282 ธวชั ชัย สันติสขุ . 2543. พชื ถ่ินเดียวและพืชหายากของ Khumgratok, S., Wongpakam, K. and Kanchanama- ประเทศไทย. สํานักงานเสรมิ สรางเอกลกั ษณของชาติ. yoon. W. 2010. Edible Plants in Cultural Forest กรุงเทพฯ. of Northeastern Thailand. Secretariat of the Convention on Biological Diversity (2005). ธวชั ชัย สันติสุข. 2548. พืชถิ่นเดยี วและพชื หายากของ WORKING TOGETHER FOR BIODIVERSITY: ประเทศไทย. โครงการบรหิ ารจดั การความหลากหลาย REGIONAL AND INTERNATIONAL INITIATIVES ทางชวี ภาพ ดา นปาไมและสตั วปา แบบบรู ณาการเพื่อ CONTRIBUTING TO ACHIEVING AND MEASURING การอนรุ ักษแ ละพัฒนาการใชป ระโยชนอ ยา งยั่งยนื . PROGRESS TOWARDS THE 2010 TARGET. กรมอุทยานแหงชาติสตั วป า และพนั ธพุ ืช. กรงเทพฯ. Abstracts of Poster Presentations at the tenth meeting of the Subsidiary Body on Scientific, สาํ นกั หอพรรณไม. 2551. สํานักวจิ ยั การอนรุ กั ษปาไมแ ละ Technical and Technological Advice of the พันธพุ ชื กรมอุทยานแหงชาติสัตวป าและพันธุพชื .ชุมนมุ Convention on Biological Diversity. Montreal, สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย, กรุงเทพฯ. SCBD, (CBD Technical Series no 17). 136 p. สาํ นกั งานหอพรรณไม. 2557. ช่อื พรรณไมแหงประเทศไทย Maniu, A.I and Dragan, I.M. 2013. Snowball เตม็ สมิตินนั ท ฉบบั แกไ ขเพ่ิมเตมิ พ.ศ. 2557. Sampling Completion. Journal of Studies in กรงุ เทพฯ: สาํ นักงานหอพรรณไม สาํ นกั วจิ ยั การ Social Sciences, 5(2); 160-177. อนุรกั ษปา ไมและพันธุพชื กรมอทุ ยานแหงชาติ สัตวป า และพนั ธุพืช. Nguyen, H.T. 2010. Cycas siamensis. The IUCN Red List of Threatened Species 2010: e.T42066A10 สุทธริ า ขมุ กระโทก คมกรชิ วงศภาคํา วรรณา กาญจน-มยรู 641954. http://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK. และอุษา กลน่ิ หอม. 2548. การพฒั นาพชื ผกั พ้นื บา น 2010-3.RLTS.T42066A10641954.en. เพื่อเศรษฐกจิ ชุมชน. วิทยาศาสตรเ กษตร, 36; 5-6 Downloaded.on 31 March 2019. (พิเศษ): 1231-1233. United Nations Environment Programme. 1995. อุษา กลนิ่ หอม. 2556. ภมู ปิ ญ ญาอสี าน คมู ือการจดั เก็บ Global Biodiversity Assessment: Summary for ความรสู ูการใชป ระโยชน มูลนธิ สิ ขุ ภาพไทย. อุษาการ Policy-Maker. Cambridge University Press, พิมพ, กรงุ เทพฯ. Cambridge, UK Bernard, H.R 1988. Research Methods in Anthropology; Qualitative and Quantitative Approaches. AltaMira Press. Oxford, UK. pp. 210-250. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
283 โครงสรา งของสังคมพืชไมตนในปานาสีนวน อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม TREE COMMUNITY STRUCTURE IN NASRINUAN FOREST, KANTARAWICHAI DISTRICT, MAHA SARAKHAM PROVINCE อิสราภรณ สมบญุ วัฒนกุล1*, ชฎาพร เสนาคณุ 2, ธรี ะพันธ จําเริญพฒั น3 และ จไุ รรตั น ครุ โุ คตร4 Issaraporn Somboonwatthanakul1*, Chadaporn Senakun2, Theeraphan Chumroenphat3 and Jurairat Kurukodt4 1ภาควิชาเทคโนโลยชี วี ภาพ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต.ขามเรยี ง อ.กนั ทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150 2สถาบันวจิ ยั วลัยรกุ ขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต.ขามเรยี ง อ.กันทรวชิ ัย จ.มหาสารคาม 44150 3ศูนยเคร่อื งมือกลาง มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ต.ขามเรยี ง อ.กนั ทรวชิ ัย จ.มหาสารคาม 44150 4คณะสง่ิ แวดลอมและทรัพยากรศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ต.ขามเรียง อ.กนั ทรวิชยั จ.มหาสารคาม 44150 1Department of Biotechnology, Faculty of Technology, Mahasarakham University, Khamrieng Subdistrict, Kantarawichai District, Maha Sarakham 44150 2Walai Rukhavej Botanical Research Institute, Mahasarakham University, Khamrieng Subdistrict, Kantarawichai District, Maha Sarakham, 44150 3Laboratory Equipment Center, Mahasarakham University, Khamrieng Subdistrict, Kantarawichai District, Maha Sarakham, 44150 4Faculty of Environment and Resource Studies, Mahasarakham University, Khamrieng Subdistrict, Kantarawichai District, Maha Sarakham, 44150 บทคดั ยอ ศึกษาโครงสรางสังคมพืชไมตนในปาชุมชนนาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ภายใตโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน เน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เน้ือท่ี 60 ไร ศึกษาสังคมพืชโดยวาง แปลงตวั อยา ง ขนาด 40 x 40 เมตร จาํ นวน 10 แปลง ศึกษาความหลากหลายของชนดิ พชื ไมตน พบจํานวน 79 ชนิด คาดัชนี ความหลากชนิดโดยวิธี Shannon-Wiener index (H’) เทากับ 3.648 พบไมตนที่มีดัชนีคาความสําคัญ (IVI) สูงสุดของปา 5 ลําดับแรก ไดแก ยางเหียง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq.) แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob. var. kerrii (Craib & Hutch.) I.C. Nielsen) หนามแทง (Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng.) ตานกกด (Ellipanthus tomentosus Kurz) และหมักหมอ (Rothmannia wittii (Craib) Bremek.) มีคาเทากบั 38.5947, 20.7150, 9.1841, 9.1365 และ 8.3350 ตามลําดับ Abstract Tree community structure in Nasrinuan community forest, Kantarawichai district, Maha Sarakham province, under the Royal Initiative of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (RSPG) was studied. The studied area was 60 rai. Assessment on plant community structure using plot size 40 m x 40 m in 10 areas was carried out. Seventy-nine tree species diversity measuring by Shannon-Wiener index (H’) was 3.648. The top five with the highest importance value index (IVI) are Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq. (38.5947), Xylia xylocarpa (Roxb.) W. Theob. var. kerrii (Craib & Hutch.) I.C. Nielsen (20.7150), Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng. (9.1841), Ellipanthus tomentosus Kurz (9.1365) and Rothmannia wittii (Craib) Bremek. (8.3350) respectively. คําสําคัญ: ปา นาสนี วน, ดัชนคี า ความสาํ คญั , สงั คมพชื Keywords: nasrinuan forest, importance value index, plant community *ตดิ ตอ นกั วิจยั : อิสราภรณ สมบุญวัฒนกุล (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Issaraporn Somboonwatthanakul (E-mail: [email protected]) การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
284 บทนํา ภาพที่ 1 แปลงตัวอยา ง จํานวน 10 แปลง ที่ทําการศกึ ษา ปาชุมชนบานนาสีนวน เปนพ้ืนที่สวนหนึ่งในเขต สังคมพชื 2. การเก็บขอมูลของไมตน (trees) โดยใชแ ปลงตวั อยา ง วาง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต้ังอยูที่ อ.กันทรวิชัย จ. แปลงตัวอยางช่ัวคราวขนาด 40 x 40 เมตร ในบริเวณ มหาสารคาม เปนพื้นที่ภายใตโ ครงการอนุรกั ษพ ันธุกรรมพืช บริเวณปาสาธารณะประโยชนบานนาสีนวน จํานวน 10 อันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แปลง ซ่ึงแตละแปลงมรี ะยะหางเทาๆ กันอยางเปนระบบดงั สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มเี นื้อที่มากกวา ประมาณ 120 ภาพที่ 1 บันทึกชนิดและจํานวนตนของพืชแตละชนิดท่ีมี ไร ซ่ึงพ้ืนท่ีปาชุมชนนี้ถือเปนแหลงอาหารท่ีสาํ คัญของชุมชน ขนาดเสน รอบวงมากกวา 14 เซนติเมตร ท่คี วามสูงกวา 1.30 ท่ีอยูโดยรอบมหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม เปนทั้งแหลงอาหาร เมตร ยารักษาโรค และการใชประโยชนดานอื่น ๆ จากปา 3. การวิเคราะหขอมูล การวิเคราะหขอมูลของสังคมพืชจาก ประชาชนในพื้นท่ีจึงหวงแหนและมีการใชประโยชนจาก การวางแปลงตัวอยางทําการวิเคราะหหาการกระจาย ความ ทรัพยากรเหลาน้ีอยางคุมคา ทําใหสามารถพึ่งพาตัวเองและ หนาแนน ความเดนและดัชนีคุณคาความสําคัญ (Impor- ดํารงชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงได อยางไรก็ตามปรมิ าณ tance Value Index, IVI) โดยการคํานวณหาคาตางๆ มี พืชในปาลดลงเรื่อย ๆ สาเหตุสําคัญคือไมมีการจัดการดูแล วธิ กี ารดังนี้ (ดอกรกั มารอด, 2542) พื้นท่ีปาอยางจริงจัง ประกอบกับการขยายพันธุพืช โดยเฉพาะอยางย่ิงพืชสมุนไพร หรือพืชที่มีความสัมพันธกับ 3.1 ความถี่ (frequency, F) การวิเคราะหการกระจาย การเกิดของเห็ดปายังไมไดมีการจัดการท่ีดี ถาปลอยให โดยการหาคาความถ่ีของชนิดพืชที่พบในแปลง เปนการบง สถานการณเปนเชนน้ตี อไปโดยไมมีการจดั การท่ีดกี ็จะสงผล บอกถึงการกระจายของพรรณพืชในพ้ืนที่ มีสูตรในการ ใหไมมีเห็ดหรือยารักษาโรคในปาใหเก็บอีกตอไป ดังน้ันจึงมี คาํ นวณดงั น้ี ความจําเปนอยางย่ิงในการสํารวจความหลากหลาย และให ขอมูลพืชในผืนปาแกชุมชน เพ่ือรวมกันอนุรักษและใช ความถขี่ องไม A = จาํ นวนแปลงตวั อยา งทไ่ี ม A ปรากฏ ประโยชนอ ยา งย่งั ยืน ซึ่งเปนอีกแนวทางการจัดการปาทดี่ ใี น จํานวนแปลงตวั อยา งท้ังหมด เบ้ืองตน ดังรายงานการศึกษาในพื้นท่ีปาชุมชนท่ีผานมา (พันธวัศ สัมพันธพานิช, 2543. สมชญา ศรีธรรม, 2559. ความถีส่ มั พทั ธ (relative frequency, RF) เปนคา สุธีรา สุรทรารักษ, 2560. สุภาวดี ศรฐิติการและอภิญญา เปรียบเทียบคาความถี่ของพืชชนิดน้ัน ๆ ในสังคมพืชกับ ระเบียบ, 2557. สุภาวรรณ วงศคําจันทร, 2555. สุรชาติ ความถ่ีท้ังหมดของพืชท่ีพบในพื้นท่ี ท่ีศึกษานิยมวัดเปน สนิ วรณแ ละณฐั บดี วิริยาวฒั น, 2557) เปอรเ ซ็นตม สี ตู รคาํ นวณดงั น้ี วัตถุประสงคของการทําวิจัยในคร้ังน้ีเพื่อศึกษา และ ความถ่สี ัมพทั ธข องไม A = คา ความถ่ีของไม A x 100 รวบรวมขอมูลความหลากหลายของชนิดพืชและสงั คมพชื ไม (%) ผลรวมของคา ความถ่ีของไมท กุ ชนดิ ตน ในพ้ืนที่ปาชุมชนบานนาสีนวนงานวิจัยนี้เปนงานสนอง พระราชดํารใิ นโครงการอนุรกั ษพันธุกรรมพืชอนั เนื่องมาจาก 3.2 ความหนาแนน (density, D) จํานวนตนของชนิด พระราชดําริฯ พืชตอหนวยพ้ืนท่ีท่ีทําการศึกษาท้ังหมด มีหนวยเปน ตนตอ อปุ กรณและวิธกี ารทดลอง ตารางเมตร หาไดจ ากสตู ร การศึกษาสังคมพชื ในบรเิ วณปา ชมุ ชนซง่ึ เปน ปา สาธารณะประโยชนบ า นนาสนี วน มวี ิธีการดําเนินการดงั น้ี 1. การวางแปลงสุมตัวอยาง วางแปลงตัวอยาง โดยใช ภาพถายจาก Google map ประกอบเพื่อหาการวางแปลง สุมตัวอยางที่เหมาะสมโดยการแบงพ้ืนท่ีออกเปน 2 สวน (zone) โดยแตละสวนสามารถวางแปลงตัวอยางได 10 แปลง แตละแปลงตัวอยางจะหางทางดานแกน x เปนระยะ 60 เมตร และดานแกน Y เปนระยะ 60 เมตร โดยจะยดึ แถว แปลงท่ี 1-5 เปน หลกั ดังแสดงในภาพที่ 1 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
285 ความหนาแนน ของไม A = จาํ นวนตน ไมท ัง้ หมดทป่ี รากฏ สังคมเพยี งแคชนิดเดียว อยางไรก็ตามในทางปฏบิ ตั ิพบวา คา (ตน/ตร.ม.) พ้ืนทแ่ี ปลงตัวอยา งทัง้ หมดทที่ าํ การศึกษา H/ มคี าไดไ มเ กนิ 5 ความหนาแนนสัมพัทธ (relative density, RD) ������������ เปนคาเปรยี บเทียบทางดานความหนาแนนของพืชชนดิ นัน้ ๆ กับความหนาแนน ของพืชท้ังหมดท่ีพบในแปลงท่ศี ึกษา นิยม ������������′ = − � ������������������������ ������������������������ ������������������������ วดั เปนเปอรเ ซน็ ตมสี ตู รคํานวณดังน้ี ������������=1 ความหนาแนนสัมพทั ธไม A = ความหนาแนนของไม A x 100 เม่อื H’ = ดัชนีความหลากหลายของ Shanon-Weiner (%) ความหนาแนน รวมของพืชทกุ ชนิด Pi = สดั สวนของความมากมายของจาํ นวนตัวชนิดที่ i เทยี บกับจาํ นวนทงั้ หมด (N) โดย 3.3 ความเดน (Dominance, DO) เปนการหาพืชที่มี Pi = ni/N อิทธิพลตอสังคมพืชในดานใดดานหนึ่ง เปนพืชท่ีมีความเดน ในสังคมนั้น เชน ปกคลุมพื้นท่ีบริเวณนั้นเปนสวนใหญ โดย เม่อื i = 1, 2, 3,…, S คํานวณหาพืน้ ท่ีหนา ตดั ของไมท กุ ชนิดท่ีพบในแปลง ตวั อยา ง S = จํานวนชนดิ ทีพ่ บในสงั คม จากสูตร 3.6 ดัชนคี วามสมา่ํ เสมอของชนิด (evenness indices) ความเดน ของไม A = พืน้ ท่ีหนา ตดั ของไม A ดัชนีความสมํ่าเสมอจะมีคามากท่ีสุดเม่ือทุกชนิดในสังคมมี พนื้ ที่แปลงตวั อยางทัง้ หมดทท่ี าํ การศึกษา จํานวนตัวหรือตนของประชากรเทากันท้ังหมด (Hurlbert 1971) โดยมสี มการพื้นฐานดงั น้ี ความเดนสัมพัทธ (relative dominance, RDO) ������������ = ������������′ เปนคาเปรียบเทียบทางดานความเดนของพืชชนิดน้ัน ๆ กับ ������������������������������������������������ ความความเดนของพืชท้ังหมดทพ่ี บในแปลงท่ีศึกษา นิยมวัด เปนเปอรเซ็นตม ีสตู รคาํ นวณดงั น้ี เมื่อ H = ดัชนีความหลากชนดิ ของ Shanon-Weiner HMax = คา ดชั นคี วามหลากหลายสงู สดุ ทสี่ ามารถหา ได จากจํานวนชนิดและตัวทง้ั หมดในสงั คม ความเดน สมั พัทธของไม A = ความเดนของไมช นดิ A x 100 ผลและวจิ ารณผลการทดลอง (%) ความเดน รวมของไมท กุ ชนิด ผลการศึกษาความหลากหลายของชนิดพืชและสังคม 3.4 ดัชนีคาความสําคัญ (importance value index, พืชไมตนในปานาสีนวน พบ ไมตน จํานวน 79 ชนิด มีคา IVI) เปนคาเชิงปริมาณที่แสดงใหเห็นภาพรวมของ ดัชนีความหลากชนิด (H’) เทากับ 3.648 และสังคมพืชมีคา ความสําคัญทางนิเวศของพืชชนิดนั้นๆ ซ่ึงหาไดจาก ดัชนีความสมาํ่ เสมอของชนิด (E) เทากับ 0.8349 ดังแสดงใน คาความถี่สัมพัทธ ความหนาแนนสัมพัทธ และความเดน ตารางท่ี 2 ไมตนท่ีมีความสําคัญสูงสุดของปา 5 ลําดับแรก สัมพัทธ ผลรวมเขาดวยกัน ซ่ึงคา IVI ของพืชแตละชนดิ จะมี ไดแก ยางเหียง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex คา ตั้งแต 0-300 คา IVI หาไดจ ากสตู รดงั นี้ Miq.) แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub.) หนามแทง ( Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng.) IVI = ความถ่ีสมั พทั ธ+ความหนาแนนสมั พทั ธ+ ความเดน สมั พทั ธ ตานกกด (Ellipanthus tomentosus Kurz) และหมักหมอ ( Rothmannia wittii (Craib) Bremek.) มี ดั ชนี ค า ค วา ม 3.5 ดชั นีความหลากชนิด (species diversity) เปนการ สําคัญเทากับ 38.5947, 20.7150, 9.1841, 9.1365 และ นับจํานวนพรรณไม แลวนํามาหาคาไดจากสูตร ของ 8.3350 ตามลาํ ดบั และพรรณไมตน ที่มีความสําคัญนอยทส่ี ดุ แชนนอน-เวียรเนอร (Shannon-Weaver, 1949) เพ่ือ ของปา 5 ลําดับแรก ไดแก ราชดัด (Brucea javanica (L.) เปรียบสังคมพืชในแตละพ้ืนที่ โดยหลักการแลว ดัชนีความ Merr.) ขาวสารปา (Pavetta tomentosa Roxb. ex Sm.) หลากหลายของ Shanon-Weiner จะเพม่ิ สูงขึ้นเม่ือมีจํานวน เมาสรอย(Antidesma ghae-sembilla Gaertn) ราชพฤกษ ชนดิ ในสังคมเพ่มิ ข้นึ และมีความสมํา่ เสมอในการกระจายของ ( Cassia fistula L.) แ ล ะ ม ะ ข า ม ป อ ม ( Phyllanthus จํานวนตัวหรือตนในแตละชนิด ก็สามารถใหคา H/ สามารถ emblica L.) มคี าดัชนคี วามสําคัญเทากับ 0.3862, 0.3860, มีคาไดสูงสุด และคา H/ มีคาเทากับ 0 เมื่อมีจํานวนชนิดใน 0.3574, 0.3516 และ 0.3392 ตามลําดับ สวนชนิดอื่นๆ แสดงดังในตารางที่ 1 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
286 สรุปผลการทดลอง เกษตรศาสตร. กรงุ เทพมหานคร: หจก. อักษรสยาม จากการศึกษาความหลากชนิดและสังคมพืชในปานาสี การพมิ พ. พันธวศั สมั พันธพานิช. 2543. การสาํ รวจความ นวน พบไมตน จํานวน 79 ชนิด มีคาดัชนีความหลากชนิด หลากหลายทางชวี ภาพของสังคมพืช บรเิ วณสถานวี จิ ยั (H’) เทากับ 3.648 และสังคมพืชมีคาดัชนีความสมํ่าเสมอ ส่ิงแวดลอ มสะแกราช จงั หวดั นครราชสมี า. รายงาน ของชนิด (E) เทากับ 0.8349 พบไมต น ท่มี คี วามสาํ คัญสูงสดุ ผลการวจิ ยั จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . ของปา 5 ลําดับแรก ไดแก ยางเหียง แดง หนามแทง ตาน สมชญา ศรีธรรม. 2559. ความหลากชนิดของไมต นและ กกด และหมกั หมอ ลักษณะของปานาสนี วนเปน ระบบนเิ วศ การใชป ระโยชนในทอ งถ่นิ ปา ระหาร อําเภอเมอื ง ปาเต็งรัง ซ่ึงเปนปาผลัดใบที่มีไมวงศยาง เปนไมเดนในสงั คม สรุ นิ ทร จังหวดั สรุ ินทร. วารสารเกษตรพระจอมเกลา พืช ในที่นี่คือ ตนยางเหียง ซึ่งพบวามีความหนาแนนมาก 34(3): 96-105. ท่ีสุด ในพ้ืนที่ 60 ไร รองลงมาคือไมแดง คิดเปนเปอรเซ็นต สุธรี า สรุ ทรารักษ. 2560. ความหลากชนดิ ของพรรณไม ความหนาแนนสัมพัทธเทากับ 11.731 และ 10.323 และมลู คา ทางเศรษฐกิจกับการใชป ระโยชนในพน้ื ทป่ี า ตามลําดับ แสดงใหเห็นวา ยางเหียงและแดง สามารถ ธรรมชาติ บริเวณศูนยปฏิบตั ิการอุดมศกึ ษาเพื่อพฒั นา เจริญเติบโตไดดีในสภาพแวดลอมของปานาสีนวน ชนิด ทองถนิ่ มหาวิทยาลัยราชภฏั บุรรี มั ย ศนู ยห นองขวาง ของพันธุไมที่มีความถ่ีสัมพัทธมากท่ีสุด คือ ยางเหียง แดง ตาํ บลพรสําราญ อําเภอคเู มือง จงั หวดั บุรรี มั ย. การ หมกั หมอ เหมอื ดแอ ต้วิ เกลี้ยง ขาเปย กรวยปา มะมวงหวั ประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. แมงวัน กอกกัน ตะขบปา ตามลําดับ ซึ่งแสดงใหเห็นวาพชื ครั้งท่ี 8 “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากลนใหเห็น” เหลาน้มี ีการกระจายตัวโดยทั่วไปในพืน้ ทป่ี านาสีนวน ศูนยเครอื ขายการเรียนรเู พ่ือภูมภิ าค จฬุ าลงกรณ มหาวิทยาลยั จังหวดั สระบรุ ี วนั ท่ี 29 พฤศจกิ ายน -1 โครงสรางของปาสามารถแบงเรือนยอดออกเปน 3 ช้ัน ธันวาคม 2560. ในพื้นท่ีดินเลวจะพบตนไมในปาเล็กแคระ และมีช้ันเรือน สภุ าวดี ศรฐติ กิ าร และอภิญญา ระเบยี บ. 2557. ความ ยอด 2 ช้ัน พันธุไมชั้นเรือนยอดจะเปนไมในวงศยาง ไดแก หลากหลายของพรรณไมย ืนตนในอทุ ยานแหงชาติภู เต็ง รัง ยางเหียง ยางกราด เปนไมดัชนีสําคัญ สวนไมชั้น แลนคา จงั หวดั ชัยภมู .ิ ปญ หาพิเศษทางชวี วทิ ยา รองสว นใหญจะเปน ไมพ ุม เชน เหมอื ดแอ หมกั หมอ มะหวด หลกั สตู รครุศาสตรบณั ฑติ สาขาชวี วทิ ยา มหาวทิ ยาลยั ลําบิดดง สวนพันธไมพ ื้นลา ง จะเปนพชื ที่ปรับตัวในสภาพที่ ราชภัฎนครราชสมี า. มีไฟปาไดดี คือจะสืบพันธุดวยหวั เมลด็ หรือหนอใตดิน ไดแ ก สุภาวรรณ วงศคําจนั ทร. 2555. ความหลากหลายทาง เพก็ โจด กระเจยี ว อลี อก เปนตน ชวี ภาพในปา ชุมชน ตําบลสวนเมยี่ ง อําเภอชาติตระการ คําขอบคณุ จงั หวัดพษิ ณุโลก. สํานักงานปลดั กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม. โครงการวิจยั น้ไี ดรบั การสนบั สนนุ จากโครงการ อนรุ ักษ สรุ ชาติ สนิ วรณ และณัฐบดี วิรยิ าวฒั น. 2014. ความ พันธุกรรมพชื อันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ผวู ิจยั ขอขอบคุณ หลากหลายของสมนุ ไพรและการใชป ระโยชนใ นพ้ืนที่ มา ณ ที่นดี้ วย เขาพระ อําเภอเดิมบางนางบวช จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี. เอกสารอา งองิ คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฎั ดอกรัก มารอดและอุทิศ กุฏอนิ ทร. 2552. นิเวศวทิ ยาปาไม. สวนดสุ ติ . SDU Res. J. 7 (1). กองทุนจัดพิมพต ําราคณะวนศาสตร มหาวิทยาลัย การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
28 ตารางท่ี 1 คาความเดน ความเดนสมั พัทธ ความหนาแนน ความหนาแนน สัมพทั ธ ความถี่ ความถ ลาํ ดับ ชื่อสามญั ชือ่ วทิ ยาศาสตร จาํ นวน แ ที่ ตน 1 ยางเหยี ง Dipterocarpus obtusifolius Teijsm.ex Miq. 250 2 แดง Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub. var. kerrii 220 (Craib & Hutch.) I.C. Nielsen 3 หนามแทง Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) 90 Tirveng. 4 ตานกกด Ellipanthus tomentosus Kurz 93 5 หมักหมอ Rothmannia wittii (Craib) Bremek. 78 6 ขอ ย Streblus asper Lour. 51 7 มะคา แต Sindora siamensis Miq 63 8 ติว้ เกล้ยี ง Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume 79 9 ยางกราด Dipterocarpus intricatus Dyer 35 10 ตว้ิ ขาว Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & 69 Hook. f. ex Dyer 11 ขาเปย Hymenopyramis brachiata Wall. ex Griff. 63 12 กรวยปา Casearia grewiifolia Vent. 60 13 เต็ง Shorea obtuse Wall. ex Blume 69 14 มะมวงหัวแมงวนั Buchanania cochinchinensis (Lour.) M.R. 45 Almeida 15 กอกกนั Lannae coromandelica (Houtt.) Merr. 35 16 ประดปู า Pterocarpus macrocarpus Kurz 27 17 มะหวด Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. 70 18 มะพอก Parinari anamensis Hance 39 19 ตะแบก Lagerstroemia floribunda Jack 55 20 ตูมตงั Naringi crenulata (Roxb.) Nicolson 32 21 เหมอื ดแอ Memecylon edule Roxb. 35 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.ส
87 ถ่สี ัมพัทธ และ คาดัชนคี วามสําคัญของพรรณไมท่ีเปนไมตนในแปลงทีศ่ ึกษาของโซนท่ี 1 IVI แปลง ความ ความเดน ความ ความหนาแนน ความถี่ ความถ่ี 38.5947 ทีพ่ บ เดน สัมพทั ธ หนาแนน สมั พัทธ สมั พัทธ 20.7150 10 3.4019 24.0541 0.01563 11.7316 1 2.8090 10 1.0723 7.5822 0.01375 10.3238 1 2.8090 7 0.4235 2.9944 0.00563 4.2234 0.7 1.9663 9.1841 8 0.3571 2.5251 0.00581 4.3641 0.8 2.2472 9.1365 10 0.2639 1.8658 0.00488 3.6603 1 2.8090 8.3350 6 0.5932 4.1947 0.00319 2.3932 0.6 1.6854 8.2733 8 0.4095 2.8951 0.00394 2.9564 0.8 2.2472 8.0987 9 0.2197 1.5534 0.00494 3.7072 0.9 2.5281 7.7887 5 0.6225 4.4017 0.00219 1.6424 0.5 1.4045 7.4487 8 0.2616 1.8500 0.00431 3.2379 0.8 2.2472 7.3351 9 0.2039 1.4416 0.00394 2.9564 0.9 2.5281 6.9260 9 0.2160 1.5273 0.00375 2.8156 0.9 2.5281 6.8710 7 0.2168 1.5327 0.00431 3.2379 0.7 1.9663 6.7369 9 0.2495 1.7641 0.00281 2.1117 0.9 2.5281 6.4039 9 0.2984 2.1096 0.00219 1.6424 0.9 2.5281 6.2801 8 0.3754 2.6543 0.00169 1.2670 0.8 2.2472 6.1685 4 0.2234 1.5793 0.00438 3.2848 0.4 1.1236 5.9877 5 0.3776 2.6699 0.00244 1.8301 0.5 1.4045 5.9045 7 0.1268 0.8962 0.00344 2.5809 0.7 1.9663 5.4435 5 0.3298 2.3317 0.00200 1.5016 0.5 1.4045 5.2378 10 0.0484 0.3421 0.00219 1.6424 1 2.8090 4.7936 สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
28 ลาํ ดบั ชอ่ื สามญั ชอ่ื วิทยาศาสตร จํานวน แ ที่ Peltophorum dasyrrhachis (Miq.) Kurz ตน 22 อะราง Flacourtia indica (Burm. f.) Merr. 16 23 ตะขบปา Ziziphus cambodiana Pierre 28 24 หนามคอม Morinda coreia Buch.-Ham. 33 25 ยอปา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil 25 26 กระทมุ นา Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte 23 27 ลาํ บดิ ดง Microcos paniculata L. 44 28 ลอมคอม Acacia comosa Gagnep. 20 29 หนามหนั Suregada multiflora (A. Juss.) Baill. 25 30 ขนั ทองพยาบาท Irvingia malayana Oliv. ex A.W. Benn. 24 31 กระบก Bombax anceps Pierre 22 32 งิ้วปา Ficus subpisocarpa Gagnep. 9 33 ไฮ Shorea roxburghii G. Don 2 34 พะยอม Erythrophleum succirubrum Gagnep. 12 35 พันซาด Diospyros castanea Fletcher 20 36 ตะโกพนม Salacia chinensis L. 12 37 กําแพงเจ็ดชน้ั Schleichera oleosa (Lour.) Merr. 11 38 ตะครอ Polyalthia cerasoides Bedd. 18 39 กระเจยี น Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & 16 40 ขเ้ี หลก็ สาร Barneby 16 41 สะเดา Azadirachta indica A.Juss. 42 หมเี หม็น Litsea glutinosa (Lour.) C.B. Rob. 6 43 โมกปา Holarrhena pubescens Wall. ex G. Don 9 44 พะยูง Dalbergia cochinchinensis Pierre 9 45 คํามอกหลวง Gardenia sootepensis Hutch. 11 46 มะกอกเกลอ้ื น Canarium subulatum Guillaumin 11 6 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.ส
88 แปลง ความ ความเดน ความ ความหนาแนน ความถี่ ความถี่ IVI ทีพ่ บ เดน สัมพทั ธ หนาแนน สมั พัทธ สัมพทั ธ 4.5086 6 0.2931 2.0724 0.00100 0.7508 0.6 1.6854 4.4948 9 0.0923 0.6528 0.00175 1.3139 0.9 2.5281 4.4389 7 0.1307 0.9240 0.00206 1.5486 0.7 1.9663 4.4199 7 0.1811 1.2804 0.00156 1.1732 0.7 1.9663 4.3445 7 0.1837 1.2989 0.00144 1.0793 0.7 1.9663 3.9273 4 0.1045 0.7390 0.00275 2.0648 0.4 1.1236 3.9154 7 0.1429 1.0106 0.00125 0.9385 0.7 1.9663 3.8480 7 0.1002 0.7085 0.00156 1.1732 0.7 1.9663 3.7681 7 0.0955 0.6756 0.00150 1.1262 0.7 1.9663 3.3431 6 0.0884 0.6254 0.00138 1.0324 0.6 1.6854 3.0131 4 0.2075 1.4672 0.00056 0.4223 0.4 1.1236 2.9643 2 0.3265 2.3086 0.00013 0.0939 0.2 0.5618 2.9003 5 0.1319 0.9327 0.00075 0.5631 0.5 1.4045 2.8789 5 0.0758 0.5359 0.00125 0.9385 0.5 1.4045 2.7871 6 0.0762 0.5386 0.00075 0.5631 0.6 1.6854 2.6718 6 0.0665 0.4702 0.00069 0.5162 0.6 1.6854 2.5976 5 0.0493 0.3485 0.00113 0.8447 0.5 1.4045 2.5818 5 0.0603 0.4265 0.00100 0.7508 0.5 1.4045 2.3507 4 0.0674 0.4762 0.00100 0.7508 0.4 1.1236 2 0.2048 1.4478 0.00038 0.2816 0.2 0.5618 2.2912 5 0.0626 0.4429 0.00056 0.4223 0.5 1.4045 2.2697 5 0.0473 0.3345 0.00056 0.4223 0.5 1.4045 2.1613 4 0.0601 0.4249 0.00069 0.5162 0.4 1.1236 2.0646 4 0.0568 0.4015 0.00069 0.5162 0.4 1.1236 2.0413 2 0.1614 1.1412 0.00038 0.2816 0.2 0.5618 1.9846 สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
28 ลําดบั ช่ือสามญั ชื่อวทิ ยาศาสตร จํานวน แ ท่ี Syzygium cumini (L.) Skeels ตน 47 หวา Senna siamea (Lam.) H.S. Irwin & Barneby 5 48 ขีเ้ หลก็ Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng. 10 49 มะคงั แดง Strychnos nux-blanda A.W. Hill 9 50 ตูมกา Trema orientalis (L.) Blume. 11 51 พงั แหร Diospyros ehretioides Wall. ex G.Don 11 52 ตับเตา ตน Grewia eriocarpa Juss. 4 53 ปอแกนเทา Bauhinia saccocalyx Pierre 8 54 เส้ยี วปา Tamarindus indica L. 9 55 มะขาม Ochna integerrima (Lour.) Merr. 2 56 กระแจะ Albizia lebbeck (L.) Benth. 5 57 พฤกษ Careya arborea Roxb. 3 58 กระโดน Aporosa villosa (Lindl.) Baill. 6 59 เหมือดโลด Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit 6 60 กระถนิ Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham. 5 61 มะหาด Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & 4 62 ติ้วขน Hook. f. ex Dyer subsp. pruniflorum (Kurz) 4 Gogel. 63 ตนี นก Vitex pinnata L. 5 64 พลองแกม อน Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & 5 65 ระงับพษิ L.M.Perry 4 66 ปป Breynia glauca Craib. 3 67 กระถนิ ณรงค Millingtonia hortensis L.f. 2 68 รัง Acacia auriculiformis Benth. 3 69 สานใบเล็ก Shorea siamensis Miq. 1 Dillenia ovata Wall. ex Hook. f. & Thomson การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.ส
