228 แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 22 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง พนั ธะเคมี เรือ่ ง การเกิดและชนิดของพนั ธะโคเวเลนต์ วิชา เคมี 1 รหสั ว31223 เวลาเรียน 3 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ครูผูส้ อน นางสาวณฐั ธดิ า ชากรแก้ว สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบัตขิ องสาร แก๊ส และสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอินทรีย์และพอลเิ มอร์ รวมท้ังการนาํ ความร้ไู ปใช้ ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ อธิบายการเกดิ พันธะโคเวเลนต์แบบพนั ธะเด่ียว พันธะคู่ และพนั ธะสาม ด้วยโครงสร้างลิวอิส จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์และสารโคเวเลนต์ได้ 2. อธบิ ายเก่ยี วกบั กฎออกเตต และความหมายของอิเลก็ ตรอนค่รู ่วมพนั ธะและอิเล็กตรอนคโู่ ดดเดยี่ วได้ 3. อธิบายการเกดิ พนั ธะเด่ียว พันธะคู่ พนั ธะสาม และพนั ธะโคออรด์ ิเนตเวเลนต์ได้ ด้านทักษะ (Process) 4. เขียนโครงสร้างลวิ อิสของสารโคเวเลนตไ์ ด้ 5. ยกตวั อยา่ งโมเลกุลของสารโคเวเลนต์ท่เี ป็นไปตามกฎออกเตต และที่ไม่เป็นไปตามกฎออกเตตได้ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Affective) 6. มคี วามมงุ่ มนั่ ต้ังใจในการเรยี นรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคัญหรือความคดิ รวบยอด พนั ธะโคเวเลนต์เป็นพนั ธะเคมชี นิดหนึ่งที่เกดิ จากอะตอมของอโลหะมีการนำอเิ ล็กตรอนมาใชร้ ว่ มกนั แล้วเกดิ แรงดึงดูดระหวา่ งอเิ ล็กตรอนกบั โปรตอนที่อย่ใู นนวิ เคลยี สของทง้ั สองอะตอม ซึ่งสารประกอบโคเวเลนต์อาจเกิด จากอะตอมของอโลหะชนดิ เดยี วกัน หรอื ตา่ งชนิดกนั กไ็ ด้ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
229 ซ่ือสัตย์ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ผา่ นวิธกี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผา่ นแอพพลเิ คชั่น Google meet วธิ สี อนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขน้ั ท่ี 1 ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 15 นาที 1.1 ครูถามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 ว่า การจัดเรียงอิเล็กตรอน และ ตำแหนง่ ในตารางธาตุเก่ยี วข้องกบั การเกดิ พันธะเคมีอย่างไร (แนวตอบ : ครูยกตวั อยา่ งคำตอบ เช่น การจัดเรียงอิเล็กตรอนและตำแหน่งในตารางธาตุจะทำให้ ทราบว่า ธาตุนั้นมีสมบัติเป็นโลหะ อโลหะ หรือกึ่งโลหะ ซึ่งเมื่อธาตุแต่ละประเภทมารวมตัวกันจะเกิดการยึด เหนย่ี วกนั ด้วยพันธะเคมี ซ่งึ กจ็ ะแตกตา่ งกนั ไปตามประเภทของธาตทุ ี่มารวมตัวกัน เป็นต้น) 1.2 ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 3 คน จากนนั้ ครเู ขียนตัวอย่างสารต่าง ๆ ทพ่ี บในชีวิตประจำวันบน กระดาน เช่น น้ำปูนใส เกลือ น้ำตาลทราย ไส้ดินสอ ลูกเหม็น ด่างทับทิม เป็นต้น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ จำแนกประเภทของสารตามสมบตั ิ ดงั น้ี • กลมุ่ ท่ี 1 ธาตุ (เปน็ โลหะ อโลหะ หรอื กงึ่ โลหะ) • กลุ่มท่ี 2 สารประกอบ (ของแข็ง ของเหลว หรอื แก๊ส) 1.3 ครูตั้งคำถามให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย ดงั นี้ • นกั เรียนคดิ วา่ สารทงั้ 2 กลมุ่ มคี วามแตกต่างกนั อย่างไร • ธาตสุ ามารถรวมกันเกิดเปน็ สารประกอบได้อยา่ งไร ขน้ั ที่ 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration) 45 นาที 2.1 ครเู ปดิ วดี ิทัศน์เร่ือง พนั ธะโคเวเลนต์ จาก youtube ให้นักเรียนดู พรอ้ มตัง้ คำถามใหน้ ักเรียนร่วมกัน อภิปราย ดังนี้ • ธาตุทีม่ ีความเสถยี รต้องมีจำนวนเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเทา่ ใด • สารประกอบเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร • พนั ธะท่เี กิดขน้ึ มีได้กี่ประเภท 2.2 ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน สบื ค้นขอ้ มลู เกีย่ วกับการเกดิ พันธะโคเวเลนต์ หรือศึกษาจาก หนังสือเรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 2.3 สมุ่ ตวั แทนนกั เรียนออกมาอธิบายเกี่ยวกับการเกดิ พันธะโคเวเลนตข์ องไฮโดรเจน จากน้ันครูอธิบาย เพิม่ เตมิ โดยใช้กราฟแสดงการเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์ของไฮโดรเจนกบั พลงั งานศกั ยส์ ะสม 2.4 ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอภิปรายว่า “เพราะเหตุใดแก๊สเฉื่อยจึงเป็นแก๊สที่เกิดปฏิกิริยาได้ยาก” จากนัน้ ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมเกย่ี วกับกฎออกเตต ดงั นี้
230 • กฎออกเตต คือ กฎทอี่ ะตอมของธาตุพยายามทำใหเ้ วเลนซ์อเิ ล็กตรอนของตวั มนั เองครบ 8 ซึ่งเป็น สภาพท่ีทำใหอ้ ะตอมมคี วามเสถยี รมากทสี่ ุด ยกเวน้ ธาตุไฮโดรเจนทีม่ ีเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนแค่ 2 • การนำเวเลนซ์อิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกันเป็นคู่ ๆ เรียกว่า อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ (bonded pair electrons) เพื่อให้มีอิเล็กตรอนวงนอกสุดครบ 8 ส่วนอิเล็กตรอนคู่ทีไ่ ม่ไดใ้ ชส้ ร้างพันธะ เรียกว่า อิเลก็ ตรอนคโู่ ดดเดยี ว (lone pair electrons) • การเกิดพนั ธะจากการใช้อิเล็กตรอนคโู่ ดดเดีย่ วร่วมกนั ทำใหเ้ กิดชนดิ ของพันธะโคเวเลนต์ ดงั น้ี - พันธะเดยี่ ว (single bond) คอื พันธะที่เกดิ จากการใช้อเิ ล็กตรอนร่วมกนั 1 คู่ - พันธะคู่ (double bond) คอื พนั ธะท่เี กดิ จากการใชอ้ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั 2 คู่ - พนั ธะสาม (triple bond) คือ พนั ธะทเ่ี กดิ จากการใช้อิเลก็ ตรอนร่วมกัน 3 คู่ 2.5 ครูทบทวนความรู้เร่ือง ตารางธาตุ โดยสุ่มตัวแทนนักเรียนให้บอกสมบตั ิของธาตุในตำแหน่งต่าง ๆ ของตารางธาตุ เพ่อื ให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ ธาตุทจ่ี ะสามารถเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์ได้ คอื ธาตุที่มคี า่ พลงั งาน ไอออไนเซ ชันสูง 2.6 ครูให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3 คน แลว้ ศกึ ษาเร่ือง ชนดิ ของพนั ธะโคเวเลนต์ และการเขียนสูตร เคมแี สดงพันธะโคเวเลนต์ จากหนงั สอื เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า 101-104 และจาก PPT 2.7 ครูให้นักเรียนทำใบงานท่ี 3.3 เรื่อง การเขียนสูตรเคมีแสดงพันธะโคเวเลนต์ เพื่อให้นกั เรียนฝึกฝน ทักษะในการเขียนสตู รเคมีของสารท่ียึดเหนี่ยวกนั ดว้ ยพนั ธะโคเวเลนต์ ขน้ั ที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 30 นาที 3.1 ครตู ้ังคำถามใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภิปรายเรื่อง ชนดิ ของพนั ธะโคเวเลนต์ และการเขยี นสูตรเคมีแสดง พันธะโคเวเลนต์ เช่น 1) สารโคเวเลนต์ต่อไปน้ี CH4 N2 O2 และ BCl3 ยึดเหน่ยี วกันด้วยพันธะเดีย่ ว พันธะคู่ หรือพันธะสาม (แนวตอบ : CH4 และ BCl3 ยึดเหนี่ยวกันดว้ ยพันธะเด่ยี ว O2 ยดึ เหน่ยี วกนั ด้วยพนั ธะคู่ N2 ยึดเหนยี่ วกนั ดว้ ยพนั ธะสาม 2) จงเขยี นสตู รโมเลกุล สูตรอยา่ งงา่ ย สตู รโครงสรา้ งแบบเส้น และสูตรโครงสรา้ งแบบจุดของ C2H4 (แนวตอบ : สตู รโมเลกลุ คือ C2H4 สตู รอย่างงา่ ย คอื CH2 สูตรโครงสร้างแบบเสน้ คอื สตู รโครงสรา้ งแบบจดุ คือ ) 3.2 ครยู กตัวอย่างสารประกอบโคเวเลนต์มา 1 ชนิด ยกตัวอย่างเชน่ BeF2 แล้วสุม่ นักเรียนตอบคำถาม ต่อไปนี้ 1) สารประกอบชนิดนี้เปน็ สารประกอบโคเวเลนตห์ รือไม่ เพราเหตใุ ด (แนวตอบ : BeF2 เป็นสารประกอบโคเวเลนต์ เนอื่ งจากเป็นสารประกอบท่ีเกิดจาก Be และ F นำ อิเลก็ ตรอนมาใชร้ ่วมกัน) 2) จงเขยี นสูตรโครงสร้างของสารประกอบนี้ (แนวตอบ : )
231 3) โครงสร้างของสารประกอบนี้เป็นไปตามกฎออกเตตหรือไม่ (แนวตอบ : ไมเ่ ปน็ ไปตามกฎออกเตต เพราะ Be มีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนเทา่ กับ 4 ซึ่งไมค่ รบออกเตต) 3.3 ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกับโมเลกลุ ที่ไมเ่ ปน็ ไปตามกฎออกเตต ดังนี้ • สารประกอบโคเวเลนต์บางชนิดมจี ำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนไม่เป็นไปตามกฎออกเตต โดยบางชนิดมี น้อยกวา่ 8 อเิ ล็กตรอน แตบ่ างชนดิ มมี ากกวา่ 8 อิเล็กตรอน แต่สารประกอบเหล่านั้นก็ยังคงมีความ เสถยี ร จงึ จดั สารประกอบเหล่านเี้ ปน็ ข้อยกเว้นของกฎออกเตต ซงึ่ มี 3 ประเภท ดงั นี้ 1) โมเลกลุ ท่ไี ม่ครบออกเตต เกดิ กบั ธาตหุ มู่ 2 และ 3 เช่น Be B เปน็ ตน้ 2) โมเลกลุ ท่เี กินออกเตต เกิดกับธาตหุ มู่ 5 และ 6 เชน่ P S เปน็ ตน้ และโลหะแทรนซิชนั 3) โมเลกุลที่มจี ำนวนอเิ ล็กตรอนเป็นเลขค่ี มักเกิดกับ N หรือ Cl ที่สามารถมีอิเล็กตรอนท่ไี ม่ได้ จบั คไู่ ด้ ซ่ึงมสี มบตั วิ ่องไวในการทำปฏิกริ ิยาเคมี เช่น ClO2 NO NO2 เป็นต้น ClO2 อะตอมกลางมี 11 e- ล้อมรอบ NO2 อะตอมกลางมี 7 e- ลอ้ มรอบ
232 ขัน้ ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที 4.1 ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เลม่ 1 4.2 ครูใหนกั เรียนแบงกลมุ ออกเปน็ 5 กลุม เขยี นแสดงการเกดิ พนั ธะโคเวเลนต สตู รโครงสรางแบบจดุ และสตู รโครงสรางแบบเสนของสารประกอบโคเวเลนตท่กี ําหนดให ดงั น้ี กลมุ ที่ 1 BeCl2 PCl5 PH3 กลมุ ที่ 2 BeH2 AsF5 SF4 กลมุ ท่ี 3 HgCl2 CH4 NH3 กลมุ ท่ี 4 BF3 CCl4 H2O กลมุ ที่ 5 BCl3 SF6 SiH4 4.3 ครใู ห้นักเรยี นทำผงั มโนทศั นส์ รปุ ความร้เู ร่ือง การเกิดพันธะโคเวเลนต์ 4.4 ครูให้นักเรยี นทำสรุปความรเู้ รื่อง การเขยี นสตู รของสารประกอบโคเวเลนต์ ออกมาในรูปแบบทีเ่ ขา้ ใจ ไดง้ า่ ย ขนั้ ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ (Evaluation) 10 นาที 5.1 ครูประเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกันทำงานและการนำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น 5.2 ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 3.3 เรอ่ื ง การเขยี นสตู รเคมีแสดงพนั ธะโคเวเลนต์ 5.3 ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั สือ่ วัสดุ อปุ กรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้ ส่อื /วสั ด/ุ อุปกรณ์ แหลง่ การเรียนรู้ 1. PowerPoint เร่อื ง การเกดิ และชนดิ ของพนั ธะโคเว 1. หนงั สือเรยี นรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี เลม่ เลนต์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 2. ใบงานที่ 3.3 เรื่อง การเขียนสูตรเคมีแสดงพันธะ 2. ใบกจิ กรรมการเรียนรู้ โคเวเลนต์ 3. อินเตอรเ์ น็ต การประเมินการเรยี นรู้ วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมือท่ใี ช้วดั ผล เกณฑก์ าร การวัดผลประเมนิ ประเมนิ ผล ด้าน - การตอบคำถามในชน้ั เรยี น - การตอบคำถามในช้นั - ใบงานที่ 3.3 เร่ือง การเขียน เรยี น -รอ้ ยละ 60 ผ่าน 1.ดา้ นความรู้ (K) สตู รเคมแี สดงพันธะโคเวเลนต์ - ใบงานที่ 3.3 เรื่อง การเขียน เกณฑ์ สูตรเคมีแสดงพนั ธะโคเวเลนต์
233 2. ด้านทักษะ/ - การตอบคำถามในช้ันเรยี น - การตอบคำถามในชนั้ -ร้อยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) - ใบงานท่ี 3.3 เร่ือง การเขียน เรยี น เกณฑ์ สูตรเคมแี สดงพนั ธะโคเวเลนต์ - ใบงานท่ี 3.3 เรื่อง การเขียน 3. ด้านคณุ ลกั ษณะอัน -ระดับคณุ ภาพ 3 พงึ ประสงค์ (A) -การสงั เกตพฤตกิ รรม สตู รเคมแี สดงพันธะโคเวเลนต์ ผ่านเกณฑ์ รายบคุ คล -แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
ใบงานท่ี 3.3 234 เรือ่ ง การเขียนสูตรเคมีแสดงพันธะโคเวเลนต์ สูตรโครงสรา้ ง แบบเส้น คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ ช่อื สาร สูตรโมเลกลุ อะตอมองคป์ ระกอบ สูตรโครงสร้าง คลอรนี แบบจุด คารบ์ อนไดออกไซด์ น้ำ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ เอทานอล มเี ทน กรดคารบ์ อนิก โบรอนไตรคลอไรด์ กรดแอซีติก
ใบงานที่ 3.3 235 เรอื่ ง การเขียนสตู รเคมีแสดงพนั ธะโคเวเลนต์ เฉลย คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ สูตรโครงสรา้ ง แบบเส้น ชื่อสาร สูตรโมเลกุล อะตอมองคป์ ระกอบ สูตรโครงสรา้ ง คลอรนี แบบจุด คาร์บอนไดออกไซด์ นำ้ Cl2 Cl 2 อะตอม ไฮโดรเจนไซยาไนด์ CO2 H2O C 1 อะตอม เอทานอล HCN O 2 อะตอม มีเทน C2H5OH H 2 อะตอม O 1 อะตอม กรดคาร์บอนิก โบรอนไตรคลอไรด์ H 1 อะตอม กรดแอซีติก C 1 อะตอม N 1 อะตอม C 2 อะตอม H 6 อะตอม O 1 อะตอม CH4 C 1 อะตอม H 4 อะตอม H2CO3 C 1 อะตอม BCl3 H 2 อะตอม CH3COOH O 3 อะตอม B 1อะตอม Cl 3 อะตอม C 2 อะตอม H 4 อะตอม O 2 อะตอม
แบบสังเกตพฤติกร คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดบั ท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนักเรยี น ความคิดเหน็ 1 2 เดก็ ชายณัฐพร ทับเจริญ 32132 3 เด็กชายธนากร รุ่งฟ้า 4 เด็กชายบญุ ฤทธิ์ เสนมา ✓✓ 5 เด็กหญิงตวงรัตน์ กิจขยัน 6 เด็กหญิงมณมี ัญชุ์ ดว้ งแสง ✓✓ 7 นายกษิดิเ์ ดช ชูภักด์ิ ✓✓ 8 นายชยั วัฒน์ คำแหง 9 นายทรงพล แคนศิลา ✓✓ 10 เดก็ ชายธีรภทั ร เอีย่ มบุญ ✓✓ 11 นายธันวา เนาวศ์ รี 12 นายสุทศั น์ เลไทสงค์ ✓✓ 13 เด็กชายอภชิ าติ ชนะมลู ✓✓ 14 นางสาวนันทิกานต์ ถาวร 15 นางสาวนรมน พลเยยี่ ม ✓✓ 16 นางสาวพชั รินทร์ สวุ รรณพรม ✓✓ 17 นางสาววราพร พิมไพ 18 นางสาววิราภา รวมรัตน์ ✓✓ นางสาววิสา ชนะมลู ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
236 รรมการทำงานกลุม่ วขดี ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมีนำ้ ใจ การมี รวม นอนื่ ตามที่ได้รับ สว่ นร่วมในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 10 ✓✓ 14 ✓ 15 ✓✓ ✓ 8 ✓✓ 8 ✓ 8 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 7 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 15 ✓ 10 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ ✓✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
19 นางสาวอภิญญา ปัทมอมั รนิ ทร์ ✓ ✓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตดั สิน ช่วงคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8
✓✓✓ 237 ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ 15 ............./.................../............... นคุณภาพ ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
238 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกับ ระดับคะแนน ปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ชอ่ื –สกุล ระเบียบ ร้จู กั ใช้เวลาว่าง รู้จักจัดสรร ตัง้ ใจเรยี น มีความตั้งใจ รวม ที่ ของนกั เรยี น ขอ้ บังคับในชั้น ใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มคี วาม ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานท่ี คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ได้รบั การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมต่าง ๆ และรับผิดชอบ ในการทำงาน 321321321321321 1 เด็กชายณัฐพร ทับ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓8 เจรญิ 2 เดก็ ชายธนากร รงุ่ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ฟ้า 3 เดก็ ชายบญุ ฤทธิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนมา 4 เด็กหญิงตวงรัตน์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 กจิ ขยัน 5 เด็กหญิงมณีมญั ชุ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ดว้ งแสง 6 นายกษิดเิ์ ดช ชูภกั ดิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายชัยวฒั น์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 คำแหง 8 นายทรงพล แคน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ศิลา 9 เดก็ ชายธรี ภทั ร ✓ ✓ ✓ ✓ ✓9 เอ่ยี มบญุ 10 นายธันวา เนาวศ์ รี ✓ ✓✓ ✓ ✓ 8 11 นายสุทัศน์ เลไท ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 สงค์ 12 เดก็ ชายอภชิ าติ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 ชนะมูล
239 13 นางสาวนันทกิ านต์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 ถาวร ✓ ✓✓ ✓ 10 15 14 นางสาวนรมน ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 พลเย่ียม ✓ ✓✓ ✓ 10 10 15 นางสาวพัชรนิ ทร์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 สุวรรณพรม ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 16 นางสาววราพร ✓ พิมไพ 17 นางสาววริ าภา ✓ รวมรตั น์ 18 นางสาววิสา ชนะ ✓ มลู 19 นางสาวอภญิ ญา ✓ ปัทมอมั รินทร์ ลงชอื่ .................................................. ผูป้ ระเมนิ ............/.................../............ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤติกรรมทีป่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
240 บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน • ดา้ นความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเน้อื หา - นกั เรยี นอธบิ ายเกยี่ วกับกฎออกเตต และความหมายของอิเลก็ ตรอนค่รู ว่ มพนั ธะและอิเล็กตรอนคู่โดดเดย่ี วได้ -นักเรยี นอธิบายการเกิดพันธะเดย่ี ว พันธะคู่ พันธะสาม และพนั ธะโคออร์ดเิ นตเวเลนตไ์ ด้ • ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น - นักเรียนมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑท์ ีค่ รกู ำหนด • ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ - นกั เรียนทกุ คนมคี วามใฝ่เรยี นรู้ มคี วามตรงตอ่ เวลาในการเข้าเรยี น - นักเรยี นสามารถแก้ปญั หาอาจจะช้าหรอื เร็วต่างกนั แต่สามารถแกป้ ัญหาได้ - มีวินยั ในการเรียน • ด้านอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ มี)) - 2. ปัญหา / อปุ สรรค -มีนักเรียนบางคนยังไมเ่ ข้าใจ 3. ขน้ั เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข -ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมและใหล้ องทำแบบฝึกหดั เพือ่ เสริมความเขา้ ใจ ลงชือ่ ..................................................................ผเู้ ขียนแผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวณฐั ธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงช่อื ..................................................................ผูต้ รวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธ์อเนก) ......................./................/....................
241 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 23 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง พันธะเคมี เร่อื ง การเขยี นสตู รและเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนต์ วิชา เคมี 1 รหัส ว31223 เวลาเรียน 1 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ครผู ู้สอน นางสาวณฐั ธิดา ชากรแก้ว สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัตขิ องสาร แกส๊ และสมบตั ขิ องแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลเิ มอร์ รวมท้ังการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ เขียนสตู รและเรียกช่อื สารโคเวเลนต์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายวธิ เี ขียนสูตรและหลักการเรียกช่อื สารโคเวเลนตไ์ ด้ ด้านทักษะ (Process) 2. เขียนสูตรโมเลกลุ และเรยี กช่อื สารโคเวเลนต์ได้ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Affective) 3. มีความมุ่งม่นั ตัง้ ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคัญหรอื ความคิดรวบยอด สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนตจ์ ะเขียนแสดงด้วยสัญลกั ษณข์ องธาตุ และมตี ัวเลขแสดงจำนวนอะตอมของธาตทุ ี่ มมี ากกว่า 1 อะตอม และการเรยี กช่ือสารโคเวเลนตท์ ำไดโ้ ดยเรียกชื่อธาตทุ ่ีอยหู่ น้ากอ่ นแล้วตามด้วยช่อื ธาตุทอ่ี ยู่ ถดั มา และมีคำนำหนา้ ระบุจำนวนอะตอมของธาตุ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ย์ มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
242 อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ผ่านวธิ กี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชนั่ Google meet วธิ สี อนโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขน้ั ท่ี 1 ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 ครูทบทวนความรู้ในเรือ่ ง เวเลนซ์อิเล็กตรอนและคา่ อเิ ล็กโทรเนกาติวิตี (EN) ของธาตตุ า่ ง ๆ ในตาราง ธาตุ 1.2 ครูถามคำถามกระตุน้ นักเรยี นว่า 1) นักเรียนคิดว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอนค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี ( EN) เกี่ยวข้องกับการเขียนสูตร สารประกอบโคเวเลนตห์ รอื ไม่ อย่างไร (แนวตอบ : พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยขึน้ อยกู่ ับดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) 20 นาที 2.1 ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเรือ่ ง การเขยี นสตู รและเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนต์ จากหนังสือเรยี นเคมี ม.4 เลม่ 1 2.2 ครูสรปุ หลักการในการเขยี นสตู รโมเลกุลของสารประกอบโคเวเลนต์ ดงั น้ี • เขียนสญั ลกั ษณ์ของธาตุที่มคี ่าอเิ ลก็ โทรเนกาตวิ ิตี (EN) ต่ำกอ่ น (H เขียนไวห้ ลังธาตุหมู่ 3A 4A และ 5A) • เขยี นอิเลก็ ตรอนทตี่ อ้ งใช้ในการสรา้ งพนั ธะบนสัญลักษณ์ของธาตุนัน้ ๆ • นำตวั เลขด้านบนของธาตมุ าไขว้ไวด้ า้ นล่างของธาตุทเี่ กิดพันธะ ตวั อย่างเช่น 2.3 ครสู รุปหลักการในการเรยี กช่ือสารประกอบโคเวเลนต์ ดังน้ี • ใหอ้ ่านจำนวนอะตอมของธาตตุ วั แรกเปน็ ภาษากรกี (ถา้ อะตอมเทา่ กับ 1 ไม่ต้องอ่าน) • อา่ นชื่อธาตตุ ัวแรก • อ่านจำนวนอะตอมของธาตทุ ่ี 2 เปน็ ภาษากรกี • อา่ นชอ่ื ธาตทุ ่ี 2 แล้วเปลีย่ นท้ายเสยี งเปน็ ไ-ด์ (-ide) ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 20 นาที 3.1 ครตู ัง้ คำถามให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเรือ่ ง การเขยี นสตู รและเรียกชือ่ สารประกอบโคเวเลนต์ เชน่ 1) จงเขยี นสูตรของสารท่ีเกิดจากการรวมตัวระหวา่ งอะตอมคู่ตอ่ ไปนี้ ก. Be กบั H ข. As กับ F ค. S กับ O ง. H กับ S จ. C กบั F ฉ. P กบั Br (แนวตอบ : ก. BeH2 ข. AsF5 ค. SO2 ง. H2S จ. CF4 ฉ. PBr3)
243 2) จงเรยี กชื่อสารประกอบออกไซดข์ องไนโตรเจนตอ่ ไปนี้ NO NO2 N2O N2O3 N2O4 และ N2O5 (แนวตอบ : NO = ไนโตรเจนมอนอออกไซด์ หรือไนโตรเจนมอนอกไซด์ NO2 = ไนโตรเจนไดออกไซด์ N2O = ไดไนโตรเจนมอนอออกไซด์ หรอื ไดไนโตรเจนมอนอกไซด์ N2O3 = ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์ N2O4 = ไดไนโตรเจนเตตระออกไซด์ หรอื ไดไนโตรเจนเตตรอกไซด์ N2O5 = ไดไนโตรเจนเพนตะออกไซด์ หรอื ไดไนโตรเจนเพนตอกไซด์) 3.2 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา เรื่อง การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบ โคเวเลนต์ วา่ มีส่วนไหนทีย่ ังไม่เข้าใจ และให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนน้ั เพอ่ื จะใช้เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับการ เรียนในเนอื้ หาต่อ ๆ ไป ข้ันที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที 4.1 ครใู หน้ ักเรียนทำใบงานท่ี 3.4 เรือ่ ง การเขียนสูตรและการเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนต์ ขั้นท่ี 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation) 5 นาที 5.1 ครปู ระเมนิ ผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม และการร่วมกันทำผลงาน 5.2 ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 3.4 เรื่อง การเขียนสูตรและการเรยี กชื่อสารประกอบโคเวเลนต์ สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ สอื่ /วัสดุ/อปุ กรณ์ แหลง่ การเรียนรู้ 1. PowerPoint เร่อื ง การเขียนสตู รและการเรียกชื่อ 1. หนังสือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี เล่ม สารประกอบโคเวเลนต์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 2. ใบงานท่ี 3.4 เร่ือง การเขียนสูตรและการเรียกช่อื 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ สารประกอบโคเวเลนต์ 3. อนิ เตอรเ์ น็ต การประเมินการเรยี นรู้ การวดั ผลประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมือที่ใชว้ ดั ผล เกณฑก์ าร ดา้ น ประเมินผล 1.ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามในช้ันเรียน - การตอบคำถามในช้นั -รอ้ ยละ 60 ผ่าน - ใบงานที่ 3.4 เรื่อง การเขียน เรยี น เกณฑ์ สูตรและการเรยี กชื่อ - ใบงานที่ 3.4 เรื่อง การเขยี น สารประกอบโคเวเลนต์ สตู รและการเรยี กชื่อ สารประกอบโคเวเลนต์ 2. ด้านทักษะ/ - การตอบคำถามในชัน้ เรียน - การตอบคำถามในชั้นเรียน -รอ้ ยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) - ใบงานที่ 3.4 เรื่อง การเขยี น - ใบงานท่ี 3.4 เร่ือง การเขยี น เกณฑ์ สตู รและการเรยี กช่ือ สตู รและการเรียกชื่อ สารประกอบโคเวเลนต์ สารประกอบโคเวเลนต์
3. ดา้ นคุณลักษณะอนั -การสงั เกตพฤตกิ รรม 244 พึงประสงค์ (A) รายบคุ คล -แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล -ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
245 ใบงานท่ี 3.4 เรือ่ ง การเขียนสตู รและการเรยี กช่อื สารประกอบโคเวเลนต์ คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. จงเขียนสตู รโมเลกลุ ของสารประกอบโคเวเลนตท์ เี่ กิดจากการรวมกันของธาตุต่อไปนี้ 1) C กับ F = ………………………………..……………………………….. 2) C กับ Cl = ………………………………..……………………………….. 3) N กบั F = ………………………………..……………………………….. 4) C กับ S = ………………………………..……………………………….. 5) N กับ O = ………………………………..……………………………….. 6) S กับ Cl = ………………………………..……………………………….. 7) C กับ O = ………………………………..……………………………….. 8) F กบั F = ………………………………..……………………………….. 2. จงอา่ นชอ่ื สารประกอบโคเวเลนต์ตอ่ ไปน้ี 1) CO = ………………………………..……………………………….. 2) N2O4 = ………………………………..……………………………….. 3) P4O10 = ………………………………..……………………………….. 4) Cl2O7 = ………………………………..……………………………….. 5) NO = ………………………………..……………………………….. 6) N2O = ………………………………..……………………………….. 7) N2O5 = ………………………………..……………………………….. 8) CCl4 = ………………………………..……………………………….. 9) OF2 = ………………………………..……………………………….. 10) PCl3 = ………………………………..………………………………..
ใบงานที่ 3.4 246 เรอ่ื ง การเขยี นสตู รและการเรยี กชอื่ สารประกอบโคเวเลนต์ เฉลย คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี 1. จงเขียนสตู รโมเลกลุ ของสารประกอบโคเวเลนตท์ ีเ่ กดิ จากการรวมกนั ของธาตุต่อไปน้ี 1) C กบั F = CF4 2) C กับ Cl = CCl4 3) N กับ F = NF3 4) C กบั S = CS2 5) N กบั O = N2O3 6) S กบั Cl = SCl2 7) C กบั O = CO2 8) F กบั F = F2 2. จงอ่านช่อื สารประกอบโคเวเลนต์ตอ่ ไปนี้ 1) CO = คาร์บอนมอนออกไซด์ 2) N2O4 = ไดไนโตรเจนเตตระออกไซด์ 3) P4O10 = เตตระฟอสฟอรัสเดคะออกไซด์ 4) Cl2O7 = ไดคลอรีนเฮปตะออกไซด์ 5) NO = ไนโตรเจนมอนออกไซด์ 6) N2O = ไดไนโตรเจนมอนออกไซด์ 7) N2O5 = ไดไนโตรเจนเพนตะออกไซด์ 8) CCl4 = คารบ์ อนเตตระคลอไรด์ 9) OF2 = ออกซิเจนไดฟลูออไรด์ 10) PCl3 = ฟอสฟอรัสไตรคลอไรด์
แบบสังเกตพฤติกร คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดบั ท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนักเรยี น ความคิดเหน็ 1 2 เดก็ ชายณัฐพร ทับเจริญ 32132 3 เด็กชายธนากร รุ่งฟ้า 4 เด็กชายบญุ ฤทธิ์ เสนมา ✓✓ 5 เด็กหญิงตวงรัตน์ กิจขยัน 6 เด็กหญิงมณมี ัญชุ์ ดว้ งแสง ✓✓ 7 นายกษิดิเ์ ดช ชูภักด์ิ ✓✓ 8 นายชยั วัฒน์ คำแหง 9 นายทรงพล แคนศิลา ✓✓ 10 เดก็ ชายธีรภทั ร เอีย่ มบุญ ✓✓ 11 นายธันวา เนาวศ์ รี 12 นายสุทศั น์ เลไทสงค์ ✓✓ 13 เด็กชายอภชิ าติ ชนะมลู ✓✓ 14 นางสาวนันทิกานต์ ถาวร 15 นางสาวนรมน พลเยยี่ ม ✓✓ 16 นางสาวพชั รินทร์ สวุ รรณพรม ✓✓ 17 นางสาววราพร พิมไพ 18 นางสาววิราภา รวมรัตน์ ✓✓ นางสาววิสา ชนะมลู ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
247 รรมการทำงานกลุม่ วขดี ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมีนำ้ ใจ การมี รวม นอนื่ ตามที่ได้รับ สว่ นร่วมในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 10 ✓✓ 14 ✓ 15 ✓✓ ✓ 8 ✓✓ 8 ✓ 8 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 7 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 15 ✓ 10 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ ✓✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
19 นางสาวอภิญญา ปัทมอมั รนิ ทร์ ✓ ✓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตดั สิน ช่วงคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8
✓✓✓ 248 ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ 15 ............./.................../............... นคุณภาพ ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
249 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกับ ระดับคะแนน ปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ชอ่ื –สกุล ระเบียบ ร้จู กั ใช้เวลาว่าง รู้จักจัดสรร ตัง้ ใจเรยี น มีความตั้งใจ รวม ที่ ของนกั เรยี น ขอ้ บังคับในชั้น ใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มคี วาม ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานท่ี คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ได้รบั การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมต่าง ๆ และรับผิดชอบ ในการทำงาน 321321321321321 1 เด็กชายณัฐพร ทับ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓8 เจรญิ 2 เดก็ ชายธนากร รงุ่ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ฟ้า 3 เดก็ ชายบญุ ฤทธิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนมา 4 เด็กหญิงตวงรัตน์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 กจิ ขยัน 5 เด็กหญิงมณีมญั ชุ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ดว้ งแสง 6 นายกษิดเิ์ ดช ชูภกั ดิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายชัยวฒั น์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 คำแหง 8 นายทรงพล แคน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ศิลา 9 เดก็ ชายธรี ภทั ร ✓ ✓ ✓ ✓ ✓9 เอ่ยี มบญุ 10 นายธันวา เนาวศ์ รี ✓ ✓✓ ✓ ✓ 8 11 นายสุทัศน์ เลไท ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 สงค์ 12 เดก็ ชายอภชิ าติ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 ชนะมูล
250 13 นางสาวนันทกิ านต์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 ถาวร ✓ ✓✓ ✓ 10 15 14 นางสาวนรมน ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 พลเย่ียม ✓ ✓✓ ✓ 10 10 15 นางสาวพัชรนิ ทร์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 15 สุวรรณพรม ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 16 นางสาววราพร ✓ พิมไพ 17 นางสาววริ าภา ✓ รวมรตั น์ 18 นางสาววิสา ชนะ ✓ มลู 19 นางสาวอภญิ ญา ✓ ปัทมอมั รินทร์ ลงชอื่ .................................................. ผูป้ ระเมนิ ............/.................../............ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤติกรรมทีป่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
251 บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนการสอน • ดา้ นความรู้ - นักเรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหา - นักเรียนอธบิ ายวธิ เี ขียนสูตรและหลักการเรยี กช่อื สารโคเวเลนต์ได้ -นกั เรยี นเขียนสูตรโมเลกลุ และเรยี กชื่อสารโคเวเลนต์ได้ • ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน - นักเรียนมีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามเกณฑ์ทีค่ รูกำหนด • ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - นกั เรียนทกุ คนมคี วามใฝเ่ รยี นรู้ - มีความตรงต่อเวลาในการเข้าเรยี น - นกั เรียนสามารถแก้ปัญหาอาจจะชา้ หรอื เรว็ ตา่ งกนั แตส่ ามารถแก้ปัญหาได้ - มวี นิ ยั ในการเรยี น • ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมที่มีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)) - 2. ปัญหา / อปุ สรรค - 3. ข้นั เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข - ลงชื่อ..................................................................ผู้เขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (นางสาวณฐั ธดิ า ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงชื่อ..................................................................ผตู้ รวจ (นางสาววารุณี อิทธิพัทธ์อเนก) ......................./................/....................
252 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 24 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เร่ือง พนั ธะเคมี เรื่อง พลงั งานพนั ธะและความยาวพันธะ วิชา เคมี 1 รหัส ว31223 เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครผู ู้สอน นางสาวณฐั ธิดา ชากรแกว้ สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ วเิ คราะหแ์ ละเปรยี บเทยี บความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทัง้ คำนวณพลังงานท่ี เกยี่ วขอ้ งกับปฏกิ ิรยิ าของสารโคเวเลนตจ์ ากพลังงานพนั ธะได้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. สรุปความสมั พันธร์ ะหวา่ งชนดิ ของพนั ธะโคโวเลนต์ ความยาวพันธะ และพลังงานพนั ธะได้ 2. อธิบายโครงสรา้ งของสารโคเวเลนตท์ มี่ โี ครงสร้างเรโซแนนซ์ พร้อมท้ังยกตวั อยา่ งประกอบได้ ด้านทักษะ (Process) 3. ใชค้ ่าพลังงานพันธะคำนวณหาพลังงานท่ีเปล่ียนแปลงของปฏิกริ ยิ าได้ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 4. มคี วามมุ่งมนั่ ต้งั ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด ความยาวพนั ธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ขึน้ กับชนดิ ของอะตอมคู่ร่วมพันธะและชนดิ ของพันธะ และพลงั งานพันธะนำมาใชใ้ นการคำนวณพลังงานของปฏิกิริยาได้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์ มีวนิ ยั
253 ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ กิจกรรมการเรยี นรู้ ผ่านวิธกี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชน่ั Google meet วธิ ีสอนโดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ 1 ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 . ครถู ามคำถามกระตุน้ ความสนใจของนักเรยี น ดงั นี้ 1) นกั เรียนคดิ วา่ พลงั งานทีใ่ ชใ้ นการสลายพนั ธะหว่าง C – C ในอีเทน (C2H6) และพลงั งานที่ใช้ในการ สลายพันธะระหวา่ ง C = C ในอีทนี (C2H4) จะมคี า่ เท่ากันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน โดยมีแนวตอบ คือ ไมเ่ ทา่ กัน เนอื่ งจากพลงั งานทใี่ ชใ้ นการสลายพนั ธะต่างชนดิ กนั จะมคี า่ ไม่เท่ากัน โดย พันธะคู่จะใช้พลังงานในการสลายพันธะสูงกวา่ พนั ธะเด่ยี ว) 2) นักเรียนคดิ วา่ พลงั งานท่ใี ชใ้ นการสลายพนั ธะหว่าง C – H ในโมเลกุล CH4 และพลังงานที่ใช้ในการ สลายพันธะระหวา่ ง C – H ในโมเลกลุ CH3 จะมคี ่าเท่ากนั หรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน โดยมีแนวตอบ คือ ไม่เทา่ กนั เนือ่ งจากพลังงานในการสลายพันธะระหว่าง C – H จะมีค่าแตกตา่ งกันไปใน โมเลกลุ ของสารที่ตา่ งกัน) ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration) 45 นาที 2.1 ครูให้นักเรยี นศึกษาเร่ือง พลงั งานพันธะ จากหนงั สอื เรียนเคมี ม.4 เลม่ 1 หน้า 2.2 ครูใหน้ ักเรียนจบั คกู่ บั เพ่อื นที่ แลว้ รว่ มกันศกึ ษาและฝกึ ทำตวั อยา่ งการคำนวณพลงั งานท่เี ก่ียวข้องกับ พลังงานพนั ธะ จากหนงั สือเรียนเคมี ม.4 เลม่ 1 2.3 ครทู บทวนความรเู้ ดมิ โดยแสดงกราฟพลังงานกับระยะห่างระหว่างนิวเคลียสของไฮโดรเจน ดังน้ี
254 การเกิดโมเลกลุ ของแกส๊ ไฮโดรเจนน้ันอะตอมของไฮโดรเจนจะเคลื่อนที่ใกล้กันไดม้ ากท่ีสุด และจะเกิด สมดลุ ระหว่างแรงดึงดูดกับแรงผลักท่ีระยะ 74 pm ถา้ เข้าใกล้กันมากกว่าน้ี แรงผลักจะเพิ่มมากขึ้น และโมเลกุลจะไม่เสถียร ระยะ 74 pm จึงเป็นระยะที่สั้นที่สุดที่นิวเคลียสของอะตอมทั้งสองสร้าง พันธะกนั ในโมเลกลุ ระยะนจ้ี ึงเรยี กว่า ความยาวพนั ธะ 2.4 ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ ในสารประกอบแตล่ ะชนิดจะมีคา่ ความยาวพนั ธะระหว่างคอู่ ะตอมทแี่ ตกต่างกัน ดังนนั้ ความยาวพนั ธะคหู่ นึง่ จึงแสดงเป็นคา่ ความยาวพนั ธะเฉล่ีย 2.5 ครูให้นักเรียนเขียนโครงสร้างลิวอิสของโอโซน แล้วรว่ มกันอภิปรายเก่ยี วกับความยาวพันธะระหว่าง อะตอมของออกซิเจน เพือ่ นำเขา้ สู่ความเขา้ ใจเร่อื งโครงสร้างเรโซแนนซ์ 2.6 ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเร่ือง ความยาวพันธะและปรากฏการณเ์ รโซแนนซ์ จากหนังสอื เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 ขนั้ ท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 40 นาที 3.1 ครูตั้งโจทย์การคำนวณพลังงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานพันธะให้นักเรียนทำลงในสมุดบันทึกของ นกั เรยี น เชน่ 1) จงคำนวณหาพลังงานที่คายออกมาจากการสร้างไฮดราซีน (N2H4) 1 โมล (กำหนดให้ พลังงาน พนั ธะของ N – N เทา่ กับ 163 kJ/mol และพลงั งานพนั ธะของ N – H เทา่ กับ 391 kJ/mol) (แนวตอบ : ขนั้ ที่ 1 วาดโครงสรา้ งแบบเสน้ ของไฮดราซีน ขั้นท่ี 2 สังเกตพันธะทมี่ ใี นโครงสรา้ งของไฮดราซนี ในโครงสร้าง ประกอบดว้ ย N – N 1 พันธะ คิดเปน็ พลังงาน 163 kJ/mol N – H 4 พนั ธะ คิดเปน็ พลงั งาน 4 × 391 kJ/mol ขั้นท่ี 3 รวมพลังงานพันธะทั้งหมด คิดเป็นพลงั งานรวม 1,727 kJ/mol ดังนน้ั ในการสรา้ งไฮดราซนี 1 โมล จะมีการคายพลังงาน 1,727 กโิ ลจูล) 2) จงคำนวณหาพลังงานในการสังเคราะห์ HCl 1 โมล จาก H2 และ Cl2 (กำหนดให้ พลงั งานพนั ธะ ของ H – H เทา่ กับ 436 kJ/mol พลังงานพนั ธะของ Cl – Cl เทา่ กับ 243 kJ/mol และพลังงาน พันธะของ H – Cl เทา่ กบั 431 kJ/mol) (แนวตอบ : ขนั้ ที่ 1 เขียนสมการเคมขี องปฏิกิรยิ า H2 + Cl2 2HCl ขนั้ ที่ 2 สงั เกตพนั ธะท่ีมใี นโครงสร้างของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมี สารตั้งตน้ ประกอบดว้ ย H – H 1 พนั ธะ คดิ เปน็ พลงั งาน 436 kJ/mol Cl – Cl 1 พันธะ คดิ เปน็ พลังงาน 243 kJ/mol รวมคิดเปน็ พลงั งาน 679 kJ/mol ผลติ ภัณฑ์ ประกอบดว้ ย H – Cl 2 พนั ธะ คิดเป็นพลังงาน 2 × 431 kJ/mol รวมคิดเป็นพลังงาน 862 kJ/mol ขั้นที่ 3 เปรียบเทยี บและหาผลต่างของพลงั งาน
255 ∆ H = 679 - 862 kJ = -183 kJ จากสมการ จะเห็นว่าการสังเคราะห์ HCl 2 โมล จาก H2 และ Cl2 มีการคายพลังงาน 183 กิโลจูล แต่ในโจทย์ถามเพียงแค่ 1 โมลของ HCl แสดงว่า จะมีการคายพลังงาน เพียง 91.5 กโิ ลจลู ) 3.2 ครสู ุ่มตัวแทนนักเรยี น 2 คน ออกมาแสดงวิธีทำโจทย์ แล้วใหเ้ พื่อนนกั เรยี นคนอน่ื ตรวจสอบวา่ คำตอบ ถูกต้องหรือไม่ หากยงั ไม่ถูกตอ้ ง ใหช้ ่วยกนั เฉลยจนไดค้ ำตอบทีถ่ กู ต้อง โดยครคู อยใหค้ ำแนะนำจนนกั เรยี นทุกคนมี ความเข้าใจทีถ่ ูกต้องตรงกัน 3.3 ครูตัง้ คำถามให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเร่อื ง พลังงานพนั ธะและความยาวพนั ธะ เช่น 1) กำหนดพลงั งานพันธะระหว่างอะตอมของ C กับ C เปน็ 347 614 และ 839 กโิ ลจูล ตามลำดับ จง ระบุชนดิ ของพันธะและเปรียบเทียบความพนั ธะ (แนวตอบ : พลงั งานพันธะ (kJ) 347 614 839 ชนดิ ของพันธะ พันธะเดยี่ ว พันธะคู่ พันธะสาม ความยาวพนั ธะ ยาว สน้ั ) 2) จงเปรยี บเทยี บพลังงานพันธะและความยาวพันธะระหว่างอะตอมของไนโตรเจนใน N2 N2H2 และ N2H4 (แนวตอบ : พลังงานพันธะระหว่างอะตอมของไนโตรเจนของ N2 > N2H2 > N2H4 ความยาวพันธะระหว่างอะตอมของไนโตรเจนของ N2 < N2H2 < N2H4) ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที 4.1 ครูใหน้ ักเรียนทำใบงานท่ี 3.5 เรื่อง พลังงานพนั ธะและความยาวพันธะ ขั้นท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) 10 นาที 5.1 ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการร่วมกันทำผลงาน 5.2 ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 3.5 เร่อื ง พลังงานพันธะและความยาวพันธะ สอื่ วัสดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรยี นรู้ สอ่ื /วสั ด/ุ อุปกรณ์ แหล่งการเรยี นรู้ 1. PowerPoint เร่อื ง พลงั งานพันธะและความยาว 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี เล่ม พันธะ 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 2. ใบงานท่ี 3.5 เรือ่ ง พลงั งานพันธะและความยาว 2. ใบกจิ กรรมการเรียนรู้ พันธะ 3. อินเตอร์เนต็ การประเมนิ การเรียนรู้ การวัดผลประเมนิ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือทีใ่ ชว้ ดั ผล เกณฑ์การ ดา้ น ประเมินผล 1.ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามในชน้ั เรยี น - การตอบคำถามในชน้ั -รอ้ ยละ 60 ผ่าน - ใบงานท่ี 3.5 เรื่อง พลงั งาน เรียน เกณฑ์ พันธะและความยาวพันธะ
256 - ใบงานท่ี 3.5 เร่ือง พลังงาน พนั ธะและความยาวพันธะ 2. ดา้ นทักษะ/ - การตอบคำถามในชั้นเรียน - การตอบคำถามในช้นั เรยี น -ร้อยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) - ใบงานท่ี 3.5 เร่ือง พลังงาน - ใบงานท่ี 3.5 เรื่อง พลงั งาน เกณฑ์ พันธะและความยาวพันธะ พนั ธะและความยาวพนั ธะ 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอัน -การสงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล -ระดับคณุ ภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ พงึ ประสงค์ (A) รายบุคคล
257 ใบงานท่ี 3.5 เร่ือง พลงั งานพนั ธะและความยาวพนั ธะ คำชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ระบสุ ูตรโครงสรา้ งแบบเส้น ชนดิ พนั ธะ ความยาวพันธะ และพลังงานพนั ธะของฟอสฟอรสั กับฟอสฟอรัสใน โมเลกลุ โคเวเลนตต์ ่อไปน้ี P2 P2H2 P2H4 สูตรโครงสรา้ ง ชนดิ พันธะ ……………………………. ……………………………. ……………………………. ความยาวพนั ธะ ……………………………. ……………………………. ……………………………. พลงั งานพันธะ ……………………………. ……………………………. ……………………………. 2. จงคำนวณพลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะของสารประกอบโคเวเลนต์ต่อไปนี้จำนวน 1 โมล (ดูตารางค่า พลังงานพนั ธะเฉลย่ี ระหว่างอะตอมคู่ต่าง ๆ จากหนงั สอื เรียน เคมี เล่ม 1 หนา้ 115) 1) NOCl …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2) SCl2 …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
258 3. จงคำนวณพลงั งานทเ่ี ก่ียวข้องในปฏิกิริยาต่อไปน้ี พรอ้ มระบุวา่ เป็นปฏิกิรยิ าดดู หรือคายพลังงาน (ดตู ารางค่า พลงั งานพันธะเฉลย่ี ระหวา่ งอะตอมคตู่ า่ ง ๆ จากหนังสอื เรยี น เคมี เลม่ 1 หน้า 115) 1) C2H4 + 3O2 2CO2 + 2H2O ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) 6CO2 + 6H2O C6H12O6 + 6O2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 3.5 259 เรอ่ื ง พลงั งานพนั ธะและความยาวพนั ธะ เฉลย คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี 1. ระบสุ ตู รโครงสร้างแบบเสน้ ชนิดพันธะ ความยาวพนั ธะ และพลงั งานพันธะของฟอสฟอรสั กับฟอสฟอรัสใน โมเลกลุ โคเวเลนตต์ ่อไปน้ี P2 P2H2 P2H4 สูตรโครงสรา้ ง PP PP H–P–P–H ชนิดพนั ธะ พันธะสาม พันธะคู่ พนั ธะเดย่ี ว ความยาวพนั ธะ นอ้ ยทีส่ ุด ปานกลาง มากท่สี ุด พลงั งานพนั ธะ มากทสี่ ุด ปานกลาง นอ้ ยที่สดุ 2. จงคำนวณพลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะของสารประกอบโคเวเลนต์ต่อไปนี้จำนวน 1 โมล (ดูตารางค่า พลังงานพนั ธะเฉลีย่ ระหวา่ งอะตอมคู่ต่าง ๆ จากหนังสอื เรยี น เคมี เลม่ 1 หนา้ 115) 1) NOCl การสลาย NOCl ตอ้ งสลาย N = O 1 โมลพันธะ และ N – Cl 1 โมลพันธะ คิดเปน็ พลงั งาน = 607 + 200 kJ/mol = 807 kJ/mol 2) SCl2 การสลาย SCl2 ตอ้ งสลาย S – Cl 2 โมลพันธะ คดิ เป็นพลงั งาน = 2 × 271 kJ/mol = 542 kJ/mol
260 3. จงคำนวณพลังงานทเี่ ก่ียวข้องในปฏิกิริยาตอ่ ไปนี้ พรอ้ มระบวุ ่าเปน็ ปฏิกิรยิ าดูดหรือคายพลังงาน (ดตู ารางค่า พลังงานพันธะเฉลีย่ ระหว่างอะตอมคตู่ ่าง ๆ จากหนงั สือเรยี น เคมี เล่ม 1 หนา้ 115) 1) C2H4 + 3O2 2CO2 + 2H2O พลงั งานการสลายพนั ธะ = (C = C) + 4(C – H) + 3(O = O) = 614 + 4(413) + 3(498) kJ/mol = 614 + 1,652 + 1,494 kJ/mol = 3,760 kJ/mol พลงั งานการสร้างพนั ธะ = 4(C = O) + 4(O – H) = 4(799) + 4(467) kJ/mol = 3,196 + 1,868 kJ/mol = 5,064 kJ/mol พลงั งานในการสร้างพนั ธะมีคา่ มากกว่า จงึ เปน็ ปฏิกิริยาคายพลังงาน เท่ากับ 5,064 – 3,760 = 1,304 kJ/mol 2) 6CO2 + 6H2O C6H12O6 + 6O2 พลงั งานการสลายพนั ธะ = 12(C = O) + 12(O – H) = 12(799) + 12(467) kJ/mol = 9,588 + 5,604 kJ/mol = 15,192 kJ/mol พลงั งานการสร้างพันธะ = 7(C – H) + (C = O) + 5(C – O) + 5(O – H) + 5(C – C) + 6(O= O) = 7(413) + 745 + 5(358) + 5(467) + 5(347) + 6(498) kJ/mol = 2,891 + 745 + 1,790 + 2,335 + 1,735 + 2,988 kJ/mol = 12,484 kJ/mol พลงั งานในการสลายพันธะมคี า่ มากกว่า จงึ เปน็ ปฏิกิรยิ าดูดพลังงาน เทา่ กบั 15,192 – 12,484 = 2,708 kJ/mol
แบบสังเกตพฤติกร คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดบั ท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนักเรยี น ความคิดเหน็ 1 2 เดก็ ชายณัฐพร ทับเจริญ 32132 3 เด็กชายธนากร รุ่งฟ้า 4 เด็กชายบญุ ฤทธิ์ เสนมา ✓✓ 5 เด็กหญิงตวงรัตน์ กิจขยัน 6 เด็กหญิงมณมี ัญชุ์ ดว้ งแสง ✓✓ 7 นายกษิดิเ์ ดช ชูภักด์ิ ✓✓ 8 นายชยั วัฒน์ คำแหง 9 นายทรงพล แคนศิลา ✓✓ 10 เดก็ ชายธีรภทั ร เอีย่ มบุญ ✓✓ 11 นายธันวา เนาวศ์ รี 12 นายสุทศั น์ เลไทสงค์ ✓✓ 13 เด็กชายอภชิ าติ ชนะมลู ✓✓ 14 นางสาวนันทิกานต์ ถาวร 15 นางสาวนรมน พลเยยี่ ม ✓✓ 16 นางสาวพชั รินทร์ สวุ รรณพรม ✓✓ 17 นางสาววราพร พิมไพ 18 นางสาววิราภา รวมรัตน์ ✓✓ นางสาววิสา ชนะมลู ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
261 รรมการทำงานกลุม่ วขดี ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมีนำ้ ใจ การมี รวม นอนื่ ตามที่ได้รับ สว่ นร่วมในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 10 ✓✓ 14 ✓ 15 ✓✓ ✓ 8 ✓✓ 8 ✓ 8 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 7 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 15 ✓ 10 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ ✓✓ ✓ 12 ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ ✓✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓
19 นางสาวอภิญญา ปัทมอมั รนิ ทร์ ✓ ✓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตดั สิน ช่วงคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8
✓✓✓ 262 ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ 15 ............./.................../............... นคุณภาพ ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
263 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกับ ระดับคะแนน ปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ชอ่ื –สกุล ระเบียบ ร้จู กั ใช้เวลาว่าง รู้จักจัดสรร ตัง้ ใจเรยี น มีความตั้งใจ รวม ที่ ของนกั เรยี น ใหเ้ ป็น เวลาให้ ขอ้ บังคับในชั้น และพยายามใน 15 เรียน มคี วาม ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานท่ี คะแนน นำไปปฏิบัติได้ ตรงตอ่ เวลาใน ได้รบั การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมต่าง ๆ และรับผิดชอบ ในการทำงาน 321321321321321 1 เด็กชายณัฐพร ทับ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓8 เจรญิ 2 เดก็ ชายธนากร รงุ่ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ฟ้า 3 เดก็ ชายบญุ ฤทธิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนมา 4 เด็กหญิงตวงรัตน์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 กจิ ขยัน 5 เด็กหญิงมณีมญั ชุ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ดว้ งแสง 6 นายกษิดเิ์ ดช ชูภกั ดิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายชัยวฒั น์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 คำแหง 8 นายทรงพล แคน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ศิลา 9 เดก็ ชายธรี ภทั ร ✓ ✓ ✓ ✓ ✓9 เอ่ยี มบญุ 10 นายธันวา เนาวศ์ รี ✓ ✓✓ ✓ ✓ 8 11 นายสุทัศน์ เลไท ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 สงค์ 12 เดก็ ชายอภชิ าติ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 8 ชนะมูล
13 นางสาวนันทกิ านต์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 264 ถาวร ✓ ✓✓ ✓ 15 14 นางสาวนรมน ✓ ✓ ✓✓ ✓ 10 พลเย่ียม ✓ ✓✓ ✓ 15 15 15 นางสาวพัชรนิ ทร์ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 10 สุวรรณพรม ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ ✓✓ ✓ 15 16 นางสาววราพร ✓ พิมไพ 17 นางสาววริ าภา ✓ รวมรตั น์ 18 นางสาววิสา ชนะ ✓ มลู 19 นางสาวอภญิ ญา ✓ ปัทมอมั รินทร์ ลงชอื่ .................................................. ผูป้ ระเมนิ ............/.................../............ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤติกรรมทีป่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
265 บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู้ 1. ผลการจัดการเรยี นการสอน • ดา้ นความรู้ - นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจในเนือ้ หา - นักเรียนอธบิ ายโครงสร้างของสารโคเวเลนต์ที่มโี ครงสร้างเรโซแนนซ์ พร้อมทง้ั ยกตัวอย่างประกอบได้ • ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น - นกั เรียนมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑท์ ค่ี รกู ำหนด • ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ - นักเรยี นทกุ คนมคี วามใฝเ่ รียนรู้ - นักเรียนสามารถแก้ปญั หาอาจจะชา้ หรอื เร็วต่างกัน แต่สามารถแกป้ ัญหาได้ - มีวินัยในการเรียน • ดา้ นอนื่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทีม่ ีปัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี)) - 2. ปญั หา / อปุ สรรค - 3. ขั้นเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข - ลงชื่อ..................................................................ผเู้ ขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวณัฐธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงชอ่ื ..................................................................ผู้ตรวจ (นางสาววารุณี อิทธิพัทธอ์ เนก) ......................./................/....................
266 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 25 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง พนั ธะเคมี เรอ่ื ง รปู รา่ งและมมุ ระหว่างพนั ธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ วิชา เคมี 1 รหัส ว31223 เวลาเรียน 2 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ครูผู้สอน นางสาวณัฐธดิ า ชากรแก้ว สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบัตขิ องสาร แก๊ส และสมบตั ิของแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรูไ้ ปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหวา่ งคู่อิเลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุสภาพ ขัว้ ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายเก่ียวกบั รปู รา่ งและมมุ ระหวา่ งพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ได้ ด้านทกั ษะ (Process) 2. ทำนายรูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์ เมื่อทราบจำนวนพันธะและจำนวนอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวรอบ อะตอมกลางได้ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 3. มคี วามมุ่งมน่ั ต้งั ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด รูปรา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ข้นึ อยู่กบั จำนวนพันธะและจำนวนอเิ ล็กตรอนคู่โดดเดยี่ วรอบอะตอมกลาง สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สตั ย์ มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้
267 อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ กิจกรรมการเรยี นรู้ ผา่ นวิธีการสอนแบบออนไลน์ โดยผา่ นแอพพลเิ คชนั่ Google meet วิธีสอนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 ครูถามคำถามกระต้นุ ความสนใจของนักเรยี น ดงั นี้ 1) นักเรียนคิดวา่ โมเลกุลโคเวเลนตแ์ ต่ละชนิดจะมีรูปร่างเหมอื นกนั หรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ : พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน โดยมีแนวตอบ คือ ไมเ่ หมือนกนั เน่ืองจากการจัดเรียงอะตอมต่าง ๆ ในโมเลกุลโคเวเลนต์แต่ละชนิดจะมี ลกั ษณะและตำแหน่งที่แน่นอน ทำให้โมเลกลุ โคเวเลนตม์ ีรูปร่างแตกต่างกันออกไป) 2) นกั เรียนคิดว่ารปู รา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ขน้ึ อยู่กับปัจจยั ใดบ้าง (แนวตอบ : พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน โดยมีแนวตอบ คือ ความยาวพันธะ และมุมพันธะซ่งึ เกิดจากแรงผลักของอเิ ล็กตรอนค่โู ดดเด่ียว) ขั้นที่ 2 ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration) 45 นาที 2.1 ครูทบทวนเรอ่ื ง ความยาวพนั ธะของสารประกอบโคเวเลนต์ 2.2 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วทำกิจกรรมในใบงานที่ 3.4 เรื่อง รูปร่างของโมเลกุล โคเวเลนต์ พรอ้ มบนั ทกึ ผลลงในใบงาน 2.3 ครูสมุ่ ตัวแทนนักเรียน 2 กลมุ่ ออกมาสรุปผลจากการทำกิจกรรมหน้าช้นั เรียน หากมีกลุ่มใดได้ผลท่ี แตกตา่ งออกไป ใหน้ ักเรียนทุกกลุม่ รว่ มกนั อภิปรายจนไดผ้ ลท่ีตรงกนั 2.4 ครใู ห้นักเรียนศึกษาเร่ือง รปู รา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ จากหนงั สือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หรือจาก PPT 2.5 ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเร่อื ง มุมระหวา่ งพนั ธะในโมเลกลุ โคเวเลนต์ จากหนังสอื เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 ข้ันท่ี 3 อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 40 นาที 3.1 ครูตงั้ คำถามใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเร่ือง รูปรา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ เช่น 1) จงระบุรูปรา่ งของโมเลกุลโคเวเลนตต์ อ่ ไปน้ี CO2 NO3- OF2 ClO4- PCl3 และ BrF5 (แนวตอบ : CO2 = เสน้ ตรง NO3−= สามเหลย่ี มแบนราบ ClO4− = ทรงส่ีหน้า OF2 = มมุ งอ PCl3 = พีระมดิ ฐานสามเหลย่ี ม BrF3 = ตัวท)ี 2) จงยกตวั อยา่ งโมเลกลุ โคเวเลนตท์ ่ีมีรปู ร่างต่อไปนี้ เส้นตรง สามเหลี่ยมแบนราบ ทรงสีห่ นา้ พีระมิด คู่ฐานสามเหล่ยี ม ทรงแปดหน้า มุมงอ พีระมิดฐานสามเหลี่ยม ทรงสีห่ น้าบิดเบี้ยวหรือม้ากระดก พีระมิดฐานสเี่ หล่ยี ม ตวั ที สเี่ หลี่ยมแบนราบ (แนวตอบ : เส้นตรง เชน่ HCN BeH2 C2H2 เปน็ ตน้ สามเหลี่ยมแบนราบ เชน่ BF3 CO32− SO3 เป็นต้น ทรงสห่ี นา้ เชน่ SiCl4 SO42− PO43− เป็นต้น
268 พีระมดิ คูฐ่ านสามเหลยี่ ม เชน่ SbCl5 AsF5 PF3Cl2 เปน็ ตน้ ทรงแปดหนา้ เช่น TeF6 SeI6 เปน็ ต้น มมุ งอ เช่น SCl2 NO2− เปน็ ต้น พรี ะมิดฐานสามเหลยี่ ม เช่น PBr3 SOCl2 XeO3 เป็นต้น ทรงสห่ี น้าบิดเบี้ยวหรือม้ากระดก เช่น TeCl4 เปน็ ต้น พีระมิดฐานสเ่ี หลี่ยม เชน่ BrF5 เปน็ ตน้ ตวั ที เช่น BrF3 เป็นต้น สีเ่ หลย่ี มแบนราบ เชน่ XeF4 เป็นตน้ ) 3.2 ครตู ้ังคำถามใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายเรอ่ื ง มุมระหว่างพนั ธะในโมเลกุลโคเวเลนต์ เชน่ 1) NH3 และ PH3 โมเลกลุ โคเวเลนต์ใดมีมมุ พันธะใหญก่ วา่ กนั (แนวตอบ : NH3 มีมุมพันธะใหญ่กว่า PH3 เนื่องจากทั้งสองโมเลกุลมีรูปร่างเป็นพีระมิดฐาน สามเหล่ยี มที่มี 1 อเิ ลก็ ตรอนคโู่ ดดเดี่ยวทั้งคู่ แต่ N มคี ่าอเิ ล็กโตรเนกาติวตี ีมากกว่า P ดงั นน้ั N จงึ ดงึ ดดู อเิ ลก็ ตรอนเข้าใกลอ้ ะตอมกลางไดม้ ากกวา่ ดงั น้นั มมุ พันธะของ NH3 > PH3) 2) โมเลกุล CS2 H2S และ CO2 มีรปู รา่ งโมเลกลุ เหมือนกัน และมุมระหว่างพนั ธะเท่ากันหรือไม่ เพราะ เหตใุ ด (แนวตอบ : CS2 และ CO2 มีรปู รา่ งเปน็ เสน้ ตรง และมีมมุ ระหวา่ งพันธะเทา่ กัน คอื 180๐ เนือ่ งจากมี อะตอมกลางเป็นคาร์บอนเหมือนกัน มจี ำนวนอิเลก็ ตรอนคู่ร่วมพนั ธะเท่ากนั และไม่มีอิเล็กตรอนคู่ โดดเดย่ี วเหมือนกัน ส่วน H2S มีรปู ร่างเปน็ มุมงอ และมมี มุ ระหว่างพนั ธะ < 109.5๐ เนื่องจากผลของ อิเล็กตรอนคโู่ ดดเดยี่ ว 2 คู่ ที่อย่รู อบอะตอมกลาง) ขั้นท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที 4.1 ครูใหน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 3.6 เรือ่ ง รปู รา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ และ ใบงานที่ 3.7 เรอื่ ง รูปรา่ งและ มมุ ระหว่างพนั ธะของโมเลกลุ โคเวเลนต์ ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation) 10 นาที 5.1 ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการร่วมกันทำผลงาน 5.2 ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 3.6 เร่ือง รปู ร่างของโมเลกลุ โคเวเลนต์ และ ใบงานท่ี 3.7 เร่ือง รูปร่างและมุมระหว่างพนั ธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ สอ่ื วสั ดุ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ สื่อ/วสั ดุ/อปุ กรณ์ แหล่งการเรยี นรู้ 1. PowerPoint เรือ่ ง พลังงานพนั ธะและความยาว 1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี เลม่ พันธะ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 2. ใบงานที่ 3.6 เร่อื ง รูปร่างของโมเลกลุ โคเวเลนต์ 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ 3.ใบงานที่ 3.7 เรือ่ ง รปู รา่ งและมุมระหวา่ งพันธะของ 3. อินเตอร์เน็ต โมเลกลุ โคเวเลนต์
269 การประเมนิ การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมือที่ใชว้ ัดผล เกณฑก์ าร การวัดผลประเมิน ประเมนิ ผล ด้าน - การตอบคำถามในชั้นเรียน - การตอบคำถามในชน้ั เรียน -รอ้ ยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจใบงานที่ 3.6 เรื่อง - ใบงานท่ี 3.6 เรือ่ ง รูปร่างของ -ร้อยละ 60 ผ่าน 2. ดา้ นทักษะ/ รูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์ โมเลกลุ โคเวเลนต์ เกณฑ์ กระบวนการ (P) -ตรวจใบงานท่ี 3.7 เรื่อง -ใบงานที่ 3.7 เรอ่ื ง รูปร่างและมมุ รปู ร่างและมุมระหวา่ งพนั ธะ ระหว่างพันธะของโมเลกุลโคเว ของโมเลกุลโคเวเลนต์ เลนต์ - การตอบคำถามในชัน้ เรียน - การตอบคำถามในชัน้ เรียน - ตรวจใบงานที่ 3.6 เร่อื ง - ใบงานท่ี 3.6 เรื่อง รปู ร่างของ รูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์ โมเลกุลโคเวเลนต์ -ตรวจใบงานท่ี 3.7 เร่ือง -ใบงานท่ี 3.7 เร่ือง รูปร่างและ รปู ร่างและมุมระหว่างพันธะ มุมระหวา่ งพนั ธะของโมเลกุล ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ โคเวเลนต์ 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอัน -การสังเกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล -ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ พึงประสงค์ (A) รายบคุ คล
270 ใบงานที่ 3.6 เรือ่ ง รปู รา่ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ คำชแ้ี จง : ให้แตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรม เรื่อง รูปร่างของโมเลกลุ โคเวเลนต์ พร้อมบันทกึ ผลลงในใบงาน จดุ ประสงค์ 1. บอกรปู ทรงเรขาคณิตทเ่ี กดิ จากการมดั ลกู โปง่ เข้าด้วยกนั จำนวน 2 3 4 5 และ 6 ลกู ได้ 2. เปรยี บเทียบรปู ร่างของลูกโปง่ กับรูปรา่ งโมเลกลุ โคเวเลนตไ์ ด้ วัสดอุ ุปกรณ์ 1. ลูกโป่งขนาดเลก็ 6 ใบ 2. ยางวง 6 เส้น วิธีทำ 1. ลกู โป่งให้พองจนตึงจำนวน 6 ใบ 2. ผกู ข้ัวลูกโป่ง 2 ใบ ใหต้ ดิ กัน สังเกตรปู รา่ ง และบันทึกผล 3. ผูกขว้ั ลูกโป่ง 3 ใบ ใหต้ ดิ กนั สงั เกตรปู ร่าง และบนั ทกึ ผล 4. ผกู ขว้ั ลูกโปง่ 4 5 และ 6 ใบ ให้ติดกนั ตามลำดับ แล้วจัดใหเ้ ปน็ รูปทรงเรขาคณิต สังเกตรูปร่าง และบนั ทกึ ผล
271 ตารางบนั ทกึ ผล รปู ร่างลูกโปง่ ขนาดมุมระหวา่ งลูกโปง่ เปรยี บเทยี บกับ จำนวนลูกโป่ง ทรงเรขาคณิต 2 3 4 5 6 คำถามท้ายกจิ กรรม 1. จำนวนลกู โป่งเปรียบได้กับสง่ิ ใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เมื่อผูกลูกโป่งจำนวนตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั เพราะเหตุใดรูปทรงของลูกโป่งท่ีเกดิ ข้นึ จึงเปลี่ยนแปลงไป …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แรงทลี่ ูกโป่งผลักกันเทยี บได้กบั ส่งิ ใดในโมเลกลุ โคเวเลนต์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 743
- 744
- 745
- 746
- 747
- 748
- 749
- 750
- 751
- 752
- 753
- 754
- 755
- 756
- 757
- 758
- 759
- 760
- 761
- 762
- 763
- 764
- 765
- 766
- 767
- 768
- 769
- 770
- 771
- 772
- 773
- 774
- 775
- 776
- 777
- 778
- 779
- 780
- 781
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 750
- 751 - 781
Pages: