Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Published by mind.30, 2021-09-22 15:56:42

Description: แผนการเรียนการสอน รายวิชาเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Search

Read the Text Version

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

483 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

484 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

485 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

486 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

487 บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ด้านความรู้ - นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหา - นกั เรียนสามารถอธิบายผลของอุณหภมู ิท่ีมีตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมไี ด้ - นกั เรียนสามารถตรวจสอบอัตราการเกดิ ปฏิกริ ิยาจากผลของความเขม้ ข้นไดอ้ ย่างถกู ต้อง ว่องไว และแมน่ ยำ • ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น - นักเรียนมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามเกณฑ์ท่คี รูกำหนด • ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ - นักเรยี นทุกคนมคี วามใฝเ่ รียนรู้ - นกั เรียนสามารถแก้ปญั หาอาจจะช้าหรือเรว็ ตา่ งกนั แต่สามารถแกป้ ญั หาได้ - มีวินยั ในการเรียน • ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทมี่ ีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี ) - 2. ปัญหา / อปุ สรรค - 3. ขนั้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข - ลงชื่อ..................................................................ผเู้ ขียนแผนการจดั การเรียนรู้ (นางสาวณัฐธดิ า ชากรแกว้ ) ......................./................/.................... ลงช่ือ..................................................................ผตู้ รวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

488 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 16 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 เรื่อง อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี เรือ่ ง ผลของการเตมิ สารละลายโพสแทสเซียมไอโอไดดต์ อ่ อัตราการสลายตวั ของ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ วิชา เคมี 3 รหัส ว32225 เวลาเรียน 1 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครูผูส้ อน นางสาวณัฐธิดา ชากรแกว้ สาระการเรียนรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมีและสมบตั ิของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พืน้ ทผี่ ิวของสารตั้งตน้ อณุ หภูมิ และตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยาท่ีมีต่ออัตรา การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี เปรยี บเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้นื ท่ผี วิ ของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกริ ิยา ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายผลของการเติมสารละลายโพสแทสเซยี มไอโอไดด์ต่ออตั ราการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซดไ์ ด้ ดา้ นทักษะ (Process) 2. ออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของการเตมิ สารละลายโพสแทสเซียมไอโอไดดต์ ่ออัตราการสลายตัว ของไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ได้อย่างถกู ต้อง ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 3. มีความมงุ่ มัน่ ตง้ั ใจในการเรยี นรู้ และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ไี่ ด้รับมอบหมาย สาระสำคัญหรอื ความคดิ รวบยอด การทดลองนี้จะแสดงให้เห็นว่าโพแทสเซียมไอโอไดด์ทำให้ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์เกิดได้เร็วขึ้น ซึ่งสารที่เติมลงไปแล้วทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้นเรียกว่าตัวเร่งปฏิกิริยา ดังนั้น โพแทสเซยี มไอโอไดดจ์ งึ เป็นตวั เร่งปฏิกิริยา โดยเข้าไปมีส่วนรว่ มในปฏิกิริยาแต่เม่ือสิ้นสุดแลว้ จะไดต้ ัวเร่งปฏิกิริยา กลับคืนมาเหมือนเดิม ในระหว่างปฏิกิริยาดำเนินไปสารละลายในบีกเกอรท์ ่ีเติมโพแทสเซียมไอโอไดดเ์ ปล่ียนเป็นสี เหลืองและเมอ่ื ปฏิกิรยิ าน้ีสน้ิ สดุ จะไดโ้ พแทสเซยี มไอโอไดดก์ ลบั คนื มาเหมือนเดมิ จึงสงั เกตเหน็ เปน็ สารละลายใสไม่ มีสี สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคิด

489 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สัตย์ 3. มีวนิ ยั 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุง่ ม่ันในการทำงาน 7. รกั ความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ กจิ กรรมการเรียนรู้ ผ่านวธิ กี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชน่ั Google meet วิธสี อนโดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 10 นาที 1.1 ครกู ล่าวคำทักทายนักเรียน และถามกบั นักเรยี นว่านอกจากความเข้มขน้ พ้นื ที่ผิว และอุณหภูมิ แล้ว นกั เรียนคดิ วา่ ยังมีปจั จัยอ่นื อีกหรือไม่ท่ีมีผลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี 1.2 จากนั้นครูเขียนสมการเคมแี สดงการสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1.3 ครชู ้ีให้เหน็ วา่ ปฏิกิรยิ านม้ี ไี ฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เปน็ สารตัง้ ต้น แลว้ ทำไมจึงเกดิ ปฏิกิริยาแล้วได้ ผลติ ภัณฑเ์ ปน็ นำ้ และแก๊สออกซิเจน 1.4 ครแู บง่ กลุ่มนักเรียน ขั้นที่ 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration) 20 นาที 2.1 ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบการทดลองเพ่อื ศึกษาผลของการเติมสารละลายโพสแทสเซยี มไอโอ ไดด์ตอ่ อตั ราการสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซดโ์ ดยมีครูคอยใหค้ ำแนะนำกับนักเรยี น 2.2 ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันศกึ ษาการทดลอง https://www.youtube.com/watch?v=gI6IMBnTyZs สังเกตผลและบันทึกผลการทดลองในแบบฟอรม์ ท่คี รู กำหนดให้ ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 10 นาที 3.1 ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายหลังจากท่ีนักเรยี นปฏิบัติการทดลองโดยใชค้ ำถามท้ายการทดลอง 3.2 ครูบรรยายพร้อมร่วมกันกับนักเรยี นลงขอ้ สรุปเรื่องผลของการเติมสารละลายโพสแทสเซียมไอโอ ไดด์ต่ออัตราการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ จากการที่ให้นักเรียนทำการทดลองข้างต้นและจากสื่อ Powerpoint ซง่ึ สามารถสรปุ ใจความสำคัญได้ ดงั น้ี - H2O2 สลายตัว ดังสมการเคมี 2H2O2(aq) -----> 2H2O(l) + O2(g) ปฏิกิริยาการสลายตัวของ H2O2สามารถสงั เกตได้จาก O2 ทีเ่ กดิ ขึน้ โดยฟองแก๊สจะหมดไปเม่อื ปฏิกิริยาเคมีสิน้ สดุ ลงเม่ือเตมิ KI ลงในบีกเกอร์

490 ใบที่ 1 พบวา่ เกดิ ฟองแกส๊ ปรมิ าณมากกว่าบีกเกอร์ใบที่ 2 ในเวลาทีเ่ ทา่ กนั แสดงว่าปฏิกริ ิยาในบีกเกอรใ์ บที่ 1 เกิด เร็วกวา่ ใบท่ี 2 มากโดยในระหว่างท่ีปฏิกิริยาดำเนินไปสารละลายในบีกเกอร์ใบท่ี 1 เปลีย่ นเป็นสีเหลืองแล้วกลับ เปน็ สารละลายใสไมม่ สี เี หมือนเดมิ ส่วนสารละลายในบีกเกอรใ์ บที่ 2 เป็นสารละลายใสไมม่ สี ตี ลอดเวลาแสดงว่า KI เข้าไปมสี ว่ นร่วมในปฏิกิรยิ าด้วย - ดังนัน้ เมือ่ เติม KI ลงใน H2O2 ทำให้อัตราการสลายตัวของ H2O2 สูงข้ึน ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที 4.1 ครกู ล่าวเช่ือมโยงจากกิจกรรมวา่ โพแทสเซยี มไอโอไดด์ทำให้ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์เกดิ ได้เร็วขึ้น ซึ่งสารที่เติมลงไปแล้วทำใหป้ ฏกิ ิรยิ าเคมีเกิดได้เรว็ ขึน้ เรียกว่าตัวเรง่ ปฏิกิริยา ดังนน้ั โพแทสเซยี มไอโอไดดจ์ ึงเป็นตัวเรง่ ปฏกิ ิริยา 4.2 ครใู ห้ความรูเ้ พิ่มเติมว่า ตัวเรง่ ปฏิกิรยิ าจะเขา้ ไปมีสว่ นร่วมในปฏิกิริยา แตเ่ มอ่ื ปฏกิ ิรยิ าสน้ิ สุดลงจะ ได้ตวั เรง่ ปฏิกิรยิ ากลับคืนมาเหมอื นเดมิ ซงึ่ จากกจิ กรรมจะเห็นว่า ระหว่างปฏกิ ิริยาดำเนินไปสารละลายในบีกเกอร์ ที่เติมโพแทสเซยี มไอโอไดด์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเม่ือปฏิกิริยาสิน้ สุดลงจะไดโ้ พแทสเซียมไอโอไดดก์ ลับคนื มา เหมือนเดิมจึงสงั เกตเห็นเป็นสารละลายใสไมม่ สี ี ขนั้ ที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 10 นาที 5.1 ครตู รวจสอบผลจากบันทึกการทดลองของนักเรียนแต่ละกล่มุ 5.2 ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบ Quizizz สอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรยี นรู้ สื่อ/วัสด/ุ อปุ กรณ์ แหลง่ การเรียนรู้ 1. Powerpoint ประกอบการทดลองผลของการเติม 1. เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาเคมี ม.5 สารละลายโพสแทสเซียมไอโอไดด์ตอ่ อัตราการสลายตัวของ ไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 2. ฉลากผลติ ภณั ฑ์ทีม่ ีส่วนประกอบต่าง ๆ ปรากฏอยู่ 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ 3. วิดโี อการทดลอง 3. อนิ เตอรเ์ น็ต https://www.youtube.com/watch?v=gI6IMBnTyZs 4. แบบทดสอบ Quizizz 5. แบบบนั ทกึ กจิ กรรมการออกแบบและทดลองผลของการ เติมสารละลายโพสแทสเซยี มไอโอไดดต์ ่ออัตราการสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ การประเมินการเรยี นรู้ การวดั ผลประเมินดา้ น วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือทใ่ี ชว้ ัดผล เกณฑก์ าร ประเมนิ ผล

491 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรมการ - แบบบันทกึ กิจกรรมการ -ร้อยละ 60 ผ่าน ออกแบบและทดลองผลของการ 2. ด้านทกั ษะ/ เตมิ สารละลายโพสแทสเซียมไอโอ ออกแบบและทดลองผล เกณฑ์ กระบวนการ (P) ไดด์ตอ่ อตั ราการสลายตวั ของ ไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ ของการเติมสารละลาย - แบบทดสอบ Quizizz โพสแทสเซียมไอโอไดด์ต่อ - สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ อัตราการสลายตัวของ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ -แบบทดสอบ Quizizz - แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ 3 การทำงานกล่มุ ผ่านเกณฑ์ 3. ด้านคุณลกั ษณะอันพึง -การสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล -แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคุณภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบุคคล ผ่านเกณฑ์

492 ใบกจิ กรรม การออกแบบและทดลองผลของการเตมิ สารละลายโพสแทสเซยี มไอโอไดด์ ต่ออตั ราการสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ สมาชิกกล่มุ 1.........................................................................................ชน้ั ..............เลขที่............. 2.........................................................................................ชั้น..............เลขท.่ี ............ 3.........................................................................................ชัน้ ..............เลขที่............. 4.........................................................................................ช้ัน..............เลขท่.ี ............ จดุ ประสงค์ของการทดลอง 1. ออกแบบและทดลองเพอื่ ศึกษาผลของการเตมิ สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ตอ่ อตั ราการสลายตัว ของไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 2. อธบิ ายผลของการเตมิ สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ตอ่ อัตราการสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์ วัสดุ อปุ กรณ์ และสารเคมี 1. สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ (KI) รอ้ ยละ 1 โดยมวลต่อปริมาตร 2. สารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) รอ้ ยละ 8 โดยมวลต่อปรมิ าตร 3. บีกเกอรข์ นาด 50 mL 4. กระบอกตวงขนาด 10 mL 5. หลอดหยด วิธีการทดลอง (10 คะแนน)

493 บนั ทกึ ผลการทดลอง (ใหน้ กั เรียนออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองด้วยตนเอง 5 คะแนน) คำถามทา้ ยการทดลอง (5 คะแนน) 1. การเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมแี ละการส้ินสุดของปฏิกิริยาเคมี สงั เกตไดอ้ ย่างไร สอดคลอ้ งกับสมการเคมีอยา่ งไร (2 คะแนน) ................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 2. KI สง่ ผลตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีหรือไม่ อย่างไร (1 คะแนน) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 3. การเติม KI มีผลตอ่ สขี องสารละลายระหวา่ งการเกิดปฏิกริ ิยาเคมแี ละหลงั สนิ้ สุดปฏกิ ิริยาเคมหี รือไม่ อย่างไร (2 คะแนน) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 15 - 20 ดี 9 - 14 พอใช้ ตำ่ กว่ำ 9 ปรบั ปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

494 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

495 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

496 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

497 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

498 บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ด้านความรู้ - นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา - นักเรยี นสามารถอธิบายผลของการเตมิ สารละลายโพสแทสเซยี มไอโอไดด์ตอ่ อัตราการสลายตวั ของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ได้ - นกั เรียนสามารถออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของการเติมสารละลายโพสแทสเซียมไอโอไดด์ต่ออตั ราการ สลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซดไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง • ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน - นักเรียนมีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑ์ที่ครูกำหนด • ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - นักเรียนทกุ คนมคี วามใฝเ่ รียนรู้ - นักเรียนสามารถแก้ปญั หาอาจจะช้าหรือเรว็ ต่างกนั แตส่ ามารถแกป้ ญั หาได้ - มีวินัยในการเรยี น • ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทม่ี ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) - 2. ปัญหา / อปุ สรรค - 3. ขน้ั เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข - ลงชอื่ ..................................................................ผ้เู ขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (นางสาวณฐั ธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงชือ่ ..................................................................ผู้ตรวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

499 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เร่ือง อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี เรื่อง ตัวเร่งและตวั หน่วงปฏิกิริยาที่มีผลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี วิชา เคมี 3 รหสั ว32225 เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครผู ้สู อน นางสาวณัฐธิดา ชากรแกว้ สาระการเรียนรู้ เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัตขิ องสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มข้น พืน้ ท่ีผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏกิ ิริยาท่ีมีต่ออัตรา การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี เปรียบเทียบอตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเม่ือมีการเปล่ียนแปลงความเขม้ ข้น พน้ื ทผี่ วิ ของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเรง่ ปฏกิ ริ ิยา ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายผลของตวั เร่งปฏิกิรยิ าเคมแี ละตัวหน่วงปฏิกริ ิยาเคมีที่มีตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีได้ ด้านทกั ษะ (Process) 2. สามารถสรปุ ผลของตัวเร่งและตวั หนว่ งปฏิกริ ิยาท่มี ตี ่ออัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ว่องไว และแม่นยำ ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 3. มคี วามมงุ่ มน่ั ต้งั ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบตอ่ หน้าทีท่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย สาระสำคญั หรอื ความคิดรวบยอด ตวั เร่งปฏิกิริยา คือสารท่ีเติมลงไปในปฏิกิรยิ าแล้ว ทำใหเ้ กดิ ปฏิกิริยาเกดิ ได้เร็วข้ึน โดยท่ีตัวเร่งปฏิกิริยา อาจจะมสี ่วนร่วมในการเกิดปฏิกริ ิยาหรือไม่กไ็ ด้ แตเ่ มือ่ สนิ้ สุดปฏิกิรยิ าตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยาเหลา่ นีย้ ังคงมีปรมิ าณเท่าเดิม และมีสมบัติเหมือนเดมิ โดยตัวเร่งปฏิกิริยาที่พบ เช่น เอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายทีช่ ่วยย่อยแป้ง เอนไซม์เพปซิ นในกระเพาะอาหารท่ีชว่ ยย่อยโปรตีน เอนไซม์ไซเมสที่ใช้ในกระบวนการหมักนำ้ ตาลกลโู คสด้วยยีสตใ์ ห้กลายเป็น เอทานอลและแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ตัวหนว่ งปฏิกิริยา คอื สารที่เตมิ ลงไปในปฏกิ ิริยาแล้วทำใหป้ ฏกิ ิรยิ าเกดิ ช้าลงหรือมีผลยับยัง้ ปฏิกริ ิยา และ เม่ือสิ้นสุดปฏกิ ิริยา ตัวหน่วงปฏกิ ิริยายังคงมีสมบัติทางเคมเี หมือนเดมิ และมีปรมิ าณเทา่ เดมิ เชน่ การเติมวิตามินอี ในนำ้ มันพชื เพอ่ื ปอ้ งกนั การเหม็นหนื หรอื การยบั ยงั้ การเน่าเสียของอาหารด้วยการใสส่ ารกันบูด สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด

500 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สตั ย์ 3. มวี ินยั 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 6. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจติ สาธารณะ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผา่ นวธิ ีการสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลิเคชั่น Google meet วธิ ีสอนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ขัน้ ท่ี 1 ข้นั กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 10 นาที 1.1 ครูกล่าวคำทักทายนักเรียน ครูเปิดภาพอวยั วะท่มี สี ่วนในการยอ่ ยอาหารของร่างกายและภาพกับขา้ ว ถงุ ตามทอ้ งตลาดกับข้าวแบบกล่องในรา้ นสะดวกซอ้ื ซึ่งมีด้วยกัน 4 ภาพคือ ปาก กระเพาะ กับขา้ วถุง ขา้ วกล่อง สำเร็จ 1.2 ครใู ห้นกั เรยี นดคู ลปิ วดี โี อการย่อยอาหารจากน้นั ครถู ามกับนักเรยี นว่าปกติเวลาเราทานอาหารเข้าไป เราจะย่อยครง้ั แรกที่ไหน (แนวทางคำตอบ : ปาก) แล้วในการยอ่ ยนอกจากการเคย้ี วแลว้ มีอะไรเข้ามาช่วยย่อยอีก หรอื ไม่ (แนวทางคำตอบ : นำ้ ลาย) แลว้ ในกระเพาะอาหารของคนเรามนี ้ำย่อยอยดู่ ว้ ยซ่งึ จะทำให้อาหารทเ่ี ข้าไปถูก ย่อยเพื่อส่งต่อไปยังลำไส้ แล้วถ้าไม่มีนำ้ ยอ่ ยไมม่ ีน้ำลายนักเรียนคิดว่าอาหารที่เข้าสู่ร่างกายไปสามารถย่อยได้ หรอื ไม่ (แนวทางคำตอบ : ไดแ้ ตจ่ ะตอ้ งใชเ้ วลานาน) 1.3 ครูถามกับนักเรยี นว่าแล้วอาหารทีค่ รเู ปิดให้ดูทงั้ 2 แบบโดยแบบแรกคอื อาหารถงุ ตามท้องตลาด กับ อาหารกลอ่ งสำเร็จรปู นกั เรียนคิดวา่ อาหารแบบใดตง้ั ทิง้ ไวท้ ีส่ ภาวะเดียวกันจะบดู ก่อน 1.4 ครูโยงเข้าสู่บทเรียนว่าแล้วในการเกิดปฏิกิริยาเคมีนอกจากความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิ นกั เรียนคดิ วา่ ยังมปี จั จยั อ่นื อีกหรอื ไมท่ ่ีมผี ลกบั อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี (แนวทางคำตอบ : มี) แล้วปจั จัยเหล่าน้นั คอื อะไรโดยครจู ะใหน้ ักเรยี นเกิดความสงสยั 1.5 ครูแบง่ กล่มุ นักเรียนโดยใชว้ งลอ้ สุม่ ชื่อ โดยเมื่อแบง่ แลว้ จะมีดว้ ยกนั 4 กลุ่ม 1.6 ครถู ามนักเรยี นว่าในเร่ืองของอตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมนี ักเรยี นคิดวา่ ถา้ พดู ถึงน้ำย่อยกับสารกันบูด จะเปรียบเหมือนอะไรที่มาสง่ ผลกันอัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี (แนวทางคำตอบ : ตัวเร่งปฏิกริ ิยา และตัวหน่วง ปฏกิ ริ ิยา)

501 1.7 เมือ่ นกั เรียนได้ร่วมกนั หาคำตอบแล้วว่าในการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยามีผลกับ อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีนอกเหนือจากปัจจัยที่ได้ศกึ ษาไปแลว้ ในเร่ืองก่อนหน้า ดังนั้นวันนี้เราจะมาเรียนกันเรื่อง ตัวเร่งและตัวหนว่ งปฏกิ ิรยิ าทม่ี ผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ข้นั ที่ 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration) 30 นาที 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มช่วยกันศึกษาผลการทดลองการศึกษาผลของสารบางชนิดต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี https://www.youtube.com/watch?v=q7AuCt3BUfE&t=61s 2.2 ใหน้ ักเรยี นสรปุ ความรทู้ ี่ไดจ้ ากวดิ ีโอ และผลการทดลองลงในแบบฟอร์มบันทึกผลการทดลอง ข้นั ท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 30 นาที 3.1 นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนมานำเสนอผลการทดลอง หลงั จากนัน้ ใหน้ ักเรียนทุกคนรว่ มกนั อภิปราย ผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจที่ตรงกัน 3.2 ครบู รรยายพร้อมรว่ มกันกับนักเรียนลงขอ้ สรุปเร่ืองตวั เร่งและตวั หนว่ งปฏกิ ิริยามผี ลกับอตั ราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี จากการทใ่ี หน้ กั เรยี นหาข้อมลู ในข้างต้นและจากสอื่ Powerpoint ซึ่งสามารถสรุปใจความสำคญั ได้ ดงั น้ี ตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยา เปน็ สารทเี่ ตมิ ลงไปในปฏกิ ริ ยิ าโดยสารเหลา่ น้ีจะไมม่ ผี ลตอ่ การเกิดผลิตภัณฑข์ องปฏิกิริยา ทำให้ปฏิกิริยาแต่จะมีผลไปลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาแต่จะมีผลไปลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของ ปฏิกิรยิ าทำใหป้ ฏิกิรยิ านั้นเกิดได้ง่ายมากข้นึ และหลังจากการเกิดปฏกิ ิรยิ าแลว้ ตวั เรง่ ปฏกิ ริ ยิ าทใ่ี ส่ลงไปจะยังคงมี สมบัติและปริมาณเหมือนเดิม โดยตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เอนไซม์ต่าง ๆ ใน รา่ งกายของเราซ่ึงมีลกั ษณะเปน็ ตวั เรง่ ปฏิกิรยิ าชว่ ยให้เกิดการย่อยอาหารไดเ้ รว็ มากขึ้น เป็นต้น ตวั เรง่ ปฏกิ ริ ยิ า (catalyst) ในบางกรณี การเพมิ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาโดยเพิ่มอุณหภูมิหรือความเข้มข้น ของสารตั้งต้นอาจไม่เหมาะในเชิงปฏิบัติ วิธีที่เหมาะที่สุดคอื การเติมตัวเร่งปฏิกิรยิ าลงไป เช่น การเตรียมแกส๊ ออกซิเจน (O2) จากการเผาโพแทสเซียมคลอเรต (KClO3) จะได ้O2ค่อนข้างชา้ ถ้าเราเติมแมงกานีสไดออกไซด์ (MnO2) ลงไปด้วย MnO2 จะช่วยเรง่ ให้เกดิ O2 ได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้วมนั เองจะไม่มีการเปล่ียนแปลง มีเพียง KClO3 เท่านั้นทเี่ ปล่ยี นเป็นผลติ ภัณฑ์ คือ KCl และ O2 เราจงึ ให้ความหมายของตัวเร่งปฏิกิรยิ าว่าเป็นสารท่ีทำให้ อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้นโดยที่สารตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถกลับคืนสู่รูปเดิมได้ ตัวเร่งปฏิกิริยาอาจจะเขา้ ทำ ปฏิกริ ิยาแลว้ เกดิ เป็นสารมัธยันตร์ (intermediate) แต่ก็จะกลับคนื รปู เดมิ ได้ในปฏิกริ ยิ ายอ่ ยข้นั ตอ่ ๆ ไป อตั ราการเกิดปฏิกิริยาท่ีถูกเรง่ จะสงู กว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาทไี่ ม่มตี ัวเร่ง เพราะตัวเร่งปฏิกิริยาจะช่วย เพิม่ เส้นทางทีม่ ีพลังงานก่อกมั มันตข์ องปฏิกิริยาลดลง ทำใหอ้ ัตราการเกดิ ปฏิกิริยาสงู ขนึ้ แตพ่ ลังงานรวมของสาร ตั้งตน้ และสารผลิตภัณฑจ์ ะไม่เปลี่ยนแปลง การอธิบายว่าตัวเร่งปฏิกิริยาเปน็ ปัจจัยทม่ี ีผลต่ออตั ราการเกดิ ปฏิกิริยา ก็ยังคงต้องใช้ทฤษฎีการชน และ กราฟการกระจายอนุภาคของแมกซ์เวล-โบลซ์มันนเ์ ชน่ เดียวกบั การเปลีย่ นแปลงอุณหภมู ิ ตัวหน่วงปฏิกิริยา เป็นสารที่เติมลงไปในปฏิกริ ิยาโดยที่สารเหลา่ นี้จะไม่มีผลตอ่ การเกดิ ผลติ ภัณฑ์ของ ปฏิกริ ิยา แต่จะมผี ลไปเพม่ิ ค่าพลังงานก่อกัมมนั ต์ของปฏิกิริยา จึงทำใหส้ ารเกิดปฏิกิริยาได้ยากขึ้นหรือมีผลยับย้ัง การเกดิ ปฏกิ ิรยิ าแล้ว ตัวหน่วงปฏิกิรยิ าทางเคมีและมีมวลเทา่ เดมิ แต่อาจมสี มบัติทางภาพบางอย่างเปล่ียนแปลง ไป เชน่ มีขนาด หรือรูปร่างเปลี่ยนไป โดยตวั หนว่ งปฏกิ ิริยาท่ีพบได้ชีวติ ประจำวัน ได้แก่ สารกันบดู ในอาหาร ท่ี ช่วยยับย้ังปฏิกิรยิ าที่ทำให้เกดิ การเนา่ เสยี ของอาหาร เป็นตน้ 3.3 ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม ดังนี้

502 1) ในการทดลองตอนที่ 1 เพราะเหตใุ ดสารในหลอดทดลองที่ 2 จึงเกิดปฏกิ ิรยิ าไดเ้ ร็วกว่าสาร หลอดทดลองที่ 1 (แนวตอบ : เนือ่ งจากมีการเติมแมงกานสี (II) ซลั เฟตลงไปในหลอดทดลองที่ 2 ซึ่งแมงกานีส (II) ซัลเฟตเป็นตวั เร่งใหป้ ฏิกิรยิ าเกดิ ได้เร็วขึ้น) 2) ในการทดลองตอนท่ี 1 เพราะเหตใุ ดสารในหลอดทดลองท่ี 1 จึงเกดิ ปฏิกิริยาช้ากว่าสารหลอด ทดลองที่ 2 (แนวตอบ : เนือ่ งจากมกี ารเติมโซเดียมฟลูออไรดล์ งไปในหลอดทดลองท่ี 1 ซ่ึงโซเดยี มฟลูออไรด์ เป็นตวั หนว่ งใหป้ ฏิกิริยาเกิดได้ชา้ ลง) 3) แมงกานีส (II) ซลั เฟตและโซเดยี มฟลอู อไรด์ทเี่ ตมิ ลงไปในการทดลอง ทำหนา้ ท่ีเหมอื นกนั หรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : ทำหนา้ ทตี่ ่างกัน โดยแมงกานีส (II) ซัลเฟตทำหน้าท่ีเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ส่วนโซเดียม ฟลูออไรดท์ ำหน้าทเี่ ปน็ ตวั หน่วงปฏิกริ ยิ า) ข้ันท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 30 นาที 4.1 ครูกลา่ วเชื่อมโยงสปู่ ัจจยั ท่นี อกเหนือจากความเขม้ ข้น พ้นื ที่ผวิ อุณหภูมิ และตัวเรง่ ปฏิกิรยิ าท่มี ีผลต่อ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมแี ล้ว ธรรมชาตขิ องสารยังส่งผลใหส้ ารแต่ละชนดิ มีอัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีที่แตกต่าง กนั เชน่ การเผาไหม้ของถ่านและเพชรซ่งึ เปน็ คาร์บอนทมี่ ีอัญรูปแตกตา่ งกนั มอี ตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมีทไ่ี มเ่ ทา่ กัน 4.2 ครขู ยายไปสกู่ จิ กรรมท่ไี ดท้ ำในตอนตน้ คาบเรียนเพื่อใหน้ ักเรยี นตรวจสอบว่าส่ิงท่นี ักเรยี นร่วมกันสรุป ขาดส่วนใดหรือส่วนใดสอดคลอ้ งกับสงิ่ ทีค่ รูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายอย่างไรบ้าง 4.3 นกั เรยี นทำใบงานที่ 8.8 เรอ่ื ง ตัวเรง่ ปฏิกริ ิยาเคมีและตัวหนว่ งปฏิกริ ิยาเคมี ขัน้ ที่ 5 ข้ันประเมิน (Evaluation) 20 นาที 5.1 ครูตรวจใบงานที่ 8.8 เร่ือง ตัวเรง่ ปฏกิ ิรยิ าเคมีและตวั หนว่ งปฏกิ ิริยาเคมี 5.2 ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ Quizizz สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้ สือ่ /วสั ด/ุ อปุ กรณ์ แหล่งการเรยี นรู้ 1. Powerpoint ประกอบการสอน 1. เอกสารประกอบการเรยี นรายวิชา เคมี ม.5 2. ภาพอวยั วะในการยอ่ ยอาหาร และอาหารแต่ละแบบ 2. ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ 3. แบบฟอร์มสำหรบั ทำกิจกรรม 3. อนิ เตอร์เน็ต 4. การทดลองการศกึ ษาผลของสารบางชนดิ ต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมีhttps://www.youtube.com/watch?v=q7AuCt3BUfE&t=61s 5. เกมออนไลน์ Quizizz 6. วดี โี อ Youtube การยอ่ ยอาหาร https://youtu.be/C3oyhDvJuLE การประเมินการเรียนรู้

503 การวัดผลประเมินด้าน วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือท่ีใช้วดั ผล เกณฑ์การ 1.ดา้ นความรู้ (K) ประเมินผล - ตรวจแบบบนั ทกึ กจิ กรรม 2. ด้านทักษะ/ การศึกษาผลของสารบางชนดิ ต่อ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม -ร้อยละ 60 ผ่าน กระบวนการ (P) อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี การศกึ ษาผลของสารบาง เกณฑ์ - แบบทดสอบ Quizizz ชนดิ ตอ่ อตั ราการ -ตรวจใบงานท่ี 8.8 เรือ่ ง ตวั เร่ง เกดิ ปฏิกิริยาเคมี ปฏกิ ริ ิยาเคมแี ละตวั หนว่ งปฏกิ ิรยิ า -แบบทดสอบ Quizizz เคมี -ใบงานที่ 8.8 เรอื่ ง ตัวเรง่ ปฏกิ ิรยิ าเคมแี ละตวั หน่วง -แบบทดสอบ Quizizz ปฏิกริ ยิ าเคมี - สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ -แบบทดสอบ Quizizz -ระดบั คณุ ภาพ 3 - แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การทำงานกลมุ่ 3. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ -การสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล -แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ 3 ประสงค์ (A) รายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

504 ใบงานที่ 8.8 เรอื่ ง ตวั เร่งปฏกิ ิรยิ าเคมแี ละตวั หนว่ งปฏิกิริยาเคมี คำชี้แจง : ตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเร่งปฏกิ ิรยิ าเคมีและตัวหนว่ งปฏิกิรยิ าเคมี 1. จงอธบิ ายวา่ เพราะเหตุใดตัวเรง่ ปฏิกริ ิยาจงึ ทำให้อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมีสูงขึน้ และตัวหนว่ งปฏกิ ิรยิ าจึงทำให้ อตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง 2. ปฏกิ ริ ยิ า C2H4 + H2 → C2H6 ถา้ เตมิ ผงแพลทินมั ลงไปเล็กน้อยจะทำให้อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาสูงข้ึน ผง แพลทนิ มั ทำหน้าทใ่ี ด และมีผลต่อการดำเนินไปของปฏกิ ิริยาอยา่ งไร จงอธบิ าย 3. เมื่อปฏกิ ริ ยิ าส้นิ สุดลงตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยาและตัวหน่วงปฏิกริ ยิ าจะมลี ักษณะเปน็ อยา่ งไร 4. ในปฏกิ ริ ิยาท่มี ีสารต้ังตน้ เป็นแก๊สทั้งหมด และมตี ัวเร่งปฏิกริ ิยาเป็นของแข็ง ตัวเรง่ ปฏกิ ริ ิยาจะทำสามารถเพ่ิม อัตราเรว็ ในการเกดิ ปฏิกิริยาไดอ้ ยา่ งไร 5. พจิ ารณาปฏกิ ิรยิ าทก่ี ำหนดให้ A + B → C + D ….. (1) C + E → B + F ….. (2) (1) + (2) A+E→D+F สารใดทำหน้าทเ่ี ป็นตวั เร่งปฏกิ ริ ยิ า

505 6. พิจารณารูปแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างพลังงานกับการ ดำเนนิ ไปของปฏิกิริยาท่ีกำหนดให้ แลว้ ระบวุ ่าพลังงาน ก่อกัมมันต์ของปฏิกริ ิยาที่มีการเติมตวั หน่วงปฏิกริ ิยามี คา่ เท่าใด

ใบงานที่ 8.8 506 เร่ือง ตวั เรง่ ปฏิกริ ยิ าเคมแี ละตัวหน่วงปฏิกิรยิ าเคมี เฉลย คำช้แี จง : ตอบคำถามเกยี่ วกบั ตวั เร่งปฏกิ ิรยิ าเคมีและตัวหนว่ งปฏิกิริยาเคมี 1. จงอธบิ ายว่าเพราะเหตุใดตัวเร่งปฏกิ ริ ยิ าจึงทำใหอ้ ตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมีสงู ขนึ้ และตวั หนว่ งปฏิกิริยาจึงทำให้ อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมีลดลง ตัวเร่งปฏิกิริยาจะไปลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา จึงทำให้ปฏิกิริยาเกดิ ได้เร็วขึ้น ส่วนตัวหน่วง ปฏกิ ริ ยิ าจะไปเพิ่มพลงั งานกอ่ กัมมนั ตข์ องปฏิกริ ยิ า จงึ ทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้ช้าลง 2. ปฏกิ ิริยา C2H4 + H2 → C2H6 ถ้าเติมผงแพลทินมั ลงไปเล็กน้อยจะทำให้อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาสูงข้ึน ผง แพลทินัมทำหนา้ ท่ใี ด และมผี ลต่อการดำเนินไปของปฏกิ ริ ยิ าอยา่ งไร จงอธิบาย ผงแพลทินัมทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา โดยเมื่อเติมลงไปแล้วจะไปช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์ของ ปฏิกิริยาใหต้ ่ำลง จงึ ทำใหป้ ฏกิ ิรยิ าเกิดได้เรว็ ขน้ึ 3. เมอื่ ปฏกิ ริ ิยาสน้ิ สุดลงตัวเร่งปฏิกริ ยิ าและตัวหน่วงปฏิกริ ิยาจะมีลักษณะเปน็ อยา่ งไร เมอื่ ปฏิกิริยาส้ินสุดลงตวั เร่งปฏิกิรยิ าและตวั หน่วงปฏกิ ิรยิ าจะกลับคืนมามสี มบตั ิอย่างเดมิ และมีมวลเท่า เดิม แตอ่ าจมีลักษณะทางกายภาพเปลีย่ นแปลงไป เช่น ขนาดและรูปรา่ งเปล่ยี นแปลงไป 4. ในปฏกิ ิริยาท่มี ีสารตั้งต้นเป็นแก๊สทั้งหมด และมตี วั เร่งปฏิกิริยาเป็นของแข็ง ตวั เร่งปฏกิ ิริยาจะทำสามารถเพ่ิม อัตราเร็วในการเกดิ ปฏิกิริยาได้อย่างไร พ้นื ทผ่ี ิวของตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยาทเ่ี ป็นของแข็งจะทำหน้าท่ีดดู ซับโมเลกลุ จองสารตั้งตน้ ไว้ท่ีผิวจำนวนมาก ทำให้ โมเลกุลของสารตง้ั ตน้ ทีเ่ ปน็ แก๊สมโี อกาสชนกันง่ายและบ่อยข้นึ จงึ ทำให้อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าสูงข้นึ 5. พิจารณาปฏิกิริยาทกี่ ำหนดให้ A + B → C + D ….. (1) C + E → B + F ….. (2) (1) + (2) A+E→D+F สารใดทำหนา้ ทเี่ ปน็ ตัวเร่งปฏกิ ริ ิยา สาร B

507 6. พิจารณารปู แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการ ดำเนินไปของปฏิกิริยาท่ีกำหนดให้ แล้วระบุว่าพลังงาน ก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาที่มีการเติมตัวหน่วงปฏิกริ ิยามี คา่ เท่าใด พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาที่มีการเติมตัวหน่วง ปฏิกิริยามีคา่ เท่ากบั Ea2

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

508 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

509 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

510 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน วา่ งใหเ้ ป็น เวลาให้ ขอ้ บังคับในชั้น ประโยชน์ และ และพยายามใน 15 เรียน มีความ นำไปปฏิบัติได้ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

511 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

512 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจดั การเรียนการสอน • ด้านความรู้ - นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในเนื้อหา - นกั เรียนสามารถอธิบายผลของการเติมสารละลายโพสแทสเซียมไอโอไดด์ตอ่ อตั ราการสลายตัวของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ได้ - นกั เรยี นสามารถสรุปผลของตวั เร่งและตัวหน่วงปฏิกิรยิ าทมี่ ตี ่ออตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีไดอ้ ย่างถกู ต้อง ว่องไว และแมน่ ยำ • ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น - นักเรยี นมีทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑ์ทค่ี รูกำหนด • ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ - นกั เรยี นทุกคนมคี วามใฝเ่ รียนรู้ - นักเรยี นสามารถแก้ปญั หาอาจจะชา้ หรอื เร็วต่างกัน แตส่ ามารถแกป้ ัญหาได้ - มวี นิ ยั ในการเรียน • ด้านอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ีปญั หาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี ) - 2. ปญั หา / อุปสรรค - 3. ขัน้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข - ลงชอื่ ..................................................................ผู้เขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวณัฐธิดา ชากรแก้ว) ......................./................/.................... ลงชอ่ื ..................................................................ผู้ตรวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

513 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 18 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรือ่ ง อตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี เร่อื ง ผลท่ีเกิดจากปัจจัยทีม่ ตี ่ออตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี วิชา เคมี 3 รหัส ว32225 เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ ครูผ้สู อน นางสาวณฐั ธิดา ชากรแกว้ สาระการเรียนรู้ เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ิของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มข้น พื้นทผ่ี ิวของสารต้ังตน้ อุณหภูมิ และตวั เร่งปฏิกิริยาท่ีมีต่ออัตรา การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี เปรยี บเทียบอัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเมื่อมีการเปล่ียนแปลงความเข้มข้น พ้ืนท่ีผวิ ของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกริ ยิ า ด้านความรู้ (Knowledge) 1. ยกตวั อยา่ งปัจจัยทีม่ ผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีในชวี ติ ประจำวนั หรอื อุตสาหกรรมได้ 2. อธิบายเก่ยี วกับปัจจยั ทีม่ ผี ลต่ออัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมใี นชีวติ ประจำวนั หรืออุตสาหกรรมได้ ด้านทักษะ (Process) 3. ส่ือสารสิง่ เกยี่ วกับปัจจัยท่มี ีผลต่ออัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีในชวี ติ ประจำวัน หรอื อุตสาหกรรมได้ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Affective) 4. มีความมุ่งมนั่ ตง้ั ใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าท่ที ี่ได้รบั มอบหมาย สาระสำคญั หรือความคิดรวบยอด จากที่ทราบแล้วว่าการเคี้ยวยาลดกรดการเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตปุ๋ย แอมโมเนียและการผลิตเนยเทียมเป็นตัวอย่างการใช้ประโยชนจ์ ากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่มีผลต่ออัตรากา ร เกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีนอกจากนี้ยังมีกระบวนการท่เี กดิ ขึน้ ในชีวติ ประจำวนั หรืออุตสาหกรรมอ่ืนอีกท่ีเกย่ี วข้องกับปัจจัย ทีม่ ผี ลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

514 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซื่อสตั ย์ 3. มีวินยั 4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 7. รักความเปน็ ไทย 8. มีจิตสาธารณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ผ่านวิธกี ารสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คชน่ั Google meet วธิ สี อนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 10 นาที 1.1 ครูกล่าวคำทักทายนักเรียน และถามกับนักเรียนว่าในชีวิตประจำวันของเรานักเรียนคิดว่ามี กระบวนการใดหรืออุตสาหกรรมใดบา้ งท่ีเกีย่ วข้องกับปจั จัยที่มผี ลต่ออตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ า (แนวทางคำตอบ : ความเขม้ ข้นของนำ้ ยาลา้ งหอ้ งนำ้ การเคย้ี วอาหารใหล้ ะเอียด เปน็ ต้น) 1.2 ครูกระต้นุ ความสนใจของนกั เรียนเกย่ี วกบั เรื่อง ผลทเี่ กิดจากปัจจยั ที่มีตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี โดยใชค้ ำถามเพ่อื กระตนุ้ นกั เรียน ดังนี้ 1) ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งผลที่เกดิ จากปัจจยั ที่มีต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมใี นชีวิตประจำวนั (แนวตอบ : พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยข้นึ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน ยกตัวอย่างเช่น การ แช่อาหารในตเู้ ยน็ หรือการเติมสารกันบูดลงในอาหาร เพื่อทำให้อาหารเน่าเสียช้าลง การผลิตสาร ในอุตสาหกรรมจะมาการเตมิ ตวั เร่งปฏิกิริยา หรือการจัดสภาวะอุณหภมู ิหรอื ความดนั ให้เหมาะสม เพ่ือทำใหป้ ฏกิ ริ ยิ าเกดิ ไดเ้ ร็วขน้ึ ) 1.3 ครโู ยงเข้าส่บู ทเรียนโดยจะมีข้อมลู ของกระบวนการหรืออุตสาหกรรมที่เกย่ี วข้องกับปัจจัยท่ีมีผลต่อ อตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมแี บบคร่าว ๆ ไวใ้ ห้นกั เรยี น 1.4 ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรยี นเป็น 4 กลุม่ ขนั้ ท่ี 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) 30 นาที 2.1 ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกจิ กรรมสืบค้นข้อมูลเก่ยี วกับกระบวนการทเี่ กดิ ขน้ึ ในชีวติ ประจำวันหรือ อตุ สาหกรรมทีเ่ กยี่ วข้องกบั ปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี 2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาข้อมูลกระบวนการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรมท่ี เก่ียวข้องกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยทำการสรุปผ่านมายแมพออนไล น์ https://www.popplet.com/ โดยครจู ะสอนใชง้ านกอ่ นในเบือ้ งตน้ ขน้ั ที่ 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 30 นาที 3.1 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอเรอ่ื งท่ไี ด้ศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลและผลงานการจัดทำขอ้ มลู ของ กล่มุ ตนเองหน้าช้นั เรียนทีละกลมุ่ เพือ่ แลกเปลยี่ นความคดิ เห็นกันจนครบทุกกลมุ่

515 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายหลังจากท่ีนักเรียนรวบรวมขอ้ มูลโดยร่วมกนั สรุปกระบวนการที่ เกดิ ขึน้ ในชีวติ ประจำวันหรืออตุ สาหกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี ลงในมายแม พออนไลน์ 3.3 ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมในส่วนของกระบวนการหรืออุตสาหกรรมทเี่ ก่ยี วขอ้ งในสว่ นทนี่ กั เรียนยงั ไมไ่ ด้หามา เพื่อเสริมความรู้ใหก้ ับนักเรียน ซ่ึงประกอบไปดว้ ย ดงั นี้ ความเข้มข้น การล้างห้องน้ำโดยใชน้ ำ้ ยาลา้ งห้องนำ้ ทีม่ คี วามเข้มขน้ ของสารละลายกรดไฮโดรคลอริกมากกว่า จะทำให้เกิดปฏิกริ ยิ ากบั หนิ ปนู ไดเ้ รว็ กว่า อุณหภมู ิ อุณหภมู ิมีผลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมขี องสารในร่างกายของมนษุ ย์โดยถา้ รา่ งกายมีอุณหภมู ิ สูงขึน้ 1 องศาเซลเซยี สเน้ือเยอื่ ในรา่ งกายจะต้องการออกซเิ จนเพ่ิมขึ้นซึ่งมีผลให้อตั ราการเต้นของชพี จร และอัตราการหายใจเพ่ิมขนึ้ พน้ื ทีผ่ ิวของสาร การรบั ประทานอาหารนักโภชนาการแนะนำให้เค้ียวอาหารใหล้ ะเอียดกอ่ นกลนื เพราะการเค้ยี ว อาหารใหล้ ะเอยี ดทำให้อาหารมขี นาดเล็กลงเปน็ การเพ่ิมพ้นื ท่ผี วิ ของอาหารใหม้ ากข้ึนทำใหก้ รดและ เอนไซม์ในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำปฏกิ ิรยิ ากับอาหารได้เรว็ ขนึ้ อาหารจึงยอ่ ยงา่ ยขึ้น ตัวเร่งปฏกิ ิรยิ า การหมักเนื้อโดยเติมยางมะละกอซ่งึ มเี อนไซม์ปาเปน (papain) ลงไปจะทำใหเ้ น้ือนุ่มขน้ึ เน่ืองจาก เอนไซมป์ าเปนจะชว่ ยยอ่ ยโปรตนี ในเน้ือทำให้เนื้อน่มุ ขน้ึ เม่ือทำใหส้ ุก การใช้ตวั เร่งปฏิกิริยาในกระบวนการแตกสลายไฮโดรคารบ์ อนสำหรับการกล่นั นำ้ มนั 3.4 ครตู ้ังคำถามใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภิปราย เรอ่ื ง ผลทีเ่ กิดจากปัจจัยทีม่ ตี อ่ อัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี เชน่ 1) เอนไซม์เพปซนิ ในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารทีเ่ ปน็ โปรตนี เอนไซม์เพปซินจดั เปน็ อะไร (แนวตอบ : ตัวเรง่ ปฏิกิรยิ า) 2) วติ ามนิ อที เี่ ติมลงในนำ้ มนั พืชจดั เปน็ อะไร (แนวตอบ : ตัวหนว่ งปฏกิ ิรยิ า) 3) การบม่ ผลไมใ้ หส้ ุกในภาชนะปิดเป็นการนำปัจจยั ม่ีมผี ลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมปี ัจจัยใดมาใช้ ประโยชน์ (แนวตอบ : อณุ หภูม)ิ 4) การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเป็นการนำปัจจัยมี่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีปัจจัยใดมาใช้ ประโยชน์ (แนวตอบ : พนื้ ทผ่ี ิวของสาร) ข้นั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 30 นาที 4.1 ครกู ล่าวเช่อื มโยงสสู่ ง่ิ รอบตัวในชีวิตประจำวันวา่ หลาย ๆ กระบวนการทเี่ ราพบเจอกเ็ ปน็ กระบวนการ ทีเ่ ปน็ หน่งึ ในปจั จัยท่ีมีผลตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมไี ด้เช่นกนั บางครงั้ เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวันของเราบาง เรอ่ื งที่เราไม่รู้ เมอื่ เราเรยี นไปแล้วเราจะสามารถนำความรู้ทเี่ ราได้ทำการค้นหานี้ไปใช้อธิบายกับส่ิงท่ีเกิดข้ึนได้ไม่

516 เพียงแตเ่ รื่องน้ีเทา่ นนั้ ในเรอ่ื งที่เรียนผ่าน ๆ มาแล้วหากนักเรยี นรจู้ ักเช่ือมโยงกบั สิ่งรอบตัวนักเรียนจะเข้าใจถึงการ เกิดส่งิ ต่าง ๆ ไดง้ า่ ยมากย่ิงขึ้น 4.2 ครูขยายไปสู่การเรยี นในเร่ืองถดั ไปซึ่งในการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมยี ังมีบางปฏิกิริยาท่ีเกิดขึน้ โดยไมส่ ามารถ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อยา่ งชัดเจนโดยอาศัยสมดุลเคมีในการเกิดปฏิกิรยิ าด้วย แต่ในเรื่องที่เราเรียนไปนี้การ เกดิ ปฏิกริ ยิ าทีเ่ ราได้เรียนไปแลว้ จะเป็นปฏิกิริยาทีส่ ามารถเหน็ การเปลีย่ นแปลงไดช้ ัดเจนเป็นสว่ นมาก 4.3 ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ คน้ คว้าข้อมลู เก่ยี วกบั หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อัตราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี จาก หนงั สือในหอ้ งสมดุ หรือจากอินเทอร์เนต็ แลว้ สรปุ เป็นแผ่นพบั เผยแพร่ความรู้ ติดไวท้ บ่ี อร์ดหนา้ ชน้ั เรียน เพื่อให้ เพอื่ นกลมุ่ อน่ื ได้ศกึ ษาเพม่ิ เตมิ 4.4 นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน ข้นั ท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation) 20 นาที 5.1 ครูตรวจทำแบบทดสอบหลังเรียน 5.2 ครูตรวจแผ่นพบั อตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้ สอ่ื /วสั ดุ/อปุ กรณ์ แหล่งการเรียนรู้ 1. Powerpoint ประกอบการสอน 1. เอกสารประกอบการเรยี นรายวชิ าเคมี ม.5 2. เว็บไซตส์ ำหรับทำมายแมพออนไลน์ 2. ใบกจิ กรรมการเรยี นรู้ https://www.popplet.com/ 3. อนิ เตอรเ์ น็ต การประเมนิ การเรียนรู้ การวัดผลประเมินด้าน วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้วดั ผล เกณฑก์ าร ประเมินผล 1.ด้านความรู้ (K) - ตรวจแผ่นพับ อัตราการ - ชิน้ งาน -ระดับคณุ ภาพ 3 เกดิ ปฏิกิริยาเคมี -แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑ์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2. ด้านทักษะ/ - สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคณุ ภาพ 3 กระบวนการ (P) การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึง -การสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล -แบบสังเกตพฤตกิ รรม 517 ประสงค์ (A) รายบุคคล -ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์

แบบสังเกตพฤตกิ ร คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว ลำดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั คน ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น 1 2 นายธนธรณ์ สมจนิ ดา 32132 3 นายวงศธร ประจงการ 4 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓✓ 5 นางสาวกญั ญารัตน์ จับพิมาย 6 นายณัฐพงษ์ สามทอง ✓✓ 7 นายนันฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓✓ 8 นายภาณุมาส โลมากลุ 9 นางสาวนัฐรกิ า มังษา ✓✓ 10 นางสาวนิดาวัณย์ แจ้งพงษ์ ✓✓ 11 นางสาวรรินทิพย์ สุขไข 12 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิอาภรณ์ ✓✓ 13 นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ แก้วเสนา ✓✓ 14 นายวรชยั คำเอก นางสาวมลนภา เงนิ เจริญ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓ ✓✓

518 รรมการทำงานกลุ่ม วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม นอ่นื ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มในการ 15 คะแนน มอบหมาย ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 10 1321321 11 321 11 ✓✓ 14 ✓ 11 ✓✓ ✓ 10 ✓✓ 8 ✓ 12 ✓✓ ✓ 9 ✓✓ ✓ 9 ✓ 14 ✓✓ ✓ 9 ✓ ✓✓ ✓ 10 ✓ 13 ✓✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓✓✓ ✓✓ ✓✓

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน ชว่ งคะแนน 14–15 11–13 8–10 ต่ำกว่า 8

519 ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............./.................../............... นคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

520 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ระดบั คะแนน ปฏิบัติตาม ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ลำดบั ช่ือ–สกุล ระเบียบ รจู้ กั ใชเ้ วลา รจู้ กั จดั สรร ตัง้ ใจเรียน มีความต้ังใจ รวม ท่ี ของนกั เรียน ขอ้ บังคับในชั้น วา่ งใหเ้ ป็น และพยายามใน 15 เวลาให้ เรียน มีความ ประโยชน์ และ เหมาะสม การทำงานที่ คะแนน ตรงตอ่ เวลาใน นำไปปฏิบัติได้ ไดร้ ับ การปฏิบัติ มอบหมาย กิจกรรมตา่ ง ๆ และรับผดิ ชอบ ในการทำงาน 3 2 13 2 13 2 13 2 1 3 2 1 1 นายธนธรณ์ สมจินดา ✓ ✓ ✓ ✓✓ 9 2 นายวงศธร ประจงการ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 3 นายสรเพชญ์ สวา่ งศรี ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 4 นางสาวกญั ญารตั น์ จบั พิ ✓ ✓ ✓✓ ✓ 13 มาย ✓ 5 นายณฐั พงษ์ สามทอง ✓ ✓ ✓ ✓8 6 นายนนั ฐวัฒน์ ภู่ซอ้ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 7 นายภาณมุ าส โลมากุล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 8 นางสาวนฐั ริกา มงั ษา ✓ ✓✓✓ ✓ 11 9 นางสาวนดิ าวัณย์ แจง้ พงษ์ ✓ ✓ ✓ ✓✓ 11 10 นางสาวรรนิ ทิพย์ สุขไข ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 11 นางสาวศศิเพ็ญ วิสทุ ธิ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 อาภรณ์ 12 นางสาวสริ ลิ ักษณ์ แกว้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 เสนา 13 นายวรชัย คำเอก ✓✓✓✓ ✓ 10 14 นางสาวมลนภา เงนิ เจรญิ ✓ ✓✓ ✓ ✓ 12 ลงชื่อ .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../............

521 เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างคร้ัง 14-15 ดมี าก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

522 บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน • ด้านความรู้ - นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในเนอ้ื หา - นักเรยี นสามารถยกตวั อย่างปจั จยั ที่มผี ลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีในชวี ิตประจำวนั หรืออตุ สาหกรรมได้ - นกั เรียนสามารถอธิบายเกยี่ วกับปจั จยั ท่มี ีผลต่ออัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมใี นชีวติ ประจำวนั หรืออุตสาหกรรมได้ • ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น - นักเรยี นมีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามเกณฑ์ที่ครกู ำหนด • ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ - นกั เรยี นทุกคนมีความใฝเ่ รยี นรู้ - นักเรยี นสามารถแก้ปัญหาอาจจะชา้ หรือเร็วตา่ งกนั แตส่ ามารถแก้ปัญหาได้ - มวี นิ ัยในการเรียน • ด้านอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ีปญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี)) - 2. ปัญหา / อปุ สรรค - 3. ขนั้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข - ลงชื่อ..................................................................ผเู้ ขียนแผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวณัฐธิดา ชากรแกว้ ) ......................./................/.................... ลงช่อื ..................................................................ผู้ตรวจ (นางสาววารณุ ี อิทธพิ ัทธอ์ เนก) ......................./................/....................

523 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 19 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 เร่ือง สมดุลเคมี เรื่อง สภาวะสมดลุ วิชา เคมี 3 รหสั ว32225 เวลาเรยี น 2 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ครูผู้สอน นางสาวณัฐธิดา ชากรแก้ว สาระการเรยี นรู้ เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธ์ในปฏิกิริยาเคมี อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี สมดุล ในปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบัตแิ ละปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลลเ์ คมีไฟฟ้า รวมทงั้ การนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏกิ ริ ิยาผนั กลับไดแ้ ละภาวะสมดุล ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายความหมายของปฏิกิริยาทเ่ี กิดข้ึนอย่างสมบูรณ์ ปฏกิ ิรยิ าไปข้างหน้า ปฏิกิริยาย้อนกลับ และ ปฏกิ ิรยิ าผนั กลับได้ 2. อธบิ ายเกี่ยวกับความเขม้ ข้นของสารตั้งตน้ และผลิตภัณฑ์เม่ือเร่ิมปฏิกิรยิ าจนกระท่ังระบบอยูใ่ นสมดลุ ได้ ดา้ นทกั ษะ (Process) 3. ศกึ ษาการปฏบิ ัตกิ ารทดลองและสรุปรายงานผลการทดลองเกยี่ วกับปฏิกิรยิ าไปขา้ งหนา้ และปฏิกิริยา ยอ้ นกลบั เมอื่ ระบบเขา้ สู่สมดุลได้ ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) 4. มคี วามมุ่งมัน่ ต้ังใจในการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย สาระสำคญั หรือความคิดรวบยอด การเปล่ียนแปลงของสารต่าง ๆ ทเี่ กิดขนึ้ ในชวี ติ ประจำวนั เปน็ การเปลย่ี นแปลงทีส่ ังเกตไดง้ า่ ย เนื่องจาก การเปล่ียนแปลงดังกล่าวเกิดข้ึนค่อนข้างเร็วและดำเนินไปในทิศทางเดยี ว ซึ่งความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงของ สารไมไ่ ด้มีเพยี งการเปลย่ี นแปลงทศิ ทางเดยี วเท่าน้ัน ยังมีการเปลย่ี นแปลงแบบผนั กลับได้ ซึ่งการเปลีย่ นแปลงแบบ ผันกลบั ไดน้ ้ที ำให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงปริมาณสารแต่ละชนิดในระบบ จนถึงสภาวะหนึ่ง ระบบจะมปี ริมาณสารแต่ ละชนดิ คงท่ี เรียกวา่ สภาวะสมดลุ (equilibrium state) ซึ่งสารจะมกี ารเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา โดยมีอัตราการ เปล่ยี นแปลงไปข้างหนา้ เท่ากับอัตราการเปลยี่ นแปลงย้อนกลบั จึงทำให้ปรมิ าณสารแตล่ ะชนดิ คงท่ี สมดุลสามารถ พบไดท้ ้ังทางการเปล่ียนแปลงทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ซงึ่ การเปล่ียนแปลงทางทางกาย ได้แก่ การเปล่ยี นสถานะของน้ำ สว่ นการทค่ี วามเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์ไม่เปลย่ี นแปลงตามเวลา เป็น การเปล่ียนแปลงทเ่ี รยี กวา่ สมดลุ เคมี สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด

524 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซอื่ สัตย์ 3. มวี ินัย 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. อยอู่ ย่างพอเพียง 6. มุ่งม่นั ในการทำงาน 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มีจิตสาธารณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ผา่ นวธิ ีการสอนแบบออนไลน์ โดยผ่านแอพพลเิ คช่นั Google meet วธิ ีสอนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ขนั้ ท่ี 1 ข้ันกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 10 นาที 1.1 ครู : เปดิ ภาพน้ำท่ีถกู บรรจุอยู่ในภาชนะ (ภาชนะใบท่ี 1 จะเปน็ ภาชนะท่ีไม่มีฝาปิด และภาชนะใบที่ 2 จะเปน็ ภาชนะทีม่ ีฝาปดิ ) ใหน้ กั เรยี นสังเกตความแตกต่างของทง้ั สองภาพนี้ ครูถามวา่ ทำไมภาชนะที่ไมม่ ีฝาปดิ น้ำในแกว้ จึงลดลงเรื่อย ๆ และภาชนะที่มีฝาปดิ น้ำในแก้วจึงไม่ลดลงหรือคงที่ (แนวคำตอบ คอื ภาชนะทไ่ี มม่ ีฝาปิดเกิดการระเหยไปในอากาศ ทำให้น้ำในแกว้ ลดลง แตภ่ าชนะที่มีฝาปดิ นำ้ ในแก้ว เม่อื เกดิ การระเหยแล้วควบแนน่ กลายเปน็ ไอน้ำแล้วกลับลงสู่ภาชนะเดมิ ทำใหน้ ้ำในแก้วลงลดค่อยขา้ งน้อยหรือไม่ ลดลงเลย) 1.2 ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรียนเปน็ 4 กล่มุ เพอ่ื ทำกิจกรรม ขั้นท่ี 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploretion) 40 นาที 2.1 ใหน้ ักเรียนแตก่ ลุ่มดวู ิดโี อการ การเปล่ียนแปลงทผ่ี ันกลับได้ https://www.youtube.com/watch?v=P2auN8K0S08 2.2 ให้นกั เรียนสงั เกตผลของการทดลอง 2.3 ให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ อภิปรายผลการเปรียบเทยี บระหว่างคร้งั ที่ 1 และครั้งที่ 2 จนครบทุกกลมุ่