89 แปลง ความ ความเดน ความ ความหนาแนน ความถี่ ความถี่ IVI ท่พี บ เดน สัมพัทธ หนาแนน สมั พทั ธ สมั พัทธ 2 0.1535 1.0851 0.00031 0.2346 0.2 0.5618 1.8815 4 0.0407 0.2880 0.00063 0.4693 0.4 1.1236 1.8809 4 0.0365 0.2578 0.00056 0.4223 0.4 1.1236 1.8038 3 0.0455 0.3218 0.00069 0.5162 0.3 0.8427 1.6807 3 0.0118 0.0831 0.00069 0.5162 0.3 0.8427 1.4420 4 0.0142 0.1007 0.00025 0.1877 0.4 1.1236 1.4120 3 0.0219 0.1546 0.00050 0.3754 0.3 0.8427 1.3727 1 0.0853 0.6033 0.00056 0.4223 0.1 0.2809 1.3065 1 0.1291 0.9126 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 1.2873 3 0.0153 0.1082 0.00031 0.2346 0.3 0.8427 1.1855 3 0.0169 0.1197 0.00019 0.1408 0.3 0.8427 1.1031 2 0.0201 0.1419 0.00038 0.2816 0.2 0.5618 0.9852 2 0.0163 0.1155 0.00038 0.2816 0.2 0.5618 0.9588 2 0.0184 0.1303 0.00031 0.2346 0.2 0.5618 0.9267 2 0.0227 0.1608 0.00025 0.1877 0.2 0.5618 0.9103 2 0.0224 0.1582 0.00025 0.1877 0.2 0.5618 0.9077 2 0.0081 0.0570 0.00031 0.2346 0.2 0.5618 0.8534 2 0.0033 0.0233 0.00031 0.2346 0.2 0.5618 0.8197 2 0.0051 0.0363 0.00025 0.1877 0.2 0.5618 0.7858 2 0.0084 0.0597 0.00019 0.1408 0.2 0.5618 0.7623 1 0.0278 0.1969 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 0.5716 1 0.0074 0.0525 0.00019 0.1408 0.1 0.2809 0.4742 1 0.0185 0.1308 0.00006 0.0469 0.1 0.2809 0.4586 สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
29 ลาํ ดับ ชอ่ื สามญั ชอื่ วิทยาศาสตร จํานวน แ ท่ี ตน 70 มะกอก Mangifera coloneura Kurz 3 71 กระพ้ีออ น Dalbergia foliacea Wall. ex Benth. 2 72 สม กบ Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. 3 73 คอ หนาม Sisyrolepis muricate (Pierre) Leenh. 3 74 ซอนปา Prismatomeris tetrandra K.Schum 2 75 ราชดัด Brucea javanica (L.) Merr. 2 76 ขา วสารปา Pavetta tomentosa Roxb. ex Sm. 2 77 เมาสรอ ย Antidesma ghaesembilla Gaertn 1 78 ราชพฤกษ Cassia fistula L. 1 79 มะขามปอ ม Phyllanthus emblica L. 1 ตารางที่ 2 ดัชนีความหลากชนิด และดัชนีความสม่ําเสมอของชนดิ ของพรรณไมทเี่ ปน ไมต น ในแปล ลาํ ดบั ที่ ช่ือสามัญ ชอ่ื วทิ ยาศาสตร 1 มะมวงหวั แมงวนั Buchanania cochinchinensis (Lour.) M.R. Almeida 2 กอกกัน Lannae coromandelica (Houtt.) Merr. 3 มะกอก Mangifera coloneura Kurz 4 กระเจยี น Polyalthia cerasoides Bedd. 5 โมกปา Holarrhena pubescens Wall. ex G. Don 6 ปป Millingtonia hortensis L.f. 7 มะกอกเกลื้อน Canarium subulatum Guillaumin 8 พงั แหร Trema orientalis (L.) Blume. 9 กําแพงเจ็ดชนั้ Salacia chinensis L. 10 มะพอก Parinari anamensis Hance 11 ตานกกด Ellipanthus tomentosus Kurz 12 สา นใบเล็ก Dillenia ovata Wall. ex Hook. f. & Thomson 13 ยางกราด Dipterocarpus intricatus Dyer 14 ยางเหยี ง Dipterocarpus obtusifolius Teijsm.ex Miq. การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.ส
90 แปลง ความ ความเดน ความ ความหนาแนน ความถ่ี ความถ่ี IVI ท่พี บ เดน สัมพัทธ หนาแนน สมั พัทธ 0.1 สัมพัทธ 0.4506 0.00019 0.1408 0.1 0.2809 0.4502 1 0.0041 0.0289 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 0.4492 1 0.0107 0.0754 0.00019 0.1408 0.1 0.2809 0.4391 1 0.0039 0.0276 0.00019 0.1408 0.1 0.2809 0.3900 1 0.0025 0.0174 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 0.3862 1 0.0022 0.0152 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 0.3860 1 0.0016 0.0114 0.00013 0.0939 0.1 0.2809 0.3574 1 0.0016 0.0112 0.00006 0.0469 0.1 0.2809 0.3516 1 0.0042 0.0296 0.00006 0.0469 0.1 0.2809 0.3392 1 0.0034 0.0238 0.00006 0.0469 0.2809 1 0.0016 0.0114 ลงที่ศึกษา Pi lnPi PilnPi 0.0211 -3.8577 -0.0815 จาํ นวนตน 0.0164 -4.1090 -0.0675 45 0.0014 -6.5657 -0.0092 35 0.0075 -4.8918 -0.0367 3 0.0042 -5.4671 -0.0231 16 0.0014 -6.5657 -0.0092 9 0.0028 -5.8726 -0.0165 3 0.0052 -5.2665 -0.0272 6 0.0052 -5.2665 -0.0272 11 0.0183 -4.0008 -0.0732 11 0.0436 -3.1317 -0.1367 39 0.0005 -7.6643 -0.0036 93 0.0164 -4.1090 -0.0675 1 0.1173 -2.1429 -0.2514 35 250 สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
ลาํ ดบั ท่ี ชือ่ สามัญ 29 15 เตง็ 16 รัง ช่อื วิทยาศาสตร 17 พะยอม Shorea obtuse Wall. ex Blume 18 ตบั เตา ตน Shorea siamensis Miq. 19 ตะโกพนม Shorea roxburghii G. Don 20 ลําบิดดง Diospyros ehretioides Wall. ex G.Don 21 เหมอื ดโลด Diospyros castanea Fletcher 22 ระงับพิษ Diospyros filipendula Pierre ex Lecomte 23 ขันทองพยาบาท Aporosa villosa (Lindl.) Baill. 24 เสย้ี วปา Breynia glauca Craib. 25 ราชพฤกษ Suregada multiflora (A. Juss.) Baill. 26 พันซาด Bauhinia saccocalyx Pierre 27 อะราง Cassia fistula L. 28 ขี้เหล็กสาร Erythrophleum succirubrum Gagnep. 29 ขเ้ี หลก็ Peltophorum dasyrrhachis (Miq.) Kurz 30 มะคา แต Senna garrettiana (Craib) H.S. Irwin & Barneby 31 มะขาม Senna siamea (Lam.) H.S. Irwin & Barneby 32 หนามหนั Sindora siamensis Miq 33 กระถนิ ณรงค Tamarindus indica L. 34 พฤกษ Acacia comosa Gagnep. 35 กระถิน Acacia auriculiformis Benth. 36 แดง Albizia lebbeck (L.) Benth. Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit 37 พะยงู Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub. var. kerrii (Craib & H 38 กระพ้ีออน I.C. Nielsen 39 ประดปู า Dalbergia cochinchinensis Pierre Dalbergia foliacea Wall. ex Benth. Pterocarpus macrocarpus Kurz การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.ส
91 Hutch.) จาํ นวนตน Pi lnPi PilnPi 69 0.0324 -3.4302 -0.1111 3 0.0014 -6.5657 -0.0092 12 0.0056 -5.1794 -0.0292 4 0.0019 -6.2781 -0.0118 12 0.0056 -5.1794 -0.0292 44 0.0206 -3.8802 -0.0801 6 0.0028 -5.8726 -0.0165 4 0.0019 -6.2781 -0.0118 24 0.0113 -4.4863 -0.0505 9 0.0042 -5.4671 -0.0231 1 0.0005 -7.6643 -0.0036 20 0.0094 -4.6686 -0.0438 16 0.0075 -4.8918 -0.0367 16 0.0075 -4.8918 -0.0367 10 0.0047 -5.3618 -0.0252 63 0.0296 -3.5212 -0.1041 2 0.0009 -6.9712 -0.0065 25 0.0117 -4.4455 -0.0522 2 0.0009 -6.9712 -0.0065 3 0.0014 -6.5657 -0.0092 5 0.0023 -6.0549 -0.0142 220 0.1032 -2.2707 -0.2344 -0.0272 11 0.0052 -5.2665 -0.0065 2 0.0009 -6.9712 -0.0553 27 0.0127 -4.3685 สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
ลาํ ดบั ท่ี ชือ่ สามัญ 29 40 ติ้วเกลี้ยง 41 ต้ิวขาว ชื่อวทิ ยาศาสตร 42 ต้วิ ขน Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook. f. ex 43 กระบก Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook. f. ex 44 ขาเปย subsp. pruniflorum (Kurz) Gogel. 45 ตีนนก Irvingia malayana Oliv. Ex A.W. Benn. 46 หมเี หมน็ Hymenopyramis brachiata Wall. ex Griff. 47 กระโดน Vitex pinnata L. 48 ตูมกา Litsea glutinosa (Lour.) C.B. Rob. 49 ตะแบก Careya arborea Roxb. 50 งวิ้ ปา Strychnos nux-blanda A.W. Hill 51 ปอแกน เทา Lagerstroemia floribunda Jack 52 ลอมคอม Bombax anceps Pierre 53 สะเดา Grewia eriocarpa Juss. 54 เหมือดแอ Microcos paniculata L. 55 มะหาด Azadirachta indica A.Juss. 56 ขอ ย Memecylon edule Roxb. 57 ไฮ Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham. 58 พลองแกมอน Streblus asper Lour. 59 หวา Ficus subpisocarpa Gagnep. 60 กระแจะ Rhodamnia dumetorum (DC.) Merr. & L.M.Perry 61 หนามคอม Syzygium cumini (L.) Skeels 62 เมาสรอย Ochna integerrima (Lour.) Merr. 63 มะขามปอ ม Ziziphus cambodiana Pierre 64 หนามแทง Antidesma ghaesembilla Gaertn Phyllanthus emblica L. Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.ส
92 จํานวนตน Pi lnPi PilnPi 79 0.0371 -3.2949 -0.1221 0.0324 -3.4302 -0.1111 x Dyer 69 0.0019 -6.2781 -0.0118 x Dyer 4 -0.0472 -0.1041 22 0.0103 -4.5733 -0.0142 63 0.0296 -3.5212 -0.0231 5 0.0023 -6.0549 -0.0165 9 0.0042 -5.4671 -0.0272 6 0.0028 -5.8726 -0.0944 11 0.0052 -5.2665 -0.0231 55 0.0258 -3.6570 -0.0210 9 0.0042 -5.4671 -0.0438 8 0.0038 -5.5849 -0.0165 20 0.0094 -4.6686 -0.0675 6 0.0028 -5.8726 -0.0118 35 0.0164 -4.1090 -0.0893 4 0.0019 -6.2781 -0.0065 51 0.0239 -3.7325 -0.0142 2 0.0009 -6.9712 -0.0142 5 0.0023 -6.0549 -0.0142 5 0.0023 -6.0549 -0.0645 5 0.0023 -6.0549 -0.0036 33 0.0155 -4.1678 -0.0036 1 0.0005 -7.6643 -0.1337 1 0.0005 -7.6643 90 0.0422 -3.1645 สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
ลาํ ดบั ท่ี ชอ่ื สามญั 29 65 มะคงั แดง 66 คํามอกหลวง ช่ือวิทยาศาสตร 67 สม กบ Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng. 68 กระทมุ นา Gardenia sootepensis Hutch. 69 ยอปา Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. 70 ขา วสารปา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil 71 ซอ นปา Morinda coreia Buch.-Ham. 72 หมกั หมอ Pavetta tomentosa Roxb. ex Sm. 73 มะสัง Prismatomeris tetrandra K.Schum 74 มะหวด Rothmannia wittii (Craib) Bremek. 75 ตะครอ Feroniella lucida (Scheff.) Swingle 76 คอหนาม Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. 77 กรวยปา Schleichera oleosa (Lour.) Merr. 78 ตะขบปา Sisyrolepis muricate (Pierre) Leenh. 79 ราชดดั Casearia grewiifolia Vent. Flacourtia indica (Burm. f.) Merr. Brucea javanica (L.) Merr. ดัชนคี วามหลากชนดิ ดัชนคี วามสมา่ํ เสมอของช การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.ส
93 จาํ นวนตน Pi lnPi PilnPi 9 0.0042 -5.4671 -0.0231 11 0.0052 -5.2665 -0.0272 3 0.0014 -6.5657 -0.0092 23 0.0108 -4.5289 -0.0489 25 0.0117 -4.4455 -0.0522 2 0.0009 -6.9712 -0.0065 2 0.0009 -6.9712 -0.0065 78 0.0366 -3.3076 -0.1211 32 0.0150 -4.1986 -0.0630 70 0.0328 -3.4159 -0.1122 18 0.0084 -4.7740 -0.0403 3 0.0014 -6.5657 -0.0092 60 0.0282 -3.5700 -0.1005 28 0.0131 -4.3321 -0.0569 2 0.0009 -6.9712 -0.0065 -3.6481 2,131 3.6481 0.8349 ชนิด สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
294 ความอดุ มสมบรู ณของดินปา นาสนี วนในจงั หวดั มหาสารคาม SOIL FERTILITY OF NASINUAN FOREST IN MAHA SARAKHAM PROVINCE เบ็ญจพร กลุ นิตย1 *, ลักษณนารา ขวญั ชุม2 และ ดารกิ าร บุญพนั ธ1 Benjapon Kunlanit1*, Laksanara Khwanchum2 and Darika Bunphan1 1ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 44150 2สาํ นักวชิ าวศิ วกรรมศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ 80160 1Department of Agriculture, Faculty of Technology, Mahasarakham University, 44150 2School of Engineering and Technology, Walailak University, 80160 บทคัดยอ วตั ถปุ ระสงคของการวจิ ัยน้ีเพื่อศึกษาสมบตั ิทางเคมบี างประการในหนาตัดดินในพ้ืนที่ปา นาสีนวน ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชยั จ. มหาสารคาม โดยไดสุม เก็บตวั อยา งดนิ จํานวน 27 จดุ ท่ี 5 ระดบั ความลึก ไดแก 0-20 20-40 40-60 60-80 และ 80-100 ซม. จากนั้นนําตัวอยางดินมาผึ่งในรมใหแหง แลวนํามาวิเคราะหหาคาความเปนกรด-ดาง (pH) และการนําไฟฟาของดิน (electrical conductivity, EC) ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (soil organic matter, SOM) ไนโตรเจน (nitrogen, N) ท้ังหมด ฟอสฟอรสั (phosphorus, P) ทเี่ ปน ประโยชน และโพแทสเซียม (potassium, K) ท่แี ลกเปลี่ยนได ผลการศกึ ษา พบวา ดินช้นั บน (0-20 ซม.) มีคา pH เทากับ 4.50-6.80 และ EC เทากับ 0.007-0.031 เดซิซีเมน/ม. โดยดินชั้นลาง (20-100 ซม.) มีคา pH เทากับ 5.04-5.09 และ EC เทากับ 0.008-0.011 เดซิซีเมน/ม. สําหรับปริมาณ SOM ในดินชั้นบนเทากับ 40.8-418.1 ตัน/เฮกตาร N เทากับ 2.1-14.7 ตัน/เฮกตาร P เทากับ 12.6-17.0 กก./เฮกตาร และ K เทากับ 241.0-642.3 กก./เฮกตาร ซึ่งสงู กวาดนิ ช้นั ลางทม่ี ปี ริมาณ SOM เทา กบั 22.0-70.5 ตนั /เฮกตาร N เทากบั 1.1-8.5 ตนั /เฮกตาร P เทา กับ 3.8-27.0 กก./ เฮกตาร และ K เทา กับ 180.9-554.0 กก./เฮกตาร ซงึ่ จากผลการศกึ ษาช้ีใหเห็นวาดนิ ชัน้ บนมีความอดุ มสมบรู ณสูงกวาดินชั้น ลา ง และขอ มูลท่ไี ดส ามารถใชใ นการประเมินการเจรญิ เตบิ โตและความหนาแนน ของพชื พรรณในปาแหง น้ไี ด Abstract The objective of this study was to investigate some chemical properties in soil profile of Nasinuan forest, Nasinuan sub-district, Kantarawichai district, Maha Sarakham province. Twenty-seven soil samples were collected at five soil depths, including 0-20, 20-40, 40-60, 60-80 and 80-100 cm. The soil samples were then air-dried to analyze soil pH and electrical conductivity (EC) and contents of soil organic matter (SOM), total nitrogen (TN), available phosphorus (P) and exchangeable potassium (K). The results showed that soil pH and EC at topsoil (0-20 cm) were 4.50-6.80 and 0.007-0.031 dS/m, respectively and at subsoil (20-100 cm) were 5.04-5.09 and 0.008-0.011 dS/m, respectively. SOM (40.8-418.1 ton/ha), TN (2.1-14.7 ton/ha), available P (12.6-17.0 kg/ha) and exchangeable K (241.0-642.3 kg/ha) contents in the topsoil were higher than in the subsoil, which contained 22.0-70.5 ton/ha, 1.1-8.5 ton/ha, 3.8-27.0 kg/ha and 180.9-554.0 kg/ha for SOM, TN, available P and exchangeable K, respectively. This study pointed out that the topsoil had higher soil fertility than the subsoil. Also, the finding of the study can be used to evaluate growth and density of vegetation grown in the Nasinuan forest. คําสําคญั : สมบตั ิทางเคมีของดิน, หนาตดั ดิน, ดนิ ปา, ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ Keywords: soil chemical properties, soil profile, forest soil, northeastern region *ตดิ ตอนักวจิ ยั : เบญ็ จพร กลุ นิตย (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Benjapon Kunlanit (E-mail: [email protected]) บทนาํ เทากับ 102,156,351 ไร คิดเปน 31.6% ของพ้ืนท่ีประเทศ ประเทศไทยมีพ้ืนที่ท้ังหมด 320,700,000 ไร ในป ไทย (กรมปาไม, 2561) และในปเดียวกันพ้ืนที่ปาของภาค 2560 ประเทศไทยมีพื้นที่ปาครอบคลุมพ้ืนท่ีทั้งประเทศ ตะวันออกเฉียงเหนือ พบวา มีพ้ืนท่ีปาจํานวน 15,655,554 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
295 ไร คิดเปน 14.9% ของพ้นื ทีท่ ัง้ หมดของภาคตะวนั ออก เฉยี ง เทา กับ 1.5 มก./กก. สูงกวา ดนิ ชัน้ ลา ง (P อยูในชว ง 1.2-0.7 เหนอื (กรมปาไม, 2561) มก./กก.) และมีปริมาณ K ที่แลกเปล่ียนไดในดินช้ันบน เทากับ 34.7 มก./กก. สูงกวาดินช้ันลาง (K ในชวง 1.2-0.6 ปาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดเปนปาผลัดใบ มก./กก.) อยางไรก็ตาม สมบัติทางเคมีของดินนั้นมี (deciduous forest) หรือปาเต็งรัง (deciduous diptero- ความสําคัญตอการเจริญเติบโตและความหนาแนนของพืช carp forest) มีลักษณะเปนปาโปรงมีตนไมขนาดเล็ก และ พรรณที่ขึ้นในปา และในบริเวณพ้ืนท่ีปานาสีนวนยังไมไดมี ขนาดกลางข้นึ อยกู ระจัดกระจาย พ้นื ปา ไมร กทบึ มีหญาชนดิ การศึกษาเกี่ยวกับสมบัติดังกลา วของดิน ดังนั้น การศึกษานี้ ตางๆ และไมไผขึ้นอยูโดยท่ัวไป พันธุไมในปา ประกอบดวย จึงมีวตั ถุประสงคเพอ่ื ศกึ ษาสมบตั ิทางเคมี ไดแ ก pH EC และ เต็ง รัง พะยอม มะขามปอม เหยี ง พลวง และยางกราด เปน ปรมิ าณของ SOM N P และ K ในดินพื้นท่ปี า นาสีนวน ตน โดยทั่วไปความหนาแนนของตนไมในปาเต็งรังจะนอย อปุ กรณแ ละวิธกี ารทดลอง กวาปาเบญจพรรณ เพราะดินต้ืนกักเก็บนํ้าไดนอย มีหินบน 1. พื้นท่ีศึกษา ทําการศึกษาการเปล่ียนแปลงสมบัติทางเคมี ผิวดินมาก กอใหเกิดความแหงแลง ปาชนิดน้ีมีอยูทั่วไปท้ังท่ี บางประการในหนาตัดดินในพื้นที่ปานาสีนวน ตําบลนาสีน ราบ และที่เขาสูง ดินมักเปนทราย และลูกรัง ซึ่งจะมีสี วน อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีพ้ืนท่ีศึกษา คอนขางแดง ในบางแหงจึงเรียกวาปาแดง สวนในภาค ประมาณ 141 ไร ซ่ึงปาในพ้ืนท่ีน้ีเปนปาเต็งรัง พันธุไมที่ข้ึน ตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปาขึ้นตามเนินท่ีเรียกวาโคก จึง ในปา ไดแก เต็ง รัง เหียง พลวง เพ็ก และยางกราด เปนตน เรียกวาปา โคก (อณศุ ร, 2559) ซง่ึ ดนิ ปา นาสีนวนเปนชุดดินยางตลาด (Yang Talat series, Yl) มีสมบัติทางกายภาพ ไดแก ความชื้นของดินอยูในชวง สมบัติทางกายภาพ เชน ความหนาแนนรวมของดิน 8.1-10.2% ความหนาแนนของดินอยูในชวง 1.5-1.9 ก./ ความชื้นในดิน และเนือ้ ดนิ สวนสมบตั ิทางเคมขี องดิน ไดแ ก ลบ.ซม. มีเนื้อดินเปนดินทรายปนรวนไปจนถึงดินเหนียว ใน คาความเปนกรด-ดาง (pH) และการนําไฟฟาของดิน พ้ืนท่ีปาน้ีมีสภาพพ้ืนที่คอนขางแหงแลง สําหรับปริมาณ (electrical conductivity, EC) และปริมาณอินทรียวัตถุ น้ําฝนและอณุ หภูมิเฉล่ยี ของพ้ืนที่ที่ทาํ การศึกษาในชวงเดือน ( organic matter, SOM) ไ น โ ต ร เ จ น (nitrogen, N) ก.ค. 2560-มิ.ย. 2561 โดยปริมาณน้ําฝนสูงในเดือน ก.ค.– ฟ อ ส ฟ อ รั ส ( phosphorus, P) แ ล ะ โ พ แ ท ส เ ซี ย ม ต.ค. 2560 และลดลงในเดือน พ.ย. 2560–ก.พ. 2561 (potassium, K) ซ่ึงจะเปนตัวช้ีถึงความอุดมสมบูรณของดิน หลังจากน้ันปริมาณน้ําฝนเพิ่มสูงข้ึนในเดือน มี.ค.–มิ.ย. พรอ มทงั้ ความเปน ประโยชนของธาตุอาหารพืชทพ่ี ืชสามารถ 2561 และปริมาณน้าํ ฝนสูงทีส่ ุดในเดอื น ก.ค. 2560 สําหรบั นําไปใชได ตัวอยางการศึกษาสมบัติของดินปา โดย อุณหภูมิเฉล่ียอยูท่ี 29oC และลดต่ําท่ีสุดในชวงเดือน ธ.ค. ของวรนันท และคณะ (2555) พบวา ปาดิบแลงท่ีไมถูก 2560–ก.พ. 2561(ภาพที่ 1) รบกวนมีปริมาณ N ลดลงตามความลึก (0.2-1.8 ก./กก.) 2. การเก็บตวั อยางดิน โดยวัดพิกัดของพนื้ ที่กอ นการสมุ เกบ็ ในขณะที่ปริมาณ P ที่เปนประโยชนอยูในระดับที่ตํ่ามาก ตัวอยางดิน โดยใชออเกอรเก็บตัวอยางดินในพื้นที่ปานาสีน (0.006-0.17 มก./กก.) และจากการศึกษาของเบ็ญจพร และ วน ซึ่งไดทําการสุมเก็บตัวอยางดินโดยเก็บดินที่ 5 ระดับ คณะ (2559) และสดุ ารัตน (2560) ไดศกึ ษาสมบัติของดินใน ความลกึ ไดแ ก 0-20 20-40 40-60 60-80 และ80-100 ซม. พื้นที่ปาสงวนของ ตําบลดอนหวาน อําเภอเมือง จังหวัด จาํ นวน 27 จุด เปน รูป W (Guimarães et. al., 2013; Kiflu มหาสารคาม ท่ีระดับความลึก 5 ระดับ ไดแก 0-15 15-30 and Beyene, 2013; Takele et al., 2014) เ พื่ อ ให ไ ด 30-60 60-80 และ 80-100 ซม. พบวา ดินชั้นบน (0-15 ประชากรดนิ ทีเ่ ปนตัวแทนของพนื้ ทด่ี นิ ปานาสนี วน และแบง ซม.) มีคา pH เทากับ 5.21 ในขณะที่ดินช้ันลาง (15-100 ดินออกเปน 2 ช้ันดิน คือดินช้ันบน (0-20 ซม.) และดินชั้น ซม.) มีคา pH อยูในชวง 5.20-5.24 คา EC ในดินช้ันบนมี ลา ง (20-100 ซม.) (ภาพท่ี 2) คาเทากับ 0.03 เดซิซีเมน/ม. สูงกวาดินช้ันลาง (0.01 เดซิซี 3. การวิเคราะหสมบตั ิทางเคมีของดิน นําตัวอยางดนิ มาผ่ึง เมน/ม.) ดนิ เปน ดินท่ีมคี วามเค็มนอ ยมาก สวนปรมิ าณ SOM ลมในท่ีรมจนแหง แลวจึงนําไปรอนผานตะแกรงรอนดินเสน ในดินช้ันบนเทากับ 7.2 ก./กก. ซึ่งสูงกวาดินชั้นลาง (อยู ผา นศนู ยกลางขนาด 2 มม. เพ่อื นํามาวิเคราะหหาคา pH EC ในชวง 0.9-3.1 ก./กก.) ซึ่งดินมีปริมาณ SOM อยูในระดับ และปรมิ าณ SOM N P และK ในดิน (เบ็ญจพร, 2559) ดงั น้ี ตํ่าถึงต่ํามาก และในพื้นท่ีเดียวกัน วชิราภรณ (2560) ได ศึกษาการเปล่ียนแปลง N ในหนาตัดดิน พบวา ปริมาณ N 1) การวิเคราะหหาคา pH (ดิน: น้ํา, 1: 2.5) โดยใช ท้ังหมดในดินช้ันบนเทากับ 3.9 ก./กก. สูงกวาดินช้ันลางมี เคร่อื ง pH meter ปริมาณ N อยูในชวง 1.6-1.1 ก./กก. ขณะท่ีจริยา (2560) และรัชนีกร (2560) ไดศึกษาการเปลี่ยนแปลง P และ K ใน หนาตัดดิน พบวา ปริมาณ P ท่ีเปนประโยชนในดินช้ันบน การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
296 2) การวิเคราะหหาคา EC (ดิน: น้ํา, 1: 2.5) โดยใช pH และ EC และปริมาณ SOM N P และ K ในดิน พบวา เครือ่ ง EC meter ดินชั้นบนที่ระดับความลึก 0-20 ซม. มีคา pH อยูในชวง 4.50-6.80 และ EC อยูในชวง 0.007-0.031 เดซิซีเมน/ม. 3) การวิเคราะหหาปรมิ าณ SOM ท้ังหมดในดิน โดยวธิ ี และปริมาณ SOM อยูใ นชวง 40.8-418.6 ตนั /เฮกตาร N อยู สันดาปเปย ก (wet oxidation) ของ Walkley and Black ในชวง 2.4-14.7 ตัน/เฮกตาร P อยูในชวง 5.7-36.5 กก./ เฮกตาร และ K อยูในชวง 230.0-642.3 กก./เฮกตาร 4) วิเคราะหหาปริมาณ N ทั้งหมดในดินโดยวิธีของ ในขณะท่ีระดับความลึก 20-40 ซม. มีคา pH อยูในชวง Kjeldahl มี 3 ขั้นตอน คือ การยอย (digestion) การกลั่น 4.51-7.11 และ EC อยูในชวง 0.006-0.026 เดซิซีเมน/ม. (distillation) และการไตเตรท (titration) และปริมาณ SOM อยูในชวง 19.9-128.5 ตัน/เฮกตาร N 1.5-5.2 ตัน/เฮกตาร P อยูในชวง 3.8-25.1 กก./เฮกตาร 5) การวิเคราะหหาปรมิ าณ P ทีเ่ ปนประโยชนในดินโดย และ K อยูในชวง 143.1-527.0 กก./เฮกตาร แตท่ีระดับ ใชสารสกัด Bray II วิธีของ Murphy and Riley จากน้ันนํา ความลกึ 40-60 ซม. มคี า pH อยูในชว ง 4.49-6.37 และ EC สารละลายไปพัฒนาสี และนําไปวัดหาความเขมขนสีของ อยูในชวง 0.005-0.022 เดซิซีเมน/ม. และปริมาณ SOM สารละลายดวยเคร่ือง UV-VIS spectrophotometer ชวง อยูในชวง 21.8-99.5 ตัน/เฮกตาร N อยูในชวง 4.2-15.5 คลนื่ 820 นาโนเมตร กก./เฮกตาร P อยูในชวง 4.2-15.5 กก./เฮกตาร และ K อยู ในชวง 148-8-527.0 กก./เฮกตาร ในระดบั ความลึก 60-80 6) การวเิ คราะหหาปรมิ าณ K ท่แี ลกเปลย่ี นไดในดินโดย ซม. มีคา pH อยูในชวง 4.57-6.13 และ EC อยูในชวง ใชสารสกัด 1 N ammonium acetate (NH4OAc) pH 7.0 0.004-0.021 เดซิซีเมน/ม. และปริมาณ SOM อยูในชวง จากนนั้ นาํ มาวเิ คราะหห าปรมิ าณ K ทีแ่ ลกเปลย่ี นไดด ว ยการ 20.0-97.4 ตนั /เฮกตาร N อยใู นชวง 0.7-7.9 ตัน/เฮกตาร P ส อ บ เ ที ย บ เ ค รื่ อ ง Atomic Absorption Spectropho- อยูในชวง 3.2-26.2 กก./เฮกตาร และ K อยูในชวง 129.9- tometer (AAS) กบั สารละลายมาตรฐาน K 398.5 กก./เฮกตาร และท่ีระดับความลึก 80-100 ซม. มีคา 4. การวิเคราะหขอมูลทางสถิติ วิเคราะหหาคาความแปร pH อยูในชวง 4.85-5.84 และ EC อยูในชวง 0.004-0.022 ปรวน (analysis of variance, ANOVA)ของขอมูลแบบ เดซิซีเมน/ม. และปริมาณ SOM อยูในชวง 24.5-76.4 ตัน/ completely randomized design แ ล ะ เ ป รี ย บ เ ที ย บ เฮกตาร N อยใู นชว ง 1.0-7.1 ตัน/เฮกตาร P อยใู นชว ง 2.5- คาเฉล่ียดว ยวิธี Least Significant Difference ใชโปรแกรม 22.9 กก./เฮกตาร และ K อยูในชวง 138-9-597.6 กก./ สําเรจ็ รปู Statistix 9 เฮกตาร (ตารางท่ี 1) ผลและวิจารณผ ลการทดลอง 1. สมบัติทางเคมีบางประการในหนาตัดดินของพื้นท่ีปา นาสีนวน เมื่อพิจารณาตามการเปล่ียนแปลงของสมบัติทาง เคมีบางประการในหนาตัดดนิ ของพืน้ ทปี่ า นาสีนวน ไดแก คา การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
297 ภาพท่ี 1 ปรมิ าณนา้ํ ฝนและอณุ หภมู ิเฉล่ยี ในชว งทเี่ ก็บตัวอยา งดินในป 2560-2561 ภาพที่ 2 แผนท่ีแสดงการสมุ เก็บตวั อยา งดนิ ในบรเิ วณพ้ืนท่ีปา นาสนี วน ตารางท่ี 1 สมบตั ิทางเคมบี างประการในหนาตัดดนิ ของดินปานาสีนวน โพแทสเซยี มท่ี จุดเกบ็ ระดับความลกึ คา การนําไฟฟา คา ความเปน กรด-ดา ง อนิ ทรยี วตั ถุ ไนโตรเจนทง้ั หมด ฟอสฟอรัสทเ่ี ปน แลกเปลย่ี นได ตวั อยาง (ซม.) (เดซซิ ีเมน/ม.) (ดนิ : นา้ํ , 1: 2.5) (ตัน/เฮกตาร) (ตัน/เฮกตาร) ประโยชน (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) 329.0 249.8 0-20 0.018 6.80 71.0 2.1 15.9 251.8 20-40 0.013 7.11 52.8 2.1 15.7 269.8 1 40-60 0.010 6.37 21.8 1.9 8.2 138.9 60-80 0.011 6.13 27.2 1.5 7.7 241.0 80-100 0.013 5.84 26.9 1.5 8.6 248.3 0-20 0.023 5.31 123.8 7.4 24.6 195.7 20-40 0.018 5.24 60.8 3.4 11.0 162.0 251.8 2 40-60 0.013 5.20 58.8 4.2 10.1 275.0 60-80 0.011 5.35 44.2 2.4 5.6 175.2 229.3 80-100 0.011 5.23 37.0 1.9 2.5 135.5 212.9 0-20 0.024 5.20 145.0 6.5 29.6 20-40 0.013 5.32 56.0 2.9 8.3 3 40-60 0.012 5.13 47.0 2.2 8.1 60-80 0.012 5.17 44.2 2.9 5.8 80-100 0.011 5.16 40.3 2.9 8.4 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
298 0-20 0.021 5.49 159.4 6.6 21.4 242.6 20-40 0.013 5.15 39.1 2.6 7.5 187.3 4 40-60 0.012 5.16 55.1 2.3 8.0 301.4 60-80 0.010 5.03 39.1 1.9 5.6 129.9 80-100 0.011 4.99 43.0 1.8 5.0 158.1 0-20 0.016 4.99 61.7 3.3 5.7 239.4 20-40 0.010 4.87 35.8 2.0 4.7 203.7 5 40-60 0.010 4.92 35.0 1.6 3.5 213.0 60-80 0.009 4.94 30.4 1.5 4.2 211.3 80-100 0.009 4.87 26.1 1.0 2.9 211.7 0-20 0.020 5.25 122.2 5.8 9.2 346.8 20-40 0.018 4.94 71.6 4.1 5.0 315.6 6 40-60 0.016 4.97 49.0 2.8 3.7 302.4 60-80 0.016 4.94 47.3 2.9 3.7 262.5 80-100 0.013 4.98 32.6 2.0 2.6 328.3 0-20 0.023 4.91 79.4 3.7 16.6 242.4 20-40 0.008 5.09 43.0 2.3 12.4 232.3 7 40-60 0.008 5.07 29.8 1.9 8.8 209.3 60-80 0.008 5.11 23.7 2.2 7.4 233.1 80-100 0.008 5.10 24.5 2.3 7.7 188.6 0-20 0.047 4.59 418.6 14.7 36.1 478.7 8 20-40 0.026 4.51 128.5 5.2 8.4 265.2 40-60 0.012 4.80 67.1 3.4 7.2 219.5 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
299 ตารางที่ 1 สมบตั ทิ างเคมบี างประการในหนา ตัดดินของดนิ ปานาสีนวน (ตอ) จดุ เก็บ ระดบั ความลกึ คาการนาํ ไฟฟา คา ความเปน กรด-ดา ง อนิ ทรยี วัตถุ ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสทีเ่ ปน โพแทสเซยี มที่ ตัวอยาง (ซม.) (เดซิซเี มน/ม.) (ดนิ : นาํ้ , 1: 2.5) (ตนั /เฮกตาร) (ตัน/เฮกตาร) ประโยชน แลกเปลยี่ นได (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) 60-80 0.012 4.90 51.8 3.0 7.4 8 80-100 0.011 4.98 27.9 3.3 6.4 184.9 225.2 0-20 0.009 5.18 51.5 2.9 15.6 289.0 20-40 0.008 5.04 19.9 1.5 7.8 143.1 9 40-60 0.007 5.00 25.8 2.4 9.3 205.2 60-80 0.006 5.02 20.0 1.8 8.0 223.1 80-100 0.005 5.03 13.1 2.0 8.4 183.4 0-20 0.031 5.30 114.3 5.3 32.2 322.3 20-40 0.009 5.29 30.6 1.7 10.0 197.4 10 40-60 0.007 5.21 36.1 1.7 9.6 228.4 60-80 0.007 5.19 21.7 1.8 8.7 196.1 80-100 0.011 4.94 47.6 1.8 9.2 316.4 0-20 0.022 4.88 80.5 3.7 19.5 287.2 20-40 0.010 4.98 24.5 1.4 8.3 224.9 11 40-60 0.007 5.14 25.8 1.4 8.9 228.4 60-80 0.006 5.16 33.4 1.8 7.5 220.3 80-100 0.009 5.12 32.8 2.0 7.7 230.4 0-20 0.022 4.89 103.0 4.5 19.5 250.2 20-40 0.010 5.07 33.7 2.0 8.3 180.2 12 40-60 0.006 5.25 27.5 1.6 8.9 169.4 60-80 0.006 5.21 30.1 2.2 7.5 174.0 80-100 0.009 5.14 31.2 2.1 7.7 253.1 0-20 0.015 5.33 45.1 2.9 16.9 365.6 20-40 0.009 5.04 23.0 1.8 6.4 239.0 13 40-60 0.006 5.08 22.4 2.1 5.2 322.5 60-80 0.006 5.03 26.7 2.2 4.5 254.0 80-100 0.006 5.13 18.0 1.5 6.4 193.9 0-20 0.024 4.87 95.0 4.2 14.8 407.2 20-40 0.012 4.83 53.6 2.1 6.1 327.0 14 40-60 0.008 4.96 34.4 1.7 3.8 254.9 60-80 0.008 5.09 30.1 1.8 3.2 256.7 80-100 0.010 5.01 24.6 1.6 3.6 251.9 0-20 0.019 4.68 133.7 10.3 39.3 411.4 20-40 0.018 4.60 121.7 9.8 33.3 386.9 15 40-60 0.014 4.71 99.5 8.5 25.1 385.7 60-80 0.011 4.72 97.4 7.9 26.2 398.5 80-100 0.009 4.84 76.4 7.1 22.9 458.3 0-20 0.029 4.92 114.1 5.2 28.5 345.7 16 20-40 0.012 4.99 64.8 3.3 8.2 230.1 40-60 0.009 5.02 45.8 2.2 6.8 181.2 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
300 ตารางที่ 1 สมบัติทางเคมบี างประการในหนา ตัดดนิ ของดินปานาสนี วน (ตอ) โพแทสเซียมที่ จดุ เก็บ ระดับความลึก คาการนาํ ไฟฟา คา ความเปน กรด-ดา ง อนิ ทรียวัตถุ ไนโตรเจนท้งั หมด ฟอสฟอรสั ท่เี ปน แลกเปลยี่ นได ตวั อยาง (ซม.) (เดซิซีเมน/ม.) (ดิน: นา้ํ , 1: 2.5) (ตนั /เฮกตาร) (ตนั /เฮกตาร) ประโยชน (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) 60-80 0.006 5.16 33.6 1.9 7.9 178.9 16 80-100 0.008 5.18 38.2 2.0 4.3 169.7 397.4 0-20 0.020 5.38 79.9 4.1 34.6 290.4 20-40 0.011 5.12 41.1 1.7 16.3 206.5 17 40-60 0.006 5.10 26.9 1.3 10.7 224.5 60-80 0.005 5.17 20.2 1.0 10.1 267.4 80-100 0.006 5.12 19.9 1.3 9.3 304.3 0-20 0.023 4.90 96.2 3.8 26.6 198.0 20-40 0.013 4.98 47.4 1.7 9.6 161.6 18 40-60 0.006 5.16 20.5 0.6 4.0 159.1 60-80 0.006 5.13 23.5 0.7 4.5 215.3 80-100 0.008 5.11 26.6 1.2 3.8 270.3 0-20 0.014 4.99 79.9 4.1 40.8 180.4 20-40 0.009 5.16 41.1 2.1 13.0 172.4 19 40-60 0.008 5.00 26.9 1.7 10.1 192.2 60-80 0.005 5.06 23.5 1.2 14.5 178.5 80-100 0.005 5.32 16.6 1.2 14.3 230.0 0-20 0.019 4.75 110.8 5.2 30.5 156.4 20-40 0.013 4.70 69.5 3.2 15.6 148.8 20 40-60 0.006 4.80 39.5 1.9 6.0 308.6 60-80 0.005 5.01 25.2 1.7 4.4 321.7 513.4 80-100 0.006 5.07 23.2 1.7 5.2 527.0 0-20 0.014 4.66 73.1 2.7 11.6 561.2 20-40 0.015 4.96 33.6 2.4 11.2 530.7 21 40-60 0.021 5.07 35.9 2.7 13.2 597.6 60-80 0.026 5.28 35.5 3.0 8.8 333.0 80-100 0.022 5.31 37.2 2.8 11.3 305.4 0-20 0.007 5.22 40.8 2.4 10.0 212.9 20-40 0.012 4.60 27.2 1.8 5.1 259.8 243.2 22 40-60 0.007 4.74 23.9 1.7 5.5 642.3 60-80 0.004 4.92 20.3 1.7 7.3 317.6 80-100 0.005 4.90 17.7 1.6 7.4 353.6 0-20 0.022 4.50 52.7 4.8 24.1 246.7 20-40 0.011 4.65 40.0 2.1 7.8 314.7 23 40-60 0.008 4.76 29.1 1.9 4.6 615.9 60-80 0.006 4.89 23.7 1.7 6.3 331.8 80-100 0.005 4.93 23.0 2.0 6.4 0-20 0.015 4.60 72.2 3.5 24.5 24 20-40 0.006 4.81 28.8 2.4 15.0 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
301 ตารางท่ี 1 สมบตั ิทางเคมบี างประการในหนา ตดั ดินของดินปานาสีนวน (ตอ) จดุ เก็บ ระดบั ความลกึ คาการนาํ ไฟฟา คาความเปนกรด-ดา ง อนิ ทรียวตั ถุ ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เปน โพแทสเซยี มที่ ตัวอยาง (ซม.) (เดซซิ เี มน/ม.) (ดิน: น้ํา, 1: 2.5) (ตัน/เฮกตาร) (ตนั /เฮกตาร) ประโยชน แลกเปลยี่ นได (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) 40-60 0.006 4.81 28.2 2.3 15.1 24 60-80 0.005 4.81 21.7 2.2 16.8 310.6 80-100 0.006 4.83 27.8 2.0 15.9 390.1 0-20 0.012 4.92 52.1 3.2 21.0 378.7 20-40 0.006 5.03 28.8 2.1 10.7 597.4 25 40-60 0.005 5.18 29.9 2.5 10.4 339.8 60-80 0.005 5.09 30.8 2.4 10.7 405.7 80-100 0.004 5.07 27.8 2.2 12.4 372.9 0-20 0.009 5.09 63.8 4.0 13.3 338.4 20-40 0.006 5.11 40.0 2.9 9.4 466.5 26 40-60 0.011 4.93 37.0 3.7 7.2 324.2 60-80 0.006 4.99 27.2 3.6 7.6 403.4 80-100 0.006 4.98 40.7 3.5 10.9 378.7 0-20 0.026 4.71 81.5 5.4 36.5 412.4 20-40 0.019 4.64 32.2 3.1 20.8 335.6 27 40-60 0.022 4.49 28.4 3.2 15.5 186.4 60-80 0.021 4.57 56.4 3.8 13.3 180.4 80-100 0.017 4.85 35.2 3.0 11.4 207.4 193.4 2. สมบัติทางเคมีบางประการของดินบนและดินลางของ คณะ (2559) ท่ีพบวาดินปาสงวนของ ตําบลดอนหวาน ดินปานาสนี วน ปริมาณของ SOM N P และ K ในดินช้นั บน อําเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ไมใชดินเค็ม (EC < 2 เดซิ (0-20 ซม.) และดินช้ันลาง (20-100 ซม.) ของพืน้ ท่ีปานาสีน ซีเมน/ม.) และ Kumar et. al. (2017) ไดรายงานวาปาใน วน พบวา ในดินช้ันบนมีความอุดมสมบรู ณสงู กวาดินช้ันลาง ประเทศอนิ เดยี ไมใ ชดินเคม็ โดยปรมิ าณของ SOM ในดินชน้ั บนเทากับ 73.2 ตัน/เฮกตาร ในสวนของดินชั้นลางเทากับ 30.5 ตัน/เฮกตาร ในขณะท่ี ดินปานาสีนวนจัดเปนดินที่มีความอุดมสมบูรณที่ ปรมิ าณของ N ในดินชนั้ บน (3.7 ตัน/เฮกตาร) สูงกวาดนิ ชั้น คอนขางตํ่ามาก เนื่องจากมีปริมาณของ SOM N P และ K ลาง (2.0 ตัน/เฮกตาร) ในขณะเดียวกันดินช้ันบนมีปริมาณ ในดินปานาสีนวนพบในปริมาณท่ีตํ่ามาก ซึ่งปริมาณของ ของ P มปี ระมาณ 15.9 กก./เฮกตาร สูงกวาดินชน้ั ลาง (8.5 SOM อยูในชวง 0.1-1.0% ปริมาณ N ท้ังหมดในดินอยู กก./เฮกตาร) เชนเดียวกันกับปริมาณของ K ในดินช้ันบน ในชวง 0.007-0.091% ปรมิ าณของ P ทเ่ี ปน ประโยชนในดิน (330.2 กก./เฮกตาร) สงู กวาดินช้ันลา ง (248.9 กก./เฮกตาร) อยูในชวง 0.2-2.2 มก./กก. และปริมาณ K ท่ีแลกเปลี่ยนได (ตารางที่ 2 และภาพท่ี 3 และ 4) อยใู นชว ง 7.6-37.8 มก./กก. (กรมการขาว, ม.ป.ป.) อยา งไร ก็ตาม ปริมาณของ SOM N P และ K ในดินบนมีสูงกวาดิน จากการศึกษาน้ี พบวา ดินปานาสีนวนมีคา pH อยู ลาง ซึ่งสอดคลองกับการศึกษาของ Chemeda et. al. ในชวง 4.49-7.11 ซง่ึ นบั ไดว าดนิ เปนกรดจดั -เปน กลาง (บญุ (2017) ไดทําการศึกษาผลกระทบของการใชประโยชนท่ีดิน แสน, 2548) ซึ่งแตกตางกับรายงานของจริยา (2560) ท่ีแตกตางกันและความลึกของดินท่ีมีผลตอสมบัติกับความ รายงานวาดินปาสงวนของ ตําบลดอนหวาน อําเภอเมือง อุดมสมบรู ณข องดนิ พบวา ในพน้ื ที่ปาท่รี ะดับความลกึ 0-20 จังหวัดมหาสารคาม มีคา pH เปนกรดออน แตการศึกษานี้ ซม. มี SOM สูงกวาที่ระดับความลึก 20-40 ซม. และใน สอดคลองกับ Emiru and Gebrekidan (2013) ท่ีรายงาน ป ร ะ เ ท ศ เ อ ธิ โ อ เ ป ย Abate and Kibret (2016) ไ ด วา ดินปา ในฝงตะวนั ตกของประเทศเอธิโอเปย มคี า pH เปน ทําการศึกษาอิทธิพลของการใชประโยชนท่ีดินท่ีระดับความ กลาง ลึกของดินตางกันและลักษณะภูมิประเทศที่มีผลตอสมบัติ ทางเคมี พบวา ในพนื้ ทป่ี า ในดนิ ช้ันบน (0-20 ซม.) มปี รมิ าณ คา EC อยใู นชวง 0.004-0.031 เดซซิ ีเมน/ม. ซงึ่ จดั เปน SOM สูงกวาดินช้ันลาง (20-60 ซม.) และในประเทศ ดินท่ีไมเค็มและไมมีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของพืช เอธิโอเปย Selassie and Ayanna (2013) พบวา ปริมาณ (บุญแสน, 2548) ซ่ึงสอดคลองกับรายงานของเบ็ญจพร และ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
302 ของ N ในดินช้ันบน (0-15 ซม.) ในพื้นท่ีปาของเขต สรปุ ผลการทดลอง Abechikeli Mariam และเขต Aferfida Georgis สูงกวาดิน การศึกษา พบวา ดินชั้นบน (0-20 ซม.) มีคา pH ชั้นลาง (15-30 ซม.) และ Majaliwa et al. (2010) ได ทําการศึกษาในพ้ืนที่ปาธรรมชาติที่ทิศตะวันตกเฉียงใต เทากบั 4.50-6.80 และ EC เทา กับ 0.007-0.031 เดซิซีเมน/ ยูกันดาท่ี 2 ระดับความลึก คือ 0-15 ซม. และ 15-30 ซม. ม. โดยดินชัน้ ลา ง (20-100 ซม.) มคี า pH เทา กับ 5.04-5.09 พบวา ปริมาณ P และK ในดินชั้นบน (0-15 ซม.) สูงกวาดิน และ EC เทากับ 0.008-0.011 เดซิซีเมน/ม. สําหรับปรมิ าณ ชั้นลาง (15-30 ซม.) SOM ในดินชั้นบนเทากับ 40.8-418.1 ตัน/เฮกตาร N เทากับ 2.1-14.7 ตัน/เฮกตาร P เทากับ 12.6-17.0 กก./ ปรมิ าณของ SOM N ทง้ั หมด P ทเี่ ปน ประโยชน และ K เฮกตาร และ K เทา กับ 241.0-642.3 กก./เฮกตาร ซงึ่ สงู กวา ที่แลกเปล่ียนไดในดินตลอดความลึก 0-100 ซม. พบวา ดินชั้นลางท่ีมีปริมาณ SOM เทากับ 22.0-70.5 ตัน/เฮกตาร ปริมาณของ SOM ในพ้ืนท่ีปานาสีนวนเทากับ 139 ตัน/ N เทากับ 1.1-8.5 ตัน/เฮกตาร P เทากับ 3.8-27.0 กก./ เฮกตาร ในสวนของปริมาณ N เทากบั 10 ตนั /เฮกตาร (ภาพ เฮกตาร และK เทา กับ 180.9-554.0 กก./เฮกตาร ซ่งึ จากผล ที่ 5ก) ในขณะที่ปริมาณ P เทากับ 32 กก./เฮกตาร และ การศกึ ษาชีใ้ หเห็นวา ดนิ ชั้นบนมคี วามอุดมสมบรู ณสงู กวาดิน ปริมาณของ K เทากับ 650 กก./เฮกตาร (ภาพที่ 5ข) ชั้นลาง และขอมูลที่ไดสามารถใชในการประเมินการ เจริญเตบิ โตและความหนาแนน ของพชื พรรณในปาแหง น้ไี ด ตารางที่ 2 สมบตั ทิ างเคมบี างประการในดนิ บนและดนิ ลางของดนิ ปานาสีนวน จดุ เกบ็ อินทรียวตั ถุ ไนโตรเจนท้งั หมด ฟอสฟอรสั ทเ่ี ปน ประโยชน โพแทสเซยี มทแ่ี ลกเปลยี่ นได ตวั อยา งดนิ (ตนั /เฮกตาร) (ตัน/เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) ระดบั ความลึก (ซม.) 0-20 20-100 0-20 20-100 0-20 20-100 0-20 20-100 1 71.0 33.3 2.1 1.8 15.1 10.2 329.0 227.9 2 123.8 50.0 7.4 3.0 15.1 7.3 241.0 215.1 3 145.0 46.6 6.5 2.7 15.1 7.7 275.0 188.3 4 159.4 44.1 6.6 2.2 16.1 6.6 242.6 195.2 5 61.7 32.6 3.3 1.5 12.6 3.8 239.4 210.3 6 122.2 49.7 5.8 2.9 12.6 3.8 346.8 302.7 7 79.4 30.9 3.7 2.2 12.6 9.1 242.4 215.8 8 418.6 70.5 14.7 3.8 16.1 7.4 478.7 225.0 9 51.5 19.7 2.9 2.0 16.1 8.4 289.0 187.9 10 114.3 34.4 5.3 1.8 16.1 9.4 322.3 234.5 11 80.5 29.5 3.7 1.6 16.1 8.2 287.2 226.5 12 103.0 31.2 4.5 2.0 16.1 8.2 250.2 194.7 การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
303 ตารางท่ี 2 สมบตั ทิ างเคมีบางประการในดินบนและดนิ ลางของดินปานาสีนวน (ตอ) จุดเก็บ อินทรียวัตถุ ไนโตรเจนท้งั หมด ฟอสฟอรสั ทเี่ ปน ประโยชน โพแทสเซียมท่แี ลกเปลีย่ นได ตัวอยา งดนิ (ตัน/เฮกตาร) (ตัน/เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) (กก./เฮกตาร) ระดบั ความลกึ (ซม.) 0-20 20-100 0-20 20-100 0-20 20-100 0-20 13 45.1 23.0 2.9 2.0 16.1 5.7 365.6 251.7 14 95.0 36.1 4.2 1.8 16.1 4.3 407.2 274.4 15 133.7 99.1 10.3 8.5 16.3 27.0 411.4 407.2 16 114.1 45.5 5.2 2.4 16.3 6.8 345.7 190.6 17 79.9 27.6 4.1 1.3 16.3 11.7 397.4 247.5 18 96.2 29.3 3.8 1.1 16.3 5.5 304.3 183.6 19 79.9 27.6 4.1 1.6 16.3 13.0 270.3 180.9 20 110.8 40.6 5.2 2.1 16.3 8.0 230.0 231.9 21 73.1 35.5 2.7 2.7 17.0 11.2 513.4 554.0 22 40.8 22.0 2.4 1.7 17.0 6.3 333.0 256.6 23 52.7 28.8 4.8 1.9 17.0 6.3 642.3 308.5 24 72.2 26.3 3.5 2.3 16.8 15.8 615.9 352.8 25 52.1 29.8 3.2 2.3 16.8 11.1 597.4 365.0 26 63.8 36.9 4.0 3.5 16.8 8.8 466.5 379.1 27 81.5 38.8 5.4 3.2 16.3 15.4 335.6 192.0 ภาพท่ี 3 สมบตั ทิ างเคมีบางประการในดินชนั้ บน (0-20 ซม.) และดินชัน้ ลาง (20-100 ซม.) ในดนิ ปา นาสีนวน การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
304 ภาพท่ี 4 แผนทแี่ สดงการกระจายตวั ของความสมบตั ิทางเคมีบางประการในดนิ ชั้นบน (0-20 ซม.) ของปา นาสีนวน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
305 ภาพที่ 5 สมบัตทิ างเคมบี างประการของดิน (0-100 ซม.) ในพนื้ ทีป่ านาสีนวน คําขอบคุณ th/web_elearning/soil/learnplan. php, 3 โครงการวจิ ัยนไี้ ดร ับการสนับสนุนจากโครงการอนรุ ักษ สิงหาคม 2560. เบญ็ จพร กลุ นติ ย. 2559. การวเิ คราะหดนิ . เอกสาร พันธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริฯ ผวู ิจยั ขอขอบคุณ ประกอบ การสอนความอดุ มสมบรู ณของดินและปุย. มา ณ ที่น้ีดวย ภาควชิ าเทคโนโลยกี ารเกษตร คณะเทคโนโลยี เอกสารอา งอิง มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. กรมปาไม. 2561. เนื้อทป่ี าไมของประเทศไทย ป พ.ศ. เบญ็ จพร กลุ นติ ย สดุ ารตั น จมู ลี วชิราภรณ ศรีวรรณา รัชนกี ร อุนารตั น และ จรยิ า ทาํ บุญ. 2559. การ 2516-2559. แหลงทีม่ า: http://forestinfo.for- เปลี่ยนแปลงและองคประกอบทางเคมขี องอินทรียวตั ถุ est.go.th/55/Content.aspx?id=72, 25 มนี าคม ในดินภายใตอ ทิ ธิพลของการใชป ระโยชนท ่ีดินแตกตา ง 2562. กนั . โครงการวิจัยงบประมาณแผนดิน. มหาวิทยาลัย กรมการขา ว. ม.ป.ป. องคความรเู รอื่ งขา ว. แหลงทีม่ า: มหาสารคาม. http://www.ricethailand.go.th/Rkb/managemen รชั นกี ร อนุ ารตั น. 2560. การเปล่ียนแปลงคาการนําไฟฟา t/index.phpfile =content.php&id=19.htm, 25 และโพแทสเซยี มในในหนา ตดั ดินภายใตเปล่ยี นแปลง มีนาคม 2562. การใชประโยชนท ่ดี ิน. ปญหาพเิ ศษระดับปรญิ ญาตรี กติ ติพงษ พงษบ ุญ พิณทพิ ย ธิตโิ รจนะวฒั น พงษศกั ด์ิ วิทวสั ภาควชิ าเทคโนโลยี การเกษตร คณะเทคโนโลยี ชตุ ิกลุ วารินทร จริ ะสุขทวีกลุ เอกชยั ล่ิมถาวรศริ พิ งศ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. และประภา คลา ยม.ุ 2531. คุณสมบตั ขิ องดินในปา วชิราภรณ ศรวี รรณนา. 2560. การเปลย่ี นแปลงไนโตรเจน ธรรมชาติ บริเวณลมุ น้ําหวยไร ทีศ่ นู ยศกึ ษาการ และแมกนเี ซียมในหนา ตดั ดินภายใตการเปลยี่ นแปลง พฒั นาภพู านอันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริ จังหวัด การใชป ระโยชนที่ดนิ . ปญหาพิเศษระดบั ปริญญาตรี สกลนคร. ฝา ยวจิ ยั กองอนรุ ักษตนนาํ้ กรมปาไม ภาควชิ าเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ, กรงุ เทพฯ. 20 น. มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. จริยา ทาํ บุญ. 2560. การเปลยี่ นแปลงความเปน กรด-ดาง วรนนั ท สนกนั หา สมชยั อนสุ นธ์ิพรเพมิ่ ศุภิฌา ธนะจติ ต และฟอสฟอรสั ในในหนา ตดั ดนิ ภายในเปล่ยี นแปลง เอิบ เขยี วรื่นรมณ และทักษณิ อาชวาคม. 2555. การใชป ระโยชนท ดี่ นิ . ปญ หาพิเศษระดบั ปริญญา ลักษณะดนิ ภายใตสภาพปาตา งชนดิ บริเวณสถานีวจิ ยั ภาควิชาเทคโนโลยี การเกษตร คณะเทคโนโลยี สิง่ แวดลอมสะแกราช. วารสารแกน เกษตร. 40: 7-18. มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. ศูนยศ กึ ษาการพฒั นาอา วคงุ กระเบน อันเนอื่ งมาจาก บุญแสน เตียวนุกลู ธรรม. 2548. ปฐพีวิทยา: เอกสาร พระราชดาํ ริ อําเภอทา ใหม จังหวดั จันทบุรี. 2556. การ ประกอบการเรยี นการสอนวชิ า 5011101 อนรุ ักษท รพั ยากรณธรรมชาตปิ าไมแ ละสตั วปา. การ ปฐพีวิทยา. ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตรและ อนุรักษทรพั ยากรธรรมชาตปิ า ไมแ ละสตั วปาในประเทศ เทคโนโลยอี ุตสาหกรรม มหาวิทยาลยั ราชภัฏ ไทย: 1-21. แหลงทมี่ า: http://www.fish-eries.go.th นครสวรรค. แหลงที่มา: http://elearning.nsru.ac. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
306 /cfkung_kra-baen/knowledge_3.pdf, 10 สงิ หาคม Emiru, N. and H. Gebrekidan. 2013. Effect of Land 2560. Use Changes and soil Depth on Soil Organic สดุ ารตั น จูมล.ี 2560. การเปล่ยี นแปลงของอินทรยี วัตถุ Matter, total Nitrogen and Available และกรดฮิวมกิ ในหนาตัดดินภายใตเ ปลีย่ นแปลงการ Phosphorus Contents of Soils in Senbat ใชป ระโยชนท ดี่ นิ . ปญ พเิ ศษระดบั ปริญญาตรี ภาควชิ า Watershed, Western Ethiopia. Journal of เทคโนโลยี การเกษตรคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั Agricultural and Biological Science 8: 206- มหาสารคาม. 212. อนศุ ร พมุ พวง. 2559. รจู กั ประเภทของปา ไมในไทยหรือ ยงั . แหลง ทมี่ า: Guimarães, D. V., M. I. S. Gonzaga, T. O. Silva, T. L. http://geo2gis.cSOM/index.php/geogra Silva, N. S. Dias and M. I. Silva Matias. 2013. phy/2016-01-29-05-48-12/221-thai-forest. 10 Soil organic matter pools and carbon fractions ตลุ าคม 2560. in soil under different land uses. Soil and Abate, N. and K. Kibret. 2016. Effects of land use, Tillage Research 126: 177-182. soil depth and topography on soil physicochemical properties along the Kiflu, A. and S. Beyene. 2013. Effect of different toposequence at the Wadla Delanta Massif, land use systems on selected soil properties Northcentral Highlands of Ethiopia. in South Ethiopia. Journal of Soil Science Environment and Pollution 5(2): 57-71. Environmental Management 4(5): 100-107. Chemeda, M., K. Kibret and T. Fite. 2017. Influence of different land use types and soil depth on Kumar, A., Y. K. Sing, A. Sah, and A. Kumar. 2017. selected soil properties related to soil fertility Effects of land use on soil properties of Banka in Warandhab Area, Horo Guduru Wallaga district,Bihar Ecology 5: 328-330. Zone, Oromiya, Ethiopia. Environmental Sciences & Natural Resources 4(2): 01-011. Majaliwa, J.G.M., R. Twongyirwe, R. Nyenje, M. Barasa. 2010. The Effect of Land Cover Change on Oluka, B. Ongom, J. Sirike, D. Mfitumukiza, E. Soil Properties around Kibale National Park in Azanga, R. Natumanya, R.Mwerera and B. SouthWestern Uganda. Hindawi Publishing west Showa zone, Gindeberet district, Ethiopia. Corporation Applied and Environmental Agriculture, Forestry and Fisheries 3(6): 489- Soil Science Volume 2010: 7. 494. Selassie, Y. G. and G. Ayanna. 2013. Effect of different land use systems on selected physio- chemical properties of soil in Northeastern Ethiopia. Agriculture Science 5: 112-120. Takele, L., A. Chimdi and A. Abebaw. 2014. Dynamics of soil fertility as influenced by different land use systems and soil depth in การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
307 ความหลากชนดิ ของแมลงในอันดับไฮเมนนอพเทอรา (Hymenoptera) ในพืน้ ที่วทิ ยาลัยชัยบาดาลพิพัฒน อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี SPECIES DIVERSITY OF ORDER HYMENOPTERA IN CHAIBADANPIPHAT COLLEGE, CHAIBADAN DISTRICT, LOP BURI PROVINCE วชิราภรณ ฟูนนั 1*, นราศกั ด์ิ บญุ ม2ี , อญั ชลี นิลสุวรรณ1, จักรพงษ หรงั่ เจรญิ 3, ธนภูมิ ศริ งิ าม2, วฤชา ประจงศักด์ิ1 และ กิตติพงษ แกว ประเสรฐิ 4 Wachiraporn Phoonan1*, Narasak Boonme2, Unchalee Ninsuwan1, Chakrapong Rangjaroen3, Thanapoom Siringam2, Warucha Prajongsak1 and Gittipong Geawprasert4 1สาขาวิชาชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พระนคร กรงุ เทพ 10220 2สาขาวิชาเกษตรศาสตร คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภฏั พระนคร กรงุ เทพ 10220 3สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารเกษตร คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร กรุงเทพ 10220 4สาขาวิชาคอมพิวเตอรแ อนิเมชันและมลั ติมเี ดีย คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร กรงุ เทพ 10220 1Program in Biology, Faculty of Science and Technology, Phranakhon Rajabhat University, Bangkok 10220 2Program in Agriculture, Faculty of Science and Technology, Phranakhon Rajabhat University, Bangkok 10220 3Program in Agriculture Technology, Faculty of Science and Technology, Phranakhon Rajabhat University, Bangkok 10220 4Program in Computer Animation and Multimedia, Faculty of Science and Technology, Phranakhon Rajabhat University, Bangkok 10220 บทคัดยอ การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาความหลากชนิดของแมลงในอันดับ Hymenoptera ท่ีพบในระบบนิเวศที่แตกตางกัน ของพื้นท่ีวิทยาลัยชัยบาดาลพิพัฒน จังหวัดลพบุรี โดยทําการแบงพ้ืนที่ศึกษาออกเปน 3 พ้ืนท่ี คือ พ้ืนท่ีทุงหญา พื้นท่ีสวน สมนุ ไพร และพื้นทีแ่ ปลงนา ทําการเกบ็ ตัวอยา งแมลงในอันดับ Hymenoptera โดยใชสวงิ โฉบแมลง กบั ดักจานเหลือง กับดัก หลุม และกับดักแสงไฟ เก็บรักษาตัวอยางแมลงในแอลกอฮอล 70% หรือนํามาปกเข็มจัดรูปรางเพ่ือจําแนกดวยคูมือจําแนก แมลง คํานวณหาคาดัชนีความหลากหลายและหาความชุกชุมทางชนิดของแมลงที่พบในแตละพื้นท่ี ผลการศึกษาพบแมลงใน อันดับ Hymenoptera ทัง้ หมด 219 ตัวอยา ง 11 วงศ โดยพบแมลงสว นใหญอยูใ นวงศ Formicidae Apidae และ Vespidae ตามลําดับ เมื่อวิเคราะหคาดัชนีความหลากหลาย (H’) และคาความชุกชุมทางชนิด (R) ของทั้ง 3 พ้ืนที่ พบวาพ้ืนท่ีสวน สมนุ ไพรมีคาดชั นคี วามหลากหลายและคา ความชุกชมุ มากทีส่ ดุ ท่ี 1.81 และ 2.33 ตามลาํ ดับ Abstract This research aimed to study the species diversity of insect in order Hymenoptera found in the different ecosystem of Chaibadanpiphat college, Lop Buri province. The three study areas were grassland, herb garden and rice field. The Hymenoptera insect was collected by sweep net, yellow trap, pitfall trap and light trap and then the insect was preserved in 70% ethanol. The insect specimens were pinned in natural position, identified by insect guide book and then calculated the diversity index and species richness index. The result showed the 219 insect specimens belong to 11 families, mostly in Formicidae, Apidae and Vespidae, respectively. The diversity index (H’) and species richness index indicated that the herb garden area has the highest diversity and species richness at 1.81 and 2.33, respectively. คาํ สาํ คญั : ความหลากชนิด, แมลง, อาํ เภอชัยบาดาล, จงั หวัดลพบุรี Keywords: Species diversity, Insect, Chaibadan district, Lop Buri province *ตดิ ตอนกั วจิ ัย: วชริ าภรณ ฟูนนั (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Wachiraporn Phoonan (E-mail: [email protected]) บทนาํ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
308 แมลงเปนสัตวกลมุ ทีม่ จี ํานวนและความหลากหลายมาก ชี้วัดความอุดมสมบูรณใ นพ้ืนท่ีไดเปนอยางดี และยังเปนการ ท่ีสุดในโลกและมีความสําคัญอยางมากตอระบบนิเวศ ชวย อนรุ กั ษชนดิ ของแมลงท่ีหายากใหค งอยตู ลอดไป ใหระบบนิเวศเกิดความอุดมสมบูรณทั้งพืชผล และ อุปกรณแ ละวิธกี ารทดลอง ธัญญาหารตางๆ แมลงบางชนิดมีศักยภาพสามารถนํามาใช 1. พ้ืนท่ีศึกษา: งานวิจัยน้ีทําการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีวิทยาลัย ประโยชนไดในอนาคต เชน แมลงสามารถนํามาเพาะเลี้ยง ชัยบาดาลพิพัฒน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตําบลชัย เพื่อเปนแหลงอาหารที่มโี ปรตนี สงู แมลงบางกลมุ มีศักยภาพ บาดาล อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี โดยแบงพ้ืนท่ีศึกษา ในการยอยสลายขยะของเสีย และการใชแมลงเปนตัวหํ้าตัว ออกเปนพื้นท่ียอยเพื่อดูความสัมพันธของความหลากชนิด เบียนเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยชีววิธี เปนตน แมลงใน แมลงกับระบบนิเวศท่ีแตกตางกัน จํานวน 3 พ้ืนที่ คือ 1) อันดับ Hymenoptera ไดแก แมลงในกลุมผ้ึง มด ตอ และ พื้นท่ีทุงหญา – มีลักษณะระบบนิเวศมีพืชชนิดเดนเปนพืช แตน จัดเปนแมลงกลุมหลักท่ีมีความสัมพันธกับพืชในการ กลุมหญาตลอดท้ังป 2) พื้นที่สวนสมุนไพร – มีลักษณะ ชวยผสมเกสร หรือควบคุมตวั ออนของแมลงศัตรพู ืช เปน ตน ระบบนิเวศเปนพืชปลูกผสมเหมือนกันตลอดท้ังป และ 3) นอกจากน้ี แมลงในอันดับนี้ยังเปนท่ีรูจักกันดีและนํามาใช พื้นที่แปลงนา – มีลักษณะระบบนิเวศเปนพื้นท่ีเพาะปลูก ประโยชนอยางกวางขวาง เชน การเลี้ยงผ้ึงและชันโรง เพื่อ ขา วแบบหมุนเวยี น มแี หลง นา้ํ ลอมรอบ ประโยชนในการผสมเกสรไมผล อีกท้ังยังมีผลพลอยได คือ น้ําผ้ึง ไขผ้ึง พรอพอลิส เกสรผ้ึง และนมผ้ึง ท่ีมีคุณคาทาง ภาพท่ี 1 แผนท่ีแสดงพืน้ ทีบ่ ริเวณวทิ ยาลัยชยั บาดาลพิพฒั น อาหารและมีประโยชนทางยา สวนมด ตอ และแตน มี จงั หวดั ลพบรุ ี (บรเิ วณท่ี 1-8, 10) ความสําคัญในระบบนิเวศโดยมีบทบาทเปนผูบริโภค ชวย 2. การสํารวจและเก็บตัวอยา งแมลง: ทําการสํารวจและเกบ็ ควบคมุ แมลงศตั รูพืช มปี ระโยชนอ ยางมากในทางการเกษตร ตัวอยางแมลงในอันดับ Hymenoptera โดยใชวิธีการโฉบ โดยเฉพาะแตนเบียน สามารถนํามาใชในการกําจัดแมลง ดวยสวิง กับดักจานเหลือง กับดักหลุม และกับดกั แสงไฟ ใน ศั ต รู พื ช แ บ บ ชี ว วิ ธี โ ด ย ไ ม พ่ึ ง ส า ร เ ค มี ค ว บ คุ ม ศั ต รู พื ช พ้ืนที่ศึกษาท้ัง 3 พื้นท่ีตามแนว line transect บันทึกชนิด นอกจากนี้ แมลงในกลุมนี้หลายชนิดสามารถนํามาเปน จํานวน ภาพถายของแมลง พืชอาศัยหรือพืชอาหาร อาหารท่ีมีโปรตีนสูง เชน แมเปงหรือมดที่อยูในชวงเจริญ พฤตกิ รรมของแมลง พรอมท้ังขอ มูลทางดานกายภาพของแต พันธุ ไขแ ละตวั ของมดแดง ตวั ออ นผงึ้ ตอ และแตน เปนตน ละพ้ืนที่ ไดแก อุณหภูมิและความชื้นของอากาศ พิกัดทาง ภูมศิ าสตร โดยทําการเก็บขอ มูลใน 2 ชว งฤดูกาล คอื ชวงฤดู วิทยาลัยชัยบาดาลพิพัฒน เปนอีกพ้ืนท่ีหนึ่งของ ฝน (พฤษภาคมถึงสิงหาคม) และชวงฤดูแลง (ธันวาคมถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตั้งอยูในพ้ืนท่ีตําบลชัยบาดาล มีนาคม) อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มีพื้นท่ีประมาณ 300 ไร 3. การเก็บรักษาตัวอยางและการจําแนกแมลง: แมลงท่ีเก็บ ลักษณะพื้นที่เปนรูปเกือกมาลอมรอบแนวเชิงเขาพลวงซ่ึง รวบรวมไดจะนํามาแยกกลุม และจัดรูปรางแมลงโดยวิธีปก เปนปาอนุรักษของชุมชน ขอบพ้ืนที่ดานนอกเปนพ้ืนที่ เข็ม ใหอยูในลักษณะทาทางธรรมชาติและเหมาะสมสําหรับ เกษตรกรรมโดยรอบ ผลผลิตในทองถ่ินที่ปลูก ไดแก ออย การนําไปจําแนกภายหลัง ทําการจําแนกตัวอยางแมลงจาก ขาวนาป ขาวโพด สวนการทําปศุสัตว ไดแก การเลี้ยงไก ลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยา ถ่ินทอี่ ยอู าศยั และพฤติกรรม สุกร โคเน้ือ และโคนม การสํารวจความหลากหลายทาง 4. การวิเคราะหขอมูล: วิเคราะหขอมูลคาดัชนีความ ชีวภาพในพ้ืนท่ีที่มีส่ิงปลูกสราง หรือเปนพ้ืนท่ีท่ีมีการใชสอย หลากหลายและคาความชุกชุมทางชนิดของแมลงในอันดับ รอบเขาพลวงที่เปนปาอนุรักษ ซ่ึงยังไมมีการสํารวจความ Hymenoptera ดังน้ี หลากหลายทางชีวภาพมากอน จะทําใหทราบชนิด จํานวน ของสิ่งมีชีวิต และรูปแบบการใชป ระโยชนจากส่ิงมชี ีวติ ตางๆ ท่ีพบในพ้ืนที่นั้น โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตท่ีอยูประจําถ่ินหรือพบ เฉพาะพื้นถน่ิ น้ัน งานวิจัยนี้เปน งานสนองพระราชดาํ รใิ นโครงการอนุรักษ พันธุกรรมพชื อนั เนือ่ งมาจากพระราชดาริฯ มจี ุดประสงคเ พอ่ื ก า ร สํ า ร ว จ ค ว า ม ห ล า ก ช นิ ด ข อ ง แ ม ล ง ใ น อั น ดั บ Hymenoptera ท่ีพบในพื้นที่ของวิทยาลัยชัยบาดาลพพิ ัฒน อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบรุ ี ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีท่ียังไมเ คยมีการ สํารวจความหลากหลายทางชีวภาพมากอน อีกทั้งแมลงใน อันดับน้ียังเปนแมลงที่มีความสัมพันธกับพืชดอกซึ่งเปนดัชนี การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
309 (1) คา ดัชนคี วามหลากหลาย (Diversity Index) ใชสูตร ท่ีสดุ คอื Evaniidae และ Scoliidae ท่รี อยละ 0.46 (ตาราง ของ Shannon-Wiener Diversity Index ดงั นี้ ท่ี 1) โดยมดถือเปนสัตวขาขอที่มีจํานวนมากที่สุดในระบบ นิเวศบก มีหนาท่ีเชิงนิเวศที่หลากหลาย มีการแพรกระจาย s กวางขวางท้ังพื้นท่ีปาธรรมชาติ พื้นที่ปาทุติยภูมิ พ้ืนท่ี เกษตรกรรม และพ้นื ที่ทถี่ ูกรบกวนโดยมนุษย นอกจากน้ี มด H′ = − � ������������������������ (ln ������������������������) ยังสามารถตอบสนองตอการเปลยี่ นแปลงทางสิ่งแวดลอมได ดี (อนงคนาฏ, 2560) สําหรบั แมลงในกลุมผ้งึ ซงึ่ เปนแมลงที่ i=1 มีความสาํ คัญในการผสมเกสรใหแกพ ชื จึงมคี วามสัมพันธกับ การออกดอกของพืช หากมีดอกไม จะสามารถพบแมลงกลุม โดยที่ H’ คือ คา ดัชนคี วามหลากหลาย นี้ไดทั่วไป ซ่ึงสอดคลองกับรายงานกอนหนานี้ที่ศึกษาความ pi คือ สัดสวนความหนาแนนของวงศที่พบใน หลากหลายของแมลงท่ีพบในสวนแตงโมในพื้นท่ีตําบลหวย แกว อําเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ระหวางเดือนมิถุนายน พืน้ ที่ศึกษานั้น คํานวณไดจากสตู ร pi = ni/N ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 พบแมลงในพื้นท่ีศึกษาจํานวน โดยท่ี N คือ ผลรวมจํานวนตัวท้ังหมดของทุกวงศที่ 19 วงศ 6 อันดับ ไดแก Hymenoptera (6 วงศ, รอยละ 59.69), Coleoptera (6 วงศ, รอ ยละ 14.06), Lepidoptera พบในพน้ื ทีศ่ ึกษาน้นั คํานวณไดจ ากสูตร (3 วงศ, รอยละ 10.63), Diptera (2 วงศ, รอยละ 8.13), N = ∑is=1 ������������������������ Odonata (1 วงศ, รอยละ 4.06) และ Hemiptera (1 วงศ, รอ ยละ 3.44) โดยพบแมลงในวงศ Apidae (Hymenoptera) โดยท่ี ni คือ จาํ นวนตัวของวงศท่ี i (i = 1, …, s) มากท่ีสุด คิดเปนรอยละ 48.13 (ธัชคณิน และคณะ, 2559) k คอื จํานวนวงศท พี่ บในแตละสถานี และ ปย ธดิ า และคณะ (2561) ซงึ่ ศึกษาความหลากชนดิ ของ แมลงในสวนมะขาม อําเภอวังทอง จังหวัดพิษณโุ ลกระหวาง (2) ความชุกชุมทางชนิด (Species Richness หรือ เดอื นมิถนุ ายนถึงเดอื นสงิ หาคม พ.ศ. 2560 พบแมลงในพนื้ ท่ี Richness Index) ใชวิธีการคํานวณของ Margalef’s index ศึกษาจาํ นวนท้งั ส้นิ 30 วงศ 8 อันดับ ไดแ ก อันดับ Araneae ดังน้ี (1 วงศ, รอยละ 1.01) Coleoptera (6 วงศ, รอยละ 25.77), Diptera (4 วงศ, รอยละ3.43), Homoptera (7 วงศ, รอย R= (S−1) ละ 26.76), Hymenoptera (5 วงศ, รอยละ 27.8), ln(N) Lepidoptera (5 วงศ, รอยละ 8.10) Odonata (1 วงศ, รอยละ 4.87) และ Orthoptera (1 วงศ, รอ ยละ 4.06) โดย โดยที่ R คอื คาดชั นีมารก าเลฟ พบแมลงในวงศ Apidae อันดับ Hymenoptera มากท่ีสุด S คือ จํานวนวงศทั้งหมดทพี่ บในพ้นื ที่นั้น เชน เดียวกัน N คอื จาํ นวนตัวอยางท้งั หมดในพนื้ ท่ีนน้ั 2. ความหลากหลายและความชุกชุมของแมลงในอันดับ Hymenoptera ในระบบนิเวศท่ีแตกตางกันของพื้นท่ี หลังจากนั้น นําขอมูลที่ไดมาทําการวิเคราะหผลโดยใช วิทยาลัยชัยบาดาลพพิ ฒั น จังหวัดลพบุรี สถิติทดสอบเปรียบเทียบความแปรปรวนทางเดียว (one way ANOVA) และหาความแตกตางของคาเฉลี่ยโดยวิธี จากตารางที่ 2 แมลงในอันดับ Hymenoptera ที่พบ Duncan multiple range test (DMRT) ที่ ร ะ ดั บ ค ว า ม ท้ังหมด 219 ตัวอยางอยูใน 11 วงศ โดยในพื้นที่ทุงหญาพบ เชือ่ มน่ั รอ ยละ 95 (p ≤ 0.05) จํานวนตวั อยา งมากทีส่ ดุ 118 ตวั อยาง ในพืน้ ทส่ี วนสมุนไพร พบแมลงจํานวน 73 ตัวอยาง ซึ่งพบวงศของแมลงมากท่ีสุด ผลและวิจารณผ ลการทดลอง อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ สวนพื้นที่แปลงนาพบตัวอยาง 1. ความหลากชนิดของแมลงในอนั ดับ Hymenoptera ท่พี บ จํานวน 28 ตัวอยาง ซึ่งสกุลของแมลงในอันดับ Hyme- ในพ้ืนที่วิทยาลัยชัยบาดาลพพิ ัฒน จังหวัดลพบุรี noptera ทพี่ บวามกี ารกระจายของตัวอยางมากทส่ี ุดทัง้ สาม พ้ืนท่ี เมื่อวิเคราะหคาดัชนีความหลากหลาย (H’) และคา ผลการศึกษาความหลากชนิดของแมลงในอันดับ ความชกุ ชุมทางชนิด (R) ของท้งั 3 พื้นที่ พบวา คา ดัชนคี วาม Hymenoptera ที่สํารวจพบในพ้ืนที่วิทยาลัยชัยบาดาล หลากหลายและคาความชุกชุมทางชนิดของทั้ง 3 พื้นที่มี พิพัฒน จังหวัดลพบุรี พบแมลงในอันดับนี้ท้ังส้ิน 11 วงศ ความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยที่พ้ืนท่ีสวน ไ ด แ ก Apidae, Braconidae, Evaniidae, Formicidae, Ichnumonidae, Megachilidae, Pompilidae, Scoliidae, Sphecidae, Tiphiidae และ Vespidae โดยพบวามีแมลง อยูในวงศ Formicidae มากที่สุดถึงรอยละ 41.10 ซึ่งเปน วงศของมดทัง้ หมด รองลงมาคอื วงศ Apidae ซง่ึ เปน วงศของ ผึ้ง มีอยูรอยละ 24.66 และ วงศ Vespidae เปนวงศของตอ และแตน รอยละ 13.24 สวนวงศท่ีพบจํานวนตัวอยางนอย การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
310 สมุนไพรมีคาดัชนีความหลากหลายมากท่ีสุดท่ี 1.81 ในชวงท่ีทําการสํารวจอยูในชวงเพาะปลูกขาว ขาวอยูใน รองลงมา คือ พื้นที่แปลงนา และพ้ืนท่ีทุงหญา มีคาดัชนี ระยะกอนออกดอก จึงมักพบแมลงในกลุมอ่ืน เชน มวน ความหลากหลายเทา กบั 1.53 และ 1.29 ตามลาํ ดบั สําหรบั ตั๊กแตน มากกวากลมุ Hymenoptera สวนระยะการสาํ รวจ คาความชุกชุมทางชนิด พบวาพ้ืนท่ีสวนสมุนไพรมีความ หลังเปนระยะหลังเก็บเก่ียวขาว ทําใหมีพืชอาหารลดลง จึง ความชุกชุมทางชนิดมากท่ีสุด รองลงมาคือ พ้ืนท่ีแปลงนา สงผลใหแมลงทําการยายที่อยูอาศัยไปหาแหลงอาหารใหม และพื้นที่ทุงหญา มีคาความชุกชุมเทากับ 2.33 1.50 และ ตรงกับการสํารวจของ วัฒนชัย และคณะ (2556) ศึกษา 1.05 ตามลําดับ (ตารางที่ 2) อาจเนื่องมาจากในพื้นท่ีสวน ความหลากชนิดของแมลงผสมเกสรในพืน้ ที่การใชประโยชน สมุนไพรของวิทยาลัยชัยบาดาลพิพัฒนเปนพื้นท่ีที่รวบรวม ตางกนั ในพนื้ ทอี่ าํ เภอเชียงดาว จงั หวัดเชยี งใหม พบแมลงลง สมุนไพรหลายชนิด พื้นท่ีแปลงเกษตรตัวอยาง และพืชตาม ตอมดอกพืชทั้งหมด 228 ชนดิ 32 วงศ ใน 5 อนั ดับ โดยพบ ธรรมชาติ เชน สะเดา ผักหวาน ตะขบ ตะโก มะนาว ชนิดแมลงในอันดับ Hymenoptera มากที่สุด คิดเปนรอย สาบเสอื พรกิ กระถิน หญา ตีนตกุ แก ฯลฯ ซึง่ หมุนเวยี นออก ละ 50 ของชนิดที่พบทั้งหมด รองลงมาคือ อันดับ ดอกไดตลอดท้ังป เปนแหลงอาหารใหแกแมลงตาง ๆ Lepidoptera, Diptera, Coleoptera แ ล ะ Hemiptera โดยเฉพาะแมลงในอันดับ Hymenoptera ซึ่งเปนกลุมหลัก ตามลําดับ พบวาชนิดของแมลงที่ลงตอมดอกพืชในพ้ืนท่ี ของแมลงที่ชวยผสมเกสรใหแกพืช มีความหลากหลายของ เกษตรระดบั ตํา่ มีมากทส่ี ดุ คดิ เปนรอ ยละ 66.67 ของแมลงท่ี พืชสูง ทําใหมีชนิดของพืชอาหารมาก จึงสงผลใหมีแมลง พบท้ังหมด ซ่ึงสัมพันธกับชนิดพืชและการออกดอก โดยใน หลายชนิดมาอยูอาศัย สวนพ้ืนท่ีทุงหญาพบวามีความ พ้ืนท่ีเกษตรระดับตํ่ามีพันธุพืชที่ออกดอกและเปนอาหาร หลากหลายของสกลุ แมลงรองลงมา อาจเน่อื งมาจากในพื้นท่ี แมลงมากท่ีสดุ ทง้ั หมด 206 ชนิด 148 สกลุ จาก 44 วงศ คิด มีวัชพืชปริมาณมากทําใหพบปริมาณของแมลงมากแตพบ เปนรอยละ 48.53 ของจํานวนพืชท่ีพบแมลงตอมดอก ความหลากชนิดของแมลงนอยกวาสวนสมุนไพร สวนพ้ืนที่ ทัง้ หมด ซึง่ สวนใหญเ ปน ไมพ น้ื ลา งในวงศ Asteraceae แปลงนาพบความหลากหลายของแมลงนอยที่สุด เน่ืองจาก ตารางท่ี 1 จาํ นวนและรอ ยละของตวั อยางแมลงท่จี ําแนกไดใ นแตล ะวงศ ลาํ ดบั วงศ (Family) จํานวนตัวอยาง รอยละ 24.66 1 Apidae 54 4.11 2 Braconidae 9 0.46 41.10 3 Evaniidae 1 2.28 5.02 4 Formicidae 90 4.11 5 Ichnumonidae 5 0.46 6 Megachilidae 11 1.83 7 Pompilidae 9 2.74 8 Scoliidae 1 13.24 9 Sphecidae 4 10 Tiphiidae 6 100 11 Vespidae 29 จาํ นวนรวม 219 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
311 13% Apidae 25% Braconidae 3% 2% Evaniidae 0% Formicidae Ichnumonidae 4% 5% Megachilidae 2% 4% Pompilidae 1% Scoliidae Sphecidae Tiphiidae Vespidae 41% ภาพที่ 2 รอ ยละของตัวอยา งแมลงท่จี ําแนกไดในแตล ะวงศ ตารางท่ี 2 จํานวนแมลงในแตละวงศท ี่พบในแตละพนื้ ทศี่ ึกษาของวิทยาลัยชัยบาดาลพิพฒั น จํานวนตัวอยางแมลงทพ่ี บในแตล ะพนื้ ท่ี ลาํ ดับ วงศ ทุง หญา สวนสมนุ ไพร แปลงนา ผลรวม 54 1 Apidae 22 27 5 9 2 Braconidae 41 4 1 3 Evaniidae 01 0 90 4 Formicidae 69 17 4 5 5 Ichnumonidae 0 4 1 11 6 Megachilidae 9 2 0 9 7 Pompilidae 07 2 1 8 Scoliidae 01 0 4 9 Sphecidae 13 0 6 10 Tiphiidae 51 0 29 11 Vespidae 8 9 12 219 จํานวนตวั อยางทง้ั หมด (N) 118 73 28 - จาํ นวนวงศท ่พี บทงั้ หมด (S) 6 11 6 - คา ดัชนีความหลากหลาย (H') 1.29c 1.81a 1.53b - คาความชุกชมุ (R) 1.05c 2.33a 1.50b * คาเฉลีย่ ทก่ี าํ กับดว ยอักษรตางกันในแถวเดียวกันมีความแตกตา งกันทางสถิติ (p < 0.05) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
312 ภาพท่ี 3 แมลงในอนั ดบั Hymenoptera วงศ Apidae ทีพ่ บในพ้ืนทวี่ ิทยาลัยชัยบาดาลพพิ ัฒน จ.ลพบุรี (bar = 1 ซม.) ภาพที่ 4 แมลงในอันดบั Hymenoptera วงศ Formicidae ท่ีพบในพื้นทีว่ ทิ ยาลัยชยั บาดาลพพิ ัฒน จ.ลพบรุ ี (bar = 1 ซม.) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
313 ภาพที่ 5 แมลงในอนั ดบั Hymenoptera วงศ Vespidae ทีพ่ บในพื้นท่ีวทิ ยาลยั ชัยบาดาลพพิ ฒั น จ.ลพบุรี (bar = 1 ซม.) สรุปผลการทดลอง จากการศึกษาความหลากชนิดของแมลงในอันดับ Hymenoptera ในพ้ืนท่ีวิทยาลัยชัยบาดาลพิพัฒน อําเภอ ชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พบจํานวนตัวอยางแมลงท้ังหมด 219 ตัวอยาง สามารถจําแนกออกไดเปน 11 วงศ พบแมลง อยใู นวงศ Formicidae (วงศมด) มากทีส่ ุด สวนการวิเคราะหคาดัชนีความหลากหลาย (H’) และ ความชุกชุมทางชนิด (R’) พบวาพื้นที่สวนสมุนไพรมีคาดัชนี ความหลากหลายและคาความชุกชุมทางชนิดของแมลงมาก ที่สุด รองลงมาคือ พื้นที่ทุงหญา และพื้นท่ีแปลงนา ตามลําดับ เนื่องมาจากชนิดของพืชอาหารท่ีมีความหลาก หลายแตกตางกัน โดยพบวาวงศ Apidae Formicidae Vespidae และ Braconidae มีการแพรกระจายในทุกพนื้ ที่ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
314 คําขอบคณุ งานวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ ผูวิจัยจึง ขอขอบคุณมา ณ ท่ีน้ี และขอขอบคุณคณะวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครและวิทยาลัยชัย บาดาลพิพัฒนท่ีอํานวยความสะดวกดา นหองปฏบิ ัตกิ ารวิจัย และพื้นทใี่ นการวิจัย เอกสารอา งองิ ธชั คณนิ จงจติ วิมล, ศิริประภา สามัคค,ี รัตนา นาคสงิ ห และ วันดี วฒั นชัยยง่ิ เจริญ. 2559. ความหลากหลายของ แมลงในสวนแตงโม เขตพื้นทีต่ าํ บลหว ยแกว อาํ เภอบึง นาราง จังหวดั พิจติ ร. PSRU Journal of Science and Technology 1(3): 27 – 35. ปย ธิดา ฟองสังข, รัตนา นาคสงิ ห. วนั ดี วฒั นชัยยิ่งเจริญ, และธชั คณิน จงจติ วมิ ล. 2561. ความหลากชนดิ ของ แมลงในสวนมะขาม อาํ เภอวงั ทอง จังหวดั พษิ ณุโลก. PSRU Journal of Science and Technology 3(1): 9 – 17. วฒั นชัย ตาเสน และสาวติ รี มาไลยพนั ธุ. 2556. ความหลาก ชนิดของแมลงผสมเกสรในพน้ื ที่การใชประโยชนทีด่ ิน ตางกันบริเวณ จงั หวดั เชยี งใหม, น. 347-358. ใน การ ประชุมวิชาการและนาํ เสนอผลงานวิชาการเครือขาย งานวิจัยนิเวศวิทยาปาไมประเทศไทย ครง้ั ที่ 2, 24- 26 มกราคม พ.ศ. 2556 ณ มหาวทิ ยาลัยแมโ จ จังหวัด เชยี งใหม. อนงคน าฏ เชง็ สทุ ธา. 2560. ความหลากชนิดและความชุก ชุมของมดในพน้ื ที่ท่ีใชป ระโยชนโ ดยมนษุ ยในอาํ เภอ เวียงสา จงั หวัดนาน. วทิ ยานพิ นธวิทยาศาสตร มหาบณั ฑิต คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลยั . การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
315 การศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจ๋ิวและหอยทะเลฝาเดยี วขนาดเล็ก บรเิ วณเกาะคราม จังหวดั ชลบุรี DIVERSITY OF MARINE MICRO- AND MINI- GASTROPOD AT KHRAM ISLAND, CHON BURI PROVINCE ศรุตยา จรูญพงศสวสั ด1ิ์ รชั นีวรรณ สมุ ติ รากิจ2 สชุ าย วรชนะนันท1 และ พงษร ตั น ดํารงโรจนว ัฒนา3* Saruttaya Jaroonpongsawat1 Rachneewarn Sumitrakij2 Suchai Worachananant1 and Pongrat Dumrongrojwattana3* 1ภาควชิ าวิทยาศาสตรท างทะเล คณะประมง มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร 50 ถ.งามวงศวาน ลาดยาว จตจุ ักร กรุงเทพฯ 10900 2พพิ ธิ ภัณฑธ รรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180 3ภาควชิ าชวี วทิ ยา คณะวิทยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยบูรพา 169 ถ.ลงหาดบางแสน อ. เมอื ง จ. ชลบุรี 20131 1Department of Marine science, Faculty of Fisheries Kasetsart University 50 Ngamwongwan Road, Ladyao Chatuchark, Bangkok Thailand 10900 2Thai Island and Sea Natural History Museum, Sattahip, Chon Buri, Thailand 20180 3Department of Biology, Faculty of Science, Burapha University, 169 Longhaad Bangsaen Road, Mueang, Chon Buri 20131 บทคัดยอ ทําการศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจิ๋วและหอยทะเลขนาดเล็ก บริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี โดยการสุมเก็บ ตัวอยา งหอยบรเิ วณแนวนาํ้ ข้ึน-นาํ้ ลงของชายหาดเกาะคราม จาํ นวน 3 สถานี ไดแก หาดหนาบาน, อา วพุดซาวนั และหาดตน เลียบ พบหอยทะเลจิ๋วและหอยทะเลขนาดเล็กรวมท้ังหมด 6 อันดับ (Orders) 19 วงศ (Families) 53 สกุล (Genera) 83 ชนิด (Species) พบวา บริเวณท่ีมคี วามหลากชนิดมากที่สุดคือ หาดหนาบาน 44 ชนิด ลําดับถัดมาคอื หาดตนเลียบ 42 ชนดิ และบริเวณที่มีความหลากชนิดตํ่าที่สุดคือ อาวพุดซาวัน 19 ชนิด โดยตัวอยางหอยที่พบในการสํารวจครั้งนี้ วงศ Pyramdellidae, วงศ Triphoridae และวงศ Rissoidae มีความหลากชนิดมากที่สุดบรเิ วณเกาะคราม คอื 13 ชนดิ , 12 ชนิด และ 11 ชนดิ ตามลาํ ดบั Abstract Diversity of marine micro- and mini molluscs at Khram Island, Chon Buri Province has been investigated. Samples were randomly collected from 3 areas, Na Ban Beach, Ton Liap Beach and Phut Sa Wan Bay, in the intertidal zone. From this survey, a total of 6 orders, 19 families, 53 genera and 83 species were recorded. The most molluscs diversity study areas belong to Na Ban Beach 44 species, Ton Liap Beach 42 species and Phut Sa Wan Bay 19 species respectively. Pyramdellidae, Triphoridae and Rissoidae were the most abundant families which were 13 species, 12 species and 11 species respectively. คาํ สาํ คญั : ความหลากหลาย, หอยทะเลจว๋ิ , เกาะคราม Keywords: Diversity, Gastropoda, Marine Micromollucs, Khram Island *ติดตอนกั วิจยั : ศรุตยา จรูญพงศส วสั ด์ิ (อีเมล [email protected]), พงษร ตั น ดํารงโรจนว ัฒนา (อีเมล [email protected]) *Corresponding author: Saruttaya Jaroonpongsawat (E-mail: [email protected]), Pongrat Dumrongrojwattana (E-mail: [email protected]) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
316 บทนํา เปลือกหอยบริเวณแนวนํ้าขึ้น-นํ้าลงของชายหาดเกาะคราม หอยทะเลจวิ๋ และหอยทะเลขนาดเลก็ (marine micro- จํานวน 3 สถานี ไดแก หาดหนาบาน, อาวพุดซาวัน และ หาดตนเลียบ (ภาพที่ 1) โดยสํารวจตามพ้ืนทราย ซอกหิน and mini molluscs) คือหอยทะเลขนาดเล็กท่ีสามารถ และบนตัวสิ่งมีชีวิตชนิดอ่ืน อาทิ ฟองนํ้าทะเล และ มองเห็นดวยตาเปลาได โดยมีขนาดเล็กกวา 5 มิลลิเมตร ปลิงทะเล เปนตน นําตัวอยางหอยทะเลจิ๋วมาเก็บรักษา (Geiger et. al., 2007) มีความหลากชนิดมากแตเนื่องจาก สภาพตวั อยา งดวยแอลกอฮอลทีค่ วามเขมขน 70% ขนาดเล็กทําใหเปนท่ีสังเกตไดยากและมีขอมูลการศึกษาท่ี ผานมาคอนขางนอย ซ่ึงแหลงที่อยูอาศยั ของหอยทะเลจวิ๋ จะ ตวั อยา งท่ีไดจ ากการสํารวจและสมุ เกบ็ ตัวอยาง พบไดทั่วไป ทั้งในระบบนิเวศปาชายเลน ระบบนิเวศหญา ภาคสนาม นํามาศึกษาตอ ในหอ งปฏิบตั ิการสตั ววทิ ยา คณะ ทะเล ระบบนิเวศปะการัง และระบบนเิ วศชายหาด ซงึ่ ระบบ วทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยบรู พา ภายใตกลองจลุ ทรรศนสเต นิเวศเหลานี้เปนแหลงที่อยูอาศัย หลบภัย และหาอาหารท่ี อริโอ Olympus SZ30 และภาควิชาวทิ ยาศาสตรท างทะเล สําคัญของส่ิงมีชีวิต หอยทะเลจิ๋วมักจะอาศัยอยูบริเวณพื้น คณะประมง มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร การจดั จาํ แนกชนดิ ทราย หลบซอนตามซอกหิน หรือเกาะอยูบนสัตวชนิดอื่น หอยทะเลจ๋วิ ใชลักษณะทางสณั ฐานวิทยาของเปลือกเปน อยางฟองน้ําทะเลและปลิงทะเล โดยหอยทะเลจิ๋วจะมีแผง หลักโดยใชเ อกสารจดั จําแนกของ Chen & Lee (2007), ฟน (radula) ใชในการขูดกินอาหาร อาทิ สาหรายทะเล Okutani (2000), Guido (2008a; 2008b; 2008c), และ ขนาดเล็ก นอกจากนี้เปลือกหอยประกอบดวยแคลเซียม Robin (2008) Cecalupo & Perugia (2011) พรอ มทง้ั เกบ็ คารบ อเนตรอ ยละ 95-99 (Kaplan, 1998) มีขนาดเลก็ ทาํ ให บันทึกภาพตัวอยา งโดยใชก ลอง Canon MPE-65 แตกหักไดงาย ซึ่งมีความสัมพันธกับวฏั จกั รคารบอนในทะเล ผลการทดลองและวิจารณผ ล และการเกิดทรายละเอียดของชายหาด จากการศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจ๋ิว และ รายงานชิ้นนเี้ ปนรายงานผลการสํารวจความหลากชนดิ หอยทะเลขนาดเล็ก บริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี พบ ของหอยทะเลจ๋ิวท่ีพบบริเวณเกาะคราม ซึ่งเปนการสํารวจ หอยทะเลรวมทั้งหมด 6 อนั ดับ (orders) 19 วงศ (families) ใหญเกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพ ภายใตโครงการอนุรักษ 53 สกุล (genera) และ 83 ชนิด (species) (ภาพที่ 2-7) พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพ และจากการสํารวจทั้ง 3 สถานีพบวา บริเวณ หาดหนาบา น รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ซึง่ กองทพั เรอื โดยหนวย พบความหลากหลายมากท่ีสุด คือ 44 ชนิด ถัดมาคือ หาด บัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร) กองเรือยุทธการ ตนเลียบ 42 ชนิด และบริเวณที่มีความหลากชนิดของหอย รวมกับนกั วิจยั จากสถาบนั ตา งๆ สนองพระราชดาํ ริ โดยเกาะ ตํ่าที่สุดคือ อาวพุดซาวัน 19 ชนิด (ตารางที่ 1) หอยท่ีพบใน คราม เปนเกาะขนาดใหญต้ังอยูบริเวณชายฝงทะเล การสํารวจคร้ังน้ี พบวาหอยในวงศ Pyramdellidae, วงศ ตะวันออกของอําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยอยูหางจาก Triphoridae และวงศ Rissoidae มีความหลากชนิดมาก ชายฝง ทะเลประมาณ 5 กโิ ลเมตร มีพืน้ ท่ี 12 ตารางกิโลเมตร ทีส่ ุด คือ 13 ชนดิ , 12 ชนิด และ 11 ชนิด ตามลาํ ดบั อยูภายใตการดูแลของหนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและ รกั ษาฝง กองทพั เรือ (ไพลิน และธรี พงศ, 2548) จึงเปน พน้ื ที่ บริเวณหาดหนาบานและหาดตนเลียบมีความหลาก หวงหา มไมใ หม ีการทําประมงและการทองเทย่ี ว มกี ารสาํ รวจ ชนิดของหอยท่ีใกลเคียงกัน อาจเน่ืองมาจากเปนหาดท่ีอยู ทรัพยากรส่ิงมีชีวิตคอนขางนอยและไมพบมีงานสํารวจ ติดกันทางดานทิศเหนือ และทิศตะวันออกของเกาะคราม เก่ียวกับหอยทะเลจิ๋วและหอยทะเลขนาดเล็กมากอน ทําให (ไพลิน และธีรพงศ, 2548) มีลักษณะหาดทรายผสมหาดหิน พื้นท่ีเกาะครามเปนพ้ืนท่ีนาสนใจในการศึกษาเก็บรวบรวม ที่มีความชันของหาดนอย ซ่ึงเปนที่อยูอาศัยหลักของหอย ขอมูลหอยทะเลจิ๋วเพ่ือจัดทําขอมูลพื้นฐานในการจัดการ ทะเลจิ๋วและหอยทะเลขนาดเล็ก (Sasaki, 2008) โดย ทรพั ยากรทางทะเลตอไป สามารถใชบริเวณใตกอนหิน ซอกหิน หรือรอยแตกของหิน วธิ กี ารศกึ ษา เปนทีห่ ลบซอ นตวั จากผูล าและปจจัยทางกายภาพ อาทิ คล่นื ลม และอุณหภูมิท่ีสูงเม่ือนํ้าลง ในขณะท่ีอาวพุดซาวันมี ทําการสํารวจและเก็บตัวอยางหอยทะเลจ๋ิวและหอย ความหลากชนิดตํ่าท่ีสุด อาจเนื่องมาจากมีลักษณะอาวเปน ทะเลขนาดเล็ก บริเวณพ้ืนที่เกาะคราม จังหวัดชลบุรี แนวชายฝงก่ึงเปดอยูทางตอนเหนือของเกาะ มีลักษณะหาด ระหวางเสนละติจูดท่ี 12°40’N - 12°43’N และลองติจูดท่ี ทรายละเอยี ด ทาํ ใหมีบรเิ วณหลบซอนนอ ย 100°40’E - 100°47’E ระหวางวันที่ 13 – 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ทําการสํารวจและสุมเก็บตวั อยางท้ังที่มชี วี ิตและ จากการศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจ๋ิวและ หอยทะเลขนาดเล็ก บริเวณเกาะครามพบวามีความ หลากหลายคอนขางมากเมือ่ เปรยี บเทียบกบั งานวิจยั หอยจวิ๋ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
317 บริเวณเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดย ศรารัตนและพงษรัตน การศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจิ๋วและหอย (2554) ซ่ึงพบหอยทะเลจ๋ิว 45 ชนิด ท้ังนี้อาจเน่ืองจากเกาะ ทะเลบริเวณเกาะครามในคร้ังนี้จึงเปน ขอมลู พื้นฐานท่สี าํ คัญ ครามเปนพื้นท่ีในการดูแลของหนวยบัญชาการตอสูอากาศ ในการศึกษาความหลากชนิดของหอยทะเลจ๋ิวเพ่ือนําไปตอ ยานและรกั ษาฝง กองทพั เรือ ซ่งึ หามไมใ หม กี ารใชประโยชน ยอดและศึกษาเพิ่มเติม ดานนิเวศวิทยา ความ สัมพันธของ ดานการประมงและการทองเท่ียวซึง่ แตกตา งจากเกาะสชี ังซ่ึง กระแสนาํ้ ทีม่ ีผลตอ การแพรก ระจายเพ่ิมเตมิ เพอ่ื การจัดการ เปนแหลงทอ งเทีย่ วของจงั หวัดชลบุรี ทรพั ยากรทางทะเลท่ีเหมาะสมตอไป ภาพท่ี 1 แผนทแี่ สดงสถานเี ก็บตวั อยาง บริเวณเกาะคราม จงั หวดั ชลบุรี ตารางที่ 1 ชนิดของหอยทะเลจว๋ิ และหอยทะเลขนาดเลก็ ท่ีพบบริเวณเกาะคราม จงั หวดั ชลบรุ ี ลาํ ดบั อนกุ รมวิธาน ชื่อวทิ ยาศาสตร N PT Phylum Mollusca Class Gastropoda Order Vetigastropoda Family Trochidae Clanculus sp.1 √ Clanculus sp.2 √ Monodonta sp. √ Pseudostomatella decolorata (Gould, 1848) √ Stomatella cf. asperulata (A.Adams, 1850) √ Trochus sp. √ Family Skeneidae Pseudoliotia asteriscus (Gould, 1859) √ ตารางท่ี 1 ชนดิ ของหอยทะเลจิว๋ และหอยทะเลขนาดเล็กที่พบบรเิ วณเกาะคราม จังหวดั ชลบรุ ี ลําดับอนุกรมวธิ าน ชือ่ วทิ ยาศาสตร N PT Woodringilla solita (C.F. Laseron, 1954) √ Family Turbinidae Turbo bruneus (Röding, 1798) √ Order Discopoda Family Cerithiidae Cerithium alutaceum (Gould, 1861) √ √√ Cerithium sp. √ √√ Cerithium stigmosum Gould, 1861 √ Ittibittium parcum (Gould, 1861) √ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
318 ลาํ ดบั อนกุ รมวิธาน ชอื่ วิทยาศาสตร NP T Family Dialidae Diala albugo (R. B. Watson, 1886) √√ √ Family Planxidae Diala cf. sulcifera (A. Adams, 1862) √√ √ Family Scaliolidae Diala semistriata (Philippi, 1849) √√ √ Family Littorinidae Hinea inepta (Gould, 1861) √ √ Family Rissoidae Finella pupoides A. Adams, 1860 √ √ Finella purpureoapicata Preston, 1905 Family Fossaridae Finella rufocincta (A. Adams, 1861) √ √ Family Caecidae Finella sp. √ Order Ptenoglossa Peasiella roepstorffiana (Nevill, 1885) √ Family Cerithiopsidae Alvania ogasawarana (Pilsbry, 1904) √√ √ Family Triphoridae Alvania sp. √ √ Family Triphoridae (cont.) Lucidestea matusimana (Nomura, 1940) √ Rissoina dunkerina (Kuroda & Habe in Habe, 1961) √ √ Rissoina materinsulae Pilsbry, 1904 √ Rissoina pura (Gould, 1861) √√ √ Rissoina sp.1 √ Rissoina sp.2 √ Rissoina tornatilis Gould, 1861 √ √ Schwartziella subulata (Laseron, 1956) √ Stosicia cf. annulata (Dunker, 1859) √ √ Fossaus trochleris √√ √ Caecum sp. √ √ Cerithiopsis sp. √ Horologica sp. √ √ Jaculator marileutes (Melvill. & Standen, 1896) √ √ Jaculator sp. √ Notoseila morishimai (Habe, 1970) √ √ Tubereliopsis sp. √ √ Coriophora fusca (Dunker, 1860) √ Coriophora sp.1 Coriophora sp.2 √ Iniforis albogranosa (Kosuge, 1961) Mastonia sp. Nanaphora tritacea (W.H. Pease, 1861) Opimaphora cf. sarcira Laseron, 1958 Tetraphora iniqua (Jousseaume, 1898) Unidentified1 Unidentified2 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
319 ตารางที่ 1 ชนิดของหอยทะเลจว๋ิ และหอยทะเลขนาดเลก็ ทีพ่ บบริเวณเกาะคราม จังหวดั ชลบรุ ี ลําดับอนกุ รมวธิ าน ชื่อวทิ ยาศาสตร N PT Unidentified3 √ Unidentified4 √ Family Eulimidae Colsyrnola brunnea (A. Adams, 1854) √ Melanella bovicornu (Pilsbry, 1905) √ Melanella peronellicola (Kuroda & Habe, 1950) √ Stricteulima lentiginosa (Adams, 1861) √ Order Neogastropoda Family Columbellidae Euplica scripta (Lamarck, 1822) √√ Zefra pumila (Dunker, 1858) √√ Zefra succinea (Hervier, 1899) √ Zefra troglodytes (Souverbie,in Souverbie, & Montrouzier, 1866) √ Family Nassariidae Nassarius crenulicostatus (Shuto, 1969) √ Nassarius cf. mamillatus (Linnaeus, 1758) √ Family Turridae Kermia bernardi (Brazier, 1876) √ √√ Kermia sp. √ Lienardia calathiscus (Melvill & Standen, 1896) √ Veprecula gracilispira (Smith E. A., 1879) √ Order Heterostropha Family Pyramdellidae Babella gloria (Nomura, 1938) √ Chrysallida consimilis (A. Adams, 1861) √ Chrysallida piscatorum (Saurin, E., 1959) √ Chrysallida sp. Colsyrnola brunnea (A. Adams, 1854) √ Herviera gliriella (Melvill & Standen, 1896) √ Odostomia goniostoma A. Adams, 1860 √ Odostomia opace (Jeffreys, 1848) √ Pyrgulina shigeeyasui (Yokoyama, 1927) √ Pyrgulina sp.1 √ Pyrgulina sp.2 √ Turbonilla cf. icela Melvill, 1910 √ Turbonilla sp. √ Order Cephalaspida Family Cylichnidae Acteocina fusiformis (A. Adams, 1850) √ Acteocina gordonis (Yokoyama, 1927) √ Acteocina sp. √ หมายเหตุ : N=หาดหนา บาน, P=อา วพดุ ซาวนั และ T=อาวตนเลยี บ การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
320 ภาพที่ 2 หอยทะเลจว๋ิ ที่พบบรเิ วณเกาะคราม จงั หวดั ชลบรุ ี 1: Clanculus sp.1, 2: Clanculus sp.2, 3: Monodonta sp., 4: Pseudostomatella decolorate, 5: Stomatella cf. asperulata, 6: Trochus sp., 7: Pseudoliotia asteriscus, 8: Woodringilla solita, 9: Turbo bruneus, 10-11: Cerithium alutaceum, 12: Cerithium stigmosum, 13: Cerithium sp., และ 14: Ittibittium parcum การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
321 ภาพที่ 3 หอยทะเลจ๋วิ ท่พี บบรเิ วณเกาะคราม จงั หวดั ชลบุร:ี 15: Diala albugo, 16: Diala cf. Sulcifera, 17: Diala semistriata, 18: Hinea inepta, 19: Finella pupoides, 20: Finella purpureoapicata, 21: Finella rufocincta, 22: Finella sp., 23: Peasiella roepstorffiana, 24: Alvania ogasawarana, 25: Alvania sp., 26: Lucidestea matusimana, 27: Rissoina dunkerina, 28: Rissoina materinsulae, 29: Rissoina pura การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”
322 ภาพที่ 4 หอยทะเลจ๋ิวทพ่ี บบรเิ วณเกาะคราม จงั หวดั ชลบุร:ี 30: Rissoina sp.1, 31:, Rissoina sp.2, 32: Rissoina tornatilis,33: Schwartziella subulata,34: Stosicia cf. annulata,35: Fossaus trochleris, 36: Caecum sp., 37: Cerithiopsis sp., 38: Horologica sp., 39: Jaculator marileutes, 40: Jaculator sp., 41: Notoseila morishimai, 42: Tubereliopsis sp., 43: Coriophora fusca, 44: Coriophora sp.1 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
323 ภาพท่ี 5 หอยทะเลจิ๋วที่พบบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี: 45: Coriophora sp.2, 46: Iniforis albogranosa, 47: Mastonia sp., 48: Nanaphora tritacea, 49: Opimaphora cf. sarcira, 50: Tetraphora iniqua, 51: Unidentified1, 52: Unidentified2, 53: Unidentified3, 54: Unidentified4, 55: Colsyrnola brunnea, 56: Melanella bovicornu, 57: Melanella peronellicola, 58: Stricteulima lentiginosa, การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
324 ภาพที่ 6 หอยทะเลจ๋ิวท่ีพบบรเิ วณเกาะคราม จังหวดั ชลบุรี : 59-61: Euplica scripta, 62: Zefra pumila, 63: Zefra troglodyte, 64: Zefra succinea, 65: Nassarius crenulicostatus, 66: Nassarius cf. mamillatus, 67: Kermia bernardi, 68: Kermia sp., 69: Lienardia calathiscus, 70: Veprecula gracilispira, 71: Babella gloria, 72: Chrysallida consimilis การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 782
- 783
- 784
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 784
Pages: