Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเกาะคาวิทยาคม

หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเกาะคาวิทยาคม

Published by kru.aromaomam, 2022-06-16 13:04:41

Description: โรงเรียนเกาะคาวิทยาคม มีความพร้อมในการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โดยนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง 2560) มาตรฐานการเรียนรู้และความต้องการของท้องถิ่นมาเป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

Search

Read the Text Version

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 98 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำพ้ืนฐำน รำยวิชำ วทิ ยำกำรคำนวณ ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๒๑0๓ ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๒ เวลำ ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ลำดบั ชอ่ื หนว่ ย รหัสมำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน (สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง) (ชว่ั โมง) ๑๐ ท่ี กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด ออกแบบอัลกอรทิ มึ ที่ใช้ ๔ ๓๐ ๑ การออกแบบและการ ว ๔.๒ ม.๒/๑ แนวคดิ เชงิ คานวณในการ ๑๐ แกป้ ัญหา หรอื การทางานที่ ๘ เขียนอัลกอริทึม พบในชีวติ จรงิ ๑๐ ๔ ๒ การออกแบบและการ ว ๔.๒ ม.๒/๒ ออกแบบและเขียนโปรแกรม ๒๐ เขยี นโปรแกรม ท่ใี ช้ตรรกะและฟังกช์ ันในการ ๒ ๒๐ เบ้อื งตน้ แก้ปัญหา ๑๐๐ ๑ ๓ การจัดการข้อมูล ว ๔.๒ ม.๒/๓ อภิปรายองค์ประกอบและ ๑ สารสนเทศ หลกั การทางานของระบบ ๒๐ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี ๔ การใช้เทคโนโลยี ว ๔.๒ ม.๒/๔ การส่ือสาร เพ่ือประยุกตใ์ ช้ สารสนเทศอยา่ ง งานหรอื แกป้ ญั หาเบื้องต้น ปลอดภยั กลำงภำค ปลำยภำค ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง ปลอดภัย มีความรบั ผิดชอบ รวม สรา้ งและแสดงสิทธิในการ เผยแพรผ่ ลงาน

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 99 คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน รำยวิชำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ๒ กล่มุ สำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๒๑0๔ ช้นั มัธยมศึกษำปที ี่ ๒ เวลำ ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา คาดการณแ์ นวโน้มเทคโนโลยที ่ีจะเกดิ ขึน้ โดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยท่สี ่งผลต่อการเปล่ียนแปลง ของเทคโนโลยี และวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม ระบุปัญหาหรอื ความตอ้ งการในชุมชนหรอื ท้องถนิ่ สรปุ กรอบของปญั หา รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มลู และ แนวคิดที่เก่ียวข้องกับปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็น ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทางานและ ดาเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึน ภายใต้กรอบ เง่ือนไข พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา ใช้ความรู้ และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั ตวั ชวี้ ดั ว ๔.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ รวมทั้งหมด ๙ ตัวชว้ี ดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 100 โครงสรำ้ งรำยวิชำพนื้ ฐำน รำยวชิ ำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๒๑0๔ ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ ๒ เวลำ ๒๐ ช่วั โมงจำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ลำดบั ชื่อหนว่ ย รหสั มำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ (ชัว่ โมง) ๒๐ ๑ เทคโนโลยกี บั ตัวช้ีวัด (สำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง) มนษุ ย์ ๗ ๒๐ ว ๔.๑ ม.๒/๑ คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยที จี่ ะ ๒ กระบวนการ ๗ ๒๐ เทคโนโลยี เกดิ ขึ้นโดยพิจารณาจากสาเหตุหรือ ๒๐ ๔ ๒๐ ๓ ผลงาน ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปลยี่ นแปลงของ ๑ ๑๐๐ ออกแบบและ ๑ เทคโนโลยี เทคโนโลยี และวเิ คราะห์ เปรียบเทียบ ๒๐ ตดั สนิ ใจเลือกใชเ้ ทคโนโลยี โดยคานึงถงึ ผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ ต่อชวี ติ สงั คม และ สิ่งแวดลอ้ ม ว ๔.๑ ม.๒/๒-๔ ระบปุ ัญหาหรือความต้องการในชมุ ชน หรอื ทอ้ งถิ่น สรุปกรอบของปญั หา รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มลู และแนวคดิ ท่ี เกยี่ วข้องกับปญั หา ออกแบบวิธกี าร แกป้ ญั หา โดยวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ และตดั สินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้ เง่อื นไขและทรพั ยากรทมี่ ีอยู่ นาเสนอ แนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อนื่ เข้าใจ วางแผนข้นั ตอนการทางานและ ดาเนินการแกป้ ญั หาอย่างเป็นขนั้ ตอน ทดสอบ ประเมนิ ผล และอธบิ ายปญั หา หรือข้อบกพรอ่ งท่เี กิดข้ึน ภายใตก้ รอบ เงอ่ื นไข พรอ้ มท้ังหาแนวทางการ ปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลการ แก้ปัญหา ว ๔.๑ ม.๒/๕ ใชค้ วามรู้ และทกั ษะเก่ยี วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื กลไก ไฟฟ้า และ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เพื่อแก้ปญั หาหรอื พฒั นา งานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และ ปลอดภัย กลำงภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 101 คำอธบิ ำยรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ วทิ ยำศำสตร์5 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ เวลำ ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาวิเคราะห์ สารวจ และอธิบาย เก่ียวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โครโมโซมและการค้นพบ โมเดล โครโมโซมของมนุษย์และความปิดปกติทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม คลื่นกล คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การสะท้อนของแสง การหักเหของแสง ความสว่าง แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กบั ดาวบริวาร ปรากฏการณ์ที่เกดิ จากการเคล่ือนท่ีของโลกรอบดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ เทคโนโลยอี วกาศ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถ ส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ คา่ นิยมที่เหมาะสม ตัวช้วี ัด ว 1.๑ ม.๓/๑-6 ว 2.3 ม.๓/๑0-21 ว 3.๑ ม.๓/๑-4 รวมท้ังหมด 31 ตัวชี้วัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 102 โครงสรำ้ งรำยวิชำพื้นฐำน รำยวชิ ำวทิ ยำศำสตร์5 กลมุ่ สำระกำรเรียนร้วู ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๓๑๐๑ ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี ๓ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ลำดับ ชอ่ื หนว่ ย รหัสมำตรฐำน/ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด (สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง) (ชวั่ โมง) ๑ พนั ธุศาสตร์ ว ๑.๑ ม. ๓/๑-๖ -โครโมโซม และการคน้ พบของเมน ๑๕ ๒๐ เดล -โครโมโซมของมนุษยแ์ ละความ ผิดปกติทางพนั ธุกรรม -สง่ิ มชี วี ติ ดัดแปรพนั ธกุ รรม ๒ คลนื่ และแสง ว ๒.๓ ม. ๓/๑๐-๒๑ -คลืน่ กล ๒๐ ๑๕ -คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า -การสะท้อนของแสง -กฎการหักเหแสง -ความสว่าง ๓ ปฏสิ มั พันธ์ใน ว ๓.๑ ม.๓/๑-๔ -แรงโน้มถ่วงระหวา่ งดวงอาทติ ย์กับ ๒๕ ๑๕ ระบบสรุ ิยะ ดาวบริวาร -ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคล่อื นที่ ของโลกรอบดวงอาทติ ย์ -ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพนั ธ์ ระหวา่ งดวงอาทติ ย์ โลก และดวง จันทร์ กลำงภำค - ๒๐ ปลำยภำค - ๓๐ รวม ๖๐ ๑๐๐

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 103 คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวิชำ วทิ ยำศำสตร์6 กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๓๑๐2 ชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๓ เวลำ ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์ สารวจ และอธิบาย เกี่ยวกับการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีรอบตัว วัสดุรอบตัว คานวณ เกี่ยวกับปริมาณทางไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน พลังงานไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อธิบายเก่ียวกับ องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธข์ องสิง่ มชี วี ติ ในระบบนิเวศ และความหลากหลายของชนิดส่ิงมชี ีวติ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถ สื่อสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ คา่ นยิ มท่เี หมาะสม ตัวช้วี ัด ว ๑.๓ ม. ๓/๑-๑๑ ว ๒.๑ ม.๓/๑-๘ ว ๒.๓ ม. ๓/๑-๙ รวมทัง้ หมด ๒8 ตัวช้ีวัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 104 โครงสรำ้ งรำยวิชำพื้นฐำน รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์6 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๓๑๐๒ ช้นั มัธยมศึกษำปที ี่ ๓ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ลำดบั ที่ ชือ่ หน่วย รหัสมำตรฐำน/ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน ๑ กำรเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด (สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง) (ชั่วโมง) ๑๕ ๒ ปฏิกริ ิยาเคมีและ ๒๐ วัสดใุ น ว ๒.๑ ม.๓/๑-๘ -การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี ๒๕ ๓ ชวี ิตประจาวนั -ปฏิกริ ิยาเคมรี อบตัว ๑๕ ว ๒.๓ ม. ๓/๑-๙ -วัสดุรอบตวั ๑๕ ไฟฟา้ ๒๐ ว ๑.๓ ม. ๓/๑-๑๑ -วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย ๒๐ ๓๐ ระบบนเิ วศและ -ปรมิ าณทางไฟฟ้า ๑๐๐ ความหลากหลาย กลำงภำค -วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบ - ปลำยภำค ขนาน - ทางชีวภาพ -ไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวัน ๖๐ รวม -พลงั งานไฟฟ้า -อเิ ล็กทรอนิกส์ -องค์ประกอบของระบบนิเวศ -ความสัมพันธ์ของสิ่งมชี วี ิตใน ระบบนเิ วศ -ความหลากหลายของสิ่งมชี วี ติ

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 105 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน รำยวชิ ำ วทิ ยำกำรคำนวณ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๓๑03 ช้นั มัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ เวลำ ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา พัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอย่างสร้างสรรค์ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมนิ ผล นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย ประเมินความน่าเชอ่ื ถอื ของข้อมูล วิเคราะหส์ ่ือและผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด เพอื่ การใช้งานอย่างรู้เท่าทนั ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ ใช้ ลขิ สทิ ธ์ิของผู้อืน่ โดยชอบธรรม ตวั ชว้ี ัด ว ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ รวมทัง้ หมด ๔ ตัวชวี้ ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 106 โครงสร้ำงรำยวิชำพ้ืนฐำน รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ ๓ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๓๑03 ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๓ เวลำ ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ลำดับ ช่อื หนว่ ย รหสั มำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน (สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง) (ช่ัวโมง) ๑๐ ท่ี กำรเรียนรู้ ตัวช้ีวัด ๓๐ พฒั นาแอปพลิเคชนั ทีม่ ี ๔ ๑ การออกแบบและการ ว ๔.๒ ม.๓/๑ การบรู ณาการกบั วชิ าอื่น ๘ ๑๐ อยา่ งสร้างสรรค์ พัฒนาแอปพลิเคชัน ๔ ๑๐ รวบรวมขอ้ มลู ประมวลผล ๒ การออกแบบและการ ว ๔.๒ ม.๓/๒ ประเมินผล นาเสนอขอ้ มลู ๒ ๒๐ ใช้ซอฟตแ์ วร์ และสารสนเทศตาม ๒๐ วตั ถุประสงค์ โดยใช้ ๑ ๑๐๐ ๓ การจดั การขอ้ มูล ว ๔.๒ ม.๓/๓ ซอฟต์แวร์หรอื บรกิ ารบน ๑ สารสนเทศ อินเทอรเ์ นต็ ทีห่ ลากหลาย ๒๐ ๔ การใชเ้ ทคโนโลยี ว ๔.๒ ม.๓/๔ ประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ของ สารสนเทศอยา่ ง ข้อมลู วเิ คราะห์สื่อและ ปลอดภัย ผลกระทบจากการให้ขา่ วสาร ทีผ่ ิด เพื่อการใชง้ านอย่าง รเู้ ท่าทัน ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง ปลอดภยั และมีความ รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ปฏิบตั ิ ตามกฎหมายเก่ียวกับ คอมพวิ เตอร์ ใช้ลขิ สิทธ์ิของ ผอู้ ืน่ โดยชอบธรรม กลำงภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 107 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ๓ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๓๑04 ชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๓ เวลำ ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะหส์ าเหตุ หรอื ปจั จยั ท่สี ่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความสมั พันธ์ของเทคโนโลยี กบั ศาสตร์อืน่ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือคณติ ศาสตร์ เพ่ือเป็นแนวทางการแก้ปญั หาหรือพัฒนางาน ระบปุ ญั หาหรือ ความต้องการของชมุ ชนหรอื ทอ้ งถ่นิ เพือ่ พัฒนางานอาชพี สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มลู และแนวคิดที่ เก่ียวข้องกับปัญหา โดยคานึงถึงความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ ผู้อน่ื เข้าใจด้วยเทคนิคหรือวธิ ีการที่หลากหลาย วางแผนข้ันตอน การทางานและดาเนนิ การแก้ปญั หาอย่างเป็นขั้นตอน ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรอื ขอ้ บกพรอ่ งท่เี กดิ ขึ้นภายใต้ กรอบเงื่อนไข พรอ้ มทง้ั หาแนว ทางการปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา ใช้ความรู้ และทักษะเกย่ี วกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกสใ์ หถ้ กู ตอ้ งกบั ลกั ษณะของงาน และปลอดภยั เพอื่ แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน ตัวชีว้ ัด ว ๔.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ รวมทั้งหมด ๕ ตวั ชวี้ ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 108 โครงสร้ำงรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ๓ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๓๑04 ชัน้ มธั ยมศึกษำปีที่ ๓ เวลำ ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ลำดบั ชอื่ หนว่ ย รหสั มำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ ตัวช้ีวัด (สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง) (ชั่วโมง) ๑ เทคโนโลยกี ับ ว ๔.๑ ม.๓/๑ วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยท่ีส่งผลต่อ ๗ ๒๐ มนษุ ย์ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และ ความสมั พันธข์ องเทคโนโลยีกับศาสตร์ อ่ืน โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์ เพื่อเปน็ แนวทางการ แกป้ ญั หาหรอื พัฒนางาน ๒ กระบวนการ ว ๔.๑ ม.๓/๒-๔ ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการของชุมชน ๗ ๒๐ เทคโนโลยี หรือท้องถิน่ เพอ่ื พัฒนางานอาชีพ สรุป กรอบของปัญหา รวบรวม วเิ คราะห์ ข้อมลู และแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับปญั หา โดยคานึงถงึ ความถกู ต้องด้านทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ และตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มูลที่ จาเป็นภายใต้เง่อื นไขและทรพั ยากรทมี่ ี อยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาให้ ผู้อ่นื เข้าใจด้วยเทคนคิ หรือวิธกี ารที่ หลากหลาย วางแผนข้นั ตอน การทางาน และดาเนินการแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ข้นั ตอน ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์ และใหเ้ หตุผลของปัญหาหรอื ข้อบกพรอ่ งทเ่ี กิดขึ้นภายใต้ กรอบ เงือ่ นไข พรอ้ มท้ังหาแนวทางการ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอผลการ แก้ปัญหา ๓ ผลงาน ว ๔.๑ ม.๓/๕ ใชค้ วามรู้ และทักษะเก่ียวกับวัสดุ ๔ ๒๐ ออกแบบและ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ กลไก ไฟฟา้ และ เทคโนโลยี อเิ ล็กทรอนกิ ส์ใหถ้ ูกต้องกับลักษณะของ งาน และปลอดภยั เพื่อแกป้ ญั หาหรือ พัฒนางาน กลำงภำค ๑ ๒๐ ปลำยภำค ๑ ๒๐ รวม ๒๐ ๑๐๐

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 109 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิม่ เตมิ รำยวิชำ พฤกษศำสตรใ์ นท้องถ่นิ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๑๒๐๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนต้น เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศกึ ษา เก่ยี วกบั กจิ กรรมโครงการอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพ รตั นราชสดุ า สยามบรมราชกุมารีและแนวการดาเนนิ งานกิจกรรมงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ศกึ ษา ทดลอง วเิ คราะห์การจัดทาผัง ปา้ ยประจาตน้ พรรณไม้ รวบรวมพรรณไมน้ าเขา้ ปลูกในโรงเรียนการหาความรู้เพ่ิมเติมในพชื พรรณที่มใี นทอ้ งถ่ิน เขียนรายงานผลการศกึ ษาเรอื่ งของพรรณไม้ในท้องถิน่ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับงานสวน พฤกษศาสตรไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านต่างๆอย่างกวา้ งขวาง ศึกษา วเิ คราะห์ ทาโครงงานเก่ียวกบั พืชที่สนใจ เพอ่ื นาพชื มา ประยุกต์ใช้ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู การสงั เกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรุป เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มที ักษะ ปฏิบตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั ทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปญั หา ดา้ นการส่ือสาร สามารถสอ่ื สารสิง่ ที่เรียนรู้และนาความรูไ้ ปใช้ในชวี ิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม ผลกำรเรียนรู้ ๑. สบื ค้นข้อมูล อภปิ รายเก่ยี วกบั สณั ฐานวิทยาของพชื ได้แก่ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล ๒. สบื คน้ ข้อมูล อภิปราย เก่ยี วกับการดารงชวี ิตของพืชในเร่ือง การลาเลียง การสรา้ งอาหาร การสืบพนั ธ์ุ การ เจริญเติบโต อนกุ รมวิธาน พิษภยั ของพชื ในท้องถ่ินและความสาคัญของพชื ตอ่ มนษุ ยแ์ ละสิง่ แวดลอ้ ม ๓. สบื ค้นข้อมูล และอภิปรายเกยี่ วกบั กิจกรรมโครงการอนรุ กั ษ์พนั ธกุ รรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา สยามบรมราชกมุ ารแี ละแนวการดาเนินงานกจิ กรรมงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ๔. ตรวจสอบ สบื คน้ ข้อมลู ปฏบิ ัติการจัดทาปา้ ยประจาตน้ พรรณไมใ้ นโรงเรยี น ๕. สารวจ พจิ ารณารวบรวมพรรณไมน้ าเขา้ ปลูกในโรงเรียน ๖. สบื คน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ และสรุป การหาความรู้เพิม่ เติมโดยเขยี นรายงานผลการศึกษาเร่ืองของพรรณไม้ใน ท้องถ่ิน ๗. เผยแพร่ความร้เู ก่ยี วกบั งานสวนพฤกษศาสตรไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ งๆอย่างกว้างขวาง ๘. ทดลอง วิเคราะห์ เปรียบเทียบ บนั ทกึ เกบ็ ขอ้ มลู จดั กระทากบั ข้อมูล อธิบายผล ประเมนิ เขียนรายงาน และจดั แสดงผลงาน โครงงานเกี่ยวกับพชื ที่สนใจเพ่อื นามาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั รวมทง้ั หมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้ หมำยเหตุ ในการจดั การเรียนรู้ใหด้ าเนินกจิ กรรมให้บรรลุถงึ ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ และมาตรฐาน ว ๔.๒ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ที่กาหนดไว้ในหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) ดว้ ย

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 110 โครงสร้ำงรำยวิชำเพิม่ เติม รำยวิชำ พฤกษศำสตรใ์ นท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๑๒๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ลำดับที่ ชอื่ หน่วย ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน กำรเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) ๑ การเรยี นรงู้ านสวน ข้อ ๑-๖ สัณฐานวทิ ยาของพืช ไดแ้ ก่ ราก ๓๐ ๓๐ พฤกษศาสตร์ ลาตน้ ใบ ดอก ผล การดารงชีวติ ของพชื ในเรอ่ื ง การลาเลียง การ สร้างอาหาร การสืบพันธุ์ การ เจริญเตบิ โต อนุกรมวิธาน พิษภยั ของพชื ในทอ้ งถิ่นและความสาคัญ ของพืชตอ่ มนุษยแ์ ละส่ิงแวดล้อม กิจกรรมโครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรม พืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา สยาม บรมราชกุมารี แนวการดาเนนิ งาน กจิ กรรมงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน การจดั ทาป้ายประจาต้นพรรณไม้ ในโรงเรยี น รวบรวมพรรณไมน้ าเข้า ปลกู ในโรงเรียน การหาความรู้ เพิ่มเติมโดยเขยี นรายงานผล การศกึ ษาเรอื่ งของพรรณไมใ้ น ทอ้ งถิน่ ๒ การใช้ประโยชนจ์ าก ข้อ ๗-๘ เผยแพรค่ วามรู้เกย่ี วกบั งานสวน ๑๐ ๒๐ พชื พฤกษศาสตร์ไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ น ตา่ งๆอยา่ งกวา้ งขวาง บันทกึ เกบ็ ข้อมูล จดั กระทากับข้อมูล อธิบายผล ประเมนิ เขียนรายงาน และจดั แสดงผลงาน โครงงาน เกีย่ วกับพืชทส่ี นใจเพื่อนามาใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน กลำงภำค ๒๐ ปลำยภำค ๓๐ รวม ๔๐ ๑๐๐

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 111 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพม่ิ เติม รำยวชิ ำ สนกุ กบั โครงงำนวิทยำศำสตร์ กลุม่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๑๒๐๒ ชัน้ มธั ยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำ วิเครำะห์ ทำกิจกรรม สร้ำงแรงบันดำลใจ ในกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ ลักษณะสำคัญของ โครงงำนวิทยำศำสตร์ประเภทต่ำงๆ กำรเริ่มต้นทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ ด้วยกำรต้ังคำถำมและกำรสืบค้น ข้อมูล กำรวำงแผนและกำรออกแบบโครงงำนวิทยำศำสตร์ กำรเขียนเค้ำโครงของโครงงำน วิทยำศำสตร์ กำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ กำรเขียนรำยงำน และกำรนำเสนอโครงงำนวิทยำศำสตร์ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มลู การสังเกต วเิ คราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการ แก้ปัญหา ดา้ นการสอ่ื สาร สามารถสอ่ื สารสงิ่ ท่ีเรยี นรแู้ ละนาความรูไ้ ปใช้ในชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ ๑. ตั้งคำถำมจำกสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ตำมควำมสนใจ โดยมีประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในกำรสำรวจ ตรวจสอบหรือศึกษำได้อย่ำงครอบคลุมและเชื่อถือได้ ๒. ออกแบบและวำงแผนกำรสำรวจตรวจสอบ โดยมีกำรกำหนดและควบคุมตัวแปรต่ำงๆ กำหนด นิยำมเชิงปฏิบัติกำร เลือกวิธีกำรสำรวจตรวจสอบเชิงปริมำณ เชิงคุณภำพที่ได้ผลเท่ียงตรงและ ปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเคร่ืองมือที่เหมำะสม ๓. วิเครำะห์และอธิบำยผลกำรทดลองเช่ือมโยงกับสมมติฐำน และสถำนกำรณ์ในชีวิตประจำวันได้ ๔. วิเครำะห์โครงงำนวิทยำศำสตร์ และมีแนวคิดในกำรวำงแผนกำรทดลอง รวมถึงจัดทำเค้ำโครง ของโครงงำนวิทยำศำสตร์ได้ ๕. ทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ ตำมควำมสนใจ โดยมีข้ันตอนของกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ใน กำรแก้ปัญหำ และนำเสนอได้อย่ำงเหมำะสม รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 112 โครงสรำ้ งรำยวิชำเพมิ่ เติม รำยวิชำ สนกุ กับโครงงำนวทิ ยำศำสตร์ กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๒๑๒๐๒ ช้ันมธั ยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ลำดับ ชือ่ หนว่ ย ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ (ชวั่ โมง) ๑ รูจ้ กั โครงงาน ข้อ ๑ กำรตั้งคำถำมจำกสถำนกำรณ์ ๒ ๕ วิทยาศาสตร์ ต่ำงๆ ตำมควำมสนใจ โดยมี ประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญใน กำรสำรวจตรวจสอบหรือศึกษำ ได้อย่ำงครอบคลุมและเช่ือถือได้ ๒ ตัวแปรทำง ข้อ ๒ กำรออกแบบและวำงแผนกำร ๒ ๕ วทิ ยาศาสตร์ สำรวจตรวจสอบ โดยมีกำร กำหนดและควบคุมตัวแปรต่ำงๆ กำหนดนิยำมเชิงปฏิบัติกำร เลือกวิธีกำรสำรวจตรวจสอบเชิง ปริมำณ เชิงคุณภำพท่ีได้ผล เที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้ วัสดุและเคร่ืองมือที่เหมำะสม ๓ สมมตฐิ านทาง ข้อ ๓ กำรวิเครำะห์และอธิบำยผลกำร ๒ ๕ วทิ ยาศาสตร์ ทดลองเช่ือมโยงกับสมมติฐำน และสถำนกำรณ์ใน ชีวิตประจำวันได้ ๔ กำรวิเครำะห์โครงงำน ข้อ ๔ กำรวิเครำะห์โครงงำน ๔ ๑๐ วิทยำศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และมีแนวคิดใน กำรวำงแผนกำรทดลอง รวมถึง จัดทำเค้ำโครงของโครงงำน วิทยำศำสตร์ได้ ๕ กำรทำโครงงำน ข้อ ๕ กำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์ ๓๐ ๒๕ วิทยำศำสตร์และการ ตำมควำมสนใจ โดยมีขั้นตอน นาเสนอ ของกระบวนกำรทำง วิทยำศำสตร์ ในกำร แก้ปัญหำ และนำเสนอได้อย่ำง เหมำะสม กลำงภำค ๒๐ ปลำยภำค ๓๐ รวม ๔๐ ๑๐๐

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 113 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่มิ เตมิ รำยวชิ ำ ของเลน่ เชงิ วิทยำศำสตร์ กลุม่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๒๒๐๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศกึ ษา วเิ คราะห์ ออกแบบ สร้างของเล่นอย่างง่ายตามแบบท่ีกาหนดให้ ดดั แปลงหรือ ประดิษฐ์ของเล่นท่ีใช้ เครือ่ งกลอย่างงา่ ยหรอื หลักการทางไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์อย่างง่าย และอธิบายการทางานของของเลน่ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต วเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการ แกป้ ญั หา ด้านการสื่อสาร สามารถสอื่ สารสง่ิ ที่เรียนรู้และนาความรไู้ ปใช้ในชวี ิตของตนเอง มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม ผลกำรเรียนรู้ ๑. ตัง้ คาถามเกย่ี วกบั หลักการทางวิทยาศาสตร์ทีส่ ังเกตไดจ้ ากการเลน่ ของเลน่ ๒. สังเกตและอธิบายหลกั การทางานของเคร่ืองกลอยา่ งง่าย วงจรไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ งงา่ ยที่ประกอบ ขึ้นในของเลน่ ๓. ตรวจสอบและแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของเครื่องกลอย่างง่าย วงจรไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์อย่างง่ายท่ปี ระกอบ ข้ึนในของเล่นทกี่ าหนด ๔. ออกแบบและประดษิ ฐ์ของเล่นโดยใช้เครื่องกลอย่างง่าย และไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์อย่างงา่ ย ๕. มเี จตคติท่ดี ีตอ่ หลกั การทางวิทยาศาสตร์ในของเลน่ รวมทง้ั หมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 114 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำเพ่ิมเติม รำยวชิ ำ ของเล่นเชงิ วทิ ยำศำสตร์ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๒๒๐๑ ช้ันมัธยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ลำดบั ชื่อหนว่ ย ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรยี นรู้ ข้อ ๑ (ชวั่ โมง) ๑๐ ๑ หลักกำรทำง ข้อ ๒ การต้งั คาถามเก่ียวกับหลักการทาง ๑๐ วิทยำศำสตร์กับของ วทิ ยาศาสตรท์ ี่สงั เกตไดจ้ ากการเลน่ ๔ เล่น ข้อ ๓ ของเล่น ๘ ๑๐ ๒ เคร่ืองกลอย่ำงง่ำย การสงั เกตและอธิบายหลักการ และกำรประยุกต์ใช้ ข้อ ๔-๕ ทางานของเครื่องกลอยา่ งง่าย ๘ ๒๐ งำนในของเล่น วงจรไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์อย่าง กลำงภำค งา่ ยที่ประกอบข้นึ ในของเลน่ ๒๐ ๒๐ ๓ ไฟฟ้ำ อิเล็กทรอนิกส์ ปลำยภำค การตรวจสอบและแกไ้ ขข้อบกพร่อง ๓๐ อย่ำงง่ำยและกำร ของเครื่องกลอยา่ งง่าย วงจรไฟฟา้ ๔๐ ๑๐๐ ประยุกต์ใช้งำนใน รวม และอิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ งงา่ ยที่ ของเล่น ประกอบขึน้ ในของเลน่ ทก่ี าหนด การออกแบบและประดิษฐข์ องเลน่ ๔ ส่ิงประดิษฐ์ของเล่น โดยใช้เครอ่ื งกลอยา่ งง่าย และ อย่ำงง่ำย ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ งงา่ ย การมีเจตคติทดี่ ตี อ่ หลกั การทาง วทิ ยาศาสตร์ในของเลน่

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 115 คำอธิบำยรำยวิชำเพม่ิ เติม รำยวชิ ำสะเต็มศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๓๒๐2 ชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา สืบค้นข้อมูล และอภิปราย อธิบายความหมายของสะเต็มศึกษา การบูรณาการความรู้ใน 4 วิชา ได้แก่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยเนน้ การนาความร้ไู ปใช้แกป้ ญั หาในชวี ิตจรงิ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ มคี วามคิดระดับสูงในการสรา้ งองค์ความรู้ โดยการบูรณาการความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มทีพ่ ึงประสงค์ ผลกำรเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสาคัญของสะเตม็ ศึกษา และมคี วามรู้เบอ้ื งต้นเกี่ยวกบั สะเต็มศึกษา 2. วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างชนิ้ งานอย่างสรา้ งสรรค์ มจี ติ สานึก รับผิดชอบ และสามารถนาเสนอผลงานสะเต็ม ศึกษาได้ รวมทัง้ หมด 2 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 116 โครงสร้ำงรำยวชิ ำเพิ่มเติม รำยวิชำ สะเตม็ ศึกษา กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒2๒๐๒ ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ลำดบั ช่อื หนว่ ย มำตรฐำน/ตวั ช้ีวดั /ผล สำระสำคญั เวลำ น้ำหนัก ท่ี กำรเรยี นรู้ กำรเรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน 1 ความรู้เบือ้ งต้น 1. อธบิ ายความหมาย สะเตม็ ศึกษา เปน็ แนวทาง 10 20 สะเตม็ ศึกษา ความสาคญั ของสะเตม็ การจัดการศกึ ษาที่บูรณาการ ศกึ ษา และมวี ามรู้เบ้ืองต้น ความรูใ้ น 4 สหวิทยาการ เก่ียวกับสะเต็มศึกษา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมเทคโนโลยี และ คณติ ศาสตร์ โดยเนน้ การนา ความรไู้ ปใช้แกป้ ัญหาในชวี ติ จรงิ รวมทัง้ การพฒั นา กระบวนการหรอื ผลผลติ ใหม่ ที่เป็นประโยชน์ตอ่ การ ดาเนนิ ชีวิต และการทางาน ชว่ ยสรา้ งความเชือ่ มโยง ระหวา่ ง 4 สหวิทยาการ กบั ชีวติ จริงและการทางานสร้าง ความเข้าใจหฤษฎีหรือกฎ ผา่ นการปฏบิ ัตใิ หเ้ หน็ จริง ควบคูก่ บั การพัฒนาทกั ษะ การคิด ต้ังคาถาม แก้ปญั หา และการหาขอ้ มูลและ วเิ คราะหข์ อ้ คน้ พบใหม่ๆ พร้อมท้ังสามารถนาข้อ คน้ พบไปใชห้ รือบูรณาการ กับชวี ติ ประจาวัน 2 การสรา้ งช้ินงาน วิเคราะห์ ออกแบบ สร้าง การออกแบบ สร้างชิน้ งาน 30 30 อยา่ งสร้างสรรค์ ชน้ิ งานอย่างสร้างสรรค์ มี อยา่ งสร้างสรรค์ ตามข้นั ตอน จิตสานกึ รับผดิ ชอบ และ กระบวนการ และสามารถ สามารถนาเสนอผลงานสะ นาเสนอผลงารสะเตม็ ศึกษา เตม็ ศกึ ษาได้ กลำงภำค 20 ปลำยภำค 30 รวม 40 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 117 คำอธิบำยรำยวชิ ำเพม่ิ เตมิ รำยวิชำ สำรเคมีในชีวิตประจำวนั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๒๓๒๐๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษำตอนต้น เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศึกษาวิเคราะห์ การแยกสาร พลังงานและปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน ปัจจัยทม่ี ีผลต่อการ เกิดปฏิกริ ิยา การใช้ประโยชน์จากปฏิกิรยิ าเคมี สมบตั ขิ องกรด - เบส การตรวจสอบ ความเปน็ กรด - เบส คา่ pH ของ สาร อนิ ดิเคเตอร์สาหรบั กรด - เบส กรด - เบสในชวี ติ ประจาวัน โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มูล การสงั เกต วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ ปฏบิ ัติการทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทงั้ ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคิด และการแก้ปญั หา ด้านการสอ่ื สาร สามารถสือ่ สารสิง่ ทเี่ รียนรแู้ ละนาความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ของตนเอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ ๑. ทดลอง และอธิบายหลักการการแยกสารดว้ ยวธิ ีการกรอง การตกผลึก การสกดั ด้วย ตวั ทาละลาย การกล่ัน และโครมาโทกราฟี และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ๒. สบื คน้ ข้อมูล สารวจตรวจสอบ และอธบิ ายเก่ียวกับพลังงานและปฏิกิรยิ าเคมี ปฏิกริ ิยาเคมี ในชีวิตประจาวัน ปัจจัยท่ีมีผลต่อปฏิกิริยาเคมี การนาปฏิกิริยาเคมีไปใช้ประโยชน์ และผลกระทบท่ีเกิดจาก ปฏิกริ ยิ าเคมตี ่อสิ่งมีชีวิต และสง่ิ แวดล้อม ๓. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และอภิปราย สมบัติ วิธีการตรวจสอบกรด – เบส ค่า pHของสาร การเลอื กใชอ้ ินดเิ คเตอร์ กรด – เบสในชีวติ ประจาวัน และผลกระทบตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและ สงิ่ แวดลอ้ ม รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 118 โครงสร้ำงรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ รำยวชิ ำ สำรเคมใี นชวี ติ ประจำวัน กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๒๓๒๐๑ ช้นั มัธยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ลำดบั ท่ี ชอื่ หน่วย ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคญั เวลำ คะแนน กำรเรยี นรู้ (ช่วั โมง) ๑ ความรเู้ บอ้ื งต้น ขอ้ ๑ ความรูเ้ บอ้ื งต้นเกีย่ วกบั สารเคมี ๘ ๑๐ เกย่ี วกับสารเคมี ๒ พลังงานและ ข้อ ๒ พลังงานและปฏกิ ิริยาเคมี ปฏิกริ ิยา ๔ ๕ ปฏิกิริยาเคมี เคมีในชีวิตประจาวนั ๓ การแยกสาร ข้อ ๑ หลักการการแยกสารดว้ ยวธิ กี าร ๖ ๑๐ กรอง การตกผลึก การสกดั ด้วย ตัวทาละลาย การกลั่น และโคร มาโทกราฟี และนาความรไู้ ปใช้ ประโยชน์ ๔ ปฏิกิริยาเคมีใน ขอ้ ๒ ปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีใน ๔ ๕ ชีวิตประจาวัน ชวี ติ ประจาวนั ๕ ปัจจัยทมี่ ีผลต่อการ ขอ้ ๒ ปจั จัยทม่ี ีผลตอ่ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ๖๕ เกิดปฏิกิริยา ๖ การใชป้ ระโยชน์จาก ขอ้ ๒ การนาปฏิกิริยาเคมีไปใช้ประโยชน์ ๔ ๕ ปฏิกิริยาเคมี และผลกระทบท่ีเกิดจากปฏิกิริยา เคมตี ่อส่งิ มีชวี ติ และสิ่งแวดล้อม ๗ สมบตั ิของกรด - ข้อ ๓ สมบัติ กรด – เบส ของสาร ๔๕ เบส ๘ การตรวจสอบ ความ ข้อ ๓ วิธีการตรวจสอบกรด – เบส ค่า ๔ ๕ เปน็ กรด – เบส pHของสาร การเลือกใช้อินดิเค เตอร์ กรด – เบสในชีวิตประจาวัน และผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดลอ้ ม กลำงภำค ๒๐ ปลำยภำค ๓๐ รวม ๔๐ ๑๐๐

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 119 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ รำยวิชำ พลงั งำนทดแทนกับกำรใชป้ ระโยชน์ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ ำ ว๒๒๒๐๒ ชั้นมัธยมศึกษำตอนต้น เวลำ ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำ วิเครำะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เก่ียวกับพลังงำนแสงอำทิตย์ พลังงำนลม พลังงำนน้ำ พลังงำนชีว มวล และพลังงำนนิวเคลียร์ เพื่อให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในหลักกำรทำงวิทยำศำสตร์ของพลังงำนดังกล่ำว และ กำรนำมำใช้เป็นพลังงำนทดแทน และตระหนักในบทบำทและผลกระทบของพลังงำนเหล่ำนั้นท่ีมีต่อมนุษย์และ ส่ิงแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มลู การสงั เกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธบิ าย อภปิ ราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มีทักษะ ปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั ทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปญั หา ด้านการสือ่ สาร สามารถสือ่ สารส่งิ ทีเ่ รยี นรู้และนาความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ ๑. อธิบายความสาคัญของพลังงานทดแทน ๒. อธบิ ายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนาพลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม พลังงานนา้ พลงั งาน ชีวมวลและพลงั งานนิวเคลียร์ ไปใช้ประโยชน์ ๓. อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์ พลังงานแสงอาทติ ย์ พลังงานลม พลงั งานนา้ พลังงานชวี มวลและพลังงาน นวิ เคลียร์ ในประเทศไทย ๔. อธิบายขอ้ ดีและขอ้ จากัดเกี่ยวกับการใชป้ ระโยชนแ์ ละแนวทางการพัฒนา ของพลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม พลังงานนา้ พลงั งานชวี มวลและพลงั งานนวิ เคลียร์ รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 120 โครงสร้ำงรำยวชิ ำเพมิ่ เติม รำยวิชำ พลังงำนทดแทนกบั กำรใช้ประโยชน์ กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยีรหสั วชิ ำ ว๒๒๒๐๒ ชน้ั มธั ยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ลำดบั ชื่อหน่วย ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคญั เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ ข้อ ๑-๔ (ชว่ั โมง) ๑๒ ๑ พลังงำนน้ำ ความสาคัญของพลังงานทดแทน ข้อ ๑-๔ และหลกั การทางวิทยาศาสตร์ ๘ ๑๒ ๒ พลังงำนลม ในการนาพลังงานนา้ ไปใช้ ข้อ ๑-๔ ประโยชน์ ๘ ๑๔ ๓ พลังงำน ความสาคญั ของพลงั งานทดแทน แสงอำทิตย์ ข้อ ๑-๔ และหลกั การทางวิทยาศาสตร์ ๘ ๑๒ ในการนาพลังงำนลมไปใช้ ๔ พลังงำนชีวมวล กลำงภำค ประโยชน์ ๘ ๒๐ ปลำยภำค ความสาคญั ของพลังงานทดแทน ๓๐ และหลักการทางวิทยาศาสตร์ ๔๐ ๑๐๐ รวม ในการนาพลังงำนแสงอำทิตย์ ไป ใช้ประโยชน์ ความสาคัญของพลงั งานทดแทน และหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนาพลังงำนชีวมวลไปใช้ ประโยชน์

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 121 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย (เนน้ วิทยำศำสตร์) รำยวิชำพน้ื ฐำน วทิ ยาการคานวณ ๑ จานวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต รหัสวชิ า ว๓๑๑0๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ จานวน ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกติ รหสั วชิ า ว๓1๑๐๒ การออกแบบเทคโนโลยี๑ จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต รหสั วิชา ว๓๑๑03 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ (เคม)ี จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต รหสั วิชา ว๓๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสกิ ส)์ จานวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ รหสั วชิ า ว๓๒๑๐๒ วทิ ยาการคานวณ ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ รหสั วชิ า ว๓๒๑03 การออกแบบเทคโนโลยี ๒ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ รหสั วิชา ว๓๒๑04 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ รหสั วชิ า ว๓๓๑๐๑ รำยวชิ ำเพมิ่ เติม ฟสิ กิ ส์ ๑ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต ฟิสิกส์ ๒ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง ๒.๐ หนว่ ยกติ รหสั วิชา ว๓๑๒๐๑ รหัสวชิ า ว๓๑๒๐๒ ฟิสกิ ส์ ๓ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หนว่ ยกติ ฟิสกิ ส์ ๔ จานวน ๘๐ ชั่วโมง ๒.๐ หน่วยกติ รหัสวชิ า ว๓๒๒๐๓ ฟิสกิ ส์ ๕ จานวน ๘๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกิต รหัสวชิ า ว๓๒๒๐๔ รหัสวชิ า ว๓๓๒๐๕ ฟสิ กิ ส์ ๖ จานวน ๘๐ ชั่วโมง ๒.๐ หน่วยกิต เคมี ๑ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต รหสั วชิ า ว๓๓๒๐๖ รหสั วิชา ว๓๑๒๒๑ เคมี ๒ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต เคมี ๓ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ รหัสวชิ า ว๓๑๒๒๒ เคมี ๔ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต รหัสวชิ า ว๓๒๒๒๓ รหัสวชิ า ว๓๒๒๒๔ เคมี ๕ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต เคมี ๖ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ รหัสวชิ า ว๓๓๒๒๕ รหัสวิชา ว๓๓๒๒๖ ชีววิทยา ๑ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ชีววทิ ยา ๒ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต รหัสวิชา ว๓๑๒๔๑ ชีววิทยา ๓ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต รหสั วิชา ว๓๑๒๔๒ รหสั วิชา ว๓๒๒๔๓ ชวี วทิ ยา ๔ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ ชีววิทยา ๕ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต รหัสวชิ า ว๓๒๒๔๔ รหัสวิชา ว๓๓๒๔๕ ชีววทิ ยา ๖ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ งานกราฟิก ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต รหสั วชิ า ว๓๓๒๔๖ งานกราฟกิ ๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ รหัสวิชา ว๓๑๒8๑ รหัสวชิ า ว๓๑๒8๒ งานกราฟิก ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ งานกราฟกิ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ รหัสวชิ า ว๓๒๒8๓ รหสั วชิ า ว๓๒๒8๔ งานกราฟิก ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกิต งานกราฟิก ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต รหสั วชิ า ว๓๓๒8๕ รหัสวิชา ว๓๓๒8๖

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 122 ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย (ไมเ่ นน้ วิทยำศำสตร์) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รำยวิชำพืน้ ฐำน วิทยาการคานวณ ๑ จานวน 2๐ ชว่ั โมง 0.๕ หน่วยกติ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ จานวน 6๐ ชว่ั โมง 1.๕ หนว่ ยกิต รหสั วชิ า ว๓๑๑๐๑ การออกแบบเทคโนโลยี๑ จานวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ รหัสวชิ า ว๓๑๑02 รหสั วิชา ว๓๑๑03 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ (เคม)ี จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต วิทยาศาสตรก์ ายภาพ (ฟิสิกส์) จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ รหสั วชิ า ว๓๒๑๐๑ รหสั วชิ า ว๓๒๑๐๒ วทิ ยาการคานวณ ๒ จานวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต การออกแบบเทคโนโลยี ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต รหสั วิชา ว๓๒๑03 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ จานวน ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกิต รหสั วชิ า ว๓๒๑04 รหสั วิชา ว๓๓๑๐๑ รำยวิชำเพมิ่ เติม งานกราฟกิ ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต รหัสวชิ า ว๓๑๒8๑ งานกราฟิก ๒ จานวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หน่วยกิต รหัสวชิ า ว๓๑๒8๒ งานกราฟิก ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต รหสั วิชา ว๓๒๒8๓ งานกราฟกิ ๔ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หน่วยกติ รหัสวิชา ว๓๒๒8๔ งานกราฟกิ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ รหัสวชิ า ว๓๓๒8๕ รหสั วชิ า ว๓๓๒8๖ งานกราฟิก ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 123 คำอธิบำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน วิชำ ว๓๑๑0๑ รำยวิชำ วทิ ยำกำรคำนวณ๑ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๔ เวลำ ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี การเปล่ียนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึนและ ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ ื่น ออกแบบ สร้าง หรือพัฒนาผลงานสาหรับแก้ปัญหาที่คานึงถึงผลกระทบต่อ สังคมในประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริการ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งใช้ความรู้ ทักษะ และเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไกไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คานึงถงึ ทรัพย์สนิ ทางปัญญา ใชซ้ อฟต์แวรช์ ่วยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน ตัวชีว้ ัด ว ๔๒ ม.๔/๑ ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการพฒั นาโครงงานท่มี กี ารบรู ณาการกับวชิ าอื่นอยา่ ง สรา้ งสรรค์ และเชอื่ มโยงกับชวี ิตจริง รวมทัง้ หมด ๑ ตัวช้วี ดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 124 โครงสรำ้ งรำยวิชำพื้นฐำน รำยวิชำ วทิ ยำกำรคำนวณ1 กลุ่มสำระกำรเรยี นรูว้ ทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว3๑๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 4 เวลำ 2๐ ชวั่ โมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกติ ช่อื หน่วย มำตรฐำน น้ำหนัก/ กำรเรียนร/ู้ สดั ส่วนของ หนว่ ย กำรเรยี นร/ู้ สำระสำคญั / เวลำ ท่ี กิจกรรม (ชวั่ โมง) คะแนน ตัวชวี้ ัด/ผล ควำมคดิ รวบยอด 4 15 กำรเรียนรู้ 5 15 1.1 ข้ันตอนวิธี 4 20 1 แนวคิดเชงิ คานวณ ว4.2 1.2 การแยกส่วนประกอบและการ 5 15 ม.1/1 ย่อยปัญหา 20 1.3 การหารปู แบบ - 15 20 80 1.4 การคิกเชงิ นามธรรม 20 100 2.1 การแก้ปัญหาดว้ ยคอมพวิ เตอร์ 2 การแกป้ ญั หาและ ว4.2 2.2 การระบุข้อมูลเขา้ ข้อมลู ออก ขั้นตอนวิธี ม.1/2 และเง่อื นไงของปัญหา 2.3 การทาซา้ 2.4 การจดั เรียงและคน้ หาข้อมูล สอบกลางภาค ความร้เู บ้อื งต้น 3.1 การกาหนดปญั หา 3 เกย่ี วกับการพฒั นา ว4.2 3.2 การศึกษาและการกาหนด โครงงาน ม.1/2 ขอบเขตของปญั หา 4 การพัฒนาโครงงาน 3.3 การวางแผน ว4.2 4.1 การดาเนนิ งาน ม.1/3 4.2 การสรุปผลและเผยแพร่ รวมระหวำ่ งภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 125 คำอธบิ ำยรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ วิทยำศำสตร์ชวี ภำพ กลุม่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๓๑๑๐2 ชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ ๔ เวลำ ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต *************************************************************************** ศึกษาการลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การรักษาดุลยภาพของน้าในพืช การรักษาดุลยภาพของน้าและ สารในร่างกาย การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส อุณหภูมิในร่างกายของมนุษย์ การต่อต้านและทาลายสิ่งแปลกปลอม ของร่างกาย ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน สารอินทรีย์ต่อการเจริญเติบโตของพืช ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของพืช การตอบสนองของพชื ต่อสิ่งเร้า กระบวนการถ่ายทอดสารพนั ธกุ รรม การแปรผันทางพันธกุ รรม มิวเทชัน การ เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ผลของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผลของความหลากหลายทาง ชีวภาพท่ีมีต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อม กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ ผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติต่อความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิต ดุลภาพของระบบนิเวศ กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของสิ่งมีชีวิต ความสาคัญของความ หลากหลายทางชีวภาพและแนวทางในการดูแลรักษา สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหาส่ิงแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่นระดับประเทศ และระดับโลก แนวทางในการป้องกนั แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ การดาเนินการเฝ้าระวัง อนุรักษ์ และพัฒนาส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มที ักษะปฏิบัตกิ าร ทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแกป้ ัญหา ด้านการ ส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ คา่ นิยมท่ีเหมาะสม ตัวช้ีวัด ว1.1ม.4/1 สืบคน้ ข้อมูลและอธบิ ายความสมั พันธข์ องสภาพทางภูมิศาสตร์บนโลกกับความหลากหลายของไบ โอม และยกตัวอยา่ งไบโอมชนิดต่าง ๆ ว1.1ม.4/2 สืบค้นข้อมลู อภิปรายสาเหตุ และยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงแทนทขี่ องระบบนิเวศ ว1.1ม.4/3 สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายและยกตวั อยา่ งเกี่ยวกับการเปล่ยี นแปลงขององค์ประกอบทางกายภาพและ ทางชวี ภาพทีม่ ีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงขนาดของประชากรส่ิงมชี วี ติ ในระบบนิเวศ ว1.1ม.4/4 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายเกย่ี วกับปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม พรอ้ มทงั้ นาเสนอแนวทางในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปญั หาสงิ่ แวดล้อม ว1.2ม.4/1 อธิบายโครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ท่ีสัมพันธ์กบั การลาเลียงสาร และเปรียบเทียบการ ลาเลียงสารผ่านเยอ่ื หุม้ เซลล์แบบตา่ ง ๆ ว1.2ม.4/2 อธิบายการควบคุมดลุ ยภาพของน้าและสารในเลอื ดโดยการทางานของไต ว1.2ม.4/3 อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทางานของไตและปอด ว1.2ม.4/4 อธิบายการควบคุมดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนัง และ กลา้ มเนื้อโครงรา่ ง ว1.2ม.4/5 อธิบาย และเขียนแผนผังเกยี่ วกับการตอบสนองของร่างกายแบบไม่จาเพาะ และแบบจาเพาะต่อ สงิ่ แปลกปลอมของร่างกาย ว1.2ม.4/6 สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอยา่ งโรคหรืออาการท่ีเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคมุ้ กัน

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 126 ว1.2ม.4/7 อธิบายภาวะภมู คิ ุ้มกันบกพร่องทมี่ สี าเหตมุ าจากการตดิ เชอ้ื HIV ว1.2ม.4/8 ทดสอบ และบอกชนิดของสารอาหารท่ีพืชสงั เคราะห์ได้ ว1.2ม.4/9 สบื ค้นข้อมูล อภปิ ราย และยกตัวอยา่ งเกี่ยวกบั การใช้ประโยชนจ์ ากสารต่าง ๆ ทพ่ี ชื บางชนิดสรา้ ง ขน้ึ ว1.2ม.4/10 ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธบิ ายเก่ยี วกับปัจจยั ภายนอกที่มีผลต่อการเจรญิ เติบโตของ พชื ว1.2ม.4/11 สบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกบั สารควบคุมการเจริญเตบิ โตของพืชทม่ี นษุ ยส์ งั เคราะหข์ ้นึ และยกตวั อยา่ งการนามาประยุกตใ์ ช้ทางดา้ นการเกษตรของพืช ว1.2ม.4/12 สังเกต และอธิบายการตอบสนองของพืชตอ่ สิ่งเร้าในรปู แบบตา่ ง ๆ ทม่ี ีผลต่อการดารงชวี ติ ว1.3ม.4/1 อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างยนี การสังเคราะหโ์ ปรตนี และลักษณะทางพันธุกรรม ว1.3ม.4/2อธบิ ายหลกั การถา่ ยทอดลกั ษณะทถ่ี ูกควบคุมดว้ ยยีนทอ่ี ยู่บนโครโมโซมเพศและมลั ติเปลิ แอลลีล ว1.3ม.4/3 อธิบายผลท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงลาดับนิวคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอต่อการแสดงลักษณะของ สิง่ มีชีวิต ว1.3ม.4/4 สบื ค้นขอ้ มลู และยกตวั อยา่ งการนามิวเทชันไปใชป้ ระโยชน์ ว1.3ม.4/5 สบื ค้นข้อมูล และอภิปรายผลของเทคโนโลยีทางดเี อน็ เอทม่ี ีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ว1.3ม.4/6 สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และยกตัวอยา่ งความหลากหลายของสิง่ มีชีวิต ซ่ึงเปน็ ผลมาจากวิวัฒนาการ รวมท้ังหมด 22 ตวั ช้ีวดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 127 โครงสร้ำงรำยวิชำพ้ืนฐำน รำยวิชำ วทิ ยำศำสตร์ชวี ภำพ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว3๑๑๐2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เวลำ 6๐ ชั่วโมง จำนวน 1.๕ หนว่ ยกิต หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มำตรฐำน สำระสำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรยี นรู้ กำรเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด (ชั่วโมง) 1 กำรลำเลียงสำร ว1.2ม.4/1 อธิบายโครง - เยื่อหุ้มเซลล์มีโครงสร้างเป็นเย่ือ 5 8 10 เข้ำและออกจำก สร้างและสมบัติของเยื่อหุ้ม หุ้มสองช้ันที่มีลิพิดเป็นองค์ประ เซลล์ เซลล์ท่ีสัมพันธ์กับการลา กอบ และมีโปรตนี แทรกอยู่ เลียงสาร และเปรียบเทียบ - สารที่ละลายได้ในลิพิดและสารท่ี การลาเลียงสารผ่านเยื่อหุ้ม มขี นาดเล็กสามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้ม เซลลแ์ บบตา่ งๆ เซลล์ได้โดยตรง ส่วนสารขนาดเล็ก ที่มีประจุต้องลาเลียงผ่านโปรตีนท่ี แทรกอยู่ท่ีเย่ือหุ้มเซลล์ ซ่ึงมี 2 แบบ คือ การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต ในกรณี สารขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน จะ ลาเลียงเข้าโดยกระบวนการเอนโด ไซโทซิส หรือลาเลียงเข้าโดย กระบวนการเอนโดไซโทซิส หรือ ลาเลียงออกโดยกระบวนการเอกโซ ไซโทซสิ 2 การรกั ษาดุลยภาพ ว1.2ม.4/2 อธิบายการ - การรักษาดุลยภาพของน้าและ 14 ของร่างกายมนุษย์ ควบคุมดลุ ยภาพของน้าและ สารในเลือดเกิดจากการทางานของ สารในเลือดโดยการทางาน ไต ซ่ึงเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายที่ ของไต มคี วามสาคัญในการกาจดั ของเสียท่ี ว1.2ม.4/3 อธิบายการ มีในโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ควบคุมดุลยภาพของกรด- รวมทั้งน้าและสารที่มีปริมาณเกิน เบสของ เลือด โ ดยก าร ความต้องการของร่างกาย ทางานของไตและปอด - การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ว1.2ม.4/4 อธิบายการ ในเลือดเกิดจากการทางนของไตท่ี ค ว บ คุ ม ดุ ล ย ภ า พ ข อ ง ทาหน้าท่ีขับหรือดูดกลับไฮโดรเจน อุณหภูมภิ ายในรา่ งกาย โดย ไอออน ไฮโดรเจนคาร์บอเนต ร ะ บ บ ห มุ น เ วี ย น เ ลื อ ด ไอออนและแอมโมเนียมไอออน ผิวหนังและกล้ามเน้ือโครง และการทางานของปอดท่ีทหน้าท่ี ร่าง กาจัดคารบ์ อนไดออกไซด์

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 128 ว1.2ม.4/5 อธิบายและ - การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ เขียนแผนผังเกี่ยวกับการ ภายในร่างกายเกิดจากการทางาน ตอบสนองของร่างกายแบบ ของระบบหมุนเวยี นเลือดที่ควบคมุ ไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ ปริมาณเลือดไปที่ผิว หนัง ก าร ต่ อ ส่ิ ง แ ป ล ก ป ล อ ม ข อ ง ท า ง า น ข อ ง ต่ อ ม เ ห งื่ อ แ ล ะ รา่ งกาย กล้ามเน้ือโครงร่าง ซ่ึงส่งผลถึง ว1.2ม.4/6 สืบค้นข้อมูล บริเวณความร้อนที่ถูกเก็บหรือ อธิบายและยกตัวอย่างโรค ระบายออกจากรา่ งกาย หรืออาการที่เกิดจากความ - เมื่อเช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ผิดปกติของร่างกายระบบ อน่ื เขา้ ส่เู น้อื เย่อื ในร่างกาย รา่ งกาย ภูมคิ มุ้ กนั จะมีกลไกในการต่อตา้ นหรอื ทาลาย ว1.2ม.4/7 อธิบายภาวะ ส่ิงแปลกปลอมทั้งแบบไม่จาเพาะ ภูมคิ ุ้มกันบกพร่องที่มสี าเหตุ และแบบจาเพาะ มาจากการตดิ เชื้อ HIV - เซลล์เม็ดเลือกขาวกลุ่มฟาโกไซต์ จะมกี ลไกในการต่อต้านหรือทาลาย สิ่งแปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะ - กลไกในการต่อตา้ นหรอื ทาลายสิ่ง แปลกปลอมแบบจาเพาะเป็นการ ทางานของเซลล์เมด็ เลือดขาวลิมโฟ ไซต์ชนิดบีและชนิดที ซ่ึงเซลล์เม็ด เ ลื อ ด ข า ว ทั้ ง ส อ ง ช นิ ด จ ะ มี ตั ว รั บ แอนติเจน ทาให้เซลล์ทั้งสอ ง สามารถตอบสนองแบบจาเพาะต่อ แอนติเจนนั้น ๆ ได้ - เซลล์บีทาหน้าที่สร้างแอนติบอดี ซ่ึงช่วยในการจับกับส่ิงแปลกปลอม ต่างๆ เพื่อทาลายต่อไปโดยระบบ ภู มิ คุ้ ม กั น เ ซ ล ล์ ที่ ท า ห น้ า ท่ี หลากหลาย เช่น กระตนุ้ การทางาน ข อ ง เ ซ ล ล์ บี แ ล ะ เ ซ ล ล์ ที ช นิ ด อื่ น ทาลายเซลล์ที่ติดไวรัสและเซลล์ที่ ผิดปกตอิ ่ืนๆ - บางกรณีร่างกายอาจเกิดความ ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อแอนติเจน บางชนิดอย่างรุนแรงมากเกินไป หรือร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนอง

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 129 ต่อแอนติเจนของตนเอง อาจทาให้ รา่ งกายเกดิ อาการผิดปกตไิ ด้ - บุคคลที่ได้รับเลือดหรือสารคัด หล่ังท่ีมีเช้ือ HIV ซึ่งสามารถทาลาย เซลล์ที ทาให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และติดเชือ้ ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น 3 การดารงชีวิตของ ว1.2ม.4/8 ทดสอบและ - กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 10 10 พืช บอกชนิดของสารอาหารที่ เป็นจุดเร่ิมต้นของการสร้างน้าตาล พชื สงั เคราะหไ์ ด้ ในพืช พืชเปลี่ยนน้าตาลไปเป็น ว1.2ม.4/9 สืบค้นข้อมูล สารอาหารและสารอ่ืน ๆ เช่น อภิปราย และยกตัวอย่าง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ท่ี เก่ียวกับการใช้ประโยชน์ จาเป็นตอ่ การดารงชีวติ ของพืชและ จากสารต่างๆ ท่ีพชื บางชนิด สตั ว์ สรา้ งข้ึน - มนุษย์สามารถนาสารต่างๆ ท่ีพืช ว1.2ม.4/10 ออกแบบการ บางชนิดสร้างขึ้นไปใช้ประโยชน์ ทดลอง ทดลองและอธิบาย เช่น ใช้เป็นยาหรือสมุนไพรในกา เก่ียวกับปัจจัยภายนอกท่ีมี รักษาโรคบางชนิด ใช้ในการไล่ ผลต่อการเจริญเติบโตของ แมลง กาจัดศัตรูพืชและสัตว์ ใช้ใน พชื การยับยั้งการเจริญเติบโตของ ว1.2ม.4/11 สืบค้นข้อมูล แบคทีเรีย และใช้เป็นวัตถุดิบใน เกี่ยวกับสารควบคุมการ อตุ สาหกรรม เจริญเติบโตของพืชที่มนุษย์ - ปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการ สั ง เ ค ร า ะ ห์ ขึ้ น แ ล ะ เจริญเติบโต เช่น แสงน้า ธาตุ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ก า ร น า ม า อาหาร คาร์บอนไดออกไซด์ และ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ท า ง ด้ า น ออกซิเจน ปัจจัยภายใน เช่น การเกษตรของพืช ฮอร์โมนพืช ซ่ึงพืชมีการสังเคราะห์ ว1.2ม.4/12 สังเกตและ ขึ้น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโต อธิบายการตอบสนองของ ในชว่ งชีวิตต่าง ๆ พืชต่อสิ่งเร้าในรปู แบบต่างๆ - มนุษย์มีการสังเคร าะ ห์ ส าร ทมี่ ผี ลตอ่ การดารงชีวิต ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชโดย เลียนแบบฮอร์โมนพืช เพื่อนามาใช้ ควบคุมการเจริญเติบโตและเพ่ิม ผลผลิตของพืช - การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช แบ่งตามความสัมพันธ์กับทิศทาง ของส่ิงเรา้ ได้ ไดแ้ ก่ แบบที่มที ิศทาง สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า เช่น ดอกทานตะวนั หันเข้าหาแสง ปลาย

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 130 รากเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของ โลก และแบบท่ีไม่มีทิศทางของสิ่ง เร้า เช่น การหุบและบานของดอก หรือการหุบและบานของใบพืชบาง ชนดิ - การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช บางอย่างส่งผลต่อการเจริญเติบโต เช่น การเจรญิ ในทศิ ทางเข้าหาหรือ ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก การเจริญในทิศทางเข้าหาหรือตรง ข้ามกับแสง และการตอบสนองต่อ การสมั ผัสสง่ิ เร้า 4 พนั ธุกรรมและ ว1.3ม.4/1 อธิบายความ - ดีเอ็นเอมีโครงสร้างประกอบด้วย 19 12 ววิ ฒั นาการ สัมพันธ์ระหว่างยีน การ นิวคลีโอไทด์มาเรียงต่อกัน โดยยีน สังเคราะห์โปรตีน และ เปน็ ชว่ งของสายดีเอ็นเอที่มีลาดับนิ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม วคลีโอไทด์ท่ีกาหนดลักษณะของ ว 1 . 3 ม . 4 / 2 อ ธิ บ า ย โปรตีนท่ีสังเคราะห์ขึ้น ซ่ึงส่งผลให้ หลักการถ่ายทอดลักษณะที่ เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ถกู ควบคมุ ด้วยยีนทีอ่ ยู่บน - ลักษณะบางลักษณะมีโอกาสพบ โครโมโซมเพศและมัลติเปิล ในเพศชาย และเพศหญิงไม่เท่ากนั แอลลลี เช่น ตาบอดสี และฮีโมฟีเลีย ซ่ึง ว1.3ม.4/3 อธิบายผลท่ี ควบคุมโดยยีนบนโครโมโซมเพศ เกิดจากการเปล่ียนแปลง บางลักษณะมีการควบคุมโดยยีน ลาดับนิวคลีโอไทด์ในดีเอ็น แบบมัลติเปิลแอลลนี เช่น หมู่เลือด เอต่อการแสดงลกั ษณะ ร ะ บ บ ABO ซึ่ ง ก า ร ถ่ า ย ท อ ด ของสิง่ มชี ีวิต ลักษณะทางพันธุกรรมดังกล่าว ว1.3ม.4/4 สืบค้นข้อมูล จัดเป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ และยกตัวอย่างการนามิวเท เมนเดล ชันไปใช้ประโยชน์ - มิวเทชันที่เปลี่ยนแปลงลาดับนิ ว1.3ม.4/5 สืบค้นข้อมูล วคลีโอไทด์ หรือเปลี่ยนแปลง แ ล ะ อ ภิ ป ร า ย ผ ล ข อ ง โครงสร้างหรือจานวนโครโมโซม เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอท่ีมี อ า จ ส่ ง ผ ล ท า ใ ห้ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ตอ่ มนุษย์และส่งิ แวดลอ้ ม สิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ว1.3ม.4/6 สืบค้นข้อมูล ซึ่งอาจมีผลดหี รอื ผลเสีย อธิบาย และยกตัวอย่าง - มนุษย์ใช้หลักของการเกิดมิวเท ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ข อ ง ชันในการชักนาให้ได้ส่ิงมีชีวิตที่มี สง่ิ มชี ีวิตซง่ึ เป็นผลมาจาก

ววิ ัฒนาการ ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 131 ลักษณะแตกต่างไปจากเดิม โดย การใช้รงั สีและสารเคมีต่างๆ - มนุษย์นาความรู้เทคโนโลยีทาง ดี อ็ น เ อ ม า ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ท า ง ด้ า น การแพทย์ และเภสัชกรรม เช่น การสร้างส่งิ มชี ีวติ ดัดแปรพนั ธกุ รรม เ พื่ อ ผ ลิ ต ย า แ ล ะ วั ค ซี น ด้ า น ก า ร เ ก ษ ต ร เ ช่ น พื ช ดั ด แ ป ร พันธุกรรมท่ีต้านทานโรคหรอื แมลง สัตว์ดัดแปรพันธุกรรมท่ีมีลักษณะ ต า ม ท่ี ต้ อ ง ก า ร แ ล ะ ด้ า น นิ ติ วิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจลาย พิมพ์ดีเอ็นเอเพื่อหาความสัมพันธ์ ทางสายเลือด หรือเพื่อหาผู้กระทา ผิด - การใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอใน ด้านต่างๆ ต้องคานึงถึงความ ปลอดภัยทางชีวภาพ ชีวจริยธรรม และผลกระทบทางดา้ นสังคม - สิ่ง มีชีวิ ตที่มีอ ยู่ในปัจจุบันมี ลักษณะท่ีปรากฏให้เห็นแตกต่าง กั น ซึ่ ง เ ป็ น ผ ล ม า จ า ก ค ว า ม หลาก หลายขอ ง ลัก ษณ ะ ท า ง พันธกุ รรม ซ่งึ เกดิ จากมิวเทชนั ร่วมกบั การคดั เลอื ดโดยธรรมชาติ - ผลจากกระบวนการคัดเลือกโดย ธ ร ร มชาติ ทาให้ สิ่ง มีชี วิ ต ที่ มี ลักษณะเหมาะสมในการดารงชีวิต สามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ใน สิ่งแวดล้อมนั้นๆ - ก ร ะ บ ว น ก า ร คั ด เ ลื อ ก โ ด ย ธ ร ร ม ช า ติ เ ป็ น ห ลั ก ก า ร ที่ ส า คั ญ อย่างหน่ึงที่ทาให้เกิดวิวัฒนาการ ของสงิ่ มชี วี ิต

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 132 5 ชวี ติ ในส่งิ แวดลอ้ ม ว1.1ม.4/1 สืบค้นข้อมูล - บริเวณของโลกแต่ละบริเวณมี 10 10 และอธิบายความสัมพันธ์ สภาพทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ของสภาพทางภูมิศาสตร์บน แบ่งออกได้เป็นหลายเขตตาม โลกกับความหลากหลาย สภาพภูมิอากาศและปริมาณน้าฝน ของไบโอม และยกตัวอยา่ ง ทาใหม้ ีระบบนิเวศที่หลากหลายซงึ่ ไบโอมชนิดตา่ ง ๆ ว1.1ม.4/2 สืบค้นข้อมูล ส่งผลให้เกิดความหลาก หลาย อ ภิ ป ร า ย ส า เ ห ตุ แ ล ะ ของไบโอม ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง - การเปล่ียนแปลงของระบบนิเวศ แทนทขี่ องระบบนิเวศ เ กิ ด ข้ึ น ไ ด้ ต ล อ ด เ ว ล า ทั้ ง ก า ร ว1.1ม.4/3 สืบค้นข้อมูล เปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนเองตาม อธิ บายและ ยก ตัว อ ย่าง ธรรมชาติและเกิดจากการกระทา เกี่ยวกับการเปล่ียนแปลง ของมนุษย์ ข อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ท า ง - การเปล่ียนแปลงแทนที่เป็นการ กายภาพ และทางชีวภาพท่ี เปลี่ยนแปลงของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ มีผลต่อการเปล่ียนแปลง เกิดข้ึนอย่างช้าๆเป็นเวลานานซึ่ง ขนาดของประชากรสง่ิ มีชีวิต เป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ในระบบนิเวศ องค์ประกอบทางกายภาพและทาง ว1.1ม.4/4 สืบค้นข้อมูล ชีว ภาพ ส่ง ผลให้ร ะ บบ นิ เ ว ศ และอภิปรายเกี่ยวกบั ปัญหา เปลี่ยนแปลงไปสู่สมดุลจนเกิด แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ มี ต่ อ สงั คมสมบรู ณไ์ ด้ ทรัพยากรธรรมชาติและ - การเปลี่ยนแปลงขององค์ประ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม พ ร้ อ ม ทั้ ง กอบในระบบนิเวศท้ังทางกายภาพ นาเสนอแนวทางในการ และทางชีวภาพมีผลต่อการเปลี่ยน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แปลงขนาดของประชากร แ ล ะ ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า -มนุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดย สง่ิ แวดลอ้ ม ปราศจากความระมัดระวัง และมี การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อ ช่วยอานวยความสะดวกต่างๆแก่ มนุษย์ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลง ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิง่ แวดล้อม - ปั ญ ห า ท่ี เ กิ ด กั บ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม บ า ง ปัญ หาส่ง ผลก ร ะ ทบใน ร ะ ดั บ ท้องถิ่น บางปัญหาก็ส่งผลกระทบ ในระดับประเทศและบางปัญหาส่ง ผลกระทบในระดบั โลก

รวม ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 133 สอบกลางภาค สอบปลายภาค - การลดปริมาณการใช้ทรัพยากร รวมท้งั หมด ธรรมชาติ การกาจัดของเสียท่ีเป็น สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและ ก า ร ว า ง แ ผ น จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ ท่ี ดี เ ป็ น ตั ว อ ย่ า ง ข อ ง แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากร ธ ร ร มชาติ และ ก าร ลดปัญหา ส่งิ แวดลอ้ มท่เี กิดขึ้น เพอ่ื ใหเ้ กดิ การ ใชป้ ระโยชนท์ ี่ยัง่ ยืน 58 50 1 20 1 30 60 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 134 คำอธบิ ำยรำยวิชำพน้ื ฐำนวทิ ยำศำสตรและเทคโนโลยี กำรออกแบบและเทคโนโลยี กลุมสำระกำรเรยี นรูวิทยำศำสตรและเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว32103 ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปท่ี ๔ เวลำ ๒๐ ช่วั โมง .............................................................................................................................................................. ศึกษา วิเคราะหแ์ นวคิดหลกั ของเทคโนโลยี การเปล่ยี นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึนและ ความสัมพันธข์ องเทคโนโลยกี บั ศาสตร์อ่นื ออกแบบ สรา้ ง หรอื พัฒนาผลงานสาหรับแกป้ ัญหาที่คานงึ ถึงผลกระทบตอ่ สงั คมในประเด็นที่เกีย่ วขอ้ งกับสขุ ภาพและการบริการ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ซ่ึงใชค้ วามรู้ ทักษะ และเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ เพื่อแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม ปลอดภยั คานาถงึ ทรพั ย์สินทางปญั ญา มีการใช้ซอฟแวรช์ ว่ ยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน สามารถออกแบบ สร้างผลงาน โดยใช้กระบวนการแบบเชิงวิศวกรรม เพอ่ื แก้ปญั หาได้อย่างถกู ตอ้ ง เห็นคุณค่า และใชค้ วามรแู้ ละทักษะเกีย่ วกับเทคโนโลยเี พือ่ แก้ปัญหาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภัย ตัวชว้ี ัด ว ๔.๑ ม.๔/๑ – ๕ รวมท้ังหมด ๕ ตัวชวี้ ัด

โครงสร้ำงรำยวชิ ำ ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 135 รหสั วชิ ำ ว๓๑๑03 รำยวชิ ำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ ๔ จำนวน ๑ ชว่ั โมง /สปั ดำห์ ๐.๕ หนว่ ยกิต ช่อื หนว่ ย มำตรฐำน นำ้ หนกั / กำรเรียนร/ู้ สัดสว่ นของ หนว่ ย กจิ กรรม กำรเรียนร/ู้ สำระสำคญั / เวลำ ท่ี คะแนน ตวั ชีว้ ัด/ผล ควำมคดิ รวบยอด (ชวั่ โมง) 5 5 กำรเรยี นรู้ 5 ระบบทาง ว 4.1 ม.4- 1 ระบบทางเทคโนโลยี 1 1 เทคโนโลยี 20 6/1 2 ความสัมพันธข์ องวิทยาศาสตร์ 10 และคณติ ศาสตร์กับเทคโนโลยี การ ว 4.1 ม.4- 1 สาเหตปุ ัจจัยการเปลย่ี นแปลงของ 1 2 เปลี่ยนแปลง 6/1 เทคโนโลยี ของเทคโนโลยี 2 ตัวอย่างการเปลีย่ นแปลงของ เทคโนโลยี ผลกระทบของ ว 4.1 ม.4- 1 ผลกระทบของเทคโนโลยีตอ่ มนุษย์ 1 เทคโนโลยี 6/2 และสังคม 2 ผลกระทบของเทคโนโลยตี อ่ 3 เศรษฐกิจ 3 ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อ สง่ิ แวดล้อม 4 ตัวอยา่ งผลกระทบของเทคโนโลยี สอบกลางภาค วัสดแุ ละเคร่อื งมอื ว 4.1 ม.4- 1 วัสดุ 2 4 พ้ืนฐาน 6/5 2 เครอื่ งมือพื้นฐาน กลไก ไฟฟา้ และ ว 4.1 ม.4- 1 กลไก 2 10 5 อุปกรณ์ 6/5 2 อปุ กรณ์ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ 9 45 3 แผลควบคุมขนาดเล็ก อิเล็กทรอนิกส์ 20 80 ว 4.1 ม.4- กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม - 20 กระบวนการ 6/3 ขนั้ ระบุปญั หา 20 100 ออกแบบเชิง วศิ วกรรม ว 4.1 ม.4- ขน้ั รวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ท่ี 6 6/4 เก่ียวข้องกับปัญหา ขนั้ ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา ขน้ั ทดสอบ ประเมนิ ผลปรับปรุง ขนั้ นาเสนอ รวมระหว่ำงภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 136 คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ วิทยำศำสตร์กำยภำพ (เคม)ี กลุม่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ ำ ว๓๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี ๕ เวลำ ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาสารเคมี ระบุว่าสารเป็นธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจากสูตรเคมี ศึกษาแบบจาลองอะตอมเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแบบจาลองอะตอมของโบร์กับแบบจาลอง อะตอมแบบกลุ่มหมอก ระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนท่ีเกดิ จากอะตอมเดยี ว เขียนสัญลกั ษณน์ วิ เคลียรข์ องธาตุและระบุการเปน็ ไอโซโทป ระบหุ ม่แู ละคาบของธาตุ และระบวุ า่ ธาตุเป็นโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ กลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ หรือกลุ่มธาตุแทรนซชิ ัน จากตารางธาตุ เปรียบเทียบสมบัติการนาไฟฟา้ การให้และ รับอิเล็กตรอนระหว่างธาตุในกลุ่มโลหะกับอโลหะ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างประโยชน์และอันตรายท่ีเกิดจาก ธาตุเรพรเี ซนเททฟี และธาตุแทรนซชิ ัน ศกึ ษาพนั ธะเคมี ระบุว่าพนั ธะโคเวเลนตเ์ ปน็ พันธะเด่ียว พนั ธะคู่ หรอื พันธะสาม และระบุจานวนคู่อิเล็กตรอน ระหวา่ งอะตอมครู่ ่วมพันธะ จากสตู รโครงสร้าง ระบสุ ภาพขว้ั ของสารที่โมเลกุลประกอบดว้ ย ๒ อะตอม ระบุสารท่เี กิด พันธะไฮโดรเจนได้จากสูตรโครงสร้าง อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูดระหว่าง โมเลกุลตามสภาพข้วั หรือการเกิดพันธะไฮโดรเจน เขยี นสตู รเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนกิ ระบวุ า่ สารเกิด การละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผลและระบุว่าสารละลายท่ีได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือ นอนอเิ ล็กโทรไลต์ ศกึ ษาสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ระบสุ ารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิม่ ตวั หรอื ไม่อิ่มตัวจาก สตู รโครงสรา้ ง สืบคน้ ขอ้ มลู และเปรยี บเทียบสมบัติ ทางกายภาพระหวา่ งพอลเิ มอร์และมอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ชนิด น้ัน ระบุสมบัติความเป็นกรด-เบสจากโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ อธิบายสมบัติการละลายในตัวทาละลาย ชนิดต่าง ๆ ของสาร วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอเซต ของพอลิเมอร์ และการนาพอลิเมอร์ไปใชป้ ระโยชน์ สบื คน้ ขอ้ มูลและนาเสนอผลกระทบของการใชผ้ ลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ ที่มตี อ่ ส่ิงมีชวี ิตและสง่ิ แวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกนั หรอื แก้ไข ระบุสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ และแปลความหมายของสัญลักษณ์ในสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นท่ีผิว อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สืบค้นข้อมูลและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีท่ีใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันหรอื ในอตุ สาหกรรม อธิบายความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ อธิบายสมบัติของสารกัมมันตรังสี และคานวณครึ่งชีวิตและปริมาณของสาร กัมมันตรังสี สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกันอันตรายท่ีเกิดจาก กมั มันตภาพรังสี โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสงั เกต วเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทา ง วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการ แก้ปัญหา ดา้ นการสอื่ สาร สามารถสื่อสารสิง่ ท่ีเรียนรแู้ ละนาความรูไ้ ปใช้ในชีวิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 137 มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด ว ๒.๑ ม.๕/๑, ม.๕/๒, ม.๕/๓, ม.๕/๔, ม.๕/๕, ม.๕/๖, ม.๕/๗, ม.๕/๘, ม.๕/๙, ม.๕/๑๐, ม.๕/๑๑, ม.๕/๑๒, ม.๕/๑๓, ม.๕/๑๔, ม.๕/๑๕, ม.๕/๑๖, ม.๕/๑๗,ม.๕/๑๘, ม.๕/๑๙, ม.๕/๒๐, ม.๕/๒๑, ม.๕/๒๒, ม.๕/๒๓, ม.๕/๒๔, ม.๕/๒๕ รวมท้ังหมด ๒๕ ตวั ชี้วัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 138 โครงสรำ้ งรำยวิชำพน้ื ฐำน รำยวชิ ำ วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ (เคมี) กลุม่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชำ ว๓๒๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี ๕ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ลำดบั ชอ่ื หนว่ ย รหสั มำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด ๑๕ ๑ ธาตุและ (สำระกำรเรยี นร้แู กนกลำง) (ชัว่ โมง สารประกอบ ว๒.๑ ๑๐ ม.๕/๑ ) ๒ พันธะเคมี ม.๕/๒ ม.๕/๓ สารเคมีทุกชนิดสามารถระบุได้วา่ เป็นธาตุ ๑๕ ม.๕/๔ ม.๕/๕ หรอื สารประกอบ และอยูใ่ นรูปของอะตอม ม.๕/๖ ม.๕/๗ โมเลกลุ หรือไอออนได้ โดยพิจารณาจาก ว๒.๑ สูตรเคมี แบบจาลองอะตอมใชอ้ ธบิ าย ม.๕/๘ ม.๕/๙ ตาแหน่งของโปรตอน นิวตรอน และ ม.๕/๑๐ อิเล็กตรอนในอะตอม อะตอมของธาตเุ ปน็ กลางทางไฟฟ้า มจี านวนโปรตอนเท่ากบั จานวนอเิ ลก็ ตรอน การระบชุ นิดของธาตุ พิจารณาจากจานวนโปรตอน อะตอมของ ธาตุมกี ารใหห้ รือรับอิเลก็ ตรอน เกิดเป็น ไอออน โดยไอออนทีม่ จี านวนอิเล็กตรอน น้อยกวา่ จานวนโปรตอน เรยี กว่า ไอออน บวก สว่ นไอออนทม่ี จี านวนอิเล็กตรอน มากกว่าโปรตอน เรียกวา่ ไอออนลบ สัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ ประกอบดว้ ย สญั ลักษณ์ธาตุ เลขอะตอมและเลขมวล ธาตุจดั เปน็ หมวดหมู่ในปัจจุบนั จัดเรยี งตาม เลขอะตอมและความคล้ายคลงึ ของสมบตั ิ แบ่งออกเปน็ หมซู่ ่งึ เปน็ แถวในแนวตง้ั และ คาบซ่ึงเป็นแถวในแนวนอน ธาตใุ นกลมุ่ โลหะ จะนาไฟฟ้าได้ดี และมแี นวโน้มให้ อิเลก็ ตรอน ส่วนธาตุในกลมุ่ อโลหะ จะไม่ นาไฟฟ้า และมีแนวโนม้ รบั อิเลก็ ตรอน ธาตบุ างชนดิ มีสมบัติทเ่ี ป็นอันตราย ตอ้ ง คานึงถงึ การปอ้ งกนั อนั ตรายเพ่ือความ ปลอดภัยในการใชป้ ระโยชน์ พันธะโคเวเลนต์ เปน็ การยดึ เหนีย่ วระหวา่ ง ๑๕ อะตอมด้วยการใชเ้ วเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน ร่วมกนั เกดิ เปน็ โมเลกุล สารท่มี พี นั ธะ ภายในโมเลกุลเป็นพันธะโคเวเลนตท์ ัง้ หมด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 139 ๓ สารประกอบ ม.๕/๑๑ เรยี กว่า สารโคเวเลนต์ สารมขี วั้ หรือไม่มขี ว้ั ๑๕ ๑๐ ไฮโดรคาร์บอน ม.๕/๑๒ ข้ึนอยู่กับรูปร่างของโมเลกุล ซ่งึ สภาพข้ัว ม.๕/๑๓ ของสารโคเวเลนต์ส่งผลต่อแรงดงึ ดดู ระหว่างโมเลกุลที่ทาให้จุดหลอมเหลวและ จดุ เดอื ดของสารโคเวเลนต์แตกต่างกัน สาร บางชนิดมจี ดุ เดือดสงู กว่าปกติ เน่ืองจากมี แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลสงู ที่เรียกวา่ พันธะไฮโดรเจน สารประกอบไอออนิก ส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวกันของไอออน บวกของธาตุโลหะและไอออนลบของธาตุ อโลหะ สารประกอบไอออนิกประกอบดว้ ย สญั ลกั ษณ์ธาตุท่เี ปน็ ไอออนบวกตามดว้ ย สญั ลกั ษณ์ธาตุทีเ่ ปน็ ไอออนลบ สารจะ ละลายน้าไดเ้ ม่ือองค์ประกอบของสาร สามารถเกิดแรงดงึ ดดู กับโมเลกุลของน้าได้ สารโคเวเลนต์บางชนิดท่มี ีสมบัติเป็นกรด หรอื เบส สารเกิดการละลายนาไฟฟ้า ซึง่ เรยี กว่า สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ การ ละลายโมเลกุลของสารจะไมแ่ ตกตัวเปน็ ไอออน และสารละลายทีไ่ ดจ้ ะไมน่ าไฟฟ้า ซึง่ เรยี กว่า สารละลายนอนอิเลก็ โทรไลต์ ว๒.๑ สารประกอบอนิ ทรยี ์เปน็ สารประกอบของ ม.๕/๑๔ คารบ์ อนสว่ นใหญพ่ บในส่ิงมีชีวติ มี ม.๕/๑๕ โครงสรา้ งหลากหลายแบ่งไดห้ ลายประเภท ม.๕/๑๖ สารประกอบอนิ ทรยี ท์ ีม่ ีเฉพาะธาตุ ม.๕/๑๗ คาร์บอนและไฮโดรเจนเปน็ องค์ประกอบ ม.๕/๑๘ เรยี กว่า สาร ประกอบไฮโดรคารบ์ อน พอลิ ม.๕/๑๙ เมอร์เปน็ สารทม่ี ีโมเลกลุ ขนาดใหญ่เกิดจาก มอนอเมอรห์ ลายโมเลกุลเชอ่ื มตอ่ กนั ด้วย พันธะเคมี สมบตั ทิ างกายภาพของพอลิ เมอรแ์ ตกตา่ งจากมอนอเมอร์ทีเ่ ป็นสารตง้ั ต้น สารประกอบอินทรียท์ ีม่ ีหมู่ -COOH สามารถแสดงสมบัตคิ วามเป็น กรด ส่วนสารประกอบอนิ ทรียท์ ี่มหี มู่ -NH๒ สามารถแสดงสมบัติความเปน็ เบส การ ละลายของสาร สารมขี ้ัวละลายในตัวทา ละลายท่มี ีขว้ั สารไมม่ ีขว้ั ละลายในตวั ทา ละลายทไ่ี ม่มขี ้ัว และสารมีขั้วไม่ละลายใน

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 140 ตัวทาละลายท่ีไมม่ ีข้ัว โครงสร้างของพอลิ เมอรอ์ าจเป็นแบบเสน้ แบบกง่ิ หรือแบบ ร่างแห โดยพอลิเมอร์แบบเสน้ และแบบกิ่ง มีสมบตั ิเทอรม์ อพลาสติก สว่ นพอลเิ มอร์ แบบร่างแห มสี มบัตเิ ทอรม์ อเซต การใช้ ผลิตภัณฑพ์ อลิเมอรใ์ นปริมาณมาก ก่อให้เกดิ ปญั หาที่ส่งผลกระทบตอ่ ส่ิงมีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ดังน้นั จงึ ควรตระหนกั ถงึ การใช้ ๔ ปฏกิ ิรยิ าเคมี ว๒.๑ ปฏิกริ ยิ าเคมีทาใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลง ๑๕ ๑๕ ม.๕/๒๐ ของสาร ปฏกิ ริ ิยาเคมีสามารถนาไปใช้ ๖๐ ม.๕/๒๑ ประโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ ได้ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ๒๐ ม.๕/๒๒ แสดงได้ดว้ ยสมการเคมี สมการเคมีอาจ ๓๐ ม.๕/๒๓ แสดงปจั จัยอืน่ เชน่ สถานะ พลังงานท่ี ๑๐๐ ม.๕/๒๔ เกย่ี วข้อง ตัวเรง่ ปฏิกิรยิ าเคมที ใ่ี ช้ อัตรา ม.๕/๒๕ การเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีข้นึ อยกู่ ับความเขม้ ข้น อุณหภมู ิ พนื้ ทีผ่ ิว หรือตัวเร่งปฏิกิรยิ า ความรูเ้ กี่ยวกบั ปัจจัยท่ีมผี ลต่ออัตราการ เกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีสามารถนาไปใช้ ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั และใน อตุ สาหกรรม ปฏกิ ริ ิยาเคมีบางประเภทเกดิ จากการถา่ ยโอนอิเลก็ ตรอนของสารใน ปฏกิ ิริยาเคมี ซงึ่ เรียกว่า ปฏิกิริยารดี อกซ์ สารทส่ี ามารถแผร่ งั สีไดเ้ รียกวา่ สาร กัมมนั ตรังสี ระยะเวลาท่สี ารกัมมันตรงั สี สลายตวั จนเหลอื ครง่ึ หน่งึ ของปรมิ าณเดิม เรยี กวา่ ครงึ่ ชีวิต สารกัมมนั ตรงั สแี ตล่ ะชนิดมคี ่า ครง่ึ ชวี ติ แตกต่างกัน รงั สีท่แี ผ่จากสารกัมมนั ตรังสีมี หลายชนดิ เชน่ แอลฟา บตี า แกมมา การ นาสารกัมมันตรังสีแตล่ ะชนดิ มาใช้ ตอ้ ง คานึงถึงผลกระทบตอ่ สิ่งมชี วี ติ และ สิ่งแวดลอ้ ม มกี ารจัดการอย่างเหมาะสม กลำงภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 141 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำวิทยำศำสตรก์ ำยภำพ(ฟิสิกส)์ รหสั วิชำ ว32102 ชั้นมัธยมศึกษำปที ่ี 5 เวลำเรียน 60 ช่ัวโมง ศกึ ษาวิเคราะหก์ ารเคลื่อนทแ่ี นวตรง แรงและการเคล่อื นที่ การเคลือ่ นท่ีแบบต่างๆ แรงโนม้ ถ่วงกับการเคล่ือนที่ ของวัตถุต่างๆ รอบโลก สนามแมเ่ หลก็ จากเส้นลวดท่มี ีกระแสไฟฟา้ ผา่ น แรงแม่เหลก็ การเหนยี่ วนาแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แรงออ่ น และแรงเข้ม เซลล์สุริยะ พลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีด้านพลงั งาน คลื่นกล พฤติกรรมของคลน่ื ความถี่ธรรมชาตแิ ละการ ส่นั พ้อง พฤตกิ รรมของเสียง การไดย้ ินเสยี ง ปรากฏการอน่ื ๆของเสียง ประโยชน์ของเสียงในดา้ นต่างๆ แสงสี การมองเห็นสี ของวัตถุ การผสมแสงสี การผสมสารสี การมองเหน็ สขี องวตั ถุภายใตแ้ สงสีตา่ งๆ การนาไปใชป้ ระโยชนข์ องสารสีและแสงสี ส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หลักการทางานของอุปกรณ์ท่ีใช้คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า การส่ือสารโดยอาศัยคล่ืน แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามรถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี เหมาะสม ตัวชี้วดั ว ๒.๒ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖ ม.๕/๗ ม.๕/๘ ม.๕/๙ ม.๕/๑๐ ว ๒.๓ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖ ม.๕/๗ ม.๕/๘ ม.๕/๙ ม.๕/๑๐ ม.๕/๑๑ ม.๕/๑๒ รวมทง้ั หมด ๒๒ ตัวชวี้ ดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 142 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำพนื้ ฐำน รำยวิชำ วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ (ฟิสิกส์) กลุม่ สำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว๓๒๑๐๒ ชัน้ มธั ยมศึกษำปีที่ ๕ เวลำ ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ลำดับ ชื่อหน่วย มำตรฐำน/ สำระสำคญั เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรียนรู้ ตัวช้ีวัด (ชวั่ โมง ) ๑ การเคล่อื นท่ี ว ๒.๒ ม.๕/๑ การแปลความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลา ๑2 ๑๕ และแรง ว ๒.๒ ม.๕/๒ ของการเคล่ือนท่ีของวัตถุ ความเรง่ ของวตั ถุ ว ๒.๒ ม.๕/๓ การหาแรงลพั ธ์ทเี่ กดิ จากแรงหลายแรงที่อยู่ ว ๒.๒ ม.๕/๔ ในระนาบเดียวกนั ทีก่ ระทาตอ่ วตั ถโุ ดยการ ว ๒.๒ ม.๕/๕ เขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์ ความสัมพันธ์ระหวา่ งความเรง่ ของวัตถกุ บั แรงลพั ธท์ ี่กระทาตอ่ วัตถแุ ละมวลของวตั ถุ แรงกิริยาและแรงปฏกิ ิริยาระหว่างวัตถคุ หู่ นึ่ง ๆ ผลของความเรง่ ทมี่ ตี อ่ การเคลอ่ื นท่แี บบ ตา่ ง ๆ ของวัตถุ ได้แก่ การเคลื่อนที่แนวตรง การเคล่อื นท่แี บบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่ี แบบวงกลม และการเคลอื่ นท่ีแบบสั่น ๒ แรงในธรรมชาติ ว ๒.๒ ม.๕/๖ แรงโนม้ ถว่ งทีเ่ ก่ยี วกบั การเคล่อื นทข่ี องวัตถุ 9 ๑๐ ว ๒.๒ ม.๕/๗ ตา่ ง ๆ รอบโลก การเกดิ สนามแม่เหล็ก ว ๒.๒ ม.๕/๘ เนื่องจากกระแสไฟฟา้ ว ๒.๒ ม.๕/๙ แรงแมเ่ หลก็ ท่ีกระทาต่ออนุภาคทีม่ ีประจุ ว ๒.๒ ม.๕/๑๐ ไฟฟ้าทเี่ คลือ่ นที่ในสนามแม่เหล็ก และแรง แมเ่ หลก็ ทก่ี ระทาต่อลวดตวั นาทม่ี ี กระแสไฟฟา้ ผา่ นในสนามแม่เหลก็ รวมทัง้ อธิบายหลักการทางานของมอเตอร์ การเกดิ อีเอ็มเอฟ รวมท้ังยกตวั อยา่ งการนาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์ แรงเขม้ และแรงอ่อน ๓ พลงั งาน ว ๒.๓ ม.๕/๑ พลงั งานนิวเคลยี ร์ ฟิชชันและฟวิ ชัน และ 7 5 ว ๒.๓ ม.๕/๒ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมวลกับพลงั งานที่ ปลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชันและฟวิ ชนั การ เปลีย่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลงั งานไฟฟ้า เทคโนโลยที นี่ ามาแกป้ ญั หาหรอื ตอบสนอง ความตอ้ งการทางด้านพลงั งานโดยเน้นด้าน ประสทิ ธภิ าพและความค้มุ ค่าด้านคา่ ใชจ้ า่ ย

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 143 ลำดบั ชื่อหนว่ ย มำตรฐำน/ สำระสำคัญ เวลำ คะแนน ท่ี กำรเรยี นรู้ 10 ๔ ปรากฏการณ์ ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง 10 ของคลนื่ กล ) 5 5 เสียง 5 ว ๒.๓ ม.๕/๓ คลน่ื กล สว่ นประกอบและประเภทของคลืน่ 9 6 แสงสี ๒๐ กล พฤติกรรมของคล่ืน การสะทอ้ นของคลื่น 2๐ 7 คลน่ื ๑๐๐ แม่เหล็กไฟฟ้า การหกั เหของคลื่น การเลย้ี วเบนของคลน่ื และการรวมคลื่น ความถ่ีธรรมชาติและการ สัน่ พ้อง ว ๒.๓ ม.๕/๔ พฤตกิ รรมของเสยี ง การสะทอ้ น การหกั เห 9 ว ๒.๓ ม.๕/๕ การเล้ียวเบน และการรวมคล่ืนของคล่นื ว ๒.๓ ม.๕/๖ เสยี ง การไดย้ นิ เสียง ความเขม้ เสียงกบั ระดบั ว ๒.๓ ม.๕/๗ เสยี ง ความถี่เสยี ง ผลของความถแ่ี ละระดับ ว ๒.๓ ม.๕/๘ เสียงทมี่ ตี ่อการได้ยินเสียง ปรากฏการอื่นๆ ของเสียง การได้ยินเสียงสะท้อนกลบั การสั่น พอ้ งของเสียง บตี ปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์ และประโยชนข์ องเสียงในด้าน ต่างๆ ว ๒.๓ ม.๕/๙ การมองเหน็ สีของวตั ถุ ตากบั การเห็นสี ตา 7 ว ๒.๓ ม.๕/๑๐ บอดสี แผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี และ การผสมสารสี การมองเหน็ สขี องวัตถุภายใต้ แสงสีตา่ งๆ การนาไปใชป้ ระโยชน์ของสารสี และแสงสี ว ๒.๓ ม.๕/๑๑ คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ สว่ นประกอบคลื่น 7 ว ๒.๓ ม.๕/๑๒ แม่เหล็กไฟฟา้ และหลกั การทางานของ อุปกรณ์บางชนิดทอ่ี าศยั คล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า การสอ่ื สาร โดยอาศัยคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าใน การสง่ ผา่ นสารสนเทศและเปรียบเทียบการ สือ่ สารด้วยสัญญาณแอนะลอ็ กกบั สญั ญาณ ดจิ ทิ ัล กลำงภำค ปลำยภำค รวม

วิทยำกำรคำนวณ ๒ ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 144 รหสั วิชำ ว๓๒๑๐3 คำอธบิ ำยรำยวิชำพน้ื ฐำน กลุมสำระกำรเรยี นรูวิทยำศำสตรและเทคโนโลยี ช้ัน มัธยมศกึ ษำปท่ี ๕ เวลำ ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกิต ศกึ ษาแนวคิคเชิงนามธรรม การคดั เลือกคุณลักษณะท่จี าเป็นตอ่ การแกป้ ญั หา ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา การเขยี น รหัสลาลองและผงั งาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ที่มีการใช้งานตัวแปร เงอื่ นไข และการวนซา้ เพอื่ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมขอ้ มลู ปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลือก และประเมินผลเพอ่ื ตัดสินใจ ซอฟตแ์ วร์และบริการบนอินเทอรเ์ นต็ ทใ่ี ชใ้ นการจดั การขอ้ มูล แนวทางการใชง้ าน เทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและ ขอ้ กาหนดการใช้ส่ือและแหล่งขอ้ มูล นาแนวคิดเชิงนามธรรมและขัน้ ตอนการแก้ปัญหาไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเขียน โปรแกรม หรอื การแกป้ ญั หาในชวี ติ จริง รวบรวมข้อมลู และสร้างทางเลอื ก ในการตดั สินใจได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และตระหนกั ถึงการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เกดิ ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไมส่ รา้ งความเสียหาย ให้แกผ่ อู้ ่ืน ตัวช้วี ัด ว. ๔.๒ เทคโนโลยี ๑. ออกแบบอลั กอรทิ ึมท่ีใช้แนวคดิ เชงิ นามธรรมเพือ่ แกป้ ัญหาหรืออธิบายการทางานทีพ่ บในชีวติ จริง ๒. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย เพือ่ แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตรห์ รือวทิ ยาศาสตร์ ๓. รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมนิ ผล นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรอื บรกิ ารบนอินเทอรเ์ นต็ ท่ีหลากหลาย ๔. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ใช้ส่อื และแหลง่ ขอ้ มลู ตามขอ้ กาหนดและข้อตกลง รวมท้งั หมด ๔ ตัวชวี้ ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 145 โครงสร้ำงรำยวชิ ำ รหัสวชิ ำ ว๓๒๑03 รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ๒ ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 5 จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต หน่วย ชอ่ื หน่วย มำตรฐำน สำระสำคญั / เวลำ น้ำหนัก/ ท่ี กำรเรียนรู้/ ควำมคดิ รวบยอด (ช่วั โมง) สัดสว่ นของ กิจกรรม กำรเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด/ผล คะแนน กำรเรียนรู้ - ยคุ ของขอ้ มลู และสารสนเทศ - วทิ ยาการขอ้ มูล 1 ข้อมูลมีคุณค่า ว ๔.๒ ม.๕/๑ - กระบวนการวิทยาการข้อมลู 10 30 - การคิดเชงิ ออกแบบสาหรับ 20 วิทยาการขอ้ มลู 10 30 สอบกลางภาค 20 80 - 20 - การเก็บรวบรวมข้อมูล 20 100 3 การเกบ็ รวบรวม ว 4.2 ม.5/1 - การเตรียมข้อมูล และสารวจข้อมูล - การสารวจขอ้ มูล - ขอ้ มลู ส่วนบคุ คล รวมระหวำ่ งภำค ปลำยภำค รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 146 คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน วิชำ ว๓๒๑04 รำยวิชำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี๒ กล่มุ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ ๕ เวลำ ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ………………………….............................................................................…………………………………….. ศึกษาขั้นตอนการทาโครงการ โดยการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้และทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งทรพั ยากร ในการ สรา้ งหรอื พัฒนาชนิ้ งานหรอื วิธีการ เพ่อื แก้ปัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน ปฏบิ ตั กิ ารทาโครงงานออกแบบเทคโนโลยี และนาเสนอโครงงาน อยา่ งน้อย 1 โครงงานเพ่อื ให้ผเู้ รยี นสามารถ ใช้ความรู้ ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คม และการดารงชีวติ จนสามารถ พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรร ม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใช้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ ตวั ช้ีวัด ว ๔.๑ ม.๕/๑ ประยกุ ต์ใช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตรต์ ่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทาโครงงานเพื่อแก้ แกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน รวมท้งั หมด ๑ ตัวชว้ี ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 147 โครงสร้ำงรำยวิชำ รหสั วิชำ ว๓๒๑04 รำยวชิ ำ กำรออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ ๕ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกิต ชื่อหน่วย มำตรฐำน นำ้ หนัก/ กำรเรยี นรู้/ สัดสว่ นของ หนว่ ย กิจกรรม กำรเรยี นร/ู้ สำระสำคัญ/ เวลำ ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน ตวั ชีว้ ัด/ผล ควำมคิดรวบยอด 4 15 กำรเรียนรู้ 5 15 ความร้แู ละการคิด ว4.1 1 ความรูก้ ับการแก้ปญั หา ม.5/1 5 20 1 เชงิ ออกแบบเพ่อื 2 การคดิ เชิงออกแบบกับการ 15 การแกป้ ัญหา แกป้ ญั หา 4 20 15 1 การแก้ปญั หาดว้ ยการทาโครงงาน - 20 80 2 โครงงานกบั การ ว4.1 2 การพัฒนาโครงงานโดยใช้ 20 แกป้ ญั หา 100 ม.5/1 กระบวนการออกแบบ เชิงวศิ วกรรม สอบกลางภาค 3 การสรา้ งประโยชน์ ว4.1 1 การสรา้ งประโยชน์ จากผลงาน ม.5/1 2 สิทธิและการคมุ้ ครองผลงาน 1 ขอ้ ควรระวงั เกีย่ วกับการนาเสนอ 4 การนาเสนอผลงาน ว4.1 ข้อมลู สารสนเทศ ม.5/1 2 การนาเสนอผลงานผา่ นระบบ เครือข่าย รวมระหว่ำงภำค ปลำยภำค รวม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook