Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563

วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563

Description: 16541-5445-PB (1)

Search

Read the Text Version

400 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) เรียงลําดับคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือ การประสานงานการวางแผน การแบ่งทรัพยากร การกระตุ้นและจูงใจและการประเมินผล 2) รูปแบบการเสริมสร้างวินัยนักเรียนใน สถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน สํานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาปทุมธานี 2. การบริหารกิจกรรม ผลการวิจัยพบว่า ในการบริหารจัดการประกอบด้วย 4 องค์ ประกอบคือ 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการ 3) กระบวนการดำเนินการบริหารจัดการ 4) การติดตามและประเมินผล พบว่า การบริหาร กิจกรรมพัฒนาระเบียบวินัยนักเรียน ของโรงเรียนควรมีการบริหารกิจกรรมพัฒนาวินัย นักเรียน เพ่ือเป็นการนำผลการศึกษาไปปรับปรุงแก้ไขและใช้เป็นบรรทัดฐานในการกำหนด แนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกันและเพ่ือมุ่งเน้นนักเรียนให้เป็นพลเมือง ที่ดีและมีคุณภาพในสังคมต่อไป ท้ังน้ีเป็นเพราะว่าการบริหารกิจกรรมพัฒนาระเบียบวินัย นักเรียน สถานศึกษาจะต้องทำการศึกษาหลักสูตรสถานศึกษารายวิชาเพิ่มเติม“การป้องกัน การทุจริต”เตรียมจัดการสอน วางแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม “การ ป้องกันการทุจริต”ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์การเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ เตรียมจัดการ สอนวางแผนการจัดการเรียนการสอนและดำเนินการในกิจกรรมลูกเสือ มีการอบรมดูแล ตดิ ตาม นักเรียนในการทำกิจกรรมทุกกิจกรรม โดยครูจะเป็นผู้ควบคมุ ดูแลและตดิ ตามอย่าง ต่อเน่ือง เพื่อให้ได้ผลอย่างจริงจังและสามารถนำผลท่ีได้ไปปรับปรุงเพ่ือพัฒนาต่อไป สอดคล้องกับผลการศึกษาของณัชณิชา โพธิ์ใจ (2563 : 4) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“การพัฒนา หลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบตามแนวคิดคุณลักษณะศึกษาของลิคโค นา สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น”ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะด้านความ รับผิดชอบ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีมาตรฐานทางจริยธรรม ด้านความ รับผิดชอบ ดังนี้ ปฏิบัติหน้าท่ีอย่างตั้งใจเพ่ือให้งานบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ, ยอมรับผลการกระทำของตนเอง และปรบั ปรุงการปฏิบัติหน้าท่ีให้ดีอยู่เสมอ, ตรงต่อเวลา, มี ความอดทนและเพียรพยายามในการปฏิบัติงานให้สำเร็จ และ เคารพกฎเกณฑ์ของสังคม และมีระเบียบวินัย, มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ แนวทางในการเสริมสร้างคุณลักษณะด้าน ความรับผิดชอบควรจัดทำหลักสูตร โดยเน้นการเรียนรู้แบบร่วมมือ กระตุ้นให้นักเรียนได้คิด และตระหนักถึงความสำคัญของการมีความรับผิดชอบ ให้นักเรียนมีส่วนร่วมคิดและ ดำเนินการ อภิปราย สะท้อนคิด ฝึกปฏิบัติกิจกรรมท่ีส่งเสริมความรับผิดชอบอย่างต่อเน่ือง สม่ำเสมอ 2) หลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบ ตามแนวคิดคุณลักษณะ

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 401 ศึกษาของลิคโคนาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีองค์ประกอบ คือ ความเป็นมา ของหลักสูตร, หลักการ, จุดหมาย, เน้ือหาสาระ, กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณลักษณะ ด้านความรับผิดชอบ 5 ขน้ั คือ การสร้างประสบการณ์, การรบั รูเ้ ชิงจริยธรรม, การเกบ็ จำตัว แบบ, การแก้ปัญหาเชิงจริยธรรม, สะท้อนคิดเชิงเหตุผลและการสร้างคุณลักษณะด้านความ รับผิดชอบ,สื่อและแหล่งเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล หลักสูตรมีความเหมาะสมระดับ มาก และผลการทดลองนำรอ่ ง พบวา่ มีความเปน็ ไปได้ในการนำไปใช้ การบริหารกิจกรรมยังสอดคล้องกับผลการศึกษาของวีณา ประชากูล (2549 : 4) ซงึ่ ได้ศึกษาวิจัยเรือ่ ง“การพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความมรี ะเบียบวินยั ของนักเรยี น ระดับชั้นประถมศึกษา”ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษารูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมเชิง จริยธรรมด้านความมีวินัยของนักเรียน สามารถนําเสนอได้เป็น 5 ประเด็น ตามความคิดเห็น ของกลมุ่ ผเู้ ชี่ยวชาญ ดงั น้ี 1) วัตถุประสงค์การเรยี นรู้ มุ่งหวังใหน้ กั เรียนเช่อื ฟงั และปฏบิ ัตติ าม คาํ สั่งของครู เข้าแถวตามลําดับก่อนหลงั เพือ่ รับส่ิงของ เข้าแถวตามลําดับกอ่ นหลังเพ่ือส่งงาน ตามท่ีได้รับ มอบหมายทํางานส่งครูตามที่ได้รับมอบหมายตรงเวลา แต่งกายได้อย่างถูกต้อง ตามระเบียบของ โรงเรียน และทิ้งขยะลงในท่ีรองรับขยะ 2) กระบวนการเรียนรู้ จะต้องจัด บรรยากาศให้เอ้ือต่อสภาพการเรียนรู้ ครูเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่นักเรียน ครูให้นักเรียนได้ฝึก ปฏิบัติและลงมือทํากิจกรรมอย่างจริงจัง ครูจัดเตรียมสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ครู จัดเตรียมสื่อและแหล่งเรียนรู้ท่ีใกล้เคียงกับประสบการณ์เดิมของ นักเรียน ครูส่งเสริมการ จัดทําโครงการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความมีวินัย ครูยกย่อง ชมเชยและให้ กําลังใจแก่ผู้เรียนครูให้ความสําคัญและสนใจต่อผู้เรียนอย่างจริงจัง ครูทําความ เข้าใจ เก่ยี วกับความรสู้ ึกและความต้องการของผูเ้ รียนและตอบสนองอย่างมีเหตผุ ลและครูส่งเสริมผู้ ที่มีพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความมีวินัยต่อหน้าสาธารณะ 3) บทบาทของครูครูควรมี บทบาทในการส่งเสริมและพฒั นาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมให้แกน่ กั เรียนดังน้ี ครูเปน็ แบบอยา่ ง ที่ดีแก่นักเรียนท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา ครู ให้ความสนใจในการพัฒนาพฤติกรรม ของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ครูคอยอํานวยความสะดวก ชี้แนะและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่ นักเรียน ครูจัดสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ครู ปลูกฝังค่านิยมที่ดีใน ด้านความมีวินัยแก่นักเรียน ครูส่งเสริมการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ท้องถิ่น และครู ติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 4) ส่ือและแหล่งเรียนรู้ จะต้องมีการนํา ทรัพยากรด้านสื่อและแหล่งการเรียนรู้มาใช้ ในการเรียนการสอน ซ่ึงส่ือและแหล่งเรียนรู้ควร

402 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) มีคุณลักษณะดังต่อไปน้ี ส่ือมีคุณค่าและความหมาย ต่อผู้เรียน สื่อมีความเหมาะสมและ ทันสมัย สื่อและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียงกับประสบการณ์จริงของนักเรียน ส่ือและแหล่งเรียนรู้ สามารถหาได้ในท้องถ่ิน แหล่งการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนตระหนัก ยอมรับในวัฒนธรรม ท้องถิ่น 5) การติดตามและตรวจสอบ ครูจะต้องประเมินพฤติกรรมของนักเรียนด้วยการ สังเกต ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนด้วยการซักถาม ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียน ด้วยการให้ลงมือปฏิบัติ ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามสภาพจริงและนักเรียน ประเมินผลตนเอง 3. แนวทางการบริหารกิจกรรม พบว่า มีการแต่งต้ังคณะกรรมกำกับติดตาม ประเมินผลการบริหารกิจกรรมพัฒนาระเบียบวินัยนักเรียนของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย สถานศึกษาท่ี 4 กำหนดปฏิทินการประเมินผลการบริหารกิจกรรมพัฒนาระเบียบวินัย นักเรียนของโรงเรียนในกลุ่มเครอื ข่ายสถานศึกษาที่ 4 การประเมินตามสภาพจรงิ การสังเกต พฤติกรรมเป็นการเก็บข้อมูลจากการดูการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรม เป็นการเกบ็ ข้อมูลจากการดูการปฏบิ ัติกิจกรรมของผู้เรียนและการสนทนา เปน็ การสื่อสาร 2 ทางอีกประเภทหนง่ึ สอดคล้องกับผลการศึกษาของ วิภาวี เธียรลีลา (2563 : 1) ได้ศึกษาเร่ือง“เพราะ ครหู ้ามและไม่เอาใจใส่ วินัยจงึ ไม่เกดิ ในห้องเรียน” ผลการศึกษาพบว่า การสร้างวินยั เชิงบวก ไม่ใช่การออกกฎ ระเบียบหรือการบังคับ แต่เป็นการส่งเสริม ให้กำลังใจและสนับสนุน ให้ นกั เรยี นรจู้ ักบทบาทหน้าท่ีของตัวเอง คุณค่าของการสร้างวินัยเชงิ บวกอยทู่ ่ีการทำให้เดก็ และ เยาวชนมีจิตสำนึกที่ดี มีความรบั ผิดชอบและเชื่อมั่นว่าตนเองมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญ ให้กับชุมชน ประเทศชาติและส่วนรวมได้ ยกตัวอย่างเช่น เม่ือนักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่ เหมาะสม แทนท่ีจะลงโทษเพื่อหวังเปล่ียนพฤติกรรมนักเรียน ครูควรมองมุมใหม่ด้วยการหา คำตอบวา่ อะไรเปน็ เหตุผล ความเชื่อใหเ้ ด็กแสดงพฤติกรรมดังกล่าว แล้วหาทางแกไ้ ขจากจุด น้ัน การสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนอย่างเปิดใจ ด้วยการพูดที่ไม่ใช่การตำหนิ ดุด่าหรือว่า กล่าว แต่เป็นการพูดด้วยทา่ ทีท่ีทำให้เด็กวางใจ ดว้ ยน้ำเสียงเป็นมิตร จะทำให้เด็กเปิดใจและ ไวใ้ จครู เมอ่ื บทสนทนาเริ่มข้นึ โดยปราศจากความกลวั ครูจะรู้ว่าอะไรเป็นเหตุผลเบอ้ื งหลงั ให้ เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่ีเป็นทักษะการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง (problem solving skills) ที่ครูจำเป็นต้องมีกระบวนการการสร้างวินัยเชิงบวก จึงเป็นเร่ืองของการตั้งเป้าหมาย (setting goals) เพ่ือการเรียนรู้และค้นหาวิธีการแก้ปัญหาท่ีสร้างสรรค์ (constructive

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 403 solutions) อย่างเหมาะสมตามสถานการณต์ ่างๆที่เกิดข้ึนในชั้นเรียนในแต่ละวนั จงึ เป็นโจทย์ ที่ครูต้องต้ังรับ ส่วนจะรับมือได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ปฏิภาณไหวพริบและความ เข้าใจในตัวเด็กของครู อย่างท่ีบอกบทบาทของครูจึงไม่ใช่แค่การสอน แต่ครูต้องมี ความสามารถในการจัดการความเรียบร้อยให้เกดิ ข้นึ ในห้องเรียน เอาใจใส่นักเรยี นเพื่อให้เกิด ความเขา้ ใจระหวา่ งกัน และเข้าใจพัฒนาการของนกั เรียนแตล่ ะคนดว้ ย องคค์ วามร้ทู ไี่ ด้จากการศึกษา จากการศึกษาเรื่องการบรหิ ารกิจกรรมพัฒนาระเบียบวนิ ัยนักเรียนของโรงเรียนในกลมุ่ เครือ ข่ายสถานศึกษาที่ 4 สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จะเห็นว่าระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนการบริหารกิจกรรมพัฒนาระเบียบวินัยนักเรียนของ โรงเรียน จะต้องอาศัยหลายๆด้านเพ่ือสร้างให้เกิดระเบียบวินัยในนักเรียน ผู้บริหารจะต้อง สร้างให้ครูมีจิตวิญญาณของความเป็นครู อาศัยความรักระหว่างครูและเด็ก ให้มีการ ประสานงานระหว่างครูและผู้ปกครอง เพ่ือเป็นการนำผลการศึกษาไปปรับปรุงแก้ไขและใช้ เป็นบรรทดั ฐาน ในการกำหนดแนวทางการจดั กจิ กรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกันและเพ่ือ มุ่งเน้นนักเรียนให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพในสังคมต่อไปนำกระบวนการมาพัฒนา นักเรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จนนักเรียนซึมซบั และทำเป็นนิสัยโดยไม่มีใครบังคับ และเต็มใจทำด้วยตนเองสร้างความตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการตรงต่อเวลา ท้ังเมื่อตอนท่ีมีครูกำกับดูแลและไม่มีครูกำกับดูแล มีการติดตามและประเมินผลอย่าง สมำ่ เสมอ นำผลการประเมินมาปรับปรงุ แผนการปฏิบัตงิ าน เสรมิ สรา้ งการตรงต่อเวลาในการ ปฏิบัตกิ จิ กรรมทุกกิจกรรม

404 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) เอกสารอา้ งอิง กระทรวงศึกษาธิการ, (2560), แผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี พ.ศ.2560–พ.ศ.2579, กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กรงุ เทพมหานคร. กระทรวงศึกษาธิการ, (2560), พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2553, กรงุ เทพฯ : สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้, (2561), คู่มือการเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษา ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ด้านความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา , กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ. ณัชณิชา โพธ์ิใจ. การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบตามแนวคิด คุณลักษณะศึกษาของลิคโคนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. [อ อ น ไล น์ ]. แ ห ล่ ง ท่ี ม า file:///C:/Users/Acer/Downloads/8 9 5 3 5 - Article%20Text-639241-1-10-20190730.pdf. [23 กุมภาพนั ธ์ 2563]. ยรุ ธร จีนา และคณะ. (2560), รูปแบบการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักค่านิยมพื้นฐาน 12 ประการ โรงเรียนบ้านแม่สา ตำบลแม่ริม อำเภอแม่สา จังหวัดเชียงใหม่. เชยี งใหม่ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา. วิภาวี เธียรลีลา. เพราะครูห้ามและไม่เอาใจใส่ วินัยจึงไม่เกิดในห้องเรียน. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา https://thepotential.org/2019/04/30/positive-discipline-in- the-classroom/.[23 กมุ ภาพนั ธ์ 2563]. วิภาส ทองสุทธิ์. รูปแบบการเสรมิ สร้างวินัยนักเรยี นในสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน สํานักงานเขต พื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา จังหวัดปทุมธานี. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา file:///C:/Users/Acer/Downloads/9242-27292-1-SM%20(3).pdf. [23 กุมภาพนั ธ์ 2563]. วีณา ประชากลู . การพัฒนาพฤติกรรมเชิงจรยิ ธรรมดา้ นความมรี ะเบียบวินยั ของนักเรียน ระดบั ชัน้ ประถมศึกษา.[ออนไลน]์ ,http://library.cmu.ac.th/moralcorner/sites/de fault/files/pictures/re_feb12_3.pdf. [23 กมุ ภาพันธ์ 2563].

การบริหารกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารเี พ่ือเสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะผเู้ รียน ในศูนย์เครือขา่ ยการศึกษาที่ 9 พทุ ธลลี าบางขนั สำนกั งานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 2 Management of Scouts and Girl Guides Activities for Enhancing Learners’ Characteristics in Buddhalilabangkhan Educational Network Center 9 under Nakhon Si Thammarat Primary Educational Service Area Office 2 1พิทกั ษ์สนิ ภกั ดี, 2ธีระพงษ์ สมเขาใหญ่, 3สำเริง จันชุมและ 4วนั ฉัตร ทิพย์มาศ, 1Pitaksin Pakdee, 2Teeraphong Somkhaoyai 3Samroeng Chanchum and 4Wanchat Thippamas 1,2,3มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ประเทศไทย 4วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษณิ อาชีวศกึ ษา, ประเทศไทย 1,2,3Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Thailand. 4Vocational Technology Thaksin College, Thailand. [email protected], [email protected] Received May 10, 2020; Revised July 12, 2020; Accepted August 25, 2020 บทคดั ยอ่ การวจิ ัยคร้ังนี้มีวัตถปุ ระสงค์ 1) เพ่ือศึกษาสภาพการบรหิ ารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตร นารี 2) เพ่อื ศกึ ษาการบรหิ ารกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี สรา้ งคุณลกั ษณะผู้เรียน 3) เพอื่ เสนอ แนวทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนในศูนย์ เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา

406 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) นครศรีธรรมราช เขต 2 ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยการ สัมภาษณ์จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 14 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ ในการสนทนากลุ่ม จำนวน 8 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสัมภาษณ์ ผู้เช่ียวชาญและแบบสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารกิจกรรมลูกเสือ- เนตรนารี เพ่ือเสรมิ สรา้ งคุณลักษณะผู้เรียน สถานศกึ ษา จัดทำเป็นคำส่ัง มอบหมายงานและ หลักสูตร มีการกำหนดแผนกจิ กรรม มสี ภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี แต่งตั้งกรรมการพัฒนาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร นำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ อย่างเป็นข้ันตอน ที่แตกต่างกัน มีแนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ โดยยึดหลักสูตรและ กำหนดแผนกิจกรรม แบ่งการจัดกิจกรรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จะทำได้โดยการวดั และ ประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตรหลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม โดยการสังเกตและทดสอบ ปฏิบัติ 2) การบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี โดยนำผลจากการศึกษามาพัฒนาและใช้ ประโยชน์ และใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทาง เดียวกันกระบวนการดำเนินการบริหารจัดการ ท้ัง 3 ข้ันตอน กล่าวคือ สถานศึกษามีการประชุม แต่งตั้งกรรมการพัฒนาหลักสูตร ให้ฝ่ายบริหารวิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน จัดทำเป็นคำส่ัง มอบหมายงานและความรับผิดชอบให้กับบุคลากร มีการกำหนดให้ครูผู้สอน จัดทำแผนการสอนตามหลักสูตร ตามประเภทของลูกเสือสำรอง และสามัญ บุคลากรเข้ารับการ อบรมและศึกษาหลักสูตรอย่างละเอียด และนำความรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่าง เป็นข้ันตอน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม การนำไปใช้ มีการวัดและประเมินผลตามตัวชี้วัด 3) แนว ทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี จากการศึกษาพบว่าดำเนินการบริหารจัดการ การประเมินตามสภาพจริง, การประเมินการปฏิบัติ, กำหนดเกณฑ์การประเมิน, การสังเกตพฤติกรรม การสนทนา เป็นต้น คำสำคัญ : การบริหาร; กิจกรรม ลกู เสือ-เนตรนารี; คณุ ลกั ษณะผู้เรียน Abstract The objectives of this research included: 1) to study the conditions of the management of scouts and girl guides activities; 2) to investigate the administration of boy scouts and girl guides activities for enhancing characteristics of learners; and 3) to

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 407 propose guidelines in managing the scouts and girl guides activities for enhancing the characteristics of learners in the Buddhalilabangkhan Educational Network Center 9, Office of Nakhon Si Thammarat Primary Educational Service Area 2. The research methodology used was a qualitative research with key informants through interviews from 14 related persons, 3 specialists and 8 experts in group discussions. The research tools used were in-depth interview format, expert interview format, and group discussion format. The findings were as follows: 1) Regarding conditions of activity management in scouts and girl guides for enhancing learner characteristics, the schools issued an official order and assigned tasks and courses with activity plans and activity management of the scouts and girl guides. The school committee was appointed for curriculum development to analyze the curriculum to be used to arrange the learning process in different stages along with the guidelines for scouts and girl guides activities based on the curriculum and activity plan assignment. The division of theoretical and practical activities would be done by measuring and evaluating the activities according to the course by observation and test after the activity has been completed; 2) The management of scouts and girl guides activities could be done by utilizing the results from the study to develop and use it as a basis for determining the common direction of activities. The 3-step management process of schools consists of meetings, appointing committee for curriculum development, curriculum analysis of the department of co-administration and instructors. There were also orders, assignments and responsibilities for the personnel. Teachers were also assigned to create the lesson plans according to the curriculum which were based on the types of cub scouts and common scouts. Training and studying the curriculum in detail were provided for staff to apply the obtained knowledge in organizing learning in a systematic process with supervision, monitoring, follow-up the application. There were also measurement and evaluation according to the indicators; 3) In guidelines for managing the scouts girl guides activities, it was found that the management was conducted on basis of authentic assessment, performance evaluation, formulating evaluation criteria, behavior observation and conversation etc. Keywords : Management, Scouts and Girl Guides Activities, Learners’ Characteristics

408 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) บทนำ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน กำเนิดลูกเสือไทยเม่ือวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ 2454 โดยมีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนา เยาวชนให้มีความรักชาติบ้านเมืองให้เป็นผู้นับถือศาสนา และมีความสามัคคีไม่ทำลายซึ่งกัน และกัน เพ่ือเป็นรากฐาน แห่งความม่ันคงของประเทศชาติเป็นสำคัญ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553 : 2) กิจการลูกเสือจึงนับเป็นพระราชมรดกอันล้ำค่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเป็น อุดมการณ์เป็นแนวทางแห่งชีวิตซ่ึงถ้าหากมีการปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอแล้วความเจริญก็ จะเกิดข้ึนท้ังทางกายและใจ ทั้งในส่วนตน ส่วนชุมชน ส่วนบ้านเมือง ทุกส่วนของโลกและ มวลมนษุ ย์ชาติ พระองค์ไดท้ รงดำรงตำแหน่งสภานายกดว้ ยพระองค์เองตามข้อบงั คบั ลักษณะ ปกครองลกู เสือฉบับแรก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรม ราชโองการโปรดเกล้า ให้เรยี กว่าพระราชบัญญัตลิ ูกเสือ พ.ศ.2528 กิจกรรมลูกเสือ เป็นกระบวนการพัฒนาเยาวชนเสริมสร้างวินัยให้กับเยาวชนโดย อาศัยอุดมการณ์และหลักการทางลูกเสือมีผู้ใหญ่เป็นผู้ช้ีแนะ เสริมแต่งและกำกับติดตาม สถานทป่ี ฏิบตั ิได้คือสถานศึกษาซ่ึงเปน็ แหล่งเรียนรูข้ องนักเรียน เสริมสรา้ งวินัยที่ดีให้เยาวชน มีคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีของสังคม ดังคำกล่าวของล้นเกล้ารัชการที่ 6 พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวไว้ว่า “ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ท่ีข้าอยากได้น้ัน คือ เยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี” ดังน้ันหากสถานศึกษารว่ มมือ กันเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันถือว่าเป็นภาระท่ีจะต้องรับผิดชอบร่วมกันแก้ปัญหาเหมือนกัน เหตุการณ์ต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นในสังคมคงจะไม่เกิดในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกคนหนีปัญหาไม่ ยอมรับในส่ิงท่ีได้กระทำ จากมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ 2551 ระบุว่าคณะ ลูกเสือแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความ เจริญก้าวหน้า เพ่ือความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ จากวัตถุประสงค์ดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติจึงได้กำหนดคุณลักษณะผู้เรียนหรือแนวทางในการ พัฒนาลูกเสือแต่ละคนไว้ 8 ประการคือ 1. พัฒนาทางกาย 2. พัฒนาทางสติปัญญา 3. พฒั นาทางจิตใจและศีลธรรม 4. พัฒนาในเรื่องค่านยิ มและเจตคติ 5. พฒั นาทางสมั พนั ธภาพ ระหว่างบุคคล 6. พัฒนาทางสัมพันธภาพทางสังคม 7. พัฒนาทางสัมพันธภาพทางชุมชน 8.

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 409 พัฒนาทางด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเสนอแนะกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วย พฒั นาลกู เสอื จากการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลา บางขัน สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ได้มีกระบวนการ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 พบว่า ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบาง ขัน สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ได้มีการบริหารการ จัดการเรียนการสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ที่มีรูปแบบ กระบวนการในการบริหารการจัดการเรียนการสอนท่ีแตกต่างกัน จากผลดังกล่าว ผู้วิจัยได้ ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในกระบวนการบริหาร กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี จากสภาพปัญหาต่างๆ ท่ีกล่าวมาข้างต้น จึงมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการจัดทำวิจัย เพ่ือให้ทราบถึง การบริหาร กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนใน ศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 เพ่ือนำผลจากการศึกษาการทำวิจัยมาพัฒนาและใช้ประโยชน์ ใน กระบวนการบรหิ ารกจิ กรรมลูกเสอื –เนตรนารีต่อไป วตั ถุประสงค์การวิจยั 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 2. เพื่อศึกษาการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะ ผู้เรียนในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 2 3. เพ่ือเสนอแนวทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้าง คุณลักษณะผู้เรียนในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนที่ การศกึ ษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2

410 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) วธิ ดี ำเนินการวิจัย การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยได้ดำเนินการ วิจัยเป็น 3 ข้ันตอน ดงั น้ี 1. ขัน้ ตอนการศกึ ษาสภาพ ข้ันตอนการศึกษาสภาพการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ได้กำหนดดังนี้ การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสมั ภาษณ์เชงิ ลึกการร่าง รูปแบบ ผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposeful Selection) เป็นการเลือก แบบไม่มีโครงสร้างที่เคร่งครัด มีข้ันตอนและวิธีการดำเนินการท่ีไม่ซับซ้อนเพ่ือท่ีจะได้ ตัวอย่างที่เหมาะท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นได้สำหรับแนวคิด จุดมุ่งหมาย และวัตถุประสงค์ของ การศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เลือกมีลักษณะเป็น“Information-rich case” คือมีข้อมูลให้ศึกษา ในระดับลึกได้มากและสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้ดีท่ีสุด โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In- depth interview) จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 14 คน โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกดังน้ี ผู้มี ส่วนเก่ียวข้อง ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 7 คน และบุคลากรผู้รับผิดชอบ กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 7 คน ผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ซึ่งมีลำดับข้ันในการสร้างเคร่ืองมือ ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ี เกี่ยวข้องเกีย่ วกับการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธ ลีลาบางขัน 2) กำหนดประเด็นการร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์ เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน โดยใช้กิจกรรมท่ีทางโรงเรียนจัดข้ึนมาเป็นแนว ทางการร่างแบบ 3) นำร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน ท่ีได้ไปปรึกษาอาจารย์ ท่ีปรึกษาและปรับปรุงตาม ข้อเสนอแนะ 4) ปรับร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศกึ ษาท่ี 9 พุทธลลี าบางขนั เปน็ ประเด็นคำถาม ในการสัมภาษณเ์ ชิงลกึ 2. ขน้ั ตอนการศกึ ษาการบรหิ ารกิจกรรม ขั้นตอนการศึกษาการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 411 เขต 2 ได้กำหนด การร่างแบบการสัมภาษณ์เชิงลึก การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้ ข้อมูลสำคัญในขั้นตอนนี้ได้แก่ ผู้เช่ียวชาญในการการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ใน ศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 คือจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบ เจาะจง โดยผ้ใู ห้ขอ้ มูลสำคญั มดี ังน้ี ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น จำนวน 1 คน ผทู้ รงคุณวุฒิ จำนวน 1 คน และบคุ ลากรผูร้ บั ผิดชอบกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 คน ผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับการบริหารกิจกรรม พัฒนาระเบียบวินัยนักเรียนของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 4 ซ่ึงมีลำดับขั้นใน การสร้างเครื่องมือ 1) ร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 จากการค้นคว้าเอกสารเพ่ิมเติม 2) นำร่างแบบ ท่ีได้ไปสัมภาษณ์ ผเู้ ช่ียวชาญและปรบั ปรุงตามข้อเสนอแนะ 3. ขน้ั ตอนการนำเสนอ ขั้นตอนการนำเสนอ การบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 ได้กำหนดดังน้ี นำเสนอแบบการสนทนากลุ่ม ข้อเสนอแนะจากการ สนทนากลุ่ม แบบสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในข้ันตอนนี้ได้แก่ ผู้ร่วมประชุมกลุ่มสนทนา ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ในการเสนอการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่าย การศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 คือ จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบ เจาะจง โดยผู้ใหข้ ้อมูลสำคญั มีดังน้ี ผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 3 คน ผู้ทรงคุณวฒุ ิ จำนวน 1 คน บคุ ลากรผู้รับผิดชอบกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 3 คนและประธานคณะกรรมการ สถานศึกษาข้นั พื้นฐานโรงเรยี นสังวาลยว์ ทิ ย์ 7 จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในขั้นตอนการศึกษาการบริหารกิจกรรม คือ แบบประเมินและแบบ การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ซึ่งมีลำดับขั้นในการสร้างเครื่องมือ ดังน้ี 1) นำร่างแบบ การบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศนู ย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขนั สังกัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ท่ีได้จากการร่างรูปแบบ มาจัดทำเป็นแบบประเมิน ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ 2) นำ

412 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) แบบประเมิน ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ที่ได้ปรึกษาอาจารย์ท่ี ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย ความครอบคลุมขององค์ความรู้ท้ังการบริหาร การบริหารกิจกรรม ลูกเสอื -เนตรนารี ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัด สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 3) ปรับปรุงตาม ข้อเสนอแนะและให้อาจารย์ที่ปรึกษา ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคำถามกับนิยามศัพท์ อีกคร้ัง 4) นำข้อคำถามปรับปรุงตามข้อเสนอแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา จึงทำเป็นฉบับ จริงเพ่ือเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ในข้ันตอนการสนทนากลุ่ม (Focus Group) 5) แบบสนทนา กลุ่ม-ใช้ร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 และร่างแบบการบริหารกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลา บางขนั ทไ่ี ดม้ าเป็นแนวทางสำหรบั การใหค้ วามเห็นและข้อเสนอแนะของอาจารย์ทป่ี รึกษา ผลการวิจยั การเสนอผลการวิจัยในคร้ังนี้ ผู้วิจัยจะนำเสนอผลการวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์ของ การวิจัย 3 ข้อโดยการ ศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร (Documentary investigation) การ สัมภ าษณ์ เชิงลึก (In-depth Interview) และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผลการวจิ ัยสรุปไดด้ ังน้ี 1. สภาพการบริหารกิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสรา้ งคุณลักษณะผู้เรยี นใน ศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน จากการศึกษา พบว่า 1) สถานศึกษามีการ ประชุม แต่งตั้งกรรมการพัฒนาหลักสูตร ให้ฝ่ายบริหารวิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตร ร่วมกับผู้สอน จัดทำเป็นคำส่ัง มอบหมายงานและความรับผิดชอบให้กับบุคลากร มีการ กำหนดให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการสอนตามหลักสูตร ตามประเภทของลูกเสือสำรอง และ สามญั มีการกำหนดแผนกิจกรรมต่างๆ แตส่ ภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตร นารี ครูผู้สอนมีวุฒิทางลูกเสือ จบหลักสูตร ไม่ตรงกับประเภทของลูกเสือท่ีสอน การให้ ความสำคัญกับการจดั กิจกรรมลูกเสือยังน้อย เช่น ในวิชาลกู เสือ–เนตรนารี ครูจะนักเรียนให้ นักเรียนไปทำกิจกรรมอย่างอ่ืนแทน การเรียนการสอนลูกเสือไม่เช่ือมโยงต่อเนื่องระหว่าง ลูกเสือสำรอง ไปสู่ลูกเสือสามัญ การขออนุมัติแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือไม่เรียบร้อย

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 413 สมบูรณ์ การแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือยังไม่ถูกต้องตามระเบียบ ครูขาดเคร่ืองมือในการวัด และประเมินผล ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีการกำหนดแผนกิจกรรมต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับ การศึกษาหลักสูตรลูกเสือ–เนตรนารี มีการมีการประชุม แต่งต้ังกรรมการพัฒนาหลักสูตรให้ ฝ่ายบริหารวิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน บุคลากรเข้ารับการอบรมและ ศึกษาหลักสูตรอย่างละเอียดและนำความรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็น ข้ันตอน มีการนเิ ทศ กำกับ ตดิ ตาม การนำไปใช้ มีการวัดและประเมินผลตามตัวช้ีวัด 2) แนว ทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารี สถานศึกษาระบุการจัดกิจกรรมลูกเสือลงในคาบการ จัดการสอนของโรงเรียน โดยยึดหลักสูตรและกำหนดแผนกิจกรรมรูปแบบ มีคำสั่งแต่งต้ังผู้ กำกับลูกเสือ โดยแบง่ ออกเปน็ ลูกเสือสำรองและลูกเสอื สามัญ แบ่งการจดั กจิ กรรม ช่วงชั้นท่ี 1 จัดภาคทฤษฎีในห้องเรียน ส่วนภาคปฏิบัติเรียนร่วมกัน สว่ นในชว่ งชั้นท่ี 2 และช่วงชัน้ ที่ 3 จัดกิจกรรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติร่วมกัน มีการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนได้เข้าร่วม กิจกรรมลูกเสืออย่างต่อเนื่อง ให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ให้ผู้กำกับได้เพ่ิมพูน ความรู้ทักษะอย่างต่อเน่ือง มกี ารจัดการแบบมีส่วนร่วมและรว่ มมือจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและ สาธารณประโยชน์ทั้งในและนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้กันภายใน โรงเรยี นและเผยแพร่กจิ กรรมของโรงเรยี น การจดั กจิ กรรมกลางแจ้ง บุกเบิกและการผจญภัย สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย นำวัฒนธรรมท่ีมีอยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการเรียนการสอน ใช้ สถานที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการกิจกรรม โดยกำหนดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับ สภาพแวดลอ้ มของชุมชน มีการใช้ส่ือเทคโนโลยตี ่างๆ เพ่ือพัฒนากจิ กรรมลูกเสือเนตรนารี มี การสง่ เสรมิ การประกวดแข่งขนั เพ่อื ใหผ้ ู้ปกครองเห็นความสำคญั และเกิดความภาคภูมใิ จจาก ความสำเร็จ จัดการเรียนรู้ให้เกิดความสนุกสนานและสร้างจิตสำนึกที่ดี เช่นฐานสามัคคี ครู และบคุ ลากรในศนู ยเ์ ครือข่ายท่ีมีความรู้ความสามารถให้เข้ามาใหค้ วามรู้หรือรว่ มกิจกรรมกับ โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ครูผู้สอนลูกเสือต้องหมั่นแสวงหากิจกรรมทุกแนวมาใช้และสร้าง ความตระหนักสร้างความประทับใจให้ลูกเสือรู้สึกชอบและอยากเรียนลูกเสือ แต่ทั้งน้ียังมี ความบกพร่องด้านบุคลากรไมม่ ีความพร้อมขาดทัศนคติท่ีดีต่องานลูกเสอื และบุคลากรไมแ่ ต่ง ชุดลูกเสือและแต่งไม่ถูกต้องกับตำแหน่งของตนเอง ผู้บริหารจึงมีหน้าท่ีกำกับให้ครูแต่งกาย ชดุ ลูกเสอื โดยกำหนดเปน็ นโยบายทค่ี รตู ้องปฏบิ ัติอยา่ งชัดเจน ผู้กำกับและรองผกู้ ำกับมีน้อย จึงไม่ค่อยได้จัดประสบการณ์ บางโรงเรียนยังขาดแคลนสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาและขาด อุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอน ผู้ปกครองขาดทุนทรัพย์ในการจัดการเร่ืองการแต่งกาย

414 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) นักเรียน ซึ่งสถานศึกษาอาจจะจัดทำโครงการเข้าสู่แผนปฏิบัติการเพ่ือของบประมาณในการ จัดซ้ืออุปกรณ์ จัดหาทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับอุปกรณ์การเรียนการสอน ผ้ปู กครองไม่ให้ความสำคัญ และกิจกรรมบางกิจกรรมไม่สอดคล้องกับวิถีชวี ิตปัจจบุ ัน 3) การ วัดและประเมินผลกิจกรรมลูกเสือ จะทำได้โดยการวัดและประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตร ทกุ ครั้งหลังเสร็จส้ินการเรยี นการสอน โดยการสังเกตและทดสอบปฏิบัติ และหลังจากการจบ หลกั สูตรมีการวัดประเมนิ ผลดว้ ยการเข้าคา่ ยลูกเสอื 2. การบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนในศูนย์ เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน จากการศึกษา พบว่า 1) หลักการและเหตุผลการ บริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี มีความสำคัญและความจำเป็นในกระบวนการเสริมสร้าง คุณลักษณะผู้เรียน เพ่ือนำผลจากการศึกษามาพัฒนาและใช้ประโยชน์และใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกัน และเพ่ือมุ่งเน้นนักเรียน ให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพในสังคม ตามคุณลักษณะผู้เรียนในกิจกรรมลูกเสือ -เนตร นารีต่อไป 2) วัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารหลักสูตร ลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนเพ่ือกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน เพื่อกำหนดแนวทางการวัดและ ประเมินผลลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน 3) กระบวนการดำเนินการ บริหารจัดการ ทั้ง 3 ขั้นตอน กล่าวคือ สถานศึกษามีการประชุม แต่งต้ังกรรมการพัฒนา หลักสูตร ให้ฝ่ายบริหารวิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน จัดทำเป็นคำสั่ง มอบหมายงานและความรับผิดชอบให้กับบุคลากร มีการกำหนดให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการ สอนตามหลักสูตร ตามประเภทของลูกเสอื สำรองและสามญั มีการกำหนดแผนกิจกรรมต่างๆ แต่สภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี บุคลากรเข้ารับการอบรมและ ศึกษาหลักสูตรอย่างละเอียดและนำความรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็น ขัน้ ตอน มกี ารนเิ ทศ กำกับ ติดตาม การนำไปใช้ มกี ารวัดและประเมินผลตามตวั ชี้วัด 3. แนวทางการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสรา้ งคุณลักษณะผู้เรียน ในศูนย์เครือข่ายการศกึ ษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน จากการศึกษาพบว่า 1) หลักการและเหตุผล การบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี มีความสำคัญและความจำเป็นในกระบวนการ เสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน เพื่อนำผลจากการศึกษามาพัฒนาและใช้ประโยชน์ และใช้เป็น บรรทัดฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกัน และเพ่ือมุ่งเน้น

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 415 นักเรียนให้เป็นพลเมืองท่ีดีและมีคุณภาพในสังคม ตามคุณลักษณะผู้เรียนในกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารีต่อไป 2) วัตถุประสงค์การบริหารจัดการ เพ่ือกำหนดแนวทางการบริหารหลักสูตร ลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนเพื่อกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน เพื่อกำหนดแนวทางการวัดและ ประเมินผลลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน ดำเนินการบริหารจัดการ ทั้ง 3 ขน้ั ตอน กล่าวคอื สถานศกึ ษามกี ารประชมุ แตง่ ต้งั กรรมการพฒั นาหลกั สูตร ให้ฝา่ ยบรหิ าร วิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน จัดทำเป็นคำส่ัง มอบหมายงานและความ รับผิดชอบให้กับบุคลากร มีการกำหนดให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการสอนตามหลักสูตร ตาม ประเภทของลูกเสือสำรองและสามัญ มีการกำหนดแผนกิจกรรมต่างๆ แต่สภาพการบริหาร หลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี บุคลากรเข้ารับการอบรมและศึกษาหลักสูตรอย่าง ละเอียดและนำความรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นข้ันตอน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม การนำไปใช้ มีการวัดและประเมินผลตามตัวช้ีวัด แต่งต้ังคณะกรรมการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการบริหารกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารีในศูนย์เครือข่ายสถานศึกษาพุทธ ลีลาบางขัน กำหนดปฏิทินการประเมินผลการบริหารกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารีในศูนย์ เครือข่ายสถานศึกษาพุทธลีลาบางขันการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เป็นการประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย บูรณาการกับการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการศึกษา ที่มีความก้าวหน้าของโลกในปัจจุบัน ให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับชีวิตจริง การสังเกต พฤติกรรม เป็นการเก็บข้อมูลจากการดูการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน โดยไม่ขัดจังหวะการ ทำงานหรือการคิดของผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรมเป็นส่ิงท่ีทำได้ตลอดเวลา แต่ควรมี กระบวนการและจุดประสงค์ท่ชี ัดเจนวา่ ตอ้ งการประเมินอะไร โดยอาจใช้เครือ่ งมือ เชน่ แบบ มาตรประมาณค่า แบบตรวจสอบรายการ สมุดจดบันทกึ เพอ่ื ประเมนิ ผู้เรียนตามตัวชวี้ ัดและ ควรสังเกตหลายคร้ัง หลายสถานการณ์ และหลายช่วงเวลาเพ่ือให้เกิดความเท่ียงตรงการ สนทนา เป็นการส่อื สาร 2 ทางอีกประเภทหน่ึง สามารถดำเนินการเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ ได้โดยท่ัวไปมักใช้อย่างไม่เป็นทางการเพื่อติดตามตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เพียงใด เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนา วิธีการนี้อาจใช้เวลา แต่มีประโยชน์ต่อการค้นหา วินิจฉัยข้อปัญหา ตลอดจนเร่ืองอื่นๆท่ีอาจเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเรียนรู้เช่น วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เป็นต้น

416 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) อภปิ รายผล จากการศึกษาวิจัย เร่ืองการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเสริมสร้าง คุณลักษณะผู้เรียนในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 2 สรปุ ผลและอภิปรายผลการวิจัยไดด้ ังนี้ 1. สภาพการบริหารกิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี เพอ่ื เสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนใน ศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน จากการศึกษา พบว่า สถานศึกษาจัดทำเป็น คำส่ัง มอบหมายงานและหลักสูตร มีการกำหนดแผนกิจกรรม มีสภาพการบริหารหลักสูตร กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี แต่งต้ังกรรมการพัฒนาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร นำมาใช้ใน การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นข้ันตอน ที่แตกต่างกัน มีแนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ โดยยึดหลักสูตรและกำหนดแผนกิจกรรม แบ่งการจัดกิจกรรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจะ ทำได้โดยการวัดและประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตรหลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม โดยการ สงั เกตและทดสอบปฏบิ ัติ ทั้งนเี้ ปน็ เพราะวา่ สถานศกึ ษาส่วนใหญใ่ นศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 9 พุทธลีลาบางขัน มีการจัดกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารี แต่อาจจะมีบางโรงเรียนที่ไม่ได้จัด กิจกรรมได้แบบสมบูรณ์ เนื่องด้วยสภาพปัญหาหลายด้านด้วยกัน ซ่ึงสอดคล้องกับบุญส่ง อัน อาสา ได้ศึกษางานวิจัย (2556 :229) เร่ือง “สภาพปัญหาการบริหารการจัดกิจกรรมลูกเสือ สามัญรุ่นใหญ่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาฬสินธ์ุ”พบว่า 1) สภาพปัญหาการจัด กิจกรรมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาฬสินธ์ุ โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก 2) ผู้บริหารและครูผู้สอนลูกเสือ มีความคิดเห็นต่อปัญหาการจัดกิจกรรม ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาฬสินธ์ุ แตกต่างกัน 3) ผู้บริหารและ ครูผ้สู อนลูกเสอื ท่มี ีวุฒิลกู เสือต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปญั หาการจดั กิจกรรมลูกเสือสามัญรุ่น ใหญ่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาฬสินธ์ุไม่แตกต่างกัน 4) ข้อเสนอแนะในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนควรจัดประชุมทำความเข้าใจร่วมกันของผู้กำกับลูกเสือ ปรับปรุง แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาตนเอง เข้าฝึกอบรมหลักสูตรผู้บังคับบัญชาลูกเสือให้สูงข้ึน มีการ บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามทิศทางการพัฒนากิจการและกิจกรรมลูกเสือสามัญรุน่ ใหญ่ ในโรงเรียน สภาพการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน สอดคล้องกับผลการศึกษาของวาสนา เจริญเปล่ียน (2559 :207) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 417 “การศึกษาการบริหารงานลูกเสือในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลในเขตจังหวัดราชบุรี ” ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานลูกเสือในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลในภาพรวมอยู่ใน ระดับปานกลาง ในด้านการจัดบุคลากร ด้านการจัดองค์กรอยู่ในระดับมาก ด้านการวางแผน ดา้ นการอำนวยการและด้านการควบคมุ อยู่ในระดับปานกลาง 2) สถานศกึ ษาทสี่ ังกัดเทศบาล ต่างกัน มีการบริหารงานลูกเสือในสถานศึกษาด้านการวางแผนด้านการจัดองค์กร และด้าน การจัดบคุ ลากร แตกตา่ งกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .05 3) ผบู้ งั คับบัญชาลูกเสือท่ีมี ตำแหน่งต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการบริหารงานลูกเสือ ในสถานศึกษาด้านการจัดองค์กร และด้านการจัดบุคลากร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 4) ผู้บังคับบัญชา ลูกเสือท่ีมีวุฒิต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารงานลูกเสือในสถานศึกษาทุกด้านแตกต่าง กนั อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดับ .05 2. การบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี โดยนำผลจากการศึกษามาพัฒนาและใช้ ประโยชน์ และใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทาง เดียวกันกระบวนการดำเนินการบริหารจัดการ ท้ัง 3 ข้ันตอน กล่าวคือ สถานศึกษามีการประชุม แต่งต้ังกรรมการพัฒนาหลักสูตร ให้ฝ่ายบริหารวิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน จัดทำเป็นคำส่ัง มอบหมายงานและความรับผิดชอบให้กับบุคลากร มีการกำหนดให้ครูผู้สอน จัดทำแผนการสอนตามหลักสูตร ตามประเภทของลูกเสือสำรอง และสามัญ บุคลากรเข้ารับการ อบรมและศึกษาหลักสูตรอย่างละเอียดและนำความรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็น ข้ันตอน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม การนำไปใช้ มีการวัดและประเมินผลตามตัวชี้วัด ทั้งน้ีเป็น เพราะว่าการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ยังขาดการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้ มที ิศทางไปในทางเดียวกันกระบวนการดำเนินการบริหารให้ไปในทิศทางเดียวกันและเพ่ิมเติม สว่ นที่ยงั บกพร่องให้สถานศึกษาทุกโรงไดจ้ ดั ทำเปน็ รูปแบบเดียวกัน สอดคล้องกับผลการศึกษาของพรอนันต เสือคลื้น (2559 :221) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การบริหารกิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุมดอยอางขาง สังกัดสํานักงานเขต พ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34”ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการบริหารกิจกรรมลูกเสือ ของโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุมดอยอางขาง สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 โดยแยกเปนกิจกรรมลูกเสือ 5 ดาน ไดแก ดานการจัดต้ังกลุมหรือกอง ดานการ บังคับบัญชาลูกเสือ ดานการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ดานการเงินลูกเสือและดานการ รายงานกิจกรรมลูกเสือ พบวา โดยรวมและรายดาน ผูตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นวา

418 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) สถานศึกษามีการนํากระบวนการบริหารตามแนวคิดของเกรก (Gregg) มาปฏิบัติในระดับ ปานกลางท้ัง 7 ขั้นตอนคือ (1) การวินิจฉัยส่ังการ (2) การวางแผน (3) การจัดองค์ การ (4) การติดต่อส่ือสาร (5) การจูงใจ (6) การประสานงาน และ (7) การประเมินผล จากการ สัมภาษณพบวา ดานการจัดต้ังกลุมหรือกอง ควรมีการสนับสนุนให้ผู้บังคับบัญชาเข้ารับการ ฝึกอบรมเพ่ือเพ่ิมวุฒิทางลูกเสือและแต่งต้ังผู้รับผิดชอบกิจกรรมลูกเสือที่มีทักษะ มีประสบ การณในการทํางานกิจกรรมลูกเสือ ดานการบังคับบัญชาลูกเสือ พบวา ผูอํานวยการลูกเสือ โรงเรียนควรแตงเคร่ืองแบบลูกเสือเพ่ือเปนแบบอยางที่ดีและควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง ด้านการเรียนการสอน กจิ กรรมลูกเสือ พบว่า ควรเชิญวิทยากรภายนอกมาให้ ความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชา ลูกเสือมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือมากย่ิงข้ึน ดาน การเงินลูกเสือ พบวา ควรมีการระดมเงนิ จากชมรมครูและผู้ปกครอง ชุมชนหรือหนว่ ยงานท่ี เก่ียวข้อง เพ่ือนำงบประมาณท่ีได้มาช่วยในการจัดกิจกรรมลูกเสือและด้านรายงานกิจกรรม ลูกเสือเพ่ือแกปญหาและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือตอไป 3. แนวทางการบริหารกิจกรรม ผลการวิจัยพบว่า มีการดำเนินการบริหารจัดการ การประเมินตามสภาพจรงิ , การประเมินการปฏิบัติ, กำหนดเกณฑ์การประเมิน, การสังเกตพฤติกรรม การสนทนา เป็นต้น ท้ังนี้เป็นเพราะว่า นำผลจากการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาวางแผน ดำเนินการบริหารการศึกษาได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถใช้เป็นบรรทัด ฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกันและเพ่ือมุ่งเน้นนักเรียน ให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพในสังคม ตามคุณลักษณะผู้เรียนในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ท่ีสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนในศูนย์เครือข่ายการศึกษาท่ี 9 พุทธลีลาบางขัน สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 2 สอดคล้องกับผลการศึกษาของศุภฤกษ์ ศิโรทศ (2561 : 5-6) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 5”ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัญหาการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามญั รนุ่ ใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 โดยภาพรวมมีปัญหาระดับมาก มี ปัญหาสูงสุดคือ ด้านบริหารทั่วไป รองลงมา ตามลำดับ คือ ด้านการติดตามและประเมินผล ด้านการจัดกิจกรรมลูกเสือและด้านบุคลากร 2) แนวทางการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือ สามญั รนุ่ ใหญ่ สังกดั สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 5

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 419 องค์ความรทู้ ี่ได้จากการศกึ ษา การบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี มีความสำคัญและความจำเป็นใน กระบวนการเสริมสร้างคุณลกั ษณะผู้เรียน เพอื่ นำผลจากการศึกษามาพฒั นาและใช้ประโยชน์ และใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีทิศทางไปในทางเดียวกัน และ เพอื่ มุ่งเน้นนักเรียนให้เป็นพลเมืองที่ดแี ละมีคุณภาพในสงั คม ตามคุณลกั ษณะผเู้ รียนในกิจกรรม ลูกเสือ -เนตรนารีต่อไป 2) วัตถุประสงค์การบริหารจัดการ เพ่ือกำหนดแนวทางการบริหาร หลักสูตรลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนเพ่ือกำหนดแนวทางการจัด กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียน เพื่อกำหนดแนวทางการวัดและ ประเมินผลลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือเสริมสร้างคุณลกั ษณะผู้เรียน ดำเนินการบริหารจัดการ ท้ัง 3 ขน้ั ตอน กลา่ วคอื สถานศกึ ษามีการประชุม แตง่ ต้งั กรรมการพฒั นาหลักสตู ร ให้ฝ่ายบริหาร วิชาการโรงเรียนวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกับผู้สอน แต่สภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี บคุ ลากรเขา้ รบั การอบรมและศึกษาหลักสูตรอย่างละเอียดและนำความร้มู า ใช้ในการจัดกระบวนการเรยี นรู้อย่างเป็นขั้นตอน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม การนำไปใช้ มี การวดั และประเมินผลตามตัวช้ีวัด แต่งต้งั คณะกรรมการกำกบั ติดตาม ประเมนิ ผลการบริหาร กิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารีในศูนย์เครือข่ายสถานศึกษาพุทธลีลาบางขัน กำหนดปฏิทินการ ประเมินผลการบริหารกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารีในศูนย์เครือข่ายสถานศึกษาพุทธลีลาบาง ขันการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เป็นการประเมินด้วยวิธีการที่ หลากหลาย บูรณาการกับการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการศึกษาที่มีความก้าวหน้าของโลกใน ปจั จบุ ัน

420 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) เอกสารอา้ งอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2553), พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และ(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภา ลาดพรา้ ว. . (2551), หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรงศกึ ษาธิการ, 2551. . (2553), หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพร้าว. 2553. บญุ ส่ง อันอาสา. สภาพปัญหาการบริหารการจดั กิจกรรมลูกเสอื สามัญรุน่ ใหญใ่ นโรงเรียน มธั ยมศกึ ษา จังหวัดกาฬสนิ ธ์. [ออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า file:///C:/Users/Acer/Downloadsj7_3_021compressed.pdf. [23 กุมภาพันธ์ 2563]. พรอนันต เสือคลื้น. การบริหารกิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุมดอยอางขาง สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 34. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา http://journal.feu.ac.th/pdf/v10i2t3a22.pdf. [23 กมุ ภาพนั ธ์ 2563]. วาสนา เจรญิ เปล่ียน. การศึกษาการบริหารงานลูกเสอื ในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลในเขต จังหวัดราชบรุ ี. [ออนไลน]์ .แหล่งท่ีมา file:///C:/Users/Acer/Downloads/7223- Article%20Text-14336-1-10-20130319%20(1).pdf. [23 กมุ ภาพนั ธ์ 2563]. ศภุ ฤกษ์ ศโิ รทศ. แนวทางการบริหารงานกิจกรรมลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ สงั กดั สำนักงานเขต พ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 5. [ออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า http://gnru2018.lpru.ac.th/pdf/proceeding/ Education_Group/Page_855-1034.pdf. [23 กุมภาพนั ธ์ 2563].

โรงเรยี นผสู้ งู อายุ: หลักสูตรและการจดั การเรียนการสอน School for the Elderly: Curriculum and Learning Management 1มงคลกติ ต์ิ โวหารเสาวภาคย์ และ 2เสาวนีย์ ไชยกลุ , 1Mongkonkit Woharnsaovapak and 2Saovanee Chaiyakun มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ประเทศไทย Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Thailand. [email protected] Received May 10, 2020; Revised July 12, 2020; Accepted August 25, 2020 บทคดั ยอ่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุข ภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ 2) ศึกษาการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการ จัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ และ 3) วิเคราะห์รูปแบบหลักสูตรและการจัดการ เรยี นการสอนโรงเรียนผู้สงู อายใุ นการจดั การสขุ ภาวะและสวสั ดิการผ้สู งู อายุ การวิจัยในครงั้ นี้ เป็นการวิจัยโดยใช้วิธีวิทยาวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการ สัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มเฉพาะกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 90 รูป/คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และกรรมการบริหาร โรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 10 รูป/คน อาจารย์ผู้สอน/นักเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 80 คนและ งานวิจัยเอกสาร ผลการวจิ ยั พบว่า 1. หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ มี องค์ประกอบหลักสูตร (1) มีการกำหนดเป้าหมายและนโยบายการจัดการศึกษาที่ชัดเจน

422 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) เป็นไปตามความต้องการของประชาคมของตำบลนั้นๆ (2) กำหนดกรอบความคิดในการ ออกแบบหลกั สูตร 2. การจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผู้สูงอายุ (1) หลักการจัดการเรียนการสอน มีหลักการจัดการเรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็น ศนู ย์กลาง (2) ทฤษฏีการจดั การเรียนการสอน รายวิชามคี วามยืดหยุ่นโดยเน้นการมีส่วนร่วม ซ่ึงตรงกับหลักทฤษฏีการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม (3) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จัด กิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง (4) อาจารย์ผู้สอน มีความสามารถอธิบาย รายวิชาท่ีรับผิดชอบด้วยส่ือและภาษาที่เขา้ ใจง่าย และ (5) การประเมินการจัดการเรียนการ สอน ประเมินจากความสนใจ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก การค้นคว้า และการทำบท ทดสอบ 3. รูปแบบหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ (1) ภาวติ ภาวบคุ คล : ดา้ นสขุ ภาวะทางกาย เน้นการดแู ลผูส้ ูงอายุ เพื่อสร้างเสริมร่างกายให้มี สุขภาวะ (2) ภาวิตจิตบุคคล : ด้านสุขภาวะทางจิตใจ เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือสร้างเสริม จิตใจให้มีสุข (3) ภาวิตสีลบุคคล : ด้านสุขภาวะทางสังคม เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้าง เสริมสังคมให้มีสุขภาวะ และ (4) ภาวิตปัญญาบุคล : ด้านสุขภาวะทางปัญญา เน้นการดูแล ผู้สงู อายุ เพอ่ื สร้างเสรมิ ปญั ญาให้มีสุขภาวะ คำสำคัญ: โรงเรยี นผู้สูงอายุ, หลกั สูตร, การจัดการเรียนการสอน, การจัดการสุขภาวะและ สวสั ดิการ,ผสู้ ูงอายุ Abstract The purposes of this research included: 1) to study the curriculum of schools for the elderly in health and welfare management for the elderly; 2) to study the education management of the schools for the elderly in health and welfare management for the elderly; and 3) to analyze the model of curriculum and learning management of the schools for the elderly in health and welfare management of elderly. This research used mixed methods approach consisting: qualitative approach through in-depth interview and focus group discussion. There were 90 key informants

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 423 including 10 school directors of the schools for the elderly, administrators of local government organizations and the committees and 10 teachers and 80 elderly students. Documents were also researched. The results revealed that 1. The curriculum of the schools for the elderly in health and welfare management of the elderly consisted of: (1) a clear goal and policy setting in educational management according to the needs of the sub-district community; (2) a concept of curriculum design. 2. Learning management of schools for the elderly in health and welfare management for the elderly included: (1) Learning management principle focusing on learners-centered approach; (2) Participatory and flexible theory of learning management in each subject; (3) Learning activities through direct experience; (4) Capability of instructors in explaining each subject by simple language and media; and (5) The assessment of learning management from the interest, expressed behavior, search of knowledge and test of learners. 3. Model of the curriculum of schools for the elderly in health and welfare management for the elderly included: (1) Bhavitta-Bhava Pukkala focusing on enhancing the physical health of the elderly; (2) Bhavitta-Citta Pukkala focusing on spiritual health of the elderly. (3) Bhavitta-Sila Pukkala focusing on social health; and (4) Bhavitta-Panna Pukkala focusing on enhancing intellect or wisdom. Keywords: Schools for the Elderly; Curriculum; Learning Management; Health and welfare management,; the Elderly บทนำ วยั สูงอายุเปน็ วัยท่มี ลี ักษณะการเปลีย่ นแปลงทางดา้ นรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ที่เกิดขึ้นเฉพาะวัย ท่ีอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพอันเกิดจากโรคได้ ดังน้ันผู้สูงอายุจึงควร ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งการให้การดูแลช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมสุขภาพจึงต้องพิจารณาท้ัง ทางด้านร่างกายและจิตใจครอบครัวจะมบี ทบาทสำคญั อย่างมากในการท่ีจะดูแลผู้สงู อายุเพ่ือ สง่ เสริมให้ผู้สูงอายุดำรงรกั ษาสุขภาพที่ดี เพ่อื ชะลอการเสื่อมของร่างกายและป้องกนั การเกิด โรคภยั ไข้เจ็บ ในช่วงกวา่ ทศวรรษทผี่ ่านมาประเทศไทยใหค้ วามสำคัญกับผู้สูงอายมุ ากข้ึนเป็น

424 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ลำดับ มีการกำหนดพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 เพ่ือคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้สูงอายุ ให้มีความเป็นอยู่ท่ีดีขึ้นตลอดจนมีแผนยุทธศาสตร์เพ่ือเตรียมความพร้อมของประชากรเพ่ือ วยั สูงอายทุ ่ีมีคุณภาพ และให้ผู้สูงอายุมคี ุณภาพชีวิตท่ีดี ไดร้ บั การคุ้มครองและพิทกั ษ์สทิ ธ์ิ ซ่ึง เป็นกระบวนการสร้างความมั่นคงให้แก่สังคมและประเทศชาติ การที่ประชากรวัยสูงอายุมี แนวโน้มเพ่ิมจำนวนข้ึนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศตองมีรายจ่ายด้านสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุ เพ่ิมสูงขึ้น ครอบครัว ตองแบกรับภาระในการดูแลผู้สูงอายุมากข้ึน ขณะที่ผู้สูงอายุเองเม่ือมี อายุยืนยาวขึ้นก็ย่ิงต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนรายไดหรือมีรายไดไมเพียงพอแกการ ดำรงชีพ รวมถึงความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเร้ือรังต่างๆ ความพิการหรือทุพพลภาพ นอกจากน้ี สภาพครอบครัวไทยที่เปลีย่ นแปลงไปจากอดีต ทำให้ผสู้ ูงอายุตอ้ งอยกู่ ันตามลำพัง ขาดผู้ดแู ล โดดเด่ียวเปลยี่ วเหงา และอาจเกิดความรู้สึกว่าชีวติ ไรความหมาย สถานการณของ ผู้สูงอายุไทยจึงน่าวิตก การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุจึงควรดำเนินการควบคูกับมาตรการ อ่ืนๆ ของรัฐ เพื่อให้ผู้สูงอายุไดรับการดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งผู้มีบทบาทสำคัญ ไดแก สมาชิกใน ครอบครัว ชุมชนและท้องถ่ิน โดยเฉพาะเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีภารกิจ โดยตรงในการดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและแสวงหาความร่วมมือจากภาคี เครือขา่ ย เพื่อใหผ้ สู้ งู อายไุ ด้มีพ้ืนท่ีในการเข้ารว่ มกจิ กรรมกับชุมชน (ธำรง บวั ศรี. 2542). โรงเรียนผู้สงู อายุ จึงเป็นรปู แบบหน่งึ ของการจัดกิจกรรมทส่ี ่งเสริมการเรียนรตู้ ลอด ชวี ิต การพัฒนาทักษะและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ จะเป็นเรื่องท่ีผู้สูงอายุสนใจและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ช่วยเพ่ิมพูนความรู้ ทักษะ ชีวิตที่จำเป็น โดยวิทยากรจิตอาสาหรือจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ท่ี ผู้สูงอายุจะได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่ส่ังสมแก่บุคคลอ่ืน เพื่อสืบสานภูมิปญั ญาให้คงคุณค่าคู่กับชมุ ชน คณะผู้วิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาหลักสูตรและการ จัดการเรียนการสอนของโรงเรียนผู้สูงอายุ ว่ามีส่วนส่งเสริมสนับสนุนในการเรียนรู้และการ จัดการสุขภาวะและสวัสดิการของผู้สูงอายุหรือไม่อย่างไร รูปแบบหลักสูตรและการจัดการ เรียนการสอนในการจดั การสุขภาวะและสวัสดกิ ารผู้สูงอายุควรเป็นเชน่ ใด นอกจากน้ี ผลที่ได้ จากการวิจัย โรงเรียนผู้สูงอายุและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการ จดั การสขุ ภาวะและสวสั ดิการของผู้สงู อายใุ หเ้ ป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและย่งั ยืนต่อไป

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 425 วัตถุประสงค์การวิจยั 1. เพื่อศึกษาหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผ้สู ูงอายุ 2. เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและ สวัสดกิ ารผูส้ งู อายุ 3. เพื่อวิเคราะห์รูปแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุใน การจดั การสุขภาวะและสวสั ดิการผสู้ งู อายุ วธิ ีดำเนนิ การวิจัย 1. รูปแบบการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยโดยใช้วิธีวิทยาวิจัยแบบ ผสมผสาน (Mix Methodology) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและ การสนทนากลุ่มเฉพาะและงานวิจัยเอกสารด้วยการวิจัยเชงิ ประวตั ศิ าสตร์ 2. ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) คณะผู้วิจัยได้กำหนดผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informants) และพ้ืนที่ในการศึกษาหรือสนาม (field) โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (criterion-based selection) จำนวน 90 รูป/คน ดังนี้ (1) สัมภาษณ์เชิงลึก (In depth Interview) ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการบริหารโรงเรียน โรงเรียนผู้สูงอายุวัดร่องห้า ตำบลบา้ นตอ๋ ม อำเภอเมืองพะเยา จังหวดั พะเยา 5 รปู /คน และโรงเรียนผสู้ ูงอายุตำบลหัวง้ม ตำบลหัวงม้ อำเภอพาน จงั หวดั เชียงราย 5 รูป/คน รวมจำนวน 10 รูป/คน (2) สนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) ประกอบด้วย ครูผู้สอน และนักเรียนสูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุวัดร่องห้า ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัด พะเยา 40 คน และโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลหัวง้ม ตำบลหัวง้ม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 40 คน รวม จำนวน 80 รปู /คน 3. เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั (1) แบบสัมภาษณ์ เป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสัมภาษณ์หลักสูตรโรงเรียน ผู้สูง คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการโดยการศึกษาหลักพุทธธรรม ได้แก่ หลักการพัฒนาตน 4 ประการ เพอ่ื ชีวิตที่กา้ วหน้า ซง่ึ เป็นหลกั การพื้นฐานของพระพทุ ธศาสนา คือ หลักการกระทำ

426 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) หลักการศึกษาพัฒนาตน หลักไม่ประมาทและหลักพึ่งตนเองได้ การศึกษาเอกสารหลักฐาน สำคัญ ได้แก่ มิติการจัดการสุขภาพ 4 มิติ คือ สุขภาวะทางกาย การจัดการสุขภาพมิติทาง ร่างกาย สุขภาวะทางสังคม การจัดการสุขภาพมิติทางสังคม สุขภาวะทางจิตใจ การจัดการ สขุ ภาพมิติทางจติ ใจและสุขภาวะทางปญั ญา (2) แบบสนทนากลุ่มเฉพาะ เพ่ือศึกษาการจัดการเรียนการสอนโรงเรียน ผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ ได้แก่ หลักการจัดการเรียนการสอน ทฤษฎีการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน อาจารย์ผู้สอนและการ ประเมินการจัดการเรียนการสอนและการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน 4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล (1) ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ได้แก่ 1) ข้ันเตรียมการสัมภาษณ์ ก่อนลงสนามเพ่ือ รวบรวมขอ้ มลู โดยการสัมภาษณ์ (2) ข้ันตอนการสนทนากลุ่มเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ 1) การนัดหมายวันเวลาจัด กิจกรรมสนทนากลุ่มเฉพาะ โดยที่คณะผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินรายการของกิจกรรมเอง ขณะ สนทนากลุ่ม มีการบนั ทกึ การดำเนินกิจกรรมดว้ ยเครื่องบนั ทึก (Recorder) และภาพ (Camera) 5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู (1) วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสาร ใช้วิธีการ วเิ คราะหเ์ นอื้ หา (Content Analysis) นำเสนอข้อมูลดว้ ยวธิ ีการพรรณนา (2) วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (Interview) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) ที่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารหลักสูตรโรงเรียน ผู้สูงอายุ 10 รูป/คน เกี่ยวกับหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผู้สูงอายุ สรุปผลการจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ จากการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์ เชิงลึกและการสนทนากลุ่มเฉพาะ นำมาประมวลและสรุปเป็นรูปแบบหลักสูตรและการ จัดการเรยี นการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและผสู้ วัสดิการผสู้ ูงอายตุ ่อไป

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 427 ผลการวจิ ยั 1. หลักสูตรโรงเรียนผู้สงู อายุในการจัดการสุขภาวะและสวสั ดิการผู้สูงอายุ ในด้าน องค์ประกอบหลักสูตร 1) เป้าหมายของหลักสูตรและนโยบายการศึกษา การดำเนินการ จัดทำหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในแต่ละแห่งไม่มีการกำหนดเป้าหมายและนโยบายการจัด การศึกษาท่ีชัดเจน แต่มีการดำเนินงานท่ีเป็นไปตามความต้องการของประชาคมของตำบล น้ันๆ 2)จุดมุ่งหมายของหลักสูตร ในการกำหนดจุดมุงหมายของหลักสูตรมีการกำหนดกรอบ ความคิดในการออกแบบหลักสูตร โดยกำหนดหลักสตู รออกเป็น 3 ชั้นปี คือ ปีท่ี 1 หลักสูตร ช้ันต้น (BASIC) มุ่งสู่เป้าหมาย“รู้จริง”ปีท่ี 2 หลักสูตรช้ันกลาง (INTERMEDIATE) มุ่งสู่ เป้าหมาย“รู้จริง ปฏิบัติได้”ปีที่ 3 หลักสูตรช้ันสูง (ADVANCE) เพ่ือมุ่งเป้าหมาย“รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น”3) รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตร การกำหนดเน้ือหาของหลักสูตร แต่ละแห่งเป็นไปตามบริบทของโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งน้ัน นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมการ เรียนรู้ในรูปแบบชมรม เช่น ชมรมงานหัตถกรรมบายศรี ชมรมงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ชมรม ดนตรีพ้ืนบ้าน ชมรมอกั ษรล้านนา ชมรมการตอกตุงลาย เป็นต้น 4) จุดประสงค์ของรายวิชา จุดประสงค์การเรียนรู้ และยุทธศาสตร์การเรียนรู้ ไม่สามารถค้นพบได้เน่ืองจากการจัด หลักสูตรของแต่ละแห่ง ไม่มีการทำเอกสารประกอบการสอน และเน้ือหาที่จัดการเรียนการ สอน จะยดื หยนุ่ ไปตามอาจารยผ์ สู้ อน หรือวิทยากรบรรยาย เป็นผกู้ ำหนด 5) การประเมนิ ผล การประเมินผลการเรียนรู้ มีการกำหนดกฎเกณฑ์การวัดผลประเมินผล ไว้อย่างชัดเจน และ 6) วัสดุหลักสูตรและสื่อการสอน อปุ กรณ์โสตทัศศึกษา หรือเทคโนโลยีการศึกษาอ่ืนๆ ท่ีช่วย เสรมิ คณุ ภาพการเรียนการสอน สำหรบั โรงเรียนผ้สู ูงอายุแต่ละแห่งนั้นไม่มเี ป็นของตนเอง แต่ ได้รับการสนบั สนุนจากองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น โดยส่วนมากแล้วสื่อการสอนขึ้นอยู่กับการ ชำนาญของอาจารย์หรือวิทยากรแต่ละท่านและสื่อการสอน จะเป็นการบรรยาย การถาม ตอบและการลงมือปฏิบัติ นอกจากน้นั หากเป็นการลงมอื ปฏิบตั ินักเรียนผู้สูงอายุจะเตรยี มกัน มาเอง ในสว่ นท่ขี าดเหลอื นั้นต้องใหอ้ าจารยห์ รอื วทิ ยากรจดั เตรียมให้ การพัฒนาหลักสูตร 1) การสร้างหลักสูตร มีการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน คือ ความ ต้องการความจำเป็นและปัญหาทางสังคม ตลอดจนนโยบายทางภาครัฐ โดยมีการประชุม ประชามติของกลุ่มผู้สูงอายุประจำตำบล หลังจากนั้นมีการกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร มีการต้ังคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อพิจารณากำหนดจดุ มุ่งหมายของหลักสตู รใหส้ อดคล้อง กับข้อมูลพ้ืนฐาน โดยกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตรมุ่งพัฒนาผู้เรียนท้ัง 3 ด้าน คือ รู้จริง

428 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ปฏิบัติได้และถ่ายทอดเป็น เมื่อกำหนดทั้งจุดมุ่งหมายท่ัวไป และจุดมุ่งหมายเฉพาะแต่ละ รายวิชาจะเน้นการปฏิบัติ โดยคำนึงถึงพัฒนาการทางร่างกาย และจิตใจของผู้สูงอายุ หลังจากได้กำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแล้ว ข้ันต่อมามีเลือกสาระความรู้ต่างๆ ที่จะ นำไปสู่การพัฒนากลุ่มผู้เรียน ให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายท่ีกำหนดไว้ เพื่อความสมบูรณ์ให้ได้ วิชาความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสม จึงเกิดกระบวนการคัดเลือกเน้ือหาวิชาแล้วพิจารณาจัดลำดับ เน้ือหาโดยมีการแบ่งเนื้อหาวิชาออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านพระพุทธศาสนา ด้านสุขภาพ ด้าน สังคมวัฒนธรรม เพราะเห็นควรเป็นเน้ือหาสาระสำคัญตามหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ และ 2) การใช้หลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ ครูผู้รับผิดชอบในรายวิชามีการร่วมมือของภาคี เครือข่าย อาทิ วัด องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โรงเรียนในเขตชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในราชวิชา เช่น วัด รับผิดชอบในรายวิชา พระพุทธศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและโรงเรียน รับผิดชอบในรายวิชาสังคม วฒั นธรรม ด้านรายวิชาสุขภาพ ทางโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพประจำตำบลเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบ จึงทำให้การนำหลักสูตรไปใชป้ ระสบผลสำเรจ็ การประเมินหลักสูตร 1) สิ่งที่มีอยู่ก่อน โรงเรียนผู้สูงอายุแต่ละแห่งมีการสร้าง หลักสูตรข้ึนเพื่อตอบโจทย์ปัญหาทางสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการรวมตัวของภาคีเครือข่าย วัด ชมุ ชน โรงเรียนองค์กรต่างๆ เทียบได้กับปัจจัยตัวป้อน (input) แลว้ มีการกำหนดจุดมุงหมาย ของหลักสูตร คือ รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น ด้านอาคารสถานท่ี ได้รับความอนุเคราะห์ จากทางวัด ส่วนวัสดุอุปกรณ์ ยังคงต้องขอรับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 2) กระบวนการ สอน เป็นขั้นนำหลักสูตรมาสู่การปฏิบัติ ซ่ึงกระบวนการสอนมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับ นักเรียน การได้ผู้เชี่ยวชาญในรายวิชาที่เปิดสอน ทำให้เกิดการแลกเปล่ียนความคิดระหว่าง ครูกบั นักเรียนผู้สูงอายุ นอกจากน้ันกระบวนการสอนยังมีการยดื หยุ่น การจัดการเรียนรู้แบบ เล่นปนเรียน (Play and Learn) เพื่อให้นักเรียนผู้สูงอายุได้รับความรู้และความสุขไปด้วย และ 3) ผลที่ได้รับ (outcomes) ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้หลักสูตรที่มีต่อนักเรียนผู้สูงอายุ ใน ด้านความรู้ ผู้สูงอายุมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ทางหลักสูตรเพียงเป็นการเสริมทักษะ วิธีการ และคุณลักษณะในส่วนที่นักเรียนผู้สูงอายุขาดไป ผลการศึกษาพบว่า ผลที่ได้รับจาก หลักสูตรเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียนผู้สูงอายุ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และ

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 429 การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่ร่นุ ผลที่เกิดขึ้นกับครูและโรงเรียนจากการใช้หลักสูตรน้ีเทียบได้ กับผลผลิต (outputs) ของวิธกี ารเชิงระบบนั้นเอง 2. การจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผสู้ งู อายุ (1) หลักการจัดการเรียนการสอน มีหลักการจัดการเรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง การมีบทบาทหรือส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน ทั้งด้านกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม สามารถวิเคราะห์หลักการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุ 6 แบบ คือ แบบเน้นตัวผู้เรียน แบบเน้นความรู้ความสามารถ แบบเน้นประสบการณ์ (experiential learning) แบบเนน้ ทกั ษะกระบวนการ แบบเน้นการบูรณาการ และแบบไมม่ คี รู (2) ทฤษฏีการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง รายวิชามีความยืดหยุ่นโดยเน้นการมีส่วนร่วม ซ่ึงตรงกับหลักทฤษฏีการเรียนรู้ อย่างมีส่วนร่วม มีข้อค้นพบ 3 ลักษณะคือ กระบวนการแบบกลุ่ม (Group process) การ เรียนรู้แบบร่วมแรงร่วมใจ (Cooperative leaning) และการเรียนรู้แบบสรรค์สร้างความรู้ (Constructivism) (3) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีข้อค้นพบในด้านการจัดกิจกรรม การ ฝึกทักษะ การจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง การส่งเสริมสนับสนุนให้ ผ้สู อนสามารถจัดบรรยากาศ และการจัดการเรียนรใู้ หเ้ กดิ ขน้ึ ได้ทุกเวลาทุกสถานที่ (4) อาจารย์ผู้สอน ผู้สอนมีความสามารถอธิบายรายวิชาท่ีรับผิดชอบด้วยส่ือ และภาษาท่ีเข้าใจง่าย ใช้กิริยาวาจาที่เหมาะสม มีการยกตัวอย่างประกอบการเรียน อีกทั้ง ผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในเน้ือหาท่ีสอนเป็นอย่างดี สามารถถ่ายทอดเน้ือหาได้ดี ท้ังนี้ ผู้สอนใช้เทคนิคด้วยการตั้งคำถาม เพ่ือกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด มีการโต้ตอบกันในชั้นเรียน ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจท่ีเรียนรู้ ไม่เกิดความเบ่ือหน่ายและ ความตึงเครียด ส่วนเทคนิคการสอน พบว่า อาจารยผ์ ู้สอนไดจ้ ัดให้มีสื่อการเรยี นการสอน ทำ ให้นักเรียนผู้สูงอายุมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และมีความพอใจต่อการใช้ส่ือการสอน นอกจากน้ี ผู้สอนใช้ส่ือการสอนประกอบการบรรยาย ช่วยทำให้การเรียนรู้เข้าใจง่าย ผู้สอน ใช้เทคนิคด้านสื่อได้ตรงกับเนือ้ หา นอกจากน้ันยงั ได้นำสื่อและอุปกรณ์การสอนที่หลากหลาย รูปแบบ เช่น ส่ือธรรมชาติ ส่ือส่ิงพิมพ์ มาใช้ในการเรียนการสอนโดยการเลือกส่ือท่ีใช้ในการ เรียนการสอนได้คำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก เช่น การใช้วัสดุภูมิปัญญาใน

430 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ท้องถ่ิน มาออกกำลังกายเพ่ือความแขง็ แรงของรา่ งกาย โดยการนำไม้ใช้เป็นไม้พอง การใช้ไม้ นวด เป็นต้น การนำสมุนไพรท่ีมีอยู่ตามท้องถิ่น ที่มาผลิตเป็นยาสมุนไพรไล่ยุง การทำลูก ประคบ เปน็ ต้น (5) การประเมินการจัดการเรียนการสอน มีการประเมินการจัดการเรียนการ สอนจากประเด็นตอ่ ไปน้ี คือ ประเมินจากความสนใจ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก การให้ นกั เรยี นไปคน้ ควา้ และการให้นกั เรยี นทำบททดสอบ 3. รูปแบบหลักสตู รและการจัดการเรยี นการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุข ภาวะและสวัสดิการผสู้ ูงอายุ (1) รูปแบบหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผู้สูงอายุ เน้นการจดั การสุขภาวะและสวัสดกิ ารผ้สู ูงอายุ ตามแนวสุขภาวะ 4 ได้แก่ 1) ภาวิต กายบุคคล : ด้านสุขภาวะทางกาย เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างเสริมร่างกายให้มีสุขภาวะ โดยยึดหลักว่า บุคคลเมื่อได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีร่างกายท่ีดี ย่อมมีสุขภาวะที่สมบูรณ์ มน่ั คง 2) ภาวิตจิตบุคคล : ด้านสุขภาวะทางจิตใจ เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือสร้างเสริมจิตใจ ใหม้ ีสขุ ภาวะ โดยยดึ หลกั วา่ บุคคลเมอื่ ไดร้ ับการดูแลและพัฒนาจนมีจิตใจท่ดี ี ย่อมมสี ุขภาวะ ท่ีสมบูรณ์มั่นคง 3) ภาวิตสีลบุคคล : ด้านสุขภาวะทางสังคม เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือสร้าง เสรมิ สังคมให้มีสุขภาวะ ซึ่งสอดคล้องกบั กาญจนา จันทรไ์ ทย, (2557). โดยยึดหลักว่า บุคคล เม่ือได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีระบบศีลหรือสังคมที่ดี ย่อมมีสุขภาวะท่ีสมบูรณ์ม่ันคงและ 4) ภาวิตปัญญาบุคคล : ด้านสุขภาวะทางปัญญา เน้นการดแู ลผู้สงู อายุ เพอ่ื สร้างเสริมปัญญา ให้มีสุขภาวะ โดยยึดหลักว่า บุคคลเมื่อได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีปัญญาท่ีดี ย่อมมีสุข ภาวะที่สมบูรณ์ม่ันคง (2) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะ และสวัสดิการผู้สูงอายุ เน้นการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุตามแนวภาวนา 4 ได้แก่ 1) กายภาวนา : พัฒนากาย การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การมีบทบาทหรือส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาทางกาย 2) จิตภาวนา : พัฒนาจิตใจ การจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ สามารถนำตนเองสู่การเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง การเสริมสร้างความรู้ ความคิดความเข้าใจ การรู้จริง เพื่อพัฒนาจิตใจ 3) สีลภาวนา :พฒั นาสงั คม กระบวนการเรยี นรูแ้ บบกล่มุ การปฏิสัมพันธ์กนั ระหว่างผูส้ ูงอายุ การ ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อพัฒนาทางสังคมและ 4) ปัญญาภาวนา :พัฒนาปัญญามีการบูรณา

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 431 การการจัดการเรียนการสอนตามบริบทของชุมชน มีการใช้ส่ือธรรมชาติและส่ือส่ิงพิมพ์ เพื่อ พัฒนาปัญญา อภิปรายผล 1. หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ องค์ประกอบหลักสูตร มีเป้าหมาย ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ.2546 “ผูส้ ูงอายุมีสทิ ธิ์ไดร้ ับการคุม้ ครอง การส่งเสรมิ การสนับสนุนในด้านต่างๆ”ไม่มเี ป้าหมายหรือ นโยบายการศกึ ษาที่ชัดเจน จุดมุ่งหมายของหลักสูตรมีการกำหนดหลักสูตรออกเป็น 3 ช้ัน ปี ที่ 1 หลักสูตรชั้นต้น รู้จริง ปีท่ี 2 หลักสูตรชั้นกลาง รู้จริง ปฏิบัติได้ ปีท่ี 3 หลักสูตรชั้นสูง รู้ จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตร ขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียน ผูส้ ูงอายุเป็นตัวกำหนดรูปแบบหลักสูตร โครงสร้างหลักสตู รมีทั้งภาควชิ าการและภาคปฏิบัติ มกี ารกำหนดกิจกรรมการเรียนรใู้ นรูปแบบชมรม สว่ นการพัฒนาหลักสูตร การสร้างหลกั สตู ร เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐาน ความต้องการ และปัญหาทางสังคม มีการทำประชามติ ของกลุ่มผู้สูงอายุ เพ่ือกำหนดหลักสูตรและรายวิชา การใช้หลักสูตร โดยการมีส่วนร่วมมือ ของภาคีเครอื ขา่ ยของ วัด องคก์ รบริหารส่วนท้องถ่ิน โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพ โรงเรยี นใน เขตชุมชน และการประเมินหลักสูตร ยังไม่มีระบบการประเมินท่ีชัดเจน (ทิศนา แขมมณี, 2551) หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุทั้งสองแห่ง มีโครงสร้าง และพัฒนาการของหลักสูตร ครอบคลมุ การจดั การสุขภาวะและสวสั ดกิ ารผู้สูงอายุ ครบทั้ง 4 ดา้ น คือ 1) ภาวิตกายบุคคล : ด้านสุขภาวะทางกาย หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุมี รูปแบบของหลักสูตรที่เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือสร้างเสริมร่างกายให้มีสุขภาวะ โดยยึด หลกั การว่า ถา้ บุคคลไดร้ บั การดูแลและพัฒนาจนมีร่างกายทีด่ ี มีสขุ ภาวะท่สี มบูรณ์มัน่ คงแล้ว เรยี กบุคคลเชน่ นวี้ า่ “ภาวิตกายบุคคล”คอื บุคคลท่ีมีกายทีเ่ จรญิ แลว้ 2) ภาวติ จติ บุคคล : ด้านสุขภาวะทางจิตใจ หลกั สตู รโรงเรียนผ้สู งู อายมุ ีรูปแบบ ของหลักสูตรที่เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือสรา้ งเสริมจิตใจให้มีสุขภาวะ โดยยึดหลักการว่า ถ้า บุคคลได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีจิตใจท่ีดี มีสุขภาวะท่สี มบูรณ์มนั่ คงแล้ว เรียกว่า “ภาวิต จิตบคุ คล” คอื บคุ คลผู้มีจิตทเี่ จริญแลว้

432 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) 3) ภาวิตสีลบุคคล :ด้านสุขภาวะทางสังคม หลักสตู รโรงเรียนผู้สูงอายุมีรูปแบบ ของหลักสตู รทีเ่ น้นการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างเสริมสงั คมให้มสี ุขภาวะ โดยยดึ หลักการว่า ถ้า บุคคลได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีระบบศีลหรือสังคมท่ีดี มีสุขภาวะท่ีสมบูรณ์ม่ันคงแล้ว เรียกบุคคลเชน่ นวี้ า่ “ภาวิตสลี บุคคล”คือ บุคคลผู้มศี ลี ทีเ่ จริญแล้ว 4) ภาวิตปัญญาบุคคล :ด้านสุขภาวะทางปัญญา หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุมี รูปแบบของหลักสูตรที่เน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างเสริมปัญญาให้มีสุขภาวะ โดยยึดหลัก ว่า บุคคลเมื่อได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีปัญญาที่ดี ย่อมมีสุขภาวะท่ีสมบูรณ์ม่ันคง เรียก บคุ คลเช่นน้วี า่ “ภาวิตปญั ญาบคุ คล”คอื บคุ คลผมู้ ปี ญั ญาที่เจริญแล้ว 2. การจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการ ผู้สูงอายุ การจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุมีหลักการจัดการเรียนการสอนโดยเน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การมีบทบาทหรือส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เป็นการเรียนท่ี ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ สามารถนำตนเองสู่การเรียนรู้และพัฒนาตนเองแบบรู้จริง ในบาง รายวชิ าต้องลงมอื ปฏิบัติ มีการบูรณาการจัดการเรยี นการสอนตามบริบทของชมุ ชน การดูแล สุขภาพตนเอง การปรับตัวเข้ากับสังคมในส่วนของรายวิชา มีความยืดหยุ่น เน้นการมีส่วน ร่วมกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนักเรียน การทำกิจกรรมร่วมกัน การประเมินการเรยี นการสอนตามรูปแบบการประเมนิ จรงิ ตามวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ คอื รู้ จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น ส่วนจุดมุ่งหมายของรายวิชามีความยืดหยุ่นขึ้นอยู่กับอาจารย์ ผู้สอน มีการนำหลักการมีส่วนร่วม การใช้สื่อประกอบการสอน การใช้คอมพิวเตอร์ ประกอบการบรรยาย การใช้วัสดุอุปกรณ์การสอนท่ีหลากหลาย การใช้สื่อส่ิงพิมพ์ คำนึงถึง ความน่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตามที่เข้าใจง่าย การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามแนว ภาวนา 4 โดยเนน้ การพัฒนา 4 ด้าน คอื (พระธรรมปฎิ ก (ป.อ.ปยตุ ฺโต). 2540). 1) กายภาวนา : พัฒนากาย คือ การพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี หาย โรคภัย นอกจากน้ีพระพุทธศาสนายังกล่าวถึงการพัฒนากายในความหมายวา่ เปน็ การพัฒนา ความสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมทางกายภาพอย่างถูกต้องดีงาม การหลักการจัดการเรียนการ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การมีบทบาทหรือส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เพ่อื พฒั นาทางกาย

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 433 2) สีลภาวนา : พัฒนาศลี คือ การพัฒนาการอยู่ร่วมกนั ในสังคมด้วยดีมีระเบียบ วินัย อยู่ในกฎเกณฑ์กติกา ชีวิตท่ีมีคุณภาพต่อสังคม กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มการ ปฏสิ มั พนั ธ์กนั ระหวา่ งนักเรยี น การทำกิจกรรมรว่ มกัน เพ่ือพฒั นาทางสงั คม 3) จิตภาวนา : พัฒนาจิต คือ การฝึกอบรมเสริมสร้างจิตใจ ให้สมบูรณ์ด้วย คุณสมบัติท้ัง 3 คือ (1) คุณภาพจิตการเสริมสร้างจิตใจให้ดีงาม (2) สมรรถภาพจิตหรือ ความสามารถของจิต ความมีสติ ความเพียรพยายาม ความอดทน (3) สุขภาพจิต มีจิตท่ีมี สุขภาพดี มีจิตใจเป็นสขุ เบิกบาน การจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ สามารถนำ ตนเองสกู่ ารเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเอง การเสริมสร้างความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ การรู้จรงิ 4) ปัญญาภาวนา : พัฒนาปัญญา เป็นความรู้ความเข้าใจในศิลปวิทยาการ การ รับรู้ เรียนรู้อย่างถูกต้อง การคิดวินิจฉัยด้วยการใช้ปัญญา รู้วิธีแก้ไขปัญหา และสร้างสรรค์ ความสำเร็จที่ทำให้พัฒนาตน พัฒนาชีวิตและสังคม ท้ายสุดปัญญาที่รู้เท่าทันธรรมดาของ สังขาร ของโลกและชีวิต ทำให้คลายความยึดติดถือมั่น นอกจากนี้การพัฒนาปัญญาเพ่ือให้ เกิดขึ้นกับตนเองได้หลายทาง ทั้งจากการคิด การเขยี น การถาม การอ่าน การฟัง การดู และ การลงมือปฏิบัติ โดยสามารถพัฒนาปัญญาความรู้ให้เกิดขึ้นกับตนเอง จากรายวิชาท่ีต้องลง มือปฏิบัติ มีการบูรณาการจัดการเรียนการสอนตามบรบิ ทของชุมชน การดูแลสุขภาพตนเอง พัฒนาปัญญา องคค์ วามรู้ทไี่ ด้จากการศกึ ษา โรงเรียนผู้สูงอายุ กำหนดเปน็ นโยบายให้นำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ท่ีได้ศึกษาไว้แล้วนี้ ไปปฏิบัตเิ พอ่ื ใหเ้ กิดผลอยา่ งเปน็ รูปธรรม การจัดการเรียนการสอนโรงเรียนผู้สูงอายุ กำหนดการจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ช้ันปี คือ ชั้นปีท่ี 1 (สีลสิกขา) หลักสูตรช้ันต้น (BASIC) เน้นปริยัติ การเรียนการสอนใน ระดับพื้นฐาน เพ่ือให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ ดา้ นความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางวัตถุและทาง สังคม การพัฒนาความสัมพันธ์กับวัตถุ และการพัฒนาความสัมพันธ์กับเพ่ือนมนุษย์ เป็น การศึกษาให้รู้และเข้าใจ มุ่งสู่เป้าหมาย รู้จริง ซึ่งตรงกับ ศีลสิกขา ชั้นปีท่ี 2 (สมาธิสิกขา) หลักสูตรชั้นกลาง (INTERMEDIATE) เน้นปฏิบัติ การศึกษาที่ให้ความรู้ในเรื่องที่ซับซ้อน การศกึ ษาเชิงลึก การพัฒนาการด้านจิตใจ เรื่องคุณธรรมความดี ประกอบการฝกึ ปฏิบัติ การ

434 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ลงมือกระทำ เป็นขบวนการเพื่อให้จิตมีการพัฒนาความสำนึกเพื่อความสมดุลท้ังจิตและกาย เป็นขบวนการเก้ือหนุนให้สิ่งท่ีรับเข้ามาในชีวิตดำเนินไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งสู่ เป้าหมาย รู้จริง ปฏิบัติได้ ตรงกับสมาธิสิกขา ชั้นปีท่ี 3 (ปัญญาสิกขา) หลักสูตรชั้นสูง (ADVANCE) เน้นปฏิเวธ เป็นการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์ เพื่อให้รู้จักการประมวลความรู้ ขบวนการทางความรู้ เพ่ือให้เกิดวิชาความรู้และปัญญา ซ่ึงจะยังผลให้เกิดมีทัศนะ ความเชื่อ ค่านิยมท่ีถูกต้อง ความดำริตริตรองที่ชอบ และนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม มุ่งส่เู ปา้ หมาย ร้จู รงิ ปฏิบัตไิ ด้ ถา่ ยทอดเป็นตรงกับปญั ญาสิกขา เอกสารอา้ งองิ กาญจนา จันทรไ์ ทย (บรรณาธิการ). (2557). รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ โดยพยาบาล ผู้จัดการสุขภาพชมุ ชน. (กรงุ เทพฯ : หา้ งหนุ้ สว่ นจำกดั เทพเพ็ญวานสิ ย์) ทิศนา แขมมณี. (2551). รูปแบบการเรียนการสอน ทางเลือกที่หลากหลาย. พิมพ์คร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย ธำรง บัวศร.ี (2542). ทฤษฏหี ลกั สูตร การออกแบบและพัฒนา. พิมพค์ รั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ธนธัชการพิมพ์. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยตุ โฺ ต). (2540). อายยุ นื อย่างมคี ุณค่า. กรงุ เทพฯ : ธรรมสภา. สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ. (2556). คู่มือการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ. สำนักงาน สง่ เสริมสวัสดิภาพและพิทกั ษเ์ ด็กเยาวชนผูด้ อ้ ยโอกาสและผสู้ งู อายุ กระทรวงการ พัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย์)

โรงเรยี นผ้สู ูงอายุ : องคป์ ระกอบ รปู แบบ การพัฒนาหลักสูตรและ กจิ กรรมเพื่อการเสริมสรา้ งสขุ ภาวะผสู้ ูงอายุ Schools for the Elderly: Factors, Models, Curriculum and Activities Development for Health Enhancement of the Elderly 1มงคลกติ ติ์ โวหารเสาวภาคย์, 2จิราภรณ์ คล้อยปาน และ3ศิวพร จตกิ ุล 1Mongkonkit Woharnsaovapak, 2Jiraporn Kloyparn and 3Sivaporn Jatikun มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ประเทศไทย Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Thailand. [email protected] Received May 10, 2020; Revised July 12, 2020; Accepted August 25, 2020 บทคดั ย่อ การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบ และรูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้สูงอายุ 2)พัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ และ 3) ประเมิน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลหลักสูตรและกจิ กรรมเพ่ือการเสรมิ สร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ ผูใ้ ห้ข้อมูล สำคัญ ได้แก่ ผู้เรียนสูงอายุโรงเรียนจำนวน 50 คน เครื่องมือทใี ช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจดั การ แบบสอบถามความคิดเหน็ และการสังเกต สัมภาษณ์แบบสถติ ทิ ่ใี ช้ในการวจิ ยั ได้แก่ E1/E2, ค่าเฉล่ีย , ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน, P, r และ KR20 ผลการวจิ ัย พบว่า 1. องค์ประกอบและรูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ 1) ด้านสุขภาวะทางกาย (Physical Health) : กายภาวนา คือ ภาวะของบุคคลที่มคี วามสัมพนั ธ์กับสง่ิ แวดล้อมทางวตั ถุหรือ ทางกายภาพ เพื่อตอบสนองความสุข 2) ด้านสขุ ภาวะทางสังคม (Social Health) : สีลภาวนา คือ ความรู้สึก ความสะดวก ปลอดภัยในการดำเนนิ ชวี ิตของมนุษย์ในครอบครวั และในสังคมท่ีไม่มีการ

436 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) เบียดเบียน ทำร้ายซ่งึ กันและกัน 3) ด้านสุขภาวะทางจติ (Mental Health) : จิตภาวนา คือ การมี ส่วน ประกอบทางด้านคุณธรรม ความดีงามภายในจิตใจ และ 4) ด้านสุขภาวะทางปัญญา (Intellectual Health) : ปัญญาภาวนา คือ การมีสติปัญญา ความเช่ือ ความรู้ ความเห็นความ เข้าใจชวี ติ และโลกอยา่ งถูกต้องตามความเป็นจริง รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ 1) ด้านกายภาวนา คือ รูปแบบในการเสริมสร้าง สุขภาวะและการเรียนรู้ทางกาย : ภาวิตกายบุคคล 2) ด้านสีลภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุข ภาวะท่ีสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและการเรียนรู้ : ภาวิตสีลบุคคล 3) ด้านจิตภาวนา คือ รูปแบบการ เสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ท่ีสัมพันธ์กับปัญหา : ภาวิตจิตบุคคล และ 4) ด้านปัญญาภาวนา คอื รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะ และการเรียนรู้ทส่ี มั พนั ธก์ บั จิตใจและปญั ญา : ภาวิตปัญญาบุคคล 2. การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียน ผู้สูงอายุ หลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ มี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณค่า เพ่ือ ส่งเสริมสุขภาพป้องกันการเจ็บป่วยและดูแลตนเองเบ้ืองต้น เข้าถึงข่าวสารและส่ือต่างๆ ได้ สามารถปรับตวั ทันตอ่ ความเปลย่ี นแปลงของโลก และดำรงชีวิตอยา่ งมีความสุข 3. การประเมนิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลหลักสูตรและกจิ กรรมเพ่อื การเสริมสรา้ งสุข ภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ 1) ผลการประเมินประสิทธิภาพหลักสูตร มีประสิทธิภาพ โดยรวม E1/E2 = 81.35/80.25 ซ่งึ สูงกวา่ เกณฑ์ที่กำหนดไว้ แสดงว่าหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการ เสรมิ สรา้ งสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สงู อายุ มีประสิทธภิ าพ 2) ผลการประเมนิ ประสิทธิผลของ หลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ ด้านหลักสูตร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม ครูผู้สอน/วิทยากร ส่ิงสนับสนุนการ จัดกิจกรรม และกิจกรรมตลอดหลักสูตรได้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนสูงอายุโดยรวม อยู่ในระดับ มาก คำสำคัญ : โรงเรยี นผูส้ งู อาย,ุ องคป์ ระกอบ, รูปแบบ, การพฒั นาหลกั สตู ร, สุขภาวะ Abstract The purposes of this research included: 1) to study the factors and models of health enhancement of the elderly; 2) to develop curriculums and activities for health enhancement of the elderly; and 3) to assess the efficiency and effectiveness of the

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 437 curriculums and activities for health enhancement of the elderly. Key informants included 50 senior citizens studying at the school for the elderly. Research tools were management plan, questionnaires, observations and interviews. Statistics used in this research were E1/E2, mean, standard deviation, P, r and KR20. The results revealed as the followings. 1. Factors and models for health enhancement of the elderly were: 1) Physical health: Gaya-Bhavana i.e. the condition of a person and material environment for responding happiness; 2) Social health: Sila-Bhavana i.e. the feeling of comfort and safety in daily living both in families and society with neither exploitation nor harm towards each other; 3) Mental health: Citta-Bhavana i.e. making merit from within one’s mind; and 4) Intellectual health: Panya-Bhavana i.e. wisdom, belief, knowledge, understanding life and nature as they are or realistically see the world. Model of health enhancement for the elderly: 1) In Gaya-Bhavana i.e. the model for the enhancement of healthy body: Bhavitta-Gaya-Pukkala; 2) In Sila-Bhavana i.e. the model for the enhancement of healthy relations with learning and ways of life: Bhavitta- Sila-Pukkala; 3) In Citta-Bhavana i.e. the model for the enhancement of healthy relations with learning and problems: Bhavitta-Citta-Pukkala; and 4) In Panya-Bhavana i.e. the model for the enhancement of healthy relations with learning, mental and intellect. 2. For curriculums and activities development for health enhancement of the elderly of schools for the elderly, the purposes were to inculcate knowledge and understanding in preparing the elderly for: valuably entering the elderly age; preventing illness and primary self-care; accessing information and media that helped adapting oneself to live happily in the changing world. 3. Results of the assessment of efficiency and effectiveness of curriculums and activities for health enhancement of the elderly were as the followings: 1) In efficiency aspect, the overall efficiency was at E1/E2 = 81.35/80.25 that was higher than the criteria. This showed that the curriculums and activities for health enhancement of the elderly were efficient; 2) In effectiveness aspect, the overall effectiveness of the curriculum was at high level. The overall effectiveness of activities including instructors, resource persons and materials supports throughout the curriculum that developed the quality of life of the elderly were at high level. Keywords : Schools for the Elderly, Factors, Models, Curriculum Development, Health,

438 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) บทนำ โรงเรียนผู้สูงอายุ เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมการเรียนรู้ตลอด ชีวิต การพัฒนาทักษะ และการศึกษาตามอัธยาศัยของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียน ผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะชีวิตท่ีจำเป็น โดยวิทยากรจิตอาสาหรือจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ขณะเดียวกันก็เป็น พื้นท่ีท่ีผู้สูงอายุจะได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ท่ีส่ังสมแก่ บุคคลอื่นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน การจัดการศึกษาของโรงเรียน ผู้สูงอายุ เป็นการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยอีกรูปแบบหน่ึงท่ีต้องการให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องท่ีมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เกิดจากแนวคิดที่ตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญและพลังของผู้สูงอายุ โดยการสร้างพื้นท่ีส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ผู้สูงอายุ บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถ่ินและภาคีเครอื ข่าย จากเหตุผลดังกล่าว คณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาองค์ประกอบ และรูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ นำ ผลการศึกษามาพัฒนาเป็นหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของ โรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวรรณกรรมที่เก่ียวข้อง ได้แก่ แนวคิด ทฤษฎีท่ีเก่ียวกับผู้สูงอายุ และ ภาวะสูงอายุ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ แนวคิดเก่ียวกับสุขภาวะ และการจัดการสุข ภาวะ องค์ประกอบ รูปแบบ การเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ (ทิศนา แขมมณี. 2545) การ พัฒนาหลักสูตรเพื่อการเสริมสรา้ งสุขภาวะผู้สงู อายุ การพัฒนากจิ กรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุข ภาวะผู้สูงอายุ แผนการจัดการเรียนรู้เพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ และงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง โดยมีกรอบแนวคิดที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด องค์ประกอบ รูปแบบ การพัฒนา หลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ ท่ีมีความสัมพันธ์กับเงื่อนไขของบุคคล สังคม องค์กร แนวคิดทางพระพุทธศาสนา และแนวคิดการพัฒนาชุมชน สังคม เพื่อนำไปสู่ การประยุกต์ใช้การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุท่ี เหมาะสม อันจะทำให้เกิดการพัฒนาท่ีเกื้อหนุนต่อประโยชน์และสุขภาวะของบุคคลและ สงั คมอยา่ งยงิ่

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 439 วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั 1. เพ่อื ศึกษาองค์ประกอบ และรูปแบบการเสริมสรา้ งสขุ ภาวะผ้สู ูงอายุ 2. เพ่ือพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของ โรงเรยี นผู้สงู อายุ 3. เพ่ือประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการ เสริมสรา้ งสขุ ภาวะผู้สงู อายขุ องโรงเรยี นผสู้ ูงอายุ วธิ ีดำเนนิ การวจิ ยั ตอนที่ 1 การได้มาซึ่งองค์ประกอบการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุ การศึกษา จากข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ (1) หลักพุทธธรรม ได้แก่ หลักการพัฒนาตน 4 ประการ (2) เอกสารหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ (3) รายงานวิจัยเก่ียวกับ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนผู้สูงอายุ นำผลการศึกษามาสังเคราะห์ กำหนดเป็นกรอบแนวคิดขององค์ประกอบในการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุ ได้ องค์ประกอบหลัก 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านสุขภาวะทางกาย (Physical Health) : กาย ภาวนา ด้านสุขภาวะทางสังคม (Social Health) : สีลภาวนา ด้านสุขภาวะทางจิต (Mental Health) : จติ ภาวนา และด้านสขุ ภาวะทางปญั ญา (Intellectual Health) : ปญั ญาภาวนา ตอนท่ี 2 การได้มาซ่ึงรูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ การศึกษาจาก รายงานการวิจัย เอกสาร และการกำหนดรูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ ประกอบด้วย (1) รายงานการวิจัยเกี่ยวการเสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ของสังคมตาม แนวพระพุทธศาสนา รายงานการวิจัยเก่ียวกับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของ โรงเรียนผู้สูงอายุ (2) เอกสารที่เก่ียวข้อง ได้แก่ การแพทย์ยุคใหม่ในพุทธทัศน์ นำผล การศึกษามาวิเคราะห์และกำหนดเป็นรูปแบบและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้สูงอายุ ได้รูปแบบและกิจกรรมหลัก 4 รูปแบบ/กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) รูปแบบในการ เสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ทางกาย : ภาวิตกายบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การจัดการ สุขภาพทางกาย (2) รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตและการเรียนรู้ : ภาวิ ตสีลบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การเสริมสร้างสุขภาวะของบุคคลและสังคม 3) รูปแบบการ เสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับปัญหา : ภาวิตจิตบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การ

440 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) พัฒนาจิตอย่างต่อเน่ืองตามหลักพระพุทธศาสนา และ 4) รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะและการ เรียนรู้ที่สัมพันธ์กับจิตใจและปัญญา : ภาวิตปัญญาบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การนำเอาภูมิ ปัญญาพ้ืนบ้านมาเป็นแนวปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์และทำให้เกิดสุขข้ึน การใช้เทคโนโลยี อยา่ งเหมาะสม ผลการวิจัย 1. องคป์ ระกอบ และรูปแบบการเสริมสรา้ งสุขภาวะผู้สงู อายุ (1) องค์ประกอบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ องค์ประกอบหลัก/ องค์ประกอบย่อย 1) องค์ประกอบหลัก ด้านสุขภาวะทางกาย (Physical Health) : กาย ภาวนา คือ ภาวะของบุคคลท่ีมีความสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมทางวัตถุ หรือทางกายภาพ เพ่ือ ตอบสนองความสุข สามารถรับรู้อารมณ์ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจต่างๆการบริโภคใช้ สอยปัจจัย เป็นไปด้วยสติและเพ่ือปัญญา ส่วนองค์ประกอบย่อย คือ การมีสุขภาพทางกายที่ ดี การมีความสัมพนั ธ์ต่อส่ิงแวดล้อมทางวัตถุทด่ี ี สภาพแวดล้อมท่ีดี และการจัดการทรัพย์สิน โดยชอบธรรม 2) องค์ประกอบหลัก ด้านสุขภาวะทางสังคม (Social Health) : สีลภาวนา คือ ความรสู้ ึก ความสะดวก ปลอดภัยในการดำเนินชีวติ ของมนุษย์ในครอบครัว และในสังคม ที่ไม่มีการเบียดเบียน ทำร้ายซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ในสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาบุคคล ใหม้ ีความเจรญิ งอกงามและการอยู่รว่ มกันอย่างสงบสุข สว่ นองคป์ ระกอบย่อย คือ ครอบครัว เปน็ สุข ความรกั สามัคคีในสังคม สขุ ในการสงเคราะห์ต่อผ้อู ่ืน และความปลอดภัยในชวี ิตและ ทรัพย์สิน 3) องค์ประกอบหลัก ด้านสุขภาวะทางจิต (Mental Health) : จิตภาวนา คอื การ มีส่วน ประกอบทางด้านคุณธรรม ความดีงามภายในจิตใจ รวมท้ังการมีสภาวะแห่งจิตใจที่มี ความสำราญ แช่มช่ืน ไม่ขุ่นมัว ส่วนองค์ประกอบย่อย คือ สุขภาพจิตเข้มแข็ง สมรรถภาพ แห่งจิตที่ดี คุณภาพแห่งจิตดี และความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และ 4) องค์ประกอบหลัก ด้านสุขภาวะทางปัญญา (Intellectual Health) : ปัญญาภาวนา คือ การมีสติปัญญา ความเชื่อ ความรู้ ความเห็น ความเข้าใจชีวิตและโลกอย่างถูกต้องตาม ความเป็นจริง ส่วนองค์ประกอบย่อย คือ คุณค่าในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเสียสละเพ่ือ ความสุขส่วนรวม การรู้เท่าทันในการใช้ชีวิต การรู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียง การมีหลักธรรมะ ในการดำเนินชีวิต และการมคี วามสงบสุขในทางธรรม

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 441 (2) รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมหลัก/กิจกรมย่อย การเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ .1) รูปแบบ ด้านกายภาวนา คือ รูปแบบในการเสริมสร้างสุข ภาวะและการเรียนรู้ทางกาย : ภาวิตกายบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การจัดการสุขภาพทางกาย ส่วนกิจกรรมย่อย คือ กิจกรรมด้านสุขภาพอนามัย กิจกรรมการออกกำลังกายเพ่ือสุขภาพ และกิจกรรมท่ีส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 2) รูปแบบ ด้านสีลภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้าง สุขภาวะท่ีสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและการเรียนรู้ : ภาวิตสีลบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การเสริมสร้าง สุขภาวะของบุคคลและสังคม ส่วนกิจกรรมย่อย คือ กิจกรรมตามแนววิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ กิจกรรมตามประเพณีวัฒนธรรมประจำท้องถ่ิน กิจกรรมเพ่ือให้ผู้สูงอายุได้มีบทบาทในสังคม และกิจกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน 3) รูปแบบ ด้านจิตภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ท่ีสัมพันธ์กับปัญหา : ภาวิตจิตบุคคล กิจกรรม หลัก คือ การพัฒนาจิตอย่างต่อเนื่องตามหลักพระพุทธศาสนา ส่วนกิจกรรมย่อย กิจกรรม ดนตรี กิจกรรมการศึกษา กิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมทางด้านการศึกษาตามความสนใจ และความถนัดของตนเอง และ 4) รูปแบบ ด้านปัญญาภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุข ภาวะ และการเรียนรู้ท่ีสัมพันธ์กับจิตใจและปัญญา : ภาวิตปัญญาบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การ นำเอาภูมิปัญญาพ้ืนบ้านมาเป็นแนวปฏิบัติท่ีจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์และทำให้เกิดสุขขึ้น การใช้ เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสม ส่วนกิจกรรมย่อย คือกิจกรรมด้านการเผยแพร่ความรู้ กิจกรรมการ ทศั นศึกษา กิจกรรมการส่งเสรมิ ให้ผูส้ ูงอายุเป็นครูสอนพเิ ศษเพ่ือถ่ายทอดความรใู้ นด้านต่างๆ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผู้สูงอายุมีความชำนาญและมีประสบการณ์ให้แก่คนรุ่นหลัง และ กจิ กรรมเกย่ี วกับการใชเ้ ทคโนโลยีเพอื่ การสือ่ สารในชีวิตประจำวนั 2. การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของ โรงเรียนผู้สูงอายุ หลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียน ผู้สูงอายุ มีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ ในการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุ อย่างมีคุณค่า เพ่ือส่งเสริมสุขภาพป้องกันการเจ็บป่วย และดูแลตนเองเบื้องต้น เข้าถึง ข่าวสารและสือ่ ต่างๆได้ สามารถปรับตวั ทันตอ่ ความเปลีย่ นแปลงของโลก และดำรงชีวิตอยา่ ง มีความสุขประกอบด้วย ชื่อหลักสูตร หลักการของหลักสูตร ปรัชญาหลักสูตร จุดมุ่งหมาย ของหลักสูตร คุณสมบัติผู้เรียน วิธีเรียนและข้อกำหนดการเรียน โครงสร้างหลักสูตร รายละเอียดหลักสูตรและกิจกรรม การวัดผลและประเมินผล เคร่ืองมือการวัดผลและ ประเมินผล ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ จำนวนช่ัวโมงที่เรียนตลอดหลักสูตร การประเมินผล

442 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ผลท่ีคาดหวัง พร้อมทั้งแผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกปฏิบัติ สำหรับครูผู้สอน/วิทยากร และผู้เรียน ผลการตรวจสอบเอกสารหลักสูตรและกิจกรรมของผู้เช่ียวชาญ พบว่า โครงร้าง หลักสูตรและกิจกรรมกับแผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม สอดคล้องกันทุกองค์ประกอบ มีค่า IOC อยู่ท่ี 1.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนด ในการ ปรับปรุงหลักสูตร แผนการจัดการเรยี นรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ ได้มีการนำข้อเสนอแนะไปปรับ เพิ่มเติมในเนอื้ หา กจิ กรรม และมีการแก้ไขคำท้ัง 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ พรอ้ มทั้งได้นำปรับเพิ่ม กจิ กรรมในทกุ หน่วยตามข้อเสนอแนะของผูเ้ ช่ียวชาญ/ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนา ก่อนนำไปทดลองใช้ 3. การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการ เสริมสร้างสขุ ภาวะผู้สูงอายุของโรงเรยี นผู้สูงอายุ (1) ผลการประเมินประสิทธภิ าพหลกั สตู ร และกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ด้านสุขภาวะทางกาย มีค่า E1/E2 = 82.20/80.25 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ด้านสุขภาวะทาง สังคม มีค่า E1/E2 = 80.00/80.25 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ด้านสุขภาวะทางจิต มีค่า E1/E2 = 81.80/80.25 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ด้านสุขภาวะทางปัญญา มีค่า E1/E2 = 80.40/80.25 แสดงถึงประสิทธิภาพหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียน ผู้สูงอายุ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (2) ผลการ ประเมินประสิทธิผลของหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของ โรงเรียนผู้สงู อายุ 1) ผู้เรียนสงู อายุมีความคิดเห็นต่อหลักสตู รและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้าง สุขภาวะผูส้ ูงอายขุ องโรงเรียนผ้สู งู อายุ ด้านหลักสูตร เก่ียวกับเนอ้ื หาหลกั สตู ร โดยรวม อยใู่ น ระดับมาก ( X = 3.90) เกี่ยวกับเน้ือหารายวิชา โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.91) เก่ียวกับการวัดและประเมินผล โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.97) และเก่ียวกับการเรียนรู้ ตลอดหลักสูตรได้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนสูงอายุ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.94) และ 2) ผู้เรียนสูงอายุมีความคิดเห็นต่อหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้สงู อายุของโรงเรียนผสู้ ูงอายุ ด้านกจิ กรรม เกีย่ วกับการจัดกิจกรรม โดยรวมอยใู่ นระดับมาก ( X = 4.00) เกี่ยวกับครูผู้สอน/วิทยากร โดยรวม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.12) เก่ียวกับสิ่ง สนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.96) และเก่ียวกับกิจกรรมตลอด หลกั สตู รได้พฒั นาคณุ ภาพชีวิตผูเ้ รียนสูงอายุ โดยรวมอยใู่ นระดับมาก ( X = 3.95)

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 443 อภปิ รายผล 1. องคป์ ระกอบและรูปแบบการเสรมิ สรา้ งสุขภาวะผู้สูงอายุ องค์ประกอบการเสริมสร้างสุขภาวะผูส้ ูงอายุ องค์ประกอบหลัก/องคป์ ระกอบย่อย องค์ประกอบหลัก ด้านสุขภาวะทางกาย (Physical Health) : กายภาวนา คือ ภาวะของ บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมทางวัตถุหรือทางกายภาพ เพื่อตอบสนองความสุข สามารถรับรู้อารมณ์ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจต่างๆ การบริโภคใช้สอยปัจจัย เป็นไป ด้วยสติและเพื่อปัญญา ส่วนองค์ประกอบย่อย คือ การมีสุขภาพทางกายท่ีดี การมี ความสัมพันธ์ต่อส่ิงแวดลอ้ มทางวัตถุทดี่ ี สภาพแวดล้อมที่ดี และการจัดการทรพั ย์สินโดยชอบ ธรรม สุขภาวะทางกาย หมายถึง การพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี หายโรคภัย นอกจากน้ีพระพุทธศาสนายังกล่าวถึงการพัฒนากายในความหมายว่า เป็นการพัฒนา ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพอย่างถูกต้องดีงาม ดังนั้น การจัดการเรียนการสอน ควรเนน้ ผู้เรยี นเป็นศูนย์กลาง โดยท่ีผู้เรยี นมบี ทบาทหรือส่วนร่วมในการจดั การเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาทางกาย เรียกว่า กายภาวนา ดังนั้น สุขภาพร่างกาย (Physical Health) เป็น สภาพร่างกายที่มีพัฒนาการเหมาะสมกับวัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและ ความพิการใดๆ อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ รวมถึงความ เป็นอยทู่ างดา้ นกายภาพดี รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ รูปแบบ กิจกรรมหลัก/กิจกรมย่อย การ เสริมสร้างสุขภาวะผสู้ งู อายุ (1) ด้านกายภาวนา คือ รูปแบบในการเสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรู้ทางกาย : ภาวิตกายบุคคล กิจกรรมหลกั คือ การจัดการสขุ ภาพทางกาย ส่วนกิจกรรมยอ่ ย คือ กจิ กรรม ด้านสุขภาพอนามัย กิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและกิจกรรมท่ีส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุ รูปแบบท่ีเน้นการดูแลผู้สูงอายุเพื่อสร้างเสริมร่างกายให้มีสุขภาวะ เรียกเป็นคำ เฉพาะว่า“กายภาวนา”โดยยึดหลักการว่า ถ้าบุคคลได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีรา่ งกายท่ีดี มีสุขภาวะที่สมบูรณ์มั่นคงแล้ว บุคคลเช่นนี้เรียกว่า “ภาวิตกายบุคคล” คือ บุคคลที่มีกายท่ี เจริญแล้ว กล่าวคือการพัฒนาความสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมทางกายภาพในทางที่เกื้อกูลและ ได้ผลดี เช่น น้ำ อากาศ ป่าไม้ ที่อยู่อาศัย ขยะมูลฝอย อาหาร รู้จักอยู่ดีมีสุขอย่างเกื้อกูลกับ ธรรมชาติ และปฏิบตั ิต่อสิ่งทั้งหลายอยา่ งมีสติ มิให้เกดิ โทษ แต่ให้เกื้อกูล เป็นคุณ ต่อสุขภาพ

444 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) ของผู้สูงอายุ การจัดการสุขภาวะผู้สูงอายุในมิติทางกายนี้ จึงมีการดูแล 2 ประการ กล่าวคือ ประการท่ี 1 การดูแลรา่ งกายดา้ นที่เป็นก้อนเนื้อทัง้ หมดด้วยปจั จัยที่จำเปน็ ต่อชีวิต ตามความ เหมาะสมแก่สภาพร่างกายของผู้สูงอายุ ประการที่ 2 การดูแลร่างกายด้านการใช้สอย อายตนะภายในมี 2 วิธี ได้แก่ 1) ใช้ปัญญาพิจารณาและทำการเพื่อการคุ้มครองป้องกันการ เสอ่ื มหรือเสียหาย หรือการเกิดอนั ตรายอันจะเกิดขึ้นแก่ตา หู จมูก ล้นิ และกาย ความหมาย ในข้อน้ีก็คือ ใช้ตา หู จมูก ลิ้น และกายอย่างระมัดระวัง และ 2) หมั่นฝึกฝนพัฒนาการใช้ อินทรีย์ท้ัง 5 ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต คือ ใช้อินทรีย์ทั้ง 5 อย่างเป็นกุศล กรรม หลักในข้อน้ีอาจเรยี กส้นั ๆว่า“การกิน อยู่ ดู ฟัง เปน็ ”ตาดหู ูฟังอยา่ งมีสติ ดูเป็น ฟงั เป็น ให้ได้ปัญญาและกินใช้ด้วยปัญญา เสพบริโภคปัจจัย 4 และสิ่งของเคร่ืองใช้ ตลอดจน เทคโนโลยีอย่างฉลาด ให้พอดี ท่ีจะได้ผลตรงเต็มตามคุณค่าท่ีแท้จริง ไม่ลุ่มหลงมัวเมาไม่ ประมาทขาดสติ (2) ด้านสีลภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะท่ีสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและการ เรียนรู้ : ภาวิตสีลบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การเสริมสร้างสุขภาวะของบุคคลและสังคม ส่วน กิจกรรมย่อย คือ กิจกรรมตามแนววิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ กิจกรรมตามประเพณีวัฒนธรรม ประจำท้องถ่ิน กิจกรรมเพ่ือให้ผู้สูงอายุได้มีบทบาทในสังคม และกิจกรรมการมีส่วนร่วมใน กิจกรรมต่างๆ ของชุมชนรูปแบบท่ีเน้นการดูแลผู้สูงอายุเพื่อสร้างเสริมสังคมให้มีสุขภาวะ เรียกเป็นคำเฉพาะว่า“สีลภาวนา”โดยยึดหลักการวา่ ถา้ บุคคลได้รับการดูแลและพัฒนาจนมี ระบบศีลหรอื สงั คมที่ดี มสี ุขภาวะที่สมบูรณ์ม่นั คงแล้ว เรียกบคุ คลเชน่ นีว้ ่า “ภาวิตสลี บคุ คล” คือ บุคคลผู้มีศีลที่เจริญแล้ว กล่าวคือ มีความสัมพันธ์ที่ดี เกื้อกูล เห็นอกเห็นใจ เข้าใจต่อกัน ระหว่างผู้สูงอายุกับครอบครัว บุคคลอ่ืนและสังคม ตลอดจนแพทย์หรือพยาบาลที่เป็น ผู้รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุยามเจ็บป่วย ความสัมพันธ์ที่ดีเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อสุขภาวะของ ผสู้ ูงอายุให้มีกำลงั ใจต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไม่หวาดหวั่น ถึงแม้จะไม่สามารถรักษาโรค หรืออาการเจ็บปวดทรมานได้ แต่ผู้สูงอายุก็ได้มีโอกาสในระยะสุดท้ายของชีวิตกับบุคคลอัน เปน็ ที่รกั และญาติๆ เพอ่ื นบา้ นในสังคมอย่างมคี วามสขุ (3) ด้านจิตภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะและการเรียนรทู้ ่ีสัมพันธ์กับ ปัญหา : ภาวิตจิตบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การพฒั นาจติ อย่างต่อเน่ืองตามหลักพระพุทธศาสนา ส่วนกิจกรรมย่อย กิจกรรมดนตรี กิจกรรมการศึกษา กิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมทางด้าน การศึกษาตามความสนใจและความถนัดของตนเอง รูปแบบท่ีเน้นการดูแลผู้สูงอายุเพื่อสร้าง

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 445 เสริมจิตใจให้มีสุขภาวะ เรียกเป็นคำเฉพาะว่า“จิตภาวนา”โดยยึดหลักการว่า ถ้าบุคคลได้รับ การดูแลและพัฒนาจนมีจิตใจท่ีดี มีสุขภาวะที่สมบูรณ์ม่ันคงแล้ว เรียกบุคคลเช่นน้ีว่า“ภาวิต จิตบุคคล”คือ บุคคลผู้มีจิตที่เจริญแล้ว การดูแลจิตใจของผู้สูงอายุให้มีสุขภาวะหรือมีภาวะที่ เป็นสุขเป็นเรื่องท่ีพระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญมากประการหนึ่ง การจัดการสุขภาวะ ผสู้ งู อายใุ นมติ ทิ างจิตใจนี้ (4) ด้านปัญญาภาวนา คือ รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาวะ และการเรียนรู้ท่ี สัมพันธ์กับจิตใจและปัญญา : ภาวิตปัญญาบุคคล กิจกรรมหลัก คือ การนำเอาภูมิปัญญา พ้ืนบ้านมาเป็นแนวปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์และทำให้เกิดสุขข้ึน การใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสม ส่วนกิจกรรมย่อย คือกิจกรรมด้านการเผยแพร่ความรู้ กิจกรรมการทัศนศึกษา กิจกรรมการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นครูสอนพิเศษเพ่ือถ่ายทอดความรู้ในด้านต่างๆ และภูมิ ปัญญาท้องถิ่นท่ีผู้สูงอายุมีความชำนาญและมีประสบการณ์ให้แก่คนรุ่นหลัง และกิจกรรม เกย่ี วกบั การใช้เทคโนโลยเี พื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน รปู แบบท่ีเน้นการดูแลผู้สงู อายุเพ่ือ สรา้ งเสริมปัญญาให้มีสขุ ภาวะ เรยี กเปน็ คำเฉพาะในทางพระพุทธศาสนาว่า “ปัญญาภาวนา” โดยยึดหลักการว่า ถ้าบุคคลได้รับการดูแลและพัฒนาจนมีปัญญาที่ดี มีสุขภาวะท่ีสมบูรณ์ ม่ันคงแล้ว เรียกบุคคลเช่นนี้ว่า“ภาวิตปัญญาบุคคล”คือ บุคคลผู้มีปัญญาที่เจริญแล้ว การ จดั การสุขภาวะผู้สูงอายุในมิติทางปัญญานี้ จึงมีการดูแลหรอื ทำให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ให้รู้จักคิด รู้จักพิจารณา รู้จักวินิจฉัย รู้จักแก้ปัญหา รู้จักจัดทำดำเนินการต่างๆ ด้วยปัญญาบริสุทธิ์ ซึ่งมองดูรู้ เข้าใจเหตุปัจจัย มองเห็นส่ิงท้ังหลายตามเป็นจริง หรือตามท่ี มันเป็น ปราศจากอคติและแรงจูงใจแอบแฝง เป็นผู้ท่ีกิเลสครอบงำบัญชาไม่ได้ ให้ปัญญา เจริญ พฒั นาจนร้จู ักหย่งั เหน็ ความจรงิ เป็นอยู่ดว้ ยปัญญา รเู้ ท่าทัน เห็นแจ้งโลกและชีวิตตาม สภาวะ ลุถึงความบริสุทธ์ิปลอดพ้นจากกิเลสส้ินเชิง มีจิตใจเป็นอิสระ สุขเกษม ไร้ทุกข์ การ ดูแลด้วยความเมตตากรุณาในมิติทางปัญญาของผู้สูงอายุนี้ตามหลักพระพุทธศาสนาเรียกว่า “วิปัสสนา” คือ ปัญญาที่กำหนดรู้สังขารว่า ไม่เท่ียง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เรียกอีกอย่างว่า “วิปัสสนาภาวนา”หรือ“วิปัสสนากรรมฐาน”ดังที่ อรรถกถาอากังเขยยสูตร กล่าวว่า“ควร บ ำเพ็ ญ อ ธิปั ญ ญ าสิ ก ขาด้ว ยวิปั ส ส น ากั มมั ฏ ฐ าน ”วิธีการป ฏิ บั ติ เพื่ อ ส ร้างปั ญ ญ าจ ะต้อ ง ประกอบด้วยข้ันตอนหรือกระบวนการท่ีสำคัญ 3 ประการ ดังน้ี 1) สุตมยปัญญา ปัญญาที่ เกิดจากการฟังหรือการศึกษาเกย่ี วกับโรคและชีวติ ตนเองให้เข้าใจอย่างแท้จริงและตามความ ความเป็นจริง 2) จินตามยปัญญา ปัญญาทเ่ี กิดจากการคิด นำส่ิงทีไ่ ด้ฟงั ได้ศึกษามาน้ันมาคิด

446 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) พิจารณา วิเคราะห์ทบทวนจนเข้าใจอย่างชัดเจน (โยนิโสมนสิการ) มีพลังและกำลังใจในการ ดูแลตนเองอย่างมุ่งม่ัน และ 3) ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการอบรม ปฏิบัติบำเพ็ญ จะเห็นว่า สภาวธรรมท่ีนำมาพิจารณาหรือฝึกอบรมให้เกิดปัญญาน้ันมีจำนวนมาก เช่น ขันธ์ 5 อายตนะ 12 เป็นต้น เมื่อพิจารณาโดยเนื้อหา ได้แก่ ชีวิตในส่วน 2 ส่วนด้วนกัน คือ รูป หรือร่างกาย และนามหรือจิตใจน่ันเอง กล่าวโดยสรุป คือการพิจารณาสภาวธรรมของ ร่างกายและจิตใจตามความเป็นจริง โดยยกข้ึนสู่สามัญลักษณะว่า เป็นอนิจจัง คือ ความไม่ เทย่ี ง มกี ารเปล่ียนแปรไปเปน็ ธรรมดา เป็นทุกข์ คือ เป็นสภาวะที่ทนได้ยาก บีบคั้นอยูเ่ ปน็ นิจ และเปน็ อนัตตา คอื เป็นสภาพหาตัวตนมิได้ อย่างน้ีจดั เปน็ “วิปัสสนากัมมัฏฐาน” 2. การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของ โรงเรียนผ้สู งู อายุ หลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ มี จุดมุ่งหมายเพ่ือใหผ้ ู้สงู อายมุ คี วามรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมตัวเข้าสู่วยั สูงอายุอย่างมีคณุ ค่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันการเจ็บป่วยและดูแลตนเองเบ้ืองต้น เข้าถึงข่าวสารและสื่อต่างๆ ได้ สามารถปรับตัวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกและดำรงชี วิตอย่างมีความสุข ประกอบด้วย ช่ือหลักสูตร หลักการของหลกั สูตร ปรชั ญาหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตร คุณสมบัติผู้เรียน วิธีเรียนและข้อกำหนดการเรียน โครงสร้างหลักสูตร รายละเอียดหลักสูตร และกิจกรรม การวัดผลและประเมินผล เคร่ืองมือการวัดผลและประเมินผล ประโยชน์ท่ีคาด ว่าจะได้รับ จำนวนช่ัวโมงท่ีเรียนตลอดหลักสูตร การประเมินผล ผลที่คาดหวัง พร้อมท้ัง แผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกปฏิบัติ สำหรับครูผู้สอน/วิทยากรและผู้เรียน ผลการ ตรวจสอบเอกสารหลักสูตรและกิจกรรมของผู้เช่ียวชาญ พบว่า โครงร้างหลักสูตรและ กิจกรรมกับแผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม สอดคล้องกันทุก องค์ประกอบ มีค่า IOC อยู่ท่ี 1.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนดในการปรับปรุงหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกปฏิบัติ ได้มีการนำข้อเสนอแนะไปปรับเพิ่มเติมในเน้ือหา กิจกรรม และมีการแก้ไขคำทั้ง 4 หน่วยการเรียนรู้ พร้อมทั้งได้นำปรับเพ่ิมกิจกรรมในทุก หนว่ ยตามข้อเสนอแนะของผ้เู ช่ียวชาญ/ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนา กอ่ นนำไปทดลองใช้ ผลการวิจัยดังกล่าว อภิปรายผลได้ว่า การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการ เสรมิ สร้างสุขภาวะสงู อายุของโรงเรียนผสู้ ูงอายุ ต้องคำนงึ ถงึ องค์ประกอบเป็นสำคัญเพราะจะ ทำให้เห็นโครงสร้างของหลักสูตรได้ชัดเจนและเป็นเครื่องช้ีแนวทางของหลักสูตร เป็น

วารสาร มจร อบุ ลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 447 ตัวกำหนดทิศทางในการจัดการเรียนการสอนสอดคล้องกับธำรง บัวศรี กล่าวไว้ว่า แบบหรือ แปลนบ้านหรือพิมพ์เขียวของบ้าน จะมีองค์ประกอบท่ีสำคัญ เช่น ฐานราก เสา พ้ืน ฝา เพดาน หลังคาฯลฯ สำหรับหลักสูตรก็เช่นเดียวกันจะต้องมีองค์ประกอบครบครัน หาไม่แล้ว ผู้ใช้หลักสูตรจะไม่สามารถนำหลักสูตรไปใช้อย่างได้ผลองค์ประกอบที่สำคัญของหลักสูตร ได้แก่ เป้าหมายและนโยบายการศึกษา (Education goals and Policies) หมายถึง สิ่งที่รัฐ ต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในเรื่องท่ีเกี่ยวกับการศึกษา จุดหมาย ของหลักสูตร (Curriculum Aims) หมายถึง ผลรวมที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนหลังจากเรยี น จบหลักสูตรไปแล้ว รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตร (Types and Structures) หมายถึง ลกั ษณะและแผนผังท่ีแสดงการแจกแจงวิชาหรือกลมุ่ วิชาหรือกลุ่มประสบการณ์ จุดประสงค์ ของวิชา (Subject Objectives) หมายถึง ผลท่ีต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนหลังจากท่ีได้เรียน วิชานั้นแล้ว เน้ือหา (Content) หมายถึง ส่ิงท่ีต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ทักษะ และความ สามารถท่ีต้องการให้มี รวมท้ังประสบการณ์ท่ีต้องการให้ได้รับ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ (Instructional Objectives) หมายถึง สิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ได้มีทักษะและ ความสามารถ หลังจากที่ได้เรียนรู้เนื้อหาที่กำหนดไว้ ยุทธศาสตร์การเรียนการสอน (Instructional Strategies) หมายถึง วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหม าะสมและมี หลักเกณฑ์เพ่ือให้บรรลุผลตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้ การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การประเมินผลการเรียนรู้เพ่ือใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนและหลักสูตร วัสดุหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน (Curriculum Materials and Instructional Media) หมายถึง เอกสารสิ่งพิมพ์ แผ่นฟิล์ม แถบวีดิทัศน์ ฯลฯ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้ง อุปกรณ์โสตทัศศึกษา เทคโนโลยีการศึกษาอื่นๆ ท่ีช่วยส่งเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพการ เรียนการสอนและสอดคล้องกับบุญเลี้ยง ทุมทอง ที่ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของหลักสูตรที่ สำคัญ กล่าวคือ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร (Curriculum Aims) หมายถึง ความตั้งใจหรือ ความคาดหวังท่ีต้องการให้เกิดขึ้นในตัวผู้ท่ีจะผ่านหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตรมี ความสำคัญเพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางและของบเขตให้การให้การศกึ ษาแก่เด็ก ชว่ ยในการ เลือกเน้ือหาและกิจกรรม ตลอดจนใช้เป็นมาตรการอย่างหน่ึงในการประเมินผล เน้ือหา (Content) เม่ือกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแล้ว กิจกรรมข้ันต่อไปคือ การเลือกเน้ือหา ประสบการณ์การเรียนรู้ต่างๆ ที่คาดว่าจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ โดยดำเนินการตั้งแต่การเลือกเน้ือหาสาระและประสบการณ์ การเรียงลำดับเน้ือหาสาระ

448 | Journal of MCU Ubon Review,Vol.5 No.2 (May-August 2020) พร้อมท้ังการกำหนดเวลาเรียนที่เหมาะสม การนำหลักสูตรไปใช้ (Curriculum Implementation) เป็นการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดทำวัสดุหลักสูตร ได้แก่ คู่มือครู เอกสารหลักสูตร แผนการสอน แนวการสอนและ แบบเรียน เป็นต้น และการประเมินหลักสูตร (Evaluation) คือ การหาคำตอบว่า หลักสูตร สัมฤทธิผลตามที่กำหนดไว้ในจุดมุ่งหมายหรือไม่ มากน้อยเพียงใดและอะไรเป็นสาเหตุ การ ประเมนิ ผลหลักสูตรเปน็ งานใหญ่และมีขอบเขตกว้างขวาง ผู้ประเมนิ จำเป็นต้องวางโครงการ ประเมินผลไว้ล่วงหน้า กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุท่ีเหมาะสมจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่สัมพันธ์ กัน ซึ่งเกิดจากกระบวนการพัฒนารูปแบบของหลักสูตร ดังที่ Tyler, R.W. ที่ได้วางระบบ โครง สร้างหลักสูตรโดยใชว้ ิธี Mean-Ends Approach ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรบั และ รู้จักกันดี ซ่ึงมีหลักการและเหตุผลในการพัฒนาหลักสูตรว่า ในการพัฒนาหลักสูตรจะตอบ คำถามพ้ืนฐาน 4 ประการ คือ 1) มจี ดุ มงุ่ หมายทางการศึกษาอะไรบ้างท่ีโรงเรียนควรแสวงหา 2) มีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้างท่ีโรงเรียนควรจัดข้ึนเพ่ือช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ทางการศึกษาท่ีกำหนดไว้ 3) จะจัดประสบการณ์ทางการศึกษาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพได้ อย่างไร 4) จะทราบได้อย่างไรว่าจุดมุ่งหมายดังกล่าวได้บรรลุตามที่กำหนดไว้ หลักการและ เหตุผลท้ัง 4 ประการน้ี จะต้องตอบคำถามเรียงตามลำดับ ดังนั้นความมุ่งหมาย จึงเป็นส่ิง สำคัญท่ีสุดทจี่ ะกำหนดรายละเอยี ดในขอ้ อ่ืนๆ ตามมา ดังน้ัน รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรตาม แนวคิดของ Tyler มีลักษณะที่สำคัญพอสรุปได้ คือ จุดมุ่งหมาย เป็นตัวกำหนดควบคุมการ เลือกและจัดประสบการณ์การเรียน การเลือกและจัดประสบการณ์การเรียนที่คาดหวังว่าจะ ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์การจัดกิจกรรมในการเรียนการสอนและส่วนเสริมหลักสูตร การจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ว่าต้องคำนึงถึงความสมั พันธ์ในด้านเวลาต่อเวลา และเน้ือหาต่อเวลา และการประเมินผล เพ่ือตรวจสอบดูว่าการจัดการเรียนการสอนได้บรรลุตามจุดมุ่งหมาย ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ สรุปได้ว่า การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมกิจกรรมเพ่ือการ เสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ มีองค์ประกอบท่ีสำคัญๆ ได้แก่ จุดมุ่งหมาย/จุดประสงค์ เน้ือหา/ประสบการณ์ วิธีการจัดประสบการณ์/วิธีสอน และการ ประเมนิ ผลหลักสูตร

วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563) | 449 3. การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการ เสรมิ สร้างสุขภาวะผสู้ ูงอายขุ องโรงเรียนผู้สงู อายุ (1) ผลการประเมินประสิทธิภาพหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุข ภาวะผู้สงู อายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ดา้ นสุขภาวะทางกาย มคี ่า E1/E2 = 82.20/80.25 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ด้านสุขภาวะทางสังคม มีค่า E1/E2 = 80.00/80.25 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ด้านสุขภาวะทางจิต มีค่า E1/E2 = 81.80/80.25 และหนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี 4 ด้านสุขภาวะทางปัญญา มีค่า E1/E2 = 80.40/80.25 แสดงถึงประสิทธิภาพหลักสูตร และกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เมื่อมองโดยภาพรวม ประสิทธิภาพของ หลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ มี ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ด้วยเหตุผลท่ีว่า คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนของการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการเสรมิ สร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรยี น ผ้สู ูงอายุ ตง้ั แต่การวิเคราะห์ผเู้ รยี น การวิเคราะห์เนอ้ื หา กำหนดองค์ประกอบหลักของแต่ละ ข้อ กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์ประกอบหลักของแต่ละข้อ และเขียนเน้ือหา โดยคำนึงถึง ผู้เรียนสูงอายุเป็นสำคัญ เช่น ในส่วนของข้ันตอนการวิเคราะห์ผู้เรียน คณะผู้วิจัยมอง ภาพรวมถึงลักษณะผู้เรียนสูงอายุที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้หลักสูตรและกิจกรรมเพ่ือการ เสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ โดยแบ่งผู้เรียนสูงอายุออกเป็น 4 ลักษณะ คือ ลักษณ ะทาง กายภาพ ลักษณะทางอารมณ์ ลักษณะทางสังคม และลักษณะทางสติปัญญา โดยคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคลในการรับรู้เน้ือหาวิชาตามหลักภาวนา 4 จึงกำหนดเนื้อหา ออกเปน็ 4 หน่วยเพือ่ ง่ายต่อการเรยี นรู้ ในขั้นตอนวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) คณะผู้วิจัยใช้การบูรณาการ เน้ือหาตามหลักสตู รและการจัดการเรยี นการสอนโรงเรยี นผู้สูงอายุในการจดั การสุขภาวะและ สวัสดิการผู้สูงอายุ ที่คณะผู้วิจัยได้ศึกษาไว้แล้ว กล่าวคือ หลักสูตรและการจัดการเรียนการ สอนของโรงเรียนผู้สูงอายุและหลักพุทธธรรม ได้แก่ หลักภาวนา 4 ในพระพุทธศาสนา แนวคิดของนักวชิ าการ เป็นเนื้อหาหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ ของโรงเรียนผู้สูงอายุ เหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรและ กิจกรรมเพ่ือการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 กล่าวคือ ผู้เรียนสูงอายุที่เข้ารับการอบรมทุกคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมและผ่าน