Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเกาะคาวิทยาคม

หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเกาะคาวิทยาคม

Published by kru.aromaomam, 2022-06-16 13:04:41

Description: โรงเรียนเกาะคาวิทยาคม มีความพร้อมในการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โดยนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง 2560) มาตรฐานการเรียนรู้และความต้องการของท้องถิ่นมาเป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

Search

Read the Text Version

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 448 พ 22103 สขุ ศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 2 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา เวลาเรียน 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียน ศึกษาวเิ คราะหก์ ารเลือกใช้บรกิ ารทางสุขภาพได้อย่างเหมาะสมวเิ คราะหผ์ ลของการใช้เทคโนโลยีท่ีมตี ่อ สุขภาพ วิเคราะหค์ วามเจรญิ กา้ วหน้าทางการแพทย์ทีม่ ีผลต่อสุขภาพ วิเคราะหค์ วามเจริญก้าวหนา้ ทางการแพทยท์ ี่มี ผลต่อสุขภาพ วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต อธิบายลกั ษณะอาการเบอ้ื งตน้ ของผมู้ ีปัญหาสุขภาพจิต เสนอแนะวิธปี ฏบิ ตั ติ นเพอื่ จดั การกบั อารมณ์และความเครียด พฒั นาสมรรถภาพทางกาย ตนเองใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ก่ี าหนดระบวุ ธิ ีการ ปัจจัยและแหล่งทช่ี ว่ ยเหลอื ฟ้นื ฟผู ู้ติดสารเสพตดิ อธิบายวิธกี าร หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมเสี่ยงและสถานการณเ์ สยี่ ง ใชท้ กั ษะชีวิตในการปอ้ งกันตนเองและหลกี เลีย่ งสถานการณค์ ับขนั ที่ อาจนาไปสู่อันตราย โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้แบบรว่ มมือ คดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ อภปิ ราย สืบค้นข้อมลู ตงั้ คาถาม และการ เผชญิ สถานการณ์และการแก้ปัญหา เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานและตวั ชวี ดั ตอ่ ไปน้ี พ 4.1 ม.2/1 เลอื กใชบ้ ริการทางสุขภาพไดอ้ ย่างเหมาะสม พ 4.1 ม.2/2 วิเคราะหผ์ ลของการใช้เทคโนโลยีที่มตี อ่ สขุ ภาพ พ 4.1 ม.2/3 วเิ คราะหค์ วามเจริญกา้ วหน้าทางการแพทย์ทม่ี ีผลตอ่ สุขภาพ พ 4.1 ม.2/4 วเิ คราะห์ความสมั พันธ์ของภาวะสมดลุ ระหวา่ งสุขภาพกายและสุขภาพจิต พ 4.1 ม.2/5 อธิบายลักษณะอาการเบอ้ื งตน้ ของผูม้ ปี ัญหาสุขภาพจิต พ 4.1 ม.2/6 เสนอแนะวธิ ีปฏิบตั ิตนเพอ่ื จัดการกบั อารมณแ์ ละความเครียด พ 4.1 ม.2/7 พฒั นาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนด พ 5.1 ม.2/1 ระบุวิธีการ ปจั จยั และแหล่งทชี่ ่วยเหลือฟื้นฟผู ูต้ ิดสารเสพติด พ 5.1 ม.2/2 อธบิ ายวิธีการหลกี เลีย่ งพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณเ์ สยี่ ง พ 5.1 ม.2/3 ใช้ทกั ษะชวี ติ ในการปอ้ งกันตนเองและหลีกเล่ยี งสถานการณ์คับขนั ท่อี าจนาไปส่อู นั ตราย รวมทง้ั หมด 10 ตัวชว้ี ดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 449 คำอธิบำยรำยวิชำ พ 22101 พลศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี น มีความรู้ ความเขา้ ใจ การนาผลการปฏิบตั ติ นเกยี่ วกับทกั ษะกลไกและทกั ษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกฬี าจาก แหล่งข้อมลู ที่หลากหลายมาสรุปเปน็ วธิ ที ่ีเหมาะสมของตนเอง เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากลทงั้ ประเภทบคุ คลและทีมได้ สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวท่ีส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจาวัน การนาประสบการณจ์ ากการร่วมกิจกรรมนนั ทนาการไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือกวางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลอื ก นาผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตาม เกณฑท์ กี่ าหนด โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การปฏิบัติ การแสดง การสาธิต การแสวงหาแนวทาง การคิดวิเคราะห์ การอธิบาย การสืบค้น และ การแกป้ ญั หา เพื่อให้นักเรียน นาผลการปฏิบัติตนเก่ียวกบั ทักษะกลไก ทักษะการเคล่ือนไหวมาใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง ใน การเล่นกระบ่ี และร่วมกิจกรรมนันทนาการ พร้อมนาหลักการไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันอย่างเป็นระบบ มีความ ซอื่ สัตย์ สุจริต มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน และมีจิตสาธารณะ เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานและตวั ชีวดั ต่อไปน้ี พ 3.1 ม.2/1 นาผลการปฏิบัตติ นเกย่ี วกบั ทักษะกลไกและทกั ษะการเคล่อื นไหวในการเลน่ กีฬาจาก แหล่งข้อมูลท่ีหลากหลายมาสรปุ เปน็ วธิ ที ี่เหมาะสมของตนเอง พ 3.1 ม.2/2 เล่นกฬี าไทยและกฬี าสากลท้งั ประเภทบุคคลและทมี อย่างละ 1 ชนิด พ 3.1 ม.2/3 เปรียบเทียบประสทิ ธิภาพของรูปแบบการเคลอ่ื นไหวที่ส่งผลต่อการเลน่ กฬี าและกจิ กรรมใน ชวี ิตประจาวัน พ 3.1 ม.2/4 รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการอยา่ งนอ้ ย 1 กิจกรรมและนาความรู้และหลกั การท่ไี ด้ไปปรบั ใช้ใน ชีวิตประจาวนั อยา่ งเป็นระบบ พ 3.2 ม.2/3 มีวนิ ยั ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเลน่ กีฬาทเี่ ลอื ก พ 3.2 ม.2/4 วางแผนการรุกและการปอ้ งกันในการเล่นกฬี าทีเ่ ลือกและนาไปใชใ้ นการเล่นอยา่ งเหมาะสม กบั ทีม พ 3.2 ม.2/5 นาผลการปฏบิ ัติในการเล่นกีฬามาสรปุ เปน็ วิธที ่ีเหมาะสมกบั ตนเองด้วยความมงุ่ ม่ัน พ 4.1 ม.2/7 พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเ้ ป็นไปตามเกณฑท์ ีก่ าหนด รวม 8 ตวั ชี้วัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 450 คำอธบิ ำยรำยวิชำ พ 22104 พลศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียน มีความรู้ ความเข้าใจ การนาผลการปฏิบตั ิตนเก่ียวกับทกั ษะกลไกและทักษะการเคลอ่ื นไหวในการเล่นกีฬาจาก แหล่งข้อมูลท่ีหลากหลายมาสรปุ เปน็ วธิ ีที่เหมาะสมของตนเอง เลน่ กีฬาไทยและกฬี าสากลทง้ั ประเภทบุคคลและทีม รู้ ประสทิ ธภิ าพของรูปแบบการเคลอื่ นไหวทส่ี ง่ ผลต่อการเลน่ กีฬา การนาประสบการณ์จากการรว่ มกิจกรรมนันทนาการ ไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน สามารถเลือกเขา้ ร่วมกจิ กรรมการออกกาลงั กายเล่นกฬี าตามความถนดั และความสนใจ วาง แผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและนาไปใช้ในการเล่นอยา่ งเหมาะสม และพฒั นาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเ้ ป็นไปตามเกณฑท์ ก่ี าหนด โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ การปฏิบตั ิ การแสดง การสาธิต การแสวงหาแนวทาง การคิดวิเคราะห์ การอธิบาย การสืบค้น และ การแก้ปญั หา เพื่อให้นกั เรียน นาผลการปฏบิ ตั ิตนเกี่ยวกบั ทักษะกลไก ทักษะการเคลือ่ นไหวมาใชใ้ หเ้ หมาะสมกับตนเอง ใน การเลน่ กรีฑา และรว่ มกจิ กรรมนันทนาการ พร้อมนาหลกั การไปปรับใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งเป็นระบบ มีความ ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มุง่ มั่นในการทางาน และมีจติ สาธารณะ เพือ่ ให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานและตวั ชวี ัดตอ่ ไปน้ี พ 3.1 ม.2/1 นาผลการปฏิบัติตนเกย่ี วกับทกั ษะกลไกและทกั ษะการเคล่อื นไหวในการเลน่ กฬี าจาก แหล่งขอ้ มลู ท่ีหลากหลายมาสรุปเป็นวิธีท่เี หมาะสมของตนเอง พ 3.1 ม.2/2 เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากลทง้ั ประเภทบคุ คลและทีมอย่างละ 1 ชนดิ พ 3.1 ม.2/3 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลอื่ นไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกฬี าและกิจกรรมใน ชวี ติ ประจาวัน พ 3.1 ม.2/4 รว่ มกิจกรรมนนั ทนาการอย่างน้อย 1 กจิ กรรมและนาความรูแ้ ละหลักการท่ีไดไ้ ปปรับใช้ใน ชวี ิตประจาวันอย่างเป็นระบบ พ 3.2 ม.2/2 เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกกาลังกายเล่นกฬี าตามความถนัดและความสนใจ พรอ้ มทั้ง วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบคุ คลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง พ 3.2 ม.2/4 วางแผนการรุกและการปอ้ งกนั ในการเลน่ กฬี าทเ่ี ลอื กและนาไปใชใ้ นการเล่นอย่างเหมาะสม กบั ทีม พ 4.1 ม.2/7 พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เปน็ ไปตามเกณฑ์ทกี่ าหนด รวม 7 ตัวชี้วัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 451 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน พ 23101 สุขศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียน ศึกษา เปรียบเทียบการเปลย่ี นแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาในแตล่ ะช่วงวยั วเิ คราะห์อิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คม ส่ือโฆษณาท่มี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การเปล่ยี นแปลงและพฒั นาการของวยั ร่นุ อนามยั แมแ่ ละเดก็ การวางแผนครอบครัว และวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นที่เหมาะสม ปัจจยั ที่มีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ สาเหตุ และแนวทางปอ้ งกนั และการแกไ้ ขปญั หาความขดั แย้งในครอบครัว กาหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกบั วัยตา่ งๆ โดย คานึงถึงความประหยัดและคณุ ค่าทางโภชนาการ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรแู้ บบกระบวนการกลุ่ม กระบวนการสบื คน้ ข้อมูล กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการวเิ คราะห์ และอภิปรายเพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สานึกในคุณค่าและศกั ยภาพของตนเอง เพอ่ื ให้ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรยี นรู้ และนาประสบการณ์ไปปรบั ใช้ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุดในการดาเนินชวี ิต เพื่อให้ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานและตัวชว้ี ัดตอ่ ไปนี้ พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ ม.3/1 เปรยี บเทียบการเปลี่ยนแปลงทางดา้ นรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ สติปัญญาแต่ละชว่ งของชีวิต ม.3/2 วิเคราะหอ์ ทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมต่อการเปลีย่ นแปลงของวัยรนุ่ ม.3/3 วิเคราะห์ สอื่ โฆษณาทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวัยรนุ่ พ 2.1 เข้าใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษาและมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต ม.3/1 อธิบายอนามยั แม่และเดก็ การวางแผนครอบครัวและวธิ ีการปฏิบตั ติ น ท่เี หมาะสม ม.3/2 วิเคราะห์ปัจจัยท่มี ีผลกระทบตอ่ การตั้งครรภ์ ม.3/3 วเิ คราะหส์ าเหตุ และเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขความขัดแยง้ ในครอบครวั พ 4.1 เห็นคณุ ค่าและมที กั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการ สร้างเสริมสมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ ม.3/1 กาหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกับวัยต่าง ๆ โดยคานึงถึงความประหยัด และคุณค่าทางโภชนาการ รวม 7 ตัวชีว้ ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 452 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ พ 23102 พลศึกษา (วอลเลยบ์ อล) กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียน ศึกษาวิธีการเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีมนา หลักการ ความรูแ้ ละทกั ษะในการเคล่อื นไหวกจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและการเล่นกีฬาไปใชส้ รา้ งเสรมิ สุขภาพอย่าง ต่อเนือ่ งเป็นระบบ ร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการอยา่ งน้อย 1 กิจกรม และนาหลักความรู้วธิ กี ารไปขยายผลการเรยี นรู้ให้กับ ผู้อื่น มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้าใจนักกีฬาออกกาลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่าเสมอ สามารถนา แนวคดิ หลกั การจากการเลน่ ไปพัฒนาคุณภาพชีวติ ของตนด้วยความภมู ิใจปฏิบัติตนตาม กฎ กตกิ า และขอ้ ตกลงในการ เลน่ ตามชนดิ กีฬาที่เลือกและนาแนวคิดทไี่ ด้ไปพฒั นาคุณภาพชวี ิตของตนในสงั คมจาแนกกลวิธกี ารรกุ การปอ้ งกัน และ ใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมนาไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่นเสนอผลการ พัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกดิ จากการออกกาลงั กายและการเลน่ กีฬา เป็นประจา ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูลสารวจ การอภิปราย กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้าง ความตระหนักและกระบวนการแรกเปลี่ยนเรยี นรู้ เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ และ นาเสนอสื่อสารส่งิ ที่เรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครัวในชวี ติ ประจาวนั มีความ ซ่อื สตั ย์ สุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งเนน้ ในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจิตสาธารณะ เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามร้คู วามสามารถตามมาตรฐานและตัวชีว้ ัดตอ่ ไปนี้ พ3.1 ม3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใชเ้ ทคนิคท่เี หมาะสมกบั ตนเองและทมี พ3.1 ม3/2 นาหลักการ ความรู้และทกั ษะในการเคล่อื นไหวกิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและการเลน่ กีฬา ไปใช้สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพอย่างตอ่ เนอื่ งเป็นระบบ พ3.1 ม3/3 รว่ มกจิ กรรมนันทนาการอยา่ งน้อย 1 กิจกรม และนาหลักความรูว้ ธิ ีการไปขยายผลการเรียนรู้ ให้กับผูอ้ น่ื พ3.2 ม 3/1 มีมารยาทในการเลน่ และดูกฬี าด้วยความมนี ้าใจนักกฬี า พ3.2 ม 3/2 ออกกาลังกายและเล่นกฬี าอย่างสมา่ เสมอ สามารถนาแนวคดิ หลกั การจากการเล่นไปพัฒนา คุณภาพชวี ติ ของตนด้วยความภมู ใิ จ พ3.2 ม 3/3 ปฏิบัติตนตาม กฎ กติกา และขอ้ ตกลงในการเล่นตามชนิดกฬี าทีเ่ ลือกและนาแนวคิดทไี่ ด้ไป พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของตนในสังคม พ3.2 ม 3/4 จาแนกกลวธิ กี ารรุก การป้องกนั และใชใ้ นการเลน่ กฬี าทเี่ ลือกและตดั สนิ ใจเลอื กวธิ ีท่ีเหมาะสม กับทมี นาไปใช้ได้ตามสถานการณข์ องการเล่น พ3.2 ม 3/5 เสนอผลการพัฒนาสขุ ภาพของตนเองท่เี กิดจากการออกกาลงั กายและการเล่นกีฬา เป็น ประจา รวม 8 ตวั ช้วี ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 453 คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน พ 23103 สขุ ศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี น ศึกษา และเสนอแนวทางการปอ้ งกนั โรคท่เี ป็นสาเหตุสาคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย รวบรวมขอ้ มูลและเสนอแนวทางแก้ไขปญั หาสขุ ภาพในชุมชน มกี ารวางแผนและจดั เวลาในการออกกาลงั กาย การ พักผ่อนและการสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางการ มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายและพัฒนาได้ตามความแตกตา่ ง ระหว่างบุคคล วิเคราะหป์ ัจจัยเส่ยี งและพฤติกรรมเส่ียงท่มี ีผลต่อสุขภาพและแนวทางการป้องกัน หลีกเลีย่ งและชกั ชวน เพื่อนในการใชค้ วามรนุ แรงในการแกป้ ัญหา อิทธิพลของส่อื ตอ่ พฤติกรรมสขุ ภาพและความรนุ แรง ความสมั พนั ธข์ อง การด่ืมเครื่องดมื่ แอลกอฮอลท์ ่ีมีตอ่ สุขภาพและการเกิดอบุ ตั ิเหตุ สามารถแสดงวิธกี ารชว่ ยฟื้นคืนชีพไดอ้ ยา่ งถกู วิธี โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรแู้ บบกระบวนการกลมุ่ กระบวนการสืบค้นข้อมลู กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการวิเคราะห์ และอภปิ รายเพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ สานึกในคุณคา่ และศักยภาพของตนเอง เพอ่ื ให้ สามารถส่อื สารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ และนาประสบการณไ์ ปปรบั ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุดในการดาเนนิ ชีวิต เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานและตวั ชวี้ ัดตอ่ ไปนี้ พ 4.1 เห็นคุณค่าและมที กั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพ่อื สุขภาพ ม.3/2 เสนอแนวทางปอ้ งกันโรคท่ีเป็นสาเหตุสาคัญของการเจบ็ ป่วยและการตายของคนไทย ม.3/3 รวบรวมขอ้ มลู และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหาสขุ ภาพในชุมชน ม.3/4 วางแผนและจดั เวลาในการออกกาลงั กาย การพกั ผ่อนและการสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย ม.3/5 ทดสอบสมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดต้ ามความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล พ 5.1 ป้องกนั และหลีกเล่ียงปจั จัยเสี่ยง พฤติกรรมเสยี งต่อสขุ ภาพ อุบัตเิ หตุ การใช้ยาและสารเสพตดิ และ ความรนุ แรง ม.3/1 วเิ คราะหป์ จั จยั เสี่ยงและพฤติกรรมเสย่ี งทมี่ ีผลตอ่ สุขภาพและแนวทางป้องกัน ม.3/2 หลีกเล่ยี งการใชค้ วามรนุ แรงและชกั ชวนเพอ่ื ใหห้ ลกี เลีย่ งการใช้ความรุนแรง ในการแก้ปญั หา ม.3/3 วิเคราะห์อิทธพิ ลของส่ือตอ่ พฤตกิ รรมสุขภาพและความรนุ แรง ม.3/4 วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ของการด่มื เคร่ืองดืม่ ท่ีมีแอลกอฮอล์ต่อสขุ ภาพและ การเกิดอุบตั เิ หตุ ม.3/5 แสดงวิธกี ารชว่ ยฟื้นคืนชีพอยา่ งถกู วธิ ี รวม 9 ตัวชีว้ ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 454 พ 23104 พลศกึ ษา (บาสเกตบอล) คำอธบิ ำยรำยวิชำ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา เวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียน ศึกษาวิธีการเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคท่ีเหมาะสมกับตนเองและทีมนา หลักการ ความรแู้ ละทกั ษะในการเคลอ่ื นไหวกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและการเลน่ กฬี าไปใช้สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพอย่าง ตอ่ เน่ืองเป็นระบบ ร่วมกิจกรรมนันทนาการอยา่ งนอ้ ย 1 กิจกรม และนาหลักความรู้วธิ กี ารไปขยายผลการเรียนรู้ให้กับ ผู้อื่น มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้าใจนักกีฬาออกกาลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่าเสมอ สามารถนา แนวคิดหลักการจากการเล่นไปพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของตนด้วยความภูมิใจปฏิบัตติ นตาม กฎ กติกา และข้อตกลงในการ เลน่ ตามชนิดกฬี าท่ีเลือกและนาแนวคิดท่ีไดไ้ ปพัฒนาคุณภาพชวี ิตของตนในสังคมจาแนกกลวิธกี ารรุก การปอ้ งกนั และ ใช้ในการเล่นกีฬาท่ีเลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมนาไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่นเสนอผลการ พัฒนาสขุ ภาพของตนเองท่เี กิดจากการออกกาลังกายและการเลน่ กีฬา เปน็ ประจา ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูลสารวจ การอภิปราย กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้าง ความตระหนกั และกระบวนการแรกเปลีย่ นเรยี นรู้ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ และ นาเสนอสอ่ื สารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชวี ิตประจาวนั มีความ ซ่อื สัตย์ สุจริต มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งเน้นในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจติ สาธารณะ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมีความรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานและตวั ช้วี ดั ตอ่ ไปน้ี พ 3.1 ม3/1 เลน่ กีฬาไทยและกฬี าสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกบั ตนเองและทมี พ 3.1 ม3/2 นาหลักการ ความรแู้ ละทกั ษะในการเคล่ือนไหวกิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและการเลน่ กฬี าไปใชส้ ร้างเสริมสขุ ภาพอยา่ งตอ่ เนอ่ื งเปน็ ระบบ พ 3.1 ม3/3 รว่ มกจิ กรรมนันทนาการอยา่ งนอ้ ย 1 กิจกรม และนาหลกั ความรูว้ ธิ ีการไปขยายผลการเรียนรู้ ใหก้ ับผอู้ ื่น พ 3.2 ม 3/1 มมี ารยาทในการเลน่ และดกู ีฬาด้วยความมนี า้ ใจนกั กีฬา พ 3.2 ม 3/2 ออกกาลังกายและเล่นกีฬาอยา่ งสมา่ เสมอ สามารถนาแนวคิดหลกั การจากการเล่นไปพฒั นา คุณภาพชีวิตของตนด้วยความภมู ใิ จ พ 3.2 ม 3/3 ปฏบิ ตั ิตนตาม กฎ กตกิ า และข้อตกลงในการเลน่ ตามชนดิ กีฬาทเ่ี ลือกและนาแนวคิดท่ีได้ไป พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตของตนในสงั คม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 455 พ 3.2 ม 3/4 จาแนกกลวิธกี ารรกุ การปอ้ งกนั และใช้ในการเลน่ กฬี าที่เลอื กและตัดสินใจเลอื กวธิ ที ี่ เหมาะสมกับทีมนาไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเลน่ พ 3.2 ม 3/5 เสนอผลการพฒั นาสขุ ภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาลงั กายและการเล่นกฬี า เปน็ ประจา รวม 8 ตัวชว้ี ัด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 456 คำอธบิ ำยรำยวิชำ พ 20201 พลศกึ ษา( ลีลาศ) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียน ศึกษาประวัติความเป็นมาของการลีลาศ การศกึ ษากฎ ระเบียบ มารยาทของการลีลาศ หลักการลีลาศ การ เสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกาย การสร้างความค้นุ เคยกบั จังหวะดนตรแี ละการนบั จังหวะ มีทกั ษะพ้ืนฐานลีลาศใน จงั หวะบกี ิน จังหวะชา่ ช่า ช่า จังหวะรุมบ้า และจงั หวะไจว์ กล้าแสดงออกดว้ ยความมนั่ ใจ ปฏิบัติตนในการเป็นผนู้ า ผู้ตามท่ีดี ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลมุ่ การสบื คน้ ข้อมลู สารวจ การอภปิ ราย กระบวนการฝึกปฏิบัตเิ พอื่ ใหเ้ กดิ ความร้คู วาม เขา้ ใจ สามารถนาเสนอส่อื สารส่งิ ที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชวี ติ ประจาวันมีความ ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ เน้นในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจิตสาธารณะ เพ่อื ให้ผู้เรยี นมีความรู้ความสามารถตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปน้ี 1. บอกประวตั ิความเป็นมา กฎ ระเบยี บและมารยาทของการลีลาศได้ 2. ลลี าศร่วมกับผอู้ น่ื ในสถานท่ีอยา่ งเหมาะสมมคี วามเป็นระเบยี บและมีมารยาทในการลีลาศ 3. มีทักษะพื้นฐานในการลลี าศที่ถกู ต้องเหมาะสมและสวยงาม 4. ลีลาศในจังหวะต่างๆ ได้อยา่ งมที กั ษะถกู ต้องและสวยงาม 5. นากจิ กรรมกจิ กรรมลลี าศไปประยุกต์ใช้ในการออกกาลงั กาย กล้าแสดงออก มารยาทในการเข้าสังคม และ การเปน็ ผนู้ า ผู้ตามที่ดี รวมทั้งหมด 5 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 457 คำอธิบำยรำยวิชำ พ 20202 พลศกึ ษา( วอลเลย์บอล) กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี น ศึกษาประวตั คิ วามเป็นมาของกีฬาวอลเลยบ์ อล และมีทกั ษะในการเลน่ กีฬาวอลเลย์บอล บอกกฎ กติกา กลวธิ ีการเลน่ และการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล มีวนิ ยั ปฏบิ ัติตามกฎ กตกิ า และข้อตกลงในการเล่นกีฬา วางแผนการ รกุ และการปอ้ งกนั ในการเลน่ กีฬาอยา่ งเหมาะสมกับทีม มมี ารยาทในการดู การเลน่ การแขง่ ขนั มีน้าใจเปน็ นักกีฬา และนาผลการปฏิบัติในการเลน่ กฬี ามาสรุปเปน็ วิธีทีเ่ หมาะสมกับตนเองด้วยความมงุ่ ม่นั ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมลู กระบวนการสาธิต กระบวนการฝึกปฏบิ ตั ิเพื่อให้เกดิ ความรู้ความ เขา้ ใจ มสี ามารถความสามารถในการตดั สนิ ใจ เพ่ือให้มีความร้คู วามเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวติ ของตนเองและครอบครวั ในชวี ิตประจาวนั มคี วาม ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพียง มงุ่ เนน้ ในการทางาน รักความเป็นไทยและมี จิตสาธารณะ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความสามารถตามผลการเรียนรู้ต่อไปนี้ 1. รแู้ ละเขา้ ใจการทดสอบสมรรถภาพ (ก่อน-หลงั เรยี น) 2. บอกประวัตคิ วามเปน็ มากฬี าวอลเลย์บอลได้ 3. การบริหารกายสาหรับกีฬาวอลเลย์บอล 4. รู้และเข้าใจทกั ษะการเคลอ่ื นไหวเบือ้ งตน้ และการสรา้ งความคุน้ เคยกับลูกวอลเลย์บอล 5. ปฏิบตั ิทักษะการเลน่ ลูกสองมอื ลา่ ง (อันเดอร์)ไดถ้ ูกตอ้ ง 6. ปฏิบัติทักษะการเล่นลูกสองมือบน (เซต)ได้ถูกต้อง 7. ปฏิบตั ทิ ักษะการเสริ ฟ์ ลกู วอลเลยบ์ อลไดถ้ กู ต้อง 8. ปฏิบตั ทิ ักษะการการตบและการสกัดกนั้ ได้ถกู ตอ้ ง 9. รู้และเข้าใจทกั ษะการเลน่ ทีมเปน็ ฝ่ายรุกและทกั ษะการเลน่ ทมี เปน็ ฝา่ ยรบั 10. ร้แู ละเข้าใจกตกิ าการแข่งขนั กีฬาวอลเลย์บอล รวมทั้งหมด 10 ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 458 คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ พ 20203 เปตอง กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรียนท่ี 1-2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี น ศกึ ษาประวัตคิ วามเปน็ มา ประโยชน์ คุณคา่ มารยาท และความรทู้ ั่วไปของกฬี าเปตองมที ักษะ การเคลอื่ นไหว การบริหาร การเลน่ เกม ทักษะการเลน่ เปตอง หลักการวาง หลกั การตี การเล่นเปน็ ทีม ระเบียบข้อบงั คบั กตกิ าท่ีควร ทราบ คาศพั ท์เฉพาะท่ใี ช้ในการเลน่ กีฬาเปตองตัดสินเปตอง และการทดสอบสมรรถภาพทางกายท้งั 8 ประการ การ คิดวเิ คราะห์ เขียนบทสรปุ และนาเสนอบรกิ ารแก่ผู้อ่ืน เพอ่ื นาไปปฏิบัติตามมาตรฐานสากล โดยการนากระบวนการกลมุ่ การมสี ว่ นรว่ มการสาธติ การปฏิบตั จิ ริงเพอ่ื ใหเ้ กิดความรคู้ วามเขา้ ใจมีทกั ษะการ ชานาญสามารถปฏิบัตติ ามกฎกตกิ า มารยาท สิทธิ หลักความปลอดภัย ในการเข้ารว่ มกจิ กรรม การแขง่ ขนั กฬี าเปตอง มมี ารยาทในการชม การแข่งขนั เปตองและแขง่ ขันกฬี าเปตอง ดว้ ยความมนี ้าใจนักกฬี า รู้แพ้ รู้ชนะ รอู้ ภยั เห็นคุณค่าของการออกกาลงั กาย นาความรู้ ความเขา้ ใจ ในการเกิดประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั มีคุณธรรม กิจกรรม ค่านยิ มที่เหมาะสมกบั ตนเองและนาไปปฏิบัตไิ ด้ทุกโอกาสจนเกิดเปน็ บุคลิกภาพท่ีดี เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมีความรูค้ วามสามารถตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปนี้ 1. มีความร้เู กีย่ วกบั ประวัติของกฬี าเปตอง 2. ปฏิบตั ิทกั ษะต่างๆของการเล่นกฬี าเปตองได้อยา่ งถกู ต้อง 3. นาทักษะไปใชใ้ นการเลน่ ทมี และแข่งขนั ได้ 4. นากีฬาเปตองไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ 5. เขยี นสรปุ การเรยี นร้ไู ดอ้ ย่างสร้างสรรค์ 6. จดั ทาโครงงานไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลกั สากล 7. นาเสนอผลงานในรูปแบบท่เี ป็นสากลได้ รวมทงั้ หมด 7 ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 459 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ รหสั วิชา พ 20204 พลศึกษา( กระบี่) กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี น ศึกษาประวัตคิ วามเป็นมา ประโยชน์ คุณค่า มารยาทของการเลน่ กระบ่กี ระบอง และให้มีส่วนร่วมปฏบิ ัตจิ รงิ ในการบริหารการออกกาลงั กายดว้ ยกจิ กรรมกีฬากระบี่ ทักษะการถวายบงั คม การขน้ั พรมนง่ั พรมยนื การราไม้รา 12 ทา่ ทกั ษะไมต้ ีทา่ ตา่ ง ๆ อย่างถกู ตอ้ งปลอดภัยและสนกุ สนาม โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ การสบื คน้ ข้อมูล กระบวนการสาธิต กระบวนการฝกึ ปฏบิ ัติเพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ความ เข้าใจ มีสามารถความสามารถในการตัดสินใจ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อ พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของตนเองและครอบครัวในชีวติ ประจาวันมีความ ซ่ือสัตย์ สุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งเน้นในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ เพือ่ ให้ผเู้ รียนมีความร้คู วามสามารถตามผลการเรียนรูต้ ่อไปน้ี 1. มีความร้เู กยี่ วกับประวัติของกีฬากระบีก่ ระบองก่อน - หลังเรยี น 2. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการราถวายบงั คมได้อย่างถกู ตอ้ ง 3. สามารถปฏิบัติทกั ษะการราพรมนงั่ ได้ 4. สามารถปฏบิ ตั ิทกั ษะการราพรมยืนได้ 5. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการราไมร้ า 12 ไม้ได้ 6. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการตีไม้ 6 ไมแ้ ละการตีไมล้ กู ผสมได้ 7. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการกลับหวั สนามและเดินแปลงลดลอ่ ได้ 8. สามารถปฏิบตั ิทักษะการต่อสู้ การแขง่ ขันและระเบยี บกตกิ าของกระบีไ่ ด้ รวมทง้ั หมด 8 ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 460 คำอธบิ ำยรำยวิชำ พ 20205 พลศึกษา( กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมา และคุณค่าของกิจกรรมเข้าจังหวะ เพิ่มพูนผลการปฏิบัติตน เกีย่ วกับทกั ษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายใหเ้ ข้ากับจังหวะ ทักษะการเคล่อื นไหวแบบต่างๆ ระเบียบวัฒนธรรม และมารยาทในการเข้ารว่ มกิจกรรมเข้าจงั หวะประเภทนัน้ ๆ การนากิจกรรมและประสบการณ์จาก การรว่ มกิจกรรมนันทนาการไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวัน โดยใช้กระบวนการกลุ่มการปฏิบัติ การแสดง การสาธิต การแสวงหาแนวทาง การคิดวิเคราะห์ การอธิบาย การสบื คน้ และ การแกป้ ัญหา เพิ่มพูนการปฏบิ ตั ติ นเกีย่ วกบั ทกั ษะกลไก ทักษะการเคล่ือนไหว มาใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง ในการ รว่ ม กจิ กรรมนนั ทนาการ พร้อมนาหลักการไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวันอยา่ งเปน็ ระบบ มีความซอ่ื สตั ย์ สุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่ เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน และมจี ติ สาธารณะ เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามผลการเรียนรู้ต่อไปน้ี 1. บอกประวตั คิ วามเปน็ มาของกิจกรรมเข้าจังหะของไทยและของตา่ งประเทศได้ 2 .ปฏิบตั ทิ กั ษะการเคลื่อนไหวสว่ นต่างๆของร่างกายให้เขา้ กับจงั หวะได้ 3. ฟังจังหวะและเคาะจงั หวะตามดนตรไี ด้ถูกต้อง ไม่เรว็ หรือช้าเกนิ ไป 4. จาแนกจงั หวะเสยี งเพลงและเคลื่อนไหวร่างกายในทา่ งา่ ย ๆ ให้เขา้ กับจงั หวะได้ 5 อธิบายขนั้ ตอนการปฏิบตั ิของทกั ษะการเคลือ่ นไหวเบ้อื งตน้ ของการออกกาลังกายของกจิ กรรมเข้าจงั หวะ 6. เต้นราพน้ื เมอื งของประเทศไทยได้ 2 กิจกรรม 7. เตน้ ราพืน้ เมืองของต่างประเทศได้ 2 กิจกรรม 8. บอกประโยชนแ์ ละความปลอดภยั ในการออกกาลังกายได้ 9. บอกจงั หวะดนตรแี ละเลือกจังหวะดนตรที ่ีใช้ประกอบการออกกาลังกายแบบกิจกรรมเข้าจังหวะได้ 10. นากจิ กรรมเขา้ จงั หวะแบบไทยและกิจกรรมเขา้ จงั หวะแบบต่างชาตมิ าผสมผสานและเต้นได้ 11. เพิ่มพนู ทกั ษะการเคลือ่ นไหวร่างกายและนาเทคนิคไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน ได้อย่างเปน็ ระบบ รวมทง้ั หมด 11 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 461 คำอธิบำยรำยวชิ ำเพม่ิ เติม พ 20206 พลศกึ ษา( แฮนดบ์ อล) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 ภาคเรยี นท่ี 1-2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ศกึ ษาประวตั ิความเป็นมา ประโยชน์ คณุ ค่า มารยาทของการเล่นกีฬาแฮนด์บอล มีทกั ษะการเคล่อื นไหวแบบ ตา่ ง ๆ มีทักษะการเลน่ กฬี าแฮนดบ์ อล การแข่งขันและร้กู ติกา เห็นคุณค่าของการออกกาลงั กาย นาความรู้ ความ เขา้ ใจ ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันตามมาตรฐานสากล โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ การสืบค้นข้อมูล กระบวนการสาธิต กระบวนการฝึกปฏิบัตเิ พื่อใหเ้ กิดความรคู้ วาม เข้าใจ มสี ามารถความสามารถในการตดั สนิ ใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชีวิตประจาวันมีความ ซือ่ สัตย์ สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง ม่งุ เน้นในการทางาน รกั ความเป็น ไทยและมีจติ สาธารณะ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมคี วามร้คู วามสามารถตามผลการเรียนรูต้ อ่ ไปนี้ 1. มีความรู้เกย่ี วกับประวัตขิ องกฬี าแฮนด์บอล ก่อน-หลงั เรียน 2. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการอบอุ่นรา่ งกายกอ่ น-หลังการเล่นกฬี าแฮนดบ์ อลและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 3. สามารถปฏิบัติทักษะการรบั -ส่งบอลแบบตา่ ง ๆ ได้ 4. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการเล้ยี งลูกบอลแบบตา่ ง ๆ ได้ 5. สามารถปฏิบัติทักษะการยิงประตู และผรู้ ักษาประตูแบบตา่ ง ๆ ได้ 6. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการเปน็ ผเู้ ล่น ฝา่ ยรุกและฝา่ ยรับได้ 7. สามารถปฏบิ ัติทักษะการเลน่ เปน็ ทีม และบอกกติกาการแข่งขันได้ รวมทงั้ หมด 7 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 462 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิม่ เติม พ 20207 พลศกึ ษา( ฟตุ บอล) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ศกึ ษาประวัติ ประโยชนแ์ ละกตกิ าของกฬี าฟุตบอล วเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเกีย่ วกบั การเคล่ือนไหว รปู แบบต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม และใชค้ วามสามารถของตนเพิม่ ศักยภาพของทีมในการเลน่ ปฏิบัติเกย่ี วกับสทิ ธิ กฎ กตกิ า กลวธิ ีการเลน่ แบบตา่ งๆ ในระหวา่ งการแข่งขัน การเก็บรกั ษาอุปกรณ์ มารยาทการเล่นกฬี า ปฏบิ ตั ิทักษะต่างๆ ในการเลน่ ฟตุ บอลไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เปน็ ระบบตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล กระบวนการสาธติ กระบวนการฝึกปฏิบัติเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถ เขียน สรปุ และสือ่ สาร เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครัวในชีวิตประจาวันมีความ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งเน้นในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิต สาธารณะ เพื่อใหผ้ เู้ รียนมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนร้ตู ่อไปน้ี 1. มีความรู้ความเข้าใจประวัตคิ วามเปน็ มาในกีฬาฟุตบอล 2. อธิบายความสาคัญของการออกกาลังกายได้ 3. ปฏิบัติทักษะการปฏิบัตริ า่ งกายและการเคลอ่ื นไหวแบบตา่ งๆ ได้ 4. ปฏิบัติทกั ษะการสร้างความคุน้ เคยกบั ลกู บอลด้วยมือ และเทา้ ได้ 5. ปฏิบตั ิทักษะการครอบครองลกู บอลดว้ ยเท้าได้ 6. ปฏิบัตทิ กั ษะการส่งลูกบอลแบบต่าง ๆ ได้ 7. ปฏิบตั ทิ ักษะการเลอื กลูกบอลแบบต่างๆ ได้ 8. ปฏิบัติทกั ษะการยิงประตแู บบต่างๆ ได้ 9. ปฏิบตั ทิ ักษะการเป็นฝ่ายรุก และรบั ได้ 10.ปฏิบัติทักษะในการเล่นในตาแหน่งต่างๆ ได้ 11.ปฏิบัติทกั ษะการเล่นเปน็ ทีมได้ 12.ปฏิบัติทักษะการเลน่ เป็นระบบได้ 13.มีเจตคติและคณุ ลักษณะที่ดใี นการเรียนวิชา พลศึกษา รวมทง้ั หมด 13 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 463 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพมิ่ เตมิ พ 20208 พลศึกษา( แชรบ์ อล) กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 ภาคเรยี นท่ี 1-2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มา ประโยชน์ คณุ ค่า มารยาทของการเลน่ กีฬาแชรบ์ อล มีทกั ษะการเคล่ือนไหวแบบ ต่าง ๆ มีทักษะการเลน่ กีฬาแชร์บอล รวมทั้งการแข่งขนั และรกู้ ฎ กตกิ า เหน็ คุณคา่ ของการออกกาลังกาย นาความรู้ ความเขา้ ใจ ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ การสืบคน้ ข้อมลู กระบวนการสาธิต กระบวนการฝกึ ปฏิบตั เิ พ่ือใหเ้ กิดความรู้ความ เขา้ ใจ มีสามารถความสามารถในการตัดสนิ ใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชวี ติ ประจาวันมีความ ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง ม่งุ เนน้ ในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจติ สาธารณะ เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมคี วามรู้ความสามารถตามผลการเรียนรตู้ ่อไปน้ี 1. มคี วามรเู้ ก่ยี วกับประวัติของกฬี าแชรบ์ อล ก่อน-หลงั เรียน 2. สามารถปฏบิ ตั ิทกั ษะการอบอุ่นรา่ งกายก่อน-หลงั การเลน่ กฬี าแชร์บอลและการทดสอบสมรรถภาพทาง กาย 3. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการรับ-สง่ บอลแบบตา่ ง ๆ ได้ 4. สามารถปฏิบัติทักษะการยิงประตู และถือตะกร้าแบบต่าง ๆ ได้ 5. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการเปน็ ผู้เลน่ ฝา่ ยรกุ และฝา่ ยรบั ได้ 6. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการเลน่ เปน็ ทมี และบอกกติกาการแข่งขันได้ รวมทั้งหมด 6 ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 464 คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม พ 20209 พลศกึ ษา( กรฑี า) กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ภาคเรียนท่ี 1-2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ศึกษาประวัติความเปน็ มา ประโยชน์ คณุ คา่ มารยาทของการเรียนกรฑี ามีทกั ษะการเคลอ่ื นไหวแบบต่าง ๆ มี สมรรถภาพทางกายดี มีทักษะกลไก เป็นพ้นื ฐานในการเล่นกรฑี า มที กั ษะการเล่นกรีฑา การแข่งขันและรู้กฎ กติกา ตลอดเหน็ คุณค่าของการออกกาลงั กาย นาความรู้ความเข้าใจไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล กระบวนการสาธิต กระบวนการฝึกปฏิบัติเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มสี ามารถความสามารถในการตัดสินใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชีวติ ประจาวนั มีความ ซ่อื สตั ย์ สุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ เนน้ ในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจิตสาธารณะ เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนมีความรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนรู้ตอ่ ไปนี้ 1. มคี วามรู้เกี่ยวกบั ประวัติของกรีฑา กอ่ น-หลงั เรียน 2. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการอบอุ่นร่างกาย ก่อน-หลังการเลน่ กรีฑาและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 3. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะ การวง่ิ ระยะสั้น การวงิ่ ผลัดได้ 4. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะ การแขง่ ขันและบอกกติกาการแข่งขนั ได้ รวมทง้ั หมด 4 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 465 คำอธิบำยรำยวิชำเพิม่ เติม พ 20210 พลศกึ ษา(บาสเกตบอล) กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มา ประโยชน์ คุณคา่ มารยาทของการเล่นกฬี าบาสเกตบอล มีทกั ษะการเคลอ่ื นไหว แบบตา่ ง ๆ มีทกั ษะการเล่นกฬี าบาสเกตบอล การแข่งขนั และรกู้ ตกิ า เหน็ คณุ คา่ ของการออกกาลังกาย นาความรู้ ความเข้าใจ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบคน้ ข้อมลู กระบวนการสาธติ กระบวนการฝกึ ปฏิบตั เิ พือ่ ให้เกิดความรูค้ วาม เขา้ ใจ มสี ามารถความสามารถในการตดั สินใจ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครวั ในชวี ิตประจาวนั มีความ ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ เนน้ ในการทางาน รักความเป็น ไทยและมีจติ สาธารณะ เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปน้ี 1. มีความรู้เก่ยี วกับประวตั ิของกีฬาบาสเกตบอล กอ่ น-หลงั เรยี น 2. สามารถปฏิบัติทกั ษะการอบอุ่นร่างกายก่อน-หลังการเลน่ กฬี าบาสเกตบอลและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 3. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการรับ-สง่ บอลแบบตา่ ง ๆ ได้ 4. สามารถปฏิบัติทักษะการเลยี้ งลกู บอลแบบต่าง ๆ ได้ 5. สามารถปฏิบัติทกั ษะการยงิ ประตู ได้ 6. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการเปน็ ผ้เู ลน่ ฝ่ายรกุ และฝ่ายรบั ได้ 7. สามารถปฏิบัติทักษะการเล่นเป็นทมี และบอกกตกิ าการแขง่ ขันได้ รวมท้งั หมด 7 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 466 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพม่ิ เติม พ 20211 พลศึกษา(แบดมินตัน) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ ศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจในการเลน่ กฬี าแบดมนิ ตนั เรือ่ งความรทู้ ั่วไปเก่ยี วกบั การเลน่ กีฬา แบดมนิ ตนั หลักการ รูปแบบการเคลื่อนไหวแบบตา่ งๆตลอดจนการนาหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวไปใชใ้ น การออกกาลังกายและเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั ตามกฎกตกิ า ความปลอดภัย กลวิธกี ารเลน่ และการแข่งขนั ยอมรบั และเห็นคุณคา่ ของการออกกาลังกายและเล่นกีฬาแบดมินตนั โดยปฏบิ ัติตนตามสทิ ธิ กฎ กติกา ความรับผดิ ชอบตามบทบาทและหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย ให้ความรว่ มมือ เป็นผู้มนี ้าใจนักกฬี า ชนื่ ชมสนุ ทรยี ภาพใน การเลน่ การดู และการแขง่ ขนั เป็นประจาสม่าเสมอ มีความรู้ ความเข้าใจ รู้จักวางแผน เลอื กปฏิบัติปรับปรงุ แก้ไข และพัฒนาสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต และสมรรถภาพทางกลไก โดยใชก้ ฬี าแบดมินตันเปน็ ส่ือเพอ่ื ให้เปน็ ผทู้ ม่ี ีสมรรถภาพทางกายและทาง จิตที่ดีและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวิ ติ ประจาวนั ได้ เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนรู้ต่อไปนี้ ผลการเรียนรู้ 1. รู้ประวตั ิ ประโยชนก์ ฎ กตกิ า มารยาท และการดูแลรักษาอุปกรณ์ในกฬี าแบดมินตัน 2. ปฏิบัตกิ ารบรหิ ารร่างกาย และการเคลือ่ นไหวร่างกายเบื้องต้นแบบต่างๆได้ 3. ปฏบิ ัติทักษะการจบั ไม้ การยนื การถือลูก การใช้นิว้ -ขอ้ มอื และการเคล่อื นทเี่ ท้าในการเล่นแบดมินตันได้ 4. ปฏิบัติทกั ษะในการส่งลูก การตีลกู หนา้ มือและหลงั มือได้ 5 ปฏิบตั ิทักษะการเล่นลูกโดง่ ลูกหยอด ลกู ดาด และลูกตบได้ 6 ปฏิบัตกิ ารเลน่ เป็นฝา่ ยรุกและรับได้ 7 ปฏิบตั กิ ารแขง่ ขนั ประเภทเดย่ี วและค่ไู ด้ 8 มีเจตคตทิ ่ีดีในการเรยี นวชิ าพลศกึ ษา รวมทั้งหมด 8 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 467 คำอธิบำยรำยวิชำ เพ่มิ เติม พ 20212 พลศึกษา( แอโรบิก) กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1-3 ภาคเรยี นท่ี 1-2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ การนาผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหวในการเล่น กีฬาแบบแอโรบิกและแอโรบิกดานซ์จากแหลง่ ข้อมูลท่ีหลากหลายมาสรุปเปน็ วธิ ีที่เหมาะสมของตนเอง เล่นแอโรบิก รู้ ประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวท่ีส่งผลต่อการออกกาลังกายแบบแอโรบิก การนาประสบการณ์จากการร่วม กจิ กรรมนนั ทนาการไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวัน โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การปฏิบัติ การแสดง การสาธิต การแสวงหาแนวทาง การคิดวิเคราะห์ การ อธิบาย การสืบคน้ และ การแก้ปญั หา นาผลการปฏิบัตติ นเก่ียวกบั ทักษะกลไก ทักษะการเคล่อื นไหว มาใชใ้ ห้เหมาะสมกบั ตนเอง ในการเล่นกีฬา แบบแอโรบกิ และแอโรบกิ ดานซ์ ร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการ พร้อมนาหลักการไปปรับใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งเปน็ ระบบ มคี วามซอ่ื สัตย์ สุจรติ มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน และมีจติ สาธารณะ เพอ่ื ให้ผ้เู รียนมีความรู้ความสามารถตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปนี้ 1. บอกประวัติความเป็นมาของการออกกาลงั กายแบบแอโรบิก 2 .อธบิ ายประโยชนแ์ ละองคป์ ระกอบของการออกกาลงั แบบแอโรบิกดานซ์ได้ 3 .ปฏิบัติการตรวจนบั ชีพจรและกาหนดชพี จรเปา้ หมายในการออกกาลังกายแบบแอโรบิกได้ 4. อธิบายข้ันตอนการปฏบิ ตั ิของทกั ษะการเคลือ่ นไหวเบื้องตน้ ของการออกกาลงั กาย แบบแอโรบิกดานซ์ ได้ 5. ฝกึ ปฏิบตั ิตามขัน้ ตอนการอบอุ่นร่างกาย การแอโรบกิ และการวอมรด์ าวน์ได้ 6. บอกประโยชนแ์ ละความปลอดภัยในการออกกาลงั กายได้ 7. บอกจงั หวะดนตรแี ละเลือกจังหวะดนตรที ่ีใช้ประกอบการออกกาลังกายแบบแอโรบกิ ดานซไ์ ด้ 8. จาแนกจังหวะดนตรใี นแตล่ ะชว่ งของการออกกาลังการแบบแอโรบิกดานซ์ 9. นาเทคนคิ ในการวางท่าทางและทักษะการเคลือ่ นไหวพนื้ ฐานของการออกกาลังกายแบบแอโรบกิ ดานซ์ ไป ประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน ท้งั การเปน็ ผู้นาแอโรบกิ และผตู้ ามการเตน้ แอโรบกิ ดานซ์ในชุมชนได้ รวมทงั้ หมด 9 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 468 คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ พ 20213 พลศึกษา(ฟุตซอล) กลุม่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3 ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียนรู้ ศกึ ษาประวตั ิ ประโยชนแ์ ละกตกิ าของกีฬาฟุตซอล อธิบายความสาคญั ของการออกกาลังกายและ วเิ คราะห์ความคดิ รวบยอดเกีย่ วกบั การเคลื่อนไหวรูปแบบปฏิบัติทักษะ มที กั ษะการสรา้ งความคุ้นเคย การ ครอบครองและการรับสง่ ลูกฟุตซอล ปฏิบตั ิเก่ียวกับสทิ ธิ กฎ กติกา กลวธิ กี ารเล่นแบบตา่ งๆ ในระหว่างการแข่งขนั การเก็บรกั ษาอปุ กรณ์ มารยาทการเลน่ กฬี า ปฏิบตั ิทักษะตา่ งๆในการเลน่ ฟุตซอลได้อย่างถกู ตอ้ ง เปน็ ระบบตาม มาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล กระบวนการสาธิต กระบวนการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถ เขยี น สรปุ และสอ่ื สาร เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและ ครอบครัวในชีวิตประจาวันมีความ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งเน้นในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิต สาธารณะ เพ่อื ให้ผ้เู รยี นมคี วามร้คู วามสามารถตามผลการเรียนรูต้ ่อไปนี้ 1. มีความรคู้ วามเข้าใจประวตั ิความเปน็ มาในกีฬาฟุตซอล 2. อธบิ ายความสาคญั ของการออกกาลงั กายได้ 3. ปฏิบัติทกั ษะการปฏบิ ตั ิร่างกายและการเคลือ่ นไหวแบบตา่ งๆ ได้ 4. ปฏิบัติทกั ษะการสรา้ งความคุ้นเคยกับลูกฟุตซอลดว้ ยมอื และเท้าได้ 5. ปฏิบัติทกั ษะการครอบครองลกู ฟตุ ซอลด้วยเทา้ ได้ 6. ปฏิบตั ิทักษะการส่งลูกฟุตซอลแบบตา่ ง ๆ ได้ 7. ปฏิบตั ิทกั ษะการเลี้ยงลกู ฟตุ ซอลแบบต่างๆ ได้ 8. ปฏิบตั ิทกั ษะการยิงประตูแบบต่างๆ ได้ 9. ปฏิบัติทกั ษะการเป็นฝ่ายรกุ และรบั ได้ 10.ปฏบิ ัตทิ กั ษะการเลน่ เปน็ ทีมได้ รวมท้ังหมด 10 ผลกำรเรยี นรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 469 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ พ 20214 พลศึกษา(มวยไทย) กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3 ภาคเรียนท่ี 1-2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ศึกษาหลังการเคล่ือนไหว รปู แบบการเคล่ือนไหว ทักษะ กฎ กตกิ า มารยาท เก่ยี วกบั ศิลปะมวยไทย เพือ่ ออก กาลงั กายและสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย สามารถใชเ้ ป็นส่อื ในการออกกาลงั กายในชีวิตประจาวันได้วเิ คราะห์หลัก วิทยาศาสตรก์ ารเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคล่อื นไหนนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นศลิ ปม์ วยไทย อธบิ ายและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั สทิ ธิ กฎ กตกิ า กลวธิ ตี ่างๆ ในระหว่างการเลน่ การแขง่ ขนั กีฬากบั ผูอ้ น่ื และนาไปสรปุ เปน็ แนวปฏบิ ัตแิ ละใช้ใน ชีวติ ประจาวนั แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่นการแขง่ ขนั กฬี าดว้ ยความมนี า้ ใจนักกีฬา จนเป็นผทู้ ม่ี ี บคุ ลิกภาพที่ดี สร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเอง นาประสบการณ์และความสามารถของตนเองเพอ่ื เพ่ิมศักยภาพของทมี คานงึ ถงึ ผลท่ีเกดิ ต่อผู้อน่ื และสังคม เพ่ือไห้มคี วามรู้ความเขา้ ใจท่ีถูกต้อง ยอมรบั และเหน็ คุณคา่ ของการออกกาลังกายและการเข้ารว่ มกจิ กรรมกฬี า ประเภทศิลปะมวยไทย ชนื่ ชมในสุนทรียภาพและแสดงความมนี ้าใจนกั กฬี าของการออกกาลังกายและเลน่ กฬี า นา ประสบการณ์ท่ไี ดร้ บั จากกิจกรรมทางการกีฬาไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการทางานและดาเนินชวี ิตประจาวนั เพือ่ ให้ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปน้ี ๑. วเิ คราะหห์ ลงั วิทยาศาสตรก์ ารเคลื่อนไหวการนาไปใช้ในศิลปะมวยไทย และการสรา้ งเสริมสมรรถภาพทาง กายได้ ๒. วิเคราะหร์ ปู แบบการเคลือ่ นไหวและนาไปใชใ้ นศิลปะมวยไทยและเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกายได้ ๓. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวทิ ยาศาสตรก์ ารเคล่อื นไหวในกิจกรรมศิลปะมวยไทยได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ ๔. อธบิ ายเกยี่ วกบั สิทธิ กฎ กติกา กลวธิ ีตา่ งๆ ในกระว่างการเลน่ การแขง่ ขันกับผูอ้ ่ืนและนาไปสรุปเปน็ แนว ปฏบิ ัติและใช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งต่อเนอ่ื งได้ ๕. แสดงออกถึงการมมี ารยาทในการดู การเลน่ การแข่งขนั กฬี าด้วยความมนี า้ ใจนักกีฬา และนาไปใช้ปฏบิ ัติ ทกุ โอกาส จนเปน็ ผทู้ ่มี ีบุคลกิ ภาพท่ดี ี ๖. สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพือ่ สุขภาพของตนเองได้ ๗. นาประสบการณแ์ ละความสามารถของตนเองเพ่อื เพิ่มศกั ยภาพของทมี คานึงผมท่ีเกิดต่อผู้อืน่ และสังคมได้ ๘. เหน็ คุณค่าของการออกกาลังกายและการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกฬี าศิลปะมวยไทย ๙. ชืน่ ชมในสนุ ทรียภาพและแสดงความมีนา้ ใจนกั กฬี าของการออกกาลังกายและเล่นกีฬา

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 470 ๑0. ยอมรบั และเห็นคุณค่าของการนาประสบการณท์ ่ไี ด้รับจากกจิ กรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางในการ ทางานและดาเนินชวี ิตประจาวนั ได้ รวม 10 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 471 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิม่ เติม พ 20215 พลศึกษา(ศิลปะปอ้ งกนั ตัว) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรียนที่ 1-2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ ศกึ ษาหลกั การเคล่ือนไหว รูปแบบการเคล่อื นไหว ทกั ษะ กฎ กตกิ า มารยาท เก่ียวกับศิลปะป้องกันตวั แบบ ตา่ งประเทศและในประเทศ เพื่อออกกาลงั กายและสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย สามารถใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตรก์ ารเคล่ือนไหวและรูปแบบการเคลอ่ื นไหนนาไปประยุกต์ใช้ในศิลป์มวย อธบิ ายและปฏบิ ตั ิ เก่ียวกบั สทิ ธิ กฎ กตกิ า กลวธิ ตี า่ งๆ ในระหว่างการเลน่ การแขง่ ขันกฬี ากบั ผู้อ่ืนและนาไปสรปุ เปน็ แนวปฏบิ ตั แิ ละใช้ใน ชวี ิตประจาวนั แสดงออกถึงการมมี ารยาทในการดู การเลน่ การแข่งขันกฬี าดว้ ยความมีนา้ ใจนกั กีฬา จนเป็นผ้ทู ่มี ี บคุ ลิกภาพท่ีดี สร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพอ่ื สขุ ภาพของตนเอง นาประสบการณ์และความสามารถของตนเองเพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพของทมี คานึงถงึ ผลทเี่ กดิ ตอ่ ผูอ้ ืน่ และสงั คม เพือ่ ไห้มีความร้คู วามเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ ง ยอมรับและเห็นคณุ คา่ ของการออกกาลังกายและการเข้ารว่ มกิจกรรมกีฬา ประเภทศลิ ปะมวยไทย ไอคโิ อ ช่ืนชมในสนุ ทรยี ภาพและแสดงความมนี ้าใจนักกฬี าของการออกกาลังกายและเล่นกฬี า นาประสบการณ์ทไ่ี ด้รบั จากกจิ กรรมทางการกฬี าไปใช้เปน็ แนวทางในการทางานและดาเนนิ ชวี ิตประจาวัน เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รียนมีความรคู้ วามสามารถตามผลการเรียนร้ตู อ่ ไปนี้ ๑. วเิ คราะหห์ ลักวิทยาศาสตร์การเคลือ่ นไหวการนาไปใช้ในศิลปะปอ้ งกันตัว มวยไทย ไอคิโดและการสรา้ ง เสรมิ สมรรถภาพทางกายได้ ๒. วิเคราะห์รูปแบบการเคล่ือนไหวและนาไปใช้ในศิลปะมวยไทย ไอคโิ ด และเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกาย ได้ ๓. ประยกุ ต์ความคดิ รวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตรก์ ารเคลอ่ื นไหวในกิจกรรมศลิ ปะมวยไทยและไอคิ โดไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ๔. อธบิ ายเก่ยี วกับสทิ ธิ กฎ กติกา กลวิธีต่างๆ ในกระวา่ งการเลน่ การแข่งขันกบั ผู้อน่ื และนาไปสรุปเป็นแนว ปฏบิ ัตแิ ละใช้ในชวี ิตประจาวันอย่างต่อเนื่องได้ ๕. แสดงออกถึงการมมี ารยาทในการดู การเลน่ การแขง่ ขนั กฬี าด้วยความมนี า้ ใจนกั กฬี า และนาไปใชป้ ฏิบัติ ทกุ โอกาส จนเป็นผ้ทู ม่ี บี ุคลิกภาพท่ีดี ๖. สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพือ่ สุขภาพของตนเองได้ ๗. นาประสบการณ์และความสามารถของตนเองเพอ่ื เพิ่มศกั ยภาพของทมี คานึงผมทเี่ กิดตอ่ ผูอ้ นื่ และสังคมได้ ๘. เหน็ คุณค่าของการออกกาลังกายและการเขา้ ร่วมกิจกรรมกฬี าศิลปะมวยไทย ศิลปะป้องกนั ตัว ไอคิโด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 472 ๙. ชื่นชมในสนุ ทรยี ภาพและแสดงความมนี า้ ใจนกั กีฬาของการออกกาลังกายและเลน่ กีฬา ๑0. ยอมรับและเหน็ คณุ ค่าของการนาประสบการณ์ท่ไี ดร้ ับจากกจิ กรรมทางการกีฬาไทยและตา่ งประเทศไปใช้ เปน็ แนวทางในการทางานและดาเนินชีวติ ประจาวันได้ รวม 10 ผลกำรเรียนรู้

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 473 คำอธิบำยรำยวชิ ำเพมิ่ เตมิ พ 20216 พลศึกษา(เทเบิลเทนนสิ ) กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ภาคเรียนที่ 1-2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ศึกษาประวัตคิ วามเป็นมา ประโยชน์ คณุ ค่า มารยาทของการเลน่ กีฬาเทเบิลเทนนสิ มีทกั ษะการ เคลือ่ นไหวแบบตา่ ง ๆ มีทักษะการเลน่ กฬี าเทเบิลเทนนิส การแข่งขนั และรกู้ ตกิ า เหน็ คุณค่าของการออกกาลงั กาย นา ความรู้ ความเข้าใจ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล กระบวนการสาธิต กระบวนการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิด ความรคู้ วามเข้าใจ มีสามารถความสามารถในการตัดสินใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง และครอบครวั ในชีวติ ประจาวันมีความ ซอื่ สตั ย์ สุจริต มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มงุ่ เนน้ ในการทางาน รกั ความ เปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้ความสามารถตามผลการเรียนรู้ตอ่ ไปนี้ 1. มีความร้เู กี่ยวกับประวตั ิของกีฬาเทเบิลเทนนสิ ก่อน-หลงั เรียน 2. สามารถบอกประโยชน์ คณุ คา่ และมารยาทชองการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสได้ 3. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการอบอนุ่ รา่ งกายก่อน-หลังการเลน่ กีฬาเทเบิลเทนนสิ และการทดสอบ สมรรถภาพทางกาย 4. สามารถปฏิบัติทกั ษะการยืน การถือลกู และการเคลือ่ นที่เทา้ ในการเล่นเทเบิลเทนนิสได้ 5. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการรับ-ส่งลกู หนา้ มือและหลังมือได้ 6. สามารถปฏบิ ตั ิทกั ษะการเสรฟิ ลกู หน้ามอื และหลงั มือได้ 7. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการเลน่ ลูกส้ัน ลกู ยาวได้ 8. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการเป็นผเู้ ล่น ฝ่ายรกุ และฝา่ ยรับได้ 9. สามารถปฏิบตั ิการแข่งขันประเภทเดยี่ วและคู่ได้ และบอกกตกิ าการแขง่ ขันได้ รวมทั้งหมด 9 ผลกำรเรยี นรู้

พ 21101 สขุ ศึกษา ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 474 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 โครงสรำ้ งหลักสูตรรำยวชิ ำ กลมุ่ สาระสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั การเรียนรู้ เรียนร/ู้ (สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง (ชัว่ โมง) (คะแนน) ตวั ชีว้ ดั หรอื สาระเพม่ิ เตมิ ) 6 20 1. ระบบประสาท พ 1.1 ความสาคญั ของระบบประสาท และ ระบบตอ่ มไร้ทอ่ ท่มี ผี ลต่อสขุ ภาพ การ และระบบต่อม ไร้ ม.1/1 เจรญิ เติบโต และพัฒนาการของวัยรนุ่ ทอ่ วธิ ดี แู ลรกั ษาระบบประสาท และ พ 1.1 ระบบต่อมไรท้ อ่ ให้ทางานตามปกติ ม.1/2 2. การเจริญเตบิ โต พ 1.1 การวิเคราะห์ภาวะการเจรญิ เตบิ โต 6 20 6 ม.1/3 ตามเกณฑม์ าตรฐานและปจั จยั ที่ 10 เก่ยี วขอ้ ง 20 พ 1.1 แนวทางในการพฒั นาตนเองให้ เจริญเตบิ โตสมวยั ม.1/4 ประเมินผล (สอบกลางภาคเรียน) 3. การเปลย่ี นแปลง พ 2.1 การเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ ทางร่างกาย จิตใจ ม.1/1 อารมณ์ และ - ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลงทาง รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และ พฒั นาการทางเพศ พัฒนาการทางเพศ - การยอมรบั และการปรับตัวต่อการ เปลีย่ นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 475 - การเบ่ียงเบนทางเพศ 4 การป้องกันการถกู พ 2.1 ทักษะปฏเิ สธเพ่ือปอ้ งกนั การถกู ลว่ ง 2 10 ล่วงละเมดิ ทางเพศ ม.1/2 ละเมดิ ทางเพศ ประเมนิ ผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 476 โครงสร้ำงหลกั สูตรรำยวิชำ พ 21103 สุขศึกษา กลมุ่ สาระสุขศึกษาและพลศึกษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ หนว่ ย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานที่ ตัวช้วี ดั เวลาเรยี น นา้ หนกั ที่ (ชวั่ โมง) คะแนน 5 กนิ อยเู่ พ่ือ พ 4.1 1. เลือกกนิ อาหารท่เี หมาะสมกับวยั สุขภาพ ม 1/1 2. วเิ คราะห์ปัญหาท่เี กิดจากการภาวะ 12 30 พ 4.1 โภชนาการท่มี ผี ลกระทบต่อสุขภาพ ม 1/2 6 มีน้าหนัก พ 4.1 3. ควบคุมนา้ หนักของตนเองใหอ้ ยู่ 2 10 มาตรฐาน ม 1/3 ในเกณฑ์มาตรฐาน 7 รวู้ ิธปี ฐม ประเมินผล (สอบกลางภาคเรียน) 3 10 พยาบาล 3 15 พ 5.1 1. แสดงวธิ ีปฐมพยาบาลและเคลือ่ นย้าย 15 8 ยาเสพติด ม1 /1 ผปู้ ว่ ยอย่างปลอดภยั 20 ภัยใกล้ตวั 20 พ 5.1 2. อธิบายลกั ษณะอาการของผู้ติด 100 ม 1/2 สารเสพติดและการป้องกนั การติด สารเสพติด พ 5.1 3. อธิบายความสมั พันธ์ของการใช้ ม 1/3 สารเสพติดกบั การเกดิ โรคและอบุ ัตเิ หตุ 4. แสดงวธิ กี ารชกั ชวนผอู้ ่นื ใหล้ ด ละเลกิ สาร พ 5.1 เสพตดิ โดยใช้ทักษะ ม 1/4 ต่าง ๆ ประเมินผล (สอบปลายภาคเรียน) รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 477 โครงสรำ้ งหลักสตู รรำยวิชำ พ 21102 พลศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ชือ่ หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระแกนกลาง เวลา นา้ หนกั การเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน 1 เคลื่อนไหว พ3.1 ม.1/1เพ่ิมพูน - หลักการเพม่ิ พนู 10 20 ความสามารถของตนตาม ความสามารถของตนตาม หลกั การเคลือ่ นไหวท่ใี ช้ หลกั การเคลอ่ื นไหวทีใ่ ช้ ทกั ษะกลไกและทกั ษะ ทกั ษะกลไกและทกั ษะ พน้ื ฐานท่ีนาไปสกู่ ารพัฒนา พ้นื ฐานท่ีนาไปสู่การพัฒนา ทกั ษะการเล่นกีฬา ทกั ษะการเล่นกฬี า 2 กฬี าไทย พ3.1 ม.1/2 เล่นกีฬาไทย - การเล่นกฬี าไทยและกีฬา 6 30 และกีฬาสากลประเภท สากลทีเ่ ลือก เช่น กรฑี า 4 บุคคลและทีมโดยใช้ทักษะ ประเภทลู่ และ ลาน 30 พื้นฐานตามชนดิ กฬี าอยา่ ง บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิล ละ 1 ชนิด เทนนสิ เทนนิส ว่ายน้า 20 100 3 เกมและ พ3.1 ม.1/3 ร่วมกจิ กรรม - การนาหลักความร้แู ละ นันทนาการ นันทนาการอย่างนอ้ ย 1 หลกั การของกิจกรรม กจิ กรรม และนาหลกั นันทนาการไปใชเ้ ชอ่ื มโยง ความร้ทู ไ่ี ดไ้ ปเชื่อมโยง สัมพันธ์กับวชิ าอ่ืน สัมพันธก์ บั วชิ าอน่ื ประเมินผล (สอบปลายภาคเรยี น) 20 รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 478 โครงสรำ้ งหลกั สตู รรำยวชิ ำ พ 21104 พลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ชอื่ หนว่ ยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระแกนกลาง เวลา นา้ หนกั เรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน 4 ออกกาลงั กาย พ3.2 ม.1/1 อธิบาย - ความสาคญั ของการออก 6 30 และเล่นกฬี า ความสาคญั ของการออก กาลงั กายและเล่นกีฬาจน กาลงั กายและเล่นกฬี าจน เป็นวถิ ีชวี ติ ทมี่ ีสุขภาพดี 12 40 เป็นวถิ ชี ีวิตทีม่ สี ุขภาพดี ม.1/2 ออกกาลังกาย - การออกกาลังกาย เช่น และเลอื กเข้าร่วมเลน่ กฬี า กายบริหารแบบต่าง ๆ เตน้ ตามความถนัด ความ แอโรบกิ โยคะ รามวยจนี สนใจ อย่างเตม็ ความสามารถ พรอ้ มทั้งมี - การเลน่ กฬี าไทยและกีฬา การประเมินการเลน่ ของ สากลทัง้ ประเภทบคุ คลและ ทมี ตนเองและผู้อน่ื - การประเมนิ การเล่นกีฬา ของตนเองและผอู้ ่ืน 5 กฬี าสากล : เท พ3.1 ม.1/2 เลน่ กฬี า - การเล่นกฬี าไทยและกีฬา เบลิ เทนนิส ไทยและกีฬาสากล สากลที่เลอื ก เช่น กรฑี า ประเภทบุคคลและทีมโดย ประเภทลู่ และ ลาน ใช้ทักษะพน้ื ฐานตามชนิด บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิล กฬี าอยา่ งละ 1 ชนิด เทนนสิ เทนนสิ ว่ายนา้ ม.1/3 ปฏบิ ตั ิตามกฎ - กฎ กติกาการเลน่ เกม กตกิ า และข้อตกลงตาม และการแข่งขันกฬี าที่เลือก ชนิดกีฬาท่ีเลอื กเลน่ เล่น ม.1/4วางแผนการรกุ และ การปอ้ งกันในการเล่น

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 479 กฬี าที่เลือกและนาไปใชใ้ น - รปู แบบ วธิ ีการรกุ และ การเล่นอยา่ งเปน็ ระบบ ป้องกันในการเล่นกีฬาท่ี เลือก ม.1/5วางแผนการรกุ และ - การเล่นและการแข่งขัน การปอ้ งกนั ในการเล่น และการทางานเปน็ ทมี กีฬาท่เี ลอื กและนาไปใชใ้ น การเล่นอย่างเปน็ ระบบ 6 เจตคติและ พ3.2 ม.1/6 วเิ คราะห์ - การยอมรบั ความสามารถ 2 10 คุณลกั ษณะที่ดี เปรียบเทียบ และยอมรับ และความแตกต่างระหวา่ ง ความแตกต่างระหวา่ ง บุคคลในการเล่นกฬี า 20 วธิ กี ารเล่นกฬี าของตนเอง 100 กับผอู้ ืน่ ประเมินผล (สอบปลายภาคเรยี น) 20 รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 480 โครงสรำ้ งหลักสตู รรำยวิชำ พ 22101 สขุ ศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ สำระสำคัญ เวลำ นำ้ หนกั ตัวช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน 1 พฒั นาการสมวัย พ1.1 ม.2/ 1 อธิบาย การเปลยี่ นแปลงดา้ น 4 10 การเปล่ยี นแปลงด้าน ร่างกาย จติ ใจ รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ อารมณ์ สังคม และ สังคม และสติปัญญาใน สตปิ ัญญาในวัยรนุ่ วยั รนุ่ พ1.1 ม.2/ 2 ระบุ ปัจจัยที่มีผลกระทบตอ่ 3 10 ปัจจยั ทม่ี ีผลกระทบต่อ การเจรญิ เตบิ โตและ การเจรญิ เติบโตและการ การพฒั นาการดา้ น พฒั นาการด้านรา่ งกาย ร่างกายจติ ใจ อารมณ์ จิตใจ อารมณ์ สังคม สังคมและสติปญั ญา และสตปิ ญั ญาในวัยรุ่น -พันธกุ รรม -สง่ิ แวดล้อม -การอบรมเลี้ยงดู 2 ฉนั คอื ฉันเอง พ2.1 ม.2/1 วิเคราะห์ ปจั จยั ทมี่ ีอิทธพิ ลต่อเจต 3 10 ปจั จยั ที่มอี ิทธิพลต่อเจต คตใิ นเร่อื งเพศ คตใิ นเร่อื งเพศ -ครอบครวั -วัฒนธรรม -เพอ่ื น -ส่อื

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 481 พ2.1 ม.2/2วิเคราะห์ ปญั หาและผลกระทบที่ 3 15 ปญั หาและผลกระทบที่ เกิดจากการมี เกิดจากการมี เพศสัมพนั ธใ์ นวยั เรียน เพศสัมพนั ธใ์ นวยั เรียน 3 ชีวปี ลอดภัย พ2.1 ม.2/ 3 อธิบาย -โรคติดต่อทาง 3 15 วิธีป้องกันตนเองและ เพศสัมพันธ์ หลกี เลย่ี งจากโรคติดต่อ ทางเพศสมั พนั ธ์ เอดส์ -โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่ พงึ ประสงค์ -การตงั้ ครรภ์โดยไมพ่ งึ ประสงค์ พ2.1 ม.2/ 4 อธิบาย -ความสาคัญของความ 4 20 ของความสาคัญของ เสมอภาคทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อยา่ ง -การวางตวั ตอ่ เพศตรง เหมาะสม ขา้ ม -ปัญหาทางเพศ -แนวทางการแก้ไข ปญั หาทางเพศ ประเมนิ ผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 482 โครงสรำ้ งหลักสูตรรำยวชิ ำ รหสั วชิ า พ 22103 สุขศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ท่ี ชือ่ หน่วยกำร มำตรฐำนกำรเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนกั เรยี นรู้ คะแนน (ช่วั โมง) 4 รักษ์สุขภาพ 5 พ4.1 ม.2/1 เลอื กใช้บรกิ าร การเลอื กใชบ้ รกิ าร 2 10 5 อารมณข์ องฉัน ทางสขุ ภาพอยา่ งมีเหตุผล ทางสุขภาพ 10 6 ยา..เอย๋ ยา.. พ4.1 ม.2/ 2 วิเคราะห์ผลของ ผลของการใช้ 2 10 การใช้เทคโนโลยที ีม่ ีผลตอ่ สุขภาพ เทคโนโลยีทม่ี ีผลต่อ 5 สุขภาพ 10 พ4.1 ม.2/ 3 วิเคราะห์ความ ความเจรญิ กา้ วหน้า 2 เจริญก้าวหน้าทางการแพทยท์ ่มี ี ทางการแพทยท์ ี่มีผล 10 ผลต่อสขุ ภาพ ตอ่ สขุ ภาพ พ4.1 ม.2/ 4 วเิ คราะห์ ความสมดุลระหว่าง 3 ความสัมพนั ธ์ของภาวะสมดลุ สขุ ภาพกายและ ระหวา่ งสขุ ภาพกายและ สุขภาพจติ สุขภาพจติ พ4.1 ม.2/ 5 อธบิ ายลกั ษณะ ลักษณะอาการ 2 อาการเบอ้ื งต้นของผูม้ ปี ญั หา เบอ้ื งต้นของผ้มู ีปัญหา สขุ ภาพจิต สขุ ภาพจติ พ4.1 ม.2/ 6 เสนอแนะวธิ ี วิธีปฏิบัติตนเพ่อื 2 ปฏบิ ัติตนเพอ่ื จัดการกับอารมณ์ จดั การกบั อารมณแ์ ละ และความเครยี ด ความเครยี ด พ5.1 ม.2/1 ระบวุ ธิ ี ปจั จยั และ วธิ กี าร ปัจจยั และ 2 แหล่งที่ชว่ ยเหลือ ฟน้ื ฟูติดสารเสพ แหล่งทช่ี ่วยเหลือ ตดิ ฟ้นื ฟตู ดิ สารเสพติด

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 483 ท่ี ช่อื หน่วยกำร มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด สำระสำคัญ เวลำ น้ำหนกั เรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน พ5.1 ม.2/ 2 อธบิ ายวิธกี าร วธิ ีการหลีกเลีย่ ง 7 ฉนั เลอื กเอง หลกี เล่ียงพฤตกิ รรมเสย่ี งและ พฤตกิ รรมเส่ียงและ 3 10 สถานการณเ์ สี่ยง สถานการณ์เส่ียง -การม่ัวสมุ -การทะเลาะววิ าท -การเข้าไปในแหล่ง อบายมขุ -การแข่งจกั รยานยนต์ บน ท้องถนน ฯลฯ พ5.1 ม.2/ 3 ใชท้ กั ษะชีวิตใน ทักษะชีวติ ในการ 2 10 การป้องกนั ตนเองและหลีกเล่ียง ปอ้ งกันตนเอง สถานการณค์ ับขนั ทีอ่ าจนาไปสู่ อนั ตราย (ทกั ษะปฏิเสธ ทกั ษะ การต่อรอง ฯลฯ ) และหลกี เล่ยี ง สถานการณค์ ับขนั ที่ อาจนาไปสู่อันตราย ประเมินผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 484 โครงสรำ้ งหลกั สูตรรำยวิชำ พ 2210๒ พลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียนรู้ ลำดบั ชื่อ มำตรฐำนกำร สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนัก ท่ี หน่วยกำร เรยี นร้ตู วั ชว้ี ดั (ช่วั โมง) คะแนน เรียนรู้ 1. การเคลื่อนไหว พ.3.1 ม.2/1 - หลกั การปฏิบัตเิ กย่ี วกับทักษะกลไกและ 2 10 และการออก ม.2/3 ทกั ษะการเคล่อื นไหวในการเลน่ กฬี าและ กาลังกาย - ประสิทธภิ าพของรปู แบบการเคลื่อนไหว พ.3.2 ม.2/1 ที่ส่งผลตอ่ การเล่นกีฬาและกจิ กรรมใน ม.2/2 ชีวติ ประจาวัน 2. เกมสก์ จิ กรรม พ.3.1 ม.2/4 - นาประสบการณก์ ารเข้าร่วมกจิ กรรม 3 20 นนั ทนาการ พ.3.2 ม.2/1 นนั ทนาการเล่นเกมส์และกีฬาพ้ืนบ้านไป ม.2/2 3. สมรรถภาพทาง พ.3.1 ม.2/3 - ความหมายและองค์ประกอบของ 3 20 กาย พ.3.2 ม.2/1 สมรรถภาพทางกาย พ.4.1 ม.2/7 - ประโยชน์ของการมีสมรรถภาพทางกาย ท่ีดี - ทดสอบสมรรถภาพทางกายดว้ ยตนเอง เพือ่ สุขภาพ 4. การเล่นกระบ่ี พ.3.1 ม.2/1 - ความร้เู บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั กฬี ากระบี่ 10 20 ม.2/3 - ระเบยี บประเพณี มารยาทและความ ปลอดภัยในการเลน่ กระบ่ี

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 485 ม.2/3 - วธิ กี ารเลน่ และทกั ษะการรากระบ่ี - ทักษะการต่อสแู้ ละการแข่งขันกระบ่ี พ.3.2 ม.2/1 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 5. เจตคตแิ ละ พ.3.2 ม.2/1 - ความหมายของเจตคติละคุณลักษณะท่ี 2 10 20 คุณลกั ษณะทด่ี ี ดี 20 100 - ความมีนา้ ใจนกั กีฬา คณุ ค่าของความมี น้าใจนักกฬี า ประเมนิ ผล (สอบปลายภาคเรยี น) รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 486 โครงสร้ำงหลกั สตู รรำยวิชำ พ 22104 พลศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ลาดับ ชอ่ื มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก ท่ี หน่วยการ เรยี นรตู้ วั ช้วี ัด (ช่วั โมง) คะแนน เรียนรู้ 1. การเคลือ่ นไหว พ.3.1 ม.2/1 - หลกั การปฏบิ ัติเกีย่ วกบั ทกั ษะกลไกและ 2 10 และการออก ม.2/3 ทักษะการเคลอ่ื นไหวในการเลน่ กีฬาและ 3 20 3 20 กาลังกาย - ประสทิ ธิภาพของรปู แบบการเคล่อื นไหวท่ี พ.3.2 ม.2/1 สง่ ผลต่อการเล่นกฬี าและกิจกรรมใน ม.2/2 ชวี ติ ประจาวัน 2. เกมส์กิจกรรม พ.3.1 ม.2/4 - นาประสบการณ์การเข้ารว่ มกจิ กรรม นนั ทนาการ พ.3.2 ม.2/1 นันทนาการเล่นเกมส์และกฬี าพ้ืนบ้านไป ม.2/2 3. สมรรถภาพทาง พ.3.1 ม.2/3 - ความหมายและองคป์ ระกอบของ กาย พ.3.2 ม.2/1 สมรรถภาพทางกาย พ.4.1 ม.2/7 - ประโยชน์ของการมสี มรรถภาพทางกายทด่ี ี - ทดสอบสมรรถภาพทางกายดว้ ยตนเองเพ่ือ สุขภาพ 4. การเล่นกรีฑา พ.3.2 ม.2/1 - ความรูเ้ บอ้ื งต้นเก่ยี วกับกฬี ากรฑี า 10 20 พ.4.1 ม.2/7 - การเลน่ กรฑี าประเภทลู่ - การวิง่ ระยะสน้ั การว่ิงผลดั

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 487 5. เจตคตแิ ละ พ.3.1 ม.2/1 - ความหมายของเจตคติละคุณลักษณะท่ดี ี 2 10 คุณลักษณะทดี่ ี ม.2/3 ม.2/3 - ความมีนา้ ใจนักกฬี า คณุ ค่าของความมี น้าใจนักกฬี า พ.3.2 ม.2/1 ม.2/3 ม.2/5 พ.3.2 ม.2/1 ประเมนิ ผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 488 โครงสร้ำงหลกั สูตรรำยวชิ ำ พ 23101 สขุ ศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ ลำดบั ชอ่ื รหสั ตัวชี้วดั / สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนกั ท่ี หนว่ ยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นรู้ (key concept) (ช่ัวโมง) คะแนน 1 วัยและการ พ 1.1 การเปรียบเทยี บการเปลี่ยนแปลง 4 15 เปลย่ี นแปลง 1. เปรยี บเทยี บการเปลย่ี น ทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสติปญั ญาในแต่ละชว่ งของชีวติ แปลงทางดา้ นร่างกาย จะทาใหเ้ ราเขา้ ใจพฒั นาการของแตล่ ะ จิตใจ อารมณ์ สังคม ด้านในแต่ละชว่ งวัยของชวี ิต และสตปิ ญั ญาแต่ละช่วง ของชวี ิต 2 อทิ ธิพลของสงั คม พ 1.1 อิทธพิ ลและความคาดหวงั ของสังคม 3 12 3 ตอ่ พัฒนาการของ 2. วเิ คราะห์อทิ ธิพลและ และส่อื โฆษณาเปน็ ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพล 10 วัยรุ่น ความคาดหวังของสงั คม ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของ 13 วัยรนุ่ ตอ่ การเปลีย่ นแปลงของ วยั รุ่น 3. วิเคราะห์ สื่อ โฆษณา ท่มี ีอิทธิพล ตอ่ การเจรญิ เติบโตและ พัฒนาการของวยั ร่นุ ประเมนิ ผล (สอบกลางภาคเรียน) 3 อนามยั เจรญิ พนั ธุ์ พ 2.1 คณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ีมาจากครอบครวั ที่ และการตั้งครรภ์ 1. อธบิ ายอนามัยแม่และ อบอุน่ โดยมพี ้นื ฐานมาจากความเข้าใจ เดก็ การวางแผนครอบครวั เรอ่ื งอนามัยแม่และเด็ก การวางแผน และวิธกี ารปฏบิ ตั ิตนที่ ครอบครวั และการปฏบิ ัติตน ท่ี เหมาะสม เหมาะสม นอกจากน้ีการศกึ ษา วเิ คราะหป์ ัจจัยทีม่ ีผลตอ่ การต้งั ครรภ์ ยังช่วยให้เราเขา้ ใจ และรู้จักหลีกเลี่ยง

2. วเิ คราะหป์ ัจจัยทม่ี ี ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 489 ผลกระทบตอ่ ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตงั้ ครรภ์ การตัง้ ครรภ์ และการเลี้ยงดทู ารกได้ 4 การสร้าง พ 2.1 การสร้างสมั พนั ธภาพกับครอบครวั 4 15 สัมพนั ธภาพใน จะตอ้ งวเิ คราะหส์ าเหตุความขดั แย้งที่ 4 15 ครอบครัว 3. วิเคราะหส์ าเหตุ และ เกิดขน้ึ ในครอบครัว และร่วมกันหา เสนอแนวทางป้องกนั แนวทางการป้องกนั แก้ไขความ แกไ้ ขความขัดแยง้ ใน ขดั แยง้ ในครอบครวั อยา่ งเหมาะสม ครอบครวั 5 อาหารทีห่ มาะสม พ 4.1 การกาหนดรายการอาหารให้เหมาะสม กับวัย 1. กาหนดรายการอาหาร กับวยั ควรคานงึ ถึงความประหยัดและ ท่ีเหมาะสมกบั วยั ต่าง ๆ คณุ ค่าทางโภชนาการ โดยคานงึ ถงึ ความประหยัด และคุณคา่ ทางโภชนาการ ประเมินผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 490 โครงสรำ้ งหลกั สูตรรำยวิชำ พ 23101 สขุ ศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เวลาเรยี น 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ ลำดบั ชือ่ รหสั ตัวชี้วัด/ สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนกั ท่ี หน่วยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรียนรู้ (key concept) (ช่วั โมง) คะแนน 1 โรคและการ พ 4.1 4 15 ป้องกนั 2. เสนอแนวทางปอ้ งกนั โรคท่ีเป็นสาเหตุสาคัญของการ โรคทเี่ ป็นสาเหตุสาคัญของ การเจ็บป่วยและการตาย เจ็บป่วยและการตายของคนไทย ของคนไทย โรคติดตอ่ เชน่ -โรคที่เกดิ จากการมีเพศสัมพันธ์ - โรคเอดส์ -โรคไขห้ วัดนก ฯลฯ โรคไมต่ ดิ ต่อ เชน่ -โรคหวั ใจ -โรคความดันโลหิตสงู -โรคเบาหวาน -โรคมะเร็ง ฯลฯ 2 การสรา้ งเสรมิ พ 4.1 3 12 สขุ ภาพในชมุ ชน 3. รวบรวมขอ้ มลู และ ปญั หาสุขภาพในชุมชน เสนอแนวทางแก้ไขปญั หา แนวทางการแก้ไขปญั หาสขุ ภาพใน สขุ ภาพในชมุ ชน ชมุ ชน ประเมนิ ผล (สอบกลางภาคเรยี น) 10

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 491 3 การพัฒนา พ 4.1 3 13 4 15 สมรรถภาพทาง 4. วางแผนและจัดเวลาใน การวางแผนและจดั เวลาในการออก กายเพอ่ื สุขภาพ การออกกาลังกาย การ กาลงั กาย การพกั ผ่อนและการ พักผ่อนและการสรา้ งเสริม สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกาย 5. ทดสอบสมรรถภาพ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทางกายและพัฒนาได้ตาม ความแตกตา่ งระหวา่ ง แบบตา่ ง ๆ และการพฒั นา บคุ คล สมรรถภาพเพอื่ สขุ ภาพ 4 พฤติกรรมเส่ียงตอ่ พ 5.1 สุขภาพและความ 1. วิเคราะห์ปจั จัยเสยี่ ง ปจั จยั เส่ยี งและพฤตกิ รรมเส่ยี งตอ่ รนุ แรง และพฤตกิ รรมเสยี่ งทม่ี ผี ล สขุ ภาพ ต่อสุขภาพและแนวทาง ปอ้ งกัน แนวทางการป้องกันความเส่ยี งตอ่ สุขภาพ 2. หลกี เลยี่ งการใช้ความ ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ รุนแรงและชกั ชวนเพ่อื ให้ ความรนุ แรง หลีกเลย่ี งการใช้ความ รนุ แรงในการแกป้ ญั หา วธิ ีหลีกเลย่ี งการใช้ความรนุ แรง 3. วิเคราะห์อิทธพิ ลของ ปัญหาและอิทธพิ ลของสอ่ื ตอ่ ส่อื ตอ่ พฤติกรรมสุขภาพ พฤตกิ รรมสขุ ภาพและความรนุ แรง และความรุนแรง (คลิปวีดิโอ การทะเลาะววิ าท อนิ เทอร์เนต็ เกม ฯลฯ) 4. วเิ คราะหค์ วามสัมพันธ์ ความสมั พนั ธข์ องการด่ืมเครื่องดื่ม ของการดม่ื เคร่ืองดื่มทม่ี ี ทม่ี แี อลกอฮอล์ตอ่ สุขภาพและการ แอลกอฮอล์ตอ่ สุขภาพ เกิดอุบัติเหตุ และการเกดิ อบุ ัติเหตุ

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 492 5 การช่วยฟื้นคนื ชพี พ 5.1 4 15 5. แสดงวธิ กี ารช่วยฟืน้ คนื วิธีการช่วยฟื้นคนื ชพี ชีพอย่างวิธี ประเมนิ ผล (สอบปลายภาคเรยี น) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 493 โครงสร้ำงหลกั สตู รรำยวชิ ำ พ 23102 พลศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยการเรียนรู้ ลำดับท่ี ชือ่ รหัสตวั ชี้วดั / สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนกั หนว่ ยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นรู้ (key concept) (ชวั่ โมง) คะแนน 1 1 รจู้ ักวอลเลยบ์ อล พ.3.1 ม.3/1 เล่นกฬี า บอกตวั ช้ีวดั 4 20 ไทยและกีฬาสากลอยา่ ง -การวัดผลประเมนิ ผล –การปฏิบตั ิ ละ 1 ชนดิ โดยใชเ้ ทคนิค ตนระหว่างเรยี น ทเ่ี หมาะสมกับตนเองและ - ประวัตแิ ละความเป็นมากฬี า ทมี วอลเลยบ์ อล 2 มาลองเลน่ พ.3.1 ม.3/1 วิเคราะห์ - ทกั ษะกลไกและทักษะการ 12 40 ความคิดรวมยอดและมี เคล่ือนไหวในการเลน่ กฬี า 4 20 20 20 ทกั ษะในการเคลื่อนไหว วอลเลยบ์ อล 100 กจิ กรรมทางกายและการ - ปฏบิ ัติตามกฎกติกาในการเล่น เลน่ วอลเลย์บอล วอลเลย์บอล และการทางานเปน็ พ.3.1 ม.3/2 นาหลกั การ ทีมอยา่ งสนกุ สนาน ความรู้และทกั ษะในการ เคล่ือนไหวกิจกรรมทาง กาย การเลน่ เกมและการ เลน่ กีฬาไปใช้สร้างเสริม สุขภาพอยา่ งต่อเน่ืองเปน็ ระบบ ประเมินผล (สอบกลางภาคเรยี น) 3 เปน็ กาลังใหพ้ ลัง พ.3.1 ม.3/3 รว่ มกจิ กรรม -กิจกรรมนนั ทนาการมีสว่ นรว่ ม จิต การเลน่ กีฬาอยา่ งมีความสุข ในการแข่งขนั เหน็ ความสาคัญ ชน่ื ชมในคณุ คา่ และความงาม ของการออกกาลังกายและการ ของการกฬี า มมี ารยาท ใน เล่นกฬี าวอลเลยบ์ อล การดู การเลน่ การแข่งขัน มี น้าใจเป็นนกั กีฬา ประเมินผล (สอบปลายภาคเรยี น) รวม

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 494 โครงสร้ำงหลกั สูตรรำยวชิ ำ พ 23102 พลศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ ลาดบั ชื่อ รหัสตวั ชว้ี ดั / สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ที่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ (key concept) (ช่วั โมง) คะแนน 1 กีฬาบาสเกตบอล พ3.2 ม.3/1 มีมารยาทในการ มารยาทในการเลน่ และการดกู ฬี า 2 10 เลน่ และการดูกีฬาด้วยความมี บาสเกตบอลดว้ ยความมีนา้ ใจ นา้ ใจนักกีฬา นกั กีฬา 2 การเล่นกีฬา พ3.2 ม.3/2 ออกกาลังกาย -ประโยชน์ของการเลน่ 2 10 บาสเกตบอล และเลน่ กฬี าอย่างสม่าเสมอ บาสเกตบอล และนาแนวคดิ หลักการจากการ -การเล่นดว้ ยความปลอดภัย เลน่ ไปพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของ -การดแู ลรักษาอปุ กรณ์ ตนดว้ ยความภาคภูมิใจ ประเมินผล (สอบกลางภาคเรียน) 3 กฏ กติกาและ พ3.2 ม.3/3 ปฏบิ ตั ติ นตามกฏ -กฏ กติกาบาสเกตบอล 8 20 ทกั ษะพ้ืนฐานใน กตกิ า และขอ้ ตกลงในการเล่น ทกั ษะพื้นฐาน การเลน่ ตามชนดิ กีฬาทเ่ี ลอื กและนา บาสเกตบอล แนวคดิ ท่ไี ด้ไปพฒั นาคุณภาพ การเลี้ยงลูก ชีวิตของตนในสงั คม การรับ-ส่งลูก การยงิ ประตู การสกดั กั้น 4 วธิ เี ลน่ การรุก พ3.2 ม.3/4 จาแนกกลวธิ กี าร การเล่นทมี 7 30 และการป้องกนั รุก การป้องกัน และใชใ้ นการ เลน่ กีฬาท่ีเลอื กและตัดสนิ ใจ เลือกวิธที ี่เหมาะสมกบั ทีมไป ใชไ้ ด้ตามสถานการณ์ของการ เล่น

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 495 5 พฒั นาสุขภาพ พ3.2 ม.3/5 เสนอการพัฒนา การพัฒนาสุขภาพตนเองที่เกดิ สขุ ภาพของตนเองที่เกดิ จากการ จากการออกกาลงั กายและการ 1 10 ออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาเป็น เล่นกฬี าเป็นประจา ประจา ประเมินผล (สอบปลายภาคเรียน) 20 รวม 20 100

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 496 คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน พ 31101 สุขศึกษาและพลศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยการเรยี นรู้ ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบอวัยวะ ต่างๆ วางแผนการดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศ และการดาเนินชีวิต คา่ นยิ มในเรอ่ื งเพศตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอนื่ ๆ วเิ คราะหส์ าเหตแุ ละผลของความขดั แยง้ ทเี่ กิดข้ึนระหว่าง นกั เรยี นหรอื เยาวชนในชมุ ชน เพ่อื หาแนวทางและเลือกใชท้ กั ษะท่เี หมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแยง้ การ แกป้ ญั หาเรอื่ งเพศและครอบครวั ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ใช้ความสามารถของตน เพ่ือเพิ่มศกั ยภาพของทมี คานงึ ถึงผล ที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคม เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมได้อย่างน้อย ๑ ชนิด แสดงการ เคล่ือนไหวได้อย่างสร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการภายนอกโรงเรียน และนาหลักการ แนวคิดไปปรับปรุง และ พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและสังคม แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่นและการแข่งขันกฬี า ด้วยความมี นา้ ใจนักกฬี า และนาไปใชป้ ฏิบตั ิทุกโอกาส จนเป็นบุคลิกภาพท่ดี ี รว่ มกจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี าอยา่ งมคี วามสุข ชื่นชมในคุณค่าและความงามของการกีฬา เขียนบทสรุปประกอบด้วยภาพเพื่อนาเสนอบริการแก่ผู้อื่นและสังคม นาไปปรับปรงุ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ตามมาตรฐานสากล โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล กระบวนการคิดวเิ คราะห์ การอภิปราย กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างความตระหนักและกระบวนการสาธิตการฝึกปฎิบัติ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถ นาเสนอส่อื สารสง่ิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาหลักการไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนองและ ครอบครัวในชีวิตประจาวันมีความ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งเน้นในการทางาน รักความ เป็นไทยและมีจิตสาธารณะ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานและตัวช้วี ัดตอ่ ไปน้ี พ 1.1 ม. 4-6/1 อธบิ ายกระบวนการสรา้ งเสริมและดารงประสทิ ธิภาพการทางานของระบบอวยั วะต่างๆ พ 1.1 ม. 4-6/2 วางแผนการดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของตนเองและบคุ คลใน ครอบครวั พ 2.1 ม. 4-6/1 วเิ คราะห์อิทธิพลของครอบครวั เพือ่ น สังคม และวัฒนธรรมท่มี ผี ลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ และการดาเนนิ ชีวติ พ 2.1 ม. 4-6/2 วเิ คราะหค์ า่ นิยมในเร่ืองเพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอนื่ ๆ

ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า | 497 พ 2.1 ม. 4-6/3 เลือกใช้ทักษะทเี่ หมาะสมในการปอ้ งกนั ลดความขัดแยง้ และแกป้ ญั หาเร่อื งเพศและ ครอบครวั พ 3.1 ม.4-6/2 ใช้ความสามารถของตน เพือ่ เพ่ิมศกั ยภาพของทีม คานึงถงึ ผลท่ีเกิดต่อผอู้ ืน่ และสังคม พ 3.1 ม.4-6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคล / คู่ กีฬาประเภททมี ไดอ้ ย่างนอ้ ย ๑ ชนดิ พ 3.1 ม.4-6/4 แสดงการเคล่ือนไหวได้อย่างสร้างสรรค์ พ 3.1 ม4-6/5 เขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการภายนอกโรงเรียน และนาหลกั การ แนวคดิ ไปปรับปรงุ และพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนและสงั คม พ 3.2 ม.4-6/3 แสดงออกถงึ การมมี ารยาทในการดู การเล่นและการแข่งขันกีฬา ด้วยความมีนา้ ใจนักกีฬา และนาไปใช้ปฏบิ ัติทกุ โอกาส จนเป็นบคุ ลกิ ภาพท่ีดี พ 3.2 ม.4-6/4 ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ชื่นชมในคุณค่าและความงามของการ กีฬา รวม 11 ตัวช้วี ัด


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook