Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Published by mind.30, 2021-09-22 15:56:42

Description: แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Search

Read the Text Version

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

355 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

356 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

357 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

358 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

359 บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ด้านความรู้ - นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในเนอ้ื หา - นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแกส๊ โดยใช้ความสมั พนั ธ์ตามกฎของอาโวกา โดร -นกั เรยี นสามารถคำนวณโจทย์ปริมาตรหรอื จำนวนโมลโดยใชค้ วามสมั พันธ์ตามกฎของอาโวกาโดรตามข้ันตอนและ ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบได้ • ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน - นกั เรยี นมีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามเกณฑ์ที่ครกู ำหนด • ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ - นักเรยี นทกุ คนมีความใฝเ่ รยี นรู้ - นกั เรียนสามารถแก้ปญั หาอาจจะชา้ หรอื เรว็ ตา่ งกนั แตส่ ามารถแกป้ ญั หาได้ - มีวินยั ในการเรียน • ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบคุ คล (ถา้ มี)) - 2. ปัญหา / อุปสรรค - 3. ขน้ั เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข - ลงชอ่ื ..................................................................ผู้เขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ (นางสาวณัฐธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงช่ือ..................................................................ผตู้ รวจ (นางสาววารุณี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

360 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรอ่ื ง แก๊สและสมบัติของแกส๊ เรอื่ ง กฎแก๊สอดุ มคติ วิชา เคมี 3 รหสั ว32225 เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ครผู ู้สอน นางสาวณัฐธดิ า ชากรแกว้ สาระการเรยี นรู้ เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ขิ องสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ คํานวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมจิ ำนวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความสัมพนั ธ์ตามกฎของ อาโวกาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. สามารถอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ ง ปรมิ าตร ความดนั อุณหภมู แิ ละจำนวนโมล ของแก๊สได้ด้วยกฎ แกส๊ อุดมคติ ดา้ นทักษะ (Process) 2. คำนวณโจทย์ตามข้ันตอนและตรวจสอบความถูกต้องของปริมาตร ความดัน อุณหภูมิและจำนวนโม ลตามกฎแกส๊ อุดมคติได้ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Affective) 3. มคี วามมุง่ มั่นตงั้ ใจในการเรยี นรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคญั หรอื ความคิดรวบยอด แก๊สท่มี ีสมบตั เิ ป็นไปตามกฎรวมแกส๊ และกฎของอาโวกาโดร สามารถพจิ ารณาความสัมพันธร์ ะหวา่ ง ปริมาตร (V) ความดัน (P) อณุ หภมู ิ (T) ในหนว่ ยเคลวิน และจํานวนโมล (n) ของแกส๊ ไดด้ งั น้ี T จากกฎรวมแก๊ส V∝ P เม่อื n คงที่ จากกฎของอาโวกาโดร V ∝ n เมื่อ T และ P คงท่ี ดงั นน้ั V ∝ nT P nT V = คา่ คงท่ี × P กำหนดให้ R เปน็ ค่าคงท่ขี องแก๊ส2 ดังนน้ั V= R × nT P

361 โดยทัว่ ไปเขียนในรูปของสมการ ดังนี้ PV = nRT แกส๊ ใด ๆ ท่ีมีสมบัตเิ ปน็ ไปตามสมการข้างต้นจดั เปน็ แก๊สอุดมคติ และสมการดังกล่าวเรียกวา่ กฎแก๊ส อุดมคติ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ย์ มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ กิจกรรมการเรยี นรู้ ผา่ นวิธกี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชัน่ Google meet วธิ ีสอนโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ข้นั ท่ี 1 ข้ันกระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 ครูทบทวนความรเู้ กี่ยวความสัมพันธต์ ามกฎต่าง ๆ ของแก๊ส กฎของบอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์- ลสู แซก กฎรวมแก๊ส และกฎของอากาโดร ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 20 นาที 2.1 ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาคน้ คว้าข้อมูลเกี่ยวกบั กฎแก๊สอดุ มคติ จากหนงั สือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 หรือจาก PowerPoint เรื่อง กฎแกส๊ อุดมคติ จากน้ันให้ นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายความร้ทู ไ่ี ด้จากการศกึ ษาจนมีความเขา้ ใจทีต่ รงกนั 2.2 ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ฝกึ การคำนวณเกย่ี วกับกฎแก๊สอดุ มคติ ข้ันที่ 3 อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) 20 นาที 3.1 ครูตัง้ คำถามใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปราย เรื่อง กฎแกส๊ อดุ มคติ เชน่ 1) เมื่อพิจารณาว่าโจทย์ถามหามวล หรือจำนวนโมลสามารถใช้ความสัมพันธ์ในสมการใดในการ คำนวณหาค่าต่าง ๆ

362 (แนวตอบ : • ถา้ มวลของแกส๊ คงที่ ให้คำนวณโดยใช้สูตร PV = nRt • ถา้ มวลของแกส๊ เปล่ยี นแปลง ใหค้ ำนวณโดยใชส้ ตู ร ������1������1 = ������2������2) ������1������1 ������2������2 2) เมื่อพจิ ารณาว่าโจทย์ไม่ไดถ้ ามหามวล หรือจำนวนโมลสามารถใชค้ วามสมั พนั ธใ์ นสมการใดในการ คำนวณหาคา่ ต่าง ๆ (แนวตอบ : ให้คำนวณโดยใชก้ ฎรวมแกส๊ ดงั น้ี ������1������1 = ������2������2 ������1 ������2 • ถ้าอุณหภูมิคงที่ ให้คำนวณโดยใช้กฎของบอยล์ ดังน้ี P1V1 = P2V2 • ถา้ ความดันคงที่ ใหค้ ำนวณโดยใชก้ ฎของชารล์ ดงั นี้ ������1 = ������2 ������1 ������2 • ถา้ ปริมาตรคงที่ ให้คำนวณโดยใชก้ ฎของเกย์-ลสู แซก ดงั น้ี ������1 = ������2) ������1 ������2 ขน้ั ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที 4.1 ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกับการประยุกตใ์ ช้กฎแกส๊ อดุ มคตใิ นชีวติ ประจำวนั เชน่ • เมื่อเขย่าขวดแชมเปญสักพักหน่งึ จากนนั้ ดันฝาจกุ ให้หลวมข้ึนเล็กน้อย จะทำให้ฝาจุกกระเดน็ ออกไปได้ เน่ืองจากเมื่อเขยา่ ขวดแชมเปญจะทำให้แก๊สท่ลี ะลายอยใู่ นของเหลว กลายเปน็ แก๊สอย่เู หนอื ของเหลวมากข้ึน ทำ ใหค้ วามดันของแก๊สเหนอื ของเหลวมีคา่ มากข้นึ ด้วย ซึง่ หากเขยา่ จนปริมาณแก๊สเหนือของเหลวมากพอ จะทำให้ แกส๊ เหนือของเหลวมคี วามดันมากพอที่จะดนั จกุ ขวดใหก้ ระเด็นออกมาได้ • เมอื่ ลน่ั ไกปืน เขม็ แทงชนวนของปนื จะกระทบเขา้ กับดา้ นทา้ ยของลูกกระสนุ ปืน ซ่งึ จะทำให้ดนิ ปืนที่ถูก บรรจอุ ยใู่ นลูกกระสนุ ปืนเกดิ การเผาไหม้ ซึ่งทำใหเ้ กดิ แก๊สและความร้อนขน้ึ เป็นจำนวนมาก ความดนั ทก่ี ระทำต่อ หวั กระสนุ จงึ มีคา่ เพ่ิมขนึ้ มหาศาล จนดนั ใหห้ ัวกระสุนแลน่ ออกจากกระบอกปนื ได้ ขัน้ ที่ 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation) 5 นาที 5.1 ครปู ระเมนิ นักเรียนโดยใช้การถาม-ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมและบทเรยี น 5.2 ครวู ัดและประเมินผลจากการแกโ้ จทนค์ ำนวณ 5.3 ครปู ระเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการ่วมกนั ทำงาน สอื่ วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ แหลง่ การเรยี นรู้ สอ่ื /วสั ดุ/อุปกรณ์ 1. หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์วชิ าเคมี ม.5 1. PowerPoint เรอ่ื ง กฎแก๊สอดุ มคติ 2. อนิ เตอร์เนต็ 2. แบบฝึกหัด

363 การประเมินการเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือทใี่ ช้วัดผล เกณฑ์การ การวดั ผลประเมินด้าน -แบบฝึกหัด ประเมินผล 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจแบบฝึกหดั -ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2. ดา้ นทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั -ร้อยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) -การสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑ์ กลุ่ม -ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 3. ด้านคณุ ลักษณะอันพึง -การสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล -แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

364 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

365 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

366 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

367 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

368 บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ดา้ นความรู้ - นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในเน้ือหา - นักเรียนสามารถอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่าง ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิและจำนวนโมล ของแก๊สได้ด้วยกฎ แกส๊ อุดมคติ -นกั เรียนสามารถคำนวณโจทยต์ ามขนั้ ตอนและตรวจสอบความถกู ต้องของปรมิ าตร ความดนั อุณหภมู แิ ละจำนวน โมลตามกฎแกส๊ อุดมคติได้ • ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน - นักเรยี นมีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑท์ ีค่ รูกำหนด • ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - นกั เรยี นทกุ คนมีความใฝ่เรียนรู้ - นกั เรียนสามารถแก้ปัญหาอาจจะช้าหรือเร็วตา่ งกัน แตส่ ามารถแก้ปญั หาได้ - มวี นิ ัยในการเรียน • ด้านอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ีปัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี)) - 2. ปญั หา / อุปสรรค - 3. ขนั้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข - ลงชื่อ..................................................................ผู้เขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ (นางสาวณฐั ธดิ า ชากรแกว้ ) ......................./................/.................... ลงช่อื ..................................................................ผูต้ รวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

369 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 เร่อื ง แก๊สและสมบัติของแกส๊ เร่อื ง ดนั ยอ่ ยของแก๊ส วิชา เคมี 3 รหัส ว32225 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ครูผ้สู อน นางสาวณัฐธดิ า ชากรแก้ว สาระการเรียนรู้ เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบตั ขิ องสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ คำนวณความดนั ยอ่ ยหรือจำนวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายความสมั พันธ์เกยี่ วกบั ความดนั ของแกส๊ แต่ละชนิดในแกส๊ ผสมได้ ด้านทกั ษะ (Process) 2. คำนวณโจทยต์ ามขนั้ ตอนและตรวจสอบความถูกต้องจำนวนโมลของแก๊สแต่ละชนิด ความดนั ของแก๊ส แตล่ ะชนดิ ความดนั ของแก๊สผสม และเศษสว่ นโมลของแกส๊ แต่ละชนดิ ได้ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Affective) 3. มีความมุง่ มน่ั ตง้ั ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคญั หรอื ความคดิ รวบยอด จอห์น ดอลตัน ได้ศึกษาความสมั พนั ธเ์ กยี่ วกับความดันของแก๊สแตล่ ะชนิดในแกส๊ ผสม สรุปไดว้ า่ ความดัน ของแกส๊ ผสมท่ไี ม่ทำปฏิกริ ิยากันมีคา่ เทา่ กับผลรวมของความดันแก๊สแตล่ ะชนดิ ท่เี ปน็ องค์ประกอบซึ่งเรยี ก ความสัมพนั ธน์ ีว้ ่า กฎความดันย่อยของดอลตนั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความดนั รวมของแก๊สผสม (Ptotal) และความดนั ของแก๊สแต่ละชนดิ ซ่ึงเรยี กว่าความ ดันยอ่ ย (P1,P2,…Pi) ตามกฎความดันย่อยของดอลตัน เขียนสมการไดด้ งั นี้ Ptotal = P1 + P2 + …+ Pi จากความสมั พนั ธ์ตามกฎแก๊สอดุ มคติ จะไดค้ วามดันรวมของแก๊สผสมและจำนวนโมลของแก๊สดังสมการ Ptotal= n1RT + n2RT +..+ niRT V V V = (n1 +n2+..+ni )RT V

370 = ntotalRT V แสดงวา่ เมื่ออุณหภูมิและปริมาตรคงท่ี ความดนั ของแกส๊ ผสมจะเพ่ิมขึน้ ตามจำนวนโมลของแก๊ส ในการวดั ความดันของแก๊สผสมคา่ ทวี่ ดั ได้เปน็ ความดนั รวม ในขณะท่คี วามดนั ของแกส๊ แต่ละชนดิ ไม่ สามารถ วดั ได้โดยตรง แตส่ ามารถคำนวณไดโ้ ดยอาศัยสมการ ดงั ตอ่ ไปนี้ niRT จาก Pi= nVtotalRT Ptotal= V ได้อตั ราส่วนความดนั ยอ่ ยตอ่ ความดันรวมดังน้ี Pi niRT/V Ptotal = ntotalRT/V = ni = Pi ntnoital Ptotal ntotal Pi = XiPtotal เมื่อ Xi คอื เศษส่วนโมลของแก๊สแต่ละชนิดมคี ่าต้ังแต่ 0 ถึง 1 และผลรวมของเศษสว่ นโมลของแก๊สทกุ ชนิดที่เป็นองคป์ ระกอบมีค่าเท่ากับ 1 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ย์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทำงาน

371 รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ กจิ กรรมการเรียนรู้ ผา่ นวิธีการสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คช่นั Google meet วิธสี อนโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขน้ั ท่ี 1 ข้ันกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 ครใู หย้ กตัวอยา่ ง แก๊ส 3 ชนดิ มีความดันและปริมาตรแตกตา่ งกัน จากน้ันนำแก๊สทั้ง 3 ชนิดมารวมไว้ ใน สภาวะเดียวกัน ครูถามวา่ แกส๊ มีความดันเท่าไหร่ (แนวทางการตอบ: ความดันของแก๊สทีส่ ภาวะใหมค่ ือแก๊สผสม เพราะฉะน้ันความดนั ของแก๊สคอื ความดนั ย่อยของ แก๊สแต่ละชนดิ รวมกัน) 1.2 ครูทบทวนว่าจากกฎของแกส๊ ที่นักเรยี นได้เรยี นมานั้นใชค้ ำนวณแก๊สบริสุทธ์ แต่เมือ่ แกส๊ รวมกันเปน็ แกส๊ ผสมจะตอ้ งใช้กฎความดนั ยอ่ ยของดนั ตันในการคำนวณ ข้นั ท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 25 นาที 2.1 ครใู หน้ ักเรียนพจิ ารณารปู แล้วใหอ้ ภปิ รายรว่ มกนั ไดข้ อ้ สรปุ ว่า ความดนั ของ แกส๊ ผสมเท่ากับผลรวมของความดันย่อยของแกส๊ ท่ี เป็นองค์ประกอบตามกฎความดันยอ่ ยของ ดอลตนั พร้อมแสดงสมการกฎความดันย่อยของแกส๊ ความสมั พนั ธ์ระหว่างความดันรวมของแก๊สผสม (Ptotal) และความดนั ของแกส๊ แตล่ ะชนิด ซง่ึ เรียกว่า ความดันยอ่ ย (P1,P2,…Pi) ตามกฎความดันยอ่ ยของดอลตัน เขียนสมการไดด้ งั น้ี Ptotal = P1 + P2 + …+ Pi 2.2 ครใู ช้คำถามนำวา่ ความดนั รวมของแก๊สผสมมีความสมั พันธก์ ับจำนวนโมลของแก๊สท่ีเป็น องคป์ ระกอบอย่างไร จากนัน้ ใช้สมการกฎแก๊สอุดมคติ จากความสัมพนั ธต์ ามกฎแกส๊ อดุ มคติ จะไดค้ วามดันรวมของแก๊สผสมและจำนวนโมลของแกส๊ ดงั สมการ n(1nVR1T+n+2n+2.V.R+Tni+).R.+TniVRT Ptotal= ntotalRTV = = V

372 แสดงให้เห็นว่าเม่ืออุณหภมู ิและปรมิ าตรคงท่ี ความดันของแก๊สผสมจะขึน้ อยู่กบั จำนวนโมลรวมของแกส๊ ที่ เปน็ องคป์ ระกอบจากน้นั อธิบายวธิ ีการ คำนวณความดนั ของแกส๊ ผสมโดยใชต้ ัวอยา่ ง 15 (หนงั สอื เรียนหน้า 34) 2.3 ครูใชค้ ำถามนำว่าถ้าทราบความดนั บรรยากาศจะสามารถหาความดนั ยอ่ ยของแก๊ส ไนโตรเจนและ แกส๊ ออกซิเจนท่ีเป็นองคป์ ระกอบในอากาศได้อย่างไร 2.4 ครูอธบิ ายสมการความสมั พันธ์ระหว่างความดนั ของแกส๊ ผสม ความดนั ยอ่ ย และเศษส่วนโมลของ แก๊ส ในการวดั ความดันของแกส๊ ผสมค่าทว่ี ดั ไดเ้ ป็นความดนั รวม ในขณะท่ีความดนั ของแกส๊ แต่ละชนิดไมส่ ามารถ วดั ได้โดยตรง แต่สามารถคำนวณได้โดยอาศัยสมการดังตอ่ ไปน้ี niRT จาก Pi= ntVotalRT Ptotal= V ได้อัตราสว่ นความดันยอ่ ยตอ่ ความดันรวมดงั น้ี Pi niRT/V Ptotal = ntotalRT/V = ni = Pi ntnoital Ptotal ntotal Pi = XiPtotal เม่ือ Xi คอื เศษส่วนโมลของแก๊สแต่ละชนดิ มีคา่ ต้งั แต่ 0 ถงึ 1 และผลรวมของเศษสว่ นโมลของแก๊สทกุ ชนดิ ทเี่ ป็นองค์ประกอบมีค่าเทา่ กับ 1 จากน้นั อธิบายการคำนวณโดยใช้ตัวอยา่ ง 16 และ 17 (หนังสือเรยี นหนา้ 35-36) ขั้นที่ 3 อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 10 นาที 3.1 ครอู ธบิ ายพร้อมกับนักเรยี น กฎความดันยอ่ ยของดอลตนั จอห์น ดอลตนั ได้ศึกษาความสัมพันธ์ เกี่ยวกบั ความดันของแก๊สแตล่ ะชนิดในแก๊สผสม สรุปได้ว่าความดนั ของแก๊สผสมทไี่ มท่ ำปฏิกริ ิยากนั มคี า่ เทา่ กับ ผลรวมของความดนั แก๊สแตล่ ะชนดิ ท่ีเปน็ องค์ประกอบ ขัน้ ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที 4.1 ครูใชค้ ำถามนำว่า แก๊สทกุ ชนิดท่มี ารวมกนั เปน็ แกส๊ ผสมเป็นไปตามกฎความดันยอ่ ยของดอลตนั ทุก ครงั้ หรือไม่ (แนวทางการตอบ: จะเปน็ ไปตามกฎความดนั ยอ่ ยของดอลตนั แก๊สต้องไม่ทำปฏิกิรยิ ากัน) ข้นั ท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation) 10 นาที 5.1 ครูประเมนิ จากโจทยค์ ำนวณ

373 คำถามท่ี 1 ถา้ ผสมแกส๊ ไฮโดรเจน (H2 ) 1.00 กรัม แกส๊ ฮีเลยี ม (He) 2.60 กรมั และแกส๊ อาร์กอน (Ar) 11.19 กรมั ในภาชนะขนาด 10.0 ลิตร ทอ่ี ุณหภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส จงคำ นวณความดนั รวม ของแกส๊ ผสม คำถามที่ 2 ในถงั อากาศดำน้าํ จะอดั อากาศผสมที่เรยี กว่า Enriched Air Nitrox (EANx) ซ่งึ ประกอบด้วย แกส๊ ออกซิเจนและแกส๊ ไนโตรเจนจนมคี วามดัน 200 บรรยากาศ ท่อี ุณหภูมิ 25 องศา เซลเซยี ส ถา้ Enriched Air Nitrox ถังหน่ึงมขี นาด 11.5 ลิตรและมแี กส๊ ออกซเิ จนร้อยละ 32 โดยปริมาตร ความดนั ยอ่ ยของ แกส๊ แตล่ ะชนดิ มคี ่าเท่าใด 5.2 ครูประเมินจากแบบฝึกหดั ทา้ ยบท เรือ่ งความดันยอ่ ยของแกส๊ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ ส่อื /วัสด/ุ อปุ กรณ์ แหล่งการเรียนรู้ 1. PowerPoint เรอื่ ง ความดันยอ่ ยของแก๊ส 1. เอกสารประกอบการเรยี นรายวชิ าเคมี ม.5 2. แบบฝึกหดั ท้ายบท เร่ืองความดนั ย่อยของแก๊ส 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ 3. อนิ เตอรเ์ นต็ การประเมินการเรียนรู้ การวดั ผลประเมนิ ดา้ น วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมอื ทใี่ ชว้ ัดผล เกณฑก์ าร ประเมินผล 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั -รอ้ ยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2. ด้านทักษะ/ - ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั -ร้อยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) เกณฑ์ 3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ -การสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล -แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

374 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

375 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

376 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

377 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

378 บันทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนการสอน • ดา้ นความรู้ - นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในเน้อื หา - นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความสัมพนั ธเ์ ก่ยี วกับความดนั ของแก๊สแต่ละชนดิ ในแกส๊ ผสมได้ - คำนวณโจทย์ตามข้ันตอนและตรวจสอบความถกู ต้องจำนวนโมลของแก๊สแตล่ ะชนิด ความดันของแกส๊ แต่ละชนิด ความดนั ของแก๊สผสม และเศษสว่ นโมลของแก๊สแตล่ ะชนิดได้ • ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น - นักเรยี นมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑ์ท่ีครูกำหนด • ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - นักเรียนทกุ คนมีความใฝ่เรียนรู้ - นักเรียนสามารถแก้ปญั หาอาจจะช้าหรอื เร็วตา่ งกนั แตส่ ามารถแก้ปัญหาได้ - มวี ินยั ในการเรยี น • ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรือพฤติกรรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) - 2. ปญั หา / อุปสรรค - 3. ขนั้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข - ลงชอื่ ..................................................................ผูเ้ ขียนแผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวณฐั ธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงช่ือ..................................................................ผู้ตรวจ (นางสาววารุณี อิทธพิ ัทธ์อเนก) ......................./................/....................

379 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 เรื่อง แก๊สและสมบตั ิของแกส๊ เร่อื ง ทฤษฎจี ลน์และการแพรข่ องแก๊ส วิชา เคมี 3 รหสั ว32225 เวลาเรียน 1 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครผู ู้สอน นางสาวณัฐธิดา ชากรแกว้ สาระการเรียนรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ อธบิ ายการแพรข่ องแก๊สโดยใชท้ ฤษฎีจลน์ ของแกส๊ คำนวณและเปรยี บเทยี บอตั รา การแพรข่ องแกส๊ โดย ใชก้ ฎการแพร่ผา่ นของเกรแฮม จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. บอกความสมั พันธ์ระหว่างอัตราการแพรข่ องแก๊สกับมวลโมเลกลุ ของแกส๊ ได้ ดา้ นทักษะ (Process) 2. ศกึ ษาและตรวจสอบความถกู ต้องการแพรข่ องแก๊สได้ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Affective) 3. มคี วามมงุ่ มั่นตงั้ ใจในการเรยี นรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคญั หรอื ความคิดรวบยอด ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ซึ่งกล่าวไว้ดังน้ี แก๊สประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก โดยปริมาตรของ อนุภาคเหล่านัน้ มีค่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาตรของภาชนะที่บรรจุ อนุภาคแก๊สอยูห่ ่างกันมาก และแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค น้อยมากจนถือได้ว่าไม่มีแรงกระทำต่อกัน แก๊สแต่ละอนุภาคเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงใน ทศิ ทางท่ีไม่แนน่ อนด้วยอัตราเรว็ คงที่ แตกตา่ งกนั จึงมีพลงั งานจลน์ไมเ่ ท่ากนั เม่ือ เกิดการชนกันจะมีการถ่ายเท พลังงาน ให้แก่กันโดยไม่มีการสูญเสียพลังงานจลนร์ วมทำให้พลังงานจลน์เฉลี่ยมีค่าคงที่ พลังงานจลน์เฉลี่ยของ แกส๊ ขึน้ อย่กู ับอณุ หภูมิเท่าน้นั โดยไมข่ น้ึ กับชนดิ ของแกส๊ ทอี่ ุณหภมู ิเดยี วกนั แก๊สทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉล่ียเท่ากัน เมอื่ เพิม่ อณุ หภมู ิจะทำให้อนุภาคแก๊สเคล่อื นท่เี รว็ ขนึ้ จึงทำใหพ้ ลงั งานจลนเ์ ฉล่ยี ของแกส๊ เพิม่ ข้นึ ทฤษฎีจลนข์ องแก๊สอธบิ ายกฎตา่ งๆของแก๊ส กฎของบอยล์ เมื่อลดปริมาตรภาชนะ ทำให้ระยะห่างระหว่างอนุภาคของแก๊สกับผนังภาชนะลดลง ความถที่ อี่ นุภาคของแก๊สชนกับผนังภาชนะจึงมากขึ้น ทำให้ความดนั ของแก๊สเพ่มิ ขนึ้ กฎของเกย์ -ลูสแซก และกฎของชาร์ล เมอื่ อุณหภูมิเพ่ิมข้ึน อนุภาคแกส๊ เคล่ือนท่ีเร็วขึ้น และมีพลังงาน จลนเ์ ฉล่ียเพิ่มข้นึ ดงั น้ันความถ่ีทีอ่ นุภาคแก๊สชนกบั ผนังภาชนะจึงมากขน้ึ ทำให้ความดนั ของแก๊สเพ่มิ ข้ึน ตามกฎ

380 ของเกย์ - ลูสแซก แต่หากผนงั ภาชนะมคี วามยดื หยุ่น ความดนั ทีเ่ กดิ ขึน้ จะทำให้ปริมาตรของภาชนะเพิ่มขึน้ เพ่ือให้ ความดันของแก๊สเทา่ กับความดนั เริม่ ตน้ ตามกฎของชาร์ล กฎของอาโวกาโด เมื่อจำนวนอนุภาคแก๊สในภาชนะเพิ่มขึน้ ความถี่ทีอ่ นุภาคแก๊สชนกับผนงั ภาชนะจะ เพิ่มขึ้น ส่งผล ให้ความดันของแก๊สเพิ่มขึน้ หาผนังภาชนะมีความยืดหยุ่น ความดันที่เกิดขึ้นจะทำให้ปริมาตร ภาชนะเพิ่มขนึ้ เพอ่ื ให้ความดนั ของแกส๊ เท่ากับความดันเรม่ิ ตน้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซือ่ สัตย์ 3. มีวินยั 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 7. รักความเปน็ ไทย 8. มจี ติ สาธารณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ผา่ นวธิ กี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชน่ั Google meet วิธสี อนโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขนั้ ท่ี 1 ขั้นกระตุน้ ความสนใจ (Engagement) 10 นาที 1.1 ครใู ช้คำถามนำว่าปริมาตรและความดันของแก๊สเกย่ี วขอ้ งกบั ขนาดอนภุ าคระยะห่างระหว่าง อนภุ าค และการเคลอ่ื นทขี่ องอนภุ าคแกส๊ อย่างไร 1.2 ครูยกตวั อยา่ งรปู ภาพ จากนัน้ ให้นกั เรียนอภิปราย ภาพที่ 1 เก่ยี วกับขนาดของอนภุ าคแก๊ส เพือ่ ใหไ้ ดข้ ้อสรุป ตามทฤษฎีจลนข์ องแกส๊ วา่ อนภุ าคแกส๊ มีขนาด เลก็ มากเมอ่ื เทยี บกับภาชนะท่บี รรจุ

ภาพที่ 1 381 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3 ภาพท่ี 2 อนภุ าคแก๊สอยู่ห่างกันมากเมื่อเทียบกบั ขนาดของอนุภาค จากนน้ั ใช้คําถามนํา อภปิ รายว่า ระยะหา่ งระหว่างอนภุ าคมีผลต่อแรงยดึ เหนี่ยวระหว่าง อนุภาคแก๊สอยา่ งไร เพือ่ ให้ไดข้ อ้ สรปุ ว่า อนุภาคของแกส๊ อยหู่ ่างกันมากทาํ ใหแ้ รงยึดเหน่ียวระหว่างอนภุ าค นอ้ ยมาก จนถือว่าไมม่ ีแรงกระทำตอ่ กัน ภาพที่ 3 แก๊สแต่ละอนภุ าค เคล่ือนทเ่ี ปน็ เสน้ ตรงในทศิ ทางทไ่ี มแ่ นน่ อนดว้ ย อตั ราเรว็ คงที่ทีแ่ ตกต่างกนั ดังรปู จากนนั้ ครใู ช้ คำ ถามว่า แกส๊ แต่ละอนุภาคมพี ลังงานจลน์ เทา่ กนั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด ซึง่ ควรไดค้ ำ ตอบว่า มพี ลังงานจลนไ์ มเ่ ท่ากัน เนอ่ื งจากมี อัตราเรว็ ใน การเคลือ่ นทไ่ี ม่เท่ากนั จากนน้ั ครอู ธิบายวา่ เม่ือ อนภุ าคแก๊สเกิดการชนจะมี การถ่ายเทพลังงานให้แกก่ ันโดยไม่มกี ารสูญเสียพลังงานจลนร์ วม ดังนัน้ พลงั งานจลน์ เฉลีย่ ของแก๊สจงึ มคี า่ คงท่ี ณ อุณหภมู ิหนึ่ง ๆ ขั้นท่ี 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration) 20 นาที 2.1 แบ่งกลมุ่ ให้นักเรยี นจากการสุม่ แบบ online 2.2 ครูใชค้ ำถามนำทฤษฎจี ลน์ของแก๊สอธิบายกฎตา่ ง ๆ ของแก๊สไดอ้ ย่างไร ซ่ึงครูจะใหน้ ักเรียนแต่ละ กลมุ่ คน้ ควา้ หาข้อมลู เกย่ี วกับทฤษฎจี ลนข์ องแก๊สที่นำมาอธิบายกฎต่าง ๆ ของแกส๊ ในกลุ่มท่ีตนเองไดแ้ ละออกมา นำเสนอผ่าน google meet ครูจะสง่ ไฟล์กระดาษให้นักเรยี นออกแบบการนำเสนอเปน็ ของกลมุ่ ตนเอง ขั้นท่ี 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 15 นาที 3.1 ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปราย ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส และทฤษฎีจลนข์ องแก๊สอธบิ ายกฎต่าง ๆ ของ แก๊สเพิม่ เตมิ ซงึ่ ครไู ดม้ ีการเปิดวิดโี อเสริมความเขา้ ใจ 3.2 . ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามข้อสงสยั ในเนื้อหา เรอ่ื ง การแพร่ของแก๊ส วา่ มสี ว่ นไหนที่ยังไม่เข้าใจ และให้ความรเู้ พ่มิ เตมิ ในส่วนนนั้ เพื่อจะใชเ้ ปน็ ความรู้เบ้ืองต้นสำหรับการเรียนในเน้อื หาตอ่ ๆ ไป ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที 4.1 ครูเสริมความรู้ เกยี่ วกบั ผู้ศกึ ษาทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส โดยเจมส์ คลาร์ก แมกซเ์ วลล์;นับเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการศกึ ษาอุณหพลศาสตร์ในมมุ มองจลุ ภาค;คอื ศกึ ษาความสัมพันธ์ระหวา่ งพลังงานอุณหภูมิ;และการเคลื่อนท่ี ของอะตอม;โดยใชก้ ฎการเคลื่อนทีข่ องนิวตันโดยตรง แทนที่จะเป็นการศึกษาอุณหพลศาสตรแ์ บบดง้ั เดิมท่ีทำกนั ใน มุมมองของระดับมหภาค คอื การศกึ ษาความสมั พันธข์ องคา่ เฉล่ียของคณุ สมบตั ติ า่ ง ๆ ในระบบท่สี ามารถวัดได้ เช่น ความดนั หรอื ปรมิ าตร ความสำเร็จของทฤษฎีน้ี ทำให้นักวทิ ยาศาสตรใ์ นสมัยนน้ั เริ่มเช่ือวา่ อะตอม มีอยูจ่ รงิ 4.2 ใหน้ กั เรียนทำใบงานที่ 7.3 เรื่องการแพรข่ องแกส๊ ข้ันท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation) 5 นาที 5.1 ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คลและการทำงานกลมุ่

382 5.2 ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 7.3 เร่ือง การแพร่ของแก๊ส สอื่ วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้ ส่ือ/วสั ด/ุ อุปกรณ์ แหลง่ การเรยี นรู้ 1. PowerPoint เรื่อง ทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส 1. เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาเคมี ม.5 2. ใบงานที่ 7.3 เรื่อง การแพรข่ องแกส๊ 2. ใบกจิ กรรมการเรียนรู้ 3. แบบฟอรม์ การนำเสนอทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ 3. อินเตอรเ์ น็ต การประเมินการเรยี นรู้ การวัดผลประเมนิ ดา้ น วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื ทใ่ี ชว้ ัดผล เกณฑ์การ ประเมินผล 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด -ร้อยละ 60 ผ่าน -ตรวจใบงานที่ 7.3 เรื่อง การแพร่ - ใบงานที่ 7.3 เร่อื ง การ เกณฑ์ ของแกส๊ แพรข่ องแกส๊ 2. ด้านทักษะ/ - สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ - แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ 3 กระบวนการ (P) การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์ 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึง -การสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล -แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

383 ใบงานที่ 7.3 เรอื่ ง การแพรข่ องแก๊ส คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเตมิ คำตอบลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง 1. จงเรียงลำดับอตั ราการแพร่ของแกส๊ ต่อไปนี้ He NH3 O2 Ne NO2 และ N2 จากเร็วไปชา้ 2. ถ้าแก๊ส A มีมวลโมเลกุล 64 เคลื่อนที่ในภาชนะได้ระยะทาง 20 เซนติเมตร ในเวลา 5 วินาที แก๊ส B มีมวล โมเลกุล 16 จะเคลอ่ื นทใ่ี นภาชนะเดยี วกันไดร้ ะยะทางกี่เซนติเมตร ในเวลา 3 วนิ าที 3. ทอี่ ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ความดนั 1 บรรยากาศ แกส๊ X มคี วามหนาแนน่ เปน็ 4 เท่าของแกส๊ Y ถ้าแก๊ส X แพร่ได้ 40 เซนติเมตร ในเวลา 10 วินาที แกส๊ Y จะแพร่ได้เร็วกีเ่ ซนตเิ มตร/วนิ าที

ใบงานที่ 7.3 384 เร่อื ง การแพรข่ องแก๊ส เฉลย คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเติมคำตอบลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ต้อง 1. จงเรยี งลำดับอัตราการแพร่ของแกส๊ ต่อไปนี้ He NH3 O2 Ne NO2 และ N2 จากเร็วไปช้า อัตราการแพร่ของ He > NH3 > Ne > N2 > O2 > NO2 2. ถ้าแก๊ส A มีมวลโมเลกุล 64 เคลื่อนที่ในภาชนะได้ระยะทาง 20 เซนติเมตร ในเวลา 5 วินาที แก๊ส B มีมวล โมเลกลุ 16 จะเคลื่อนทใี่ นภาชนะเดยี วกันได้ระยะทางกเ่ี ซนตเิ มตร ในเวลา 3 วินาที =VA √MMBA VB = √sA × tB MB MA tA sB 20 × 3 = √16 5 sB 64 SB = 20 × 3 × 8 5 ×4 = 24 ดงั นนั้ แกส๊ B จะเคล่อื นทีใ่ นภาชนะเดยี วกันได้ระยะทาง 24 เซนติเมตร 3. ทอี่ ุณหภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ความดัน 1 บรรยากาศ แกส๊ X มีความหนาแนน่ เปน็ 4 เท่าของแก๊ส Y ถา้ แก๊ส X แพรไ่ ด้ 40 เซนติเมตร ในเวลา 10 วินาที แกส๊ Y จะแพรไ่ ดเ้ รว็ กเ่ี ซนติเมตร/วินาที =VX √ddYX VY sX √dX dY tX = VY 40 10 = √4 VY 1 VY = 4 2 =2 ดงั นัน้ แก๊ส Y จะแพร่ได้เร็ว 2 เซนตเิ มตร/วนิ าที

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

385 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

386 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

387 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

388 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

389 บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ด้านความรู้ - นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในเนอ้ื หา - นักเรียนสามารถบอกความสมั พันธร์ ะหวา่ งอัตราการแพร่ของแกส๊ กบั มวลโมเลกลุ ของแกส๊ ได้ - ศึกษาและตรวจสอบความถูกตอ้ งการแพรข่ องแกส๊ ได้ • ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน - นกั เรียนมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามเกณฑท์ คี่ รูกำหนด • ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - นกั เรียนทุกคนมคี วามใฝ่เรียนรู้ - นกั เรียนสามารถแก้ปัญหาอาจจะชา้ หรือเรว็ ตา่ งกนั แตส่ ามารถแก้ปญั หาได้ - มีวินยั ในการเรียน • ดา้ นอนื่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถา้ มี)) - 2. ปญั หา / อุปสรรค - 3. ข้ันเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข - ลงชอื่ ..................................................................ผู้เขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ (นางสาวณัฐธิดา ชากรแกว้ ) ......................./................/.................... ลงชือ่ ..................................................................ผตู้ รวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

390 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 เรอื่ ง อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี เร่ือง ความหมายของอัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี วิชา เคมี 3 รหสั ว32225 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครผู ู้สอน นางสาวณฐั ธิดา ชากรแก้ว สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบตั ขิ องสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ ทดลอง และเขยี นกราฟการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารทท่ี ำการวัดในปฏกิ ิรยิ า จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. บอกความหมายของอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ณ ขณะใดขณะหนึง่ และอัตราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมีเฉลยี่ ได้ ด้านทกั ษะ (Process) 2. เขียนกราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างปรมิ าณสารกับเวลา และแปลความหมายจากกราฟ ได้อย่าง ถูกตอ้ ง ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 3. มีความมงุ่ ม่นั ตั้งใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ สาระสำคญั หรือความคิดรวบยอด อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีหมายถึง ความเรว็ ทีต่ ัวทำปฏกิ ิริยาเปล่ียนไปเป็นสารผลิตภัณฑ์ตอ่ หนว่ ยเวลา โดยที่หน่วยความเขม้ ขน้ ของสารเป็น mol/dm3 ดงั นั้นอัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมจี ึงมกี ารเปลย่ี นแปลงความ เข้มขน้ ของสารต่อวนิ าทชี วั่ โมง สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์

391 2. ซือ่ สัตย์ 3. มีวนิ ัย 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน 7. รกั ความเป็นไทย 8. มีจติ สาธารณะ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผ่านวิธีการสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คช่ัน Google meet วธิ สี อนโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ข้ันที่ 1 ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) 5 นาที 1.1 ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี นด้วยการแสดงรปู ตวั อย่างปฏิกิริยาเคมีที่เกดิ ข้ึนในชีวติ ประจำวัน (การเผาไหม้และการเกดิ สนิมเหล็ก) และใหน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งปฏิกิรยิ าเคมีท่ีเกดิ ได้เร็วและชา้ (แนวคำตอบ : ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้เชอื้ เพลิง, ปฏิกิรยิ าการเกิดสนิมเหล็ก, ปฏิกิริยาการสลายตัวของ หนิ ปูน, ปฏกิ ิริยาในดอกไม้ไฟ, ปฏิกิรยิ าในแบตเตอร่ี ฯลฯ) 1.2 ครูใช้คำถามนำว่าปฏิกริ ิยาเคมีอาจเกิดข้นึ ไดเ้ ร็วหรือช้าแตกต่างกันน้นั จะทราบได้อยา่ งไรว่าปฏกิ ิรยิ า เคมเี กิดขึ้นไดเ้ ร็วหรือช้า เพื่อนำเข้าสเู่ รื่องอัตราการเปล่ยี นแปลงปริมาณของสาร (แนวคำตอบ : ทราบจากปริมาณและเวลา) ข้ันท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration) 15 นาที 2.1 ครูนำอภปิ รายเก่ียวกับการหาอัตราเร็วของรถยนต์แลว้ เช่ือมโยงเข้าสู่อตั ราการดำเนินไปของปฏกิ ิริยา เคมตี ามรายละเอียดในหนงั สือเรียน หลงั จากนั้นใหน้ ักเรยี นจบั กล่มุ กลุม่ ละ 4 - 5 คน โดยใชโ้ ปรแกรมสุ่มรายชือ่ 2.2 ครใู หน้ ักเรยี นดวู ดิ ีโอกจิ กรรม 8.1 เพอ่ื ศึกษาการเกดิ แกส๊ ไฮโดรเจนจากปฏิกริ ิยาระหว่างโลหะ แมกนเี ซยี มกับกรดไฮโดรคลอรกิ (https://www.youtube.com/watch?v=ulEyniQh_xw&t=2s) ให้นักเรยี น สังเกตผลการทดลอง โดยครูจะแชรฟ์ อรม์ เพ่ือให้นกั เรียนบันทึกผลการทดลองทีแ่ ตล่ ะกลุ่มสงั เกตได้ ผา่ น google doc ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 15 นาที 3.1 ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองและอธิบายเพ่มิ เติมจากการทดลองเก่ียวกับการติดตาม การดำเนนิ ไปของปฏิกิริยาเคมี (โดยทว่ั ไปแล้วสมการเคมแี บ่งออกเปน็ 2 สว่ นโดยทางดา้ นซา้ ยของสมการเรียกวา่ สารต้งั ตน้ (Reactant) และทางด้านขวาของสมการเรยี กวา่ สารผลิตภัณฑ์ (Product) ตัวอย่างแสดงการเกิดปฏิกิริยาของโลหะแมกนีเซียม กับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก

392 เมื่อปฏิกริ ิยาดำเนนิ ไปจะพบวา่ ปริมาณของสารทางด้านสารตง้ั ตน้ จะลดลงในทางกลบั กันปริมาณสาร ทางด้านผลติ ภณั ฑจ์ ะมคี ่าเพม่ิ ข้ึนหรืออาจกลา่ วได้ว่าสารตัง้ ตน้ จะมกี ารเปลี่ยนแปลงไปเป็นสารผลิตภัณฑน์ ่นั เอง ดงั นั้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงหมายถึงการเปลีย่ นแปลงปริมาณสารในหน่ึงหน่วยเวลาโดยสามารถวดั การ เปลย่ี นแปลงปรมิ าณสารท้ังปริมาณสารตั้งต้นท่ลี ดลงหรือปริมาณผลิตภัณฑ์ทเี่ กดิ ข้ึนซง่ึ การวดั ปรมิ าณการ เปลี่ยนแปลงของสารต้องคำนึงถึงสถานะของสาร ดังนี้ สถานะของสาร หน่วยการวดั ปรมิ าณ ของแข็ง กรมั (g) แกส๊ ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร (cm3) หรอื ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร (dm3) สารละลาย โมลต่อลกู บาศก์เดซิเมตร (mol/ dm3) ดงั นัน้ หนว่ ยของอตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าจงึ มไี ด้หลายแบบเช่นกรัมต่อวนิ าทกี รัมต่อนาทีลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ตอ่ วินาที ฯลฯ กราฟแสดงการดำเนินไปของปฏกิ ิรยิ า) ขน้ั ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที

393 4.1 ครูให้ความรูเ้ พิ่มเติมเกีย่ วกับการติดตามการดำเนนิ ไปของปฏกิ ิรยิ าเคมีโดยใช้เครื่องมอื ตา่ งๆ • วดั ความเป็นกรดเบสของสารละลายด้วย pH meter • วดั ปรมิ าณสารมสี ใี นสารละลายดว้ ย spectrophotometer • วดั การนำ ไฟฟา้ ด้วย conductometer 4.2 ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามข้อสงสยั ในเน้อื หา เร่อื ง ความหมายของอตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ว่ามสี ่วนไหนทยี่ ังไมเ่ ข้าใจ และให้ความรู้เพิม่ เตมิ ในสว่ นนน้ั เพ่อื จะใชเ้ ป็นความรเู้ บอื้ งต้นสำหรับการเรยี นในเน้ือหา ตอ่ ๆ ไป ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation) 15 นาที 5.1 ให้นกั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจและร่วมกนั เฉลยท้ายชั่วโมง ตรวจสอบความเข้าใจ ในการศกึ ษาการดำเนินไปของปฏิกิรยิ าเคมตี อ่ ไปนคี้ วรตดิ ตามการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารใด พรอ้ มให้เหตผุ ลประกอบ 1. CH3 COCH3 (aq) + I2 (aq) CH3 COCH2I (aq) + HI (aq) ไม่มีสี สนี ้ำตาลแดง ไมม่ ีสี ไม่มีสี I2 เพราะสามารถสงั เกตจากสขี องสารละลายทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปได้ง่าย 2. CaCO3 (s) + 2HCl (aq) CO2 (g) + CaCl2 (aq) + H2O (l) CO2 เพราะสามารถวดั ปรมิ าตรแก๊สได้ง่าย 3. S2O32- (aq) + 2H+ (aq) S (s) + H2SO3 (aq) S เพราะสามารถวัดปริมาณตะกอนไดง้ า่ ยโดยการสงั เกตเคร่ืองหมายท่ีขีดไว้ดา้ นหลังหลอดทดลอง ทใ่ี หส้ ารทำปฏิกิริยากนั 5.2 ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทำแบบทดสอบ Quizizz สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ สอื่ /วัสด/ุ อุปกรณ์ แหลง่ การเรยี นรู้ 1. PowerPoint เรือ่ ง ความหมายของอตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี 1. เอกสารประกอบการเรยี นรายวิชาเคมี ม.5 2. วดิ โี อปฏกิ ิริยาระหวา่ งโลหะแมกนเี ซียมกับกรดไฮโดรคลอรกิ 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ (https://www.youtube.com/watch?v=ulEyniQh_xw&t=2s) 3. แบบทดสอบ Quizizz เร่ือง อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี 3. อนิ เตอร์เน็ต การประเมินการเรียนรู้

การวัดผลประเมินดา้ น วธิ กี ารวดั ผล 394 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจรายงานผลการทดลองจาก เครอ่ื งมอื ทใี่ ชว้ ดั ผล เกณฑ์การ วิดีโอและคำถามทา้ ยกานทดลอง ประเมนิ ผล -แบบทดสอบ Quizizz -รายงานผลการทดลองจาก -ร้อยละ 60 ผ่าน วดิ โี อและคำถามทา้ ยกาน เกณฑ์ ทดลอง - แบบทดสอบ Quizizz 2. ดา้ นทกั ษะ/ - สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดบั คุณภาพ 3 กระบวนการ (P) การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์ 3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึง -การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล -แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

395 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