Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องเต็ม การประชุมวิชาการชมรม คปว. อพ.สธ. ครั้งที่ ๙

เรื่องเต็ม การประชุมวิชาการชมรม คปว. อพ.สธ. ครั้งที่ ๙

Description: การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ ๙ ณ ห้องประชุมวิชาการ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ๒ ธันวาคม ๒๕๖๒

Keywords: คปว.อพ.สธ.,หนองระเวียง,นครราชสีมา

Search

Read the Text Version

660 รูปท่ี 7 เชื้อรา Syncephalastrum sp. ที่แยกไดจาก (A) ปะการัง (Turbinaria sp.) จากเกาะโรงโขน-โรงหนัง หมูเกาะ แสมสาร เสนใยสีขาวฟู ตอมาเปลี่ยนเปนสีเทา sporangiophore ต้ังตรง ยาว ท่ีปลายดานบนโปรงออกเปน vesicle รูปราง กลม หรือเกือบกลม บน vesicle เปนที่เกิดของ sporangium รูปทรงกระบอกเรียวรี เรียกวา merosporangium ภายใน สรางสปอรเรียกวา merospore รูปรางกลม ผนังเรียบ 3-9 สปอร เกิดเรียงตอกันเปนแถวยาว (D,E) condiophore 10 µm (E) merosporangium 5 µm รปู ท่ี 8 เชือ้ รา Zygosporium sp. ท่แี ยกไดจ าก (A) ปะการัง (Pavona decussata) จากหาดเทยี น หมูเกาะแสมสาร โคโลนี สีเขียว ดานใตอาหารสีเขียวข้ีมา conidiophore แบบ mononematous ไมแตกกิ่งกาน มี swollen vesicle กานสั้นๆ conidium ตง้ั ตรง ใสไมมสี ี (D) conidiophore 10 µm (E,F) conidia 5 µm การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

661 AB CD รูปที่ 9 Trichoderma sp ท่ีแยกไดจาก(A) กัลปงหา (Melithaea sp.) โคโลนีท่ีเล้ียงบนอาหาร MEA 70% ของนํ้าทะเล ที่ อณุ หภูมิ 28 องศาเซลเซียส อายุ 7 วัน เสนผา นศนู ยกลาง 8.4 เซนติเมตร (B) ดานหนา โคโลนี สเี ขียวปนเหลอื ง ดา นใตอาหาร สีเหลอื ง เสน ใยบาง บริเวณที่สราง conidium มีสีเหลือง และสเี ขยี วปนเหลอื ง เม่ือแกสีเขียวจะเขม ข้ึน มีกา นชูสปอร และแตก กิ่งกาน ขนาดเรียวยาว มี phialide ท่ีสวนปลายสราง conidium รูปรางกลม หรือ เกือบกลม (C) conidiophore; 10 µm (D) conidiophore; 5 µm รูปท่ี 10 เช้ือรา Acremonium sp. ที่แยกไดจาก (A) ฟองน้ํา (Xestospongia sp.) เกาะรอกนอก หมูเกาะลันตา จังหวัด กระบี่ โคโลนีสีขาว ดา นใตอาหารสเี หลอื งครมี ระยะแรกเสน ใยเหนือผวิ หนาอาหารรวมกันเปน มดั (hyphalstrand) สวนปลาย เรียวและชูข้ึนเหนอื อาหาร กระจายท่ัวโคโลนีบางๆ phialide รูปรางทรงกระบอกผอมยาว สวนปลายเรียวเลก็ ผนงั บาง ไมม สี ี ผนงั เรยี บ conidium รปู ทรงกระบอก ไมม ีสี ขนาด 1-1.5 x 3-4 ไมโครเมตร (D) conidia 10 µm (E,F) conidia 5 µm การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

662 รูปที่ 11 เช้ือรา Penicillium sp. ท่ีแยกไดจาก (A) ฟองนํ้า (Xestospongia sp.) เกาะรอกนอก หมูเกาะลันตา จังหวัดกระบ่ี โคโลนีสเี ขียวมะกอก ดา นใตอ าหารสีเหลอื ง conidiophore กา นยาว ผนังเรียบ conidia head แบบ monoverticilate สรา ง phialide ขนาด 2 x 6-7 ไมโครเมตร conidium รูปรางกลม หรือเกือบกลม ผนังเรียบ ขนาด 2-2.5 ไมโครเมตร (D,E) conidiophore 10 µm, 5 µm (F) conidia 5 µm เอกสารอา งอิง Hernandez, T. C., Gulis, V., Diaz, C. P. R., Sabat, A. M., เลขา มาโนช อรอมุ า เจยี มจิตต ธดิ า เดชฮวบ จติ รา Bayman, P. 2013. When aspergillosis hits the fan: Disease transmission and fungal biomass in เกาะแกว เสียงแจว พิรยิ พฤนต อํานาจ เอี่ยมวจิ ารณ diseased versus healthy sea fans Gorgonia และ สันติ พิกลุ กล่นิ . 2551. รา Dematiaceous ventalina. Fungal Ecology 6: 167-167. Hyphomycetes จากดินและพืช. หนา . 345-352. ใน เรื่องเตม็ การประชมุ วชิ าการ ครงั้ ที่ 46 มหาวทิ ยาลยั Höller, U., Wright, A. D., Matthee, G. F., König, G. M., เกษตรศาสตร สาขาพชื 29 มกราคม – 1 กุมพาพันธ Draeger, S., Aust, H. J. and Schulz, B. 2000. Fungi 2551. from marine sponge: diversity, biology activity Bourne, D. G., Garren, M., Work, T. M., Rosenberg, E., and secondary metabolites. Mycological Smith, G. W., Harvell, C. D. 2009. Microbial Research. 11: 1354-1365. disease and the coral holobiont. 17: 554-562. Green, E., Bruckner, A. 2000. The significance of coral Lesser, M. P., Bythell, J. C., Gates, R. D., Johnstone, disease epizootiology for coral reef R. W., Hoegh-Guldberg, O. 2007. Are infectious conservation. Biol Conser. 96: 347-361. diseases really killing corals? Alternative Harvell, C. D., Kim, K., Burkholder, J., Colwell, R. R., interpretations of the experimental and Epstein, P. R., Grimes, J., Hofmann, E. E., Lipp, E. ecological data. Journal of Experimental Marine K., Osterhaus, A. D. M. E., Overstreet, R., Porter, Biology and Ecology. 346: 36-44. J. W., Smith, G. W., Vasta, G. R. 1999. Emerging marine diseases-climate links and Manoch, L., Jeamjitt, O., Dethoup, T., Kokaew, J. and anthropogenic factors. Science. 285: 1505-1510. Poochinya, P. 2004. SEM study on ascospore Hayes, R., Goreau, T. 1998. The significance of ornamentation Aspergillus and Penicillium emerging diseases in the tropical reef teleomorphs from soil at termite mounds. ecosystem. Rev Biol Trop. 46: 173-185. Journal of Microscopy Society of Thailand. 18: 98-103. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

663 Morrison-Gardiner, S. 2002. Dominant fungi from Sweet, M. Bythell, J. 2017. The role of viruses in Australian coral reef. Fungal Diversity. 9: 105- coral health and disease. Journal of 121. Invertebrate Pathology. xx: xx-xx. Muller, E. M., Woesik, R. V. 2011. Black-band disease Thurber, R. L. V., Correa, A. M. S. 2011. Viruses of dynamics: Prevalence, incidence, and reef-building scleractinian corals. Journal of acclimatization to light. Journal of Experimental Experimental Marine Biology and Ecology. 408: Marine Biology and Ecology. 397: 52-57. 102-113. Nieves-Rivera, A. M. (2002) Sea fan aspergillosis – Toledo-Hernández, C., Bones-González, A., Ortiz- what is it ? Inoculum [Mycologia 53 (6), Suppl.]: Vázquez, O. E., Sabat, A. M. and Bayman P. 10–13. (2007). Fungi in the sea fan Gorgonia ventalina: diversity and sampling strategies. Coral Reefs. Rosenberg, E., Loya, Y. 2004. Coral Health and 26, 725–730. Disease. Springer. Willis, B. L., Page, C. A., Dinsdale, E. A. 2004. Coral Sisneya, M. A., Cumminsb, R. C., and Wolfec, C. R. Disease on the Great Barrier Reef. Coral Health (2018). Incidence of black band disease, brown and Disease. xx:69-70 band disease, and white syndrome inbranching corals on the Great Barrier Reef. Estuarine, Coastal and Shelf Science. 214, 1–9. . การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

664 ราที่แยกจากส่งิ มชี ีวติ ในแนวปะการัง ชวงกอนและชวงการเกดิ ปรากฏการณป ะการงั ฟอกขาว บรเิ วณหมเู กาะแสมสาร จงั หวัดชลบรุ ี MARINE ORGANISMS-DERIVED FUNGI IN THE CORAL REEFS BEFORE AND CORAL BLEACHING EVENT AT MU KOH SAMAESARN, CHON BURI PROVINCE จําเรญิ บัวเรอื ง* และ กล่ินผกา ภถู าวร Jamrearn Buaruang* and Klinphaka Phuthaworn หนวยวจิ ยั จุลชีพในสงิ่ แวดลอ มทางทะเล สาขาวิชาวิทยาศาสตรส่ิงแวดลอม คณะวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง แขวงหวั หมาก เขตบางกะป กรงุ เทพมหานคร 10240 Marine Microbe Environment Research Unit, Division of Environmental Science, Faculty of Science Ramkhamhaeng University, Huamark, Bangkok 10240, Thailand บทคดั ยอ เก็บตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังจากบริเวณหมูเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี โดยใชวิธีดําน้ําแบบ SCUBA เก็บตัวอยาง ในชวงกอนการเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวเดือนมกราคมและเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 และชวงการเกิด ปรากฏการณปะการังฟอกขาวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 นํามาแยกราทะเลโดยใชวิธี tissue transplanting method วาง บนอาหารวุน malt extract agar (MEA) ผสม 70 เปอรเซ็นตของนํ้าทะเลและใส streptomycin sulphate (10 mg/l) เก็บ ไวทีอ่ ณุ หภูมิ 28˚C เปน เวลา 5-7 วัน แลว นาํ มาศกึ ษารูปแบบลกั ษณะและอตั ราการเจรญิ เตบิ โตของโคโลนี โดยนํามาเลย้ี งบน อาหารวนุ มาตรฐาน ไดแ ก Czapex’s agar (CZA), Czapex yeast autolysate agar (CYA) และ malt extract agar (MEA) และนําราทะเลที่เลีย้ งมาศึกษาขนาด รูปราง ของ conidial heads และ ascospores โดยใชก ลอ ง macro และ microscopic และ scanning electron microscopes (SEM) จากตัวอยางส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังชวงกอนการเกิดปรากฏการณปะการัง ฟอกขาวทัง้ หมด 78 ตวั อยา ง สามารถนํามาแยกเช้อื ราในหอ งปฏบิ ตั ิการไดท ้ังสน้ิ 278 สายพันธุ และสิ่งมีชวี ิตในแนวปะการัง ท่ีสามารถแยกราไดจาํ นวนหลากหลายสายพันธุ ไดแก สิ่งมีชีวิตในกระบอกเก็บตวั อยางตะกอน ฟองนํ้า (Cocospongia sp., Chalinula sp.) ปะการัง (Pocillopora damicornis, Acropora hyacinthus, Acropora sp.) ปะการังออน (Carijoa riisei, Sinularia sp., Sinularia brassica) และพรมทะเล (Palythoa caesia) ราทะเลที่พบท้ังหมด ไดแก Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., Chetomium sp., Cladosporium spp., Curvularia sp., Emericella spp., Eurotium spp., Humicola spp., Paecilomyces variotii, Paecilomyces spp., Penicillum spp., Trichoderma spp., Verticillium spp., Zygosporium sp. และกลุม Sterile mycelium และราทะเล ชนดิ เดน ไดแ ก กลุม Aspergillus niger, Aspergillus spp., Penicillium spp. และกลุม Sterile mycelium สว นในชว งการ เกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวเก็บตัวอยางส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังจํานวน 33 ตัวอยาง สามารถแยกตัวอยางราทะเลได ท้ังหมด 208 สายพันธุ ส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังท่ีสามารถแยกราไดจํานวนหลากหลายสายพันธุ ไดแก ฟองน้ํา ( Spheciospongia sp., Xestospongia sp., Clathria sp.) ป ะ ก า รั ง ( Acropora sp., Goniopora sp.) ป ะ ก า รั งอ อ น (Sinularia sp.) และสาหราย (Amphiroa foliacea) ราทะเลที่พบทงั้ หมด ไดแ ก Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. fumigatus, A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., Cladosporium spp., Curvularia spp., Emericella spp., Paecilomyces sp., Penicillum oxalicum, Penicillum spp., Trichoderma spp. และกลมุ Sterile mycelium และพบ ราทะเลกลุม Aspergillus spp., Penicillium spp., และ กลุม Sterile mycelium เปนกลุมราทะเลชนิดเดน ชวงการเกิด ปรากฏการณปะการังฟอกขาวไมพบราทะเล Eurotium spp., Humicola spp., Verticillium spp., และ Zygosporium sp. Abstract The marine organisms were collected by SCUBA diving from coral reefs at Mu Koh Samaesarn Chon Buri Province, sample before coral bleaching in January and May, 2018, and coral bleaching event in June 2018. The tissue transplanting method using malt extract agar (MEA) supplemented with 70% sea water and streptomycin sulphate (10 mg/l) were used for isolation. All Petri dishes were incubated at 28 °C for 5-7 การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

665 days. The fungi were identified based on morphological characteristics such as colony growth rate and growth pattern on standard media namely Czapek’s agar (CZA), Czapek yeast autolysate agar (CYA) and malt extract agar (MEA). Macro- and microscopic characteristics including size, shape, ornamentation of conidial heads and ascospores were examined under light and scanning electron microscopes. Sample of coral reef marine organisms before the occurrence of 78 coral bleaching event, 278 isolates could be isolated from the laboratory and height diversity of marine fungi isolated from marine organisms including: living organism in sediment trap, two sponges (Cocospongia sp., Chalinula sp.), three corals (Pocillopora damicornis, Acropora hyacinthus, Acropora sp.), three soft corals (Carijoa riisei, Sinularia sp., Sinularia brassica) and a zoanthid (Palythoa caesia). Marine fungi isolates comprised of marine organisms were found including Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., Chetomium sp., Cladosporium spp., Curvularia sp., Emericella spp., Eurotium spp., Humicola spp., Paecilomyces variotii, Paecilomyces spp., Penicillum spp., Trichoderma spp., Verticillium spp., Zygosporium sp. and sterile mycelium. Marine fungi dominate species were found Aspergillus niger, Aspergillus spp., Penicillium spp. and sterile mycelium. Coral bleaching event, 33 marine organisms were collected and 208 isolates of marine fungi can be isolated. The height diversity of marine fungi were isolated from marine organisms including: three sponges (Spheciospongia sp., Xestospongia sp., Clathria sp.), two corals (Acropora sp., Goniopora sp.), a soft coral (Sinularia sp.) and an algae (Amphiroa foliacea). Marine fungi isolates comprised of marine organisms were found including Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. fumigatus, A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., Cladosporium spp., Curvularia spp., Emericella spp., Paecilomyces sp., Penicillum oxalicum, Penicillum spp., Trichoderma spp. and sterile mycelium. Marine fungi dominate species were found Aspergillus spp., Penicillium spp., and sterile mycelium. Coral bleaching event were not found Eurotium spp., Humicola spp., Verticillium spp., and Zygosporium sp.. คาํ สาํ คญั : ราทะเล, สง่ิ มีชวี ิตในทะเล, ปะการังฟอกขาว Keywords: marine fungi, marine organisms, coral bleaching *ติดตอ นกั วิจยั : จําเรญิ บวั เรือง (อเี มล [email protected]) *Corresponding aurthor: Jamrearn Buaruang (E-mail: [email protected]) การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

666 บทนาํ การแพทย เชน การยบั ยัง้ การเจริญของแบคทเี รียและเช้ือรา การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศทําใหอุณหภูมิโลก สาเหตโุ รคของคนและสัตว เปน ตน สูงขึน้ อณุ หภูมขิ องน้าํ ทะเลสงู ขึ้นและมีแนวโนมจะเพิ่มความ ดังนั้น การศึกษาราทะเลที่แยกจากส่ิงมีชีวิตในแนว รุนแรงมากขึ้น ซึ่งสงผลกระทบโดยตรงตอความหลากหลาย ปะการัง ชวงกอนและชวงการเกดิ ปรากฏการณปะการังฟอก ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในแนวปะการัง และยังทําใหเกิด ขาว บริเวณหมูเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี จึงมีความสําคญั ปรากฏการณปะการังฟอกขาว (Baker, et al., 2008) การ เพราะจะทําใหทราบถงึ การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศท่มี ี เกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวสงผลกระทบตอระบบ ตอราและส่ิงมีชีวิตท่ีราอาศัยอยูในแนวปะการัง และยังเปน นิเวศแนวปะการังทําใหองคประกอบของส่ิงมีชีวิตท่ีปกคลุม ฐานขอมูลราทะเลที่สําคัญโดยเฉพาะอยางย่ิงสารออกฤทธ์ิ พ้ืนที่แนวปะการังเปลี่ยนแปลงไป (McClanahan, 2000) ทางชีวภาพที่ราทะเลสรางขึ้นสามารถนําไปพัฒนาและใช ดังนั้นราทะเลที่อาศัยอยูรวมกับส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังมี ประโยชนบ นฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสรา ง ความเส่ียงสูงตอการสูญเสียความหลากหลายชนิดของสาย ความม่ันคงของฐานทรัพยากรและส่ิงแวดลอมของประเทศ พันธุ ราทะเลมีความสามารถในการยอยสลายเศษซากพืช ไทยใหม ีความมัน่ คง ตลอดจนการกําหนดแนวทาง มาตรการ ซากสัตว และสิ่งมีชีวิตตางๆ ใหเปนอินทรียสารทําใหเกิด และแผนการจัดการเพื่อการใชประโยชนทรัพยากรและ ความสมดุลยของระบบนิเวศแนวปะการังและทองทะเล สิ่งมชี ีวิตในแนวปะการงั อยา งย่งั ยนื ตอ ไป (Hyde, et. al., 1998) และมีการสรางสารทุติยภูมิท่ีสําคัญ จํานวนมากซึ่งมีการพัฒนาไปเปนยารักษาโรค เครื่องสําอาง จุ ด ป ร ะ ส ง ค ข อ ง ก า ร ศึ ก ษ า ค ร้ั ง นี้ เ พื่ อ ศึ ก ษ า ก า ร และเคมีภัณฑตางๆ (Konig et. al., 1994; Fenical, 1997; เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศท่ีมีตอราและส่ิงมีชีวิตท่ีรา Faulkner, 2001; Bhadury et. al., 2006; Motti et. al., อาศัยอยูในแนวปะการังบริเวณหมูเกาะแสมสาร เพื่อแยก 2007; Khudyakova, 2009; Raghukumar and และจําแนกชนิดราจากส่ิงมีชีวิตในแนวปะการัง โดยเก็บ Ravindran, 2012) การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทาํ รวบรวมสายพันธุเช้ือราทะเล และคัดเลือกราท่ีมี ใหเชื้อโรคสามารถปรับตัว เกิดปญหาการดื้อยา และกลาย ความสามารถสรางสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อนําไปใช พันธุ เชน โรคไขหวัดใหญสายพันธุใหม 2009 และโรค ประโยชน โดยเฉพาะราทะเลชนดิ ใหมๆ ท่อี าจมปี ระสิทธิภาพ ไขเลือดออกมีความสัมพันธกับการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ สูงในการสรางสารออกฤทธ์ิทางชีวภาพ อันจะนําไปสู (สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ งานวิจัยขั้นสูงข้ึนซ่ึงจะกอใหเกิดประโยชนทางการเกษตร ส่งิ แวดลอ ม, 2551) เปนตน ราทะเลเปน จลุ ินทรียชนดิ หน่ึงที่ อุตสาหกรรมและทางการแพทยตอไป “งานวิจัยนี้เปนงาน มีศักยภาพในการสรางสารออกฤทธิ์ทางชวี ภาพชนิดใหมๆ ที่ สนองพระราชดําริในโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน สามารถพัฒนานํามาใชทดแทนยาเดิมที่รักษาไมไดผล และ เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริฯ” การเปล่ียนแปลงทางกายภาพของทะเลอยา งตอ เนอื่ งมีผลตอ อุปกรณแ ละวิธกี ารทดลอง ความอยูรอดตอราทะเล ราทะเลจึงตองสรางสารออกฤทธ์ิ 1. การเกบ็ ตัวอยา งสงิ่ มีชวี ติ ในแนวปะการัง ทางชวี ภาพข้นึ เพ่อื ปองกันตัวเอง และใหความอยูรอด (จรยิ า สากยโรจน, 2552) ดําน้าํ แบบ SCUBA เก็บตัวอยา งส่ิงมีชวี ิตในแนวปะการัง บ ริ เ ว ณ เ ก า ะ แ ส ม ส า ร เ ก า ะ จ ร ะ เ ข เ ก า ะ ห มู การแยก จําแนกชนิด รวบรวมสายพันธุราทะเล และ เกาะโรงโขน-โรงหนัง เกาะจวง-เกาะจาน จังหวัดชลบุรี เก็บ การคน หาสารออกฤทธทิ์ างชวี ภาพชนิดใหมๆ ทรี่ าทะเลสราง ตัวอยางในชวงกอนการเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาว ขึ้นจากบริเวณแนวปะการัง หมูเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี เดือนมกราคมและเดอื นพฤษภาคม พ.ศ. 2561 และชวงการ ภายใตพ้นื ทส่ี นองพระราชดาํ ริโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืช เกิดปรากฏการณปะการงั ฟอกขาวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 อันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยเก็บตัวอยางส่ิงมีชีวิตในแนวปะการัง เชน ฟองน้ํา สยามบรมราชกุมารี จึงเปนเรื่องที่มีความสําคัญในการ ปะการัง ปะการังออน พรมทะเล กัลปงหา เพรียงหัวหอม อนุรักษสายพันธุเชื้อราทะเลท่ีหายากและเปนประโยชน และสาหราย เปนตน รวมทั้งตะกอนพื้นทองทะเล บรรจุใน โดยเฉพาะอยางยิ่งอาจพบราทะเลชนิดใหมท ่ีมีประสิทธิภาพ ถังน้าํ แขง็ เพอื่ นาํ มาแยกเช้ือราในหองปฏิบตั กิ าร สูงในการสรางเอนไซมยอยสลายเศษซากพืช แลวสามารถ 2. ศึกษาคุณภาพนา้ํ ทะเลบรเิ วณแนวปะการงั นําไปพัฒนาการใชประโยชนทางเกษตรอินทรีย รวมทั้งราที่ สรางสารออกฤทธ์ิทางชีวภาพ ซึ่งจะกอใหเกิดประโยชนใน 2.1 ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ (data logger) บริเวณ การปองกันกําจัดศัตรูพืชทางการเกษตร และทางดาน แนวปะการังเพ่ือบันทึกคาแบบอัตโนมัติตอเนื่องเปนรายป และกับดักตะกอน (sediment trap) ในพ้ืนที่บริเวณแนว ปะการงั การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

667 2.2 วัดออกซิเจนละลายในนํ้า (DO) ความเค็ม ความ ( Pocillopora damicornis) 1 0 ส า ย พั น ธุ พ ร ม ทะ เ ล เปนกรด-ดาง คาการนําไฟฟา ดวยเคร่ืองมือ YSI 556-MPS ( Palythoa caesia) 8 ส า ย พั น ธุ ป ะ ก า รั ง ( Acropora Multi Probe hyacinthus) 8 สายพันธุ ซากปะการัง (Acropora sp.) 7 3. การแยกราจากตัวอยา งส่งิ มชี วี ติ ในแนวปะการงั สายพันธุ ปะการัง (Acropora sp.) 7 สายพนั ธุ ปะการงั ออน (Sinularia sp.) 7 สายพันธุ ฟองน้ํา (Chalinula sp.) 6 สาย ตัดช้ินเน้ือเยื้อของสิ่งมีชีวิตจากแนวปะการังท่ีเก็บมา พันธุ และปะการังออน (Sinularia brassica ) 6 สายพันธุ ประมาณ 1 cm3 แชและเขยาเพ่ือทําความสะอาดกับ เปนตน จากราทะเลท่ีแยกไดทั้งหมด 278 สายพันธุ นํามา สารละลาย 0.06% sodium hypochlorite ประมาณ 1 ศึกษาการเจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อศึกษาลักษณะการ นาที แลวนํามาลางทําความสะอาดตอในนํ้าทะเล เจริญเติบโต สี การสรางสปอร รูปรางลักษณะทางสัณฐาน (seawater) หรอื นํ้าทะเลเทียม (artificial seawater, ASW) วิทยา สามารถจําแนกชนิดราทะเลได 18 กลุม ไดแก ท่ีฆาเช้ือแลวอยางนอย 3 ครั้ง ตัดเน้ือเย้ือเปนชิ้นเล็กๆ (< 1 Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. japonicas, mm2) (Morrison-Gardiner, 2002; จําเริญ และคณะ, A. niger, Aspergillus spp., Chetomium sp., 2558) แลวนําไปวางบนจานอาหารเลี้ยงเช้ือ (malt extract Cladosporium spp., Curvularia sp., Emericella spp., agar with 70 % sea water) และเก็บไวประมาณ 5-7 วัน Eurotium spp., Humicola spp., Paecilomyces ทอี่ ุณหภูมิ 28 oC เมอื่ พบมีเช้อื ราขนึ้ บนอาหารทาํ การแยกรา variotii, Paecilomyces spp., Penicillum spp., ตอเพ่ือแยกสายพันธุเชื้อราแตละชนิด จําแนกชนิดเชื้อรา Trichoderma spp., Verticillium spp., Zygosporium เพาะเล้ียงเช้ือราบนอาหาร Difco-melt extract agar sp. และกลุม Sterile mycelium และพบราทะเลกลุม (Difco-MEA), Difco-Czapek agar, Czapek yeast Aspergillus niger, Aspergillus spp., Penicillium spp., autolysate agar (CYA) และตรวจ ลักษณะการเจริญ สี และ กลุม Sterile mycelium เปนกลุมราทะเลชนิดเดนที่ กลิ่น บันทึก เปรียบเทียบกับงานวิจัยที่เคยมีรายงานไว แยกได (รปู ท่ี 1-2) เตรยี มตวั อยา งและถา ยภาพ เชอ้ื ราจากกลอ งจลุ ทรรศนแบบ compound และอิเล็กตรอนแบบสองกราด ( Holler et. การเกดิ ปรากฏการณป ะการังฟอกขาว เปนเหตุการณท่ี al., 2000; Manoch et. al., 2004; เลขา และคณะ, 2551) สําคัญตองานวจิ ยั นเ้ี พราะเหตุการณด ังกลาวมผี ลตอ ส่ิงมีชีวิต 4. วธิ ีการเกบ็ รกั ษาสายพนั ธบุ รสิ ทุ ธเ์ิ ชื้อรา ในแนวปะการังและราท่ีอาศัยอยูรวมกับสิ่งมีชีวิตในแนว ปะการังโดยตรง ดังนั้นจึงออกสํารวจและเก็บตัวอยาง การเก็บรักษาสายพันธุราบริสุทธ์ิ นําเชื้อบริสุทธิ์ ส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังชวงการเกิดปรากฏการณปะการัง (pure culture) ของราท่ีแยกไดมาทําการเก็บรักษา ในเมล็ด ฟอกขาวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 จากการสํารวจพบ ธัญพืช และบน slant MEA 70 % เก็บรักษาในตูเย็นที่ ปะการังฟอกขาวและสีซีดจางลงโดยเปนท้ังโคโลนีและเปน อุณหภูมิ -20 ๐C ท่ีหองปฏิบัติการหนวยวิจัยจุลชีพใน บางสวนของโคโลนี สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังท่ีพบฟอกขาว สิ่งแวดลอมทางทะเล สาขาวิชาวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม แ ล ะ สี ซี ด จ า ง ล ง ไ ด แ ก ป ะ ก า รั ง Acropora spp. คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง (Manoch et. Astreopora sp., Favia sp., Fungia sp., Goniopora sp., al., 2004) และไดเ กบ็ รกั ษาสายพนั ธบุ ริสทุ ธเิ์ ชือ้ ราทะเลไวที่ Montipora aequituberculata, Pavona decussata, หองปฏิบัติการหนวยวิจัยจุลชีพในสิ่งแวดลอมทางทะเล Platygyra sp., Pocillopora damicornis, Porites spp. สาขาวิชาวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม คณะวิทยาศาสตร และ Turbinaria sp. และยงั พบหอยมือสอื (Tridacna sp.) มหาวิทยาลัยรามคําแหง (รูปที่ 3) และยังพบปะการังออนสีซีดจางลงดวย และบาง ผลและวจิ ารณผ ลการทดลอง โคโลนีของปะการังที่ฟอกขาวตายเร่ิมมีสาหรายเขามาปก คลมุ บนปะการงั ออกเก็บตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังชวงกอนการ เกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวเดือนมกราคมและเดือน ชวงขณะการเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาว เก็บ พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รวมตัวอยางที่เก็บมาท้ังหมด 78 ตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังมาแยกราทะเล จํานวน 33 ตัวอยาง สามารถแยกราไดท้ังหมด 278 สายพันธุ ตัวอยาง ตัวอยาง สามารถแยกตัวอยางราทะเลไดท้ังหมด 208 สาย สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังท่ีสามารถแยกราไดจํานวนมาก เชน พันธุ ตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังที่สามารถแยกราได ส่ิงมีชีวิตในกระบอกเก็บตัวอยางตะกอน 14 สายพันธุ จํานวนมาก เชน ฟองน้ํา (Spheciospongia sp.) 15 สาย ฟองนาํ้ (Cocospongia sp. “black”) 13 สายพันธุ ปะการงั พันธุ ปะการัง (Acropora sp.) 11 สายพันธุ ฟองนํ้ า ออน (Carijoa riisei) 11 สายพันธุ ปะการังดอกกะหล่ํา (Xestospongia sp.) 10 สายพันธุ สาหราย (Amphiroa foliacea) 10 สายพันธุ ปะการังออน (Sinularia sp.) 9 การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

668 สายพันธุ ฟองน้ํา (Clathria sp.) 8 สายพันธุ ฟองนํ้า ปะการังรวมท้ังหมด 78 ตัวอยาง สามารถแยกราไดทั้งหมด (Xestospongia sp.) 7 สายพันธุ และปะการังดอกไม 278 สายพันธุ นํามาศึกษาการเจริญบนอาหารเล้ียงเช้ือเพื่อ (Goniopora sp.) 6 สายพันธุ เปนตน จากราทะเลท่ีแยกได ศึกษาลักษณะการเจริญเติบโต สี การสรางสปอร รูปราง ท้ังหมด 208 สายพันธุ นํามาศึกษาการเจริญบนอาหารเลยี้ ง ลักษณะทางสัณฐานวิทยา สามารถจําแนกชนิดราทะเลได เช้ือเพ่ือศึกษาลักษณะการเจริญเติบโต สี การสรางสปอร 18 กลุม ไดแก Acremonium spp., Aspergillus flavus, รูปรางลักษณะทางสัณฐานวิทยา สามารถจําแนกชนิดรา A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., Chetomium ทะเลได 14 กลุม ไดแก Acremonium spp., Aspergillus sp., Cladosporium spp., Curvularia sp., Emericella flavus, A. fumigatus, A. japonicas, A. niger, spp., Eurotium spp., Humicola spp., Paecilomyces Aspergillus spp., Cladosporium spp., Curvularia variotii, Paecilomyces spp., Penicillum spp., spp., Emericella spp., Paecilomyces sp., Penicillum Trichoderma spp., Verticillium spp., Zygosporium oxalicum, Penicillum spp., Trichoderma spp. แ ล ะ sp. และกลุม Sterile mycelium และพบราทะเลกลุม กลุม Sterile mycelium และพบราทะเลกลุม Aspergillus Aspergillus niger, Aspergillus spp., Penicillium spp., spp., Penicillium spp., แ ล ะ ก ลุ ม Sterile mycelium และ กลมุ Sterile mycelium เปนกลุมราทะเลชนดิ เดน เปนกลุมราทะเลชนิดเดนที่แยกได (รูปที่ 4-5) และไดนํา ขอมูลตัวอยางราทะเลท่ีแยกไดจากตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนว สวนในชวงการเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวเก็บ ปะการังกอนและชวงเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาว ตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังจํานวน 33 ตัวอยาง เปรียบเทียบกนั พบวาชวงการเกิดปรากฏการณปะการงั ฟอก สามารถแยกตวั อยา งราทะเลไดท ้ังหมด 208 สายพนั ธุ นาํ มา ขาวไมพบราทะเลกลุม Eurotium spp., Humicola spp., ศึกษาการเจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อศึกษาลักษณะการ Verticillium spp., และ Zygosporium sp. และไดนําเช้ือ เจริญเติบโต สี การสรางสปอร รูปรางลักษณะทางสัณฐาน บริสุทธิ์ (pure culture) ของราทะเลที่แยกทั้งหมด 486 สาย วิทยา สามารถจําแนกชนิดราทะเลได 14 กลุม ไดแก พันธุ มาเก็บไวในเมล็ดธัญพืชที่ไดแชนํ้าทะเลแลว แลวนํา Acremonium spp., Aspergillus flavus, A. fumigatus, เช้ือไปเก็บที่อุณหภูมิ -20 ๐C เพ่ือเก็บรักษาสายพันธุบริสุทธ์ิ A. japonicas, A. niger, Aspergillus spp., เชื้อราไวใ ชประโยชนตอไป ท้ังนี้จากการตรวจวดั อุณหภูมนิ ้ํา Cladosporium spp., Curvularia spp., Emericella ทะเลแบบตอเน่ืองบริเวณแนวปะการังหมเู กาะแสมสาร โดย spp., Paecilomyces sp., Penicillum oxalicum, เครื่องวัดอุณหภูมิ (data logger) ท่ีติดตั้งไวในแนวปะการัง Penicillum spp., Trichoderma spp. และกลุม Sterile พบอุณหภูมินํ้าทะเลสูง (32 ๐C) ในชวงเดือนมิถุนายน พ.ศ. mycelium แ ล ะ พ บ ร า ท ะ เ ล ก ลุ ม Aspergillus spp., 2561 จงึ มีผลทําใหเกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาว Penicillium spp., และ กลุม Sterile mycelium เปนกลุม สรปุ ผลการทดลอง ราทะเลชนิดเดนและไดนําขอมูลตัวอยางราทะเลท่ีแยกได จากตัวอยางส่ิงมีชีวิตในแนวปะการังกอนและชวงเกิด การออกเก็บตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังในป พ.ศ. ปรากฏการณปะการงั ฟอกขาวเปรยี บเทยี บกันพบวาชวงการ 2561 โดยออกเก็บตัวอยางชวงกอนและชวงการเกิด เกิดปรากฏการณปะการังฟอกขาวไมพบราทะเลกลุม ปรากฏการณปะการังฟอกขาว โดยชวงกอนการเกิด Eurotium spp., Humicola spp., Verticillium spp., และ ปรากฏการณปะการังฟอกขาวเก็บตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแนว Zygosporium sp. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

669 รปู ท่ี 1 ชนิดและจาํ นวนสายพันธรุ าทะเลท่แี ยกไดจ ากตวั อยางส่ิงมชี วี ติ ในแนวปะการังชว งกอ นการเกดิ ปรากฏการณ ปะการงั ฟอกขาว รูปที่ 2 เปอรเซน็ ตแ ตละชนดิ ของราทะเลทีแ่ ยกไดจ ากตัวอยา งสิ่งมชี ีวิตในแนวปะการังชว งกอนการเกดิ ปรากฏการณ ปะการังฟอกขาว การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

670 รูปที่ 3 ส่ิงมีชีวิตท่ีพบฟอกขาวชวงการเกิดปรากฏการณป ะการงั ฟอกขาวบริเวณแนวปะการัง หมูเกาะแสมสาร จังหวัดชลบรุ ี ชวงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561; (A) Acropora sp., (B) Astreopora sp., (C) Favia sp., (D) Fungia spp., (E) Goniopora sp., ( F) Montipora aequituberculata, ( G) Pavona decussata, ( H) Platygyra sp., ( I) Pocillopora damicornis, (J) Porites sp., (K) Turbinaria sp. และ (L) หอยมือสอื (Tridacna sp.) การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

671 รูปท่ี 4 ชนดิ และจาํ นวนสายพันธรุ าทะเลทแี่ ยกไดจ ากตวั อยางส่งิ มชี ีวติ ในแนวปะการัง ชว งเกดิ ปรากฏการณ ปะการังฟอกขาว รูปท่ี 5 เปอรเซน็ ตแตละชนิดของราทะเลท่ีแยกไดจากตัวอยางส่ิงมชี วี ิตในแนวปะการัง ชว งเกิดปรากฏการณ ปะการังฟอกขาว คาํ ขอบคณุ กิตติวรา อยูเย็น และ เอนก กจิ เจา 2558. ราทะเล ขอขอบคุณโครงการ อนุรั กษ พัน ธุ กรรม พื ช อั น (Trichoderma spp.) ที่แยกจากฟองน้าํ บริเวณในแนว ปะการังและการเปน ปฏปิ ก ษต อ ราสาเหตุโรคพืช. การ เน่ืองมาจากพระราชดําริฯ กองทัพเรือ และสํานักงานการ ประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. วิจัยแหงชาติ ทช่ี วยเหลอื และสนบั สนนุ โครงการวจิ ัยน้ี ครั้งที่ 7. มหาวทิ ยาลัยขอนแกน. หนา . 607-620. เอกสารอา งองิ เลขา มาโนช, อรอมุ า เจียมจิตต, ธดิ า เดชฮวบ, จติ รา เกาะ จริยา สากยโรจน 2552. “ราทะเล” ผยู อ ยสลายในความ แกว , เสยี งแจว พิริยพฤนต, อาํ นาจ เอี่ยมวจิ ารณ และ สนั ติ พิกลุ กลน่ิ . 2551. รา Dematiaceous เค็ม. [Online]. Available URL: Hyphomycetes จากดินและพืช. หนา . 345-352. ใน http://www.biotec.or.th /biotechnology- เรอื่ งเต็มการประชุมวิชาการ คร้งั ท่ี 46 มหาวทิ ยาลยั th/newsdetail.asp?id=3313 [Accessed 2009 เกษตรศาสตร สาขาพืช 29 มกราคม – 1 กมุ พาพันธ September 10] 2551. จาํ เรญิ บัวเรือง, เลขา มาโนช, อรอุมา เพยี ซา ย, จิระเดช แจมสวา ง, ปานหทยั นพชนิ วงศ, กล่ินผกา ภถู าวร, การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

672 สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ McClanahan, T. R. 2000. Bleaching damage and สิ่งแวดลอ ม. 2551. การศกึ ษาสถานการณผ ลกระทบ recovery potential of Maldivian coral reefs. จากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศทมี่ ตี อทรพั ยาการ Marine Pollution Bulletin. 40: 587-597. ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มในประเทศไทย. Morrison-Gardiner, S. 2002. Dominant fungi from Baker, A. C., Glynn , P. W. and Riegl, B. 2008. Australian coral reef. Fungal Diversity. 9: 105- Climate change and coral reef bleaching: An 121. ecological assessment of long-term impacts, recovery trends and future outlook. Estuarine, Motti, C.A., Bourne, D.G., Burnell, J.N., Doyle, J.R., Coastal and Shelf Science. 80: 435–471. Haines, D.S., Liptrot, C.H., Llewellyn, L.E., Ludke, S., Muirhead, A.and Tapiolas, D.M. 2007. Bhadury, P. Mohammad, B. T. and Wright, P. C. Screening Marine Fungi for Inhibitors of the C4 2006. The current status of natural products Plant Enzyme Pyruvate Phosphate Dikinase: from marine fungi and their potential as anti- Unguinol as a Potential Novel Herbicide infective agents. J. Ind. Microbiol Biotechnol. Candidate. Appl. Environ. Microbiol. 73: 1921– 33: 325–337. 1927. Faulkner, D. J. 2001. Marine natural products. Nat. Raghukumar, C. and Ravindran, J. 2012. Fungi and Prod. Rep. 18: 1-49. their role in corals and coral reef ecosystems. C. Raghukumar (ed.), Biology of Marine Fungi, Fenical, W. 1997. New pharmaceuticals from Progress in Molecular and Subcellular Biology marine organisms. Trends Biotechnol. 15: 339- Volume 53, Springer-Verlag Berlin Heidelberg 341. 2012 .p 89-113. Höller, U., Wright, A. D., Matthee, G. F., König, G. M., Draeger, S., Aust, H. J. and Schulz, B. 2000. Fungi from marine sponge: diversity, biology activity and secondary metabolites. Mycological Research. 11: 1354-1365. Hyde, K. D., Jones, E. B. G., Leanäo, E., Pointing, S. B., Poonyth A. D. and Vrijmoed L. L. P. 1998. Role of fungi in marine ecosystems. Biodiversity and Conservation. 7: 1147-1161. Khudyakova, Y. V., Sobolevskaya, M. P., Smetanina, O. F., Slinkina, N. N., Pivkin, M. V., Moiseenko, O. P. and Kuznetsova, T. A. 2009. Fatty-acid composition of certain species of marine mycelial fungi. Chemistry of Natural Compounds. 45: 18-20. Konig, G.M., A.D. Wright, O. Sticher, C.K. Angerhofer and J.M. Pezzuto. 1994. Biological activities of selected marine natural products. Planta Med. 60: 532-537. Manoch, L., Jeamjitt, O., Dethoup, T., Kokaew, J. and Poochinya, P. 2004. SEM study on ascospore ornamentation Aspergillus and Penicillium teleomorphs from soil at termite mounds. Journal of Microscopy Society of Thailand 18: 98-103. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

673 การศึกษาการใชเ ทายายมอมเปนสว นผสมในอาหารสาํ หรับเล้ยี งปลาดกุ ลูกผสม UTILIZATION OF TAHITI ARROWROOT IN DIETS HYBRID CATFISH (Clarias macrocephalus x C. gariepinus) กฤตมิ า เสาวกลู * และ สาํ เนาว เสาวกูล Krittima Saowakoon* and Somnao Saowakoon โครงการอนรุ กั ษพ นั ธกุ รรมพืชอนั เน่อื งมาจากพระราชดาํ รฯิ สาขาประมง คณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรินทร จ.สุรินทร 32000 Plant Genetic Conservation Project, Fishery Department, Faculty of Agriculture and Technology, Rajamangala University of Technology Isan, Surin Campus, Nokmuang, Muang Surin 32000 บทคัดยอ ศึกษาการใชแปงเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารสําหรับการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมเพื่อเปนแนวทางหน่ึงในการลดตนทุน คาอาหารโดยวัสดุท่ีหาไดใ นเปนสว นผสมวัตถุดิบทําอาหารในการลดตนทุนการผลติ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอาหารและ เพม่ิ คณุ ภาพผลผลิตสัตวน ํา้ ใหดขี นึ้ ใชกระชังขนาด 1x2 ตารางเมตร กางในบอดนิ แบงการทดลองออกเปน 6 กลมุ การทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ํา โดยใชแปงเทายายมอมเปนสวนผสมในวัตถุดิบอาหาร ท่ีระดับตางกัน คือ 0, 5, 10, 15, 20 และ 25 เปอรเซ็นต ทําการศึกษาที่สาขาประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร ระหวางเดือนพฤษภาคม 2561 ถึง เดือนกุมภาพันธ 2562 เพื่อศึกษาอัตราการเจริญเตบิ โตและอัตราการรอดตาย การศึกษานี้ไดใชปลาดุกลกู ผสมขนาดนํ้าหนัก เฉล่ยี เรมิ่ ตนเทา กบั 50.00±0.37 กรมั ตอ ตวั อัตราความหนาแนน 25 ตัวตอ ตารางเมตร (50 ตวั /กระชัง) ใหอาหารวนั ละ 2 มอ้ื คอื เชา และเย็น (09.00 น. และ 17.00 น.) เปน ระยะเวลา 75 วนั และทําการสุมชั่งน้ําหนักและวัดความยาวทกุ 15 วนั พบวา อตั ราการเจริญเติบโตดานนํ้าหนักของปลาดุกลูกผสมท่ใี ชแปงเทายายมอ มเปน สวนผสมในอาหารท่อี ตั ราสวน 15 เปอรเ ซ็นตมี แนวโนมของนํ้าหนักเฉล่ียสูงที่สุด มีคาเทากับ 264.22±8.11 กรัมตอตัว สวนอัตราการรอดตายมีคาเทากับ 100 เปอรเซ็นต ทุกกลุมการทดลอง สวนผลตอบแทนตอการลงทุน พบวา ทุกกลุมการทดลองที่ใชแปงเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารมี ผลตอบแทนตอ การลงทุนสูงกวากลมุ ควบคุม โดยกลุมการทดลองทใ่ี ชแปงเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารในอตั ราสวน 25 เปอรเซน็ ต มคี าสงู ทีส่ ุดเทากับ 63.86 เปอรเซ็นต Abstract The present research was undertaken to study utilizations of Tahiti Arrowroot as an ingredient in feeds for Hybrid Catfish (Clarias macrocephalus x C. gariepinus). These were purposely as alternatives to reduce the cost, to improve feed efficiencies, as well as to improve feed qualities. The experiments were conducted using cultured in cages (1x2 m2) on earth pond. There were six treatments of which had 3 replicates. The Tahiti Arrowroot flour levels were varied for 0, 10 , 15, 20 and 25 percent, of feed formular. Effects of the treatments were investigated in terms of growth and survival rates. The studies were carried out at the Fisheries Department, Rajamangala University of Technology Isan, Surin campus, during May 2018 - February 2019. The average initial weight of Hybrid Catfish utilized in this study was 50.00±0.37g. and stocking density was 25 fish/m2 (50 fish/cage). The fish was fed twice a day (I.e.9.00 am and 5.00 pm) for 60 days and was randomly weighed and scaled the length every 15 days. Experimental result showed that the highest average weight were 264.22±8.11 g/fish with the 4th treatment (15 percent) (P<0.05). The survival rate however was 100 percent for each treatment. The return of investment was found using in the 25 percent treatment I.e. the return of investment (ROI) was 63.86%. คาํ สําคญั : เทา ยายมอ ม, ปลาดกุ ลูกผสม Keywords: Tahiti Arrowroot, Feed of Hybrid Catfish การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. คร้ังท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

674 *ติดตอนกั วิจัย: กฤติมา เสาวกลู (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Krittima Saowakoon (E-mail: [email protected]) บทนํา ( completely randomized design) แ บ ง ก า ร ท ด ล อ ง ป ล า ดุ ก ลู ก ผ ส ม ( Clarias macrocephalus x C. ออกเปน 6 กลุมการทดลอง ๆ ละ 3 ซํ้า โดยศึกษาระดับ สวนผสมหัวเทายายมอ มเปนสวนผสมในอาหารสตู รอาหารท่ี gariepinus) เปนปลาน้ําจืดท่ีสามารถเล้ียงไดในอัตราความ ตางกัน 6 ระดับคือ 0(T1), 5(T2), 10(T3), 15(T4), 20(T5) หนาแนนสูง มีการเล้ียงกันอยา งแพรหลาย เพราะเปนปลาที่ และ 25(T6) เปอรเซ็นต และใชวัตถุดิบรมคือ ปลาปน กาก มีความอดทน เล้ียงงาย เจริญเติบโตเร็ว ตานทานโรคและ ถ่ัวเหลือง รําละเอียด ขาวโพดบด มันบด นํ้ามัน แรธาตุ สภาพแวดลอมไดดี การใชอาหารปลาที่มีคุณภาพที่ดี และวติ ามนิ เปน สว นผสมในการทาํ สตู รอาหาร โดยกําหนดให เหมาะสมกับชนิดและอายุของสัตวน้ําที่เล้ียง สําหรับการ โปรตีนในอาหารเทากับ 27 เปอรเซ็นตเทากันทุกสูตร เล้ียงแบบตน ทนุ ตา่ํ หรอื แบบไมหนาแนนอาจไดกําไรจากการ วิเคราะหขอมูลความแตกตางทางสถิติดวยการวิเคราะห เลี้ยงมากกวา แตตองใชระยะเวลาในการเล้ียงนานข้ึน และ ความแปรปรวน (Analysis of variance) และเปรียบเทียบ ผลกําไรจากการเล้ียงสามารถเพ่ิมขึน้ ไดจากการวางแผนการ ความแตกตางของคาเฉลี่ยโดยใชวิธี Duncan’s new เลี้ยงท่ีดีและหาแนวทางการลดตนทุนที่เหมาะสม (สําเนาว multiple rang test และหทัยรัตน, ม.ป.ป.) เทายายมอ มเปนไมล มลกุ มีหัวใตดิน ผลและวิจารณก ารทดลอง สะสมอาหาร รูปรางกลมแบน เสนผานศูนยกลางประมาณ 1. น้ําหนกั เฉลี่ยของปลาดกุ ลกู ผสม 0.5-4 นิ้ว ผิวดานนอกบางสีน้ําตาล เนื้อในสีขาวใส สวน เหนือดินสูงไดถึง 1.5 เมตร (ฐานขอมูลสมุนไพร, 2553) หัว ปลาดุกที่ใชทดลองน้ําหนักเริ่มตนเฉล่ีย 50.00±0.37 เทายายมอ มสามารถนาํ มาใชท ําแปง ใชเ ปนอาหารได สําหรบั กรัมตอ ตวั เมื่อสิน้ สดุ การทดลอง พบวา T1, T2, T3, T4, T5 คนทั่วไปการรับประทานแปงเทายายมอมหรือนํามาใช และ T6 มีนํ้าหนักเฉลี่ยเทากับ198.78±4.11,242.78±6.15, ประกอบอาหารจะมีสรรพคณุ เปน ยาทําใหเจรญิ อาหาร บาํ รุง 251.22±9.46, 264.22±8.11, 239.17±41.76 แ ล ะ รางกาย แกอาการออนเพลีย แกรอนใน และชวยสมานแผล 259.50±22.85 กรัมตอตัว ตามลําดับ ซ่ึงน้ําหนักเฉล่ียของ ในกระเพาะอาหาร นอกจากน้ีแปงเทายายมอมยังมี ปลาดุกท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารมีนํ้าหนัก คุณสมบัติท่ีเหมาะกับระบบทางเดินอาหารของมนุษยมาก เฉล่ียมากกวากลุมควบคุม (T1) โดยแตกตางกันอยางมี ท่ีสุดเมื่อเปรียบเทียบกับแปงชนิดอ่ืนๆ อีกทั้งยังการบริโภค นัยสําคัญทางสถิติทางสถิติ (P<0.05) เนื่องจากอาหารท่ีมี แปงเทายายมอมจะชวยทําใหอารมณแ ละจติ ใจมีความสมดุล สวนผสมเทายายมอมจะมีลักษณะท่ีนุมและละเอียดซ่ึง ไมว ติ กกังวลหรอื ซมึ เศราได (กลมุ รกั เขาใหญ, ม.ป.ป.) ดงั น้ัน คุณภาพทางกายภาพของอาหารมีผลตอการกินอาหารของ จึงเปนแนวทางหนึ่งในการลดตนทุนคาอาหาร คือ การนํา สัตวนํา้ เชน ปลาดกุ จะชอบกนิ อาหารอาหารอัดเมด็ และตาก วัสดุท่ีหาไดในทองถ่ิน โดยนําแปงเทายายมอมมาเปน จนแหงที่มีความแข็งมากกวาอาหารอัดเม็ดที่ไมตากแดด สวนผสมวัตถดุ ิบทําอาหารปลาดุกลูกผสมตามอัตราสวนเพอ่ื (เวียง, 2555) นอกจากนี้ Robinson, et. al. (2006) กลาว เปนการลดตนทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต วา ระดับของโปรตีนในอาหารท่ีเหมาะสมสําหรับเลี้ยงปลา อาหารและเพิ่มคุณภาพผลผลติ สัตวน้ําใหดีข้ึน นอกจากนี้ยัง ดุกควรอยูในชวง 26-32 เปอรเซ็นต สวนการศึกษา เปนขอมูลใหเ กษตรกรสามารถ เลือกชนิดอาหารในการเลยี้ ง Jantrarotai (1995) พบวาคาโปรตีนที่ทําใหปลาดุกลูกผสม สัตวนํ้าตลอดจนทราบตนทุนการผลิต และเปนขอมูลสาํ หรบั (C. macrocephalus x C. gariepinus) เจริญเติบโตสูงสุด ใชในการเผยแพร และสงเสริมใหเกษตรกรผูเล้ียงสัตวน้ํา คือ 41 เปอรเ ซ็นต (ตารางที่ 1) ตอไป รวมถึงการชวยรักษาสมดุลของธรรมชาติและ 2. ความยาวเฉลยี่ ของปลาดุกลูกผสม สภาพแวดลอมได วิธีการทดลอง ปลาดุกท่ีใชทดลองความยาวของลําตัวเร่ิมตนเฉล่ีย 18.37±0.46 เซนติเมตรตอตัว เม่ือส้ินสุดการทดลอง พบวา ทดลองเล้ียงปลาดุกลูกผสมในกระชังขนาด 1 X 2 T1, T2, T3, T4, T5 และ T6 มีความยาวของลาํ ตัวปลาเฉลย่ี ตารางเมตร ที่กางในบอดิน โดยสมุ ปลาขนาดใกลเ คียงกันทํา เ ท า กั บ 29.95±1.07, 33.22±0.51, 34.11±0.70, 32.78 การชง่ั นาํ้ หนกั และวดั ความยาวเร่ิมตน หลังจากนน้ั นาํ ปลาลง ±0.39, 32.44±1.71 และ 33.22±1.39 เซนติเมตรตอตัว กระชัง กระชังละ 50 ตัว ใชระยะเวลาในการทดลองจาํ นวน ตามลําดับ ซึ่งความยาวเฉล่ียของปลาดุกทใ่ี ชหัวเทา ยายมอม 75 วนั ทําการทดลองเลี้ยงตามแผนการทดลองแบบสุมตลอด เปนสวนผสมในอาหารจะมีความยาวเฉล่ียมากกวากลุม การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

675 ควบคุม (T1) โดยแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติทาง สถติ ิ (P<0.05) (ตารางที่ 2) ตารางท่ี 1 นาํ้ หนกั เฉลี่ยของปลาดุกลกู ผสม (กรมั ) จากการใชห วั เทา ยายมอ มเปน สวนผสมในอาหารในระดบั ทีแ่ ตกตา งกนั ระยะเวลาในการทดลอง (วนั ) กลุม อัตราสวน 15 30 45 60 75 (%) T1 0 98.78±3.85c 120.33±2.33c 138.00±2.85d 156.22±4.67d 198.78±4.11b T2 5 101.12±2.83c 126.11±2.70c 141.00±2.00d 159.39±1.5d 242.78±6.15a T3 10 117.39±0.92b 139.00±5.69b 155.11±5.19c 167.67±2.91b 251.22±9.46a T4 15 135.67±5.29a 154.67±3.18a 169.22±2.91b 179.11±2.91b 264.22±8.11a T5 20 130.67±3.92a 153.00±5.81a 172.33±11.33ab 187.00±5.46a 239.17±41.76a T6 25 134.94±6.68a 156.22±3.70a 181.50±7.19a 194.33±6.12a 259.50±22.85a หมายเหต:ุ อกั ษรภาษาอังกฤษทก่ี าํ กบั หลังขอ มลู ในแนวต้งั ทเ่ี หมอื นกนั แสดงวา ไมมีความแตกตา งกนั ทางสถิตทิ ่ีระดับความเชือ่ มัน่ 95 % ตารางท่ี 2 ความยาวเฉล่ยี ของปลาดุกลูกผสม (เซนติเมตร) จากการใชห วั เทายายมอมเปนสว นผสมในอาหารในระดับที่ แตกตา งกัน อัตราสว น ระยะเวลาในการทดลอง (วนั ) กลุม (%) 15 30 45 60 75 T1 0 24.01±0.19b 26.15±0.59c 28.98±0.78b 29.66±0.29c 29.95±1.07b T2 5 24.87±0.58b 27.46±0.84abc 29.43±0.31b 29.67±0.60c 33.22±0.51a T3 10 25.30±0.63b 26.52±1.55bc 29.65±0.59ab 30.61±0.10bc 34.11±0.70a T4 15 27.95±0.04a 28.28±0.37a 30.11±0.63ab 31.07±0.10b 32.78±0.39a T5 20 26.82±1.24a 27.98±0.74a 30.47±1.14ab 31.44±0.51b 32.44±1.71a T6 25 26.90±1.33a 28.42±0.86a 30.75±1.01a 32.72±1.51a 33.22±1.39a หมายเหตุ : อักษรภาษาอังกฤษทกี่ าํ กบั หลังขอ มูลในแนวตงั้ ท่ีเหมอื นกนั แสดงวา ไมม ีความแตกตางกนั ทางสถติ ทิ ่รี ะดบั ความเชอ่ื ม่นั 95 % การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

676 3. เปอรเ ซน็ ตนาํ้ หนักเพิ่มของปลาดุกลกู ผสม 5. เปอรเซ็นตค วามยาวเพม่ิ ของปลาดกุ ลกู ผสม เมื่อส้ินสุดการทดลอง พบวากลุมการทดลองที่ 1, 2, 3, เมื่อสนิ้ สดุ การทดลอง พบวา กลุม การทดลองท่ี 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 มีเปอรเ ซ็นตน า้ํ หนักเพมิ่ เทากับ 297.62±11.55, 4, 5 และ 6 มเี ปอรเซ็นตค วามยาวเพมิ่ เทากับ 63.23±10.35, 385.51±8.17, 402.58±23.39, 428.56±20.54, 80.94±2.7, 85.78±3.61, 78.57±5.93, 76.89±13.85 และ 378.70±86.66 และ 419.02±45.64 เปอรเซ็นต ตามลาํ ดบั 80.97±8.54 เปอรเซ็นต ตามลําดับ ซึ่งกลุมการทดลองที่ใช ซึ่งกลุมการทดลองท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมใน หัวเทายายมอ มเปนสว นผสมในอาหารมเี ปอรเ ซ็นตค วามยาว อาหารมีเปอรเซ็นตน้ําหนักเพ่ิมแตกตางจากกลุมควบคุม เพ่ิมมีแนวโนมมากกวา กลมุ ควบคมุ (ตารางที่ 3) (P<0.05) (ตารางท่ี 3) 6. ความยาวเพม่ิ ตอวันของปลาดกุ ลูกผสม 4. น้ําหนักเพม่ิ ตอวันของปลาดกุ ลกู ผสม เมื่อสนิ้ สดุ การทดลอง พบวา กลุมการทดลองที่ 1, 2, 3, เม่ือส้ินสดุ การทดลอง พบวา กลุมการทดลองที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 มีเปอรเซ็นตความยาวเพิ่มตอวันเทากับ 4, 5 และ 6 มีเปอรเซ็นตนํ้าหนักเพิ่มตอวันเทากับ 0.15±0.02, 0.20±0.00, 0.21±0.05, 0.19±0.01, 0.19± 1.98±0.059, 2.57±0.08, 2.68±0.13, 2.86±0.11, 2.52± 0.29 และ 0.20±0.02 เปอรเซ็นตตอวัน ตามลําดับ ซึ่งกลุม 0.56 และ 2.79±0.31 เปอรเซ็นตตอวัน ตามลําดับ ซึ่งกลุม การทดลองที่ใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารมี การทดลองท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารมี เปอรเซ็นตความยาวเพ่ิมตอวันแตกตางจากกลุมควบคุม เปอรเซ็นตน้ําหนักเพิ่มตอวันแตกตางจากกลุมควบคุม (P<0.05) (ตารางที่ 3) (P<0.05) (ตารางท่ี 3) ตารางที่ 3 อัตราการเจรญิ เติบโตของปลาดุกลกู ผสมจากการใชเ ทา ยายมอ มเปนสวนผสมในอาหารในระดับท่แี ตกตางกัน นํา้ หนักเพิม่ นาํ้ หนักเพมิ่ ตอ ความยาวเพิ่ม ความยาวเพิ่มตอ กลุม อัตราสวน(%) (%) วัน (กรัม/วนั ) (%) วนั (ซม./วนั ) T1 0 297.62±11.55b 1.98±0.059b 63.23±10.35b 0.15±0.02b T2 5 385.51±8.17a 2.57±0.08a 80.94±2.70a 0.20±0.00a T3 10 402.58±23.39a 2.68±0.13a 85.78±3.61a 0.21±0.05a T4 15 428.56±20.54a 2.86±0.11a 78.57±5.93ab 0.19±0.01a T5 20 378.70±86.66a 2.52±0.56a 76.89±13.85ab 0.19±0.29a T6 25 419.02±45.64a 2.79±0.31a 80.97±8.54a 0.20±0.02a หมายเหตุ : อกั ษรภาษาองั กฤษท่ีกํากบั หลังขอมูลในแนวตั้งท่ีเหมือนกันแสดงวา ไมมคี วามแตกตางกันทางสถิติทรี่ ะดบั ความเช่ือมนั่ 95 % 7. อตั รารอดตายของปลาดุกลกู ผสม 25 เปอรเซ็นต (T6) มีคาสูงที่สุดเทากับ 63.86 เปอรเซ็นต เมื่อส้ินสุดการทดลอง พบวา ปลาดุกมีอัตรารอด 100 (ตารางท่ี 4) สรปุ ผลการทดลอง เปอรเซ็นตเทากันทุกกลุมการทอดลอง (P>0.05) เนื่องจาก ปลาดุกลูกผสมเปนปลาที่มีการปรับปรุงพันธุมาจากปลา การใชแปงเทายายมอมเปนสวนผสมของอาหารในการ ดุกอัฟริกันและปลาดุกอุยทําใหไดปลาดุกลูกผสมมีรสชาติดี เลี้ยงปลาดุกลูกผสม ซ่ึงเปนการศึกษาในเบื้องตนในการใช และทนทานตอ โรค (อทุ ัยรตั น, 2544) ซึ่งสอดคลองกบั วเิ ศษ เปนอาหารเลี้ยงปลาดุกลูกผสม ซ่ึงเปนแนวทางหนึ่งในการ (2536) ปลาดุกลูกผสมโดยปกติจะมีความทนทานตอโรค ลดตนทุนคาอาหาร โดยการนําวัสดุท่ีหาไดในทองถิ่น ซึ่ง พยาธมิ าก ไดแกแปงเทา ยายมอ มซ่งึ หาไดจ ากในทอ งถิน่ มาเปนสวนผสม 8. ตนทุนผลตอบแทนการใชเทา ยายมอ มเปน สวนผสมในการ วัตถุดิบเพ่ือเปนการลดตนทุนการผลิต เพ่ิมประสิทธิภาพใน เลีย้ งปลาดุกลกู ผสม การผลติ อาหารและเพม่ิ คุณภาพผลผลติ สตั วน ้าํ ใหดี สามารถ ทาํ ใหอัตราการเจริญเติบโตทง้ั ดา นนาํ้ หนกั และความยาวเพ่ิม ผลตอบแทนตอการลงทุนของการใชเทายายมอมเปน มากขึ้น เม่ือเปรียบเทียบกับการท่ีไมใชเทายายมอมเปน สวนผสมของอาหารในการเลี้ยงปลาดุก พบวา T1, T2, T3, สวนผสมซ่ึงมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ T4, และ T5 มีผลตอบแทนในการลงทุนเทากับ 42.95, (P<0.05) โดยมีอัตราการรอดตายเทากับ 100 เปอรเซ็นต 53.88, 57.07, 61.30 และ 58.13 เปอรเซ็นต โดยกลุมการ และผลตอบแทนตอการลงทุนของการเล้ียงปลาดุกลูกผสม ทดลองท่ใี ชเ ทา ยายมอมเปนสวนผสมในอาหาร ในอตั ราสวน พบวา การใชเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารจะมี การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครงั้ ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

677 ผลตอบแทนตอการลงทุนที่สงู กวากลุมควบคุม โดยกลุมการ ทดลองที่ใชเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารในอัตราสวน 25 เปอรเ ซน็ ต มีคา สงู ที่สุดเทา กับ 63.86 เปอรเซน็ ต ตารางท่ี 4 ตนทุนผลตอบแทนของการเล้ยี งปลาดกุ ลูกผสมทีไ่ ดจ ากการเลยี้ งโดยการใชหวั เทา ยายมอ มเปนสวนผสมในอาหาร ในระดับทแ่ี ตกตา งกัน รายการ T1 T2 T3 T4 T5 T6 ตน ทุนคงท่ี 312.96 312.96 312.96 312.96 312.96 312.96 คาเส่อื มราคา 305.13 305.13 305.13 305.13 305.13 305.13 คา เสยี โอกาส 7.83 7.83 7.83 7.83 7.83 7.83 ตน ทนุ ผนั แปร 1157.57 1310.46 1325.65 1355.26 1246.40 1300.55 คา พันธปุ ลาดุก 300 300 300 300 300 300 คาอาหาร 750.59 899.65 914.46 943.33 837.19 889.99 คา แรงงาน 78 78 78 78 78 78 คา เสียโอกาส 28.98 32.81 33.19 33.93 31.21 32.56 ตนทุนการผลิตทั้งหมด 1470.53 1623.42 1638.61 1668.22 1559.36 1613.51 รายไดท ัง้ หมด (60/กก.) 1789.2 2185.2 2260.8 2377.8 2152.8 2331 รายไดส ทุ ธิ 631.63 874.74 935.15 1022.54 906.40 1030.45 กาํ ไร 318.67 561.78 622.19 709.58 593.44 717.49 ผลตอบแทนตอการลงทุน (%) 42.95 53.88 57.07 61.30 58.13 63.86 คําขอบคุณ อทุ ยั รัตน ณ นคร. 3544. ปลาดุก. กรุงเทพฯ: ภาควชิ า โครงการวจิ ัยนไี้ ดรับการสนบั สนนุ จากโครงการ อนรุ ักษ เพาะเลยี้ งสตั วนํ้า คณะประมง. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร. 24 น. พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ผูวิจัยจึง ขอขอบพระคณุ มา ณ ทีน่ ด้ี วย Jantrarotai, W. 1995. The estimation of the เอกสารอางอิง economic protein requirements of hybrid กลุม รักษเขาใหญ. ม.ป.ป. เทา ยายมอม แปงแทแตโ บราณ Clarias catfish. Kasetsart Journal: Natural Science, 29:38-44. อาหารฟน ไข. [ออนไลน]. เขาถึงไดจ าก :www.rakkhaoyai.com. [2 เม.ย. 2562]. Robinson, E.M., Li, H. and Charles, H. D.2006. ฐานขอ มูลสมุนไพร. 2553. สิงโตดาํ . คณะเภสัชศาสตร Catfish nutrition: nutrient requirements. มหาวิทยาลยั อุบลราชธาน.ี [ออนไลน]. เขา ถึงไดจ าก : Published in furtherance of Acts of Congress, www.phargarden.com. [2 เม.ย. 2562]. May 8 and June 30, 1914:03-06 วเิ ศษ อัตรวทิ ยากลุ . 2536. ปลาดกุ บ๊กิ อุย. กรงุ เทพฯ: โครงการหนงั สอื ชมุ ชนบางเขน. 69 น. Giri, S.S., Sahoo, S.K., Sahu, A.K. and เวียง เชอ้ื โพธิห์ กั , 2542. โภชนศาสตรและการให อาหาร Mukhopadhyay, P.K. 2000. Nutrient digestibility สัตวน ํา้ , โรงพิมพม หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร, and intestinal enzyme activity of Clarias กรุงเทพฯ. 255 น. batrachus (Linn.) juveniles fed on dried fish สาํ เนาว เสาวกูล และหทัยรตั น เสาวกูล. ม.ป.ป. การ and chicken viscera incorporated diets. เพาะเลี้ยงปลาโดยการใชอ าหารผสมสาํ เร็จรูปดว ย Bioresource Technology, 71:97-101 วตั ถุดบิ ทอ งถนิ่ ราคาถกู . สาขาวิชาประมง คณะ เกษตรศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรนิ ทร. การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

678 การศึกษาการใชเ ทายายมอมเปน สว นผสมในอาหารสําหรับเล้ียงปลานลิ UTILIZATION OF TAHITI ARROWROOT IN DIETS NILE TILAPIA (Oreochromis niloticus) กฤตมิ า เสาวกลู * และ สาํ เนาว เสาวกูล Krittima Saowakoon* and Somnao Saowakoon โครงการอนรุ ักษพ นั ธกุ รรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาํ รฯิ สาขาประมง คณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร จ.สรุ ินทร 32000 Plant Genetic Conservation Project, Fishery Department, Faculty of Agriculture and Technology, Rajamangala University of Technology Isan, Surin Campus, Nokmuang, Muang Surin 32000 บทคัดยอ ศึกษาการใชเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารสําหรับเล้ยี งปลานลิ เพอ่ื เปนแนวทางหนง่ึ ในการลดตนทุนคา อาหารโดยวัสดุท่ี หาไดในเปนสว นผสมวัตถุดิบทําอาหารในการลดตนทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในการผลติ อาหารและเพ่ิมคุณภาพผลผลติ สัตวน้ําใหดีขึ้น ใชกระชังขนาด 1x2 ตารางเมตรในบอดิน แบงการทดลองออกเปน 6 กลุมการทดลอง ๆ ละ 3 ซํ้า โดยใช สวนผสมของหัวเทายายมอมท่ีระดับตางกัน คือ 0, 5, 10, 15, 20 และ 25 เปอรเซ็นต เปนสวนผสมในสูตรอาหาร ทําการศึกษาที่สาขาประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร ระหวางเดือนพฤษภาคม 2561 ถึง เดือนกุมภาพันธ 2562 เพ่ือศึกษาอัตราการเจริญเติบโต และอัตราการรอดตาย โดยทดลองเล้ียงปลานิลขนาดน้ําหนักเฉลี่ย เร่ิมตนเทากับ 40.37±0.62 กรัมตอตัว อัตราความหนาแนน 10 ตัวตอตารางเมตร (20 ตัวตอกระชัง) ใหอาหารวันละ 2 ม้ือ คือ เชา และเยน็ (09.00 น. และ 17.00 น.) เปนระยะเวลา 60 วัน และทําการสุมช่ังนํ้าหนักและวัดความยาวทกุ 15 วนั พบวา อัตราการเจริญเติบโตดานนํ้าหนักของปลานิลท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารที่อัตราสวน 25 เปอรเซ็นตจะมี นํ้าหนักเฉลี่ยสูงท่ีสุด มีคาเทากับ 146.50±9.49 กรัมตอตัว (P<0.05) สวนอัตราการรอดตายมีคาเทากับ 100 เปอรเซ็นตทุก กลุมการทดลอง สวนของผลตอบแทนตอการลงทุน พบวา ทุกกลุมการทดลองท่ีใชเทายายมอมเปน สว นผสมในอาหารมคี า สูง กวากลุมควบคุม โดยกลุมการทดลองท่ีใชเทายายมอมเปนสว นผสมในอาหารในอัตราสวน 25 เปอรเซ็นต มีคาสูงท่ีสุดเทากับ 50.05 เปอรเซน็ ต Abstract The present study was undertaken to using Tahiti Arrowroot as an ingredient in feed for Nile Tilapia (Oreochromis niloticus). These were purposely as alternatives to reduce the cost, to improve feed efficiencies, as well as to improve feed qualities. The experiments were conducted using cultured in cages (1x2 m2) on earth pond. There were six treatments of which had 3 replicates. The Tahiti Arrowroot flour levels were varied for 0, 10 , 15, 20 and 25 percent, of feed formular. Effects of the treatments were investigated in terms of growth and survival rates. The studies were carried out at the Fisheries Department, Rajamangala University of Technology Isan, Surin campus, during May 2018 - February 2019. The average initial weight of Nile Tilapia were 40.37±0.62 g. and stroking density are 10 fishs/m2 (20 fishs/cage). Feeding by two times/day (9.00 am and 5.00 pm) up to 60 days, randomly weigh and scale the length every 15 days. Experimental result showed that the highest average weight were 146.50±9.49 g/fish with treatment 6 (25 percent), statistically different (P<0.05) and the survival rate was fond at 100 percent for each treatment. The return of investment that are highly is using in Tahiti Arrowroot 25 percent which is the return of investment (ROI) was 50.05%. คําสาํ คัญ: เทายายมอ ม อาหารปลานิล Keywords: Tahiti Arrowroot, Feed of Nile Tilapia *ตดิ ตอนักวจิ ยั : กฤตมิ า เสาวกลู (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Krittima Saowakoon (E-mail: [email protected]) การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

679 บทนาํ และวดั ความยาวเรม่ิ ตน หลงั จากนั้นนาํ ปลาลงกระชงั กระชัง ปลานิล (Oreochromis niloticus) นิยมเลี้ยงเพ่ือ ละ 20 ตวั ใชร ะยะเวลาในการทดลองจํานวน 60 วัน บริโภคทง้ั ในประเทศ และตางประเทศ ปลานิลเปนปลาชนดิ ทําการทดลองเลี้ยงตามแผนการทดลองแบบสุมตลอด หนึ่งที่เลี้ยงงาย โตเร็ว สามารถทนตอสภาพแวดลอมตางๆ ( completely randomized design) แ บ ง ก า ร ท ด ล อ ง ไดเปนอยางดี เปนปลาท่ีกินอาหารจําพวกพืช สามารถกิน ออกเปน 6 กลุมการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ํา โดยศึกษาระดับ อาหารไดเกือบทุกชนิด ขยายพันธุไดในบอเล้ียง และแหลง สวนผสมหัวเทา ยายมอมในสูตรอาหารท่ีตางกัน 6 ระดับคือ น้ําท่ัวไป มีไขตกและขยายพันธุไดต ลอดป ใชเวลาเล้ียงระยะ 0 (T1), 5 (T2), 1 0 (T3), 1 5 (T4), 2 0 (T5) แ ล ะ 2 5 (T6) สั้นก็จับขึ้นขายไดเนื่องจากปลานิลมีรสชาติดี ท่ีอาหารได เปอรเ ซ็นตโดยแตล ะระดบั กาํ หนดใหม รี ะดบั โปรตนี ในอาหาร หลายชนิด จึงเปนท่ีนิยมบริโภคกันและนํามาเล้ียงกันเปน เทากันทุกสตู ร และใชว ตั ถุดบิ คอื ปลาปน กากถัว่ เหลอื ง รํา จํานวนมาก (ชาติชาย, 2543) การใชอาหารปลาท่ีมีคุณภาพ ละเอียด ขา วโพดบด มันบด น้ํามัน แรธาตแุ ละวิตามิน เปน ท่ีดีเหมาะสมกบั ชนิดและอายุของสัตวนํ้าที่เลี้ยง สําหรับการ สวนผสมในการทําสูตรอาหารและกําหนดใหโปรตีนใน เลี้ยงแบบตนทุนตํ่าหรือแบบไมหนาแนอาจไดกําไรจากการ อาหารเทากับ 27 เปอรเซ็นตเทากันทุกสูตร วิเคราะหขอมูล เล้ียงมากกวา แตตองชะลอระยะเวลาในการเล้ียงนานข้ึน ความแตกตางทางสถิติดวยการวิเคราะหความแปรปรวน และผลกําไรจากการเลี้ยงสามารถเพิ่มขึ้นไดจากการวาง (Analysis of variance) และเปรยี บเทยี บความแตกตางของ แผนการเลี้ยงที่ดีและหาแนวทางการลดตนทุนท่ีเหมาะสม คา เฉลีย่ โดยใชว ิธี Duncan’s new multiple rang test (สําเนาว และหทัยรัตน, ม.ป.ป.) เทายายมอมเปนไมลมลุก ผลและวจิ ารณก ารทดลอง มีหัวใตดินสะสมอาหาร หัวเทายายมอมสามารถนํามาใชทํา 1. นํ้าหนกั เฉลย่ี ของปลานลิ แปงใชเปนอาหารได สําหรับคนท่ัวไปการรับประทานแปง เทายายมอมหรือนํามาใชประกอบอาหารจะมีสรรพคุณเปน ปลานิลที่ใชทดลองนํ้าหนักเร่ิมตนการทดลองเฉลี่ย ยาทําใหเจริญอาหาร บํารุงรางกาย แกอาการออนเพลีย แก 40.37±0.62 กรัมตอตัว เม่ือสิ้นสุดการทดลอง พบวา T1, รอนใน และชวยสมานแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ T2, T3, T4, T5 และT6 มีนาํ้ หนักเฉลี่ยเทากับ 115.55±1.35 แปงเทายายมอมยังมีคุณสมบัติที่เหมาะกับระบบทางเดิน , 114.78±1.57, 122.28±0.67, 23.00±1.92, 129.22±5.84 อาหารของมนุษยม ากที่สดุ เมื่อเปรียบเทียบกับแปงชนิดอน่ื ๆ และ 146.50±9.49 กรัมตอตัว ตามลําดับ ซึ่งนํ้าหนักเฉล่ีย อีกทั้งยังการบริโภคแปงเทายายมอมจะชวยทําใหอารมณ ของปลานิลท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสว นผสมในอาหารระดับ และจิตใจมีความสมดุลไมวิตกกังวลหรือซึมเศราได (กลุมรัก อัตราสวน 25 เปอรเซ็นต (T6) มีน้ําหนักเฉล่ียสูงที่สุด เขาใหญ, ม.ป.ป.) ดังน้ันจึงเปน แนวทางหน่ึงในการลดตนทนุ (P<0.05) (ตารางที่ 1) คาอาหาร คือ การนําวัสดุท่ีหาไดในทองถ่ิน โดยนําแปง 2. ความยาวเฉลยี่ ของปลานิล เทายายมอมมาเปนสวนผสมวัตถุดิบทําอาหารปลานิลตาม อัตราสวนเพ่ือเปนการลดตนทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ ปลานิลที่ใชทดลองความยาวเริ่มตนการทดลองเฉลี่ย ในการผลิตอาหารและเพ่ิมคุณภาพผลผลิตสัตวนํ้าใหดีขึ้น 13.10±0.15 กรัมตอตัว เมื่อส้ินสุดการทดลอง ปลานิลที่ใช นอกจากน้ียังเปนขอมูลใหเกษตรกรสามารถ เลือกชนิด หัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารในระดับท่ีตางกัน อาหารในการเล้ียงสัตวนํ้าตลอดจนทราบตนทุนการผลิต พบวา T1, T2, T3, T4, T5 และ T6 มีความยาวเฉล่ียเทากับ และเปนขอมูลสําหรับใชในการเผยแพร และสงเสริมให 17.20±0.15, 17.30±0.52, 18.18±0.05, 18.11±0.07, เกษตรกรผเู ลี้ยงสตั วน ้าํ ตอ ไป รวมถงึ การชวยรักษาสมดลุ ของ 18.08±0.10 และ 17.95±0.20 เซนติเมตรตอตัว ตามลาํ ดับ ธรรมชาติและสภาพแวดลอ มได ซ่ึงความยาวเฉล่ียของปลานิลท่ีใชหัวเทายายมอมเปน วิธกี ารทดลอง สวนผสมในอาหารระดับอัตราสวน 10, 15, 20 และ 25 เปอรเ ซน็ ต มนี ้าํ หนกั เฉล่ียทส่ี ูง ซ่งึ แตกตา งจากความยาวของ ทดลองเลี้ยงปลานิลในกระชังขนาด 1 X 2 ตารางเมตร ปลานิลทใ่ี ชหวั เทายายมอ มเปนสว นผสมในอาหารในระดบั ท่ี ในบอดิน โดยสุมปลาขนาดใกลเคียงกันทําการช่ังน้ําหนัก ตางกันคอื 0 (T1) และ 5 เปอรเ ซน็ ต (T2) (ตารางที่ 2) ตารางท่ี 1 นํ้าหนักเฉลยี่ ของปลานลิ (กรมั ) จากการใชห ัวเทา ยายมอ มเปน สวนผสมในอาหารในระดับท่แี ตกตางกัน การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

680 กลุม อตั ราสวน 15 ระยะเวลาในการทดลอง(วนั ) 60 (%) 30 45 T1 0 67.78±1.11c 85.89±3.34b 102.05±0.63d 115.55±1.35c T2 5 72.61±6.31bc 86.17±4.50b 101.94±0.42d 114.78±1.57c T3 10 79.22±4.88ab 91.89±0.38a 104.72±0.77c 122.28±0.67bc T4 15 82.16±5.03a 93.34±0.58a 108.94±1.77b 123.00±1.92bc T5 20 82.67±1.43a 94.50±1.88a 110.28±1.45b 129.22±5.84b T6 25 80.89±2.33a 96.00±1.46a 113.56±1.84a 146.50±9.49a หมายเหตุ : อกั ษรภาษาอังกฤษทีก่ ํากบั หลังขอมูลในแนวต้งั ทเ่ี หมือนกันแสดงวา ไมม คี วามแตกตา งกันทางสถิตทิ ี่ระดับความเช่ือมั่น 95% ตารางท่ี 2 ความยาวเฉลีย่ ของปลานิล (เซนตเิ มตร) จากการใชห วั เทา ยายมอ มเปนสว นผสมในอาหารในระดบั ที่แตกตา งกัน กลุม อัตราสวน 15 ระยะเวลาในการทดลอง (วนั ) 60 (%) 30 45 T1 0 14.92±0.15c 16.26±0.31a 16.97±0.12cd 17.20±0.15b T2 5 15.42±0.56bc 15.73±0.38ab 16.94±0.05d 17.30±0.52b T3 10 15.33±0.58bc 15.83±0.34ab 17.18±0.13bc 18.18±0.05a T4 15 15.78±0.39ab 15.64±0.41b 17.54±0.10a 18.11±0.07a T5 20 16.22±0.09a 16.07±0.20ab 17.20±0.19b 18.08±0.10a T6 25 15.72±0.25ab 16.12±0.14ab 17.21±0.07b 17.95±0.20a หมายเหตุ : อกั ษรภาษาอังกฤษที่กํากับหลังขอมลู ในแนวตั้งทีเ่ หมือนกันแสดงวา ไมม คี วามแตกตางกันทางสถติ ิทรี่ ะดับความเช่ือมนั่ 95 % 3. เปอรเซ็นตนาํ้ หนักเพิม่ ของปลานิล เนื่องจากอาหารที่มีสวนผสมเทายายมอมจะมีลักษณะที่นุม เมื่อส้ินสุดการทดลอง ปลานิลที่ใชหัวเทายายมอมเปน และละเอยี ดมากข้ึน ซ่งึ คณุ ภาพทางกายภาพของอาหารมีผล ตอการกินอาหารของสัตวน้ํา เชน ปลาดุกจะชอบกินอาหาร สวนผสมในอาหารในระดับที่ตางกัน พบวา T1, T2, T3, T4, อาหารอัดเม็ดและตากจนแหงที่มีความแข็งมากกวาอาหาร T5 และ T6 โดยมีเปอรเซ็นตนํ้าหนักเพิ่มเฉลี่ยเทากับ อัดเม็ดท่ีไมตากแดด (เวียง, 2555) โดยการทดลองนี้จะ 65.07±0.24, 64.83±0.57, 66.99±0.73, 67.17±0.95, แตกตางจากการศึกษาการเล้ียงปลานิลดวยสูตรอาหารผสม 68.70±1.96 และ 72.38±1.67 เปอรเซ็นต ตามลําดับ ซึ่ง หญาหมัก จํานวน 4 สูตร คือ 0, 5, 10 และ 15 เปอรเซ็นต เปอรเซ็นตน้ําหนักเพิ่มเฉลี่ยของปลานิลที่ใชหัวเทายายมอม ซึ่งไมแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) เม่ือ เปนสวนผสมในอาหารระดับอัตราสวน 25 เปอรเซ็นต (T6) ตรวจสอบคุณคาทางโภชนาการของสูตรอาหารท้ังหมด มเี ปอรเซ็นตน ้ําหนกั เพมิ่ เฉลี่ยสงู ทีส่ ุด (P>0.05) (ตารางท่ี 3) พบวาเปอรเซ็นตโปรตีนของอาหารท้ัง 4 สูตร โดยมีปริมาณ โปรตีนอยูระหวาง 28.56-30.73 เปอรเซ็นต เชนเดียวกับ 4. น้ําหนักเพ่มิ ตอวันของปลานลิ การศึกษาของ Hassaan et.al. (2014) ไดศึกษาผลของการ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ปลานิลที่ใชหัวเทายายมอมเปน เพาะเลี้ยงปลานิลดวยการเสริม Bacillus licheniformis และยีสต ดวยการสรางสูตรอาหารจํานวน 12 สูตร โดย สวนผสมในอาหารในระดับทต่ี างกัน พบวา T1, T2, T3, T4, ควบคุมปริมาณโปรตีนของสูตรอาหารทั้ง 12 สูตร เทากับ T5 และ T6 โดยมีเปอรเซ็นตนํ้าหนักเพ่ิมตอวันเทากับ 30 เปอรเ ซน็ ต 1.25±0.0, 1.24±0.02, 1.36±0.02, 1.38±0.04, 1.48±0.11 5. เปอรเ ซ็นตค วามยาวเพม่ิ ของปลานลิ และ 1.77±0.15 กรัมตอวัน ตามลําดับ ซ่ึงความนํ้าหนัก เพมิ่ ข้ึนตอวนั ของปลานลิ ที่ใชหัวเทายายมอ มเปน สวนผสมใน เมื่อส้ินสุดการทดลอง ปลานิลที่ใชหัวเทายายมอมเปน อาหารระดับอัตราสวน 25 เปอรเซ็นต (T6) มีคาเฉลี่ยสูง สวนผสมในอาหารในระดับที่ตางกันพบวา T1, T2, T3, T4, ท่ีสุด (P<0.05) (ตารางที่ 3) ทั้งนี้อาจเปนเพราะปลานิลที่ T5 และ T6 มีเปอรเซ็นตความยาวเพิ่มเทากับ 23.83±1.33, ทดลองเล้ียงมีแนวโนมท่ีจะชอบอาหารท่ีมีสวนผสมของ 24.24±1.95, 27.94±0.93, 27.67±1.07, 27.54±0.59 และ เทายายมอมเปนสวนผสมในปริมาณเปอรเซ็นตท่ีสูงขึ้น 27.05±0.34 เปอรเซ็นต ตามลําดับ ซึ่งเปอรเซ็นตความยาว การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

681 เพิ่มของปลานิลท่ีใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหาร 0.07±0.01, 0.07±0.01, 0.08±0.01, 0.08±0.01, ระดับอัตราสวน 10(T3), 15(T4), 20(T5) และ 25(T6) 0.08±0.00 และ 0.08±0.00 เซนติเมตรตอวันตามลําดับ ซ่งึ เปอรเซ็นต มีคาเฉล่ียสูงท่ีสุด (P>0.05) ซึ่งแตกตางจากปลา เ ป อ ร เ ซ็ น ต ค ว า ม ย า ว เ พ่ิ ม ต อ วั น ข อ ง ป ล า นิ ล ที่ ใ ช หั ว นิลที่ใชหัวเทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารในระดับที่ เทายายมอมเปนสวนผสมในอาหารระดบั อัตราสวน 10(T3), ตา งกันคอื 0 (T1) และ 5 เปอรเ ซ็นต (T2) (ตารางท่ี 3) 15(T4), 20(T5) และ 25(T6) เปอรเ ซน็ ต มแี นวโนมเฉล่ยี สงู 6. ความยาวเพม่ิ ตอวนั ของปลานลิ ที่สุด ซ่ึงแตกตางจากปลานิลท่ีใชหัวเทายายมอมเปน สวนผสมในอาหารในระดับที่ตางกันคือ 0 (T1) และ 5 เม่ือสิ้นสุดการทดลอง ปลานิลที่ใชหัวเทายายมอมเปน เปอรเซ็นต (T2) (P<0.05) เชนเดียวกนั กบั (ตารางท่ี 3) สวนผสมในอาหารในระดับท่ีตางกันพบวา T1, T2, T3, T4, T5 และ T6 มีเปอรเซ็นตความยาวเพิ่มตอวันเทากับ ตารางท่ี 3 อตั ราการเจรญิ เตบิ โตของปลานิลจากการใชหวั เทายายมอมเปน สว นผสมในอาหารในระดบั ท่ีแตกตางกนั กลุม อัตราสว น น้ําหนกั เพมิ่ นาํ้ หนักเพ่มิ ตอ วัน ความยาวเพิ่ม ความยาวเพ่ิมตอ (%) (%) (กรมั /วนั ) (%) วัน (ซม./วนั ) T1 0 65.07±0.24cd 1.25±0.0c 23.83±1.33b 0.07±0.01c T2 5 64.83±0.57d 1.24±0.02c 24.24±1.95b 0.07±0.01cb T3 10 66.99±0.73bcd 1.36±0.02bc 27.94±0.93a 0.08±0.01a T4 15 67.17±0.95bc 1.38±0.04bc 27.67±1.07a 0.08±0.01a T5 20 68.70±1.96b 1.48±0.11b 27.54±0.59a 0.08±0.00ab T6 25 72.38±1.67a 1.77±0.15a 27.05±0.34a 0.08±0.00ab หมายเหต:ุ อักษรภาษาอังกฤษทกี่ าํ กบั หลงั ขอ มลู ในแนวตงั้ ทเ่ี หมือนกนั แสดงวา ไมม คี วามแตกตา งกนั ทางสถติ ทิ ี่ระดับความเช่อื มนั่ 95 % 7. อตั รารอดตายของปลานิล ในอาหาร ในอัตราสวน 25 เปอรเซ็นต มีคาสูงท่ีสุดเทากับ เม่ือส้ินสุดการทดลอง พบวา ปลานิลมีอัตรารอด 100 50.05 เปอรเซ็นต (ตารางท่ี 4) สรุปผลการทดลอง เปอรเซ็นตเทากันทุกกลุมการทอดลอง (P>0.05) พิเชต อัตราการเจริญเติบโตดานน้ําหนักของปลานิล ซึ่งเปน (2559) ปลานิลสามารถปรับตัวตอการเปล่ียนแปลงของ การศึกษาในเบ้ืองตนในการใชเปนอาหารเล้ียงปลานิล ซ่ึง สภาพแวดลอมไดดี สามารถทนตอความเค็มไดถึง 20 ppt เปนแนวทางหน่งึ ในการลดตนทนุ คาอาหาร โดยการนาํ วัสดทุ ่ี และปลานิลจะทนตออุณหภูมิที่สูงถึง 40 องศาเซลเซียส แต หาไดในทองถิ่น ซึ่งไดแกแปงเทายายมอมซ่ึงหาไดจากใน จะออนแอและติดเช้ืองายหากอุณหภูมิสูงกวา 37-38 องศา ทองถิ่นมาเปนสวนผสมวัตถุดิบเพื่อเปนการลดตนทุนการ เซลเซียส ผลิต เพ่ิมประสิทธิภาพในการผลิตอาหารและเพิ่มคุณภาพ 8. ตนทุนผลตอบแทนการใชเทา ยายมอ มเปนสว นผสมในการ ผลผลิตสัตวน้ําใหดี ปลานิลที่ใชแปงเทายายมอมเปน เล้ียงปลานิล สวนผสมในอาหารที่อัตราสว น 25 เปอรเซน็ ตจะมีคาสูงที่สดุ ซึ่งแตกตางจากทุกกลุมการทดลอง สวนอัตราเจริญเติบโต ผลตอบแทนตอการลงทุนของการใชเทายายมอมเปน ดานความยาว พบวา กลุมการทดลองทีใ่ ชเทายายมอมเปน สวนผสมในการเล้ียงปลานิล พบวา กลุมการทดลองท่ี 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 มีผลตอบแทนในการลงทุนเทากับ 31.89, 32.54, 36.69, 37.76, 41.44 แ ล ะ 50.05 เ ป อ ร เ ซ็ น ต ตามลาํ ดบั โดยกลมุ การทดลองทีใ่ ชเทายายมอ มเปน สว นผสม การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

682 ตารางที่ 4 ตน ทุนผลตอบแทนของการเล้ยี งปลานิลจากการใชหวั เทา ยายมอ มเปนสว นผสมในอาหารในระดบั ทแี่ ตกตางกนั กลมุ ทดลอง รายการ T1 T2 T3 T4 T5 T6 ตน ทนุ คงท่ี 249.12 249.12 249.12 249.12 249.12 249.12 คาเส่อื มราคา 244.11 244.11 244.11 244.11 244.11 244.11 คาเสียโอกาส 5.01 5.01 5.01 5.01 5.01 5.01 ตน ทุนผนั แปรผันแปร 358.31 354.73 362.73 360.28 365.34 385.53 คาพันธปุ ลานลิ 120 120 120 120 120 120 คาอาหาร 167.08 163.59 171.39 169 173.94 193.64 คาแรงงาน 62.49 62.49 62.49 62.49 62.49 62.49 คา เสยี โอกาส 8.74 8.65 8.85 8.79 8.91 9.40 ตนทุนการผลติ ทง้ั หมด 607.43 603.85 611.85 609.40 614.46 634.65 รายไดท ั้งหมด (80/kg) 552 551.2 587.2 590.4 620 703.2 รายไดส ุทธิ 193.69 196.47 224.47 230.12 254.66 317.67 กําไร -55.43 -52.65 -24.65 -19.00 5.54 68.55 ผลตอบแทนตอการลงทุน (%) 31.89 32.54 36.69 37.76 41.44 50.05 สวนผสมในอาหารในอัตราสวน 10, 15, 20 และ 25 สวนผสมในอาหารมีผลตอบแทนตอการลงทุนสูงกวากลุม เปอรเซ็นต มีคาสูงกวากลุมการทดลองท่ีใชเทายายมอม 5 ควบคุม โดยกลุมการทดลองท่ีใชหัวเทายายมอมเปน เปอรเซ็นตและกลุมควบคุมอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ สวนผสมในอาหารในอัตราสวน 25 เปอรเซ็นต มีคา (P<0.05) สว นอัตราการรอดตายมคี า เทากบั 100 เปอรเซ็นต ผลตอบแทนตอ การลงทนุ ทีส่ ูงทสี่ ดุ เทากบั 50.05 เปอรเซน็ ต ทุกกลุมการทดลอง ผลตอบแทนตอการลงทุนของการเล้ียง เวียง เชอ้ื โพธ์ิหกั , 2542, โภชนศาสตรและการให อาหาร ปลานิล พบวา ทุกกลุมการทดลองท่ีใชเทายายมอมเปน คําขอบคุณ สัตวน าํ้ , โรงพมิ พม หาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, กรงุ เทพฯ , 255 น. โครงการวจิ ยั นไี้ ดรับการสนบั สนุนจากโครงการ อนรุ ักษ สาํ เนาว เสาวกูล และหทยั รตั น เสาวกูล. ม.ป.ป. การ พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ผูวิจัยจึง เพาะเลีย้ งปลาโดยการใชอาหารผสมสาํ เรจ็ รูปดว ย ขอขอบพระคุณมา ณ ทน่ี ้ีดว ย วตั ถดุ ิบทองถน่ิ ราคาถกู . สาขาวชิ าประมง คณะ เกษตรศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี เอกสารอา งองิ ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร. กลมุ รักษเขาใหญ. ม.ป.ป. เทายายมอม แปงแทแตโ บราณ Hassaan, M.S., Soltan, M.A. and Ghonemy, M.M.R. 2014. Effect of synbiotics between Bacillus อาหารฟนไข. [ออนไลน] . เขาถงึ ไดจาก : licheniformis and yeast extract on growth, www.rakkhaoyai.com. [2 เม.ย. 2562]. hematological and biochemical indices of the ชาตชิ าย คงประเสรฐิ . 2543. ความรูเกย่ี วกับการเล้ียง Nile tilapia (Oreochromis niloticus). Egyptian ปลา. พิมพค ร้ังที่ 1. เกษตรบุค พลับลิชชง่ิ , นนทบุรี. Journal of Aquati c Research 40:199-208. พเิ ชต พลายเพชร. 2559. การจัดการทางโภชนาการ สําหรบั การเลย้ี งปลานิล. วารสารวทิ ยาศาสตรแ ละ เทคโนโลยี. 24(1): 12-39. การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

683 ชนิดและการกระจายของลน่ิ ทะเล บริเวณหมูเกาะแสมสาร อําเภอสัตหบี จังหวัดชลบุรี SPECIES AND DISTRIBUTION OF CHITON (POLYPLACOPHORA : CHITONIDAE) FROM SAMAESARN ISLAND, CHON BURI PROVINCE รชั นวี รรณ สุมติ รากจิ 1*, จฑุ าศณิ ี จินรกั ษ1 และ พงษรตั น ดาํ รงโรจนว ัฒนา2* Ratchaneewarn Sumitrakij1*, Jutasinee Jinruk1 and Pongrat Damrongrojwattana2* 1พพิ ิธภัณฑธ รรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี 20180 2ภาควชิ าชวี วทิ ยา คณะวทิ ยาศาสตร มหาวทิ ยาลัยบูรพา บางแสน 20131 1Thai Island and Sea Natural History Museum, Sattahip, Chonburi, Thailand 20180 2Department of Biology, Fuculty Science, Burapha University, Bangsaen, Chonburi 20131 บทคดั ยอ ศึกษาชนดิ และการกระจายของลน่ิ ทะเล บริเวณหมเู กาะแสมสาร จังหวัดชลบรุ ี ทาํ การเก็บตวั อยางบรเิ วณพื้นที่ 9 เกาะ ไดแ ก เกาะแสมสาร เกาะแรด เกาะฉางเกลือ เกาะจวง เกาะจาน เกาะโรงโขน เกาะโรงหนัง เกาะขาม และเกาะปลาหมึก ระหวาง เดอื นตุลาคม 2559 – เดือนกนั ยายน 2561 เปนระยะเวลาจํานวน 2 ป สุมเก็บตวั อยางดว ยการเดินเกบ็ บรเิ วณหาดหิน และดํา น้ําลึก (Scuba diving) บริเวณแนวปะการังและแนวหิน พบล่ินทะเลทั้งหมด 5 ชนิด ไดแก Acanthopleura tenuispinosa (LELOUP, 1939), Chiton (Tegulaplax) huluensis (E.A. Smith, 1903), Callochiton sp., Acanthochitona sp.1 และ Acanthochitona sp.2 การศึกษาคร้ังนี้เปนรายงานครั้งแรกของล่ินทะเลในอาวไทยในสกุล Acanthochitona และสกุล Callochiton Abstract The study of the species and distribution of chitons on the Samaesarn Island, Chon Buri Province. Samples were collected from 9 areas; Koh Samaesarn, Koh Raet, Koh Changkluea, Koh Chuang, Koh Chan, Koh Rong Khon, Koh Rong Nang, Koh Kam and Koh Plamuk for 2 year, from October 2016 to September 2018. Specimens were randomly collected by free-hand collecting and scuba diving from coral reef and rock bound. A total of 5 species, Acanthopleura tenuispinosa (LELOUP, 1939), Chiton (Tegulaplax) huluensis (E.A. Smith, 1903), Callochiton sp., Acanthochitona sp. 1 and Acanthochitona sp. 2 respectively. This is the first recorded of genus Acanthochitona and Callochiton in the Gulf of Thailand. คําสําคญั : สัณฐานวทิ ยา, ลนิ่ ทะเล, หอยแปดเกลด็ , เกาะแสมสาร Keywords: Morphology, Chiton, Chitonidae, Koh Samaesarn *ติดตอ นักวิจยั : รัชนีวรรณ สมุ ิตรากจิ (อีเมล [email protected]) และ พงษร ตั น ดํารงโรจนว ฒั นา (อเี มล [email protected]) *Corresponding author: Ratchaneewarn Sumitrakij (E-mail: [email protected]) and Pongrat Damrongrojwattana (E- mail: [email protected]) การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

684 คํานํา เปนพ้ืนท่ีเกาะท่ียังอุดมสมบูรณ เน่ืองจากยังไมมีการรบกวน ลิ่นทะเลหรือหอยแปดเกล็ด (Chiton) เปนสัตวไมมี จากการทองเท่ียว จึงทําใหคณะผูวิจัยมีความสนใจท่ีจะ ศึกษาล่ินทะเล เน่ืองจากมีรายงานวาพบล่ินทะเลบริเวณ กระดูกสันหลังในไฟลัมมอลลัสกา (Mollusca) ลําตัวน่ิม มี พ้ืนท่ีเกาะแสมสาร เกาะแรด เกาะฉางเกลือ และเกาะ ลักษณะลําตัวแบน ดานหลังโคงนูนหรือรูปไข มีเปลือกหรือ ขาม จํานวน 2 ชนิด ไดแก A. tenuispinosa (LELOUP, แผนเกล็ดจํานวน 8 ช้ิน เรียงซอนเหลื่อมกัน คลายกระเบอ้ื ง 1939) และ Chiton sp. (นววินนั ต ใจหาญ และคณะ, 2560) มุงหลังคา คลุมจากดานหัวถึงดานทายตัว บางชนิดเปลือกมี คณะผูวิจยั จงึ นํา ผลการศกึ ษามาตอยอดและศึกษาเพ่มิ เติม ขนาดเล็กมาก มีแผนเทาอยูดานทองใชเกาะติดกับกอนหิน อปุ กรณและวิธกี ารศึกษา ภายในปากมีแผงฟน (radula) ชวยในการขูดอาหาร มักพบ อาศัยอยูตั้งแตบริเวณชายหาดถึงแนวปะการังนํ้าลึก โดยจะ การสาํ รวจภาคสนาม กินสาหรายหรือไลเคนท่ีข้ึนตามกอนหินเปนอาหาร (สุรินทร ทําการสุมเก็บตวั อยางบรเิ วณพน้ื ที่เกาะแสมสาร เกาะ มัจฉาชีพ, 2540 แรด เกาะฉางเกลือ เกาะจาน เกาะจวง เกาะโรงโขน เกาะ โรงหนงั เกาะขาม และเกาะปลาหมึก โดยสมุ เก็บบรเิ วณหาด หมูเกาะแสมสารประกอบดวยเกาะนอยใหญ จํานวน 9 หิน และวธิ ีดาํ นํ้าลกึ (Scuba diving) โดยเลอื กเก็บตามเศษ เกาะ ไดแก เกาะแสมสาร เกาะแรด เกาะฉางเกลือ เกาะจาน ปะการังตาย กอนหิน และเศษวสั ดใุ ตน ้าํ เชน ขวดแกว เกาะจวง เกาะโรงโขน เกาะโรงหนัง เกาะขาม และเกาะ ทอ พวี ีซี เปน ตน จากนน้ั นําตัวอยา งทไ่ี ดม าสลบดวย MgSO4 ปลาหมึก ต้ังอยูบริเวณทิศใตของแหลมแสมสาร เปนพื้นท่ี 10% และรักษาสภาพตัวอยา งดว ยเอทิลแอลกอฮอล 70% รวมสนองพระราชดําริในโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน พรอ มติดแผนปายขอ มลู เน่ืองมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) นับไดวา ภาพท่ี 1 แสดงพืน้ ท่ีเก็บตวั อยา ง บริเวณหมเู กาะแสมสาร การศกึ ษาในหองปฏบิ ตั ิการ J.A.SLIEKER (2000) จากน้ันนําตัวอยางมาลงหมายเลขรหัส นําตวั อยางท่ีเก็บมาไดจากภาคสนาม มาจดั จําแนกชนิด ถายรูป วัดขนาด ตัวอยางล่ินทะเลที่ทําการศึกษา เก็บรักษา โดยอาศัยลักษณะทางสัณฐานวิทยาภายนอก ไดแก รูปทรง ตัวอยางไวท่ีหองเก็บตัวอยางพิพิธภัณฑธรรมชาติวิทยาเกาะ ลักษณะพื้นผิวของเกล็ด ลักษณะพ้ืนผิวของเกอรเดิล (ดัง และทะเลไทย ต.แสมสาร อ.สตั หบี จ.ชลบรุ ี ภาพท่ี 2) และลกั ษณะของแรดลู า โดยใชเอกสารของ Frans การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

685 ภาพที่ 2 แสดงคําศัพทเฉพาะของลกั ษณะของล่ินทะเล (ดดั แปลงจาก: G. J. Browning from Marine Molluscs of Victoria) ผลการทดลองและวจิ ารณ เชน ทอพีวีซี ขวดแกว เปนตน พบท่ีความลึก 3 – 25 เมตร จากการสํารวจและเก็บตัวอยางลิ่นทะเล บริเวณหมู รองลงมาคือ Callochiton sp. ลักษณะถิ่นอาศัยมีการกาะ เปลือกหอย เศษปะการังตาย กอนหิน พบท่ีความลึก 10 – เกาะแสมสาร พบลิ่นทะเลทั้งหมด 5 ชนิด ไดแก A. 20 เมตร รองลงมา คือ Acanthochitona sp.2 พบเกาะ tenuispinosa, C. ( T) huluensis, Callochiton sp. , ตามกอ นหินและวัสดใุ ตน า้ํ ทคี่ วามลึกประมาณ 10-15 เมตร Acanthochitona sp.1 และ Acanthochitona sp.2 และ และทีพ่ บนอยที่สุด คอื Acanthochitona sp.1 พบเฉพาะท่ี พบการกระจายของลิ่นทะเล A. tenuispinosa มากที่สุด เกาะจานเทา นน้ั เกาะตามกอนหิน ท่คี วามลึกประมาณ 10 – ลักษณะถิ่นอาศัยเกาะกับกอนหินบริเวณชายฝงที่มีความช้ืน 20 เมตร ดงั ตารางที่ 1 และ ตารางท่ี 2 รองลงมา คือ C. (T) huluensis ลกั ษณะถิน่ อาศัย มกั เกาะ ตามเปลือกหอย เศษปะการังตาย กอนหิน หรือวัสดุใตน้ํา ตารางที่ 1 ชนดิ และการกระจายของลิ่นทะเลบรเิ วณหมเู กาะแสมสาร จ.ชลบรุ ี เกาะ ชือ่ วทิ ยาศาสตร แสมสาร แรด ฉางเกลอื จาน จวง โรงโขน โรงหนัง ขาม ปลาหมกึ A. tenuispinosa √ √ √ √√ √ √√√ C. (T) hululensis √ √ √ √√ √ √√√ Collochiton sp. √√ √ √ Acanthochitona sp.1 √ Acanthochitona sp.2 √ √ การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

686 ตารางที่ 2 ชนิดและแหลง อาศัยของลนิ่ ทะเลบริเวณหมูเกาะแสมสาร จ.ชลบรุ ี ลกั ษณะแหลง อาศยั ช่ือวทิ ยาศาสตร เกาะกอนหนิ เกาะเศษปะการัง เกาะเปลอื กหอย เกาะบนวัสดุใตน ํ้า √ A. tenuispinosa √ C. (T) hululensis √√ √ √ Collochiton sp. √√ √ Acanthochitona sp.1 √ Acanthochitona sp.2 √ ในการศกึ ษาคร้ังน้พี บล่ินทะเลทัง้ หมด 5 ชนิด สามารถจัดเรียงตามอนกุ รมวธิ านไดด ังน้ี Phylum Mollusca Class Polyplacophora Subclass Neoloricata Order Chitonida Family Acanthochitonidae Pilsbry, 1893 Genus Acanthochitona Gray, 1821 Family Callochitonidae Plate, 1907 Genus Callochiton Gray, 1847 Family Chitonidae Rafinesque, 1815 Genus Acanthopleura Guilding, 1829 Species tenuispinosa (LELOUP, 1939) Genus Chiton Linnaeus, 1758 Species Chiton hululensis (E.A Smith, 1903) Acanthopleura tenuispinosa มีรูปทรงไข แผนเกลด็ ซอนกัน เกอรเดิล (girdle) มีสีเขียวข้ีมาและสีเทา มีหนาม ดานหลังมีจํานวน 8 เกล็ด สีดําปนสีเทาและสีเขียวข้ีมา แบบ calcareous spines แผงฟน (radula) มีซีใ่ หญดา นขา ง ลําตัวกวาง 3 – 3.5 เซนติเมตร ยาว 3.9 – 5.5 เซนติเมตร 2 แถว (ดงั ภาพท่ี 3) มกั พบบริเวณโขดหนิ และซอกหิน ตาม ลักษณะการเรียงของเกล็ดเปนการเรียงซอนกัน เกล็ดท่ี 1 ชายหาด อาศยั อยบู ริเวณเขตนาํ้ ข้ึนน้าํ ลง อยดู านลา งและมี sutural laminae ท่ีทําใหแตล ะเกลด็ เรียง การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

687 ภาพท่ี 3 ลักษณะของลิ่นทะเล Acanthopleura tenuispinosa (LELOUP, 1939) Chiton ( Tegulaplax) hululensis มี รู ป ท ร ง ไ ข เดิล (girdle) มีลักษณะเรียงซอนทับกับแบบ scales และ ดานหลังโคง มีแผนเกลด็ จาํ นวน 8 แผน มีขนาดกวาง 0.5 – บริเวณขอบเกอรเดิลมี spiculose fringe รอบตัว แผงฟน 0.7 เซนติเมตร ยาว 1.1. – 1.5 เซนติเมตร มีความ (radula) เปนแบบแผงฟนสองซี่ดานขางใหญ อาศัยบริเวณ หลากหลายของสีบนเกล็ด ไดแก สีชมพู สีสม สีเขียว สีมวง แนวปะการังหรือแนวหินใตนํา้ ลึก 3 – 25 เมตร (ดังภาพที่ และสีขาว การเรียงซอนของเกล็ดมี sutural laminae เปน 4) ตวั เช่ือมระหวา งเกล็ด มีจงอยบรเิ วณแผน เกล็ดท่ี 2 – 8 เกอร ภาพท่ี 4 ลกั ษณะของลิ่นทะเล Chiton (Tegulaplax) hululensis (E.A Smith, 1903) Collochiton sp. มีรูปทรงไข ดานหลงั โคง มีแผนเกลด็ ของแผนเกล็ด โดยใช sutural laminae เรียงซอนกัน จาก ดานหลัง จํานวน 8 แผน มีขนาดกวาง 0.3 เซนติเมตร ยาว ดานบนลงลาง โดยแผนเกล็ดที่ 1 จะไมมี sutural laminae 0.5 เซนติเมตร แผนเกล็ดท้ังแปดแผนมีสีแดง แผนที่ 8 มี จะเปนแผนเกล็ดแรกท่ีคลุมดานบนของทั้ง 7 แผนเกล็ด จงอยสีขาวอยูตรงกลางแผนเกล็ด ลักษณะการเรียงซอนกัน เกอรเดิล (girdle) เปนแบบ scales ลกั ษณะเปน เกล็ดรปู วงรี การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัติงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้ังที่ 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

688 เรียงซอนกัน ขอบของเกอรเดิลมี spiculose fringe ส้ันๆ ปะการังตาย เปลือกหอย กอนหิน และวัสดุใตน้ํา เชน ขวด อยูรอบตัว บริเวณเกอรเดิลของแผนเกล็ดท่ี 1 และ 8 เกอร แกว ทอพีวีซี เปนตน พบลึกประมาณ 10 – 20 เมตร (ดัง เดิลจะมีลักษณะเปนสีขาว ซ่ึงเปนลักษณะเดนของลิ่นทะเล ภาพที่ 5) สกุลนี้ อาศัยอยูบริเวณแนวปะการัง มักพบเกาะตามเศษ ภาพท่ี 5 ลกั ษณะของลิ่นทะเล Collochiton sp. Acanthochitona sp.1 มีรูปทรงไขเวาดานปลาย แผนเกลด็ แผนเกลด็ ท่ี 1 มี insertion plate teeth จํานวน ดานหลังโคง มีแผนเกล็ดบริเวณดานหลัง จํานวน 8 แผน 6 แผน บริเวณดานบนของแผนเกล็ด เกอรเดิล (girdle) มี เกล็ด สีเขียวและสีสม มีขนาดกวา ง 0.3 เซนตเิ มตร ยาว 0.6 ลักษณะเปนหนามรอบตัว สีเดียวกับแผนเกล็ด แผงฟน เซนติเมตร บริเวณดา นขางของแผนเกลด็ ทง้ั 8 แผนเกลด็ มี (radula) มีลักษณะเปนเขี้ยวแหลม (ดังภาพท่ี 6) มักพบ ลักษณะเปนแบบ radially nodulose เปนจุดบริเวณขอบ อาศยั อยูบรเิ วณแนวปะการงั และแนวหนิ ลกึ 10 – 20 เมตร ภาพที่ 6 ลกั ษณะของลิ่นทะเล Acanthochitona sp.1 การประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน”

689 Acanthochitona sp.2 มีรูปทรงไข ดานหลังโคง มี มีหนามเปนกระจุก (sutural tuft) เกอรเดิล (girdle) มีสี แผนเกล็ดจํานวน 8 แผนเกล็ด มีขนาดกวาง 0.4 เซนติเมตร เขียว ลักษณะเปนหนามแบบ calcareous spines และมี ยาว 0.8 เซนติเมตร มีสีเขียวออ นและสีเขียวข้ีมา พื้นผิวของ spiculose fringe รอบตัว แผงฟน (radula) มีลักษณะเปน แผนเกล็ดมีลักษณะเปนตุมทั่วแผนเกล็ด แผนเกล็ดท่ี 2-8 มี เข้ียวดานขาง (ดังภาพท่ี 7) มักพบอาศัยอยูบริเวณแนว ลักษณะของ sutural laminae ที่เปนตัวเชื่อมใหเรียงซอน ปะการังและแนวหินใตนํ้า ลึก 10-15 เมตร กินสาหรายและ กนั ได แผนเกล็ดที่ 7 มี dorsal area สีสม ระหวา งแผนเกลด็ ฟองน้าํ เปน อาหาร ภาพท่ี 7 ลกั ษณะของลิน่ ทะเล Acanthochitona sp.2 จากการสํารวจล่ินทะเลบริเวณเกาะแสมสาร เกาะแรด Acanthochitona sp.2 พบเกาะตามกอนหินและวัสดุใตน าํ้ เกาะฉางเกลือ เกาะจาน เกาะจวง เกาะโรงโขน เกาะโรงหนัง ที่ความลกึ ประมาณ 8 - 15 เมตร (ตารางที่ 2 ) เกาะขาม และเกาะปลาหมึก พบลิ่นทะเลท้ังหมด 5 ชนิด สรปุ ผลการศกึ ษา ไดแก A. tenuispinosa, C. (T) hululensis, Collochiton sp., Acanthochitona sp.1 และ Acanthochitona sp.2 การศึกษาชนิดและการกระจายของล่ินทะเลบริเวณหมู โ ด ย ช นิ ด เ ด น ที่ พ บ ก า ร ก ร ะ จ า ย ม า ก ที่ สุ ด คื อ A. เ ก า ะ แ สมสา ร พบ ล่ิ น ทะเลทั้ งหม ด 5 ชนิ ด ไ ดแก tenuispinosa ร อ ง ล ง ม า คื อ C. ( T) hululensis, A. tenuispinosa, C. ( T) huluensis, Callochiton sp. , Collochiton sp., Acanthochitona sp.1 และ Acantho- Acanthochitona sp.1 และ Acanthochitona sp.2 ทง้ั นี้ chitona sp.2 ตามลําดับ (ตารางท่ี 1) โดยพบชนิดของ คณะผูศึกษาจะไดศึกษาเชิงลึก และตรวจสอบชื่อชนิดของ ลนิ่ ทะเลเพ่ิมขึ้นจากการรายงานคร้ังแรกของการพบล่ินทะเล ล่ินทะเลเหลานี้ใหมีความถูกตองตอไป และการศึกษาคร้ังน้ี ในอาวไทยบรเิ วณพื้นท่ีเกาะแสมสาร ที่พบเพียง 2 ชนิด (นว เปนการรายงานคร้ังแรกของลิ่นทะเลสกุล Collochiton วนิ นั ต ใจหาญ และคณะ, 2560) และ สกุล Acanthochitona ทพี่ บในอา วไทย กติ ตกิ รรมประกาศ สําหรับลักษณะของแหลงอาศัยของล่ินทะเล A. tenuispinosa พบเกาะตามกอ นหินบรเิ วณชายฝง หรือเกาะ งานวิจัยนีเ้ ปน งานสนองพระราชดาํ ริในโครงการอนุรักษ อยูตามซอกหินที่บริเวณเขตน้ําขึ้นนํ้าลง C. (T) hululensis พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริฯ ขอบขอบคุณ เกาะตามกอ นหิน เศษปะการงั เปลือกหอย และวัสดใุ ตน้ํา ท่ี โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ระดับนํ้าลึกต้ังแต 3 – 20 เมตร Collochiton sp. พบเกาะ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามกอนหินใตน ํ้า เศษปะการังและเปลอื กหอยท่ีระดับความ กองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) ทส่ี นับสนุนการปฎบิ ตั ิงานในการ ลึกประมาณ 8 – 15เมตร Acanthochitona sp.1 พบเกาะ สํารวจล่ินทะเล และไดรับทุนสนับสนุนจากงบประมาณ ตามกอนหินใตน้ําท่ีความลึกประมาณ 8-10 เมตร และ การประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. คร้งั ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

690 รายได อดุ หนุนรฐั บาล (งบประมาณแผน ดิน) ประจําป 2560 Kass, P. and Belle, R.A. (1985b). Monograph of มหาวิทยาลัยบูรพา ผานสํานักงานคณะกรรมการการวิจัย living chiton (Mollusca: Polyplacophora) (2st แหงชาติ เลขที่สัญญา 185/2560 ทางคณะผูวิจัยใคร ed.). Denmark: Brill Publishers. ขอขอบคณุ มา ณ ท่ีน้ี เอกสารอา งอิง Kass, P. and Belle, R.A. (1987). Monograph of living นววินันต ใจหาญ, รัชนีวรรณ อินมะดัน, รุงวิทย ชัยจิรวงศ chiton (Mollusca: Polyplacophora) (3st ed.). Denmark: Brill Publishers. และพงษรตั น ดํารงโรจนว ฒั นา (2560). ลิ่นทะเล (Polyplacophora: Chitonidae) ที่พบบรเิ วณหมเู กาะ Kass, P. and Belle, R.A. (1990). Monograph of living แสมสาร จงั หวดั ชลบรุ .ี การประชมุ วิชาการชมรมคณะ chiton (Mollusca: Polyplacophora) (4st ed.). ปฎิบตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 8 “ ทรัพยากรไทย Denmark: Brill Publishers. : ศกั ยภาพมากลนมีใหเ ห็น”. หนา 580-585. สุรนิ ทร มัจฉาชีพ (2518). เรอ่ื งนารูเกีย่ วกบั สัตวท ะเล (ครั้ง Kass, P. and Belle, R.A. (1994). Monograph of living ท่ี 4). กรุงเทพฯ : สตรีเนติศึกษา. chiton (Mollusca: Polyplacophora) (5st ed.). Hiroshi S. and Eiji Y. (1993). Bull. Natn. Sci. Mus., Denmark: Brill Publishers. Tokyo, Ser. A. 19 (2), pp. 45-50. Kass, P. and Belle, R.A. (1985a). Monograph of living Kass, P. and Belle, R.A. and Strack, H.L. (2006). chiton (Mollusca: Polyplacophora) (1st ed.). Monograph of living chiton (Mollusca: Denmark: Brill Publishers. Polyplacophora) (3st ed.). Denmark: Brill Publishers. Schwabe, E. (2006). Chotons (Mollusca: Polyplacorphora) collected during the Thai- Danish Bioshelf Surveys (1996 – 2000) in the Andaman Sea, Indian Ocean. Journal of the Zoological Society Wallacea 2: 19 – 28. การประชมุ วชิ าการชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบานไทยไดป ระโยชน”

691 โครงการอนรุ ักษพันธกุ รรมพชื อันเนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) เอกสารประชมุ วชิ าการ “ทรัพยากรไทย : ชาวบา นไทยไดป ระโยชน” จดั ทําโดย อพ.สธ. อพ.สธ.: กองบรรณาธิการ นายพรชยั จฑุ ามาศ, ดร.ปย รัษฎ ปรญิ ญาพงษ เจรญิ ทรพั ย, นางมนุวดี สมบรู ณทรัพย นายขจรศกั ดิ์ วรประทปี , นางสาวอนิ ทริ า จารุเพ็ง, นางสาวศริ กิ ลุ เกษา, นางสาวผุสดี ทนั จติ ต นายภัทรชยั จฑุ ามาศ และนายนิรตุ ต์ิ บาโรส คณะกรรมการและผทู รงคณุ วฒุ กิ ารประชุมวชิ าการชมรมคณะปฏบิ ัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. ครง้ั ที่ 9 1. ดร. ปย รัษฎ ปริญญาพงษ เจริญทรัพย อพ.สธ. 2. นายขจรศักด์ิ วรประทีป อพ.สธ. 3. นางสาวผสุ ดี ทันจติ ต อพ.สธ. 4. รศ.ดร. สัมฤทธิ์ สงิ หอาษา ชมรมคณะปฏิบตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. 5. ผศ.ดร. พชั นี สงิ หอ าษา ชมรมคณะปฏิบัตงิ านวทิ ยาการ อพ.สธ. 6. รศ.ดร. มาลินี ฉตั รมงคลกลุ ชมรมคณะปฏบิ ตั ิงานวิทยาการ อพ.สธ. 7. รศ. ร.ต.อ.หญิง ดร. สชุ าดา สุขหรอง จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั 8. ผศ.ดร. กรณร วี เอ่ยี มสมบูรณ จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั 9. ผศ.ดร. อรณุ รตั น มกี ิจเจรญิ โรจน คดิ อยู จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั 10. ศ. กาญจนภาชน ลว่ิ มโนมนต มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร 11. ผศ. สุนันท ภัทรจนิ ดา มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร 12. รศ.ดร. ครรชิต จดุ ประสงค มหาวิทยาลยั มหิดล 13. ผศ.ดร. ศศิวิมล โฉมเฉลา แสวงผล มหาวิทยาลัยมหดิ ล 14. ผศ.ดร. ทยา เจนจติ ตกิ ลุ มหาวทิ ยาลัยมหิดล 15. รศ.ดร. ชศู รี ไตรสนธิ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม 16. ผศ.ดร. เอก แสงวิเชียร มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง 17. ผศ.ดร. สันติ วฒั ฐานะ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีสรุ นารี 18. อาจารยนันทพร รจุ ิขจร มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนดุสติ 19. รศ.ดร. คุณหญงิ สชุ าดา ศรีเพญ็ สวนหลวง ร.9 20. นางสาววรี ญา บญุ เตี้ย สวนหลวง ร.9 21. ดร. จิตรา ตีระเมธี สถาบนั วทิ ยาศาสตรทางทะเล มหาวิทยาลยั บูรพา 22. ดร. นัฏฐพร รจุ ขิ จร สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ** บทความท้ังหมดเปนความรับผิดชอบของผูเขียน คณะบรรณาธิการและผูทรงคุณวุฒิเฉพาะสาขามีหนาท่ีตรวจสอบความถูกตอง จดั รปู แบบการพมิ พต ามมาตรฐานวารสารวิชาการ และเสนอแนะใหผูเขียนปรบั ปรุงแกไขใหเ กิดความถกู ตองของเนอื้ หาวชิ าการ

692 การเขียนอางองิ เอกสารประชมุ วิชาการชมรมคณะปฏิบตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ครัง้ ท่ี 9 “ทรพั ยากรไทย : ชาวบา นไทยไดประโยชน” การเขียนอางองิ ภาษาไทย เอกสารการประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งท่ี 9 “ทรัพยากรไทย : ชาวบาน ไทยไดประโยชน”, 30 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2562, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย หนองระเวียง นครราชสีมา การเขียนอา งองิ ภาษาองั กฤษ Proceeding of the 9th RSPG Researchers Club Conference “Thai Resources : Benefits to Thai”, 30th November – 2nd December 2019, Rajamangala University of Technology Isan, Nong Rawiang Center, Nakhon Ratchasima.