนิ ความมชี วี ิตดว ยสาร TTC ที่ความ เขม ขน 1 เปอรเซ็นต การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
352 AB C DE ภาพที่ 3 ระยะโปรโตคอรม ทพ่ี ฒั นาจากการเพาะเมลด็ ของวานเพชรหงึ หลังจากการเพาะเมลด็ เปน เวลา 5 เดอื น (A) เมล็ดไมง อก (S1) (B) โปรโตคอรม ทมี่ ลี กั ษณะบวมสีขาว (S2) (C) โปรโตคอรม ทมี่ กี ารพฒั นาเปน สีเขยี ว (S3) (D) โปรโตคอรม มยี อดแหลม (E) โปรโตคอรม มใี บ 2 ใบ (S4) สเกล = 200 µm ผลและวิจารณผ ลการทดลอง – 99.20 % (ตารางท่ี 1) จากผลการทดลองแสดงใหเห็นวา ฝกท่ีเก็บในอุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส เปลือกมีการ ความมีชีวิตของเมล็ดภายในฝกวานเพชรหึงลดลงเมื่อเก็บ รักษาฝกเปนเวลานาน 30 วัน โดยเฉพาะเมื่อเก็บรกั ษาฝกที่ เปลี่ยนเปนสีนํ้าตาล (ภาพท่ี 4) เกิดอาการสะทานหนาว อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส การท่ีเก็บรักษาฝกกลวยไมท้ัง (chilling injury) อาการสะทานหนาวสามารถเกิดไดกับพืช ฝก สามารถเก็บรักษาในระยะเวลาส้ันกวาการเก็บรักษา หรือสวนของพืช เม่ืออยูในสภาพที่มีอุณหภูมิตํ่าแตเหนือจุด เมล็ดกลวยไม เนื่องจากภายในฝกมีสภาพความชื้นสูง เยือกแข็งจนเกิดความผิดปกติข้ึนและแสดงออกเปนอาการ มากกวา 90% สภาพความช้ืนสูงมีผลทําใหความมีชีวิตของ ใหเห็นและตายในที่สุด (จริงแท, 2549) แตเม่ือนําเมล็ด เมล็ดกลวยไมลดลง การเก็บรักษาเมล็ดท่ีอุณหภูมิต่ําตอง ภายในฝกมาทดสอบความมีชีวิต เมล็ดมีเปอรเซ็นตความมี คํานึงถึงการลดความชื้นอยางถูกตอง (Seaton and Hailes, ชีวิตสูง คาเฉลี่ย 90.34 % ซึ่งไมมีความแตกตางทางสถิติ 1989; Kauth et al., 2008) ดานการพฒั นาของเมล็ดเมอ่ื นาํ จากเมล็ดในฝกท่ีเก็บรักษาอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส มี เมล็ดเพาะเล้ียงบนอาหาร พบวา เมล็ดท่ีเก็บรักษาใน คาเฉลีย่ 95.06 % (ตารางท่ี 1) แสดงวา อาการสะทา นหนาว อุณหภูมิ 10 และ 25 องศาเซลเซียส สามารถพัฒนาไดเปน มีผลตอผิวเปลือกเทาน้ัน ซ่ึงเปลือกฝกวานเพชรหึงมีความ ปกติจนถึงระยะโปรโตคอรมมียอดแหลม หรือโปรโตคอรม มี หนาถงึ 0.5 เซนติเมตร จงึ ปอ งกันความเย็นเขา สเู มลด็ ภายใน ใบ 2 ใบ (S4) ซึ่งคาเฉล่ียของเมล็ดที่เก็บในอุณหภูมิ 25 ฝกได และสวนเมล็ดกลวยไมเองก็สามารถเก็บรักษาไวที่ องศาเซลเซียส มีการพัฒนาถึงระยะ S4 77.28 % ซ่ึง อณุ หภูมิ 5 องศาเซลเซยี ส ในสภาพความช้ืนที่เหมาะสมเปน มากกวาคาเฉล่ียของเมล็ดที่เก็บในอุณหภูมิ 10 องศา เวลาหลายป (Seaton, 2007) ปจจัยระยะเวลาเก็บรักษามี เซลเซียส มีการพัฒนาถึงระยะ S4 66.84 % (ตารางที่ 2) ผลตอความมีชีวิตของเมล็ด โดยระยะเวลาการเก็บฝกนาน ปจจัยดานระยะเวลาเก็บรักษา การเก็บรกั ษาเปนเวลา 7-21 7-21 วนั เมล็ดมเี ปอรเซ็นตความชีวติ ไมแ ตกตางกันทางสถิติ วัน เมลด็ มกี ารพัฒนาถงึ ระยะ S4 ไมแตกตางกันทางสถติ ิโดย โดยมีคาเฉล่ีย 95.24 – 97.05 % แตเม่ือเก็บรักษาฝกเปน มีคา 76-79 % สวนการเก็บรักษาระยะเวลานานถึง 30 วัน เวลา 30 วัน เปอรเซ็นตความมีชีวิตของเมล็ดเร่ิมลดลงมี มีผลทําใหการพัฒนาของเมล็ดในระยะ S4 มีคาลดลง โดยมี คาเฉลี่ย 81.55 % ความมีชีวิตของเมล็ดยังมีผลเน่ืองจาก คาเฉล่ีย 56.10 % ปจจัยรวมระหวางอุณหภูมิและ ปจจัยรวมระหวางอุณหภูมิและระยะเวลาการเก็บฝก โดย ระยะเวลาการเกบ็ รักษามผี ลตอ การพัฒนาของเมลด็ โดยการ เปอรเ ซ็นตความมีชวี ิตของเมลด็ นอยทส่ี ดุ 65.75 % เม่ือเก็บ เก็บท่ีอุณหภูมิ 10 องศาเซลเซยี ส เปนเวลา 21 วัน มีคาการ รักษาเมล็ดท่ีอุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส เปนเวลา 30 วัน พัฒนาในระยะ S4 มากท่ีสดุ 82.04 % แตไ มม คี วามแตกตาง สวนทรีทเมนตอื่นๆ มีคาเปอรเซ็นตความมีชีวิตเฉลี่ย 91.29 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
353 ทางสถิติจากทรีทเมนตท่ีเก็บรักษาท่ีอุณหภูมิ 25 องศา ภาพที่ 4 การเปล่ียนแปลงสีเปลือกของฝกวานเพชรหึง เซลเซียส ระยะเวลา 7-30 วัน และการเก็บที่อุณหภูมิ 10 หลงั จากการเกบ็ รกั ษาทีอ่ ุณหภูมิ 10 องศาซลเซียส องศาเซลเซียส เปนเวลา 30 วัน มีคาการพัฒนาในระยะ S4 (ซา ย) อณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส (ขวา) เปน เวลา นอยท่ีสุด 36.41 % (ตารางที่ 2) ซึ่งการพัฒนาของเมล็ด 7 วนั กลวยไมมีความสัมพันธไปในทิศทางเดียวกันกับความมีชีวิต ของเมล็ดกลว ยไม สรุป การเก็บรักษาฝกวานเพชรหึงสามารถเก็บรักษาที่ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ไดนาน 30 วัน และเก็บรักษาท่ี อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส ไดนาน 21 วัน เมล็ดภายในฝก สามารถนําไปเพาะในสภาพปลอดเช้ือ มีการงอกและพัฒนา เปนโปรโตคอรม มียอดแหลมหรอื โปรโตคอรมมีใบ 2 ใบ 74- 82% ตารางที่ 1 เปอรเ ซน็ ตความมีชวี ิตของเมลด็ วา นเพชรหึง หลังทําการเก็บรักษาฝกในอณุ หภูมแิ ละระยะเวลาตางๆ โดยวธิ ีการ ยอมดว ยสาร TTC ความเขมขน 1 เปอรเ ซน็ ต เวลา (วัน) 7 14 21 30 คา เฉลย่ี อุณหภมู (ิ °C) อณุ หภมู ิ 10 99.20±0.18a 97.42±2.28ab 99.00±0.88a 65.75±8.66c 90.34±15.16 25 91.29±2.48b 96.48±2.21ab 95.09±3.95ab 97.35±2.41ab 95.06±3.53 คาเฉล่ียเวลา 95.24±4.48A 96.95±2.17A 97.05±3.40A 81.55±17.70B คา ตัวเลข±SE ทตี่ ามดวยตวั อกั ษรท่เี หมอื นกันไมม ีความแตกตา งทางสถติ ทิ ่รี ะดับความเชือ่ ม่นั 95% โดยวิธี DMRT คา เฉลี่ยเวลา±SE ทต่ี ามดวยตวั อักษรทีเ่ หมือนกนั ไมม ีความแตกตา งทางสถติ ิท่ีระดบั ความเช่ือมนั่ 95% โดยวธิ ี DMRT ตารางท่ี 2 เปอรเ ซน็ ตการพัฒนาของเมล็ดวานเพชรหึง หลังทําการเกบ็ รักษาฝกในอณุ หภมู ิและระยะเวลาตา งๆ และนํามา เพาะเลยี้ งเปนเวลา 5 เดือน ระยะการพฒั นา ปจจยั ระดบั ปจ จัย S1 S2 S3 S4 อณุ หภูมิ 10 9.92±16.21 2.87±3.56 20.37±8.77 66.84±19.45b (°C) 25 2.18±2.51 0.98±0.85 19.56±6.86 77.28±6.28a T-test ns ns ns * 0.56±0.63b 0.70±0.37b 76.06±7.82a ระยะเวลา (วนั ) 7 22.69±7.64 14 1.61±1.09b 0.97±0.64b 20.59±3.63 76.83±3.78a 21 2.59±3.25b 1.67±3.59b 16.47±5.52 79.27±5.12a 30 19.44±18.84a 4.35±3.09a 20.11±11.74 56.10±22.76b F-test ** ** ns ** อุณหภมู ิ*ระยะเวลา 10*7 0.80±0.81de 0.74±0.25b 24.13±8.65 74.33±8.45b 10*14 1.71±1.47cd 1.17±0.62b 22.56±3.82 74.56±4.00b 10*21 1.10±0.74de 2.57±5.14b 14.29±3.14 82.04±4.98a 10*30 36.08±10.21a 6.99±1.65a 20.52±13.99 36.41±9.74c 25*7 0.32±0.29e 0.66±0.50b 21.25±7.16 77.77±7.66ab 25*14 1.50±0.71cd 0.77±0.67b 18.63±2.33 79.10±1.82ab การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
354 25*21 4.09±4.21b 0.76±0.71b 18.65±6.85 76.50±3.87ab 25*30 2.80±1.31bc 1.71±1.14b 19.70±10.68 75.79±10.11ab F-test ** ** ns ** คาเฉล่ยี ±SE ตามดว ยอักษรทเี่ หมอื นกนั ไมม คี วามแตกตางทางสถติ ิทร่ี ะดบั ความเชอื่ มนั่ 95% โดยวธิ ี DMRT ns ไมมีความแตกตางทางสถติ ิ, * แตกตา งทีร่ ะดับความเชอ่ื มน่ั 95%, ** แตกตางทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั่ 99% S1 เมล็ดไมง อก, S2 โปรโตคอรม ทม่ี ีลกั ษณะบวมสีขาว, S3 โปรโตคอรม ทม่ี กี ารพัฒนาเปนสเี ขยี ว, S4 โปรโตคอรม มียอดแหลมหรอื โปรโตคอรม มีใบ 2 ใบ กติ ตกิ รรมประกาศ pp. 375-391 In Floriculture, Ornamental and ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ไดสนับสนุนทุน Plant Biotechnology Vol. 5. Global Science Books, UK. วิจัย และคณะเกษตรศาสตรสําหรบั สถานที่ในการทาํ วิจยั Seaton, P.T. 2007. Establishing a global network of เอกสารอา งอิง orchid seed banks. LANKESTERIANA 7(1-2): กาญจนา รุงรัชกานนท. 2555. กลว ยไม: เทคโนโลยแี ละการ 371-375. Seaton, P.T. and N.S.J. Hailes. 1989. Effect of ประยกุ ตใ ชงาน. โรงพมิ พมหาวิทยาลยั อุบลราชธานี, temperature and moisture content on the อุบลราชธานี. viability of Catteya aurantiaca. pp. 17-29 In จรงิ แท ศิริพานิช. 2549. ชีววทิ ยาหลงั การเกบ็ เกี่ยวและการ H.W. Pritchard (ed.), Modern methods in orchid วายของพืช. โรงพิมพศ ูนยสงเสรมิ และฝกอบรม conservation: The role of physiology, ecology การเกษตรแหง ชาต,ิ นครปฐม. and management. Cambridge University Press, พัชรยี า บุญกอแกว . 2553. บญั ชรี ายการทรพั ยส ินชีวภาพ Cambridge. กลวยไมไ ทย. สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ Yam, T.W., J. Chua, F. Tay and P. Ang. 2010. (องคการมหาชน). Conservation of the native orchids through Kauth, P.J., D. Dutra, T.R. Johnson, S.L. Stewart, M.E. seedling culture and reintroduction -a Singapore Kane and W. Vendrame. 2008. Techniques and experience. Bot. Rev. 76: 263-274. application of in vitro orchid seed germination. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
355 เทคนคิ การเพาะเลี้ยงเน้ือเย่อื พชื อยา งงา ยและตน ทุนต่าํ เพื่อการอนรุ กั ษพ ันธกุ รรมพรมมิ SIMPLIFIED AND LOW-COST PLANT TISSUE CULTURE TECHNIQUE FOR Bacopa monnieri (L.) Wettst. GENETIC CONSERVATION กิตตศิ กั ด์ิ โชติกเดชาณรงค Kittisak Chotikadachanarong ศนู ยความเปน เลศิ ดา นเทคโนโลยีชวี ภาพพืช คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม เชียงใหม 50300 Center of Excellence in Plant Biotechnology, Faculty of Science and Technology, Chiang Mai Rajabhat University, Chiang Mai 50300 บทคดั ยอ การศึกษาผลของเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพืชอยางงาย และตนทุนต่ําตอการเพาะเล้ียงชิ้นสวนขอของพรมมิ โดยนํา ชิ้นสวนขอมาทําการฟอกฆาเช้ือดวยสารละลาย Haiter (6% sodium hypochlorite, NaOCl) ความเขมขน 10% เปนเวลา 5 นาที แลวเลี้ยงบนอาหารเพาะเลยี้ งเนื้อเย่ือพืชอยางงายสตู รกิตติศักด์ิ (KS, 2558) ความเขมขนตางๆ ดังนี้ 1/5KS, 2/5KS, 3/5KS, 4/5KS และ KS เปรียบเทียบกับอาหารวุนสูตร Murashige and Skoog (MS, 1962) เติมนํ้าตาลทราย 30 กรัมตอ ลิตร ปรับ pH เปน 5.7 เติมผงวนุ 7 กรัมตอลติ ร เติมน้ํายาฟอกผาขาว Haiter 0.5 มิลลิลิตรตอลิตร นําไปเพาะเลี้ยงสภาพให แสงเปน เวลา 16 ชั่วโมงตอ วัน ในหอ งควบคมุ อณุ หภมู ิ 25±2°C เปรยี บเทียบกับการเพาะเลยี้ งในหองทไ่ี มควบคมุ อณุ หภมู ิ เปน เวลา 5 สัปดาห พบวาอาหารวุนสูตร MS และ KS ท่ีเพาะเล้ยี งในหองควบคมุ อุณหภูมิ 25±2°C และหองที่ไมควบคุมอณุ หภูมิ มีการเจริญเติบโตไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับนัยสําคัญ 0.05 และเมื่อทําการยายออกเปน เวลา 4 สัปดาห พบวา มีอตั ราการรอดชวี ิตของตนออ น 100% Abstract To study the effects of simplified and low-cost plant tissue culture technique on tissue culture of Bacopa monnieri (L.) Wettst. Nodal explants were sterilized with 10% Haiter (6% sodium hypochlorite, NaoCl) for 5 min. Sterilized explants were cultured on Kittisak (KS, 2015) medium at the 1/5KS, 2/5KS, 3/5KS, 4/5KS and KS compared with Murashige and Skoog (MS, 1962) medium associated with 30 g/L sugar, 7 g/L agar and pH was adjusted to 5.7 which were sterilized with 0.5 mL/L Haiter supplementation. They were incubated in 16 h photoperiod at 25±2ºC compared with room temperature for 5 weeks. It was found that MS and KS media at 25±2ºC and room temperature showed growth and development non -significant differences at the 0.05 level and then all plantlets were transplanted for 4 weeks. It was showed 100% survival rate of plantlet. คาํ สาํ คญั : การเพาะเลีย้ งทอ่ี ุณหภูมหิ อง, อาหารเพาะเลยี้ งเนือ้ เยือ่ พชื อยา งงาย, การเพาะเล้ียงเนื้อเย่อื พชื ตน ทนุ ต่าํ Keywords: room temperature cultures, simplified plant tissue culture medium, low-cost plant tissue cultures ติดตอนกั วิจยั : กิตตศิ กั ดิ์ โชตกิ เดชาณรงค (อีเมล [email protected]) Corresponding author: Kittisak Chotikadachanarong (E-mail: [email protected]) บทนาํ บํารุงหัวใจ นอกจากน้ียังพบวาพรมมิมีสาร ซาโปนิน พรมมิ (Bacopa monnieri) เปนพืชอายุหลายป อยูใน (saponin) ซึ่งเปนสารออกฤทธ์ิชนิดเดียวกับท่ีพบไดในโสม และแปะกวย สารชนิดน้ีมีฤทธิ์ชวยในการเรียนรู และการ วงศเทียนเกล็ดหอย (Scrophulariaceae) พบขึ้นตามริมนํ้า จดจํา ลดอาการวิตกกังกล ลดอาการซึมเศรา และปองกัน และท่ีชื้นแฉะ มีตนกําเนิดมาจากอินเดีย และเนปาล มี การเกิดอาการลมชัก (ชาญชัย, 2556) คุณสมบัติดังกลาว สรรพคุณแกปวดประสาท ดับไขฝดาษ แกไข แกรอนใน เหมาะสมกับสังคมไทย เพราะประเทศไทยกําลังเขาสูสังคม กระหายนํ้า ขับปสสาวะ ขับพยาธิ ขับเสบหะ แกหืด และ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
356 สูงวัย ซ่ึงผูสูงวัยมักจะมีอาการหลงลืม หรือโรคอัลไซเมอร พันธุกรรมพืชในโรงเรียน และเพ่ือสนองพระราชดําริใน ดังน้ันในปจจบุ ันจึงมีการนําพรมมมิ าแปรรปู เปนอาหารเสริม โครงการอนรุ กั ษพ ันธุกรรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดําริฯ ประเภทตางๆ เชน องคการเภสัชกรรมไดนําสารสกัดจาก อุปกรณและวธิ ีการทดลอง พรมมิมาอัดเม็ดเปนอาหารเสริมเพื่อบํารุงสมอง ชวยเรื่อง การเตรียมอาหารเพาะเลี้ยงเน้อื เยอ่ื พืช ความจํา และปองกันอาการสมองเสื่อมตามวัย พรมมิจึงเปน พืชท่มี คี วามตองการในตลาดเพ่มิ สงู ขน้ึ ในปจ จุบัน เตรียมอาหารเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อพืชอยางงายสูตรกิตติ ศักด์ิ (KS, 2558) ความเขมขนตางๆ ดังนี้ 1/5KS, 2/5KS, พรมมินิยมทําการขยายพันธุโดยวิธีการปกชํา ซ่ึงตองใช 3/5KS, 4/5KS และ KS โดยเติมนํ้าประปา 300 มิลลลิ ติ ร ใน เวลานาน และมีโอกาสท่ีเชื้อจุลินทรียกอโรคในดินจะเขาสู บกี เกอรขนาด 1 ลิตร จากนนั้ เติมสารละลายธาตอุ าหารสูตร ระบบทอลําเลียงของพืชไดงาย ทําใหพืชที่ไดมีลักษณะ KS ของศูนยความเปนเลิศดานเทคโนโลยีชีวภาพพืช คณะ ออนแอ ดังน้ันวิธีการขยายพันธุโดยใชการเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม จงึ เปนอีกหนง่ึ ทางเลอื กท่มี คี วามเหมาะสม เนือ่ งจากสามารถ Stock A และ B ความเขมขนอยางละเทาๆ กันคือ 1, 2, 3, ขยายพันธุไดจํานวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว และไดตน 4 และ 5 มิลลิลิตรตอลิตร เติมน้ําตาล 30 กรัมตอลิตร ปรับ พันธุท่ีปลอดโรค โดยมีการรายงานการเพาะเลี้ยงยอดออน ปริมาตรดวยน้ําประปาเปน 1 ลิตร ปรับคา pH เปน 5.7 ของพรมมิบนอาหารวุนสูตร Murashige and Skoog (MS, ดวย 1 M KOH หรือ 1 M HCl เติมผงวุน (ตรานางเงือก) 7 1962) ในชุดการทดลองท่ีไมเติมสารควบคุมการเจริญเติบโต กรัมตอ ลิตร นําไปตม จนวนุ ละลาย รอใหอุณหภมู ิของอาหาร สามารถชักนําใหเกิดจํานวนยอดเฉลี่ย 1.5 ยอดตอช้ิน ลดลงถงึ 60°C จงึ เตมิ นํา้ ยาฟอกผา ขาว Haiter 0.5 มลิ ลลิ ติ ร เนื้อเยื่อ (ยงศักด์ิ และอัญชลี, 2557) อยางไรก็ตาม เทคนิค ตอลิตร(Chotikadachanarong, 2013) เพ่ือฆาเช้ือจลุ นิ ทรยี การเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อพืชน้ันมีขั้นตอนที่ยุงยาก และการ ในอาหาร เทใสแ กวพลาสตกิ ขนาด 4 ออนซ ปดฝา รอจนวุน ลงทุนสูงทง้ั ในสว นของสารเคมที ใี่ ชในการเตรียมอาหาร และ แข็งตัวแลวจึงนําไปใชในการทดลอง สําหรับชุดควบคุม คือ เคร่ืองมือตางๆ เชน เคร่ืองช่ังทศนิยม 4 ตําแหนง เครื่องทํา อ า ห า ร วุ น สู ต ร Murashige and Skoog (MS, 1962) ท่ี นํ้ากลั่น หมอนึ่งความดันไอ ตูตัดเน้ือเยื่อ และหองควบคุม เตรียมโดยใชนํ้าประปา เติมน้ําตาล 30 กรัมตอลิตร ปรับคา อุณหภูมิ เปนตน ดังนั้นหากมีการใชเทคนิคการเพาะเล้ียง pH เปน 5.7 ดวย 1 M KOH หรอื 1 M HCl เตมิ ผงวุน (ตรา เน้ือเยื่อพืชอยางงาย โดยใชอาหารเพาะเลยี้ งเนื้อเยื่อพชื สูตร นางเงือก) 7 กรัมตอลิตร และฆาเช้ือจุลินทรียในอาหารดวย กิตติศักดิ์ (KS, 2558) ซึ่งผลิตโดยศูนยความเปนเลิศดาน วธิ กี ารเดยี วกนั เทคโนโลยีชีวภาพพืช มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม ซึ่งมี การเตรียมนํ้าสําหรับการฟอกฆาเช้ือชิ้นสวนพืช และ ราคาถูกทดแทนอาหารสูตร MS อีกทั้งการเตรียมอาหาร อปุ กรณใ นการตัดเน้ือเย่ือพชื ดังกลาวยังสามารถเตรียมไดงาย และสามารถประยุกตใช อุปกรณท่ีมีราคาถูก สามารถหาซื้อไดงาย เชน การใชชอน เตรียมนํ้าประปาปรมิ าตร 1 ลิตร เติมนํายาฟอกผาขาว ตวงแทนเคร่ืองช่ังได โดยน้ําตาลทราย 30 กรัม เทากับ 2 0.5 มล. คนใหเขา กันกอนเทใสข วดขนาด 8 ออนซ จํานวน 4 ชอนโตะ และผงวุน 7 กรัม เทากับ 2 ชอนชา และสามารถ ขวด ขวดท่ี 1 ปริมาตร 90 มล. ขวดที่ 2-4 ปริมาตร ขวดละ ฆาเชื้อจุลินทรียในอาหารโดยการเติม Haiter แทนการใช 100 มล. ปด ฝาแลว ตั้งท้งิ ไวเ ปนเวลา 1 ชั่วโมง จากนนั้ นําน้ํา หมอน่งึ ความดนั ไอได นอกจากนก้ี ารเพาะเลย้ี งเน้อื เยอ่ื พืชใน ขวดที่ 1 มาเติมนํา้ ยาฟอกผา ขาว 10 มล. และน้ํายาลา งจาน หองควบคุมอุณหภูมิ 25±2°C ตลอด 24 ช่ัวโมงตอวัน 2 หยด เพ่อื ใชส าํ หรบั การฟอกฆาเชือ้ ช้นิ สวนพืช สวนนํา้ ขวด จําเปนตองใชงบประมาณลงทุนสูง อีกท้ังยังเปนการสิ้น ที่ 2-4 ใชส าํ หรบั การลา งชิ้นสว นพชื หลงั การฟอกฆาเชื้อ เปลื้องพลังงานไฟฟา และเพิ่มคาใชจายในการดําเนินงาน อยางมาก อุปกรณที่ใชในการตัดเนื้อเยื่อพืช ไดแก มีดผาตัด และ ปากคีบ กอ นใชใ หล า งทําความสะอาด เช็ดใหแหง แลว นาํ ไป งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาผลของการ แชในแอลกอฮอล 70% กอนตัดและหลังการตัดเน้ือเย่ือ เพาะเล้ียงชิ้นสวนขอของพรมมิบนอาหารเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ ตลอดเวลา สําหรับถาดสแตนเลสสําหรับรองตัดเนื้อเย่ือพืช พืชอยางงาย และเพื่อเปรียบเทียบผลของการเพาะเลี้ยง ใหพนดวยแอลกอฮอล 70% ใหชุมตลอดเวลาระหวางท่ีตัด ช้ินสวนขอของพรมมิในหองควบคุมอุณหภูมิ 25±2°C กับ เน้ือเย่ือพืช สําหรับตูตัดเนื้อเยื่อในงานวิจัยนี้ใชตูปลาขนาด การเพาะเลย้ี งในอุณหภูมิหอ งตอ การเจรญิ เตบิ โตของช้ินสวน กวางxยาวxสูง เทากับ 23x40x29 ซม. กอนใชงานใหพน ขอของลานไพลินในสภาพปลอดเช้ือ เพื่อเปนแนวทางในการ ดว ยแอลกอฮอล 70% จนทัว่ แลวเช็ดดวยผาสะอาด ลดตนทุนสําหรับการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อพืชเพื่อการอนุรักษ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
357 การฟอกฆา เชื้อ และการเพาะเลยี้ งชน้ิ สว นขอของพรมมิ ผลและวจิ ารณผ ลการทดลอง ตัดแยกช้ินสวนขอของพรมมิขนาดประมาณ 1 ซม. มา การเพาะเลี้ยงชิ้นสวนขอของพรมมิดวยเทคนิคการ ทําการลางใหสะอาดแลวนําไปฟอกดวยน้ํายาฟอกฆาเช้ือที่ เพาะเล้ียงเนื้อเย่ือพืชอยางงายบนอาหารวุนสูตร MS และ เตรียมไวเปน เวลา 5 นาที แลวลางดวยนํ้าสะอาดท่ีเตรยี มไว KS ความเขมขนตางๆ ในหองควบคุมอุณหภูมิ 25 องศา 3 ครัง้ ๆ ละ 5 นาที จากน้ันใชปากคบี นําช้นิ สว นพชื ขนึ้ มาวาง เซลเซียส และอุณหภูมิหองเฉลี่ย 28.2 องศาเซลเซียส รวม ในถาดสแตนเลส พนดวยแอลกอฮอล 70% จนชมุ ตดั สวนท่ี 12 ชดุ การทดลอง โดยเลย้ี งในสภาพใหแ สง 16 ชว่ั โมงตอวัน โดนนาํ้ ยาฟอกฆา เชื้อทําลา งออก กอนนําชิน้ สวนไปปกลงบน เปนเวลา 5 สัปดาห พบวามีอัตราการปนเปอนเชื้อจุลินทรีย อาหารวุนท่ีเตรียมไวทั้ง 6 สูตร แลวนําไปเลี้ยงบนช้ันวาง เฉลี่ย 28.95% และพบวาจํานวนยอดเฉล่ียของพรมมิท่ีเล้ยี ง เนื้อเย่อื ซง่ึ มกี ารใหแสงเปน เวลา 16 ชั่วโมงตอวัน ในอุณภูมทิ ่ี บนอาหารวนุ สตู ร MS และ KS ทเี่ พาะเลี้ยงในท้ัง 2 อณุ หภูมิ แตกตางกัน 2 อุณหภูมิ คือ เพาะเลี้ยงหองท่ีไมมกี ารควบคุม มีคาเฉลี่ยจํานวนไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญที่ระดับ อุณหภูมิของคณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย นัยสําคัญ 0.05 โดยมีคาเฉลี่ยต้ังแต 2.10 ถึง 2.80 ยอดตอ ราชภัฏเชียงใหม ระหวางเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม ช้ินเนื้อเยื่อ อีกทั่งชุดการทดลองดังกลาวยังใหจํานวนยอด 2561 ซ่ึงมีอุณหภูมิเฉล่ียในระหวางท่ีทําการทดลองเทากัน เฉลี่ยมากกวาชุดการทดลองอ่ืนๆ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ 28.2 องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับหองเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือ ดงั ตารางที่ 1 พืชที่ควบคุมอุณหภูมิท่ี 25 องศาเซลเซียสของคณะ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม ในขณะที่ความยาวยอดเฉล่ียของพรมมิที่เล้ียงบน ทําการเพาะเล้ียงเปนเวลา 5 สัปดาห บันทึกอัตราการ อาหารวุนสูตร KS ที่เพาะเลี้ยงท่ีอุณหภูมิ 25±2°C และ ปนเปอน จํานวนยอด ความยาวยอด จํานวนใบ และจํานวน 28.2°C มีความยาวยอดเฉล่ีย 3.43±0.30 และ 3.04±0.25 รากของตนออนพรมมิภายหลังการเพาะเล้ียงเปนเวลา 4 ซม. ตามลาํ ดบั ซึ่งไมแ ตกตางจากความยาวยอดเฉลีย่ ของตน สัปดาห ออนที่เล้ียงบนอาหารวุนสูตร MS ท่ีอุณหภูมิ 25±2°C (2.75 การยา ยตนออ นออกปลกู ±0.50 ซม.) อยางมนี ยั สาํ คัญทางสถิติที่ระดบั นัยสําคญั 0.05 (ตารางที่ 1) นําตนออนท่ีพรมมิไดจากการเพาะเลี้ยงเปนเวลา 5 สัปดาห มาลางสวนที่มีวุนติดอยูออกจนหมด แลวนําไปปลกู สําหรับชุดการทดลองที่ชักนําใหเกิดจํานวนใบเฉลี่ยมาก ในวสั ดปุ ลูกคือ มอสแหง ซ่งึ ลางนาํ้ 3 คร้งั และแชนํา้ ไวแลว 1 ที่สุดไมแ ตกตา งกนั อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั นัยสาํ คญั คืน ปลูกในแกวพลาสติกใสขนาด 7 ออนซ ปดฝา แลวนําไป 0.05 มี 4 ชุดการทดลอง ไดแก อาหารวุนสูตร MS ที่ ไวในท่ีมีแสงแดดรําไรเปนเวลา 2 สัปดาห ทําการเปดฝาแลว อุณหภูมิ 25±2°C และ 28.2°C และอาหารสูตร KS ท้ังที่ ปลูกตอ ไปอกี 2 สปั ดาห โดยรดนาํ้ วันละ 1 ครงั้ บันทกึ อัตรา อุณหภูมิ 25±2°C และ 28.2°C โดยมีจํานวนใบเฉล่ียเทากับ การรอดชีวิต 2.75±0.50, 20.71±6.01, 20.83±2.48 และ 21.00±5.32 การวเิ คราะหข อ มูล ใบตอช้ินเนื้อเยื่อ ตามลําดับ ซ่ึงมากกวาชุดการทดลองอื่น อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถิติท่ีระดบั นยั สําคัญ 0.05 (ตารางที่ 1) การทดลองทั้งหมดใชแผนการทดลองแบบสุมสมบูรณ (Complete randomize design) โดยนาํ ชนิ้ สวนพืชไปเลยี้ ง นอกจากน้ียังพบวาทุกชุดการทดลองมาสามารถชักนํา บนอาหารวนุ 6 สูตร คอื 1/5KS, 2/5KS, 3/5KS, 4/5KS, KS ใหเ กดิ รากได และใหจ าํ นวนรากเฉลย่ี ทไ่ี มแตกตา งกันอยางมี และ MS จากน้ันนําไปเล้ียงในอุณหภูมิที่แตกตางกัน 2 นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับนัยสําคัญ 0.05 (ตารางท่ี 1) และ อณุ หภมู ิ รวม 12 ชดุ การทดลอง ทําการทดลองชุดละ 15 ซา้ํ เมื่อพิจารณาจากลักษณะภายนอกของตนออนพรมมิท่ี โดยผลการทดลองจะถูกแสดงเปนคาเฉล่ีย±คาเบ่ียงเบน เพาะเล้ียงบนอาหารวุนสูตร MS และ KS ท่ีทั้ง 2 อุณหภูมิ มาตรฐาน และวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว (One แสดงในภาพที่ 1 พบวามีลักษณะภายนอกใกลเคยี งกนั คือใบ way ANOVA) จากนั้นทดสอบความแตกตางของคาเฉล่ีย สีเขียวสด ลักษณะตนแข็งแรง แตตนออนท่ีเพาะเลี้ยงบน โดยวิธี Duncan’s Multiple Range Test (DMRT) ท่ีระดับ อาหารวุนสูตร KS จะมีการแตกรากฝอยมากกวาการ นยั สําคญั 0.05 เพาะเลย้ี งบนอาหารวนุ สูตร MS สําหรับการยายตนออนออกปลูกนําตนออนท่ีพรมมิได จากการเพาะเลีย้ งเปนเวลา 5 สปั ดาห มามาปลกู ในวสั ดปุ ลกู เปนเวลา 4 สัปดาห พบวา ตนออนทั้งหมดมีอัตราการรอด ชีวิต 100% ลักษณะตนแข็งแรงมีการแตกยอดใหมจํานวน มาก ดงั ภาพท่ี 2 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
358 ผลการทดลองแสดงใหเห็นวาการเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือ สําหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพรมมิทั้งในอุณหภูมิ พรมมิโดยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชอยางงายดวย 25±2°C และที่อุณหภูมิหองน้ันมีการเจริญเติบโตของตน อาหารสูตร KS ท่ีอุณหภูมิหองเฉลี่ย 28.2°C นั้น สามารถใช ออนในสภาพปลอดเช้ือที่ไมแตกตางกัน โดยมีรายงานวาพืช ทดแทนการเพาะเลี้ยงบนอาหารวุนสูตร MS ท่ีหองควบคุม ที่เพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อหลายชนิดสามารถทนตอ อุณหภูมิ 25±2°C ได เน่ืองจากใหการเจริญเติบโตที่ไม อุณหภูมิสูงในชวงกลางวันไดถึง 30 องศาเซลเซียส และ แตกตางกัน เม่ือเปรียบเทียบกับรายงานของ ยงศักดิ์ และ ต่ําสุดในชวงกลางคืนไดถึง 10 องศาเซลเซียส โดยไมทําให อญั ชลี (2557) ซ่ึงทาํ การเพาะเลย้ี งเน้ือเย่อื พรมมดิ วยเทคนิค ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พื ช ล ด ล ง ( Ahloowalia and มาตรฐานบนอาหารวุนสูตร MS ที่อุณหภูมิ 25±2 องศา Savangikar, 2002) ในทางตรงกันขาม Kodym et. al. เซลเซียส ใหแสงเปนเวลา 16 ชั่วโมงตอวัน เปนเวลา 6 (2001) รายงานวากลว ยและมันฝรั่ง ซ่ึงเพาะเลย้ี งโดยใชแ สง สัปดาห พบวา สามารถชกั นาํ ใหพรมมเิ กิดยอดไดจ าํ นวนเฉลย่ี ธรรมชาติในอุณหภูมิชวง 16-41 องศาเซลเซียส มีการ 1.5 ยอดตอชิ้นเน้ือเย่ือ ซ่ึงนอยกวาจํานวนยอดเฉลี่ยของ เจริญเติบโตสูงกวาการเพาะเลี้ยงในหองควบคุมอุณหภูมิ เน้ือเย่ือพรมมิที่เพาะเล้ียงบนอาหาร KS ทั้ง 2 อุณหภูมิใน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ดังนั้นการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพืชใน งานวิจัยนี้ แตมีความยาวยอดเฉล่ีย 3.5 ซม. ใกลเคียงกัน หองที่ไมควบคุมอุณหภูมิจึงเปนท่ีหน่ึงทางเลือกสําหรับการ ในขณะท่ีงานวิจัยของ Kaur (2013) รายงานวาการเพาะเลีย้ ง ประหยัดตน ทุนในการตดิ ตงั้ เครื่องปรับอากาศ และลดการใช ช้ินสวนขอของพรมมิดวยเทคนิคมาตรฐานบนอาหารวนุ สูตร พลงั งานไฟฟา ได MS ที่อุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส ใหแสงเปนเวลา 16 ดังนั้น หากเปรียบเทียบในดานของงบประมาณในการ ช่ัวโมงตอวัน เปนเวลา 4 สัปดาห พบวาเนื้อเยื่อไมสามารถ ลงทนุ สาํ หรับเทคนิคการเพาะเลยี้ งเนอ้ื เยื่อพืชแบบมาตรฐาน เจริญเปนยอดได นอกจากน้ียังพบวาเทคนิคการเพาะเลี้ยง น้ันตองใชเงินลงทุนประมาณ 300,000-500,000 บาท เนื้อเย่ือพืชอยางงายยังสามารถใชทดแทนการเพาะเลี้ยง ในขณะทเ่ี ทคนิคการเพาะเล้ยี งเนื้อเย่ือพืชอยางงายนนั้ ใชเงิน เนื้อเย่ือพืชดวยเทคนิคมาตรฐานเพ่ือขยายพันธุ ลานไพลิน ลงทุนเพียง 4,000-6,000 บาท เทาน้ัน เทคนิคดังกลาวจึง (กติ ติศกั ดิ์, 2561ก) และกุหลาบหนู (กิตติศักด์,ิ 2561ข) เปนเหมาะท่ีนํามาสงเสริมใหโรงเรียนตางๆ นํามาใชเพ่ือการ อนุรกั ษพ นั ธกุ รรมพืชตอไป ตารางที่ 1 จํานวนยอด ความยาวยอด จํานวนใบ และจํานวนรากเฉลี่ย±คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของตนออนพรมมิภายหลังการ เพาะเลยี้ งเปน เวลา 5 สปั ดาห ชดุ การทดลอง จํานวนยอดเฉล่ีย ความยาวยอด จาํ นวนใบ จาํ นวนราก (ยอด/ช้นิ เนอื้ เยอื่ ) เฉลี่ย (ซม) (ใบ/ชนิ้ เนอื้ เยอื่ ) (ราก/ชิน้ เน้อื เยือ่ ) MS 25±2°C 2.12±0.80a 2.75±0.50a 22.68±6.60a 3.81±0.98a 1/5 KS 25±2°C 1.50±0.30bc 1.76±0.70b 15.00±0.42bc 4.00±1.41a 2/5 KS 25±2°C 1.21±0.42cd 1.15±0.73b 7.57±1.22d 2.42±1.94a 3/5 KS 25±2°C 1.16±0.38cd 0.89±0.60c 14.00±2.44cd 2.20±0.83a 4/5 KS 25±2°C 1.00±0.10d 1.55±0.42b 7.25±1.50d 2.50±1.29a KS 25±2°C 2.80±0.83a 3.43±0.30a 20.83±2.48a 4.00±0.95a MS 28.2°C 2.28±0.75a 2.03±0.59b 20.71±6.01a 3.57±0.97a 1/5 KS 28.2°C 1.25±0.50cd 2.14±0.37b 12.00±4.00cd 2.75±0.50a 2/5 KS 28.2°C 1.25±0.45cd 1.50±0.58b 9.08±2.39d 3.58±1.31a 3/5 KS 28.2°C 1.12±0.35cd 1.83±0.40b 9.75±1.98cd 3.87±2.23a 4/5 KS 28.2°C 1.00±0.00d 1.73±0.30b 7.66±0.57d 3.00±0.00a KS 28.2°C 2.10±0.25a 3.04±0.25a 21.00±5.32a 3.85±0.69a หมายเหตุ อักษรท่ีแตกตางในคอลัมนเดียวกัน หมายถึง มีความแตกตางอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั 0.05 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
ชดุ การทดลอง 359 อณุ หภูมิหอ งเฉลีย่ 28.2 องศาเซลเซยี ส อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซยี ส MS KS ภาพที่ 1 ลกั ษณะของตนออนพรมมิทีเ่ พาะเล้ียงบนอาหารวนุ สตู ร MS และ KS ทอ่ี ุณหภมู ิ 25±2°C และ 28.2°C ภายหลงั การ เพาะเล้ียงเปนเวลา 5 สัปดาห ภาพท่ี 2 ตนออนพรมมภิ ายหลงั การยายออกปลูกเปนเวลา ลติ ร ปรับคา pH เปน 5.7 เติมผงวุน 7 กรัมตอ ลิตร นาํ ไปตม 4 สปั ดาห จนวุนละลาย แลวรอใหอุณหภูมิของอาหารลดลงถึง 60°C สรุปผลการทดลอง จงึ เติมนาํ้ ยาฟอกผา ขาว Haiter 0.5 มลิ ลิลิตรตอ ลติ ร จากนนั้ นําไปเลี้ยงในสภาวะใหแสงเปนเวลา 16 ช่ัวโมงตอวัน ความ การเพาะเล้ียงช้ินสวนขอของพรมมิดวยเทคนิคการ เขมแสง 2,000 ลักซ โดยการเล้ียงท่ีอุณหภมู หิ องสามารถชกั เพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือพืชอยางงายโดยตนทุนต่ําสามารถทําได นําใหพรมมิมีการเจริญเติบโตไดไมแตกตางจากเทคนิค โดยการนําชิ้นสวนขอมาทําการฟอกฆาเช้ือสามารถนําไป มาตรฐาน วิธีการดังกลาวจึงเปนทางเลือกในการเพาะเลี้ยง เลี้ยงบนอาหารวุนสูตร KS รวมกับน้ําตาลทราย 30 กรัมตอ เนื้อเยื่อพืชดวยตนทุนต่ํา เหมาะสมการกิจกรรมอนุรักษ พันธุกรรมพืชในโรงเรียน และเปนแนวทางในการสงเสริมให เกษตรกรสามารถนําไปประยุกตใชกับพืชชนิดอ่ืนๆ ไดใน อนาคต คําขอบคุณ งานวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนทุนการวิจัยจากโครงการ อนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) งบประมาณแผนดิน ปงบประมาณ พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ผูวิจัยตองขอขอบพระคุณศูนยประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม และคณะวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภฏั เชียงใหม ที่สนับสนุนในการ วิจัยคร้งั นี้ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
360 เอกสารอา งองิ Ahloowalia, B. S. and Savangikar, V. A. 2002. Low กติ ติศกั ด์ิ โชติกเดชาณรงค. 2558. อาหารอยา งงา ยจาก cost options for tissue culture technology in developing countries. In Proc. Technical สารละลายธาตุอาหารสาํ หรับปลูกพืชโดยไมใ ชด นิ เพ่ือ Meeting Organized by The Joint FAO/IAEA การเพาะเล้ยี งเน้ือเยอื้ มวงเทพรัตนแ ละหญาหวาน. Division of Nuclear Techniques in Food and วารสารมหาวทิ ยาลัยนเรศวร: วิทยาศาสตรแ ละ Agriculture and held, 26– 30 August 2002. p. เทคโนโลยี 23(1): 74-81. 41-43. กิตตศิ กั ดิ์ โชติกเดชาณรงค. 2561ก. ผลของอาหารจาก สารละลายสาํ หรับปลกู พืชโดยไมใชดินและอุณหภูมใิ น Chotikadachanarong K. 2013. Influence of การเพาะเลีย้ งตอ การเพาะเลย้ี งเนอื้ เยอ่ื ลานไพลิน. commercial bleach on sterilization of Persian วารสารวิทยาศาสตรเกษตร 49(1): 88-95. violet (Exacum affine Balf. f. ex Regel) tissue กิตติศกั ด์ิ โชติกเดชาณรงค. 2561ข. การใชเทคนิคการ culture media. Rajabhat Journal of Science, เพาะเล้ยี งเนื้อเยอ่ื พืชอยางงายเพ่ือสง เสริมการ Humanities & Social Science 14(2): 34-43. อนรุ กั ษพ ันธกุ รรมพชื ทอ งถน่ิ ในโรงเรยี นปา ซาง จงั หวดั ลาํ พูน. การประชมุ วชิ าการระดับชาติพบิ ลู Kaur, J., Nautiyal, K. and Pant, M. 2013. In vitro สงครามวจิ ยั ครั้งที่ 4 “Thailand 4.0 นวัตกรรมและ propagation of Bacopa monnieri (L.) Wettst A การวจิ ยั เพือ่ การพฒั นาอยา งยัง่ ยืน” เลม ที่ 2 กลุม medicinally priced herb International Journal วิทยาศาสตรและเทคโนโลย:ี 202-208. of Current Microbiology and Applied ชาญชยั สาดแสงจันทร. 2556. พรมมิ สมุนไพรเพอื่ สุขภาพ Sciences 2(8): 131 – 138. สมอง. ธรรมาศาสตรเ วชสาร 13(4): 554-560. ยงศักดิ์ ขจรผดงุ กิตติ และอัญชลี จาละ. 2557. อิทธพิ ลของ Kodym, A., Hollenthoner, S. and Zapata-Arias, F. A. BA และ NAA ตอ การเพ่มิ จาํ นวนยอดตนพรมมโิ ดยการ 2001. Cost reduction in the micropropagation เพาะเลีย้ งเนื้อเย่ือพืช. Thai Journal of Science of banana by using tubular skylights as source and Technology 3(1): 7-14. for natural lighting. In Vitro Cellular and Development Biology. 37(2), 237 – 242. Murashige T. and Skoog F. 1962. A revised medium for rapid growth and bioassays with tobacco cultures. Physiol. Plantarum 15: 473 – 497. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
361 การขยายพนั ธแุ ละเก็บรกั ษาพนั ธุกรรมในหลอดทดลองของพืชวงศขิงบางชนิดในภาคใต MICROPROPAGATION AND IN VITRO CONSERVATION OF SOME ZINGIBERACEAE FROM SOUTHERN THAILAND ทัศนี ขาวเนียม1*, กมลทิพย ไหลไผทอง1, วฒุ ิชยั ศรีชวย2 และ สมปอง เตชะโต1 Tassanee Khawniam1*, Kamoltip Laipaitong1, Wuttichai Srichuay2 and Sompong Te-chato1 1ภาควชิ าพชื ศาสตร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112 2คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั นราธวิ าสราชนครนิ ทร ต.โคกเคียน อ.เมอื ง จ.นราธวิ าส 96000 1Department of Plant Science, Faculty of Natural Resources, Prince of Songkla University, Hatyai District, Songkhla Province, 90112 2Faculty of Science and Technology, Princess of Naradhiwas University, Muang, Narathiwat 96000 บทคัดยอ พืชวงศขิง (Zingiberaceae) มีประโยชนมากมายหลายประการ การปลูกในภาคใตสวนใหญเปนการปลูกเพ่ือใชประกอบ อาหาร และการสงเสรมิ ใหม กี ารปลกู พชื วงศข ิงเพอื่ เปนการอนุรักษม ีนอ ย อาจสงผลใหความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืช วงศขิงในภาคใตลดนอยลง ดังนั้นการศกึ ษาครั้งนจ้ี ึงสนใจวิธีการขยายพนั ธุและเก็บรักษาพันธุกรรมของพืชตระกูลขงิ ในหลอด ทดลอง จากการศึกษาการเพิ่มปริมาณยอดและรากหลังจากการเพาะเล้ียงบนอาหารสูตร MS เติม BA ความเขมขน 3 มิลลิกรัมตอลิตร เปนเวลา 1 เดือน พบวา พืชตระกูลขิงท้ัง 3 ชนิด คือ เปราะหอม ขม้ินชัน และขมิ้นขาว ใหเปอรเซ็นตการ แตกยอดและความยาวยอดเฉลี่ย ทไี่ มม ีความแตกตางกันทางสถติ ิ โดยใหก ารแตกยอดอยทู ี่ 95-100 เปอรเซ็นต และความยาว ยอดเฉล่ียของทั้งสามชนิด 2.49-3.15 เซนติเมตร แตสําหรับจํานวนยอด พบวา เปราะหอมใหจํานวนยอดเฉล่ียสงู ที่สุด 3.33 ยอดตอช้นิ สว น นอกจากน้ี ท้งั เปราะหอมและขมิ้นชันใหเปอรเ ซ็นตการเกดิ รากสูงสดุ ถงึ 100 เปอรเซน็ ต ในขณะที่ ขมิ้นขาวให จํานวนรากสูงสุดถึง 7.38 รากตอตน แตมีความยาวรากเฉลี่ยเพียง 1.17 เซนติเมตร แตกตางกันทางสถิติกับพืชชนิดอ่ืน ๆ สําหรับการเก็บรักษาพันธุกรรมพืชในหลอดทดลอง พบวา การเพาะเล้ียงชิ้นสวนยอดของเปราะหอมบนอาหารสูตร MS เติม น้ําตาลแมนนิทอล 2 เปอรเซ็นต เปนเวลา 9 เดือน โดยไมทําการเปลี่ยนอาหารใหม ใหการชะลอการเจริญเติบโตเหมาะสม ท่สี ุด โดยใหจ ํานวนยอดเฉลีย่ 7.38 ยอดตอ กอ และความยาวยอดเฉลีย่ 7.38 เซนติเมตร Abstract Zingiberaceae has many benefits. The cultivation of the Southern region is used for mainly cooking, but encouraging the cultivation of Zingiberaceae in order to be less conservation. This reason decreased in genetic diversity of some Zingiberaceae in Southern region. So, the objectives of this study were to develop method of propagation and in vitro conservation. For shoot and root induction on MS medium supplemented with 3 mg/L BA after 1 month of culture, the result showed that 3 species (Kaempferia galanga L., Curcuma longa L. and Curcuma mangga Valeton & Zijp) of Zingiberaceae gave the best results in shoots induction at 95-100 % and shoot length of all three species range at 2.49-3.15 cm. But the highest shoot induction found that K. galanga gave the highest number of shoot at 3.33 shoots/explant. In addition, K. galanga and C. mangga gave the highest percentage of root induction (100). While C. mangga gave the highest number of roots at 7.38 roots/explant and root length at 1.17 cm. For in vitro conservation of K. galanga, the result found that shoots cultured on MS medium supplemented with 2% mannitol for 9 months without subculture gave the suitable result in slow growth on shoot induction at 7.38 shoots/clump and shoot length at 7.38 cm. คาํ สําคัญ: การเพาะเล้ยี งเน้อื เย่ือพชื , การเก็บรักษาพันธุกรรม, พชื วงศข งิ Keywords: plant tissue culture, slow growth condition, family Zingiberaceae การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
362 *ตดิ ตอ นกั วจิ ยั : ทัศนี ขาวเนยี ม (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Tassanee Khawniam (E-mail: [email protected]) บทนํา เขมขน 11.4 ไมโครโมลาร ใหจํานวนราก 3 รากตอตน พืชวงศขิง (Zingiberaceae) เปนพืชใบเล้ียงเดี่ยวท่ีมี นอกจากน้ียังมีรายงานผลสําเร็จจากการเพาะเลี้ยงช้ินสวน ของหนองอกของขม้ินชนั โดยนกั วจิ ัยอน่ื ๆ อกี หลายทาน สว น การใชประโยชนมาชานาน เน่ืองจากความพิเศษของทุกสว น ใหญเปนการเพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS รวมกับ BA ของตนที่มีกลิ่นของนํ้ามันหอมระเหย โดยนํามาประกอบ และ NAA ความเขมขนตางๆ (Anchalee, 2012; Sharma อ า ห า ร เ ช น ขิ ง ( Zingiber officinale) ข า ( Alpinia et. al., 2013) สําหรับการเก็บรักษาพันธุพืชน้นั มดี ว ยกัน 2 galanga) กระวาน(Amomum testaceum) เปราะหอม วิธี คือ in situ และ ex situ ท้ังนี้ข้ึนอยูกับธรรมชาติของพืช (Kaempferia galanga Linn.) มีสรรพคุณเปนสมุนไพร น้ันๆ (จรัสศรี, 2548) การเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมพืชใน บํารุงรักษาโรค เชน ขม้ินชัน (Curcuma longa L.) วานชัก ระยะยาว (long term storage) สามารถทําไดทั้งในและ มดลูก (Curcuma zanthorhiza) ขม้ินขาว (Curcuma นอกหลอดทดลอง ซ่ึงการเก็บรักษาในสภาพนอกหลอด mangga Valeton & Zijp) ม ห า ห ง ส ( Hedychium ทดลองมีขอจํากัดในเร่ืองคาใชจายในการดูแลรักษา การ coronarium Koen.) และนํามาใชเ ปนไมด อกและไมป ระดบั เปล่ียนแปลงของสภาพอากาศ และพื้นท่ีเก็บรักษาตองมี เชน ดาหลา [Etlingera littoralis (Koenig) Giseke] ปทุม ขนาดใหญ จากเหตุผลดังกลาวทําใหการเก็บรักษาในหลอด มา (Curcuma alismati-folia Gagnap.) และกระเจียว ท ด ล อ ง จึ ง เ ป น วิ ธี ก า ร เ ก็ บ ที่ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ อี ก ห นึ่ ง วิ ธี (Curcuma parviflora Wall.) เปนตน โดยผลติ ออกสตู ลาด เนอื่ งจากไมมขี อจํากัดในเร่ืองดงั กลาว สามารถใชชิน้ สวนพืช เพื่อเปนสินคาใชภายในและสงออกนอกประเทศได จาก หลากหลายชนิด ไดแก หนองอก (sprout rhizome) ตรวจสอบการกระจายพนั ธขุ องพืชวงศน ี้ พบวา ประเทศไทย แคลลัส เอ็มบริโอเจนิคแคลลสั โซมาติก- เอ็มบริโอ เซลลซสั เปนประเทศท่ีมีความหลากหลายของชนิดสูงมาก โดยมี เพนชัน และเนื้อเย่ือเจริญปลายยอดหรือปลายราก เปนตน ประมาณ 25 สกุล 270 ชนิด (Larsen, 2002) สามารถพบ Bekheet และคณะ (2002) ศึกษาการเก็บรักษาปลายยอด ไดบริเวณกวางตั้งแตความสูงระดับตํ่าสุดจนถึงระดับสูง ในหลอดทดลองของอินทผลัมในอาหารสูตร MS ไมเติมสาร 2,000 เมตร จากระดับน้ําทะเล แตเนื่องจากหลกั ฐานการใช ควบคุมการเจริญเติบโต ในสภาพมืด ท่ีอุณหภูมิ 5 องศา ประโยชนจํากดั อยใู นบางชนิดท่ีใชในชีวติ ประจาํ วนั และการ เซลเซียส สามารถเก็บรักษาชิ้นสวนพืชไดนาน 12 เดือน ให ปลูกในภาคใตสวนใหญเปนการปลูกเพื่อใชประกอบอาหาร อัตราการรอดชีวิตของชิ้นสวนสูง 70 เปอรเซ็นต และการ เชน ขา ขม้ินเหลือง ขมิ้นแกง เปนตน ประกอบกับการ เจริญเติบโตของยอดท่ีดี 50 เปอรเซ็นต สําหรับพืชวงศขิง สงเสริมใหมีการปลูกเพื่อเปนการอนุรักษเช้ือพันธุกรรมมี Mohanty และคณะ (2014) รายงานวา การอนุรักษ นอย อาจสงผลใหความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืช พันธุกรรมพืชวงศขิงจํานวน 9 ชนิดท่ีเก็บรวบรวมในบริเวณ วงศขิงในภาคใตลดนอยลง ทั้งนี้ความหลากหลายทาง ภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ไดแก Z. rubens Z. พันธุกรรมของพืชเปนส่ิงสําคัญในการพัฒนาและปรับปรุง zerumbet C. aromatica C. amada C. caesia K. พันธุพืช เน่ืองจากในปจจุบันนี้โลกมีการเปล่ียนแปลงอยาง galanga A. galanga H. coronarium แ ล ะ G. รวดเร็ว ทําใหส่ิงแวดลอมถูกทําลายมากขึ้น สงผลใหพืชวงศ marantina เก็บรักษาโดยการเพาะเล้ียงบนอาหารสตู ร MS นี้ท้ังที่ใชประโยชนและยังไมมีการประโยชน อาจเกิดการ และที่ลดองคประกอบของสูตรอาหารลงคร่ึงหน่ึง รวมกับ ละเลยและสญู หายได ดังน้ันการตระหนักถงึ ความสําคัญของ การเพ่ิมหรือลดความเขมขนของน้ําตาลซูโครสและแมนนิ การขยายพันธุและเก็บรักษาพันธุพืชจึงเปนสิ่งจําเปน การ ทอล สามารถเก็บรักษาชน้ิ สวนพืชโดยไมมกี ารเปล่ยี นอาหาร ขยายพันธุพืชวงศขิงสวนใหญนิยมขยายพันธุโดยใชสวนของ ใหมไดนานถึง 8-12 เดือน และใหอัตราการรอดชีวิตของ ลําตนใตดินท่ีเรียกวา rhizome นอกจากน้ีมีรายงานการนํา ชนิ้ สวนอยูในชวง 50-90 เปอรเ ซน็ ต เทคนคิ การเพาะเลย้ี งเนื้อเยอื่ เพื่อเปนการเพม่ิ ปริมาณตน กลา พันธุและการผลิตตนพันธุปลอดโรค โดย Abdelmageed ดังนั้นการศึกษาในคร้ังนี้จึงสนใจวิธีการขยายพันธุและ และคณะ (2011) ศึกษา การขยายพันธุ Etlingera elatior เก็บรักษาพันธุกรรมพืชในหลอดทดลอง โดยศึกษาถึงปจจัย ในหลอดทดลอง โดยนําชิ้นสวนของตาขาง มาฟอกฆาเชื้อ ตางๆ และวิธีการเก็บที่เหมาะสม เพื่อเปนแหลงพันธุกรรม และเพาะเล้ียงบนอาหารแข็งสูตร Murashige and Skoog พืชในการศึกษาทางดานปรับปรุงพันธุ และการใชประโยชน (MS) เติม BA ความเขมขน 22.2 ไมโครโมลาร ใหจํานวน ทางดา นเภสัชวทิ ยาตอไปในอนาคต ยอดสูงสุด 3.67 ยอดตอชิ้นสวน และการเติม IAA ความ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
363 อุปกรณและวธิ กี ารทดลอง แตกยอดอยูที่ 95-100 เปอรเซ็นต และความยาวยอดเฉล่ีย 1. ผลของชนิดพืชตอการเพ่ิมปริมาณยอดและรากในหลอด ของทั้งสามชนิด 2.49-3.15 เซนติเมตร แตสําหรับจํานวน ทดลอง ยอด พบวา เปราะหอมใหจํานวนยอดเฉลี่ยสูงท่ีสุด 3.33 ยอดตอช้ินสวน รองลงมาคือ ขม้ินขาวใหจํานวนยอด 2.33 นําหนอออน ขมิ้นชัน ขม้ินขาว และเปราะหอม มาผาน ยอดตอช้ินสวน และขมิ้นชันใหจํานวนยอด 1.68 ยอดตอ กระบวนการฟอกฆาเชื้อ โดยการลา งดวยทีโพลแลว ตามดวย ชน้ิ สว น นอกจากน้ี ท้งั เปราะหอมและขมนิ้ ขาวใหเ ปอรเซ็นต นํ้าประปาไหลผานเปนเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นจุมใน การเกิดรากสูงสุดถึง 100 เปอรเซ็นต นอกจากน้ีขม้ินขาวให แอลกอฮอล 70 เปอรเซ็นต เปนเวลา 1 นาที แชใน จํานวนรากสงู สดุ ถงึ 7.38 รากตอ ตน แตมีความยากรากเฉลยี่ สารละลายคลอรอ็ กซเขมขน 25 เปอรเซ็นต รวมกบั Tween เพียง 1.17 เซนติเมตรแตกตางกันทางสถิติกับพืชชนิดอื่นๆ 20 เปนเวลา 5 นาที จากนัน้ ลางดวยนํ้ากลัน่ ท่ีผา นการน่ึงฆา (ตารางท่ี 2 ภาพท่ี 2) เชน เดียวกบั การทดลองของ กมลทิพย เชื้อแลว 3 คร้ัง ภายในตูปลอดเช้ือ จากนั้นฟอกฆาเชื้อดวย และคณะ (2561) ศึกษาการชักนํายอดของกระชายดํา บน สารละลายคลอร็อกซเขมขน 20 เปอรเซ็นต เปนเวลา 20 อาหารสูตร MS เติม BA เขม ขน 3 มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร ใหอ ตั รา นาที ลางดวยน้ํากลั่นทีผ่ านการนึ่งฆา เชื้อแลว 3 ครั้ง ภายใน การเกิดยอดสูงสุด 95 เปอรเซ็นต จํานวนยอดสูงสุด 3.75 ตูปลอดเชื้อ แลวนําชิ้นสวนหนอมาตัดแตงใหมีขนาด 0.5 ยอดตอชิ้นสวน และความสูงยอด 4.78 เซนติเมตร ตารางเซนตเิ มตร กอ นเพาะเลย้ี งบนอาหารสูตร MS เติม BA นอกจากน้ี Shukla และคณะ (2007) พบวา การวางเลี้ยง เขม ขน 3 มิลลิกรมั ตอ ลิตร น้าํ ตาลซโู ครส 3 เปอรเซน็ ต ปรบั ช้ินสวนปลายยอดของ Curcuma angustifolia Roxb. บน ความเปน กรดดา ง 5.7 และผงวนุ 0.7 เปอรเซน็ ต เพาะเล้ียง อาหารสูตร MS รวมกับ BA เขมขน 3 มิลลิกรัมตอ ลิตร เปน ที่อุณหภูมิ 26±2 องศาเซลเซียส ใหแสง 14 ช่ัวโมงตอวัน เวลา 6 สัปดาห ใหอัตราการเกิดยอดสูงสุด 80 เปอรเซ็นต หลังเพาะเลยี้ งเปน เวลา 1 เดือน นํายอดที่ไดจ ากสูตรอาหาร และมีจํานวนยอดเฉล่ียสูงสุด 6.9 ยอดตอชิ้นสวน จาก ยายเลี้ยงบนอาหารสตู รเดมิ เปน เวลาอกี 1 เดอื น แลวบนั ทกึ การศกึ ษาเหน็ ไดว า พืชตา งชนิด ใหก ารตอบสนองในการเกิด อัตราการเกิดยอด จํานวนยอด ความยาวยอด อัตราการเกดิ ยอดและรากทตี่ างกนั ราก จาํ นวนราก และความยาวราก วางแผนการทดลองแบบ 2. ผลของความเขม ขนของสูตรอาหารและน้าํ ตาลแมนนทิ อล สมุ สมบรู ณ (Completely randomized design: CRD) ตอการชะลอการเตบิ โตของเปราะหอม 2. ผลของความเขม ขนของสตู รอาหารและน้าํ ตาลแมนนิทอล ตอ การชะลอการเตบิ โตของเปราะหอม จากการศึกษาพบวา ทุกทรีตเมนทใหการเกิดยอด 100 เปอรเซ็นต หลังจากเพาะเลี้ยงเปนเวลา 9 เดือน โดยไม ตัดปลายยอดเปราะหอมขนาด 0.5 เซนติเมตร เปลี่ยนถายอาหาร เมื่อตรวจสอบจํานวนยอดพบวา อาหาร เพาะเล้ียงบนอาหารสูตร MS หรือ MS ที่ลดองคประกอบ สูตร ¼ MS ใหจํานวนยอดและความสูงเฉลีย่ นอยที่สุด 5.27 ของธาตุอาหารลงหน่ึงในสอง (1/2) และหนึ่งในสี่ (1/4) ยอดตอกอ และ 5.71 เซนติเมตร ตามลําดบั สว นอาหารสตู ร รวมกับการเติมน้ําตาลแมนนิทอลความเขมขน 0 1 2 และ MS ใหจํานวนยอด (6.33 ยอดตอกอ) และความยาวยอด 3 เปอรเ ซน็ ต เติมน้ําตาลซโู ครส 3 เปอรเ ซ็นต ปรับความเปน สูงสุด (9.17 เซนติเมตร) แตกตางทางสถิติอยางมีนัยสําคัญ กรดดาง 5.7 และผงวุน 0.7 เปอรเซน็ ต เพาะเลีย้ งที่อณุ หภูมิ ย่ิง สําหรับปจจัยดานความเขมขนของนํ้าตาลแมนนิทอล 26±2 องศาเซลเซียส ใหแสง 14 ชั่วโมงตอวัน หลังจาก พบวา การเติมน้ําตาลแมนนิทอลที่ความเขม ขนสูงขนึ้ ชว ยให เพาะเลี้ยงเปนเวลา 9 เดือน บันทึกอัตราการสรางยอด เปราะหอมมีจํานวนยอดเพิ่มข้ึน แตความยอดนอยลง โดยมี จํานวนยอด และความยาวยอด วางแผนการทดลองแบบ จํานวนยอดสูงสุดที่น้ําตาลแมนนิทอลความเขมขน 2 4*3 แฟคทอเรยี ลใน CRD มี 2 ปจ จยั คอื ความเขม ขน ของ เปอรเ ซ็นต (6.72 ยอดตอ กอ) (ตารางท่ี 3, ภาพที่ 3) ในขณะ นา้ํ ตาลซโู ครส และ ความเขมขนของสูตรอาหาร ที่ความยาวยอดตํ่าสุดที่เมื่อเติมน้ําตาลแมนนิ-ทอลที่ 3 ผลและวจิ ารณผลการทดลอง เปอรเซ็นต (4.30 เซนติเมตร) (ตารางที่ 4, ภาพที่ 4) 1. ผลของชนิดพืชตอการเพิ่มปริมาณยอดและรากในหลอด นอกจากน้ีพบวา ปจจัยดานความเขมขนของสูตรอาหารมี ทดลอง ปฏิสัมพันธกับความเขมขนของนํ้าตาล แมนนิทอล จาก การศึกษาขางตนเห็นไดวา อาหารสูตร MS และเติมน้ําตาล จากการศึกษา พบวา การเพ่ิมปริมาณยอดและรากบน แมนนิทอลเพียงความเขม ขน 2 เปอรเ ซ็นต มีความเหมาะสม อาหารสูตร MS เติม BA ความเขมขน 3 มิลลิกรัมตอลิตร ในการชะลอการเจริญเติบโตสงู สดุ ท้ังน้ีเนอ่ื งจากนา้ํ ตาลแมน เปนเวลา 1 เดือน พืชวงศขิงท้ัง 3 ชนิดคือ เปราะหอม นิทอลเปนหนึ่งในน้าํ ตาลแอลกอฮอลช วยสรา งสภาวะเครียด ขมิ้นชัน และขม้ินขาว ใหเปอรเซ็นตการแตกยอดและความ กับพืช สงผลใหชิ้นสวนพืชคอยๆ ดูดธาตุอาหารไดทีละนอย ยาวยอดเฉลี่ย ที่ไมมีความแตกตางกันทางสถิติ โดยใหการ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
364 จากการศึกษาสอดคลองกับ Mohanty และคณะ (2014) รอดชีวิตของช้ินสวนอยูในชวง 50-90 เปอรเซน็ ต นอกจากน้ี รายงานวา การอนุรกั ษพันธุกรรมพืชวงศขิงจาํ นวน 9 ชนิดที่ Parida และคณะ (2018) ศึกษาการเก็บรักษาพืชวงศขิง เก็บรวบรวมในบริเวณภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย Clobba marantina โดยการลดความเขมขนของธาตุ ไ ด แ ก Z. rubens Z. zerumbet C. aromatica C. อาหารลงรวมกับการเติมน้ําตาลแมนนิทอล 1 เปอรเซ็นต amada C. caesia K. galanga A. galanga H. สามารถเก็บรักษา C. marantina ไดถึง 220 วัน และให coronarium แ ล ะ G. marantina เ ก็ บ รั ก ษ า โ ด ย ก า ร อัตราการรอดชีวติ ถงึ 70 เปอรเ ซ็นต นอกจากน้ยี งั พบวา การ เพาะเลย้ี งบนอาหารสตู ร MS และท่ีลดองคป ระกอบของสตู ร ใชน้ําตาลแมนนิทอลในการอนุรักษพันธุกรรมในหลอด อาหารลงคร่ึงหนึ่งรวมกับการเพ่ิมหรือลดความเขมขนของ ทดลอง เชน มันฝร่ัง (Gopal et al., 2010) และผลบัวหิมะ นํ้าตาลซูโครสและแมนนิทอล สามารถเก็บรักษาชิ้นสวนพืช (Skalova et. al., 2012) โดยไมม ีการยา ยเล้ยี งไดนานถงึ 8-12 เดอื น และใหอัตราการ ตารางที่ 2 ผลของชนิดพชื ตอการเพิ่มปริมาณยอดและราก บนอาหารสูตร MS เติม BA เขม ขน 3 มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร หลงั วาง เลย้ี งเปนเวลา 1 เดอื น ชนดิ พชื การเกดิ ยอด จาํ นวนยอด/ ความยาวยอด การชักนําราก จาํ นวนราก/ยอด ความยาวราก (%) ชน้ิ สว น (ซม) (%) (รากตอ ยอด) (ซม) เปราะหอม 100.00 3.33a 2.49 100.00a 3.25b 1.67a ขมน้ิ ชัน 95.83 1.68b 2.78 33.33b 1.67b 1.60a ขมน้ิ ขาว 100.00 2.33b 3.15 100.00a 7.38a 1.17b F-test ns ** ns ** ** * C.V. (%) 5.98 22.83 18.96 32.5 23.04 18.31 ns ไมมคี วามแตกตางทางสถิติ *,** แตกตางทางสถติ อิ ยา งมีนยั สําคัญทร่ี ะดบั p≤0.05 และ p≤0.01 ตามลาํ ดบั กขค ภาพท่ี 2 ผลของชนดิ พืชตอ การเพม่ิ ปรมิ าณยอดและราก บนอาหารสตู ร MS เตมิ BA เขม ขน 3 มลิ ลิกรัมตอลติ ร หลังวางเลย้ี ง เปน เวลา 1 เดือน (บาร = 1 ซม.) (ก) เปราะหอม (ข) ขมนิ้ ชนั (ค) ขม้ินขาว ตารางท่ี 3 ผลของความเขม ขนของสูตรอาหารและน้ําตาลแมนนิทอลตอ จาํ นวนยอดของเปราะหอมหลังการวางเลยี้ งเปนเวลา 9 เดือน ความเขม ขน ของ จาํ นวนยอดตอกอ (ยอดตอ กอ) คา เฉลีย่ ความเขมขน สูตรอาหาร สตู รอาหาร ความเขมขน ของแมนนิทอล (เปอรเซน็ ต) 012 3 ¼ MS 4.17±0.42de 6.42±0.29abc 5.38±0.19bcd 5.13±0.42cd 5.27±0.23B ½ MS 4.46±0.23de 6.33±0.29abc 6.96±0.54a 6.83±0.56ab 6.15±0.29AB Full MS 3.38±0.19e 6.67±0.93ab 7.38±0.52a 7.46±0.63a 6.33±0.47A คาเฉล่ีย ความเขม ขนแมนนทิ อล 4.00±0.19C 6.47±0.34B 6.72±0.35A 6.47±0.38B แมนนิทอล ** สูตรอาหาร ** แมนนิทอล x สตู รอาหาร * C.V. (%) 20.02 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
365 *,** แตกตา งทางสถิติอยางมีนัยสาํ คญั ที่ระดบั p≤0.05 และ p≤0.01 ตามลําดบั คาเฉลี่ยท่กี ํากับดว ยตวั อกั ษรตางกนั ในสดมภและแถวเดยี วกันมีความแตกตา งทางสถิตเิ ม่ือเปรียบเทยี บดว ยวธิ ี DMRT ตารางท่ี 4 ผลของความเขมขนของสูตรอาหารและนํ้าตาลแมนนทิ อลตอความสูงยอดของเปราะหอม หลงั การวางเลย้ี งเปนเวลา 9 เดือน ความเขม ขน ของ ความสูง (เซนติเมตร/กอ) คา เฉลยี่ ความเขมขนสูตรอาหาร สตู รอาหาร ความเขมขนแมนนทิ อล (เปอรเซน็ ต) 01 2 3 ¼ MS 8.44±0.28c 6.54±0.28de 4.63±0.47fg 3.25±0.28g 5.71±0.44C ½ MS 10.17±0.29b 7.83±0.39cd 5.54±0.28ef 4.21±0.24fg 6.94±0.50B Full MS 13.79±0.67a 10.04±0.14b 7.38±0.35cd 5.46±0.28ef 9.17±0.70A คาเฉล่ีย ความเขม ขน แมนนิทอล 10.80±0.60A 8.14±0.40B 5.85±0.34B 4.30±0.30C แมนนิทอล ** สตู รอาหาร ** แมนนิทอล x สตู รอาหาร ** C.V. (%) 11.93 ** แตกตางทางสถติ ิอยา งมนี ยั สาํ คญั ยง่ิ (p≤0.01) คาเฉลย่ี ท่ีกํากบั ดวยตัวอักษรตา งกนั ในสดมภแ ละแถวเดยี วกันมคี วามแตกตา งทางสถิติเมอ่ื เปรยี บเทียบดวยวธิ ี DMRT 0% แมนนทิ อล 1% แมนนทิ อล 2% แมนนทิ อล 3% แมนนิทอล ¼ MS กขคง ½ MS จ ฉชซ Full MS ฌญฎ ฏ ภาพท่ี 3 ผลของความเขมขน ของสูตรอาหารและนํา้ ตาลแมนนทิ อลตอ จํานวนยอดของเปราะหอมหลงั การวาง เลี้ยงเปนเวลา 9 เดือน (บาร = 1 เซนตเิ มตร) (ก) ¼ MS (ข) ¼ MS + 1 % แมนนทิ อล (ค) ¼ MS + 2 % แมนนทิ อล (ง) ¼ MS + 3 % แมนนิทอล (จ) ½ MS (ฉ) ½ MS + 1 % แมนนิทอล (ช) ½ MS + 2 % แมนนิทอล (ซ) ½ MS + 3 % แมนนทิ อล (ฌ) MS (ญ) MS + 1 % แมนนิทอล (ฎ) MS + 2 % แมนนทิ อล (ฏ) MS + 3 % แมนนิทอล การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
0% แมนนิทอล 366 2% แมนนิทอล 3% แมนนทิ อล 1% แมนนิทอล ¼ MS กข ค ง ½ MS จ ฉชซ Full MS ฌ ญฎ ฏ ภาพท่ี 4 ผลของความเขมขน ของสตู รอาหารและน้ําตาลแมนนิทอลตอ ความสูงยอดของเปราะหอมหลงั การวาง เลย้ี งเปนเวลา 9 เดือน (ก) ¼ MS (ข) ¼ MS + 1 % แมนนทิ อล (ค) ¼ MS + 2 % แมนนทิ อล (ง) ¼ MS + 3 % แมนนทิ อล (จ) ½ MS (ฉ) ½ MS + 1 % แมนนิทอล (ช) ½ MS + 2 % แมนนิทอล (ซ) ½ MS + 3 % แมนนทิ อล (ฌ) MS (ญ) MS + 1 % แมนนิทอล (ฎ) MS + 2 % แมนนทิ อล (ฏ) MS + 3 % แมนนิทอล สรปุ ผลการทดลอง คําขอบคณุ การเพ่ิมปรมิ าณยอดและรากหลังจากการเพาะเลี้ยงบน โครงการวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ อาหารสูตร MS เติม BA ความเขมขน 3 มิลลิกรัมตอลิตร พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากรพระราชดําริฯ และภาควิชา เปนเวลา 1 เดือน พบวา พืชตระกูลขิงท้ัง 3 ชนิดคือ พืชศาสตร คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผูวิจัยขอขอบคุณมา ณ เปราะหอม ขม้ินชัน และขมิ้นขาว สามารถเกิดยอดและราก ที่นด้ี วย ไดดีท่ีสุดในอาหารสูตรนี้ สําหรับการเก็บรกั ษาพนั ธุกรรมพืช เอกสารอา งอิง ในหลอดทดลอง พบวา อาหารสูตร MS เติมน้ําตาลแมนนิ- กมลทพิ ย ไหลไผทอง, สมปอง เตชะโต และ ทศั นี ขาว ทอล 2 เปอรเซ็นต สามารถชะลอการเจริญเติบโตของ เปราะหอมไดดีท่ีสดุ เนียม. 2561. การพัฒนาเปน พืชตนใหมจากการ เพาะเลีย้ งช้นิ สว นยอดของกระชายดําในหลอดทดลอง. วารสารพืชศาสตรสงขลานครนิ ทร 5: 13-18. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
367 จรัสศรี นวลศร.ี 2548. การปรบั ปรุงพันธพุ ืชสวน. สงขลา: Zingiberaceae from Eastern India. Proceedings ภาควิชาพชื ศาสตร คณะทรพั ยากรธรรมชาติ of the National Academy of Sciences, India มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร. Section B: Biological Sciences 84: 799–803. Parida, R., Mohanty, S. and Nayak, S. 2018. In vitro ปริญา สคุ นธรตั น. 2558. การขยายพนั ธุขมน้ิ ชนั โดยวธิ กี าร plant regeneration potential of genetically เพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือจากหนอ งอกนอกหลอดทดลอง. stable Globba marantina L., zingiberaceous วิทยานพิ นธวทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวิทยาลัย species and its conservation. Proceedings of สงขลานครินทร. the National Academy of Sciences, India Section B: Biological Sciences 88: 321–327. ภพเกา พุทธรักษ และ วารตุ อยูคง. 2554. การอนรุ ักษ และ Rahman, M.Z., Sharoar, M.G., Matin, M.N., Rahman, การขยายพนั ธุมะคังขาว และผกั หวานบา นดวยเทคนิค M.H., Rahman, M. M. and Islam, M.R. 2006. การเพาะเลีย้ งเน้อื เยือ่ . วารสารมหาวทิ ยาลยั นเรศวร High frequency plant regeneration of a dessert 19: 78-84. banana cv. Mehersagar for commercial exploitation. Biotechnology 5: 296-300. Abdelmageed, A.H.A., Faridah, Z.Q., Norhana, Sharma, K.S., Sharma, M. and Raina, V. 2013. In A.M.F., Julia, A.A. and Kadir, A.M. 2011. vitro protocol standardization for turmeric in Micropropagation of Etlingera elatior Jammu division. Journal of Biotechnology (Zingiberaceae) by using axillary bud explants. Research Center 8: 55-57. Journal of Medicinal Plants Research 51: Shukla, K.S., Susmita, S., Vijaya, K. and Mishra, K.S. 4465-4469. 2007. In vitro propagation of tikhur (Curcuma angustifolia Roxb.): A starch yield plant. Indian Anchalee, J. 2012. Effects of NAA and sucrose on Journal of Biotechnology 6: 274-276. shoot induction and rapid micropropagation Skalova, I., Viehmannova, I. and Vitamvas, J. 2012. by trimming shoot of Curcuma longa L. In vitro Conservation of Smallanthus Thammasat International Journal of Science sonchifolius under slow-growth conditions. and Technology 4: 54-60. Agricultura Tropica Et Subtropica 45: 147- 150. Gopal, J. and Chauhan, N.S. 2010. Slow growth in Zhang, S., Liu, N., Sheng, A., Ma, G. and Wu, G. vitro conservation of potato germplasm at low 2011. Direct and callus-mediated regeneration temperature. Potato Research 53:141–149. of Curcuma soloensis Valeton (Zingiberaceae) and ex vitro performance of regenerated Goyal, K.A., Ganguly, K., Mishra, T. and Sen, A. plants. Scientia Horticulturae 130: 899-905. 2010. In vitro multiplication of Curcuma longa Linn. an important medicinal zingiber. NBU Journal of Plant Sciences 4: 21-24. Larsen, K. 2002. The Zingiberaceae in flora of Thailand. In the 3 rd Symposium on the Family Zingiberaceae. Khon Kaen, Thailand. Mohanty, S., Parida, R., Sahoo, S. and Nayak, S. 2014. In vitro conservation of nine medicinally and economically important species of การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
368 ปจจัยท่ีมีผลตอการเพาะเลีย้ งเนอื้ เยือ่ มะหาดในสภาพปลอดเชอ้ื EFFECTS ON Artocarpus lakoocha Roxb. IN VITRO CULTURE ปยนันท ชมนาวงั *, ฐิตยิ าพร บญุ วิวฒั นไชย และ ชาญณรงค ชมนาวงั Piyanan Chomnawang*, Thitiyaporn Boonwiwatchai and Channarong Chomnawang สาขาวิชาเทคโนโลยชี วี ภาพ คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธุ จ.กาฬสินธุ 46000 Department of Biotechnology, Faculty of Agricultural Technology, Kalasin University, Kalasin 46000 บทนํา การศกึ ษาปจ จยั ทมี่ ผี ลตอ การเพาะเลีย้ งเนอ้ื เยอ่ื มะหาดในสภาพปลอดเชือ้ มวี ตั ถุประสงคเพื่อหาสภาวะทเี่ หมาะสมในการฟอก ชิ้นสวนมะหาด และศึกษาชนิดและปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตที่มีผลตอการเกิดแคลลัสมะหาด การทดลองนี้ไดใช ชิ้นสวนมะหาดเร่ิมตนจากตนมะหาดในมหาวิทยาลยั กาฬสนิ ธุ โดยแบงการทดลองออกเปน 2 การทดลองคือ การทดลองท่ี 1 ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการฟอกชิ้นสวนมะหาด และการทดลองท่ี 2 ศึกษาผลของสูตรอาหารท่ีมีผลตอการชักนําใหเกิด แคลลัสมะหาด ผลท่ีไดจากการทดลองพบวา สภาวะท่ีเหมาะสมในการฟอกช้ินสวนมะหาดใหปลอดเช้ือจุลินทรียคือ การแช ชิ้นสวนใบมะหาดในคลอร็อกซร อยละ 20 นาน 20 นาที จากน้ันแชในสารฆา เช้อื รา 100 มิลลิกรมั ตอลติ รผสมสเตรป็ โตมัยซิน 200 มิลลิกรัมตอ ลติ ร นาน 30 นาที โดยมีรอยละความปลอดเช้ือรอยละ 83 สภาวะท่ีเหมาะสมในการชักนําใบมะหาดใหเกิด แคลลสั คอื เพาะเลยี้ งบนอาหารสูตร WPM ทีม่ ี NAA 1 มลิ ลกิ รมั ตอ ลติ ร และ อาหารสูตร WPM ทม่ี ี 2,4-D 1 มิลลิกรัมตอ ลติ ร ภายใตสภาวะมืด โดยอาหารเพาะเลย้ี งทัง้ สองสูตรนี้สามารถชักนําใหใ บมะหาดเกดิ แคลลสั มากที่สดุ ท่ีรอ ยละ 76 Abstract Studied on the effects of Artocarpus lakoocha Roxb. in vitro culture were investigated. The objective of this study were established the suitable sterilized explants, type and quantity of plant growth regulators on initiation culture of Artocarpus lakoocha in Kalasin University. This study was divided to 2 experiments such as I: method of surface sterilized of young leaf, and II: effect of media on callus induction of Artocarpus lakoocha explants. These experiment shown that the appropriate technique for Artocarpus lakoocha tissue culture was sterilized by dipped in 20 percentages Clorox 20 min followed by fungicide 100 mg/l+ streptomycin 200 mg/l solution 30 min for aseptic young leaf at 83 percentages. The optimum condition for callus induction was cultured Artocarpus lakoocha leaf on WPM supplemented NAA 1 mg/l and WPM supplemented 2,4-D 1 mg/l under dark condition. The result showed the highest callus induction were found 76 percentages. คาํ สาํ คญั : การเพาะเลีย้ งเน้อื เย่ือพืช, มะหาด, แคลลสั Keywords: plant tissue culture, Artocarpus lakoocha, callus *ตดิ ตอ นักวจิ ยั : ปยนันท ชมนาวงั (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Piyanan Chomnawang (E-mail: [email protected]) บทนาํ ไทย พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ มะหาดมีช่ือวิทยาศาสตรวา Artocarpus lakoocha ลักษณะท่ัวไป เปนพรรณไมขนาดใหญ ลําตนมีความสูง ประมาณ 15-20 เมตร มะหาดถือไดวาเปนพืชที่มีมาแต Roxb. อยูในวงค Moraceae ตระกูล Artocarpus มีช่ือ โบราณนํามาใชเปนยา มีบันทึกตํารับยาไทย ซึ่งชาวบานจะ เรียกตามทองถ่ิน กาแย ตาแป ตาแปง มะหาดใบใหญ หาด นําเน้ือไมรวมท้ังแกนมะหาดมาตมกับนํ้าจนเดือด เคี่ยวไฟ เปนไมยืนตนเขตรอน พบไดท่ัวไปในประเทศอินเดีย นานๆ จนเกิดฟองข้ึน แลวชอนเอาฟองที่เกิดขึ้นใสบนผา ปากีสถาน พมา จีน มาเลเซีย หมูเกาะโซโลมอน ประเทศ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
369 กรองจะไดฟองสีนวลและจับกันเปนกอน เม่ือบีบนํ้าออกให เพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อพืช นอกจากเปนประโยชนในเชิง แหงนําไปยางไฟออนๆ จนมีสีเหลืองเรียกวาปวกหาด ปวก เกษตรกรรมแลว ยังมีการประยุกตใชการเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ หาดท่ีไดใหมๆ จะมีสีเหลืองออนเม่ือทิ้งใหถูกแสงนานๆจะ พืชเพ่ือผลิตสารทุติยภูมิที่มีประโยชนทางอุตสาหกรรม หรือ กลายเปนสีน้ําตาลแกมเขียว และนําปวกหาดมาใชเปนยา การเลีย้ งเน้อื เย่อื พชื สมนุ ไพรเพอื่ ผลิตสารทม่ี ีฤทธท์ิ างยา โดย ถายพยาธิตัวตืด สารออกฤทธ์ิที่เปนยาตานพยาธิ คือ เร่ิมจากการเล้ียงเนื้อเยื่อพืชสมุนไพรในอาหารกึ่งแข็งหรือ oxyresveratrol แ ล ะ 2,4,3' 5' tetrahydroxystilbene อาหารเหลวแลวหาวิธีการหรือเทคนิคตางๆไปกระตุนให สารสําคัญที่ออกฤทธ์ิในมะหาดคือสารประกอบกลุม ฟลาโว เซลลพืชผลิตสารใหมากข้ึน ไดแก การปรับเปล่ียนสูตร นอยด ไดแก flavone, norcycloartocarpin กลุมสตีลบีล อาหาร การปรับเปล่ียนสภาวะแวดลอมที่มีผลตอสารสําคัญ ไดแก resveratrol, oxyresveratrol และกลุมเบนซินนอยด นั้นๆ การเติมสารตงั้ ตน ของขบวนการสงั เคราะหลงในอาหาร ไดแก resorcinol (Apirak et al., 2004) ซึ่งสารประกอบ เลี้ยงเซลล และการเหน่ียวนําเซลลพืชใหเกิดความเครียด ทางเคมีชนิดตางๆ ของมะหาดมีฤทธ์ิทางชีวภาพที่แตกตาง เปน ตน (บุญยนื , 2528; รงั สฤษด,ิ์ 2540) กัน มีประโยชนมากมายเชน ตานเชื้อแบคทีเรีย ตานเช้ือรา ยับย้ังการทํางานของเอ็นไซมไทโรซิเนส (บุญชู, 2541; กิตติ งานวิจัยท่ีเก่ียวกับมะหาดสวนใหญจะเปนการศึกษา ศักด์ิ, 2549: ไฉน และคณะ, 2505; นิชนันท และ นภพร, ดานการนํามาใชประโยชนไมวาจะเปน เพ็ญพรรณ (2537) 2548) มะหาดเปนพืชที่เจริญเติบโตไดดีในดินเกือบทุก ไดวิจัยสารประกอบเคมีจากแกนของตนมะหาด บุญชู ศรี ประเภท สามารถเจริญเติบโตไดดีในดินทราย ดินรวนปน ตุลารักษ (2541) ไดวิจัยองคประกอบทางเคมีของมะหาด ทราย ดินรวนและดินเหนียว มีความทนทานตอความแหง และหาดหนุน ผลการวิจัยพบวาการศึกษาพฤกษเคมีของ แลงไดดีมาก มีความตองการนาํ้ และความช้ืนในปริมาณปาน แกนมะหาด โดยวิธีทางโครมาโทรกราฟฟ สามารถแยก กลาง แสงแดดเขาถึงไดนอ ย มักขึ้นกระจายตามปาดิบท่ัวไป องคประกอบทางเคมีจากสิ่งสกัดไดสาร 2 ชนิด เปนสารใน ขยายพันธุดวยการตอนก่ิง หรือการใชเมล็ดเพาะ (วิทย, กลุม stilbene คือ oxyresveratrol และ resveratrol และ 2536) การขยายพันธุพชื เปนการเพิ่มจํานวนตนพืชและพนั ธุ การศึกษาฤทธิ์ของพืชในสกุลเดียวกับมะหาดคือ สกุล ท่มี อี ยูใหเ พิ่มมากยิ่งข้ึนโดยไมไ ดนํามาจากที่อ่ืน ยงั คงพันธุใน Artocarpus ไมวาจะเปนขนุน จําปาดะ หรือสาเก ไดแก ดานลักษณะ คุณสมบัตแิ ละคุณภาพที่ดีไวใหเหมือนเดมิ หรือ Khan, Omoloso และ Kihara (2003) ไดสกัดสารจากลํา ใหดียิ่งข้ึนไปดวย การเพาะปลูกและการเก็บเก่ียวนิยมปลูก ตนแกน ใบและ รากของขนุน Artocarpus heterophyllus โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง ขึ้นไดในดินแทบทุกชนิด สกัดโดยใช เมธานอลหลังจากนั้นนํามาทดสอบฤทธ์ิเบื้องตน วิธีปลูกจะตองเพาะตนกอน แลวจึงนําเอามาปลูกในหลมุ ท่ีมี ในการยับยั้งแบคทีเรีย ยับย้ังเชื้อรา Yana และคณะ (2004) ปุย คอก หรอื ปยุ หมักรองกน หลุม ระยะแรกดใู หน ํา้ และกาํ จัด ไดทําการแยกสกัดสารจากแกนจําปาดะ (Artocarpus วัชพืช มะหาดที่เจริญเติบโตดี จะใหผลเมื่ออายุได 5 ปแลว champeden) พบวา เปนสารในกลุม isoprenylated สวนชวงเวลาท่ีเก็บเปนยาคือชวงอายุตนมะหาด 5 ปข้ึนไป flavonoids 5 ชนิด Bai – Luh และคณะ (2005) ไดวิจัย แลว (ชยันต, 2536; นิจศิริและพะยอม, 2534) การ สารสกดั ทม่ี ีผลยับยง้ั แผลอกั เสบจากขนนุ และสาเก สารท่พี บ เพาะเล้ียงเน้ือเย่ือพืช เปนเทคโนโลยีที่นิยมใชในการ ในขนุนและสาเกเปนสารในกลุม flavonoids Ah-Reum ขยายพันธุและปรับปรุงพันธุพืชวิธีการหน่ึง ทําโดยการนํา และคณะ (2006) ไดสกัดสารจากแกนของตนสาเก เซลลเน้ือเย่ือ หรืออวัยวะสวนที่เปนเนื้อเย่ือเจริญของพืชมา Artocarpus communis นําแกน ของตน สาเกบดละเอยี ดให เล้ียงในอาหารสังเคราะหในสภาพปราศจากเช้ือ ภายใตการ เปนผง จํานวน 500 กรัม หมักแชด วยสาร MeOH จํานวน 2 ควบคุมสภาวะแวดลอมที่เหมาะสม ไดแก อุณหภมู ิ แสงสวา ง ลิตร หมักแช 3 ครง้ั ๆ ละ 7 วนั หมกั แชทิ้งไวใ นอณุ หภูมิหอง และความชื้น เปนตน (Drew, 1997; Farsworth and หลังจากน้ันกรองเอาสารละลายไประเหยดวยเครื่องระเหย Bunyapraphatsara, 1992) โดยทวั่ ไปการเพาะเลยี้ งเนือ้ เยอ่ื แหงสุญญากาศ ไดสารสกัดหยาบ crude extract จํานวน นยิ มใชช้นิ สวนพชื จากเนอ้ื เยือ่ ตนออนทไี่ ดจ ากการเพาะเมลด็ 11.3 กรัม หลังจากน้ันนําสารสกัดหยาบไปละลายดวยน้ํา แบบปราศจากเช้ือ เพราะทุกชิ้นสวนของตนออนสามารถ กลั่นปริมาณ 200 ml. พบสารในกลุม flavonoids 10 ชนิด นํามาใชเปนเนื้อเย่ือตั้งตนในการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อได มีฤทธติ์ า นเชอื้ แบคทเี รีย ยบั ยั้งเอ็นไซมไ ทโรซเิ นส ช้ินสวนพืชที่ใชจะตองนํามาฆาเช้ือที่บริเวณผิว กอนนําไปใช ในการเพาะเล้ียงเนอื้ เยือ่ พืช การเพาะเลี้ยงสามารถทําไดบน ดงั นั้นในงานวจิ ัยน้ีจงึ มีวัตถุประสงคเ พื่อการหาสภาวะท่ี อาหารวุนกงึ่ แข็งและในอาหารเหลว หลงั จากเลย้ี งเนอื้ เย่อื ไป เหมาะสมในการฟอกชิ้นสวนใบมะหาดใหปลอดเช้ือและ ไดสักระยะหน่ึงตองมีการถายเน้ือเยื่อลงอาหารใหม การ สภาวะท่ีเหมาะสมในการเหน่ียวนําช้ินสวนใบมะหาดใหเกิด แคลลัส งานวิจัยน้ีเปนงานสนองพระราชดําริในโครงการ อนุรักษพนั ธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริฯ การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
370 อปุ กรณแ ละวิธีการทดลอง พอหมาดๆ ตัดแตงชิ้นสวนพืช ขนาด 1 ตารางเซนติเมตร 1. ชิ้นสวนมะหาดท่ใี ชใ นการวจิ ยั นํามาเพาะเล้ียงบนอาหารแข็ง WPM ท่ีมีนํ้าตาลซูโครส 30 กรัมตอลิตร วุน รอยละ 0.7 ในสภาวะที่มืด อุณหภูมิ 25 ช้นิ สวนมะหาดทใ่ี ชใ นการทดลองไดจ ากสว นใบออนของ องศาเซลเซียส นาน 1 เดือน ทําการทดลองสูตรละ 5 ซํ้าๆ ตนมะหาดท่ีมหาวทิ ยาลัยกาฬสินธุ ทดลองที่หอง ปฏิบัตกิ าร ละ 10 ขวดเพาะเลี้ยง บันทึกผลการทดลอง โดยนับจํานวน เพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพืช สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะ ขวดเพาะเลีย้ งที่ปลอดเช้ือและท่ีตายนาํ มาคํานวณหารอยละ เทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลยั กาฬสนิ ธุ ปลอดเชอื้ และ รอยละการตาย 4. การศึกษาหาสูตรอาหารที่เหมาะสมในการชักนําให ภาพท่ี 1 ใบออ นของตนมะหาดทใ่ี ชใ นการทดลอง มะหาดเกิดเปนแคลลัส (ดัดแปลงจากวิธีของเกศสุคนธ, 2. อาหารเพาะเลี้ยงทใ่ี ชใ นการวจิ ัย 2550) 4.1 นําช้ินสวนของมะหาดท่ีปลอดเช้ือ มาเพาะเลี้ยงบน ในการวจิ ัยนีใ้ ชอ าหารเพาะเลย้ี งสาํ เร็จรูป WPM (Woody อาหารสูตรดัดแปลง ที่มีการเติมนํ้าตาลซูโครส 30 กรัมตอ Plant Medium, 1980) (HiMedia Laboratories, India) ลติ ร วนุ รอ ยละ 0.7 และมกี ารแปรผนั สูตรอาหารดงั ตอไปนี้ 3. การศึกษาหาสภาวะท่ีเหมาะสมในการฟอกฆาเช้ือช้ินสวน ก = WPM มะหาด (ดดั แปลงจากวธิ ขี องเกศสุคนธ, 2550) ข = WPM + casein hydrolysate 500 mg/l 3.1 นําช้ินสวนใบมะหาดมาลางในน้ําสะอาด นํ้าสบู หรือ ค = WPM + NAA 1 mg/l น้ํายาลางจาน ตามดวยนํ้าประปา จนช้ินสวนพืชสะอาด ตัด ง = WPM+casein hydrolysate 500 mg/l แตงช้ินสวนใหมีขนาดพอเหมาะในการใสขวดเพ่ือฟอกทํา ความสะอาดชนิ้ สวนพืช +NAA 1 mg/l 3.2 แบงช้นิ สวนพชื เปน 4 ชุดการทดลอง จ = WPM + 2,4-D 1 mg/l ชุดการทดลองที่ 1 = แชช ิน้ สวนพชื ใน สารฆา เชือ้ รา 100 ฉ = WPM+casein hydrolysate 500 mg/l+2,4-D 1 mg/l มิลลกิ รัมตอ ลิตร ผสม สเตรป็ โตมยั ซิน 4.2 นาํ ไปเพาะเล้ยี งที่ใหแสง 1,500 ลกั ซ เปนเวลา 16 ชัว่ โมง 200 มิลลิกรมั ตอ ลิตร นาน 30 นาที ตอวัน และในทีม่ ดื อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซยี ส นาน 1 เดอื น ชดุ การทดลองที่ 2 = แชชิน้ สวนพชื ใน คลอรอ็ กซ รอ ยละ 20 ทาํ การทดลองสตู รละ 5 ซํา้ ๆละ 10 ขวดเพาะเลีย้ ง บนั ทึกผล น า น 2 0 น า ที แ ล ะ นํ า ม า แ ช ใน การทดลอง โดยคํานวณรอ ยละการเกดิ แคลลสั สารละลายท่ีมี สารฆาเชื้อรา 100 ผลและวจิ ารณผลการทดลอง มิลลิกรัมตอลิตร ผสม สเตร็ปโตมัยซิน 1. ผลสภาวะทเ่ี หมาะสมในการฟอกชิน้ สวนใบมะหาด 200 มิลลกิ รมั ตอ ลติ ร นาน 30 นาที ชุดการทดลองที่ 3 = แชช้นิ สว นพืชใน คลอรอ็ กซ รอยละ 20 สภาวะทเี่ หมาะสมในการฟอกชิน้ สวนใบมะหาดให นาน 20 นาที นํามาจุมแอลกอฮอล ปลอดเช้อื คอื การแชชิน้ สวนใบมะหาดในคลอร็อกซร อ ยละ รอ ยละ 90 แลวลนไฟ 20 นาน 20 นาที จากนน้ั แชในสารฆา เช้อื รา 100 มลิ ลิกรัม ชดุ การทดลองท่ี 4 = แชช ิน้ สวนพืชใน คลอร็อกซ รอยละ 20 ตอลิตรผสมสเตร็ปโตมัยซิน 200 มิลลกิ รมั ตอลิตร นาน 30 น า น 2 0 น า ที แ ล ะ นํ า ม า แ ช ใน นาที โดยมีรอยละความปลอดเชอ้ื รอยละ 83 รองลงมาคือ สารละลายท่ีมีสารฆาเชื้อรา 100 การแชชิ้นสว นใบมะหาดในสารฆาเชื้อรา 100 มลิ ลิกรัมตอ มิลลิกรัมตอลิตร ผสม สเตร็ปโตมัยซนิ ลิตรผสมสเตรป็ โตมยั ซิน 200 มลิ ลกิ รมั ตอลิตร นาน 30 200 มิลลิกรัมตอลิตร นาน 30 นาที นาที โดยมีรอ ยละความปลอดเช้ือรอยละ 80 ในขณะท่กี าร นํามาจุมแอลกอฮอล รอยละ 90 แลว แชช ิน้ สว นมะหาดในคลอรอ็ กซรอ ยละ 20 นาน 20 นาที ลนไฟ แลว แชในสารฆา เชอ้ื รา 100 มิลลกิ รมั ตอลติ รผสมสเตร็ปโต จากนั้นนําลางดวยน้ํากลั่นท่ีน่ึงฆาเช้ือแลว 3 คร้ังๆ ละ มัยซนิ 200 มิลลกิ รมั ตอ ลติ ร นาน 30 นาที และนํามาจุม ประมาณ 5 นาที ยายตัวอยางไปวางผึ่งบนจานแกวใหแหง แอลกอฮอลร อ ยละ 90 แลว ลนไฟ ใหร อ ยละความปลอดเชื้อ นอยทส่ี ดุ ทร่ี อ ยละ 66 (ภาพที่ 2 และ ตารางท่ี 1) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
371 ภาพท่ี 2 ตวั อยางการปลอดเชอื้ ของใบมะหาด ในการทดลองใช อาหาร WPM ท่ีมี NAA 1 มิลลิกรมั ตอลติ ร และ อาหาร WPM ท่ีมี 2,4-D 1 มิลลิกรัมตอลิตร สามารถ มะหาดเปน พืชสมุนไพรที่มีปญหาในการขยายพันธุ โดย ชักนําใบมะหาดเกดิ แคลลัสมากทสี่ ุดถงึ รอยละ 76 มีรายงานวามะหาดลดประชากรลงเนอ่ื งจากเมล็ดมะหาดไม (http://www.scs.unr.edu/dbastola/abstract.htm) สมบูรณ มีอัตราการรอดชีวิตและงอกเปนตนในอัตราที่ตํ่า 2. ผลสตู รอาหารทเ่ี หมาะสมในการชกั นาํ ใหมะหาดเกิดเปน ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ ย ง เ นื้ อ เ ย่ื อ จึ ง เ ป น วิ ธี ท่ี มี ป ร ะ โ ย ช น วิ ธี ห นึ่ ง แคลลสั (Joshee et. al., 2002) ผลการทดลองเพาะเล้ยี งใบมะหาดบนอาหาร 6 สูตรทาํ ตารางที่ 1 ผลการฟอกชนิ้ สวนใบมะหาด การทดลองสูตรละ 5 ซ้าํ ๆ ละ 10 ขวด เก็บผลโดยนับจาํ นวน จาํ นวน จาํ นวนขวดเพาะเลี้ยงปลอดเชื้อ ขวดท่ีพบการเกิดแคลลัส หาคาเฉลี่ยการเกิด ผลการทดลอง ชุดการ ขวด แสดงในตารางที่ 10 พบวา เม่ือเพาะเลี้ยงในท่ีมืดนั้นสูตร ทดลอง เพาะเลี้ยง รอ ยละปลอดเชอ้ื รอยละการตาย อาหารท่ีเหมาะสมในการชักนําใหเกิดแคลลัสมะหาดไดแก (คาเฉลี่ย± SD) (คา เฉลี่ย± SD) สูตรอาหาร ค = WPM + NAA 1 mg/l และ จ = WPM + 2,4-D 1 mg/l ซึ่งมีคารอยละการเกิดเทากันที่ รอยละ 76 และเมือ่ เพาะเลยี้ งในท่ีมกี ารใหแสงพบวา สตู รท่ีเหมาะสมคอื ข = WPM + casein hydrolysate 500 mg/l จ = WPM + 2,4-D 1 mg/l และ ฉ = WPM + casein hydrolysate 500 mg/l + 2,4-D 1 mg/l ผลการทดลองแสดงในตารางที่ 2 และ ภาพที่ 3 1 30 80.00±10.00 20.00±10.00 ตารางที่ 2 ผลการเกิดแคลลสั จากชน้ิ สว นใบมะหาด รอ ยละการเกดิ แคลลสั 2 30 83.33±5.77 16.67±5.770 สูตร จํานวนขวด (คา เฉล่ีย± SD) 3 30 70.00±10.00 30.00±10.00 อาหาร เพาะเลย้ี ง 4 30 66.67±10.00 33.33±10.00 ท่ีมดื ใหแ สงสวาง ก 50 70.00±10.00 72.00±13.04 ข 50 72.00±8.37 74.00±8.94 มีขอมูลเก่ียวกับการการเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือมะหาดของ ค 50 76.00±11.40 70.00±10.00 Joshee และคณะ (2012) ที่ไดทําการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อ ง 50 74.00±11.40 68.00±8.37 มะหาด โดยเพาะเลี้ยงเมล็ดมะหาด บนทรายท่ีฆาเช้ือ จ 50 76.00±11.40 72.00±8.37 หลังจากน้ันเพาะเล้ยี งตนออนมะหาดใหม ีอายุ 6 สัปดาห นํา ฉ 50 74.00±11.40 72.00±8.37 ชนิ้ สวน ใบ ตาขาง และยอด มาเพาะเลีย้ งบนอาหารดดั แปลง MS พบวา สามารถชักนําใหใบของตนออนมะหาดท่ี ภาพท่ี 3 ตวั อยา งการเกดิ แคลลสั บนใบมะหาด เพาะเล้ียงเกิดเปนแคลลัสได และสามารถชักนําใหเกิดยอด มีรายงานของ เกศสุคนธ (2550) ศึกษาการชักนํา บนอาหาร MS ดัดแปลงท่ีมี BA 1-2 มิลลิกรัมตอลิตร และ ใหคัพภะมะหาดเกิดเปนแคลลัสในอาหารสูตร MS ท่ีมีการ ชักนาํ ใหอ อกรากบนอาหาร MS ดัดแปลงทม่ี ี IBA 2 มลิ ลิกรมั เติม casein hydrolysate 500 mg/l จะชวยสงเสริมให ตอลิตร ภายในเวลา 2-3 สัปดาห และยังมีรายงานการ เน้อื เยื่อมะหาดเจรญิ เปนแคลลสั ไดดี ซง่ึ ในผลการชกั นําใหใ บ เพาะเล้ียงเนื้อเย่ือมะหาด โดยการนําชิ้นสวนขอของตนที่ เพาะเล้ียงเปนเวลา 1-2 เดือน มาเพาะเลี้ยงบนอาหาร MS ดัดแปลงที่มี NAA 0.2-0.5 มิลลิกรัมตอลิตร สามารถชักนํา ใหเกิดแคลลัสภายใน 2-3 สัปดาห ชักนําใหเกิดยอดบน อาหาร MS ดัดแปลงท่ีมี BAP 1-2 มิลลิกรัมตอลิตร และชัก นําให ออกรากบนอาหาร MS ดัดแปลงท่ีมี IBA 2 มิลลิกรัม ตอลิตร หรือ รอยละ 0.5 activated charcoal โดยสภาวะ ที่ใชในการชักนําใหเกิดแคลลัสและชักนําใหเกิดเปนตน ภายใตสภาวะที่ใหแสง 16 ชั่วโมงตอวัน อุณหภูมิ 26 องศา เซลเซยี ส ซง่ึ ผลการศกึ ษาท่ีไดม ีสอดคลองไปทางเดียวกันโดย การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
372 มะหาดเกิดเปน แคลลสั นั้นพบวาอาหารเพาะเลย้ี งสตู ร WPM ไฉน สมั พันธารกั ษ, พยอม ตนั ตวิ วิ ัฒน และธงชัย รัตนชัย. ใหผลไมแตกตางกันกับสูตรเพาะเล้ียงท่ีไมมีการเติม casein 2505. การศึกษาทางเภสชั วทิ ยาและพฤกษเคมีของตน hydrolysate 500 mg/l แตพบวาสารควบคุมการเจริญ มะหาด. วารสารสภาวิจยั แหง ชาต.ิ 1(4) : 245-255. เติบโตกลุมออกซินมีความสําคัญ เนื่องจากเปนสารทีส่ งเสริม ใหมกี ารเจริญและแบง ตัวของเซลลพ ชื จากการทดลองพบวา นิจศริ ิ เรืองรงั สี และพะยอม ตนั ติวฒั น. 2534. พืชสมุนไพร. ในการเพาะเล้ียงใบมะหาดในอาหารสูตร WPM ในที่มืดนั้น กรุงเทพฯ:สํานกั พิมพโ อเดียนสโตร. นิชนันท ธีรวฒั ทั้ง NAA และ 2,4-D มีผลชักนําใบมะหาดใหเกิดเปนแคลลัส โนดม และนภพร นิโครธานนท. 2548. การสกดั ไดดีพอๆกัน แตเมื่อมีการใหแสงสวางพบวา อาหารสูตร สารสําคัญจากมะหาด. กรงุ เทพฯ : คณะเภสัชศาสตร WPM ที่มีการเติม 2,4-D มีผลชวยใหใบมะหาดใหเกิดเปน มหาวทิ ยาลยั หัวเฉยี วเฉลิมพระเกยี รต.ิ แคลลัสไดดีกวา NAA จากผลการศึกษาของ Joshee และ คณะ (2002) พบวา อาหารสตู ร MS ท่มี กี ารเติม NAA รวมกบั บุญชู ศรีตลุ ารักษ. 2541. องคประกอบทางเคมีของมะหาด การมีหรือไมมี BA เหมาะสมในการชักนํามะหาดเกิดเปน และหาดหนนุ . วิทยานพิ นธ ภส.ม. กรงุ เทพฯ : แคลลสั จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย. สรุปผลการทดลอง เพ็ญพรรณ เวชวทิ ยาขลงั . 2537. สารประกอบเคมีจากแกน ในการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการฟอกชิ้นสวน ของตนมะหาด. วทิ ยานิพนธ ภส.ม. กรุงเทพฯ : มะหาดใหปลอดเช้ือพบวาการฆา เชื้อที่ผิวดว ยวิธกี ารเขยาใน จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั . สารละลายคลอร็อกซร วมกบั ยาฆาเชอ้ื ราและยาปฏิชวี นะ ทาํ ใหการฆาเชื้อมีประสิทธิภาพสูงที่สุด เม่ือไดเน้ือเย่ือท่ีปลอด บุญยืน กจิ วิจารณ. 2528. การเพาะเลย้ี งเนื้อเยอ่ื พืช. เชื้อมาเพาะเลี้ยงเพื่อศึกษาสูตรอาหารท่ีเหมาะสมตอการชัก มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน. ขอนแกน. รงั สฤษด์ิ กาวตี ะ . นําใหเ กดิ แคลลสั เม่ือเพาะเลย้ี งในสภาวะทีม่ ืดพบวาอาหารที่ 2540. การเพาะเลีย้ งเน้ือเยื่อพชื : หลักการและเทคนคิ . มีการเติม 2,4-D และ NAA สามารถชักนําใหเกิดแคลลัสสูง สาํ นักพิมพหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร. กรงุ เทพมหานคร. ที่สุดโดยไมตองใส casein hydrolysate แตเมื่อนํามา เพาะเลี้ยงโดยการใหแสงสวางพบวาอาหาร ที่มี casein วิทย บูรณเทีย่ งธรรม. 2536. พจนานุกรมสมนุ ไพรไทย. hydrolysate จะสามารถชักนําใหใบมะหาดเกิดแคลัสไดสูง กรงุ เทพฯ: สํานักพมิ พส รุ ิยบรรณโพรดกั ส จาํ กดั . ทส่ี ุด คาํ ขอบคณุ Ah-Reum, H. and others. 2006. Prenylated Flavonoids from the Heartwood of Artocarpus โครงการวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ communis with Inhibitory Activity on พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากรพระราชดําริฯ ผูวิจัย Lipopolysaccharide-Induced Nitric Oxide ขอขอบคุณมา ณ ท่ีนีด้ ว ย Production. American Chemical Society and เอกสารอา งอิง American Society of Pharmacognosy. 67 : กิตตศิ ักด์ิ ลิขิตวทิ ยาวฒุ ิ และภาคภมู ิ เต็งอํานวย. 2549. ผิว 719-721. ขาวสวยดวยแกนมะหาดมหัศจรรยส มนุ ไพรไทย. Apirak, P. and others. 2004. Lakoochins A and B, วารสารวงการยา. 36(2):60-62. New Antimycobacterial Stilbene Derivatives เกศสคุ นธ มณีวรรณ. 2550. การเพาะเลี้ยงเนอื้ เยื่อพืช from Artocarpus Lakoocha. American สมนุ ไพร : มะหาด. งบประมาณสนับสนนุ การวิจยั ป Chemical Society and American Society of 2550 มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. Pharmacognosy. 67 : 485-489. ชยนั ต พิเชียรสมทุ ร. 2536. สมุนไพรกบั ยาแผนปจจุบนั . เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษในการสมั มนาเชงิ Bai – Luh, W. and others. 2005. Antiinflammatory ปฏบิ ัตกิ าร เรื่องสมนุ ไพรกับการพง่ึ ตนเอง ในระหวาง Flavonoids from Artocarpus hrterophyllus and วันท่ี 20-22 สงิ หาคม 2536 ณ หอ งประชุมอาคาร Artocarpus communis. Journal Agricultural อเนกประสงค มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ Food Chemistry. 53(10) : 3867-3871. มหาสารคาม. Drew, R. A. 1997. The Application of Biotechnology to the Conservation and Improvement of Tropical and Subtropical Fruit Species. FAO. 1 : 1–77. Farsworth, N. R. and N. Bunyapraphatsara. 1992. Thai Medicinal Plants Recommended For Primary Health Care System. Bangkok : Faculty of Pharmacy, Mahidol University. 67-69. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
373 Joshee, N.,D.R. Bastola, V.P.Agrawal, and A.K. Yana, M. 2004. Two new Cytotoxic Isoprenylated Yadav. 2002. Lakoocha: A multipurpose tree Flavones, Artoindonesianins U and V, from of warm climate. P 405-406. In: J . Janick and the Heartwood of Artocarpus champeden. A.Whipkey (eds.), Trend in new crops and new Fitoterapia. 75 : 134–140. uses. ASUS Press. Alexandria, VA. Khan, M. R., A. D. Omoloso and M. Kihara. 2003. Antibacterial Activity of Artocarpus Heterophyllus. Fitoterapia. 74 : 501-505. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
374 การศกึ ษาผลของสูตรอาหารตอ การเจริญเตบิ โตของพรรณไมน า้ํ ใบพาย Cryptocoryne walkeri Schott ในสภาพปลอดเช้ือ EFFECT OF CULTURE MEDIA ON PLANTLET GROWTH OF AQUATIC PLANT, Cryptocoryne walkeri Schott IN VITRO สุพตั ร ฤทธริ ตั น1 *, ครรชิต ธรรมศริ 2ิ , สุนทรียา กาละวงศ3, จุฑามาศ ศุภพันธ4, ประกติ ไชยธาดา4 และ สุธา เกลาฉดี 5 Suphat Rittirat1*, Kanchit Thammasiri2, Soontreeya Kalawong3, Juthamas Suppapan4, Prakit Chaithada4 and Sutha Klaocheed5 1คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช เลขที่ 1 หมู 4 อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั นครศรธี รรมราช 80280 2ภาควชิ าพฤกษศาสตร คณะวทิ ยาศาสตร มหาวิทยาลยั มหดิ ล ถนนพระรามท่ี 6 แขวงพญาไท กรุงเทพฯ 10400 3ภาควชิ าเกษตรศาสตร คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บานสมเด็จเจาพระยา กรุงเทพฯ 10600 4คณะครุศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช เลขที่ 1 หมู 4 อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดนครศรีธรรมราช 80280 5ภาควิชาเทคโนโลยีและการอตุ สาหกรรม คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร วิทยาเขตปตตานี เลขที่ 181 หมู 6 อําเภอเมอื ง จังหวดั ปตตานี 94000 1Faculty of Science and Technology, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, 1 Moo 4, Mueang District, Nakhon Si Thammarat, 80280, Thailand 2Department of Plant Science, Faculty of Science, Mahidol University, Rama VI Road, Phayathai, Bangkok, 10400, Thailand 3Department of Agriculture, Faculty of Science and Technology, Bansomdejchaopraya Rajabhat University, Bangkok, 10600, Thailand 4Faculty of Education, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, 1 Moo 4, Mueang District, Nakhon Si Thammarat, 80280, Thailand 5Department of Technology and Industries, Faculty of Science and Technology, Prince of Songkla University, 181 Moo 6, Mueang District, Pattani, 94000, Thailand บทคัดยอ การประยุกตใชเทคโนโลยีชีวภาพสําหรับการอนุรักษพันธุกรรมพืชที่เสี่ยงตอการสูญพันธุมีความจําเปนตองใชการเพาะเลี้ยง เน้ือเย่ือพืชท่ีมีประสทิ ธิภาพ การนําช้ินสวนปลายยอดของพรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkeri Schott มาเพาะเลยี้ ง เพ่ือชักนําการเกิดยอด และการเติบโตของพรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkeri ไดมีการศึกษาข้ึน การชักนําการเกิด ยอดดวยสูตรอาหารทั้ง 3 ชนิด พบวา อาหารสตู ร MS ไดผ ลดที ่สี ดุ ตามดวยอาหารสตู ร ½ MS และอาหารสตู ร VW โดยอาหาร สูตร MS มีความเหมาะสมตอ การชักนําการเกิดยอด และการเติบโตของพรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkeri ความถี่ ของการเกิดยอดมีความแตกตางกันทางสถิติ ข้ึนอยูกับชนิดของสตู รอาหารที่ใช โดยอาหารสูตร MS มีความแตกตา งกนั อยางมี นัยสําคัญทางสถิติเม่ือเทียบกับชุดการทดลองอื่นๆ อาหารสูตร MS สงเสริมการสรางยอดของพรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkerlii สูงสุด (90 เปอรเซ็นต) จํานวนยอดเฉลี่ยสูงสุด 4.30±0.62 ยอดตอตน จํานวนใบเฉล่ียตอยอด 12.80±2.21 ใบ ความยาวใบเฉลย่ี 23.90±0.84 มิลลเิ มตร และความกวางของใบเฉล่ยี 5.43±0.18 มิลลเิ มตร สงเสริมการเกดิ รากท่ีสูงสุด (90 เปอรเซ็นต) จํานวนรากเฉล่ีย 10.80±2.96 ราก และความยาวรากเฉล่ียสูงสุด 30.40±1.22 มิลลิเมตร หลังจากเพาะเลี้ยงเปนเวลา 8 สัปดาห พรรณไมนํ้าใบพาย Cryptocoryne walkeri มีอัตราการรอดชีวิต 95 เปอรเซ็นต หลังจากอนุบาลในโรงเรอื นเปนเวลา 30 วนั Abstract The application of modern biotechnology for conservation of endangered plants requires an efficient in vitro regeneration protocol. An efficient micropropagation protocol via shoot regeneration and response of plantlet growth to basal media was established for Cryptocoryne walkeri Schott using shoot tip explants, highly valued as aquarium plants. Among the three basal media evaluated for shoot regeneration, MS medium was found to be the best followed by ½ MS and VW medium. MS medium was also found good for shoot regeneration and response of plantlet growth of C. walkeri. The frequency of shoot regeneration การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 784
Pages: